Tag : ข่าวอสังหาฯ

120 ผลลัพธ์
“ศุภาลัย แรง แซง ทุกโปร” โปรโมชั่นแรงแห่งปี สำหรับบ้านและคอนโดฯ พร้อมอยู่

“ศุภาลัย แรง แซง ทุกโปร” โปรโมชั่นแรงแห่งปี สำหรับบ้านและคอนโดฯ พร้อมอยู่

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) มอบสิทธิพิเศษต้อนรับปีใหม่ 2561 กับโปรโมชั่น “ศุภาลัย แรง แซง ทุกโปร” สำหรับลูกค้าที่จองโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม สร้างเสร็จพร้อมอยู่ รับฟรี!  ค่าโอนกรรมสิทธิ์, ค่าธรรมเนียมจดจำนอง, ค่าส่วนกลาง 1 ปีแรก พิเศษ! ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ LED Smart Digital TV 49 นิ้ว ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟ ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2561 นี้เท่านั้น *เงื่อนไขรายการส่งเสริมการขายเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด พบบ้านและคอนโดมิเนียม สร้างเสร็จพร้อมอยู่ 92 โครงการ ทั้งในกรุงเทพและภูมิภาค ในราคาพิเศษสุด เริ่ม 1 ล้านกว่าบาท ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพ พร้อมสังคมคุณภาพ สามารถแวะเยี่ยมชมโครงการ ณ สำนักงานขายทั่วประเทศ หรือตรวจสอบรายชื่อโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมที่เข้าร่วมรายการ โทร.1720 และ www.supalai.com
คูน เอสเตท ผุด คูเปอร์ สยาม เติมเต็มย่านนวัตกรรมแห่งสยาม ฉีกทุกคอนเซ็ปต์ครั้งแรกของวงการอสังหาฯ ไทยกับคอนโดแนวคิดใหม่ ‘Combo Loft’ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ชีวิตอิสระทั้งทำงาน และพักอาศัย

คูน เอสเตท ผุด คูเปอร์ สยาม เติมเต็มย่านนวัตกรรมแห่งสยาม ฉีกทุกคอนเซ็ปต์ครั้งแรกของวงการอสังหาฯ ไทยกับคอนโดแนวคิดใหม่ ‘Combo Loft’ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ชีวิตอิสระทั้งทำงาน และพักอาศัย

คูน เอสเตท จำกัด บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่นำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ในการออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว บุกตลาดนิชพรีเมียม เข้ามาเติมเต็มผังเมืองใหม่ในย่านนวัตกรรมแห่งสยาม เพื่อยกระดับให้เป็นมหานครต้นแบบในด้านนวัตกรรม ฉีกคอนเซ็ปต์คอนโดด้วยแนวคิดใหม่เป็นครั้งแรกในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยแนวคิด ‘Combo Loft’ คอนโดมิเนียมสไตล์ลอฟท์เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่สามารถจดทะเบียนเป็นบริษัทได้ และโซนที่พักอาศัยพรีเมี่ยมในชั้นสูง (Sky Residence) แห่งแรกในเมืองไทย เหมาะกับกลุ่ม Gen Y และ กลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์ยุคใหม่  มูลค่าโครงการกว่า 1,300 ล้านบาท นายธเนศ อรุณวณิชย์พร กรรมการบริหาร บริษัท คูน เอสเตท จำกัด  เปิดเผยว่า คูเปอร์ สยาม ฉีกคอนเซ็ปต์ของคอนโดมิเนียมทุกรูปแบบที่เคยมีมา ด้วยการนำคอนเซปต์ที่มีอยู่ในต่างประเทศตามใจกลางเมืองใหญ่เข้ามาพัฒนาเป็นคอนเซปต์แรกในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ชีวิต และพฤติกรรมคนยุค 4.0 และ Gen Y มีอิสระในการใช้ชีวิต เสพเทคโนโลยี ชีวิตติดออนไลน์ เปิดกว้างทางความคิด และวัฒนธรรม เป็นมนุษย์หลายงาน ที่ต้องรองรับทั้งการอยู่อาศัยและการทำงานไปพร้อมๆ กัน โดยมีจุดเด่นเป็นห้องสไตล์ Combo Loft อย่างแท้จริง และสามารถจดทะเบียนเป็นบริษัทได้ เพดานสูงถึง 4.6 เมตร พื้นที่สูงโปร่งและกว้าง ซึ่งเราตั้งเป้าเจาะกลุ่มคนไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ ใช้ชีวิตทันสมัยในแบบของตัวเอง และชื่นชอบการใช้จ่ายเพื่อสร้างความสุขให้ตัวเอง ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง บนถนนรองเมือง ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีสนามกีฬาแห่งชาติเพียง 8 นาที ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ในราคาเฉลี่ยเพียง 138,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น คูเปอร์ สยาม เป็นโครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์สูง 24 ชั้น 188 ยูนิต แบ่งเป็นโซน Combo Loft แบบ Single และ Double ขนาด 41-71 ตารางเมตร โซนพักอาศัยชั้นสูง หรือ Sky Residence แบบ 1,2 ห้องนอน ขนาด 30 – 67 ตารางเมตรและ เพนท์เฮ้าส์ดูเพล็กซ์ 3 ห้องนอน ขนาด 188 – 220 ตารางเมตร โดยใช้ลิฟท์แยกโซนเพื่อความเป็นส่วนตัว  ภายในออกแบบตกแต่งให้มีอิสระในการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัย เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ และมีเอกลักษณ์ และคงไว้ซึ่งความโอ่อ่าหรูหรา พื้นที่ส่วนกลางได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน อาทิ Co-working space ห้องประชุมส่วนตัว และห้องอเนกประสงค์ ศาลาชมวิว สระว่ายน้ำพร้อมจากุชซี่ ฟิตเนส ห้องสำหรับเล่นเกมส์ สวนลอยฟ้า เพิ่มความสะดวกด้วยรถรับส่งจากโครงการไปยังสถานที่ต่างๆ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาบุญครอง สยามสแควร์ และบีทีเอสสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ เป็นต้น นายธเนศ กล่าวเสริมว่า โครงการตั้งอยู่ในทำเลย่านสยาม-ปทุมวัน ซึ่งกำลังจะถูกพัฒนาให้เป็น ‘ย่านนวัตกรรม’ (Innovation District) ซึ่งเป็นแนวโน้มล่าสุดในการวางผังเมืองของรัฐบาลที่ได้ให้ทุนตั้งต้นกว่า 230 ล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงการทำงานของภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน สร้างตลาดนวัตกรรม นำไปสู่การสร้างชุมชนใหม่ ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของมหานครทั่วโลก ประกอบกับแผนงานการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทั้ง โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และมอเตอร์เวย์ สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์มองว่า จะมีการเปลี่ยนเทรนด์ของคอนโดที่ชัดเจนขึ้นเพื่อให้สอดรับกับเทรนด์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป  นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า บริเวณโซนพื้นที่ย่านปทุมวัน โดยเฉพาะบนถนนรองเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนเก่าแก่ใจกลางเมือง ถูกจับจองพื้นที่มาเป็นเวลานาน แต่อยู่ใกล้กับสยามในระยะที่สามารถเดินไปได้ ซึ่งในอนาคตพื้นที่บริเวณนี้จะถูกพัฒนาให้มีโครงการต่างๆ เกิดขึ้นเพื่อรองรับย่านนวัตกรรม ไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป ตามเมืองที่เริ่มมีการขยายตัว  โดยเฉพาะโครงการที่เป็นไฮไรส์ คูเปอร์ สยาม จึงเป็นโครงการน่าลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นโครงการแรกที่อยู่ในบริเวณนี้ซึ่งเปิดราคาได้อย่างคุ้มค่าเป็นอย่างมาก เพราะหากรอให้เมืองขยายมาก่อนคงหาราคาแบบนี้ไม่ได้แน่นอน อีกทั้งยังมีตลาดการศึกษาซึ่งมีดีมานด์ใหม่ทุกปี ไม่สิ้นสุด ในแง่ของดีมานด์-ซัพพลายในย่านปทุมวันนั้น ซัพพลายที่สร้างเสร็จแล้วมีเพียง 12,906 ยูนิต หรือคิดเป็น 10% ของซัพพลายทั้งหมด และที่กำลังก่อสร้างมีเพียง 4,013 ยูนิต หรือคิดเป็น 13% ของซัพพลายทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก ในขณะที่ความต้องการคอนโดในย่านนี้มีสูงโดยอัตราการขายของคอนโดในย่านนี้สูงถึง 86% โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 4 ล้านบาท นางสาวอลิวัสสากล่าวโดยสรุปว่าโครงการที่มีราคา 4 ล้านบาท โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 138,000 บาท/ต่อตารางเมตร และมีการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม นับว่าหาได้ยากมากในทำเลใจกลางเมืองอย่างนี้ โครงการ คูเปอร์ สยาม จะเปิดขายอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ในราคาเริ่มต้น 4 ล้านบาท พร้อมรับส่วนลดพรีเซลล์สูงสุด 100,000 บาทเมื่อลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน www.coopersiam.com สอบถามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมที่เบอร์ 089 459 5399 หรือ line@CooperSiam
‘เอพี’ มั่นใจ ศักยภาพไทยปี 61 แข็งแกร่ง ผนึกกำลัง ‘มิตซูบิชิ เอสเตท’ เดินหน้าลงทุนต่อเนื่องใน 4 คอนโดใหม่ รวมมูลค่าโครงการร่วมทุน 5 ปีสูงกว่า 74,430 ล้านบาท

‘เอพี’ มั่นใจ ศักยภาพไทยปี 61 แข็งแกร่ง ผนึกกำลัง ‘มิตซูบิชิ เอสเตท’ เดินหน้าลงทุนต่อเนื่องใน 4 คอนโดใหม่ รวมมูลค่าโครงการร่วมทุน 5 ปีสูงกว่า 74,430 ล้านบาท

เอพี ไทยแลนด์ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนเมือง มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน เชื่อมั่นศักยภาพเศรษฐกิจไทยปี 2561 สดใส บรรยากาศการซื้อขายกลับสู่ภาวะปกติ ดีมานด์ตลาดคอนโดระดับกลางถึงบนตลาดตอบรับดี ผนึกกำลัง มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป พันธมิตรทางธุรกิจ กางแผนพัฒนาปี 61 เร่งสานต่อการลงทุนหลังแผนการโอนกรรมสิทธิ์ 6 คอนโดร่วมทุนแรกออกมาสวยงาม ด้าน มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ประกาศงบลงทุนในไทย มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท ประเดิมลงนามร่วมทุนคอนโดแพคแรกกับ 4 โครงการใหญ่ รวมมูลค่าโครงการร่วมทุน 5 ปี สูงกว่า 74,430 ล้านบาท นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า “เอพี ไทยแลนด์ ได้ยกระดับความร่วมมือทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง กับ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป  (หรือ MECG) ยิ่งขึ้นเป็นปีที่ 5 โดยต้นปี 2561 นี้เอพี ไทยแลนด์ และมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป มีแผนที่จะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับกลาง-บนอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นปีได้มีการลงนามในสัญญาความร่วมมือพัฒนาคอนโดมิเนียมร่วมกัน จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 23,000 ล้านบาท โดย LIFE สุขุมวิท 62 จะเป็นโครงการแรกที่พร้อมเปิดในเดือนมีนาคม ผ่านระบบ AP i-Booking และโครงการอื่นๆ จะทยอยเปิดตัวตามแผนงานที่กำหนดไว้ ณ ปัจจุบันรวมมูลค่าโครงการร่วมทุน 5 ปีสูงถึง 74,430 ล้านบาท” “เอพีและมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจรายเดียวที่มีโมเดลร่วมทุนในแบบการจัดตั้งบริษัทแม่ในไทย ภายใต้ชื่อ “บริษัท พรีเมียม เรสซิเดนท์ จำกัด” เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการภายใต้การร่วมทุน ซึ่งในปีนี้ทางมิตซูบิชิ เอสเตทได้ส่งทีมงานจากญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มานั่งทำงานประจำร่วมกับทีมงานเอพีเพิ่มมากขึ้น เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการอนุมัติและดำเนินการต่างๆ แผนการร่วมทุนกับกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจแบบก้าวกระโดด โดยในปีที่ผ่านมา เอพีได้พัฒนาคอนโดมิเนียมร่วมทุนใน Scale ที่ใหญ่ขึ้น   ทั้ง LIFE วิทยุ LIFE ลาดพร้าว และ LIFE อโศก-พระราม 9 ซึ่งทั้ง 3 โครงการส่งผลให้ยอดขายในส่วนของคอนโดมิเนียมโตขึ้นมากถึง 180% หากเทียบกับปีก่อนหน้า” นายอนุพงษ์ กล่าวเสริม มร. โชจิโร โคจิมา กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย ในนามของมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป กล่าวถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพเศรษฐกิจไทยและความสำเร็จในการพัฒนาโครงการร่วมกับ เอพี (ไทยแลนด์) ว่า "สำหรับงบลงทุนพัฒนาอสังหาฯ ในต่างประเทศของ MECG รวม 3 ปี (2561 - 2563) อยู่ที่ 4 แสนล้านเยน (หรือประมาณ 1.17 หมื่นล้านบาท) เป็นการลงทุนในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ยุโรป จีน โอเชียเนีย และกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการลงทุนนี้ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ต่อไป โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ทาง MECG เห็นโอกาสจากรายได้ต่อครัวเรือนของคนในกรุงเทพฯ ที่เพิ่มขึ้นทุกปี การขยายตัวของจำนวนประชากรที่ย้ายถิ่นฐานจากต่างจังหวัด อีกทั้งระบบขนส่งมวลชนที่พัฒนาไปมาก ส่งผลให้เกิดการกระจายออกของศูนย์กลางความเจริญของเมืองรูปแบบใหม่ ที่ทำให้วิถีการใช้ชีวิตของคนไทยมีความคล่องตัวในลักษณะครอบครัวขนาดเล็กลงมากขึ้น” “จากการร่วมมือกันที่ผ่านมา มีผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมาก ทั้งในส่วนของยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ โดยในส่วนของยอดขายคอนโดมิเนียมภายใต้การร่วมทุนปี 2557 - 2560 ทั้งสิ้น 11 โครงการ มียอดขายรวมเฉลี่ย 90% จากมูลค่ารวมทั้งสิ้น 51,430 ล้านบาท โดยเป็นโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่จำนวน 6 โครงการ ได้แก่ (1) RHYTHM สุขุมวิท 36 – 38 (2) ASPIRE รัชดา – วงศ์สว่าง (3) ASPIRE สาทร – ท่าพระ (4) RHYTHM อโศก 2 และ 2 โครงการล่าสุด ที่ได้เปิดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 4/2560 ที่ผ่านมา คือ (5) Life ปิ่นเกล้า และ (6) RHYTHM รางน้ำ โดยลูกค้าให้การตอบรับโอนกรรมสิทธิ์ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเป็นผลจากการทำงานร่วมกันในการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AP Check List หนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการควบคุมคุณภาพสินค้าที่เริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการออกแบบพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งใจจะเดินหน้าทำงานร่วมกับเอพีฯ ต่อไปในการพัฒนาคอนโดมิเนียมตอบคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต เพื่อป้อนตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้เรายังคงตั้งเป้าจะพัฒนาโครงการร่วมกับเอพี ด้วยมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท” มร. โชจิโร โคจิมา กล่าวเสริม ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 แห่งความร่วมมือและมิตรภาพที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เอพี (ไทยแลนด์) และ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ยังคงให้ความสำคัญกับการนำความเชี่ยวชาญของเอพี และ MECG สู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ครอบคลุมการพัฒนาที่อยู่อาศัย การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเข้มข้นและจริงจัง ที่จะสร้างความแตกต่าง ครอบคลุมทุกมิติทั้งในด้าน ‘คุณภาพ’ ‘บริการ’ ‘ความสะดวกสบาย’ และ ‘ความปลอดภัย’ นำเสนอให้เกิดขึ้นจริงในคอนโดมิเนียมเครือเอพี ภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ “สร้างสรรค์นวัตกรรมดีไซน์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต” (Innovation for Quality Living in the Future) มุ่งยกระดับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมนานาประเทศ  โดยมีเป้าหมายในเฟสแรกจะร่วมพัฒนาคอนโดมิเนียม 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้การร่วมทุนครั้งแรกเมื่อปี 2557 จนถึงวันนี้ เอพีและมิตซูบิชิ เอสเตท ได้พัฒนาโครงการร่วมกันมูลค่าสูงถึง 74,430 ล้านบาท “ด้วยความพร้อมด้านทีมงานคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยคุณภาพ และพันธมิตรคุณภาพภายใต้ passion เดียวกันที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่อาศัยคุณภาพ ผมเชื่อว่า เอพี ไทยแลนด์จะสามารถสร้างความแตกต่างและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และยังคงเป็น 1 ใน 3 ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยจะนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยแห่งอนาคต ผ่านการคิดค้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เท่าทันต่อโลกในอนาคต เพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมไทยให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ" คุณอนุพงษ์กล่าวสรุป สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯ ปี 61 มีแนวโน้มเติบโตขึ้นตามการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจประเทศที่น่าจะเติบโตได้ถึง 3.8 – 4% กิจกรรมการตลาดและบรรยากาศการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาต่อเนื่องถึงต้นปี 61 การแข่งขันในตลาดอสังหาฯ ยังคงเกิดจากผู้ประกอบการรายใหญ่ประมาณ 10 รายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ถือครองส่วนแบ่งอยู่ประมาณ 80% ดังนั้น ผู้ประกอบการที่หวังจะโตต่อต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงเร็วและแบ่งย่อยเป็นกลุ่มที่ซับซ้อน และต้องบาลานซ์พอร์ตสินค้าคอนโดมิเนียมและแนวราบให้สมดุล โดยเชื่อว่าสินค้าคอนโดมิเนียมที่ตอบตลาดระดับกลางถึงบนมีแนวโน้มเติบโตได้ดี เพราะมีซัพพลายในตลาดไม่มาก และสต๊อกส่วนใหญ่ถูกระบายออกไปในปีที่ผ่านมา ขณะที่สินค้าแนวราบยังโตได้ต่อเนื่อง จากกำลังซื้อเรียลดีมานด์  “เอพี ไทยแลนด์ กล้าที่จะแตกต่าง ผู้นำด้านนวัตกรรมการดีไซน์ เพื่อการอยู่อาศัยในเมือง”
อั๊คโซ่ โนเบล เปิดตัวนวัตกรรมสีผลิตภัณฑ์สำหรับครอบครัว ตอกย้ำความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ทุกชนิด

อั๊คโซ่ โนเบล เปิดตัวนวัตกรรมสีผลิตภัณฑ์สำหรับครอบครัว ตอกย้ำความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ทุกชนิด

นวัตกรรมใหม่ล่าสุดสำหรับชุดตกแต่งผนังสร้างลวดลายสำหรับเด็ก ดูลักซ์ ฟาร์อเวย์ เพลสเซส  (Dulux Far Away Places) และผลิตภัณฑ์สีอะครีลิคทาภายใน ดูลักซ์ อีซี่แคร์ พลัส (Dulux EasyCare Plus)  ที่มีคุณสมบัติพิเศษเช็ดทำความสะอาดง่าย ป้องกันแบคทีเรียและเชื้อรา พร้อมเปิด ดูลักซ์ คัลเลอร์ ดีไซน์ สตูดิโอ (Dulux Color Design Studio)  มร. เดนิส จู (ซ้ายสุด) ประธานกรรมการบริหาร คิดซาเนีย กรุงเทพ มร. เดฟ เพลน (กลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อ๊คโซ่ โนเบล เพ้นท์ส (ประเทศไทย) จำกัด และคุณสุรีย์พร กังวานวาณิชย์ (ขวาสุด) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล (AkzoNobel)  ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสีชั้นนำระดับโลกภายใต้แบรนด์สี “ดูลักซ์” เปิดตัวชุดตกแต่งผนังสร้างลวดลายสำหรับเด็ก ดูลักซ์ ฟาร์อเวย์ เพลสเซส  (Dulux Far Away Places)  ที่ประกอบด้วยสติกเกอร์ใสสร้างลาย   สติกเกอร์สีสันสำหรับตกแต่ง เทปกาว    ดูลักซ์ คัลเลอร์ เพลย์ (Dulux Colour Play) ลูกกลิ้งเล็กสำเร็จรูปสำหรับกลิ้งสีบนผนัง ที่มาพร้อมผลิตภัณฑ์สีอะครีลิคทาภายใน ดูลักซ์ อีซี่แคร์ พลัส (Dulux EasyCare Plus)  คุณสมบัติพิเศษเช็ดทำความสะอาดง่าย ป้องกันแบคทีเรียและเชื้อรา    นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว ดูลักซ์ คัลเลอร์ ดีไซน์ สตูดิโอ (Dulux Color Design Studio) ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มครอบครัวที่มีความต้องการออกแบบบ้านให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ใช้ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น คิดพรูฟ พลัส เทคโนโลยี (KidProof+ TechnologyTM) ที่ทำหน้าที่เคลือบชั้นฟิล์มสีป้องกันและลดการสะสมของคราบฝังลึกบนผนัง และป้องกันแบคทีเรียและเชื้อรา ให้ศิลปินตัวน้อยได้ปลดปล่อยจินตนาการอิสระได้อย่างไร้กังวลด้วยผลิตภัณฑ์สีดูลักซ์ อีซี่แคร์ พลัส มร.เดฟ เพลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล เพ้นท์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นวัตกรรมและความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญที่อั๊คโซ่ โนเบลยึดถือปฏิบัติเสมอมา เราเข้าใจว่าครอบครัวที่มีเด็กมีความต้องการที่แตกต่างจากเจ้าของบ้านทั่วไป จึงได้คิดค้นชุดตกแต่งผนังสร้างลวดลายสำหรับเด็ก ดูลักซ์ ฟาร์อเวย์ เพลสเซส  (Dulux Far Away Places) และผลิตภัณฑ์สีอะครีลิคทาภายใน ดูลักซ์ อีซี่แคร์ พลัส (Dulux EasyCare Plus)  ที่ได้การรับรองว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีคุณสมบัติพิเศษเช็คทำความสะอาดง่ายและป้องกันแบคทีเรีย ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของอั๊คโซ่ โนเบล ในการนำเสนอโซลูชั่นส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในกลุ่มครอบครัว” “ในขณะเดียวกันเราเชื่อมั่นในพลังแห่งสี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเสริมสร้างจินตนาการการเล่นภายในบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อพัฒนาการทางสังคม จิตใจและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ รวมถึงการสร้างโอกาสที่ก่อให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว”    ชุดตกแต่งผนังสร้างลวดลาย ดูลักซ์ ฟาร์อเวย์ เพลสเซส   (Dulux Far Away Places) ชุดตกแต่งผนังสร้างลวดลาย ดูลักซ์ ฟาร์อเวย์ เพลสเซส  (Dulux Far Away Places) คือชุดตกแต่งผนังสร้างลวดลาย 8 ธีมสุดมหัศจรรย์ พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งที่ช่วยสร้างสีสันเพื่อเสริมจินตนาการของศิลปินตัวน้อยได้ถึง 48 เฉดสีสดใส ช่วยเติมเต็มจินตนาการของลูกน้อยและผู้ปกครองในการตกแต่งห้องได้ตามใจฝัน นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจและการเล่นที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ  (Imaginative Play) ภายในบ้าน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยทั้งทางด้านสังคม สติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ ชุดตกแต่งผนังสร้างลวดลาย ดูลักซ์ ฟาร์อเวย์ เพลสเซส  (Dulux Far Away Places) ประกอบด้วย ดูลักซ์ คัลเลอร์ เพลย์ 6 สี (ลูกกลิ้งเล็กสำเร็จรูปสำหรับกลิ้งสีบนผนัง)  สติกเกอร์ใสสร้างลาย สติกเกอร์สีสันสำหรับตกแต่ง เทปกาว และคู่มือแนะนำการตกแต่ง ที่ใช้งานง่ายและช่วยให้ผู้ปกครองสร้างสรรค์แต่งผนังห้องของลูกน้อยให้เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจและลวดลายสวยงามได้อย่างง่ายดาย โดยชุดตกแต่งผนังสร้างลวดลาย ดูลักซ์ ฟาร์ อเวย์ เพลสเซส (Dulux Far Away Places)    มีแบบการตกแต่งให้เลือกถึง 8 ธีมสุดมหัศจรรย์   ประกอบด้วย ซิตี้ ออฟ ฮีโร่ส์ (City of Heroes), พรินซ์เซส แคสเซิล (Princess Castle), อินทู เดอะ วู้ดส์ (Into the Woods), อันเดอร์ เดอะ ซี (Under the Sea), อัพ อิน เดอะ สกาย (Up in the Sky), ซาฟารี แลนด์ (Safari Land), อินทู สเปซ (Into Space) และ เทรเชอร์ ไอซ์แลนด์ (Treasure Island) เหมาะสำหรับทุกจินตนาการของเด็กทุกคน ไม่ว่าจะชื่นชอบการผจญภัยหรือมีความหลงใหลในโลกของเทพนิยาย นอกจากนี้ ผู้ปกครองและเด็กๆ ยังสามารถสร้างเรื่องราวแห่งจินตนาการกับดินแดนมหัศจรรย์ทั้ง 8 เพิ่มเติม พร้อมทั้งแชร์ผลงานชิ้นเอกได้ที่เว็บไซต์ www.dulux-farawayplaces.com/th ผลิตภัณฑ์สีอะครีลิคทาภายใน ดูลักซ์ อีซี่แคร์ พลัส (Dulux EasyCare Plus)  ที่มีคุณสมบัติพิเศษเช็ดทำความสะอาดง่าย ป้องกันแบคทีเรียและเชื้อรา เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับชุดตกแต่งผนังสร้างลวดลาย ดูลักซ์ ฟาร์อเวย์ เพลสเซส  (Dulux Far Away Places) ดูลักซ์ อีซี่แคร์ พลัส ผลิตภัณฑ์สีอิมัลชันสูตรน้ำมี คิดพรูฟ พลัส เทคโนโลยี (KidProof+ TechnologyTM) ช่วยปกป้องผนังจากเชื้อแบคทีเรียและการฝังตัวลึกของคราบสกปรก สูตรต่อต้านแบคทีเรียช่วยเพิ่มปกป้องไปอีกขั้นกับประสิทธิภาพยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบนผนัง ผลิตภัณฑ์สีอะครีลิคสูตรน้ำสำหรับทาภายในเกรดพรีเมี่ยมคุณภาพสูงที่มีคุณสมบัติเช็ดทำความสะอาดง่ายนี้ เป็นที่ชื่นชอบของครอบครัว ด้วยมีประสิทธิภาพสูงในการเคลือบพื้นผิวให้สีติดทนนานและช่วยให้พื้นผิวที่ก่อด้วยอิฐดูสวยเรียบเนียน นอกจากนี้ ยังช่วยการทำความสะอาดคราบในครัวเรือนให้เป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กที่อยู่ในวัยซุกซนและสนุกสนานกับการเรียนรู้และทดลอง ดูลักซ์ อีซี่แคร์ พลัส มีเทคโนโลยีดูลักซ์ คัลเลอร์ การ์ด  (Dulux Colourguard™) ช่วยล็อคเม็ดสีเพื่อให้ผนังดูสวยงามและคงความสดใสได้ยาวนานขึ้น  ทั้งมีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รับการรับรองคุณภาพตามาตรฐานฉลากเขียว และมีปริมาณสารระเหยต่ำ (VOCs) ดูลักซ์ คัลเลอร์ ดีไซน์ สตูดิโอ ดูลักซ์ ร่วมมือ คิดส์ซาเนีย กรุงเทพ ศูนย์การเรียนรู้และความบันเทิงใจกลางกรุงเทพ สร้างดูลักซ์ คัลเลอร์ ดีไซน์ สตูดิโอ เพื่อให้เด็กที่มีอายุระหว่าง 4-12 ปี ได้รับประสบการณ์เรียนรู้ผ่านการเล่นที่สนุกสนานที่สตูดิโอขนาด 32 ตารางเมตรแห่งนี้ ในโลกแห่งสีสัน เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสีสันและกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สี พร้อมทั้งได้ร่วมสนุกไปกับการตกแต่งห้องภายใต้คอนเซป ดูลักซ์ ฟาร์ อเวย์ เพลสเซส (Dulux Far Away Places) ที่มีให้เลือก 2 ธีม คือ ซิตี้ ออฟ ฮีโร่ส์ (City of Heroes)  และ  พรินซ์เซส แคสเซิล (Princess Castle) ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สีดูลักซ์ อีซี่แคร์ พลัส ชุดตกแต่งผนังสร้างลวดลาย ดูลักซ์ ฟาร์ อเวย์ เพลสเซส (Far Away Places) และ ดูลักซ์ คัลเลอร์ ดีไซน์ สตูดิโอ ได้ที่เว็บไซต์ www.dulux-farawayplaces.com.th/ หรือ www.dulux.co.th
“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เชื่อมั่นเศรษฐกิจโลกหนุนอสังหาฯ ไทย ปี 2561 โต 5-7% ปักหมุดขยายอาณาจักร ‘ลลิล ทาวน์’ 8-10 ทำเล – ตั้งเป้าเติบโต 15 %

“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เชื่อมั่นเศรษฐกิจโลกหนุนอสังหาฯ ไทย ปี 2561 โต 5-7% ปักหมุดขยายอาณาจักร ‘ลลิล ทาวน์’ 8-10 ทำเล – ตั้งเป้าเติบโต 15 %

บริษัท  ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มองเศรษฐกิจโลกปี 2561 ส่งสัญญาณบวก หนุนเศรษฐกิจไทย - ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ฟื้นตัวชัดเจน จากโครงการอีอีซี-โครงการลงทุนรถไฟฟ้า ระบบ Mass Transit  มองการเติบโตตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้ที่ 5-7% ประกาศแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปีที่สามทศวรรษ ด้วยนโยบาย ‘Year of Competitiveness and Innovation for LALIN 4.0’ ตอกย้ำความเป็นมืออาชีพ และเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงเทรนด์อสังหาฯ เตรียมเปิดอาณาจักร “ลลิล ทาวน์ (LALIN Town)’ ทำเลใหม่ 8-10 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,500-5,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑล และต่างจังหวัด ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 4,400 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ที่ 4,000 ล้านบาท เติบโต 15% นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ยังคงมีสัญญาณบวก ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจจะสามารถขยายตัวได้ดีขึ้นเล็กน้อยจากปี 2560 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ราว 3.8 - 3.9% โดยการขยายตัวในปี 2561 นั้นจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคการส่งออกที่คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ดี ตามทิศทางเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะยังคงขยายตัวได้ดี นอกจากนี้ในปี 2561 นี้ จะมีเม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเม็ดเงินจากการลงทุนของภาครัฐ ที่จะเริ่มทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น กอปรกับการคาดการณ์ว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งในช่วงปลายปี 2561 หรือต้นปี 2562 ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นแรงส่งช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ต่อเนื่อง รวมทั้งช่วยให้ตัวเลขการบริโภคและการลงทุน ขยายตัวได้ดีขึ้นในระยะต่อไป สำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวได้ดีขึ้นจากปี 2560 โดยมีปัจจัยบวกมาจากทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และการลงทุนของภาครัฐ  นอกจากนี้ภาพรวมของตัวเลขหนี้ภาคครัวเรือนต่อจีดีพี ที่เริ่มค่อยๆ ปรับลดลง จะช่วยให้กำลังซื้อปรับดีขึ้น ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังคงทรงตัวในระดับต่ำ แม้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกามีความเป็นไปได้ที่จะปรับเพิ่มขึ้นอีกราว 3 ครั้ง ในปี 2561 นี้ โดยมองว่าตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งเป็นตลาด Real Demand จะยังคงขยายตัวได้ราว 5-7%  สำหรับตลาดอาคารชุด อาจต้องระมัดระวังในบาง Sector และในบางทำเล ซึ่งอาจเริ่มเห็นสัญญาณ Over Supply บ้าง สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2561 ซึ่งนับเป็นปีที่ครบรอบ 3 ทศวรรษของบริษัทฯ บริษัทยังคงเชื่อมั่นที่จะขยายตัวได้สูงกว่าภาพรวมของตลาดฯ ติดต่อกันเป็นปีที่สาม โดยมีการวางแผนธุรกิจที่สนับสนุนการขยายตัวของบริษัท ทั้งนี้ในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนขยายโครงการใหม่ทั้งสิ้น 8-10 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,500-5,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 4,400 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ที่ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นราว 15% จากปีก่อน นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) กล่าวว่า ในปี 2561 ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานในเชิงรุกเพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ไว้วางใจ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มากว่าสามทศวรรษ และบริษัทฯ ยังคงมุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการแนบราบที่บริษัทมีความชำนาญ ทั้งแนวความคิด การวางคอนเซ็ปต์ ความคุ้มค่าในการอยู่อาศัย และการเลือกทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์และราคา และเน้นการทำ Digital Marketing และ CRM Strategy สำหรับแผนงานกลยุทธ์โครงการ “ลลิล ทาวน์ (LALIN Town) เตรียมเปิดโครงการใหม่ไว้ 8-10 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,500 – 5,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และต่างจังหวัดในส่วนของหัวเมืองหลัก และหัวเมืองชั้นรอง แบ่งสัดส่วนทำเลออกเป็น โซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล 75-80% และในทำเลต่างจังหวัด 20-25% ในส่วนของทางด้านการเงิน บริษัทฯ วางงบซื้อที่ดินไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ที่ได้มาจากการโอนโครงการต่างๆ และส่วนหนึ่งจะมาจากการออกหุ้นกู้ ซึ่งจะพิจารณาออกในจำนวนและช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้สอดรับกับการขยายธุรกิจ และการเติบโตในระยะยาวของบริษัททั้งนี้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ของบริษัทในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่มาก ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงทางด้านการเงินที่ต่ำ และยังคงมีศักยภาพในการขยายธุรกิจได้อีกมากโดยไม่ติดปัญหาเรื่องของแหล่งเงินทุน
โครงการ ไรส์ พระราม 9 เดินหน้าก่อสร้าง

โครงการ ไรส์ พระราม 9 เดินหน้าก่อสร้าง

คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ที่ 4 จากซ้าย) บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีลงเสาเอก-เสาโท งานก่อสร้างโครงการ Rise Rama 9 คอนโดมิเนียม ภายใต้แนวคิดใหม่ Futuristic Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร ตั้งอยู่บนทำเลคุณภาพย่านถนนพระราม 9 แหล่งศูนย์กลาง New CBD เชื่อมต่อการเดินทางที่สะดวกสะบาย อีกทั้งใกล้ BTS สายสีส้ม ที่จะเปิดให้ใช้บริการในอนาคต เพียง 800 ม.  เพียบพร้อมด้วย ส่วนกลาง อาทิ Co-Working Space, Hi-Speed Internet, Swimming Pool (Gym and Boxing) Parking lot Retail Shop ระบบเข้าออกเพิ่มความสะดวกด้วย Key Card RFID รักษาความปลอดภัยเต็มประสิทธิภาพ ในราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท โดยในขณะนี้ได้เริ่มดำเนินงานก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2561 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดโครงการได้ที่โทร.02-0299999 หรือ  www.allinspire.co.th
ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทยชี้กลุ่มนักลงทุนต่างชาตินิยมลงทุนตลาดที่อยู่อาศัยในไทย

ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทยชี้กลุ่มนักลงทุนต่างชาตินิยมลงทุนตลาดที่อยู่อาศัยในไทย

ม.ร แฟรงค์ ข่าน กรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านโครงการที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความเห็นว่า “ปี 2560เป็นปีที่โดดเด่นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากมีอุปทานใหม่ที่มีการออกแบบของนวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย และยังมีการเติบโตทางการลงทุนด้วยโอกาสทางการลงทุนที่น่าสนใจในประเทศไทยเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากค่าภาษีและอากรแสตมป์ที่มีราคาแพง ในปี 2560 จะสังเกตุเห็นนักพัฒนาหลายแห่งที่ได้ประโยชน์จากส่วนแบ่งทางการตลาด จากกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ตลาดอสังหาฯที่อยู่อาศัยไทยได้รับกระแสการลงทุนเพิ่มมากขึ้นจากนักลงทุนชาวจีน แม้จะมีข้อจำกัดการลงทุนในต่างประเทศที่เข้มงวดมากขึ้นก็ตาม กรุงเทพฯจัดเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายการลงทุนหลัก โดยคอนโดฯราคาระดับกลางหลายแห่งในเมืองได้รับความสนใจจากชาวจีนมากถึงร้อยละ 40 แต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2560 ยังค่อนข้างนิ่ง เนื่องจากมีกฏบังคับควบคุมการโอนเงินที่เข้มงวดมากขึ้นของธนาคารแห่งประเทศจีน การจัดแสดงโครงการ ( Road Show ) ที่อยู่อาศัยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศจีนถือเป็นกิจกรรมทางการตลาดที่สำคัญและมีแนวโน้มที่จะขยายใหญ่มากขึ้นในปี 2561  และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้นอีก นักพัฒนาควรตระหนักว่ากลุ่มนักลงทุนจะคำนึงถึงเกณฑ์พื้นฐานหลัก 3 ข้อต่อไปนี้ ก่อนการตัดสินใจซื้อ ทำเลที่ตั้ง: ปัจจัยหลักสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ที่มีสถานที่สำคัญหรือการเข้าถึงจุดบริการขนส่งมวลชน ราคา: มีความสัมพันธ์โดยตรงกับทำเลที่ตั้ง โดยระดับของโครงการเป็นปัจจัยที่สองในการกำหนดราคา สิ่งอำนวยความสะดวก: สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการตกแต่งโดยรวมเหมาะสมกับโครงการหรือไม่? ม.ร มาร์ซีอาโน เบิร์จโมฮัน ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการตลาดและการขายต่างประเทศ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเสริมว่า “ระบบขนส่งมวลชนในประเทศไทยมีการขยายเพิ่มขึ้นมาก แต่รถไฟฟ้าบีทีเอสยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาเมือง และเป็นขนส่งมวลชนที่สำคัญที่สุดต่อโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานี interchange อย่าง สถานีกลางบางซื่อที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในขณะนี้ได้กลายเป็นจุดสนใจหลักของนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากยังให้ความสนใจไปที่พื้นที่รอบนอกเขตกรุงเทพฯที่มีระดับการลงทุนต่ำแต่ได้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อระหว่างย่านธุรกิจและพื้นที่ท่องเที่ยวโดยตรง นอกจากนี้สถานีเชื่อมต่อเตาปูนที่แล้วเสร็จและสถานีเชื่อมต่อสำโรงที่เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว พื้นที่ทั้งสองนี้จะกลายเป็นพื้นที่ที่สำคัญในอนาคต หากสังเกตจากการจราจรในบริเวณที่มีสถานี interchange อย่างสถานีอโศกและสถานีสยาม เรามั่นใจว่าสถานีเตาปูนและสถานีสำโรงจะกลายเป็นสถานีขนส่งหลักภายในปี 2563 นอกจากนี้ คุณภาพของระบบโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเทพฯ อย่างระบบขนส่งมวลชนและระบบโทรคมนาคมถือเป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทางการลงทุนอสังหาฯและโครงการพัฒนา ซึ่งคล้ายคลึงกับเมืองใหญ่หลายๆ แห่งในโลก การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดวางตำแหน่งโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนจะมีผลต่อผู้คน ชุมชน และมูลค่าทรัพย์สินเป็นอย่างมาก เราสามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนจากแนวรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทและสายสีลม   อสังหาที่อยู่อาศัยที่ตั้งอยู่ใกล้กับระบบขนส่งมักถือเป็นพื้นที่ "พรีเมียม" และเป็นเรื่องปกติที่ราคาอสังหาฯในบริเวณนั้นๆ จะปรับขึ้นตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน"
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิด 7 ทำเลทาวน์เฮ้าส์น่าลงทุนรอบ กทม. หลังพบยอดขายย้อนหลัง 3 ปี พุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิด 7 ทำเลทาวน์เฮ้าส์น่าลงทุนรอบ กทม. หลังพบยอดขายย้อนหลัง 3 ปี พุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรเผยผลสำรวจอสังหาริมทรัพย์ประเภททาวน์เฮ้าส์พื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล พบ 7 ทำเลเด่นคุ้มค่าการซื้ออยู่อาศัยและลงทุน ทั้งกระทุ่มแบน-สาม พราน ,ทุ่งครุ-พระ ประแดง , ธนบุรี-ราษฎร์บูรณะ , ลาดหลุมแก้ว, ดอนเมือง-สายไหม, อ่อนนุชบางนา และสุวรรณภูมิ-บางเสาธง เผยราคาขายปัจจุบันน่าสนใจ ส่วนทิศทางปี 2561 คาดยังเติบโตดี เหตุได้แรงส่งจากปี 2560 ที่เติบโตทั้งอุปสงค์และอุปทาน นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้ทำการสำรวจที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮ้าส์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2557-2560) โดยพิจารณาอัตราขายได้และอัตราดูดซับเฉลี่ยของแต่ละทำเลเทียบกับค่าเฉลี่ยกลาง (อัตราดูดซับ 6.00 ยูนิต/เดือน/โครงการ และอัตราขายได้ 47%) พบว่ามีทำเลศักยภาพที่ขายดีและน่าลงทุน (มียอดขายเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลาง) ทั้งสิ้น 7 ทำเล ประกอบด้วย ได้แก่ ทิศไต้: 1.กระทุ่มแบน-สาม พราน 2. ทุ่งครุ-พระ ประแดง, ตะวันตก : 3. ธนบุรี-ราษฎร์บูรณะ, ทิศเหนือ : 4. ลาดหลุมแก้ว 5. ดอนเมือง-สายไหม, ตะวันออก: 6. อ่อนนุชบางนา และ 7. สุวรรณภูมิ-บางเสาธง  โดยทั้ง 7 ทำเลนี้มีราคาระหว่าง 1.2 – 2.99 ล้านบาท และสามารถเชื่อมต่อด้านการคมนาคมเข้าสู่ตัวเมืองได้โดยสะดวกจึงได้รับความนิยมค่อนข้างมาก จากการวิเคราะห์พบว่า ในทุกๆ ทำเลมีราคาเสนอขายที่ไม่สูงมาก (ระหว่างราคา 1.2 -2.99 ล้านบาท) ยกเว้นทำเลกระทุ่มแบน – สามพรานที่ราคาเสนอขายยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท หากพิจารณาในด้านของศักยภาพของแต่ละทำเลนั้น พบว่า กระทุ่มแบน-สามพราน เป็นพื้นที่เขตปริมณฑลที่มีจุดเด่นจากทำเลไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ทำให้ผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่นี้สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ ด้วยถนนพระราม 2 และถนนเพชรเกษมได้โดยง่าย นอกจากนี้ราคาทาวน์เฮ้าส์ในทำเลนี้ยังเสนอขายในระดับต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันพบทาวน์เฮาส์ระดับราคาต่ำ กว่า 1.2 ล้านบาทหาได้ยากและเสนอขายเพียงบางทำเลที่ราคาที่ดินยังไม่ทะยานตัวสูงมากนัก ซึ่งกระทุ่มแบน-สามพรานเป็นทำเลที่มียอดตอบรับทาวน์เฮาส์ในระดับราคานี้สูงที่สุด จากการพัฒนาโครงการที่สามารถตอบสนองกลุ่มกำลังซื้อในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี   ทำเลทุ่งครุ-พระประแดง เป็นทำเลที่อยู่ใกล้กับกับทางพิเศษเฉลิมมหานครและถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก) จึงดึงดูดให้เกิดกำซื้อในทำเลนี้เพราะสามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่นได้อย่าง สะดวกสบาย นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ที่กำลังจะเริ่มก่อสร้างช่วงปลายปี 2561 และจะช่วยดึงผู้คนจากฝั่งธนบุรีเข้าสู่ฮับการเดินทาง หรือสถานีกลางบางซื่อ เพื่อเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่างๆ ในเมืองได้อย่างสะดวก ทำเลธนบุรี-ราษฎร์บูรณะ เป็นทำเลฝั่งธนบุรีที่ใกล้ย่านศูนย์กลางธุรกิจแวดล้อมด้วยแนวรถไฟฟ้า 3 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวเข้ม (สายสีลม) ที่เปิดให้บริการมาเป็นเวลานาน รถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ที่เริ่มก่อสร้างช่วงปลายปี 2561 และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (สถานีหัวลำโพง-บางแค) ที่การก่อสร้างคืบหน้าแล้วเกินกว่า 85% ทำให้ผู้อยู่อาศัยในทำเลนี้สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯได้หลากหลายเส้นทาง ทำเลลาดหลุมแก้ว เป็นทำเลในเขตปทุมธานีที่สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ ได้ผ่านทางด่วนสายอุดรรัถยาและเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆได้ผ่านถนนกาญจนาภิเษก(วงแวนรอบนอก) นอกจากนี้ยังอยู่ในทำเลที่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (สถานีบางซื่อ-รังสิต) ที่มีความคืบหน้าในการก่อสร้างแล้ว 60% ซึ่งมีแผนเปิดให้บริการในอีก 3 ปีข้างหน้า และในอนาคตภาครัฐมีแผนพัฒนาส่วน ต่อขยายจากสถานีรังสิตไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตอีกด้วย เอื้ออำนวยให้การเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองของกลุ่มกำลังซื้อ ทั้งพนักงานบริษัทเอกชน ข้าราชการ หรือเจ้าของกิจการในละแวกนี้มีความสะดวกมากขึ้นในอนาคต ดอนเมือง – สายไหม เป็นทำเลในโซนเหนือที่มีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (สถานีบางซื่อ-รังสิต) และรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย (สถานีหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) พาดผ่านซึ่งทั้งสองเส้นทางมีแผนเปิดให้บริการอีก 3 ปีข้างหน้า อีกทั้งการเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯได้สะดวก ผ่านทางยกระดับอุตราภิมุข (โทลเวย์) และทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ทำให้ทำเลนี้ได้รับความนิยมจากพนักงานบริษัทเอกชน พนักงานที่ทำงานในสนามบินดอนเมือง หรือเจ้าของกิจการในละแวกนั้นเป็นอย่างดี อ่อนนุช – บางนา เป็นทำเลใกล้ย่านศูนย์กลางธุรกิจที่สามารถเข้าสู่ตัวเมืองได้ผ่านรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีเขียว (สถานีหมอชิต-แบริ่ง) ซึ่งเปิดให้บริการมาเป็นเวลานาน และล่าสุดก็ได้เปิดให้บริการในส่วนต่อขยาย ประกอบกับการมีทางพิเศษเฉลิมมหานคร ช่วยให้การเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่างๆ ของกลุ่มกำลังซื้อในพื้นที่นี้มีความสะดวกสบายจากรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวหรือสายสุขุมวิทที่เปิดให้บริการเป็นเส้นทางแรกในกรุงเทพฯ และตอบสนองการใช้ชีวิตของผู้คนได้เป็น อย่างดีทำให้ทาวน์เฮาส์ที่พัฒนาใกล้ใจกลางเมืองในย่านอ่อนนุช-บางนาได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง จากช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา สุวรรณภูมิ – บางเสาธง เป็นทำเลในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ และเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้ผ่านทางพิเศษบูรพาวิถี, มอเตอร์เวย์, ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก) ประกอบกับการมี รถไฟฟ้า Airport Rail Link (สถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ), รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (สถานีแบริ่งสมุทรปราการ) และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีลาดพร้าว-สำโรง) ที่ภาครัฐมีการเตรียมแผนพัฒนาอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อทาวน์เฮาส์จากพนักงานในสนามบินสุวรรณภูมิหรือเจ้าของกิจการในพื้นที่นี้ได้เป็นอย่างดี   “จากข้อมูลที่ทำการสำรวจนี้สะท้อนว่ากำลังซื้อในที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮ้าส์เริ่มกลับมา แม้ว่าปี 2560 ที่ผ่านมาจะไม่มีนโยบายกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ แต่อุปสงค์และอุปทานยังเติบโตได้ดี จึงคาดว่าทิศทางในปี 2561 ตลาดทาวน์เฮ้าส์จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เหตุจากราคาเสนอขายยังไม่ปรับตัวขึ้นสูงมากนัก ซึ่งเหมาะกับกำลังซื้อของคนในพื้นที่ นอกจากนี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคน่าจะมีสัญญาณเติบโตตามทิศทางเศรษฐกิจที่เริ่มคลี่คลายอย่างต่อเนื่องในปี 2560 และจะมีแรงส่งต่อไปยังปี 2561 ต่อไป” นายอนุกูล กล่าว
เจ.เอส.พี. เซอร์ไพรส์ของขวัญลูกค้าปีใหม่ ด้วยแคมเปญ Parade of Happiness

เจ.เอส.พี. เซอร์ไพรส์ของขวัญลูกค้าปีใหม่ ด้วยแคมเปญ Parade of Happiness

เปิดปี 2018 มาปุ๊ป ก็เดินเครื่องธุรกิจปั๊ป สำหรับค่าย บมจ. เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) นำโดยหัวเรือใหญ่พี่แจ้ - ไพโรจน์ วัฒนวโรดม กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ที่ก่อนหน้านี้ทิ้งทวนปลายปีว่ามีบิ๊กเซอร์ไพรส์รับลูกค้าปีใหม่ล่าสุดได้คลอด corporate campaign เพิ่มเป็นของขวัญเอาใจลูกค้า ด้วยโปรโมชั่น “Parade of Happiness” ที่ขนขบวนราคาแห่งความสุขมาต้อนรับลูกค้าทั้งสิ้น 23 โครงการกับทำเลสุดคุณภาพ โดยมีประเภทโครงการบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด ได้แก่ โครงการเจ วิลล่า วงแหวนบางใหญ่ ราคาเริ่มต้นเพียง 3.79 ลบ. จองรับส่วนลดสูงสุดถึง 5 แสนบาท และโครงการเจ วิลล่า รังสิตคลอง 1 ราคาเริ่มต้น 4.39 ลบ. จองเพียง 4,999 บาท รับส่วนลดถึง 200,000 บาท แถมฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน! หรือจะเป็นโครงการเจ วิลล่า สุขุมวิท แพรกษา ราคาเริ่มต้น 3.49 ลบ. จองวันนี้รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท ฟรี! ค่าโอน และแถมแอร์สุดคุ้ม!... ช็อคต่อกับโปรฯ ประเภทโครงการทาวน์โฮม ได้แก่ โครงการเจ ทาวน์ เอ็กซ์คลูซีฟ รังสิตคลอง 1 ราคาเริ่มต้นพียง 1.99 ลบ. อยู่ง่าย แต่งครบ พร้อมอยู่ จองรับฟรีทันที SB Furniture ทั้งหลัง! ตามด้วยโครงการเจซิตี้ รัตนาธิเบศร์ - บางบัวทอง ที่ราคาเริ่มต้นเพียง 2.39 ลบ. แต่ทุกค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์ ต่อด้วยโครงการเจ ซิตี้ ศรีราชา - อัสสัมชัญ ราคาเริ่มต้น 2.29 ลบ.จองและลดทันที 100,000 บาท พร้อมฟรีดาวน์ นอกจากนี้ยังมีส่วนลดโครงการต่างๆ อีกมากมาย สำหรับลูกค้าที่สนใจโปรฯดีๆ ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษแบบนี้ ห้ามพลาด! ย้ำว่าภายในเดือนมกราคม 2018 เท่านั้น!! โดยลูกค้าที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊ค : JSP Property หรือไลน์ : @JSP Property หรือโทร 1173
“มิลาโน คอลเลคชั่น” สุขภัณฑ์คอลเลคชั่นใหม่
อีกขั้นแห่งความสะดวกสบาย จาก อเมริกันสแตนดาร์ด

“มิลาโน คอลเลคชั่น” สุขภัณฑ์คอลเลคชั่นใหม่
อีกขั้นแห่งความสะดวกสบาย จาก อเมริกันสแตนดาร์ด

บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดเครื่องสุขภัณฑ์และผู้ผลิต-จำหน่ายสินค้าแบรนด์ อเมริกันสแตนดาร์ด (American Standard) ส่งมอบความหรูหราเหนือระดับกับอีกหนึ่งคอลเลคชั่นห้องน้ำแนวร่วมสมัย ที่ได้รับแรงบันดาลใจ จากเสน่ห์ของเมืองมิลาน สู่คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “มิลาโน คอลเลคชั่น” ชุดสุขภัณฑ์ที่ผสมผสานการออกแบบในสไตล์อิตาลี นำมาสู่ผลลัพธ์แห่งความสะดวกสบาย ที่ช่วยตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ ประกอบไปด้วย โถสุขภัณฑ์ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี่ใหม่ Aqua Ceramic ที่จะช่วยให้ผิวสุขภัณฑ์ของคุณดูสะอาด เหมือนใหม่ ตลอดระยะเวลาการใช้งาน และระบบฟลัช Double Vortex ที่ให้พลังฟลัชสูง แต่ใช้น้ำน้อยเพียง 3/4.2ลิตร ในการชำระล้างสิ่งปฏิกูล  ทั้งยังผ่านการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (Ergonimic)  ที่มาพร้อมฝารองนั่งโค้งมน สอดรับกับรูปร่างของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี และยังมีปุ่มกดน้ำขนาดใหญ่ ช่วยให้ง่ายในการใช้งาน อ่างล้างมือ แบบ Vessel และก๊อกน้ำเย็น ก๊อกผสมอ่างล้างหน้า และก๊อกผสมอ่างอาบน้ำพร้อมฝักบัว ที่ออกแบบมาให้เข้าเซ็ทกันอย่างลงตัว ด้วยการสร้างสรรค์อย่างประณีตที่สะท้อนออกมาด้วยรูปลักษณ์ที่โค้งมนนี้ ยังช่วยสร้างมนต์เสน่ห์ให้ห้องน้ำที่แสนธรรมดาของคุณ กลายเป็นสวรรค์แห่งการผ่อนคลายอย่างแท้จริง   สามารถเข้าชมผลิตภัณฑ์ และสัมผัสประสบการณ์ครั้งใหม่ในการใช้สุขภัณฑ์ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมอเมริกันสแตนดาร์ด คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ หรือตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านคุณ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-102-2222 กด 1
กรุงเทพมหานครตอกย้ำเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมสูงสุดของโลก คาดดึงดูดนักท่องเที่ยวร่วมฉลองปีใหม่มากกว่า 780,000 คน

กรุงเทพมหานครตอกย้ำเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมสูงสุดของโลก คาดดึงดูดนักท่องเที่ยวร่วมฉลองปีใหม่มากกว่า 780,000 คน

กรุงเทพมหานครตอกย้ำชื่อเสียงเมืองหลวงที่ได้รับความนิยมสูงสุดอันดับหนึ่งของโลกอีกครั้ง  คาดว่าสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2560 ได้มากกว่า 780,000 คน มากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 30% โดยเฉพาะในปีนี้ นักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาร่วมฉลองปีใหม่ ซึ่งคาดว่าเกือบ 50% เป็นชาวต่างชาติ ยังได้ตื่นตาตื่นใจกับ “Beautiful Bangkok by Magnolias @Ratchaprasong” (บิวตี้ฟูล แบงค็อก บาย แมกโนเลียส์ แอท ราชประสงค์) การแสดงแสงสี 3 มิติด้วยเทคโนโลยี 3D Projection Mapping บนตึกสูงครั้งแรกของเมืองไทย เพื่อเป็นการร่วมเผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมอันงดงามที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวไทย ณ โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด โดยในค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม ได้มีการเพิ่มรอบพิเศษเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมเคาท์ดาวน์และก้าวสู่ปีใหม่ 2561 พร้อมกันอย่างยิ่งใหญ่ การแสดงแสงสีสุดอลังการครั้งนี้ยังเป็นการแสดงให้ชาวโลกได้เห็นถึงศักยภาพของย่านราชประสงค์ ในฐานะศูนย์กลางด้านธุรกิจการค้า การท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร   นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนประเทศไทย มีส่วนส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก เราจึงภาคภูมิใจที่ได้นำเสนอการแสดง Beautiful Bangkok by Magnolias @Ratchaprasong (บิวตี้ฟูล แบงค็อก บาย แมกโนเลียส์ แอท ราชประสงค์) ซึ่งเป็นเสมือนการส่งมอบของขวัญแห่งความสุขให้แก่กรุงเทพมหานครและประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการสร้างรอยยิ้ม ความสนุกสนานให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในกรุงเทพฯ อันเป็นที่ตั้งของแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ของเรา การแสดงแสงสีครั้งยิ่งใหญ่นี้มุ่งเน้นการนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยและความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของประเทศเรา เพื่อตอกย้ำว่ากรุงเทพฯ คือจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ตอบโจทย์ครบทุกแง่มุมทั้งในด้านการท่องเที่ยว ธุรกิจการค้า และการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับหรู” กรุงเทพฯ ครองแชมป์เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมสูงสุดของโลกด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2559 มากถึง 19.41 ล้านคน นำหน้ามหานครอื่น ๆ ของโลกทั้งลอนดอน (19.06 ล้าน) ปารีส (15.45 ล้าน) ดูไบ (14.87 ล้าน) หรือแม้แต่เมืองท่องเที่ยวชั้นนำในเอเชียอย่างสิงคโปร์ โดยในปี พ.ศ. 2560 นี้ คาดว่ากรุงเทพฯ จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนรวม 20.2 ล้านคน จากรายงานสำรวจประจำปีของมาสเตอร์การ์ด   “เราคาดว่าผู้คนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในย่านราชประสงค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการแมกโนเลียส์ฯ ของเรา จะเพิ่มขึ้นราว 30% จาก 600,000 คนเป็น 780,000 คนในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ ซึ่งต่างเดินทางมาเพื่อจับจ่ายใช้สอย และร่วมนับถอยหลังสู่ศักราชใหม่กับการแสดงแสงสี 3 มิติของแมกโนเลียส์ฯ ซึ่งจะทำให้นักเดินทางจำนวนมากทั้งชาวฮ่องกงและสิงคโปร์ได้เล็งเห็นถึงมูลค่าและศักยภาพของกรุงเทพฯ ในฐานะอีกหนึ่งทำเลชั้นเยี่ยมเพื่อการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และการทำธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง” ข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะมีการใช้จ่ายระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2560 – 2 มกราคม 2561 มูลค่ารวมราว 15.56 พันล้านบาท และเมื่อพิจารณาจากข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินและห้องพักโรงแรม คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 420,000 คนมาเยือนประเทศไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพิ่มขึ้น 17% จากปีที่ผ่านมา เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กรุงเทพฯ มีชื่อเสียงโด่งดังจนทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของโลก ในการเดินทางมาเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุข เช่นเดียวกับการเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และการทำธุรกิจ “เรายินดีที่ได้สร้างสรรค์การแสดงแสงสี Beautiful Bangkok by Magnolias @Ratchaprasong (บิวตี้ฟูล แบงค็อก บาย แมกโนเลียส์ แอท ราชประสงค์) เพื่อดึงดูดผู้คนเข้ามาสู่กรุงเทพฯ ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและเงินสะพัดได้เป็นจำนวนมหาศาล ทางเรารู้สึกปลื้มใจมากที่โครงการที่สวยงามและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันเปี่ยมด้วยสุนทรีภาพของเรา เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมนต์เสน่ห์และเปลี่ยนแปลงทัศนียภาพขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ที่งดงามของเราไปอย่างสิ้นเชิง” นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ กล่าวสรุป ทั้งนี้ เพื่อฉลองเทศกาลแห่งความสุขอย่างเต็มอิ่ม Beautiful Bangkok by Magnolias @Ratchaprasong (บิวตี้ฟูล แบงค็อก บาย แมกโนเลียส์ แอท ราชประสงค์) ได้เพิ่มการแสดงพิเศษช่วงเทศกาลคริสมาสต์ ในคืนวันสิ้นปี ยังมีการจัดการแสดงแสงสี 3 มิติเพิ่มขึ้นเป็นลวดลายพิเศษ เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนในย่านราชประสงค์และทั่วโลก ได้ร่วมกันเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ พร้อมชมการแสดงพลุดอกไม้ไฟในรูปแบบ 3 มิติบนตัวตึกที่ออกแบบให้ร่วมชมกันอย่างตระการตา เพื่อการก้าวสู่ศักราชใหม่อย่างยิ่งใหญ่และน่าอัศจรรย์ใจเพื่อส่งมอบสความสุข สนุกสนานร่วมกันของผู้คนในกรุงเทพฯ รวมถึงนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศทั่วโลกอีกด้วย แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด เป็นโครงการมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ โดดเด่นด้วยการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมอันอ่อนช้อยงดงามมีเอกลักษณ์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านราชประสงค์ ย่านธุรกิจสำคัญของเมืองไทยและแหล่งรวมไลฟ์สไตล์เหนือระดับที่รู้จักไปทั่วโลก โครงการประกอบไปด้วยห้องชุดระดับหรูจำนวน 316 ยูนิต สูง 60 ชั้น บริการพื้นที่ศูนย์ธุรกิจ และโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ แบรนด์โรงแรมระดับ 5 ดาว ในเครือฮิลตัน ซึ่งมีสาขาอยู่ในเมืองสำคัญทั่วโลก และเตรียมเปิดเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนับว่าเป็นศูนย์รวมความสะดวกสบายที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างครบครัน สมเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของย่านราชประสงค์และกรุงเทพมหานครฯ ติดตามประมวลภาพบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/MagnoliasRatchadamriBoulevard
สิงห์ เอสเตท เซ็นสัญญา รีจัส ผู้เช่า ดิ ออฟฟิศ แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์

สิงห์ เอสเตท เซ็นสัญญา รีจัส ผู้เช่า ดิ ออฟฟิศ แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เผยถึงความคืบหน้าโครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ ว่า “ล่าสุดทางบริษัทฯ ได้ร่วมลงนามเซ็นสัญญากับทางบริษัท รีจัส เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจพื้นที่สำนักงานที่มีสาขามากกว่า 3,000 สาขาทั่วโลก ในฐานะผู้เช่าของอาคาร ดิ ออฟฟิศ แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์  ภายในโครงการมิกซ์-ยูส “สิงห์ คอมเพล็กซ์” (SINGHA COMPLEX) ซึ่งเป็นโครงการแฟล็กชิปของทาง บมจ. สิงห์ เอสเตท โดยเช่าพื้นที่รวมทั้งหมด 1,172 ตารางเมตร ด้านความคืบหน้าการก่อสร้างขณะนี้ส่วนอาคารออฟฟิศได้ก่อสร้างไปแล้วกว่า 78% และส่วนพื้นที่รีเทลเดินหน้ามากว่า 85% คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการช่วงกลางปี 2561 โดยขณะนี้ได้มีการเปิดห้องตัวอย่างส่วนพื้นที่ออฟฟิศ บนชั้น 15 ของอาคาร ดิ ออฟฟิศ แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมพื้นที่ตัวอย่างประกอบการตัดสินใจ ซึ่งการปล่อยเช่าพื้นที่ในส่วนออฟฟิศนี้ได้มอบหมายให้ทาง ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เป็นตัวแทน” ทั้งนี้โครงการมิกซ์-ยูส “สิงห์ คอมเพล็กซ์” มีเนื้อที่ 11 ไร่ ตั้งอยู่บนหัวมุมถนนอโศก - เพชรบุรี ประกอบด้วย อาคารสำนักงานเกรดเอและไลฟ์สไตล์มอลล์ มูลค่าก่อสร้างโครงการกว่า 4,200 ล้านบาท (ไม่รวมมูลค่าที่ดิน) และคอนโดระดับลักชัวรี THE ESSE at SINGHA COMPLEX มูลค่าโครงการกว่า 4,300 ล้านบาท
ออลล์ อินสไปร์ ชูจุดขายด้านนวัตกรรมเปิดตัว Smart Mirror ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

ออลล์ อินสไปร์ ชูจุดขายด้านนวัตกรรมเปิดตัว Smart Mirror ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

คุณธนากร ธนวริทธิ์ (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล และ ไรส์ ร่วมกับ นายรณิศ ธรรมศิริ (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่าย ระบบ Home Automation เตรียมนำนวัตกรรม Smart Mirror กระจกเงาอัจฉริยะฝังจอภาพ แสดงข้อมูลสภาพอากาศและนัดหมายต่างๆ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคที่โลกออนไลน์มีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน โดยจะเริ่มใช้กับคอนโดแบรนด์ไรส์ในปี 2018 เป็นโครงการแรก ก่อนที่จะนำมาพัฒนาเข้ากับโครงการอื่นๆ ของ ออลล์ อินสไปร์ ต่อไป สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02 029 9999 หรือ www.allinspire.co.th
เดอะคิวบ์ พรีเมียม รัชดา 32  มอบส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท เป็นของขวัญส่งท้ายปี

เดอะคิวบ์ พรีเมียม รัชดา 32  มอบส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท เป็นของขวัญส่งท้ายปี

เดอะคิวบ์ พรีเมียม รัชดา 32 (The Cube Premium Ratchada 32) คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ (Low Rise) 8 ชั้น 1 อาคาร จากบริษัท คิวบ์ เรียล พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด พร้อมเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม (Smart home) ที่สั่งการ ควบคุม และติดตามผลด้วยแอพพลิเคชั่นผ่านสมาร์ทโฟนหรือแทบเลต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งโครงการ บนทำเลศักยภาพเข้าซอยรัชดา 32 เพียง 200 เมตร ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA APPROVED (Environmental Impact Assessment) จากสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) เรียบร้อยแล้ว ทำเลใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีจันทรเกษม ในอนาคต) มอบส่วนลดพิเศษส่งท้ายปีทันทีเมื่อจองและทำสัญญาภายในเดือน ธ.ค.2560 รับส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท มีขนาดห้องตั้งแต่ 25-34.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท พร้อมเฟอร์นิเจอร์ (Fully Furnished) ครบทุกฟังก์ชั่นจากแบรนด์ชั้นนำ Modernform ให้ความเป็นส่วนตัวสูงไม่แออัด สะดวกทุกการเดินทาง ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีลาดพร้าว เข้าออกได้หลายเส้นทางจากถนนรัชดาภิเษกและลาดพร้าววังหิน พักผ่อนว่ายน้ำในสระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า (แยกชาย/หญิง) สวนหย่อม  Wi-Fi Internet บริเวณโถงล็อบบี้ส่วนกลาง กล้องวงจรปิด CCTV คีย์การ์ดเข้าอาคารและลิฟท์แบบล็อคชั้น ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดเข้าชมห้องตัวอย่างได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดหรือ โทร. 1246 ติดตามความเคลื่อนไหวทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/TheCubeCondominium หรือ www.thecube-condo.com
ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยชวนส่องแนวโน้มอสังหาฯปี 2561

ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยชวนส่องแนวโน้มอสังหาฯปี 2561

นาย พนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด คาดการณ์ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ จะเป็นหนึ่งในตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตมากที่สุดโดยโอกาสที่จะเติบโตอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 5-7% ในแง่ของจำนวนยูนิตและมูลค่าของโครงการ สอดคล้องกับผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่ยังเห็นว่าตลาดมีโอกาสที่จะเติบโตจึงมีการวางแผนผลักดันธุรกิจจากภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยที่มีศักยภาพ ในขณะที่ตัวสินค้าและผลิตภัณฑ์ในปีหน้าน่าจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักเช่น การวางผังห้องชุด ขนาดของยูนิต แต่ผู้พัฒนาโครงการจะมองหาการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ  (facility) เพื่อสร้างความแตกต่างของโครงการและช่วยสนับสนุนการขาย โครงการส่วนใหญ่จะหันมาใช้ระบบที่จอดรถอัตโนมัติ  (automate parking) เพื่อเพิ่มปริมาณที่จอดรถภายในโครงการ ซึ่งสามารถเพิ่มเนื้อที่ได้ประมาณ 20-30% จากระบบที่จอดรถแบบเดิม รวมถึงการใช้ระบบ home automation มากขึ้น การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในปีหน้าจะยังเน้นไปตามแนวรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ รถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายสายสีเขียวที่กำลังก่อสร้างอยู่ ตลาดจะขยายตัวไปยังบริเวณพื้นที่ชานเมืองช่วยให้ผู้อยู่อาศัยเดินทางเข้าเมืองสะดวก คำนวนระยะเวลาถึงจุดหมายปลายทางได้  สำหรับตลาดบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ซึ่งอยู่บริเวณชานเมืองจะมีอัตราการขยายตัวที่ต่ำ ปัญหาการจราจรยังคงเป็นปัญหาหลัก เนื่องจากโครงการพัฒนาบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ตั้งอยู่ไกลจากรถไฟฟ้า  การตัดถนนใหม่เพื่อรองรับปริมาณรถและการจราจรที่เพิ่มขึ้นมีน้อยมาก ตลาดคอนโดจึงมีสถานะที่ได้เปรียบเนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าและยังใช้ที่ดินเพื่อก่อสร้างไม่มากอีกด้วย ตลาดผู้ซื้อคอนโดเกรด B-C  ยังคงเป็นคนไทยเป็นหลัก สำหรับคอนโดในพื้นที่บริเวณสุขุมวิท รถไฟฟ้าสายสีเขียว-แบริ่ง รถไฟฟ้าใต้ดิน-บางซื่อ ลาดพร้าว จะมีชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น เช่น จีน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์และไต้หวัน ในขณะที่นักลงทุนจากประเทศแถบอื่นๆมีบ้างแต่ไม่มาก ปัจจัยที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจซื้อแตกต่างกันออกไปตามแต่ละตลาด 1.ตลาดคอนโด ผู้ซื้อจะคำนึงถึงทำเลเป็นหลัก เนื่องจากการเดินทางเข้าสู่เมือง เป็นปัจจัยสำคัญ นอกจากนี้ ตัวโครงการ ขนาดของยูนิต สิ่งอำนวยความสะดวก และราคาก็จะถูกนำมาพิจารณาเช่นกัน 2. ตลาดบ้านและทาวน์เฮาส์ ผู้ซื้อจะคำนึงถึงพื้นที่การใช้สอยเป็นหลัก ตามด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการและทำเลของโครงการ ในขณะที่แนวโน้มตลาดทรัพย์สินเพื่อการอุตสาหกรรม การเติบโตจะขึ้นอยู่กับการสนับสนุนนโยบายจากภาครัฐ  การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งถ้าเป็นรูปเป็นร่างจะทำให้ตลาดอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นขณะเดียวกันก็จะช่วยดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติได้อีกด้วย ในส่วนของตลาดโลจิสติกส์และคลังสินค้า ก็จะมีการเติบโตในเชิงของปริมาณ ตลาดสำนักงานมีทิศทางที่เป็นบวกเนื่องจากปริมาณอุปทาน (Supply) ที่เข้าตลาดยังมีอยู่น้อย ขณะที่เศรษฐกิจและภาคธุรกิจยังมีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความต้องการใช้สำนักงานจะเพิ่มมากขึ้น อัตราค่าเช่ายังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ออลล์ อินสไปร์ ลุยนวัตกรรมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เชื่อมต่อลูกค้า  ชูจุดขายเพิ่มโซลูชั่นใหม่สำหรับการอยู่อาศัย

ออลล์ อินสไปร์ ลุยนวัตกรรมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เชื่อมต่อลูกค้า ชูจุดขายเพิ่มโซลูชั่นใหม่สำหรับการอยู่อาศัย

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล และ ไรส์ ขานรับนโยบายการพัฒนาประเทศไทยในระบบเศรษฐกิจ THAILAND 4.0  ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ล่าสุดนำนวัตกรรม Smart Mirror กระจกส่องหน้าฝังจอภาพ แสดงข้อมูลสภาพอากาศและนัดหมายต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านที่อยู่อาศัย โดยนำร่อง โครงการไรส์ในปี 2561 ช่วยให้ลูกบ้านของโครงการได้รับความสะดวกสบายจากบริการต่างๆ รองรับการดาวน์โหลดแอพฯ บน Google play เช่น Line, Facebook, YouTube สามารถใช้งานได้อย่างอิสระ  ชูจุดขายด้านนวัตกรรม เพิ่มโซลูชั่นใหม่สำหรับการอยู่อาศัย รวมถึงการนำเสนอบริการเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ มาเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิต หวังจับเทรนด์ดิจิทัลกับการทำตลาดมากขึ้น   นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การแข่งขันในธุรกิจที่อยู่อาศัย สิ่งที่สำคัญที่ถือเป็นพื้นฐาน คือ ทำเล ราคา โปรดักท์และเซอร์วิส และนอกจากนั้น ภายใต้การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ในยุค 4.0  ทำให้ดีเวลลอปเปอร์ต่างๆ หันมาใช้กลยุทธ์การแข่งขัน การเปิดตัวโครงการใหม่พร้อมนำด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีทันสมัย หวังเพิ่มความสะดวกสบาย และตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้มากที่สุด ซึ่งล่าสุด ออลล์ อินสไปร์ ได้นำนวัตกรรม  Smart Mirror  กระจกอัจฉริยะที่แสดงข้อมูลต่าง ๆ ได้เหมือนกับจอภาพ เช่น พยากรณ์อากาศ, อุณหภูมิปัจจุบัน, วัน - เวลา, กำหนดการ และนัดหมายต่าง ๆ ซึ่งจะอัพเดทข้อมูลอัตโนมัติจากอินเทอร์เน็ตโดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสั่งการใดๆ เพื่อต้องการจะตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคที่โลกออนไลน์มีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน โดยจะเริ่มนำมาใช้กับคอนโดแบรนด์ไรส์ เป็นโครงการแรก ก่อนที่จะนำมาพัฒนาเข้ากับโครงการอื่นๆ ของ ออลล์ อินสไปร์ ต่อไปในอนาคต นวัตกรรมดังกล่าว เป็นความร่วมมือกับ บริษัท ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี จำกัด และ Estudio Technologies Pte Ltd เป็นผู้นำในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) และระบบการจัดการโรงแรมระดับไฮเอนด์ จากประเทศสิงคโปร์ ให้แก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น การบริหารจัดการอาคาร, การแจ้งซ่อมบำรุง, การจองใช้งานพื้นที่และบริการส่วนกลาง รวมถึงระบบ Home automation ซึ่งสามารถควบคุมผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ภายใต้แบรนด์ Life Connect   สำหรับลูกบ้านโครงการที่อยู่อาศัยของ ออลล์ อินสไปร์ จะได้รับความสะดวกสบายจากบริการต่างๆ รองรับการดาวน์โหลดแอพฯ บน Google play เช่น Line, Facebook, YouTube สามารถใช้งานได้อย่างอิสระรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์บลูทูธ (Bluetooth) เช่น ลำโพงไร้สาย, รวมไปถึงอุปกรณ์ด้านสุขภาพ (smart health devices) ไม่ว่าจะเป็น เครื่องชั่งน้ำหนัก, อุปกรณ์วัดความดัน และอุปกรณ์ตรวจสอบสุขภาพผิว (Skin test) โดยสามารถเก็บบันทึกข้อมูลเพื่อใช้ติดตามแนวโน้มของสุขภาพ เช่น ค่าดัชนีมวลกาย ด้วยการแสดงผลในรูปกราฟข้อมูลที่เข้าใจได้ง่าย สามารถรองรับการใช้งานของสมาชิกแต่ละคนในครอบครัวได้ถึง 8 คน โดยผ่านบัญชีของ Facebook   นอกจากนี้ ไฮไลท์ที่สำคัญกระจกอัจฉริยะรุ่นนี้สามารถทำงานร่วมกับระบบ Home automation ภายใต้แบรนด์ Life Connect ด้วยเทคโนโลยีสื่อสารใหม่ล่าสุด Bluetooth 5.0 เป็นเจ้าแรกของประเทศไทย ที่ได้นำเทคโนโลยีเครือข่าย Mesh Network มาช่วยให้การสื่อสารข้อมูลมีความรวดเร็ว เชื่อถือได้ และ ครอบคลุมพื้นที่ได้ทั่วทั้งบริเวณของบ้าน มีความเร็วในการสื่อสารและระยะทำการที่มากกว่าเทคโนโลยี Z-wave และ ZigBee แถมยังใช้พลังงานน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกันอีกด้วย นอกจากนั้นยังสามารถสั่งงานเพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การเปิด/ปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ และทีวี ผ่านแอพฯ บนสมาร์ทโฟนได้แม้อยู่นอกบ้านก็ตาม มีระบบส่งการแจ้งเตือนต่างๆ รองรับการสั่งงานด้วยเสียงโดยใช้ภาษาไทย เช่น การเปิด ปิดไฟ เปลี่ยนช่องทีวี เปลี่ยนอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ลำโพงอัจฉริยะอย่าง Alexa หรือ Google home โดยระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยดังกล่าว สามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เป็นนวัตกรรมล่าสุดสำหรับลูกบ้านในทุกๆ โครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต   ทั้งนี้ Smart Mirror กระจกอัจฉริยะ เป็นอีกนวัตกรรมเพื่ออนาคตของการใช้ชีวิต ที่ช่วยเสริมให้การใช้ชีวิตง่ายและรวดเร็วขึ้น โดยนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ งานดีไซน์หรือโมเดลธุรกิจใหม่ๆ รวมไปถึงเทคโนโลยี ถือว่าเป็นการเสริมประสิทธิภาพการทำธุรกิจด้านที่อยู่อาศัยให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02 029 9999 หรือ www.allinspire.co.th
The Cube Nawamin-Raminthra จองก่อนสิ้นปี 60 ‘ฟรีโอน’ ทุกยูนิต พร้อมอยู่เริ่ม 1.59 ล้าน*

The Cube Nawamin-Raminthra จองก่อนสิ้นปี 60 ‘ฟรีโอน’ ทุกยูนิต พร้อมอยู่เริ่ม 1.59 ล้าน*

The Cube Nawamin-Raminthra (เดอะคิวบ์ นวมินทร์-รามอินทรา) โครงการคอนโดมิเนียมใหม่โลว์ไรส์ (Low Rise) 8 ชั้น รวม 2 อาคาร สร้างเสร็จใหม่พร้อมเข้าอยู่และโอนกรรมสิทธิ์ ขนาดตั้งแต่ 24-48 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท พร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบทุกฟังก์ชั่น (Fully Furnished) แบรนด์ Modernform เต็มห้อง จัดโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี 2560 เพียงจองยูนิตใดก็ได้ในโครงการภายในสิ้นเดือน ธันวาคม 2560  รับสิทธิ์ ‘ฟรีโอน’ ทันที  เพื่ออยู่อาศัยเองและเพื่อลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตได้ ทำเลดีติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) สถานีนวมินทร์ (ในอนาคต) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า (แยกชาย/หญิง) สวนหย่อม กล้องวงจรปิด (CCTV) รอบโครงการและภายในตัวอาคารทั้ง 2 อาคาร ระบบคีย์การ์ดเข้าอาคาร และลิฟท์แบบคีย์การ์ดล็อคชั้น ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง Wi-Fi อินเตอร์เน็ตที่ล็อบบี้ส่วนกลาง สะดวกทุกการเดินทาง และใกล้ห้างสรรพสินค้า สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ร้านอาหาร ฯลฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและชมห้องตัวอย่างโทร. 1246 (ทุกวันไม่เว้นวันหยุด) และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทางแฟนเพจ : www.facebook.com/The Cube Condominium และ www.thecube-condo.com
อิฐมวลเบา “Q-CON” ได้ฉลากเบอร์ 5 การันตีประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงสุด

อิฐมวลเบา “Q-CON” ได้ฉลากเบอร์ 5 การันตีประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงสุด

เมื่อเร็วๆ นี้ นายกิตติ สุนทรมโนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Q-CON ในเครือเอสซีจี ผู้นำนวัตกรรมคอนกรีตมวลเบาของไทย กว่า 25 ปีขึ้นรับมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงในพิธีมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงแก่ผู้ประกอบการโครงการส่งเสริมเครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงและวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงานโดยการติดฉลากจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โดยท่านประธานในพิธี นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นผู้มอบ นายกิตติ สุนทรมโนกุล กรรมการผ้จัดการบริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์  จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯได้ผลิตคอนกรีตมวลเบาคุณภาพสูงเพื่อจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ ทั้งประเภทไม่เสริมเหล็ก ได้แก่ อิฐมวลเบาทุกชั้นคุณภาพ และประเภทเสริมเหล็ก ได้แก่ แผ่นผนังและแผ่นพื้นสำเร็จรูป แผ่นผนัง Sound Barrier คานทับหลังสำเร็จรูป เคาน์เตอร์ครัวสำเร็จรูป โดยอิฐมวลเบา Q-CON ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน ASTM C177-04 จากศูนย์วิจัยและปฏิบัติการทดสอบพลังงาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงครบทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งชั้นคุณภาพ G2 และ G4 ซึ่งหมายถึงอิฐ Q-CON มีคุณสมบัติเป็นฉนวน สามารถกันความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายใน และช่วยประหยัดพลังงานภายในอาคารได้อย่างดีเยี่ยม การได้รับมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบา Q-CON เป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับก่อเป็นผนังเนื่องจากมีค่าต้านทานความร้อน (R) มากกว่าวัสดุอื่น 7-14 เท่า เช่น อิฐมอญ อิฐบล็อค ทำให้เป็นฉนวนกันความร้อน ประหยัดพลังงาน และลดค่าไฟได้ดีกว่าวัสดุผนังประเภทอื่น ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับประเทศในเขตร้อนแบบประเทศไทย รวมไปถึงยังประหยัดต้นทุนค่าก่อฉาบ กล่าวคือ เมื่อเทียบราคาวัสดุบวกค่าแรงต่อตารางเมตร อิฐมวลเบาจะมีต้นทุนถูกกว่าวัสดุอื่น หากต้องการค่าการกันความร้อนที่มีค่าเท่ากัน เนื่องจากมีขนาดใหญ่ ก่อสร้างไว ไม่ต้องก่อ 2 ชั้นเหมือนอิฐมอญที่ต้องเว้นช่องว่างตรงกลางเพื่อกันความร้อนหรือวัสดุอื่นที่ต้องประกบวัสดุกันความร้อนเพิ่มเติม ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่ม อีกทั้งช่างยังเสียเวลาในการทำงาน “ซึ่งหากใช้อิฐมวลเบาทีมีความหนาตั้งแต่ 10 ซม. ขึ้นไป ยิ่งหนา จะยิ่งกันความร้อนได้ดีขึ้นอีกถึง 30 %” นายกิตติ กล่าวในตอนท้าย ทั้งนี้ Q-CON เป็นผู้ผลิตรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก.1505-2541 ครบทุกชั้นคุณภาพ G2, G4 และ G6  
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้านวัตกรรมเพื่อที่พักอาศัย  จับมือมหาวิทยาลัยขอนแก่นใช้ SMART TRASH

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้านวัตกรรมเพื่อที่พักอาศัย จับมือมหาวิทยาลัยขอนแก่นใช้ SMART TRASH

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร โดยนายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ  นำทีมผู้บริหารเดินหน้านวัตกรรมเพื่อที่พักอาศัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี ผศ.ดร.ศุภสิทธิ์ คนใหญ่  รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสำนักหอสมุด ผู้แทนของ รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตน์ศิริชัย อธิการบดี ในโครงการติดตั้งระบบถังขยะอัจฉริยะ SMART TRASH ต้นแบบ นำร่องใน  8 โครงการ (หัวหิน  6 โครงการ ขอนแก่น 1 โครงการ และอุดรธานี 1โครงการ)  โดย Smart Trash หรือถังขยะอัจฉริยะนี้ ถูกวิจัยและออกแบบโดยคณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นระบบการบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับการบริหารอาคารที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงานของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ที่มุ่งเน้นการให้บริการให้มีคุณภาพและพัฒนานวัตกรรมเพื่อที่พักอาศัยมาให้บริการเพื่อตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในแต่ละโครงการสอดคล้องตามแนวคิด "Beautiful Community-ความสุขเริ่มที่บ้าน" เติมเต็มความสุข ความอบอุ่น ที่เกิดจากการใช้ชีวิตในสังคมคุณภาพ
ชาญอิสสระ นำคณะผู้ถือหุ้นกู้เยี่ยมชมโครงการ

ชาญอิสสระ นำคณะผู้ถือหุ้นกู้เยี่ยมชมโครงการ

​บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นำโดย นางธีราภรณ์ ศรีเจริญวงศ์  รองกรรมการผู้จัดการ, นายดิฐวัฒน์ อิสสระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้ถือหุ้นกู้ ในโอกาสเยี่ยมชมโครงการบ้านสีตวัน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในโครงการคุณภาพของชาญอิสสระ หลังจากคว้ารางวัลชนะเลิศในหมวดบ้านพักอาศัยจากงาน Asia property Award 2017 พร้อมรับฟังข้อมูลด้านนวัตกรรมการก่อสร้างด้วยการออกแบบที่คำนึงถึง Eco-Living  รวมทั้งมีการนำเทคโนโลยีการก่อสร้างบ้าน Modular จาก SCG HEIM มาใช้ ณ โครงการบ้านสีตวัน จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเร็วๆ นี้
SC Able จับมือ Fixzy ติวเข้มหลักสูตรช่างฝีมือคุณภาพ เพื่อส่งมอบงานบริการหลังการขายลูกค้าเอสซีฯ ทุกโครงการ

SC Able จับมือ Fixzy ติวเข้มหลักสูตรช่างฝีมือคุณภาพ เพื่อส่งมอบงานบริการหลังการขายลูกค้าเอสซีฯ ทุกโครงการ

นายสมศักดิ์ เธียรธีรวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซี เอเบิล จำกัด บริษัทที่ดูแลบริการหลังการขายครบวงจรภายใต้กลุ่มบริษัทของ SC ASSET ภายใต้สโลแกน “Your Home in Good Hands – มือโปรของทุกบ้าน” โดยสถาบัน Able Academy จัดหลักสูตรอบรมพัฒนาช่างฝีมือคุณภาพ ให้กับบริษัท ฟิกซิ จำกัด แอพพลิเคชั่นรวมช่างอันดับหนึ่งของไทย ภายใต้การบริหารงานโดยนายรัชวุฒิ พิชยาพันธ์ กรรมการผู้จัดการ เพื่อเสริมทักษะในเรื่องงานช่างต่างๆ แบบครบวงจร  นอกจากนี้ยังมีการติวเข้มพัฒนางานด้านรักษาความปลอดภัย(รปภ.) และอื่นๆ ที่ Able Academy สถาบันอบรมฯ แห่งใหม่ เพื่อส่งมอบคุณภาพงานบริการหลังการขายให้กับลูกค้าเอสซีฯ ทุกโครงการ  บน ถ.วิภาวดีรังสิต เมื่อเร็วๆ นี้  
ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง นำร่องรุกลูกค้าไฮเอ็น จับมือแมกโนเลียส์อัดโปรโมชั่นแรงส่งท้ายปี

ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง นำร่องรุกลูกค้าไฮเอ็น จับมือแมกโนเลียส์อัดโปรโมชั่นแรงส่งท้ายปี

ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง จับมือแมกโนเลียส์ คัดสรรเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน จาก 7 แบรนด์ 7 ดีไซน์เนอร์ชื่อดังของโลก ให้กับ แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด โครงการมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ในย่านราชประสงค์-ย่านราขดำริ พร้อมมอบสิทธิพิเศษ ส่วนลดสูงสุด 30% ให้กับลูกค้าที่ทำสัญญากับแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด และเลือกซื้อชุดเฟอร์นิเจอร์ตามที่ ซอนเดอ นางสาวกมนนัทธ์ เต็มไตรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด แบรนด์ แกลเลอรี่ (Brand Gallery) ที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านนำเข้าระดับไฮเอนท์ ที่รวบรวมผลงานจาก 7 แบรนด์ 7ดีไซน์เนอร์ชื่อดังของโลก เปิดเผยว่า “สำหรับกิจกรรมทางการตลาดล่าสุดของ ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง คือการจับมือร่วมกับ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เลือกสรรชุดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านจากซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง ตกแต่งให้กับแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด โครงการที่มีมูลค่าในการพัฒนาและก่อสร้างโครงการกว่า 11,000 ล้านบาท บนทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เพื่อร่วมฉลองการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ของโครงการ ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง มอบสิทธิพิเศษเป็นส่วนลดชุดเฟอร์นิเจอร์สูงสุด 30% ให้กับผู้ซื้อโครงการดังกล่าวเพิ่มเติม  “หนึ่งในกลยุทธ์การตลาดของ ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง คือการจับมือกับพันธมิตร ทั้งนี้ เป้าหมายหลักเพื่อการสร้าง แบรนด์ควบคู่กับการเข้าใกล้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเดียว กับเรา คือกลุ่มลูกค้าที่เป็นไฮเอนด์ ในขณะที่เป็นกลุ่มคนที่มีสไตล์และมีรสนิยมที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ทางโครงการยังให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานจนโครงการได้รับการรับรองมาตรฐานLEED ซึ่งสอดคล้องกับ ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง ที่มีการออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์โดยคำนึงถึงการรักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไม้ Peroba ซึ่งเป็นไม้จริงคุณภาพดีรีไซเคิล จากประเทศบราซิล เพื่อลดการใช้ไม้ใหม่ การทำผิว Finishing หนังปลากระเบนทดแทนการใช้หนัง ปลากระเบนจริง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของปลากระเบน เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขาย ผ่านโครงการ 10-15% ของจำนวนลูกค้าที่ซื้อโครงการ” นางสาวกมนนัทธ์ กล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด มีจำนวนยูนิต 316 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 20 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคาเริ่มต้นที่ 280,000 บาท/ตารางเมตร นับเป็นคอนโดมีเนียมระดับไฮเอ็นที่ตั้งอยูในทำเลที่ดีตั้งอยูบนใจกลางธุรกิจ ใกล้สิ่งอำนวยควรสะดวก ทั้งรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้าและโรงแรงชั้นนำ รายละเอียดสิทธิพิเศษจาก ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง พิเศษ! ส่วนลด 30% สำหรับลูกค้าแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ที่เลือกซื้อ ชุดเฟอร์นิเจอร์ตามที่ ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง ได้จัดแสดงไว้ในห้องตัวอย่างของโครงการ ทั้งชุด และรับส่วนลด20% สำหรับลูกค้าที่เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์แยกชิ้น ทั้งนี้ โปรโมชั่นพิเศษนี้ ไม่รวมกลุ่มสินค้าของตกแต่งบ้าน สนใจเข้าชมชุดเฟอร์นิเจอร์พร้อมของตกแต่งบ้านจาก ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง สามารถเข้าชมได้ที่ห้องตัวอย่างในโครงการ แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ถนนราชดำริ วันนี้
คูโดส ต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่โมเดิร์นลิฟวิ่งไลฟ์สไตล์ ประเดิมป๊อปอัพสโตร์สาขาแรกที่สยามดิสคัฟเวอรี่

คูโดส ต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่โมเดิร์นลิฟวิ่งไลฟ์สไตล์ ประเดิมป๊อปอัพสโตร์สาขาแรกที่สยามดิสคัฟเวอรี่

คูโดส (KUDOS) แบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับห้องน้ำและห้องครัวสัญชาติไทย จับมือสยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดป๊อบอัพสโตร์สุดฮิปแห่งใหม่ใจกลางกรุง ต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งแนวอีโค่ ดิจิตอล และยูนิเวอร์แซลดีไซน์ เจาะกลุ่มโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ ณ โซน Ecotopia ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ด้วยความใส่ใจและมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง รวมถึงความเข้าใจในไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ให้คุณค่าทั้งงานดีไซน์และใส่ใจในคุณภาพของสินค้าไปพร้อมๆ กัน คูโดสจึงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับการคัดสรรจากสยามดิสคัฟเวอรี่ ให้วางจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีฟังก์ชั่นและดีไซน์ล้ำสมัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในโซน Ecotopia ซึ่งสินค้าทุกชิ้นในEcotopia ต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกในการเข้ามาวางขาย โดยแต่ละหมวดหมู่ก็มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป นายสันติ ศรีวิชาญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี.ไอ.ที. จำกัด และผู้ก่อตั้งแบรนด์คูโดส กล่าวว่า “ปีนี้นับว่าเป็นอีกก้าวที่สำคัญของแบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับห้องน้ำและห้องครัวสัญชาติไทยอย่างเรา ที่ได้มีโอกาสต่อยอดผลิตภัณฑ์สำหรับห้องน้ำและห้องครัว (Kitchen & Bath) สู่ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมสำหรับบ้านและที่อยู่อาศัย (Living) โดยเราหวังว่าผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอ จะตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งในแง่ของนวัตกรรม ดีไซน์ และความใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ด้วยความใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง คูโดสมีผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจทั้งตนเองและสิ่งแวดล้อม อาทิMIST ฝักบัวนวัตกรรมรุ่นล่าสุดที่จะสร้างมิติใหม่แห่งการล้างหน้า ด้วยเทคโนโลยี NanomistTM ออกแบบเพื่อให้น้ำไหลตัดกันทำให้ได้ละอองเบานุ่มละมุน ให้สัมผัสอ่อนโยน เหมาะต่อผิวแพ้ง่าย พร้อมฟังก์ชั่นปรับอุณหภูมิน้ำให้ทำงานเหมาะสมสำหรับผิวหน้า และPUREBLISS ฝักบัวกรองคลอรีน ปกป้องเส้นผมและผิวให้คงความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ พร้อมเทคโนโลยี AtomistTM ที่ให้สายน้ำแรงแต่นุ่มนวล โดยฝักบัวทั้ง 2 รุ่นช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 45%   KUDOS MIST นวัตกรรมฝักบัวใหม่ล่าสุด ละอองน้ำอนุภาคขนาดเล็ก นอกจากนี้ หนึ่งในจุดเด่นของผลิตภัณฑ์คูโดสที่มาวางจำหน่ายในสยามดิสคัฟเวอรี่ ส่วนหนึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิดUniversal Design เทรนด์ใหม่แห่งการออกแบบเพื่อทุกคนในสังคม  อาทิ CASTA กรรไกรอเนกประสงค์ ที่ส่วนคมของกรรไกรถูกซ่อนไว้ แม้แต่เด็กหรือคนชราก็สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย LINE คัตเตอร์รูปทรงคล้ายเม้าส์ ใช้งานง่าย ใบมีดทำจากเซรามิก วัสดุทนทาน ปลอดภัยแม้กับเด็กและผู้พิการ หรือ NAIL กรรไกรตัดเล็บที่ใช้แรงน้อยที่สุด เหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุที่ข้อมืออ่อนแรง ผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Universal Design อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ทางแบรนด์ภูมิใจนำเสนอ คือ IGLOOHOME ล็อคประตูแบบดิจิตอล เป็นสินค้าใหม่ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย เหมาะสำหรับบ้านและคอนโด เพราะความปลอดภัยในการอยู่อาศัยเป็นเรื่องสำคัญ  โดยล็อคประตูแบบดิจิตอลนี้ ใช้เทคโนโลยีสมาร์ทล็อคระดับโลก ทำงานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ป้องการการแฮ็คด้วยระบบ Synchronization ซึ่งเป็นระบบที่ธนาคารชั้นนำส่วนใหญ่เลือกใช้ จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยจะเริ่มต้นวางจำหน่ายเฉพาะที่สยามดิสคัฟเวอรี่ และทางออนไลน์เท่านั้น IGLOOHOME ล็อคประตูแบบดิจิตอล แม้เทรนด์ของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คูโดสยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์แนวแก็ตเจ็ตเพื่อตอบสนองดิจิตอลเทรนด์ ผลิตภัณฑ์อีโค่เพื่อเอาใจผู้รักสิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์งานออกแบบเพื่อมวลชน (Universal Design) ให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงและใช้ได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยมุ่งหวังที่จะยกระดับงานออกแบบผลิตภัณฑ์โดยฝีมือคนไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมไปพร้อมๆ กัน “สำหรับคูโดส การรักษ์โลก คือ การรักตัวเองไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดน้ำ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ก็เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี และอนาคตที่ดี สำหรับตัวเราเองและคนที่เรารัก ดังนั้น การใส่ใจสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่ เทรนด์ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากห้องน้ำห้องครัว ให้ครอบคลุมถึง Total Living ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ และที่สำคัญผลิตภัณฑ์ของเราต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วย” นายสันติ กล่าว