Tag : ฤดูฝน

4 ผลลัพธ์
คู่มือเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับหน้าฝน

คู่มือเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับหน้าฝน

  ฝนที่ตกลงมานอกจากก่อความรำคาญใจให้กับเราแล้ว จะเป็นส่วนที่ทำร้ายบ้านของเราอีกด้วย การหมั่นตรวจเช็คสิ่งต่างๆ ของบ้านทั้งภายในและภายนอกให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ จะช่วยให้เราพร้อมรับแรงปะทะจากพายุฝนที่กำลังจะมาได้เป็นอย่างดี โดยควรต้องตรวจเช็คทั้งตัวบ้าน สิ่งแวดล้อมละแวกบ้านอย่างละเอียด โดยสิ่งที่จำเป็นต้องตรวจเช็คมีดังต่อไปนี้..   1. ตรวจสอบหลังคา ฝ้า เพดาน ให้ดี ปัญหากวนใจเกี่ยวกับบ้านในช่วงหน้าฝน คงหนีไม่พ้นปัญหาน้ำรั่วซึมเพดานอย่างแน่นอน ซึ่งทางเราขอแนะนำให้เจ้าของบ้านหรือคอนโดมิเนียมหมั่นตรวจดูรอยรั่วซึมของหลังคา ตรวจดูผนังห้องไม่ให้มีรอยแตกร้าว ไม่มีรอยรั่วซึมของน้ำบน ฝ้าเพดาน โดยดูสังเกตุได้หากฝ้าเพดานมีลักษณะเป็นดวงสีน้ำตาลแสดงว่ามีรอยน้ำรั่ว หากพบสัญญาณบอกเหตุว่ามีการรั่วไหล ให้รีบทำการซ่อมแซมทั้นที   2. รางน้ำฝน และรางระบายน้ำ ก็อย่าละเลย สำหรับรางน้ำฝนและรางระบายน้ำนั้น คงเป็นจุดที่เจ้าของบ้านหลายคนมักไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ แต่ขอบอกเลยว่ามีความสำคัญมากนะ ดังนั้นแนะนำให้ทำความสะอาดรางระบายน้ำรอบบริเวณบ้าน ทั้งบนหลังคาและบนพื้นดินอย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้มีสิ่งอุดตันจากเศษดินหรือเศษใบไม้มาขวางทางระบายของน้ำ เพื่อให้น้ำฝนที่ไหลลงมาจากหลังคา หรือไหลตามรางระบายน้ำสามารถระบายน้ำออกไปให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณบ้านจนทำให้น้ำท่วมเข้าบ้านนั่นเอง   3. ระเบียงหรือนอกชาน เราก็ต้องดูแล ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดฯ เราเชื่อว่ายังก็ต้องมีระเบียงกลางแจ้ง ซึ่งเราแนะนำให้ตรวจสอบดูว่ามีคราบน้ำ คราบตะไคร่น้ำหรือเชื้อราอยู่บริเวณพื้นหรือไม่ ถ้ามีให้รีบดำเนินการทำความสะอาดขัดล้างออก เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้ม อีกทั้งยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคอีกด้วย และหากทิ้งไว้นานก็จะทำให้ทำความสะอาดได้ยากขึ้น ต้องรับกำจัดตั้งแต่เนิ่นๆ นะ   4. มีปลั๊กไฟ โคมไฟ อยู่กลางแจ้งหรือเปล่า? สำหรับข้อนี้ถือว่าสำคัญนะคะ เพราะบ้านใครที่มีบริเวณส่วนใหญ่มักต่อปลั๊กไฟไว้ใช้งานในสวน จึงควรตรวจเช็คระบบไฟฟ้าหรือบริเวณปลั๊กไฟที่อยู่ในจุดเสี่ยง อาทิ โคมไฟหน้าบ้านที่ไม่มีหลังคาคลุม, กระดิ่งไฟหน้าบ้าน, ปลั๊กไฟที่อยู่นอกบ้าน ก็ควรต้องมีฝาปิดครอบให้แน่นหนาเพื่อป้องกันน้ำกระเซ็นถึง เป็นต้น   5. ต้นไม้ใหญ่ใกล้บ้าน ระวังไว้หน่อยก็ดี แน่นอนว่าหากบริเวณบ้านพักที่อยู่อาศัยของเรา มีต้นไม้สูงอยู่ใกล้เคียง สิ่งที่เจ้าของบ้านควรทำเสมอคือแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตัดแต่งกิ่งไม้ให้อยู่ห่างจากเสาไฟ และไม่ให้เกะกะสายไฟรอบตัวบ้าน เพราะนี่อาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ แถมถ้ามีฝนฟ้าคะนองหรือลมกรรโชกแรงในหน้ามรสุมก็จะยิ่งเสี่ยงให้เกิดอันตรายได้นะคะ ดังนั้นป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ดีจ๊ะ   6. ดูแลเฟอร์นิเจอร์ในสวนให้พร้อมรับหน้าฝน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องจัดเก็บเฟอร์นิเจอร์สนามประเภทผ้าเข้ากรุ และเตรียมการให้พร้อมรับฤดูที่เต็มไปด้วยความชื้น โดยการทาน้ำยาป้องกันแมลง หรือน้ำยาเคลือบเงาบนเฟอร์นิเจอร์ไม้และทาน้ำยากันสนิมพร้อมกับเคลือบสีใหม่ให้เฟอร์นิเจอร์เหล็ก จะได้สวยงามคงทนสู้แดดและฝน   7. ป้องกันลานลื่นในสวน ถ้าฝนตกชุก พื้นทางเดินก็มักจะมีตะไคร่น้ำเกาะ ซึ่งเจ้าของบ้านควรใช้น้ำยากำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นลาน แล้วจึงติดแถบหรือเคลือบน้ำยากันลื่นหรือปูพื้นด้วยแผ่นพื้นไม้สำเร็จรูปกันลื่นที่ถอดประกอบได้และมีน้ำหนักเบา โดยเลือกชนิดที่มีโครงรองพื้นเป็นพลาสติกก็จะสามารถระบายน้ำและความชื้นได้ดี   สุดท้ายอย่าลืมว่าเราไม่สามารถควบคุม บังคับธรรมชาติได้ แต่เราสามารถปรับตัว เรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นเตรียมบ้านให้พร้อมรับกับหน้าฝนที่กำลังจะมากันดีกว่าค่ะ เพราะถ้าบ้านปลอดภัยเราก็สบายกายและสบายใจ :)
ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ มาดูแลรักษาคอนโดมิเนียมแบบง่ายๆ กัน

ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ มาดูแลรักษาคอนโดมิเนียมแบบง่ายๆ กัน

หน้าฝนเป็นช่วงที่คุณควรให้ความใส่ใจและดูแลคอนโดมากเป็นพิเศษ เพราะช่วงนี้ห้องคอนโดอาจมีความอับชื้นได้ง่าย ซึ่งจะทำให้เกิดกลิ่นอับและมีบรรยากาศที่ไม่ค่อยน่าอยู่มากนัก ซึ่งเราก็มีวิธี การดูแลรักษาคอนโดมิเนียมแบบง่ายๆ ในช่วงหน้าฝนมาฝากเช่นกัน อย่าปล่อยให้สายฝนพรำทำให้ห้องคอนโดของคุณดูแย่ลง มาเริ่มเรียนรู้การดูแลอย่างถูกวิธีกันดีกว่า   ปิดหน้าต่างเมื่อฝนตก   เมื่อฝนตก คุณควรปิดหน้าต่างทันที เพื่อป้องกันไม่ให้นํ้าฝนสาดกระเซ็นเข้ามาในห้อง โดยเฉพาะคอนโดที่ปูพื้นด้วยพื้นไม้ลามิเนต หรือพื้นกระเบื้อง เพราะพื้นไม้อาจเกิดความเสียหาย ด้วยการพองหรือบวมจากการโดนความชื้นมากเกินไป และพื้นกระเบื้องอาจลื่นจนเป็นอันตรายต่อตัวคุณและคนอื่นๆ ได้นั่นเอง ซึ่งหากมีนํ้าสาดกระเซ็นเข้ามา ควรรีบเช็ดให้แห้งโดยด่วน   ตรวจเช็ครอยรั่วซึม   หากห้องคอนโดของคุณอยู่บนชั้นบนสุด ก็คงต้องตรวจเช็ครอยรั่วซึมสักหน่อยแล้วล่ะ เพราะเมื่อฝนตกอาจจะมีนํ้าย้อยซึมลงมาจากบนเพดานได้ ซึ่งหากพบรอยรั่ว ควรรีบซ่อมแซมโดยหาอะไรมาอุดโดยด่วน โดยเฉพาะหากรั่วมากๆ เพราะนั่นอาจทำให้ห้องคอนโดของคุณเต็มไปด้วยฝนที่ย้อยลงมา แถมยังส่งผลกระทบกับพื้นห้อง ในกรณีที่เป็นพื้นไม้ลามิเนตหรือพื้นกระเบื้องอีกด้วย ตรวจสอบปลั๊กไฟอย่างละเอียด   การตรวจสอบปลั๊กไฟอย่างละเอียด ถี่ถ้วน เป็นอีกวิธี การดูแลรักษาคอนโดมิเนียม ที่ห้ามละเลยเป็นอันขาด เพราะในช่วงฤดูฝน นํ้าที่ไหลซึมลงมาจากเพดานห้องหรือกระเซ็นมาจากนอกหน้าต่าง อาจไปโดนปลั๊กไฟ จนก่อให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งก็มีความอันตรายมากถึงชีวิตเลยทีเดียว โดยคุณจะต้องตรวจสอบดูว่าปลั๊กไฟมีการชำรุดเสียหายหรือไม่ และควรนำฝาครอบมาครอบปิดไว้ จะได้ไม่เกิดอันตรายขึ้นนั่นเอง วางพรมเช็ดเท้าไว้หลายๆ จุด   ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ห้องคอนโดมักจะเอือดมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณเปียกฝนมาจากข้างนอกแล้วเหยียบยํ่าเข้าไปในห้อง เพราะฉะนั้นจึงควรวางพรมเช็ดเท้าไว้ในหลายๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นหน้าประตูห้อง หน้าประตูห้องนํ้า หรือหน้าประตูทางออกระเบียง แค่นี้ก็ช่วยลดความอับชื้นในห้องได้แล้ว   การดูแลรักษาคอนโดมิเนียมในช่วงหน้าฝน ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะช่วงฝนตกบ่อยๆ อาจทำให้ห้องคอนโดอับชื้น และดูไม่น่าอยู่ได้ ซึ่งวิธีเหล่านี้ ก็เป็นวิธีขั้นเบสิค ที่จะทำให้คุณดูแลห้องคอนโดได้อย่างไม่มีติดขัด   ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Jwrealestate.co.th
7 จุดต้องตรวจเช็ค เตรียมบ้านต้อนรับหน้าฝน

7 จุดต้องตรวจเช็ค เตรียมบ้านต้อนรับหน้าฝน

นับเป็นความโชคดีที่ปีนี้อากาศไม่ร้อนมากนัก แต่ในขณะเดียวกันหลาย ๆ พื้นที่ ฝนตกชุกยิ่งกว่าฤดูฝน ฝนที่มาเร็วกว่าทุก ๆ ปีแถมยังตกกระหน่ำยาวนานหลายเดือน บ้านที่ต้องเจอกับความชื้นทุก ๆ วัน อาจก่อให้เกิดเชื้อรา เกิดรอยดำไม่สวยงาม ยิ่งบ้านไหนมีรอยร้าว หลังคารั่วซึม ท่อน้ำตัน ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหาย หากแก้ไขช้าไปย่อมส่งผลกระทบบานปลายขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงรวบรวมสิ่งที่ควรตรวจเช็คและวิธีการเตรียมบ้านให้พร้อม เพื่อรับมือกับหน้าฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาฝากกัน หน้าฝนนี้จะได้นั่งชิล ๆ ริมหน้าต่าง ฟังเสียงฝนตกกระทบอย่างสบายใจ   1. ตรวจเช็ครอยรั่ว 3 จุดใหญ่ หลังคา ฝ้าเพดาน และผนัง เป็น 3 จุดสำคัญหลัก ๆ ที่เมื่อเกิดการร้าว รั่ว ซึม จะเกิดปัญหากับบ้านอย่างแน่นอน บางจุดใหญ่ ๆ ก็เห็นได้ชัดเจน แต่บางจุดเล็ก ๆ ที่ถูกละเลยอาจลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ได้ จึงต้องหมั่นสังเกตว่ามีสัญญาณอันตรายหรือไม่ เช่น ฝ้าเพดานมีคราบรอยน้ำหยดซึมเป็นดวงสีน้ำตาล, ผนังตรงไหนมีรอยแตกร้าว เกิดรูรั่วตามรอยต่อไหม เป็นต้น หากพบจุดที่เสียหายไม่มากก็อาจจะซ่อมแซมด้วยตัวเองด้วยวัสดุอุดรูรั่ว กันซึมประเภทอะคลิริค ซีเมนต์ หรือซิลิโคน แล้วแต่ชนิดของปัญหา หรือให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วย ที่สำคัญ อย่าลืมตรวจดูน้ำรั่วซึมตามขอบวงกบประตูหน้าต่าง ผนังภายนอกอาคาร และพื้นดาดฟ้าด้วยนะครับ   2. ดูแลทำความสะอาดรางน้ำฝน รางระบายน้ำ ทางระบายน้ำไม่ว่าจะเป็นรางน้ำฝนหรือท่อระบายน้ำทิ้งออกจากตัวบ้าน ตรวจเช็คทำความสะอาดเพื่อไม่ให้มีสิ่งอุดตันมาขวางทางไหลของน้ำ เมื่อน้ำฝนไหลลงมาจากหลังคาสู่รางน้ำลงท่อระบายน้ำก็จะไหลออกจากตัวบ้านได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันปัญหาน้ำไหลย้อนเข้าไปรั่วซึมภายในบ้านหรือท่วมขังรอบตัวบ้าน ซึ่งจะทำให้โครงสร้างส่วนนอกเปียกชื้น โดยเฉพาะส่วนฐานรากของตัวบ้านที่จะดูดซับความชื้นจากใต้ดิน อาจทำให้ตัวบ้านเสียหายได้   3. ขัดพื้นบริเวณระเบียง ชาน ทางเดิน หลังฝนตกชุกติดต่อกันหลายวัน เรามักจะพบคราบตะไคร่สีเขียวเกาะติดอยู่บนพื้นภายนอก หรือดินโคลนลื่น ๆ บริเวณระเบียงกลางแจ้ง ทางเดินในสวน ทางเดินรอบตัวบ้าน หมั่นตรวจเช็คดูว่ามีตะไคร่น้ำหรือเชื้อราอยู่บริเวณพื้นหรือไม่ ถ้ามีให้ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อราและกำจัดตะไคร่น้ำสูตรน้ำ นำแปรงมาขัดล้างออก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่นล้ม   4. ตัดแต่งกิ่งต้นไม้ใหญ่ใกล้ ๆ บ้าน แม้ต้นไม้จะให้ร่มเงาที่เย็นสบายในช่วงฤดูร้อน แต่อาจส่งผลอันตรายได้ในฤดูฝน ด้วยพายุลมกรรโชกแรงมักส่งผลให้กิ่งไม้แตกหักล้มทับตัวบ้าน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ เมื่อเข้าสู่หน้าฝนควรตัดแต่งกิ่งไม้ให้ดูโปร่ง ไม่ให้มีพุ่มใหญ่หนาจนเกินไป นอกจากนี้ควรต้องดูแลสวนไม่ให้มีน้ำขัง หญ้าไม่รก เพราะอาจเป็นที่ซ่อนตัวของสัตว์มีพิษและที่อยู่ของยุงลายได้   5. เช็คปลั๊กไฟ โคมไฟ กลางแจ้ง จุดนี้สำคัญมาก บ้านบางหลังที่มีความจำเป็นต้องต่อสายไฟ ปลั๊กไฟนอกบ้าน จึงควรยกปลั๊กให้สูงจากพื้นบ้านและระดับที่น้ำท่วมถึง ตรวจเช็คระบบไฟฟ้าและบริเวณปลั๊กไฟที่อยู่ในจุดเสี่ยงว่ามีการรั่วของไฟหรือไม่  และทำฝาปิดครอบให้แน่นหนาเพื่อป้องกันละอองน้ำฝน หรือเปลี่ยนไปใช้ปลั๊กแบบที่มีฝาเปิด-ปิด   6. ซ่อมแซมอุปกรณ์ฟิตติ้งในบ้าน หน้าฝนประตูหน้าต่างที่ทำจากไม้จะขยายตัวทำให้ประตูฝืด ๆ และความชื้นจะทำให้อุปกรณ์ฟิตติ้งประเภทต่าง ๆ  เป็นสนิมจนทำให้ฝืดและเกิดเสียงดังจนน่ารำคาญได้ รูกุญแจ ลูกบิดก็ใช้งานได้ยากขึ้น วิธีแก้ไขคือใช้ผ้าแห้ง เช็ดอุปกรณ์และวัสดุที่จะซ่อมแซม จากนั้นใช้น้ำมันจักร น้ำมันหล่อลื่นสารพัดประโยชน์มาชโลม ฉีด พ่น ตามจุดรอยต่อ บานพับประตู หน้าต่าง แต่ทั้งนี้ต้องแน่ใจว่าจุดดังกล่าวแห้งแล้วจริง ๆ ค่อยใส่น้ำมัน และไม่ควรใช้จารบีอัดเข้าไปเพราะอาจจะทําให้นํ้าที่ยังขังอยู่ภายในไม่สามารถระเหยออกได้   7. เตรียมพร้อมสำหรับจุดอื่น ๆ ในบ้านและสวน เช่น ทาสีย้อมไม้กันน้ำเคลือบเนื้อไม้ที่อยู่กลางแจ้ง เพื่อป้องกันน้ำฝนซึมเข้าไปในเนื้อไม้ ไม้บริเวณนั้นอาจเสียหายจนอาจจะต้องเปลี่ยนใหม่ กำจัดรังมดและแมลงที่ชอบหนีน้ำเข้ามาอยู่ในบ้าน ยกต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำมากเข้ามาอยู่ในเขตที่ไม่โดนน้ำฝนมากเกินไป เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับขั้นตอนง่าย ๆ ในการเตรียมตัวรับมือกับหน้าฝนนี้ หวังว่าจะเป็นแนวทางในการจัดการบ้านให้ไร้ปัญหากวนใจกันนะครับ สำหรับผู้อ่านท่านไหนที่กำลังมองหาตัวช่วย อุปกรณ์ซ่อมแซมรอยร้าว รั่ว ซึม บริเวณเสา ผนัง ดาดฟ้า หลังคา และดูแลอุปกรณ์ฟิตติ้งให้ใช้งานได้ดี   ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.banidea.com/thai-watsadu/
วิธีดูแลบ้านในช่วงหน้าฝน ไม่ให้ช้ำจนหมดสภาพ!

วิธีดูแลบ้านในช่วงหน้าฝน ไม่ให้ช้ำจนหมดสภาพ!

เมื่อหน้าฝนเดินทางมาถึง บรรยากาศอันกรุ่นกลิ่นหอมของผิวดินและความชื้นแฉะ พัดพาเอาไอดินขึ้นมาให้รู้สึกผ่อนคลาย เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่ช่วยสร้างความโรแมนติกและเย็นสบายให้กับบ้านพักอาศัย ทว่าในขณะเดียวกันน้ำฝนก็เป็นตัวการที่ทำให้เหล่าคนรักบ้านต้องปวดหัว เมื่อการสร้างบ้านที่ไม่ได้มาตรฐานย่อมนำมาซึ่งปัญหารบกวนใจ หน้าฝนมาเยือนเมื่อไหร่อาจจะต้องเจอกับสิ่งก่อกวนมากมาย แถมเมื่อหน้าฝนพัดผ่านไปแล้วอาจจทิ้งร่องรอยของความเสื่อมสภาพ ที่ทำให้บ้านสวยหมดเสน่ห์ หากใครไม่อยากชอกช้ำแบบนี้ อาจจะต้องลองมาดูวิธีดูแลบ้านในช่วงหน้าฝนดังต่อไปนี้กันครับ ตรวจสอบรอยรั่วให้ทั่วบ้านก่อนหน้าฝนมาเยือน อย่ารอให้ถึงช่วงฤดูฝนก่อน เพราะมิเช่นนั้นสวรรค์ของการพักผ่อนอาจจะกลายเป็นความวุ่นวายขึ้นมาได้ ทางที่ดีให้หมั่นสังเกตรอยรั่วบริเวณผนังบ้าน ตามรอยต่อ พื้นบ้าน หลังคา ฝ้าเพดาน ไปจนถึงตามซอกมุมประตูและหน้าต่างและจัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อยหากพบเห็น เพราะเมื่อใดก็ตามที่บ้านถูกทำลายด้วยความชื้นที่พัดผ่านเข้ามา โดยเฉพาะบนหลังคาที่กระทบกับฝ้าเพดาน จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ทำให้วัสดุเสื่อมสภาพ ตามมาด้วยการซ่อมบำรุงที่น่าปวดหัวมากกว่าเดิม ทำกันสาดเอาไว้บริเวณหน้าต่าง ทั้งในทั้งลมที่พัดผ่านเข้ามาในช่วงหน้าฝน แม้มีหน้าต่างที่ปิดมิดชิด แต่มันอาจจะมีส่วนที่เล็ดลอดเข้ามาได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อใดก็ตามที่พายุโหมกระหน่ำมาอย่างรุนแรง อาจจะทำให้น้ำฝนสาดกกระเซ็นซอกซอนเข้ามาจนบ้านชื้น ลองแก้ปัญหาบริเวณหน้าต่างกับการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง ด้วยการติดตั้งกันสาด ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกอย่างหลากหลาย ทันสมัยและดูดี ไม่ทำให้บ้านหมดเสน่ห์อย่างที่หลายคนเข้าใจ แถมบางชนิดยังช่วยเป็นตัวเสริมแต่งบ้านให้ดูเก๋ไก๋มากขึ้นอีกด้วย อย่าลืมกำจัดเศษขยะจากรางระบายน้ำบนหลังคา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำขังอยู่บนหลังคา บ้านไหนที่มีรางระบายน้ำควรกำจัดเอาเศษใบไม้ที่สะสมจนหนาตัวออกไปให้เกลี้ยง เพื่อช่วยให้รางสามารถระบายน้ำฝนที่ตกลงมาได้ดีขึ้น และซ่อมแซมรางที่มีปัญหาชำรุดเพื่อให้น้ำสามารถไหลไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้ภายในบ้านมีน้ำเข้าไปท่วมขังจนเกิดความเสียหายมากมาย ตั้งแต่เชื้อราที่มาจากความชื้นและอันตรายที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มเอาได้ เพียงแค่การดูแลเบื้องต้นเล็กๆ น้อยๆ ก็จะช่วยให้บ้านของคุณกลับมาสวยและเหมือนใหม่ได้หลังหน้าฝนพัดผ่านไป แถมยังทำให้ไม่ต้องมานั่งกุมขมับกับปัญหารอยรั่วและความชื้นในช่วงเวลาดังกล่าว เปลี่ยนเวลาวุ่นวายให้กลายเป็นความสุขกับการนั่งฟังเสียงสายฝนและกลิ่นหอมๆ ที่ลอยโชยมาจากไอดินที่ได้บรรยากาศแห่งความสุขได้มากกว่า...   ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com