Tag : Sena

Sena Park Grand Ramintra-เสนาพาร์คแกรนด์ รามอินทรา (PREVIEW)

Sena Park Grand Ramintra-เสนาพาร์คแกรนด์ รามอินทรา (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Sena Park Grand Ramintra (เสนาพาร์คแกรนด์ รามอินทรา) เจ้าของโครงการ : บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ : ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว  เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร พื้นที่โครงการ : 42-0-93 ไร่ ลักษณะโครงการ : บ้านเดี่ยว จำนวนบ้าน : 173 หลัง ขนาดบ้าน : - บ้าน Aqua Smart 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน พื้นที่ใช้สอย 165 ตารางเมตร ที่ดิน 65 ตารางวา - บ้าน Oxy Smart 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน พื้นที่ใช้สอย 190 ตารางเมตร ที่ดิน 72 ตารางวา สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สวนสาธารณะ - คลับเฮ้าส์ - สระว่ายน้ำ - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 6,870,000 บาท ปีที่สร้างเสร็จ : พร้อมเข้าอยู่ จุดเด่นโครงการ : บ้านเดี่ยวย่านรามอินทรา รองรับการติดตั้ง EV Charger ให้กับบ้านทุกหลัง ออกแบบภายใต้แนวคิด “Green Smart Design” ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อทำให้บ้านเย็นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน ที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้ในบ้านได้ฟรีตลอดวัน ใกล้ห้างแฟชั่นฯ เพียง 1.4 ก.ม. และถนนรามอินทรา ก.ม.9 สถานที่ใกล้เคียง : The Promenade, Fashion Island, Big C, Amorini,โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี, โรงพยาบาลสินแพทย์, สวนสยาม  
Niche MONO Mega Space Bangna ทุกพื้นที่สำหรับคุณ

Niche MONO Mega Space Bangna ทุกพื้นที่สำหรับคุณ

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปโซนบางนากันค่ะ ความน่าสนใจอยู่ตรงที่เป็นแหล่งเกิดโครงการระดับ Mega Project มากมาย ทั้งในปัจจุบันที่เกิดขึ้นแล้วและในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าหรือการคมนาคม เพราะฉะนั้นจึงสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงต่อไปในอนาคต ซึ่งโครงการที่เราจะไปชมกันในวันนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้ตัวทำเลที่ตั้งค่ะ เพราะการให้ความสำคัญในทุกพื้นที่ภายในโครงการ ทำให้เกิดความสุขในการใช้ชีวิต เป็นความคิดสไตล์ Made from Her จาก SENA ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีค่ะ ทำเลศูนย์กลางของโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก พูดถึงกรุงเทพฯ โซนตะวันออกต่อไปถึงสมุทรปราการในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ เราจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ สิ่ง อย่างต่อเนื่องเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นถนนเส้นตัดใหม่ สร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ ที่อยู่อาศัยใหม่หลายโครงการ ศูนย์การค้าระดับยักษ์ใหญ่ และคอมมูลนิตี้มอลล์แห่งใหม่ก็ไม่น้อยอีกเช่นกัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความเติบโตของเมืองหลวงที่ขยายออกไปมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งโซนนี้ก็ถือว่าเป็นจุดที่สามารถเชื่อมต่อไปยังภาคตะวันออกได้ง่ายที่สุด รองรับการขยายตัวของเขต EEC ที่จะต้องอาศัยการเดินทางของโซนนี้เชื่อมต่อไปได้อย่างสะดวกรวดเร็วที่สุด       เมื่อเอ่ยถึงโครงการระดับ Mega Project ในโซนนี้ก็มีทั้งที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังเกิดขึ้นในอนาคตค่ะ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายปี 2554 ในบ้านเราฮือฮากันมากกับ IKEA ศูนย์การค้าเฟอร์นิเจอร์จากสวีเดนที่ลัดฟ้ามาเปิดให้บริการในพื้นที่เดียวกันกับ Mega Bangna ที่เปิดตัวตามมาในเดือน พ.ค. 2555 เรียกได้ว่าเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เข้ามาพลิกโฉมย่านบางนาให้คึกคักมากจนถึงขั้นชาวจังหวัดชลบุรีรวมถึงชาวต่างชาติก็ชอบขับรถมาช้อปปิ้งที่นี่กันอยู่ตลอดจนถึงทุกวันนี้ค่ะ ส่วนเซ็นทรัล บางนา ก็ยังมีการรีโนเวทใหม่ เรียกคนให้กลับมาเดินมากขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกันฝั่งตรงข้ามอย่างไบเทคบางนาก็ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเดินงาน Exhibition ที่หมุนเวียนเปลี่ยนกันมาจัดงานกันทั้งปี นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกนะคะ อย่าง รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนาเยนเนอรัล, รพ.สมิติเวชลาซาล, รพ.ศิครินทร์, ร.ร.บางกอกพัฒนา, ร.ร.เซนต์โยเซฟบางนา, ร.ร.เซนต์แอนดรูว์ ฯลฯ ในอนาคตสิ่งสำคัญที่น่าจับตามองมากนั่นคือ Bangkok Mall ที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วค่ะ บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ใกล้สี่แยกบางนา ริมถ.ถ.บางนา-ตราดขาออก โดยเมื่อเสร็จสมบูรณ์ก็จะกลายศูนย์การค้าระดับเอเชีย   Niche MONO Mega Space Bangna ตั้งอยู่ริมถ.บางนา-ตราดขาเข้า ซึ่งหากเลยเมกาบางนามาก็จะพบว่าโครงการอยู่ติดกับโชว์รูมโตโยต้าที่มีสตาร์บัคอยู่ด้านหน้าด้วยนะคะ โดยบริเวณนี้ยังมีอาคารสูงไม่มาก ทำให้ได้วิวรอบๆ ที่ดูแล้วไม่อึดอัดเท่าอยู่กลางเมือง แต่ยังคงเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายๆ เลยค่ะ เพียงแค่ตรงไปตามถ.บางนา-ตราด ฝั่งหน้าโครงการผ่านไบเทคบางนาก็จะสามารถไปเชื่อมต่อขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครได้ ขณะเดียวกันก็อยู่ห่างจากถ.กาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก ประมาณ 3 กิโลเมตร หากจะไปภาคตะวันออกก็สามารถขึ้นทางพิเศษบูรพาวิถี ใช้เวลาไม่นานก็ถึงชลบุรีแล้วค่ะ ส่วนระบบขนส่งสาธารณะในปัจจุบันก็สามารถใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางนา อนาคตกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง สถานีบางนาตราด กม.6 อยู่ช่วงถ.บางนา-ตราด ตัดกับถ.ศรีนครินทร์ เป็นสถานีที่อยู่ใกล้โครงการมากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2564 และ Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ ที่มีการศึกษาเส้นทางกันแล้วเรียบร้อย หากก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะผ่านหน้าโครงการพอดีเลยค่ะ โดยจะเริ่มต้นสายมาจากสี่แยกบางนา ซึ่งจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปัจจุบัน ตรงยาวบนถ.บางนา-ตราด เมื่อเลยถ.กิ่งแก้ว แล้วก็จะเลี้ยวซ้ายเข้าถึงสนามบินสุวรรณภูมิทางฝั่งใต้                  ภาพรวมโครงการ Niche MONO Mega Space Bangna คอนโดมิเนียม High Rise 40 ชั้น พร้อมส่วนกลางบนชั้นดาดฟ้า 795 ยูนิต ขนาด 30.00-50.00 ตร.ม. ที่จอดรถมากถึง 70% บนพื้นที่ 3-3-46.6 ไร่ เป็นโครงการที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นภายในห้องที่มีขนาดเริ่มต้นถึง 30.00 ตร.ม. ซึ่งเมื่อมองขนาดยูนิตในคอนโดมิเนียมยุคหลังมานี้ก็จะเห็นว่าส่วนมากมีขนาดเริ่มต้นกันประมาณ 22-25 ตร.ม. ขณะที่ยูนิตขนาด 30.00 ตร.ม. กลายเป็นขนาดกลางๆ ของโครงการไปแล้วค่ะ        Made from Her คอนเซปอันเป็นเอกลักษณ์จากเสนา โดยในโครงการนี้จะนำมาประยุกต์ใช้ทั้ง 4 แกนด้วยกันค่ะ ได้แก่ Her Circle : ปันสุข พื้นที่ส่วนกลางสไตล์ Urban Courtyard สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ทั้ง TRIPLE Facilities    Her Self : มั่นใจ บริการหลังการขายครบวงจรด้วยบริการจาก Application SENA 360 Service เช่น แจ้งซ่อม 24 ชม.  บริการรับฝากขาย-เช่า ดูการทำงานจากโซล่าเซลล์ เป็นต้น มั่นใจทุกการออกแบบที่สอดคล้องกับแนวคิด Good Sleep Concept Her Security : อุ่นใจ ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. แถมยังมีรปภ. หญิง บนอาคารอีกด้วย ที่สำคัญที่จอดรถยังมีถึง 70% มากที่สุดในย่านนี้ แยกโซน Lady Parking ระบบ Elevator Access Control และได้ Digital Door Lock ทุกยูนิต มี CCTV controlled by Securities 24 hrs ปลอดภัยด้วยระบบป้อมยาม+ไม้กระดกที่เปิดด้วยระบบ Bluetooth และระบบ QR Code สำหรับ Visitor    Her Comfort : สบายใจ เดินทางไปสู่ทุกจุดหมายได้ใกล้กว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน รถไฟฟ้า และ Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ      TRIPLE Facilities สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่แบ่งออกเป็น 3 ชั้น เน้นการออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ผสมผสานความเป็น  Social Community + Activity เข้าด้วยกัน ขยายฟังก์ชั่น Double Space ของพื้นที่ภายในห้องให้ออกมาโลดเล่นใน facilities เพื่อเกิดความสอดคล้องในการใช้ชีวิตแบบคนรุ่นใหม่บนพื้นที่สำหรับทุกคนใน Niche MONO Mega Space Bangna โดยแบ่งได้ดังนี้ ชั้น 1 Socialize Zone - Lobby, Garden Lobby, Green Park Co-Working Space, Co-Meeting, Chill Out Terrace, Washing Machine Area, Convenience Store, Bike Lane ที่เน้นให้มีพื้นที่กว้างๆ จะเปลี่ยนบรรยากาศทำงานหรือนั่งเล่นก็ได้สบายๆ ให้ความรู้สึกเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอกอาคาร    ชั้น 9  Active Zone - Sky Infinity Edge Pool,  Sky Fitness, Greenery Area, Sliding Hill, Kid Adventure จะว่ายน้ำหรือเข้าฟิตเนสก็จะได้วิวโล่งๆ ไร้อาคารบดบัง    Rooftop Private Zone - Sunrise & Sunset Court, Moon Terrace, Reading Lounge, Sky Lounge, Cinema Space, Co-Party & Co-Kitchen หลายห้อง หลายมุม สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ได้ครบครัน      ความพิเศษที่เกิดจากความใส่ใจแม้กระทั่งดีเทลเล็กๆ ของการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Made from Her ของเสนาในโครงการนี้ คือการสร้างภายในยูนิตแบบ Good Sleep Concept โดยการตั้งใจออกแบบพื้นที่ห้องนอนให้กว้างกว่าห้องนั่งเล่น วางเตียงนอนในระยะที่เหมาะสมกับหน้างต่าง เพื่อลดมลภาวะทางเสียงจากภายนอก หัวเตียงวางแนวลาดเอียงเล็กน้อยเผื่อการนั่งเอนหลังอ่านหนังสือเล่นบนเตียง พร้อมกับช่องเก็บหนังสือใต้หัวเตียง แล้วติดตั้งระบบแสงสว่างด้วยเทคโนโลยี Master Switch ที่ทางออกห้อง เพื่อให้มั่นใจในการปิดไฟทั้งหมดแล้ว และ Dimmer Light สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย มีกรอบผ้าม่านที่ช่วยให้สามารถปิดได้ครอบคลุมทั้งหน้าต่างไม่ให้แสงเล็ดลอดเข้ามาได้ เพื่อให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ที่สุด ทุกสิ่งผ่านกระบวนการคิดจนเกิดเป็นความสุขเล็กๆ ในพื้นที่ส่วนตัว เพราะความเชื่อที่ว่าการนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปชมในห้องตัวอย่างกันต่อค่ะ   Floor Plan สำหรับตัวอาคารของ Niche MONO Mega Space Bangna จะวางคล้ายรูปตัว Z ค่ะ ลักษณะที่ดินหน้ากว้างพอสมควรที่เดียวค่ะสำหรับริมถนนใหญ่อย่างถนนบางนา-ตราด วางยูนิตแบบ Double Corridor แยกอาคารจอดรถจากตัวอาคารที่พักอาศัย ซึ่งอยู่ใกล้กันทางทิศเหนือ แต่มีทางเชื่อมต่อกันได้สะดวกค่ะ ชั้นพักอาศัยเริ่มที่ชั้น7 (Single Corridor ชั้น7-8) สามารถเห็นวิวฝั่ง Mega Bangna ส่วนชั้น9 (Double Corridor) จะเชื่อมต่อกับFacilities   ทางเข้า-ออกมีทางเดียวค่ะ หน้าโครงการหันทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ล้อมรอบอาคารไว้ด้วยถนนและพื้นที่สีเขียวเต็มพื้นที่ ภายในตัวอาคารมีทั้งล็อบบี้และส่วนกลางให้ใช้งานได้จริงค่ะ ทั้ง Co-Working Space, Co-Meeting, Chill Out Terrace ฯลฯ    ชั้นพักอาศัยเริ่มที่ 7 (Single Corridor ชั้น 7-8) ส่วนชั้น 9 เป็น Facilities ที่มีทางเชื่อมต่อกับส่วนยูนิตพักอาศัยค่ะ ซึ่งจะมีทางเดินเชื่อมต่อเข้ากับ Facility หลักของโครงการ ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามเด็กเล่น รวมถึงลานสนามหญ้าแบบ slope ให้ความรู้สึกเหมือนได้มานั่งเล่นบนเนินเขาเล็กๆ ชมวิวของ Lake side villa   ลิท์โดยสาร 4 ตัว ลิฟท์บริการ 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยวางให้อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ(ด้านล่างของภาพ) จะได้วิวในเมือง และฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้จะได้วิวไปทางเมกาบางนา   ชมห้องตัวอย่าง สำหรับ Niche MONO Mega Space Bangna จะมียูนิตแปลนมาให้เลือก 3 Type ตามห้องตัวอย่างเลยค่ะ โดยทุกยูนิตจะได้เฟอร์นิเจอร์ฟังก์ชั่นเก๋ๆ มาครบครันแบบ Fully Furnished ของจริงไม่มีกั๊ก ได้แก่ ตู้ Built in สำหรับเก็บของ ตู้เสื้อผ้า โซฟา เคาน์เตอร์ทีวี เตียง(ไม่รวมฟูก) โต๊ะ-เก้าอี้ทานข้าว โต๊ะอเนกประสงค์ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดพร้อมฉากกระจก ครัวพร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และเครื่องปรับอากาศ      ตัวโครงการจะอยู่ติดกับโชว์รูมโตโยต้า แอท ยูไนเต็ด บางนา เลยค่ะ ซึ่งสังเกตง่ายๆ ตรงที่มีสตาร์บัค Drive Thru อยู่ด้วย   Type A 30 ตร.ม. 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้นของโครงการที่ไม่ได้เล็กเลยนะคะสำหรับคอนโดฯ สมัยใหม่ ซึ่งห้องนี้จะวางห้องนั่งเล่นไว้เป็นลำดับแรก ลึกเข้าไปเป็นห้องนอน แบ่งฟังก์ชั่นอีกฝั่งเป็นห้องน้ำ ห้องครัวปิดและระเบียงค่ะ ทุกยูนิต Floor To Ceiling 2.7 เมตร พื้นปูด้วยลามิเนต หนา 8 มม. ใช้ไฟ Downlight ส่วนห้องน้ำกับห้องครัวจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ สำหรับห้องนี้เหมาะสำหรับอยู่ 1-2 คนค่ะ ยิ่งหากชอบทำครัวด้วยก็เหมาะเลย เพราะได้ห้องครัวปิดติดกับระเบียง ก็ยิ่งช่วยระบายกลิ่นได้ดีค่ะ   เริ่มจากห้องนั่งเล่นค่ะ   พื้นที่ระหว่างโซฟากับเคาน์เตอร์ทีวี เราสามารถหาโต๊ะกลางมาวางเพิ่มได้นะคะ   โซฟาแอบมีช่องเก็บของเล็กๆ เอาไว้ให้ด้วยนะคะ เหมาะกับการเก็บรีโมททีวีที่เราๆ ชอบวางทิ้งไว้แล้วลืมทุกที   เครื่องปรับอากาศสำหรับ Type 1 Bedroom จะได้ทั้งหมด 2 เครื่อง ใช้แบรนด์ Panasonic   ข้างเคาน์เตอร์ทีวีมี Built in ตู้เก็บของมาให้ด้วยนะคะ ภายในแบ่งฟังก์ชั่นเก็บของเอาไว้ดีทีเดียวค่ะ ทั้งสำหรับเก็บรองเท้า เก็บของแนวสูงอย่างเครื่องดูดฝุ่น โต๊ะรีดผ้า และยังซ่อนตู้ไฟเอาไว้ชั้นบนสุดทำให้ดูเรียบร้อยขึ้นเยอะค่ะ   Type นี้จะได้โต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ขนาด 2  ที่นั่ง   ห้องนอนกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีดำ จุดเด่นสำหรับ Type นี้ นั่นคือห้องนอนที่ได้กระจกเพิ่มตรงมุมห้องค่ะ แทนที่จะเป็นผนังทึบแบบเดิมที่ดูแล้วอึดอัด แต่พอแทนที่ส่วนนี้ด้วยกระจกเข้าไปแล้วก็ทำให้ห้องนอนดูโปร่งมากขึ้น   ห้องนอนให้เตียงมา 6 ฟุตเลยค่ะ แถมยังมีพื้นที่รอบเตียงด้วย โดยหากสังเกตที่หน้าต่างก็จะพบกับความพิเศษอีกอย่างของหน้าต่างกระจกทุกๆ ห้อง คือมีขอบด้านข้างและด้านบนยื่นออกมา ทำให้เวลาเราปิดผ้าม่านก็จะไม่มีแสงเล็ดลอดเข้ามาได้   ใช้หน้าต่างบานกระทุ้ง และได้กระจกเข้ามุมทางฝั่งระเบียง พื้นที่ว่างตรงนี้ก็เป็นความตั้งใจของทางโครงการที่อยากจะเว้นระยะห่างระหว่างหน้าต่างกับเตียง เพื่อเวลานอนหลับจะได้ลดเสียงรบกวนจากถนนด้านนอกค่ะ   ตู้เสื้อผ้า Built in หน้าบานฝั่งหนึ่งทึบ อีกฝั่งหนึ่งเป็นกระจกโปร่งแสงสีดำ   ถัดมาที่พื้นที่อีกด้านของห้อง       ภายในห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์มาครบตามที่เห็นเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกระจกเงา อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์จากแบรนด์ KOHLER ฝักบัว ก็อกน้ำ และ Rain Shower จากแบรนด์ ENGLEFIELD ฉากกระจกโปร่งแสงบานสวิง   ระหว่างห้องน้ำกับห้องครัวจะมีพื้นที่ซึ่งมี Built in ตู้เสื้อผ้ามาให้เพิ่มอีก 1 ตู้ และโต๊ะอเนกประสงค์     ตู้เสื้อผ้ามีซ่อนฟังก์ชั่นที่เป็นเหมือนตะกร้าผ้าสำหรับเสื้อผ้าใช้แล้วอยู่หน้าห้องน้ำพอดีเลยค่ะ เสื้อผ้าเต็มเมื่อไหร่ก็สามารถเอาไปใส่เครื่องซักผ้าที่สามารถวางไว้ตรงระเบียงห้องได้เลย ไม่ต้องหาซื้อตะกร้าผ้ามาวางไว้ให้เปลืองพื้นที่   โต๊ะตัวนี้มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่าเป็นโต๊ะทรานฟอร์เมอร์ค่ะ เพราะมีลูกเล่นเยอะแยะทั้งพับขึ้น-ลง สไลด์เข้า-ออก มีแบบบานสวิง ลิ้นชัก เหมาะสำหรับเก็บของจุกจิก โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่สามารถใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้เลยค่ะ   สุดท้ายที่ห้องครัวปิดค่ะ   ห้องครัวปิดจะได้เคาน์เตอร์แบบ One Wall Kitchen ซึ่งจะมีอุปกรณ์พวกที่วางจาน ที่คว่ำแก้ว ชั้นวางของเพิ่ม ลิ้นชักแบ่งช่องเก็บช้อนส้อมมาให้แบบเดียวกันทุกห้องครัวค่ะ Top ด้วยหินสังเคราะห์ มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน และซิงค์ล้างจานจากแบรนด์ FRANKE ทั้งหมดค่ะ ผนังด้านในเคาน์เตอร์กรุด้วยกระจกเคลือบสี มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นไว้ข้างเคาน์เตอร์ด้านในห้อง        ระเบียงของทุกห้องจะต่อท่อน้ำสำหรับวางเครื่องซักผ้าเอาไว้ให้ค่ะ ส่วน Condensing Unit จะถูกแขวนไว้หันลมร้อนออกนอกอาคาร ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งค่ะ    Type B 34.9 ตร.ม. 1 Bedroom ที่เป็นเหมือน 1 Bedroom Plus ถือเป็นหนึ่งในแปลนห้องยอดฮิตของเสนาเลยล่ะค่ะ โดยเริ่มจากห้องครัวปิด ห้องนั่งเล่นอยู่กลางห้อง ห้องอเนกประสงค์อยู่ด้านในสุด ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ตามไลฟ์สไตล์อย่างลงตัวสุดๆ และห้องนอนที่มีห้องน้ำ Triple Function ในตัว ใครที่ชอบห้องที่อยู่แล้วรู้สึกโปร่งๆ ไม่อึดอัด แสงสว่างจากภายนอกเพียงพอทั่วทั้งห้อง และยังได้ห้องที่สามารถเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์อีกก็แนะนำ Type นี้เลยค่ะ    ห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนจะอยู่ด่านแรกของห้องเลยค่ะ ซึ่งจะวางเคาน์เตอร์ครัวแบบ Double Wall Kitchen กรุผนังด้านในเคาน์เตอร์ด้วยกระจกเคลือบสีทั้งสองฝั่ง Top หินสังเคราะห์ โดยจะแยกเป็นฝั่งขวาสำหรับทำอาหาร ส่วนด้านซ้ายสำหรับเตรียมอาหาร และพื้นที่วางตู้เย็นค่ะ            ถัดเข้ามากลางห้องเป็นห้องนั่งเล่นค่ะ ลึกเข้าไปด้านในสุดจะเป็นห้องอเนกประสงค์ หลังโซฟาจะเป็นห้องนอน ซึ่งมีห้องน้ำในตัว ทุกห้องจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้ทั่วทั้งห้องมีแสงสว่างเข้ามาได้ทั่วถึงดูโปร่งดีนะคะ และการวางทิศทางเครื่องปรับอากาศก็สามารถรับแอร์เย็นๆ ไปจนถึงห้องอเนกประสงค์ได้ค่ะ     ห้องอเนกประสงค์ที่อยู่เชื่อมต่อจากห้องนั่งเล่นนี้ก็จะได้โซฟาแบบในห้องตัวอย่างมาให้ด้วยค่ะ หรือจะปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องทำงานก็เหมาะดีนะคะ     ภายในห้องนอนจะได้เตียงขนาด 6 ฟุต วางไว้กลางห้องโดยยังเหลือพื้นที่รอบเตียง มีตู้เสื้อผ้าบานสวิง พร้อมโต๊ะอเนกประสงค์ และติดตั้งเครื่องปรับอากาศเอาไว้ช่วงปลายเตียงด้านข้างค่ะ   ข้างหนึ่งของเตียงมีช่องสำหรับเก็บของได้อีกค่ะ     ระเบียงที่เชื่อมต่อกับห้องนอนปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ มุมระเบียงจัดพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า และ Condensing Unit แขวนไว้ด้านบนค่ะ    ข้างเตียงจะมีห้องน้ำในตัว ซึ่งห้องจริงจะกั้นด้วยประตูแบบบานเลื่อนค่ะ         ห้องน้ำแบบ Triple Function ค่ะ ด้านซ้ายมือเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์ ตรงกลางเป็นอ่างล้างแบบแขวนผนังหน้าพร้อมกระจกเงา และซ้ายมือเป็นส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำ โดยจะกั้น 2 ฝั่งด้วยประตูกระจกโปร่งแสงแบบบานสวิง   Type C 50 ตร.ม. 2 Bedroom ห้องหน้ากว้างแบ่งสัดส่วนห้องแบบ Triple Function ที่เหมาะกับการอยู่แบบครอบครัวขนาดเล็กมากขึ้น เพราะจะได้ความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นจากห้องนอนที่กั้นด้วยประตูบานทึบทั้ง 2 ห้อง พร้อมกับห้องครัวปิดขนาดกว้างขวางพอสมควรเลยค่ะ และยังมีมุมซักล้างภายในห้องโดยเฉพาะด้วย     ขวามือจากประตูห้อง เราจะพบกับส่วนซักล้างที่จัดวางไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมกับ Built in ตู้เก็บของที่สามารถใช้ได้ทั้งสองด้าน         ห้องครัวปิดที่วางเคาน์เตอร์ครัวในรูปแบบ L shape มีการกรุผนังด้วยกระจกเคลือบสีเฉพาะส่วนทำครัว โดยขนาดในห้องครัวก็สามารถเข้ามาช่วยกันทำอาหารได้ 2-3 คนเลยค่ะ        ถัดจากห้องครัวปิดก็จะเจอห้องนอนแรกค่ะ เป็นเตียงขนาด 5 ฟุต ที่ยังคงคอนเซปเหลือพื้นที่เอาไว้รอบเตียง และห่างจากหน้าต่างเล็กน้อย เพื่อลดแสงรบกวนจากภายนอก และยังช่วยลดความร้อนจากแดดไม่ให้ส่องเข้ามาถึงเตียงได้ด้วยนะคะ       ห้องนั่งเล่นกลางห้องมีพื้นที่กว้างขวางทีเดียวค่ะ สามารถวางได้ทั้ง L shape sofa โต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่ง เคาน์เตอร์ทีวี แล้วยังเหลือที่เอาไว้ตกแต่งห้องอีกนะคะ    ระเบียงเชื่อมต่อจากห้องนั่งเล่นค่ะ มีเนื้อที่มากพอที่จะเป็นระเบียงพักผ่อนได้เลย   อีกด้านหนึ่งของห้องค่ะ จะเป็นห้องน้ำทางขวามือ และ Master Bedroom ทางซ้ายตรงข้ามกับห้องน้ำค่ะ           ห้องน้ำจะกั้นด้วยประตูแบบบานเลื่อนค่ะ โดยจะแบ่งเป็น Triple Function ทำให้สามารถใช้งานได้หลายคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งแบ่งเป็นส่วนเปียกมีที่นั่งเวลาขัดตัวได้ และส่วนแห้งที่เป็นโถสุขภัณฑ์ ทั้งสองฝั่งจะกั้นด้วยประตูกระจกบานสวิงค่ะ และกลางห้องก็เป็นส่วนแห้งของอ่างล้างหน้า           สุดท้ายที่ห้อง Master Bedroom ค่ะ นอกจากเตียงขนาด 6 ฟุต ยังมีความพิเศษตรงที่ได้กระจกเข้ามุมตรงปลายเตียง สามารถนอนเพลินๆ ชมวิวด้านนอกได้กว้างขึ้น และมีห้อง Walk In Closet ที่กั้นเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วน     Niche MONO Mega Space Bangna ยังคงใส่ใจรายละเอียดการใช้ชีวิตในทุกพื้นที่ตามแบบฉบับ Made from Her ทั้ง DOUBLE Space ในห้องพักอาศัยขนาดเริ่มต้นก็กว้างถึง 30.00 ตร.ม. แล้วค่ะ ทำให้ทุกยูนิตดูแล้วรู้สึกโปร่งโล่งมากทีเดียว มาพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished ลากกระเป๋าเสื้อผ้ามาก็เข้าอยู่ได้ทันที การออกแบบ TRIPLE Facilities ที่ให้พื้นที่ส่วนกลางมากถึง 3 ชั้น คำนึงถึงการใช้ประโยชน์ได้อย่างสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ ขณะเดียวกันก็อยู่ท่ามกลางทำเลที่มีศักยภาพสูงต่อไปในอนาคตด้วยหลายๆ Mega Project ในย่านนี้ที่จะเข้ามาทำให้ชีวิตง่ายขึ้นไปอีก แต่มาในราคาที่ใครๆ ก็เอื้อมถึง เริ่มต้นเพียง 2.2 ล้านบาท บอกเลยว่าคุ้มสุด    
NICHE MONO CHAROEN NAKORN-นิช โมโน เจริญนคร (PREVIEW)

NICHE MONO CHAROEN NAKORN-นิช โมโน เจริญนคร (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : NICHE MONO CHAROEN NAKORN (นิช โมโน เจริญนคร) เจ้าของโครงการ : บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ : ซอยเจริญนคร 76 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. พื้นที่โครงการ : 3-1-86.7 ไร่ ลักษณะโครงการ : High Rise จำนวนอาคาร : 1 อาคาร จำนวนชั้น : 36 ชั้น จำนวนยูนิต : 537 ยูนิต   ขนาดห้อง : - 1 Bedroom ขนาด 30 – 40 ตร.ม. - 2 Bedroom ขนาด 49.5 – 60 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สระว่ายน้ำ - สวนพักผ่อน - สนามเด็กเล่น - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 2,190,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : 73,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง : 700 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน : 50 บาท/ตร.ม./เดือน ปีที่สร้างเสร็จ : ต.ค. 2563 จุดเด่นโครงการ : คอนโดมิเนียมคอนเซปต์ “MADE FROM HER” ใส่ใจทุกดีเทลชีวิต จากแนวคิดแบบผู้หญิง “ผู้หญิงอยู่สบาย ผู้ชายก็แฮปปี้ ที่เข้าใจถึงหัวคิดและหัวใจของผู้หญิง ที่ตอบโจทย์ทุกมุมมองความละเอียดลออแบบผู้หญิงในทุกเรื่อง ทั้งความสบาย อุ่นใจ มั่นใจ และ ปันสุข ให้ทุกรายละเอียดการใช้ชีวิตใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบมากที่สุด  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : BTS ตลาดพลู, BTS กรุงธนบุรี, MRT จอมทอง สถานที่ใกล้เคียง : ตลาดดาวคะนอง, Big C ดาวคะนอง, ไทยช่วยไทยพลาซ่า, ตลาดพลู, เอเชียทีค,ตลาดอินดี้  
PITI EKKAMAI ใช้ชีวิตให้มีความสุขบนความเรียบง่าย

PITI EKKAMAI ใช้ชีวิตให้มีความสุขบนความเรียบง่าย

คอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมในความคิดของคุณคืออะไรคะ? จะต้องเป็นคอนโดที่ดูหรูหราราคาแพง ต้องใช้วัสดุนำเข้าเท่านั้นหรือเปล่า แต่ SENA คิดต่างออกไปค่ะ เพราะคอนโดมิเนียม PITI EKKAMAI โครงการระดับพรีเมี่ยม แบรนด์ใหม่ล่าสุดนั้นคำนึงถึง “ความสุข” เป็นหลักค่ะ ความสุขที่ได้อยู่อาศัยในโครงการที่ดี อยู่แล้วสะดวกสบายด้วยเซอร์วิสระดับ Exclusive  เรียบง่ายได้ความสงบเป็นส่วนตัว บนทำเลที่เนื้อหอมที่สุดตลอดกาล         ทำเล   ในบรรดาคอนโดมิเนียมนั้นไม่มีทำเลไหนที่จะได้รับความนิยมสูงสุดต่อเนื่องมาโดยตลอดเท่าแนวถนนสุขุมวิทช่วงต้น-ช่วงกลางอีกแล้วค่ะ ซึ่งแต่ละช่วงก็มีคาแรคเตอร์แตกต่างกันอย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เพลินจิต-ชิดลม จะเป็นแหล่งที่ตั้งของคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury และ Office Building เกรด A เต็มไปด้วยเหล่านักธุรกิจ คนทำงาน ถัดมาที่อโศก-พร้อมพงษ์ ก็เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตั้งแต่ระดับกลางๆ ไปจนถึงระดับหรู คึกคักในช่วงกลางวันด้วยกลุ่มมนุษย์ออฟฟิศ และช่วงทองหล่อ-เอกมัย ซึ่งเราจะมาพูดถึงกันในรีวิวฉบับนี้   ย่านทองหล่อ-เอกมัย มีคาแรคเตอร์โดดเด่นชัดเจนในตัวเองมากอย่างที่หากเอ่ยชื่อแล้ว หลายคนคงจะเห็นภาพได้ทันที ด้วยความที่เป็นย่านแห่งไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของคนรุ่นใหม่ สามารถรองรับได้ทุกความต้องการของชีวิตรอบด้านกันแบบ All Day All Night เลยทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันที่มีคนทำงานละแวกนี้ หรือคนรุ่นใหม่เหล่าฟรีแลนซ์ที่นิยมมานั่งจิบชา ดื่มกาแฟตามร้านคาเฟ่สุดเก๋ไม่เหมือนใคร เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในบรรยากาศดีๆ หรือช่วงกลางคืนก็เต็มไปด้วยสีสันคึกคัก ทั้งร้านอาหารระดับคุณภาพหลากหลายสัญชาติที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนนอกจากทองหล่อ-เอกมัย และยังเป็นแหล่งรวมร้านแฮงค์เอาท์สุดฮิตไว้มากมาย นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น บิ๊กซี เอกมัย, ท็อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต ทองหล่อ, เมเจอร์ สุขุมวิท, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท, โรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ฯลฯ รวมถึงห้างสรรพสินค้าอย่าง เกตเวย์ เอกมัย, ดิ เอ็มควอเทียร์, ดิ เอ็มโพเรียม ที่ห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร      ในแง่ของการเดินทางไม่ว่าจะด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือระบบขนส่งสาธารณะก็สะดวกสบายค่ะ เพราะถนนเอกมัยนั้นมีเส้นทางเชื่อมต่อเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง นอกจากถนนสุขุมวิทที่มีรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ได้เดินทางเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็วเพียง 10 นาทีถึงสถานีสยามแล้ว ปลายถนนเอกมัยก็เชื่อมต่อกับถนนเพชรบุรี โดยตามซอยเอกมัยก็ยังสามารถทะลุไปถึงทองหล่อ และสุขุมวิทซอย 71 (ปรีดี พนมยงค์) ได้ ทำให้การเดินทางสะดวกคล่องตัว   Floor Plan Master Plan เริ่มจากอาคาร 3 ชั้นด้านหน้า มี Drop Off ด้านหน้าก่อนถึงอาคาร B และเชื่อมต่อกับอาคาร A ด้านในสุด ซึ่งหน้าโครงการที่ติดกับถนนนั้นคือทิศตะวันตก ลักษณะที่ดินยาวลึกเข้าไปทางทิศตะวันออกด้านในสุดของโครงการ   Floor Plan ชั้น 2 พื้นที่จอดรถแบบปรกติ     Floor Plan ชั้น 4-7 เป็นที่จอดรถแบบอัตโนมัติ Floor Plan ชั้น 9 อาคาร A ด้านในสุดของโครงการ ซึ่งเป็นอาคารที่เปิดขายอยู่ในปัจจุบัน สำหรับอาคาร B ด้านหน้า คาดว่าจะเปิดขายประมาณช่วงปลายปีนี้ค่ะ โดยชั้น 9 นี้เป็นชั้นเริ่มต้นของยูนิตพักอาศัยค่ะ ซึ่งจะมีห้องพักหันออกทางทิศเหนือ-ใต้เป็นหลัก Floor Plan ชั้น 10-24 อาคาร A Floor Plan ชั้น 37 Roof Top ของโครงการ ที่เป็น Facility หลัก สามารถใช้งานได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เช่น  INFINITED EDGE POOL, HEATED JACUZZI, TREE HOUSE, LOBBY, SKY FITNESS, SKY LOUNGE, GOLF SIMULATOR, BIKE SIMULATOR, LIBRARY, SPA ROOM IKIGAI ROOM ฯลฯ     Unit Plan 1 Bedroom 29 ตร.ม. ได้ห้องแบ่งเป็นสัดส่วน แม้จะเป็นยูนิตขนาดเริ่มต้นของโครงการ โดยจุดเด่นคือได้เฟอร์นิเจอร์ครบครันตาม Plan ที่เห็น และห้องน้ำแบบ Triple Function แยกสัดส่วนตามการใช้งาน   1 Bedroom 31.5 ตร.ม. ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกนิด แต่จะได้พื้นที่ Living Room และห้องนอนเพิ่มมากขึ้น แม้จะอยู่อาศัยกัน 2 คนก็ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ        1 Bedroom 40 ตร.ม. แปลนห้องยอดฮิตของโครงการเลยค่ะ เพราะจะได้ห้องทำงานเพิ่มขึ้น หรือจะดัดแปลงเป็นห้องนอนอีก 1 ห้องก็ได้นะคะ และยังได้ระเบียงห้องยาวๆ สำหรับไว้วางเก้าอี้นั่งพักผ่อนได้   2 Bedroom 57 ตร.ม. สำหรับห้องหน้ากว้างแบบนี้เหมาะสำหรับการอยู่ร่วมกับเป็นครอบครัวมากยิ่งขึ้นค่ะ โดยจะแบ่ง Common Area และ Private Zone จากกันชัดเจน และยังได้ห้องครัวปิดที่มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และเตาอบครบครัน    2 Bedroom 64 ตร.ม. ห้องหน้ากว้างขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการค่ะ ได้ Space ทุกส่วนมาเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องครัวปิด ระเบียงกว้างขวาง Common Area ที่สามารถชวนเพื่อนมาปาร์ตี้กันได้สบายๆ และส่วนของห้องนอนอีก 2 ห้อง                ภาพรวมโครงการ   PITI EKKAMAI คอนโดมิเนียม Flagship ระดับพรีเมี่ยม จากเสนา ที่ร่วมทุนกับบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ปเปอร์เรชั่น หนึ่งในยักษ์ใหญ่ของวงการอสังหาริมทัพย์ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมาในรูปแบบของ High Rise สูง 37 ชั้น 1 อาคาร โดยแบ่งออกเป็นอาคาร A และ B ทั้งหมด 879 ยูนิต ร้านค้า 3 ยูนิตหน้าโครงการ ที่จอดรถมากถึง 70% มีทั้งที่จอดรถเข้าซองปรกติบนชั้น 1-3 และที่จอดรถแบบ Intelligent Parking System ชั้น 4-8 ส่วนยูนิตพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 9-36 รวมพื้นที่โครงการทั้งหมด 4–2-75 ไร่   แนวคิด IKIGAI (อิคิไก) ปรัชญาแบบฉบับญี่ปุ่นในการหาความหมายของการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขในทุกๆ วันที่ตื่นขึ้นมา ด้วยสิ่งเล็กๆ รอบตัว ไม่ต้องขวนขวายจากที่ไหน แค่มองไปรอบตัวก็พบเจอได้ เช่น การตื่นขึ้นมาสัมผัสกับแสงแดดอ่อนยามเช้า, ได้นั่งดื่มกาแฟชั่นเลิศ, ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับครอบครัวภายในบ้านของเราเอง, ได้ออกกำลังกายให้เหงื่อชุ่มตัว ฯลฯ โดยอิคิไกของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน และไม่จำเป็นต้องมีเพียงอย่างเดียว โครงการนี้จึงเกิดขึ้นมาโดยนำมาประยุกต์ใช้ ให้เข้ากับวิถีชีวิตอันหลากหลายได้อย่างลงตัว จนเกิดเป็นความสุขทุก Moment ของการใช้ชีวิต ใน PITI EKKAMAI      ความโดดเด่นของโครงการนี้อยู่ที่มีบริการระดับพรีเมี่ยม สำหรับคอยอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านแบบที่ไม่เคยมีในคอนโดมิเนียมไหนมาก่อน มาพร้อมกับบริการหลังการขายบน Application เดียว โดยมีรายละเอียดดังนี้   Elite Service   Midnight Reception and Butler Service พนักงานบริการตั้งแต่ 7.00-24.00 น. ไม่ว่าจะบริการแจ้งข่าวสารทั่วไป เรียกแท็กซี่ รับฝากบ้าน ขึ้นห้องพักอาศัยไปกับช่างซ่อม ส่งอาหาร ส่งดอกไม้ เป็นต้น Bellman พนักงานบริการช่วยยกกระเป๋าสัมภาระ เปิดประตู และช่วยเหลือบริเวณลิฟท์ Laundry Service Shop มีร้านบริกการซัก รีด Parking Guidance Systems มีหน้าจอโชว์ช่องจอดรถยนต์ที่ว่าง Access Control การผ่านเข้ามาในโครงการ และการเข้าใช้ Facility ต่างๆ จะต้องผ่านระบบ Access Control ไม่ว่าจะด้วยคีย์การ์ด สแกนนิ้ว หรือรหัสผ่าน Shuttle Car Service บริการรถรับ-ส่ง จากโครงการ-บีทีเอส-ทองหล่อ ตลอด 24 ชม. โดยสามารถเช็ครอบเวลาการเดินรถ หรือหลังเที่ยงคืนไปแล้วก็สามารถกดเรียกได้จาก Application และยังมีบริการคนขับรถเป็นผู้หญิง เพื่อความอุ่นใจของลูกบ้านอีกด้วย   SENA 360 Service Application   บริการหลังการขายแบบครบวงจร ดูแลลูกบ้านตลอด 24 ชม. เช่น ติดต่อนิติบุคคล แจ้งเตือนพัสดุ แจ้งซ่อมได้ตลอด 24 ชม. เปิดดู CCTV ได้ทุกเวลา ดูการทำงานของโซลาร์เซล เรียกรถรับ-ส่ง ได้ตลอด 24 ชม. พร้อมกับดูสถานะการมาถึงของรถได้ และบริการฝากขาย-เช่า โดย Acute Realty เอง   Facility เน้นความเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ออกแบบให้สอดคล้องและเกื้อหนุนกับการใช้ชีวิตในแบบ IKIGAI เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ได้มากที่สุด โดยจะแบ่งออกเป็น 2 จุดใหญ่ๆ นั่นคือชั้นล่างสุด ตั้งแต่หน้าโครงการจนถึงใต้อาคาร และที่ Roof Top ชั้น 37 ที่ให้ทั้งความ Active และ Passive ควบคู่กันไป อย่างโซน Active ก็จะมีทั้งสระว่ายน้ำยาว 50 เมตร ฟิตเนสที่มีโซน Boxing Room Active, Bike Simulator และ Golf Simulator สำหรับโซน Passive เช่น Heated Pool & Jacuzzi,Spa Room, Yoga room, Ikigai room ให้ได้นั่งสงบจิตใจท่ามกลางบรรยากาศความเงียบสงบล้อมรอบไปด้วยเสียงของสายน้ำ ซึ่ง Facility รวมพื้นที่แล้วกว่า 1,900 ตร.ม. ถือเป็นว่าเป็นส่วนกลางที่ใหญ่ที่สุดในเอกมัย   The Third Place หน้าโครงการ เป็นอาคาร 3 ชั้น ที่จะมีทั้งร้านกาแฟคุณภาพ CASA Lapin ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และชั้นบนสุดจะเป็น Co-Working Space ส่วนตัวสำหรับลูกบ้านเท่านั้น   Lobby ยังคงกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น ดูเรียบง่าย อบอุ่น ให้ความรู้สึกเชื่อมต่อกับธรรมชาตินอกอาคารด้วยกระจก High Ceiling    ฟิตเนสชั้น 37 แบ่งโซน For His และ For Her ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling เห็นวิวเมืองได้รอบด้าน โดยกลางฟิตเนสจะปลูกต้นไม้ใหญ่เอาไว้ สูงขึ้นไปถึง Roof Top ด้านบน     Sky Lounge ที่เป็น Co-Kitchen Space พร้อมอุปกรณ์ ไปด้วยในตัว ให้ได้ขึ้นมามีตติ้งกับเพื่อน หรือครอบครัวได้ในวันสบายๆ   Golf Simulator เอาใจคนรักกอล์ฟ แม้จะไม่มีเวลาออกรอบก็มาฝึกซ้อมก่อนได้     ชมห้องตัวอย่าง   เราเดินทางมาถึง Sale Gallery อยู่ระหว่างซอยเอกมัย 26 กับ 28 เยื้องกับปั๊มน้ำมันบางจากค่ะ ซึ่ง Sale Gallery ที่เห็นนี้ในอนาคตด้านในจะถูกปรับ Layout ใหม่ให้เป็น The Third Place มีทั้งร้านกาแฟฝีมือคนไทยระดับคุณภาพอย่าง Casa Lapin ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และ Co-Working Space ชั้นบนสุดที่สงวนไว้ให้เฉพาะลูกบ้าน    ตั้งแต่เริ่มทางเข้าก็ถูกตกแต่งให้มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น ตามแนวคิดของโครงการที่วางเอาไว้ค่ะ     ภายใน Sale Gallery จะมีโมเดลของโครงการตั้งอยู่ค่ะ ซึ่งจะเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าโครงการนี้ติดถนนเอกมัย ลักษณะที่ดินลึกเข้าไป มี The Third Place อยู่ด้านหน้า และตัวอาคารถูกแยกออกเป็นอาคาร A ด้านในสุดของพื้นที่โครงการ และอาคาร B ทางด้านหน้าโครงการ ส่วน Facility จะถูกยกขึ้นไปไว้บน Roof Top ชั้น 37 โดยหน้าโครงการจะหันไปทางทิศตะวันตก ส่วนยูนิตพักอาศัยจะหันออกทางทิศใต้ (ได้วิวถนนสุขุมวิท) และทิศเหนือ (ได้วิวถนนเพชรบุรี) เป็นหลักค่ะ   เรามาดูกันที่โมเดลเฉพาะส่วน Facility ชั้น 37 กันค่ะ   เริ่มจากห้องฟิตเนสฝั่งด้านหน้าโครงการ จะถูกล้อมรอบไปด้วยกระจก High Ceiling โดยจะแบ่งฟิตเนสออกเป็นโซน For His กับ For Her ด้านบนฟิตเนสเป็นสวนสีเขียวสำหรับพักผ่อนค่ะ    มองจากด้านนี้จะเห็นโซน Boxing ที่เชื่อมต่อจากภายในฟิตเนสค่ะ ส่วนบันไดทางขึ้นที่เชื่อมระหว่างชั้น 37 กับ Roof Top จะมีไฮไลท์คือ Tree House   ด้านบนฟิตเนสจะมีที่นั่งไล่ระดับ Amphitheatre และลานอเนกประสงค์ที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้และพื้นที่สีเขียว     ถัดมาจะพบกับสระว่ายน้ำ หันไปทางทิศใต้ค่ะ โดยจะมีการแยกสระเด็กเอาไว้ที่มุมใกล้กับที่นั่งพักผ่อน สำหรับผู้ปกครองคอยดูแลบุตรหลานเวลาเล่นน้ำค่ะ โดยสระว่ายน้ำจะเป็น Infinited Edge Pool ยาว 50 เมตร   ด้านในจะเป็นสระน้ำอุ่นพร้อม Jacuzzi ค่ะ ส่วนด้านบนสระว่ายน้ำจะเป็น Sky Lounge ซึ่งเป็น Co-Kitchen Space ไปด้วยในตัวให้ได้มาสังสรรค์ เปลี่ยนบรรยากาศทำอาหารร่วมกันกับเพื่อนหรือรอบครัว พร้อมชมวิวเมืองผ่านกระจก High Ceiling รอบด้าน    มาดูทางทิศใต้กันบ้างค่ะ ตรงนี้จะเป็น Ikigai Room มีพื้นที่ตรงกลางให้ได้นั่งฟังเสียงน้ำไหลที่ล้อมรอบตัวอยู่ เป็นความสุขง่ายๆ ในความสงบนิ่งอยู่รอบตัว   ช่วงกลางของ Facility จะเป็น Library ตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ได้วิวทั้งสองฝั่ง   ตามสไตล์ของโครงการจาก SENA ค่ะ ไม่ลืมที่จะติดตั้งโซลาร์เซล สำหรับดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในส่วนกลาง ช่วยประหยัดค่าไฟลงไปอีกเยอะเลยค่ะ   Type 1 Bedroom 31.50 ตร.ม.    เรามาเริ่มเปิดห้องตัวอย่างดูกันทีละห้องค่ะ โดยห้องตัวอย่างจะมีทั้งหมด 4 ห้อง เริ่มจากขนาด 31.50 ตร.ม. เมื่อผ่านประตูห้องที่ติดตั้ง Digital Door Lock จากแบรนด์ Yale เอาไว้ทุกยูนิตแล้ว ก็จะพบกับห้องครัวปิดก่อนค่ะ โดยจะกั้นห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียม ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ภายในห้องใช้ไฟ Downlight      หันไปดูทางซ้ายมือจะเป็นเคาน์เตอร์ครัว Top หินสังเคราะห์ สีขาว ใต้ตู้ด้านบนติดตั้งไฟ LED เพิ่มแสงสว่างเวลาทำครัวค่ะ แต่เครื่องซักผ้าที่เห็นจะไม่ได้มาด้วยนะคะ   มีการเก็บบัวผนัง พร้อมกับกรุกระเบื้องลายหินอ่อนเอาไว้ตลอดแนวเคาน์เตอร์ค่ะ นอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังทำให้เช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกได้ง่ายขึ้นด้วย   ฟังก์ชั่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้องค์ความรู้มาจากญี่ปุ่นแบบนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ของ SENA ในโครงการรุ่นใหม่ๆ ทีเดียวค่ะ โดยตรงนี้สามารถดึงลงมาตามภาพสำหรับเป็นที่วางแก้ว   ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ จากแบรนด์ MEX มาพร้อมกับแผ่นหินสังเคราะห์สีขาว วางไว้เข้าล็อคกันกับตัวซิงค์ สำหรับเป็นที่พักจานเวลาล้างเสร็จใหม่ๆ หรือจะใช้เป็นเขียงก็ได้ค่ะ   ตู้เก็บของด้านบนค่ะ จะมีชั้นสำหรับเก็บจานเอาไว้ให้ด้วย     หันหลังกลับไปทางฝั่งขวามือจากประตูห้องค่ะ จะเป็นเคาน์เตอร์ครัวพร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน จากแบรนด์ MEX พร้อมช่องวางไมโครเวฟด้านล่าง และช่องสำหรับวางตู้เย็นทางขวามือ   ตู้เก็บของทั้งด้านบนและด้านข้าง Built In มาให้ตามนี้เลยค่ะ   ถัดเข้ามาด้านในห้องกันบ้างค่ะ พื้นห้องทุกยูนิตจะใช้วัสดุ Hybrid Engineering ขนาด 24X200 ซม. มีคุณสมบัติให้ผิวสัมผัสเหมือนไม้จริงมาก น้ำไม่ซึมทำให้ไม่มีปัญหาพื้นบวมภายหลัง   Living Room มีขนาดกว้างขวางกำลังดีค่ะ ไม่รู้สึกอึดอัดมาก Floor To Ceiling 2.7 ผนังกับเพดานห้องจริงจะเป็นพื้นขาวฉาบเรียบค่ะ     เคาน์เตอร์ทีวีจะได้ Built In ไม้ติดผนังตามแบบที่เห็นค่ะ แต่จะไม่ได้ลิ้นชักสีขาวมาด้วยนะคะ   โซฟาหุ้มด้วยผ้าสีเทาขนาด 2 ที่นั่ง มาพร้อมกับโต๊ะกลางทำจากอลูมิเนียมสีทองแดง Top ด้วยหินอ่อนสีขาว ทางโครงการให้มาแบบนี้เลยค่ะ   ด้านในสุดของ Living Room จะมีโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้บุนวมหุ้มด้วยผ้าสีเทา ซึ่งใกล้เคียงกันกับสีของโซฟา ให้มาครบเซตค่ะ    โต๊ะทานข้าว Top ด้วยหินอ่อน สีดำลายสีขาว ทำให้ห้องดูหรูหรามากขึ้น   หน้าต่างของห้องใช้แบบบานกระทุ้ง ขอบอลูมิเนียมสีดำค่ะ     หลังโต๊ะทานข้าวจะมีประตูบานสวิงเปิดออกไประเบียงได้   เครื่องปรับอากาศจากแบรนด์ Daikin จะติดตั้งเอาไว้ให้เหนือประตูกระจกที่กั้นห้องครัวค่ะ สำหรับห้องนอนด้านหลังโซฟาจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียม 3 ตอน ซึ่งเป็นกระจกสูงชิดเพดานห้อง ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ   มีระยะห่างระหว่างประตูกั้นห้องนอนกับเตียงอยู่พอสมควรค่ะ ไม่ได้แน่นเต็มพื้นที่จนเกินไป   เตียงนอนขนาด 5 ฟุตก็ได้มาด้วยนะคะ แต่จะไม่ได้ฟูกกับผ้าม่าน ซึ่งตามห้องตัวอย่างที่เห็นนี้มีการตกแต่งผนังด้านหัวเตียง ทำให้เตียงขยับออกมากเล็กน้อย ซึ่งห้องจริงนั้นจะได้พื้นที่ปลายเตียงมากกว่านี้ค่ะ   เครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนจะถูกติดตั้งด้านข้างเตียง เหนือประตูกระจกบานเลื่อนที่กั้นส่วนระเบียงค่ะ   ระเบียงจะมีธรณีประตูกั้นสูงขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ โดยพื้นระเบียงจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ     ทางขวามือของระเบียงจะพบกับประตูบานสวิงที่เชื่อมต่อกับ Living Room หลังโต๊ะทานข้าวเมื่อสักครู่ค่ะ มีข้อดี เช่น เวลาอยู่อาศัยจริงหากคุณผู้หญิงนอนหลับแล้ว แต่ผู้ชายยังดูทีวีหรือทำงานก็สามารถเดินออกนอกระเบียงเพื่อสูบบุหรี่ได้โดยไม่ต้องเดินผ่านห้องนอน ถือเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อลูกบ้านได้ดีค่ะ   Condensing Unit ถูกแขวนไว้เหนือศีรษะ หันออกนอกอาคารพร้อมติดตั้งกริลมาให้ด้วยค่ะ     ด้านข้างอีกฝั่งของเตียงจะมี Built In ตู้เสื้อผ้ามาให้ 2 ตู้แยกกันค่ะ โดยฝั่งด้านซ้ายจะมีหน้าบานไม้ ส่วนตู้ขวาหน้าบานเป็นกระจกสีดำ ส่วนตรงกลางเป็นห้องน้ำค่ะ     ภายในตู้เสื้อผ้าด้านซ้ายมือจะมีชั้นวางของเอาไว้ให้ถึงครึ่งตู้ เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่มีของใช้จุกจิกค่ะ     บานตู้ด้านในติดตั้งกระจกยาวเต็มตัวมาให้ด้วยค่ะ   ส่วนตู้ทางขวามือก็เหมาะกับผู้ชายที่เน้นการแขวนเสื้อผ้าเป็นหลัก   ภายในตู้มีสวิทช์ไฟมาให้ด้วยค่ะ ซึ่งหากเปิดไฟแล้วมองจากภายนอกก็จะสามารถเห็นด้านในตู้ทั้งหมด แต่ถ้าไม่เปิดไฟก็จะกลายเป็นตู้ทึบค่ะ   ห้องน้ำในทุกยูนิตจะถูกแบ่งเป็น Triple Function แยกสัดส่วนกันอย่างชัดเจนค่ะ    กลางห้องน้ำเป็นส่วนแห้งที่มีอ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ พร้อมตู้เก็บของด้านล่าง ส่วนด้านบนเป็นตู้เก็บของหน้าบานกระจกเงา สามารถเปิดออกได้ 2 บาน   สำหรับตู้กระจกด้านบนของจริงที่ได้มาจะมีขนาดเล็กและสั้นลงกว่าตามห้องตัวอย่างที่เห็นนะคะ เวลาใช้งานจริง เมื่อก้มลงจะได้ไม่ชนกับศีรษะ   ขวามือเป็นห้องสุขภัณฑ์ค่ะ จะถูกกั้นโดยกระจกขุ่นบานสวิง ด้านในมีการเจาะผนังสำหรับเป็นที่วางของได้ด้วย   ส่วนฝั่งซ้ายเป็นส่วนเปียกจะกั้นด้วยประตูกระจกขุ่นบานสวิง มีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย   ภายในมีทั้งฝักบัว กับ Rain Shower มาให้ทั้งสองอย่างค่ะ    มีการติดตั้งท่อน้ำร้อน-น้ำเย็น มาให้เรียบร้อยเลยค่ะ ลูกบ้านไม่ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่มเองก็สามารถใช้งานได้เลย   Type 1 Bedroom 35 ตร.ม.      ห้องตัวอย่างถัดมา มีขนาดเพิ่มขึ้นมานิดค่ะ โดยส่วนแรกจะเป็นห้องครัวปิดเช่นกัน พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค กั้นส่วนครัวด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียม สีดำ เคาน์เตอร์ครัวได้มาแบบ Double Wall Kitchen    เคาน์เตอร์ครัวทางขวามือ Top หินสังเคราะห์ สีขาว ผนังด้านในกรุกระเบื้องลายหินอ่อน เพื่อความสวยงามและทำความสะอาดง่าย   นอกจากฟังก์ชั่นที่วางแก้วแบบนี้แล้ว ยังมีราวสำหรับแขวนอุปกรณ์และที่วาง Ipad สำหรับใครที่ชอบเปิดคลิปสอนทำอาหารไปด้วย ทำตามไปด้วยก็สะดวกสบายยิ่งขึ้นค่ะ   บานตู้และลิ้นชักทั้งหมดจะติดตั้งระบบ Soft Close ค่ะ เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น    ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์จะดูเรียบร้อยสวยงามมากกว่า และยังป้องกันน้ำกระเด็นออกมาเวลาใช้งานด้วยค่ะ   ลิ้นชัก และตู้ใต้ซิงค์ล้างจานจะมีฟังก์ชั่นให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่เก็บมีด ที่วางช้อน-ส้อม ถังขยะที่ติดตั้งมากับบานตู้ และที่วางจานก็สามารถดึงออกแยกออกมาได้ทั้ง 2 ชิ้นค่ะ   เคาน์เตอร์ฝั่งซ้ายมือจะมีช่องสำหรับวางตู้เย็น ช่องสำหรับวางไมโครเวฟด้านล่างเคาน์เตอร์ มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควัน ส่วนผนังด้านในยังคงกรุกระเบื้องลายหินอ่อนให้เช่นกันค่ะ     ลึกเข้ามาที่ห้อง Living Room ค่ะ พื้นปูด้วย Hybrid Engineering ขนาด 24X200 ซม. ห้องจริงจะเป็นผนังและเพดานแบบฉาบเรียบสีขาวนะคะ    โต๊ะทานอาหารพร้อมเก้าอี้บุนวมหุ้มด้วยผ้า 2 ตัว ทางโครงการให้มาด้วยนะคะ   Top โต๊ะเป็นหินอ่อนสีดำลายสีขาวค่ะ ถือว่าให้เฟอร์นิเจอร์มาครบครันแล้วยังเป็นวัสดุที่ดีด้วยนะคะ   เคาน์เตอร์ทีวีเป็นไม้ลักษณะยาวมีช่องให้เก็บของ Built In ติดผนัง ได้มาแบบนี้เลยค่ะ   โซฟาหุ้มด้วยผ้าสีเทา วางอยู่ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ โดยด้านหลังโซฟาจะเป็นห้องนอนที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน   เข้ามาด้านในสุดของห้องติดริมหน้าต่างก็จะได้โต๊ะทำงานยาวๆ พร้อมเก้าอี้บุนวมหุ้มด้วยผ้าแบบนี้มาด้วยนะคะ   Top โต๊ะทำงานยังคงใช้หินอ่อนแบบเดียวกันกับโต๊ะทานข้าวค่ะ มีพื้นที่สำหรับวางของได้เยอะทีเดียว ส่วนหน้าต่างจะใช้แบบบานกระทุ้งอยู่ทางซ้ายมือของโต๊ะค่ะ   หน้าต่างจะได้กระจกเข้ามุมค่ะ เพิ่มมุมมองให้เห็นทิวทัศน์ด้านนอกกว้างมากขึ้น   ด้านข้างมีประตูบานสวิงเปิดออกไปที่ระเบียงได้ค่ะ เป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับห้องนอนมากขึ้น เพราะไม่ต้องเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนที่จะออกไปที่ระเบียง   ห้องนี้ก็ยังคงได้โต๊ะกลางที่ทำจากอลูมิเนียมสีทองแดงกับ Top ลายหินอ่อนค่ะ   ภายในห้องนอนมีพื้นที่กว้างทีเดียวค่ะ โดยในห้องตัวอย่างจะ Built In หัวเตียงให้มีช่องเก็บของด้านข้าง แต่สำหรับห้องจริงจะเป็นผนังฉาบเรียบ ก็จะทำให้ปลายเตียงมีพื้นที่เพิ่มอีก ซึ่งหากวางเตียงขนาด 5 ฟุตแบบนี้ไว้ก็ยังคงมีทางเดินได้รอบเตียงค่ะ   เหนือประตูกระจกจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบรนด์ Daikin ไว้ให้ค่ะ     ออกมาดูที่ระเบียงซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียม พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ     Condensing Unit แขวนไว้ด้านบน หันหน้าออกนอกอาคาร    ด้านข้างเตียงอีกฝั่งจะ Built In ตู้เสื้อผ้ามาให้ 2 ตู้ค่ะ โดยซ้ายมือหน้าบานเป็นกระจกสีดำ ส่วนขวามือหน้าบานไม้เช่นเดียวกันทุกยูนิตค่ะ   ตู้เสื้อผ้าทางขวามือยังคงติดตั้งกระจกเงาแบบเต็มตัวมาให้แบบนี้ทุกยูนิตค่ะ   ดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ทางโครงการก็ไม่ลืมเพิ่มเติมมาให้ค่ะ อย่างที่แขวน 2 ชิ้นนี้ที่ติดตั้งอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าก็สามารถแขวนผ้าเช็ดตัว หรือหมวกได้   ห้องน้ำอยู่ระหว่างตู้เสื้อผ้า 2 ตู้ แบ่งเป็น Triple Function โดยใช้กระจกขุ่นบานสวิงกั้นทั้ง 3 โซน   ตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ พร้อมตู้เก็บของด้านล่าง ซึ่งห้องจริงจะมีการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเอาไว้ในตู้เก็บของนี้ด้วยค่ะ ส่วนตู้หน้าบานกระจกเงาจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน สามารถเปิดเก็บของได้ทั้ง 2 ฝั่งค่ะ   ฝั่งซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมสายชำระ และแกนใส่ทิชชู่   เหนือโถสุขภัณฑ์จะมีการเจาะช่องสำหรับวางของเอาไว้ด้วยค่ะ   ส่วนขวามือเป็นส่วนเปียกที่มีทั้งฝักบัวกับ Rain Shower พร้อมระบบน้ำร้อนมาให้เรียบร้อยเลยค่ะ      Type 1 Bedroom 40 ตร.ม.    มาถึงห้องที่ได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าดีที่สุด จนเรียกได้ว่าเปิดจองปุ๊บห้องแปลนนี้ก็หมดปั๊บเลยค่ะ กับ Type 1 Bedroom 40 ตร.ม. โดยจะเริ่มจากห้องครัวปิดเช่นเคยค่ะ แล้วกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนก่อนจะเข้าสู่ Living Room    มาดูเคาน์เตอร์ครัวทางซ้ายกันก่อนค่ะ ใช้วัสดุ Top หินสังเคราะห์ สีขาว เพื่อความทนทานในการใช้งาน และยังทนต่อความชื้นมากกว่าด้วยค่ะ ผนังด้านในกรุ  กระเบื้องลายหินอ่อน นอกจากจะเพิ่มความสวยงามแล้วยังช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายมากกว่าที่จะปล่อยให้เป็นผนังปรกติ   ตู้ด้านบน และที่วางแก้ว ได้ฟังก์ชั่นแบบเดียวกันทุกยูนิตค่ะ   ซิงค์ล้างจานจากแบรนด์ MEX พร้อมแผ่นพลาสติกหนา ให้ได้ใช้ประโยชน์ไม่ว่าจะวางจานหลังล้างเสร็จแล้ว หรือใช้เป็นเขียงก็ได้ค่ะ   สวิทช์เปิด-ปิด ไฟใต้ตู้ด้านบนค่ะ นอกจากจะช่วยเพิ่มแสงสว่างแล้ว ยังทำให้การทำครัวปลอดภัยยิ่งขึ้นค่ะ   ลิ้นชักแบ่งฟังก์ชั่นสำหรับเก็บอุปกรณ์ ถังขยะที่ติดมากับบานตู้ใต้ซิงค์ล้างจาน และที่วางจานสามารถเลื่อนออกมาจากในตู้ได้ และสามารถยกออกมาใช้งานได้     เคาน์เตอร์ครัวฝั่งตรงข้ามกัน จะมีเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควันจากแบรนด์ MEX และมีช่องสำหรับวางไมโครเวฟไว้ด้านล่าง และวางตู้เย็นด้านข้าง     มีตู้สำหรับเก็บของทั้งด้านบนและด้านข้าง ซึ่งตู้ทรงสูงด้านข้างนั้น สามารถใช้เก็บร่มหรือโต๊ะรีดผ้าได้ค่ะ   เข้ามาใน Living Room กันค่ะ จะวางโซฟาด้านซ้าย ตรงข้ามกันจะได้เคาน์เตอร์ทีวีมาด้วยค่ะ โดยมีระยะห่างจากทีวีพอสมควรไม่ชิดให้เสียสายตาจนเกินไปค่ะ    โต๊ะทานข้าวมาพร้อมกับเก้าอี้บุนวมหุ้มด้วยผ้า วางไว้ที่มุมข้างเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ   Top โต๊ะใช้หินอ่อนสีดำ ลายสีขาวค่ะ ช่วยเพิ่มให้ห้องดูหรูหราสวยงามมากขึ้น   เคาน์เตอร์วางทีวีเป็นไม้ยาวเกือบจะตลอดแนวผนัง   โครงการจะให้มาทั้งโต๊ะกลางอลูมิเนียมสีทองแดง Top หินอ่อน และโซฟาหุ้มด้วยผ้าขนาด 2 ที่นั่ง ถัดจากโซฟาเข้าไปด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องทำงานค่ะ โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำอีกชั้นหนึ่ง   ภายในห้องทำงานนี้มีพื้นที่พอดีๆ ไม่คับแคบจนเกินไปค่ะ ใครที่ทำงานจากที่บ้านจะต้องชอบห้องนี้แน่นอนค่ะ เพราะเป็นส่วนตัวมากทีเดียว   ภายในห้องทำงานนี้จะได้ทั้งโซฟา และโต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้แบบนี้มาให้ค่ะ   โต๊ะทำงานมีลักษณะแคบยาว Top หินอ่อนสีดำ ดูเป็นห้องทำงานที่หรูหราทีเดียวค่ะ   ภายในห้องทำงานก็มีเครื่องปรับอากาศติดตั้งมาให้แยกจาก Living Room ด้วยนะคะ โดยจะติดตั้งเหนือประตูกระจกบานเลื่อนด้านข้างโต๊ะทำงาน ซึ่งกั้นระเบียงเอาไว้ค่ะ    ระเบียงของห้องนี้จะมีลักษณะเป็นตัว L ค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเหล็กโปร่งสีดำ     มองจากมุมระเบียงจะเห็นชัดขึ้นค่ะว่าสามารถออกมาที่ระเบียงได้จากทั้งห้องทำงานทางซ้ายมือ และห้องนอนตรงกลางค่ะ     Condensing Unit แขวนเอาไว้ด้านบนพร้อมติดตั้งกริลเพื่อความสวยงามของอาคาร และยังช่วยผลักลมร้อนออกนอกอาคารด้วยค่ะ    กลับเข้ามาภายในห้องนอนกันต่อค่ะ โดยจะมีเตียงขนาด 5 ฟุตให้ แต่จะไม่มีฟูกกับผ้าม่านมาให้นะคะ เครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนจะติดตั้งเอาไว้เหนือประตูกระจกบานเลื่อนที่กั้นส่วนระเบียงเอาไว้ค่ะ   ด้านข้างเตียงจะได้ตู้เสื้อผ้า Built In 2 ตู้ค่ะ โดยตู้ด้านขวามือหน้าบานกระจกสีดำ มีไฟภายในตู้มาให้ และตู้ทางซ้ายมือหน้าบานไม้ ส่วนตรงกลางเป็นห้องน้ำค่ะ   ห้องน้ำแยกเป็น 3 ส่วน โดยใช้กระจกบานสวิงกั้นค่ะ ตรงกลางนี้เป็นอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง และตู้เก็บของหน้าบานกระจกเงาด้านบน     ทางขวาเป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมสายชำระ และแกนใส่ทิชชู่   เหนือโถสุขภัณฑ์จะเจาะช่องสำหรับวางของเอาไว้ค่ะ   ส่วนเปียกมีทั้งฝักบัว และ Rain Shower เพิ่มความสดชื่นเวลาอาบน้ำค่ะ      Type 2 Bedroom 57 ตร.ม.    มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายกันแล้วนะคะ ซึ่งเป็นห้องแบบ 2 Bedroom 57 ตร.ม. พื้นใช้วัสดุ Hybrid Engineering ผิวสัมผัสคล้ายกับไม้จริงมากกว่าไม้ Engineering ปรกติค่ะ โดยส่วนแรกของห้องจะเป็น Common Area ขวามือเป็นห้องครัวปิด และซ้ายมือเป็น Living Room ค่ะ    ซ้ายมือจากประตูห้องเป็นห้องครัวปิดค่ะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ   มีตู้ทรงสูงอยู่ด้านข้างประตูครัวค่ะ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีกเยอะ   ภายในห้องครัวจะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค เคาน์เตอร์ครัววางแบบ U Shape ซึ่ง Top ครัว ใช้วัสดุหินสังเคราะห์ค่ะ     สำหรับห้อง 2 Bedroom จะได้เตาอบด้านล่างจากแบรนด์ MEX แบบนี้มาให้ด้วยนะคะ   เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 4 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน ซึ่งทุกยูนิตจะเป็นการดูดควันแบบต่อท่อออกนอกอาคารค่ะ หมดปัญหาเรื่องกลิ่นและควันแน่นอน   ซิงค์ล้างจานแบรนด์ MEX   สวิทช์เปิด-ปิดไฟ ที่ติดตั้งเอาไว้ใต้ตู้ด้านบน มีที่วาง Ipad มาพร้อมฟังก์ชั่นวางแก้วเช่นเคยค่ะ   ในครัวสามารถมองออกไปเห็น Living Room ทำให้แสงสว่างจากด้านนอกผ่านระเบียงส่องถึงด้านในครัวได้ ไม่ทำให้ดูอับทึบจนเกินไปค่ะ    ใกล้กับประตูครัวจะมีช่องวางตู้เย็นขนาด 2 ประตูได้พอดีเลยค่ะ เหมาะสำหรับการอยู่เป็นครอบครัว   ออกมาจากห้องครัวมาดูที่ Living Room กันต่อค่ะ กลางห้องจะวางโต๊ะทานข้าวขนาด 3-4 ที่นั่งเอาไว้    ข้างโต๊ะทานข้าวจะมีหน้าต่างกระจกใส แต่จะไม่สามารถเปิดออกได้นะคะ ซึ่งห้องจริงมุมนี้ก็จะได้วิวเมืองโล่งๆ ให้ได้นั่งพักสายตา   โต๊ะที่ได้มาสำหรับห้องนี้จะเป็น Top กระจกค่ะ มาพร้อมเก้าอี้ทั้ง 3 ตัว ซึ่งจะมีทั้งแบบบุนวมหุ้มด้วยผ้า 2 ตัว และบุนวมหุ้มด้วยหนังอีก 1 ตัว ค่ะ   ถัดมาเป็น Living Room จะได้โซฟา L shape หุ้มด้วยผ้า เก้าอี้สตูลพร้อมโต๊ะกลาง Top กระจกขนาดเล็กค่ะ ด้านข้างโซฟาจะเชื่อมต่อกับระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ    เคาน์เตอร์ทีวีจะ Built In ชั้นวางไม้มาให้ยาวตามแนวผนัง   จาก Living Room ด้านข้างโซฟาจะมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะถึงระเบียง ช่วยป้องกันฝุ่นจากด้านนอกไม่ให้เข้ามาในห้อง   ระเบียงปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเหล็กโปร่งสีดำ โดยจะมีประตูเหล็กบานสวิงกั้นโซนเอาไว้สำหรับเป็นพื้นที่วาง Condensing Unit    กลับเข้ามาในห้องจะเห็นภาพรวมของ Common Area ทั้งหมดค่ะ ซึ่งห้องขนาด 2 Bedroom จะใช้เครื่องปรับอากาศแบบฝังฝ้า ให้ความเย็นได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ โดยถัดจากเคาน์เตอร์ทีวีทางซ้ายมือจะเป็น Private Zone    ทางด้านขวามือจะเป็นห้องน้ำและห้องนอนแรก ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็น Master Bedroom ค่ะ    เรามาดูห้องทางขวามือกันก่อนค่ะ   ห้องน้ำแบ่งเป็นส่วนแห้งก่อนส่วนเปียกด้านใน   ส่วนแห้งจะได้อ่างล้างหน้า ตู้เก็บของใต้อ่าง ตู้บานกระจกเงาเหนืออ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ สายชำระ และแกนใส่ทิชชู่ ครบเซตค่ะ   ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกขุ่นบานสวิง ด้านในมีพื้นที่วางของหรือจะใช้สำหรับนั่งขัดตัวก็ได้ค่ะ   มีการเจาะผนังทำชั้นวางของ สำหรับห้องน้ำห้องนี้จะไม่ได้ Rain Shower มาด้วยนะคะ    ถัดมาที่ห้องนอนแรกจะได้เตียงขนาด 5 ฟุตค่ะ หากต้องการทางเดินได้รอบเตียงก็สามารถเลื่อนเตียงมาวางไว้กลางห้องก็ได้ค่ะ แต่หากต้องการพื้นที่ข้างเตียงสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงหรือโต๊ะทำงานเล็กๆ ก็สามารถเลื่อนเตียงไว้ชิดหน้าต่างก็ได้ค่ะ   ปลายเตียงมี Built In ตู้เสื้อผ้าหน้าบานไม้ ด้านในติดกระจกเงาแบบเต็มตัวให้ด้วยค่ะ   หน้าต่างใช้บานกระทุ้ง เปิดออกได้ 1 บานค่ะ ข้อดีคือมีความแน่นหนามากกว่าแบบกระจกบานเลื่อน หากใครที่อยู่ชั้นสูงๆ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนลมพัดจนเกิดเสียงค่ะ   เครื่องปรับอากาศติดตั้งเอาไว้ให้ด้านข้างเตียงค่ะ   สุดท้ายที่ห้อง Master Bedroom อยู่ตรงข้ามกับห้องนอนแรกค่ะ    สำหรับ Master Bedroom จะได้เตียงขนาด 6 ฟุตค่ะ      ได้ Built In ตู้เสื้อผ้า 2 ตู้ ซึ่งเป็นหน้าบานกระจกสีดำทั้ง 2 ตู้ค่ะ ด้านในมีสวิทช์ไฟติดตั้งมาให้เช่นกันค่ะ   ข้างเตียงใช้หน้าต่างบานกระทุ้งเปิดออกได้ 1 บาน   ปลายเตียงมีตู้เก็บของให้ด้วยนะคะ โดยเฉพาะใครที่ชอบกีฬากอล์ฟก็สามารถเก็บอุปกรณ์เอาไว้ในนี้ได้อย่างสะดวก ส่วนเครื่องปรับอากาศจะถูกติดตั้งเอาไว้เหนือประตูห้องน้ำค่ะ   ห้องน้ำ Triple Function แบบนี้มีข้อดีตรงที่สามารถใช้ห้องน้ำได้พร้อมๆ กัน 2-3 คนค่ะ เช่น หากอีกคนกำลังแปรงฟันอยู่ แต่อีกคนปวดท้องเข้าห้องน้ำก็สามารถใช้ห้องน้ำได้พร้อมกันค่ะ    ด้านขวาเป็นส่วนเปียก มีที่วางของเอาไว้ให้ทั้งตรงผนังที่เจาะช่องเอาไว้ให้ และผนังด้านล่างที่สามารถใช้เป็นที่นั่งสำหรับขัดตัวได้ค่ะ   ได้ทั้งฝักบัวและ Rain Shower มาคู่กันเลยค่ะ    และซ้ายมือของห้องน้ำจะเป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมช่องสำหรับวางของค่ะ     ความพรีเมี่ยม ในแบบฉบับ PITI EKKAMAI ไม่ใช่เพียงเน้นความหรูหราเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความสุขในการดำเนินชีวิตในทุกๆ วันของลูกบ้าน พร้อมกับบริการระดับ Exclusive ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น มาในราคาเริ่มต้น 4.45 ล้านบาท ที่ไม่ได้แพงเลยสำหรับโครงการระดับนี้ บนทำเลกลางเมืองอย่างเอกมัย    ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษกว่า 400,000 บาท* >>> PITI EKKAMAI    
Niche ID เสรีไทย-วงแหวน ใส่ใจทุกดีเทล ฟังก์ชั่นเกินราคา

Niche ID เสรีไทย-วงแหวน ใส่ใจทุกดีเทล ฟังก์ชั่นเกินราคา

ขึ้นชื่อว่าเป็นคอนโดมิเนียมจากค่ายเสนาดีเวลลอปเม้นท์ อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่นด้วยแนวคิด MADE FROM HER ในความใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และต้องมีความคุ้มค่าแบบฉบับความคิดของคุณผู้หญิงที่คำนึงถึงการอยู่อาศัยจริง โดยเฉพาะในห้องพักอาศัยที่มีฟังก์ชั่นดีๆ มากมาย ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ        ทำเล   กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมีการเติบโตของเมืองขึ้นเรื่อยๆ มาตลอด มีทั้งถนนหนทางตัดใหม่เกิดขึ้นมาไม่น้อย และสิ่งอำนวยความสะดวกก็มากมายไม่แพ้โซนอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ยิ่งได้ปัจจัยของพื้นที่เขต EEC เข้ามาประกอบด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้โซนนี้ กลับมาเป็นที่สนใจกันอีกไม่น้อย เพราะเรื่องการเดินทางที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างง่ายดาย      ถนนเสรีไทย ถือเป็นถนนแถบชานเมืองของกรุงเทพฯ โซนตะวันออก เชื่อมต่อจากถนนลาดพร้าวช่วงปลาย ผ่านแยกนิด้า แยกหมู่บ้านสหกรณ์ ผ่านจุดขึ้น-ลงถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก แยกสวนสยาม ผ่านนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ตรงไปจนถึงแยกเมืองมีนตัดกับถนนรามอินทรา ถนนสุวินทวงศ์ และถนนสีหบุรานุกิจ รวมระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร แม้ว่าสองข้างทางจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่อย่างห้างสรรพสินค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ต่างๆ แต่ยังคงมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ มากเพียงพอต่อชีวิตประจำวัน ซึ่งเสน่ห์ของถนนเส้นนี้นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลบหลีกความวุ่นวาย และการจราจรอันติดขัดแบบถนนสายอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ที่สำคัญคือค่าครองชีพยังไม่สูงมากนัก ขณะเดียวกันก็ยังสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดสำคัญหลักๆ ได้อย่างสะดวก     Niche ID เสรีไทย-วงแหวน ตั้งอยู่ในซอยเสรีไทย 81/2 หากเลี้ยวเข้าซอยไปโครงการก็จะอยู่ทางขวามือเลยค่ะ ซึ่งพื้นที่โครงการจะอยู่ติดกับโครงการ Niche ID เสรีไทย ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อปี 2559 แต่ทางเข้า-ออก รวมถึงนิติบุคคลจะแยกกันค่ะ ช่วงท้ายซอยจะเชื่อมต่อกับซอยสวนสยาม 11 ทะลุเข้าถนนสวนสยาม โดยถนนสวนสยาม เป็นถนนที่มีร้านอาหารอร่อยๆ อยู่มากมายตั้งแต่ปากทางแยกสวนสยามไปจนถึงสามแยกโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี บนถนนรามอินทรา อาทิ เกาเหลาเนื้อตุ๋น นายส่วน, ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายฉุ่ย, ร้านวัดดงมูลเหล็ก (โย โภชนา), K2 coffee cafe, Hob & Coff cafe and social bar, ร้านอาหารวันดี, ฮานาฟีร์ สเต็กโฮม เป็นต้น รวมถึงมีตลาดนัดอมรพันธุ์ สวนสยาม ไปจนถึงคอมมูนิตี้มอลล์ Amorini นอกจากนี้ก็ยังสามารถเดินทางไปยังสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียงอื่นๆ ได้ในหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นบนนถนนรามอินทรา เช่น โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี, โรงพยาบาลสินแพทย์, แฟชั่นไอส์แลนด์, เดอะพรอมานาด, ตลาดนัดเลียบด่วน เป็นต้น ส่วนถนนรามคำแหงโดยใช้ถนนมีนพัฒนาไปถึงแยกลาดบัวขาว ก็จะมีบิ๊กซี, เทสโก้โลตัส สาขาสุขาภิบาล 3 ฯลฯ หรือแม้แต่จะใช้ถนนเสรีไทยเองก็จะใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมบางชัน, โรงพยาบาลเสรีรักษ์ แล้วฝั่งที่ไปเชื่อมต่อกับถนนลาดพร้าวก็มีทั้งเดอะมอลล์ บางกะปิ, เทสโก้โลตัสบางกะปิ    การเดินทางสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกมากค่ะ ยิ่งหากต้องเดินทางไปภาคตะวันออกอยู่เป็นประจำก็ถือว่าใกล้มาก เพราะสามารถใช้ถนนกาญจนาภิเษก ที่ห่างจากโครงการประมาณกิโลกว่าๆ ก็จะถึงจุดขึ้น-ลงทางด่วนแล้วไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ได้ หรือจะผ่านแยกเมืองมีนแล้วใช้ถนนสุวินทวงศ์ก็ออกไปจังหวัดฉะเชิงเทราได้ไม่ไกล แต่หากเลือกใช้รถสาธารณะก็สามารถใช้รถโดยสารประจำทางตรงหน้าปากซอยได้เลยค่ะ หากไปทางขาเข้าเมืองฝั่งตรงข้ามกับโครงการก็จะตรงเข้าถนนลาดพร้าวได้เลย หรือหากไปลงตลาดมีนบุรีก็สามารถต่อรถสายอื่นๆ ได้อีกหลายเส้นทาง และในอนาคตประมาณปี 2564 บนถนนรามอินทราก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูผ่านตลอดทั้งสาย ส่วนฝั่งถนนรามคำแหงในอนาคตประมาณปี 2566 ก็สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มวิ่งเข้าสู่ใจกลางเมืองได้                 ภาพรวมโครงการ   Niche ID เสรีไทย-วงแหวน เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ซึ่งจะเรียกเป็นอาคาร C กับอาคาร D ค่ะ ส่วนอาคาร A กับ B นั้น จะอยู่ในโครงการ Niche id เสรีไทย ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่จะมีการกั้นรั้ว แยกทางเข้า-ออกโครงการ และนิติบุคคลก็แยกกันค่ะ ซึ่งโครงการนี้มีมาในคอนเซป LIVING LARGE IN THE NEW OASIS ชีวิตสบายและผ่อนคลายได้มากกว่า ในโอเอซิสกลางกรุงแห่งใหม่ โดยตัวโครงการจะเล่นโทนสีให้ดูเป็นธรรมชาติ เข้ากับพื้นที่รอบโครงการที่จะถูกปลูกต้นไม้สีเขียวล้อมรอบ โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่คอยต้อนรับด้วยความร่มรื่นตั้งแต่ทางเข้าโครงการ      Facility ตามสไตล์ของ SENA จะมีความเป็นเอกลักษณ์ตรงที่นำโซลาร์เซลล์มาติดตั้งบน Roof Top เพื่อดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในส่วนกลางของโครงการ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้ในระยะยาว โดยสิ่งอำนวยความสะดวกโซน Outdoor อย่าง สวนไม้หอม Aromatic Garden, Jogging Track, สระว่ายน้ำ, สนามเด็กเล่น, ลานโยคะ เหล่านี้จะถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความสงบร่มรื่น หลบหลีกจากความวุ่นวายภายนอกให้เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น และยังมีห้องฟิตเนสติดกับสระว่ายน้ำ ให้ได้ออกกำลังกายพร้อมวิวธรรมชาติด้านนอก           ร่มรื่นตั้งแต่ทางเข้าโครงการที่มีต้นไม้ใหญ่ตลอดแนว   หน้าอาคาร D คือแหล่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการค่ะ โดยสระว่ายน้ำจะถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สร้างความป็นส่วนตัว และยังช่วยบดบังสายตาจากภายนอกได้อีกด้วย   ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์จะอยู่ติดกับสระว่ายน้ำค่ะ   พื้นที่สีเขียวของโครงการที่มี Jogging Track ก็ยังคงร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่รอบอาคาร      Floor Plan   ดูจากผังโครงการแล้วจะเห็นว่าพื้นที่โครงการอยู่ใกล้กับปากซอยมากประมาณ 30 เมตร เดินได้สบายๆ เลยค่ะ ซึ่งตัวโครงการ Niche ID เสรีไทย-วงแหวน จะมีทั้งหมด 2 อาคาร คือ อาคาร C หน้าโครงการ กับอาคาร D ที่มี Facility อยู่ชั้นล่างของอาคาร ซึ่งทางเข้าอาคารจะอยู่ทางทิศตะวันตกค่ะ    อาคาร C ห้องพักอาศัยจะถูกวางแบบ Double Corridor มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 3 จุด วางกระจายอยู่ทั่วอาคาร ซึ่งห้องพักอาศัยจะถูกวางในทิศเหนือวิวทางถนนสวนสยาม กับทิศใต้ได้วิวถนนเสรีไทยค่ะ  อาคาร D ห้องพักอาศัยจะถูกวางแบบ Double Corridor มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 3 จุด เช่นเดียวกันค่ะ แต่อาคารนี้จะวางเป็นรูปตัว L ซึ่งห้องพักอาศัยจะถูกวางเอาไว้ทั้ง 4 ทิศเลยค่ะ ได้แก่ห้องทางทิศเหนือได้วิวทางถนนสวนสยามและวิวสระว่ายน้ำ ห้องทางทิศใต้ได้วิวถนนเสรีไทย ห้องทางทิศตะวันออกได้วิวถนนเสรีไทยทางฝั่งมีนบุรี และทิศตะวันตกได้วิวสระว่ายน้ำและสวนภายในโครงการค่ะ            Unit Plan     Type A ขนาด 26.00 ขนาดเริ่มต้นของโครงการค่ะ ซึ่งเป็นห้องที่วางไว้เป็นสัดส่วนทีเดียวค่ะ ได้ทั้งห้องครัวปิด ห้องน้ำจะอยู่โซนเดียวกันกับห้องครัว และเฟอร์นิเจอร์ที่เราเห็นในแปลนก็จะได้มาตามนี้ทั้งหมดเลยค่ะ   Type B ขนาด 28.00 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยขยับเพิ่มขึ้นมาอีกค่ะ แต่จะได้แปลนคล้ายๆ กันกับ Type A   Type C ขนาด 30.00 ตร.ม. ขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการค่ะ ซึ่งจะได้ครัวปิดเช่นเดียวกัน ส่วนพื้นที่ Living Room กว้างขวางขึ้น และห้องน้ำจะถูกแยกตัวออกมาอยู่ในโซนเดียวกันกับ Living Room ค่ะ     ชมห้องตัวอย่าง     Niche ID Serithai–Wongwaen มีการเข้าอยู่ในซอยเดียวกันกับโครงการ Niche ID Serithai เลยค่ะ เพราะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่จะถูกแบ่งเป็น  2 โครงการแยกกันค่ะ    Sales Office จะอยู่ด้านหน้าโครงการเลยค่ะ เข้ามาในซอยมองไปทางขวามือก็จะเห็นเลย ซึ่งตัวอาคารจริงกำลังสร้างอยู่ทางด้านหลังนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปีนี้ค่ะ   ภายใน Sales Office จะมีห้องตัวอย่างให้ชมกันอยู่ 2 Type ค่ะ คือ Type A ขนาด 26.00 ตร.ม. กับ Type B ขนาด 28.00 ตร.ม.   Type A ขนาด 26.00 ตร.ม. เรามาเปิดห้องตัวอย่างแรกกันดีกว่าค่ะ เริ่มจากวัสดุพื้นห้องปูด้วยลามิเนตสีน้ำตาลอ่อน ส่วนแรกของห้องเป็น Living Room ลึกเข้าไปด้านในเป็นห้องนอน ส่วนทางขวามือเป็นโซนห้องครัว และห้องน้ำค่ะ   เคาน์เตอร์วางทีวีจะได้หน้าตาแบบนี้มาทั้งเซตเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นชั้นใส่รองเท้า เก็บร่ม ชั้นวางหนังสือก็ได้ทั้งนั้น เรียกได้ว่าเป็นตู้อเนกประสงค์จริงๆ ค่ะ แต่ยกเว้นเพียงทีวีกับเครื่องปรับอากาศที่ห้องนั่งเล่นเท่านั้นที่ไม่ได้มาด้วย   ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ทีวีจะได้โซฟาผ้าสีเทาขนาด 2 ที่นั่ง โดยใต้โซฟาจะซ่อนลิ้นชักเก็บของเอาไว้ให้ 2 ช่องค่ะ   ที่วางแขนเปิดออกได้เป็นช่องเล็กๆ สำหรับเก็บพวกรีโมททีวีค่ะ   ข้างโซฟาจะได้โต๊ะพร้อมเก้าอี้แบบนี้มาด้วยนะคะ ซึ่งโต๊ะสามารถหุบขาเหล็กแล้วพับโต๊ะเก็บได้ด้วยค่ะ โดยจะใช้งานเป็นโต๊ะทานข้าวหรือโต๊ะทำงานก็ได้ค่ะ   ลึกเข้ามาในห้องจะเป็นพื้นที่ห้องนอนค่ะ   กั้นประตูห้องนอนด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียม ซึ่งข้อดีของการใช้ประตูห้องนอนแบบนี้คือ ได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างห้องนอนส่องเข้ามาถึงใน Living Room ทำให้ทั้งห้องสว่าง ดูโปร่งไม่มืดทึบค่ะ   ในห้องนอนจะได้เฟอร์นิเจอร์ทั้งเตียงนอน โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า เครื่องปรับอากาศ ส่วนผ้าม่านจะรวมให้เฉพาะช่วงโปรโมชั่นเท่านั้นนะคะ   หลังกระจกเงาเป็นตู้เก็บของค่ะ โดยแบ่งออกเป็นสองบานกระจก เวลาใช้งานจริงหากเราเปิดกระจกบานฝั่งที่แคบกว่าเพียงด้านเดียวก็จะสามารถเพิ่มมุมมองอีกด้านเวลาเราส่องกระจกค่ะ   ลิ้นชักโต๊ะเครื่องเเป้งมีการเเบ่งสัดส่วนมาให้เพื่อง่ายต่อการเก็บ เครื่องสำอางค์และอุปกรณ์เเต่งหน้า     เตียงขนาด 6 ฟุตวางเอาไว้ชิดกำแพงริมหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 ตอน   หัวเตียงกับด้านข้างที่ติดกับผนังจะมีฉากกั้นบุฟองน้ำนิ่มๆ มาให้ตามภาพแบบนี้เลยค่ะ ใครที่ชอบนั่งอ่านหนังสือบนเตียงก็สามารถนั่งเอนหลังได้สบายๆ   ใต้เตียงยังมีลิ้นชักเก็บของมาด้วย 1 ช่องค่ะ   ตรงหัวเตียงมีช่องสำหรับเสียบหนังสือหรือ Magazine ที่เล่มไม่หนามากได้ด้วยนะคะ   ภายในห้องนอนทางโครงการจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบรนด์ Panasonic มาให้ด้วย 1 ตัวค่ะ ส่วนผ้าม่านแบบนี้จะแถมมาให้เฉพาะช่วงโปรโมชั่นเท่านั้นนะคะ ซึ่งสามารถสอบถามจากทางโครงการได้โดยตรงอีกครั้งค่ะ   ปลายเตียงจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้าบานเลื่อน 3 ตอน ซึ่งมีหน้าบานกระจกเงามาให้ 1 บาน สามารถเลื่อนได้ทั้งหมดค่ะ โดยข้อดีของตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนแบบนี้คือช่วยประหยัดพื้นที่ของห้องได้ดี และยังมีความสวยงามกว่าตู้เสื้อผ้าแบบลอยตัวด้วยค่ะ   เรียกได้ว่าฟังก์ชั่นในห้องนอนให้มาล้นเหลือทีเดียวค่ะ แต่ดีเทลพิเศษแบบนี้ไม่ได้หมดเฉพาะแค่ในห้องนอนอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ ยังเหลือโซนห้องครัวต่อค่ะ   โซนห้องครัวจะถูกแยกออกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจนทีเดียวค่ะ โดยจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นเป็นลักษณะของครัวปิด ช่วยไม่ให้กลิ่นอาหารเวลาทำกับข้าวเข้ามาในห้องค่ะ   พื้นที่โซนห้องครัวจะแบ่งออกเป็นห้องน้ำทางขวามือ และครัวทางซ้ายค่ะ   เข้าไปดูในห้องน้ำกันก่อนค่ะ ภายในจะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาเข้ม ส่วนผนังก็เป็นกระเบื้องเซรามิคสีขาว ขวามือด้านบนของภาพมีราวแขวนผ้าสแตนเลสติดมาให้ค่ะ   อ่างล้างหน้าเซรามิคแบบแขวนผนัง และก๊อกน้ำจากแบรนด์ COTTO มาพร้อมกับกระจกเงา โดยมีการก่อผนังยื่นออกมาเล็กน้อยเพื่อใช้เป็นที่วางอุปกรณ์หน้าอ่างล้างหน้าค่ะ   ถัดจากอ่างล้างหน้าเป็นโถสุขภัณฑ์พร้อมแกนใส่ทิชชู่จาก COTTO และสายชำระอยู่ข้างขวาของโถสุขภัณฑ์ค่ะ   ส่วนเปียกจะถูกแยกออกโดยมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำล้นออกมาที่ส่วนแห้งค่ะ   มีชั้นวางอุปกรณ์เข้ามุมมาให้เรียบร้อยเลยค่ะ ฝักบัวจากแบรนด์ Prema   สุดท้ายไปดูที่ห้องครัวกันค่ะ   สิ่งที่ทางโครงการจะให้มาด้วยนั่นคือ Built in เคาน์เตอร์ครัวครบเซตจากแบรนด์ Modernform มีช่องสำหรับวางตู้เย็นอยู่ข้างเคาน์เตอร์ครัว   ซิงค์ล้างจานจากแบรนด์ HAFELE ซึ่งด้านหลังซิงค์จะมีพื้นที่สำหรับวางอุปกรณ์ล้างจาน หรือจะวาง ipad ทำครัวไปด้วยเปิดยูทูปวิธีทำกับข้าวไปด้วยก็ได้นะคะ และยังติดตั้งราวแขวนสแตนเลสมาด้วยค่ะ   ตู้ด้านบนจะมีการติดตั้งที่วางจาน ซึ่งสามารถดึงลงมาเพื่อหยิบหรือเก็บของได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ดีทีเดียว   ระเบียงจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขอบอลูมิเนียมค่ะ   มีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยกั้นเอาไว้ เพื่อป้องกันฝุ่นจากภายนอก รวมถึงน้ำจากการซักล้างที่ระเบียงไม่ให้ล้นเข้าห้องด้วยค่ะ   ระเบียงปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาเข้ม มีก๊อกน้ำสำหรับต่อเครื่องซักผ้าวางเอาไว้ที่ระเบียง และยังเหลือพื้นที่เพียงพอต่อการตากผ้าได้ด้วยค่ะ   Condensing Unit ถูกแขวนเอาไว้มุมระเบียง ซึ่งหันหน้าเข้าระเบียงค่ะ มีข้อดีตรงถ้าหากตากผ้าจะทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น หรือถ้าใครไม่ชอบลมร้อนก็สามารถติดตั้งกริลแอร์เพิ่มเติมได้ค่ะ   Type B ขนาด 28.00 ตร.ม. ห้องตัวอย่างสุดท้ายค่ะ ขนาด 28.00 ตร.ม. พื้นห้องปูด้วยลามิเนตสีน้ำตาลอ่อนเช่นเดียวกันค่ะ โดยจะพบกับ Living Room ก่อน ลึกเข้าไปจะเป็นห้องนอนค่ะ   ด้านขวาวางโซฟาผ้าขนาด 2 ที่นั่ง และโต๊ะทานข้าวขนาด 2 ที่นั่งเอาไว้ค่ะ   ทุกยูนิตจะได้โซฟาที่มีลิ้นชักข้างใต้ และช่องเก็บรีโมทตรงที่พักแขนเช่นดียวกันหมดค่ะ   โต๊ะทานอาหารจะได้มาพร้อมเก้าอี้ 2 ตัวแบบนี้เลยค่ะ โดยโต๊ะสามารถหุบขาเหล็กสีดำแล้วพับเก็บโต๊ะได้   เคาน์เตอร์วางทีวีพร้อมตู้อเนกประสงค์ Built in มาให้ทั้งเซตเลยค่ะ   เชื่อมต่อพื้นที่เดียวกันเป็นห้องนอน ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนค่ะ   ริมหน้าต่างจะได้เตียงขนาด 6 ฟุต โต๊ะเครื่องแป้งอยู่ข้างหัวเตียง   หัวเตียงและด้านข้างของเตียงฝั่งชิดผนังจะมีฉากกั้นบุฟองน้ำหุ้มด้วยผ้า สำหรับเป็นพนักพิงนั่งเอนหลังเล่นบนเตียงได้   ใต้เตียงมีลิ้นชัก 1 ช่องสำหรับเก็บของค่ะ   หัวเตียงมีช่องสำหรับเสียบหนังสือเล่มไม่หนามาก หรือจะเสียบ Tablet ด้วยก็ได้นะคะ   โต๊ะเครื่องแป้งมีฟังก์ชั่นสำหรับเก็บของจุกจิกได้อีกเยอะเลยค่ะ   เครื่องปรับอากาศในห้องนอนจะถูกติดตั้งมาให้เหนือหน้าต่างบานกระจกค่ะ โดยถ้าเปิดประตูห้องนอนเอาไว้แล้วเปิดแอร์ ความเย็นก็จะสามารถไปถึง Living Room ได้โดยที่ไม่ต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศอีกตัวเพิ่ม   ปลายเตียง Built in ตู้เสื้อผ้าประตูบานเลื่อน 3 บาน ซึ่งมี 1 บานที่หน้าบานเป็นกระจกเงาค่ะ ภายในตู้แบ่งช่องเอาไว้หลากหลายขนาด สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ของคุณผู้หญิงได้ดี ไม่ว่าจะแขวนชุดเดรสยาว ลิ้นชักเก็บชุดชั้นใน ช่องยาวเก็บโต๊ะรีดผ้า ทุกสิ่งถูกคิดขึ้นมาเพื่อการใช้งานจริงค่ะ   เข้าไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ   ห้องครัวจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเช่นเดียวกันค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค โดยห้องครัวจะอยู่ทางขวาเชื่อมต่อกับระเบียงห้อง และซ้ายมือเป็นห้องน้ำค่ะ   ห้องน้ำพื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค โดยจะเป็นส่วนแห้งก่อนส่วนเปียกด้านในค่ะ   ขวามือวางโถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ และราวแขวนผ้าเอาไว้ครบค่ะ ส่วนเปียกมีชั้นวางของมาไว้ให้ด้วยค่ะ ไม่ต้องซื้อชั้นวางของเพิ่มเลย   อีกด้านของห้องน้ำมีการก่อผนังออกมาเล็กน้อย สำหรับเป็นที่วางของเพิ่มเติม   อ่างล้างหน้าเซรามิคแบบแขวนผนังมาพร้อมกระจกเงาค่ะ   ออกจากห้องน้ำก็จะเป็นห้องครัวค่ะ โดยเริ่มจากพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น และเคาน์เตอร์ครัวแบบ One Wall Kitchen   ชุดครัวมีช่องสำหรับวางไมโครเวฟด้านล่าง โดยวัสดุปิดผิวทั้งหมดเป็นลามิเนตค่ะ   ซิงค์ล้างจานจากแบรนด์ HAFELE พร้อมติดตั้งราวสแตนเลสไว้ด้านหลัง และมีพื้นที่สำหรับวางของเอาไว้หลังซิงค์ค่ะ   ทุกยูนิตจะได้ที่วางจานด้านบน ซึ่งสามารถดึงเก็บไว้ในตู้แบบนี้มาเหมือนกันหมดค่ะ   ลิ้นชักมีช่องเก็บอุปกรณ์ครัวมาให้ด้วยทุกยูนิตค่ะ   ระเบียงถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน   มีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยกั้นไว้ด้วยค่ะ   พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค และมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าอยู่ที่มุมระเบียงเพื่อใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง   Condensing Unit แขวนเอาไว้มุมเดียวกันกับพื้นที่วางเครื่องซักผ้าค่ะ     Niche ID Serithai–Wongwaen คอนโดที่เปรียบเสมือนโอเอซิสกลางเมือง ยิ่งใครที่ทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางชันก็เหมาะมากค่ะ เพราะประมาณ 500 เมตรก็ถึงช่วงนิคมแล้ว สามารถเดินทางไปทำงานได้ใกล้มากๆ หรือใครที่ต้องใช้ถนนกาญจนาภิเษกบ่อยๆ โดยเฉพาะหากต้องออกไปยังภาคตะวันออกก็เดินทางได้สะดวกไม่แพ้กัน ราคาก็จับต้องได้เริ่มต้นเพียง 1.5 ล้านบาท แถมยังได้เฟอร์นิเจอร์ฟังก์ชั่นดี ให้มาครบแบบที่ไม่ต้องซื้ออะไรเข้ามาเพิ่มก็เข้าอยู่ได้เลย
Niche MONO Tiwanon ครั้งแรกของคอนโดพร้อม CO-CREATION SPACE ครบวงจร

Niche MONO Tiwanon ครั้งแรกของคอนโดพร้อม CO-CREATION SPACE ครบวงจร

คอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนเมือง เพราะตอบโจทย์ชีวิตได้อย่างลงตัว และเมื่อตัดสินใจจะซื้อคอนโดฯ แล้ว เรื่องของการเลือกทำเล, แบรนด์, พื้นที่ส่วนกลาง ตลาดจนไปถึงการออกแบบตกแต่งถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของเจ้าของก็ว่าได้ นั่นเพราะการได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เรารัก ดูสวยงามในสไตล์ที่เราชอบและอยากให้เป็นในแบบที่ต้องการมันคือความสุขทางใจอย่างหนึ่ง ซึ่งคอนโดที่เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างในวันนี้คือ โครงการ “Niche MONO Tiwanon (นิช โมโน ติวานนท์)” จาก เสนา ดีเวลลอปเมนท์ คอนโดมิเนียมแบรนด์หรูใหม่ล่าสุดในย่านติวานนท์ที่มี Co-Creation Space แบบครบวงจร อีกทั้งยังอยู่ใกล้ MRT สายสีม่วง สถานีกระทรวงสาธารณสุข เพียง 50 เมตร เรียกได้ว่าเดินทางสะดวกสบายเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ทำเลศักยภาพ เดินทางสะดวกสบาย โครงการ “นิช โมโน ติวานนท์” ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ตัวโครงการอยู่ติดถนนถนนติวานนท์ ฝั่งเลขคู่ ซอยติวานนท์ 8 อยู่ใกล้กับกระทรวงสาธารณสุข และ MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุขเลยค่ะ ซึ่งก็สะดวกทั้งคนมีรถส่วนตัวและไม่มี สำหรับการเดินทางโดยรถยนต์นั้นถือมีตัวเลือกมากมายทีเดียวค่ะ เพราะมีถนนสายสำคัญให้เลือกใช้อยู่หลายสายทั้งถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนงามวงศ์วาน หากอยากหลบหนีช่วงเวลาที่จราจรติดขัดบริเวณแยกแครายก็สามารถใช้ทางด่วนพิเศษศรีรัช ขั้นที่ 2 (ถนนงามวงศ์วาน) โดยวิ่งผ่านเข้าไปในกระทรวงสาธารณสุขได้เลย หรือถ้าใครอยากจะเข้าเมืองไปแถวๆ ย่านรัชดาก็สามารถใช้ถนนกรุงเทพนนท์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เส้นทางสะพานพระราม 5 วิ่งไปราชพฤกษ์ได้อีกด้วย แถมถ้าอยากออกนอกเมืองก็สามารถวิ่งไปปทุมธานีโดยใช้ถนนติวานนท์วิ่งผ่านปากเกร็ดก่อน ซึ่งเส้นนี้ก็ไปแจ้งวัฒนะได้ด้วยนะคะ แต่ถ้าจะไปบางใหญ่ หรือบางบัวทองก็ต้องใช้เส้นรัตนาธิเบศร์เป็นหลักค่ะ มาต่อกันที่การเดินทางด้วยรถสาธารณะนับว่าเป็นเรื่องสะดวกมากๆ เนื่องจากตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ บรรยากาศจึงค่อนข้างคึกคัก มีรถโดยสารวิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอดไม่ว่าจะเป็น รถเมล์, แท็กซี่ และมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ทั้งนี้ตัวโครงการยังอยู่แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งห่างจากบันไดทางขึ้น MRT กระทรวงสาธารณสุข เพียง 50 เมตรเท่านั้น เรียกว่าเดินเท้าได้สบายๆ หรือถ้าใครอยากโดยสารทางน้ำก็สามารถเลือกใช้เรือที่ท่าน้ำนนท์ ต้นทางของเรือด่วนเจ้าพระยา โดยท่าเรือที่อยู่ใกล้ตัวโครงการที่สุดคือท่าเรือพิบูลย์สงครามแค่ 2.9 กิโลเมตร ซึ่งก็ตอบโจทย์คนไม่มีรถส่วนตัวได้ดีทีเดียว ในส่วนของอาหารการกินก็จัดว่าสะดวกสบายไม่แพ้กัน ด้วยความที่เป็นแหล่งงานและชุมชนจึงมีร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปจนถึงตลาดสดให้เลือกจับจ่ายใช้สอยมากมายทั้งตลาดกระทรวงสาธารณสุข และตลาดพระราม 5 แถมพิกัดของห้างสรรพสินค้าชั้นนำยังอยู่ไม่ไกลเลยทั้ง Big C ติวานนท์, Lotus รัตนาธิเบศร์, พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, เซ็นทรัลพลาซ่า รัตนาธิเบศร์ และ Esplanade งามวงศ์วาน  แถมบริเวณโดยรอบยังแวดล้อมไปด้วยสถานศึกษา, สถานพยาบาลชั้นนำ รวมไปจนถึงสวนสาธารณะมากมาย อาทิ อุทยานมกุฏรมยสราญ, สวนสาธารณะในกระทรวงสาธารณสุขที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เป็นต้น 1. เริ่มต้นการเดินทางวันนี้เรานั่งรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง มาลงที่สถานีกระทรวงสาธารณะสุข สำหรับทางออกไปโครงการจะอยู่ที่ทางออก 1 นะคะ 2. เมื่อเดินลงมาด้านล่างแล้วจะเจอกับถนนใหญ่ค่ะ ซึ่งทางไปโครงการนั้นต้องเดินไปทางฝั่งขวามือคือซอยติวานนท์ 6 ค่ะ 3. ระหว่างทางเดินไปโครงการก็จะมีร้านซ่อมรถและติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับรถยนต์ต่างๆ 4. เดินถัดมาอีกนิดก็พบกับร้านค้าอยู่หลายร้านเหมือนกันค่ะ 5. นอกจากร้านค้าแล้วยังมีร้านอาหารให้ฝากท้องอยู่หลายร้านเลย 6. เดินตรงไปเรื่อยๆ ข้ามคลองเล็กๆ มานิดเดียว สังเกตป้ายซอยติวานนท์ 8 ก็ถึงโครงการแล้วค่ะ 7. ตอนนี้ตัวโครงการยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างนะคะ จะเป็นส่วนของ Sales Gallery ก่อน 8. บริเวณหน้าโครงการมีป้ายรถเมล์พอดิบพอดี ซึ่งสะดวกมากสำหรับลูกบ้านที่ไม่ใช้รถส่วนตัว แถมยังมีจุดกลับรถในระยะใกล้ๆ อีกด้วย   ภาพรวมโครงการ โครงการ “นิช โมโน ติวานนท์” เป็นคอนโด High Rise สูง 36 ชั้น จำนวน  1 อาคาร บนพื้นที่ 2 ไร่กว่า แบ่งออกเป็นที่พักอาศัย 526 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต รองรับที่จอดรถได้ประมาณ 39% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) เรียกว่าเป็นที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนไทยยุคใหม่ได้ดีที่สุดและสมบูรณ์ในทุกด้าน เพราะสิ่งที่ทำให้โครงการแห่งนี้น่าจับตามองนอกจากเรื่องทำเลที่ดีแสนสะดวกสบาย สามารถเดินจากประตูโครงการเพียงแค่ 50 เมตร ก็ถึงรถไฟฟ้า MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ทางโครงการยังนำประสบการณ์ในด้านพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยเข้าใจความต้องการของลูกบ้านอย่างแท้จริง มาผสานเข้ากับความช่ำชองในการพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้อยู่อาศัย โดยติดตั้งโซลาร์ และ EV Charger ไว้ในโครงการ ในขณะที่ห้องชุดและรูปแบบของตัวตึกถูกออกแบบด้วยรสนิยมที่โดดเด่นไม่เหมือนใครในย่านติวานนท์ จากการคำนึงถึงความนำสมัยที่มีแบบฉบับเฉพาะตัว ด้วยการใช้โทนสี Monochrome ไล่เฉดสีขาว ดำ เทาเป็นหลัก ในขณะที่ห้องพักอาศัยก็ชูจุดเด่นด้วยการดีไซน์สไตล์ MOFF ขยายความสูงของห้องด้วยเพดานสูง 4.5 เมตร เพื่อให้ลูกบ้านได้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น แถมยังสามารถดีไซน์ได้ในแบบของตัวเอง ซึ่งก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ห้อง Penthouse ในราคาที่เอื้อมถึงได้ ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางบอกได้คำเดียวว่าจัดเต็มแบบสุดๆ ไปเลยค่ะ เรียกว่าครบครันมากทีเดียว ซึ่งคอนเซ็ปต์ของพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบโดยหลอมรวมความต้องการของลูกบ้านผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มักใช้ชีวิตแบบสังคมเข้ากับความเป็นส่วนตัว สู่รูปแบบของ Facility ครั้งแรกของคอนโดที่มี Co-Creation Space แบบครบวงจร ถึง 5 ชั้น ที่มีทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานร่วมกัน และแยกเป็นส่วนตัว เริ่มตั้งแต่ชั้นบริเวณชั้นล่างทำเป็น Private Lobby สุดหรูโดยแบ่งออกเป็น Lobby ส่วนของ Residence และ Lobby ส่วนของทำงาน มาพร้อมร้านค้า, ห้อง Mail Box, ห้องนิติ, ห้อง First Aid, Locker, Laundry, Vending Machine ต่อเนื่องมายังพื้นที่ชั้น 2 จะเป็นส่วนของ Co-Creation Space, Workshop Space, Co-Meeting Space, Mind Space และ Media Hub Space สำหรับที่จอดรถจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 3 ไปจนถึงชั้น 9 ในขณะที่ห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 9 โดยบริเวณชั้น 10 จะมีสวนสีเขียวขจี พร้อมโต๊ะทำงาน Outdoor ได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกไว้ด้วย ส่วน Facility หลักๆ จะถูกยกไปอยู่บริเวณชั้น 35-36 ประกอบด้วย Sky Fitness ห้องออกกำลังกายลอยฟ้าพร้อม Boxing Room และ Yoga อีกทั้งยังมี BBQ Terrace, Game Room, Party Room ส่วนสระว่ายน้ำจะอยู่ที่ชั้น 36 โดยมาพร้อมสระเด็กและจากกุชชี่ นอกจากนี้ยังมี Hydro Pool ที่ลูกบ้านสามารถออกกำลังกายแบบ Extremes ได้ อีกทั้งยังมี Sky Lounge และ Sunken Lounge เรียกว่าจัดเต็มเพื่อรองรับความสุขของลูกบ้านอย่างเต็มเปี่ยมก็ว่าได้ แถมยังมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และยังมีบริการ After Sales Services ซ่อม-เช่า-ขายต่อ ด้วยนะคะ Master Plan ของโครงการ แปลนพื้นที่ชั้นล่างสุด แบ่งออกเป็นสวนสวย, จุด Drop-off ก่อนจะเข้าสู่ Lobby ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Lobby ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นที่มีกลิ่นอายคอนเทมโพรารี   แปลนของพื้นที่ชั้น 2 ที่มีส่วนกลางกระจายอยู่ภายในมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Co-Creation Space, Workshop Space, Co-Meeting Space, Media-Hub Space และ Mind Space เป็นต้น ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Co-Creation Space ชั้น 2 ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Co-Creation Space ชั้น 2 ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ชั้น 1 โดยมีบันไดวนเป็นจุดเชื่อมกลาง ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Meeting Space ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Media-Hub Space ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Mind Space ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง WORKSHOP & ENTERTAINMENT SPACE แปลนอาคารชั้น 3-9 จะเป็นที่จอดรถทั้งหมดเลยนะคะ แปลนของพื้นที่ชั้น 10 จะเริ่มเป็นยูนิตพักอาศัยแล้วนะคะ ซึ่งที่ชั้นนี้จะมีสวนส่วนกลางมาให้ด้วย แปลนของพื้นที่ชั้น 35 นะคะ ซึ่งความพิเศษนอกจาก Facility ที่จัดเต็มแล้ว ยังมีสวนสวยพร้อมมุม BBQ Terrace อีกด้วย ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้อง CO-KITCHEN & BBQ TERRACE ภายบรรยากาศจำลองภายในห้อง SKY FITNESS แปลนของพื้นที่ชั้น 36 นะคะ ซึ่งจะรวม Facilities ส่วนกลางหลักๆ โดยจัดไว้ชั้นบนของอาคาร ต่อจากพื้นที่ส่วนกลางที่กระจายอยู่ในหลายๆ ชั้น ภาพบรรยากาศจำลอง SKY INFINITY EDGE POOL สระว่ายน้ำลอยฟ้าแบบในร่ม ภาพบรรยากาศจำลองจะเห็นได้ชัดเลยว่าตัวอาคารเห็นวิวเมืองชัดเจน ไม่มีตึกไหนมาบดบังวิว ทำให้ลูกบ้านสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางพร้อมชมวิวได้อย่างเต็มตา   เปิดประตูห้องตัวอย่าง โครงการ “นิช โมโน ติวานนท์” มีแบบห้องหลักๆ อยู่ 3 แบบ คือ 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 26.00 - 35.00 ตร.ม., 2 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 55.00 ตร.ม. และแบบ Moff ดีไซน์ใหม่มาพร้อมห้องเพดานสูงถึง 4.5 เมตร ให้ลูกบ้านสามารถใช้ฟังก์ชั่นอย่างคุ้มค่าในทุกตารางเมตร มีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 26.00 - 35.00 ตร.ม. โดยทุกยูนิตขายแบบ Fully Furnished มาพร้อมวัสดุและสุขภัณฑ์คุณภาพที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นชุดครัวพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, สุขภัณฑ์ และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ซึ่งถ้าหากลูกบ้านตัดสินใจซื้อ ก็เห็นจะขาดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าและพร็อพตกแต่งเท่านั้นเองค่ะ ทั้งนี้ทุกยูนิตจะได้เครื่องปรับอากาศเหมือนกันหมดเลยนะคะ โดยห้อง 1 Bedroom จะได้เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว และห้อง 2 Bedroom จะได้เครื่องปรับอากาศ 3 ตัว   สำหรับห้องตัวอย่างที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom Type B2 ขนาด 28 ตร.ม. ซึ่งเป็นห้องพักอาศัยแบบ Standard ค่ะ ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องไม่ได้รู้สึกเล็กอย่างที่คิดเลยค่ะ ด้วยการจัดวาง Layout ให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า ครบทุกฟังก์ชั่น ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ที่จัดแบ่งพื้นที่แยกไว้อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมแบ่งมุมรับประทานอาหารไว้อีกด้วย ในขณะที่ห้องครัวจะเป็นแบบปิด ซึ่งป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนได้มากขึ้นเพราะครัวอยู่ติดระเบียง สามารถเปิดประตูระเบียงช่วยระบายกลิ่นได้ดี แปลนห้อง 1 Bedroom Type B2 ขนาด 28 ตร.ม. นะคะ สำหรับประตูของห้องพักอาศัยจะเป็นแบบ Digital Door Lock ทุกยูนิตเลยค่ะ เมื่อเข้าห้องมาจะเจอห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่อยู่ติดกับมุมรับประทานอาหารเลยนะคะ ถัดเข้าไปเป็นห้อครัวแบบปิดกั้นด้วยประตูบานเลื่อนสามารถประกอบอาหารได้สบาย แถมยังมีระบายอากาศได้ดีเนื่องจากจากมีระเบียงอยู่ติดกับครัวนั่นเอง ส่วนห้องนอนจะเป็นประตูทึบและมีห้องน้ำอยู่ด้านในค่ะ บริเวณคอนโซลทีวี ทางโครงการจะบิลต์อินตู้เก็บของสูงจรดเพดานมาให้แล้วนะคะ จากภาพจะเห็นชัดเจนเลยว่าทางโครงการแบ่งฟังก์ชั่นใช้งานไว้อย่างลงตัว เพราะสามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้สบายๆ แถมยังเหลือพื้นที่พอสำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ ด้วย สำหรับเคาน์เตอร์ครัวโครงการจะให้มาแบบนี้เลยนะคะ ผนังเหนือเคาน์เตอร์จะเป็นกระจกเคลือบสีเทาดำ ข้อดีคือสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดง่ายเวลาประกอบอาหาร เคาน์เตอร์ครัวมีลิ้นชักที่มีตัวแบ่งช่องสำหรับเก็บช้อนส้อม ส่วนชั้นล่างลิ้นชั้นนั้นจะเป็นช่องสำหรับวางไมโครเวฟค่ะ ด้านบนออกแบบให้เป็นตู้ลอยแบบบานเปิดไว้สำหรับเก็บของค่ะ ซึ่งมีความพิเศษตรงที่สามารถเลื่อนออกมาเก็บจานชามได้ ด้านในสุดของครัวจะติดระเบียงนะคะ มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้น ข้อดีที่ระเบียงอยู่ติดครัวก็สามารถลดกลิ่นและระบายอากาศเวลาประกอบอาหารได้ดี พื้นที่ระเบียงด้านนอกค่อนข้างกว้างขวางทีเดียวค่ะ สามารถวางราวตากผ้าได้สบายๆ โดยทางโครงการจะติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ที่ด้านบนนะคะ ข้อดีคือไม่เปลืองเนื้อที่นั่นเองค่ะ ออกมาจากครัวมาต่อที่ห้องนอนกันบ้าง ภายในห้องนอนถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่พักผ่อนอย่างเต็มที่เลยนะคะ จะเห็นได้ว่าพื้นที่โดยรอบเตียงนั้นสามารถเดินได้อย่างสบายๆ แถมยังเหลือพื้นที่ด้านข้างไว้เป็นมุมทำงานอีกด้วย มุมมองกลับเข้าไปยังพื้นที่ด้านในสุดนะคะ จะเห็นว่าทางโครงการกรุหน้าต่างกระจกใสเชื่อมกับห้องนอนเพื่อเพิ่มความโปร่งโล่งให้แก่ห้องมากขึ้น แถมยังบิลต์อินตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อยแล้ว ติดกับตู้เสื้อผ้านั้นเป็นห้องน้ำค่ะ สำหรับตู้เสื้อผ้าจะเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นนะคะ คือนอกจากจัดเก็บเสื้อผ้าได้แล้วยังสามารถเก็บเครื่องประดับได้ด้วย ภายในห้องน้ำแบ่งแยกพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน ส่วนเปียกจะเป็นกระจกกั้นนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ยกธรณีสูงขึ้นประมาณนึงเพื่อกันน้ำเปียกมายังโซนแห้ง บริเวณโซนเปียก ทางโครงการเจาะช่องด้านในไว้ให้ลูกบ้านได้วางของใช้ส่วนตัว และกรุที่นั่งอาบน้ำตามสไตล์คนญี่ปุ่นมาให้เรียบร้อยแล้ว   ห้องตัวอย่างถัดมาที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom Type B2 ขนาด 28 ตร.ม. ห้องพักอาศัยแบบ MOFF ดีไซน์ใหม่มาพร้อมเพดานสูงถึง 4.5 เมตร ภายในแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน สำหรับห้องนี้เปิดประตูมาจะเจอส่วนครัวก่อน ตรงข้ามครัวจะเป็นตู้เก็บของและห้องน้ำ ก่อนจะมีประตูบานเลื่อนต่อเนื่องไปยังโถงกลางที่กว้างพอสำหรับวางวางโซฟาตัวยาวในส่วนของ Living Area ได้สบายๆ อีกทั้งยังสามารถแบ่งพื้นที่สำหรับมุมทำงานหรือมุมรับประทานอาหาร และระเบียงได้ด้วย ในขณะที่ห้องนอนจะมีบันไดทำหน้าที่เชื่อมต่อไปถึงด้านบน ซึ่งจัดพื้นที่มาให้แบบกำลังดี สามารถวางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุตได้ แต่ทางโครงการจะให้เตียงขนาด 5 ฟุตมาแล้วค่ะ ขาดแต่ฟูกเท่านั้น ซึ่งยังมีพื้นที่ด้านข้างเหลือสบายๆ แถมยังวางโต๊ะข้าง, ตู้เสื้อผ้า และมีห้องเก็บของเล็กๆ ให้ด้วยค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom Type B2 ขนาด 28 ตร.ม. แบบ MOFF นะคะ เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวก่อนเลยค่ะ ซึ่งชุดเคาน์เตอร์ครัวลูกบ้านจะได้ทุกอย่างตามนี้เลยนะคะ จะเว้นก็เพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น สำหรับเคาน์เตอร์ครัวโครงการจะให้มาแบบนี้เลยนะคะ ผนังเหนือเคาน์เตอร์จะเป็นกระจกเคลือบสีเทา ข้อดีคือสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดง่ายเวลาประกอบอาหาร ทางโครงการบิลต์อินตู้ลอย พร้อมออกแบบที่เก็บจานมาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ นอกจากเว้นที่ไว้สำหรับวางตู้เย็น และช่องไมโครเวฟแล้ว ลิ้นชักยังมีช่องเก็บช้อนส้อมรวมถึงอุปกรณ์ครัวด้วยนะคะ พื้นที่ตรงข้ามกับ Pantry ครัว ทางโครงการจะบิลต์อินตู้เก็บของสูงจรดเพดานไว้บริเวณหน้าห้องน้ำนะคะ มาในส่วนของห้องน้ำกันบ้าง เดินเข้ามาจะพบกับอ่างล่างมือก่อนเลยค่ะ ตรงกลางจะเป็นสุขภัณฑ์ มีกระจกเงาบานใหญ่มาให้ ฝั่งด้านขวามือเป็นพื้นที่อาบน้ำ กั้นกลางด้วยกระจกใส ผนังภายในห้องน้ำกรุด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนนะคะ บริเวณโซนเปียก ทางโครงการก็ได้เจาะช่องด้านในไว้ให้ลูกบ้านได้วางของใช้ส่วนตัว และกรุที่นั่งอาบน้ำตามสไตล์คนญี่ปุ่นมาให้เช่นเดียวกับห้องตัวอย่างแรก ออกมาจากห้องน้ำ เปิดประตูบานเลื่อน 3 ตอนเข้ามาในบริเวณนั่งเล่นกันบ้างดีกว่าค่ะ ซึ่งเป็นแบบ Double Volume มีความสูง 4.5 เมตร จากภาพจะเห็นว่าระยะห่างจากโซฟาถึงทีวีนั้นกำลังดีเลยนะคะ แถมยังเหลือพื้นที่ตรงกลางอีกเยอะเลย ในส่วนของคอนโซลทีวี ทางโครงการได้บิลต์อินให้อยู่ติดกับบันไดทางขึ้นไปห้องนอนค่ะ พื้นที่ติดกันนั้นเป็นห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ มุมนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่งได้สบายๆ แถมยังมีความโปร่งโล่งชวนพักผ่อนเนื่องจากโอบล้อมด้วยประตูและหน้าต่างกระจกใสนะคะ ซึ่งเป็นประตูบานเลื่อนสามารถเปิดไปรับลมที่ระเบียงได้ ระเบียงมีขนาดกว้างกำลังดี สามารถวางราวตากผ้าได้ โดยทางโครงการจะติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ที่ด้านบนไม่ให้เปลืองเนื้อที่นะคะ กลับเข้ามาด้านใน พื้นที่ใกล้กับบันไดสามารถจัดเป็นมุมรับประทานอาหารได้สบายๆ มุมมองจากโต๊ะรับประทานอาหารกลับเข้าไปด้านในห้องนะคะ จะเห็นว่าภายในห้องดูสูงโปร่ง แบ่งฟังก์ชั่นใช้งานเป็นสัดส่วนชัดเจน เหมาะแก่การอยู่อาศัยอย่างแท้จริง เดินไต่บันไดขึ้นมาจะพบกับตู้เสื้อผ้าก่อนเลยค่ะ ซึ่งทางโครงการบิลต์อินมาให้เรียบร้อยแล้ว แถมยังออกแบบให้สามารถจัดเก็บได้ตั้งแต่เสื้อผ้า, รองเท้า และเครื่องประดับ บริเวณเตียงนอนได้รับการออกแบบให้ดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ผนังด้านหลังเตียงเป็นเพียงการตกแต่งนะคะ ห้องจริงจะได้เป็นผนังฉาบเรียบเท่านั้น นอกจากนี้พื้นที่รอบเตียงสามารถเดินได้โดยรอบเลยนะคะ แถมยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงอีกด้วย พื้นที่ลึกเข้าไปด้านในทางโครงการออกแบบให้เป็นห้องเก็บของนะคะ ซึ่งก็เหมาะสำหรับหนุ่มสาวที่มีของใช้เยอะ เพราะสามารถจัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เรียกว่าใช้พื้นที่คุ้มค่าจริงๆ ค่ะ มุมมองกลับลงมาจากส่วนพักผ่อนนะคะ   สำหรับห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราจะพาไปดู เป็นห้อง 1 Bedroom Type D1 ขนาด 35.00 ตร.ม. ลักษณะแปลนเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เมื่อเดินเข้าไปด้านในให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา การจัดแบ่งพื้นที่ก็เป็นสัดส่วนชัดเจน เปิดห้องเข้ามาเจอส่วนครัวก่อนเลย และมีประตูบานเลื่อนที่กั้นไว้ก่อนเข้าห้องด้านใน พื้นที่ภายในเป็นส่วนพักผ่อนอย่างห้องนอนและมุมนั่งเล่น พื้นที่ในสุดเป็นระเบียง ประตูห้องนอนจะได้แบบบานเลื่อน 3 ตอน สามารถเปิดปิดแยกส่วนจากห้องนั่งเล่นได้ ในห้องนอนมีพื้นที่วางโต๊ะ, ตู้, เตียง ได้ครบ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ในห้องนอนนะคะ ซึ่งในห้องตัวอย่างทางโครงการก็ตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้เราได้เห็นฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แต่ห้องที่ขายจริงจะเป็นห้องโล่งๆ ที่ได้เพียงผนังฉาบเรียบสีขาว กับ Fully Furnished ตามมาตรฐานที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้นค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom Type D1 ขนาด 35.00 ตร.ม. สำหรับไทป์นี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอครัวก่อนเหมือนห้องตัวอย่างที่สองเลยค่ะ โดยครัวจะเป็นแบบ One Wall-Kitchen นะคะ โดยโครงการจะเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นและไมโครเวฟมาให้แล้วด้วย ด้านบนออกแบบให้เป็นตู้ลอยแบบบานเปิดไว้สำหรับเก็บของค่ะ ซึ่งก็มีที่เก็บจานและอุปกรณ์ได้มากมาย รวมถึงการออกแบบที่สามารถยืดอุปกรณ์ออกมาใช้งานได้ด้วย พื้นที่ฝั่งตรงข้ามบริเวณข้างประตูเข้าออกจะเป็นตู้เก็บของบิลต์อินจรดเพดานเลยนะคะ ซึ่งก็มีพื้นที่ด้านข้างเหลือพอสำหรับติดราวแขวน เปิดประตูบานเลื่อนเข้ามาด้านในส่วนพักผ่อนจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนเลยนะคะ ติดกับประตูบานเลื่อนจะเป็นมุมรับประทานอาหารเล็กๆ ก่อนจะถัดเข้าไปด้านในจะเป็นส่วนนั่งเล่นที่มาพร้อมคอนโซลทีวี แถมมีระยะห่างกำลังดี สามารถวางโต๊ะกลางได้ พื้นที่ในสุดทางขวาจะเป็นมุมทำงานค่ะ พื้นที่ติดกับมุมนั่งเล่นจะเป็นห้องนอนนะคะ โดยมีประตูบานเลื่อนกั้นกลางเมื่อเลื่อนมาปิดก็จะให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวขึ้นมาทันที โซฟาจะเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นนะคะ คือนอกจากใช้นั่งพักผ่อนแล้ว ยังถูกออกแบบมาให้เก็บของได้อีกด้วย พื้นที่ต่อเนื่องจากมุมนั่งเล่นเข้าไปข้างในจะเป็นห้องนอนและห้องน้ำนะคะ ซึ่งภายในห้องโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใส ทำให้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามามากพอ ไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน บริเวณหน้าห้องน้ำจะเป็นมุมแต่งตัวนะคะ ตู้เสื้อผ้าจะบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยคะซึ่งลูกบ้านจะได้มาพร้อมกับห้องเลยค่ะ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจนนะคะ ตกแต่งห้องน้ำโทนสีสว่างให้ความรู้สึกอบอุ่น จากรูปจะเห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนเปียกนั้นยกธรณีสูงขึ้นมาหนึ่งเสต็ปนะคะเพื่อกันน้ำกระเด็นนั่นเอง พื้นที่ส่วนเปียกถูกออกแบบไว้รองรับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ เพราะทางโครงการเจาะช่องวางของไว้ให้ที่ผนังถึงสองด้าน แถมยังกรุที่นั่งอาบน้ำแบบชาวญี่ปุ่นไว้ให้แล้วเรียบร้อย พื้นที่ห้องนอนมีขนาดกว้างกำลังดีเลยนะคะ สามารถจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้สบาย โดยเหลือพื้นที่เดินได้โดยรอบด้วยค่ะ ซึ่งพื้นที่ติดกับเตียงนั้นจะเป็นระเบียงให้ออกไปสัมผัสธรรมชาติยามเช้าได้ พื้นที่ระเบียงด้านนอกค่อนข้างกว้างขวางทีเดียวค่ะ สามารถวางเครื่องซักผ้าและราวตากผ้าได้สบายๆ เพราะทางโครงการติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ที่ด้านบนเรียบร้อยแล้ว ทำให้ไม่เปลืองเนื้อที่และใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่านั่นเองค่ะ   ด้วยทำเลใกล้ MRT สายสีม่วง สถานีกระทรวงสาธารณสุข เพียง 50 เมตร ติดถนนติวานนท์ ย่านชุมชนและแหล่งงานสำคัญของเมืองไทย อีกทั้งยังรายล้อมด้วยสาธารณูปโภคครบครันทั้ง สถานศึกษาชั้นนำ, สถานพยาบาลชั้นนำ, ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และสวนสาธารณะสีเขียวขจีที่นับวันยิ่งหายากในเมืองหลวงแบบนี้ โครงการ “นิช โมโน ติวานนท์” จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพที่ถูกจับตามองมากที่สุดโครงการหนึ่ง อย่างที่แจ้งไปแล้วว่าทางโครงการจะขายห้องมาให้แบบ Fully Furnished ดังนั้นห้องพักอาศัยทุกยูนิตก็จะมี ชุดครัวที่มาพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, อ่างล้างจาน รวมถึงสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ, เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน และเครื่องปรับอากาศถึง 2 ตัว แถมยังจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางโดยมี Co-Creation Space แบบครบวงจรแห่งแรกในย่านติวานนท์ ซึ่งทางโครงการประกาศราคาเริ่มต้นมาที่ 2.4 ล้านบาท ถ้าเทียบกับคอนโดมิเนียมในย่านเดียวกันแล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจและคุ้มค่าแก่การลงทุนมากเลยนะคะ เพราะแนวโน้มในการเติบโตของทำเลค่อนข้างดีในอนาคต ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือเก็งกำไรยังไงก็คุ้มค่า
NICHE Pride Taopoon – Interchange ที่สุดของความลงตัว..กับชีวิตที่เพียบพร้อมทุกรูปแบบ

NICHE Pride Taopoon – Interchange ที่สุดของความลงตัว..กับชีวิตที่เพียบพร้อมทุกรูปแบบ

เมื่อทำเลและการเดินทางเป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมสักแห่งไว้สำหรับอยู่อาศัยหรือปล่อยเช่า “เตาปูน” ก็เป็นอีกหนึ่งทำเลศักยภาพใหม่ที่น่าสนใจนะคะ เนื่องจากอยู่ติดกับย่านบางซื่อ Hub ใหญ่ในอนาคตที่ห่างไม่ไกลจากตัวเมืองและกำลังถูกพัฒนาให้เติบโตขึ้น เต็มไปด้วยความเจริญและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงเส้นทางคมนาคมที่สามารถเข้าถึงทุกส่วนของกรุงเทพได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะการเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT จุด Interchange ทั้ง 2 สาย ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (สถานีบางซื่อ) และรถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีเตาปูน) ก็นับว่าเป็นจุดเด่นของทำเลในย่านนี้เลยล่ะ   ด้วยทำเลที่ดีเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ แน่นอนค่ะว่าต้องมีที่อยู่อาศัยแนวดิ่งอย่างคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากมาย ทั้งโครงการที่สร้างเสร็จแล้วและโครงการใหม่ที่น่าจับตาเป็นอย่างมาก “NICHE Pride Taopoon – Interchange (นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์)” ของ SENA ที่ร่วมทุนกับ Hankyu Realty ผู้นำโครงการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในญี่ปุ่น มาพัฒนาต่อยอดความสำเร็จจากโครงการแรกที่มีกระแสตอบรับดีมากๆ จนเกิดเป็นคอนโดมิเนียมหรูบนทำเลทองย่านบางซื่อ-เตาปูน อยู่ติดรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูนเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น ซึ่งเราจะพาทุกคนไปชมห้องตัวอย่างก่อนใครในวันนี้..   สำหรับโครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ (ประชาราษฎร์ สาย 2) เลยแยกเตาปูนไปทางบางโพ ซึ่งเป็นย่านอยู่อาศัยชุมชนเก่าซะส่วนใหญ่ เพราะมีความอุดมสมบูรณ์สูงทั้งตลาด, ร้านค้า, ร้านอาหาร รวมถึงบ้านเรือนและคอนโดฯ ทั้ง High Rise และ Low Rise อยู่หลายโครงการ โดยปกติราคาคอนโดฯ ในโซนนี้เริ่มสูงขึ้นและมักโฆษณาว่าอยู่ติดรถไฟฟ้า แต่ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” เป็นโครงการเดียวที่อยู่ติด MRT สถานีเตาปูน มากที่สุดในตอนนี้ค่ะ   การเดินทางของคนใช้รถยนต์ก็ถือว่าเป็นเรื่องง่ายและคล่องตัวอยู่พอตัวเลยนะคะ เพราะอย่างที่บอกไปว่าโครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ การเดินทางเข้านอกออกเมืองจึงจัดว่าสะดวกสบายเพราะสามารถเลือกใช้เส้นทางได้หลากหลาย เส้นทางหลักที่ต้องใช้คือถนนประชาราษฎร์สาย 2 ถ้าจะเข้าเมืองก็สามารถใช้ถนนประชาราษฎร์สาย 1 วิ่งไปออกสามเสนก็จะเข้าเชื่อมกับเส้นราชเทวีแล้วค่ะ จากนั้นจะไปอนุสาวรีย์ชัยฯ หรือสยามก็ไม่ใช่เรื่องยาก หรือจะเลือกใช้ถนนเตชะวณิชวิ่งมาออกถนนพระรามที่ 5 ก็ไปถึงเส้นราชเทวีได้เช่นกัน ส่วนถ้าจะเดินทางออกนอกเมืองฝั่งวงศ์สว่างก็สามารถใช้เส้นประชาราษฎร์สาย 1 ไปตัดกับถนนวงศ์สว่างได้พอดี หรือจะข้ามสะพานพระราม 7 ไปฝั่งจรัญสนิทวงศ์ก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เส้นกรุงเทพ-นนทบุรี ไปออกวงศ์สว่างได้เช่นกัน ส่วนถนนประชาชื่นจะไปตัดกับถนนรัชดาภิเษก วิ่งไปออกวิภาวดีรังสิต หรือยาวไปพระรามเก้าได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้ทางด่วนแยกประชานุกูลและทางด่วนศรีรัชวงแหวนรอบนอกในเวลาเร่งด่วนได้อีกด้วย   สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ บอกได้คำเดียวว่าสะดวกที่สุดค่ะ เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ทำให้มีรถเมล์, รถแท็กซี่ รวมถึงวินมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด จุดเด่นของโครงการคืออยู่ใกล้ MRT สถานีเตาปูน (ทางออก 4) ในระยะที่เดินเท้าได้สบายๆ ซึ่งสถานีเตาปูนเป็นสถานีอินเตอร์เช้นจ์ระหว่างสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ถ้าใครอยากจะเข้าเมืองไปช็อปปิ้งก็สามารถใช้ MRT จากสถานีเตาปูน นั่งรถไป 5 สถานีก็จะถึงสถานีพหลโยธิน ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว และยูเนี่ยนมอลล์ให้เลือกช็อปได้จุใจ หรือถ้าอยากจะใช้บริการ BTS ก็นั่ง MRT ไปลงที่สถานีจตุจักร เพื่อเชื่อมกับ BTS สถานีหมอชิต ก็ยังได้ แถมในอนาคตพื้นที่ละแวกโครงการยังมีแผนพัฒนาให้เป็นสถานีรถไฟฟ้ารูปแบบ Mixed-use Development โดยมีรถไฟฟ้าถึง 4 สายเชื่อมต่อกับสถานีกลางบางซื่อ ได้แก่ สายสีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีแดงเข้ม และสายสีแดงอ่อน อีกทั้งยังเป็นสถานีต้นทางของรถไฟฟ้าความเร็วสูง 2 เส้นทาง (กรุงเทพ-เชียงใหม่ และกรุงเทพ-หนองคาย) รวมถึงส่วนต่อขยาย Airport Rail Link 5 สถานีจากพญาไทเชื่อมต่อไปยังสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิอีกด้วย   นอกจากการพัฒนาด้านคมนาคมแล้วยังมีโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่นำมาซึ่งความเจริญมากมาย อาทิ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่, การขยายช่องทางจราจร และการก่อสร้างถนนเพิ่มเติมในอนาคต แถมยังมีโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ‘เกตเวย์ บางซื่อ’ รองรับร้านค้า และร้านอาหารมากมาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโครงการเลย เพราะอยู่ห่างจากสถานีเตาปูนเพียง 650 เมตรเท่านั้น (คาดว่าจะเปิดบริการภายในปี 2561 นี้) ถ้าศูนย์การค้าเปิดบริการเมื่อไหร่ ตัวเลือกการจับจ่ายใช้สอยก็มีเพิ่มขึ้น ยิ่งในอนาคตถ้ารถไฟฟ้าทุกสายเชื่อมต่อกันเรียบร้อยแล้ว การเดินทางไปแต่ละจุดหมายด้วยรถไฟขบวนเดียว ของลูกบ้านโครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” ก็ยิ่งสะดวกสบายมากขึ้นเท่านั้นค่ะ   วันนี้เราเริ่มต้นการเดินทางโดยใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT นั่งมาลงที่สถานีเตาปูนนะคะ ซึ่งตอนนี้รถไฟฟ้าเตาปูนได้เปิดให้เชื่อมกับสายสีน้ำเงินที่สถานีบางซื่อโดยสมบูรณ์แล้ว เราจึงจะลองพาเดินจากรถไฟฟ้าไปโครงการกันดูค่ะ ทางออกไปฝั่งเตาปูนจะต้องเดินลงบันไดเลื่อนลงไปอีกชั้นหนึ่งนะคะ ทางออกไปโครงการจะอยู่ที่ทางออก 4 (ถนนประชาราษฎร์ สาย 2) ตามป้ายเลยนะคะ เมื่อรู้ทางออกแล้วก็แตะบัตรออกไปชมโครงการกันเลย เดินลงบันไดเลื่อนจากสถานีมาก็เจอวินมอเตอร์ไซด์แล้วค่ะ แต่สำหรับโครงการที่เราจะไปวันนี้ไม่ต้องพึ่งพี่วินนะคะ เพราะเดินเท้าแค่ไม่กี่เก้าก็ถึงแล้ว ทางออกฝั่งโครงการจะอยู่บริเวณสี่แยกเตาปูนนะคะ จะเห็นว่าพื้นที่ฝั่งตรงข้ามแม้จะเป็นอาคารพาณิชย์ที่หันหน้าออกถนนใหญ่ แต่ก็มีร้านทอง ร้านขายยา ขายของ ร้านไฟฟ้า และรับซ่อมของอยู่เป็นระยะๆ บรรยากาศของอาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้ามโครงการ บรรดาอาคารตึกแถวร้านค้าโดยรอบถือว่าอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกบ้านในระยะทางเดินใกล้ๆ ได้ดีเลยนะคะ หากใครอยากจับจ่ายใช้สอยซื้อของสดก็สามารถไปตลาดเตาปูนได้ง่ายๆ ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ใช้ได้เลยทีเดียว แถมปัจจุบันยังมีคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ขึ้นมามากมาย ทำเลย่านนี้จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว กลับมาที่ฝั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีเตาปูน ทางออก 4 กันต่อดีกว่าค่ะ จากบันไดทางลงเดินถัดมาอีกนิดเดียวก็ถึงสำนักงานขายของโครงการแล้วค่ะ มาถึงโครงการแล้วค่ะ พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนของสำนักงานขายนะคะ ซึ่งก็ออกแบบให้ดูเก๋ แปลกตาไม่เหมือนใครด้วยดีไซน์สไตล์โมเดิร์นทรงกล่อง ใช้สีส้มและสีเทาเป็นสีหลัก ทางเข้า-ออกเพื่อเยี่ยมชมโครงการในตอนนี้นั้นจะใช้ถนนประชาราษฎร์สาย 2 เป็นหลักนะคะ ซึ่งเข้ามาก็จะเจอกับรปภ. และพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ เจาะลึกโครงการ โครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” เป็นคอนโด High Rise สูง 38 ชั้น จำนวน 742 ยูนิต พร้อมอาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้น 1 อาคาร รวมทั้งร้าน Mini-Mart & Coffee Cafe บนที่ดิน 3-1-64.1 ไร่ สามารถจอดรถได้ประมาณ 50% (รวมจอดซ้อนคัน) จะจอดได้ในบริเวณชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 7 ของโครงการ การออกแบบของโครงการนั้นจะเน้นการอยู่อาศัยตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ลงตัวภายใต้แนวคิด 'My Select' โดยจะมีนวัตกรรม Geo fit+ จากญี่ปุ่น ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้มาใส่ไว้ในโครงการนี้ เหมือนกับโครงการที่ผ่านมาอย่าง นิช โมโน สุขุมวิท - แบริ่ง ด้วยค่ะ การออกแบบในครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการพัฒนาทั้งห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบโจทย์มากขึ้น เพื่อความเป็นที่สุดของโครงการรหรู ซึ่งได้ A49 บริษัทออกแบบสัญชาติไทยมาเป็นผู้ดูแล โดยออกแบบให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะโดดเด่นที่สุดในย่านนี้ด้วยสไตล์โมเดิร์น โทนสีเทา ขาว และส้ม ประสานรวมกับแนวคิดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเน้นการประหยัดพลังงานด้วย Solar ที่สามารถเอามาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางเพื่อประหยัดค่าไฟได้ และยังมี Solar station ให้ลูกบ้านได้ชาร์จไฟกับรถที่ใช้ระบบเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้อีกด้วย ในส่วนของ Facility นอกจากทางโครงการจะจัดเต็มแบบต้องร้องว้าวแล้ว ยังถือว่าเป็นการสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่ให้กับวงการอสังหาฯ บ้านเราด้วยการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับความสุขของลูกบ้านถึง 30 ชั้น โดยออกแบบจากการหลอมรวมความต้องการใช้ชีวิตแบบสังคมเข้ากับความเป็นส่วนตัว สู่รูปแบบของ Facility ที่มีทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานร่วมกัน และแยกเป็นส่วนตัวที่พร้อมให้ลูกบ้านเลือกกิจกรรมกว่า 7 ไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง ทั้ง Active และ Passive ที่ให้ความสดชื่นจากการออกกำลังกายพร้อมความเพลิดเพลินกับวิวเมืองที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น Sky Fitness ห้องออกกำลังกายลอยฟ้าพร้อม Sky Garden สวนสาธารณะพร้อมวิวเมือง, Sky Infinity Edge Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือยาวเกือบ 50 เมตร, Sky Lounge, Mini-Theater, Co-Working Space, Kid Club, Yoga Room, Party Room & Recreation Game Room เป็นต้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และยังมีบริการ After Sales Services ซ่อม-เช่า-ขายต่อ ด้วยนะคะ Master Plan ของโครงการ แปลนพื้นที่ชั้นล่างสุด แบ่งออกเป็นสวนสวย, ที่จอดรถ และบริเวณล็อบบี้ แปลนของพื้นที่ชั้น 8 จะเริ่มเป็นยูนิตพักอาศัยแล้วนะคะ ซึ่งที่ชั้นนี้จะมีสวนส่วนกลางมาให้ด้วย ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Sky Lounge ที่มีอยู่ในชั้น 9, 12, 19, 23, 27, 34 และ 35 ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Mini Theater ชั้น 8 และ 11 สำหรับแปลนชั้น 9-23 จะเป็นยูนิตพักอาศัยทั้งหมดค่ะ โดยทางโครงการก็ออกแบบ Facility มาไว้รองรับลูกบ้านทุกๆ ชั้นอย่างครบครัน ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Kid Club ชั้น 13 และ 14 ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Yoga ชั้น 17 และ 18 ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Party ชั้น 21-22 และ 33 แปลนของพื้นที่ชั้น 24 นะคะ ซึ่งความพิเศษนอกจาก Facility ที่จัดเต็มแล้ว ยังมีสวนสวยให้ออกไปสัมผัสความสดชื่นอีกด้วย ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Co-Working Space ที่มีตั้งแต่ชั้น 10, 15, 16, 20, 24, 29, 30 และ 36 แปลนของพื้นที่ชั้น 25 - 37 ซึ่งจะเป็นที่อยู่อาศัยและโซน Facility เหมือนกับชั้นอื่นๆ ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง GAME ROOM ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Executive Meeting Room ชั้น 32 และ 37 แปลนของพื้นที่ชั้น 38 นะคะ ซึ่งจะรวม Facilities ส่วนกลางหลักๆ โดยจัดไว้ชั้นบนของอาคาร ต่อจากพื้นที่ส่วนกลางที่กระจายอยู่ในทุกๆ ชั้น ภาพจำลองบรรยากาศของสระว่ายน้ำลอยฟ้า Sky Infinity Edge Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือที่มีความยาวเกือบ 50 เมตร ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Sky Fitness ให้ลูกบ้านออกกำลังกายพร้อมกับชมวิวอย่างเพลิดเพลิน   เปิดห้องตัวอย่าง   ก่อนจะไปเปิดประตูห้องตัวอย่าง ขอย้อนไปจากที่บอกข้างต้นว่าโครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” เป็นการร่วมทุนระหว่าง SENA กับ Hankyu Realty ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในญี่ปุ่น ซึ่งนำนวัตกรรม Geo fit+ ที่สนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยทั้ง 4 ด้าน มาใส่ไว้ในโครงการนี้ด้วยค่ะ โดยห้องตัวอย่างมีทั้งหมด 3 แบบ คือ 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม., 1 Bedroom ขนาด 31.5 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาด 34.5 ตร.ม. โดยยึดคอนเซ็ปต์ My Select ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็น Working Zone ออกแบบมาเพื่อคนที่ชอบพื้นที่ในการสร้างสรรค์งาน หรือ Relaxing Zone ออกแบบมาให้ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการพักผ่อน หนีจากความวุ่นวายภายนอกมาชาร์จพลังแห่งความสุขได้อย่างเต็มที่   สำหรับห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมวันนี้ มีด้วยกัน 3 แบบ ทุกยูนิตขายแบบ Fully Furnished มาพร้อมวัสดุและสุขภัณฑ์คุณภาพซึ่งถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นชุดครัวพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, สุขภัณฑ์ และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ขาดก็เพียงแค่พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าและพร็อพตกแต่งเท่านั้นเองค่ะ เริ่มต้นกันด้วยห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม. กันเลยดีกว่าค่ะ ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องจัดวาง Layout ให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า ครบทุกฟังก์ชั่นจริงๆ ค่ะ ทั้งห้องนอน, ห้องน้ำ, ห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน พร้อมแบ่งมุมรับประทานอาหารไว้อีกด้วย   แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตารางเมตร ห้องนี้จะมีการแบ่งฟังก์ชั่นอย่างชัดเจน เมื่อเข้าห้องมาจะเจอห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่ติดกับมุมรับประทานอาหาร ถัดเข้าไปเป็นห้องนอนที่กั้นด้วยประตูบานเลื่อน ทางด้านซ้ายเป็นครัว ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำ จุดเด่นของห้องนี้จะเป็นห้องครัวแบบปิด สามารถประกอบอาหารได้สบาย แถมยังมีระบายอากาศได้ดีเนื่องจากจากมีระเบียงอยู่ติดกับครัวนั่นเองค่ะ ในส่วนของมุมนั่นเล่นทางโครงการจัดวางวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งไว้เป็นตัวอย่างได้กำลังดีเลยค่ะ แถมยังเหลือพื้นที่พอสำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ ด้วย บริเวณคอนโซลทีวี ทางโครงการจะบิลต์อินตู้เก็บของสูงจรดเพดานมาให้แล้วนะคะ โต๊ะรับประทานอาหารที่ถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาด เพราะสามารถพับเก็บได้ ไม่เปลืองเนื้อที่ มุมมองจากบริเวณห้องนั่งเล่นไปยังห้องนอนที่ติดกับห้องครัวนะคะ ซึ่งกั้นกลางด้วยประตูบานเลื่อน ภายในห้องนอนได้รับการออกแบบให้ดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี พื้นที่รอบเตียงสามารถเดินได้โดยรอบเลยนะคะ หากใครชอบดูทีวีก็สามารถติดตั้งที่ผนังปลายเตียงเพิ่มได้ด้วย ฟังก์ชั่นพิเศษสำหรับห้องนี้คือพื้นที่ My Select ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งเล่นเหมือนในภาพ หรือใช้เป็นมุมทำงานก็ได้ทั้งนั้นค่ะ ระยะห่างระหว่างพื้นที่ My Select กับบริเวณเตียงนอนก็กำลังดีเลยนะคะ สามารถวางโต๊ะข้างเตียงเล็กๆ เสริมเข้าไปได้สบาย ผนังฝั่งที่ติดกับประตู จะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ พื้นที่ตรงข้ามเยื้องๆ กับห้องนอนจะเป็นส่วนของห้องน้ำนั่นเองค่ะ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน พร้อมปูกระเบื้องทั้งพื้นและผนังเป็นสีขาวลายหินอ่อน ก่อนจะเพิ่มจุดเด่นให้ผนังบริเวณอาบน้ำด้วยการใช้สีกระเบื้องสีเข้ม พร้อมจัดวางสุขภัณฑ์จากส่วนแห้งเรียงเข้าไปยังส่วนเปียก จากภาพจะเห็นว่าส่วนเปียกจะมีบานกระจกกั้นพร้อมยกธรณีสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อกันน้ำกระเด็นมาส่วนแห้ง ภายในมีที่นั่งอาบน้ำ ซึ่งแบบนี้ชาวญี่ปุ่นจะชอบมาก อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์จะเป็นของ Kohler เหมือนกันเลยนะคะ ซึ่งลูกบ้านจะได้วัสดุตามนี้เลย กลับออกมาพื้นที่หน้าห้องน้ำมีชั้นวางของบิลต์อินให้สามารถตกแต่งได้ตามใจ ในส่วนของห้องครัวจะมีประตูบานเลื่อนกั้นกลางนะคะ สำหรับเคาน์เตอร์ครัวโครงการจะให้มาแบบนี้เลยนะคะ ผนังเหนือเคาน์เตอร์จะเป็นกระจกเคลือบสีดำ ข้อดีคือสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดง่ายเวลาประกอบอาหาร ทางโครงการจะเว้นช่องสำหรับวางไมโครเวฟมาให้แล้วค่ะ ติดกับเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นระเบียงนะคะ โดยมีประตูบานเลื่อนกั้นกลาง ข้อดีของระเบียงที่อยู่ติดครัวก็ช่วยระบายอากาศเวลาประกอบอาหารนั่นเองค่ะ ประตูบานเลื่อนแบบ 2 ตอน พื้นที่ระเบียงมีขนาดกะทัดรัดนะคะ ซึ่งมาพร้อมก๊อกน้ำ และติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ด้านบน   ห้องตัวอย่างถัดมาที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 32 ตร.ม. ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน สำหรับห้องนี้เปิดประตูมาจะเจอส่วนครัวก่อน ซึ่งต่อเนื่องไปนั้นจะเป็นส่วนของ Living Area ที่กว้างพอสำหรับพื้นที่ My Select ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ในส่วนของห้องนอนก็ดูกว้างขวางสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต ได้สบายๆ แถมยังมีระเบียงให้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าเมื่อตื่นนอน พร้อมห้องน้ำที่อยู่ในตัว ซึ่งก็ง่ายต่อการแต่งตัวนั่นเองค่ะ   แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 31.50 ตารางเมตร เมื่อเดินเข้ามาจะเจอกับส่วนของ Pantry ครัวก่อนเลยค่ะ ถัดไปจะเป็นส่วนของ Living Area ที่ตอบโจทย์ต่อพักผ่อนได้ดี ในส่วนของพื้นห้องปูด้วยลามิเนตลายไม้ ไฟเพดานในห้องเป็นดาวน์ไลท์ทั้งหมดค่ะ ตรงข้ามกับ Pantry ครัว ทางโครงการจะบิลต์อินตู้เก็บของสูงจรดเพดานพร้อมเว้นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้ามาให้แล้วนะคะ ชุดเคาน์เตอร์ครัว ลูกบ้านจะได้ทุกอย่างตามนี้เลยนะคะ จะเว้นก็เพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น แถมยังดีไซน์หน้าบานตู้ริมสุดให้เป็นโต๊ะกินข้าวที่สามารถพับเก็บได้ ข้อดีคือไม่เปลืองเนื้อที่นั่นเองค่ะ ครัวจะเป็นแบบ One Wall-Kitchen นะคะ โดยโครงการจะเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นมาให้แล้วด้วย มุมนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้สบายๆ ซึ่งแน่นอนว่าพื้นที่ด้านในสุดเป็นฟังก์ชั่น My Select ที่มีระยะกว้างมากพอที่จะจัดวางโต๊ะทำงานตัวยาวได้อีกด้วย ระยะห่างจากโซฟาถึงทีวีนั้นกำลังดีเลยนะคะ และยังมีพื้นที่ตรงกลางอีกเยอะเลย พื้นที่ My Select ส่วนของ Working Zone ออกแบบมาเพื่อคนที่ชอบพื้นที่ในการสร้างสรรค์งาน ซึ่งนี้จะอยู่ชิดติดหน้าต่างกระจกใสเลยทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นค่ะ มุมมองจาก Working Zone กลับไปจะเห็นว่าพื้นที่โดยรอบสามารถเดินได้อย่างสบายๆ ไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ พื้นที่ติดกับมุมนั่งเล่นจะเป็นห้องนอนนะคะ ซึ่งกั้นกลางด้วยประตูบานเลื่อน ภายในห้องนอนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่นะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้เป็นตัวอย่าง แต่ลูกบ้านสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็ยังได้ค่ะ เพราะบริเวณรอบๆ เตียงมีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงด้วย พื้นที่ปลายเตียงสามารถติดตั้งทีวีไว้ที่ผนังได้สบายๆ โดยเหลือพื้นที่ให้เดินได้โดยรอบด้วยค่ะ บริเวณเตียงนอนจะอยู่ชิดติดระเบียงนะคะเลยทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นค่ะ แถมระเบียงมีขนาดกว้างกำลังดีสามารถวางราวตากผ้าได้ด้วย ในส่วนของคอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ด้านบนเหมือนห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ กลับเข้ามาด้านใน พื้นที่ในสุดจะเป็นห้องน้ำนะคะ ผนังบริเวณหน้าห้องน้ำทางโครงการได้บิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดเพดานมาให้ด้วย เรามาดูที่ห้องน้ำกันบ้าง ภายในห้องแบ่งพื้นที่เปียกและแห้ง พร้อมกั้นประตูกระจกอาบน้ำไว้ให้เหมือนดั่งห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ พื้นที่ส่วนเปียกจะถูกกั้นด้วยธรณียกสูงหนึ่งเสต็ป เพื่อกันไม่ให้น้ำจาก Shower Area ไหลออกไปสู่พื้นที่อื่นๆ ภายในห้องน้ำ มุมมองจากหน้าห้องน้ำกลับเข้าไปในห้อง จะเห็นว่าห้องมีขนาดกำลังดีเลยนะคะ สามารถใช้งานพื้นที่ทุกส่วนได้อย่างคุ้มค่าทุกตารางเมตร   สำหรับห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราจะพาไปดู เป็นห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.5 ตร.ม. ลักษณะแปลนด้านหน้าจะเป็นห้องแคบลึก แต่เมื่อเดินเข้าไปด้านในกลับให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา การจัดแบ่งพื้นที่ก็เป็นสัดส่วนชัดเจน เปิดห้องเข้ามาเจอส่วนครัวและมุมรับประทานอาหารเลย ซึ่งสามารถจัดวางพื้นที่ดินเนอร์สำหรับ 2 คนได้สบายๆ ถัดไปนั้นเป็นมุมนั่งเล่นที่กว้างพอให้วางโซฟาตัวยาวขนาดใหญ่ได้เลย แถมยังแอบเหลือพื้นที่สำหรับ My Select ให้ปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนเล็กหรือห้องทำงานได้อีกด้วย ในส่วนของห้องนอนนั้นก็จะอยู่ตรงข้ามกับส่วนนั่งเล่นค่ะ ติดกับห้องนอนเป็นระเบียงซึ่งช่วยเปิดรับแสงสว่างได้เต็มที่ ต้องบอกว่าการจัด Space ภายในห้องทำไว้ได้ดีมาก ถึงแม้จะเป็นห้องขนาด 34.5 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วนสบายๆ กว้างขวางเหมือนดั่งขนาดห้อง 2 ห้องนอนเลยค่ะ   แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 34.50 ตารางเมตร สำหรับไทป์นี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวเหมือนกับห้องตัวอย่างที่สองเลยค่ะ เพียงแต่มีขนาดที่กว้างและใหญ่กว่า Counter ครัวจะเป็นรูปแบบตัวไอ (i) จะได้วัสดุเหมือนอย่างในห้องตัวอย่างก่อนหน้าเช่นกัน จะมีแตกต่างนิดหน่อยที่ตำแหน่งจัดวางเท่านั้นค่ะ พื้นที่ตรงข้ามครัวทางโครงการบิลต์อินตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของ พร้อมเว้นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้ามาให้แล้วค่ะ เดินเข้ามาที่โถงกลาง มุมรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่นเลยนะคะ ระยะห่างระหว่างโซฟากับคอนโซลทีวีมีระยะกำลังดีเลยนะคะ ไม่แคบและไม่กว้างจนเกินไป บริเวณคอนโซลทีวีมีขนาดกว้างพอรองรับจอขนาดใหญ่ได้เลยนะคะ พื้นที่ติดกันนั้นจะเป็นมุมรับประทานอาหารค่ะ โต๊ะรับประทานอาหารที่ถูกดีไซน์เหมือนดั่งห้องตัวอย่างที่ผ่านมา ซึ่งถ้าลูกบ้านไม่ใช้งานก็สามารถพับเก็บลงได้ ติดกับมุมนั่งเล่นจะเป็นพื้นที่ My Select ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็น Working Zone หรือ Relaxing Zone ก็สามารถเนรมิตเองได้ง่ายๆ ซึ่งทางโครงการก็เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอนมาให้ค่ะ ภายในห้องจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่นะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวาง Daybed ไว้เป็นตัวอย่าง แต่ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องนอนเล็ก โดยวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตก็ยังได้ค่ะ บริเวณรอบๆ มีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงด้วย มุมมองกลับมาที่ภายในห้องนะคะ จะเห็นว่าการจัดวาง Layout จะคล้ายๆ กับห้องตัวอย่างที่สอง เพียงแต่ห้องนี้มีขนาดใหญ่กว่า บรรยากาศภายในห้องนอน มีขนาดที่กว้างขวาง และยังมีประตูบานเลื่อนกระจกใสบานใหญ่ให้สามารถออกไประเบียงด้วยค่ะ เตียงนอนมีฟังก์ชั่นให้สามารถดึงลิ้นชักข้างเตียงมาเก็บของได้ด้วยนะคะ นอกจากโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ บริเวณรอบๆ เตียงยังมีพื้นที่เหลือให้เดินได้ แถมผนังปลายเตียงยังสามารถติดทีวีเพิ่มโดยไม่รู้สึกคับแคบด้วยค่ะ ระเบียงมีขนาดกะทัดรัด แต่สามารถวางราวตากผ้าได้สบายๆ ในส่วนของคอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ด้านบนเหมือนห้องตัวอย่างก่อนหน้าเลยนะคะ กลับเข้ามาภายในห้อง ห้องน้ำจะอยู่ติดกับตู้เสื้อผ้าเลยนะคะ ตู้เสื้อผ้าจะบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยคะซึ่งลูกบ้านจะได้มาพร้อมกับห้องเลยค่ะ มาในส่วนของห้องน้ำกันบ้าง ตรงกลางจะเป็นชุดสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือ มีกระจกเงาบานใหญ่มาให้ พื้นที่ในสุดจะเป็นส่วนเปียก ชุดตู้กระจกเงาบริเวณอ่างล้างหน้า สามารถเปิดออกมาไว้เก็บของใช้งานทั่วไปด้วยนะคะ อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์จะเป็นของ Kohler เหมือนกันกับห้องตัวอย่างก่อนหน้าเลยนะคะ ซึ่งลูกบ้านจะวัสดุตามนี้เลย ส่วนเปียกจะเป็นกระจกกั้นนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ยกธรณีสูงขึ้นประมาณนึงเพื่อกันน้ำเปียกมายังโซนแห้ง   ห้องตัวอย่างทั้งหมดของโครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” ที่เราพาไปชมในครั้งนี้ เสร็จเรียบร้อยและพร้อมเปิดให้เยี่ยมชมแล้วนะคะ ใครกำลังมองหาคอนโดแนวรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่แบบนี้ แนะนำให้ไปลองสัมผัสบรรยากาศจริงที่ sale gallery ก่อนที่ทางโครงการจะเปิดจองพร้อมกันในวันที่ 10 มีนาคม 2561 ที่จะถึงนี้ ซึ่งต้องบอกว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียวสำหรับคนที่ต้องการที่พักอาศัยในย่านบางซื่อ-เตาปูน ใกล้รถไฟฟ้าและสามารถเดินทางเข้านอกออกเมืองได้สะดวก ที่สำคัญทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน เพียงแค่ก้าวเดียวนี่นับว่าเป็นจุดแข็งที่ดึงดูดลูกค้าได้ไม่ยากเลยค่ะ   นอกจากนี้ภายในโครงการยังจัดเตรียม Facility ไว้รองรับลูกบ้านทุกๆ ชั้นอย่างหรูหราและครบครันมาก ในขณะที่พื้นที่โดยรอบก็มีความอุดมสมบูรณ์ มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อให้เลือกมากมาย แถมราคาก็ยังจับต้องได้โดยเฉลี่ยตกตารางเมตรละ 1.3 แสนบาทเท่านั้น บอกเลยค่ะไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือลงทุนก็คุ้มค่าแน่นอนค่ะ เพราะในอนาคตการขยายตัวของตัวเมือง ทำให้การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในทำเลนี้มีโอกาสที่จะเติบโตสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ ใครที่สนใจไม่ควรพลาดคอนโดมิเนียมคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึงแบบนี้เลยนะคะ     พิเศษ! สำหรับแฟนๆ ชาว Review Your Living ที่สนใจโครงการ “นิช ไพร์ด เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” สามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ ได้ที่ https://goo.gl/fpWSi5  ในราคาเริ่มต้น 3.2 ล้านบาท*
Sena Eco Town Ramindra-Wongwaen : เสนา อีโคทาวน์ รามอินทรา-วงแหวน (PREVIEW)

Sena Eco Town Ramindra-Wongwaen : เสนา อีโคทาวน์ รามอินทรา-วงแหวน (PREVIEW)

เสนา อีโคทาวน์ รามอินทรา - วงแหวน (Sena Eco Town Ramindra - Wongwaen) - คอนโด Low Rise สูง 5 ชั้น บนถนนรามอินทราใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีรามอินทรา 83 โครงการใหม่ จาก SENA Development รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,590,000 บาท . เจ้าของโครงการ    บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ลักษณะคอนโด    คอนโด Low Rise สูง 5 ชั้น จำนวน 10 อาคาร ที่จอดรถ    100% ที่ตั้งโครงการ   ถ.รามอินทรา - วงแหวน กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ    เดือน ม.ค. ปี 2562 สถานที่สำคัญใกล้เคียง ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ The Promenade รถไฟฟ้ารามอินทรา 83 โรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลนวมินทร์ Central East Ville ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน ขนาดเริ่มต้น 26.00 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก ที่จอดรถ 100 % Solar Cell ส่วนกลาง Digital Community Service Jogging Track Bike Lane 3 กิโลเมตร Pet Garden (พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง) สนามพัตต์กอล์ฟ Garden Pavilion สระว่ายน้ำยาว 25 เมตร fitness ร้านสะดวกซื้อภายในโครงการ สวนสิบไร่ (Sena Park Avenue) Shuttle car รับส่งโครงการ สถานีรถไฟฟ้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1775 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://sena.co.th/th
Niche Mono Sukhumvit-Bearing : นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง (PREVIEW)

Niche Mono Sukhumvit-Bearing : นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง (PREVIEW)

Niche Mono Sukhumvit-Bearing (นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง) คอนโดแนวคิดใหม่กับการสร้างที่อยู่อาศัยตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น ที่ร่วมทุนกันระหว่าง "SENA" กับ "Hankyu Realty" ผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันพัฒนาโครงการใหม่ ภายใต้แบรนด์ NICHE MONO พร้อมเปิดตัวคอนเซปต์ "Geo fit+" รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,300,000 บาท เจ้าของโครงการ   บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 34 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง    1,275 ยูนิต พื้นที่โครงการ    4-3-59.8 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ถนนสุขุมวิท 70 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ สถานที่สำคัญใกล้เคียง รถไฟฟ้า BTS แบริ่ง ทางด่วน บางนา - ตราด ทางด่วน บางพลี สุขสวัสดิ์ อิมพีเรียล สำโรง Mega Bangna Central บางนา เทสโก้โลตัส บิ๊กซี โรงพยาบาลสำโรง โรงพยาบาลไทยนครินทร์ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 2 โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 4 โรงพยาบาลบางนา โรงเรียนนานาชาติแอนด์ดรูว์ส โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา โรงเรียนลาซาล พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 28-31 ตารางเมตร 1 Bedroom Plus ขนาด 39 ตารางเมตร 2 Bedroom ขนาด 48 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก Infinity Edge Pool 88 M Jacuzzi Sunken Deck Fitness Room 250 Sq.m. Boxing Room Games Room Yoga Room Steam Room Sky Lounge & Co-Working Space พร้อม Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลาง Sky Relaxing Zone Amphitheatre Sky Meeting Room Double Lobby Jogging Track Tom & Toms Coffee 7-11 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1775 กด 70 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.sena.co.th/th/condominium/niche-mono-sukhumvit-Bearing
The Kith Plus Phahonyothin-Khukot – เดอะ คิทท์ พลัส พหลโยธิน-คูคต (PREVIEW)

The Kith Plus Phahonyothin-Khukot – เดอะ คิทท์ พลัส พหลโยธิน-คูคต (PREVIEW)

The Kith Plus Phahonyothin-Khukot (เดอะ คิทท์ พลัส พหลโยธิน-คูคต) - คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น คุ้มที่สุดในเส้นรถไฟฟ้าสายสีเขียว ต่อเดียวถึงใจกลางเมืองโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน โครงการใหม่ จาก SENA Development รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น   1,100,000 บาท  ราคาต่อตารางเมตร    เริ่มต้นประมาณ 39,000 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ    บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร พื้นที่โครงการ    3-2-12.6 ไร่ จำนวนห้อง   364 ยูนิต ที่จอดรถ    50% รวมจอดซ้อนคัน ที่ตั้งโครงการ   ถ.ลำลูกกา 11 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี คาดว่าจะแล้วเสร็จ    ประมาณ ต.ค. ปี 2561 สถานที่สำคัญใกล้เคียง เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ม.รังสิต สนามบินดอนเมือง ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 28.00 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก Panoramic View Fitness Jogging Track ริมน้ำ ศาลาพักผ่อน Pavilion พร้อม Wifi ที่ส่วนกลาง สนามเด็กเล่น Shuttle Car รับ-ส่งสถานีคูคต ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1775 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.sena.co.th/th/condominium/thekith-plus-phahonyothin-Khukot
Niche id @ Pakkrat Station – นิช ไอดี ปากเกร็ด สเตชั่น (PREVIEW)

Niche id @ Pakkrat Station – นิช ไอดี ปากเกร็ด สเตชั่น (PREVIEW)

Niche id @ Pakkret Station คอนโด High Rise 35 ชั้น ฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย เปิดรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเดินทางสะดวกบนทำเลที่คุ้นเคย ใกล้สถานีรถไฟฟ้าปากเกร็ด รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,2oo,000 บาท* (ราคาพรีเซล) ราคาต่อตารางเมตร    ประมาณ 52,000 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ   บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) ลักษณะคอนโด    High Rise ความสูง 35 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ   305 ตารางวา จำนวนห้อง     864 ยูนิต ที่ตั้งโครงการ    ถนนติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สถานที่สำคัญใกล้เคียง โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี ห้าแยกปากเกร็ด บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาแจ้งวัฒนะ อาคารจัสมิน ทาวน์เวอร์ อาคารซอฟแวร์ปาร์ค เมืองทองธานี ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนา่ด 25.25-34.00 ตร.ม. 2 Bedrooms ขนาด 51.00-56.00 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก Cool Lobby  เพื่อการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง Meeting Room  เพื่อการพูดคุยในทุกธุรกิจ Sport Area  สำหรับการออกกำลังกายกลางแจ้ง รับลมเย็น Chill Pool  สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่มาพร้อมสระเด็ก GYM  เพื่อการออกกำลังกายแบบ Fit & Firm กับเครื่องมาตรฐาน Solar Pavillion  พักผ่อนชาร์จแบตมือถือได้ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ Co-Working Space  ให้ไอเดียและการพบปะดีดีเกิดขึ้นที่นี่ Free Wifi Sky Garden  ขยับขึ้นมาพักผ่อนพร้อมชมวิวเมืองแบบเต็มตา Triple Security  กับความปลอดภัย 3 ระดับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1775 กด 33 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.sena.co.th/th/condominium/niche-id-pakkret-station
The Niche ID Sukhumvit 113 เดอะ นิช ไอดี สุขุมวิท 113(PREVIEW)

The Niche ID Sukhumvit 113 เดอะ นิช ไอดี สุขุมวิท 113(PREVIEW)

The Niche ID Sukhumvit 113 คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ในซอยสุขุมวิท 113 BTS อินเตอร์เชนจ์ สำโรง เพียง 400 เมตร โครงการใหม่จาก เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น     รอข้อมูลจากโครงการ เจ้าของโครงการ    บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวนห้อง    366 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร C 181 ยูนิต, อาคาร D 185 ยูนิต พื้นที่โครงการ    2 - 2 - 10 ไร่ ที่จอดรถ    113 คัน คิดเป็น 30.87% (รวมซ้อนคัน) และที่จอดมอเตอร์ไซต์ 38 คัน ที่ตั้งโครงการ    ถนนสุขุมวิท 113 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เริ่มก่อสร้าง    ปี 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    เดือนมีนาคม ปี 2561 ค่าส่วนกลาง    42 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    500 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง Imperial World Samrong Bangkok Mall Central City บางนา โรงเรียนนานาชาติ Berkeley โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา โรงเรียนลาซาล โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ โรงเรียนเซนต์โยเซฟทิพวัล โรงเรียนอัสสัมชัญ สมุทรปราการ รพ.สำโรงการแพทย์ รพ.เมืองสมุทร ปู่เจ้าสมิงพราย รพ.กล้วยน้ำไท 1 ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำสระผู้ใหญ่ สระเด็กยาว  14.20 ม. Sky Garden พื้นที่สังสรรค์ ฟิตเนส Lobby ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วงกลางวันสำหรับส่วนกลาง กล้องวงจรปิด ร.ป.ภ. 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1775 กด 37 หรือ 083-988-2178 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : sena.co.th/register/niche-id-sukhumvit113 ลงทะเบียนรับสิทธิ์พิเศษก่อนใครที่นี่
The Kith Lite บางกะดี-ติวานนท์ เฟส 2 (PREVIEW)

The Kith Lite บางกะดี-ติวานนท์ เฟส 2 (PREVIEW)

The Kith Lite บางกะดี-ติวานนท์ เฟส 2 คอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น จำนวน 2 เฟส เฟสละ 2 อาคาร รวม 4 อาคาร บนถนนติวานนท์ ใกล้สวนอุตสาหกรรมบางกะดี เดินทางสะดวกสบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน จาก SENA Development รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    799,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 7 ชั้น 4 อาคาร จำนวนห้อง    696 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด   8 - 1 - 24.9 ไร่ ที่ตั้งโครงการ    ถนนติวานนท์ ต.บางกะดี อ.เมือง ปทุมธานี คาดว่าจะแล้วเสร็จ    เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2560 ค่าส่วนกลาง    38 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    500 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง สวนอุตสาหกรรมบางกะดี 600 เมตร ตลาดน้ำวัดมะขาม 3 กิโลเมตร ทางด่วนอุดรรัถยา 3.4 กิโลเมตร มหาวิทยาลัยปทุมธานี 3.2 กิโลเมตร Riverdale golf club  1.3 กิโลเมตร ตลาดพูนทรัพย์ 2 กิโลเมตร ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 28 ตร.ม. Type A 1 ห้องนอน ขนาด 36 ตร.ม. Type B สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย สวนรอบโครงการ และ Solar Bench Free wifi 1 ปี* ที่จอดรถยนต์และจักรยานยนต์ รปภ. ตลอด 24 ชม. CCTV Keycard สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  1775 กด 27 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  www.sena.co.th/register/thekith-lite-bangkadi-tiwanon
SENA Park Ville รามอินทรา-วงแหวน (PREVIEW)

SENA Park Ville รามอินทรา-วงแหวน (PREVIEW)

SENA Park Ville รามอินทรา-วงแหวน บ้านเดี่ยว และบ้านแนวคิดใหม่ ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Solar Smart Village” โดยนำพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่ใช้ไม่มีวันหมด และเป็นโครงการแรกที่นำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใช้ที่ส่วนกลางของโครงการ ช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายและยังรักษ์โลก ลดร้อน ไปด้วยกัน จาก SENA Development       รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น    4,490,000 บาท เจ้าของโครงการ   SENA Development PLC. ลักษณะโครงการ    บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 218 ยูนิต พื้นที่โครงการ    38 - 2 - 92.5 ไร่ ที่ตั้งโครงการ     ถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก (เชื่อมตรงจากถนนรามอินทรา กม.9) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ เริ่มก่อสร้าง    เดือนมิถุนายน 2558   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   ถนนวงแหวนตะวันออก (บางนา-บางปะอิน) รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานี 24 รามอินทรา 83 โรงพยาบาลสินแพทย์ The Promenade สนามกอล์ฟปัญญา Fashion Island โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี Amorini Makro รามอินทรา สวนสยาม Lotus สุขาภิบาล 1 โรงเรียนบดินทร์เดชา 2 ซาฟารีเวิล์ด แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย   Origin Type พื้นที่ใช้สอย 157 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน Ozone Type พื้นที่ใช้สอย 135 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แบบบ้าน Origin Type พื้นที่ใช้สอย 157 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แบบบ้าน Ozone Type พื้นที่ใช้สอย 135 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน   สิ่งอำนวยความสะดวก   พื้นที่ส่วนกลางติดตั้ง Solar Roof เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในส่วนกลาง ช่วยคุณประหยัดประมาณ 40%* พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Tripple Security ติดแผง Solar จาก First Solar ซึ่งนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ผู้ผลิตแผง Solar อันดับสองของโลก Club House สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ สวนสาธารณะ พร้อมเครื่องเล่น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  1775 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :   www.sena.co.th
SENA Ville รามอินทรา (PREVIEW)

SENA Ville รามอินทรา (PREVIEW)

SENA Ville รามอินทรา โครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น รองรับการขยายครอบครัว ในสังคมคุณภาพ ใกล้รถไฟฟ้า และห้างแฟชั่นฯ ตอบสนองทุกความต้องการ ด้วยดีไซน์ พื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ให้ความเป็นส่วนตัวที่รอคุณมาพบเพียง 28 หลัง จาก SENA Development     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น    4,600,000 บาท เจ้าของโครงการ   SENA Development PLC. ลักษณะโครงการ    บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 28 ยูนิต ที่ตั้งโครงการ     ซอยคู้บอน 27 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   ถนนวงแหวนตะวันออก (บางนา-บางปะอิน) 2.2  กม. รถไฟฟ้าสายสีชมพู (ในอนาคต) สถานี 23 รามอินทรา กม.8  4.1  กม. โรงพยาบาลสินแพทย์ 4.8  กม. The Promanade และทางด่วนฉลองรัช  6.4  กม. ปัญญารามอินทรากอล์ฟคลับ  6.5  กม. Fashion Island   6.7  กม. โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี  7.9  กม. Amorini   8.0  กม. โรงเรียนสาธิตพัฒนา  9.1  กม. แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย   Type J พื้นที่ใช้สอย 162 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 52-74 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน Type D พื้นที่ใช้สอย 180 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 65-113 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แบบบ้าน Type J พื้นที่ใช้สอย 162 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 52-74 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แบบบ้าน Type D พื้นที่ใช้สอย 180 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 65-113 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวก   ระบบสัญญาณเตือนภัยแบบ Sleepless Security รักษาความปลอดภัยด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV) การตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมงจากเจ้าหน้าที่ รปภ. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  1775 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :   www.sena.co.th
SENA Ville บรมราชชนนี-สาย 5 (ศาลายา) (PREVIEW)

SENA Ville บรมราชชนนี-สาย 5 (ศาลายา) (PREVIEW)

SENA Ville บรมราชชนนี-สาย 5 โครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนทำเลที่ตั้งหลังเซ็นทรัล ศาลายา ใกล้มหาวิทยาลัยมหิดล ดีไซน์แบบบ้านและพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว พัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด “Solar Smart Village” นำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใช้ภายในโครงการ ช่วยคุณประหยัดค่าส่วนกลางและยังรักษ์โลกไปพร้อมกัน โครงการใหม่จาก SENA Development     รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    4 ล้านกว่าบาท เจ้าของโครงการ   SENA Development PLC. ลักษณะโครงการ    บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ตั้งโครงการ     ซอยบางเตย 5 ถนนบรมราชชนนี ต.บางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   เซ็นทรัล ศาลายา ร.พ.พุทธมณฑล เทสโก้ โลตัส ศาลายา มหาวิทยาลัยมหิดล สถานีรถไฟศาลายา พุทธมณฑล พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ตลาดน้ำดอนหวาย รถไฟฟ้าศาลายา วัดไร่ขิง แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย   Ozone Type พื้นที่ใช้สอย 135 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 40-48 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน Origin Type พื้นที่ใช้สอย 157 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 40-84 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แบบบ้าน Ozone Type พื้นที่ใช้สอย 135 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 40-48 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แบบบ้าน Origin Type พื้นที่ใช้สอย 157 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 40-84 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่ส่วนกลางติดตั้ง Solar Roof เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในส่วนกลาง ช่วยคุณประหยัดประมาณ 40%* อาคารคลับเฮ้าส์ภายในโครงการสำหรับการพักผ่อน สระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์ Jogging Track Bike Lane พื้นที่จอดและเก็บรักษาจักรยานด้านหน้าโครงการ รถ Shuttle Van รับ-ส่ง ภายในโครงการและเซ็นทรัล ศาลายา ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน แจ้งเตือนสู่โทรศัพท์มือถือของท่านทันทีที่มีเหตุการณ์ผิดปกติ (HOME SMART SECURITY) ระบบกล้องวงจรปิดภายในพื้นที่โครงการ (CCTV) เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ดูแลตรวจตราความเรียบร้อยภายในโครงการตลอด 24 ช.ม. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  1775 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :   www.sena.co.th
S Ville รังสิต-ลำลูกกา (Preview)

S Ville รังสิต-ลำลูกกา (Preview)

S-ville Rungsit - Lamlukka Modify for Your Style บ้านซีรี่ส์ใหม่ สไตล์โมเดิร์น พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด The Most Perfect Security Home คือเป็นความทันสมัย เทรนดี้ เอกสิทธิ์พิเศษ เพียง 40 หลัง     รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น  เริ่มต้น 3.054 ล้านบาทหรือ 69,400 บาท/ตร.วา เจ้าของโครงการ  บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ   บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม ที่ตั้งโครงการ  อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี เนื้อที่โครงการ  ประมาณ 42 ไร่ สถานที่สำคัญใกล้เคียง Tesco Lotus สวนสนุก Dream World โรงเรียนนานาชาติสยาม โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ตลาดน้ำเมืองรังสิต โรงพยาบาลเอกปทุม ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต สนามบินดอนเมือง แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย บ้านแฝด SV1/ New Series J ที่ดิน 38-44 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 162 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ บ้านแฝด SV2/ New Series FF ที่ดิน 38-44 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 162-198 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ บ้านเดี่ยว SV2/ New Series FS ที่ดิน 72-81 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 162-198 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวก สวนสาธารณะ CCTV รปภ. 24 ชม. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1775 ต่อ 12 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  http://www.sena.co.th/th/singlehouse/sville-rungsit-lamlukka
The Kith Lite บางกะดี-ติวานนท์ (PREVIEW)

The Kith Lite บางกะดี-ติวานนท์ (PREVIEW)

The Kith Lite บางกะดี-ติวานนท์ คอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น โครงการใหม่จาก เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ติดถนนใหญ่ติวานนท์ ใกล้สวนอุตสาหกรรมบางกะดี รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น   700,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร  ประมาณ 25,000 บาท เจ้าของโครงการ  บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด  Low Rise สูง 7 ชั้น 2 อาคาร เนื้อที่ทั้งหมด   4 ไร่ ที่จอดรถทั้งหมด  ประมาณ 60% ที่ตั้งโครงการ  ถนนติวานนท์ ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี ค่าบำรุงส่วนกลาง  35 บาท/ตารางเมตร ปีที่สร้างเสร็จ  ปี 2558 ห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น G มี 24 ยูนิต ชั้น 2-7 จะมี 25 ยูนิตต่อชั้น อาคาร B แปลนอาคารจะคล้ายๆ กับอาคาร A นะครับ ชั้น G มี 24 ยูนิต ตั้งแต่ชั้น 2-7 จะมี 25 ยูนิตต่อชั้น สถานที่สำคัญใกล้เคียง สวนอุตสาหกรรมบางกะดี 600 เมตร ตลาดน้ำวัดมะขาม 3 กิโลเมตร ทางด่วนอุดรรัถยา 3.4 กิโลเมตร มหาวิทยาลัยปทุมธานี 3.2 กิโลเมตร Riverdale golf club  1.3 กิโลเมตร ตลาดพูนทรัพย์ 2 กิโลเมตร ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 28.30 - 36.30 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็ก/ผู้ใหญ่ ฟิตเนส – ห้องออกกำลังกายภายในคลับเฮ้าส์ สวนบนพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ พร้อมลานสันทนาการ ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยคีย์การ์ด แยกตัวอาคาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ช.ม. ลิฟท์โดยสารจำนวน 2 ตัว/อาคาร พื้นที่จอดรถยนต์และจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  1775 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  www.sena.co.th