MAESTRO 03 RATCHADA-RAMA9 (มาเอสโตร 03 รัชดา-พระราม9) ทำเลดี เฟอร์นิเจอร์ครบ : รีวิวคอนโด

การเดินทาง
อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ   MAESTRO 03 RATCHADA-RAMA 9 (มาเอสโตร 03 รัชดา-พระราม 9)

เจ้าของโครงการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน)

ที่ตั้งโครงการ ถนนรัชดาภิเษก ซอย 3 เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400

พื้นที่โครงการ  3-0-18 ไร่

ลักษณะโครงการ Low Rise

จำนวนอาคาร 3 อาคาร

จำนวนชั้น 8 ชั้น + ใต้ดิน 2 ชั้น

จำนวนยูนิต 335 ยูนิต

ขนาดห้อง  อาคาร A One Bedroom 29 – 33.57 ตร.ม.

Two Bedroom 57.67 – 67.53 ตร.ม.

อาคาร B One Bedroom 29.01 – 41 ตร.ม.

Two Bedroom 50.39 – 74 ตร.ม.

อาคาร C One Bedroom 29 – 41.38 ตร.ม.

Two Bedroom 57.24 – 74 ตร.ม.

เฟอร์นิเจอร์ FULLY FURNISHED

ที่จอดรถ 45%  

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ล็อบบี้, กล่องจดหมายส่วนตัว, ห้องซักรีด, แร็คจอดจักรยาน, ลานจอดซุปเปอร์ไบค์, ฟิตเนส, ห้องสตีม, ห้องซาวน่า, สระว่ายน้ำ, ซุ้มอ่านหนังสือ, ซุ้มทำอาหาร, ลานบาร์บีคิว, ซุ้มคนรักสัตว์เลี้ยง, ลานหิน, ทางวิ่งจ็อกกิ้ง, ที่จอดรถชั้นใต้ดิน, อินเตอร์เน็ตไร้สาย 24 ชม., ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.

ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่

ราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท

ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 131,035  บาท/ตร.ม.

เงินจอง

เงินทำสัญญา

ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตร.ม.

ค่ากองทุน 650 บาท/ตร.ม.

จุดเด่นโครงการ

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง MRT สถานีพระราม9 และ MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรม 

สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, เอสพลานาด, เดอะ สตรีท, อาร์ ซี เอ, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์, ทรูทาวเวอร์, ไซเบอร์เวิลด์ ทาวเวอร์, โรงพยาบาลพระราม 9, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลปิยะเวช, สถานทูตจีน, สถานทูตเกาหลี   

ติดต่อโครงการ

ถนนรัชดาภิเษก ซอย 3 เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400


MAESTRO 03 RATCHADA-RAMA9 (มาเอสโตร 03 รัชดา-พระราม9) ทำเลดี เฟอร์นิเจอร์ครบ : รีวิวคอนโด

หลายครั้งที่เราเอ่ยถึงคอนโดมิเนียมในย่าน New CBD ที่แต่ละ Developer ต่างก็ขยันกันสร้างโครงการใหม่ขึ้นมาอย่างหนาแน่นในพื้นที่แทบจะติดกัน เรื่องราคาก็แรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ในรีวิวฉบับนี้เราลองมาเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างค่ะ เพราะแม้จะอยู่ในย่านเดียวกัน แต่ขยับเข้ามาในซอยอีกนิดก็ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า ได้เฟอร์นิเจอร์มาครบครันแบบ FULLY FURNISHED ราคาน่าสนใจ เดินหาของกินรอบโครงการได้มากมาย ที่สำคัญคือเป็นคอนโดมิเนียมเพียงโครงการเดียวในบริเวณสี่แยกพระราม 9 ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ด้วยนะคะ

 

 

ทำเล

 

ขึ้นชื่อว่าเป็น New CBD ที่พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เช่น เซ็นทรัล พระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์, บิ๊กซี, เดอะสตรีท รัชดา และอาคารออฟฟิศเกรดเออย่าง จี ทาวเวอร์, เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ไซเบอร์เวิลด์ เป็นต้น และยังใกล้โรงพยาบาลพระราม 9 โรงพยาบาลปิยะเวท สถานฑูตจีน สถานฑูตเกาหลี ส่วนช่วงกลางคืนก็ยังมีตลาดนัดรถไฟรัชดา ศูนย์รวมของอร่อยเด็ดๆ เอาไว้เพียบ และสถานบันเทิงยามค่ำคืน ทั้งหมดนี้จะให้ขนานนามว่าเป็นย่านที่ All Day All Night ก็คงจะไม่ผิดนัก

 

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงถนนอโศก-ดินแดง ซึ่งสามารถวิ่งตรงที่ฝั่งขาออกไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้เลย ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะก็ใกล้กับ MRT สถานีพระราม 9 ประมาณ 600 เมตร โดยห่างไปเพียง 1 สถานี ก็จะเป็น Interchange กับ Airport Rail Link สถานีมักกะสัน และถัดไปก็จะถึง MRT สถานีสุขุมวิท ซึ่งก็เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีอโศก อีกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปเชื่อมต่อกับโซน CBD เดิมอย่างสาทร-สีลม ได้อย่างสะดวกรวดเร็วอีกด้วยค่ะ   

 

 

 

ภายในซอยรัชดา 3 เป็นซอยที่มีความคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่มีร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่มากมายจนเรียกได้ว่าอยู่ล้อมรอบโครงการเลยค่ะ ตั้งแต่ร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านคาเฟ่ ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารเกาหลี ร้านแฮงค์เอ้าท์ช่วงกลางคืน ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม ร้านสะดวกซื้อ 24 ชม. ร้านขายยา คลินิกทันตกรรม ฯลฯ แต่ละร้านก็ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ ฉะนั้นอยู่แถวนี้หาของกินง่ายมากๆ หายห่วงเรื่องปากท้องไปเลยค่ะ

 

ภาพรวมโครงการ

 

MAESTRO 03 RATCHADA-RAMA 9 คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร รวมทั้งหมด 335 ยูนิต ขนาดห้อง 29-74 ตร.ม. ที่จอดรถ 45% อยู่ที่ชั้นใต้ดิน จำนวน 2 ชั้นของทุกอาคาร ตั้งอยู่ภายในซอยรัชดา 3 (ซอยข้างสถานฑูตจีน) บนพื้นที่ 3-0-18 ไร่ ราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท   

 

สถาปัตยกรรมของโครงการนี้ ซึ่งเป็นคอนโดประเภท Low Rise นั้นได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากอาคารดีไซน์ยุคคลาสสิกตามเมืองใหญ่ในยุโรปที่ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้กลางเมืองใหญ่อันทันสมัย จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์ยูโรเปี้ยนคลาสสิก กลิ่นอายตะวันตก ผสานกับศิลปะร่วมสมัยจากเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) ได้อย่างลงตัว

 

 

Facility ถูกออกแบบมาให้เป็น Clubhouse สร้างบรรยากาศความเป็นธรรมชาติของสวนในหมู่บ้าน พร้อมกับมีสระว่ายน้ำสไตล์ยุโรป เข้ากับดีไซน์ของตัวอาคารที่โอบล้อมเอาไว้อยู่ เพิ่มแสงธรรมชาติเข้าถึงห้องพักอาศัย ให้ความรู้สึกเงียบสงบได้อยู่กับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น มีมุมลานบาร์บีคิว ลานหินสำหรับเดินนวดเท้า ห้องซาวน่า ห้องสตีม ทั้งหมดก็เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย ขณะเดียวกันก็สามารถพาสัตว์เลี้ยงออกมาวิ่งเล่นออกกำลังกับเจ้าของไปด้วยกันได้ที่ Jogging Track รอบๆ อาคาร และพื้นที่ซุ้มคนรักสัตว์เลี้ยง โดยลูกบ้านที่ต้องการจะเลี้ยงสัตว์จะต้องทำตามกฎระเบียบเพื่อการอาศัยอยู่ร่วมกันได้ในระยะยาวกับลูกบ้านที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ด้วย ดังนี้

 – การนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดมาเลี้ยง จะต้องขออนุญาตฝ่ายบริหารอาคารฯ และลงทะเบียนประวัติสัตว์เลี้ยงไว้เป็นข้อมูล โดยชำระค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียน จำนวน 3,600 บาท/ต่อตัว/ต่อปี(ค่าใช้จ่ายนี้จะนำมาเป็นกองทุนในการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางและลงน้ำยาฆ่าเชื้อทุกสัปดาห์)

– ชำระเงินประกันความเสียหายจำนวน 5,000 บาท/ต่อตัว (เรียกเก็บครั้งแรกครั้งเดียว) และจะคืนให้เมื่อเจ้าของห้องชุดเลิกเลี้ยงสัตว์/สัตว์เลี้ยงเสียชีวิต และไม่พบการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับการเลี้ยงสัตว์ในอาคารชุดและ/หรือพบความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับเจ้าของห้องชุด/เจ้าของร่วม/อาคารชุดรวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง)

– สัตว์เลี้ยงที่เจ้าของห้องชุดจะเลี้ยง จะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม เมื่อโตเต็มที่ เจ้าของห้องชุดสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ไม่เกินจำนวนดังต่อไปนี้

1 ตัว / พื้นที่น้อยกว่า 50 ตร.ม. และไม่เกิน 50 ตร.ม.

2 ตัว / พื้นที่ 100 ตารางเมตร

3 ตัว / พื้นที่ 150 ตารางเมตร เป็นต้นไป

(จำนวนสูงสุดของสัตว์เลี้ยงจะมีได้ไม่เกิน 3 ตัวต่อ 1 ห้องชุดเท่านั้น)

– สัตว์เลี้ยงจะต้องมีสายผูก/จูงและมีผู้ดูแลตลอดเวลาที่อยู่บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง กฎระเบียบ ข้อห้าม ในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงภายในโครงการ รวมถึงบทลงโทษ กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่ประจำโครงการ

 

Master Plan

หน้าโครงการติดกับถนนในซอยรัชดา 3 (ซอยข้างสถานฑูตจีน) มีทางเข้า-ออกโครงการทางเดียว ซึ่งหันหน้าทางทิศใต้ โดยอาคาร A จะอยู่ด้านหน้าโครงการ อาคาร B ทางทิศตะวันตก กับ อาคาร C ทางทิศตะวันออกของโครงการจะโอบล้อมสระว่ายน้ำตรงกลางโครงการเอาไว้ มีพื้นที่จอดรถอยู่ชั้นใต้ดินจำนวน 2 ชั้นของทั้ง 3 อาคาร และรอบนอกอาคาร B และ C มี Jogging Track ที่มีรั้วต้นไม้ตลอดสองข้างทาง พร้อมซุ้มคนรักสัตว์เลี้ยงที่มุมด้านนอกอาคาร

Plan อาคาร A ถูกวางอยู่ด้านหน้าสุดของรั้วโครงการ ชั้น Ground ใกล้กับทางเข้าอาคารจะมีลานจอดซุปเปอร์ไบค์ ส่วนล็อบบี้ของอาคารนี้จะมีห้องที่เป็นที่ตั้งของนิติบุคคล ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว และบันไดหนีไฟ 2 จุด ส่วนยูนิตพักอาศัยจะหันหน้าออกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ทางด้านหน้าโครงการ กับทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วิวด้านในตัวโครงการ   

Plan อาคาร B เมื่อยืนหันหลังให้อาคาร A ทางซ้ายมือของสระว่ายน้ำจะเป็นอาคาร B ซึ่งถูกวางเป็นรูปตัว L โดยมียูนิตพักอาศัยที่หันหน้าออกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะได้วิวด้านนอกโครงการ ยูนิตทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะได้วิวนอกโครงการทางฝั่งด้านหลังอาคาร ซึ่งจะมองเห็นอาคารตลาดหลักทรัพย์ อาคารเอไอเอแคปปิตอล เซนเตอร์ และยูนิตทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จะได้วิวสระว่ายน้ำและสวนส่วนกลาง   

Plan อาคาร C ทางขวามือของสระว่ายน้ำคืออาคาร C วางเป็นรูปตัว L โดยมียูนิตพักอาศัยที่หันหน้าออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะได้วิวนอกโครงการทางฝั่งด้านหลังอาคาร ซึ่งจะมองเห็นอาคารตลาดหลักทรัพย์ อาคารเอไอเอแคปปิตอล เซนเตอร์ ส่วนยูนิตทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ได้วิวทางสถานฑูตจีน และยูนิตทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะได้วิวสระว่ายน้ำและสวนส่วนกลาง         

 

Unit Plan

ทุกยูนิตจะได้เฟอร์นิเจอร์ทั้งแบบ Built In และแบบลอยตัวครบเซต พร้อมเครื่องปรับอากาศที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอนทุกห้องแบบเดียวกันทุกยูนิต จะมีเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น, โทรทัศน์ เท่านั้นที่ไม่ได้มีมาให้ โดยแต่ละอาคารจะมีห้องหลายขนาด ดังนี้

อาคาร A 1 Bedroom 29-33.57 ตร.ม., 2 Bedroom 57.67-67.53 ตร.ม.

อาคาร B  1 Bedroom 29.01-41 ตร.ม., 2 Bedroom 50.39-74 ตร.ม.

อาคาร C 1 Bedroom 29-41.38 ตร.ม., 2 Bedroom 57.24-74 ตร.ม.

1 Bedroom 29.02 จะมีลักษณะเป็นครัวเปิดเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นลึกเข้าไปด้านใน และต่อด้วยระเบียง ส่วนห้องน้ำจะอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับห้องนอน เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างใน Plan ที่เห็นนี้จะได้ทุกอย่างมาครบเลยค่ะ

 

1 Bedroom 29.42

 

1 Bedroom 30.57 เริ่มจากครัวเปิดเชื่อมต่อกับพื้นที่ห้องนั่งเล่น และระเบียงห้อง กั้นโซนห้องนอนกับห้องน้ำได้อย่างเป็นสัดส่วน

 

1 Bedroom 33.50 Plan ห้องนี้จะเหมือนกันกับห้องก่อนหน้านี้ค่ะ แต่จะได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น

 

1 Bedroom 41.00 ยูนิตตั้งแต่พื้นที่ขนาดนี้เป็นต้นไปจะมีลักษณะของห้องหน้ากว้างค่ะ โดยจากครัวเปิดเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น และระเบียง กั้นห้องนอนและห้องน้ำในตัว

 

2 Bedroom 57.67 กลางห้องจะเป็นโซน Common Area เริ่มจากครัวเปิด ห้องนั่งเล่น และระเบียง ห้องนอนทั้ง 2 ห้องมีห้องน้ำในตัว

 

MRT พระราม 9 – MAESTRO 03    

ครั้งนี้เรามาเริ่มเดินไปโครงการ MAESTRO 03 RATCHADA-RAMA9 จาก MRT สถานีพระราม 9 ทางออกที่ 1 กันค่ะ โดยประตูนี้จะอยู่หน้าอาคารฟอร์จูนทาวน์ ซึ่งเป็นทั้งห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และโรงแรม อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเซ็นทรัล พระราม 9 กับอาคารจี ทาวเวอร์พอดีค่ะ

 

เดินหน้าฟอร์จูนทาวน์มาเรื่อยๆ พอถึงเทสโก้ โลตัสที่อยู่ในอาคารฟอร์จูน เราจะเห็นว่ามีทางเดินด้านขวามือสุด ซึ่งเป็นทางลัดไปสู่โครงการได้ค่ะ

 

ทางลัดนี้ไม่ใช่เฉพาะคนเดินเท่านั้นนะคะ แต่รถยนต์ก็สามารถวิ่งเข้ามาได้ เพราะยังอยู่ในพื้นที่ของฟอร์จูนทาวน์ ซึ่งทางลัดตรงนี้จะมีคนเดินอยู่ตลอดตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงช่วงหัวค่ำ

 

เดินตามทางเข้ามาจนสุดก็จะเจอประตูทางออกด้านหลังอาคารค่ะ เราสามารถเดินเข้าซอยทะลุไปถึงซอยรัชดา 3 ที่ตั้งของโครงการได้

 

ภายในซอยที่ใช้เดินทะลุไป เป็นซอยของบ้านส่วนตัวตลอดสองข้างทางค่ะ ไม่ได้เปลี่ยวอะไร

 

แต่ถ้าไม่ใช้ทางลัดก็สามารถเดินจาก MRT ตรงมาตามถนนรัชดา แล้วมาเจอกับปากซอยรัชดา 3 ก็ได้นะคะ โดยกำแพงสีขาวที่เห็นนี้เป็นที่ตั้งของสถานฑูตจีนค่ะ

 

ภายในซอยเป็นถนน 2 เลนสวนกันได้ บรรยากาศคึกคักทีเดียวค่ะ

 

ร้านค้า ร้านอาหารมากมายเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่งถนน มีทั้งร้านที่เปิดช่วงกลางวันและกลางคืนค่ะ หมดห่วงเรื่องอาหารการกินไปได้เลย

 

จากปากซอยเดินมาจนถึงตัวโครงการ ใช้ระยะทางประมาณ 250 เมตรค่ะ

เดินชมโครงการ

เรามาเดินชมภายในโครงการกันเลยค่ะ โดยปัจจุบันนี้สร้างเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้วค่ะ เริ่มจากรั้วโครงการที่แบ่งทางคนเดินกับทางรถยนต์เอาไว้แยกกันเพื่อความปลอดภัย

 

ทางเข้า-ออก รถยนต์ใช้ระบบ Key Card Access มีป้อมรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. อยู่ด้านข้าง

 

ฝั่งทางเดินเข้า – ออก มีแร็คจอดจักรยาน

 

ใต้อาคาร A มีพื้นที่จอดซุปเปอร์ไบค์ ซึ่งจะได้พื้นที่กว้างกว่าลานจอดมอเตอร์ไซค์ทั่วไป

 

ทางโครงการมีรถสามล้อขนาด 4-6 ที่นั่ง เอาไว้คอยรับ-ส่งลูกบ้านด้วยนะคะ

 

ทางซ้ายมือของเราเป็นอาคาร A ส่วนทางขวาเป็นอาคาร B ซึ่งมีทางลงไปที่จอดรถชั้นใต้ดินของแต่ละอาคาร

 

ที่จอดรถชั้นใต้ดินจะมีทั้งหมด 2 ชั้นของแต่ละอาคาร คิดรวมเป็น 45%

 

เราไปดูกันที่ Facility กันก่อนค่ะ อยู่ตรงกลางพื้นที่โครงการทั้งหมด โดยอาคารตรงกลางนี้ชั้นบนจะเป็นฟิตเนสค่ะ

ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ค่ะ

ฟิตเนสจะล้อมรอบไปด้วยผนังกระจก High Ceiling ทุกด้าน เพิ่มความโปร่งไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ

วิวจากห้องฟิตเนสมองลงไปด้านล่างจะเห็นสระว่ายน้ำและโซนสวนสีเขียวด้านในที่ถูกโอบล้อมด้วยอาคาร B ทางซ้าย และอาคาร C ทางขวามือค่ะ

 

บันไดวนมุมนี้เราสามารถขึ้นไปที่ Roof Top ของอาคารส่วนกลางได้ด้วยนะคะ

 

Roof Top ของอาคารส่วนกลางเป็นลานสนามหญ้าเทียมกว้างๆ ให้ขึ้นมารับลมชมวิว

 

กลับลงมาที่ชั้น 1 ใต้บันไดทางด้านซ้ายมีห้องน้ำสำหรับส่วนกลางอยู่ค่ะ

 

ทางขวามือเป็นห้องน้ำแยกชาย – หญิงค่ะ

ห้องน้ำชาย มีทั้งห้องน้ำที่เป็นโถสุขภัณฑ์ และห้องอาบน้ำ

 

มีห้องซาวน่าอยู่ด้านในด้วยนะคะ

 

ส่วนห้องน้ำสำหรับผู้หญิงก็จะมีทั้งห้องน้ำ และห้องอาบน้ำอยู่เช่นเดียวกัน

และยังมีห้องสตีมอยู่ด้วยค่ะ

 

ออกมาเดินชมรอบๆ สระว่ายน้ำกันค่ะ ทางเดินรอบสระจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ทางเดินค่อยข้างกว้างทีเดียวค่ะ และมีเก้าอี้ตั้งอยู่รอบสระทุกด้าน

ยูนิตที่อยู่ชั้น 1 ฝั่งริมสระว่ายน้ำจะมีพุ่มไม้สูงกั้น เพื่อบังสายตาเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ค่ะ

 

จุดล้างตัวอยู่ข้างสระว่ายน้ำ

 

แยกสระเด็กออกจากสระผู้ใหญ่อย่างชัดเจนค่ะ แบบนี้จะปลอดภัยต่อเด็กๆ มากกว่าที่แยกความลึกของสระแต่ยังอยู่ในพื้นที่สระเดียวกัน

 

สระว่ายน้ำระบบเกลือมีข้อดีตรงที่ปราศจากสารเคมี กลิ่นไม่ฉุน ทำให้ผมไม่แห้งแข็ง ตาและผิวหนังไม่แสบ ไม่รู้สึกระคายเคือง ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อ่อนโยนต่อผิว จึงเหมาะสำหรับเด็กๆ และผู้มีปัญหาภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ส่วนชั้น 2 ที่เป็นห้องฟิตเนส มีโซฟาสีขาววางเรียงกันด้านในห้อง เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางโครงการจัดกิจกรรมขึ้นมาค่ะ แต่ห้องฟิตเนสจริงๆ แล้ว ตรงนี้จะเป็นเครื่องเล่นฟิตเนสแทนค่ะ

 

บรรยากาศภาพรวมของส่วนกลางค่ะ มีอาคาร 2 ชั้น ซึ่งเป็นลานกว้าง ฟิตเนส ห้องซาวน่า ห้องสตีม ห้องน้ำ สระว่ายน้ำ อยู่ตรงกลางโครงการพอดี

 

ถัดมาเป็นโซนสวนสีเขียวค่ะ โดยจะมีการแบ่งสัดส่วนให้ได้ใช้ประโยชน์กันได้อย่างหลากหลายมุม เริ่มจากลานหินตรงนี้ เราสามารถเดินเท้าเปล่าแล้วค่อยๆ เดินเหยียบลงบนหินสีดำเหล่านี้เพื่อนวดเท้าท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียวได้

 

ลานบาร์บีคิว สำหรับจัดปาร์ตี้สังสรรค์ริมสระว่ายน้ำกับกลุ่มเพื่อน 

 

มีเคาน์เตอร์ที่จัดเป็นเตาปิ้งย่างพร้อมพื้นที่จัดเตียมอาหาร และซิงค์ล้างจานมาให้เรียบร้อยค่ะ

 

 

สวนตารางหมารุกสไตล์ยุโรปเข้ากับคอนเซปดีไซน์ของตัวอาคาร

 

มุมพักผ่อนเงียบๆ โอบล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียว

 

หรือจะมานั่งเปลี่ยนบรรยากาศอ่านหนังสือตรงซุ้มนี้ก็ดีนะคะ ส่วนประตูทางด้านหลังสุดของโครงการที่เห็นนั้นสามารถออกไปยัง Jogging Track ได้ค่ะ 

 

Jogging Track ด้านหลังอาคารค่ะ สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสวนสีเขียวไปตลอดทาง และยังได้ร่มเงาจากทั้งต้นไม้และอาคารระหว่างที่วิ่งด้วยค่ะ 

 

เดินชม Facility กันเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาขึ้นไปชมห้องตัวอย่างกันบนอาคารจริงเลยค่ะ โดยห้องตัวอย่างทั้งหมดจะอยู่ที่อาคาร A นี้ค่ะ

 

เปิดห้องตัวอย่าง

 

เดินเข้ามาใน Lobby ของอาคาร A จะมีพื้นที่กว้างๆ วางโต๊ะสำหรับรับแขกเอาไว้อยู่หลายมุม

 

ทางซ้ายมีห้องซักรีดอยู่ รวมถึงห้องของเจ้าหน้าที่ดูแลอาคาร

 

ห้อง Mail Box อยู่ก่อนถึงโถงลิฟท์

 

แต่ละอาคารจะมีลิฟท์โดยสารอยู่ 2 ตัวตรงค่ะ โดยอาคาร A จะอยู่ตรงกลางอาคารพอดี

 

ยูนิตพักอาศัยวางแบบ Double Corridor

 

ห้องตัวอย่างแรกเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ค่ะ โดยเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างที่จะเห็นในห้องกับเครื่องปรับอากาศจะได้ทุกอย่างมาตามแบบห้องตัวอย่างเลยค่ะ ยกเว้นแค่ของตกแต่ง ผ้าม่าน และวอลเปเปอร์เท่านั้น ซึ่งเฟอร์นิเจอร์จะมีโทนสีให้เลือกอยู่ 2 แบบค่ะ คือ Monet เป็นโทนสีอ่อน และ Malvyn โทนสีเข้มค่ะ

 

เริ่มจากประตูห้องใช้ลูกกุญแจล็อค มีมือจับก้านโยกเป็นสแตนเลสสตีล

 

เปิดประตูห้องเข้าไปจะพบกับห้องครัวเปิดเป็นส่วนแรกค่ะ โดยพื้นส่วนครัวจะปูด้วยแกรนิตโต้ ความสูง Floor To Ceiling 2.45 เมตร ใช้ไฟ Downlight

 

ขวามือหลังประตูห้องจะมี Built In ตู้เก็บของประตูบานสวิง 4 บาน โดยจะแบ่งให้ฝั่งขวาเป็นตู้สำหรับวางเครื่องซักผ้าพร้อมอุปกรณ์ได้ โดยมีการต่อท่อน้ำมาไว้อยู่แล้ว ส่วนฝั่งซ้ายเป็นตู้เก็บของที่แบ่งช่องสำหรับวางรองเท้าเอาไว้ให้ค่ะ

 

ส่วนทางซ้ายมือตรงข้ามกับตู้เก็บของก็จะเป็นเคาน์เตอร์ครัวแบบ One Wall Kitchen กรุกระเบื้องมาให้ตรงส่วนเคาน์เตอร์ เพื่อป้องกันคราบสกปรก ทำความสะอาดง่ายขึ้นกว่าเดิม ทางซ้ายมือมีช่องสำหรับวางตู้เย็น โดยมี Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ซึ่งมาพร้อมกับซิงค์ล้างจาน เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควัน ครบเซตเลยค่ะ

 

เคาน์เตอร์ครัวมีฟังก์ชั่นมาให้สำหรับการใช้งานอันสะดวกสบายยิ่งขึ้น อย่างตู้ใต้ซิงค์ล้างจานมีถังขยะพร้อมฝาปิดติดมาให้ ส่วนลิ้นชักใต้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าจะแบ่งช่องสำหรับวางช้อน-ส้อม และอุปกรณ์ทำครัวต่างๆ ซึ่งบานตู้และลิ้นชักทุกบานติดตั้งระบบ Soft Close ป้องกันเสียงดังเวลาปิด และยังสามารถยืดอายุการใช้งานได้ด้วยค่ะ

 

ติดกับเคาน์เตอร์ครัวมีโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ขนาด 2 ที่นั่ง อยู่ระหว่างพื้นที่ห้องครัวและห้องนั่งเล่นค่ะ

 

โต๊ะทานข้าวที่ติดมากับเคาน์เตอร์ครัวนี้ สามารถพับเก็บได้ด้วยนะคะ เป็นฟังก์ชั่นที่ดีสำหรับคอนโดมิเนียมจริงๆ

 

ภาพรวมของห้องครัวเปิดค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ทำกับข้าวไม่หนักมาก และพื้นที่ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งานจริง

 

ลึกเข้ามาเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นค่ะ ซึ่งจะได้เครื่องปรับอากาศแบรนด์ TRANE ติดตั้งมาให้เหนือโซฟา โดยทั้งหมดที่เห็นนี้ทั้งโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง โต๊ะกลาง โต๊ะด้านข้าง เคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ ทางโครงการให้มาทั้งหมดเลยค่ะ

 

พื้นห้องในส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอนปูด้วยลามิเนต 8 มม. ส่วนเฟอร์นิเจอร์ของห้องนี้จะเป็นโทนสีอ่อนแบบ Monet ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีแค่โทรทัศน์ ผ้าม่าน และวอลเปเปอร์ที่ไม่ได้ให้มาด้วยค่ะ

 

ด้านข้างโซฟาจะมีประตูกระจกขอบอลูมิเนียมสีดำกั้นระเบียงเอาไว้

 

ระเบียงห้องปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิก โดยมีพื้นที่พอให้วางราวตากผ้าได้ ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ

 

มุมหนึ่งของระเบียงจะมีกริลแอร์ติดตั้งเอาไว้แบบประตูบานสวิง

 

เปิดประตูออกมาจะพบกับพื้นที่ใต้ Condensing Unit ติดตั้งหัวก๊อกเอาไว้ให้ด้วยค่ะ

 

condensing unit หันหน้าเข้าระเบียง แต่มีกริลแอร์ที่ช่วยผลักลมร้อนออกนอกระเบียง ไม่ทำให้ระเบียงของเราร้อนจนเกินไปค่ะ

 

กลับเข้ามาในห้องไปดูที่ห้องนอนอยู่ทางซ้ายมือถัดจากเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ค่ะ

 

เปิดประตูห้องนอน ทางซ้ายมือจะเป็นเตียง ส่วนขวามือหลังประตูเป็นตู้เสื้อผ้า และห้องน้ำในตัวค่ะ

 

เฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนทางโครงการให้มาทั้งตู้เสื้อผ้า Built In โต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้ เตียงขนาด 5 ฟุต และตู้หัวเตียง

 

เหนือหัวเตียงติดตั้งเครื่องปรับอากาศมาให้ค่ะ

 

ใต้เตียงมีลิ้นชัก 2 ช่อง สำหรับเก็บของ

 

หัวเตียงมีตู้เล็กๆ มาให้อีก

 

ข้างเตียงเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีดำ

 

กลางห้องวางโต๊ะทำงานชิดผนังเอาไว้ติดกับตู้เสื้อผ้า

 

 

โต๊ะทำงานเราสามารถเปิดขึ้นมาเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วยนะคะ

 

ถัดจากตู้เสื้อผ้าจะเป็นห้องน้ำในตัว พื้นและผนังทั้งหมดปูด้วยกระเบื้องเซรามิก โดยขวามือเป็นอ่างล้างหน้าแบรนด์ LAVENZ พร้อมตู้เก็บของด้านล่าง และมีกระจกเงาติดตั้งมาให้

 

ทางซ้ายมือเป็นโถสุขภัณฑ์แบรนด์ KOHLER พร้อมสายชำระ

 

ส่วนเปียกกั้นด้วยประตูกระจก ฝักบัวใช้แบรนด์ KOHLER ผนังด้านในสุดมีการเจาะช่องไว้สำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำ

 

ห้องตัวอย่างถัดมาเป็นห้องแบบ 1 Bedroom เช่นกันค่ะ แต่จะได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น และจะตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้มแบบ Malvyn

 

เปิดประตูเข้ามาจะพบกับห้องครัวเปิดก่อนค่ะ ลักษณะเป็นห้องแนวลึกเช่นเดียวกันกับห้องตัวอย่างแรก

 

ซ้ายมือหลังประตูห้องเป็น Built In ตู้เก็บของบานสวิง 4 บานค่ะ ตู้แรกสำหรับวางเคื่องซักผ้าพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนตู้ถัดมาสำหรับวางรองเท้า และของอื่นๆ ค่ะ

 

ทางด้านขวามือตรงข้ามกับตู้เก็บของ คือ One Wall Kitchen มีช่องวางตู้เย็น ครัวที่ได้ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์จากแบรนด์ HAFELE เพื่อป้องกันน้ำกระเด็นออก เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว กับเครื่องดูดควันจากแบรนด์ Electrolux มีช่องสำหรับวางไมโครเวฟด้านล่าง

 

บานตู้ใต้ซิงค์ล้างจานติดถังขยะพร้อมฝาปิดมาให้ ลิ้นชักด้านบนแบ่งช่องสำหรับวางอุปกรณ์ต่างๆ

 

โต๊ะทานข้าวขนาด 2 ที่นั่ง สามารถพับเก็บได้ค่ะ สามารถเพิ่มพื้นที่ให้กับห้องได้มากขึ้นอีกหากเราไม่ได้ทานข้าวตรงนี้ จะเปลี่ยนไปนั่งทานที่ห้องนั่งเล่นกับโต๊ะลอยขนาดเล็กที่ให้มาก็ได้ค่ะ

 

ใต้ตู้เหนือเคาน์เตอร์ครัวด้านใต้มีการติดตั้งไฟเอาไว้ เพิ่มแสงสว่างเวลาทำครัวค่ะ

 

ลึกเข้ามาที่ห้องนั่งเล่น มีโต๊ะลอย 2 ตัว โซฟากับเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ครบเซต

 

เครื่องปรับอากาศติดตั้งเหนือโซฟา

 

ระเบียงถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน

 

ระเบียงมีขนาดที่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมติดตั้งกริลแอร์เพื่อปัดลมร้อนจาก condensing unit ให้ออกนอกตัวระเบียง

 

เข้ามาในส่วนของห้องนอนกันบ้างค่ะ

 

ทั้งหมดที่เห็นนี้ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าบานสวิงที่ติดตั้งกระจกบานใหญ่เอาไว้ให้ด้วย โต๊ะทำงาน เตียง โต๊ะหัวเตียง เราจะได้ทั้งหมดยกเว้นเพียงผ้าม่านกับวอลเปเปอร์เท่านั้นค่ะ

 

ข้างหน้าต่างกระจกสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต โดยยังเหลือทางเดินทั้งสองข้างของเตียงอยู่ค่ะ

เครื่องปรับอากาศติดตั้งเอาไว้เหนือโต๊ะทำงาน

 

เตียงนอนมีลิ้นชักใต้เตียงให้ 2 ช่อง

 

โต๊ะหัวนอนมีลิ้นชักทรงลึกอยู่ด้วยค่ะ

 

ที่โต๊ะทำงานนี้เราสามารถยกขึ้นเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้เช่นเดิม แบบเดียวกันกับห้องที่แล้วค่ะ

 

หน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 ตอนขอบอลูมิเนียม

 

ตู้เสื้อผ้าบานสวิง 4 ประตู แบ่งเป็น 2  ฝั่ง

 

สุดท้ายเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ ด้านขวามือเป็นโถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ

 

ด้านซ้ายมือเป็นอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง

 

ลึกเข้ามาเป็นส่วนเปียกค่ะ กั้นด้วยกระจกบานสวิง

 

ภายในส่วนเปียกมีการเจาะช่องผนังเอาไว้ให้สำหรับวางของ

มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายกันแล้วค่ะ เป็นห้อง 2 Bedroom หน้ากว้างขึ้นมาอีก แบ่งพื้นที่ห้องนอน Private Zone เอาไว้สองด้านของห้อง ส่วนตรงกลางเป็นพื้นที่ Common Area

 

เปิดห้องเข้าไปจะพบกับ Common Area ที่เป็นครัวเปิดกันก่อนค่ะ

 

ซ้ายมือถัดจากประตูเป็นตู้ Built In สำหรับเก็บรองเท้า

 

ห้องครัวเปิด มีพื้นที่วางโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่งอยู่กลางห้องค่ะ

 

เคาน์เตอร์ครัว double wall kitchen เป็นรูปตัว L มีพื้นที่วางตู้เย็นที่ตรงสุดปลายเคาน์เตอร์

 

Top ครัวใช้หินสังเคาระห์ ซึ่งสามารถทนความร้อนจากเตาแม่เหล็กไฟฟ้าได้ดีค่ะ ใต้ซิงค์ล้างจานยังคงมีตู้ที่ติดถังขยะมาให้เช่นเคย

 

ห้องไซส์นี้จะได้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 4 หัวค่ะ ส่วนลิ้นชักมีแบ่งช่องเอาไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ

 

ที่โต๊ะทานข้าวนี้จะมีฟังก์ชั่นที่สามารถขยายพื้นที่โต๊ะได้ด้วยนะคะ โดยเมื่อยกแผ่นไม้ด้านข้างขึ้นแล้วสไลด์ไปด้านข้างก็จะสามารถเพิ่มพื้นที่ได้อีก

 

กางออกมาแล้วจะมีหน้าตาแบบนี้ค่ะ

 

เชื่อมต่อพื้นที่ห้องครัวไปที่ห้องนั่งเล่นค่ะ โดยส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอนทั้งหมดจะปูพื้นด้วยลามิเนตหนา 8 มม. พื้นที่ตรงกลางระหว่างโซฟากับเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์สามารถซื้อโต๊ะกลางขนาดใหญ่กว่านี้มาเพิ่มได้นะคะ เพราะมีพื้นที่กว้างขวางมากพอที่จะสามารถวางได้โดยยังเหลือทางเดินอยู่

 

ถัดไปเป็นระเบียงที่ถูกกั้นด้วยประตูประจกบานเลื่อนค่ะ

 

เนื่องจากห้องขนาด 2 Bedroom จะได้เครื่องปรับอากาศมา 3 ตัว จึงมีการแยก Condensing Unit ออกเป็นสองมุมของระเบียงค่ะ เพื่อให้ทั้งสองด้านมีพื้นที่ข้างใต้เหลือไว้ใช้ประโยชน์

 

แม้จะถูกวางเอาไว้ทั้งสองมุม แต่ติดตั้งกริลแอร์เอาไว้ให้ทั้งหมด ไม่ต้องกังวลเรื่องลมร้อนที่ออกมาค่ะ

 

กลับเข้ามาในห้องดูอีกด้านหนึ่งของห้องกันค่ะ ขวามือจะมีตู้ Built In อยู่หน้าห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access สามารถเปิดเข้า-ออกได้ระหว่าง Common Area กับห้องนอนทางซ้ายมือค่ะ

 

ตู้ Built In หน้าห้องน้ำค่ะ ถูกออกแบบมาสำหรับวางเครื่องซักผ้าและของใช้อื่นๆ

 

เข้ามาดูในห้องนอนแรกค่ะ ทางซ้ายมือเป็นเตียง ส่วนทางขวาเป็นตู้เสื้อผ้ากับห้องน้ำ

 

เตียงขนาด 5 ฟุต วางอยู่ข้างหน้าต่าง โดยมีโต๊ะทำงานวางเอาไว้ระหว่างเตียงกับตู้เสื้อผ้า

 

ยังคงมีพื้นที่ทางเดินทั้งสองข้างของเตียงค่ะ และยังมีโต๊ะหัวเตียงอยู่ด้านข้างริมหน้าต่าง

 

หน้าต่างกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ และเครื่องปรับอากาศติดตั้งทางปลายเตียงค่ะ

 

ใต้เตียงมีลิ้นชัก 2 ช่องเช่นเดิมค่ะ

 

อีกด้านหนึ่งของห้องเป็นพื้นที่ตู้เสื้อผ้าที่ให้มาถึง 2 ตู้ แยกออกจากกันคนละมุม และห้องน้ำค่ะ

 

ใครที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ ก็ไม่ต้องห่วงค่ะ โครงการนี้มีมุมให้เก็บของ เก็บเสื้อผ้าได้เยอะเลยค่ะ

 

ภายในตู้เสื้อผ้าทุกตู้จะมีสวิทช์ไฟเพิ่มแสงสว่างภายในตู้เสื้อผ้าด้วยนะคะ

 

ห้องน้ำแบ่งส่วนแห้งให้อยู่ทางซ้ายมือทั้งหมดค่ะ ผนังด้านข้างโถสุขภัณฑ์มีการเจาะเข้าไปเพิ่มช่องวางของได้อีก

 

อ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของ กระจกเงา โถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ ทางโครงการติดตั้งทั้งหมดนี้มาให้เลยค่ะ

 

ส่วนเปียกใช้กระจกใสบานสวิงกั้นเอาไว้แบบมีธรณีประตูขึ้นมาเล็กน้อย

 

มองจากมุมนี้จะเห็นชัดขึ้นค่ะว่าห้องน้ำนี้ใช้ประตูแบบ Double Access คือประตูทางซ้ายจะออกไปโซน Common Area ส่วนประตูตรงกลางจะออกไปที่ห้องนอนแรกค่ะ

 

เปิดประตูห้องน้ำทางซ้ายมือก็ออกไปห้องครัวเปิดได้เลยค่ะ

 

สุดท้ายเราไปดูกันที่ Master Bedroom ด้านหลังเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์กันค่ะ

 

เปิดประตูเข้าไป Master Bedroom ทางด้านขวาเป็นเตียงขนาด 5 ฟุต ตั้งอยู่ริมหน้าต่าง ปลายเตียงมีโต๊ะทำงานและ Built In เคาน์เตอร์วางโทรทัศน์เอาไว้ด้วยค่ะ

 

หน้าต่างกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ

 

เหลือทางเดินรอบเตียงทั้งสองข้าง พร้อมกับมีโต๊ะหัวเตียงของทั้งสองมุมค่ะ

 

ใต้เตียงยังคงมีลิ้นชัก 2 ช่อง

 

Built In เคาน์เตอร์ตรงปลายเตียง หากเราไม่วางโทรทัศน์ก็สามารถใช้เป็นที่วางของอื่นๆ ได้ มีฟังก์ชั่นให้เก็บของได้หลายจุดทีเดียวค่ะ

 

หันไปดูทางซ้ายของห้องกันบ้างค่ะ มีมุมโซฟาไว้นอนอ่านหนังสือเล่นๆ เครื่องปรับอากาศติดตั้งเอาไว้เหนือโซฟา ส่วนตู้เสื้อผ้าจะได้ขนาดใหญ่ 5 บานสวิง และซ้ายมือด้านในสุดตรงข้ามกับตู้เสื้อผ้าคือห้องน้ำค่ะ

 

ด้านในตู้เสื้อผ้ายังคงมีการแบ่งชั้นสำหรับเก็บของได้หลายช่อง

 

ภายในห้องน้ำจะพบกับส่วนแห้งก่อนค่ะ โดยจะเป็นอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง กระจกเงา และโถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ

 

หันไปทางขวามือเป็นส่วนเปียกกั้นด้วยประตูกระจกมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย

 

ภายในส่วนเปียกมีการเจาะผนังเพิ่มช่องวางอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำค่ะ

 

แบรนด์ MAESTRO เป็นหนึ่งในคอนโดมิเนียม Low Rise ที่มีการออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สเปคภายในที่ให้มาถือว่าจัดเต็มค่ะ แค่ลากกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมอุ้มสัตว์เลี้ยงของคุณมาด้วยก็เข้าอยู่ได้เลย และด้วยทำเลที่ตั้งของ MAESTRO 03 RATCHADA-RAMA 9 ภายในซอยรัชดา 3 ที่เต็มไปด้วยอาหารการกินราคาไม่แพง ทั้งที่อยู่ท่ามกลางแหล่ง New CBD เช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงเป็นหนึ่งในโครงการที่จับตามอง

 

 

โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ

 

 

 

 

บทความ รีวิวคอนโด ล่าสุด