Promotion:

LIFE ASOKE HYPE ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้าน* ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท*

ลงทะเบียน

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ Life Asoke Hype (ไลฟ์ อโศก ไฮป์)
เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
ที่ตั้งโครงการ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
พื้นที่โครงการ 5-0-10 ไร่
ลักษณะโครงการ High Rise
จำนวนอาคาร 1 อาคาร
จำนวนชั้น 40 ชั้น
จำนวนยูนิต 1,253 ยูนิต+4 Shop
ขนาดห้อง
STUDIO 25.50 ตร.ม.
1 Bedroom 30.00-32.00 ตร.ม.
1 Bedroom Plus 35.00-40.00 ตร.ม.
2 Bedroom 48.50-60.00 ตร.ม.
เฟอร์นิเจอร์
ที่จอดรถ 530 คัน(42%)
สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Scarlet Foyer, Eclectic Lobby, Private Seat, Private Co-Working Space & Meeting Room, Co-Working Business Lounge, The Circle Running Garden, Hover Bay, Indoor Jacuzzi, Leisure Pit, The Muted Garden, Mirage Sky Path, L-Shape Sky Pool, Athletic Sky Atrium, Lunar Balcony, The Astro Deck, The Forestier
ปีที่สร้างเสร็จ
ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 135,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลาง – บาท/ตร.ม.
ค่ากองทุน – บาท/ตร.ม.
จุดเด่นโครงการ โครงการเข้า-ออก ได้ 2 เส้นทางหลัก คือ ถนนอโศก-ดินแดง กับถนนจตุรทิศ งานดีไซน์ทั้ง Exterior และ Interior โดดเด่นแตกต่าง Facility รวมแล้วมากถึง 5 ไร่ และยังมี New Layout ในรูปแบบ Layout Multifunction Room เพิ่มประโยชน์ใช้สอยได้อีกมาก
อยู่ใกล้กับเคียง MRT สถานีพระราม 9, แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีมักกะสัน
สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, บิ๊กซี รัชดา, ตลาดนัดรถไฟ, เอสพลานาด รัชดา, เดอะสตรีท, โชว์ดีซี, รพ.พระราม 9, รพ.ปิยะเวท

ติดต่อโครงการ

เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310


Life Asoke Hype แตกต่างอย่าลงตัว รองรับทุกไลฟ์สไตล์

ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา คอนโดมิเนียมแบรนด์ Life จาก AP (THAILAND) มักจะถูกจับตามองอยู่เสมอว่าจะเกิดขึ้นในทำเลไหน จะมีลักษณะพิเศษอะไรออกมาอวดกันอีกบ้าง เพราะที่ผ่านมาทุกตัวนั้นได้รับกระแสตอบรับอย่างร้อนแรงอยู่ไม่เบาทีเดียวค่ะ ดูได้จากวันเปิด Pre Sale ที่มาต่อคิวยาวเหยียดกันตั้งแต่ไก่โห่กันเลยทีเดียวค่ะ โดยรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ Life ตัวใหม่ล่าสุดในทำเลที่เชื่อว่าคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับ “Life Asoke Hype” สำหรับตัวนี้จะทำให้เรา Hype แค่ไหนก็ต้องลองดูไปพร้อมๆ กันค่ะ

ทำเลศักยภาพสุดฮอต

บริเวณสี่แยกพระราม 9 ยังคงเป็นทำเลสุดฮอตที่ใครหลายคนหมายตาเอาไว้สำหรับคอนโดมิเนียมสักยูนิตไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะพักอาศัยเอง เพราะใกล้ที่ทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย หรือจะลงทุนปล่อยเช่า เก็งกำไรกันต่อไปทั้งในระยะสั้น-ระยะยาว จนเรียกได้ว่าใครที่ได้ครอบครองไปตั้งแต่มือแรกก็ยิ้มแก้มปริกันทุกรายค่ะ ที่แห่งนี้จึงยังคงมีความต้องการอยู่เสมอ ทั้งคนไทยเองและชาวต่างชาติที่ต่างก็เข้ามาจับจองอยู่ในพื้นที่นี้อยู่ในทุกโครงการก็ว่าได้ โดยเฉพาะชาวเอเชียอย่างจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น

 

ตัวโครงการมีความโดดเด่นอยู่ตรงที่มีทางเข้า-ออกโครงการได้ถึง 2 ทาง ซึ่งเป็นถนนสายหลักทั้งคู่ คือฝั่งถนนจตุรทิศ และฝั่งถนนอโศก-ดินแดง โดยใช้ทางเข้า-ออกเดียวกันกับโครงการ Life Asoke-Rama 9 ถนนทั้งสองมีความสำคัญสำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ในกรุงเทพฯ ไม่น้อยค่ะ เพราะถนนจตุรทิศนั้นมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชอยู่พอสมควรเลยค่ะ ไม่ว่าจะออกนอกเมืองจนเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ หรือจะไปทางบางนา-ดาวคะนอง, แจ้งวัฒนะ ก็สะดวกสบาย ส่วนถนนอโศก-ดินแดง ถือเป็นถนนที่คับคั่งด้วย Office Building มากที่สุดย่านหนึ่งในบ้านเรา และยังเป็นเส้นทางที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อระหว่าง CBD เดิม กับ NEW CBD อย่างพระราม 9 เอาไว้ด้วยกัน โดยจะผ่านถนนสายสำคัญอย่างพระราม 4-สุขุมวิท-เพชรบุรี ส่วนรถไฟฟ้าที่กลายเป็นหัวใจหลักของการเดินทางในกรุงเทพฯ นั้นอยู่ห่างจากโครงการเพียง 300 เมตร จาก MRT สถานีพระราม 9 และประมาณ 400 เมตร จากแอร์พอร์ตลิ้งค์ สถานีมักกะสัน  

 

บริเวณสี่แยกพระราม 9 ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลทองทั้งในมุมมองของ Developer นักลงทุน และผู้อยู่อาศัยเองก็ตาม เหตุเพราะความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนส่งให้กลายเป็น NEW CBD ในปัจจุบัน ทั้งการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าใต้ดิน  MRT มีจุดขึ้น-ลงทางด่วน และสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในช่วงกลางวันไปจนถึงช่วงค่ำจึงมีความคึกคักมากทีเดียวค่ะ ซึ่งแต่ละแห่งนั้นมีคาแรคเตอร์ของตัวเองชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัลพระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, เอสพลานาด รัชดา, เดอะสตรีท, บิ๊กซี รัชดา, โชว์ดีซี ฯลฯ โรงพยาบาลพระราม 9, โรงพยาบาลปิยะเวท, โรงพยาบาลผิวหนังอโศก ไปจนถึงตลาดนัดรถไฟรัชดาอันเลื่องชื่อเรื่องแหล่งรวมคนสไตล์ฮิปๆ สถานบันเทิงยามค่ำคืนย่านรัชดา-อาร์ซีเอ ที่ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้ส่งให้พระราม 9 กลายเป็นทำเลที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมหลั่งไหลเข้ามารวมตัวกันจนกลายเป็นเสน่ห์ที่ยังคงไว้เสมอมา     

  

 

ภาพรวมโครงการ

Life Asoke Hype คอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร 40 ชั้น 1,253 ยูนิต+4 Shop ที่จอดรถ 530 คัน(42%) ขนาดห้อง 25.5-64 ตร.ม. บนพื้นที่ 5-0-10 ไร่ ดีไซน์บนแนวคิดที่จับเอาความแตกต่างระหว่างความหรูหราของชีวิตใจกลางเมืองแบบโรงแรมระดับ 5 ดาว มาผสมผสานกับการใช้ชีวิตอันโลดแล่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มี Multi Lifestyles ได้อย่างลงตัว ทำให้เกิดความรู้สึกใหม่ของการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม สะท้อนตัวตนในสไตล์ Young Urban Professional ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบให้กับชีวิต แต่ยังคงเดินไปตามแนวทางของตัวเอง

 

เริ่มตั้งแต่การวาง Exterior ให้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยการเลือกใช้โทนสีแดงเข้มขึ้นมาเป็น Gimmick ตกแต่งลงบน Facade สะท้อนตัวตนที่ไม่เหมือนใคร ในมิติที่รู้สึกถึงความแตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์จนสะกดทุกสายตาในย่านสี่แยกพระราม 9 อย่างที่ไม่เคยเห็นจากโครงการไหนมาก่อน ซึ่งการผสานความแตกต่างมาหลอมรวมกัน เปรียบเหมือนการหยิบเอาความเป็นทำเล Multi-Culture มาไว้ในที่เดียวกันนี้ ส่งต่อมายังใงาน Interior ที่ใช้วัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ในระดับพรีเมี่ยมในรูปแบบ Eclectic Style โดยเป็นงานที่ทาง AP สั่งทำ Custom Made พิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุตกแต่ง โคมไฟ โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ หมอนอิง ฯลฯ จนเกิดเป็นงานที่มีความ Unique ไม่เหมือนใคร รวมถึงการสร้างบรรยากาศทั้งภายนอกและภายในโครงการที่จะช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด Supreme Privacy in Supreme Facility

 

Facility

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะเริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการ ไปสู่ภายในอาคารที่ชั้น G ชั้น 7 ชั้น 40 และ Roof Top ไม่ว่าชอบใกล้ชิดธรรมชาติ ชอบปาร์ตี้กับคนรู้ใจ ชอบออกกำลังกาย ชอบเปลี่ยนบรรยากาศสถานที่นั่งทำงานหรือห้องประชุม แต่ยังคงได้ความเป็นส่วนตัวสูง มีดีเทลเล็กๆ อย่างปลั๊กไฟอยู่ให้ทุกจุดที่นั่ง พร้อมฟรี Wifi และยังใส่ Smart Automation ลงไปเพื่อง่ายต่อการใช้งานยิ่งขึ้นสามารถเข้าถึงได้ทุกคน โดยสามารถจองพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสามารถเข้าใช้อย่างเป็นส่วนตัวผ่าน Application ทั้งหมดรวมแล้วกว่า 5 ไร่  

Landscape Design ไม่ใช่แค่เพียงทำให้ดูเป็นธรรมชาติสวยงามเท่านั้น แต่สามารถใช้ประโยชน์ได้ด้วยอย่างเต็มที่ ดังเช่น The Circle Running Garden นี้ ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นลู่วิ่ง 2 ระดับ ให้ระยะทางที่มากกว่าการออกแบบ Landscape แบบธรรมดาทั่วไป

 

Scarlet Foyer โถงต้อนรับขนาดใหญ่ถูกประดับตกแต่งด้วย Premium Material สั่งทำขึ้นมาพิเศษ ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่ยังคงความทันสมัยไม่ตกยุค

 

Eclectic Lobby ออกแบบให้เกิดความสงบเป็นส่วนตัว โดยมี Private Seat ทำให้ Lobby จะไม่ใช่แค่เพียงทางเดินผ่านเลยไปเท่านั้น แต่สามารถใช้งานได้จริงหลากหลายรูปแบบ

 

ด้วยฟังก์ชั่นเพดานที่สูงโปร่ง จึงถูกดีไซน์ให้เกิดชั้นลอย Mezzanine เพื่อให้ได้ใช้งานแบบพื้นที่ PrivateCo-Working Space & Meeting Room

 

Hover Bay สระว่ายน้ำระบบน้ำล้นบริเวณชั้น 7 ยาว 30 เมตร กว้าง 6 เมตร แบ่งโซน Indoor Jacuzzi ด้วยม่านน้ำตก พร้อมที่นั่งใน Leisure Pit ริมสระให้ความรู้สึกสงบ และซุ้มที่นั่งพักผ่อน The Muted Garden ท่ามกลางสวนเขียวไล่ระดับ เพื่อให้พ้นจากสายตาของยูนิตพักอาศัยในชั้นใกล้เคียง

 

ชั้น 40 และ Roof Top ถูกออกแบบในลักษณะ S-Curve แปลกตากว่าที่เคยเห็น สระว่ายน้ำดีไซน์ L-
Shape Sky Pool โดยแยกโซนออกเป็นส่วนของ Active เป็นสระยาว และ Passive ให้ได้นอนเตียงกลางสระชมวิวเมือง

 

Athletic Sky Atrium หรือฟิตเนสที่มีมาให้ถึง 2 ชั้น พร้อมเครื่องออกกำลังกายอันทันสมัย ขณะเดียวกันก็ยังสามารถพักสายตาด้วยวิวเมืองแบบ Panorama

 

Top Of Hype ดื่มด่ำบรรยากาศใจกลางเมือง ให้ความหรูหราราวกับเป็น Roof Top บนโรงแรม 5 ดาว

 

Floor Plan

ตัวอาคารมีลักษณะคล้ายรูปตัว S นางยูนิตพักอาศัยแบบ Double Corridor มีบันไดหนีไฟ 3 จุดกระจายอยู่ทั่วอาคาร ลิฟท์โดยสารทั้งหมด 7 ตัว ลิฟท์เซอร์วิชอีก 1 ตัว แยกอยู่ 2 ปีกของอาคาร ฝั่งละ 4 ตัวค่ะ ถือว่าให้มาเยอะมากทีเดียว ทางเข้า-ออกโครงการทางถนนจตุรทิศจะอยู่ทางทิศใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในทิศที่ได้วิวไฮไลท์ของโครงการค่ะ เพราะจะได้วิวทางมักกะสันไปจนถึงใจกลางเมือง และทิศตะวันตกที่จะได้วิวโล่ง

 

ทางเข้าโครงการฝั่งทิศตะวันออกมี Shop อยู่ก่อนถึง Drop Off ซึ่งเมื่อเข้าสู่ Lobby ตรงกลางแล้วจะมีประตูแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ก่อนที่จะพบกับลิฟท์และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง

 

 

 

 

 

 

Facility เต็มๆ ทั้งพื้นที่ Roof Top เชื่อมด้วยสะพานกระจกใสแบบที่ไม่เคยเห็นในโครงการไหนมาก่อน

 

Unit Plan

สำหรับ Layout จะมาด้วยแนวคิด Supreme Space Design in Tomorrow’s Functionality จัดวางฟังก์ชั่นอย่างเป็นสัดส่วน ขนาดยูนิตของโครงการนี้จะเริ่มต้นที่ STUDIO 25.50 ตร.ม. 1 Bedroom 30.00-32.00 ตร.ม. 1 Bedroom Plus 35.00-40.00 ตร.ม. และ 2 Bedroom 48.50-60.00 ตร.ม. โดยนำเอาเทคนิคการวางยูนิตแบบ Interlock มาใช้กับห้องแบบ 1 Bedroom กับ 1  Bedroom Plus เพื่อให้แต่ละยูนิตมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเพิ่มมากขึ้น และยังมี Layout แบบใหม่จาก AP มาลงโครงการนี้ที่แรกด้วยค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เทคนิคการวางยูนิตแบบ Interlock จะได้พื้นที่เพิ่มทุกยูนิต อย่างยูนิตตัวอย่างนี้จะมีห้องที่ได้พื้นที่ครัวปิดเพิ่ม และอีกห้องก็จะได้พื้นที่ห้องนอนเพิ่มไปด้วย 

 

 

 

New Layout ล่าสุด เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ด้วยรูปแบบ Layout Multifunction Room ในห้องแบบ 1 Bedroom Plus 40.00 ตร.ม. สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ทำให้ทุกตารางเมตรสามารถใช้พื้นที่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

 

 

จาก MRT พระราม9-Life Asoke Hype

ครั้งนี้เราเดินทางด้วย MRT สถานีพระราม 9 ใช้ทางออกที่ 1 ซึ่งจะอยู่หน้าอาคารฟอร์จูนทาวน์เลยค่ะ แล้วเดินข้ามสี่แยกพระราม 9 ผ่านหน้าโครงการ Rhythm Asoke 1 แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปก็จะพบกับโครงการ Life Asoke Hype รวมระยะทางเดินก็ประมาณ 300 เมตร แต่หากใครที่ใช้รถยนต์ก็สามารถเข้าจากทางถนนจตุรทิศ ฝั่งขาออก ก่อนจะถึงถนนอโศก-ดินแดง ได้เลยค่ะ

 

 

ขึ้นมาจากรถไฟฟ้าใต้ดินก็จะอยู่หน้าอาคารฟอร์จูนทาวน์ค่ะ

 

ฝั่งตรงข้ามเป็นเซ็นทรัลพระราม 9 และอาคารจี ทาวเวอร์

 

 

ผ่านหน้าโครงการ Rhythm Asoke 1

 

Sale Gallery ใช้โทนสีแดงเป็นหลักเช่นเดียวกันกับตัวคอนโดมิเนียมค่ะ

 

ทางเข้า-ออก ฝั่งถนนจตุรทิศที่มาจากถนนศรีอยุธยา ชิดซ้ายมาเรื่อยๆ ก็จะพบโครงการอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

 

เดินเข้าไปชมภายใน Sale Gallery กันเลยค่ะ

 

ชมห้องตัวอย่าง

ภายใน Sale Gallery จะถูกถอดแบบออกมาให้คล้าย Lobby ของโครงการจริงเลยค่ะ ทั้งโทนสี เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุที่ใช้ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเป็นกลุ่ม หรือแบบมีความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์ สะท้อนตัวตนที่ไม่เหมือนใคร

 

 

 

 

 

1 Bedroom 32 ตร.ม.

เป็นห้องที่มีลักษณะลึก โดยเริ่มจากห้องครัวปิดที่มีพื้นที่มากพอที่จะวางโต๊ะทานข้าวได้ เชื่อมต่อเข้าไปด้วย Living Room และระเบียงห้อง ประตูกระจกทั้งจากระเบียงและห้องครัวทำให้แสงธรรมชาติภายนอกสามารถส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึงทำให้ดูสว่างขึ้นค่ะ ห้องน้ำอยู่ในโซนเดียวกันกับห้องครัว และห้องนอนจะถูกกั้นด้วยประตูบานทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว สำหรับอยู่อาศัยกัน 1-2 คนก็ถือว่ากว้างขวางทีเดียวค่ะ

 

ส่วนแรกเลยเป็นห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ปูพื้นด้วยลามิเนตทั้งหมด

 

มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวขนาด 2 ที่นั่ง

 

 

 

เคาน์เตอร์ครัว Top หินสังเคราะห์ ผนังด้านในกรุด้วยกระเบื้อง มาพร้อมกับซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควันทั้งหมดจากแบรนด์ Franke ส่วนลิ้นชักกับบานตู้จะติดตั้ง Soft Close มาด้วยค่ะ 

 

อีกด้านในโซนห้องครัวจะเป็นห้องน้ำค่ะ

 

 

ห้องน้ำใช้แบบสำเร็จรูปค่ะ ผ่านการ QC ยกมาจากโรงงานเลย หากเกิดการซ่อมแซมก็จะทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องรบกวนห้องอื่นด้วย โดยสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ทั้งหมดจากแบรนด์ Kohler จะได้มาตามนี้เลยค่ะ ยกเว้นแค่ของตกแต่งเท่านั้น

 

 

Living Room พื้นที่กว้างขวางทีเดียวค่ะ สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้โดยยังเหลือพื้นที่วางโต๊ะด้านข้าง และโต๊ะกลางได้อีก ต่อด้วยระเบียงที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน

 

ระเบียงจะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่ง มีก๊อกน้ำสำหรับซักล้าง และ Condensing Unit แขวนไว้ด้านบน หันออกนอกอาคาร 

 

เครื่องปรับอากาศเครื่องแรกจะถูกแขวนไว้เหนือโซฟา

 

หลังเคาน์เตอร์ทีวีจะเป็นห้องนอนค่ะ

 

 

 

ห้องนอนจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ พร้อมกับตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง โดยยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงได้อีกข้างค่ะ ส่วนหน้าต่างจะสามารถเปิดได้แบบบานกระทุ้ง 1 บาน และเครื่องปรับอากาศถูกติดตั้งไว้ปลายเตียง

 

1 Bedroom Plus 35 ตร.ม.

ขนาดห้องขยับขึ้นมาอีกนิดค่ะ แต่มีความโดดเด่นจนเรียกได้ว่าเป็น Type ไฮไลท์ของ Life Asoke Hype เพราะเป็นห้องหน้ากว้างเลยได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญคือความเป็น Multifunction สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว ห้องทำงาน แม้กระทั่งห้องนอนที่ 2 ก็จัดได้ตามใจเจ้าของห้องเลยค่ะ  โดยพื้นที่แรกกลางห้องตามห้องตัวอย่างจะจัดให้เป็นห้องทานข้าว เชื่อมต่อเข้าไปด้านในเป็นห้องนั่งเล่น ส่วนฟังก์ชั่นทางขวามือจะเป็นครัวปิด และทางซ้ายเป็นห้องน้ำกับห้องนอนค่ะ

 

ภายในห้องจะปูพื้นด้วยลามิเนต ทางซ้ายมือคือห้องน้ำกับห้องนอนกั้นด้วยประตูบานทึบ ส่วนตรงกลางจะกั้นห้องเพิ่มด้วยประตูกระจกบานเลื่อน High Ceiling ทำให้ห้องดูโปร่ง แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้มากขึ้น

 

ระหว่างห้องทานข้าวกับห้องนั่งเล่น สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลายนะคะ เช่น เปลี่ยนห้องนั่งเล่นมาไว้ที่ส่วนแรก ส่วนห้องด้านหลังปรับเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนที่ 2 ก็ได้นะคะ

 

หันทางขวามือของห้อง จะพบห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ปูพื้นด้วยแกรนิตโต้ ภายในครัวมีช่องสำหรับวางตู้เย็น และ Built in เคาน์เตอร์ครัวตลอดแนวผนัง ใช้ Top หินสังเคราะห์สีขาว กรุผนังด้านในด้วยกระเบื้อง มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน และซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์

 

ประตูห้องน้ำจะใช้แบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างห้องนอน และกลางห้อง 

 

ห้องน้ำปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำ โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ฝักบัว ทั้งหมดใช้แบรนด์ Kohler พร้อมติดกระจกเงายาวเต็มผนัง และกั้นส่วนเปียกด้วยกระจกใสประตูบานสวิง

 

ภานในห้องนอนจะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ริมหน้าต่าง โดยมีพื้นที่ทางเดินรอบเตียงเหลือ และยังสามารถวางตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ตามแนวผนังฝั่งห้องน้ำค่ะ

 

 

 

 

มาถึงส่วนด้านในสุดของห้องค่ะ โดยตามห้องตัวอย่างจะทำให้ห้องนี้เป็น Living Room พื้นที่สามารถวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางได้สบายๆ ค่ะ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นตามการใช้งานได้อย่างหลากหลายด้วยเช่นกัน และต่อด้วยระเบียงห้องพื้นที่กว้างขวางพอจะเป็นระเบียงสำหรับซักล้างหรือพักผ่อนก็ได้

 

2 Bedroom 48.50 ตร.ม. 

มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายแล้วนะคะ เป็นห้องขนาดเริ่มต้นสำหรับ 2 Bedroom ลักษณะลึก ซึ่งจะแบ่งฟังก์ชั่นเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ค่ะ คือซ้ายมือป็นห้องน้ำและห้องนอน กลางห้องเป็น Living Room กับพื้นที่วางโต๊ะทานข้าว และฝั่งขวามือเป็นห้องครัวปิด กับห้องนอน โดยห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะมีขนาดพอๆ กันค่ะ แต่จะมีจุดเด่นแตกต่างกัน

 

 

 

 

จากโซนแรกของห้องที่วางโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่ง หันไปทางขวามือของห้องจะพบกับห้องครัวปิด ที่มีเคาน์เตอร์ครัววางแบบ One Wall Kitchen กรุกระเบื้องผนังด้านในเพื่อให้เช็ดทำความสะอาดง่ายเมื่อเกิดคราบสกปรก วัสดุ Top มีความทนทานเหมาะกับการทำครัวหนัก ซิงค์ล้างจานออกแบบมาเพื่อป้องกันน้ำกระเด็นขณะใช้งาน มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นที่มุมห้อง และวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าใต้เคาน์เตอร์ครัวได้อีกด้วยค่ะ

 

หันมาที่ฝั่งซ้ายของห้องกันบ้างค่ะ ประตูห้องน้ำแบบ Double Access ระหว่างห้องนอนกับกลางห้อง ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียก-แห้งด้วยกระจกใสประตูบานสวิง โดยส่วนเปียกจะอยู่ด้านในสุด ส่วนแห้งจะใกล้ประตูเพื่อให้ใช้ง่ายได้สะดวกกว่าค่ะ  

 

ห้องนอนแรกนี้จะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ และยังมีพื้นที่เหลือสำหรับวางตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และโต๊ะหัวเตียงได้อีกด้านหนึ่งค่ะ ส่วนหน้าต่างของห้องจะสามารถเปิดออกแบบบานกระทุ้งได้ 1 บาน จุดเด่นของห้องนอนนี้คือเชื่อมต่อกับห้องน้ำเสมือนเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ ใครที่ชอบเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนเลือกห้องนี้ก็จะเหมาะเลย

 

โซน Living Room ด้านในสุดของห้องมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางกับโต๊ะเล็กข้างโซฟา และยัง Built in เคาน์เตอร์วางทีวีได้ตลอดแนวผนัง เชื่อมต่อด้วยระเบียงห้องกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงเหมาะสำหรับเป็นพื้นที่ซักล้างค่ะ มีก๊อกน้ำติดตั้งมาให้ด้วยเรียบร้อย ส่วน Condensing Unit แขวนไว้หันหน้าออกนอกอาคาร มีกริลปิดเพื่อความสวยงาม และยังช่วยผลักความร้อนออกด้วยค่ะ 

 

 

 

 

 

สุดท้ายที่ห้องนอนฝั่งขวามือของห้องค่ะ เป็นห้องที่วางเตียง 5 ฟุตไว้กลางห้อง พร้อมมีพื้นที่สำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้ สำหรับห้องนี้มีจุดเด่นตรงที่ได้ Space ข้างหน้าต่างกระจก Full Height มีกระจกเข้ามุม ลึกเข้าไปจากหัวเตียง ทำให้เทควิวด้านนอกได้กว้าง ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งได้มากกว่า

 

Life Asoke Hype เชื่อว่าจะเป็นสีสันใหม่แห่ง NEW CBD ด้วยงานดีไซน์ทั้ง Exterior และ Interior ที่เรียกได้ว่าเป็นงาน Craft ซึ่งกล้าที่จะแตกต่างผสานเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่สไตล์ Hyper Active เพราะชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง เหมือนกับ AP (THAILAND) ที่ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ลงไปในที่อยู่อาศัยเสมอ  

 

Online Booking Sold Out ไปแล้วเรียบร้อย พบกัน Pre-Sale 6-7 ต.ค นี้ที่สำนักงานขาย โปรโมชั่นวันงาน รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท

On-Top จ่ายค่าจอง + ค่าสัญญา 5% รับส่วนลดราคาหน้าสัญญา 2% (รับสิทธิเมื่อจ่ายในวันงาน)

 

โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/