Tag : คอนโด สุขุมวิท ติดรถไฟฟ้า

2 ผลลัพธ์
Niche MONO Sukhumvit-Puchao ติดรถไฟฟ้า เฟอร์ฯ ครบ จบในที่เดียว : รีวิวคอนโด

Niche MONO Sukhumvit-Puchao ติดรถไฟฟ้า เฟอร์ฯ ครบ จบในที่เดียว : รีวิวคอนโด

ขึ้นชื่อว่าเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า ใครๆ ก็อยากจะอยู่ทำเลแบบนี้จริงไหมคะ เพราะเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุด ประหยัดเวลาได้อีกเยอะ แต่พอมาดูเรื่องราคาของโครงการเหล่านี้แล้ว ก็ทราบกันดีว่าสูงใช้ได้เลยทีเดียวถึงจะได้ห้องขนาดเหมาะๆ พอที่จะอยู่ได้อย่างไม่อึดอัด แต่ในรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับคอนโดติดรถไฟฟ้าแค่ไม่กี่ก้าว ในราคาเริ่มต้นแค่ 2.59 ล้านบาท แต่ได้ขนาดห้องเริ่มต้นถึง 35 ตร.ม. แถมยังได้เฟอร์นิเจอร์ Design ดี จาก Concept “MADE FROM HER” ตามสไตล์ของ SENA ค่ะ        ทำเลของคนทำงาน แถมติดรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าสายสีเขียว ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะหลักของบ้านเราเลยค่ะ เพราะช่วงใจกลางเมืองล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งออฟฟิศ และสิ่งอำนวยความสะดวกชื่อดังมากมาย ซึ่งก็มีโครงการส่วนต่อขยายเพิ่มกระจายออกไปเพื่อให้เดินทางเข้าสู่กลางเมืองได้ง่ายยิ่งขึ้น หนึ่งในนั้นก็มีส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งก็มีผู้ใช้บริการกันอย่างคึกคักทีเดียวค่ะ   Niche MONO Sukhumvit-Puchao ตั้งอยู่ริมถ.สุขุมวิทฝั่งขาเข้า ซึ่งถ้าโครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ก็จะมีทางเข้า-ออก ได้ 2 ทาง คือ ถ.สุขุมวิท เป็นประตูหลัก และถ.ทางรถไฟสายเก่า ด้านหลังโครงการ โดยโครงการจะอยู่ห่างจากตัวสถานีปู่เจ้า เพียง 30 เมตร เท่านั้นเองค่ะ รถไฟฟ้าจึงเป็นตัวเลือกการเดินทางที่สะดวกที่สุด ประมาณ 15 นาทีก็ถึงทองหล่อแล้ว หรือห่างออกไปเพียง 1 สถานีก็จะเป็นจุด Interchang สายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง ในอนาคตที่กำลังดำเนินการก่อสร้างกันอยู่ ส่วนใครที่ใช้รถยนต์ก็สามารถใช้ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งใต้) ห่างจากโครงการประมาณ 1.5 กิโลเมตร หรือจะใช้ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างถ.พระราม3-สาทร ได้สะดวกสบาย   ย่านปู่เจ้าฯ เอง โดดเด่นในเรื่องของการเป็นแหล่งทำงาน โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมชื่อดังหลายบริษัท เช่น พานาโซนิค, โตโยต้า ฯลฯ หรือแม้แต่บริษัทที่อยู่แนวถ.บางนา-ตราดทั้งหมด ก็ยังสามารถเดินทางไป-มาตรงนี้ได้สะดวกเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ โดยใกล้กับโครงการที่สุดคือบิ๊กซี สาขาสำโรง 2 อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวโครงการพอดิบพอดี เลยไปอีกนิดก็จะพบกับอิมพีเรียลสำโรง เซ็นทรัลบางนา และไบเทคบางนา จุดนี้จึึงถือว่ามีดีมานท์อยู่ไม่แพ้โซนทำงานอื่นๆ   ภาพรวมโครงการ Niche MONO Sukhumvit-Puchao คอนโดมิเนียม High Rise 12 ชั้น 3 อาคาร มี 3 รูปแบบ 1 Bed Plus, Living Plus และ 2 Bedroom ขนาดห้อง 35-48 ตร.ม. ซึ่งถือว่าเป็นขนาดห้องที่ใหญ่ตั้งแต่ขนาดเริ่มต้น สามารถอยู่ได้จริงแบบไม่อึดอัด ทั้งหมด 572 ยูนิต ร้านค้า 1 ยูนิต   Facilities จะถูกวางเอาไว้ทั้ง 3 อาคารเลยค่ะ ในแต่ละอาคารก็จะมีหน้าตาต่างกันออกไปทั้ง 3 อาคาร 3 สไตล์ เชื่อมต่อถึงกันได้ทั้งหมด โดยแบ่งเป็นอาคาร A คอนเซป Active เพิ่มความสดชื่นเติมพลังให้ร่างกายด้วยฟิตเนสพร้อมอุปกกณ์ และมีการแบ่งโซน Lady ไว้ให้ หรือจะวิ่งออกกำลังท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียว อาคาร B คอนเซป Family ให้ช่วงเวลากิจกรรมของครอบครัวด้วยสระว่ายน้ำ โซนจากุซซี่ หรือจะสตรีม, ซาวน่า ก็มีให้เลือกพักผ่อนได้เต็มทีสำหรับทุกคนในครอบครัว อาคาร C คอนเซป Connecting พื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ให้ได้นั่งทำงาน นัดประชุม แบบ Co-working Space หรือรับแขกได้ที่คอนโดของตัวเอง   บรรยากาศรอบอาคารที่ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียว พร้อมจุดนั่งพักผ่อน ให้ได้บรรยากาศของธรรมชาติล้อมรอบตัว มีลานจอดจักรยาน และ EV charger เพื่อรองรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า   ส่วนกลางของแต่ละอาคารลูกบ้านสามารถใช้ร่วมกันได้ เพื่อความต้องการของลูกบ้านได้อย่างครบครัน จะมีส่วนกลางทั้ง In Door และ Out Door ไม่ว่าจะเป็น ฟิตเนส, สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 28*5 เมตร (รวมสระเด็ก) Jacuzzi, Outdoor Co kitchen, Co-working Space และ Sky Lounge   Floor Plan 3 อาคารจะถูกวางเรียงกันตามความลึกของที่ดินค่ะ แต่ละอาคารจะมีลิฟท์ 3 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด โดยจะเรียกอาคาร A อยู่ด้านในสุดของโครงการ ฝั่งติดกับถ.ทางรถไฟสายเก่า มี 198 ยูนิตยูนิต แต่จะเปิดขายชาวต่างชาติ อาคาร B เป็นอาคารเดียวที่เปิดขายอยู่ในช่วงเปิดตัวนี้ ซึ่งจะอยู่ตรงกลางของพื้นที่โครงการพอดี เป็นอาคารที่มีจำนวนยูนิตน้อยที่สุดเพียง 176 ยูนิต และอาคาร C จะอยู่อาคารแรกจากหน้าโครงการ มี 198 ยูนิต ทั้ง 3 อาคารจะมียูนิตส่วนใหญ่จะหันหน้าออกไปทางทิศเหนือ วิวฝั่งสำโรงและใจกลางเมือง และทิศใต้ วิวทางช้างเอราวัณค่ะ   เป็นที่ทราบกันดีว่า โครงการจาก SENA ที่ใส่ใจเรื่องแหล่งพลังงานสะอาดมาตลอดระยะเวลาหลายปีก็จะมีการติดตั้ง Solar Rooftop เอาไว้ในทุกโครงการ เพื่อดึงแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับส่วนกลาง ส่งผลให้ค่าส่วนกลางมีราคาถูกลงกว่าปกติค่ะ   Unit Plan ทุกยูนิตจะถูกแบ่งห้องภายในเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน ซึ่งจะเน้นไปที่ฟังก์ชั่นการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งดีไซน์ตามแบบฉบับ SENA โดยเฉพาะ ชนิดที่เรียกได้ว่าพอเห็นก็รู้ได้เลยค่ะ ว่านี่คือเฟอร์นิเจอร์จากโครงการของเสนาตาม Concept “MADE FROM HER”     เปิดห้องตัวอย่าง ที่ Sale Gallery จะมีห้องตัวอย่างให้ชม 2 ห้องด้วยกันค่ะ คือห้อง 1 Bed Living Plus ขนาด 34.86 ตร.ม. กับ 1 Bed Plus ขนาด 36.70 ตร.ม. โดยจากหน้า Sale Gallery ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการจริง เราจะสังเกตเห็นได้ว่าอยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีปู่เจ้าฯ ในฝั่งที่เป็นบันไดเลื่อนขึ้นสถานีด้วยนะคะ สะดวกสบายมากจริงๆ   1 Bed Living Plus ขนาด 34.86 ห้องตัวอย่างแรก ชื่อก็บอกลักษณะอยู่แล้วนะคะว่าเน้นพื้นที่ห้อง Living Room สำหรับคนที่ชอบใช้พื้นที่ในส่วน Common Area ไม่ว่าจะชอบดูหนัง ทำกับข้าว หรือมีเพื่อนมาหาที่ห้องบ่อยๆ ซึ่งจะเป็นห้องแนวลึก เริ่มจากห้องนั่งเล่น ลึกเข้าไปเป็นห้องครัวแล้วเชื่อมต่อด้วยระเบียงห้อง ความสูง Floor To Ceiling 2.7 เมตร และจะได้ Digital Door Lock ทุกยูนิตค่ะ สำหรับ Type นี้ในช่วงเปิดตัวโครงการจะได้เฟอร์นิเจอร์ ดังนี้ ตู้เก็บรองเท้า และของอเนกประสงค์ เคาน์เตอร์วางทีวี โต๊ะทานข้าว เคาน์เตอร์ครัวครบชุด เตาแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน เครื่องปรับอากาศ เตียง 6 ฟุต (ไม่รวมฟูก) โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า Build in ชุดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมด จากแบรนด์ Kohler (รวมฉากกั้นอาบน้ำ)   ห้องครัวเปิดมีพื้นที่เชื่อมต่อลึกเข้าไปจากห้องนั่งเล่นค่ะ โดยจะมีโต๊ะทานข้าวลักษณะแบบบาร์วางกั้นแยกห้องให้ดูเป็นสัดส่วนขึ้น โดยพื้นครัวจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ได้เคาน์เตอร์ครัวแบบ One Wall Kitchen ใช้วัสดุ Top หินสังเคราะห์ ภายในตู้มีฟังก์ชั่นที่คว่ำจานที่สามารถเลื่อนลงมาได้ เพื่อหยิบจับได้สะดวกติดตั้งเอาไว้ให้เรียบร้อยตามแบบค่ะ และเชื่อมต่อด้วยระเบียง เวลาทำครัวจะเหมาะกับการเปิด   ภายในห้องนอนจะวางเตียงไว้กลางห้องแล้วเหลือพื้นที่เดินได้รอบเตียง บริเวณหน้าต่างห้องสามารถวางโต๊ะทำงานไว้ได้พอดีกับความยาวของโต๊ะ มี Build in ตู้เสื้อผ้า ซึ่งมีหน้าบานฝั่งทึบกับฝั่งที่เป็นกระจกโปร่งแสง วางอยู่หน้าประตูห้องน้ำ ซึ่งเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ   ภายในห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์มาตามที่เห็นทั้งหมดค่ะ ยกเว้นแค่ฉากกั้นอาบน้ำ ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง กระจกเงา โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนส่ทิชชู่ ราวแขวนผ้า ฝักบัว ชั้นวางของ     1 Bed Plus ขนาด 36.70 ตร.ม. ห้องตัวอย่างถัดมาค่ะ จะเป็นห้องมุมของอาคาร B แบ่งสัดส่วนห้องออกอย่างชัดเจน เน้นพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นส่วนตัวมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ห้องครัวปิด ห้องนั่งเล่น ห้องอเนกประสงค์ เชื่อมต่อกันในแนวลึกแล้วกั้นแต่ละห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนอีกฝั่งของห้องจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำในตัว และระเบียงค่ะ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จะได้มาสำหรับ Type นี้ คือ ตู้เก็บรองเท้า และของอเนกประสงค์ เคาน์เตอร์วางทีวี เคาน์เตอร์ครัวครบชุด เตาแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน เครื่องปรับอากาศ Sofa Bed เตียง 6 ฟุต (ไม่รวมฟูก) ตู้เสื้อผ้า Build in ชุดสุขภัชุดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดจากแบรนด์ Kohler (รวมฉากกั้นอาบน้ำ)   ส่วนแรกของห้องจะเป็นห้องครัวปิดค่ะ มีเคาน์เตอร์ครัวแบบ One Wall Kitchen ซึ่งจะมีฟังก์ชั่นที่คว่ำจานสามารถจับเลื่อนลงมาได้ติดตั้งเอาไว้ให้ เพื่อหยิบจับได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และช่องสำหรับวางตู้เย็นทางขวามือ ส่วนทางซ้ายจะเป็นชั้นวางของ Build in มาให้ และเป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าค่ะ   พื้นที่กลางห้องเป็นห้องนั่งเล่น ซึ่งจะได้เคาน์เตอร์วางทีวีมาให้ตามแบบ เชื่อมต่อด้านในสุดของห้องด้วยห้องเอนกประสงค์มาพร้อมกับ Sofa Bed ที่สามารถจัดให้เป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ หรือจะเป็นอีกหนึ่งห้องนอนก็ได้นะคะ   เข้าไปดูในห้องนอนกันบ้างค่ะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน High Ceiling 3 บาน วางเตียงเอาไว้กลางห้องแล้วเหลือพื้นที่ทางเดินรอบเตียง ข้างเตียงจะมีระเบียงส่วนตัวกั้นด้วยเหล็กโปร่ง     อีกด้านหนึ่งของห้องนอนจะมีมุมที่เป็น Walk In Closet อยู่หน้าห้องน้ำในตัวค่ะ เวลาจะอาบน้ำแต่งตัวก็สะดวกขึ้นเยอะ ส่วนภายในห้องน้ำก็จะแยกส่วนเปียก-แห้งเอาไว้ให้ พร้อมสุขภัณฑ์ตามแบบห้องตัวอย่างทั้งหมด แต่จะไม่ได้เพียงฉากกั้นอาบน้ำค่ะ    Niche MONO Sukhumvit-Puchao ถือเป็นคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า ซึ่งเปิดให้บริการแล้วในปัจจุบันที่เปิดมาในราคาดีที่สุด แถมยังให้เฟอร์นิเจอร์ฟังก์ชั่นดีๆ ที่หาได้เฉพาะในโครงการจาก SENA เท่านั้นค่ะ เพราะคำว่า “MADE FROM HER” ก็ยังคงเป็นคอนเซปที่ทำออกมาแล้วโดนใจใครหลายคน ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นค่ะ แต่เพราะความใส่ใจทุกดีเทลชีวิตจากแนวคิดแบบผู้หญิงเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่สามารถครองใจกลุ่มลูกค้าได้อยู่เสมอ      
สุขุมวิท ทำเลอมตะ

สุขุมวิท ทำเลอมตะ

ถนนสายหลักของประเทศไทยที่เราต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีอยู่ 4 สายด้วยกัน คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน, ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ, ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม ถนนทั้ง 4 สาย ถือเป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานคร กับภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ถือเป็นหัวใจหลักของการคมนาคมทางบก แต่ถนนที่เรากล่าวถึงในบทความนี้ คือ ถนนสายมุ่งสู่ภาคตะวันออก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 หรือถนนสุขุมวิท เป็นถนนที่เริ่มต้นต่อจากถนนเพลินจิต  ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ช่วงปากน้ำ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และไปสุดทางที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด รวมระยะทางประมาณ 488 กิโลเมตร ในสมัยก่อนหากใครจะเดินทางไปภาคตะวันออกก็ต้องไปทางถนนสุขุมวิทนี้เท่านั้น ซึ่งครั้งนี้เราจะมาพูดถึงถนนสุขุมวิทเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นถนนที่มีความสำคัญอย่างมากอีกเส้นหนึ่ง ทั้งในด้านการคมนาคม ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงสถานที่สำคัญมากมาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ตลอด 24 ชม. โดยเราจะแบ่งสุขุมวิทออกเป็น 3 ช่วง คือ สุขุมวิทช่วงต้น ช่วงกลาง และช่วงปลาย เริ่มจากสุขุมวิทช่วงต้น ตั้งแต่ช่วงเพลินจิต นานา อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เป็นย่านที่ไม่เคยหลับตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ช่วงกลางวันเราจะเห็นพนักงานออฟฟิศมากมายแถวอโศก พร้อมพงษ์ มีห้างสรรพสินค้าระดับท็อป เช่น เอ็มควอเธียร์, เทอร์มินัล 21, เอ็มโพเรียม ฯลฯ ช่วงเย็น-ดึกจะเริ่ม มีสีสันจากร้านแฮงค์เอาท์ ผับบาร์ ร้านอาหารดีไซน์เก๋ เสริฟอาหารระดับคุณภาพที่หาทานไม่ได้จากที่ไหนต่างก็รวมตัวกันในย่านนี้ ทำให้กลายเป็นแหล่งนัดพบปะเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  โดยเฉพาะแถวนานา ทองหล่อ และเมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกมีอยู่รอบตัว การเดินทางสะดวกเข้าถึงง่าย หลายคนจึงมองหาที่อยู่อาศัยในย่านนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่อาศัยกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า ส่วนสมัยนี้ก็จะเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ ซึ่งก็แน่นอนว่าย่านใจกลางเมืองที่มีความสมบูรณ์ขนาดนี้ราคาที่ดินก็สูงมากเช่นกัน จากการประเมินราคาที่ดินของกรมธนารักษ์รอบปี 2559-2562 ราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 40% จากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยแล้ว 4.5-5 แสนบาท/ตร.ว. โดยเฉพาะโซนทองหล่อที่มีราคาที่ดินพุ่งสูงถึง 1.5 ล้านบาท/ตร.ว. ด้วยราคาที่ดินที่พุ่งสูงจึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สร้างโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ขึ้นไป ซึ่งแต่ละโครงการมีราคาเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 250,000 บาท/ตร.ม. สุขุมวิทช่วงกลางตั้งแต่เอกมัย พระโขนง อ่อนนุช ไปจนถึงอุดมสุข ทำเลขยับออกมาจากใจกลางเมืองอีกนิด ราคาที่อยู่อาศัยก็ขยับลงตามไปด้วย แม้ช่วงเอกมัยจะยังคงอยู่ในเมืองติดกับทองหล่อแต่ราคาที่ดินกลับถูกกว่า ซึ่งปัจจุบันมีราคาเพิ่มสูงขึ้นจาก 5 ปีที่แล้วประมาณ 33% ซึ่งในช่วงสุขุมวิทตอนกลางนี้แถวอ่อนนุชจะได้รับความนิยมในการอยู่อาศัยมากที่สุด เพราะยังมีหอพัก, อพาร์ทเม้นท์ ที่มีราคาค่าเช่าต่อเดือนไม่แพงอยู่มากมาย และยังมีรถประจำทางไปถึงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชที่เป็นสถานีสุดท้ายก่อนจะเป็นสถานีส่วนต่อขยาย ค่าครองชีพในย่านนี้ก็ยังไม่แพงเท่าในเมือง ในขณะที่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกในระดับกลางอยู่อย่างครบครัน เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองไม่ไกล ซึ่งช่วง 3-4 ปีมานี้เราจะเห็นคอนโดมิเนียมที่เป็นแบรนด์ตัวท็อปแถวอ่อนนุชมากขึ้น แต่ก็ยังกระจุกตัวกันอยู่อ่อนนุชช่วงต้นไม่ไกลจากรถไฟฟ้า โดยราคาที่ดินเฉลี่ยแล้วเพิ่มสูงขึ้นปีละ 15-20% ส่วนราคาคอนโดมิเนียมของสุขุมวิทช่วงกลางนี้จะอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นปลายๆ ไปจนถึงไม่เกิน 2 แสนบาท/ตร.ม. แต่ด้วยราคาที่ดินย่านอ่อนนุชเพิ่มสูงขึ้นทุกปีเราอาจจะได้เห็นคอนโดมิเนียมในราคาแตะที่ 2 แสนบาท/ตร.ม. ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ส่วนโครงการทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยวในระดับกลาง-พรีเมี่ยมก็มีให้เห็นกันอยู่บ้าง แต่เป็นทำเลอยู่ไม่ใกล้รถไฟฟ้าเท่าไรนัก และเชื่อว่าเราจะได้เห็นหลายโครงการเกิดขึ้นในช่วงสุขุมวิทตอนกลางนี้เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยในราคาที่มนุษย์เงินเดือนยังจับต้องได้ สุดท้ายกับทำเลสุขุมวิทช่วงปลาย ตั้งแต่บางนาไปจนถึงสมุทรปราการ จุดเด่นของทำเลนี้อยู่ที่การเดินทางออกนอกเมือง โดยเฉพาะภาคตะวันออก รวมถึงไปสนามบินสุวรรณภูมิสะดวกสบายมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานย่านบางนาไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรีก็ยังคงเดินทางได้แม้จะอยู่ห่างออกไปสักหน่อย มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่หลากหลายเท่าสุขุมวิทช่วงต้น แต่ก็ไม่ถึงกับไม่มีอะไรเลยจนทำให้ชีวิตดูลำบากจนเกินไป แต่ถ้าเมื่อไรโครงการ Bangkok Mall ที่เป็นทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ และอาคารสำนักงานให้เช่า บนพื้นที่ 100 ไร่ ริมถนนบางนา-ตราดขาออก เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบประมาณปี 2018 ก็เชื่อว่าจะทำให้ย่านบางนาคึกคักมากขึ้น เนื่องจากจะกลายเป็นศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งสำคัญที่ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยเลือกที่อยู่อาศัยในย่านนี้นั่นคือราคาที่ย่อมเยาว์กว่าในเมืองมาก เราจึงได้เห็นโครงการอันหลากหลายทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม เพราะหากเปรียบเทียบกันระหว่างย่านสุขุมวิทช่วงปลาย เรายังสามารถหาบ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 3-5 ล้านได้ แต่กับคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิทช่วงต้นในราคา 5 ล้านเท่ากัน อาจจะได้เพียงห้องสตูดิโอพื้นที่ไม่เกิน 30 ตร.ม. หรือบางโครงการเงิน 5 ล้านนี้ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดทำเลใกล้รถไฟฟ้าได้แล้ว ด้วยความเพียบพร้อมของทำเลสุขุมวิท จึงไม่แปลกที่ยังคงความเนื้อหอม ดึงดูดนักลงทุนรวมถึงผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยตามไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของคนยุคใหม่ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ ให้เข้ามามองหาโครงการดีๆ ในย่านนี้อยู่เสมอ สุดท้ายเราจะเลือกที่อยู่อาศัยแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของแต่ละคนว่าที่ไหนจะตอบโจทย์สำหรับเราได้มากที่สุด