Tag : อารียา

5 ผลลัพธ์
The Village กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ ความสุขที่..สมบูรณ์แบบ

The Village กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ ความสุขที่..สมบูรณ์แบบ

รีวิวฉบับนี้เราจะพาทุกคนไปสัมผัสบรรยากาศสไตล์โคโลเนียลกับวิลเลจทาวน์บ้านซี่รี่ย์ใหม่ในโครงการ The Village Kanjanapisek-Rachaphruk(เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์) จาก Areeya Property ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียด มีความเป็นส่วนตัวทุกหลัง เริ่มตั้งแต่ดีไซน์ผนังบ้านเป็นอิสระไม่ติดใคร แบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นสัดส่วน ทั้งยังมาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Double Security ที่ลงตัวเป็นหนึ่งเดียวกัน ศักยภาพและการเดินทาง โครงการ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ (ถนนบางกรวย – ไทรน้อย) โซนนนทบุรี ฝั่งถนนกาญจนาภิเษกที่ตัดกับถนนชัยพฤกษ์ค่ะ ปัจจุบันย่านนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่น่าจับตานะคะ เพราะกำลังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและมีโครงการบ้านจัดสรรเริ่มทยอยเปิดตัวขึ้นหลายโครงการ ด้วยพื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรกรรม แต่ก็ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่พอตัวเลยค่ะ เพราะตามเส้นถนนก็จะมีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้ออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีสถานศึกษา สถานพยาบาล รวมไปจนถึงแหล่งจับจ่ายใช้สอยอย่าง Makro, ตลาดเคหะบางบัวทอง (ที่เป็นจุดรวมของคิวรถตู้และรถสองแถว) ตลาดปิยะ และตลาดไทรน้อย หรือขยับไปอีกนิดทางเส้นกาญจนาภิเษกก็จะมี เทสโก้ โลตัส บางใหญ่, บิ๊กซี บางใหญ่, Index บางใหญ่, The Crystal ราชพฤกษ์ และ Central WestGate ไม่เพียงเท่านี้ยังมี 7 – Eleven มาเปิดที่ถนนฝั่งตรงข้ามกับโครงการด้วยค่ะ และในอนาคตก็จะมี The Shopping Village คอมมิวนิตี้มอลล์สไตล์ American Cottage มาเปิดติดกับตัวโครงการเลยค่ะ ส่งผลให้ลูกบ้านสะดวกสบายมากขึ้น สำหรับการการเดินทางด้วยรถยนต์นั้นสามารถเลือกได้หลายเส้นทางมากค่ะ ต้องบอกเลยว่าสะดวกสบายไม่แพ้ย่านอื่นเลยนะคะ อย่างที่บอกว่าตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนบางกรวย – ไทรน้อย ที่ไปบรรจบกับถนนสาย 346 ซึ่งสามารถวิ่งตัดผ่านถนนสายหลักอื่นๆ ได้อีกหลายเส้น อาทิ ถนนราชพฤกษ์ที่ใช้วิ่งตรงเข้าสู่ตัวเมือง โดยจะไปเชื่อมกับถนนกรุงธนบุรี เข้าสู่ถนนสาทรเหนือและถนนสาทรใต้, ถนนรัตนาธิเบศร์ใช้วิ่งตรงเข้าสู่ถนนงามวงศ์วาน โดยข้ามสะพานพระนั่งเกล้า สามารถขึ้นทางพิเศษศรีรัชที่ด่านงามวงศ์วานได้, ถนนกาญจนาภิเษกใช้วิ่งลงไปทางทิศใต้ถึงถนนเพชรเกษมและถนนพระราม 2 หรือขึ้นเหนือไปทางบางปะอิน ถนนชัยพฤกษ์ที่สามารถใช้วิ่งตรงเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ โดยข้ามสะพานพระราม 4 ไปทางรามอินทราและมีนบุรี หรือไปขึ้นทางพิเศษศรีรัชที่ด่านแจ้งวัฒนะ หรือจะใช้ถนน 345 (บางบัวทอง-บางพูน) เลี่ยงการจราจรติดขัดจากถนนชัยพฤกษ์ วิ่งไปทางรังสิตก็ยังได้ด้วยค่ะ ในส่วนของการเดินทางด้วยรถสาธารณะก็ยังถือว่าสะดวกอยู่นะคะ เพราะบริเวณหน้าโครงการจะมีรถตู้ และรถสองแถววิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด โดยรถจะวิ่งไปทางไทรน้อย ผ่านบิ๊กซีรัตนาธิเบศร์ และผ่านหน้าตลาดเคหะบางบัวทอง ซึ่งบริเวณหน้าตลาดจะมีป้ายรถเมล์ สาย 127 (บางบัวทอง-บางลำพู)  และ 134 (บัวทองเคหะ – หมอชิต 2) คอยบริการค่ะ นอกจากนี้จุดเด่นของโครงการยังตั้งอยู่ในระยะที่ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางใหญ่ – บางซื่อ) สถานีใกล้ที่สุดคือสถานีคลองบางไผ่ ที่ใช้เวลานั่งรถจากโครงการไปเพียง 10 นาที โดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้จะไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ทำให้การเดินทางเข้าเมืองเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกรวดเร็วมากขึ้น   พาชมโครงการ โครงการ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ เป็นแบบบ้านซีรี่ย์ใหม่ที่ทางอารียาออกแบบมาเป็นพิเศษภายใต้คอนเซปต์ Happy Colonial Living ผสมผสานความสวยงามของงานออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติไว้ได้อย่างลงตัว เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มักจะเลือกสรรแต่สิ่งที่ดีที่สุด โดยผนังบ้านแต่ละหลังจะเป็นอิสระต่อกัน ดังนั้นเมื่อมองจากด้านนอกตัวบ้านจะรู้สึกเหมือนกับบ้านเดี่ยวค่ะ แถมการออกแบบสไตล์ Modern Colonial ที่มีกลิ่นอายแบบฉบับวินเทจนิดๆ ก็ชวนมองไม่เบื่อเลยค่ะ ปัจจุบันตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วนะคะ เริ่มมีลูกบ้านย้ายเข้ามาแล้วค่ะ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่อยู่ในระหว่างตกแต่งและต่อเติม ดังนั้นเราจะได้เห็นบรรยากาศภายในโครงการจริงก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ ซุ้มทางเข้าโครงการที่มีเอกลักษณ์สไตล์ Village นะคะ ซึ่งทางเข้า-ออก โครงการนั้นใช้ระบบ Key Card และมีไม้กระดกกั้นอีกชั้นหนึ่ง ถนนเมนจะกว้าง 12 เมตรเลยนะคะ ส่วนถนนในซอยจะกว้าง 8 เมตร ในบริเวณโครงการจะมีสวนหย่อมพร้อมศาลานั่งเล่นที่ลูกบ้านสามารถออกมาเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยนะคะ สำหรับพื้นที่ส่วนกลางหลักๆ จะอยู่ในโซนด้านหน้าของโครงการนะคะ โดยทางอารียาจัดแยกส่วนไว้อีกที่หนึ่งให้เป็นคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ ซึ่งลูกบ้านของ เดอะ วิลเลจ จะแบ่งกันใช้ร่วมกับ Areeya Como และ The Colors ที่อยู่ในโซนเดียวกัน โดยภายในคลับเฮ้าส์มีทั้ง Lobby, ห้องสมุด, ห้องประชุม, Game room, สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่, ฟิตเนส และมุมพักผ่อนอีกมากมาย ซึ่งการจะเข้าใช้ในแต่ละส่วนของคลับเฮ้าส์นั้นจะต้องมีคีย์การ์ดแตะที่หน้าประตูห้องก่อน จึงจะสามารถเปิดประตูผ่านเข้าไปได้ค่ะ ทางโครงการมีเลนสำหรับรถจักรยานด้วยนะคะ บรรยากาศด้านหน้าคลับเฮ้าส์ ที่ลูกบ้านอารียาจะแบ่งกันใช้กับ Areeya Como และ The Colors ที่อยู่ในโซนเดียวกัน ภายในห้องสมุดที่ค่อนข้างโปร่งโล่งให้ความรู้สึกสงบได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ นอกจากห้องสมุดยังมี Game room ด้วยนะคะ อุปกรณ์เครื่องเล่นในห้อง Game room ที่รองรับลูกบ้านอย่างครบครัน นอกจากห้องสมุดและ Game room ยังมีห้องนั่งเล่นพักผ่อนขนาดใหญ่รองรับลูกบ้านของอารียาด้วยนะคะ พื้นที่ด้านหลังคลับเฮ้าส์จะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำนะคะ บริเวณรอบสระจะล้อมรอบด้วยไม้รั่วประดับ เพื่อให้ลูกบ้านรู้สึกเป็นส่วนตัว นอกจากมีสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่รองรับลูกบ้านแล้ว ยังมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กข้างๆ ด้วยค่ะ พื้นที่ตรงข้ามกับสระว่ายน้ำจะเป็นส่วนของฟิตเนสนะคะ ภายในห้องฟิตเนตเต็มไปด้วยอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายที่ทันสมัยและครบครัน ห้องฟิตเนสจะโอบล้อมไปด้วยกระจกใสนะคะ ซึ่งเวลาลูกบ้านออกกำลังกายจะได้ชมวิวสระว่ายน้ำไปในตัว เปิดบ้านตัวอย่าง แบบบ้านของ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ นั้นมีเพียง Type เดียวนะคะ ซึ่งเป็นวิลเลจทาวน์ 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คัน มีขนาดพื้นที่ใช้สอยถึง 141 ตร.ม. แบ่งออกเป็น Master Bedroom 1 ห้อง และ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ กับอีก 1 ห้องเอนกประสงค์ ที่อยู่บริเวณชั้นล่างของตัวบ้าน โดยพื้นที่นี้ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะใช้เป็นห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือจะตกแต่งให้เป็นห้องนอนอีกห้องก็ยังได้ค่ะ เพียงแค่กั้นประตูเพิ่มอีกนิดก็มีห้องนอนถึง 4 ห้องแล้วค่ะ นอกจากเรื่องฟังก์ชั่นการใช้สอยภายในตัวบ้านแล้ว ถ้าครอบครัวไหนอยากมีพื้นที่ทำสวนในบ้าน ก็แนะนำให้เลือกแปลงหัวมุมค่ะ เพราะขนาดที่ดินจะใหญ่ขึ้น ทำให้ได้พื้นที่ข้างบ้านไว้ปลูกต้นไม้ทำสวนเล็กๆ ค่ะ มาพูดถึงบ้านตัวอย่างกันบ้างดีกว่าค่ะ ภายในบ้านถูกจัดสรรเป็นสัดส่วนไว้อย่างลงตัว บริเวณชั้นล่างเมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเป็น Living Room และโซน Dining Room ที่เชื่อมต่อกับ Pantry เตรียมอาหาร ที่มาพร้อมลานหลังบ้านและพื้นที่สำหรับครัวไทย เมื่อเดินไต่บันไดขึ้นไปชั้นสอง ด้านหน้าบ้านจะเป็น Master Bedroom ห้องนอนใหญ่ที่มาพร้อมระเบียง ในส่วนของห้องน้ำบนชั้น 2 ก็สามารถเข้าได้สองทางทั้งจากทางห้องนอนใหญ่และทางเดินหน้าห้องค่ะ ซึ่งห้องชั้นบนจะแชร์ห้องน้ำร่วมกัน แต่ก็มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทุกคนในครอบครัวนะคะ เพราะพื้นที่ชั้นบนนั้นยังมีห้องนอนเล็กถึง 2 ห้องด้วยกัน ถ้าครอบครัวไหนมีจำนวนสมาชิกน้อยก็สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นให้เป็นห้องทำงานก็ยังได้ค่ะ แปลนบ้านของ วิลเลจ กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ นะคะ ประตูรั้วหน้าบ้านจะเป็นสีขาวเข้ากับตัวบ้านสไตล์ Modern Colonial ขนาด 62 ตารางวา พื้นที่ความสุข 141 ตร.ม. ซึ่งลูกบ้านจะได้ทุกอย่างเหมือนในภาพเลยนะคะ หน้าบ้านสามารถจอดรถได้ถึง 2 คันเลยนะคะ บริเวณหน้าบ้านนอกจากสามารถจอดรถได้ 2 คันแล้วยังมีพื้นที่เหลือสำหรับปลูกต้นไม้ ทำสวนหย่อมได้อีกด้วยค่ะ เทอเรสข้างบ้าน ที่ลูกบ้านสามารถตกแต่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นได้ตามใจชอบเลยค่ะ โดยโครงการได้ยกพื้นสูงขึ้นมาให้หนึ่งเสต็ปพร้อมตีหลังคาระแนงทาสีขาวไว้ให้เรียบร้อยแล้ว พื้นที่หน้าบ้านต่อเนื่องจากลานจอดรถจะยกพื้นขึ้นมา 1 เสต็ปนะคะ เข้ามาในบ้านจะเจอโถงกลางก่อนเลยค่ะ ซึ่งบรรยากาศค่อนข้างโปร่ง โล่ง สบายทีเดียว พื้นที่โถงกลางจะอยู่ติดกับโซนครัวนะคะ ซึ่งทางจะบิลต์อินไอส์แลนด์และเคาน์เตอร์พร้อมตู้เก็บของมาให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนครัวลูกบ้านจะได้เคาน์เตอร์ ตู้เก็บของ และไอส์แลนด์สำหรับเตรียมอาหารวัสดุและขนาดเหมือนดั่งในภาพเลยนะคะ จะเว้นก็เพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าค่ะ ซึ่งลูกบ้านต้องซื้อเข้ามาเอง อ่างล้างจานจะเป็นแบบหลุมเดียวนะคะ จะเห็นได้ว่ามีพื้นที่ด้านข้างเหลือสำหรับวางจานและไมโครเวฟด้วย อีกทั้งด้านล่างเคาน์เตอร์ยังเป็นตู้เก็บของด้วยค่ะ ติดกับส่วนครัวจะมีประตูเปิดมาหลังบ้านในส่วนซักล้างนะคะ ซึ่งพื้นที่หลังบ้านก็มีขนาดกว้างเพียงพอที่ลูกบ้านจะต่อเติมทำเป็นครัวไทยได้ โดยทางโครงการจะเทพื้นคอนกรีตไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ กลับเข้ามาในบ้านติดกับส่วนครัวจะเป็นห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจนเลยนะคะ พื้นที่อาบน้ำมีขนาดกว้างขวางกำลังดี ทางโครงการยกธรณีสูงขึ้นมานิดนึงเพื่อกันน้ำไหลย้อน ซึ่งส่วนนี้ลูกบ้านสามารถซื้อม่านอาบน้ำมาติดเพิ่ม หรือจะติดกระจกก็ยังได้ค่ะ บริเวณส่วนล้างหน้า ทางโครงการจะติดกระจกเงาขนาดใหญ่ทรงสูงมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ มาในส่วนของพื้นที่เอนกประสงค์กันบ้าง พื้นที่ส่วนนี้ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจเลยนะคะ จะทำเป็นห้องนั่งเล่นเหมือนดั่งในภาพก็ได้ หรือใครอยากทำเป็นห้องทำงานก็ยังได้อีกเช่นกันค่ะ ขนาดของมุมนี้กำลังดีเลยนะคะ ไม่เล็กไป ไม่ใหญ่ไป จากภาพจะเห็นได้ว่าทางโครงการได้จัดตัวอย่างให้เป็นห้องนั่งเล่น จัดวางโซฟาตัวยาวพร้อมคอนโซลทีวี โดยพื้นที่ตรงกลางเหลือที่มากพอสำหรับวางโต๊ะกลางด้วยค่ะ เมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมาชั้นบน จะเจอกับห้องนอนเล็ก 2 ห้องนะคะ ซึ่งจะอยู่ติดกัน ภายในห้องขนาดค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ ซึ่งก็มาพร้อมหน้าต่างบานเลื่อนกระจกใส หากใครมีจำนวนสมาชิกน้อยหน่อย ก็สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องนอนให้เป็นห้องทำงานก็ได้นะคะ เดินออกมาจากห้องนอนเล็กก่อนถึงห้องนอนใหญ่จะเป็นห้องน้ำนะคะ ซึ่งด้านบนมีเพียงห้องเดียวใช้ร่วมกัน ภายในห้องก็แบ่งแยกส่วนเปียกและแห้งไว้เช่นเดิม เพียงแต่ห้องน้ำของชั้นสองส่วนเปียกจะกรุกระจกกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ บริเวณล้างหน้าจะต่างจากห้องน้ำด้านล่างนะคะ ซึ่งด้านบนทางโครงการได้บิลต์อินต์เคาน์เตอร์ลอยมาให้ แต่ก็มาพร้อมกับกระจกเงาส่องหน้าขนาดเท่าด้านล่างค่ะ ขยับเข้ามาที่ห้องนอนใหญ่กันบ้าง ภายในห้องดูโปร่งโล่งเอื้อต่อการพักผ่อนอย่างแท้จริงเลยค่ะ ทางโครงการจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้เป็นตัวอย่างนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถวางขนาด 6 ฟุตได้ด้วยค่ะ เพราะพื้นที่โดยรอบค่อนข้างกว้างทีเดียว สามารถเดินรอบเตียงได้ ประตูกระจกใสที่อยู่ที่ติดกับส่วนเตียงจะเชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกนะคะ ระเบียงบนห้องนอนใหญ่มีขนาดกำลังดีเลยนะคะ ลูกบ้านสามารถวางต้นไม้ตกแต่งได้ตามใจชอบเลยค่ะ กลับเข้ามาด้านใน พื้นที่ตรงข้ามระเบียงจะเป็นห้องน้ำนะคะ ซึงห้องนอนใหญ่มีประตูเชื่อมกับห้องน้ำด้านนอกด้วยค่ะ ปลายเตียงจะเป็นส่วนของคอนโซลทีวีนะคะ ติดกับคอนโซลทีวีมีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับ Walk – in closet นะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถบิลต์อินตกแต่งได้ตามใจ โครงการ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจนะคะ ใครที่กำลังมองหาบ้านสักหลังสำหรับเริ่มต้นใช้ชีวิตครอบครัว บ้านซีรี่ย์ใหม่ที่ผนังบ้านเป็นอิสระ ให้ความเป็นส่วนตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีนะคะ แถมราคาก็ไม่ได้สูงจนเกินไปนัก น่าจะอยู่ในงบประมาณที่เอื้อมถึงกันด้วยค่ะ ยิ่งถ้าใครคุ้นชินกับทำเลแถวนี้อยู่แล้ว ก็น่าจะเห็นถึงศักยภาพความเหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยได้ชัดเจนขึ้น ทั้งเรื่องความอุดมสมบูรณ์ สาธารณูปโภคโดยรอบโครงการก็ตอบสนองความต้องการได้ครบถ้วนแบบนี้ยิ่ง “ไม่ควรพลาดเลยนะคะ” สำหรับคนที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมโครงการและบ้านตัวอย่างได้นะคะ เผื่อจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/Tnoaw6 หรือ โทร. 1797
“A Space Me รัตนาธิเบศร์” บนทำเลสะดวกสบายเชื่อมต่อกลางเมือง ครบครันทุกสิ่งที่ชีวิตต้องการ

“A Space Me รัตนาธิเบศร์” บนทำเลสะดวกสบายเชื่อมต่อกลางเมือง ครบครันทุกสิ่งที่ชีวิตต้องการ

เติมความสุขอีกขั้นในชีวิตที่มากกว่ากับคอนโดมิเนียมดีๆ จาก Areeya Property ที่มาพร้อม Facility ครบครันทันสมัยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้รอบด้าน แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ตามมาดูพร้อมกันเลยค่ะ   โครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” ปัจจุบันสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้ววันนี้นะคะ สำหรับความน่าสนใจก็คือเรื่องของ “ทำเล” นั่นเองค่ะ เพราะอยู่ติดถนนรัตนาธิเบศร์ ตัวโครงการตั้งอยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาออกตรงข้ามกับเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ แถมยังใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีแยกนนทบุรี 1) เพียง 250 เมตรเท่านั้น ซึ่งสามารถเดินทางสู่ใจกลางเมืองอย่างง่ายดาย เพราะตอนนี้ทาง MRT ได้เชื่อมสถานีเตาปูนกับบางซื่อเข้าไว้ด้วยกันแล้ว บอกเลยว่าสะดวกสบายไม้แพ้คอนโดฯ กลางเมืองเลยค่ะ เซ็นทรัล รัตนาธิบเศร์ ที่อยู่ตรงข้ามจากโครงการ ส่วน MRT สถานีแยกนนทบุรี 1 ก็อยู่ห่างไปเพียงแค่ 250 เมตร สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบายเช่นกันค่ะ แม้ว่าการจราจรบนถนนเส้นนี้จะมีติดขัดอยู่บ้างในชั่วโมงเร่งด่วน แต่ก็ยังมีเส้นทางให้หลีกเลี่ยงอยู่พอสมควรไม่ว่าจะเป็น ทางเลี่ยงเมืองนนทบุรี ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนติวานนท์ ถนนราชพฤกษ์ รวมไปจนถึงทางด่วนงามวงศ์วาน ก็สามารถเลือกใช้เส้นทางเชื่อมต่อใจกลางเมืองได้ตามสะดวก นอกเหนือจากการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวแล้ว การเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆ ก็สะดวกไม่ใช่น้อยเลยค่ะเพราะมีทั้งรถเมล์ รถตู้ประจำทาง รวมถึงรถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ผ่านไปมาอยู่ตลอด   อีกหนึ่งความน่าสนใจคือตัวโครงการอยู่ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์และความบันเทิงมากมาย มีห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่สามารถพึ่งพาอาศัยและอยู่ใกล้ที่สุด ถัดเข้าหาเมืองหน่อยก็จะมี ห้าง Big C (สถานีศรีพรสวรรค์), เอสพลานาด แคราย, Tesco Lotus (สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี), ห้างพันทิพย์ พลาซ่า และห้าง The Mall งามวงศ์วาน รวมไปจนถึงร้านอาหารมากมายที่เรียงรายกันมาตั้งแต่ถนนรัตนาธิเบศร์ถึงถนนงามวงศ์วาน เรียกว่าเพียบพร้อมและอุ่นใจในเรื่องอาหารการกิน รวมถึงสถานที่จับจ่ายซื้อของใช้กันแบบสะดวกสบายสุดๆ   พื้นที่คุณภาพของชีวิตที่แท้จริง ภายในโครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” ทาง Areeya ก็ได้รวบรวม Facility ที่น่าสนใจไว้เพียบพร้อมทีเดียวค่ะ พอผ่านทางเข้าสุดไพรเวทเข้ามา สิ่งแรกที่สะดุดตาและสัมผัสได้ทันทีก็คือ ความเงียบสงบเป็นส่วนตัว แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์จากสีเขียวขจีของพรรณไม้ที่หาได้น้อยมากในคอนโดมิเนียมกลางเมือง ซุ้มทางเข้าโครงการ มาดูที่ตัวโครงการกันบ้างดีกว่า โครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” เป็นคอนโดมิเนียม High Rise อาคารเดี่ยว 22 ชั้น ออกแบบทุกตารางนิ้วให้ตอบฟังก์ชั่นและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในบรรยากาศรีสอร์ท รูปลักษณ์ภายนอกอาคารจึงดูทันสมัย โดยพยายามเพิ่มความรู้สึกเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ตั้งแต่พื้นที่ร้านค้าในโซน Plaza Space เชื่อมต่อกับสวนบริเวณรอบอาคาร และล็อบบี้ขนาดใหญ่ ด้านบนมีสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่บนชั้น 18 และ 19 ที่มาพร้อมวิวแบบพาโนรามา สระว่ายน้ำซีทรูระบบเกลือแบบ Infinite Edge ห้องออกกำลังกาย Relax Lounge ห้องประชุมและห้องสมุด เรียกว่าตอบโจทย์ความต้องการของลูกบ้านได้อย่างแท้จริง บรรยากาศบริเวณ Lobby ที่ชั้น 1 ขึ้นมาที่ชั้น 4 จะเป็นส่วนของ Facility หลักๆ ของโครงการ ขึ้นมาแล้วจะเจอส่วนของห้องฟิตเนสก่อนเลยนะคะ ด้านในก็มีอุปณ์ออกกำลังกายให้ครบครัน ติดกับห้องฟิตเนสจะเป็นห้องนั่งเล่น Relax Lounge ให้ลูกบ้านได้มานั่งพักผ่อน หรือจะมานั่งรอเพื่อน รอแฟน เล่นฟิตเนส ก็ได้จ้าาา ใกล้ๆ กันจะเป็นห้องประชุมวิว Panorama เดินขึ้นบันไดต่อมาที่ชั้น 5 จะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำซีทรูระบบเกลือแบบ Infinite Edge ความยาว 25 เมตร ด้านบนที่ชั้น 18 และ 19 จะมีสวนสีเขียวอยู่ลูกบ้านได้ขึ้นมารับลมชมวิวมุมสูง   นอกจากนี้ทางโครงการยังคำนึงถึงความปลอดภัยโดยเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกบ้านด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกล้องวงจรปิด CCTV รอบโครงการ มีระบบ Key Card Access บัตรผ่านเข้าออกอาคาร และที่สำคัญคือเรื่องลิฟท์โดยสาร ซึ่งมีบริการทั้งหมด 4 ตัว นับตามสัดส่วนของจำนวนยูนิตรวมทั้งหมดแล้ว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สบายๆ ไม่หนาแน่นจนเกินไป ซึ่งทางโครงการมีระบบการจัดการลิฟท์ที่ให้ความรวดเร็วด้วยค่ะ ในส่วนของที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไป มีห้องให้เลือกฝั่งทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกเนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งของตัวอาคาร แต่สำหรับห้องพักในชั้น 18-22 จะมีพื้นที่ทางเดินหน้าห้องแบบ Single Corridor ที่ไม่มีเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามห้องเป็นโซนชั้นที่มีความเป็นส่วนตัวมาก   เปิดห้องตัวอย่าง A Space Me รัตนาธิเบศร์ ในส่วนของพื้นที่พักอาศัยนั้นทางโครงการมียูนิตรวมทั้งหมด 401ยูนิต ไม่รวม Shop 5 ยูนิต ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นอีกหนึ่งข้อของโครงการในย่านนี้เลยค่ะ เพราะยิ่งยูนิตน้อยแน่นอนว่าจำนวนของผู้อาศัยจึงน้อยกว่าและมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ทำให้การใช้พื้นที่ส่วนกลางไม่ต้องต่อคิวเหมือนคอนโดฯ ทั่วไป   โครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” มีแบบห้องมาตรฐานคือ 1 Bedroom มีพื้นที่ใช้สอยให้เลือก 2 ขนาดคือ 25 ตร.ม. และ 32.10  ตร.ม. แต่ห้องตัวอย่างที่เราได้ชมกันก็คือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 25 ตร.ม. ซึ่งในห้องตัวอย่างทางโครงการตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้ลูกบ้านได้เห็นไอเดียและฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้ชัดเจนมากขึ้น ลักษณะของห้อง Type นี้จะถูกจัดวางแปลนไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจน มีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่กั้นพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนไว้ด้านในสุดติดระเบียง ทำให้สามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่ โดยพื้นที่ในส่วนของ Living Area ก็ดูกว้างขวางสบาย ในขณะที่พื้นที่ของห้องครัวและห้องน้ำจะถูกจัดวางไว้ในโซนเดียวกัน ต้องบอกเลยว่าทางโครงการจัด Space ภายในห้องไว้ดีมาก แม้จะเป็นห้องขนาด 25 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด เข้ามาในห้องก็จะเจอส่วนครัวและห้องน้ำก่อนเลยค่ะ ซึ่งทางโครงการจะมีเคาน์เตอร์ครัวมาให้แบบนี้เลยนะคะ สำหรับเคาน์เตอร์ครัวทางโครงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Lixil (ลิกซิล) แบรนด์คุณภาพจากญี่ปุ่น ออกแบบให้เป็น One-Wall Kitchen ที่เหมาะแก่การประกอบอาหารมื้อง่ายๆ เบาๆ มีพื้นที่เตรียมอาหาร และซิงค์ล้างจาน ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำ อ่างล้างหน้าจะเป็นเคาน์เตอร์ จึงมีที่วางของรอบๆ เยอะดีค่ะ มาพร้อมกระจกเงาบานสูง โถสุขภัณฑ์วางอยู่ใกล้ๆ กัน โครงการแยกพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้ให้ เพื่อช่วยให้รักษาความสะอาดได้ง่ายกว่า ชุดฝักบัวและเครื่องทำน้ำอุ่น ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นส่วน Living Area ที่ดูกว้างขวาง ระยะห่างระหว่างคอนโซลกับโซฟาถือว่าห่างพอสมควรเลยนะค่ะ ต้องบอกว่าการจัด Space ภายในห้องทำไว้ได้ดีมาก ด้านที่วางโซฟาโครงการจัดพื้นที่ไว้ให้วางโซฟาได้ขนาด 2-3 ที่นั่ง ส่วนด้านชั้นวางทีวีโครงการ Built-in ชั้นวางทีวีเชื่อมต่อกับเคาน์เตอร์ครัวมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ติดกับ Living Area คือส่วนของห้องนอน มีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนกั้น ภายในห้องนอนโครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งเหมาะสมกับขนาดห้องนอนอย่างพอดิบพอดี จะเห็นได้ว่าขนาดข้างเตียงยังมีพื้นที่ว่างพอให้วางโต๊ะข้างเตียงได้อีกนะคะ ปลายเตียงเป็นตู้เสื้อผ้าแบรนด์ Lixil (ลิกซิล) ที่โครงการ Built in มาไว้ให้แล้ว มีขนาดใหญ่พอเก็บเสื้อผ้าได้ 2 คนเลยล่ะ ข้างตู้เสื้อผ้าจะมีประตูเล็กๆ ให้เปิดไปยังพื้นที่ระเบียงได้ พื้นที่ระเบียงที่โครงการได้เตรียมพื้นที่ไว้สำหรับวางคอมเพรสเซอร์ด้านบนไว้ให้เรียบร้อย มุมมองจากเตียงออกไปที่ Living Area จะเห็นว่าพื้นที่ดูกว้างขวางเนื่องจากการจัดแปลนของโครงการ   และเพื่อให้เห็นประโยชน์ใช้สอยของห้องขนาด 25 ตร.ม. ได้ชัดเจนขึ้น เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างอีกห้องหนึ่ง ที่ทางโครงการได้ทำการตกแต่งและบิลต์อินไว้อย่างเต็มพื้นที่ เรียกได้ว่าจัดเต็ม คุ้มค่าทุกตารางเมตรจริงๆ ค่ะ เปิดประตูเข้าไปจะด้านซ้ายจะเป็นห้องน้ำ ขวามือเป็น Pantry เหมือนดั่งห้องแรกเลยนะคะ แต่ในส่วนของคอนโซลทีวีจะบิลต์อินเป็นตู้สูงจรดเพดาน ซึ่งก็เพิ่มพื้นที่เก็บของได้มากขึ้นด้วยค่ะ ส่วนของพื้นที่นั่งเล่น จะเห็นได้ว่าแตกต่างจากห้องตัวอย่างแรกอย่างชัดเจนเลยนะคะ เพราะทางโครงการได้บิลต์อินตู้เก็บของไว้ที่ผนังฝั่งหนึ่งให้มีพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้น และยังเป็นไอเดียให้แก่ลูกบ้านอีกด้วย นอกจากตู้เก็บของยังมีโต๊ะเอนกประสงค์เล็กๆ ที่สามารถใช้รับประทานอาหารและทำงานได้ ซึ่งหากไม่ใช้งานก็สามารถพับลงเก็บได้เช่นกัน ฟังก์ชั่นในห้องนอนก็จะเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ สามารถจัดวางเตียงขนาดคิงไซส์ได้สบายๆ โดยเหลือพื้นที่ให้เดินได้โดยรอบแบบไม่อึดอัดแต่อย่างใด พื้นที่ข้างเตียงที่ทางโครงการบิลต์อินให้เป็นตู้เก็บของไว้เป็นตัวอย่าง ก็ยิ่งเพิ่มฟังก์ชั่นใช้งานได้มากขึ้นนั่นเอง   ในส่วนของห้อง 1 Bedroom ขนาด 32.10  ตร.ม. ทางโครงการยังไม่มีห้องตัวอย่างนะคะ ซึ่ง Type นี้จะมีเพียงชั้นละ 2 ห้องเท่านั้น โดยแปลนห้องมีลักษณะเป็นรูปตัวแอล ฟังก์ชั่นและการใช้งานจะคล้ายกับ Type 25 ตร.ม. วัสดุทุกอย่างที่ใช้ในห้องก็จะเหมือนกัน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องน้ำจะอยู่ด้านข้าง แต่ในส่วนของ Pantry จะต่างกับห้องแรกนะคะ ซึ่งทางโครงการออกแบบให้เชื่อมต่อกับ Living ที่ดูกว้างขวางเหมาะแก่การพักผ่อน โดยครัวจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมระหว่าง Pantry โต๊ะรับประทานอาหาร และส่วนนั่งเล่นไว้ด้วยกัน โดยในส่วนของครัวก็จะมีเตาไฟฟ้าและระบบดูดควันมาให้เสร็จสรรพ ซึ่งก็เหมาะแก่การประกอบอาหารแบบง่ายๆ ในส่วนของห้องนอนก็มีประตูบานเลื่อนกั้น ด้านในก็มีขนาดกว้างขวางทีเดียวค่ะ ซึ่งสามารถจัดวางเตียงขนาดควีนไซส์ได้ และยังเหลือพื้นที่เพียงพอสำหรับวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะข้างเตียงอีกด้วย ทั้งนี้ห้องนอนยังเชื่อมต่อกับระเบียงด้วยค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 32.10 ตร.ม.   อย่างที่บอกไปแล้วว่าแบบห้องของ "A Space Me รัตนาธิเบศร์" มีแบบห้อง 2 แบบ 2 ขนาด ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับการใช้สอยตามความต้องการของลูกค้าสำหรับห้องฝั่งทิศตะวันออกจะได้วิวสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อย่างเต็มสายตาเหมือนพักผ่อนอยู่รีสอร์ทเลยทีเดียวซึ่งห้องทั้งหมดของโครงการนั้นเปิดขายกันแบบมีชุดเคาน์เตอร์ครัว สุขภัณฑ์ ตู้เสื้อผ้า Built-in ในห้องนอน และเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง ที่ได้มาพร้อมห้องนะคะ แต่ปัจจุบันทางโครงการได้จัดโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า โดยให้เฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งห้อง   นับว่าโครงการ A Space Me รัตนาธิเบศร์ ของ Areeya นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจในย่านรัตนาธิเบศร์ทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะใครที่คุ้นเคยทำเลในย่านนี้ ก็น่าแวะไปลองเยี่ยมชมห้องตัวอย่างไว้เพื่อพิจารณากันดูนะคะ ยิ่งในตอนนี้รถไฟฟ้าสายสีม่วงได้เชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินและเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าออกเมืองได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะมองในแง่ของการอยู่อาศัยสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นซื้อหาคอนโดของตัวเอง หรือจะจับจองไว้สำหรับลงทุน โครงการ A Space Me รัตนาธิเบศร์ ก็อยู่ในระดับราคาที่จับต้องได้ เอื้อมถึงได้ไม่ยาก ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคครบครันทุกสิ่งที่ชีวิตต้องการ   สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.areeya.co.th หรือโทร. 1797
Areeya Mandarina สุขุมวิท 77 (PREVIEW)

Areeya Mandarina สุขุมวิท 77 (PREVIEW)

Areeya Mandarina สุขุมวิท 77 ทาวน์โฮม/โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น กับฟังก์ชั่นที่ปรับเปลี่ยนได้ พร้อม 4 ห้องนอนใหญ่ 5 ห้องน้ำ และห้องรับแขกขนาดใหญ่ พื้นที่จอดรถ 2-4 คันครบครันด้วยคลับเฮ้าส์หรู สระว่ายน้ำ และสวนสีเขียวรอบโครงการ จาก Areeya Property รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น     6,600,000 บาท เจ้าของโครงการ     บริษัท อารียา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ     ทาวน์โฮม 4 ชั้น จำนวน 198 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด     20 - 1 - 20 ไร่ ที่ตั้งโครงการ    ถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ    พร้อมเข้าอยู่ สถานที่สำคัญใกล้เคียง Pickadaily Bangkok Mall The Emporium J avenue Paradise Park Max Value ร.พ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย ทาวน์โฮม 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 225 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวก คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ สวนสีเขียวขนาดใหญ่ ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  1797 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.areeya.co.th
A Space ME รัตนาธิเบศร์ (รีวิวคอนโด)

A Space ME รัตนาธิเบศร์ (รีวิวคอนโด)

ที่ผ่านมาเราพาไปดู คอนโดมิเนียม ที่ตั้งอยู่ตามแนว รถไฟฟ้าสายสีม่วง มาก็หลายโครงการแล้ว ซึ่งแต่ละครั้งที่ผ่านมา บนถนนรัตนาธิเบศร์ก็มักจะเห็นโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ ครั้งนี้เราจึงถือโอกาสพาไปทำความรู้จักกับอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจของ บริษัท อารียา พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ภายใต้แบรด์ A Space ME คอนโดมิเนียม High Rise สูง 22 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสถานีศรีพรสวรรค์ และสถานีแยกนนทบุรีนั่นเอง   การเดินทาง   ถึงที่ตั้งของ A Space ME รัตนาธิเบศร์ จะอยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง แต่เนื่องจากการก่อสร้างรถไฟฟ้ายังไม่แล้วเสร็จ การเดินทางที่สะดวกที่สุดในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ถึงแม้ว่าการจราจรบนถนนสายนี้จะติดขัดเอาการในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่ในขณะเดียวกันก็มีเส้นทางเลี่ยงอยู่พอสมควร ทั้งเส้นทางเลี่ยงเมืองนนทบุรี ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนติวานนท์ ถนนราชพฤกษ์ รวมถึงทางด่วนงามวงศ์วาน ก็สามารถเลือกใช้เป็นเส้นทางเข้าเมืองได้ตามความสะดวก ด้วยความที่ตัวโครงการตั้งอยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาออกตรงข้ามกับเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ การเดินทางมาจากฝั่งแครายมุ่งหน้าไปทางสะพานพระนั่งเกล้า จึงไม่ต้องกลับรถให้ยุ่งยาก พอผ่านสถานีรถไฟฟ้าศรีพรสวรรค์มาแล้วก็ให้เตรียมชิดซ้ายได้เลย นอกเหนือจากการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวแล้ว การเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆ ก็จัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน เพราะมีทั้งรถเมล์ รถตู้ประจำทาง รวมถึงรถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ผ่านไปมาตลอดเวลาเลยทีเดียว เหตุผลของการเลือกคอนโดมิเนียมที่เกาะแนวรถไฟฟ้า ก็เพราะเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายสำหรับคนเมืองอย่างเราๆ สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้คาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้งานไม่ได้เกินปี 2559 ดังนั้นในอนาคตการเดินทางมายังโครงการ A Space ME รัตนาธิเบศร์ด้วยรถไฟฟ้าก็ดูจะเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ตัวโครงการตั้งอยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าศรีพรสวรรค์ และสถานีแยกนนทบุรี โดยอยู่ค่อนไปทางสถานีแยกนนทบรี ซึ่งอยู่ห่างจากหน้าโครงการออกไปประมาณ 450 เมตร จัดว่าเป็นระยะทางที่สามารถเดินไปมาได้สบายๆ และไม่เหนื่อยจนเกินไป ถึงแม้ว่าทางโครงการจะไม่มีบริการรถ shuttle รับส่งให้ก็ตาม   วิเคราะห์ตัวโครงการ   เนื่องจากที่ตั้งของโครงการ A Space ME รัตนาธิเบศร์ยังถือว่าอยู่ห่างจากความเจริญในเมืองพอสมควร จึงมีบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบสงบแบบชานเมืองอยู่มาก รอบๆ โครงการมีห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งช็อปปื้งที่สามารถพึ่งพาอาศัยและอยู่ใกล้ที่สุด ถัดเข้าหาเมืองหน่อยก็จะมี ห้าง Big C ที่อยู่บริเวณสถานีศรีพรสวรรค์ The Esplanade รัตนาธิเบศร์, Tesco Lotus บริเวณสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี รวมถึงห้างพันทิพย์ พลาซ่า และห้าง The Mall งามวงศ์วาน ที่เรียงรายกันมาตั้งแต่ถนนรัตนาธิเบศร์ถึงถนนงามวงศ์วาน ดังนั้นในเรื่องอาหารการกิน รวมถึงที่จับจ่ายซื้อของใช้ในบ้านจึงอยู่ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร ซึ่งสามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า และรถสาธารณะอื่นๆ นอกจากนี้รอบๆ โครงการยังไม่มีตึก หรืออาคารสูงขึ้นขนาบข้าง เพราะส่วนใหญ่ยังเป็นที่อยู่อาศัยในแนวราบ และยังเป็นที่โล่งซึ่งยังไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะมีโครงการอื่นๆ สร้างตามมาในระยะประชิดหรือไม่ สำหรับการออกแบบของ A Space ME รัตนาธิเบศร์นั้น ตัวอาคารเป็นอาคารเดี่ยวสูง 22 ชั้น เน้นการสร้างบรรยากาศแบบรีสอร์ท ในขณะที่ยังตอบโจทย์ได้ดีในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานตามรูปแบบ Life Style ของคนรุ่นใหม่ รูปลักษณ์ภายนอกอาคารจึงดูทันสมัย โดยพยายามเพิ่มความรู้สึกเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ตั้งแต่พื้นที่ร้านค้าในโซน Plaza Space เชื่อมต่อกับสวนบริเวณรอบอาคาร และล็อบบี้ขนาดใหญ่ ด้านบนมีสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่บนชั้น 17 และ 18 ที่มาพร้อมวิวแบบพาโนรามา สระว่ายน้ำแบบ Infinite Edge และห้องออกกำลังกาย ซึ่งให้บรรยากาศแบบการพักผ่อนในรีสอร์ท นอกจาก Facility พื้นฐานที่บอกไปแล้ว ทางโครงการยังมีห้องประชุม และห้องสมุดพร้อมอินเตอร์เน็ต wi-fi ไว้ให้บริการอีกด้วย เรียกได้ว่าจัดกันให้แบบไม่มีกั๊กกันเลย ในส่วนของที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไป ซึ่งจะมีห้องให้เลือกในฝั่งทิศตะวันออกกับทิศตะวันตก เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งของตัวอาคาร แต่สำหรับห้องพักในชั้น 18-22 ที่มีพื้นที่ทางเดินหน้าห้องแบบ Single Corridor จะมีแต่ห้องทางด้านทิศตะวันตกเท่านั้น ถ้าอยากได้พื้นที่หน้าห้องที่เปิดโล่งรับลม และรับวิวกว้างๆ ก็ต้องแลกกับแดดร้อนๆ ในช่วงบ่ายกันนิดนึงนะครับ นอกเหนือจากสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ฐานที่บอกไปแล้ว ก็ยังมีเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยแบบ 24 ชั่วโมง พร้อมกล้องวงจรปิด มีระบบ Key Card Access ใช้ในการเข้าออกอาคาร และที่ลืมพูดถึงไม่ได้ก็คือเรื่องลิฟท์โดยสาร ซึ่งมีบริการทั้งหมด 4 ตัว นับตามสัดส่วนของจำนวนยูนิตรวมที่ 401 ยูนิตแล้ว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สบายๆ ไม่หนาแน่นจนเกินไปครับ แถมทางโครงการก็คุยไว้ว่ามีระบบการจัดการลิฟท์ที่ให้ความรวดเร็วด้วย ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเท่าไหร่ตอนใช้งานจริงๆ ส่วนเรื่องที่จอดรถสามารถจอดได้ตั้งแต่ชั้น 1-4 ซึ่งสามารถจอดได้ประมาณ 40% นับรวมแบบจอดซ้อนคันแล้วด้วย จัดว่าน้อยไปซักหน่อยถ้าคิดว่าการอยู่อาศัยในแถบนี้ ลูกบ้านน่าจะต้องอาศัยรถส่วนตัวในการเดินทางบ้างไม่มากก็น้อย ดังนั้นถ้าหากเจ้าของห้องกว่าครึ่งมีรถยนต์ส่วนตัว เรื่องที่จอดรถก็คงจะไม่พอแน่ๆ ครับ ปัญหาที่ตามมาก็น่าจะเป็นเรื่องการแย่งที่จอดรถกันนี่แหละที่น่ากังวล   พาชมห้องตัวอย่าง   ห้องพักของ A Space ME รัตนาธิเบศร์ เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนทั้งหมด แบ่งเป็น 2 Type ที่ขนาด 25 ตร.ม. และ 32.10 ตร.ม. โดยที่ห้องขนาด 32.10 ตร.ม. จะมีอยู่เพียงชั้นละ 2 ห้องเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะเป็นห้องขนาด 25 ตร.ม. ซึ่งทางโครงการมีห้องตัวอย่างไว้ให้เยี่ยมชม การจัดวาง Lay out ห้องต้องชมว่าทำออกมาได้ลงตัวมากๆ ถึงแม้ห้องจะมีขนาดแค่ 25 ตร.ม. แต่ก็ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย และไม่น่าอึดอัดเลย ทั้งๆ ที่ภายในห้องจัดการตกแต่งไว้เต็มที่ พื้นที่ห้องครัวและห้องน้ำจะอยู่ในโซนด้านหน้าห้อง เปิดเข้าห้องมาปุ๊ปก็จะเจอครัวขนาดเล็ก ที่เหมาะกับการประกอบอาหารเบาๆ ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำที่ติดอยู่นิดหน่อยตรงที่ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำแยกพื้นที่ส่วนแห้งส่วนเปียกมาให้ ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ของห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่อาศัยประตูกระจกบานเลื่อนช่วยแยกพื้นที่ทั้งสองออกจากกัน บริเวณห้องนอนมีขนาดกระทัดรัด วางเตียงขนาด 5 ฟุตเข้าไปด้านข้างก็เกือบจะเต็มพื้นที่แล้วนะครับ บริเวณปลายเตียง Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ด้วย ซึ่งสามารถใช้เป็นมุมแต่งตัวเล็กๆ ได้พอดี ถ้าดูตาม Lay out ห้องในแบบแปลนจะเห็นว่ามีระเบียงเล็กๆ อยู่ในห้องนอนด้วย ซึ่งของจริงพื้นที่ของระเบียงก็เล็กจริงๆ จนแทบจะไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้มากนัก แถมประตูเข้า-ออกระเบียงยังเป็นประตูบานสวิงในตำแหน่งตรงปลายเตียงพอดิบพอดี รูปแบบห้องตรงบริเวณนี้จึงดูขัดตาไปซักหน่อย จากที่ได้เข้าไปดูห้องตัวอย่างมาแล้ว ต้องบอกว่าทาง Areeya ตั้งใจออกแบบมาได้ดีทีเดียว เพราะการจัดวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ทำได้ลงตัว และให้ความรู้สึกน่าอยู่และสามารถใช้งานได้จริง ทั้งชั้นเก็บของ และตู้แขวนต่างๆ ที่ Built-in มาให้พร้อมห้อง ซึ่งน่าจะช่วยให้มีพื้นที่เก็บของได้เป็นจำนวนมากและเป็นระเบียบเรียบร้อย ของที่เห็นในห้องส่วนใหญ่ทางโครงการจะให้มาพร้อมห้องเลย เรียกว่าขายกันแบบ Fully-Fitted แต่หน้าตา สีสันของเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาพร้อมห้องอาจจะไม่เหมือนกับแบบในห้องตัวอย่างซะทีเดียวนะครับ ลองสอบถามกับเซลล์ดูว่าชิ้นไหนแถมมาให้ แล้วหน้าตาจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนบ้าง ถามให้ละเอียดกันไปเลยจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง นอกจากนี้เรื่องระบบไฟฟ้าต่างๆ ภายในห้อง ทางโครงการก็เตรียมติดตั้งไว้ให้เสร็จสรรพ เช่น ตำแหน่งของเครื่องซักผ้า ที่วางอยู่ใต้เคาน์เตอร์ครัว เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ตำแหน่งที่จะวางตู้เย็น เครื่องกรองน้ำ เป็นต้น เอาเป็นว่าซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมนิดหน่อยก็พร้อมเข้าอยู่แล้ว เมื่อเปิดเข้ามาในห้องทางซ้ายจะเป็นห้องน้ำ ส่วนทางขวาจะเป็นส่วนครัว ส่วนครัวทางโครงการจะ Build ให้ จะมีพื้นที่วางตู้เย็นอยู่ติดกับประตู อีกมุมหนึ่งของส่วนครัว ซิ้งค์ล้างจากก็ให้เป็นแบบมาตรฐาน มาดูห้องน้ำกันบ้าง อ่างล้างหน้า ก็เป็นแบบมาตรฐาน ชักโครกจะใช้ของ American Standard ฝักบัวที่โครงการให้จะเป็นแบบนี้ครับ พื้นระหว่างส่วนครัวกับส่วนนั่งเล่นจะแบ่งชัดเจน ส่วนครัวจะเป็นกระเบื้อง ส่วนห้องนั่งเล่น จะเป็นไม้ลามิเนต มาถึงส่วนของห้องนั่งเล่น ห้องนั่งเล่นจะอยู่หน้าห้องนอน ตรงนี้เป็นที่วางทีวี จากห้องนั่งเล่น สามารถมองไปทางส่วนครัวได้ ประตูกั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น จะเป็นกระจกบานเลื่อน มาถึงห้องนอน ก็ถือว่ากว้างพอสมควร อีกมุงนึงของห้องนอน พื้นที่วางตู้เสื้อผ้า หน้าต่างเป็นบานเกล็ด มองจากห้องนอนออกไปทางประตู จากห้องนอนมองไปมุมห้องนั่งเล่น มุมห้องครัวครับ สวิทซ์ไฟ   ความคุ้มค่าน่าลงทุน สำหรับทำเลของโครงการ A Space ME รัตนาธิเบศร์นั้น นับว่าเป็นทำเลที่ค่อนข้างน่าความสนใจเลยทีเดียว เนื่องจากอยู่ติดถนนรัตนาธิเบศร์ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่มีขนาดหลายเลน มีเส้นทางเลี่ยงได้หลายทาง อีกทั้งยังมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงตัดผ่าน แน่นอนว่าในอนาคตการเดินทางเข้าเมืองก็จะยิ่งสะดวกมากขึ้น ศักยภาพด้านความเจริญเติบโตก็มีโอกาสอย่างต่อเนื่องเช่นกัน สำหรับคนที่เริ่มต้นมองหาที่อยู่อาศัยในแนวรถไฟฟ้าไว้อยู่อาศัยเอง โครงการนี้น่าจะช่วยตอบความต้องการได้ไม่มากก็น้อย ทั้งในเรื่องของราคาห้องที่เริ่มต้นอยู่ที่ 1 ล้านปลายๆ (ในช่วงเปิดตัว) ซึ่งจัดสรรวัสดุอุปกรณ์มาได้มาตรฐานสมราคาคอนโดระดับนี้ รวมถึงเรื่อง Facility ที่มีครบทุกรูปแบบ และยังอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า มีแหล่งพักผ่อนอยู่ในระยะที่เดินทางสะดวก ทำให้การอยู่อาศัยในบริเวณจัดว่าสะดวกสบายดีทีเดียว ส่วนในแง่ของการลงทุน แน่นอนว่าทำเลในแถบนี้มีโอกาสในการเติบโตค่อนข้างดี การซื้อมาขายไปจึงมีความเป็นไปได้ที่จะทำกำไรได้เช่นกัน แต่ก็ต้องระวังเรื่องคู่แข่ง และตัวเปรียบเทียบเยอะเนื่องจากปริมาณห้องที่ล้นตลาดของทำเลในย่านนี้ เช่นเดียวกันกับการปล่อยห้องให้เช่า เพราะในบริเวณใกล้เคียงมีคอนโดอื่นๆ อีกหลายโครงการ ทำให้กลุ่มคนเช่ามีตัวเปรียบเทียบมากขึ้น รวมถึงการแข่งขันในเรื่องราคาค่าเช่า จึงอาจจะต้องทำการบ้านและลงโฆษณากันเหนื่อยหน่อย