Tag : ลดโลกร้อน

2 ผลลัพธ์
การลดขยะในครัวเรือน Household waste reduction

การลดขยะในครัวเรือน Household waste reduction

หากใครมาบอกคุณว่า ขยะกำลังจะล้นโลก เมื่อสักสิบกว่าปีก่อนหน้านี้ คงฟังดูเป็นเรื่องตลก แต่ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมถูกนำเสนอให้เราได้เข้าถึงความจริงอย่างรอบด้านอย่างทุกวันนี้ ปัญหาขยะล้นโลกย่อมจะไม่ใช่เรื่องเหนือจริงอีกต่อไป ถ้าเราไม่ร่วมมือกันป้องกัน กล่องพิซซ่า กล่อมโฟมข้าวมันไก่ แก้วชากาแฟ ถุงพลาสติกถุงกระดาษ เศษผักอาหาร ขวดแชมพู เครื่องสำอางฯลฯ เหล่านี้เป็นขยะที่มาจากครัวเรือนในบ้านเราแทบทั้งสิ้น ยิ่งเราอุปโภคบริโภคกันทุกวัน สร้างขยะจากเศษอาหารไม่ต่ำกว่าสามมื้อ จึงนับว่าขยะในครัวเรือนมีส่วนช่วยเพิ่มปัญหาทางสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษในปี 2559 พบว่าขยะทั่วประเทศมีจำนวนถึง 27.04 ล้านตัน และคาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกปี จนรัฐบาลได้พยายามดันปัญหาขยะให้เป็นวาระแห่งชาติ ถึงกับตั้งศูนย์ปฏิบัติการให้เป็นประเทศไทยไร้ขยะ   1. ใช้ถุงผ้า ไปตลาดหรือห้างคราวหน้าถือถุงผ้าไปช็อปปิ้ง การใช้ถุงผ้าใส่ของจะช่วยลดจำนวนถุงพลาสสติกได้ เมื่อกลับมาบ้านเราจะได้ไม่มีขยะถุงพลาสติกเหลือทิ้ง   2. ใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดเติม เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดเติม (Refill) กับน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่เหลว อาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ ภายในบ้านของเรา นอกจากจะราคาถูกกว่าแล้วการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดเติมจะเป็นการลดบรรจุภัณฑ์หีบห่อในส่วนที่เป็นขยะภายในบ้านได้ และยังเป็นการลดต้นทุนในการใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการผลิต ซึ่งจะเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมทางอ้อมได้อีกทางด้วย   3. แยกประเภทขยะภายในบ้าน เพื่อสะดวกแก่พนักงานผู้เก็บขยะ และเรายังสามารถนำขยะบางชนิดไปขายเพิ่มรายได้เข้าบ้านอีกด้วย เช่น ขวดพลาสสติก ขวดแก้ว กล่องกระดาษ ฯลฯ   4.ผลิตปุ๋ยใช้เองภายในครัวเรือน เศษพืชผัก ใบไม้สามารถนำมาหมักทำปุ๋ยใส่ต้นไม้และบำรุงดิน ลดการซื้อปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงแล้วยังมีสารพิษตกค้างด้วย   5.นำสิ่งของที่ใช้แล้วกลับมาหมุนเวียนดัดแปลงใช้ประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น ถุงพลาสติก ถุงกระดาษที่ไม่เปรอะเปื้อนให้เก็บไว้ใช้ใส่ของ ใครมีไอเดียบรรเจิดจะนำ ขวดแก้ว ขวดพลาสติก กระป๋องเครื่องดื่ม มาดัดแปลงเป็นกระบอกใส่ของ หรือกระถางต้นไม้ก็ไม่ว่ากันและหากมีเศษกระดาษสำนักงานเหลือใช้ ก็สามารถนำมาตกแต่งไว้เป็นกระดาษโน๊ตหรือทำเป็นสมุดทำมือก็เก๋ไม่เบา   เห็นไหมว่าการจัดการลดขยะในครัวเรือนเราเองก็สามารถทำได้ง่ายๆ ซึ่งนอกจากบ้านเราจะดูสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามขึ้นแล้ว เราเองยังมีส่วนช่วยลดปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมให้กับโลกที่เรารักอีกด้วย     ขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.livingdd.com/household-waste-reduction/ ภาพประกอบจาก : https://pixabay.com
DI Wireless Switch ตัวช่วยประหยัดพลังงานภายในบ้าน

DI Wireless Switch ตัวช่วยประหยัดพลังงานภายในบ้าน

ปลดล็อกการใช้งานสวิตซ์ไฟรูปแบบเดิมๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาเจาะผนังและเดินสายไฟให้ยุ่งยาก กับ DI Wireless Switch ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ DI (ดีไอ) Concept Store ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท จาร์เค็น ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่คิดค้นมาเพื่ออำนวยความสะดวก อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า ลดโลกร้อน จากการนำพลังงานในการเคลื่อนไหวของร่างกาย มาแปรเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยสามารถนำกลับมาใช้ไหม่แบบไม่มีวันหมด สำหรับการออกแบบสินค้าชิ้นนี้เกิดจากความตั้งใจที่ว่า.. 'การออกแบบที่ดีต้องมาพร้อมกับความยั่งยืนในการใช้งานทุกๆ มิติ รวมถึงมิติของพลังงานด้วย' ดังนั้นสวิตซ์ควบคุมไฟในบ้านจึงเป็นผลงานที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยเหตุผล คุณค่า ผ่านหลักการ energy-harvesting ซึ่งเป็นแนวโน้มการพัฒนาวัสดุพลังงานที่กำลังได้รับความสนใจในยุคนี้ จากการเก็บเกี่ยวพลังงานสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ทั้งการเคลื่อนไหวของร่างกายจากแรงสั่นสะเทือน แปรให้เป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วนำกลับมาใช้ใหม่แบบที่ไม่มีวันหมดอายุ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นโดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในต่างประเทศ ทุกวันนี้สังคมเราเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เป็นสังคมแบบพลวัตที่ต้องคำนึงถึงคนรุ่นหลัง ทาง DI (ดีไอ) เลยตั้งใจออกแบบโดยทิ้งอะไรให้คนรุ่นหลังคิดได้ว่าโลกยังมีอะไรให้เรารักษา โดยที่ลงมือทำผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จากความคิดสร้างสรรค์ คำนึงถึงผลกระทบต่ออนาคต โดยเน้นการเก็บเกี่ยวพลังงานจากสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการเก็บพลังงานขนาดเล็กทุกที่ทุกเวลา แตกต่างจากแหล่งเก็บเกี่ยวอย่างพลังงานลมและแสงอาทิตย์ที่คนส่วนใหญ่มักนึกถึง ซึ่งเจ้า DI Wireless Switch เป็นการเก็บพลังงานตรงจากแรงสั่นสะเทือนของการกดนิ้วมือลงบนสวิตซ์โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ไม่เพียงเท่านี้ DI Wireless Switch ยังถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและใช้งานง่าย ดีไซน์สไตล์มินิมอล ทรงกลม มีให้เลือกหลากหลายสีสันตามสไตล์ของผู้ใช้งาน อาทิ สีขาว สีเขียว สีแดง และสีทอง เป็นต้น ซึ่งคลอบคลุมทุกจุดทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมไปจนถึงสำนักงาน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ไร้สายที่มีระยะควบคุมได้ไกลถึง 170 เมตร (ภายนอก) และระยะ 30 เมตร (ภายในอาคาร) โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การติดตั้งอย่างไม่ยุ่งยากเพียงนำ receiver อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่องไปติดที่สวิตซ์ไฟในบ้าน เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้แล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสิ่งแวดล้อมง่ายๆ เริ่มต้นได้จากการ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ไม่ต้องมีค่าบำรุงรักษาอย่าง DI Wireless Switch ที่ออกแบบมาได้น่ารัก พกพาง่าย เหมาะสมแก่การให้เป็นของขวัญแด่คนสนิท และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งงานดีไซน์รักษ์โลกที่เราสามารถช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อีกทาง