Tag : คอนโดใกล้รถไฟฟ้า

72 ผลลัพธ์
“แสนสิริ” โชว์ความสำเร็จ ตอกย้ำผู้นำตลาดลักซ์ชัวรี่ ปิดการขาย “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า”

“แสนสิริ” โชว์ความสำเร็จ ตอกย้ำผู้นำตลาดลักซ์ชัวรี่ ปิดการขาย “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า”

“แสนสิริ” ตอกย้ำผู้นำตลาดอสังหาริมทัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ของไทย ประกาศปิดการขาย “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” (THE MONUMENT SANAMPAO) ด้วยยอดขายกว่า 1,500 ลบ. จำนวน 86 ยูนิต ย้ำความสำเร็จแบรนด์ “เดอะ โมนูเมนต์” คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างเข้าใจและตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Monument to Generations’ การส่งต่อทำเลคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองสูงถึง 70%  เผยปัจจัยหลัก ได่แก่ ทำเล ความเป็นส่วนตัว ดีไซน์ที่มีรสนิยม วัสดุคุณภาพระดับเวิลด์คลาส ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มลักซ์ชัวรี่ระดับบนอย่างแท้จริง พร้อมเตรียมเผยโฉมและโอนกรรมสิทธิ์ “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” โครงการล่าสุด ภายใต้บริษัทร่วมทุนกับ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มูลค่ากว่า 6,500 ล้านบาทกับแนวคิด “Luxury is Space” คอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี่สำหรับครอบครัวยุคใหม่ นิยามความหรูหราผ่านพื้นที่โอ่โถงที่ให้ประสบการณ์เสมือนบ้าน แลนด์มาร์คแห่งใหม่บนถนนเส้นหลักทองหล่อ ปัจจุบัน มียอดขายอยู่ที่ 40% หรือมูลค่า 2,600 ล้านบาท นายปิติ จารุกำจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า “เดอะ โมนูเมนต์” ถืออีกหนึ่งแบรนด์คอนโดมิเนียม ในการรุกตลาดคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ของแสนสิริ พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ‘The Monument to Generations’ การส่งต่อทำเลที่มีคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น และความภาคภูมิใจในกการอยู่อาศัย ควบคู่กับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และการคัดสรรวัสดุที่มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาสโดยโครงการแรก “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” เปิดตัวในปี 2558 ในรูปแบบไฮไรซ์สูง 24 ชั้น ที่ให้ความเป็นส่วนตัวเพียง 86 ยูนิต บนทำเลสนามเป้า – พหลโยธิน ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางการรวมตัวของวัฒนธรรมเก่า และความทันสมัย ที่ผสานอย่างลงตัว โดยปัจจุบัน สามารถปิดการขายโครงการ 100% ด้วยมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท เมื่อต้นปีนี้”   นายปิติ กล่าวต่อไปว่า “ปัจจัยสำเร็จที่โดดเด่น ส่งผลให้โครงการได้รับการตอบรับอย่างสูงสุดจากกลุ่มลูกค้า ได้แก่ ความคุ้มค่าของโครงการที่มูลค่าเพิ่มขึ้นเหนือกาลเวลา ทั้งคุณภาพและราคาที่ดีที่สุด ทำให้ “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” เป็นทรัพย์สินที่ควรค่าแก่การครอบครอง สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานได้ ด้วยที่ตั้งโครงการอยู่ในทำเลศักยภาพสูง ติดริมถนนใหญ่ โซนเส้นถนนพหลโยธินตอนต้น ซึ่งปัจจุบันหาได้ยากมาก พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิตทุกมิติ เพียง 5 กม. ใกล้ทางด่วนทั้งขาเข้าและออกนอกเมือง โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองสูงถึง 70% และผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าด้วยสูงถึง 4-6% ต่อปี ซึ่งกลุ่มลูกค้าเช่า ได้แก่ กลุ่มชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย กลุ่มแพทย์ที่ทำงาน ในบริเวณนี้ กลุ่มลูกค้าโรงพยาบาลพญาไท เป็นต้น ทำให้ทำเลนี้ ไม่แตกต่างจากทำเลใจกลางเมืองสำคัญอื่นๆ ที่มีราคาสูงกว่า ทั้งนี้ ยังคงมีลูกค้าสนใจและมีความต้องการซื้อโครงการอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีราคาซื้อต่อสูงขึ้นถึง 5% โครงการยังถือเป็นผลงานการออกแบบระดับมาสเตอร์พีซ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัยที่คงความคลาสสิคเหนือกาลเวลา พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนทุกรายละเอียดที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุด ทั้งยังให้ความสำคัญกับ การจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ นอกจากล็อบบี้เลานจ์ บริเวณชั้นหนึ่งที่จัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้ลูกบ้านรับรองแขกแล้ว ยังมีพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ อีกถึง 3 ชั้น คิดเป็นพื้นที่กว่า 20% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมด ซึ่งส่วนกลางมีฟังก์ชั่นครบครัน ทั้งพื้นที่ออกกำลังกาย Panoramic Exercise Room และพื้นที่สังสรรค์ Social Lounge, Sky Pavilion, Libraryroom และ Tea Room เป็นต้น “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” นำเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิตแบบ SMART LIVING มาช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิต โดยถือเป็นโครงการที่พักอาศัยแห่งแรกในเอเชียที่มีหุ่นยนต์ส่งของให้บริการลูกบ้าน พร้อมระบบรองรับการใช้พลังงานทดแทนในอนาคตอย่าง EV charger station สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง และติดตั้งเครื่องรีไซเคิลขวดน้ำพลาสติก (PET Bottle Refun)     เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดปริมาณขยะพลาสติก และสุดท้ายโครงการนี้ยังมี บริการเพื่อการใช้ชีวิตเหนือระดับ อย่าง Building Manager และ Concierge Service ผู้ช่วยประจำโครงการ เช่น บริการซัก อบ รีด, บริการตรวจสอบดูแลและจัดการห้องชุด, บริการเรียกรถลีมูซีน, บริการแนะนำร้านซ่อมเสื้อผ้าและเครื่องหนัง เป็นต้น” “ด้วยความสำเร็จของแบรนด์ “เดอะ โมนูเมนต์” โครงการแรก จึงเป็นที่มาของการสานต่อสู่การพัฒนาโครงการ “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” โครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ที่กำหนดนิยามใหม่แห่งการอยู่อาศัยด้วยพื้นที่กว้างขวางภายใต้แนวคิด “Luxury is Space” โอ่โถงเสมือนอยู่บ้านเดี่ยว โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาคารรูปทรง “Monolith” อันเป็นเอกลักษณ์ ที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในทองหล่อ และเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตสุดเอ็กซ์คลูซีฟสูงสุดเพียงชั้นละ 4 ห้อง รวม 127 ยูนิต บนที่ดินขนาด 2 ไร่ ติดถนนเส้นหลักของทองหล่อ อีกหนึ่งทำเลอันเป็นมรดกทรงคุณค่าที่มีศักยภาพสูงสุดอันดับต้นๆของกรุงเทพฯ ทั้งย่านที่พักอาศัยคุณภาพสูงมาตั้งแต่อดีต และแหล่งรวมร้านค้าชั้นนำ ร้านอาหารและ คอมมูนิตี้มอลล์ระดับไฮเอนด์มากมายโดยหลังจากเปิดพรีเซลไปเมื่อปี 2561 และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม ด้วยยอดพรีเซลกว่า 40% พร้อมเตรียมเปิดเผยโฉม “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” ในเดือนมีนาคมปีนี้ ซึ่งเราคาดว่าจะได้รับการตอบรับในการโอนกรรมสิทธิ์อย่างเช่นเคย อีกแน่นอน” นายปิติ กล่าวสรุป      
V Property “ปลดล็อก 3 ทำเลใจกลางเมือง” เอาใจ Exclusive Lifestyle ใจกลางสุขุมวิท

V Property “ปลดล็อก 3 ทำเลใจกลางเมือง” เอาใจ Exclusive Lifestyle ใจกลางสุขุมวิท

V Property Development - ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้าใจกลางเมือง และพร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนเมืองโดยเฉพาะ ล่าสุด ผู้บริหาร คุณพรชัย เลิศอนันตโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บ. วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ ส่งแคมเปญ “ปลดล็อก 3 ทำเลใจกลางเมือง” มาเอาใจผู้ที่กำลังมองหาคอนโดทำเลใจกลางสุขุมวิทโดยเฉพาะ กับคอนโด 3 โครงการใหม่แนวรถไฟฟ้าฟ้า 3 สถานี ได้แก่ทองหล่อ - พระโขนง - อ่อนนุช ราคาเริ่มต้นเพียง 1.89 - 6.49 ล้านบาท พร้อมส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท     ซึ่งทำเลทองหล่อได้ถูก”ปลดล็อก-กู้100%*” ด้วยโครงการ V TARA สุขุมวิท 36 คอนโดใหม่ แต่งครบพร้อมอยู่ ใกล้ BTS ทองหล่อ โอนก่อนมาตรการรัฐ กู้ได้100%* ฟรีทุกค่าใช้จ่าย ณ วันโอน* 2 ห้องนอน เริ่ม 5.89 ล้านบาท   ทำเลติดรถไฟฟ้าสถานีพระโขนงเองก็ “ปลดล็อก-ราคาเดียว*” ห้องชั้นสูงวิวสวย ราคาพิเศษกับโครงการ VERTIER สุขุมวิท คอนโดใหม่มีความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนเพียง 10 ยูนิตต่อชั้น พร้อมมอบ Exclusive Lifestyle ใกล้เอกมัย-ทองหล่อ ปลดล็อกยูนิตชั้นพิเศษ วิวเมืองชั้นสูง ราคาเดียว* 6.49 ล้านบาท   และสุดท้ายอ่อนนุช ทำเลสุดฮิตที่ได้ถูก “ปลดล็อก-เฟสใหม่” ด้วยคอนโดสุดชิคกับโครงการ  IKON สุขุมวิท77 คอนโดใหม่ แต่งครบ ติดห้าง ส่วนกลาง 24 ช.ม. ใกล้บีทีเอส อ่อนนุช ปลดล็อกเฟสใหม่ผ่อน 2,999 บาท/เดือน* เริ่ม 1.89 ล้านบาท   พร้อมพบกับสิทธิพิเศษมากมายที่จะมาทำให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านจนกระเป๋าตังค์คุณสั่น ห้ามพลาดตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคมนี้ เท่านั้น แล้วพบกันที่ Sales Gallery ทั้ง 3 โครงการ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298   ใกล้ BTS ทองหล่อ    V TARA สุขุมวิท คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ โอนก่อนมาตรการรัฐ กู้ได้100%* ฟรีทุกค่าใช้จ่าย ณ วันโอน* 2 ห้องนอน เริ่ม 5.89 ล้านบาท วันนี้-31 มี.ค. เท่านั้น พบกันที่ Sales Gallery สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298 คลิกชมรายละเอียดโครงการเพิ่มได้ที่  http://bit.ly/2Jdajka     ติด BTS พระโขนง VERTIER สุขุมวิท คอนโดใหม่ทำเลใกล้เอกมัย-ทองหล่อ ปลดล็อกยูนิตชั้นพิเศษ วิวเมืองชั้นสูงราคาเดียว* 6.49 ล้านบาท วันนี้-31 มี.ค. เท่านั้น พบกันที่ Sales Gallery สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298 คลิกชมรายละเอียดโครงการเพิ่มได้ที่  http://bit.ly/2Jjv6Cu   ใกล้ BTS อ่อนนุช IKON สุขุมวิท77 คอนโดใหม่ แต่งครบ...สุด Chic!! ใกล้ บีทีเอส อ่อนนุช ปลดล็อกเฟสใหม่ติดห้าง  ผ่อน 2,999 บาท/เดือน* เริ่ม 1.89 ล้านบาท วันนี้-31 มี.ค. เท่านั้น พบกันที่ Sales Gallery สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298 คลิกชมรายละเอียดโครงการเพิ่มได้ที่ http://bit.ly/2JnRefp    
โนเบิลฯ อัดแคมเปญ “ฮอตที่สุดในย่าน” ส่งแบรนด์ “รีวอลฟ์” คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ เริ่มต้นเพียง 3.4 ล้าน*

โนเบิลฯ อัดแคมเปญ “ฮอตที่สุดในย่าน” ส่งแบรนด์ “รีวอลฟ์” คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ เริ่มต้นเพียง 3.4 ล้าน*

โนเบิลฯ ส่งแคมเปญใหม่ “ฮอตที่สุดในย่าน” รวม 2 คอนโดพร้อมอยู่ใจกลางรัชดา โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา และ โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 จัดเต็มแต่งครบ ฟรีเฟอร์ฯ พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้เข้าอยู่ได้ทันที บนทำเลศักยภาพ ติด MRT ศูนย์วัฒนธรรม เริ่มต้นเพียง 3.4 ล้าน* ชมห้องตัวอย่างพร้อมสัมผัสบรรยากาศโครงการจริงได้แล้ววันนี้ที่สำนักงานขายโครงการ   คุณธีรพล  วรนิธิพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โนเบิลฯ ได้จัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่มองหาคอนโดฯ ในย่านรัชดา ด้วยการเปิดตัวแคมเปญใหม่ “ฮอตที่สุดในย่าน” กับ 2 โครงการพร้อมอยู่ โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา และ โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 ที่มีจุดเด่นของทำเลศักยภาพใจกลางรัชดา ย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) ติดรถไฟฟ้า MRT ศูนย์วัฒนธรรมเพียง 80 เมตร ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่บนทำเลที่ลงตัวที่สุด โดยทั้ง 2 โครงการที่นำมาจัดแคมเปญในครั้งนี้มีขนาดห้องชุดให้เลือกตั้งแต่แบบ 1 ห้องนอน และแบบ 2 ห้องนอน ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.4 ล้านบาทเท่านั้น*   โครงการโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา และ โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 ออกแบบด้วยแนวคิด “Revolve Living” ที่ปรับทุกฟังก์ชั่นของพื้นที่ใช้สอย ให้ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ทันสมัยได้อย่างลงตัวบนสุดยอดทำเลศักยภาพใจกลางรัชดา ซึ่งปัจจุบันนับเป็นย่านธุรกิจการค้าสำคัญแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้งมอลล์ สถานศึกษา และอาคารสำนักงานต่างๆ ส่งผลให้ย่านนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเป็นจุดเชื่อมต่อของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะทำให้ย่านรัชดาเป็นอีกทำเลสำคัญที่สามารถเชื่อมต่อไปได้ทุกที่ สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถชมห้องตัวอย่างจริงได้วันนี้ ที่สำนักงานขายโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 ติด MRT ศูนย์วัฒนธรรม ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดออนไลน์ 50,000 บาท* ได้ที่ www.noblehome.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-251-9955      
ริชี่ เพลซ 2002 เปิดตัวคอนโดหรู “The Rich Ekkamai”  ใจกลางสุขุมวิท เอกมัย

ริชี่ เพลซ 2002 เปิดตัวคอนโดหรู “The Rich Ekkamai” ใจกลางสุขุมวิท เอกมัย

บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY ประกาศศักดา เปิดตัวโครงการคอนโด มูลค่ากว่า 3,400 ล้านบาท ใจกลางสุขุมวิท เอกมัย ใกล้ BTS ติดบิ๊กซี “The Rich @Ekkamai” ยึดสโลแกน คอนโดมิเนียมสุดยอดทำเล คุณภาพระดับไฮเอนด์ในราคาที่คุณสัมผัสได้ ชี้จุดเด่น ภายใต้แนวคิด “Intensify Your Passion” หนุนผลงานปี 62 ทุบสถิตินิวไฮได้ต่อเนื่อง   ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สุดยอดทำเลทุกโครงการ” เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีความเปราะบางด้วยปัญหาเศรษฐกิจ และการเมืองในปีนี้ ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นสภาพตลาดที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ บนทำเลศักยภาพที่แนวโน้มมูลค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา ซึ่งข้อมูลจากแผนกวิจัย CBRE พบว่า โดยภาพรวมในตลาด สุขุมวิทยังคงเป็นทำเลที่เป็นที่นิยมที่สุดในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ในปี 2561 มีคอนโดมิเนียมเปิดตัวกว่า 6,500 ยูนิต จาก 21 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการระดับ high-end และ luxury และมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 260,000 บาทต่อตารางเมตรในโครงการที่เปิดใหม่ ตลาดคอนโดมิเนียมในเส้นสุขุมวิทนั้นมีการขยายตัวออกไปตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสอย่างต่อเนื่อง   “ปัจจุบันตลาดคอนโดมิเนียมในย่านเอกมัยมีจำนวนยูนิตจากโครงการที่เปิดใหม่และกำลังก่อสร้างอยู่ประมาณ 3,800 ยูนิต จาก 8 โครงการ เป็นรองเพียงแค่ย่านทองหล่อ และมียอดขายแล้วประมาณ 65% ย่านเอกมัยได้รับความสนใจมากขึ้นเนื่องจากพื้นที่ในย่านทองหล่อเริ่มเหลือน้อยและมีราคาแพง โดยราคาเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในย่านทองหล่อปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาทต่อตารางเมตร  ประกอบกับเอกมัยเป็นถนนเส้นสำคัญใจกลางเมืองที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิทตอนกลาง ใกล้ย่านพร้อมพงษ์ ทองหล่อและอโศก และอีกด้านหนึ่งของถนนเส้นนี้ยังเชื่อมต่อถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และถนนพระราม 9 และด้วยราคาคอนโดมิเนียมในเอกมัยยังอยู่ในระดับที่ถือว่าไม่แพงหากเทียบกับทำเลใกล้เคียงเช่นทองหล่อ   โดยโครงการในเอกมัยมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ประมาณ 185,000 บาทต่อตารางเมตร ทำให้ทำเลเอกมัยเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ในเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ใจกลางสุขุมวิทเพียงไม่ถึง 500 เมตร มีการพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานเกรดเอ และศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น ทำให้เอกมัยในปัจจุบันมีความหลากหลายและครบครันมากกว่าแต่ก่อน นอกจากนี้ ถ้าเราดูตามอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาคอนโดมิเนียมในตลาด อีกไม่นานราคาเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในเอกมัยจะสูงกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตรอย่างแน่นอน  ราคาที่ The Rich Ekkamai เปิดตัวออกมานั้นจึงเป็นราคาที่ดีมากสำหรับโซนสุขุมวิท และด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในช่วงเอกมัยตอนต้น ซึ่งห่างจาก BTS เอกมัยไม่มาก ทำให้ The Rich Ekkamai ได้เปรียบกว่าโครงการอื่นๆ ที่อยู่ลึกเข้าไปในเอกมัย”   สำหรับมุมมองเกี่ยวกับภาพรวมของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 1/2562 ยังอยู่ในทิศทางที่ดี และยังมีแนวโน้มเติบโตได้หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และบริษัทคาดว่าจะสามารถอัตราการเติบโตทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ต่อเนื่องอีกปี   อนึ่ง ผลการดำเนินงานในงวดปี 2561 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 451.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 239.32% หรือเติบโต 2 เท่าจากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 132.92 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมเท่ากับ 2,708.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,381.52 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 104.10% เมื่อเทียบกับปีก่อนรายได้รวมอยู่ที่ 1,327.13 ล้านบาท   ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตในครั้งนี้มาจากการโอนรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น จำนวน 1,366.58 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 103.97% โดยบริษัทฯมีรายได้จากการขายอาคารชุด มูลค่ารวม 2,663.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,407.24 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น111.99 %จากปีก่อน เนื่องจากโครงการริชพาร์ค @ ทริปเปิ้ลสเตชั่น สามารถก่อสร้างแล้วเสร็จ และสามารถโอนรับรู้รายได้ในปี 2561 ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯมีรายได้หลักมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ   การเปิดตัวโครงการในปีนี้ จะเป็นการแข่งขันในการตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์ของลูกค้า หรือการตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากกว่าการแข่งขันในด้านของราคาเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปัจจุบัน หากโครงการใดเปิดตัวในราคาที่สมเหตุสมผล ก็จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าจากความสำเร็จของการเปิดโครงการคอนโดภายใต้แบรนด์ เดอะริช ที่ผ่านมา เช่น โครงการเดอะริช นานา-เพลินจิต, โครงการเดอะริช สาทร-ตากสิน, โครงการเดอะริช พระราม 9-ศรีนครินทร์ เป็นต้น ส่งผลให้เป็นปัจจัยสำคัญใน การทำยอดขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (นิวไฮ) แก่บริษัทฯ ขณะเดียวกันในปีที่ผ่านมายังได้ประกาศเป็นเจ้าของไพร์ม โลเคชั่น ทำเลที่ดีที่สุดบนถนนเอกมัย ติดบิ๊กซี-เอกมัย จึงพบช่องทางในการพัฒนาและสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง โครงการในตระกูลเดอะริชอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มั่นใจว่าโครงการใหม่นี้จะตอบรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ   โครงการ The Rich Ekkamai ตั้งอยู่บนถนนเอกมัย (สุขุมวิท63) คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา มีพื้นที่โครงการรวม 1-3-67 ไร่ พัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียม High Rise สูง 37 ชั้น ซึ่งประกอบด้วยห้องพัก 487 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต แบบห้องแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ แบบที่ 1) 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ 28-32 ตร.ม.,แบบที่ 2) 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ 34-36 ตร.ม. และแบบที่ 3) 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ 51-60 ตร.ม. โดยทุกแบบจะมีฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร รวมจุดแข็งในการดีไซน์พื้นทีใช้สอยและฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากขึ้น ภายใต้แนวคิด “Intensify Yours Passion” ซึ่งหัวใจหลักและคอนเซ็ปต์ของโครงการเน้นให้ความสำคัญแก่ “ผู้อยู่อาศัย” และ “Passion” โดยเป็นโครงการที่ให้มากกว่าคำว่าอยู่อาศัย โดยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อยู่อาศัย ผ่าน Active Facilities แบบครบครัน พร้อม Active Studio สระว่ายน้ำแบบ Vivid Spectrum pool ขนาดฮาล์ฟโอลิมปิก ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคารให้สามารถเห็น Ekkamai View Point 360 องศา โดยตั้งราคาขายเปิดตัวมาแบบคนรุ่นใหม่สามารถเอื้อมถึงได้ง่ายๆ ด้วยราคาห้องเริ่มต้นเพียง 4.79 ล้านบาท โดยกลุ่มเป้าหมายจะเน้นเจาะลูกค้าระดับบนทั้งคนไทย ต่างชาติ และเน้นที่ลูกค้าวัยทำงาน และรวมถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อ เพื่อการลงทุนอีกด้วย   ดร.อาภา กล่าวต่ออีกว่า “บริษัทฯมั่นใจว่าโครงการ "เดอะริช เอกมัย" จะได้รับความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพราะอยู่ในทำเลที่ดี สะดวกสบายเหมาะกับสังคมเมืองในยุคปัจจุบัน ซึ่งเมื่อเปิดพรีเซลแล้วคาดว่าจะเป็นอีกโครงการที่ประสบความสำเร็จและช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ มีรายได้เติบโตมั่นคงอย่างยั่งยืน พร้อมเอาใจลูกค้าทุกท่านเปิดรับจองสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเลือกห้องที่ตรงใจในการเปิดขายวัน VVIP Day ทั้งนี้ลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ก่อนจะมีโอกาสได้เลือกห้องก่อน พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษสุดเฉพาะลูกค้าที่จองในวัน VVIP Day เท่านั้น” ดร.อาภากล่าวทิ้งท้าย    
AP เปิดตัว “RHYTHM เอกมัย เอสเตท” ครั้งแรกกับการใช้ชีวิตแนวตั้ง เติมเต็มทุกประสบการณ์ของคำว่าบ้าน

AP เปิดตัว “RHYTHM เอกมัย เอสเตท” ครั้งแรกกับการใช้ชีวิตแนวตั้ง เติมเต็มทุกประสบการณ์ของคำว่าบ้าน

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนวัตกรรมการอยู่อาศัย ย้ำตำแหน่งเจ้าคอนโดฯ ใจกลางเมือง พร้อมเผยโฉมคอนโด High-rise ใหม่ล่าสุด 'RHYTHM เอกมัย เอสเตท' บนทำเลศักยภาพย่านเอกมัยเชื่อมต่อทองหล่อ เตรียมเจาะดีมานด์คนเมืองกลุ่ม Upper Hi-End ชูจุดเด่นด้านนวัตกรรมดีไซน์ที่ส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยมิติใหม่บนพื้นที่แนวสูง สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็ม และการบริหารขนาดห้องชุดพร้อมแพ็คเกจราคาขายที่ตอบสนองความต้องการจริงของดีมานด์ในย่าน ราคาเริ่มต้น 6.5 ล้านบาท (เริ่ม 185,000 บาทต่อตารางเมตร) คุ้มค่าสำหรับการลงทุนทั้งการอยู่อาศัยเองและการปล่อยเช่าระยะยาว ด้วยผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าประมาณ 5-6% โดยจะเปิดจองรอบพิเศษครั้งแรกที่งาน Vertical World ชั้น 1 แฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน วันที่ 21-24 มีนาคมนี้   นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า “การกลับมาของแบรนด์ RHYTHM ในรอบ 3 ปีครั้งนี้ เอพีใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คุณภาพการก่อสร้างในทุกขั้นตอนด้วยการใช้ ‘AI BIM’ (Artificial Intelligence Building Information Modeling) เทคโนโลยีการออกแบบงานก่อสร้างอาคารสูงอัจฉริยะ 7 มิติ ที่จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในทุกกระบวนการทำงาน และสร้างสรรค์นวัตกรรมดีไซน์ที่แตกต่างเพื่อเจาะลูกค้ากลุ่ม Upper Hi-End โดยเอพีเลือกเฟ้นทำเลที่โดดเด่นใจกลางเมืองอย่างทำเลเอกมัยเชื่อมต่อทองหล่อที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ ใจกลางเมืองที่พร้อมส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกบ้านอย่างยั่งยืน”   “จาการศึกษาและทำความเข้าใจเพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริงของผู้อยู่อาศัยย่านเอกมัย-ทองหล่ออย่างลึกซึ้ง เพื่อนำมาพัฒนา ‘RHYTHM เอกมัย เอสเตท’ ให้เป็นคอนโดฯ ที่แตกต่างและตอบโจทย์รองรับความต้องการของทุกช่วงชีวิต โดยการศึกษาพบว่ารูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมืองเปลี่ยนไป ต้องการอยู่อาศัย ในคอนโดที่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการอยู่อาศัยในบ้าน มีพื้นที่ส่วนกลางที่ที่รองรับทั้งการใช้งานร่วมกันและความเป็นส่วนตัวได้จริง ให้สัมผัสความร่มรื่นของพื้นที่สีเขียว อีกทั้งยังคุ้มค่าการลงทุน ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเอง และการต่อยอดลงทุนในอนาคต ทั้งหมดนี้ทำให้เอพีสร้างสรรค์นวัตกรรมการดีไซน์ใหม่ครั้งแรกในเมืองไทย การออกแบบสถาปัตยกรรมอาคารสูงที่มอบประสบการณ์ทุกย่างก้าวเหมือนการใช้ชีวิตในบ้าน พร้อมด้วยล็อบบี้แนวตั้ง 7 ชั้นที่ช่วยลดข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางอย่างชาญฉลาด เปิดมุมมองสู่ Chamchuri Outdoor Terrace พื้นที่สีเขียวร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่เดิมและพื้นที่ส่วนกลางรวมกว่า 4,800 ตารางเมตร มอบประสบการณ์มิติใหม่ของการอยู่อาศัยบนพื้นที่แนวสูงได้อย่างไร้รอยต่อ ทุกฟังก์ชั่นสเปซภายใน ‘RHYTHM เอกมัย เอสเตท’ ทั้งพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่ภายในยูนิตที่พักอาศัยถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้ทุกตารางนิ้ว เพื่อเติมเต็มให้การอยู่คอนโดฯ รู้สึกสงบ อบอุ่น ร่มรื่น เป็นส่วนตัวเหมือนได้อยู่บ้าน” นายวิทการ กล่าวเสริม   “สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดในทำเล ‘เอกมัยเชื่อมต่อทองหล่อ’ นับเป็นทำเลที่ดีมานด์ทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวญี่ปุ่น สิงค์โปร์ และฮ่องกงให้ความสนใจต่อเนื่อง เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รายล้อมด้วยสถานที่ทำงาน พร้อมทั้งการเดินทางที่สะดวก รองรับไลฟ์สไตล์ได้อย่างหลากหลาย ทำให้ย่านเอกมัยเป็นทำเลศักยภาพในการลงทุน ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองและการปล่อยเช่าในอนาคตของโซนสุขุมวิทเลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจซัพพลาย ณ ไตรมาส 4/2561 พบจำนวนประมาณ 1,500 ยูนิต ส่วนใหญ่มีราคาขายเฉลี่ย 220,000 – 275,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งไม่สอดรับกับสิ่งที่ตลาดมองหา” นายวิทการ กล่าวเพิ่มเติม   “ดังนั้น คีย์สำคัญที่เอพีตั้งใจมาโดยตลอดในการพัฒนาทุกโครงการในเครือ คือ การนำเสนอสินค้าที่แตกต่าง รวมถึงการบริหารขนาดห้องชุดและแพ็คเกจราคาขายที่ตอบรับกับดีมานด์จริงในแต่ละย่าน การันตีได้จากความสำเร็จของการเปิดขาย RHYTHM เอกมัย ที่เอพีได้ทำการเปิดขายเมื่อปี 2559 และเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมเปิดโอนในไตรมาส 4/2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากจากลูกค้าในการโอนห้องชุด จนสามารถทำการโอนได้ทะลุเป้าที่ตั้งไว้ ซึ่งปัจจุบันราคารีเซลของ RHYTHM เอกมัย มีแนวโน้มการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 15% (หรือปรับตัวขึ้นจากราคาเปิดตัวที่ 190,000 บ./ตร.ม. เป็นรีเซลประมาณ 220,000 บ./ตร.ม)  และหากพิจารณาประกอบกับภาพรวมผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าระยะยาว (Rental Yield) ของคอนโดฯ ในย่านนี้ ที่พบอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 5 - 6%  ต่อปี  ทำให้ภาพรวมตลาดของคอนโดในทำเลนี้ เป็นที่สนใจของลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ RHYTHM เอกมัย เอสเตทนี้ เรามั่นใจทั้ง การนำเสนอสินค้าที่แตกต่าง การบริหารขนาดห้องชุดควบคู่กับปัจจัยด้านราคาที่จับต้องได้ จะทำให้ได้รับการตอบรับและประสบความสำเร็จอีกครั้งอย่างแน่นอน” นายวิทการ กล่าวสรุป   RHYTHM เอกมัย เอสเตท คอนโดมิเนียมร่วมทุนระหว่าง เอพี และมิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์ (บริษัท ในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป - MECG) มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 6.5 ล้านบาท (ราคาเริ่มต้น 185,000 บาท / ตร.ม.) โครงการตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 2-0-84.1 ไร่ สูง 32 ชั้น จำนวน 303 ยูนิต ประกอบด้วยห้องชุดที่หลากหลาย พร้อมตอบทุกไลฟ์สไตล์คอนเมือง อาทิ 1) ห้องชุด 1 ห้องนอน ขนาด 35.00 ตารางเมตร 2) ห้องชุด 1 ห้องนอน (แบบพิเศษ) ขนาด 39.50-40.00 ตารางเมตร 3) ห้องชุด 2 ห้องนอน ขนาด 74.50 – 86.50 ตารางเมตร 4) ห้องชุด 2ห้องนอน (Duplex) ขนาด 64.00-129.50 ตารางเมตร  5) ห้องสกายวิลล่า ขนาด 109.00-121.00 ตารางเมตร 6) ห้องเพนท์เฮ้าส์ ขนาด 100.00-177.00ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในชั้น 1-7 ชั้น 31-32 และชั้น Rooftop        
เออเบิ้ลฯ ส่งคอนโดใหม่ “SAVVI PHAHOL2” ใกล้ 3 ทางด่วน 2 บีทีเอส

เออเบิ้ลฯ ส่งคอนโดใหม่ “SAVVI PHAHOL2” ใกล้ 3 ทางด่วน 2 บีทีเอส

เออเบิ้ล พร็อพเพอร์ตี้ เลือกทำเลซอยพหลโยธิน 2 เปิดตัวโครงการ “SAVVI PHAHOL2”(แซฟวี่ พหล2) คอนโดฯ Low Rise ขนาด 62 ยูนิต มั่นใจจุดเด่นด้านการเดินทางใกล้ 3 ทางด่วน 2 บีทีเอส 1 โทลล์เวย์ ตอบรับความต้องใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ เตรียมจัดงาน Open House 16-17 มี.ค.62 มอบส่วนลดเริ่มต้นเพียง 12x,xxx บาทต่อตร.ม. รวมถึงสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ก่อนเริ่มลงเสาเข็มไตรมาสสองของปี 62 คาดแล้วเสร็จช่วงไตรมาสแรกของปี 64   นายสมภพ วาณิชเสนี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออเบิ้ล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้บริหารโครงการคอนโดมิเนียมแนว Low Rise ความสูง 7 ชั้น ภายใต้ชื่อ “SAVVI PHAHOL2” เปิดเผยว่า โครงการ SAVVI PHAHOL 2 เน้นจุดเด่นด้านจำนวนยูนิตเพียง 62 ยูนิต เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว แต่มีเพดานที่สูงกว่าถึง 2.8 ม. เพื่อบรรยากาศโปร่งสบาย ทั้งยังมีรูปแบบห้องหลากหลาย ตั้งแต่ขนาด 1 ห้องนอน-ขนาดดูเพล็กซ์ ขนาดเริ่มต้น 29.53-152.67 ตร.ม. มีที่จอดรถประมาณ 84% ของพื้นที่ โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณช่วงไตรมาสที่สองของปี 2562 คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณช่วงไตรมาสแรกของปี 2564   โครงการ SAVVI PHAHOL 2 เป็นโครงการที่ต่อยอดความสำเร็จจาก โครงการ SAVVI PHAHOL-ARI ที่ขายพื้นที่หมดไปแล้ว SAVVI ถูกออกแบบมาแล้วให้มีความแตกต่างไม่เหมือนใครโดยคงจะเป็นที่คุ้นหูมากขึ้นไปอีกจากระยะเวลาเพียง 2-3 ปี ที่ปัจจุบันมีถึง 3 SAVVI แล้วในย่านอารีย์ โดยโครงการ SAVVI PHAHOL 2 มีแนวคิดในการออกแบบที่ต้องการผสมผสานธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมเพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัว คงเอกลักษณ์และบรรยากาศของความเป็นบ้านในทำเลย่านซอยอารีย์ โดยมีพื้นที่สีเขียวบนระเบียงเสมือนสวนหน้าบ้าน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติได้มากกว่า โดยวันที่ 16-17 มี.ค.62 โครงการฯ จะจัดงาน OPEN HOUSE ให้ผู้สนใจได้สัมผัสบรรยากาศจริงของการใช้ชีวิตที่สูง โปร่ง สบาย พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับในวันงานกับยูนิตราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 12x,xxx บาทต่อตร.ม. รวมถึงสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย   นายสมภพ กล่าวด้วยว่า โครงการ SAVVI PHAHOL 2 เน้นแนวคิดหลักในการสร้างบรรยากาศผสมผสานธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมเพื่อการใช้ชีวิตเมืองที่ลงตัว แตกต่างด้วยเอกลักษณ์ในแบบของ SAVVI ที่เชื่อมโยงความสมดุลของธรรมชาติจากภายในถึงภายนอก โดยการนำพื้นที่สีเขียวของต้นไม้เข้ามาอยู่ในทุกสัดส่วนของตัวอาคารทั้งแนวตั้งและแนวนอน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านได้เป็นอย่างดี และคงเอกลักษณ์ของความมีเสน่ห์ของย่านพักอาศัยในโซนอารีย์ เน้นกลุ่มเป้าหมายหลักที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักคือคนรุ่นใหม่ที่เป็นตัวของตัวเอง ชอบบรรยากาศความเป็นซอยอารีย์ รวมถึงกลุ่มคนที่ต้องการขยายครอบครัวในทำเลกลางเมือง   “โครงการฯ ตั้งอยู่ใน ซอยพหลโยธิน 2 ซึ่งถือเป็นซอยหลักที่เชื่อมต่อกับถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดี ง่ายต่อการเข้าออกในทุกเส้นทาง สามารถทะลุซอยพหลโยธินเลขคู่ 4 และ 8 ซึ่งผู้คนในพื้นที่มักใช้ในการเดินทางไปอินทามาระ วิภาวดี ประดิพัทธ์ และสะพานควาย ยังใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและดินแดง รวมถึงโทลล์เวย์ นอกจากนี้ยัง   ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS ทั้งสถานีอารีย์และสนามเป้า ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญในเรื่องการคมนาคมเมื่อเทียบกับโครงการอื่น ๆ ในทำเลเดียวกัน”   นายสมภพ กล่าวด้วยว่า โครงการ SAVVI PHAHOL 2 มีนโยบายการก่อสร้างที่ใส่ใจสภาพแวดล้อมเหมือนกับโครงการ Savvi Ari4 ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรในทุกรายละเอียด ทั้งชุมชนรอบข้าง สภาพแวดล้อม ด้วยมาตรการก่อสร้างที่ดูแลครอบคลุมในเรื่องต่าง ๆ ครอบคลุมระบบการสำรวจข้างเคียงก่อนเริ่มงาน ได้แก่ ระบบกันฝุ่น ระบบทดสอบรถวิ่ง บ่อดักตะกอนและบ่อตรวจสภาพน้ำทิ้ง ยามรักษาการณ์และการอำนวยความสะดวก มาตรการดูแลความสะอาดระหว่างการทำงาน การสำรวจผลกระทบระว่างการทำงาน การป้องกันผลกระทบด้านเสียง ระบบตรวจจับแรงสั่นสะเทือน แนวทางการดำเนินงานด้านมวลชนสัมพันธ์ และกิจกรรม CSR เป็นต้น      
ออลล์ อินสไปร์ฯ ผนึก 2 พันธมิตรญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ เปิดตัว “อิมเพรสชั่น เอกมัย”

ออลล์ อินสไปร์ฯ ผนึก 2 พันธมิตรญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ เปิดตัว “อิมเพรสชั่น เอกมัย”

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จับมือพันธมิตรทางธุรกิจยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ฮูซิเออร์ส โฮลดิ้งส์ (Hoosiers Holdings) และ คิวชู เรลเวย์ คัมปะนี (Kyushu Railway Company) พัฒนาโครงการ “อิมเพรสชั่น เอกมัย เจาะกลุ่มไฮเอนด์ ชิงตลาดลักซูรี เรสสิเดนท์ ย่านเอกมัย มั่นใจ 2 ห้องนอนตอบโจทย์ดีมานด์เพื่ออยู่อาศัยและปล่อยเช่า เริ่มต้นที่ 7.9 ลบ. มูลค่าโครงการ 4,800 ลบ.   นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากจุดแข็งของบริษัทที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ทำให้ทุกโครงการของออลล์ อินสไปร์ฯ ได้รับการการันตีด้วยยอดขายที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เหตุผลนี้ทำให้ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นอย่าง ฮูซิเออร์ส โฮลดิ้งส์ (Hoosiers Holdings) และ คิวชู เรลเวย์ คัมปะนี (Kyushu Railway Company) เห็นถึงศักยภาพ ความโดดเด่น และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ จึงได้มั่นใจในการร่วมทุนจับมือกับ บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อบริษัท เอเอชเจ เอกมัย จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท โดย ออลล์ อินสไปร์ฯ จะถือครองหุ้นในสัดส่วน 51% ฮูซิเออร์ส โฮลดิ้งส์ 29% และ คิวชู เรลเวย์ คัมปะนี 20%   ฮูซิเออร์ส โฮลดิ้งส์ และ คิวชู เรลเวย์ คัมปะนี เป็นบริษัทชั้นนำในญี่ปุ่น ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวโยงที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่โดดเด่น โดยเฉพาะด้านคุณภาพ การออกแบบสถาปัตยกรรม และการบริหารพื้นที่ใช้สอย รวมถึงทีมออกแบบและทีมควบคุมคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ออลล์ อินสไปร์ฯ ซึ่งมีความมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพในพื้นที่ศักยภาพ และบริเวณพื้นที่แนวระบบขนส่งมวลชนหลักของกรุงเทพฯ เช่น BTS และ MRT เพื่อการคมนาคมที่สะดวกสบาย ใกล้แหล่งชุมชน และสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง ดังนั้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการผสมผสานการดำเนินงานพัฒนาโครงการอย่างกลมกลืนจากทั้ง 3 พันธมิตรทางธุรกิจจะเสริมสร้างศักยภาพให้ การพัฒนาโครงการมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยก้าวสู่ระดับสากล   โครงการ อิมเพรสชั่น เอกมัย”เป็นโครงการลักซูรี เรสสิเดนท์ ICONIC PROJECT ภายใต้สโลแกน BORN TO STAND OUT เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน โดยโครงการถูกออกแบบให้มีความสมบูรณ์แบบหรูหราอยู่สบาย เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์ บนถนนเอกมัย เดินทางสะดวกสบายใกล้สถานี BTS เอกมัย ราคาเริ่มต้น 2 ห้องนอน 7.9 ลบ. โครงการ อิมเพรสชั่น เอกมัย มีแรงบันดาลใจในการออกแบบอาคารมาจากรูปทรงของอักษรนำของ ออลล์ อินสไปร์ฯ ซึ่งเป็นรูปทรงของตัว A โดดเด่นตอกย้ำการเป็น ICONIC ใจกลางเอกมัย โครงการเป็นไฮไรส์ เรสสิเดนท์ จำนวน 380 ยูนิต บนเนื้อที่ 2-3-3.9 ไร่ แบ่งเป็นอาคารที่อยู่อาศัย 2 อาคาร สูง 25 ชั้น และ 43 ชั้น อีก 1 อาคารเป็นอาคารจอดรถ 16 ชั้น มูลค่าโครงการทั้งสิ้น 4,800 ลบ. อิมเพรสชั่น เอกมัย มีขนาดห้องให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน 3 ห้องนอน ดูเพล็กซ์ และ เพนท์เฮาส์ ขนาดตั้งแต่ 30 -183 ตารางเมตร นายธนากรกล่าวเสริมว่าจากการวิเคราะห์ของทีมพัฒนาโครงการของบริษัทฯ มั่นใจว่าห้องพักอาศัยประเภท 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางพร้อมฟังก์ชั่นที่ลงตัวมีดีมานด์ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการอยู่อาศัยหรือการปล่อยเช่าที่พร้อมด้วย 6 จุดขายของโครงการ   1) เพดานห้องที่สูงถึง 2.9 เมตร 2) ส่วนกลางที่เชื่อมต่อระหว่างอาคารที่อยู่อาศัย A และ B 3) ที่จอดรถระบบ Auto Parking รวม 85% พร้อมที่จอดรถ Super Car และรองรับระบบ EV Charger 4) เครื่องปรับอากาศระบบ VRF (Variable Refrigerant Flow) ซึ่งไม่มีคอยล์ร้อนในพื้นที่พักอาศัย ไม่กระทบทัศนียภาพและพื้นที่ใช้สอย 5) ห้อง Duplex ที่มาพร้อมอ่างจากุชซี่ 6) ฟังก์ชั่นการใช้งานได้ถูกออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพ   ขณะนี้โครงการ อิมเพรสชั่น เอกมัย เปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์จองห้องสวยในราคาพิเศษก่อนใครได้ที่สำนักงานขาย หรือคลิก www.impressionekkamai.com สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02 029 9999      
ใช้ชีวิตให้ Pop กว่าเดิม ที่ Aspire

ใช้ชีวิตให้ Pop กว่าเดิม ที่ Aspire

ถ้าถามถึงชื่อของแบรนด์คอนโดมิเนียมจาก AP เชื่อว่าหลายคนก็จะนึกถึงชื่อ Aspire ด้วยแน่นอน เพราะเป็นแบรนด์ที่ดูเรียบง่ายตามสไลต์ Modern ทันสมัย แม้จะเป็นอาคารแบบ High Rise ติดถนนใหญ่ แต่ราคาไม่แรง จึงเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ง่าย นั่นคือภาพที่ทุกคนจดจำสำหรับแบรนด์ Aspire ค่ะ               ในปี 2019 นี้ คือปีที่ AP ตั้งใจปรับแบรนด์ Aspire เปลี่ยนไปจากเดิม เพื่อเตรียมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ Aspire แบบ New Series ซึ่งการปรับลุคครั้งใหม่นี้จะมีความหรูหรามากขึ้น ในความร่มรื่นสไตล์รีสอร์ท ดีไซน์ให้อารมณ์ของความเป็น Colonial จากฝั่งยุโรปในยุคคลาสสิก ผสมผสานกับสีสันที่สะท้อนให้เห็นถึงความสดใสมีชีวิตชีวาจากคนรุ่นใหม่ในความ Modern POP ผสมผสานกันจนเกิดเป็น “Colonial Pop” คอนเซปใหม่เฉพาะตัวของคอนโดมิเนียมแบรนด์ Aspire      โดยครั้งนี้จะเปลี่ยนตั้งแต่หน้าตาของสถาปัตยกรรม ด้วยการดึงเอาเสน่ห์ของความเป็นคอนโดมิเนียม Low Rise จำนวนยูนิตแต่ละอาคารน้อยลง ผลคือการที่ได้ความเงียบสงบมากกว่า เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านของตัวเอง พร้อมกับมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถตอบความต้องการได้ในทุกๆ วัน รวมถึง Facility ภายในโครงการจะยึดดีไซน์ให้คนกับธรรมชาติได้อยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เหมือนได้นั่งพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ทหรู ทุกสิ่งถูกจัดวางให้ลงตัวที่สุดใน Aspire ทั้ง 2 โครงการใหม่   นอกจากเรื่องของการดีไซน์แล้วก็ยังมีเรื่องของทำเลของแต่ละโครงการจะเน้นที่ตั้งอยู่ในโซน Prime location สามารถเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนได้ง่ายมากขึ้น ทำให้ใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ดีกว่า     Aspire Sukhumvit-Onnut สุขุมวิทช่วงกลางที่ได้รับความนิยมจากเหล่าคอนโดมิเนียมที่สุดก็คงจะเป็นย่านอ่อนนุชค่ะ เพราะอยู่ออกมาจากใจกลางเมืองไม่มาก แต่ยังคงอยู่ในเส้นทางสุขุมวิท ซึ่งมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็นสายหลักของบ้านเราพาเข้าสู่ทองหล่อ-อโศก เพียงเวลาไม่เกิน 10 นาที และยังมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ไม่ไกล     Aspire Sukhumvit-Onnut เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร แบ่งเป็น  อาคาร A ใกล้กับทางเข้า-ออก ติดถนน จะกันโควต้าต่างชาติไว้ที่ชั้น  7-8  อาคาร B ทางทิศตะวันตก (ซ้ายมือของภาพ) เป็นอาคารที่กันโควต้าต่างชาติไว้ทั้งอาคาร อาคาร C ริมน้ำ จะเปิดให้จองก่อนใครรอบ Online Booking วันที่ 26 ก.พ. นี้ เวลา 19.00-21.00 น. เฉพาะชั้น 4    และแยกอาคารสันทนาการ 1 อาคาร และอาคารที่พักขยะ 1 อาคาร (1 ชั้น) บนที่ดินกว่า 6 ไร่ ที่จอดรถ 38% ขนาดห้อง 26.5-52 ตร.ม. ทั้งหมด 553 units ขายแบบ Fully Fitted ดีไซน์ภายนอกยังคงความเป็น Colonial ส่วนออกแบบภายในใช้โทนสีธรรมชาติ เพิ่มความสนุกสนานสดใสสไตล์ POP แต่จะใช้วัสดุที่ดูพรีเมี่ยมขึ้น   ที่ดินของโครงการอยู่ภายในซ.อ่อนนุช 21 ติดคลองพระโขนงอันเงียบสงบ Facility ภายในโครงการจึงถูกถอดแบบมาจากความพลิ้วไหวของสายน้ำ ไม่ว่าเป็นสระว่ายน้ำ, Backyard Garden, Signature POP Track จะสามารถมองเห็นคลองพระโขนง Lobby ทำให้รู้สึกเหมือนมี Boutique Resort ส่วนตัว     สระว่ายน้ำยามค่ำคืนจะมีแสงไฟสีชมพู เพิ่มความ Pop ที่ไม่เหมือนใคร   Signature POP Track ริมน้ำ หากสังเกตทางซ้ายมือจะเห็นยูนิตของชั้น 1 ที่สามารถเดินออกมาตรงนี้ได้เลย      เป็นครั้งแรกของ Aspire ที่เอารูปแบบ Unit Interlock มาใช้เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้คุ้มค่าที่สุด และ 99% จากทั้งหมดจะเน้นเป็นครัวปิด เพื่อให้ใช้ประโยชน์จริงได้อย่างเต็มที่ ความสูง Floor To Ceiling 2.5 เมตร แต่ยูนิตพิเศษที่อยากจะแนะนำที่สุด คือ Type B3 กับ B4 ขนาด 30.50 ตร.ม. Type C3 ขนาด 36.00 ตร.ม. Type D2 ขนาด 41.00 ตร.ม. Type E2 ขนาด 50.00 ตร.ม. Type F2 ขนาด 52 ตร.ม. เป็นห้องแบบ Graden access unit สามารถเดินออกจากระเบียงไปยัง Backyard Garden เหมือนมีสวนริมน้ำส่วนตัวเลยค่ะ     สำหรับห้องตัวอย่างของ Aspire Sukhumvit-Onnut จะอยู่ที่ซ.อ่อนนุช 21 เข้ามาก็จะเห็นได้เลยทันทีค่ะ โดย Sales Gallery ออกมาตามคอนเซปของตัวคอนโดเห็นความเป็น Colonial เด่นชัด ซึ่งจะมีห้องตัวอย่างให้ชม 2 ห้องด้วยกันค่ะ   1 Bedroom 36 ตร.ม. ส่วนแรกของห้องจะป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าว ทุกห้องไม่ว่าจะเป็นห้องครัวทางซ้ายมือ ห้องนั่งเล่นตรงกลาง และห้องนอนทางขวามือ จะมีประตูกั้นแบ่งออกเป็นสัดส่วนทั้งหมด โดยห้องน้ำทางขวามือของห้องจะเป็นประตูแบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างส่วนกลางห้องกับห้องนอน เฟอร์นิเจอร์ได้แบบ Fully Fitted ติดตั้งเครื่องปรับอากาศมาให้ 2 ตัว ที่ห้องนั่งเล่นกับห้องนอน ซึ่งภายในห้องนอน Type นี้ จะได้กระจกเข้ามุมตรงหัวเตียงด้วยค่ะ      2 Bedroom 50 ตร.ม. สำหรับห้องนี้จะเป็น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ค่ะ ซึ่งก็จะได้ครัวปิดที่มีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศและความชื้นเอาไว้ให้ด้วย พื้นที่วางโต๊ะทานข้าว จะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นด้านใน ซึ่งเชื่อมต่อกับระเบียงอีกที ส่วนห้องนอนจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งของห้อง ห้องนอนแรกจะอยู่หลังเคาน์เตอร์ทีวี และ Master Bedroom จะเชื่อมต่อกับห้องน้ำด้วยประตู Double Access        เตรียมตัวจับจองรอบแรก Online Booking วันที่ 26 ก.พ. นี้ เวลา 19.00-21.00 น. เฉพาะอาคาร C ชั้น 4 ยูนิตสวยวิวสระว่ายน้ำหรือวิวริมน้ำ ลงทะเบียน i booking รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท และได้ Digital Door Lock >>> https://ibooking.apthai.com   PRESALE 2-3 มี.ค.นี้ ที่สำนักงานขาย ลงทะเบียนรับส่วนลด 50,000 บาท สำหรับ 1 Bed และ 100,000 บาท สำหรับ 2 Bed พร้อมโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท และฟรี! เฟอร์นิเจอร์ (เฉพาะวันพรีเซลเท่านั้น) คลิก https://goo.gl/S59jz2    เริ่ม 1.89 ล้าน* บาท เฉลี่ย 86,000 บาท/ตร.ม.   Aspire Asoke-Ratchada ทำเลสุดฮอตของทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ เพียงช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคาคอนโดมิเนียมในย่านนี้พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลส่วนหนึ่งก็เพราะได้รับความนิยมอย่างมากนี่แหละค่ะ ซึ่งตัว Aspire Asoke-Ratchada จะมีที่ดินกว่า 11 ไร่ ถือว่าเป็นขนาดที่หาได้ยากมากแล้วสำหรับโซนนี้ โดยตัวโครงการจะอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 3 หรือที่เรียกกันว่าซอยสถานฑูตจีน เข้าไปประมาณ 700 เมตร    Aspire Asoke-Ratchada เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 6 อาคาร ที่จอดรถ 38% ขนาดห้อง 25-51 ตร.ม. ทั้งหมด 1,025 units+3 shop ดีไซน์โดดเด่นด้วยเส้นสายที่โค้งมน ให้ความรู้สึกหรูหรานุ่มนวล บวกกับต้นไม้ตัดแต่งที่ให้อารมณ์เน้นไปที่ความเป็น Colonial ทำให้เกิดเป็นพื้นท่ี่ transition space “Courtyard”    ที่สำคัญคือเรื่องของราคาค่ะ แม้จะอยู่ในทำเล Prime ขนาดนี้ แต่ราคาเริ่มต้นประมาณ 90,000 บาท/ตร.ม. นะคะ คอยจับตากันเอาไว้ให้ดีกับ Aspire Asoke-Ratchada ที่กำลังจะเปิด Pre-sale 30-31 มี.ค. ในราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท* จองเพียง 5,000 บาท* ฟรีค่าทำสัญญา ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท (Studio, 1 bed, 1 bed plus ลด 50,000, 2 bed ลด 100,000) พิเศษ! เปิด AP iBooking ตึก B ชั้น 7 และตึก E ชั้น 4 วันที่ 26 มี.ค. 19.00-21.00   ใครที่อยากมาชมห้องตัวอย่างหรือมาในวันงาน Pre-sale ก็สามารถจอดรถเอาไว้ที่ ลาน G Tower และตึก Unilever แล้วข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามก็จะพบกับ Sale Gallery ของโครงการค่ะ โดยจะเริ่มให้เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 21-24 มีค 9.00-20.00 น.   Aspire Asoke-Ratchada ลงทะเบียนที่ >>> https://bit.ly/2Uh2rPO         แต่ก่อนจะเปิดให้เข้าชมห้องตัวอย่าง เรามีภาพมาให้ชมกันก่อนค่ะ   1 Bedroom Plus 35 ตร.ม.  ห้องตัวอย่างแรกจะเป็นแบบ 1 Bedroom Plus คือมี 1 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถดัดแปลงเป็นห้องอะไรก็ได้ตามใจ เช่น ห้องทำงาน  หรือห้องนอนที่ 2 ส่วนครัวครัวเปิดจะเชื่อมต่อกับพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวเอาไว้กลางห้องค่ะ แต่ด้วยพื้นที่แบ่งเอาไว้เป็นสัดส่วนก็จะสามารถกั้นเป็นห้องครัวปิดได้ เรียกได้ว่าจัด Space มาให้มีความยืดหยุ่นต่อการอยู่อาศัยจริงทีเดียวค่ะ   2 Bedroom Plus 49.5 ตร.ม.  สำหรับ 2 ห้องนอน จะวาง common area ไว้กลางห้อง แล้วแบ่งฝั่งซ้าย-ขวา ซึ่งจะได้ห้องครัวปิดที่มีเครื่องดูดควันต่อท่อออกไปนอกระเบียงติดตั้งมาให้เรียบร้อย ช่องว่างตู้เย็นขนาดใหญ่มากขึ้นเหมาะสำหรับครอบครัว และยังมีห้องเก็บของที่ถูกดีไซน์ไว้เพื่อวางเครื่องซักผ้า สามารถตากผ้าได้ด้วยในตัว เพราะมีหน้าต่างทรงสูงมาให้ เวลาตากผ้า แถมยังมีพื้นที่สำหรับเก็บของเพิ่ม ตรงนี้ถือว่าทำออกมาได้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริงได้ดีเลยค่ะ     สำหรับ Aspire ทั้ง 2 โครงการที่เปิดตัวมาในปีนี้ มีความแตกต่างออกไปจากที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ทั้งส่วนกลางที่เพิ่มมากขึ้น ดีไซน์ทันสมัย การจัด Sapce ภายในห้องก็ตอบโจทย์การอยู่อาศัจริงได้ดียิ่งขึ้น กลายเป็นอีกแบรนด์ที่น่าจับตามองถึงพัฒนาการที่ก้าวขึ้นมาเรื่อยๆ ต่อไปค่ะ
The Sarasin Private Residence-เดอะ สารสิน ไพรเวท เรสซิเดนซ์ (PREVIEW)

The Sarasin Private Residence-เดอะ สารสิน ไพรเวท เรสซิเดนซ์ (PREVIEW)

ชื่อโครงการ  The Sarasin Private Residence (เดอะ สารสิน ไพรเวท เรสซิเดนซ์) เจ้าของโครงการ  บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ  ถนนสารสิน เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  1-0-4 ไร่ ลักษณะโครงการ  Low Rise จำนวนอาคาร  1 อาคาร จำนวนชั้น  7 ชั้น จำนวนยูนิต  54 ยูนิต ขนาดห้อง  1 Bedroom 70-82.29 ตร.ม. 2 Bedrooms 126-163.98 ตร.ม. 2 Bedrooms Plus 142.79-154.97 ตร.ม. 4 Bedrooms 281.87 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  LOBBY, OUTDOOR RECREATION AREA, ROOFTOP ORGANIC GARDEN, SWIMMING POOL, GYM, BICYCLE PARKING SPACES, กล้องวงจรปิด, ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ที่จอดรถ  100% ราคาเริ่มต้น  13.8 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ ห่างจาก BTS ราชดำริ 500 เมตร และ MRT สีลม 800 เมตร ใกล้สวนลุมพินี บรรยากาศเงียบสงบแต่อยู่ใจกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS ราชดำริ สถานที่ใกล้เคียง สวนลุมพินี, เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่, เซ็นทรัลเวิลด์, เกษรวิลเลจ, รพ.จุฬา              
THE BASE SUKHUMVIT 50 – เดอะ เบส สุขุมวิท 50 (PREVIEW)

THE BASE SUKHUMVIT 50 – เดอะ เบส สุขุมวิท 50 (PREVIEW)

ชื่อโครงการ  THE BASE SUKHUMVIT 50 (เดอะ เบส สุขุมวิท 50) เจ้าของโครงการ  บริษัท สิริ ที เค ทรี จำกัด ที่ตั้งโครงการ  ซอยเริ่มเจริญ ถนนซอยสุขุมวิท 50 แขวงพระโขนงเหนือ เขตคลองเตย กทม. พื้นที่โครงการ  3 ไร่ 3 งาน 24.7 ตร.ว. ลักษณะโครงการ  Low Rise จำนวนอาคาร  2 อาคาร จำนวนชั้น  8 ชั้น  จำนวนยูนิต   415 ยูนิต ขนาดห้อง  1 Bedroom 25 – 26.5 ตร.ม. 1 Bedroom 30.75 – 32 ตร.ม. 1 Bedroom 34.25 – 42 ตร.ม. 2 Bedroom 45.5 – 56.75 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  สระว่ายน้ำ, สวนสาธารณะ, คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส ที่จอดรถ  151 คัน ที่จอดรถแบบจอดซ้อนคัน 41 คัน ราคาเริ่มต้น  2.29 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จ  ธันวาคม ปี 2562 จุดเด่นโครงการ ฟังก์ชัน และดีไซน์ที่ถูกซ่อนไว้ภายใน ผ่านคอนเซ็ปต์ “Camouflage” หรือการพรางตัวซ่อนพื้นที่มุมส่วนตัว ภายใต้การออกแบบที่เหนือกฎเกณฑ์ โดดเด่นด้วยคู่สี Smoky Orange และ Green Mint เพิ่มความสร้างสรรค์ด้วยแพทเทิร์นของศิลปะ Op Art ตอบรับรสนิยมของผู้อาศัยที่มีตัวตนชัดเจน ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สถานีอ่อนนุช สถานที่ใกล้เคียง เทสโก้ โลตัส อ่อนนุช, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า อ่อนนุช, ฮาบิโต้ มอลล์, เซ็นจูรี่ มูฟวี่ พลาซ่า, Gateway เอกมัย, Major เอกมัย, ม.กรุงเทพ กล้วยน้ำไท, ร.พ.กล้วยน้ำไท : 2.6 กม., ร.พ.สุขุมวิท      
Life Asoke Hype แตกต่างอย่าลงตัว รองรับทุกไลฟ์สไตล์

Life Asoke Hype แตกต่างอย่าลงตัว รองรับทุกไลฟ์สไตล์

ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา คอนโดมิเนียมแบรนด์ Life จาก AP (THAILAND) มักจะถูกจับตามองอยู่เสมอว่าจะเกิดขึ้นในทำเลไหน จะมีลักษณะพิเศษอะไรออกมาอวดกันอีกบ้าง เพราะที่ผ่านมาทุกตัวนั้นได้รับกระแสตอบรับอย่างร้อนแรงอยู่ไม่เบาทีเดียวค่ะ ดูได้จากวันเปิด Pre Sale ที่มาต่อคิวยาวเหยียดกันตั้งแต่ไก่โห่กันเลยทีเดียวค่ะ โดยรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ Life ตัวใหม่ล่าสุดในทำเลที่เชื่อว่าคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับ “Life Asoke Hype” สำหรับตัวนี้จะทำให้เรา Hype แค่ไหนก็ต้องลองดูไปพร้อมๆ กันค่ะ ทำเลศักยภาพสุดฮอต บริเวณสี่แยกพระราม 9 ยังคงเป็นทำเลสุดฮอตที่ใครหลายคนหมายตาเอาไว้สำหรับคอนโดมิเนียมสักยูนิตไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะพักอาศัยเอง เพราะใกล้ที่ทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย หรือจะลงทุนปล่อยเช่า เก็งกำไรกันต่อไปทั้งในระยะสั้น-ระยะยาว จนเรียกได้ว่าใครที่ได้ครอบครองไปตั้งแต่มือแรกก็ยิ้มแก้มปริกันทุกรายค่ะ ที่แห่งนี้จึงยังคงมีความต้องการอยู่เสมอ ทั้งคนไทยเองและชาวต่างชาติที่ต่างก็เข้ามาจับจองอยู่ในพื้นที่นี้อยู่ในทุกโครงการก็ว่าได้ โดยเฉพาะชาวเอเชียอย่างจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น   ตัวโครงการมีความโดดเด่นอยู่ตรงที่มีทางเข้า-ออกโครงการได้ถึง 2 ทาง ซึ่งเป็นถนนสายหลักทั้งคู่ คือฝั่งถนนจตุรทิศ และฝั่งถนนอโศก-ดินแดง โดยใช้ทางเข้า-ออกเดียวกันกับโครงการ Life Asoke-Rama 9 ถนนทั้งสองมีความสำคัญสำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ในกรุงเทพฯ ไม่น้อยค่ะ เพราะถนนจตุรทิศนั้นมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชอยู่พอสมควรเลยค่ะ ไม่ว่าจะออกนอกเมืองจนเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ หรือจะไปทางบางนา-ดาวคะนอง, แจ้งวัฒนะ ก็สะดวกสบาย ส่วนถนนอโศก-ดินแดง ถือเป็นถนนที่คับคั่งด้วย Office Building มากที่สุดย่านหนึ่งในบ้านเรา และยังเป็นเส้นทางที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อระหว่าง CBD เดิม กับ NEW CBD อย่างพระราม 9 เอาไว้ด้วยกัน โดยจะผ่านถนนสายสำคัญอย่างพระราม 4-สุขุมวิท-เพชรบุรี ส่วนรถไฟฟ้าที่กลายเป็นหัวใจหลักของการเดินทางในกรุงเทพฯ นั้นอยู่ห่างจากโครงการเพียง 300 เมตร จาก MRT สถานีพระราม 9 และประมาณ 400 เมตร จากแอร์พอร์ตลิ้งค์ สถานีมักกะสัน     บริเวณสี่แยกพระราม 9 ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลทองทั้งในมุมมองของ Developer นักลงทุน และผู้อยู่อาศัยเองก็ตาม เหตุเพราะความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนส่งให้กลายเป็น NEW CBD ในปัจจุบัน ทั้งการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าใต้ดิน  MRT มีจุดขึ้น-ลงทางด่วน และสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในช่วงกลางวันไปจนถึงช่วงค่ำจึงมีความคึกคักมากทีเดียวค่ะ ซึ่งแต่ละแห่งนั้นมีคาแรคเตอร์ของตัวเองชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัลพระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, เอสพลานาด รัชดา, เดอะสตรีท, บิ๊กซี รัชดา, โชว์ดีซี ฯลฯ โรงพยาบาลพระราม 9, โรงพยาบาลปิยะเวท, โรงพยาบาลผิวหนังอโศก ไปจนถึงตลาดนัดรถไฟรัชดาอันเลื่องชื่อเรื่องแหล่งรวมคนสไตล์ฮิปๆ สถานบันเทิงยามค่ำคืนย่านรัชดา-อาร์ซีเอ ที่ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้ส่งให้พระราม 9 กลายเป็นทำเลที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมหลั่งไหลเข้ามารวมตัวกันจนกลายเป็นเสน่ห์ที่ยังคงไว้เสมอมา           ภาพรวมโครงการ Life Asoke Hype คอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร 40 ชั้น 1,253 ยูนิต+4 Shop ที่จอดรถ 530 คัน(42%) ขนาดห้อง 25.5-64 ตร.ม. บนพื้นที่ 5-0-10 ไร่ ดีไซน์บนแนวคิดที่จับเอาความแตกต่างระหว่างความหรูหราของชีวิตใจกลางเมืองแบบโรงแรมระดับ 5 ดาว มาผสมผสานกับการใช้ชีวิตอันโลดแล่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มี Multi Lifestyles ได้อย่างลงตัว ทำให้เกิดความรู้สึกใหม่ของการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม สะท้อนตัวตนในสไตล์ Young Urban Professional ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบให้กับชีวิต แต่ยังคงเดินไปตามแนวทางของตัวเอง   เริ่มตั้งแต่การวาง Exterior ให้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยการเลือกใช้โทนสีแดงเข้มขึ้นมาเป็น Gimmick ตกแต่งลงบน Facade สะท้อนตัวตนที่ไม่เหมือนใคร ในมิติที่รู้สึกถึงความแตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์จนสะกดทุกสายตาในย่านสี่แยกพระราม 9 อย่างที่ไม่เคยเห็นจากโครงการไหนมาก่อน ซึ่งการผสานความแตกต่างมาหลอมรวมกัน เปรียบเหมือนการหยิบเอาความเป็นทำเล Multi-Culture มาไว้ในที่เดียวกันนี้ ส่งต่อมายังใงาน Interior ที่ใช้วัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ในระดับพรีเมี่ยมในรูปแบบ Eclectic Style โดยเป็นงานที่ทาง AP สั่งทำ Custom Made พิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุตกแต่ง โคมไฟ โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ หมอนอิง ฯลฯ จนเกิดเป็นงานที่มีความ Unique ไม่เหมือนใคร รวมถึงการสร้างบรรยากาศทั้งภายนอกและภายในโครงการที่จะช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด Supreme Privacy in Supreme Facility   Facility สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะเริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการ ไปสู่ภายในอาคารที่ชั้น G ชั้น 7 ชั้น 40 และ Roof Top ไม่ว่าชอบใกล้ชิดธรรมชาติ ชอบปาร์ตี้กับคนรู้ใจ ชอบออกกำลังกาย ชอบเปลี่ยนบรรยากาศสถานที่นั่งทำงานหรือห้องประชุม แต่ยังคงได้ความเป็นส่วนตัวสูง มีดีเทลเล็กๆ อย่างปลั๊กไฟอยู่ให้ทุกจุดที่นั่ง พร้อมฟรี Wifi และยังใส่ Smart Automation ลงไปเพื่อง่ายต่อการใช้งานยิ่งขึ้นสามารถเข้าถึงได้ทุกคน โดยสามารถจองพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสามารถเข้าใช้อย่างเป็นส่วนตัวผ่าน Application ทั้งหมดรวมแล้วกว่า 5 ไร่   Landscape Design ไม่ใช่แค่เพียงทำให้ดูเป็นธรรมชาติสวยงามเท่านั้น แต่สามารถใช้ประโยชน์ได้ด้วยอย่างเต็มที่ ดังเช่น The Circle Running Garden นี้ ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นลู่วิ่ง 2 ระดับ ให้ระยะทางที่มากกว่าการออกแบบ Landscape แบบธรรมดาทั่วไป   Scarlet Foyer โถงต้อนรับขนาดใหญ่ถูกประดับตกแต่งด้วย Premium Material สั่งทำขึ้นมาพิเศษ ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่ยังคงความทันสมัยไม่ตกยุค   Eclectic Lobby ออกแบบให้เกิดความสงบเป็นส่วนตัว โดยมี Private Seat ทำให้ Lobby จะไม่ใช่แค่เพียงทางเดินผ่านเลยไปเท่านั้น แต่สามารถใช้งานได้จริงหลากหลายรูปแบบ   ด้วยฟังก์ชั่นเพดานที่สูงโปร่ง จึงถูกดีไซน์ให้เกิดชั้นลอย Mezzanine เพื่อให้ได้ใช้งานแบบพื้นที่ PrivateCo-Working Space & Meeting Room   Hover Bay สระว่ายน้ำระบบน้ำล้นบริเวณชั้น 7 ยาว 30 เมตร กว้าง 6 เมตร แบ่งโซน Indoor Jacuzzi ด้วยม่านน้ำตก พร้อมที่นั่งใน Leisure Pit ริมสระให้ความรู้สึกสงบ และซุ้มที่นั่งพักผ่อน The Muted Garden ท่ามกลางสวนเขียวไล่ระดับ เพื่อให้พ้นจากสายตาของยูนิตพักอาศัยในชั้นใกล้เคียง   ชั้น 40 และ Roof Top ถูกออกแบบในลักษณะ S-Curve แปลกตากว่าที่เคยเห็น สระว่ายน้ำดีไซน์ L- Shape Sky Pool โดยแยกโซนออกเป็นส่วนของ Active เป็นสระยาว และ Passive ให้ได้นอนเตียงกลางสระชมวิวเมือง   Athletic Sky Atrium หรือฟิตเนสที่มีมาให้ถึง 2 ชั้น พร้อมเครื่องออกกำลังกายอันทันสมัย ขณะเดียวกันก็ยังสามารถพักสายตาด้วยวิวเมืองแบบ Panorama   Top Of Hype ดื่มด่ำบรรยากาศใจกลางเมือง ให้ความหรูหราราวกับเป็น Roof Top บนโรงแรม 5 ดาว   Floor Plan ตัวอาคารมีลักษณะคล้ายรูปตัว S นางยูนิตพักอาศัยแบบ Double Corridor มีบันไดหนีไฟ 3 จุดกระจายอยู่ทั่วอาคาร ลิฟท์โดยสารทั้งหมด 7 ตัว ลิฟท์เซอร์วิชอีก 1 ตัว แยกอยู่ 2 ปีกของอาคาร ฝั่งละ 4 ตัวค่ะ ถือว่าให้มาเยอะมากทีเดียว ทางเข้า-ออกโครงการทางถนนจตุรทิศจะอยู่ทางทิศใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในทิศที่ได้วิวไฮไลท์ของโครงการค่ะ เพราะจะได้วิวทางมักกะสันไปจนถึงใจกลางเมือง และทิศตะวันตกที่จะได้วิวโล่ง   ทางเข้าโครงการฝั่งทิศตะวันออกมี Shop อยู่ก่อนถึง Drop Off ซึ่งเมื่อเข้าสู่ Lobby ตรงกลางแล้วจะมีประตูแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ก่อนที่จะพบกับลิฟท์และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง             Facility เต็มๆ ทั้งพื้นที่ Roof Top เชื่อมด้วยสะพานกระจกใสแบบที่ไม่เคยเห็นในโครงการไหนมาก่อน   Unit Plan สำหรับ Layout จะมาด้วยแนวคิด Supreme Space Design in Tomorrow’s Functionality จัดวางฟังก์ชั่นอย่างเป็นสัดส่วน ขนาดยูนิตของโครงการนี้จะเริ่มต้นที่ STUDIO 25.50 ตร.ม. 1 Bedroom 30.00-32.00 ตร.ม. 1 Bedroom Plus 35.00-40.00 ตร.ม. และ 2 Bedroom 48.50-60.00 ตร.ม. โดยนำเอาเทคนิคการวางยูนิตแบบ Interlock มาใช้กับห้องแบบ 1 Bedroom กับ 1  Bedroom Plus เพื่อให้แต่ละยูนิตมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเพิ่มมากขึ้น และยังมี Layout แบบใหม่จาก AP มาลงโครงการนี้ที่แรกด้วยค่ะ                   เทคนิคการวางยูนิตแบบ Interlock จะได้พื้นที่เพิ่มทุกยูนิต อย่างยูนิตตัวอย่างนี้จะมีห้องที่ได้พื้นที่ครัวปิดเพิ่ม และอีกห้องก็จะได้พื้นที่ห้องนอนเพิ่มไปด้วย        New Layout ล่าสุด เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ด้วยรูปแบบ Layout Multifunction Room ในห้องแบบ 1 Bedroom Plus 40.00 ตร.ม. สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ทำให้ทุกตารางเมตรสามารถใช้พื้นที่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด       จาก MRT พระราม9-Life Asoke Hype ครั้งนี้เราเดินทางด้วย MRT สถานีพระราม 9 ใช้ทางออกที่ 1 ซึ่งจะอยู่หน้าอาคารฟอร์จูนทาวน์เลยค่ะ แล้วเดินข้ามสี่แยกพระราม 9 ผ่านหน้าโครงการ Rhythm Asoke 1 แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปก็จะพบกับโครงการ Life Asoke Hype รวมระยะทางเดินก็ประมาณ 300 เมตร แต่หากใครที่ใช้รถยนต์ก็สามารถเข้าจากทางถนนจตุรทิศ ฝั่งขาออก ก่อนจะถึงถนนอโศก-ดินแดง ได้เลยค่ะ     ขึ้นมาจากรถไฟฟ้าใต้ดินก็จะอยู่หน้าอาคารฟอร์จูนทาวน์ค่ะ   ฝั่งตรงข้ามเป็นเซ็นทรัลพระราม 9 และอาคารจี ทาวเวอร์     ผ่านหน้าโครงการ Rhythm Asoke 1   Sale Gallery ใช้โทนสีแดงเป็นหลักเช่นเดียวกันกับตัวคอนโดมิเนียมค่ะ   ทางเข้า-ออก ฝั่งถนนจตุรทิศที่มาจากถนนศรีอยุธยา ชิดซ้ายมาเรื่อยๆ ก็จะพบโครงการอยู่ทางซ้ายมือค่ะ   เดินเข้าไปชมภายใน Sale Gallery กันเลยค่ะ   ชมห้องตัวอย่าง ภายใน Sale Gallery จะถูกถอดแบบออกมาให้คล้าย Lobby ของโครงการจริงเลยค่ะ ทั้งโทนสี เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุที่ใช้ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเป็นกลุ่ม หรือแบบมีความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์ สะท้อนตัวตนที่ไม่เหมือนใคร           1 Bedroom 32 ตร.ม. เป็นห้องที่มีลักษณะลึก โดยเริ่มจากห้องครัวปิดที่มีพื้นที่มากพอที่จะวางโต๊ะทานข้าวได้ เชื่อมต่อเข้าไปด้วย Living Room และระเบียงห้อง ประตูกระจกทั้งจากระเบียงและห้องครัวทำให้แสงธรรมชาติภายนอกสามารถส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึงทำให้ดูสว่างขึ้นค่ะ ห้องน้ำอยู่ในโซนเดียวกันกับห้องครัว และห้องนอนจะถูกกั้นด้วยประตูบานทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว สำหรับอยู่อาศัยกัน 1-2 คนก็ถือว่ากว้างขวางทีเดียวค่ะ   ส่วนแรกเลยเป็นห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ปูพื้นด้วยลามิเนตทั้งหมด   มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวขนาด 2 ที่นั่ง       เคาน์เตอร์ครัว Top หินสังเคราะห์ ผนังด้านในกรุด้วยกระเบื้อง มาพร้อมกับซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควันทั้งหมดจากแบรนด์ Franke ส่วนลิ้นชักกับบานตู้จะติดตั้ง Soft Close มาด้วยค่ะ    อีกด้านในโซนห้องครัวจะเป็นห้องน้ำค่ะ     ห้องน้ำใช้แบบสำเร็จรูปค่ะ ผ่านการ QC ยกมาจากโรงงานเลย หากเกิดการซ่อมแซมก็จะทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องรบกวนห้องอื่นด้วย โดยสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ทั้งหมดจากแบรนด์ Kohler จะได้มาตามนี้เลยค่ะ ยกเว้นแค่ของตกแต่งเท่านั้น     Living Room พื้นที่กว้างขวางทีเดียวค่ะ สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้โดยยังเหลือพื้นที่วางโต๊ะด้านข้าง และโต๊ะกลางได้อีก ต่อด้วยระเบียงที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน   ระเบียงจะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่ง มีก๊อกน้ำสำหรับซักล้าง และ Condensing Unit แขวนไว้ด้านบน หันออกนอกอาคาร    เครื่องปรับอากาศเครื่องแรกจะถูกแขวนไว้เหนือโซฟา   หลังเคาน์เตอร์ทีวีจะเป็นห้องนอนค่ะ       ห้องนอนจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ พร้อมกับตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง โดยยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงได้อีกข้างค่ะ ส่วนหน้าต่างจะสามารถเปิดได้แบบบานกระทุ้ง 1 บาน และเครื่องปรับอากาศถูกติดตั้งไว้ปลายเตียง   1 Bedroom Plus 35 ตร.ม. ขนาดห้องขยับขึ้นมาอีกนิดค่ะ แต่มีความโดดเด่นจนเรียกได้ว่าเป็น Type ไฮไลท์ของ Life Asoke Hype เพราะเป็นห้องหน้ากว้างเลยได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญคือความเป็น Multifunction สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว ห้องทำงาน แม้กระทั่งห้องนอนที่ 2 ก็จัดได้ตามใจเจ้าของห้องเลยค่ะ  โดยพื้นที่แรกกลางห้องตามห้องตัวอย่างจะจัดให้เป็นห้องทานข้าว เชื่อมต่อเข้าไปด้านในเป็นห้องนั่งเล่น ส่วนฟังก์ชั่นทางขวามือจะเป็นครัวปิด และทางซ้ายเป็นห้องน้ำกับห้องนอนค่ะ   ภายในห้องจะปูพื้นด้วยลามิเนต ทางซ้ายมือคือห้องน้ำกับห้องนอนกั้นด้วยประตูบานทึบ ส่วนตรงกลางจะกั้นห้องเพิ่มด้วยประตูกระจกบานเลื่อน High Ceiling ทำให้ห้องดูโปร่ง แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้มากขึ้น   ระหว่างห้องทานข้าวกับห้องนั่งเล่น สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลายนะคะ เช่น เปลี่ยนห้องนั่งเล่นมาไว้ที่ส่วนแรก ส่วนห้องด้านหลังปรับเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนที่ 2 ก็ได้นะคะ   หันทางขวามือของห้อง จะพบห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ปูพื้นด้วยแกรนิตโต้ ภายในครัวมีช่องสำหรับวางตู้เย็น และ Built in เคาน์เตอร์ครัวตลอดแนวผนัง ใช้ Top หินสังเคราะห์สีขาว กรุผนังด้านในด้วยกระเบื้อง มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน และซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์   ประตูห้องน้ำจะใช้แบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างห้องนอน และกลางห้อง    ห้องน้ำปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำ โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ฝักบัว ทั้งหมดใช้แบรนด์ Kohler พร้อมติดกระจกเงายาวเต็มผนัง และกั้นส่วนเปียกด้วยกระจกใสประตูบานสวิง   ภานในห้องนอนจะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ริมหน้าต่าง โดยมีพื้นที่ทางเดินรอบเตียงเหลือ และยังสามารถวางตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ตามแนวผนังฝั่งห้องน้ำค่ะ         มาถึงส่วนด้านในสุดของห้องค่ะ โดยตามห้องตัวอย่างจะทำให้ห้องนี้เป็น Living Room พื้นที่สามารถวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางได้สบายๆ ค่ะ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นตามการใช้งานได้อย่างหลากหลายด้วยเช่นกัน และต่อด้วยระเบียงห้องพื้นที่กว้างขวางพอจะเป็นระเบียงสำหรับซักล้างหรือพักผ่อนก็ได้   2 Bedroom 48.50 ตร.ม.  มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายแล้วนะคะ เป็นห้องขนาดเริ่มต้นสำหรับ 2 Bedroom ลักษณะลึก ซึ่งจะแบ่งฟังก์ชั่นเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ค่ะ คือซ้ายมือป็นห้องน้ำและห้องนอน กลางห้องเป็น Living Room กับพื้นที่วางโต๊ะทานข้าว และฝั่งขวามือเป็นห้องครัวปิด กับห้องนอน โดยห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะมีขนาดพอๆ กันค่ะ แต่จะมีจุดเด่นแตกต่างกัน         จากโซนแรกของห้องที่วางโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่ง หันไปทางขวามือของห้องจะพบกับห้องครัวปิด ที่มีเคาน์เตอร์ครัววางแบบ One Wall Kitchen กรุกระเบื้องผนังด้านในเพื่อให้เช็ดทำความสะอาดง่ายเมื่อเกิดคราบสกปรก วัสดุ Top มีความทนทานเหมาะกับการทำครัวหนัก ซิงค์ล้างจานออกแบบมาเพื่อป้องกันน้ำกระเด็นขณะใช้งาน มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นที่มุมห้อง และวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าใต้เคาน์เตอร์ครัวได้อีกด้วยค่ะ   หันมาที่ฝั่งซ้ายของห้องกันบ้างค่ะ ประตูห้องน้ำแบบ Double Access ระหว่างห้องนอนกับกลางห้อง ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียก-แห้งด้วยกระจกใสประตูบานสวิง โดยส่วนเปียกจะอยู่ด้านในสุด ส่วนแห้งจะใกล้ประตูเพื่อให้ใช้ง่ายได้สะดวกกว่าค่ะ     ห้องนอนแรกนี้จะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ และยังมีพื้นที่เหลือสำหรับวางตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และโต๊ะหัวเตียงได้อีกด้านหนึ่งค่ะ ส่วนหน้าต่างของห้องจะสามารถเปิดออกแบบบานกระทุ้งได้ 1 บาน จุดเด่นของห้องนอนนี้คือเชื่อมต่อกับห้องน้ำเสมือนเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ ใครที่ชอบเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนเลือกห้องนี้ก็จะเหมาะเลย   โซน Living Room ด้านในสุดของห้องมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางกับโต๊ะเล็กข้างโซฟา และยัง Built in เคาน์เตอร์วางทีวีได้ตลอดแนวผนัง เชื่อมต่อด้วยระเบียงห้องกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงเหมาะสำหรับเป็นพื้นที่ซักล้างค่ะ มีก๊อกน้ำติดตั้งมาให้ด้วยเรียบร้อย ส่วน Condensing Unit แขวนไว้หันหน้าออกนอกอาคาร มีกริลปิดเพื่อความสวยงาม และยังช่วยผลักความร้อนออกด้วยค่ะ            สุดท้ายที่ห้องนอนฝั่งขวามือของห้องค่ะ เป็นห้องที่วางเตียง 5 ฟุตไว้กลางห้อง พร้อมมีพื้นที่สำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้ สำหรับห้องนี้มีจุดเด่นตรงที่ได้ Space ข้างหน้าต่างกระจก Full Height มีกระจกเข้ามุม ลึกเข้าไปจากหัวเตียง ทำให้เทควิวด้านนอกได้กว้าง ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งได้มากกว่า   Life Asoke Hype เชื่อว่าจะเป็นสีสันใหม่แห่ง NEW CBD ด้วยงานดีไซน์ทั้ง Exterior และ Interior ที่เรียกได้ว่าเป็นงาน Craft ซึ่งกล้าที่จะแตกต่างผสานเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่สไตล์ Hyper Active เพราะชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง เหมือนกับ AP (THAILAND) ที่ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ลงไปในที่อยู่อาศัยเสมอ     Online Booking Sold Out ไปแล้วเรียบร้อย พบกัน Pre-Sale 6-7 ต.ค นี้ที่สำนักงานขาย โปรโมชั่นวันงาน รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท On-Top จ่ายค่าจอง + ค่าสัญญา 5% รับส่วนลดราคาหน้าสัญญา 2% (รับสิทธิเมื่อจ่ายในวันงาน)  
Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

หนึ่งในทำเลคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่มีทิวทัศน์ดีที่สุด คงจะหนีไม่พ้นการที่ได้วิวทะเลสาบกลางสวนสาธารณะขนาดใหญ่ซึ่งหาได้ยากมากๆ ในบ้านเราค่ะ ทั้งในแง่ของสวนสาธารณะที่มีอยู่ไม่กี่แห่ง ประกอบกับที่ดินใกล้เคียงก็หาไม่ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะที่ดินใกล้กับสวนป่าเบญจกิติที่มีทะเลสาบขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียว 130 ไร่ รวมพื้นที่กว่า 450 ไร่ ใจกลางเมืองใกล้กับศูนย์สิริกิติ์ฯ เปรียบได้กับโอเอซิสของย่านอโศกก็คงไม่ผิดนัก          เมื่อเอ่ยถึงย่านอโศกแล้ว สิ่งแรกที่ใครหลายคนจะนึกถึงนั่นคืออาคารสำนักงานเรียงรายกันอยู่ตลอดช่วงถนน ซึ่งก็ไม่แปลกนะคะ เพราะอโศกนั้นเป็นแหล่งที่มีพื้นที่ออฟฟิศมากที่สุดในกรุงเทพฯ กว่า 1 ล้านตารางเมตร ถูกเช่าเกือบ 100% จาก  บริษัทที่มีชื่อเสียงหลายองค์กรทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติ อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เนื่องจากนักลงทุนต่างก็มองเห็นศักยภาพของย่านนี้อย่างไร้ข้อกังขามาโดยตลอด โดยหากมองจากทำเลที่ตั้งแล้วนั้นก็จะพบว่าอโศกถือเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง CBD เดิมอย่างสาทร-สีลม กับ New CBD ที่พระราม 9 เราเลยจะไม้ได้เห็นเพียง Office Building เท่านั้น แต่ทั้งโรงแรมหรู คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า รวมถึงสถานที่สำคัญมากมาย จึงไม่แปลกเลยค่ะที่จะกลายเป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจในบ้านเราอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดทั้งในปัจจุบันและอนาคต   ด้วยความที่เป็นแหล่งรวมคนทำงานมนุษย์ออฟฟิศ รวมถึงนักศึกษา บุคคลากรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อมีผู้คนมากมายก็ย่อมต้องตามมาด้วยอาหารการกินเช่นกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นแนวสตรีทฟู้ด ร้านอาหารทั้งไทย เอเชีย ตะวันตก ร้านคาเฟ่ดีไซน์สวย ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์ ให้เลือกลิ้มลองกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำหลากหลาย ส่วนเรื่องราคาค่าครองชีพนั้น กลับไม่แพงอย่างที่ใครคิด แม้จะอยู่ใจกลางเมืองก็ตามโดยเฉพาะช่วงกลางวันที่มีตลาดชื่อดังขวัญใจชาวออฟฟิศอโศกอย่าง ตลาดรวมทรัพย์ บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ร้านค้า ร้านอาหารกว่า 300 ร้าน เรียกได้ว่าคนทำงานละแวกนี้ไม่มีใครไม่เคยมาเดินแน่นอน ตลาดนัดมศว. เปิดเฉพาะวันอังคาร และพฤหัสบดี ช่วงเช้า-14.00 น. แหล่งสินค้า และของอร่อยที่คนทำงานมักจะหิ้วขึ้นไปกินบนออฟฟิศอยู่เป็นประจำ ตลาดสุขตา อีกหนึ่งตลาดที่คนหนาแน่นมากในช่วงกลางวัน รวมถึง Food Court บนห้างสรรพสินค้า Terminal 21 ที่ขึ้นชื่อลือชาว่าราคาถูกที่สุดในบ้านเรา แบบที่สามารถถือเงิน 25-30 บาท ก็ได้ก๋วยเตี๋ยว หรือข้าวมา 1 จานแบบอิ่มพอดีได้เลยค่ะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันต่อเศรษฐกิจของอโศกที่ไม่เคยจางไป     นอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับไลฟ์สไตล์ได้ทั่วถึงแล้วนั้นก็ยังมีสวนสาธารณะคือ “สวนป่าเบญจกิติ” โอเอซิสของย่านอโศกที่ได้ต้นไม้โอบล้อมทะเลสาบอยู่รอบด้าน เปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ซึ่งเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่มีลักษณะเป็นสวนป่า เพราะมีโซนที่เป็นไม้ยืนต้นใหญ่ให้ความร่มรื่น แต่ยังคงมีความโปร่งแสง ส่องแสงแดดให้ลอดลงมาถึงพื้นที่ได้อยู่ ยามเย็นเมื่อแดดร่มลมตกจะมีผู้คนทั้งเด็ก วัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุมาวิ่งออกกำลังกายกัน เพราะมีถนนล้อมรอบทะเลสาบเป็นระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร ซึ่งมีประตูทางเข้าด้านที่เชื่อมต่อเข้าไปยังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่สำคัญในการจัดงานอีเว้นท์สำคัญเอาไว้หลายงาน ซึ่งมีแผนจะปิดปรับปรุงถึง 3 ปี โดยจะเริ่มปิดทำการช่วงปลายปี 2561 เพื่อขยายพื้นที่เชิงการพาณิชย์และศูนย์การประชุมนานาชาติ รวมถึงสามารถจอดรถไปมากขึ้นรวมแล้วไม่น้อยกว่า 1.8 แสนตารางเมตร เมื่อปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์แล้วก็จะยิ่งทำให้พื้นที่บริเวณนี้ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก       การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเกือบจะเป็นหนทางหลักที่หลายคนเลือกใช้เพื่อหลีกหนีรถติดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน แน่นอนว่ารถไฟฟ้าคือคำตอบที่สะดวกรวดเร็วที่สุดของการเดินทางในกรุงเทพฯ ซึ่งสายหลักก็คือสายสุขุมวิท สายสีลม และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน โดยจะวิ่งผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง ล้วนแต่เป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญทั้งสิ้นรวมถึงอโศกด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณสี่แยกอโศกก็เป็นจุด Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท ส่วนถนนหลักอย่างสุขุมวิทจะตัดกันกับถนนรัชดาภิเษก และถนนอโศกมนตรีที่สี่แยกอโศกเป็นแยกที่มีเอกลักษณ์ความเป็นเมืองใหญ่สูง เพราะเป็นทั้งจุด Interchange มี Sky Walk ข้ามสี่แยก และเชื่อมต่อเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า Terminal 21 กับโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง Grande Centre Point Terminal 21 ช่วงถนนกว้าง มีจอ LED ขนาดใหญ่บนอาคารสูง เรียกได้ว่าใครที่เห็นภาพปุ๊บก็จะทราบได้ทันทีว่านี่คือ สี่แยกอโศก             Whizdom Asoke-Sukhumvit   โครงการวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Hi-end ลักษณะ High Rise 39 ชั้น เมื่อได้วิวไฮไลท์ประจำโครงการจากสวนป่าเบญจกิติก็จะยิ่งทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในบ้านพักตากอากาศใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายภายนอก แต่ยังอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายแบบวิถีชีวิตคนเมืองหลวง เทียบเคียงกันกับมหานครใหญ่ๆ ของโลก   Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก ฝั่งตรงข้ามกับ “สวนป่าเบญจกิติ” และยังสามารถเข้าจากซอยสุขุมวิท 16 อีกเส้นทางได้ด้วย นี่ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของคอนโดมิเนียมกลางเมืองเช่นนี้ เพราะเมื่อได้อยู่อาศัยจริงแล้ว การเข้า-ออกได้ 2 ทางจะช่วยให้เกิดความสะดวกสบายได้อีกเยอะ เช่น หากการจราจรบน ถ.รัชดาฯ ติดขัด ก็สามารถเข้าซ.สุขุมวิท 16 ได้ ซึ่งภายในซ.สุขุมวิท 16 นี้ ก็ยังแวดล้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ร้านแฮงเอาท์ ไปจนถึง ซุปเปอร์มาร์เกตตลอด 24 ชม. อยู่ใกล้กับโครงการ ที่สำคัญ คือ เป็นซอยที่สามารถทะลุไปได้หลายเส้นทาง เช่น ซ.ไผ่สิงโต, ซ.สุขุมวิท 22,  ซ.สุขุมวิท 24 และถ.พระราม 4 ซึ่งก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง     จุด Interchange สำคัญในปัจจุบัน ยังมีเพียงไม่กี่สถานีเท่านั้นที่กลายเป็นแหล่งทำเลทองของที่อยู่อาศัย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท โดยห่างจากโครงการเพียง 450 เมตร ถือเป็น Interchange แห่งเดียวบนถนนสุขุมวิทในปัจจุบันที่มีผู้โดยสารกว่า 85,000 คน/วัน ไม่ไกลจากนี้เพียง 1 สถานีจาก MRT สุขุมวิท ไปยัง Airport Rail Link สถานีมักกะสัน เพื่อเชื่อมต่อไปยังสุวรรณภูมิ  อีกทั้งยังพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย นอกจากนี้ยังมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ไม่ไกลโครงการอีกหลายแห่งทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านพระราม 4, ด่านท่าเรือ หรือทางพิเศษศรีรัชที่ด่านอโศก ทั้งหมดก็จะห่างจากโครงการประมาณ 2 กิโลเมตร      จาก BTS อโศก-Whizdom Asoke-Sukhumvit    เราลองเดินชมทำเลของย่านนี้ไปจนถึงคอนโด Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) กันค่ะ โดยเริ่มต้นจาก BTS สถานีอโศก เดินออกทางประตูที่ 6   ทางออกทางฝั่งนี้นอกจากจะเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้า Terminal 21 และโรงแรม Grande Centre Point Terminal 21 แล้ว ก็ยังเป็น Interchange กับ MRT สถานีสุขุมวิท    เดินตามประตูทางออกที่ 6 ของ BTS นั้นจะเป็นการเดินบน Sky Walk ข้ามสี่แยกอโศก    มองย้อนกลับไปที่ BTS สถานีอโศกที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ค่ะ สำหรับสี่แยกที่มีขนาดใหญ่อย่างสี่แยกอโศกแล้วนั้น Sky Walk ถือว่ามีความสำคัญมากๆ  ที่ทำให้คนเดินข้ามถนนได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น     ลงบันไดที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดค่ะ ซึ่งอยู่ริมถนนสุขุมวิทข้างอาคาร Exchange Tower ตรงหัวมุมสี่แยกอโศกเลย   จากหน้าอาคาร  Exchange Tower  เดินมาตามถนนรัชดาภิเษกประมาณ 180 เมตรก็จะพบกับซอยสุขุมวิท 16 ซึ่งเป็นซอยที่สามารถเดินจาก BTS อโศก ใช้เป็นทางเข้า-ออกโครงการได้อีก 1 ช่องทางค่ะ   บรรยากาศภายในซอยสุขุมวิท 16 นั้นคึกคักไม่แพ้บนถนนหลักทีเดียวค่ะ ตั้งแต่ปากซอยก็จะมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์เรียงรายอยู่มากมาย   บริเวณหลังอาคาร CTI Tower มี Foodland 24 ชม. อยู่ด้วยนะคะ ซึ่งตัวอาคาร  CTI Tower นี้เองก็จะอยู่ติดกับโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)    บริเวณด้านหลังโครงการ อีกหนึ่งทางเข้า-ออก Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ค่ะ ที่ดินของโครงการทางฝั่งในซอยสุขุมวิท 16 นี้หน้ากว้างใช้ได้เลยค่ะ     จากด้านหลังอาคาร CTI Tower เราสามารถเดินทะลุมาที่ริมถนนรัชดาได้เลยค่ะ ซึ่งถัดไปก็จะเป็นที่ตั้งของโครงการแล้วค่ะ   หน้าโครงการจะมีที่ดินหน้ากว้างกว่าด้านหลังเล็กน้อยค่ะ ตอนนี้กำลังล้อมรั้วสร้าง Sale Gallery ที่ใครหลายคนใจจดใจจ่อรอคอยที่จะได้เห็นยลโฉมกันอยู่ ซึ่งอีกไม่นานเกินรอค่ะ   จากหน้าโครงการเราเดินข้ามสะพานลอยมาที่สวนป่าเบญจกิติ ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ภายในสวนแห่งนี้ตรงกลางจะเป็นทะเลสาบ นอกนั้นจะเป็นพื้นที่ของสวนป่าที่มีต้นไม้ยืนต้นนานาพันธุ์ ให้ความร่มรื่นอยู่ทั่วบริเวณ    รอบทะเลสาบจะมีถนนอยู่รอบเป็นรูปคล้ายวงรี หลายคนนิยมมาวิ่งออกกำลังกายกันที่นี่ในช่วงเย็นๆ ค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศจากการวิ่งในห้องฟิตเนสมาวิ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ขณะเดียวกันถ้าได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมแถวนี้ด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้เหมือนได้มีโอกาสพักผ่อนอยู่ตลอดเวลา   บรรยากาศด้านนอกเป็นอาคารสูงระฟ้า แต่พอเข้ามาในสวนป่าเบญจกิติแล้ว กลับพบกับอีกบรรยากาศที่เหมือนอยู่กันคนละโลกกับภายนอก ทั้งที่อยู่กลางเมืองย่านเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) จะอยู่ระหว่างอาคาร Lake Ratchada (อาคารสีฟ้า)ทางขวามือของภาพ กับอาคาร CTI Tower (อาคารสีเขียว)ทางซ้ายมือของภาพ      การได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่สามารถเดินทางได้หลากหลายเส้นทาง จะทำให้สะดวกสบายมากสำหรับการวางแผนเดินทางแต่ละวัน อย่างวันไหนรถติดก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า วันไหนฝนตกก็เปลี่ยนมาขับรถยนต์แทน ใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนหลายจุด ฝั่งตรงข้ามกันยังมีสวนป่าเบญจกิติให้ได้พักสายตาจากทิวทัศน์ที่หาได้ยากมากในกรุงเทพฯ หรือเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนออกกำลังกายได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันก็ยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม. ทุกสิ่งจะส่งให้ชีวิตคนเมืองกรุงลงตัวกว่าที่เคยใน Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 1265 Website : ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ  http://bit.ly/2oOYTpU
XT PHAYATHAI ค้นพบไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองได้มากที่สุด

XT PHAYATHAI ค้นพบไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองได้มากที่สุด

XT PHAYATHAI   ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็สร้างกระแสฮือฮาให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ได้อยู่ตลอดก็เห็นจะเป็น Developer รายยักษ์ใหญ่อย่าง “แสนสิริ” นี่แหละค่ะ ที่สามารถสร้างสรรค์ Product ออกมาได้โดนใจ ตอบโจทย์ชีวิตยุค 4.0 อยู่เสมอ ล่าสุดกับการเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุด XT 3 โครงการ ที่เปิด Pre Sale ไปได้แค่ 3 วันก็ขายไปแล้วถึง 70% และสำหรับรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ XT PHAYATHAI หนึ่งในทำเลฮอตที่สุดในเวลานี้          ทำความรู้จักกับแบรนด์ XT   จากคำนิยามว่า Complete Your Living Experience พันธกิจสำคัญของแสนสิริที่นำมาเป็นแนวทางในการพัฒนา Product แบบ Human Centric ซึ่งช่วงเวลาในยุคปัจจุบันนี้กลุ่มคนที่เกิดช่วงปี 1980-2000 เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม หรือเรียกกันว่าคนมิลเลนเนียลที่ให้ความสำคัญกับการได้ลองเรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยตนเอง ได้แชร์ประสบการณ์ร่วมกันจนเกิดเป็น Community โดยกลุ่มลูกค้าวัยมิลเลนเนียนของแสนสิรินั้นมีเพิ่มขึ้นถึง 25% ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ทางแสนสิริจึงทำการเจาะลึกศึกษาความต้องการที่แท้จริงของชาวมิลเลนเนียลในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ พฤติกรรม ค่านิยม บุคลิกภาพ ไปจนถึงความมุ่งหมายในชีวิต แล้วนำข้อมูลที่ได้มาผ่านกระบวนการด้านดีไซน์ หรือ Design Thinking Process จนกลายมาเป็นแบรนด์ XT ทั้ง 3 โครงการ XT เอกมัย, XT ห้วยขวาง และ XT พญาไท  ซึ่งมี 3 จุดเด่นอันแตกต่างบนนิยามของคำว่า Explore your space, Expand Your Lifestyle   1. เลือก Layout ได้หลากหลาย ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง นอกจากทั้ง 3 โครงการที่ให้เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋กันแบบ  Fully Furnished หลายแพ็คเกจให้ได้เลือกโดยทีมงาน Design Solution ของแสนสิริแล้ว ยังฉีกกรอบ Layout รูปแบบเดิมๆ เพราะ XT สามารถเลือกรูปแบบห้องได้ตามไลฟ์สไตล์ สำหรับโครงการที่พญาไทแห่งนี้นั้นมี Layout มาให้เลือกทั้งหมดมากถึง 59 Layout เพื่อให้เกิดความลงตัวในการใช้ชีวิตตามรสนิมยมของแต่ละคน ซึ่งแบ่งเป็น 6 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ - The Fashionista เพราะเทรนด์แฟชั่นนั้นหมุนเวียนเปลี่ยนไปในทุกๆ เวลา จึงต้องมีพื้นที่ walk-in closet ขนาดใหญ่เอาไว้ตามเก็บทุกคอลเลคชั่นให้สมกับเป็น Fashionista     - The Snoozy Head วันพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ เปิดแอร์เย็นฉ่ำ นอนดูซีรีส์เรื่องโปรดได้ทั้งวัน ห้องนอนจึงต้องดูโปร่งโล่ง มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าที่เคย   - The Visionary เมื่องานคือส่วนหนึ่งของชีวิต ก็ทำให้ Work-Life Balance เปิดรับมุมมองกว้างๆ สร้างแรงบันดาลใจ เพิ่มไฟในการทำงาน - The Party Goer คนเพื่อนเยอะก็ต้องมีปาร์ตี้สังสรรค์กันบ่อยๆ เป็นเรื่องธรรมดา เปิดบ้านต้อนรับแก๊งค์เพื่อนใน Living Room กว้างๆ เปลี่ยนบรรยากาศแฮงก์เอาท์ในพื้นที่ส่วนตัว   - The Master Chef ถ้าชอบค้นหารสชาติใหม่ ใส่ไอเดียลงในอาหาร ขลุกตัวอยู่ในครัวได้ทั้งวัน ก็ขยายห้องครัวอย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น - The Naturalist หากธรรมชาติคือหัวใจของความสงบที่ตามหา ก็ยกพื้นที่สีเขียวมาไว้ตรงหน้าด้วยวิว Garden Access  หรือจะเน้นพื้นที่ระเบียงให้ได้จัดสวนเป็นของตัวเอง       2. แชร์พื้นที่ส่วนกลาง ขยายความต้องการได้มากขึ้น ไฮไลต์สำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นในคอนโดมิเนียมไหนมาก่อน และยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการศึกษาข้อมูลความต้องการของกลุ่มลูกค้ามาแล้วเป็นอย่างดี นั่นคือ XT Co-Sharing Facilities โดยโครงการ XT ทั้ง 3 ทำเล จะมีส่วนกลางบางส่วนที่สามารถแชร์กันได้ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานในรูปแบบที่ลงตัวที่สุด เช่น หากเป็นลูกบ้าน XT PHAYATHAI ก็สามารถไปใช้ Creative Studio ที่ XT HUAIKHWANG ได้       3. ให้เทคโนโลยีขับเคลื่อนชีวิตในแบบฉบับ XT ยุค 4.0 เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตมากขึ้นจนแยกกันแทบไม่ออก แสนสิริที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด จึงไม่ลืมใส่เข้าไปใน XT เพื่อชีวิตแบบสมาร์ทๆ อาทิ เครื่อง Virtual exercise และ Virtual conference ถ่ายทอดสดคลาสออกกำลังกายจาก WE Fitness ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือเสียค่าสมาชิกฟิตเนส, Igloo Home ส่งรหัสผ่านเข้าห้องแบบใช้ครั้งเดียวให้เพื่อนผ่านสมาร์ทโฟน, ระบบ Home Automation ควบคุมสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในส่วนกลางและภายในยูนิต, Free Wi-Fi ในส่วนกลาง     ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของ XT คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุด ที่สามารถเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายของคอนโดมิเนียมได้อย่างชัดเจนที่สุดจนกลายเป็น New Lifestyle Condominium ภายใต้แนวคิด “Extend Your Style” แห่งแรกของประเทศไทย       ทำเลชิดใจกลางเมือง                 แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดอย่างย่านสยามสแควร์ เป็นจุดนัดพบของเหล่าวัยมิลเลนเนียลที่ใครๆ ก็รู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ในแง่ของที่ดินเปล่าที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยนั้นหาได้ยากเข้าไปทุกทีค่ะ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินของทางราชการ หรือไม่ก็ราคาแพงมากประมาณกว่า 2 ล้านบาท/ตารางวา ทำให้เหล่าคอนโดมิเนียมต้องขยับออกมาสักนิด เพื่อให้ได้ที่ดินที่สามารถพัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคาที่ยังสามารถเอื้อมถึงกันได้ ซึ่งทำเลใกล้ชิดใจกลางเมืองที่มีศักยภาพเหมาะสม และได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ ย่านพญาไทค่ะ     แยกพญาไท มีความสำคัญตรงที่มีถนนศรีอยุธยา กับถนนพญาไทตัดกัน ซึ่งเป็นสี่แยกที่เปรียบเสมือนเป็นจุดศูนย์กลางของความแตกต่างแต่ละทำเลอย่างชัดเจนในตัวเอง โดยได้แยกพญาไทมาผสานความแตกต่างนั้นทำให้เกิดความสมบูรณ์ของเมืองยิ่งขึ้น เพราะถนนศรีอยุธยา มีเสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าอย่างชัดเจน ตั้งแต่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสี่เสาเทเวศน์ ผ่านสวนอัมพร-วัดเบญจมบพิตร-พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน แล้วเริ่มมีความเป็นเมืองขึ้นบริเวณโรงพยาบาลสงฆ์ไปจนเชื่อมต่อกับถนนจตุรทิศที่มีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัชอยู่ ในขณะเดียวกันที่ถนนพญาไทนั้น มีความเป็นเมืองใหญ่อย่างมาก ตั้งแต่ช่วงสามย่าน ผ่านจุฬาลงกรณ์ฯ-สยาม-มาบุญครอง ไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ ซึ่งจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนผ่าน   XT PHAYATHAI ตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา ฝั่งขาออกที่เชื่อมต่อกับถนนจตุรทิศ เยื้องกับโรงพยาบาลพญาไท 1 อยู่ห่างจาก BTS สถานีพญาไท 600 เมตร และ Airport Rail Link สถานีราชปรารภ ประมาณ 500 เมตร โดยหากใช้บริการ BTS จะอยู่ห่างจากอนุสาวรีย์ชัย ศูนย์กลางการเดินทางของกรุงเทพฯ เพียง 1 สถานี และห่างจากใจกลางเมืองอย่างสยามเพียง 2 สถานีเท่านั้น และยังสามารถตรงเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย Airport Rail Link เพียง 26 นาที หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็จะมีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัชที่ใกล้ที่สุดบริเวณถนนจตุรทิศ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปทางรามอินทรา, บางนา หรือตรงไปสนามบินสุวรรณภูมิได้เลย กับช่วงถนนพระราม 6 ก็เข้าสู่ย่านสีลม-สาทรได้โดยไม่ต้องขับรถฝ่ารถติดใจกลางเมือง อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ไม่ไกลมากมาย ไม่ว่าจะมุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ฯ ก็มีของอร่อยโดยเฉพาะที่อยู่ในซอยรางน้ำหลายร้าน หรือจะมุ่งหน้าไปทางสยามก็มีให้เลือกกันละลานตา ไม่ว่าจะในห้างสรรพสินค้าในสยามเอง หรือสามย่านก็ตาม รวมถึงยังแวดล้อมไปด้วยโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย เช่น รพ.พญาไท 1, รพ.ราชวิถี, รพ.พระมงกุฎเกล้า, รพ.รามาธิบดี, สถาบันสุขภาพเด็ก เรียกได้ว่าเป็นทำเลศักยภาพที่มีความอุดมสมบูรณ์มากทีเดียวค่ะ       ภาพรวมโครงการ             XT PHAYATHAI จากแสนสิริ คอนโดมิเนียม High Rise 41 ชั้น 1 อาคาร แบ่งออกเป็นอาคาร A และ B รวมทั้งหมด 1,435 ยูนิต 1 ร้านค้า ที่จอดรถ 55.05% ยูนิตพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 8 บนพื้นที่ 3-3-97.4 ไร่ หน้าอาคารหันไปทางทิศใต้ ส่วนทิศตะวันออกจะได้วิวฝั่งถนนจตุรทิศ ทิศตะวันตกได้วิวฝั่ง BTS และทิศเหนือด้านหลังโครงการจะได้วิวสวนสันติภาพ ซึ่งแม้ทำเลจะตั้งอยู่ท่ามกลางสีสันของเมืองอันแสนวุ่นวาย แต่เมื่อไรที่กลับเข้ามาใน XT PHAYATHAI ก็จะมีพื้นที่ส่วนตัวอันแสนสบายเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ภายในห้องพักอาศัยของตัวเอง หรือมุมไหนๆ ของโครงการก็ตาม เพราะทุกพื้นที่ถูกสร้างสรรค์ให้ Extend Your Style     Facility พื้นที่รวมกว่า 4,500 ตร.ม. แบ่งออกเป็นหลายส่วน สนองความต้องการได้ไม่จำกัด ทั้งพื้นที่สังสรรค์กันเป็นกลุ่ม หรือพื้นที่เงียบสงบเป็นส่วนตัวก็สามารถรองรับได้ทุกอารมณ์ของชีวิตได้ตลอดเวลา ตั้งแต่สวนสีเขียวด้านหน้าโครงการ ห้องสมุด ห้องประชุมในสวน ลานกิจกรรม เชื่อมโยงกับส่วนกลางภายในอาคารที่แบ่งโซนเอาไว้กระจายอยู่หลายชั้น เพื่อรองรับกิจกรรมอันหลากหลาย เช่น สระว่ายน้ำที่มีให้ทั้งหมด 2 สระ แยกอยู่บนอาคาร A ที่ชั้น 41 และ B ชั้น 37 ซึ่งทั้ง 2 สระเป็นระบบน้ำเกลือ ความยาว 28 เมตร กว้าง 5 เมตร ลึก 1.2 เมตร มีส่วนจากุซซี่    ชั้น 8 บริเวณสนามเด็กเล่นออกแบบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเด็กจาก รพ.สมิติเวช เพื่อให้ได้พัฒนาการของเด็กมากกว่าการเล่นสนุกเท่านั้น   อาคาร A ฝั่งด้านหน้าอาคารมีสวนสีเขียวส่วนตัว เห็นวิวใจกลางเมืองฝั่งสยามสแควร์   Secret Theatre ห้องชมภาพยนตร์ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของบาร์ พร้อม Sunken Seats ให้ได้นั่งพักผ่อนชมวิวกลางเมือง    ฟิตเนส ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ปูพื้นกระเบื้องยางรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี พร้อมเครื่องออกกำลังกายสุดพิเศษที่ไม่เคยได้จากโครงการไหน ไม่ว่าจะ Weight Training, Cardio และ Relax Lights เครื่องเล่นบางชนิดที่นำเข้าจากอิตาลี พร้อมถ่ายทอดสดคลาสออกกำลังกาย Live streaming Cycling จาก WE Fitness ส่งตรงมาถึงฟิตเนสที่โครงการ   Co-Sharing Facilities สำหรับโครงการที่พญาไทคือโซน XT Club เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็น CREATIVE PLAYGROUND ให้ได้ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ Work Hard Play Hard กันอย่างเต็มที่ ซึ่งมีทั้ง CO-WORKING SPACE, ห้องประชุม, พื้นที่จัดอีเว้นท์เล็กๆ, โซนเก้าอี้นวด หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมาที่ VR GAME, Wii GAME และ BOARDGAME โดยมีการดีไซน์ห้องเพดานสูงโปร่ง ใช้พื้นหินขัด Terrazzo นำเข้าจากอิตาลี คุมโทนสี Earth Tone แต่แอบตัดด้วยอลูมิเนียม copper ผิวมันวาว ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน แต่ยังแฝงไปด้วยความหรูหราตามสไตล์คอนโดมิเนียมกลางเมือง       จาก BTS พญาไท-XT PHAYATHAI         รีวิวฉบับนี้เรามาเริ่มต้นจาก BTS สถานีพญาไท ค่ะ ไปที่ประตูทางออกที่ 4   ทางออกที่ 4 ลงมาแล้วจะอยู่ที่บริเวณหัวมุมสี่แยกพญาไทค่ะ   ข้ามถนนมายังฝั่งด้านหน้าอาคารวรรณสรณ์ แหล่งรวมสถาบันกวดวิชาอันดับต้นๆ ในบ้านเรา   เดินตามทางบนถนนศรีอยุธยาฝั่งขาออกมาเรื่อยๆ ผ่านโรงแรมเดอะสุโกศล   ผ่านโรงเรียนศรีอยุธยา   รวมระยะทางเดินแล้วประมาณ 600 เมตรก็จะพบกับที่ตั้งโครงการ XT PHAYATHAI ค่ะ อยู่เยื้องๆ กับรพ.พญาไท 1    เมื่อเดินเข้าไปด้านในก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับด้วยการพาขึ้นลิฟท์ไปสู่ชั้น 2 ซึ่งเป็น Lobby ของ Sale Gallery ไปพร้อมๆ กับการเป็นร้านคาเฟ่ไปด้วยในตัว เรียกได้ว่าแอบเก๋กันตั้งแต่ก้าวเข้ามาเลยค่ะ   ชมห้องตัวอย่าง   ที่ชั้น 2 นี้เป็นทั้ง Lobby และร้านคาเฟ่ เน้นโทนสีแบบ Earth Tone ใช้พื้นหินขัดดูคลาสสิค ตัดกับสีเฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่มความหรูหราด้วยอลูมิเนียมสีทองแดง ซึ่งใน XT Club ของโครงการก็จะมีการตกแต่งคล้ายๆ แบบนี้เช่นเดียวกันค่ะ    เดินเข้าไปด้านในสักหน่อยก็จะพบกับ Coffee Bar จากร้าน Casa Lapin ซึ่งใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศก็สามารถขึ้นมานั่งดื่มกาแฟ ทำงานที่นี่ก็ดีไปอีกแบบนะคะ ยิ่งหากได้เยี่ยมชมภายใน Sale Gallery และห้องตัวอย่างแล้วล่ะก็ อาจจะค้นพบแรงบันดาลใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานของคุณก็ได้นะคะ   ด้านในสุดจะพบกับห้องชม Presentation จากทางโครงการค่ะ   ขึ้นมาที่ชั้น 3 สามารถมองลงไปชั้นที่เป็นคาเฟ่ ให้ความรู้สึกอบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติจนแทบไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าตรงนี้อยู่ติดกับถนนพญาไท   ที่ชั้น 3 แห่งนี้จะมีห้อง VR Room สำหรับการรับชมห้องตัวอย่างอันหลากหลาย ซึ่งเป็นโครงการที่มี Layout ให้เลือกมาที่สุดเท่าที่เคยมีมาถึง 59 Layout   สำหรับโครงการนี้จะขายห้องแบบ Fully Furnished นะคะ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องตัวอย่างอาจไม่ได้มาตามแบบที่เห็นค่ะ แต่รับรองได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มานั้นมีรูปแบบเก๋ไม่ซ้ำใคร ไม่ซ้ำซากจำเจเแน่นอนค่ะ โดยห้องตัวอย่างจะมีเพียง 1 ห้องเท่านั้น เริ่มจากประตูบาน MDF โดยทุกยูนิตจะได้ Digital Door Lock    เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปจะพบกับห้องครัวปิดเป็นส่วนแรกค่ะ ลึกเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นอยู่กลางห้อง และห้องนอน โดยแต่ละห้องจะกั้นด้วยประตูกระจก Anneal ใส สูงชิดเพดาน หนา 6 มม. เฟรม Aluminium Powder Coat สีดำ ซึ่งการกั้นห้องด้วยกระจกใสแบบนี้จะมีข้อดีตรงที่ทำให้แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาได้ทั่วถึงภายในห้องทั้งหมด ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง ไม่ต้องอาศัยแสงสว่างจากหลอดไฟเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังช่วยประหยัดไฟได้อีกค่ะ ส่วนความสูง Floor To Ceiling 2.7 เมตร ใช้ไฟแบบ Downlight    พื้นห้องครัวจะใช้วัสดุกระเบื้องเซรามิคค่ะ โดยด้านหลังประตูห้องจะได้ Built In ตู้เก็บของเอาไว้ให้ตามแบบเลยค่ะ   เมื่อเปิดตู้ออกมาก็จะพบว่า ชั้นล่างสามารถเก็บรองเท้าได้ ส่วนข้างบนแบ่งชั้นสำหรับเก็บของค่ะ ซึ่งบานตู้ทั้งหมดจะใช้ระบบ Soft Close    ถัดจากตู้หน้าห้องจะเป็นห้องน้ำที่อยู่ในส่วนเดียวกันกับห้องครัวค่ะ โดยภายในห้องน้ำจะปูพื้น และผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค Floor To Ceiling 2.5 เมตร   อ่างล้างหน้าใช้แบบวางบนเคาน์เตอร์แบรนด์ Kohler ก๊อกจาก Englefield โถสุขภัณฑ์แบรนด์ Kohler   ใต้อ่างล้างหน้าเป็นตู้เก็บของ ส่วนด้านบนก็เป็นตู้เก็บของที่ Built In มาให้ หน้าบานเป็นกระจกเงาค่ะ   หันหลังไปจะพบกับส่วนเปียกค่ะ โดยกั้นด้วยกระตูกระจกใสบานเลื่อน เฟรม Aluminium Powder Coat สีดำ ฝักบัวใช้แบรนด์ Englefield ส่วนด้านขวามือจะมีการเจาะผนังลึกเข้าไปเพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์เป็นที่วางของค่ะ    ส่วนเปียกจะกั้นด้วยธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ มีข้อดีตรงที่ช่วยป้องกันน้ำล้นออกมาที่ส่วนแห้ง   ออกมาจากห้องน้ำก็จะพบกับเคาน์เตอร์ครัวค่ะ ใช้ Top หินสังเคราะห์ ผนังด้านในกรุกระเบื้องตลอดแนวผนัง เพื่อการเช็ดทำความสะอาดง่ายเมื่อเกิดคราบสกปรกจากการทำครัว ทางขวามือสุดมีช่องสำหรับวางตู้เย็น โดยจะได้ Built In แบบนี้มาครบเซตเลยค่ะ ยกเว้นเพียงตู้เย็น กับไมโครเวฟ   ตู้ด้านบนตู้เย็นจะซ่อนตู้ไฟของห้องเอาไว้ค่ะ   ซิงค์ล้างจานใช้แบบฝังใต้เคาน์เตอร์ จากแบรนด์ MEX   และจะได้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าเซรามิค 2 หัว มาพร้อมเครื่องดูดควันจากแบรนด์ MEX ค่ะ   ถัดมาเป็น Living Room ค่ะ วางอยู่กลางห้องพอดี พื้นใช้วัสดุลามิเนต ส่วนผนังห้องจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ   เคาน์เตอร์วางทีวีจะถูก Built In มาให้ตามแบบ ซึ่งมีระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีมากทีเดียวค่ะ โดยจะสังเกตได้ว่าสามารถวางโต๊ะกลางได้ถึง 2 โต๊ะ แล้วยังเหลือพื้นที่อีกเยอะเลยค่ะ ส่วนเครื่องปรับอากาศของ Living Room จะถูกติดตั้งไว้เหนือทีวี ใช้แบรนด์ Trane   หันกลับมาทางโซฟาจะเห็นว่า ได้พื้นที่ลึกเข้าไปอีกเยอะเลยค่ะ โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการจะให้มาด้วยก็มีทั้ง โซฟา โต๊ะกลาง โต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้ ซึ่งอาจจะได้เฟอร์นิเจอร์ที่แตกต่างจากห้องตัวอย่างนี้นะคะ แต่รับรองว่ายังคง Concept ให้ดูแตกต่าง ถูกใจชาวมิลเลนเนียลแน่นอนค่ะ    โต๊ะทำงานวางไว้ข้างโซฟา ทำให้ห้องนี้เหมาะกับคนทำงานที่ไม่ต้องการบรรยากาศที่เคร่งเครียดมากจนเกินไปค่ะ   โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง ทางโครงการก็ให้มาด้วยนะคะ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ตามแบบ แต่ก็จะมีหลายแพ็คเกจมาให้เลือกได้ตามใจ   ด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องนอนค่ะ ซึ่งยูนิตนี้จะแบ่งห้องนอนกับห้องนั่งเล่นให้มีขนาดพอๆ กัน ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของห้องก็ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ   ภายในห้องนอนจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้กลางห้อง เหลือทางเดินรอบเตียงสบายๆ แต่ห้องจริงจะไม่ได้ฟูกมาด้วยนะคะ   ปลายเตียงจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบรนด์ Trane เอาไว้ค่ะ โดยจะได้ Built In โต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าบานสวิง หน้าบาน มาด้วยค่ะ   ภายในตู้เสื้อผ้าจะมีไฟเพิ่มแสงสว่างมาให้ ช่องด้านบนมีขนาดค่อนข้างใหญ่สำหรับวางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ค่ะ   พื้นที่ข้างเตียงเหลือมากพอสำหรับเป็นพื้นที่โยคะเบาๆ ได้เลยค่ะ   ข้างเตียงเชื่อมต่อด้วยระเบียงห้องค่ะ กั้นด้วยกระจกนิรภัย เฟรม Aluminium Powder Coat    พื้นระเบียงมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันฝุ่นจากภายนอกเข้ามาค่ะ ส่วนพื้นระเบียงใช้วัสดุกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งทาสีฟ้า ดูมีสีสันแปลกตาดีค่ะ   ระเบียงมีพื้นที่สำหรับเป็นระเบียงพักผ่อนได้   ที่มุมหนึ่งของระเบียงจะถูกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีเดียวกันกับราวกันตก ซึ่งเป็นประตูบานสวิงแยก Condensing Unit ที่หันหน้าออกนอกอาคาร และข้างใต้จะสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ โดยมีการต่อท่อน้ำพร้อมรูปลั๊กเอาไว้ให้เรียบร้อยค่ะ    จากความตั้งใจในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่ดีในแบบฉบับแสนสิริ สะท้อนออกมาให้เราเห็นเป็นโครงการที่สามารถสร้างความประทับใจได้อยู่เสมอ อย่างในตระกูล XT นี้ เชื่อว่าเป็น New Lifestyle Condominium ที่แปลกใหม่ และมีความชัดเจนในตัวเองมากที่สุดในเวลานี้  
Life Sukhumvit 62 พรีเมี่ยมกว่าที่เคยมีมา

Life Sukhumvit 62 พรีเมี่ยมกว่าที่เคยมีมา

Life Sukhumvit 62 พรี่เมี่ยมกว่าที่เคยมีมา ด้วย Facilities แบบเต็มอิ่มท่ามกลางความเงียงสงบที่แทรกตัวอยู่บนทำเลสุขุมวิท ในราคาที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม จอง ibooking 27 มี.ค นี้     ภาพรวมโครงการ   Life Sukhumvit 62 เป็นคอนโดมิเนียมที่ร่วมทุนกับ Mitsubishi Estate Group(MEC) โครงการแรกของปี มีลักษณะเป็น High Rise 24 ชั้น 1 อาคาร 438 ยูนิต + 1 Shop บนพื้นที่ 2-2-67.2 ไร่ ที่จอดรถ 40% ขนาดห้องพัก 25-68 ตรม. ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว + ลิฟท์ขนของ 1 ตัว สถาปัตยกรรมออกแบบโดยใช้เส้นสายเพื่อให้ดูนิ่ง เรียบง่ายเหนือกาลเวลา ให้ความรู้สึกแบบพรีเมี่ยมผสานเข้ากับส่วนกลางที่เหมาะแก่การพักผ่อนหรือพบปะกลุ่มเพื่อนท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ แตกต่างจาก Life ตัวอื่นๆ ด้วยคอนเซป Discover ให้ทุกก้าวที่เดินเข้ามาภายในโครงการได้สัมผัสทุกรายละเอียดที่ถูกคิดขึ้นมาตั้งแต่รั้วโครงการ ค่อยๆ เผยความงดงามตามธรรมชาติที่เหมือนยกป่าขนาดย่อมมาไว้ที่นี่      ความใส่ใจในการออกแบบที่จะส่งต่อถึงลูกบ้านมีมาตั้งแต่รั้วโครงการเป็นที่ตั้งใจให้เป็นพุ่มไม้สูงสำหรับบังสายตา และเพื่อความเป็นส่วนตัวจากคนภายนอก ทางเข้าโครงการแบ่งออกเป็นส่วนรถยนต์กับทางคนเดิน เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านสู่พื้นที่สีเขียวหลังรั้วก่อนถึงตัวโครงการ ซึ่งมีทั้งต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น พุ่มไม้เป็นแนวยาวตามทางเดิน มีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนที่ถูกออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวกลางบ่อน้ำเหมือนธรรมชาติจริงในคอนเซปโมเดิร์นรีสอร์ท   พื้นที่ล็อบบี้เพดานสูงถูกแบ่งเป็นโซนเพื่อการใช้งานจริงได้มากกว่าเดิม ทุกห้องตกแต่งด้วยหินอ่อนโทนสีขาว พร้อมด้วยวัสดุมันวาวสีเทา-ดำตัดกันเพิ่มความหรูหราแต่ยังได้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ เหมือนนั่งอยู่ในถ้ำอันโอ่โถง พร้อมด้วยฟังก์ชั่นหลากหลายตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ดี อย่าง CO-WORKING SPACE ที่อยู่บนชั้นลอยแบ่งออกหลายมุมตามการใช้งานจริง เช่น ห้องประชุมขนาดใหญ่พร้อม Glass Whiteboard, ห้องประชุมขนาดเล็ก, โต๊ะทำงานที่ออกแบบมาใหม่เพื่อนั่งทำงานคนเดียวได้อย่างเป็นส่วนตัว โดยโซนมีปลั๊กไฟพร้อม Wireless Charger มาให้ได้เลือกหาที่นั่งเหมาะๆ สำหรับทำงาน หรือเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อน     ชั้น 5 เป็นอีกหนึ่งส่วนกลางที่สามารถเปลี่ยนมุมมองในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่สามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากยิ่งขึ้นด้วยทางคดโค้งพร้อมที่นั่งขนาดใหญ่ ซึ่งถูกออกแบบมาให้หลบสามารถสายตาต่อกัน   ชั้น 23-24 รวมถึง Rooftop ส่วนกลางชั้นบนที่ทำให้เปิดมุมมองได้สวยยิ่งขึ้น เริ่มจากสระว่ายน้ำ Infinity Edge เพิ่มโซนให้ได้นั่งแช่เท้าชมวิวสวย รับลมเย็นไปพร้อมกัน ห้องซาวน่า ห้องฟิตเนสบนชั้น 24 ที่มีกระจก High Ceiling 180 องศา ภายในห้องมีการแบ่งโซนสำหรับการออกกำลังกายทั้งกับอุปกรณ์อันหลากหลายและสำหรับ Body Weight ถัดมาส่วน Sky Lounge ไม่ว่าจะมาคนเดียว มาเป็นคู่ หรือมาเป็นกลุ่มใหญ่ ก็มีพื้นที่สำหรับทุกคนได้อย่าลงตัว สุดท้ายกับ Rooftop ที่เป็นพื้นที่สีเขียวยังคงคอนเซปแบบเดียวกันกับชั้น Ground ที่มีทั้งต้นไม้ใหญ่ หญ้าสีเขียว พุ่มไม้ประดับเพิ่มความสดชื่น        Unite Type STUDIO ขนาด 25 ตร.ม. จำนวน 91 ยูนิต 1BR / 1 BT ขนาด 30 ตร.ม. จำนวน 169 ยูนิต 1BR / 1 BT ขนาด 35 ตร.ม. จำนวน 62 ยูนิต 1BR+ / 1 BT ขนาด 38 ตร.ม. จำนวน 34 ยูนิต 1BR+terrace / 1 BT ขนาด 39 ตร.ม. จำนวน 10 ยูนิต 2BR / 1 BT ขนาด 45 ตร.ม. จำนวน 17 ยูนิต 2BR / 2 BT  ขนาด 50 ตร.ม. จำนวน 38 ยูนิต 2BR / 2 BT  ขนาด 68 ตร.ม. จำนวน 17 ยูนิต   โซนพักอาศัยจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 5-23 ซึ่งโครงการนี้มียูนิตที่เป็นไฮไลท์อยู่ที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 39 ตร.ม. เพราะเป็นแปลนใหม่ล่าสุดจาก AP โดยออกแบบมาจากไลฟ์สไตล์จริงของลูกบ้าน โดดเด่นตรงมีระเบียงห้องที่กว้างขวางจนสามารถใช้เป็นห้องอเนกประสงค์ได้เลย ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับระเบียงแบบ Double Skin วางอยู่ตำแหน่งด้านหน้าโครงการเพียง 10 ยูนิตเท่านั้น รวมยูนิตทั้งหมด 438 ยูนิต ถือว่าไม่มากเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดี       ทำเลและการเดินทาง ย่านบางจากถือเป็นสุขุมวิทช่วงกลางที่มีความพอดีในตัวเอง คือไม่อยู่ใจกลางเมืองมากเกินไปและไม่ไกลจนเดินทางลำบากเกินไป ซึ่งโซนนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายตั้งแต่ Street Food บิ๊กซี โลตัส เซนจูรี่ ร้านอาหารระดับภัตตาคาร ร้านคาเฟ่ คอมมูนิตี้มอลล์ เซ็นทรัลบางนา โรงพยาบาล ไปจนถึงศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา แม้ว่าจะมีไลฟ็ไสตล์แบบไหนทุกสิ่งก็สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้รอบด้าน ซอยสุขุมวิท 62 เดิมทีเป็นย่านที่อยู่อาศัยอันเงียบสงบ ด้วยความที่ส่วนมากเป็นบ้านเดี่ยวมีพื้นที่ ดังนั้นจึงเป็นที่อยู่อาศัยเดิมของผู้ที่ค่อนข้างมีฐานะในระดับหนึ่ง ภายในซอยแห่งนี้จึงไม่มีอาคารสูงอยู่เลย ณ ปัจจุบัน การมาของ Life Sukhumvit 62 จึงเป็นอาคารที่พักอาศัยสูงที่สุดในย่านนั้นไม่ต้องห่วงการถูกบล็อควิวและยังได้ความส่วนตัวสูง เพราะเป็นซอยที่คนไม่พลุกพล่าน โดยซอยนี้มีความยาวไม่มากประมาณ 700 เมตรเท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นความโดดเด่นที่สุดของที่นี่ก็คือช่วงท้ายซอยห่างจากโครงการเพียง 500 เมตร ก็จะพบจุดขึ้น-ลงทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทำให้การเชื่อมต่อเข้าเมืองยาวไปออกฝั่งธนหรือต่อไปยังเส้นทางรามอินทรา-อาจณรงค์ก็ใช้เวลาไม่กี่นาที ที่สำคัญการจราจรในซอยนี้ก็ไม่ติดขัดมากนัก วันไหนจะเปลี่ยนแผนการเดินทางหันไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะก็เดินจากโครงการไปได้ประมาณ 200 เมตร ก็จะถึง BTS สถานีบางจาก เดินทางอีก 4 สถานีถึงสถานีทองหล่อใช้เวลาเพียง 7 นาที หรืออีก 6 สถานีก็จะถึงสถานีอโศกใช้เวลาประมาณ 11 นาที      ในบรรดาทำเลของคอนโดมิเนียมมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่จะใกล้ทั้งทางด่วนกับรถไฟฟ้าไปพร้อมๆ กันในระยะเพียงแค่ 500 เมตร และด้วยศักยภาพที่มีทั้งหมดที่กล่าวมาคือความ Prime ของทำเลแห่งนี้ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะกลายเป็นอีกย่านหนึ่งที่จะได้รับความนิยมตามมาในไม่ช้า สำคัญที่สุดในเรื่องของราคาที่แม้องค์ประกอบทุกอย่างจะสมบูรณ์พอดี แต่ราคายังสามารถเอื้อมถึงได้ไม่สูงเกินจริง         เปิดห้องตัวอย่าง     เรามาเริ่มกันจาก BTS สถานีบางจาก บรรยากาศแถวนี้ดูเรียบง่ายค่ะ ผู้คนไม่พลุกพล่าน แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยวอะไร ไม่กี่ก้าวเราก็เจอกับซอยสุขุมวิท 62 ซึ่งเป็นซอยขนาด 4 เลนสวนกันโดยไม่มีเกาะกลางถนนไปตลอดเส้นทาง เดินเข้าซอยมาเรื่อยๆ โดยไม่ต้องข้ามถนนประมาณ 200 เมตรก็จะพบกับโครงการ Life 62 หากเลยไปทางท้ายซอยก็จะเป็นทางเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครได้เลย Sale Gallery มองจากภายนอกแล้วจะดูลึกลับชวนให้เข้าไปค้นหา พอเดินผ่านเข้ามาจะรู้สึกเหมือนกับผ่านปากประตูถ้ำมาพบกับบรรยากาศอันร่มรื่นภายในเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง บรรยากาศภายใน Sale Gallery ดูโอ่งโถ่งแต่ยังคงคอนเซปความใกล้ชิดธรรมชาติเอาไว้ เก้าอี้ตัวนี้ถูกดีไซน์ขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ให้ได้มากที่สุดทั้งโต๊ะเล็กที่ยื่นออกมาสำหรับวาง Laptop และรูปลั๊กด้านข้างเก้าอี้ ให้ได้นั่งทำงานพร้อมพิงหลังได้สบายๆ ซึ่งเก้าอี้แบบนี้จะถูกวางไว้ในโซนล็อบบี้ โดยมีแค่ที่ Life 62 เท่านั้น เราเข้าไปดูห้องตัวอย่างแรกกันค่ะ เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. ซึ่งเป็น Type ที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดของโครงการถึง 38% เปิดห้องเข้ามาจะพบกับห้องนั่งเล่น ภายในห้องใช้ไฟ Downlight ความสูง floor to ceiling 2.6 เมตร พื้นลามิเนต ฝั่งซ้ายเป็นเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ ฝั่งขวาเป็นพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง หลังเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์เป็นส่วนของห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์จากแบรนด์ Kohler ส่วนก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้า และฝักบัวที่สามารถปรับอุณภูมิน้ำได้เลยในตัวจากแบรนด์ Grohe ห้องน้ำทุกยูนิตในโครงการใช้นวัตกรรมห้องน้ำสำเร็จรูป (Bathroom Pods Innovation) ซึ่งมีข้อดีตรงที่เมื่อเกิดปัญหาเรื่องระบบน้ำก็จะสามารถหาจุดแก้ไขได้เลยทันที ไม่ส่งผลกระทบต่อยูนิตอื่นๆ ออกมาจากห้องน้ำแล้วไปดูกันที่ส่วนถัดไปกันค่ะ พื้นที่ข้างโซฟาถูกจัดให้เป็นห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขอบลูมิเนียมสีดำความสูงชิดเพดาน ทำให้ห้องดูโปร่งไม่ทึบจนเกินไป ภายในห้องครัวปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค Top ครัวใช้หินสังเคาระห์ วางเคาน์เตอร์แบบ One Wall Kitchen พร้อมเว้นช่องสำหรับวางตู้เย็นเอาไว้ตรงมุมห้องใกล้กับระเบียง บนเคาน์เตอร์ครัวแบ่งเป็นอ่างล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ และเตาไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน และบานตู้-ลิ้นชัก ใช้ระบบ Soft Close ค่ะ ห้องครัวจะเชื่อมต่อกับระเบียงห้อง ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขอบลูมิเนียมสีดำ มีธรณีประตูสูงขึ้นมา สามารถกันน้ำและฝุ่นจากภายนอกได้ค่ะ โดยด้านนอกระเบียงมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าบริเวณใต้ Condensing Unit ที่หันหน้าออกนอกตัวอาคาร ส่วนรั้วกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ สุดท้ายของห้องนี้ มาดูกันที่ห้องนอน ซึ่งอยู่ระหว่างห้องน้ำกับห้องครัวค่ะ ภายในห้องสามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต เอาไว้ตรงกลางห้องแล้วยังมีทางเดินรอบเตียงเหลือทั้ง 2 ข้าง หน้าต่างห้องนอนได้กระจกบานใหญ่ให้ได้มองเห็นวิวด้านนอกได้อย่างเต็มที่ สามารถเปิดหน้าต่างแบบบานกระทุ้งได้ 1 บาน ข้างเตียงอีกฝั่งจะเป็นตู้เสื้อผ้าขนาด 2 บานประตู มีพื้นที่เหลือสำหรับวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้ง และปลายเท้าสามารถเคาน์เตอร์วางทีวีขนาดเล็กได้ ต่อมาที่ห้องตัวอย่างสุดท้ายค่ะ เป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 50 ตร.ม. ส่วนแรกของห้องเป็นห้องครัวเปิดค่ะ โดยฝั่งขวามือจะเป็น One Wall Kitchen ฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาคารขนาด 4 ที่นั่ง ชุดครัวจากแบรนด์ Franke ทั้งเตา 2 หัว เครื่องดูดควัน อ่างล้างจานแบบฝั่งใต้เคาน์เตอร์ และมีช่องว่างสำหรับวางตู้เย็นเอาไว้ตรงกำแพงมุมห้อง มีระยะห่างระหว่างเคาน์เตอร์ครัวกับโต๊ะทานอาหารค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ ลึกเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นค่ะ ขวามือเป็นเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ ฝั่งซ้ายสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้ พร้อมโต๊ะกลาง ระเบียงห้องเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น กั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขอบอลูมิเนียมสีดำ ภายนอกระเบียงกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ และ Condensing Unit หันออกนอกตัวอาคาร เข้าไปดูฝั่ง Private Zone กันบ้างค่ะ แบ่งเป็นฝั่งขวามือ มี 2 ห้อง และฝั่งซ้ายมืออีก 1 ห้องค่ะ เราเดินเข้ามาดูที่ห้องทางฝั่งซ็ายมือกันก่อนค่ะ บริเวณกลางห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ และยังเหลือที่สำหรับทางเดินทั้ง 2 ข้าง ส่วนปลายเตียงก็สามารถวางเป็นเคาน์เตอร์โทรทัศน์หรือจะวางโต๊ะทำงานก็ได้นะคะ ความพิเศษของห้องนี้ก็คือบริเวณหัวเตียงมีหน้าต่างบานใหญ่แบบกระจกเข้ามุม เปิดมุมมองให้กว้างขึ้นจากเตียงนอนของเราเองเลยค่ะ อีกด้านของเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้าแบบบานสไลด์ค่ะ ปลายเตียงด้านข้างโต๊ะวางโทรทัศน์จะมีห้องน้ำในตัวค่ะ ภายในห้องน้ำแบบสำเร็จรูปนี้จะถูกปูผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคสีขาว ใช้อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง กั้นส่วนเปียก-แห้ง ด้วยบานประตูกระจก สุดท้ายที่ห้องนอนฝั่งตรงข้ามกันค่ะ เป็นอีกหนึ่งความพิเศษของห้องนี้คือประตูแบบ Double Access ที่เชื่อมต่อระหว่างห้องนอนที่ 2 กับโซน Common Area ของห้อง ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวของเจ้าของห้องเวลามีแขกมาเยี่ยมค่ะ ภายในห้องนอนที่ 2 ค่ะ ถ้าเปิดประตูหลักของห้องนอนนี้ ห้องน้ำที่ก็เป็นห้องน้ำในตัวก็จะอยู่ทางขวามือ กลางห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ และยังมีพื้นที่เหลือรอบเตียงเช่นกันค่ะ ข้างเตียงได้กระจกบานใหญ่ สามารถเปิดบานกระทุ้งออกได้ 1 บาน อีกข้างของเตียงเป็นตู้เสื้อผ้าแบบประตูบานสไลด์ ส่วนปลายเตียงถูกจัดให้เป็นเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ขนาดเล็ก หรือเราจะดัดแปลงเป็นโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกับโต๊ะทำงานไปด้วยก็ได้นะคะ ภายในห้องน้ำมีขนาดเท่าๆ กันกับห้องน้ำในตัวของอีกห้องค่ะ ทั้ง 2 ห้องนอน เรียกได้ว่าไม่มีห้องไหนที่เป็นห้องนอนขนาดเล็ก แต่กลับเป็น Master Bedroom ทั้งสองห้องเลยค่ะ   หากใครที่ติดตามแบรนด์ Life มาตั้งแต่ปีที่แล้วไม่ว่าจะเป็น Life ladprao, Life wireless, Life asoke และ Life Pinklao เชื่อว่าทุกคนคงเห็นการพัฒนาขึ้นทุกครั้งที่เปิดตัวออกมาทั้งทำเลที่ดี วัสดุได้คุณภาพ ความใส่ใจในการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน ทุกสิ่งล้วนสร้างขึ้นมาเพื่อสนองกับความต้องการในไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน สะท้อนออกมาเป็นคอนโดมิเนียมที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา สองคล้องกับชีวิตที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ก็เหมือนกับ Life ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ   เตรียมตัว Online Booking พร้อมรับส่วนลดมากกว่า 300,000 บาท เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นในวันที่ 27 มีนาคม 2561 เวลา 19.00-21.00 น. ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย 120,000 บาท/ตร.ม.  
One9Five อโศก – พระราม 9 ฉีกรูปแบบเก่า ด้วยงานดีไซน์เหนือกาลเวลา

One9Five อโศก – พระราม 9 ฉีกรูปแบบเก่า ด้วยงานดีไซน์เหนือกาลเวลา

เมื่อดีไซน์กลายเป็นเครื่องมือที่สะท้อนแนวคิดและรูปลักษณ์ขององค์กร จึงไม่น่าแปลกใจเลยค่ะที่วันนี้เราจะเห็นเจ้าของแบรนด์อสังหาริมทรัพย์หลายแห่งให้ความสำคัญกับเรื่องดีไซน์ของอาคาร และการตกแต่งภายในมากขึ้น ซึ่งทาง TC Development เองก็เข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้ทำการพัฒนา Re-Design เปลี่ยนภาพลักษณ์คอนโดมิเนียมโครงการ TC Royal พระราม 9 ใหม่ทั้งหมด จนแทบไม่เหลือภาพเดิมเลย เพราะสัญลักษณ์มงกุฎสีทองที่เราคุ้นตากันดีก็ถูกถอดออกเรียบร้อยแล้ว แถมยัง rebranding ภาพลักษณ์องค์กรให้ดูหรูหรามากขึ้น ที่สำคัญยังเปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุดในชื่อ “One9Five” Asoke - Rama 9 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Luxury Life Curator” รวบรวมความเป็นที่สุดของ Luxury ไว้ในสถานที่แห่งเดียว     “One9Five” อโศก – พระราม 9 เป็นโครงการ Luxury Condominium ขนาดใหญ่กว่า 11 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ซอย 5 ในพื้นที่ New CBD ใจกลางเมือง ที่เดินทางสะดวกสบายมาก ใกล้ MRT สถานีพระราม 9 (ห่างเพียง 200 เมตร) แวดล้อมด้วยตึก Super Tower, G Tower, Central พระราม 9, Fortune และโรงพยาบาลพระราม 9 และใกล้ทางด่วนถึง 2 จุด นับว่าเป็นคอนโดขนาดใหญ่และสูงที่สุด บนถนนพระรามเก้าฝั่ง Unilever House เลยค่ะ ตัวโครงการแบ่งออกเป็น 2 อาคาร 61 ชั้น อาคาร A จำนวน 954 ยูนิต และอาคาร B จำนวน 957 ยูนิต ไฮไลท์อยู่ที่ความเป็น Privacy Living ด้วยจำนวนห้องไม่เกิน 18 ยูนิตต่อชั้น ในราคาที่จับต้องได้กว่าโครงการข้างเคียงอื่นๆ แถมยังจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางบนเนื้อที่กว่า 8.6 ไร่ จำนวน 3 ชั้น ให้แบบไม่มีกั๊กเพื่อรองรับความสุขของลูกบ้าน ซึ่งมาพร้อมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ยาว 100 เมตร ที่เชื่อมกันระหว่าง 2 อาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอื่นๆ อย่างครบครัน   และจุดเด่นที่สำคัญของโครงการนอกจากเรื่องของทำเลศักยภาพแล้ว คือเรื่องของ Spec ที่ให้ลูกบ้านเหนือความคาดหมายเกินมาตรฐานราคาใน Segment เดียวกันไปเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นพื้น Engineering wood, Air Conceal ฝังในฝ้า ซึ่งปกติแล้วจะมีให้เฉพาะคอนโดแบบ Super luxury segment เท่านั้นนะคะ เมื่อโครงการจัดเต็มทุกสิ่งขนาดนี้ วันนี้เราจึงมีภาพอาคาร One9Five และภาพ Draft Floor Plan, Unit Plan พร้อมภาพ perspective บางส่วนจากทางโครงการมาให้ดูก่อนใครด้วยค่ะ   ภาพอาคาร One9Five อโศก – พระราม 9 Master Plan โครงการนะคะ ภาพตัวอย่าง Grand Lobby บริเวณชั้น Ground Floor ที่ดูโอ่อ่า กว้างขวาง ไม่เหมือนดั่งคอนโดฯ ทั่วไป ภาพตัวอย่าง ห้อง Mail Box บริเวณชั้น Ground Floor ดูหรูสมกับคอนเซ็ปต์ Luxury Life Curator ด้วยการใช้วัสดุที่สื่อถึงความหรูหราและอบอุ่นอย่างหินอ่อนและไม้เป็นหลัก นอกจากนี้ยังซ่อนแสงไฟตามหลืบผนังและเพดานเพื่อความสวยงาม สบายตา แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 8 นะคะ จะเป็น Facility ทั้งหมด ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร A และ B Facility หลักของชั้น 8 จะเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ยาว 100 เมตร ที่เชื่อมกันระหว่าง 2 อาคาร ซึ่งได้รับการออกแบบให้ดูทันสมัยล้อกับรูปลักษณ์ใหม่ของอาคาร ด้วยการใช้เส้นสายเรขาคณิตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานดีไซน์ ภาพตัวอย่างห้อง Private Spa บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Residential Lounge บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Fitness Center บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Kid's Club บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Golf Simulator Room บริเวณ Facility ชั้น 8 แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 61 นะคะ ซึ่งจะเป็น Facility ส่วนที่เหลือบางส่วน ภาพตัวอย่างห้อง Sky Residential Lounge บริเวณ Facility ชั้น 61 ภาพตัวอย่างห้อง Private Sky Meeting Room บริเวณ Facility ชั้น 61 แปลนของยูนิตพักอาศัยนะคะ ซึ่งทุกห้องมีจุดเด่นอยู่ที่ Private Corner view ไม่เหมือนคอนโดฯ ทั่วไป แปลนห้อง 1 Bedroom Deluxe ขนาด 36 - 41 ตารางเมตร แปลนห้อง 1 Bedroom Junior ขนาด 25.5 - 35.5 ตารางเมตร แปลนห้อง 2 Bedrooms 2 Bathrooms ขนาด 55 - 68 ตารางเมตร ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type A ในส่วนของ Living Room ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type A ในส่วนของ Master Bedroom ที่ดูหรูหราโอ่อ่า โอบล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจกใส ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type D ในส่วนของ Living Area ที่ดูกว้างขวางและน่าใช้งานเป็นอย่างดี ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type D ในส่วนของ Master Bedroom ที่ดูหรูหราและทันสมัยไปพร้อมๆ กัน สำหรับการออกแบบนั้นบอกได้คำเดียวว่าน่าสนใจจริงๆ ค่ะ เพราะ “One9Five” อโศก – พระราม 9 เป็นโครงการที่ร่วมกันพัฒนาสร้างสรรค์จากทีม Designer ระดับท็อปของเมืองไทย อย่าง Shma, LEOINTER และ PIA เรียกได้ว่าครบเครื่องทั้งเรื่องของ Architect, Interior และ Landscape จนสร้างเสียงฮือฮาให้กับวงการอสังหาฯ ตั้งแต่ยังไม่ได้ก่อสร้าง นับว่าเป็นคอนโดมิเนียมอีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตาเป็นอย่างมาก อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะอยากทราบรายละเอียดแล้วว่า..เหล่าทีมดีไซเนอร์ระดับท็อปของเมืองไทยนั้นมีผลงานอะไรที่น่าสนใจ และมีแนวคิดในการออกแบบ โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ให้สวยงามและแตกต่างจากโครงการอื่นอย่างไร ลองมาดูกันค่ะ   Shma เส้นสายที่ดูเรียบง่าย กับงานออกแบบสไตล์โมเดิร์นที่นำเสนอผ่านวัสดุที่ให้สีสัน ผิวสัมผัสล้อเลียนกับธรรมชาติ และบริบทโดยรอบผสมผสานกับการใช้พรรณไม้ท้องถิ่น นับเป็นเอกลักษณ์ของ Shma (ฉมา) ทีมดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ Landscape อับดันต้นๆ ของเมืองไทย ที่ทำงานออกแบบและให้คำปรึกษาด้านภูมิสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์เมืองของโครงการหลากหลายขนาดทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย สถานที่พักผ่อน ไปจนถึงงานวางผังและงานวิจัย มีผลงานที่สร้างชื่อเสียงจากการพัฒนาพื้นที่สีเขียวเครือข่ายมักกะสัน Friends of the River (FOR), การเข้าร่วมพัฒนาย่านเจริญกรุงให้กลายเป็น Creative District และสร้างสวนสาธารณะใต้ทางด่วน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างประโยชน์ใช้สอยในที่รกร้าง นอกจากนี้ยังมีผลงานเก่าๆ ที่ออกแบบให้กับโครงการชั้นนำไว้มากมาย จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไม Shma ถึงถูกคัดเลือกให้เข้ามาเป็นผู้ดูแลเรื่อง Landscape ในโครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ทั้งหมด ซึ่งพื้นที่ภายในโครงการมีเนื้อที่ขนาดใหญ่ราว 7-8 ไร่ แถมทีมดีไซเนอร์ยังใส่รายละเอียดเต็มที่กับแนวคิด Fruit Forest – Sky Hill ให้ความรู้สึกเสมือนยกภูเขาทั้งลูกมาไว้ในคอนโดมิเนียม อย่างที่ไม่เคยเห็นที่โครงการไหนมาก่อน เพียงแค่ทราบแนวคิดก็มั่นใจได้เลยค่ะว่าพื้นที่สวนของโครงการนั้นจะต้องงดงาม น่าพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยงานดีไซน์ และน่าจะเป็นอีกหนี่งผลงานที่สามารถเป็น reference แนวคิดสวนของโครงการคอนโดมิเนียมในอนาคตได้อีกด้วย พื้นที่ Landscape รอบโครงการ โอบล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีพร้อมบ่อน้ำที่เปรียบเสมือนลำธาร ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมลับกับดีไซน์ของตัวอาคาร   LEO INTER LEO Inter (เลโอ อินเตอร์) ก็เป็นอีกหนึ่งทีมดีไซเนอร์ที่มีฝีมือไม่ธรรมดา เพราะฝากผลงานเด่นๆ ในการออกแบบตกแต่งภายใน งานสถาปัตยกรรม และการวางแผนพื้นที่มาไม่น้อย ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 30 ปี จนทำให้ เลโอ อินเตอร์เนชั่นแนล ดีไซน์ กรุ๊ป ได้รับการจัดให้อยู่ในระดับแนวหน้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และรีสอร์ท ทั้งยังได้ทำงานร่วมกับโรงแรมนานาชาติระดับ 5 ดาวที่มีชื่อเสียง เช่น Shangri-La, Accor, Marriott, Hilton, Moevenpick, Intercontinental, Dusit Thani, Sheraton, Taj Hotels, Kempinski, Marco Polo เป็นต้น นอกจากนี้ยังฝากผลงานการออกแบบคอนโด luxury ที่น่าสนใจอย่าง Marque, ESSE ASOKE มาแล้ว จากประสบการณ์อันยาวนานประกอบเข้ากับฝีมือที่ใครต่างก็ยอมรับ LEO Inter จึงเข้ามาเป็นทีมดีไซเนอร์ออกแบบ Facility, ส่วนกลาง และตัวอาคารหลักๆ ของ โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ให้โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ออกแบบให้ฉีกรูปแบบไปจากเดิมมาก จนกลายเป็นคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์ สไตล์โมเดิร์น luxury ที่ทันสมัย จุดเด่นอยู่ที่การเลือกใช้แต่วัสดุคุณภาพเกรดดีที่สุด รวมถึงแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อความคุ้มค่าในการอยู่อาศัย ซึ่งดูจากภาพ perspective แล้วจะเห็นได้เลยค่ะว่าทุกรายละเอียดของงานดีไซน์นั้นล้วนแต่ทำให้คอนโดมิเนียมดูหรูหราเกินราคาจริงๆ ภาพตัวอย่างห้อง Library Room ส่วนหนึ่งของ Facility ชั้น 8 เป็นผลงานการออกแบบของ LEO INTER ในสไตล์โมเดิร์น luxury ที่ดูหรูหราและทันสมัยไปพร้อมๆ กัน โดยใช้แต่วัสดุคุณภาพอย่างหินอ่อนที่นำมากรุผนังและปูพื้น ซึ่งสะท้อนถึงความสง่างาม และชวนสัมผัสได้เป็นอย่างดี   PIA Interior ทีมดีไซเนอร์สุดท้ายที่หลายคนน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันดีกับ PIA Interior สตูดิโอออกแบบตกแต่งภายในอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ที่ฝากผลงานมาแล้วมากมายทั้งในห้างสรรพสินค้า, โรงแรมหรู, สำนักงาน, สปา, ร้านอาหาร, โรงภาพยนตร์ รวมถึงบ้านพักอาศัยหลายแห่ง และยังพิสูจน์ฝีมือกับคอนโดมิเนียม luxury segment ของเมืองไทยมาแล้วแทบทั้งนั้น รวมถึง โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 นี้ PIA ก็ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาดูแลเรื่องการออกแบบและตกแต่งภายในห้องพัก โดยทีมดีไซเนอร์ก็ได้คิดและออกแบบมาเพื่อคนที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ทั้งระบบ ventilation ภายในอาคาร ซึ่งถ้ามองจากภาพ Draft Unit Plan ที่เรานำมาให้ดูเป็นตัวอย่างข้างต้น จะเห็นเลยว่าจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบ size space ภายในห้องให้ดูกว้างขวาง โดยทำให้ห้องส่วนใหญ่เป็นห้องหัวมุมมากถึง 60% ซึ่งนับว่ามีจำนวนมากกว่าคอนโดฯ ทั่วไป ส่วนเอกลักษณ์ที่หลายคนสัมผัสได้จาก PIA ในผลงานสไตล์ luxury นั้น จะแฝงไปด้วยความมีระดับในทุกรายละเอียด หากลองสังเกตให้ลึกลงไปอีกนิดผลงานของ PIA ไม่ได้มีเพียงแค่ความหรูหราเท่านั้นนะคะ แต่ยังผ่านการพิจารณาถึงบริบทต่างๆ มาแล้วอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะลงมือเนรมิตพื้นที่ต่างๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างตรงใจ จนเป็นที่กล่าวขานกันในวงการอสังหาฯ ถึงงานดีไซน์ที่เฉียบคม ทำให้เชื่อมั่นได้เลยค่ะว่าห้องพักที่ทางทีมดีไซเนอร์ออกแบบนั้นต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความละเมียดละไม คุ้มค่าทุกตารางเมตรแน่นอน แน่นอนว่าเหตุผลในการตัดสินใจซื้อคอนโดฯ สักแห่ง คำตอบแรกก็คงเป็นเรื่องของทำเลที่ตั้ง แต่อยากให้พิจารณาให้ดีก่อนนะคะ เพราะองค์ประกอบอื่นอย่าง ชื่อแบรนด์, การจัดวาง Layout, ขนาดห้อง, ฟังก์ชั่นการใช้งาน, เรื่องการเดินทาง ตลอดจนพื้นที่ส่วนกลาง รวมไปจนถึงการออกแบบและตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ก็ล้วนแต่มีความสำคัญทั้งสิ้น ซึ่งโครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ของ TC Development นี้ ก็ล้วนแต่ตอบโจทย์ความต้องการได้ดี ยิ่งเรื่องของงานดีไซน์ก็นับว่ามีความโดดเด่นและน่าสนใจมากที่สุด เพราะทุกพื้นที่ของโครงการในทุกตารางเมตรต่างได้รับการออกแบบจากเหล่า Designer ระดับท็อปของเมืองไทย ให้เป็นศูนย์รวม Luxury ไว้ในพื้นที่แห่งเดียวแล้ว ยังทำให้วงการออกแบบบ้านเราเติบโตและเป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย ท้ายที่สุดคงยากจะปฏิเสธจริงๆ ค่ะว่า โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 เป็นอีกหนึ่งคอนโดมิเนียมหรูที่น่าสนใจมากที่สุดในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใน Q1 ปี 2018 สำหรับผู้ที่สนใจอดใจรออีกนิดเดียวค่ะ ถ้าห้องตัวอย่างเสร็จเมื่อไหร่ทีมงานจะรีบเข้าไปเก็บข้อมูลมาทำรีวิวให้ดูก่อนใครแน่นอน พิเศษ! สำหรับแฟนๆ ชาว Review Your Living ทางโครงการแอบกระซิบให้ทีมงานนิดนึงว่า...ทางโครงการจะมีงาน VVIP Sale ให้เฉพาะลูกค้าที่ลงทะเบียน online ผ่าน www.one9five.com ในวันอาทิตย์ที่ 11 ก.พ. 61 นี้ที่โรงแรม Park Hyatt Bangkok ซึ่งถ้าอ่านรายละเอียดจากบทความพร้อมภาพตัวอย่างที่เรานำมาฝากแล้ว คงตัดสินใจไปงานได้ง่ายขึ้นแน่นอน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. 063 828 8999  
IKON Sukhumvit 77 – ไอคอน สุขุมวิท 77 (PREVIEW)

IKON Sukhumvit 77 – ไอคอน สุขุมวิท 77 (PREVIEW)

IKON Sukhumvit 77 (ไอคอน สุขุมวิท 77) - คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น บนทำเลซอยสุขุมวิท 77 และ 81 ทางลัดสู่ BTS อ่อนนุชได้เพียง 3 นาที ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ติด Community Mall เพียง 20 เมตร   รายละเอียดโครงการ ราคา เริ่มต้น 1,990,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. เริ่มต้น 85,665 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ บริษัท วี พร๊อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ลักษณะคอนโด คอนโด Row Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร พื้นที่โครงการ 3-3-55 ไร่ จำนวนห้อง 442 ยูนิต ที่จอดรถ แบบ Automatic Parking Machine ที่ตั้งโครงการ ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 77-81 (อ่อนนุช 10) แขวงสวนหลวงเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ   สถานที่สำคัญใกล้เคียง Century Movie Plaza บิ๊กซี อ่อนนุช เทสโก้ โลตัส อ่อนนุช People Park Habito Mall เกตุเวย์ เอกมัย รพ.สุขุมวิท รร.นานาชาติเซนต์แอนดรู ม.กรุงเทพ กล้วยน้ำไท   ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 23.23 - 26.01 ตร.ม. 1 ห้องนอนพลัส ขนาด 27.45 - 31.56 ตร.ม. 2 ห้องนอน ขนาด 43.27 - 47.05 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำหินอ่อน Amphitheatre Double Volume Lobby Lounge 24hr Co-thinking space 24hr Dynamic Fitness Outdoor Jogging track Self-Laundry zone Mailbox Smart Car Access Automatic Parking Machine Shuttle Van Service ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.ikon-sukhumvit77.com/
One9Five Asoke-Rama 9 – วันไนน์ไฟว์ อโศก-พระราม 9 (PREVIEW)

One9Five Asoke-Rama 9 – วันไนน์ไฟว์ อโศก-พระราม 9 (PREVIEW)

One9Five Asoke-Rama 9 (วันไนน์ไฟว์ อโศก-พระราม 9) - คอนโด High Rise 61 ชั้น เป็นโครงการ Luxury Condominium ขนาดใหญ่กว่า 11 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ซอย 5 ในพื้นที่ New CBD ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกใกล้ MRT สถานีพระราม 9 (เพียง 200 เมตร)     รายละเอียดโครงการ   ราคา เริ่มต้น 2,890,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. เริ่มต้น 113,333 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ TC Development ลักษณะคอนโด High Rise สูง 61 ชั้น จำนวน 2 อาคาร พื้นที่โครงการ 11-1-6 ไร่ จำนวนห้อง Tower A จำนวน 954 ยูนิต และ Tower B จำนวน 957 ยูนิต ที่จอดรถ 957 คัน ที่ตั้งโครงการ พระราม 9 ซอย 5 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.   สถานที่สำคัญใกล้เคียง Super Tower G Tower Central พระราม 9 Fortune โรงพยาบาลพระราม 9   ลักษณะห้องและขนาดห้อง - 1 Bedroom Junior Suite ขนาด 25.5-27.5 ตร.ม. - 1 Bedroom Deluxe ขนาด 35-41 ตร.ม. และ 48-69.5 ตร.ม. - 2 Bedroom Deluxe ขนาด 55-67.5 ตร.ม. - 3 Bedroom Exclusive ขนาด 94 -109.5 ตร.ม. - Penthouse ขนาด 194-271.5 ตร.ม.   สิ่งอำนวยความสะดวก Ground Floor Grande Lobby Private Mezzanine Lobby Concierge Service Des Lift Lobby Mailbox Room Laundry Room Express Storage room Public Restroom Retails Shop Space 8th Floor Residential Lounge Library Room Game Room Theatre Room Golf Simulator Roo Fitness Center Cross Fit Zone Boxing Area Yoga Zone Private Spa Locker Room Kid’s Club Pool Lounge 61th Floor Sky Residential Lounge Private Sky lounge Private Sky Meeting Room Sky Bar   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 063-828-8999 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.one9five.com/
คอนโด 0 เมตร จากรถไฟฟ้า ตัวไหนเด็ด

คอนโด 0 เมตร จากรถไฟฟ้า ตัวไหนเด็ด

คอนโด 0 เมตร จากรถไฟฟ้า ตัวไหนเด็ด คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า รถไฟฟ้ากลายเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิตของคนในกรุงเทพฯ อย่างขาดไปเสียไม่ได้ แม้จะมีข้อเสียในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่มีความแอดอัดของผู้คน ต้องรอต่อคิวยาว หรือปัญหารถไฟฟ้าเสียก็พบเจอกันอยู่เป็นประจำ แต่รถไฟฟ้าก็ยังถือว่าเป็นการเดินทางที่สะดวก รวดเร็วมากที่สุดในเวลานี้ และเมื่อใดที่โครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เราก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดกับเมือง ซึ่งทุกวันนี้ก็เริ่มมีให้เห็นแล้ว คำว่าทำเลดีในปัจจุบันมักจะหมายถึงที่ดินติดรถไฟฟ้า ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก เราเองก็ย่อมต้องมองหาที่อยู่อาศัย เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตมากที่สุด นั่นหมายความว่ายิ่งติดสถานีรถไฟฟ้ามากเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มสะดวกสบายได้มากขึ้นเท่านั้น หลายคนจึงเริ่มซื้อโครงการที่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าทั้งในปัจจุบันที่เปิดให้ใช้บริการอยู่ และโครงการติดกับสถานีรถไฟฟ้าในอนาคตเก็บเอาไว้ก่อนราคาจะเพิ่มสูงมากขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเปิดใช้บริการแล้ว โดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เองก็มีการแข่งขันกันอยู่ดุเดือดตั้งแต่เรื่องการหาที่ดินแปลงสวยทำเลดีติดรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวก พัฒนาขึ้นมาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่ต่างก็โฆษณากันว่าห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเพียงไม่กี่เมตร หรือแม้แต่ห่างจากรถไฟฟ้าเพียง 0 เมตร ชนิดที่ว่าเดินทางบันไดสถานีรถไฟฟ้าก็ถึงหน้าโครงการกันเลยทีเดียว เราลองไปดูกันว่าคอนโดมิเนียมที่ห่างจากรถไฟฟ้าเพียง 0 เมตร หรือห่างประมาณ 100 เมตร จะมีโครงการเด็ดๆ ที่ไหนบ้าง ซึ่งจะแบ่งออกตามสายรถไฟฟ้าเฉพาะสายที่ให้บริการในปัจจุบัน และใกล้จะเปิดให้บริการแล้ว ดังนี้   รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (สายสีลม) The Line สาทร ติดสถานีสุรศักดิ์ มุมถนนสาทร กับถนนประมวล ตัวอาคารถูกออกแบบให้เป็น Single Corridor เพื่อให้ทุกห้องไม่ถูกบล็อกวิวจากอีกฝั่ง และมีเพียง 3 ยูนิต/ชั้น เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นานมานี้เอง แต่ SOLD OUT แล้วเรียบร้อยตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย ราคาเริ่มต้นประมาณ 7.9 ล้านบาท The Bangkok สาทร สถานีสุรศักดิ์ ริมถนนสาทรฝั่งขาออก ใกล้จุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช คอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยม ขนาดยูนิตเริ่มต้น 59 ตร.ม. Private Lift ทุกยูนิต ที่จอดรถ 120% ถือว่าหายากมากๆ สำหรับคอนโดมิเนียมในเมือง ราคาเริ่มต้นประมาณ 10 ล้านบาท สีลม-สาทร แหล่งเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นมากราคาคอนโดก็สูงขึ้นตาม แต่ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอเมื่อเกิดโครงการใหม่ๆ ขึ้นมา ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากออฟฟิศของใครหลายคน สิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยม ตอบโจทย์กลุ่มตลาดระดับบนทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี แต่หากจะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าช่วงฝั่งธนก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมีราคาที่ถูกกว่าย่านสีลม-สาทร มากเป็นเท่าตัว ในอนาคตยังมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ อีกหลายเส้นทาง    รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน (สายสุขุมวิท) Ideo Q Victory ติดสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ริมถนนพญาไท ดีไซน์อาคารสวยโดดเด่น ประกอบกับที่ดินย่านนี้หายากมาก อนุสาวรีย์ก็ถือเป็น HUB ของการเดินทางในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่โครงการนี้ในรอบเปิดจองออนไลน์จะ SOLD OUT ในระยะเวลาไม่กี่นาที ราคาเริ่มต้น 5.59 ล้านบาท THE ESSE สุขุมวิท 36 ติดสถานีทองหล่อ ปากซอยสุขุมวิท 36 คอนโดมิเนียมระดับหรูย่านทองหล่อ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของทำเล และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีที่จอดรถแบบปกติ กับที่เป็น Automatic Parking ทั้งหมด 89% ถือว่าเยอะมากสำหรับคอนโดมิเนียมในเมือง คาดว่าแล้วเสร็จปี 2563 ราคาเริ่มต้น 12 ล้านบาท รถไฟฟ้าสายนี้ในปัจจุบันเปิดให้บริการตั้งแต่สถานีหมอชิต-สำโรง เป็นทำเลที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงใจกลางเมืองอย่าง ทองหล่อ พร้อมพงษ์ อโศก หรือจะห่างออกไปในทุกๆ สถานี เราจะได้เห็นทั้งโครงการคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน และโครงการในอนาคตขึ้นมาให้เห็นกันอยู่ตลอด   รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-คูคต)   Knightsbridge Kaset Society สถานีรถไฟฟ้าเสนานิคม ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลตัดผ่านแยกเกษตรด้วย โครงการอยู่ริมถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้า ใกล้กับแยกเกษตร โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างมากด้วยทำเล และการออกแบบของ  Facilities ให้เชื่อมต่อกันทั้ง 3 อาคาร ทำให้ดูโดดเด่นมาก คาดว่าแล้วเสร็จ 2563 ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท Life ลาดพร้าว สถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าว อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเซ็นทรัลลาดพร้าวพอดี และยังห่างจากรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีพหลโยธินอีกประมาณ 500 เมตร สิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อมอยู่มากมาย ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสุดฮอตจากเอพี ราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 2.9 ล้านบาท modiz interchange คอนโด Low Rise แต่ทำเลสวย เพราะอยู่ใกล้กับจุด interchange ของสายสีเขียว และสายสีชมพูสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ตรงวงเวียนหลักสี่ ใกล้เซ็นทรัลรามอินทรา ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้านบาท ถือเป็นทำเลสุดฮอตอีกแห่งที่ร้อนแรงมากในปีนี้ที่มีหลายโครงการจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งค่ายเล็ก ค่ายใหญ่ ต่างจับจองพื้นที่ช่วงชิงดีมานด์ในย่านนี้ที่ยังมีอยู่มากทั้งวัยทำงาน และวัยเรียน แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นที่ทราบกันดีว่าการจราจรติดขัดอย่างหนักหนาสาหัส แต่หากส่วนต่อขยายช่วงนี้เปิดให้บริการทุกอย่างก็จะยิ่งถูกพัฒนาขึ้นไปกว่านี้อีกมาก   รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (แบริ่ง-สมุทรปราการ) The Trust Condo @บีทีเอส เอราวัณ คอนโดพร้อมอยู่ เหมาะสำหรับคนทำงานในย่านนั้น แต่จำนวนยูนิตอาจจะมากไปหน่อย ประมาณ 1,570 ยูนิต แต่ราคาเริ่มต้นน่าสนใจทีเดียว ประมาณ 1.89 ล้านบาท Metropolis Samrong interchange ติดสถานีสำโรง คอนโดมิเนียมที่ไม่ได้เป็นกระแสมากนัก แต่น่าสนใจมาก เพราะในอนาคตจะเป็นจุด interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง วัสดุที่ใช้ค่อนข้างดี คาดว่าแล้วเสร็จปี 2561 ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท คอนโดมิเนียมย่านนี้ แม้จะดูไกลออกไปหน่อย สิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่มากเท่าส่วนต่อขยายฝั่งถนนพหลโยธิน แต่ได้ความเงียบสงบกว่ามาก ราคาถือว่ายังไม่แรง ประกอบกับที่ตั้งของโครงการติดรถไฟฟ้าเลยก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะยิ่งหากส่วนต่อขยายนี้เปิดใช้ภายในปี 2561 เมื่อไร เชื่อว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นอีกแน่นอน   รถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) Ideo Mobi วงศ์สว่าง อินเตอร์เชนจ์ สถานีรถไฟฟ้าบางซ่อน และยังเป็นอินเตอร์เชนจ์กับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สถานีบางซ่อน คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ มี Facility หลัก เอาไว้ชั้น 29-30 บนสุดของโครงการ เช่น สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส ตัวอาคารออกแบบสวยตามสไตล์อนันดา จึงถือเป็นอีกโครงการที่โดดเด่นของย่านนี้ ราคาเริ่มต้น 2.4 ล้านบาท Grow รัตนาธิเบศร์ สถานีไทรม้า คอนโดมิเนียม 34 ชั้น 364 ยูนิต ถือเป็นโครงการที่จำนวนยูนิตค่อนข้างน้อย ที่จอดรถให้มา 100% ขนาดเริ่มต้น 35 ตร.ม. เมื่อเทียบกับคอนโดในเมืองถือว่าได้พื้นกับราคาที่ดี คาดว่าแล้วเสร็จ 2561 ราคาเริ่มต้น 2.3 ล้านบาท Casa Condo บางใหญ่ สถานีสามแยกบางใหญ่ ติดถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้เส้นกาญจนาภิเษก จุดนี้ยังถือเป็นแหล่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านนี้ ทั้งบิ๊กซี โฮมโปร เซ็นทรัลเวสต์เกต อิเกียบางใหญ่(เปิดให้ใช้บริการปี 2561) โรงพยาบาลการุณเวช รัตนาธิเบศน์ ที่จอดรถน้อยไปหน่อยเพียง 30% แต่เมื่อ เมื่อเทียบราคากับคอนโดมิเนียมโครงการอื่นที่อยู่ติดรถไฟฟ้าในระยะไม่เกิน 100 เมตรแบบนี้ ถือว่าน่าสนใจทีเดียว โดยราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท คอนโดใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงมีให้เลือกไม่มากเท่าสายอื่นๆ เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่มีการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน สถานีบางซื่อ จึงทำให้การเดินทางยังไม่คล่องตัวเท่าที่ควร แต่ปัจจุบันเมื่อเชื่อมต่อกันแล้วก็ทำให้ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย เป็นข้อพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งว่า เมื่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะสะดวกสบายขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องหาที่อยู่อาศัยแค่ในเมืองอีกต่อไป   รถไฟฟ้าสีน้ำเงิน (บางซื่อ-หัวลำโพง) Ideo Mobi พระราม 4 เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ สำหรับค่ายอนันดา ติด MRT สถานีคลองเตย และยังใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนแค่ 50 เมตร โครงการเน้นพื้นที่สีเขียว รวมถึงเป็นโครงการแรกที่นำเทคโนโลยี Solar Fresh air system มาใช้ เพื่อระบายความร้อนจากตัวห้อง คาดว่าแล้วเสร็จปี 2562 โครงการนี้ถือว่าทำเลดีมากอีกโครงการ ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท The esse singha complex สถานีเพชรบุรี ตั้งอยู่บนที่ดินเดิมของสถานทูตญี่ปุ่น ทำเลซึ่งเชื่อมต่อระหว่างใจกลางเมืองกับ New CBD เป็นโครงการ Mix-Use โดยจะมีทั้งคอนโดมิเนียม ส่วนออฟฟิศเกรดเอ พื้นที่ค้าปลีก  ที่กำลังจะสร้างประตูทางเข้า-ออกใหม่จากรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรีให้ถึงหน้าโครงการเลย และยังเป็นจุดเชื่อมต่อกับ Airport Rail Link สถานีมักกะสัน ราคาเริ่มต้น 8.6 ล้านบาท รถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกในประเทศไทยที่มีผู้ใช้บริการอย่างเนื่องแน่นในชั่วโมงเร่งด่วน วิ่งผ่านสถานที่สำคัญ และเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ รวมถึงการนำไปสู่การเดินทางอื่นได้อีก เช่น รถไฟ เรือ เป็นต้น ราคาค่าโดยสารก็ไม่แพงมากนัก แม้จะมีคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าใต้ดินยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าบีทีเอส แต่ก็ยังเป็นทำเลที่ผู้คนนิยมใช้เดินทางกันอยู่เสมอ   รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฝั่งเหนือ (บางซื่อ–ท่าพระ) Ideo Mobi จรัญอินเตอร์เชนจ์ คอนโดพร้อมอยู่ที่อยู่ใกล้กับสถานีบางขุนนนท์ และในอนาคตก็เป็นจุดอินเตอร์เชนจ์กับสายสีส้ม ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม และสายสีแดง ตลิ่งชัน-ศาลายา ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท Brix จรัญสนิทวงศ์ 64 สถานีสิรินธร อาคารสูงแห่งแรกของแยกบางพลัด ที่สามารถตรงไปข้ามสะพานซังฮี้ แล้วเข้าสู่อนุสาวรีย์ได้อย่างง่ายดาย ใกล้สถาบันการศึกษาหลายแห่ง ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าแล้วเสร็จปี 2561 ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท The TREE RIO ติดสถานีบางอ้อ ถนนจรัญสนิทวงศ์ เยื้องโรงพยาบาลยันฮี ใกล้จุดขึ้น-ลง ทางพิเศษศรีรัช ในอนาคตมีโครงการสร้างสะพานเกียกกาย ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จะยิ่งทำให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในอนาคต คาดว่าแล้วเสร็จ 2561 ราคาเริ่มต้นประมาณ 2 ล้านบาท IDEO ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ สถานีท่าพระ เป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้งสองฝั่งเข้าไว้ด้วยกัน อยู่ริมถนนเพชรเกษมใกล้แยกท่าพระ คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ที่ส่วนกลางสระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้าสวยมากอีกโครงการหนึ่ง ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท โซนนี้แต่เดิมไม่ค่อยมีอาคารสูงมากนัก เพราะเป็นย่านเมืองเก่าเสียมากกว่า ทำให้บรรยากาศไม่วุ่นวายจนเกินไป ค่าครองชีพก็ยังไม่สูง แต่หากรถไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ ก็จะทำให้ย่านนี้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มบุกทำเลนี้กันมากขึ้นด้วย   ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการยกตัวอย่างส่วนหนึ่งของโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าที่เปิดให้ใช้บริการในปัจจุบัน และสายที่กำลังจะเปิดใช้บริการอีกไม่นานเกินรอ ซึ่งไม่ใช่แค่ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้น แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้เคียงด้วย ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมที่ติดกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ อีก ทั้งที่เปิดตัวไปแล้ว และกำลังจะมีเปิดโปรเจคใหม่ตามมาอีกอย่างต่อเนื่อง จากนี้ไปเราคงจะได้เห็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล เติบโตขยายขึ้นอีกเรื่อยๆ
IDEO Q Siam – Ratchathewi คอนโดเหนือระดับเพื่อชีวิตเพียบพร้อมใจกลางเมือง

IDEO Q Siam – Ratchathewi คอนโดเหนือระดับเพื่อชีวิตเพียบพร้อมใจกลางเมือง

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างของคอนโดมิเนียม High Rise ที่ถูกจับตามองและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในย่าน “ราชเทวี” จาก อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งเลือกปักหมุดบนทำเลศักยภาพแวดล้อมด้วยรถไฟฟ้าถึง 3 สาย ภายใต้ชื่อ IDEO Q Siam – Ratchathewi (ไอดีโอ คิว สยาม – ราชเทวี) ต้องบอกเลยว่าทำเลโดดเด่นมากจริงๆ ค่ะ เพราะตำแหน่งที่ตั้งเอื้อต่อการเดินทางสะดวกทั้งคนใช้รถสาธารณะและรถส่วนตัว จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่เพียบพร้อม ทั้งยังรายล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งมากมาย และยังเน้นพื้นที่ส่วนกลางเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างแท้จริง   โครงการ ไอดีโอ คิว สยาม-ราชเทวี ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ ตัวโครงการอยู่ติดถนนถนนเพชรบุรี (เพชรบุรีซอย 11) ฝั่งมุ่งหน้าไปทางแยกประตูน้ำ ห่างจากแยกราชเทวีมาประมาณ 300 เมตร และห่างจากแยกประตูน้ำประมาณ 700 เมตร จุดเด่นของโครงการคือตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ CBD, แหล่งงาน, ห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากมาย สามารถเชื่อมต่อออกไปยังที่ต่างๆ ได้สะดวก ซึ่งตอบโจทย์ลูกบ้านทั้งคนมีรถและไม่มี โดยมีให้เลือกหลากหลายเส้นทางไม่ว่าจะเข้าหรือออกเมือง พร้อมทั้งอยู่ใกล้ทางด่วน และมีซอยย่อยที่ลัดเลาะไปได้โดยไม่ต้องใช้เส้นหลัก อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าถนนเพชรบุรีเป็นถนนเส้นสำคัญของย่านนี้เลยก็ว่าได้ โดยตัวถนนเพชรบุรีจะเริ่มตั้งแต่บริเวณแยกยมราช มาตัดกับถนนพระราม 6 (แยกอุรุพงษ์) ตัดกับถนนบรรทัดทองตรงแยกเพชรพระราม และมาตัดกับถนนพญาไทบริเวณแยกราชเทวี จากนั้นมาตัดกับถนนราชปรารภและถนนราชดำริบริเวณแยกประตูน้ำ นอกจากนี้ยังไปตัดกับถนนชิดลม, ถนนวิทยุ, ถนนนิคมมักกะสัน และซอยสุขุมวิท 3 ที่ตัดกับถนนอโศก-ดินแดงและอโศกมนตรี ตัดกับซอยเพชรบุรี 38/1 ตัดกับซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) และไปสิ้นสุดที่แยกคลองตันโดยตัดกับถนนรามคำแหง, ถนนพัฒนาการ และสุขุมวิท 71   สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ ต้องบอกว่าสามารถเลือกได้หลากหลายมากเลยทีเดียวค่ะ เพราะบริเวณหน้ารั้วโครงการก็มีวินมอเตอร์ไซค์ให้ใช้บริการ และมีรถเมล์, รถแท็กซี่ผ่านไปมาตลอดทั้งวัน แถมถัดไปอีกหน่อยแถวประตูน้ำก็จะมีรถตู้ให้บริการหลายสายไม่ว่าจะไปรังสิต, ดอนเมือง, สะพานใหม่, ลาดพร้าว, สี่พระยา ก็สามารถเลือกขึ้นได้ตามสะดวก นอกจากนี้ยังมีเรือโดยสารคลองแสนแสบที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการโดยต้นทางอยู่ที่สะพานผ่านฟ้า ไปสิ้นสุดที่วัดศรีบุญเรือง ท่าเรือที่ใกล้โครงการคือท่าเรือประตูน้ำระยะเดินจากโครงการมาประมาณ 750 เมตร และท่าเรือสะพานหัวช้างประมาณ 800 เมตรเท่านั้น ที่สำคัญตัวโครงการอยู่ห่างจาก BTS ราชเทวีประมาณ 390 เมตร ก็ถึงบันไดเลื่อนขึ้นตัวสถานีแล้วค่ะ โดยเป็นระยะที่เดินเท้าได้สบายๆ เพียงแต่ต้องข้ามถนนสักหน่อย ซึ่งถ้าใครอยากไปช็อปปิ้งเพลินๆ ก็สามารถใช้ BTS จากสถานีราชเทวีนั่งรถไปสถานีเดียวก็จะถึงสถานีสยามซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางระหว่างสายสุขุมวิทและสายสีลม และมีห้างสรรพสินค้าชื่อดังมากมาย อาทิ สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามแสควร์วัน และสยามดิสคัฟเวอรี่ หรือถัดไปอีกหน่อยถนนราชประสงค์ก็จะเป็นเซ็นทรัลเวิลด์แล้วค่ะ นอกจากนี้ใครที่เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิบ่อยก็น่าจะถูกใจและสะดวก เพราะตัวโครงการ ไอดีโอ คิว สยาม-ราชเทวี อยู่ห่างจาก Airport Rail Link พญาไท ประมาณ 800 เมตร และในอนาคตยังมีรถไฟฟ้าสายสีส้มที่วิ่งจากตลิ่งชันปลายทางมีนบุรี เข้ามาเป็นตัวเลือกในการเดินทางเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยสถานีที่ใกล้โครงการที่สุดก็คือสถานีประตูน้ำ เรียกได้ว่าถ้าก่อสร้างเสร็จเมื่อไหร่ การเดินทางก็ยิ่งเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้นเท่านั้น   เริ่มต้นการเดินทางจากรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวีค่ะ สำหรับทางไปคอนโดฯ จะอยู่ที่ทางออกหมายเลข 4 นะคะ เดินลงมาจากสถานีก็เจอวินมอเตอร์ไซด์แล้วค่ะ ติดกันนั้นเป็นร้านคาเฟ่ชื่อดัง ซึ่งถัดไปอีกนิดก็เป็น CocoWalk ที่รวมร้านอาหารและร้านนั่งชิลล์มากมาย สำหรับการเดินทางไปคอนโดไอดีโอ จะต้องไปทางแยกราชเทวีนะคะ จากทางออกสถานีเดินย้อนมาทางแยกราชเทวี ระยะทางจุดนี้ประมาณ 80 เมตร ซึ่งต้องข้ามทางม้าลายไปอีกฝั่งหนึ่ง เมื่อเดินข้ามทางม้าลายมาแล้ว ก็เดินตามถนนเพชรบุรีไปเลยค่ะ ซึ่งอีกประมาณ 300 เมตรก็จะถึงตัวโครงการแล้วค่ะ ริมถนนฟุตบาททางเดิน ก็จะมีร้านค้า, ร้านคาเฟ่ รวมถึง Hostel ด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมีร้านยา, ร้านตัดผม อยู่บริเวณข้างทางเดินด้วย เดินตรงมาเรื่อยๆ ปากซอยหัวมุมเพชรบุรี 9 จะผ่านโครงการ ไอดีโอ คิว ราชเทวี ก่อนนะคะ ซึ่งอยู่ติดกับ ไอดีโอ คิว สยาม - ราชเทวี ที่เราปักหมุดไปกันวันนี้ ตัวอาคารก็มีโดดเด่น เล่นลวดลายที่ Facade ออกแบบสไตล์โมเดิร์น ใช้สีโทนเทาเข้มและอ่อน เฟรมกระจกสีดำ ซึ่งมองเห็นตั้งแต่ปากซอยเพชรบุรี 9 แล้วค่ะ มุ่งหน้าต่อไปทางแยกประตูน้ำ ซอยเพชรบุรี 11 ก็เป็นที่ตั้งโครงการ IDEO Q สยาม-ราชเทวีแล้วค่ะ จากภาพจะเห็นได้ว่าบริเวณข้างโครงการมีซอยเล็กๆ อยู่ ซึ่งซอย 11 นี้เป็นเส้นทางลัดไปทะลุห้างประตูน้ำเซ็นเตอร์ ตึกใบหยก ห้างอินทรา และออกถนนราชปรารถได้อีกด้วย รั้วโครงการด้านหน้าออกแบบเป็นเส้นโค้งรับกับ Facade อาคาร เดินเข้ามาจะพบกับความร่มรื่นเขียวขจีของสวนหย่อม นอกจากสวนหย่อมแล้วยังมีน้ำพุให้บรรยากาศดูน่าพักผ่อนด้วยค่ะ เดินเข้ามาเรื่อยๆ จะพบจุด Drop Off ที่อยู่ด้านหน้าทางเข้า Lobby เลยค่ะ   ภาพรวมโครงการ   โครงการ ไอดีโอ คิว สยาม-ราชเทวี เป็นคอนโด High Rise สูง 36 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 552 ยูนิต บนที่ดิน 2-1-63.70 ไร่ แบ่งออกเป็นร้านค้า 2 ยูนิต และที่พักอาศัย 550 ยูนิต มาพร้อมที่จอดรถ 258 คัน (คิดเป็น 48% ไม่รวมจอดซ้อนคัน), Service Lift 1 ตัว และ Private Lift 12 ตัว ที่แชร์ใช้กับห้องที่อยู่ตำแหน่งห้องตรงกับเราทั้งหมด ภายในลิฟท์โดยสารจะมีประตู 2 ฝั่ง เป็นระบบ Private Lift ที่ขึ้นไปจอดห้องตัวเอง และชั้นส่วนกลางเท่านั้น โดยไม่ต้องเดินผ่าน Corridor และห้องอื่นๆ เหมือนดั่งคอนโดทั่วไป ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Iconic equalize สะท้อนอัตลักษณ์อันโดดเด่นและแตกต่างทั้งภายนอกและภายใน ด้วยรายละเอียดของงานออกแบบจากดีไซเนอร์ชั้นนำผ่านรสนิยมการใช้ชีวิต บ่งบอกสถานะและตัวตนที่ไม่ซ้ำใครของผู้อยู่อาศัยด้วย Interior Design ในรูปแบบ Futuristic ประสานรวมกับแนวคิด ECO Urban Life ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเปิดมิติมุมมองใหม่ ด้วยสวนเล่นระดับ รวมไปจนถึงการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุดทุกตารางเมตร ให้ลูกบ้านใช้ชีวิตที่เพียบพร้อมอย่างมีความสุข   ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ ค่ะ เริ่มตั้งแต่พื้นที่สีเขียวรอบอาคารให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ทั้งสวนบริเวณ Lobby ชั้น 1, สวนลอยฟ้าชั้น 8 และสวนบนดาดฟ้า บริเวณชั้นล่างที่ทำเป็น Lobby สุดหรู มีลิฟท์โดยสารทั้งหมด 12 ตัว โดยจำกัดให้ขึ้นทีละ 1 ครอบครัวเท่านั้น และอย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่าลิฟท์จะขึ้นได้เฉพาะห้องตัวเอง และชั้นส่วนกลางเท่านั้น แต่กรณีที่ลิฟท์มีปัญหาสามารถไปใช้ลิฟท์ขนของได้ค่ะ ซึ่งพื้นที่โถงกลางระหว่างลิฟท์ทั้งหมดจะจัดวางโซฟา เป็นพื้นที่นั่งเล่นไว้หลากหลายมุม นอกจากนี้ยังมีห้อง Mail Box, ห้องนิติบุคคล และห้องน้ำแยกชายหญิง Master Plan โครงการจะเร่ิ่มจากทางเข้าที่อยู่ติดกับถนนเพชรบุรี เมื่อเข้ามาจะเป็นถนนในโครงการล้อมรอบตัวอาคาร ส่วนแรกเป็นจุด Drop Off ด้านหน้า Lobby มีที่จอดรถใต้อาคาร วนมาด้านหลังจะเป็นสวนหย่อมอีกจุด ด้านข้างโครงการอีกฝั่งจะมีทางเข้าที่จอดรถในอาคาร จอดได้ถึงชั้น 7 ทั้งโครงการจอดได้ 258 คัน หรือคิดเป็นประมาณ 48% ไม่รวมซ้อนคันค่ะ นอกจากนี้ภายในตัวอาคารที่ชั้น 1 จะมีร้านค้า 2 ร้าน และเป็นส่วนของ Lobby ขนาดยาวตลอดแนวอาคาร มาพร้อมลิฟท์โดยสาร 12 ตัว   ประตูทางเข้า Lobby จะเป็นกระจกบานเปิด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยบริการเปิดปิดอยู่บริเวณประตูด้วยค่ะ เดินเข้ามาด้านในจะพบกับเคาน์เตอร์ก่อนเลยค่ะ มุมมองกลับออกไปที่ประตูทางเข้า ด้วยขนาดของพื้นที่บริเวณ Lobby มีขนาดกว้างมากพอจะจัดมุมรับแขกได้หลายจุด หากลูกบ้านมีแขกมาเยี่ยมเยียนก็สามารถนั่งรอที่บริเวณล็อบบี้ได้สบาย จากภาพจะเห็นได้ว่าบริเวณ Lobby แบ่งออกเป็นสองฝั่งตามแนวยาวนะคะ และมีลิฟท์กระจายอยู่รอบๆ Private Lift จะวางคู่กันแบบนี้นะคะ มีทั้งหมด 12 ตัว และลิฟท์ขนของ 1 ตัว ซึ่งลูกบ้านต้องจำลิฟท์ประจำตำแหน่งห้องตัวเองให้ดีด้วย บริเวณโถงลิฟท์จะมีส่วนของ Mail Box ด้วยนะคะ ห้อง Mail Box จะแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ดูหรูหราและโดดเด่นไม่เหมือนคอนโดทั่วไปด้วยการเล่นสีและแสงไฟ ตัดกับผนังสีดำรอบๆ อีกฝั่งหนึ่งก็จะมีลิฟท์โดยสารกระจายอยู่รอบๆ เช่นเดียวกับฝั่งแรกค่ะ มีมุมนั่งเล่นรองรับลูกบ้านหรือผู้มาเยี่ยมเยียนได้หลายหลายมุม   สำหรับห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 8 เป็นต้นไปนะคะ โดยชั้นนี้จะมีสวนส่วนกลางมาให้ด้วยทั้ง 2 ฝั่ง ส่วน Facility หลักๆ นั้นจะอยู่ที่ชั้น 30 โดยเป็นจุดเด่นของโครงการนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะมีสระว่ายน้ำแบบ 360 องศา ล้อมรอบอาคารเลย ซึ่งลูกบ้านจะได้เต็มอิ่มกับวิวสวยๆ ในมุมสูงขณะกำลังพักผ่อนอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งแต่ละส่วนของสระว่ายน้ำจะมีพื้นที่จะกว้าง แคบ และตื้นต่างกันนะคะ จะมีส่วนที่เป็น Shallow Pool สระเด็ก และส่วนจากุซซี่ พื้นที่ตรงกลางสระแบ่งเป็น 3 ส่วน แต่ละส่วนจะมีทางเดินเชื่อมกันทั้งหมด ส่วนที่อยู่ด้านหน้าจะเป็น Library และ Business Center ถัดเข้ามาตรงกลางเป็น Social Club ห้องนี้จะมาพร้อมโต๊ะเกมส์รองรับวันพักผ่อน ส่วนพื้นที่ด้านหลังสุดเป็น Social Club ห้องนี้จะมีส่วนเตรียมอาหารพร้อม Long Table รองรับปาร์ตี้ของลูกบ้าน ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ผนังรอบด้านจะเป็นกระจกทั้งหมด และมีประตูบานเลื่อนที่สามารถเปิดเชื่อมออกสระว่ายน้ำได้ทุกส่วน นอกจากนี้ยังมีบันไดเดินขึ้นลงไปชั้น 29M และ 30M ถ้าเดินลงไปจะเป็นห้องน้ำแยกชายหญิง, ห้องสตรีม และซาวน่า แต่ถ้าไต่บันไดขึ้นไปจะเป็นห้องฟิตเนสค่ะ เรียกได้ว่าทางโครงการใส่ใจทุกรายละเอียดออกแบบโดยคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก จนไม่แปลกใจเลยค่ะว่า ไอดีโอ คิว สยาม-ราชเทวี เป็นโครงการที่ดีที่สุดในย่านนี้จริงๆ   แปลนของพื้นที่ชั้น 8 จะเร่ิมเป็นยูนิตพักอาศัยแล้วนะคะ ซึ่งที่ชั้นนี้จะมีสวนส่วนกลางมาให้ด้วย 2 ฝั่ง สำหรับลูกบ้านที่ไม่ได้อยู่ชั้นนี้ถ้าจะลงมาใช้งานต้องใช้ลิฟท์ขนของค่ะ พื้นที่สวนหย่อมบริเวณชั้น 8 ซึ่งลูกบ้านสามารถมานั่งเล่นชิลล์ๆ ได้อย่างสบายใจเลยค่ะ นอกจากชมความรื่นรมย์ของสวนสวย ยังได้วิวเมืองอีกด้วย สำหรับแปลนชั้น 9-28 จะเป็นยูนิตพักอาศัยทั้งหมดค่ะ แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 30 นะคะ จะเป็น Facility ทั้งหมด กดลิฟท์ขึ้นมาจะพบกับพื้นที่ส่วนกลางต่างกันไป แต่เราขอเริ่มจากส่วนด้านหน้าอาคารคือ Library ก่อนล่ะกัน ผนังด้านนอกทุกฝั่งที่ชั้นนี้จะเป็นกระจก และเป็นกระตูบานเลื่อนเพื่อเปิดเชื่อมออกสระว่ายน้ำได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีชุดโซฟาจัดไว้ให้ลูกบ้านนั่งเล่นชมวิวอย่างเพลิดเพลินด้วยค่ะ จุดเด่นของ Facility โครงการนี้คือสระว่ายน้ำแบบ 360 องศาค่ะ ภายในห้อง Business Center ไว้นั่งประชุมงานได้ เดินเข้ามาด้านในห้อง Social Club ห้องนี้มีโต๊ะโกล์ 2 ชุด พร้อมเก้าอี้นั่งชมวิว ส่วนนี้คือ Shallow Pool ก่อนต่อเนื่องไปห้อง Social Club ซึ่งมีบันไดขึ้นไปอีกชั้นเป็นฟิตเนส และบันไดลงชั้นล่างเป็นห้องน้ำและซาวน่าค่ะ Shallow Pool ที่ออกแบบมาอย่างหรูหรา จัดวางพร้อมเตียงและโซฟาด้วยค่ะ ภายในห้องฟิตเนสโอบล้อมด้วยกระจกใส ให้ลูกบ้านสามารถออกกำลังกายไปด้วยชมวิวไปด้วยได้อย่างเพลิดเพลิน ห้องฟิตเนสเต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายอย่างครบครันเลยนะคะ มุมมองตรงบริเวณตรงชานพักบันได มองลงมาที่สระว่ายน้ำจะเห็นสระว่ายน้ำตรงส่วนจากกุซซี่ น่าใช้งานมากค่ะ ถ้าลูกบ้านมาใช้บริการจากุชชี่ ก็จะได้วิวเมืองประมาณนี้ เดินไต่บันไดกลับลงมาเข้าห้อง Social Club จะมีเคาน์เตอร์บาร์ ไว้สำหรับจัดเตรียมอาหาร จัดปาร์ตี้ได้ด้วยค่ะ ทางโครงการจัดเก้าอี้และโซฟาไว้ให้ด้วย ซึ่งผนังกระจกเป็นกระตูบานเลื่อนเปิดเชื่อมออกสระว่ายน้ำได้เลยนะคะ เวลาลูกบ้านใช้สระว่ายน้ำก็จะได้ชมวิวเมืองแบบนี้เลยนะคะ   เปิดห้องตัวอย่าง   โครงการ ไอดีโอ คิว สยาม-ราชเทวี มีแบบห้องหลักๆ อยู่ 5 แบบ คือ 1 Bedroom ขนาด 29.50 ตร.ม., 1 Bedroom ขนาด 34 ตร.ม., 2 Bedroom 1 Bath ขนาด 51 ตร.ม., 2 Bedroom 2 Bath ขนาด 62 ตร.ม. และ 2 Bedroom 2 Bath ขนาด 69 ตร.ม. ทุกยูนิตขายแบบ Fully Fitted มาพร้อมวัสดุและสุขภัณฑ์คุณภาพซึ่งถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นชุดครัวพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, สุขภัณฑ์ และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ซึ่งถ้าลูกบ้านตัดสินใจซื้อ ก็เห็นจะขาดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าและพร็อพตกแต่งเท่านั้นเองค่ะ   สำหรับห้องตัวอย่างที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 34 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบหน้าแคบลึก พื้นที่ใช้สอยจัดมาได้ลงตัวทีเดียวค่ะ ซึ่งแต่ละยูนิตจะมี Private Lift ขึ้นมาที่ห้องเลย ห้องนี้เปิดมาจะเจอส่วนครัวพอดี ซึ่งจะมีประตู 2 ชั้นคือประตูที่เดินออกไปตรง Corridor และประตูที่เดินเข้าห้องด้านใน พื้นที่ภายในเป็นส่วนพักผ่อนอย่างห้องนอนและมุมนั่งเล่น ด้านในสุดเป็นระเบียง ประตูห้องนอนจะได้แบบบานเลื่อน 3 ตอน สามารถเปิดปิดแยกส่วนจากห้องนั่งเล่นได้ ในห้องนอนมีพื้นที่วางโต๊ะ ตู้ เตียง ได้ครบ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ในห้องนอนนะคะ ซึ่งในห้องตัวอย่างทางโครงการก็ตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้เราได้เห็นฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แต่ห้องที่ขายจริงจะเป็นห้องโล่งๆ ที่ได้เพียงผนังฉาบเรียบสีขาว กับ Fully Fitted ตามมาตรฐานที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้นค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 34 ตารางเมตร เมื่อกด Private Lift ขึ้นมาที่ห้อง เปิดมาจะเจอส่วนครัวก่อนเลยนะคะ ตรงส่วนครัวจะมีประตู 2 ชั้น คือประตูที่เดินออกไปตรง Corridor และประตูที่เดินเข้าห้องด้านใน ทางโครงการให้เตาไฟฟ้าหน้าเซรามิกแบบสองหัว มาพร้อมเครื่องดูดควันของ Mex ผนังด้านในกรุกระเบื้องมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ข้อดีคือทำความสะอาดง่าย ฝั่งตรงข้ามลิฟท์จะเป็นชุดเคาน์เตอร์ครัว ลูกบ้านจะได้ทุกอย่างตามนี้เลยนะคะ จะเว้นก็เพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น ทางโครงการบิลต์อินตู้ลอย พร้อมเว้นช่องสำหรับวางไมโครเวฟมาให้แล้วนะคะ ซึ่งตู้ด้านบนจะเป็นบานเปิดอีก 3 บาน และทุกบานมี Soft Close สำหรับอ่างล่างจานลูกบ้านจะได้แบบหลุมเดียวนะคะ แต่จะมีฝาเปิดปิดสีและลายเดียวกันกับท็อปเคาน์เตอร์มาให้ ข้อดีคือถ้าไม่ใช้งานก็สามารถปิดไว้เพื่อวางของเตรียมอาหารได้ด้วย ครัวจะเป็นแบบ One Wall-Kitchen นะคะ โดยโครงการจะเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นมาให้แล้วด้วย เปิดประตูด้านในส่วนพักผ่อนเข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนเลยนะคะ พื้นที่ถัดเข้าไปด้านในทางซ้ายจะเป็นระเบียงค่ะ พื้นที่ติดกับมุมนั่งเล่นจะเป็นห้องนอนนะคะ พื้นที่ปลายเตียงสามารถเลื่อนประตูมาเปิดปิดได้นะคะ ประตูบานเลื่อนจะแขวนบนรางด้านบน เป็นแบบบาน 4 ตอน เมื่อเลื่อนมาปิดก็จะให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวขึ้นมาทันที มุมนั่งเล่นจะถูกโอบล้อมด้วยประตูกระจกใสนะคะ ซึ่งเป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน สามารถเปิดไปรับลมที่ระเบียงได้ ระเบียงมีขนาดกว้างสามารถวางราวตากผ้าได้สบายๆ เลยค่ะ ตรงระเบียงจะมีกระจกบานเลื่อนอีกชั้น ตามแบบฉบับของอนันดา ซึ่งข้อดีคือทำให้ลูกบ้านสามารถใช้พื้นที่ได้เต็มที่ ช่วยกันฝนได้ดี หรือสามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่น จัดวางโต๊ะเก้าอี้ได้อีกด้วย ผนังฝั่งด้านข้างจะเป็นช่องวางคอมเพลสเซอร์แอร์ มีประตูเปิดปิดได้ด้วยค่ะ กลับเข้ามาภายในห้อง พื้นที่ติดคอนโซลทีวีจะเป็นมุมรับประทานอาหารนะคะ ระยะห่างระหว่างโซฟากับคอนโซลทีวีมีระยะกำลังดีเลยนะคะ ไม่แคบและไม่กว้างจนเกินไป สามารถวางโต๊ะกลางได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด ตรงข้ามมุมรับประทานอาหาร ทางโครงการจะบิลต์อินตู้เก็บของสูงจรดเพดานมาให้แล้วนะคะ ด้านในตู้เก็บของจะแบ่งชั้นวางของออกเป็น 7 ชั้นเลยนะคะ ซึ่งสามารถเก็บของได้เยอะมาก แถมยังไม่รบกวนสายตาเนื่องจากมีหน้าบานเปิดปิดด้วยค่ะ มุมมองจากบริเวณห้องนอนกลับไปยังส่วนนั่งเล่นนะคะ ภายในห้องนอนทางขวาจะมีช่องหน้าต่างรับแสงอยู่ 1 บานเป็นบานกระทุ้งนะคะ ระยะด้านข้างมีที่เหลือพื้นที่วางโต๊ะหัวเตียงได้สบายๆ ทางโครงการจัดวางเก้าอี้นวมไว้เป็นตังอย่าง ซึ่งลูกบ้านสามารถวางเป็นโต๊ะทำงานเล็กๆ ก็ยังได้ค่ะ พื้นที่อีกฝั่งหนึ่งของห้องนอน ด้านหน้าห้องน้ำ จะเป็นมุมแต่งตัวนะคะ ตู้เสื้อผ้าจะบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยคะซึ่งลูกบ้านจะได้มาพร้อมกับห้องเลยค่ะ บริเวณตรงข้ามตู้เสื้อผ้ายังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้งได้สบายๆ มาในส่วนของห้องน้ำกันบ้าง ตรงกลางจะเป็นชุดอ่างล้างมือ มีกระจกเงาบานใหญ่มาให้ ด้านซ้ายมือเป็นนสุขภัณฑ์ ฝั่งด้านขวามือเป็นพื้นที่อาบน้ำ กั้นกลางด้วยกระจกใส ผนังภายในห้องน้ำกรุด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนนะคะ พื้นที่ส่วนเปียกจะถูกลดระดับลงมาจากพื้นที่ส่วนแห้งอีกเสต็ปหนึ่ง เพื่อกันไม่ให้น้ำจาก Shower Area ไหลออกไปสู่พื้นที่อื่นๆ ภายในห้องน้ำ ชุดตู้ใต้อ่างล้างหน้า สามารถเลื่อนเปิดออกมาไว้เก็บของใช้งานทั่วไปด้วยนะคะ มุมมองจากหน้าห้องน้ำกลับเข้าไปในห้อง จะเห็นว่าห้องมีขนาดกำลังดีเลยนะคะ สามารถใช้งานพื้นที่ทุกส่วนได้อย่างคุ้มค่าทุกตารางเมตร   ปัจจุบันโครงการ ไอดีโอ คิว สยาม-ราชเทวี สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วนะคะ เริ่มมีลูกบ้านทยอยเข้าอยู่กันแล้ว แต่ก็ยังพอมียูนิตเหลืออีกนิดหน่อย และอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าห้องทุกยูนิตของโครงการจะขายแบบ Fully Fitted นะคะ ภายในห้องมาพร้อมลิฟท์ส่วนตัวทุกยูนิต และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินตู้เก็บของ, ตู้เสื้อผ้า, เคาน์เตอร์ครัว, สุขภัณฑ์ต่างๆ มาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ลูกบ้านแค่ตกแต่งเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มมากนัก และด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ใจกลางเมือง รายล้อมด้วยสาธารณูปโภคอย่างครบครัน ทั้งยังเดินทางสะดวกสบาย ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือซื้อไว้ลงทุนก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ ด้วยทำเลศักยภาพพร้อมพื้นที่ส่วนกลางจัดเต็มแบบนี้ ไม่ควรมองข้ามเลยจริงๆ ค่ะ   พิเศษ! โปรโมชั่นสำหรับคนที่สนใจโครงการ ไอดีโอ คิว สยาม-ราชเทวี สามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ ANANDA HEART SALE โปรใจใจให้อยู่เลย ได้ที่ https://goo.gl/zn8rG8 ฟรี! เฟอร์นิเจอร์ + ค่าใช้จ่ายวันโอนฯ* รับเงินคืน 200,000 บ.* Free iPhone X* ในราคาพิเศษเริ่มต้น 6.39 MB.*     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 02-316-2222 หรือ www.ananda.co.th
IDEO Q Sukhumvit 36 สัมผัสความโมเดิร์นหรูหราย่านทองหล่อ

IDEO Q Sukhumvit 36 สัมผัสความโมเดิร์นหรูหราย่านทองหล่อ

บนความสมบูรณ์แบบของไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ คงหนีไม่พ้นความเป็นอยู่ย่านใจกลางเมืองที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยมมากมายตลอด 24 ชม. เดินทางง่าย เชื่อมต่อถนนสายสำคัญได้หลายเส้นทาง ทำเลที่เรียกได้ว่า All Day All Night เช่นนี้ เราจะต้องนึกถึงย่านทองหล่อเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอนใช่ไหมคะ ซึ่งการมองหาที่อยู่อาศัยท่ามกลางทองหล่อเพื่อให้ได้ความสะดวกสบายหลายอย่างอยู่รอบตัว ก็คงต้องแลกมาด้วยความวุ่นวายของผู้คนและการจราจรที่ติดขัดอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นการเลือกที่อยู่อาศัยให้ห่างออกมาจากในซอยสุขุมวิท 55 หรือซอยทองหล่อ ออกมาไม่ไกล แต่ยังคงอยู่ในย่านนี้ และยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้าก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากทีเดียว   ทุกวันนี้ย่านทองหล่อยังคงครองแชมป์ทำเลสุดฮอต ซึ่งเป็นที่ต้องการของกลุ่มคนตลาดบนที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนยุคใหม่ และนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ด้วยศักยภาพของทำเลที่เต็มเปี่ยมจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยม โครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดในย่านนี้ แต่ละโครงการก็มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดทั้งเรื่องของทำเลที่ตั้ง สถาปัตยกรรม และราคา ถือเป็นกำไรของผู้บริโภคให้ได้เลือกสิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับตัวเอง   ทำเล   ถนนสุขุมวิท ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีไม่มากก็น้อย เพราะเป็นหนึ่งในเส้นทางสายหลักของกรุงเทพฯ และสำหรับประเทศไทยด้วย ตั้งแต่เริ่มต้นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนเพลินจิตยาวไปจนสุดที่จังหวัดตราด ซึ่งทั้ง 488 กิโลเมตรนี้ ช่วงที่มีความโดดเด่นมากที่สุด คือ ซอยสุขุมวิท 55 หรือซอยทองหล่อ เพราะความเพียบพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียงตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งร้านอาหารระดับคุณภาพจากหลากหลายสัญชาติ บางร้านก็มีเชฟชาวต่างชาติมาเปิดร้านเองในแบบฉบับต้นตำหรับแท้ๆ ซึ่งหาทานไม่ได้ที่ไหนนอกจากทองหล่อ ร้านแฮงเอาท์บรรยากาศดี และสถานบันเทิงชื่อดังมากมาย   สำหรับโครงการ IDEO Q Sukhumvit 36 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 36 เข้าไปประมาณ 450 เมตร ปากซอยติดกับสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ ซึ่งทางโครงการจะมี shuttle bus รับ-ส่งฟรีสำหรับลูกบ้าน ซอยสุขุมวิท 36 นี้ สามารถทะลุไปสู่ถนนพระราม 4 ฝั่งขาออก แล้วไปขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครบริเวณถนนเกษมราษฎร์ได้ และยังใกล้ศูนย์การค้าชั้นนำอย่าง EmQuartier, Emporium, Gateway เอกมัย ก็อยู่ในระยะทางไม่เกิน 2 กิโลเมตร ซุปเปอร์มาร์เก็ตชื่อดัง เช่น Top Supermarket, K Village, ทองหล่อ, BigC เอกมัย, Lotus พระราม 4 โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง รวมถึงสถาบันการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมไปจนถึงมหาวิทยาลัย ก็มีครบครันแถมอยู่ใกล้ๆ โครงการทั้งนั้น ภาพรวมโครงการ   IDEO Q Sukhumvit 36 คอนโดมิเนียม High Rise 2 อาคาร แบ่งเป็นอาคาร A สูง 47 ชั้น ยูนิตพักอาศัยชั้น 7-23, 25-46 รวมทั้งหมด 364 ยูนิต ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว ที่จอดรถระบบ Auto Parking 125 คัน ที่ชั้น 2-6 มีบันไดหนีไฟ 2 จุด และอาคาร B สูง 24 ชั้น ยูนิตพักอาศัยชั้น 7-23 รวมทั้งหมด 85 ยูนิต ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว ที่จอดรถระบบ Auto Parking 161 คัน ที่ชั้น B1-B2 มี EV Charger สำหรับ 2 คัน บันไดหนีไฟ 2 จุด โดยทั้งสองอาคารจะถูกเชื่อมต่อกันด้วย Facility ชั้น 24 ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกมีอยู่หลายส่วนด้วยกัน ดังนี้   ชั้น 1 Garden บริเวณหน้าโครงการ กับพื้นที่ระหว่าง 2 อาคาร, Lobby   ชั้น 24 Swimming Pool, Golf Simulator, Fitness and Virtual fitness, Retreat Area, Locker and Changing Room, Social Club, Sky Bar, Workshop/Tea Room, Co-Working Space, Library, Creative Lounge, Meeting Room   ชั้น 47 Japanese Garden, Changing Room with Locker, Stream and Sauna, Black Onsen     ดูจาก Facility แล้วเห็นได้ชัดว่าทางโครงการออกแบบมาเพื่อเอื้อต่อการปล่อยเช่าสำหรับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาอาศัยอยู่ในย่านนี้ ทั้ง Japanese Garden, Golf Simulator, Tea Room และ Black Onsen ภาพ Master Plan ที่ดินเป็นรูปแบบตัว L ตัวอาคารมีระยะร่นลึกเข้ามาจากถนน และมีระยะห่างจากรั้วโครงการโดยรอบพอสมควร มีสวนสีเขียวด้านหน้า ตัวอาคารหลังสวนสีเขียวด้านหน้า คือ อาคาร A มีสวนอยู่ตรงกลางระหว่างอาคาร A กับ B ที่จอดรถอยู่หลังอาคาร Floor Plan ของทั้งสองอาคาร โดยแปลนด้านล่างของรูป คือ อาคาร A วางรูปแบบ Double Corridor ระเบียงห้องหันหน้าออกทางทิศใต้ วิวฝั่งถนนพระราม 4 กับทิศเหนือ วิวฝั่งถนนสุขุมวิท ส่วนห้องมุมจะได้วิวทิศตะวันออก ฝั่งหน้าโครงการได้วิวทองหล่อ-เอกมัย กับฝั่งตะวันตก ฝั่งหลังโครงการได้วิวในเมือง ส่วนอาคาร B มีห้องที่หันระเบียงออกอยู่ 3 ทิศด้วยกัน คือ ทิศตะวันออก ทิศเหนือ และทิศตะวันตก เห็นแบบนี้แล้วหลายคนอาจจะกังวลเรื่องการถูกบล็อกวิวกันเองระหว่างสองอาคารนี้ แต่ทางโครงการได้ออกแบบมาให้ไม่มีห้องไหนมาบล็อกกันเลย โดยระเบียงได้หันออกไปมุมอื่นได้วิวเมืองด้านนอก ไม่ได้หันระเบียงเข้าตัวตึกข้างๆ แต่อย่างใด มีเพียงห้องตำแหน่ง 01 ของอาคาร A เท่านั้นที่ระเบียงหันออกทางทิศเหนือ ฝั่งอาคาร B แต่ทางโครงการออกแบบอาคาร B มาให้เล็กกว่าอาคาร A จึงทำให้ระเบียงของห้องตำแหน่งนี้ พ้นจากตัวอาคาร B พอดี สามารถได้วิวฝั่งรถไฟฟ้าเช่นกัน   ห้องตัวอย่าง   ภายใน Sale Gallery ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกันกับตัวโครงการจะมีทั้งหมด 2 ห้องตัวอย่างค่ะ คือ 1 Bed ขนาด 45 ตร.ม. กับ 2 Bed ขนาด 63 ตร.ม. ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องให้มาแบบ Fully Fitted ค่ะ   สำหรับสถาปัตยกรรมโครงการนี้เน้นโทนสีดำ ดูมีความเป็นโมเดิร์นมากๆ เชื่อว่าหลายคนจะต้องบอกว่าสวยมากแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปสำหรับแบรนด์ IDEO กันเลยค่ะ ทางเข้าโครงการติดกับถนนในซอยสุขุมวิท 36 มีสวนสีเขียวหน้าโครงการ ตัวอาคารมีระยะร่นจากถนนพอสมควร ระยะห่างระหว่างสองอาคารไม่มากนัก แต่ไม่ห่วงเรื่องมีมุมวิวบล็อกเลยค่ะ ด้วยดีไซน์ทุกห้องจะไม่โดนบล็อกวิวกันเอง ชั้น 24 ที่เป็น Facility เชื่อมต่อกันระหว่างสองอาคาร เริ่มชมห้องตัวอย่างแบบ 1 Bed ขนาด 45 ตร.ม. ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.7 เมตร ใช้ไฟแบบดาวน์ไลท์ ปูพื้นด้วยไม้เอ็นจิเนียร์ พื้นที่แรกของห้องมีพื้นที่ในการ Built in ตู้เก็บรองเท้าฝั่งขวามือ ฝั่งซ้ายสามารถวางโต๊ะทานข้าวได้ขนาด 2 ที่นั่ง เดินลึกเข้าไปอีกหน่อยเป็นโซนห้องนั่งเล่นค่ะ สามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางได้ โดยยังมีพื้นที่ให้เป็นทางเดินเหลือได้สบายๆ อีกด้านสำหรับวางเคาน์เตอร์วางทีวี ข้างโซฟาสามารถออกไประเบียงได้ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจก 3 บาน ขอบอลูมิเนียมเคลือบ Powder Coat ผิวด้าน สีเทาเข้ม ส่วนผ้าม่านทางโครงการก็ติดตั้งมาให้ด้วยนะคะ ระเบียงห้องเป็นแบบปิดค่ะ โดยจะปิดด้วยหน้าต่างกว้างชิดผนังทั้งทั้งสองด้าน และเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอนด้านบน ตรงนี้สามารถวางโต๊ะ-เก้าอี้ ขนาดไม่ใหญ่มาก เอาไว้สำหรับนั่งเล่นรับลมจากด้านนอก แถมยังได้ความปลอดภัยที่มากกว่าระเบียงกั้นด้วยรั้วเหล็กปกติ ซึ่งหากมองจากภายนอกเข้ามาในอาคารก็จะได้ความเป็นส่วนตัว และสวยงามมากกว่าค่ะ   กลับเข้ามาในห้องกันค่ะ เราเข้าไปดูอีกโซนด้านในกัน ซ้ายมือของทางเดินเป็นห้องครัวปิดค่ะ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ภายในห้องครัวมีพื้นที่กว้างพอสำหรับ 2-3 คนเดินสวนกันได้ โดยเคาน์เตอร์ครัว Built in ตลอดแนวผนังที่เห็น ลูกบ้านจะได้ไปทั้งเซตนี้เลยค่ะ แต่ยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้านะคะ Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์ลายหินอ่อน มาพร้อมเตาไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดครัว ซิงค์ล้างจานจากแบรนด์ Franke ทั้งหมดคุมโทนสีดำ-ทอง สวยงามดูหรูหรามากค่ะ หันหลังกลับมาที่ฝั่งตรงข้ามกับห้องครัว ฝั่งขวามือของทางเดินเป็นห้องน้ำค่ะ ทั้งพื้นกับผนังปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน โทนสีขาว ฝั่งซ้ายเป็นอ่างล้างหน้าจากแบรนด์ TOTO ได้ตู้สำหรับเก็บของด้านล่าง พร้อมกระจกบานใหญ่มาด้วยค่ะ ตรงข้ามกับอ่างล้างหน้าเป็นสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ แบรนด์ TOTO เช่นกันค่ะ โซนเปียกกั้นด้วยฉากอาบน้ำกระจกใสแบบบานประตูเปิด-ปิด ตรงกลางติดตั้งฝักบัวพร้อม Rain Shower แบรนด์ Grohe และอ่างอาบน้ำแบรนด์ TOTO อยู่ติดกับกระจก กระจกข้างอ่างอาบน้ำสูงชิดเพดานด้านบน เป็นกระจกแบ่งออกเป็น 3 ตอน และมีบานกระทุ้งสามารถเปิดออกได้ 1 บาน สามารถเทควิวเมืองในมุมสูงพร้อมแช่น้ำในอ่างอาบน้ำไปด้วยได้บรรยากาศดีค่ะ ออกมาจากห้องน้ำ สุดทางเดินของห้องเป็นห้องนอนค่ะ พื้นที่กว้างขวางใช้ได้เลยทีเดียว ตรงกลางห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ โดยเหลือทางเดินของทั้งสองฝั่งข้างเตียงแบบสบายๆ ด้านข้างเตียงมีกระจกสูงชิดเพดาน แบบบานกระทุ้งเปิดได้ 1 บาน มาพร้อมผ้าม่านด้วยค่ะ   อีกฝั่งหนึ่งของห้องนอนเราสามารถวางโต๊ะทำงาน พร้อมมีพื้นที่สำหรับจัด Walk in Closet สำหรับห้องนี้เหมาะสำหรับอยู่กัน 2 คนได้ค่ะ พื้นที่ให้มากว้างดี ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป   โครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ใจกลางเมืองแบบนี้คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องความสะดวกสบายทั้งการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวก เพราะย่านนี้ถือว่าตั้งอยู่ในทำเลทองของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยแล้วชาวต่างชาติอยู่ตลอด ดูจากยอดขาย ณ ปัจจุบันไปถึง 70% แล้ว   ส่วนเรื่องห้องพักอาศัยของที่นี่มีความน่าสนใจอยู่หลายตำแหน่งเลยค่ะ ด้วยเรื่องของการออกแบบที่สามารถวางให้ทุกยูนิตไม่มีการบล็อกวิวกัน แม้อาคารจะอยู่ห่างกันนิดเดียว บวกกับทำเลของโครงการ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเลือกอยู่ Low Zone หรือ High Zone ก็จะได้วิวที่ดีพอๆ กันหมด โดยเฉพาะห้องมุมที่ได้ส่วนโค้งของมุมตึกสามารถเทควิวได้กว้างมากขึ้นกว่าปกติ แต่สำหรับใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวมากๆ แนะนำอาคาร B ที่มีจำนวนเพียง 5 ยูนิต/ชั้น สำหรับคนที่ชอบวิวมุมสูงก็แนะนำ High Zone ของอาคาร A ค่ะ แต่เมื่อเทียบจำนวนอาคาร จำนวนชั้น กับยูนิตทั้งหมดที่ถือว่าไม่มากแล้ว ถือว่าเป็นโครงการที่เน้นความเป็นส่วนตัวอยู่พอสมควร สิ่งที่เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของโครงการนี้คือเรื่องของการใช้วัสดุที่สวยงาม ดูหรูหราสมราคา และ Facility ที่เอื้อต่อการปล่อยเช่าชาวต่างชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจทั้งการอยู่อาศัยเอง และปล่อยเช่าที่ย่านนี้ได้ราคาดี ประมาณ 900-1,000 บาท/ตร.ม.   Q 36 Event Grand Opening 20-21 Jan 2018  วันที่ 20 มกราคม นี้ เวลา 13.00-15.00 น. จัดสัมนาฟรี ในหัวข้อ “เจาะลึกพฤติกรรมผู้เช่าห้องญี่ปุ่น ทำห้องอย่างไรให้โดนใจ”โดย ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ (คุณเกตุวดี Marumura กูรูด้านการตลาดญี่ปุ่น)   พิเศษ Promotion Free! iPhone X* เมื่อจองทำสัญญาได้รับเครื่อง 60 วันหลังทำสัญญา ลงทะเบียนได้เลย >>> https://goo.gl/G4gFJF
พหลโยธิน-เกษตร ทำเลฮอตแห่งปี

พหลโยธิน-เกษตร ทำเลฮอตแห่งปี

คำว่า “ทำเลดี” ในยุคนี้คงต้องหมายถึงที่ดินติดกับสถานีรถไฟฟ้า เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า, ซุปเปอร์มาร์เก็ต, โรงพยาบาล, สถานศึกษา ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ก็มักกระจุกตัวอยู่ใจกลางเมืองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้ทำเลแบบนี้มีอยู่อย่างจำกัด สิ่งหนึ่งที่จะตามมาแน่นอนคือเรื่องของราคาที่สูงอยู่พอสมควรเลยทีเดียว ส่งผลต่อชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ที่จำเป็นต้องพักอาศัยอยู่ออกไปทางชานเมืองสักหน่อย แล้วฝ่าปัญหารถติดเรื้อรังเข้าสู่ในตัวเมืองเพื่อไปทำงาน หรือไปเรียนให้ทันเวลา   ปัจจุบันด้วยแผนพัฒนาทางคมนาคม โดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่กำลังขยายเส้นทางกระจายออกไปทั่วกรุงเทพฯ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาเมือง ก่อให้เกิดการเติบโตขยายตัวเมืองออกไปมากยิ่งขึ้น ประชาชนทั่วไปอย่างเราๆ ก็ย่อมมีตัวเลือกในเรื่องของทำเลที่ดีในการอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดที่สุดคงหนีไม่พ้นช่วงถนนที่กำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้งสองข้างทางต่างก็เริ่มถูก ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จับจองแล้วพัฒนาเป็นโครงการใหม่ เป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น นี่เป็นอีกหนึ่งทางออกของการย้ายที่อยู่มาอาศัยอยู่ใกล้รถไฟฟ้า เพื่อสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลามากยิ่งขึ้น   รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต  ถนนพหลโยธิน หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เป็นถนนสายหลักสายสำคัญสายหนึ่งของประเทศไทย ด้วยความที่เป็นถนนจากใจกลางกรุงเทพฯ ผ่านจุดสำคัญมากมาย และมุ่งสู่ภาคเหนือของประเทศไทยไปสุดทางที่พรมแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 994 กิโลเมตร โดยช่วงเริ่มต้น ตั้งแต่ กม. ที่ 0 จากอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปจนถึงจตุจักร ทุกคนจะเห็นว่ามีรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนผ่านตลอดช่วงแล้ว ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีเขียวกำลังสร้างส่วนต่อขยายเพิ่มเติมออกไปอีก จากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตไปตามถนนพหลโยธิน ผ่านช่วงห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์-สะพานใหม่-พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ แล้วเบี่ยงขวาเข้าสู่ถนนลำลูกกา สุดสายที่สถานีคูคต รวมแล้วเป็นระยะทางทั้งสิ้น 19 กิโลเมตร ทั้งหมด 16 สถานี คาดว่าเปิดให้บริการในปี พ.ศ.2563 นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างสถานีเพิ่มจากสถานีคูคตอีก 4 สถานี ต่อออกไปอีกตามถนนลำลูกกา จนถึงสถานีวงแหวนตะวันออกบริเวณบิ๊กซี ลำลูกกา คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี พ.ศ.2565 แน่นอนว่าเมื่อมีรถไฟฟ้าขยายไปถึงบริเวณไหนก็จะส่งผลให้เกิดความเจริญของเมืองตามไปด้วย โดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนแล้ว สองข้างทางก็ยิ่งคึกคักมากขึ้น เกิดสิ่งปลูกสร้างมากมายเพื่อจับจองทำเลที่ดีที่สุด ก่อนราคาที่ดินจะพุ่งตัวสูงขึ้นอีกกว่าเท่าตัวเมื่อรถไฟฟ้าสร้างแล้วเสร็จ แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นการทำโครงการคอนโดมิเนียม ที่เน้นการเดินทางอย่างสะดวกสบายที่สุดด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งเหล่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็ย่อมที่จะกระโดดลงไปแข่งขันในสนามนี้กันอย่างดุเดือด นอกจากรถไฟฟ้าที่เป็นปัจจัยหลักในการนำพาความเจริญให้เกิดขึ้น เมื่อมีความสะดวกในการเดินทางแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ก็เป็นเรื่องสำคัญในการตัดสินใจอยู่อาศัยคือ สิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน โรงพยาบาล แหล่งออฟฟิศ และสถาบันการศึกษา หากทุกสิ่งที่กล่าวถึงมีอยู่รายล้อมนั่นก็จะหมายถึงการเป็น “ทำเลที่ดี” ซึ่งถนนพหลโยธิน ช่วงห้าแยกลาดพร้าวไปจนถึงสะพานใหม่มีทุกสิ่งครบครัน ไล่มาตั้งแต่เซ็นทรัลลาดพร้าว, โรงเรียนหอวัง, เทสโก้โลตัส, อเวนิว, เมเจอร์รัชโยธิน, โรงพยาบาลเปาโล, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, บิ๊กซี, ตลาดยิ่งเจริญ, โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เป็นต้น จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้จะกลายเป็นทำเลสุดฮอตของเหล่าคอนโดมิเนียม   คอนโดมิเนียม ย่านพหลโยธิน-เกษตร หากใครที่ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของเหล่าคอนโดมิเนียม จะพบว่าในปีนี้นั้นมีการเปิดตัวโครงการไปหลายแห่ง รวมถึงโครงการที่เตรียมเปิดตัวเพิ่มอีกในปีต่อไปจากหลากหลาย Developer ทั้งเจ้าใหญ่ เจ้าเล็กมากหน้าหลายตา ทั้งทำเลที่ติดกับถนนพหโยธิน และทำเลที่เข้าไปตามซอยพหลโยธิน ทั้งสองฝั่งถนน เราลองมาดูตัวอย่างคอนโดมิเนียมในบางโครงการที่ตั้งอยู่ย่านนี้กันดู เช่น Life Ladprao - ไลฟ์ ลาดพร้าว คอนโดมิเนียม 2 อาคาร สูง 45-46 ชั้น มีจุดขายอยู่ตรงทำเลที่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าวเพียง 1 ก้าว แถมฝั่งตรงข้ามก็ยังเป็นเซ็นทรัล ลาดพร้าว กับโรงเรียนหอวัง และยังเป็นจุด interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน สถานีพหลโยธิน ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม. 140,000 บาท ราคาเริ่มต้นตอนเปิดตัวอยู่ที่ 2.9 ล้านบาท ซึ่งช่วงเปิดพรีเซลก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเลยทีเดียว Poly Place Condo @Phaholyothin 23 - โพลี เพลส คอนโด แอท พหลโยธิน 23 คอนโดมิเนียม 3 อาคาร 8 ชั้น อยู่เข้าไปในซอยพหลโยธินประมาณ 800 เมตร แม้จะเข้าซอยไปสักหน่อย แต่ก็มีทางเข้า-ออก ได้หลายเส้นทาง ทั้งทางถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวิดีรังสิต และถนนรัชดาภิเษก ช่วงหลังอาคาร SCB Park ได้ ที่น่าสนใจคือเรื่องของราคาเริ่มต้น เพียง 1.8 ล้านบาท เฉลี่ยต่อ ตร.ม. 62,000 บาท (ราคาตอนเปิดตัว) Lyss Ratchayothin - เดอะลิสส์ รัชโยธิน คอนโดมิเนียม Low rise 1 อาคาร อยู่ภายในซอยพหลโยธิน 27 เข้าไปเพียง 200 เมตร ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพหลโยธิน 24 เป็นซอยที่ขนาดเล็กไม่ลึกมาก แต่เงียบสงบเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเป็นส่วนตัว แต่ถือว่ายังใกล้รถไฟฟ้าอยู่ ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท เฉลี่ย 105,000 บาท/ตร.ม. Lumpini Park Phahon 32 - ลุมพินี พาร์ค พหล 32 คอนโดมิเนียม 30 ชั้น 1 อาคาร ออกแบบตัวอาคารมาได้สวยไม่แพ้เจ้าอื่นๆ ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน ใกล้กับซอยเสนานิคม ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเสนานิคม 200 เมตร เน้นความใกล้ชิดธรรมชาติ Facilities อยู่บนชั้น 24 เราสามารถว่ายน้ำในสระแบบ Infinity Edge พร้อมเทควิวมุมสูงได้ไม่แพ้ในเมือง ราคาเฉลี่ย 135,000 บาท/ตร.ม. เริ่มต้นที่ 3.02 ล้านบาท Premio Quinto – พริมิโอ ควินโต คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร มาในสไตล์ Modern Classic  ริมถนนพหลโยธิน ติด BTS สถานีเสนานิคม ใกล้ตลาดบางเขน กับโรงพยาบาลเปาโล แถวนี้หาของกินอร่อยๆ ได้ง่ายมาก ราคาเฉลี่ย 113,000 บาท/ตร.ม. เริ่มต้นที่ 2.49 ล้านบาท Knightsbridge Kaset Society - ไนท์บริดจ์ เกษตร โซไซตี้ คอนโดมิเนียม High Rise 20 ชั้น 2 อาคาร 16 ชั้น 1 ตัวนี้ทำเลน่าสนใจมาก แล้วก็ได้รับความสนใจอย่างมากเช่นกัน เพราะอยู่ใกล้กับแยกเกษตรชนิดที่สามารถเดินไปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ไม่ไกล และยังใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสถานีเสนานิคม ประมาณ 40 เมตร ตัวอาคารออกแบบมาสวยโดดเด่น สมกับเป็นตัวท็อปของออริจิ้น ราคาเฉลี่ย 115,450 บาท/ตร.ม. เริ่มต้นที่ 2.69 ล้านบาท   จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน หากเราต้องการที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกก็ไม่จำเป็นจะต้องจ่ายเงินก้อนโตมากมาย เพื่อไปอาศัยอยู่ใจกลางเมืองให้ประหยัดเวลาการเดินทาง เราก็เริ่มมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้นในการอยู่อาศัยออกห่างจากใจกลางเมืองไปไม่ไกล มีความหนาแน่นของผู้คนน้อยกว่าที่สำคัญมีราคาค่างวดถูกกว่ากันมาก แต่ยังคงแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นกัน เชื่อว่าทำเลย่านพหลโยธิน-เกษตร นี้ จะกลายเป็นอีกแหล่งสำคัญที่หลายคนต่างจับจองอยู่อาศัยกันไม่น้อย ด้วยศักยภาพที่เต็มเปี่ยมในอนาคตอันใกล้
เดอะสเตจ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ เชิญพิสูจน์ความสวยงามกับวิวบนชั้น Rooftop ครั้งแรก จัดอีเว้นท์และรับโปรฯสุดพิเศษ – พบมินิคอนเสิร์ตจากสิงโต นำโชค

เดอะสเตจ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ เชิญพิสูจน์ความสวยงามกับวิวบนชั้น Rooftop ครั้งแรก จัดอีเว้นท์และรับโปรฯสุดพิเศษ – พบมินิคอนเสิร์ตจากสิงโต นำโชค

คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่หน้ากว้าง  “เดอะสเตจ เตาปูน – อินเตอร์เชนจ์”  พัฒนาโครงการโดย บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย ทั้งสายสีม่วงและสายสีน้ำเงิน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เปิดชมวิวสวยบนชั้น Rooftop เป็นครั้งแรกได้ในงาน "The Stage Rooftop Infinite Night"  พบกับมินิคอนเสิร์ตจาก "สิงโต นำโชค" ในวันเสาร์ที่ 18 พ.ย. นี้ เวลา 14.00 - 19.00 น. และร่วมค้นหาคำตอบว่าเขาและเธอจะเป็นอย่างไรสำหรับตอนจบของ VDO เรื่องนี้ได้พร้อมกันในงาน  พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษ ฟรี!! ทุกค่าใช้จ่าย* จอง 10,000 บาท เข้าอยู่ได้เลย เริ่ม 2.7 ล้านบาท  พิเศษ!! ลูกค้าที่จองในงาน ลุ้นรับ iPhone X หรือ Gift Voucher Central มูลค่า 5,000 บาท*  นอกจากนี้ลูกค้าที่ลงทะเบียนและเข้าร่วมงาน ลุ้นรับ Apple Watch 1 รางวัล* สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1232 กด 19  
“Siamese Exclusive 42” ตอบโจทย์การลงทุนบนทำเลสุขุมวิทตอนกลาง

“Siamese Exclusive 42” ตอบโจทย์การลงทุนบนทำเลสุขุมวิทตอนกลาง

“สุขุมวิท” ทำเลที่เป็นที่หมายตาของทุกคน เป็นหนึ่งในทำเลที่ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ หลายรายเลือกปักหมุดแย่งส่วนแบ่งตลาดในทำเลทองย่านนี้แทบทั้งนั้น โดยเฉพาะบริเวณสุขุมวิทตอนกลางอย่าง “ทองหล่อ-เอกมัย” ที่ยังคงเป็นทำเลยอดฮิตของเหล่าโครงการคอนโด Hi-end ตลอดกาล เนื่องจากเป็นทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง มีรถไฟฟ้าสายสีเขียวผ่าน ใกล้ด่านขึ้นลงทางด่วน เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อถนนหลายๆ สายสำคัญของกรุงเทพ เป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจ ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง รายล้อมไปด้วยร้านอาหารชั้นนำมากมาย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบายแบบคนเมืองได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นที่หมายตาในลำดับต้นๆ ของทุกคน ปัจจุบันเทรนการอยู่อาศัยของคนเมือง นอกจากจะหันมาซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมากขึ้นแล้ว การซื้อคอนโดเพื่อการลงทุน ทั้งปล่อยเช่า และเก็งกำไรขายต่อ ก็เป็นที่นิยมไม่น้อยเช่นกัน และไม่ใช่แค่คนกรุงเทพฯเท่านั้นที่สนใจทำเลกลางเมืองแบบนี้ กลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยที่ต้องทำงานใจกลางเมือง ยังคงนิยมเลือกที่พักอาศัยในย่านสุขุมวิทแทบทั้งสิ้น ดังนั้นตลาดการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมให้ชาวต่างชาติในย่านนี้จึงคึกคักมาเป็นพิเศษ เนื่องจากที่ดินทำเลดีใกล้รถไฟฟ้าในย่านสุขุมวิทหายากขึ้นเรื่อยๆ ราคาที่ดินในย่านนี้จึงปรับตัวขึ้นอย่างน่าตกใจ มีข่าวการเสนอขายที่ดินติดถนนสุขุมวิทราคาไม่ต่ำกว่า 1.5-2 ล้านบาท/ตารางวา ให้ได้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจถ้าราคาขายของคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ในย่านทองหล่อ-เอกมัย จะพุ่งขึ้นไปถึงกว่า 3 แสนบาท/ตารางเมตร ในบางโครงการและมีแนวโน้มจะขยับราคาขึ้นอีกในอนาคต ด้วยจุดเด่นของทำเล เป็นที่ต้องการสูงของตลาด และการลงทุนซื้อขายเปลี่ยนมือเป็นไปอย่างคล่องตัว ซึ่งมีการวิเคราะห์ถึงโอกาสการลงทุนคอนโดมิเนียมในย่านนี้ว่ามี Capital Gain ที่ดี โอกาสการลงทุนเพื่อปล่อยเช่าก็ได้อัตราค่าเช่าสูงเช่นกัน ในขณะที่การขายต่อเปลี่ยนมือก็ทำกำไรได้ดีไม่แพ้กัน เมื่อไม่นานมานี้ มีการพูดถึงราคาเฉลี่ยของคอนโดมิเนียม High Rise ทำเลเอกมัยว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 75% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันราคาขายต่อก็ทำราคาส่วนต่างได้น่าสนใจมากเลยทีเดียว ที่มา : Plus Property การคาดการณ์ถึงอนาคต คาดว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า (ปี 2561-2563) จะมีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่อีกจำนวนไม่น้อย และด้วยความที่เป็นทำเลยอดนิยมของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ กลุ่มผู้ลงทุนคอนโดมิเนียมปล่อยเช่าจึงมุ่งเป้ามาที่โครงการในย่านนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ ก็ด้วยเหตุผลที่สามารถทำเงินจากอัตราค่าเช่าได้ค่อนข้างสูงนั่นเอง   โครงการน่าจับจองในทำเล สุขุมวิท 42 โครงการ “Siamese Exclusive 42” เป็นหนึ่งโครงการที่น่าจับตา และน่าจับจองมากในเวลานี้ นอกจากจะเป็นคอนโดมิเนียม High Rise สไตล์ญี่ปุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในย่านนี้แล้ว ตัวโครงการก็อยู่ถัดเข้ามาในซอยสุขุมวิท 42 นิดเดียว ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเอกมัยเพียง 300 เมตรเท่านั้นค่ะ ถึงจะเป็นเป็นซอยที่มีการเดินรถทางเดียว แต่ก็เป็นซอยเลขคู่ที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 4 และอยู่ในฝั่งขาเข้า ทำให้การเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองเป็นเรื่องง่ายดาย แผนที่โครงการ Siamese Exclusive 42 ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 42 ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัยเพียง 300 เมตรเท่านั้น “The Luxury of Modern Japanese” คือ คอนเซปต์การออกแบบของโครงการ ที่ต้องการยกระดับการอยู่อาศัยไปอีกขั้น ผสานเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่น กับเส้นสายความเป็นไทย สู่สถาปัตยกรรมมที่เรียบง่าย เพื่อคุณภาพการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ ภายในโครงการจัดเต็มด้วย Facility ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งพื้นที่สีเขียวบริเวณสวนระหว่างชั้น สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องสตรีมและซาวน่า รวมถึงที่จอดรถแบบอัตโนมัติ ซึ่งทุกส่วนถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างแท้จริง นอกจากนี้เพื่อการตอบโจทย์ของกลุ่มผู้ลงทุนปล่อยห้องเช่า ทางโครงการจึงริเริ่มแนวคิดการทำคอนโดมิเนียมที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับคนที่ต้องการปล่อยเช่า โดยเริ่มใช้กับโครงการ Siamese Exclusive 42 เป็นแห่งแรก ในส่วนของพื้นที่การอยู่อาศัยจะมีการแยกล็อบบี้ และ Facility ออกจากกัน เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ที่เลือกซื้อห้องชุดไว้สำหรับการอยู่อาศัยเอง ในขณะเดียวกันในส่วนที่ต้องการปล่อยห้องเช่า ก็จะเพิ่มบริการพิเศษสำหรับดูแล ต้อนรับผู้เช่าให้ได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ ห้องชุดของโครงการ Siamese Exclusive 42 ออกแบบห้องชุดมาให้เลือก 3 Type ด้วยกัน คือ ห้อง 1 Bedroom, 2 Bedroom, 3 Bedroom และ Penthouse โดยมีขนาดห้องตั้งแต่ 33.67 – 157 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้นที่ 5.56 ล้านบาท หรือราคาต่อตารางเมตรเริ่มต้นที่ 157,149 บาท/ตารางเมตร ซึ่งขายมาให้แบบ Fully Fitted ค่ะ ถ้าเทียบกับโครงการอื่นๆ ในระแวกเดียวกัน ต้องบอกว่าโครงการ Siamese Exclusive 42 มีราคาเฉลี่ยไม่แพงเลยค่ะ (ประมาณ 165,159 บาท/ตารางเมตร) แถมยังเป็นโครงการใหม่เอี่ยมที่ออกแบบมาเอาใจกลุ่มตลาดต่างชาติได้ดี ในขณะที่โครงการอื่นๆ ที่เปิดตัวกันไปหลายปีก่อนหน้านี้ยังมีราคา Resale เฉลี่ยต่อตารางเมตรใกล้เคียงกัน หรือแม้แต่คอนโด Low Rise ในย่านเดียวกันก็ยังมีราคาขายต่อเฉลี่ยสูงถึง 177,000 บาท/ตารางเมตรเลยทีเดียว แน่นอนว่าในอนาคต ราคาที่ดิน และราคาขายคอนโดมิเนียมในย่านเอกมัยจะยังคงถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเลือกลงทุนในขณะที่ราคายังอยู่ในเรทที่จับต้องได้ แถมยังได้โครงการที่อยู่บนทำเลติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้าแค่เอื้อมแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป หากคุณกำลังต้องการใช้ชีวิตท่ามกลางความสะดวกสบายบนทำเลศักยภาพ ในใจกลางเมืองเช่นนี้ ไม่ควรพลาดโครงการ Siamese Exclusive 42 ด้วยประการทั้งปวง รายละเอียดราคาและเงื่อนไขการขาย 1 Bedroom เริ่มต้น 33.67 ตารางเมตร Type 1A-1A ราคา 5.56 ล้านบาท (165,159 บาท/ตารางเมตร) ราคาต่อพื้นที่ เริ่มต้น 157,149 บาท/ตารางเมตร 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ชั้น 2 จอง 50,000 บาท ทำสัญญา 5% (ของราคาห้อง) ผ่อนดาวน์ 15% จำนวน 25 งวด โอนกรรมสิทธิ์ 80% ค่าส่วนกลาง 75 บาท / ตร.ม. / เดือน ค่ากองทุนส่วนกลาง 800 บาท / ตร.ม. ชำระครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์ ค่ากองทุนส่วนกลางรายเดือน 5 บาท/ ตร.ม./เดือน โปรโมชั่น จอง 50,000 บาท ลด 10 เท่าของเงินจอง ยูนิตพิเศษเท่านั้น (ตรวจสอบตำแหน่งห้องกับฝ่ายขายโครงการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : https://goo.gl/3KgMoj
SKYLINE รัตนาธิเบศร์ คอนโดวิวแม่น้ำพร้อมอยู่..บนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อทุกการเดินทาง

SKYLINE รัตนาธิเบศร์ คอนโดวิวแม่น้ำพร้อมอยู่..บนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อทุกการเดินทาง

รีวิวฉบับนี้ เรานั่งรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงมาลงที่สถานีแยกนนทบุรี 1 กันค่ะ ซึ่งมองจากสถานีก็เจอคอนโดอยู่หลายโครงการเหมือนกัน ทั้งโครงการที่สร้างเสร็จนานแล้วและโครงการใหม่ที่ดูโดดเด่นสะดุดตาเชื้อเชิญให้อยากเป็นเจ้าของกับ “SKYLINE Rattanathibet (สกายไลน์ รัตนาธิเบศร์)” ของ บริษัท เอเจ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด คอนโดวิวแม่น้ำทำเลดีที่สุดบนถนนรัตนาธิเบศร์ โดยมีจุดเด่นอยู่ใกล้รถไฟฟ้า เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ล่าสุดตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วนะคะ เริ่มมีลูกบ้านบางส่วนทยอยโอนห้องกันเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังพอมียูนิตเหลืออีกนิดหน่อย ซึ่งเราจะพาไปชมห้องตัวอย่างกันในครั้งนี้ โครงการ สกายไลน์ รัตนาธิเบศร์ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพอย่างแท้จริงเลยค่ะ เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ฝั่งขาออก ช่วงใกล้เชิงสะพานพระนั่งเกล้า แถมยังใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีแยกนนทบุรี 1) เพียง 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งสามารถเดินทางสู่ใจกลางเมืองอย่างง่ายดาย เพราะตอนนี้ทาง MRT ได้เชื่อมสถานีเตาปูนกับบางซื่อเข้าไว้ด้วยกันแล้ว และในอนาคตจะเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าของสายสีม่วงและสายสีชมพูอีกด้วย บอกได้คำเดียวว่าเดินทางสะดวกสบายไม่แพ้คอนโดฯ กลางเมืองเลยค่ะ สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็จัดว่าสะดวกสบายมากทีเดียวค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่อย่างถนนรัตนาธิเบศร์ สามารถใช้วิ่งเข้าเมืองหรือออกนอกเมืองก็ได้ เริ่มจากตัวโครงการอยู่ฝั่งขาออก สามารถวิ่งตามถนนรัตนาธิเบศร์ข้ามสะพานพระนั่งเกล้า ยาวไปเชื่อมต่อกับถนนราชพฤกษ์หรือจะตรงยาวไปออกถนนกาญจนาภิเษก ไปถึงบางใหญ่และเซ็นทรัลเวสต์เกตได้ไม่ยาก หรือจะใช้ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรีและถนนสนามบินน้ำไปออกถนนติวานนท์ไปจนถึงถนนแจ้งวัฒนะก็ใกล้นิดเดียว ส่วนการเข้าเมืองก็ไม่ยากค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ไม่ไกลจากทางด่วนศรีรัช สามารถวิ่งมาขึ้นทางด่วนตรงถนนงามวงศ์วานเพื่อเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็ว หรือจะใช้ออกนอกเมืองไปทางด่วนอุดรรัถยาก็ยังได้ พูดถึงถนนงามวงศ์วานเราสามารถใช้เส้นทางนี้วิ่งเชื่อมต่อไปถึงถนนประชาชื่นได้ด้วยนะคะ ซึ่งถือว่าเป็นถนนที่อุดมสมบูรณ์มาก เพราะตลอดสองข้างเต็มไปด้วยร้านอาหารมากมาย และยังสามารถวิ่งตรงไปออกถนนวิภาวดีรังสิต หรือจะข้ามไปทางถนนเกษตร-นวมินทร์ ได้อีกด้วยค่ะ   นอกเหนือจากการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวแล้ว การเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆ ก็สะดวกไม่ใช่น้อยเลยนะคะ เพราะนอกจากใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีแยกนนทบุรี 1 ในระยะที่เดินได้แล้ว ยังมีรถเมล์ รถตู้ประจำทาง รวมถึงรถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ผ่านไปมาอยู่ตลอด ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบโครงการก็ถือว่าครบครันทีเดียวค่ะ เพราะมีร้านค้า, ร้านอาหารรายล้อมอยู่ทั้งสองข้างทาง ตลอดจนแหล่งช้อปปิ้งก็อยู่ไม่ไกลเลย ขับรถไปใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงเอสพลานาด (งามวงศ์วาน-แคราย), เมเจอร์ซินิเพล็กซ์ (นนทบุรี), เซ็นทรัลพลาซารัตนาธิเบศร์ หรือจะตรงไปทางงามวงศ์วานก็ไปถึงเดอะมอลล์งามวงศ์วาน และพันธ์ทิพย์พลาซาอย่างง่ายดายแล้วค่ะ เริ่มต้นจากการเดินทางด้วยการนั่งรถไฟฟ้า MRT มาลงที่สถานีนนทบุรีแยก 1 นะคะ สำหรับทางไปคอนโดจะอยู่ที่ทางออก 2 นะคะ เมื่อมองจากสถานีก็จะเห็นคอนโดแล้วค่ะ เพราะอยู่ห่างเพียง 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นระยะที่เดินเท้าได้สบายๆ บริเวณใกล้ๆ สถานีก็จะมีร้านค้าและร้านอาหารอยู่ด้วยนะคะ ถ้าใครอยู่คอนโดและใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก เดินลงมาจากสถานีซื้อข้าวกลับไปคอนโดก็เป็นเรื่องที่สะดวก จะเห็นได้ว่าข้างทางมีรถประจำทางคอยวิ่งผ่านไปผ่านมาอยู่ตลอดเลยค่ะ ใครใช้รถสาธารณะเป็นหลักก็คงสะดวกไม่ใช่น้อย เดินมาอีกนิดยังไม่ทันรู้สึกเหนื่อยก็ถึงคอนโดแล้วค่ะ ซึ่งบริเวณรอบๆ คอนโดจะล้อมด้วยสวนหย่อมสีเขียวขจีให้ความรู้สึกน่าพักผ่อน ทางเข้าคอนโดจะมีไม้กั้นและป้อมยามที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด 24 ชม.   ภาพรวมโครงการ โครงการ สกายไลน์ รัตนาธิเบศร์ เป็นคอนโดมิเนียม High rise สูง 38 ชั้น จำนวน 1 อาคาร บนเนื้อที่ 3-0-44.7 ไร่ แบ่งออกเป็นห้องพักอาศัย 810 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต พร้อมที่จอดรถประมาณ 308 คัน คิดเป็น 38% ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่าย พื้นที่ภายในได้รับการออกแบบให้ทุกตารางนิ้วตอบฟังก์ชั่นและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ท่ามกลางบรรยากาศเหนือระดับ โดยทางโครงการพยายามเพิ่มความรู้สึกเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ตั้งแต่การกำหนดยูนิตต่อชั้นสูงสุดเพียง 26 ยูนิต และยังจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางแบบไม่มีกั๊กเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่ล็อบบี้ขนาดใหญ่ที่มีเพดานสูงถึง 5 เมตร พร้อมจัดวางเฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมและบริการ Wi-fi ฟรี สำหรับวันสบายๆ ของลูกบ้าน ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางด้านบนชั้น 6 มีสระว่ายน้ำระบบเกลือ 2 สระ, Jacuzzi, ซาวน่าและล็อกเกอร์แยกชายหญิง, พื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง, ห้องสันทนาการ และ Fitness Center อีกทั้งยังมีสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่บนชั้น 39 ที่มาพร้อมวิวแบบพาโนรามา เรียกว่าตอบโจทย์ความต้องการของลูกบ้านได้อย่างแท้จริง   นอกจากนี้ทางโครงการยังคำนึงถึงความปลอดภัยโดยเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกบ้านด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกล้องวงจรปิด CCTV รอบโครงการ มีระบบ Key Card Access บัตรผ่านเข้าออกอาคาร และที่สำคัญคือเรื่องลิฟท์โดยสาร ซึ่งเป็นลิฟท์แบบล็อกชั้นและมีบริการทั้งหมด 4 ตัว นับตามสัดส่วนของจำนวนยูนิตรวมทั้งหมดแล้ว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สบายๆ ไม่หนาแน่นจนเกินไปค่ะ แปลนพื้นที่ชั้นล่างสุด แบ่งออกเป็นที่จอดรถ, ร้านค้า 3 ยูนิต และบริเวณล็อบบี้ ล็อบบี้ขนาดใหญ่ที่มีเพดานสูงถึง 5 เมตร บริเวณล็อบบี้ดูโอ่อ่า กว้างขวาง เหมือนดั่งโรงแรมหรูเลยค่ะ บริเวณล็อบบี้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียม พร้อมให้บริการ Wi-fi ฟรี สำหรับวันสบายๆ ของลูกบ้าน บริเวณล็อบบี้จะมีส่วนของ Mail Box ด้วยนะคะ เดินถัดเข้ามาอีกหน่อยก็จะเป็นส่วนของโถงลิฟท์โดยสาร ซึ่งมีให้บริการลูกบ้านถึง 4 ตัวด้วยกัน แปลนของพื้นที่ชั้น 6 นะคะ ซึ่งจะเริ่มเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ชั้นนี้เป็นต้นไป แต่ความพิเศษของชั้น 6 นั้นจะมีพื้นที่ส่วนกลางอย่างสวนหย่อม, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, พื้นที่สันทนาการรวมอยู่ด้วย ดูแปลนกันไปแล้ว เราขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 6 กันดีกว่าค่ะ ซึ่งทางโครงการมีประตูกั้นก่อนเข้าไปยังห้องพักอาศัยอีกชั้นหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว ศาลาให้ลูกบ้านนั่งพักผ่อนชมวิว ติดกับสวนสวยจะเป็นสระว่ายน้ำนะคะ สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับสระเด็กและ Jacuzzi เวลาลูกบ้านใช้สระว่ายน้ำก็จะได้ชมวิวเมืองแบบนี้เลยนะคะ ทางโครงการจัดวางโต๊ะเก้าอี้ไว้สำหรับรองรับลูกบ้านให้มานั่งเล่นหลากหลายมุม ในส่วนของฟิตเนสจะอยู่ชั้นสองค่ะ ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดขึ้นไป ภายในห้องฟิตเนสโอบล้อมด้วยกระจกใส ให้ลูกบ้านสามารถออกกำลังกายไปด้วยชมวิวไปด้วยได้อย่างเพลิดเพลิน ครบครันด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายทันสมัย นอกจากฟิตเนสแล้วยังมีห้องประชุมด้วยนะคะ โถงกลางบริเวณพื้นที่ส่วนกลางที่เปรียบเสมือนพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งของลูกบ้าน นอกจากพื้นที่ส่วนกลางชั้น 6 แล้ว เมื่อกดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้น 39 จะเป็นสวนกลางแจ้งนะคะ เมื่อเดินออกมาจากลิฟท์จะแบ่งพื้นที่ของเป็นสองฝั่งนะคะ ซึ่งก็เป็นสวนหย่อมทั้งสองฝั่งเลยค่ะ สวนกลางแจ้งที่ชวนพักผ่อนซึ่งลูกบ้านสามารถมานั่งเล่นชิลล์ๆ ได้อย่างสบายใจเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีศาลาให้ชมทัศนียภาพรอบๆ โครงการอีกด้วย บริเวณศาลาสามารถมองวิวเมืองได้แบบ 360 องศาเลยนะคะ วิวคอนโดฝั่งที่ติดกับแม่น้ำโดยไม่มีอะไรบดบัง   เปิดห้องตัวอย่าง โครงการ สกายไลน์ รัตนาธิเบศร์ มีแบบห้องมาตรฐานให้เลือก 3 แบบ คือ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 25.65 – 31.42 ตร.ม. กับ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 41.93 – 44.05 ตร.ม. และ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 59.37 ตร.ม. โดยทางโครงการจะขายแบบ Fully Furnished และห้องตัวอย่างแรกที่เราจะพาไปชมกันในวันนี้คือ 1 ห้องนอน ขนาด 26 ตร.ม. ซึ่งเป็นห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการ ด้วยพื้นที่ใช้สอยภายในห้องที่มีการแบ่งสัดส่วนเอาไว้อย่างครบครัน ทำให้ลูกบ้านสามารถตกแต่งหรือจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้สำหรับนักลงทุนห้อง Type นี้ก็ถือว่าน่าสนใจมากเลยนะคะ เพราะขนาดเหมาะแก่การปล่อยเช่าได้ง่าย   สำหรับห้อง Type นี้แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจนเลยค่ะ โดยแยกพื้นที่ครัวและห้องน้ำไว้ฝั่งเดียวกัน และมีประตูบานเลื่อนกั้นกลางระหว่างพื้นที่นั่งเล่นกับห้องนอน เปิดห้องเข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนเลยค่ะ ซึ่งมีที่กว้างพอให้วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้สบายๆ แถมยังแอบเหลือพื้นที่เล็กๆ สำหรับวางโต๊ะข้างได้อีกหน่อย ก่อนจะเข้าห้องนอนมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นให้เป็นสัดส่วนสวยงาม ภายในห้อง Built-in ตู้เสื้อผ้า และฐานเตียง ไว้ให้เรียบร้อยแล้วด้วยค่ะ   ส่วนอีกโซนของห้อง เป็นห้องน้ำและห้องครัวนะคะ ซึ่งจะอยู่ติดกันโดยพื้นที่ครัวทางโครงการก็ Built-in เคาน์เตอร์และตู้เก็บของพร้อมเว้นที่ไว้สำหรับวางตู้เย็นมาให้เรียบร้อย ทั้งยังมาพร้อมกับเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันระบบหมุนเวียนอีกด้วย ขณะที่พื้นที่ตรงข้ามเคาน์เตอร์ยังมีที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ ขนาด 2 ที่อีกด้วย ซึ่งข้อดีของห้องนี้คือครัวอยู่ติดระเบียงนะคะ ทำให้ลดปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนระหว่างทำครัวได้ดี แปลนห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom Type A ขนาด 26 ตารางเมตร เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามา จะเป็นพื้นที่นั่งเล่นก่อนเลยนะคะ ซึ่งก็ดูโปร่งโล่งเนื่องจากเพดานสูง 2.5 เมตร นับว่าเป็นความสูงกว่ามาตรฐานคอนโดทั่วไป ส่วนพื้นที่ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องนอน ก่อนจะต่อเนื่องไปยังห้องน้ำและโซนครัวแบบเปิดพร้อมระเบียงด้านในสุด พื้นที่นั่งเล่นทางโครงการจัดวางโซฟาตัวยาวขนาด 2 ที่นั่งพร้อมบิลต์อินตู้เก็บของไว้นะคะ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีพื้นที่ด้านข้างฝั่งขวาเหลือพอสำหรับวางโคมไฟตั้งพื้นได้ด้วย ฟังก์ชั่นในห้องนอนก็จะเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ สามารถจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้สบายๆ โดยเหลือพื้นที่ให้เดินได้โดยรอบแบบไม่อึดอัดแต่อย่างใด ภายในห้องน้ำสำเร็จรูป AIDOL QUBE แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจนนะคะ ตกแต่งห้องน้ำโทนสีสว่างให้ความรู้สึกอบอุ่น สำหรับเคาน์เตอร์ครัวทางโครงการบิลต์อินกรุท็อปด้วยหินเทียมแบบในภาพเลยนะคะ โดยออกแบบให้เป็น One-Wall Kitchen ที่เหมาะแก่การประกอบอาหารมื้อง่ายๆ เบาๆ ถัดไปด้านในสุดของห้องครัวจะเป็นระเบียงนะคะ ซึ่งก็กั้นด้วยประตูบานเลื่อน ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัวมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารได้ด้วยนะคะ โดยสามารถวางโต๊ะขนาด 2 ที่นั่งได้อย่างพอดิบพอดี   สำหรับห้องตัวอย่างที่สองที่เราจะพาไปชมเพื่อประกอบการพิจารณาเป็นแบบ 1 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 31 ตร.ม. นะคะ เป็นห้องที่มีขนาดพื้นที่มากกว่าห้องแรก เพื่อให้ลูกบ้านได้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นอีก Type ยอดฮิตที่เหมาะสำหรับคนอยู่เป็นคู่ โดยมี Layout ห้องที่เอื้อให้ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นส่วนตัว และตอบสนองต่อทุก Lifestyle ซึ่งทางโครงการก็ได้ตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้ลูกบ้านได้เห็นไอเดียและฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้ชัดเจนมากขึ้น แปลนห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom Type B ขนาด 31 ตารางเมตร   ลักษณะของห้อง Type นี้จะถูกจัดวางแปลนไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจน มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องครัวที่ระเบียงอยู่ติดด้านในสุด ทำให้สามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่ โดยพื้นที่ในส่วนของ Living Area ก็ดูกว้างขวางสบาย ในขณะที่พื้นที่ของห้องนอนและห้องน้ำจะถูกจัดวางไว้ในโซนใกล้ๆ กัน ต้องบอกเลยว่าทางโครงการจัด Space ภายในห้องไว้ดีมาก แม้จะเป็นห้องขนาด 31 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด เปิดประตูเข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนเลยนะคะ พื้นที่ถัดเข้าไปด้านในทางซ้ายจะเป็นห้องครัว และทางขวาเป็นห้องนอนค่ะ ซึ่งพื้นภายในห้องจะเป็นพื้นไม้ Laminate พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดกำลังดีเลยนะคะ จากภาพจะเห็นได้ว่าสามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้สบายๆ พื้นที่ตรงข้ามโซฟาจะเป็นคอนโซลทีวีนะคะ ซึ่งมีระยะห่างกันประมาณ 2 เมตรกว่าๆ ทำให้เหลือพื้นที่สามารถวางโต๊ะกลางได้ด้วย ในส่วนของคอนโซลทีวี ลูกบ้านจะได้เฟอร์นิเจอร์ตามภาพเลยนะคะ จะเว้นเพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าและของตกแต่งเท่านั้น ติดกับโซฟาจะเป็นมุมรับประทานอาหารนะคะ ซึ่งทางโครงการจะบิลต์อินเก้าอี้ชิดผนังพร้อมโต๊ะเก้าอี้มาให้แล้วด้วย พื้นที่ตรงกลางระหว่างโซฟากับมุมรับประทานอาหารจะมีปลั๊กและแผงสวิทช์ปลั๊กโทรศัพท์, อินเตอร์เน็ต มาให้แล้วนะคะ โต๊ะรับประทานอาหารขนาดกำลังดี เหมาะสำหรับ 2 คน พื้นที่ติดกันกับมุมรับประทานอาหารเป็นครัวนะคะ ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อป้องกันกลิ่นรบกวนเวลาประกอบอาหาร การที่กั้นห้องครัวด้วยกระจกก็เพื่อทำให้แสงสว่างสาดส่องเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นด้วย โดยทางโครงการติดตั้งแอร์ของ Samsung มาให้แล้ว 2 ตัวคือตรงบริเวณห้องนั่งเล่นและห้องนอนค่ะ ครัวเป็นแบบ One Wall-Kitchen นะคะ โดยมาพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควันแบบระบบหมุนเวียน และเคาน์เตอร์บิลต์อิน กรุ Top ด้วยหินเทียมตามภาพ ซึ่งทางโครงการจะเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นมาให้แล้วด้วย เคาน์เตอร์ครัวมีลิ้นชักที่มีตัวแบ่งช่องสำหรับเก็บช้อนส้อม ส่วนชั้นล่างลิ้นชั้นนั้นจะเป็นช่องสำหรับวางไมโครเวฟค่ะ ด้านบนออกแบบให้เป็นตู้ลอยแบบบานเปิดไว้สำหรับเก็บของค่ะ การจัดวางพื้นที่ภายในห้องครัว จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนประกอบอาหาร ที่เหลือจะเป็นพื้นที่ทางเดินและใช้ยืนประกอบอาหาร ซึ่งก็กว้างประมาณหนึ่งเลยค่ะ โดยด้านหลังเป็นประตูทางออกไปที่ระเบียง ดวงไฟภายในห้องเป็นแบบ Down Light นะคะ ผนังอีกฝั่งหนึ่งลูกบ้านสามารถตกแต่งได้ตามใจเลยนะคะ จากภาพจะเห็นว่าทางโครงการได้ติดราวแขวนเอนกประสงค์ไว้เป็นตัวอย่างให้ด้วย ติดกับห้องครัวเป็นระเบียงค่ะ ซึ่งมีขนาดกว้างพอสำหรับวางเครื่องซักผ้าด้วยค่ะ ตำแหน่งพัดลมคอมเพรสเซอร์จะแขวนอยู่ด้านบนเครื่องซักผ้านะคะ ซึ่งก็ไม่เปลืองเนื้อที่แต่อย่างใด วิวเมื่อจากระเบียงลงไปจะเป็นวิวสระว่ายน้ำ ไม่มีอะไรมาบดบังสายตาเลยค่ะ กลับเข้ามาด้านใน พื้นที่ติดกับห้องครัวจะเป็นห้องนอนนะคะ ภายในห้องดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ห้องนอนจะถูกโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสนะคะ ซึ่งเป็นหน้าต่างบานเลื่อนทั้ง 2 ข้าง ทางโครงการจะให้ฐานเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้แล้วนะคะ ซึ่งลูกบ้านซื้อฟูกเพิ่มก็เข้าอยู่ได้เลย จากภาพจะเห็นว่าเมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่ปลายเตียง ซึ่งสามารถเดินผ่านโดยรอบได้สบายๆ เลยค่ะ พื้นที่ข้างเตียงติดกับประตูจะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยนะคะ ภายในมีที่ให้เก็บของได้เยอะทีเดียว ติดกันกับตู้เสื้อผ้าจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้งค่ะ หากใครชอบดูทีวีก็สามารถติดตั้งที่ผนังปลายเตียงเพิ่มได้ด้วยนะคะ ส่วนเครื่องปรับอากาศนั้นทางโครงการจะติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ติดกับห้องนอนจะเป็นห้องน้ำนะคะ ซึ่งพื้นที่ตรงกลางทางโครงการได้บิลต์อินตู้เก็บของไว้ให้ด้วย ภายในห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำสำเร็จรูป ไอดอล คิวบ์ นะคะ ซึ่งแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน โดยคุณสมบัติที่น่าสนใจของห้องน้ำสำเร็จรูปนั้นจะมีประสิทธิภาพในการกันน้ำรั่วซึมได้ดี เนื่องจากมีรอยต่อระหว่างส่วนต่างๆ น้อย เช่น รอยยาแนวของกระเบื้อง, รอยต่อระหว่างผนัง เป็นต้น ทำให้ลดโอกาสที่จะเกิดการรั่วซึมได้ นอกจากนี้ยังทำความสะอาดง่ายกว่าห้องน้ำทั่วไปด้วยค่ะ ส่วนแห้งจะเป็นส่วนที่เปิดประตูเข้ามาแล้วเจอก่อนเลยค่ะ ซึ่งเป็นบิลต์อินเคาน์เตอร์ล้างหน้า ติดกันนั้นเป็นโถสุขภัณฑ์สไตล์โมเดิร์นน่าใช้งาน ส่วนเปียกผนังนั้นจะเป็นพอลิเมอร์หล่อทั้งชิ้นนะคะ ซึ่งก็มีฉากกั้นเป็นกระจกบานเลื่อนมาให้เรียบร้อยแล้ว จากรูปจะเห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนเปียกนั้นยกธรณีสูงขึ้นมาหนึ่งเสต็ปนะคะ ซึ่งพื้นก็ถูกออกแบบให้เป็นแบบกันลื่นด้วย   มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราจะพาไปชมนั้นเป็นห้อง Type F แบบ 2 Bedrooms 2 Bathrooms ที่ขนาด 62 ตร.ม. นะคะ ซึ่งถือว่าเป็นห้อง Top ของทางโครงการเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะมีความพิเศษอยู่ที่จำนวนห้องใน Type นี้จะมีเพียงชั้นละ 2-3 ห้องเท่านั้น นอกจากพื้นที่ใช้สอยจะใหญ่ที่สุดแล้วการออกแบบ Layout ภายในห้องค่อนข้างลงตัวเป็นสัดส่วนเรียบร้อยดีทีเดียว ซึ่งทางโครงการจะขายห้องแบบ Fully Furnished มาพร้อมบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์ Starmark, ห้องน้ำสำเร็จรูปจากไอดอล คิวบ์ พื้นห้องเป็นไม้ลามิเนต ผนังห้องจะเป็นฝ้าฉาบเรียบทาสีขาว ไฟภายในห้องแบบดาวน์ไลท์ พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศของ Samsung ให้ในห้องนั่งเล่นและห้องนอนทั้ง 2 ห้องเลยค่ะ เปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วน Dining Area ก่อนเลยค่ะ Dining Area สามารถจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่สำหรับ 4 ที่ได้เลยนะคะ พื้นที่ติดกันนั้นเป็น Living Area ซึ่งกั้นกลางด้วยฉากลายฉลุเพื่อความเป็นส่วนตัว ส่วนฝั่งตรงข้ามมุมรับประทานอาหารนั้นจะเป็นห้องครัวที่มีประตูกระจกใสบานเลื่อนแบบ 2 ตอนกั้นอยู่นะคะ ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นรูปตัวแอล (L) ขนาดของเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของด้านบนจะมีขนาดยาวขึ้นเล็กน้อยตามขนาดของห้อง แต่ตัววัสดุที่ใช้รวมถึงเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นยังคงเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกๆ ค่ะ แถมยังมีหน้าต่างสำหรับเปิดระบายอากาศเวลาประกอบอาหารและเพิ่มความสว่างให้แก่ห้องอีกด้วย วัสดุปิดท็อปเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นหินเทียมนะคะ ข้อดีคือน้ำหนักเบา ทนทาน สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดง่าย พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดกว้างขวางมากทีเดียวค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถจัดวางโซฟาตัวยาวขนาดใหญ่ได้สบายๆ พร้อมเหลือพื้นที่ตรงกลางสำหรับวางโต๊ะกลางได้ด้วย ซึ่งพื้นที่ตรงข้ามจะเป็นส่วนคอนโซลทีวีที่ทางโครงการบิลต์อินมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ต่อเนื่องมายังมุมนั่งเล่นอีกโซนหนึ่งที่อยู่ติดกับระเบียงทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นนั่นเองค่ะ ซึ่งจากภาพจะเห็นได้ว่าพื้นที่บริเวณนี้กว้างมากพอที่จะวางเครื่องซักผ้าได้ด้วย มาในส่วนของห้องนอนใหญ่กันบ้างดีกว่าค่ะ ภายในห้องดูโปร่งโล่ง กว้างขวาง เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างดี ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสนะคะ ซึ่งทางโครงการบิลต์อินโต๊ะเครื่องแป้งและฐานเตียงนอนที่มาพร้อมหัวเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ให้แล้ว โดยเหลือพื้นที่เดินโดยรอบด้วยค่ะ พื้นที่ลึกเข้าไปด้านในจะเป็นตู้เสื้อผ้า Walk-in Closet ที่อยู่ติดห้องน้ำนะคะ ภายในห้องน้ำสำเร็จรูปในห้องนอนใหญ่จะใช้วัสดุและสุขภัณฑ์เหมือนๆ กับห้องตัวอย่างก่อนหน้าทั้งหมดเลยค่ะ มาต่อกันที่ห้องนอนเล็กนะคะ ภายในห้องมีขนาดกระทัดรัด โอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ บริเวณรอบๆ เตียงยังมีพื้นที่เหลือให้เดินได้ แถมผนังปลายเตียงยังสามารถติดทีวีเพิ่มโดยไม่รู้สึกคับแคบด้วยค่ะ ผนังฝั่งที่ติดกับประตู จะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ ห้องน้ำสำเร็จรูปด้านนอก แบ่งพื้นที่เปียกและแห้ง พร้อมฉากกั้นประตูกระจกเทมเปอร์กราสไว้ให้เหมือนทุกยูนิตในโครงการเลยค่ะ   ห้องทุกยูนิตของโครงการ สกายไลน์ รัตนาธิเบศร์ จะขายแบบ Fully Furnished นะคะ มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ Bulit-in ตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ครัว ของ Starmark และห้องน้ำสำเร็จรูป AIDOL QUBE (ไอดอล คิวบ์) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว รวมถึงสุขภัณฑ์ต่างๆ และเครื่องปรับอากาศของ Samsung มาให้เรียบร้อยแล้ว เราแค่ตกแต่งเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาหาเฟอร์นิเจอร์มากนัก และด้วยทำเลโครงการตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย ที่มีความพร้อมทั้งสาธารณูปโภคต่างๆ มีการเดินทางที่สะดวก เหมาะกับคนที่คุ้นชินกับย่านนี้ดีอยู่แล้ว รวมถึงคนที่กำลังมองหาคอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้า โดยใช้รถไฟฟ้า MRT เป็นหลัก ยิ่งในตอนนี้รถไฟฟ้าสายสีม่วงได้เชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินและเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าออกเมืองได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือซื้อไว้ลงทุนก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ เพราะด้วยทำเลศักยภาพที่ดีที่สุดบนถนนรัตนาธิเบศร์ในราคาที่จับต้องได้แบบนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจและไม่ควรพลาดที่จะจับจองเป็นเจ้าของคอนโดวิวแม่น้ำแห่งนี้เลยค่ะ   สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.skyline-condominium.com หรือโทร. 02-526-1888