Tag : ฮันคิว

3 ผลลัพธ์
พบความปีติบนพื้นที่ชีวิตที่ใหญ่ที่สุดบนเอกมัย

พบความปีติบนพื้นที่ชีวิตที่ใหญ่ที่สุดบนเอกมัย

  บริษัทเสนา ดีเวลลอปเมนท์ ร่วมมือกับฮันคิว บริษัทอสังหายักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ล่าสุด บนพื้นที่ 4 ไร่กว่าในซอยเอกมัย ซึ่งถือเป็นทำเลทองที่ทุกคนต่างให้ความสนใจ เป็นทำเลที่มีเสน่ห์เป็นของตนเอง ตอบโจทย์ทุก lifestyle ภายใต้คอนเซ็ปต์ “IKIGAI”     หากอิคิไก ในความหมายของใครหลายๆคนจะหมายถึง ความรักที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนเกิดเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่อยากให้เราลืมตาตื่นขึ้นมาในทุกๆเช้า อิคิไกในความหมายของเสนา-ฮันคิวก็คงจะหมายถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทกับการพัฒนาโครงการให้เป็นมากกว่า “พื้นที่อยู่อาศัย” แต่เป็น “พื้นที่ชีวิต”ที่อยากให้การใช้ชีวิตมีคุณค่าและมีความสุขในทุกๆโมเม้นต์ จนตกผลึกออกมาเป็น “PITI EKKAMAI”     ที่ปีติได้เปลี่ยนวิธีคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากเดิมคิดว่าคอนโดมิเนียมที่ดีต้องมีอะไร เปลี่ยนมาเป็นคอนโดมิเนียมที่ดี ที่ให้ผู้พักอาศัยมีชีวิตที่ดีต้องมีอะไรและทำอะไรบ้าง เพื่อให้เขาเหล่านั้นอยากตื่นขึ้นมา อยากมีความสุขกับโมเม้นต์ที่อยู่ในบ้านตัวเองได้มากที่สุด     จากจุดเริ่มต้นแนวความคิดเล็กๆ เพื่อต้องการตอบโจทย์ทุกโมเม้นต์ของทุกคน ปีติจึงเป็นโครงการที่ประกอบไปด้วย • ที่จอดรถสูงถึง 70% เพื่อลดความกังวลสำหรับคนที่กลับถึงบ้านแล้วกลัวว่าจะไม่มีที่จอดรถ • ส่วนกลางที่ใหญ่และครบครันที่สุดในเอกมัย • บริการระดับ Elite Services เพื่ออำนวยความสะดวกอย่างสูงสุดกับผู้พักอาศัย • Third Place ส่วนตัวหน้าโครงการ ซึ่งเป็นอาคารสูง 4 ชั้น ประกอบไปด้วย 3 ร้านค้า : Casa Lapin(Cofee&Café),Restaurant,Convenient Store • Fully Furnished การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับห้องพักอาศัยอย่างดีที่สุด เริ่ม 4.45 ล้าน* ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท* โทร 1775#63  
“เสนา” ผนึก “ฮันคิว” เตรียม Presale “นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่ง” คอนโดนวัตกรรมจากญี่ปุ่น “Geo fit+” แห่งแรกในไทย

“เสนา” ผนึก “ฮันคิว” เตรียม Presale “นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่ง” คอนโดนวัตกรรมจากญี่ปุ่น “Geo fit+” แห่งแรกในไทย

“เสนา” ผนึก “ฮันคิว” นำร่องโปรเจกต์แรก “นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่ง”คอนโดนวัตกรรมจากญี่ปุ่น “Geo fit+” พร้อมเปิด Presale กระหึ่ม 30 ก.ย. – 1 ต.ค. 60 ด้านไนแฟรงค์ฯ เผยทำเลย่านแบริ่งขาขึ้น ยอดขายพุ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง SENA กับบริษัท ฮันคิว เรียลตี้จำกัด ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในญี่ปุ่น หนึ่งในกลุ่ม บริษัท Hankyu Hanshin Holding Group ซึ่งภายหลังประกาศพัฒนาโครงการร่วมกันโปรเจกต์แรก “นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่ง”  ต้องยอมรับว่าได้รับกระแสการตอบรับอย่างดีมากจากตลาดกลุ่มเป้าหมาย มีการพูดถึงว่าเป็นคอนโดมิเนียมนวัตกรรมจากญี่ปุ่น โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมที่เรียกว่า “Geo fit+”ลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศญี่ปุ่นและเป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่นำนวัตกรรมดังกล่าวเข้ามาใช้ ภายใต้แนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ใส่ใจในรายละเอียดและเข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง สามารถนำมาใช้กับการสร้างที่อยู่อาศัยอย่างยอดเยี่ยมทั้ง Japanese Functionality ฟังค์ชั่นการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ, Japanese Innovation นวัตกรรมแนวคิดใหม่ๆ เพื่อการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ  และJapanese Design กลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นที่นำมาใช้ในการออกแบบ สำหรับโครงการ นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่งภายใต้คอนเซ็ปต์“Life Charger” ความลงตัวของพื้นที่ชาร์จชีวิตคนเมืองยุคดิจิตอล ที่นี่ให้คุณชาร์จชีวิตได้ทุกวัน สะดวกสบายทุกการเดินทาง เนื่องจากใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีแบริ่ง เพียง250 เมตร นอกจากนี้สายสีเขียวยังเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ซึ่งเป็นเส้นทางไปสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยโครงการตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 4 ไร่เศษ ติดถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 70 เป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับสูง 34 ชั้น  1 อาคาร ทั้งหมด 1,275  ยูนิตโดยมีให้เลือก 3 Type คือ แบบ 1 Bedroom ขนาด 28 – 31 ตารางเมตร ,แบบ 1 bedroom plus ขนาด 34 ตารางเมตร และ แบบ 2 Bedroom ขนาด 48 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 2.3 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตกตารางเมตรละ 87,000 บาท รวมมูลค่าโครงการ 3,400ล้านบาท ส่วนการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานให้เหมือนวิถีการอยู่อาศัยแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และเพื่อสนองความต้องการของผู้อาศัยใน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.Geo fit + days คุณภาพที่ได้มาตรฐาน 2.Geo fit + eco ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 3.Geo fit + age ปลอดภัยสำหรับผู้สูงวัยและ 4.Geo fit + sonaeเตรียมพร้อมฉุกเฉินป้องภัยธรรมชาติและด้วยการนำแนวคิด Geo Fit+ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างที่อยู่อาศัยในญี่ปุ่นนั้น มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับ Lifestyle คนไทย ยกตัวอย่าง การวางโซนพยาบาลไว้ในโครงการเพื่อเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยของลูกบ้าน หรือการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยระบบ EV Charger ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์แทนการใช้ไฟฟ้าในโครงการรวมถึงมีการออกแบบฟังก์ชั่นห้องชุด ให้ตอบสนองความต้องการของผู้พักอาศัย เช่น ชั้นปรับระดับได้ที่สามารถปรับฟังก์ชั่นการใช้งานตู้ภายในห้องชุดได้ตามการใช้งานจริง เป็นต้น ด้านสาธารณูปโภคภายในโครงการครบครัน อาทิ พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ , สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge ระบบเกลือยาว 88 เมตร ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์ครบครันด้วยพื้นที่ 250 ตารางเมตร Boxing Room , Panoramic Sky Lounge, Jogging Track ในสวน และ Yoga Roomเป็นต้นนอกจากนี้ ยังมีร้านสะดวกซื้อ 7 -11 และ ร้านกาแฟ แบรนด์ชั้นนำ TOM N TOM บนพื้นที่ขนาด 200 ตารางเมตร ไว้รองรับลูกบ้านภายในโครงการด้วย นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด  กล่าวว่า การพัฒนาคอนโดมิเนียมพักอาศัยในย่านสุขุมวิทตอนปลายแบริ่ง มีศักยภาพในการขยายตัวและเติบโตได้ ทั้งตอบสนองความต้องการของคนทำงานในเมืองและคนทำงานในย่านสมุทรปราการ ซึ่งปัจจัยหนุนศักยภาพของทำเลในย่านนี้ คือ 1.ความได้เปรียบจากทำเลที่ตั้ง เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวสามารถเชื่อมต่อกับศูนย์กลางธุรกิจที่สำคัญย่านสุขุมวิท เพลินจิต สีลม และย่านการค้าสยาม โดยช่วยให้คนทำงานกลางเมืองเดินทางเข้าถึงแหล่งงานและแหล่งช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพียง 15-25 นาที จากสถานีแบริ่ง ขณะเดียวกันส่วนต่อขยายสามารถที่จะเชื่อมต่อไปยังจังหวัดสมุทรปราการถึงบางปูจะช่วยให้คนที่ทำงานในย่านอุตสาหกรรมย่านบางปูได้รับความสะดวกเช่นเดียวกัน  2.ต้นทุนที่ดินในย่านนี้ราคายังสามารถจับต้องได้ ซึ่งจะทำให้ราคาขายคอนโดในย่านนี้ยังมีราคาขายที่ไม่สูงมากเกินไป โดยคอนโดในละแวกนี้ราคาต่อยูนิตอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านบาทถึง 3.5ล้านบาท ในขณะที่ทำเลตามแนวสุขุมวิทตั้งแต่บางนาถึงอโศก คอนโดใหม่ในพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟฟ้าในราคา 1.5 ล้านบาทถึง2.5 ล้านบาท ไม่สามารถหาได้แล้ว แต่ด้วยราคาต่อยูนิตที่ไม่สูงมากทำให้ยอดผ่อนชำระกับธนาคารตกต่อเดือนประมาณหมื่นต้นๆ ถือว่าไม่สูงไม่มากสำหรับพนักงานออฟฟิศใจกลางเมือง 3. ย่านสุขุมวิทตอนปลายเป็นย่านที่พัฒนาแล้ว มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะครบถ้วน มีโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์หลายโครงการ เช่น ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค โครงการอาคารสำนักงานภิรัช ทาวเวอร์ โครงการบางกอกมอลล์ เป็นโครงการ mixed-use ขนาดใหญ่ พัฒนาโดยกลุ่มเดอะมอลล์ บริเวณจุดตัดถนนบางนาตราด-สุขุมวิท บนเนื้อที่ 100 ไร่ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ปี 2561 และ 4.  ด้านผลตอบแทนการลงทุนค่อนข้างดี อยู่ที่ 5.5%-6.5% (แต่ขึ้นอยู่กับโครงการ)   ซึ่งคอนโดมิเนียม low-rise แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 28- 30 ตารางเมตร ราคาขายประมาณ 2 – 2.2 ล้านบาท อัตราค่าเช่าเดือนละประมาณ 10,000 – 12,000 บาท ส่วนคอนโด High-rise ราคาขายประมาณ 2.5 – 2.8 ล้านบาท อัตราค่าเช่าประมาณ 13,000 -15,000 บาทต่อเดือน ผู้เช่ามีทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีนและเกาหลีที่ทำงานอยู่ในโรงงานย่านสมุทรปราการ อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจของงานผลวิจัยไนท์แฟรงค์ฯ พบว่าคอนโดมิเนียมบริเวณสถานีบางนา-แบริ่ง- สำโรงมีอุปทานสะสมระหว่างปี 2555 ถึงครึ่งปีแรก 2560 มีทั้งสิ้น 12,417 ยูนิต ปัจจุบันมีหน่วยเหลือขายประมาณ 3,343 ยูนิต คิดเป็นอัตราการขายร้อยละ 73 เติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่มีอุปทานใหม่เข้ามามากที่สุดประมาณ 4,300 ยูนิต จะเห็นได้ว่าอัตราการดูดซับในทำเลนี้ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่คอนโดทำเลโดยรอบสถานีแบริ่ง ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2560 มีอัตราการขายสูงถึงร้อยละ 83  มีอุปทานสะสมทั้งสิ้น 6,430 ยูนิต ปัจจุบันมีหน่วยเหลือขายเพียง 1,160 ยูนิต ซึ่งสะท้อนถึงอัตราการขายสูงสุดในรอบ 5 ปี จะเห็นได้ว่าทำเลแบริ่งเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากอัตราการขายที่สูงกว่าร้อยละ 70 ตลอดระยะเวลา 5 ปี จากการสำรวจพบว่าคอนโดมิเนียมบริเวณสถานีบางนา – แบริ่ง –สำโรง ส่วนมากเป็นอาคาร low – rise คิดเป็นร้อยละ 63 หรือ 7,861 ยูนิต ขณะที่อาคาร High – rise มีประมาณ 4,556 ยูนิต หรือร้อยละ 37 แต่หากพิจารณาเฉพาะคอนโดมิเนียมสถานีแบริ่ง พบว่ามีเพียงแค่8% หรือ 545 ยูนิต ที่เป็นอาคารสูงจากโครงการ Knight Bridge และ The Gallery Bearing และคอนโดสูงในทำเลนี้ มียอดขาย 99% เหลือขายไม่กี่ห้อง เนื่องจากเป็นโครงการที่เปิดขายเมื่อ 3- 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ผลสำรวจคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ในบริเวณนี้ตั้งอยู่ในซอยลาซาล หรือ สุขุมวิท 105 และในซอยสุขุมวิท 107 ซึ่งในซอยนั้นไม่สามารถขึ้นอาคารสูงได้ ขณะที่ตลาดปล่อยเช่าในย่านนี้ยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน  ซึ่งปัจจุบัน พบว่าราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมบริเวณสถานีบางนา – แบริ่ง – สำโรง ที่เป็นอาคาร  Low – rise เปิดขายตารางเมตรละ 70,000 บาท แต่ถ้าหากเป็นคอนโดมิเนียมอาคารสูงในซอยราคาจะสูงกว่าประมาณ 28% หรือตารางเมตรละ 90,000 บาท ขณะที่ราคาคอนโดมิเนียมอาคารสูงริมถนนสุขุมวิทจะมีราคาสูงสุดอยู่ 100,000 บาทต่อตารางเมตร  สูงกว่าคอนโด High – rise ในซอย 28% สำหรับโครงการ นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่งเตรียมเปิดพรีเซล์ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคมนี้ พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษ ลุ้น Lucky Draw ห้องโปรฯราคา 2.2 ล้าน*กรณีชำระเงินจอง+ทำสัญญา (แบ่งจ่าย 0% 6 เดือน) พร้อมรับ Gift Voucher สยาม พารากอน 5,000 บาท  และราคาพรีเซล รับส่วนลดวันงาน 50,000 บาท ทั้งนี้ ทางโครงการยังเปิดให้ลูกค้าได้เข้าชมห้องตัวอย่างตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปแล้ว ณSales Gallery โครงการ นิช โมโนสุขุมวิท – แบริ่ง  
เสนา – ฮันคิว : เปิดวาร์ปโครงการใหม่ “นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่ง” เร็วๆ นี้

เสนา – ฮันคิว : เปิดวาร์ปโครงการใหม่ “นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่ง” เร็วๆ นี้

วาร์ป !! มาเปิดโครงการใหม่ โปรเจกต์ร่วมทุนครั้งแรกจากเสนา – ฮันคิว เตรียมพบกับคอนโดมิเนียมไฮไลท์รูปแบบใหม่ติดถนนสุขุมวิทเพียง 250 เมตรจากสถานีแบริ่งได้เร็ว ๆ นี้ “แบริ่ง” อีกหนึ่งโลเคชั่นที่มีศักยภาพและพร้อมจะเติบโตเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของย่านสุขุมวิทตอนปลาย เนื่องจากการเติบโตย่านสุขุมวิทตอนต้นจนถึงสุขุมวิทตอนกลางเริ่มอิ่มตัว ทำให้การขยายพื้นที่ทางธุรกิจเริ่มมีการขยับออกมาย่านสุขุมวิทตอนปลายมากขึ้น ประกอบกับบริเวณนี้ มี infrastructure รองรับการเติบโตอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จึงมิใช่เรื่องแปลกที่เห็นหลายโปรเจกต์กำลังจะผุดขึ้น เพื่อเป็นการตอกย้ำศักยภาพพื้นที่บริเวณ “แบริ่ง”   น่าจับตามองในอนาคต Location นับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะช่วยให้วิถีชีวิตคนเมืองโดยเฉพาะวัยทำงานได้คล่องตัวหรือบาลานซ์ไปกับการดำเนินชีวิตในแต่ละวันได้ เพียงแต่เรามีโจทย์ชีวิตที่ชัดเจนว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร และต้องการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์รูปแบบไหน รวมถึงทรัพย์ในกระเป๋ามีมากพอกับการใช้จ่ายหรือไม่ แน่นอนว่าทำเลที่เป็น Prime location อย่างทองหล่อ อโศกหรือ ติดแนวรถไฟฟ้าต่างๆ ราคาที่อยู่อาศัยย่อมแพงแต่แลกมาด้วยความสะดวกสบายในการเดินทาง และเมื่อย้อนมาที่โจทย์ชีวิตของเรา ที่ ณ วันนี้ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่จริงและเดินทางสะดวกสบายไม่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้ามากนัก “เพียง 250 เมตรถึงสถานี”  กับทำเล “แบริ่ง” เรียกได้ว่าเป็นทำเลศูนย์กลางธุรกิจของย่านสุขุมวิทตอนปลายตัวจริง เราขอแนะนำ “นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่ง” ทางเลือกที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการที่ให้มากกว่าแค่การอยู่อาศัย ภายใต้แนวความคิดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “Geo Fit+” ในราคาเริ่มเพียง 2 ล้านกว่าบาทเท่านั้น!! “นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่ง” จะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ นับเป็นโครงการร่วมทุนโปรเจกต์แรกของเสนา – ฮันคิว แบบเต็มรูปแบบ ที่ใกล้รถไฟฟ้ามากสุด “เพียง 250 เมตรถึงสถานี” กับทำเล “แบริ่ง” สำหรับใครที่สนใจลองเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ http://www.sena.co.th