Tag : ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้

21 ผลลัพธ์
คว้าโอกาสสุดท้าย! กู้เต็ม 100% ก่อนโดนมาตรการเข้มปีหน้า

คว้าโอกาสสุดท้าย! กู้เต็ม 100% ก่อนโดนมาตรการเข้มปีหน้า

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมี “บ้าน” เป็นของตัวเอง คือความฝันของทุกคน โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ต้องการสร้างครอบครัว และขยายพื้นที่แห่งความสุขกับคนที่ตัวเองรัก หลายๆ คน อาจจะมีบ้านหลังแรกแล้ว ซึ่งคนรุ่นใหม่มักจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมซึ่งอยู่ในย่าน CBD ใกล้แหล่งงาน หรือตามแนวเส้นรถไฟฟ้า เน้นเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นหลัก แต่ถ้าในวันหนึ่งที่เราต้องการขยับขยายพื้นที่อยู่อาศัย “บ้านหลังที่ 2” อาจเป็นคำตอบสำหรับคนที่ต้องการสเปซที่มากขึ้น เพื่อรองรับสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้น มีพื้นที่ให้เราทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว และให้เราได้ออกแบบชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และที่สำคัญต้องอยู่ในทำเลที่เดินทางเข้าเมืองสะดวก ใกล้ทางด่วน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตยุคใหม่เช่นเดียวกับการอยู่อาศัยในคอนโดในเมือง         ที่ผ่านมา การซื้อบ้านสักหลังอาจจะไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากแบงก์ได้ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบถึง 95% ทำให้ผู้ซื้อวางเงินดาวน์เพียงแค่ 5% ของมูลค่าหลักทรัพย์ เช่น ถ้าคุณซื้อบ้านเดี่ยวราคา 5 ล้าน คุณวางเงินดาวน์เพียงแค่ 250,000 บาทเท่านั้น และยิ่งถ้าเป็นคุณซื้อบ้านจากดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ๆ ที่น่าเชื่อถือแบงก์อาจปล่อยกู้ถึง 100% โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินออมเลยก็ได้ แต่หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ได้ประกาศกฏเหล็ก “เกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่” โดยออกมาตรการ LTV (Loan to Value = อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน) คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ เพื่อป้องกันการเกิดหนี้เสีย โดยมีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 2562 ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่กระทบคนที่กู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้าน เพราะว่ายังคงใช้ใช้เกณฑ์ LTV เดิม คือวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 0-10% แต่กระทบคนที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 ที่ยังผ่อนสัญญาแรกไม่หมด ซึ่งทำให้ผู้ซื้อต้องวางเงินดาวน์ถึง 20% ในการกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากเดิมที่คุณวางเงินดาวน์เพียงแค่ 250,000 บาท (5%) คุณจะต้องวางเงินดาวน์ถึง 1,000,000 บาท (20%) สำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังละ 5 ล้าน!! สำหรับใครที่อยากซื้อบ้านหลังที่ 3 (แต่ยังผ่อนสัญญาที่ 1-2 ไม่หมด) ไม่ว่าราคาเท่าไหร่ก็ตาม จะต้องวางเงินดาวน์ 30%!!!   แน่นอนว่า มาตรการ LTV ใหม่นี้ทำให้ผู้ที่ต้องการจะซื้อบ้านต้องมีเงินออมก้อนใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนมีรายได้น้อย-ปานกลาง ซึ่งอาจจะมีฐานเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000-30,000 บาท ลองคิดดูว่าคุณต้องใช้เวลานานแค่ไหน กว่าจะมีเงินออม 1,000,000 บาท สำหรับวางเงินดาวน์ มาตรการใหม่นี้จึงทำให้โอกาสที่คุณจะมีบ้านเป็นของตัวเองลดลง หรืออาจจะไม่มีโอกาสเลย!!! นอกจากนี้ เกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ยังกำหนดให้มีการนับรวมสินเชื่อ Top-up รวมในวงเงินขอกู้สินเชื่อบ้านทุกประเภทที่อ้างอิงหลักประกันเดียวกันในวงเงินที่ขอกู้ เช่น สินเชื่อเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ เพื่อตกแต่งบ้าน ยกเว้นสินเชื่อเพื่อจ้ายเบี้ยประกันชีวิตผู้กู้ (MRTA) ประกันวินาศภัย และสินเชื่อที่ให้กับธุรกิจ SMEs       สำหรับใครที่กำลังวางแผนซื้อบ้านในอนาคต นี่คือโอกาสสุดท้ายที่คุณต้องเร่งตัดสินใจ ก่อนเจอมาตรการเข้มแบงก์ชาติปีหน้าจะเห็นได้ว่าช่วงนี้บรรดาผู้ประกอบการต่างพร้อมใจกันปล่อยของพร้อมโปรโมชั่นเด็ด แบบจัดเต็ม จัดหนักส่งท้ายปี   หนึ่งในแบรนด์บ้านคุณภาพที่น่าจับตามองในตอนนี้ คือ บริทาเนีย (Britania) จากบริษัท ออริจิ้น เฮาส์ จำกัด ในเครือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการเปิดตัวโครงการแรก “บริทาเนีย ศรีนครินทร์” บ้านเดี่ยว-บ้านแฝดสไตล์อังกฤษ เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งโครงการ SOLD OUT 90% โดยแบรนด์ “บริทาเนีย” เกาะทำเลที่มีการแข่งขันไม่สูงมาก แต่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) และมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วนใกล้รถไฟฟ้า และรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย และกลางเดือนธันวาคม 61 นี้ ออริจิ้นมอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี เปิดจองบ้านบริทาเนีย “3 โครงการใหม่ บน 3 ทำเลที่ดีที่สุด” รอบพิเศษก่อนพรีเซลในราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 1.99 ล้าน*!!! มาพร้อม facilities ครบครัน ออกแบบอย่างทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุค 4.0 โดยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไปในที่อยู่อาศัยพร้อมบริการระดับโรงแรม มอบความสะดวกสบายให้กับชีวิตคุณ ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน ช่างซ่อมบำรุง บริการซักรีด หรือคนสวนโดดเด่นด้วยดีไซน์และเลย์เอาท์ที่ออกแบบอย่างแตกต่างให้ผู้อยู่อาศัยได้ดีไซน์ชีวิตตัวเองได้มากขึ้นบนพื้นฐานของความครบ สะดวกสบาย ตามไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และที่สำคัญมาพร้อม “ข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปี” ที่คุณไม่ควรพลาด!!!     1. โครงการ บริทาเนีย เมกะทาวน์-บางนา (Mega Town Bangna) ทาวน์โฮม-บ้านซีรีย์ใหม่สไตล์อังกฤษ (บางนา-ตราด กม.5) ออกแบบภายใต้แนวคิด “Live Cheerful with Brit Charm”เชื่อมต่อถนนหลักหลายสาย อาทิ ถ.บางนา-ตราด, ถ.ศรีนครินทร์ และ ถ.เทพารักษ์ ใกล้เมกะบางนา ใกล้ทางด่วน ใกล้วงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสีเขียว เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีสาธารณูปโภคครบครัน เปิดจองรอบพิเศษ: 15 ธ.ค. 61 ราคาเริ่มต้น : 2.29 ล้าน* (ทาวน์โฮม) | 4.7 ล้าน* (บ้านซีรีย์ใหม่) ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท คลิก http://bit.ly/2Eec5gT   2. โครงการ บริทาเนีย บางนา กม.12 (Britania Bangna KM.12) บ้านเดี่ยวติดถนนใหญ่ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้ทางด่วน และใกล้รถไฟฟ้า เปิดจองรอบพิเศษ: 22 ธ.ค. 61 ราคาเริ่มต้น : 4.59 ล้าน ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท คลิก http://bit.ly/2Pr9diF   3. โครงการ บริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฏร์ ทาวน์โฮม-บ้านซีรีย์ใหม่ ใกล้ 2 ทางด่วน และ 1 สถานีรถไฟฟ้า ออกแบบภายใต้แนวคิด “Live in Brit Style, Live Inspired” อยู่อย่างมีสไตล์ดีไซน์ที่เป็นคุณ ที่ผสมผสานความเป็น Modern British Luxury และ ความ Creative Living ได้อย่างลงตัว เปิดจองรอบพิเศษ: 22 – 23 ธ.ค. 61 ราคาเริ่มต้น: 1.99 ล้าน* (ทาวน์โฮม) | 3.99 ล้าน* (บ้านซีรีย์ใหม่) ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท คลิก http://bit.ly/2ROnR5n   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 020 300 000      
“ORI” อวดยอดขายทะยานเกินเป้ากว่า 25,000 ล้านบาท  จากการเปิดโครงการใหม่ “พาร์ค ออริจิ้นทองหล่อ”  หนุนผลประกอบการทั้งปีโตตามเป้า

“ORI” อวดยอดขายทะยานเกินเป้ากว่า 25,000 ล้านบาท จากการเปิดโครงการใหม่ “พาร์ค ออริจิ้นทองหล่อ” หนุนผลประกอบการทั้งปีโตตามเป้า

“ออริจิ้น” ปลื้มยอดขายโครงการแฟล็กชิพฉลุยทั้ง 2 ทำเล “พาร์ค ออริจิ้น พญาไท” กวาดยอดขายทะลุ 80% ด้าน “พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ” โกยยอด 74% ทันทีหลังจบพรีเซล 24 พ.ย. ตอกย้ำความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพ มั่นใจหนุนผลประกอบการปีนี้โตตามเป้า     นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill) เคนซิงตัน (Kensington) และโครงการแนวราบแบรนด์ บริทาเนีย (Britania) เปิดเผยว่า หลังจากประกาศเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแฟล็กชิพภายใต้แบรนด์ใหม่ “พาร์ค ออริจิ้น” ไป 2 โครงการ ใน 2 ทำเลศักยภาพ ได้แก่ 1.พาร์ค ออริจิ้น พญาไท (PARK ORIGIN Phayathai) มูลค่าโครงการ 4,600 ล้านบาท และ 2.พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ (PARK ORIGIN Thonglor) มูลค่าโครงการ 12,000 ล้านบาท บริษัทได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยพาร์ค ออริจิ้น พญาไท เริ่มเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 30 ก.ย. ปัจจุบัน มียอดขายแล้วถึงกว่า 80% ขณะที่พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ เพิ่งเปิด Exclusive Presale เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา สามารถกวาดยอดขายได้แล้วถึง 74%     “แบรนด์พาร์ค ออริจิ้น เป็นแบรนด์ใหม่ที่ทีมงานออริจิ้นทุกคนมุ่งมั่นและทุ่มเทในการสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดเป็นแบรนด์ที่อยู่อาศัยที่ลงตัว ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ A Perfect Living Platform ยอดขายที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนถึงสภาพของตลาดที่ยังคงให้ความสำคัญกับการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง” นายพีระพงศ์ กล่าว     ทั้งนี้ โครงการพาร์ค ออริจิ้นทั้ง 2 โครงการ จะถูกพัฒนาในรูปแบบของโครงการมิกซ์ยูส โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ควบคู่กับคอนโดมิเนียมด้วย อาทิ โรงแรม คอมมูนิตี้มอลล์ สำนักงานให้เช่า ยอดขายของทั้ง 2 โครงการ จึงสะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่ครบวงจรในรูปแบบของโครงการมิกซ์ยูสอีกด้วย ในปี 2562 บริษัทยังคงมีแผนจะพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสควบคู่กับคอนโดมิเนียมแบรนด์พาร์ค ออริจิ้น อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค     นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า ผลประกอบการในปี 2561 นี้ น่าจะสามารถเติบโตได้ตามเป้า โดยในส่วนของยอดขายนั้น บริษัทตั้งเป้าทั้งปีไว้ที่ 24,000 ล้านบาท เฉพาะช่วง 3 ไตรมาสแรก สามารถทำได้แล้ว 22,400 ล้านบาท หากรวมกับยอดขายที่เพิ่งเกิดขึ้นของโครงการพาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ จะทำให้ยอดขายทะลุเกิน 25,000 ล้านบาท ขณะที่ด้านรายได้นั้น ก็ยังคงมีโครงการสร้างเสร็จใหม่ที่ทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง เช่น 1.โครงการนอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท105 (Notting Hill Sukhumvit 105) และ 2.โครงการนอตติ้ง ฮิลล์ จตุจักร อินเตอร์เชนจ์ (Notting Hill Jatujak-Interchange) รวมถึงการประสบความสำเร็จจากการโอนโครงการใหญ่อย่างโครงการ พาร์ค 24 (PARK24) ซึ่งทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (IBD/E) ของบริษัทลดลงเหลือ 1.49 เท่าในไตรมาสที่ผ่านมา และคาดว่าจะลดลงเหลือ 1.35 เท่า ในการปิดงวดไตรมาส 4 นี้          
“ORI” จ่อโอนโครงการใหม่สร้างเสร็จพร้อมรับรู้รายได้ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ส่งโปรโดนใจตลาดพร้อมลุยเปิดขายโครงการต่อเนื่อง

“ORI” จ่อโอนโครงการใหม่สร้างเสร็จพร้อมรับรู้รายได้ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ส่งโปรโดนใจตลาดพร้อมลุยเปิดขายโครงการต่อเนื่อง

ออริจิ้น เผยเตรียมทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการสร้างเสร็จใหม่ไตรมาส 4 เพิ่ม 2 โครงการ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท หลังงานก่อสร้างรุดหน้า ติดเครื่องลุยแคมเปญทางการตลาด มั่นใจภาพรวมทั้งปีเป็นไปตามแผน   นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill) เคนซิงตัน (Kensington) และโครงการแนวราบแบรนด์ บริทาเนีย (Britania) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 บริษัทมีโครงการใหม่แล้วเสร็จพร้อมโอน ได้แก่ โครงการนอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท105 (Notting Hill Sukhumvit 105) มูลค่าโครงการ 2,350 ล้านบาท ที่สร้างเสร็จเร็วกว่าแผน พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันที ทั้งนี้มี Secure Backlog แล้วถึง 80% และโครงการนอตติ้ง ฮิลล์ จตุจักร อินเตอร์เชนจ์ (Notting Hill Jatujak-Interchange) มูลค่าโครงการ 650 ล้านบาท ซึ่งมี Secure Backlog แล้วถึงกว่า 95%  ผนวกกับบริษัทมีความตั้งใจดำเนินงานก่อสร้างอย่างเต็มที่ให้แล้วเสร็จตามแผน ทำให้บริษัทมีความมั่นใจว่าการรู้รายได้จะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง   “ในขณะเดียวกัน ช่วงไตรมาส 4 บริษัทเดินหน้าเปิดขายโครงการใหม่อย่างเป็นทางการอีก 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพารค์ ออริจิ้น ทองหล่อ มูลค่าโครงการ 12,000 ล้านบาท 2.โครงการบริทาเนียเมกา ทาวน์ บางนา มูลค่าโครงการ  1,900 ล้านบาท และ 3. โครงการบริทาเนียบางนา สุวรรณภูมิ มูลค่าโครงการ  1,000 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการกว่า 14,900 ล้านบาท”   นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากระแสการตอบรับกับแคมเปญต่างๆ ของบริษัทนั้น ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี สังเกตได้จากการจัดงานอีเวนท์ในครั้งที่ผ่านๆ มา เช่น งาน Origin Shock Price ณ ลานแฟชั่น ฮอลล์ ศูนย์การค้า สยาม พารากอน ที่ช่วยให้ผู้บริโภคในทุกเซ็กเมนต์มีโอกาสเข้าถึงโครงการที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น จนสามารถกวาดยอดขายไปได้มากกว่า 240 ล้านบาท ในเวลา 2 วัน หรือจากโปรโมชั่น Last Minute แซงมาตรการรัฐ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคอย่างล้นหลาม   ทั้งนี้ จากยอดขายและผลประการดำเนินงานที่ทำได้ดีตลอดช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการทุกด้าน ทั้งยอดขาย รายได้ ในปีนี้ จะสามารถเป็นไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้   สำหรับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Project Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 54 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 82,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร          
“ออริจิ้น” โชว์ผลประกอบการดีต่อเนื่อง 9 เดือนแรกของปีกวาดยอดขายไปแล้วมากกว่า 20,000 ล้านบาท “พาร์ค ออริจิ้น” ยอดขายฉลุย โครงการสร้างเสร็จทยอยรับรู้รายได้ก่อนกำหนด

“ออริจิ้น” โชว์ผลประกอบการดีต่อเนื่อง 9 เดือนแรกของปีกวาดยอดขายไปแล้วมากกว่า 20,000 ล้านบาท “พาร์ค ออริจิ้น” ยอดขายฉลุย โครงการสร้างเสร็จทยอยรับรู้รายได้ก่อนกำหนด

ออริจิ้น โชว์ผลประกอบการเยี่ยมต่อเนื่อง หลังขยายอาณาจักรครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ แบรนด์ใหม่ “พาร์ค ออริจิ้น” 2 โครงการ พญาไท และทองหล่อกวาดยอดขายทะลุเป้า โครงการสร้างเสร็จ พาร์ค 24 เฟส 2 ทยอยโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ก่อนกำหนดกว่า 2 ไตรมาส คาดชำระคืนเงินกู้ธนาคารหมดภายในสิ้นปีนี้ มั่นใจสิ้นปียอดขายทะลุ 2.4 หมื่นล้านบาทตามเป้า   นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill) เคนซิงตัน (Kensington) และโครงการแนวราบแบรนด์ บริทาเนีย (Britania) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัท9 เดือนแรกของปี ถือว่าเติบโตได้อย่างยอดเยี่ยม ปัจจุบัน มียอดขายแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท เป็นผลจากโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ “พาร์ค ออริจิ้น” แบรนด์คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ สามารถสร้างยอดขายได้ทะลุเป้า เริ่มจากโครงการ “พาร์ค ออริจิ้น พญาไท” สามารถกวาดยอดขายไปได้แล้วกว่า 75% หรือมากกว่า 3,500 ล้านบาท โดยเพิ่งเริ่มเปิดขายอย่างเป็นทางการไปช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน โครงการแฟล็กชิพที่เพิ่งเปิดตัว “พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ” ก็สามารถกวาดยอดขายไปได้มากกว่า 40% หรือมากกว่า 5,000 ล้านบาท โดยที่ยังไม่ได้เปิดขายอย่างเป็นทางการ “บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ระดับ 24,000 ล้านบาท โดย 9 เดือนแรกของปีบริษัทมียอดขายสะสมทะลุ 20,000 ล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทที่สามารถนำเสนอโครงการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบทั้งปีจะเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้” นายพีระพงศ์ กล่าว ในส่วนของโครงการ พาร์ค 24 เฟส 1 มูลค่าโครงการประมาน 6,000 ล้านบาท ปัจจุบันโอนไปแล้วกว่า 75% และชำระคืนหนี้ธนาคารหมดแล้ว และในส่วนของ เฟส 2 มูลค่าโครงการประมาน 11,100 ล้านบาท ที่สร้างเสร็จและโอนได้ก่อนกำหนด จากแผนเดิมที่จะเสร็จในไตรมาส 4  สามารถก่อสร้างได้เสร็จและเริ่มโอนได้ตั้งแต่มิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจุบันโอนไปแล้วกว่า 20% เหลือคืนหนี้ธนาคารเพียง 2,500 ล้านโดยคาดว่าจะสามารถโอนเพิ่มและชำระคืนหนี้ได้หมดภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้พาร์ค 24 เฟส 2 ยังคงมี Backlog รอโอนอีกกว่า 4,700 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังมีสภาพคล่อง และกระแสเงินสดหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องเพียงพอกับการพัฒนาโครงการที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงการซื้อที่ดินเพื่อรองรับแผนการเติบโตของบริษัทในอนาคต   “ปีนี้เป็นปีที่เราขยายธุรกิจคอนโดมิเนียมจนครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ และเริ่มเดินหน้าประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งธุรกิจโครงการแนวราบ ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียน เช่น โรงแรม คอมมูนิตี้มอลล์ โครงการมิกซ์ยูส ตามวิสัยทัศน์ในการสร้างอาณาจักรออริจิ้น หรือ The Empire of Origin และถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่การดำเนินการสามารถเป็นไปได้ตามเป้าหมาย สามารถสร้างผลประกอบการที่ยั่งยืนให้แก่บริษัท และเป็นแกนสำคัญที่ช่วยให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคครอบคลุมทุกกลุ่ม”   นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัทให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการในการดำเนินงานของบริษัท และมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างหลากหลายในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ จึงทำให้มั่นใจได้ว่า บริษัทสามารถเติบโตไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน   บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Project Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 54 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 82,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร          
Knightsbridge Tiwanon เพิ่มพื้นที่แห่งความสุข เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่าใคร

Knightsbridge Tiwanon เพิ่มพื้นที่แห่งความสุข เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่าใคร

รีวิวฉบับนี้เราจะพาทุกคนนั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงไปดูห้องตัวอย่างของคอนโดมิเนียมใหม่ ที่อยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้ MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุขเพียง 70 เมตร ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในย่าน “ติวานนท์” จาก ออริจิ้น พร๊อพเพอร์ตี้ ซึ่งเลือกปักหมุดบนทำเลศักยภาพติดแนวรถไฟฟ้า ภายใต้ Top Brand อย่าง Knightsbridge กับโครงการ “Knightsbridge Tiwanon (ไนท์บริดจ์ ติวานนท์)” ด้วยแนวคิดใหม่เพิ่มพื้นที่การอยู่อาศัยให้มากกว่าใคร มาพร้อมห้องเพดานสูงถึง 4.2 เมตร ให้ลูกบ้านสามารถใช้ฟังก์ชั่นอย่างคุ้มค่าในทุกตารางเมตรแห่งความสุขได้ที่นี่..     ศักยภาพทำเลดี ติดถนนใหญ่ สำหรับโครงการ “ไนท์บริดจ์ ติวานนท์” ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจมากเลยนะคะ ตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ (ถนนติวานนท์) ระหว่างซอยติวานนท์ 8 และซอยติวานนท์ 10 ซึ่งอยู่ใกล้กับกระทรวงสาธารณสุข และ MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุขเลยค่ะ การเดินทางของคนมีรถยนต์ก็จัดว่าสะดวกสบายทีเดียว เพราะมีถนนสายสำคัญให้เลือกใช้อยู่หลายสายเหมือนกัน ทั้งถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนงามวงศ์วาน หากใครอยากหนีรถติดบริเวณแยกแครายก็สามารถใช้ทางด่วนศรีรัช ขั้นที่ 2 (ถนนงามวงศ์วาน) โดยวิ่งผ่านเข้าไปในกระทรวงสาธารณสุขได้เลย หรือถ้าใครมีธุระจะเข้าเมืองไปย่านรัชดาก็สามารถใช้ถนนกรุงเทพนนท์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เส้นทางสะพานพระราม 5 วิ่งไปราชพฤกษ์ได้อีกด้วยค่ะ ส่วนใครที่อยากออกนอกเมืองก็สามารถวิ่งไปปทุมธานีโดยใช้ถนนติวานนท์วิ่งผ่านปากเกร็ดก่อน ซึ่งเส้นนี้ก็ไปแจ้งวัฒนะได้ด้วยนะคะ แต่ถ้าจะไปบางใหญ่ หรือบางบัวทองก็ต้องใช้เส้นรัตนาธิเบศร์เป็นหลักค่ะ ทั้งนี้การเดินทางด้วยรถสาธารณะก็เป็นเรื่องที่สะดวกสุดๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ บรรยากาศจึงค่อนข้างคึกคัก มีรถโดยสารวิ่งผ่านไปมาตลอดทั้งรถเมล์ รถตู้ แท็กซี่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง เรียกว่าตอบโจทย์คนไม่มีรถส่วนตัวได้ดี เพราะมีตัวเลือกในการเดินทางมากทีเดียว แถมจุดเด่นของโครงการยังอยู่แนวรถไฟฟ้า ห่างจาก MRT กระทรวงสาธารณสุข เพียง 70 เมตรเท่านั้น เรียกว่าเดินเท้าได้สบายๆ เลยค่ะ ในเรื่องของอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้า ด้วยความที่เป็นแหล่งงานและชุมชนจึงมีร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปจนถึงตลาดสดให้เลือกจับจ่ายใช้สอยมากมายทั้งตลาดกระทรวงสาธารณสุข และตลาดพระราม 5 แถมพิกัดของห้างสรรพสินค้าชั้นนำยังอยู่ไม่ไกล อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด รัตนาธิเบศร์, บิ๊กซี ติวานนท์ และเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่หลากหลายทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ภายในกระทรวงสาธารณสุขยังมีพื้นที่สีเขียว และแหล่งอำนวยความสะดวกของคนย่านติวานนท์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ, สนามกีฬา หรือตลาดนัดขนาดใหญ่ ก็ล้วนแต่เหมาะกับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง 1. เริ่มต้นการเดินทางวันนี้เรานั่งรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง มาลงที่สถานีกระทรวงสาธารณะสุขนะคะ 2. สำหรับทางออกไปโครงการ ไนท์บริดจ์ ติวานนท์ จะอยู่ที่ทางออก 1 นะคะ 3. เมื่อแตะบัตรเดินตามป้ายมา จากบนสถานีก็มองเห็นตัวโครงการแล้วค่ะ ซึ่งอยู่ใกล้มากๆ 4. เมื่อเดินลงมาด้านล่างแล้วจะเจอกับถนนใหญ่นะคะ ซึ่งทางไปโครงการนั้นต้องเลี้ยวไปทางฝั่งขวามือค่ะ 5. ระหว่างทางเดินไปโครงการ ก็จะมีร้านอาหารให้ฝากท้องอยู่หลายร้านเหมือนกันค่ะ 6. บริเวณหน้าโครงการมีป้ายรถเมล์พอดิบพอดี ซึ่งสะดวกมากสำหรับลูกบ้านที่ไม่ใช้รถส่วนตัว 7. นอกจากจะมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าโครงการแล้ว ยังมีจุดกลับรถในระยะใกล้ๆ อีกด้วย 8. บรรยากาศในโครงการค่อนข้างร่มรื่นทีเดียวค่ะ พื้นที่รอบตัวอาคารนั้นถูกออกแบบให้เป็นที่วนรถรอบตึก สามารถจอดรถจะในอาคารได้ตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 6 ถัดเข้ามาด้านในก็จะเป็นส่วนของ Lobby แล้วค่ะ   ภาพรวมโครงการ โครงการ “ไนท์บริดจ์ ติวานนท์” เป็นคอนโด High Rise สูง 25 ชั้น จำนวน  1 อาคาร บนพื้นที่ 1-2-83 ไร่ แบ่งออกเป็นที่พักอาศัย 373 ยูนิต ในความเป็นส่วนตัวเพียง 21 ยูนิตต่อชั้น และรองรับที่จอดรถได้ประมาณ 47% (รวมจอดซ้อนคัน) ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Affordable Premium Condo ชูจุดขายด้วยการขยายความสูงของห้องด้วยเพดานสูง 4.2 เมตร เพื่อให้ลูกบ้านได้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น แถมยังสามารถดีไซน์ได้ในแบบของตัวเอง ซึ่งก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ห้อง Penthouse เลยทีเดียว ในขณะที่ตัวอาคารก็ยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเป็นอย่างดี ทั้งการดีไซน์ที่ทันสมัยด้วยการใช้โทนสี Monochrome ไล่เฉดสีขาว ดำ เทาเป็นหลัก ซึ่งก็ถือว่าสวยงามอย่างมีสไตล์ สะท้อนความเป็น Top Brand ของ ออริจิ้น ที่มักสร้างคอนโดมิเนียมหรู ดีไซน์ล้ำกว่าใคร ในราคาคุ้มค่าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก ในส่วนของ Facility เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ ค่ะ เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้นล่างที่ทำเป็น Lobby สุดหรู ออกแบบให้เป็น Super high ceiling lobby ที่มีเพดานสูงถึง 6 เมตร พื้นที่ชั้น 2-6 จะเป็นที่จอดรถทั้งหมด โดยสามารถจอดรถประมาณ 144 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ส่วนพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 7 เป็นต้นไปจะเริ่มเป็นยูนิตของห้องพักอาศัยค่ะ สำหรับ Facility หลักๆ นั้นจะถูกยกไปไว้ที่ชั้น 25 ทั้งหมด ซึ่งมาพร้อม Sky swimming pool สระว่ายน้ำเทควิวขอบฟ้า ที่เชื่อมต่อพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้าถึง 3 ชั้น บน Roof Top Garden สวนชมวิวบนดาดฟ้าอันแสนร่มรื่นที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของโครงการเลยก็ว่าได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมี Fitness และ Sky lounge มุมพักผ่อนและพบประสังสรรค์ของลูกบ้าน ที่ล้วนแต่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เปิดประตูเข้าด้านในอาคาร จะพบกับบริเวณ Lobby ซึ่งมาในคอนเซ็ปต์ Super High Ceiling Lobby ดูโอ่อ่าและสูงโปร่ง ด้วยขนาดของพื้นที่บริเวณ Lobby มีขนาดกว้างมากพอจะจัดมุมรับแขกได้หลายจุด หากลูกบ้านมีแขกมาเยี่ยมเยียนก็สามารถนั่งรอที่บริเวณล็อบบี้ได้สบายๆ แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 7 นะคะ ซึ่งจะเริ่มเป็นที่พักอาศัยไปจนถึงชั้น 24 แต่จุดเด่นของชั้นนี้จะส่วนของพื้นที่สีเขียวอย่างสวนพักผ่อนรวมอยู่ในชั้นเดียวกันด้วย บรรยากาศของพื้นที่สวนสีเขียวบริเวณชั้น 7 ซึ่งลูกบ้านสามารถมานั่งเล่นชิลล์ๆ ได้อย่างสบายใจเลยค่ะ วิวเมืองบริเวณสวนชั้น 7 ก็จะประมาณนี้ค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถมองวิวรอบด้านได้ถึง 270 องศาเลยล่ะ แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 25 นะคะ ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของตัวอาคาร ประกอบไปด้วยพื้นที่ส่วนกลางหลักๆ อย่าง Sky swimming pool, Fitness, Sky family lounge และ สวนพักผ่อนชมวิว แถมห้อง Fitness จะอยู่สูงถัดขึ้นไปอีกชั้น ทำให้มุมมองจากพื้นที่ในส่วนนี้สามารถมองเห็นวิวของสระว่ายน้ำและวิวมุมสูงบริเวณรอบๆ โครงการได้อย่างจุใจ เดินเข้ามาในส่วนของ Sky family lounge ที่ดูโอ่อ่าและกว้างขวาง แถมยังไร่เรียงพื้นที่แบบ 3 ระดับ โดยมีบันไดต่อเนื่องไปยังส่วนของ Privacy Fitness ภายใน Sky family lounge จัดที่นั่งไว้สำหรับรองรับลูกบ้านหลายมุมเลยค่ะ มุมมองจากโถงกลางเข้าไปจะเห็นว่าพื้นที่ของ Sky family lounge ได้รับการออกแบบให้ดูสูงโปร่งด้วยเพดานแบบ Double Volume เพื่อให้ลูกบ้านได้พักผ่อนอิ่มเอมไปกับบรรยากาศที่เหนือกว่าคอนโดใดๆ ด้วยวิวแบบพาโนรามา ซึ่งผนังโดยรอบเป็นกระจกสูงขึ้นไปเสมอฝ้าเลยค่ะ ภายในจึงสว่างและโปร่ง เหมาะแก่การพักผ่อนมาก พื้นที่บาร์ขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบไว้สำหรับรองรับปาร์ตี้เล็กๆ ของลูกบ้าน เดินไต่บันไดขึ้นมาในส่วนของ Privacy Fitness ภายในห้องโอบล้อมด้วยกระจกใส ให้ลูกบ้านสามารถออกกำลังกายไปด้วยชมวิวไปด้วยได้อย่างเพลิดเพลิน ภายในห้องฟิตเนสเต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายอย่างครบครันเลยนะคะ ออกมาจาก Sky family lounge จะมีประตูกระจกใสกั้น Sky swimming pool ไว้นะคะ ผลักออกไปจะเจอสระว่ายน้ำระบบเกลือ ที่มีความกว้าง 14 x 6 เมตร เวลาลูกบ้านใช้สระว่ายน้ำก็จะได้ชมวิวเมืองแบบนี้เลยนะคะ มุมมองจากนอกอาคารจะเห็นว่าพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ไนท์บริดจ์ ติวานนท์ สามารถมองเห็นวิวเมืองอย่างกว้างไกล และไม่มีอะไรมาบดบังเลยนะคะ   เปิดประตูห้องตัวอย่าง มาดูในส่วนของห้องพักอาศัยกันบ้างดีกว่าค่ะ สำหรับโครงการ “ไนท์บริดจ์ ติวานนท์” อย่างที่บอกไปข้างต้นว่ามียูนิตรวมทั้งหมด 373 ยูนิต แบ่งออกเป็นห้องพักอาศัยแบบธรรมดา Mono Type 1 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 25.9 – 33.9 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาดตั้งแต่ 43.40 ตร.ม., 2 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 51.4 – 58.4 ตร.ม. และห้องพักอาศัยดีไซน์พิเศษด้วยเพดานสูงถึง 4.2 เมตร โดยแบ่งออกเป็น 1 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 25.9 – 33.8 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาดตั้งแต่ 42.8 ตร.ม., 2 Bedroom  ขนาดตั้งแต่ 51.4 – 58.0 ตร.ม. ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของโครงการเลยก็ว่าได้   ภายในห้องแต่ละยูนิตมีจุดเด่นคือฟังก์ชั่นที่เป็นสัดส่วน ถูกออกแบบมาเพื่อความโปร่งโล่ง สบาย โดยแยกพื้นที่นั่งเล่น ครัวและห้องนอนออกจากกัน ซึ่งจะต่างจากคอนโดทั่วไปในย่านนี้อย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ เพราะราคาระดับนี้แทบจะไม่มีโครงการไหนทำห้องครัวแบบปิดแยกออกมาเลยค่ะ ส่วนใหญ่ก็มีแค่ Pantry เล็กๆ เท่านั้น นอกจากนี้ห้องทุกยูนิตของโครงการ ยังเปิดขายมาแบบ Fully Furnished ด้วยค่ะ เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องก็ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้สอยของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี และทุกยูนิตจะได้แอร์ 2 ตัว โดยติดตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นและห้องนอนเหมือนกันเลยนะคะ   สำหรับห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราได้ชมก็คือ 1 Bedroom ขนาด 33.20 ตร.ม ซึ่งเป็นห้องพักอาศัยแบบธรรมดาค่ะ ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องกว้างขวางทีเดียวค่ะ ด้วยการจัดวาง Layout ให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า ครบทุกฟังก์ชั่น ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่แยกไว้อย่างสัดส่วน ห้องครัวจะเป็นแบบปิด ป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนได้มากขึ้นเพราะครัวอยู่ติดระเบียง สามารถเปิดประตูระเบียงช่วยระบายกลิ่นได้ดี แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม เปิดประตู Digital Door lock เข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนเลยนะคะ พื้นที่ถัดเข้าไปด้านในทางขวาจะเป็นห้องครัว และทางซ้ายเป็นห้องนอนค่ะ พื้นที่ด้านข้างโซฟาสามารถจัดเป็นมุมรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งได้สบายๆ เลยนะคะ ซึ่งทางโครงการให้เฟอร์นิเจอร์มาพร้อมแล้วด้วย ลูกบ้านไม่จำเป็นต้องซื้อโต๊ะเพิ่มเลย มาในส่วนของห้องครัวกันบ้าง โดยครัวนั้นมีประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 2 ตอนนะคะ เพื่อป้องกันกลิ่นรบกวนเวลาประกอบอาหาร การที่กั้นห้องครัวด้วยกระจกก็เพื่อทำให้แสงสว่างสาดส่องเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นด้วย ส่วนเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นแบบ One Wall-Kitchen นะคะ โดยโครงการจะเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น, เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟมาให้เรียบร้อยแล้ว ด้านในสุดของครัวจะเป็นระเบียงค่ะ ซึ่งก็มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้น ข้อดีที่ระเบียงอยู่ติดครัวก็สามารถลดกลิ่นและระบายอากาศเวลาประกอบอาหารได้ดีค่ะ ออกจากครัวมายังบริเวณหน้าห้องตรงกันข้ามจะเป็นห้องน้ำนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งแยกพื้นที่เปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน สุขภัณฑ์ที่ลูกบ้านจะได้รับก็ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางโถสุขภัณฑ์ไว้ตรงกลางห้อง บริเวณโซนเปียก ทางโครงการจะติดฉากกั้นอาบน้ำด้วยประตูกระจกมาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ โดยจะเว้นช่องด้านบนสำหรับระบายอากาศ พื้นที่ตรงข้ามระหว่งห้องน้ำกับห้องนอนจะเป็นมุมทำงานนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ยังได้ ทางโครงการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์มาให้แล้วเรียบร้อย กลับเข้ามาในส่วนของห้องนอน ภายในห้องได้รับการออกแบบให้ดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่ปลายเตียง ซึ่งสามารถเดินผ่านได้สบายๆ เลยค่ะ หากใครชอบดูทีวีก็สามารถติดตั้งที่ผนังปลายเตียงเพิ่มได้ด้วย พื้นที่ข้างเตียงติดกับประตูจะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยนะคะ ภายในมีที่ให้เก็บของได้เยอะทีเดียว   ห้องตัวอย่างถัดมาที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 43 ตร.ม. ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน สำหรับห้องนี้เปิดประตูมาจะเจอส่วนรับประทานอาหารก่อน ซึ่งสามารถจัดวางพื้นที่ดินเนอร์สำหรับ 4 คนได้สบายๆ ถัดไปนั้นเป็นมุมนั่งเล่นที่กว้างพอให้วางโซฟาตัวยาวขนาดใหญ่ได้ แถมมีระเบียงด้านข้างให้เปิดออกไปรับลมด้านนอก พื้นที่ลึกเข้าไปด้านในบริเวณตรงกลางจะเป็นครัวแบบปิด ตรงข้ามครัวเป็นห้องน้ำ พื้นที่ติดครัวและห้องน้ำจะเป็นห้องนอน และห้องเอนกประสงค์ที่ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นห้อนนอนเล็กได้นั่นเอง แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 43 ตร.ม. หน้าประตูติดตั้ง Digital Door Lock มาให้แล้วนะคะ เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วนรับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดริมระเบียงก่อนเลยนะคะ ภายในห้องบริเวณโถงกลางจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมระหว่างครัว พื้นที่รับประทานอาหาร และมุมนั่งเล่นเข้าไว้ด้วยกัน พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดกว้างกำลังดี ซึ่งลูกบ้านสามารถจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้สบาย พร้อมเหลือพื้นที่ด้านไว้สำหรับวางโต๊ะข้างด้วย หรือหากลูกบ้านอยากวางโซฟาตัวยาว 3 ที่นั่งก็ยังพอไหวค่ะ เพียงแต่จะไม่สามารถวางโต๊ะข้างได้ ซึ่งมุมนั่งเล่นจะอยู่ชิดติดระเบียงนะคะเลยทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นค่ะ มุมมองจากบริเวณห้องนั่งเล่นไปยังห้องนอนที่ติดกับห้องเอนกประสงค์นะคะ ซึ่งบริเวณตรงกลางจะเป็นพื้นที่ของห้องน้ำและห้องครัวแบบปิด สำหรับเคาน์เตอร์ครัวโครงการจะให้มาแบบนี้เลยนะคะ ผนังเหนือเคาน์เตอร์จะเป็นกระจกเคลือบสีดำ ข้อดีคือสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดง่ายเวลาประกอบอาหาร ขนาดของเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของด้านบนจะมีขนาดยาวขึ้นเล็กน้อยตามขนาดของห้อง แต่ตัววัสดุที่ใช้รวมถึงเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น, ไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้ายังคงเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกค่ะ พื้นที่ตรงข้ามกับห้องครัวจะเป็นส่วนของห้องน้ำนั่นเองค่ะ ภายในห้องแบ่งพื้นที่เปียกและแห้ง พร้อมกั้นประตูกระจกอาบน้ำไว้ให้เหมือนดั่งห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ ออกจากห้องน้ำมายังห้องเอนกประสงค์กันบ้าง ฟังก์ชั่นพิเศษสำหรับห้องนี้คือพื้นที่ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนเล็กเหมือนในภาพ หรือใช้เป็นมุมทำงานก็ได้ทั้งนั้นค่ะ ภายในห้องมีขนาดกระทัดรัด เหมาะสำหรับวางเตียงนอนขนาด 3 ฟุตครึ่ง แถมยังเหลือพื้นที่เดินได้โดยรอบ กลับเข้ามาที่ห้องนอนใหญ่กันบ้าง ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยเหลือพื้นที่เดินโดยรอบด้วยค่ะ ผนังฝั่งที่ติดกับประตูจะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ บริเวณหัวเตียงยังสามารถบิลต์อินชั้นวางเพื่อจัดเก็บของได้เหมือนห้องตัวอย่างเลยนะคะ   ห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราเก็บภาพมาฝากเพื่อประกอบการพิจารณาเป็นห้อง Duo Space 1 Bedroom ดีไซน์พิเศษด้วยเพดานสูงถึง 4.2 เมตรขนาดห้อง 28.50 ตร.ม.  ซึ่งห้องนี้จะต่างจากห้องแบบแรกๆ ทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ใช้สอย และ Layout ของห้องค่ะ ห้องนี้เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอส่วนครัว ก่อนจะมีประตูบานเลื่อนต่อเนื่องไปยังโถงกลางที่กว้างพอสำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหาร และวางโซฟาตัวยาวในส่วนของ Living Area ได้สบายๆ อีกทั้งยังสามารถแบ่งพื้นที่สำหรับมุมทำงาน ระเบียง และห้องน้ำได้ด้วย ในขณะที่ห้องนอนจะมีบันไดทำหน้าที่เชื่อมต่อไปถึงด้านบน ซึ่งจัดพื้นที่มาให้แบบกำลังดี สามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ได้ มีพื้นที่ด้านข้างเหลือสบายๆ แถมยังวางโต๊ะข้างและตู้เสื้อผ้าได้อีกด้วยค่ะ แปลนห้อง Duo Space 1 Bedroom ขนาด 28.50 ตร.ม. สำหรับห้องนี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวก่อนเลยค่ะ ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นตัวไอคู่นะคะ ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์จะเป็นที่วางตู้เย็นติดกันนั้นเป็นตู้เก็บของบิลต์อินสูงจรดเพดาน ซึ่งชุดเคาน์เตอร์ครัวลูกบ้านจะได้ทุกอย่างตามนี้เลยนะคะ จะเว้นก็เพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น ทางโครงการบิลต์อินตู้ลอย พร้อมเว้นช่องสำหรับวางไมโครเวฟและเครื่องซักผ้ามาให้แล้วนะคะ ในส่วนของห้องครัวก่อนจะเข้าไปพื้นที่พักผ่อนด้านในจะมีประตูบานเลื่อนกั้นด้วยนะคะ เพื่อป้องกันกลิ่นรบกวนเวลาประกอบอาหาร เปิดประตูด้านในส่วนพักผ่อนเข้ามา จะเป็นโถงนั่งเล่นที่มีขนาดกว้างขว้าง และเป็นแบบ Double Volume ซึ่งจะมีความสูง 4.2 เมตร พื้นที่ติดกับครัวจะเป็นมุมรับประทานอาหารนะคะ พื้นที่ตรงข้ามกับมุมรับประทานอาหารจะเป็นห้องน้ำนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน พื้นที่ส่วนเปียกจะถูกกั้นด้วยธรณีสูงขึ้นมานิดหนึ่ง เพื่อกันไม่ให้น้ำจาก Shower Area ไหลออกไปสู่พื้นที่อื่นๆ นอกจากนี้ลูกบ้านยังจะได้อุปกรณ์ตามภาพเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ติดตั้งกระจกเงายาวไปตามแนวผนังเลยค่ะ ข้อดีคือช่วยสะท้อนหลอกตาให้ห้องดูกว้างขึ้นมาง่ายๆ ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นมีการจัดวางชุดโซฟาตัวยาวขนาด 3 ที่นั่งเอาไว้ แถมระยะห่างระหว่างโซฟากับคอนโซลทีวีมีระยะกำลังดีเลยนะคะ ไม่แคบและไม่กว้างจนเกินไป สามารถวางโต๊ะกลางได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด โดยห้องดูสูงโปร่ง เพราะโอบล้อมด้วยกระจกใสที่สูงจรดเพดานด้านบน ซึ่งมีความสูงถึง 4.2 เมตรเลยนะคะ บริเวณข้างโซฟายังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับจัดให้เป็นมุมทำงานอีกด้วยนะคะ ในส่วนของคอนโซลทีวี ทางโครงการได้บิลต์อินให้อยู่ติดกับบันไดทางขึ้นไปห้องนอนค่ะ บันไดทางขึ้นไปส่วนพักผ่อนจะเป็นโครงเหล็ก ปูลูกนอนด้วยไม้เนื้อแข็งสีอ่อน ราวจับเป็นเหล็กขึ้นโครงทาสีดำนะคะ เดินไต่บันไดขึ้นมาก็จะพบกับส่วนพักผ่อน ที่ทางโครงการทำระเบียงกั้นพื้นที่ปลายเตียงไว้ให้เรียบร้อยแล้ว สำหรับพื้นที่พักผ่อนนั้น ทางโครงการจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตไว้ให้ จะเห็นได้ว่าพื้นที่โดยรอบเตียงนั้นสามารถเดินได้อย่างสบายๆ จะเสียอย่างเดียวก็คือไม่มีผนังสำหรับติดตั้งทีวีเท่านั้นเองค่ะ บริเวณข้างเตียงยังเหลือพื้นที่พอสำหรับวางโต๊ะข้างเหมือนดั่งห้องตัวอย่างเลยนะคะ แถมโครงการยังบิลต์อินตู้เสื้อผ้ามาพร้อมเสร็จสรรพ เมื่อมองกลับลงมาจะเห็นว่าการจัดวาง Layout ของห้องนั้น ค่อนข้างกว้างขวางและลงตัวมากๆ ซึ่งลูกบ้านสามารถใช้งานพื้นที่ทุกส่วนได้อย่างคุ้มค่าทุกตารางเมตรจริงๆ ค่ะ   ใครที่ยังไม่เคยไปชมโครงการหรือกำลังตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดฯ ในแถบนี้อยู่แนะนำให้ไปชมบรรยากาศจริงดูค่ะ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น แต่ต้องขอบอกเลยค่ะไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือลงทุนก็คุ้มค่าแน่นอน ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า MRT กระทรวงสาธารณสุขเพียง 70 เมตร แถมรอบๆ โครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายตั้งแต่ตลาดสดไปจนถึงห้างสรรพสินค้า และพื้นที่สีเขียวกว่า 1,000 ไร่ในกระทรวงสาธารณสุขที่รอให้ทุกคนไปสัมผัสกับธรรมชาติ ต้องบอกว่าเป็นจุดแข็งที่ควรค่าแก่การลงทุนจริงๆ ค่ะ   พิเศษ!!! 15-16 ธ.ค นี้ " Origin แจกหนัก โปรแรงสุดแห่งปี" คอนโดพร้อมอยู่ 70 ม. จาก MRT !!! BIG YEAR BIG BONUS !!! *** แจก Bonus 10 เดือน !!! *** ** ฟรี ค่าส่วนกลาง 10 ปี ** แถมฟรี!! ค่าใช้จ่ายวันโอน *ค่าโอนกรรมสิทธิ์ *กองทุนอาคารชุด *มิเตอร์น้ำ *มิเตอร์ไฟ คอนโดพร้อมอยู่ 25 ชั้น ติดถนนใหญ่ ติวานนท์-แคราย "ไนท์บริดจ์ ติวานนท์ ” ● คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ เพียง 70 ม. จาก MRT สถานี กระทรวงสาธารณะสุข ● ให้ความรูัสึกถึงความเป็นส่วนตัว และเงียบสงบ ด้วยจำนวนยูนิตที่น้อย เพียง 373 ยูนิต กับเพดานสูง 4.2 เมตร ● เชื่อมต่อการคมนาคมที่สะดวกสบาย ด้วยทำเลติดถนนใหญ่ พร้อมเส้นทางไปขึ้นทางด่วนอย่างรวดเร็ว ● ใกล้สถานที่ราชการหลายแห่ง กระทรวงสาธารณะสุข , ศูนย์ราชการนนทบุรี ● ใกล้ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี้ ติวานนท์ ,โลตัส แคราย , เอสพลานาด งามวงศ์วาน ● พิเศษ!!! สุดๆ 1 นอน จาก 2.59 เหลือ 2.29 ลบ.* DUPLEX จาก 3.66 เหลือ 3.39 ลบ. เท่านั้น * ● นัดหมาย สัมผัสห้องจริง สถานที่จริงได้แล้ววันนี้ คลิก https://bit.ly/2QbGz9x สอบถามโทร 061 401 9000          
Knightsbridge Space Ratchayothin เปิดมุมมองชีวิตใหม่..ให้เหนือกว่าใครทุกด้าน

Knightsbridge Space Ratchayothin เปิดมุมมองชีวิตใหม่..ให้เหนือกว่าใครทุกด้าน

เมื่ออสังหาริมทรัพย์กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การซื้อคอนโดมีเนียมสักแห่งไว้สำหรับอยู่อาศัยหรือปล่อยเช่าก็ถือว่าเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยต่อยอดให้สมบัติชิ้นนั้นมีมูลค่าสูงมากขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต แต่การซื้อคอนโดฯ ก็มีหลากหลายเรื่องให้ต้องคำนึงนะคะ บางคนอาจชั่งน้ำหนักไม่ถูกว่าระหว่างเรื่องการเดินทางสะดวกสบายใจกลางเมือง หรือดีไซน์สวยงาม ฟังก์ชั่นน่าใช้ พร้อมส่วนกลางแบบครบครัน ควรเลือกแบบไหนดีกว่ากัน แต่น่าจะดีที่สุดถ้าที่พักอาศัยหรือทรัพย์สินของเราจะรวมความต้องการเหล่านี้ไว้ได้ด้วยกันทั้งหมด ซึ่งทาง Origin บริษัทอสังหาริมทรัพย์แนวหน้า ระดับ Top 5 ของประเทศไทย ก็รู้ใจคนเมืองและเข้าใจความสำคัญในเรื่องนี้ดี จึงเดินหน้าพัฒนาโครงการหรูระดับ Flagship อย่าง Knightsbridge ซึ่งเป็น Top Brand ของ Origin จุดเด่นอยู่ที่การปักหมุดทำเลดีใกล้สถานีรถไฟฟ้า สรรสร้างเป็นคอนโดมิเนียมหรูในราคาคุ้มค่าให้ทุกคนสามารถจับจองได้ไม่ยาก แถมยังได้กระแสตอบรับดีมากๆ จากการเปิดตัวในปี 2560 โดย Sold Out หมดทุกโครงการก่อนหน้าภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว     เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงผลสำเร็จและการตอบรับที่ดีของผู้ที่สนใจ ทาง Origin จึงไม่รอช้าพัฒนาโครงการภาคต่อแบรนด์ Knightsbridge ภายใต้ชื่อ “Knightsbridge Space Ratchayothin (ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน)” บนพิกัดใจกลางเมืองย่านรัชโยธิน New CBD ที่กำลังถูกพัฒนาและเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากถูกผลักดันให้เทียบเท่ากรุงเทพชั้นในอย่างสีลม, อโศก, พระราม9 ที่ล้อมรอบด้วยแหล่งงานขนาดใหญ่รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งจุดเด่นของโครงการอยู่ที่การออกแบบโดยฉีกกรอบรูปแบบอยู่อาศัยเดิมๆ ในตลาดอสังหาฯ ด้วยดีไซน์ทันสมัยและลงตัว อาทิ การจัดวาง Layout ใหม่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย, การเพิ่ม Space ที่สูงโปร่งให้ผู้อยู่อาศัยอยู่สบาย และพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านได้มากกว่าเดิม แต่จะมีรายละเอียดอะไรบ้าง ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ     ปักหมุดทำเลศักยภาพเดินทางสะดวกสบาย   หากใครติดตามผลงาน Origin มาตลอด คงทราบดีว่าทางแบรนด์เคยปักหมุดทำเลย่านรัชโยธินกับโครงการ Segment บนอย่าง Knightsbridge Prime Ratchayothin ไปแล้ว แต่เนื่องจากกระแสตอบรับที่ล้นหลามทำให้ทางแบรนด์พัฒนา โครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” เพิ่มขึ้นในพื้นที่ใกล้ๆ กัน โดยตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ข้างซอยพหลโยธิน 27 (ตรงข้ามตึกช้าง) ฝั่งขาออกนอกเมืองบริเวณใกล้กับแยกรัชโยธิน ซึ่งทำเลแห่งนี้เป็นเหมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะรถไฟฟ้าทั้ง BTS สายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต), MRT สายสีน้ำเงิน (สถานีพหลโยธิน) และรถไฟฟ้า Monorail สายสีเหลืองในอนาคต ซึ่งกำลังสร้างส่วนต่อขยายให้สามารถเดินทางเข้าออกนอกเมืองได้อย่างสะดวกสุดๆ โดยโครงการอยู่ติดกับสถานีพหลโยธิน 24 (รถไฟฟ้าสายสีเขียว) ลูกบ้านสามารถนั่งเข้าตัวเมืองไปสยาม, อโศก และทองหล่อได้โดยตรงจากการเชื่อมต่อกับ BTS หมอชิต ในปัจจุบันค่ะ นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารอย่างรถเมล์, รถแท๊กซี่ รวมถึงวินมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านไปมาหน้าโครงการอยู่ตลอด เรียกว่าตัวเลือกในการเดินทางสำหรับคนไม่มีรถนั้นหลากหลายและสะดวกมากทีเดียวค่ะ     หากใครเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลักก็ถือว่าสะดวกสบายไม่แพ้กันนะคะ เพราะถนนพหลโยธินมีซอยลัดเลาะในชั่วโมงเร่งด่วนได้มากมาย อีกทั้งยังสามารถวิ่งตัดกับถนนได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ประเสริฐมนูกิจ, งามวงศ์วาน, รัชดาภิเษก, ลาดพร้าว, วิภาวดีรังสิตที่สามารถเชื่อมต่อกับทางด่วนและโทลเวย์ สู่พื้นที่ธุรกิจทุกส่วนของกรุงเทพฯ ได้อย่างง่ายดาย     นอกจากนี้โครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” ยังเหมาะกับคนเมืองยุคใหม่ที่สามารถใช้ชีวิตแบบ Smart อย่างเต็มที่ เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้กับแยกรัชโยธินที่เปรียบเสมือน Hub ของทำเลนี้ ซึ่งรายล้อมไปด้วยสถานศึกษา แหล่งงาน รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่ครบเครื่องมากๆ ไม่ว่าจะเป็น Major Ratchayothin, Major Avenue Ratchayothin, สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Park Plaza), Café และร้าน Hangout มากมาย หรือขยับไปอีกนิดบริเวณห้าแยกลาดพร้าวก็จะมีสถานศึกษาอย่างโรงเรียนหอวัง ห้างสรรพสินค้าอาทิ Tesco Lotus, Central ลาดพร้าว และ Union Mall โดยมีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีพหลโยธิน รวมอยู่ด้วย หากใครอยากสัมผัสธรรมชาติหรือออกกำลังกายกลางแจ้งก็เพียงมุ่งตรงไปสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลอย่างสวนรถไฟและสวนจตุจักรได้สบายๆ แถมพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการยังมีแผนการพัฒนาอีกมากมาย หลักๆ เลยคือข่าวการร่วมทุนสร้าง Mega Project ระหว่าง​ BTS กับ G Land ที่จะผุดโครงการ Mixed Use ขนาดใหญ่บนที่ดินริมถนนพหลโยธิน (แดนเนรมิตเก่า) แบบครบวงจร เรียกว่าถ้าดำเนินการก่อสร้างเมื่อไหร่ พื้นที่ในย่านนี้ก็จะมีราคาสูงขึ้นและมีศักยภาพในการเติบโตเพิ่มขึ้นแน่นอนค่ะ   โครงการที่ดีที่สุดในย่าน “รัชโยธิน”   สำหรับโครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” ที่กำลังจะสร้างขึ้นนั้น เป็นคอนโดมิเนียมแบบ High Rise สูง 33 ชั้น 1 อาคาร บนเนื้อที่ 2-2-74.1 ไร่ จำนวน 488 ยูนิต มาพร้อมลิฟต์โดยสาร 4 ตัว และลิฟต์บริการอีก 1 ตัว ที่จอดรถแบบ Auto Parking 70% ตัวอาคารถูกออกแบบให้ดูล้ำสมัยด้วยการใช้โทนสี Monochrome ไล่เฉดสีขาว ดำ เทาเป็นหลัก ซึ่งมาในคอนเซ็ปต์ Space in Space สร้างประสบการณ์ในการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ด้วยการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้สามารถใช้งานได้คุ้มค่าทุกตารางเมตร อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมโยงต่อเนื่องกันทุกมิติระหว่างพื้นที่ภายใน และภายนอกอาคารด้วย Space ที่เล่นระดับไม่ซ้ำใครด้วยพื้นที่โถงเพดานสูง มีการออกแบบพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่     ในส่วนของห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 14-32 นะคะ จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบให้ผู้อยู่อาศัย สามารถใช้ชีวิตในพื้นที่ได้มากกว่าทั้งพื้นที่ใช้สอยภายในห้องและ Facility ที่หลากหลาย ที่สำคัญคือจัดวาง Layout ใหม่ “Duo Space” ในรูปแบบสไตล์ Loft ด้วยดีไซน์หรูหราเหนือระดับ เน้นพื้นที่สูงโปร่งสบายกับเพดาน Double Space สูงถึง 4.2 เมตร เพิ่มพื้นที่การอยู่อาศัยอย่างมีสไตล์ ให้ลูกบ้านได้ปลดปล่อยความอิสระอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมเปิดมุมมองเชื่อมต่อกับ Space ด้านนอกให้กว้างไกลและเต็มสายตาด้วยหน้าต่างกระจกสูง ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง และครอบครัวที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางได้เป็นอย่างดี   ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้องพักอาศัย 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. ถูกออกแบบโดยยึดคอนเซ็ปต์ Value Space เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า โดยขนาด 26 ตร.ม. มี 2 แบบหลักให้เลือก แปลนห้องขนาด 26.50 ตร.ม. แปลนห้องขนาด 26.60 ตร.ม. ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้องพักอาศัย 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. Lay Out ใหม่ล่าสุดจากออริจิ้น ถูกออกแบบในสไตล์ Loft ที่ถือว่าเป็น Hi light Product ของแบรนด์ ที่ยังคงคอนเซปถึงการเชื่อมต่อทุกพื้นที่เข้าถึงกัน แต่กลับมีความเป็นส่วนตัวได้ Space มากขึ้น และยังคำนึงถึงการใช้ทุกพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลงตัวในทุก Function เพดานห้องสูงโปร่งดูหรูหรา พร้อมเปิดมุมมองภายในห้องพักให้เชื่อมต่อกับด้านนอกอาคารได้มากขึ้นด้วยหน้าต่างกระจกสูง   แปลนห้องขนาด 35.80 ตร.ม. ภาพ Master Plan ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบไว้รองรับการใช้ชีวิตที่ดีที่สุดของลูกบ้าน เริ่มตั้งแต่ชั้น 1-2 แบ่งออกเป็นส่วนของ Lobby, Co-Working Space, Café24 ที่มีบริการขนมและเครื่องดื่มตลอดเวลา  ในส่วนของชั้น 3-13 นั้นจะเป็นที่จอดรถทั้งหมด และยก Facility หลักๆ ไปไว้ที่ชั้น 33 ซึ่งเป็น Rooftop พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะเติมเต็มความสุขในการพักผ่อนอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งสระว่ายน้ำแบบ Lap Pool ที่ยาวถึง 24 เมตร และมี Space กว้างพอให้ว่ายต่อเนื่องได้ถึง 37 เมตร ด้วย L Shape (ลึก 1.20 เมตร) อีกทั้งยังเพิ่มส่วน Relax ของสระที่ต่อเนื่องกันด้วยฟังก์ชั่น HYDROTHERAPY POOL ที่มี JACUZZI เข้ามาช่วยเสริมบรรยากาศของการผ่อนคลายให้มากยิ่งขึ้น แถมยังมี RELAXING SUNKEN โซนที่นั่งพักผ่อนแบบไม่เปียกแต่ลูกบ้านสามารถสัมผัสถึงความผ่อนคลายของสระว่ายนํ้าโดยรอบได้ด้วยค่ะ   ภาพ Floor Plan ชั้น 2 ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณ Lobby ภาพ Floor Plan ชั้น 14-30 ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ซึ่งจะเริ่มเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ชั้นนี้ค่ะ ภาพ Floor Plan ชั้น 31-32 ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ภาพ Rooftop Plan ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Co-Working Space ถูกออกแบบให้เชื่อมสัมผัสสายตาระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอกอาคารด้วยกระจกใสทรงสูง ซึ่งสามารถมองเห็น LANDSCAPE พื้นที่สีเขียวที่โอบล้อมอาคารด้านนอกได้อย่างสบายตา จากภาพตัวอย่างจะเห็นได้ว่าทางโครงการออกแบบโดยยึดคอนเซ็ปต์ Flow Space โดยเชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกอาคารด้วยการดีไซน์ Space ทีมีการเล่นระดับ ทั้งพื้นที่โถงเพดานสูงโดยออกแบบพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่เพื่อรองรับตวามสุขของลูกบ้าน ภาพบรรยากาศจำลองในส่วนของ Café ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง   ต่อเนื่องมายังส่วนของ Roofttop Garden ที่ทางโครงการคำนึงถึงความ FLOW ของ SPACE เป็นหลัก โดยออกแบบให้ลูกบ้านสามารถเดินชมวิวได้รอบอาคาร และมีจุดนั่งเล่นพักผ่อนที่แทรกไปกับเส้นสายความเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในทุกพื้นที่สีเขียวของโครงการเพื่อให้เป็นไปในเรื่องราวเดียวกัน โดยเพิ่มความพิเศษของ SPACE ในส่วน SUNSET AMPHITHEATRE ให้สามารถนั่งชมพระอาทิตย์ตกบนจุดสูงสุดของโครงการได้ จึงสามารถมองเห็นความงามของพระอาทิตย์ได้อย่างชัดเจน   นอกจากการออกแบบ Layout ใหม่ และจัดเต็ม Facility แบบไม่มีกั๊กแล้ว ทางโครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” ยังคงใส่ใจในเรื่องของ LANDSCAPE โดยออกแบบพื้นที่สีเขียวภายนอกอาคารให้เชื่อมต่อกับทุก Space ในโครงการ เริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการผ่าน Landscape Corridor ที่ทําให้ระหว่างทางที่เดินเกิดความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายด้วยบรรยากาศของธรรมชาติตลอดทั้งวัน นอกจากนี้บริเวณล็อบบี้ยังมี Garden Lobby View ที่มี Water Feature ลักษณะเฉพาะตัวด้วยเส้นสายของความเป็นธรรมชาติที่เชื่อมต่อ SPACE ไปสู่สวนด้านหลังที่มีฟังก์ชั่น COLIVING GARDEN ให้ลูกบ้านสามารถมานั่งพักผ่อนหรือทำงานในสวนท่ามกลางความร่มรื่นตลอดทั้งวัน ซึ่งก็สัมพันธ์กันกับมุมมองและการเชื่อมต่อ CO-WORKING SPACE ภายในอาคารที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอีกด้วย     เมื่อทำเลที่ตั้งเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ การเลือกที่อยู่อาศัยแนวดิ่งอย่างคอนโดฯ ก็ย่อมมีตัวเลือกที่หลากหลายเช่นกัน แต่จะมีสักกี่โครงการที่ออกแบบให้ทุกตารางเมตรสามารถใช้งานได้คุ้มค่าในทุกๆ ยูนิตถูกเติมด้วยรายละเอียดที่นำมาซึ่งมูลค่าเพิ่มและคุณภาพชีวิตอันเหนือกว่าในราคาไม่ไกลเกินเอื้อม อย่างโครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” คอนโดมิเนียมบนทำเลทองที่ดีที่สุดในย่านรัชโยธิน จาก ORIGIN ที่กำลังเตรียมก้าวขึ้นมาเป็น Top 3 ในตลาดอสังหาฯ จากการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้โดดเด่นและคุ้มค่ากว่าใคร โดยรอให้ทุกคนมาสัมผัสกับห้องตัวอย่างโครงการใหม่พร้อมกันเร็วๆ นี้   นอกจากนี้ ทางโครงการ ยังมีระบบ Home Automation รวมถึง ติดตั้งระบบ Digital Door Lock ให้ตอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ให้กับผู้พักอาศัยอีกด้วย     พิเศษสำหรับผู้ที่สนใจทางโครงการกำลังจะเปิดจอง Online Booking ครั้งแรก! 8 มี.ค.นี้  กับ Flagship แบรนด์หรู ไนท์บริดจ์ 3 โครงการ 3 ทำเลที่ดีที่สุด KnightsBridge SPACE พระราม 9 | KnightsBridge SPACE รัชโยธิน | KnightsBridge COLLAGE สุขุมวิท 107 โดยจะเปิดจองชั้น และราคาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เฉพาะออนไลน์เท่านั้น ลงสิทธิ์เพื่อเข้าจองได้ที่ https://goo.gl/jL1Ex1 ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. - 7 มี.ค. 2561 พร้อมรับส่วนลดพิเศษถึง 300,000 บ.* โอกาสพิเศษเช่นนี้..ห้ามพลาด!   ลงทะเบียนรับข่าวสารได้ที่ http://knightsbridge.origin.co.th/knightsbridgespace/ สอบถามเพิ่มเติม โทร 065 520 0080
Knightsbridge Space Rama 9 – ไนท์บริดจ์ สเปซ พระราม 9 (PREVIEW)

Knightsbridge Space Rama 9 – ไนท์บริดจ์ สเปซ พระราม 9 (PREVIEW)

Knightsbridge Space Rama 9 (ไนท์บริดจ์ สเปซ พระราม 9) - คอนโด High Rise สูง 28 ชั้น จาก Origin บนทำเล New CBD พระราม 9 ติดถนนอโศก-ดินแดง เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 เพียง 350 เมตร   รายละเอียดโครงการ เจ้าของโครงการ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด คอนโด High Rise สูง 27 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 2-0-47 ไร่ จำนวนห้อง 325 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต ที่จอดรถ Auto Parking 52% ที่ตั้งโครงการ ถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ   สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ฟอร์จูน ทาวน์ เซ็นทรัล พระราม 9 G Tower Super Tower Unilever Show DC Mall Esplanade Cineplex The Street รัชดา รพ.พระราม 9 รพ.ปิยะเวช รพ.กรุงเทพ ร.ร.บางกอก ทวิวิทย์ วิทยาลัยนานาชาติ RIC   ลักษณะห้องและขนาดห้อง แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 27 ตร.ม. แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 35 ตร.ม.   สิ่งอำนวยความสะดวก Business Lounge Craft Café & Working Space Secret GardenHidden Backyard Garden EV Charger Private Sky Terrace & Garden Sky Sunset Pool Terrace & Garden Sky Infinity Lap Pool Sky Yoga & Zumba Sky Sunrise Onsen (Male & Female) Sky Panoramic Social Fitness Club Dusk & Dawn Sky Terrace Horizon Rooftop Lounge     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-030-0000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://origin.co.th/knightsbridgespace/ https://goo.gl/zX9aw ORIGIN เปิดจอง Online Booking ครั้งแรก!   โดย ORIGIN จะเปิดจอง Online Booking ครั้งแรก 8 มี.ค. ‘‘3 คอนโด Flagship แบรนด์หรู KnightsBridge SPACE พระราม 9, KnightsBridge SPACE รัชโยธิน’’ และKnightsbridge collage สุขุมวิท 107 สุด Exclusive 100 ยูนิต แรกเท่านั้น!   ลงทะเบียน https://goo.gl/zX9awJ เพื่อรับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท พร้อมเข้าจองออนไลน์ก่อนใคร ในราคาสุดเอ็กคลูซีฟ!
Knightsbridge Space Ratchayothin – ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน (PREVIEW)

Knightsbridge Space Ratchayothin – ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน (PREVIEW)

Knightsbridge Space Ratchayothin (ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน) - คอนโด High Rise สูง 33 ชั้น บนทำเลติดถนนพหลโยธิน ข้างซอยพหลโยธิน 27 (ตรงข้ามตึกช้าง) เดินทางสะดวกติดสถานีรถไฟฟ้าพหลโยธิน 24 (รถไฟฟ้าสายสีเขียว – เชื่อมต่อเข้าสยาม อโศก ทองหล่อ ได้โดยตรง)     รายละเอียดโครงการ เจ้าของโครงการ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ลักษณะคอนโด คอนโด High Rise สูง 33 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 2-7-74.1 ไร่ จำนวนห้อง 488 ยูนิต ที่จอดรถ ประมาณ 70% ที่ตั้งโครงการ ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม.   สถานที่สำคัญใกล้เคียง สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ เมเจอร์รัชโยธิน เทสโก้ โลตัส เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ยูเนี่ยน มอลล์ รร.หอวัง ม.เซนต์จอนห์ ตึกช้าง สวนรถไฟ สวนจตุจักร ตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาด อตก. ศาลอาญา     ลักษณะห้องและขนาดห้อง   1 Bedroom ขนาด 22.7-28.6 ตร.ม. 1 Bedroom Plus ขนาด 30.9-35.4 ตร.ม. 2 Bedrooms ขนาด 54.3-61.8 ตร.ม. Knightsbridge Space Ratchayothin (ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน)   สิ่งอำนวยความสะดวก   Ground Floor Lobby สระว่ายน้ำ Jacuzzi ฟิตเนส Co-Working Space Co-Living Space ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง     D DAY เปิดจอง Online Booking ครั้งแรก 8 มี.ค. '' 3 คอนโด Flagship แบรนด์หรู KnightsBridge SPACE และ Knightsbridge Collage สุขุมวิท 107 '' Exclusive 100 ยูนิต แรกเท่านั้น! ลงทะเบียน : http://knightsbridge.origin.co.th/knightsbridgespace/ เพื่อรับส่วนลดสูงสุด 200,000.- พร้อมเข้าจองออนไลน์ก่อนใคร ในราคาexclusive ! เบอร์ติดต่อโครงการ : 065 520 0080
KnightsBridge Collage Ramkhamhaeng – ไนท์บริดจ์ คอลลาจ รามคำแหง (PREVIEW)

KnightsBridge Collage Ramkhamhaeng – ไนท์บริดจ์ คอลลาจ รามคำแหง (PREVIEW)

Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng - ไนท์บริดจ์ คอลลาจ รามคำแหง คอนโดใหม่ สไตล์อังกฤษ ผสมผสาน Classic & Modern ห่างจาก MRT หัวหมาก เพียง 100 เมตร จาก Origin Property     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น 2,050,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด High Rise 25 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 4-0-11.9 ไร่ จำนวนห้อง 682 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต ที่จอดรถ ประมาณ 46% (รวมจอดซ้อนคัน) ที่ตั้งโครงการ ซอยรามคำแหง 42 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เริ่มก่อสร้าง เดือนมีนาคม ปี 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จ เดือนมีนาคม ปี 2563 ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน 500 บาท/ตารางเมตร   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   เดอะมอลล์ บางกะปิ แม็คโคร เทสโก้ โลตัส โรงเรียนเทพลีลา โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ราชมังคลากีฬาสถาน เมเจอร์ ฮอลลีวูด รามคำแหง ออฟฟิศเมท บิ๊กซี หัวหมาก พันธุทิพย์ พลาซ่า บางกะปิ The Nine พระราม 9 โรงเรียนนานาชาติ RAIS ลอนดอน สตรีท พัฒนาการ   ลักษณะห้องและขนาดห้อง   1 Bedroom ขนาด 22.20 - 22.90 ตารางเมตร จำนวน 318 ยูนิต 1 Bedroom Exclusive ขนาด 26.40 ตารางเมตร จำนวน 138 ยูนิต 1 Bedroom Plus ขนาด 31.40 - 32.50 ตารางเมตร จำนวน 180 ยูนิต 2 Bedroom ขนาด 43.20 - 43.30 ตารางเมตร จำนวน 46 ยูนิต   สิ่งอำนวยความสะดวก Lobby Mailbox Co-working space & Library Co-kitchen & Co-pantry space Pool in the park Health Club Sky Jogging Track Access Card Control ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด ตลอด 24 ชั่วโมง     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 020 300 000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://knightsbridge.origin.co.th/ramkhamhaeng/index.php
“ออริจิ้น” ขยายพอร์ตแนวราบมุ่งเติบโตแบบ “มัลติพลาย” ตั้งเป้าแนวราบ 5 ปี มูลค่าโครงการสะสม รวม 35,000 ล้านบาท พร้อมดึงผู้บริหารมืออาชีพคุมทัพ ลุยส่ง “บริทาเนีย” ลงตลาดแนวราบ

“ออริจิ้น” ขยายพอร์ตแนวราบมุ่งเติบโตแบบ “มัลติพลาย” ตั้งเป้าแนวราบ 5 ปี มูลค่าโครงการสะสม รวม 35,000 ล้านบาท พร้อมดึงผู้บริหารมืออาชีพคุมทัพ ลุยส่ง “บริทาเนีย” ลงตลาดแนวราบ

“ออริจิ้น” กางแผนรุกตลาดแนวราบ 5 ปี ตั้งเป้าเปิดขายใหม่มูลค่าโครงการสะสมรวม 35,000 ล้านบาท พร้อมดึง “ศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์” มืออาชีพอสังหาฯ แนวราบเสริมทัพ ประเดิมปักหมุดทำเลศรีนครินทร์ ส่ง “บริทาเนีย” แบรนด์บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมชิมลางตลาด ลั่นเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์เพื่อดันให้ออริจิ้นพุ่งสู่ 1 ใน 3 บริษัทผู้พัฒนา และให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ครอบคลุมทุกสินค้า นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์เคนซิงตัน (Kensington), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) และ พาร์ค (PARK) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานตลาดแนวราบว่า ในช่วงปลายปี 2560 เราได้พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด ภายใต้แบรนด์ “บริทาเนีย” มูลค่าโครงการประมาณ 800 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเติบโตแบบ “มัลติพลาย” ด้วยการพัฒนาโครงการแนวราบ  ภายใน 5 ปี จนมียอดโครงการสะสมถึง 35,000 ล้านบาท หรือประมาณ 30-35 โครงการ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดของที่ดินที่ได้มา สำหรับทำเลเป้าหมาย คือ ทำเลในโซนบางนา สมุทรปราการ และขยายครอบคลุมไปยังฝั่งตะวันออกในพื้นที่แถบ EEC ด้วย โดยปัจจุบันมีที่ดินในมือแล้ว 2 แปลง และกำลังเร่งหาที่ดินเพิ่มเพื่อพัฒนาให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งการพัฒนาโครงการแนวราบของออริจิ้นในครั้งนี้ ส่งผลให้ออริจิ้นสามารถพัฒนาโครงการได้ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า  ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตาม road map ของบริษัทที่วางไว้ คือ การขึ้นแท่นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของไทย คือ 1 ใน 3 บริษัทผู้พัฒนาและให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ภายในปี 2565 บริทาเนีย คือ แบรนด์โครงการแนวราบสำหรับออริจิ้น ซึ่งคำว่า Britania มาจาก Britain หมายถึง สหราชอาณาจักร เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาแบรนด์ของออริจิ้น ที่ทุกโครงการจะเป็นชื่อเมืองในประเทศอังกฤษ ชื่อแบรนด์ “บริทาเนีย” เป็นแบรนด์สำหรับพัฒนาโครงการแนวราบของออริจิ้น โดยได้แบ่ง Segment ของแบรนด์เอาไว้ 4 Segment หลัก คือ 1) บริทาเนีย วิลล่า (Britania Villa) คือ บ้านเดี่ยวในระดับราคา 15-25 ล้านบาท 2) บริทาเนีย เรสซิเดนซ์ (Britania Residence) คือ บ้านเดี่ยวในระดับราคา 8-15 ล้านบาท 3) บริทาเนีย โฮม (Britania Home) คือ บ้านเดี่ยว และบ้านแฝดในระดับราคา 5-8 ล้านบาท 4) บริทาเนีย ทาวน์ (Britania Town) คือ ทาวน์โฮม และบ้านแฝด ระดับราคา 3-5 ล้านบาท โดยสัดส่วนในการพัฒนาโครงการนั้น จะเน้น 80 เปอร์เซ็นต์ ไปที่การพัฒนาโครงการบ้านระดับราคา 3-8 ล้านบาท และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ คือ โครงการระดับพรีเมียม ราคา 8-25 ล้านบาท การที่โครงการแนวราบของออริจิ้น ได้มือดีอย่าง นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ซึ่งเป็นผู้คร่ำหวอด ในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี มาร่วมทีมโดยเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็น กรรมการผู้จัดการ โครงการแนวราบ ของ บมจ.ออริจิ้น โดยมีภารกิจหลักคือ พัฒนาโครงการแนวราบทั้งหมดของออริจิ้น นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ กรรมการผู้จัดการโครงการแนวราบ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การมาร่วมงานกับทางออริจิ้นในครั้งนี้ ได้รับภารกิจให้เข้ามาบุกเบิกพัฒนาโครงการแนวราบของบริษัท โดยเป้าที่ได้รับมอบไว้ คือ การพัฒนาโครงการให้ได้ มูลค่าโครงการสะสมตามเป้า 35,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก โดยจะยังคงไว้ซึ่งกลยุทธ์  Blue Ocean ของ ออริจิ้นในด้านการหาที่ดินที่มีศักยภาพ มาใช้ในการพัฒนาต่อไป เพราะมั่นใจว่ากลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์หลักที่ทำให้ออริจิ้นประสบความสำเร็จ และเติบโตมาจนถึงวันนี้ สำหรับโครงการแรก คือ  โครงการบริทาเนีย ศรีนครินทร์ (Britania Srinakarin) มีมูลค่าโครงการประมาณ  800  ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 22 ไร่ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว 2 ชั้น และบ้านแฝด 2 ชั้น จำนวน 149 หลัง ระดับราคา 4.65-8 ล้านบาท ขนาดที่ดิน 35-50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 130-160 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern British Luxury โดยมีแบบบ้านทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ 1) Brompton บ้านแฝด 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 130 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จอดรถ 2 คัน 2) Regent บ้านแฝด 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 140 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จอดรถ 2 คัน 3) Oxford บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จอดรถ 2 คัน จุดเด่นของโครงการ คือ ทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า เพียง 1.5 กม.จากบีทีเอสสายสีเหลือง สถานี “ศรีด่าน” การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางถูกพัฒนาขึ้นโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ และฟังก์ชั่นบ้านที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง หรือ  “Customer Centric Design” ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมพื้นที่ส่วนกลางครบตอบไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยกลุ่มเป้าหมาย  ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส สวนบาสเกตบอล สนามเด็กเล่น นอกจากนี้ ยังออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานภายในตัวบ้าน ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยจริง อาทิ  การออกแบบฟังก์ชั่น การใช้งานในบ้าน ให้มี USB port ตามจุดต่างๆ เพื่อเสียบสายชาร์ตโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ต้องอาศัยเต้าเสียบไฟตามปกติ หรือแม้กระทั่งการเลือกวัสดุที่ใช้ในบ้าน อย่างเช่น กรอบประตูหน้าต่างวินเซอร์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม สำหรับโครงการบ้านระดับบน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังใส่ใจในการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งาน อย่างการออกแบบครัวไทย เพื่อรองรับการใชัชีวิตประจำวันได้จริงของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอีกด้วย โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโครงการ คือ กลุ่มลูกค้าที่มีอายุประมาณ 28-35 ปี กำลังเริ่มสร้างครอบครัว  มีรายได้ครอบครัวต่อเดือนประมาณ 80,000 บาท ทั้งนี้ ทางโครงการได้มีการเปิดขาย Pre-Sale ไปแล้ว เมื่อวันที่ 18 -19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี โดยมียอดขายทะลุเป้าที่วางไว้กว่า 230 ล้านบาท ด้านทำเลศรีนครินทร์ ถือว่าเป็นโซนที่น่าจับตามองของกรุงเทพฯตะวันออก เนื่องจากถนนศรีนครินทร์ สามารถตัดเข้าสู่ถนนหลายหลักได้หลายสาย อาทิ ถนนเสรีไทย รามคำแหง พระราม 9 พัฒนาการ และในอนาคตจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สำโรง-ลาดพร้าว-รัชโยธิน อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และอนาคตจะมีแบงค็อก มอลล์ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดตัวที่แยกบางนาอีกด้วย ส่งผลให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ทำเลที่ตั้งของบริทาเนีย ศรีนครินทร์  ตั้งอยู่โซนบางนา- สมุทปราการ ซึ่งถือเป็นทำเลศักยภาพที่ตลาดแนวราบเติบโตสูง โดยในปีที่ผ่านมามีมูลค่าขายสูงถึง 22,075 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 15% ของตลาดแนวราบทั้งกรุงเทพ และปริมณฑล มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง  ห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ เนื่องจากราคาที่ดินบริเวณถนนศรีนครินทร์ โดยเฉพาะช่วงใกล้ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ และพาราไดซ์ พาร์ค มีราคาสูง โดยในปี 2558-2559 ราคาอยู่ที่ประมาณ 2-3 แสนบาทต่อตารางวา และคาดว่าหากการก่อสร้างรถไฟฟ้า มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าจะทำให้ราคาที่ดินขยับตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10%
Knightsbridge Prime Onnut นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตกลางเมือง

Knightsbridge Prime Onnut นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตกลางเมือง

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปอัพเดทห้องตัวอย่างโครงการ Knightsbridge Prime Onnut คอนโดมิเนียมโปรเจคใหญ่จาก ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ต้องบอกเลยว่าทำเลไม่ธรรมดาจริงๆ ค่ะ เพราะตำแหน่งที่ตั้งเอื้อต่อการเดินทางสะดวกทั้งคนใช้รถสาธารณะและรถส่วนตัว จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่หลากหลายของลูกบ้าน รายล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งของกินมากมาย ทั้งยังเน้นพื้นที่ส่วนกลางเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างแท้จริง   ศักยภาพที่เพียบพร้อม อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าย่าน ‘อ่อนนุช’ เป็นหนึ่งในทำเลศักยภาพที่มีราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังคงได้รับความสนใจในด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย, คอมมูนิตี้มอล, โรงแรม และโรงเรียนนานาชาติ เพราะเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งทางด่วน รถไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่นๆ รวมถึงเป็นจุดขยายตัวของทำเลสุขุมวิทตอนกลาง (Mid-Sukhumvit) ที่ข้ามจากพระโขนงมาทางอ่อนนุช ซึ่งเปรียบเสมือน HUB ย่อยของการเดินทางระหว่าง เอกมัย-ทองหล่อ-พระราม4-บางนา เนื่องจากเป็นโซนที่ชาวต่างชาติและเอเชียนิยมอยู่อาศัย เพราะมีความอุดมสมบูรณ์และศักยภาพที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต จากรายละเอียดข้างต้นเลยทำให้ ออริจิ้น เลือกปักหมุดคอนโดใหม่ Knightsbridge Prime Onnut ไว้ที่ย่านอ่อนนุช โครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ต้นซอยอ่อนนุช หรือซอยสุขุมวิท 77 ซึ่งจุดเด่นของทำเลโครงการนี้คือการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งคนมีรถและไม่มี เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายสีเขียว (สุขุมวิท) สถานีอ่อนนุช ที่อยู่ห่างเพียง 600 เมตร และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่จะมีขึ้นในอนาคต รวมถึง Airport Rail Link ที่อยู่ท้ายซอย ใครที่มีรถส่วนตัวก็สามารถเลือกการเดินทางได้หลายเส้น เพราะมีด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ใกล้ๆ ทำให้การเดินทางไปสนามบิน หรือจะเข้า-ออกเมืองก็สะดวกรวดเร็ว เพราะมีทั้งเส้นทางถนนสุขุมวิท ถนนอ่อนนุช ถนนเพชรบุรี ถนนพัฒนาการ ตัดไปออกรามคำแหง ศรีนครินทร์ บางนา-ตราด ขึ้นบูรพาวิถี ออกมอเตอร์เวย์ก็สะดวกหมดเลยค่ะ ทั้งนี้ตัวโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งแหล่งอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง อย่างแท้จริง เพียงเดินออกมาหน้าโครงการก็เจอ Big C แล้วค่ะ ซึ่งค่อนข้างสะดวกในการซื้อของใช้ของกินเข้าบ้าน แถมบริเวณใกล้เคียงยังมีตลาดสด ตลอดจนร้านรวงต่างๆ ให้เลือกเต็มไปหมด ห่างไปอีกนิดฝั่งตรงข้ามเป็นที่ตั้งของ Habito Mall (T77) ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันบริเวณปากซอยอ่อนนุชก็มี Tesco Lotus ตัวเลือกช้อปปิ้งในย่านนี้ค่ะ ซึ่งที่ดินบริเวณตรงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชก็กำลังก่อสร้างโครงการ Century Movie Plaza อยู่ด้วย ถ้าโครงการเสร็จเมื่อไหร่ก็จะทำให้มีตัวเลือกแหล่งไลฟ์สไตล์มากขึ้น และหากใครจะเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือแหล่งธุรกิจโซนเอกมัย-ทองหล่อ ไปนั่งชิลล์ๆ ตามร้าน Hang Out ชื่อดังมากมาย ก็สามารถไปถึงได้อย่างรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวค่ะ เพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงจุดหมายแล้ว   นอกจากแหล่งไลฟ์สไตล์ก็ยังมีสถานศึกษาในละแวกใกล้เคียงอยู่หลายแห่ง อาทิ โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep และ Saint Andrew ที่อยู่ห่างจากโครงการในระยะ 2-3 กิโลเมตร รวมถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตกล้วยน้ำไท) ที่ห่างเพียง 3 กิโลเมตร ส่วนสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท อยู่ห่างเพียง 2.5 เมตร หรือโรงพยาบาลสุขุมวิท ซึ่งห่างประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งถ้ามองศักยภาพรวมๆ แล้วก็ถือว่าตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนทำงานและนักศึกษาได้เป็นอย่างดี   ตอกย้ำความเป็นคอนโดฯ ที่ดีที่สุดในย่านอ่อนนุช ถ้าใครได้อ่านรีวิวฉบับแรกๆ https://goo.gl/A7QJX5 จะรู้ว่าทาง ออริจิ้น ตั้งใจออกแบบโครงการ Knightsbridge Prime Onnut ให้มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่น โดยชูคอนเซ็ปต์เก๋ๆ ว่า “PRIME OF LIVING ความเป็นที่สุดเท่านั้นที่สำคัญ” ตัวอาคารเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 47 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ดีไซน์สไตล์โมเดิร์นเน้นความหรูหรา รวมจำนวนยูนิตอยู่ที่ 601 ยูนิต มีร้านค้า 1 ยูนิต บนพื้นที่ 2-1-72 ไร่ ซึ่งทางออริจิ้นแอบกระซิบว่าตึกนี้จะเป็นตึกที่สูงและสวยที่สุดสามารถมองทัศนียภาพได้กว้างไกลเนื่องจากไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ บดบังสายตา จนเป็น Landmark บนถนนอ่อนนุชเลยทีเดียวค่ะ ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ ค่ะ เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้นล่างที่ทำเป็น Lobby สุดหรู มาพร้อมบริการ Hotel Service สำหรับลูกบ้านที่ไม่มีเวลาทำความสะอาด มี Business Lounge, Private Meeting Room นอกจากนี้ยังมี Trail running Track, Secret Garden พื้นที่สีเขียวรอบโครงการกว่า 1 ไร่ ในส่วนของชั้น 2-15 จะเป็นพื้นที่จอดรถรองรับปริมาณรถได้มากถึง 65% เป็นแบบ Automatic Parking ซึ่งข้อดีคือสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอด ซึ่งมาพร้อม EV Car Charger Station ด้วยค่ะ บรรยากาศจำลอง GRAND LOBBY บรรยากาศจำลอง GRAND LOBBY   ทั้งนี้บริเวณชั้น 37-38 จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้าทั้งชั้นเลยค่ะ ซึ่งมาในรูปแบบ Full Floor Facility ต่อเนื่องแบบ Double Volume ประกอบด้วยสระว่ายน้ำที่หลากหลายทั้ง Horizon Edge Pool, The Dusk Relax Pool & Pool Spa, The Dawn Pool Bar, Sky Pool Garden ให้ลูกบ้านได้เลือกสรร พร้อมจุดชมวิวที่โดดเด่นด้วยพื้นที่ลอยเหนือสระว่ายน้ำ ซึ่งลูกบ้านจะได้เต็มอิ่มกับวิวสวยๆ ในมุมสูงขณะกำลังพักผ่อนอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง   นอกจากนี้ยังมี Steam Room, Dynamic Fitness ฟิตเนสขนาดใหญ่ที่มาพร้อม Boxing Gym (With boxing Ring) รวมไปจนถึง Sky Co-Working Space, Prime Executive Meeting Room, Sky Irish Social Club, Sky Co-Culinary Space, Bangkok Skyscraper Deck, Skyline Chillax Space, Sky Lounge & Garden รองรับไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าทางโครงการใส่ใจทุกรายละเอียดออกแบบโดยคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก จนไม่แปลกใจเลยค่ะว่า  Knightsbridge Prime Onnut จะเป็นโครงการที่ดีที่สุดในย่านนี้จริงๆ บรรยากาศจำลอง SKY CO-CULINARY SPACE บรรยากาศจำลอง SKY IRISH SOCIAL CLUB 1 บรรยากาศจำลอง SKY IRISH SOCIAL CLUB 2 บรรยากาศจำลอง SKY PANORAMIC CO-WORKING SPACE Skyline Chillax Space สำหรับนั่งชมเส้นขอบฟ้ายามพระอาทิตย์ตกดิน โดยมีโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นฉากหน้า บรรยากาศจำลอง Bangkok Skyscraper Deck มองออกไปเห็นวิวตึกสูงใจกลางกรุงเทพมหานคร และโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา     สัมผัสความ PRIME ในห้องตัวอย่าง สำหรับโครงการ Knightsbridge Prime Onnut มีแบบห้องหลักๆ อยู่ 3 แบบ คือ Studio ขนาด 22 – 26 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาดเริ่ม 31 ตร.ม. และ 2 Bedroom  เริ่ม 55 ตร.ม. ขนาดเริ่มต้นที่มาในรูปแบบ Fully Furnished พร้อมชุดครัว สุขภัณฑ์ต่างๆ เครื่องปรับอากาศ และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ซึ่งถ้าลูกบ้านตัดสินใจซื้อจะขาดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าและพร็อพตกแต่งเท่านั้น แถมทุกยูนิตจะได้ Digital Door Lock ด้วยนะคะ แทบจะพร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยทีเดียว   ห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราได้ชมคือ ห้อง Studio ขนาด 22 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบหน้าแคบลึก พื้นที่ใช้สอยจัดมาได้ลงตัวทีเดียวค่ะ โดยเปิดเข้ามาจะเจอส่วนครัวและห้องน้ำก่อน เพื่อให้พื้นที่ด้านในเป็นส่วนพักผ่อนอย่างเตียงนอนและโซฟานั่งเล่น ภายในห้องดูโปร่งโล่งสบาย เนื่องจากทางโครงการดีไซน์เพดานมาให้สูง 3 เมตร ซึ่งก็แตกต่างจากคอนโดฯ ทั่วไป ซึ่งในห้องตัวอย่างทางโครงการตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้เราได้เห็นฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แต่ห้องที่ขายจริงจะเป็นห้องโล่งๆ ที่ได้เพียงผนังฉาบเรียบสีขาว กับ Fully Furnished ตามมาตรฐานที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้นค่ะ แปลนห้อง Studio ขนาด 22 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบหน้าแคบลึกนะคะ ซึ่งเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในส่วนพักผ่อน เปิดประตูเข้ามาในห้อง ด้านซ้ายมือจะเป็นส่วนครัวนะคะ ส่วนด้านขวาจะเป็นห้องน้ำ ขนาดเคาน์เตอร์ครัวที่มาพร้อมกับห้องจะเป็นแบบ One-Wall kitchen นะคะ ซึ่งทางโครงการจะเว้นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ให้ด้วย สำหรับเคาน์เตอร์ครัวนั้นเหมาะสำหรับประกอบอาหารแบบง่ายๆ มาพร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน ถัดมาที่ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ห้องน้ำ ภายในแบ่งแยกส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน ในส่วนของสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องน้ำจะได้ตามในภาพเลยนะคะ จากรูปจะเห็นได้ว่าทางโครงการเลือกใช้กระจกเงาส่องหน้าขนาดใหญ่เพื่อช่วยสะท้อนให้ห้องดูกว้างมากขึ้น ก่อนเข้าไปสู่พื้นที่พักผ่อนด้านในจะมีประตูบานเลื่อน 3 ตอนกั้นกลางนะคะ พื้นที่ส่วนพักผ่อนด้านในจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan คือหลอมหลวมระหว่างโซนนั่งเล่น และเตียงนอนไว้ด้วยกัน บริเวณโซนนั่งเล่น ทางโครงการจัดวางโซฟาตัวยาวขนาด 2 ที่นั่งไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าบริเวณตรงกลางยังมีพื้นที่เหลือมากพอให้วางโต๊ะกลางได้ด้วย ภายในห้องจะมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินตามภาพเลยนะคะ คือส่วนคอนโซลทีวีและตู้เสื้อผ้าสูงจรดเพดาน บิลต์อินคอนโซลทีวีจะต่อเนื่องไปยังโต๊ะเครื่องแป้งเลยนะคะ นอกจากเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ทางโครงการยังแถมเครื่องปรับอากาศให้อีก 1 ตัวด้วยค่ะ พื้นที่ข้างตู้เสื้อผ้าจะเป็นระเบียงเล็กๆ ให้ลูกบ้านสามารถออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกได้ บริเวณข้างเตียงมีพื้นที่เหลือเพียงพอที่จะวางเฟอรืนิเจอร์ได้ด้วยนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ลองวางโต๊ะเก้าอี้ชุดทำงานไว้เป็นตัวอย่างดังภาพ   ห้องตัวอย่างอีกห้องที่เราได้ชมกันคือ 1 Bedroom Plus ขนาด 31 ตร.ม. ที่มาพร้อมห้องเอนกประสงค์ให้ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจ ลักษณะห้องจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส จัดวาง Layout ไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจน เชื่อมต่อพื้นที่การใช้งานอย่างมุมนั่งเล่น มุมรับประทานอาหารไว้ด้วยกัน ทางโครงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บิลต์อินเพื่อทำให้ผู้อาศัยสามารถจัดวางข้าวของเครื่องใช้ได้อย่างเป็นระเบียบและใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ภายในห้องชุดมี Fully Fitted Package ที่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ชุดครัว Pantry Set เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว ตามมาตรฐานเหมือนกับห้องแรกค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 31 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสนะคะ มาพร้อมห้องเอนกประสงค์ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจ เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนนะคะ ซึ่งทางโครงการได้จัดวางโซฟาตัวยาวพร้อมโต๊ะกลางไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าระยะห่างระหว่างคอนโซลและโซฟาจะกำลังดี สบายๆ ไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด บริเวณข้างโซฟา ทางโครงการจะบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์แบบมิลติฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นโต๊ะรับประทานอาหารหรือพับเก็บเพื่อเป็นตู้เก็บของปกติ ซึ่งก็เว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นให้ข้างๆ ด้วย มุมมองจากบริเวณ Dining Area ที่เชื่อมต่อไปถึง Living Area จะเห็นได้ว่าบรรยากาศดูโล่งโปร่งสบาย เนื่องจากเพดานสูงถึง 3 เมตร ทางโครงการจะบิลต์อินคอนโซลและตู้เก็บของสูงจรดเพดานมาให้แบบในรูปเลยนะคะ ซึ่งข้อดีของเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินจะช่วยประหยัดพื้นที่และมีส่วนเก็บของมากขึ้นด้วยค่ะ ถัดจากโซน Dining Area จะเป็นห้องนอนนะคะ ติดกันก็เป็นห้องเอนกประสงค์ ซึ่งแบ่งกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน ห้องนอนค่อนข้างกว้างเลยนะคะ นอกจากจะบิลต์อินตู้เสื้อผ้า จัดวางเตียงแล้ว บริเวณรอบๆ ยังมีที่เหลือพอให้เดินได้สะดวกสบายอีกด้วย ภายในห้องนอนโอบล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มาพร้อมบานกระทุ้งสามารถเปิดให้อากาศถ่ายเท เมื่อเดินออกมาจากห้องนอน ระหว่างห้องเอนกประสงค์กับห้องน้ำจะมีพื้นที่ครัวเล็กๆ สำหรับประกอบอาหารมื้อเบาๆ ง่ายๆ ซึ่งทางโครงการจะบิลต์อินมาให้เสร็จสรรพเลยนะคะ แม้ครัวจะมีขนาดกะทัดรัด แต่ก็ครบครันทุกฟังก์ชั่นนะคะ เพราะนอกจากเตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน อ่างล้างจานพร้อมที่วางจาน ยังมีตู้ลิ้นชักรวมทั้งหน้าบานแบบเปิดปิดสำหรับเก็บอุปกรณ์ครัวต่างๆ ด้วย ภายในห้องน้ำแบ่งแยกโซนเปียกและแห้งกั้นกระจกไว้เช่นเคย พื้นที่ส่วนแห้งจัดวางโถสุขภัณฑ์และบิลต์อินเคาน์เตอร์ล้างมือไว้ข้างๆ กัน ผนังด้านหลังกรุกระจกเงายาวเท่าพื้นที่ส่วนแห้งเลยค่ะ ตรงข้ามห้องน้ำจะเป้นห้องเอนกประสงค์นะคะ ซึ่งความพิเศษของห้องนี้คือลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนเล็กก็ยังได้ ทางโครงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ทำงานให้เป็นตัวอย่างนะคะ ซึ่งห้องจริงๆ ที่ได้จะมาแบบโล่งๆ ฉาบผนังเรียบสีขาวเอื้อต่อการตกแต่งที่ง่ายขึ้นค่ะ ลึกเข้าไปด้านในของห้องเอนกประสงค์เป็นระเบียงนะคะ ซึ่งกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอนเหมือนดั่งในห้อง พื้นที่ใช้สอยในส่วนของระเบียงก็ค่อนข้างกว้างทีเดียวนะคะ เพราะสามารถวางเครื่องซักผ้า และมีพื้นที่ตากผ้าอีกด้วย   โครงการ Knightsbridge Prime Onnut  นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เหมาะสำหรับคนเมืองอย่างนักศึกษาหรือคนทำงานที่คุ้นชินในย่านนี้อยู่แล้ว หากอยากมีคอนโดดีๆ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ให้ความรู้สึกของความเป็นที่สุดอย่างเต็มอิ่ม ทั้งยังใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายทั้งคนมีรถส่วนตัวและไม่มี แวดล้อมด้วยสาถารณูปโภคครบครัน โดยที่ราคาเอื้อมถึงได้ ไม่ว่าจะจับจองไว้อยู่อาศัยเองหรือเก็บไว้เป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ   สำหรับคนที่สนใจ Origin เตรียมจะเปิดให้จองครั้งแรกอย่างเป็นทางการพร้อมกันในวันที่ 16-17 กันยายน 2560 นี้ ในงาน “The Best 4 Knightsbridge of The Year” โดยจะจัดงานขึ้นที่สยามพารากอน Hall 3 ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูบนทำเลศักยภาพ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://goo.gl/vopbjD   หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 020 300 000 หรือ www.origin.co.th
Knightsbridge Prime Onnut คอนโดใหม่ย่านอ่อนนุช เพื่อความเป็นที่สุดของชีวิตทุกด้าน

Knightsbridge Prime Onnut คอนโดใหม่ย่านอ่อนนุช เพื่อความเป็นที่สุดของชีวิตทุกด้าน

รีวิวฉบับนี้เรามีโครงการใหม่จาก ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มาแนะนำกันค่ะ กับแบรนด์ Knightsbridge Prime Onnut ที่สุดของคอนโดใหม่ในย่านอ่อนนุชที่เป็น Top Brand เนื่องจากยึดตำแหน่งทำเลทอง ใกล้สถานีรถไฟฟ้า และพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมหรูในราคาคุ้มค่าไม่ว่าใครก็เอื้อมถึง แต่จะน่าสนใจขนาดไหนตามไปดูรายละเอียดโครงการพร้อมกันเลยค่ะ   ศักยภาพของทำเลโครงการ สำหรับโครงการ Knightsbridge Prime Onnut ถือว่าตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพจริงๆ ค่ะ ทางออริจิ้นเลือกปักหมุดบนที่ดินติดถนนใหญ่ บริเวณต้นซอยอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชเพียง 600 เมตรเท่านั้น ในย่านนี้มีการเดินทางที่สะดวกและสามารถเลือกได้หลายเส้นทางมาก นอกจากใกล้รถไฟฟ้าแล้ว ยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ใกล้ๆ จะเดินทางไปสนามบิน หรือจะเข้า-ออกเมืองก็สะดวกไปหมด เพราะมีทั้งเส้นทางถนนสุขุมวิท ถนนอ่อนนุช ถนนเพชรบุรี ถนนพัฒนาการ ตัดไปออกรามคำแหง ศรีนครินทร์ บางนา-ตราด ขึ้นบูรพาวิถี ออกมอเตอร์เวย์ก็ได้หมดเลยค่ะ ห่างออกไปไม่ไกลตรงบริเวณท้ายซอยอ่อนนุช ยังมีรถไฟฟ้า Airport Rail Link แถมในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเพิ่มขึ้นมาอีกสาย การเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของกรุงเทพฯ จะเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้นไปอีกแน่นอน โครงการ Knightsbridge Prime Onnut อยู่บนที่ดินแปลงที่อยู่ติดกับห้าง Big C อ่อนนุชเลยค่ะ ดังนั้นเวลาจะต้องช้อปปิ้งซื้อของใช้เข้าบ้านก็สะดวกมากทีเดียว ด้วยระยะห่างเพียง 20 เมตร เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้วค่ะ ไม่ต้องเสียเวลาขับรถวนหาที่จอดรถด้วยค่ะ ถ้าใครที่คุ้นเคยกับทำเลอ่อนนุชอยู่แล้วจะรู้ดีว่า บรรยากาศบริเวณต้นซอยอ่อนนุชคึกคักมาก เพราะเป็นย่านที่อยู่อาศัยเดิม มีตลาดสด ร้านค้าร้านอาหารต่างๆ เต็มไปหมด เรื่องของอาหารการกิน แหล่งช้อปปิ้งจึงสะดวกสบายมากเลยค่ะ เพราะนอกจากอยู่ใกล้ Big C และร้านค้ารายทางแล้ว ห่างไปอีก 300 เมตร ทางฝั่งตรงข้ามยังเป็นที่ตั้งของ Habito Mall (T77) ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่กำลังฮ๊อตฮิตมาก ขณะเดียวกันบริเวณปากซอยอ่อนนุชก็มี Tesco Lotus อีกหนึ่งแหล่งช็อปปิ้งสำคัญในย่านนี้ค่ะ นอกจากนี้ที่ดินบริเวณสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช กำลังก่อสร้างโครงการ Mix Use ยักษ์ใหญ่ในชื่อ Century Movie Plaza ขณะเดียวกันการจะเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือแหล่งธุรกิจก็รวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวเลยค่ะ ไม่กี่สถานีก็ถึง เอกมัย และทองหล่อ แหล่งรวมร้าน Hang Out ชื่อดังมากมาย หรือถ้าอยากเดินช็อปปิ้งสวยๆ Em District ก็อยู่ถัดไปอีกนิดเดียวเอง การจะไปถึง สยาม สีลม และสาทร จึงสะดวกรวดเร็วถึงได้ในพริบตา สิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ โครงการยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้นะคะ เรื่องสถานศึกษา มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ  โรงพยาบาล สถานีตำรวจก็แวดล้อมอยู่ใกล้ๆ แทบทั้งหมดเลยค่ะ ด้วยความเจริญที่ขยายตัวมาอย่างต่อเนื่องแบบนี้  บวกกับแนวโน้มของทำเลที่จะกลายมาเป็นเมืองของ Expat ที่ชาวต่างชาติย้ายมาอยู่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อ่อนนุชจึงเป็นพื้นที่ที่กำลังถูกจับตา และเป็นที่ต้องการมากขึ้นไปอีกค่ะ   ภาพรวมโครงการ โครงการ Knightsbridge Prime Onnut เป็นคอนโดมิเนียม High Rise 47 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ที่มีความต่างจากคอนโดมิเนียมโครงการอื่นๆ ที่ผ่านมาของ ออริจิ้น หลายส่วนเลยทีเดียวค่ะ เริ่มจากศักยภาพที่บอกไปแล้วว่าเป็น Expand CBD โดยชูคอนเซ็ปต์ PRIME OF LIVING การออกแบบตัวอาคารจึงเน้นความหรูหรา มีสไตล์ ซึ่งทางออริจิ้นบอกว่าตึกนี้จะเป็นตึกที่สูงและสวยที่สุด จนเป็น Landmark บนถนนอ่อนนุชเลยทีเดียว พื้นที่ส่วนกลางของโครงการจัดเต็มมาแบบ Full Floor Facility เรียกว่าจัดเต็มพื้นที่รวดเดียว 2 ชั้นต่อเนื่อง โดยมีทั้งสระว่ายน้ำแบบ Skypool พร้อมจุดชมวิวที่โดดเด่นด้วยพื้นที่ลอยเหนือสระว่ายน้ำ ซึ่งลูกบ้านจะได้เต็มอิ่มกับวิวสวยๆ ในมุมสูงขณะที่พักผ่อนอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง นอกจาก Facility ในบริเวณชั้น 37-38 แล้ว บน Roof Top นอกจากนี้ยังทันสมัยด้วย Automatic Parking ที่สามารถรองรับปริมาณรถได้มากถึง 65% พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวรอบโครงการกว่า 1 ไร่ ซึ่งนับว่าเป็นโครงการที่พรีเมี่ยมที่สุดในย่านนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ รายละเอียดโครงการ เจ้าของโครงการ : บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด : คอนโด High Rise 47 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง : 600 ยูนิต และร้านค้า 1 ร้าน ที่จอดรถ : ที่จอดรถอัตโนมัติ คิดเป็น 65% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) พื้นที่โครงการ : 2-1-72 ไร่ ที่ตั้งโครงการ : ถนนสุขุมวิท 77 ตำบลพระโขนงเหนือ อำเภอวัฒนา จังหวัด กรุงเทพ 10260 เริ่มก่อสร้าง : ไตรมาส 1 ปี 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ไตรมาส 4 ปี 2563 ในส่วนของห้องพักทางออริจิ้นก็เพิ่มความสูงของเพดานให้มากถึง 3 เมตร (New High Ceiling) ทำให้บรรยากาศการอยู่อาศัยภายในห้องโปร่ง สบาย โอ่อ่ามากยิ่งขึ้นค่ะ หน้าต่างจัดเต็มสูงทะลุฝ้า พร้อมเฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted กับความเป็นที่สุดของคอนโดใหม่บนทำเลอ่อนนุชที่ไม่มีตึกใดๆ มาบดบัง พูดแค่นี้อาจจะยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนใช่ไหมคะ วันนี้เรามีภาพ Floor Plan และภาพตัวอย่างของห้องทั้ง 3 Typeในโครงการ ซึ่งมีให้เลือกแบบ 1 ห้องนอน ขนาดเริ่ม 22 – 26 ตร.ม. 1 ห้องนอน Plus ขนาดเริ่ม 31 ตร.ม. และ 2 Bed ขนาดเริ่ม 55 ตร.ม. แปลนห้อง Studio ขนาด 22 ตารางเมตร ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Studio 22 ตารางเมตร แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 26 ตารางเมตร ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง 1 Bedroom 26 ตารางเมตร แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 31 ตารางเมตร ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง 1 Bedroom Plus 31 ตร.ม. ที่มาพร้อมห้องเอนกประสงค์   จะว่าไปแล้วพื้นที่ห้องไซส์เริ่มต้นของโครงการ Knightsbridge Prime Onnut ที่เปิดมาขนาดห้อง 22 ตร.ม. แบบนี้ จัดว่าลงตัวทั้ง Efficiency Space และ Lay out อย่างพอดีเลยนะคะ ทางด้านคอนเซ็ปต์ดีไซน์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน แถมยังมี Facility ในโครงการเตรียมไว้อีกเพียบ เชื่อว่าลูกบ้านโครงการนี้น่าจะได้รับความสะดวกสบายครบถ้วนที่สุด ยิ่งตัวโครงการตั้งอยู่กลาง New CBD ขนาดนี้ ใครที่กำลังเล็งห้องในทำเลย่านนี้อยู่ไม่ว่าจะอยู่อาศัยเองหรือเพื่อการลงทุน คงไม่ต้องคิดนาน รีบตัดสินใจเลยค่ะ เพราะราคาแพจเกจสินค้าท็อปแบรนด์ที่ทาง Origin ทำมาครั้งนี้ เรียกได้ว่าเข้าถึงได้คนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.69 ล้าน* สำหรับคนที่สนใจ Origin เตรียมจะเปิดให้จองครั้งแรกอย่างเป็นทางการพร้อมกันในวันที่ 16-17 กันยายน 2560 นี้ ในงาน “The Best 4 Knightsbridge of The Year” โดยจะจัดงานขึ้นที่สยามพารากอน Hall 3 ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูบนทำเลศักยภาพ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://goo.gl/vopbjD หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 020 300 000 หรือ www.origin.co.th
“ORI” กำไร Q2 โตทะลุ 227% สวนตลาดอสังหาฯ อัดแคมเปญ-จัดมหกรรม My Life. My Origin โกยยอดขาย Q3 ต่อเนื่อง

“ORI” กำไร Q2 โตทะลุ 227% สวนตลาดอสังหาฯ อัดแคมเปญ-จัดมหกรรม My Life. My Origin โกยยอดขาย Q3 ต่อเนื่อง

“ออริจิ้น” โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/60 กำไรโตทะลุ 227% เทียบไตรมาส 2/59 สวนทิศทางตลาดอสังหาฯกำไรหด โกยรายได้โตเท่าตัว เผยแบ็กล็อกแข็งแกร่ง พร้อมรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ตะลุยจัดงาน อัดแคมเปญ My Life. My Origin ณ สยาม พารากอน หวังกวาดยอดขาย Q3 นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้ แบรนด์เคนซิงตัน, นอตติ้ง ฮิลล์, และไนท์บริดจ์ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2560 ของบริษัท มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 550.7 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากไตรมาส 2/2559 ถึง 145.2% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับร้อยละ 46.1 ขณะเดียวกัน มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 238.7 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 226.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ระดับร้อยละ 20.3 โดยรวมครึ่งปีกวาดกำไรไปแล้ว 410.7 ล้านบาท สวนกับทิศทางของภาพรวมตลาด ขณะที่รายได้ในไตรมาส 2/2560 อยู่ที่ 1,176.4 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากไตรมาส 2/2559 ถึง 140.6% โดยครึ่งปีกวาดรายได้รวม 2,054.4 ล้านบาท “ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทยังมีโครงการที่ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากปี 2559 ถึง 4 โครงการ และมีโครงการใหม่ที่ทยอยโอนกรรมสิทธิ์อีก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการไนท์บริดจ์ สกายซิตี้ สะพานใหม่ โครงการพอส สุขุมวิท 103 รวมถึงโครงการ นอตติ้งฮิลล์ เจริญกรุงที่แล้วเสร็จก่อนกำหนดทำให้ทั้งรายได้และกำไรของบริษัทในไตรมาสนี้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง” นายพีระพงศ์ กล่าว ขณะเดียวกัน สถานะยอดรอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) ของบริษัท ณ ปิดครึ่งปีแรกได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 25,285 ล้านบาท จากการผนึกกำลังกับบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด ทำให้กลายเป็นบริษัทที่มียอดแบ็กล็อกสูงในระดับท็อปไฟว์ของตลาด นายพีระพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับช่วงไตรมาส 3/2560 จะเดินหน้าสร้างยอดขายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงวันที่ 17-20 ส.ค.นี้ บริษัทได้นำโครงการรวมจำนวน 8 โครงการ เข้าร่วมงานอภิมหกรรมบ้าน-คอนโดฯ และสินเชื่อแห่งปี 2017 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และงาน Think of Living Living Expo ณ สยาม พารากอน พร้อมจัดแคมเปญ Stunning Price ให้ผู้ซื้ออยู่ฟรี 3 ปี เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ ในวันที่ 16-17 ก.ย. ณ แฟชั่น ฮอลล์ และรอยัล พารากอน ฮอลล์ 3 ศูนย์การค้าสยาม พารากอน บริษัทจะจัดงานมหกรรมสุดยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อ “My Life. My Origin” นำโครงการเด่นของออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งรวมถึงโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายไตรมาส 3 เข้าร่วม ให้ผู้บริโภคสามารถเดินชมและเลือกซื้อโครงการที่สนใจได้ในงาน คาดว่างานดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายในไตรมาส 3 นี้ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Project Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 38 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 36,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร
“ORI” ผนึกยักษ์อสังหาฯแดนปลาดิบ “โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์” พร้อมปรับแผนเปิดโครงการเพิ่มเป็น 12 โครงการ มูลค่า 1.8 หมื่นล้าน

“ORI” ผนึกยักษ์อสังหาฯแดนปลาดิบ “โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์” พร้อมปรับแผนเปิดโครงการเพิ่มเป็น 12 โครงการ มูลค่า 1.8 หมื่นล้าน

“ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” ผุด “บิ๊กมูฟ” เดินหน้าร่วมทุนยักษ์อสังหาฯญี่ปุ่น “โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์” ประเดิมขายหุ้น 4 บริษัทย่อยให้โนมูระ บริษัทละ 49% ลุยพัฒนาคอนโดหลากทำเล หวังแลกเปลี่ยนโนว์ฮาวหนุนโตแกร่งและยั่งยืน ปรับแผนและเป้าปี 60 สวนตลาดอสังหาฯ เปิดโครงการเพิ่มเป็น 12 โครงการ มูลค่า 1.805 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป้ารายได้เป็น 9,000 ล้านบาท นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์เคนซิงตัน (Kensington), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), และไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) กล่าวว่า บริษัทกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการเดินหน้าร่วมทุนกับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 29 ก.ค.2560 มีมติอนุมัติให้บริษัทจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทย่อยในเครือจำนวน 4 บริษัท บริษัทละประมาณ 49% ให้แก่บริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด 1.บริษัท ออริจิ้น สเฟียร์ จำกัด ให้จำหน่ายหุ้นสามัญจำนวน 49,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาท ซึ่งเป็นอัตรา 49% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด หรือคิดเป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 0.49 ล้านบาท มีราคาจำหน่ายหุ้นทั้งหมด 32.81 ล้านบาท 2.บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิ้ล จำกัด ให้จำหน่ายหุ้นสามัญจำนวน 49,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาท ซึ่งเป็นอัตรา 49% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด หรือคิดเป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 0.49 ล้านบาท มีราคาจำหน่ายหุ้นทั้งหมด 44.22 ล้านบาท 3.บริษัท ออริจิ้น รามคำแหง จำกัด ให้จำหน่ายหุ้นสามัญหลังเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 476.53 ล้านบาท จำนวน 23.34997 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาท ซึ่งเป็นอัตรา 49% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด หรือคิดเป็นทุนจดทะเบียน 233.4997 ล้านบาท มีราคาจำหน่ายหุ้นทั้งหมด 311.39 ล้านบาท และ 4.บริษัท ออริจิ้น ไพร์ม 2 จำกัด ให้จำหน่ายหุ้นสามัญหลังเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 589.7 ล้านบาท จำนวน 28.8953 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาท ซึ่งเป็นอัตรา 49% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด หรือคิดเป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 288.953 ล้านบาท มีราคาจำหน่ายหุ้นทั้งหมด 400.54 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นเดิมทั้ง 4 บริษัทในสัดส่วน 100% หลังดำเนินการเสร็จสิ้นจะทำให้บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทละประมาณ 51% และบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทละประมาณ 49% “การร่วมทุนผ่านบริษัทย่อยในเครือจะทำให้ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และโนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ สามารถร่วมมือกันพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ได้ในหลากทำเลที่ออริจิ้นมีที่ดินพร้อมพัฒนาอยู่แล้ว” นายพีระพงศ์ กล่าว นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า การร่วมทุนกันในครั้งนี้ จะช่วยให้ออริจิ้นได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านโนว์ฮาว นวัตกรรม และดีไซน์ในการพัฒนาคอนโดมิเนียมแบบญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญช่วยให้บริษัทสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้น สำหรับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2500 ปัจจุบันมีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ได้แก่ 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว 2.ธุรกิจจัดหาสำนักงานให้เช่า 3.ธุรกิจค้าปลีก 4.ธุรกิจโลจิสติกส์ และ 5.ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น การขาย การซื้อ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว (ณ 1 เม.ย.2560) จำนวน 2,000 ล้านเยน (ราว 600 ล้านบาท) มีรายได้จากการดำเนินการในปีงบประมาณล่าสุด (1 เม.ย.2559-31 มี.ค.2560) จำนวน 4.01 แสนล้านเยน (ราว 1.2 แสนล้านบาท) นายพีระพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทยังได้ปรับแผนและเป้าหมายผลประกอบการปี 2560 ของบริษัทด้วย โดยปรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่จากเดิม 9 โครงการ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 12 โครงการ มูลค่า 1.805 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 11 โครงการ และโครงการบ้านแนวราบโครงการแรกของออริจิ้นอีก 1 โครงการ โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังรวม 8 โครงการ นอกจากนี้ ยังได้ปรับเพิ่มเป้ายอดขายขึ้นจากเดิม 1.3 หมื่นล้านบาท เป็น 1.4 หมื่นล้านบาท เป้ารายได้จากเดิม 6,000 ล้านบาท เป็น 9,000 ล้านบาท รวมถึงอัพเดตสถานะแบ็กล็อก ณ ปิดครึ่งปีแรกที่ระดับ 25,285 ล้านบาท “ขณะนี้เรามีพันธมิตรที่แข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น ทั้งจากการผนึกกำลังกับบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด และการร่วมทุนกับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด ขณะเดียวกันสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ทำให้เรามั่นใจในโอกาสการเติบโตไปสู่อีกระดับและตัดสินใจปรับแผนเปิดตัวโครงการใหม่และเป้าผลประกอบการของปีนี้เพิ่มขึ้น” นายพีระพงศ์ กล่าว บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Project Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 38 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 36,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร  
“Notting Hill Skyscraper Central Rattanathibet” ปรากฎการณ์ใหม่ ใจกลางรัตนาธิเบศร์

“Notting Hill Skyscraper Central Rattanathibet” ปรากฎการณ์ใหม่ ใจกลางรัตนาธิเบศร์

ผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่ฮ๊อตที่สุดในตอนนี้ เห็นจะมีชื่อ “ออริจิ้น พร๊อพเพอร์ตี้” อยู่ในอันดับต้นๆ เลยทีเดียวนะคะ ตั้งแต่เปิดตัวพรีเซนเตอร์เป็นซุปตาร์ชื่อดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แล้ว งานเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ก็เรียงคิวแถลงข่าวใกล้ๆ กันเลยค่ะ     และหนึ่งในโครงการล่าสุด ที่กำลังจะเปิด VIP Presale เร็วๆ นี้ก็คือ “Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet” คอนโดมิเนียม High Rise ที่จะมาเป็น Landmark ใหม่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ด้วยอาคารที่พักอาศัย 1 อาคาร สูง 48 ชั้น และรีเทลสูง  2 ชั้นอีก 1 อาคาร ซึ่งทางออริจิ้นตั้งใจชูจุดเด่น เน้นโชว์ศักยภาพของโครงการกันแบบเต็มที่ ตั้งแต่ทำเลโดดเด่นติดถนนใหญ่, ใกล้รถไฟฟ้า MRT (สายสีม่วง) สถานีแยกนนทบุรี เพียง 250 เมตร, ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร, ห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งครบ และ Super Facilities ที่เหนือกว่าใครๆ   แค่เปิดตัวเล่าถึงจุดเด่นของโครงการ เชื่อว่าต้องสะดุดตา สะดุดใจใครหลายคนแน่นอนค่ะ รีวิวฉบับนี้ เราเลยจะพาไปชมห้องตัวอย่าง และรายละเอียดของโครงการ Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet แบบทุกซอกทุกมุม ก่อนที่จะมีงาน VIP Presale วันที่ 17 มิถุนายน 2560 ค่ะ   ศักยภาพทำเลดีติดถนนใหญ่ ตัวโครงการ Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet ตั้งอยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาเข้าเลยนะคะ ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกนนทบุรี เพียง 250 เมตรเท่านั้นเอง จากหน้าโครงการเดินแป๊บเดียวก็ถึงบันไดทางขึ้นสถานีแล้ว ใครที่เคยใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง น่าจะคุ้นชินกับเส้นทางนี้ดีนะคะ ที่สำคัญในอนาคตอันใกล้นี้ การเชื่อมต่อสถานีบางซื่อและสถานีเตาปูนจะแล้วเสร็จ การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ก็จะง่ายและสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องลงมาต่อรถเปลี่ยนสถานีกันให้วุ่นวายแล้วค่ะ เชื่อว่าบรรยากาศโดยรวมของแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเพิ่มความคึกคักมากขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ   บริเวณที่ตั้งโครงการนอกจากจุดเด่นเรื่องการเดินทางที่สะดวกทั้งรถไฟฟ้า และรถส่วนตัวแล้ว สภาพแวดล้อมใกล้ๆ ก็ยังเอื้อต่อการอยู่อาศัยด้วยนะคะ เพราะมีพร้อมทั้งแหล่งงาน แหล่งช็อปปิ้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกเลยทีเดียว ขอยกตัวอย่างกันคร่าวๆ นะคะ 600 เมตร จาก เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ 5 กิโลเมตร จาก บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ 1 กิโลเมตร จาก เอสพลานาด รัตนาธิเบศร์ / เทสโก้ โลตัส 5 กิโลเมตร จาก ด่านทางด่วนศรีรัช 1-3 สถานี จาก กระทรวงพาณิชย์, ศูนย์ราชการนนทบุรี และ กระทรวงสาธารณสุข จากตัวโครงการไป ไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองให้เสียเวลาเลยค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีครบถ้วนแล้ว นอกจากแหล่งช็อปปิ้งที่เรายกตัวอย่างมา ถ้าขยับออกห่างไปอีกหน่อยก็ยังมีห้างดังทั้ง เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และเซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต อีกนะคะ ขณะเดียวกันแหล่งการศึกษาและสถานพยาบาลก็ไม่ได้อยู่ไกลเกินไปเลย อย่างเช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, สถาบันโรคทรวงอก, โรงพยาบาลนนทเวช และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เป็นต้น สังเกตุได้ว่า ทำเลที่ตั้งของโครงการเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยได้จริงๆ ไม่ใช่แค่คนที่ทำงานในย่านนี้เท่านั้นนะคะ ใครที่กำลังมองหาคอนโดเพื่ออยู่อาศัย ใกล้รถไฟฟ้าซักห้อง โครงการ Notting Hill Skyscraper ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดีทีเดียวค่ะ แถมราคาเปิดตัวก็น่าคบหาเช่นกัน เพราะทางโครงการประกาศราคาเริ่มต้นมาที่ 1.5-2.75 ล้านบาท ประกอบกับห้องแบบ Fully Furnished สิ่งอื่นๆ ที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้ ต้องบอกว่าคุ้มค่าน่าสนใจทีเดียวค่ะ   เปิดข้อมูลโครงการ Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet   อย่างที่บอกไปแล้วนะคะ ถ้าโครงการ Notting Hill Skyscraper สร้างเสร็จ โครงการนี้น่าจะเป็น Landmark ใหม่บนถนนรัตนาธิเบศร์ได้เลย เนื่องจากทางออริจิ้นมีความตั้งใจในการสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ในหลายๆ ด้านค่ะ ตั้งแต่รูปแบบตัวอาคารที่มีการร่วมงานกับ บริษัท อะตอม ดีไซน์ ซึ่งมีชื่อเสียงโดดเด่นมากในเวลานี้ ตัวอาคารถูกออกแบบมาเป็นทรง Y-Shape ในโทนสีเบอร์กันดี สวยสะดุดตามากๆ ที่สำคัญสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการก็จัดเต็ม จนให้ชื่อว่าเป็น “Super Facilities” กันเลย ซึ่งในส่วนนี้ทางออริจิ้นตั้งใจให้ Facility ทุกส่วนสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกบ้าน เพื่อมิติใหม่ในการอยู่อาศัย เราไปดูกันค่ะว่ามี Facility ให้ว้าวกันบ้าง Facility ภายในโครงการถูกจัดสรรไว้หลายพื้นที่มาก โดยมีพื้นที่ส่วนกลางถึง 4 ชั้นด้วยกัน เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้น 1 ที่นอกจากจะมีอาคาร Retail 2 ชั้นบริเวณหน้าโครงการแล้ว บริเวณชั้น 1 ของอาคารพักอาศัยยังเป็นที่รวมทั้งร้านค้า, Main Lobby, Co-Working Space ติดสวนเปิดรับวิวสีเขียวสบายตา, ห้องประชุม พร้อมอุปกรณ์สำนักงานครบ และพื้นที่สวนสีเขียวรอบโครงการ Co-Working Space & Study Area พอขึ้นมาที่บริเวณชั้น 8 และ 9 ก็จะเป็นจุดที่รวบรวม Main Facilities เอาไว้ครบถ้วน ตั้งแต่สระว่ายน้ำทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 เมตร ท่ามกลางบรรยากาศสวนที่ถูกออกแบบมาอย่างดี สระว่ายน้ำเป็นระบบน้ำเกลือนะคะ นอกจากมีเพื่อการออกกำลังกายแล้ว ยังเหมาะสำหรับการผ่อนคลายด้วย เพราะมีระบบ Bubble และ Jacuzzi มาให้เสร็จสรรพ ขณะเดียวกันทางโครงการก็เตรียมห้องอาบน้ำแต่งตัว พร้อม Locker Room และห้องซาวน่าแยกชายหญิงไว้ให้อีกเช่นกัน สระว่ายน้ำแนวคิดใหม่ที่ออกแบบเป็นทรงกลม พื้นที่บริเวณชั้น 8 ยังมี Living Area ขนาดใหญ่ที่ลูกบ้านจะได้ใช้ร่วมกัน ร่วมถึงส่วนบริการอื่นๆ ที่เราเชื่อว่าแทบจะไม่มีโครงการไหนในราคานี้จัดไว้ให้เลย เช่น Kids Space พื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ซึ่งจัดเตรียมทั้งอุปกรณ์และเครื่องเล่นไว้ให้แล้ว, Co-Kitchen บริเวณจัดเตรียมอาหารส่วนกลางพร้อมอุปกรณ์เผื่อลูกบ้านจะจัดปาร์ตี้ค่ะ, Laundry Room มีจัดไว้ทั้งเครื่องซักผ้า และเครื่องอบผ้า เพื่อความสะดวกสำหรับลูกบ้านทุกยูนิต และ Entertainment Room สำหรับกิจกรรมสันทนาการ พอขยับขึ้นมาที่ชั้น 9 เราก็จะได้พบกับ Fitness Center เลยก็ว่าได้ เพราะห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน แถมด้วยห้องโยคะ พิลาทิส และ Trainer ประจำห้องออกกำลังกาย จนไม่ต้องง้อ Fitness ชื่อดังที่อื่นอีกเลย ก่อนที่จะขึ้นไปถึงชั้นบนสุด ทางโครงการยังจัดพื้นที่สีเขียว Roof Garden เป็นสวนลอยฟ้าสวยๆ ไว้ที่ชั้น 46 และ เพิ่ม Barbecue Terrace ไว้ที่ชั้น 47 อีกด้วยนะคะ ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนแล้ว ยังสามารถจัดปาร์ตี้สังสรรค์ได้สวยๆ เลยล่ะ เช่นเดียวกับบริเวณดาดฟ้าชั้น 48 นอกจากจะมี Roof Garden แล้ว ทางโครงการยังเพิ่ม Sky Lounge พื้นที่เพื่อการสังสรรค์แบบลอยฟ้า ที่เชื่อได้เลยว่า การจัดปาร์ตี้บนนี้ต้องได้บรรยากาศพิเศษไม่ซ้ำใครแน่นอนค่ะ BBQ Terrace ระเบียงสังสรรค์ลอยฟ้า พร้อมอุปกรณ์บาร์บีคิว Sky Lounge จุดชมวิวบนชั้นสูงสุดของโครงการ พร้อมมุมจัดเตรียมอาหารสำหรับปาร์ตี้ชมวิวสวยๆ ส่องห้องตัวอย่าง Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet มาถึงห้องตัวอย่างกันแล้วค่ะ โครงการ Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet มียูนิตรวมทั้งหมด 1,097 ยูนิต แบ่งออกเป็นห้องแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 24-35 ตร.ม. ค่ะ มีจุดเด่นสำคัญเลยคือ ภายในห้องทุกยูนิตมีฝ้าเพดานที่สูงถึง 3 เมตร ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อความโล่ง โปร่ง สบาย และสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน จัดว่าหาได้ยากมากนะคะในคอนโดมิเนียมราคา 70,000-80,000 บาท/ตร.ม. ราคาระดับนี้แทบจะไม่มีโครงการไหนกล้าทำเพดานสูง 3 เมตรมาก่อนก็ว่าได้ค่ะ นอกจากนี้ห้องทุกยูนิตของโครงการ ยังเปิดขายมาแบบ Fully Furnished ด้วยค่ะ เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องถูกออกแบบมาเฉพาะโดย Interior Designer ชั้นแนวหน้า ซึ่งจะช่วยให้พื้นที่ใช้สอยทุกตารางนิ้วลงตัว และสวยงาม เราไปดูห้องแรกกันค่ะ ห้องตัวอย่างห้องแรกคือ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 25 ตร.ม ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นค่ะ ฟังก์ชั่นภายในห้องออกแบบมาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว ถึงแม้จะมีพื้นที่ใช้สอยเพียง 25 ตร.ม. แต่บรรยากาศภายในห้องยังดูโล่ง สบาย ไม่อึดอัดเลยค่ะ ความสูงของฝ้าเพดานมีส่วนช่วยได้เยอะเลยทีเดียว ประกอบกับการเลือกใช้กระจกบานใสในการกั้นพื้นที่ห้องนอนแทนการใช้กำแพงทึบทั้งหมด ห้อง Type นี้เลยดูน่าอยู่มาก ห้องตัวอย่างห้องต่อไปเรียกว่า 1 Bedroom Plus ค่ะ ขนาดห้อง 31.50 ตร.ม. ห้อง Type นี้ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของออริจิ้นเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะพื้นที่ภายในห้องออกแบบให้มีห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมา ซึ่งพื้นที่ของห้องนี้สามารถเลือกใช้ได้หลายประโยชน์ ทั้งจัดเป็นห้องทำงาน ห้องเก็บของ หรือจะใช้เป็นห้องนอนเล็กก็ยังไหวค่ะ มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายที่ถือเป็นมิติใหม่ของการดีไซน์ เพราะออริจิ้นเป็นรายแรกที่ออกแบบห้องขนาด 34.90 ตร.ม. ให้เป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำได้!!! ขณะเดียวกันพื้นที่ใช้สอยภายในห้องยังครบถ้วนทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน และสามารถอยู่อาศัยได้จริง ซึ่งน่าจะเหมาะกับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างครอบครัว มีลูกเล็กๆ ซักคน ห้อง Type นี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีเลยแหละ ไปดูกันเลยค่ะว่าออริจิ้นทำได้อย่างไร เป็นอย่างไรบ้างคะ ห้องตัวอย่างของโครงการ Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet ที่ออริจิ้นตั้งใจออกแบบมาในครั้งนี้ น่าจะตอบโจทย์ได้หลายรูปแบบการอยู่อาศัยเลยใช่มั้ยคะ ด้วยจุดเด่นและศักยภาพของทำเลริมถนนรัตนาธิเบศร์ เชื่อว่าราคาเริ่มต้นที่ทางออริจิ้นจะเปิด VIP Presale ในราคาเฉลี่ย 80,000 บาท/ตร.ม. หรือเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท เป็นราคาที่คุ้มค่าและหาได้ยากนะคะ ออริจิ้นจัดเต็มทั้งงานดีไซน์ และ Super Facility จริงๆ ค่ะ ตอนนี้ที่พื้นที่โครงการกำลังเริ่มก่อสร้างแล้ว และจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3 ปี 2563 ใครที่สนใจ ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือจะซื้อไว้ลงทุน สามารถไปลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.origin.co.th หรือ พบกันในงาน VIP Pre-Sale วันที่ 17-18 มิถุนายนนี้ พร้อมกันทั้ง 4 โครงการใหม่ใกล้รถไฟฟ้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Tel.02 157 4730
“ออริจิ้น” ชูแบรนดิ้ง My Life. My Origin บุกตลาด ดึง “ณเดชน์” ซุปเปอร์สตาร์อันดับ 1 ของไทย ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมเปิดตัวคอนโดใหม่อีก 4 โครงการรวมมูลค่า 8,400 ล้านบาท

“ออริจิ้น” ชูแบรนดิ้ง My Life. My Origin บุกตลาด ดึง “ณเดชน์” ซุปเปอร์สตาร์อันดับ 1 ของไทย ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมเปิดตัวคอนโดใหม่อีก 4 โครงการรวมมูลค่า 8,400 ล้านบาท

ออริจิ้น เปิดตัวแบรนดิ้งแคมเปญ “My Life. My Origin” เสริมแกร่งภาพลักษณ์ หลังโตพรวดต่อเนื่องตลอด 8 ปี เชื่อหมดยุคคนแห่อยู่ในเมือง ถึงยุคใช้ชีวิตแบบเป็นตัวเองในถิ่นทำเลที่คุ้นเคย พร้อมดึง “ณเดชน์” เป็นพรีเซ็นเตอร์ สะท้อนภาพลักษณ์บริษัทและคอนโดทั้ง 3 แบรนด์ ถือโอกาสดี ประกาศเปิดตัวคอนโดใหม่พร้อมกันอีก 4 โครงการ 3 แบรนด์ มูลค่ารวม 8,400 ล้านบาท   นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), และเคนซิงตัน (Kensington) กล่าวว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2552 บริษัทเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และมีก้าวสำคัญใหม่ๆ ทุกปี อาทิ การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การมียอดขายทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้น วันนี้ ในช่วงที่บริษัทกำลังจะครบรอบ 8 ปีและก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 จึงได้ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาทในการจัดทำแบรนดิ้งแคมเปญภายใต้แนวคิด “My Life. My Origin” หรือ “ชีวิตในฝันแบบที่เป็นคุณ” เพื่อให้บริษัทมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน สะท้อนตัวตนของแบรนด์โดดเด่นยิ่งขึ้น “เราค้นพบว่า สาเหตุที่ยอดขายตลอด 8 ปีที่ผ่านมาของเราเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเราสามารถเข้าถึงตลาดผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมในแต่ละทำเล ยอดขายหลายๆ โครงการของเราเป็นผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมในทำเลนั้นกว่า 70% สะท้อนว่าความสุขของลูกค้าของเรา คือการได้มีที่อยู่อาศัยในทำเลที่เขาคุ้นเคย ติดรถไฟฟ้า และนี่จึงเป็นที่มาของแบรนดิ้งแคมเปญ My Life. My Origin เราอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตในฝันแบบที่เป็นคุณ” นายพีระพงศ์ กล่าว ที่ผ่านมา คอนโดมิเนียมมักถูกกล่าวถึงในฐานะบ้านหลังที่ 2 ผู้คนมักคิดว่าบ้านหลังที่ 2 ต้องอยู่ในเมือง เพื่อให้ใกล้ที่ทำงานที่สุด แต่นับจากนี้ไปจะไม่ใช่ยุคคนแห่ไปอยู่ในเมือง เพราะโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมอย่างรถไฟฟ้าสามารถกระจายเข้าถึงผู้คนในทุกพื้นที่ ตลาดคอนโดมิเนียมจะกลายเป็นบ้านหลังแรกของคนรุ่นใหม่ที่เกิดจากครอบครัวขยายหรือต้องการอยู่ในแนวรถไฟฟ้าใกล้แหล่งงาน กล่าวคือเดิมเคยอาศัยอยู่บ้านแนวราบในทำเลไหน พอมีครอบครัวเพิ่มเติม ก็ขยายไปอยู่ในคอนโดมิเนียมทำเลใกล้เคียงเดิม เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ในย่านที่คุ้นเคย ไปหาญาติพี่น้องได้สะดวก ประเทศไทยจะเหมือนประเทศญี่ปุ่นที่ผู้คนไม่ได้คาดหวังว่าต้องดิ้นรนเข้าไปอยู่ในเมือง อาศัยรถไฟฟ้าไปทำงานในแต่ละวัน การเป็นแบรนด์ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตในฝันในแบบที่เป็นตัวเอง ไม่ต้องตามใคร จึงน่าจะเป็นแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคตมากที่สุด “ค่าครองชีพในเมืองจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ราคาคอนโดมิเนียมในเมืองที่ราคา 3-5 ล้านจะไม่ใช่ราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ แถมอีกหน่อยคอนโดมิเนียมในเมืองอาจจะกลายเป็นคอนโดมิเนียมแบบลีสโฮลด์ ที่ผู้ซื้อไม่ได้มีสิทธิ์ขาดตลอดไป ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝันของคนทั่วไป เพราะคนทั่วไปยังต้องการมีคอนโดมิเนียมที่ตัวเองมีสิทธิ์ขาด ราคาเข้าถึงได้ มีการตกแต่ง มีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นรากดั้งเดิมของเขา ออริจิ้น ซึ่งมีความหมายถึงรากหรือต้นกำเนิด ไม่ซ้ำใคร ไม่ตามใคร จึงต้องการแสดงจุดยืนในฐานะผู้เข้าใจผู้บริโภคที่สุดผ่านแคมเปญ My Life. My Origin นี้” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงมุ่งหน้าพัฒนาคอนโดมิเนียมเจาะตลาดพรีเมียมแมส อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทต้องการเป็นแชมป์การพัฒนาคอนโดมิเนียมเจาะผู้ต้องการห้องระดับราคา 1.5 -3 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า เพื่อให้ภาพลักษณ์ของบริษัทและคอนโดมิเนียมแต่ละแบรนด์ชัดเจนยิ่งขึ้น จึงได้ให้นายณเดชน์ คูกิมิยะ พระเอกระดับแถวหน้าของเมืองไทย ซึ่งมีบุคลิกที่สอดคล้องกับแบรนด์คอนโดมิเนียมทั้ง 3 แบรนด์ของออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในแคมเปญ My Life. My Origin ด้วย “ณเดชน์ คือคนธรรมดาที่มีสไตล์ คือตัวแทนของคนทั่วไปที่มีทั้งมุมเนี้ยบดูดี มุมเท่ๆ และมุมสบายๆ ไม่ต้องแต่งตัวหรูหรา สะท้อนภาพได้ตั้งแต่คอนโดมิเนียมแบรนด์เท่แบบเรียบหรูอย่างไนท์บริดจ์ แบรนด์ที่มีความทันสมัยหรือโมเดิร์นอย่างนอต-ติ้ง ฮิลล์ และแบรนด์เท่แบบลุยๆ อย่างเคนซิงตัน นอกจากนี้ยังเป็นคนตั้งใจทำงานเพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และอ่อนน้อมถ่อมตนซึ่งตรงกันกับวิธีการทำงานแบบออริจิ้น” นายพีระพงศ์ กล่าว พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการอีก 4 โครงการใหญ่ ได้แก่ 1. ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน-อินเตอร์เชนจ์ (Knightsbridge Phaholyothin-Interchange) มูลค่า 2,100 ล้านบาท 2.นอตติ้ง ฮิลล์ สกายสแครปเปอร์ @ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ (Notting Hill Skyscraper@Central Rattanathibet) มูลค่า 2,500 ล้านบาท 3.นอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105 (Notting Hill Sukhumvit 105) เฟส 2 มูลค่า 1,300 ล้านบาท และ 4.เคนซิงตัน สุขุมวิท- เทพารักษ์ (Kensington Sukhumvit-Theparak) มูลค่า 2,500 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท เปิดวีไอพี พรีเซลพร้อมกัน 17 มิ.ย. นี้ ปัจจุบัน บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Project Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 35 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 30,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร
“ออริจิ้น” Top up โครงการไนท์บริดจ์ ดิ โอเชียน ศรีราชา

“ออริจิ้น” Top up โครงการไนท์บริดจ์ ดิ โอเชียน ศรีราชา

นายจิรฐา วรปรางกุล (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาดและขาย บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และนายสันติ เหมศิริวัฒนา (ที่ 6 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรพระนคร จำกัด ผู้รับเหมางานโครงสร้างและสถาปัตยกรรม ร่วมตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการไนท์บริดจ์ ดิ โอเชียน ศรีราชา (Knightsbridge The Ocean Sriracha) บริเวณดาดฟ้าโครงการ ชั้น 35 พร้อมควบคุมการก่อสร้างให้ได้มาตรฐานระดับพรีเมียม ปัจจุบัน การก่อสร้างโครงการดังกล่าวคืบหน้าไปแล้ว 60% และคาดว่าจะสามารถเข้าอยู่ได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
ออริจิ้นบุก New CBD ผุดบิ๊กโปรเจกท์คอนโด “นอตติ้ง ฮิลล์ จตุจักร อินเตอร์เชนจ์” มูลค่าโครงการ 618 ล้านบาท พร้อมรับการขยายตัวของเศรษฐกิจย่านจตุจักร

ออริจิ้นบุก New CBD ผุดบิ๊กโปรเจกท์คอนโด “นอตติ้ง ฮิลล์ จตุจักร อินเตอร์เชนจ์” มูลค่าโครงการ 618 ล้านบาท พร้อมรับการขยายตัวของเศรษฐกิจย่านจตุจักร

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ตอกย้ำผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า วางแผนเจาะพื้นที่หมอชิต จตุจักร ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพในอนาคตNew CBD ล่าสุด!!ส่งโครงการสไตล์โมเดิร์น ภายใต้   แบรนด์ “นอตติ้ง ฮิลล์” คือ โครงการ  นอตติ้ง ฮิลล์ จตุจักร อินเตอร์เชนจ์(Notting Hill Jatujak – Interchange)ราคาเริ่มต้นเพียง 2.9 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 618 ล้านบาทด้วยศักยภาพของทำเลใกล้จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีหมอชิต และรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีกำแพงเพชร เพื่อรองรับการขยายตัวของศูนย์กลางเขตเศรษฐกิจพร้อมเปิดตัวและให้ชมห้องตัวอย่างก่อนใคร ในวันที่ 12 พฤศจิกายน นี้ คุณพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อหลักทรัพย์ “ORI”เปิดเผยว่าหลังจากการเปิดตัวโครงการ ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร(Knight bridge Prime Sathorn)ได้สามารถสร้างปรากฏการณ์ One day sold out ได้อย่างสวยงาม ทำให้พิสูจน์ได้ถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ Blue Ocean Strategy ที่ ออริจิ้น ใช้ในการบุกตลาดโซนใหม่ในเมืองจนประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย จึงทำให้ล่าสุด ออริจิ้น นำกลยุทธ์นี้มาใช้ในการเข้ามาเจาะทำเลที่มีการแข่งขันสูงอย่างพหลโยธิน-จตุจักร ด้วยเช่นกันจตุจักร-พหลโยธิน  เป็นทำเลที่เริ่มมีการเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมสูงมากขึ้นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ด้วยกายภาพและศักยภาพของทำเลมีความน่าสนใจอยู่สูงมากในตัวเอง จึงทำให้ ออริจิ้น ส่งโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ ใหม่ล่าสุดที่พร้อมทำตลาดย่านนี้ ซึ่งนับเป็นโครงการมาสเตอร์พีช ภายใต้แบรนด์ “นอตติ้ง ฮิลล์” คือ โครงการ  นอตติ้ง ฮิลล์ จตุจักร อินเตอร์เชนจ์(Notting Hill Jatujak– Interchange) ราคาเริ่มต้น 2.9 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 618 ล้านบาท พัฒนาเป็นโครงการ Low Rise ที่เกิดขึ้นจากมุมมองความตั้งใจที่ต้องการนำเสนอโครงการที่ตอบสนองความต้องการการอยู่อาศัย ในทำเลศักยภาพ และคุณภาพดีและมีราคาที่จับต้องได้ในกลุ่มคนเมืองวัยทำงาน โครงการ นอตติ้ง ฮิลล์ จตุจักร อินเตอร์เชนจ์(Notting Hill Jatujak – Interchange) พัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่  แบบ Low Riseจำนวน 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 156  ยูนิตตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 18 เข้าซอยเพียง 100 เมตรเท่านั้น มีสถานีรถไฟฟ้าที่ห่างจากตัวโครงการประมาณ 400 เมตร อยู่ถึง 4สถานี คือ สถานี BTS หมอชิต, สถานี BTS สะพานควาย และ สถานี MRT จตุจักร, MRT กำแพงเพชร พร้อม2 จุดขึ้นลงทางด่วน ในราคาเริ่มต้นเพียง    2.9 ล้านบาท มีห้องชุดทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ คือ 1). 1 Bedroom: ขนาด 24-33 ตร.ม.  2.) 1 Bedroom Plus: ขนาด 34-34.9ตร.ม.  3.)  2 Bedroom: ขนาด 45.5-52.4ตร.ม.นอกจากนี้ยังจัดเต็มสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น  Lobby ,co-walking space, สระว่ายน้ำ,ห้องออกกำลังกาย และสวนลอยฟ้าด้านบน แวดล้อมไปด้วยทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ฯลฯ และแหล่งรวมของอาคารสำนักงานชั้นนำอาทิ ธนาคารTMB สำนักงานใหญ่, ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่, ตึก Sun Tower, ตึก Energy Complex กลุ่มปตท., ไทยรัฐทีวี ฯลฯ “ศักยภาพของทำเลย่านหมอชิต จตุจักรจะเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่คิดจะลงทุนหรือคิดจะอยู่อาศัยในย่านนี้ จากรูปแบบผังเมืองที่เอื้อให้ขึ้นอาคารสูงและศักยภาพทำเลที่จะสูงขึ้นอย่างแน่นอนหลังจากโครงการศูนย์กลางคมนาคมขนส่งพหลโยธินแล้วเสร็จเพื่อรองรับการคมนาคมที่จะหนาแน่นจากประสิทธิภาพด้านการเดินทางมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวดึงดูดเม็ดเงินลงทุนของภาคเอกชนให้เข้ามาลงทุนในบริเวณนี้ และจะเป็นแหล่งสร้างงานสร้างรายได้ให้กับผู้คนในย่านนี้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะสะท้อนออกมาในรูปของกำลังซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต สำหรับราคาที่ดินในย่านนี้คาดกันว่าราคาอาจจะทะลุถึง 1 ล้านบาทต่อตารางวา ในอีก 4 ปีข้างหน้าหลังจากศูนย์กลางคมนาคมขนส่งพหลโยธินสร้างแล้วเสร็จ อีกทั้งยังเป็นการรองรับการขยายตัวของเมืองหลังจากที่ดินใจกลางเมืองที่มีต้นทุนสูงและความแออัดของเมืองทำให้ต้องขยายตัวออกมายังรอบนอกมากขึ้นดังนั้น เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ที่อยู่อาศัยจึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน”คุณพีระพงศ์ กล่าวตอนท้าย ล่าสุดโครงการ นอตติ้ง ฮิลล์ จตุจักร อินเตอร์เชนจ์  เปิดให้จองรอบพรีเซลล์พร้อมชมห้องตัวอย่างก่อนใครในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2559ชั้น 1เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวนอกจากนั้นยังเตรียมจัดโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของคอนโดสไตล์โมเดิร์นในย่าน New CBD  ที่พร้อมตอบรับทุกการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวที่สุด ในทำเลศักยภาพ และคุณภาพดีและมีราคาที่จับต้องได้สอบถามรายละเอียดได้ที่ 020 300 000 หรือ www.origin.co.thิด
ออริจิ้น จัดกิจกรรม Good Time with Origin Family เชิญลูกบ้านเข้าร่วมกิจกรรมฝึกสติ

ออริจิ้น จัดกิจกรรม Good Time with Origin Family เชิญลูกบ้านเข้าร่วมกิจกรรมฝึกสติ

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อหลักทรัพย์ “ORI” จัดกิจกรรมเพื่อเอาใจลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ได้จัดกิจกรรม Good Time with Origin Family เชิญชวนลูกบ้านจากหลากหลายโครงการในเครือออริจิ้น เข้ากิจกรรม พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ “พับกลีบดอกบัวเจริญสติ” จุดเริ่มต้นแห่งสมาธิ สติ ปัญญา และสัมผัสรสชาติของชาคุณภาพ หลากหลายรสชาติสุดพิเศษ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกบ้านและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกบ้านและองค์กร พร้อมยังเป็นการมอบความสุขให้กับลูกบ้านในช่วงวันหยุด ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกบ้าน  ณ ร้านชาปัญญา สุขุมวิท 59 เมื่อเร็วๆ นี้
ออริจิ้น รุกหนักปักหมุด บุกทำเลโซน CBD ใจกลางเมืองครั้งแรก !!! เปิดโครงการระดับลักชัวรี่ “ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร” ย่านสาทร-นราธิวาสใกล้รถไฟฟ้า ช่องนนทรี มูลค่าโครงการกว่า 3,800ล้านบาท กับราคาที่คุณสามารถเป็นเจ้าของได้

ออริจิ้น รุกหนักปักหมุด บุกทำเลโซน CBD ใจกลางเมืองครั้งแรก !!! เปิดโครงการระดับลักชัวรี่ “ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร” ย่านสาทร-นราธิวาสใกล้รถไฟฟ้า ช่องนนทรี มูลค่าโครงการกว่า 3,800ล้านบาท กับราคาที่คุณสามารถเป็นเจ้าของได้

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI  ยกระดับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย บุกทำเลโซน CBD ใจกลางเมือง พร้อมเปิดตัวโครงการระดับลักชัวรี่ “ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร” ย่านสาทร-นราธิวาส  สไตล์ดูเพล็กซ์ ราคาเริ่มต้นเพียง 4.5 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 3,800 ล้านบาท ชูจุดเด่นPrimeArea ที่อยู่อาศัยในย่านเศรษฐกิจสำคัญใกล้รถไฟฟ้าช่องนนทรี และ รถไฟฟ้าสายสีเทา ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  เน้นเจาะกลุ่มคนทำงานระดับ B ขึ้นไป มั่นใจสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี คุณพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อหลักทรัพย์ “ORI”เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดคอนโดมิเนียม ใจกลางเมืองใกล้รถไฟฟ้า เชื่อว่ายังมีดีมานด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลของคนเมืองที่ทำงานออฟฟิศที่มีวิถีชีวิตเปลี่ยนไป และส่วนหนึ่งมาจากการจับจองของนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติ ลูกค้าจะมองถึงเรื่องความคุ้มค่าและมูลค่าในอนาคตที่เพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้ที่ดินในเมืองหายากขึ้นและปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเลใจกลางเมืองย่านเศรษฐกิจสำคัญและเป็นที่รู้จักในระดับโลกอย่าง ย่านสาทร  ซึ่งในปัจจุบันแถวนี้จะหาที่ดินในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยนั้นเป็นไปได้ยาก ล่าสุด บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ภายใต้ กลยุทธ์ Blue Ocean Location ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สุดของ ออริจิ้น ในการเลือกสรรทำเลที่ดีที่สุด นอกเหนือจากกลยุทธ์ด้านราคาที่สร้างความได้เปรียบให้กับสินค้า โดยการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพในระดับที่ผู้บริโภคเอื้อมถึง ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด  กับ โครงการระดับลักชัวรี่ใจกลางเมือง ย่านสาทร ครั้งแรก !! คือ โครงการ ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร(Knightsbridge Prime Sathorn)  เพื่อยกระดับการพัฒนาโครงการของบริษัทให้เข้ามาอยู่ในใจกลางเมืองมากขึ้น  โดยโครงการดังกล่าว พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมระดับ ลักชัวรี่ แบบดูเพล็กซ์ ในราคาที่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ ชูจุดเด่นทำเลดังกล่าวถือเป็นทำเล Prime Area ราคาดูเพล็กซ์เริ่มต้นเพียง4.5 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 3,800 ล้านบาท ย้ำมั่นใจทำเลดังกล่าวยังมีดีมานด์อย่างต่อเนื่อง โครงการ ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร(Knightsbridge Prime Sathorn) พัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ ใจกลางเมือง 43 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 726 ยูนิต ตั้งอยู่บนถนนสาทรห่างจากแยกสาทร – นราธิวาสประมาณ 550เมตรในราคาห้องดูเพล็กซ์เริ่มต้นเพียง 4.5 ล้านบาท มีห้องชุดทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. ห้อง Type A Duplex มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 44 ตร.ม. 2. ห้อง Type B Duplex มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 37 ตร.ม. 3. ห้อง Type C Monoplex มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 30 ตร.ม. ห้อง Type D Monoplex มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 24 ตร.ม. พัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด Medium and Luxury Condo เน้นการดีไซน์บนความเรียบง่ายแต่มีความพรีเมี่ยม เพื่อสร้างมิติใหม่ของการพักอาศัย ที่จะนำผู้พักอาศัยไปยังเป้าหมายของชีวิตที่กำหนดไว้และถึงเป้าหมายสูงสุดของชีวิตได้อย่างรวดเร็วและลงตัวครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในโครงการ อาทิ อาคารจอดรถระบบอัตโนมัติที่สามารถรองรับการจอดรถได้ถึง 70% ของยูนิตทั้งหมด (ประมาณ 500 คัน) ล็อบบี้ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ฟิตเนส ห้องอ่านหนังสือ ลู่วิ่ง ฯลฯ โครงการตั้งอยู่ต้นถนนนราธิวาสราชนครินทร์ซึ่งเป็นถนนย่านเศรษฐกิจที่เก่าแก่อันดับต้นๆ ของประเทศไทย ทำเลตั้งห่างจากแยกสาธร-นราธิวาส เพียง 550 ม. ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานี ช่องนนทรีเพียง 600 ม. สถานีรถ BRT เพียง 0 เมตร และติดรถไฟฟ้าสายสีเทาในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้บริการในปี 2564 ทำให้การคมนาคมในย่านนี้ในอนาคตมีความสะดวกสบายมากขึ้น ที่จะตอบโจทย์ของการคมนาคมไปยังทิศต่างๆของกรุงเทพฯได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญในกรุงเทพฯได้อยากหลายสาย อาทิ ถนนสาทร-นราธิวาส ถนนสุรวงศ์ ถนนสาทร ถนนสีลม ฯลฯ “ระยะหลังๆ มานี้ ที่ดินในย่านเศรษฐกิจสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ นั้นค่อนข้างหายาก จำนวนโครงการที่เปิดตัวใหม่ลดลง ผู้ที่ซื้อเพื่อลงทุนคอนโดในบริเวนนี้มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนกำไรสูงขึ้นและตลาดการขายต่อ (Resale) ในอนาคตก็จะมีแนวโน้มสดใส ซึ่ง ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร ตั้งอยู่บริเวณแยกสาทร-นราธิวาส ซึ่งจัดว่าเป็นทำเลที่ดีเยี่ยมเพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบาย ระบบขนส่งมวลชนที่รวมสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเทา มารองรับการเดินทาง ที่ห่างจากตัวโครงการไม่กี่ย่างก้าว ”คุณพีระพงศ์ กล่าวตอนท้าย ล่าสุดสำหรับโครงการ ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร เปิดให้จองพร้อมชมห้องตัวอย่างทั้ง 4 รูปแบบ ในวันที่ 1-2 ตุลาคม 2559  ณ Sale Gallery นอกจากนั้นยังเตรียมจัดโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของคอนโดระดับลักชัวรี่ ใจกลางเมือง ที่พร้อมตอบรับทุกการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวที่สุด ที่อยู่ตั้งบนทำเลศักยภาพย่านเศรษฐกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดได้ที่ 020 300 0000 หรือ www.origin.co.thิด
บอร์ด ORI ใจป้ำ ไฟเขียวปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.104 บาทต่อหุ้น

บอร์ด ORI ใจป้ำ ไฟเขียวปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.104 บาทต่อหุ้น

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อหลักทรัพย์ “ORI”  ประกาศจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท ในอัตราหุ้นละ 0.104 บาท เป็นไปตามนโยบายของบริษัท ที่ต้องการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดจ่ายในวันที่ 12 กันยายน 2559 มองแนวโน้มผลงานครึ่งหลังของปีนี้ โตต่อเนื่อง อานิสงส์ดอกเบี้ยทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ มีโครงการสร้างเสร็จพร้อมเสิร์ฟได้ทันที มั่นใจทั้งปียอดขายทะลุเป้า 7,500 ล้านบาท และ่เป้าหมายรายได้ที่ 4,000 ล้านบาท นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อหลักทรัพย์ “ORI” เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2559 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ในอัตราหุ้นละ 0.104 บาท รวมเป็นเงินประมาณ  68.67 ล้านบาท โดยมีกำหนดจ่ายในวันที่ 12 กันยายน 2559 ซึ่งการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นไปตามนโยบายของบริษัท “บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2559 ไว้ที่ 4,000 ล้านบาท ซึ่งในครึ่งปีแรกการรับรู้รายได้ยังเป็นไปตามแผน ในส่วนด้านยอดขาย ปัจจุบันสถานการณ์ในไตรมาสที่สองยังคงรักษาอัตราการเติบโตในเรื่องของยอดขาย การควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และได้วางงบลงทุนสำหรับการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่จะใช้ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ไว้เรียบร้อยแล้ว จึงเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยหนุนภาพรวมธุรกิจให้เติบโตแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต” นายพีระพงศ์กล่าว บริษัทมั่นใจยอดขายปีนี้เติบโตมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7,500 ล้านบาท หลังจากปัจจุบันสามารถทำยอดขายไปได้แล้วกว่า 4,500 ล้านบาท นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 9,700 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ภายในปีนี้ประมาณ 4,000 ล้านบาท และที่เหลือคาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ภายในปี 2560 – 2561