Tag : The Esse Asoke

7 ผลลัพธ์
สิงห์ เอสเตท ปั้นแบรนด์สู่ความพรีเมียมระดับโลก เดินหน้าIPO ธุรกิจโรงแรมครั้งแรก

สิงห์ เอสเตท ปั้นแบรนด์สู่ความพรีเมียมระดับโลก เดินหน้าIPO ธุรกิจโรงแรมครั้งแรก

แม้จะก่อตั้งบริษัทมาได้เพียง 5 ปี แต่สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กลับสามารถโชว์ศักยภาพขยายธุรกิจไปไกลทั่วโลก ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการก้าวขึ้นสู่ “Global Holding Company” ประกาศเดินหน้าธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ในนามบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่การเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการโรมแรมชั้นนำระดับนานาชาติ   นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เผยว่า สำหรับสิงห์ เอสเตท ปัจจุบันมีธุรกิจด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในสามส่วนหลัก ได้แก่   Residential ธุรกิจที่อยู่อาศัย ปัจจุบันที่มีทั้งหมด 21 โครงการ ซึ่งในปีนี้จะรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการ THE ESSE ASOK, Santiburi The Residences, Banyan Tree Residence Riverside Bangkok และ THE ESSE at SINGHA COMPLEX ที่จะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ประมาณไตรมาส 3-4 ปีนี้   Commercial ธุรกิจอาคารสำนักงานทั้ง Prime Real Estate Investment Trust และอาคารสำนักงานให้เช่าอย่าง SINGHA COMPLEX ที่ตอนนี้มีพื้นที่ว่างเหลือเพียง 10%   Hospitality ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ทั้งที่เป็นเจ้าของแบรนด์เอง การซื้อแบรนด์มาบริหาร การเข้าไปบริหารจัดการให้ และการร่วมทุน ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับโลกกระจายอยู่ใน 5 ประเทศ 3 ภูมิภาคทั้งหมด 39 แห่งในปีนี้ (จากเดิม 37 แห่ง) รวมทั้งหมด 4,647 ห้อง   “สำหรับปี 2019 นี้ถือเป็นปีแห่งการเริ่มเก็บเกี่ยวที่สำคัญมากสำหรับ สิงห์ เอสเตท เพราะตั้งแต่เริ่มก่อตั้งองค์กรเมื่อปี 2014 ก็มีการลงทุนเรื่อยมา จนในปีนี้จะเริ่มรับรู้รายได้เต็มจากการลงทุนทั้ง 3 ธุรกิจ ซึ่งเราสามารถทำทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทปี 2014 ที่แรกเริ่มนั้นมีมูลค่าสินทรัพย์รวม 9,000 ล้านบาท จนถึงปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์ 60,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 700% ซึ่งเป็นส่วนของธุรกิจโรงแรม 26,000 ล้านบาท”   หลังจากที่นำธุรกิจต่างๆ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ โดยเริ่มจากบริษัทเนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) กองทรัสต์ Sprime สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงาน และล่าสุดกับธุรกิจ Hospitality อย่างบริษัทเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) เน้นสินค้าที่เป็นพรีเมียมเท่านั้น และการขยายธุรกิจไปทั่วโลก รวมถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนก็จะทำให้ปี 2019 นี้ บริษัทฯ จะก้าวสู่ความเป็น Global Holding Company อย่างสมบูรณ์   นายเดิร์ก เดอ ไคย์เปอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR กล่าวถึงธุรกิจโรงแรม รีสอร์ทว่า บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ท ในระดับพรีเมียมมอบความแตกต่างให้กับลูกค้าด้วยประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดีและกิจกรรมอันหลากหลาย ใส่ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ลงไปแล้วออกแบบมาเพื่อความยั่งยืน โดยเราให้ความสำคัญกับการกำหนดทิศทางธุรกิจเพื่อการเติบโตและรักษาสมดุลในสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน   ปัจจุบัน SHR มีโรงแรมทั้งหมด 39 แห่งกระจายอยู่ทั่วโลก เช่น สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ สาธารณรัฐมอริเชียส สหราชอาณาจักร และประเทศไทยโดยมีการแบ่งกลุ่มทรัพย์สินตามลักษณะการประกอบธุรกิจ ได้แก่   -โรงแรมที่บริษัทฯ บริหารจัดการเอง คือ โรงแรม พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท และ โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย   -โรงแรมในสหราชอาณาจักร จำนวน 29 แห่ง ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Mercure และแบรนด์ Holiday Inn   -โรงแรม Outrigger ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมจำนวน 6 แห่งที่ดำเนินกิจการภายใต้แบรนด์ Outrigger   -โครงการ ครอสโรดส์ (CROSSROADS) เฟส 1 ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการบนเกาะจำนวน 3 เกาะ ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ประกอบด้วย โรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton และโรงแรม Hard Rock Hotel Maldives รวมถึงศูนย์รวมการให้บริการ เพื่อการพักผ่อนและสิ่งบันเทิงในโครงการ Marina @ CROSSROADS และเกาะที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นโรงแรมอีก 1 เกาะ   มีอัตราการเข้าพักของแต่ละตลาดคือ ในสหราขอาณาจักร​ 71% ในประเทศไทย​ ประมาณ​ 76% และในตลาดต่างประเทศอื่นๆ​ เฉลี่ย​ 80% ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ในส่วนของมัลดีฟส์ โครงการยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง​ แต่ยอด​ Occupancy เฉลี่ยของตลาดอยู่ที่​ 70-71% ซึ่งคาดว่าเมื่อเริ่มเปิดดำเนินงาน​น่าจะมียอด​พอๆ​ กัน   ทั้งนี้มีแผนการพัฒนาแบรนด์ใหม่ “SAii” โดยจะเริ่มใช้ในโรงแรมแห่งใหม่ที่มีชื่อว่า “SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton” ที่ตั้งอยู่ในโครงการ CROSSROADSเฟส 1นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่จะทำให้สามารถทำธุรกิจโรงแรมระดับกลางค่อนไประดับบน (Upper Mid-scale) ได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตซึ่งปัจจัยในการเลือกที่จะเข้าไปลงทุนในแต่ละสถานที่จะต้องประกอบไปด้วยการอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ทำเลของโครงการที่ดี งบในการพัฒนา​ สามารถพัฒนาแบบ​ Greenfield หรือพัฒนาแบบ​ Brownfieldและได้ตั้งเป้าในปี 2025 ว่าจะมีโรงแรม รีสอร์ทรวม 75 แห่งทั่วโลก   นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวปิดท้ายว่า SHR มีทุนจดทะเบียน 17,000 ล้านบาท โดยชำระไปส่วนหนึ่งแล้ว 1 หมื่นล้าน โดยธุรกิจโรงแรมนี้ถือเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนที่สร้างรายได้แบบต่อเนื่องหรือที่เรียกว่า recurring income ให้กับสิงห์ เอสเตท โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา SHR ถือเป็นหนึ่งในรายได้หลักคิดเป็น 1 ใน 3 สิงห์ เอสเตท โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา รายได้นับเป็น 40% ของรายได้ทั้งหมดของ Singha Estateจากการให้เช่าโรงแรม รีสอร์ท 37 แห่งทั่วโลก   “การนำเอา SHR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็เพื่อสร้างเสถียรภาพให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นกับองค์กร ทำให้เป็นแหล่งระดมทุนที่มีศักยภาพ เพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจ และเพิ่มโอกาสในการขยายทางธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ด้านกลยุทธ์ในการเติบโตต่อไป”   ขณะนี้ได้ทำการยื่น Filing กับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้วเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม โดยวางแผนเสนอขายหุ้นIPO ทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกิน 40% ของทุนชำระแล้ว ซึ่งจะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ใน SHRไม่ต่ำกว่า 51% และคาดว่าจะสามารถเปิดเทรดในตลาดได้ประมาณไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ สามารถตรวจสอบรายละเอียดของการเสนอขายหลักทรัพย์จากแบบรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ทาง www.sec.or.th และ www.shotelsresorts.com      
“THE ESSE ASOKE” ชวนสัมผัสประสบการณ์ Live  Highest, Live Finest  พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษในงาน Open House 9-10  มีนาคมนี้

“THE ESSE ASOKE” ชวนสัมผัสประสบการณ์ Live Highest, Live Finest พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษในงาน Open House 9-10 มีนาคมนี้

THE ESSE ASOKE (ดิ เอส อโศก) คอนโดมิเนียมสุดลักชัวรี โดยสิงห์ เอสเตท เตรียมจัดงาน THE ESSE ASOKE OPEN HOUSE วันที่ 9-10 มีนาคม 2562 เพื่อเชิญเยี่ยมชมบรรยากาศและสัมผัสประการณ์การอยู่อาศัยในแบบลักชัวรี โดยภายในงานได้เตรียมกิจกรรมไว้ต้อนรับลูกค้ามากมาย อาทิ เพลงบรรเลงจาก SWU BAND วงจากนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผ่อนคลายไปกับการนวดแบบ Stones Massage และร่วมเวิร์คชอปการจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น (IKEBANA) อีกทั้งยังเตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจจองในงาน ได้แก่ แพคเกจเฟอร์นิเจอร์มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท และบัตรกำนัลใช้แทนเงินสด มูลค่า 100,000 บาท สำหรับซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในศูนย์การค้าชั้นนำ โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้จาก Call center 1221   THE ESSE ASOKE (ดิ เอส อโศก) คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีแห่งแรกของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ตอบโจทย์ความต้องการของคนเมืองภายใต้คอนเซป ‘Live Highest, Live Finest’ ‘ที่สุด...ทุกการใช้ชีวิต’ โดดเด่นเหนือใครด้วยความสูง 55 ชั้น สูงที่สุดในย่านอโศก พร้อมรายละเอียดการออกแบบที่งดงามเหนือกาลเวลาเน้นความเป็นส่วนตัว ด้วยการออกแบบจัดวางผังอาคารแบบไม่มีห้องตรงข้าม (Single Corridor) ทำให้มีจำนวนห้องพักต่อชั้นสูงสุดเพียง 12 ห้องเท่านั้น พร้อมเติมเต็มความสุขในการใช้ชีวิตด้วยพื้นที่สีเขียวส่วนกลางรวมกว่า 1 ไร่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้อง Golf Simulation ห้องประชุม ห้องสมุด และ Residence Lounge อีกทั้งยังสะดวกสบายทุกการเดินทาง ทั้ง MRT, BTS, Airport Link และทางด่วน รายรอบด้วยห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย ราคาเริ่มต้น 9.59 ล้านบาท    
“ดิ เอส อโศก” คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีแห่งแรกของ สิงห์ เอสเตท เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

“ดิ เอส อโศก” คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีแห่งแรกของ สิงห์ เอสเตท เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานยิ่งใหญ่ในย่านอโศกเลยก็ว่าได้ กับการเปิดตัวโครงการ “ดิ เอส อโศก” คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีแห่งแรกของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ภายใต้คอนเซ็ปต์ Live Highest, Live Finest  นำโดย คุณนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในระดับพรีเมียมบนตึกที่สูงที่สุดในย่านอโศก โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Contemporary และการดูแลอย่างเหนือระดับด้วย เอส คลาส แมเนจเม้นท์ บริษัทพร็อพเพอร์ตี้แมเนจเม้นท์ที่บริหารงานโดย สิงห์ เอสเตท อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากดารานักแสดงสาวสวย แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ และลูกบ้านของโครงการ อมิตา ยัง สีณพงศ์ภิภิธ และครอบครัว มาร่วมแสดงความยินดี ณ โครงการ ดิ เอส อโศก   ภายในงานเริ่มด้วย คุณนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน หลังจากนั้นคณะผู้บริหารได้พาสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการตามจุดไฮไลท์ต่างๆ อาทิ Sculpture Court บริเวณชั้น 10 ต่อด้วยชั้น 33 ที่มีสระว่ายน้ำ Golf Simulation และฟิตเนส และ ชั้น 43 เป็นชั้นสุดท้ายที่ได้พาแขกผู้มีเกียรติเยี่ยมชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกบริเวณResidences Lounge ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่น่าประทับใจที่สุดเลยก็ว่าได้ และมาถึงช่วงพูดคุยกับเซเลบริตี้ แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตและตัวตนที่สะท้อนคำว่า “Live Highest, Live Finest” ร่วมด้วย อมิตา ยัง สีณพงศ์ภิภิธ พร้อมครอบครัว ที่มาพูดถึงการใช้ชีวิตครอบครัวและเหตุผลที่ตัดสินใจเลือกโครงการ ดิ เอส อโศก แห่งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง   หลังจากที่คณะผู้บริหารพาผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการแล้วนั้น ก็เข้าสู่พิธีการเปิดโครงการ ดิ เอส อโศก อย่างเป็นทางการบริเวณชั้น G พร้อมฉายวีดีโอโครงการ ต่อด้วยมินิคอนเสิร์ต จาก ทาทา ยัง ที่งานนี้ได้นำเพลงฮิตมาเอ็นเตอร์เทนผู้ร่วมงานอย่างสนุกสนาน   แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ กล่าวว่า “จากที่ได้ยินข้อมูลของโครงการและการที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ รู้สึกว่าเป็นหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจที่สุดในย่านอโศก ที่สำคัญอยู่ใจกลางเมืองและยังมีพื้นที่สีเขียวกว่า1ไร่ให้พักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะแอฟมีน้องปีใหม่ ก็รู้สึกว่ามันคงจะดีถ้ามีโอกาสได้มาอยู่ที่นี่ ด้วยไลฟสไตล์และการทำงานของแอฟที่ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลานั้น ณ ที่แห่งนี้ถือว่าเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกมากค่ะ เพราะอยู่ใกล้เส้นทางคมนาคมหลักมากมาย ถ้าใครสนใจโครงการนี้ ยังมีอีกหลายห้องให้มาเยี่ยมชมกัน พลาดไม่ได้นะคะ”   อมิตา ยัง สีณพงศ์ภิภิธ กล่าวว่า “วันนี้มาเป็นลูกบ้านที่ดีกับการเป็นแขกรับเชิญในวันนี้ ทาทาและครอบครัวคิดว่า เราตัดสินใจไม่ผิดที่ได้ลงทุนกับโครงการนี้ จะบอกว่าสวยงาม หรูหรา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง เพราะเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งช้อปปิ้งที่ทำงาน โรงเรียนลูก ส่วนตัวแล้วนั้นยังมองว่าเป็นการลงทุนที่ดีเพื่ออนาคตของลูกอีกด้วย สำหรับคนที่สนใจมาเป็นเพื่อนบ้านทาทา อย่าลืมมางาน Open House วันที่ 9-10 มีนาคม 2562 นี้ นะคะ ที่สำคัญสำหรับคนที่กำลังมองหาห้องดีๆ ทำเลทอง ขอบอกว่าจัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษ เหลือไม่กี่ห้องแล้วนะคะ”   โอกาสสุดท้ายสำหรับผู้สนใจในงาน THE ESSE ASOKE OPEN HOUSE ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2562 พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ อาทิ แพคเกจเฟอร์นิเจอร์มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท รวมทั้งบัตรกำนัลใช้แทนเงินสด มูลค่า 100,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้จาก www.singhaestate.co.th หรือสอบถามรายละเอียดที่ 1221        
เปิดตัวคอนโด ดิ เอส อโศก ‘Live Highest, Live Finest’ สิงห์ เอสเตท

เปิดตัวคอนโด ดิ เอส อโศก ‘Live Highest, Live Finest’ สิงห์ เอสเตท

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำการเป็น Premier Lifestyle Developer เปิดตัว‘ดิ เอส อโศก’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Live Highest, Live Finest’ คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีโครงการแรกที่สร้างเสร็จและพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้า ใส่ใจและพิถีพิถันทุกรายละเอียดในการดูแลลูกบ้านด้วยบริษัท เอส คลาส แมเนจเม้นท์ จำกัด บริษัทที่รับผิดชอบดูแลด้านพร็อพเพอร์ตี้แมเนจเม้นท์ของ สิงห์ เอสเตท เผยปัจจุบันมียอดโอนแล้วกว่า 1,550 ล้านบาท นอกจากนี้เตรียมจัดงาน Grand Opening เพื่อปิดยอดขายยูนิตล็อตสุดท้าย ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2562 ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ แพคเกจเฟอร์นิเจอร์พร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆ มากมายภายในงาน คาดปิดการขายทั้งหมดได้ภายในกลางปีนี้   นายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บมจ. สิงห์ เอสเตท เผยว่า โครงการดิ เอส อโศก (THE ESSE ASOKE) นับเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีที่มีการสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบและ ทำการเปิดตัวโครงการแรกของทาง สิงห์ เอสเตท ซึ่งจะเป็นโครงการที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของการเป็น พรีเมียร์ ไลฟ์สไตล์ ดีเวลลอปเปอร์ (Premier Lifestyle Developer) โดยเรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในระดับพรีเมียมและได้สัมผัสถึงความเป็นครอบครัวสิงห์ เอสเตท ซึ่งตอกย้ำความตั้งใจในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับลูกค้า “ดิ เอส อโศก ได้รับการออกแบบให้เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ความต้องการของ คนเมือง ด้วยคอนเซปต์ ‘Live Highest, Live Finest’ หรือ ‘ที่สุด...ทุกการใช้ชีวิต’ โดยการออกแบบเน้นความเรียบหรู ผสานกับความเป็น Modern Contemporary ตัวอาคารมีทั้งหมด 55 ชั้น และเป็นอาคารที่อยู่อาศัยสูงที่สุดในย่านอโศก กับจำนวนห้องพัก 419 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 แบบ ประกอบด้วย 1Bedroom, 2Bedroom และห้อง Penthouse เน้นความเป็นส่วนตัว ด้วยการออกแบบจัดวางผังอาคารแบบไม่มีห้องตรงข้าม (Single Corridor) ทำให้มีจำนวนห้องพักต่อชั้นสูงสุดเพียง 12 ห้องเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีพื้นที่สีเขียวส่วนกลางรวมกว่า 1 ไร่ โดยเฉพาะ “ดิ เอส คอร์ท” สวนด้านหน้าโครงการมีพื้นที่ถึง 1,000 ตารางเมตร ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่เพียงแต่ได้รับความเป็นส่วนตัวแต่ยังได้ความสดชื่นร่มรื่นและสบายตาในทุกจังหวะการใช้ชีวิตที่ “ดิ เอส อโศก” พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทางโครงการเตรียมไว้อย่างครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำลอยฟ้าบนชั้น 33 ให้ทุกท่านชมวิวความสวยงามของกรุงเทพมหานคร และออกกำลังกายในฟิตเนสระดับพรีเมียม, สำหรับท่านที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟสามารถฝึกซ้อมวงสวิงที่ห้อง Golf Simulator, พร้อมพักผ่อนยามเย็นที่สวนชั้น 10 และสกาย เลาจ์ ที่ชั้น 43 ที่ประกอบไปด้วยมุมสังสรรค์ ห้องประชุม และห้องสมุด”   นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมากตั้งแต่วันที่เริ่ม pre sales ในช่วงปลายปี 2558 ทำให้เรามียอดขายไปแล้วกว่า 90% โดยโครงการได้เริ่มทำการโอนให้กับลูกค้าตั้งแต่ปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ทำการโอนไปแล้วกว่า 1,550 ล้านบาท หรือ 38% โดยคาดว่าจะโอนแล้วเสร็จทั้งหมดภายในไตรมาส 2 ปีนี้และทางโครงการได้เตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษไว้สำหรับห้องส่วนที่ยังไม่ได้ขายอีกประมาณ 10% ด้วยแพคเกจเฟอร์นิเจอร์มูลค่า 500,000 บาท และยังมี voucher มูลค่า 100,000 บาท ในงาน Grand Opening ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2562 นี้อีกด้วย   สิงห์ เอสเตท มุ่งมั่นในการเป็น Premier Lifestyle Developer โดยพัฒนาโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ ดิ เอส (THE ESSE) ให้เป็น Leading Premium Brand ซึ่งสะท้อนถึงการใช้ชีวิตที่ครบครันอย่างพิถีพิถันและมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกบ้านครอบครัว สิงห์ เอสเตท อีกด้วย อีกทั้งได้จัดทำ แอพลิเคชั่น S Life ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ โดยบริการ S Life เปรียบเหมือนศูนย์รวมกิจกรรมข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่น และ สิทธิพิเศษต่างๆ สำหรับลูกบ้านโดยเฉพาะ   นอกจากนี้อีกหนึ่งส่วนสำคัญ คือ สิงห์ เอสเตท ได้จัดตั้งบริษัท เอส คลาส แมเนจเม้นท์ จำกัด (S KLAS Management Company Limited) ขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการ โครงการอสังหาริมทรัพย์ของ สิงห์ เอสเตท ที่พร้อมให้บริการลูกบ้านอย่างครบวงจร ทั้งเรื่อง การจัดการนิติบุคคล, การแจ้งซ่อม, การจองสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และแนะนำข้อมูลสถานที่ใกล้เคียงที่สำคัญ รวมถึงบริการคอนเซียร์จเซอร์วิส (Concierge Service) ที่มีทีมงานบริการลูกบ้าน ซึ่งมีประสบการณ์ระดับสากล ด้วยมาตรฐานการบริการเหนือระดับ ทำให้ S KLAS Management สามารถดูแลโครงการทั้งหมด ให้อยู่ในระดับ Best in Class อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการในอนาคต   “วันนี้สิงห์ เอสเตท พร้อมแล้วที่จะส่งมอบประสบการณ์แบบ Best in class ที่พิถีพิถัน ใส่ใจในรายละเอียด ให้กับทุกท่าน ตอกย้ำภาพการเป็น Premier Lifestyle Developer ซึ่งมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และดีที่สุดสำหรับลูกบ้านครอบครัว สิงห์ เอสเตท” นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย      
สิงห์ เอสเตท ผุดโครงการคอนโดแบรนด์ใหม่ใจกลางสุขุมวิท “EYSE” ตอบโจทย์คนเมืองด้วยคอนเซปท์ “The Hidden Treasure”

สิงห์ เอสเตท ผุดโครงการคอนโดแบรนด์ใหม่ใจกลางสุขุมวิท “EYSE” ตอบโจทย์คนเมืองด้วยคอนเซปท์ “The Hidden Treasure”

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการคอนโดโลว์ไรซ์หรูใจกลางสุขุมวิท ภายใต้แบรนด์ใหม่ EYSE (อีส) บนแนวคิด The Hidden Treasure ขยายเซ็กเม้นท์ธุรกิจ หลังมองเห็นเทรนด์คอนโดโลว์ไรซ์โต เผยกำลังซื้อกลุ่มนี้ยังสดใส เจาะไลฟ์สไลต์กลุ่มลูกค้าระดับบนที่ชอบความสะดวกสบายแต่ได้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เน้นโลเคชั่นใจกลางเมือง เดินทางสะดวก ประเดิมโครงการแรก “EYSE Sukhumvit 43” (อีส สุขุมวิท 43) นายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังคงเป็นกลุ่มดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ ที่มีสัดส่วนการพัฒนาโครงการถึง 80% โดยส่วนใหญ่เป็นประเภทคอนโดมิเนียมสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับบนขึ้นไปที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้ยังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างมากทั้งจากผู้ที่ซื้อเพื่อพักอาศัยเอง ชาวต่างชาติ และกลุ่มนักลงทุน โดยทำเลที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาโครงการค่อนข้างมีอยู่อย่างจำกัด ทั้งนี้ ในปัจจุบันที่ดินที่ติดถนนใหญ่ หรือติดรถไฟฟ้ามีความต้องการสูง และราคาที่ดินยังมีการปรับตัวสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้แนวโน้มการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรซ์ในซอยบนทำเลใจกลางเมืองน่าจะมีการเปิดตัวเพิ่มขึ้น สิงห์ เอสเตท ได้มองเห็นโอกาสจากตลาดกลุ่มนี้ จึงได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ที่มีจุดเด่นในแง่ของความเป็นส่วนตัว พื้นที่ใช้สอยในห้องขนาดใหญ่ขึ้น และรองรับพฤติกรรมของลูกค้าที่เน้นการอยู่อาศัยจริง ภายใต้แบรนด์ใหม่ “EYSE” (อีส) เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งกลุ่มคนไทยและคนต่างชาติที่เข้าใจความต้องการในการอยู่อาศัยของตนเองอย่างชัดเจน รวมถึงกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพอีกด้วย   “สัดส่วนของกลุ่มเป้าหมาย จะเน้นกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามช่วงอายุและไลฟ์สไตล์ คือ กลุ่มแรก Single Adult เป็นกลุ่มที่ต้องการคอนโดมิเนียมเพื่อที่อยู่อาศัยจริงๆ ห้องต้องมีขนาดพื้นที่กว้าง เพราะใช้เวลาอยู่บ้านมากกว่าใช้ชีวิตข้างนอก ชอบความเป็นส่วนตัว กลุ่มที่สองเป็นกลุ่ม Small Family ที่มองหาคอนโดมิเนียมเพื่อใช้ชีวิตในวันจันทร์ถึงศุกร์โดยไม่ต้องฝ่ารถติดเพื่อมาทำงานหรือส่งลูกเรียนในเมือง และกลุ่มที่สามคือ กลุ่ม Early Stage Retirees ที่เคยอยู่บ้านหลังใหญ่ๆ นอกเมือง แล้วเริ่มรู้สึกว่าบ้านเป็นภาระที่ต้องดูแล ไม่มีลูกหรือลูกแยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมด จึงมองหาคอนโดมิเนียมที่เดินทางสะดวกเพื่อที่จะได้ไม่ต้องขับรถเข้ามาในเมืองบ่อยๆ ส่วนกลุ่มที่ซื้อเพื่อการลงทุนจะเน้นกลุ่มนักลงทุนที่มีลักษณะเป็น Thoughtful Investor หรือนักลงทุนที่ซื้ออสังหาฯที่มีคอนเซปท์โครงการที่ตนเองชอบ โดยจะซื้อโครงการไว้เพื่อทั้งอยู่อาศัยเองและสามารถขายต่อได้ด้วย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะลงทุนในระยะยาวมากกว่าลงทุนในระยะสั้น” นายณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติม นางสาวผดาพร มูลศาสตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวคิดของคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ของสิงห์ เอสเตท ภายใต้แบรนด์ “EYSE” (อีส) ทุกแห่งจะตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ที่มองหาโครงการคอนโดมิเนียมที่เป็น “Absolute Urban Retreat” หรือพื้นที่ผ่อนคลายใจกลางเมือง ที่มีองค์ประกอบตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัย (Safe) ความเป็นส่วนตัว (Private) ความผ่อนคลาย (Sanctuary) และความอบอุ่นเหมือนบ้าน (Like a House) โดยทุกโครงการในแบรนด์ “EYSE” จะถูกพัฒนาภายใต้คอนเซปท์ “The Hidden Treasure” ที่มีองค์ประกอบคือ Hidden Gem Location ที่ตั้งโครงการที่มีความเฉพาะตัว เน้นความเป็นส่วนตัวสูง มีทำเลที่เงียบสงบ แต่อยู่ใจกลางเมือง เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ Hidden Life in Nature การออกแบบที่เน้นให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ชีวิตผสานไปกับความเป็นธรรมชาติ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายแม้อยู่ใจกลางเมือง Serve Everyone Hidden Needs ตอบโจทย์ความต้องการแบบปัจเจกของผู้อยู่อาศัย และสุดท้าย คือ Hidden Function in One Space การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้เป็น Multi-Function Facilities ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน แต่เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายสำหรับการอยู่อาศัย ไว้อย่างครบครัน   “สำหรับโครงการแรกภายใต้แบรนด์ใหม่นี้ คือ “EYSE Sukhumvit 43” (อีส สุขุมวิท 43) มาพร้อมกับคอนเซปท์เฉพาะตัวโครงการคือ “Embrace Your Hidden Fascination หรือ ชีวิตชีวาในโลกส่วนตัว” ถ่ายทอด อารมณ์และไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัย ผ่านงานศิลปะแบบ Contemporary Impressionism ที่แสดงถึงความสดใสและมีชีวิตชีวา สะท้อนถึงทุกๆ ช่วงเวลาที่มีความสุข โดยโครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 43 บนพื้นที่ 1.4 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียมแนวราบความสูง 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร 107 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ซึ่งจุดเด่นของโครงการ คือ ทำเลที่ตั้งย่านพร้อมพงษ์ที่เรียกได้ว่าเป็นทำเลที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เป็นย่าน Walking community ที่ทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เพราะเป็นย่านที่มีความเป็นศูนย์กลางธุรกิจ ศูนย์กลางของการช้อปปิ้ง และไลฟ์สไตล์ รวมถึงที่พักอาศัยในระดับลักชัวรี อีกทั้งยังมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่เปรียบเสมือนปอดของคนสุขุมวิท และยังสะดวกสบายในการเดินทาง โดยทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 43 เป็นซอยที่เงียบสงบและรายล้อมด้วยเพื่อนบ้านคุณภาพ แต่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ และศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์เพียง 550 เมตร จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการทั้งความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวและความมีชีวิตชีวาของไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง โครงการถูกออกแบบให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดกับความเป็นธรรมชาติ และเต็มไปด้วยประโยชน์ใช้สอย การออกแบบอย่างพิถีพิถันที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ด้วยจำนวนยูนิตที่มีเพียง 107 ยูนิต ขนาดห้องที่กว้างกว่าคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าในราคาที่เท่ากันประกอบด้วย ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 52.25-54.50 ตารางเมตร ห้องชุดแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 62.50-94.75 ตารางเมตร และขนาด 99.50-99.75 ตารางเมตร พร้อมที่จอดรถประจำทุกยูนิต นอกจากนั้น ลูกค้าที่ซื้อโครงการฯยังสามารถเลือก Customized Option ของ Layout และเลือกสีของวัสดุมาตรฐานภายในห้องชุดได้ตามความชอบ และที่สำคัญการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้เป็น Multi-Function Facilities ผสานอารมณ์ความเป็น “บ้าน” ที่ซ่อนฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย และยังเพิ่มโอกาสการพบปะกันเพื่อก่อให้เกิดสังคมของผู้อยู่อาศัยในโครงการด้วย” น.ส.ผดาพร กล่าว นายณัฐวุฒิ กล่าวสรุปว่า ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของธุรกิจที่พักอาศัยของสิงห์ เอสเตท ในส่วนของคอนโดมิเนียมประเภทลักชัวรีนับว่ามีครบทั้งแนวสูงและแนวราบ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ THE ESSE (ดิ เอส) ไปแล้วทั้งสิ้น 3 โครงการ ได้แก่ THE ESSE Asoke (ดิ เอส อโศก) THE ESSE at SINGHA COMPLEX (ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์) และ THE ESSE Sukhumvit 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36) มูลค่าโครงการรวมแล้วกว่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากเป็นโครงการระดับลักชัวรีที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างตรงใจ ด้วยยอดขายรวมประมาณ 80% ทั้งหมดนับเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญที่ทำให้เกิดโครงการใหม่ล่าสุดอย่าง EYSE Sukhumvit 43 (อีส สุขุมวิท 43) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของธุรกิจ และเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ามากขึ้น โดยคาดการณ์ยอดขายหลังเปิดโครงการไว้ที่ 50% ทั้งนี้ ในอนาคต สิงห์ เอสเตท ยังคงมีแผนที่จะลงทุนพัฒนาโครงการใหม่อย่างน้อยปีละ 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 8,500 ล้านบาทต่อปี ในทำเลที่มีศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยยังคงเน้นการทำตลาดลักชัวรี เจาะกลุ่มเป้าหมายทั้งอาศัยอยู่เองและกลุ่มนักลงทุน โครงการ EYSE Sukhumvit 43 ราคาเริ่มต้นต่อยูนิตอยู่ที่ 13.99 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส 4/2561 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2563 ทั้งนี้โครงการจะเปิดให้ชมห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายของสิงห์ เอสเตท ติดรถไฟฟ้าสถานีทองหล่อ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 2561 เป็นต้นไป และจะมีงาน Pre-Sales ในวันที่ 21-22 ก.ค. 2561 สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อในช่วงวันดังกล่าว จะได้รับส่วนลดมูลค่า 200,000-400,000 บาท สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1221 หรือ www.singhaestate.co.th
ชีวิตง่ายกว่าที่ THE ESSE ASOKE (Advertorial)

ชีวิตง่ายกว่าที่ THE ESSE ASOKE (Advertorial)

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักเพิ่มเติมกับโครงการ The Esse Asoke คอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ โครงการใหม่ และเป็นโครงการแรกจากกลุ่มบริษัท บุญรอดบริวเบอรี่ ผู้ผลิตเบียร์สิงห์ ที่หันมาจับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในนาม บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือว่าเป็นคอนโดที่สูงที่สุดใจกลางอโศก ด้วยความสูงถึง 55 ชั้น พร้อมความโดดเด่นด้วยการออกแบบโดย Palmer & Turner (P&T Architects) หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านตึกสูง เราไปดูกันเลยดีกว่าครับ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    7,890,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร    ประมาณ 220,000 บาท เจ้าของโครงการ   Singha Estate Public Company Limited ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 55 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง     419 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด   2 - 2 - 74.4 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ที่จอดรถ    ประมาณ 432 คัน หรือคิดเป็น 102% พร้อมที่จอดรถซุปเปอร์คาร์และซุปเปอร์ไบค์ เริ่มก่อสร้าง    ปี 2559 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    ไตรมาส 4 ปี 2561 ค่าส่วนกลาง    80 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    800 บาท/ตารางเมตร ชีวิตง่ายกว่าที่ THE ESSE ASOKE เพราะตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าทุกชนิด THE ESSE ASOKE ตั้งอยู่ ณ ใจกลางอโศก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทำเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ โดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องของการเดินทางการเดินทางที่สะดวกสบายและง่ายกว่าที่ไหนๆ เพราะตั้งอยู่ใกล้กับทั้งรถไฟใต้ดิน MRT สถานีสุขุมวิท และสถานีเพรชบุรี, รถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก และรถไฟ Airport Rail Link สถานีมักกะสัน โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดได้แก่ รถไฟใต้ดิน MRT สถานีสุขุมวิท ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 500 ม. เท่านั้น สถานที่สำคัญใกล้เคียง ชีวิตง่ายกว่าที่ THE ESSE ASOKE เพราะแวดล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญมากมาย เดินไปเรียนกันง่ายๆ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ไปช้อปปิ้งกันง่ายๆ Terminal 21 The EM District เซ็นทรัลพระราม 9 ไปโรงพยาบาลกันง่ายๆ รพ. จักษุรัตนิน รพ. ผิวหนัง อโศก รพ. บํารุงราษฎร์ ใกล้ชิดธรรมชาติกันง่ายๆ สวนเบญจกิติ สวนเบญจสิริ โรงแรมหรูอยู่ใกล้ๆ The Westin Grande Sukhumvit Bangkok FuramaXclusive Asoke Hotel Bangkok The Continent Hotel Sukhumvit ไปทำงานกันง่ายๆ อาคาร GMM Grammy อาคาร Interchange 21 Tower Exchange Tower วิเคราะห์รอบโครงการ ดิ เอส อโศก (THE ESSE ASOKE) เป็นคอนโด High Rise สูง 55 ชั้น ซึ่งมาพร้อมกับแนวความคิดในการใช้ชีวิตแบบ “LIVE LIFE SIMPLY” ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ Iconic Elegance ผ่านสถาปัตยกรรมในรูปแบบ Contemporary Luxury ที่มีความโดดเด่น งดงาม  พร้อมด้วยการเลือกสรรวัสดุที่ดีที่สุด มีความสวยงามและคงทน อาทิ การเลือกใช้หินธรรมชาติ Creama Mocca ในการตกแต่งบริเวณ Podium และการเลือกใช้วัสดุตกแต่งอาคารสี Champaign Gold  ที่จะช่วยเพิ่มความหรูหราตลอดทั่วทั้งตัวอาคาร สำหรับในเรื่องของทำเลนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะทุกคนก็คงทราบก็ดีอยู่แล้วว่า “ใจกลางอโศก” นั้นเป็นทำเลระดับ 5 ดาว (อย่างไม่ต้องสงสัย) รถไฟฟ้าก็มีครบทุกชนิด จะไปไหนก็สะดวก ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า BTS, รถไฟใต้ดิน MRT, รถไฟ Airport Rail Link อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญๆ หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน โรงพยาบาล, มหาวิทยาลัย, อาคารสำนักงานสำคัญๆ, ห้างฯ ยอดนิยม เรื่อยไปจนถึงร้านอาหารอร่อยๆ อีกนับไม่ถ้วน! และในส่วนของพื้นที่ภายในโครงการก็มีพื้นที่สีเขียวกว่า 1 ไร่ ภายใต้แนวคิดแบบ Green Elegance and Luxury Space ซึ่งเน้นไปที่ความเรียบง่าย แต่หรูหรา เริ่มตั้งแต่บริเวณ The ESSE Court พื้นที่สีเขียวกว่า 1,000 ตารางเมตร ด้านหน้าโครงการ ซึ่งเกิดจากการ set back ตัวอาคารจากถนนไปถึง 40 ม.! ในขณะที่ Facility หลักของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 33 และ 43 ในส่วนของชั้น 33 ก็จะเป็นที่ตั้งของสระว่ายน้ำพาโนรามิคพร้อมสระเด็ก สระว่ายน้ำทวนน้ำ และจากุชชี่, ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน, กอล์ฟ ซิมูเลเตอร์ และในส่วนของชั้น 43 ก็จะเป็นที่ตั้งของดิ เอส เรสซิเดนท์ เลาจน์, ห้องสมุด, บิซิเนสเซ็นเตอร์ และห้องประชุมขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ พาชมห้องตัวอย่าง มาชมห้องตัวอย่างกันบ้างนะครับ THE ESSE ASOKE มีห้องให้เลือก 3 แบบ คือแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 37.00 – 53.00 ตร.ม., แบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 75.50 – 84.00 ตร.ม. และแบบเพนท์เฮาส์ 104.50 – 195.50 ตร.ม. ซึ่งแน่นอนว่าการมีห้องให้เลือกตั้งแต่ 37-195.50 ตร.ม. ก็ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้เหมาะทั้งสำหรับ อยู่คนเดียว อยู่เป็นคู่ ไปจนถึงแบบครอบครัว โดยห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมกันในวันนี้ เป็นห้องตัวอย่าง 2 ห้องนอน ขนาด 75 ตารางเมตร ตกแต่งโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก High Level  Executive ที่ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว การตกแต่งห้องจึงแฝงไว้ด้วยความเคร่งขรึมด้วยโทนสีน้ำตาลและดำ เพิ่มความหรูหราด้วย Feature Wall ที่ตกแต่งด้วยหินธรรมชาติ และเฟอร์นิเจอร์ที่มีความเรียบหรู โดดเด่นด้วยพื้นที่ครัวขนาดใหญ่พร้อม Island ครัว เพื่อตอบโจทย์ฟังก์ชั้นการรับประทานอาหารของครอบครัว และในส่วนของห้องนอนเล็กก็ยังมีขนาดกว้างขว้าง พร้อมด้วยห้องน้ำในตัว นอกจากนั้นแล้วการออกแบบยังคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวด้วยการจัดวางผังอาคารแบบไม่มีห้องตรงข้าม และจำนวนห้องพักอาศัยสูงสุดเพียง 12 ยูนิตต่อชั้น ใครที่กำลังสนใจ THE ESSE ASOKE ตอนนี้ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่างได้แล้ว ซึ่งนอกเหนือจากการซื้อไว้อยู่อาศัยเองแล้ว ทำเลนี้ก็ยังนับว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีศักยภาพน่าเก็บสะสมไว้ลงทุนด้วย เพราะศักยภาพของทำเลในย่านนี้ไม่มีวันถูกลงอยู่แล้ว!
The Esse Asoke (PREVIEW)

The Esse Asoke (PREVIEW)

The Esse Asoke คอนโด High Rise หรูสูง 55 ชั้น บนถนนอโศกมนตรี ใกล้แหล่งธุรกิจใจกลางเมือง โครงการแรกจาก Singha Estate รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    7,890,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร    ประมาณ 220,000 บาท เจ้าของโครงการ   Singha Estate Public Company Limited ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 55 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง     419 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด   2 - 2 - 74.4 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ที่จอดรถ    ประมาณ 432 คัน หรือคิดเป็น 102% พร้อมที่จอดรถซุปเปอร์คาร์และซุปเปอร์ไบค์ เริ่มก่อสร้าง    ปี 2559 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    ไตรมาส 4 ปี 2561 ค่าส่วนกลาง    80 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    800 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง MRT สุขุมวิท MRT เพชรบุรี BTS อโศก Airport Rail Link มักกะสัน ท่าเรือสะพานอโศก ตลาดรวมทรัพย์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรจน์ประสานมิตร Terminal 21 อาคาร GMM Grammy อาคาร Exchange Tower อาคาร Interchange Tower โรงแรม The Continent Sukhumvit ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 37.00 - 53 ตารางเมตร 2 Bedrooms 2 Bathrooms  ขนาด 75.50 - 84 ตารางเมตร Penthouse ขนาด 104.50 – 195.50 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก The ESSE court, 1,000 sq.m. garden Locker for super bike accessories Grand lobby Mail box room Central storage for golf bag and suitcase Laundry room Driver waiting room Serenity court Sky swimming pool with kids pool , lap pool , and jacuzzi Pool terrace Steam room and plunge pool Sky gym Golf simulation The ESSE residences lounge Reading club Business center and board room (size S,M,L) Skyscraper deck สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  02-664-3555 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  condo.singhaestate.co.th