Tag : The Gallery สุขุมวิท 107

1 ผลลัพธ์
The Gallery สุขุมวิท 107 (รีวิวคอนโด)

The Gallery สุขุมวิท 107 (รีวิวคอนโด)

The Gallery คอนโด High Rise ปากซอยแบริ่ง 6 หนึ่งในโครงการเด่นๆ ของทำเลนี้ เพราะการเดินทางที่สะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ซึ่งขณะนี้มีสถานีปลายทางอยู่ที่แบริ่งพอดิบพอดี ตัวสถานีก็ห่างจากปากซอยสุขุมวิท 107 แค่ 200 เมตรเท่านั้น แถมบริเวณปากซอยก็มีทั้งวินมอเตอร์ไซค์และรถสองแถวต่อเข้าซอยได้สะดวกดี แต่ถ้าจะออกแรงเดินกันหน่อยก็ยังถือว่าไม่ไกลมาก แค่ 400 เมตรเท่านั้น พอให้มีเหงื่อซึมๆ นิดหน่อย แต่ถ้าแดดจัด ฝนตกหนักก็เดินลำบากพอดู ส่วนถ้าใครอาศัยเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลัก ก็มีทั้งเส้นทางถนนสุขุมวิท ด้านทางด่วนบางนา และด้านเส้นทางวงแหวนรอบนอกฝั่งใต้ รวมถึงถนนศรีนครินทร์ซึ่งอยู่อีกฝากของซอยแบริ่ง แน่นอนว่าทำเลแถบนี้การจารจรก็คับคั่งเป็นเรื่องปกติ จะติดมากติดน้อยก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาเร่งด่วนคงต้องเผื่อเวลากันให้ดีๆ หน่อย จากทางด่วน เราเริ่มตั้งแต่ถนนพระราม6 วิ่งไปทางบางนา - ดาวคะนอง ให้ชิดซ้ายเพื่อที่จะไปบางนา - ดาวคะนอง เลี้ยวซ้ายไปออก ดินแดง พระราม 9 บางนา ดาวคะนอง ชิดซ้ายเพื่อไป บางนา - ดาวคะนอง เบี่ยงไปตามทาง บางนา - ดาวคะนอง ไปทางบางนา - ดาวคะนอง ไปทาง รามอินทรา - บางนา ไปทาง ท่าเรือ - บางนา ไปท่าเรือบางนา ไปท่าเรือ - บางนา วิ่งไปตามทาง บางนา ไปตามทาง สมุทรปราการ - ชลบุรี ด้านซ้ายจะเป็นจุดพักรถ ปั้ม ปตท. วิ่งไปทางสมุทรปราการ เมื่อลงสะพาน ด้านซ้ายจะเป็น Bitec ให้เลยสถานีรถไฟฟ้า BTS บางนา เลยซอยลาซาลด้านซ้าย ก็จะมาถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS แบริ่ง เมื่อเลยสถานีรถไฟฟ้า BTS แบริ่งให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 107 วิ่งมาเรื่อยๆ จะเห็นโครงการ Knightsbridge ก่อนโครงการ the Gallery จะเห็นโครงการ Knightsbridge ทางขวามือ ติดกับโครงการ The Gallery ตัวหน้าสำนักงานจะมีที่จอดรถไม่มาก ด้วยความที่เป็นซอยใหญ่ ความเจริญต่างๆ ก็เข้าถึงกันอย่างเต็มที่ ปากซอยด้านสุขุมวิท 107 มีโรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูวส์ ค่อนไปทางปลายซอยเกือบจะออกศรีนครินทร์ก็มีโรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา ยังไม่นับรวมโรงเรียนอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณโดยรอบอีกอย่าง โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา โรงเรียนลาซาล ฯลฯ ห้างสรรพสินค้าก็มีอยู่หลายแบรนด์ ทั้ง Central, Big C, Index Living Mall เลยไปจนถึง Mega บางนา, Paradise Park และ Secon Square เรียกว่าสะดวกครบครันพอตัวครับ อาหารการกินในซอยก็อุดมสมบูรณ์มากไม่แพ้กัน ร้านอาหารเรียงรายเป็นระยะ ตั้งแต่ปากซอยไปจนท้ายซอย โดยเฉพาะ 7-11 ก็มีให้เห็นอยู่หลายสาขาเหมือนกัน ตัวโครงการ The Gallery ถ้าสร้างเสร็จขึ้นมาแล้ว รับรองว่าเด่นมากทีเดียว ด้วยอาคารสไตล์โมเดิร์น ในโทนสีน้ำตาลเข้มขรึมแบบผู้ใหญ่ สูง 27 ชั้น มียูนิตรวมทั้งหมด 269 ยูนิต โดยส่วนที่พักอาศัยเริ่มต้นที่ชั้น 6 เป็นต้นไป ซึ่งในชั้นที่ 6 / 17 / 21 / 23 จะมีส่วนเสริมเป็นสวนหย่อมเล็กไว้สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ ในขณะที่ Facilities ทั้งหมดอย่าง สระว่ายน้ำแบบ infinity edge สวน Sky Lounge ห้องโยคะ และฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 26 และ 27 แน่นอนว่าการวางตำแหน่ง Facilities ไว้บนดาดฟ้าทั้งหมดนั้น มีทั้งข้อดีคือได้วิวมุมกว้าง เปิดรับวิวได้เต็มที่ ในขณะที่ต้องแลกมากับแดดร้อนๆ ในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นข้อเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีระบบ CCTV รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง รวมถึงการเข้าออกด้วย Key Card แบบล็อคชั้น ทำให้มั่นใจในความปลอดภัยได้เต็มที่ จากสิ่งที่ให้มาทั้งหมดนี้ดูจะติดอยู่อย่างเดียวก็คือเรื่องที่จอดรถที่มีแค่ 101 ช่อง (ยังไม่นับจอดซ้อนคัน) และจำนวนลิฟท์ที่มีแค่ 2 ตัว นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนห้อง ในระยะยาวถ้าเข้าอยู่กันเต็มๆ อาจจะมีปัญหาปวดหัวเรื่องแย่งที่จอดรถ และต้องรอลิฟท์นานๆ ในชั่วโมงเร่งด่วนกันบ้าง The Gallery มีโครงการเพื่อนบ้านเป็น Knight Bridge ยึดหัวหาดคู่กันที่ปากซอยแบริ่ง 6 โดยมีเพียงถนนเล็กๆ ของซอยกั้นเท่านั้น เรื่องความสูงก็พอๆ กัน แต่ The Gallery ก็ทำการบ้านมารับมืออย่างดี ห้องในฝั่งที่ติดกับ Knight Bridge นี้จึงเปิดรับวิวในทิศอื่นแทน เลยไม่ต้องกลัวว่าจะมีเพื่อนบ้านแอบส่องให้เสียความเป็นส่วนตัว จาก Floor Plan ห้องส่วนใหญ่จึงหันหน้าไปทางทิศเหนือและใต้ ห้องทางด้านทิศใต้ซึ่งเป็นด้านหลังอาคารคงต้องเลือกให้เกิดชั้น 8 ขึ้นไป ถ้าไม่อยากถูกโครงการ Low Rise ในซอยบดบังทัศนียภาพ ขณะนี้โครงการยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จให้ปี 58 ที่ตั้งของโครงการนี้อยู่ในซอย แบริ่ง 6 อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า BTS แบริ่ง 400 เมตร แผนที่โครงการ สำนักงานขายตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการ ติดถนนสองด้าน คือถนนซอยแบริ่ง และถนนซอยแยกแบริ่ง 6 โครงการติดซอย แบริ่ง 6 ด้านหน้าสำนักงานขาย ถ่ายจากฝั่งตรงข้ามโครงการ ถนนซอยแบริ่งฝั่งขาออก ถนนสุขุมวิท ป้ายหน้าโครงการ กำลังสร้างกันอยู่ ที่จอดรถหน้าสำนักงานขาย หน้าสำนักงานจะมีหมีสีส้มตัวใหญ่ สังเกตุเห็นง่าย ป้ายชื่อโครงการ บรรยากาศภายในสำนักงานขาย บรรยากาศภายในสำนักงานขาย บรรยากาศภายในสำนักงานขาย โมเดลอาคาร ฝั่งทิศตะวันตก โมเดลอาคารฝั่งทิศตะวันออก โมเดลอาคารฝั่งทิศใต้ ส่วนของพื้นที่จอดรถ พื้นที่สีเขียวของโครงการ กระจายอยู่ตามชั้นต่างๆของโครงการ พื้นที่สีเขียวของโครงการ ด้านหน้าโครงการ ติดถนนแบริ่ง ชั้นดาดฟ้าของโครงการ Master Plan ชั้น G ด้านขวามือเป็นสวนหย่อม ส่วน Lobby และ พื้นที่รับแขก ก็อยู่ด้านหน้าตามมาตรฐาน ชั้นนี้ยังสามารถจอดรถได้ด้วย ชั้น 6 ชั้นเริ่มต้นของส่วนพักอาศัย มาถึงในส่วนของแบบห้องพักที่ทางโครงการมีให้เลือกถึง 4 แบบ เริ่มกันตั้งแต่ห้อง size เล็ก 26 ตรม. ไปจนถึง 104 ตรม. ที่สำคัญห้องทั้งหมดขายกันแบบ Full Furnished พร้อมแอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ต้องบอกว่าทางโครงการมีการจัดวางแปลนห้องมาได้ดีทีเดียว เพราะแต่ละห้องมี lay out ที่ชัดเจน เน้นความโปร่งสบายตา เพดานสูง 2.6 เมตร ซึ่งมากกว่ามาตรฐานคอนโดทั่วไป จึงไม่รู้สึกอึดอัดเลยเวลาอยู่ในห้อง ไล่เรียงกันตั้งแต่ห้องตัวอย่างขนาดเล็กสุดที่ 29 ตรม. เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ การจัดวางเป็นสัดส่วน เปิดประตูเข้ามาปุ๊ปก็เจอห้องรับแขกขนาดกระทัดรัด ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องนอนที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ชิ้น หันไปอีกด้านก็เป็นทางเข้าห้องครัว และห้องน้ำ ที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ ระเบียงเล็กๆ ด้านในสุดของห้องครัว ซึ่งพื้นที่ใช้สอยน้อยเสียจนไม่รู้ว่าจะพอทำอะไรได้บ้าง นอกจากจะวางคอมเพลสเซอร์แอร์ 2 ตัว เฟอร์นิเจอร์ในห้อง ทั้งชั้นวางทีวี ตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า เตียง ห้องครัว ทุกชิ้น Built in มาให้พร้อมห้องเสร็จสรรพ เรียกว่าแทบจะไม่ต้องซื้อหาเพิ่มเติม วัสดุ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็เลือกใช้ของคุณภาพ American Standard และยังแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้ง โดยมีฉากกั้นกระจกติดตั้งไว้เสร็จ มีชั้นวางของไว้เรียบร้อย ถือว่าลงตัวเลยทีเดียวสำหรับอยู่อาศัยเอง 1-2 คน ขยับขนาดห้องขึ้นมาอีกนิดที่ 34 ตรม. แต่ยังคงเป็นแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ซึ่งห้อง Type B นี้จะวางห้องน้ำไว้ในห้องนอนเลย ประตูห้องนอนจึงเป็นแบบสวิงแทนประตูกระจกบานเลื่อน แบ่งแยกพื้นที่ส่วนตัวกับห้องรับแขกออกอย่างชัดเจน เวลาเดินเข้ามาในห้องจึงเข้าสู่ห้องนั่งเล่น ก่อนจะเลยไปถึงห้องครัวยาวซึ่งสามารถมองตรงไปจนสุดระเบียง จะมีเพียงประตูกระจกบานเลื่อนกั้นพื้นที่แต่ละส่วนออกจากกันเท่านั้น ห้องแบบนี้จึงเปิดรับแสงได้มาก และให้ความรู้สึกโล่งโปร่งกว่าห้องแบบแรกพอตัวเลยทีเดียว ที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์ก็ยังคงจัดมาให้อย่างเต็มที่ไม่แพ้ห้องแบบแรก ห้อง Type B นี้เหมาะกับคนที่ชอบทำครัวหน่อย เพราะมีพื้นที่ห้องครัวกว้างขึ้น สามารถเปิดประตูระเบียงเพื่อระบายอากาศได้ดี ในขณะที่ประตูบานเลื่อนอีกฝั่งก็ช่วยป้องกันไม่ให้กลิ่นรบกวนเข้าไปในห้องนั่งเล่น ห้องตัวอย่าง Type A ขนาด 29 ตร.ม ประตูเป็นบานไม้บานใหญ่ มีตาแมวที่ประตู ประตูห้องเป็น Key Card และระบบล็อค 2 ชั้น เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องรับแขก บรรยากาศในห้องที่ตกแต่งไว้เป็นตัวอย่างแล้ว ติดกับห้องรับแขก จะมีโต๊ะทานข้าว และจะเห็นห้องนอน การจัดผังห้องเปิดพื้นที่โล่งโปร่งถึงกันทุกส่วน มุมมองจากห้องครัวมาห้องนั่งเล่น โซฟามาพร้อมกับห้อง มุมจากโต๊ะทานข้าวมาดูทีวี ชั้นวางทีวีก็มีให้ โต๊ะทานข้าวติดกับกระจกห้องนอน นั่งทานข้าวได้ 2 คน Air Condition โครงการจะให้เป็นยี่ห้อ Misubishi พื้นที่ในห้องนอนค่อนข้างจำกัด จึงใช้ประตูกระจกบานเลื่อนช่วยให้ดูโปร่งมากขึ้น มุมจากปลายเตียงด้านใน ในห้องนอนจะมี Build in ชั้นวางของให้ มองจากภายในห้องออกมาจะเห็นห้องรับแขก ประตูห้องนอนเป็นแบบกระจกบานเลื่อน ห้องครัวแต่งเต็ม แถมมาพร้อมห้องทั้งชุด มีช่องดูดควัน ใช้ยี่ห้อ HAFELE ซิ้งค์ล้างจากเป็นแบบทรงกลม ใช้ของยี่ห้อ HAFELE พร้อมด้วยเตาไฟฟ้า ของ HAFELE ใต้ซิ้งค์ล้างจาน มีถาดกันน้ำให้ วัสดุท่อของซิ้งค์ล้างจาน ส่วนของระเบียงจะมีไฟแขวนผนังให้ มุมจากห้องครัวมองไปห้องน้ำ ธรณีประตูขั้นระหว่างห้องครัวกับห้องน้ำเป็น กระเบื้องแกรนิต ห้องน้ำมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง พร้อมมีชั้นวางของ Built in มาให้เรียบร้อย อ่างล้างหน้า ก๊อกใช้ของ American Standard อ่างล้างหน้าใช้ของ American Standard ชักโครกก็ใช้ของ American Standard เครื่องดูดกลิ่นก็มีให้ ฉากกั้นห้องอาบน้ำเป็นเพียงกระจกบานเดียว ฝักบัวที่ให้ มุมจากโซนอาบน้ำมองออกมาด้านนอก สวิตช์ไฟพานาโซนิค หน้าตาตามมาตรฐาน ห้องตัวอย่าง Type B ขนาด 34 ตร.ม มุมนี้ถ่ายประตูทางเข้า มองเข้าไปถึงห้องครัว มุมจากห้องนั่งเล่นไปเห็นห้องนอน ชั้นวางทีวี โครงการก็มีไว้ให้ Build in ชั้นวางของ ห้องนั่งเล่นอยู่ติดประตูทางเข้า ทำให้ไม่เหลือพื้นที่วางโต๊ะกลางหน้าโซฟา ประตูห้องนอนจะเป็นแบบบานสวิงปกติ ห้องนอนของห้อง Type B มีพื้นที่กว้างขวางเลยทีเดียว มุมนี้ถ่ายจากหน้าห้องน้ำ จะเห็นว่าห้องนอนกว้างพอสมควร ห้องนอนของห้อง Type B มีห้องน้ำในตัว และจะเห็น Built in ตู้เสื้อผ้า มุมนี้ถ่ายจากมุมด้านในสุดของห้องนอน มุมหัวเตียง ห้องน้ำกว้างดดี แถมยังแยกที่อาบน้ำและมุมทำธุรส่วนตัวไว้คนละด้าน มีที่วางของสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ที่วางของในห้องน้ำเป้นหินแกรนิต โซนเปียกในห้องน้ำ มีพื้นที่พอสมควรจึงอาศัยบานกระจกกั้นเพียงบางส่วนเท่านั้น ราวตากผ้าเป็นแบบ Stanless ที่ใส่กระดาษชำระ ชุดครัว Built in ที่ทางโครงการจัดไว้ให้พร้อม Built in ห้องครัว อีกด้านของห้องครัวถูกจัดเป็นมุมกินข้าวแบบเคาร์เตอร์หันหน้าเข้ากำแพง โต๊ะทานข้าวที่ทางโครงการจัดให้ อีกส่วนหนึ่งของห้องครัว จากห้องนอนมองออกไปห้องรับแขก จากห้องครัวมองไปทางห้องรับแขก มุมจากห้องครัวมองไปทางห้องนั่งเล่น Built in กระจกด้านหลังโครงการไม่ได้ให้ มุมจากห้องครัวเยื้องไปทางห้องนอนจะเห็นห้องน้ำ Built in โครงการมีให้เรียบร้อย รางเลื่อนอลูมิเนียม กั้นพื้นที่ระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่น พื้นที่ว่างตรงระเบียงมีที่ว่างพอให้ตากผ้าเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง ห้องแบบสุดท้ายเป็นห้องขนาดใหญ่สุดที่ 53.1 ตรม. ตามแปลนแบ่งไว้เป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องนอนใหญ่ซึ่งอยู่ด้านในสุดมีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องนอนเล็กที่อยู่ถัดออกมา ขนาดกระทัดรัดจนเกือบจะเรียกว่าอึดอัด ถ้าไม่จำเป็นต้องมีอีกห้องนอน ห้องนี้สามารถดัดแปลงเป็นห้องทำงาน หรือใช้งานอื่นๆ แทน ส่วนพื้นที่ของห้องครัวและห้องรับแขกนั้นเปิดโล่งถึงกัน จึงเหมาะกับการทำครัวแบบเบาๆ มากกว่า เพื่อป้องกันปัญหากลิ่นอาหารกระจายเต็มห้อง และด้วยความที่พื้นที่ห้องกว้างพอสมควร ตามผนังจึง Built in ตู้มาให้เยอะพอดู ทำให้เพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีกไม่น้อยเลย ถึงขนาดห้องจะค่อนข้างกว้าง แต่ถ้าดูกันตามแปลนห้องแล้ว ตัวห้องก็มีจุดเสียเยอะอยู่พอสมควรเลย ทั้งเรื่องห้องนอนเล็กที่แคบเกินไป แค่วางเตียงก็เต็มห้องแล้ว รวมไปถึงห้องนอนใหญ่ที่มีหน้าต่างถึง 2 ด้าน ออกจะร้อนพอดู แถมหน้าต่างด้านปลายเตียงยังทำให้เราไม่สามารถแขวนทีวีได้ จึงต้องมีตู้วางกินพื้นที่เข้าไปอีก และจุดเล็กจุดน้อยอื่นๆ อีก ห้องแบบนี้จึงดูจะสวยแต่รูปซะมากกว่า โดยรวมๆ แล้ว The Gallery นี้ ถือว่าเป็นโครงการที่ทำการบ้านมาดีพอตัวเลย เพราะการจัดวัสดุอุปกรณ์ระดับคุณภาพ เฟอร์นิเจอร์แบบ Full Furnished และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้กันเต็มที่ ถือว่าแถมกันเยอะมากๆ สำหรับห้องเราราคาเดียวกันในทำเลแถวนี้ สำหรับแปลนห้องก็ต้องแล้วแต่การใช้สอยของแต่ละคน อาจมีข้อเสียบ้างในส่วนของระเบียงห้องที่ใช้งานได้ไม่เต็มที่ เพราะติดที่ตำแหน่งการวางคอมเพลสเซอร์แอร์ นอกนั้นก็ต้องลองเปรียบเทียบความคุ้มค่าหลายๆ ด้านกับโครงการอื่นๆ ดูกันก่อน ทั้งในแง่ของการซื้อไว้สำหรับอยู่อาศัยเอง หรือในแง่ของการลงทุนเก็งกำไร ซึ่ง “Review Your Condo” ก็ได้มีการสรุปบทวิเคราะห์เรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนมาให้พร้อมแล้ว เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาที่ง่ายยิ่งขึ้น