Promotion:

ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท

ลงทะเบียน

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ  Niche MONO Mega Space Bangna (นิช โมโน เมกะ สเปซ บางนา)

เจ้าของโครงการ เสนา ฮันคิว

ที่ตั้งโครงการ ถ.บางนา-ตราด กม.6 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

พื้นที่โครงการ  3-3-56.07  ไร่

ลักษณะโครงการ High Rise

จำนวนอาคาร 1 อาคาร

จำนวนชั้น 41 ชั้น

จำนวนยูนิต 795 ยูนิต พร้อมอาคารเพื่อการพาณิชย์

ขนาดห้อง

1 Bedroom  30.00 ตร.ม. จำนวน 360 ยูนิต

1 Bedroom Plus 34.90 ตร.ม. จำนวน 301 ยูนิต

2 Bedroom 50.00 ตร.ม. จำนวน 134 ยูนิต

เฟอร์นิเจอร์ Fully Furnished

ที่จอดรถ 70% (รวมซ้อนคัน)

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Garden Lobby, Green Park Co-Working Space, Co-Meeting, Chill-Out Terrace, Washing Machine Area, Convenience Store, Bike Lane, Sky Infinity Edge Pool, Sky Fitness, Greenery Area, Sliding Hill, Playground, Sunrise & Sunset Court, Moon Terrace, Reading Lounge, Sky Lounge, Cinema Space, Co-Party & Co-Kitchen

ปีที่สร้างเสร็จ Q 2 ปี 2564

ราคาเริ่มต้น  2.2 ล้านบาท

ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 83,000 บาท/ตร.ม.

เงินจอง 1 Bedroom 10,000 บาท 2 Bedroom 20,000 บาท

ทำสัญญา 1 Bedroom 20,000 บาท 2 Bedroom 30,000 บาท

ค่าส่วนกลาง ปีแรก 50 บาท/ตร.ม./เดือน (จัดเก็บล่วงหน้า 1 ปี)

จุดเด่นโครงการ DOUBLE Space, TRIPLE Facilities พื้นที่ภายในยูนิตกว้างขวาง พื้นที่ส่วนกลางให้ถึง 3 ชั้น Good Sleep Concept ออกแบบภายในห้องนอนช่วยให้นอนหลับสบายมากกว่าเดิม    

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางนา, รถไฟฟ้าสายสีเหลือง, รถไฟฟ้า Light Rail สายบางนา-สุวรรณภูมิ

สถานที่ใกล้เคีย รพ.ศิครินทร์, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนาเยนเนอรัล, รพ.สมิติเวชลาซาล, เซ็นทรัล บางนา, เมกา บางนา, ซีคอนสแควร์, พาราไดซ์ปาร์ค, ไบเทคบางนา, บางกอกมอลล์, ร.ร.บางกอกพัฒนา, ร.ร.เซนต์โยเซฟบางนา, ร.ร.เซนต์แอนดรูว์

 

ติดต่อโครงการ

ถ.บางนา-ตราด กม.6 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ


Niche MONO Mega Space Bangna ทุกพื้นที่สำหรับคุณ

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปโซนบางนากันค่ะ ความน่าสนใจอยู่ตรงที่เป็นแหล่งเกิดโครงการระดับ Mega Project มากมาย ทั้งในปัจจุบันที่เกิดขึ้นแล้วและในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าหรือการคมนาคม เพราะฉะนั้นจึงสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงต่อไปในอนาคต ซึ่งโครงการที่เราจะไปชมกันในวันนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้ตัวทำเลที่ตั้งค่ะ เพราะการให้ความสำคัญในทุกพื้นที่ภายในโครงการ ทำให้เกิดความสุขในการใช้ชีวิต เป็นความคิดสไตล์ Made from Her จาก SENA ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีค่ะ


ทำเลศูนย์กลางของโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก
พูดถึงกรุงเทพฯ โซนตะวันออกต่อไปถึงสมุทรปราการในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ เราจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ สิ่ง อย่างต่อเนื่องเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นถนนเส้นตัดใหม่ สร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ ที่อยู่อาศัยใหม่หลายโครงการ ศูนย์การค้าระดับยักษ์ใหญ่ และคอมมูลนิตี้มอลล์แห่งใหม่ก็ไม่น้อยอีกเช่นกัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความเติบโตของเมืองหลวงที่ขยายออกไปมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งโซนนี้ก็ถือว่าเป็นจุดที่สามารถเชื่อมต่อไปยังภาคตะวันออกได้ง่ายที่สุด รองรับการขยายตัวของเขต EEC ที่จะต้องอาศัยการเดินทางของโซนนี้เชื่อมต่อไปได้อย่างสะดวกรวดเร็วที่สุด    

 

เมื่อเอ่ยถึงโครงการระดับ Mega Project ในโซนนี้ก็มีทั้งที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังเกิดขึ้นในอนาคตค่ะ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายปี 2554 ในบ้านเราฮือฮากันมากกับ IKEA ศูนย์การค้าเฟอร์นิเจอร์จากสวีเดนที่ลัดฟ้ามาเปิดให้บริการในพื้นที่เดียวกันกับ Mega Bangna ที่เปิดตัวตามมาในเดือน พ.ค. 2555 เรียกได้ว่าเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เข้ามาพลิกโฉมย่านบางนาให้คึกคักมากจนถึงขั้นชาวจังหวัดชลบุรีรวมถึงชาวต่างชาติก็ชอบขับรถมาช้อปปิ้งที่นี่กันอยู่ตลอดจนถึงทุกวันนี้ค่ะ ส่วนเซ็นทรัล บางนา ก็ยังมีการรีโนเวทใหม่ เรียกคนให้กลับมาเดินมากขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกันฝั่งตรงข้ามอย่างไบเทคบางนาก็ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเดินงาน Exhibition ที่หมุนเวียนเปลี่ยนกันมาจัดงานกันทั้งปี นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกนะคะ อย่าง รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนาเยนเนอรัล, รพ.สมิติเวชลาซาล, รพ.ศิครินทร์, ร.ร.บางกอกพัฒนา, ร.ร.เซนต์โยเซฟบางนา, ร.ร.เซนต์แอนดรูว์ ฯลฯ ในอนาคตสิ่งสำคัญที่น่าจับตามองมากนั่นคือ Bangkok Mall ที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วค่ะ บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ใกล้สี่แยกบางนา ริมถ.ถ.บางนา-ตราดขาออก โดยเมื่อเสร็จสมบูรณ์ก็จะกลายศูนย์การค้าระดับเอเชีย

 

Niche MONO Mega Space Bangna ตั้งอยู่ริมถ.บางนา-ตราดขาเข้า ซึ่งหากเลยเมกาบางนามาก็จะพบว่าโครงการอยู่ติดกับโชว์รูมโตโยต้าที่มีสตาร์บัคอยู่ด้านหน้าด้วยนะคะ โดยบริเวณนี้ยังมีอาคารสูงไม่มาก ทำให้ได้วิวรอบๆ ที่ดูแล้วไม่อึดอัดเท่าอยู่กลางเมือง แต่ยังคงเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายๆ เลยค่ะ เพียงแค่ตรงไปตามถ.บางนา-ตราด ฝั่งหน้าโครงการผ่านไบเทคบางนาก็จะสามารถไปเชื่อมต่อขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครได้ ขณะเดียวกันก็อยู่ห่างจากถ.กาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก ประมาณ 3 กิโลเมตร หากจะไปภาคตะวันออกก็สามารถขึ้นทางพิเศษบูรพาวิถี ใช้เวลาไม่นานก็ถึงชลบุรีแล้วค่ะ ส่วนระบบขนส่งสาธารณะในปัจจุบันก็สามารถใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางนา อนาคตกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง สถานีบางนาตราด กม.6 อยู่ช่วงถ.บางนา-ตราด ตัดกับถ.ศรีนครินทร์ เป็นสถานีที่อยู่ใกล้โครงการมากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2564 และ Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ ที่มีการศึกษาเส้นทางกันแล้วเรียบร้อย หากก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะผ่านหน้าโครงการพอดีเลยค่ะ โดยจะเริ่มต้นสายมาจากสี่แยกบางนา ซึ่งจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปัจจุบัน ตรงยาวบนถ.บางนา-ตราด เมื่อเลยถ.กิ่งแก้ว แล้วก็จะเลี้ยวซ้ายเข้าถึงสนามบินสุวรรณภูมิทางฝั่งใต้               

 

ภาพรวมโครงการ

Niche MONO Mega Space Bangna คอนโดมิเนียม High Rise 40 ชั้น พร้อมส่วนกลางบนชั้นดาดฟ้า 795 ยูนิต ขนาด 30.00-50.00 ตร.ม. ที่จอดรถมากถึง 70% บนพื้นที่ 3-3-46.6 ไร่ เป็นโครงการที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นภายในห้องที่มีขนาดเริ่มต้นถึง 30.00 ตร.ม. ซึ่งเมื่อมองขนาดยูนิตในคอนโดมิเนียมยุคหลังมานี้ก็จะเห็นว่าส่วนมากมีขนาดเริ่มต้นกันประมาณ 22-25 ตร.ม. ขณะที่ยูนิตขนาด 30.00 ตร.ม. กลายเป็นขนาดกลางๆ ของโครงการไปแล้วค่ะ     

 

Made from Her คอนเซปอันเป็นเอกลักษณ์จากเสนา โดยในโครงการนี้จะนำมาประยุกต์ใช้ทั้ง 4 แกนด้วยกันค่ะ ได้แก่

Her Circle : ปันสุข พื้นที่ส่วนกลางสไตล์ Urban Courtyard สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ทั้ง TRIPLE Facilities   

Her Self : มั่นใจ บริการหลังการขายครบวงจรด้วยบริการจาก Application SENA 360 Service เช่น แจ้งซ่อม 24 ชม.  บริการรับฝากขาย-เช่า ดูการทำงานจากโซล่าเซลล์ เป็นต้น มั่นใจทุกการออกแบบที่สอดคล้องกับแนวคิด Good Sleep Concept

Her Security : อุ่นใจ ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. แถมยังมีรปภ. หญิง บนอาคารอีกด้วย ที่สำคัญที่จอดรถยังมีถึง 70% มากที่สุดในย่านนี้ แยกโซน Lady Parking ระบบ Elevator Access Control และได้ Digital Door Lock ทุกยูนิต มี CCTV controlled by Securities 24 hrs ปลอดภัยด้วยระบบป้อมยาม+ไม้กระดกที่เปิดด้วยระบบ Bluetooth และระบบ QR Code สำหรับ Visitor   

Her Comfort : สบายใจ เดินทางไปสู่ทุกจุดหมายได้ใกล้กว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน รถไฟฟ้า และ Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ 

 

DOUBLE Space, TRIPLE Facilities พื้นที่มากกว่าทั้งในยูนิตและส่วนกลาง

 

TRIPLE Facilities สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่แบ่งออกเป็น 3 ชั้น เน้นการออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ผสมผสานความเป็น  Social Community + Activity เข้าด้วยกัน ขยายฟังก์ชั่น Double Space ของพื้นที่ภายในห้องให้ออกมาโลดเล่นใน facilities เพื่อเกิดความสอดคล้องในการใช้ชีวิตแบบคนรุ่นใหม่บนพื้นที่สำหรับทุกคนใน Niche MONO Mega Space Bangna โดยแบ่งได้ดังนี้

ชั้น 1 Socialize Zone – Lobby, Garden Lobby, Green Park Co-Working Space, Co-Meeting, Chill Out Terrace, Washing Machine Area, Convenience Store, Bike Lane ที่เน้นให้มีพื้นที่กว้างๆ จะเปลี่ยนบรรยากาศทำงานหรือนั่งเล่นก็ได้สบายๆ ให้ความรู้สึกเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอกอาคาร 

 

ชั้น 9  Active Zone – Sky Infinity Edge Pool,  Sky Fitness, Greenery Area, Sliding Hill, Kid Adventure จะว่ายน้ำหรือเข้าฟิตเนสก็จะได้วิวโล่งๆ ไร้อาคารบดบัง 

 

Rooftop Private Zone – Sunrise & Sunset Court, Moon Terrace, Reading Lounge, Sky Lounge, Cinema Space, Co-Party & Co-Kitchen หลายห้อง หลายมุม สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ได้ครบครัน 

 

หากการนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด Good Sleep Concept ก็ถูกออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ

 

ความพิเศษที่เกิดจากความใส่ใจแม้กระทั่งดีเทลเล็กๆ ของการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Made from Her ของเสนาในโครงการนี้ คือการสร้างภายในยูนิตแบบ Good Sleep Concept โดยการตั้งใจออกแบบพื้นที่ห้องนอนให้กว้างกว่าห้องนั่งเล่น วางเตียงนอนในระยะที่เหมาะสมกับหน้างต่าง เพื่อลดมลภาวะทางเสียงจากภายนอก หัวเตียงวางแนวลาดเอียงเล็กน้อยเผื่อการนั่งเอนหลังอ่านหนังสือเล่นบนเตียง พร้อมกับช่องเก็บหนังสือใต้หัวเตียง แล้วติดตั้งระบบแสงสว่างด้วยเทคโนโลยี Master Switch ที่ทางออกห้อง เพื่อให้มั่นใจในการปิดไฟทั้งหมดแล้ว และ Dimmer Light สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย มีกรอบผ้าม่านที่ช่วยให้สามารถปิดได้ครอบคลุมทั้งหน้าต่างไม่ให้แสงเล็ดลอดเข้ามาได้ เพื่อให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ที่สุด ทุกสิ่งผ่านกระบวนการคิดจนเกิดเป็นความสุขเล็กๆ ในพื้นที่ส่วนตัว เพราะความเชื่อที่ว่าการนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปชมในห้องตัวอย่างกันต่อค่ะ

 

Floor Plan

สำหรับตัวอาคารของ Niche MONO Mega Space Bangna จะวางคล้ายรูปตัว Z ค่ะ ลักษณะที่ดินหน้ากว้างพอสมควรที่เดียวค่ะสำหรับริมถนนใหญ่อย่างถนนบางนา-ตราด วางยูนิตแบบ Double Corridor แยกอาคารจอดรถจากตัวอาคารที่พักอาศัย ซึ่งอยู่ใกล้กันทางทิศเหนือ แต่มีทางเชื่อมต่อกันได้สะดวกค่ะ ชั้นพักอาศัยเริ่มที่ชั้น7 (Single Corridor ชั้น7-8) สามารถเห็นวิวฝั่ง Mega Bangna ส่วนชั้น9 (Double Corridor) จะเชื่อมต่อกับFacilities

 

ทางเข้า-ออกมีทางเดียวค่ะ หน้าโครงการหันทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ล้อมรอบอาคารไว้ด้วยถนนและพื้นที่สีเขียวเต็มพื้นที่ ภายในตัวอาคารมีทั้งล็อบบี้และส่วนกลางให้ใช้งานได้จริงค่ะ ทั้ง Co-Working Space, Co-Meeting, Chill Out Terrace ฯลฯ 

 

ชั้นพักอาศัยเริ่มที่ 7 (Single Corridor ชั้น 7-8) ส่วนชั้น 9 เป็น Facilities ที่มีทางเชื่อมต่อกับส่วนยูนิตพักอาศัยค่ะ ซึ่งจะมีทางเดินเชื่อมต่อเข้ากับ Facility หลักของโครงการ ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามเด็กเล่น รวมถึงลานสนามหญ้าแบบ slope ให้ความรู้สึกเหมือนได้มานั่งเล่นบนเนินเขาเล็กๆ ชมวิวของ Lake side villa

 

ลิท์โดยสาร 4 ตัว ลิฟท์บริการ 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยวางให้อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ(ด้านล่างของภาพ) จะได้วิวในเมือง และฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้จะได้วิวไปทางเมกาบางนา

 

ชมห้องตัวอย่าง

สำหรับ Niche MONO Mega Space Bangna จะมียูนิตแปลนมาให้เลือก 3 Type ตามห้องตัวอย่างเลยค่ะ โดยทุกยูนิตจะได้เฟอร์นิเจอร์ฟังก์ชั่นเก๋ๆ มาครบครันแบบ Fully Furnished ของจริงไม่มีกั๊ก ได้แก่ ตู้ Built in สำหรับเก็บของ ตู้เสื้อผ้า โซฟา เคาน์เตอร์ทีวี เตียง(ไม่รวมฟูก) โต๊ะ-เก้าอี้ทานข้าว โต๊ะอเนกประสงค์ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดพร้อมฉากกระจก ครัวพร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และเครื่องปรับอากาศ   

 

ตัวโครงการจะอยู่ติดกับโชว์รูมโตโยต้า แอท ยูไนเต็ด บางนา เลยค่ะ ซึ่งสังเกตง่ายๆ ตรงที่มีสตาร์บัค Drive Thru อยู่ด้วย

 

Type A 30 ตร.ม.

1 Bedroom ขนาดเริ่มต้นของโครงการที่ไม่ได้เล็กเลยนะคะสำหรับคอนโดฯ สมัยใหม่ ซึ่งห้องนี้จะวางห้องนั่งเล่นไว้เป็นลำดับแรก ลึกเข้าไปเป็นห้องนอน แบ่งฟังก์ชั่นอีกฝั่งเป็นห้องน้ำ ห้องครัวปิดและระเบียงค่ะ ทุกยูนิต Floor To Ceiling 2.7 เมตร พื้นปูด้วยลามิเนต หนา 8 มม. ใช้ไฟ Downlight ส่วนห้องน้ำกับห้องครัวจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ สำหรับห้องนี้เหมาะสำหรับอยู่ 1-2 คนค่ะ ยิ่งหากชอบทำครัวด้วยก็เหมาะเลย เพราะได้ห้องครัวปิดติดกับระเบียง ก็ยิ่งช่วยระบายกลิ่นได้ดีค่ะ

 

เริ่มจากห้องนั่งเล่นค่ะ

 

พื้นที่ระหว่างโซฟากับเคาน์เตอร์ทีวี เราสามารถหาโต๊ะกลางมาวางเพิ่มได้นะคะ

 

โซฟาแอบมีช่องเก็บของเล็กๆ เอาไว้ให้ด้วยนะคะ เหมาะกับการเก็บรีโมททีวีที่เราๆ ชอบวางทิ้งไว้แล้วลืมทุกที

 

เครื่องปรับอากาศสำหรับ Type 1 Bedroom จะได้ทั้งหมด 2 เครื่อง ใช้แบรนด์ Panasonic

 

ข้างเคาน์เตอร์ทีวีมี Built in ตู้เก็บของมาให้ด้วยนะคะ ภายในแบ่งฟังก์ชั่นเก็บของเอาไว้ดีทีเดียวค่ะ ทั้งสำหรับเก็บรองเท้า เก็บของแนวสูงอย่างเครื่องดูดฝุ่น โต๊ะรีดผ้า และยังซ่อนตู้ไฟเอาไว้ชั้นบนสุดทำให้ดูเรียบร้อยขึ้นเยอะค่ะ

 

Type นี้จะได้โต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ขนาด 2  ที่นั่ง

 

ห้องนอนกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีดำ จุดเด่นสำหรับ Type นี้ นั่นคือห้องนอนที่ได้กระจกเพิ่มตรงมุมห้องค่ะ แทนที่จะเป็นผนังทึบแบบเดิมที่ดูแล้วอึดอัด แต่พอแทนที่ส่วนนี้ด้วยกระจกเข้าไปแล้วก็ทำให้ห้องนอนดูโปร่งมากขึ้น

 

ห้องนอนให้เตียงมา 6 ฟุตเลยค่ะ แถมยังมีพื้นที่รอบเตียงด้วย โดยหากสังเกตที่หน้าต่างก็จะพบกับความพิเศษอีกอย่างของหน้าต่างกระจกทุกๆ ห้อง คือมีขอบด้านข้างและด้านบนยื่นออกมา ทำให้เวลาเราปิดผ้าม่านก็จะไม่มีแสงเล็ดลอดเข้ามาได้

 

ใช้หน้าต่างบานกระทุ้ง และได้กระจกเข้ามุมทางฝั่งระเบียง พื้นที่ว่างตรงนี้ก็เป็นความตั้งใจของทางโครงการที่อยากจะเว้นระยะห่างระหว่างหน้าต่างกับเตียง เพื่อเวลานอนหลับจะได้ลดเสียงรบกวนจากถนนด้านนอกค่ะ

 

ตู้เสื้อผ้า Built in หน้าบานฝั่งหนึ่งทึบ อีกฝั่งหนึ่งเป็นกระจกโปร่งแสงสีดำ

 

ถัดมาที่พื้นที่อีกด้านของห้อง

 

 

 

ภายในห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์มาครบตามที่เห็นเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกระจกเงา อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์จากแบรนด์ KOHLER ฝักบัว ก็อกน้ำ และ Rain Shower จากแบรนด์ ENGLEFIELD ฉากกระจกโปร่งแสงบานสวิง

 

ระหว่างห้องน้ำกับห้องครัวจะมีพื้นที่ซึ่งมี Built in ตู้เสื้อผ้ามาให้เพิ่มอีก 1 ตู้ และโต๊ะอเนกประสงค์  

 

ตู้เสื้อผ้ามีซ่อนฟังก์ชั่นที่เป็นเหมือนตะกร้าผ้าสำหรับเสื้อผ้าใช้แล้วอยู่หน้าห้องน้ำพอดีเลยค่ะ เสื้อผ้าเต็มเมื่อไหร่ก็สามารถเอาไปใส่เครื่องซักผ้าที่สามารถวางไว้ตรงระเบียงห้องได้เลย ไม่ต้องหาซื้อตะกร้าผ้ามาวางไว้ให้เปลืองพื้นที่

 

โต๊ะตัวนี้มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่าเป็นโต๊ะทรานฟอร์เมอร์ค่ะ เพราะมีลูกเล่นเยอะแยะทั้งพับขึ้น-ลง สไลด์เข้า-ออก มีแบบบานสวิง ลิ้นชัก เหมาะสำหรับเก็บของจุกจิก โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่สามารถใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้เลยค่ะ

 

สุดท้ายที่ห้องครัวปิดค่ะ

 

ห้องครัวปิดจะได้เคาน์เตอร์แบบ One Wall Kitchen ซึ่งจะมีอุปกรณ์พวกที่วางจาน ที่คว่ำแก้ว ชั้นวางของเพิ่ม ลิ้นชักแบ่งช่องเก็บช้อนส้อมมาให้แบบเดียวกันทุกห้องครัวค่ะ Top ด้วยหินสังเคราะห์ มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน และซิงค์ล้างจานจากแบรนด์ FRANKE ทั้งหมดค่ะ ผนังด้านในเคาน์เตอร์กรุด้วยกระจกเคลือบสี มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นไว้ข้างเคาน์เตอร์ด้านในห้อง 

 

 

 

ระเบียงของทุกห้องจะต่อท่อน้ำสำหรับวางเครื่องซักผ้าเอาไว้ให้ค่ะ ส่วน Condensing Unit จะถูกแขวนไว้หันลมร้อนออกนอกอาคาร ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งค่ะ 

 

Type B 34.9 ตร.ม.

1 Bedroom ที่เป็นเหมือน 1 Bedroom Plus ถือเป็นหนึ่งในแปลนห้องยอดฮิตของเสนาเลยล่ะค่ะ โดยเริ่มจากห้องครัวปิด ห้องนั่งเล่นอยู่กลางห้อง ห้องอเนกประสงค์อยู่ด้านในสุด ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ตามไลฟ์สไตล์อย่างลงตัวสุดๆ และห้องนอนที่มีห้องน้ำ Triple Function ในตัว ใครที่ชอบห้องที่อยู่แล้วรู้สึกโปร่งๆ ไม่อึดอัด แสงสว่างจากภายนอกเพียงพอทั่วทั้งห้อง และยังได้ห้องที่สามารถเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์อีกก็แนะนำ Type นี้เลยค่ะ 

 

ห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนจะอยู่ด่านแรกของห้องเลยค่ะ ซึ่งจะวางเคาน์เตอร์ครัวแบบ Double Wall Kitchen กรุผนังด้านในเคาน์เตอร์ด้วยกระจกเคลือบสีทั้งสองฝั่ง Top หินสังเคราะห์ โดยจะแยกเป็นฝั่งขวาสำหรับทำอาหาร ส่วนด้านซ้ายสำหรับเตรียมอาหาร และพื้นที่วางตู้เย็นค่ะ 

 

 

 

 

 

ถัดเข้ามากลางห้องเป็นห้องนั่งเล่นค่ะ ลึกเข้าไปด้านในสุดจะเป็นห้องอเนกประสงค์ หลังโซฟาจะเป็นห้องนอน ซึ่งมีห้องน้ำในตัว ทุกห้องจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้ทั่วทั้งห้องมีแสงสว่างเข้ามาได้ทั่วถึงดูโปร่งดีนะคะ และการวางทิศทางเครื่องปรับอากาศก็สามารถรับแอร์เย็นๆ ไปจนถึงห้องอเนกประสงค์ได้ค่ะ

 

 

ห้องอเนกประสงค์ที่อยู่เชื่อมต่อจากห้องนั่งเล่นนี้ก็จะได้โซฟาแบบในห้องตัวอย่างมาให้ด้วยค่ะ หรือจะปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องทำงานก็เหมาะดีนะคะ

 

 

ภายในห้องนอนจะได้เตียงขนาด 6 ฟุต วางไว้กลางห้องโดยยังเหลือพื้นที่รอบเตียง มีตู้เสื้อผ้าบานสวิง พร้อมโต๊ะอเนกประสงค์ และติดตั้งเครื่องปรับอากาศเอาไว้ช่วงปลายเตียงด้านข้างค่ะ

 

ข้างหนึ่งของเตียงมีช่องสำหรับเก็บของได้อีกค่ะ

 

 

ระเบียงที่เชื่อมต่อกับห้องนอนปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ มุมระเบียงจัดพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า และ Condensing Unit แขวนไว้ด้านบนค่ะ 

 

ข้างเตียงจะมีห้องน้ำในตัว ซึ่งห้องจริงจะกั้นด้วยประตูแบบบานเลื่อนค่ะ

 

 

 

 

ห้องน้ำแบบ Triple Function ค่ะ ด้านซ้ายมือเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์ ตรงกลางเป็นอ่างล้างแบบแขวนผนังหน้าพร้อมกระจกเงา และซ้ายมือเป็นส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำ โดยจะกั้น 2 ฝั่งด้วยประตูกระจกโปร่งแสงแบบบานสวิง

 

Type C 50 ตร.ม.

2 Bedroom ห้องหน้ากว้างแบ่งสัดส่วนห้องแบบ Triple Function ที่เหมาะกับการอยู่แบบครอบครัวขนาดเล็กมากขึ้น เพราะจะได้ความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นจากห้องนอนที่กั้นด้วยประตูบานทึบทั้ง 2 ห้อง พร้อมกับห้องครัวปิดขนาดกว้างขวางพอสมควรเลยค่ะ และยังมีมุมซักล้างภายในห้องโดยเฉพาะด้วย

 

 

ขวามือจากประตูห้อง เราจะพบกับส่วนซักล้างที่จัดวางไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมกับ Built in ตู้เก็บของที่สามารถใช้ได้ทั้งสองด้าน

 

 

 

 

ห้องครัวปิดที่วางเคาน์เตอร์ครัวในรูปแบบ L shape มีการกรุผนังด้วยกระจกเคลือบสีเฉพาะส่วนทำครัว โดยขนาดในห้องครัวก็สามารถเข้ามาช่วยกันทำอาหารได้ 2-3 คนเลยค่ะ 

 

 

 

ถัดจากห้องครัวปิดก็จะเจอห้องนอนแรกค่ะ เป็นเตียงขนาด 5 ฟุต ที่ยังคงคอนเซปเหลือพื้นที่เอาไว้รอบเตียง และห่างจากหน้าต่างเล็กน้อย เพื่อลดแสงรบกวนจากภายนอก และยังช่วยลดความร้อนจากแดดไม่ให้ส่องเข้ามาถึงเตียงได้ด้วยนะคะ

 

 

 

ห้องนั่งเล่นกลางห้องมีพื้นที่กว้างขวางทีเดียวค่ะ สามารถวางได้ทั้ง L shape sofa โต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่ง เคาน์เตอร์ทีวี แล้วยังเหลือที่เอาไว้ตกแต่งห้องอีกนะคะ 

 

ระเบียงเชื่อมต่อจากห้องนั่งเล่นค่ะ มีเนื้อที่มากพอที่จะเป็นระเบียงพักผ่อนได้เลย

 

อีกด้านหนึ่งของห้องค่ะ จะเป็นห้องน้ำทางขวามือ และ Master Bedroom ทางซ้ายตรงข้ามกับห้องน้ำค่ะ

 

 

 

 

 

ห้องน้ำจะกั้นด้วยประตูแบบบานเลื่อนค่ะ โดยจะแบ่งเป็น Triple Function ทำให้สามารถใช้งานได้หลายคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งแบ่งเป็นส่วนเปียกมีที่นั่งเวลาขัดตัวได้ และส่วนแห้งที่เป็นโถสุขภัณฑ์ ทั้งสองฝั่งจะกั้นด้วยประตูกระจกบานสวิงค่ะ และกลางห้องก็เป็นส่วนแห้งของอ่างล้างหน้า

 

 

 

 

 

สุดท้ายที่ห้อง Master Bedroom ค่ะ นอกจากเตียงขนาด 6 ฟุต ยังมีความพิเศษตรงที่ได้กระจกเข้ามุมตรงปลายเตียง สามารถนอนเพลินๆ ชมวิวด้านนอกได้กว้างขึ้น และมีห้อง Walk In Closet ที่กั้นเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วน

 

 

Niche MONO Mega Space Bangna ยังคงใส่ใจรายละเอียดการใช้ชีวิตในทุกพื้นที่ตามแบบฉบับ Made from Her ทั้ง DOUBLE Space ในห้องพักอาศัยขนาดเริ่มต้นก็กว้างถึง 30.00 ตร.ม. แล้วค่ะ ทำให้ทุกยูนิตดูแล้วรู้สึกโปร่งโล่งมากทีเดียว มาพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished ลากกระเป๋าเสื้อผ้ามาก็เข้าอยู่ได้ทันที การออกแบบ TRIPLE Facilities ที่ให้พื้นที่ส่วนกลางมากถึง 3 ชั้น คำนึงถึงการใช้ประโยชน์ได้อย่างสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ ขณะเดียวกันก็อยู่ท่ามกลางทำเลที่มีศักยภาพสูงต่อไปในอนาคตด้วยหลายๆ Mega Project ในย่านนี้ที่จะเข้ามาทำให้ชีวิตง่ายขึ้นไปอีก แต่มาในราคาที่ใครๆ ก็เอื้อมถึง เริ่มต้นเพียง 2.2 ล้านบาท บอกเลยว่าคุ้มสุด  

 

โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ

We Recommend
เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888

BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

ตั้งแต่ Origin เริ่มทำโครงการแนวราบในแบรนด์ BRITANIA เราจะเห็นกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากคนหลายๆ กลุ่ม ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะครอบครัวเท่านั้นนะคะ เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง และนวัตกรรมที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ทำให้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาอยู่ไม่น้อยภายใต้ชายคาของออริจิ้น       ทำเล กรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก ถูกพูดถึงอย่างมากในระยะ 3-4 ปีหลังมานี้ เพราะเรื่องของการพัฒนาสาธารณูปโภคหลายอย่างเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัยตามไปด้วย โดยเฉพาะทำเลของแนวราบที่สะดวกต่อการเดินทาง ซึ่งตัวถ.หทัยราษฏร์ ก็ถือได้ว่าเป็นเส้นทางหนึ่งที่เชื่อมต่อกันระหว่างกรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก   ถ.หทัยราษฏร์ เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถ.สายไหม กับ ถ.สุวินทวงศ์ ซึ่งบางพื้นที่จะคาบเกี่ยวกันระหว่าง จ.ปทุมธานี กับ จ.กรุงเทพฯ ซึ่งละแวกนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอร่อยๆ หรือตลาดก็มีให้เลือกเดินอยู่หลายแห่ง เช่น ตลาดออเงิน ตลาดวงศกร ตลาดมารวย ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังในย่านนี้อย่างแฟชั่นไอซ์แลนด์ หรือเดอะพรอมมานาด ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายหลักอย่างรามอินทรา ก็มีให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน   ที่ตั้งของโครงการ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT จะอยู่ช่วงถนนที่ใกล้กับถ.กาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกมากที่สุด ซึ่งห่างออกไปประมาณ 5 นาทีก็จะไปเชื่อมต่อกับทางด่วนรามอินทรา-จตุโชติ เข้าเมืองได้สะดวกรวดเร็ว หรือจะเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองก็สามารถใช้เส้นทางเชื่อมต่อไปถ.สายไหม เข้าแยกคปอ. ทะลุออกถ.วิภาวดีก็ถึงสนามบินดอนเมืองได้เลย เรียกว่าเป็นจุดที่เดินทางไปยังสถานที่สำคัญได้อย่างสะดวกทีเดียวค่ะ          ภาพรวมโครงการ BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT เป็นโครงการที่มีทั้งทาวน์โฮมและบ้านซี่รีย์ใหม่อยู่ในโครงการเดียวกัน ทำให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้หลากหลายความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยจะแบ่งออกเป็น 3 Type   WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 140 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.ว. PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 19.95 ตร.ว. ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 100 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18.55 ตร.ว.     ซึ่งดีไซน์ของทั้งโครงการจะออกมาในโทนผสมผสานระหว่าง Modern British Luxury และความ Creative Living ทั้งคลับเฮ้าส์และตัวบ้านได้อย่างลงตัวตั้งแต่หน้าโครงการ       ยุค 4.0 ในปัจจุบันนี้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมากมาย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยสิ่งสำคัญของนวัตกรรมเหล่านี้ คือ ทุกคนสามารถเข้าถึง ใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ซึ่ง Origin ก็นำเอานวัตกรรม 4 ประเภทใหญ่ๆ ที่เรียกว่า B Genius Mode ดังนี้   Digital Living automation ระบบ Home Security เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก สามารถควบคุมผ่าน Application สุดล้ำบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยจะประกอบไปด้วย               Digital Door Lock ระบบล็อคประตูบ้านโดยการใช้ Pin Code ที่สามารถแชร์ OTP ให้ แขกหรือ แม่บ้านที่จะเข้ามาในบ้านได้ และยังรองรับ Card* มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟนทุกครั้งที่มีการเข้า-ออกบ้าน             Door &Window  Magnetic Sensor มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟน* และไซเรนดัง เมื่อออกจากบ้านแล้วมีการบุกรุกทางประตูและหน้างต่าง                Motion Sensor เมื่อออกจากบ้านให้ทำงานเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุก*              IP Camera สามารถเปิดดูกล้องภายในบ้านผ่าน Application ได้ตลอดเวลา เพื่อดูแลสมาชิกภายในบ้านหรือตรวจจับรักษาความปลอดภัย* ซึ่งผ่านระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง Fiber Optic True Room ของ TRUE ทั้งโครงการ      INTERPERSONAL SPACE DESIGN USB Outlet ทุกจุดสำคัญภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก* ออกแบบฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจลูกค้าในทุกมิติ              Multi- Purpose Spaces รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยพื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างอิสระ              Thai Kitchen แยกครัวไทยออกอย่างเป็นสัดส่วน เหมาะสำหรับผู้รักการทำอาหาร ไม่ต้องกังวลเรื่องควันและกลิ่นรบกวนภายในบ้าน              Built-in Furniture เฟอร์นิเจอร์ออกแบบใหม่อย่างมีสไตล์ ทำให้ลงตัวกับการอยู่อาศัยมากที่สุด   HOTEL SERVICE ON DEMAND สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการอยู่อาศัยในโครงการเช่นนี้นั่นคือเรื่งของ “การบริการ” ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกบ้านในการจัดการชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการเองก็ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น จึงเกิดเป็นการบริการระดับโรงแรม 5 ดาว หนึ่งในหัวใจสำคัญของแบรนด์ BRITANIA โดยสามารถเรียกแม่บ้าน, งานซักรีด, ช่างเทคนิค และคนสวน ที่มีความชำนาญเฉพาะทางมาดูแลบ้านของคุณผ่านการจองล่วงหน้าจาก Application   Club Britania ด้วยความใส่ใจการใช้ชีวิตของลูกบ้านที่ต้องการพื้นที่ความเป็นส่วนตัว จึงได้สร้างสรรค์ Club Britania ขึ้นมา เพื่อเป็นสถานที่รองรับได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Co Living Space ไว้นั่งปาร์ตี้กับแก้งค์เพื่อน Co-Working Space รองรับการนั่งคุยงานกับลูกค้า นัดประชุมได้ง่ายๆ แค่จองล่วงหน้าผ่าน Application สุด Genius นอกจากนี้ยังมี สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, Playground    ชมบ้านตัวอย่าง สำหรับ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT ตอนนี้มีบ้านตัวอย่างให้ชมครบทั้ง 3  Type ค่ะ โดยในช่วงโปรโมชั่นทางโครงการจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ให้ คือ เครื่องปั๊มน้ำมาตรฐาน ถังสำรองน้ำตามมาตรฐานโครงการกัน UV และป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำ ระบบสัญญาณกันขโมย และ Home Automation   เรามาเริ่มชมจาก WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ภายนอกใช้สี SEMI GLOSS ชนิดกึ่งเงา มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนจากภายนอก เช็ดทำความสะอาดง่าย และปลอดภัยจากสารตะกั่ว และปรอท เปลือกอาคารด้านหน้าบ้านบางส่วนใช้ลายก่ออิฐ ผิวธรรมชาติ สลับกับการใช้โทนสีอ่อนเป็นหลักตัดกับสีดำจากขอบอลูมิเนียมประตู-หน้าต่าง ทำให้บ้านดูสวยงามอย่างเรียบง่าย ตามคอนเซปไว้ว่าเป็นสไตล์ Modern British   พื้นที่จอดรถหน้าบ้านมีการเสริมเสาเข็มสั้น เพื่อชะลอการทรุดตัวของพื้นจอดรถที่ต้องรับน้ำหนักมาก เฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้าก่อนจะเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งประตูหลักหน้าบ้านเป็นบานเลื่อนใช้กระจกเขียวตัดแสงที่ป้องกันรังสี UV ช่วยสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ แต่ยังคงได้รับแสงสว่างส่องผ่านเข้ามาได้อยู่ และเมื่อสัมผัสไปที่ตัวขอบอลูมิเนียมก็จะให้ผิวทรายซาฮาร่า เพิ่มความมีระดับขึ้นมาได้ด้วยวัสดุดีๆ นี่แหละค่ะ เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ Double Lock   นอกจากนี้ยังมีอีกประตูเข้าบ้านตรงที่จอดรถ โดยจะใช้เป็นประตูทึบบานสวิง        ภายในบ้านใช้ไฟ LED เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ส่วนรูปลั๊กก็จะมี USB port รองรับเอาไว้ให้ด้วย ส่วนพื้นบ้านชั้นแรกนี้จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ พื้นที่ภายในบ้านจะมีลักษณะลึกเข้าไปเป็นพื้นที่โล่ง ซึ่งสามารถกั้นพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้ อย่างตามบ้านตัวอย่างที่เห็นนี้ก็จะแบ่งพื้นที่เป็นห้องทำงานกับห้องครัวเปิดก็จะดูเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ซึ่งถัดมาด้านข้างจะมีห้องน้ำที่มีทั้งส่วนเปียก ส่วนแห้ง และครัวปิดที่ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนอยู่ติดกัน มีประตูออกไปพื้นที่ซักล้างหลังบ้านจากห้องครัว   บันไดโครงสร้างคอนกรีตแน่นหนา พื้นและราวจับใช้ไม้สีน้ำตาลอ่อนกับราวเหล็กโปร่งสีขาว เข้ากับสีของผนังขาวฉาบเรียบทั้งหลัง   ชั้น 2 จะปูพื้นด้วยลามิเนต แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่ง Master Bedroom จะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต แล้วยังเหลือทางเดินได้รอบเตียง หรือจะวางโต๊ะหัวเตียงก็มีพื้นที่พอค่ะ พื้นที่ด้านปลายเตียงจะกั้นให้เป็น Walk In Closet ตามแบบห้องตัวอย่างนี้ก็สามารถรองรับความต้องการสำหรับคนที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ ได้ หรือจะ Built in แค่ตู้เสื้อผ้าชิดผนังก็จะได้พื้นที่โล่งๆ ขึ้นอีกค่ะ พร้อมห้องน้ำในตัว และระเบียงส่วนตัวหันออกไปทางหน้าบ้าน        ห้องนอน 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน มีขนาดพอๆ กันค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้ค่ะ สำหรับห้องน้ำทุกห้องในบ้านจะปูพื้น-ผนังด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีเทา แยกส่วนเปียก-แห้งโดยมีขอบปูนสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำล้นออกไปยังส่วนแห้ง ส่วนใช้สุขภัณฑ์ทั้งหมดจาก American Standard ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ฝักบัว และมีปลั๊กไฟพร้อม USB port ที่มีฝาครอบกันน้ำติดตั้งเอาไว้ให้ด้วย จะเปิดเพลงฟังจากแท็บเล็ตแล้วเป่าผมไปด้วยก็ดูเข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ดีนะคะ และยังมีพื้นที่เล็กๆ ตรงกลางยกสูงขึ้นไปเล็กน้อย เหมาะสำหรับวางโต๊ะหมู่บูชาพระ แยกเป็นสัดส่วนออกจากพื้นที่ห้องส่วนตัว        PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.7 ม. สไตล์ Cozy&Comfort เริ่มตั้งแต่เฉลียงหน้าบ้านปูด้วยกระเบื้องเซรามิคความยาวตลอดแนวหน้าบ้าน ประตูบ้านใช้กระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อน ใช้ระบบ Double Lock คือแบบกุญแจไข และการล็อคแบบก้นหอยจากภายในบ้านเพิ่มเติม พื้นชั้นแรกปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังสีขาวฉาบเรียบ       พื้นที่ในบ้านเป็นลักษณะลึกเข้าไปจากส่วนแรกที่เป็น Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งด้านใน ซึ่งจะเชื่อมต่อกับครัวเปิดที่มีประตูออกไปทางพื้นที่ซักล้างหลังบ้าน แต่หากบางครอบครัวที่ทำครัวบ่อยๆ ก็สามารถติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนให้เป็นครัวปิดนะคะ เพราะครัวมีพื้นที่เป็นสัดส่วนออกมาชัดเจนอยู่แล้ว หรือจะเปลี่ยนเป็นการต่อเติมออกไปด้านหลังบ้านก็ได้ ส่วนห้องน้ำก็สามารถเข้าได้จากพื้นที่ห้องครัวค่ะ   ชั้น 2 พื้นปูด้วยวัสดุลามิเนต เรามาเริ่มจาก Master Bedroom ฝั่งหน้าบ้านค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้ประมาณ 2 ตู้ มีห้องน้ำในตัวแยกส่วนเปียกไว้ด้านในของห้องน้ำ   ห้องนอนที่ 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ และห้องน้ำของชั้น 2 นี้ จะอยู่ตรงกลางพื้นที่เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ทุกคนค่ะ     ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.3 ม. สไตล์ Modern Loft สำหรับการวางแปลนชั้นล่างนี้จะคล้ายกับทาวน์โฮม Type PRESTON ค่ะ คือจะมีลักษณะลึกเข้าไปตามที่ดิน เริ่มด้วยพื้นที่ Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหาร แยกครัวเปิดออกอย่างชัดเจน และห้องน้ำที่มีประตูอยู่ตรงส่วนครัว พื้นที่หลังบ้านก็เชื่อมต่อจากทางครัวเช่นเดียวกันค่ะ   ชั้น 2 สำหรับ Type นี้แม้จะมีห้องนอน 2 ห้อง แต่จะได้ห้องแบบ Master Bedroom ขนาดใกล้เคียงกันทั้ง 2 ห้องค่ะ คือจะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต พร้อมกับโต๊ะหัวเตียงได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และเคาน์เตอร์ทีวี ที่สำคัญคือมีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องค่ะ           BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT (บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฎร์) ถือเป็นโครงการแนวราบที่ออกแบบฟังก์ชั่นมารองรับความต้องการในการใช้ชีวิตได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่รวมถึงกลุ่มครอบครัวอย่างตอบโจทย์รอบด้าน เมื่อชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้นด้วยนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยรองรับสิ่งต่างๆ แล้ว ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเดิมได้ที่ BRITANIA จาก Origin House          15-16 มิ.ย. GRAND OPENING #เปิดชมบ้านตัวอย่างครั้งแรก บ้าน 3 แบบ 3 สไตล์ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ @ บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฏร์ เริ่ม 2.99 ล้าน*   #เฉพาะงานนี้เท่านั้น รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท* #ลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท http://bit.ly/2UXNB01