Tag : Major

Maestro 07 Victory Monument-มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ (PREVIEW)

Maestro 07 Victory Monument-มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Maestro 07 Victory Monument (มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ) เจ้าของโครงการ : บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ซอยราชวิถี 7 ถนนราชวิถี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร พื้นที่โครงการ : 1-0-41.8 ไร่ ลักษณะโครงการ : Low Rise จำนวนอาคาร : 1 อาคาร จำนวนชั้น : 8 ชั้น จำนวนยูนิต : 171 ยูนิต ที่จอดรถทั้งหมด : คิดเป็น 40% ของจำนวนยูนิต   ขนาดห้อง : -  แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 27.00 – 29.34 ตร.ม. -  แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 45.51 – 68.37 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สระว่ายน้ำ - ฟิตเนส - สวนเด็กเล่น - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 3,800,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : ประมาณ 140,000 บาท/ ตร.ม. ค่าส่วนกลาง : 65 บาท/ ตร.ม./ เดือน ค่ากองทุน : 650 บาท/ ตร.ม. ปีที่สร้างเสร็จ : พร้อมเข้าอยู่ จุดเด่นโครงการ : คอนโดมิเนียม The Original Design งานสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิคและกลิ่นอายของความโมเดิร์นในแบบฉบับมาเอสโตร ผสมผสานและสะท้อนอยู่ในงานออกแบบที่ยังคงเน้นความเรียบหรู สง่างามเหนือกาลเวลา ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง :  BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ, BTS พญาไท, ARL พญาไท, ทางด่วนศรีรัช สถานที่ใกล้เคียง : Center One,Victory Mall, Fashion Mall, Century Mall, King Power, สวนสันติภาพ, รพ.ราชวิถี, รพ.พระมงกุฎเกล้า, รพ.พญาไท 2, รพ.พญาไท 1, รร.ศรีอยุธยา, พันธ์ทิพย์ พลาซ่า, แพลทินัม, สยามพารากอน, สยามสแควร์ Central World, ฟอร์จูน, Central พระราม 9  
MAESTRO 01 SATHORN-YENAKAT (มาเอสโตร 01 สาทร-เย็นอากาศ) ความพรีเมี่ยมที่ซ่อนอยู่ท่ามกลาง CBD

MAESTRO 01 SATHORN-YENAKAT (มาเอสโตร 01 สาทร-เย็นอากาศ) ความพรีเมี่ยมที่ซ่อนอยู่ท่ามกลาง CBD

ใครๆ ก็ทราบกันดีค่ะว่าคอนโดมิเนียมจากเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นขวัญใจอันดับหนึ่งของคนรักสัตว์ เพราะทุกโครงการ ทุกยูนิตสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ แถมยังมีส่วนกลางรองรับสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วยอีกต่างหาก ซึ่งหนึ่งในแบรนด์คอนโดมิเนียมของค่ายนี้ก็คือ Maestro คอนโดมิเนียม Low Rise ที่มีความโดดเด่นด้านทำเลดี เพราะทุกโครงการมีทางเข้า-ออกได้หลายทาง เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยยูนิตที่มีไม่มาก ดีไซน์หรูหราโดดเด่น ได้ฟังก์ชั่นครบ     ทำเล   ถ้าพูดถึง CBD ในบ้านเราแล้ว ทุกคนก็จะทราบดีว่านั่นคือย่านสีลม-สาทร ใจกลางแหล่งเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ศูนย์รวมของทุกสิ่งอย่างเพียบพร้อมในระดับพรีเมี่ยม ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ออฟฟิศเกรด A โรงพยาบาลระดับคุณภาพ โรงแรมห้าดาว สถาบันการศึกษาชื่อดัง เช่น  เซ็นทรัลพระราม 3, ท็อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขานางลิ้นจี่, สีลม คอมเพล็กซ์, โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์, โรงเรียนอัสสัมชัญ, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์, โรงพยาบาลบีเอ็นเอช, โรงแรมบันยันทรี, โรงแรมโซ โซฟิเทลแบงค็อก, โรงแรมดุสิตธานี เป็นต้น รวมถึงการเดินทางที่เชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญมากมาย ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนอย่างทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษเฉลิมมหานคร      ในทางกลับกันหากพูดถึงถนนเย็นอากาศกลับไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก ทั้งที่ถนนเย็นอากาศนั้นถือเป็นทำเลที่แอบซ่อนขุมทรัพย์แห่งความสงบร่มรื่นเอาไว้ท่ามกลางแหล่งเศรษฐกิจในเมืองใหญ่แห่งนี้ โดยถนนแห่งนี้มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนมากแถวนี้จึงเป็นที่อยู่ลักษณะบ้านเดี่ยวอันเก่าแก่คงเสน่ห์เอาไว้จวบจนทุกวันนี้ ซึ่งชวนให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศ เพราะตลอดสองข้างทางมีร้านอาหารไทย อีสาน ญี่ปุ่น อิตาเลียน เยอรมัน ร้านคาเฟ่สวยๆ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียงรายกันอยู่บนนถนนแห่งนี้ไม่น้อยเลย แต่ละร้านก็มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งด้านรสชาติและบรรยากาศดึงดูดให้เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง      ตัวโครงการ มาเอสโตร 01 สาทร-เย็นอากาศ นั้นตั้งอยู่ริมถนนเย็นอากาศ บริเวณตรงข้ามกับปากซอยประสาทสุข มีทางเข้า-ออกได้หลากหลายเส้นทาง ทำให้สามารถหลบหลีกวางแผนการเดินทางตามสภาพการจราจรในแต่ละวันได้หลากหลายช่องทาง ได้แก่      ถนนพระราม 4 ฝั่งขาเข้า เมื่อเลยสี่แยกใต้ทางด่วนพระราม 4 มาแล้ว ให้เข้าซอยงามดูพลีแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยศรีบำเพ็ญ และเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนเย็นอากาศ โครงการจะอยู่ทางขวามือ   ถนนเชื้อเพลิง เป็นถนนเลียบทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่างถนนพระราม 4 ตรงจุดขึ้น-ลงทางพิเศษมหานครกับถนนพระราม 3 ซึ่งสามารถเข้าโครงการจากถนนเส้นนี้ได้โดยจากถนนเชื้อเพลิงฝั่งมุ่งหน้าสู่ถนนพระราม 4 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเชื้อเพลิง 4 จะสามารถเชื่อมต่อกับซอยศรีบำเพ็ญ แล้วจึงเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเย็นอากาศ โครงการจะอยู่ทางขวามือ   ถนนพระราม 3 ฝั่งมุ่งหน้าเข้าพระราม 4 เมื่อถึงสามแยกนางลิ้นจี่ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนนางลิ้นจี่ แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนเย็นอากาศ โครงการจะอยู่ทางซ้ายมือ   ถนนสาทร ฝั่งสาทรใต้ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสาทร 1 หรือจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสวนพลูก็ได้ ทะลุออกซอยงามดูพลี แล้วจะเลือกเข้าสู่ซอยศรีบำเพ็ญหรือถนนนางลิ้นจี่ก็ได้ เพราะสามารถเข้าสู่ถนนเย็นอากาศได้ทั้งสองเส้นทาง    ถนนนราธิวาสฯ ฝั่งขาออก เลี้ยวซ้ายเข้าซอยนราธิวาสฯ 17 หรือถนนจันทน์ แล้วเข้าสู่ถนนนางลิ้นจี่ก็เข้าสู่ถนนเย็นอากาศได้เช่นกัน   ถนนจันทน์ จุดที่เป็นสามแยกตัดกับถนนนางลิ้นจี่ ให้เลี้ยวซ้ายแล้วรีบชิดขวาเพื่อเลี้ยวขวาเข้าถนนเย็นอากาศ         ถนนนางลิ้นจี่ เป็นถนนหลักในการเข้าสู่ถนนเย็นอากาศเลยค่ะ เพราะเป็นตัวเชื่อมกับหลายถนนที่กล่าวไว้ข้างต้น คือ ถนนพระราม 3 ถนนจันทน์ ถนนนราธิวาสฯ เป็นต้น    ระบบขนส่งสาธารณะก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน เพราะทางโครงการจะมี Shuttle Service บริการรับ-ส่งลูกบ้านที่ MRT ลุมพินี เรียกได้ว่าการเดินทางไม่ว่าจะเส้นทางไหนก็หายห่วงได้เลยค่ะ   ภาพรวมโครงการ MAESTRO 01 SATHORN-YENAKAT คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น บนพื้นที่ 0-3-98 ไร่ ที่จอดรถ 79% ได้ความเงียบสงบด้วยทำเลและยูนิตที่จำกัดเพียง 88 ยูนิตเท่านั้น อีกทั้งยังครบครันทั้งเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว และ Built-in ให้มาเต็มที่แบบ Fully Furnished ที่ดีไซน์แนว MEDELINE STYLE  สถาปัตยกรรมดีไซน์คอนเซ็ปต์ Modern-Classic ให้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในเมืองใหญ่โซนยุโรป ซึ่งผสมผสานระหว่างความคลาสสิคแต่อยู่ท่ามกลางความทันสมัยของเมืองยุคนี้ได้อย่างลงตัว      ส่วนกลางของโครงการแบ่งออกเป็น 3 ชั้นด้วยกันค่ะ คืออยู่ที่ชั้น 1 ต้อนรับลูกบ้านด้วยล็อบบี้เพดานสูงโปร่ง ห้องเมลบ็อกซ์ ห้องซักผ้า แร็คจอดจักรยาน ป้อมรักษาความปลอดภัย ต่อมาที่ชั้น 2 จะเป็นสระว่ายน้ำ ห้องสตรีม ห้องซาวน่า ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมล็อคเกอร์ และชั้น 9 ซึ่งเป็น Roof Top ของโครการ มีทั้ง tranquil pavilion ห้องฟิตเนส ลานโยคะ สนามเด็กเล่น ลานบาร์บีคิว ห้องสันทนาการ และพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง ท่ามกลางวิวใจกลางเมืองสวยๆ  รวมถึงบริการอื่นๆ จากทางโครงการ ได้แก่ Shuttle Service บริการรับ-ส่งลูกบ้านที่ MRT ลุมพินี, Wifi ตลอด 24 ชม. และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.      มาเอสโตร 01 สาทร-เย็นอากาศ นอกจากจะน่าอยู่อาศัยเองด้วยความเงียบสงบของตัวโครงการ และการดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งออฟฟิศก็ยังเหมาะแก่การลงทุนปล่อยเช่าได้ราคาดี สะดวกด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาครบครันทำให้งบประมาณในการตกแต่ง และซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่นเข้ามาเพิ่มเติมก็จะไม่บานปลายมากอีกด้วยค่ะ     แม้ว่าทางโครงการนั้นจะอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเพื่อการอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขทั้งเจ้าของสัตว์เลี้ยงกับลูกบ้านที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ จึงต้องมีกฎระเบียบข้อบังคับการเลี้ยงสัตว์ในอาคารชุดเกิดขึ้นค่ะ โดยมีข้อกำหนดดังนี้   1. การนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดมาเลี้ยง จะต้องขออนุญาตฝ่ายบริหารอาคารฯ และลงทะเบียนประวัติสัตว์เลี้ยงไว้เป็นข้อมูล โดยชำระค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียน จำนวน 3,600 บาท/ต่อตัว/ต่อปี(ค่าใช้จ่ายนี้จะนำมาเป็นกองทุนในการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางและลงน้ำยาฆ่าเชื้อทุกสัปดาห์) 2. ชำระเงินประกันความเสียหายจำนวน 5,000 บาท/ต่อตัว (เรียกเก็บครั้งแรกครั้งเดียว) และจะคืนให้เมื่อเจ้าของห้องชุดเลิกเลี้ยงสัตว์/สัตว์เลี้ยงเสียชีวิต และไม่พบการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับการเลี้ยงสัตว์ในอาคารชุดและ/หรือพบความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับเจ้าของห้องชุด/เจ้าของร่วม/อาคารชุด รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง 3. สัตว์เลี้ยงที่เจ้าของห้องชุดจะเลี้ยง จะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม เมื่อโตเต็มที่ เจ้าของห้องชุดสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ไม่เกินจำนวนดังต่อไปนี้ - 1 ตัว / พื้นที่น้อยกว่า 50 ตร.ม. และไม่เกิน 50 ตร.ม. - 2 ตัว / พื้นที่ 100 ตารางเมตร - 3 ตัว / พื้นที่ 150 ตารางเมตร เป็นต้นไป (จำนวนสูงสุดของสัตว์เลี้ยงจะมีได้ไม่เกิน 3 ตัวต่อ 1 ห้องชุดเท่านั้น) 4. สัตว์เลี้ยงจะต้องมีสายผูก/จูงและมีผู้ดูแลตลอดเวลาที่อยู่บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง กฎระเบียบ ข้อห้าม ในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงภายในโครงการ รวมถึงบทลงโทษ กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่ประจำโครงการ   Floor Plan อาคารของมาเอสโตร 01 วางเป็นรูปตัว U จัดยูนิตแบบ Double Corridor จำนวนยูนิต 5-13 ยูนิต/ชั้น มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัวกลางอาคาร ใช้ระบบล็อคชั้นเพื่อความปลอดภัย บันไดหนีไฟ 2 จุดกระจายอยู่คนละฝั่งของอาคาร ส่วนที่จอดรถมีทั้งชั้นใต้ดินและชั้น 1 ของอาคาร Ground Plan ตัวโครงการมีทางเข้า-ออกทางเดียว หน้าโครงการหันไปทางทิศตะวันออก มียูนิตพักอาศัยตั้งแต่ชั้นแรกอยู่ 5 ยูนิต โดยจะมีประตูคีย์การ์ดกั้นระหว่าง Lobby ตรงกลางอาคาร เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มความเป็นส่วนตัว และปลูกต้นไม้เอาไว้ระหว่างระเบียงห้องกับรั้วโครงการ เพื่อป้องกันสายตาจากด้านนอก เพิ่มความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังส่งผลต่อความรู้สึกผู้อยู่อาศัยไม่ให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไปด้วยค่ะ Plan ชั้น 2 เป็นยูนิตพักอาศัย รวมถึงส่วนกลางที่เป็นสระว่ายน้ำ ซึ่งหันออกทางทิศเหนือ มีห้องน้ำแยกฝั่งชาย-หญิง พร้อมกับห้องสตรีม-ซาวน่าอยู่ภายในห้องน้ำ ซึ่งหากใครเลือกอยู่ชั้นนี้ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะวุ่นวายค่ะ เพราะมีประตูคีย์การ์ดกั้นแยกโซนที่พักอาศัยจากโถงลิฟท์ที่เชื่อมต่อสู่สระว่ายน้ำอีกที Plan ชั้นที่อยู่อาศัย ดูจากแปลนนี้แล้วจะเห็นภาพมากขึ้นค่ะว่าตัวอาคารวางคล้ายรูปตัว U Roof Top Plan เป็น Facility อีกชั้นหนึ่งของโครงการค่ะ โดยจะมีทั้งฟิตเนส ลานโยคะ ลานบาร์บีคิว ลานสำหรับสัตว์เลี้ยง และพื้นที่สำหรับพักผ่อนหลากหลายมุม   Unit Plan ตอกย้ำความพรีเมี่ยมเฉพาะตัวด้วย Unit Plan ที่แม้ห้องที่มีขนาดเล็กที่สุดของโครงการก็ยังเริ่มต้นถึงขนาด 33.56 ตร.ม. เป็นขนาดที่อยู่อาศัยได้จริงโดยไม่รู้สึกคับแคบจนเกินไป โดยทุกยูนิตมาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษด้วยการเพิ่มพื้นที่ให้กับห้องของเราด้วยฟังก์ชั่นพื้นที่อเนกประสงค์ เพื่อขยายห้องนั่งเล่นของเราให้สามารถรองรับการใช้งานได้มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นสำหรับกลุ่มเพื่อนๆ หรือใช้เป็นระเบียงตากอากาศก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์   Type A1 33.77 ตร.ม. ห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ   Type B1 68.90 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ  Type D3 Lower 112.66 ตร.ม. ห้องแบบดูเพล็กซ์ชั้นล่าง ทั้งหมด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ  Type D3 Upper 112.66 ตร.ม. ห้องแบบดูเพล็กซ์ชั้นบน   Type D4 Lower 182.18 ตร.ม. ห้องขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ แบบดูเพล็กซ์ ทั้งหมด 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ   Type D4 Upper 182.18 ตร.ม. ห้องแบบดูเพล็กซ์ชั้นบน    เดินชมโครงการ MAESTRO 01 SATHORN-YENAKAT ตอนนี้สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วนะคะ เราเริ่มเดินชมภายในโครงการตั้งหน้าทางเข้า-ออกที่ใช้ระบบ Keycard Access ลอดใต้อาคารเพื่อลงลานจอดรถชั้นใต้ดินค่ะ ถัดกันเป็นทางเข้าจากหน้าโครงการ ประตูกระจกใสกรอบสีทองแดงให้ความคลาสสิคตามคอนเซป เปิดประตูเข้าไปดูในโครงการกันเลยค่ะ มีฉากทรงรังผึ้งสีขาวกั้น ทางขวามือเป็นประตูคีย์การ์ดอีกชั้นสำหรับลูกบ้านที่พักอาศัยอยู่ชั้น 1 นี้ค่ะ หลังฉากกั้นสีขาวเมื่อสักครู่ก็จะเป็น Lobby ตกแต่งด้วยโทนสีขาว-ดำ เป็นหลัก เพดานเปิดสามารถมองเห็นขึ้นไปที่ชั้น 2 ทำให้รู้สึกโล่งขึ้น ส่วนด้านหลังเคาน์เตอร์คือโถงลิฟท์ค่ะ หันมาทางขวาของ Lobby จะพบกับโซน Mail Box ที่ล้อมรอบด้วยกระจกใส ดูจากจำนวน Mail Box แล้วก็รู้สึกเลยค่ะว่าโครงการนี้ยูนิตน้อยจริงๆ สำหรับคอนโด Low Rise ให้ความเป็นส่วนตัวมาก เราขึ้นมาดูที่ชั้น 2 กันค่ะ Facility ส่วนแรกเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 4.5 x 12.5 เมตร และด้วยความที่สระว่ายน้ำหันไปทางทิศเหนือที่แทบจะไม่ค่อยโดนแดดเท่าไรนัก ก็ทำให้สามารถลงว่ายน้ำในช่วงกลางวันก็ได้ค่ะ ที่ชั้น 2 จะมีห้องที่ได้วิวใกล้ชิดกับสระว่ายน้ำเลยค่ะ แต่ทางโครงการทำกระจกสูงขึ้นมาประมาณ 1.5 เมตร แล้วปลูกต้นไม้ไว้ด้านในชิดกระจกอีกทีเพื่อความเป็นส่วนตัวขึ้น และยังช่วยบังสายตาจากนอกห้องด้วยค่ะ ห้องทางฝั่งทิศเหนือนี้จะได้วิวสระว่ายน้ำค่ะ ด้านข้างสระจะมีห้องน้ำแยกหญิง-ชายเอาไว้ เข้าไปดูที่ห้องน้ำหญิงทางฝังขวากันก่อนค่ะ ภายในมีล็อคเกอร์สำหรับเก็บของไว้ให้ และยังมีห้องสตรีมอยู่ด้วยค่ะ อีกฝั่งเป็นห้องน้ำชายที่มีห้องซาวน่าในตัว มีโซนล้างตัวแยกอยู่อีกด้านหนึ่งของสระว่ายน้ำค่ะ มีลักษณะเป็นช่องลึกเข้าไปตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวล้อมรอบ จากนั้นเราขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 9 ซึ่งเป็น Roof Top มีส่วนกลางแยกเป็นสองฝั่ง โดยเมื่อออกจากลิฟท์แล้วหันไปทางซ้ายก่อนก็จะพบกับฟิตเนสค่ะ ห้องฟิตเนสอยู่ตรงกลางตรงข้ามกับโถงลิฟท์พอดีค่ะ เมื่อเข้าไปในห้องฟิตเนสจะมีการยกพื้นสูงขึ้น ห้องฟิตเนสล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ซึ่งด้วยความที่อยู่บนชั้น Roof Top จึงสามารถรับแสงธรรมชาติจากด้านนอกเข้ามาได้เต็มๆ ลู่วิ่งที่สามารถชมวิวสวนสีเขียวด้านนอกพร้อมกับวิวเมืองไปด้วย   ออกมาดูที่สวนสีเขียวรอบๆ กันบ้างค่ะ มีที่นั่งเบาะสีขาวไว้ให้นั่งพักผ่อน มีการแยกโซนหลายๆ มุม เดินเข้ามาสุดทางเป็นโซน BBQ แยกเอาไว้ค่ะ มีมุมเตาปิ้งพร้อมซิงค์ล้างจานให้เรียบร้อย เป็นโซนที่เหมาะสำหรับการจัดปาร์ตี้เล็กๆ กับกลุ่มเพื่อนในช่วงเย็น-ค่ำ ที่ให้ความเป็นส่วนตัวพร้อมรับลมจากชั้น Roof Top ไปด้วย อีกฝั่งหนึ่งของชั้น 9 มีหลายมุมให้ได้นั่งเล่นรับลมกันค่ะ ตรงกลางเป็นลานโยคะ Pet Zone สำหรับพาสัตว์เลี้ยงมาวิ่งเล่นได้ เป็นลานที่อยู่ทางทิศตะวันออกด้านหน้าของโครงการ เพราะฉะนั้นถ้าพาน้องหมา น้องแมวมาวิ่งเล่นช่วงเย็นๆ ก็เหมาะทีเดียวค่ะ   เปิดห้องตัวอย่าง สำหรับมาเอสโตร 01 นั้นมีห้องตัวอย่างทั้งหมด 3 ห้องด้วยกันค่ะ เรามาเริ่มกันที่ห้องแรก Type A2-2 ขนาด 34.12 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ เริ่มจากห้องครัวเปิด เชื่อมต่อด้วยห้องนั่งเล่นต่อด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ กั้นห้องนอนด้วยประตูบานสวิง ซึ่งภายในห้องนอนมีมุมโซฟา และห้องน้ำในตัว โดยทุกอย่างที่เห็นในแปลนทางโครงการให้ทุกอย่างมาครบเลยค่ะ เปิดห้องตัวอย่างแรกกันเลยค่ะ เราจะเจอส่วนครัวเปิดก่อนเลย โดยความสูง Floor To Ceiling 2.45 เมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายไม้ ใช้ไฟ Downlight เคาน์เตอร์ครัววางแบบ L shape เพื่อให้ดูแยกเป็นสัดส่วนกับพื้นที่อื่นของห้อง ด้านขวาเป็นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า ด้านซ้ายมีช่องสำหรับวางไมโครเวฟ บานตู้และลิ้นชักทั้งหมดมีระบบ Soft Close Top ครัวใช้หินสังเคราะห์ ผนังครัวกรุด้วยกระเบื้องเซรามิคเพื่อช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นกว่าการเป็นผนังธรรมดา ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์เพื่อป้องกันน้ำกระเด็นออก เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควันจากแบรนด์ Electrolux ทั้งหมดนี้ทางโครงการให้มาครบเลยค่ะ ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวจะได้ Built in ตู้เก็บของมาด้วยค่ะ ติดกันด้านหลังประตูห้องจะมีช่องสำหรับวางตู้เย็นได้ ติดกับเคาน์เตอร์ครัวอีกด้านถูกจัดให้เป็นโต๊ะทานข้าวแบบเคาน์เตอร์บาร์ค่ะ แบบนี้ประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าโต๊ะลอยปกติพอสมควรเลยค่ะ หันกลับไปดูพื้นที่ส่วนครัวทั้งหมดค่ะ ดูเป็นครัวที่เหมาะกับการทำอาหารเบาๆ และยังมีพื้นที่ทำครัวกว้างพอสมควร ถัดเข้ามาเป็นห้องนั่งเล่นค่ะ มีโซฟาสีขาวขนาด 2 ที่นั่ง โต๊ะกลาง และเคาน์เตอร์วางทีวีแบบที่เห็นนี้ทางโครงการก็ให้มาด้วยนะคะ สองข้างของโซฟามีพื้นที่เหลือไม่ชิดกับเก้าอี้ทานข้าวจนเกินไป ส่วนเครื่องปรับอากาศใช้แบรนด์ Trane ติดตั้งเอาไว้ด้านบนโต๊ะทานข้าว ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่นพอดีค่ะ สิ่งที่เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของโครงการนี้ คือ ทุกยูนิตจะได้พื้นที่อเนกประสงค์ ซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น แต่จะมีการกั้นด้วยประตูกระจกเขียวตัดแสง เป็นบานเลื่อนขอบอลูมิเนียมสีขาว 2 ตอน เมื่อเปิดประตูกระจกออกจะช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องนั่งเล่นได้กว้างขึ้นค่ะ พื้นที่อเนกประสงค์นี้จะมีลักษณะเหมือนระเบียงแบบ Double Skin คือมีกระจกสูงด้านนอกกั้นอีกชั้น ทำให้เมื่อเปิดประตูบานเลื่อนแล้วก็จะเพิ่มพื้นที่ภายในห้องได้แบบไม่เสียความเย็นจากเครื่องปรับอากาศค่ะ กลับเข้ามาในห้อง เดินไปดูห้องทางซ้ายมือกันต่อค่ะ เปิดประตูห้องนอนเข้าไปแล้วจะพบกับเตียงอยู่ทางซ้ายมือ ทางขวาเป็นตู้เสื้อผ้า Built in ในส่วนของพื้นห้องนอนจะเปลี่ยนมาปูด้วยลามิเนตค่ะ ข้างเตียงวางโต๊ะทำงานขนาดเล็กได้ ไม่ติดกับเตียงจนเกินไปค่ะ เตียงขนาด 5 ฟุต วางไว้กลางห้องมีทางเดินอยู่รอบเตียงค่ะ เครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนถูกติดตั้งไว้ที่ปลายเตียงค่ะ อีกด้านของเตียงมีทั้งโต๊ะหัวเตียง และโซฟาข้างหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ครบเลยค่ะ แทบจะไม่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์มาเพิ่มแล้ว มองจากมุมนี้เราจะเห็นว่าหลังประตูห้องนอนจะเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ ตู้เสื้อผ้าของทุกห้องเมื่อเปิดบานสวิงออกมาแล้วจะมีสวิทช์สำหรับเปิดไฟในตู้เสื้อผ้า ช่วยเพิ่มแสงสว่างให้ใช้งานได้อย่างสะดวกขึ้นค่ะ เข้าไปดูในห้องน้ำค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาเข้ม ผนังปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีขาว อ่างหน้าหน้าใช้แบบแขวนผนังของแบรนด์ LAVENZ มีตู้เก็บของไว้ให้ข้างใต้ค่ะ ส่วนหัวก๊อกใช้แบรนด์ Hafele โถสุขภัณฑ์ใช้แบรนด์ Kohler พร้อมสายชำระ ด้านข้างสุขภัณฑ์มีการเจาะผนังไว้สำหรับวางของได้ด้วยนะคะ เช่นเดียวกันกับด้านในส่วนเปียกที่มีการเจาะช่องผนังเอาไว้ด้านข้าง และฝักบัวใช้แบรนด์ Kohler ค่ะ ซึ่งทั้งหมดที่เห็นในห้องน้ำจะได้มาแบบนี้เลยค่ะ   ห้องตัวอย่างถัดไปเป็น Type B3 ขนาด 70.82 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ เริ่มจากส่วนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่รวมส่วนโต๊ะทานข้าวและพื้นที่อเนกประสงค์เอาไว้ด้วยกัน ครัวเปิดที่แยกออกมาเป็นสัดส่วน และโซนห้องนอน-ห้องน้ำ แปลนนี้เป็นการแยกพื้นที่ Common Area กับ Private Zone ออกจากกันอย่างชัดเจนค่ะ เปิดประตูเข้าไปในห้องค่ะ พื้นที่ Common Area ที่เห็นกว้างขวางทีเดียวค่ะ พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องลายไม้ ใช้ไฟ Downlight ส่วนแรกของห้องนี้เป็นพื้นที่สำหรับโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่งค่ะ เครื่องปรับอากาศตัวแรกติดไว้ด้านบนเหนือโต๊ะพอดี เหลือพื้นที่ทางเดินหลังโต๊ะทานข้าวได้กว้างขวาง หากมีคนนั่งทานข้าวอยู่ก็สามารถเดินผ่านได้ ไม่คับแคบค่ะ ตรงข้ามโต๊ะทานข้าวมีตู้เก็บของมาให้ค่ะ จะดัดแปลงเป็นตู้เก็บรองเท้าก็ได้ โดยบานตู้ติดตั้งระบบ Soft Close เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น และเวลาปิดตู้จะไม่เกิดเสียงดังค่ะ เชื่อมต่อด้วยห้องนั่งเล่นและพื้นที่อเนกประสงค์ค่ะ ห้องขนาด 2 ห้องนอนจะได้โซฟาแบบ L Shape พร้อมโต๊ะกลาง เพราะพื้นที่ห้องนั่งเล่นกว้างมากพอที่จะรับแขกเป็นกลุ่มได้ค่ะ ลองสังเกตที่เพดานห้องนั่งเล่นดูค่ะ มีการตีขอบคิ้วบัวเป็นสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นสีเดียวกันกับประตูห้อง เพิ่มลูกเล่นความน่าสนใจให้กับห้องของเราดูสวยเก๋ขึ้นไปอีก ข้างโซฟามีประตูกระจกเขียวตัดแสงแบบบานเลื่อน 3 ตอนกั้นพื้นที่อเนกประสงค์ไว้หากไม่ได้ใช้งานค่ะ กระจกด้านนอกเป็นกระจกบานเลื่อน สามารถเปิดออกได้ค่ะ โดยถ้าเปิดออกก็จะมีราวเหล็กโปร่งกั้นไว้อีกที อีกฝั่งของห้องอเนกประสงค์จะมีประตูที่เรียบไปกับผนัง ซึ่งเป็นห้องสำหรับเก็บ Condensing Unit แยกออกไว้เป็นสัดส่วน จะได้ไม่มีลมร้อนมาเป่าถึงในห้องให้กวนใจค่ะ หลังเคาน์เตอร์ทีวีมีทางเดินเชื่อมไปยังอีกส่วนหนึ่งของห้องค่ะ เรามาดูกันที่อีกโซนของห้องค่ะ ซ้ายมือสุดเป็นห้องครัว ถัดไปทางซ้ายเป็นห้องน้ำ ห้องตรงกลางและห้องทางขวามือเป็นห้องนอนค่ะ เรามาดูกันที่ห้องครัวก่อนค่ะ เป็นครัวลักษณะ U Shape และถึงแม้ว่าจะเป็นครัวเปิด แต่ด้วยการวางแปลนไว้เป็นสัดส่วนหากใครชอบทำครัวหนักๆ ก็สามารถติดตั้งบานประตูเพิ่มได้นะคะ ป้องกันกลิ่นและควันเข้าสู่ตัวห้อง ฝั่งซ้ายของครัวเริ่มด้วยตู้เก็บของบานสวิง มีช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าฝาหน้า ส่วนฝั่งขวามีช่องสำหรับวางตู้เย็น ถัดไปเป็นเคาน์เตอร์ครัวที่มีช่องสำหรับวางไมโครเวฟ แต่สิ่งที่เราจะได้ คือ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 4 หัว พร้อมเครื่องดูดควันจากแบรนด์ Electrolux ซึ่งมีการกรุกระเบื้องตลอดแนวผนังครัวด้านนี้มาให้ด้วย และซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์   ลิ้นชักใต้ช่องวางไมโครเวฟมีการกั้นช่องสำหรับวางช้อนส้อมมาให้ และตู้ใต้ซิงค์ล้างจานที่มีถังขยะมาให้พร้อมเลยค่ะ ออกจากครัวไปดูห้องต่อไปทางซ้ายมือค่ะ ห้องน้ำปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาเข้ม ผนังปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน โดยเริ่มจากส่วนแห้งก่อนค่ะ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังมีตู้เก็บของไว้ข้างใต้ ถัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ อีกทั้งยังได้กระจกเงาบานใหญ่เก็บขอบอลูมิเนียมให้เรียบร้อยแบบนี้ด้วยนะคะ ส่วนเปียกถูกกั้นไว้ด้วยกระจก Tempered แบบประตูบานสวิง และมีธรณีสูงขึ้นมาเล็กน้อย ภายในส่วนเปียกข้างฝักบัวมีเจาะช่องผนังสำหรับวางของได้ด้วย ถัดมาจากห้องน้ำก็เป็นห้องนอนแรกของห้องค่ะ พื้นที่ปลายเตียงมีการวางโต๊ะทำงานเอาไว้ เตียงขนาด 5 ฟุต วางไว้กลางห้อง หน้าต่างข้างเตียงเป็นกระจกทรงสูงบานกระทุ้ง ขอบอลูมิเนียมสีขาวค่ะ มีพื้นที่เล็กๆ วางโต๊ะหัวเตียงได้ค่ะ ถัดจากประตูเป็น Built In ตู้เสื้อผ้ามาให้ ส่วนเครื่องปรับอากาศนั้นถูกติดตั้งไว้ข้างตู้เสื้อผ้าหันหน้าเข้าเตียงค่ะ มาถึง Master Bedroom กันแล้วนะคะ โดยห้องนี้จะมีความพิเศษตรงที่แบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 3 ส่วนออกจากกันอย่างชัดเจนค่ะ คือ ส่วนเตียงนอนด้านซ้ายมือ ส่วน Walk In Closet ตรงกลางห้อง และห้องน้ำในตัวด้านขวามือหลังประตูห้องนอนค่ะ ด้านในสุดของ Walk In Closet วางโต๊ะทำงานเอาไว้ค่ะ ตรงนี้จะดัดแปลงเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็เหมาะนะคะ เพราะมีหน้าต่างทรงสูงทำให้มีแสงสว่างเข้ามาถึงด้านในสุดนี้ได้อย่างพอดีค่ะ ตู้เสื้อผ้า Built In เป็นประตูบานสวิงถึง 4 บานค่ะ ถัดมาเป็นห้องน้ำ โดยเราสามารถอาบน้ำเสร็จก็ค่อยเดินมาแต่งตัวตรงส่วน Walk In Closet ใกล้กันนี้ได้เลย ซึ่งจุดนี้ถือว่าวางแปลนออกมาได้คำนึงถึงผู้อยู่อาศัยจริงค่ะ ภายในห้องน้ำปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทา ผนังเป็นกระเบื้องลายหินอ่อน อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมตู้เก็บของข้างใต้ ตรงขอบอ่างมีพื้นที่ให้วางอุปกรณ์ได้ ส่วนเปียกข้างฝักบัวเจาะผนังสำหรับวางของมาให้ค่ะ ออกไปดูกันที่ส่วนสุดท้ายของห้องกันค่ะ ตรงกลางห้องวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้พร้อมกับโต๊ะหัวเตียงทั้งสองฝั่ง พื้นที่ว่างตรงนี้วางโซฟาสำหรับนั่งพักผ่อนเอาไว้ โดยยังมีพื้นที่ทางเดินเหลือๆ ค่ะ ทั้งด้านข้างและปลายเตียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อนค่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องแสงสว่างภายในห้องเลย ประตูกระจกบานเลื่อนนี้สามารถเปิดเพื่อถ่ายเทอากาศจากด้านนอกได้นะคะ แต่จะไม่มีระเบียงยื่นออกไป เพราะถูกกั้นอีกชั้นเอาไว้ด้วยเหล็กโปร่ง เครื่องปรับอากาศติดตั้งไว้เหนือโซฟาค่ะ   มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายค่ะ Type B1-3 ขนาด 67.76 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แปลนนี้แบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ค่ะ คือ พื้นที่กลางห้องเป็น Common Area เริ่มตั้งแต่ครัวเปิด ห้องนั่งเล่น โต๊ะทานข้าว พื้นที่อเนกประสงค์ ส่วนห้องนอนจะถูกแยกออกคนละฝั่ง Type นี้จะแบ่งฟังก์ชั่นห้องนอนออกเป็น 2 ฝั่งแยกออกจากกันค่ะ ส่วนตรงกลางห้องจะเป็นห้องครัว ห้องนั่งเล่น และโต๊ะทานข้าว เข้าไปดูที่ส่วนครัวกันก่อนค่ะ อยู่ทางขวามือของห้อง ครัว U Shape โดยเป็นครัวเปิดค่ะ เริ่มจากซิงค์ล้างจานอยู่ทางซ้ายมือของเคาน์เตอร์ก่อนเลยค่ะ มุมทำครัวมาพร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 4 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน กรุผนังด้วยกระเบื้องช่วงสั้นๆ ช่วงหัวเตาค่ะ ตู้ใต้ซิงค์ล้างจานมีถังขยะติดอยู่กับบานตู้ เมื่อเปิดตู้ออกมาถังขยะก็จะออกมาด้วยแบบนี้ค่ะ ฝั่งตรงข้ามกับครัว หลังประตูห้องมี Built In ตู้เก็บของ ถัดไปเป็นห้องน้ำค่ะ โครงการนี้วางฟังก์ชั่นในห้องน้ำเอาไว้คล้ายกันค่ะ คือเริ่มต้นด้วยอ่างล้างหน้า ถัดไปเป็นโถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ และส่วนเปียกอยู่ด้านในสุดกั้นด้วยฉากกระจกประตูบานสวิง อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ สายชำระ กระจกเงา ได้ทุกอย่างมาครบครัน ข้างโถสุขภัณฑ์มีช่องสำหรับวางของค่ะ ในส่วนเปียกก็มีช่องสำหรับวางของมาให้เช่นกันค่ะ เราไปดูตรงกลางห้องกันต่อเลยค่ะ เป็นห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง โต๊ะกลาง พร้อมเคาน์เตอร์วางทีวีมาให้ เคาน์เตอร์วางทีวีเป็น Built In มีช่องสำหรับเก็บของอยู่ด้านล่าง จากห้องนั่งเล่นก็เป็นพื้นที่อเนกประสงค์กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีขาว เก้าอี้ยาวตรงพื้นที่อเนกประสงค์นี้ได้มาแบบเดียวกันทุกห้องค่ะ นอกจากจะขยายพื้นที่สำหรับรับแขก สำหรับพักผ่อนได้มากขึ้นแล้วก็ยังสามารถดัดแปลงเป็นพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงก็ได้เหมือนกันนะคะ หลังโซฟาเชื่อมต่อด้วยโต๊ะทานข้าวค่ะ โต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่ง ติดตั้งเครื่องปรับอากาศไว้เหนือที่นั่งของโต๊ะทานข้าว ระหว่างโต๊ะทานข้าวกับห้องครัวจะมีประตูห้องนอนค่ะ ห้องนี้เป็น Master Bedroom ค่ะ โดยแบ่งฟังก์ชั่นของห้องออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ ซ้ายมือเป็นห้องนอน ตรงกลางมีพื้นที่ตู้เสื้อผ้ากั้น ส่วนขวามือเป็น Walk In Closet และห้องน้ำ ดูทางซ้ายมือก่อนค่ะ เตียง 5 ฟุตวางไว้ตรงกลาง มีทางเดินได้รอบเตียงพร้อมกับมีโต๊ะหัวเตียงทั้งสองฝั่ง ติดกับหน้าต่างมีโซฟาวางชิดกระจกเอาไว้ โซฟาสามารถย้ายไปไว้ปลายเตียงก็ได้นะคะ มีพื้นที่เหลือพอๆ กัน หน้าต่างทรงสูงเป็นกระจกบานกระทุ้งเปิดได้ 2 บาน เครื่องปรับอากาศติดตั้งไว้ด้านข้างเตียงค่ะ ตรงกลางห้องเชื่อมต่อไปถึงอีกด้านเป็นพื้นที่ Walk In Closet ที่ Built In ตู้เสื้อผ้ามาให้อย่างจุใจเลยค่ะ ใครที่มีเสื้อผ้าเยอะจะต้องชอบห้องนี้แน่นอนค่ะ ห้องน้ำในตัวของ Master Bedroom อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับ Walk In Closet อ่างล้างหน้าอยู่ตรงกลาง ฝั่งขวาเป็นโถสุขภัณฑ์ กระจกเงาแบบนี้ก็ได้มาด้วยนะคะ ส่วนเปียกมีพื้นที่กว้างขวาง เวลาใช้งานจริงจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ ซ้ายสุดมีการเจาะช่องสำหรับวางของ ออกมาจาก Master Bedroom ไปดูที่ห้องฝั่งตรงข้ามกันบ้างค่ะ ห้องนี้อยู่ระหว่างเคาน์เตอร์ทีวีกับห้องน้ำ ห้องนอนที่ 2 ซ้ายมือเป็นตู้เสื้อผ้า ขวามือเป็นเตียงนอนขนาด 5 ฟุตค่ะ ระหว่างตู้เสื้อผ้ากับเตียงมีโต๊ะทำงานวางไว้ด้วยค่ะ อีกด้านของเตียงมีโต๊ะหัวเตียงต่อด้วยโซฟาค่ะ ภายในห้องนอน นอกจากจะต้องมีเตียงอยู่แล้ว แต่ทางมาเอสโตร 01 ก็ยังให้โซฟาเพิ่มขึ้นมาอีก เพื่อการพักผ่อนหลากหลายมุม และรู้สึกสบายที่สุดเมื่ออยู่ในห้องของตัวเอง   โครงการมาเอสโตร 01 สาทร-เย็นอากาศ เป็นคอนโดลักษณะ Low Rise ที่ให้ความรู้สึกหรูหราสไตล์ยุโรปยุคเก่าผสมผสานกับความโมเดิร์นทันสมัยทำให้ดูไม่น่าเบื่อ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมภายนอกไปจนถึงการออกแบบภายในที่เพิ่มฟังก์ชั่นพื้นที่อเนกประสงค์ให้ผู้อยู่อาศัยได้พื้นที่เพื่อการใช้สอยเพิ่มมากขึ้น และทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ใจกลางแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ แต่กลับมีความเป็นส่วนตัวควบคู่กันด้วยถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในย่าน CBD แห่งนี้
MARU Ekkamai 2-มารุ เอกมัย 2 (PREVIEW)

MARU Ekkamai 2-มารุ เอกมัย 2 (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : MARU Ekkamai 2 (มารุ เอกมัย 2) เจ้าของโครงการ : บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ : ซอยเอกมัย 2 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. พื้นที่โครงการ : 1-2-77 ไร่ ลักษณะโครงการ : High Rise จำนวนอาคาร : 1 อาคาร จำนวนชั้น : 32 ชั้น จำนวนยูนิต : 333 ยูนิต ที่จอดรถ : 48% หรือ 165 คัน ขนาดห้อง : -  1 Bedroom (S) ขนาด 29.00 ตร.ม. -  1 Bedroom Simplex ขนาด  32.50 – 35.50 ตร.ม. -  2 Bedrooms Simplex ขนาด 54.00 – 60.50 ตร.ม. -  1 Bedroom Duplex ขนาด  41.00 – 42.00 ตร.ม. -  2 Bedroom Duplex ขนาด  45.00 – 76.00 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สระว่ายน้ำ - ฟิตเนส - สวนลอยฟ้า - ล๊อบบี้ - ที่จอดรถ - ห้องเมล์บ๊อกซ์ - กล้อง CCTV - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 5,400,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : 196,000บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง : 75 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน : 750 บาท/ตร.ม. ปีที่สร้างเสร็จ : ก.ย. 2563 จุดเด่นโครงการ : คอนโดมิเนียม HIGH RISE  ยกระดับความเป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนห้องสูงสุด เพียง 16 ห้อง/ชั้น เพียง 450 เมตร จาก BTS เอกมัย ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง :  BTS เอกมัย สถานที่ใกล้เคียง : Big C เอกมัย, Park Lane, Gateway เอกมัย, Major เอกมัย, รพ.สุขุมวิท, วัดธาตุทอง
MAESTRO 03 RATCHADA-RAMA9 (มาเอสโตร 03 รัชดา-พระราม9) ทำเลดี เฟอร์นิเจอร์ครบ

MAESTRO 03 RATCHADA-RAMA9 (มาเอสโตร 03 รัชดา-พระราม9) ทำเลดี เฟอร์นิเจอร์ครบ

หลายครั้งที่เราเอ่ยถึงคอนโดมิเนียมในย่าน New CBD ที่แต่ละ Developer ต่างก็ขยันกันสร้างโครงการใหม่ขึ้นมาอย่างหนาแน่นในพื้นที่แทบจะติดกัน เรื่องราคาก็แรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ในรีวิวฉบับนี้เราลองมาเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างค่ะ เพราะแม้จะอยู่ในย่านเดียวกัน แต่ขยับเข้ามาในซอยอีกนิดก็ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า ได้เฟอร์นิเจอร์มาครบครันแบบ FULLY FURNISHED ราคาน่าสนใจ เดินหาของกินรอบโครงการได้มากมาย ที่สำคัญคือเป็นคอนโดมิเนียมเพียงโครงการเดียวในบริเวณสี่แยกพระราม 9 ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ด้วยนะคะ     ทำเล   ขึ้นชื่อว่าเป็น New CBD ที่พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เช่น เซ็นทรัล พระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์, บิ๊กซี, เดอะสตรีท รัชดา และอาคารออฟฟิศเกรดเออย่าง จี ทาวเวอร์, เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ไซเบอร์เวิลด์ เป็นต้น และยังใกล้โรงพยาบาลพระราม 9 โรงพยาบาลปิยะเวท สถานฑูตจีน สถานฑูตเกาหลี ส่วนช่วงกลางคืนก็ยังมีตลาดนัดรถไฟรัชดา ศูนย์รวมของอร่อยเด็ดๆ เอาไว้เพียบ และสถานบันเทิงยามค่ำคืน ทั้งหมดนี้จะให้ขนานนามว่าเป็นย่านที่ All Day All Night ก็คงจะไม่ผิดนัก   การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงถนนอโศก-ดินแดง ซึ่งสามารถวิ่งตรงที่ฝั่งขาออกไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้เลย ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะก็ใกล้กับ MRT สถานีพระราม 9 ประมาณ 600 เมตร โดยห่างไปเพียง 1 สถานี ก็จะเป็น Interchange กับ Airport Rail Link สถานีมักกะสัน และถัดไปก็จะถึง MRT สถานีสุขุมวิท ซึ่งก็เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีอโศก อีกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปเชื่อมต่อกับโซน CBD เดิมอย่างสาทร-สีลม ได้อย่างสะดวกรวดเร็วอีกด้วยค่ะ          ภายในซอยรัชดา 3 เป็นซอยที่มีความคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่มีร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่มากมายจนเรียกได้ว่าอยู่ล้อมรอบโครงการเลยค่ะ ตั้งแต่ร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านคาเฟ่ ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารเกาหลี ร้านแฮงค์เอ้าท์ช่วงกลางคืน ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม ร้านสะดวกซื้อ 24 ชม. ร้านขายยา คลินิกทันตกรรม ฯลฯ แต่ละร้านก็ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ ฉะนั้นอยู่แถวนี้หาของกินง่ายมากๆ หายห่วงเรื่องปากท้องไปเลยค่ะ   ภาพรวมโครงการ   MAESTRO 03 RATCHADA-RAMA 9 คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร รวมทั้งหมด 335 ยูนิต ขนาดห้อง 29-74 ตร.ม. ที่จอดรถ 45% อยู่ที่ชั้นใต้ดิน จำนวน 2 ชั้นของทุกอาคาร ตั้งอยู่ภายในซอยรัชดา 3 (ซอยข้างสถานฑูตจีน) บนพื้นที่ 3-0-18 ไร่ ราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท      สถาปัตยกรรมของโครงการนี้ ซึ่งเป็นคอนโดประเภท Low Rise นั้นได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากอาคารดีไซน์ยุคคลาสสิกตามเมืองใหญ่ในยุโรปที่ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้กลางเมืองใหญ่อันทันสมัย จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์ยูโรเปี้ยนคลาสสิก กลิ่นอายตะวันตก ผสานกับศิลปะร่วมสมัยจากเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) ได้อย่างลงตัว     Facility ถูกออกแบบมาให้เป็น Clubhouse สร้างบรรยากาศความเป็นธรรมชาติของสวนในหมู่บ้าน พร้อมกับมีสระว่ายน้ำสไตล์ยุโรป เข้ากับดีไซน์ของตัวอาคารที่โอบล้อมเอาไว้อยู่ เพิ่มแสงธรรมชาติเข้าถึงห้องพักอาศัย ให้ความรู้สึกเงียบสงบได้อยู่กับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น มีมุมลานบาร์บีคิว ลานหินสำหรับเดินนวดเท้า ห้องซาวน่า ห้องสตีม ทั้งหมดก็เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย ขณะเดียวกันก็สามารถพาสัตว์เลี้ยงออกมาวิ่งเล่นออกกำลังกับเจ้าของไปด้วยกันได้ที่ Jogging Track รอบๆ อาคาร และพื้นที่ซุ้มคนรักสัตว์เลี้ยง โดยลูกบ้านที่ต้องการจะเลี้ยงสัตว์จะต้องทำตามกฎระเบียบเพื่อการอาศัยอยู่ร่วมกันได้ในระยะยาวกับลูกบ้านที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ด้วย ดังนี้  - การนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดมาเลี้ยง จะต้องขออนุญาตฝ่ายบริหารอาคารฯ และลงทะเบียนประวัติสัตว์เลี้ยงไว้เป็นข้อมูล โดยชำระค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียน จำนวน 3,600 บาท/ต่อตัว/ต่อปี(ค่าใช้จ่ายนี้จะนำมาเป็นกองทุนในการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางและลงน้ำยาฆ่าเชื้อทุกสัปดาห์) - ชำระเงินประกันความเสียหายจำนวน 5,000 บาท/ต่อตัว (เรียกเก็บครั้งแรกครั้งเดียว) และจะคืนให้เมื่อเจ้าของห้องชุดเลิกเลี้ยงสัตว์/สัตว์เลี้ยงเสียชีวิต และไม่พบการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับการเลี้ยงสัตว์ในอาคารชุดและ/หรือพบความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับเจ้าของห้องชุด/เจ้าของร่วม/อาคารชุดรวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง) - สัตว์เลี้ยงที่เจ้าของห้องชุดจะเลี้ยง จะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม เมื่อโตเต็มที่ เจ้าของห้องชุดสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ไม่เกินจำนวนดังต่อไปนี้ 1 ตัว / พื้นที่น้อยกว่า 50 ตร.ม. และไม่เกิน 50 ตร.ม. 2 ตัว / พื้นที่ 100 ตารางเมตร 3 ตัว / พื้นที่ 150 ตารางเมตร เป็นต้นไป (จำนวนสูงสุดของสัตว์เลี้ยงจะมีได้ไม่เกิน 3 ตัวต่อ 1 ห้องชุดเท่านั้น) - สัตว์เลี้ยงจะต้องมีสายผูก/จูงและมีผู้ดูแลตลอดเวลาที่อยู่บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง กฎระเบียบ ข้อห้าม ในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงภายในโครงการ รวมถึงบทลงโทษ กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่ประจำโครงการ   Master Plan หน้าโครงการติดกับถนนในซอยรัชดา 3 (ซอยข้างสถานฑูตจีน) มีทางเข้า-ออกโครงการทางเดียว ซึ่งหันหน้าทางทิศใต้ โดยอาคาร A จะอยู่ด้านหน้าโครงการ อาคาร B ทางทิศตะวันตก กับ อาคาร C ทางทิศตะวันออกของโครงการจะโอบล้อมสระว่ายน้ำตรงกลางโครงการเอาไว้ มีพื้นที่จอดรถอยู่ชั้นใต้ดินจำนวน 2 ชั้นของทั้ง 3 อาคาร และรอบนอกอาคาร B และ C มี Jogging Track ที่มีรั้วต้นไม้ตลอดสองข้างทาง พร้อมซุ้มคนรักสัตว์เลี้ยงที่มุมด้านนอกอาคาร Plan อาคาร A ถูกวางอยู่ด้านหน้าสุดของรั้วโครงการ ชั้น Ground ใกล้กับทางเข้าอาคารจะมีลานจอดซุปเปอร์ไบค์ ส่วนล็อบบี้ของอาคารนี้จะมีห้องที่เป็นที่ตั้งของนิติบุคคล ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว และบันไดหนีไฟ 2 จุด ส่วนยูนิตพักอาศัยจะหันหน้าออกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ทางด้านหน้าโครงการ กับทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วิวด้านในตัวโครงการ    Plan อาคาร B เมื่อยืนหันหลังให้อาคาร A ทางซ้ายมือของสระว่ายน้ำจะเป็นอาคาร B ซึ่งถูกวางเป็นรูปตัว L โดยมียูนิตพักอาศัยที่หันหน้าออกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะได้วิวด้านนอกโครงการ ยูนิตทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะได้วิวนอกโครงการทางฝั่งด้านหลังอาคาร ซึ่งจะมองเห็นอาคารตลาดหลักทรัพย์ อาคารเอไอเอแคปปิตอล เซนเตอร์ และยูนิตทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จะได้วิวสระว่ายน้ำและสวนส่วนกลาง    Plan อาคาร C ทางขวามือของสระว่ายน้ำคืออาคาร C วางเป็นรูปตัว L โดยมียูนิตพักอาศัยที่หันหน้าออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะได้วิวนอกโครงการทางฝั่งด้านหลังอาคาร ซึ่งจะมองเห็นอาคารตลาดหลักทรัพย์ อาคารเอไอเอแคปปิตอล เซนเตอร์ ส่วนยูนิตทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ได้วิวทางสถานฑูตจีน และยูนิตทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะได้วิวสระว่ายน้ำและสวนส่วนกลาง            Unit Plan ทุกยูนิตจะได้เฟอร์นิเจอร์ทั้งแบบ Built In และแบบลอยตัวครบเซต พร้อมเครื่องปรับอากาศที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอนทุกห้องแบบเดียวกันทุกยูนิต จะมีเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น, โทรทัศน์ เท่านั้นที่ไม่ได้มีมาให้ โดยแต่ละอาคารจะมีห้องหลายขนาด ดังนี้ อาคาร A 1 Bedroom 29-33.57 ตร.ม., 2 Bedroom 57.67-67.53 ตร.ม. อาคาร B  1 Bedroom 29.01-41 ตร.ม., 2 Bedroom 50.39-74 ตร.ม. อาคาร C 1 Bedroom 29-41.38 ตร.ม., 2 Bedroom 57.24-74 ตร.ม. 1 Bedroom 29.02 จะมีลักษณะเป็นครัวเปิดเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นลึกเข้าไปด้านใน และต่อด้วยระเบียง ส่วนห้องน้ำจะอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับห้องนอน เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างใน Plan ที่เห็นนี้จะได้ทุกอย่างมาครบเลยค่ะ   1 Bedroom 29.42   1 Bedroom 30.57 เริ่มจากครัวเปิดเชื่อมต่อกับพื้นที่ห้องนั่งเล่น และระเบียงห้อง กั้นโซนห้องนอนกับห้องน้ำได้อย่างเป็นสัดส่วน   1 Bedroom 33.50 Plan ห้องนี้จะเหมือนกันกับห้องก่อนหน้านี้ค่ะ แต่จะได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น   1 Bedroom 41.00 ยูนิตตั้งแต่พื้นที่ขนาดนี้เป็นต้นไปจะมีลักษณะของห้องหน้ากว้างค่ะ โดยจากครัวเปิดเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น และระเบียง กั้นห้องนอนและห้องน้ำในตัว   2 Bedroom 57.67 กลางห้องจะเป็นโซน Common Area เริ่มจากครัวเปิด ห้องนั่งเล่น และระเบียง ห้องนอนทั้ง 2 ห้องมีห้องน้ำในตัว   MRT พระราม 9 - MAESTRO 03     ครั้งนี้เรามาเริ่มเดินไปโครงการ MAESTRO 03 RATCHADA-RAMA9 จาก MRT สถานีพระราม 9 ทางออกที่ 1 กันค่ะ โดยประตูนี้จะอยู่หน้าอาคารฟอร์จูนทาวน์ ซึ่งเป็นทั้งห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และโรงแรม อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเซ็นทรัล พระราม 9 กับอาคารจี ทาวเวอร์พอดีค่ะ   เดินหน้าฟอร์จูนทาวน์มาเรื่อยๆ พอถึงเทสโก้ โลตัสที่อยู่ในอาคารฟอร์จูน เราจะเห็นว่ามีทางเดินด้านขวามือสุด ซึ่งเป็นทางลัดไปสู่โครงการได้ค่ะ   ทางลัดนี้ไม่ใช่เฉพาะคนเดินเท่านั้นนะคะ แต่รถยนต์ก็สามารถวิ่งเข้ามาได้ เพราะยังอยู่ในพื้นที่ของฟอร์จูนทาวน์ ซึ่งทางลัดตรงนี้จะมีคนเดินอยู่ตลอดตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงช่วงหัวค่ำ   เดินตามทางเข้ามาจนสุดก็จะเจอประตูทางออกด้านหลังอาคารค่ะ เราสามารถเดินเข้าซอยทะลุไปถึงซอยรัชดา 3 ที่ตั้งของโครงการได้   ภายในซอยที่ใช้เดินทะลุไป เป็นซอยของบ้านส่วนตัวตลอดสองข้างทางค่ะ ไม่ได้เปลี่ยวอะไร   แต่ถ้าไม่ใช้ทางลัดก็สามารถเดินจาก MRT ตรงมาตามถนนรัชดา แล้วมาเจอกับปากซอยรัชดา 3 ก็ได้นะคะ โดยกำแพงสีขาวที่เห็นนี้เป็นที่ตั้งของสถานฑูตจีนค่ะ   ภายในซอยเป็นถนน 2 เลนสวนกันได้ บรรยากาศคึกคักทีเดียวค่ะ   ร้านค้า ร้านอาหารมากมายเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่งถนน มีทั้งร้านที่เปิดช่วงกลางวันและกลางคืนค่ะ หมดห่วงเรื่องอาหารการกินไปได้เลย   จากปากซอยเดินมาจนถึงตัวโครงการ ใช้ระยะทางประมาณ 250 เมตรค่ะ เดินชมโครงการ เรามาเดินชมภายในโครงการกันเลยค่ะ โดยปัจจุบันนี้สร้างเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้วค่ะ เริ่มจากรั้วโครงการที่แบ่งทางคนเดินกับทางรถยนต์เอาไว้แยกกันเพื่อความปลอดภัย   ทางเข้า-ออก รถยนต์ใช้ระบบ Key Card Access มีป้อมรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. อยู่ด้านข้าง   ฝั่งทางเดินเข้า - ออก มีแร็คจอดจักรยาน   ใต้อาคาร A มีพื้นที่จอดซุปเปอร์ไบค์ ซึ่งจะได้พื้นที่กว้างกว่าลานจอดมอเตอร์ไซค์ทั่วไป   ทางโครงการมีรถสามล้อขนาด 4-6 ที่นั่ง เอาไว้คอยรับ-ส่งลูกบ้านด้วยนะคะ   ทางซ้ายมือของเราเป็นอาคาร A ส่วนทางขวาเป็นอาคาร B ซึ่งมีทางลงไปที่จอดรถชั้นใต้ดินของแต่ละอาคาร   ที่จอดรถชั้นใต้ดินจะมีทั้งหมด 2 ชั้นของแต่ละอาคาร คิดรวมเป็น 45%   เราไปดูกันที่ Facility กันก่อนค่ะ อยู่ตรงกลางพื้นที่โครงการทั้งหมด โดยอาคารตรงกลางนี้ชั้นบนจะเป็นฟิตเนสค่ะ ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ค่ะ ฟิตเนสจะล้อมรอบไปด้วยผนังกระจก High Ceiling ทุกด้าน เพิ่มความโปร่งไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ วิวจากห้องฟิตเนสมองลงไปด้านล่างจะเห็นสระว่ายน้ำและโซนสวนสีเขียวด้านในที่ถูกโอบล้อมด้วยอาคาร B ทางซ้าย และอาคาร C ทางขวามือค่ะ   บันไดวนมุมนี้เราสามารถขึ้นไปที่ Roof Top ของอาคารส่วนกลางได้ด้วยนะคะ   Roof Top ของอาคารส่วนกลางเป็นลานสนามหญ้าเทียมกว้างๆ ให้ขึ้นมารับลมชมวิว   กลับลงมาที่ชั้น 1 ใต้บันไดทางด้านซ้ายมีห้องน้ำสำหรับส่วนกลางอยู่ค่ะ   ทางขวามือเป็นห้องน้ำแยกชาย - หญิงค่ะ ห้องน้ำชาย มีทั้งห้องน้ำที่เป็นโถสุขภัณฑ์ และห้องอาบน้ำ   มีห้องซาวน่าอยู่ด้านในด้วยนะคะ   ส่วนห้องน้ำสำหรับผู้หญิงก็จะมีทั้งห้องน้ำ และห้องอาบน้ำอยู่เช่นเดียวกัน และยังมีห้องสตีมอยู่ด้วยค่ะ   ออกมาเดินชมรอบๆ สระว่ายน้ำกันค่ะ ทางเดินรอบสระจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ทางเดินค่อยข้างกว้างทีเดียวค่ะ และมีเก้าอี้ตั้งอยู่รอบสระทุกด้าน ยูนิตที่อยู่ชั้น 1 ฝั่งริมสระว่ายน้ำจะมีพุ่มไม้สูงกั้น เพื่อบังสายตาเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ค่ะ   จุดล้างตัวอยู่ข้างสระว่ายน้ำ   แยกสระเด็กออกจากสระผู้ใหญ่อย่างชัดเจนค่ะ แบบนี้จะปลอดภัยต่อเด็กๆ มากกว่าที่แยกความลึกของสระแต่ยังอยู่ในพื้นที่สระเดียวกัน   สระว่ายน้ำระบบเกลือมีข้อดีตรงที่ปราศจากสารเคมี กลิ่นไม่ฉุน ทำให้ผมไม่แห้งแข็ง ตาและผิวหนังไม่แสบ ไม่รู้สึกระคายเคือง ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อ่อนโยนต่อผิว จึงเหมาะสำหรับเด็กๆ และผู้มีปัญหาภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ส่วนชั้น 2 ที่เป็นห้องฟิตเนส มีโซฟาสีขาววางเรียงกันด้านในห้อง เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางโครงการจัดกิจกรรมขึ้นมาค่ะ แต่ห้องฟิตเนสจริงๆ แล้ว ตรงนี้จะเป็นเครื่องเล่นฟิตเนสแทนค่ะ   บรรยากาศภาพรวมของส่วนกลางค่ะ มีอาคาร 2 ชั้น ซึ่งเป็นลานกว้าง ฟิตเนส ห้องซาวน่า ห้องสตีม ห้องน้ำ สระว่ายน้ำ อยู่ตรงกลางโครงการพอดี   ถัดมาเป็นโซนสวนสีเขียวค่ะ โดยจะมีการแบ่งสัดส่วนให้ได้ใช้ประโยชน์กันได้อย่างหลากหลายมุม เริ่มจากลานหินตรงนี้ เราสามารถเดินเท้าเปล่าแล้วค่อยๆ เดินเหยียบลงบนหินสีดำเหล่านี้เพื่อนวดเท้าท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียวได้   ลานบาร์บีคิว สำหรับจัดปาร์ตี้สังสรรค์ริมสระว่ายน้ำกับกลุ่มเพื่อน    มีเคาน์เตอร์ที่จัดเป็นเตาปิ้งย่างพร้อมพื้นที่จัดเตียมอาหาร และซิงค์ล้างจานมาให้เรียบร้อยค่ะ     สวนตารางหมารุกสไตล์ยุโรปเข้ากับคอนเซปดีไซน์ของตัวอาคาร   มุมพักผ่อนเงียบๆ โอบล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียว   หรือจะมานั่งเปลี่ยนบรรยากาศอ่านหนังสือตรงซุ้มนี้ก็ดีนะคะ ส่วนประตูทางด้านหลังสุดของโครงการที่เห็นนั้นสามารถออกไปยัง Jogging Track ได้ค่ะ    Jogging Track ด้านหลังอาคารค่ะ สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสวนสีเขียวไปตลอดทาง และยังได้ร่มเงาจากทั้งต้นไม้และอาคารระหว่างที่วิ่งด้วยค่ะ    เดินชม Facility กันเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาขึ้นไปชมห้องตัวอย่างกันบนอาคารจริงเลยค่ะ โดยห้องตัวอย่างทั้งหมดจะอยู่ที่อาคาร A นี้ค่ะ   เปิดห้องตัวอย่าง   เดินเข้ามาใน Lobby ของอาคาร A จะมีพื้นที่กว้างๆ วางโต๊ะสำหรับรับแขกเอาไว้อยู่หลายมุม   ทางซ้ายมีห้องซักรีดอยู่ รวมถึงห้องของเจ้าหน้าที่ดูแลอาคาร   ห้อง Mail Box อยู่ก่อนถึงโถงลิฟท์   แต่ละอาคารจะมีลิฟท์โดยสารอยู่ 2 ตัวตรงค่ะ โดยอาคาร A จะอยู่ตรงกลางอาคารพอดี   ยูนิตพักอาศัยวางแบบ Double Corridor   ห้องตัวอย่างแรกเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ค่ะ โดยเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างที่จะเห็นในห้องกับเครื่องปรับอากาศจะได้ทุกอย่างมาตามแบบห้องตัวอย่างเลยค่ะ ยกเว้นแค่ของตกแต่ง ผ้าม่าน และวอลเปเปอร์เท่านั้น ซึ่งเฟอร์นิเจอร์จะมีโทนสีให้เลือกอยู่ 2 แบบค่ะ คือ Monet เป็นโทนสีอ่อน และ Malvyn โทนสีเข้มค่ะ   เริ่มจากประตูห้องใช้ลูกกุญแจล็อค มีมือจับก้านโยกเป็นสแตนเลสสตีล   เปิดประตูห้องเข้าไปจะพบกับห้องครัวเปิดเป็นส่วนแรกค่ะ โดยพื้นส่วนครัวจะปูด้วยแกรนิตโต้ ความสูง Floor To Ceiling 2.45 เมตร ใช้ไฟ Downlight   ขวามือหลังประตูห้องจะมี Built In ตู้เก็บของประตูบานสวิง 4 บาน โดยจะแบ่งให้ฝั่งขวาเป็นตู้สำหรับวางเครื่องซักผ้าพร้อมอุปกรณ์ได้ โดยมีการต่อท่อน้ำมาไว้อยู่แล้ว ส่วนฝั่งซ้ายเป็นตู้เก็บของที่แบ่งช่องสำหรับวางรองเท้าเอาไว้ให้ค่ะ   ส่วนทางซ้ายมือตรงข้ามกับตู้เก็บของก็จะเป็นเคาน์เตอร์ครัวแบบ One Wall Kitchen กรุกระเบื้องมาให้ตรงส่วนเคาน์เตอร์ เพื่อป้องกันคราบสกปรก ทำความสะอาดง่ายขึ้นกว่าเดิม ทางซ้ายมือมีช่องสำหรับวางตู้เย็น โดยมี Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ซึ่งมาพร้อมกับซิงค์ล้างจาน เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควัน ครบเซตเลยค่ะ   เคาน์เตอร์ครัวมีฟังก์ชั่นมาให้สำหรับการใช้งานอันสะดวกสบายยิ่งขึ้น อย่างตู้ใต้ซิงค์ล้างจานมีถังขยะพร้อมฝาปิดติดมาให้ ส่วนลิ้นชักใต้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าจะแบ่งช่องสำหรับวางช้อน-ส้อม และอุปกรณ์ทำครัวต่างๆ ซึ่งบานตู้และลิ้นชักทุกบานติดตั้งระบบ Soft Close ป้องกันเสียงดังเวลาปิด และยังสามารถยืดอายุการใช้งานได้ด้วยค่ะ   ติดกับเคาน์เตอร์ครัวมีโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ขนาด 2 ที่นั่ง อยู่ระหว่างพื้นที่ห้องครัวและห้องนั่งเล่นค่ะ   โต๊ะทานข้าวที่ติดมากับเคาน์เตอร์ครัวนี้ สามารถพับเก็บได้ด้วยนะคะ เป็นฟังก์ชั่นที่ดีสำหรับคอนโดมิเนียมจริงๆ   ภาพรวมของห้องครัวเปิดค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ทำกับข้าวไม่หนักมาก และพื้นที่ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งานจริง   ลึกเข้ามาเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นค่ะ ซึ่งจะได้เครื่องปรับอากาศแบรนด์ TRANE ติดตั้งมาให้เหนือโซฟา โดยทั้งหมดที่เห็นนี้ทั้งโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง โต๊ะกลาง โต๊ะด้านข้าง เคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ ทางโครงการให้มาทั้งหมดเลยค่ะ   พื้นห้องในส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอนปูด้วยลามิเนต 8 มม. ส่วนเฟอร์นิเจอร์ของห้องนี้จะเป็นโทนสีอ่อนแบบ Monet ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีแค่โทรทัศน์ ผ้าม่าน และวอลเปเปอร์ที่ไม่ได้ให้มาด้วยค่ะ   ด้านข้างโซฟาจะมีประตูกระจกขอบอลูมิเนียมสีดำกั้นระเบียงเอาไว้   ระเบียงห้องปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิก โดยมีพื้นที่พอให้วางราวตากผ้าได้ ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ   มุมหนึ่งของระเบียงจะมีกริลแอร์ติดตั้งเอาไว้แบบประตูบานสวิง   เปิดประตูออกมาจะพบกับพื้นที่ใต้ Condensing Unit ติดตั้งหัวก๊อกเอาไว้ให้ด้วยค่ะ   condensing unit หันหน้าเข้าระเบียง แต่มีกริลแอร์ที่ช่วยผลักลมร้อนออกนอกระเบียง ไม่ทำให้ระเบียงของเราร้อนจนเกินไปค่ะ   กลับเข้ามาในห้องไปดูที่ห้องนอนอยู่ทางซ้ายมือถัดจากเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ค่ะ   เปิดประตูห้องนอน ทางซ้ายมือจะเป็นเตียง ส่วนขวามือหลังประตูเป็นตู้เสื้อผ้า และห้องน้ำในตัวค่ะ   เฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนทางโครงการให้มาทั้งตู้เสื้อผ้า Built In โต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้ เตียงขนาด 5 ฟุต และตู้หัวเตียง   เหนือหัวเตียงติดตั้งเครื่องปรับอากาศมาให้ค่ะ   ใต้เตียงมีลิ้นชัก 2 ช่อง สำหรับเก็บของ   หัวเตียงมีตู้เล็กๆ มาให้อีก   ข้างเตียงเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีดำ   กลางห้องวางโต๊ะทำงานชิดผนังเอาไว้ติดกับตู้เสื้อผ้า     โต๊ะทำงานเราสามารถเปิดขึ้นมาเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วยนะคะ   ถัดจากตู้เสื้อผ้าจะเป็นห้องน้ำในตัว พื้นและผนังทั้งหมดปูด้วยกระเบื้องเซรามิก โดยขวามือเป็นอ่างล้างหน้าแบรนด์ LAVENZ พร้อมตู้เก็บของด้านล่าง และมีกระจกเงาติดตั้งมาให้   ทางซ้ายมือเป็นโถสุขภัณฑ์แบรนด์ KOHLER พร้อมสายชำระ   ส่วนเปียกกั้นด้วยประตูกระจก ฝักบัวใช้แบรนด์ KOHLER ผนังด้านในสุดมีการเจาะช่องไว้สำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำ   ห้องตัวอย่างถัดมาเป็นห้องแบบ 1 Bedroom เช่นกันค่ะ แต่จะได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น และจะตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้มแบบ Malvyn   เปิดประตูเข้ามาจะพบกับห้องครัวเปิดก่อนค่ะ ลักษณะเป็นห้องแนวลึกเช่นเดียวกันกับห้องตัวอย่างแรก   ซ้ายมือหลังประตูห้องเป็น Built In ตู้เก็บของบานสวิง 4 บานค่ะ ตู้แรกสำหรับวางเคื่องซักผ้าพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนตู้ถัดมาสำหรับวางรองเท้า และของอื่นๆ ค่ะ   ทางด้านขวามือตรงข้ามกับตู้เก็บของ คือ One Wall Kitchen มีช่องวางตู้เย็น ครัวที่ได้ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์จากแบรนด์ HAFELE เพื่อป้องกันน้ำกระเด็นออก เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว กับเครื่องดูดควันจากแบรนด์ Electrolux มีช่องสำหรับวางไมโครเวฟด้านล่าง   บานตู้ใต้ซิงค์ล้างจานติดถังขยะพร้อมฝาปิดมาให้ ลิ้นชักด้านบนแบ่งช่องสำหรับวางอุปกรณ์ต่างๆ   โต๊ะทานข้าวขนาด 2 ที่นั่ง สามารถพับเก็บได้ค่ะ สามารถเพิ่มพื้นที่ให้กับห้องได้มากขึ้นอีกหากเราไม่ได้ทานข้าวตรงนี้ จะเปลี่ยนไปนั่งทานที่ห้องนั่งเล่นกับโต๊ะลอยขนาดเล็กที่ให้มาก็ได้ค่ะ   ใต้ตู้เหนือเคาน์เตอร์ครัวด้านใต้มีการติดตั้งไฟเอาไว้ เพิ่มแสงสว่างเวลาทำครัวค่ะ   ลึกเข้ามาที่ห้องนั่งเล่น มีโต๊ะลอย 2 ตัว โซฟากับเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ครบเซต   เครื่องปรับอากาศติดตั้งเหนือโซฟา   ระเบียงถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน   ระเบียงมีขนาดที่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมติดตั้งกริลแอร์เพื่อปัดลมร้อนจาก condensing unit ให้ออกนอกตัวระเบียง   เข้ามาในส่วนของห้องนอนกันบ้างค่ะ   ทั้งหมดที่เห็นนี้ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าบานสวิงที่ติดตั้งกระจกบานใหญ่เอาไว้ให้ด้วย โต๊ะทำงาน เตียง โต๊ะหัวเตียง เราจะได้ทั้งหมดยกเว้นเพียงผ้าม่านกับวอลเปเปอร์เท่านั้นค่ะ   ข้างหน้าต่างกระจกสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต โดยยังเหลือทางเดินทั้งสองข้างของเตียงอยู่ค่ะ เครื่องปรับอากาศติดตั้งเอาไว้เหนือโต๊ะทำงาน   เตียงนอนมีลิ้นชักใต้เตียงให้ 2 ช่อง   โต๊ะหัวนอนมีลิ้นชักทรงลึกอยู่ด้วยค่ะ   ที่โต๊ะทำงานนี้เราสามารถยกขึ้นเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้เช่นเดิม แบบเดียวกันกับห้องที่แล้วค่ะ   หน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 ตอนขอบอลูมิเนียม   ตู้เสื้อผ้าบานสวิง 4 ประตู แบ่งเป็น 2  ฝั่ง   สุดท้ายเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ ด้านขวามือเป็นโถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ   ด้านซ้ายมือเป็นอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง   ลึกเข้ามาเป็นส่วนเปียกค่ะ กั้นด้วยกระจกบานสวิง   ภายในส่วนเปียกมีการเจาะช่องผนังเอาไว้ให้สำหรับวางของ มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายกันแล้วค่ะ เป็นห้อง 2 Bedroom หน้ากว้างขึ้นมาอีก แบ่งพื้นที่ห้องนอน Private Zone เอาไว้สองด้านของห้อง ส่วนตรงกลางเป็นพื้นที่ Common Area   เปิดห้องเข้าไปจะพบกับ Common Area ที่เป็นครัวเปิดกันก่อนค่ะ   ซ้ายมือถัดจากประตูเป็นตู้ Built In สำหรับเก็บรองเท้า   ห้องครัวเปิด มีพื้นที่วางโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่งอยู่กลางห้องค่ะ   เคาน์เตอร์ครัว double wall kitchen เป็นรูปตัว L มีพื้นที่วางตู้เย็นที่ตรงสุดปลายเคาน์เตอร์   Top ครัวใช้หินสังเคาระห์ ซึ่งสามารถทนความร้อนจากเตาแม่เหล็กไฟฟ้าได้ดีค่ะ ใต้ซิงค์ล้างจานยังคงมีตู้ที่ติดถังขยะมาให้เช่นเคย   ห้องไซส์นี้จะได้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 4 หัวค่ะ ส่วนลิ้นชักมีแบ่งช่องเอาไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ   ที่โต๊ะทานข้าวนี้จะมีฟังก์ชั่นที่สามารถขยายพื้นที่โต๊ะได้ด้วยนะคะ โดยเมื่อยกแผ่นไม้ด้านข้างขึ้นแล้วสไลด์ไปด้านข้างก็จะสามารถเพิ่มพื้นที่ได้อีก   กางออกมาแล้วจะมีหน้าตาแบบนี้ค่ะ   เชื่อมต่อพื้นที่ห้องครัวไปที่ห้องนั่งเล่นค่ะ โดยส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอนทั้งหมดจะปูพื้นด้วยลามิเนตหนา 8 มม. พื้นที่ตรงกลางระหว่างโซฟากับเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์สามารถซื้อโต๊ะกลางขนาดใหญ่กว่านี้มาเพิ่มได้นะคะ เพราะมีพื้นที่กว้างขวางมากพอที่จะสามารถวางได้โดยยังเหลือทางเดินอยู่   ถัดไปเป็นระเบียงที่ถูกกั้นด้วยประตูประจกบานเลื่อนค่ะ   เนื่องจากห้องขนาด 2 Bedroom จะได้เครื่องปรับอากาศมา 3 ตัว จึงมีการแยก Condensing Unit ออกเป็นสองมุมของระเบียงค่ะ เพื่อให้ทั้งสองด้านมีพื้นที่ข้างใต้เหลือไว้ใช้ประโยชน์   แม้จะถูกวางเอาไว้ทั้งสองมุม แต่ติดตั้งกริลแอร์เอาไว้ให้ทั้งหมด ไม่ต้องกังวลเรื่องลมร้อนที่ออกมาค่ะ   กลับเข้ามาในห้องดูอีกด้านหนึ่งของห้องกันค่ะ ขวามือจะมีตู้ Built In อยู่หน้าห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access สามารถเปิดเข้า-ออกได้ระหว่าง Common Area กับห้องนอนทางซ้ายมือค่ะ   ตู้ Built In หน้าห้องน้ำค่ะ ถูกออกแบบมาสำหรับวางเครื่องซักผ้าและของใช้อื่นๆ   เข้ามาดูในห้องนอนแรกค่ะ ทางซ้ายมือเป็นเตียง ส่วนทางขวาเป็นตู้เสื้อผ้ากับห้องน้ำ   เตียงขนาด 5 ฟุต วางอยู่ข้างหน้าต่าง โดยมีโต๊ะทำงานวางเอาไว้ระหว่างเตียงกับตู้เสื้อผ้า   ยังคงมีพื้นที่ทางเดินทั้งสองข้างของเตียงค่ะ และยังมีโต๊ะหัวเตียงอยู่ด้านข้างริมหน้าต่าง   หน้าต่างกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ และเครื่องปรับอากาศติดตั้งทางปลายเตียงค่ะ   ใต้เตียงมีลิ้นชัก 2 ช่องเช่นเดิมค่ะ   อีกด้านหนึ่งของห้องเป็นพื้นที่ตู้เสื้อผ้าที่ให้มาถึง 2 ตู้ แยกออกจากกันคนละมุม และห้องน้ำค่ะ   ใครที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ ก็ไม่ต้องห่วงค่ะ โครงการนี้มีมุมให้เก็บของ เก็บเสื้อผ้าได้เยอะเลยค่ะ   ภายในตู้เสื้อผ้าทุกตู้จะมีสวิทช์ไฟเพิ่มแสงสว่างภายในตู้เสื้อผ้าด้วยนะคะ   ห้องน้ำแบ่งส่วนแห้งให้อยู่ทางซ้ายมือทั้งหมดค่ะ ผนังด้านข้างโถสุขภัณฑ์มีการเจาะเข้าไปเพิ่มช่องวางของได้อีก   อ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของ กระจกเงา โถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ ทางโครงการติดตั้งทั้งหมดนี้มาให้เลยค่ะ   ส่วนเปียกใช้กระจกใสบานสวิงกั้นเอาไว้แบบมีธรณีประตูขึ้นมาเล็กน้อย   มองจากมุมนี้จะเห็นชัดขึ้นค่ะว่าห้องน้ำนี้ใช้ประตูแบบ Double Access คือประตูทางซ้ายจะออกไปโซน Common Area ส่วนประตูตรงกลางจะออกไปที่ห้องนอนแรกค่ะ   เปิดประตูห้องน้ำทางซ้ายมือก็ออกไปห้องครัวเปิดได้เลยค่ะ   สุดท้ายเราไปดูกันที่ Master Bedroom ด้านหลังเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์กันค่ะ   เปิดประตูเข้าไป Master Bedroom ทางด้านขวาเป็นเตียงขนาด 5 ฟุต ตั้งอยู่ริมหน้าต่าง ปลายเตียงมีโต๊ะทำงานและ Built In เคาน์เตอร์วางโทรทัศน์เอาไว้ด้วยค่ะ   หน้าต่างกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ   เหลือทางเดินรอบเตียงทั้งสองข้าง พร้อมกับมีโต๊ะหัวเตียงของทั้งสองมุมค่ะ   ใต้เตียงยังคงมีลิ้นชัก 2 ช่อง   Built In เคาน์เตอร์ตรงปลายเตียง หากเราไม่วางโทรทัศน์ก็สามารถใช้เป็นที่วางของอื่นๆ ได้ มีฟังก์ชั่นให้เก็บของได้หลายจุดทีเดียวค่ะ   หันไปดูทางซ้ายของห้องกันบ้างค่ะ มีมุมโซฟาไว้นอนอ่านหนังสือเล่นๆ เครื่องปรับอากาศติดตั้งเอาไว้เหนือโซฟา ส่วนตู้เสื้อผ้าจะได้ขนาดใหญ่ 5 บานสวิง และซ้ายมือด้านในสุดตรงข้ามกับตู้เสื้อผ้าคือห้องน้ำค่ะ   ด้านในตู้เสื้อผ้ายังคงมีการแบ่งชั้นสำหรับเก็บของได้หลายช่อง   ภายในห้องน้ำจะพบกับส่วนแห้งก่อนค่ะ โดยจะเป็นอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง กระจกเงา และโถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ   หันไปทางขวามือเป็นส่วนเปียกกั้นด้วยประตูกระจกมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย   ภายในส่วนเปียกมีการเจาะผนังเพิ่มช่องวางอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำค่ะ   แบรนด์ MAESTRO เป็นหนึ่งในคอนโดมิเนียม Low Rise ที่มีการออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สเปคภายในที่ให้มาถือว่าจัดเต็มค่ะ แค่ลากกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมอุ้มสัตว์เลี้ยงของคุณมาด้วยก็เข้าอยู่ได้เลย และด้วยทำเลที่ตั้งของ MAESTRO 03 RATCHADA-RAMA 9 ภายในซอยรัชดา 3 ที่เต็มไปด้วยอาหารการกินราคาไม่แพง ทั้งที่อยู่ท่ามกลางแหล่ง New CBD เช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงเป็นหนึ่งในโครงการที่จับตามอง    
MAESTRO 14 SIAM-RATCHATHEWI นิยามใหม่ของการใช้ชีวิต..ใจกลางเมือง

MAESTRO 14 SIAM-RATCHATHEWI นิยามใหม่ของการใช้ชีวิต..ใจกลางเมือง

ต้องยอมรับจริงๆ ค่ะว่าการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญข้อหนึ่งสำหรับการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย ซึ่งย่านฮอตฮิตใจกลางเมืองอย่าง “สยาม-ราชเทวี” ก็เป็นอีกพิกัดหนึ่งที่หลายคนมาดหมายอยากอยู่อาศัย เพราะแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ส่งผลให้ดีเวลลอปเปอร์เลือกปักหมุดสร้างคอนโดมีเนียมขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่คอนโดฯ เป็นตึกสูงหน้าตาซ้ำกันไปหมด แถมรูปแบบห้องก็เป็นพิมพ์เดียวกันดูอึดอัดไม่น่าอยู่เอาซะเลย     ถ้าใครกำลังตามหาคอนโดดีไซน์สวยงามไม่เหมือนใครอยู่ล่ะก็ โครงการ "MAESTRO 14 SIAM-RATCHATHEWI (มาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี)" ในตระกูล มาเอสโตร เรสซิเด้นซ์  (Maestro Residences) จาก เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ถือว่าเป็นคำตอบที่ดีของชีวิตคุณเลยค่ะ เพราะที่นี่ไม่เหมือนคอนโดอื่นๆ ตั้งแต่คอนเซ็ปต์ออกแบบที่ผสมผสานความลงตัวของสถาปัตยกรรมแบบคอนเทมโพรารีเข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังสะดวกสบายด้วยที่ตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี เพียง 300 เมตร และใช้เวลาเพียง 5 นาทีถึงสยาม แหล่งช็อปปิ้งใจกลางเมืองของวัยรุ่น นอกจากนี้พื้นที่โครงการยังมีความเป็นส่วนตัวเนื่องจากตั้งอยู่ในซอย ทำให้ภายในมีพื้นที่โล่งกว้างท่ามกลางความเป็นธรรมชาติแม้อยู่ใจกลางเมือง จนทำให้รู้สึกว่านี่แหละมันคือคอนโดที่เป็นเหมือน “บ้าน” จริงๆ   สำหรับโครงการ มาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ ตัวโครงการตั้งอยู่ใจกลางเมือง เงียบสงบเนื่องจากอยู่ในซอยเพชรบุรี 12 ตัดกับซอยพญานาค โดยเป็นซอยที่อยู่ติดกับ BTS สถานีราชเทวี จุดเด่นของโครงการคือตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ CBD, แหล่งงาน, ห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากมาย สามารถเชื่อมต่อออกไปยังที่ต่างๆ ได้สะดวก ตอบโจทย์ลูกบ้านทั้งคนมีรถและไม่มี โดยมีให้เลือกหลากหลายเส้นทางไม่ว่าจะเข้าหรือออกเมือง พร้อมทั้งอยู่ใกล้ทางด่วนยมราช และมีซอยย่อยที่ลัดเลาะไปได้โดยไม่ต้องใช้เส้นหลัก ที่สำคัญตัวโครงการสามารถเข้าออกได้ถึง 3 ทาง ทั้งจากถนนเพชรบุรี เข้าตรงซอยเพชรบุรี 12, ถนนพญาไท เข้าตรงซอยพญานาค และสามารถทะลุออกถนนบรรทัดทองได้ ซึ่งก็ช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรในชั่วโมงคับคั่งได้เป็นอย่างดี     ใครที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ ต้องบอกว่าสะดวกสุดๆ ไปเลยค่ะ เพราะอย่างที่บอกไปข้างต้นว่าตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยเพชรบุรี 12 ตัดกับซอยพญานาคที่อยู่ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี บริเวณหน้าซอยพญานาคก็มีวินมอเตอร์ไซค์ให้ใช้บริการ และมีรถเมล์, รถแท็กซี่ผ่านไปมาตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีเรือโดยสารคลองแสนแสบที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ท่าเรือที่ใกล้ที่สุดคือท่าเรือสะพานหัวช้าง ที่สำคัญตัวโครงการอยู่ห่างจาก BTS ราชเทวีเพียง 300 เมตร ก็ถึงบันไดเลื่อนขึ้นตัวสถานีแล้วค่ะ โดยเป็นระยะที่เดินเท้าได้สบายๆ แถมข้างทางก็เป็นแหล่งชุมชนทำให้ไม่รู้สึกเปล่าเปลี่ยว ในเรื่องของอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้าการเดินทางเลย ด้วยความที่เป็นย่านที่พักอาศัยจึงค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เพราะในซอยจะมีร้านอาหาร Street food รวมไปจนถึงร้านค้าต่างๆ ให้เลือกจับจ่ายใช้สอยตลอดเช้ายันค่ำ หรือขยับข้ามฝั่งตรงข้ามไปก็มี Coco Walk แหล่งไลฟ์สไตล์ ที่มีร้านแฮงก์เอ้าท์ และคาเฟ่ต่างๆ ใครอยากไปช็อปปิ้งก็สามารถใช้ BTS จากสถานีราชเทวีนั่งรถไปสถานีเดียวก็จะถึงสถานีสยาม จุดเปลี่ยนเส้นทางระหว่างสายสุขุมวิทและสายสีลมที่มีห้างสรรพสินค้าชื่อดังมากมาย อาทิ สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามแสควร์วัน, สยามดิสคัฟเวอรี่, มาบุญครอง และจามจุรีสแควร์ หรือถัดไปอีกหน่อยถนนราชประสงค์ก็จะเป็นเซ็นทรัลเวิลด์แล้วค่ะ แถมยังรายล้อมไปด้วยสถานที่ศึกษาชั้นนำ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เรียกได้ว่าโครงการ มาเอสโตร 14 สยาม - ราชเทวี เหมาะสำหรับชีวิตคนเมืองที่แท้จริง   1. วันนี้เราเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS นะคะ โดยนั่งมาลงที่สถานีราชเทวี 2. สำหรับทางออกรถไฟฟ้าไปโครงการ มาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี จะอยู่ที่ทางออก 1 ค่ะ 3. เดินลงบันได BTS มาให้สังเกตที่ซอยพญานาคก็เดินเข้าไปเลยค่ะ 4. ปากซอยพญานาคจะเป็นที่ตั้งของโรงแรมเอเชียนะคะ ทำให้มีรถและผู้คนผ่านไปมาตลอด ไม่เปลี่ยวแน่นอน 5. เดินตรงเข้ามาในซอยจะพบกับร้านค้า ร้านอาหารมากมาย รวมถึงร้านชื่อดังอย่าง Sushi Masa ด้วย 6. นอกจากร้านอาหารก็มีร้านคาเฟ่น่ารักๆ อย่าง Lazy Mary ด้วยนะ 7. เดินตรงเข้าไปอีกหน่อยจะพบกับเซเว่นค่ะ จากจุดนี้ก็สังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีป้ายสีส้มด้านขวาชี้พิกัดโครงการ มาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี อยู่ด้วย 8. เดินเลี้ยวเข้ามาในซอยข้างเซเว่นไม่ทันเหนื่อยก็ถึงโครงการแล้วค่ะ   เจาะลึกโครงการ   โครงการ มาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี เป็นคอนโด Low Rise 1 อาคาร สูง 8 ชั้น พร้อมที่จอดรถชั้นใต้ดิน จำนวน 179 ยูนิต บนที่ดิน 1-1-59 ไร่ ด้วยขนาดห้องชุดตั้งแต่ 26.72 – 64.81 ตารางเมตร โดยทางโครงการเน้นการออกแบบที่ผสานกับธรรมชาติ เริ่มตั้งแต่บริเวณคอนโดจะมีพื้นที่สีเขียวล้อมรอบช่วยเพิ่มบรรยากาศของธรรมชาติ ถึงแม้จะอยู่กลางเมืองก็ตาม ด้านการออกแบบของสถาปัตยกรรมก็ออกแบบให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะโดดเด่นที่สุดในย่านนี้ จากการผสมผสานรูปแบบคอนเทมโพรารี เข้ากับความมินิมอล ออกมาเป็นรูปแบบศิลปะแนวคอนเทม – มินิมอลลิซึม (Contem – Minimalism) ที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ด้วยความพิถีพิถันและใส่ใจทุกรายละเอียด ความอบอุ่น สุขุม ทันสมัยได้ถูกนำมารวมกันและนำมาตกแต่งภายในคอนโดมิเนียมและห้องพักด้วยความมีชีวิตชีวาและความงามสไตล์สแกดิเนเวียน เรโทร ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คัดสรรเป็นอย่างดี โทนสีพาสเทล และวัสดุโลหะที่เข้ากันอย่างลงตัว ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบเมื่อความหรูหราสไตล์ยุโรปได้มาผสมผสานกับความทันสมัยอย่างลงตัว มาเอสโตร 14 จึงถือเป็นคอนโดฯ ที่น่าสนใจในย่านสยาม – ราชเทวี อีกโครงการหนึ่ง   ในส่วนของ Facilities เรียกว่าครบครันทีเดียว เพราะถึงแม้ตัวโครงการจะตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ก็ยังใส่ใจในเรื่องการใช้ชีวิตของลูกบ้านที่ต้อง Balance ระหว่างการทำงานและการพักผ่อน รวมถึงการใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติและสัตว์เลี้ยง ซึ่งเอกลักษณ์สำคัญของคอนโดจาก เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) คือนโยบาย Pet-friendly ที่อนุญาตให้ลูกบ้านสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ โดยจัดสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดให้ลูกบ้านทุกยูนิต และมีกฎระเบียบข้อบังคับการเลี้ยงสัตว์ในอาคารชุดให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข อาทิ  - การนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดมาเลี้ยง จะต้องขออนุญาตฝ่ายบริหารอาคารฯ และลงทะเบียนประวัติสัตว์เลี้ยงไว้เป็นข้อมูล โดยชำระค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียน จำนวน 3,600 บาท/ต่อตัว/ต่อปี (ค่าใช้จ่ายนี้จะนำมาเป็นกองทุนในการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางและลงน้ำยาฆ่าเชื้อทุกสัปดาห์) - ชำระเงินประกันความเสียหายจำนวน 5,000 บาท/ต่อตัว (เรียกเก็บครั้งแรกครั้งเดียว) และจะคืนให้เมื่อเจ้าของห้องชุดเลิกเลี้ยงสัตว์/สัตว์เลี้ยงเสียชีวิต และไม่พบการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับการเลี้ยงสัตว์ในอาคารชุดและ/หรือพบความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับเจ้าของห้องชุด/เจ้าของร่วม/อาคารชุดรวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง) - สัตว์เลี้ยงที่เจ้าของห้องชุดจะเลี้ยง จะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม เมื่อโตเต็มที่ เจ้าของห้องชุดสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ไม่เกินจำนวนดังต่อไปนี้ 1 ตัว / พื้นที่น้อยกว่า 50 ตร.ม. และไม่เกิน 50 ตร.ม. 2 ตัว / พื้นที่ 100 ตารางเมตร 3 ตัว / พื้นที่ 150 ตารางเมตร เป็นต้นไป (จำนวนสูงสุดของสัตว์เลี้ยงจะมีได้ไม่เกิน 3 ตัวต่อ 1 ห้องชุดเท่านั้น) - สัตว์เลี้ยงจะต้องมีสายผูก/จูงและมีผู้ดูแลตลอดเวลาที่อยู่บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง กฎระเบียบ ข้อห้าม ในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงภายในโครงการ รวมถึงบทลงโทษ กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่ประจำโครงการ   ไม่เพียงเท่านี้ทางโครงการยังออกแบบให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับความสุขของลูกบ้านอย่างครบครัน เริ่มตั้งแต่พื้นที่ชั้น 1 ที่มีจุดจอดรับส่ง และแร็คจอดจักรยาน เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับล็อบบี้, ห้องจดหมาย, ห้องซักรีด รวมถึงสระว่ายน้ำใจกลางโครงการที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ นอกจากนี้ยังมีห้องสตีมและซาวน่า มีโซนอ่านหนังสือ และสวนเพื่อให้มาอ่านหนังสือเล่มโปรด ขยับมาที่ชั้น 2 ก็มีสวนเพื่อการเรียนรู้ หากใครอยากออกกำลังกายในร่มก็เพียงแค่กดลิฟท์ขึ้นไปที่ชั้น 9 ก็จะพบกับห้องฟิตเนสที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์มากมาย หรือถ้ารักการสังสรรค์ทางโครงการก็มี Party Patio, ห้องคาราโอเกะ, ลานบาร์บีคิวที่ชั้นดาดฟ้าพร้อม Sky Lounge, Sky Cabana เพื่อให้เป็นสถานที่แห่งความสุขของลูกบ้านทุกช่วงเวลา แถมยังมีความปลอดภัยสูงเพราะทางโครงการออกแบบให้ลูกบ้านทุกยูนิตใช้คีย์การ์ดแบบล็อคชั้นซึ่งขึ้นไปได้เฉพาะชั้นตัวเองและส่วนกลางเท่านั้น อีกทั้งยังให้ความรู้สึกอุ่นใจไปกับกล้องวงจรปิด และรปภ. ที่คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง จาก Master Plan จะมีทางเข้าโครงการจุดเดียวนะคะ และมีจุด Drop-off ก่อนจะเข้าสู่ Lobby ซึ่งแบ่งออกเป็นพื้นที่ส่วนกลาง และห้องพักอาศัยประมาณ 5 ห้อง สำหรับที่จอดรถจะอยู่บริเวณชั้นใต้ดินค่ะ สระว่ายน้ำถูกออกแบบไว้ตรงกลางโครงการเลยนะคะ จากภาพจะเห็นว่ามีบันไดเชื่อมต่อไปยังสวนเพื่อการเรียนรู้บริเวณชั้น 2 ด้วย บริเวณริมสระจัดวางเตียงนอนอาบแดดสีขาวสบายตาไว้รองรับความสุขของลูกบ้าน จากภาพจะเห็นว่าบริเวณรอบๆ สระว่ายน้ำจะถูกโอบล้อมไปด้วยความเขียวขจีไม้ประดับนานาพรรณ ขยับเข้ามาที่พื้นที่ส่วนกลางด้านใน บริเวณชั้น 1 นอกจากมีสระว่ายแล้วยังมีห้อง Library อีกด้วย ภายในห้องดูกว้างขวางและเงียบสงบ โดยทางโครงการจัดวางชุดโต๊ะ เก้าอี้ โซฟาแบบเข้าชุดไว้หลากหลายมุม หากลูกบ้านคนไหนต้องการทำงานหรือทำการบ้านเงียบๆ ก็สามารถเลือกใช้มุมเคาน์เตอร์ ที่ออกแบบมาพร้อมรองรับอุปกรณ์สายชาร์ตต่างๆ หรือใครอยากติวการบ้านกับเพื่อน, มีครูมาสอนพิเศษจะเลือกนั่งเป็นมุมนี้ก็ดูลงตัว ก่อนจะพาไปดูส่วนกลางชั้นอื่นๆ เมื่อเดินไปยังโถงลิฟท์จะพบกับส่วนของห้องจดหมายก่อนนะคะ สำหรับแปลนชั้น 2-8 จะเป็นยูนิตพักอาศัยทั้งหมดค่ะ โดยความพิเศษของชั้น 2 ทางโครงการได้ออกแบบสวนเพื่อการเรียนรู้มาไว้รองรับลูกบ้านด้วย สำหรับสวนเพื่อการเรียนรู้จะมีบันไดเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำบริเวณชั้น 1 ด้วยนะคะ บรรยากาศบริเวณสวนเพื่อการเรียนรู้ชั้น 2 ค่อนข้างร่มรื่นและผ่อนคลายทีเดียว เหมาะแก่การมานั่งอ่านหนังสือสบายๆ ทางโครงการจัดวางที่นั่งไว้ให้เลือกสรรหลากหลายมุมทีเดียวค่ะ แปลนของพื้นที่ชั้น 9 นะคะ ซึ่งจะรวม Facilities ส่วนกลางหลักๆ โดยจัดไว้ชั้นบนของอาคาร ต่อจากพื้นที่ส่วนกลางที่กระจายอยู่ในพื้นที่ชั้น 1 และชั้น 2 บริเวณชั้นดาดฟ้าถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่รองรับความสุขลูกบ้านหลากหลายมุมทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ลานโยคะ, สนามเด็กเล่น, ลานบาร์บีคิว, สกายเลาจน์, ห้องคาราโอเกะ และ pet zone จากภาพจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าแม้ทางโครงการจะออกแบบให้มีพื้นที่นั่งเล่นหลากหลายมุมแค่ไหน แต่ก็ยังมีรั้วระแนงเล็กๆ สีดำกั้นแยกระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงไม่ให้รบกวนกัน และอยู่ร่วมกันอย่างสุขใจ ลานบาร์บีคิวที่ออกแบบมาพร้อมรองรับปาร์ตี้เล็กๆ ของลูกบ้าน นอกจากมีที่นั่งรองรับลูกบ้านมากมายแล้ว ในส่วนของลานบาร์บีคิว ยังมาพร้อมเตาและอ่างล่างมือด้วย บรรยากาศบริเวณดาดฟ้าชั้น 9 ในมุมกว้าง จะเห็นได้ว่าทางโครงการใส่ใจตั้งแต่พื้นที่พักผ่อนและมุมส่วนตัวมากมาย รวมถึงนำความเขียวขจีของต้นไม้มาประดับประดาให้ลูกบ้านรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอยู่เสมอ แม้ว่าจะอยู่ใจกลางเมืองก็ตาม นอกจากมีมุมพักผ่อนให้เลือกสรรมากมายแล้ว ยังมีฟิตเนสอยู่ที่บริเวณชั้น 9 อีกด้วย ภายในห้องฟิตเนสโอบล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจกใสให้ลูกบ้านสามารถออกกำลังกายพร้อมกับชมวิวเมืองอย่างเพลิดเพลิน พื้นที่ติดกับห้องฟิตเนสนั้นจะเป็นส่วนของห้อง Karaoke ค่ะ ภายในห้องคาราโอเกะมาพร้อมกับโซฟาตัวยาว และชุดโฮมเธียร์เตอร์เพื่อรองรับกิจกรรมสังสรรค์ของลูกบ้านอย่างเต็มเปี่ยม   เปิดประตูห้องตัวอย่างที่พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้   สำหรับโครงการ มาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี มีแบบห้องหลักๆ อยู่ 3 แบบ คือ 1 Bedroom Suite ขนาด 26.72 - 30.91 ตร.ม., 1 Bedroom ขนาด 32-35.66 ตร.ม., 2 Bedroom ขนาด 60.55 - 64.81 ตร.ม. ที่มาในรูปแบบ Fully Furnished พร้อมชุดครัวแบรนด์ Electrolux สุขภัณฑ์ต่างๆ เครื่องปรับอากาศ และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ซึ่งถ้าลูกบ้านตัดสินใจซื้อจะขาดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าและพร็อพตกแต่งเท่านั้น แถมทุกยูนิตยังสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ด้วยนะคะ เรียกว่าถ้าถูกใจก็พร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยทีเดียว   ในครั้งนี้เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างถึง 3 ห้องด้วยกัน เริ่มกันด้วยห้อง 1 Bedroom Suite AA1-1 ขนาด 29.65  ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบหน้าแคบลึก พื้นที่ใช้สอยจัดมาได้ลงตัวทีเดียวค่ะ โดยเปิดเข้ามาจะเจอส่วนครัวและห้องน้ำก่อน เพื่อให้พื้นที่ด้านในเป็นส่วนพักผ่อนอย่างเตียงนอนและโซฟานั่งเล่น ภายในห้องดูโปร่งโล่งสบาย ซึ่งในห้องตัวอย่างทางโครงการตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้เราได้เห็นฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แต่ห้องที่ขายจริงจะเป็นห้องโล่งๆ ที่ได้เพียงผนังฉาบเรียบสีขาว กับ Fully Furnished ตามมาตรฐานที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้นค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom Suite AA1-1 ขนาด 29.65  ตร.ม. เมื่อเดินเข้ามาจะเจอกับส่วนของ Pantry ครัวก่อนเลยค่ะ ถัดไปจะเป็นส่วนของ Living Area ที่ตอบโจทย์ต่อการพักผ่อนได้ดี ครัวจะเป็นแบบ One Wall-Kitchen นะคะ โดยโครงการจะเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นมาให้แล้วด้วย ชุดเคาน์เตอร์ครัว ลูกบ้านจะได้ทุกอย่างตามนี้เลยนะคะ ซึ่งมาพร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน จะเว้นก็เพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็น, ไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้าเท่านั้น นอกจากเว้นช่องไว้ให้ใส่ไมโครเวฟอย่างพอดิบพอดีแล้ว บริเวณลิ้นชักยังมีช่องสำหรับใส่อุปกรณ์ช้อนส้อม และมีดให้ด้วย พื้นที่ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัว ติดกับประตูทางเข้าจะเป็นตู้เก็บของและตู้รองเท้าแบบบิลต์อินนะคะ ติดกับตู้เก็บของจะเป็นห้องน้ำค่ะ ซึ่งมีพื้นที่เล็กๆ หน้าห้องเหลือพอสำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ ได้ด้วย เรามาดูที่ห้องน้ำกันบ้าง เดินเข้ามาจะพบกับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าอยู่ตรงกลาง ขวามือจะเป็นโถสุขภัณฑ์ของแบรนด์ Kohler พื้นที่ในสุดจะเป็นโซนเปียกที่ทางโครงการกั้นประตูกระจกอาบน้ำไว้ให้แล้ว แถมยังยกธรณีสูงหนึ่งเสต็ป เพื่อกันไม่ให้น้ำจาก Shower Area ไหลออกไปสู่พื้นที่อื่นๆ ภายในห้องน้ำ ภายใน Shower Area ผนังข้างฝักบัวถูกเจาะช่องให้สามารถวางอุปกรณ์อาบน้ำได้ กลับออกมาด้านนอก ก่อนจะเข้าไปส่วนพักผ่อนจะเห็นว่าทางโครงการได้เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอนมาให้ค่ะ เมื่อเปิดประตูด้านในส่วนพักผ่อนเข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนเลยนะคะ พื้นที่ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นมุมทำงานและระเบียงค่ะ ระยะห่างระหว่างโซฟากับคอนโซลทีวีมีระยะกำลังดีเลยนะคะ ไม่แคบและไม่กว้างจนเกินไป พื้นที่ลึกเข้ามาด้านใน ทางโครงจัดวางโต๊ะทำงานเล็กๆ ไว้ให้ดูเป็นไอเดียนะคะ ลูกบ้านสามารถใช้เป็นมุมนี้เป็นมุมทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งมุมนี้จะอยู่ติดกับระเบียงนะคะ โดยทางโครงการกรุผนังกระจกใสไว้เพื่อความโปร่งโล่ง ระเบียงมีขนาดกำลังดี สามารถวางราวตากผ้าได้ โดยคอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ด้านบนนะคะ โดยทางโครงการได้ทำระแนงเหล็กกั้นเพื่อความเรียบร้อยไว้ให้แล้ว กลับเข้ามาด้านในส่วนของห้องนอนกันบ้างดีกว่าค่ะ ภายในห้องดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถวางที่นอน 5 ฟุต ได้สบายๆ พื้นที่ข้างเตียงติดกับประตูจะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยนะคะ ภายในมีที่ให้เก็บของได้เยอะทีเดียว ตัวบานพับจะใช้แบบ Soft closed ค่ะ   ห้องตัวอย่างอีกห้องที่เราได้ชมกันคือ 1 Bedroom A4-3 ขนาด 35.10 ตร.ม. ลักษณะห้องจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส จัดวาง Layout ไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจน เชื่อมต่อพื้นที่การใช้งานอย่าง Pantry มุมรับประทานอาหาร และมุมนั่งเล่นไว้ด้วยกัน ทางโครงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บิลต์อินเพื่อทำให้ผู้อาศัยสามารถจัดวางข้าวของเครื่องใช้ได้อย่างเป็นระเบียบและใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ภายในห้องชุดยังมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ชุดครัว Pantry Set เครื่องปรับอากาศ ตามมาตรฐานเหมือนกับห้องแรกค่ะ   แปลนห้อง 1 Bedroom A4-3 ขนาด 35.10 ตร.ม. นะคะ สำหรับไทป์นี้เปิดประตูเข้ามาจะเจอส่วนครัวเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ เพียงแต่มีขนาดที่กว้างและใหญ่กว่า เคาน์เตอร์ครัวจะเป็นรูปแบบตัวไอ (i) จะได้วัสดุเหมือนอย่างในห้องตัวอย่างก่อนหน้าเช่นกัน พื้นที่ตรงข้ามครัวทางโครงการบิลต์อินตู้รองเท้าและตู้เก็บของ พร้อมเว้นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้ามาให้แล้วค่ะ เดินต่อเนื่องเข้ามาที่โถงกลาง Living Area ที่เชื่อมมุมรับประทานอาหารและมุมนั่งเล่นเข้าไว้ด้วยกัน จากภาพจะเห็นว่าแม้จะจัดวางโซฟาตัวยาวแล้ว แต่ยังเหลือพื้นที่กว้างพอสำหรับวางโต๊ะและเก้าอี้รับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่ง ได้สบายๆ ทางโครงการได้จัดวางโซฟาตัวยาวขนาด 2-3 ที่นั่งไว้เป็นตัวอย่างในส่วน Living Area นะคะ จะเห็นได้ว่าบริเวณตรงกลางมีพื้นที่เหลือมากพอสำหรับวางโต๊ะกลางด้วย ติดกับมุมนั่งเล่นจะเป็นระเบียงนะคะ ซึ่งมีประตูบานเลื่อนกั้นให้ออกมารับลมได้ โดยระเบียงมีขนาดกว้างสามารถวางราวตากผ้าได้สบายๆ เลยค่ะ คอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ด้านบนนะคะ โดยทางโครงการได้ทำระแนงเหล็กกั้นไว้ให้แล้วเพื่อความเรียบร้อย กลับมาที่ภายในห้อง บริเวณคอนโซลทีวีมีขนาดกว้างพอรองรับจอขนาดใหญ่ได้เลยนะคะ พื้นที่ติดกันนั้นจะเป็นส่วนของห้องนอนที่เป็นประตูแบบทึบค่ะ เข้ามาในส่วนของห้องนอนกันก่อนดีกว่าค่ะ ภายในห้องนอนดูโปร่งโล่งสบาย โอบล้อมด้วยกระจกใส เอื้อต่อการพักผ่อน พื้นที่ติดกับหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ทางโครงการจัดวาง Daybed ไว้เป็นตัวอย่าง ซึ่งลูกบ้านสามารถจัดสรรส่วนนี้ให้เป็นมุมพักผ่อนของสัตว์เลี้ยงก็ยังได้ เมื่อวาง Daybed แล้วจะเห็นว่าบริเวณรอบๆ มีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงด้วย มุมมองกลับมาที่ภายในห้องนะคะ พื้นที่ติดกับเตียงนั้นจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ลึกเข้าไปนั้นจะเป็นตู้เสื้อผ้าและห้องน้ำค่ะ ตู้เสื้อผ้าจะบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยคะซึ่งลูกบ้านจะได้มาพร้อมกับห้องเลยค่ะ มาในส่วนของห้องน้ำกันบ้าง ตรงกลางจะเป็นเคาน์เตอร์อ่างล้างมือที่อยู่ติดกับชุดสุขภัณฑ์ มีกระจกเงาบานใหญ่มาให้ พื้นที่ในสุดจะเป็นส่วนเปียก ส่วนเปียกจะเป็นกระจกกั้นนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ยกธรณีสูงขึ้นประมาณนึงเพื่อกันน้ำเปียกมายังโซนแห้ง ทางโครงการเจาะช่องให้สำหรับวางของใช้ส่วนตัวให้เหมือนดั่งห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ   และห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราจะพาไปดู เป็นห้อง 2 Bedroom B1-1 ขนาด 64.81 ตร.ม. ที่นับว่าเป็นขนาดใหญ่สุดของโครงการ ลักษณะเป็นห้องหน้าแคบลึก แต่พอเดินเข้ามาจะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส บรรยากาศโดยรวมในห้องนี้จึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา การจัดแบ่งพื้นที่ไว้ก็เป็นสัดส่วนชัดเจน เปิดห้องเข้ามาเจอส่วนครัวที่มาพร้อมอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน ต่อเนื่องมายังมุมรับประทานอาหาร และมุมนั่งเล่นที่กว้างพอให้วางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้สบายๆ แถมยังแอบเหลือพื้นที่สำหรับโต๊ะกลางได้ด้วย ติดกันนั้นมีประตูบานเลื่อนอีกชั้นให้ออกไปสัมผัสอากาศด้านนอกที่ระเบียงได้ ส่วนพื้นที่ลึกเข้ามาด้านในตรงกลางจะเป็นห้องน้ำ ก่อนต่อเนื่องไปยังห้องนอนใหญ่ และห้องนอนเล็ก ภายในห้องบิลต์อิน ตู้ เตียงไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ แปลนห้อง 2 Bedroom B1-1 ขนาด 64.81 ตร.ม. เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอครัวที่ลึกยาวเข้าไปก่อนเลยนะคะ โดยครัวถูกจัดให้อยู่ชิดริมผนังฝั่งทางเดิน เป็นแบบ One Wall-Kitchen เหมือนดั่งห้องตัวอย่างสองห้องก่อนหน้าเลยนะคะ ขนาดของเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของด้านบนจะมีขนาดยาวขึ้นเล็กน้อยตามขนาดของห้อง แต่ตัววัสดุที่ใช้รวมถึงเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นยังคงเหมือนกับห้องตัวอย่างก่อนหน้าทั้งสองห้องเลยค่ะ พื้นที่ตรงข้ามครัวทางโครงการบิลต์อินตู้เก็บรองเท้าและตู้เก็บของขนาดใหญ่มาให้แล้ว ซึ่งสามารถเก็บของได้เยอะมาก แถมยังไม่รบกวนสายตาเนื่องจากมีหน้าบานเปิดปิดด้วยค่ะ เดินเข้ามาที่โถงกลาง มุมรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่นเลยนะคะ ซึ่งมีขนาดกว้างขวางมากเพราะสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้สบายๆ พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดกว้างขวางกำลังดี ระยะห่างของโซฟากับทีวีของห้องนี้จะห่างเกือบ 2 เมตรนะคะ ซึ่งก็เหมาะสำหรับวางทีวีขนาด 42 นิ้วขึ้นไป แถมลูกบ้านยังสามารถจัดวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่งได้สบาย พร้อมเหลือพื้นที่ตรงกลางไว้สำหรับวางโต๊ะได้ด้วย ซึ่งมุมนั่งเล่นจะอยู่ชิดติดระเบียงนะคะเลยทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นค่ะ ระเบียงมีขนาดกว้างสามารถวางราวตากผ้าได้สบายๆ เลยค่ะ อีกทั้งยังกั้นระแนงเพื่อบังคอมเพรสเซอร์แอร์ให้เรียบร้อยแล้ว มุมมองกลับมาที่ภายในห้องนะคะ จะเห็นว่าการจัดวาง Layout จะคล้ายๆ กับห้องตัวอย่างที่สอง เพียงแต่ห้องนี้มีขนาดใหญ่กว่า พื้นที่ลึกเข้าไปด้านในตรงกลางจะเป็นห้องน้ำนะคะ ก่อนต่อเนื่องไปยังห้องนอนเล็กและห้องนอนใหญ่ สำหรับห้องน้ำด้านนอก ตรงกลางจะเป็นชุดเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ มีกระจกเงาบานใหญ่มาให้ ด้านขวามือเป็นโถสุขภัณฑ์ ฝั่งด้านซ้ายมือเป็นพื้นที่อาบน้ำ กั้นกลางด้วยกระจกใส พื้นภายในห้องน้ำกรุด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนนะคะ   และก็เหมือนกับห้องน้ำในห้องตัวอย่างก่อนหน้า ผนังฝั่งเปียกจะเจาะช่องไว้ให้วางอุปกรณ์อาบน้ำได้ ซึ่งก็เพิ่มความสะดวกสบายได้ดีทีเดียว ออกจากห้องน้ำมาต่อกันที่ห้องนอนเล็กนะคะ ภายในห้องมีขนาดกระทัดรัด เหมาะสำหรับวางเตียงนอนขนาด 3.5 ไปจนถึง 5 ฟุตได้ แถมผนังปลายเตียงยังสามารถติดทีวีเพิ่มโดยไม่รู้สึกคับแคบด้วยค่ะ นอกจากโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ บริเวณรอบๆ เตียงยังมีพื้นที่เหลือให้เดินได้ ผนังฝั่งที่ติดกับประตู จะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ เข้ามาที่ห้องนอนใหญ่กันบ้าง ภายในห้องนอนขนาดกว้างพอจัดให้เป็นโซนพักผ่อน และโซน Walk-in Closet ที่อยู่ตรงข้ามกับห้องน้ำ ภายในห้องน้ำแบ่งแยกพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจนเหมือนดั่งห้องตัวอย่างก่อนหน้านี้ สำหรับห้องน้ำในห้องนอนใหญ่จะจัดวางสุขภัณฑ์ไว้ตรงกลาง จัดชุดเคาน์เตอร์ล้างหน้าไว้ชิดริมประตู โดยมีกระจกเงาบานใหญ่มาให้ ส่วนเปียกจะเป็นกระจกกั้นนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ยกธรณีสูงขึ้นประมาณนึงเพื่อกันน้ำเปียกมายังโซนแห้ง ภายในพื้นที่ส่วนเปียกนอกจากจะเจาะช่องที่ผนังฝั่งฝักบัวไว้ให้สามารถวางของได้แล้ว ยังมีหน้าต่างบานกระทุ้งให้เปิดระบายอากาศได้อีกด้วย ออกมาจากห้องน้ำ พื้นที่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นตู้เสื้อผ้าบิวต์อินขนาดใหญ่ยาวขนานไปกับผนัง ก่อนจะต่อเนื่องมายังโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานที่ทางโครงการจัดวางไว้ให้เป็นไอเดียแก่ลูกบ้าน ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสผสมกับหนังทึบเพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางที่นอนขนาด 5 ฟุตไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยเหลือพื้นที่ให้เดินรอบๆ และวางโต๊ะข้างเตียงได้ด้วยค่ะ ทางโครงการจัดวางเก้าอี้นวมไว้เป็นตัวอย่าง ซึ่งลูกบ้านสามารถจัดสรรพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นมุมของเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวโปรดก็ยังได้ค่ะ   นับว่าโครงการ มาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เหมาะสำหรับคนเมืองอย่างแท้จริงเลยนะคะ ใครที่อยากมีคอนโดดีๆ เลี้ยงสัตว์ได้ พร้อมยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่ให้ความรู้สึกของความเป็นที่สุดอย่างเต็มอิ่ม แถมยังอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวีเพียงแค่ 300 เมตร สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายไม่ว่าจะมีรถส่วนตัวหรือไม่มี ที่สำคัญคือสามารถเข้า-ออกได้ถึง 3 เส้นทาง ถนนพญาไท, ถนนบรรทัดทอง และถนนเพชรบุรี นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสาธารณูปโภคครบครัน ในราคาเอื้อมถึงได้ เริ่มต้น 4.5 ล้านบาท* เมื่อพิจารณาจากทำเล ห้องที่แต่งครบ มีเฟอร์นิเจอร์ครบ พร้อมเข้าอยู่แบบนี้ ถือว่าคุ้มค่าและหาได้ไม่ง่ายเลยนะคะ ไม่ว่าจะจับจองไว้อยู่อาศัยเองหรือเก็บไว้เป็นทางเลือกในการลงทุนปล่อยเช่า อาทิ นักเรียน, นักศึกษา, คนทำงาน และชาวต่างชาติ ก็น่าจะได้ผลตอบแทน Capital gain ที่ดีไม่ใช่น้อย
MARU Ekkamai 2 ความสุขที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ

MARU Ekkamai 2 ความสุขที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ

ในยุคสมัยที่ใครต่างให้ความสำคัญกับการเดินทาง คงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่นักถ้าผู้คนส่วนใหญ่มักเลือกซื้อคอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยมากกว่าบ้านเดี่ยวทั่วไป ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายเนื่องจากทำเลมักตั้งอยู่ใจกลางเมือง ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์ และทำให้การใช้ชีวิตง่ายมากขึ้น เช่นเดียวกับโครงการ MARU EKKAMAI 2 (มารุ เอกมัย 2) คอนโดมิเนียมแบรนด์น้องใหม่จาก เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่โดดเด่นตั้งแต่การดีไซน์อาคารภายในและภายนอกอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลาง ที่สำคัญคือสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งแนวคิดทั้งหมดนี้ทางโครงการได้อ้างอิงมาจากผลวิจัยที่ว่า “การที่คนเรามีที่อยู่อาศัยใกล้ออฟฟิศจะทำให้มีความสุขมากขึ้น หรือการมีสัตว์เลี้ยงก็ทำให้เรามีความสุขมากขึ้นเช่นกัน” ภาพจำลองรูปแบบอาคารโครงการ MARU EKKAMAI จำนวน 1 อาคาร 32 ชั้น ในสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่าย คุมโทนสีขาวเทา   ทำเล และการเดินทาง MARU EKKAMAI 2 ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพอย่างแท้จริงเลยค่ะ เพราะโครงการตั้งอยู่ต้นซอยสุขุมวิท 63 หรือที่เราเรียกกันคุ้นชินว่าเอกมัย ซึ่งเป็นเอกมัยตอนใต้ระหว่างเอกมัยซอย 2 และซอย 4 อยู่ตรงข้ามกับอาคาร Bangkok Business Center เลยค่ะ อย่างที่ทราบกันดีว่าเอกมัยเป็นซอยคู่ขนานที่เชื่อมต่อกันระหว่างทองหล่อ (ถนนสุขุมวิทและเพชรบุรี) แหล่งไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่ฮอตฮิตอยู่เสมอ เพราะบรรยากาศโดยรอบค่อนข้างคึกคักตลอดทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ทั้งยังรายล้อมไปด้วยร้านอาหารชิคๆ และคาเฟ่เก๋ๆ, สถานบันเทิงชื่อดัง, คอมมูนิตี้มอล ตลอดจนออฟฟิศและคอนโดระดับลักชัวรี่ที่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยความที่เป็นย่านอุดมสมบูรณ์สะดวกสบายทั้งการใช้ชีวิตและอยู่อาศัย การเดินทางเข้าออกเมืองก็สะดวกและคล่องตัวเช่นกันค่ะ สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ อย่างที่ทราบกันดีแหละค่ะว่าถนนเอกมัยนั้นเชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนเพชรบุรี ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่จราจรค่อนข้างหนาแน่นด้วยปริมาณของกลุ่มคนที่อยู่อาศัยและทำงาน ที่มักสัญจรผ่านไปมาใช้ถนนเอกมัยเป็นเส้นทางสำหรับเข้า-ออกเมืองฝั่งสุขุมวิท แต่ข้อดีของโครงการ MARU EKKAMAI 2 คือตั้งอยู่บริเวณต้นซอยจึงได้เปรียบในเรื่องของการเดินทาง ไม่ต้องฝ่าฟันการจราจรที่ติดขัด ซึ่งเส้นเอกมัยก็มีทางลัดให้เลี่ยงรถติดได้หลายทางนะคะ เช่น ซอยเอกมัย 5, 19 และ 21 ใช้เชื่อมต่อกับเส้นทองหล่อ และซอยเอกมัย 12 และ 28 ที่เชื่อมกับต่อกับเส้นปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเป็นถนนคู่ขนานที่อยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งยังมีทางลัดที่ใช้เลี่ยงรถติดตรงปากซอยเอกมัยได้จากซอยเอกมัย 10 (ตรง Heath Land) ซึ่งสามารถใช้วิ่งลัดมาออกซอยสุขุมวิท 65 ได้ด้วยค่ะ นอกจากนี้การเดินทางมายังโครงการยังสามารถเลือกใช้เส้นทางได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นถนนพระราม 4 ที่สามารถวิ่งออกไปลงสีลมหรือสามย่าน หรือจะใช้ถนนสุขุมวิทวิ่งไปออกเพลินจิต, ชิดลม, สยาม หรือใช้ถนนเพชรบุรีไปออกพญาไทก็ได้อีกเช่นกัน อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจุดขึ้นลงทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์, ทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทั้งขาเข้าและออกเมือง เรียกได้ว่าสะดวกสบายอย่างแท้จริงเลยล่ะค่ะ   สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะก็สะดวกมากทีเดียวค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนสุขุมวิทจึงมีรถเมล์ รถแท็กซี่ รวมไปจนถึงวินมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด หรือหากจะใช้รถไฟฟ้าก็สามารถเดินไปขึ้น BTS สถานีเอกมัยได้ในระยะเพียง 450 เมตรเท่านั้น หากใครอยากเปลี่ยนสายไปนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ก็แค่นั่ง BTS ไปลงสถานีอโศก เพราะเป็นสถานี Interchange กับสถานีสุขุมวิท ซึ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเทาจากวัชรพลผ่านถนนประดิษฐ์มนูธรรมมา Interchange ที่สถานีทองหล่อ เรียกว่าถ้าเสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่การเดินทางก็ยิ่งสะดวกสบายมากขึ้นเท่านั้นค่ะ   คอนโดไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เลี้ยงสัตว์ได้ MARU EKKAMAI 2 เป็นคอนโด High Rise สูง 32 ชั้น จำนวนยูนิตไม่มาก มาพร้อมที่จอดรถถึง 165 คัน หรือคิดเป็น 44.47%  แบ่งออกเป็นที่จอดรถปกติ 131 คัน และแบบ Autoparking 34 คัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Live More, Live Maru เน้นความเป็นคอนโด Pet Friendly & Wellness Living ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทำงานนอกออฟฟิศหรือที่บ้าน และยังชอบพักผ่อน สังสรรค์กับเพื่อนๆ ตัวอาคารถูกออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์น ดูเรียบง่ายสะอาดตา เน้นวัสดุธรรมชาติ แต่แฝงไว้ด้วยไอเดียใหม่ๆ อย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด พื้นที่ใช้สอยภายในจัดวางอย่างเป็นสัดส่วนเอื้อต่อการใช้งาน โดยคำนึงถึงการอยู่อาศัย แต่ยังคงรสยิยมการตกแต่งแบบซุปเปอร์พรีเมี่ยมสไตล์เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ไว้เช่นเคย ภาพจำลองภายในห้อง Duplex - 1 Bedroom ที่มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 41.5 - 74.5 ตร.ม. ภายในห้องดูโปร่งโล่งด้วยเพดานสูงถึง 5.5 เมตร ได้รับการตกแต่งอย่างเรียบง่ายในสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกลิ่นอายสไตล์เซนที่ลงตัวไปกับพื้นที่ใช้สอย เอื้อให้ใช้ประโยชน์สูงสุด สำหรับเอกลักษณ์สำคัญของคอนโดจาก เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ คือนโยบาย Pet-friendly ที่อนุญาตให้ลูกบ้านสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ โดยจัดสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดให้ลูกบ้านทุกยูนิตได้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข นอกจากความเป็นมิตรที่ลูกบ้านสามารถเลี้ยงสัตว์ได้อย่างสบายใจแล้ว ทางโครงการยังมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำน้องหมา น้องแมว และพื้นที่สวนให้สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณได้วิ่งเล่นอย่างเพลิดเพลินโดยไม่ต้องหลบซ่อนอีกด้วยค่ะ ภาพจำลองภายในห้อง Quiet room ที่มีเฉพาะโครงการ Maru Ekkamai ออกแบบมาสำหรับให้ลูกบ้านใช้อ่านหนังสือหรือทำงานภายใต้บรรยากาศที่เงียบสงบ ภาพจำลองภายในห้อง Theater - Karaoke room รองรับการผ่อนคลายของลูกบ้าน ภาพบรรยากาศจำลองของห้อง Terrarium Workshop room ท่ามกลางสวนสวยให้ทัศนียภาพร่มรื่น แต่ยังคงรสนิยมการตกแต่งในรูปแบบซุปเปอร์พรีเมี่ยมสไตล์เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ในส่วนของ Facilities ต้องบอกเลยว่าทางโครงการจัดเตรียมพื้นที่ใช้สอยส่วนกลางไว้อย่างเต็มเปี่ยมจริงๆ ค่ะ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับวันพักผ่อนมากมายไม่ว่าจะเป็น ห้องฟิตเนส สระว่ายขนาดใหญ่ถึงครึ่งหนึ่งของสระโอลิมปิกที่มาพร้อมสระน้ำอุ่นให้ปรับอุณภูมิก่อนลงสระไว้ข้างๆ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่เน้นกิจกรรมอื่นๆ เช่น พื้นที่จอดรถจักรยาน มาพร้อมที่เติมลมยางแบบ automatic, EV Charger, Bark and Bike wash, Co-Creation Space, Co-Kitchen Space, Outdoor theater และ Quite Room ให้อ่านหนังสืออย่างสงบ ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นใกล้ต้นไม้เพื่อให้ลูกบ้านได้สัมผัสกับธรรมชาติมากขึ้น และยังมีสวนขนาดใหญ่อยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าโครงการเพื่อเป็นตัวกรองมลภาวะ ทั้งอากาศ และเสียงจากภายนอก เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง   เล่ารายละเอียดกันมาถึงจุดนี้แล้ว คงต้องบอกว่า MARU EKKAMAI 2 เป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพจาก เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่น่าสนใจมากทีเดียวนะคะ ทั้งด้วยศักยภาพของทำเล และตัวโครงการเองที่มีการจัดสรรพื้นที่ในส่วนต่างๆ ไว้อย่างลงตัว ใครที่กำลังมองหาที่พักอาศัยใกล้รถไฟฟ้า เดินทางไปมาสะดวก อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ที่สำคัญคือสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ เราว่าโครงการนี้น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี แถมยังอยู่ในราคาที่สามารถเอื้อมถึงด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 4.3 ล้านบาท หรือ 189,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น และจองเพียง 30,000 บาท สำหรับห้อง Studio กับ 1 Bedroom และ 60,000 บาท สำหรับห้อง 2 Bedroom บอกได้คำเดียวว่าไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ แถมช่วงพรีเซลวันที่ 23-24 กันยายน 2560 นี้ ณ โรงแรม Bangkok Marriott Sukhumvit 57 ทางโครงการยังมีโปรโมชั่นให้ส่วนลดสูงสุดถึง 100,000 บาท* สำหรับใครที่สนใจสามารถลงทะเบียน เพื่อรับส่วนลดและสิทธิพิเศษ ได้ที่ http://bit.ly/2vASK2E  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 084-416-7777
MARU Ladprao 15 ทางเลือกใหม่ของคนเมือง

MARU Ladprao 15 ทางเลือกใหม่ของคนเมือง

เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่จะทำให้คนมีความสุขมักเกิดจากการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ได้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมสภาพแวดล้อมตามแบบที่ชอบและต้องการ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเลือกพอใจแบบไหน แต่ถ้าสองปัจจัยนี้ได้มาอยู่รวมกันแล้ว ความสุขในการดำเนินชีวิตของแต่ละวันก็คงเกิดขึ้นได้ทุกวัน จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น เชื่อไหมคะว่าจะมีอยู่ในคอนโดมิเนียมจริงๆ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบธรรมชาติ ใช้ชีวิตเรียบง่าย รักสัตว์ และกำลังมองหาคอนโดดีๆ บนทำเลศักยภาพ ไม่ควรพลาดโครงการที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ค่ะ นั่นก็คือ “MARU Ladprao (มารุ ลาดพร้าว)” คอนโดมิเนียมแบรนด์น้องใหม่ล่าสุดจาก เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่อยากเลี้ยงสัตว์ไว้ในคอนโด และใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติอันหาได้ยากในมหานครคอนกรีต แต่จะมีรายละเอียดอะไรบ้าง ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ   ทำเลกลางเมือง เดินทางสะดวกสบาย โครงการ MARU Ladprao ตั้งอยู่บนพื้นที่เก่าของปั๊ม Susco ฝั่งขาเข้า ระหว่างซอยลาดพร้าว 15 และซอยลาดพร้าว 17 ซึ่งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีลาดพร้าวทางออก 3 แค่เพียง 80 เมตรเท่านั้น จัดว่าเป็นโซนลาดพร้าวตอนต้น เพราะอยู่ในช่วงห้าแยกลาดพร้าวและแยกรัชดา-ลาดพร้าว ซึ่งทำเลบริเวณนี้ถือว่าเจริญและอุดมสมบูรณ์มากเพราะอย่างที่ทราบกันดีพื้นที่ 2 ฝั่งถนนลาดพร้าวรายล้อมไปด้วยร้านค้า, ตลาด, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านยา, คลีนิกเสริมความงาม, คลีนิกทันตกรรม, อาคารพาณิชย์, ธนาคาร, สวนลุมไนท์บาซ่า รัชดาภิเษก และคอนโดมิเนียมมากมาย เรื่องอาหารการกินก็เลยค่อนข้างหาง่ายและสะดวกมากๆ หากใครอยากทานร้านอาหารดีๆ ในมื้อพิเศษก็แค่มุ่งตรงไปถนนโชคชัย 4 เส้นลาดพร้าววังหินและถนนนาคนิวาสที่อยู่ไม่ไกล ก็จะเจอร้านอาหารและแหล่งแฮงก์เอ้าท์เพียบอีกเช่นกัน นอกจากร้านค้าและร้านอาหาร ถ้าจะซื้อของใช้เข้าบ้านก็สามารถมุ่งตรงไปที่ Big C Extra + Homepro (อยู่ห่างเพียง 350 เมตร) หรือขยับไปอีกนิดก็จะเป็น Union Mall (ห่างเพียง 1.1 กิโลเมตร) และ Central Plaza ลาดพร้าว (ห่างเพียง 1.6 กิโลเมตร) ด้วยระยะทางที่แสนใกล้ หากใครยังช็อปปิ้งไม่หนำใจ จะไปต่อที่ตลาดนัดสวนจตุจักร, JJ Green หรือแต่เมเจอร์รัชโยธิน ก็สามารถไปถึงง่ายในเวลารวดเร็วด้วยค่ะ สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ก็ค่อนข้างสะดวกทีเดียวค่ะ เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ซึ่งถนนลาดพร้าวสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนเส้นอื่นได้อีกหลายสาย อาทิ ถนนรัชดาภิเษกที่ตัดกับถนนลาดพร้าว ตรงแยกลาดพร้าว-รัชดา สามารถวิ่งไปพระราม 9 ได้ หรือจะกลับรถไปถนนพหลโยธินที่สามารถวิ่งออกไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิต่อไปถึงอโศก หรือจะใช้ถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า การจราจรก็จะคล่องตัวกว่าค่ะ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางยกระดับอุตราภิมุข (ทางด่วนโทลล์เวย์) เชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครและศรีรัช ซึ่งสามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก หรือจะใช้ทางลัดไปออกถนนเกษตร-นวมินทร์ (ประเสริฐมนูกิจ) ก็ไปได้ง่ายๆ จากซอยลาดพร้าว 41 และถนนโชคชัย 4 ที่ตัดเข้าถนนลาดพร้าววังหินและถนนนาคนิวาส เชื่อมกับถนนสุคนธสวัสดิ์ก็เป็นเรื่องที่สะดวกทีเดียวค่ะ ส่วนใครที่ไม่มีรถส่วนตัว เดินทางด้วยรถสาธารณะเป็นประจำก็สะดวกสบายไม่แพ้กันนะคะ เพราะบริเวณหน้าโครงการมีรถโดยสาร แท๊กซี่ และวินมอเตอร์ไซด์ผ่านไปมาอยู่ตลอด และอย่างที่บอกไปข้างต้นว่าตัวโครงการอยู่ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินในระยะที่เดินเท้าได้เพียง 80 เมตร ซึ่งอนาคตสถานีลาดพร้าวจะเป็นสถานี Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ส่วนสถานีพหลโยธินที่อยู่ถัดไป จะเป็นสถานี Interchange กับสายรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงส่วนต่อขยาย หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งถ้าเรียบร้อยเมื่อไหร่ ตัวเลือกในการเดินทางก็ยิ่งสะดวกสบายและมีมากขึ้นเท่านั้นค่ะ   นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตที่ใช่กลางเมือง MARU Ladprao เป็นคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น จำนวนยูนิตไม่มาก มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “One you need less, you will have more” ที่สะท้อนภาพชีวิตของคนเมือง แฝงแนวความคิดและความหมายดีๆ “แม้จะเหนื่อยจากการทำงานภายนอก แต่เมื่อได้กลับบ้านในที่ที่ได้เป็นของตัวเอง ก็มีความสุขแล้ว” ตัวอาคารจึงดีไซน์สไตล์โมเดิร์น เรียบง่ายสะอาดตาแต่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนานรวมถึงไอเดียใหม่ๆ ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด จัดวางพื้นที่ใช้สอยสะดวกต่อการใช้งาน คำนึงถึงการอยู่อาศัย แต่ยังคงรสนิยมการตกแต่งแบบซุปเปอร์พรีเมี่ยมสไตล์เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ได้เป็นอย่างดี ภาพบรรยากาศจำลองห้องขนาด 30 ตร.ม. ที่ได้รับการออกแบบเอื้อต่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง ภายในห้องดูกว้างขวาง เนื่องจากการจัด Lay out เป็นสัดส่วน  ภาพบรรยากาศส่วนของสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ถึงครึ่งหนึ่งของสระโอลิมปิก จะเห็นได้ว่าบริเวณข้างๆ มีสระน้ำอุ่นให้ปรับอุณหภูมิก่อนลงสระใหญ่ด้วย สำหรับพื้นที่ส่วนกลางบอกเลยค่ะว่าจัดเต็มและฉีกรูปแบบคอนโดฯ อื่นอย่างแท้จริง เพราะทางโครงการได้นำ Facility ที่เคยอยู่ใน Indoor ออกมาใช้ใน Outdoor มากขึ้น เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสกับธรรมชาติได้ออกมาใช้ชีวิตแบบไม่ต้องไปไหนไกล เช่น Co-Working Space ในสวน, โต๊ะ Pool กลางแจ้ง, Outdoor Theater, พื้นที่เชื่อมต่อภายนอกของ Co-Creation Space ซึ่ง MARU ตั้งใจทำให้ลูกบ้านหลีกหนีจากความวุ่นวายใจกลางเมือง หยุดใช้ Computer หรือโทรศัพท์ มาอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางอันร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ โดยพยายามใช้พันธุ์ไม้ที่ให้กลิ่นหอมในโครงการ เพื่อให้ทุกคนได้ออกมาหายใจ อยู่กับธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ยัง MARU ยังมีสวนขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าทางเข้าโครงการเพื่อเป็นตัวกรองมลภาวะทั้งอากาศและเสียงจากภายนอก และยังมี Wisdom Garden สวนที่ใช้พักผ่อนหรือสามารถใช้โต๊ะเล่นโกะเกมส์ได้ สำหรับใครที่ชอบปั่นจักรยานทางโครงการก็มีที่จอดรถจักยาน พร้อมที่เติมลมยางแบบ automatic และ Ev Charger, Bark and Bike wash คอยบริการด้วย และยังมี Trampoline ให้เด็กๆ ได้กระโดดเล่น มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ถึงครึ่งหนึ่งของสระโอลิมปิก ซึ่งบริเวณข้างๆ จะมีสระน้ำอุ่นให้ปรับอุณหภูมิก่อนลงสระใหญ่ด้วยค่ะ ในส่วนของความเป็น “Pet-Friendly Condominium” โครงการ MARU Ladprao อนุญาตให้ลูกบ้านเลี้ยงสัตว์ได้เหมือนกับ โครงการอื่นๆ ของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เลยค่ะ ซึ่งถือเป็นจุดขายอย่างหนึ่งที่สร้างความแตกต่างจากคอนโดมิเนียมอื่นในตลาด ดังนั้นภายในโครงการจึงมีการจัดสรรพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง หรือ Pet Area เพื่อให้น้องหมา น้องแมว สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณได้ออกมาวิ่งเล่น ออกกำลังกายได้ แต่การจะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยนั้นก็จะมีกฏระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้อง Co-Creation Space ที่ดูโปร่งโล่งสบาย ล้อมรอบด้วยกระจกใสบานใหญ่ มองเห็นทัศนียภาพได้กว้างไกล ภายในห้องตกแต่งสไตล์มินิมอลกึ่งเซนที่เรียบง่ายและสงบ ภาพจำลองบริเวณ Lobby ที่มาในรูปแบบ Double Space 2 ชั้น รองรับลูกบ้านได้อย่างสบายๆ  ภาพบรรยากาศจำลองของ Star Gazing Deck ที่ทางโครงการตั้งใจออกแบบมารองรับลูกบ้านให้ขึ้นมาชมดาวในวันที่ฟ้าพราว และสามารถมองเห็นดาวบนพื้นเป็นกลุ่มดาวสิงโต (LEO)   โครงการ MARU Ladprao จัดว่าเป็นคอนโดมิเนียมที่น่าจับตาและคุ้มค่าแก่การลงทุนทั้งอยู่อาศัยเองและปล่อยเช่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเลที่ตั้งตลอดจนพื้นที่ส่วนกลางที่ทาง เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ตั้งใจคิดและออกแบบมาเพื่อผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ซึ่งแนวคิดทั้งหมดนี้ก็อิงมาจากผลวิจัยที่บอกว่า “การที่คนเรามีที่อยู่อาศัยใกล้ออฟฟิศจะทำให้มีความสุขมากขึ้น หรือการมีสัตว์เลี้ยงก็ทำให้เรามีความสุขมากขึ้นเช่นกัน” เพราะองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมดถูกจัดวางให้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติเพื่อให้ลูกบ้านได้ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับคนที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลด 100,000 บาท* ได้ที่ http://bit.ly/2vASK2E หรือ www.marubymajor.com โทร 084-416-7777  ซึ่งจะจัด Pre-Sale ในวันที่ 23-24 กันยายน 2560 นี้ ณ โรงแรม Bangkok Marriott Sukhumvit 57 ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.6 ล้าน
Metris Rama 9-Ramkumhang : เมทริส พระราม 9-รามคำแหง (PREVIEW)

Metris Rama 9-Ramkumhang : เมทริส พระราม 9-รามคำแหง (PREVIEW)

Metris Rama 9-Ramkumhang (เมทริส พระราม 9-รามคำแหง) โครงการบนหนึ่งในทำเลที่ดีที่สุดของส่วนต่อขยายเมือง เพื่อเป็นทุกคำตอบของการใช้ชีวิต ล้อมรอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและการเดินทางที่หลากหลาย เช่น MRT, ARL, ทางด่วนและอื่นๆ จึงถือเป็นโครงการสำหรับคนเมืองที่ต้องการชีวิตสมบูรณ์แบบ จาก Major Development รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,800,000 บาท เจ้าของโครงการ   บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 33 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง    570 ยูนิต พื้นที่โครงการ    2 - 0 - 49 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ถนนรามคำแหง แขวงห้วยขวาง เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ สถานที่สำคัญใกล้เคียง Airport Link รามคำแหง เดอะมอลล์ รามคำแหง 2 และ 3 เมเจอร์ รามคำแหง มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) โรงพยาบาลกรุงเทพ ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด  30 - 30.50 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 48 - 50.50 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 59 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่ Drop-Off พื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์ Lobby สระว่ายน้ำ จากุซซี่ ฟิตเนส ซาวน่า ห้องสตรีม Co-Working Space with Sound Domes Social Lounge พื้นที่สำหรับล้างรถ ส่วนกลางสำหรับสัตว์เลี้ยงบนดาดฟ้า ห้องประชุมส่วนตัว  ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-116-1111 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.mde.co.th
Metris Pattanakarn : เมทริส พัฒนาการ (PREVIEW)

Metris Pattanakarn : เมทริส พัฒนาการ (PREVIEW)

Metris Pattanakarn (เมทริส พัฒนาการ) คอนโดใหม่ในทำเลดีสะดวกต่อการเข้าเมืองและออกนอกเมือง ไม่ว่าจะไปพักผ่อนที่ทะเล ที่ชลบุรี หรือ พัทยา ก็สะดวก หรือจะเข้าเมืองก็เพียงไม่กี่นาทีถึงทองหล่อและเอกมัย จาก Major Development รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,800,000 บาท เจ้าของโครงการ   บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 29 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง    341 ยูนิต พื้นที่โครงการ    2-1-65 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ถนนรามคำแหง แขวงห้วยขวาง เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ สถานที่สำคัญใกล้เคียง Airport Link มักกะสัน มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต The Nine พระราม 9 โฮมโปร พระราม 9 มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) โรงพยาบาลกรุงเทพ ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30.50 - 31.50 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 53.50 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 57 - 62 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่ Drop-Off Lobby สระว่ายน้ำ จากุซซี่ ฟิตเนส Co-Working Space Social Lounge ลานบาร์บิคิว ลานบาสเกตบอล พื้นที่ส่วนกลางสำหรับสัตว์เลี้ยง  ฟิตเนสกลางแจ้ง ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-116-1111 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.mde.co.th
“M Jatujak” สัมผัสพื้นที่สีเขียวทุกครั้งที่กลับบ้าน

“M Jatujak” สัมผัสพื้นที่สีเขียวทุกครั้งที่กลับบ้าน

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปเยี่ยมชมโครงการ “M Jatujak” (เอ็ม จตุจักร) คอนโดมิเนียมโปรเจคใหญ่จาก Major Development ซึ่งปัจจุบันตัวโครงการสร้างเสร็จไปเยอะแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตกแต่งภายในเพื่อเตรียมโอนภายในพฤศจิกายนนี้นะคะ ในเมื่อตัวอาคารสร้างเกือบเสร็จแบบนี้ เราจึงได้เข้าชมห้องตัวอย่างสวยๆ ในบรรยากาศจริงกันค่ะ โครงการ M Jatujak (เอ็ม จตุจักร) ตั้งอยู่ในทำเลที่จัดว่าน่าสนใจมากๆ ค่ะ แทบจะเรียกว่าอยู่บนใจกลางย่านลาดพร้าว-จตุจักรที่มีความครบเครื่องมากๆ ทั้งในส่วนที่เป็นแหล่งงาน แหล่งการค้า แหล่งช็อปปิ้ง แหล่งรวมอาหารเด็ดๆ  อีกทั้งยังคงบรรยากาศความเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยเดิม ทำเลที่ตั้งบริเวณปากซอยพหลโยธิน 18 ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สะพานควายเพียง 500 เมตรเท่านั้น ใกล้หน่อยก็ MRT กำแพงเพชรที่ห่างเพียง 450 เมตร หรือถ้าจากรถไฟฟ้า BTS หมอชิต 550 เมตร และ MRT จตุจักรก็ห่างเพียง 500 เมตรเองค่ะ ต่างกันนิดหน่อยทำให้มีทางเลือกได้ถึง 2 ทาง ความสะดวกระหว่างทางก็ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ทางเดินจากสถานีหมอชิตอาจจะร่มรื่นกว่าในช่วงกลางวัน แต่ช่วงค่ำก็ออกจะเงียบเหงาไปหน่อย ในขณะที่ทางเดินจากสถานีสะพานควาย ระหว่างทางก็มีห้าง Big C รวมถึงร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และCommunity Mall ให้แวะกินแวะซื้อเยอะ แต่ช่วงกลางวันจะร้อนแดดมากหน่อย.... จะสะดวกเดินทางไหนก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ส่วนตัวเลยค่ะ จุดเด่นที่สำคัญของทำเลซอยพหลโยธิน 18 ก็คือ เข้า-ออกได้หลายเส้นทาง ซอยพหลโยธิน 18 มีทางลัดไปออกถนนวิภาวดีรังสิต (ซอยวิภาวดีรังสิต 3), ลัดไปออกซอยอินทามระ 15 เพื่อต่อไปยังถนนสุทธิสารวินิจฉัยได้ การจะเดินทางต่อไปยังถนนรัชดาภิเษก หรือขึ้นทางด่วนโทลเวย์จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เช่นเดียวกับทางฝั่งปากซอยพหลโยธิน 18 ซึ่งตรงกับแยกกำแพงเพชรพอดี เราสามารถขับรถตรงข้ามแยกไปขึ้นทางด่วนศรีรัชได้เลย ในขณะเดียวกันถนนพหลโยธินยังเป็นถนนสายสำคัญ หรือเป็นถนนสายหลักที่หลายๆ คนใช้เป็นเส้นทางเข้าออกเมือง ส่วนเรื่องการเดินทางด้วยรถสาธารณะ ก็สะดวกเช่นกันค่ะ ทั้งรถแท็กซี่ รถเมล์ รวมถึงรถตู้มีให้เลือกหลายสายเลยค่ะ วินมอเตอร์ไซค์ก็เยอะ บริเวณรอบๆ ไม่ว่าจะในระยะเดิน หรือนั่งรถก็มีความอุดมสมบูรณ์พร้อมสำหรับการอยู่อาศัยเลยทีเดียว Super Facility @ M Jatujak Signature หนึ่งของคอนโดจาก Major Development นั่นคือ นโยบาย Pet-friendly Condominium ค่ะ ซึ่งอนุญาตให้ลูกบ้านเลี้ยงน้องหมา น้องแมวได้ แถมยังมีการจัดสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงให้ลูกบ้านทุกยูนิตอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข นอกจากความเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงที่เราสามารถเลี้ยงน้องหมาได้อย่างสบายใจ มีพื้นที่สวนให้สัตว์เลี้ยงได้วิ่งเล่นโดยไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แล้ว Facilities อื่นๆ ที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ ก็เรียกได้ว่าอัดแน่นไปด้วยคุณภาพกันเลยค่ะ เริ่มกันตั้งแต่โซนด้านหน้าบริเวณทางเข้า จะมีอาคารส่วนกลางแยกออกมาเรียกว่า Sport Arena ภายในประกอบไปด้วย คอร์ทแบดมินตัน สนามสตรีทบาสเกตบอล และสนามฟุตซอล ในขณะที่บริเวณด้านนอกจะล้อมไปด้วยสวนหย่อมยาวไปจนถึงด้านหลังโครงการ พื้นที่สวนหย่อมชั้นล่างนี้จะถูกจัดตกแต่งให้มีมุมพักผ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ และ Jogging Track รอบโครงการให้บรรยากาศเหมือนวิ่งอยู่ในป่าจำลองกันเลย ร่วมถึงโซนสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะที่บริเวณด้านหลังของโครงการ ก็จัดสรรมาเพื่อเอาใจลูกบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงทุกคน เนื่องจากโครงการ M Jatujak (เอ็ม จตุจักร) มีด้วยกัน 2 อาคารนะคะ ดังนั้น Facility ภายในอาคารจึงจัดแยกไว้ให้ทั้งสองอาคารเลย ซึ่งในแต่ละส่วนก็จะมีข้อดีแตกต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดนี้ลูกบ้านสามารถเข้าไปใช้งานได้เหมือนกันทุกส่วนค่ะ เรามาดูรายละเอียดของ Facility ในแต่ละส่วนกันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง Facility ในอาคาร A ที่เด่นๆ เลยก็คือ พื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 32 ประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมสระเด็ก และจากุชชี่นวดตัว, Sky Pool Lounge, ห้อง Fitness, Sky Yoga, Steam, Sauna, ห้องอ่านหนังสือ, โต๊ะพูล รวมถึงลานกิจกรรมกลางแจ้งอย่าง ลานพัทกอล์ฟ และสปากลางแจ้ง ในขณะที่บน Roof Top ยังมีลานอ่านหนังสือ และลานจัดปาร์ตี้กลางแจ้งด้วย นี่แค่ตึกแรกก็ว้าวกันแล้วใช่มั้ยคะ มาดู Facility ในอาคาร B กันบ้าง ซึ่งหลักๆ เลยจะอยู่ที่ชั้น 8 มีทั้งสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมจากุชชี่ และลานอาบแดดรอบสระ, ห้อง Fitness, ห้อง Steam และ Sauna, ห้อง Yoga Fly, Pole Dance, Sky Lounge และห้องอ่านหนังสือ ส่วน Facility บน Roof Top จะประกอบไปด้วย ลานปาร์ตี้กลางแจ้ง, พื้นที่สำหรับนั่งชมวิวหรือจัดปาร์ตี้ และลานนั่งสมาธิกลางแจ้งค่ะ เรื่อง Facility ที่โครงการ M Jatujak (เอ็ม จตุจักร) ต้องบอกว่าเค้าจัดหนัก จัดเต็มจริงๆ ค่ะ ที่เล่ามาข้างต้นนี่เป็นเพียงส่วนหลักๆ เท่านั้นนะคะ ทางโครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากที่ล้วนแต่คิดมาอย่างดีแล้ว เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกบ้านทุกยูนิตได้แบบครบทุกองศากันไปเลย สรุปสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด ชั้น G สนามกีฬาในร่มขนาดใหญ่ (สปอร์ต อารีน่า) ประกอบด้วย สนามแบตมินตัน, สนามสตรีทบาสเกตบอล และสนามฟุตซอล สนามเด็กเล่นเสริมทักษะ ทางเดินในร่ม (ประตูใหญ่) ทางเดินในร่ม (ด้านข้างโครงการ) ป้อมพนักงานรักษาความปลอดภัย จุดวนรถ ลานวิ่งรอบโครงการ พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง สวนหินนวดเท้า ชิงช้าในสวน ลานสัตว์เลี้ยง ลานนั่งสมาธิ ลานจัดปาร์ตี้บาร์บีคิว ลานจอดรถจักรยาน ห้องสำหรับพนักงานขับรถ ลานล้างรถ อาคาร A : ชั้น G Tree House Lobby ห้องซักผ้า ห้องจดหมาย อาคาร A : ชั้น 32 สกายพูลเล้าจน์ โต๊ะพูล สกายโยคะ ห้องอ่านหนังสือ ห้องสตรีม ห้องซาวน่า ฟิตเนส สระเด็กพร้อมระบบ Bubble สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำระบบนวด ลานพัทกอล์ฟ ลานสปากลางแจ้ง อาคาร A : ชั้น Roof Top ลานอ่านหนังสือกลางแจ้ง ลานปาร์ตี้กลางแจ้ง อาคาร B : ชั้น G Lobby ห้องซักผ้า ห้องจดหมาย อาคาร B : ชั้น 8 สกายเล้าจน์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำพร้อมจากุซซี่ ห้องสตรีม ห้องซาวน่า ห้องอ่านหนังสือ โยคะ ฟลาย โพลแดนซ์ อาคาร B : ชั้น Roof Top ลานปาร์ตี้กลางแจ้ง ลานปาร์ตี้ต่างระดับ พื้นที่นั่งชมวิวและจัดปาร์ตี้ ลานนั่งสมาธิกลางแจ้ง อื่นๆ บริการรถรับส่ง WI-FI พื้นที่ส่วนกลางตลอด 24 ชม. ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ระบบลิฟท์ความเร็วสูง พื้นที่จอดรถ 50% (รวมจอดซ้อนคัน) ระบบการระบายอากาศและรับแสงธรรมชาติ ระบบบำบัดน้ำเสีย เปิดห้องตัวอย่าง M Jatujak โครงการ M Jatujak (เอ็ม จตุจักร) เป็นคอนโดมิเนียม High Rise ที่มีวิวเปิดโล่งไม่มีอาคารอะไรบังสายตาเลย ตัวโครงการแบ่งเป็น 2 ตึก อาคาร A สูง 32 ชั้น อาคาร B สูง 34 ชั้น มียูนิตรวมทั้งหมด 864 ยูนิต แบ่งเป็น 1 Bedroom Suite, 1 Bedroom Duplex, 2 Bedroom, 2 Bedroom Duplex และ 3 Bedroom โดยมีขนาดเริ่มต้นที่ 28 ตร.ม. ไปจนถึงห้องใหญ่สุดที่ 118 ตร.ม. สำหรับห้องตัวอย่างที่เราได้ไปชมกันในครั้งนี้ มีด้วยกัน 3 ห้องค่ะ เริ่มกันที่ห้องแรก 1 Bedroom Suite ขนาดเริ่มต้น 28 ตร.ม. ซึ่งลักษณะห้องจะเป็นแบบลึก การจัดวาง Layout ในส่วนต่างๆ จะเป็นแบบเรียงกันเข้าไป โซนแรกจากประตูห้องเข้าไปคือ เคาน์เตอร์ครัว ฝั่งตรงข้ามครัวเป็นห้องน้ำค่ะ โซนกลางห้องจะเป็น Living Area และโซนด้านในสุดคือ พื้นที่ของห้องนอนติดกับระเบียงค่ะ ซึ่งทางโครงการได้ทำประตูกระจกบานเลื่อนกั้นพื้นที่ส่วนนี้ให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ห้องตัวอย่างห้องที่ 2 ยังคงเป็น 1 Bedroom นะคะ แต่มีขนาดห้องต่างกันนิดหน่อยที่ 28.50 ตร.ม. แต่ลักษณะห้องจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสมากกว่า ดังนั้น Layout ภายในห้องจึงมีความน่าสนใจไปอีกแบบค่ะ ห้องนี้จะได้เปรียบเรื่องวิวจาก 2 มุม ด้านหนึ่งจากทางฝั่งห้องนั่งเล่น ส่วนวิวอีกด้านจากหน้าต่างฝั่งห้องนอนค่ะ การจัดวางพื้นที่ใช้สอยภายในก็ทำได้ดีเลยค่ะ ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เปิดประตูเข้าห้องมาจะเห็นพื้นที่ครัวก่อน ด้านหลังครัวเป็นห้องน้ำ ส่วนพื้นที่ห้องนอน และ Living Area อยู่ถัดเข้ามาทางด้านขวามือ บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างโล่ง สบายตา ด้วยเพราะมีระเบียงอยู่ติดกับมุมนั่งเล่น ทำให้เปิดรับแสงได้ดี ขณะเดียวกัน การกั้นพื้นที่ห้องนอนก็เลือกใช้กระจกเข้ามุม และประตูกระจกบานเลื่อนใหญ่ ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นมาก มาต่อกันที่ห้องตัวอย่างแบบสุดท้าย นั่นคือห้อง 2 Bedroom ขนาด 62.50 ตร.ม. การจัดวาง Layout ของห้องนี้จะแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นโซนชัดเจน ด้านหนึ่งเป็น Living Area ติดกับระเบียง ในขณะที่พื้นที่ของห้องนอนทั้ง 2 ห้องก็จัดไว้ในด้านเดียวกัน เปิดประตูเข้าห้องมาจะพบกับ Living Area ที่เป็นโถงกว้าง สว่าง สบายตา เพราะมีระเบียงกว้างเต็มพื้นที่เปิดรับแสงได้ดี พื้นที่บริเวณนี้จะเหมือนมุมอเนกประสงค์ มีทั้งครัว มุมกินข้าว และมุมนั่งเล่นให้สมาชิกครอบครัวได้ใช้งานร่วมกัน ทางโครงการเข้าใจถึงความจำเป็นของพื้นที่เก็บของในห้อง ดังนั้นจึง Built-in ตู้เก็บของมาให้หลายจุดเลย ทำให้ห้องดูเรียบร้อย สะอาดตามากค่ะ ในส่วนของห้องนอน ห้อง Master Bedroom จะมีห้องน้ำในตัว ซึ่งมีหน้าต่างบานใหญ่ช่วยในเรื่องการเปิดรับแสงได้ดี ในขณะที่ห้องนอนเล็กจะใช้ห้องน้ำกลางที่อยู่บริเวณโถงทางเดินหน้าห้องแทน ข้อดีของห้อง Type นี้คือ ห้องนอนทั้ง 2 ห้องเป็นกระจกเข้ามุม ทำให้เปิดรับวิวได้เต็มตามากขึ้น ห้องทั้งหมดของ M Jatujak จะขายมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ Built-in และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวตามที่เห็นในห้องตัวอย่างเลยนะคะ ตู้เก็บของ เคาน์เตอร์ครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ครบ เรียกว่าพร้อมให้เข้าอยู่ในราคาเริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาทเอง นอกจากห้องตัวอย่างที่เราเก็บภาพมาฝากกันแล้ว ทางโครงการยังมีห้องตัวอย่างอีก 2 Type ให้ได้ชมกันด้วย ใครที่สนใจสามารถแวะเข้าไปที่สำนักงานขายใต้อาคาร A ได้เลยค่ะ เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำ และข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดยิบ จะได้ถือโอกาสสำรวจบรรยากาศจริงไปพร้อมๆ กันเลย.... ตอนนี้ M Jatujak (เอ็ม จตุจักร) กำลังมีโปรโมชั่นพิเศษรออยู่ด้วยนะคะ สำหรับโครงการที่มีองค์ประกอบพร้อมทั้งการเดินทาง ระบบขนส่งมวลชน ในใจกลางพหลโยธิน-จตุจักรอันเป็นทำเลศักยภาพในราคาเริ่มต้นเพียง 3.99 ล้านบาท บอกได้คำเดียวว่า "ไม่ควรมองข้ามค่ะ" สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Website : www.mde.co.th/mjatujak Tel : 02-116-1111  
“มาเอสโตร19 รัชดา19-วิภา” คอนโดดีไซน์เท่ห์ที่แตกต่างอย่างลงตัว

“มาเอสโตร19 รัชดา19-วิภา” คอนโดดีไซน์เท่ห์ที่แตกต่างอย่างลงตัว

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างของโครงการ “มาเอสโตร19 รัชดา19-วิภา คอนโดมิเนียม Low Rise บนทำเลรัชดา ซึ่งยังคงเน้นแนวคิด “Pet-Friendly Condominium” อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในเครือ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เพื่อตอบโจทย์คนเมืองที่อยากดูแลสัตว์เลี้ยงของตัวเองไว้คอนโดด้วย มาเอสโตร19 รัชดา19-วิภา ตั้งอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 19 จากบริเวณปากซอยที่มีสถานีรถไฟฟ้า MRT รัชดาภิเษก เข้าไปเพียง 650 เมตร ก็จะเป็นที่ตั้งของโครงการค่ะ ถนนหนทางแถวนี้หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะซอยรัชดาภิเษก 19 เป็นเส้นทางลัดที่เชื่อมถนน 3 สายไว้ด้วยกัน ทั้งถนนรัชดาภิเษก ถนนลาดพร้าว และถนนวิภาวดีรังสิต ถ้าขับรถไปมาบ่อยๆ จะรู้ดีกว่า อีกด้านของซอยรัชดาภิเษก 19 ก็คือ ซอยวิภาวดี 16 หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ซอยโชคชัยร่วมมิตร” นั่นเอง การเดินทางโดยใช้รถส่วนตัวจัดว่าสะดวกมากๆ ค่ะ มีเส้นทางให้เลือกหนีรถติดเลี่ยงแยกรัชดา-ลาดพร้าวได้พอสมควร แถมยังมีแหล่งงานอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เช่น บริเวณรัชดา-พระราม 9, อโศก ยาวต่อไปถึงถนนสุขุมวิทไปเลย ในขณะที่ทางฝั่งวิภาวดีก็ตรงไปขึ้นทางด่วนด่านดินแดงได้ไม่ยาก จะเดินทางไปยังโซนไหนของกรุงเทพก็ไปง่าย ส่วนคนที่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัวก็ไม่ต้องกังวลค่ะ ทางโครงการมีบริการ Shuttle Service รับ-ส่ง ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับลูกบ้าน แถมในซอยยังคึกคักมีรถผ่านมาก หาเรียกแท็กซี่ได้ง่าย แล้วก็ยังมีรถกะป้อวิ่งผ่านในซอยตลอดทั้งวันอีก เลือกใช้บริการได้ตามสะดวกเลย บรรยากาศโดยรวมของซอยนี้คึกคักดีทีเดียวค่ะ มีรถราผ่านเข้าออกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตั้งแต่กลางๆ ซอย ไปถึงทางฝั่งวิภาวดีจะมีร้านอาหารอร่อยขึ้นชื่อหลายร้านมากๆ แถมยังเพียบพร้อมไปด้วยร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ร้านเค้ก ร้านนั่งชิว ไปจนถึงร้านค้า ร้านขายยา คลินิคทำฟัน คลินิครักษาทั่วไป รวมไปถึงร้านอื่นๆ ที่ตอบรับเพื่อการอยู่อาศัย และช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิตประจำวัน ทำเลในซอยนี้จึงจัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการอยู่อาศัยมากค่ะ นอกจากร้านรวงในซอยแล้ว แหล่งช็อปปิ้ง ที่แฮงค์เอ้าท์ในวันหยุดก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เช่น เซ็นทรัลลาดพร้าว, ยูเนี่ยนมอลล์, จตุจักร, สวนรถไฟ, ตลาดนัด JJ, ตลาดอ.ต.ก., บิ๊กซี, เอสพลานาด รัชดา, The Street, เซ็นทรัลพระราม 9 แถมด้วย Terminal 21 อีก แต่ละสถานที่ก็เดินทางง่าย จะขับรถไปก็ดี นั่งรถไฟฟ้าก็สะดวกค่ะ ภาพรวมโครงการ มาเอสโตร19 รัชดา19-วิภา โครงการ มาเอสโตร19 รัชดา19-วิภา เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้นค่ะ ประกอบไปด้วย 4 อาคารพักอาศัย และ Club House สูง 3 ชั้น อีก 1 อาคาร ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาในคอนเซปต์ “Industrial Elegance” ซึ่งเป็นการผสมผสานความหรูหราของหินอ่อนและความดิบเท่ห์ของวัสดุจำพวกอิฐ เหล็ก ไว้ด้วยกันอย่างลงตัวค่ะ ดูจากโมเดลตัวอาคารแล้ว จะเห็นได้ว่าอาคารพักอาศัยทั้ง 4 ตึกหันเข้าหากัน โดยพื้นที่ตรงกลางจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ที่เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อน พื้นที่สีเขียว และที่ตั้งของอาคาร Club House นั่นเอง ในส่วนของ Facility หลักๆ จะถูกรวมไว้ที่บริเวณ Club House ทั้งหมดนะคะ เช่น บริเวณ Lobby ส่วนกลาง, Co-Working Space, Library, Fitness, Yoga Room, Steam&Sauna, สระว่ายน้ำพร้อมที่นั่งพักผ่อนริมสระ (Sunken Cozy Lounge) และ Retreat Garden ในขณะที่ภายอาคารพักอาศัยทุกตึก จะมี Lobby ส่วนตัว, Laundry Room และ Roof Top BBQ Garden เพิ่มมาให้อีก มาดูในส่วนของความเป็น “Pet-Friendly Condominium” กันบ้างค่ะ โครงการ มาเอสโตร19 รัชดา19-วิภา อนุญาตให้ลูกบ้านมีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข และ แมว อาศัยอยู่ด้วยได้เหมือนกับหลายๆ โครงการก่อนหน้าของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ค่ะ ซึ่งถือเป็นจุดขายอย่างหนึ่งที่สร้างความแตกต่างจากคอนโดมิเนียมอื่นๆ ในตลาด เพราะทางเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เองเชื่อว่า ลูกบ้านหลายคนอยากจะมีสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา หรือมีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงมาก แต่ถ้าจะให้ย้ายไปซื้อบ้านเดี่ยวที่อยู่ไกลจากในเมืองออกไปก็อาจจะไม่สะดวก ดังนั้นนโยบายที่เปิดให้ลูกบ้านเลี้ยงน้องหมา น้องแมวในคอนโดได้ จึงได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างมากจากโครงการที่ผ่านๆ มา ดังนั้นภายในโครงการจึงมีการจัดสรรพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง หรือ Pet Area เพื่อให้น้องหมา น้องแมวออกมาวิ่งเล่น ออกกำลังกายได้ แต่การจะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยนั้น ทางนิติบุคคลก็จะมีกฏระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ทางลูกบ้านจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยค่ะ เช่น ขนาดของสัตว์เลี้ยงที่กำหนด, จำนวนของสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสม, หรือ การดูแลควบคุมหรือฝึกสัตว์เลี้ยง ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะเป็นข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้การใช้พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการเป็นไปอย่างเสมอภาคกัน ถึงแม้ลูกบ้านบางยูนิตจะไม่ได้เลี้ยงสัตว์เลยก็ตาม เปิดประตูห้องตัวอย่าง ที่โครงการ มาเอสโตร19 รัชดา19-วิภา มีห้องตัวอย่างให้ชมด้วยกัน 2 Type นะคะ ซึ่งแต่ละห้องก็เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต่างกัน โดยเน้นการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยภายในห้องให้ดูกว้างขวาง น่าอยู่ และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งานด้วยแนวคิด “Functional Flexibility” ไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่าแต่ละห้องจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ห้องตัวอย่างห้องแรกเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 29 ตร.ม. ค่ะ ลักษณะของตัวห้องเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส เปิดเข้ามาก็จะเจอกับพื้นที่ของครัวก่อนเลย ซึ่งครัวในห้องจะมี Pentry เล็กๆ สำหรับจัดเตรียม หรืออุ่นอาหารง่ายๆ ก่อนเข้าสู่พื้นที่ห้องนอน จะมีประตูบานเลื่อนเพื่อกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น การกั้นพื้นที่ภายในห้อง แทนที่ใช้ผนังทึบ หรือประตูกระจกบานเลื่อนแบบธรรมดาทั่วไป ทางโครงการกลับเลือกออกแบบบานเลื่อน Hybrid Sliding Door ให้ทำหน้าที่เหมือน Partition แบ่งห้องได้ตามการใช้งาน จะเลื่อนมาปิดห้องน้ำ ปิดตู้เสื้อผ้า หรือปิดเป็นประตูครัวก็ทำได้แค่เลื่อนบานประตู ทำให้ Space ภายในห้องดูไม่น่าเบื่อ ไม่ซ้ำซากจำเจแบบห้องเดิมๆ ค่ะ ห้องตัวอย่างนี้ตกแต่งมาในสไตล์ Industrial แบบไม่ทิ้งคอนเซปต์หลักเลยค่ะ บรรยากาศในห้องดูเท่ห์ และมีพื้นที่ใช้สอยที่ดูกว้างขวาง น่าอยู่มากๆ พื้นที่ห้องนอนและพื้นที่นั่งเล่นเปิดโล่งเชื่อมถึงกัน ขณะเดียวกันก็ยังมีพื้นที่วางโต๊ะทำงาน/โต๊ะเครื่องแป้งไว้ข้างๆ เตียงอีกด้วย ห้องแบบถัดไปเป็นห้อง 1 Bedroom เหมือนกันค่ะ แต่เป็นขนาด 33 ตร.ม. พื้นที่ของห้องนี้จะมีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น ด้วยการจัด Living Area ไว้ในโซนเดียวกับครัว และให้พื้นที่ห้องนอนเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยประตูไม้บานทึบที่เสมือนผนังที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิด ได้ตามความต้องการ ครัวในห้องเป็นครัวเปิด เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นยาวไปจนถึงระเบียงเลยค่ะ ส่วนห้องน้ำก็อยู่บริเวณด้านหน้าห้องตรงข้ามกับครัว ห้องน้ำจะมีประตูเข้าได้ 2 ทางทั้งจากบริเวณครัว และจากในห้องนอนค่ะ พื้นที่ในห้องนอนกว้างเลยทีเดียว นอกจากจะวางเตียง และโต๊ะทำงานแล้ว ยังมีพื้นที่เหลือพอจะทำเป็น Walk in Closet บริเวณหน้าห้องน้ำน้ำอีกด้วย ห้องทุกยูนิตของ มาเอสโตร19 รัชดา19-วิภา ขายให้แบบ Fully Fitted นะคะ มีชุดเคาน์เตอร์ครัว, Hob&Hood, Sink, และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำตามมาตรฐานเลยค่ะ แต่เพิ่มความพิเศษหน่อยที่ทางโครงการมีตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของมาให้ด้วยนะคะ ซึ่งนอกจากห้องตัวอย่าง 2 ห้องนี้แล้ว ทางโครงการยังมีห้อง Type อื่นๆ เช่น 1 Bedroom Plus และห้อง 2 Bedroom ให้เลือกตามความต้องการเลยค่ะ โดยใครที่สนใจอยากเป็นเจ้าของคอนโดหรูใจกลางเมือง ที่เป็น Pet-Friendly แล้วล่ะก็ ลองแวะไปชมห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายกันได้ค่ะ สามารถเข้าชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ และจะมีงาน presales วันที่ 24-25มิถุนายน นี้ มีพิเศษสำหรับคนที่ลงทะเบียนออนไลน์รับส่วนลดไปเลย 10,000บาทที่ www.mde.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02 116 1111 Location sales office ตำแหน่ง GPS 13.796960, 100.569606 Google Maps https://goo.gl/maps/gGR9VqNFTmL2
Maestro 19 Ratchada 19-Vipha – มาเอสโตร 19 รัชดา 19-วิภา (PREVIEW)

Maestro 19 Ratchada 19-Vipha – มาเอสโตร 19 รัชดา 19-วิภา (PREVIEW)

Maestro 19 Ratchada 19-Vipha (มาเอสโตร 19 รัชดา19-วิภา) คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ในซอยรัชดา 19 ทำเลใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกสบายเพียง 650 เมตรจากตัวโครงการฯ ถึงสถานี MRT รัชดาภิเษก โครงการใหม่ จาก Major Development   รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,880,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร    ประมาณ 100,000 บาท/ตารางเมตร เจ้าของโครงการ   บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 8 ชั้น 4 อาคาร พื้นที่โครงการ    5 - 1 - 3.4 ไร่ จำนวนห้อง     560 ยูนิต ที่จอดรถ    344 คัน ที่ตั้งโครงการ    ซอยรัชดาภิเษก 19 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ ค่าส่วนกลาง    65 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    500 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง MRT รัชดาภิเษก บิ๊กซี ลาดพร้าว 2 เอสพลานาด รัชดา เซ็นทรัล พระราม 9 ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด  29 - 42 ตารางเมตร 2 Bedroom ขนาด 59 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก คลับเฮาส์ครบวงจร ห้องสมุด Co-Working Space ห้องสตีม ห้องซาวน่า ฟิตเนส ลานโยคะ (Yoga Terrace Area) สระว่ายน้ำยาว 25 เมตร ลานบาร์บีคิวบนดาดฟ้า Jogging Track สวนขนาดใหญ่ Shuttle service สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-116-1111 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.mde.co.th
Maestro 07 Victory Monument (PREVIEW)

Maestro 07 Victory Monument (PREVIEW)

Maestro 07 Victory Monument คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ในซอยราชวิถี 7 ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีอนุเสาวรีชัยสมรภูมิ เพียง 300 เมตร โครงการใหม่ จาก Major Development รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    3,800,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง    171 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 40% เนื้อที่ทั้งหมด   1 - 0 - 41.8 ไร่ ที่ตั้งโครงการ    ซอยราชวิถี 7 แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เริ่มก่อสร้าง    ปลายปี 2559 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    กลางปี 2561 ค่าส่วนกลาง    65 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    650 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS อนุเสาวรีชัยสมรภูมิ เซ็นเตอร์วัน เซ็นจูรี่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพญาไท 2 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า คิงพาวเวอร์ ซอยรางน้ำ โรงพยาบาลรามาธิบดี ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom  ขนาด 27 - 28.50 ตารางเมตร 2 Bedroom  ขนาด 45.50 - 68 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องสตีม, ห้องซาวน่า เบิร์ดเคจ คาบาน่า ลานบาร์บีคิว เอ็กซ์เซคคูทีฟ เลาจน์ ห้องเด็กเล่น ลานวิ่งจ๊อกกิ้ง ลานโยคะ ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. อินเตอร์เน็ตไร้สาย 24 ชม. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  02-116-1111 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  mde.co.th/th/event/met07presales
M JATUJAK (PREVIEW)

M JATUJAK (PREVIEW)

โครงการ: M JATUJAK (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 3,500,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 130,000 บาท เจ้าของโครงการ Major Development., Plc. จุดเด่น “ชูจุดเด่นด้วยการออกแบบบนแนวคิดชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติสไตล์ Urban Forest (ป่าในเมือง) เพียงก้าวเข้าสู่โครงการก็เสมือนได้กลับสู่ธรรมชาติด้วยการตกแต่งด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เยอะที่สุดกว่า 60 รายการ แถมทำเลเด่น สะดวกสบายในการเดินทาง เพราะอยู่บนแนวรถไฟฟ้า 2 สาย ทั้ง BTS หมอชิต และ MRT สวนจตุจักร” จุดด้อย โปรโมชั่น ปีที่สร้างเสร็จ เดือนสิงหาคม 2561 ที่ตั้ง: M JATUJAK (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมมาณ 4 ไร่ ที่ตั้ง ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.797683,100.551310 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS หมอชิต , MRT สวนจตุจักร, MRT กำแพงเพชร สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS สถานีจตุจักร MRT สถานีจตุจักร MRT สถานีกำแพงเพชร ตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาด อตก. เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ยูเนี่ยน มอลล์ เจเจ มอลล์ ลักษณะโครงการ: M JATUJAK (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedrooms ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom ขนาด 28 – 56.5 ตร.ม. 2 Bedroom ขนาด 48 – 118 ตร.ม. จำนวนตึก 2 อาคาร จำนวนชั้น 32 ชั้น และ 34 ชั้น จำนวนห้อง 864 ยูนิต ส่วนกลาง: M JATUJAK (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 50% (รวมจอดซ้อนคัน) ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 50 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค สนามกีฬาในร่มขนาดใหญ่ (สปอร์ต อารีน่า) ประกอบด้วย สนามแบตมินตัน, สนามสตรีทบาสเกตบอล และสนามฟุตซอล สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมจากุซซี่ ฟิตเนสอุปกรณ์ครบครับ บริการรถรับส่ง WI-FI พื้นที่ส่วนกลางตลอด 24 ชม. ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ระบบลิฟท์ความเร็วสูง ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำความสะอาดอาคารและพื้นที่ส่วนกลาง ระบบการระบายอากาศและรับแสงธรรมชาติ ระบบบำบัดน้ำเสีย เพิ่มเติม: M JATUJAK (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-261-7997 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.signatureofme.com ข้อมูล ณ วันที่
Maestro 02 ร่วมฤดี (PREVIEW)

Maestro 02 ร่วมฤดี (PREVIEW)

โครงการ: Maestro 02 ร่วมฤดี (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 3,700,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 150,000 บาท เจ้าของโครงการ Major Development Co.,Ltd. จุดเด่น คอนโดใหม่ ติดรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต เดินทางสะดวก ใกล้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ Central Embassy, Central Chidlom, Terminal 21 ปีที่สร้างเสร็จ เมษายน 2559 ที่ตั้ง: Maestro 02 ร่วมฤดี (PREVIEW) ลักษณะคอนโด คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร เนื้อที่ทั้งหมด 1-0-62 ไร่ ที่ตั้ง ซ.ร่วมฤดี 2 ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10310 พิกัดโครงการ 13.735898, 100.550623 ระบบขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้า BTS เพลินจิต   สถานที่สำคัญใกล้เคียง Central Embassy Central Chidlom Terminal 21 เกษร พลาซ่า อัมรินทร์ พลาซ่า Central World Siam Paragon Siam Discovery Siam Square สวนลุมพินี โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรพยาบาลตำรวจ   ลักษณะโครงการ: Maestro 02 ร่วมฤดี (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedroom 1 Bedroom (Duplex) 2 Bedroom (Duplex) 3 Bedroom (Duplex) ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom 25.5 – 37 ตร.ม. 2 Bedroom 51 – 57.5 ตร.ม. 1 Bedroom (Duplex) 47 – 47.5 ตร.ม. 2 Bedroom (Duplex) 69.5 ตร.ม. 3 Bedroom (Duplex) 87 ตร.ม. จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 126 ยูนิต   ส่วนกลาง: Maestro 02 ร่วมฤดี (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด 67 คัน คิดเป็น 55% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 50 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท   สาธารณูปโภค Free-wifi สระว่ายน้ำ Fitness ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง บริการรถรับส่ง บริการผู้ช่วยพิเศษ   เพิ่มเติม: Maestro 02 ร่วมฤดี (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-254-4777 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.maestroresidences.com ข้อมูล ณ วันที่