Tag : คอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

6 ผลลัพธ์
ถ้าความรู้สึก คือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จรัญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ

ถ้าความรู้สึก คือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จรัญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ

หลังจากที่ GRAND UNITY ลงสนามในตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า ซึ่งได้เปิดตัวโครงการแรกไป จนได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี พอเริ่มเข้าไตรมาสที่ 2 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าตัวที่ 2 คือ De LAPIS Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) รีวิวฉบับนี้เราก็ไม่พลาดที่จะพาไปชมห้องตัวอย่างก่อนเปิดให้ชมจริงในวันที่ 25 เมษายน นี้ค่ะ ทำเล ถนนจรัญสนิทวงศ์ เป็นถนนเส้นที่กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ – ท่าพระผ่านตลอดถนน ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปกว่า 80% แล้ว ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนี้ หากเสร็จสมบูรณ์เมื่อไรจะมีความโดดเด่นตรงที่วิ่งเป็นวงแหวนรอบกรุงเทพฯ ผ่านจุดสำคัญหลายแห่ง เช่น เตาปูน, บางซื่อ, พระรามเก้า, สุขุมวิท, สีลม, หัวลำโพง, สนามไชย, ท่าพระ และยังมีจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายอื่นอยู่หลายสถานี เช่น สถานีเตาปูน สายสีม่วง, สถานีหมอชิต สายสีเขียว, สถานีลาดพร้าว สายสีเหลืองในอนาคต, สถานีศูนย์วัฒนธรรม สายสีส้มในอนาคต, สถานีมักกะสัน แอร์พอร์ตเรลลิงก์ เป็นต้น เรียกได้ว่าในอนาคตจะกลายเป็นสายสำคัญอีกสายหนึ่ง ที่ผ่านทั้ง CBD และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ มีกำหนดเปิดใช้บริการปี 2562  สำหรับสายหัวลำโพง-บางแค และปี 2563 สำหรับสายบางซื่อ-ท่าพระ และนอกจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในอนาคตแล้วก็มีอีกทางเลือกหนึ่งคือการเดินทางโดยเรือด้วยค่ะ โดยจากตัวโครงการ De LAPIS Charan 81 เราสามารถข้ามถนนไปขึ้นเรือข้ามฝากที่ท่าวัดอาวุธวิกสิตารามไปท่าเรือพายัพ แล้วต่อเรือด่วนเจ้าพระยาเดินทางต่อไปยังฝั่งนนทบุรี หรือท่าสาทรได้ง่ายแถมยังสะดวกรวดเร็วไม่ต้องกังวลกับรถติดด้วยนะคะ   สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว หากจะเดินทางเข้ากรุงเทพชั้นใน ก็สามารถข้ามสะพานกรุงธน(ซังฮี้) แล้วตรงเข้าสู่อนุสาวรีย์ฯ ได้เลย ส่วนจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชใกล้ที่สุดตรงด่านบางกรวยบริเวณสะพานพระราม 7 จะใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็ถึงจตุจักร และสามารถต่อไปยังพระราม 9 - บางนาได้ หรือจะขึ้นที่ด่านบางพลัดแล้วไปเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษกก็สะดวกเช่นกันค่ะ    ย่านนี้แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง ส่วนสถานที่สำคัญใกล้กับโครงการก็มีมากมาย เช่น โรงพยาบาลยันฮี, โรงพยาบาลวชิรพยาบาล, เทสโก้โลตัส จรัญสนิทวงศ์, ที่ทำการไปรษณีย์บางอ้อ, ช่างชุ่ย, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า, เดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า ฯลฯ ภาพรวมโครงการ   De LAPIS Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) คอนโดมิเนียม High Rise 32 ชั้น 1 อาคาร 635 ยูนิต อาคารจอดรถ 8 ชั้น 1 อาคาร รองรับได้ 260 คัน(40.88% ไม่รวมซ้อนคัน) แยกตัวออกจากอาคารพักอาศัยอยู่ทางด้านหลังสุดของโครงการ และร้านค้า 2 ยูนิตด้านหน้าโครงการ บนพื้นที่ 3-1-3.7 ไร่ ภายใต้แนวคิด “ถ้าความรู้สึกคือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จริญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ” ใช้โทนสีขาว-เทามองดูทันสมัยอยู่เสมอสื่อถึงความโดดเด่นของทำเลที่ตั้งทั้งติดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางพลัดเพียง 30 เมตร และยังได้วิวแม่น้ำเพราะใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ในช่วงถนนที่มีความใกล้ชิดกับแม่น้ำเจ้าพระยามากที่สุดในถนนจรัญสนิทวงศ์ ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท      Facility ของโครงการจะอยู่ที่ชั้น Lobby และชั้น Rooftop ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของทุกคน เริ่มตั้งแต่ Lobby เพดาน Double Volume High Ceiling สูงถึง 9 เมตร พร้อมชั้น Mezzanine ที่เป็น Co-working space เพิ่มความเป็น Private ในการทำงานด้วยการแยกห้องประชุมใหญ่ ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินนำเข้าจาก Italy เพิ่มความหรูหราแต่ยังคงความทันสมัย รอบๆ อาคารจัดพื้นที่สีเขียวให้ได้นั่งทำงานหรือนั่งพบปะสังสรรค์พร้อมวิวธรรมชาติด้านนอก ชั้น 32 Rooftop ฝั่งหน้าโครงการถูกวางให้เป็นสระว่ายน้ำรูปตัว L แบบ Infinity Edge Swimming Pool ขนาด 5.7 x 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร แยกสระเด็กขนาด 3.5 x 3 เมตร ลึก 30 เซนติเมตร สวยงามแบบไร้ขอบเขต มาพร้อมกับ Sky Fitness ที่ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ให้ได้ออกกำลังกายไป ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไป รวมถึง Sky Lounge ที่ได้วิวมุมสูงเพิ่มความผ่อนคลายของการพักผ่อนด้วย Sky Garden สวนสีเขียวชั้นดาดฟ้า  Ground Floor Plan มองจากมุมนี้จะเห็นได้ว่าโครงการแบ่งออกเป็น 3 อาคารหลัก คือ อาคารสีขาวด้านหน้าติดถนนจะเป็น Sales Gallery ในปัจจุบัน และจะทำเป็น Shop ในอนาคต อาคารที่พักอาศัย และอาคารจอดรถด้านในสุดของพื้นที่โครงการ Rooftop Plan สระน้ำรูปตัว L ด้านหน้าโครงการ ฟิตเนสขนาดใหญ่ และ Sky Lounge อยู่ตรงข้ามกับโถงลิฟท์ ที่อาคารจอดรถบนชั้น Rooftop จัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวด้วย ยูนิตพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2-31 ค่ะ ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด โดยจะมี 23 ยูนิต/ชั้น โดยรูปแบบห้องชุดมาพร้อมการตกแต่งแบบ Fully Fitted ทุกยูนิต   เปิดห้องตัวอย่าง De LAPIS Charan 81(เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) โครงการตั้งอยู่ติดริมถนนจรัญสนิทวงศ์ ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 81 อยู่ติดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางพลัด ยืนอยู่หน้าโครงการมองตรงไปก็จะเห็นสถานีเลย โดย Sales Gallery อาคารสีขาวเข้ากับอาคารพักอาศัย ตั้งอยู่หน้าทางเข้าโครงการเลยค่ะ โดยตัวอาคารพักอาศัยกำลังดำเนินการสร้างอยู่ด้านหลังคาดว่าแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม 2562 ซึ่งหากโครงการสร้างเสร็จแล้วตัวอาคาร Sales Gallery ที่เห็นนี้จะถูกดัดแปลงเป็น Shop จำนวน 2 ยูนิตค่ะ ใครอยากสัมผัสสถานที่จริงต้องอดใจรอกันอีกหน่อยก็จะเปิดให้เข้าชมกันในวันที่ 25 เมษายน 2561 นะคะ ห้อง STUDIO ขนาด 26 ตร.ม. ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และผนังจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ เมื่อเปิดประตูห้องจะพบกับห้องนั่งเล่นเป็นอันดับแรก ซึ่งโครงการนี้ให้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted รวมถึงให้เครื่องปรับอากาศมาด้วย ส่วนห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมา 1 ตัว ติดตั้งอยู่ระหว่างปลายเตียงกับโซฟาค่ะ ใครที่มีรองเท้าหลายคู่ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะขวามือหลังประตูมี Built in ตู้เก็บรองเท้าแบบนี้ให้มาด้วยค่ะ ขวามือตรงข้ามโซฟาจะมีพื้นที่วางเคาน์เตอร์ทีวี ทางซ้ายมือจะมีพื้นที่วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมวางโต๊ะกลางได้ เชื่อมต่อพื้นที่หลังโซฟาไปสู่ห้องครัวค่ะ ความพิเศษของห้องครัวโครงการนี้ คือ การดีไซน์ให้มี Kitchen Island ปูด้วย Top หินสังเคราะห์สีขาว มีลักษณะเป็นโต๊ะอเนกประสงค์แยกตัวจากเคาน์เตอร์ครัวปกติ ไม่ว่าจะทำเป็นพื้นที่เตรียมอาหาร โต๊ะทานข้าว โต๊ะทำงานก็แล้วแต่การใช้งาน และยังช่วยให้ห้องครัวดูแยกเป็นสัดส่วนมากขึ้นด้วยนะคะ ตรง Kitchen Island นี้เราจะสามารถนั่งทานอาหารไป ดูทีวีไปก็ได้มุมพอดีนะคะ เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ดีจริงๆ เฉพาะห้องครัวความสูง Floor To Ceiling 2.55 เมตร Top ครัวหินสังเคราะห์สีขาว มาพร้อมกับอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควันจากแบรนด์ HAFELE เฉพาะส่วนเคาน์เตอร์จะกรุผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค เพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่ายหากเกิดคราบจากการทำครัว ซ้ายมือถัดจากเคาน์เตอร์ครัวมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นได้พอดีค่ะ บานตู้และลิ้นชักทั้งหมดใช้ระบบ Soft Close มีช่องวางไมโครเวฟไว้ตรงกลาง ซึ่งเฟอร์นิเจอร์กับชุดครัวที่เราเห็นนี้ GRAND UNITY ร่วมกันดีไซน์พิเศษกับ Chic Republic ออกมาจากห้องครัว เดินลึกเข้าไปในห้องถัดจากห้องนั่งเล่นจะต่อด้วยพื้นที่วางเตียงนอนค่ะ มีพื้นที่สำหรับวางเตียงขนาด 5 ฟุต ข้างหน้าต่าง ยังมีพื้นที่เหลือสำหรับเป็นทางเดินระหว่างเตียงกับหน้าต่างค่ะ หน้างต่างใช้ขอบอลูมิเนียมสีขาว มีบานกระทุ้งเปิดออกได้ ปลายเตียงมีทางเดิน Walk-in Closet เชื่อมต่อไปถึงห้องน้ำค่ะ ซึ่งทางขวามือจะเป็นระเบียง ส่วนทางซ้ายตรงข้ามระเบียงจะเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Built in เรามาดูที่ระเบียง Private Balcony กันก่อนค่ะ กั้นด้วยกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ระเบียงปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า โดยทางโครงการมีการต่อท่อน้ำพร้อมปลั๊กไฟด้านบนมาให้เรียบร้อยค่ะ ส่วน Condensing Unit จะถูกแขวนไว้ด้านบนหันหน้าออกนอกระเบียงค่ะ ระเบียงของทุกห้องจะติดตั้ง Grille Wall เป็นเหล็กสีขาว เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าที่ตากเอาไว้ตรงระเบียงปลิวออกไป และยังช่วยเรื่องมุมมองจากภายนอก เพราะเมื่อมองเข้ามาที่ตัวอาคารจะดูสวยงามอยู่เสมอ ออกมาจากระเบียงก็จะพบกับตู้เสื้อผ้า Built in อยู่ตรงข้ามกันค่ะ โดยบานตู้จะใช้กระจก Tempered เพื่อป้องกันในกรณีที่เกิดการแตกก็จะมีลักษณะเป็นเม็ดข้าวโพดไม่มีเหลี่ยมคม ซึ่งพื้นที่ทางเดินตรงนี้เป็น Work In Closet อยู่หน้าห้องน้ำพอดีค่ะ ถือว่าเป็นห้อง STUDIO ที่คุ้มค่ามากจากการดีไซน์ที่คำนึงถึงผู้อยู่อาศัยจริง สุดท้ายของห้องนี้เราตรงเข้าไปดูภายในห้องน้ำกันค่ะ ห้องน้ำมีความสูง Floor To Ceiling 2.35 เมตร ใช้สุขภัณฑ์จาก HAFELE ทั้งหมด แยกส่วนเปียกไว้ทางขวามือค่ะ กั้นส่วนเปียกด้วยบานกระจกแบบบานเปิด-ปิด มีธรณีประตูกั้นขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นออก กำแพงในส่วนเปียกมีกระจกด้านล่างเป็นแบบฝ้าขาวขุ่นช่วยเพิ่มแสงสว่างจากด้านนอก และกระจกบานกระทุ้งด้านบนช่วยระบายอากาศได้ดีค่ะ พื้นที่ส่วนแห้งอีกด้านจะเป็นโถสุขภัณฑ์ค่ะ ตรงกลางห้องน้ำมีบานกระจกขนาดใหญ่มาให้ด้วยนะคะ อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนัง มีช่องสำหรับเก็บของด้านใต้อ่าง ใช้สีขาวเข้าชุดกันทั้งห้องเลยค่ะ 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และผนังจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว ซึ่งห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมาด้วยจำนวน 2 ตัว ที่ห้องนั่งเล่น 1 ตัว และห้องนอน 1 ตัวค่ะ ซ้ายมือของห้องนั่งเล่นจะมีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ ซึ่งจะอยู่ติดกับตู้เก็บรองเท้าแบบ Built in ชั้นบนสุดในตู้เก็บรองเท้าจะซ่อนตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าไว้ด้านในด้วย และเครื่องปรับอากาศเครื่องแรกของห้องนี้จะถูกติดตั้งอยู่เหนือพื้นที่วางเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ ตรงข้ามเคาน์เตอร์ทีวีเป็นพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ขนาด 2-3 ที่นั่งค่ะ จะวางโต๊ะกลางเพิ่ม และวางโต๊ะทานข้าวเอาไว้ข้างโซฟาก็ยังมีพื้นที่เหลือค่ะ เชื่อมต่อจากห้องนั่งเล่นด้านหน้าลึกเข้าไปก็จะเป็นห้องนอน ซึ่งถูกกั้นด้วยประตูกระจกสูงชิดเพดานแบบบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ด้วยความสูงของกระจกทำให้รู้สึกไม่อึดอัดจนเกินไปค่ะ ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้กลางห้อง ข้างเตียงด้านประตูกระจกก็ยังพอมีที่เหลือสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงขนาดเล็กได้ ข้างเตียงฝั่งใกล้กับหน้าต่างมีทางเดินเหลือค่ะ หน้าต่างมีกระจกบานกระทุ้ง 1 บาน และยังมีกระจกเข้ามุมเล็กๆ เป็นการเพิ่มช่องแสงธรรมชาติให้ภายในห้อง ปลายเตียงจะมีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวี หรือจะวางโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้นะคะ ด้านบนติดตั้งเครื่องปรับอากาศมาให้อีก 1 เครื่อง พร้อมตู้เสื้อผ้า Built in หน้าบานเป็นกระจก Tempered บานเลื่อน 2 ตอน ออกมาจากห้องนอนไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ ห้องแบบ 1 Bedroom 26 ตร.ม. จะได้ห้องครัวปิด ใครที่ชอบทำอาหารไทยที่ค่อนข้างมีกลิ่นห้องนี้จะเหมาะมากค่ะ เคาน์เตอร์ครัวมีช่องสำหรับวางตู้เย็นอยู่ข้างเคาน์เตอร์ครัวพอดี Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ผนังกรุด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาอ่อน เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด มาพร้อมกับเตา 2 หัว เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานครบเซต ถัดจากเคาน์เตอร์ครัวก็เป็นระเบียง Private Balcony ค่ะ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ตรงนี้ระหว่างทำครัวเราสามารถเปิดประตูระเบียงออกช่วยระบายกลิ่นและควันได้ดีเลยค่ะ ระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าตรงใต้ Condensing Unit ที่หันออกนอกระเบียงค่ะ มีการต่อท่อน้ำ และติดตั้ง Grille Wall มาให้ค่ะ ออกจากระเบียงไปดูกันที่ห้องน้ำค่ะ มองจากมุมนี้จะเห็นชัดขึ้นค่ะว่าโซนครัวปิดจะแยกห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียงออกมาอย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น ห้องน้ำแยกส่วนเปียกไว้ด้านขวามือค่ะ มีชั้นวางของที่มุมห้องด้วยนะคะ ส่วนแห้งก็จะมีโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมช่องเก็บของข้างใต้ และกระจกเงาบานใหญ่ค่ะ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. เป็น Type ที่มีจำนวนมากที่สุดของโครงการ ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศ 3 ตัว ค่ะ เริ่มจากห้องนั่งเล่นค่ะ ทางซ้ายมือมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมวางโต๊ะกลางได้ เครื่องปรับอากาศเครื่องแรกติดไว้เหนือโซฟาค่ะ ตรงข้ามโซฟาสามารถวางเคาน์เตอร์ทีวีได้ค่ะ พร้อมกับมีตู้เก็บรองเท้าที่มุมหน้าห้อง ตู้เก็บรองเท้าแบบ Built in หน้าตาเหมือนกันกับ 2 ห้องแรกก่อนหน้านี้ค่ะ ลึกเข้าไปจากห้องนั่งเล่นจะเชื่อมต่อด้วยห้องนอน โดยจะกั้นห้องนอนด้วยประตูกระจกสูงชิดเพดานแบบบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ภายในห้องนอนมีพื้นที่สำหรับวางเตียง 5 ฟุต ซึ่งจะสามารถวางโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะหัวเตียงขนาดกลางๆ ได้ค่ะ หน้าต่างข้างเตียงบานกระทุ้ง เปิดออกได้ 1 บาน ใช้ขอบอลูมิเนียมสีขาวเข้ากันกับประตูกระจกหน้าห้องนอน ปลายเตียงติดตั้งเครื่องปรับอากาศเอาไว้ มีตู้เสื้อผ้า Built in หน้าบานเป็นกระจก Temper มีกระจกเข้ามุมเล็กๆ เพิ่มแสงธรรมชาติและเพิ่มมุมมองได้ดีขึ้นด้วยค่ะ จากห้องนอนออกไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ อีกฝั่งหนึ่งของห้องจะประกอบไปด้วยห้องครัว ห้องน้ำ และห้องอเนกประสงค์พร้อมระเบียงค่ะ ห้องครัวมีความสูง Floor To Ceiling 2.55 เมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ขวามือเป็นห้องอเนกประสงค์ ซ้ายมือเป็นห้องน้ำค่ะ เคาน์เตอร์ครัววัสดุ Top ด้วยหินสังเคราะห์สีขาว มาพร้อมกับซิงค์ล้างจาน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน บานตู้และลิ้นชักใช้ระบบ Soft Close มีช่องสำหรับวางตู้เย็นทางขวามือของชุดเคาน์เตอร์ครัวค่ะ หันมาทางซ้ายมือจะพบกับห้องน้ำค่ะ ห้องนี้มี Kitchen Island แบบเดียวกับห้อง STUDIO ค่ะ แต่จะได้ขนาดที่ใหญ่กว่า นอกจากจะเพิ่มพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ยังเป็นตัวช่วยกั้นระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่นได้เป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ห้องน้ำมีความสูง Floor To Ceiling 2.35 เมตร ปูพื้นกับผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเดียวกันทั้งห้อง แยกส่วนเปียกด้านขวาค่ะ โถสุขภัณฑ์อยู่ทางด้านขวาของห้องน้ำ ตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมช่องเก็บของด้านใต้ เหนืออ่างล้างหน้าเป็นกระจกบานใหญ่ ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกประตูบานเปิด-ปิด ทั้งหมดในห้องน้ำที่เห็นนี้จะได้มาครบเซตเลยค่ะ ออกจากห้องน้ำไปดูที่ห้องอเนกประสงค์กันต่อค่ะ โดยห้องอเนกประสงค์นี้จะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ภายในห้องอเนกประสงค์นี้เราสามารถออกแบบให้เป็นห้องอะไรก็ได้ตามสไตล์ของเราเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องออกกำลังกายเบาๆ หรือห้องนอนขนาดเล็กอีกห้องก็ได้ค่ะ ห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมาอีก 1 ตัว ห้องอเนกประสงค์จะเชื่อมต่อกับระเบียง Private Balcony ค่ะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ระเบียงมีขนาดใกล้เคียงกันกับห้อง Type อื่นๆ ค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าอยู่ใต้ Condensing Unit ที่หันหน้าออกนอกระเบียง และ Grille Wall สีขาว เมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้วมองจากภายนอกเข้ามาที่อาคารก็จะดูสวยงามอยู่เสมอค่ะ เห็นแบบนี้แล้วเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้สึกเหมือนกันค่ะว่าทั้งดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์พร้อมเครื่องปรับอากาศ ทุกอย่างที่ให้มาครบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ดี และเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมใน Segment เดียวกันแล้ว De LAPIS Charan 81 เรียกได้ว่าคุ้มค่าในราคาที่คอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าทำได้ยากแล้ว โดยเริ่มต้นเพียง 2.49 ล้านบาทสำหรับห้อง 1 Bedroom                   โดยจะเปิดให้จองอย่างเป็นทางการในวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2561 โดยหากลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รับส่วนลดสูงสุด 250,000 บาท ลงทะเบียน >>> http://grandunity.co.th/delapis/register/
The Nigh Condo Pinklao-Charan – เดอะไนน์ คอนโด ปิ่นเกล้า-จรัญฯ (PREVIEW)

The Nigh Condo Pinklao-Charan – เดอะไนน์ คอนโด ปิ่นเกล้า-จรัญฯ (PREVIEW)

The Nigh Condo Pinklao-Charan (เดอะไนน์ คอนโด ปิ่นเกล้า-จรัญ ฯ) - คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น ภายใต้คอนเซป "เพราะคิดและใส่ใจอย่างผู้อยู่อาศัย" พร้อมบริการ Shuttle bus รับส่งระหว่างโครงการ ไปยัง กฟผ. และสถานีรถไฟฟ้า บางอ้อ (รพ.ยันฮี)   รายละเอียดโครงการ เจ้าของโครงการ บริษัท โชคสว่างเคหะการ จำกัด ลักษณะคอนโด คอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 300 ตร.วา จำนวนห้อง 77 ยูนิต ที่ตั้งโครงการ ถนนเลียบทางด่วนศรีรัช - วงแหวนรอบนอก อำเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี   สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ตั้งฮั่วเส็ง รร.โยธินบูรณะ รร.วัดวิมุตยาราม ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ รพ.ยันฮี กฟผ.     ลักษณะห้องและขนาดห้อง แบบห้อง A 1  ขนาด 23.30-23.45 ตร.ม. แบบห้อง B 2  ขนาด 46.00-46.65 ตร.ม. แบบห้อง C 1  ขนาด 31.30 ตร.ม. แบบห้อง D 1  ขนาด 31.85 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก Co-Working Space Fitness Root Top Garden รถ Shuttle Bus ไป-กลับ กฟผ. และ MRT บางอ้อ ระบบรักษาความปลอดภัย  24 ชม.   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-115-4555, 086-399-0995 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  http://www.thenighcondo.com/  
Centro Ratchapruek Suanphak – เซนโทร ราชพฤกษ์-สวนผัก (PREVIEW)

Centro Ratchapruek Suanphak – เซนโทร ราชพฤกษ์-สวนผัก (PREVIEW)

Centro Ratchapruek Suanphak (เซนโทร ราชพฤกษ์-สวนผัก) - บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบเดินทางสะดวกด้วยทางด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ และรถไฟฟ้า (สายสีน้ำเงิน เปิดใช้บริการปี 62) และเป็นครั้งแรกที่ออกแบบมาเพื่อตอบรับทุก Life Style ของทุกคนในครอบครัว พร้อมคลับเฮาส์หรู   รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น 7,200,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 176 ยูนิต พื้นที่โครงการ 44-1-74.1 ไร่ คาดว่าจะแล้วเสร็จ พฤศจิกายน 2563 ที่ตั้งโครงการ ถนนบางกรวย - จงถนอม ตำบลวัดชลอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   ร.ร.เด่นหล้า พระราม 5 ร.ร.เทพศิรินทร์นนทบุรี ร.ร.บดินทร์เดชา นนทบุรี ร.ร.เซนต์คาเบรียล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร The Crystal SB ราชพฤกษ์ Homepro ราชพฤกษ์ The Walk ราชพฤกษ์ Central ปิ่นเกล้า รพ.ตา หู คอ จมูก รพ.เจ้าพระยา รพ.ยันฮี รพ.ธนบุรี 2 ช่างชุ่ย ตลาดน้ำตลิ่งชัน     แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย   บ้านเดี่ยว 4 ห้องนอน 3-5 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2-3 คัน   สิ่งอำนวยความสะดวก   คลับเฮ้าส์ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ สนามเด็กเล่น ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.apthai.com/บ้านเดี่ยว/centro/centro-ราชพฤกษ์-สวนผัก
NICHE Pride Taopoon – Interchange ที่สุดของความลงตัว..กับชีวิตที่เพียบพร้อมทุกรูปแบบ

NICHE Pride Taopoon – Interchange ที่สุดของความลงตัว..กับชีวิตที่เพียบพร้อมทุกรูปแบบ

เมื่อทำเลและการเดินทางเป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมสักแห่งไว้สำหรับอยู่อาศัยหรือปล่อยเช่า “เตาปูน” ก็เป็นอีกหนึ่งทำเลศักยภาพใหม่ที่น่าสนใจนะคะ เนื่องจากอยู่ติดกับย่านบางซื่อ Hub ใหญ่ในอนาคตที่ห่างไม่ไกลจากตัวเมืองและกำลังถูกพัฒนาให้เติบโตขึ้น เต็มไปด้วยความเจริญและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงเส้นทางคมนาคมที่สามารถเข้าถึงทุกส่วนของกรุงเทพได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะการเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT จุด Interchange ทั้ง 2 สาย ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (สถานีบางซื่อ) และรถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีเตาปูน) ก็นับว่าเป็นจุดเด่นของทำเลในย่านนี้เลยล่ะ   ด้วยทำเลที่ดีเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ แน่นอนค่ะว่าต้องมีที่อยู่อาศัยแนวดิ่งอย่างคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากมาย ทั้งโครงการที่สร้างเสร็จแล้วและโครงการใหม่ที่น่าจับตาเป็นอย่างมาก “NICHE Pride Taopoon – Interchange (นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์)” ของ SENA ที่ร่วมทุนกับ Hankyu Realty ผู้นำโครงการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในญี่ปุ่น มาพัฒนาต่อยอดความสำเร็จจากโครงการแรกที่มีกระแสตอบรับดีมากๆ จนเกิดเป็นคอนโดมิเนียมหรูบนทำเลทองย่านบางซื่อ-เตาปูน อยู่ติดรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูนเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น ซึ่งเราจะพาทุกคนไปชมห้องตัวอย่างก่อนใครในวันนี้..   สำหรับโครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ (ประชาราษฎร์ สาย 2) เลยแยกเตาปูนไปทางบางโพ ซึ่งเป็นย่านอยู่อาศัยชุมชนเก่าซะส่วนใหญ่ เพราะมีความอุดมสมบูรณ์สูงทั้งตลาด, ร้านค้า, ร้านอาหาร รวมถึงบ้านเรือนและคอนโดฯ ทั้ง High Rise และ Low Rise อยู่หลายโครงการ โดยปกติราคาคอนโดฯ ในโซนนี้เริ่มสูงขึ้นและมักโฆษณาว่าอยู่ติดรถไฟฟ้า แต่ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” เป็นโครงการเดียวที่อยู่ติด MRT สถานีเตาปูน มากที่สุดในตอนนี้ค่ะ   การเดินทางของคนใช้รถยนต์ก็ถือว่าเป็นเรื่องง่ายและคล่องตัวอยู่พอตัวเลยนะคะ เพราะอย่างที่บอกไปว่าโครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ การเดินทางเข้านอกออกเมืองจึงจัดว่าสะดวกสบายเพราะสามารถเลือกใช้เส้นทางได้หลากหลาย เส้นทางหลักที่ต้องใช้คือถนนประชาราษฎร์สาย 2 ถ้าจะเข้าเมืองก็สามารถใช้ถนนประชาราษฎร์สาย 1 วิ่งไปออกสามเสนก็จะเข้าเชื่อมกับเส้นราชเทวีแล้วค่ะ จากนั้นจะไปอนุสาวรีย์ชัยฯ หรือสยามก็ไม่ใช่เรื่องยาก หรือจะเลือกใช้ถนนเตชะวณิชวิ่งมาออกถนนพระรามที่ 5 ก็ไปถึงเส้นราชเทวีได้เช่นกัน ส่วนถ้าจะเดินทางออกนอกเมืองฝั่งวงศ์สว่างก็สามารถใช้เส้นประชาราษฎร์สาย 1 ไปตัดกับถนนวงศ์สว่างได้พอดี หรือจะข้ามสะพานพระราม 7 ไปฝั่งจรัญสนิทวงศ์ก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เส้นกรุงเทพ-นนทบุรี ไปออกวงศ์สว่างได้เช่นกัน ส่วนถนนประชาชื่นจะไปตัดกับถนนรัชดาภิเษก วิ่งไปออกวิภาวดีรังสิต หรือยาวไปพระรามเก้าได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้ทางด่วนแยกประชานุกูลและทางด่วนศรีรัชวงแหวนรอบนอกในเวลาเร่งด่วนได้อีกด้วย   สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ บอกได้คำเดียวว่าสะดวกที่สุดค่ะ เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ทำให้มีรถเมล์, รถแท็กซี่ รวมถึงวินมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด จุดเด่นของโครงการคืออยู่ใกล้ MRT สถานีเตาปูน (ทางออก 4) ในระยะที่เดินเท้าได้สบายๆ ซึ่งสถานีเตาปูนเป็นสถานีอินเตอร์เช้นจ์ระหว่างสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ถ้าใครอยากจะเข้าเมืองไปช็อปปิ้งก็สามารถใช้ MRT จากสถานีเตาปูน นั่งรถไป 5 สถานีก็จะถึงสถานีพหลโยธิน ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว และยูเนี่ยนมอลล์ให้เลือกช็อปได้จุใจ หรือถ้าอยากจะใช้บริการ BTS ก็นั่ง MRT ไปลงที่สถานีจตุจักร เพื่อเชื่อมกับ BTS สถานีหมอชิต ก็ยังได้ แถมในอนาคตพื้นที่ละแวกโครงการยังมีแผนพัฒนาให้เป็นสถานีรถไฟฟ้ารูปแบบ Mixed-use Development โดยมีรถไฟฟ้าถึง 4 สายเชื่อมต่อกับสถานีกลางบางซื่อ ได้แก่ สายสีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีแดงเข้ม และสายสีแดงอ่อน อีกทั้งยังเป็นสถานีต้นทางของรถไฟฟ้าความเร็วสูง 2 เส้นทาง (กรุงเทพ-เชียงใหม่ และกรุงเทพ-หนองคาย) รวมถึงส่วนต่อขยาย Airport Rail Link 5 สถานีจากพญาไทเชื่อมต่อไปยังสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิอีกด้วย   นอกจากการพัฒนาด้านคมนาคมแล้วยังมีโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่นำมาซึ่งความเจริญมากมาย อาทิ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่, การขยายช่องทางจราจร และการก่อสร้างถนนเพิ่มเติมในอนาคต แถมยังมีโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ‘เกตเวย์ บางซื่อ’ รองรับร้านค้า และร้านอาหารมากมาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโครงการเลย เพราะอยู่ห่างจากสถานีเตาปูนเพียง 650 เมตรเท่านั้น (คาดว่าจะเปิดบริการภายในปี 2561 นี้) ถ้าศูนย์การค้าเปิดบริการเมื่อไหร่ ตัวเลือกการจับจ่ายใช้สอยก็มีเพิ่มขึ้น ยิ่งในอนาคตถ้ารถไฟฟ้าทุกสายเชื่อมต่อกันเรียบร้อยแล้ว การเดินทางไปแต่ละจุดหมายด้วยรถไฟขบวนเดียว ของลูกบ้านโครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” ก็ยิ่งสะดวกสบายมากขึ้นเท่านั้นค่ะ   วันนี้เราเริ่มต้นการเดินทางโดยใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT นั่งมาลงที่สถานีเตาปูนนะคะ ซึ่งตอนนี้รถไฟฟ้าเตาปูนได้เปิดให้เชื่อมกับสายสีน้ำเงินที่สถานีบางซื่อโดยสมบูรณ์แล้ว เราจึงจะลองพาเดินจากรถไฟฟ้าไปโครงการกันดูค่ะ ทางออกไปฝั่งเตาปูนจะต้องเดินลงบันไดเลื่อนลงไปอีกชั้นหนึ่งนะคะ ทางออกไปโครงการจะอยู่ที่ทางออก 4 (ถนนประชาราษฎร์ สาย 2) ตามป้ายเลยนะคะ เมื่อรู้ทางออกแล้วก็แตะบัตรออกไปชมโครงการกันเลย เดินลงบันไดเลื่อนจากสถานีมาก็เจอวินมอเตอร์ไซด์แล้วค่ะ แต่สำหรับโครงการที่เราจะไปวันนี้ไม่ต้องพึ่งพี่วินนะคะ เพราะเดินเท้าแค่ไม่กี่เก้าก็ถึงแล้ว ทางออกฝั่งโครงการจะอยู่บริเวณสี่แยกเตาปูนนะคะ จะเห็นว่าพื้นที่ฝั่งตรงข้ามแม้จะเป็นอาคารพาณิชย์ที่หันหน้าออกถนนใหญ่ แต่ก็มีร้านทอง ร้านขายยา ขายของ ร้านไฟฟ้า และรับซ่อมของอยู่เป็นระยะๆ บรรยากาศของอาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้ามโครงการ บรรดาอาคารตึกแถวร้านค้าโดยรอบถือว่าอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกบ้านในระยะทางเดินใกล้ๆ ได้ดีเลยนะคะ หากใครอยากจับจ่ายใช้สอยซื้อของสดก็สามารถไปตลาดเตาปูนได้ง่ายๆ ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ใช้ได้เลยทีเดียว แถมปัจจุบันยังมีคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ขึ้นมามากมาย ทำเลย่านนี้จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว กลับมาที่ฝั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีเตาปูน ทางออก 4 กันต่อดีกว่าค่ะ จากบันไดทางลงเดินถัดมาอีกนิดเดียวก็ถึงสำนักงานขายของโครงการแล้วค่ะ มาถึงโครงการแล้วค่ะ พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนของสำนักงานขายนะคะ ซึ่งก็ออกแบบให้ดูเก๋ แปลกตาไม่เหมือนใครด้วยดีไซน์สไตล์โมเดิร์นทรงกล่อง ใช้สีส้มและสีเทาเป็นสีหลัก ทางเข้า-ออกเพื่อเยี่ยมชมโครงการในตอนนี้นั้นจะใช้ถนนประชาราษฎร์สาย 2 เป็นหลักนะคะ ซึ่งเข้ามาก็จะเจอกับรปภ. และพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ เจาะลึกโครงการ โครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” เป็นคอนโด High Rise สูง 38 ชั้น จำนวน 742 ยูนิต พร้อมอาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้น 1 อาคาร รวมทั้งร้าน Mini-Mart & Coffee Cafe บนที่ดิน 3-1-64.1 ไร่ สามารถจอดรถได้ประมาณ 50% (รวมจอดซ้อนคัน) จะจอดได้ในบริเวณชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 7 ของโครงการ การออกแบบของโครงการนั้นจะเน้นการอยู่อาศัยตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ลงตัวภายใต้แนวคิด 'My Select' โดยจะมีนวัตกรรม Geo fit+ จากญี่ปุ่น ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้มาใส่ไว้ในโครงการนี้ เหมือนกับโครงการที่ผ่านมาอย่าง นิช โมโน สุขุมวิท - แบริ่ง ด้วยค่ะ การออกแบบในครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการพัฒนาทั้งห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบโจทย์มากขึ้น เพื่อความเป็นที่สุดของโครงการรหรู ซึ่งได้ A49 บริษัทออกแบบสัญชาติไทยมาเป็นผู้ดูแล โดยออกแบบให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะโดดเด่นที่สุดในย่านนี้ด้วยสไตล์โมเดิร์น โทนสีเทา ขาว และส้ม ประสานรวมกับแนวคิดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเน้นการประหยัดพลังงานด้วย Solar ที่สามารถเอามาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางเพื่อประหยัดค่าไฟได้ และยังมี Solar station ให้ลูกบ้านได้ชาร์จไฟกับรถที่ใช้ระบบเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้อีกด้วย ในส่วนของ Facility นอกจากทางโครงการจะจัดเต็มแบบต้องร้องว้าวแล้ว ยังถือว่าเป็นการสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่ให้กับวงการอสังหาฯ บ้านเราด้วยการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับความสุขของลูกบ้านถึง 30 ชั้น โดยออกแบบจากการหลอมรวมความต้องการใช้ชีวิตแบบสังคมเข้ากับความเป็นส่วนตัว สู่รูปแบบของ Facility ที่มีทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานร่วมกัน และแยกเป็นส่วนตัวที่พร้อมให้ลูกบ้านเลือกกิจกรรมกว่า 7 ไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง ทั้ง Active และ Passive ที่ให้ความสดชื่นจากการออกกำลังกายพร้อมความเพลิดเพลินกับวิวเมืองที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น Sky Fitness ห้องออกกำลังกายลอยฟ้าพร้อม Sky Garden สวนสาธารณะพร้อมวิวเมือง, Sky Infinity Edge Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือยาวเกือบ 50 เมตร, Sky Lounge, Mini-Theater, Co-Working Space, Kid Club, Yoga Room, Party Room & Recreation Game Room เป็นต้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และยังมีบริการ After Sales Services ซ่อม-เช่า-ขายต่อ ด้วยนะคะ Master Plan ของโครงการ แปลนพื้นที่ชั้นล่างสุด แบ่งออกเป็นสวนสวย, ที่จอดรถ และบริเวณล็อบบี้ แปลนของพื้นที่ชั้น 8 จะเริ่มเป็นยูนิตพักอาศัยแล้วนะคะ ซึ่งที่ชั้นนี้จะมีสวนส่วนกลางมาให้ด้วย ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Sky Lounge ที่มีอยู่ในชั้น 9, 12, 19, 23, 27, 34 และ 35 ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Mini Theater ชั้น 8 และ 11 สำหรับแปลนชั้น 9-23 จะเป็นยูนิตพักอาศัยทั้งหมดค่ะ โดยทางโครงการก็ออกแบบ Facility มาไว้รองรับลูกบ้านทุกๆ ชั้นอย่างครบครัน ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Kid Club ชั้น 13 และ 14 ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Yoga ชั้น 17 และ 18 ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Party ชั้น 21-22 และ 33 แปลนของพื้นที่ชั้น 24 นะคะ ซึ่งความพิเศษนอกจาก Facility ที่จัดเต็มแล้ว ยังมีสวนสวยให้ออกไปสัมผัสความสดชื่นอีกด้วย ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Co-Working Space ที่มีตั้งแต่ชั้น 10, 15, 16, 20, 24, 29, 30 และ 36 แปลนของพื้นที่ชั้น 25 - 37 ซึ่งจะเป็นที่อยู่อาศัยและโซน Facility เหมือนกับชั้นอื่นๆ ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง GAME ROOM ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Executive Meeting Room ชั้น 32 และ 37 แปลนของพื้นที่ชั้น 38 นะคะ ซึ่งจะรวม Facilities ส่วนกลางหลักๆ โดยจัดไว้ชั้นบนของอาคาร ต่อจากพื้นที่ส่วนกลางที่กระจายอยู่ในทุกๆ ชั้น ภาพจำลองบรรยากาศของสระว่ายน้ำลอยฟ้า Sky Infinity Edge Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือที่มีความยาวเกือบ 50 เมตร ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Sky Fitness ให้ลูกบ้านออกกำลังกายพร้อมกับชมวิวอย่างเพลิดเพลิน   เปิดห้องตัวอย่าง   ก่อนจะไปเปิดประตูห้องตัวอย่าง ขอย้อนไปจากที่บอกข้างต้นว่าโครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” เป็นการร่วมทุนระหว่าง SENA กับ Hankyu Realty ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในญี่ปุ่น ซึ่งนำนวัตกรรม Geo fit+ ที่สนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยทั้ง 4 ด้าน มาใส่ไว้ในโครงการนี้ด้วยค่ะ โดยห้องตัวอย่างมีทั้งหมด 3 แบบ คือ 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม., 1 Bedroom ขนาด 31.5 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาด 34.5 ตร.ม. โดยยึดคอนเซ็ปต์ My Select ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็น Working Zone ออกแบบมาเพื่อคนที่ชอบพื้นที่ในการสร้างสรรค์งาน หรือ Relaxing Zone ออกแบบมาให้ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการพักผ่อน หนีจากความวุ่นวายภายนอกมาชาร์จพลังแห่งความสุขได้อย่างเต็มที่   สำหรับห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมวันนี้ มีด้วยกัน 3 แบบ ทุกยูนิตขายแบบ Fully Furnished มาพร้อมวัสดุและสุขภัณฑ์คุณภาพซึ่งถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นชุดครัวพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, สุขภัณฑ์ และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ขาดก็เพียงแค่พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าและพร็อพตกแต่งเท่านั้นเองค่ะ เริ่มต้นกันด้วยห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม. กันเลยดีกว่าค่ะ ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องจัดวาง Layout ให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า ครบทุกฟังก์ชั่นจริงๆ ค่ะ ทั้งห้องนอน, ห้องน้ำ, ห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน พร้อมแบ่งมุมรับประทานอาหารไว้อีกด้วย   แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตารางเมตร ห้องนี้จะมีการแบ่งฟังก์ชั่นอย่างชัดเจน เมื่อเข้าห้องมาจะเจอห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่ติดกับมุมรับประทานอาหาร ถัดเข้าไปเป็นห้องนอนที่กั้นด้วยประตูบานเลื่อน ทางด้านซ้ายเป็นครัว ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำ จุดเด่นของห้องนี้จะเป็นห้องครัวแบบปิด สามารถประกอบอาหารได้สบาย แถมยังมีระบายอากาศได้ดีเนื่องจากจากมีระเบียงอยู่ติดกับครัวนั่นเองค่ะ ในส่วนของมุมนั่นเล่นทางโครงการจัดวางวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งไว้เป็นตัวอย่างได้กำลังดีเลยค่ะ แถมยังเหลือพื้นที่พอสำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ ด้วย บริเวณคอนโซลทีวี ทางโครงการจะบิลต์อินตู้เก็บของสูงจรดเพดานมาให้แล้วนะคะ โต๊ะรับประทานอาหารที่ถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาด เพราะสามารถพับเก็บได้ ไม่เปลืองเนื้อที่ มุมมองจากบริเวณห้องนั่งเล่นไปยังห้องนอนที่ติดกับห้องครัวนะคะ ซึ่งกั้นกลางด้วยประตูบานเลื่อน ภายในห้องนอนได้รับการออกแบบให้ดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี พื้นที่รอบเตียงสามารถเดินได้โดยรอบเลยนะคะ หากใครชอบดูทีวีก็สามารถติดตั้งที่ผนังปลายเตียงเพิ่มได้ด้วย ฟังก์ชั่นพิเศษสำหรับห้องนี้คือพื้นที่ My Select ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งเล่นเหมือนในภาพ หรือใช้เป็นมุมทำงานก็ได้ทั้งนั้นค่ะ ระยะห่างระหว่างพื้นที่ My Select กับบริเวณเตียงนอนก็กำลังดีเลยนะคะ สามารถวางโต๊ะข้างเตียงเล็กๆ เสริมเข้าไปได้สบาย ผนังฝั่งที่ติดกับประตู จะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ พื้นที่ตรงข้ามเยื้องๆ กับห้องนอนจะเป็นส่วนของห้องน้ำนั่นเองค่ะ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน พร้อมปูกระเบื้องทั้งพื้นและผนังเป็นสีขาวลายหินอ่อน ก่อนจะเพิ่มจุดเด่นให้ผนังบริเวณอาบน้ำด้วยการใช้สีกระเบื้องสีเข้ม พร้อมจัดวางสุขภัณฑ์จากส่วนแห้งเรียงเข้าไปยังส่วนเปียก จากภาพจะเห็นว่าส่วนเปียกจะมีบานกระจกกั้นพร้อมยกธรณีสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อกันน้ำกระเด็นมาส่วนแห้ง ภายในมีที่นั่งอาบน้ำ ซึ่งแบบนี้ชาวญี่ปุ่นจะชอบมาก อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์จะเป็นของ Kohler เหมือนกันเลยนะคะ ซึ่งลูกบ้านจะได้วัสดุตามนี้เลย กลับออกมาพื้นที่หน้าห้องน้ำมีชั้นวางของบิลต์อินให้สามารถตกแต่งได้ตามใจ ในส่วนของห้องครัวจะมีประตูบานเลื่อนกั้นกลางนะคะ สำหรับเคาน์เตอร์ครัวโครงการจะให้มาแบบนี้เลยนะคะ ผนังเหนือเคาน์เตอร์จะเป็นกระจกเคลือบสีดำ ข้อดีคือสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดง่ายเวลาประกอบอาหาร ทางโครงการจะเว้นช่องสำหรับวางไมโครเวฟมาให้แล้วค่ะ ติดกับเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นระเบียงนะคะ โดยมีประตูบานเลื่อนกั้นกลาง ข้อดีของระเบียงที่อยู่ติดครัวก็ช่วยระบายอากาศเวลาประกอบอาหารนั่นเองค่ะ ประตูบานเลื่อนแบบ 2 ตอน พื้นที่ระเบียงมีขนาดกะทัดรัดนะคะ ซึ่งมาพร้อมก๊อกน้ำ และติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ด้านบน   ห้องตัวอย่างถัดมาที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 32 ตร.ม. ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน สำหรับห้องนี้เปิดประตูมาจะเจอส่วนครัวก่อน ซึ่งต่อเนื่องไปนั้นจะเป็นส่วนของ Living Area ที่กว้างพอสำหรับพื้นที่ My Select ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ในส่วนของห้องนอนก็ดูกว้างขวางสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต ได้สบายๆ แถมยังมีระเบียงให้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าเมื่อตื่นนอน พร้อมห้องน้ำที่อยู่ในตัว ซึ่งก็ง่ายต่อการแต่งตัวนั่นเองค่ะ   แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 31.50 ตารางเมตร เมื่อเดินเข้ามาจะเจอกับส่วนของ Pantry ครัวก่อนเลยค่ะ ถัดไปจะเป็นส่วนของ Living Area ที่ตอบโจทย์ต่อพักผ่อนได้ดี ในส่วนของพื้นห้องปูด้วยลามิเนตลายไม้ ไฟเพดานในห้องเป็นดาวน์ไลท์ทั้งหมดค่ะ ตรงข้ามกับ Pantry ครัว ทางโครงการจะบิลต์อินตู้เก็บของสูงจรดเพดานพร้อมเว้นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้ามาให้แล้วนะคะ ชุดเคาน์เตอร์ครัว ลูกบ้านจะได้ทุกอย่างตามนี้เลยนะคะ จะเว้นก็เพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น แถมยังดีไซน์หน้าบานตู้ริมสุดให้เป็นโต๊ะกินข้าวที่สามารถพับเก็บได้ ข้อดีคือไม่เปลืองเนื้อที่นั่นเองค่ะ ครัวจะเป็นแบบ One Wall-Kitchen นะคะ โดยโครงการจะเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นมาให้แล้วด้วย มุมนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้สบายๆ ซึ่งแน่นอนว่าพื้นที่ด้านในสุดเป็นฟังก์ชั่น My Select ที่มีระยะกว้างมากพอที่จะจัดวางโต๊ะทำงานตัวยาวได้อีกด้วย ระยะห่างจากโซฟาถึงทีวีนั้นกำลังดีเลยนะคะ และยังมีพื้นที่ตรงกลางอีกเยอะเลย พื้นที่ My Select ส่วนของ Working Zone ออกแบบมาเพื่อคนที่ชอบพื้นที่ในการสร้างสรรค์งาน ซึ่งนี้จะอยู่ชิดติดหน้าต่างกระจกใสเลยทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นค่ะ มุมมองจาก Working Zone กลับไปจะเห็นว่าพื้นที่โดยรอบสามารถเดินได้อย่างสบายๆ ไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ พื้นที่ติดกับมุมนั่งเล่นจะเป็นห้องนอนนะคะ ซึ่งกั้นกลางด้วยประตูบานเลื่อน ภายในห้องนอนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่นะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้เป็นตัวอย่าง แต่ลูกบ้านสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็ยังได้ค่ะ เพราะบริเวณรอบๆ เตียงมีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงด้วย พื้นที่ปลายเตียงสามารถติดตั้งทีวีไว้ที่ผนังได้สบายๆ โดยเหลือพื้นที่ให้เดินได้โดยรอบด้วยค่ะ บริเวณเตียงนอนจะอยู่ชิดติดระเบียงนะคะเลยทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นค่ะ แถมระเบียงมีขนาดกว้างกำลังดีสามารถวางราวตากผ้าได้ด้วย ในส่วนของคอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ด้านบนเหมือนห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ กลับเข้ามาด้านใน พื้นที่ในสุดจะเป็นห้องน้ำนะคะ ผนังบริเวณหน้าห้องน้ำทางโครงการได้บิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดเพดานมาให้ด้วย เรามาดูที่ห้องน้ำกันบ้าง ภายในห้องแบ่งพื้นที่เปียกและแห้ง พร้อมกั้นประตูกระจกอาบน้ำไว้ให้เหมือนดั่งห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ พื้นที่ส่วนเปียกจะถูกกั้นด้วยธรณียกสูงหนึ่งเสต็ป เพื่อกันไม่ให้น้ำจาก Shower Area ไหลออกไปสู่พื้นที่อื่นๆ ภายในห้องน้ำ มุมมองจากหน้าห้องน้ำกลับเข้าไปในห้อง จะเห็นว่าห้องมีขนาดกำลังดีเลยนะคะ สามารถใช้งานพื้นที่ทุกส่วนได้อย่างคุ้มค่าทุกตารางเมตร   สำหรับห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราจะพาไปดู เป็นห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.5 ตร.ม. ลักษณะแปลนด้านหน้าจะเป็นห้องแคบลึก แต่เมื่อเดินเข้าไปด้านในกลับให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา การจัดแบ่งพื้นที่ก็เป็นสัดส่วนชัดเจน เปิดห้องเข้ามาเจอส่วนครัวและมุมรับประทานอาหารเลย ซึ่งสามารถจัดวางพื้นที่ดินเนอร์สำหรับ 2 คนได้สบายๆ ถัดไปนั้นเป็นมุมนั่งเล่นที่กว้างพอให้วางโซฟาตัวยาวขนาดใหญ่ได้เลย แถมยังแอบเหลือพื้นที่สำหรับ My Select ให้ปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนเล็กหรือห้องทำงานได้อีกด้วย ในส่วนของห้องนอนนั้นก็จะอยู่ตรงข้ามกับส่วนนั่งเล่นค่ะ ติดกับห้องนอนเป็นระเบียงซึ่งช่วยเปิดรับแสงสว่างได้เต็มที่ ต้องบอกว่าการจัด Space ภายในห้องทำไว้ได้ดีมาก ถึงแม้จะเป็นห้องขนาด 34.5 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วนสบายๆ กว้างขวางเหมือนดั่งขนาดห้อง 2 ห้องนอนเลยค่ะ   แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 34.50 ตารางเมตร สำหรับไทป์นี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวเหมือนกับห้องตัวอย่างที่สองเลยค่ะ เพียงแต่มีขนาดที่กว้างและใหญ่กว่า Counter ครัวจะเป็นรูปแบบตัวไอ (i) จะได้วัสดุเหมือนอย่างในห้องตัวอย่างก่อนหน้าเช่นกัน จะมีแตกต่างนิดหน่อยที่ตำแหน่งจัดวางเท่านั้นค่ะ พื้นที่ตรงข้ามครัวทางโครงการบิลต์อินตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของ พร้อมเว้นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้ามาให้แล้วค่ะ เดินเข้ามาที่โถงกลาง มุมรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่นเลยนะคะ ระยะห่างระหว่างโซฟากับคอนโซลทีวีมีระยะกำลังดีเลยนะคะ ไม่แคบและไม่กว้างจนเกินไป บริเวณคอนโซลทีวีมีขนาดกว้างพอรองรับจอขนาดใหญ่ได้เลยนะคะ พื้นที่ติดกันนั้นจะเป็นมุมรับประทานอาหารค่ะ โต๊ะรับประทานอาหารที่ถูกดีไซน์เหมือนดั่งห้องตัวอย่างที่ผ่านมา ซึ่งถ้าลูกบ้านไม่ใช้งานก็สามารถพับเก็บลงได้ ติดกับมุมนั่งเล่นจะเป็นพื้นที่ My Select ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็น Working Zone หรือ Relaxing Zone ก็สามารถเนรมิตเองได้ง่ายๆ ซึ่งทางโครงการก็เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอนมาให้ค่ะ ภายในห้องจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่นะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวาง Daybed ไว้เป็นตัวอย่าง แต่ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องนอนเล็ก โดยวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตก็ยังได้ค่ะ บริเวณรอบๆ มีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงด้วย มุมมองกลับมาที่ภายในห้องนะคะ จะเห็นว่าการจัดวาง Layout จะคล้ายๆ กับห้องตัวอย่างที่สอง เพียงแต่ห้องนี้มีขนาดใหญ่กว่า บรรยากาศภายในห้องนอน มีขนาดที่กว้างขวาง และยังมีประตูบานเลื่อนกระจกใสบานใหญ่ให้สามารถออกไประเบียงด้วยค่ะ เตียงนอนมีฟังก์ชั่นให้สามารถดึงลิ้นชักข้างเตียงมาเก็บของได้ด้วยนะคะ นอกจากโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ บริเวณรอบๆ เตียงยังมีพื้นที่เหลือให้เดินได้ แถมผนังปลายเตียงยังสามารถติดทีวีเพิ่มโดยไม่รู้สึกคับแคบด้วยค่ะ ระเบียงมีขนาดกะทัดรัด แต่สามารถวางราวตากผ้าได้สบายๆ ในส่วนของคอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ด้านบนเหมือนห้องตัวอย่างก่อนหน้าเลยนะคะ กลับเข้ามาภายในห้อง ห้องน้ำจะอยู่ติดกับตู้เสื้อผ้าเลยนะคะ ตู้เสื้อผ้าจะบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยคะซึ่งลูกบ้านจะได้มาพร้อมกับห้องเลยค่ะ มาในส่วนของห้องน้ำกันบ้าง ตรงกลางจะเป็นชุดสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือ มีกระจกเงาบานใหญ่มาให้ พื้นที่ในสุดจะเป็นส่วนเปียก ชุดตู้กระจกเงาบริเวณอ่างล้างหน้า สามารถเปิดออกมาไว้เก็บของใช้งานทั่วไปด้วยนะคะ อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์จะเป็นของ Kohler เหมือนกันกับห้องตัวอย่างก่อนหน้าเลยนะคะ ซึ่งลูกบ้านจะวัสดุตามนี้เลย ส่วนเปียกจะเป็นกระจกกั้นนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ยกธรณีสูงขึ้นประมาณนึงเพื่อกันน้ำเปียกมายังโซนแห้ง   ห้องตัวอย่างทั้งหมดของโครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” ที่เราพาไปชมในครั้งนี้ เสร็จเรียบร้อยและพร้อมเปิดให้เยี่ยมชมแล้วนะคะ ใครกำลังมองหาคอนโดแนวรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่แบบนี้ แนะนำให้ไปลองสัมผัสบรรยากาศจริงที่ sale gallery ก่อนที่ทางโครงการจะเปิดจองพร้อมกันในวันที่ 10 มีนาคม 2561 ที่จะถึงนี้ ซึ่งต้องบอกว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียวสำหรับคนที่ต้องการที่พักอาศัยในย่านบางซื่อ-เตาปูน ใกล้รถไฟฟ้าและสามารถเดินทางเข้านอกออกเมืองได้สะดวก ที่สำคัญทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน เพียงแค่ก้าวเดียวนี่นับว่าเป็นจุดแข็งที่ดึงดูดลูกค้าได้ไม่ยากเลยค่ะ   นอกจากนี้ภายในโครงการยังจัดเตรียม Facility ไว้รองรับลูกบ้านทุกๆ ชั้นอย่างหรูหราและครบครันมาก ในขณะที่พื้นที่โดยรอบก็มีความอุดมสมบูรณ์ มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อให้เลือกมากมาย แถมราคาก็ยังจับต้องได้โดยเฉลี่ยตกตารางเมตรละ 1.3 แสนบาทเท่านั้น บอกเลยค่ะไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือลงทุนก็คุ้มค่าแน่นอนค่ะ เพราะในอนาคตการขยายตัวของตัวเมือง ทำให้การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในทำเลนี้มีโอกาสที่จะเติบโตสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ ใครที่สนใจไม่ควรพลาดคอนโดมิเนียมคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึงแบบนี้เลยนะคะ     พิเศษ! สำหรับแฟนๆ ชาว Review Your Living ที่สนใจโครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” สามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ ได้ที่ https://goo.gl/fpWSi5  ในราคาเริ่มต้น 3.2 ล้านบาท*
ใช้ชีวิตให้เป็นตัวเองกับแกรนด์ ยูนิตี้

ใช้ชีวิตให้เป็นตัวเองกับแกรนด์ ยูนิตี้

ปี 2018 นี้ เป็นอีกปีที่ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงร้อนแรงที่สุดอย่างต่อเนื่องในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เราได้เห็นหลายโครงการใหม่ที่น่าจับตามองเริ่มเปิดตัวกันมาตั้งแต่ต้นปี โดยหนึ่งในนั้น คือ แกรนด์ ยูนิตี้ ที่มาพร้อมกับ 4 โครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ติดรถไฟฟ้า ภายใต้คอนเซป "Simply Makes Sense." ให้เราได้เลือกคอนโดมิเนียมในโครงการที่ลงตัวกับเรามากที่สุดทั้งทำเล ดีไซน์ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในและรอบโครงการ เพราะคอนโดมิเนียมที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวเราได้ดีที่สุดคือโครงการที่ใช่ที่สุด หนึ่งในทำเลสุดฮอตคือแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และยังใกล้ทางยกระดับอุตราภิมุข สนามบินดอนเมือง พร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น เซ็นทรัลลาดพร้าว, เมเจอร์รัชโยธิน ฯลฯ รวมถึงดีมานด์ที่มีอยู่มากมายหลายกลุ่มทั้งนักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และกลุ่มคนทำงาน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีการเช่าคอนโดอยู่มากที่สุด Ciela (เซียล่า) คอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น บนพื้นที่ 6-1-17.30 ไร่ ทั้งหมด 903 ยูนิต ขนาด 22.5-60 ตร.ม. ตัวโครงการติดรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบใช้ชีวิตสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้าใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ไม่ต้องไปเปลี่ยนสายสถานีไหนก็สามารถตรงเข้าเมืองได้ง่ายๆ ส่วนเหล่านักลงทุนทั้งหลายต้องคอยจับตามองให้ดีค่ะ เพราะโครงการนี้ได้ยินมาว่าราคาเปิดตัวไม่เกิน 100,000 บาท/ตร.ม. เท่านั้น เป็นราคาที่เชื่อว่าสำหรับคอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าในปัจจุบันไม่มีใครทำราคาได้เท่านี้ สระว่ายน้ำระบบเกลือบนชั้นดาดฟ้า สวนสีเขียวชั้นล่าง Ciela มาพร้อมส่วนกลางครบครัน เช่น ล็อบบี้, สวนสีเขียว, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกายชั้นดาดฟัา, สวนชั้นดาดฟ้า, ห้องซาวน่า, ห้องบริการซักผ้า อบผ้า เป็นต้น มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิด ลิฟท์โดยสารให้มาถึง 5 ตัว แยกลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว ลิฟท์โดยสารที่อาคารจอดรถ 2 ตัว   โครงการถัดมาที่ยังคงคอนเซปในการเป็นคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งเตรียมเปิดตัวในช่วงครึ่งปีแรกนี้ต่อจากโครงการ Ciela คือ     De Lapis (เดอ ลาพีส) คอนโดมิเนียม High Rise ย่านจรัญสนิทวงศ์ 81 ที่ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาหนึ่งในมุมมองที่สวยที่สุดบนอาคารสูงในกรุงเทพฯ มี Background เป็นตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง พร้อมกับได้วิวสระว่ายน้ำบนอาคารไปด้วย และยังใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีบางพลัด โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นสายที่วิ่งเป็นวงแหวนเพียงสายเดียวของโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งจะผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นย่านออฟฟิศทั้งสีลม รัชดาภิเษก ย่านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพฯชั้นใน และหากใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ใกล้ทางพิเศษศรีรีช และยังสามารถใช้สะพานกรุงธนแล้วตรงเข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเชื่อมต่อการเดินทางได้อีกหลากหลายเส้นทาง และยังใกล้กับสถานที่สำคัญชื่อดังหลายแห่ง ทำให้ De Lapis เหมาะสำหรับกลุ่มคนทำงานในตัวเมืองไปจนถึงครอบครัวที่อยากได้ความสงบเป็นส่วนตัว แต่ยังได้ความสะดวกสบายแบบคอนโดมิเนียมท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดี หากลงทุนปล่อยเช่าก็จะมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนทำงาน และคนที่อาศัยอยู่ในย่านเดิมอยู่แล้วต้องการขยับขยาย   เรียกว่าทั้ง Ciela (เซียล่า) กับ De Lapis (เดอ ลาพีส) จะมีราคาเปิดตัวค่อนข้างสูสีกันด้วยที่ตั้งโครงการติดรถไฟฟ้าเหมือนกันเพียงแต่คนละทำเล เราก็สามารถเลือกตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของแต่ละคน ซึ่งทั้งสองโครงการมีแพลนเปิดตัวช่วงครึ่งปีแรกนี้ ย้ำกันอีกทีนะคะว่าราคาแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วสำหรับคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า จับตาวันเปิดตัวกันให้ดีค่ะ   ส่วนช่วงครึ่งปีหลังทางแกรนด์ ยูนิตี้ เตรียมเปิดตัวอีก 2 โครงการใหม่ ที่มีการเปิดข้อมูลออกมาบางส่วนบ้างแล้ว คืือ   Denim (เดนิม) คอนโดมิเนียม High Rise โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ Urban Lifestyle บนแนวคิด Mixed-Use Concept โครงการตั้งอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 18 ทะลุไปซอยวิภาวดีรังสิต 3 ได้ มีศักยภาพด้านการเดินทางสูงทั้งในปัจจุบันและอนาคต สำหรับผู้ที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะสามาถใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีหมอชิตที่เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินสถานีจตุจักร ซึ่งในอนาคตประมาณปี 2563 จะเปิดให้บริการสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานีที่เป็นศูนย์กลางระบบรางแห่งใหม่แทนหัวลำโพงที่มีความแออัดมากในปัจจุบัน โดยจะทำหน้าที่เป็นสถานีหลักของรถไฟสายเหนือ สายอีสาน สายใต้ สายตะวันออก และสายตะวันตก นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเพื่อรองรับรถไฟฟ้าความเร็วสูงทุกสายในอนาคต เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีแดงได้ มีโซนช้อปปิ้งมอลล์ รวมถึงยังมีพื้นที่จอดรถ 1,700 คัน แน่นอนว่าจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน และยังเป็นแหล่งออฟฟิศทั้งเอกชน รัฐวิสาหกิจ ราชการหลายแห่ง ทำให้ในอนาคตบริเวณนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นอีกหนึ่งใน New CBD ของกรุงเทพฯ   Mazarine (แมสซารีน) คอนโดมิเนียม High Rise เกรด Premium เป็นตัวที่เป็นไฮไลท์ของปีนี้ ซึ่งมีแพลนจะเปิดตัวในช่วงปลายปี  โดยทั้งราคาและทำเลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเมเจอร์รัชโยธินจะส่งให้โครงการนี้ทำ Surprise ได้แน่นอนค่ะ   ทั้งหมดนี้คือแนวคิด Simply Makes Sense. จากแกรนด์ ยูนิตี้ "ใช้ชีวิต...บนเหตุผลของคุณ" คือ keyword ที่กำลังจะบอกกับเราว่าเราสามารถเลือกสิ่งที่ใช่ได้ด้วยตัวเราเอง เลือกอย่างเหมาะสม เลือกบนเหตุผลของตัวเอง เพราะเชื่อว่าหลายคนย่อมเคยเกิดความคิดที่ว่า อยากมีคอนโดเป็นของตัวเอง อยากอยู่คอนโดใกล้แนวรถไฟฟ้า อยากดีไซน์ห้องของเราตามสไตล์ในแบบที่เป็นตัวเอง เพราะเราอยากใช้ชีวิตในแบบที่เราเลือกเอง ไม่ต้องตามใคร #ใช้ชีวิตบนเหตุผลของคุณ มันคงไม่ make sense เท่าไหร่กับการที่ต้องวิ่งตามกระแสของคนอื่นใช่ไหมคะ
คอนโด ใช้ชีวิตให้เป็นตัวเองกับแกรนด์ ยูนิตี้

คอนโด ใช้ชีวิตให้เป็นตัวเองกับแกรนด์ ยูนิตี้

ปี 2018 นี้ เป็นอีกปีที่ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงร้อนแรงที่สุดอย่างต่อเนื่องในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เราได้เห็นหลายโครงการใหม่ที่น่าจับตามองเริ่มเปิดตัวกันมาตั้งแต่ต้นปี โดยหนึ่งในนั้น คือ แกรนด์ ยูนิตี้ ที่มาพร้อมกับ 4 โครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ติดรถไฟฟ้า ภายใต้คอนเซป "Simply Makes Sense." ให้เราได้เลือกคอนโดมิเนียมในโครงการที่ลงตัวกับเรามากที่สุดทั้งทำเล ดีไซน์ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในและรอบโครงการ เพราะคอนโดมิเนียมที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวเราได้ดีที่สุดคือโครงการที่ใช่ที่สุด หนึ่งในทำเลสุดฮอตคือแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และยังใกล้ทางยกระดับอุตราภิมุข สนามบินดอนเมือง พร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น เซ็นทรัลลาดพร้าว, เมเจอร์รัชโยธิน ฯลฯ รวมถึงดีมานด์ที่มีอยู่มากมายหลายกลุ่มทั้งนักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และกลุ่มคนทำงาน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีการเช่าคอนโดอยู่มากที่สุด Ciela (เซียล่า) คอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น บนพื้นที่ 6-1-17.30 ไร่ ทั้งหมด 903 ยูนิต ขนาด 22.5-60 ตร.ม. ตัวโครงการติดรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบใช้ชีวิตสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้าใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ไม่ต้องไปเปลี่ยนสายสถานีไหนก็สามารถตรงเข้าเมืองได้ง่ายๆ ส่วนเหล่านักลงทุนทั้งหลายต้องคอยจับตามองให้ดีค่ะ เพราะโครงการนี้ได้ยินมาว่าราคาเปิดตัวไม่เกิน 100,000 บาท/ตร.ม. เท่านั้น เป็นราคาที่เชื่อว่าสำหรับคอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าในปัจจุบันไม่มีใครทำราคาได้เท่านี้  สระว่ายน้ำระบบเกลือบนชั้นดาดฟ้า สวนสีเขียวชั้นล่าง Ciela มาพร้อมส่วนกลางครบครัน เช่น ล็อบบี้, สวนสีเขียว, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกายชั้นดาดฟัา, สวนชั้นดาดฟ้า, ห้องซาวน่า, ห้องบริการซักผ้า อบผ้า เป็นต้น มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิด ลิฟท์โดยสารให้มาถึง 5 ตัว แยกลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว ลิฟท์โดยสารที่อาคารจอดรถ 2 ตัว  โครงการถัดมาที่ยังคงคอนเซปในการเป็นคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งเตรียมเปิดตัวในช่วงครึ่งปีแรกนี้ต่อจากโครงการ Ciela คือ   De Lapis (เดอ ลาพีส) คอนโดมิเนียม High Rise ย่านจรัญสนิทวงศ์ 81 ที่ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาหนึ่งในมุมมองที่สวยที่สุดบนอาคารสูงในกรุงเทพฯ มี Background เป็นตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง พร้อมกับได้วิวสระว่ายน้ำบนอาคารไปด้วย และยังใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีบางพลัด โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นสายที่วิ่งเป็นวงแหวนเพียงสายเดียวของโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งจะผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นย่านออฟฟิศทั้งสีลม รัชดาภิเษก ย่านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพฯชั้นใน และหากใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ใกล้ทางพิเศษศรีรีช และยังสามารถใช้สะพานกรุงธนแล้วตรงเข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเชื่อมต่อการเดินทางได้อีกหลากหลายเส้นทาง และยังใกล้กับสถานที่สำคัญชื่อดังหลายแห่ง ทำให้ De Lapis เหมาะสำหรับกลุ่มคนทำงานในตัวเมืองไปจนถึงครอบครัวที่อยากได้ความสงบเป็นส่วนตัว แต่ยังได้ความสะดวกสบายแบบคอนโดมิเนียมท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดี หากลงทุนปล่อยเช่าก็จะมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนทำงาน และคนที่อาศัยอยู่ในย่านเดิมอยู่แล้วต้องการขยับขยาย  เรียกว่าทั้ง Ciela (เซียล่า) กับ De Lapis (เดอ ลาพีส) จะมีราคาเปิดตัวค่อนข้างสูสีกันด้วยที่ตั้งโครงการติดรถไฟฟ้าเหมือนกันเพียงแต่คนละทำเล เราก็สามารถเลือกตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของแต่ละคน ซึ่งทั้งสองโครงการมีแพลนเปิดตัวช่วงครึ่งปีแรกนี้ ย้ำกันอีกทีนะคะว่าราคาแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วสำหรับคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า จับตาวันเปิดตัวกันให้ดีค่ะ          ส่วนช่วงครึ่งปีหลังทางแกรนด์ ยูนิตี้ เตรียมเปิดตัวอีก 2 โครงการใหม่ ที่มีการเปิดข้อมูลออกมาบางส่วนบ้างแล้ว คืือ Denim (เดนิม) คอนโดมิเนียม High Rise โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ Urban Lifestyle บนแนวคิด Mixed-Use Concept โครงการตั้งอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 18 ทะลุไปซอยวิภาวดีรังสิต 3 ได้ มีศักยภาพด้านการเดินทางสูงทั้งในปัจจุบันและอนาคต สำหรับผู้ที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะสามาถใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีหมอชิตที่เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินสถานีจตุจักร ซึ่งในอนาคตประมาณปี 2563 จะเปิดให้บริการสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานีที่เป็นศูนย์กลางระบบรางแห่งใหม่แทนหัวลำโพงที่มีความแออัดมากในปัจจุบัน โดยจะทำหน้าที่เป็นสถานีหลักของรถไฟสายเหนือ สายอีสาน สายใต้ สายตะวันออก และสายตะวันตก นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเพื่อรองรับรถไฟฟ้าความเร็วสูงทุกสายในอนาคต เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีแดงได้ มีโซนช้อปปิ้งมอลล์ รวมถึงยังมีพื้นที่จอดรถ 1,700 คัน แน่นอนว่าจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน และยังเป็นแหล่งออฟฟิศทั้งเอกชน รัฐวิสาหกิจ ราชการหลายแห่ง ทำให้ในอนาคตบริเวณนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นอีกหนึ่งใน New CBD ของกรุงเทพฯ   Mazarine (แมสซารีน) คอนโดมิเนียม High Rise เกรด Premium เป็นตัวที่เป็นไฮไลท์ของปีนี้ ซึ่งมีแพลนจะเปิดตัวในช่วงปลายปี  โดยทั้งราคาและทำเลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเมเจอร์รัชโยธินจะส่งให้โครงการนี้ทำ Surprise ได้แน่นอนค่ะ     ทั้งหมดนี้คือแนวคิด Simply Makes Sense. จากแกรนด์ ยูนิตี้ "ใช้ชีวิต...บนเหตุผลของคุณ" คือ keyword ที่กำลังจะบอกกับเราว่าเราสามารถเลือกสิ่งที่ใช่ได้ด้วยตัวเราเอง เลือกอย่างเหมาะสม เลือกบนเหตุผลของตัวเอง เพราะเชื่อว่าหลายคนย่อมเคยเกิดความคิดที่ว่า อยากมีคอนโดเป็นของตัวเอง อยากอยู่คอนโดใกล้แนวรถไฟฟ้า อยากดีไซน์ห้องของเราตามสไตล์ในแบบที่เป็นตัวเอง เพราะเราอยากใช้ชีวิตในแบบที่เราเลือกเอง ไม่ต้องตามใคร #ใช้ชีวิตบนเหตุผลของคุณ มันคงไม่ make sense เท่าไหร่กับการที่ต้องวิ่งตามกระแสของคนอื่นใช่ไหมคะ