Tag : ข่าวอสังหาฯ

35 ผลลัพธ์
J Villa | J City วงแหวน-บางใหญ่ มหกรรมสินเชื่อบ้านพร้อมอยู่ ครั้งที่ 1 ลงทะเบียนรับส่วนลดสูสุด 20,000 บาท*

J Villa | J City วงแหวน-บางใหญ่ มหกรรมสินเชื่อบ้านพร้อมอยู่ ครั้งที่ 1 ลงทะเบียนรับส่วนลดสูสุด 20,000 บาท*

กลางเดือนนี้อย่าเพิ่งนัดใคร...เพราะคุณมีนัดกับเรา! 18-19 พ.ย. 60 นี้ พบกับ ‘Financial Day...#มหกรรมสินเชื่อบ้านพร้อมอยู่ ครั้งที่ 1’ ที่ Sales Gallery J Villa | J City วงแหวน-บางใหญ่  เวลา 9:00-18:00 น. งานเดียว! ที่ให้คุณเป็นเจ้าของบ้านในฝันสุดหรูได้ง่าย ๆ เริ่มเพียง 1.79 - 5 ลบ.* รับ #โปรโมชั่นสุดว้าว จากสถาบันการเงินชื่อดังมากมายภายในงาน #กู้สูงสุด110% #ผ่อนสบาย เพียงล้านละ 3,500 บาท #ฟรี!จดจำนอง สุดยอดมหกรรมสินเชื่อบ้านพร้อมอยู่...ที่รวมทุกธนาคารชื่อดัง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคาร UOB ธนาคารกรุงไทย ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารทหารไทย ลงทะเบียนรับส่วนสูงสุด 20,000 บาท*  >> https://goo.gl/T9JZK1   J Villa | J City วงแหวน-บางใหญ่  บ้านหรูระดับ Hi-End สไตล์ Neo French ติดถนนใหญ่ พร้อมเข้าอยู่ แรงบันดาลใจการออกแบบส่งตรงจากประเทศฝรั่งเศส พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและส่วนกลางขนาดใหญ่ ทั้งคลับเฮาส์หรู สระว่ายน้ำ และสวนสวย ปลอดภัย ด้วยระบบ Triple Security เดินทางเข้า-ออกเมืองง่าย ติดถนนใหญ่ กาญจนาภิเษก-วงแหวนฯ ตะวันตก เพียง 10 นาทีถึง BTS สถานีคลองบางไผ่ ใกล้ Central West Gate LYON - ทาวน์เฮาส์หรู ฟังก์ชั่นใหม่ 4 ห้องนอน 1 ที่จอดรถ เริ่ม 1.79 ลบ.* DE NICE - บ้านแฝดระดับพรีเมียม 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ เริ่ม 3.59 ลบ.* DE PARIS - บ้านเดี่ยวระดับมาสเตอร์พีส 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ เริ่ม 5 ลบ.* มาร่วมสัมผัสการใช้ชีวิตสุดหรูสไตล์ฝรั่งเศสพร้อมกันที่นี่..ที่เดียว แล้วพบกันที่ Sales Gallery 18-19 พ.ย. นี้ ตั้งแต่ 9:00-18:00 น. *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด #JCity #JVilla #WongweanBangyai #FinancialDay #มหกรรมสินเชื่อบ้านพร้อมอยู่ #ทาวน์เฮาส์ #บ้านเดี่ยว #บ้านแฝด เว็บไซต์: https://goo.gl/HS1so7 โทร. 1173
“ออริจิ้น” จัดแคมแปญ “1 Price” ราคาเดียวส่งท้ายปี เริ่ม 1.59 ลบ.* รวม 10 คอนโดคุณภาพพร้อมอยู่ แต่งครบ บนหลากหลายทำเลศักยภาพ

“ออริจิ้น” จัดแคมแปญ “1 Price” ราคาเดียวส่งท้ายปี เริ่ม 1.59 ลบ.* รวม 10 คอนโดคุณภาพพร้อมอยู่ แต่งครบ บนหลากหลายทำเลศักยภาพ

“ออริจิ้น” จัดแคมแปญ “1 Price” ราคาเดียวส่งท้ายปี เริ่ม 1.59 ลบ.* รวม 10 คอนโดคุณภาพพร้อมอยู่ แต่งครบ บนหลากหลายทำเลศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้า เดินทางสะดวก เข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างง่ายดาย รวมถึงทำเลที่สุดแห่งภาคตะวันออก โซนศรีราชา อย่าพลาดโอกาสครั้งสำคัญ วันนี้ ถึง 30 พ.ย. 60 นี้เท่านั้น พบกันได้ที่โครงการที่ร่วมแคมเปญ 1. The Cabana 2. KnightsBridge Sky River Ocean 3. Pause Sukhumvit 103 4. Pause Sukhumvit 115 5. Pause ID 6. Notting Hill Tiwanon - Kaerai 7. Notting Hill the Exclusive Charoenkrung 8. KnightsBridge the Ocean Sriracha 9.Kensington Laemchabang Sriracha 10.Notting Hill Laemchabang Sriracha ลงทะเบียนรับส่วนลด 100,000 บ.* คลิก https://goo.gl/eurgg9 สอบถามข้อมูลโทร 020 300 000 #Origin #1PRICE
“ไซมิส แอสเสท” ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เปิดแบรนด์ “ไซมิส คิน – SIAMESE KIN” ลุยตลาดอสังหาริมทรัพย์ ผนึกกำลัง ‘เซกิซุย เคมิคอล’ โชว์จุดเด่นบ้าน “Smart Living” โครงการแรกของประเทศไทย

“ไซมิส แอสเสท” ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เปิดแบรนด์ “ไซมิส คิน – SIAMESE KIN” ลุยตลาดอสังหาริมทรัพย์ ผนึกกำลัง ‘เซกิซุย เคมิคอล’ โชว์จุดเด่นบ้าน “Smart Living” โครงการแรกของประเทศไทย

บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมแห่งการอยู่อาศัย เดินหน้าแผนการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวราบ แบรนด์ใหม่ “ไซมิส คิน – SIAMESE KIN” ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด “สมาร์ท ลิฟวิ่ง – Smart Living” โครงการแรกของประเทศไทย ที่ผสานเทคโนโลยีการก่อสร้างอันล้ำสมัยจากประเทศญี่ปุ่นเข้ากับนวัตกรรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย ด้วยมูลค่าการลงทุน    กว่า1,000  ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนด้านการตลาดและเทคโนโลยี จาก บริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด บริษัทรับสร้างบ้านระบบโมดูลาร์อันดับหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่น ชูจุดเด่นโครงสร้างแบบโมดูลาร์ (Modular) ที่มีความแข็งแกร่ง ช่วยป้องกันภัยแผ่นดินไหวได้สูงสุดที่ 350 แกล (7 ริกเตอร์) และนวัตกรรมแห่งการอยู่อาศัยที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง โดยเปิดโครงการด้วยราคาเริ่มต้น 5.8 ล้านบาท มั่นใจสามารถ      ปิดการขายได้ภายปี 2561 คุณขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด กล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างที่สั่งสมมาจากบริษัท ฤทธา จำกัด ประกอบกับความสำเร็จในการสร้างสรรค์โครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ “SIAMESE – ไซมิส” นับเป็นการการันตีถึงคุณภาพ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยอย่าง ด้วยความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์ในทุกรายละเอียด จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์ในการอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ตามสโลแกน “Asset of life…สร้างกำไรให้ทุกการใช้ชีวิต” ของบริษัทฯ ล่าสุดเราได้เล็งเห็นความสำคัญของนวัตกรรมที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของคนมากขึ้นเรื่อยๆ ทุ่ม 1,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบภายใต้แบรนด์ “ไซมิส คิน – SIAMESE KIN” แบรนด์ใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งคำว่า “คิน – SIAMESE KIN” มีความหมายว่า “ทองคำ” ในภาษาญี่ปุ่น สื่อถึงคุณภาพอันสูงสุดของโครงการที่ทรงคุณค่าอันคู่ควรต่อการครอบครองดั่งทองคำ โดยได้รับการสนับสนุนด้านการตลาดและเทคโนโลยี จาก บริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด บริษัทรับสร้างบ้านระบบโมดูลาร์อันดับหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่น โดยบ้านทุกหลังในโครงการ “ไซมิส คิน – SIAMESE KIN” โดดเด่นด้วยการสร้างสรรค์และพัฒนาที่อยู่อาศัย            เพื่อการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “สมาร์ท ลิฟวิ่ง – Smart Living” ที่นำจุดเด่นจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของทั้งสองบริษัทมาประยุกต์จนเกิดเป็นโครงการบ้านจัดสรร โครงการแรกของประเทศไทยที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยในการประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย และป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ตามมาตรฐานระดับโลก รวมถึงทำเลที่ตั้งบนพื้นที่กว่า 23 ไร่บริเวณซอยรามอินทรา 64 ที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย- มีนบุรี สถานีวงแหวนตะวันออกซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2563 ทางด่วนฉลองรัชหรือทางด่วนเอกมัย-รามอินทราที่เชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว, รวมถึงวงแหวนรอบนอกตะวันออก (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9) ที่จะทำให้การเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ ออกไปตอนเหนือ หรือภาคตะวันออกก็ทำได้ง่ายไม่แพ้กัน, และแหล่งไลฟ์สไตล์อย่างศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และเดอะ พรอมมานาด รวมถึงโรงพยาบาลสินแพทย์ และพญาไทนวมินทร์ หรือถ้าเป็นสถาบันการศึกษา ก็มีทั้งโรงเรียนสาธิตพัฒนา เลิศหล้า โรงเรียนบดินทร์เดชา 2 เป็นต้น ซึ่งโครงการ “ไซมิส คิน – SIAMESE KIN” ประกอบด้วยบ้านจำนวน 107 ยูนิต แบ่งออกเป็นบ้าน KIN CHOU พื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร จำนวน 12 ยูนิต KIN OKU พื้นที่ใช้สอย 200 ตารางเมตร จำนวน 31 ยูนิต  KIN MAN พื้นที่ใช้สอย 182 – 188 ตารางเมตร จำนวน 28 ยูนิต และทาวน์โฮม KIN SEN พื้นที่ใช้สอย 145 ตารางเมตร จำนวน 36 ยูนิต โดยราคาเริ่มต้นของโครงการอยู่ที่ 5.8 ล้านบาท ซึ่งเหตุผลที่บริษัทสามารถกำหนดราคาได้ต่ำกว่าคู่แข่งในตลาดเป็นเพราะบริษัท วางกลยุทธ์ในการบริหารสินทรัพย์ (Land Bank) ควบคู่กับการหาพันธมิตรในการ ทำการตลาดเพื่อนำเสนอโครงการที่มีคุณภาพสูงภายใต้วิสัยทัศน์ที่ต้องการมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าได้มากที่สุด คุณคาทสึมิ  ฮอมมะ ผู้จัดการแผนกส่งเสริมกิจการต่างประเทศ บริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด กล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์ในการสร้างบ้านที่นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยภายในประเทศญี่ปุ่นมากว่า 70 ปี ทำให้บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญและรับรู้ถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ซึ่งภายใต้การสนับสนุนในด้านการตลาดและเทคโนโลยีสำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต “ไซมิส คิน – SIAMESE KIN” บริษัทฯ ได้วางรากฐานความมั่นคงของการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีการก่อสร้างบ้านตั้งแต่โครงสร้างและงานระบบ อาทิ โครงสร้างบ้านแบบโมดูลาร์ (Modular) ที่ออกแบบโครงเหล็กคุณภาพสูงแบบ Box Ramen Structure Module ที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถยืดหยุ่นได้ ทำให้รองรับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวได้สูงถึง  350 แกล (ประมาณ 7 ริกเตอร์) ตามมาตรฐาน JIS ประเทศญี่ปุ่น พร้อมเคลือบสาร ZAM ที่ช่วยป้องกันสนิมให้กับโครงสร้างเหล็ก สามารถยืดอายุการใช้งานได้นับร้อยปี ระบบผนัง Thermal & Sound Insulated System ผนังป้องกันความร้อนและเสียงรบกวนด้วย Ceramic wall ภายนอก และ Insulated Wall ผนังสมาร์ทบอร์ดที่มีฉนวนภายใน ควบคู่กับ Air Tightness System วงกบที่ฝังลงไปในโครงสร้างบ้านรวมถึงระบบซีลปิดช่องว่างทุกรอยต่อช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก ระบบหมุนเวียนอากาศ Air Factory ช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์และออกซิเจนภายในบ้าน พร้อมการ กรองอากาศด้วยฟิลเตอร์ถึง 3 ชั้น อาทิ ฝุ่นละออง สารเคมี กลิ่น เป็นต้น ระบบห้องน้ำแบบญี่ปุ่น ที่มีโครงสร้างเป็นอิสระกับบ้านหมดปัญหาน้ำรั่วซึมสู่ส่วนอื่นๆ ระบบ Solar Power System ที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 17,500 บาท/ ปี พร้อมทั้งเพิ่มนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์และช่วยเพิ่มคุณภาพในการอยู่อาศัยอาทิ ระบบความปลอดภัยด้วยระบบประตูบ้านนิรภัยที่เปิดปิดง่ายเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและระบบล็อกจากภายในถึง 3 ชั้น ซึ่งทั้งหมดผลิตภายในการควบคุมด้วยหุ่นยนต์ของโรงงาน SCG HEIM ที่มีมาตรฐานสามารถตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วย  Home Automation ระบบอัจฉริยะควบคุมการทำงานด้วยโทรศัพท์มือถือ อาทิ ควบคุมการทำงานการเปิดปิดแสงสว่าง ระบบม่านไฟฟ้า ระบบเครื่องปรับอากาศ และระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านอย่าง Door Sensor ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในบ้าน และ CCTV รวมทั้ง Floor Service ที่ได้วางงานระบบท่อทุกอย่างใต้พื้นบ้าน ซึ่งถูกยกสูงขึ้นมา 55 เซนติเมตรจากระดับดินหากต้องการซ่อมแซมท่อในอนาคต ก็สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องทุบพื้น คุณขจรศิษฐ์ กล่าวเสริมว่า “โครงการนี้มุ่งเน้นการสื่อสารเจาะกลุ่มครอบครัวที่มองหาที่อยู่อาศัยที่รองรับด้วยนวัตกรรมแห่งอนาคตเป็นหลัก โดยได้ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท พร้อมทั้งสร้างบ้านนวัตกรรมตัวอย่าง (Pavilion) เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์โดยตรงให้กับลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมภายในโครงการได้เห็นถึงนวัตกรรมสำคัญของบ้าน อาทิระบบการซ่อมบำรุงท่อ และระบบไฟฟ้า ระบบหมุนเวียนอากาศ โครงสร้างเหล็กแบบโมดูลาร์ (Modular) ระบบผนัง Insulated ที่มีฉนวนกั้นความร้อนและเสียง เป็นต้น ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าโครงการจะเสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. 2561 โดยโครงการ Siamese KIN มีกำหนดการเปิดจองอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 และมั่นใจว่าจะสามารถปิดการขายภายในปลายปีนี้ ด้วยยอดสูงถึง 100%”   และพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนสมาชิก Exclusive Members กับทางโครงการผ่านทางเว็บไซต์ www.siameseasset.co.th รับสิทธิ์เข้าชมโครงการก่อนใครในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 พร้อมรับของสมนาคุณพิเศษมูลค่ากว่า 1,500,000 บาท โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานขาย “ไซมิส คิน – SIAMESE KIN” โทร 081 931 1411หรือ www.siameseasset.co.th
“ออริจิ้น” ผนึกกำลัง “พราวด์ เรสซิเดนซ์” เสริมแกร่งตลาดลักซัวรี่ พร้อมเจาะตลาดทุกเซ็กเมนต์

“ออริจิ้น” ผนึกกำลัง “พราวด์ เรสซิเดนซ์” เสริมแกร่งตลาดลักซัวรี่ พร้อมเจาะตลาดทุกเซ็กเมนต์

“ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” ผนึกกำลัง “พราวด์ เรสซิเดนซ์” ซินเนอร์จี้ธุรกิจ พัฒนาคอนโดครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ตอบโจทย์ผู้บริโภค ดันแบ็กล็อกรวม 24,000 ล้านบาทขึ้นแท่นท็อป 5 ธุรกิจอสังหาฯ เล็งพอร์ตคอนโด Hi-End เพิ่ม 25-30% ใน 5 ปี ด้าน “ธงชัย” ลั่นเดินหน้าลุย PARK24 ต่อเนื่อง ส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภค นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), และเคนซิงตัน (Kensington) กล่าวว่า บริษัทได้เจรจาสร้างความร่วมมือกับบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการระดับลักซัวรี่ PARK24 เพื่อสร้างความร่วมมือกันระยะยาวในการพัฒนาคอนโดมิเนียม ให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของตลาด เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ (Synergy) ระหว่างกัน “บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาคอนโดมิเนียมเพื่อเจาะตลาดพรีเมียมแมส ขณะที่พราวด์ เรสซิเดนซ์มีความเชี่ยวชาญด้านการดีไซน์ การพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ รวมถึงการเจาะตลาดผู้บริโภคชาวต่างชาติ เราจึงมองเห็นโอกาสร่วมกันและตัดสินใจเป็นพันธมิตรกัน เสริมจุดแกร่งเพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมคุณภาพให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบทุกเซ็กเมนต์” นายพีระพงศ์ กล่าว สำหรับรูปแบบของความร่วมมือนั้น ต่างฝ่ายจะเข้าซื้อหุ้นของกันและกัน โดยบริษัทจะเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 10 ล้านหุ้น จะชำระราคาหุ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาท โดยมีแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินและเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท ขณะเดียวกัน บริษัท พราวด์ เรสสิเดนซ์ จำกัด ก็จะเข้าทำการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จำนวน 81,197,171 หุ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของทุนจดทะเบียน โดยเป็นการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนดังกล่าว ให้แก่บุคคลในวงจำกัดของบริษัท พราวด์ เรสสิเดนซ์ จำกัด ได้แก่ นางจรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ ประธานกรรมการ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด จำนวน 3.5% นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 0.75% และนางนุ่น ทวีศรี กรรมการ บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 0.75% “ภายหลังการเสนอขายและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน นางจรัสพิมพ์ จะถือหุ้น ORI จำนวน 56,838,020 หุ้น คิดเป็น 3.5% ของทุนจดทะเบียนบริษัท นายธงชัย จะถือหุ้นจำนวน 12,179,576 หุ้น คิดเป็น 0.75% และนางนุ่น จะถือหุ้นจำนวน 12,179,575 หุ้น รวมกันสามคนเท่ากับ 5% ของทุนจดทะเบียนบริษัท คิดเป็นมูลค่าหุ้นทั้งสิ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท และนางจรัสพิมพ์ จะมีสิทธิ์เสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการของออริจิ้นอีก 1 คน” นายพีระพงศ์ กล่าว ทั้งนี้ บริษัทจะเสนอเรื่องทั้งหมดเข้าที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2560 ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติต่อไป นายพีระพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากการดำเนินการทั้งหมดเสร็จสิ้น บริษัทจะมีแบ็กล็อกจำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท อยู่ในระดับท็อป 5 ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมีแบรนด์คอนโดมิเนียมทั้งหมด 4 แบรนด์ ได้แก่ เคนซิงตัน นอตติ้ง ฮิลล์ ไนท์บริดจ์ และ PARK สำหรับเจาะตลาดผู้บริโภคใน 4 เซ็กเมนต์ โดยตั้งเป้าจะกระจายพอร์ตการดำเนินธุรกิจในสัดส่วนเซ็กเมนต์ละ 25% ภายในช่วง 5 ปี ด้านนายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด กล่าวว่า การเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้ ถือเป็นบิ๊กมูฟของวงการอสังหาริมทรัพย์ เพราะเป็นการผนึกกำลังกันระหว่างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งตลาดแมสและตลาดไฮเอนด์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ยังตอบโจทย์การแข่งขันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันที่ต้องมีการพัฒนาให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ กระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งเป็นการรองรับการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ และการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนทางด้านสาธารณูปโภคของรัฐบาลจะทำให้เกิดความต้องการในที่อยู่อาศัย ทั้งจากตลาดในประเทศ และจากนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย “ภายหลังการดำเนินการต่างๆ เสร็จสิ้น กลุ่มบริษัทพราว เรสซิเดนซ์ โดยคุณจรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ ก็จะส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และในส่วนของการบริหารงานกิจการของบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ ผมและคณะผู้บริหารของพราวด์ เรสซิเดนซ์ ทุกคนก็ยังคงรับผิดชอบในการบริหารตามปกติ ซึ่งโครงการ PARK24 ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนที่จะส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ รวมถึงการเตรียมการโครงการใหม่ในแบรนด์ PARK ที่จะเกิดขึ้นบนสุดยอดทำเลใจกลางกรุงเทพมหานคร ในอนาคตอันใกล้” นายธงชัย กล่าว สำหรับบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมไฮเอนด์ PARK24 ใจกลางย่านสุขุมวิท มูลค่าโครงการรวมกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ปัจจุบัน มีผู้ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดแล้วประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เป็นผู้ซื้อต่างชาติมากกว่า 5,000 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องระหว่างปี 2560-2563 ปัจจุบัน บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Project Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 35 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 30,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร
อนันดาฯ เปิดตัว Branding แคมเปญ “Today Together Tomorrow” #WECulture ปลุกพลังบวก ชวนคนเมืองแชร์ประสบการณ์ พร้อมความคิดดีๆ เพื่อชีวิตคนเมืองที่ดีอย่างเป็นรูปธรรม

อนันดาฯ เปิดตัว Branding แคมเปญ “Today Together Tomorrow” #WECulture ปลุกพลังบวก ชวนคนเมืองแชร์ประสบการณ์ พร้อมความคิดดีๆ เพื่อชีวิตคนเมืองที่ดีอย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง และผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า เปิดตัว แคมเปญใหญ่ "Today Together Tomorrow" #WECulture ตอกย้ำแนวคิด Urban Living Solutions ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ร่วมกันปลุกพลังความคิดด้านบวก ชวนคนเมืองเปิดใจ เปลี่ยนความคิด ทัศนคติ และการใช้ชีวิตจากการยึดติดกับตัวเองและทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง หรือ “ME” มาให้ความสำคัญและทำเพื่อส่วนรวมหรือ  “WE” มากขึ้น โดยชวนบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทในสังคมมาร่วมกันแบ่งปันและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นเพื่อมุ่งไปสู่ความร่วมมือ ก่อเกิดประโยชน์แก่ส่วนร่วมมากขึ้น นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท ฯ ตระหนักและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมเมือง จึงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าคุณภาพเยี่ยม เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนเมือง พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมสำหรับวันนี้และอนาคต ล่าสุดเตรียมเปิดตัว  Branding Campaign  "Today Together Tomorrow" #WECulture ซึ่งถือเป็นภาคต่อของ "Ananda Live With Passion" เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ที่เน้นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจาก Passion และวิธีคิดของตัวเราและผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์และผลักดันไปสู่เป้าหมายของแต่ละคน และสำหรับปีนี้เป็นการตอกย้ำแนวคิด Urban Living Solutions ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น คือ จาก Passion สู่การจัดการให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นจริง ซึ่งแนวคิดของแคมเปญนี้เกิดขึ้นจากความเชื่อในเรื่องของการให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ( Collaboration ) การทำงานแบบเป็นทีม ( Team work ) เน้นความคิดสร้างสรรค์ ร่วมผลักดัน เพื่อให้เกิดสิ่งดีๆ และแบ่งปันสู่สังคม โดยไม่ได้ยึดถือว่าใครหรือคนใดเป็นเจ้าของความคิดสิ่งใดแต่เพียงผู้เดียว แต่หากเราเอาไอเดีย เอาความรู้ มาผสมผสานกันก็จะทำให้เกิดพลังบวกที่จะมาร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นได้ในสังคม เพราะเราเพียงคนใดคนหนึ่ง องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีคิด สังคม หรือปัญหาที่มีอยู่ให้จางหายหรือหมดไปได้ นั่นคือเหตุผลที่เราต้องกระตุ้นให้ทุกคนเห็นความสำคัญและทำเพื่อส่วนรวม หรือ  “WE” มากกว่าการทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง หรือ “ME”  โดย อนันดาฯ เราเชื่อในการร่วมมือกัน ช่วยกันหาคำตอบสำหรับปัญหาต่างๆ เพราะแต่ละคนก็มีทักษะและความถนัดในด้านที่ต่างกัน ไม่ใช่แค่คนในองค์กร แต่รวมถึงคน กลุ่ม องค์กร สถาบันภายนอกที่ อนันดาฯ ได้ร่วมงาน เราได้เปลี่ยนวิธีการทำงานเป็น Open Platform เปิดรับทุกความคิด ดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่  คนที่เป็นความหวังของการเปลี่ยนแปลงอนาคตไปในทางที่ดีขึ้นเข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์ แชร์ความรู้ แชร์ทัศนคติกับเราในการพัฒนาหา Solutions ต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตคนเมืองดีขึ้น" นายชานนท์กล่าว   แคมเปญ "Today Together Tomorrow"#WECulture เกิดขึ้นเพื่อนำไปสู่การเริ่มต้นในการขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่างในสังคม ณ ปัจจุบัน ถ้าทุกคนเชื่อว่า "ME" (ตัวเรา) เป็นจุดศูนย์กลางของสังคมและทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง ปัญหาก็จะเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง อนันดาฯ จึงอยากชวนคนเมืองเปิดใจ คิดถึงภาพรวมและมองถึง "WE" (เราทุกคน) ให้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นสัญลักษณ์สะท้อนผู้คนที่แตกต่างจากหลากหลายองค์กร ที่มีความถนัดและพรสวรรค์ที่ต่างกันและมาร่วมมือกันเพื่อหาทางออกให้กับคนเมืองที่ต้องประสบปัญหาในชีวิตประจำวัน  โดยสิ่งที่ทำไม่ใช่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ต่อใครคนใดคนหนึ่ง หรือแม้แต่อนันดาฯ เอง แต่ควรจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงให้กับสาธารณะที่ประสบปัญหาเหล่านั้นอยู่ ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านการคิด การระดมมันสมองจากผู้มีความสามารถหลากหลายท่านร่วมกัน เพื่อนำไปใช้และทำให้เกิดเป็นรูปธรรมในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมสำหรับเราทุกคน นอกจากนี้ พร้อมเปิดตัว Internet Film  เพื่อตอกย้ำความเป็นตัวตนของแบรนด์ อนันดาฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยได้บุคคลที่มีความสามารถจากหลากหลายอาชีพ และเป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคมมาร่วมแชร์ความคิด แชร์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาชีวิตคนเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสามารถรับชม  ได้ทาง Youtube https://youtu.be/LvAydSUWLmE
มีสไตล์ เอสเตท เปิด Pre-Sale คอนโดใหม่ “BRIX Condominium” ติด BTS สถานีสิรินธร

มีสไตล์ เอสเตท เปิด Pre-Sale คอนโดใหม่ “BRIX Condominium” ติด BTS สถานีสิรินธร

พบกับงาน Pre-Sale คอนโดใหม่ “BRIX Condominium” แห่งเดียวที่ติดสถานีรถไฟฟ้าสิรินธร 0 เมตร พร้อมวิวแม่น้ำบนถนนจรัญสนิทวงศ์ 64 ราคาเริ่มต้นเพียง 1.55 ล้านบาท มีให้คุณได้เลือกทั้งแบบ สตูดิโอ หรือ 1-2 ห้องนอน และห้องแบบดูเพล็กซ์ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแน่นอน งานนี้มาพร้อมราคาสุดพิเศษเฉพาะช่วง Pre-Sale ระหว่างวันที่ 24-30 มีนาคมนี้ ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า พิเศษยิ่งกว่า สำหรับผู้ที่จองและทำสัญญาภายในงาน รับ GIFT VOUCHER CENTRAL 10,000 บาททันที งานนี้แว่วมาว่า กระแสความสนใจล้นหลามตังแต่ยังไม่เปิดขาย ห้ามพลาดงานนี้ งานเดียวเท่านั้น ดูรายละเอียดโครงการ Click!!
คอนโด 3 หมื่นยูนิตรุม “สีม่วง” ทะลุ1.2แสนบาท/ตร.ม. เทียบชั้นสุขุมวิท

คอนโด 3 หมื่นยูนิตรุม “สีม่วง” ทะลุ1.2แสนบาท/ตร.ม. เทียบชั้นสุขุมวิท

แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง "บางซื่อ-บางใหญ่" บูมสุดขีด 16 สถานี 23 กิโลเมตร มีซัพพลายคอนโดฯสะสมทะลักกว่า 3.1 หมื่นยูนิต ปิดการขายแล้ว 70% ราคาพุ่งแรงเบียดสุขุมวิท เผยโซนเตาปูน ถนนกรุงเทพฯ-นนท์แตะตารางเมตรละ 1.2 แสน จับตาปี"58 คอนโดฯสร้างเสร็จทยอยโอน 9 โครงการเฉียด 1 หมื่นยูนิต ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามแนวเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) ระยะทาง 23 กิโลเมตร รวม 16 สถานี ที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคมมีนโยบายเร่งเปิดบริการเร็วขึ้น จากเดิมเดือนสิงหาคม 2559 เป็นมกราคม 2559 พบว่ามีซัพพลายคอนโดมิเนียมเกาะแนวรถไฟฟ้าที่เปิดขายตั้งแต่ปี 2551 สะสมไม่ต่ำกว่า 39 โครงการ รวมกว่า 31,000 ยูนิต และมีโครงการเตรียมเปิดขายปีนี้อีกอย่างน้อย 5 โครงการ รวมกว่า 7,000 ยูนิต ขณะที่คอนโดฯจะทยอยสร้างเสร็จในปีนี้มีไม่ต่ำกว่า 9 โครงการ กว่า 9,500 ยูนิต ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เปิดขายปี 2555-2556 ราคายูนิตละ 1-3 ล้านบาท อาทิ โครงการชีวาทัยอินเตอร์เชนจ์ของ บจ.ชีวาทัย 279 ยูนิต กำหนดโอนกันยายน-ตุลาคมนี้, เดอะทรี อินเตอร์เชนจ์ ของ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท 1,700 ยูนิต คาดว่าแล้วเสร็จกันยายนนี้, ลุมพินีพาร์ค รัตนาธิเบศร์ 2.8 พันยูนิต คาดว่าแล้วเสร็จมิถุนายนนี้, เอส 9 ของ บมจ.สัมมากร 655 ยูนิต คาดว่าแล้วเสร็จไตรมาส 3/58 ฯลฯ คอนโดฯจ่อเปิดกว่า 7 พันยูนิต จากการสำรวจพบว่าปี 2558 มีคอนโดฯอย่างน้อย 5 โครงการใหม่เตรียมเปิดตัวกว่า 7 พันยูนิต ได้แก่ 1) POSH 12 ถ.ติวานนท์ ของกลุ่มแปซิฟิกสตาร์ที่เคยพัฒนาคอนโดฯ เอท ทองหล่อ (Eight) และสาทรการ์เด้นส์ สร้างสำนักงานขายโครงการอยู่ห่างสถานีกระทรวงสาธารณสุข 150 เมตร เตรียมเปิดตัวมีนาคมนี้ เป็นคอนโดฯ 2 อาคาร รวมกว่า 1,300 ยูนิต สูง 40 ชั้นและ 45 ชั้น บนที่ดินติดถนนกว่า 4 ไร่ แบบสตูดิโอและ 1-2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 22-46 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 1.99 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 8.9 หมื่นบาท 2) คาซ่า คอนโด ติด ถ.รัตนาธิเบศร์ ห่างสถานีสามแยกบางใหญ่ 30 เมตร ของ บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์ (คิวเฮ้าส์) ขึ้นป้ายเตรียมพบกันเร็ว ๆ นี้ รายละเอียดโครงการมีที่ดิน 8 ไร่ แบ่งเป็น 2 เฟส 2 อาคาร เฟสแรกเป็นตึกสูง 39 ชั้น กว่า 800 ยูนิต พื้นใช้สอยเริ่ม 22 ตารางเมตร ราคาประมาณ 1.3 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เปิดตัวมีนาคมนี้ 3) คาซ่า คอนโด ของคิวเฮ้าส์เช่นกัน บนที่ดินใกล้สถานีคลองบางไผ่ซึ่งเป็นสถานีปลายทาง พื้นที่ 8 ไร่ คาดว่าราคาเริ่มต้นกว่า 1 ล้านบาท เตรียมเปิดตัวปลายปีนี้ 4) พลัมคอนโดฯ ของ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท มีแผนเปิดใกล้เซ็นทรัลเวสต์เกตกว่า 3,000 ยูนิต และ 5) คอนโดฯใหม่ของกลุ่มศูนย์การค้าเดอะสแควร์ บางใหญ่ กว่า 2,000 ยูนิต แหล่งข่าวจาก บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เป็นครั้งแรกที่จะเปิดโครงการคาซ่า คอนโดแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ปีนี้คาดว่าจะเปิดตัว 2 โครงการ ราคาเริ่มต้นตารางเมตรละ 6-7 หมื่นบาท แม้ว่ามีซัพพลายคอนโดฯหลายหมื่นยูนิตแต่มั่นใจว่าศักยภาพหลังรถไฟฟ้าเปิดใช้จะกระตุ้นดีมานด์ มองว่าจะมีคนที่อยู่อาศัยจังหวัดใกล้เคียง เช่น สุพรรณบุรี นครปฐม ฯลฯ ซื้อไว้เพื่อให้ลูกมาพักอาศัยนั่งรถไฟฟ้าไปเรียนในกรุงเทพฯ เนื่องจากราคาคอนโดฯในเมืองแพงขึ้นมาก ส่วนแนวโน้มราคาเชื่อว่ายังขยับขึ้นได้อีก เห็นได้จากหลายปีก่อนบ้านจัดสรรตามแนวถนนรัตนาธิเบศร์ราคาหลังละ 5-6 ล้านบาท ปัจจุบันมีบ้านเดี่ยวราคา 10-30 ล้านบาท มองว่าอนาคตราคาคอนโดฯทำเล ถ.รัตนาธิเบศร์มีโอกาสขยับขึ้นไปแตะตารางเมตรละ 9 หมื่น-1 แสนบาท จากปัจจุบันกว่า 5-7 หมื่นบาท ราคาทะลุ ตร.ม.ละ 1.1 แสน จากการสำรวจเริ่มต้นที่สถานีเตาปูน พบว่าบริเวณนี้มีคอนโดฯไม่ต่ำกว่า 4 โครงการ อาทิ ชีวาทัย อินเตอร์เชนจ์ กำลังก่อสร้างเป็นตึกสูง 26 ชั้น 279 ยูนิต ราคาเริ่มต้นตารางเมตรละ 110,000 บาท ยอดขาย 70% ขณะนี้หยุดพักการขาย รอตึกก่อสร้างเสร็จตุลาคม 2558 จึงจะเปิดขายอีกครั้ง โครงการริชพาร์ค 2 @ เตาปูนอินเตอร์เชนจ์ ของ บมจ.ริชี่เพลซ (2002) ตึกสูง 26 ชั้น 735 ยูนิต มียอดขายแล้วกว่า 70% ห้องชุดไซซ์ 28 ตารางเมตร แต่งเฟอร์นิเจอร์ครบ ราคาเริ่มต้น 2.3 ล้านบาท, เดอะสเตจ ของ บจ.เรียล แอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดขายกันยายน 2557 ที่ผ่านมา เป็นตึกสูง 36 ชั้น 773 ยูนิต แบบ 1-2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 26.3-61.4 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 2.3 ล้านบาท ฯลฯ เข้าสู่ทำเล ถ.กรุงเทพฯ-นนทบุรีไปสุดที่แยกติวานนท์ มีคอนโดฯติดถนนไม่ต่ำกว่า 9 โครงการที่เพิ่งเปิดตัวปีที่ผ่านมาคือไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง อินเตอร์เชนจ์ ใกล้สถานีบางซ่อน 559 ยูนิต ห้องชุดแบบสตูดิโอ 21 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท ยอดขาย 70% หรือตารางเมตรละ 1.2 แสนบาทเทียบเท่าทำเลสุขุมวิท กรุงเทพฯ-นนท์-ติวานนท์คึก ส่วนโครงการอื่น ๆ อาทิ ยูดีไลท์@บางซ่อนสเตชั่น 527 ยูนิต เริ่มต้นแบบ 1 ห้องนอน 30 ตารางเมตร ตกแต่งเฟอร์ฯพร้อมอยู่ ราคาเริ่ม 2.66 ล้านบาท ยอดขาย 40%, แอมเบอร์ ของ บมจ.อีสเทอร์นสตาร์ เรียลเอสเตท 563 ยูนิต ขายได้แล้ว 40% แบบ 1 ห้องนอน 35 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 2.49 ล้านบาท ฯลฯ สำหรับคอนโดฯโซนถนนติวานนท์และแยกแครายไม่เกินสำนักงานดาวเทียมไทยคมมีไม่ต่ำกว่า 11 โครงการ ทำเลติดถนนตารางเมตรละ 6-7 หมื่นบาท อาทิ เดอะทรัสต์ คอนโด งามวงศ์วาน 1,280 ยูนิต ตึกสร้างเสร็จมียอดขาย 60% จัดโปรโมชั่นแบบ 1 ห้องนอน 29 ตารางเมตร แต่งเฟอร์ฯพร้อมอยู่ ราคา 1.69 ล้านบาท จากปกติกว่า 2 ล้านบาท, ยูดีไลท์ รัตนาธิเบศร์ 989 ยูนิต ตึกสร้างเสร็จ มียอดขาย 80% แบบ 1 ห้องนอน 30 ตารางเมตร ราคากว่า 2 ล้านบาท ฯลฯ รัตนาธิเบศร์ซัพพลายเพียบ สำรวจทำเล ถ.รัตนาธิเบศร์ จากแยกแคราย-สามแยกบางใหญ่ ช่วงตัด ถ.กาญจนาภิเษก มีผู้ประกอบการรายใหญ่-รายกลางไม่ต่ำกว่า 12 โครงการ รายที่ปักธงคอนโดฯแรก ๆ คือ บมจ.ศุภาลัยเปิดโครงการซิตี้โฮม รัตนาธิเบศร์ จากนั้นขยายอีก 2 โครงการคือศุภาลัย เวอรันด้า รัตนาธิเบศร์ 1,054 ยูนิต ยอดขาย 70% มีโปรฯส่วนลด 1.1 แสนบาท ราคาห้อง 30 ตารางเมตร เริ่มต้น 1.6 ล้านบาท และศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สถานีพระนั่งเกล้า 733 ยูนิต มียอดขาย 85% แบบ 1 ห้องนอน 33 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 1.7 ล้านบาท มีส่วนลด 1.1 แสนบาท บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์มีโครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ 1,950 ยูนิต เปิดตัวปี 2551 ปิดการขายแล้ว และลุมพินีพาร์ค รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน 2,800 ยูนิต ปัจจุบันเหลือขาย 1 ยูนิต ส่วนโครงการอื่น ๆ อาทิ เอส 9 ของ บมจ.สัมมากร เป็นตึก 8 ชั้น 4 อาคาร 655 ยูนิต มียอดขาย 60-70% แบบ 1 ห้องนอน 25 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท ฯลฯ บางใหญ่ซูเปอร์สเตชั่น สำหรับสถานีตลาดบางใหญ่ ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลกำลังก่อสร้างศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต พื้นที่ 5 แสนตารางเมตร เป็นพื้นที่ที่คาดว่ารัฐบาลจะก่อสร้างมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี จึงมีคอนโดฯ เกิดขึ้นแล้วอย่างน้อย 3 โครงการ ได้แก่ 1) พลัมคอนโด บางใหญ่สเตชั่น บมจ.พฤกษาฯ ปากซอยคลองถนน 7 อาคาร 1,870 ยูนิต ขายได้ 90% โปรฯ เฟส 1-2 ลด 1-2 หมื่นบาท พื้นที่ใช้สอย 22.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.09 ล้านบาท 2) ดิไอริส คอนโด บางใหญ่ ของ บจ.ดิไอริส กรุ๊ป สูง 8 ชั้น 5 ตึก รวม 900 ยูนิต ขายแล้ว 20% แบบ 1 ห้องนอน 24.8 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 1.25 ล้านบาท และ 3) บางใหญ่สแควร์ คอนโด ของกลุ่มศูนย์การค้าเดอะสแควร์บางใหญ่ 1,230 ยูนิต ปิดการขายแล้วเช่นกัน   ที่มา : www.prachachat.net