Tag : ทำความสะอาดบ้าน

2 ผลลัพธ์
ตรุษจีนนี้ ทำความสะอาดบ้านต้อนรับความเฮง

ตรุษจีนนี้ ทำความสะอาดบ้านต้อนรับความเฮง

เทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของจีน ถือเป็นฤกษ์มหามงคลสำหรับครอบครัวเชื้อสายจีน ที่ก็มักจะปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมที่สืบต่อกันมา ซึ่งช่วงก่อนจะตรุษจีนนี้มีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า เราจะต้องทำความสะอาดบ้าน เพื่อขจัดสิ่งอัปมงคลของปีที่ผ่านมาทิ้งไป เปิดพลังงานต้อนรับโชคลาภ สิ่งดีๆ ให้เข้ามาไหลเวียนในชีวิตตลอดทั้งปี ในทางกลับกันช่วงตรุษจีนเราจะไม่ทำความสะอาดบ้านกันนะคะ เพราะจะไปกวาดเงินกวาดทองออกจากบ้านไปเสียหมด เราจึงเอาเคล็ดลับการทำความสะอาดบ้านต้อนรับความเฮงมาฝากกันค่ะ   หน้าบ้าน เริ่มกันตั้งแต่หน้าบ้านเลยค่ะ เพราะเป็นจุดเริ่มแรกในการต้อนรับความเฮง ปัดกวาด เช็ดถู อย่าให้อะไรมาขวางทางเดินนะคะ จะได้ไม่มีอะไรมาขัดโชคลาภให้เข้ามา   ห้องนอน อีกหนึ่งห้องที่มีความสำคัญมากในบ้านของทุกคน ให้ทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนให้สะอาด กำจัดฝุ่น พยายามทำให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก จะช่วยทั้งด้านเสริมความสัมพันธ์ที่ดีของคนในบ้าน และสุขภาพด้วยค่ะ   ห้องน้ำ ห้องน้ำถือเป็นอีกหนึ่งห้องที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค จึงต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อะไรที่ไม่ได้ใช้แล้วให้ทิ้งไปค่ะ อย่าเก็บกองๆ เอาไว้ ตามความเชื่อก็เพื่อปัดเป่าพลังงานด้านลบให้ออกไปจากบ้านเราค่ะ   ห้องครัว อยากจะเรียกโชคลาภทรัพย์สินให้เข้าบ้านต้องโฟกัสกันที่ห้องครัวเลยค่ะ เริ่มจากทำความสะอาดจาน-ชาม เก็บให้เรียบร้อยเป็นระเบียบ ใบไหนที่มีรอยร้าว รอยบิ่นให้ทิ้งไปค่ะ ไม่ต้องเสียดาย เพราะเชื่อว่าจะนำความอัปมงคลมาให้ การงานก็แย่ตามไปด้วย   เพียงเท่านี้ นอกจากบ้านของเราจะสะอาดเอี่ยมน่าอยู่ แถมได้โชคลาภ เสริมความเฮงจากความเชื่อที่เกี่ยวกับวันตรุษจีนนี้ด้วยนะคะ        
9 แหล่งเพาะเชื้อโรคในบ้านที่คุณอาจไม่รู้

9 แหล่งเพาะเชื้อโรคในบ้านที่คุณอาจไม่รู้

ถึงแม้ว่าภายนอกใช้ในบ้านคุณจะดูสะอาดสะอ้านดี แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับมีแขกที่คุณไม่ได้รับเชิญแฝงตัวอยู่เต็มไปหมด นั่นก็คือ กองทัพเชื้อโรค และเหล่าแบคทีเรียร้ายนั่นเอง ศัตรูที่เรามองไม่เห็นนี่แหละที่เป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ทั้งโรคภูมิแพ้ ไข้หวัด หรืออาการท้องร่วง ยิ่งถ้าคุณละเลยในการทำความสะอาด สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็อาจจะแพร่ไปสู่ส่วนอื่นๆ ของบ้านก็ได้ งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่ามีสิ่งของอะไรบ้างที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคเหล่านี้ บางทีคุณอาจจะยังไม่รู้ก็ได้นะคะ   1. ผ้าเช็ดตัว หากมีสมาชิกภายในบ้านใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกันอาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาในสายตาของคุณ เพราะคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไรก็แค่เอาไปเช็ดตัวเฉยๆ ซึ่งจริงๆ แล้ว ภายใต้ขนนุ่มของผ้าเช็ดตัว มีเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า สแตฟฟิโลคอคคัส (Staphylococus) แอบอยู่เต็มไปหมด ซึ่งเจ้าเชื้อโรคตัวนี้นี่แหละที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนังต่างๆ และยังทำให้เกิดสิวตามส่วนต่างๆ ของร่างกายคุณด้วย รู้แบบนี้แล้วก็ใช้ผ้าเช็ดตัวแยกกันดีกว่านะคะ   2. เครื่องซักผ้า ถึงแม้จะเป็นเครื่องทำความสะอาด แต่ก็ใช่ว่าจะมันปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์  ถ้าหากคุณยังซักผ้าด้วยน้ำเย็น เพราะน้ำอุณหภูมิปกตินั้นไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคในเสื้อผ้าได้ ดังนั้นการซักผ้าควรซักด้วยน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียสขึ้นไป จึงจะสามารถกำจัดเชื้อโรค อย่างเช่น ไรฝุ่น แบคทีเรียต่างๆ ออกไปได้ ก็จะทำให้เสื้อผ้าของคุณสะอาดยิ่งขึ้น ดังนั้นอย่าลืมใส่ใจจุดนี้และหมั่นทำความสะอาดถังซักผ้าด้วยนะคะ   3. คีย์บอร์ด น้อยครั้งมากที่เราจะทำความสะอาดคีย์บอร์ดหน้าคอมของตัวเอง เพราะรู้สึกมันยังสะอาดอยู่ใช้ต่ออีกสักนิดก็คงไม่เป็นไร ซึ่งปุ่มเล็กๆ ที่คุณใช้กันอยู่ทุกวันนี่แหละ มีแบคทีเรียแฝงตัวอยู่มากกว่า 200 ชนิด (มากกว่าในห้องน้ำซะอีก!) ฉะนั้นก่อนและหลังใช้คอมพิวเตอร์ทุกครั้ง ก็ควรล้างมือให้สะอาดซะก่อน ถ้าเป็นไปได้ก็พยายามใช้น้ำยาทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ เช็ดอาทิตย์ละครั้งก็ยิ่งดี   4. พรม พรมที่ใช้ปูพื้นในบ้านของคุณ อาจจะดูสวยดีแต่หากคุณไม่ยอมทำความสะอาด พรมสวยแค่ไหนก็สามารถทำร้ายคุณได้เหมือนกัน เพราะคุณอาจจะยังไม่รู้ว่าความสวยงามของพรมนั้น เต็มไปด้วยแบคทีเรียกว่า 200,000 ตัวต่อตารางนิ้ว (สกปรกกว่าห้องน้ำถึง 4,000 เท่าเลยทีเดียว) แค่คิดก็แทบไม่อยากจะสัมผัสเลยใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้นจากนี้ไปก็อย่าลืมใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดพรมและนำไปตากแดดบ้างนะคะ   5. เตียงนอน ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเตียงนอน แต่จะมีสักกี่คนที่เอาไว้นอนอย่างเดียวเท่านั้นจริงๆ เพราะเชื่อว่าหลาย ๆ คนมักจะแอบเอาขนมไปกินบนเตียงกันบ้างแหละ หรือไม่ก็ทำอะไรที่นอกเหนือจากการนอนอย่างแน่นอน ฉะนั้นนอกจากคุณแล้วก็ยังมีวายร้ายแอบครองเตียงของคุณอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อรอเวลาจู่โจมในตอนที่คุณหลับ วิธีที่ใช้จัดการวายร้ายเหล่านี้ก็ไม่ยาก แค่เพียงคุณนำปลอกหมอน ผ้าปูเตียง และผ้าห่ม ไปซักด้วยน้ำร้อนอาทิตย์ละครั้ง ส่วนหมอนและเตียงนอนก็นำออกไปตากแดดบ้างอย่างน้อยเดือนละครั้งก็จะช่วยกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ได้ดีกว่านะ    6. ขวดเครื่องปรุงต่างๆ เชื่อว่าหลายๆ บ้านพอเครื่องปรุงในขวดหมดปุ๊บก็เติมของใหม่ลงไปปั๊บเลย รู้หรือเปล่าว่าการทำแบบนี้เท่ากับการทำร้ายตัวเองและคนในครอบครัวกันเห็นๆ ฉะนั้นคราวหน้าหากเครื่องปรุงหมด หรือตั้งขวดเครื่องปรุงนั้นทิ้งไว้นานแล้ว ก็ควรจะหยิบมาล้างทำความสะอาดบ้างนะคะ เพื่อสุขอนามัยที่ดี และเพื่อความปลอดภัยของคนในบ้านด้วย   7. อ่างอาบน้ำ สำหรับบ้านใครที่มีอ่างอาบน้ำควรฟังทางนี้ไว้ให้ดี ว่าอ่างอาบน้ำนั้นมีเชื้อโรค สแตฟฟิโลคอคคัส (Staphylococus) สะสมอยู่ถึง 26 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับส่วนอื่น ๆ ภายในห้องน้ำ โดยเฉพาะอ่างอาบน้ำระบบน้ำวน เพราะแบคทีเรียจะเติบโตอยู่ภายในท่อน้ำ ทุกครั้งที่คุณใช้อ่างอาบน้ำเหล่ากองทัพแบคทีเรียเหล่านั้นก็จะกรูกันเข้ามาหา บางครั้งหนึ่งในแบคทีเรียเหล่านั้นก็อาจจะมีเชื้อ ฟังไจ (Fungi) ต้นเหตุของโรคกลากเกลื้อนแอบแฝงมาด้วย ฉะนั้นทุกครั้งที่ทำความสะอาดห้องน้ำก็อย่าลืมล้างอ่างอาบน้ำของคุณด้วยล่ะ   8.กระโถนเด็ก เมื่อถึงเวลาขับถ่ายของเด็กๆ ถ้าเขายังเข้าห้องน้ำเองไม่ได้ ก็มีกระโถนเด็กนี่แหละเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณพ่อคุณแม่ ถ้าอุ้มไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ก็คงไม่ไหวหรอกจริงไหม ฉะนั้นเมื่อกระโถนคือสิ่งสำคัญที่จะต้องสัมผัสกับร่างกายของลูกน้อย หลังจากที่คุณนำกระโถนไปทำความสะอาดแล้วก็อย่าลืมฉีดสเปรย์ หรือเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคตามด้วยนะ และที่สำคัญก็อย่าลืมล้างมือของคุณและลูก หลังจากที่ลูกทำธุระเสร็จด้วยล่ะ   9. ตู้เย็น แหล่งอาหารชั้นเลิศของทุกคนภายในบ้าน แต่ถ้าคุณปล่อยให้ตู้เย็นของคุณมีกลิ่น หรือคราบเกาะติดไว้นาน ๆ เจ้าแบคทีเรียที่ชื่อ ลิสเทอเรีย (Listeria) จะเข้าไปเจริญเติบโตอยู่ในตู้เย็นของคุณ ซึ่งหากบังเอิญคุณรับประทานอาหารที่มีแบคทีเรียตัวนี้เข้าไป ก็จะทำให้คุณเกิดอาการหนาวสั่น ปวดท้อง หรือปวดศีรษะได้ ฉะนั้นคุณควรเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ส่วนชั้นวางของภายในตู้เย็น ก็เช็ดด้วยน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อเดือนละครั้งด้วยนะ     เชื้อโรคนั้นแฝงตัวอยู่ทุกที่ไม่ใช่แค่ที่บ้านของคุณเท่านั้น ที่ทำงาน หรือสถานที่อื่น ๆ ก็มีเชื้อโรคอาศัยอยู่เช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรจะทำก็คือ การรักษาความสะอาด ทั้งตัวคุณเองและสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านของคุณ เพื่อเป็นการป้องกันอีกทางนะคะ     ขอบคุณแหล่งที่มา : https://home.kapook.com/view48905.html   ภาพประกอบจาก : https://pixabay.com