Tag : อาคาร mixed use คือ

2 ผลลัพธ์
Triple Y Residence คอนโดของคน Gen Y

Triple Y Residence คอนโดของคน Gen Y

Triple Y Residence คอนโดของคน Gen Y   ประชากรที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต ก็คงจะต้องเป็นกลุ่มคนที่เรียกกันว่า Gen Y ค่ะ ถ้าให้พูดชัดๆ ก็คือคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ.2523-2540 เป็นกลุ่มที่เพิ่งต้นวัยทำงาน ซึ่งก็เพิ่งเติบโตมาจากความเป็นเด็กมหา’ลัย ที่อยู่ท่ามกลางสังคมดิจิตอลนั่นเองค่ะ แล้วคนกลุ่มนี้มาสำคัญกับเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างไร เรามาดูจากหลากหลายมุมมองกันค่ะ   ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับชาว Gen Y กันคร่าวๆ ก่อนค่ะ เพราะวัยหนุ่มๆ สาวๆ กลุ่มนี้เขายืนอยู่ท่ามกลางยุคที่โลกหมุนเปลี่ยนผ่านระหว่างโลกอนาล็อกสู่ดิจิตอลอย่างรวดเร็ว ในแต่ละวันจะใช้เวลาอยู่บนโลกอ่อนไลน์สูงสุดมากกว่ากลุ่มช่วงอายุอื่นๆ ทำให้สามารถเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลา จึงไม่แปลกที่คนวัยนี้มักจะค้นหาอะไรใหม่ๆ ด้วยตัวเอง ชอบมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ควบคู่กันไปด้วย โจทย์นี้ทำให้ “คอนโดมิเนียม” เป็นคำตอบที่ตรงใจที่สุด   ทุกวันนี้เราจะเห็นคอนโดมิเนียมออกแบบตกแต่งมาอย่างหรูหรา ใช้หินอ่อนบวกกับอลูมิเนียมเงาวับ คล้ายไปกันหมด แต่จะมีสักกี่แห่งที่ออกแบบมาเพื่อให้ตอบการใช้ชีวิตจริงของกลุ่มคนนั้นๆ เช่น ภายในห้องพักอาศัยใช้โทนสีอ่อนดูอบอุ่น เหมาะกับการพักผ่อน มี Day Bed เป็นมุมอ่านหนังสือในช่วงเวลาชิลๆ  ส่วนกลางมี Co-Learning Space, ฟิตเนส, คาเฟ่ เปิดตลอด 24 ชม. Co-Kitchen ให้ได้ทำอาหารหนักๆ พร้อมจัดปาร์ตี้ได้เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นติดห้อง และสิ่งสำคัญคือทำเลอันเหมาะสมจริงๆ สำหรับคนตั้งแต่ Gen Y ลงไป คืออยู่ใกล้สถาบันการศึกษาและที่ทำงาน ซึ่งเราต้องเดินทางไป-กลับอยู่เกือบทุกวัน และยังต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยิ่งอยู่ใกล้คอนโดของเรามากเท่าไหร่ ชีวิตก็ยิ่งสะดวกสบายขึ้น   สำหรับครอบครัวในยุคหลังมานี้เริ่มตระหนักดีถึงความสำคัญทางการศึกษา อาจด้วยเพราะสภาพสังคมที่ต้องแข่งขันกันมากขึ้น เพื่อหวังอนาคตที่ดีของลูกหลาน การเข้าเรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปจึงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฯลฯ แต่ละแห่งก็มีที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกันทั้งนั้นใช่ไหมคะ แต่ถ้าการเดินทางเข้ามาถึงสถาบันที่ตัวเองเรียนอยู่ ต้องใช้เวลาฝ่าฟันกับรถติดอยู่ทุกเช้าจรดค่ำ จนใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนมากกว่าอยู่บ้านพักเสียอีก เพราะกว่าจะถึงบ้านก็ค่ำมืด แล้วต้องตื่นแต่เช้าตรู่เข้ามาในเมืองอีกอยู่ดี ฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดนั่นคือการหาคอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้กับสถาบันการศึกษาให้ได้มากที่สุด เพื่อประหยัดเวลาเดินทาง สู้เอาเวลาที่อยู่บนท้องถนนมานั่งอ่านหนังสือ หรือเข้าโรงเรียนกวดวิชาใกล้ๆ กันนี้ แถมมีเวลาพักผ่อนมากกขึ้นกับสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัว ไม่ดีกว่าเหรอคะ?       กว่า 19 ล้านคนของคนกลุ่มนี้ ไปจนถึงกลุ่ม Demand ที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ซึ่งจะมีเข้ามาใหม่อยู่ทุกปี อย่างเฉพาะที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในแต่ละปีการศึกษาจะมีนิสิตตบเท้าเข้ามาใหม่ประมาณ 6,000-7,000 คน/ปี นี่ยังไม่รวมบุคลากร รวมถึงผู้ที่ทำงานในละแวกนี้อีกนะคะ เพราะแนวโน้มของคน Gen Y มีแนวโน้มนิยมเช่ามากกว่าซื้อ(ลิงค์ไปที่บทความเก่า) เรียกได้ว่าเป็นกลุ่ม Demand อันหอมหวล บวกกับทำเลที่ทั้งเดินทางง่ายและรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ สำหรับในมุมมองของนักลงทุน              Triple Y Residence เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ SAMYAN MITRTOWN มิกซ์ยูสใจกลางเมืองฝั่งตรงข้ามจามจุรีสแควร์ ซึ่งจะมี ทางเดินเชื่อมตรงจาก MRT สามย่าน มาถึงหน้าโครงการไม่ต้องเสี่ยงอันตรายข้ามถนน ให้อารมณ์เหมือนในต่างประเทศเลยค่ะ ทั้งหมดบนพื้นที่กว่า 14 ไร่ ที่จะกลายมาเป็น Point สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา คนทำงาน และนักท่องเที่ยว เพราะจะประกอบไปด้วย Office Grade A 30% 31 ชั้น ลิฟท์โดยสาร 14 ตัว แยกลิฟท์ขนของ พื้นที่ใช้สอย 48,000 ตร.ม. อยู่ทางฝั่งถ.พระราม 4 Retail 30% 6 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 36,000 ตร.ม. แบ่งโซนเป็น Eating Library 43% Learning Library 29% Living Library 28% หน้าโครงการตรงหัวมุมสี่แยก ยาวไปทางถ.พญาไท Residence 15% แบ่งเป็นคอนโดฯ 516 ยูนิต โรงแรม 112 ยูนิต ฝั่งใกล้กับคณะนิติศาสตร์ จุฬา Shared Parking 25% รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดถึง 222,000 ตร.ม.         Triple Y Residence เป็นชื่อเรียกในส่วนของคอนโดมิเนียม 33 ชั้น ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 11 ขึ้นไปโดยแบ่งเป็น 3 Type คือ 1 Bedroom 34 ตร.ม. จำนวน 459 ยูนิต 1 Bedroom+ 40 ตร.ม. จำนวน 19 ยูนิต 2 Bedroom 68 ตร.ม. จำนวน 38 ยูนิต           ส่วนชั้นล่างของอาคารเป็นโรงแรมที่เรียกว่า Triple Y Hotel จำนวน 112 ห้อง   Facility ของคอนโดมิเนียมจะแยกออกจากกันกับส่วนของโรงแรม มีเพียง Lobby เท่านั้นที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งตัว Lobby เมื่อใช้ร่วมกันกับโรงแรมก็จะต้องมีพนักงานอยู่ตลอด 24 ชม. ค่ะ ฉะนั้นเรื่องของความปลอดภัยก็หายห่วงค่ะ โดยส่วนกลางของคอนโดมิเนียมก็ถูกออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของกลุ่ม Real Demand ที่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ไปจนถึงกลุ่มคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็น Study zone, Fitness, Co-Kitchen, Laundry zone, สระว่ายน้ำแบบ Outdoor     Triple Y Residence เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Lease Hold หรือสิทธิการเช่า 30 ปีค่ะ แม้ว่าฟังดูเผินๆ อาจจะทำให้ลังเลอยู่สักหน่อย แต่จริงๆ แล้วความเป็น Lease Hold ก็มีข้อดีตรงที่ว่า ราคาขายทั่วไปจะถูกกว่าแบบ Free Hold ประมาณ 20-30% เมื่อเทียบในทำเลเดียวกัน และตลอดระยะเวลา 30 ปี ทางโครงการจะช่วยดูแลที่พักอาศัยของคุณให้ดูน่าอยู่ ดูใหม่อยู่เสมอ โดยที่เราไม่ต้องไปลงแรงอะไรมากให้เสียเวลากับเหล่าปัญหาจุกจิกที่ทุกคอนโดมักจะเจอกันอยู่เสมอ ส่งผลดีทั้งการปล่อยเช่าได้ราคาดีอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้อยู่อาศัยเองก็แฮปปี้ไปด้วย         พร้อมเปิดขาย Pre-sale Event ในวันที่ 10 มี.ค. 62 ราคาเริ่มต้นพิเศษ 4.49 ล้านบาท สิทธิพิเศษ สำหรับผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Pre-sale Event รับส่วนลด 100,000 บาท ทันที คลิก tripleyresidence หรือ โทร 065-275-7472    
โครงการ Mixed-Use บิ๊กโปรเจคตอบโจทย์คนยุคใหม่

โครงการ Mixed-Use บิ๊กโปรเจคตอบโจทย์คนยุคใหม่

  ราคาที่ดินในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ยิ่งทำเลที่มีการเดินทางสะดวกเข้าถึงง่าย ที่ดินแปลงสวยก็ยิ่งเป็นที่หมายปองของเหล่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการจับจองที่ดินสวยๆ ทำเลเหมาะสมแก่การพัฒนาโครงการต่อไป ซึ่งทุกวันนี้ก็เริ่มหายากมากขึ้นทุกที การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพียงอย่างเดียวก็อาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป ในระยะ 6-7 ปีหลังเราจึงได้ยินคำว่าโครงการ Mixed-Use กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น โครงการ Mixed-Use คืออาคารที่ผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัยกับอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ อาคารแบบมิกซ์ยูสจึงเป็นโครงการที่มีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม ออฟฟิศ คอนโดมิเนียม รวมอยู่ในโครงการเดียวกัน แล้วแต่ว่าโครงการไหนจะมีการจัดการพื้นที่ในอาคารอย่างไร โดยหากมองในมุมของผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมโครงการมิกซ์ยูสลักษณะนี้จะสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ต้องเดินทางออกไปไหนก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ที่อาคารที่พักอาศัยของตัวเองอย่างครบครัน รวมถึงผู้เข้าพักในส่วนของโรงแรมเองทางโครงการก็สามารถอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น และในมุมมองของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอง มิกซ์ยูสจะขยายโอกาสในการสร้างรายได้ประจำจากสัญญาเช่า, การขายกรรมสิทธิ์ ได้ผลกำไรระยะยาวให้กับ Developer ไม่ใช่เฉพาะการซื้อ-ขาย คอนโดเพียงอย่างเดียว เป็นการสร้างประโยชน์จากที่ดินราคาแพงได้อย่างคุ้มค่า เมื่อใน 1 โครงการ เกิดการใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย พื้นที่ใช้สอยก็ย่อมมากขึ้นตามไปด้วย กลายเป็นบิ๊กโปรเจคทุ่มทุนสร้างจากหลากหลายค่ายที่ต่างก็จับจองทำเลที่ดีที่สุดสร้างอาณาจักรขึ้นมา ซึ่งคาดว่าภายในอีก 2-3 ปีนับจากนี้ เราก็จะเริ่มได้เห็นโครงการลักษณะนี้เสร็จสมบูรณ์ไปทีละโครงการ เช่น โรงแรมดุสิตธานี และ CPN ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ของโรงแรมดุสิตาธานี บริเวณหัวมุมสี่แยกศาลาแดง หลังจากได้ต่อสัญญาเช่าระยาวอีก 60 ปี จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้เป็นโครงการที่มีทั้งโรงแรมดุสิตธานี, อาคารสำนักงาน, ที่พักอาศัย, และพื้นที่ค้าปลีก มูลค่าโครงการ 36,000 ล้านบาท แอมไชน่าทาวน์ โครงการสไตล์โมเดิร์น ไชนีส บนถนนเจริญกรุง โครงการนี้แบ่งออกเป็น 2 อาคาร ประกอบไปด้วยศูนย์การค้า ที่มีทั้งอาหารสตรีทฟู้ดแบบเยาวราช, ร้านอาหารชื่อดัง, สินค้าแฟชั่น, อัญมณี รวมถึงเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ส่วนอาคารที่ 2 จะเป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น แบบสัญญาเช่า 30 ปี มูลค่าโครงการรวม 4,000 ล้านบาท SINGHA COMPLEX ตั้งอยู่บนที่ดินเดิมของสถานทูตญี่ปุ่น ถนนอโศก-เพรชบุรีตัดใหม่ เป็น 2 อาคาร แบ่งเป็นพื้นที่สำนักงานเกรดเอ, พื้นที่ค้าปลีก, คอนโดระดับลักชัวรี่ มูลค่าโครงการไม่รวมที่ดินกว่า 4,000 ล้านบาท Whizdom 101 โครงการอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี มากับคอนเซ็ป The great good place มีทั้งสโมสรกีฬาและสุขภาพ, สำนักงาน co-working space, และที่พักอาศัยอีก 3 อาคาร งบประมาณการลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท ICONSIAM อีกหนึ่งโครงการชื่อดังที่หลายคนรอคอย บนถนนเจริญนคร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบไปด้วยศูนย์การค้า, คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่, พิพิธภัณฑ์ศูนย์รวมมรดกทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาไทย, ภัตาคารหรูจากทั่วโลก, ศูนย์ประชุม ฯลฯ งบประมาณการลงทุนประมาณ 50,000 ล้านบาท One Bangkok อีกโครงการระดับบิ๊กพื้นที่ 104 ไร่ ตรงหัวมุมสี่แยกวิทยุ ประกอบไปด้วยอาคารสำนักงาน 5 อาคาร, โรงแรมระดับลักชัวรี่ 5 แห่ง, ที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ 3 อาคาร, พื้นที่ค้าปลีก, พื้นที่ทำกิจกรรม แสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ มูลค่าการลงทุนสูงถึง 120,000 ล้านบาท The Super Tower หลายคนรู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดี เพราะหากสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อไรก็จะกลายเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยถึง 615 เมตร ประกอบไปด้วยสำนักงาน ระดับพรีเมี่ยม, โรงแรมระดับ 6 ดาว, ศูนย์ประชุม, ภัตตาคารลอยฟ้า ตั้งอยู่ในย่าน New CBD อย่างพระราม 9 มูลค่าการลงทุนประมาณ 18,000 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าโครงการ Mixed-Use นั้นสร้างประโยชน์มหาศาลได้รอบด้านให้กับทั้งเจ้าของโครงการ ผู้อาศัย ผู้ใช้บริการภายในอาคาร และยังเป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุดในยุคที่ราคาที่ดินพุ่งสูงจนน่าตกใจ ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่เพียงโครงการเดียว เป็น All In One อย่างมีประสิทธิภาพ