Tag : เอกมัย - ทองหล่อ

SYMYS Sukhumvit 61-ซิมมิส สุขุมวิท 61 : รีวิวคอนโด

SYMYS Sukhumvit 61-ซิมมิส สุขุมวิท 61 : รีวิวคอนโด

  โครงการ SYMYS Sukhumvit 61 คอนโดมิเนียมร่วมทุนระหว่าง บริษัท ซันเคียว โฮม (ไทยแลนด์) จำกัด กับ บริษัท เคฮัง เรียลเอสเตท จำกัด มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท โดย sale gallery ตั้งอยู่ตรงข้ามกับซอยทองหล่อ 23   ชื่อโครงการ SYMYS Sukhumvit 61 (ซิมมิส สุขุมวิท 61) เจ้าของโครงการ Sankyohome (Thailand) และ Keihan Real Estate ที่ตั้งโครงการ ซ.สุขุมวิท 61 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110   พื้นที่โครงการ 1-1-53.2 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 7 ชั้น จำนวนยูนิต 109 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bedroom 33-55 ตร.ม. 2 Bedroom 52-88 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted ที่จอดรถ 113% แบ่งเป็นAuto Parking 120 Slots และ Conventional Parking 4 Slots  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Waiting Lounge, Central Storage, The State of Art Library, Community space, Residence Living Area, Meeting Lounge, Private Meeting Room, Chef table Area, SYMYS Private Lounge, Game Room, Private Salon, Private Spa & Massage, Infinity Swimming Pool, Kid’s Pool, Jacuzzi, Terrace Pool, Rooftop Pavilion ราคาเริ่มต้น 7.5 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 220,000-240,000 ประมาณ บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ ดีไซน์แบบ Timeless-Luxury -Privacy ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและตะวันตกเข้าด้วยกัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางมีมากถึง 4 ชั้น ที่จอดรถรองรับที่สูงสุดสำหรับทุกยูนิต ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีเอกมัย และสถานีทองหล่อ   สถานที่ใกล้เคียง เมเจอร์ สุขุมวิท, บิ๊กซี เอกมัย, เกตเวย์ เอกมัย, J Avenue ทองหล่อ, รพ.สมิติเวช, รพ.สุขุมวิท  
บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย : รีวิวบ้าน

บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย : รีวิวบ้าน

Feel @ Ramintra ถ้าจะหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวสักหลัง สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือการเดินทางไปไหนมาไหนได้ สะดวกสบายที่สุด ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นทางด่วน และรถไฟฟ้าใช่ไหมคะ? ทางด่วนใกล้บ้านเราเชื่อมต่อเข้าไปถึงในเมือง เพื่อความสะดวกเวลาทำงาน หรือไปสนามบิน ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดได้ง่าย ยิ่งถ้ามีรถไฟฟ้าผ่านด้วยแล้วล่ะก็ จะยิ่งทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางที่ดีเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรากำลังพูดถึงโซนรามอินทราค่ะ เพราะสามารถใช้ ทางด่วนฉลองรัช หรือกาญจนาภิเษกได้ง่าย ในอนาคตก็กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย - มีนบุรี ผ่านตลอดทั้งถนน โดยตอนนี้กำลังก่อสร้างไปแล้วคาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2564 จะมีอะไรสะดวกสบายไปกว่านี้ล่ะคะ   Fine @ Facility    สิ่งอำนวยความสะดวกก็สำคัญไม่แพ้การเดินทาง เพราะก็คงไม่มีใครอยากฝ่ารถติดขับรถออกไปไกลๆ เสียเวลาเป็นวัน เพียงเพื่อไปหาซื้อของต่างๆ หรือหาอาหารรับประทานซักมื้อ ซึ่งในโซนรามอินทราเองก็มีความสะดวกมากพอ และมีห้างร้านให้เลือกหลากหลาย ตามแต่ความต้องการ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองตามไปชมด้วยกันค่ะ   Fashion Island และ The Promenade Fashion Island และ The Promenade อยู่ติดกันเลยค่ะ เดินเชื่อมต่อกันได้เลย เป็นห้างสรรพสินค้าที่ครองความนิยม อย่างไม่เสื่อมคลายของชาวรามอินทรา ไม่ใช่แค่มีทุกอย่างครบครันในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต  ร้านค้า-บริการ ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ ฟิตเนส นอกจากนั้นยังขยันมี Event หมุนเวียนกันมาชวนให้เดินเล่นอยู่ตลอด ซึ่งบริเวณด้านหน้าก็จะคึกคักเกือบจะตลอดเวลาเลยค่ะ มีรถสาธารณะอยู่หลากหลายเส้นทาง หรือใครที่ใช้รถยนต์ ก็สะดวกมาก เพราะสามารถเข้าสู่ถ.กาญจนาภิเษก ได้ใกล้นิดเดียว หรือจะเลือกไปทางถ.รัชดา-รามอินทรา เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเดินทางแห่งหนึ่งของโซนนี้เลยค่ะ   CentralPlaza Ramindra เป็นห้างสรรพสินค้าอีกแห่งที่น่าสนใจในย่านนี้ค่ะ ด้วยชื่อเสียงของแบรนด์ก็การันตีอยู่แล้ว ประกอบกับทำเลที่อยู่ใกล้กับ วงเวียนหลักสี่ ซึ่งในอนาคตอีกไม่กี่ปีก็จะกลายเป็นอีกจุด Interchange สำคัญ ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (ส่วนต่อขยาย) กับสายสีชมพูแคราย - มีนบุรี และจะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางจากชานเมืองเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่ายมากขึ้น     Ease Park คอมมูนิตี้มอลล์ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับใครที่แค่อยากจะซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกต หาอะไรทาน หรือแค่ Drive thru มารับกาแฟไปดื่ม ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถนานๆ ไม่ต้องเปลืองเวลาเดินให้เมื่อย Ease Park จึงเป็นอีก หนึ่งคำตอบที่ดีของคนในย่านนี้ค่ะ   Cr.ภาพจาก FB:ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา เปลี่ยนบรรยากาศมาเดิน Night Market บนพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าเป็นตลาดนัดช่วงกลางคืน ตั้งแต่ยุคแรก ของบ้านเราที่มีมาหลายปี มีผู้คนมาเดินจับจ่ายใช้สอยเยอะแทบทุกวัน เพราะเป็นแหล่งชอปสุดชิว มีสินค้าหลากหลาย เต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ เพียบ เปิดทุกวันตั้งแต่ช่วงเย็นเดินกันจนเมื่อยยาวไปถึงตีสอง นอกจากนี้ที่ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม หรือเรียกกัน ติดปากว่าเลียบด่วนรามอินทราแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร บรรยากาศดี คอมมูนิตี้ ห้างสรรพสินค้า อีกมากมาย หลายแห่ง แต่ก็ไม่แปลกนะคะที่ได้รับความนิยมกันมากขนาดนี้ เพราะเป็นถนนที่มีทางด่วนฉลองรัชพาดผ่านตลอดทั้งสาย การเดินทางก็ทั้งง่ายทั้งสะดวกขึ้นอีกเยอะ   Cr.ภาพจาก FB:Siamparkcity สวนสยามทะเล-กรุงเทพฯ Cr.ภาพจาก FB:Safari World Fun @ สวนสยาม และซาฟารีเวิลด์ ลองนึกดูนะคะ ในกรุงเทพฯ จะมีสักกี่แห่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนไม่ไกลจากบ้านเรา ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ส่วนมากก็จะนึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากไปเดินห้าง แต่ถ้าลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นสวนน้ำ สนุกกับเครื่องเล่น หรือโชว์ของเหล่าสัตว์แสนรู้ อย่างสวนสยาม และซาฟารีเวิลด์แล้วล่ะก็รับรองว่าจะได้อีกบรรยากาศในการพักผ่อน หย่อนใจชิวๆ แบบที่ตัวเมืองกรุงเทพฯ ชั้นในไม่มีอย่างนี้แน่นอนค่ะ ยิ่งหากครอบครัวไหนมีลูกหลานแล้วล่ะก็ พาออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยตัวเอง แถมยังใกล้บ้านก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกรูปแบบหนึ่งนะคะ   บ้านกลางเมือง รามอินทรา ทาวน์โฮมโมเดลใหม่ล่าสุด Luxurious Master Bedroom Multi-Functional Room 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 145 ตารางเมตร ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18 ตร.วา ฟังก์ชั่นตอบสนองความเป็นส่วนตัว ด้วยพื้นที่ชั้น 3 ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้เต็มพื้นที่ ภายในโครงการได้ความเงียบสงบภายในโครงการบนพื้นที่กว่า 23 ไร่ ซึ่งจะมีสวนสาธารณะ และสวนหย่อมกระจายอยู่ในโครงการรวมแล้วกว่า 1 ไร่ พร้อมมีสโมสรส่วนกลางที่มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส อุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ Katsan และ กล้อง CCTV ตรงทางเข้า–ออกโครงการ     บ้านกลางเมือง รามอินทรา ตั้งอยู่ภายในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ท่ามกลางทำเลที่ตั้งแวดล้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ใกล้ทางด่วน 2 สาย ทั้งถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ซึ่งจะไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ได้ และทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (จตุโชติ) ที่จะพาเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นพระราม 9 เอกมัย ทองหล่อ และถนนสุขุมวิท โดยเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางเข้าสู่ตัวโครงการ คือ ถ.คู้บอน แล้ววิ่งเส้นคู่ขนานกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ที่สำคัญค่ะ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีคู้บอน อยู่ตรงปากทางเข้าถ.คู้บอนพอดี ก็จะยิ่งทำให้มีทางเลือกในการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น     เปิดบ้านตัวอย่าง เมื่อเข้ามาในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ก็จะพบว่าทางเข้าโครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา จะอยู่ติดกับโครงการ Pleno รามอินทรา โดยจะมี Main Gate ที่พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. กล้อง CCTV ซึ่งสามารถเข้าไปชมบ้านตัวอย่างและส่วนกลางจริงภายในโครงการกันได้แล้วค่ะ    ก่อนอื่นเราจะพาไปชม Club House สีขาวโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศของสวนสีเขียว ใช้เส้นสายโค้งมนส่งไปถึงลายฉลุบนตัวอาคาร ซึ่งเมื่อไรที่กระทบกับแสงอาทิตย์ก็จะเกิดเป็น Shadow&Shade ผสานกันระหว่างสวนธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมกลางโครงการ เมื่อก้าวเข้าสู่ตัว Club House ชั้นล่าง เราจะถูกต้อนรับด้วยเสียงของน้ำจาก SALT SYSTEM SWIMMING POOL ริมสระใต้ร่มเงาของอาคารมี Sunbed ให้ได้นอนพักอย่างผ่อนคลาย ส่วนใครที่ชอบออกกำลังกายแบบ ACTIVE ขึ้นมาอีกก็จะมีห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ เพดานสูงบวกกับกระจก Full Height ล้อมรอบให้ได้ชมวิวธรรมชาติภายนอกไปด้วยอยู่ที่ชั้น 2      ได้เวลาเข้าไปชมทาวน์โฮมตัวอย่างกันแล้วค่ะ โดยตัวทาวน์โฮมจริงที่ลูกบ้านจะได้นั้นมีกันสาดบริเวณลานจอดรถหน้าบ้านแบบพับเก็บได้ ชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทุกห้อง ปั๊มน้ำ แทงค์น้ำ และเครื่องปรับอากาศ Daikin พร้อมติดตั้งมาให้ พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว โดยหน้าบ้านจะสามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คัน มีเฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้า และใช้ประตูทางเข้าหลักเป็นกระจกบานเลื่อนพร้อมระบบ Double Lock    เข้าสู่ชั้นแรกในตัวทาวน์โฮมจะพบกับพื้นที่กว้างๆ สำหรับจัดเป็น Living Room และเชื่อมต่อลึกเข้าไปด้านในก็สามารถทำเป็น Kitchen Room ลักษณะแบบครัวเปิด พร้อมพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งได้สบายๆ โดยจะมี Powder Room ที่ใช้ประตูเลื่อนบานทึบอยู่ระหว่าง Living Room กับ Kitchen Room เหมาะสำหรับใช้เพื่อรับแขก จึงไม่จำเป็นต้องมีส่วนเปียกค่ะ ซึ่งห้องน้ำทุกห้องจะมีหน้าต่างกระจกฝ้าบานกระทุ้งด้านบนเหนือศรีษะด้านในสุดของห้อง เพื่อเพิ่มแสงเข้ามาภายใน และยังช่วยให้เปิดระบายความอับชื้นได้ดีอีกด้วย              ด้านในสุดของชั้นแรกนี้จะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นก่อนออกไปทางหลังบ้าน แต่หากเป็นที่ดินแปลงมุมก็จะได้ประตูกระจกด้านข้างเพิ่มอีก ช่วยให้ออกไปยังพื้นที่ข้างบ้านได้สะดวกขึ้น และยังช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติเข้าสู่ด้านในให้ดูโปร่งยิ่งขึ้นด้วยนะคะ โดยสำหรับบ้านตัวอย่างหลังนี้พื้นที่บริเวณหลังบ้านจะถูกจัดให้เป็น Glass House ในบรรยากาศนั่งจิบชาท่ามกลางสวนส่วนตัวในบ้าน ก็เป็นอีกไอเดียแต่งทาวน์โฮมที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ทีเดียวค่ะ   ขึ้นมาบนชั้น 2 กันบ้างค่ะ ตัวพื้นจะปูด้วยลามิเนต ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนอน 2 ห้อง แยกเป็นฝั่งทางหน้าบ้านกับทางหลังบ้าน ส่วนบริเวณตรงกลางจะเป็นห้องน้ำค่ะ ก่อนอื่นเข้าไปชมที่ห้องนอนแรกทางฝั่งหลังบ้านกันก่อนค่ะ จะเป็นห้องที่มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนอยู่กลางห้อง มีมุมสำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้พอดี พื้นที่ภายในห้องสามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ พร้อมกับโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน ถือว่าเป็นห้องนอนขนาดเริ่มต้นของบ้านที่ได้ขนาดกำลังดีเลยค่ะ   ห้องน้ำจะแยกส่วนเปียก-แห้ง ออกจากกัน โดยจะใช้สุขภัณฑ์จาก American Standard ครบชุดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ก๊อกน้ำ โถสุขภัณฑ์ แกนใส่ทิชชู่ สายชำระ ฝักบัว และยังมีกระจกเงาติดตั้งมาให้ด้วย พื้นและผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคแบบที่เห็นนี้เลยค่ะ   ห้องนอนที่ 2 ฝั่งหน้าบ้านจะได้ระเบียงส่วนตัวเพิ่มขึ้นมา โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนระเบียงจะกั้นด้วยราวกันตกเป็นเหล็กโปร่ง   ขึ้นมาชั้นบนสุดของบ้านค่ะ ซึ่งที่ชั้น 3 นี้จะมีทั้งห้องอเนกประสงค์ เป็นพื้นที่เปิดโล่งอยู่ด้านนอกใกล้กับบันได ห้องน้ำ และ Master Bedroom เป็นชั้นที่เหมาะสำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกหน่อย เพราะห้องอเนกประสงค์สามารถดัดแปลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นแยกออกมาจากชั้นล่าง ห้องทำงาน ฯลฯ ซึ่งจะได้ความโปร่ง ไม่ดูทึบจนเกินไป   สำหรับห้องน้ำของชั้น 3 จะออกแบบมาให้เป็นประตูแบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างห้องอเนกประสงค์ด้านนอก กับส่วน Walk In Closet  ภายในห้อง Master Bedroom ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทางโครงกรจะติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานค่ะ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง เสริมตู้เก็บของไว้ด้านล่าง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ส่วนเปียกด้านในสุดก็ติดตั้งฝักบัวเอาไว้ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ตลอดแนวผนังส่วนแห้ง    สุดท้ายที่ Master Bedroom ของจะมีส่วน Walk In Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำ มีพื้นที่สามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าได้มากขึ้นตลอดแนวผนัง และมีระเบียงส่วนตัวออกไปยังฝั่งหน้าบ้าน โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ราวกันตกเหล็กโปร่งแบบเดียวกันกับระเบียงชั้น 2 ถือเป็นชั้นที่ได้ความสะดวกสบายที่สุดค่ะ      รามอินทราเป็นย่านเดียวที่ให้ความรู้สึกครบทั้ง Feel Fun Fine มีสีสันหลากหลายครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัว เฉกเช่นเดียวกันกับ “บ้านกลางเมือง รามอินทรา” ที่มีพื้นที่สามารถรองรับทุกคนในครอบครัวได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ทุกสิ่งก็พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.79 ล้านบาท   เปิดจองโซนใหม่ หน้าคลับเฮ้าส์ #เป็นเจ้าของบ้านได้ง่าย ผ่อนล้านละ 1,000 บาท* ส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* ฟรี เครื่องปรับอากาศ* และค่าจดจำนองการโอน* ภายใน 30มิถุนายน 62 นี้เท่านั้น (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)        
อีสเทอร์น สตาร์โชว์ผลประกอบการปี 2561 ยอดขายโต  3 เท่า

อีสเทอร์น สตาร์โชว์ผลประกอบการปี 2561 ยอดขายโต 3 เท่า

บมจ. อีสเทอร์น สตาร์ (ESTAR) เผยผลประกอบการปี 2561 กวาดยอดขายโต 3 เท่า ทะลุ 3 พันล้านบาท เติบโตทั้งในตลาดกรุงเทพและขึ้นแท่นเบอร์ 1 บ้านเดี่ยวตลาดระยอง พร้อมเผยแผนปี 2562 ฉลองครบรอบ 30 ปี เตรียมเปิดตัวแคมเปญ 3 DECADES OF LIVING PLEASURE 3 ทศวรรษของความสุขแห่งการใช้ชีวิต เดินหน้าลุยขยายธุรกิจเปิดตัวโครงการใหม่ 3-5 โครงการ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท เน้นเรียลดีมานด์ให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้ามากขึ้น วางเป้ารายได้ 2562 ที่ 1,600 ล้านบาท และเป้ายอดขาย 2,000 ล้านบาท   ดร.ต่อศักดิ์ เลิศศรีสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) (ESTAR) เผยถึงผลประกอบการแผนดำเนินธุรกิจในปี 2561 ว่า จากความพยายามในการขยายธุรกิจในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมาทำให้ล่าสุดบริษัทฯ ทำยอดขายไปรวมได้ถึง 3,037 ล้านบาท โดยเปิดโครงการคอนโดมิเนียม 8 ชั้น แห่งแรกของบริษัทคือ ควินทารา ทรีเฮาส์ สุขุมวิท 42 ที่ขายหมดภายใน 2.5 เดือน และโครงการบ้านเดี่ยวแนวคิดใหม่ เวลาน่า กอล์ฟเฮาส์ บ้านฉาง – ระยอง ที่ทำยอดขายไปแล้วกว่า 90 % ในเฟสแรก ซึ่งแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทฯยังคงเดินหน้ารักษาความสำเร็จเปิดโครงการต่อเนื่อง พร้อมทุ่มงบกว่า 2 พันล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินทั้งในกรุงเทพและระยองสำหรับพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มเติมอีกด้วย สำหรับในปี 2562 บริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ อีก 3-5 โครงการ มูลค่ารวมมากกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งตั้งเป้ายอดขายที่ 2,500 ล้านบาท และยอดรายได้ที่ 1,600 ล้านบาท สำหรับโครงการที่จะเปิดขายในปีนี้ยังคงรักษาความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบ โดยกระจายโครงการในทำเลที่มีศักยภาพสูง อาทิ โครงการ “ESTARA HAVEN PATTANAKARN 20” ซึ่งล่าสุดได้เปิด Soft Launch ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2562 และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี สามารถทำยอดขายได้กว่า 150 ล้านบาทในวันเปิดตัว ด้วยจุดเด่น คือ บ้านแฝด 3 ชั้นฟังก์ชั่นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ท่ามกลางธรรมชาติส่วนกลางขนาดใหญ่ ใจกลางพัฒนาการ ติดย่านธุรกิจ เพียง 10 นาทีสู่สุขุมวิท ทองหล่อ เอกมัย ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน และ รถไฟฟ้า 3 สาย เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ราคาเริ่มที่ 12.69 ล้านบาท มีจำนวนทั้งสิ้น 152 หลัง มูลค่าโครงการ กว่า 1,500 ล้านบาท   นอกจากนี้ ในปี 2562 จะเป็นปีที่ทางบริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) (ESTAR) จะมีอายุครบรอบ 30 ปี จึงเตรียมจัดแคมเปญ 3 DECADES OF LIVING PLEASURE 3 ทศวรรษของความสุขแห่งการใช้ชีวิต ซึ่งจะเปิดเผยรายละเอียดให้ท่านสื่อมวลชนได้ทราบในโอกาสต่อไป ดร.ต่อศักดิ์ ยังได้กล่าวถึงภาพรวมของตลาดอสังหาฯ ในปี 2562 ว่า คาดว่าจะมีแนวโน้มใกล้เคียงกับปี 2561 หรืออาจเติบโตเล็กน้อย โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเกิดขึ้นของรถไฟฟ้าสายต่างๆ และการลงทุนสร้างสาธารณูปโภคของภาครัฐ และเศรษฐกิจของประเทศที่ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้น รวมทั้งการที่ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะช่วยหนุนการลงทุนในภาคตะวันออกให้ขยายตัวในระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินตามมามหาศาลเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนในทันที ทั้งนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน การส่งออกที่ชะลอตัว ผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้ รวมทั้งปัจจัยราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนมาตรการคุมเข้มสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย (LTV) ที่ออกมาสกัดกั้นการซื้อเก็งกำไรตลาดคอนโดฯ ของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีนโยบายพัฒนาที่อยู่อาศัย สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ในระดับกลาง-บน ที่เน้นกลุ่มเรียลดีมานด์เป็นหลัก โดยจะมีการศึกษาตลาดและผู้บริโภคเชิงลึกในแต่ละทำเลที่จะดำเนินโครงการอย่างละเอียดไปพร้อมๆกันกับการนำเสนอสินค้าที่หลากหลายทั้งในด้านระดับราคา ทำเล และตัวสินค้าเอง ทำให้เชื่อมั่นว่าจะยังคงขยายธุรกิจได้ตามแผนที่วางไว้ต่อไป ดร.ต่อศักดิ์ กล่าว      
พฤกษา เปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ “Chapter Thonglor 25” ลูกค้าให้การตอบรับล้นหลาม

พฤกษา เปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ “Chapter Thonglor 25” ลูกค้าให้การตอบรับล้นหลาม

พฤกษาเปิดตัวคอนโดพรีเมียมแบรนด์ใหม่ “Chapter” จับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ โดยเปิดตัวที่แรก ในทำเลทองหล่อลูกค้าให้การตอบรับเข้าเยี่ยมชมโครงการอย่างล้นหลาม เกิดเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์สนั่นโลกออนไลน์ ด้วยการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงบรรยากาศและไลฟ์สไตล์ของการอยู่อาศัยจริง พร้อมเปิดตัว Chapter café สุดชิค ที่ Sales Gallery โครงการ ร่วมสัมผัสความชิคที่ไม่เหมือนใครได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค. นี้   นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท - พรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “หลังจากที่บริษัทฯ ได้เปิดตัวคอนโดพรีเมียมแบรนด์น้องใหม่ Chapter เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าระดับราคา 5 - 10 ล้านบาท ให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนท์ โดยส่งโครงการ “Chapter Thonglor 25” เป็นโครงการแรก ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับเข้าเยี่ยมชมโครงการกันอย่างคับคั่ง จนเกิดกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ในโลกออนไลน์ จากกลยุทธ์ในการทำการตลาดรูปแบบใหม่ โดยการสร้างประสบการณ์แห่งการอยู่อาศัย ให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสถึงไลฟ์สไตล์และบรรยากาศจริงของการอยู่อาศัยในโครงการ พร้อมเปิดตัว CHAPTER CAFÉ จับมือกับร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Pacamara มาสร้างเป็นคาเฟ่สุดชิคไว้ที่ Sales Gallery ซึ่งถูกออกแบบไว้เป็นพื้นที่เปิดสำหรับนั่งเล่น ชมวิวสวน พร้อมมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร   นอกจากนี้แล้วบริษัทฯ ได้สร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ Chapter Thonglor 25 ภายใต้คอนเซ็ปต์ของโครงการ “Curated Thonglor Living” ร่วมมือกับ Illustrator ชื่อดัง คุณก้อง – กันตภน ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานศิลปะ Wrap สติ๊กเกอร์ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยการตกแต่งภายในขบวนไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท ที่สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของคนเมือง อาทิ คนดื่มกาแฟ เดินช็อปปิ้ง ถ่ายรูป เพื่อจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากอยู่ทำเลใจกลางเมืองในราคาที่เอื้อมถึงง่ายๆ   Chapter Thonglor 25 คอนโด Low – Rise ระดับไฮเอนด์ สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวม 288 ยูนิต แต่งครบด้วยเฟอร์นิเจอร์ครบชุด จัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครันพร้อมบริการตลอด 24 ชม. อาทิ The Chapter Hall, Co-function Space, Co-living Garden, The Sunset Deck, Co-Creating Deck, The Social Club, White Marble Pool, Steam & Suana และ Fitness มีแบบห้องพักให้เลือกตั้งแต่ขนาด 28.91 - 61.17 ตร.ม ทุกยูนิตจะเน้นพื้นที่เก็บของใช้และเสื้อผ้าที่กว้างเป็นพิเศษ และบางยูนิตมีฟังก์ชั่นพิเศษเอาใจสาวๆ ด้วย Walk-in Closet ราคาพร้อมตกแต่งเริ่มต้น 5.3 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 160,000 บาท/ตรม. ในราคาที่หาไม่ได้อีกแล้วในย่านทองหล่อ มาร่วมสัมผัสกับบรรยากาศสุดชิคได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค. นี้ ที่ Sales Gallery โครงการ Chapter Thonglor 25 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1739 หรือ https://chapter.pruksa.com/22379/thonglor-25          
V Property “ปลดล็อก 3 ทำเลใจกลางเมือง” เอาใจ Exclusive Lifestyle ใจกลางสุขุมวิท

V Property “ปลดล็อก 3 ทำเลใจกลางเมือง” เอาใจ Exclusive Lifestyle ใจกลางสุขุมวิท

V Property Development - ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้าใจกลางเมือง และพร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนเมืองโดยเฉพาะ ล่าสุด ผู้บริหาร คุณพรชัย เลิศอนันตโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บ. วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ ส่งแคมเปญ “ปลดล็อก 3 ทำเลใจกลางเมือง” มาเอาใจผู้ที่กำลังมองหาคอนโดทำเลใจกลางสุขุมวิทโดยเฉพาะ กับคอนโด 3 โครงการใหม่แนวรถไฟฟ้าฟ้า 3 สถานี ได้แก่ทองหล่อ - พระโขนง - อ่อนนุช ราคาเริ่มต้นเพียง 1.89 - 6.49 ล้านบาท พร้อมส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท     ซึ่งทำเลทองหล่อได้ถูก”ปลดล็อก-กู้100%*” ด้วยโครงการ V TARA สุขุมวิท 36 คอนโดใหม่ แต่งครบพร้อมอยู่ ใกล้ BTS ทองหล่อ โอนก่อนมาตรการรัฐ กู้ได้100%* ฟรีทุกค่าใช้จ่าย ณ วันโอน* 2 ห้องนอน เริ่ม 5.89 ล้านบาท   ทำเลติดรถไฟฟ้าสถานีพระโขนงเองก็ “ปลดล็อก-ราคาเดียว*” ห้องชั้นสูงวิวสวย ราคาพิเศษกับโครงการ VERTIER สุขุมวิท คอนโดใหม่มีความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนเพียง 10 ยูนิตต่อชั้น พร้อมมอบ Exclusive Lifestyle ใกล้เอกมัย-ทองหล่อ ปลดล็อกยูนิตชั้นพิเศษ วิวเมืองชั้นสูง ราคาเดียว* 6.49 ล้านบาท   และสุดท้ายอ่อนนุช ทำเลสุดฮิตที่ได้ถูก “ปลดล็อก-เฟสใหม่” ด้วยคอนโดสุดชิคกับโครงการ  IKON สุขุมวิท77 คอนโดใหม่ แต่งครบ ติดห้าง ส่วนกลาง 24 ช.ม. ใกล้บีทีเอส อ่อนนุช ปลดล็อกเฟสใหม่ผ่อน 2,999 บาท/เดือน* เริ่ม 1.89 ล้านบาท   พร้อมพบกับสิทธิพิเศษมากมายที่จะมาทำให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านจนกระเป๋าตังค์คุณสั่น ห้ามพลาดตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคมนี้ เท่านั้น แล้วพบกันที่ Sales Gallery ทั้ง 3 โครงการ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298   ใกล้ BTS ทองหล่อ    V TARA สุขุมวิท คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ โอนก่อนมาตรการรัฐ กู้ได้100%* ฟรีทุกค่าใช้จ่าย ณ วันโอน* 2 ห้องนอน เริ่ม 5.89 ล้านบาท วันนี้-31 มี.ค. เท่านั้น พบกันที่ Sales Gallery สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298 คลิกชมรายละเอียดโครงการเพิ่มได้ที่  http://bit.ly/2Jdajka     ติด BTS พระโขนง VERTIER สุขุมวิท คอนโดใหม่ทำเลใกล้เอกมัย-ทองหล่อ ปลดล็อกยูนิตชั้นพิเศษ วิวเมืองชั้นสูงราคาเดียว* 6.49 ล้านบาท วันนี้-31 มี.ค. เท่านั้น พบกันที่ Sales Gallery สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298 คลิกชมรายละเอียดโครงการเพิ่มได้ที่  http://bit.ly/2Jjv6Cu   ใกล้ BTS อ่อนนุช IKON สุขุมวิท77 คอนโดใหม่ แต่งครบ...สุด Chic!! ใกล้ บีทีเอส อ่อนนุช ปลดล็อกเฟสใหม่ติดห้าง  ผ่อน 2,999 บาท/เดือน* เริ่ม 1.89 ล้านบาท วันนี้-31 มี.ค. เท่านั้น พบกันที่ Sales Gallery สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298 คลิกชมรายละเอียดโครงการเพิ่มได้ที่ http://bit.ly/2JnRefp    
ริชี่ เพลซ 2002 เปิดตัวคอนโดหรู “The Rich Ekkamai”  ใจกลางสุขุมวิท เอกมัย

ริชี่ เพลซ 2002 เปิดตัวคอนโดหรู “The Rich Ekkamai” ใจกลางสุขุมวิท เอกมัย

บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY ประกาศศักดา เปิดตัวโครงการคอนโด มูลค่ากว่า 3,400 ล้านบาท ใจกลางสุขุมวิท เอกมัย ใกล้ BTS ติดบิ๊กซี “The Rich @Ekkamai” ยึดสโลแกน คอนโดมิเนียมสุดยอดทำเล คุณภาพระดับไฮเอนด์ในราคาที่คุณสัมผัสได้ ชี้จุดเด่น ภายใต้แนวคิด “Intensify Your Passion” หนุนผลงานปี 62 ทุบสถิตินิวไฮได้ต่อเนื่อง   ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สุดยอดทำเลทุกโครงการ” เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีความเปราะบางด้วยปัญหาเศรษฐกิจ และการเมืองในปีนี้ ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นสภาพตลาดที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ บนทำเลศักยภาพที่แนวโน้มมูลค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา ซึ่งข้อมูลจากแผนกวิจัย CBRE พบว่า โดยภาพรวมในตลาด สุขุมวิทยังคงเป็นทำเลที่เป็นที่นิยมที่สุดในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ในปี 2561 มีคอนโดมิเนียมเปิดตัวกว่า 6,500 ยูนิต จาก 21 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการระดับ high-end และ luxury และมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 260,000 บาทต่อตารางเมตรในโครงการที่เปิดใหม่ ตลาดคอนโดมิเนียมในเส้นสุขุมวิทนั้นมีการขยายตัวออกไปตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสอย่างต่อเนื่อง   “ปัจจุบันตลาดคอนโดมิเนียมในย่านเอกมัยมีจำนวนยูนิตจากโครงการที่เปิดใหม่และกำลังก่อสร้างอยู่ประมาณ 3,800 ยูนิต จาก 8 โครงการ เป็นรองเพียงแค่ย่านทองหล่อ และมียอดขายแล้วประมาณ 65% ย่านเอกมัยได้รับความสนใจมากขึ้นเนื่องจากพื้นที่ในย่านทองหล่อเริ่มเหลือน้อยและมีราคาแพง โดยราคาเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในย่านทองหล่อปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาทต่อตารางเมตร  ประกอบกับเอกมัยเป็นถนนเส้นสำคัญใจกลางเมืองที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิทตอนกลาง ใกล้ย่านพร้อมพงษ์ ทองหล่อและอโศก และอีกด้านหนึ่งของถนนเส้นนี้ยังเชื่อมต่อถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และถนนพระราม 9 และด้วยราคาคอนโดมิเนียมในเอกมัยยังอยู่ในระดับที่ถือว่าไม่แพงหากเทียบกับทำเลใกล้เคียงเช่นทองหล่อ   โดยโครงการในเอกมัยมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ประมาณ 185,000 บาทต่อตารางเมตร ทำให้ทำเลเอกมัยเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ในเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ใจกลางสุขุมวิทเพียงไม่ถึง 500 เมตร มีการพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานเกรดเอ และศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น ทำให้เอกมัยในปัจจุบันมีความหลากหลายและครบครันมากกว่าแต่ก่อน นอกจากนี้ ถ้าเราดูตามอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาคอนโดมิเนียมในตลาด อีกไม่นานราคาเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในเอกมัยจะสูงกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตรอย่างแน่นอน  ราคาที่ The Rich Ekkamai เปิดตัวออกมานั้นจึงเป็นราคาที่ดีมากสำหรับโซนสุขุมวิท และด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในช่วงเอกมัยตอนต้น ซึ่งห่างจาก BTS เอกมัยไม่มาก ทำให้ The Rich Ekkamai ได้เปรียบกว่าโครงการอื่นๆ ที่อยู่ลึกเข้าไปในเอกมัย”   สำหรับมุมมองเกี่ยวกับภาพรวมของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 1/2562 ยังอยู่ในทิศทางที่ดี และยังมีแนวโน้มเติบโตได้หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และบริษัทคาดว่าจะสามารถอัตราการเติบโตทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ต่อเนื่องอีกปี   อนึ่ง ผลการดำเนินงานในงวดปี 2561 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 451.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 239.32% หรือเติบโต 2 เท่าจากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 132.92 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมเท่ากับ 2,708.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,381.52 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 104.10% เมื่อเทียบกับปีก่อนรายได้รวมอยู่ที่ 1,327.13 ล้านบาท   ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตในครั้งนี้มาจากการโอนรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น จำนวน 1,366.58 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 103.97% โดยบริษัทฯมีรายได้จากการขายอาคารชุด มูลค่ารวม 2,663.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,407.24 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น111.99 %จากปีก่อน เนื่องจากโครงการริชพาร์ค @ ทริปเปิ้ลสเตชั่น สามารถก่อสร้างแล้วเสร็จ และสามารถโอนรับรู้รายได้ในปี 2561 ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯมีรายได้หลักมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ   การเปิดตัวโครงการในปีนี้ จะเป็นการแข่งขันในการตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์ของลูกค้า หรือการตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากกว่าการแข่งขันในด้านของราคาเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปัจจุบัน หากโครงการใดเปิดตัวในราคาที่สมเหตุสมผล ก็จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าจากความสำเร็จของการเปิดโครงการคอนโดภายใต้แบรนด์ เดอะริช ที่ผ่านมา เช่น โครงการเดอะริช นานา-เพลินจิต, โครงการเดอะริช สาทร-ตากสิน, โครงการเดอะริช พระราม 9-ศรีนครินทร์ เป็นต้น ส่งผลให้เป็นปัจจัยสำคัญใน การทำยอดขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (นิวไฮ) แก่บริษัทฯ ขณะเดียวกันในปีที่ผ่านมายังได้ประกาศเป็นเจ้าของไพร์ม โลเคชั่น ทำเลที่ดีที่สุดบนถนนเอกมัย ติดบิ๊กซี-เอกมัย จึงพบช่องทางในการพัฒนาและสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง โครงการในตระกูลเดอะริชอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มั่นใจว่าโครงการใหม่นี้จะตอบรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ   โครงการ The Rich Ekkamai ตั้งอยู่บนถนนเอกมัย (สุขุมวิท63) คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา มีพื้นที่โครงการรวม 1-3-67 ไร่ พัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียม High Rise สูง 37 ชั้น ซึ่งประกอบด้วยห้องพัก 487 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต แบบห้องแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ แบบที่ 1) 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ 28-32 ตร.ม.,แบบที่ 2) 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ 34-36 ตร.ม. และแบบที่ 3) 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ 51-60 ตร.ม. โดยทุกแบบจะมีฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร รวมจุดแข็งในการดีไซน์พื้นทีใช้สอยและฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากขึ้น ภายใต้แนวคิด “Intensify Yours Passion” ซึ่งหัวใจหลักและคอนเซ็ปต์ของโครงการเน้นให้ความสำคัญแก่ “ผู้อยู่อาศัย” และ “Passion” โดยเป็นโครงการที่ให้มากกว่าคำว่าอยู่อาศัย โดยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อยู่อาศัย ผ่าน Active Facilities แบบครบครัน พร้อม Active Studio สระว่ายน้ำแบบ Vivid Spectrum pool ขนาดฮาล์ฟโอลิมปิก ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคารให้สามารถเห็น Ekkamai View Point 360 องศา โดยตั้งราคาขายเปิดตัวมาแบบคนรุ่นใหม่สามารถเอื้อมถึงได้ง่ายๆ ด้วยราคาห้องเริ่มต้นเพียง 4.79 ล้านบาท โดยกลุ่มเป้าหมายจะเน้นเจาะลูกค้าระดับบนทั้งคนไทย ต่างชาติ และเน้นที่ลูกค้าวัยทำงาน และรวมถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อ เพื่อการลงทุนอีกด้วย   ดร.อาภา กล่าวต่ออีกว่า “บริษัทฯมั่นใจว่าโครงการ "เดอะริช เอกมัย" จะได้รับความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพราะอยู่ในทำเลที่ดี สะดวกสบายเหมาะกับสังคมเมืองในยุคปัจจุบัน ซึ่งเมื่อเปิดพรีเซลแล้วคาดว่าจะเป็นอีกโครงการที่ประสบความสำเร็จและช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ มีรายได้เติบโตมั่นคงอย่างยั่งยืน พร้อมเอาใจลูกค้าทุกท่านเปิดรับจองสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเลือกห้องที่ตรงใจในการเปิดขายวัน VVIP Day ทั้งนี้ลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ก่อนจะมีโอกาสได้เลือกห้องก่อน พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษสุดเฉพาะลูกค้าที่จองในวัน VVIP Day เท่านั้น” ดร.อาภากล่าวทิ้งท้าย    
AP เปิดตัว “RHYTHM เอกมัย เอสเตท” ครั้งแรกกับการใช้ชีวิตแนวตั้ง เติมเต็มทุกประสบการณ์ของคำว่าบ้าน

AP เปิดตัว “RHYTHM เอกมัย เอสเตท” ครั้งแรกกับการใช้ชีวิตแนวตั้ง เติมเต็มทุกประสบการณ์ของคำว่าบ้าน

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนวัตกรรมการอยู่อาศัย ย้ำตำแหน่งเจ้าคอนโดฯ ใจกลางเมือง พร้อมเผยโฉมคอนโด High-rise ใหม่ล่าสุด 'RHYTHM เอกมัย เอสเตท' บนทำเลศักยภาพย่านเอกมัยเชื่อมต่อทองหล่อ เตรียมเจาะดีมานด์คนเมืองกลุ่ม Upper Hi-End ชูจุดเด่นด้านนวัตกรรมดีไซน์ที่ส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยมิติใหม่บนพื้นที่แนวสูง สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็ม และการบริหารขนาดห้องชุดพร้อมแพ็คเกจราคาขายที่ตอบสนองความต้องการจริงของดีมานด์ในย่าน ราคาเริ่มต้น 6.5 ล้านบาท (เริ่ม 185,000 บาทต่อตารางเมตร) คุ้มค่าสำหรับการลงทุนทั้งการอยู่อาศัยเองและการปล่อยเช่าระยะยาว ด้วยผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าประมาณ 5-6% โดยจะเปิดจองรอบพิเศษครั้งแรกที่งาน Vertical World ชั้น 1 แฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน วันที่ 21-24 มีนาคมนี้   นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า “การกลับมาของแบรนด์ RHYTHM ในรอบ 3 ปีครั้งนี้ เอพีใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คุณภาพการก่อสร้างในทุกขั้นตอนด้วยการใช้ ‘AI BIM’ (Artificial Intelligence Building Information Modeling) เทคโนโลยีการออกแบบงานก่อสร้างอาคารสูงอัจฉริยะ 7 มิติ ที่จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในทุกกระบวนการทำงาน และสร้างสรรค์นวัตกรรมดีไซน์ที่แตกต่างเพื่อเจาะลูกค้ากลุ่ม Upper Hi-End โดยเอพีเลือกเฟ้นทำเลที่โดดเด่นใจกลางเมืองอย่างทำเลเอกมัยเชื่อมต่อทองหล่อที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ ใจกลางเมืองที่พร้อมส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกบ้านอย่างยั่งยืน”   “จาการศึกษาและทำความเข้าใจเพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริงของผู้อยู่อาศัยย่านเอกมัย-ทองหล่ออย่างลึกซึ้ง เพื่อนำมาพัฒนา ‘RHYTHM เอกมัย เอสเตท’ ให้เป็นคอนโดฯ ที่แตกต่างและตอบโจทย์รองรับความต้องการของทุกช่วงชีวิต โดยการศึกษาพบว่ารูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมืองเปลี่ยนไป ต้องการอยู่อาศัย ในคอนโดที่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการอยู่อาศัยในบ้าน มีพื้นที่ส่วนกลางที่ที่รองรับทั้งการใช้งานร่วมกันและความเป็นส่วนตัวได้จริง ให้สัมผัสความร่มรื่นของพื้นที่สีเขียว อีกทั้งยังคุ้มค่าการลงทุน ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเอง และการต่อยอดลงทุนในอนาคต ทั้งหมดนี้ทำให้เอพีสร้างสรรค์นวัตกรรมการดีไซน์ใหม่ครั้งแรกในเมืองไทย การออกแบบสถาปัตยกรรมอาคารสูงที่มอบประสบการณ์ทุกย่างก้าวเหมือนการใช้ชีวิตในบ้าน พร้อมด้วยล็อบบี้แนวตั้ง 7 ชั้นที่ช่วยลดข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางอย่างชาญฉลาด เปิดมุมมองสู่ Chamchuri Outdoor Terrace พื้นที่สีเขียวร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่เดิมและพื้นที่ส่วนกลางรวมกว่า 4,800 ตารางเมตร มอบประสบการณ์มิติใหม่ของการอยู่อาศัยบนพื้นที่แนวสูงได้อย่างไร้รอยต่อ ทุกฟังก์ชั่นสเปซภายใน ‘RHYTHM เอกมัย เอสเตท’ ทั้งพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่ภายในยูนิตที่พักอาศัยถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้ทุกตารางนิ้ว เพื่อเติมเต็มให้การอยู่คอนโดฯ รู้สึกสงบ อบอุ่น ร่มรื่น เป็นส่วนตัวเหมือนได้อยู่บ้าน” นายวิทการ กล่าวเสริม   “สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดในทำเล ‘เอกมัยเชื่อมต่อทองหล่อ’ นับเป็นทำเลที่ดีมานด์ทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวญี่ปุ่น สิงค์โปร์ และฮ่องกงให้ความสนใจต่อเนื่อง เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รายล้อมด้วยสถานที่ทำงาน พร้อมทั้งการเดินทางที่สะดวก รองรับไลฟ์สไตล์ได้อย่างหลากหลาย ทำให้ย่านเอกมัยเป็นทำเลศักยภาพในการลงทุน ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองและการปล่อยเช่าในอนาคตของโซนสุขุมวิทเลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจซัพพลาย ณ ไตรมาส 4/2561 พบจำนวนประมาณ 1,500 ยูนิต ส่วนใหญ่มีราคาขายเฉลี่ย 220,000 – 275,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งไม่สอดรับกับสิ่งที่ตลาดมองหา” นายวิทการ กล่าวเพิ่มเติม   “ดังนั้น คีย์สำคัญที่เอพีตั้งใจมาโดยตลอดในการพัฒนาทุกโครงการในเครือ คือ การนำเสนอสินค้าที่แตกต่าง รวมถึงการบริหารขนาดห้องชุดและแพ็คเกจราคาขายที่ตอบรับกับดีมานด์จริงในแต่ละย่าน การันตีได้จากความสำเร็จของการเปิดขาย RHYTHM เอกมัย ที่เอพีได้ทำการเปิดขายเมื่อปี 2559 และเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมเปิดโอนในไตรมาส 4/2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากจากลูกค้าในการโอนห้องชุด จนสามารถทำการโอนได้ทะลุเป้าที่ตั้งไว้ ซึ่งปัจจุบันราคารีเซลของ RHYTHM เอกมัย มีแนวโน้มการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 15% (หรือปรับตัวขึ้นจากราคาเปิดตัวที่ 190,000 บ./ตร.ม. เป็นรีเซลประมาณ 220,000 บ./ตร.ม)  และหากพิจารณาประกอบกับภาพรวมผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าระยะยาว (Rental Yield) ของคอนโดฯ ในย่านนี้ ที่พบอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 5 - 6%  ต่อปี  ทำให้ภาพรวมตลาดของคอนโดในทำเลนี้ เป็นที่สนใจของลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ RHYTHM เอกมัย เอสเตทนี้ เรามั่นใจทั้ง การนำเสนอสินค้าที่แตกต่าง การบริหารขนาดห้องชุดควบคู่กับปัจจัยด้านราคาที่จับต้องได้ จะทำให้ได้รับการตอบรับและประสบความสำเร็จอีกครั้งอย่างแน่นอน” นายวิทการ กล่าวสรุป   RHYTHM เอกมัย เอสเตท คอนโดมิเนียมร่วมทุนระหว่าง เอพี และมิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์ (บริษัท ในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป - MECG) มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 6.5 ล้านบาท (ราคาเริ่มต้น 185,000 บาท / ตร.ม.) โครงการตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 2-0-84.1 ไร่ สูง 32 ชั้น จำนวน 303 ยูนิต ประกอบด้วยห้องชุดที่หลากหลาย พร้อมตอบทุกไลฟ์สไตล์คอนเมือง อาทิ 1) ห้องชุด 1 ห้องนอน ขนาด 35.00 ตารางเมตร 2) ห้องชุด 1 ห้องนอน (แบบพิเศษ) ขนาด 39.50-40.00 ตารางเมตร 3) ห้องชุด 2 ห้องนอน ขนาด 74.50 – 86.50 ตารางเมตร 4) ห้องชุด 2ห้องนอน (Duplex) ขนาด 64.00-129.50 ตารางเมตร  5) ห้องสกายวิลล่า ขนาด 109.00-121.00 ตารางเมตร 6) ห้องเพนท์เฮ้าส์ ขนาด 100.00-177.00ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในชั้น 1-7 ชั้น 31-32 และชั้น Rooftop        
เอพี ไทยแลนด์ รุกธุรกิจอสังหาฯ ปี 62 บุกทุกเซ็กเมนต์ ชูธุรกิจขาย-เช่า-บริหารจัดการ

เอพี ไทยแลนด์ รุกธุรกิจอสังหาฯ ปี 62 บุกทุกเซ็กเมนต์ ชูธุรกิจขาย-เช่า-บริหารจัดการ

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนวัตกรรมการอยู่อาศัย ประกาศโตสวนกระแสกว่า 30% ด้วยสถิติการรับรู้รายได้ (รวม 100%JV) ปี 61 สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 38,020 ล้านบาท รวมทั้งความสำเร็จสวนภาพรวมตลาดจากยอดขายรวม อยู่ที่ 41,298 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายถึง 104% พร้อมเดินหน้าประกาศแผนธุรกิจอสังหาฯ ปี 62 มุ่งสู่เป้ายอดขายที่ 41,800 ล้านบาท และเป้ารายได้รวมที่ 35,900 ล้านบาท (รวม 100%JV) ด้วยการรุกตลาดเปิดขายอสังหาริมทรัพย์ครบทั้ง 9 แบรนด์ในพอร์ทโฟลิโอ รวม 39 โครงการ มูลค่ารวม 56,800 ล้านบาท พร้อมต่อยอดความแข็งแกร่งของ BC และ SMART สู่การเป็นเบอร์ 1 ภายใต้วิสัยทัศน์ AP WORLD การสร้างสรรค์ โลกแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมนำพาเอพีก้าวเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่มีสินค้าและบริการคุณภาพครอบคลุมทุกความต้องการเชิงลึกของตลาดอย่างแท้จริง   นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์ใหญ่ขององค์กร AP WORLD ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โลกแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยการสร้างพิมพ์เขียวที่สมบูรณ์ไปด้วยระบบนิเวศ (Eco System) ที่เอพีพัฒนาขึ้น ผ่านการขยายขอบเขตธุรกิจไปสู่ธุรกิจนอกอสังหาริมทรัพย์แล้ว เอพียังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเราอย่างไม่หยุดยั้ง ปีนี้เอพีได้วางกลยุทธ์ในการดำเนินงาน 4 มิติหลัก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และความมั่นใจว่าสินค้า และบริการของเอพีจะตอกย้ำวิสัยทัศน์การส่งมอบโลกแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้นได้จริง”   กลยุทธ์ในการดำเนินงาน 4 มิติสู่ความสำเร็จของเอพี (ไทยแลนด์) ในปี 2562 ได้แก่ 1.เปิดตัวโครงการครบ 9 แบรนด์ ในทุกเซ็กเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่มีสินค้าครอบคลุม ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย โดยในปีนี้เอพีเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด 39 โครงการ มูลค่ารวม 56,800 ล้านบาท เป็นคอนโด 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท (เป็นคอนโดร่วมทุน 3 โครงการ มูลค่า 18,300 ล้านบาท) และแนวราบ 34 โครงการ มูลค่ารวม 34,400 ล้านบาท (แบ่งเป็นทาวน์โฮม 19 โครงการ มูลค่า 16,780ล้านบาท และบ้านเดี่ยว 15 โครงการ มูลค่า 17,620 ล้านบาท   2.สร้างความแตกต่างด้วยสินค้าที่ตอบความต้องการของคนทุกช่วงชีวิต ด้วยเล็งเห็นถึงรูปแบบครอบครัว (Family Pattern) ที่มีความหลากหลาย และต่างไปจากเดิม เอพีจึงออกแบบและจัดวางพื้นที่ในตัวบ้าน และพื้นที่ส่วนกลางให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของครอบครัวคนรุ่นใหม่ รองรับการอยู่อาศัยของคนหลากหลายรุ่น ผ่าน 3 แนวคิดสำคัญในการออกแบบ ได้แก่ (1) SPACE TRANSFORMATION – ออกแบบให้พื้นที่ในทุกๆ ตารางนิ้วสอดคล้องกับการใช้งานจริงทั้งในวันนี้และในอนาคต (2) HUMAN CONNECTION – สร้างสรรค์ระบบนิเวศที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยทุกวัยเชื่อมต่อกันได้ในสังคมของเอพี และสังคมรอบข้างอย่างมีคุณภาพ และ (3) LIFE-LONG COMMUNITY – การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ช่วยยกระดับให้โครงการของเอพีมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และอำนวยความสะดวกเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยของลูกบ้านในเครือ ได้อย่างยั่งยืน   3.ผสานกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท ยกระดับคุณภาพคอนโดมิเนียมในเครือเอพีอย่างต่อเนื่อง ด้วย ‘AI BIM’ (Artificial Intelligence Building Information Modeling) เทคโนโลยีการออกแบบงานก่อสร้างอาคารสูงอัจฉริยะ 7 มิติ ที่จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในทุกกระบวนการทำงาน และมีจุดเด่นในด้านการบริหารสิ่งอำนวยความสะดวกในที่พักอาศัย (Facility Management) หลังจากส่งมอบโครงการ โดยในปี 2562 นี้ เอพีได้นำเทคโนโลยี ‘AI BIM’ มาใช้แบบครบวงจรในการพัฒนาคอนโดฯ แบบ High-Rise ทุกโครงการ   4.ต่อยอดความแข็งแกร่งของ BC และ SMART ช่วยให้เอพีก้าวไปสู่การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการอยู่อาศัยอย่างครบวงจร (Total Solution Community Developer) โดยในปีนี้ 'บีซี' (BC) ซึ่งเป็นบริษัท Property Agent อันดับ 1 ของไทย พร้อมรุกต่อในตลาดที่เป็นเมืองรองในต่างประเทศ อาทิ คุนหมิง หนานจิง ซีอานในจีน และโอซาก้า ฟุกุโอกะในญี่ปุ่น หลังประสบความสำเร็จในเมืองหลัก เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และอีกหลายเมืองในประเทศจีน และญี่ปุ่นมาแล้ว นอกจากนี้ 'สมาร์ท' (SMART) บริษัท Property Management เตรียมเปิดตัว SMART PLATFORM ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตและประสบการณ์การอยู่อาศัยของกว่า 55,000 ครัวเรือน ในกว่า 200 โครงการ ที่ไม่ใช่เฉพาะในเครือของเอพี ภายในไตรมาส 3   นายวิทการ เปิดเผยแผนการพัฒนาคอนโดมิเนียมปี 2562 ว่า “เอพีมุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนเมืองที่มองหาคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ ในราคาที่คุ้มค่าจับต้องได้ในทุกเซ็กเมนต์ โดยในปีนี้ เอพีเตรียมเปิดตัว 5 คอนโดมิเนียมใหม่ รวมมูลค่า 22,400 ล้านบาท ภายใต้ 4 แบรนด์ในเครือ ได้แก่  ASPIRE ใน 2 ทำเล ได้แก่ สุขุมวิท – อ่อนนุช และอโศก – รัชดา ที่เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่/คนทำงาน โดยมีโครงการร่วมทุนระหว่าง เอพีและมิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์ (บริษัท ในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป - MECG) รวมทั้งสิ้น 3 โครงการ มูลค่า 18,300 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ THE ADDRESS,  RHYTHM, และ LIFE”   นายวิทการ กล่าวเสริมว่า “ไฮไลท์สำคัญของไตรมาสแรก คือ การเปิดตัว ‘RHYTHM เอกมัย เอสเตท’ คอนโดในกลุ่ม Upper High-End บนทำเลเอกมัยเชื่อมต่อทองหล่อ มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านบาท จำนวน 303 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 6.5 ล้านบาท (เฉลี่ย 210,000 ล้านบาท / ตร.ม.) โดดเด่นด้วยการจัดวางโครงสร้างอาคารรูปแบบใหม่ เพื่อส่งมอบมิติใหม่ของการใช้ชีวิตแนวสูงที่ไม่ต่างจากการพักอาศัยในบ้าน พร้อมไฮไลท์การออกแบบ Multi-Storey & Floating Lobby 7 ชั้น ครั้งแรกในประเทศไทยที่เปิดมุมมองสู่ Outdoor Terrace การดีไซน์พื้นที่สีเขียวรวมต้นไม้ใหญ่เดิม และพื้นที่ส่วนกลางกว่า 4,800ตารางเมตรและครั้งแรกกับ Sky Villa ยูนิตพิเศษพร้อมทางเข้าผ่านสวนส่วนตัว โดยจะเปิดจองรอบพิเศษครั้งแรกที่งาน Vertical World ชั้น 1 แฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน วันที่ 21-24 มีนาคมนี้”   ด้านแผนพัฒนาโครงการแนวราบ นายภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจแนวราบ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2561 ที่ผ่านมา สินค้าแนวราบของเอพี ได้รับการตอบรับที่ดีเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะสินค้าบ้านเดี่ยวของเรามีรายได้เติบโตขึ้นถึง 80% ในขณะเดียวกันสินค้าทาวน์โฮมแบรนด์ บ้านกลางเมือง ยังคงรักษาความเป็นเบอร์ 1 ไฮเอนด์ทาวน์โฮมในเมือง ที่สร้างมูลค่ายอดขายอันดับที่ 1 นั่นเป็นเพราะผลลัพธ์จากกระบวนการทำ Design Thinking อย่างต่อเนื่องตลอด 2-3 ปี เพื่อหาคำตอบที่แท้จริงของจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญว่า อะไรคือคุณภาพชีวิตที่คนไทยต้องการ โดยเราพบว่าที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่กว้างขวางเกินไป และไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเปล่าประโยชน์ และไม่คุ้มค่า ฉะนั้น ‘ที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่’ อาจไม่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่คนไทยต้องการในทุกโลเคชั่น เราจึงมุ่งเน้นพัฒนาให้บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมทุกแบรนด์ในเครือเอพีมีแบบบ้านโมเดลใหม่ที่หลากหลาย รวมถึงการนำเสนอสเปซฟังก์ชั่นที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้สามารถยืดหยุ่นต่อการใช้งานในวันนี้ และในอนาคต สามารถอยู่ได้อย่างยาวนาน”   “เพื่อรักษาความไว้วางใจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างถึงที่สุด เอพีจึงออกแบบบ้านให้สอดรับกับความต้องการเหล่านั้น เน้นการนำนวัตกรรมทางความคิดในการออกแบบที่อยู่อาศัย 3 ข้อมาใช้ให้เกิดเป็น ‘บ้านกลางเมืองและพลีโน่ โมเดลใหม่ปี 2019’ ที่โดดเด่นตั้งแต่การดีไซน์สถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน ตอบสนองความเป็นปัจเจกของแต่ละครอบครัว รวมทั้งการปรับพื้นที่ใช้สอยภายในใหม่ทั้งหมด ทั้งสเปซฟังก์ชั่นที่รองรับการอยู่ร่วมกันของครอบครัวใหญ่ 2-3 เจนเนอร์เรชั่น ทุกตารางนิ้วสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้แบบเต็มพื้นที่ จัดวางพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กเข้าสู่ตัวบ้าน เพื่อเพิ่มความร่มรื่น โดยที่ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องเสียเวลามากในการดูแล โฟกัสทำเลศักยภาพ ใจกลางเมือง พร้อมแพ็คเกจราคาขายที่จับต้องได้ โดยเตรียมเปิดตัว บ้านกลางเมือง ไฮเอนด์ทาวน์โฮม 3 ชั้น และพลีโน่ พรีเมี่ยมทาวน์โฮม 2 ชั้น โมเดลใหม่ปี 2019 เร็วๆ นี้”นายภมร กล่าว   “และในส่วนของการเสริมแกร่งสินค้าบ้านเดี่ยวทุกแบรนด์ในเครือเอพี อาทิ THE PALAZZO, THE CITY และ CENTRO ตอกย้ำการเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค นอกจากการนำเสนอนวัตกรรมสเปซที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทุกความต้องการของทุกช่วงชีวิตแล้ว ในปีนี้เราได้นำร่องยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrasturcture) ในพื้นที่ส่วนกลาง โดยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ภายใต้คีย์สำคัญ คือ เน้นประโยชน์ ที่แท้จริงและการคืนกลับที่ยั่งยืนในการใช้ชีวิตของลูกบ้าน อาทิ เทคโนโลยี Solar Cell การผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง และ Water Recycle Systemระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ในพื้นที่สวนของโครงการ เป็นต้น หรือการนำร่องใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพของโครงการของเรา” นายภมร กล่าวเสริม   “ในปี 2562 นี้ เอพีพร้อมรุกตลาดแนวราบในทุกทำเล ภายใต้พันธกิจสำคัญในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับลูกบ้านเอพีอย่างแท้จริง ด้วยแผนการพัฒนาโครงการใหม่ถึง 34 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 34,400 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 15 โครงการ มูลค่า 17,620 ล้านบาท ทาวน์โฮม 19 โครงการ มูลค่า 16,780 ล้านบาท ซึ่งการรุกตลาดแนวราบนั้นจะขยายทำเลให้ครอบคลุมทุกทำเล เช่น ย่านดอนเมือง วัชรพล พหลโยธิน สวนหลวง ราชพฤกษ์ บางใหญ่ สวนผัก อ่อนนุช พระราม 2 สายไหม เป็นต้น บนทำเลที่ติดถนนใหญ่และเป็น Multiple Connect ที่เชื่อมต่อทางลัด ทางด่วน หรือระบบขนส่งขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยด้วยการลดเวลาที่ใช้ไปกับการเดินทาง” นายภมร กล่าวสรุป   สรุปแผนการดำเนินงานธุรกิจอสังหาฯ ในปี 2562 เอพี เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 39 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 56,800 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท แนวราบ 34 โครงการ มูลค่า 34,400 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายยอดขาย 41,800 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 35,900 ล้านบาท (100%JV) ในครึ่งปีแรกเอพีเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 21 โครงการ มูลค่า 30,440 ล้านบาท แนวราบ 17 โครงการ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว 6 โครงการ และทาวน์โฮม 11 โครงการ มูลค่ารวม 16,840 ล้านบาท และ 4 คอนโดมิเนียมใหม่ ได้แก่ ASPIRE สุขุมวิท – อ่อนนุช มูลค่า 1,600 ล้านบาท  ASPIRE อโศก – รัชดา มูลค่า 2,500 ล้านบาท RHYTHM เอกมัย เอสเตท มูลค่า 3,200 ล้านบาท (โครงการร่วมทุน) และ LIFE สาทร SIERRA มูลค่าโครงการ 6,300 ล้านบาท (โครงการร่วมทุน)   ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้รวมโครงการร่วมทุน (Backlog) มูลค่ามากถึง 50,025 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว 7,935 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียม (100%JV) มูลค่า 42,090 ล้านบาท (แบ่งเป็นคอนโดเอพี มูลค่า 2,310 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ทั้งหมดในปีนี้ และเป็นโครงการร่วมทุน มูลค่า 39,780 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปี 2562 ประมาณ 7,569 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566)      
วี พร็อพเพอร์ตี้ฯ ส่งโครงการ “เวอร์เทียร์ สุขุมวิท” ลงตลาดคอนโดนิเนียม Luxury ติดสถานีรถไฟฟ้าพระโขนง

วี พร็อพเพอร์ตี้ฯ ส่งโครงการ “เวอร์เทียร์ สุขุมวิท” ลงตลาดคอนโดนิเนียม Luxury ติดสถานีรถไฟฟ้าพระโขนง

“สุขุมวิท” ถนนเส้นนี้ได้ชื่อว่าเป็นถนนที่สะท้อนถึงความทันสมัย แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ ชาวต่างชาติรู้จัก ถือว่าเป็นทำเลที่ต้องจับตามองตลอดเวลาในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะย่านใจกลางสุขุมวิทอย่างพระโขนงแห่งนี้ โดยภาพรวมการพัฒนาของวงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันพบว่า ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมนั้นเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับความต้องการ (demand) ของผู้ซื้อที่ขยับเพิ่มขึ้นตามอย่างต่อเนื่องตามแนวรถไฟฟ้า มีการขยายการพัฒนาออกไปจากบริเวณใจกลางสุขุมวิทอย่าง อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัยไปสู่ “พระโขนง” ทำเลกึ่งกลางที่อดีตเคยถูกมองข้าม แต่วันนี้... ย่านพระโขนง กำลังก้าวสู่บริบทความเป็นเมืองใหม่ที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเดินทาง เรื่องของไลฟ์สไตล์ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน   ..และที่นี่ทำเลพระโขนงมีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้ทำเลเอกมัย และทองหล่อ เหนือกว่าด้วยที่ตั้งโครงการที่ติดสถานีรถไฟฟ้า ด้วยราคาเปิดตัวที่น่าสนใจนั่นก็คือ โครงการ  “เวอร์เทียร์ สุขุมวิท” (Vertier Sukhumvit) คอนโดมิเนียมระดับ Luxury ติดสถานีรถไฟฟ้า เปิดตัวใหม่ล่าสุดในทำเลดังกล่าว ที่ บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (V Property) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์เน้นพัฒนโครงการที่อยู่อาศัยเฉพาะทำเลศักยภาพ เเละเน้นการพัฒนาที่ดินเฉพาะแปลงที่หายากเท่านั้นอย่างเช่น บริเวณรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือ สายสุขุมวิทเป็นหลัก ตั้งใจพัฒนาโครงการโดยเน้นจุดเด่นของทำเล และราคาที่สมเหตุสมผล   นายพรชัย เลิศอนันต์โชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ V Property กล่าวว่า Mid Sukhumvit เป็น จุดศูนย์กลางแห่งการเชื่อมต่อถนนหลักที่สำคัญเข้าสู่ใจกลางย่านธุรกิจชื่อดังมากมายของถนนสุขุมวิทตอนกลางกับตอนปลาย ที่สามารถเชื่อมไปสู่ทำเลอื่นด้วยถนนเส้นสำคัญๆ ไม่ว่าเป็น สุขุมวิท 71 ที่เชื่อมไปยังถนนเพชรบุรี ถนนรามคำแหง ถนนพัฒนาการ หรือพระราม 9 หรือหากวิ่งเส้นพระราม 4 ก็เข้าสู่ถนนสีลม สาทรได้ และที่สำคัญยังเป็นจุดเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาในอนาคต   ด้วยศักยภาพของทำเลใจกลางสุขุมวิทที่มี Demand สูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี บริษัทฯจึงเลือกทำเลติด BTS สถานีพระโขนง ลงทุนพัฒนาโครงการ เวอร์เทียร์ สุขุมวิท เป็นคอนโดมิเนียม ไฮไรส์ 31 ชั้น 1 อาคาร พร้อมที่จอดรถอัจฉริยะ ทั้งอาคารมีห้องพักอาศัยทั้งสิ้น 227 ยูนิตรวมมูลค่า 1.8 พันล้านบาท กำหนดราคาขายเริ่ม 180,000 บาทต่อตารางเมตร แบ่งชั้นพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 4-28 ชั้นส่วนกลางอยู่ชั้น 1-3 และชั้น 29-30 ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 1 ไร่ ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนง ใกล้กับจุดเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล-พระโขนง-สะพานพระราม 9-ท่าพระ) ในอนาคตด้วย เดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวกเพราะที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้กับทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษฉลองรัช โครงการมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จไตรมาส 2 ปี 2564 (ค.ศ.2021)     โครงการ เวอร์เทียร์ สุขุมวิท ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “RARE COLLECTIBLE LOCATION” เป็นแนวคิดการพัฒนาที่พักอาศัย บนทำเลที่หายากและน้อยคนนักที่จะได้เป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูทำเลติดถนนสุขุมวิทและสถานีรถไฟฟ้าใจกลางเมือง ผสานการออกแบบเน้นความเป็นส่วนตัวสูง และความสะดวกสบายของผู้พักอาศัยทั้งเรื่องการเดินทาง ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการเลือกใช้ชีวิตแบบคนเมืองอย่างแท้จริง รายละเอียดห้องชุดมีดังนี้ แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 28 – 42 ตร.ม. จำนวน 183 ยูนิต แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 48 – 52 ตร.ม. จำนวน 38 ยูนิต แบบ 3 ห้องนอน ขนาด 86 ตร.ม.จำนวน 6 ยูนิต (สามารถจดทะเบียนบริษัทได้) สำหรับพื้นที่ส่วนกลางเน้นตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียม และมีสไตล์โดดเด่นสะท้อนเอกลักษณ์ของผู้อยู่อาศัย ประกอบไปด้วย Atelier Lobby Lounge, Business Meeting Lounge, Sky Aquarium Pool, Jacuzzi และ Pool Terrace, Vertical Oasis & Pinnacle Pavilion, Crystal Fitness เป็นต้น และด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยที่น้อยเพียง 6-10 ห้อง ต่อ 1 ชั้น อีกทั้งโครงการยังออกแบบให้ทุกยูนิตเป็นแบบ “Single  Loaded Corridor หรือไม่มีห้องตรงข้าม” เพื่อเน้นความเป็นส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบให้แก่ผู้ที่ได้ครอบครองห้องชุด ซึ่งโครงการให้ความสำคัญเป็นพิเศษ   ด้วยศักยภาพของทำเลและการออกแบบโครงการ ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดเน้นความเรียบหรู และการใช้งานได้อย่างลงตัว ทำให้ลูกค้าส่วนหนึ่งมาจากฐานลูกค้าเก่าที่มี Brand Loyalty กับ V Property และอีกส่วนหนึ่งเป็นลูกค้าใหม่ซึ่งก็มีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ “ผมมั่นใจว่า โครงการ เวอร์เทียร์ แค่คุณได้เป็นเจ้าของก็ถือว่าคุ้มค่าที่สุดแล้ว ทำเลติดสถานีแบบนี้ถือว่าหายากมาก ที่สำคัญราคาสมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับโครงการเปิดใหม่ๆเมื่อปีที่ผ่านมา” นายพรชัย เลิศอนันต์โชค CEO บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าว   ในวันที่ 16-17 ก.พ.นี้ โครงการ เวอร์เทียร์ สุขุมวิท จัดงาน Exclusive Pre-Sales พร้อมเปิดให้จองห้องภายในงาน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนรับส่วนลด 500,000 บาท ได้ที่ www.vertierbangkok.com หรือเข้าชมโครงการ ณ Vertier Sales Gallery รถไฟฟ้าสถานีพระโขนงทางออกประตู 2 เพียง 50 เมตร          
เน็กซัสสรุปภาพรวมตลาดอสังหากรุงเทพปี 61 ตลาดคอนโดเริ่มมีการปรับตัวเพื่อตอบสนองเรียลดีมานด์ ในขณะที่ตลาดเช่าเพื่อการพาณิชย์ค่าเช่าทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์

เน็กซัสสรุปภาพรวมตลาดอสังหากรุงเทพปี 61 ตลาดคอนโดเริ่มมีการปรับตัวเพื่อตอบสนองเรียลดีมานด์ ในขณะที่ตลาดเช่าเพื่อการพาณิชย์ค่าเช่าทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์

เน็กซัสสรุปปีนี้ราคาเฉลี่ยคอนโดในกรุงเทพเพิ่มขึ้น 7.6% ในขณะที่ราคาคอนโดใจกลางเมืองเพิ่มถึง 10% คาดในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ผู้ประกอบการควรเน้นการพัฒนาเพื่อเรียลดีมานด์ ส่วนราคาค่าเช่าสำนักงานเกรดเอในย่านศูนย์กลางธุรกิจเฉลี่ยทะลุ 1,000 บาท/ตารางเมตร/เดือน ในขณะที่ราคาค่าเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าเฉลี่ยสูงถึง 3,900 บาท/ตารางเมตร/เดือน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีก ในปีหน้าตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าและตลาดศูนย์การค้ามีการแข่งขันสูงขึ้นแน่นอน ถือว่าเป็นแนวโน้มที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง   ตลาดคอนโดมิเนียม นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (Mrs. Nalinrat Chareonsuphong, Managing Director of Nexus Property Marketing Company Limited)  เผยว่า ปี 2561 ยังคงเป็นปีที่มีอุปทานของคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นในตลาดในจำนวนที่ค่อนข้างสูง จากทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย โดยมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่ 60,900 หน่วย จาก 138 โครงการ ซึ่งทำให้คอนโดมิเนียมมีหน่วยสะสมทั้งสิ้น 610,900 หน่วย ทำเลที่นิยมในการพัฒนาโครงการอันดับหนึ่งยังคงเป็นพญาไท รัชดา และ พหลโยธิน (21,100 หน่วย, 35%) ตามมาด้วย พระโขนง สวนหลวง (13,500 หน่วย, 22%) และ ธนบุรี เพชรเกษม (8,500 หน่วย, 14%) ตามลำดับ และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทั้ง 3 ทำเลนี้ก็มีอัตราการเพิ่มของอุปทานมากที่สุดโดยมากกว่า 65-70% เลยทีเดียว ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากกระแสการอยู่อาศัยคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่มีมาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง และในทำเลเหล่านี้ก็ยังคงหาที่ดินที่จะพัฒนาได้มากกว่าทำเลที่อยู่ในใจกลางเมือง   นอกจากนี้  หากจะวิเคราะห์ถึงอุปทานใหม่ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาจะพบว่า 41% ของจำนวนหน่วยทั้งหมดจะมาจากตลาดไฮเอนด์ ที่มีระดับราคาอยู่ที่ 110,000 -190,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาต่อหน่วย 4-8 ล้านบาท ตามมาด้วยตลาดระดับกลาง (mid market) 27% และตลาดซิตี้คอนโด 21% ซึ่งสัดส่วนดังกล่าว อาจดูไม่สอดคล้องกับรายได้และฐานเงินเดือนของคนกรุงเทพมากนัก โดยจากปัจจัยที่ดินที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาพัฒนาสินค้าในระดับราคาที่สูงขึ้นนั่นเอง   ในปี 2561 ยอดขายคอนโดมิเนียมในตลาดกรุงเทพรวมทั้งสิ้นจำนวน 52,000 หน่วย โดยแบ่งเป็นห้องชุดที่เปิดใหม่ในปี 2561 จำนวน 31,800 หน่วย (คิดเป็นยอดขายเฉลี่ยของห้องชุดที่เปิดใหม่อยู่ที่ 52%) และห้องชุดที่เปิดขายก่อนปี 2561  มียอดขายเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20,300 หน่วย ทั้งนี้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้งคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในปีนี้และที่เปิดมาก่อนหน้านี้ทำให้อัตราขายรวมในตลาดอยู่ที่ 90% และยังคงมีห้องชุดเหลือขายในตลาดอยู่อีก 62,700 หน่วย   ในปี 2561 ราคาขายคอนโดมิเนียมเฉลี่ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น 7.6% จาก 130,600 บาทต่อตารางเมตร เป็น 140,600 บาทต่อตารางเมตร โดยตลาดใจกลางเมืองปรับตัวเพิ่มสูงสุดอยู่ที่ 10% ไปอยู่ที่ 231,000 บาทต่อตารางเมตร ตลาดรอบใจกลางเมือง 7% ไปอยู่ในระดับราคา 113,200 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่ตลาดรอบนอกปรับราคาเพิ่มเฉลี่ยเพียง 1% เป็น 73,500 บาทต่อตารางเมตร เท่านั้น สำหรับแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของราคาคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เริ่มเห็นการปรับตัวขึ้นในอัตราที่ลดลงบ้าง ซึ่งก็น่าจะเกิดจากการที่ผู้ประกอบการเริ่มเห็นแนวโน้มราคาที่ปรับตัวสูงมากในตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เช่นในปี 2561 ทำเลหลังสวนปทุมวัน ราคาปรับขึ้นเพียง 3% หรือในโซนธนบุรี เพชรเกษมเองซึ่งเป็นทำเลที่มีขอบเขตค่อนข้างกว้างมาก ราคาก็ปรับเพิ่มเพียง 1% แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าคุณภาพดีขึ้นที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้นั้นราคาจะไม่มีโอกาสขยับตัวสูงขึ้นได้ ในตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ สำหรับการคาดการณ์แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2562 นั้น นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ เชื่อว่า ในส่วนของอุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 น่าจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับตัวเลขเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมาที่ประมาณ  53,000 หน่วย ในขณะที่ความต้องการยังคงอยู่ในช่วงระหว่าง 50,000-55,000 หน่วย จากตัวเลขประมาณการดังกล่าว อัตราการขายรวมและห้องเหลือในตลาดก็น่าจะอยู่ในปริมาณใกล้เคียงกับตัวเลขปีนี้ สำหรับรูปแบบของการพัฒนาสินค้าก็จะปรับให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายย่อยมากขึ้น เช่นคอนโดสำหรับคนรักการออกกำลังกาย สำหรับผู้สูงอายุ หรือ คนรักสัตว์ เป็นต้น นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมเช่าสิทธิระยะยาวในทำเลที่ดีก็จะมีออกมาในตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงโครงการ mixed used ที่ผสมผสานคอนโดมิเนียมเข้ากับพื้นที่เชิงพาณิชย์ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์คนรุนใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายก็จะเปิดตัวมากขึ้นเช่นกัน   นอกจากนี้ ในมุมมองของ เน็กซัส สัดส่วนของห้องชุดที่ผู้ประกอบการควรจะพัฒนา น่าจะเพิ่มสัดส่วนไปที่กลุ่มซิตี้คอนโด และตลาดระดับกลาง (mid market) ที่เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของกรุงเทพมากขึ้นเพื่อจะได้ตอบสนองกับความต้องการอยู่อาศัยจริง ซึ่งจะเป็นตลาดที่มีเสถียรภาพและยั่งยืนมากกว่าตลาดต่างชาติเพื่อการลงทุน แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ได้มองข้ามการลงทุนจากต่างชาติเลย สำหรับตลาดการลงทุนจากต่างชาติที่เป็นที่จับตามองในช่วงที่ผ่านมานั้น การลงทุนจากนักลงทุนรายใหญ่หรือนักลงทุนสถาบันจะยังคงเห็นได้อย่างต่อเนื่อง ในปี 2562 สัดส่วนจำนวนห้องชุดที่นักลงทุนจากจีน ญี่ปุ่น และบางส่วนจากฮ่องกงและสิงคโปร์ ที่เข้ามาลงทุนน่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 30% จาก 26% (15,820  หน่วย ใน 24 โครงการ ในปี 2561) นอกจากนี้ นักลงทุนรายย่อยจากประเทศจีนก็น่าจะยังคงเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยอย่างต่อเนื่องในทำเลที่ขยายออกไปจากทำเลเดิม ตลาดฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน ก็น่าจะยังรักษาระดับการลงทุนที่ไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา ในขณะที่ตลาด CLMV เป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก   หากจะวิเคราะห์ถึงการปรับตัวของราคาคอนโดมิเนียมในกรุงเทพในช่วง 1-3 ปีข้างหน้านั้น เน็กซัสมองว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่ลดลง ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นน่าจะไม่สามารถขึ้นได้ในอัตราที่มากเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ดังนั้น ผู้ประกอบการเองก็น่าจะพัฒนาโครงการในราคาที่ไม่ต้องปรับตัวสูงขึ้นมากนัก ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าราคาคอนโดมิเนียมจะปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ในระดับ 6-7% ต่อปี   นอกจากนี้ ในส่วนของทำเลการพัฒนาโครงการนั้น มีปัจจัยเรื่องภาพลวงตาของทำเลการอยู่อาศัย (Illusion of location) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเลือกซื้อที่อยู่อาศัย พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย ยังคงเป็นทำเลยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการ ที่มองหาที่ดินเพื่อเข้ามาพัฒนาโครงการ แต่ในทำเลนี้ ราคาคอนโดมิเนียมที่ควรเป็น น่าจะเป็นราคาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายจริงๆ  ในขณะที่ทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งธนบุรี ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรถไฟฟ้าสายสีทองที่กำลังก่อสร้าง และก็เช่นเดียวกัน คอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นใหม่ราคาก็จะต้องสูงขึ้นมากอย่างแน่นอน จริงๆ แล้ว ทำเลอย่าง ติวานนท์ ที่ผู้ประกอบการหลายรายยังคงมีคำถามจากอุปทานที่ยังมีขายอยู่นั้น ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ราคาคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วในบริเวณนี้ก็จะน่าสนใจ เพราะเป็นคอนโดที่ราคาจับต้องได้มากที่สุดในตลาด สุดท้าย รัชดา พระราม 9 ทำเลทองของชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน ถ้าจะยังคงเป็นทำเลที่ครองใจลูกค้ากลุ่มนี้ได้ การตั้งราคาและการทำการตลาดจะต้องเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีบริการหลังการขายที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่างชาติกลุ่มนี้ได้จริง   จากนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนการให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้น จะส่งผลต่อการพัฒนาสินค้าในตลาดที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดมิเนียม โดยบ้านอาจจะมีการขายระหว่างก่อสร้างมากขึ้นเพื่อให้ผู้ซื้อได้ผ่อนชำระเงินดาวน์บางส่วนก่อน คอนโดมิเนียมก็อาจจะต้องเน้นขายช่วงพรีเซลมากขึ้น ที่มีระยะเวลาการผ่อนยาวขึ้น และท้ายที่สุด เศรษฐกิจและการเมืองที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงจากการเลือกตั้งก็น่าจะมีผลต่อทิศทางของตลาดเช่นกัน   ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า นายธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทเน็กซัส เรียลเอสเตท แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด (Mr. Teerawit Limthongsakul, Managing Director of Nexus Real Estate Advisory) กล่าวว่า ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า เกรด เอ และ เกรดบี ในกรุงเทพ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 4.1 ล้านตารางเมตร พบว่า ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องของราคาค่าเช่าที่มีการปรับตัวสูงขึ้นและอัตราว่างของพื้นที่ที่อยู่ในระดับต่ำ จากข้อมูลในไตรมาส 4 ปีนี้ เห็นได้ว่าอุปทานของอาคารสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพ ลดลงเล็กน้อย เนื่องมาจากมีบางอาคารอยู่ระหว่างการปิดปรับปรุงให้มีความทันสมัย ปลอดภัย สะอาด และสะดวกสบายมากขึ้น เพื่อดึงดูดผู้เช่าในตลาด สำหรับตลาดพื้นที่อาคารสำนักงานให้เช่านั้นยังคงมีความต้องการสูงจากธุรกิจให้เช่าพื้นที่ทำงานร่วม (co-working space) และสำนักงานพร้อมบริการ (serviced-office) ที่กำลังได้รับความนิยม ทำให้อัตราว่างของพื้นที่เช่าในช่วงไตรมาสนี้ลดลงเหลือเพียง 4% เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารสำนักงานเกรดเอใหม่ๆ จะได้รับความสนใจจากผู้เช่าเป็นอย่างมาก   ในส่วนของราคาค่าเช่าอาคารสำนักงานในกรุงเทพ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800 บาท/ตารางเมตร/เดือน แต่หากพิจารณาเฉพาะอาคารสำนักงานเกรดเอที่อยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจเท่านั้น พบว่า ค่าเช่าเฉลี่ยสูงกว่า 1,000 บาท/ตารางเมตร/เดือน นับเป็นสถิติใหม่ในตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าของกรุงเทพ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับบางอาคารที่ตั้งอยู่บนถนนวิทยุหรือเพลินจิต อย่างเช่น อาคารเกษร ทาวเวอร์ และปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ที่สามารถทำราคาค่าเช่าได้สูงถึง 1,500 บาท/ตารางเมตร/เดือน ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงที่สุด ณ ขณะนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีพื้นที่อาคารสำนักงานใหม่ให้เช่าเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 ล้านตารางเมตร หรือประมาณ 25% ของพื้นที่ที่มีอยู่ในตลาด ณ ปัจจุบัน อาจส่งผลให้มีอัตราว่างของพื้นที่ให้เช่าสูงขึ้นจากเดิมถึง 2 เท่า โดยจะมีอัตราว่างของพื้นที่ประมาณ 10% จากเดิมที่มีเพียง 4-5% เท่านั้น ถือว่าเป็นอัตราว่างที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี และอาจส่งผลให้อัตราการขึ้นราคาค่าเช่ามีการปรับตัวช้าลงอีกด้วย   หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพ จะมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นอย่างแน่นอน อาจส่งผลให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยจำนวนอุปทานที่มีมากขึ้นในตลาดจะทำให้ผู้เช่ามีอำนาจในการต่อรองที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าอัตราว่างของพื้นที่เช่าจะสูงถึง 10% ก็จริง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดอุปทานล้นตลาด เนื่องจากอัตราว่างของพื้นที่ประมาณ 10% ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเปรียบเทียบกับเมืองสำคัญอื่นๆ ทั่วโลก   จากการสำรวจของ Cushman & Wakefield ซึ่งเป็นบริษัทพันธมิตรของเน็กซัสฯ พบว่า ในประเทศกลุ่ม APAC มีอัตราว่างของพื้นที่อาคารสำนักงานให้เช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 10% หรือแม้แต่ในสหรัฐอเมริกาก็ยังมีอัตราว่างของพื้นที่ถึง 13.3% ดังนั้น หากกรุงเทพมีอัตราว่างของพื้นที่ให้เช่าที่ประมาณ 10% ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ปกติ   ตลาดศูนย์การค้า   สำหรับตลาดศูนย์การค้า จากการสำรวจพบว่า ตลาดยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากตลาดศูนย์การค้านั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ การบริโภคของภาคเอกชน รวมไปถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว   ส่วนราคาค่าเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าในย่านศูนย์กลางทางการค้าอย่างบริเวณถนนพระราม 1 และพร้อมพงษ์ ที่มีการแข่งขันสูงนั้น ทำให้อัตราค่าเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 3,900 บาท/ตารางเมตร/เดือน ในขณะที่ราคาเสนอให้เช่าพื้นที่สูงที่สุดของย่านนี้สูงทะลุถึง 5,000 บาท/ตารางเมตร/เดือน จากการเสนอราคาพื้นที่บริเวณชั้น G ของห้างสยามพารากอน นอกจากนี้โซนนอกศูนย์กลางการค้าอย่างไอคอนสยามซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็มีราคาเสนอเช่าพื้นที่ที่สูงเช่นเดียวกัน โดยสูงมากกว่า 5,000 บาท/ตารางเมตร/เดือน นับว่าเป็นสถิติใหม่ของอัตราค่าเช่าพื้นที่สำหรับตลาดศูนย์การค้าในกรุงเทพ   การสำรวจของเน็กซัสฯ พบว่าพื้นที่ศูนย์การค้าให้เช่าที่เกิดขึ้นใหม่ของไตรมาสนี้ มาจากไอคอนสยามและเกตเวย์ แอท บางซื่อ ที่เพิ่งมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และคาดว่าจำนวนพื้นที่ของศูนย์กลางการค้าให้เช่าในปีหน้าจะมีมากถึง 240,000 ตารางเมตร จากการคาดการณ์ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยและการท่องเที่ยวในปีหน้านั้นยังคงมองเป็นปัจจัยบวก โดยทางสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ณ สิ้นปี 2561 จะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 5.08% หรือคิดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 37.2 ล้านคน   เนื่องจากลักษณะนิสัยของคนไทยที่นิยมไปซื้อของที่ร้านค้าด้วยตัวเองและสภาพอากาศที่ร้อน ทำให้ศูนย์การค้าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนไทย แต่สำหรับตลาดในปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตัวเอง ให้สามารถดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น เช่น การออกแบบ ไลฟ์สไตล์ สิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และแพลตฟอร์ม จะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดได้        
คิง ไว กรุ๊ป เชื่อมั่นตลาดไทย เดินหน้าเปิดคอนโดฯ หรูแห่งแรก “S61 SUKHUMVIT BY KWG” บนทำเลสงบเงียบ ใจกลางเอกมัย มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ลบ. ในราคาเริ่มต้น 7.69 ลบ.

คิง ไว กรุ๊ป เชื่อมั่นตลาดไทย เดินหน้าเปิดคอนโดฯ หรูแห่งแรก “S61 SUKHUMVIT BY KWG” บนทำเลสงบเงียบ ใจกลางเอกมัย มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ลบ. ในราคาเริ่มต้น 7.69 ลบ.

จากความสำเร็จในการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว วิลล่า อะคาเดีย ศรีนครินทร์ คิง ไว กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่อสังหาจากฮ่องกง เชื่อมั่นศักยภาพของตลาดอสังหาฯ เมืองไทย เดินหน้าเปิดโครงการคอนโดมิเนียมหรู Low Rise  แห่งแรก “S61 SUKHUMVIT BY KWG” Luxury Condominium ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านเอกมัย แต่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เริ่มต้นยูนิตละ 7.69 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท คาดปิดการขายภายในปี 2562 นายเฮนรี ชาน รองประธานกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง ไว กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “KWG” เปิดเผยต่อสื่อมวลชนในโอกาสแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “S61 SUKHUMVIT BY KWG” อย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานขายโครงการบนถนนพระราม 4 ว่า King Wai Group (KWG) เป็นกลุ่มบริษัทจากฮ่องกงที่มีฐานอยู่ในจีน ทางกลุ่มมีธุรกิจหลากหลาย ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการเงิน และธุรกิจค้าปลีกข้ามพรมแดน โดยมีโครงการ IMX (International Merchandise Exhibition and Exchange Center) หรือศูนย์จัดแสดงสินค้าครบวงจร รองรับโอกาสในการขยายตลาดนำเข้าสินค้าไปยังประเทศจีน ทางกลุ่มได้พัฒนาธุรกิจดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ ตามโมเดล “Store-Warehouse-Exhibition-Customer” โดยมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์ จากทั้งในและต่างประเทศ คิง ไว กรุ๊ป มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมชื่อเสียงในธุรกิจมายาวนานกว่า 30 ปีในประเทศจีนและฮ่องกง โดยเริ่มขยายธุรกิจออกนอกประเทศหลังการปรับใช้นโยบาย “Belt and Road Initiative” (BRI) ของรัฐบาลจีน ทางกลุ่มเล็งเห็นว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว อีกทั้งยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศที่พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางและประตูสู่การทำธุรกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต ชื่อ คิง ไว กรุ๊ป อาจยังไม่คุ้นกับคนไทยมากนักในวันนี้ แต่ถ้าเอ่ยถึงโครงการระดับเมกะโปรเจคที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด โครงการ "King Wai City Oasis" ซึ่งตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้และเทียนจินมีพื้นที่ใช้สอยรวมกันมากกว่า 1.8 ล้านตารางเมตร และได้รับการรับรองจากศูนย์พิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กระทรวงปกป้องสิ่งแวดล้อม แห่งชาติจีน ให้เป็น "ที่อยู่อาศัยที่เป็นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" และ "อาคาร Low-Carbon Building" นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Bauhinia Valley ในเขตเป่าซาน มหานครเซี่ยงไฮ้ อันเป็นผลงานชิ้นเอกของ คิง ไว กรุ๊ป ในด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ มุ่งเน้นการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม นวัตกรรมและเทคโนโลยี เชื่อมโยงแบรนด์ระดับโลกสร้างฐานอุตสาหกรรมของอนาคต ในส่วนของภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีที่ผ่านมาจะเติบโตไม่มากนัก แต่เศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการมากมายสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งมวลชนที่ทำให้การคมนาคมสะดวกขึ้น หรือแพลตฟอร์มต่างๆของภาครัฐเพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ ทางเราคิดว่า ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลและจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยนี้ จะส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเราสามารถเติบโตไปได้ดี โดยเฉพาะแผนการขยายเมืองของไทย และกลยุทธ์การสร้างไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใน ASEAN จะส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโต ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ไม่ได้มีเพียงคนไทยเท่านั้นที่ลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่มีนักลงทุนต่างชาติมากมายโดยเฉพาะจีน ที่เข้ามาลงทุนในธุรกิจคอนโดมิเนียมไทย คิง ไว กรุ๊ป เองถนัดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แต่เรามีคติสำคัญคือ “เราไม่ใช่แค่สร้างสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่เราสร้างสังคมที่มีคุณภาพด้วย” ดังนั้น โครงการของเราจะเน้นที่คุณภาพที่สมราคา เลือกทำเลที่เหมาะกับการทำโครงการ วางแผนการทำธุรกิจอย่างรัดกุมและแสวงพันธมิตรทางธุรกิจที่เหมาะสม เราจึงมั่นใจว่า การขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มในไทยจะได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุนทั้งในไทยและต่างชาติ “แม้ว่าบริษัท คิง ไว กรุ๊ป จะเข้ามาในเมืองไทยได้ไม่นาน แต่เราก็ได้มีการสร้างพื้นฐานที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ คิง ไว กรุ๊ป ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีโดยเราได้มีการขายโครงการ “วิลล่า อะคาเดีย ศรีนครินทร์” ไปจนหมดโครงการแล้ว และ พื้นที่ของอาคารจูเวลเลอรี่เซ็นเตอร์ที่ คิง ไว กรุ๊ป เป็นเจ้าของร่วมก็ได้รับการปล่อยเช่าไปร้อยละ 90 แล้ว ตอนนี้ คิง ไว กรุ๊ป กำลังมุ่งมั่นที่จะขยายฐานธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยโครงการ S61 SUKHUMVIT BY KWG  ที่เรากำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2561 จะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมแห่งแรกของเราในเมืองไทย กลุ่มลูกค้าหลักของเราคือ กลุ่มลูกค้าที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ใจกลางกรุงเทพแต่ก็ต้องการมีพื้นที่เงียบสงบส่วนตัว กลยุทธ์ที่เราจะจับกลุ่มลูกค้าดังกล่าวคือการมีทำเลที่ตั้ง การออกแบบดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้า  มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายปิดการขายภายในปี 2562” โครงการ S61 SUKHUMVIT BY KWG  เป็นคอนโดมิเนียมหรูแบบ Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร บนเนื้อที่  1-1-98 ไร่ เป็นส่วนตัวสูงสุดด้วยจำนวนยูนิตเพียง 126 ยูนิต หรือ 9 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ด้วยพื้นที่อยู่อาศัยกว้างขวางเริ่มต้น 40-160 ตารางเมตร โดยมีแบบห้องให้เลือก 4 แบบ ได้แก่ 1-Bedroom ขนาด  40-46 ตารางเมตร 2-Bedrooms ขนาด  56-70 ตารางเมตร 3-Bedrooms ขนาด  79–95 ตารางเมตร และ Penthouse  ขนาด 135–160 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นต่อหน่วยที่ 192,000 บาท/ตารางเมตรโดยประมาณ ในราคาเริ่มต้นที่ 7.69-10 ล้านบาท Fully-Furnished ตกแต่งครบด้วยเฟอร์นิเจอร์และวัสดุระดับพรีเมียม มอบทุกองค์ประกอบชีวิตที่เหนือกว่า ด้วย Timeless ดีไซน์ที่สะท้อนความหรูหรา มาพร้อมความสะดวกสบายครบครัน สะท้อนความหรูหราสง่างาม ด้วยดีไซน์ Facade ที่พิถีพิถัน จากการเลือกใช้กระจก EURO Grey ที่โดดเด่นเรื่องความปลอดภัย แข็งแรงทนทาน ช่วยดูดซับความร้อน และลดเสียงรบกวนจากภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ ติดตั้งแผง Solar Panel เพื่อช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ในพื้นที่ส่วนกลางและทางเดินภายในอาคารจากพลังงานธรรมชาติช่วยสะท้อนแนวคิดของความใส่ใจสังคมส่วนรวม นวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อความสะดวกสบายของชีวิตเมือง ด้วย Automatic Car Parking ระบบจอดรถอัตโนมัติช่วยประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่และความปลอดภัย มอบชีวิตที่สะดวกสบายอย่างแท้จริง ทำชีวิตให้เป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ด้วยการนำ Smart Home Technology เทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการควบคุมการเปิดปิดไฟ และการตั้งอุณหภูมิภายในห้อง ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ  Security System เพื่อความปลอดภัยและอุ่นใจสูงสุดของผู้อยู่อาศัย ด้วย Digital Door Lock ที่ให้คุณสะดวกสบายโดยการเข้าออกยูนิตด้วยรหัสส่วนตัว และการใช้ระบบ Key Card Access สำหรับทางเข้าหน้าโครงการ และบริเวณที่จอดรถอัตโนมัติ สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนรับข้อเสนอพิเศษรับส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท* และ iPhone Xs* และข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่คลิก www.s61condo-kwg.com (*ตามเงื่อนไขของบริษัท) “คิง ไว กรุ๊ป มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย โดยใช้ความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยไปอีกขั้นหนึ่ง และทำเลทองหล่อ-เอกมัยเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน โดยในปี 2561 มีจำนวนโครงการที่เปิดขายทั้งโครงการ High Rise และ Low Rise พื้นที่ของโครงการที่เป็นคู่แข่งส่วนใหญ่จะอยู่บนถนนทองหล่อและเอกมัยเป็นหลัก ด้วยจำนวนโครงการที่เปิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ย่อมทำให้ลูกค้ามีข้อเปรียบเทียบมากมาย จึงส่งผลกระทบต่อระยะเวลาการตัดสินใจของลูกค้าที่จะใช้เวลานานขึ้น แต่ทั้งนี้เรามีความมั่นใจว่า ลักษณะการออกแบบโครงการ S61 SUKHUMVIT BY KWG  คอนโดมิเนียมหรู ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อให้คุณอิ่มเอมกับ Urban Lifestyle และการใช้ชีวิตเหนือระดับบนทำเลที่สงบเงียบ เป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันทำเลที่ตั้งของโครงการก็มีศักยภาพสูงสุดเนื่องจากอยู่ใจกลางเอกมัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่ง Lifestyle ที่น่าอยู่ที่สุดของกรุงเทพฯ และจำนวนยูนิตที่น้อยเพียง 126 ยูนิต ทำให้โครงการ “S61 SUKHUMVIT BY KWG” จะเป็นโครงการหนึ่งในใจของลูกค้าอย่างแน่นอน” นายเฮนรี ชาน กล่าวปิดท้าย        
ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ไตรมาส 4 ปี 2561

ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ไตรมาส 4 ปี 2561

ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เผยว่า มีปัจจัยหลายประการส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดที่พักอาศัยของกรุงเทพมหานคร แม้ว่ามีการเปิดตัวโครงการใหม่เกิดขึ้นมาก แต่ยอดขายจากผู้ซื้อชาวไทยเริ่มชะลอตัวลงในบางทำเลและอาจมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวต่อไปอีกจากมาตรการเรื่องการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า  ผู้พัฒนาโครงการบางรายพยายามที่จะหาทำเลที่ตอบโจทย์ความต้องการจากกลุ่มผู้ซื้อคนไทยที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง และพัฒนาโครงการในระดับราคาที่สอดคล้องกับกำลังซื้อของตลาด  ผู้พัฒนาโครงการบางรายปรับเพิ่มสัดส่วนการขายให้กับผู้ซื้อชาวต่างชาติซึ่งอาจซื้อเพื่อการลงทุนโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์เข้าพักอาศัยจริง ด้านตลาดให้เช่าที่พักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติในย่านใจกลางเมืองนั้นยังมีเสถียรภาพ แต่ซีบีอาร์อีมองว่าตลาดให้เช่าที่พักอาศัยสำหรับคนไทยในย่านรอบนอกใจกลางเมืองและย่านชานเมืองไม่ค่อยมีการเติบโตในเรื่องค่าเช่า ทำให้นักลงทุนที่ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อนำมาปล่อยเช่าอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้   เมื่อไม่นานมานี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดมาตรการกำกับดูแลการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เข้มงวดขึ้น โดยการปรับลดอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ให้แก่ผู้ซื้อบางกลุ่ม เพื่อลดความเสี่ยงด้านสินเชื่อและความเสี่ยงในตลาดอสังหาริมทรัพย์  รวมทั้งปรับปรุงคุณภาพสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป ซึ่งมาตรการใหม่นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรกซึ่งเป็นความต้องการอยู่อาศัยที่แท้จริง มากกว่านักลงทุนที่ซื้อที่พักอาศัยแล้วนำมาปล่อยเช่าเพื่อสร้างผลตอบแทนซึ่งมีสัญญาสินเชื่อหลายฉบับ แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่บังคับให้ผู้พัฒนาโครงการต้องเรียกเก็บเงินดาวน์ขั้นต่ำในการทำสัญญา แต่ก็จะกระตุ้นให้ผู้พัฒนาโครงการเรียกเก็บเงินดาวน์ในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงหากลูกค้าทิ้งเงินดาวน์เมื่อถึงเวลาที่ต้องโอน ซึ่งจะทำให้ความต้องการจากนักเก็งกำไรลดลง เพราะต้องใช้เงินดาวน์สูงถึง 20 - 30% ต่างจากในปัจจุบันที่ใช้เงินดาวน์เพียง 10 - 15%  และมาตรการนี้จะช่วยชะลอความร้อนแรงและสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดโดยรวม   เนื่องจากเป็นที่คาดการณ์ว่าความต้องการภายในประเทศจะชะลอตัว อันเป็นผลจากข้อกำหนดใหม่ด้านสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซีบีอาร์อีคาดว่าจะมีผลต่อเนื่องทำให้ผู้พัฒนาโครงการหันไปพึ่งพาผู้ซื้อชาวต่างชาติที่ซื้อที่พักอาศัยด้วยเงินของตนเองเป็นหลัก เพราะเงินทั้งหมดต้องโอนมาจากต่างประเทศด้วยสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับด้านการเป็นเจ้าของอาคารชุดโดยชาวต่างชาติ ผู้พัฒนาโครงการหลายรายกล่าวว่าได้เพิ่มยอดขายคอนโดมิเนียมในส่วนที่มาจากผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีนทั้งในรูปของการซื้อแบบรายบุคคลและการซื้อแบบยกล็อตโดยผ่านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชาวจีน  หลายโครงการได้เปิดเผยว่าโควตาสำหรับผู้ซื้อต่างชาติเต็มแล้ว (49% ของพื้นที่ขาย) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นในอดีต   “เรื่องนี้ทำให้ซีบีอาร์อีมีความกังวลมากขึ้นว่าการพึ่งพายอดขายจากลูกค้าต่างชาติจำนวนมากจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ เพราะยังไม่แน่นอนว่าลูกค้าต่างชาติเหล่านี้จะโอนกรรมสิทธิ์หากเป็นนักเก็งกำไร และยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมเมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้น  ลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่เป็นนักลงทุน และอาจไม่มีความต้องการเที่จะซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง” นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าว   จากการสำรวจโดยแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี พบว่า ณ ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านใจกลางเมืองราว 7,200 ยูนิต เปรียบเทียบกับในช่วงสองไตรมาสแรกของปีนี้รวมกันมีเพียง 1,300 ยูนิต  โดยคอนโดมิเนียมใหม่ที่เปิดตัวในย่านใจกลางกรุงเทพฯ ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 8%เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว   ด้านราคาเสนอขายโดยเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมแบบฟรีโฮลด์ระดับไฮเอนด์ขึ้นไป ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างในย่านใจกลางกรุงเทพฯ ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยประมาณ 1.7% ต่อปี มาอยู่ที่ 277,000 บาทต่อตารางเมตร  ซีบีอาร์อีไม่เชื่อว่าราคาเฉลี่ยในย่านใจกลางกรุงเทพฯ โดยทั่วไปจะปรับตัวลดลง เว้นแต่ในโครงการที่แล้วเสร็จแต่ยังมียูนิตเหลือขายจำนวนมาก  จากตัวเลขของผู้พัฒนาโครงการพบว่า คอนโดมิเนียมในย่านใจกลางเมืองที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างมียอดขายลดลงเหลือ 67% เทียบกับ 77% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน  ซีบีอาร์อีจึงมองว่าแนวโน้มด้านยอดขายจะค่อนข้างชะลอตัวสำหรับโครงการคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ในย่านใจกลางเมืองที่ผู้ซื้อคัดเลือกสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่มีราคาขายสูงกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตร  ผู้พัฒนาโครงการที่ต้องการทำราคาขายให้ได้ในระดับที่สูงจำเป็นต้องทำให้ผู้ซื้อมั่นใจว่าโครงการของตนมีความเหมาะสมกับราคาอย่างแท้จริง   แผนกวิจัย ซีบีอาร์อีรายงานว่า ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านมิดทาวน์และย่านชานเมืองรวมทั้งสิ้น 18,200 ยูนิต ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวคอนโดมิเนียมที่มากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2556 เป็นต้นมา โดยคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวในย่านมิดทาวน์ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี2561 ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน    ปัจจุบันผู้พัฒนาโครงการต่างกำลังมุ่งไปที่ทำเลที่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว ส่วนต่อขยายรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงิน และรถไฟใต้ดินสายสีส้ม สายสีเหลือง และสายสีชมพูที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง   ราคาเสนอขายโดยเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมที่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จในย่านมิดทาวน์และย่านชานเมืองปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 99,700 บาทต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้น 5.6% ต่อปี  ในอัตราการขายของคอนโดมิเนียมที่มีมากกว่า 200 โครงการในย่านนี้อยู่ที่ระดับ 71% เปรียบเทียบกับ 59% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซีบีอาร์อีเชื่อว่ายอดขายที่ดีขึ้นนั้นเกิดจากการขายยกล็อตให้กับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชาวจีน ถึงแม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่ายอดขายเหล่านี้จะหมายถึงการโอนห้องจริงเมื่อโครงการแล้วเสร็จ   ปริมาณคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนด้านความต้องการภายในประเทศจากผู้ซื้อที่ต้องการพักอาศัยเอง รวมไปถึงความยั่งยืนของความต้องการจากลูกค้าต่างชาติ ทำให้แนวโน้มในตลาดคอนโดมิเนียมของกรุงเทพฯ มีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมในย่านใจกลางเมือง ผู้พัฒนาโครงการอาจจะต้องลดความคาดหวังที่มีต่อราคาขายระดับสูง หรือปรับเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นที่ทำเลใจกลางเมือง ไปสู่ทำเลที่ราคาที่ดินถูกกว่า เช่น สุขุมวิท63 (ซอยเอกมัย) มากกว่าสุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ) สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมในย่านมิดทาวน์และย่านชานเมือง โครงการที่ผู้ซื้อสามารถกู้ซื้อได้และมีนักเก็งกำไรและนักลงทุนน้อยจำเป็นต้องพึ่งพาความต้องการจากผู้ซื้อคนไทยที่ต้องการพักอาศัยเองมากยิ่งขึ้น   สำหรับตลาดที่พักอาศัยให้เช่าในย่านใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับชาวต่างชาตินั้น จำนวนชาวต่างชาติที่ได้รับใบอนุญาตทำงานมีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 2.7% ต่อปี และงบประมาณต่อเดือนในการเช่าบ้านก็ยังคงที่ สถานการณ์ในตลาดโดยรวมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีอพาร์ทเมนท์ใหม่เกิดขึ้นน้อยมาก ขณะที่คอนโดมิเนียมกลับเพิ่มขึ้นโดยตลอด ซึ่งซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าประมาณ 30-40% ของคอนโดมิเนียมใหม่จะถูกนำออกมาปล่อยเช่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ
Rare location @Victory Monument

Rare location @Victory Monument

คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ อนุสาวรีชัยสมรภูมิ ย่านที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางของกรุงเทพฯ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อสร้างปี 2484 จนตัวอนุสาวรีย์เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2485 ก็อยู่เคียงคู่คนไทยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ท่ามกลางบรรยากาศรอบๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นอาคารสูงใหญ่เกิดขึ้นมากมาย รถยนต์ผ่านตลอดทั้งวัน เพราะใกล้ทางด่วนรวมถึงสถานที่สำคัญ มีรถไฟฟ้าผ่าน อาหารการกินทั้งภัตตาคารชื่อดัง ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อไปจนถึง Street Food ทุกสิ่งส่งให้เป็นย่านที่สมบูรณ์พร้อมรอบด้าน แต่กลับมีที่อยู่อาศัยค่อนข้างน้อยค่ะ เราจึงเรียกว่าเป็น Rare Location แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ซึ่งในบทความนี้เราจะไปค้นหาเหตุผลที่ช่วยตอกย้ำความเป็น Rare Location ไปพร้อมๆ กันค่ะ   1.โซนที่ดินหายาก อนุสาวรีย์ชัยฯ ถือเป็นโซนที่ดินหายากมากค่ะ โดยเฉพาะสำหรับที่อยู่อาศัย เพราะแวดล้อมส่วนใหญ่แล้วจะเป็นที่ทำการของทางราชการ จะมีก็เพียงแต่ช่วงถ.ราชเทวี ฝั่งใกล้สวนสันติภาพ กับซอยรางน้ำที่พอจะมีที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยวตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า และคอนโดมิเนียมสมัยใหม่ให้เห็นกันอยู่บ้างในละแวกรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก ทั้งที่มีความต้องการอยู่อาศัยในย่านนี้อยู่ไม่น้อย โดนเฉพาะกลุ่มคนทำงานทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ข้าราชการกระทรวงต่างๆ รวมถึงใกล้กับโรงเรียน, มหาวิทยาลัย และแหล่งสถาบันกวดวิชา ทำให้ราคา/ยูนิตพุ่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว สามารถเก็บเกี่ยว Capital gain ได้ดีเยี่ยมเลยล่ะค่ะ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อการปล่อยเช่าตามไปด้วย เพราะ Supply มีน้อยกว่า Demand ก็ย่อมทำราคาได้ดีกว่า การแข่งขันก็ต่ำกว่าในโซนอื่น   2.ศูนย์กลางการเดินทางของกรุงเทพฯ แน่นอนว่าการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ นั่นคือรถไฟฟ้าค่ะ โดยเฉพาะสายสีเขียวอ่อนที่เป็นสายหลักสำคัญที่ผ่านช่วงสำคัญต่างๆ มากมาย เช่น เอกมัย ทองหล่อ อโศก สยาม หรือแม้แต่อนุสาวรีย์ชัยฯ แห่งนี้ ซึ่งสามารถต่อการเดินทางไปยังเส้นทางอื่นๆ ได้ง่าย ชนิดที่ใครจะเดินทางไปไหนมาไหนก็ย่อมต้องนึกถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ และยังมีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช บริเวณฝั่งถนนพหลโยธินสามารถเชื่อมต่อไปทางแจ้งวัฒนะหรือสีลมได้สะดวก เพราะที่นี่นั้นสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็นหนึ่งใน HUB แห่งการเดินทางของบ้านเราค่ะ     3.แหล่งรวมโรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศ เป็นย่านที่มีโรงพยาบาลปักหมุดอยู่เยอะที่สุดในบ้านเราก็ว่าได้นะคะ ซึ่งแต่ละแห่งก็มีชื่อเสียงระดับประเทศเลยทีเดียว ตั้งแต่รพ.ราชวิถี ที่อยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยฯ มากที่สุด ไล่ขึ้นไปตามถนนราชวิถี ก็มีทั้ง รพ.เด็ก, รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน, รพ.สถาบันโรคผิวหนัง, รพ.พระมงกุฏเกล้า ไปจนตัดกับถนนพระราม 6 ก็มีทั้งรพ.รามา, สถาบันประสาทวิทยา, รพ.วิชัยยุทธ หรือแม้แต่รพ.พญาไท 1, รพ.พญาไท 2 อินเตอร์เนชันแนล, รพ.สถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์, ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในบริเวณนี้ทั้งสิ้น ใครที่อยู่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ก็อุ่นใจได้เลยค่ะ       4.ย่านของคนรักสุขภาพ สวนสันติภาพ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นสวนป่ากลางกรุง บรรดาต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาช่วยกันโอบล้อมสระน้ำตรงกลาง เวลามีลมพัดผ่านจึงช่วยให้เกิดลมเย็นขึ้นมาด้วย ด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบท่ามกลางเมืองใหญ่แบบนี้ ช่วงเย็นจึงเป็นที่นิยมสำหรับคนรักสุขภาพไม่ว่าจะมาเดิน-วิ่งรอบสระน้ำ มาเล่นเครื่องออกกำลังกายภายในสวน หรือมาร่วมแอโรบิคแดนซ์ช่วง 18.00 น. โดยสวนสันติภาพมีทางเข้า-ออกอยู่ 2 ทางคือจากถนนรางน้ำกับถนนราชเทวี เปิดตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น.   5.ร้านอาหารชื่อดังมากมาย ตั้งแต่เช้าจรดค่ำรับรองว่าละแวกนี้อาหารการกินไม่เคยขาดแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะสไตล์ไหนก็มีให้เลือกหลากหลายละลานตา ซึ่งถ้าจะให้เราแนะนำล่ะก็ มื้อเช้าของวันจะต้องเริ่มต้นด้วยอาหารดีๆ ต้อนรับวันใหม่ด้วยบรรยากาศร้านโทนสีขาวสว่างคลีนๆ ที่ร้าน Kay's Boutique Breakfast อาหารเช้าสไตล์ตะวันตกแบบโมเดิร์น มีทั้งบุฟเฟ่ต์และ À La Carte ใครที่เป็นสายถ่ายรูปรับรองว่าแต่ละเมนูออกมาได้ถ่ายรูปสวยแน่นอนค่ะ พอบ่ายคล้อยก็หาร้านนั่งจิบกาแฟในสไตล์ที่ไม่มีใครเหมือน เพราะร้านนี้คือ กาแฟนรสิงห์ ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ในวังพญาไท โดยสร้างขึ้นตั้งแต่รัชกาลที่ 6 ภายในร้านจึงจำลองบรรยากาศทั้งหมดให้ย้อนกลับไปในสมัยนั้น จิบกาแฟชมวังไปด้วยก็คลาสสิคไปอีกแบบนะคะ ปิดท้ายช่วงค่ำคืนกันด้วยเสียงเพลงแจ๊สละมุนละไมจากศิลปินคุณภาพที่หมุนเวียนเปลี่ยนกันมาขับกล่อมพร้อมเครื่องดื่มหลายชนิด และอาหาร อร่อยๆ ที่ร้าน Saxophone Pub & Restaurant คอเพลงแจ๊สไม่ผิดหวังแน่นอน   6.ช็อปปิ้งแบรนด์ดังแบบง่ายๆ มีทั้งอาหารการกินรายล้อม มีสวนสาธารณะไว้เปลี่ยนบรรยากาศออกกำลังกาย มีโรงพยาบาลอยู่ใกล้ไว้ให้อุ่นใจ มีทั้งทางด่วน รถไฟฟ้าไว้เดินทางได้ง่ายๆ ทุกวันแล้ว จะขาดแหล่ง Shopping คุณภาพดีๆ ไปก็คงจะไม่สมบูรณ์แบบสมกับเป็น Rare location ใช่ไหมคะ ซึ่งแหล่ง Shopping ที่รับประกันคุณภาพของแท้แน่นอนคงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก King Power ซ.รางน้ำ ถึงไม่มีไฟล์บินก็สามารถไปเดินช็อปปิ้งได้ง่ายๆ สังเกตแค่ป้ายราคาสีฟ้าที่ติดไว้บนตัวสินค้าค่ะ นอกจากนี้ก็ยังอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังอีกหลายแห่ง เช่น เซนจูรี่, เซนเตอร์วัน, มาบุญครอง, สยามเซนเตอร์, สยามพารากอน เป็นต้น           Maestro 07 คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น บนพื้นที่ 1-0-41.80 ไร่ 171 ยูนิต แบ่งเป็นขนาด 1 Bedroom 27-29.34 ตร.ม. 150 ยูนิต กับ 2 Bedroom 45.51-68.37 ตร.ม. 21 ยูนิต ที่จอดรถ 67 คัน (40%) อยู่ที่ชั้นใต้ดิน B1-2 สถาปัตยกรรมของยังคงเอกลักษณ์ตามแบบฉบับ Maestro คือมีความผสมผสานระหว่างกลิ่นอายของความคลาสสิคสไตล์ตะวันตกกับความโมเดิร์นสมัยใหม่(Classic Inspired with Modern Twist) ทำให้ตัวอาคารออกมาดูเรียบหรู เกิดเป็นงานดีไซน์ Timeless Design ดูแล้วให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลายเมื่อเข้ามาในโครงการ ซึ่งแตกต่างจากภายนอกที่เป็นถนนใหญ่ ซึ่ง Maestro 07 ตั้งอยู่หัวมุมซอยราชเทวี 7 ซึ่งสามารถเข้าจากทางซอยรางน้ำ แล้วเข้าซอยวัฒนโยธินอีกทีก็ได้ค่ะ ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของแบรนด์ Maestro ทุกตัวเลยนะคะที่ต้องสามารถเข้า-ออกโครงการได้หลายเส้นทาง ตอนนี้สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วค่ะ     แม้ว่าตัวโครงการจะตั้งอยู่กลางเมืองใหญ่ ห่างจาก Skywalk เพียง 80 เมตร ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ 300 เมตร และ 500 เมตรจากทางพิเศษศรีรัช ทางโครงการเองที่ตระหนักถึงความวุ่นวายจากถนนใหญ่ดีค่ะ ก็เลยพยายามออกแบบมาให้เกิดความสงบผ่อนคลายมากที่สุด อย่างตัวโครงการที่เป็น Low Rise นั้นมีข้อดีตรงที่มียูนิตน้อย ทำให้ได้ความสงบเป็นส่วนตัวมากกว่า สำหรับ Maestro 07 จะมียูนิตน้อยที่สุดเพียง 10 ยูนิต/ชั้น และมากที่สุดคือ 24 ยูนิต/ชั้น มี Facilities ครบครันเปรียบได้กับ Sanctuary Space ที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนที่ดีของลูกบ้านคนพิเศษ และยังคงอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ตามสไตล์ของ Major Development หรือวันว่างก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศเดินไปออกกำลังกายกลางสวนสันติภาพได้ แค่ 160 เมตรจากโครงการเท่านั้น   MAGNIFIQUE LOBBY และ EXECUTIVE LOUNGE ต้อนรับลูกบ้านและแขกผู้มาเยือนอย่างหรูหราโอ่โถง   KIDS ROOM สำหรับแต่งแต้มจินตนาการให้กับเด็กๆ     SWIMMING POOL กลางโครงการ พร้อม POOL TERRACE มุมนั่งพักผ่อนพร้อมเสียงสายน้ำล้อมรอบตัว   Roof Top Facilities แบ่งโซนเป็นสัดส่วน ตอบสนองการใช้ประโยชน์ได้จริงทั้ง BBQ COURTYARD พื้นที่สำหรับจัดงานปาร์ตี้ปิ้งย่างกับกลุ่มเพื่อน พื้นที่ SKY PLAYGROUND ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นท่ามกลางสวนสีเขียว ออกกำลังกายแบบเบาๆ ที่ PEACEFUL YOGA COURT มีลานให้สัตว์เลี้ยงได้วิ่งคลายเครียดใน PET ZONE หรืออยากมีโมเมนต์นั่งชิวรับลมก็มาพักผ่อนกันได้ที่ BIRDCAGE CABANA   Floor Plan ทางเข้า-ออกของโครงการจะอยู่ทางถนนราชวิถีค่ะ ซึ่งที่จอดรถจะอยู่ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ยูนิตพักอาศัยก็จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 โดยอาคารจะวางลักษณะรูปตัว U มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัวอยู่กลางอาคาร บันไดหนีไฟ 2 จุด ส่วนยูนิตพักอาศัยจะมีทั้งทางทิศเหนือ ฝั่งหน้าโครงการ ทิศใต้หลังโครงการได้วิวฝั่งซอยรางน้ำ ทิศตะวันออกได้วิวทางสวนสันติภาพ และทิศตะวันตกจะได้วิวทางอนุสาวรีย์ชัยฯ ค่ะ                           Unit Plan สำหรับ Maestro 07 จะมีขนาดห้องเริ่มต้นตั้งแต่ 1 Bedroom 27.00-29.34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 45.51-68.37 ตร.ม.                           เสน่ห์ของความเป็น Maestro ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันงดงามที่แค่มองผ่านก็ทราบได้ทันทีว่านี่คือคอนโดมิเนียมที่มีความเรียบหรูไปพร้อมกับความสงบอยู่ภายใน แม้จะตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองก็ตาม ถ้าของดีแล้วทำเลใช่อย่างนี้ก็ไม่แปลกหรอกค่ะที่จะ Sold out อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าใครพลาดไปก็ยังสามารถมองหายูนิต Resale ได้อยู่นะคะ ลองติดต่อสอบถามไปดูได้ที่ ฝ่ายขายของโครงการได้ที่เบอร์ 02 116 1111 ค่ะ   รายละเอียดโครงการ Maestro 07 เพิ่มเติม >>> http://bit.ly/2RiQRBM    
แอสเซทไวส์ เปิดตัว “แอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง” ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 1,400 ล้านบาท  เผยคาดปิดการขาย 50% ภายใน 3 เดือน หวังดันยอดขายตามเป้าที่ 4,200 ล้านบาทสิ้นปี 2561 นี้

แอสเซทไวส์ เปิดตัว “แอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง” ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 1,400 ล้านบาท เผยคาดปิดการขาย 50% ภายใน 3 เดือน หวังดันยอดขายตามเป้าที่ 4,200 ล้านบาทสิ้นปี 2561 นี้

บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด ต่อยอดความสำเร็จจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ขยายแบรนด์ Atmoz เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ “Atmoz Ratchada- Huaikwang” (แอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง)ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 1,400 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.69 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพย่านธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิต“Active Mode” ท่ามกลางสีสันของเมืองสไตล์เออร์เบิร์น ไลฟ์แต่ยังคงต้องการกลับสู่ “Rest Mode”เพื่อพักผ่อนและใกล้ชิดธรรมชาติส่วนตัวใจกลางเมืองภายใต้คอนเซ็ปต์“แค่เปิด...ก็ปิดชีวิตเมือง” พร้อมเผยคาดการณ์ปิดการขาย 50% ภายใน 3 เดือนนี้ ส่งผลดันยอดขายตามเป้าที่ 4,200 ล้านบาทแน่นอน     นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัดกล่าวว่า“แบรนด์แอทโมซได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแอทโมซ ลาดพร้าว 71, แอทโมซ ลาดพร้าว 15 เป็นต้น โดยแบรนด์แอทโมซได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ยังคงให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว หรือพื้นที่ส่วนกลางเพื่อพักผ่อนอย่างแท้จริงบนทำเลใจกลางเมืองล่าสุด เราจึงขยายแบรนด์แอทโมซมายังทำเลรัชดา-ห้วยขวาง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทำเลศักยภาพหรือ New CBD ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากการขยายตัวออกมาจากย่านสุขุมวิทชั้นใน จนกลายเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในหลายภาคธุรกิจแน่นอนว่าจะทำให้เกิดการขยายตัวของแหล่งงานเพิ่มขึ้นด้วยและมั่นใจว่าจะส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยในย่านนี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน"     โครงการแอทโมซ รัชดา-ห้วยขวางเป็นคอนโดโลว์ไรส์แบบตกแต่งพร้อมอยู่ (Fully Furnished)สูง 8ชั้น 3 อาคาร มีจำนวน 594 ยูนิต และร้านค้าจำนวน 1 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ Activityที่หลากหลายครบทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต ดังนั้น โครงการฯ จึงจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ให้สามารถรองรับความต้องการได้ถึง 31 กิจกรรม และเชื่อมต่อกันได้ทั้งโครงการ อาทิ สระว่ายน้ำ 2 สระมาตรฐาน แบบ Reflection Pool (ชั้น G) ที่ร่มรื่นด้วยพื้นที่สีเขียวและ Scenic Sky Pool (ชั้น Rooftop) เพื่อผ่อนคลายกับวิวเมือง, ล็อบบี้ เลาจน์ (LobbyLounge)     และพื้นที่พักผ่อนในทุกอาคาร, Sunken Island, Gym & Boxing Studio, Creative Inspiration Workspace, Theater, Fit Studio, Social Club, Outdoor Sky Dining และThe Secret Garden เป็นต้นนอกจากนั้นยังเข้าใจการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่จึงเพิ่มอุปกรณ์สมาร์ท เทคโนโลยี (Smart Technology) ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นและใช้งานได้จริง ทั้งด้านการดูแลสุขภาพ และรองรับความปลอดภัยแก่ผู้อยู่อาศัยในทุกยูนิต อาทิ Themostatระบบระบายความร้อนภายในห้อง เพื่อสูดความสดชื่นจากอากาศที่ถ่ายเทBluetooth Sound Systemระบบเสียงไร้สาย ในทุกห้องให้คุณผ่อนคลายกับเสียงเพลงที่ชื่นชอบได้ทุกที่ในห้องพัก Rescue Alarmระบบแจ้งเตือนอุบัติเหตุที่สามารถกดปุ่มขอความช่วยเหลือได้ทันที และ LED Lighting Motion Sensorเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว ช่วยเปิด / ปิดไฟอัตโนมัติใต้เตียง เพื่อความสะดวกยามค่ำคืนเมื่อลุกจากเตียง โดยโครงการฯ ยังตอบรับทุกการใช้ชีวิตอีกขั้นด้วยบริการพิเศษ Shuttle Bus Serviceและ Late Night Conciergeเพื่อให้ลูกบ้านสะดวกสบายกับสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบได้ง่ายยิ่งขึ้น     สำหรับการออกแบบโครงการฯ มุ่งเน้นการดีไซน์ให้ทุกตารางนิ้วของโครงการฯ เปิดรับกับธรรมชาติได้ในทุกสัมผัสสบายตาจากสีสไตล์เอิร์ธโทนของตัวอาคาร ให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่มอง พร้อมตกแต่งแสงธรรมชาติด้วยร่มเงาจากระแนงไม้ บดบังไอร้อนและความวุ่นวายจากภายนอก กับความสุขที่ออกแบบมาอย่างลึกซึ้งเพื่อให้ทุกวันเสมือนวันพักผ่อนและเชื่อมต่อกับธรรมชาติได้ทุกช่วงเวลา     “ด้วยโครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพของรัชดา-ห้วยขวาง ซึ่งนับว่าเป็นทำเลที่ได้รับการขยายตัวจากกรุงเทพฯ ฝั่งสุขุมวิท และสามารถเดินทางเชื่อมต่อเข้าเมืองได้สะดวกในอนาคตจากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคหลักทั้งรถไฟฟ้า และ MRT อาคารสำนักงานจึงกระจายตัวออกมาเพิ่มขึ้น รวมถึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น ชาวจีน เกาหลี สิงคโปร์ ฯลฯ ที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากใกล้สถานทูตจีน เกาหลี เป็นต้น ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ,ซูเปอร์มาร์เก็ต,โรงพยาบาล และโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ซึ่งเรียกว่ารายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายแบบ 24 ชั่วโมงผมเชื่อว่าย่านรัชดา-ห้วยขวางนี้มีความคุ้มค่าทั้งสำหรับซื้อเพื่ออยู่เอง หรือเพื่อการลงทุนแน่นอน จากความน่าสนใจที่ราคาซื้อขายมีการปรับราคาขึ้นเรื่อยๆ อย่างก้าวกระโดดจากโครงการที่เปิดตัวใหม่ในแต่ละปีมีการปรับตัวสูงขึ้นปีละ 10-20% และมีอัตราค่าตอบแทนเฉลี่ย (Yield) อยู่ที่ 5-6 % ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถถือครองเพื่อเก็งกำไรในอนาคตได้ ซึ่งคาดว่าการเปิดโครงการแอทโมซ รัชดา- ห้วยขวางในครั้งนี้ จะสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 50% ภายใน 3 เดือน และมั่นใจว่าจะช่วยดันยอดขายรวมของบริษัทฯ ได้ตรงตามเป้าที่วางไว้ที่ 4,200 ล้านบาทอย่างแน่นอน จากปัจจุบันมียอดขายรวมแล้วกว่า 3,900 ล้านบาท หรือคิดเป็น 93% ” นายกรมเชษฐ์ กล่าวเสริม     โครงการ แอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง ตั้งอยู่บนทำเลที่สามารถเข้าออกได้หลากหลายเส้นทาง เชื่อมต่อถนนรัชดาภิเษก, พระราม9, ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ หรือเข้าสู่ชีวิตเมืองย่านเอกมัย ทองหล่อภายใน 10 นาที หรือเพียง 5 กม. เท่านั้น และมีเส้นทางลัดออกสู่ ถนนลาดพร้าว, ถนนสุทธิสารวินิจฉัย และถนนประชาอุทิศ อีกทั้งยังใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน MRT สถานีห้วยขวาง และสถานีศูนย์วัฒนธรรม รวมไปถึงรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีประดิษฐ์มนูธรรมในอนาคตอีกด้วย     โดยโครงการจะเปิด Pre-saleในวันเสาร์ที่17-18 พฤศจิกายน ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ที่เซลส์ แกลเลอรี่ โครงการแอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง (ซอยสหการประมูล) หรือลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านเว็บไซท์ www.assetwise.co.th/condominium/atmoz-rh/ เพื่อรับส่วนลด 100,000 บาททันทีหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-168-0000 /Line ID: @ATMOZRH            
เตรียมพบกับคอนโดลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ที่สุดแห่งการพักผ่อนเสมือนอยู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว บนทำเลใจกลางเมืองเอกมัย-ทองหล่อ

เตรียมพบกับคอนโดลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ที่สุดแห่งการพักผ่อนเสมือนอยู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว บนทำเลใจกลางเมืองเอกมัย-ทองหล่อ

พฤกษา ผู้นำอันดับหนึ่งในวงการอสังหาฯ เตรียมงัดที่ดินแปลงสวยผืนสุดท้ายในซอยสุขุมวิท 61 เปิดคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” พร้อมสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยแห่งใหม่ ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว ด้วยพื้นที่สีเขียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในใจกลางทองหล่อ-เอกมัย ราคาเริ่มต้น 12-60 ล้านบาท นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ตลาดที่อยู่อาศัยในย่านสุขุมวิทยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยสูงมาก เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเป็นแหล่งงานที่มีศักยภาพ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยเป็นแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งแฮงค์เอ้าท์ของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว รวมถึงการเดินทางที่สะดวกทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน ส่งผลให้คอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิทยังเป็นที่ต้องการในลำดับต้นๆ ล่าสุดบริษัทฯ ได้กลับมาตอกย้ำความสำเร็จของโครงการ “เดอะรีเซิร์ฟ” โดยเตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ซึ่งเป็นที่ดินแปลงสวยผืนใหญ่กว่า 3 ไร่ครึ่ง ที่หาไม่ได้อีกแล้วในซอยสุขุมวิท 61 หากใครได้ครอบครองที่ดินผืนสุดท้ายนี้ ในอนาคตจะเพิ่มมูลค่าให้เจ้าได้ของอย่างแน่นอน นางอรนุช อิติโกศิน กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพรีเมียมแนวสูง บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ โครงการ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย ที่พร้อมจะมาสร้างประสบการณ์ใหม่แห่งการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เหมือนพักอยู่ในบ้านตากอากาศส่วนตัว ด้วยจำนวนเพียง 164 ยูนิต และพื้นที่ส่วนกลางที่ให้มากถึง 2 ไร่ ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในย่านนี้ ภายในโครงการเลือกใช้วัสดุที่เป็น Best-in-class ที่พฤกษาได้ใส่ใจและคัดสรรมาอย่างดีที่สุด พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ Infinite Pool สระว่ายน้ำที่ออกแบบให้สามารถว่ายน้ำได้อย่างไม่รู้จบ Hideaway Garden พร้อมต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ให้ความเป็นส่วนตัว ด้วยการแบ่ง Pocket Seat แยกไว้ Panoramic Lobby, The Reserve Lounge, Fitness Suite, Wellness Retreat & Onsen, Private Salon & Spa เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์ เป็นคอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร มูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาท ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 61 ซึ่งเป็นซอยที่ได้รับรางวัลซอยน่าอยู่ของ กทม. มีความสะอาด และเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ทั้งโรงเรียนนานาชาติ สถานทูต ร้านอาหาร โรงพยาบาลและซุปเปอร์มาร์เกตรวมถึงห้างสรรพสินค้าทั้งแบรนด์ในไทยและต่างชาติ โครงการมีแบบห้องให้เลือกถึง 5 แบบ พื้นที่ตั้งแต่ 48.40-228 ตร.ม. และห้องที่เป็นไฮไลท์ของโครงการนี้คือ ห้อง Triplex 3 ชั้น ขนาดเริ่มต้นที่ 206-228 ตร.ม. ที่วางตำแหน่งห้องหันเข้าคอร์ทกลางเพื่อการชมวิวสวนได้อย่างเต็มอิ่ม และยังสามารถเดินออกจากห้องพักผ่านประตูกระจกและลงบันไดไปยังสระว่ายน้ำได้ทันที พร้อมที่จอดรถส่วนตัว และห้องแม่บ้านที่ชั้นใต้ดิน ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 12-60 ล้านบาท เปิด Open House 10-11 พ.ย. นี้ สำหรับลูกค้าที่จองในงานรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 400,000 บาท สอบถามเพิ่มเติมโทร.1739 หรือ thereserve.pruksa.com          
“CHEWA” รุกเปิดโครงการ “ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ ทองหล่อ” โชว์คอนโด Low Rise 8 ชั้น 130 ยูนิต มูลค่ารวม 950 ล้านบาท

“CHEWA” รุกเปิดโครงการ “ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ ทองหล่อ” โชว์คอนโด Low Rise 8 ชั้น 130 ยูนิต มูลค่ารวม 950 ล้านบาท

"CHEWA" รุกเปิดโครงการ “ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ ทองหล่อ” โชว์คอนโด Low Rise 8 ชั้น 130 ยูนิต มูลค่ารวม 950 ล้านบาท “ชีวาทัย” เดินหน้าเปิดโครงการใจกลางทองหล่อ “ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ ทองหล่อ” คอนโด Low Rise 8 ชั้น 130 ยูนิต มูลค่ารวม 950 ล้านบาท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA เปิดเผยว่า โครงการ ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ ทองหล่อ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1-0-94 ไร่ เป็นโครงการ 8 ชั้น จำนวน 130 ยูนิต โดยมีมูลค่าโครงการประมาณ 950 ล้านบาท รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ สระว่ายระบบน้ำเกลือขนาดใหญ่ท่ามกลางธรรมชาติ และยังมี KID'S POOL ที่ออกแบบเพื่อให้เด็กเล่นได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัยที่จะทำให้รู้สึกสดชื่นในทุกวัน ประกอบกับโครงการยังมีห้องฟิตเนส ห้องสตรีมชาย หญิง สวนลอยฟ้า และสวนเล่นระดับ พร้อมกรีนพัตต์กอล์ฟ สำหรับโครงการ ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ ทองหล่อ แบ่งเป็น ชั้น B1-B2 จะเป็นพื้นที่จอดรถ ขณะที่ชั้น 1 จะเป็นห้องพักอาศัย , โถงล็อบบี้, ห้องนิติบุคคล, ห้องประชุม, สวน, สระว่ายน้ำ, สระว่ายน้ำเด็ก, ห้องออกกำลังกาย, ห้องสตีม ส่วนชั้น 2-8 จะเป็นห้องพักอาศัย และชั้น Rooftop จะเป็นสวน, กรีนพัตต์กอล์ฟ และลานกิจกรรม โดยมีแนวคิดโครงการคือ MAXIMIZE COMFORT IN URBAN LIVING “ความสุขสมบูรณ์พร้อมสุดของชีวิตเมือง” เพื่อพลังของชีวิตเมือง ผสานกับธรรมชาติสีเขียวและอากาศบริสุทธิ์ ที่แวดล้อมไว้ด้วยบรรยากาศที่รื่นรมย์ในความเป็นส่วนตัวที่สุด ใจกลางทองหล่อ พร้อมการออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างชาญฉลาดใส่ใจในทุกรายละเอียดทั้งภายในและภายนอก ตัวอาคารสูง 8 ชั้น สีขาวสะดุดตา มีระเบียงรอบอาคารพร้อมต้นไม้เขียวชอุ่ม อีกทั้งยังเป็นการสร้างมุมมองพิเศษที่มีเอกลักษณ์ และบรรยากาศอันรื่นรมย์ พร้อมความสมดุลของชีวิต เติมเต็มความรู้สึกส่วนตัวด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ได้แก่ Co-Working Space สระว่ายน้ำ Salt Water Chlorinator Poll System , Fully Equipped Fitness, Vertical Garden Lobby และ Rooftop Garden & Sundeck พื้นที่สีเขียวที่ให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับ Concierge Service และระบบรักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชม. ที่ให้คุณอุ่นใจและใช้ชีวิตเมืองได้อย่างสมบูรณ์ “การพัฒนาคอนโดมิเนียมครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาคอนโดแบบ Low Rise และมีสถานที่ใกล้เคียง เช่น ห้างสรรพสินค้าเมเจอร์เอกมัย, เกตเวย์ เอกมัย, เจ อเวนิว ทองหล่อ และ เค วิลเลจ รวมถึงยังใกล้กับโรงพยาบาลคามิลเลียนแค่ 500 เมตร และห่างจากโรงพยาบาลกรุงเทพเพียง 2 กิโลเมตร โครงการนี้คาดว่าจะสร้างเสร็จและรับรู้รายได้ภายในปี 2020” นายบุญ ชุน เกียรติ กล่าว   นอกจากนี้บริษัทยังคงมั่นใจเป้ารายได้ปี 2561 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 2,400 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 20% จากปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 2,043.37 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีรายได้อยู่ที่ 1,456.38 ล้านบาท และบริษัทยังมียอดขายรอโอน (Backlog) ประมาณ 800 ล้านบาท ซึ่งจะมีการทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง
Aspire Erawan ก้าวเดียวจากรถไฟฟ้า ราคาแค่ล้านกว่า : รีวิวคอนโด

Aspire Erawan ก้าวเดียวจากรถไฟฟ้า ราคาแค่ล้านกว่า : รีวิวคอนโด

ราคาคอนโดมิเนียมสมัยนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า ยิ่งติดรถไฟฟ้ามากเท่าไรราคาก็พุ่งสูงขึ้นทุกวันจนใกล้จะเอื้อมถึงยากเข้าไปทุกที โดยเฉพาะทำเลช่วงสุขุมวิทตอนต้นที่แม้จะอุดมสมบูรณ์รอบด้าน แต่ราคาคอนโดมิเนียมเฉลี่ย/ตร.ม. ก็เริ่มต้นที่แสนปลายๆ ขึ้นไปแล้ว แถมยังไม่ได้ติดรถไฟฟ้าอีกต่างหาก ซึ่งในรีวิวฉบับนี้เราจะพาทุกท่านไปชมคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ ติดรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท ชนิดที่ห่างจากหน้าโครงการเพียงก้าวเดียว แต่ราคาเริ่มต้นแค่ 1.89 ล้านบาทเท่านั้น (เริ่ม 63,000 บาท/ตร.ม.) ทำเลดี ราคาโดนแบบนี้ ลองไปทำความรู้จักด้วยกัน พร้อมกับโปรโมชั่นที่ให้มากที่สุดแห่งปีกันค่ะ ทำเลสุขุมวิทช่วงปลาย ขึ้นชื่อว่าถนนสุขุมวิท เชื่อว่าใครๆ คงรู้จักกันดี โดยเฉพาะช่วงต้นไปจนถึงช่วงกลาง เพราะเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญชื่อดังมากมาย เริ่มตั้งแต่ถนนพระราม 1 ที่บริเวณสยาม แหล่งรวมวัยรุ่นทุกยุคทุกสมัยจนมาเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิทบริเวณเพลินจิต-นานา-อโศก-พร้อมพงษ์-ทองหล่อ ที่ถือให้เป็นสุขุมวิทช่วงต้น ต่อด้วยเอกมัยไปจนถึงอุดมสุขที่เป็นช่วงกลาง และจากบางนาออกไปจึงถือเป็นสุขุมวิทช่วงปลาย ซึ่งในโซนนี้หากใครได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองก็จะรู้สึกถึงความเรียบง่าย ไมวุ่นวายมากนักเมื่อเทียบกับสุขุมวิทช่วงต้น เพราะย่านนี้ยังคงเป็นชุมชนเดิมอยู่ อาคารสูงยังน้อยมาก       สุขุมวิทช่วงปลาย แม้จะยังดูไกลออกไปอยู่พอสมควร แต่เดือนธันวาคมนี้รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจากสถานีสำโรงในปัจจุบันก็จะเปิดให้บริการยาวไปจนถึงสถานีเคหะสมุทรปราการ นี่จะกลายเป็นสิ่งสำคัญที่จะมาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนในแง่ของการเดินทางจากชานเมืองเข้าไปสู่ในเมืองนั้นสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกในละแวกนี้นั้นก็ไม่แพ้โซนอื่นๆ เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กซี สำโรง, โลตัส ศรีนครินทร์, ฟู๊ดแลนด์ ศรีนครินทร์  ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการมากนัก ส่วนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญก็จะมี เมกา บางนา, เซ็นทรัล บางนา ส่วนโรงพยาบาลก็มีทั้งรัฐและเอกชน เช่น รพ.เปาโล เมโมเรียล สมุทรปราการ, รพ. เอราวัณ, รพ.สำโรงการแพทย์, รพ.ศิครินทร์ ฯลฯ     Aspire Erawan ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทขาเข้า หน้าโครงการติดกับ BTS สถานีช้างเอราวัณ อย่างที่เรียกได้ว่า 0 เมตร สามารถเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างทองหล่อ-อโศก-สยาม ได้เลยไม่ต้องเปลี่ยนเส้นทาง หากใครที่ใช้รถยนต์ก็สามารถใช้ถ.กาญจนาภิเษก เป็นหลักในการเดินทางไปไหนมาไหนได้เลยค่ะ เพราะอยู่ห่างจากโครงการไม่ถึง 1 กิโลเมตร ไม่ว่าจะออกนอกเมืองไปทางพระราม 2 หรือบางนาแล้วเชื่อมต่อกับบูรพาวิถีก็สะดวกสบาย หรือจะเข้าสู่ตัวเมืองก็ยังสามารถใช้ถ.กาญจนาภิเษก แล้วเชื่อมต่อกับวงแหวนอุตสาหกรรมไปลงที่ถ.พระราม 3 ก็จะสามารถเข้าสู่ช่วงสาทรได้ง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 30 นาที และยังใกล้ทางด่วนบางนา เพียง 15 นาที เชื่อมต่อเข้ากรุงเทพฯ ชั้นในได้อย่างสะดวกสบายเพียง 15 นาที         ภาพรวมโครงการ Aspire Erawan คอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร 31 ชั้น 1,576 ยูนิต ชั้น B1-4 เป็นที่จอดรถ 553 คัน (35%) ไม่รวมซ้อนคัน ยูนิตพักอาศัยจะอยู่ที่ชั้น 6-30 พื้นที่ทั้งหมด 6-1-89.5  ไร่ ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท ดีไซน์อาคารได้แรงบันดาลใจมาจากความเป็น Modern Japanese นำมาผสมผสานกับกลิ่นอายแบบ Industrial เกิดเป็นโครงการที่ดูเรียบง่าย แต่ได้ประโยชน์ใช้สอยมาก     เดินชม Facility สิ่งอำนวยความสะดวกจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้นด้วยกันค่ะ เริ่มตั้งแต่บริเวณเหน้าโครงการที่มี Shop ซึ่งมีที่จอดรถด้วย ทำให้บุคคลภายนอกสามารถแวะมาใช้บริการได้ด้วยเช่นกันค่ะ ทางเดินจากหน้าโครงการก็มีการกั้นระหว่างทางเดินที่มีหลังคาไปตลอดทางกับทางรถยนต์แยกกันอย่างชัดเจน เมื่อเข้ามาถึงตัวโครงการก็จะพบ Drop Off จะเริ่มเข้าสู่ตัวอาคาร โดยจะมีทั้ง Lobby ใต้อาคารให้ได้นั่งเล่นรับลม และ Lobby ภายในอาคารที่ต้องใช้คีย์การ์ดผ่านเข้าไปเท่านั้น เชื่อมต่อไปจนโถงลิฟท์หลัก ซึ่งก็จะมีประตูคีย์การ์ดกั้นอีกชั้นหนึ่งเพิ่มความปลอดภัยแก่ลูกบ้าน   ชั้น 5 Facility หลักของโครงการ จะมีทั้ง Co-Working Space ในห้องที่มีฟรี Wifi ได้วิวรถไฟฟ้าด้านหน้าโครงการ Active Fitness พร้อมอุปกรณ์ระดับโปร และ Game Room ให้มีกิจกรรมสังสรรค์ใหม่ๆ กับเพื่อน รวมถึงห้องสตีมที่อยู่ภายในห้องน้ำส่วนกลาง และสระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็ก มีสวนสีเขียวให้ได้นั่งพักผ่อนรอบๆ           Rooftop เปลี่ยนบรรยากาศออกกำลังกายในฟิตเนสมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติบนชั้น Rooftop ไม่ว่าจะเป็น Jogging Track, Sky Yoga หรือชอบความท้าทายอย่าง Boxing Zone, Climb Zone และยังมี Bar-B-Q Zone และจุดชมวิวให้ได้นั่งพักผ่อนพร้อมชมทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยา แล้วทอดสายตาออกไปเป็นแนวใจกลางเมือง     ไม่ใช่แค่ติดสถานีรถไฟฟ้าเท่านั้นนะคะ แต่หน้าโครงการยังเป็นบันไดเลื่อนขึ้นสถานีด้วยค่ะ   Shop หน้าโครงการมีประมาณ 3 Shop (7-11, ร้านอาหาร Time to eat และร้านการแฟ D'oro) ทางเข้ากั้นด้วย Keycard Access Control และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.    ทางเดินเข้าตัวโครงการประมาณ 150 เมตร   Drop off ก่อนจะเข้าถึงตัวอาคารค่ะ   Lobby ด้านนอกแบบ Semi ก่อนจะเข้าสู่ภายในอาคารก็ต้องผ่านด้วย Keycard Access Control เช่นกันค่ะ   Lobby ด้านใน   มีการติดตั้งเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ AED เอาไว้ตามนโยบายจาก AP (THAILAND)   ห้อง Mail Box     ขึ้นมาที่ชั้น 5 ค่ะ เป็นชั้นที่อยู่อาศัยชั้นแรก และยังเป็น Facility หลักด้วย   Co-Working Space พร้อมฟรี Wifi ค่ะ         สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 13 x 30 เมตร ลึก 1.2 เมตร และสระเด็กลึก 0.5 เมตร ค่ะ     Game Room สามารถเบิกอุปกรณ์สำหรับเล่นได้จากนิติบุคคลค่ะ    Active Fitness พร้อมอุปกรณ์   ภายในห้องน้ำทั้งชาย-หญิง จะมีล็อกเกอร์เก็บของและห้องสตีมอยู่ด้วยค่ะ   ขึ้นมาที่ชั้น Rooftop ชั้น 31 โดยขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 30 แล้วเดินขึ้นบันไดมาอีก 1 ชั้นค่ะ   Jogging Track ให้ได้วิ่งสูดอากาศธรรมชาติ    Boxing Zone    Climb Zone ความท้าทายใหม่บนคอนโดฯ    หรือจะจัด Meeting เล็กๆ กับคนรู้ใจที่ Bar-B-Q Zone    Sight Seeing ก็มีอยู่หลายจุดค่ะ ไม่ว่าจะชอบวิวเมือง หรือวิวแม่น้ำเจ้าพระยาก็เลือกนั่งได้ตามใจชอบ        Foor Plan พื้นที่ตัวอาคารเข้าไปจากถนนสุขุมวิทประมาณ 150 เมตร ซึ่งอาคารจะถูกวางแนวยาวทางทิศเหนือ แล้วมีส่วนที่ต่อออกมาทางทิศใต้ 2 ส่วนขนานกัน โดยจะแบ่งลิฟท์แบบล็อคชั้นออก 2 ส่วนนี้เช่นกันค่ะ เป็นทางด้านตะวันออกจะมี 4 ตัว ลิฟท์เซอร์วิช 2 ตัว และลิฟท์ทางฝั่งตะวันตกมี 2 ตัว บันไดหนีไฟกระจายอยู่ถึง 5 จุด ยูนิตพักอาศัยจะเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นเดียวกันกับ Facility สำหรับยูนิตฝั่งทิศเหนือจะได้ City View ซึ่งจะมองไปเห็นช้างสามเศียร และถนนกาญจนาภิเษก ส่วน Wing ทางขวามือด้านหน้าโครงการจะได้วิวทางถนนสุขุมวิทและสระว่ายน้ำกลางโครงการ และ Wing ทางซ้ายมือจะได้วิวสระว่ายน้ำกลางโครงการ และแม่น้ำเจ้าพระยาที่โอบล้อมด้วยพื้นที่ว่างสีเขียวขนาดใหญ่             Unit Plan ยูนิตพักอาศัยสำหรับ Aspire Erawan จะได้ห้องแบบ Fully Furnished (ช่วงโปรโมชั่น) ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built In และแบบลอยตัวค่ะ โดยมีขนาดเริ่มต้นที่ STUDIO 25.50 ตร.ม. ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่สุดคือ 2 Bedroom 47 ตร.ม. (ซึ่งตอนนี้ห้องแบบ STUDIO ขายหมดแล้ว) ซึ่ง Layout สำหรับโครงการนี้จะมีลักษณะที่เน้นแสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาอย่างทั่วถึงภายในห้อง และเน้นครัวปิดแยกเป็นสัดส่วน แม้จะมีบางยูนิตที่เป็นครัวเปิดเพื่อทำให้มีพื้นที่โล่งขึ้น แต่ก็ยังสามารถสร้างประตูกระจกบานเลื่อนปิดได้ และห้องน้ำจะใช้แบบสำเร็จรูปยกมาจากโรงงานติดตั้งที่โครงการเรียบร้อย มีข้อดีตรงที่มีรอยต่อน้อย ดังนั้นจึงเกิดการรั่วซึมได้ยาก ทำความสะอาดก็ง่ายตามไปด้วย และเมื่อเกิดปัญหาก็สามารถเข้ามาซ่อมแซมได้เลย ไม่ต้องซ่อมจากห้องอื่นๆ อย่างห้องน้ำทั่วไป     STUDIO 25.50 ตร.ม.    1 Bedroom 29.50-30.00 ตร.ม.   1 Bedroom Plus A 35.00 ตร.ม.   1 Bedroom Plus A 35.00 ตร.ม.     2 Bedroom 47.00 ตร.ม.   ชมห้องตัวอย่าง 30.00 ตร.ม. หลังจากเดินชมส่วนกลางของโครงการกันแล้ว ก็เข้าไปชมห้องตัวอย่างกันต่อค่ะ โดยห้องตัวอย่างแรกคือ 1 Bedroom 30.00 ตร.ม. ซึ่งเป็น Layout ห้องยอดฮิตทีเดียวค่ะ เพราะแบ่งฟังก์ชั่นอย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งห้องนั่งเล่น เชื่อมต่อลึกเข้าไปเป็นห้องนอน แยกส่วนห้องครัวปิดกับห้องน้ำไปจนถึงระเบียงขนาดเพียงพอให้วางราวตากผ้าได้สบายๆ โดยรวมแล้วถือว่าขนาดกำลังพอดีสำหรับการอยู่อาศัย 1-2 คน และสิ่งที่จะได้มากับห้องด้วย ได้แก่ โซฟา โต๊ะทานข้าว เคาน์เตอร์ทีวี เตียงขนาด 5 ฟุต ไม่รวมฟูก ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง เครื่องปรับอากาศ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมด เคาน์เตอร์ครัว   ประตูห้องใช้แบบกุญแจล็อคกับก้านโยกค่ะ   ทุกยูนิตมีความสูง Floor To Ceiling 2.5 เมตร ไฟห้องแบบ Downlight และพื้นห้องปูด้วยลามิเนต     เคาน์เตอร์ทีวี Built In มาให้พร้อมกับเป็นตู้เก็บของไปด้วยในตัว   ห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนรางเลื่อนจะติดซ่อนอยู่ด้านบนประตูค่ะ ทำให้เวลาเดินมีความ Smooth ยิ่งขึ้น และไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่นจับด้วยค่ะ      ภายในห้องนอนค่ะ   หน้าต่างข้างเตียงนอนทุกห้องจะใช้บานกระทุ้ง ไม่รวมผ้าม่านนะคะ   เครื่องปรับอากาศติดตั้งไว้ให้ปลายเตียง หากเปิดประตูห้องนอนไว้ก็จะเย็นออกไปถึงห้องนั่งเล่นได้ค่ะ   ไปต่อกันที่ห้องน้ำ และห้องครัวปิดค่ะ   ห้องน้ำสำเร็จรูปยกพื้นสูง ภายในแยกส่วนเปียก-แห้ง โถสุขภัณฑ์กับอ่างล้างหน้าใช้แบรนด์ American Standard ก๊อกน้ำและฝักบัวจากแบรนด์ Grohe        ห้องครัวปิดปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ค่ะ มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นทางขวามือของเคาน์เตอร์ครัว     ระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขอบอลูมิเนียมสีขาว   พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิคค่ะ   Condensing Unit แขวนไว้เหนือศรีษะ หันออกนอกระเบียงค่ะ    ห้องตัวอย่าง 35.00 ตร.ม. ห้องตัวอย่างถัดมานั่นคือ 1 Bedroom Plus 35.00 ตร.ม. สำหรับห้องนี้แม้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นจากห้องที่แล้วไม่มาก แต่ด้วยการวาง Layout ที่ดี จึงทำให้ออกมาดูกว้างขวางขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ ซึ่งจะได้ห้องเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ห้อง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งานของแต่ละคนได้อย่างอิสระ เพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ได้ตอบโจทย์ที่สุด       สำหรับบางห้องจะได้โปรโมชั่นรวม Digital Door Lock จากแบรนด์ Samsung ด้วยค่ะ   ห้องนั่งเล่นขนาดกว้างขวางมากขึ้น     ทั้ง 2 ห้องจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ซ่อนรางไว้ด้านบนเหมือนกันค่ะ   ห้องนอนแรกค่ะ จะได้ทั้งตู้เสื้อผ้า เตียงนอน 5 ฟุต ไม่รวมฟูก ไม่รวมผ้าม่านค่ะ   หากใครที่ใช้ครัวบ่อยๆ ก็สามารถกั้นประตูกระจกเพิ่มเติมให้กลายเป็นครัวปิดได้ค่ะ   สำหรับห้องตัวอย่างนี้จะตกแต่งห้องอเนกประสงค์ให้เป็นห้องนอนค่ะ แต่ก็สามารถปรับเป็นฟังก์ชั่นได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการ   จากห้องอเนกประสงค์จะเชื่อมต่อกับระเบียงโดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนค่ะ   Condensing Unit แขวนไว้หันหน้าออกนอกระเบียง และยังมีกริลเพื่อผลักลมร้อนออก เมื่อมองจากด้านนอกอาคารก็ยังสวยงามเป็นระเบียบขึ้นด้วยค่ะ        ภายในห้องน้ำจะแยกส่วนเปียก-แห้ง พร้อมติดตั้งกระจกบานใหญ่มาให้ด้วยค่ะ   Aspire Erawan ไม่ใช่แค่ติดสถานีรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วยนะคะ เรื่องทำเลที่ตั้งจึงถือว่าหาได้ยากไม่น้อยสำหรับถนนสายสุขุมวิท แม้อาจจะยังเป็นทำเลที่ไม่มีใครเอ่ยถึงกันนัก แต่เชื่อว่าหากลองได้เข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้วก็จะค้นพบว่า ความเงียบสงบมีอยู่จริงแม้จะอยู่ติดกับรถไฟฟ้าก็ตามที แล้วยิ่งติดรถไฟฟ้าขนาดนี้ถ้าทำเลขยับเข้าเมืองไปอีกไม่กี่สถานี ราคาก็พุ่งขึ้นมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัวเลยค่ะ ซึ่งในราคา 1.89 ล้านบาท แบบนี้หาไม่ได้แน่นอนค่ะ       https://www.youtube.com/watch?v=E5FQnbS3Ozo
เอกมัย-ทองหล่อ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

เอกมัย-ทองหล่อ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ถ้าถามถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ของในกรุงเทพฯ ยุคนี้ย่อมต้องมีองค์ประกอบเรื่องกิน-เที่ยวในตัวเองครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านคาเฟ่ตกแต่งเก๋ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟเฉพาะตัว หรือร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ เชฟและวัตถุดิบอิมพอร์ตจากต่างประเทศโดยเฉพาะ ไปจนถึงร้านที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างรอบด้าน เช่น ร้านจักรยาน ร้านแฟชั่น ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านบาร์เบอร์-ซาลอน ร้านสปา ร้านแฮงค์เอาท์ ผับบาร์ยามค่ำคืนยาวไปจนร้านข้าวต้มโต้รุ่ง เรียกได้ว่าย่านนี้ไม่เคยหลับใหล จึงไม่แปลกที่ย่านเอกมัย-ทองหล่อ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบค่ะ   หากพูดถึงในแง่ของที่อยู่อาศัยย่านนี้แล้ว เชื่อว่าคงเป็นที่อยู่อาศัยในฝันของใครหลายคน รวมไปถึงชุมชน Expat ที่กระจุกตัวกันอยู่ในย่านนี้ไม่น้อย เพราะนอกจากไลฟ์สไตล์อันเพียบพร้อมรอบด้านแล้วยังเดินทางสะดวกสบาย ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีเอกมัย-ทองหล่อ และตัวถนนเองที่แม้จะเป็นเพียงถนนหรือซอยที่เป็นทางเชื่อมลัดเลาะไปสู่ถนนหลักอย่างถนนเพชรบุรีกับถนนสุขุมวิท แต่ด้วยความกว้างของถนนจึงทำให้สามารถมีอาคารสูงขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้ตามกฏหมาย อีกทั้งยังสามารถทะลุออกไปถนนพระราม 4 ที่ต่อไปยังสีลม-สาทรได้ในระยะไม่ไกลกัน จึงทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในย่านที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ              จากแผนที่จะเห็นภาพชัดขึ้นค่ะว่าช่วงซอยทองหล่อ 10  - เอกมัย 12 - ปรีดีฯ 31 เป็นซอยที่เชื่อมต่อกันตรงใจกลางย่านนี้พอดี ส่วนจุดขึ้น-ลงทางด่วนที่ใกล้ที่สุดก็มีทั้งทางพิเศษฉลองรัช ซึ่งอยู่เลยแยกพระโขนงไปเล็กน้อย และทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยอยู่บริเวณถนนพระราม 4   เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้แล้ว เราก็จะพาไปเดินชมทำเลเอกมัย-ทองหล่อด้วยเลยค่ะ   รอบๆ สถานีรถไฟฟ้าเอกมัย มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ใครๆ ต่างก็จดจำได้ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้กันทั้ง เกตเวย์ เอกมัย, เมเจอร์ สุขุมวิท และ สถานีขนส่งเอกมัย   บรรยากาศช่วงปากซอยเอกมัย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในย่านนี้คึกคักอยู่ตลอดเวลา เดินเล่นในเอกมัยก็มีความคึกคักไม่แพ้กันทั้งกลางวัน-กลางคืน ตลอดทางมีสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านที่น่าสนใจเรียงรายอยู่มากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ และร้านที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในปัจจุบัน ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนได้หลากหลาย หากโฟกัสกันที่จุดสำคัญของย่านเอกมัยก็คงต้องบอกว่าอยู่ตรงสี่แยกกลางซอยที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ตั้งแต่ซอยทองหล่อ 10 ต่อมาที่ซอยเอกมัย 5 ซอยเอกมัย 12 แล้วไปทะลุสุดที่ซอยสุขุมวิท 71 ตรงซอยปรีดี พนมยงค์ 31 ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น  ลองเดินทะลุมาที่ทองหล่อ ช่วงทองหล่อซอย 10 ยังเป็นแหล่งปาร์ตี้ชื่อดังอยู่หลายร้าน ใครที่ชอบชีวิต nightlife ต่างก็รู้จักแถวนี้แน่นอน      จากนั้นเราลองเดินกลับมาที่เอกมัย เข้าไปดูในซอยเอกมัย 12 กันต่อค่ะ    บรรยากาศภายในซอยเอกมัย 12 เป็นช่วงถนนที่มีความกว้างถึง 4 เลน ซึ่งเรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างทองหล่อ-เอกมัย-ซอยสุขุมวิท 71(ซอยปรีดีพนมยงค์) ภายในซอยเอกมัย 12 แห่งนี้มีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ที่น่าสนใจอยู่ค่ะ ชื่อว่า "The FINE Bangkok"   The FINE Bangkok คอนโดมิเนียม High Rise 31 ชั้น 1 อาคาร 220 ยูนิต ที่จอดรถแบบอัตโนมัติ 70% บนพื้นที่ 1-1-05 ไร่ ในซอยเอกมัย 12  เกิดจากการร่วมทุนกันระหว่างบริษัท ซันเคียวโฮม (ไทยแลนด์) จำกัด(บริษัทอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น) กับ บริษัท เคฮัง เรียลเอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Keihan Railways  ผู้ให้บริการรถไฟรายใหญ่ในภูมิภาคคันไซ จึงเกิดเป็น The FINE Bangkok คอนโดมิเนียมสไตล์ Luxury Modern Japanese มูลค่าโครงการกว่า 1.7 พันล้านบาท และรังสรรค์งานดีไซน์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ออกแบบตกแต่งภายใน และ Landscape โดยบริษัทชื่อดังอย่าง  Architects 49     สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน ได้แก่   โซน Fine Greenery แม้เป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง แต่กลับรายล้อมไปด้วยธรรมชาติตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าโครงการด้วยบรรยากาศแแบบ Fine Spring Garden และสวนพักผ่อนที่ชั้น 23 และ 27 ให้ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วย City View   โซน Fine Lounge ด้วยความตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่ใช้ร่วมกัน มีส่วนรองรับสำหรับการใช้งานจากกลุ่มใหญ่ แต่ยังคงได้ความเป็นส่วนตัว โดยดีไซน์ออกมาให้มีเอกลักษณ์ความเป็น Modern Luxury แบบญี่ปุ่นชัดเจนที่สุด ประกอบไปด้วย  Lobby, Mail Room, Co-working room และ Private Meeting room   โซน Fine Retreat พื้นที่พักผ่อนรับลมธรรมชาติพร้อมดื่มด่ำทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองไปด้วย ซึ่งทุกส่วนออกแบบให้สามารถชมวิวขอบฟ้าได้ใกล้ที่สุดอย่าง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool, The Edge View Point     โซน Fine Sky พื้นที่ Roof Lounge สูงสุดของอาคาร ออกแบบมาให้สามารถชม City View ได้รอบทิศทาง 360 องศา ไปพร้อมกัน เช่น Fitness, Golf Club, Sky Seat, Karaoke room, Kid Room, Wine Lounge                          Floor Plan ชั้น 1 หน้าโครงการหันไปทางทิศใต้ จัดสวนสไตล์ Fine Spring Garden โดยต้องผ่านลำธารเล็กๆ หน้าโครงการไปก่อน ให้ความรู้สึกแบบสวนญี่ปุ่น  Floor Plan ชั้น 9-22 เป็นชั้นสำหรับยูนิตพักอาศัย ประกอบไปด้วยลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด วางรูปแบบ Double Corridor ฝั่งทิศตะวันออกได้วิวทางพระโขนง-อ่อนนุช ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะได้วิวในเมืองอย่างทองหล่อ-อโศก Floor Plan ชั้น 30 เป็น Facility โซน Fine Retreat ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool และ The Edge View Point       สิ่งเหล่านี้สามารถพูดได้ว่าเป็นการออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในระดับพรีเมียม เพื่อสนองต่อความต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตได้ดีที่สุดบนกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นอันทรงเสน่ห์   The FINE Bangkok ไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียมสไตล์ญี่ปุ่น แต่เป็นคอนโดที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นในบ้านเราได้สัมผัสกับความแตกต่างในสไตล์ Luxury Modern Japanese เตรียมเปิดห้องตัวอย่างเร็วๆ นี้ และพร้อมเปิด Pre sale 2-3 มิ.ย. นี้   
AESTIQ Thonglor – เอสทีค ทองหล่อ : รีวิวคอนโด

AESTIQ Thonglor – เอสทีค ทองหล่อ : รีวิวคอนโด

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : AESTIQ Thonglor (เอสทีค ทองหล่อ) เจ้าของโครงการ : บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ :  ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. พื้นที่โครงการ :  1-3-88.9 ไร่ ลักษณะโครงการ : อัลติเมทลักชัวรี่ คอนโดมิเนียม จำนวนอาคาร : 1 อาคาร จำนวนชั้น : 40 ชั้น จำนวนยูนิต : 203 ยูนิต ที่จอดรถ : 220 คัน   ขนาดห้อง : - 1 ห้องนอน : 33 - 52 ตร.ม. - 2 ห้องนอน : 76 - 119 ตร.ม. - 3 ห้องนอน : 131 - 158 ตร.ม. - เพนท์เฮ้าส์ : 292 - 301 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : ชั้น 1 - Hideaway Pavilion - Step Garden - Welcome Lobby - Private lobby ชั้น 2 - Main lobby - Kids Club - Golf Simulator - Private Theater - Greenery Space ชั้น 10 - Serene Garden ชั้น 30 - Reflection Pool - Upside Down Jacuzzi - Aquatic Treadmill - Sauna&Steam ชั้น 31 - Panoramic Gym - Bike Simulator - Sky Social Club - Skyline Garden ราคา : เริ่มต้น 8,990,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : 280,000บาท/ตร.ม. ปีที่สร้างเสร็จ : ไตรมาส 4 ปี 2564 จุดเด่นโครงการ : คอนโดมิเนียม แบบอัลติเมทลักชัวรี่ จาก เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ ด้วยแนวคิด “A Reflection of you” เน้นย้ำสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตสำหรับคนรุ่นใหม่ในเมือง บนทำเลศักยภาพทองหล่อ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : รถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ , ถนนสุขุมวิท , ถนนเพชรบุรี , ทางพิเศษเฉลิมมหานคร , ทางพิเศษฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง : นั่งเล่น เอสโคบาร์ , รร.นานาชาติเอกมัย , รร.ทอสี , รพ.สุขุมวิท , Demo เดโม่ , Major เอกมัย , DND , Seen Space , The Commons , Nihonmura Mall , J Avenue , Hubba Thailand   AESTIQ Thonglor ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท Presale 15-16 กันยายนนี้ พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างที่สำนักงานขาย ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลและสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ www.aestiq.com หรือโทร 1232 #AESTIQ #REALASSET
PITI EKKAMAI ใช้ชีวิตให้มีความสุขบนความเรียบง่าย : รีวิวคอนโด

PITI EKKAMAI ใช้ชีวิตให้มีความสุขบนความเรียบง่าย : รีวิวคอนโด

คอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมในความคิดของคุณคืออะไรคะ? จะต้องเป็นคอนโดที่ดูหรูหราราคาแพง ต้องใช้วัสดุนำเข้าเท่านั้นหรือเปล่า แต่ SENA คิดต่างออกไปค่ะ เพราะคอนโดมิเนียม PITI EKKAMAI โครงการระดับพรีเมี่ยม แบรนด์ใหม่ล่าสุดนั้นคำนึงถึง “ความสุข” เป็นหลักค่ะ ความสุขที่ได้อยู่อาศัยในโครงการที่ดี อยู่แล้วสะดวกสบายด้วยเซอร์วิสระดับ Exclusive  เรียบง่ายได้ความสงบเป็นส่วนตัว บนทำเลที่เนื้อหอมที่สุดตลอดกาล         ทำเล   ในบรรดาคอนโดมิเนียมนั้นไม่มีทำเลไหนที่จะได้รับความนิยมสูงสุดต่อเนื่องมาโดยตลอดเท่าแนวถนนสุขุมวิทช่วงต้น-ช่วงกลางอีกแล้วค่ะ ซึ่งแต่ละช่วงก็มีคาแรคเตอร์แตกต่างกันอย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เพลินจิต-ชิดลม จะเป็นแหล่งที่ตั้งของคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury และ Office Building เกรด A เต็มไปด้วยเหล่านักธุรกิจ คนทำงาน ถัดมาที่อโศก-พร้อมพงษ์ ก็เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตั้งแต่ระดับกลางๆ ไปจนถึงระดับหรู คึกคักในช่วงกลางวันด้วยกลุ่มมนุษย์ออฟฟิศ และช่วงทองหล่อ-เอกมัย ซึ่งเราจะมาพูดถึงกันในรีวิวฉบับนี้   ย่านทองหล่อ-เอกมัย มีคาแรคเตอร์โดดเด่นชัดเจนในตัวเองมากอย่างที่หากเอ่ยชื่อแล้ว หลายคนคงจะเห็นภาพได้ทันที ด้วยความที่เป็นย่านแห่งไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของคนรุ่นใหม่ สามารถรองรับได้ทุกความต้องการของชีวิตรอบด้านกันแบบ All Day All Night เลยทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันที่มีคนทำงานละแวกนี้ หรือคนรุ่นใหม่เหล่าฟรีแลนซ์ที่นิยมมานั่งจิบชา ดื่มกาแฟตามร้านคาเฟ่สุดเก๋ไม่เหมือนใคร เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในบรรยากาศดีๆ หรือช่วงกลางคืนก็เต็มไปด้วยสีสันคึกคัก ทั้งร้านอาหารระดับคุณภาพหลากหลายสัญชาติที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนนอกจากทองหล่อ-เอกมัย และยังเป็นแหล่งรวมร้านแฮงค์เอาท์สุดฮิตไว้มากมาย นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น บิ๊กซี เอกมัย, ท็อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต ทองหล่อ, เมเจอร์ สุขุมวิท, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท, โรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ฯลฯ รวมถึงห้างสรรพสินค้าอย่าง เกตเวย์ เอกมัย, ดิ เอ็มควอเทียร์, ดิ เอ็มโพเรียม ที่ห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร      ในแง่ของการเดินทางไม่ว่าจะด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือระบบขนส่งสาธารณะก็สะดวกสบายค่ะ เพราะถนนเอกมัยนั้นมีเส้นทางเชื่อมต่อเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง นอกจากถนนสุขุมวิทที่มีรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ได้เดินทางเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็วเพียง 10 นาทีถึงสถานีสยามแล้ว ปลายถนนเอกมัยก็เชื่อมต่อกับถนนเพชรบุรี โดยตามซอยเอกมัยก็ยังสามารถทะลุไปถึงทองหล่อ และสุขุมวิทซอย 71 (ปรีดี พนมยงค์) ได้ ทำให้การเดินทางสะดวกคล่องตัว   Floor Plan Master Plan เริ่มจากอาคาร 3 ชั้นด้านหน้า มี Drop Off ด้านหน้าก่อนถึงอาคาร B และเชื่อมต่อกับอาคาร A ด้านในสุด ซึ่งหน้าโครงการที่ติดกับถนนนั้นคือทิศตะวันตก ลักษณะที่ดินยาวลึกเข้าไปทางทิศตะวันออกด้านในสุดของโครงการ   Floor Plan ชั้น 2 พื้นที่จอดรถแบบปรกติ     Floor Plan ชั้น 4-7 เป็นที่จอดรถแบบอัตโนมัติ Floor Plan ชั้น 9 อาคาร A ด้านในสุดของโครงการ ซึ่งเป็นอาคารที่เปิดขายอยู่ในปัจจุบัน สำหรับอาคาร B ด้านหน้า คาดว่าจะเปิดขายประมาณช่วงปลายปีนี้ค่ะ โดยชั้น 9 นี้เป็นชั้นเริ่มต้นของยูนิตพักอาศัยค่ะ ซึ่งจะมีห้องพักหันออกทางทิศเหนือ-ใต้เป็นหลัก Floor Plan ชั้น 10-24 อาคาร A Floor Plan ชั้น 37 Roof Top ของโครงการ ที่เป็น Facility หลัก สามารถใช้งานได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เช่น  INFINITED EDGE POOL, HEATED JACUZZI, TREE HOUSE, LOBBY, SKY FITNESS, SKY LOUNGE, GOLF SIMULATOR, BIKE SIMULATOR, LIBRARY, SPA ROOM IKIGAI ROOM ฯลฯ     Unit Plan 1 Bedroom 29 ตร.ม. ได้ห้องแบ่งเป็นสัดส่วน แม้จะเป็นยูนิตขนาดเริ่มต้นของโครงการ โดยจุดเด่นคือได้เฟอร์นิเจอร์ครบครันตาม Plan ที่เห็น และห้องน้ำแบบ Triple Function แยกสัดส่วนตามการใช้งาน   1 Bedroom 31.5 ตร.ม. ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกนิด แต่จะได้พื้นที่ Living Room และห้องนอนเพิ่มมากขึ้น แม้จะอยู่อาศัยกัน 2 คนก็ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ        1 Bedroom 40 ตร.ม. แปลนห้องยอดฮิตของโครงการเลยค่ะ เพราะจะได้ห้องทำงานเพิ่มขึ้น หรือจะดัดแปลงเป็นห้องนอนอีก 1 ห้องก็ได้นะคะ และยังได้ระเบียงห้องยาวๆ สำหรับไว้วางเก้าอี้นั่งพักผ่อนได้   2 Bedroom 57 ตร.ม. สำหรับห้องหน้ากว้างแบบนี้เหมาะสำหรับการอยู่ร่วมกับเป็นครอบครัวมากยิ่งขึ้นค่ะ โดยจะแบ่ง Common Area และ Private Zone จากกันชัดเจน และยังได้ห้องครัวปิดที่มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และเตาอบครบครัน    2 Bedroom 64 ตร.ม. ห้องหน้ากว้างขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการค่ะ ได้ Space ทุกส่วนมาเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องครัวปิด ระเบียงกว้างขวาง Common Area ที่สามารถชวนเพื่อนมาปาร์ตี้กันได้สบายๆ และส่วนของห้องนอนอีก 2 ห้อง                ภาพรวมโครงการ   PITI EKKAMAI คอนโดมิเนียม Flagship ระดับพรีเมี่ยม จากเสนา ที่ร่วมทุนกับบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ปเปอร์เรชั่น หนึ่งในยักษ์ใหญ่ของวงการอสังหาริมทัพย์ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมาในรูปแบบของ High Rise สูง 37 ชั้น 1 อาคาร โดยแบ่งออกเป็นอาคาร A และ B ทั้งหมด 879 ยูนิต ร้านค้า 3 ยูนิตหน้าโครงการ ที่จอดรถมากถึง 70% มีทั้งที่จอดรถเข้าซองปรกติบนชั้น 1-3 และที่จอดรถแบบ Intelligent Parking System ชั้น 4-8 ส่วนยูนิตพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 9-36 รวมพื้นที่โครงการทั้งหมด 4–2-75 ไร่   แนวคิด IKIGAI (อิคิไก) ปรัชญาแบบฉบับญี่ปุ่นในการหาความหมายของการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขในทุกๆ วันที่ตื่นขึ้นมา ด้วยสิ่งเล็กๆ รอบตัว ไม่ต้องขวนขวายจากที่ไหน แค่มองไปรอบตัวก็พบเจอได้ เช่น การตื่นขึ้นมาสัมผัสกับแสงแดดอ่อนยามเช้า, ได้นั่งดื่มกาแฟชั่นเลิศ, ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับครอบครัวภายในบ้านของเราเอง, ได้ออกกำลังกายให้เหงื่อชุ่มตัว ฯลฯ โดยอิคิไกของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน และไม่จำเป็นต้องมีเพียงอย่างเดียว โครงการนี้จึงเกิดขึ้นมาโดยนำมาประยุกต์ใช้ ให้เข้ากับวิถีชีวิตอันหลากหลายได้อย่างลงตัว จนเกิดเป็นความสุขทุก Moment ของการใช้ชีวิต ใน PITI EKKAMAI      ความโดดเด่นของโครงการนี้อยู่ที่มีบริการระดับพรีเมี่ยม สำหรับคอยอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านแบบที่ไม่เคยมีในคอนโดมิเนียมไหนมาก่อน มาพร้อมกับบริการหลังการขายบน Application เดียว โดยมีรายละเอียดดังนี้   Elite Service   Midnight Reception and Butler Service พนักงานบริการตั้งแต่ 7.00-24.00 น. ไม่ว่าจะบริการแจ้งข่าวสารทั่วไป เรียกแท็กซี่ รับฝากบ้าน ขึ้นห้องพักอาศัยไปกับช่างซ่อม ส่งอาหาร ส่งดอกไม้ เป็นต้น Bellman พนักงานบริการช่วยยกกระเป๋าสัมภาระ เปิดประตู และช่วยเหลือบริเวณลิฟท์ Laundry Service Shop มีร้านบริกการซัก รีด Parking Guidance Systems มีหน้าจอโชว์ช่องจอดรถยนต์ที่ว่าง Access Control การผ่านเข้ามาในโครงการ และการเข้าใช้ Facility ต่างๆ จะต้องผ่านระบบ Access Control ไม่ว่าจะด้วยคีย์การ์ด สแกนนิ้ว หรือรหัสผ่าน Shuttle Car Service บริการรถรับ-ส่ง จากโครงการ-บีทีเอส-ทองหล่อ ตลอด 24 ชม. โดยสามารถเช็ครอบเวลาการเดินรถ หรือหลังเที่ยงคืนไปแล้วก็สามารถกดเรียกได้จาก Application และยังมีบริการคนขับรถเป็นผู้หญิง เพื่อความอุ่นใจของลูกบ้านอีกด้วย   SENA 360 Service Application   บริการหลังการขายแบบครบวงจร ดูแลลูกบ้านตลอด 24 ชม. เช่น ติดต่อนิติบุคคล แจ้งเตือนพัสดุ แจ้งซ่อมได้ตลอด 24 ชม. เปิดดู CCTV ได้ทุกเวลา ดูการทำงานของโซลาร์เซล เรียกรถรับ-ส่ง ได้ตลอด 24 ชม. พร้อมกับดูสถานะการมาถึงของรถได้ และบริการฝากขาย-เช่า โดย Acute Realty เอง   Facility เน้นความเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ออกแบบให้สอดคล้องและเกื้อหนุนกับการใช้ชีวิตในแบบ IKIGAI เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ได้มากที่สุด โดยจะแบ่งออกเป็น 2 จุดใหญ่ๆ นั่นคือชั้นล่างสุด ตั้งแต่หน้าโครงการจนถึงใต้อาคาร และที่ Roof Top ชั้น 37 ที่ให้ทั้งความ Active และ Passive ควบคู่กันไป อย่างโซน Active ก็จะมีทั้งสระว่ายน้ำยาว 50 เมตร ฟิตเนสที่มีโซน Boxing Room Active, Bike Simulator และ Golf Simulator สำหรับโซน Passive เช่น Heated Pool & Jacuzzi,Spa Room, Yoga room, Ikigai room ให้ได้นั่งสงบจิตใจท่ามกลางบรรยากาศความเงียบสงบล้อมรอบไปด้วยเสียงของสายน้ำ ซึ่ง Facility รวมพื้นที่แล้วกว่า 1,900 ตร.ม. ถือเป็นว่าเป็นส่วนกลางที่ใหญ่ที่สุดในเอกมัย   The Third Place หน้าโครงการ เป็นอาคาร 3 ชั้น ที่จะมีทั้งร้านกาแฟคุณภาพ CASA Lapin ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และชั้นบนสุดจะเป็น Co-Working Space ส่วนตัวสำหรับลูกบ้านเท่านั้น   Lobby ยังคงกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น ดูเรียบง่าย อบอุ่น ให้ความรู้สึกเชื่อมต่อกับธรรมชาตินอกอาคารด้วยกระจก High Ceiling    ฟิตเนสชั้น 37 แบ่งโซน For His และ For Her ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling เห็นวิวเมืองได้รอบด้าน โดยกลางฟิตเนสจะปลูกต้นไม้ใหญ่เอาไว้ สูงขึ้นไปถึง Roof Top ด้านบน     Sky Lounge ที่เป็น Co-Kitchen Space พร้อมอุปกรณ์ ไปด้วยในตัว ให้ได้ขึ้นมามีตติ้งกับเพื่อน หรือครอบครัวได้ในวันสบายๆ   Golf Simulator เอาใจคนรักกอล์ฟ แม้จะไม่มีเวลาออกรอบก็มาฝึกซ้อมก่อนได้     ชมห้องตัวอย่าง   เราเดินทางมาถึง Sale Gallery อยู่ระหว่างซอยเอกมัย 26 กับ 28 เยื้องกับปั๊มน้ำมันบางจากค่ะ ซึ่ง Sale Gallery ที่เห็นนี้ในอนาคตด้านในจะถูกปรับ Layout ใหม่ให้เป็น The Third Place มีทั้งร้านกาแฟฝีมือคนไทยระดับคุณภาพอย่าง Casa Lapin ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และ Co-Working Space ชั้นบนสุดที่สงวนไว้ให้เฉพาะลูกบ้าน    ตั้งแต่เริ่มทางเข้าก็ถูกตกแต่งให้มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น ตามแนวคิดของโครงการที่วางเอาไว้ค่ะ     ภายใน Sale Gallery จะมีโมเดลของโครงการตั้งอยู่ค่ะ ซึ่งจะเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าโครงการนี้ติดถนนเอกมัย ลักษณะที่ดินลึกเข้าไป มี The Third Place อยู่ด้านหน้า และตัวอาคารถูกแยกออกเป็นอาคาร A ด้านในสุดของพื้นที่โครงการ และอาคาร B ทางด้านหน้าโครงการ ส่วน Facility จะถูกยกขึ้นไปไว้บน Roof Top ชั้น 37 โดยหน้าโครงการจะหันไปทางทิศตะวันตก ส่วนยูนิตพักอาศัยจะหันออกทางทิศใต้ (ได้วิวถนนสุขุมวิท) และทิศเหนือ (ได้วิวถนนเพชรบุรี) เป็นหลักค่ะ   เรามาดูกันที่โมเดลเฉพาะส่วน Facility ชั้น 37 กันค่ะ   เริ่มจากห้องฟิตเนสฝั่งด้านหน้าโครงการ จะถูกล้อมรอบไปด้วยกระจก High Ceiling โดยจะแบ่งฟิตเนสออกเป็นโซน For His กับ For Her ด้านบนฟิตเนสเป็นสวนสีเขียวสำหรับพักผ่อนค่ะ    มองจากด้านนี้จะเห็นโซน Boxing ที่เชื่อมต่อจากภายในฟิตเนสค่ะ ส่วนบันไดทางขึ้นที่เชื่อมระหว่างชั้น 37 กับ Roof Top จะมีไฮไลท์คือ Tree House   ด้านบนฟิตเนสจะมีที่นั่งไล่ระดับ Amphitheatre และลานอเนกประสงค์ที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้และพื้นที่สีเขียว     ถัดมาจะพบกับสระว่ายน้ำ หันไปทางทิศใต้ค่ะ โดยจะมีการแยกสระเด็กเอาไว้ที่มุมใกล้กับที่นั่งพักผ่อน สำหรับผู้ปกครองคอยดูแลบุตรหลานเวลาเล่นน้ำค่ะ โดยสระว่ายน้ำจะเป็น Infinited Edge Pool ยาว 50 เมตร   ด้านในจะเป็นสระน้ำอุ่นพร้อม Jacuzzi ค่ะ ส่วนด้านบนสระว่ายน้ำจะเป็น Sky Lounge ซึ่งเป็น Co-Kitchen Space ไปด้วยในตัวให้ได้มาสังสรรค์ เปลี่ยนบรรยากาศทำอาหารร่วมกันกับเพื่อนหรือรอบครัว พร้อมชมวิวเมืองผ่านกระจก High Ceiling รอบด้าน    มาดูทางทิศใต้กันบ้างค่ะ ตรงนี้จะเป็น Ikigai Room มีพื้นที่ตรงกลางให้ได้นั่งฟังเสียงน้ำไหลที่ล้อมรอบตัวอยู่ เป็นความสุขง่ายๆ ในความสงบนิ่งอยู่รอบตัว   ช่วงกลางของ Facility จะเป็น Library ตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ได้วิวทั้งสองฝั่ง   ตามสไตล์ของโครงการจาก SENA ค่ะ ไม่ลืมที่จะติดตั้งโซลาร์เซล สำหรับดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในส่วนกลาง ช่วยประหยัดค่าไฟลงไปอีกเยอะเลยค่ะ   Type 1 Bedroom 31.50 ตร.ม.    เรามาเริ่มเปิดห้องตัวอย่างดูกันทีละห้องค่ะ โดยห้องตัวอย่างจะมีทั้งหมด 4 ห้อง เริ่มจากขนาด 31.50 ตร.ม. เมื่อผ่านประตูห้องที่ติดตั้ง Digital Door Lock จากแบรนด์ Yale เอาไว้ทุกยูนิตแล้ว ก็จะพบกับห้องครัวปิดก่อนค่ะ โดยจะกั้นห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียม ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ภายในห้องใช้ไฟ Downlight      หันไปดูทางซ้ายมือจะเป็นเคาน์เตอร์ครัว Top หินสังเคราะห์ สีขาว ใต้ตู้ด้านบนติดตั้งไฟ LED เพิ่มแสงสว่างเวลาทำครัวค่ะ แต่เครื่องซักผ้าที่เห็นจะไม่ได้มาด้วยนะคะ   มีการเก็บบัวผนัง พร้อมกับกรุกระเบื้องลายหินอ่อนเอาไว้ตลอดแนวเคาน์เตอร์ค่ะ นอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังทำให้เช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกได้ง่ายขึ้นด้วย   ฟังก์ชั่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้องค์ความรู้มาจากญี่ปุ่นแบบนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ของ SENA ในโครงการรุ่นใหม่ๆ ทีเดียวค่ะ โดยตรงนี้สามารถดึงลงมาตามภาพสำหรับเป็นที่วางแก้ว   ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ จากแบรนด์ MEX มาพร้อมกับแผ่นหินสังเคราะห์สีขาว วางไว้เข้าล็อคกันกับตัวซิงค์ สำหรับเป็นที่พักจานเวลาล้างเสร็จใหม่ๆ หรือจะใช้เป็นเขียงก็ได้ค่ะ   ตู้เก็บของด้านบนค่ะ จะมีชั้นสำหรับเก็บจานเอาไว้ให้ด้วย     หันหลังกลับไปทางฝั่งขวามือจากประตูห้องค่ะ จะเป็นเคาน์เตอร์ครัวพร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน จากแบรนด์ MEX พร้อมช่องวางไมโครเวฟด้านล่าง และช่องสำหรับวางตู้เย็นทางขวามือ   ตู้เก็บของทั้งด้านบนและด้านข้าง Built In มาให้ตามนี้เลยค่ะ   ถัดเข้ามาด้านในห้องกันบ้างค่ะ พื้นห้องทุกยูนิตจะใช้วัสดุ Hybrid Engineering ขนาด 24X200 ซม. มีคุณสมบัติให้ผิวสัมผัสเหมือนไม้จริงมาก น้ำไม่ซึมทำให้ไม่มีปัญหาพื้นบวมภายหลัง   Living Room มีขนาดกว้างขวางกำลังดีค่ะ ไม่รู้สึกอึดอัดมาก Floor To Ceiling 2.7 ผนังกับเพดานห้องจริงจะเป็นพื้นขาวฉาบเรียบค่ะ     เคาน์เตอร์ทีวีจะได้ Built In ไม้ติดผนังตามแบบที่เห็นค่ะ แต่จะไม่ได้ลิ้นชักสีขาวมาด้วยนะคะ   โซฟาหุ้มด้วยผ้าสีเทาขนาด 2 ที่นั่ง มาพร้อมกับโต๊ะกลางทำจากอลูมิเนียมสีทองแดง Top ด้วยหินอ่อนสีขาว ทางโครงการให้มาแบบนี้เลยค่ะ   ด้านในสุดของ Living Room จะมีโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้บุนวมหุ้มด้วยผ้าสีเทา ซึ่งใกล้เคียงกันกับสีของโซฟา ให้มาครบเซตค่ะ    โต๊ะทานข้าว Top ด้วยหินอ่อน สีดำลายสีขาว ทำให้ห้องดูหรูหรามากขึ้น   หน้าต่างของห้องใช้แบบบานกระทุ้ง ขอบอลูมิเนียมสีดำค่ะ     หลังโต๊ะทานข้าวจะมีประตูบานสวิงเปิดออกไประเบียงได้   เครื่องปรับอากาศจากแบรนด์ Daikin จะติดตั้งเอาไว้ให้เหนือประตูกระจกที่กั้นห้องครัวค่ะ สำหรับห้องนอนด้านหลังโซฟาจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียม 3 ตอน ซึ่งเป็นกระจกสูงชิดเพดานห้อง ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ   มีระยะห่างระหว่างประตูกั้นห้องนอนกับเตียงอยู่พอสมควรค่ะ ไม่ได้แน่นเต็มพื้นที่จนเกินไป   เตียงนอนขนาด 5 ฟุตก็ได้มาด้วยนะคะ แต่จะไม่ได้ฟูกกับผ้าม่าน ซึ่งตามห้องตัวอย่างที่เห็นนี้มีการตกแต่งผนังด้านหัวเตียง ทำให้เตียงขยับออกมากเล็กน้อย ซึ่งห้องจริงนั้นจะได้พื้นที่ปลายเตียงมากกว่านี้ค่ะ   เครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนจะถูกติดตั้งด้านข้างเตียง เหนือประตูกระจกบานเลื่อนที่กั้นส่วนระเบียงค่ะ   ระเบียงจะมีธรณีประตูกั้นสูงขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ โดยพื้นระเบียงจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ     ทางขวามือของระเบียงจะพบกับประตูบานสวิงที่เชื่อมต่อกับ Living Room หลังโต๊ะทานข้าวเมื่อสักครู่ค่ะ มีข้อดี เช่น เวลาอยู่อาศัยจริงหากคุณผู้หญิงนอนหลับแล้ว แต่ผู้ชายยังดูทีวีหรือทำงานก็สามารถเดินออกนอกระเบียงเพื่อสูบบุหรี่ได้โดยไม่ต้องเดินผ่านห้องนอน ถือเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อลูกบ้านได้ดีค่ะ   Condensing Unit ถูกแขวนไว้เหนือศีรษะ หันออกนอกอาคารพร้อมติดตั้งกริลมาให้ด้วยค่ะ     ด้านข้างอีกฝั่งของเตียงจะมี Built In ตู้เสื้อผ้ามาให้ 2 ตู้แยกกันค่ะ โดยฝั่งด้านซ้ายจะมีหน้าบานไม้ ส่วนตู้ขวาหน้าบานเป็นกระจกสีดำ ส่วนตรงกลางเป็นห้องน้ำค่ะ     ภายในตู้เสื้อผ้าด้านซ้ายมือจะมีชั้นวางของเอาไว้ให้ถึงครึ่งตู้ เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่มีของใช้จุกจิกค่ะ     บานตู้ด้านในติดตั้งกระจกยาวเต็มตัวมาให้ด้วยค่ะ   ส่วนตู้ทางขวามือก็เหมาะกับผู้ชายที่เน้นการแขวนเสื้อผ้าเป็นหลัก   ภายในตู้มีสวิทช์ไฟมาให้ด้วยค่ะ ซึ่งหากเปิดไฟแล้วมองจากภายนอกก็จะสามารถเห็นด้านในตู้ทั้งหมด แต่ถ้าไม่เปิดไฟก็จะกลายเป็นตู้ทึบค่ะ   ห้องน้ำในทุกยูนิตจะถูกแบ่งเป็น Triple Function แยกสัดส่วนกันอย่างชัดเจนค่ะ    กลางห้องน้ำเป็นส่วนแห้งที่มีอ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ พร้อมตู้เก็บของด้านล่าง ส่วนด้านบนเป็นตู้เก็บของหน้าบานกระจกเงา สามารถเปิดออกได้ 2 บาน   สำหรับตู้กระจกด้านบนของจริงที่ได้มาจะมีขนาดเล็กและสั้นลงกว่าตามห้องตัวอย่างที่เห็นนะคะ เวลาใช้งานจริง เมื่อก้มลงจะได้ไม่ชนกับศีรษะ   ขวามือเป็นห้องสุขภัณฑ์ค่ะ จะถูกกั้นโดยกระจกขุ่นบานสวิง ด้านในมีการเจาะผนังสำหรับเป็นที่วางของได้ด้วย   ส่วนฝั่งซ้ายเป็นส่วนเปียกจะกั้นด้วยประตูกระจกขุ่นบานสวิง มีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย   ภายในมีทั้งฝักบัว กับ Rain Shower มาให้ทั้งสองอย่างค่ะ    มีการติดตั้งท่อน้ำร้อน-น้ำเย็น มาให้เรียบร้อยเลยค่ะ ลูกบ้านไม่ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่มเองก็สามารถใช้งานได้เลย   Type 1 Bedroom 35 ตร.ม.      ห้องตัวอย่างถัดมา มีขนาดเพิ่มขึ้นมานิดค่ะ โดยส่วนแรกจะเป็นห้องครัวปิดเช่นกัน พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค กั้นส่วนครัวด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียม สีดำ เคาน์เตอร์ครัวได้มาแบบ Double Wall Kitchen    เคาน์เตอร์ครัวทางขวามือ Top หินสังเคราะห์ สีขาว ผนังด้านในกรุกระเบื้องลายหินอ่อน เพื่อความสวยงามและทำความสะอาดง่าย   นอกจากฟังก์ชั่นที่วางแก้วแบบนี้แล้ว ยังมีราวสำหรับแขวนอุปกรณ์และที่วาง Ipad สำหรับใครที่ชอบเปิดคลิปสอนทำอาหารไปด้วย ทำตามไปด้วยก็สะดวกสบายยิ่งขึ้นค่ะ   บานตู้และลิ้นชักทั้งหมดจะติดตั้งระบบ Soft Close ค่ะ เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น    ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์จะดูเรียบร้อยสวยงามมากกว่า และยังป้องกันน้ำกระเด็นออกมาเวลาใช้งานด้วยค่ะ   ลิ้นชัก และตู้ใต้ซิงค์ล้างจานจะมีฟังก์ชั่นให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่เก็บมีด ที่วางช้อน-ส้อม ถังขยะที่ติดตั้งมากับบานตู้ และที่วางจานก็สามารถดึงออกแยกออกมาได้ทั้ง 2 ชิ้นค่ะ   เคาน์เตอร์ฝั่งซ้ายมือจะมีช่องสำหรับวางตู้เย็น ช่องสำหรับวางไมโครเวฟด้านล่างเคาน์เตอร์ มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควัน ส่วนผนังด้านในยังคงกรุกระเบื้องลายหินอ่อนให้เช่นกันค่ะ     ลึกเข้ามาที่ห้อง Living Room ค่ะ พื้นปูด้วย Hybrid Engineering ขนาด 24X200 ซม. ห้องจริงจะเป็นผนังและเพดานแบบฉาบเรียบสีขาวนะคะ    โต๊ะทานอาหารพร้อมเก้าอี้บุนวมหุ้มด้วยผ้า 2 ตัว ทางโครงการให้มาด้วยนะคะ   Top โต๊ะเป็นหินอ่อนสีดำลายสีขาวค่ะ ถือว่าให้เฟอร์นิเจอร์มาครบครันแล้วยังเป็นวัสดุที่ดีด้วยนะคะ   เคาน์เตอร์ทีวีเป็นไม้ลักษณะยาวมีช่องให้เก็บของ Built In ติดผนัง ได้มาแบบนี้เลยค่ะ   โซฟาหุ้มด้วยผ้าสีเทา วางอยู่ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ โดยด้านหลังโซฟาจะเป็นห้องนอนที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน   เข้ามาด้านในสุดของห้องติดริมหน้าต่างก็จะได้โต๊ะทำงานยาวๆ พร้อมเก้าอี้บุนวมหุ้มด้วยผ้าแบบนี้มาด้วยนะคะ   Top โต๊ะทำงานยังคงใช้หินอ่อนแบบเดียวกันกับโต๊ะทานข้าวค่ะ มีพื้นที่สำหรับวางของได้เยอะทีเดียว ส่วนหน้าต่างจะใช้แบบบานกระทุ้งอยู่ทางซ้ายมือของโต๊ะค่ะ   หน้าต่างจะได้กระจกเข้ามุมค่ะ เพิ่มมุมมองให้เห็นทิวทัศน์ด้านนอกกว้างมากขึ้น   ด้านข้างมีประตูบานสวิงเปิดออกไปที่ระเบียงได้ค่ะ เป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับห้องนอนมากขึ้น เพราะไม่ต้องเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนที่จะออกไปที่ระเบียง   ห้องนี้ก็ยังคงได้โต๊ะกลางที่ทำจากอลูมิเนียมสีทองแดงกับ Top ลายหินอ่อนค่ะ   ภายในห้องนอนมีพื้นที่กว้างทีเดียวค่ะ โดยในห้องตัวอย่างจะ Built In หัวเตียงให้มีช่องเก็บของด้านข้าง แต่สำหรับห้องจริงจะเป็นผนังฉาบเรียบ ก็จะทำให้ปลายเตียงมีพื้นที่เพิ่มอีก ซึ่งหากวางเตียงขนาด 5 ฟุตแบบนี้ไว้ก็ยังคงมีทางเดินได้รอบเตียงค่ะ   เหนือประตูกระจกจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบรนด์ Daikin ไว้ให้ค่ะ     ออกมาดูที่ระเบียงซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียม พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ     Condensing Unit แขวนไว้ด้านบน หันหน้าออกนอกอาคาร    ด้านข้างเตียงอีกฝั่งจะ Built In ตู้เสื้อผ้ามาให้ 2 ตู้ค่ะ โดยซ้ายมือหน้าบานเป็นกระจกสีดำ ส่วนขวามือหน้าบานไม้เช่นเดียวกันทุกยูนิตค่ะ   ตู้เสื้อผ้าทางขวามือยังคงติดตั้งกระจกเงาแบบเต็มตัวมาให้แบบนี้ทุกยูนิตค่ะ   ดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ทางโครงการก็ไม่ลืมเพิ่มเติมมาให้ค่ะ อย่างที่แขวน 2 ชิ้นนี้ที่ติดตั้งอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าก็สามารถแขวนผ้าเช็ดตัว หรือหมวกได้   ห้องน้ำอยู่ระหว่างตู้เสื้อผ้า 2 ตู้ แบ่งเป็น Triple Function โดยใช้กระจกขุ่นบานสวิงกั้นทั้ง 3 โซน   ตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ พร้อมตู้เก็บของด้านล่าง ซึ่งห้องจริงจะมีการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเอาไว้ในตู้เก็บของนี้ด้วยค่ะ ส่วนตู้หน้าบานกระจกเงาจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน สามารถเปิดเก็บของได้ทั้ง 2 ฝั่งค่ะ   ฝั่งซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมสายชำระ และแกนใส่ทิชชู่   เหนือโถสุขภัณฑ์จะมีการเจาะช่องสำหรับวางของเอาไว้ด้วยค่ะ   ส่วนขวามือเป็นส่วนเปียกที่มีทั้งฝักบัวกับ Rain Shower พร้อมระบบน้ำร้อนมาให้เรียบร้อยเลยค่ะ      Type 1 Bedroom 40 ตร.ม.    มาถึงห้องที่ได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าดีที่สุด จนเรียกได้ว่าเปิดจองปุ๊บห้องแปลนนี้ก็หมดปั๊บเลยค่ะ กับ Type 1 Bedroom 40 ตร.ม. โดยจะเริ่มจากห้องครัวปิดเช่นเคยค่ะ แล้วกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนก่อนจะเข้าสู่ Living Room    มาดูเคาน์เตอร์ครัวทางซ้ายกันก่อนค่ะ ใช้วัสดุ Top หินสังเคราะห์ สีขาว เพื่อความทนทานในการใช้งาน และยังทนต่อความชื้นมากกว่าด้วยค่ะ ผนังด้านในกรุ  กระเบื้องลายหินอ่อน นอกจากจะเพิ่มความสวยงามแล้วยังช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายมากกว่าที่จะปล่อยให้เป็นผนังปรกติ   ตู้ด้านบน และที่วางแก้ว ได้ฟังก์ชั่นแบบเดียวกันทุกยูนิตค่ะ   ซิงค์ล้างจานจากแบรนด์ MEX พร้อมแผ่นพลาสติกหนา ให้ได้ใช้ประโยชน์ไม่ว่าจะวางจานหลังล้างเสร็จแล้ว หรือใช้เป็นเขียงก็ได้ค่ะ   สวิทช์เปิด-ปิด ไฟใต้ตู้ด้านบนค่ะ นอกจากจะช่วยเพิ่มแสงสว่างแล้ว ยังทำให้การทำครัวปลอดภัยยิ่งขึ้นค่ะ   ลิ้นชักแบ่งฟังก์ชั่นสำหรับเก็บอุปกรณ์ ถังขยะที่ติดมากับบานตู้ใต้ซิงค์ล้างจาน และที่วางจานสามารถเลื่อนออกมาจากในตู้ได้ และสามารถยกออกมาใช้งานได้     เคาน์เตอร์ครัวฝั่งตรงข้ามกัน จะมีเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควันจากแบรนด์ MEX และมีช่องสำหรับวางไมโครเวฟไว้ด้านล่าง และวางตู้เย็นด้านข้าง     มีตู้สำหรับเก็บของทั้งด้านบนและด้านข้าง ซึ่งตู้ทรงสูงด้านข้างนั้น สามารถใช้เก็บร่มหรือโต๊ะรีดผ้าได้ค่ะ   เข้ามาใน Living Room กันค่ะ จะวางโซฟาด้านซ้าย ตรงข้ามกันจะได้เคาน์เตอร์ทีวีมาด้วยค่ะ โดยมีระยะห่างจากทีวีพอสมควรไม่ชิดให้เสียสายตาจนเกินไปค่ะ    โต๊ะทานข้าวมาพร้อมกับเก้าอี้บุนวมหุ้มด้วยผ้า วางไว้ที่มุมข้างเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ   Top โต๊ะใช้หินอ่อนสีดำ ลายสีขาวค่ะ ช่วยเพิ่มให้ห้องดูหรูหราสวยงามมากขึ้น   เคาน์เตอร์วางทีวีเป็นไม้ยาวเกือบจะตลอดแนวผนัง   โครงการจะให้มาทั้งโต๊ะกลางอลูมิเนียมสีทองแดง Top หินอ่อน และโซฟาหุ้มด้วยผ้าขนาด 2 ที่นั่ง ถัดจากโซฟาเข้าไปด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องทำงานค่ะ โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำอีกชั้นหนึ่ง   ภายในห้องทำงานนี้มีพื้นที่พอดีๆ ไม่คับแคบจนเกินไปค่ะ ใครที่ทำงานจากที่บ้านจะต้องชอบห้องนี้แน่นอนค่ะ เพราะเป็นส่วนตัวมากทีเดียว   ภายในห้องทำงานนี้จะได้ทั้งโซฟา และโต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้แบบนี้มาให้ค่ะ   โต๊ะทำงานมีลักษณะแคบยาว Top หินอ่อนสีดำ ดูเป็นห้องทำงานที่หรูหราทีเดียวค่ะ   ภายในห้องทำงานก็มีเครื่องปรับอากาศติดตั้งมาให้แยกจาก Living Room ด้วยนะคะ โดยจะติดตั้งเหนือประตูกระจกบานเลื่อนด้านข้างโต๊ะทำงาน ซึ่งกั้นระเบียงเอาไว้ค่ะ    ระเบียงของห้องนี้จะมีลักษณะเป็นตัว L ค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเหล็กโปร่งสีดำ     มองจากมุมระเบียงจะเห็นชัดขึ้นค่ะว่าสามารถออกมาที่ระเบียงได้จากทั้งห้องทำงานทางซ้ายมือ และห้องนอนตรงกลางค่ะ     Condensing Unit แขวนเอาไว้ด้านบนพร้อมติดตั้งกริลเพื่อความสวยงามของอาคาร และยังช่วยผลักลมร้อนออกนอกอาคารด้วยค่ะ    กลับเข้ามาภายในห้องนอนกันต่อค่ะ โดยจะมีเตียงขนาด 5 ฟุตให้ แต่จะไม่มีฟูกกับผ้าม่านมาให้นะคะ เครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนจะติดตั้งเอาไว้เหนือประตูกระจกบานเลื่อนที่กั้นส่วนระเบียงเอาไว้ค่ะ   ด้านข้างเตียงจะได้ตู้เสื้อผ้า Built In 2 ตู้ค่ะ โดยตู้ด้านขวามือหน้าบานกระจกสีดำ มีไฟภายในตู้มาให้ และตู้ทางซ้ายมือหน้าบานไม้ ส่วนตรงกลางเป็นห้องน้ำค่ะ   ห้องน้ำแยกเป็น 3 ส่วน โดยใช้กระจกบานสวิงกั้นค่ะ ตรงกลางนี้เป็นอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง และตู้เก็บของหน้าบานกระจกเงาด้านบน     ทางขวาเป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมสายชำระ และแกนใส่ทิชชู่   เหนือโถสุขภัณฑ์จะเจาะช่องสำหรับวางของเอาไว้ค่ะ   ส่วนเปียกมีทั้งฝักบัว และ Rain Shower เพิ่มความสดชื่นเวลาอาบน้ำค่ะ      Type 2 Bedroom 57 ตร.ม.    มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายกันแล้วนะคะ ซึ่งเป็นห้องแบบ 2 Bedroom 57 ตร.ม. พื้นใช้วัสดุ Hybrid Engineering ผิวสัมผัสคล้ายกับไม้จริงมากกว่าไม้ Engineering ปรกติค่ะ โดยส่วนแรกของห้องจะเป็น Common Area ขวามือเป็นห้องครัวปิด และซ้ายมือเป็น Living Room ค่ะ    ซ้ายมือจากประตูห้องเป็นห้องครัวปิดค่ะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ   มีตู้ทรงสูงอยู่ด้านข้างประตูครัวค่ะ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีกเยอะ   ภายในห้องครัวจะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค เคาน์เตอร์ครัววางแบบ U Shape ซึ่ง Top ครัว ใช้วัสดุหินสังเคราะห์ค่ะ     สำหรับห้อง 2 Bedroom จะได้เตาอบด้านล่างจากแบรนด์ MEX แบบนี้มาให้ด้วยนะคะ   เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 4 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน ซึ่งทุกยูนิตจะเป็นการดูดควันแบบต่อท่อออกนอกอาคารค่ะ หมดปัญหาเรื่องกลิ่นและควันแน่นอน   ซิงค์ล้างจานแบรนด์ MEX   สวิทช์เปิด-ปิดไฟ ที่ติดตั้งเอาไว้ใต้ตู้ด้านบน มีที่วาง Ipad มาพร้อมฟังก์ชั่นวางแก้วเช่นเคยค่ะ   ในครัวสามารถมองออกไปเห็น Living Room ทำให้แสงสว่างจากด้านนอกผ่านระเบียงส่องถึงด้านในครัวได้ ไม่ทำให้ดูอับทึบจนเกินไปค่ะ    ใกล้กับประตูครัวจะมีช่องวางตู้เย็นขนาด 2 ประตูได้พอดีเลยค่ะ เหมาะสำหรับการอยู่เป็นครอบครัว   ออกมาจากห้องครัวมาดูที่ Living Room กันต่อค่ะ กลางห้องจะวางโต๊ะทานข้าวขนาด 3-4 ที่นั่งเอาไว้    ข้างโต๊ะทานข้าวจะมีหน้าต่างกระจกใส แต่จะไม่สามารถเปิดออกได้นะคะ ซึ่งห้องจริงมุมนี้ก็จะได้วิวเมืองโล่งๆ ให้ได้นั่งพักสายตา   โต๊ะที่ได้มาสำหรับห้องนี้จะเป็น Top กระจกค่ะ มาพร้อมเก้าอี้ทั้ง 3 ตัว ซึ่งจะมีทั้งแบบบุนวมหุ้มด้วยผ้า 2 ตัว และบุนวมหุ้มด้วยหนังอีก 1 ตัว ค่ะ   ถัดมาเป็น Living Room จะได้โซฟา L shape หุ้มด้วยผ้า เก้าอี้สตูลพร้อมโต๊ะกลาง Top กระจกขนาดเล็กค่ะ ด้านข้างโซฟาจะเชื่อมต่อกับระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ    เคาน์เตอร์ทีวีจะ Built In ชั้นวางไม้มาให้ยาวตามแนวผนัง   จาก Living Room ด้านข้างโซฟาจะมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะถึงระเบียง ช่วยป้องกันฝุ่นจากด้านนอกไม่ให้เข้ามาในห้อง   ระเบียงปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเหล็กโปร่งสีดำ โดยจะมีประตูเหล็กบานสวิงกั้นโซนเอาไว้สำหรับเป็นพื้นที่วาง Condensing Unit    กลับเข้ามาในห้องจะเห็นภาพรวมของ Common Area ทั้งหมดค่ะ ซึ่งห้องขนาด 2 Bedroom จะใช้เครื่องปรับอากาศแบบฝังฝ้า ให้ความเย็นได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ โดยถัดจากเคาน์เตอร์ทีวีทางซ้ายมือจะเป็น Private Zone    ทางด้านขวามือจะเป็นห้องน้ำและห้องนอนแรก ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็น Master Bedroom ค่ะ    เรามาดูห้องทางขวามือกันก่อนค่ะ   ห้องน้ำแบ่งเป็นส่วนแห้งก่อนส่วนเปียกด้านใน   ส่วนแห้งจะได้อ่างล้างหน้า ตู้เก็บของใต้อ่าง ตู้บานกระจกเงาเหนืออ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ สายชำระ และแกนใส่ทิชชู่ ครบเซตค่ะ   ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกขุ่นบานสวิง ด้านในมีพื้นที่วางของหรือจะใช้สำหรับนั่งขัดตัวก็ได้ค่ะ   มีการเจาะผนังทำชั้นวางของ สำหรับห้องน้ำห้องนี้จะไม่ได้ Rain Shower มาด้วยนะคะ    ถัดมาที่ห้องนอนแรกจะได้เตียงขนาด 5 ฟุตค่ะ หากต้องการทางเดินได้รอบเตียงก็สามารถเลื่อนเตียงมาวางไว้กลางห้องก็ได้ค่ะ แต่หากต้องการพื้นที่ข้างเตียงสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงหรือโต๊ะทำงานเล็กๆ ก็สามารถเลื่อนเตียงไว้ชิดหน้าต่างก็ได้ค่ะ   ปลายเตียงมี Built In ตู้เสื้อผ้าหน้าบานไม้ ด้านในติดกระจกเงาแบบเต็มตัวให้ด้วยค่ะ   หน้าต่างใช้บานกระทุ้ง เปิดออกได้ 1 บานค่ะ ข้อดีคือมีความแน่นหนามากกว่าแบบกระจกบานเลื่อน หากใครที่อยู่ชั้นสูงๆ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนลมพัดจนเกิดเสียงค่ะ   เครื่องปรับอากาศติดตั้งเอาไว้ให้ด้านข้างเตียงค่ะ   สุดท้ายที่ห้อง Master Bedroom อยู่ตรงข้ามกับห้องนอนแรกค่ะ    สำหรับ Master Bedroom จะได้เตียงขนาด 6 ฟุตค่ะ      ได้ Built In ตู้เสื้อผ้า 2 ตู้ ซึ่งเป็นหน้าบานกระจกสีดำทั้ง 2 ตู้ค่ะ ด้านในมีสวิทช์ไฟติดตั้งมาให้เช่นกันค่ะ   ข้างเตียงใช้หน้าต่างบานกระทุ้งเปิดออกได้ 1 บาน   ปลายเตียงมีตู้เก็บของให้ด้วยนะคะ โดยเฉพาะใครที่ชอบกีฬากอล์ฟก็สามารถเก็บอุปกรณ์เอาไว้ในนี้ได้อย่างสะดวก ส่วนเครื่องปรับอากาศจะถูกติดตั้งเอาไว้เหนือประตูห้องน้ำค่ะ   ห้องน้ำ Triple Function แบบนี้มีข้อดีตรงที่สามารถใช้ห้องน้ำได้พร้อมๆ กัน 2-3 คนค่ะ เช่น หากอีกคนกำลังแปรงฟันอยู่ แต่อีกคนปวดท้องเข้าห้องน้ำก็สามารถใช้ห้องน้ำได้พร้อมกันค่ะ    ด้านขวาเป็นส่วนเปียก มีที่วางของเอาไว้ให้ทั้งตรงผนังที่เจาะช่องเอาไว้ให้ และผนังด้านล่างที่สามารถใช้เป็นที่นั่งสำหรับขัดตัวได้ค่ะ   ได้ทั้งฝักบัวและ Rain Shower มาคู่กันเลยค่ะ    และซ้ายมือของห้องน้ำจะเป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมช่องสำหรับวางของค่ะ     ความพรีเมี่ยม ในแบบฉบับ PITI EKKAMAI ไม่ใช่เพียงเน้นความหรูหราเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความสุขในการดำเนินชีวิตในทุกๆ วันของลูกบ้าน พร้อมกับบริการระดับ Exclusive ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น มาในราคาเริ่มต้น 4.45 ล้านบาท ที่ไม่ได้แพงเลยสำหรับโครงการระดับนี้ บนทำเลกลางเมืองอย่างเอกมัย    ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษกว่า 400,000 บาท* >>> PITI EKKAMAI    
“เสนา ฮันคิว” โชว์โครงการแฟล็กชิพบริบทใหม่ “ปีติ เอกมัย”  พลิกโฉมที่อยู่อาศัยเน้นบริการระดับเวิล์คลาส

“เสนา ฮันคิว” โชว์โครงการแฟล็กชิพบริบทใหม่ “ปีติ เอกมัย” พลิกโฉมที่อยู่อาศัยเน้นบริการระดับเวิล์คลาส

เสนา ฮันคิว เปิดชมโครงการแฟล็กชิพครั้งแรก “ปีติ เอกมัย” คอนโดมิเนียมระดับลักชูรี่แบรนด์ใหม่ล่าสุด มูลค่าโครงการกว่า 5,000 กว่าล้านบาท พลิกโฉมที่อยู่อาศัยเน้นบริการระดับเวิล์คลาสรูปแบบใหม่ตอบโจทย์ลูกค้าคนเมือง ด้านไนท์แฟรงค์ วิเคราะห์ทำเลเอกมัย ชี้กำลังซื้อลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติยังไปได้สวย ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง โครงการแฟล็กชิพ “ปีติ เอกมัย (PITI EKKAMAI)” คอนโดมิเนียม Segment ลักชูรี่แห่งแรกภายใต้การร่วมทุนบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด และเป็นโครงการร่วมทุนที่มีมูลค่าสูงสุดในปีนี้กว่า 5,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพย่านเอกมัย โดยการนำหลักปรัชญาชีวิตจากแนวคิดญี่ปุ่น “IKIGAI (อิคิไก)” เข้ามาใช้ผสมผสานทุกรายละเอียดของงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Good Living is The New luxury” โดยการนำโปรดักส์และพื้นที่ส่วนกลางมาผสมผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เป็นที่พักอาศัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวพรั่งพร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอันหลากหลายมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคนไทยได้อย่างลงตัว บนทำเลคุณภาพและทุกๆช่วงเวลาของทุกวันเป็นการใช้ชีวิตที่มีความสุขและมีคุณค่าบนพื้นที่ส่วนกลางกว่า 1,900 ตารางเมตร ใหญ่ที่สุดในย่านเอกมัย โครงการ “ปีติ เอกมัย (PITI EKKAMAI)” พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบและเพื่อให้ทุก Moment ของปีติมีความสุขและมีคุณค่า ดังนี้ · ฟังก์ชั่นการใช้งานตอบโจทย์ความสุขทุกมิติการอยู่อาศัย โครงการตั้งอยู่ใจกลางเอกมัย (ช่วงบริเวณซอยเอกมัย 26) โดยลักษณะเป็นอาคารสูง 37 ชั้น รวมทั้งหมด 879 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต แบ่งเป็นแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 29 – 40 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน 51 – 64 ตารางเมตร ในราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 170,000 บาทต่อตรม. หรือ 4.45 ล้านบาทต่อยูนิต*โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2562 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 · หนึ่งเดียวบนทำเลศักยภาพที่ดินผืนงามย่านเอกมัย ทำเลที่มีครบทุกเช็คลิสต์สำหรับผู้ที่มองหาคอนโด เพราะเป็น Prime Area ย่านไลฟ์สไตล์ทันสมัยและมีระดับ ศูนย์รวมธุรกิจชั้นนำของกรุงเทพฯ รองรับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อาทิ Park Lane คอมมูนิตี้มอลล์ ,Health Land,Gate way Ekkamai ,Big C เป็นต้น และโรงพยาบาลคามิลเลียน โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ใกล้สถานศึกษาชั้นนำ เช่น โรงเรียนนานาชาติ SP International Kindergarten, Ekkamai International School · โดดเด่นด้วยพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 37 กว่า 1,900 ตารางเมตรใหญ่ที่สุดและตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่าพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบและสมบูรณ์แบบที่สุดบนถนนเอกมัย ประกอบด้วย Sky Fitness ,สระว่ายน้ำระบบเกลือ วิว Panorama , Kid ‘ s Pool, Jacuzzi Pool ,Hydro Pool,Boxing Zone,Yoga Zone , Golf simulator, Library, Spa, Sauna, Steam, Tree House , Sky park, lkigai room , Leveling lawn · สถาปัตยกรรมเอกลักษณ์เฉพาะ “Third Place” แลนด์มาร์คแห่งใหม่บนเอกมัย ประกอบด้วย Convenient Store ,Restaurant ,Casa Lapin Coffee Shop ,Co – working Space และ Digital Service : Wash Box ,Smart Locker ,Vending Machine ,Refun (ตู้หยอดขวดพลาสติก) · บริการเอ็กซ์คลูซีฟเหนือระดับ อาทิ Midnight Reception and Butler Service Laundry Service Shop ,Parking Guidance Systems ,Access Control · เทคโนโลยีล้ำด้วย 360 องศา Application เฉพาะทาร์เก็ตลูกค้าปีติ เอกมัย เติมเต็มทุกช่วงเวลาให้คุณได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น fixzy บริการที่จะช่วยดูแลรักษา และ ซ่อมแซมบ้านจากมืออาชีพ Shuttle Car Service Feeder และ Smart Locker บริการ 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนไปยัง Application ได้ทุกช่วงเวลา · ที่จอดรถมากสุดในย่านเอกมัย คิดเป็น 70% (612 คัน)   ด้านคุณพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พูดถึงตลาดคอนโดมิเนียมย่านทองหล่อ-เอกมัย ซึ่งขอบเขตพื้นที่ศึกษาครอบคลุมตั้งแต่ถนนสุขุมวิทซอย 55 ถึงสุขุมวิทซอย 63 จากการสำรวจและวิจัย พบว่ามีอุปทานสะสมในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปี 2551 ถึงครึ่งปีแรกของปี 2561 รวมทั้งสิ้น 6,112หน่วย โดยปี 2554 เป็นปีที่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดสูงสุดถึง 1,268 หน่วย เติบโตกว่า 365% เมื่อเทียบกับปี 2551 อย่างไรก็ตาม อุปทานใหม่ระหว่างปี 2555 – 2557 ได้ปรับตัวลดลงอยู่ในระดับคงตัวเฉลี่ย 330 หน่วยต่อปี และลดลงต่ำสุดเหลือเพียง 88 หน่วย ในปี 2558 ทั้งนี้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2559-2560 มีอุปทานใหม่เข้ามาเฉลี่ย 914 หน่วยต่อปี ส่วนครึ่งปีแรกของปี 2561 มีคอนโดมิเนียมใหม่เข้าสู่ตลาด 220 หน่วย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง คาดว่ามีอีกไม่ต่ำกว่า 2,800 หน่วย ที่จะทยอยเปิดตัวภายในปีนี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ในปี 2561 ทั้งปีจะมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดสูงถึง 3,000 หน่วย สูงที่สุดในรอบ 11 ปีเลยทีเดียว และเป็นที่น่าสังเกตว่ากว่า 40% ของคอนโดมิเนียมที่จะเปิดใหม่ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เอกมัย ซึ่งเป็นสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่าทำเลนี้ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยปัจจัยหนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งซึ่งรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากทองหล่อ ในขณะที่ราคาสามารถเอื้อมถึงได้มากกว่า ด้านอุปสงค์พบว่าคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในทำเลทองหล่อ-เอกมัยได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ซื้อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยโครงการที่เปิดตัวระหว่างปี 2551 – 2559 นั้น ณ. ปัจจุบันได้ปิดการขายไปหมดแล้ว ส่วนโครงการที่เปิดตัวในปี 2560 และครึ่งแรกของปี 2561 ณ ปัจจุบันมียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 70% และ 35% ตามลำดับ สาเหตุที่ยอดขายของโครงการใหม่ในครึ่งปีแรก 2561 ยังไม่หวือหวา คาดว่าเกิดจากการที่ผู้ซื้อรอดูโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในครึ่งปีหลังเพื่อเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ส่วนราคาห้องชุดพบว่ามีขายโดยเฉลี่ยของโครงการเปิดใหม่ในพื้นที่ทองหล่อ-เอกมัย (ณ.สิ้น มิ.ย. 2561) อยู่ที่ประมาณ 248,000บาท/ตร.ม. ทองหล่อมีราคาขายเฉลี่ยประมาณ 317,000 บาท/ตร.ม. และเอกมัยมีราคาขายเฉลี่ยประมาณ 180,000 บาท/ตรม. ที่มา :ไนท์แฟรงค์ประเทศไทย อย่างไรก็ดีย่านทองหล่อ – เอกมัย ถือว่ายังเป็นทำเลที่มีศักยภาพมากที่สุดบนถนนสุขุมวิท ด้วยปัจจัยหนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางเมือง สามารถเข้าออกได้จากหลากหลายเส้นทางทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัว รถไฟฟ้า BTS และรถโดยสารสาธารณะรูปแบบต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นซอยเล็กซอยน้อยที่มีอยู่ในทองหล่อ-เอกมัย ยังช่วยให้เดินทางทะลุไปยังถนนเส้นสำคัญและซอยต่างๆได้มากมาย ทั้งถนนสุขุมวิทสายหลักถนนพระราม 4 ถนนเพชรบุรี ทางพิเศษศรีรัช ทางพิเศษฉลองรัช ซอยสุขุมวิท 49 สุขุมวิท 51 สุขุมวิท 53 และสุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์) เป็นต้น ทำให้ทำเลนี้สะดวกทุกการเดินทาง ทั้งสำหรับคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวและคนที่ชื่นชอบการใช้บริการรถสาธารณะ ส่วนในอนาคต เมื่อรถไฟฟ้าสายสีเทาระยะที่ 1 (วัชรพล-ทองหล่อ) เปิดให้บริการ ก็จะช่วยเติมเต็มการคมนาคมในพื้นที่ทองหล่อ-เอกมัยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและเสริมให้ทำเลดังกล่าวมีมูลค่าสูงกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมโครงการและห้องตัวอย่าง สัมผัสประสบการณ์แห่งการอยู่อาศัยเหนือระดับบนนิยาม “Good Living is The New luxury” เวิล์คลาสรูปแบบใหม่ผ่านหลักปรัชญาชีวิตจากแนวคิดญี่ปุ่น “IKIGAI (อิคิไก)” พบกันได้แล้ววันนี้ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2tPEUtO หรือโทร.1775 กด 63
ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเจาะลึกทำเลทองหล่อ-เอกมัย

ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเจาะลึกทำเลทองหล่อ-เอกมัย

นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ทำเลศักยภาพบนถนนสุขุมวิท ย่านทองหล่อ-เอกมัยถูกจัดไว้ในอันดับต้นๆเสมอด้วยปัจจัยหนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางเมือง สามารถเข้าออกได้จากหลากหลายเส้นทางทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัว รถไฟฟ้า BTS และรถโดยสารสาธารณะรูปแบบต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นซอยเล็กซอยน้อยที่มีอยู่ในทองหล่อ-เอกมัย ยังช่วยให้เดินทางทะลุไปยังถนนเส้นสำคัญและซอยต่างๆได้มากมาย ทั้งถนนสุขุมวิทสายหลัก ถนนพระราม 4 ถนนเพชรบุรี ทางพิเศษศรีรัช ทางพิเศษฉลองรัช ซอยสุขุมวิท 49 สุขุมวิท 51 สุขุมวิท 53 และสุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์) เป็นต้น กล่าวได้ว่าทำเลนี้เดินทางไปไหนมาไหนง่ายดายทั้งสำหรับผู้มีรถยนต์ส่วนตัวและผู้ที่ชื่นชอบการใช้บริการรถสาธารณะเลยทีเดียว ส่วนในอนาคต เมื่อรถไฟฟ้าสายสีเทาระยะที่ 1 (วัชรพล-ทองหล่อ) เปิดให้บริการ ก็จะช่วยเติมเต็มการคมนาคมในพื้นที่ทองหล่อ-เอกมัยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและส่งเสริมทำเลนี้ให้มีมูลค่าสูงกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว   แผนภาพแสดงสิ่งอำนวยสะดวกต่างๆในทำเลทองหล่อ-เอกมัยและพื้นที่ใกล้เคียง   ไม่เพียงสะดวกสบายในด้านการคมนาคมสัญจรเท่านั้น ทองหล่อ-เอกมัย ยังได้ชื่อว่าเป็นย่านซึ่งรวบรวมการใช้ชีวิตแบบ High-end Urban Living Lifestyle ที่ทันสมัยเหนือระดับไว้อย่างครบถ้วนเพื่อการใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลินสมบูรณ์แบบ ทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ สปา ฟิตเนสและสถานออกกำลังกายสำหรับครอบครัว co-working space พื้นที่สีเขียวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน Art Gallery ตลอดจนร้านอาหารนานาชาติระดับพรีเมี่ยมและคาเฟ่หลากสไตล์ที่ตั้งอยู่สองฝั่งถนน รวมถึงในซอยย่อยอันสงบร่มรื่นแซมด้วยสีเขียวของต้นไม้ใบไม้ ให้บรรยากาศ Slow life และสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกวัยกำลังศึกษาเล่าเรียน ทองหล่อ-เอกมัยและพื้นที่ใกล้เคียงก็มีสถานศึกษาคุณภาพสูงและได้รับมาตรฐานระดับสากลหลายแห่งไว้รองรับความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอนุบาลนานาชาตินิวแบมบิโน โรงเรียนอนุบาลนานาชาติทรินิตี้ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติโคบาโตะ โรงเรียนแอดเวนทีสเอกมัย โรงเรียนนานาชาติเวลส์ โรงเรียนนานาชาติเอกมัย ฯลฯ โดยสถานศึกษาเหล่านี้เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ไปจนถึงอนุปริญญา   นอกจากนี้ทำเลทองหล่อ-เอกมัยและพื้นที่ใกล้เคียงยังพรั่งพร้อมไปด้วยโรงพยาบาลชั้นนำที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โรงพยาบาลคามิลเลียน โรงพยาบาลสุขุมวิท และโรงพยาบาลเพชรเวช ส่วนผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงก็สามารถใช้บริการโรงพยาบาลสัตว์ในพื้นที่ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย เช่น โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ โรงพยาบาลสัตว์เอกมัย โรงพยาบาลสัตว์สุขุมวิท 49 เป็นต้น   ด้วยความครบครันทั้งด้านทำเลที่ตั้งและสิ่งอำนวยสะดวกระดับพรีเมี่ยมในพื้นที่นี่เอง จึงทำให้ทองหล่อ-เอกมัยดึงดูดผู้คนมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ที่ได้ชื่อว่าหรูหราและมีระดับที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ไม่เพียงเป็นย่านที่รุ่มรวยไปด้วยสีสันแห่งการใช้ชีวิต ทองหล่อ-เอกมัยยังเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของ Urban Lifestyle ด้วยที่พักอาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียมระดับ Hi-end และ Luxury กระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ ผู้พักอาศัยในทำเลนี้นอกจากคนไทยที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตสะดวกสบายใจกลางเมืองอันรายล้อมไปด้วย facilities และ amenities ชั้นเยี่ยมแล้ว ยังมีชาวต่างชาติอีกเป็นจำนวนมากที่เลือก ทองหล่อ-เอกมัย เป็น “บ้าน” เนื่องจากย่านนี้มีความพร้อมสูงในทุกๆด้าน จึงสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้อยู่อาศัยได้อย่างไร้ข้อกังขา ความร้อนแรงของเอกมัย-ทองหล่อไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ เห็นได้ชัดจากการที่ยังมีร้านค้าใหม่ๆ ที่พักอาศัยใหม่ๆเกิดขึ้นในทำเลนี้อย่างต่อเนื่อง และนับวันย่านนี้จะทวีความเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเมือง การได้เข้ามาใช้ชีวิตอย่างเต็มรูปแบบในทำเลทองอย่างทองหล่อ-เอกมัย โดยจับจองที่พักอาศัยฮอตฮิตอย่างคอนโดมิเนียมจึงนับเป็นเรื่องดีไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่เองหรือซื้อเพื่อลงทุนก็ล้วนคุ้มค่า เนื่องจากทำเลนี้เติบโตต่อเนื่องและแน่นอนว่าจะเป็นทำเลที่มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างท่วมท้นในอนาคต   สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมทองหล่อ-เอกมัย ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่ศึกษาครอบคลุมตั้งแต่ถนนสุขุมวิทซอย 55 ถึงสุขุมวิทซอย 63 จากการสำรวจและวิจัยโดยทีมวิจัยอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พบว่ามีอุปทานสะสมในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปี 2551 ถึงครึ่งปีแรกของปี 2561 รวมทั้งสิ้น 6,112 หน่วย โดยปี 2554 เป็นปีที่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดสูงสุดถึง 1,268 หน่วย เติบโตกว่า 365% เมื่อเทียบกับปี 2551 อย่างไรก็ตาม อุปทานใหม่ระหว่างปี 2555 – 2557 ได้ปรับตัวลดลงอยู่ในระดับคงตัวเฉลี่ย 330 หน่วยต่อปี และลดลงต่ำสุดเหลือเพียง 88 หน่วย ในปี 2558 ทั้งนี้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2559-2560 มีอุปทานใหม่เข้ามาเฉลี่ย 914 หน่วยต่อปี ส่วนครึ่งปีแรกของปี 2561 มีคอนโดมิเนียมใหม่เข้าสู่ตลาด 220 หน่วย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดว่ามีอีกไม่ต่ำกว่า 2,800 หน่วย ที่จะทยอยเปิดตัวภายในปีนี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น หมายความว่าปี 2561 ทั้งปีจะมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดสูงถึง 3,000 หน่วย สูงที่สุดในรอบ 11 ปีเลยทีเดียว และเป็นที่น่าสังเกตว่ากว่า 40% ของคอนโดมิเนียมที่จะเปิดใหม่ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เอกมัย ซึ่งเป็นสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่าทำเลนี้ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังแผ่ศักยภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยปัจจัยหนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งซึ่งรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากทองหล่อ ในขณะที่ราคาสามารถเอื้อมถึงได้มากกว่า     ที่มา : ไนท์แฟรงค์ประเทศไทย
Prime Nine Ekamai -ไพรม์ไนน์ เอกมัย : รีวิวบ้าน

Prime Nine Ekamai -ไพรม์ไนน์ เอกมัย : รีวิวบ้าน

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Prime Nine Ekamai (ไพรม์ไนน์ เอกมัย ) เจ้าของโครงการ : บริษัท เอทีพลัส แอสเสท จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ซอยกำเนิดทรัพย์ 2 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. พื้นที่โครงการ : 2-1-7 ไร่ ลักษณะโครงการ :  บ้านหรู 3 ชั้น สไตล์เพนท์เฮ้าส์ จำนวนบ้าน : 15 ยูนิต     ขนาดบ้าน : - แบบบ้าน ACACIA จำนวน 5 ยูนิต ที่ดิน 4-53.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 345 ตร.ม.  ขนาด  3 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องแม่บ้าน + ห้องน้ำ, 1 ห้องซักรีด, ที่จอดรถ 3 คัน - แบบบ้าน BANYAN จำนวน 7 ยูนิต ที่ดิน 3-52 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 315 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องแม่บ้าน + ห้องน้ำ, ที่จอดรถ 2 คัน - แบบบ้าน BODHI จำนวน 3 ยูนิต ที่ดิน 3-57.8 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 315 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องแม่บ้าน + ห้องน้ำ, 1 ห้องซักผ้า, ที่จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - กล้อง CCTV - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 17,000,000 บาท ปีที่สร้างเสร็จ : ปึ 2562 จุดเด่นโครงการ : PRIME NINE เพนท์เฮาส์หรู ตอบทุกโจทย์ ด้วยการออกแบบ ภายในแบบ modern boutique ในทุกๆ พื้นที่ และฟังก์ชั่นการใช้งาน ใจกลางเอกมัย - พระราม 9 ท่ามกลาง ความสะดวกสบายของการเดินทางทุกรูปแบบ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ถนนเพชรบุรี , ถนนสุขุมวิท , ทางพิเศษศรีรัช , ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ , รถไฟฟ้า Airport Link รามคำแหง สถานที่ใกล้เคียง : The Nine พระราม 9 , รพ.กรุงเทพ , รพ.สมิติเวช สุขุมวิท , รพ.สัตว์ทองหล่อ
THE MONUMENT THONG LO – เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ : รีวิวคอนโด

THE MONUMENT THONG LO – เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ : รีวิวคอนโด

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : THE MONUMENT THONG LO (เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ) เจ้าของโครงการ : บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ : ทองหล่อ (ถนนสุขุมวิท ซอย 55) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. พื้นที่โครงการ : 2 ไร่ ลักษณะโครงการ : High Rise จำนวนอาคาร : 1 อาคาร จำนวนชั้น : 45 ชั้น จำนวนยูนิต : 127 ยูนิต ขนาดห้อง : - 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาด 124.25 ตรม. - 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ขนาด 252.25 ตรม. - เพนต์เฮาส์ ขนาด 508.75 – 662 ตรม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : -สระว่ายน้ำดีไซน์ระดับไอคอนิก - พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ - Dog Park ที่สวนด้านหน้า - Educational Playground ราคา : เริ่มต้น 30,000,000 บาท ปีที่สร้างเสร็จ : ต้นปี 2562 จุดเด่นโครงการ : คอนโดมิเนียมผ่านแนวคิด “LUXURY IS SPACE เติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ (Complete your living experience) ในทุกมิติผ่านส่งต่อทำเลที่มีคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาคารสูงรูปทรง “Monolith” (โมโนลิธ) ซึ่งมีอัตลักษณ์โดดเด่นอยู่ที่รูปทรงแท่งสูงตรง ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : BTS ทองหล่อ , ถนนสุขุมวิท , ถนนเพชรบุรี , ทางพิเศษศรีรัช สถานที่ใกล้เคียง : Big C เอกมัย , Park Lane, Foodland, Tops , Fifty Fifth Avenue , Nihonmura Mall , Gateway เอกมัย , Major เอกมัย , J Avenue , รร.นานาชาติเอกมัย , รพ.คามิลเลียน , รพ.สมิติเวช , รพ.สุขุมวิท , EmQuatier , Emporium