Tag : บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

8 ผลลัพธ์
อนันดาฯ เผยไตรมาส 3 ยังโตแบบก้าวกระโดด กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 593% จากปีก่อน และ 67% จากไตรมาสก่อน พร้อมสร้างยอดโอนไตรมาส 3 นิวไฮ กว่า 11,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 267%

อนันดาฯ เผยไตรมาส 3 ยังโตแบบก้าวกระโดด กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 593% จากปีก่อน และ 67% จากไตรมาสก่อน พร้อมสร้างยอดโอนไตรมาส 3 นิวไฮ กว่า 11,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 267%

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า โชว์ความสำเร็จผลดำเนินงานโดดเด่น เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิ 976 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 593% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 67% จากไตรมาสก่อน พร้อมมียอดโอนนิวไฮ 11,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 267% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าเป้าที่วางไว้ถึง 33%   นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในไตรมาส 3 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการสร้างผลกำไรสุทธิ 976 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 593% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 67% จากไตรมาสก่อน โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากบริษัทฯ ได้รับรู้ผลกำไรจากโครงการร่วมทุนสูงถึง 982 ล้านบาท จากที่มีผลขาดทุน 113 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธินิวไฮ สูงถึง 36% จาก 5% ในไตรมาสเดียวกันปีก่อน พร้อมมียอดโอนนิวไฮ 11,837 ล้านบาท ซึ่งรวมยอดโอนจากโครงการร่วมทุน เพิ่มขึ้น 267% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าเป้าที่วางไว้ 33%   ไตรมาส 3 บริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่า 8,807 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 2 โครงการ และโครงการแนวราบ 4 โครงการ ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียมไอดีโอ รัชดา-สุทธิสาร มูลค่าโครงการ 1,721 ล้านบาท ใกล้รถไฟฟ้าสถานี MRT สุทธิสาร โครงการคอนโดมิเนียมเอลลิโอ สาทร-วุฒากาศ มูลค่าโครงการ 3,403 ล้านบาท ใกล้รถไฟฟ้าสถานี BTS วุฒากาศ โครงการบ้านเดี่ยว แอริ พระราม 2 มูลค่าโครงการ 1,023 ล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยว แอริ แจ้งวัฒนะ มูลค่าโครงการ 1,145 ล้านบาท โครงการทาวน์โฮม ยูนิโอ ทาวน์ สวนหลวง-พัฒนาการ มูลค่าโครงการ 628 ล้านบาท และโครงการทาวน์โฮม ยูนิโอ ทาวน์ ศรีนครินทร์-บางนา มูลค่าโครงการ 889 ล้านบาท   บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายจากโครงการใหม่ และโครงการที่เปิดตัวไปก่อนหน้า จำนวน 8,182 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่วางไว้ 5% ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายทั้งปี 35,120 ล้านบาท บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาสที่สามปี 2561 สูงกว่า 49,400 ล้านบาท รองรับการโอนใน 3 ปีข้างหน้า   ในเดือนตุลาคม 2561 นี้ บริษัทฯ ได้เช่าที่ดินเพิ่มเติม 1 แปลงในโซนพัทยา สำหรับพัฒนาโครงการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ทั้งนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ 5 โครงการ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูง มูลค่าโครงการรวมกว่า 12,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการบนถนนพระราม 9 สาทร ทองหล่อ สุขุมวิท ซอย 8 และพัทยา โดยจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ในปี 2563 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการกระจายแหล่งรายได้ของบริษัทฯ และเพิ่มสัดส่วนรายได้ของบริษัทฯ ที่มาจากแหล่งรายได้ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ   บริษัทฯ มีผลกำไรที่แข็งแกร่ง และมียอดโอนสูงกว่าเป้าที่วางไว้ ตลอดจนโครงการคอนโดมิเนียม ไอดีโอ สุขุมวิท 93 ที่สามารถก่อสร้างแล้วเสร็จ และโอนได้เร็วกว่าคาดในไตรมาส 3 นี้ จากเดิมที่คาดว่าจะโอนในไตรมาส 4 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดโอนเติบโต 152% จากปี 2560 เป็น 38,000 ล้านบาท ในปี 2561 ทั้งนี้บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่จะโอนในปี 2561 มูลค่ากว่า 13,746 ล้านบาท คิดเป็น 88% ของเป้ายอดโอนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งรวมส่วนแบ่งยอดโอนของ อนันดา และมิตซุย ฟูโดซัง มาจากคอนโดมิเนียม 10 โครงการที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนในปี 2561 เพิ่มเติมจากคอนโดมิเนียมใหม่ 8 โครงการที่แล้วเสร็จในปี 2560   บริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยทางการเงิน และประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต พร้อมดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิซึ่งหักด้วยเงินสดต่อส่วนทุนอยู่ที่ 0.91 :1 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายระยะยาวของบริษัทฯ ในระดับ 1:1   "นอกจากนี้กระแสเงินสดของบริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นสุดไตรมาสยังคงรักษาเงินสดขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 2,400 ล้านบาท บริษัทฯ ยังได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องจากสถาบันการเงินชั้นนำ และมีทางเลือกในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการเงินสดของบริษัทฯตลอดทั้งปี ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์" นายชานนท์ กล่าว          
Unio Town Suanluang-Phatthanakan-ยูนิโอ ทาวน์ สวนหลวง-พัฒนาการ (PREVIEW)

Unio Town Suanluang-Phatthanakan-ยูนิโอ ทาวน์ สวนหลวง-พัฒนาการ (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Unio Town Suanluang-Phatthanakan (ยูนิโอ ทาวน์ สวนหลวง-พัฒนาการ) เจ้าของโครงการ :  บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ :  เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 67 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น   ขนาดบ้าน : - ทาวน์โฮม 2 ชั้น ขนาด 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สวนสาธารณะขนาดใหญ่ - สนามเด็กเล่น - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 3,190,000 บาท ปีที่สร้างเสร็จ : พร้อมเข้าอยู่ ปลายปี 2561 จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮมที่เติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับการใช้ชีวิต ด้วยประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่า ประกอบกับพื้นที่ส่วนกลางที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เพื่อได้สัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ถนนพัฒนาการ, ถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง, ถนนบางนา, ทางพิเศษกาญจนาภิเษก สถานที่ใกล้เคียง : เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส, บิ๊กซี, ซีคอนสแควร์, พาราไดซ์พาร์ค, สวนหลวง ร.9, ม.รามคำแหง 2, รพ.สิรินธร, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.ศิครินทร์, สำนักงานเขตประเวศ, Pan Asia International School
อนันดาฯ  เผยโฉม “แอชตัน จุฬา-สีลม” คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ ภายใต้การร่วมทุน “มิตซุย ฟูโดซัง” มูลค่าโครงการกว่า 8,500 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าโอนกรรมสิทธิ์

อนันดาฯ เผยโฉม “แอชตัน จุฬา-สีลม” คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ ภายใต้การร่วมทุน “มิตซุย ฟูโดซัง” มูลค่าโครงการกว่า 8,500 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าโอนกรรมสิทธิ์

  บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำการพัฒนาคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าของไทย โชว์ศักยภาพการบริหารโครงการ “เปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ แอชตัน จุฬา-สีลม” ภายใต้การร่วมทุนกับ “มิตซุย ฟูโดซัง” คอนโดมิเนียมสไตล์ Modern Luxury & Eclectic เน้นหรูหราและทันสมัย ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพบนถนนพระราม 4 มูลค่าโครงการกว่า 8,500 ล้านบาท โดยขณะนี้พร้อมเปิดให้ลูกบ้านเข้าตรวจรับมอบเพื่อดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์แล้ว     นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ แอชตัน จุฬา-สีลม  เป็นคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ พัฒนาเป็นรูปแบบ High Rise สูง 56 ชั้น จำนวน 1,182 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 8,500 ล้านบาท ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงสุดบนถนนพระราม 4 ติด MRT สามย่าน เพียง 180 ม. โดยขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้ชมโครงการจริง วิวจริง และเตรียมให้ลูกบ้านเข้าตรวจรับมอบห้องเพื่อดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์แล้ววันนี้     ถนนพระราม 4 คือ ถนนสายแรกๆของกรุงเทพฯที่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์การค้ามาอย่างยาวนาน ด้วยลักษณะทางกายภาพที่เป็นถนนเส้นตรง เชื่อมต่อไปยังศูนย์กลางทางธุรกิจสำคัญหลายแห่งในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นเยาวราช-หัวลำโพง, สามย่าน-จุฬา, สีลม-สุรวงศ์-ศาลาแดง, สาทร-วิทยุ, รัชดา-อโศก ไปจนถึงถนนสุขุมวิทตัดพระโขนง จึงทำให้ถนนพระรามสี่เป็นย่านที่มีความสำคัญไม่แพ้ถนนเส้นหลักอย่างสุขุมวิท และสีลมแต่อย่างใด นอกจากนี้ ถนนพระราม 4 ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพ เนื่องจากเชื่อมโยงย่านนวัตกรรม ซึ่งทางสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) มีนโยบายส่งเสริมให้เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ และชลบุรีรวม 10 ย่านนวัตกรรม ย่านพระราม 4 เป็นย่านที่กำลังเติบโตในด้านตลาดที่อยู่อาศัย ดังจะเห็นได้จากแผนการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ (Mixed use mega project) ซึ่งมีการจัดพื้นที่สำหรับการพักอาศัยเฉลี่ยสูงถึง 15% รวมถึงมีการสร้างพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดให้กับประชาชนทั่วไปได้ใช้สำหรับเป็นแหล่งพักผ่อน แหล่งเรียนรู้ และสร้างสรรค์งานศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งนับเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่โดยอาศัยการสร้างชุมชนสร้างสรรค์ที่น่าอยู่และมีศักยภาพต่อการค้าและการลงทุนอย่างยั่งยืน   นอกจากนี้ หลังจากที่โครงการรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพงท่าพระ-บางแค ที่จะเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2562 จะช่วยเปิดการเดินทางจากฝั่งธนบุรีเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ทำเลพระราม 4 เป็นทำเลที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้สะดวกทั้งบริการสาธารณะได้แก่ รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือด่วน และรถยนต์ส่วนตัว   โครงการ แอชตัน จุฬา-สีลม เป็นโครงการภายใต้การร่วมทุนกับ “มิตซุย ฟูโดซัง” มูลค่าโครงการกว่า 8,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ พัฒนาในรูปแบบ High Rise สูง 56 ชั้น จำนวน 1,182 ยูนิต มีให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Studio 24.5-26 ตร.ม. 1 Bedroom 30.5-34.5 ตร.ม. และ 2 Bedrooms 57.5-66 ตร.ม. ด้วยการออกแบบใน สไตล์ Modern Luxury & Eclectic Style เป็นการออกแบบห้องพักโดยใช้กระจกสูงเข้ามุมโค้ง ทำให้เมื่ออยู่ภายในอาคารจะได้พื้นที่เสมือนยื่นไปในอากาศ ตัวอาคารใช้โทนสีน้ำเงินเข้ม สลับกับการใช้ Double Skin Facade โดยการเพิ่มกระจกบานเลื่อนที่ระเบียงห้องอีกหนึ่งชั้น ตัวอาคารจึงดูเรียบและล้ำสมัย และมีความเป็น Iconic skyscraper ส่งเสริมความสวยงามของ Skyline กรุงเทพ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบให้อาคารเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยแนวคิด Eco Urban Living ใช้หลอดประหยัดไฟทั้งอาคาร, EV Charger และจุดจอดจักรยานเพื่อรองรับ Eco-Friendly Lifestyle   ภายในโครงการเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ สระว่ายน้ำระบบเกลือ & โอโซน , สระออนเซ็น, Double Floor Sky Fitness, Life Style Club & Wine Bar พร้อมด้วย Library และ Exclusive Business Lounge นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนขนาดใหญ่ที่ให้ความร่มรื่น ภายใต้แนวคิด Urban Oasis และที่พิเศษสุดกับ Life Style Club & Wine Bar เป็นห้องที่สามารถมองวิวสูงกรุงเทพได้แบบพาโนรามา พื้นที่แบบ Double space ให้ความรู้สึกโปร่ง มีการตกแต่ง สไตล์ Modern and Luxury ผสมกลิ่นอายความเป็น Classical และ Eclectic Style.   นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญรอบโครงการ อาทิ จามจุรีสแควร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสาธิตจุฬา โรงพยาบาลจุฬาฯ  ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน  สยามเซ็นเตอร์ มาบุญครอง และ สวนลุมพินี เป็นต้น รวมถึง  เมกะโปรเจ็คใหม่ๆที่กำลังเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะยกระดับพื้นที่ในโซนนี้ให้เป็น จุดยุทธศาสตร์แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร  
อนันดาฯ วางศิลาฤกษ์โครงการ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 40 พร้อมเดินหน้างานก่อสร้าง

อนันดาฯ วางศิลาฤกษ์โครงการ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 40 พร้อมเดินหน้างานก่อสร้าง

คุณสันทัด ณัฎฐากุล (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานควบคุมการผลิต และ กรรมการผู้จัดการ ไอดีโอ / ไอดีโอ โมบิ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์งานก่อสร้างโครงการ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 40 (IDEO Mobi Sukhumvit 40) พร้อมด้วย คุณวิโรจน์ กัปปิยจรรยา (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานการพัฒนาประสิทธิภาพ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คุณธงชัย เตชะเสาวภาคย์ (ที่ 3 จากขวา) ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อโครงการและผู้อยู่อาศัย   โดยโครงการ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 40 เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง บน ซอย สุขุมวิท 40 เดินทางสะดวกสบาย ทั้งสามารถเชื่อมต่อถนนสุขุมวิทและถนนพระราม4 ได้อย่างง่ายดาย เพียง 600 เมตรจากรถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัย และทางพิเศษเฉลิมมหานคร พร้อมเต็มอิ่มกับอิสระแห่งการพักผ่อนบนพื้นที่ส่วนกลาง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Future and Nature ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกล้ำสมัย ด้วยนวัตกรรมพลังงานสะอาด Solar Cell Panel และ Smart Solar Fresh Air System โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินงานก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จใน เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562
อนันดาฯ รุก เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ จับมือ แอสคอทท์ เปิด 4 โครงการ มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท เน้นลูกค้าต่างชาติ

อนันดาฯ รุก เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ จับมือ แอสคอทท์ เปิด 4 โครงการ มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท เน้นลูกค้าต่างชาติ

  อนันดา รุกตลาดเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ร่วมมือกับ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด ล่าสุด เตรียมเปิดตัว 4 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการกว่า 1 หมื่นล้านบาท กว่า 1,400 ยูนิต บนทำเลศักยภาพสูงใจกลางเมือง NEW CBD ของกรุงเทพฯ ประเดิมโครงการแรก ซัมเมอร์เซ็ท รามา 9 บางกอก (Somerset Rama 9 Bangkok) มูลค่า 2,500 ล้านบาท จำนวน 445 ยูนิต  มั่นใจดีมานด์ยังโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว   นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนในการขยายธุรกิจใหม่ “เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์”  (Serviced Apartments) โดยมองว่าเป็นรูปแบบธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาวให้แก่บริษัท นอกจากนี้ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจและการท่องเที่ยวของไทย จากการที่ไทยยังเป็นศูนย์กลางทางการค้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีทรัพยากรทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมที่สวยงามเป็นที่ดึงดูดแก่นักท่องเที่ยวมากขึ้นในทุกปี  ทำให้ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ (Serviced  Apartments) มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ล่าสุด อนันดาฯ ได้ประกาศจับมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก แอสคอทท์ (Ascott) ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ระดับลักชัวรี่ชั้นนำของโลกที่มีรางวัลจำนวนมากการันตี ทั้งนี้เพื่อสร้างจุดแข็งในด้านมาตรฐานที่พักอาศัยอันเหนือระดับ     “อัตราการเช่าเฉลี่ยของเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ในทุกทำเลของกรุงเทพมหานครมากกว่า 74% และสามารถขยับขึ้นไปถึงประมาณ 90% ในบางทำเล โดยพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจและพื้นที่ตามแนวถนนสุขุมวิท เป็นทำเลยอดนิยมที่สุดสำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร อัตราการเช่าเฉลี่ยจึงอยู่ที่ประมาณ 80% เนื่องจากความสะดวกในการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายรวมไปถึงการเข้าถึงที่สะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า BTS” นายชานนท์ กล่าว   โดยความร่วมมือครั้งนี้ เตรียมเปิดตัว 4 โครงการ มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท กว่า 1,400 ยูนิต  ซึ่งโครงการแรก ได้แก่ โครงการ ซัมเมอร์เซ็ท รามา 9 บางกอก (Somerset Rama 9 Bangkok) มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท จำนวน 445 ยูนิต  และอีก 3 โครงการอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งทั้ง 4 โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงสุดของกรุงเทพฯ และด้วยมาตรฐานสูงสุดและความเชี่ยวชาญของ แอสคอทท์ (Ascott)  ในการบริหารที่พักอาศัย เจ้าของและผู้พักอาศัยมั่นใจได้ในบริการแบบมืออาชีพระดับโลก ทั้ง 4 โครงการนี้จึงโดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้ง คุณภาพระดับลักชัวรี่ และการบริหารแบบมืออาชีพ   ทั้งนี้ โครงการ ซัมเมอร์เซ็ท รามา 9 บางกอก (Somerset Rama 9 Bangkok) แบรนด์เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงระดับโลก อาคาร High-Rise 1 อาคาร สูง 35 ชั้น จำนวน 445 ห้องพัก พร้อมพื้นที่ร้านค้า พื้นที่จัดประชุม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน บนย่านพระราม 9 ซึ่งเป็นย่านธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) รายล้อมไปด้วยแหล่งอาคารสำนักงาน เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, Super Tower,  AIA capital center, G Tower, Fortune Town, และ The 9th tower พร้อมสิ่งเอื้ออำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น Central Rama9, Esplanade Cineplex, The Street Ratchada, และรพ.พระราม 9 , รพ.ปิยะเวท เป็นต้น สามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยห่างจาก MRT พระราม 9 เพียง 100 ม. MRT ศูนย์วัฒนธรรม เพียง 200 ม.   และเพียง 1 สถานีไปยัง Airport Rail Link สถานีมักกะสัน ที่สามารถเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิได้     นายเควิน โกห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิ แอสคอทท์ จำกัด กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่อนันดา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยและเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ที่พักอาศัยสำหรับคนเมือง ได้ให้เกียรติเลือกแอสคอทท์เพื่อเริ่มดำเนินธุรกิจโครงการที่พักอาศัย ด้วยเป้าหมายที่แอสคอทท์ตั้งไว้ทั้งหมด 14 แห่งในประเทศไทยภายในปีพ. ศ. 2566  เครือข่ายทั่วโลกของเรามีลูกค้าองค์กรต่างๆเกือบ 100,000 ราย จะช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดให้ขยายเพิ่มมากขึ้นไปทั่วโลก ทั้งอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย และเครือข่ายทางการตลาดระดับนานาชาติของแอสคอทท์ พร้อมความสามารถในการบริการที่แข็งแกร่ง ผนวกกับความเชี่ยวชาญของอนันดาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล  โดยเราเชื่อมั่นว่าทั้ง 4 โครงการจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นพันธมิตรที่มีประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน  ซึ่งการร่วมมือของอนันดากับแอสคอทท์ ในครั้งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดสำคัญสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก  เรามีความมั่นใจว่าจะมียอดขายได้มากกว่า 80,000 ยูนิตในปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มขึ้นถึง 160,000 ยูนิตภายในปี 2566  และแผนงานในประเทศไทยจะมีการดำเนินงานมากกว่า 1,600 หน่วย ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หรือมากกว่า 4,300 ยูนิตภายในปีพ. ศ. 2567  ทั้งนี้รวมถึงโครงการทั้ง 4 แห่งของเรากับอนันดาอีกด้วย ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำของแอสคอทท์ในฐานะผู้ประกอบการด้านโครงการที่พักอาศัยระดับสากลรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย   "เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ใหม่ทั้ง 4 โครงการของอนันดาฯครั้งนี้ ได้ช่วยเพิ่มผลงานของแอสคอทท์ในประเทศไทยให้มีมากขึ้นรวมเป็น 21 แห่ง หรือกว่า 4,300 ยูนิตทั่วกรุงเทพฯ พัทยาและศรีราชา โดยขณะนี้แอสคอทท์มีโครงการที่พักอาศัยให้บริการอยู่มากกว่า 43,000 แห่งในเมืองสำคัญต่างๆในอเมริกา เอเชียแปซิฟิก ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา และมีมากกว่า 29,000 ยูนิตซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ทำให้มีจำนวนโครงการทั้งหมดรวมกว่า 74,000 ยูนิตในกว่า 500 แห่ง  ซึ่งแบรนด์ของบริษัท ทั้ง 6 แบรนด์ ได้แก่ Ascott, Citadines, Somerset, Quest, The Crest Collection และ Lyth  ในปัจจุบันผลงานของแอสคอทท์ครอบคลุมกว่า 130 เมือง ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก” นายเควินกล่าวทิ้งท้าย  
อนันดา สร้างสถิติใหม่โชว์รายได้ปี’60 ประกาศแผนธุรกิจปี’61 ลุย 16 โครงการใหม่ 35,000 ล้านบาท

อนันดา สร้างสถิติใหม่โชว์รายได้ปี’60 ประกาศแผนธุรกิจปี’61 ลุย 16 โครงการใหม่ 35,000 ล้านบาท

อนันดา ปิดฉากปี'60 โชว์รายได้ 13,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน พร้อมยอดขายกว่า 34,900 ล้านบาท เปิดตัวคอนโด  11 โครงการ มูลค่ากว่า 36,600 ล้านบาท ประกาศแผนธุรกิจปี'61 เป้าโอน 38,000 ล้านบาท เปิดโครงการใหม่ 16 โครงการ มูลค่ากว่า 35,100 ล้านบาท ตั้งเป้าโต 4 ปี ยอดโอน 70,000 ล้านบาท นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัท สามารถสร้างสถิติสูงสุดทั้งการเปิดโครงการใหม่ ยอดขาย และรายได้ โดยมูลค่าโครงการอยู่ที่ 42,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% จากปีก่อน และยอดขายมูลค่า 34,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 39% จากปีก่อน และรายได้ 12,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน ประกอบด้วย รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 8,932 ล้านบาท รายได้อื่น 4,018 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากโครงการร่วมทุน และรายได้จากงานก่อสร้างโครงการภายนอกบริษัท ทั้งนี้บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,328 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการเปิดโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ ยอดขายรอรับรู้รายได้(แบ็คล็อค) กว่า 53,700 ล้านบาท รองรับการโอนใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้น 30% จากสิ้นปีก่อน ซึ่งในปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวคอนโดมิเนียม 11 โครงการ และแนวราบ 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 42,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% จากปีก่อน และจากการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 11 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 36,600 ล้านบาท ส่งผลให้ในปี 2560 บริษัทเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดตัวคอนโดมิเนียมสูงที่สุดในประเทศ โดยไตรมาส 4 บริษัทได้เปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 2 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท ประกอบด้วย ไอดีโอ โมบิ พระราม 4 มูลค่า 5,000 ล้านบาท ติดรถไฟฟ้าสถานีคลองเตย และเอลลิโอ เดล  มอสส์ มูลค่า 3,400 ล้านบาท ติดรถไฟฟ้าสถานีเสนานิคม บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้ 9,800 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่วางไว้ 7,500 ล้านบาท ถึง 31% ทั้งนี้ บริษัทประสบความสำเร็จในการขายไปยังต่างประเทศจากโครงการใหม่ และโครงการที่เปิดขายไปก่อนหน้า มูลค่าการขาย รวม 9,775 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้น 164% จากปีก่อน ขายไปยังลูกค้าใน 38 ประเทศ ส่งผลให้บริษัทก้าวสู่การเป็นบริษัทที่มียอดขายต่างประเทศสูงที่สุดในประเทศในปี 2560 ทำให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในประเทศ และต่างประเทศกว่า 34,900 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7% นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยทางการเงิน และประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต พร้อมดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิซึ่งหักด้วยเงินสดต่อส่วนทุนอยู่ที่ 0.77 :1 เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายระยะยาวของบริษัทในระดับ 1:1 ขณะเดียวกัน บริษัทได้ร่วมทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานคร ร่วมกับมิตซุย ฟูโดซัง เพิ่มเติมอีก 6 โครงการมูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36 ,ไอดีโอ พระราม 9 ตัดใหม่ ,เอลลิโอ เดล เนสต์ ,ไอดีโอ โมบิ รางน้ำ , เอลลิโอ เดล มอสส์ และคอนโดมิเนียมใกล้พระราม 9 ซึ่งมีมูลค่าร่วมทุนรวม 21 โครงการกว่า 95,000 ล้านบาท บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แสดงให้เห็นการมีวินัยทางการเงินในการรักษาผลกำไรของบริษัท แม้ว่าอยู่ในช่วงของการเติบโต นอกจากนี้กระแสเงินสดของบริษัทยังคงมีความแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นสุดไตรมาสยังคงรักษาเงินสดขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 2,000 ล้านบาท บริษัทยังได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องจากสถาบันการเงินชั้นนำ และมีทางเลือกในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการเงินสดของบริษัทฯตลอดทั้งปี ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์ สำหรับแผนดำเนินงานในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ายอดโอนเติบโตสูงถึง 152% เป็น 38,000 ล้านบาท โดยในปี 2561 บริษัทคาดว่ามีคอนโดมิเนียมที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอน 9 โครงการ เพิ่มเติมจากในปี 2560 ซึ่งมีคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างแล้วเสร็จ และเริ่มโอนจำนวน  8 โครงการ รวมทั้ง มีแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2561 จำนวน 16 โครงการ มูลค่ากว่า 35,100 ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียม 8 โครงการ ร่วมทุนกับมิตซุย ฟูโดซังจำนวน  7 โครงการ และแนวราบ 8 โครงการ โดยตั้งเป้ายอดขายใกล้เคียงกับปีก่อน 35,100 ล้านบาท จาก 34,900 ล้านบาท ในปี 2560 พร้อมเป้าหมายในการรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนทุนในระดับประมาณ 1:1 สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการบริหารงานของบริษัทอีกด้วย บริษัทตั้งเป้าหมายในการพัฒนาโครงการร่วมทุนเพิ่มขึ้น ด้วยมูลค่าโครงการร่วมทุนเกินกว่า 114,000 ล้านบาท ในปี 2561 จาก 95,000 ล้านบาท ในปี 2560 ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาตำแหน่งผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าโครงการร่วมทุนสูงที่สุดในประเทศ "จากการรักษาการเติบโตของธุรกิจ และผลการดำเนินงานที่ดี รวมถึงยังรักษาความมีวินัยด้านต้นทุนการดำเนินงาน ทำให้อนันดายังคงครองความเป็นผู้นำคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านการออกแบบอาคาร และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้านอื่นๆ ทำให้ยังคงตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมต่อไป ปี 2561 เป็นส่วนหนึ่งของ "4 in 4 Roadmap ระยะเวลาแห่งการเติบโตมากกว่า 4 เท่าใน 4 ปี" โดยบริษัทคาดหวังว่ายอดโอนจะเติบโตเกินกว่า 400% จากระดับกว่า 15,100 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 70,000 ล้านบาท ในปี 2564 ด้วยผลสำเร็จจากเงินลงทุนภายหลังจากการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2561 บริษัทคาดว่ามีคอนโดมิเนียมที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอน 9 โครงการ เพิ่มเติมจากในปี 2560 ซึ่งมีคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างแล้วเสร็จ และเริ่มโอน 8 โครงการ" นายชานนท์ กล่าว บริษัทมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งจากการได้รับผลสำรวจจากดัชนีความไว้วางใจในแบรนด์สูงที่สุดสำหรับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมในปี 2560 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU-Brand Trust Index in the real estate industry) สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบสินค้า และบริการที่มีคุณภาพให้กับลูกค้า พร้อมรับรู้ได้มายังแบรนด์ของบริษัท ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทเตรียมขออนุมัตินำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาการเพิ่มเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น เป็น 12.75 สตางค์ เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อนหน้านี้ โดยเป็นการเพิ่มเงินปันผลขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่มีการเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัท
อนันดาฯ โชว์ผลงานโดดเด่นยอดขาย Q3 ดีกว่าเป้า ถึง 52% ยอดแบ็คล็อคพุ่งนิวไฮ ลุยปรับเพิ่มเป้ายอดขายทั้งปีอีก 5% เป็น 32,588 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดโอน Q4 เกือบ 15,000 ล้านบาท

อนันดาฯ โชว์ผลงานโดดเด่นยอดขาย Q3 ดีกว่าเป้า ถึง 52% ยอดแบ็คล็อคพุ่งนิวไฮ ลุยปรับเพิ่มเป้ายอดขายทั้งปีอีก 5% เป็น 32,588 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดโอน Q4 เกือบ 15,000 ล้านบาท

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า โชว์ศักยภาพการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายจากที่ตั้งเป้าไว้ เผยไตรมาส 3/2560 บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6,350 ล้านบาท ถึง 52% จากยอดขายโครงการใหม่ และโครงการที่เปิดตัวก่อนหน้า นอกจากนี้ประกาศปรับเพิ่มเป้ายอดขายทั้งปีอีก 5% เป็น 32,588 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อค) ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2560 กำหนดโอนภายในช่วง 4 ปีข้างหน้า จำนวนกว่า 54,400 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นสถิติอีกครั้ง โดยเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 32% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้ในไตรมาส 4/2560 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยอดโอนส่วนใหญ่คิดเป็นสัดส่วนถึง 64% ของเป้าหมายยอดโอนทั้งปีกว่า 23,000 ล้านบาท บริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดโอนทั้งปีที่จะเติบโตเพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมานับว่า บริษัทมีภาพรวมการดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมีผลประกอบการที่โดดเด่นเป็นที่น่าพอใจ  โดยมีตัวเลขยอดขายในไตรมาส 3 เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6,350 ล้านบาท ถึง 52% จากยอดขายโครงการใหม่ และโครงการที่เปิดตัวก่อนหน้า พร้อมประกาศปรับเพิ่มเป้ายอดขายทั้งปีอีก 5% เป็น 32,588 ล้านบาท ทำให้มียอดขายรอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อค) ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2560 กำหนดโอนภายในช่วง 4 ปีข้างหน้า จำนวนกว่า 54,400 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นสถิติอีกครั้ง โดยเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 32% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้ในไตรมาส 4/2560 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยอดโอนส่วนใหญ่คิดเป็นสัดส่วนถึง 64% ของเป้าหมายยอดโอนทั้งปีกว่า 23,000 ล้านบาท ในไตรมาส 3 นี้ บริษัทฯ เปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ติดรถไฟฟ้าบน 2 ทำเล และโครงการแนบราบใหม่ 3 ทำเล ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 7,687 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียม มูลค่ารวมกว่า 4,435 ล้านบาท ได้แก่ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 40 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเอกมัย มูลค่าโครงการกว่า 2,057 ล้านบาท โครงการไอดีโอ โมบิ รางน้ำ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มูลค่าโครงการกว่า 2,377 ล้านบาท โครงการแนวราบ ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 3,252 ล้านบาท ได้แก่ โครงการแอริ พระราม 5 – ราชพฤกษ์ มูลค่าโครงการ 792 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ใหม่ บนถนนพระราม 5 จังหวัดนนทบุรี โครงการอาร์เทล เกษตร-นวมินทร์ มูลค่าโครงการ 1,658 ล้านบาท และโครงการเอโทล วงแหวน-ลำลูกกา ใกล้กับรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว มูลค่าโครงการ 802 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 3 นี้ บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 9,645 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่วางไว้ที่ 6,350 ล้านบาท ถึง 52% โดยยอดขายที่แข็งแกร่งส่วนหนึ่งมาจากความต้องการซื้อจากลูกค้าที่ดีกว่าคาด และจากการเลื่อนเปิดโครงการใหม่เร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในช่วงต้นปี มูลค่ากว่า 4,435 ล้านบาท ทั้งนี้ในครึ่งปีแรก บริษัทฯ สร้างยอดขายได้ 77% ของเป้ายอดขายทั้งปี และมีแผนเปิดโครงการใหม่อีก 2 โครงการ โดยผลจากความสำเร็จดังกล่าวมาจากตัวโครงการอยู่ในทำเลติดรถไฟฟ้า สะดวกสบายในการอยู่อาศัย มีการนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้ในโครงการ และราคาที่เหมาะสมสามารถจับต้องได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,692 ล้านบาท ลดลง 28% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่บริษัทฯ มีรายได้อื่นจำนวนกว่า 1,066 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากโครงการร่วมทุน ทำให้บริษัทฯ สร้างรายได้รวมจำนวน 2,759 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 141 ล้านบาท ลดลง 44% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่ลดลง และการเปิดโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยในไตรมาส 4/2560 บริษัทฯตั้งเป้าหมายยอดโอนส่วนใหญ่คิดเป็นสัดส่วนถึง 64% ของเป้าหมายยอดโอนทั้งปีกว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในช่วงที่เรียกว่า "ระยะเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวผลตอบแทน" ซึ่งในปี 2559 สร้างยอดโอนเติบโต 65% จากปีก่อน ตลอดจนแผนงานในการเติบโต 45% จากปี 2559 สำหรับการโอนในปี 2560 อยู่ที่กว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่จะโอนในปี 2560 มูลค่ากว่า 13,700 ล้านบาท คิดเป็น 93% ของเป้ายอดโอนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งรวมส่วนแบ่งยอดโอนของอนันดา และมิตซุย ฟูโดซัง บริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยทางการเงิน และประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต พร้อมยังคงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิซึ่งหักด้วยเงินสดต่อส่วนทุนอยู่ที่ 0.84 :1 เท่านั้น นอกจากนี้กระแสเงินสดของบริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นสุดไตรมาสยังคงรักษาเงินสดขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 1,400 ล้านบาท  ซึ่งบริษัทฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องจากสถาบันการเงินชั้นนำ และมีทางเลือกในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการเงินสดของบริษัทฯตลอดทั้งปี สามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์ ทั้งนี้ในเดือนตุลาคมปี 2560 บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี ด้วยต้นทุนหุ้นกู้เพียง 3.50% ซึ่งเป็นต้นทุนต่ำสุดเป็นสถิติอีกครั้ง ลดลงจากที่บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ต้นทุน 3.95% และลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.40% ที่ออกหุ้นกู้เมื่อ 3 ปีก่อน” นายชานนท์ กล่าว ในปี 2561 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดโอนเติบโต 76% อยู่ในระดับกว่า 40,500 ล้านบาท จากเป้าหมายยอดโอนในปี 2560 ที่ระดับ 23,000 ล้านบาท โดยในปี 2561 บริษัทฯ คาดว่าจะมีโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอน สูงถึง 11 โครงการ เพิ่มขึ้นจากในปี 2560 ที่มี 10 โครงการใหม่ที่สร้างแล้วเสร็จ และเริ่มโอนจากวงจรเงินทุน ทำให้บริษัทฯ เปิดขายโครงการใหม่ในปี 2561 ด้วยมูลค่าโครงการ เพิ่มขึ้น 15% อยู่ในระดับกว่า 48,000 ล้านบาท จากเป้ากว่า 41,800 ล้านบาทในปี 2560 โดยในปี 2561 บริษัทจะเปิดขายโครงการใหม่ 22 โครงการ โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 13 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับมิตซุย ฟูโดซัง 7 โครงการ และโครงการแนวราบ 9 โครงการ จากมูลค่าเปิดขายโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ในปี 2561 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นอีก 24% เป็นกว่า 40,500 ล้านบาท จากเป้ายอดขายในระดับกว่า 32,600 ล้านบาท ในปี 2560 พร้อมเป้าหมายในการรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนทุนในระดับประมาณ 1:1 สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการบริหารงานของบริษัทอีกด้วย “บริษัทฯ รักษาการเติบโตของธุรกิจ และผลการดำเนินงานที่ดี รวมถึงยังรักษาความมีวินัยด้านต้นทุนการดำเนินงาน และการกู้ยืมอีกด้วย โดย อนันดาฯ ยังคงครองความเป็นผู้นำคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านการออกแบบอาคาร และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้านอื่นๆ ทำให้ยังคงตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมต่อไป พร้อมมุ่งมั่นต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่สุดและโปร่งใส โดยได้รับคะแนนทางด้านการกำกับดูแลกิจการในระดับสูงสุด 5 ดาว เพิ่มขึ้นจากระดับ 4 ดาวในปีก่อน รวมทั้งการกำกับดูแลกิจการที่ดี และโปร่งใส ให้แก่นักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยตลาดหลักทรัพย์ได้เสนอชื่อให้บริษัทฯ เข้าชิงรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมให้แก่บริษัทประจำปี 2560 อีกทั้งนิตยสาร IR Magazine ได้เสนอชื่อให้บริษัทฯ เข้าชิงรางวัลนักลงทุนยอดเยี่ยมในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2560” นายชานนท์ กล่าวตอนท้าย
บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เตรียมเปิดตัวโครงการ เอโทล วงแหวนฯ-ลำลูกกา บ้านเดี่ยวบนทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์การอยู่อย่างศัย ในราคาเริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาท

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เตรียมเปิดตัวโครงการ เอโทล วงแหวนฯ-ลำลูกกา บ้านเดี่ยวบนทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์การอยู่อย่างศัย ในราคาเริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาท

กลับมาสร้างความคึกคักให้กับตลาดบ้านเดี่ยวกันอีกครั้ง ล่าสุด ผู้บริหารหนุ่ม  คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ ภายใต้แบรนด์ เอโทล (Atoll) บ้านที่ให้คุณมากกว่าการพักผ่อนที่ตอบสนองการใช้ชีวิตของครอบครัวคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง บนทำเลศักยภาพ วงแหวนฯ-ลำลูกกา คือ โครงการ เอโทล วงแหวนฯ-ลำลูกกา  มูลค่าโครงการ 918 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาท จำนวน 138 หลัง ตั้งอยู่บนทำเลติดถนนใหญ่ สะดวกสบายในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน หรือรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายซึ่งเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้ ถึง 3 สายเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นทำเลทองของการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง พิเศษสุดกว่าโครงการไหนด้วยสวนส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่  นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอพิเศษสุด!! อาทิ สัญญาณกันขโมย เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น  ฉากกั้นอาบน้ำ ปูหญ้า ถุงน้ำบนดินและปั๊มน้ำ เป็นต้น  สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมบ้านตัวอย่างได้ที่สำหนักงานขายโครงการ เอโทล วงแหวนฯ-ลำลูกกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 316 2222 หรือ  www.ananda.co.th