Tag : แต่งห้อง

48 ผลลัพธ์
ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

  ปัจจุบันห้องแต่งตัวไม่ได้เป็นแค่พื้นที่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น ด้วยตำแหน่งที่มักจัดไว้ใกล้ห้องน้ำและห้องนอน หลายคนจึงปรับพื้นที่นี้เป็นที่เก็บของใช้ต่างๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องนอน, กระเป๋าเดินทาง หรือเครื่องประดับ โดยการออกแบบและจัดแบ่งหมวดหมู่ที่ดีจะทำให้ห้องนี้ใช้งานได้สะดวกและเป็นระเบียบมากขึ้น ทว่าห้องแต่งตัวในฝันของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนฝันอยากได้ห้องแต่งตัวสไตล์เจ้าหญิงที่มี Walk-in Closet ดินแดนส่วนตัวแบบฟูลออฟชั่น หรือบางคนฝันอยากมีห้องแต่งตัวแบบสไตล์ลอฟท์เท่ๆ ตามฉบับชายหนุ่มมาดแมนที่มีตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูปมาพร้อมมัลติฟังก์ชั่น เหมาะสำหรับพื้นที่ทุกรูปแบบ ทั้งนี้ไม่ว่าคุณมีฝันอย่างไร อยากได้ห้องแต่งตัวรูปแบบไหน? "ห้องแต่งตัว" ก็คือพื้นที่ส่วนตัวที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณ ดังนั้นในบทความนี้เราขอยกตัวอย่างห้องแต่งตัวรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นไอเดียให้กับห้องแต่งตัวในฝัน โดยที่คุณสามารถทำได้จริง แถมยังสนุกกับการตกแต่งมากขึ้น   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Luxury สุดหรู หรูหราสง่างามและทันสมัยในตัวเอง คือหัวใจสำคัญของสไตล์ Modern Luxury ใครที่ฝันอยากมีห้องแต่งตัวเหมือนเจ้าหญิงแบบ Walk-in Closet สุดหรูที่เอื้อประโยชน์ได้ทั้งหยิบใช้และโชว์ แถมยังมีให้เลือกใช้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ตู้, ช่องเก็บของ, ราวแขวน, ชั้น, หรือลิ้นชักต่างๆ โดยที่เจ้าของบ้านสามารถกำหนดรูปแบบได้ตามความพอใจเพื่อให้สอดรับกับความต้องการนั้นบอกได้เลยว่าไม่ยาก เทคนิคง่ายๆ คือเลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือวัสดุสุดเก๋ตามเทรนด์ปัจจุบันที่ให้ทั้งลุคหรูหราพร้อมดูทันสมัยมาตกแต่ง ซึ่งควรเลือกชิ้นเด่นๆ หรือคลุมโทนสีไปในทิศทางเดียวกันก็จะช่วยทำให้ห้องแต่งตัวชวนมองมากขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมเพิ่มมิติจากความวิบวับจากแสงไฟ และวัสดุตกแต่งที่มีความมันวาวอย่างเมทัลลิก เช่นเดียวกับมือจับประดับเพชรขอบทอง เฟอร์นิเจอร์จาก SB Design Square เหมือนในภาพตัวอย่างด้านบนที่สะกดทุกสายตา และสะท้อนความโก้ได้ดีทีเดียว   ห้องแต่งตัวในฝันสวยงาม สดใส สไตล์ Modern Chic  ใครที่เบื่อห้องแต่งตัวรูปแบบเดิมๆ ลองมาดูเทรนด์ใหม่มาแรงอย่างสไตล์ Modern Chic ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ซ่อนความเก๋ของงาน Design ไว้อย่างลงตัว ซึ่งทริคในการเนรมิตห้องแต่งตัวในฝันสไตล์นี้ก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่คุณเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันสดใสจาก SB Design Square เหมือนดั่งภาพตัวอย่างด้านบนที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานตามแบบฉบับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ชอบอะไรแบบเรียบเก๋ จัดวางตู้เสื้อผ้าและมุมแต่งตัวให้เต็มผนังด้านใดด้านหนึ่ง เน้นฟังก์ชั่นหลักที่ต้องการมีเพียงตู้เสื้อผ้า โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ทำบานปิดแต่ติดราวเลียนแบบห้องลองชุดตามร้าน ให้สามารถเลือกเสื้อผ้าและเปลี่ยนได้ทันที พร้อมติดตั้งลิ้นชักสำหรับเก็บเสื้อไว้ตรงกลาง แถมบริเวณใต้ลิ้นชักยังใช้เป็นส่วนจัดเก็บเพิ่มเติมที่น่าจะงอกเงยเพิ่มพูนอย่างมากมายในอนาคตได้อีกด้วย   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Minimal ตกแต่งน้อย แต่มากฟังก์ชั่น มาต่อกันที่สไตล์มินิมอลของสายคลีนกันบ้าง กับไอเดียการแต่งห้องแต่งตัวในฝันด้วยไม้สีอ่อน ดูอบอุ่น เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ ซึ่งเราแนะนำให้เลือกฟังก์ชั่นของตู้ให้ครบกับความต้องการในการใช้งาน ด้วยตู้เสื้อผ้าแนวคิดใหม่รุ่น Wardrobe จาก SB Design Square ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของชาวมินิมอลได้ดี เพราะสามารถเลือกตู้เสื้อผ้าบานเปิดในห้องนอนให้ลงตัวกับพื้นที่ได้ทั้งแบบลอยตัว และแบบบิลต์อิน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ กับการออกแบบตู้เสื้อผ้าในสไตล์ของคุณเอง แถมยังดีไซน์หน้าบาน มีให้เลือกหลากหลายวัสดุทีเดียว อาทิ บานไม้, บานกระจก, บานม่าน มีฟังก์ชั่นให้ทุกการเปิดปิดตู้เสื้อผ้า เงียบสนิท นุ่มนวล ลดแรงกระแทก ออปชั่นภายในตู้เสื้อผ้า ปรับเปลี่ยนตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง คุ้มค้าในทุกพื้นที่จัดเก็บ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ห้องแต่งตัวในฝันที่ไม่กินพื้นที่ของห้องมากเกินไปแล้วล่ะ   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Loft  คงปฏิเสธได้ยากจริงๆ สำหรับกระแสเทรนด์การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ที่ยังได้รับความนิยมอยู่มากในปัจจุบัน กับการโชว์ให้เห็นเนื้อแท้สัจจะวัสดุในการตกแต่ง สร้างอารมณ์ดิบเท่ที่ไม่ต้องปรุงแต่งให้ผิดแปลกไปจากวัสดุดั้งเดิมมากนัก ซึ่งหากคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ตกหลุมรักเสน่ห์ของความดิบเท่สไตล์นี้ และฝันอยากมีห้องแต่งตัวที่บ่งบอกตัวตน แนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ลอฟท์จาก SB Design Square ที่ใช้ท่อเหล็ก มาสร้างโครงสร้างของห้องแต่งตัว นอกจากความแข็งแรงของวัสดุประเภทท่อ การเลือกทำ Walk-in Closet สไตล์นี้ ยังทำให้ห้องที่ดูแคบโล่งโปร่งขึ้นได้ รวมถึงไม่จำเป็นต้องทำลิ้นชักแบบยึดติดผนัง สามารถเพิ่มเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว เข้ามาเป็นพื้นที่เก็บของได้อย่างกลมกลืนเช่นเดียวกับภาพตัวอย่าง นอกจากนี้ยังสามารถให้ทีม SB Interior Team ช่วยออกแบบโดยสร้างความเท่กว่าเดิมด้วยการทำเป็นประตูไม้บานเลื่อน ติดรางเพิ่มเติมสำหรับเข้าออก เป็นการสร้างกิมมิกที่ดูสะดุดตาให้กับห้องได้ดีทีเดียว   "ห้องแต่งตัว" ก็เปรียบเสมือนกับการจัดดิสเพลย์ให้กับบ้าน ดังนั้นถ้าใครคิดจะทำห้องแต่งตัวในฝันตามสไตล์ที่เราชอบ อย่าลืมคำนึงถึงความสะอาดและการจัดระเบียบเป็นสำคัญ เพราะนอกจากได้ห้องแต่งตัวที่สวยงามน่าใช้งาน ยังสะท้อนตัวตนความเป็นคุณได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้การจัดเรียงเสื้อผ้าตามโทนสี ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกในการหยิบใช้มากขึ้นด้วยนะ แต่..ถ้าคุณกำลังมองหาไอเดียแต่งห้องแต่งตัวในฝันแต่ยังไม่รู้จะแต่งแบบไหน เราขอแนะนำให้คุณพุ่งตัวไปปรึกษาเรื่องการออกแบบ กับทีม SB Interior Team ได้ที่ SB Design Square ทุกสาขา เพราะนอกจากจะมีฝีมือระดับเทพและประสบการณ์ออกแบบห้องสวยได้อย่างใจลูกค้ามานับไม่ถ้วน ทางมัณฑนากรยังเลือกใช้แต่เฟอร์นิเจอร์คุณภาพ SB โดยที่เราสามารถกำหนดงบประมาณได้อีกด้วย จนเรากล้าการันตีเลยว่า "ไม่ว่าคุณจะอยากอยู่แบบไหน...ก็ได้อยู่แบบนั้น" สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสนใจนัดหมายออนไลน์ได้ที่ https://www.sbdesignsquare.com/th/interior-solution/free-interior-design-service 
How to แต่งห้องนอนสไตล์ Zen สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

How to แต่งห้องนอนสไตล์ Zen สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าในยุคปัจจุบันการแต่งบ้านสไตล์ Zen หรือที่เราเรียกติดปากกันว่ามินิมอล ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยวิถีชีวิตที่ค่อนข้างเรียบง่ายและเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบคนญี่ปุ่น รวมไปจนถึงการออกแบบที่พิถีพิถัน คำนึงถึงการใช้งานของผู้อยู่อาศัยมาเป็นอย่างดี ทำให้ผู้คนที่มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวต่างประทับใจ และไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะได้เห็นการตกแต่งบ้านในสไตล์นี้ในประเทศไทยมากขึ้น   เมื่อกระแสของความมินิมอลยังดีอยู่เสมอ และดูมีทีท่าที่จะเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะอย่างที่ทราบกันดีแหละค่ะว่าความมินิมอลอยู่บนพื้นฐานของความเรียบง่าย และถึงจะมีความเรียบง่าย แต่ก็ดูไม่ธรรมดา แม้จะใช้ของตกแต่งเพียงน้อยชิ้น แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันตามความต้องการ นี่จึงถือเป็นเสน่ห์สำคัญที่สไตล์มินิมอล เข้ามาครองใจใครหลายคน วันนี้ Review Your Living เลยขอหยิบเอาไอเดียการตกแต่งห้องนอนในสไตล์ Zen หรือสไตล์มินิมอลแบบฉบับญี่ปุ่น ที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สำหรับคนที่กำลังคิดจะแต่งหรือเปลี่ยนโฉมห้องนอนใหม่มาฝาก โดยเฉพาะห้องนอนไซส์มินิ ที่หากจัดเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งเยอะจนเกินไปอาจจะทำให้ดูรกและเกะกะได้ ดังนั้นการแต่งห้องนอนสไตล์นี้ จึงเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้ห้องนอนออกมาดูสวยและตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนในบ้านได้..   ห้องนอนที่เรานำมาให้ชมกันเป็นห้องนอนในบ้านตัวอย่าง โครงการ Noble Gable Kanso Watcharapol ด้วยคอนเซ็ปต์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ มาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง หลอมรวมออกมาในสไตล์เซน สะท้อนผ่านการตกแต่งห้องนอนขนาดพื้นที่จำกัด โทนสีของห้องใช้จึงเป็นสีเอิร์ธโทน เพื่อให้ห้องนอนดูเรียบง่ายมากที่สุด และการใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น   ภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนละมุนจากวัสดุไม้โทนสีวอร์มโอ๊คที่นำมากรุผนังและฝ้า เซาะร่องเพื่อเพิ่มความมีมิติ ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น ใช้หน้าต่างกระจกใสรับแสงธรรมชาติที่มาเสริมให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยถ่ายเทอากาศ ทำให้ห้องนอนเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขนาดน้อยนิดก็ตาม   ส่วนการตกแต่งที่ทำให้ห้องนอนดูไม่คับแคบไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ คือการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์ ไปตามความยาวของผนังห้องฝั่งหนึ่งเพื่อเหลือพื้นที่ว่างให้ได้มากที่สุด บริเวณข้างเตียงออกแบบให้เป็นลิ้นชักเก็บของ ซึ่งข้อดีของงานบิลต์อินคือเราสามารถทำขึ้นให้พอดีกับพื้นที่ได้โดยไม่เสียประโยชน์การใช้งานส่วนนั้นไป ทั้งยังเหมาะกับขนาดพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สามารถใช้พื้นที่อันน้อยนิดได้อย่างคุ้มค่า   รวมไปถึงการบิลต์อินตู้เสื้อผ้า แทนการซื้อเฟอร์นิเจอร์ และการเลือกชั้นวางแบบโปร่งไม่มีหน้าบานเปิดปิด ก็ช่วยทำให้ห้องนอนไม่อึดอัด และยังทำให้ผู้อยู่อาศัยใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น จะเห็นว่าแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น แต่ในทุกๆ ชิ้นต่างใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และเข้ากับสไตล์ Zen ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ นี่เป็นเพียงไอเดียส่วนหนึ่ง ที่สามารถทำออกมาให้เป็นจริงได้ สำหรับใครที่มีไอเดียหรือแรงบันดาลใจแล้วอยากเปลี่ยนโฉมห้องนอนใหม่ สามารถนำไอเดียที่เรานำมาฝากไปปรึกษาสถาปนิกหรืออินทีเรียเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้เลยค่ะ :)  
ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ

ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ

ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ คอนโดหรืออพาร์ทเม้นต์ที่คุณอาศัยอยู่อาจถูกมองข้ามพื้นที่เล็กๆ ที่เรียกว่า ‘ระเบียงห้อง’ คุณอาจจะออกไปยืนมองวิวทิวทัศน์ หรือสูดอากาศบริสุทธิ์บ่อยๆ แต่ใครจะรู้ว่าพื้นที่เล็กๆ นี้ สามารถตกแต่งได้เองไม่ต้องยุ่งยาก วันนี้เอง reviewyourliving มี ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ เนรมิตระเบียงธรรมดาให้เป็นมุมโปรดของคุณได้ ลองทำตามกันได้เลยค่ะ 1.เก้าอี้พับเก็บได้ มองหาเก้าอี้พับได้หรือโต๊ะเล็กๆ มาวาง เพื่อให้พับเก็บได้ง่าย สำหรับคนที่ไม่อยากให้ระเบียงดูรกเกะกะ เอาออกมากางในวันที่อากาศดีๆ รับรองว่าได้นั่งคุยกับเพื่อนหรือคนรู้ใจได้ยาวๆ ถ้ายิ่งอากาศดีเป็นใจแล้วละก็ ฟินอย่าบอกใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Věra Kořistková ออกมานั่งรับลม รับแสงแดดยามเช้า เพื่อให้คุณรู้สึกสดชื่นตลอดทั้งวันได้ง่ายๆ เพียงแค่หาเก้าอี้ไม้ และหาเบาะมารองนั่ง แนะนำให้เบาะเก็บเข้าที่ร่มเมื่อไม่ได้ใช้ เพื่อป้องกันน้ำฝน ที่อาจมาโดนเบาะรองนั่งของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : IKEA USA ถ้าอยากตกแต่งแบบคุมโทนหน่อย เลือกเป็นสีเดียวโมโนโทนเซตเดียวกันทั้งโต๊ะและเก้าอี้ อย่างเช่น เซตโต๊ะเก้าอี้วัสดุไม้ทั้งหมด แล้วหาต้นไม้มาวางประดับสักหน่อยก็จะสวยเท่ไปอีกแบบค่ะ 2.ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เติมออกซิเจนด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ห้องของคุณสดชื่นขึ้น สีเขียวของต้นไม้จะทำให้คุณผ่อนคลาย แถมยังปลูกเองได้ง่ายสุดๆ เพียงเลือกต้นไม้ที่ดูแลรักษาง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาค่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : na-alsayed.tumblr.com บางคนชอบไม้ดอก บางคนชอบไม้ประดับ เลือกพันธุ์ไม้ที่ชอบแล้วก็ลงมือตกแต่งได้ตามใจชอบเลยค่ะ แต่อย่าเผลอให้บริเวณระเบียงนี้ดูรกจนเกินไปนะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : plus.google.com ยิ่งถ้ามีพื้นที่ระเบียงจำกัด กลัวว่าวางต้นไม้จะเปลืองพื้นที่ ขอแนะนำให้ปลูกต้นไม้บนกำแพงหรือปลูกต้นไม้แนวตั้ง จากกำแพงโล่งๆ ธรรมดา จะดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที   ขอบคุณภาพจาก pinterest : domainehome.com จัดองค์ประกอบต้นไม้ให้เป็นสัดส่วนได้ด้วยการทำชั้นวางต้นไม้ นอกจากจะวางต้นไม้ได้หลายต้นแล้ว ยังดูเป็นระเบียบสวยงามอีกด้วย 3.ประดับไฟ อีกหนึ่งไอเดียที่โดนใจคนที่ชื่นชอบความโรแมนติก หรืออยากสร้างบรรยากาศในวันพิเศษกับคนพิเศษ ประดับไฟพาดไปกับแนวระเบียงช่วยเพิ่มความแปลกตาให้ห้องของคุณไม่น่าเบื่อ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : flickr ไฟประดับแบบหิ่งห้อยนี้ ทำให้ระเบียงของคุณดูเก๋ขึ้นอีกมาก เพียงแค่นำมาห้อยตามราวระเบียง ก็ทำให้มุมนี้ดูพิเศษสุดๆ ไปเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : Bloglovin' ประดับเทียนตามทางเดินหรือบนโต๊ะ ก็โรแมนติกไม่แพ้กันค่ะ เลือกเทียนแบบที่ชอบสไตล์ที่เหมาะกับห้องของคุณ เลือกจุดได้ตามโอกาส ไม่เปลืองค่าไฟด้วยค่ะ 4.พรมหรือฟูก เปลี่ยนระเบียงว่างๆ ให้กลายเป็นที่นอนเล่น นั่งเล่นได้ พักผ่อนตากลมได้สบาย ไม่ว่าจะตอนเช้ารับอากาศเย็นสบาย หรือ ตอนบ่ายเย็นก็นั่งชิวหรือปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : stadshem.se เลือกเบาะหรือพรมขนสัตว์ช่วยเพิ่มสไตล์การตกแต่ง หรือพรมแบบนิ่มจะได้นั่งเพลิดเพลินได้นานๆ แบบไม่เมื่อยด้วยค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : Stylish Eve ลองหาพรมที่มีลวดลายถูกใจคุณ และนำหลายๆ ผืนมาวางต่อกัน ก็สามารถช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ระเบียงพื้นที่เล็กๆ ได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : apartmenttherapy.com อยู่ในห้องอย่างเดียวคงเบื่อแย่ เอาฟูกมาปูให้เต็มระเบียง จะนั่งเล่นชมบรรยากาศ นั่งอ่านหนังสือ จิบกาแฟ หรือ นอนหลับยาวทั้งวันก็ได้ไม่มีใครว่า 5.ร่มกันแดดกันฝน ถ้ากลัวว่าแดดจะแรง อากาศไม่เป็นใจ หาร่มมากางสักคันจะได้นั่งได้แบบไม่ต้องกังวล จะฝนตกแดดออกก็พร้อมไว้ก่อน ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : IKEA USA ร่มขนาดใหญ่จะปกป้องแสงแดดได้มากกว่า และยังตกแต่งหลอดไฟที่ร่ม แต่งเติมสไตล์ให้ระเบียงคุณดูหรูหรา เหมือนอยู่ในรีสอร์ทห้าดาว และดูเก๋กว่าใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : DecoManitas วิธีการวางร่มบริเวณระเบียง วางชิดขอบด้านข้างเพื่อให้มีพื้นที่เดินได้สะดวก แนะนำให้วางตามทิศทางที่แสงแดดส่อง และเลือกขนาดร่มให้เหมาะสมกับพื้นที่ระเบียงค่ะ และป้องกันร่มปลิวตกลงไปจากระเบียง ด้วยการหาของหนักๆ มาทับไว้ด้วยนะคะ   แค่ลองทำตาม ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ ที่เรานำมาฝากกัน เพียงเท่านี้ ระเบียงห้องของคุณ ก็จะกลายเป็นมุมโปรดที่คุณได้มาใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดสุดชิว ยิ่งถ้าชวนเพื่อนๆ มานั่งด้วยกันก็คงจะมีความสุขไม่น้อยเลยค่ะ ลองหาเวลาตกแต่งระเบียงห้องกันดูนะคะ ใช้เวลาแค่นิดเดียว แต่ผลลัพธ์กลับดีต่อใจสุดๆ ค่ะ  
ไอเดียตกแต่งห้องให้เป็นสัดส่วนแบบสตูดิโอ

ไอเดียตกแต่งห้องให้เป็นสัดส่วนแบบสตูดิโอ

ไอเดียตกแต่งห้องให้เป็นสัดส่วนแบบสตูดิโอ การเลือกที่พักของคนในเมืองใหญ่ ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงคอนโดมิเนียมมาก่อนอันดับแรก และแบบห้องสตูดิโอก็มักจะมา เป็นตัวเลือกแรกๆ เสมอ อาจเพราะความสะดวกสบาย หรือปัจจัยด้านราคาก็แล้วแต่ วันนี้ reviewyourliving ก็เลยมี ไอเดียตกแต่งห้องให้เป็นสัดส่วนแบบสตูดิโอ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีห้องพักแบบสตูดิโอทุกท่าน รับรองเลยว่าจะช่วยให้ ห้องของคุณดูเป็นสัดส่วน น่าอยู่เสียจนคุณไม่อยากออกจากห้องไปไหนเลยค่ะ เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า     1. กั้นพื้นที่ใช้สอยให้เป็นสัดส่วนด้วยชั้นวางของ ลองหาชั้นวางของสวยๆ สักอันมาวางไว้ วิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะที่สุดหากคุณต้องการจะกั้นห้องให้เป็นกิจลักษณะ สามารถแยกพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่รับแขกออกจากกันได้ เพราะเจ้าชั้นวางของเนี่ยเป็นของที่หาซื้อได้ง่าย รับรองว่าตามร้านขายเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปมีแน่นอน ขอบคุณภาพจาก pinterest : Curbly ชั้นวางของที่โปร่งจะทำให้ห้องของคุณไม่ดูอึดอัด คุณสามารถตกแต่งได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ตุ๊กตา หรือของตกแต่งห้อง หรือจะตั้งอวดของสะสมเจ๋งๆ ก็ได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Miss LoveX ประโยชน์ของการตั้งชั้นวางของ ไม่เพียงแค่ทำให้ห้องของคุณเป็นสัดส่วนแล้วนั้น ยังช่วยให้สามารถเลือกตกแต่งเฟอร์นิเจอร์และของแต่งคอนโดให้เข้ากับพื้นที่การใช้งานในมุมต่างๆ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยจะเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกัน หรือจะใช้ตู้เสื้อผ้าใหญ่ๆ มาตั้งแทนชั้นวางของก็ได้นะ ไม่ว่ากัน 2. กั้นห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินแถมได้ประโยชน์ใช้สอยอย่างคุ้มค่า เชื่อว่าหลายคนมักแต่งคอนโดด้วยเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินอยู่แล้ว ยกเว้นบางคนที่มีคอนโดแบบสตูดิโอ อาจเพราะกลัวว่าจะทำให้ห้องดูหนักไป โดยที่ลืมคิดไปว่าการกั้นห้องแบบสตูดิโอก็สามารถใช้เฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินได้ ขอบคุณภาพจาก pinterest : Meltem Başer คุณจะเลือกกั้นแค่เฉพาะบางส่วนในห้องก็ได้ โดยการบิ้วท์ตู้หรือชั้นวางของในส่วนที่คุณอยากจะกั้นพื้นที่ การใช้งานให้ชัดเจน รับประกันว่าไม่ทำให้ห้องดูทึบตันแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : StyleCaster ไม่เพียงใช้กั้นพื้นที่การใช้งาน คุณยังเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินที่เป็นได้มากกว่าหนึ่งการใช้งาน เพื่อช่วยประหยัดเนื้อที่ใช้งานของห้องคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นเตียงที่สามารถใช้เป็นตู้เก็บเสื้อผ้าได้ โซฟาเบดบริเวณพื้นที่นั่งเล่นเพื่อใช้ปรับนอนได้ เป็นต้น 3.กั้นห้องให้เป็นสัดส่วนและโปร่งสบายด้วยผ้าม่าน อีกหนึ่งวิธีที่แสนง่าย ก็คือการกั้นห้องด้วยผ้าม่าน แค่ลงทุนติดม่านกั้นในส่วนที่คุณต้องการความเป็นส่วนตัว ความพิเศษก็คือ คุณสามารถรูดม่านเพื่อเปิดหรือปิดเวลาไหนก็ได้ หากต้องการความมิดชิดหน่อยก็แค่ปิดม่าน หรือต้องการความโปร่งสบายก็เพียงแค่รูดม่านเปิดเท่านั้นเอง วิธีนี้ง่ายแสนง่าย ไม่จำเป็นต้องกั้นกำแพงให้ยุ่งยาก ขอบคุณภาพจาก pinterest : Decoholic อีกอย่างที่ทำให้การใช้ม่านเป็นอีกหนึ่งในการแต่งคอนโดที่น่าสนใจ เป็นเพราะม่านมีความพริ้วไหว ไม่ทำให้ห้องของคุณดูหนัก แต่อย่าลืมว่าต้องเลือกชนิดของเนื้อผ้าม่านที่นำมาติดให้ดี และการเลือกรางม่านก็สำคัญเช่นกัน การใช้รางแบบซ่อนจะช่วยทำให้ห้องของคุณดูเรียบหรูขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Homepolish ม่านกั้นจะใช้ในส่วนไหนของห้องก็ได้ ไม่ว่าจะโซนแต่งตัว หรือบริเวณเตียงนอน เมื่อนำมาแต่งแล้ว ได้บรรยากาศของที่เหมือนเป็นเจ้าหญิง น่ารักไปอีกแบบ 4.กั้นห้องด้วย Partition Wall เหมือนได้ห้องมาเพิ่ม อีกวิธีที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ การกั้นห้องด้วย Partition Wall เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่เยอะหน่อย หากคุณมีงบอยู่ล่ะก็ แนะนำให้ลองใช้วิธีนี้ดูเลยค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Toronto Designers การกั้นห้องด้วย Partition Wall จริงๆ แล้วสามารถออกแบบได้หลากหลายรูปแบบ หากคุณเลือกที่จะกั้นด้วยผนังทึบ แน่นอนว่าคุณจะได้ความส่วนตัวที่สุดเลยล่ะ แต่หากห้องของคุณเป็นกับห้องที่มีขนาดเล็กมากๆ อาจจะยิ่งทำให้ห้องดูคับแคบอีกก็ได้ อย่าลืมคิดถึงข้อนี้ก่อนนะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vtwonen การกั้นเป็นผนังแบบนี้ก็เปรียบเหมือนมีกำแพงบ้านนั่นเอง สามารถเอาโต๊ะหรือของใช้ต่างๆ มาวางชิดติดผนังได้สารพัด แถมติดกรอบรูปบนผนังเพิ่มความมีสไตล์ให้กับห้องของคุณได้อีกด้วย 5.กั้นห้องด้วยกระจกใสเพิ่มความมีสไตล์ให้กับห้องของคุณ การกั้นห้องวิธีนี้ช่วยให้ห้องของคุณเป็นสัดเป็นส่วนได้เช่นกัน แต่ความพิเศษของการกั้นด้วยกระจกใสก็คือ จะไม่ทำให้ห้องของคุณดูมืด ทั้งยังทำให้ห้องดูโปร่งและสว่างอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Bloglovin' ลองทำเป็นผนังกระจกใสที่สามารถเปิดปิดได้แบบนี้ดูสิ ลองคิดดูสิว่าหากคุณกั้นห้องแยกส่วนที่นอน ออกจากส่วนอื่นๆ ในห้องเพื่อกั้นไม่ให้แอร์กระจายไปทั่วห้องได้ จะช่วยประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนได้แค่ไหน ได้ทั้งความสวยงามและประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Marion LANOË คุณสามารถเลือกใช้ผนังทึบกับผนังกระจกใสแบบผสมกันได้ โดยกั้นเป็นผนังทึบในส่วนครึ่งล่าง แล้วเลือกใช้เป็นกระจกในส่วนครึ่งบน กระจกใสในส่วนบนจะช่วยรับแสงเข้ามาเป็นอย่างดี ทีนี้คุณก็จะได้ทั้งพื้นที่ใช้งานที่เป็นสัดส่วนแถมด้วยความเป็นส่วนตัวอีกด้วย   เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ ไอเดียตกแต่งห้องให้เป็นสัดส่วนแบบสตูดิโอ ที่เรานำมาฝาก สำหรับใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะแต่งห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัดอย่างไร สามารถนำไอเดียเหล่านี้ไปปรับใช้กับห้องของคุณได้เลยค่ะ อย่าลืมว่าเราต้องใช้จุดเด่นของห้องสตูดิโอให้เป็นประโยชน์ คุณสามารถตกแต่งห้องของคุณได้อย่างอิสระ เนื่องจากไม่ได้มีข้อจำกัดเรื่องการกั้นห้องมาก่อนหน้านั้น ดังนั้นครีเอทห้องของคุณเองให้ตรงกับ ไลฟ์สไตล์ของคุณกันได้เลยค่ะ แล้วจะพบว่าความสุขที่คุณจะพบได้ทุกวันอยู่ที่ห้องของคุณเอง
ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน

ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน

ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน เคยรู้สึกเบื่อห้อง เบื่อมุมนั่งเล่นเดิมๆ แล้วต้องออกไปอยู่ตามคาเฟ่ต่างๆ กันใช่ไหมละคะ ในครั้งนี้ reviewyourliving ก็มีไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน มาแนะนำให้คุณลองแปลงโฉมมุมนั่งเล่นเดิมๆ ให้มีความน่าสนใจ เปลี่ยนบรรยากาศให้น่าอยู่ น่านั่งมากยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ   1.โซฟาตัวเก่ง หลังจากการทำงานหรือไปเรียนมาเหนื่อยๆ เพียงแค่ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มๆ ก็รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลาย ซึ่งการเลือกโซฟาหรือเก้าอี้นั้นสำคัญมาก สำหรับห้องนั่งเล่นของคุณ ลองเลือกตัวที่นั่งแล้วสบาย เหมาะสมกับสรีระของคุณ พื้นผิวนุ่มน่าสัมผัส และมีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นของคุณดูสิ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : livingbloggen.blogspot.com โซฟาเบดแบบนี้ จะช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนท่านั่งได้หลายรูปแบบ ทั้งนั่งหลังตรง หรือเอนหลังเหยียดขา ก็สามารถทำได้สบายๆ ลองหามานั่งสักตัวดูสิคะ แล้วคุณจะไม่อยากลุกออกไปไหนเลยล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ShopStyle โซฟาที่ดูจะแสนนุ่มตัวนี้ มีพนักพิงสำหรับวางแขน หรือไว้รองศีรษะ ทั้งสองด้าน เติมแต่งด้วยหมอนอิงนุ่มๆ ยิ่งทำให้บริเวณดูน่านั่งและสบายขึ้นอีกเท่าตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : instagram.com หากคุณมีพื้นที่จำกัด ลองหาเก้าอี้ตัวเล็กๆ ที่มีขนาดพอเหมาะแล้วนำเบาะไปวางรองไว้ และเพิ่มความสบายที่มากยิ่งขึ้น ด้วยเบาะแบบหนา สำหรับไว้เหยียดขา เท่านี้ก็เหมือนได้โซฟาตัวใหม่ที่น่านั่งมาไว้ในห้องของคุณแล้ว 2.ของตกแต่งเพิ่มลูกเล่น บางครั้งความน่าเบื่อ ก็เกิดจากการที่ห้องนั่งเล่นของคุณดูไม่อบอุ่น ลองหาของตกแต่งที่คุณชื่นชอบมาเสริมเพิ่มเติม อย่างเช่น หมอนอิง ผ้าห่ม ตุ๊กตาสุดที่รัก กรอบรูป หรือแม้แต่พรมผืนนุ่มๆ ก็ช่วยทำให้ห้องนั่งเล่นของคุณครบเครื่อง น่าอยู่มากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : babyneedlist.com หมอนอิง เป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับห้องนั่งเล่น เพราะเป็นเสมือนของตกแต่ง และตัวช่วยในการจัดท่านั่งของคุณให้สบายได้ง่ายๆ อย่างเช่น รองหลัง รองหนังสือ หรือเอามากอดเวลาดูทีวีเพลินๆ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : popsugar.com เวลาที่คุณนั่งนานๆ แล้วเท้าไปสัมผัสกับพื้นนานอาจจะรู้สึกไม่สบายได้ ให้ลองหาพรมนิ่มๆ สักผืนมาปูไว้ บริเวณนั่งเล่นดู คุณจะได้การสัมผัสที่เปลี่ยนไป ซึ่งดีกว่าสัมผัสพื้นห้องก่อนหน้านี้แน่นอน 3.ที่วางของเล็กๆ น้อยๆ จะสบายแค่ไหน ถ้ามีที่วางของเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณใช้เป็นประจำ อย่างเช่น รีโมท หนังสือ แก้วน้ำ มาไว้ข้างกายในยามที่ คุณนั่งเล่น พักผ่อน ไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะใหญ่โต ให้เปลืองพื้นที่โดยรวมของห้องก็สามารถนั่งได้สบายๆ ทั้งวันแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : brit โต๊ะวางของจุกจิกที่พอเหมาะกับโซฟา โดยที่คุณสามารถเอื้อมไปหยิบจับสิ่งของ จิบชากาแฟ ได้เลยง่ายๆ ไม่ต้องลุกไปหยิบให้เสียเวลาขาดตอนขณะกำลังพักผ่อน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : istome.co.uk ถ้าสไตล์ห้องของคุณดูเรียบง่าย ให้เลือกโต๊ะที่มีรายละเอียดน้อยๆ แต่หากสไตล์ห้องของคุณดูเรียบหรู ลองเลือกโต๊ะที่เป็นกระจกดู จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ห้องมากยิ่งขึ้น หรือจะหาเบาะอันเล็กๆ มาไว้สำหรับวางของก็ได้เช่นกัน 4.เพิ่มความอบอุ่นด้วยแสงสว่าง การที่ห้องนั่งเล่น ดูน่านั่ง ดูสบายนั้น อีกปัจจัยหนึ่งเลยก็คือแสงสว่าง เพราะจะช่วยให้ห้องดูโปร่ง โล่ง ไม่ว่าเหนื่อยล้ามาแค่ไหน แค่มาพักผ่อนในห้องที่โปร่ง สบาย ก็จะคล้ายความเครียด ความเมื่อยล้าลงได้ทันที แถมช่วยให้บรรยากาศโดยรวมน่าอยู่สุดๆ โดยที่ไม่ต้องเติมแต่งอะไรมาก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : marieglerup7 พื้นที่นั่งเล่นเล็กๆ ก็สามารถทำให้สวยได้ ด้วยการแต่งเติมแสงไฟเข้าไฟ หาโคมไฟตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะมาประดับวางไว้บริเวณนี้ จะช่วยเพิ่มทำให้ห้องดูมีมิติมากยิ่งขึ้น เป็นอีกมุมนั่งเล่นที่สวยงามไม่แพ้ใครแล้วล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bhg.com ไฟสปอร์ตไลท์ ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ห้องดูน่าอยู่ ไม่น่าเบื่อ ด้วยทิศทางของแสง ที่คุณสามารถปรับได้ตามใจชอบ และยังทำให้ห้องดูมีสไตล์คลาสสิคมากยิ่งขึ้น เมื่อใช้ไฟ ส่องไปยังของตกแต่งต่างๆ ภายในห้องรับแขก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : besthomedecorate.com เป็นไอเทมเสริมที่ช่วยให้ห้องมีบรรยากาศที่พิเศษ ทั้งแสงสว่างที่มีเอกลักษณ์ และกลิ่นที่พลอยได้จากการจุดเทียน ทำให้เป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง 5.กลิ่นอายธรรมชาติ สูดรับอากาศธรรมชาติเพื่อเติมความสดชื่น ด้วยการเน้นพื้นที่ที่โปร่ง หรือสามารถรับอากาศ มองเห็นวิวธรรมชาติได้ ก็จะเปลี่ยนห้องนั่งเล่นที่อึดอัดและมีขนาดแคบเกินไป ให้กลายเป็นห้องที่น่านั่ง น่าอยู่ได้ยันเช้าจรดเย็น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : stylemepretty ในวันพักผ่อนของคุณ การได้อยู่กับธรรมชาตินั้นเป็นอะไรที่พิเศษสุดๆ อย่างแน่นอน ลองจัดโซฟาให้หันหน้าออกรับชมวิวด้านนอกห้อง แต่หากห้องของคุณนั้นไม่มีวิวด้านไหนดีเลย ให้เปลี่ยนมาวางต้นไม้ ประดับตามมุมต่างๆ แทนก็ได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : danielle-moss.com ทุกคนล้วนยังต้องการเติมเต็มความสดชื่นอยู่เสมอ ต้นไม้สีเขียวเหล่านี้สามารถช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปได้     มุมนั่งเล่นที่คุณมักจะใช้เวลานานกว่ามุมอื่นๆ ลองปรับแต่งบางส่วนให้ดูน่าอยู่ขึ้น ตาม ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน ที่ reviewyourliving ได้แนะนำไปด้านบน คุณก็จะเหมือนได้ห้องนั่งเล่นใหม่ เปลี่ยนบรรยากาศจำเจเดิมๆ ให้มีความสุขและสามารถนั่งเล่นได้ทั้งวัน
ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน

ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน

ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน ฟรีแลนซ์ คืออาชีพที่ทำงานที่บ้าน ที่คอนโดของตัวเอง ซึ่งบางคนอาจจะใช้เวลานั่งทำงานทั้งวัน จะดีแค่ไหน ถ้าสามารถสร้างมุมทำงานส่วนตัวที่มีบรรยากาศช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานมากยิ่งขึ้น วันนี้ reviewyourliving ก็มี ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน มาฝากชาวฟรีแลนซ์กันนะคะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูไอเดียต่างๆ กันเลยค่ะ   1.พื้นที่สำหรับทำงาน พื้นที่สำหรับทำงาน มีส่วนสำคัญอย่างมากในสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้มากขึ้น ทำให้ผลผลิตต่างๆ ดีขึ้นตามมา ซึ่งก็แล้วแต่คุณเอง ที่จะจัดมุมทำงานนี้ให้เหมาะสมกับตนเอง และการจัดวางโต๊ะทำงานเป็นแนวต่างๆ ก็จะช่วยให้ คุณมีพื้นที่ในการทำงานที่สะดวกมากยิ่งขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : feedpuzzle การจัดโต๊ะทำงานที่ได้ใช้พื้นที่ที่คุ้มค่าที่สุด คือ การจัดโต๊ะเป็นตัวแอล (L) เข้ากับมุมใดมุมหนึ่งของห้อง เพราะพื้นที่บริเวณมุมห้องนั้น คุณสามารถวางปฎิทิน โคมไฟ สิ่งของที่จำเป็นต้องมีอยู่บนโต๊ะ แต่ไม่ค่อยได้ใช้งาน แนะนำให้คุณจัดโต๊ะทำงานให้โล่งเข้าไว้ เพราะจะช่วยทำให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : rbaciega การจัดโต๊ะแบบตัวที (T) เหมาะสำหรับคนที่มีพาร์ทเนอร์ทำงานด้วย ใช้นั่งคิดงานร่วมกัน ปรึกษากันได้อย่างสะดวก แต่ก็ยังคงความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนไว้อย่างดี 2.กั้นพื้นที่ คอนโดส่วนใหญ่ มักจะไม่มีการกั้นพื้นที่สำหรับใช้ทำงาน หลายๆ คน ก็มักใช้พื้นที่ในห้องนอนมาจัดเป็นมุมทำงาน ซึ่งห้องนอนควรเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น เราขอแนะนำให้คุณแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดเป็นส่วน ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ที่กว้างมาก ลองเลือกสักมุมหนึ่ง แล้วใช้ฉากกั้น หรือม่านกั้นดู   ขอบคุณภาพจาก pinterest : creatf.com แม้จะเป็นมุมเล็กๆ แต่คุณก็สามารถมีสมาธิในการทำงานที่มุมนี้ได้ดีทีเดียว เมื่อเมื่อยล้า ก็มาเอนตัวที่ริมหน้าต่างตรงนี้ได้ แล้วคุณก็จะได้ใช้พื้นที่ตรงนี้ในการสร้างสรรค์งานอย่างเต็มที่ไปเลยล่ะค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : dekrisdesign.com การจัดห้องทำงานให้แยกจากพื้นที่ที่ทำกิจกรรมในส่วนอื่นๆ จะช่วยทำให้ห้องของคุณดูเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น เสมือนว่าคุณได้มีออฟฟิศส่วนตัวที่เหมาะกับฟรีแลนซ์อย่างคุณเลยล่ะ 3.แสงสว่าง พื้นที่ใช้ทำงานกับแสงสว่างเป็นของคู่กันอย่างแน่นอน สำหรับชาวฟรีแลนซ์ควรติดไฟให้มีความสว่างทั่วทั้งพื้นที่ทำงาน เพื่อแต่งเติมบรรยากาศ เติมไฟในการทำงานมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้ไฟสีครีม จะช่วยให้บรรยากาศโดยรวมสบายตาขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com หามุมริมหน้าต่างสักหนึ่งมุม แล้วหันหน้าออก คุณจะรู้สึกถึงพลังของธรรมชาติ ที่ช่วยกระตุนให้ทำงานได้ดีกว่าการทำงานอยู่ในมุมอับมืดๆ นะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : pinterestmx การที่มีมุมที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามาก็จำเป็น แต่ในตอนกลางคืน ก็อย่าลืมมีโคมไฟตั้งโต๊ะไว้สักอันหนึ่ง เพื่อที่คุณจะสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องตามแบบฉบับวิถีฟรีแลนซ์ 4.ไม้ประดับสีเขียว พักสายตา สร้างบรรยากาศที่สดชื่น ผ่อนคลายได้ง่ายๆ ด้วยการหาไม้ดอก ไม้ประดับ สีเขียวมาตกแต่งตามมุมต่างๆ ที่คุณใช้ทำงาน จะช่วยให้มุมทำงานของคุณไม่แข็งจนเกินไป รู้สึกได้ถึงธรรมชาติ และทำให้มุมนี้น่านั่งทำงานมากยิ่งขึ้น ลองเลือกต้นไม้ ที่สามารถดูแลได้ง่ายๆ อย่างเช่น ต้นกระบองเพชร ต้นพลูด่าง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com ไม้สีเขียวที่คล้ายต้นพลูด่างนี้ แค่นำมาวางห้อยระย้าลงมาในพื้นที่ทำงานของคุณ ก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นได้อีกเท่าตัว หากกลัวเรื่องน้ำ ความชื้น ก็ลองหาไม้ประดับปลอมมาวางดูก็ได้นะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : arospin หากใครมีโต๊ะทำงานติดริมหน้าต่าง ให้ลองหาต้นไม้สีเขียว หรือไม้ดอก มาปลูกที่ริมหน้าต่างไว้ เมื่อคุณล้าจากการจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ ก็มองออกไปชมวิวนอกหน้าต่างได้อย่างเพลินๆ และต้นไม้เหล่านี้นี่เอง ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายตา 5.มุมทำงานเหมือนอยู่ในคาเฟ่แสนเก๋ มนุษย์เงินเดือนมีออฟฟิศเป็นหลักเป็นแหล่ง แต่ชาวฟรีแลนซ์อย่างคุณต้องไปใช้พื้นที่สาธารณะ เช่น คาเฟ่ หรือ Co-working Space ต่างๆ ในการทำงาน หากคุณมีห้องเป็นของตัวเองแล้ว ก็ลองตกแต่ง สร้างบรรยากาศของคาเฟ่ดูสิ แล้วคุณก็จะสามารถนั่งทำงานได้ทั้งวัน ถ้ารู้สึกเมื่อย ก็เอนหลังพักผ่อนได้อย่างสบายใจ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com ใช้โต๊ะรับประทานอาหารแนวยาว มาเป็นพื้นที่ในการทำงานก็ได้เช่นกัน สำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัด คุณจะมีพื้นที่ในการวางคอมพิวเตอร์ วางเอกสารอย่างกว้างขวาง หากต้องการจิบกาแฟ หรือกินอะไรเล่นเบาๆ ก็สามารถทำได้พร้อมกัน เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยทีเดียว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : sgarnett48 หากฟรีแลนซ์อย่างคุณมีห้องส่วนตัวอยู่แล้ว ตกแต่งเพิ่มเติมอีกสักหน่อย ด้วยการทำโต๊ะทำงานให้เป็นลักษณะของบาร์คาเฟ่ ก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงิน ออกไปเจอรถติด เพื่อไปนั่งทำงานตามคาเฟ่ต่างๆ แล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : achadosdedecoracao.com.br ถ้าสังเกตพวก Co-working Space ต่างๆ จะใช้โต๊ะทำงานที่มีเก้ามี้ด้านหนึ่งเป็นเหมือนโซฟา ข้อดีก็คือคุณได้ใช้พื้นที่อย่างเต็มที่ และเมื่อเมื่อยขา ก็สามารถเปลี่ยนท่านั่ง นำขาขึ้นมาขัดสมาธิได้อย่างสบายๆ เลยล่ะ   ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน ที่ reviewyourliving นำมาฝากกัน หวังว่าจะถูกใจ ชาวฟรีแลนซ์กันนะคะ ลองแต่งตามไอเดียเหล่านี้ดู เพียงแค่จัดพื้นที่ในการทำงานให้เหมาะสมตามสไตล์ การทำงานของคุณ หามุมที่ใช้ผ่อนคลายร่างกายและสายตา เพิ่มเติมบรรยากาศให้รู้สึกมีไฟ มีสมาธิ แต่สำคัญที่ เพื่อสุขภาพของคุณ อย่าลืมเลือกใช้เก้าอี้ที่นั่งสบายและโต๊ะทำงานที่มีสัดส่วนความสูงเหมาะสมด้วยนะคะ จะได้ไม่เมื่อยหากต้องทำงานเช้าจรดเย็น
ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน

ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน

ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน หนอนหนังสือทั้งหลายจ๋า เชิญมาอ่าน ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน ที่ reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ เป็นไอเดียที่เอาใจคนชอบอ่านหนังสือโดยเฉพาะ แม้ห้องจะมีพื้นที่น้อย คุณก็สามารถมีมุมอ่านหนังสือได้แบบง่ายๆ เพียงเลือกพื้นที่และจัดมุมอ่านหนังสืออย่างเหมาะสม ก็ช่วยให้คุณได้อ่านหนังสือได้สบายขึ้น มีสมาธิ อยู่ในโลกของตัวอักษรได้นานขึ้น     1.ชั้นวางหนังสือที่ต้องมี ชั้นวางหนังสือ ถือว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์หลักที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับหนอนหนังสือทุกคน ทั้งช่วยจัดวางหนังสืออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ช่วยรักษาสภาพหนังสือ และทำให้สามารถมองเห็นและหยิบจับหนังสือได้ง่ายอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : gravityhomeblog จะดีแค่ไหน หากกำแพงผนังของคุณ สามารถเปลี่ยนมาเป็นชั้นวางหนังสือที่แสนจะมีประโยชน์ขนาดนี้ ด้วยการบิ้วท์อินชั้นวางหนังสือเข้ากับผนัง ไม่ต้องเปลืองพื้นที่ในการวางชั้นแบบลอยตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bostonmagazine มุมห้อง เป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีคนให้ความสำคัญเท่าไหร่ การจัดชั้นวางหนังสือเข้ามุม เรียกได้ว่าเป็นการใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์อย่างมาก ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยโคมไฟ ไม้ประดับ เก้าอี้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : flickr.com ไม่ต้องไปหาของตกแต่งอะไรให้มากมาย เพียงแค่คุณใช้สันหนังสือนี่แหล่ะ ที่มีสีสันที่หลากหลาย มาจัดวางไล่เฉดสีอย่างเป็นระเบียบ นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังประหยัดค่าของตกแต่งไปได้เยอะเลยทีเดียว 2.มุมอ่านหนังสือส่วนตัว หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือในมุมสงบ มีความเป็นส่วนตัว ถึงแม้จะมีพื้นที่ไม่เยอะคุณก็สามารถมีมุมอ่านหนังสือส่วนตัวได้เช่นกัน โดยเลือกมุมที่แสงส่องเข้ามาและมีพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อนั่งอ่านหนังสือได้อย่างสบายใจ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : flickr.com เพียงนำชั้นไม้โปร่ง มาวางกั้นพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับโซนอ่านหนังสือ คุณก็ได้มีมุมส่วนตัว แบบน่ารักๆ นี้ในห้องของคุณแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lizmarieblog.com จัดมุมอ่านเล็กๆ นี้ด้วยเก้าอี้และสตูลสำหรับเหยียดขา หันหลังให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาที่หน้าหนังสือ จะทำให้คุณอ่านหนังสืออย่างเห็นได้ชัด พร้อมอากาศที่ถ่ายเทสะดวก ดีกว่าปล่อยให้พื้นที่ใกล้หน้าต่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ 3.มุมอ่านหนังสือที่สบาย การอ่านหนังสือที่สบายนั้น สิ่งที่มีความสำคัญมากเลยก็คือ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้รองรับสรีระของท่าต่างๆ ที่คุณใช้อ่านหนังสือ ทั้งโซฟา เก้าอี้ เตียงนอน หมอนอิง เพราะเวลาคุณอ่านเพลินๆ ก็จะนั่งนาน ซึ่งการมีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำให้คุณอ่านหนังสืออย่างสบาย เป็นการช่วยรักษาสุขภาพร่างกายของคุณได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : designed-for-life.tumblr.com บีนแบก หรือเบาะรองนั่ง ที่สามารถทำให้คุณเอนกาย หมุนตัว เลือกท่าอ่านหนังสือได้ตามใจชอบ เมื่อนำมาอยู่ในมุมนี้แล้ว ทำให้ห้องดูอ่อนหวานน่ารักขึ้นอีกเท่าตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : interiordec.about.com เปลี่ยนเก้าอี้กหรือโซฟาแบบเดิมๆ มาเป็นเก้าอี้ชิงช้า ที่ช่วยให้คุณได้มีประสบการณ์การนั่งอ่านหนังสือแบบใหม่ ช่วยให้สามารถเพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือได้ทั้งวันอย่างไม่รู้เบื่อ 4.มุมอ่านหนังสือที่ช่องหน้าต่าง เชื่อว่าใครๆ ก็คงไม่อยากอ่านหนังสือในที่แคบๆ อับชื้น หรือแสงเข้าไม่ถึงกันหรอก ดังนั้นการที่ห้องของคุณมีหน้าต่าง ก็สามารถเลือกพื้นที่ตรงนั้นดัดแปลงให้เป็นมุมอ่านหนังสือที่แสนจะเรียบง่ายได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : trendland ช่องกระจกบานใหญ่กับชุดโซฟา พร้อมด้วยหนังสือที่ถูกจัดวางอยู่บนชั้นวาง เป็นพื้นที่ที่ดูเหมาะมากสำหรับการไปอ่านหนังสือไป มองวิวไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : younghousenvy.blogspot.com ถึงห้องของคุณจะเล็ก ก็ต้องมีสักมุมหนึ่งที่จะสามารถจัดเป็นมุมอ่านหนังสือได้ คุณลองเลือกพื้นที่ตรงหน้าต่าง แล้วบิ้วท์อินชั้นเก็บหนังสือไว้ด้านล่าง แล้วท็อปด้วยเบาะนั่งที่แสนสบาย 5.มุมอื่นๆ ของห้อง การอ่านหนังสือช่วยเปิดโลกกว้าง ดังนั้นการที่จะมีมุมอ่านหนังสือตามโซนต่างๆ ของห้อง ก็ดูเป็นไอเดียที่ดี เพราะแต่ละโซนก็จะมีบรรยากาศที่แตกต่างกันไป เพียงลองปรับตำแหน่งมุมอ่านหนังสือของคุณก็ไม่เสียเปล่า และลองสัมผัสบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเหล่านั้นด้วยตัวคุณเอง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ArchiDesiign ไอเดียนี้อาจจะทำตามยากไปสักหน่อย แต่เผื่อใครหลายๆ คน อยากจะลองทำดู ด้วยการนำชั้นหนังสือไปอยู่ในห้องน้ำกันเลย อาจจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบแช่น้ำไป อ่านนิยาย ฟังเพลงไปก็ได้นะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : centsationalgirl.com มุมหนังสือเล็กๆ ภายในโซนรับประทานอาหาร อาจจะเหมาะสำหรับแม่บ้าน หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ โดยการเก็บหนังสือสูตรอาหารไว้ใกล้มือ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ArchiDesiign แม้ว่าพื้นที่ในห้องจะเล็ก แต่คุณก็สามารถใช้พื้นที่ริมระเบียงมานั่งอ่านหนังสือได้ชิลล์ๆ โดยหาเก้าอี้ที่มีขนาดเหมาะสมมาวางไว้ เป็นการอ่านหนังสือที่ได้บรรยากาศสุดๆ   เป็นอย่างไรกันบ้างคะหนอนหนังสือทั้งหลาย อ่านไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน ที่ reviewyourliving นำมาฝากกัน แล้วอยากลองลุกขึ้นไปจัดมุมอ่านหนังสือกันเลยใช่ไหมล่ะคะ นอกจากคุณจะมีมุมอ่านหนังสือแล้วยังรู้สึกว่าใช้พื้นที่ของห้องได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย แต่ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องของความสว่างที่พอดีกับสายตา อากาศที่ถ่ายเทสะดวก เพื่อความสบาย ผ่อนคลายขณะอ่านหนังสือของคุณนะคะ          
ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน

ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน

ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน เชื่อว่าหลายๆ คนต่างก็เคยประสบปัญหากับพื้นที่ห้องที่แคบ ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในทุกๆ ส่วน หรืออาจจะคิดว่าห้องครัว กับห้องนอนนั้น ไม่มีทางที่จะอยู่ด้วยกันได้ วันนี้ reviewyourliving เลยมี ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน มาฝากกันค่ะ ทั้งการจัดเก็บของ การวางผัง และการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ในห้องให้เหมาะสมกับขนาดของพื้นที่ เป็นไอเดียที่ นำไปปรับใช้และทำตามได้ไม่ยาก รับรองว่าคุณจะได้ประโยชน์จากไอเดียเหล่านี้และคุณจะอยากอยู่ในพื้นที่เล็กๆ นี้ทั้งวันเลยล่ะ   1.เฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินเข้าผนัง   การใช้พื้นที่ที่ผนังให้เกิดความคุ้มค่านั้น จะช่วยให้คุณสามารถมีพื้นที่ในห้องมากขึ้น เพราะด้วยความสูงของผนังกำแพงแล้ว ด้านบนมักจะเหลือเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ขอบคุณภาพจาก pinterest : gravityhomeblog ทั้งตู้ที่บิ้วท์อินเข้ากับผนัง และชั้นไม้ติดผนังแบบลอยตัว ไม่ว่าคุณจะเก็บหนังสือที่ใช้อ่านในห้องนั่งเล่น หรือจะเก็บเครื่องครัวที่ใช้ในพื้นที่ครัว คุณก็สามารถใช้ชั้นเอนกประสงค์ทั้งสองนี้เก็บของได้ร่วมกัน และยิ่งทำให้ผนังของห้องดูมีมิติมากขึ้น ขอบคุณภาพจาก pinterest : sfgirlbybay อีกไอเดียที่แสนชาญฉลาด ก็คือการจัดชั้นและตู้เก็บของให้แน่นเต็มพื้นที่ของผนังห้องทุกด้านของคุณ แม้ว่าจะเป็นพื้นที่เล็กๆ แต่ก็สามารถเก็บของได้จำนวนมากมาย ซึ่งแทนที่คุณจะเสียพื้นที่ไว้วางตู้เก็บของแบบลอยตัว คุณก็เอาพื้นที่นั้นไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นจะดีกว่า แนะนำให้เลือกใช้โทนสีเดียวกัน ก็จะดูไม่รกตา 2.จัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุม   การจัดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เข้ามุมใดมุมหนึ่ง ถือเป็นการจัดสรรพื้นที่ ที่ทำให้เหลือพื้นที่ตรงกลางห้องมากขึ้น หากนำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่และทึบมาวางไว้กลางห้อง จะทำให้คุณเสียพื้นที่ตรงนั้นทันที และห้องก็ดูไม่เป็นสัดเป็นส่วนอีกด้วย ขอบคุณภาพจาก pinterest : facilisimo เปิดช่องว่างตรงหน้าต่างให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ทำให้ห้องเล็กๆ นี้ดูกว้าง โปร่ง โล่งสบายขึ้นอีกเท่าตัว แล้วคุณก็นำโต๊ะเล็กๆ ไปวางหน้าหน้าต่าง ตื่นเช้าลุกขึ้นจากเตียง เดินไปชงกาแฟ แล้วมานั่งจิบตรงโต๊ะริมหน้าต่าง พลางชมวิวด้านนอกได้อย่างเพลิดเพลิน ขอบคุณภาพจาก pinterest : sharonvoldby นำเฟอร์นิเจอร์ที่ทึบและชิ้นใหญ่ ไปหลบเข้ามุมไว้ อย่างโซฟา และเตียงนอน จะเห็นว่าเหลือพื้นที่ตรงกลางของห้อง ให้คุณนำโต๊ะหรือเก้าอี้เล็กๆ มาวางเพิ่มเติมก็ได้ เท่านี้ห้องก็ดูน่ารักขึ้นมาทันตา และยังทำให้อากาศถ่ายเทสะดวกอีกด้วย 3.เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ ปัจจุบันนี้พื้นที่ที่อาศัยสำหรับคนเมืองมีขนาดเล็กลงอย่างมาก ฟังก์ชั่นการใช้งานภายในห้องต่างๆ จึงถูกจำกัดไปด้วย ดังนั้นไม่จำเป็นที่คุณจะต้องมีเฟอร์นิเจอร์ตามพื้นที่การใช้สอย ลองมาดูไอเดียการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์กันค่ะ ถ้าคุณได้ลองเลือกใช้แล้ว จะรู้สึกเลยว่าทั้งประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณและพื้นที่ใช้สอยของห้อง ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoholic โต๊ะบาร์ยาว ที่นำมาวางไว้หลังโซฟานี้ สามารถทำให้คุณได้ใช้พื้นที่ในห้องได้ครบทุกส่วน ทั้งการเตรียมกับข้าว พลางดูทีวีไป หรือจะมานั่งทำงานที่โต๊ะนี้ พลางดื่มเครื่องดื่มไป เรียกได้ว่าเป็นโต๊ะอเนกประสงค์ที่คุณสามารถทำได้ทุกอย่างที่บริเวณนี้ ช่วยให้ใช้ทุกพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าสุดๆ ขอบคุณภาพจาก pinterest : cleo-inspire.com ดูเผินๆ อาจจะสงสัยว่าทำไมเอาเตียงมาตั้งไว้ตรงนี้กันใช่ไหมละคะ แต่ถ้าลองนึกดูแล้ว การนำเตียงมาไว้ตรงนี้ ทำให้คุณสามารถดัดแปลงเป็นโซฟาไว้เอนหลัง อ่านหนังสือชมวิวนอกหน้าต่างได้ เผลอๆ ถ้าคุณง่วง ก็สามารถนอนเอนกายได้อย่างทันที โดยที่ไม่ต้องลุกเดินไปยังห้องนอน 4.เฟอร์นิเจอร์ 2 in 1   จะดีแค่ไหน หากคุณซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ประโยชน์ได้แบบเดียว แต่กลับใช้ได้หลายอย่าง ก่อนซื้อ คุณลองพิจารณาก่อนว่าเฟอร์นิเจอร์ไหนที่คุณจะใช้บ่อยที่สุด สามารถตอบโจทย์และความต้องการของคุณ เพื่อที่คุณจะได้เลือกซื้ออย่างตรงใจ แต่หากยังนึกไม่ออก ลองไปดูไอเดียกันด้านล่างเลยค่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : bhg.com ออกแบบโซฟา 2 in 1 นี้ด้วยการซ่อนตู้เก็บของไว้ด้านล่าง แถมลิ้นชักบนคุณสามารถดึงออกมาเป็นที่วางของจุกจิกได้อีกด้วย เมื่อไม่ใช้วางของก็แค่ดันลิ้นชักเก็บเข้าไป ประหยัดพื้นที่ในการวางโต๊ะเล็กๆ ไปอย่างมากเลยล่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : followpics.me โครงของโซฟาที่ต่อเติมออกไป เหมือนโต๊ะบาร์ยาว ทำให้เมื่อคุณอยากใช้พื้นที่ห้องรับแขกทำงาน หรือนั่งรับประทานอาหาร ก็สามารถทำได้ในบริเวณนี้บริเวณเดียว หรือหากอยากยืด เอนกาย ก็สามารถเปลี่ยนมานั่งที่โซฟานี้เพื่อผ่อนคลายก็ได้เช่นกัน 5.ผนังกำแพงแบบพาทิชั่น   สำหรับใครที่อยากทำให้ห้องดูมีสัดส่วนมากขึ้น แนะนำให้ลองเลือกทำกำแพงแบบพาทิชั่น ซึ่งจะดีกว่าการสร้างเป็นกำแพง แบ่งเป็นห้องๆ อย่างแน่นอน เพราะการใช้กำแพงแบบพาทิชั่นนี้ จะทำให้ห้องดูไม่ทึบจนเกินไป ขอบคุณภาพจาก pinterest : archzinefr แค่กั้นห้องด้วยกำแพงส่วนหนึ่งของห้อง เพื่อแบ่งระหว่างห้องนอนและห้องครัว ทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วนขึ้นอย่างมาก แต่ห้องก็ยังคงดูโปร่ง ไม่แคบอึดอัด ขอบคุณภาพจาก pinterest : cotemaison แบ่งพื้นที่ของห้องด้วยกำแพงและด้านบนทำเป็นบานกระจกใส ให้มองผ่านทะลุมายังพื้นที่ส่วนตรงกลาง เวลาที่คุณหลับใหลก็ยังคงความรู้สึกความเป็นส่วนตัว โดยที่ห้องของคุณจะไม่ดูเล็กอึดอัดจนเกินไป เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่ reviewyourliving ได้นำไอเดียและเทคนิคดีๆ มาฝากกัน ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมล่ะคะ ที่คุณจะสามารถรวมทั้งห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น และห้องแต่งตัวให้อยู่ภายในห้องเดียวกัน สิ่งสำคัญอย่างยิ่งเลยคือ การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ และการจัดวางให้เหมาะสมกับพื้นที่ในห้องของคุณ แต่อย่าลืมเรื่องปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น เรื่องการถ่ายเทของอากาศ และแสงสว่างภายในห้องด้วยนะคะ
ไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด

ไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด

ไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด การตกแต่งห้องให้น่าอยู่ ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องใช้ของแพงๆ มาตกแต่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น วันนี้ reviewyourliving เลยมีไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด มาช่วยให้คุณได้แต่งห้องตามสไตล์ที่ชอบด้วยวิธีง่ายๆ เพิ่มเติมแต่งจินตนาการเข้าไป แถมประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้หลายบาท โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเกินความจำเป็นอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ   1.สีสัน ไอเดียที่แสนจะประหยัด ทำได้ง่ายๆ ด้วยการใช้สีสันตามโทนที่คุณชอบ ซึ่งคุณสามารถประหยัดงบด้วยการทาเองได้ โดยไม่ต้องง้อช่าง เพียงแค่มีอุปกรณ์และความคิดสร้างสรรค์คุณก็สามารถเนรมิตห้องของคุณได้ตามใจ แต่อย่าลืมหุ้มข้าวของเฟอร์นิเจอร์กันสีหยดใส่ล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : AdairsOnline การทาสีผนังห้อง จะเป็นการบ่งบอกถึงตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้อย่างดี หากคุณไม่อยากเล่นลวดลายมากนัก การเลือกใช้โทนสีสว่าง จะทำให้ห้องดูกว้างและโล่งขึ้น หรือหากคุณเบื่อแล้วลองทาสีใหม่ เล่นลวดลายลงไปสักนิด จะช่วยเปลี่ยนห้องเดิมๆ ของคุณให้กลับมาสดใสอีกครั้ง   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : mismilyun.com อีกหนึ่งไอเดียที่จะช่วยเปลี่ยนห้องของคุณให้ดูไม่น่าเบื่อ คือการทาสีสันไปยังเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ คุณอาจจะลองเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ ทาง่ายๆ อย่างเก้าอี้มาทาสีสักตัวดูก็ได้ แต่ก่อนที่จะนำมาทาสี ควรจะเลือกสีที่ดูแล้วเข้ากับการตกแต่งส่วนอื่น ๆ ในห้องด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : houzz.com เพิ่มสีสันด้วยของตกแต่งต่างๆ ในห้อง วิธีการง่ายๆ ให้คุณลองไปหาผ้ามาลองเย็บเป็นปลอกหมอนหลากสีสัน หรือนำมาตกแต่งรอบๆ ห้อง เพียงเท่านี้ก็สร้างบรรยากาศน่ารักๆ ให้ห้องของคุณน่าอยู่ขึ้นอีกมากมายเลยเชียวล่ะ 2.แสงไฟสร้างบรรยากาศ ไม่เห็นต้องใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อเก็บเงินตกแต่งห้องให้สวยงาม น่าอยู่ เพียงแค่คุณรู้จักการใช้แสงไฟที่จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องดูน่าอยู่มากขึ้น แต่คุณจะต้องลองพิจารณาเรื่องของพื้นที่และความเหมาะสมของแสงไฟด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : planete-deco.fr อีกเทคนิคสำคัญในการแต่งห้องให้น่าอยู่ ก็คือ การจัดแสงไฟนั่นเอง ซึ่งเน้นการใช้โคมไฟรูปแบบต่างๆ เช่น ไฟที่ซ่อนอยู่ใต้ฝ้า ฝังไปกับเพดาน โคมไฟติดผนัง และคุณจะต้องลองดูเรื่องทิศทางของแสงไฟที่ไปตกกระทบ กับสิ่งของต่างๆ ในห้องของคุณด้วย เรียกได้ว่าถ้าจัดแสงไฟออกมาอย่างดี คุณจะได้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องของโรงแรม 5 ดาวเลยล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : archzinefr เพียงคุณลงทุนเล็กน้อยด้วยการไปซื้อไฟหิ่งห้อยมาประดับตามชั้นวางของ หรือหัวเตียงนอน บรรยากาศโดยรวมของห้องคุณจะดูดีขึ้นอย่างมาก ลองเลือกเป็นทรงกลม หรือไฟที่ทำเป็นรูปร่างดอกไม้ดูสิ นอกจากจะเพิ่มความสว่างแล้ว ยังช่วยเพิ่มสีสันและลูกเล่นให้ห้องของคุณอย่างมาก 3.DIY จากของรอบๆ ตัว การแต่งห้องแต่ละครั้งต้องใช้เงินเยอะพอดู แต่ถ้าหากคุณได้ลองนำของต่างๆ มา DIY แล้ว คุณก็จะสามารถมีห้องได้ในแบบฉบับที่ต้องการ ด้วยการใช้เงินเพียงแค่เล็กน้อย หรืออาจจะไม่ต้องใช้เลยด้วยซ้ำ แค่คุณใช้จินตนาการกับข้าวของรอบๆ ตัว มาสร้างสรรค์ให้ได้ดั่งใจคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : brit เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ด้วยการใช้ไหมพรม นำมาทำเป็นพู่ แขวนเป็นโมบายแต่งรอบๆ ห้อง น่ารัก เก๋ไก๋ แถมยังลงทุนน้อย ประหยัดค่าตกแต่งไปได้อีกหลายบาทเลยทีเดียว   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : DIYDailyMag หลอดไฟเก่าที่จะนำไปทิ้ง ลองหาต้นไม้จิ๋วๆ น่ารักๆ มาใส่ลงไปสิคะ แล้วคุณก็นำต้นไม้ในหลอดไฟนี้ไปห้อยตามมุมต่างๆ ของห้อง เชื่อสิว่าห้องของคุณจะน่าอยู่ขึ้นมากเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : fbcdn-sphotos-f-a.akamaihd.net หากมีกล่องเปล่าๆ ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อะไร ทั้งกล่องพลาสติกหรือกล่องไม้ ให้คุณลองนำมาตกแต่งทาสี เติมลวดลาย แล้วนำไปติดผนังเป็นชั้นวางของ ก็ดูประหยัดงบไปได้ไม่น้อย 4.ศิลปะลวดลาย ห้องที่เรียบๆ โล้นๆ ถึงจะดูสวยงาม แต่นานๆ ไปก็ดูน่าเบื่อ ลองมาเพิ่มลูกเล่นลวดลายให้ห้องของคุณด้วยการตกแต่งตามผนังห้องของคุณดูสิ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : slimpy.eu การใช้รูปภาพที่เก็บบันทึกความทรงจำของคุณมาแต่งเติมผนังห้อง จะช่วยสร้างความแตกต่างไปจากเดิมจากผนังสีขาวว่างเปล่า แค่นี้ก็ทำให้ห้องดูเปลี่ยนไปจากเดิมได้แล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : freckleandfair ใช้เทปวาชิมาตกแต่งผนัง เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้ห้องของคุณ ลองติดเป็นลายเส้นต่างๆ หรือตามรูปร่างที่คุณชอบ ยิ่งหากคุณเป็นคนเบื่อเร็ว เทปวาชิก็สามารถลอกออกได้โดยไม่ทำลายพื้นผิวของผนัง คุณสามารถที่จะเปลี่ยนลาย สีสันไปได้เรื่อยๆ ตามใจชอบเลยล่ะ 5.ต้นไม้ สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการแต่งห้องให้น่าอยู่ ก็คือ ไม้ดอก ไม้ประดับ ที่อย่างน้อยในห้องของคุณต้องมีสักหนึ่งอัน เพราะห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ มองไปทางไหนก็แต่ผนังอิฐปูน จะดีแค่ไหน หากมีมุมเพิ่มเติมความสดชื่นเล็กๆ นี้อยู่ภายในห้องของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : brit ลองหาแจกันใสๆ แล้วเติมสีลงไปในน้ำ พร้อมปักดอกไม้ลงไป จะทำให้ห้องของคุณดูเก๋ สวยงาม และอาจจะช่วยเพิ่มความหอมและความสดชื่นให้ห้องของคุณได้อย่างง่ายดาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : whatoliviadid.stfi.re กระถางเรียบๆ เพียงคุณนำมาวาดเติมลวดลาย ก็สามารถเปลี่ยนเป็นกระถางที่น่ารักๆ แบบนี้ได้ เพิ่มเติมด้วยต้นกระบองเพชร ที่จะช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับห้องของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : decor8 แม้ดอกไม้ที่เริ่มจะโรยราแล้ว แทนที่คุณจะนำไปทิ้ง ลองนำดอกไม้พวกนั้นกลับมา แล้วใช้ของหนักทับไว้ จากนั้นให้คุณลองนำมาประดับหรือทำเป็นลวดลายบนผนัง แนะนำดอกแคสเปียที่ไม่ว่าจะโรยราแค่ไหนก็ยังคงสภาพอยู่ได้เป็นเวลานาน และดอกสแตติส ที่เมื่อแห้งเหี่ยวแล้ว แต่สีม่วงก็ยังคงดูสดใส สวยงามตลอดกาล   เชื่อว่าหลายๆ คนที่ได้ลองอ่านบทความนี้แล้ว จะเริ่มมีไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด ที่สามารถทำเองได้อย่างง่ายๆ เพื่อเสกห้องธรรมดาๆ ให้กลายเป็นห้องที่น่าอยู่ สวยสมใจคุณ    
ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย

ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย

ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย ไอเดียที่ Reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ คือ ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย ที่จะแต่งห้องธรรมดาๆ ของคุณ ให้กลายเป็นห้องที่ดูโออ่า มีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้น สร้างบรรยากาศที่โล่ง ผ่อนคลาย ทำให้คุณไม่อึดอัดในห้องเล็กๆ นี้อีกต่อไป   1.หน้าต่าง-กระจกใส หน้าต่างที่เปิดรับแสงธรรมชาติ เป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ห้องดูโปร่งสบาย ทั้งเรื่องแสงสว่างที่เข้ามาภายในห้อง และการหมุนเวียนของอากาศที่สามารถถ่ายเทได้สะดวก แต่คุณอย่าลืมไปว่าแสงแดดของเมืองไทยนั้นแรงขนาดไหน หากเลือกที่จะใช้เป็นหน้าต่างบานกระจกใส ก็ควรจะติดฟิล์มกรองแสงด้วย อย่างน้อยก็กรองแสง ความร้อน และแสงยูวี ให้ส่องเข้ามาได้น้อยลง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : contemporist หากคุณเลือกใช้หน้าต่างบานใหญ่ ที่ทำให้แสงส่องเข้ามามาก คุณอาจจะเลือกทาสีห้องโทนเข้มก็ได้ เพราะแสงนั้นช่วยให้ห้องกว้างขึ้นแล้ว แต่หากคุณมีแค่บานหน้าต่างเดียวหรือขนาดเล็ก แนะนำให้เลือกใช้โทนสีอ่อนจะดีกว่าค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : theeverygirl.com เพิ่มพื้นที่รับแสงด้วยการเพิ่มความสูงของหน้าต่าง เพียงเลือกห้องหรือเลือกใช้หน้าต่างที่มีบานใหญ่ๆ และลองเปิดผ้าม่านที่หน้าต่างทุกบานดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่า ห้องคุณใหญ่กว่าเดิมและดูไม่อึดอัดขึ้นจริงๆ 2.ผ้าม่านโปร่งและมู่ลี่ ผ้าม่านโปร่งและมู่ลี่ มีหน้าสำคัญในการควบคุมแสงภายในห้องให้สว่างหรือมืดตามความต้องการ หากมีแสงเข้ามามากเกินไป อาจไปทำลายข้าวของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ให้สีซีดลงอีกด้วย และยังช่วยทำให้บดบังการมองเห็นจากภายนอก ให้คุณรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : annelaurepalmer มู่ลี่ปรับแสงได้ อาจจะเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนก็สามารถเลือกได้ตามชอบ ซึ่งมู่ลี่นี้คุณสามารถหมุนปรับระดับได้ 180 องศา และที่สำคัญคือไม่อมฝุ่น สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายกว่าผ้าม่านทั่วไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Immyandindi ผ้าม่านโปร่งแสง เหมาะอย่างยิ่งกับพื้นที่นั่งเล่น เพราะว่าช่วงเวลากลางวัน เราจะใช้พื้นที่นี้และต้องการรับแสงมากที่สุด แต่หากเป็นห้องนอน ไม่แนะนำให้ใช้ผ้าม่านโปร่ง เพราะหากตอนเช้า แสงที่เข้ามาจะรบกวนคุณ จนไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มที่ 3.กระจกเงาหรือสิ่งของสะท้อนแสง กระจกเงาเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำให้ห้องดูกว้าง ใครที่รู้สึกว่าห้องแคบ เล็กจนเกินไป ให้ลองหากระจกเงามาไว้ในห้องดู แนะนำให้ติดตรงข้ามหน้าต่างที่มีแสงส่องเข้ามา จะช่วยเพิ่มปริมาณแสงที่สะท้อนผ่านเข้ามาในห้องของคุณได้ หรือคุณอาจจะใช้ของตกแต่งที่ทำจากโลหะ มาช่วยสะท้อนแสงเพิ่มมากขึ้นก็เป็นได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vpsarah จากแสงที่สะท้อนไปมาทั่วทั้งห้อง หากขาดกระจกเงาบานนี้ไป ห้องก็จะดูแคบอย่างเห็นได้ชัด พอมีกระจกก็ทำให้ภายในห้องดูไม่มืด ทึบจนเกินไป เป็นการช่วยประหยัดค่าไฟของคุณได้ด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : mydomaine.com ความมหัศจรรย์ของกระจก เมื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งของห้อง ก็จะทำให้ห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากห้องที่ทึบๆ ธรรมดา กลายเป็นห้องที่มีมิติ กว้างขวาง จากการสะท้อนแสงสร้างภาพลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น ดูมีสไตล์ 4.เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เกะกะ สาเหตุที่ทำให้ห้องดูไม่โล่งนั้น อาจเป็นเพราะเฟอร์นิเจอร์ที่วางอย่างไม่เหมาะสม วางเกะกะกลางห้อง ทำให้แสงที่ส่องเข้ามา ส่องได้ไม่ทั่วถึงทั้งห้อง ลองขยับเข้ามุม เปลี่ยนทิศทางของเฟอร์นิเจอร์ที่วางอยู่กลางห้องของคุณดูสิ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : diningandlivingroom.com การวางโซฟา และชั้นวางของไว้ที่ด้านหนึ่งของผนัง ช่วยให้แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์นั้น ไม่ควรจะมีลวดลายเยอะเกินไป เพราะจะทำให้ห้องดูรก ไม่สบายตา   ขอบคุณภาพจาก pinterest : gravityhomeblog หากคุณจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้กลางห้อง แน่นอนเลยว่าคุณจะเสียพื้นที่โดยรอบจนเกินไป แนะนำให้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ทำหนักเบา แล้วลองวางชิดติดผนังด้านใดด้านหนึ่ง จะไม่เป็นการบดบังวิวและแสงสว่างที่ส่องเข้ามา 5.โทนสีอ่อน การเลือกใช้โทนสีอ่อนในการตกแต่งห้อง แน่นอนว่าจะทำให้ห้องดูสว่าง โล่ง โปร่ง แต่ยิ่งไปกว่านั้น คือทำให้ห้องของคุณดูสบายตา และน่าอยู่มากยิ่งขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : designdevotee2 แม้จะมีหลายสีอยู่ด้วยกัน แต่โดยรวมของห้องนั้นก็ยังดูสบายด้วยการเลือกใช้โทนสีพาสเทล ทำให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกเท่าตัว แต่อย่าลืมว่าข้าวของสีอ่อนเหล่านี้ จะเปื้อน เลอะเทอะได้ง่าย ดังนั้นคุณต้องรักษาและหมั่นทำความสะอาดอย่างดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : mydomaine.com หากใช้โทนสีขาวล้วน อาจทำให้ห้องดูจืดชืดจนเกินไป ลองเปลี่ยนมาใช้โทนสีขาวผสมกับเอิร์ธโทน ซึ่งทั้งสองโทนนี้จะเข้ากันได้อย่างลงตัวอยู่แล้ว ที่สำคัญ ช่วยให้ห้องของคุณดูมีบรรยากาศที่สบาย ผ่อนคลายขึ้น หวังว่า ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย จะช่วยให้ใครหลายๆ คน ที่มีพื้นที่ที่จำกัด จะไม่รู้สึกอึดอัดอีกต่อไป ซึ่งไอเดียที่ว่ามานี้ นอกจากจะช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติแล้ว อากาศที่เข้ามายังถ่ายเทได้สะดวก ทำให้ห้องของคุณดูสวยงาม หรูหรา และยังทำให้คุณได้ประหยัดค่าไฟได้อีกหลายเท่าตัว
ไอเดียแต่งห้องให้อบอุ่นด้วยสไตล์คันทรี่ (Country Style)

ไอเดียแต่งห้องให้อบอุ่นด้วยสไตล์คันทรี่ (Country Style)

ไอเดียแต่งห้องให้อบอุ่นด้วยสไตล์คันทรี่ วันนี้ reviewyourliving มี ไอเดียแต่งห้องให้อบอุ่นด้วยสไตล์คันทรี่ มาฝากกันค่ะ คุณลองแต่งห้องตามไอเดียเหล่านี้ได้เลย แล้วมาดูกันว่า ห้องของคุณจะให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้างไหม เพราะไอเดียที่เรานำมาฝากในวันนี้ ล้วนแล้วแต่เน้นการสัมผัส กับธรรมชาติ ใช้วัสดุต่างๆ ที่คงความเรียบง่าย คุณจะได้กลิ่นอายของชนบทนิดๆ แต่รับรองว่าคุณจะรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนได้ไปตากอากาศอยู่แน่นอนค่ะ   1.ลวดลายท้องถิ่น การตกแต่งห้องของคุณด้วยลวดลายท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการปัก หรือการทอ ทั้งเส้นสายและสีสันที่ทำให้ห้องของคุณ ดูมีความเคลื่อนไหวอย่างง่ายๆ ช่วยเปลี่ยนห้องธรรมดาๆ ของคุณ ให้ดูอบอุ่นขึ้นอย่างรื่นรมย์   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Salamahz คุณสามารถเลือกลวดลายพื้นเมืองและโทนสีที่ชอบ มาตกแต่งห้องได้ไม่ว่าจะเป็นปลอกหมอนอิง ผ้าบุโซฟา พรม หรือผ้าม่าน ซึ่งการใช้ผ้าที่มีลวดลายเหล่านี้ เมื่อคุณเบื่อก็สามารถเปลี่ยนลวดลายได้เมื่อไหร่ก็ได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : stylecaster ถึงแม้ว่าลักษณะของเตียงนอนและห้องโดยรวมจะดูโมเดิร์นไปหน่อย แต่ก็ยังแฝงความเป็นคันทรี่ ด้วยผ้าคลุมเตียงและพรมลายท้องถิ่นตะวันตก พร้อมตกแต่งด้วยกีตาร์และไม้ใบเขียว ช่วยให้ห้องนอนนี้ดูลุคคันทรี่อย่างมาก เหมือนได้อยู่ในโลกของคาวบอยเลยเชียวล่ะ 2.ของตกแต่งจากธรรมชาติ สไตล์คันทรี่เป็นสไตล์ที่นิยมอยู่เสมอ ด้วยของตกแต่งที่สามารถหยิบวัสดุจากธรรมชาติมารังสรรค์ใช้ตกแต่งห้องได้เลย และของตกแต่งแต่ละชิ้น ก็ล้วนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เป็นตัวช่วยที่ทำให้ห้องของคุณสวยและมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : appearanceattorneyoncall.com ท่ามกลางเทคโนโลยีที่ทันสมัย หลายๆ คน คงอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย และภายใต้เสน่ห์ของสิ่งของเหล่านี้ คุณสามารถนำมาประยุกต์ตกแต่งห้องได้อย่างง่ายๆ เช่น ม่านหวาย กระบองเพชร หรือของตกแต่งอื่นๆ ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoholic ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หวาย ไม้ใบเขียว ขนสัตว์สังเคราะห์ แค่นี้ก็เติมเต็มความสุขให้คุณ ให้ได้สัมผัสกับกลิ่นอายของธรรมชาติ โดยที่ไม่ต้องออกจากห้องกันเลยทีเดียว 3.วัสดุไม้ธรรมชาติ สไตล์คันทรี่ หลักๆ ก็คือการเน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งใดๆ มาเป็นส่วนประกอบ ซึ่งวัสดุที่จับต้องได้และเป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือ ไม้ นั่นเอง ที่ล้วนแล้วก็มีเสน่ห์และลวดลายในตัวเองที่ไม่เหมือนใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ashleyhomestore หากคุณลองมองไปที่เนื้อไม้ดีๆ แล้วล่ะก็ จะเห็นได้ว่าจะมีลวดลายที่พิเศษ เป็นลวดลายที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้น เมื่อคุณนำวัสดุไม้มาตกแต่ง ห้องของคุณจะดูอบอุ่นขึ้นมาทันที คุณอาจจะขัดสี ฟอกสีไม้ เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homebnc ด้วยเสน่ห์ของการโชว์ลายไม้ด้วยเทคนิคการขัดสี แต่ยังคงเน้นสีไม้ธรรมชาติ ทำให้ห้องนี้ดูอบอุ่นขึ้นมาเท่าตัว หากคุณเริ่มมีวัสดุไม้เต็มห้องแล้วล่ะก็ แสดงว่าคุณหลงใหลในเสน่ห์ของสไตล์คันทรี่เข้าแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : amzn.to โต๊ะไม้ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ ทำให้คุณได้สัมผัสถึงรสนิยมในแบบท้องถิ่น ซึ่งแฝงไปด้วยความอบอุ่นแบบเรียบง่ายสบายๆ ข้อดีในการใช้ไม้แท้ก็คือ การดูแลรักษาที่ง่าย และอายุการใช้งานนานกว่าการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ติดวัสดุปิดผิวลายไม้ 4.ตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนและแสงธรรมชาติ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสไตล์คันทรี่ ก็คือมักจะใช้วัสดุตกแต่งมีให้ความนุ่มนวล คุณอาจจะ DIY ข้าวของเครื่องใช้ ด้วยวัสดุจากธรรมชาติเพิ่มลูกเล่นให้ดูคลาสสิคแต่ยังคงความอ่อนหวานเอาไว้ โดยเน้นสีอ่อน สีโทนธรรมชาติ และเปิดให้ห้องของคุณได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติอย่างเต็มที่ แค่นี้ก็อบอุ่นจนไม่อยากออกไปไหนแล้วล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bloglovin สิ่งของที่ทำจากวัสดุจากธรรมชาติ อย่างหวาย ช่วยเติมแต่งบรรยากาศให้ดูอ่อนหวานและอบอุ่นขึ้น ซึ่งคุณควรคุมโทนให้เน้นใช้สีที่เรียบง่าย ผสมกับไม้ดอกสีอ่อน ที่จะช่วยทำให้ห้องนี้ดูเข้ากันอย่างลงตัว ขอบคุณภาพจาก pinterest : homebnc ผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติ ดอกไม้ และพรมขนสัตว์สังเคราะห์ โทนสีอ่อนเหมือนสีที่ได้จากการย้อมธรรมชาติ นำมาเป็นวัสดุตกแต่งแทนเครื่องหนัง สอดแทรกด้วยของตกแต่งที่เรียบง่าย เมื่อนำทั้งหมดมารวมกัน ช่วยทำให้ห้องนี้ดูสบายตา น่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิม 5.อิฐ ไม้ หิน จริงๆ แล้วสไตล์คันทรี่จะดึงเอาลักษณะเด่นเฉพาะของวัสดุจากธรรมชาตินั้นๆ มาใช้ในการก่อสร้างหรือการตกแต่ง อย่างเช่น อิฐ ไม้ หิน นอกจากจะสวยงามตามแบบฉบับของธรรมชาติแล้ว วัสดุเหล่านี้ยังไม่ต้องดูแลรักษามากอีกด้วย ยิ่งเก่า ยิ่งนาน ก็จะยิ่งมีเสน่ห์ในตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : joyinteriors.co.uk ถึงแม้จะมีทั้ง อิฐ ไม้ และหิน แต่ห้องนี้ก็ยังดูสวยงามกลมกลืน การที่ใช้หินมาปูพื้นนั้นช่วยให้ทุกก้าว ของคุณได้สัมผัสถึงวิถีการดำรงชีวิตในสไตล์คันทรี่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : deVOLKitchens เกือบทั้งห้องนี้ เน้นใช้วัสดุธรรมชาติ ทั้งพื้นที่ปูด้วยหิน คานไม้ และเฟอร์นิเจอร์จากไม้แท้ แนะนำหินปูพื้น ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน คือ หินอ่อน หินแกรนิต และในปัจจุบันมีวัสดุทดแทนออกมาเป็นทางเลือก คุณสามารถเลือกใช้ได้เช่นกัน ซึ่งก็จะได้ความสวยงามไม่แพ้หินแท้เลย เป็นยังไงกันบ้างคะ เมื่อได้ลองอ่าน ไอเดียแต่งห้องให้อบอุ่นด้วยสไตล์คันทรี่ นี้แล้ว คุณอยากจะลุกขึ้นมา ตกแต่งห้องกันเลยใช่ไหมละคะ ท่ามกลางโลกปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย กระแสที่นิยมธรรมชาตินั้นเริ่มมีมากขึ้น หลายๆ คนโหยหากลิ่นอายของชนบท คิดถึงการพักผ่อน ผ่อนคลาย หากคุณได้ลองแต่งห้องตามไอเดียนี้แล้ว คุณก็จะได้รับความรู้สึกเหล่านั้น โดยที่ไม่ต้องออกไปไหนเลยละค่ะ  
ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal)

ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal)

ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal) Reviewyourliving มีไอเดียที่กําลังได้รับความนิยมมาฝากกันอีกแล้วค่ะ นั่นก็คือ ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal) ที่เลือกของต่างๆ ที่มีความจำเป็น คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย มาจัดวางอย่างเป็นระเบียบ คุมโทนสีของห้องให้เป็นทิศทางเดียวกัน ทำให้ภาพรวมดูเรียบง่าย และห้องดูกว้างขึ้น แค่คิดก็น่าอยู่แล้ว เราไปดูไอเดียและเทคนิคต่างๆ กันเลยดีกว่าค่ะ     1.คุมโทน โทนสีในสไตล์มินิมอล จะเน้นใช้โทนสีเดียว เป็นโทนสีอ่อน หรือเอิร์ธโทน ทำให้เวลามองไปรอบๆ ห้องจะดูเรียบง่ายและสบายตากว่าการใช้หลายๆ สี รวมกัน และหากต้องการเพิ่มลวดลายให้กับห้อง แนะนำเป็นลายเส้นตรงๆ บางๆ หรือรูปทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย ขอบคุณภาพจาก pinterest : bloodandchampagne.com นำเฟอร์นิเจอร์สีดำมาวางเป็นจุดเด่นของห้อง ทำให้ดูมีมิติโดดเด่นขึ้นมา แต่ยังแฝงไปด้วยความเรียบง่าย คลาสสิค   ขอบคุณภาพจาก pinterest : audieyap คุมโทนด้วยโทนสีขาวเพื่อให้ดูสะอาด ดูมีพื้นที่กว้างขึ้น การคุมโทนสีมีข้อดีคือ เมื่อคุณอยากนำของตกแต่งหลายๆ ชิ้นมาวาง โทนสีเดียวกันช่วยทำให้ดูไม่รก และที่สำคัญการวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรวางกระจุกเป็นที่เดียว เพราะจะทำให้ห้องดูอึดอัดได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vpsarah ใช้เอิร์ธโทนในการแต่งห้อง ก็ดูคุมโทนได้ดีทีเดียว ได้บรรยากาศของความสงบและผ่อนคลาย และเมื่อได้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ยิ่งทำให้ห้องดูปลอดโปร่ง และน่าอยู่ขึ้นอีกเท่าตัว 2.เฟอร์นิเจอร์เก็บของมากๆ ให้ดูน้อย เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆ ท่าน ก็อยากมีห้องสไตล์มินิมอล แต่จะทำอย่างไร ถ้ามีของเยอะแยะเต็มไปหมด อย่าเพิ่งคิดว่าการแต่งห้องสไตล์มินิมอลจะเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ เพียงแค่หาเฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นที่เก็บของในตัว ดีไซน์เรียบง่าย เท่านี้ฝันของคุณก็เป็นจริงแล้วค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : flycasual ช่องเก็บของใต้เตียงที่คุณจะเก็บของที่ใช้บ่อยๆ ก่อนนอนก็ได้ ช่วยให้คุณได้ใช้เวลาและพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ สีของไม้ก็ช่วยทำให้ห้องดูอบอุ่นขึ้นมา ในปัจจุบันมีร้านรับทำไม้พาเลทใต้เตียง ที่สามารถสั่งทำตามความต้องการในราคาไม่แพงมากมาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lefashion.stfi.re เลือกตู้เก็บของที่เน้นเส้นตรง เป็นช่องๆ มีเหลี่ยมมีมุม วัสดุพื้นผิวเรียบๆ หรือหากต้องการเพิ่มลวดลาย ก็ใช้เป็นลายของหินอ่อนบางๆ ก็ได้เช่นกัน เพื่อคงสไตล์มินิมอลไว้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : designsponge มินิมอลเป็นสไตล์การตกแต่งที่ได้มาจากคนญี่ปุ่น ซึ่งเชื่อว่าคนญี่ปุ่นเองมีพื้นที่ที่จำกัด เลยวางตู้เก็บของอะไรมากไม่ได้ คนญี่ปุ่นก็เลยนิยมใช้บันไดแขวนมาเก็บของ ตอนเลือกซื้อให้เลือกที่มีน้ำหนักเบา สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก 3.ของตกแต่งที่ง่ายๆ บางทีเฟอร์นิเจอร์หลักของห้อง ก็อาจจะดูเรียบง่ายเกินไป ถ้าอยากเพิ่มลูกเล่น ลองหาของมาตกแต่งดูสิคะ แต่ยังต้องคงคอนเซปต์น้อยชิ้นและเรียบง่าย ขอบคุณภาพจาก pinterest : bloglovin อีกไอเท็มที่น่าสนใจ คือ กรอบรูปติดผนัง ถึงจะติดหลายอัน แต่ก็ดูไม่รกตา เพราะขอบของกรอบรูปที่ไม่หนามากและเป็นสีโทนเดียวกับห้อง ช่วยทำให้ดูกลมกลืนได้เป็นอย่างดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : michaelnielsen โคมไฟเปลือยสายไฟที่มีกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้อง ทำให้ดูเรียบง่ายขึ้น โดยที่ไม่ต้องมีโคมไฟห้อยเพดานแบบหรูหรา อลังการใดๆ เป็นอีกไอเดียที่ดีเหมือนกันค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homeyohmy.com ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ที่แขวนของ หรือกระจก ก็จัดวางตามการใช้สอยได้ดี ทำให้พื้นที่นี้ดูโล่งสบายตา จากโครงสร้างของสิ่งของและรูปทรงที่แสนจะเรียบง่าย 4.กระบองเพชรน่ารักๆ เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยตัวแทนของต้นไม้แบบมินิมอล ด้วยต้นกระบองเพชรที่นำไปวางไว้ในมุมต่างๆ ก็สามารถเปลี่ยนห้องโล่งๆ ธรรมดาให้ดูสดชื่นขึ้นได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : indiehomecollective.com หากรู้สึกว่าห้องดูโล่งจนเกินไป ให้ลองหาต้นกระบองเพชรที่มีรูปทรงตามแบบฉบับที่คุณชอบ ช่วยทำให้ห้องดูมีอะไรขึ้นมาได้อย่างชัดเจน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : potterybarn ต้นกระบองเพชรน้อย ที่คุณสามารถเลือกขนาดหรือลวดลายของกระถาง ให้เหมาะสมกับภาพรวมของห้องของคุณได้เอง 5.เก็บของให้เรียบร้อย เลือกวางที่จำเป็น แค่คุณนำของมาวางรก ระเกะระกะ ห้องก็จะไม่มีความมินิมอลทันที สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ การเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ เก็บของที่ไม่ใช้ใส่ตู้ และไม่เสียเวลาในการทำความสะอาดอีกต่อไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homeyohmy.com หาตู้ลิ้นชักมาไว้ใส่ของให้เป็นระเบียบ เก็บของที่สามารถหยิบใช้ได้ตามต้องการ ของกระจุกกระจิกนี่ต้องไม่มีให้เห็น เพื่อให้ห้องดูสวยงาม ไม่รกตลอดเวลา   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Storiesbyme การจัดวางของใช้ที่จำเป็นอย่างมีระเบียบ เรียบร้อย ทำให้เกิดความสมดุล ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เท่านี้ห้องก็ดูสะอ้าดสะอ้าน ดูดีเป็นไหนๆ   น้อยแต่มากด้วยประโยชน์แบบนี้ หวังว่าคงเป็นอีกไอเดียให้เพื่อนๆ ได้ลองนำไปแต่งห้องกันนะคะ จะสังเกตได้ว่า ไอเดียแต่งห้อง น้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal) นั้นเป็นการตกแต่งที่มีการจัดวางอย่างเรียบง่าย สมดุล คุมโทน เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ไม่มาก เพราะจะยิ่งช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้น โปร่ง สบายตา ลองมองไปรอบๆ ถ้ามีสิ่งของชิ้นไหนที่เพื่อนๆ รู้สึกว่าไม่จำเป็น ก็ควรนำออกจากห้องไปนะคะ ยิ่งของน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ทั้งการหาข้าวของ การทำความสะอาด และรู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น            
ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ

ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ

ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ   สำหรับสายอาร์ทที่ต้องการแต่งห้องเพื่อปลุกไอเดียนั้น reviewyourliving ขอแนะนำ ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ ที่ช่วยให้คุณได้เลือกตามสไตล์ที่ชอบและนำมาตกแต่งห้องของคุณกันค่ะ ซึ่งการตกแต่งจะสะท้อนตัวตนของผู้อยู่ได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ อย่ารอช้า รีบไปดูไอเดียต่างๆ กันดีกว่าค่ะ   1.ศิลปะ Pop Art ศิลปะแนวป็อปอาร์ท มีเอกลักษณ์ในการใช้สีสันฉูดฉาดตัดกันกับคู่สีตรงข้าม ทั้งดูคลาสสิคและโมเดิร์นในตัว คุณสามารถแต่งห้องของคุณให้มีสีสันที่แฝงด้วยศิลปะ เพิ่มความสนุกสนานให้กับห้องได้ดีเชียวล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : portaldeartesanato.com.br แค่ทาผนังสีแดงสด แล้วตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แนวป๊อปอาร์ท ก็ช่วยเพิ่มพลังความคิดสร้างสรรค์ได้แล้ว คุณสามารถเลือกโทนสีที่ตัดกันได้ชัดเจนแบบนี้ได้เลย เพราะมันคือจุดเด่นของแนวป๊อปอาร์ท   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lindsaycharlotte.tumblr.com ถ้ากลัวว่าห้องจะมีสีสันจนเกินไป แค่ติดกรอบรูปตามแบบฉบับของศิลปะแนวป็อปอาร์ท หรือจะนำรูปภาพของตนเองหรือคนที่รักไปทำเป็นภาพแนวป็อปอาร์ทแบบนี้ก็ได้ ก็จะมีความโดดเด่นที่ไม่ซ้ำใคร 2.ลูกเล่นของสีน้ำ เชื่อว่าสายอาร์ทอย่างเราๆ คงนึกอยากเอาสีน้ำมาแต่งแต้มลงบนผนังสีขาวที่เหมือนกระดาษเปล่าอย่างแน่นอน อย่าลืมรองพื้นให้ดีและเลือกแปรงให้เหมาะสม กำหนดขนาดคร่าวๆ ก่อนแต่งแต้มจริงนะคะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : Homepolish เพื่อให้ห้องของคุณดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น อย่ารอช้ารีบหยิบแปรงทาสีแล้วแต่งแต้มตามความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้เลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : staceyjsheppard หากคุณไม่มั่นใจในฝีมือการแต่งแต้มสีน้ำลงบนผนังแล้วล่ะก็ คุณสามารถใช้วอลล์เปเปอร์ลายสีน้ำแบบนี้ได้เช่นกัน เป็นการเปลี่ยนผนังสีขาวธรรมดาให้พิเศษยิ่งขึ้น 3.Geometic เรขาคณิตที่เรียบง่าย การนำลวดลายเรขาคณิตมาตกแต่งห้อง ช่วยทำให้ห้องน่าอยู่มากขึ้นจากรูปทรงต่างๆ ที่เรียบง่าย แต่พอนำมาตกแต่งแล้วก็สัมผัสได้ถึงการนำรูปทรง ลายเส้นของศิลปะมาใช้ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญถึงคุณจะใช้ลวดลายเรขาคณิตเยอะ ห้องก็จะดูไม่ลายตามากเหมือนการใช้ศิลปะแบบอื่นๆ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : archiproducts ลายเรขาคณิตที่ดูเรียบง่ายผสมกับการใช้สีสันหลายเฉดสีที่ตัดกัน ช่วยทำให้ห้องไม่จืดชืด ดูสดใส และทันสมัย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : popsugar.com ไม่จำเป็นว่าห้องของคุณจะต้องเป็นผนังลวดลายเรขาคณิต แค่ทาสีสันให้เฟอร์นิเจอร์ด้วยลวดลายเรขาคณิต ก็ทำให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ดูโดดเด่นขึ้นมา 4.สีสันสดใสที่เข้ากัน โทนสีมีส่วนสำคัญในการตกแต่งห้องเป็นอย่างมาก เพราะสีที่ใช้นั้นจะคุมภาพรวมโทนของห้องทั้งหมด และแต่ละสีก็ส่งผลต่ออารมณ์ไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นการแต่งห้องให้มีสีสัน คุณจะต้องเลือกคู่โทนสีให้เข้าชุดกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : scontent-gru1-1.xx.fbcdn.net ลองเลือกใช้สีของสิ่งของต่างๆ ในห้องให้แตกแต่งกันไป แต่ยังคงคุมโทน ถ้าเน้นโทนสีสดใส ก็ควรจะใช้ทั้งหมด หรือหาพรมที่มีสีสันแบบนี้ก็ทำให้มุมนี้ดูชิคขึ้นอีกมาก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : primitiveandproper.blogspot.com หาเวลาว่างๆ ทาสีเก้าอี้ตามสีที่ชอบ แล้วคุณจะรู้สึกมีชีวิตชีวา อยากใช้เวลาในการคิดสร้างสรรค์ในมุมนี้นานมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : blog.styleestate.com ลองเริ่มจากแม่สี แดง เหลือง น้ำเงิน มาตกแต่งก่อน แล้วค่อยเพิ่มสีสันที่เข้ากันได้ลงไป ซึ่งสิ่งของบางอยางก็ไม่จำเป็นต้องมีสีสันไปหมดก็ได้ 5.กระเบื้อง Talavera กระเบื้อง Talavera เป็นกระเบื้องที่นิยมใช้ในเม็กซิกัน ซึ่งนำมาเป็นตัวเสริมในการตกแต่งห้องได้เป็นอย่างดี จะสังเกตได้ว่าลวดลายของกระเบื้องนั้น จะมีลวดลายที่พิเศษ ไม่ค่อยซ้ำกัน แนะนำให้ลองเลือกมากกว่า 10 ลาย และนำมาจัดเรียงตามแพทเทิร์น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : wallstickshop ผนังห้องครัว ที่ไร้สีสันก็อาจจะทำให้การเข้าครัวของคุณไม่สนุกได้ แนะนำให้นำกระเบื้อง Talavera มาเป็นองค์ประกอบในการตกแต่ง คุณจะรู้สึกมีพลังในการคิดสร้างสรรค์อีกเท่าตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : stacee14 การตกแต่งพื้นห้อง ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าของ จากการใช้กระเบื้อง Talavera ที่มีลวดลายแตกต่างกันไป 6.Pattern แพทเทิร์นมีความหลากหลาย และมีทฤษฎีทางศิลปะในการจัดวาง ซึ่งลวดลายมีตั้งแต่แบบเรียบง่ายที่ใช้ลายเส้น กราฟิก หรืออาจจะเป็นรูปจริงๆ ก็สามารถนำมาทำเป็นแพทเทิร์นได้ การนำลวดลายแพทเทิร์นต่างๆ มาตกแต่ง น่าจะโดนใจสายอาร์ทตัวจริงอย่างแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : thibautdesign.com เพิ่มความอาร์ทด้วยลายแพทเทิร์นสีสันสดใส ให้ความรู้สึกเหมือนได้จินตนาการและได้ความคิดสร้างสรรค์ตลอดเวลา คุณสามารถหาแพทเทิร์นที่ชอบ แล้วนำไปพิมพ์ลงบนผ่าน เพื่อเป็นผ้าม่านผืนโปรดได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ethanallen.com หากอยากให้ห้องดูโมเดิร์น ให้ใช้แค่โทนสีเดียว แล้วเพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายแพทเทิร์นจากสิ่งของต่างๆ ที่ช่วยเสริมกันให้บรรยากาศของห้องดูกลมกลืน ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ ที่ reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ เหมาะกับสายอาร์ท หรือคนที่ต้องการหาไอเดีย ปลุกความคิดสร้างสรรค์ ตลอดเวลา แค่ลองเริ่มจากการแต่งห้องเพิ่มสีสันและลวดลายสักนิด ก็ช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจได้บ้างแล้วล่ะค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมคุมโทนให้ดี ใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ จะได้เป็นสายอาร์ทอย่างมีสไตล์
ไอเดียแต่งห้องสไตล์เด็กมหาลัย

ไอเดียแต่งห้องสไตล์เด็กมหาลัย

ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย ที่ reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ จะเน้นไปที่เรื่องการใช้สอย และการตกแต่งให้มีความสนุกมากขึ้น เหมาะกับวัยรุ่นทั้งหลายที่กำลังศึกษาอยู่ ลองดูเป็นไอเดียแล้วไปแต่งห้องกัน   1.พื้นที่บนโต๊ะทำงานสำคัญที่สุด โต๊ะอ่านหนังสือหรือทำรายงาน เป็นมุมที่นักศึกษาต้องใช้มากที่สุด เผลอๆ กินข้าวก็อาจจะใช้โต๊ะนี้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นลองหาไอเดียการจัดวางของใช้ต่างๆ บนโต๊ะที่ประยุกต์ตามสไตล์การใช้งานของแต่ละคน   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : emilyley หลายๆ คน ก็มักจะพบกับปัญหาพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอบนโต๊ะอ่านหนังสือ ที่ข้าวของวางเต็มโต๊ะไปหมด ให้หากล่องใส่ของที่มีลวดลายสวยงามและโทนเดียวกันมาจัดเก็บของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : howtobuildit.org ติดชั้นวางของกระจุกกระจิกที่ผนังแบบนี้ เพื่อเอาไว้คอยวางหนังสือ อุปกรณ์การเรียน ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่บนโต๊ะทำงาน 2.แสง แสงต้องสว่างเพียงพอ ทั้งจากไฟและแสงธรรมชาติ เพื่อที่คุณ จะได้อ่านหนังสือหรือทำรายงานได้อย่างสะดวก แนะนำให้เลือกวางโต๊ะที่มีมุมแสงธรรมชาติส่องเข้ามา และไม่ควรหันหลังให้กับแสง เพราะแสงจะไปสะท้อนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : interiorgod มุมอ่านหนังสือที่ได้แสงจากธรรมชาติที่ส่องเข้ามา สามารถทำให้ห้องเหลี่ยมๆ นี้ ดูมีชีวิตชีวาและดูกว้างขึ้น หากรู้สึกสว่างไปก็สามารถติดม่านโปร่งอีกชั้นเข้าไปได้ เมื่อยามที่คิดงานไม่ออก ก็สามารถมองออกไปข้างนอกหน้าต่างเพื่อผ่อนคลายได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : bluesoup213 หาโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือมาตั้งไว้บนโต๊ะ เผื่อเวลาที่แสงธรรมชาติส่องไม่ถึง คุณจะได้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง 3.ตารางบันทึก หลายคนต้องจำทั้งตารางเรียน กิจกรรม วันเกิดคนสำคัญ และอีกหลายอย่างมากมายใช่ไหมละคะ อีกไอเดียที่ควรนำมาใช้ก็คือ การทำบันทึกไว้ที่ผนัง ไม่ว่าเวลาไหนก็สามารถดูได้ ป้องกันการลืมที่สำคัญๆ ได้ดีเชียวล่ะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : cameralink.se ผนังของมุมห้องด้านหนึ่ง สามารถติดด้วยบอร์ดไม้ได้ เวลามีอะไรที่ต้องแจ้งเตือน หรือน่าสนใจ ก็เอามาปักหมุดไว้ในบอร์ดไม้นี้ได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : decoist ทาผนังด้านนึงเป็นสีดำด้าน เท่านี้ก็จะได้บอร์ดกันลืมที่ผนัง คอยอัพเดท แจ้งเตือนวัยรุ่นที่มากกิจกรรมอย่างเราๆ แล้วล่ะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : the_elf_herself ทำเป็นปฎิทินติดผนังบอกชัดไปเลยว่ากิจกรรมนี้อยู่วันอะไร เพื่อจะได้รู้แน่นอนเลยว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง มีรายงานที่ต้องส่งไหม 4.เก็บของจุกจิกในห้องให้เป็นระเบียบ เดิมข้าวของส่วนตัวก็มีเยอะมากอยู่แล้ว ของเกี่ยวกับการเรียน การเพิ่มตามขึ้นมาอีก ทั้งหนังสือ เอกสาร อุปกรณ์การเรียนต่างๆ หากวางกระจัดกระจาย ชีวิตคงจะต้องยุ่งเหยิงอย่างแน่ๆ แนะนำให้ลองหาชั้นและกล่องเก็บของมาเก็บของไว้และเขียนว่ากล่องนี้เก็บอะไร กันลืมในยามที่ไม่ค่อยได้ใช้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : karolpinheiro มุมเล็กๆ สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้โดยการหาชั้นใส่ของมาวางไว้ เพื่อรวบรวมของใช้ที่กระจัดกระจายมาไว้ที่เดียว จะช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตได้สบายขึ้น เมื่อรู้ว่าของที่เก็บอยู่ตรงไหน   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com ชั้นวางหนังสือติดผนัง อีกไอเดียที่ไม่ควรพลาด เพราะชีวิตประจำวันของคุณต้องยุ่งอยู่กับหนังสืออย่างแน่นอน สามารถติดชั้นได้หลายรูปแบบตามความชอบของคุณได้เลยนะคะ 5.เพิ่มสีสันผ่านกำแพงห้อง กำแพงที่จืดชืด ก็อาจจะไม่ทำให้จินตนาการของคุณโลดแล่นได้ ให้ลองหากระดาษ หรือเทปมาติดดู เริ่มต้นจินตนาการในการสร้างสรรค์มุมกำแพงนี้ล่ะว่าจะออกมาโดนใจตัวเองหรือเปล่า   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : dominomag วาชิเทป หรือเทปที่มีลวดลาย สามารถนำมาสร้างสรรค์ลงบนผนังได้ และเมื่อลอกออกก็จะไม่ทิ้งคราบกาวใดๆ ไว้ ลองเอาวาชิเทปมาแต่งในมุมโปรดของคุณกันสิคะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : dream-decor.com สร้างมุมโปรดสำหรับไว้เล่าความทรงจำส่วนตัวบนผนัง รู้อยู่แล้วว่าวัยรุ่นเนี่ย ต้องถ่ายรูปมากมายในแต่ละวัน จะดีแค่ไหน ถ้าเราเอาออกมาจากมือถือ มาแต่งตามผนังห้องที่ว่างเปล่า โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้กรอบรูปมาให้วุ่นวายเลย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : blog.giddygiddy.com กระดาษกาวที่ตีตารางตามจำนวนวันในแต่ละเดือน ก็เพิ่มสีสันให้กับห้องได้ แถมยังช่วยคนที่ขี้ลืม ให้สามารถมาเช็คกิจกรรมสำคัญๆ ที่กำแพงด้านนี้ได้อีกด้วย 6.หมอนรองสรีระ อ่านหนังสือทบทวน หรือทำรายงานทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ ไม่ดีต่อสุขภาพและร่างกายแน่ๆ ควรมีหมอนรองสรีระเวลานั่งทำงานเป็นอย่างยิ่ง นักศึกษาก็อายุพึ่งจะ 20 กว่าๆ เอง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกันนะคะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : feedpuzzle หมอนใบใหญ่กับผ้ารองนั่งแบบนุ่ม ก็ช่วยรองรับสรีระได้เป็นอย่างดี หากไม่มีปัญหาเรื่องการนั่งทำงานแล้วระบบการทำงานของคุณก็จะดีขึ้นด้วย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : diyprojectssite ใช้หมอนอิงที่มีรูปทรงน่ารักๆ แบบนี้ก็ได้ หากรู้สึกเริ่มเมื่อยล้าจากการทำทำงานทั้งวันแล้ว ก็หยิบมากอดได้ หรืออาจจะหาเป็นหมอนที่เป็นรูปทรง ตัวการ์ตูนที่ชอบก็ได้นะคะ   หวังว่า ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย จะช่วยทำให้ห้องของมีบรรยากาศที่น่าอยู่ขึ้น แค่ตกแต่ง ไม่ต้องลงทุนซื้อเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก และจัดพื้นที่มุมโต๊ะทำงานที่ใช้บ่อยๆ ให้โล่งและเป็นระเบียบ เพราะจะช่วยทำให้คุณหาพวกเครื่องเขียนหรืออุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น        
ไอเดียแต่งห้องสไตล์วินเทจ อ่อนหวานแบบย้อนยุค

ไอเดียแต่งห้องสไตล์วินเทจ อ่อนหวานแบบย้อนยุค

ไอเดียแต่งห้องสไตล์วินเทจ อ่อนหวานแบบย้อนยุค วันนี้เรามี ไอเดียแต่งห้องสไตล์วินเทจ มาฝากกันค่ะ หลายคนก็จะนึกถึงการใช้ของเก่ามาตกแต่ง แต่แท้จริงแล้วยังรวมไปถึง ข้าวของที่มีคุณภาพและโดดเด่นด้วยวัสดุที่ใช้ ไม่ใช่แค่เก่าอย่างเดียว เปรียบได้ก็คือ ยิ่งเก่ายิ่งแพงนั่นเอง ดังนั้นการแต่งห้องสไตล์วินเทจจึงไม่ได้ตายตัว แค่เน้นการเลือกของมาตกแต่งให้ดูย้อนยุคและน่าหลงใหลก็เท่านั้นเอง   1.เฟอร์นิเจอร์ดัดแต่งทรง ความอ่อนหวานในสไตล์วินเทจ ส่วนหนึ่งก็มาจากเฟอร์นิเจอร์ดัดแต่งทรงลวดลายให้มีความโค้ง กลมมน ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์มีรูปร่างแข็งทื่อ เป็นมุมเหลี่ยม แค่คุณเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียว ห้องของคุณก็จะได้ลุคแนววินเทจแล้วล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : judybrown169 ในห้องนอน สิ่งที่เป็นจุดสำคัญคือเตียงนอน คุณควรจะต้องเลือกดีไซน์เตียงที่ดูย้อนยุค หรือจะเลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีอ่อนหรือลวดลายอ่อนหวานก็ได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : littleemmaenglishhome.blogspot.it เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสัน จะช่วยให้ห้องของคุณดูมีดีไซน์มากขึ้น ได้กลิ่นอายแบบย้อนยุคที่คลาสสิค 2.ลวดลายอ่อนหวานของลูกไม้ อีกไอเทมแต่งห้องแนววินเทจ คือ ลูกไม้ ที่มีดีเทลเอกลักษณ์เป็นลวดลายต่างๆ ความอ่อนช้อยของลูกไม้จะช่วยทำให้ห้องดูนุ่มนวลมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : minnesotawi อยากแนะนำให้คุณมีม่านลูกไม้โปร่งสักผืนมาตกแต่งห้องของคุณ เพื่อเพิ่มความวินเทจเข้าไปอีก เลือกใช้โทนสีอ่อน เช่น สีขาวหรือครีม จะช่วยทำให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bhg.com เพิ่มการตกแต่งด้วยฉากกั้นลายลูกไม้ขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศห้องของคุณดูอบอุ่นอ่อนหวาน มากกว่าการกั้นผนังด้วยปูน หรือฉากกั้นแบบทึบ 3.วอลล์เปเปอร์ลายดอก วอลล์เปเปอร์เป็นตัวแปรสำคัญของการแต่งห้อง และส่วนใหญ่สไตล์วินเทจกับลวดลายดอกมักจะขาดกันไม่ได้ หรือเพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายและรอยนูนบนพื้นผิวของวอลล์เปเปอร์นั้นๆ ที่จะทำให้ห้องดูมิติมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : alltihemmet0026 เสริมความหวานด้วยลวดลายสไตล์วินเทจ แล้วเติมของตกแต่งเข้าไปอีกนิด อย่างเช่น กรอบรูปติดผนัง หรือต้นไม้ ที่จะช่วยทำให้ห้องดูสดชื่นขึ้นอีก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : houseandgarden เลือกใช้วอลล์เปเปอร์คนละลายมาตกแต่ง เพื่อเพิ่มความเก๋ แต่ให้เลือกโทนสีที่ต่างกัน และลวดลายตัดกัน รับรองว่าห้องของคุณจะดูมีชีวิตชีวามากขึ้นแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decorpad หากต้องการให้ห้องดูวินเทจแบบทันสมัย ให้เลือกใช้สีเข้มและลวดลายใหญ่ๆ ติดแค่บางฝั่งของผนังห้อง เพราะถ้าติดทั้งห้อง จะทำให้ห้องดูแคบ รกและลายตาเกินไปได้ 4.ผนังห้องต้องไม่โล่ง ผนังห้องด้านที่ไม่ได้ติดวอลล์เปเปอร์ลายดอก ให้คุณลองหมุนตัวดูรอบๆ ว่ามีอะไรที่ไม่ใช้แล้วบ้าง ก็สามารถนำมา DIY ให้มีกลิ่นอายย้อนยุคเข้าไปได้อีก ที่สำคัญคือคุณไม่ต้องลงทุนเพิ่มอละยังเก๋ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : loombrand คุณจะรู้สึกได้ย้อนวันเวลา และสัมผัสเรื่องราวที่สามารถเล่าผ่านได้จากกรอบรูปขอบดัดแต่งทรงสีทองนี้ หรือคุณจะนำภาพปัจจุบันไปทำเป็นภาพสีซีเปีย แล้วนำมาแต่งก็ได้     ขอบคุณภาพจาก pinterest : styleanddesigns DIY ของตกแต่งแบบเก่าๆ ด้วยการขัดสีให้เหมือนของเก่า และใส่โทนสีอ่อนๆ เพื่อให้ดูอบอุ่นและทันสมัย เพิ่มความเก๋ของผนังให้กลายเป็นมุมโปรดของห้องคุณ 5.นาฬิกาย้อนเวลา นาฬิกาแขวนผนัง หรือนาฬิกาตั้งพื้นใหญ่ๆ ที่จะกลายเป็นจุดเด่นของห้อง ให้ลองเลือกที่เป็นทรงกลมใหญ่ๆ มีกลิ่นอายแบบวินเทจ ไม่เน้นความหรูหรามากนักมาประดับห้องของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : facilisimo ลองคิดว่าห้องนี้ไม่มีนาฬิกาดูสิคะ ห้องนี้ก็จะเป็นเหมือนห้องเก่าๆ ห้องหนึ่ง แต่แค่เรานำนาฬิกาประดับห้องก็จะสัมผัสได้ถึงยุคเก่าๆ สไตล์วินเทจแล้วล่ะค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homedecorators.com ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว นาฬิกาสไตล์วินเทจก็ยังคงมีสไตล์ของตนเอง ลองนำนาฬิกาหลายรูปแบบมาประดับห้องสิคะ แล้วคุณจะได้เห็นถึงดีไซน์ที่บ่งบอกรสนิยมผ่านเข็มที่หมุนตามเวลา 6.ของตกแต่งยุค 80 ย้อนอดีตในวันวานด้วยของเก่าเก็บ เพิ่มลูกเล่นสไตล์วินเทจ ด้วยการนำมาแต่งห้องเล็กๆ น้อยๆ คุณอาจจะไปหาของใช้ของคุณย่าคุณยายที่เก็บไว้ หรือจะไปหาซื้อตามร้านของตกแต่ง ซึ่งหาได้ทั่วไปตามท้องตลาด จริงๆ แล้วไม่ได้ซีเรียสอะไรนัก แค่สิ่งของนั้นต้องดูขลัง ดูมีคุณภาพเหมือนมาจากยุค 1980   ขอบคุณภาพจาก pinterest : doglvr ของตกแต่งแนววินเทจที่ไม่ใช่แค่ความเก่า แต่ยังมีสไตล์ของตัวเอง ดังนั้นการตกแต่งแบบนี้ ก็สามารถบอกได้เช่นกัน ว่าเจ้าของห้องนี้มีรสนิยมอย่างไร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : facilisimo การที่เอาของเก่าๆ มาปรับปรุงหรือทำความสะอาด แค่นี้ก็ได้ของเก๋ๆ มาสร้างบรรยากาศแบบวินเทจ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเติม   ไอเดียการแต่งห้องสไตล์วินเทจ นั้นแสนจะง่าย ไม่ยุ่งยากในการหาของมาตกแต่ง แค่เลือกให้เหมาะตามรสนิยมของคุณ แล้วเล่าเรื่องยาวแบบย้อนยุคผ่านข้าวของต่างๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน โทนสีห้อง และ reviewyourliving.com อยากแนะนำ เรื่องโทนสีที่สไตล์วินเทจมักจะนิยมใช้ คือ สีขาว ทอง ดำ ครีม แต่ควรใช้สีทองแค่ 20% ของโทนห้องเท่านั้นก็พอค่ะ เท่านี้ห้องของคุณก็จะได้กลิ่นอายอ่อนหวานสไตล์วินเทจที่ดูกลมกลืนกันสุดๆ ไปเลยล่ะค่ะ
ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ น้อยชิ้นแต่สวยเว่อร์!

ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ น้อยชิ้นแต่สวยเว่อร์!

ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ  สำหรับหนุ่มสาวในยุคดิจิตอลแบบนี้ อะไรหลายๆ อย่างก็ดูจะผ่านไปแบบรวดเร็วทันใจไปหมด แต่หลายๆ คนที่อยากให้บ้าน เป็นที่ที่สามารถทำให้เวลาพักผ่อนอาศัยในบ้านช้าลงกว่าโลกภายนอก ดังนั้นการแต่งบ้านก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหยุดเวลาได้ และอีกห้องหนึ่งที่สามารถหยุดเวลาให้นานๆ ได้ก็คือ "ห้องน้ำ" ซึ่งการแต่งห้องน้ำสไตล์วินเทจนั้น จะทำให้ห้องน้ำของเรา ดูสวยเสมอไม่ว่าจะผ่านกาลเวลาไปนานเท่าไร และวันนี้ทาง reviewyourliving จะมาแนะนำไอเดียการแต่งน้ำสไตล์วินเทจ ด้วยของน้อยชิ้นที่สามารถทำให้ห้องน้ำของคุณสวยได้ในสไตล์วินเทจได้อย่างง่ายดาย   1.ก๊อกน้ำ สีทองเหลือง ในห้องน้ำ สิ่งที่เรามักจะสัมผัสบ่อยๆ ก็คือ "ก๊อกน้ำ" บริเวณอ่างล่างหน้านี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นในการทำให้ห้องน้ำ ของคุณดูวินเทจและคลาสสิค โดยคุณต้องไปเสาะหาเจ้าก๊อกน้ำสีทองเหลือง หรือก็อกน้ำชุบทองเหลืองมา ควรเลือกก๊อกที่มีดีไซน์รับกับตัวอ่างล่างหน้าด้วย ห้องน้ำจึงจะสวยแบบวินเทจในสไตล์เดียวกันได้อย่างกลมกลืน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoholic 2.โคมไฟ ยิ่งเก่ายิ่งเก๋ เรื่องของแสงสว่างในห้องน้ำก็เป็นจุดสำคัญที่เสริมให้ห้องน้ำดูสวยขึ้น จากปกติที่ใช้ไฟหลอด LED ธรรมดา ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้โคมไฟเก๋ๆ มาประดับห้องน้ำได้ ซึ่งในยุคนี้การหาโคมไฟเก่าจริงๆ หรือโคมไฟใหม่ที่ทำให้เหมือนเก่า ก็มีขายหลายแหล่งให้ได้เลือกสรรกัน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoholic 3.กระเบื้องผนังสีขาว การทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องน้ำดูมีสไตล์วินเทจเพิ่มขึ้น นั่นก็คือ การเลือกกระเบื้องปูผนังห้องน้ำ แนะนำให้เลือกโทนสีอ่อน เช่น สีขาว สีครีม และเลือกลักษณะกระเบื้องเป็นตารางสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อคุมโทนความเป็นวินเทจเอาไว้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoholic 4.หน้าต่าง ลายตาราง จากเดิมที่หน้าต่างมีหน้าที่ในการรับแสงเท่านั้น บางบ้านก็เป็นแค่ช่องเปิดระบายลม แต่ทว่าการที่คุณเลือกหน้าต่างเป็นลายตารางนั้น ก็จะช่วยให้ห้องน้ำได้รับแสงมากกว่าปกติ ทำให้ห้องดูสว่าง และสะอาดขึ้น ยิ่งหากคุณทำกรอบหน้าต่างเป็นเหล็กสีดำ ก็จะยิ่งตัดกับโทนสีขาวภายในห้องน้ำ ช่วยทำให้ห้องน้ำของคุณดูมีความโมเดิร์นเข้าไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : insideout.com.au 5.ประตูไม้ขัดสี สำหรับไอเดียนี้คงต้องมอบให้กับผู้ที่ต้องการความวินเทจตั้งแต่ทางเข้าห้องน้ำกันเลย โดยการใช้ประตูไม้แล้วนำมามาขัดสี ให้ถลอกๆ ดูเก่าๆ เพิ่มลูกเล่นด้วยอุปกรณ์วินเทจ เช่น ที่จับประตูเหล็ก ราวเลื่อนประตู ก็ช่วยเสริมให้ห้องน้ำดูสวยขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : carlaaston 6.กระจกวงกลม สำหรับไอเดียนี้จะช่วยเพิ่มความเป็นโมเดิร์นวินเทจให้ห้องน้ำของคุณ ด้วยการใช้กระจกวงกลม ทางที่ดีแนะนำให้คุณเลือกบานใหญ่ๆ เข้าไว้ เพื่อความคุ้มค่าและความสะดวกในการใช้งาน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : bloglovin 7.อ่างล่างหน้าสังกะสีแบบสูง การเลือกอ่างหน้าแบบสังกะสีนี้เป็นอีกไอเดียที่แปลกสักหน่อย แต่ก็สามารถช่วยเพิ่มอารมณ์ความเป็นวินเทจได้เยอะเลยทีเดียว โดยทรงของอ่างล้างหน้านี้ควรเป็นทรงสี่เหลี่ยม เพิ่มลูกเล่นบ้างเล็กน้อยด้วยการแขวนผ้าเช็ดมือไว้ใกล้ๆ วางกระถางต้นไม้สังกะสี ก็จะทำให้บริเวณนี้ดูเก๋เพิ่มขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : homesthetics 8.เก้าอี้ไม้ เจ้าเก้าอี้ไม้นี้เป็นของตกแต่งอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ห้องน้ำของคุณมีความวินเทจ คุณสามารถใช้เป็นที่วางตะกร้าหวาย สำหรับใส่ผ้าที่ใส่แล้ว หรือจะวางอุปกรณ์อาบน้ำก็ได้ แนะนำให้คุณลองคุมโทนด้วยสีขาว สีดำ และสีไม้ จะรู้สึกว่าเข้ากันอย่างมาก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : potterybarn 9.ตู้ไม้ใต้อ่างล้างหน้า การเก็บอุปกรณ์อาบน้ำและอุปกรณ์ทำความสะอาดในห้องน้ำโดยที่ไม่มีตู้นั้น เวลาคุณทำความสะอาดก็จะยุ่งยาก หากคุณมีตู้ไว้ในห้องน้ำก็ทำให้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับสไตล์วินเทจนี้แบบตู้ที่เข้ากันมากที่สุด ก็คือ ตู้ไม้นั่นเอง ดังนั้นการเลือกใช้ตู้ไม้มาวางใต้อ่างล้างหน้า ก็เป็นอีกเฟอร์นิเจอร์หนึ่งที่ช่วยทำให้ห้องดูสวยในสไตล์วินเทจได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : casavogue.globo.com 10.ท่อน้ำเหล็ก สำหรับการแต่งห้องน้ำด้วยการเลือกโชว์ท่อน้ำที่ทำจากเหล็ก ยิ่งทำให้ห้องดูมีมิติและเสริมให้กำแพงมีเสน่ห์ไปในตัว และสำหรับคุณผู้ชายที่ต้องการความดิบเพิ่มอีกนิด การนำท่อน้ำเหล็กมาแต่งคู่กับผนังปูนเปลือยขัดมันก็ทำให้ห้องดูเท่และเก๋ขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : amyblossomx/   ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ สำหรับใครที่อยากมีห้องน้ำที่แสนพิเศษ เมื่อคุณเข้าไปแล้วเหมือนได้หยุดเวลาให้หมุนไปอย่างช้าๆ ลองมาเก็บไอเดียนี้แล้วไปแต่งห้องน้ำสไตล์วินเทจในแบบของคุณกันดู โดยลองเช็คลิสต์ดูว่าห้องน้ำสไตล์วินเทจของคุณ มีครบแบบที่ reviewyourliving แนะนำแล้วหรือยัง แล้วค่อยๆ เริ่มลงมือแต่งห้องน้ำกันเลย
ไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ : ขอสักห้อง สัญญาจะตั้งใจซักผ้าเลยเมียจ๋าาาาา

ไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ : ขอสักห้อง สัญญาจะตั้งใจซักผ้าเลยเมียจ๋าาาาา

ไอเดียแต่งห้องโฮมเธียเตอร์ บทความนี้ขอเอาใจคุณพ่อบ้าน และหนุ่มๆ ทั้งหลายที่เคยมีความฝันว่า "หากวันนึงฉันมีบ้าน ฉันจะต้องมีห้องโฮมเธียเตอร์" ซึ่งห้องนี้จะเป็นห้องสันทนาการของคุณพ่อบ้านและคนในครอบครัว รวมถึงแขก เพื่อนสนิท ที่จะมาดูหนัง ฟังเพลง และปาร์ตี้ร่วมกันได้   1.ห้องขนาดเล็ก แต่เล่นระดับสายตา สำหรับห้องโฮมเธียเตอร์นี้ แม้จะดูมีขนาดใหญ่ไม่มาก แต่ด้วยการออกแบบที่เล่นระดับพื้นจึงทำให้ระดับสายตาในการชมภาพยนต์นั้นไม่ถูกบัง อีกทั้งทุกคนในห้องยังได้อยู่ตรงกลางของจออีกด้วย เน้นการตกแต่งรอบๆ ด้วยโทนสีขาวและดรอปฝ้าเป็นหลุม จะช่วยทำให้ห้องนี้ดูโปร่งสบายตา   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : avsforum.com 2.เพดานกาแล็คซี่ของฉัน เป็นการใช้พื้นที่เพดานให้คุ้มค่าและมีประโยชน์มากๆ สำหรับไอเดียการติดภาพวอลล์เปเปอร์ หรือแผ่นพลาสติกลายดวงดาว แล้วซ่อนไฟไว้ด้านหลัง โดยในตอนกลางคืน หากอยากเปลี่ยนจากการดูหนังมาเป็นการนั่งเล่นอ่านหนังสือ หรือนั่งพักผ่อนก็ทำให้ห้องนี้ สามารถใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : jmbilliard.com 3.ไอเดียเวทีเล็ก เหมาะกับครอบครัวที่มักจะมีแขกประมาณ 5-10 คนมาที่บ้านแล้วมีกิจกรรมร่วมกัน เพราะเจ้าเวทีเล็กหน้าจอทีวีนี้ จะเป็นเสมือนเวทีการแสดงให้คุณและเพื่อนๆ ได้เล่นเกมสนุกหรือโชว์สุดพิเศษกัน และยิ่งสำหรับเด็กๆ เรียกว่าเป็นพื้นที่ สำหรับใช้เพื่อเพิ่มความกล้าแสดงออกได้ดีเชียวล่ะ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : rosemoreno 4.เบาะนอนดูหนัง บอกเลยว่าห้องโฮมเธียเตอร์แนวนี้ต้องเหมาะกับสายชิลล์มากๆ เพราะเน้นความเรียบง่าย ไม่ต้องตกแต่งหรือมีเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก เพียงใช้เบาะหรือหมอนขนาดใหญ่สีโทนเดียวกันมาวางไว้ให้เต็มห้อง แล้วเลือกหยิบใช้ตามความต้องการได้เลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : noxbaby 5.คุมโทนด้วยสีขาว หลายท่านที่แต่งห้องโฮมเธียเตอร์อาจจะค่อยๆ เลือกเฟอร์นิเจอร์เข้ามาในห้อง แต่หากคุณได้กำหนดทิศทางของสีในห้องตั้งแต่แรก ก็จะทำให้ห้องนี้ดูสวยและดูมีสไตล์   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoist 6.ห้องโฮมเธียเตอร์และห้องเล่นกีฬา สำหรับบ้านทีมีห้องขนาดใหญ่ สามารถใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าด้วยการนำอุปกรณ์กีฬาที่เล่นในร่มมาไว้ในห้อง เช่น โต๊ะสนุกเกอร์ โต๊ะปิงปอง เครื่องปั่นจักรยานหรือชุดออกกำลังกาย เรียกได้ว่าเป็นห้องที่ใช้งานได้หลากหลายจริงๆ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoist 7.กระท่อมของฉัน สำหรับไอเดียนี้เรียกว่าเหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นธรรมชาติสูง โดยการสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมือนอยู่ในกระท่อม สามารถใช้ได้ทั้งการดูหนังและการนั่งเล่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง รู้สึกได้ถึงความสบายใจเหมือนไปปิคนิคท่ามกลางธรรมชาติเลยทีเดียว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : luxuryretreats.com 8.ดูหนังในสวน ไอเดียสุดท้ายนี้ขอมอบให้คุณพ่อบ้านที่เรียกว่าต้องการความต่างจากบ้านอื่นๆ โดยการนำสวนมาไว้ในห้องโฮมเธียเตอร์ และตกแต่งด้วยโซฟา ต้นไม้ และรถกระบะที่ปรับสภาพให้เป็นที่นอนได้ หากมองในอีกมุมหนึ่ง การมีสวนในห้องนี้ก็ทำให้คุณได้หลุดจากความจำเจเดิมๆ บางทีห้องนี้คุณอาจเอาไว้เก็บรถเก่า รถโบราณ หรือของสะสม ก็สามารถทำได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : luxuryretreats.com   ไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ และนี่ก็คือทั้งหมดของไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ ที่เรานำมาฝากกัน แต่โดยรวมปัจจัยหลักของห้องโฮมเธียเตอร์ก็คือ ต้องปิดสนิท หน้าต่างและประตูกันเสียง มีเครื่องเสียงและจอทีวีที่ดี ที่เหลือก็คือการเลือกพร็อบและเฟอร์นิเจอร์ตามสไตล์ หลังอ่านบทความนี้เสร็จขอให้นำลิงค์ไปเปิดเพื่อขอใบอนุมัติจากภรรยากันต่อเลย แล้วบอกภรรยาว่า "ขอซักห้อง สัญญาจะตั้งใจซักผ้าเลยเมียจ๋าาาาา"
ไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก

ไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก

ไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก ห้องนอนเป็นห้องที่คู่รักใช้เวลาร่วมกันมากกว่าห้องอื่นๆ วันนี้ reviewyourliving.com มีไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก มาฝากกันค่ะ เพราะการแต่งนอนจะเพิ่มความโรแมนติกมากขึ้น คู่รักก็จะมีช่วงเวลาความสุขร่วมกันยิ่งขึ้น ลองชวนคู่รักของคุณมาแต่งนอนห้องตามไอเดียเหล่านี้กันสิคะ   1.โทนสีเติมความหวาน คู่รักแต่ละคู่ ต่างก็มีโทนสีที่ชอบต่างกันไป หากใช้โทนสีเดิมในห้องนอนไปเรื่อยๆ อาจรู้สึกเบื่อได้ ลองคุยกับคู่รักสิคะว่าอยากเปลี่ยนเป็นโทนสีอะไร แล้วเนรมิตห้องนอนเพื่อเติมความหวานกันเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : livingroomideas.eu โทนสีผนังห้องนอน แนะนำว่าควรใช้โทนสีอ่อนๆ เอิร์ธโทน หรือโทนสีเทา เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่น และโรแมนติก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lushomedesign เพิ่มลวดลาย บนผนังห้อง ให้มีลูกเล่นและสีสันที่มากขึ้นด้วยวอลล์เปเปอร์ ปัจจุบันมีลวดลายและลูกเล่นให้เลือกมากมาย ถ้ากลัวทั้งห้องจะดูลายตาเกินไป ให้ลองติดแค่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเท่านั้นก็พอค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : realestateer.net ผ้าปูเตียงก็ควรเลือกให้ไปในโทนเดียวกับโทนสีของห้องนอน จะช่วยให้อารมณ์ของห้องนั้นดูอบอุ่นมากขึ้น และเครื่องนอนบนเตียงก็มีส่วนสำคัญสำหรับคู่รักนะคะ พวกหมอน ผ้าห่ม ที่สำคัญคือผ้าปูเตียง แนะนำให้เลือกใช้ผ้าที่นิ่ม เบาบาง มีผิวสัมผัสที่ดี อย่างผ้าซาติน 2.ไฟตกแต่ง อีกไอเดียการแต่งห้องสำหรับคู่รักที่ขาดไม่ได้เลยคือ การประดับห้องด้วยไฟตกแต่ง เพื่อให้แสงในห้องนั้นสลัวๆ ไม่สว่างจนเกินไป เพียงแค่ลองหามาประดับไว้ในห้องนอนของคุณ ก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นไปด้วยความรักได้มากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : business.facebook.com การเพิ่มบรรยากาศให้คู่รักอีกอย่างเลยก็คือไฟที่เป็นดวงเล็กๆ เมื่อนำมาประดับในห้องนอน เสมือนว่าคุณและคนรักของคุณกำลังนอนอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว อะไรจะโรแมนติกเช่นนี้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : indulgy.com ลองปิดไฟดวงหลักที่สว่างมากเกินไป แล้วเปิดไฟแค่ดวงเล็กๆ น้อยๆ เพื่อทำให้บรรยากาศรู้สึกน่าค้นหามากยิ่งขึ้น หรือถ้าอยากให้โรแมนติกกว่านี้ ลองใช้ไฟเป็นโทนสีเหลืองหรือส้มดูสิคะ รับรองว่าค่ำคืนของคุณและคนรักจะพิเศษสุดๆ ไปเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anna120300 ไฟหิ่งห้อยเหมาะสำหรับสร้างความโรแมนติกสำหรับคู่รักแบบกุ๊กกิ๊ก น่ารัก ช่วยสร้างบรรยากาศแบบนุ่มนวลแบบน่าค้นหา   ขอบคุณภาพจาก pinterest : themerooms.blogspot.com เพิ่มบรรยากาศที่โรแมนติกอย่างสมบูรณ์แบบด้วยเทียนและกลิ่นอโรมา แนะนำกลิ่นอโรมาที่มีกลิ่นหอมหวาน เช่น กลิ่นกุหลาบ กลิ่นวานิลา กลิ่นลาเวนเดอร์ ซึ่งแต่ละกลิ่นก็จะมีความลึกลับ น่าค้นหา น่าดึงดูด และที่สำคัญช่วยสร้างความผ่อนคลายให้หลับสบายอีกด้วย 3.ของตกแต่งคู่ ชีวิตคู่ก็ต้องมีของใช้คู่กัน หรือของขวัญที่มอบให้กันและกันอย่างแน่นอน แทนที่จะต่างคนต่างเก็บ ก็เอามาวางไว้พื้นที่ที่ใช้ร่วมกันอย่างห้องนอน ก็จะช่วยทำให้นึกถึงกันและกัน ขอบคุณภาพจาก pinterest : nnuulloo.blogspot.com เชื่อว่าคู่รักทุกคู่ต่างก็มีรูปภาพที่ถ่ายคู่กัน ลองนำภาพคุณกับคนรักมาอัดใส่กรอบติดไว้ที่ผนัง หรือใส่กรอบรูปตั้งโต๊ะ วางไว้ในมุมต่างๆ ของห้องนอน ช่วยทำให้ทั้งสองคนได้เห็นรูปภาพที่บันทึกช่วงเวลาดีๆ เอาไว้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : simplethingsxo ของคู่กัน หรือของที่แทนตัวตนของแต่ละฝ่าย สามารถนำมาแต่งห้อง เพื่อความรู้สึกอบอุ่น และอาจเป็นตัวแทนของแต่ละฝ่ายในยามหยิบใช้ เช่น เมื่อเวลาคนรักของคุณต้องไปทำงานไกล สิ่งของเหล่านั้นก็ยังให้ความรู้สึกว่าคนรักของคุณยังอยู่ข้างๆ กันทุกคืน 4.ดอกไม้ ดอกไม้ช่วยสร้างบรรยากาศของห้องให้มีความโรแมนติกได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้สด หรือดอกไม้แห้ง ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความอ่อนหวาน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : amerrymishapblog.com ตกแต่งห้องให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยดอกไม้สดปักแจกันดีไซน์เก๋ๆ ในวันสำคัญของคุณกับคนรัก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : juliettelaura.blogspot.com ในปัจจุบัน ดอกไม้แห้งก็เป็นอีกไอเทมหลักในการนำมาตกแต่งห้อง เพราะว่าไม่มีเน่า ไม่มีเหี่ยวไปตาลกาลเวลา คุณลองชวนคนรักมาช่วยกัน diy นำดอกไม้มาตกแต่งห้องสิคะ 5.ผ้าม่าน หากคุณอยากให้เตียงนอนเป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวกับคนรักของคุณ ให้ลองติดม่านมุ้งเตียงจะช่วยให้สงบได้มากยิ่งขึ้น แถมยังเป็นการตกแต่งห้องนอนให้สวยงามขึ้นอีกด้วย ขอบคุณภาพจาก pinterest : relaxdeco เปลี่ยนจากห้องนอนธรรมดาให้มีบรรยากาศชวนเซ็กซี่มากขึ้น ด้วยม่านมุ้งเตียงแบบยาว ถ้าเลือกใช้เนื้อผ้าทึบ แนะนำให้เลือกเป็นโทนสีอ่อน สีขาว หรือสีครีม หรือใช้ผ้าที่มีเนื้อผ้าส่องประกาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : archiartdesigns เพิ่มสเน่ห์ให้ห้องนอนของคุณ ด้วยม่านมุ้งแบบโปร่ง ซึ่งจะช่วยกันแสงในยามเช้าได้บางส่วน ทำให้ห้องดูนุ่มนวล และไม่ทำให้ห้องอึดอัดจนเกินไป   เพิ่มระดับความหวานให้คุณกับคนรักด้วย ไอเดียแต่งห้องสำหรับคู่รัก ที่สามารถทำตามได้ง่าย ลองชวนคนรักของคุณมาแต่งห้องกัน รับรองว่าจะได้ความทรงจำดีๆ ร่วมกันแน่นอนค่ะ และห้องนอนของคุณจะมีบรรยากาศที่ไม่น่าเบื่อ โรแมนติกเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว อีกอย่างที่ reviewyourliving.com ขอแนะนำ ก็คือไม่ควรนำทีวี คอมพิวเตอร์มาไว้ในห้องนอน คู่รักควรจะใช้เวลาในห้องนี้ร่วมกันอย่างเต็มที่ค่ะ ขอให้ชีวิตคู่ของคุณมีความสุขกับการอยู่ในห้องนอนอันแสนโรแมนติกนี้นะคะ
ไอเดียแต่งห้องแนวสตรีท

ไอเดียแต่งห้องแนวสตรีท

ไอเดียแต่งห้องแนวสตรีท ใครที่ไม่ชอบแต่งห้องธรรมดาเหมือนคนอื่น วันนี้ Reviewyourliving มีสไตล์การแต่งห้องแนวสตรีทมาฝากกันค่ะ รับรองว่าห้องของคุณจะแปลก แหวกแนวมากขึ้นกว่าเดิม เราไปดูไอเดียเหล่านั้นกันเลยค่ะ   1.เพิ่มลวดลายบนผนังด้วยกราฟิตี้เพ้นท์ แน่นอนว่าถ้าพูดถึงแนวสตรีท ต้องยกให้กราฟิตี้เพ้นท์ที่สามารถออกแบบได้ตามต้องการ ทั้งเป็นรูป ลวดลาย หรือแม้แต่เป็นตัวอักษร ข้อความเท่ๆ ก็ได้เช่นกัน แต่หากคุณจะเพ้นท์ผนัง อย่าลืมหุ้มเฟอร์นิเจอร์ของคุณด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวสีเพ้นท์จะไปเปื้อนได้ และเดี๋ยวนี้ก็มีสติ๊กเกอร์ลายกราฟิกขายแล้ว สามารถนำมาใช้แทนได้เช่นกันค่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoist ผนังอิฐที่อาจจะดูแข็งเกินไป เพิ่มความอาร์ตด้วยการเพ้นท์รูปลงไป ทำให้ห้องดูเก๋มากขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : pulpartsurfaces.com หากใครเบื่อลวดลาย ให้ลองหาข้อความเท่ๆ ที่คุณชอบมาเพ้นท์ลงบนผนังดู   ขอบคุณภาพจาก pinterest : artgeistdesign ฟ้อนท์แบบกราฟิตี้ นี่แหละที่จะเป็นจุดเด่นของห้อง ทำให้ผนังว่างเปล่ากลายเป็นผนังที่มีความดิบแบบสตรีทๆ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : feedly.com เพ้นท์แค่ผนังฝั่งเดียวของห้องก็พอ เพื่อไม่ให้ห้องดูอึดอัดมีแต่ลวดลายที่มากจนเกินไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : mechantdesign.blogspot.fr ถ้าคุณเป็นคนขี้เบื่อ ให้เพ้นท์ใส่วัสดุอื่นก่อน เช่น ผ้า กระดาษ แล้วค่อยนำมาตกแต่งห้องบนผนังของคุณอีกที ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนรูปที่ผนังได้หลายครั้งตามต้องการ 2.ผนังอิฐเพิ่มความอาร์ต การใช้ผนังอิฐช่วยให้ลุคแบบสตรีทมากที่สุด คุณอาจจะใช้เป็นอิฐเปลือยหรือว่าจะเพ้นท์ลวดลายเพิ่มเติมสักหน่อย แต่หากว่ายังไงก็ใช้โครงสร้างอิฐจริงๆ ไม่ได้ คุณก็สามารถใช้วอลล์เปเปอร์ลายอิฐที่เดี๋ยวนี้มีเนื้อสัมผัสนูนขึ้นมาเหมือนผิวของอิฐ ขอบคุณภาพจาก pinterest : brittanickel.tumblr.com การใช้อิฐเปลือยแบบนี้เป็นผนังห้องนี่แหละ คุณก็จะได้ห้องที่ดูลุคสตรีทแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoholic การใช้โทนอิฐสีขาว จะช่วยให้ห้องของคุณดูโมเดิร์นขึ้น แต่ยังคงได้ความรู้สึกแบบสตรีทๆ อยู่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : zellaind เพิ่มลูกเล่นให้ผนังห้อง ด้วยการใช้อิฐที่ดูเก่าๆ มาเป็นผนัง 3.แต่งเติมด้วยไอเทม ท่อเหล็ก ท่อเหล็ก นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศแบบสตรีทๆ แล้ว ยังสามารถนำเป็นส่วนประกอบของเฟอร์นิเตอร์ที่ใช้ตกแต่งห้อง เช่น ชั้นวางของ โต๊ะ โคมไฟ ราวผ้าม่าน ได้อีกด้วย ซึ่งคุณสามารถ DIY ได้ตามต้องการ ขอบคุณภาพจาก pinterest : westylist ชั้นวางของที่ทำจากท่อเหล็ก เพิ่มความชิคให้ห้องของคุณที่สามารถทำได้ตัวเองง่ายๆ แค่นำท่อมาต่อกัน ซึ่งคุณจะดัดแปลงให้ตั้งพื้น หรือจะทำติดผนังไปเลยก็ได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : greigedesign.blogspot.com ใครที่มีงบจำกัด ให้นำท่อมาต่อเป็นขาโต๊ะ ใช้ยึดด้วยคานใต้โต๊ะ จากนั้นก็นำท็อปโต๊ะมาวาง เท่านี้ก็ได้โต๊ะในราคาประหยัดดีไซน์สตรีทแล้วค่ะ 4.ศิลปะบนผนังห้อง ศิลปะบนผนัง ทั้งภาพวาด กรอบรูป สามารถสร้างบรรยากาศสตรีทๆ ได้แตกต่างกันไป ลองเลือกสไตล์ที่คุณชอบ แล้วแต่งห้องกันได้เลย ขอบคุณภาพจาก pinterest : blog.styleestate.com ภาพวาดแบบลายเส้นของอาคาร ตึก ช่วยให้ห้องนั้นดูโมเดิร์นขึ้นมา อย่าลืมว่าของตกแต่งในห้องก็ควรให้เป็นโทนเดียวกันด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : pfore.tumblr.com อีกไอเดียการแต่งห้องแนวสตรีท คือการนำภาพมาแต่งบนผนัง อาจจะเป็นโปสการ์ดที่คุณเก็บสะสมไว้ก็ได้ พอคุณแต่งเติมลงบนผนังเสร็จแล้วเห็นผลงาน คุณจะต้องหายเหนื่อยแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anaidmohO อย่าช้าที่จะแต่งผนังห้องของคุณให้เหมือนจิตรกร ด้วยการวาดลวดลายเพิ่มสีสันลงบนผนังที่จืดชืด   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ohpopsi หากคุณชอบสตรีทแบบอาร์ต ก็ใช้ภาพวาดที่ดูเป็นศิลปะมากกว่าเดิมก็ได้ค่ะ 5.สีสันเพิ่มลูกเล่น ห้องแนวสตรีทที่แต่งแล้ว อาจจะดูแข็งๆ ไม่มีชีวิตชีวา คุณสามารถทำให้กลมกลืนได้ด้วยการใช้ของตกแต่งที่มีสีสันบ้าง แต่ก็ควรจะใช้โทนสีที่ไม่สดมาก เพื่อให้เข้ากับการแต่งห้องโดยรวม ขอบคุณภาพจาก pinterest : virlovastyle.com เพียงแค่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันขึ้นมาหน่อย ห้องก็ดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น แต่ยังคงมีเอกลักษณ์ของแนวสตรีทอยู่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com หมอนอิงสีส้มกับเก้าอี้สีฟ้า ทำให้โทนของห้องดูไม่เก่ามากนัก คุณแค่เลือกใช้โทนสีให้พอเหมาะ เท่านี้การแต่งห้องแบบสตรีทก็จะลงตัวมากขึ้น 6.สวย เท่ ประหยัดด้วยสังกะสี สังกะสีที่เรารู้จักกันดี มีราคาไม่แพง ไม่ว่าสังกะสีเก่าหรือใหม่ก็ช่วยสร้างบรรยากาศได้แตกต่างกัน ราคาประหยัดแบบนี้แต่นำมาแต่งห้องแนวสตรีท รับรองว่าแค่แต่งมุมเดียวก็อยู่ ขอบคุณภาพจาก pinterest : uniquehomestays แต่งด้วยสังกะสีกับเฟอร์นิเจอร์เก่า จะช่วยสร้างเสน่ห์แบบคลาสสิคให้กับห้องได้อย่างดีเยี่ยม   ขอบคุณภาพจาก pinterest : countryliving.co.uk ถ้ายังรู้สึกว่าห้องของคุณยังให้ลุคสตรีทไม่พอ สามารถเผยความดิบให้มากขึ้นด้วยสังกะสี นำมาตกแต่งตามมุมต่างๆ เพียงเท่านี้ก็คงไม่มีสไตล์ไหนจะดิบเท่านี้แล้วล่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ กับไอเดียการแต่งห้องแนวสตรีท ที่ Reviewyourliving นำมาฝากกัน น่าจะถูกใจวัยรุ่นอย่างคุณที่ชอบไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน จริงๆ แล้วการแต่งห้องแนวสตรีท ไม่มีอะไรตายตัว คุณสามารถดัดแปลงตามความชอบ หรือความต้องการ แค่นี้ห้องของคุณก็มีจุดเด่นตามสไตล์ที่คุณชอบแล้วล่ะค่ะ
ไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ

ไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ

ไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ พื้นที่สีเขียวในเมืองหาได้ยากในทุกวันนี้ จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถเปลี่ยนห้องให้คุณรู้สึกถึงธรรมชาติรอบๆ ตัวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม วันนี้ Reviewyourliving ก็มีไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ แบบที่คุณสามารถยกธรรมชาติมาไว้ในห้องของคุณได้เลย คุณจะได้กลิ่นอายของธรรมชาติ รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย แบบไม่ต้องออกไปเที่ยวที่ไหนเลยล่ะค่ะ 1.แซมด้วยสีเขียว สีเขียว จะช่วยให้ห้องของคุณดูร่มรื่นขึ้น รู้สึกสบาย และสดชื่น รับรองว่าคุณจะได้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : idlehandsawake แต่งแต้มความสดชื่นด้วยสีเขียวตามมุมต่างๆ ในห้องของคุณ แค่ต้นไม้หนึ่งต้นก็ได้กลิ่นอายถึงธรรมชาติแล้วค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decorenvy ไม้ประดับที่จะนำมาวางในห้อง ไม่ควรวางไว้เยอะจนเกินไป เพราะต้นไม้จะคายออกซิเจนออกมาในตอนกลางคืน แค่เลือกแค่มุมใดมุมหนึ่งเพื่อเพิ่มความเขียวขจีให้กับห้อง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bloglovin หากคุณไม่อยากนำต้นไม้มาวางไว้ในห้อง ให้หาใบไม้สดหรือแห้งมาแต่งตามผนัง ขอบคุณภาพจาก pinterest : hm หลักการแต่งห้องให้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง แนะนำให้มีคู่สีเขียวและสีน้ำตาล เพราะสองสีนี้เป็นคู่สีธรรมชาติที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมภายในห้องของคุณให้ผ่อนคลาย 2.วอลล์เปเปอร์เพิ่มความรู้สึก คุณสามารถยกทะเล ภูเขา น้ำตก หรือวิวธรรมชาติ ที่คุณชอบมาไว้ในห้องได้ ด้วยการติดวอลล์เปเปอร์เสมือนจริง เมื่อติดแล้วคุณจะรู้สึกผ่อนคลาย อยู่ในห้องได้ทั้งวัน ไม่ต้องออกไปไหน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : goodhousekeeping.com ตกแต่งผนังด้วยวอลล์เปเปอร์ธรรมชาติผืนใหญ่ที่เสมือนจริง ทำให้บรรยากาศของห้องทั้งหมดมีเสน่ห์มากขึ้น เหมือนว่าคุณได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : catkokareva อีกไอเดียที่น่าลองคือการใช้วอลล์เปเปอร์เสมือนจริงกับการทาพื้นเรียบๆ เพื่อให้รู้สึกถึงความโมเดิร์น ไม่ลายตามากจนเกินไป แต่ยังคงสัมผัสได้ถึงธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : photowall.nl เปลี่ยนผนังเรียบๆ ให้แปลกตาขึ้น ด้วยลวดลายโทนสีธรรมชาติ เช่น สีเขียว สีน้ำตาล สีเขียวอมเหลือง สีเหลืองอ่อน ซึ่งจะเปลี่ยนบรรยากาศของห้องให้ดูสวยอบอุ่นและผ่อนคลาย 3.ดอกไม้ การแต่งห้องด้วยดอกไม้ส่งผลต่ออารมณ์ของห้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะดอกไม้มีสีสันหลากหลาย คุณสามารถเลือกดอกไม้หรือโทนสีตามที่ชอบได้เลยค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : plumprettysugar.blogspot.de หากคุณเป็นคนรักธรรมชาติและความสวยงามของดอกไม้ แค่ประดับมุมต่างๆ ของห้องด้วยดอกไม้ อย่างเช่น การแขวนดอกไม้ห้อยลงมาบริเวณโต๊ะรับประทานอาหาร ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้มากมาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : moni0608 ประดับห้องด้วยดอกไม้ใส่แจกัน หากคุณซื้อดอกไม้มาให้ตัดก้านในมุม 45 องศา ทำความสะอาดแจกัน และใส่น้ำอุ่น จะช่วยทำให้ดอกไม้อยู่กับเราได้นานขึ้นค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมเปลี่ยนน้ำในแจกันทุกวันนะคะ 4.สวนข้างหน้าต่าง เติมเต็มธรรมชาติให้กับห้องของคุณ ด้วยการจัดสวนเล็กๆ ข้างหน้าต่าง นอกจากจะรู้สึกเหมือนนำธรรมชาติมาไว้ในห้องแล้ว ยังทำให้บรรยากาศของมุมนี้ดูสนุก มีชีวิตชีวา และเกิดการเคลื่อนไหวระหว่างคุณกับธรรมชาติอย่างแท้จริง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : thenectarcollective.com หากห้องของคุณมีขนาดเล็ก แค่ขอบหน้าต่างก็สามารถวางต้นไม้เล็กๆ น่ารักเหล่านี้ได้แล้ว แนะนำต้นกระบองเพชรที่เลี้ยงดูได้ง่าย มีรูปร่างหน้าตาน่ารัก รับรองว่าจะดึงดูดคุณให้มาอยู่ที่มุมหน้าต่างนี้บ่อยๆ แน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : nicvalentinedon ไอเดียนี้เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด ไม่มีสวนข้างบ้าน เพียงแค่นำต้นไม้มาวางไว้ในมุมหน้าต่าง คุณก็สามารถมีสวนขนาดย่อมได้ ทำให้ห้องดูอบอุ่นและใกล้ชิดกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว 5.วัสดุธรรมชาติ การใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้จริง ไม้ไผ่ หิน หรือหวาย ลวดลายที่ปรากฏบนวัสดุเหล่านั้น ยิ่งสร้างความเป็นธรรมชาติเพิ่มเข้าไปอีก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : nikiatmsh ถ้าอยากได้บรรยากาศที่ชวนพักผ่อน ลองแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ ก็ทำให้ห้องธรรมดากลายเป็นห้องที่มีเสน่ห์งดงามตามแบบฉบับของธรรมชาติได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : motanuhomedecorideas.top เคาน์เตอร์ครัวที่ตกแต่งด้วยหินและไม้ ดูกลมกลืนกับภาพรวมของห้องทั้งหมดได้อย่างลงตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : fundesign.tv ผนังห้องโล่งๆ ที่นำหินก้อนใหญ่ๆ มาตกแต่ง ดูผ่านๆ อาจจะไม่สะดุดตามากนัก แต่ถ้ามองลงไปในลวดลายของหินเหล่านี้แล้ว จะรู้สึกได้ถึงมิติที่มีความพิเศษ เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homedesigning การใช้ไม้จริง มาเป็นส่วนหนึ่งของห้อง ดูเรียบง่าย มีสไตล์ และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ 6.แสงสว่าง แสงสว่างที่ส่องผ่านหน้าต่างหรือระเบียง ก็เกินพอที่จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vintageluxurytravel.tumblr.com มุมพักผ่อนเล็กๆ ที่ตกแต่งด้วยไม้ใบเขียว พร้อมแสงส่องจากธรรมชาติ สร้างความอบอุ่น สดชื่นเย็นใจให้มุมนั่งชิลล์นี้ได้เป็นอย่างดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : uncommonplant.com การแต่งบ้านจากวัสดุธรรมชาติ หรือนำต้นไม้มาวางไว้มาเกินไป อาจจะทำให้ห้องดูอึดอัด เพียงแค่ปล่อยให้แสงส่องสว่างเข้ามา ห้องก็จะดูมีมิติขึ้น ไม่แคบจนเกินไป เชื่อว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ตั้งตารอวันหยุด เพื่อจะออกไปพักผ่อน หาพื้นที่สีเขียว และใกล้ชิดธรรมชาติ อาจจะเริ่มจากมองไปรอบๆ ตัว แล้วหาวัสดุจากธรรมชาติมาตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ผสมกับไอเดียที่ Reviewyourliving นำมาฝาก คุณก็จะสามารถชาร์จแบต เติมความสดชื่นได้ทุกวัน แบบไม่ต้องรอให้ถึงวันหยุด
ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋

ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋

ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋   ต้องเรียกว่าไอเดียนี้เหมาะกับคอหนังสือที่รักในการอ่านอย่างมาก และย่อมที่ต้องการรักษาหนังสือไว้ให้คงในสภาพดี สามารถหยิบจับมาอ่านได้ง่าย เมื่อคุณมีบ้านเป็นของตัวเองทั้งทีก็ย่อมมีฝันเล็กๆ ว่าอยากจะสร้างห้องสมุดไว้ในบ้าน reviewyourliving จึงขอนำ ไอเดียสร้างห้องสมุดแบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋ มาให้คุณได้เลือกลองนำไปใช้กัน 1.ผนังชั้นหนังสือและโซฟาอ่านหนังสือ เริ่มต้นด้วยไอเดียที่แสนจะเรียบง่ายแต่ดูดี เพราะในห้องนี้คุณสามารถใช้กำแพงเป็นชั้นหนังสือได้ทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้คุณสามารถ เก็บหนังสือได้มาก และกั้นระหว่างกลางด้วยโซฟานุ่มๆ พร้อมตู้เก็บหนังสือที่ด้านล่างโซฟาอีก แต่ความพิเศษของห้องนี้ คือการเลือกใช้บานกระจกใหญ่เพื่อทำให้มีแสงส่องเข้ามา ทำให้สะดวกเวลาที่คุณนั่งอ่านหนังสือ และห้องก็ดูกว้างขึ้นอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : tinyhousedesign.com 2.ห้องสมุดผสมห้องรับแขก สำหรับคนที่อยากใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้ให้คุ้ม ก็ลองผสมกันระหว่างห้องสมุดและห้องรับแขกมาไว้ในห้องเดียวกัน ซึ่งคุณสามารถใช้พื้นได้หลายอย่าง หากวันใดมีแขกมาหาก็จะมีห้องไว้รับรองได้ แต่หากไม่มีแขก คุณก็ใช้เป็นห้องอ่านหนังสือ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 3.ห้องสมุดแบบชั้นลอย เหมาะกับบ้านที่มีฝ้าเพดานสูงมากๆ โดยด้านบนจะนำเหล็กมาเชื่อมเป็นชั้นลอยเพื่อให้เดินขึ้นไปหยิบจับหนังสือได้ และคุณยังสามารถใช้ห้องรับแขกกับห้องสมุดรวมกันได้เลย เรียกว่าเป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าจริงๆ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 4.ชั้นวางหนังสือจรดพื้นถึงหลังคา นอกจากใช้เก็บหนังสือแล้วชั้นวางหนังสือยังกลายเป็นเหมือนพร็อบตกแต่งบ้านให้คุณได้อีกด้วย ซึ่งการวางชั้นหนังสือ ตั้งแต่พื้นจรดฝ้านั้นให้คุณลองเลือกสันหนังสือ แล้วจัดวางไล่สีดูสิ จะทำให้คุณมีกำแพงหนังสือที่เหมือนวอลล์เปเปอร์ไปในตัว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 5.เปลตาข่าย ไอเดียการสร้างเปลตาข่ายนี้ เป็นการช่วยทำให้ห้องสมุดของเรานั้นดูสนุกและน่ามาใช้งานบ่อยขึ้น แม้ไม่มีโซฟาหรือเก้าอี้ คุณก็สามารถใช้เปลตาข่ายเป็นที่นั่งอ่านหนังสือได้อย่างสบายใจเลยทีเดียว ยิ่งเด็กๆ ได้ลองมานอนอ่านหนังสือที่เปลตาข่ายนี้ รับรองว่าจะต้องหลงรักห้องสมุดห้องนี้อย่างแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 6.ชั้นวางหนังสือแบบเตี้ย  ไอเดียของชั้นวางหนังสือแบบนี้ ช่วยเปลี่ยนจากทางเดินที่เรียบง่ายให้กลายเป็นห้องสมุดโดยอัตโนมัติ เพียงนำตู้ที่มีความสูงไม่มากมาวางยาวต่อกันจนสุดทางเดิน คุณก็สามารถวางหนังสือได้เป็นร้อยเล่ม แถมบริเวณบนตู้ยังใช้วางของตั้งโชว์ต่างๆ ได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : rb-a.net 7.เตียงในห้องสมุด สำหรับที่คนมักอ่านหนังสือจนหลับไปเลย การยกเตียงมาไว้ในห้องสมุดก็เป็นอีกไอเดียหนึ่งที่ดี พื้นที่ใต้เตียงก็สามารถ ปรับให้เป็นชั้นหนังสือแนวนอนไปพร้อมๆ กัน เพื่อจะได้หยิบจับหนังสือได้ง่าย หรือคุณอาจจะใช้เก็บของสะสมอื่นๆ ก็เป็นได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : plus.google.com 8.โต๊ะอ่านหนังสือแนวเอียงและกำแพงหนังสือ จากภาพหลายคนน่าจะคุ้นเคย เพราะคล้ายกับห้องสมุดที่มักจะพบเจอ โดยทั้งสองฝั่งเป็นกำแพงหนังสือที่ทำให้คุณรู้สึก ถึงความเป็นส่วนตัว ทำให้มีสมาธิในการอ่านมากยิ่งขึ้น แนะนำให้คุณติดโคมไฟเพื่อเพิ่มความสว่าง เพราะกำแพงนี้จะ ทำให้แสงลอดเข้ามาได้น้อย สำหรับการอ่านหนังสือจากโต๊ะแนวเอียง ก็จะช่วยเรื่ององศาในการนั่งและการอ่านของคุณให้ดีขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : designboom.com 9.แบ่งชั้นวางหนังสือ ให้ฉันเข้าไปอยู่ ถือว่าเป็นการใช้พื้นที่ที่เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากจะสร้างชั้นวางหนังสือตั้งแต่พื้นจรดฝ้าแล้ว การแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่ง ของกำแพงเพื่อทำเป็นที่นั่งอ่านหนังสือ ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องซื้อโซฟามาตั้งไว้ เพียงหาเบาะนุ่มๆ กับหมอนอิงมาวาง ในช่องกำแพง คุณก็ได้โซฟาอ่านหนังสือเรียบร้อยแล้ว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : glamshelf 10.ห้องใต้หลังคา หลายๆ บ้านไม่ค่อยมีใครใช้ห้องใต้หลังคากัน แต่หากคุณกำลังสร้างบ้านใหม่ อยากให้ลองนำไอเดียนี้ไปประยุกต์ใช้ โดยการยกหลังคาให้สูงขึ้นแล้วเสริมฝ้าด้วยแผ่นไม้ ทำให้เกิดพื้นที่ใช้งาน สามารถสร้างเป็นห้องสมุดเล็กๆ ได้ แต่อย่างไรก็อย่าลืมเรื่องการกันความร้อนและการระบายความร้อนด้วยล่ะ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : buzzfeed.com   ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋   และนี่ก็คือทั้งหมดของไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋ ที่อยากให้คุณได้นำไอเดียไปวางแผนก่อน ออกแบบบ้าน เพื่อที่คุณจะได้มีพื้นที่พิเศษๆ ที่มอบเป็นของขวัญให้กับตัวเอง แล้วดินแดนหนังสือของคุณและคนในครอบครัว ก็จะเป็นจริง
ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น

ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น

ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น การแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ที่คงความเรียบง่าย แต่ดูยังไงก็ไม่เบื่อ ใครที่กำลังอยากได้ไอเดียไปจัดห้องใหม่ ลองมาดูไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นกันได้เลยค่ะ หลักการง่ายๆ ไม่มีอะไรยาก แค่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้กับโทนสีขาวหรือสีเอิร์ธโทน ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา เน้นความเรียบง่าย ความเป็นธรรมชาติ และความรู้สึกอบอุ่น หรือจะหาต้นไม้สีเขียวๆ มาวางประดับ เท่านี้ก็ได้ห้องตามแบบฉบับสไตล์ญี่ปุ่นแล้วค่ะ     1.ประตูบานเลื่อนกระดาษ ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ที่ยังไงยังไงก็ดูญี่ปุ่น ก็คือการใช้ประตูบานเลื่อนกระดาษ หรือจะเลือกใช้เป็นหน้าต่างบางบานก็ได้ ข้อดีก็คือ เราจะได้แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากช่องกระดาษเหล่านี้ด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anutammiste ประตูบานเลื่อนตามสไตล์ญี่ปุ่นที่แท้จริง ส่วนมากจะใช้เป็นขอบวัสดุสีไม้ แต่สามารถประยุกต์ประตูบานเลื่อนกระดาษ ให้ดูทันสมัยขึ้นด้วยการเปลี่ยนสีขอบช่องหน้าต่างให้เป็นสีดำหรือขาวได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : yankeebarnhomes.stfi.re ในสมัยก่อนประตูบานเลื่อนอาจจะใช้เป็นกระดาษสา ซึ่งขาดได้ง่าย แต่สมัยนี้สามารถเปลี่ยนให้เป็นพลาสติกหรือกระจกติดฟิล์มสีขาวขุ่น หรืออาจจะใช้เป็นกระจกแล้วใส่ม่านสีขาวเข้าไป ก็สามารถสร้างอารมณ์ญี่ปุ่นๆได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : slidingdoorco หากการเปลี่ยนประตูดูยากเกินไป แต่ว่ายังอยากแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ก็สามารถประยุกต์รูปแบบของประตูบานเลื่อนกระดาษมาใช้กับเฟอร์นิเจอร์หรือการตกแต่งอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น ประตูตู้เสื้อผ้า หรือฉากกั้น Walk in Closet 2. เฟอร์นิเจอร์ไม้แบบเรียบง่าย หลักการพื้นฐานของการแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นก็คือ การใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก ตกแต่งผสมผสานกับโทนสีขาว หรือสีเอิร์ธโทน ถ้าแต่งห้องตามหลักการนี้ ยังไงสไตล์ห้องของคุณก็ต้องเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : sightunseen เฟอร์นิเจอร์ไม้เรียบง่ายแบบมินิมอล จะจัดวางตรงไหนก็ยังคงรู้สึกอบอุ่นและไม่น่าเบื่อ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decomyplace.com ถึงแม้จะมีของเยอะ หรือมีของตกแต่งแนวอื่นๆ เพียงแค่คุมโทนของห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ยังไงก็ให้ฟีลห้องสไตล์ญี่ปุ่น 3.ช่องแสงธรรมชาติ การที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ทำให้ห้องและสิ่งของต่างๆ มีแสงเงาและมิติ พร้อมให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบไม่ต้องแต่งอะไรให้มาก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decorfacil ในห้องๆ หนึ่งควรหาช่องทางให้แสงสว่างจากภายนอกเข้ามาในห้องได้อย่างเต็มที่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : sfgirlbybay หากห้องของคุณมีขนาดปานกลาง ไม่ใหญ่มาก การที่มีช่องแสงธรรมชาตินั้นจะช่วยให้ห้องดูโปร่งและดูอบอุ่นตลอดเวลา 4.ไอเทมยอดฮิต : เสื่อ เบาะ หมอนอิง โต๊ะเล็ก อีกไอเดียของการแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น นั่นก็คือ การใช้ เสื่อ เบาะ หมอนอิง โต๊ะเล็กมาจัดวางเป็นองค์ประกอบหนึ่งของห้อง แค่นี้ก็ได้กลิ่นอายห้องสไตล์ญี่ปุ่นแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : dwellmedia จัดสรรพื้นที่ให้เป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจที่แสนจะเรียบง่ายด้วยเสื่อและเบาะรองนั่ง ให้ความเป็นธรรมชาติสไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : allabout.co.jp มุมรับประทานอาหารก็สามารถเป็นอีกมุมที่เลือกใช้เบาะกับโต๊ะเล็กได้ และอาจจะตกแต่งด้วยของน่ารักๆ อย่างโคมไฟแบบญี่ปุ่น กระถางต้นไม้ หรือกรอบรูปที่เข้ากันได้ดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : hicbc.com พื้นที่ที่นำเบาะกับโต๊ะเล็กมาจัดวางไว้ โดยไม่จำเป็นต้องปูเสื่อแต่สามารถเลือกใช้พรมสีอ่อนๆ ที่เข้ากับห้องนั้นๆ ได้ ทำให้ห้องดูกว้างแถมยังใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ที่จะสามารถนั่ง นอน ได้อย่างสะดวก 5.ธรรมชาติและเอิร์ธโทน ถ้าใครได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น แล้วลองสังเกตบ้านเรือนของชาวญี่ปุ่นจะต้องมีวัสดุต่างๆ ที่เกี่ยวกับธรรมชาติมตกแต่งเสมอ เช่น ไม้ ไม้ไผ่ หรือต้นไม้สีเขียว และโทนสีหลักๆ จะเน้นไปที่เอิร์ธโทน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : muji.net การตกแต่งแบบธรรมชาติแบบสีเขียวนั้น ไม่ได้หมายความว่าให้ปลูกต้นไม้ในห้องนะ แค่เป็นการนำต้นไม้ใบไม้ใส่กระถางแบบมินิมอลมาวางประดับไว้เล็กๆ น้อยๆ พอให้สัมผัสถึงธรรมชาติได้บ้าง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anikolevai แม้ว่าระเบียงห้องของคุณจะมีพื้นที่น้อย อาจจะไม่สามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ๆ ได้ แต่ก็สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ด้วยวิธีอื่นๆ อย่างเช่น การผูกเชือกกับกระถางต้นไม้ หรือทำเป็นชั้นวางต้นไม้จิ๋วแบบลอยอยู่กับระเบียง ที่สำคัญอย่าลืมเช็คว่าต้นไม้ต้นนั้น ต้องการแดดแค่ไหนนะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : littlepieceofme.com สีเอิร์ธโทนตามสไตล์ญี่ปุ่น หลักๆ จะเป็นสีโทนน้ำตาล เขียวหรือสีที่เข้ากับสีขาวหรือดำ เช่น สีเบจ สีของไม้ โทนสีนี้เหล่านี้จะช่วยให้รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ผ่อนคลาย และอบอุ่น หรืออาจจะตกแต่งผสมกับการเลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติโดยตรงก็เป็นได้   ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ยังคงเป็นที่นิยมเพราะการจัดวางสิ่งของและวัสดุที่เน้นความเรียบง่าย เข้ากับธรรมชาติเป็นสไตล์ที่ไม่มีอะไรมาก แม้ว่าพื้นที่อาจจะมีไม่เยอะแต่เมื่อแต่งห้องรูปแบบแบบนี้แล้ว ทำให้ดูอบอุ่น น่าอยู่ไปอีกเท่าตัว          
ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่น ครบทั้งทำงาน และ พักผ่อน

ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่น ครบทั้งทำงาน และ พักผ่อน

ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่น ครบทุกฟังค์ชั่น ด้วยปัญหาสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านใหม่ หรือ กำลังเริ่มต้นที่จะรีโนเวทบ้าน ซึ่งต้องการใช้พื้นที่ในบ้านให้คุ้มค่าที่สุด และกำลังมองหาไอเดีย สำหรับ แต่งห้อง สำหรับหลายๆห้องในบ้าน ซึ่งนอกจากห้องรับแขกที่หลายๆบ้านให้ความสำคัญแล้ว การมีห้องนั่งเล่น ในบ้านก็เป็นอีกหนึ่งไอเดีย ที่กำลังได้รับความนิยม ในสมัยนี้ วันนี้เรามีไอเดียในแต่งห้องนั่งเล่น ให้ได้คุ้มค่าที่สุด ทั้งใช้เป็นห้องทำงานในตัว รวมถึงเป็นห้องพักผ่อน จะนั่งอ่านหนังสือ หรือ หลายๆกิจกรรมกับคนในครอบครัวได้ โดยไม่ต้องแยกกันอยู่คนละห้อง เชิญอ่านตัวอย่างไอเดีย แต่งห้องนั่งเล่น ที่ครบทุกฟังค์ชั่น ได้ที่นี่   1.แบ่ง 2 โซนในห้องเดียว ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นนี้ใช้การแบ่งโซนของห้องเป็น 2 โซน โดยยังใช้แอร์ และ ทีวี ร่วมกันได้ แต่ทว่าใช้งานต่างกัน โซนนึงดูทีวี และ พักผ่อน  ส่วนอีกโซนนนั่งทำงานอดิเรกได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : California Closets   2.แบ่งมุมย่อย โดยใช้เฟอร์นิเจอร์ แยกโซน การจัดห้องนั่งเล่นสไตล์นี้ ที่ใช้สีของเฟอร์นิเจอร์ไม้คุมโทนของห้อง พร้อมทั้งหาเฟอร์นิเจอร์ อย่างตู้เก็บของ และ โซฟายาว มาเป็นตัวช่วยแบ่งโซน ประโยชน์คือ ทำให้สมาชิกในบ้านสามารถทำกิจกรรมได้ในห้องด้วยกัน โดยแต่ละคน จะพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองในการใช้งาน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com :  kurashicom.jp   3.ใช้เป็นห้องทำงาน แล้วแยกโซนด้วยโต๊ะยาว สำหรับการแต่งห้องนี้ เหมาะกับคู่รัก ที่ต้องการใช้ห้องนั่งเล่น มาเป็นห้องทำงานที่คุ้มค่าของสองเรา ซึ่งใช้เฟอร์นิเจอร์อย่างโต๊ะ มาแบ่งครึ่งของแต่ละโซนทำงานของตัวเอง ดูเหมือนห้องทำงานจริงจัง แต่ขณะเดียวกัน  ก็ยังทำให้ห้องนั่งเล่นนี้ เป็นเป็นห้องทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ เพียงหมุนโต๊ะมาเจอกัน หรือ หากมีลูกน้อยขึ้นมา ก็สามารถให้เค้ามานั่งขีดเขียนวาดรูป ที่โต๊ะกลางนี้ได้ โดยที่ทั้ง 3 คน ยังอยู่ในห้องเดียวกันได้   ขอบคุณภาพจาก :  pinterest.com : decorology.blogspot.com 4.จัดห้องสันทนาการเพื่อลูก และ ครอบครัว สำหรับไอเดียจัดห้องนี้เหมาะมากสำหรับครอบครัวลูกเล็ก ต้องการห้องที่ไว้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะกิจกรรมกับลูก ซึ่งการจัดห้องนี้ ลูกทำกิจกรรม ส่วนพ่อแม่ก็สามารถใช้โต๊ะทรงสูง ที่สามารถนั่งข้างๆลูกได้ ซึ่งการเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนี้ จำเป็นต้องเลือกสร้างขนาด เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของคนทั้งสองวัย   ขอบคุณภาพจาก : http://www.decoist.com/home-office-playroom-combo-designs/ 5.ห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก สำหรับคู่รัก การจัดห่องนั่งเล่นรูปทรงตัว L นี้ เมื่อเดินเข้ามาจะทำให้คุณรู้สึกไม่คับแคบ แต่สามารถใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า ฝั่งนึงให้คู่รักไว้สำหรับทำงาน ส่วนอีกฝั่งทำเป็นโซฟายาว หากนั่งทำงานนานๆ สามารถมาเอนหลังอ่านหนังสือ ซึ่งการแต่งห้องนั่งเล่นแบบนี้ จะเหมาะอยู่กับเพียง 1-2 คน   ขอบคุณภาพจาก :  pinterest.com : hepok.com 6.ห้องเดียวครบ สำหรับคนโสด คนโสด หรือ คนที่อยู่คอนโด ที่ต้องการใช้ห้องที่เหลือซักห้องให้คุ้ม การจัดห้องลักษณะนี้ ที่ใช้โต๊ะทำงาน และ โซฟาที่มีตู้เก็บของด้าน รวมถึงตู้เสื้อผ้า  ทำให้ใช้ห้องนี้ได้ใช้ประโยชน์ครบถ้วน  ทั้งเป็นห้องแต่งตัว และ ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น และอีกประโยชน์คือ เมื่อนำเฟอร์นิเจอร์ อย่างตู่เสื้อผ้ามารวมด้วย จะทำให้ส่วนอื่นๆ ของคอนโดของคุณได้เหลือพื้นที่เพิ่มมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก :  pinterest.com :  interiorholic.com 7.ห้องนั่งเล่นเล็ก เล่นระดับ การจัดห้องนั่งเล่นลักษณะนี้จะเหมาะกับคนบ้านที่ห้องขนาดเล็ก แต่ต้องการใช้ประโยชน์ครบถ้วน ซึ่งการเล่นระดับของเฟอร์นิเจอร์อย่างโซฟา ทำให้ห้องนี้ดูไม่คับแคบ และ ทำให้ห้องดูสนุก เช่น เบื่อมุมนี้ ก็สามารถมานั่งมุมนั้นได้ ขอบคุณภาพจาก :  pinterest.com :  the36thavenue 8.ห้องนั่งเล่นแบบ 4 คนพ่อแม่ลูก การจัดห้องนั่งเล่นลักษณะนี้เรียกว่า สำหรับครอบครัวที่อยากให้ทุกคนมารวมใช้ประโยชน์จากห้องนี้ให้มากที่สุด สามารถรองรับการใช้งานได้ถึง 4 คน ซึ่งอาจเป็นพ่อ แม่ ลูกชาย ลูกสาว อีกทั้งจะมีมุมโซฟา ที่ติดกับหน้าต่าง ซึ่งช่วยดึงแสงจากข้างนอกเข้ามา ทำให้ห้องนี้ ดูสว่างและไม่คับแคบ เมื่อมีหลายคนอยู่ร่วมกัน  เรียกว่าเปิดแอร์ 1 เครื่องคุ้มที่สุดเลย   ขอบคุณภาพจาก :   pinterest.com : caclosets   เลือกการจัดห้องนั่งเล่นแบบไหนที่โดนใจสำหรับคุณที่สุด จากทุกไอเดียเรื่องการจัดห้องนั่งเล่นนั้น จะเห็นได้ว่าขนาดของห้อง และ มุมของหน้าต่าง มีผลต่อการปรับพื้นที่เพื่อใช้เป็นห้องนั่งเล่น ของคุณ ดังนั้น ขอให้คุณลองพิจารณาก่อนว่า จะเลือกห้องใด ขนาดใดมาทำ และนำไอเดีย จากทีมงาน Reviewyourliving.com ปรับใช้กันดู
ไอเดียจัดมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน

ไอเดียจัดมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน

ไอเดียจัดมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน   ด้วยกว่าจะมีบ้านซักหลังเป็นของตัวเองก็ยากยิ่ง เมื่อมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว ก็อยากจะใช้พื้นที่ให้คุ้มที่สุด คราวนี้พื้นที่ข้างบ้านที่ปกติเราจะปล่อยๆไว้เฉยๆ วันนี้ Reviewyourliving มีไอเดียมานำเสนอ ที่จะทำให้พื้นที่ว่างแห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่เต็มไปด้วยความสุข ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่สวนข้างบ้านให้กลายเป็น " มุมนั่งเล่นข้างบ้าน " ซึ่งมุมนั่งเล่นแห่งนี้คุณสามารถใช้เป็นพื้นที่ในการออกมาทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ ทั้งนั่งเล่น หรือ จัดปาร์ตี้เล็กๆ ในกลางแจ้ง ซึ่งจะช่วยให้เปลี่ยนบรรยากาศให้คนในบ้านได้ออกมารับลม รับแสงแดด  เชิญชมไอเดียจัดมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน   1. สวนทางยาว   ขอเริ่มด้วยการออกแบบที่ง่ายที่สุด คือ การจัดสวนให้เป็นแนวลึก จากนั้นนำเก้าอี้ มาจัดวางประกอบ  การออกแบบเน้นสำหรับคนที่ต้องการคตวามง่ายในการสร้าง แต่ความยากน่าจะเป็นการจัดหาต้นไม้ ที่มีลักษณะ ไม่สูงเกินไป เพื่อทำให้สวนของเราดูไม่อึดอัด เมื่อนั่งบนเก้าอี้ ที่วางมีระดับความสูงกว่าสวน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : dwellmedia   2. โต๊ะยาว เรียบง่าย   สำหรับแบบที่ 2 นี้ เป็นการออกแบบที่ไม่ง่ายไม่ยาก คือ คุณต้องทำพื้นระแนงไม้เทียม ขึ่นมา แล้วจัดหาโต๊ะยาว และ เก้าอี้นั่งยาว แล้วตัดด้วยเก้าอี้สดใส เพื่อมาตัดสีให้ดูสนุกขึ้น อีกทั้งการเตรียมผ้าใบสีขาว มาตรึงไว้ที่มุม เพื่อกรองแสง ถือเป็นแบบที่เรียบง่าย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : brit   3. หลังคาต้นไม้ และเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า   สำหรับพื้นที่นั่งเล่นข้างบ้าน ลักษณะนี้ขอมอบให้ผู้ที่ไม่ชอบความเนี๊ยบ แต่ชอบความเป็นธรรมชาติ ด้วยหลังคาโปร่งใส แล้วปล่อยให้ไม้เลื่อยพันไปจนคลุม ส่วนเก้าอี้ ก็เลือกชุดไม้ที่เก่า แล้วนำเบาะสีสันมาตกแต่ง การออกแบบหลังโปรงใสแบบนี้ ทำให้ตัวบ้านมีแสงส่องเข้ามา แต่ก็ยังกันฝนได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : brit 4. ชุดปาร์ตี้ กลางแจ้ง   มาถึงดีไซน์ของกลุ่มพี่ชื่นชอบปาร์ตี้ เพื่อนเยอะๆ ที่ต้องสูบบุหรี่ หรือ ต้องการปิ้่งย่าง ซึ่งการแบบมุมพักผ่อนนอกบ้านแบบนี้  ทำให้กลิ่นควันต่างๆ ไม่เข้ามาในบ้าน และคุณสามารถทำกิจกรรมปาร์ตี้ได้หลากหลายขึ้น ยิ่งหากทำโซนล้างมือ เอาไว้ด้วยละก็ เรียกว่าครบเครื่อง สามารถล้างอุปกรณ์ ล้างมือ หลังปาร์ตี้ได้เลย ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : homedit 5. แบบวินเทจ จิบชาเบาๆ   สำหรับผู้ที่ชอบความสงบ อยากได้มุมนั่งเล่นแบบนั่งเงียบๆ จิบชา ยามเช้า ต้องการความเป็นส่วนตัว ต้องสไตล์นี้แน่นอน ซึ่งการออกแบบจะสำคัญที่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ และ ต้นไม้ กระถางต้นไม้ ที่จะต้องให้กลมกลืนกันมากที่สุด   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : inspirationsdeco.blogspot.fr 6. มุมเล็กที่ครบทุกฟังค์ชั่น   สำหรับการออกแบบนี้ ขอเรียกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความครบ เพราะยอมแบ่งครึ่งนึง เป็นสนามหญ้า ให้พื้นที่สีเขียว แล้วจัดอีกครึ่งเป็นที่นั่งเล่น พร้อมทั้งจะมีที่ล้างจาน ซึ่งหากมองแล้วจะพบว่า คนส่วนใหญ่จะชอบแบบนี้ เพราะมีทุกอย่างครบถ้วนเลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : rosienottage.com 7. จัดเพื่อคืนที่แสนโรแมนติก   สำหรับผู้ใช้ชีวิตกลางวันอยู่ในออฟฟิต กว่าจะเข้าบ้านก็ดึกดื่น ดังนั้นการเลือกตกแต่งมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน ให้เป็นมุมโรแมนติก ตอนกลางคืน ก็คุ้มมาก ด้วยการเน้นการใช้หลอดไฟสีส้ม ประดับ ร้อยไปกับมุมในบ้าน และ ต้นไม้  แล้วจัดเฟอร์นิเจอร์ไม้ต่างๆ เอาไว้ เรียกว่า กลับบ้านมา่เปิดไฟในสวนไว้ อยากจะนั่งเล่นจนเช้าเลยทีเดียว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : archdigest 8. มุมกิจกรรมเบาๆ   การออกแบบนี้สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการมีรายละเอียดเยอะมากชอบความเรียบๆ ดูแลง่ายๆ  ต้นไม้ไม่เยอะ แต่เน้นมีพื้นกลางไว้ แต่รอบล้อมด้วยเก้าอี้ไม้ยาว เพื่อให้บริเวณกว้างนี้ไว้สำหรับไว้นั่งเล่นกับลูกๆ หรือ กับสัตว์เลี้ยง กลางแจ้งได้ ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : rhsblog.co.uk   ไอเดียจัดมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน   และนี้ก็คือไอเดียทั้งหมดที่ ทีมงาน reviewyourliving นำมาเสนอให้คุณได้ลองเลือก ไปจัดมุมนั่งข้างบ้านกัน แม้นพื้นที่ไม่เยอะๆ แต่คุณก็สามารถเติมความสุขได้มากได้เช่นกัน