Promotion:

LIFE ASOKE HYPE ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้าน* ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท*

ลงทะเบียน

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ Life Asoke Hype (ไลฟ์ อโศก ไฮป์)
เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
ที่ตั้งโครงการ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
พื้นที่โครงการ 5-0-10 ไร่
ลักษณะโครงการ High Rise
จำนวนอาคาร 1 อาคาร
จำนวนชั้น 40 ชั้น
จำนวนยูนิต 1,253 ยูนิต+4 Shop
ขนาดห้อง
STUDIO 25.50 ตร.ม.
1 Bedroom 30.00-32.00 ตร.ม.
1 Bedroom Plus 35.00-40.00 ตร.ม.
2 Bedroom 48.50-60.00 ตร.ม.
เฟอร์นิเจอร์
ที่จอดรถ 530 คัน(42%)
สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Scarlet Foyer, Eclectic Lobby, Private Seat, Private Co-Working Space & Meeting Room, Co-Working Business Lounge, The Circle Running Garden, Hover Bay, Indoor Jacuzzi, Leisure Pit, The Muted Garden, Mirage Sky Path, L-Shape Sky Pool, Athletic Sky Atrium, Lunar Balcony, The Astro Deck, The Forestier
ปีที่สร้างเสร็จ
ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 135,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลาง – บาท/ตร.ม.
ค่ากองทุน – บาท/ตร.ม.
จุดเด่นโครงการ โครงการเข้า-ออก ได้ 2 เส้นทางหลัก คือ ถนนอโศก-ดินแดง กับถนนจตุรทิศ งานดีไซน์ทั้ง Exterior และ Interior โดดเด่นแตกต่าง Facility รวมแล้วมากถึง 5 ไร่ และยังมี New Layout ในรูปแบบ Layout Multifunction Room เพิ่มประโยชน์ใช้สอยได้อีกมาก
อยู่ใกล้กับเคียง MRT สถานีพระราม 9, แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีมักกะสัน
สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, บิ๊กซี รัชดา, ตลาดนัดรถไฟ, เอสพลานาด รัชดา, เดอะสตรีท, โชว์ดีซี, รพ.พระราม 9, รพ.ปิยะเวท

ติดต่อโครงการ

เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310


Life Asoke Hype แตกต่างอย่าลงตัว รองรับทุกไลฟ์สไตล์ : รีวิวคอนโด

ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา คอนโดมิเนียมแบรนด์ Life จาก AP (THAILAND) มักจะถูกจับตามองอยู่เสมอว่าจะเกิดขึ้นในทำเลไหน จะมีลักษณะพิเศษอะไรออกมาอวดกันอีกบ้าง เพราะที่ผ่านมาทุกตัวนั้นได้รับกระแสตอบรับอย่างร้อนแรงอยู่ไม่เบาทีเดียวค่ะ ดูได้จากวันเปิด Pre Sale ที่มาต่อคิวยาวเหยียดกันตั้งแต่ไก่โห่กันเลยทีเดียวค่ะ โดยรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ Life ตัวใหม่ล่าสุดในทำเลที่เชื่อว่าคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับ “Life Asoke Hype” สำหรับตัวนี้จะทำให้เรา Hype แค่ไหนก็ต้องลองดูไปพร้อมๆ กันค่ะ

ทำเลศักยภาพสุดฮอต

บริเวณสี่แยกพระราม 9 ยังคงเป็นทำเลสุดฮอตที่ใครหลายคนหมายตาเอาไว้สำหรับคอนโดมิเนียมสักยูนิตไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะพักอาศัยเอง เพราะใกล้ที่ทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย หรือจะลงทุนปล่อยเช่า เก็งกำไรกันต่อไปทั้งในระยะสั้น-ระยะยาว จนเรียกได้ว่าใครที่ได้ครอบครองไปตั้งแต่มือแรกก็ยิ้มแก้มปริกันทุกรายค่ะ ที่แห่งนี้จึงยังคงมีความต้องการอยู่เสมอ ทั้งคนไทยเองและชาวต่างชาติที่ต่างก็เข้ามาจับจองอยู่ในพื้นที่นี้อยู่ในทุกโครงการก็ว่าได้ โดยเฉพาะชาวเอเชียอย่างจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น

 

ตัวโครงการมีความโดดเด่นอยู่ตรงที่มีทางเข้า-ออกโครงการได้ถึง 2 ทาง ซึ่งเป็นถนนสายหลักทั้งคู่ คือฝั่งถนนจตุรทิศ และฝั่งถนนอโศก-ดินแดง โดยใช้ทางเข้า-ออกเดียวกันกับโครงการ Life Asoke-Rama 9 ถนนทั้งสองมีความสำคัญสำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ในกรุงเทพฯ ไม่น้อยค่ะ เพราะถนนจตุรทิศนั้นมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชอยู่พอสมควรเลยค่ะ ไม่ว่าจะออกนอกเมืองจนเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ หรือจะไปทางบางนา-ดาวคะนอง, แจ้งวัฒนะ ก็สะดวกสบาย ส่วนถนนอโศก-ดินแดง ถือเป็นถนนที่คับคั่งด้วย Office Building มากที่สุดย่านหนึ่งในบ้านเรา และยังเป็นเส้นทางที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อระหว่าง CBD เดิม กับ NEW CBD อย่างพระราม 9 เอาไว้ด้วยกัน โดยจะผ่านถนนสายสำคัญอย่างพระราม 4-สุขุมวิท-เพชรบุรี ส่วนรถไฟฟ้าที่กลายเป็นหัวใจหลักของการเดินทางในกรุงเทพฯ นั้นอยู่ห่างจากโครงการเพียง 300 เมตร จาก MRT สถานีพระราม 9 และประมาณ 400 เมตร จากแอร์พอร์ตลิ้งค์ สถานีมักกะสัน  

 

บริเวณสี่แยกพระราม 9 ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลทองทั้งในมุมมองของ Developer นักลงทุน และผู้อยู่อาศัยเองก็ตาม เหตุเพราะความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนส่งให้กลายเป็น NEW CBD ในปัจจุบัน ทั้งการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าใต้ดิน  MRT มีจุดขึ้น-ลงทางด่วน และสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในช่วงกลางวันไปจนถึงช่วงค่ำจึงมีความคึกคักมากทีเดียวค่ะ ซึ่งแต่ละแห่งนั้นมีคาแรคเตอร์ของตัวเองชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัลพระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, เอสพลานาด รัชดา, เดอะสตรีท, บิ๊กซี รัชดา, โชว์ดีซี ฯลฯ โรงพยาบาลพระราม 9, โรงพยาบาลปิยะเวท, โรงพยาบาลผิวหนังอโศก ไปจนถึงตลาดนัดรถไฟรัชดาอันเลื่องชื่อเรื่องแหล่งรวมคนสไตล์ฮิปๆ สถานบันเทิงยามค่ำคืนย่านรัชดา-อาร์ซีเอ ที่ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้ส่งให้พระราม 9 กลายเป็นทำเลที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมหลั่งไหลเข้ามารวมตัวกันจนกลายเป็นเสน่ห์ที่ยังคงไว้เสมอมา     

  

 

ภาพรวมโครงการ

Life Asoke Hype คอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร 40 ชั้น 1,253 ยูนิต+4 Shop ที่จอดรถ 530 คัน(42%) ขนาดห้อง 25.5-64 ตร.ม. บนพื้นที่ 5-0-10 ไร่ ดีไซน์บนแนวคิดที่จับเอาความแตกต่างระหว่างความหรูหราของชีวิตใจกลางเมืองแบบโรงแรมระดับ 5 ดาว มาผสมผสานกับการใช้ชีวิตอันโลดแล่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มี Multi Lifestyles ได้อย่างลงตัว ทำให้เกิดความรู้สึกใหม่ของการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม สะท้อนตัวตนในสไตล์ Young Urban Professional ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบให้กับชีวิต แต่ยังคงเดินไปตามแนวทางของตัวเอง

 

เริ่มตั้งแต่การวาง Exterior ให้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยการเลือกใช้โทนสีแดงเข้มขึ้นมาเป็น Gimmick ตกแต่งลงบน Facade สะท้อนตัวตนที่ไม่เหมือนใคร ในมิติที่รู้สึกถึงความแตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์จนสะกดทุกสายตาในย่านสี่แยกพระราม 9 อย่างที่ไม่เคยเห็นจากโครงการไหนมาก่อน ซึ่งการผสานความแตกต่างมาหลอมรวมกัน เปรียบเหมือนการหยิบเอาความเป็นทำเล Multi-Culture มาไว้ในที่เดียวกันนี้ ส่งต่อมายังใงาน Interior ที่ใช้วัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ในระดับพรีเมี่ยมในรูปแบบ Eclectic Style โดยเป็นงานที่ทาง AP สั่งทำ Custom Made พิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุตกแต่ง โคมไฟ โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ หมอนอิง ฯลฯ จนเกิดเป็นงานที่มีความ Unique ไม่เหมือนใคร รวมถึงการสร้างบรรยากาศทั้งภายนอกและภายในโครงการที่จะช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด Supreme Privacy in Supreme Facility

 

Facility

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะเริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการ ไปสู่ภายในอาคารที่ชั้น G ชั้น 7 ชั้น 40 และ Roof Top ไม่ว่าชอบใกล้ชิดธรรมชาติ ชอบปาร์ตี้กับคนรู้ใจ ชอบออกกำลังกาย ชอบเปลี่ยนบรรยากาศสถานที่นั่งทำงานหรือห้องประชุม แต่ยังคงได้ความเป็นส่วนตัวสูง มีดีเทลเล็กๆ อย่างปลั๊กไฟอยู่ให้ทุกจุดที่นั่ง พร้อมฟรี Wifi และยังใส่ Smart Automation ลงไปเพื่อง่ายต่อการใช้งานยิ่งขึ้นสามารถเข้าถึงได้ทุกคน โดยสามารถจองพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสามารถเข้าใช้อย่างเป็นส่วนตัวผ่าน Application ทั้งหมดรวมแล้วกว่า 5 ไร่  

Landscape Design ไม่ใช่แค่เพียงทำให้ดูเป็นธรรมชาติสวยงามเท่านั้น แต่สามารถใช้ประโยชน์ได้ด้วยอย่างเต็มที่ ดังเช่น The Circle Running Garden นี้ ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นลู่วิ่ง 2 ระดับ ให้ระยะทางที่มากกว่าการออกแบบ Landscape แบบธรรมดาทั่วไป

 

Scarlet Foyer โถงต้อนรับขนาดใหญ่ถูกประดับตกแต่งด้วย Premium Material สั่งทำขึ้นมาพิเศษ ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่ยังคงความทันสมัยไม่ตกยุค

 

Eclectic Lobby ออกแบบให้เกิดความสงบเป็นส่วนตัว โดยมี Private Seat ทำให้ Lobby จะไม่ใช่แค่เพียงทางเดินผ่านเลยไปเท่านั้น แต่สามารถใช้งานได้จริงหลากหลายรูปแบบ

 

ด้วยฟังก์ชั่นเพดานที่สูงโปร่ง จึงถูกดีไซน์ให้เกิดชั้นลอย Mezzanine เพื่อให้ได้ใช้งานแบบพื้นที่ PrivateCo-Working Space & Meeting Room

 

Hover Bay สระว่ายน้ำระบบน้ำล้นบริเวณชั้น 7 ยาว 30 เมตร กว้าง 6 เมตร แบ่งโซน Indoor Jacuzzi ด้วยม่านน้ำตก พร้อมที่นั่งใน Leisure Pit ริมสระให้ความรู้สึกสงบ และซุ้มที่นั่งพักผ่อน The Muted Garden ท่ามกลางสวนเขียวไล่ระดับ เพื่อให้พ้นจากสายตาของยูนิตพักอาศัยในชั้นใกล้เคียง

 

ชั้น 40 และ Roof Top ถูกออกแบบในลักษณะ S-Curve แปลกตากว่าที่เคยเห็น สระว่ายน้ำดีไซน์ L-
Shape Sky Pool โดยแยกโซนออกเป็นส่วนของ Active เป็นสระยาว และ Passive ให้ได้นอนเตียงกลางสระชมวิวเมือง

 

Athletic Sky Atrium หรือฟิตเนสที่มีมาให้ถึง 2 ชั้น พร้อมเครื่องออกกำลังกายอันทันสมัย ขณะเดียวกันก็ยังสามารถพักสายตาด้วยวิวเมืองแบบ Panorama

 

Top Of Hype ดื่มด่ำบรรยากาศใจกลางเมือง ให้ความหรูหราราวกับเป็น Roof Top บนโรงแรม 5 ดาว

 

Floor Plan

ตัวอาคารมีลักษณะคล้ายรูปตัว S นางยูนิตพักอาศัยแบบ Double Corridor มีบันไดหนีไฟ 3 จุดกระจายอยู่ทั่วอาคาร ลิฟท์โดยสารทั้งหมด 7 ตัว ลิฟท์เซอร์วิชอีก 1 ตัว แยกอยู่ 2 ปีกของอาคาร ฝั่งละ 4 ตัวค่ะ ถือว่าให้มาเยอะมากทีเดียว ทางเข้า-ออกโครงการทางถนนจตุรทิศจะอยู่ทางทิศใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในทิศที่ได้วิวไฮไลท์ของโครงการค่ะ เพราะจะได้วิวทางมักกะสันไปจนถึงใจกลางเมือง และทิศตะวันตกที่จะได้วิวโล่ง

 

ทางเข้าโครงการฝั่งทิศตะวันออกมี Shop อยู่ก่อนถึง Drop Off ซึ่งเมื่อเข้าสู่ Lobby ตรงกลางแล้วจะมีประตูแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ก่อนที่จะพบกับลิฟท์และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง

 

 

 

 

 

 

Facility เต็มๆ ทั้งพื้นที่ Roof Top เชื่อมด้วยสะพานกระจกใสแบบที่ไม่เคยเห็นในโครงการไหนมาก่อน

 

Unit Plan

สำหรับ Layout จะมาด้วยแนวคิด Supreme Space Design in Tomorrow’s Functionality จัดวางฟังก์ชั่นอย่างเป็นสัดส่วน ขนาดยูนิตของโครงการนี้จะเริ่มต้นที่ STUDIO 25.50 ตร.ม. 1 Bedroom 30.00-32.00 ตร.ม. 1 Bedroom Plus 35.00-40.00 ตร.ม. และ 2 Bedroom 48.50-60.00 ตร.ม. โดยนำเอาเทคนิคการวางยูนิตแบบ Interlock มาใช้กับห้องแบบ 1 Bedroom กับ 1  Bedroom Plus เพื่อให้แต่ละยูนิตมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเพิ่มมากขึ้น และยังมี Layout แบบใหม่จาก AP มาลงโครงการนี้ที่แรกด้วยค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เทคนิคการวางยูนิตแบบ Interlock จะได้พื้นที่เพิ่มทุกยูนิต อย่างยูนิตตัวอย่างนี้จะมีห้องที่ได้พื้นที่ครัวปิดเพิ่ม และอีกห้องก็จะได้พื้นที่ห้องนอนเพิ่มไปด้วย 

 

 

 

New Layout ล่าสุด เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ด้วยรูปแบบ Layout Multifunction Room ในห้องแบบ 1 Bedroom Plus 40.00 ตร.ม. สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ทำให้ทุกตารางเมตรสามารถใช้พื้นที่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

 

 

จาก MRT พระราม9-Life Asoke Hype

ครั้งนี้เราเดินทางด้วย MRT สถานีพระราม 9 ใช้ทางออกที่ 1 ซึ่งจะอยู่หน้าอาคารฟอร์จูนทาวน์เลยค่ะ แล้วเดินข้ามสี่แยกพระราม 9 ผ่านหน้าโครงการ Rhythm Asoke 1 แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปก็จะพบกับโครงการ Life Asoke Hype รวมระยะทางเดินก็ประมาณ 300 เมตร แต่หากใครที่ใช้รถยนต์ก็สามารถเข้าจากทางถนนจตุรทิศ ฝั่งขาออก ก่อนจะถึงถนนอโศก-ดินแดง ได้เลยค่ะ

 

 

ขึ้นมาจากรถไฟฟ้าใต้ดินก็จะอยู่หน้าอาคารฟอร์จูนทาวน์ค่ะ

 

ฝั่งตรงข้ามเป็นเซ็นทรัลพระราม 9 และอาคารจี ทาวเวอร์

 

 

ผ่านหน้าโครงการ Rhythm Asoke 1

 

Sale Gallery ใช้โทนสีแดงเป็นหลักเช่นเดียวกันกับตัวคอนโดมิเนียมค่ะ

 

ทางเข้า-ออก ฝั่งถนนจตุรทิศที่มาจากถนนศรีอยุธยา ชิดซ้ายมาเรื่อยๆ ก็จะพบโครงการอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

 

เดินเข้าไปชมภายใน Sale Gallery กันเลยค่ะ

 

ชมห้องตัวอย่าง

ภายใน Sale Gallery จะถูกถอดแบบออกมาให้คล้าย Lobby ของโครงการจริงเลยค่ะ ทั้งโทนสี เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุที่ใช้ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเป็นกลุ่ม หรือแบบมีความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์ สะท้อนตัวตนที่ไม่เหมือนใคร

 

 

 

 

 

1 Bedroom 32 ตร.ม.

เป็นห้องที่มีลักษณะลึก โดยเริ่มจากห้องครัวปิดที่มีพื้นที่มากพอที่จะวางโต๊ะทานข้าวได้ เชื่อมต่อเข้าไปด้วย Living Room และระเบียงห้อง ประตูกระจกทั้งจากระเบียงและห้องครัวทำให้แสงธรรมชาติภายนอกสามารถส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึงทำให้ดูสว่างขึ้นค่ะ ห้องน้ำอยู่ในโซนเดียวกันกับห้องครัว และห้องนอนจะถูกกั้นด้วยประตูบานทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว สำหรับอยู่อาศัยกัน 1-2 คนก็ถือว่ากว้างขวางทีเดียวค่ะ

 

ส่วนแรกเลยเป็นห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ปูพื้นด้วยลามิเนตทั้งหมด

 

มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวขนาด 2 ที่นั่ง

 

 

 

เคาน์เตอร์ครัว Top หินสังเคราะห์ ผนังด้านในกรุด้วยกระเบื้อง มาพร้อมกับซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควันทั้งหมดจากแบรนด์ Franke ส่วนลิ้นชักกับบานตู้จะติดตั้ง Soft Close มาด้วยค่ะ 

 

อีกด้านในโซนห้องครัวจะเป็นห้องน้ำค่ะ

 

 

ห้องน้ำใช้แบบสำเร็จรูปค่ะ ผ่านการ QC ยกมาจากโรงงานเลย หากเกิดการซ่อมแซมก็จะทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องรบกวนห้องอื่นด้วย โดยสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ทั้งหมดจากแบรนด์ Kohler จะได้มาตามนี้เลยค่ะ ยกเว้นแค่ของตกแต่งเท่านั้น

 

 

Living Room พื้นที่กว้างขวางทีเดียวค่ะ สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้โดยยังเหลือพื้นที่วางโต๊ะด้านข้าง และโต๊ะกลางได้อีก ต่อด้วยระเบียงที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน

 

ระเบียงจะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่ง มีก๊อกน้ำสำหรับซักล้าง และ Condensing Unit แขวนไว้ด้านบน หันออกนอกอาคาร 

 

เครื่องปรับอากาศเครื่องแรกจะถูกแขวนไว้เหนือโซฟา

 

หลังเคาน์เตอร์ทีวีจะเป็นห้องนอนค่ะ

 

 

 

ห้องนอนจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ พร้อมกับตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง โดยยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงได้อีกข้างค่ะ ส่วนหน้าต่างจะสามารถเปิดได้แบบบานกระทุ้ง 1 บาน และเครื่องปรับอากาศถูกติดตั้งไว้ปลายเตียง

 

1 Bedroom Plus 35 ตร.ม.

ขนาดห้องขยับขึ้นมาอีกนิดค่ะ แต่มีความโดดเด่นจนเรียกได้ว่าเป็น Type ไฮไลท์ของ Life Asoke Hype เพราะเป็นห้องหน้ากว้างเลยได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญคือความเป็น Multifunction สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว ห้องทำงาน แม้กระทั่งห้องนอนที่ 2 ก็จัดได้ตามใจเจ้าของห้องเลยค่ะ  โดยพื้นที่แรกกลางห้องตามห้องตัวอย่างจะจัดให้เป็นห้องทานข้าว เชื่อมต่อเข้าไปด้านในเป็นห้องนั่งเล่น ส่วนฟังก์ชั่นทางขวามือจะเป็นครัวปิด และทางซ้ายเป็นห้องน้ำกับห้องนอนค่ะ

 

ภายในห้องจะปูพื้นด้วยลามิเนต ทางซ้ายมือคือห้องน้ำกับห้องนอนกั้นด้วยประตูบานทึบ ส่วนตรงกลางจะกั้นห้องเพิ่มด้วยประตูกระจกบานเลื่อน High Ceiling ทำให้ห้องดูโปร่ง แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้มากขึ้น

 

ระหว่างห้องทานข้าวกับห้องนั่งเล่น สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลายนะคะ เช่น เปลี่ยนห้องนั่งเล่นมาไว้ที่ส่วนแรก ส่วนห้องด้านหลังปรับเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนที่ 2 ก็ได้นะคะ

 

หันทางขวามือของห้อง จะพบห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ปูพื้นด้วยแกรนิตโต้ ภายในครัวมีช่องสำหรับวางตู้เย็น และ Built in เคาน์เตอร์ครัวตลอดแนวผนัง ใช้ Top หินสังเคราะห์สีขาว กรุผนังด้านในด้วยกระเบื้อง มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน และซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์

 

ประตูห้องน้ำจะใช้แบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างห้องนอน และกลางห้อง 

 

ห้องน้ำปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำ โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ฝักบัว ทั้งหมดใช้แบรนด์ Kohler พร้อมติดกระจกเงายาวเต็มผนัง และกั้นส่วนเปียกด้วยกระจกใสประตูบานสวิง

 

ภานในห้องนอนจะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ริมหน้าต่าง โดยมีพื้นที่ทางเดินรอบเตียงเหลือ และยังสามารถวางตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ตามแนวผนังฝั่งห้องน้ำค่ะ

 

 

 

 

มาถึงส่วนด้านในสุดของห้องค่ะ โดยตามห้องตัวอย่างจะทำให้ห้องนี้เป็น Living Room พื้นที่สามารถวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางได้สบายๆ ค่ะ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นตามการใช้งานได้อย่างหลากหลายด้วยเช่นกัน และต่อด้วยระเบียงห้องพื้นที่กว้างขวางพอจะเป็นระเบียงสำหรับซักล้างหรือพักผ่อนก็ได้

 

2 Bedroom 48.50 ตร.ม. 

มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายแล้วนะคะ เป็นห้องขนาดเริ่มต้นสำหรับ 2 Bedroom ลักษณะลึก ซึ่งจะแบ่งฟังก์ชั่นเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ค่ะ คือซ้ายมือป็นห้องน้ำและห้องนอน กลางห้องเป็น Living Room กับพื้นที่วางโต๊ะทานข้าว และฝั่งขวามือเป็นห้องครัวปิด กับห้องนอน โดยห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะมีขนาดพอๆ กันค่ะ แต่จะมีจุดเด่นแตกต่างกัน

 

 

 

 

จากโซนแรกของห้องที่วางโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่ง หันไปทางขวามือของห้องจะพบกับห้องครัวปิด ที่มีเคาน์เตอร์ครัววางแบบ One Wall Kitchen กรุกระเบื้องผนังด้านในเพื่อให้เช็ดทำความสะอาดง่ายเมื่อเกิดคราบสกปรก วัสดุ Top มีความทนทานเหมาะกับการทำครัวหนัก ซิงค์ล้างจานออกแบบมาเพื่อป้องกันน้ำกระเด็นขณะใช้งาน มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นที่มุมห้อง และวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าใต้เคาน์เตอร์ครัวได้อีกด้วยค่ะ

 

หันมาที่ฝั่งซ้ายของห้องกันบ้างค่ะ ประตูห้องน้ำแบบ Double Access ระหว่างห้องนอนกับกลางห้อง ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียก-แห้งด้วยกระจกใสประตูบานสวิง โดยส่วนเปียกจะอยู่ด้านในสุด ส่วนแห้งจะใกล้ประตูเพื่อให้ใช้ง่ายได้สะดวกกว่าค่ะ  

 

ห้องนอนแรกนี้จะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ และยังมีพื้นที่เหลือสำหรับวางตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และโต๊ะหัวเตียงได้อีกด้านหนึ่งค่ะ ส่วนหน้าต่างของห้องจะสามารถเปิดออกแบบบานกระทุ้งได้ 1 บาน จุดเด่นของห้องนอนนี้คือเชื่อมต่อกับห้องน้ำเสมือนเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ ใครที่ชอบเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนเลือกห้องนี้ก็จะเหมาะเลย

 

โซน Living Room ด้านในสุดของห้องมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางกับโต๊ะเล็กข้างโซฟา และยัง Built in เคาน์เตอร์วางทีวีได้ตลอดแนวผนัง เชื่อมต่อด้วยระเบียงห้องกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงเหมาะสำหรับเป็นพื้นที่ซักล้างค่ะ มีก๊อกน้ำติดตั้งมาให้ด้วยเรียบร้อย ส่วน Condensing Unit แขวนไว้หันหน้าออกนอกอาคาร มีกริลปิดเพื่อความสวยงาม และยังช่วยผลักความร้อนออกด้วยค่ะ 

 

 

 

 

 

สุดท้ายที่ห้องนอนฝั่งขวามือของห้องค่ะ เป็นห้องที่วางเตียง 5 ฟุตไว้กลางห้อง พร้อมมีพื้นที่สำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้ สำหรับห้องนี้มีจุดเด่นตรงที่ได้ Space ข้างหน้าต่างกระจก Full Height มีกระจกเข้ามุม ลึกเข้าไปจากหัวเตียง ทำให้เทควิวด้านนอกได้กว้าง ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งได้มากกว่า

 

Life Asoke Hype เชื่อว่าจะเป็นสีสันใหม่แห่ง NEW CBD ด้วยงานดีไซน์ทั้ง Exterior และ Interior ที่เรียกได้ว่าเป็นงาน Craft ซึ่งกล้าที่จะแตกต่างผสานเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่สไตล์ Hyper Active เพราะชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง เหมือนกับ AP (THAILAND) ที่ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ลงไปในที่อยู่อาศัยเสมอ  

 

Online Booking Sold Out ไปแล้วเรียบร้อย พบกัน Pre-Sale 6-7 ต.ค นี้ที่สำนักงานขาย โปรโมชั่นวันงาน รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท

On-Top จ่ายค่าจอง + ค่าสัญญา 5% รับส่วนลดราคาหน้าสัญญา 2% (รับสิทธิเมื่อจ่ายในวันงาน)

 

โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ

We Recommend
19 ร้านคอนเซ็ปต์

19 ร้านคอนเซ็ปต์ "ใหม่" ในสามย่านมิตรทาวน์

เพราะคอนเซ็ปต์การพัฒนาโครงการ “สามย่านมิตรทาวน์” คือ “Urban Life Library – คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้” เป็นวิธีการสร้างความแตกต่าง และการจดจำ โดยไม่ได้มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการให้สวยงามที่สุดเป็นหลัก แต่เน้นสร้างการจดจำ ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องความหรูหรา แต่เน้นไปสู่ในเรื่องของ Smart & Friendly คีย์เวิร์ดสำคัญที่ถูกนำมาใช้เป็นแนวคิดในการพัฒนา จึงประกอบด้วย 2 คำ คือ “ความรู้” (Knowledge)  และ “อาหาร” (Food) เนื่องจากสร้างโครงการบนพื้นที่ของสำนักทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ดินเดิม คือ ตลาดสามย่าน แหล่งรวมร้านอาหารที่ขึ้นชื่อและอร่อย การพัฒนาจึงมุ่งเน้นการตอบสนองใน 2 เรื่องดังกล่าว โครงการ  “สามย่านมิตรทาวน์” ภายใต้การดำเนินงานของ โกลเด้นแลนด์ หรือ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)  จึงเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ มากมาย ทั้งที่เคยอยู่ในย่านตลาดสามย่าน และร้านค้าทั่วไป  แต่ที่สำคัญมีหลายร้านที่เพิ่งมาเปิดภายในโครงการเป็นสาขาแรก หรือไม่ก็เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ ซึ่งไม่เคยเปิดที่ไหนมาก่อน รวมถึงยังมีร้านที่เปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมงด้วย     นี่คือ 19 ร้านค้าร้านอาหาร กับคอนเซ็ปต์ใหม่ที่มีมาเปิดบริการ ใน “สามย่านมิตรทาวน์” เป็นที่แรก ได้แก่                         1.เซ็น บ็อกซ์ (Zen box) อาหารญี่ปุ่นสไตล์ Grab & Go ที่มีรูปแบบร้านขนาดกะทัดรัด และเมนูตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ   2.อากะ (AKA) เป็นร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นในรูปแบบบุฟเฟ่ต์แบบพรีเมียม และปรับปรุงเมนูบุฟเฟ่ต์ซาซิมิมาเป็นครั้งแรกที่สาขานี้   3.มูจิ ไลฟ์สไตส์ แอนด์ คาเฟ่ (Muji Lifestyle and Café) สาขาแรกในประเทศไทย ที่เพิ่มความพิเศษด้วยของว่าง ขนมหวาน และเครื่องดื่ม รวมถึงเมนูอาหารที่ทำจากผักหลากหลายชนิด และวัตถุดิบธรรมชาติ พร้อมจำหน่ายเครื่องเขียน เสื้อผ้า อาหาร และอุปกรณ์เครื่องครัวครบครัน   4.เม่ย เว้ย หว่าน นู้ดเดิ้ล (Mei wei wan noodle) ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ สูตรจากไต้หวัน และเนื้อวัวนำเข้าจากออสเตรเลีย   5.ร้านไก่ทอด โต คิว โจ  (To Kio Jo) จากเกาหลี ที่มาเปิดเป็นสาขาแรก   6.ร้านอาหารสไตล์จีน ดินส์ (Din's) ที่มีการสร้างสรรค์ลูกเล่นหรือกิมมิคใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากร้านอาหารในเครือเซ็นกรุ๊ป เป็นแบรนด์ใหม่ที่ถูกขึ้นมาและปักหมุดเป็นสาขาแรก   7.ร้านกาแฟและอาหารบริการด่วน ทิม ฮอร์ตันส์ (Tim Hortons) ซึ่งเป็นร้านชื่อดังจากประเทศแคนาดา     8.ศูนย์อาหารสตรีท ฟู้ด สามย่าน ฟู้ด เลเจ้นด์ส บาย เอ็มบีเค (SAMYAN FOOD Legends by MBK) ที่รวมร้านอาหารระดับตำนานในสามย่าน สะพานเหลือง และเยาวราช  แห่งแรกของเมืองไทยมาเสิร์ฟลูกค้ากว่า 10 ร้าน เช่น เพ้งคั่วไก่ ทูเดย์สเต็ก ไฮเช็งลูกชิ้นปลา   9.เอพรอน วอร์ค (Apron Walk) ชั้น B1 เป็นศูนย์รวมอุปกรณ์เครื่องครัวทันสมัยและครบครันที่สุดในสามย่าน โดยลูกค้าจะมีสินค้าเครื่องครัวให้เลือกหลากหลายแบรนด์ ทั้งยังมีการจำหน่ายวัตถุดิบในการทำอาหารทั้งในส่วนของวัตถุดิบในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการมีคุ้กกิ้ง คลาส เพื่อเอาใจคนรักการทำอาหาร     10.ร้านมีเดียม แอนด์ มอร์ (Medium & More) ชั้น 3 ศูนย์รวม อาร์ต แอนด์ คราฟต์ ซัพพลาย (Art and Craft Supply) ความโดดเด่นของร้านนี้ คือ ความครบเครื่องในด้านของอุปกรณ์ศิลปะงานประดิษฐ์ รวมถึงสินค้าแปลกใหม่จากทุกมุมโลก นอกจากนี้ยังมีบริการในส่วนของการสลักชื่อ และปั๊มตัวอักษรหรือลวดลายเงิน ทองลงบนวัสดุหนัง โดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็น “เจ้าของ” และ “จับจอง” ได้ ซึ่ง “โกลเด้นแลนด์” พัฒนาร้านนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ   11.เซเลบริตี้ฟิตเนส (Celebrity Fitness) สตูดิโอออกกำลังกาย เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 21 - 35 ปี แบรนด์ใหม่ของค่ายฟิตเนส เฟิร์สท   12.แองกริซ (Angkriz) โรงเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษ ที่จะเพิ่มคอร์สอินเตอร์เป็นสาขาแรก เจาะกลุ่มนักเรียนที่ต้องการไปเรียนต่อในต่างประเทศ ปี 2563 จะเพิ่มหลักสูตรในส่วนของคอร์ส PRIVATE CHAMBER หรือ PC (พีซี) คือ คอร์สเรียนส่วนตัวของโรงเรียนกวดวิชาอาจารย์ปิง (ดาว้องก์) เป็นต้น   13.รำปุรี (rumPUREE) โรงเรียนสอนเต้นด้วยคลาสระดับโลก ที่รวบรวมคลาสเต้นมากมาย   14.บิ๊กซี ฟู้ด เพลส (Big C Food Place) แพลตฟอร์มใหม่ของซูเปอร์มาร์เก็ตพร้อมนำอินโนเวชั่นมาบริการลูกค้า อาทิ ป้ายราคาดิจิทัล และมุ่งลดการใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง   15.ก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร ก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดังย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงสาขาแรก   16.ชาบูชิ บุพเฟ่ต์ (Shabushi buffet) ร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทหม้อไฟยอดนิยมที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง สาขาแรก   17.เคเอฟซี (KFC) เปิดประสบการณ์ใหม่ พร้อมเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘1 OF A KIND' สั่งออเดอร์อาหารด้วยระบบ Self-ordering Kiosk ได้เห็นกระบวนการประกอบอาหารผ่าน Open Kitchen รวมไปถึงการจ่ายเงินในรูปแบบ Cashless และสามารถสั่งผ่านมือถือได้ด้วยบริการ Click & Collect ที่สำคัญยังใช้ชื่อร้าน ภายใต้ชื่อต้นตำรับดั้งเดิมของ KFC คือ Kentucky Fried Chicken เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นตลาดย่านเก่าของ “สามย่าน”      18.สเวนเซ่นส์ (Swensens) สาขาแรกที่จะเปิดให้บริการภายในโซน 24 ชั่วโมง   19.ไวท์สตอรี่ เดลี่ (White Story Daily) ร้านเบเกอรี่ และอาหารเครื่องดื่ม ของทานเล่น ในรูปแบบเทคอะเวย์ ที่มีให้เลือกมากมายหลายอย่างและสดใหม่วันต่อวัน เพื่อให้ลูกค้าได้ทานขนม อาหารที่ดีมีคุณภาพในราคาเป็นกันเอง        

[Preview] TAKKA Sriwara คอนโดมิเนียมล่าสุดบนถนนศรีวรา บนทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้าย่าน Town in Town

[Preview] TAKKA Sriwara คอนโดมิเนียมล่าสุดบนถนนศรีวรา บนทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้าย่าน Town in Town

TAKKA Sriwara คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนศรีวรา ที่จะมาเติมเต็มความสมดุลของการใช้ชีวิต ถ้าใครที่คุ้นเคยกับทำเลในย่าน Town in Town จะรู้ดีว่าไม่มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เลย ทั้งๆ ที่เป็นทำเลศักยภาพ แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย เดินทางสะดวกทั้งทางด่วน และรถไฟฟ้าอีก 2 สาย แถมยังเพียบพร้อมไปด้วยแหล่งงาน 🏫โรงเรียน 🏥โรงพยาบาล 🛒ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารอีกมากมายที่หมุนเวียนกันตลอด 24 ชม. 🥢🍹🍲🥗🍣 ถึงแม้ว่าพื้นที่โดยรอบของโครงการ ที่ใกล้ทั้งถนนประดิษฐ์มนูญธรรม ถนนรามคำแหง ถนนลาดพร้าว และถนนพระราม 9 จะคึกคักหนาแน่นเกือบตลอดเวลา แต่เพื่อการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัว TAKKA Sriwara จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบ และการจัดวางตำแหน่งของอาคาร เพื่อนำความสงบมาสู่พื้นที่ภายในโครงการ โดยได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น🇯🇵 การจัดสวนญี่ปุ่น🍀นำมาประยุกต์ใช้ในทุกๆ ส่วนของโครงการจนทำให้ TAKKA Sriwara มีเอกลักษณ์ร่วมสมัยในรูปแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่ (Modern Japanese Architectural) 🎎   . ด้วยความที่ TAKKA Sriwara เป็นคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในรอบ 10 ปีของย่านนี้เลย เชื่อว่าถ้าใครได้รู้ข่าวก็คงจะตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าเรา แค่ภาพตัวอย่างของโครงการก็สวยน่าอยู่มากๆ ทั้งตัวอาคารกับ Landscape ของพื้นที่ส่วนกลางสวยๆ เราก็เตรียมตัวรอของจริงกันแล้ว 🤩   . ไปพบกันได้ในงาน Grand Opening 5-6 ตุลาคมนี้ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเพียบ 📣ราคาพิเศษ เริ่ม 2.99 ลบ.* เฉพาะในงานเท่านั้น 👉รีบคลิกลงทะเบียน แล้วรับฟรี !! เฟอร์นิเจอร์ 🛋 เครื่องใช้ไฟฟ้า 📺     📍TAKKA Sriwara อาคารที่พักอาศัย 7+1 ชั้น 2 อาคาร ยูนิตรวม 208 ยูนิต Facilities : สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Co-working Space แบบห้อง 🛌1 Bedroom ขนาด 34.72-41.60 ตร.ม. 🛌2 Bedroom ขนาด 50-58.50 ตร.ม. 📍ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ☎️ 088-665-6665  

โฮมออฟฟิศติดรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน Nirvana @WORK-เนอวานา แอทเวิร์ค : รีวิวโฮมออฟฟิศ

โฮมออฟฟิศติดรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน Nirvana @WORK-เนอวานา แอทเวิร์ค : รีวิวโฮมออฟฟิศ

ในยุคของเหล่าเมล็ดพันธุ์ Start Up กำลังเติบโตงอกงาม สิ่งสำคัญคือรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง เพราะจุดเริ่มต้นที่ดีจะส่งให้เราไปคว้าเอาความสำเร็จมาครอบครองได้ ซึ่งเรากำลังกล่าวถึงออฟฟิศดีๆ สักแห่ง ที่จะกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเรา โดยปัจจัยของการเลือกที่ตั้งของออฟฟิศ ก็ถือเป็นด่านแรกของจุดเริ่มต้นที่ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปหากเราเจอสิ่งที่ใช่สำหรับองค์กรของเราอย่างโฮมออฟฟิศที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของเหล่า Start Up ด้วยความโดดเด่นทั้งทำเล และภายในสามารถดีไซน์ต่อได้ เพื่อบ่งบอกถึงอัตลักษณ์องค์กรของเรา และยังได้บรรยากาศการทำงานที่ไม่ชวนให้อึดอัด หรือเคร่งเครียดจนเกินไป            สำหรับ Nirvana @WORK โฮมออฟฟิศของคนรุ่นใหม่นั้นมีให้เลือก 2 โครงการ ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กันในแง่ของทำเลที่ตั้ง ซึ่งจะยึดเอาความสะดวกในการเดินทางของพนักงาน และลูกค้าที่จะต้องมาติดต่อธุระก็สามารถเดินทางมาได้ง่ายเช่นเดียวกัน เพราะใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน      ทำเลสไตล์ @WORK  เริ่มกันที่โครงการแรก Nirvana @WORK รามอินทรา ทำเลติดถนนเส้นหลักสายสำคัญสายหนึ่งในละแวกนี้ นั่นคือ ถ.รามอินทรา ช่วงกม.2  ซึ่งถือเป็นช่วงที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดช่วงหนึ่งของถนน เพราะอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง รอบๆ มีอาหารการกินเพียบ ที่สำคัญคือการเดินทางอยู่ใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน เป็นออฟฟิศที่อยู่ในทำเลเดินทางได้สะดวกทั้งพนักงานเองและผู้ที่มาติดต่อกับบริษัท     รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันจะผ่านหน้าโครงการเลยค่ะ โดยโครงการจะอยู่ใกล้กับสถานีรามอินทรา กม.3 บริเวณศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก โดยห่างไปอีกเพียง 1 สถานีก็จะเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือส่วนต่อขยาย สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ทำให้สามารถต่อเข้าเมืองได้สะดวก และห่างออกไปอีก 3 สถานี ก็เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต สถานีหลักสี่ ที่กำลังสร้างอยู่เช่นกัน ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ห่างจากทางด่วนฉลองรัช ประมาณ 4 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเลือกเดินทางด้วยวิธีไหนก็ง่ายดายไปหมดค่ะ    ใครที่อยู่ย่านนี้จะทราบกันดีว่าอาหารการกินไม่น้อยเลยค่ะ ทั้งช่วงกลางวันไปจนถึงช่วงค่ำ ตั้งแต่ภายในศูนย์การค้าอย่างเซ็นทรัลรามอินทรา ที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 700 เมตร และยังมี Ease Park, Lotus หลักสี่, MaxValu หลักสี่ ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ยิ่งถ้าเข้าถ.ลาดปลาเค้า ก็ยิ่งมีของอร่อยตลอดทั้งเส้นทางยาวไปจนถึงโชคชัยสี่ นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญหลายแห่งทั้งทางด้านถ.พหลโยธิน และถ.แจ้งวัฒนะ ที่เชื่อมต่อกับถ.รามอินทราช่วง กม. 2 นิดเดียวเท่านั้น อาทิ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม Major รัชโยธิน ฯลฯ โรงพยาบาลวิภาวดี และยังอยู่ไม่ไกลจากสนามบินดอนเมืองอีกด้วย     Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ อีกหนึ่งโครงการที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันกับโครงการแรกสักเท่าไรนัก แต่มีความโดดเด่นด้านทำเลไม่น้อย เพราะอยู่ริมถ.ประเสริฐมนูกิจ ขาเข้า ใกล้กับทางด่วนฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) 1.3 กม. ซึ่งสามารถเดินทางเข้า-ออกใจกลางเมืองได้ง่ายดาย และถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ประมาณ 5 กม. อยู่ท่ามกลางแหล่งร้านอาหารบรรยากาศดี ร้านแฮงค์เอาท์มันส์ๆ แบบที่พอเลิกงานแล้วก็ไปปาร์ตี้กันต่อได้เลย หรือจะนัดลูกค้าทานข้าวย่านนี้ก็เหมาะไม่น้อย ใครที่มีไลฟ์สไตล์แบบ Work Hard, Play Hard นี่แหละค่ะ ตอบโจทย์กับทำเลนี้มาก  ในอนาคตหน้าโครงการจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย-บึงกุ่ม ผ่านหน้าโครงการโดยจะห่างจากสถานีคลองลำเจียกประมาณ 200 เมตร เป็นรถไฟฟ้าสายที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นมากถึง 7 สาย รวม 5 จุด Interchange ตั้งแต่เริ่มต้นสายที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ซึ่งจะเป็น Interchange ของสีม่วง สายสีชมพู และสายสีน้ำตาล ต่อมาที่สถานีบางเขน สายสีแดง สถานีแยกเกษตรฯ สายสีเขียว สถานีฉลองรัช สายสีเทา และสิ้นสุดที่สถานีลำสาลี Interchange กับสายสีเหลืองและสีส้ม รวมแล้ว 22 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี และยังเป็นสายที่จะมีทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 คร่อมไปเกือบตลอดแนว เริ่มจากถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ไปตามถ.ประเสริฐมนูกิจ แล้วเข้าสู่ถ.วิภาวดีรังสิต ไปจนถึงทางแยกต่างระดับรัชวิภา ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลกับทางด่วนนี้มีแผนก่อสร้างไปพร้อมๆ กันในปี 63-64    จุดเริ่มต้นที่ดีของธุรกิจ อาจหมายถึงโฮมออฟฟิศทำเลดี พื้นที่เหมาะสักหลัง  ภาพรวมโครงการ  ทั้งสองโครงการจะมีความเหมือนกันตรงที่โฮมออฟฟิศของทั้ง 2 Type ใช้แบบเดียวกันค่ะ คือ    Type A 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร ที่ดิน 35.5 ตร.วาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 452 ตร.ม. / 2 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ Type B 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร ที่ดิน 25.5 ตร.วา ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. / 1 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ   จะมีเพียง Type Single Unit ที่จะมีเฉพาะที่โครงการ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ มีเพียง 8 ยูนิต (ปัจจุบันเหลือ 6 ยูนิต) โดยมีภาพรวมของแต่ละโครงการ ดังนี้   Nirvana @WORK รามอินทรา ที่ดินโครงการทั้งหมด 9-0-39.1 ไร่ 61 ยูนิต ขนาดที่ดิน 25.5-53.5 ตารางวา รั้วโครงการสูงกว่า 6 เมตร ถนนภายในโครงการกว้าง 12-16 เมตร มีที่จอดรถส่วนกลางรองรับได้ 197 คัน ใช้ระบบ Key Card ตรงทางเข้า-ออก ติดตั้ง CCTV รอบโครงการ 10 ตัว และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคา 14.5–25 ล้านบาท   Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ ที่ดินโครงการทั้งหมด 7-1-76 ไร่ ไม่รวมพื้นที่นอกจัดสรร 48 ยูนิต รั้วโครงการสูงกว่า 6 เมตร ถนนภายในโครงการกว้าง 12-16 เมตร มีที่จอดรถส่วนกลางรองรับได้ 154 คัน ใช้ระบบ Key Card ตรงทางเข้า-ออก ติดตั้ง CCTV รอบโครงการ 10 ตัว และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคา 15–35 ล้านบาท      ชมโครงการ ครั้งนี้เราเข้ามาชมโฮมออฟฟิศตัวอย่างกันที่ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ เพราะจะมีให้ชมครบทั้ง 3 Type ซึ่งทั้ง 2 โครงการปัจจุบันมีหลายออฟฟิศที่เริ่มเข้ามาอยู่กันแล้วนะคะ บรรยากาศภายในโครงการไม่วุ่นวาย ที่จอดรถจะล็อคหน้าออฟฟิศไว้ให้แยกกันแต่ละหลัง แต่ก็มีที่จอดส่วนกลางให้มาด้วยเยอะพอสมควรค่ะ โดยโฮมออฟฟิศแต่ละหลังจะขายแบบบ้านเปล่า มีการติดตั้งปั๊มน้ำ แทงค์น้ำ และ VDO Door Phone ติดให้ชั้นที่ 2 สามารถมองเห็นหน้าพร้อมคุยกันกับผู้มาติดต่อได้เลยจากกล้องที่ติดอยู่หน้าประตูออฟฟิศ      Type B 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. 1 Bedroom 4 Bathroom 2 Parking lots  เริ่มกันที่ Type B ขนาดเริ่มต้น แต่ขนาดไม่ใช่น้อยเลยค่ะ เพราะหากตกแต่งตามแบบหลังตัวอย่างออกมากแล้ว ก็จะสามารถรองรับพนักงานได้ประมาณ 20-25 คน เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตกแต่งของแต่ละบริษัท นั่นหมายความว่าอาจสามารถรองรับพนักงานได้มากกว่า 25 คน ค่ะ โดยจะเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่โล่งๆ ไม่เน้นการกั้นห้องแยก เช่น งานสถาปนิก งานออกแบบต่างๆ       หน้าโฮมออฟฟิศทุกยูนิตจะติดตั้งกล้องพร้อม Speaker เอาไว้ด้านหน้าสำหรับผู้มาติดต่อสื่อสารไปยังด้านในออฟฟิศที่สามารถมองเห็นหน้าและเสียงได้โดยไม่ต้องเดินลงมา เพื่อความปลอดภัยอีกขั้นหนึ่ง   ชั้นแรก เพดานสูงถึง 5.8 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ตรงกลางชั้นตามบ้านตัวอย่างจะกั้นเป็นห้องประชุม รองรับได้ประมาณ 10 ที่นั่ง    ชั้นลอยเพดานจะดรอปลงมาเล็กน้อยที่ 2.4 เมตร มีพื้นที่ว่างสำหรับกั้นเป็นห้องทำงานตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ หรือจะใช้เป็นพื้นที่อื่นๆ ได้ค่ะ เช่น ห้องเก็บของ ห้องประชุม ส่วนบันไดใช้แบบโครงเหล็ก ใช้ไม้ประสานวางเป็นลูกนอน แต่จะไม่มีลูกตั้ง ข้อดีคือทำให้ดูโปร่ง บวกกับกระจกด้านหน้า-หลังออฟฟิศ จะทำให้แสงสว่างส่องเข้ามาอย่างทั่วถึง ไม่มีจุดอับทึบ   ชั้น 2-3 จะได้ความสูงของเพดานประมาณ 2.6-2.8 เมตร  วัสดุพื้นใช้ไวนิลลายไม้ ห้องน้ำวางไว้ด้านในสุดใกล้กับบันได ซึ่งจะมีการติดตั้งสุขภัณฑ์ภายในมาให้พร้อมใช้งาน      ชั้นบนสุดกั้นห้องนอนให้ แล้วตกแต่งให้เหมือนกับเป็นที่อยู่อาศัย แต่ถ้าเจ้าของโฮมออฟฟิศไม่ได้ใช้พักอาศัยก็สามารถเพิ่มพื้นที่ออฟฟิศได้อีก 1 ชั้น  หรือจะจัดเป็น Canteen ของออฟฟิศ เพื่อให้ช่วงกลางวันได้มีโอกาสมานั่งพักผ่อนทานข้าว พูดคุยแบบสบายๆ กัน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีนะคะ   พื้นที่ใช้สอยกว้างๆ ออกแบบได้ทุกความต้องการ Type A 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร พื้นที่ใช้สอย 452 ตร.ม. 2 Bedroom 5 Bathroom 3 Parking lots  ขยับไซส์ขึ้นมาที่ Type A ค่ะ ซึ่งจะได้หน้ากว้างขึ้น ที่จอดรถหน้าออฟฟิศเพิ่มขึ้น และติดตั้งลิฟท์ Mitsubishi มาให้ด้วย โดยเฉพาะราคาลิฟท์ก็อยู่ที่ 1 ล้านบาท พร้อมประกันการดูแลรักษาให้ 1 ปี หลังจากนั้นก็จะมีค่าซ่อมบำรุงลิฟท์ประมาณ 10,000 บาท/ปี โดยถ้าตกแต่งตามหลังตัวอย่างก็สามารถรองรับพนังงานได้ตั้งแต่ 25-30 คน หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับการตกแต่ง       สำหรับ Type นี้จะถูกตกแต่งเหมือนยกคาเฟ่มาไว้ในโฮมออฟฟิศ ด้วยการวาง Coffee Bar ยาว พร้อมโต๊ะสำหรับนั่งทำงานไป ดื่มกาแฟไปบนชั้นลอย การจัดพื้นที่ลักษณะนี้เหมาะกับธุรกิจที่อยากจะมีการเปิด Workshop รองรับลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรม หรือเป็นพื้นที่ให้พนักงานได้มา joy มา share กันได้ ส่วนหลังสุดภายในตัวบ้านเหมาะสำหรับการวางเคาน์เตอร์ครัว เพื่อให้พร้อมต่อการเตรียมอาหาร และล้างได้สะดวก   บันไดชั้นล่างถูก Built in เพิ่มเติมให้เป็นขั้นบันไดเต็มผนังสองข้าง ให้ Feeling ของห้องประชุมสไตล์ Start Up แบบเปิดกว้างให้ทุกคนสามารถมองเห็นและรับฟังกันได้ทั้งทีม แต่สำหรับตัวบ้านจริงที่จะได้ มีบันไดส่วนซ้ายมือพร้อมติดราวบันไดเหล็กโปร่งเท่านั้นนะคะ   ชั้นลอยบริเวณห้องประชุมนี้เป็นการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ขึ้นมา โดยมีการทำคานเอาไว้รองรับสำหรับการทำห้องเพิ่มแบบนี้ไว้อยู่แล้ว แต่หากเป็นหลังจริงตรงนี้จะเป็นพื้นที่โล่ง Double volume สูงขึ้นมาจากชั้นล่าง     ชั้น 2 บ้านจริงจะเป็นพื้นที่โล่ง แต่มีเสาคานอยู่ 2 ต้น หากอยากจะกั้นเป็นห้องตามแบบบ้านตัวอย่างก็สามารถทำได้ง่าย และยังมีพื้นที่ตรงกลางเป็น Double volume มองเห็นชั้น 3 ส่วนห้องน้ำจะถูกวางเอาไว้ด้านหลังลิฟท์ใกล้กับบันได   ชั้น 3 ถูกแบ่งเป็น 2 ห้อง กระจกผนังด้านข้างของทั้ง 2 ห้องที่เห็นนี้ บ้านจริงจะกั้นด้วยเหล็กโปร่งแทนค่ะ   ชั้นบนสุดถูกตกแต่งออกมาให้เป็นเหมือ้นที่พักผ่อนส่วนตัวที่มีช่องแสงธรรมชาติช่วยประหยัดพลังงาน โดยชั้นบนสุดของบ้านตัวอย่างหลังนี้จะถูกจัดให้เหมือนกับอยู่ในคอนโดมิเนียมระดับ Hi-End แบบ 2 Bedroom กว้างๆ หนึ่งยูนิต มีทั้ง Living Room, Dining Room และสามารถ Built in ครัวเปิด ได้ด้วย และยังคล้ายกับการได้ Private lift ถึงชั้นบนห้องส่วนตัวนี้ด้วยค่ะ   เปิดมุมมองใหม่ เปิดไอเดีย สร้างสรรค์ผลงานใหม่ ไม่รู้จบType Single Unit 4 ชั้น หน้ากว้าง 11 เมตร พื้นที่ใช้สอย 517 ตร.ม. 1 Bedroom 7 Bathroom 6 Parking lots  ยูนิตพิเศษที่มีเฉพาะในโครงการ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ อยู่พื้นที่ด้านหน้าของโครงการโฮมออฟฟิศพื้นที่ใกล้เคียงบ้านเดี่ยวในแบบ Independent Unit ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะไม่ต้องแชร์ผนังกับใคร มีรั้วไฟฟ้าหน้าออฟฟิศ ติดตั้งลิฟท์ Mitsubishi มาให้ พร้อมกับ VDO Door Phone เพื่อการมาติดต่อกับออฟฟิศเป็นไปได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด โดย Single Unit จะเน้นงานดีไซน์ทางสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในความเป็น Modern ด้วยการซ่อนบันไดไว้ด้านข้างแยกออกจากพื้นที่ใช้สอยภายใน ตั้งแต่ลานจอดรถไปจนถึงชั้นบนสุด เหมาะสำหรับออฟฟิศที่เน้นดีไซน์สวย ต้อนรับลูกค้าได้บ่อยๆ ปัจจุบันมียูนิตที่ทำการปล่อยเช่าได้ราคาประมาณ 120,000 บาท/เดือน ได้พื้นที่รอบบ้านทั้งด้านข้างและหลังบ้านที่กว้างเป็นพิเศษ จนสามารถจัดเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมกันภายในออฟฟิศหรือต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยออกไปได้   เปิดประตูด่านแรกของออฟฟิศเข้าไปก็จะพบลิฟท์ด้านข้าง ตรงกลางพื้นที่สามารถจัดเป็นเคาน์เตอร์ Reception และลึกเข้าไปจากข้างลิฟท์วางห้องน้ำเอาไว้ตำแหน่งเดียวกันทุกชั้น ซึ่งภายในห้องน้ำนั้นจะแบ่งห้อง shower กับห้องที่เป็นโถสุขภัณฑ์   ชั้นที่ 2-3 พื้นที่ใช้สอยภายในแนวลึก ซึ่งข้อดีของพื้นที่แนวลึกนั่นคือสามารถจัดวางโต๊ะทำงานได้ง่าย ลงตัวเป็นสัดส่วนมากกว่า โดยหากเลือกขึ้นบันไดจากด้านข้างลานจอดรถขึ้นมาก็จะพบกับระเบียงหน้าบ้าน ผนังด้านข้างเป็นหน้าต่างกระจกสไลด์บานใหญ่ และมีตัว VDO Door Phone ที่ฉายให้เห็นผู้ที่มาติดต่อทางหน้าบ้านติดตั้งมาไว้ให้ด้วย         ชั้นบนสุดยังคงถูกตกแต่งออกมาให้เป็นพื้นที่พักอาศัยส่วนตัวค่ะ มีการกั้นห้องนอนเอาไว้ 1 ห้อง ห้องน้ำอีก 1 และพื้นที่กลางสำหรับจัดเป็น Living Room สำหรับเจ้าของออฟฟิศ ที่สามารถเป็นเจ้าของออฟฟิศทำเลดีสักแห่งไปพร้อมๆ กับมีที่อยู่อาศัยของตัวเองไปด้วย ไม่ต้องผ่อนบ้าน 2 ต่อทำให้มีภาระเพิ่ม เพราะยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งมาถึงเร็วเท่านั้น   แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นออฟฟิศ แต่ในเรื่องของงานดีไซน์ และพื้นที่ใช้สอยกว้างๆ ก็ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเนอวานา ไดอิ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของทำเลที่มีความสำคัญมาก ไม่แพ้เรื่องอื่น เพราะการติดต่อกันทางธุรกิจ และความสะดวกในการเดินทางของพนักงานก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไป ซึ่งทั้ง 2 โครงการก็สามารถวางทำเลได้เหมาะสม ประกอบกับดีไซน์ในทุกแง่มุมของชีวิตวัยทำงานที่ต้องพร้อมลุยทุกสถาณการณ์เพื่อเติบโตจากเมล็ดพันธุ์กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ต่อไปที่ Nirvana @WORK #createyourownculture @work      โครงการ Nirvana @wok รามอินทรา http://nirvana.bz/ATWORK-RM-RYL โครงการ Nirvana @wok ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์  nirvana.bz/ATWORK-LP-RYL            

คอนโดพร้อมอยู่ ใช้ชีวิตแบบ Modern Lifestyle ที่ Aspire Ngamwongwan-แอสปาย งามวงศ์วาน : รีวิวคอนโด

คอนโดพร้อมอยู่ ใช้ชีวิตแบบ Modern Lifestyle ที่ Aspire Ngamwongwan-แอสปาย งามวงศ์วาน : รีวิวคอนโด

สำหรับโครงการ Aspire Ngamwongwan หลายคนคงคุ้นเคยกันมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะคะ เพราะตัวโครงการเองสร้างเสร็จพร้อมอยู่มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่สำหรับใครที่เป็นลูกบ้านที่นี่อยู่แล้วก็น่าอิจฉานะคะ เพราะล่าสุดได้ทำ Lobby Space ใหม่ สวยงามหรูหรากว่าเดิม เรียกได้ว่าเพิ่มเติมสิ่งดีๆ ให้อยู่ตลอด ซึ่งล่าสุดก็เหลือยูนิตล็อตสุดท้ายแค่ 5% แล้วค่ะ ใครยังลังเลอยู่ก็ชมรีวิวฉบับนี้ก่อนรีบตัดสินใจพร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษได้เลยค่ะ    ทำเลของการใช้ชีวิตแบบ Modern Lifestyle   ในการเลือกที่อยู่อาศัยใหม่สักแห่งก็คงจะหนีไม่พ้นปัจจัยหลักที่ทุกคนต้องคำนึงถึง นั่นคือเรื่องของอาหารการกินรอบๆ กับการเดินทางที่สะดวกสบาย ไม่ว่าจะด้วยรถสาธารณะหรือรถส่วนตัวก็ตาม ยิ่งถ้าอยู่ในแหล่งที่อยู่อาศัยเดิมอยู่แล้ว หรือแหล่งของนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน ก็จะยิ่งเป็นการการันตีได้ในระดับหนึ่งว่า แวดล้อมโครงการนั้นจะเต็มไปด้วยของกินมากมาย รวมถึงการเดินทางก็ง่ายตามไปด้วย   หนึ่งในทำเลแบบที่ว่านี้ก็คือถ.งามวงศ์วาน เป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างถ.รัตนาธิเบศร์ บริเวณสี่แยกแคราย กับถ.พหลโยธิน บริเวณแยกเกษตร ซึ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (แคราย-ลำสาลี) ผ่านตลอดทั้งถนน มีกำหนดเริ่มก่อสร้างในปี 63 ในแง่ของการเดินทาง หากใครที่ใช้ทางด่วนบ่อยๆ ก็สะดวกเลยค่ะ เพราะจะใกล้กับทางด่วนศรีรัช โดยแนะนำให้เข้าซ.ชินเขต 1 ข้างโครงการเลยค่ะ ไปทะลุออกถ.ประชาชื่น บริเวณแยกพงษ์เพชร แล้วผ่านหน้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน แล้วขึ้นทางด่วนได้เลยค่ะ หรือจะใช้ทางยกระดับอุตราภิมุข (โทลเวย์) ก็มีระยะทางเพียงกิโลกว่าๆ ใช้เวลาเพียง 15 นาทีก็ถึงสนามบินดอนเมืองแล้วค่ะ   สิ่งอำนวยความสะดวกใกล้โครงการก็มีทั้งเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, พันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน, เทสโกโลตัส, โฮมโปร, รพ.นนทเวช, รพ.วิภาวดี, เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์, ม.เกษตรศาสตร์  ฯลฯ รวมถึงอาหารการกินใกล้โครงการแบบที่เดินชิวๆ ไปได้เลยก็มีให้เลือกไม่น้อย เรียกได้ว่าอยู่ย่านนี้ของกินไม่ขาดค่ะ   ภาพรวมโครงการ Aspire Ngamwongwan คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ 1 อาคาร จำนวน 3 ทาวเวอร์ โดยแบ่งป็น  South ทาวเวอร์ สูง 28 ชั้น (อาคารส่วนหน้าของโครงการ) ชั้น G เป็นพื้นที่ร้านค้า นิติบุคคล และพื้นที่ส่วนกลาง ชั้น 2- 28 เป็นที่พักอาศัย North ทาวเวอร์ สูง 28 ชั้น (อาคารตรงกลางระหว่าง South ทาวเวอร์ กับอาคารจอดรถ) ชั้น G เป็นพื้นที่ร้านค้า นิติบุคคล และพื้นที่ส่วนกลาง ชั้น 2- 28 เป็นที่พักอาศัย อาคารจอดรถ สูง 9 ชั้น (หลังสุดของที่ดินโครงการ) ชั้น 1-8 อาคารจอดรถ ชั้น 9 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่โครงการ 9-3-40 ไร่ อยู่ติดกับซ.ชินเขต 1 ใกล้กับสี่แยกพงษ์เพชร ริมถ.งามวงศ์วาน ฝั่งมุ่งหน้าถ.วิภาวดี มีห้องพักอาศัยรวม 1,458 ยูนิต โดยจะมี 2 Type ให้เลือก A และ B ขนาด 28 ตร.ม. เท่ากันทั้งหมด   Lifestyle Facilities ครบครัน ร่มรื่นด้วยพื้นที่สวนสวยขนาดใหญ่กว่า 4 ไร่ Facilities ของ Aspire Ngamwongwan จะเริ่มกันตั้งแต่พื้นที่หน้าโครงการเลยค่ะ เมื่อผ่านป้อมรักษาความปลอดภัยเข้าไปแล้วจะพบกับสวนสีเขียว มีที่นั่งเล่นพักผ่อน และ Street Playground สนามบาสเกตบอลสำหรับไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์ตรีม ก่อนจะส่งเข้าสู่ตัวอาคารที่พัก ซึ่งต้อนรับด้วย Freedom Lobby Space ที่เพิ่งจะปรับรูปแบบใหม่โดดเด่นหรูหรากว่าเดิมด้วยการตกแต่งใหม่แบบ French Country สุดหรูหราผสมผสานกับ Contemporary ความทันสมัย จะนั่งเล่นก็เพลิน จะรับแขกก็ดูดี   เดินเล่นลึกเข้าไปอีกสักนิดก็จะผ่านโถงพักผ่อนส่วนกลาง ตกแต่งสไตล์รีสอร์ท ซึ่งเป็นจุดที่เป็นช่องลมพอดี จึงออกแบบมาให้เปิดโล่ง เพดานสูงโปร่งให้ลม Flow นั่งชิวๆ ได้ตลอดวัน   ส่วน Facilities หลักจะอยู่บนชั้น 9 ของอาคารจอดรถ จะมีทั้งสระว่ายน้ำที่สามารถว่ายออกกำลังกายได้ ฟิตเนส ซาวน่า สตรีม ถือเป็นส่วนกลางที่มีความเป็นส่วนตัวหลีกหนีจากความวุ่นวายภายนอกได้ดีทีเดียวค่ะ   Co-creation Space & Study Room  ถ้าอยากได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ก็ลองมานั่งเล่นผ่อนคลายกับกลุ่มเพื่อน จะทำงานพร้อมวิวมุมสูงโล่งๆ หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรับลมที่ Rooftop Garden   แนวคิดการวางฟังก์ชั่นภายในห้องอย่างลงตัว เข้าใจทุกการใช้งานของผู้อยู่อาศัย Plan ที่ดินแนวลึกของโครงการอยู่ติดริมถ.งามวงศ์วาน ซึ่งอยู่ในทิศใต้ South ทาวเวอร์ จึงเป็นอาคารส่วนแรกจากถนนใหญ่เชื่อมต่อกับฝั่ง North ทาวเวอร์ ในลักษณะตัว L และอาคารจอดรถอยู่ด้านในสุดของที่ดิน   แปลนชั้น 9 ซึ่งเป็น Rooftop ของอาคารจอดรถ Facilities หลักของโครงการ   ชมห้องตัวอย่าง สำหรับห้องตัวอย่างบนอาคารจริงจะมีทั้ง Type A และ B ขนาด 28 ตร.ม. ค่ะ ซึ่งแต่ละ Type จะวาง Layout เอาไว้ต่างกัน ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่าลงตัวที่สุด โดยโครงการจะขายแบบ Fully Fitted ซึ่งสิ่งที่จะได้มาพร้อมติดตั้งให้เลยมีดังนี้ เคาน์เตอร์ครัว พร้อมซิงค์ล้างจาน และ Hob&Hood จากแบรนด์ Teka สุขภัณฑ์ในห้องน้ำครบชุด ได้แก่ อ่างล้างหน้าแบบแขวน (COTTO) กระจกเงา โถสุขภัณฑ์ (ENGLEFIELD) สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ราวแขวนผ้า และกระจกกั้นอาบน้ำแบบบานเลื่อน เครื่องปรับอากาศแบบแขวนผนัง 2 ตัว วัสดุพื้นห้องใช้ลามิเนต พื้นห้องน้ำและระเบียงใช้กระเบื้องเซรามิค ผนังสีขาวฉาบเรียบ   Type A 28 ตร.ม. เป็น Layout ที่วางครัวเปิดเอาไว้ส่วนแรกของห้องค่ะ ซึ่งบริเวณนี้จะสามารถวางโต๊ะทานข้าวเอาไว้ แยกออกเป็นสัดส่วน แม้จะเป็นพื้นที่เปิดโล่งไม่ได้มีการกั้นห้องออกจาก Living แต่จะมีข้อดีตรงที่ได้ Space แนวลึก และโล่งมากกว่า   Living Room สามารถวางโซฟาได้ 2-3 ที่นั่ง พร้อมกับโต๊ะกลางขนาดเล็กค่ะ เพื่อให้เหลือพื้นที่ทางเดินที่เชื่อใต่อกับระเบียงได้โล่งขึ้น   ฟังก์ชั่นอีกด้านของห้องจะเป็น Bedroom ที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนด้านหลังเคาน์เตอร์ทีวี ซึ่งภายใน Bedroom มีพื้นที่สำหรับวางเตียงประมาณ 5 ฟุต พร้อมกับตู้เสื้อผ้า เหลือพื้นที่กว้างรอบเตียง ส่วนหน้าต่างจะใช้แบบบานกระทุ้งเปิดออกได้ 1 บานค่ะ   Type B 28 ตร.ม. Layout จะแบ่งโซนออกเป็นสัดส่วนมากขึ้นค่ะ เริ่มด้วยพื้นที่ Living Room เป็นส่วนแรก มีพื้นที่วางโซฟา 2 ที่นั่ง พร้อมกับวางโต๊ะทำงานได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นวางโซฟาตัวยาวไปเลยก็ได้นะคะ   ด้านในกั้นเป็น Bedroom วางเตียงขนาด 5-6 ฟุต แล้ววางตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งไว้พื้นที่ปลายเตียงได้ ซึ่งมุมห้องนอนจะเป็นกระจกใส แทนที่จะเป็นผนังทึบ ตรงนี้จะทำให้ห้องของเราดูไม่อึดอัด แต่กลับโปร่งขึ้น ได้แสงสว่างส่องเข้ามาในห้องอย่างทั่วถึงมากขึ้น ทำให้ห้องนี้มีข้อดีตรงที่ไม่มีมุมอับแสง   ฟังก์ชั่นห้องครัวจะแบ่งออกเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวได้ ซึ่งห้องครัวจะเชื่อมต่อระหว่างห้องน้ำกับระเบียงห้อง   สุดท้ายเรานำภาพวิวจากห้องพักมาฝากกันค่ะ บรรยากาศพระอาทิตย์ตกในวิวเมืองแบบโล่งๆ ไม่มีอาคารสูงมาบดบัง เป็นวิวที่ได้จากห้องพักของเราเอง ซึ่งยูนิตที่นำมาจัดโปรโมชั่นสุดท้ายเป็นห้องชั้นสูงแบบนี้ ในราคาเริ่มต้นแค่ 1.89 ล้านบาท* โอกาสสุดท้ายสำหรับโครงการ Aspire Ngamwongwan       

Supalai Lite Thapra–wongwianyai - ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่ : รีวิวคอนโด

Supalai Lite Thapra–wongwianyai - ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่ : รีวิวคอนโด

Supalai Lite Thapra–wongwianyai โดดเด่นและแตกต่างด้วยการออกแบบสไตล์ "MODERN COLONIAL" โดยนำสถาปัตยกรรม COLONIAL ซึ่งเป็นรูปแบบอาคารที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาติตะวันตกบนพื้นที่บางกอกใหญ่ซึ่งมีความรุ่งเรืองในอดีต มาผสมผสานกับสีสันและวัสดุที่มีความทันสมัยของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่     ชื่อโครงการ Supalai Lite Thapra–wongwianyai (ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่)  เจ้าของโครงการ บริษัท ศุภาลัย จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ถ.เพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ จ.กรุงเทพฯ  พื้นที่โครงการ  2-2-42.1 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 22 ชั้น จำนวนยูนิต 419 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO-3 BEDROOM  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีนำ้เงิน สถานีท่าพระ 570 เมตร   

“พัทยา” ทางเลือกเพื่อการลงทุนอสังหาฯ  กับโปรเจ็กต์ Lifestyle Mix Use  แห่งใหม่ “ONCE PATAYA” คุ้มค่าทั้งการอยู่อาศัยและปล่อยเช่า : รีวิวคอนโด

“พัทยา” ทางเลือกเพื่อการลงทุนอสังหาฯ  กับโปรเจ็กต์ Lifestyle Mix Use  แห่งใหม่ “ONCE PATAYA” คุ้มค่าทั้งการอยู่อาศัยและปล่อยเช่า : รีวิวคอนโด

“พัทยา” จังหวัดชลบุรี เมืองที่มีความเจริญเติบโตรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว หรือธุรกิจการค้า ทั้งธุรกิจการผลิตและธุรกิจบริการ เรียกได้ว่ามีธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็กๆ ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่  ระดับส่งสินค้าออกไปทั่วโลก ทำให้เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี  มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ถือเป็นหนึ่งจังหวัดที่มีส่วนช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตเลยทีเดียว   เมื่อ “พัทยา” เป็นเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเติบโต แน่นอน คนจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็เคลื่อนย้ายกันเข้ามาพักอาศัย เพื่อทำมาหากินและท่องเที่ยวพักผ่อน เฉพาะบรรดานักท่องเที่ยวและต่างชาติ ที่เข้ามาในเมืองพัทยาแต่ละปีก็มีจำนวนกว่า 16 ล้านคนเลยทีเดียว  นี่ยังไม่นับรวมประชากรในท้องถิ่นที่อยู่กันแต่เดิม และแรงงานที่ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาลงหลักปักฐานอีกมากมายมหาศาล  ทำให้เมืองพัทยาเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรไม่น้อยเลยทีเดียว     การมีคนเข้ามาอยู่กันมากมายเช่นนี้ เรื่องของที่อยู่อาศัยจึงเป็นความจำเป็นอย่างขาดไม่ได้ ทำให้ปัจจุบันดีเวลลอปเปอร์ทั้งจากต่างชาติและคนไทย จากกรุงเทพฯ และในท้องถิ่นเอง ต่างพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ออกมารองรับความต้องการที่อยู่อาศัยกันอย่างมากมาย เรียกได้ว่ามีทุกประเภท ทุกระดับราคา และทุกทำเลเลยทีเดียว   แต่การพัฒนาโครงการออกมาขาย ไม่ใช่ว่าทุกโครงการจะประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม  ซึ่งถือว่าเป็นตลาดกำลังเติบโตในเมืองพัทยา เพราะมีลูกค้าทั้งกลุ่มคนไทยและต่างชาติ  ที่สามารถเข้ามาซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองได้  แต่ก็มีปริมาณการพัฒนาออกมาจำนวนมาก     “พัทยา” โอกาสในการลงทุนอสังหาฯ แม้ว่าจะมีความต้องการเยอะ คู่แข่งก็มีเยอะเช่นกัน ปัจจัยที่จะทำให้โครงการนั้นๆ ประสบความสำเร็จ  จึงจะต้องเริ่มต้นจากการมีทำเลที่ดี  มีคุณภาพวัสดุและการก่อสร้าง มีดีไซน์การออกแบบที่โดนใจ อยู่อาศัยอย่างสะดวกสบาย ที่สำคัญราคาขาย ซื้อแล้วต้องคุ้มค่าคุ้มราคา ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือจะซื้อเพื่อลงทุนก็ตาม เพราะหากเป็นโครงการที่มีองค์ประกอบต่างๆ ดังกล่าวครบ ราคาจะขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 10-20% นับตั้งแต่วันเริ่มก่อสร้าง จนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าได้เข้าอยู่อาศัย   นี่ยังไม่นับรวมหากเอาห้องชุดไปปล่อยเช่า จะได้ผลตอบแทนอย่างน้อยๆ ปีละ 5-6% เลยทีเดียว ถือว่าสูงกว่าการนำเอาเงินไปฝากธนาคาร  หรือหากจะนำเงินไปลงทุนในหุ้น ภาวะตลาดก็ผันผวน แถมมีความเสี่ยงอีกต่างหาก นักธุรกิจและนักลงทุนหลายรายจึงมักเลือกจะเข้ามาลงทุนในอสังหาฯ​ โดยเฉพาะคอนโดฯ​ ที่มีองค์ประกอบดังกล่าวครบ เพราะได้ทั้งผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า และมูลค่าของห้องชุดที่เพิ่มขึ้นทุกปีด้วย และยังได้เป็นเจ้าของห้องชุดคอนโดฯ​ อีกด้วย   แต่อย่างที่บอก การซื้อห้องชุดคอนโดฯ​ แล้วได้ผลตอบแทนดี  คอนโดฯ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งเรื่องทำเลที่ตั้ง ราคา คุณภาพ และการออกแบบ และยิ่งมีองค์ประกอบอื่นๆ เข้ามาเสริม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการด้วยแล้ว โครงการนั้นจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น ทั้งอยู่อาศัยเอง และการซื้อเพื่อลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการมีสิ่งอำนวยความสะดวก หรืออยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญๆ ซึ่งช่วยเติมเต็มการอยู่อาศัยของคนในโครงการ ตัวโครงการเองมีสิ่งอำนวยความสะดวก หรือมีการพัฒนาโครงการอื่นๆ ใกล้เคียง เช่น โรงแรม พื้นที่ค้าปลีก เป็นต้น เพราะลูกบ้านจะได้ใช้ประโยชน์จากโครงการเหล่านั้นด้วย       เจาะศักยภาพโครงการด้วย 4P ความเคลื่อนไหวของการพัฒนาโครงการคอนโดฯ ในเมืองพัทยา ล่าสุด  มีโปรเจ็กต์ใหม่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 กันยายนนี้ คือ โครงการวันส์ พัทยา (ONCE PATAYA) กับคอนเซ็ปต์ Lifestyle Mix Use โครงการคอนโดฯ สูง 32 ชั้น จำนวน 427 ยูนิต  ซึ่งถือว่าเป็นโครงการน่าจับตามองเพราะไม่บ่อยนักที่เมืองพัทยาจะมีโครงการขนาดสูงแบบนี้เกิดขึ้น ด้วยข้อจำกัดของที่ดินซึ่งหาได้ยาก และส่วนใหญ่เจ้าของที่ดินมักไม่ปล่อยขาย หลายโครงการจึงเป็นโครงการลิสต์โฮลด์หรือที่ดินเช่า ซึ่งโครงการวันส์ พัทยา เป็นโครงการที่ได้รับกระแสตอบรับดี เพราะมียอดขายแล้วกว่า 40% ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ   คำถามว่าทำไม? โครงการนี้จึงได้รับการตอบรับที่ดี  เราคงต้องลองใช้หลักการตลาดพื้นฐาน หรือ 4P นี่แหละมาวิเคราะห์ดู เพราะหากผ่านทั้ง 4 องค์ประกอบพื้นฐาน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้ว   Price เรื่องของราคา เริ่มต้นแบบคุ้มค่า โครงการนี้มีห้องระดับราคาเริ่มต้น 2.85 ล้านบาท ไปจนถึงห้องราคา 22 ล้านบาท เรียกได้ว่ามีราคาเริ่มต้นน่าสนใจ เพราะในโครงการที่ทำเลใกล้เคียงกัน ราคาเริ่มต้นก็ 4 ล้านบาทแล้ว  ซึ่งโครงการมีระดับราคาเฉลี่ย 1.2 แสนบาทต่อตารางเมตร ถือว่าคุ้มค่าสุด ไม่ว่าจะซื้อลงทุนหรืออยู่อาศัยเอง   Place หรือ Location หัวใจความสำเร็จของโครงการ การพัฒนาอสังหาฯ​ ทำเลคือหัวใจแรกของความสำเร็จ  ที่ตั้งโครงการนี้ถือว่าอยู่บนทำเลศักยภาพ แหล่งความเจริญและเศรษฐกิจ ใจกลางเมืองพัทยา โดยโครงการตั้งอยู่ถนนพัทยาสาย 3 ซึ่งรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ที่เข้ามาเติมเต็มการพักอาศัยของคนในโครงการ ระยะทาง 600 เมตรจากศูนย์การค้า Terminal 21 ระยะทาง 1.5 กิโลเมตรจาก Health Land และสถานีรถบัสกรุงเทพฯ - พัทยา  ใกล้ถนนมอเตอร์เวย์ที่สามารถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ​ ได้ด้วยระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ในอนาคตเมืองพัทยาจะมีระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงเกิดขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับสนามบินอู่ตะเภาและท่าเรือแหลมฉบัง ทำให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น     ไม่เพียงแค่นั้น เนื่องจากโครงการวางคอนเซ็ปต์มิกซ์ยูส ซึ่งพื้นที่ของโครงการส่วนหนึ่งจะพัฒนาเป็น Mixed use กับ Branded Hotel ระดับ 5 ดาว และยังจะมีพื้นที่ค้าปลีก ทำให้ลูกบ้านสามารถใช้บริการต่างๆ ในโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างสะดวกสบายด้วย   Product ตอบโจทย์คนอยู่อาศัย เป็นโครงการขนาดสูงซึ่งหาได้ยากในทำเลดังกล่าว ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการโลว์ไรซ์ ถือว่าเป็นจุดเด่นของโครงการ เพราะทำให้เห็นวิวทะเลพัทยา และเมืองพัทยาโดยรอบ ไปจนถึงแหลมฉบังได้ด้วย และที่ดินส่วนใหญ่ในเมืองพัทยาเป็นของนักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการ  จึงมีโอกาสน้อยที่ดีเวลอปเปอร์จะซื้อไปพัฒนาโครงการต่อ   ที่สำคัญเจ้าของโครงการเรียนจบวิศวกรโยธา และมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาโครงการ ซึ่งทำให้มีทั้งคุณภาพของโครงการและวัสดุที่นำมาใช้ รวมถึงฟังก์ชั่นการอยู่อาศัย อย่างเช่น การเว้นพื้นที่ 1 ห้องของชั้น 6-11 ไว้ เพราะเป็นบริเวณที่อยู่ติดกับอาคารด้านข้าง ไม่เหมาะกับการพักอาศัย เป็นต้น     ในส่วนของห้องพักก็มีให้เลือกด้วยกัน 5 แบบ ได้แก่ ห้องแบบ Studio ขนาด 28-28.60 ตารางเมตร ห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 34.00-34.80 ตารางเมตร ห้องแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 51.80 ตารางเมตร ห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 58.50-59.80 ตารางเมตร   Promotions จูงใจให้แบบคุ้มค่า ห้องชุดทุกยูนิต แถมแอร์ให้ และยังมีเฟอร์นิเจอร์บางส่วนให้ด้วย ขึ้นอยู่กับรูปแบบของห้องที่ลูกค้าเลือก ที่สำคัญมีการจัดโปรโมชั่นทางการเงิน โดยวางเงินจอง 10% ผ่อนดาวน์ 10% ส่วนที่เหลือกู้แบงก์ แต่หากจองซื้อหลังจากวันที่ 4 กันยายนเป็นต้นไป ลูกค้าจะต้องวางเงินจอง 10% และเพิ่มส่วนของเงินดาวน์เป็น 20% มีระยะเวลาผ่อน 30 งวดก่อนกู้กับแบงก์ แถมในช่วงเดือนกันยายนนี้ยังมีโปรโมชั่นของแถม ทั้งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายการ เรียกได้ว่าพอตึกเสร็จไม่ต้องรอหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย     สุดท้ายความสำเร็จของการพัฒนา คงต้องเกิดจากความจริงใจของผู้พัฒนาโครงการ ที่ต้องการนำสิ่งที่ดีและตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยให้ได้มากที่สุด ซึ่งเจ้าของโครงการนี้เป็นคนในพื้นที่ คือกลุ่ม HONOUR GROUP และมีการพัฒนาโครงการมาก่อนหน้าหลายโครงการแล้ว ไม่ว่าจะเป็น THE SIAMESE HOTEL PATTAYA และ T PATTAYA HOTEL จึงน่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่าต้องการพัฒนาโครงการนี้ให้ออกมาดีแค่ไหน