Tag : ห้องนอน

15 ผลลัพธ์
เปลี่ยนห้องนอนกระตุ้นความหวาน กระชับรัก

เปลี่ยนห้องนอนกระตุ้นความหวาน กระชับรัก

ใกล้วันวาเลนไทน์เข้ามาทุกที เทศกาลของคนมีคู่ที่จะยิ่งทวีความสวีทหวานให้คนโสดอิจฉาตาร้อนกันเล่นๆ  ส่วนคู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ก็อย่าปล่อยให้จืดจางนะคะ ลองหมั่นเติมความหวานให้ชีวิตคู่โดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวเราอย่างการจัดตกแต่งห้องนอนเสียใหม่ เพื่อกระตุ้นความหวาน กระชับรักให้แนบแน่นด้วยวิธีการง่ายๆ ดังนี้ค่ะ   เปลี่ยนให้เป็นห้องนอนสุดหวาน สี เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย ลองเปลี่ยนสีผนังห้องสักด้าน หรือติดวอลเปเปอร์ให้มีสีสันตามที่อยากให้เป็นค่ะ เช่น สีแดง จะช่วยกระตุ้นความสนุกสดใส เร่าร้อน, สีชมพู เพิ่มความหวานน่ารัก น่าทะนุถนอม หรือจะเป็นสีม่วง ที่มีงานวิจัยออกมาบอกว่าจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ดี เท่านี้ห้องนอนของเราก็จะดูสวย น่ารักกว่าผนังสีขาวรอบด้านแบบเดิมๆ     ทำให้เตียงน่าล้มตัวลงนอน หากเตียงของเรานั้นเก่าเสื่อมสภาพไปแล้ว ก็ควรจะเปลี่ยนเถอะค่ะ เลือกแบบที่เหมาะกับสรีระของเรากับคุณแฟน นุ่มสบาย ขณะเดียวกันก็ต้องแข็งแรงทนทานด้วย ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้เตียงรก เพราะเวลากลับมาเหนื่อยๆ จะได้พร้อมล้มตัวลงนอน แล้วอย่าลืมเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนให้ดูสดใส เข้ากับบรรยากาศของห้อง ซึ่งก็ควรคำนึงถึงเนื้อผ้าที่มีความนุ่มลื่นให้สัมผัสที่ดีด้วยนะคะ   ตกแต่งไฟให้โรแมนติก แสงไฟโทน Warm White จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูนุ่มนวลชวนฝัน ยิ่งถ้าได้ไฟแบบ Dim Light ปรับความสว่างได้ตามต้องการก็จะยิ่งช่วยให้ห้องนอนของคุณโรแมนติกขึ้น แต่ถ้าห้องไหนไม่มีไฟแบบ Dim Light ก็ลองไปหาซื้อไฟ LED แบบเส้น สำหรับตกแต่งมาเปิดแทนไฟห้องปกติ ก็จะยิ่งทำให้ห้องดูน่าสนใจขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ     ภาพถ่ายเตือนความทรงจำ รูปถ่ายก็มีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ไม่แพ้ข้ออื่นเลยนะคะ ลองหารูปที่ถ่ายคู่กันในหลายช่วงเวลา เช่น ตอนคบกันใหม่ๆ วันที่ไปเที่ยวด้วยกัน รูปในวันสำคัญ ฯลฯ  มาตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะแปะผนัง ใส่กรอบแบบเก๋ๆ ตั้งไว้ ช่วยย้ำเตือนความทรงจำในวันหวานๆ   กลิ่นกระตุ้นอารมณ์ กลิ่นหอมจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของคนเราได้ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายหลับสบาย หรือรู้สึกเซ็กซี่เย้ายวนก็ตาม ฉะนั้นก็ลองหาน้ำหอมปรับอากาศ สเปรย์น้ำหอม หรือเทียนหอม มาไว้ในห้องล่ะก็จะดีมากเลยค่ะ และสุดท้ายอาจจะมีดอกไม้ใส่แจกันประดับเอาไว้ช่วยเพิ่มบรรยากาศความสดชื่น และกลิ่นหอมจากดอกไม้สดให้ยิ่งโรแมนติกเข้าไปอีก   ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ ว่าจะช่วยเสริมให้คู่ของคุณยิ่งมีความสัมพันธ์แนบแน่นขึ้นไปอีกขนาดไหน สิ่งสำคัญคืออย่าลืมเอาใส่ใจ ดูแลซึ่งกันและกันนะคะ        
9 แหล่งเพาะเชื้อโรคในบ้านที่คุณอาจไม่รู้

9 แหล่งเพาะเชื้อโรคในบ้านที่คุณอาจไม่รู้

ถึงแม้ว่าภายนอกใช้ในบ้านคุณจะดูสะอาดสะอ้านดี แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับมีแขกที่คุณไม่ได้รับเชิญแฝงตัวอยู่เต็มไปหมด นั่นก็คือ กองทัพเชื้อโรค และเหล่าแบคทีเรียร้ายนั่นเอง ศัตรูที่เรามองไม่เห็นนี่แหละที่เป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ทั้งโรคภูมิแพ้ ไข้หวัด หรืออาการท้องร่วง ยิ่งถ้าคุณละเลยในการทำความสะอาด สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็อาจจะแพร่ไปสู่ส่วนอื่นๆ ของบ้านก็ได้ งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่ามีสิ่งของอะไรบ้างที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคเหล่านี้ บางทีคุณอาจจะยังไม่รู้ก็ได้นะคะ   1. ผ้าเช็ดตัว หากมีสมาชิกภายในบ้านใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกันอาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาในสายตาของคุณ เพราะคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไรก็แค่เอาไปเช็ดตัวเฉยๆ ซึ่งจริงๆ แล้ว ภายใต้ขนนุ่มของผ้าเช็ดตัว มีเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า สแตฟฟิโลคอคคัส (Staphylococus) แอบอยู่เต็มไปหมด ซึ่งเจ้าเชื้อโรคตัวนี้นี่แหละที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนังต่างๆ และยังทำให้เกิดสิวตามส่วนต่างๆ ของร่างกายคุณด้วย รู้แบบนี้แล้วก็ใช้ผ้าเช็ดตัวแยกกันดีกว่านะคะ   2. เครื่องซักผ้า ถึงแม้จะเป็นเครื่องทำความสะอาด แต่ก็ใช่ว่าจะมันปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์  ถ้าหากคุณยังซักผ้าด้วยน้ำเย็น เพราะน้ำอุณหภูมิปกตินั้นไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคในเสื้อผ้าได้ ดังนั้นการซักผ้าควรซักด้วยน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียสขึ้นไป จึงจะสามารถกำจัดเชื้อโรค อย่างเช่น ไรฝุ่น แบคทีเรียต่างๆ ออกไปได้ ก็จะทำให้เสื้อผ้าของคุณสะอาดยิ่งขึ้น ดังนั้นอย่าลืมใส่ใจจุดนี้และหมั่นทำความสะอาดถังซักผ้าด้วยนะคะ   3. คีย์บอร์ด น้อยครั้งมากที่เราจะทำความสะอาดคีย์บอร์ดหน้าคอมของตัวเอง เพราะรู้สึกมันยังสะอาดอยู่ใช้ต่ออีกสักนิดก็คงไม่เป็นไร ซึ่งปุ่มเล็กๆ ที่คุณใช้กันอยู่ทุกวันนี่แหละ มีแบคทีเรียแฝงตัวอยู่มากกว่า 200 ชนิด (มากกว่าในห้องน้ำซะอีก!) ฉะนั้นก่อนและหลังใช้คอมพิวเตอร์ทุกครั้ง ก็ควรล้างมือให้สะอาดซะก่อน ถ้าเป็นไปได้ก็พยายามใช้น้ำยาทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ เช็ดอาทิตย์ละครั้งก็ยิ่งดี   4. พรม พรมที่ใช้ปูพื้นในบ้านของคุณ อาจจะดูสวยดีแต่หากคุณไม่ยอมทำความสะอาด พรมสวยแค่ไหนก็สามารถทำร้ายคุณได้เหมือนกัน เพราะคุณอาจจะยังไม่รู้ว่าความสวยงามของพรมนั้น เต็มไปด้วยแบคทีเรียกว่า 200,000 ตัวต่อตารางนิ้ว (สกปรกกว่าห้องน้ำถึง 4,000 เท่าเลยทีเดียว) แค่คิดก็แทบไม่อยากจะสัมผัสเลยใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้นจากนี้ไปก็อย่าลืมใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดพรมและนำไปตากแดดบ้างนะคะ   5. เตียงนอน ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเตียงนอน แต่จะมีสักกี่คนที่เอาไว้นอนอย่างเดียวเท่านั้นจริงๆ เพราะเชื่อว่าหลาย ๆ คนมักจะแอบเอาขนมไปกินบนเตียงกันบ้างแหละ หรือไม่ก็ทำอะไรที่นอกเหนือจากการนอนอย่างแน่นอน ฉะนั้นนอกจากคุณแล้วก็ยังมีวายร้ายแอบครองเตียงของคุณอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อรอเวลาจู่โจมในตอนที่คุณหลับ วิธีที่ใช้จัดการวายร้ายเหล่านี้ก็ไม่ยาก แค่เพียงคุณนำปลอกหมอน ผ้าปูเตียง และผ้าห่ม ไปซักด้วยน้ำร้อนอาทิตย์ละครั้ง ส่วนหมอนและเตียงนอนก็นำออกไปตากแดดบ้างอย่างน้อยเดือนละครั้งก็จะช่วยกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ได้ดีกว่านะ    6. ขวดเครื่องปรุงต่างๆ เชื่อว่าหลายๆ บ้านพอเครื่องปรุงในขวดหมดปุ๊บก็เติมของใหม่ลงไปปั๊บเลย รู้หรือเปล่าว่าการทำแบบนี้เท่ากับการทำร้ายตัวเองและคนในครอบครัวกันเห็นๆ ฉะนั้นคราวหน้าหากเครื่องปรุงหมด หรือตั้งขวดเครื่องปรุงนั้นทิ้งไว้นานแล้ว ก็ควรจะหยิบมาล้างทำความสะอาดบ้างนะคะ เพื่อสุขอนามัยที่ดี และเพื่อความปลอดภัยของคนในบ้านด้วย   7. อ่างอาบน้ำ สำหรับบ้านใครที่มีอ่างอาบน้ำควรฟังทางนี้ไว้ให้ดี ว่าอ่างอาบน้ำนั้นมีเชื้อโรค สแตฟฟิโลคอคคัส (Staphylococus) สะสมอยู่ถึง 26 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับส่วนอื่น ๆ ภายในห้องน้ำ โดยเฉพาะอ่างอาบน้ำระบบน้ำวน เพราะแบคทีเรียจะเติบโตอยู่ภายในท่อน้ำ ทุกครั้งที่คุณใช้อ่างอาบน้ำเหล่ากองทัพแบคทีเรียเหล่านั้นก็จะกรูกันเข้ามาหา บางครั้งหนึ่งในแบคทีเรียเหล่านั้นก็อาจจะมีเชื้อ ฟังไจ (Fungi) ต้นเหตุของโรคกลากเกลื้อนแอบแฝงมาด้วย ฉะนั้นทุกครั้งที่ทำความสะอาดห้องน้ำก็อย่าลืมล้างอ่างอาบน้ำของคุณด้วยล่ะ   8.กระโถนเด็ก เมื่อถึงเวลาขับถ่ายของเด็กๆ ถ้าเขายังเข้าห้องน้ำเองไม่ได้ ก็มีกระโถนเด็กนี่แหละเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณพ่อคุณแม่ ถ้าอุ้มไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ก็คงไม่ไหวหรอกจริงไหม ฉะนั้นเมื่อกระโถนคือสิ่งสำคัญที่จะต้องสัมผัสกับร่างกายของลูกน้อย หลังจากที่คุณนำกระโถนไปทำความสะอาดแล้วก็อย่าลืมฉีดสเปรย์ หรือเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคตามด้วยนะ และที่สำคัญก็อย่าลืมล้างมือของคุณและลูก หลังจากที่ลูกทำธุระเสร็จด้วยล่ะ   9. ตู้เย็น แหล่งอาหารชั้นเลิศของทุกคนภายในบ้าน แต่ถ้าคุณปล่อยให้ตู้เย็นของคุณมีกลิ่น หรือคราบเกาะติดไว้นาน ๆ เจ้าแบคทีเรียที่ชื่อ ลิสเทอเรีย (Listeria) จะเข้าไปเจริญเติบโตอยู่ในตู้เย็นของคุณ ซึ่งหากบังเอิญคุณรับประทานอาหารที่มีแบคทีเรียตัวนี้เข้าไป ก็จะทำให้คุณเกิดอาการหนาวสั่น ปวดท้อง หรือปวดศีรษะได้ ฉะนั้นคุณควรเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ส่วนชั้นวางของภายในตู้เย็น ก็เช็ดด้วยน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อเดือนละครั้งด้วยนะ     เชื้อโรคนั้นแฝงตัวอยู่ทุกที่ไม่ใช่แค่ที่บ้านของคุณเท่านั้น ที่ทำงาน หรือสถานที่อื่น ๆ ก็มีเชื้อโรคอาศัยอยู่เช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรจะทำก็คือ การรักษาความสะอาด ทั้งตัวคุณเองและสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านของคุณ เพื่อเป็นการป้องกันอีกทางนะคะ     ขอบคุณแหล่งที่มา : https://home.kapook.com/view48905.html   ภาพประกอบจาก : https://pixabay.com
แต่งห้องนอนสวยด้วยวอลเปเปอร์ ต้อนรับปีใหม่

แต่งห้องนอนสวยด้วยวอลเปเปอร์ ต้อนรับปีใหม่

"เมื่อเริ่มรู้สึกเบื่อห้องนอนเก่าที่อยู่มานาน ใกล้ปีใหม่ทั้งทีลองเพิ่มสีสันให้กับห้องง่ายๆ แค่..เปลี่ยนวอลเปเปอร์" เคยรู้สึกเบื่อห้องนอนกันบ้างไหมคะ? ด้วยความที่เป็นห้องที่เราต่างใช้เวลาอยู่กับมันนานที่สุดในแต่ละวัน ครั้นจะทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่ก็คงจะเปลืองสตางค์และเสียเวลาใช่ไหมละคะ และหากคุณผู้อ่านกำลังเบื่อห้องนอนเก่าอยากเปลี่ยนห้องให้ดูใหม่ ผู้เขียนมีไอเดียมาฝากซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญให้แก่บ้านแสนรักของคุณ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายข้าวของให้เหนื่อยหรือเสียสตางค์เพื่อปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เพิ่มขึ้น แต่ทว่าห้องกลับดูสวยงามมีชีวิตชีวาขึ้นด้วยการติดวอลเปเปอร์นั่นเองค่ะ เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนลุคเพิ่มสไตล์ใหม่ๆ ให้กับห้องนอนได้แล้ว 1. แบ่งสีไล่โทน การเลือกวอลเปเปอร์ในสไตล์ที่คุณชื่นชอบให้เข้ากับห้องนอนนั้น นอกจากสะท้อนรสนิยมชั้นเลิศแล้ว ยังบ่งบอกความละเอียดจากการผสมผสานของคุณด้วย การติดวอลเปเปอร์ลวดลายดอกไม้แต่ตัดความหวานด้วยสีพื้นๆ อย่างสีฟ้าอมม่วงแบบในภาพ ก็ดูสวยงามและลงตัว 2. Perfect match เลือกวอลเปเปอร์ที่ใช่ในสไตล์คุณ เปลี่ยนวอลเปเปอร์สีพื้นๆ จากที่เคยเป็นแค่ส่วนประกอบภายในห้อง ให้กลายเป็นจุดนําสายตาอย่างมีสไตล์ไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ในห้องนอนของคุณด้วยการเลือกลายกราฟิกน่ารักโทนสีขาวและดำ เพียงเท่านี้ก็เหมือนได้ห้องนอนใหม่แล้วค่ะ 3. เพิ่มลูกเล่นด้วยลายเส้น ห้องนอนเด็กก็สามารถตกแต่งให้สวยงามเก๋ไก๋ในสไตล์ที่ไม่ซ้ำใครได้เช่นกันนะคะ แนะนำให้เลือกติดวอลเปเปอร์ลายเส้นแนวตั้ง อย่างสีฟ้าสดใสแต่เพิ่มเติมด้วยของตกแต่งอื่น อาทิ รูปวาดน่ารักๆ เพื่อเป็นการเพิ่มลูกเล่นให้กับผนังซึ่งจะดูโดดเด่นขึ้นมาได้ง่ายๆ รับรองว่าเด็กน้อยต้องชอบแน่นอน 4. เลือกลวดลายคล้ายวัสดุธรรมชาติ วอลเปเปอร์ลายอิฐก่อเหมาะที่จะใช้ติดผนังแทนการก่ออิฐขึ้นมาจริงๆ ค่ะ เพราะนอกจากความง่ายในการติดตั้งและประหยัดเงินกว่านั้น ยังช่วยเสริมความอบอุ่นให้แก่ห้องนอนได้อีกด้วยนะคะ เพราะโทนสีที่เลือกใช้ก็ดูเข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ภายในห้อง ทำให้ไม่ต้องควักเงินซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เลย 5. โดดเด่นแบบเท่ๆ สำหรับชายหนุ่มมาดแมนอยากแต่งห้องนอนรับปีใหม่ด้วยวอลเปเปอร์ แต่ยังเลือกไม่ถูกว่าจะใช้ลายไหน สีอะไรดี ไอเดียที่นำอลูมิเนียมขนาดพอดีมาติดบนผนังหัวเตียงนั้นช่วยทำให้ผนังที่ว่างเปล่าดูสวยงามและเท่ขึ้นมาทันที ครั้นจะใช้วอลเปเปอร์ลวดลายสีสันฉูดฉาดก็คงไม่เข้ากับสไตล์ห้องก็คงจะไม่เข้า การเลือกใช้วอลเปเปอร์สีเรียบๆ อย่างสีเทาก็ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้ห้องนอนของคุณผู้อ่านดูเท่และไม่เหมือนใคร และการใช้โคมไฟที่มีวัสดุอย่างตะแกรงเหล็กสีดำก็ยิ่งเพิ่มความแมนได้เป็นอย่างดี ความสุขสำหรับใครหลายๆ คนคือการได้เจอและอยู่ในสถานที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นที่ของเราใช่ไหมคะ เช่นเดียวกับห้องนอนที่ใครต่างให้คำนิยามว่าเป็น ‘พื้นที่ส่วนตัว’ แต่หากกำลังเบื่อห้องนอนเก่าอยากเปลี่ยนห้องให้ดูใหม่ ไอเดียการติดวอลเปเปอร์เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญให้แก่บ้านแสนรักของคุณ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายข้าวของให้เหนื่อยหรือเสียสตางค์เพื่อปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เพิ่มขึ้น แต่ทว่าห้องกลับดูสวยงามมีชีวิตชีวาขึ้นมาง่ายๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนลุคเพิ่มสไตล์ใหม่ๆ ให้กับห้องนอนได้แล้ว
ไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก

ไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก

ไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก ห้องนอนเป็นห้องที่คู่รักใช้เวลาร่วมกันมากกว่าห้องอื่นๆ วันนี้ reviewyourliving.com มีไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก มาฝากกันค่ะ เพราะการแต่งนอนจะเพิ่มความโรแมนติกมากขึ้น คู่รักก็จะมีช่วงเวลาความสุขร่วมกันยิ่งขึ้น ลองชวนคู่รักของคุณมาแต่งนอนห้องตามไอเดียเหล่านี้กันสิคะ   1.โทนสีเติมความหวาน คู่รักแต่ละคู่ ต่างก็มีโทนสีที่ชอบต่างกันไป หากใช้โทนสีเดิมในห้องนอนไปเรื่อยๆ อาจรู้สึกเบื่อได้ ลองคุยกับคู่รักสิคะว่าอยากเปลี่ยนเป็นโทนสีอะไร แล้วเนรมิตห้องนอนเพื่อเติมความหวานกันเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : livingroomideas.eu โทนสีผนังห้องนอน แนะนำว่าควรใช้โทนสีอ่อนๆ เอิร์ธโทน หรือโทนสีเทา เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่น และโรแมนติก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lushomedesign เพิ่มลวดลาย บนผนังห้อง ให้มีลูกเล่นและสีสันที่มากขึ้นด้วยวอลล์เปเปอร์ ปัจจุบันมีลวดลายและลูกเล่นให้เลือกมากมาย ถ้ากลัวทั้งห้องจะดูลายตาเกินไป ให้ลองติดแค่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเท่านั้นก็พอค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : realestateer.net ผ้าปูเตียงก็ควรเลือกให้ไปในโทนเดียวกับโทนสีของห้องนอน จะช่วยให้อารมณ์ของห้องนั้นดูอบอุ่นมากขึ้น และเครื่องนอนบนเตียงก็มีส่วนสำคัญสำหรับคู่รักนะคะ พวกหมอน ผ้าห่ม ที่สำคัญคือผ้าปูเตียง แนะนำให้เลือกใช้ผ้าที่นิ่ม เบาบาง มีผิวสัมผัสที่ดี อย่างผ้าซาติน 2.ไฟตกแต่ง อีกไอเดียการแต่งห้องสำหรับคู่รักที่ขาดไม่ได้เลยคือ การประดับห้องด้วยไฟตกแต่ง เพื่อให้แสงในห้องนั้นสลัวๆ ไม่สว่างจนเกินไป เพียงแค่ลองหามาประดับไว้ในห้องนอนของคุณ ก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นไปด้วยความรักได้มากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : business.facebook.com การเพิ่มบรรยากาศให้คู่รักอีกอย่างเลยก็คือไฟที่เป็นดวงเล็กๆ เมื่อนำมาประดับในห้องนอน เสมือนว่าคุณและคนรักของคุณกำลังนอนอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว อะไรจะโรแมนติกเช่นนี้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : indulgy.com ลองปิดไฟดวงหลักที่สว่างมากเกินไป แล้วเปิดไฟแค่ดวงเล็กๆ น้อยๆ เพื่อทำให้บรรยากาศรู้สึกน่าค้นหามากยิ่งขึ้น หรือถ้าอยากให้โรแมนติกกว่านี้ ลองใช้ไฟเป็นโทนสีเหลืองหรือส้มดูสิคะ รับรองว่าค่ำคืนของคุณและคนรักจะพิเศษสุดๆ ไปเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anna120300 ไฟหิ่งห้อยเหมาะสำหรับสร้างความโรแมนติกสำหรับคู่รักแบบกุ๊กกิ๊ก น่ารัก ช่วยสร้างบรรยากาศแบบนุ่มนวลแบบน่าค้นหา   ขอบคุณภาพจาก pinterest : themerooms.blogspot.com เพิ่มบรรยากาศที่โรแมนติกอย่างสมบูรณ์แบบด้วยเทียนและกลิ่นอโรมา แนะนำกลิ่นอโรมาที่มีกลิ่นหอมหวาน เช่น กลิ่นกุหลาบ กลิ่นวานิลา กลิ่นลาเวนเดอร์ ซึ่งแต่ละกลิ่นก็จะมีความลึกลับ น่าค้นหา น่าดึงดูด และที่สำคัญช่วยสร้างความผ่อนคลายให้หลับสบายอีกด้วย 3.ของตกแต่งคู่ ชีวิตคู่ก็ต้องมีของใช้คู่กัน หรือของขวัญที่มอบให้กันและกันอย่างแน่นอน แทนที่จะต่างคนต่างเก็บ ก็เอามาวางไว้พื้นที่ที่ใช้ร่วมกันอย่างห้องนอน ก็จะช่วยทำให้นึกถึงกันและกัน ขอบคุณภาพจาก pinterest : nnuulloo.blogspot.com เชื่อว่าคู่รักทุกคู่ต่างก็มีรูปภาพที่ถ่ายคู่กัน ลองนำภาพคุณกับคนรักมาอัดใส่กรอบติดไว้ที่ผนัง หรือใส่กรอบรูปตั้งโต๊ะ วางไว้ในมุมต่างๆ ของห้องนอน ช่วยทำให้ทั้งสองคนได้เห็นรูปภาพที่บันทึกช่วงเวลาดีๆ เอาไว้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : simplethingsxo ของคู่กัน หรือของที่แทนตัวตนของแต่ละฝ่าย สามารถนำมาแต่งห้อง เพื่อความรู้สึกอบอุ่น และอาจเป็นตัวแทนของแต่ละฝ่ายในยามหยิบใช้ เช่น เมื่อเวลาคนรักของคุณต้องไปทำงานไกล สิ่งของเหล่านั้นก็ยังให้ความรู้สึกว่าคนรักของคุณยังอยู่ข้างๆ กันทุกคืน 4.ดอกไม้ ดอกไม้ช่วยสร้างบรรยากาศของห้องให้มีความโรแมนติกได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้สด หรือดอกไม้แห้ง ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความอ่อนหวาน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : amerrymishapblog.com ตกแต่งห้องให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยดอกไม้สดปักแจกันดีไซน์เก๋ๆ ในวันสำคัญของคุณกับคนรัก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : juliettelaura.blogspot.com ในปัจจุบัน ดอกไม้แห้งก็เป็นอีกไอเทมหลักในการนำมาตกแต่งห้อง เพราะว่าไม่มีเน่า ไม่มีเหี่ยวไปตาลกาลเวลา คุณลองชวนคนรักมาช่วยกัน diy นำดอกไม้มาตกแต่งห้องสิคะ 5.ผ้าม่าน หากคุณอยากให้เตียงนอนเป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวกับคนรักของคุณ ให้ลองติดม่านมุ้งเตียงจะช่วยให้สงบได้มากยิ่งขึ้น แถมยังเป็นการตกแต่งห้องนอนให้สวยงามขึ้นอีกด้วย ขอบคุณภาพจาก pinterest : relaxdeco เปลี่ยนจากห้องนอนธรรมดาให้มีบรรยากาศชวนเซ็กซี่มากขึ้น ด้วยม่านมุ้งเตียงแบบยาว ถ้าเลือกใช้เนื้อผ้าทึบ แนะนำให้เลือกเป็นโทนสีอ่อน สีขาว หรือสีครีม หรือใช้ผ้าที่มีเนื้อผ้าส่องประกาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : archiartdesigns เพิ่มสเน่ห์ให้ห้องนอนของคุณ ด้วยม่านมุ้งแบบโปร่ง ซึ่งจะช่วยกันแสงในยามเช้าได้บางส่วน ทำให้ห้องดูนุ่มนวล และไม่ทำให้ห้องอึดอัดจนเกินไป   เพิ่มระดับความหวานให้คุณกับคนรักด้วย ไอเดียแต่งห้องสำหรับคู่รัก ที่สามารถทำตามได้ง่าย ลองชวนคนรักของคุณมาแต่งห้องกัน รับรองว่าจะได้ความทรงจำดีๆ ร่วมกันแน่นอนค่ะ และห้องนอนของคุณจะมีบรรยากาศที่ไม่น่าเบื่อ โรแมนติกเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว อีกอย่างที่ reviewyourliving.com ขอแนะนำ ก็คือไม่ควรนำทีวี คอมพิวเตอร์มาไว้ในห้องนอน คู่รักควรจะใช้เวลาในห้องนี้ร่วมกันอย่างเต็มที่ค่ะ ขอให้ชีวิตคู่ของคุณมีความสุขกับการอยู่ในห้องนอนอันแสนโรแมนติกนี้นะคะ
เทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสนิททุกคืน

เทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสนิททุกคืน

เทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสนิททุกคืน เคยไหม ที่เรามักนอนหลับไม่ค่อยสนิท จนตื่นมาใต้ตาเป็นหมีแพนด้า ลองมาดูเทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสนิททุกคืนก่อนสิคะ เผลอๆ เพียงแค่ลองปรับแต่งบางส่วนของห้องนอน ก็อาจจะนอนหลับสนิท จนไม่อยากให้ถึงตอนเช้ากันเลย   1.ห้องนอนคือพื้นที่พักผ่อน สำหรับห้องนอน ก็ควรที่จะใช้นอนกันอย่างเดียวใช่มั้ยคะ เราควรที่จะปล่อยให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น หากใครที่เอาโต๊ะทำงานมาอยู่ในห้องนอนด้วยละก็ ก็อาจจะทำให้นอนหลับไม่ค่อยสนิท   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vpsarah การแบ่งพื้นที่ชัดเจน ระหว่างพื้นที่พักผ่อนกับพื้นที่ทำงาน ให้คุณได้สะสางเรื่องงานไว้อีกส่วนหนึ่ง แล้วเมื่อมาอยู่ในห้องนอน ก็ถึงเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vtwonen หากพื้นที่มีจำกัด ยังไงห้องนอนของคุณก็จำเป็นที่จะต้องมีพื้นที่สำหรับทำงานด้วยล่ะก็ ให้ลองหาฉากกั้น หรือผ้าม่านมาแบ่งพื้นที่ทั้งสองส่วนให้ชัดเจน 2.ผ้าม่านกันแสง แดดยามเช้าของเมืองไทย เดี๋ยวนี้แรงแค่ไหน ก็รู้กันใช่ไหมละคะ ซึ่งแดดยามเช้าที่ส่องเข้ามา อาจมาขัดจังหวะการนอนที่เคลิบเคลิ้มของคุณได้ ดังนั้นให้หาผ้าม่านมาติดไว้ที่หน้าต่างเพื่อกันแสงที่เข้ามา แค่นี้คุณก็ได้หลับสนิททุกคืนแล้วล่ะค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : topit.me การติดม่านที่ดีควรจะติด 2 ชั้น ม่านชั้นใน จะช่วยแค่บังแสงแดดเช้าและช่วยกรองความร้อนบางส่วน แต่หากแดดแรงมากๆ จะส่องสว่างเข้ามาในห้องนอนได้ ข้อดีอีกอย่างของม่านชั้นใน คือเวลากลางวัน สามารถใช้ม่านชั้นใน เพื่อให้แสงส่องเข้ามาเล็กน้อย ทำให้ไม่ต้องเปิดไฟในห้อง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : behance ม่านอีกชั้นที่ควรติดอย่างยิ่งเลยก็คือ ม่านทึบ ที่จะเป็นม่านชั้นนอก ติดเพื่อความเป็นส่วนตัว ไม่ให้ภายนอกมองเข้ามาในห้องได้ และช่วยกันแสงสว่างที่เข้ามาได้อย่างดี ถ้าอยากให้ห้องดูโปร่งให้เลือกใช้สีผ้าม่านทึบโทนอ่อน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : domainehome.com การติดม่าน ยังถือเป็นการตกแต่งห้องอีกอย่างหนึ่งด้วย ดังนั้นควรจะเลือกสี ลาย หรือรูปแบบของผ้าม่าน ให้เหมาะสมกับสไตล์ห้องของคุณ จะยิ่งช่วยทำให้ห้องนอนน่าอยู่อีกเท่าตัว 3.แต่งสีห้องนอนด้วยโทนเย็น สีที่ทาห้องนอนก็มีส่วนกับการนอนที่หลับสนิทเช่นกัน ถ้าใช้สีโทนอุ่นแน่นอนว่าจะช่วยให้คุณรู้สึกต่างกับการใช้สีโทนเย็น ที่จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และช่วยทำให้หลับสบายได้ยิ่งขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : nikiatmsh การใช้สีโทนเย็นหรือสีเข้มที่สบายตา เช่น สีเขียว สีน้ำเงิน สีม่วง หรือสีเอิร์ธโทน จะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ห้องน่าอยู่ขึ้น และที่สำคัญช่วยสร้างบรรยากาศให้ง่วงเร็ว หลับได้ง่าย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : casatreschic.blogspot.co.uk ถ้ากลัวว่าการใช้สีโทนเข้มๆ จะทำให้ห้องดูแคบ ลองเปลี่ยนมาทาสีของผนังห้องเป็นสีเบจ สีครีม สีเหลือง หรือสีฟ้าอ่อนดู   ขอบคุณภาพจาก pinterest : gravityhomeblog.com แม้ว่าสีของห้องจะเป็นโทนเย็นสบายแล้วก็ตาม วัสดุหรือของที่ใช้ตกแต่ง ก็ควรจะใช้สีโทนเย็นเช่นกัน ไม่ควรใช้โทนสีที่ฉูดฉาดมากนัก ทางที่ดีควรเลือกของตกแต่งให้เข้ากับสไตล์ห้องของคุณ 4.เตียงนอน อีกเทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสนิททุกคืนที่หัวใจสำคัญคือเตียงนอน ที่ต้องมีความเหมาะสม ทั้งความสบาย ขนาด และตำแหน่ง เรามาดูกันเลยดีกว่าเตียงที่เหมาะสมที่จะช่วยให้คุณหลับสบายตลอดคืนมีหลักการอะไรบ้าง ขอบคุณภาพจาก pinterest : Immyandindi เครื่องนอนบนเตียง เช่น หมอนหนุน ผ้าห่ม หมอนข้าง จะเป็นตัวช่วยในการทำให้คุณหลับสนิท จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น ผ้าห่มที่ไม่หนามาก เพราะจะร้อนเกินไป หรือความชอบส่วนตัวที่บางคนชอบนอนหมอนหนุนหัวสูง-ต่ำต่างกันไป บางคนชอบมีหมอนเยอะๆ ไว้กอด บางคนอาจจะชอบนอนบนเตียงโล่งๆ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : blancuie.tumblr.stfi.re ขนาดของเตียง ให้เลือกเตียงขนาดที่เหมาะสมกับตัวคุณ และอย่าลืมดูความสูงต่ำของเตียง หากเตียงสูงไป เมื่อคุณนอนเพลิน กลิ้งไปมาอาจเผลอตกเตียงแล้วบาดเจ็บได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : housetohome.co.uk ตำแหน่งที่ดีของหัวเตียงคือให้หัวเตียงอยู่ชิดกับผนังห้องด้านใดด้านหนึ่ง 5.เก็บของให้เรียบร้อยและหมั่นทำความสะอาด ของใช้ที่ไม่จำเป็น ควรแยกไปไว้ในพื้นที่ส่วนอื่นๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ รวมถึงของจุกจิก ซึ่งถ้าหากวางไว้ในห้องนอน อาจทำให้เกิดฝุ่นละอองได้และห้องยังดูรกไม่เรียบร้อย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vivadecorabr การจัดเก็บของในห้องนอนให้เป็นระเบียบ ก็มีส่วนช่วยในหารนอนหลับสนิทของคุณ ลองคิดสิว่าข้าวของที่รกรุงรัง หากตกหล่นตอนดึก ก็รบกวนการนอนของคุณได้ อีกทั้งเตียงในปัจจุบันมีการใช้พื้นที่ใต้เตียงสำหรับใส่ของจุกจิกได้ด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : thedecorlove.tumblr.com การนอนย่อมมาคู่กับสุขภาพ หากห้องนอนของคุณสกปรก ไม่ค่อยได้ทำความสะอาด อาจเป็นที่สะสมของไรฝุ่นได้ และเราอาจจะหายใจเข้าไปโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจของเราอีกด้วย   เป็นอย่างไรบ้างคะ กับเทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสนิททุกคืน ที่ reviewyourliving.com นำมาฝากกัน แค่ปรับแต่งห้องนอนให้เงียบสงบ ไร้แสงรบกวน สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เพียงเท่านี้คุณก็จะได้หลับสนิททุกคืนอย่างมีความสุข ตื่นเช้ามาอย่างสดใสในทุกๆ วัน
ไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศ

ไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศ

ไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศ สำหรับสาวออฟฟิศที่มีชีวิตที่แสนจะรีบเร่งในแต่ละวัน การจัดตกแต่งห้องก็ควรจัดให้สามารถหยิบจับทำอะไรได้ง่ายๆ และแบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน เรามาดูไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศกันเลยค่ะ   1.มุมโต๊ะทำงาน สำหรับสาวๆ ที่พกงานกลับมาทำที่บ้านด้วย หากเดิมเอาโน้ตบุ๊คหรือเอกสารมาทำบนที่นอนล่ะก็ ขอบอกว่าให้รีบจัดมุมทำงานโดยเฉพาะจะดีกว่า เพราะจะช่วยให้ทำงานได้คล่องยิ่งขึ้น และท่าในการนั่งทำงานก็ยังจะทำให้ไม่ปวดเมื่อยตามตัวอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : 99-homedecorpictures.us การวางตำแหน่งของโต๊ะทำงาน สาวๆ ควรหันหน้าเข้าหน้าต่าง เพราะนอกจากแสงสว่างที่ส่องเข้ามาแล้ว แน่นอนว่าหากนั่งหันหลังให้หน้าต่างแสงจะสะท้อนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจทำให้การทำงานไม่สะดวกได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : blog.scotchtape.ca บนโต๊ะทำงานให้วางแต่ของที่จำเป็น ใช้บ่อย เช่น เครื่องเขียน สมุด หนังสือ อาจมีโคมไฟเล็กๆ ไว้ช่วยทำงานในยามดึกได้ บนโต๊ะทำงานของอาจจะเยอะ แต่ที่สำคัญ อย่าให้พื้นที่นี้รกเด็ดขาด ควรจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : camillestyles ตกแต่งมุมโต๊ะทำงานด้วยสิ่งที่สาวๆ ชอบ เช่น ตัวการ์ตูนสุดโปรด ต้นไม้ โทนสีที่ชอบ เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับสาวๆ ระหว่างที่นั่งทำงาน ซึ่งสาวๆ สามารถสร้างมุมนี้ให้เป็นมุมสุดโปรดตามสไตล์ของตัวเองได้อีกด้วย 2.ชั้นวางของแบบติดผนัง เชื่อว่าสาวออฟฟิศเกือบทุกคนต้องมีของกระจุกกระจิกเต็มห้องไปหมด เรามีไอเดียมานำเสนอ ให้ลองคัดเลือกเฉพาะสิ่งของที่ต้องใช้เป็นประจำทุกวันแล้วนำมาวางบนชั้นติดผนังดูสิ ช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องไปหาของจากแต่ละที่ และยิ่งตอนนี้ ชั้นวางของมีหลายขนาด หลายรูปทรง ลองเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่ของผนัง แล้วเอามาแต่งห้องดูสิ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : reusero.com ผนังโล่งๆ สามารถนำมาประยุกต์ให้เป็นที่วางของได้อย่างดี แค่เลือกแบบและขนาดที่พอเหมาะกับพื้นที่ห้องของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : stilettobeats ทุกๆ เช้าก่อนออกจากบ้าน เครื่องประดับ กระเป๋า ต่างต้องถูกหยิบใช้ในทุกๆ วัน จะดีแค่ไหนถ้าเราจัดวางไว้บนชั้นที่หยิบได้สะดวก 3.บอร์ดกันลืม เคยไหมที่ เมื่อออกจากบ้านมาแล้ว พึ่งรู้ว่าลืมบิลค่าไฟ ลืมวันสำคัญต่างๆ เพราะว่าสาวออฟฟิศต่างก็มีภาระในการที่ต้องจำหลายสิ่งหลายอย่าง เพียงแค่ทำบอร์ดกันลืมติดไว้ว่าวันไหนต้องทำอะไรบ้าง และ ทุกๆ เช้าก่อนออกจากบ้านก็อย่าลืมดูที่บอร์ดนี้กันล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com โน้ตต่างๆ หรือเอกสารที่สำคัญๆ ก็ให้นำมารวบไว้ที่บอร์ดนี้บอร์ดเดียว เรียกว่าเป็นพื้นที่ในการช่วยเตือนความจำเชียวล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : idecz.com หรือจะใช้เป็นตะแกรง เชือกขึงกับผนังห้อง แล้วใช้ไม้หนีบน่ารักๆ มาหนีบโน้ตต่างๆ ไว้ก็ได้นะ 4.กระจกเงา ไอเทมที่ขาดไม่ได้ของสาวๆ ก่อนออกไปไหน ต้องหมุนตัวแล้วส่องดูความเรียบร้อยของตัวเองก่อนออกจากบ้าน ส่วนใหญ่อาจจะมีอยู่แล้วในห้องน้ำ แต่อย่าลืมไปว่าเวลาที่เราแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม ดูภาพรวม ถ้าเรามีกระจกเงาประจำห้อง เราก็ไม่ต้องวิ่งเข้า-ออกห้องน้ำให้เสียเวลาแถมยังช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : thesnug.com เป็นอีกหนึ่งไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศ เพียงเลือกใช้กระจกเงาบานยาว เพื่อส่องเช็คความเรียบร้อยได้ทั้งตัว ก่อนออกจากบ้านทุกเช้า   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bonitaglassshoppe.com อาจเลือกใช้ตู้เสื้อผ้า หรือบานประตูแบบเป็นกระจก เพื่อประหยัดพื้นที่ในการวางกระจกเงา   ขอบคุณภาพจาก pinterest : visaomaterna.com.br หากจะติดกระจกเงาที่ผนัง แนะนำไอเดียในการแปลงให้เป็นตู้ใส่เครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพื่อให้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุด 5. Walk-in Closet เสื้อผ้าใส่ไปทำงานก็เยอะ ใส่เล่นก็เยอะ เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ไหนจะรองเท้า หมวก กระเป๋าอีก จะเอาไปเก็บไว้ตรงไหนหมดละเนี่ย สาวๆ คงจะมีคำถามแบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง วิธีการแก้ก็คือให้เลือกตกแต่งห้องโดยจัดแบ่งพื้นที่ทำเป็น Walk-in Closet โดยเฉพาะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homedecor0079 ความฝันของสาวๆ หลายคนที่อยากมีห้องแต่งตัวเป็นของตัวเอง และอาจต้องอยู่ในห้องนี้เป็นเวลานาน สาวๆ อาจจะติดแอร์เพิ่มเติมหรือว่าหากระจกที่ส่องทั้งตัวมาไว้ในห้องนี้ก็ได้อย่ารอช้า รีบไปเนรมิตห้องแต่งตัวในฝันกันเถอะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homegoods หากพื้นที่ไม่พอที่จะกั้นเป็นห้องแต่งตัวห้องหนึ่งไปเลย ก็เพียงแค่จัดสรรมุมหนึ่งของห้อง สำหรับไว้แต่งตัวโดยเฉพาะ แต่เพียงต้องหาอุปกรณ์จัดเก็บของให้เป็นระเบียบ     เชื่อว่าสาวออฟฟิศหลายคนที่ยุ่งมากในแต่ละวัน ก็อยากจะมีห้องนอนที่มีมุมทำงาน มุมแต่งตัว มุมพักผ่อน อยู่รวมในห้องเดียวกัน หวังว่า ไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศ จะช่วยให้สาวๆ หลายคนได้เนรมิตห้องได้ตามความฝัน เพียงแค่หามุมพื้นที่ใช้สอยหลักๆ จัดให้เป็นสัดส่วน และตกแต่งตามสไตล์ที่ชอบ ให้เป็นมุมน่ารักๆ บ่งบอกความเป็นตัวเอง เท่านี้นอกจากเวลาที่อยู่ออฟฟิศ เมื่อกลับมาบ้านก็คงต้องใช้เวลาไปกับการอยู่ในห้องนี้อย่างแน่นอน
9 เรื่องฮวงจุ้ยควร-ไม่ควรทำ สำหรับปรับเปลี่ยนห้องนอน

9 เรื่องฮวงจุ้ยควร-ไม่ควรทำ สำหรับปรับเปลี่ยนห้องนอน

ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ฮวงจุ้ย Catherine Brophy เผยเคล็ดลับที่ควรทำและไม่ควรทำ เพื่อให้เรานอนหลับโดยปราศจากความเครียด ห้องนอนที่มีความสะอาดเรียบร้อยและสงบนั้น ส่งผลต่อชีวิตของเรา ดังนั้นการตกแต่งห้องนอนจึงต้องวางเป้าหมายไว้ก่อนว่าจะต้องเป็นพื้นที่ของการพักผ่อน สภาพแวดล้อมต่าง ๆ มีความกลมกลืน และ 9 สิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณจัดห้องนอนของคุณเป็นห้องนอนในฝันที่ถูกหลักฮวงจุ้ยได้ไม่ยาก 1.ไม่ควรเก็บของใด ๆ ไว้ใต้เตียง แม้สิ่งเดียวก็ไม่ควร Brophy บอกว่า ของทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีพลังงานในตัวของมันด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นยิ่งคุณเก็บของไว้ใต้เตียงมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งจะเหลือพื้นที่สำหรับให้พลังงานไหลผ่านในขณะที่คุณนอนหลับพักผ่อนน้อยลงไป กฎข้อนี้มีประโยชน์สำหรับทุกคน ยิ่งใครที่นอนหลับยาก ก็ยิ่งต้องทำตามกฎข้อนี้ 2.ต้องสะอาดไม่รกเลอะเทอะ เพราะความสะอาดเรียบร้อยเป็นจุดเริ่มต้นของสภาพแวดล้อมที่สงบ ผ่อนคลาย ต้องแน่ใจว่า ห้องนอนของเรานั้นปราศจากของรกเลอะเทอะวางระเกะระกะ และในการทำความสะอาดก็ควรทำในทุกซอกทุกมุม แม้กระทั่งในตู้เสื้อผ้า ก็ควรหาเวลานำเสื้อผ้าออกมาแล้วทำความสะอาดในตู้บ้าง ดูดฝุ่นใต้เตียง อะไรที่ไม่ใช้แล้วก็ทิ้งไปบ้าง ประเมินพื้นที่ใช้สอย อย่าให้ดูอึดอัดคับแคบจนเกินไป เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้ก็นำไปบริจาคอย่าให้ของที่ไม่ใช้เหล่านั้นมารกพื้นที่พลังงานของคุณ 3.อย่าอยู่กับอดีต เพราะการยึดติดกับอดีตจะเป็นการรบกวนปัจจุบันของคุณ อะไรที่หมดอายุ ใช้ไม่ได้แล้วก็ไม่ควรเก็บไว้อีก เธอเล่าว่าเคยมีลูกค้าคนหนึ่งมาปรึกษาว่า เธอและสามีนอนอยู่ที่เตียงเก่า ซึ่งเป็นเตียงที่สามีเคยนอนกับภรรยาคนเก่า และทุกครั้งที่เห็นเตียงทำให้นึกถึงแต่อดีต ดังนั้น หากคุณมีเฟอร์นิเจอร์ หรือมีสิ่งใด ที่คอยย้ำเตือนแต่อดีตก็ควรจะเปลี่ยน หรือนำออกไป 4.คิดถึงประโยชน์ใช้สอยด้วย หลาย ๆ ครั้งที่เรานำอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ามาตกแต่งห้อง เพื่อให้สวยงาม แต่มันกลับทำให้พื้นที่แคบลง แถมไม่ได้ใช้งาน หรือใช้ไม่สะดวกสบาย ก็ไม่ควรจะมีไว้ 5.เตียงนอนต้องมีหัวเตียง เพราะหัวเตียงจะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย รู้สึกว่ามีอะไรมาคอยปกป้องในขณะที่กำลังนอนหลับ และหัวเตียงก็ควรเป็นแบบเรียบ ๆ 6.อะไรที่ชำรุดเสียหาย อย่าปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น ต้องซ่อม หากไม่ซ่อมหรือซ่อมไม่ได้แล้ว ก็ให้นำออกไปเลย ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาเสีย พรมขาด เก้าอี้ชำรุด 7.ไฟในห้องนอนควรเป็นไฟที่สามารถปรับความสว่างได้ เพราะแสงไฟก็มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกและพลังงานเช่นกัน ไฟในห้องนอนไม่ควรให้จ้ามากจนเกินไป และปัจจุบันนี้มีไฟหลายแบบ หลายลักษณะให้เลือกใช้ เราสามารถทดสอบเพื่อหาไฟในลักษณะที่เราใช้แล้วรู้สึกสบายที่สุด 8.ไม่ควรแขวนกระจกในห้องนอนมากเกินไป ในกรณีที่คุณต้องการจะแขวนกระจกในห้องนอนนั้น Brophy แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการแขวนกระจกตรงข้ามกับเตียงนอน หรือหน้าต่าง เพราะกระจกจะเป็นตัวสะท้อนพลังงาน และแสง การแขวนกระจกให้ส่องลงมาที่เตียงจะรบกวนการนอน และการแขวนตรงกับหน้าต่างก็จะสะท้อนไฟซึ่งอาจจะมีการส่องสว่างมาจากภายนอก ทำให้รบกวนการนอนได้เช่นกัน 9.ความสบายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ยิ่งคุณได้พักผ่อนในตอนกลางคืนมากแต่ไหน ก็ยิ่งทำให้มีพละกำลังมากในเช้าวันรุ่งขึ้น ดังนั้น ต้องให้ความสำคัญกับที่นอน หากนอนไม่สบาย ก็ควรจะต้องลงทุนเพิ่มเท่าที่ไหว เพื่อให้ได้ที่นอนที่นอนแล้วรู้สึกสบายที่สุด   ขอขอบคุณข้อมูลจาก  home.sanook.com
10 วิธีแต่งห้องนอนแบบประหยัด ใช้แค่ของใกล้ตัว

10 วิธีแต่งห้องนอนแบบประหยัด ใช้แค่ของใกล้ตัว

แต่งห้องนอนแบบประหยัด ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้จินตนาการบวกเข้ากับของหาง่ายใกล้ ๆ ตัว เป็นวิธีแต่งห้องนอนแบบประหยัด ที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้หลายบาทเลยล่ะ การแต่งห้องแต่ละครั้งต้องใช้เงินเยอะพอดู แต่หลังจากนี้คุณอาจไม่ต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ เพื่อเก็บเงินแต่งห้องนอนให้สวยงาม ทันสมัย หรือดูดีมีสไตล์อีกแล้ว เพราะไม่ว่าใครก็สามารถตกแต่งห้องนอนได้ตามที่ต้องการ โดยใช้เงินแค่เพียงเล็กน้อย หรือบางทีอาจไม่ต้องทุบกระปุกเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่ใช้จินตนาการกับข้าวของรอบ ๆ ตัว มาปรับใช้ให้เก๋กว่าใคร แค่นี้ก็ได้ห้องนอนโดนใจไปเต็ม ๆ แถมยังประหยัดเงินแล้วล่ะ ลองไปดูกันค่ะว่ามีไอเดียอะไรบ้าง 1. เตียงนอนท่อน้ำสุดเท่ สำหรับคนที่เป็นแฟนการตกแต่งบ้านแบบอินดัสเทรียล (Industrial Style) หรืออยากได้เตียงนอนหลังใหม่ในบรรยากาศเดิม การนำท่อน้ำมาประกอบเป็นเตียงนอนเช่นนี้ ถือเป็นงาน DIY ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ดี และน่าจะลองทำดูมากทีเดียว 2. หัวเตียงไม้ ไม่ซ้ำใคร เนื่องจากไม้เก่ามีความสวยงามในตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะได้แผ่นไม้มาจากตึกเก่าที่ถูกรื้อทิ้ง หรือไม้รีไซเคิลที่หาได้จากบริเวณบ้าน ต่างก็สามารถนำมาใช้ทำเป็นหัวเตียงได้ทั้งนั้น นอกจากนี้ความเก่าของไม้ บวกกับลวดลายและสีสันแบบหม่น ๆ ยังทำให้บรรยากาศในห้องนอนดูอบอุ่น อีกทั้งยังดูสบายตา เหมาะกับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งด้วย 3. ขาเตียงดีไซน์แปลก พาเลทไม้เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน แต่สร้างประโยชน์ให้ได้มากทีเดียว อย่างน้อย ๆ ถ้านำพวกมันมาขัดผิวให้เรียบ แล้วทาสีใหม่ให้ทั่ว พร้อมกับนำมาต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมจำนวน 2 ชั้น ก็จะมีขาตั้งเตียงนอนเหมือนเตียงหรู ๆ ทั่วไปแล้ว หรืออาจจะลดจำนวนให้เหลือเพียงชั้นเดียวก็ได้ หากไม่ชอบขาเตียงที่สูงมากนัก 4. โต๊ะหัวเตียงมหัศจรรย์ แค่มีบล็อกคอนกรีตไม่กี่อันก็มากพอสำหรับการครีเอทโต๊ะหัวเตียง แค่จับมาตั้งเรียงกันให้พอที่กับที่ว่างข้าง ๆ หัวเตียง เอาไว้สำหรับเก็บของ หรือวางหนังสือกับนิตยสาร และอาจจะตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้สักใบ เพื่อทำให้บล็อกคอนกรีตดูมีสัน และสวยงามเหมาะกับบรรยากาศในห้องนอนมากยิ่งขึ้น 5. แกลลอรีภาพถ่ายแบบแนว ๆ แม้การนำรูปถ่ายมาตกแต่งผนัง จะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่มันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทุกคนสามารถตกแต่งผนังให้ดูสวยงามได้ได้ด้วยตัวเอง ส่วนทริคในการตกแต่งเพื่อให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นก็คือ นำรูปถ่ายมาติดเรียงกันให้ดูเป็นแพทเทิร์นที่น่าสนใจโดยไม่ต้องใส่กรอบ เช่น รูปหัวใจ สามเหลี่ยม หรือตัวอักษรเป็นต้น 6. ลายกราฟฟิกสวย ๆ จากของใกล้ตัว การใช้วาชิเทป หรือเทปกาวสีสวย ๆ มาใช้ในการตกแต่งผนัง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยให้ผนังบ้านมีสีสันและน่าสนใจขึ้นไม่น้อยเลย โดยการนำเทปเหล่านั้นมาติดเป็นรูปร่างต่าง ๆ ตามใจชอบ 7. โต๊ะวางของสารพัดประโยชน์ หากมีลังเปล่า ๆ ไม่ว่าจะเป็นลังไม้หรือลังกระดาษ และไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อะไร คงจะดีกว่าหากนำออกมาปัดกวาดให้เรียบร้อย หลังจากนั้นเอาไปใส่ของหรือทำเป็นโต๊ะวางของต่าง ๆ เช่น กระจกส่องเสื้อผ้า โคมไฟ หรือต่อเป็นโต๊ะหัวเตียง 8. ไฟประดับสีสันสดใส วิธีง่าย ๆ ที่อาจจะต้องลงทุนเล็กน้อย แต่เป็นวิธีเปลี่ยนบรรยากาศห้องนอนได้ทันใจสุด ๆ เพียงแค่นำไฟประดับมาตกแต่งในห้องนอน เช่น บนชั้นวางของ เหนือหัวเตียง หรือประตู นอกจากจะห้องนอนจะมีสีสันเพิ่มแล้ว ยังสว่างสดใสมากขึ้นอีกด้วย 9. หัวเตียงสวยหวานสไตล์วินเทจ แม้บานหน้าต่างเก่า ๆ จะถูกถอดออกไปนานแล้ว แต่แทนที่จะนำไปทิ้ง ลองนำพวกมันกลับมาแล้วใช้สร้างเป็นหัวเตียงสวย ๆ ดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามก่อนจะนำมาตกแต่งควรจะเลือกเพ้นท์สีที่ดูแล้วเข้ากับการตกแต่งส่วนอื่น ๆ ในห้องนอนด้วย 10. ชิงช้าวางของ แทนที่จะใช้โต๊ะหัวเตียงแบบตั้งพื้น ลองเปลี่ยนเป็นชั้นวางของแบบแขวนบ้าง ก็จะช่วยให้ห้องนอนดูสวยงามอย่างมีสไตล์ แถมยังไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์ด้วยแค่ใช้ของที่มีอยู่ภายในบ้านก็พอแล้ว เช่น แผ่นไม้ หรือแผ่นพลาสติก นำมาเจาะรู แล้วแขวนด้วยเชือกสีสวย ๆ เห็นไหมคะว่าการตกแต่งห้องนอนให้สวยงามไม่จำเป็นต้องใช้ของที่มีราคาแพง ๆ เลย เพราะของราคาถูกหรือของที่อยู่ใกล้ตัว รวมไปถึงของเหลือใช้ ก็สามารถทำให้ห้องนอนของทุกคนดูดีมีสไตล์ได้อย่างใจ เพียงแค่อาศัยเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ และลองเปลี่ยนวิธีการใช้งานดูบ้างตามที่ได้เสนอไปเท่านั้นเอง ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : home.kapook.com
การตกแต่งห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย

การตกแต่งห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย

การตกแต่งห้องนอน ตามหลักฮวงจุ้ย ตำแหน่งเตียงภายในห้องนอน หากตั้งไม่ตรงตำแหน่งที่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เนื่องจากร่างกายของคนเราจะมีสนามพลังที่เกิดจากการไหลเวียนภายในร่างกายหากตำแหน่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เมื่อนอนหลับสนามพลังดังกล่าวก็จะหมุนเวียนได้คล่องตัวกับสนามแม่เหล็กของโลกนั่นเองโดยตำแหน่งที่เหมาะสม ตามหลักฮวงจุ้ยจีน มีดังต่อไปนี้ 1. หลีกเลี่ยงการตั้งเตียงให้ตรงกับประตูเพราะทำให้คนภายนอกเห็นได้ง่าย อาจรบกวนความเป็นส่วนตัวจึงส่งผลต่อการพักผ่อน อีกทั้ง ประตู ยังเป็นทางผ่านของพลังลมด้วยเมื่อเตียงอยู่ตรงกับทางผ่านลม ร่างกายก็ย่อมได้รับผลกระทบไปเต็มๆจึงไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง 2. หลีกเลี่ยงการตั้งหัวเตียงอยู่ใกล้ประตูเพราะหากบังเอิญมีคนเดินผ่าน หรือเปิดประตูเข้ามาอาจทำให้การผักผ่อนของคุณเป็นไปอย่างสะดุด พักผ่อนไม่เต็มที่เพราะอาจตกใจตื่นได้โดยง่าย 3. ควรวางเตียงในแนวทิศเหนือใต้ตามหลักวิทยาศาสตร์นั้น การวางเตียงในแนวเหนือใต้เป็นการคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้เลือดหมุนเวียนสอดคล้องกับแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้ผู้อาศัยนอนหลับได้ง่าย หลับอย่างสบาย และแน่นอนว่าส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย 4. หลีกเลี่ยงการวางเตียงไว้ใต้คานตามตำราฮวงจุ้ยจีนโบราณ กล่าวว่า การวางเตียงที่นอนไว้ใต้คาน ทำให้เกิดความกดดันส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะบริเวณศรีษะอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวเหมือนมีอะไีรมากดทับ อาจส่งผลให้ล้มป่วยได้ง่าย 5. หลีกเลี่ยงการนำอุปกรณ์แขวน มาไว้บนหัวเตียงอุปกรณ์ประเภทแขวน อย่างเช่น โคมไฟ พัดลม กรอบรูป หรืออื่นๆไม่ควรนำมาไว้บนหัวเตียงเนี่ยงจากทำให้เกิดแรงกดดันเช่นเดียวกับการไว้เตียงไว้ใต้คานส่งผลให้ผู้นอน ล้มป่วยได้ง่าย สุขภาพไม่ดี 6. หลีกเลี่ยงการวางกระจกไว้หน้าเตียงอาจทำให้ผู้นอนเกิดภาวะจิตใจหดหู่ได้ อ่อนแอ และนอนหลับไม่สนิท 7. หลีกเลี่ยงการวางเตียงตรงกับประตูห้องน้ำหากประตูห้องนอนอยู่ตรงกับเตียง ทำให้ความชื้นส่งผลกระทบเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายเมื่อร่างกายสัมผัสความชื้น ก่อให้เกิดการเจ็บป่วย ไม่สบายทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง อีกทั้ง หากมีการเข้าออกห้องน้ำ อาจทำให้ผู้นอนเกิดการนอนหลับไม่สนิทได้เช่นกัน 8. หลีกเลี่ยงการปล่อยหัวเตียงให้โล่งหัวเตียงเปรียบเสมือนความมั่นคง ตามหลักฮวงจุ้ยจีนโบราณ กล่าวว่า การหันหัวเตียงให้ชนกับผนัง เป็นการสร้างความมั่นคงแต่หากหัวเตียงโล่ง อาจทำให้ผู้อาศัย เกิดความไม่มั่นคงได้และหากหันหัวเตียงอยู่ชิดติดเสา จะเเท่ากับว่าเตียงชิดผนังแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ก็ยังไม่เป็นตำแหน่งที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยเช่นกัน 9. หลีกเลี่ยงการวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ปลายเตียงเพราะถือว่า เป็นการแสดงความไม่เคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างร้ายแรง 10. หลีกเลี่ยงการจัดวางเตียงไว้ใต้บันไดตามหลักฮวงจุ้ยถือว่า การวางเตียงไว้ใต้บันได ไม่ต่างอะไรกับการไว้ไว้ใต้คานส่งผลกระทบเช่นเดียวกับการไว้ใต้คาน อีกทั้ง ยังส่งผลการรบกวนเมื่อมีผู้อื่นเดินผ่านบันได อาจส่งผลให้ผู้นอนอาศัย พักผ่อนอย่างไม่สนิทอีกทั้ง อาจทำให้ก่อเกิดฝุ่นล่วงหล่นกระจายอีกด้วย ทำให้ผู้อยู่อาศัยสุขภาพไม่แข็งแรง เกิดอาการภูมิแพ้ได้โดยง่าย     สรุป การวางตำแหน่งเตียงนอน ให้ถูกต้องตามหลัก ฮวงจุ้ย จีนโบราณนั้นให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของผู้อยู่อาศัยเป็นหลักหากวางในตำแหน่งที่ถูกต้อง ก็จะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัย มีสุขภาพกาย และใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ การพักผ่อนที่ดีย่อมส่งผลต่อสภาพชีวิตที่ดี หากเราสังเกตุกันโดยง่าย วันใดก็ตามที่มีการพักผ่อนอย่างเต็มที่ นอนหลับสนิทตื่นมาวันรุ่งขึ้นเราจะมีสุขภาพจิตที่ดี พร้อมที่จะลุยกับทุกๆ สถานการณ์จะดีแค่ไหน หากเป็นเช่นนั้น ทุกๆ วัน วันนี้ ขอจบ บทความ ฮวงจุ้ยกับตำแหน่งของเตีบงนอน ไว้เพียงเท่านี้ หากท่านใดต้องการเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม ส่งคำถามมาได้ที่ Fanpage ของเว็บไซต์ บ้านไอเดีย ดอทคอมนะครับ