Tag : วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท

4 ผลลัพธ์
Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางเมือง : รีวิวคอนโด

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางเมือง : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้จะพาทุกคนไปพบกับคอนโดมิเนียมที่อยู่กลางทำเลทอง ศักยภาพดีอย่างย่าน อโศก กับ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT จาก Magnolia Quality Development Corporation ที่ให้ทุกคนได้สัมผัสใกล้ชิดกับสวนที่ร่มรื่นและวิวทะเลสาบสวยงามอย่างสวนป่าเบญจกิติ ที่หาบรรยากาศดีๆ กลางเมืองแบบนี้ไม่ได้ที่ไหน ตอบโจทย์ทุก Lifestyle ครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้ง Office Building, ห้างสรรพค้า ทำเลทอง ใกล้ชิดธรรมชาติ ถนนรัชดาภิเษกเริ่มจากสี่แยกอโศกซึ่งตัดกับถนนสุขุมวิท และบริเวณสี่แยกมีสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศกและยังเป็นจุด Interchange กับ MRT สุขุมวิท ซึ่งถนนรัชดาภิเษกเชื่อมต่อกับถนนอโศกมนตรียาวลงมาเป็นถนนรัชดาภิเษกและเชื่อมต่อถนนพระราม 3 ใกล้กับ MRT สถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ บนถนนรัชดาภิเษกอยู่ในระแวกอโศกซึ่งถือเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมืองสุดฮอต จึงเต็มไปด้วย Office Building, โรงแรมหรือห้างสรรพสินค้ามากมายถือเป็นสุดยอดทำเลศักยภาพดี     WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT (วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ “สวนป่าเบญจกิติ” ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่มีความร่มรื่นเป็นธรรมชาติ บวกกับทะเลสาบทำให้บรรยากาศป่าในเมืองที่หาได้ยากมากครับ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าซอย สุขุมวิท 16 เป็นอีกหนึ่งเส้นทางไปยังตัวโครงการครับ ซึ่งภายในซอยเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ มากมายรวมไปถึงซุปเปอร์มาร์เกต ทำให้สะดวกสบายกับผู้อยู่อาศัยในโครงการมากขึ้น   พูดถึงการเดินทางนั้นแสนจะง่ายดาย เพราะเพียง 450 เมตร จากตัวโครงการถึง BTS สถานีอโศกและ MRT สถานีสุขุมวิท ภายในสถานีมี Sky Walk สามารถเดินเชื่อมเข้าห้างสรรพสินค้า Terminal 21 หรือโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง Grande Centre Point สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบพูดได้เลยว่าเพียบ ครบครันเริ่มจากไปทางถนนอโศกมนตรีก็เจอสถานศึกษาชื่อดังอย่าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือจากสี่แยกอโศกไปทางถนนสุขุมเพียงนั่ง BTS ไปสถานีพร้อมพงษ์เพียงสถานีเดียวแค่ 1.5 กิโลเมตร ก็ถึงห้างสรรพสินค้า Emquartier และ Emporium ถัดมาอีกฝั่งของถนนสุขุมวิทเลยขึ้นไปก็เข้าเมืองอย่าง สยาม ในระหว่างทางก็จะผ่าน เพลินจิต ชิดลมก็จะพบห้างสรรพสินค้ามากมายอย่าง Robinson อโศก, Central Embassy, central Chidlom,  Gaysorn Village ยาวจนถึงสยามก็จะเป็น Siam Paragon, Siam Square one, Siam Center, Siam Discovery เอาใจนักช้อปอย่างมากครับ   ภาพรวมโครงการ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT (วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) คอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร 39 ชั้น 553 ยูนิตและ 6 ร้านค้า บนพื้นที่ 3-1-96 ไร่ ที่จอดรถ 85% เป็นแบบปกติและ Auto Parking การออกแบบตัวอาคารได้แรงบันดาลใจเปรียบตัวอาคารเสมือนหุบเขาสูงตระหง่าน สง่างามเป็นธรรมชาติตั้งอยู่ในผืนป่าใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ลักษณะรูปทรงเป็นธรรมชาติพลิ้วไหว ตัวฟาซาดของอาคารทำรูปทรงโค้งและพริ้ว ให้ความรู้สึกถึงขุนเขาที่แบ่งเป็นชั้น ซึ่งข้อดีสามารถช่วยป้องกันแสงแดดและฝนได้ดี นอกจากนี้ทำให้ห้องพักอาศัยส่วนใหญ่ได้สัมผัสบรรยากาศวิวทะเลสาบและสวนป่าที่อยู่ด้านหน้า และพูดถึง Facility ทางโครงการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ และครบครันอย่าง Co-Working Space & Conference Room, Grand Lobby, Sky Lounge, Pool Garden   ไฮไลท์สำคัญของตัวโครงการ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT นอกจากการเดินทางสะดวก อยู่ในทำเลที่ดีบรรยากาศดีแล้ว ทางโครงการใส่ใจทุกรายละเอียดในการอยู่อาศัยของลูกบ้านซึ่งมาพร้อมกับแนวคิด "For All WELL-BEING" ที่ตั้งใจมอบให้ผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมรอบโครงการมีคุณภาพที่ดี โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านได้แก่   ENERGY & ECOLOGY การคำนึงเรื่องพลังงานและระบบนิเวศน์รอบโครงการ โดยนำเกณฑ์การออกแบบจากสถาบันอาคารเขียวไทยที่ได้รับความน่าเชื่อถือ อ้างอิงมาตรฐานคุณภาพของโครงการตามมาตรฐานการประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย (TREES-NC) อย่างเช่นแบบอาคารออกแบบโดยคำนึงทิศทางลม และแสงเพื่อลดความร้อนและมลภาวะจากภายนอกสู่ตัวอาคารได้น้อยที่สุด   HEALTH & WELLNESS การออกแบบทุกรายละเอียดให้อยู่สบายและสุขภาพดี โดยวัสดุต่างๆ ปลอดภัยต่อสุขภาพ ลดการเกิดอุบัติเหตุ การออกแบบระบบปรับอากาศลดการสะสมของฝุ่นและการเกิดเชื้อรา อย่างโครงการจะไม่ติดวอลเปเปอร์เพราะจะเป็นที่สะสมของเชื้อราและฝุ่นละอองแต่จะให้กำแพงเปล่าและใช้สีทาที่เป็นแบบ Non Toxic ไม่ทำให้เกิดสารตกค้างดีต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย   SENSES & HAPPINESS การออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งาน เอื้อต่อการใช้งานของคนทุกวัย ในทุกพื้นที่ส่วนกลาง   พาชมห้องตัวอย่าง โครงการ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT มีรูปแบบยูนิตหลากหลายขนาดโดยเริ่มต้นที่ 1 Bedroom ขนาด 34 ตร.ม. จนถึง Ultra Penthouse ขนาด 240-290 ตร.ม. ทางโครงการให้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted โดย Build in ชุดครัว, ห้องน้ำ, เครื่องปรับอากาศให้ทุกยูนิต และเครื่องฟอกอากาศ   1 Bedroom 35 ตร.ม. เริ่มต้นกันที่ 1 Bedroom เปิดประตูเข้ามาตัวยูนิตมีลักษณะลึก เริ่มจากห้องครัวเป็นครัวเปิด ซึ่งสามารถต่อเติมทำเป็นครัวปิดได้ตามความต้องการของลูกบ้านครับ ต่อมาเป็นส่วนของ Common Area และสุดห้องเป็นส่วนของระเบียง ความสูงจากเพดาน 3 เมตรทำให้ห้องดูโล่ง โปร่งสบาย ไม่อึดอัดครับ นอกจากนี้ภายในห้องจะสังเกตได้ว่าไม่มีสวิทช์เป็นการทำงานแบบอัตโนมัติหรือสั่งการผ่านรีโมทครับ   ในส่วนแรกเป็นส่วนของครัวซึ่งเป็นครัวเปิดและทางโครงการ Build in ชุดครัวให้ทั้งตู้เย็น จากแบรนด์ Liebherr, เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว, เครื่องดูดควัน และเตาอบจากแบรนด์ Kuppersbusch นอกจากนี้ด้านซ้ายมือสุดเป็นชั้นวางรองเท้าซึ่งทางโครงการ Build in ให้เหมือนกันครับ     ถัดมาเป็นส่วนของ Common Area ซึ่งทางโครงการ Build in โต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งเป็นตัวแบ่งฟังก์ชันก่อนเข้าห้องนั่งเล่นทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วน     พื้นที่ระเบียงหลังห้องมีพื้นที่มากสามารถวางราวตากผ้า หรือสามารถทำเป็น Pocket Garden ตามความต้องการของลูกบ้านได้ครับ และทางโครงการติดตั้งปลั๊กไฟเพื่อการใช้ตามความต้องการของลูกบ้านครับ     ถัดมาเป็นส่วนของห้องนอนทางโครงการวาง Concept ให้ทุกห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด Queen Size ขึ้นไปได้ครับ และยังไม่ดูอึดอัดมีพื้นที่เหลือ หน้าห้องน้ำเป็นพื้นที่ Walk In Closet ทางโครงการให้ตู้เสื้อผ้าครับและมีขนาดความลึก 70 เซนติเมตรตามมาตราฐานสามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สุดได้ครับ      นอกจากนี้ทางโครงการให้เครื่องปรับอากาศที่เป็นระบบ Water Cooling หนึ่งใน Smart Building ที่เน้นเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัยและลดมลภาวะทางอากาศ และด้านขวามือคือเครื่อง ERV ที่คอยตรวจจับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถ้ามากเกินไประบบจะระบายอากาศและนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาแทน   สุดท้ายภายในห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์ตามที่เห็นเลยครับ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบลอยตัวจากแบรนด์ GROHE พร้อมตู้เก็บของใต้อ่าง โถสุขภัณฑ์จากแบรนด์ Toto Washlet เป็นแบบฝารองนั่งอัตโนมัติ ฝักบัวแบบ Rain Shower จากแบรนด์ GROHE   1 Bedroom Suite 48 ตร.ม. ถัดมาเป็นแบบ 1 Bedroom Suite ขนาด 48 ตร.ม. ซึ่งมีความคล้ายกับขนาดแรกเพียงแต่ได้พื้นที่ใช้สอยใน Common Area และส่วนของห้องนอนกับพื้นที่ Walk In Closet มากขึ้น ทำให้ห้องกว้างขวาง โปร่งโล่งสบายมากขึ้นครับ ในส่วนของห้องน้ำขนาดนี้สามารถเข้าได้สองทางจากห้องครัว หรือห้องนอนได้ครับ   เข้ามาในส่วนแรกยังเป็นห้องครัวเหมือนเดิมครับ แต่จะสังเกตได้ว่าพื้นที่ในห้องครัวมีขนาดกว้างขึ้น และเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบ L shape ด้านขวามือสุดเป็นตู้เก็บรองเท้าครับ     ถัดมาในส่วนของ Common Area สามารถวางโซฟาสำหรับ 3 ถึง 4 ที่นั่งและวางชั้นวางทีวีได้อย่างเป็นสัดส่วนลงตัว  Floor To Ceiling 3 เมตรทำให้ดูไม่อึดอัดเลยครับ     ขยับมาจากโซน Common Area เป็นส่วนของระเบียงซึ่งเป็นแบบ Double Skin ซึ่งประตูกระจกแรกก่อนเข้าตัวระเบียงเป็นแบบบานเฟี้ยม จากตัวระเบียงมีราวกันตกเป็นแบบกระจกและมีประตูกระจกแบบบานเลื่อนข้อดีของการมีประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกเพื่อป้องกันฝุ่นละออง หรือฝนเข้ามาในระเบียงห้องได้ครับ     เข้าสู่ Master Bedroom ยังคงสามารถวางเตียงขนาด Queen Size ขึ้นไปได้ครับ และยังเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงตัวอย่างทางโครงการ Build in ตู้และโซฟาริมหน้าต่างสามารถเป็นมุมโปรดไว้อ่านหนังสือได้ครับ กระจกในห้องนอนเป็นแบบบานกระทุ้ง    ต่อจากห้องนอนก่อนไปส่วนห้องน้ำ เป็นส่วนของ Walk In Closet ซึ่งมีประตูกระจกแบบบานเลื่อนกั้นห้องให้เพื่อดูเป็นสัดส่วน และทางโครงการ Build in ตู้เสื้อผ้าให้สองฝั่งเป็นแบบระบบ Censor เมื่อเปิดตู้ไฟจะเปิดอัตโนมัติครับ   ห้องน้ำยังคงให้สุขภัณฑ์เหมือนแบบ 1 Bedroom ครับ และภายในพื้นที่อาบน้ำทางโครงการเจาะผนังสามารถวางของได้ครับ นอกจากนี้ห้องน้ำเป็นแบบ Double Access เชื่อมทั้งห้องนอนและห้องครัวครับ     2 Bedroom 2 Bathroom 70 ตร.ม. มาถึงห้องตัวอย่างแบบสุดท้ายคือ 2 Bedroom 2 Bathroom มีลักษณะลึก ซึ่งแบ่งฟังก์ชันเป็นสัดส่วนโดยเริ่มที่เข้ามาเป็นส่วนของครัว ถัดมาเป็น Common Area วางโต๊ะรับประทานอาหารและส่วนของที่นั่งเล่น ท้ายสุดเป็นส่วนของระเบียง ส่วนด้านขวามือมีทางเดินไปยังห้องนอนแรกและ Master Bedroom    ส่วนแรกเป็นส่วนของครัวที่มีขนาดพื้นกว้างพอสมควรครับ ตัวเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบ L Shape ด้านซ้ายมือสุดเป็นตู้เย็นที่ทางโครงการ Build in อยู่ในตู้อีกทีเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้ในส่วนครัวลูกบ้านสามารถต่อเติมประตูกระจกบานเลื่อนทำเป็นครัวปิดได้ตามความต้องการของลูกบ้านได้ครับ     ในส่วนถัดมาเป็นส่วนของ Common Area พื้นที่นั่งเล่นทำกิจกรรมซึ่งมีพื้นที่กว้างมากสามารถวาง L Shape Sofa และโต๊ะกลางได้ครับ และยังเหลือพื้นที่ทางเดินอีกมากเลยครับ ต่อจากส่วน Common Area เป็นส่วนของระเบียงที่เป็นแบบ Double Skin สามารถทำเป็น Pocket Garden ได้หรือสามารถทำเป็นมุมนั่งทำงานอ่านหนังสือเปลี่ยนบรรยากาศรับอากาศภายนอกตามความชอบของผู้อยู่อาศัยได้ครับ       ถัดมาเป็นส่วนโถงทางเดินไปยังห้องนอนโดยซ้ายมือเป็นห้องนอนแรก และด้านฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำกลาง และสุดทางเดินเป็นส่วนของห้อง Master Bedroom ครับ   ภายในห้องนอนแรกมีพื้นที่มากพอสามารถวางเตียงขนาด Queen Size ขึ้นไปได้ครับ และยังพอเหลือพื้นที่วาง Side Table นอกจากนี้ทางโครงการ Build in ตู้เสื้อผ้ามาให้ด้วยครับ   ภายในห้องน้ำกลางมีส่วนของพื้นที่อาบน้ำให้ครับโดยมีฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกใส และยังแบ่งพื้นที่เปียกกับแห้งไว้ให้เป็นสัดส่วน   ออกมาจากห้องน้ำด้านข้างทางโครงการทำเป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้า หรือเป็นตู้เก็บของได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยครับ   มาที่ห้องสุดท้ายกับ Master Bedroom ที่มีพื้นที่กว้างขวางมาก สามารถวางเตียงขนาด King Size ได้ครับ หน้าต่างกระจกเป็นแบบโค้งเล่นมุมทำให้ดูมิติมากขึ้น ถัดมาเป็นส่วนของ Walk In Closet ที่มีพื้นที่กว้างสามารถโต๊ะเครื่องแป้งได้อีกครับ มาพร้อมกับตู้เสื้อที่มีขนาดใหญ่ที่มีระบบ Censor เมื่อเปิดตู้ไฟจะเปิดอัตโนมัติที่ทางโครงการจัดมาให้เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานครับ     ในส่วนสุดท้ายเป็นส่วนของห้องน้ำที่แบ่งอย่างเป็นสัดส่วนโดยเข้ามามีอ่างล้างหน้าแบบลอยตัว 2 อ่าง Build in ตู้เก็บของเพื่อประโยชน์ใช้สอยมากขึ้นครับ ด้านซ้ายมือเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์จากแบรนด์ Toto Washlet เป็นแบบฝารองนั่งอัตโนมัติ ด้านขวามือเป็นพื้นที่อาบน้ำโดยแบ่งส่วนที่เปียกและแห้งด้วยฉากกั้นกระจกใส และภายในพื้นที่อาบน้ำของ Master Bedroom แบบ 2 Bedroom ขึ้นไปทางโครงการให้ Bath Tub ด้วยครับ       WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT คุ้มค่าทั้งอยู่อาศัยหรือการลงทุน ทั้งทำเลศักยภาพดีย่าน CBD อย่างอโศก ซึ่งที่ดินหาได้ยากในการทำคอนโดมิเนียมเต็มที พร้อมกับสัมผัสท่ามกลางสวนป่าธรรมชาติรายล้อมใจกลางเมืองที่หาได้ยากกับ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT ตอบโจทย์ทุก Lifestyle ครบครัน Facility รองรับลูกบ้านอย่างเต็มที่ มาพร้อมกับนวัตกรรม Smart Building ที่ใส่ใจความเป็นอยู่ สุขภาพ ของลูกบ้าน ทั้งหมดนี้ส่งให้ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT กลายเป็นคอนโดมิเนียมในระดับพรีเมี่ยมที่สุดจากแบรนด์ Whizdom ณ ตอนนี้จาก Magnolia Quality Development Corporation มามอบให้คุณ   รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมที่ : WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT        
อิโตชู ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ MQDC พัฒนาวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท

อิโตชู ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ MQDC พัฒนาวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท

นับเป็นการลงทุนครั้งแรกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในรอบกว่า 20 ปี ของอิโตชู (ITOCHU) บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นที่ตัดสินใจร่วมลงทุนในโครงการวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท คอนโดมิเนียมระดับคุณภาพจาก MQDC ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพได้รับความสนใจจากตลาดโลก   MQDC ลงนามร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับอิโตชู (ITOCHU) จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาโครงการวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท คอนโดมิเนียมสูง 39 ชั้น วิวสวนป่าเบญจกิติ มูลค่าโครงการกว่า 9.5 พันล้านบาท โดยอิโตชู (ITOCHU) ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทรดดิ้งตัดสินใจร่วมลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 38% นับเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยครั้งแรกในรอบ 20 ปี   การร่วมมือในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทั้งโครงการที่พักอาศัยและจังหวัดกรุงเทพมหานครกำลังได้รับความสนใจจากตลาดโลก กล่าวโดย คุณอัษฎา แก้วเขียว ประธานผู้อำนวยการแบรนด์วิสซ์ดอม บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล “ความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าโครงการวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท คือสินทรัพย์ที่มีค่าทั้งต่อผู้พักอาศัยและนักลงทุนทั่วโลก อีกทั้งยังทำให้อิโตชู (ITOCHU) หวนกลับมาลงสนามธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยในรอบ 20 ปี ด้วยสุดยอดทำเลที่ตั้ง การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์และคุณภาพระดับพรีเมี่ยม” คุณอัษฎากล่าว   “ข้อตกลงนี้ยังแสดงให้เห็นว่าท่ามกลางแนวโน้มของตลาดที่ยังคงลอยตัวต่อโครงการที่พักอาศัยที่ต้องการนำเสนอความเป็นเอกลักษณ์อย่างแท้จริง เช่นวิวทิวทัศน์ที่น่าทึ่งของสวนป่าขนาด 450 ไร่ แต่กรุงเทพมหานครคือสถานที่สำหรับการใช้ชีวิตและเหมาะสมในการลงทุน และเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับอิโตชู (ITOCHU) ซึ่งเป็นบริษัทที่ติดลำดับต้น ๆ ของการจัดอันดับ 500 บริษัทจาก Fortune”   พิธีลงนามความร่วมมือทางธุรกิจนี้ได้จัดขึ้น ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด หรือ MRB โดยมีคุณทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทดีทีจีโอคอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ MQDC พร้อมด้วย คุณรัช ตันตนันตา ประธานผู้อำนวยการ บริษัทดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด คุณวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MQDC และคุณอัษฎา แก้วเขียว ประธานผู้อำนวยการ แบรนด์วิสซ์ดอม จาก MQDC เป็นตัวแทนเข้าร่วมงาน   มร. มาซาโตชิ มากิ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ฝ่ายก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์และโลจิสติกส์ บริษัทอิโตชู (ITOCHU) เป็นตัวแทนลงนามร่วมด้วยมร. โทโมฟุมิ โยชิดะ ประธานกรรมการบริหาร ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อการอยู่อาศัย และ อสังหาริมทรัพย์ บริษัทอิโตชู (ITOCHU) และ มร. ยูจิ ฟุคุดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอิโตชู สิงคโปร์ (ITOCHU Singapore Pte Ltd)   MQDC และ อิโตชู มีพันธกิจร่วมกันนั้นคือเรื่องคุณภาพและความยั่งยืน คุณวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ กล่าว “พันธกิจหลักของ MQDC คือ For all well-being ซึ่งแปลว่าเรามุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็นอยู่ที่ดีไม่เพียงแค่ผู้อยู่อาศัยในโครงการเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงชุมชน สภาพแวดล้อม และทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ โดยผ่านการดำเนินงานตามแนวคิดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน” “พันธกิจนี้สอดคล้องกับทางอิโตชู (ITOCHU) ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่ง MQDC เรามุ่งมั่นที่จะร่วมงานกับหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่และได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ไม่เพียงแค่เกิดผลดีต่อ MQDC เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าทั่วโลกให้ความสนใจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องอีกด้วย”   อิโตชู (ITOCHU) กำลังมองหาพันธมิตรทางธุรกิจที่ “แข็งแกร่งและยั่งยืน” ซึ่งขยายความไปถึง “ธุรกิจทางนวัตกรรม” ด้วย มร. มากิ กล่าว “นี่เป็นทำเลที่ดีที่สุดด้วยวิวที่หันหน้าสู่สวนเบญจกิติ และเรากำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ” มร.มากิกล่าว “อิโตชู (ITOCHU) ร่วมพัฒนาโครงการวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท ซึ่งถือได้ว่าเป็นพันธมิตรที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนได้ และ MQDC คือพันธมิตรที่มีศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในการขยายธุรกิจทางด้านนวัตกรรม”      
MQDC เปิดตัวไฮไลท์ทำเลเด่นที่สุดใจกลาง CBD “วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท” สุดยอดทำเลหายากกลางอโศก ในคอนเซ็ปต์ “Own the rare” วิวสวนป่าเบญจกิติ

MQDC เปิดตัวไฮไลท์ทำเลเด่นที่สุดใจกลาง CBD “วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท” สุดยอดทำเลหายากกลางอโศก ในคอนเซ็ปต์ “Own the rare” วิวสวนป่าเบญจกิติ

MQDC แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียมและโครงการมิกซ์ยูสคุณภาพ เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยแบรนด์ Whizdom (วิสซ์ดอม) เปิดตัวไฮไลท์ทำเลเด่นที่สุดใจกลาง CBD Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) สุดยอดทำเลหายากกลางอโศก ในคอนเซ็ปต์ “Own the rare” วิวสวนป่าเบญจกิติ สวนสาธารณะขนาด 450 ไร่ เดินทางสะดวกสบายใกล้ BTS, MRT อโศกอินเตอร์เชนจ์สเตชั่น และทางด่วนรายรอบ พร้อมส่งมอบที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ด้วยการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่เหนือกว่าด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี การก่อสร้าง และสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรแก่ผู้พักอาศัย อัษฎา แก้วเขียว ประธานผู้อำนวยการ-วิสซ์ดอม บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ จำกัด (MQDC) หนึ่งในผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า เป็นอีกปีหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างภูมิศาสตร์เมือง จากการเริ่มสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ และบางสายที่จะเริ่มให้บริการ ส่งผลโดยตรงกับราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกทำเล รวมถึงราคาที่อยู่อาศัยก็ปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน คอนโดมิเนียมยังเป็นสินค้าหลักในปัจจุบันและอนาคต แต่ที่ดินใจกลางเมืองมีจำกัด และที่ดินบริเวณรอบนอกเข้าสู่ตลาดที่ดินมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการรายหลายหันมาเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและโครงการ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลง   “โครงการของ Whizdom (วิสซ์ดอม) ออกแบบเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและแรงบันดาลใจของสังคมแห่งการอยู่อาศัย เพื่อขับเคลื่อนรูปแบบชีวิตของคนรุ่นต่อไป ผสมผสานสังคมแห่งการเรียนรู้และแบ่งปัน เพื่อให้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ซึ่งโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) เป็นโครงการที่ถูกตั้งเป็น Flagship ล่าสุดของแบรนด์ Whizdom (วิสซ์ดอม) ในคอนเซ็ปต์  “Own the rare” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะ Rare Location ทำเล ‘อโศก” ที่ถือว่าเป็น CBD ที่แท้จริงของกรุงเทพฯ พร้อมด้วยการคมนาคมและสิ่งอำนวยความสะดวกสบายรอบๆ โครงการ ร้านอาหาร ห้างสรรสินค้าชื่อดังต่างๆ  Rare Innovation เพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งที่ต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง การพัฒนาโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) ถูกออกแบบมาโดยให้แนวคิดเริ่มต้นด้วยการทำ Co-creation คือการให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิด ความต้องการ รวมถึง pain points ที่เจอและอยากเปลี่ยนแปลง รวมถึงการทำ Innovation และมาตรฐานของ MQDC มาใช้อย่างครบถ้วน ทำให้ Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) มีครบทุกองค์ประกอบ เหมาะกับ Rare lifestyle ของการอยู่อาศัยสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์” โดยแรงบันดาลใจของโครงการ ได้แนวคิดจากมหานครใหญ่ทั่วโลกจะมีสวนป่าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ๆ ผู้คนต่างพากันมาใช้เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย พบปะเพื่อนฝูง เป็นที่สังสรรค์ และพาครอบครัวมาผ่อนคลาย เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครที่มีสวนป่าใจกลางเมืองอย่าง “สวนป่าเบญจกิติ” ที่อยู่ใจกลางอโศก พื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 450 ไร่ เป็นศูนย์รวมของพันธุ์ไม้นานาชนิดอยู่ในสวนป่าที่ใหญ่ที่สุด กลายเป็นที่มาของ “Queen of Urban Nature” แนวคิดการพัฒนาโครงการที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เพราะโดยปกตินั้นการที่ผู้คนในมหานครจะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาตินั้นเป็นไปได้ยาก หรืออาจจะต้องเลือกที่จะไม่อยู่กลางเมือง เพื่อจะได้สัมผัสและใกล้ชิดกับพื้นที่ สีเขียวขนาดใหญ่ แต่โครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) เป็นโครงการที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัวที่จะได้อาศัยในเมือง พร้อมสัมผัสพื้นที่สีเขียวผืนใหญ่ได้อย่างเต็มที่และสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด จุดเด่นของโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ตามแนวคิด “FOR ALL WELL-BEING” ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาโครงการของ Whizdom (วิสซ์ดอม) ทุกรายละเอียด และด้วยงานวิจัย ที่ตั้งใจคิดค้นและพัฒนามาเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมโดยรอบโครงการ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่   ENERGY & ECOLOGY การคำนึงเรื่องการใช้พลังงานและระบบนิเวศน์รอบโครงการ โดยนำเกณฑ์การออกแบบจากสถาบันอาคารเขียวไทยที่ได้รับความน่าเชื่อถือมาอ้างอิงเพื่อคุณภาพของโครงการตามมาตรฐานการประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย (TREES-NC)   HEALTH & WELLNESS การออกแบบทุกรายละเอียดให้อยู่สบายและสุขภาพดี ด้วยการเลือกวัสดุต่างๆ ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ลดการเกิดอุบัติเหตุ การออกแบบระบบปรับอากาศที่ลดการสะสมของฝุ่นและการเกิดเชื้อราเพื่อคุณภาพอากาศภายในห้องที่ดี รวมถึงการออกแบบระบบท่อออกหลัง เพื่อลดปัญหาน้ำรั่วหรือท่ออุดตัน สามารถบำรุงรักษาได้สะดวก โดยไม่รบกวนผู้พักอาศัยห้องอื่นๆ   SENSES & HAPPINESS การออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ถูกสุขลักษณะเพื่อการรับรู้ที่ดี (Psychology and Human Perception) ของผู้อยู่อาศัย รวมไปถึงการออกแบบสำหรับทุกคน (Universal Design) เอื้อต่อการใช้งานของคนทุกวัย ในทุกพื้นที่ส่วนกลาง   นอกจากนี้สิ่งที่ทางโครงการเพิ่มเติม คือ เรื่องนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นมา สร้างความสะดวกสบาย ด้วย Smart unit โดยการใส่ระบบ Home intelligent system ที่นอกจากจะตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์และความปลอดภัยแล้วความพิเศษเฉพาะ คือ เป็นระบบที่ออกแบบมาตามแนวคิด Well-Being ตอบโจทย์เรื่อง “สุขภาพที่ดีของผู้อยู่อาศัย เพราะคุณภาพอากาศที่ดีส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดี” โดยมี Indoor Air Quality Sensor ที่คอยตรวจเช็คปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในห้องพักให้อยู่ในระดับที่ไม่มากเกินไป ทำงานร่วมกับระบบระบายอากาศเพื่อถ่ายเทก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป และนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามา โดยผ่านเครื่อง ERV ที่ให้ยิ่งกว่าอากาศบริสุทธิ์ เพราะปรับสภาวะอากาศให้อยู่ในความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม Smart building ที่ออกแบบอาคารโดยคำนึงถึงเรื่องทิศทางของลม และแสงเพื่อลดความร้อนและมลภาวะจากภายนอกสู่ตัวอาคาร นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเพิ่มเติมพื้นที่สีเขียวในรูปแบบของ Pocket garden ที่ช่วยเพิ่มก๊าซออกซิเจนและความสวยงามให้กับตัวอาคาร อีกทั้งยังมีการใช้ระบบ Water cooling ที่ใช้กับโรงแรม 5 ดาว หรือโรงพยาบาลที่เน้นเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลักสำคัญ นอกจากนี้ทางโครงการยังมี Access control & analysis คือการจดจำใบหน้าขอผู้พักอาศัย เพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายในการเข้าและออกอาคาร พร้อม Security Robot ที่จะช่วยตรวจตราวัตถุต้องสงสัยรวมถึงเมื่อมีเหตุฉุกเฉินในที่จอดรถ Security Robot จะมีส่วนเชื่อมต่อกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อให้เกิดการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ในด้านของระบบจอดรถ ทางโครงการมีระบบจอดรถแบบอัตโนมัติและแบบวนจอด รวมทั้งสิ้น 85% เพื่อประหยัดเวลาในการหาที่จอด   “เป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโครงการ คือการมอบที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และยกระดับคุณภาพคอนโดมิเนียมในประเทศโดยใส่เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทาง Whizdom  (วิสซ์ดอม) มี และได้ศึกษาร่วมกับทาง RISC (Research & Innovation for Sustainability Center) ทั้งนี้ โครงการจะแล้วเสร็จภายในปี ธันวาคม 2021 โดยตั้งยอดขายไว้ 80% ถึงสิ้นปีนี้ โดยจะมีงานเปิดขาย Pre-sales ในวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2561 คาดว่าจะมีลูกค้าสนใจเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมียอดผู้ลงทะเบียนเข้าชมโครงการเป็นจำนวนมาก” อัษฎา กล่าวทิ้งท้าย        
Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

หนึ่งในทำเลคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่มีทิวทัศน์ดีที่สุด คงจะหนีไม่พ้นการที่ได้วิวทะเลสาบกลางสวนสาธารณะขนาดใหญ่ซึ่งหาได้ยากมากๆ ในบ้านเราค่ะ ทั้งในแง่ของสวนสาธารณะที่มีอยู่ไม่กี่แห่ง ประกอบกับที่ดินใกล้เคียงก็หาไม่ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะที่ดินใกล้กับสวนป่าเบญจกิติที่มีทะเลสาบขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียว 130 ไร่ รวมพื้นที่กว่า 450 ไร่ ใจกลางเมืองใกล้กับศูนย์สิริกิติ์ฯ เปรียบได้กับโอเอซิสของย่านอโศกก็คงไม่ผิดนัก          เมื่อเอ่ยถึงย่านอโศกแล้ว สิ่งแรกที่ใครหลายคนจะนึกถึงนั่นคืออาคารสำนักงานเรียงรายกันอยู่ตลอดช่วงถนน ซึ่งก็ไม่แปลกนะคะ เพราะอโศกนั้นเป็นแหล่งที่มีพื้นที่ออฟฟิศมากที่สุดในกรุงเทพฯ กว่า 1 ล้านตารางเมตร ถูกเช่าเกือบ 100% จาก  บริษัทที่มีชื่อเสียงหลายองค์กรทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติ อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เนื่องจากนักลงทุนต่างก็มองเห็นศักยภาพของย่านนี้อย่างไร้ข้อกังขามาโดยตลอด โดยหากมองจากทำเลที่ตั้งแล้วนั้นก็จะพบว่าอโศกถือเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง CBD เดิมอย่างสาทร-สีลม กับ New CBD ที่พระราม 9 เราเลยจะไม้ได้เห็นเพียง Office Building เท่านั้น แต่ทั้งโรงแรมหรู คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า รวมถึงสถานที่สำคัญมากมาย จึงไม่แปลกเลยค่ะที่จะกลายเป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจในบ้านเราอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดทั้งในปัจจุบันและอนาคต   ด้วยความที่เป็นแหล่งรวมคนทำงานมนุษย์ออฟฟิศ รวมถึงนักศึกษา บุคคลากรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อมีผู้คนมากมายก็ย่อมต้องตามมาด้วยอาหารการกินเช่นกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นแนวสตรีทฟู้ด ร้านอาหารทั้งไทย เอเชีย ตะวันตก ร้านคาเฟ่ดีไซน์สวย ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์ ให้เลือกลิ้มลองกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำหลากหลาย ส่วนเรื่องราคาค่าครองชีพนั้น กลับไม่แพงอย่างที่ใครคิด แม้จะอยู่ใจกลางเมืองก็ตามโดยเฉพาะช่วงกลางวันที่มีตลาดชื่อดังขวัญใจชาวออฟฟิศอโศกอย่าง ตลาดรวมทรัพย์ บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ร้านค้า ร้านอาหารกว่า 300 ร้าน เรียกได้ว่าคนทำงานละแวกนี้ไม่มีใครไม่เคยมาเดินแน่นอน ตลาดนัดมศว. เปิดเฉพาะวันอังคาร และพฤหัสบดี ช่วงเช้า-14.00 น. แหล่งสินค้า และของอร่อยที่คนทำงานมักจะหิ้วขึ้นไปกินบนออฟฟิศอยู่เป็นประจำ ตลาดสุขตา อีกหนึ่งตลาดที่คนหนาแน่นมากในช่วงกลางวัน รวมถึง Food Court บนห้างสรรพสินค้า Terminal 21 ที่ขึ้นชื่อลือชาว่าราคาถูกที่สุดในบ้านเรา แบบที่สามารถถือเงิน 25-30 บาท ก็ได้ก๋วยเตี๋ยว หรือข้าวมา 1 จานแบบอิ่มพอดีได้เลยค่ะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันต่อเศรษฐกิจของอโศกที่ไม่เคยจางไป     นอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับไลฟ์สไตล์ได้ทั่วถึงแล้วนั้นก็ยังมีสวนสาธารณะคือ “สวนป่าเบญจกิติ” โอเอซิสของย่านอโศกที่ได้ต้นไม้โอบล้อมทะเลสาบอยู่รอบด้าน เปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ซึ่งเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่มีลักษณะเป็นสวนป่า เพราะมีโซนที่เป็นไม้ยืนต้นใหญ่ให้ความร่มรื่น แต่ยังคงมีความโปร่งแสง ส่องแสงแดดให้ลอดลงมาถึงพื้นที่ได้อยู่ ยามเย็นเมื่อแดดร่มลมตกจะมีผู้คนทั้งเด็ก วัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุมาวิ่งออกกำลังกายกัน เพราะมีถนนล้อมรอบทะเลสาบเป็นระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร ซึ่งมีประตูทางเข้าด้านที่เชื่อมต่อเข้าไปยังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่สำคัญในการจัดงานอีเว้นท์สำคัญเอาไว้หลายงาน ซึ่งมีแผนจะปิดปรับปรุงถึง 3 ปี โดยจะเริ่มปิดทำการช่วงปลายปี 2561 เพื่อขยายพื้นที่เชิงการพาณิชย์และศูนย์การประชุมนานาชาติ รวมถึงสามารถจอดรถไปมากขึ้นรวมแล้วไม่น้อยกว่า 1.8 แสนตารางเมตร เมื่อปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์แล้วก็จะยิ่งทำให้พื้นที่บริเวณนี้ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก       การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเกือบจะเป็นหนทางหลักที่หลายคนเลือกใช้เพื่อหลีกหนีรถติดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน แน่นอนว่ารถไฟฟ้าคือคำตอบที่สะดวกรวดเร็วที่สุดของการเดินทางในกรุงเทพฯ ซึ่งสายหลักก็คือสายสุขุมวิท สายสีลม และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน โดยจะวิ่งผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง ล้วนแต่เป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญทั้งสิ้นรวมถึงอโศกด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณสี่แยกอโศกก็เป็นจุด Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท ส่วนถนนหลักอย่างสุขุมวิทจะตัดกันกับถนนรัชดาภิเษก และถนนอโศกมนตรีที่สี่แยกอโศกเป็นแยกที่มีเอกลักษณ์ความเป็นเมืองใหญ่สูง เพราะเป็นทั้งจุด Interchange มี Sky Walk ข้ามสี่แยก และเชื่อมต่อเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า Terminal 21 กับโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง Grande Centre Point Terminal 21 ช่วงถนนกว้าง มีจอ LED ขนาดใหญ่บนอาคารสูง เรียกได้ว่าใครที่เห็นภาพปุ๊บก็จะทราบได้ทันทีว่านี่คือ สี่แยกอโศก             Whizdom Asoke-Sukhumvit   โครงการวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Hi-end ลักษณะ High Rise 39 ชั้น เมื่อได้วิวไฮไลท์ประจำโครงการจากสวนป่าเบญจกิติก็จะยิ่งทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในบ้านพักตากอากาศใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายภายนอก แต่ยังอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายแบบวิถีชีวิตคนเมืองหลวง เทียบเคียงกันกับมหานครใหญ่ๆ ของโลก   Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก ฝั่งตรงข้ามกับ “สวนป่าเบญจกิติ” และยังสามารถเข้าจากซอยสุขุมวิท 16 อีกเส้นทางได้ด้วย นี่ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของคอนโดมิเนียมกลางเมืองเช่นนี้ เพราะเมื่อได้อยู่อาศัยจริงแล้ว การเข้า-ออกได้ 2 ทางจะช่วยให้เกิดความสะดวกสบายได้อีกเยอะ เช่น หากการจราจรบน ถ.รัชดาฯ ติดขัด ก็สามารถเข้าซ.สุขุมวิท 16 ได้ ซึ่งภายในซ.สุขุมวิท 16 นี้ ก็ยังแวดล้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ร้านแฮงเอาท์ ไปจนถึง ซุปเปอร์มาร์เกตตลอด 24 ชม. อยู่ใกล้กับโครงการ ที่สำคัญ คือ เป็นซอยที่สามารถทะลุไปได้หลายเส้นทาง เช่น ซ.ไผ่สิงโต, ซ.สุขุมวิท 22,  ซ.สุขุมวิท 24 และถ.พระราม 4 ซึ่งก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง     จุด Interchange สำคัญในปัจจุบัน ยังมีเพียงไม่กี่สถานีเท่านั้นที่กลายเป็นแหล่งทำเลทองของที่อยู่อาศัย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท โดยห่างจากโครงการเพียง 450 เมตร ถือเป็น Interchange แห่งเดียวบนถนนสุขุมวิทในปัจจุบันที่มีผู้โดยสารกว่า 85,000 คน/วัน ไม่ไกลจากนี้เพียง 1 สถานีจาก MRT สุขุมวิท ไปยัง Airport Rail Link สถานีมักกะสัน เพื่อเชื่อมต่อไปยังสุวรรณภูมิ  อีกทั้งยังพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย นอกจากนี้ยังมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ไม่ไกลโครงการอีกหลายแห่งทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านพระราม 4, ด่านท่าเรือ หรือทางพิเศษศรีรัชที่ด่านอโศก ทั้งหมดก็จะห่างจากโครงการประมาณ 2 กิโลเมตร      จาก BTS อโศก-Whizdom Asoke-Sukhumvit    เราลองเดินชมทำเลของย่านนี้ไปจนถึงคอนโด Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) กันค่ะ โดยเริ่มต้นจาก BTS สถานีอโศก เดินออกทางประตูที่ 6   ทางออกทางฝั่งนี้นอกจากจะเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้า Terminal 21 และโรงแรม Grande Centre Point Terminal 21 แล้ว ก็ยังเป็น Interchange กับ MRT สถานีสุขุมวิท    เดินตามประตูทางออกที่ 6 ของ BTS นั้นจะเป็นการเดินบน Sky Walk ข้ามสี่แยกอโศก    มองย้อนกลับไปที่ BTS สถานีอโศกที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ค่ะ สำหรับสี่แยกที่มีขนาดใหญ่อย่างสี่แยกอโศกแล้วนั้น Sky Walk ถือว่ามีความสำคัญมากๆ  ที่ทำให้คนเดินข้ามถนนได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น     ลงบันไดที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดค่ะ ซึ่งอยู่ริมถนนสุขุมวิทข้างอาคาร Exchange Tower ตรงหัวมุมสี่แยกอโศกเลย   จากหน้าอาคาร  Exchange Tower  เดินมาตามถนนรัชดาภิเษกประมาณ 180 เมตรก็จะพบกับซอยสุขุมวิท 16 ซึ่งเป็นซอยที่สามารถเดินจาก BTS อโศก ใช้เป็นทางเข้า-ออกโครงการได้อีก 1 ช่องทางค่ะ   บรรยากาศภายในซอยสุขุมวิท 16 นั้นคึกคักไม่แพ้บนถนนหลักทีเดียวค่ะ ตั้งแต่ปากซอยก็จะมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์เรียงรายอยู่มากมาย   บริเวณหลังอาคาร CTI Tower มี Foodland 24 ชม. อยู่ด้วยนะคะ ซึ่งตัวอาคาร  CTI Tower นี้เองก็จะอยู่ติดกับโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)    บริเวณด้านหลังโครงการ อีกหนึ่งทางเข้า-ออก Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ค่ะ ที่ดินของโครงการทางฝั่งในซอยสุขุมวิท 16 นี้หน้ากว้างใช้ได้เลยค่ะ     จากด้านหลังอาคาร CTI Tower เราสามารถเดินทะลุมาที่ริมถนนรัชดาได้เลยค่ะ ซึ่งถัดไปก็จะเป็นที่ตั้งของโครงการแล้วค่ะ   หน้าโครงการจะมีที่ดินหน้ากว้างกว่าด้านหลังเล็กน้อยค่ะ ตอนนี้กำลังล้อมรั้วสร้าง Sale Gallery ที่ใครหลายคนใจจดใจจ่อรอคอยที่จะได้เห็นยลโฉมกันอยู่ ซึ่งอีกไม่นานเกินรอค่ะ   จากหน้าโครงการเราเดินข้ามสะพานลอยมาที่สวนป่าเบญจกิติ ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ภายในสวนแห่งนี้ตรงกลางจะเป็นทะเลสาบ นอกนั้นจะเป็นพื้นที่ของสวนป่าที่มีต้นไม้ยืนต้นนานาพันธุ์ ให้ความร่มรื่นอยู่ทั่วบริเวณ    รอบทะเลสาบจะมีถนนอยู่รอบเป็นรูปคล้ายวงรี หลายคนนิยมมาวิ่งออกกำลังกายกันที่นี่ในช่วงเย็นๆ ค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศจากการวิ่งในห้องฟิตเนสมาวิ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ขณะเดียวกันถ้าได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมแถวนี้ด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้เหมือนได้มีโอกาสพักผ่อนอยู่ตลอดเวลา   บรรยากาศด้านนอกเป็นอาคารสูงระฟ้า แต่พอเข้ามาในสวนป่าเบญจกิติแล้ว กลับพบกับอีกบรรยากาศที่เหมือนอยู่กันคนละโลกกับภายนอก ทั้งที่อยู่กลางเมืองย่านเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) จะอยู่ระหว่างอาคาร Lake Ratchada (อาคารสีฟ้า)ทางขวามือของภาพ กับอาคาร CTI Tower (อาคารสีเขียว)ทางซ้ายมือของภาพ      การได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่สามารถเดินทางได้หลากหลายเส้นทาง จะทำให้สะดวกสบายมากสำหรับการวางแผนเดินทางแต่ละวัน อย่างวันไหนรถติดก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า วันไหนฝนตกก็เปลี่ยนมาขับรถยนต์แทน ใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนหลายจุด ฝั่งตรงข้ามกันยังมีสวนป่าเบญจกิติให้ได้พักสายตาจากทิวทัศน์ที่หาได้ยากมากในกรุงเทพฯ หรือเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนออกกำลังกายได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันก็ยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม. ทุกสิ่งจะส่งให้ชีวิตคนเมืองกรุงลงตัวกว่าที่เคยใน Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 1265 Website : ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ  http://bit.ly/2oOYTpU