Tag : Whizdom

3 ผลลัพธ์
Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางเมือง : รีวิวคอนโด

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางเมือง : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้จะพาทุกคนไปพบกับคอนโดมิเนียมที่อยู่กลางทำเลทอง ศักยภาพดีอย่างย่าน อโศก กับ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT จาก Magnolia Quality Development Corporation ที่ให้ทุกคนได้สัมผัสใกล้ชิดกับสวนที่ร่มรื่นและวิวทะเลสาบสวยงามอย่างสวนป่าเบญจกิติ ที่หาบรรยากาศดีๆ กลางเมืองแบบนี้ไม่ได้ที่ไหน ตอบโจทย์ทุก Lifestyle ครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้ง Office Building, ห้างสรรพค้า ทำเลทอง ใกล้ชิดธรรมชาติ ถนนรัชดาภิเษกเริ่มจากสี่แยกอโศกซึ่งตัดกับถนนสุขุมวิท และบริเวณสี่แยกมีสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศกและยังเป็นจุด Interchange กับ MRT สุขุมวิท ซึ่งถนนรัชดาภิเษกเชื่อมต่อกับถนนอโศกมนตรียาวลงมาเป็นถนนรัชดาภิเษกและเชื่อมต่อถนนพระราม 3 ใกล้กับ MRT สถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ บนถนนรัชดาภิเษกอยู่ในระแวกอโศกซึ่งถือเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมืองสุดฮอต จึงเต็มไปด้วย Office Building, โรงแรมหรือห้างสรรพสินค้ามากมายถือเป็นสุดยอดทำเลศักยภาพดี     WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT (วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ “สวนป่าเบญจกิติ” ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่มีความร่มรื่นเป็นธรรมชาติ บวกกับทะเลสาบทำให้บรรยากาศป่าในเมืองที่หาได้ยากมากครับ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าซอย สุขุมวิท 16 เป็นอีกหนึ่งเส้นทางไปยังตัวโครงการครับ ซึ่งภายในซอยเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ มากมายรวมไปถึงซุปเปอร์มาร์เกต ทำให้สะดวกสบายกับผู้อยู่อาศัยในโครงการมากขึ้น   พูดถึงการเดินทางนั้นแสนจะง่ายดาย เพราะเพียง 450 เมตร จากตัวโครงการถึง BTS สถานีอโศกและ MRT สถานีสุขุมวิท ภายในสถานีมี Sky Walk สามารถเดินเชื่อมเข้าห้างสรรพสินค้า Terminal 21 หรือโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง Grande Centre Point สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบพูดได้เลยว่าเพียบ ครบครันเริ่มจากไปทางถนนอโศกมนตรีก็เจอสถานศึกษาชื่อดังอย่าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือจากสี่แยกอโศกไปทางถนนสุขุมเพียงนั่ง BTS ไปสถานีพร้อมพงษ์เพียงสถานีเดียวแค่ 1.5 กิโลเมตร ก็ถึงห้างสรรพสินค้า Emquartier และ Emporium ถัดมาอีกฝั่งของถนนสุขุมวิทเลยขึ้นไปก็เข้าเมืองอย่าง สยาม ในระหว่างทางก็จะผ่าน เพลินจิต ชิดลมก็จะพบห้างสรรพสินค้ามากมายอย่าง Robinson อโศก, Central Embassy, central Chidlom,  Gaysorn Village ยาวจนถึงสยามก็จะเป็น Siam Paragon, Siam Square one, Siam Center, Siam Discovery เอาใจนักช้อปอย่างมากครับ   ภาพรวมโครงการ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT (วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) คอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร 39 ชั้น 553 ยูนิตและ 6 ร้านค้า บนพื้นที่ 3-1-96 ไร่ ที่จอดรถ 85% เป็นแบบปกติและ Auto Parking การออกแบบตัวอาคารได้แรงบันดาลใจเปรียบตัวอาคารเสมือนหุบเขาสูงตระหง่าน สง่างามเป็นธรรมชาติตั้งอยู่ในผืนป่าใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ลักษณะรูปทรงเป็นธรรมชาติพลิ้วไหว ตัวฟาซาดของอาคารทำรูปทรงโค้งและพริ้ว ให้ความรู้สึกถึงขุนเขาที่แบ่งเป็นชั้น ซึ่งข้อดีสามารถช่วยป้องกันแสงแดดและฝนได้ดี นอกจากนี้ทำให้ห้องพักอาศัยส่วนใหญ่ได้สัมผัสบรรยากาศวิวทะเลสาบและสวนป่าที่อยู่ด้านหน้า และพูดถึง Facility ทางโครงการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ และครบครันอย่าง Co-Working Space & Conference Room, Grand Lobby, Sky Lounge, Pool Garden   ไฮไลท์สำคัญของตัวโครงการ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT นอกจากการเดินทางสะดวก อยู่ในทำเลที่ดีบรรยากาศดีแล้ว ทางโครงการใส่ใจทุกรายละเอียดในการอยู่อาศัยของลูกบ้านซึ่งมาพร้อมกับแนวคิด "For All WELL-BEING" ที่ตั้งใจมอบให้ผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมรอบโครงการมีคุณภาพที่ดี โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านได้แก่   ENERGY & ECOLOGY การคำนึงเรื่องพลังงานและระบบนิเวศน์รอบโครงการ โดยนำเกณฑ์การออกแบบจากสถาบันอาคารเขียวไทยที่ได้รับความน่าเชื่อถือ อ้างอิงมาตรฐานคุณภาพของโครงการตามมาตรฐานการประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย (TREES-NC) อย่างเช่นแบบอาคารออกแบบโดยคำนึงทิศทางลม และแสงเพื่อลดความร้อนและมลภาวะจากภายนอกสู่ตัวอาคารได้น้อยที่สุด   HEALTH & WELLNESS การออกแบบทุกรายละเอียดให้อยู่สบายและสุขภาพดี โดยวัสดุต่างๆ ปลอดภัยต่อสุขภาพ ลดการเกิดอุบัติเหตุ การออกแบบระบบปรับอากาศลดการสะสมของฝุ่นและการเกิดเชื้อรา อย่างโครงการจะไม่ติดวอลเปเปอร์เพราะจะเป็นที่สะสมของเชื้อราและฝุ่นละอองแต่จะให้กำแพงเปล่าและใช้สีทาที่เป็นแบบ Non Toxic ไม่ทำให้เกิดสารตกค้างดีต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย   SENSES & HAPPINESS การออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งาน เอื้อต่อการใช้งานของคนทุกวัย ในทุกพื้นที่ส่วนกลาง   พาชมห้องตัวอย่าง โครงการ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT มีรูปแบบยูนิตหลากหลายขนาดโดยเริ่มต้นที่ 1 Bedroom ขนาด 34 ตร.ม. จนถึง Ultra Penthouse ขนาด 240-290 ตร.ม. ทางโครงการให้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted โดย Build in ชุดครัว, ห้องน้ำ, เครื่องปรับอากาศให้ทุกยูนิต และเครื่องฟอกอากาศ   1 Bedroom 35 ตร.ม. เริ่มต้นกันที่ 1 Bedroom เปิดประตูเข้ามาตัวยูนิตมีลักษณะลึก เริ่มจากห้องครัวเป็นครัวเปิด ซึ่งสามารถต่อเติมทำเป็นครัวปิดได้ตามความต้องการของลูกบ้านครับ ต่อมาเป็นส่วนของ Common Area และสุดห้องเป็นส่วนของระเบียง ความสูงจากเพดาน 3 เมตรทำให้ห้องดูโล่ง โปร่งสบาย ไม่อึดอัดครับ นอกจากนี้ภายในห้องจะสังเกตได้ว่าไม่มีสวิทช์เป็นการทำงานแบบอัตโนมัติหรือสั่งการผ่านรีโมทครับ   ในส่วนแรกเป็นส่วนของครัวซึ่งเป็นครัวเปิดและทางโครงการ Build in ชุดครัวให้ทั้งตู้เย็น จากแบรนด์ Liebherr, เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว, เครื่องดูดควัน และเตาอบจากแบรนด์ Kuppersbusch นอกจากนี้ด้านซ้ายมือสุดเป็นชั้นวางรองเท้าซึ่งทางโครงการ Build in ให้เหมือนกันครับ     ถัดมาเป็นส่วนของ Common Area ซึ่งทางโครงการ Build in โต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งเป็นตัวแบ่งฟังก์ชันก่อนเข้าห้องนั่งเล่นทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วน     พื้นที่ระเบียงหลังห้องมีพื้นที่มากสามารถวางราวตากผ้า หรือสามารถทำเป็น Pocket Garden ตามความต้องการของลูกบ้านได้ครับ และทางโครงการติดตั้งปลั๊กไฟเพื่อการใช้ตามความต้องการของลูกบ้านครับ     ถัดมาเป็นส่วนของห้องนอนทางโครงการวาง Concept ให้ทุกห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด Queen Size ขึ้นไปได้ครับ และยังไม่ดูอึดอัดมีพื้นที่เหลือ หน้าห้องน้ำเป็นพื้นที่ Walk In Closet ทางโครงการให้ตู้เสื้อผ้าครับและมีขนาดความลึก 70 เซนติเมตรตามมาตราฐานสามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สุดได้ครับ      นอกจากนี้ทางโครงการให้เครื่องปรับอากาศที่เป็นระบบ Water Cooling หนึ่งใน Smart Building ที่เน้นเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัยและลดมลภาวะทางอากาศ และด้านขวามือคือเครื่อง ERV ที่คอยตรวจจับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถ้ามากเกินไประบบจะระบายอากาศและนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาแทน   สุดท้ายภายในห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์ตามที่เห็นเลยครับ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบลอยตัวจากแบรนด์ GROHE พร้อมตู้เก็บของใต้อ่าง โถสุขภัณฑ์จากแบรนด์ Toto Washlet เป็นแบบฝารองนั่งอัตโนมัติ ฝักบัวแบบ Rain Shower จากแบรนด์ GROHE   1 Bedroom Suite 48 ตร.ม. ถัดมาเป็นแบบ 1 Bedroom Suite ขนาด 48 ตร.ม. ซึ่งมีความคล้ายกับขนาดแรกเพียงแต่ได้พื้นที่ใช้สอยใน Common Area และส่วนของห้องนอนกับพื้นที่ Walk In Closet มากขึ้น ทำให้ห้องกว้างขวาง โปร่งโล่งสบายมากขึ้นครับ ในส่วนของห้องน้ำขนาดนี้สามารถเข้าได้สองทางจากห้องครัว หรือห้องนอนได้ครับ   เข้ามาในส่วนแรกยังเป็นห้องครัวเหมือนเดิมครับ แต่จะสังเกตได้ว่าพื้นที่ในห้องครัวมีขนาดกว้างขึ้น และเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบ L shape ด้านขวามือสุดเป็นตู้เก็บรองเท้าครับ     ถัดมาในส่วนของ Common Area สามารถวางโซฟาสำหรับ 3 ถึง 4 ที่นั่งและวางชั้นวางทีวีได้อย่างเป็นสัดส่วนลงตัว  Floor To Ceiling 3 เมตรทำให้ดูไม่อึดอัดเลยครับ     ขยับมาจากโซน Common Area เป็นส่วนของระเบียงซึ่งเป็นแบบ Double Skin ซึ่งประตูกระจกแรกก่อนเข้าตัวระเบียงเป็นแบบบานเฟี้ยม จากตัวระเบียงมีราวกันตกเป็นแบบกระจกและมีประตูกระจกแบบบานเลื่อนข้อดีของการมีประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกเพื่อป้องกันฝุ่นละออง หรือฝนเข้ามาในระเบียงห้องได้ครับ     เข้าสู่ Master Bedroom ยังคงสามารถวางเตียงขนาด Queen Size ขึ้นไปได้ครับ และยังเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงตัวอย่างทางโครงการ Build in ตู้และโซฟาริมหน้าต่างสามารถเป็นมุมโปรดไว้อ่านหนังสือได้ครับ กระจกในห้องนอนเป็นแบบบานกระทุ้ง    ต่อจากห้องนอนก่อนไปส่วนห้องน้ำ เป็นส่วนของ Walk In Closet ซึ่งมีประตูกระจกแบบบานเลื่อนกั้นห้องให้เพื่อดูเป็นสัดส่วน และทางโครงการ Build in ตู้เสื้อผ้าให้สองฝั่งเป็นแบบระบบ Censor เมื่อเปิดตู้ไฟจะเปิดอัตโนมัติครับ   ห้องน้ำยังคงให้สุขภัณฑ์เหมือนแบบ 1 Bedroom ครับ และภายในพื้นที่อาบน้ำทางโครงการเจาะผนังสามารถวางของได้ครับ นอกจากนี้ห้องน้ำเป็นแบบ Double Access เชื่อมทั้งห้องนอนและห้องครัวครับ     2 Bedroom 2 Bathroom 70 ตร.ม. มาถึงห้องตัวอย่างแบบสุดท้ายคือ 2 Bedroom 2 Bathroom มีลักษณะลึก ซึ่งแบ่งฟังก์ชันเป็นสัดส่วนโดยเริ่มที่เข้ามาเป็นส่วนของครัว ถัดมาเป็น Common Area วางโต๊ะรับประทานอาหารและส่วนของที่นั่งเล่น ท้ายสุดเป็นส่วนของระเบียง ส่วนด้านขวามือมีทางเดินไปยังห้องนอนแรกและ Master Bedroom    ส่วนแรกเป็นส่วนของครัวที่มีขนาดพื้นกว้างพอสมควรครับ ตัวเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบ L Shape ด้านซ้ายมือสุดเป็นตู้เย็นที่ทางโครงการ Build in อยู่ในตู้อีกทีเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้ในส่วนครัวลูกบ้านสามารถต่อเติมประตูกระจกบานเลื่อนทำเป็นครัวปิดได้ตามความต้องการของลูกบ้านได้ครับ     ในส่วนถัดมาเป็นส่วนของ Common Area พื้นที่นั่งเล่นทำกิจกรรมซึ่งมีพื้นที่กว้างมากสามารถวาง L Shape Sofa และโต๊ะกลางได้ครับ และยังเหลือพื้นที่ทางเดินอีกมากเลยครับ ต่อจากส่วน Common Area เป็นส่วนของระเบียงที่เป็นแบบ Double Skin สามารถทำเป็น Pocket Garden ได้หรือสามารถทำเป็นมุมนั่งทำงานอ่านหนังสือเปลี่ยนบรรยากาศรับอากาศภายนอกตามความชอบของผู้อยู่อาศัยได้ครับ       ถัดมาเป็นส่วนโถงทางเดินไปยังห้องนอนโดยซ้ายมือเป็นห้องนอนแรก และด้านฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำกลาง และสุดทางเดินเป็นส่วนของห้อง Master Bedroom ครับ   ภายในห้องนอนแรกมีพื้นที่มากพอสามารถวางเตียงขนาด Queen Size ขึ้นไปได้ครับ และยังพอเหลือพื้นที่วาง Side Table นอกจากนี้ทางโครงการ Build in ตู้เสื้อผ้ามาให้ด้วยครับ   ภายในห้องน้ำกลางมีส่วนของพื้นที่อาบน้ำให้ครับโดยมีฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกใส และยังแบ่งพื้นที่เปียกกับแห้งไว้ให้เป็นสัดส่วน   ออกมาจากห้องน้ำด้านข้างทางโครงการทำเป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้า หรือเป็นตู้เก็บของได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยครับ   มาที่ห้องสุดท้ายกับ Master Bedroom ที่มีพื้นที่กว้างขวางมาก สามารถวางเตียงขนาด King Size ได้ครับ หน้าต่างกระจกเป็นแบบโค้งเล่นมุมทำให้ดูมิติมากขึ้น ถัดมาเป็นส่วนของ Walk In Closet ที่มีพื้นที่กว้างสามารถโต๊ะเครื่องแป้งได้อีกครับ มาพร้อมกับตู้เสื้อที่มีขนาดใหญ่ที่มีระบบ Censor เมื่อเปิดตู้ไฟจะเปิดอัตโนมัติที่ทางโครงการจัดมาให้เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานครับ     ในส่วนสุดท้ายเป็นส่วนของห้องน้ำที่แบ่งอย่างเป็นสัดส่วนโดยเข้ามามีอ่างล้างหน้าแบบลอยตัว 2 อ่าง Build in ตู้เก็บของเพื่อประโยชน์ใช้สอยมากขึ้นครับ ด้านซ้ายมือเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์จากแบรนด์ Toto Washlet เป็นแบบฝารองนั่งอัตโนมัติ ด้านขวามือเป็นพื้นที่อาบน้ำโดยแบ่งส่วนที่เปียกและแห้งด้วยฉากกั้นกระจกใส และภายในพื้นที่อาบน้ำของ Master Bedroom แบบ 2 Bedroom ขึ้นไปทางโครงการให้ Bath Tub ด้วยครับ       WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT คุ้มค่าทั้งอยู่อาศัยหรือการลงทุน ทั้งทำเลศักยภาพดีย่าน CBD อย่างอโศก ซึ่งที่ดินหาได้ยากในการทำคอนโดมิเนียมเต็มที พร้อมกับสัมผัสท่ามกลางสวนป่าธรรมชาติรายล้อมใจกลางเมืองที่หาได้ยากกับ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT ตอบโจทย์ทุก Lifestyle ครบครัน Facility รองรับลูกบ้านอย่างเต็มที่ มาพร้อมกับนวัตกรรม Smart Building ที่ใส่ใจความเป็นอยู่ สุขภาพ ของลูกบ้าน ทั้งหมดนี้ส่งให้ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT กลายเป็นคอนโดมิเนียมในระดับพรีเมี่ยมที่สุดจากแบรนด์ Whizdom ณ ตอนนี้จาก Magnolia Quality Development Corporation มามอบให้คุณ   รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมที่ : WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT        
MQDC เปิดตัวไฮไลท์ทำเลเด่นที่สุดใจกลาง CBD “วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท” สุดยอดทำเลหายากกลางอโศก ในคอนเซ็ปต์ “Own the rare” วิวสวนป่าเบญจกิติ

MQDC เปิดตัวไฮไลท์ทำเลเด่นที่สุดใจกลาง CBD “วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท” สุดยอดทำเลหายากกลางอโศก ในคอนเซ็ปต์ “Own the rare” วิวสวนป่าเบญจกิติ

MQDC แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียมและโครงการมิกซ์ยูสคุณภาพ เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยแบรนด์ Whizdom (วิสซ์ดอม) เปิดตัวไฮไลท์ทำเลเด่นที่สุดใจกลาง CBD Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) สุดยอดทำเลหายากกลางอโศก ในคอนเซ็ปต์ “Own the rare” วิวสวนป่าเบญจกิติ สวนสาธารณะขนาด 450 ไร่ เดินทางสะดวกสบายใกล้ BTS, MRT อโศกอินเตอร์เชนจ์สเตชั่น และทางด่วนรายรอบ พร้อมส่งมอบที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ด้วยการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่เหนือกว่าด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี การก่อสร้าง และสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรแก่ผู้พักอาศัย อัษฎา แก้วเขียว ประธานผู้อำนวยการ-วิสซ์ดอม บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ จำกัด (MQDC) หนึ่งในผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า เป็นอีกปีหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างภูมิศาสตร์เมือง จากการเริ่มสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ และบางสายที่จะเริ่มให้บริการ ส่งผลโดยตรงกับราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกทำเล รวมถึงราคาที่อยู่อาศัยก็ปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน คอนโดมิเนียมยังเป็นสินค้าหลักในปัจจุบันและอนาคต แต่ที่ดินใจกลางเมืองมีจำกัด และที่ดินบริเวณรอบนอกเข้าสู่ตลาดที่ดินมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการรายหลายหันมาเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและโครงการ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลง   “โครงการของ Whizdom (วิสซ์ดอม) ออกแบบเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและแรงบันดาลใจของสังคมแห่งการอยู่อาศัย เพื่อขับเคลื่อนรูปแบบชีวิตของคนรุ่นต่อไป ผสมผสานสังคมแห่งการเรียนรู้และแบ่งปัน เพื่อให้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ซึ่งโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) เป็นโครงการที่ถูกตั้งเป็น Flagship ล่าสุดของแบรนด์ Whizdom (วิสซ์ดอม) ในคอนเซ็ปต์  “Own the rare” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะ Rare Location ทำเล ‘อโศก” ที่ถือว่าเป็น CBD ที่แท้จริงของกรุงเทพฯ พร้อมด้วยการคมนาคมและสิ่งอำนวยความสะดวกสบายรอบๆ โครงการ ร้านอาหาร ห้างสรรสินค้าชื่อดังต่างๆ  Rare Innovation เพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งที่ต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง การพัฒนาโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) ถูกออกแบบมาโดยให้แนวคิดเริ่มต้นด้วยการทำ Co-creation คือการให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิด ความต้องการ รวมถึง pain points ที่เจอและอยากเปลี่ยนแปลง รวมถึงการทำ Innovation และมาตรฐานของ MQDC มาใช้อย่างครบถ้วน ทำให้ Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) มีครบทุกองค์ประกอบ เหมาะกับ Rare lifestyle ของการอยู่อาศัยสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์” โดยแรงบันดาลใจของโครงการ ได้แนวคิดจากมหานครใหญ่ทั่วโลกจะมีสวนป่าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ๆ ผู้คนต่างพากันมาใช้เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย พบปะเพื่อนฝูง เป็นที่สังสรรค์ และพาครอบครัวมาผ่อนคลาย เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครที่มีสวนป่าใจกลางเมืองอย่าง “สวนป่าเบญจกิติ” ที่อยู่ใจกลางอโศก พื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 450 ไร่ เป็นศูนย์รวมของพันธุ์ไม้นานาชนิดอยู่ในสวนป่าที่ใหญ่ที่สุด กลายเป็นที่มาของ “Queen of Urban Nature” แนวคิดการพัฒนาโครงการที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เพราะโดยปกตินั้นการที่ผู้คนในมหานครจะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาตินั้นเป็นไปได้ยาก หรืออาจจะต้องเลือกที่จะไม่อยู่กลางเมือง เพื่อจะได้สัมผัสและใกล้ชิดกับพื้นที่ สีเขียวขนาดใหญ่ แต่โครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) เป็นโครงการที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัวที่จะได้อาศัยในเมือง พร้อมสัมผัสพื้นที่สีเขียวผืนใหญ่ได้อย่างเต็มที่และสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด จุดเด่นของโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit (วิสซ์ดอม อโศก สุขุมวิท) ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ตามแนวคิด “FOR ALL WELL-BEING” ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาโครงการของ Whizdom (วิสซ์ดอม) ทุกรายละเอียด และด้วยงานวิจัย ที่ตั้งใจคิดค้นและพัฒนามาเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมโดยรอบโครงการ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่   ENERGY & ECOLOGY การคำนึงเรื่องการใช้พลังงานและระบบนิเวศน์รอบโครงการ โดยนำเกณฑ์การออกแบบจากสถาบันอาคารเขียวไทยที่ได้รับความน่าเชื่อถือมาอ้างอิงเพื่อคุณภาพของโครงการตามมาตรฐานการประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย (TREES-NC)   HEALTH & WELLNESS การออกแบบทุกรายละเอียดให้อยู่สบายและสุขภาพดี ด้วยการเลือกวัสดุต่างๆ ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ลดการเกิดอุบัติเหตุ การออกแบบระบบปรับอากาศที่ลดการสะสมของฝุ่นและการเกิดเชื้อราเพื่อคุณภาพอากาศภายในห้องที่ดี รวมถึงการออกแบบระบบท่อออกหลัง เพื่อลดปัญหาน้ำรั่วหรือท่ออุดตัน สามารถบำรุงรักษาได้สะดวก โดยไม่รบกวนผู้พักอาศัยห้องอื่นๆ   SENSES & HAPPINESS การออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ถูกสุขลักษณะเพื่อการรับรู้ที่ดี (Psychology and Human Perception) ของผู้อยู่อาศัย รวมไปถึงการออกแบบสำหรับทุกคน (Universal Design) เอื้อต่อการใช้งานของคนทุกวัย ในทุกพื้นที่ส่วนกลาง   นอกจากนี้สิ่งที่ทางโครงการเพิ่มเติม คือ เรื่องนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นมา สร้างความสะดวกสบาย ด้วย Smart unit โดยการใส่ระบบ Home intelligent system ที่นอกจากจะตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์และความปลอดภัยแล้วความพิเศษเฉพาะ คือ เป็นระบบที่ออกแบบมาตามแนวคิด Well-Being ตอบโจทย์เรื่อง “สุขภาพที่ดีของผู้อยู่อาศัย เพราะคุณภาพอากาศที่ดีส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดี” โดยมี Indoor Air Quality Sensor ที่คอยตรวจเช็คปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในห้องพักให้อยู่ในระดับที่ไม่มากเกินไป ทำงานร่วมกับระบบระบายอากาศเพื่อถ่ายเทก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป และนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามา โดยผ่านเครื่อง ERV ที่ให้ยิ่งกว่าอากาศบริสุทธิ์ เพราะปรับสภาวะอากาศให้อยู่ในความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม Smart building ที่ออกแบบอาคารโดยคำนึงถึงเรื่องทิศทางของลม และแสงเพื่อลดความร้อนและมลภาวะจากภายนอกสู่ตัวอาคาร นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเพิ่มเติมพื้นที่สีเขียวในรูปแบบของ Pocket garden ที่ช่วยเพิ่มก๊าซออกซิเจนและความสวยงามให้กับตัวอาคาร อีกทั้งยังมีการใช้ระบบ Water cooling ที่ใช้กับโรงแรม 5 ดาว หรือโรงพยาบาลที่เน้นเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลักสำคัญ นอกจากนี้ทางโครงการยังมี Access control & analysis คือการจดจำใบหน้าขอผู้พักอาศัย เพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายในการเข้าและออกอาคาร พร้อม Security Robot ที่จะช่วยตรวจตราวัตถุต้องสงสัยรวมถึงเมื่อมีเหตุฉุกเฉินในที่จอดรถ Security Robot จะมีส่วนเชื่อมต่อกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อให้เกิดการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ในด้านของระบบจอดรถ ทางโครงการมีระบบจอดรถแบบอัตโนมัติและแบบวนจอด รวมทั้งสิ้น 85% เพื่อประหยัดเวลาในการหาที่จอด   “เป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโครงการ คือการมอบที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และยกระดับคุณภาพคอนโดมิเนียมในประเทศโดยใส่เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทาง Whizdom  (วิสซ์ดอม) มี และได้ศึกษาร่วมกับทาง RISC (Research & Innovation for Sustainability Center) ทั้งนี้ โครงการจะแล้วเสร็จภายในปี ธันวาคม 2021 โดยตั้งยอดขายไว้ 80% ถึงสิ้นปีนี้ โดยจะมีงานเปิดขาย Pre-sales ในวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2561 คาดว่าจะมีลูกค้าสนใจเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมียอดผู้ลงทะเบียนเข้าชมโครงการเป็นจำนวนมาก” อัษฎา กล่าวทิ้งท้าย        
แมกโนเลียฯ ปักธงผู้นำคอนโดมิเนียมระดับคุณภาพ เปิดตัว “วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์นิวเจนฯ

แมกโนเลียฯ ปักธงผู้นำคอนโดมิเนียมระดับคุณภาพ เปิดตัว “วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์นิวเจนฯ

ที่สุดแห่งความสะดวกด้านการเดินทาง ติดรั้ว MRT สถานีลาดพร้าว ใส่ใจคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยด้วยการออกแบบที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยพื้นที่สีเขียวทั้งบนดินและสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่กว่า 1,700 ตรม. ตอบโจทย์นิวเจนฯด้วย customer activities ทุกแง่มุมของชีวิต & Sense of Living ล้ำด้วยคุณภาพโครงสร้างอาคารที่รับประกันนานถึง 30 ปี พร้อมส่งมอบด้วย Zero Defects Delivery และสิทธิพิเศษวันนี้ถึง 30 กันยายน 2560 บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดหรือ MQDC หนึ่งในผู้นำธุรกิจพัฒนา ลงทุน และจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยทั้งแบบบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม และโครงการมิกซ์ยูส ภายใต้แบรนด์ แมกโนเลียส์ และ วิสซ์ดอม ปักธงผู้นำคอนโดมิเนียมระดับคุณภาพ โดยเปิดตัว “วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว” (Whizdom, Avenue Ratchada-Ladprao) ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์นิวเจนฯ ที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัยเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ด้วยทำเลที่ติดกับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีลาดพร้าว โดยโครงการวิสซ์ดอมฯ ลาดพร้าว ใส่ใจคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ด้วยการออกแบบที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยพื้นที่สีเขียวทั้งบนดินและสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่กว่า 1,700 ตรม. พร้อมตอบโจทย์นิวเจนฯด้วย customer activities ที่มีกิจกรรมหลากหลาย และ Sense of Living ตอบสนองทุกแง่มุมของการใช้ชีวิต พร้อมรับประกันโครงสร้างอาคาร-การใช้งานและการรั่วซึมของน้ำฝน บานวงกบ ประตู และหน้าต่าง นานถึง 30 ปี และเสริมทัพด้วย Zero Defects Delivery พร้อมส่งมอบความสมบูรณ์แบบให้ลูกค้าและสิทธิพิเศษส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท วันนี้ถึง 30 กันยายน 2560 นายอัษฎา แก้วเขียว ประธานผู้อำนวยการ-วิสซ์ดอม บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวถึง “โครงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว” ว่า “เราเจาะกลุ่มเป้าหมายคนเมืองและคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย และพิถีพิถันในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง โดยมี 5 ปัจจัยหลักที่ตอบโจทย์  ได้แก่ ทำเลของโครงการถือว่าอยู่ใน The best location ด้วยที่ตั้งของโครงการติดกับสถานี MRT ลาดพร้าว ทางออกหมายเลข 1 ซึ่งถือว่าเป็น One Step จากรถไฟฟ้าอย่างแท้จริง และในอนาคตอันใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่จะเชื่อมต่อการคมนาคมเส้นลาดพร้าวไปยังสำโรงอีกด้วย โครงการตั้งอยู่บนถนนลาดพร้าว แยกรัชดา-ลาดพร้าว ซึ่งถือเป็นทำเลศักยภาพแห่งหนึ่งของกรุงเทพที่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง อาทิเช่น ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โรงเรียน โรงพยาบาล และยังเป็นทำเลที่ถูกเรียกว่าเป็นใจกลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) ของกรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อถนนรัชดาภิเษก-พระราม 9 และสามารถเชื่อมต่อไปยั่งพื้นที่อื่นๆได้สะดวก-รวดเร็วอีกด้วย รับประกันนานถึง 30 ปี (ซึ่งถือเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาฯ รายแรกที่กล้าให้การประกันคุณภาพยาวนานที่สุด) โดยรับประกันด้านคุณภาพโครงสร้างอาคาร ใน 4   เรื่องหลัก รอยร้าว และกำลังคอนกรีต เสา คาน พื้น เรื่องความแข็งแรงทั่วไปและการรั่วซึมของหลังคาและดาดฟ้า การรั่วซึมของท่อน้ำในระบบประปาและสุขาภิบาล การรั่วของกระแสไฟฟ้า การใช้งานและการรั่วซึมของน้ำฝน ของบานวงกบ ประตู และหน้าต่าง การออกแบบอย่างพิถีพิถันและใส่ใจในทุกรายละเอียด ผสมผสานการวิจัยและพัฒนา เข้ากับการดีไซน์ และความใส่ใจในเรื่องการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ออกแบบตามมาตรฐาน “สถาบันอาคารเขียวไทย” (Thai Green Building Institute) เพื่อนำเสนอโครงการคุณภาพที่ตอบสนองทุกฟังก์ชั่นของชีวิต และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในทุกวัน อาทิ รูปแบบและการจัดวางพื้นที่ภายในห้องพักสอดคล้องกับหลักสรีระศาสตร์เหมาะสมกับระยะร่างกายของมนุษย์เพื่อความสะดวกสบายสำหรับทุกกิจกรรม อยู่สบายและไม่รู้สึกอึดอัด การวางตำแหน่งไฟ ตำแหน่งแอร์ที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้อยู่อาศัย ทิศทางการวางตำแหน่งตัวตึกสอดคล้องกับทิศทางแสงอาทิตย์และทิศทางลม เพื่อลดความร้อน และเพิ่มการหมุนเวียนถ่ายเทของอากาศภายในห้องพัก เป็นการช่วยประหยัดพลังงาน และเพิ่มความสบายให้ผู้อยู่อาศัย การจัดวางห้องพักซึ่งเริ่มต้นที่ชั้น 5 เพิ่มความเป็นส่วนตัวและห่างไกลจากเสียงรบกวน มีการออกแบบสวนและแนวต้นไม้ช่วยบังแนวเสียงและฝุ่นละอองในอากาศที่จะพัดเข้าสู่ตัวอาคาร เป็นต้น customer activities/services เป็นกิจกรรมที่ตอบสนองคนรุ่นใหม่ (New Generation) ที่มีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบตอบสนองคน WHIZDOM ทุกแง่มุมของชีวิตอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตการทำงาน Entertainment สุขภาพ Networking, knowledge sharing และอื่นๆ นอกจากนี้เรามีการเพิ่ม Senses ของการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง หรือ “Sense of Living” การใส่ใจด้านการอยู่อาศัยจริงของคนปัจจุบันที่อาศัยอยู่คอนโด อาทิเช่น การเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน เช่น พื้นที่สำหรับล้างรถ ที่ชงชากาแฟที่ล็อบบี้ เตา BBQ เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญพร้อมที่อบผ้า อุปกรณ์ปฐมพยาบาล First aid kit, อุปกรณ์ซ่อมบำรุง Maintenance box ที่ลูกค้าใช้ได้ง่ายๆ และอื่นๆ เสริมทัพด้วย Zero Defects Delivery เป็นการรับประกันว่าลูกค้าสามารถตรวจรับห้องได้ด้วยความพึงพอใจที่สุด ด้วยการใช้ technology ต่างๆมาช่วยตั้งแต่ขั้นตอนแรก เช่นการออกแบบ เราออกแบบเพื่อลดสิ่งที่จะก่อให้เกิด defects ตั้งแต่แรกและด้วยการนำ BIM (Building Information Model) มาใช้เพื่อขึ้นรูปแบบ 3 มิติก่อนสร้างจริง พร้อมทั้งขั้นตอนการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างในทุกขั้นตอนโดยทีม MQDC ด้วยเครื่องมือการตรวจสอบที่มีความแม่นยำสูงและทันสมัย ลดงาน re-work ที่อาจจะกระทบงานตกแต่งอื่นๆ การติดตามงานแก้ไข ด้วยโปรแกรม "Novade” ซึ่งเป็นโครงการแรกของประเทศไทยที่นำโปรแกรมนี้มาใช้ในการตรวจ defects นอกจากนี้ นายอัษฎา แก้วเขียว ยังกล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีแรก2560 ว่า  “ภาพสรุปของอสังหาฯในกรุงเทพ ครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีการขยายตึกต่อเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาจากหลายปัจจัย อาทิเช่น การลงทุนโครงการรถไฟฟ้าหลายสายของภาครัฐ การเร่งเปิดตัวของผู้ประกอบการหลายราย โดยที่ตลาดคอนโดมิเนียมเป็นตลาดหลักที่ใหญ่ที่สุดประมาณ 60% ของตลาดรวม ในอีกด้านหนึ่งคือการขยายตัวของภาคอสังหาฯ ก็คือ ราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลโดยตรงต่อราคาที่อยู่อาศับ จากสภาวะปัจจุบันโอกาสในการเกิดโครงการในเมืองลดลงแต่การเปิดโครงการมากขึ้นในบริเวณส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าต่างๆ  ทิศทางการพัฒนาที่เกิดขึ้นในกรุงเทพและปริมณฑลได้เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและรูปแบบการอยู่อาศัยของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง” “สำหรับการวางแผนธุรกิจของ MQDC ในส่วนของ Whizdom Project ในครึ่งปีหลัง เรามุ่งเน้น การส่งมอบคุณภาพการอยู่อาศัย”ของโครงการ Whizdom ลาดพร้าว มูลค่ากว่า 2,700 ล้านบาท สำหรับโครงการที่ผ่านมานั้นได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เช่น โครงการวิสซ์ดอม รัชดา-ท่าพระ หลังจากเปิดตัวไปเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา  มียอดจองกว่า 90% และปัจจุบันได้ปิดยอดจองไปแล้ว ส่วนโครงการวิสซ์ดอม รัชดา-ลาดพร้าว แห่งนี้ ถือว่าเราประสบความสำเร็จ มียอดจองไปราว 90% เหลือเพียง 10% เท่านั้น และขณะนี้ก็เป็นการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด คาดว่าจะหมดเร็วๆนี้ โดยเราจะทำการเปิดตัวครั้งแรกในงาน Whizdom Avenue Ratchada-Ladprao Grand Opening ในวันที่ 2 กันยายน 2560 นี้ ซึ่งเรามีห้องตัวอย่างถึง 7 แบบ เพื่อให้ลูกค้าเลือกชมเป็นไอเดียการตกแต่งห้องตามความชอบ โดยร่วมกับแบรนด์ CK furniture ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับโลกที่จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เรามีการทำ Co-branding แพคเกจ furniture “Fully furnished by CK furniture” อีกด้วย