Tag : ตู้เย็น

3 ผลลัพธ์
ตำแหน่งการวางเตาครัว เตาอบ ไมโครเวฟ และตู้เย็น

ตำแหน่งการวางเตาครัว เตาอบ ไมโครเวฟ และตู้เย็น

อ.ธนากร แนะนำว่า "หลายๆ ครอบครัว คงจะมีอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องครัวมากมาย เช่นเตาครัว เตาอบ เตาไมโครเวฟ ตู้เย็น หากการวางอุปกรณ์เหล่านี้ ไม่สัมพันธ์กัน ก็อาจจะเกิดสิ่งไม่ดี ความเสียหายได้ เช่น เตาครัว เตาอบ เตาไมโครเวฟ ที่เป็นเหมือนไฟ ความร้อน จะมีประตูของพวกมัน หากตรงข้ามวางตู้เย็นอยู่ ตู้เย็นเปรียบเสมือนความเย็น หากอยู่ตรงข้ามกัน เปิดตู้เย็น ไอเย็นก็จะไปปะทะกับความร้อนของพวกเตา ดังนั้น ควรจะต้องหลีกเหลี่ยงที่จะให้สองอย่างอยู่ตรงข้ามกัน อาจจะต้อง เบี่ยงตู้เย็นหลบ หรือเบี่ยงเตาอบ เตาไมโครเวฟหลบให้พ้นลักษณะแบบนี้ซะ อย่าให้ประตูเปิดอยู๋ตรงข้ามกัน"          ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร
อาหาร 10 อย่าง ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น…มันรกตู้!

อาหาร 10 อย่าง ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น…มันรกตู้!

ตู้เย็น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกบ้านจะต้องมีกันอย่างแน่นอน  เพราะตู้เย็นคือ สิ่งที่ช่วยถนอมอาหารได้อีกหนึ่งวิธี แต่ก็ไม่สามารถใช้ได้กับอาหารทุกประเภทนะคะ วันนี้เราจึงมี 10 อาหารที่ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็นมาฝากเพื่อนๆ กัน แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ไปชมกันเลยค่ะ     1. มะเขือเทศ เชื่อว่าหลายๆ บ้านต้องมีกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะสาวๆ เพราะมะเขือเทศนั้น จะช่วยในเรื่องของผิวพรรณ และ ช่วยชะลอความความแก่ได้นั้นเอง  แต่อย่าเผลอนำไปแช่ตู้เย็นกันนะ  เพราะความเย็นภายในตู้เย็น จะทำให้ผิวและรสชาติของมะเขือเทศเปลี่ยนไป ซึ่งหากมีการนำมะเขือเทศที่ไม่สุกมากนักไปเก็บภายในตู้เย็น  ความเย็นจะเบรครูปลักษณ์เดิมเอาไว้ ทำให้มะเขือเทศไม่สุกหรือไม่เป็นสีแดงเต็มที่นั้นเองค่ะ   2. กระเทียม ถือเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารที่หลายบ้านขาดไม่ได้ ต้องมีติดบ้านอยู่ตลอด ซึ่งวิธีการเก็บกระเทียมนั้น ไม่ควรนำไปเก็บในตู้เย็น เนื่องจากจะทำให้ขึ้นราได้ง่าย อีกทั้งอาจจะทำให้กระเทียมงอกออกมาเป็นต้นได้อีกด้วยค่ะ   3. หัวหอม สิ่งที่ต้องระวังเป็นที่สุดนั้นก็คือ ความชื้น  ฉะนั้น ไม่ควรนำหัวหอมไปเก็บไว้ในตู้เย็น เนื่องจากความชื้นภายในตู้เย็น จะทำให้หัวหอมขึ้นราได้ง่ายค่ะ   4. มันฝรั่ง หากเพื่อนๆ ไม่อยากให้มันฝรั่งเสียรสชาติ ก็ไม่ควรที่จะเก็บไว้ในตู้เย็น เพราะความเย็นภายในตู้เย็นจะทำให้รสชาติของมันฝรั่งเปลี่ยน และ ทำให้ผิวที่เรียบนั้น หยาบขึ้นอีกด้วยค่ะ   5. โหระพา การดูดกลิ่น ถือเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติของโหระพา ซึ่งหากนำไปเก็บไว้ในตู้เย็นนั้น  โหระพาจะดูดกลิ่นทั้งหมดภายในตูเย็น  จึงทำให้โหระพามีกลิ่น และไม่สามารถนำมาปรุงอาหารได้อีก  รวมไปถึงจะทำให้ใบมีลักษณะเหี่ยวไม่สวยงามค่ะ   6. น้ำผึ้ง ในข้อนี้เพื่อนๆ หลายคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมไม่ควรนำน้ำผึ้งเก็บไว้ในตู้เย็น  เนื่องจากความเย็นจะทำให้น้ำผึ้งก่อตัวเป็นผลึกและข้น จนทำน้ำผึ้งไม่สามารถใช้งานได้อีก  ซึ่งน้ำผึ้งนั้น เป็นสิ่งที่สามารถเก็บไว้ได้นาน ไม่เสีย และไม่หมดอายุ แต่ต้องเป็นน้ำผึ้งแท้เท่านั้นนะคะ   7. ขนมปัง เอกลักษณ์ของขนมปังนั้น ก็คือความนุ่ม แต่ถ้าไม่อยากให้ความนุ่มนั้นหมดไป ก็ไม่ควรนำไปเก็บไว้นั้นตู้เย็นเป็นเด็ดขาด เนื่องจากความเย็นจะทำให้ขนมปัง แห้งและแข็งค่ะ   8. แตงโม ผลไม้สีแดงชุ่มฉ่ำ ที่เพื่อนหลายๆ คนยกให้เป็นของโปรด ด้วยประโยชน์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอและวิตามินซี  แต่หากเพื่อนๆ นำไปเก็บไว้ในตู้เย็นนั้น จะทำให้สารอาหารทั้งหมดที่อยู่ในแตงโมสูญเสียไปทันทีค่ะ   9. กาแฟ อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็น นั้นก็คือ กาแฟ เนื่องจากคุณสมบัติจะคล้ายๆ กับ โหระพา ในเรื่องของการดูดกลิ่น ซึ่งหากนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น กลิ่นทั้งหมดก็จะติดที่กาแฟทันที  จนทำให้กาแฟมีกลิ่น  เสียรสชาติและทานไม่ได้อีกต่อไปค่ะ   10. เหล้า มาถึงข้อสุดท้ายกันแล้ว  สำหรับนักดื่มทั้งหลาย  ซึ่งการเก็บเหล้านั้น ควรเก็บในอุณหภูมิห้องเป็นดีที่สุด เพราะการนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น เมื่อเกิดเป็นน้ำแข็ง จนละลาย จะทำให้รสชาติของเหล้าเปลี่ยนไปจากเดิมค่ะ   ขอบคุณแหล่งที่มา : www.infinitydesign.in.th/อาหาร-10-อย่าง-ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น/48066 ภาพประกอบ : https://pixabay.com
เคล็ดลับเก็บอาหารในตู้เย็นได้นานๆ

เคล็ดลับเก็บอาหารในตู้เย็นได้นานๆ

เคล็ดลับเก็บอาหารในตู้เย็นได้นาน ๆ เหตุผลหลัก ๆ ที่เราซื้อตู้เย็นมาใช้ที่บ้านก็เพราะอยากยืดอายุอาหารให้มีความสดใหม่ได้นานขึ้น ไม่เน่าเสียไปตามเวลาที่ควรจะเป็น แต่ถึงแม้จะแช่อาหารไว้ในตู้เย็นอย่างดี และหวังว่าจะสามารถรักษาอายุอาหารได้ประมาณ 1 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำ แต่ในที่สุดก็ไม่ได้อย่างที่หวัง อาหารเน่าบูดจนต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย หรือสภาพอาหารใกล้จะเสียอยู่รอมร่อ นำมากินก็คงไม่ปลอดภัยเท่าไรนัก ซึ่งหากอยากเก็บอาหารให้ได้นานที่สุด เราก็มีเคล็ดลับมาฝากให้ได้ลองไปทำตามกันด้วยค่ะ รักษาความเย็น โดยปกติแล้วอาหารจะมีอายุได้นานกว่าเดิมก็ต่อเมื่อถูกแช่เย็นภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 40 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 33-38 องศาฟาเรนไฮต์ จะดีที่สุด) ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ดีที่สุด ดังนั้นคุณต้องพยายามรักษาความเย็นในตู้เย็นให้ได้ในระดับนี้ โดยอาจจะหาเทอร์โมมิเตอร์มาติดบริเวณช่องชั้นกลางของตู้เย็น แล้วตรวจสอบอุณหภูมิวันละ 1 ครั้งเป็นประจำ หากว่าอุณหภูมิสูงกว่าที่แนะนำ ก็จะได้ปรับให้เหมาะสมได้ทันที   จัดระเบียบตู้เย็นให้เหมาะสม เคล็ดลับที่จะช่วยให้ของสดในตู้เย็นไม่เน่าเสียก่อนเวลาอันควรก็ทำไม่ยาก เพียงแค่คุณจัดระเบียบของในตู้เย็นให้เหมาะสม อย่างอาหารที่เพิ่งซื้อมาใหม่ก็จัดวางไว้ด้านใน ถัดมาด้านนอกก็เป็นอาหารที่แช่เอาไว้ก่อนแล้ว โดยเรียงลำดับตามเวลาและความสดใหม่ของอาหารได้เลย แบบนี้เราจะได้หยิบอาหารที่ใกล้หมดอายุมากินก่อนจ้า   ตัดสินใจทิ้งก็ต่อเมื่อถึงเวลา อาหารที่ซื้อมาจากห้างส่วนใหญ่มัจะมีวันหมดอายุบอกไว้อยู่แล้ว เราจึงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบสภาพอาหารให้ยุ่งยาก แต่สำหรับอาหารที่เราซื้อมาจากตลาดสด หรืออาหารที่ไม่มีวันหมดอายุบอกอย่างชัดเจน เราก็จำเป็นต้องรู้ระยะเวลาของอาหารไว้ด้วย เช่น ไข่ไก่จะเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 3-5 สัปดาห์ เนื้อสัตว์ควรเก็บประมาณ 2-3 วันก็พอ เป็นต้น   เก็บลงกล่อง หรือถุงสูญญากาศ อากาศมีส่วนช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาหารเน่าเสียเร็วขึ้น ฉะนั้นทางที่ดีเราก็เก็บอาหารสดลงกล่องที่มีฝาปิดมิดชิด หรือถุงแบบซิปล็อคไปเลยดีกว่า อาหารของเราก็จะสดใหม่ได้นานขึ้นอีกระยะหนึ่งอย่างที่ต้องการแล้วค่ะ อย่างไรก็ดี เราควรหมั่นทำความสะอาดตู้เย็นอยู่เสมอด้วย เพราะความสะอาดของตู้เย็นก็เปรียบเสมือนตัวช่วยสำคัญที่ยืดอายุอาหารของเราได้อีกทาง