Tag : คอนโด สุขุมวิท

7 ผลลัพธ์
Niche MONO Sukhumvit-Puchao-นิช โมโน สุขุมวิท-ปู่เจ้า (Preview)

Niche MONO Sukhumvit-Puchao-นิช โมโน สุขุมวิท-ปู่เจ้า (Preview)

ชื่อโครงการ  Niche MONO Sukhumvit - Puchao (นิช โมโน สุขุมวิท-ปู่เจ้า) เจ้าของโครงการ  บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ  ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 พื้นที่โครงการ 5-3-89.2 ไร่ ลักษณะโครงการ  High Rise จำนวนอาคาร  3 อาคาร จำนวนชั้น  12 ชั้น จำนวนยูนิต 572 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A 198 ยูนิต, อาคาร B 176 ยูนิต, อาคาร C 198 ยูนิต และร้านค้าปลีก 1 ยูนิต ขนาดห้อง  1 ห้องนอน พลัส 35 - 37 ตรม. 2 ห้องนอน 45 – 51 ตร.ม.   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง   อาคาร A Indoor : 1st Floor -Entrance Lobby & Social Lounge -Mail Box -Vending & Washing machine area -Fitness   อาคาร A Outdoor : 1st Floor - Multi-purpose space - Outdoor Fitness - Playground - Relaxing area อาคาร B Indoor : 1st Floor -Entrance Lobby & Social Lounge - Mail Box - Vending & Washing machine area -Play room   อาคาร B Outdoor : 1st Floor -Swimming pool 20 เมตร x 5 เมตร -Kid Pool -Pool Terrace -Jacuzzi -Sunbed area -Steam -Sauna -Seating area   อาคาร B : 13st Floor -Sky Social Lounge -Outdoor Co-kitchen -Outdoor seating area อาคาร C Indoor : 1st Floor -Entrance Lobby & Social Lounge -Business room -EV Charger -Juristic Office -Mail Box -First – Aid Room -Vending & Washing machine area -Co Working Space   อาคาร C Outdoor : 1st Floor -Relaxing seat area -Outdoor co-working space -Private living space   Security - เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชม. -ระบบ Accesscontro lและ ลิฟต์แบบ Lock ชั้น   ที่จอดรถ 40% ราคาเริ่มต้น  2.59 ล้านบาท คาดว่าแล้วเสร็จ เดือนพฤศจิกายน 2562 จุดเด่นโครงการ ห่างจาก BTS ปู่เจ้า 30 เมตร ตรงข้ามบิ๊กซี ห่างจากถ.กาญจนาภิเษก ประมาณ 1 กิโลเมตร คอนโดเฟอร์นิเจอร์ครบ จากแนวคิด Made From Her “ใส่ใจทุกดีเทลชีวิต จากแนวคิดแบบผู้หญิง” ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS ปู่เจ้า สถานที่ใกล้เคียง บิ๊กซี, อิมพีเรียลสำโรง, โรงพยาบาล เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ, โรงพยาบาลวิภาราม ชัยปราการ, ไบเทค บางนา,   เปิดชมห้องตัวอย่าง 16 กุมภาพันธ์ 2562    
EYSE SUKHUMVIT 43 เปลี่ยนคอนโดให้เป็นบ้านกลางธรรมชาติ ในทำเลระดับพรีเมี่ยม

EYSE SUKHUMVIT 43 เปลี่ยนคอนโดให้เป็นบ้านกลางธรรมชาติ ในทำเลระดับพรีเมี่ยม

ราว 4 ปีมาแล้วนะคะ ตั้งแต่สิงห์ เอสเตท เปิดตัวในสนามอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัวก็เร่งสปีดสร้างโครงการระดับยักษ์ใหญ่เรียกกระแสฮือฮามาได้ตลอด ทั้งสถาปัตยกรรมภายนอก ทั้งการออกแบบภายใน และฟังก์ชั่นในทุกดีเทล จนมาถึงคอนโดมิเนียมโปรเจคใหม่ล่าสุดที่ยังคงความหรูหราบนทำเลสุดไพร์มตามสไตล์สิงห์ รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับแบรนด์น้องใหม่ “EYSE” กันค่ะ     ทำความรู้จัก “EYSE” คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่   EYSE SUKHUMVIT 43 (อีส สุขุมวิท 43) โครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุดที่ดึงเอาข้อดีของความเป็นคอนโด Low Rise ออกมาให้ดูสมบูรณ์แบบที่สุด โดยเฉพาะตรงที่ได้ความเป็นส่วนตัว รู้สึกสงบผ่อนคลายได้มากกว่าคอนโดมิเนียมที่เป็น High Rise เพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนยุคใหม่ที่ชอบใช้ชีวิตท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดี เดินทางได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นคนโสด หรือครอบครัวขนาดเล็ก ที่ต้องขับรถยนต์เดินทางไปทำงานในเมือง หรือไปส่งลูกเข้าโรงเรียนระดับคุณภาพอยู่เป็นประจำ ขนาดพื้นที่ภายในห้องพักอาศัยเพียงพอต่อทุกคน แต่ไม่ต้องทำความสะอาดมากเหมือนบ้านเดี่ยว       “EYSE” มาจากคำว่า EASE แปลว่าพักผ่อน ผ่อนคลาย สบาย สื่อถึงตัวแบรนด์ที่วางแนวคิด THE HIDDEN TREASURE ให้ผู้อยู่อาศัยได้เผยตัวตนเมื่อเข้ามาอยู่ในโลกส่วนตัวของตนเอง โดยจะประกอบไปด้วย 4 แกนใหญ่ ซึ่งจะนำไปใช้ในโครงการอื่นๆ ต่อจากนี้ภายใต้แบรนด์ EYSE ได้แก่   Downtown Hidden Location ใช้ชีวิตอย่างลงตัวด้วยทำเลที่ตั้งโครงการสุดไพร์ม สามารถเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ซึ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างง่ายดาย แต่ขณะเดียวกันเมื่อเข้ามาในโครงการก็จะพบกับความสงบเป็นส่วนตัว   Courtyard or backyard concept ,disconnect to the world outside ทุกดีเทลถูกคิดมาเพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของลูกบ้าน เน้นการอยู่กับธรรมชาติ ตั้งแต่การวางทิศทางของอาคารให้สอดคล้องกับทิศทางลม และแสงแดด, นำเอาธรรมชาติเข้ามาอยู่ทั้งภายในและรอบโครงการ, เพดานสูงโปร่งถึง 3 เมตร, Balcony กว้าง รับบรรยากาศธรรมชาติได้เต็มที่ ฯลฯ     Layout options and Real usage function provided ฟังก์ชั่นและดีไซน์ถูกออกแบบมาให้สอดรับกับความต้องการเฉพาะตัวของลูกบ้านมากที่สุด เช่น จำนวนยูนิตน้อยให้ความเป็นส่วนตัว, Customer’s Choices ภายในยูนิตสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการใช้งาน, บริการพิเศษแม่บ้านดูแลทำความสะอาดห้อง เป็นต้น   Multi-functional Facilities พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้าน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้หลากหลาย สร้าง Space เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกบ้านได้รู้จักกันจนเกิดเป็นสังคมที่ดีในโครงการ     ทำเลสุดไพร์ม   ขึ้นชื่อย่านสุขุมวิทแล้วก็ย่อมเป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นทำเลอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างครอบคลุม รวมถึงออฟฟิศหลายแห่งมารวมตัวกันอยู่ถนนเส้นนี้ก็มีไม่น้อย และยังเป็นถนนที่มีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ซึ่งเป็นสายหลักในบ้านเราวิ่งให้บริการตลอดเส้นทาง โดยในอนาคตจะเปิดให้บริการยาวไปจนถึงจ.สมุทรปราการ ยิ่งเป็นสุขุมวิทช่วงต้นแล้ว ก็ยิ่งเรียกได้ว่าเป็นทำเลทองที่ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติอยากจับจองอยู่เสมอ     ช่วงพร้อมพงษ์เป็นจุดที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับถนนสุขุมวิท ในแง่ของสิ่งอำนวยความสะดวกเมื่อเอ่ยชื่อก็คงไม่มีใคร   ไม่รู้จักใช่ไหมคะ อย่าง The EmQuartier, The Emporium หรือจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ Rain Hill และร้านสปา, ร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ โดยมีให้เลือกมากมายจนเรียกได้ว่าย่านนี้ไม่ว่าจะเข้าไปในซอยไหนก็เจอร้านอาหารดีๆ อยู่ทุกซอยเลยค่ะ และยังเป็นแหล่งโรงแรมแบรนด์ดังระดับ 4-5 ดาว แม้ว่าจะมีสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่รายล้อมอยู่ตลอดสองฝั่งถนน แต่ก็ยังมีสวนสาธารณะอุทยานเบญจสิริ ขนาดพื้นที่ 29 ไร่ แทรกตัวอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ เสมือนเป็นแหล่งโอโซนให้กับคนย่านพร้อมพงษ์ ทั้งหมดนี้จึงไม่แปลกว่าทำไมถึงเป็นแหล่งที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากมายโดยเฉพาะคนญี่ปุ่นและชาวตะวันตก รวมถึงคนไทยเองที่มีไลฟ์สไตล์แบบฉบับคนเมือง   ส่วนเรื่องการเดินทางก็สามารถใช้ซอยสุขุมวิท 24 (ซอยข้าง The Emporium) ไปทะลุออกถนนพระราม 4 ซึ่งสามารถขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านท่าเรือ บริเวณถนนเกษมราษฎร์ได้ โดยจะเลือกออกไปทางบางนา หรือจะไปเชื่อมต่อกับทางพิเศษฉลองรัชไปรามอินทรา หรือฝั่งที่ไปเชื่อมกับทางพิเศษศรีรัชและโทลเวย์ ไปทางพระราม 9-แจ้งวัฒนะได้ ส่วนระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกที่สุด แน่นอนว่าคือรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่เปิดให้ใช้บริการอยู่ในปัจจุบัน โดยจากสถานีพร้อมพงษ์ถัดไปเป็นสถานีอโศก ซึ่งเป็น Interchange กับ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีสุขุมวิท และใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีถึงสถานีสยาม           ซอยสุขุมวิท 43 ที่ตั้งของโครงการ EYSE SUKHUMVIT 43 ห่างจาก BTS สถานีพร้อมพงษ์ประมาณ 550 เมตร ซึ่งจาก BTS ก็จะผ่าน The EmQuartier และ Tops Market Sukhumvit 41 ระยะทางประมาณ 300 เมตร และจากปากซอยมาจนถึงตัวโครงการอีก 250 เมตร หรือจากปากซอย 43 เลยไปอีกประมาณ 900 เมตร ก็จะเป็นซอยสุขุมวิท 55 หรือซอยทองหล่อ อีกแหล่งรวมไลฟ์สไตล์สุดฮิปทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนนั่นเอง และถึงแม้ว่าสุขุมวิท 43 จะเป็นซอยตัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นบ้าน 2 ชั้น ที่อยู่อาศัยกันมานานกับอาคารสูงไม่เกิน 8 ชั้นอยู่บ้าง จึงทำให้ได้บรรยากาศอันเงียบสงบ ท่ามกลางเมืองใหญ่ ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันอยู่มากพอสมควร ระหว่างปากซอยกับในซอยสุขุมวิท 43 ตรงนี้จึงถือเป็น Hidden Gem Location ตามแบบฉบับของโครงการที่ตั้งใจวางคอนเซปนี้เอาไว้       ภาพรวมโครงการ   EYSE SUKHUMVIT 43 คอนโดมิเนียม Low Rise สูง 7 ชั้น 2 อาคารที่พักอาศัย ทั้งหมด 107 ยูนิต และ 1 อาคาร Facility 3 ชั้น และชั้นใต้ดินซึ่งเป็น Parking 100% อีก 3 ชั้น แยกที่จอดรถสำหรับ Visitor เอาไว้ด้วย ทั้งหมดอยู่บนพื้นที่ 1-3-69.4 ไร่ ซึ่งโครงการนี้ถูกเนรมิตขึ้นโดยการร่วมมือกันของทีมดีไซน์ชั้นนำทั้งหมด 3 ทีมด้วยกันค่ะ เริ่มจาก SHMA จะสร้างสรรค์ในเรื่อง Landscape ทั้งหมด เหมือนยกป่าขนาดย่อมมาไว้กลางเมืองหลวง แต่ยังสามารถอยู่กับคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคนเมืองใหญ่ได้อย่างพอดี ทีม Steven เข้ามาดีไซน์งาน Interiors ออกแบบ Space ได้กว้างขวางพร้อมคัดสรรวัสดุชั้นเยี่ยม สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยจริง และทีม HB Design ดูแลด้าน Architect คิดละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางทิศทางของอาคารให้สอดคล้องกับทิศทางลมกับแสงแดด ตัวอาคารดูพรีเมียมแต่ยังคงกลมกลืนกับ Landscape ทั้งหมดออกมาได้อย่างลงตัว ได้ทั้งความเป็นส่วนตัว ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในบ้านที่มีธรรมชาติอยู่ล้อมรอบตัว และยังมีระบบ Home Automation ควบคุมการระบบไฟฟ้า และผ้าม่านภายในห้องได้อีกด้วย    Facility แบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ๆ ค่ะ คือ   Facilities Cube จะอยู่บนอาคารสูง 3 ชั้น แยกตัวออกมาจากอาคารพักอาศัย ให้ได้นั่งพักผ่อนในบรรยากาศอันเงียบสงบ โดยจะมีทั้ง Garden Lounge, Changing room with steam room and Private Onsen, Swimming pool with kids pool, Pool deck and Jacuzzi และ Fitness   Courtyard Area พื้นที่สีเขียวกลางอาคาร ออกแบบมาให้ความรู้สึกเชื่อมต่อพื้นที่อาคาร และภายนอกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนไม่ว่าจะอยู่มุม Lawn Terrace, Waterfall Terrace หรือ Sunken Terrace ก็จะมีแต่ความสงบร่มรื่น     Roof Top ของ Facilities Cube จะถูกวางเป็น Swimming Pool with Kids Pool 4 x 13 เมตร, Pool Deck ซึ่งวางเตียงริมสระน้ำไว้ด้วย และ Jacuzzi สร้างความเป็นส่วนตัวด้วย Green Wall สูงจากพื้นขึ้นมาบังสายตาจากด้านนอก เมื่ออยู่ในสระก็จะให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น   ชั้นเดียวกันกับสระว่ายน้ำ ก็จะมีห้องฟิตเนส โดยภายในยังคงคุมโทนสีน้ำตาลดูเป็นธรรมชาติอยู่   หน้าอาคาร Facilities Cube มี Sunken Terrace ให้นั่งพักผ่อนด้านนอก พร้อมฟังเสียงน้ำตกเล็กๆ จาก Waterfall Terrace    Lawn Terrace ที่เป็น Courtyard กลางโครงการ ทำให้มี Space โล่งๆ ไม่ได้มีแต่อาคารให้ดูหนาแน่นจนเกินไป     Courtyard ตรงกลางจะทำหน้าที่เชื่อมต่อส่วนกลางชั้นล่างของอาคารที่พักอาศัย กับส่วนกลางภายในอาคาร Facilities Cube ให้มีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน รวมถึง Facade ที่ใช้วัสดุอลูมิเนียมผสมผสานกับไม้ และกระจกใส ให้ดูกลมกลืนเข้ากันทั้งโครงการ      The Living Room ใต้อาคาร A เชื่อมต่อจาก Lawn Terrace กลางอาคาร ยังคงคุมโทนสีเข้มให้รู้สึกเหมือนอยู่ในป่า ซึ่งสามารถเปิดประตูกระจก High Ceiling บานใหญ่รับลมธรรมชาติจากภายนอกได้   Garden Lounge เปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนที่ทั้งดูหรูหราด้วยหินอ่อน และได้ความสงบด้วยไม้ประดับต้นเล็กๆ รอบ Lounge กลมกลืนด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้ หวาย และเหล็กสีดำ   Lobby กั้นด้วยประตูกระจก High Ceiling ผสมกับไม้ ภายในได้เพดานสูงโปร่งดูโอ่โถงตกแต่งด้วยหินอ่อน อลูมิเนียมสีทอง และไม้สีเข้ม คุมโทนไม่หลุดคอนเซปความเป็นธรรมชาติ     Floor Plan ทางเข้า-ออกอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 43 ทางทิศตะวันตกค่ะ โดยอาคาร A จะถูกวางเป็นรูปตัว I ด้านหน้าโครงการ และอาคาร B จะถูกวางเป็นรูปตัว L วางแนวด้านในสุดของโครงการ และส่วนกลางนั้นจะถูกวางเอาไว้แยกตัวออกมาเป็น 1 อาคาร ทางซ้ายด้านหน้าโครงการจำนวน 3 ชั้น โดยมีที่จอดรถชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้น รวมถึงส่วนกลางตรงกลางพื้นที่ของโครงการค่ะ ซึ่งทั้งโครงการจะปลูกต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบเอาไว้ทั้งหมด   Parking 100% ชั้นใต้ดินทั้ง 3 ชั้นค่ะ โดยกลางอาคารจะมีลิฟท์พร้อมบันไดหนีไฟติดตั้งไว้ด้วย ที่จอดรถก็จะล็อคที่เอาไว้ให้สำหรับทุกห้องเลยค่ะ โดยจะมีการออกโฉนดที่จอดรถให้เลยเป็นที่ประจำของแต่ละยูนิต ด้านข้างของแต่ละล็อคก็จะมีล็อคเกอร์แยกสำหรับแต่ละยูนิตเช่นเดียวกันค่ะ ชั้น 2 จะเห็นภาพชัดเจนขึ้นค่ะว่ายูนิตพักอาศัยจากทั้ง 2 อาคาร จะถูกวางในทิศทางที่ไม่มีห้องไหนโดนบล็อควิวกันเลย และยังช่วยให้ไม่บังทิศทางของลมกันด้วยค่ะ โดยบางส่วนของอาคารที่มีซ้อนกันอยู่จะถูกจัดให้เป็นพื้นที่โถงลิฟท์ และทางเดินของอาคารค่ะ เป็นการออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยจริงได้อย่างลงตัวมากค่ะ และชั้น 2 ของอาคารส่วนกลาง จะจัดให้เป็นห้องน้ำส่วนกลางที่จะมาพร้อมกับ Steam Room, Private Onsen ค่ะ     ชั้น 3 เป็นชั้นที่มี Terrace เล็กๆ เชื่อมต่อระหว่างสองอาคารที่พักอาศัย และยังสามารถบังฝนให้กับชั้นล่างได้ด้วย ส่วนที่อาคารส่วนกลาง จะเป็น Swimming Pool, Kids Pool, Pool Deck, Jacuzzi และห้องฟิตเนสค่ะ    อาคาร A จะวางยูนิตในทิศเหนือ วิวสระว่ายน้ำ กับทิศใต้ วิวฝั่งถนนสุขุมวิท ส่วนอาคาร B จะวางยูนิตในทิศตะวันออก วิวนอกอาคาร กับทิศตะวันตก วิวสระว่ายน้ำ โดยทั้งสองอาคารจะมีลิฟท์โดยสารอาคารละ 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด แยกกันค่ะ   Roof Floor Plan ของทั้งสองอาคารจะถูกติดตั้ง Solar Panel เพื่อดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้กับส่วนกลางของโครงการ เป็นการประหยัดไฟได้ถึง 20,000 บาท/เดือน และยังมีแบตเตอรี่สำรองไฟเอาไว้ใช้ช่วงกลางคืนได้ด้วย ตรงนี้ส่งผลให้ค่าส่วนกลางลดลงกว่าปรกติด้วยนะคะ           Unit Plan   โครงการนี้จะให้เฟอร์นิเจอร์มาแบบ Fully Fitted ทุกยูนิต Floor To Ceiling สูงถึง 3 เมตร ซึ่งถือว่าหาได้ยากมากสำหรับคอนโดมิเนียม Low Rise ส่วน Balcony มีพื้นที่กว้างขวางสามารถออกไปใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ที่สำคัญคือถูกออกแบบมาให้ไม่มี Condensing Unit วางอยู่ให้ดูรำคาญใจเลยค่ะ เพราะจะถูกซ่อนเอาไว้ด้านบนยูนิตของเรา ซึ่งจะไปแทรกตัวอยู่ภายในห้องนอนตรงริมหน้าต่างของยูนิตที่อยู่ด้านบนแทน โดยจุดที่ติดกับหน้าต่างนี้จะจัดให้เป็น Bay Window ปิดด้วยไม้ดูสวยงามเรียบร้อย เป็นการนำเอาเทคนิค Interlock เข้ามาใช้อย่างเกิดประโยชน์ในทุกส่วน ถ้ายังนึกภาพไม่ออกเราจะพาไปดูกันที่ห้องตัวอย่างค่ะ แต่ก่อนอื่นมาดูกันที่ Unit Plan คร่าวๆ ของโครงการก่อนค่ะ        1 Bedroom 52.25 ตร.ม. ยูนิตขนาดเริ่มต้นของโครงการค่ะ จุดเด่นของ Type นี้จะอยู่ที่ประตูห้องน้ำแบบ Double Access เข้า-ออกได้ทั้งจากทางห้องครัวกับห้องนอนบริเวณ Walk In Closet ทำให้เวลามีแขกมาที่ห้องของเรา จะได้ไม่ต้องเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนจะเข้าห้องน้ำค่ะ ตรงนี้ถือว่าเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้น ซึ่งห้องน้ำจะมีส่วนเปียกทั้งที่เป็น Shower และ Bathtub ค่ะ     1 Bedroom 54.00-54.50 ตร.ม. พื้นที่ขยับขึ้นมาอีกนิดค่ะแต่ยังอยู่ใน Type เดียวกัน ซึ่งมีความพิเศษตรงที่เป็น Customer’s Choices สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามต้องการ โดยหากมองแปลนทางซ้ายมือบริเวณ Walk In Closet หากเจ้าของห้องใช้พื้นที่ตู้เสื้อผ้าไม่มาก ก็สามาถให้ทางโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นห้องทำงานแทนได้ตามแปลนทางขวามือ หรือแม้กระทั่งการ Combine 2 ยูนิต 1 Bedroom ให้เป็นห้องเดียวกัน ทางโครงการก็ทำให้ได้นะคะ ทุกสิ่งก็เพื่อให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงได้มากที่สุด 2 Bedrooms 88.00 ตร.ม. ห้องขนาด 2 Bedrooms ก็เป็น Customer’s Choices เช่นเดียวกันค่ะ โดยสามารถเลือกได้ระหว่างพื้นที่ห้องนอน 1 กับห้องน้ำกว้างๆ หรือจะเปลี่ยนเป็นเพิ่มห้องทำงาน แต่ลดขนาดห้องนอน 1 กับห้องน้ำลงเล็กน้อย     2 Bedrooms 94.75 ตร.ม. ขนาดใหญ่ที่สุดของ Type 2 Bedrooms 2 Bathrooms เป็นขนาดที่ไม่ต้องเลือกระหว่างพื้นที่ห้องนอนกับห้องทำงานแล้วค่ะ เพราะจะได้พื้นที่ทุกห้องมากว้างมาก ทั้ง 2 ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ไปจนถึงระเบียงเลยค่ะ   2 Bedrooms Duplex 99.50-99.75 ตร.ม. โดยแปลนทางซ้ายจะเป็น Lower จัดให้เป็น Common Area พร้อมห้องน้ำสำหรับรับแขก ส่วนทางขวาเป็น Upper โดย Master Bedroom จะได้ Walk In Closet กับ Bay Window และห้องนอนที่ 2 จะได้ กระจกสูงสามารถมองลงไปที่ Living Room และยังได้ทิวทัศน์ด้านนอกอาคารด้วยกระจก High Ceiling ที่สูงขึ้นมาจาก Living Room จรดเพดานชั้น Upper     ห้องตัวอย่างสุดหรู   ห้องตัวอย่างของ EYSE SUKHUMVIT 43 จะอยู่ภายใน Sale Gallery ของโครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 ติด BTS ทองหล่อค่ะ ซึ่งจะมีให้ชม 1 ห้องตัวอย่าง Type 2 Bedrooms 88.00 ตร.ม. พร้อมเปิดต้อนรับทุกท่านให้เข้ามาสัมผัสความพรีเมี่ยมในวันที่ 16 กรกฎาคม นี้ค่ะ       Plan นี้คือห้องตัวอย่าง Type 2 Bedrooms 88.00 ตร.ม. ที่เราจะพาไปชมกันนะคะ        เริ่มกันตั้งแต่ประตูห้องกันเลยค่ะ ใช้บานสวิง 1 บานครึ่ง สูง 2.6 เมตร กว้าง 1.3 เมตร ใช้วัสดุไม้วีเนียร์ ซึ่งมีคุณสมบัติกันไฟได้ 1 ชม. อายุการใช้งานยาวนาน และสามารถซ่อมแซมแก้ไขพื้นผิวได้ง่าย อีกทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ Digital Door Lock จากแบรนด์ YALE   สวิทช์ Schneider Electric โดยจะมีไฟ LED บอกสถานะการเปิด-ปิดไฟเป็นสีฟ้าอยู่รอบปุ่ม และ Wallpaper ทางโครงการจะติดตั้งมาให้ด้วย ซึ่งมีให้เลือกระหว่างโทนสีเข้มและสีอ่อนค่ะ     เปิดประตูเข้ามาก็มี Welcome Light ซึ่งเป็นไฟแบบ Downlight ที่ใช้ภายในห้องทั้งหมดค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องพอร์ซเลน โดยโซนแรกเราจะพบกับ Kitchen Room สไตล์ยุโรป ความสูง Floor To Ceiling  2.65 เมตร ชุดครัวจากแบรนด์ Poliform แบ่งเป็นด้านซ้ายเป็น One Wall Kitchen ส่วนด้านขวามือตรงกลางห้อง Kitchen Room เป็น Kitchen Island ที่ต่อด้วยโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง   Top เคาน์เตอร์ครัวทั้งหมด รวมถึงกรุผนังส่วนครัวตลอดแนวด้วยหินควอทซ์แบบเดียวกันทั้งเซต วัสดุปิดผิวบานตู้ทั้งหมดใช้สีขาวตัดกันกับสีเทาเข้มของหินควอทซ์ และใต้ตู้ด้านบนติดตั้งไฟเพิ่มแสงสว่างเวลาทำครัวเอาไว้ด้วยค่ะ   เมื่อเปิดบานตู้และลิ้นชักออกมาทั้งหมดก็จะมีหน้าตาแบบนี้ค่ะ ด้านในเป็นสีดำแบ่งเป็นชั้นๆ เพิ่มพื้นที่เก็บของได้มากกว่าเป็นตู้เปล่าค่ะ   ชุดครัวระดับ Hi-End จากยุโรป แบรนด์ Kuppersbusch ทั้งเตาอบ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน ได้มาครบชุดนี้เลยค่ะ   ซิงค์ล้างจาน 2 หลุมแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เพื่อป้องกันน้ำกระเด็นออกเวลาใช้งาน จากแบรนด์ FRANKE   นอกจากนี้ ใกล้กับประตูห้องจะมี Built in ตู้เคาน์เตอร์ 4 บานนี้   เปิดออกมาก็จะเป็นตู้เย็นที่มีช่อง  Freeze อยู่ด้านล่างค่ะ   Kitchen Island กลาง Kitchen Room ก็เป็นตู้เก็บของด้านล่างอยู่ด้วยค่ะ   ด้านขวามือจากประตูห้องมี Built in ตู้เก็บของทรงสูงมาให้ด้วย   ตู้ทรงสูงด้านนี้เป็นชั้นวางรองเท้านั่นเองค่ะ และยังซ่อนตู้ Breaker ไฟฟ้า เอาไว้ด้วยค่ะ   ที่มุมเดียวกันอีกฝั่งหนึ่งของ Built in ตู้เก็บของทรงสูงนี้ก็ยังใช้ประโยชน์ได้อีกค่ะ   เป็นตู้สำหรับวางเครื่องซักผ้าค่ะ โดยจะมีการต่อท่อน้ำมาให้ข้างในเรียบร้อย   ภาพรวมของ Kitchen Room ค่ะ   เชื่อมต่อพื้นที่ลึกเข้าไปภายในห้องที่ส่วน Living Room ค่ะ โดย Floor To Ceiling ของโซนนี้จะสูงถึง 3 เมตร ค่ะ   Living Room พื้นที่กว้างขวางมาก พอที่จะวางโซฟา L Shape ขนาดใหญ่ นอนเอนหลังได้สบายๆ ค่ะ ส่วนพื้นของ Living Room  ไปจนถึง Bedroom นั่นจะปูด้วยวัสดุ Compounded Wood ซึ่งถือเป็นไม้จริงทั้งตัว เพราะผิวหน้าเป็นแผ่นไม้จริงนำไปผ่านกระบวนการทำให้ไม้มีความทนทานมากขึ้น ส่วนเนื้อไม้ด้านล่างเป็นไม้จ๊อยท์ โดยมีคุณสมบัติไม่บิดงอ ปลวกไม่กินยาวนานถึง 10 ปี และสามารถขัดผิวหน้าทำความสะอาดได้   ระยะห่างระหว่างโซฟากับเคาน์เตอร์ทีวีกำลังพอดีค่ะ ไม่ชิดจนเกินไป ตู้ที่มาจากอิตาลี จะมีเฉพาะ ตู้ครัวและตู้เสื้อผ้าทั้งหมดค่ะ ตู้ Built-in ตู้นี้มีเฉพาะห้องแต่งค่ะ   เปิดบานตู้ออกมาก็จะพบกับชั้นวางได้อีกค่ะ   ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน โดยตัวกระจกลามิเนตสีเทา เป็นกระจก 2 ชิ้นประกบกัน โดยมีฟิล์มกั้นตรงกลาง ซึ่งมีคุณสมบัติกันความร้อนจากภายนอก ป้องกันและเก็บเสียงได้ดีกว่ากระจกธรรมดา ในกรณีที่กระจกแตกเศษกระจกจะไม่ร่วงหล่นลงพื้น แต่จะยึดติดกับตัวฟิล์ม ส่วนเฟรมอลูมิเนียม Powder Coat ช่วยให้ทนต่อรอยขีดข่วนได้มากกว่า ไม่ลอกร่อน ไม่เกิดรอยกระเทาะได้ง่าย   มือจับเป็นตัวยาวซึ่งใช้เป็นตัวล็อคกระจกได้ด้วยการสับขึ้น-ลงค่ะ ส่วนผ้าม่านทึบแบบนี้ทางโครงการก็ให้มาด้วยค่ะ   ให้รางม่าน 1 รางพร้อมม่านทึบค่ะ   Balcony ใช้ไม้เทียมตกแต่งด้านข้างทั้งหมด ราวระเบียงกระจกใสขอบอลูมิเนียมสีเงิน ซึ่งพื้นที่กว้างขวางพอที่จะนำโต๊ะ เก้าอี้ มาวางไว้สำหรับนั่งพักผ่อน หรือแม้แต่จะออกกำลังกายเบาๆ เล่นโยคะ ก็สามารถทำได้ค่ะ   อย่างที่บอกกันไปแล้วค่ะว่า Balcony จะไม่มี Condensing Unit วางไว้ให้เห็นเลย เพราะจะถูกวางเอาไว้ด้านบนยูนิตของเรา แล้วไปแทรกตัวอยู่ในห้องนอนของยูนิตด้านบนของเราค่ะ ลองเข้าไปดูที่ห้องนอนแรกกันเลยดีกว่าค่ะ จะได้เห็นภาพชัดขึ้น   ภายในห้องนอนแรก Floor To Ceiling 3 เมตร ตอนนอนจะทำให้รู้สึกโล่งสบายยิ่งขึ้น   หน้างต่างจะใช้กระจกลามิเนตสีเทา เฟรมอลูมิเนียม Powder Coat เช่นเดียวกันกับประตู Balcony ค่ะ แต่ในห้องนอนจะเป็นกระจกบานกระทุ้ง   ริมหน้าต่างห้องนอนจะมี Bay Window สูงขึ้นมาประมาณ 70 ซม. ซึ่งข้างในนี้จะเป็น Condensing Unit  ของห้องด้านล่าง หันหน้าเป่าลมร้อนออกนอกอาคารค่ะ โดย Bay Window นี้จะไม่ได้ปิดผิวเบาะโซฟาแบบนี้มาให้นะคะ ห้องจริงจะเป็นไม้ขึ้นมาให้เท่านั้น   นอกจากจะซ่อน Condensing Unit  ด้วยเทคนิค Interlock ได้อย่างสวยงามแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วยนะคะ   ภายในห้องทั้งหมดจะใช้เครื่องปรับอากาศแบบฝังฝ้าค่ะ ส่วนตู้เสื้อผ้าสีขาว และโต๊ะเครื่องแป้งที่เห็นนี้ก็ส่งตรงมาจากอิตาลี แบรนด์ Poliform   ออกจากห้องนอนแรก ตรงข้ามกันจะมีห้องเก็บของค่ะ   ภายในห้องเก็บของไม่ใช่แค่เป็นห้องโล่งๆ นะคะ แต่ยังมี Built in ชั้นวางของเอาไว้ให้ตลอดแนวกำแพง   สุดท้ายที่ห้อง Master Bedroom ด้านในสุดของห้องค่ะ กลางห้องจะเป็น Walk In Closet ด้านขวาเป็นห้องน้ำ ซ้ายมือเมื่อผ่าน Walk In Closet ไปแล้วจะเป็นเตียงนอนค่ะ ซึ่งโต๊ะเครื่องแป้งที่เห็นก็จะ Built in มาให้ยกเซตพร้อมตู้เสื้อผ้าค่ะ   ตู้เสื้อผ้าแบรนด์ Poliform ทั้งสองข้างสามารถแบ่งฝั่งเป็น For him & For her   ภายในตู้เสื้อผ้าจะมีไฟส่องสว่างติดเอาไว้ให้ด้วยค่ะ เพื่อความสะดวกในการหยิบจับนำมาใช้   จากโซน Walk In Closet ก่อนจะเข้าไปในโซนเตียงนอนจะกั้นด้วยประตูกระจก High Ceiling สีเทา แบบบานเลื่อน 2 ตอน เฟรมอลูมิเนียม Powder Coat   ภายใน Master Bedroom จะเป็นเตียง King Size วางอยู่กลางห้อง และยังคงเหลือพื้นที่ทางเดินได้รอบเตียงค่ะ   หน้าต่างยังคงใช้กระจกลามิตเนตสีเทา เฟรมอลูมิเนียม Powder Coat เช่นเดิมค่ะ แต่หน้าต่างของห้องนอนจะใช้เป็นกระจกบานกระทุ้ง   Bay Window ก็มีมาให้เช่นเดียวกันกับห้องนอนแรกค่ะ เพียงแต่ห้องจริงจะไม่มีการวางเบาะมาให้ มีเพียงเคาน์เตอร์ไม้ขึ้นมาให้เท่านั้น   ภาพรวมของ Master Bedroom ค่ะ โดยสุดท้ายเราจะพาไปดูกันที่ห้องน้ำ ซึ่งจะมีห้องน้ำในตัวสำหรับ Master Bedroom และห้องน้ำกลางของห้องค่ะ   Bathroom สุดพรีเมี่ยมนี้จะได้ทั้งหมดมายกเซตเลยค่ะ ตั้งแต่ง Floor To Ceiling 2.65 เมตร  พื้นและผนังใช้หินอ่อน กับกระเบื้องพอร์ซเลน  ซึ่งเป็นกระเบื้องแบบ Full Body อายุการใช้งานยาวนาน ทนทาน แข็งแกร่งกว่าหินจากธรรมชาติ รองรับน้ำหนักได้ดี ส่วนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเซรามิก Top หินสังเคราะห์ แบ่งฝั่ง For him & For her   เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดที่เห็นในห้องตัวอย่างนี้ หากใครที่อยากจะได้ตามแบบห้องตัวอย่าง นอกเหนือจากบางชิ้นที่โครงการให้มาอยู่แล้วก็สามารถติดต่อไปยัง ARKITEKTURA ร้านนำเข้าเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังระดับ Hi-End ก็จะมีเซตของโครงการนี้จัดเอาไว้ให้โดยเฉพาะ ซึ่งมีให้เลือก 2 โทนสี คือ LIGHT TONE และ NEUTRAL TONE  ในราคาพิเศษสำหรับลูกบ้าน EYSE SUKHUMVIT 43 โดยเฉพาะ    ทุกดีเทลถูกเนรมิตขึ้นมาจนกลายเป็น EYSE SUKHUMVIT 43 โครงการคอนโดมิเนียม Low Rise ระดับพรีเมี่ยมด้วยโลเคชั่น และตัวโครงการเองตั้งแต่ทางเข้า ส่วนกลาง ไปจนถึงภายในห้องพักอาศัยในทุกตารางนิ้วของโครงการ ซึ่งทุกวันนี้ก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าโครงการจากสิงห์ เอสเตท ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังค่ะ ในราคาเริ่มต้น 13.99 ล้านบาท   Presales 21-22 กรกฏาคม ที่ Sales Gallery ติดกับ BTS ทองหล่อ อย่าลืมลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษ 200,000 – 400,000 บาท >>> http://bit.ly/2Nu7YiQ  
Life Sukhumvit 62 พรีเมี่ยมกว่าที่เคยมีมา

Life Sukhumvit 62 พรีเมี่ยมกว่าที่เคยมีมา

Life Sukhumvit 62 พรี่เมี่ยมกว่าที่เคยมีมา ด้วย Facilities แบบเต็มอิ่มท่ามกลางความเงียงสงบที่แทรกตัวอยู่บนทำเลสุขุมวิท ในราคาที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม จอง ibooking 27 มี.ค นี้     ภาพรวมโครงการ   Life Sukhumvit 62 เป็นคอนโดมิเนียมที่ร่วมทุนกับ Mitsubishi Estate Group(MEC) โครงการแรกของปี มีลักษณะเป็น High Rise 24 ชั้น 1 อาคาร 438 ยูนิต + 1 Shop บนพื้นที่ 2-2-67.2 ไร่ ที่จอดรถ 40% ขนาดห้องพัก 25-68 ตรม. ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว + ลิฟท์ขนของ 1 ตัว สถาปัตยกรรมออกแบบโดยใช้เส้นสายเพื่อให้ดูนิ่ง เรียบง่ายเหนือกาลเวลา ให้ความรู้สึกแบบพรีเมี่ยมผสานเข้ากับส่วนกลางที่เหมาะแก่การพักผ่อนหรือพบปะกลุ่มเพื่อนท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ แตกต่างจาก Life ตัวอื่นๆ ด้วยคอนเซป Discover ให้ทุกก้าวที่เดินเข้ามาภายในโครงการได้สัมผัสทุกรายละเอียดที่ถูกคิดขึ้นมาตั้งแต่รั้วโครงการ ค่อยๆ เผยความงดงามตามธรรมชาติที่เหมือนยกป่าขนาดย่อมมาไว้ที่นี่      ความใส่ใจในการออกแบบที่จะส่งต่อถึงลูกบ้านมีมาตั้งแต่รั้วโครงการเป็นที่ตั้งใจให้เป็นพุ่มไม้สูงสำหรับบังสายตา และเพื่อความเป็นส่วนตัวจากคนภายนอก ทางเข้าโครงการแบ่งออกเป็นส่วนรถยนต์กับทางคนเดิน เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านสู่พื้นที่สีเขียวหลังรั้วก่อนถึงตัวโครงการ ซึ่งมีทั้งต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น พุ่มไม้เป็นแนวยาวตามทางเดิน มีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนที่ถูกออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวกลางบ่อน้ำเหมือนธรรมชาติจริงในคอนเซปโมเดิร์นรีสอร์ท   พื้นที่ล็อบบี้เพดานสูงถูกแบ่งเป็นโซนเพื่อการใช้งานจริงได้มากกว่าเดิม ทุกห้องตกแต่งด้วยหินอ่อนโทนสีขาว พร้อมด้วยวัสดุมันวาวสีเทา-ดำตัดกันเพิ่มความหรูหราแต่ยังได้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ เหมือนนั่งอยู่ในถ้ำอันโอ่โถง พร้อมด้วยฟังก์ชั่นหลากหลายตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ดี อย่าง CO-WORKING SPACE ที่อยู่บนชั้นลอยแบ่งออกหลายมุมตามการใช้งานจริง เช่น ห้องประชุมขนาดใหญ่พร้อม Glass Whiteboard, ห้องประชุมขนาดเล็ก, โต๊ะทำงานที่ออกแบบมาใหม่เพื่อนั่งทำงานคนเดียวได้อย่างเป็นส่วนตัว โดยโซนมีปลั๊กไฟพร้อม Wireless Charger มาให้ได้เลือกหาที่นั่งเหมาะๆ สำหรับทำงาน หรือเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อน     ชั้น 5 เป็นอีกหนึ่งส่วนกลางที่สามารถเปลี่ยนมุมมองในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่สามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากยิ่งขึ้นด้วยทางคดโค้งพร้อมที่นั่งขนาดใหญ่ ซึ่งถูกออกแบบมาให้หลบสามารถสายตาต่อกัน   ชั้น 23-24 รวมถึง Rooftop ส่วนกลางชั้นบนที่ทำให้เปิดมุมมองได้สวยยิ่งขึ้น เริ่มจากสระว่ายน้ำ Infinity Edge เพิ่มโซนให้ได้นั่งแช่เท้าชมวิวสวย รับลมเย็นไปพร้อมกัน ห้องซาวน่า ห้องฟิตเนสบนชั้น 24 ที่มีกระจก High Ceiling 180 องศา ภายในห้องมีการแบ่งโซนสำหรับการออกกำลังกายทั้งกับอุปกรณ์อันหลากหลายและสำหรับ Body Weight ถัดมาส่วน Sky Lounge ไม่ว่าจะมาคนเดียว มาเป็นคู่ หรือมาเป็นกลุ่มใหญ่ ก็มีพื้นที่สำหรับทุกคนได้อย่าลงตัว สุดท้ายกับ Rooftop ที่เป็นพื้นที่สีเขียวยังคงคอนเซปแบบเดียวกันกับชั้น Ground ที่มีทั้งต้นไม้ใหญ่ หญ้าสีเขียว พุ่มไม้ประดับเพิ่มความสดชื่น        Unite Type STUDIO ขนาด 25 ตร.ม. จำนวน 91 ยูนิต 1BR / 1 BT ขนาด 30 ตร.ม. จำนวน 169 ยูนิต 1BR / 1 BT ขนาด 35 ตร.ม. จำนวน 62 ยูนิต 1BR+ / 1 BT ขนาด 38 ตร.ม. จำนวน 34 ยูนิต 1BR+terrace / 1 BT ขนาด 39 ตร.ม. จำนวน 10 ยูนิต 2BR / 1 BT ขนาด 45 ตร.ม. จำนวน 17 ยูนิต 2BR / 2 BT  ขนาด 50 ตร.ม. จำนวน 38 ยูนิต 2BR / 2 BT  ขนาด 68 ตร.ม. จำนวน 17 ยูนิต   โซนพักอาศัยจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 5-23 ซึ่งโครงการนี้มียูนิตที่เป็นไฮไลท์อยู่ที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 39 ตร.ม. เพราะเป็นแปลนใหม่ล่าสุดจาก AP โดยออกแบบมาจากไลฟ์สไตล์จริงของลูกบ้าน โดดเด่นตรงมีระเบียงห้องที่กว้างขวางจนสามารถใช้เป็นห้องอเนกประสงค์ได้เลย ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับระเบียงแบบ Double Skin วางอยู่ตำแหน่งด้านหน้าโครงการเพียง 10 ยูนิตเท่านั้น รวมยูนิตทั้งหมด 438 ยูนิต ถือว่าไม่มากเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดี       ทำเลและการเดินทาง ย่านบางจากถือเป็นสุขุมวิทช่วงกลางที่มีความพอดีในตัวเอง คือไม่อยู่ใจกลางเมืองมากเกินไปและไม่ไกลจนเดินทางลำบากเกินไป ซึ่งโซนนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายตั้งแต่ Street Food บิ๊กซี โลตัส เซนจูรี่ ร้านอาหารระดับภัตตาคาร ร้านคาเฟ่ คอมมูนิตี้มอลล์ เซ็นทรัลบางนา โรงพยาบาล ไปจนถึงศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา แม้ว่าจะมีไลฟ็ไสตล์แบบไหนทุกสิ่งก็สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้รอบด้าน ซอยสุขุมวิท 62 เดิมทีเป็นย่านที่อยู่อาศัยอันเงียบสงบ ด้วยความที่ส่วนมากเป็นบ้านเดี่ยวมีพื้นที่ ดังนั้นจึงเป็นที่อยู่อาศัยเดิมของผู้ที่ค่อนข้างมีฐานะในระดับหนึ่ง ภายในซอยแห่งนี้จึงไม่มีอาคารสูงอยู่เลย ณ ปัจจุบัน การมาของ Life Sukhumvit 62 จึงเป็นอาคารที่พักอาศัยสูงที่สุดในย่านนั้นไม่ต้องห่วงการถูกบล็อควิวและยังได้ความส่วนตัวสูง เพราะเป็นซอยที่คนไม่พลุกพล่าน โดยซอยนี้มีความยาวไม่มากประมาณ 700 เมตรเท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นความโดดเด่นที่สุดของที่นี่ก็คือช่วงท้ายซอยห่างจากโครงการเพียง 500 เมตร ก็จะพบจุดขึ้น-ลงทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทำให้การเชื่อมต่อเข้าเมืองยาวไปออกฝั่งธนหรือต่อไปยังเส้นทางรามอินทรา-อาจณรงค์ก็ใช้เวลาไม่กี่นาที ที่สำคัญการจราจรในซอยนี้ก็ไม่ติดขัดมากนัก วันไหนจะเปลี่ยนแผนการเดินทางหันไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะก็เดินจากโครงการไปได้ประมาณ 200 เมตร ก็จะถึง BTS สถานีบางจาก เดินทางอีก 4 สถานีถึงสถานีทองหล่อใช้เวลาเพียง 7 นาที หรืออีก 6 สถานีก็จะถึงสถานีอโศกใช้เวลาประมาณ 11 นาที      ในบรรดาทำเลของคอนโดมิเนียมมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่จะใกล้ทั้งทางด่วนกับรถไฟฟ้าไปพร้อมๆ กันในระยะเพียงแค่ 500 เมตร และด้วยศักยภาพที่มีทั้งหมดที่กล่าวมาคือความ Prime ของทำเลแห่งนี้ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะกลายเป็นอีกย่านหนึ่งที่จะได้รับความนิยมตามมาในไม่ช้า สำคัญที่สุดในเรื่องของราคาที่แม้องค์ประกอบทุกอย่างจะสมบูรณ์พอดี แต่ราคายังสามารถเอื้อมถึงได้ไม่สูงเกินจริง         เปิดห้องตัวอย่าง     เรามาเริ่มกันจาก BTS สถานีบางจาก บรรยากาศแถวนี้ดูเรียบง่ายค่ะ ผู้คนไม่พลุกพล่าน แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยวอะไร ไม่กี่ก้าวเราก็เจอกับซอยสุขุมวิท 62 ซึ่งเป็นซอยขนาด 4 เลนสวนกันโดยไม่มีเกาะกลางถนนไปตลอดเส้นทาง เดินเข้าซอยมาเรื่อยๆ โดยไม่ต้องข้ามถนนประมาณ 200 เมตรก็จะพบกับโครงการ Life 62 หากเลยไปทางท้ายซอยก็จะเป็นทางเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครได้เลย Sale Gallery มองจากภายนอกแล้วจะดูลึกลับชวนให้เข้าไปค้นหา พอเดินผ่านเข้ามาจะรู้สึกเหมือนกับผ่านปากประตูถ้ำมาพบกับบรรยากาศอันร่มรื่นภายในเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง บรรยากาศภายใน Sale Gallery ดูโอ่งโถ่งแต่ยังคงคอนเซปความใกล้ชิดธรรมชาติเอาไว้ เก้าอี้ตัวนี้ถูกดีไซน์ขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ให้ได้มากที่สุดทั้งโต๊ะเล็กที่ยื่นออกมาสำหรับวาง Laptop และรูปลั๊กด้านข้างเก้าอี้ ให้ได้นั่งทำงานพร้อมพิงหลังได้สบายๆ ซึ่งเก้าอี้แบบนี้จะถูกวางไว้ในโซนล็อบบี้ โดยมีแค่ที่ Life 62 เท่านั้น เราเข้าไปดูห้องตัวอย่างแรกกันค่ะ เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. ซึ่งเป็น Type ที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดของโครงการถึง 38% เปิดห้องเข้ามาจะพบกับห้องนั่งเล่น ภายในห้องใช้ไฟ Downlight ความสูง floor to ceiling 2.6 เมตร พื้นลามิเนต ฝั่งซ้ายเป็นเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ ฝั่งขวาเป็นพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง หลังเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์เป็นส่วนของห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์จากแบรนด์ Kohler ส่วนก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้า และฝักบัวที่สามารถปรับอุณภูมิน้ำได้เลยในตัวจากแบรนด์ Grohe ห้องน้ำทุกยูนิตในโครงการใช้นวัตกรรมห้องน้ำสำเร็จรูป (Bathroom Pods Innovation) ซึ่งมีข้อดีตรงที่เมื่อเกิดปัญหาเรื่องระบบน้ำก็จะสามารถหาจุดแก้ไขได้เลยทันที ไม่ส่งผลกระทบต่อยูนิตอื่นๆ ออกมาจากห้องน้ำแล้วไปดูกันที่ส่วนถัดไปกันค่ะ พื้นที่ข้างโซฟาถูกจัดให้เป็นห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขอบลูมิเนียมสีดำความสูงชิดเพดาน ทำให้ห้องดูโปร่งไม่ทึบจนเกินไป ภายในห้องครัวปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค Top ครัวใช้หินสังเคาระห์ วางเคาน์เตอร์แบบ One Wall Kitchen พร้อมเว้นช่องสำหรับวางตู้เย็นเอาไว้ตรงมุมห้องใกล้กับระเบียง บนเคาน์เตอร์ครัวแบ่งเป็นอ่างล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ และเตาไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน และบานตู้-ลิ้นชัก ใช้ระบบ Soft Close ค่ะ ห้องครัวจะเชื่อมต่อกับระเบียงห้อง ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขอบลูมิเนียมสีดำ มีธรณีประตูสูงขึ้นมา สามารถกันน้ำและฝุ่นจากภายนอกได้ค่ะ โดยด้านนอกระเบียงมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าบริเวณใต้ Condensing Unit ที่หันหน้าออกนอกตัวอาคาร ส่วนรั้วกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ สุดท้ายของห้องนี้ มาดูกันที่ห้องนอน ซึ่งอยู่ระหว่างห้องน้ำกับห้องครัวค่ะ ภายในห้องสามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต เอาไว้ตรงกลางห้องแล้วยังมีทางเดินรอบเตียงเหลือทั้ง 2 ข้าง หน้าต่างห้องนอนได้กระจกบานใหญ่ให้ได้มองเห็นวิวด้านนอกได้อย่างเต็มที่ สามารถเปิดหน้าต่างแบบบานกระทุ้งได้ 1 บาน ข้างเตียงอีกฝั่งจะเป็นตู้เสื้อผ้าขนาด 2 บานประตู มีพื้นที่เหลือสำหรับวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้ง และปลายเท้าสามารถเคาน์เตอร์วางทีวีขนาดเล็กได้ ต่อมาที่ห้องตัวอย่างสุดท้ายค่ะ เป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 50 ตร.ม. ส่วนแรกของห้องเป็นห้องครัวเปิดค่ะ โดยฝั่งขวามือจะเป็น One Wall Kitchen ฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาคารขนาด 4 ที่นั่ง ชุดครัวจากแบรนด์ Franke ทั้งเตา 2 หัว เครื่องดูดควัน อ่างล้างจานแบบฝั่งใต้เคาน์เตอร์ และมีช่องว่างสำหรับวางตู้เย็นเอาไว้ตรงกำแพงมุมห้อง มีระยะห่างระหว่างเคาน์เตอร์ครัวกับโต๊ะทานอาหารค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ ลึกเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นค่ะ ขวามือเป็นเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ ฝั่งซ้ายสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้ พร้อมโต๊ะกลาง ระเบียงห้องเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น กั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขอบอลูมิเนียมสีดำ ภายนอกระเบียงกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ และ Condensing Unit หันออกนอกตัวอาคาร เข้าไปดูฝั่ง Private Zone กันบ้างค่ะ แบ่งเป็นฝั่งขวามือ มี 2 ห้อง และฝั่งซ้ายมืออีก 1 ห้องค่ะ เราเดินเข้ามาดูที่ห้องทางฝั่งซ็ายมือกันก่อนค่ะ บริเวณกลางห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ และยังเหลือที่สำหรับทางเดินทั้ง 2 ข้าง ส่วนปลายเตียงก็สามารถวางเป็นเคาน์เตอร์โทรทัศน์หรือจะวางโต๊ะทำงานก็ได้นะคะ ความพิเศษของห้องนี้ก็คือบริเวณหัวเตียงมีหน้าต่างบานใหญ่แบบกระจกเข้ามุม เปิดมุมมองให้กว้างขึ้นจากเตียงนอนของเราเองเลยค่ะ อีกด้านของเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้าแบบบานสไลด์ค่ะ ปลายเตียงด้านข้างโต๊ะวางโทรทัศน์จะมีห้องน้ำในตัวค่ะ ภายในห้องน้ำแบบสำเร็จรูปนี้จะถูกปูผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคสีขาว ใช้อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง กั้นส่วนเปียก-แห้ง ด้วยบานประตูกระจก สุดท้ายที่ห้องนอนฝั่งตรงข้ามกันค่ะ เป็นอีกหนึ่งความพิเศษของห้องนี้คือประตูแบบ Double Access ที่เชื่อมต่อระหว่างห้องนอนที่ 2 กับโซน Common Area ของห้อง ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวของเจ้าของห้องเวลามีแขกมาเยี่ยมค่ะ ภายในห้องนอนที่ 2 ค่ะ ถ้าเปิดประตูหลักของห้องนอนนี้ ห้องน้ำที่ก็เป็นห้องน้ำในตัวก็จะอยู่ทางขวามือ กลางห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ และยังมีพื้นที่เหลือรอบเตียงเช่นกันค่ะ ข้างเตียงได้กระจกบานใหญ่ สามารถเปิดบานกระทุ้งออกได้ 1 บาน อีกข้างของเตียงเป็นตู้เสื้อผ้าแบบประตูบานสไลด์ ส่วนปลายเตียงถูกจัดให้เป็นเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ขนาดเล็ก หรือเราจะดัดแปลงเป็นโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกับโต๊ะทำงานไปด้วยก็ได้นะคะ ภายในห้องน้ำมีขนาดเท่าๆ กันกับห้องน้ำในตัวของอีกห้องค่ะ ทั้ง 2 ห้องนอน เรียกได้ว่าไม่มีห้องไหนที่เป็นห้องนอนขนาดเล็ก แต่กลับเป็น Master Bedroom ทั้งสองห้องเลยค่ะ   หากใครที่ติดตามแบรนด์ Life มาตั้งแต่ปีที่แล้วไม่ว่าจะเป็น Life ladprao, Life wireless, Life asoke และ Life Pinklao เชื่อว่าทุกคนคงเห็นการพัฒนาขึ้นทุกครั้งที่เปิดตัวออกมาทั้งทำเลที่ดี วัสดุได้คุณภาพ ความใส่ใจในการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน ทุกสิ่งล้วนสร้างขึ้นมาเพื่อสนองกับความต้องการในไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน สะท้อนออกมาเป็นคอนโดมิเนียมที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา สองคล้องกับชีวิตที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ก็เหมือนกับ Life ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ   เตรียมตัว Online Booking พร้อมรับส่วนลดมากกว่า 300,000 บาท เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นในวันที่ 27 มีนาคม 2561 เวลา 19.00-21.00 น. ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย 120,000 บาท/ตร.ม.  
IDEO Q Sukhumvit 36 สัมผัสความโมเดิร์นหรูหราย่านทองหล่อ

IDEO Q Sukhumvit 36 สัมผัสความโมเดิร์นหรูหราย่านทองหล่อ

บนความสมบูรณ์แบบของไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ คงหนีไม่พ้นความเป็นอยู่ย่านใจกลางเมืองที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยมมากมายตลอด 24 ชม. เดินทางง่าย เชื่อมต่อถนนสายสำคัญได้หลายเส้นทาง ทำเลที่เรียกได้ว่า All Day All Night เช่นนี้ เราจะต้องนึกถึงย่านทองหล่อเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอนใช่ไหมคะ ซึ่งการมองหาที่อยู่อาศัยท่ามกลางทองหล่อเพื่อให้ได้ความสะดวกสบายหลายอย่างอยู่รอบตัว ก็คงต้องแลกมาด้วยความวุ่นวายของผู้คนและการจราจรที่ติดขัดอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นการเลือกที่อยู่อาศัยให้ห่างออกมาจากในซอยสุขุมวิท 55 หรือซอยทองหล่อ ออกมาไม่ไกล แต่ยังคงอยู่ในย่านนี้ และยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้าก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากทีเดียว   ทุกวันนี้ย่านทองหล่อยังคงครองแชมป์ทำเลสุดฮอต ซึ่งเป็นที่ต้องการของกลุ่มคนตลาดบนที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนยุคใหม่ และนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ด้วยศักยภาพของทำเลที่เต็มเปี่ยมจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยม โครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดในย่านนี้ แต่ละโครงการก็มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดทั้งเรื่องของทำเลที่ตั้ง สถาปัตยกรรม และราคา ถือเป็นกำไรของผู้บริโภคให้ได้เลือกสิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับตัวเอง   ทำเล   ถนนสุขุมวิท ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีไม่มากก็น้อย เพราะเป็นหนึ่งในเส้นทางสายหลักของกรุงเทพฯ และสำหรับประเทศไทยด้วย ตั้งแต่เริ่มต้นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนเพลินจิตยาวไปจนสุดที่จังหวัดตราด ซึ่งทั้ง 488 กิโลเมตรนี้ ช่วงที่มีความโดดเด่นมากที่สุด คือ ซอยสุขุมวิท 55 หรือซอยทองหล่อ เพราะความเพียบพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียงตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งร้านอาหารระดับคุณภาพจากหลากหลายสัญชาติ บางร้านก็มีเชฟชาวต่างชาติมาเปิดร้านเองในแบบฉบับต้นตำหรับแท้ๆ ซึ่งหาทานไม่ได้ที่ไหนนอกจากทองหล่อ ร้านแฮงเอาท์บรรยากาศดี และสถานบันเทิงชื่อดังมากมาย   สำหรับโครงการ IDEO Q Sukhumvit 36 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 36 เข้าไปประมาณ 450 เมตร ปากซอยติดกับสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ ซึ่งทางโครงการจะมี shuttle bus รับ-ส่งฟรีสำหรับลูกบ้าน ซอยสุขุมวิท 36 นี้ สามารถทะลุไปสู่ถนนพระราม 4 ฝั่งขาออก แล้วไปขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครบริเวณถนนเกษมราษฎร์ได้ และยังใกล้ศูนย์การค้าชั้นนำอย่าง EmQuartier, Emporium, Gateway เอกมัย ก็อยู่ในระยะทางไม่เกิน 2 กิโลเมตร ซุปเปอร์มาร์เก็ตชื่อดัง เช่น Top Supermarket, K Village, ทองหล่อ, BigC เอกมัย, Lotus พระราม 4 โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง รวมถึงสถาบันการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมไปจนถึงมหาวิทยาลัย ก็มีครบครันแถมอยู่ใกล้ๆ โครงการทั้งนั้น ภาพรวมโครงการ   IDEO Q Sukhumvit 36 คอนโดมิเนียม High Rise 2 อาคาร แบ่งเป็นอาคาร A สูง 47 ชั้น ยูนิตพักอาศัยชั้น 7-23, 25-46 รวมทั้งหมด 364 ยูนิต ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว ที่จอดรถระบบ Auto Parking 125 คัน ที่ชั้น 2-6 มีบันไดหนีไฟ 2 จุด และอาคาร B สูง 24 ชั้น ยูนิตพักอาศัยชั้น 7-23 รวมทั้งหมด 85 ยูนิต ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว ที่จอดรถระบบ Auto Parking 161 คัน ที่ชั้น B1-B2 มี EV Charger สำหรับ 2 คัน บันไดหนีไฟ 2 จุด โดยทั้งสองอาคารจะถูกเชื่อมต่อกันด้วย Facility ชั้น 24 ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกมีอยู่หลายส่วนด้วยกัน ดังนี้   ชั้น 1 Garden บริเวณหน้าโครงการ กับพื้นที่ระหว่าง 2 อาคาร, Lobby   ชั้น 24 Swimming Pool, Golf Simulator, Fitness and Virtual fitness, Retreat Area, Locker and Changing Room, Social Club, Sky Bar, Workshop/Tea Room, Co-Working Space, Library, Creative Lounge, Meeting Room   ชั้น 47 Japanese Garden, Changing Room with Locker, Stream and Sauna, Black Onsen     ดูจาก Facility แล้วเห็นได้ชัดว่าทางโครงการออกแบบมาเพื่อเอื้อต่อการปล่อยเช่าสำหรับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาอาศัยอยู่ในย่านนี้ ทั้ง Japanese Garden, Golf Simulator, Tea Room และ Black Onsen ภาพ Master Plan ที่ดินเป็นรูปแบบตัว L ตัวอาคารมีระยะร่นลึกเข้ามาจากถนน และมีระยะห่างจากรั้วโครงการโดยรอบพอสมควร มีสวนสีเขียวด้านหน้า ตัวอาคารหลังสวนสีเขียวด้านหน้า คือ อาคาร A มีสวนอยู่ตรงกลางระหว่างอาคาร A กับ B ที่จอดรถอยู่หลังอาคาร Floor Plan ของทั้งสองอาคาร โดยแปลนด้านล่างของรูป คือ อาคาร A วางรูปแบบ Double Corridor ระเบียงห้องหันหน้าออกทางทิศใต้ วิวฝั่งถนนพระราม 4 กับทิศเหนือ วิวฝั่งถนนสุขุมวิท ส่วนห้องมุมจะได้วิวทิศตะวันออก ฝั่งหน้าโครงการได้วิวทองหล่อ-เอกมัย กับฝั่งตะวันตก ฝั่งหลังโครงการได้วิวในเมือง ส่วนอาคาร B มีห้องที่หันระเบียงออกอยู่ 3 ทิศด้วยกัน คือ ทิศตะวันออก ทิศเหนือ และทิศตะวันตก เห็นแบบนี้แล้วหลายคนอาจจะกังวลเรื่องการถูกบล็อกวิวกันเองระหว่างสองอาคารนี้ แต่ทางโครงการได้ออกแบบมาให้ไม่มีห้องไหนมาบล็อกกันเลย โดยระเบียงได้หันออกไปมุมอื่นได้วิวเมืองด้านนอก ไม่ได้หันระเบียงเข้าตัวตึกข้างๆ แต่อย่างใด มีเพียงห้องตำแหน่ง 01 ของอาคาร A เท่านั้นที่ระเบียงหันออกทางทิศเหนือ ฝั่งอาคาร B แต่ทางโครงการออกแบบอาคาร B มาให้เล็กกว่าอาคาร A จึงทำให้ระเบียงของห้องตำแหน่งนี้ พ้นจากตัวอาคาร B พอดี สามารถได้วิวฝั่งรถไฟฟ้าเช่นกัน   ห้องตัวอย่าง   ภายใน Sale Gallery ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกันกับตัวโครงการจะมีทั้งหมด 2 ห้องตัวอย่างค่ะ คือ 1 Bed ขนาด 45 ตร.ม. กับ 2 Bed ขนาด 63 ตร.ม. ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องให้มาแบบ Fully Fitted ค่ะ   สำหรับสถาปัตยกรรมโครงการนี้เน้นโทนสีดำ ดูมีความเป็นโมเดิร์นมากๆ เชื่อว่าหลายคนจะต้องบอกว่าสวยมากแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปสำหรับแบรนด์ IDEO กันเลยค่ะ ทางเข้าโครงการติดกับถนนในซอยสุขุมวิท 36 มีสวนสีเขียวหน้าโครงการ ตัวอาคารมีระยะร่นจากถนนพอสมควร ระยะห่างระหว่างสองอาคารไม่มากนัก แต่ไม่ห่วงเรื่องมีมุมวิวบล็อกเลยค่ะ ด้วยดีไซน์ทุกห้องจะไม่โดนบล็อกวิวกันเอง ชั้น 24 ที่เป็น Facility เชื่อมต่อกันระหว่างสองอาคาร เริ่มชมห้องตัวอย่างแบบ 1 Bed ขนาด 45 ตร.ม. ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.7 เมตร ใช้ไฟแบบดาวน์ไลท์ ปูพื้นด้วยไม้เอ็นจิเนียร์ พื้นที่แรกของห้องมีพื้นที่ในการ Built in ตู้เก็บรองเท้าฝั่งขวามือ ฝั่งซ้ายสามารถวางโต๊ะทานข้าวได้ขนาด 2 ที่นั่ง เดินลึกเข้าไปอีกหน่อยเป็นโซนห้องนั่งเล่นค่ะ สามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางได้ โดยยังมีพื้นที่ให้เป็นทางเดินเหลือได้สบายๆ อีกด้านสำหรับวางเคาน์เตอร์วางทีวี ข้างโซฟาสามารถออกไประเบียงได้ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจก 3 บาน ขอบอลูมิเนียมเคลือบ Powder Coat ผิวด้าน สีเทาเข้ม ส่วนผ้าม่านทางโครงการก็ติดตั้งมาให้ด้วยนะคะ ระเบียงห้องเป็นแบบปิดค่ะ โดยจะปิดด้วยหน้าต่างกว้างชิดผนังทั้งทั้งสองด้าน และเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอนด้านบน ตรงนี้สามารถวางโต๊ะ-เก้าอี้ ขนาดไม่ใหญ่มาก เอาไว้สำหรับนั่งเล่นรับลมจากด้านนอก แถมยังได้ความปลอดภัยที่มากกว่าระเบียงกั้นด้วยรั้วเหล็กปกติ ซึ่งหากมองจากภายนอกเข้ามาในอาคารก็จะได้ความเป็นส่วนตัว และสวยงามมากกว่าค่ะ   กลับเข้ามาในห้องกันค่ะ เราเข้าไปดูอีกโซนด้านในกัน ซ้ายมือของทางเดินเป็นห้องครัวปิดค่ะ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ภายในห้องครัวมีพื้นที่กว้างพอสำหรับ 2-3 คนเดินสวนกันได้ โดยเคาน์เตอร์ครัว Built in ตลอดแนวผนังที่เห็น ลูกบ้านจะได้ไปทั้งเซตนี้เลยค่ะ แต่ยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้านะคะ Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์ลายหินอ่อน มาพร้อมเตาไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดครัว ซิงค์ล้างจานจากแบรนด์ Franke ทั้งหมดคุมโทนสีดำ-ทอง สวยงามดูหรูหรามากค่ะ หันหลังกลับมาที่ฝั่งตรงข้ามกับห้องครัว ฝั่งขวามือของทางเดินเป็นห้องน้ำค่ะ ทั้งพื้นกับผนังปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน โทนสีขาว ฝั่งซ้ายเป็นอ่างล้างหน้าจากแบรนด์ TOTO ได้ตู้สำหรับเก็บของด้านล่าง พร้อมกระจกบานใหญ่มาด้วยค่ะ ตรงข้ามกับอ่างล้างหน้าเป็นสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ แบรนด์ TOTO เช่นกันค่ะ โซนเปียกกั้นด้วยฉากอาบน้ำกระจกใสแบบบานประตูเปิด-ปิด ตรงกลางติดตั้งฝักบัวพร้อม Rain Shower แบรนด์ Grohe และอ่างอาบน้ำแบรนด์ TOTO อยู่ติดกับกระจก กระจกข้างอ่างอาบน้ำสูงชิดเพดานด้านบน เป็นกระจกแบ่งออกเป็น 3 ตอน และมีบานกระทุ้งสามารถเปิดออกได้ 1 บาน สามารถเทควิวเมืองในมุมสูงพร้อมแช่น้ำในอ่างอาบน้ำไปด้วยได้บรรยากาศดีค่ะ ออกมาจากห้องน้ำ สุดทางเดินของห้องเป็นห้องนอนค่ะ พื้นที่กว้างขวางใช้ได้เลยทีเดียว ตรงกลางห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ โดยเหลือทางเดินของทั้งสองฝั่งข้างเตียงแบบสบายๆ ด้านข้างเตียงมีกระจกสูงชิดเพดาน แบบบานกระทุ้งเปิดได้ 1 บาน มาพร้อมผ้าม่านด้วยค่ะ   อีกฝั่งหนึ่งของห้องนอนเราสามารถวางโต๊ะทำงาน พร้อมมีพื้นที่สำหรับจัด Walk in Closet สำหรับห้องนี้เหมาะสำหรับอยู่กัน 2 คนได้ค่ะ พื้นที่ให้มากว้างดี ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป   โครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ใจกลางเมืองแบบนี้คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องความสะดวกสบายทั้งการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวก เพราะย่านนี้ถือว่าตั้งอยู่ในทำเลทองของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยแล้วชาวต่างชาติอยู่ตลอด ดูจากยอดขาย ณ ปัจจุบันไปถึง 70% แล้ว   ส่วนเรื่องห้องพักอาศัยของที่นี่มีความน่าสนใจอยู่หลายตำแหน่งเลยค่ะ ด้วยเรื่องของการออกแบบที่สามารถวางให้ทุกยูนิตไม่มีการบล็อกวิวกัน แม้อาคารจะอยู่ห่างกันนิดเดียว บวกกับทำเลของโครงการ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเลือกอยู่ Low Zone หรือ High Zone ก็จะได้วิวที่ดีพอๆ กันหมด โดยเฉพาะห้องมุมที่ได้ส่วนโค้งของมุมตึกสามารถเทควิวได้กว้างมากขึ้นกว่าปกติ แต่สำหรับใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวมากๆ แนะนำอาคาร B ที่มีจำนวนเพียง 5 ยูนิต/ชั้น สำหรับคนที่ชอบวิวมุมสูงก็แนะนำ High Zone ของอาคาร A ค่ะ แต่เมื่อเทียบจำนวนอาคาร จำนวนชั้น กับยูนิตทั้งหมดที่ถือว่าไม่มากแล้ว ถือว่าเป็นโครงการที่เน้นความเป็นส่วนตัวอยู่พอสมควร สิ่งที่เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของโครงการนี้คือเรื่องของการใช้วัสดุที่สวยงาม ดูหรูหราสมราคา และ Facility ที่เอื้อต่อการปล่อยเช่าชาวต่างชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจทั้งการอยู่อาศัยเอง และปล่อยเช่าที่ย่านนี้ได้ราคาดี ประมาณ 900-1,000 บาท/ตร.ม.   Q 36 Event Grand Opening 20-21 Jan 2018  วันที่ 20 มกราคม นี้ เวลา 13.00-15.00 น. จัดสัมนาฟรี ในหัวข้อ “เจาะลึกพฤติกรรมผู้เช่าห้องญี่ปุ่น ทำห้องอย่างไรให้โดนใจ”โดย ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ (คุณเกตุวดี Marumura กูรูด้านการตลาดญี่ปุ่น)   พิเศษ Promotion Free! iPhone X* เมื่อจองทำสัญญาได้รับเครื่อง 60 วันหลังทำสัญญา ลงทะเบียนได้เลย >>> https://goo.gl/G4gFJF
สุขุมวิท ทำเลอมตะ

สุขุมวิท ทำเลอมตะ

ถนนสายหลักของประเทศไทยที่เราต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีอยู่ 4 สายด้วยกัน คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน, ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ, ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม ถนนทั้ง 4 สาย ถือเป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานคร กับภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ถือเป็นหัวใจหลักของการคมนาคมทางบก แต่ถนนที่เรากล่าวถึงในบทความนี้ คือ ถนนสายมุ่งสู่ภาคตะวันออก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 หรือถนนสุขุมวิท เป็นถนนที่เริ่มต้นต่อจากถนนเพลินจิต  ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ช่วงปากน้ำ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และไปสุดทางที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด รวมระยะทางประมาณ 488 กิโลเมตร ในสมัยก่อนหากใครจะเดินทางไปภาคตะวันออกก็ต้องไปทางถนนสุขุมวิทนี้เท่านั้น ซึ่งครั้งนี้เราจะมาพูดถึงถนนสุขุมวิทเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นถนนที่มีความสำคัญอย่างมากอีกเส้นหนึ่ง ทั้งในด้านการคมนาคม ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงสถานที่สำคัญมากมาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ตลอด 24 ชม. โดยเราจะแบ่งสุขุมวิทออกเป็น 3 ช่วง คือ สุขุมวิทช่วงต้น ช่วงกลาง และช่วงปลาย เริ่มจากสุขุมวิทช่วงต้น ตั้งแต่ช่วงเพลินจิต นานา อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เป็นย่านที่ไม่เคยหลับตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ช่วงกลางวันเราจะเห็นพนักงานออฟฟิศมากมายแถวอโศก พร้อมพงษ์ มีห้างสรรพสินค้าระดับท็อป เช่น เอ็มควอเธียร์, เทอร์มินัล 21, เอ็มโพเรียม ฯลฯ ช่วงเย็น-ดึกจะเริ่ม มีสีสันจากร้านแฮงค์เอาท์ ผับบาร์ ร้านอาหารดีไซน์เก๋ เสริฟอาหารระดับคุณภาพที่หาทานไม่ได้จากที่ไหนต่างก็รวมตัวกันในย่านนี้ ทำให้กลายเป็นแหล่งนัดพบปะเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  โดยเฉพาะแถวนานา ทองหล่อ และเมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกมีอยู่รอบตัว การเดินทางสะดวกเข้าถึงง่าย หลายคนจึงมองหาที่อยู่อาศัยในย่านนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่อาศัยกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า ส่วนสมัยนี้ก็จะเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ ซึ่งก็แน่นอนว่าย่านใจกลางเมืองที่มีความสมบูรณ์ขนาดนี้ราคาที่ดินก็สูงมากเช่นกัน จากการประเมินราคาที่ดินของกรมธนารักษ์รอบปี 2559-2562 ราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 40% จากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยแล้ว 4.5-5 แสนบาท/ตร.ว. โดยเฉพาะโซนทองหล่อที่มีราคาที่ดินพุ่งสูงถึง 1.5 ล้านบาท/ตร.ว. ด้วยราคาที่ดินที่พุ่งสูงจึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สร้างโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ขึ้นไป ซึ่งแต่ละโครงการมีราคาเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 250,000 บาท/ตร.ม. สุขุมวิทช่วงกลางตั้งแต่เอกมัย พระโขนง อ่อนนุช ไปจนถึงอุดมสุข ทำเลขยับออกมาจากใจกลางเมืองอีกนิด ราคาที่อยู่อาศัยก็ขยับลงตามไปด้วย แม้ช่วงเอกมัยจะยังคงอยู่ในเมืองติดกับทองหล่อแต่ราคาที่ดินกลับถูกกว่า ซึ่งปัจจุบันมีราคาเพิ่มสูงขึ้นจาก 5 ปีที่แล้วประมาณ 33% ซึ่งในช่วงสุขุมวิทตอนกลางนี้แถวอ่อนนุชจะได้รับความนิยมในการอยู่อาศัยมากที่สุด เพราะยังมีหอพัก, อพาร์ทเม้นท์ ที่มีราคาค่าเช่าต่อเดือนไม่แพงอยู่มากมาย และยังมีรถประจำทางไปถึงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชที่เป็นสถานีสุดท้ายก่อนจะเป็นสถานีส่วนต่อขยาย ค่าครองชีพในย่านนี้ก็ยังไม่แพงเท่าในเมือง ในขณะที่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกในระดับกลางอยู่อย่างครบครัน เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองไม่ไกล ซึ่งช่วง 3-4 ปีมานี้เราจะเห็นคอนโดมิเนียมที่เป็นแบรนด์ตัวท็อปแถวอ่อนนุชมากขึ้น แต่ก็ยังกระจุกตัวกันอยู่อ่อนนุชช่วงต้นไม่ไกลจากรถไฟฟ้า โดยราคาที่ดินเฉลี่ยแล้วเพิ่มสูงขึ้นปีละ 15-20% ส่วนราคาคอนโดมิเนียมของสุขุมวิทช่วงกลางนี้จะอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นปลายๆ ไปจนถึงไม่เกิน 2 แสนบาท/ตร.ม. แต่ด้วยราคาที่ดินย่านอ่อนนุชเพิ่มสูงขึ้นทุกปีเราอาจจะได้เห็นคอนโดมิเนียมในราคาแตะที่ 2 แสนบาท/ตร.ม. ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ส่วนโครงการทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยวในระดับกลาง-พรีเมี่ยมก็มีให้เห็นกันอยู่บ้าง แต่เป็นทำเลอยู่ไม่ใกล้รถไฟฟ้าเท่าไรนัก และเชื่อว่าเราจะได้เห็นหลายโครงการเกิดขึ้นในช่วงสุขุมวิทตอนกลางนี้เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยในราคาที่มนุษย์เงินเดือนยังจับต้องได้ สุดท้ายกับทำเลสุขุมวิทช่วงปลาย ตั้งแต่บางนาไปจนถึงสมุทรปราการ จุดเด่นของทำเลนี้อยู่ที่การเดินทางออกนอกเมือง โดยเฉพาะภาคตะวันออก รวมถึงไปสนามบินสุวรรณภูมิสะดวกสบายมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานย่านบางนาไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรีก็ยังคงเดินทางได้แม้จะอยู่ห่างออกไปสักหน่อย มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่หลากหลายเท่าสุขุมวิทช่วงต้น แต่ก็ไม่ถึงกับไม่มีอะไรเลยจนทำให้ชีวิตดูลำบากจนเกินไป แต่ถ้าเมื่อไรโครงการ Bangkok Mall ที่เป็นทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ และอาคารสำนักงานให้เช่า บนพื้นที่ 100 ไร่ ริมถนนบางนา-ตราดขาออก เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบประมาณปี 2018 ก็เชื่อว่าจะทำให้ย่านบางนาคึกคักมากขึ้น เนื่องจากจะกลายเป็นศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งสำคัญที่ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยเลือกที่อยู่อาศัยในย่านนี้นั่นคือราคาที่ย่อมเยาว์กว่าในเมืองมาก เราจึงได้เห็นโครงการอันหลากหลายทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม เพราะหากเปรียบเทียบกันระหว่างย่านสุขุมวิทช่วงปลาย เรายังสามารถหาบ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 3-5 ล้านได้ แต่กับคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิทช่วงต้นในราคา 5 ล้านเท่ากัน อาจจะได้เพียงห้องสตูดิโอพื้นที่ไม่เกิน 30 ตร.ม. หรือบางโครงการเงิน 5 ล้านนี้ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดทำเลใกล้รถไฟฟ้าได้แล้ว ด้วยความเพียบพร้อมของทำเลสุขุมวิท จึงไม่แปลกที่ยังคงความเนื้อหอม ดึงดูดนักลงทุนรวมถึงผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยตามไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของคนยุคใหม่ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ ให้เข้ามามองหาโครงการดีๆ ในย่านนี้อยู่เสมอ สุดท้ายเราจะเลือกที่อยู่อาศัยแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของแต่ละคนว่าที่ไหนจะตอบโจทย์สำหรับเราได้มากที่สุด
The Crest สุขุมวิท 49 (PREVIEW)

The Crest สุขุมวิท 49 (PREVIEW)

โครงการ: The Crest สุขุมวิท 49 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 4,790,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 143,000 บาท เจ้าของโครงการ SC ASSET Public Company Limited. จุดเด่น คอนโด Low Rise จาก SC Asset ในซอยสุขุมวิท 49 ใกล้ BTS ทองหล่อ ร้านอาหาร และแหล่งธุรกิจใจกลางเมือง ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2556 ที่ตั้ง: The Crest สุขุมวิท 49 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 357.4 ตารางวา ที่ตั้ง ถนนสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.730464,100.577023 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS ทองหล่อ   สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS สถานีทองหล่อ J Avenue   ลักษณะโครงการ: The Crest สุขุมวิท 49 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedrooms ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom ขนาด 33.50-49.20 ตารางเมตร 2 Bedrooms ขนาด 58.80-71.40 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 88 ยูนิต   ส่วนกลาง: The Crest สุขุมวิท 49 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 43 คัน คิดเป็นประมาณ 60 % ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 55 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท   สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย สวนดาดฟ้า ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์ 44:1 ที่จอดรถ 43 คัน คิดเป็นประมาณ 60 % ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: The Crest สุขุมวิท 49 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1749 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.scasset.com/Project/Detail.aspx?id=57 ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2556