Promotion:

PRESALES 21-22 JULY 2018 SPECIAL PRIVILEGE DISCOUNT 200,000 – 400,000 THB

ลงทะเบียน

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ  EYSE SUKHUMVIT 43 (อีส สุขุมวิท 43)

เจ้าของโครงการ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)

ที่ตั้งโครงการ ซ.สุขุมวิท 43 ถ.สุขมวิท คลองเตยเหนือ กรุงเทพฯ

พื้นที่โครงการ  1-3-69.4 ไร่

ลักษณะโครงการ Low Rise

จำนวนอาคาร 2 อาคาร

จำนวนชั้น 7 ชั้น

จำนวนยูนิต 107 ยูนิต

ขนาดห้อง  1 Bedroom 1 Bath 52.25-54.50 ตร.ม.

1 Bedroom 2 Bath 62.50-94.75 ตร.ม.

2 Bedroom 2 Bath Duplex 99.50-99.75 ตร.ม.

เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted

ที่จอดรถ 100% (ล็อคที่จอดรถโดยออกโฉนดให้ทุกยูนิต)

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Storage Room, Mailbox, The Living Room, The Meeting room, Garden Lounge, Changing room with steam room and Private Onsen, Swimming pool with kids pool, pool deck and Jacuzzi, Fitness, Lawn Terrace, Waterfall Terrace, Sunken Terrace, 24-hour security by guard service, WIFI internet at public area, Concierge Services, Shuttle Car

ปีที่สร้างเสร็จ ตุลาคม 2020

ราคาเริ่มต้น 13.99 ล้านบาท

ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 270,000 บาท/ตร.ม.

จุดเด่นโครงการ ลักชัวรี่คอนโดมิเนียมที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านด้วยพื้นที่ห้องกับระเบียงกว้างขวาง และสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นภายในห้องได้ตามต้องการ หรือสามารถ Combine Type 1 Bedroom เข้าด้วยกัน อีกทั้งยังนำหลัก Interlock มาใช้ในการซ่อน Condensing Unit ให้อาคารดูสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศภายในโครงการสงบเป็นส่วนตัว และที่ตั้งโครงการเป็นทำเลไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมี่ยม  

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีเขียว สถานีพร้อมพงษ์

สถานที่ใกล้เคียง Tops Market Sukhumvit 41, The EmQuartier, The Emporium, อุทยานเบญจสิริ, Rain Hill, Bangkok International Preparatory & Secondary School (Bangkok Prep), Samitivej Hospital

Sukhumvit

ติดต่อโครงการ

ซ.สุขุมวิท 43 ถ.สุขมวิท คลองเตยเหนือ กรุงเทพฯ


EYSE SUKHUMVIT 43 เปลี่ยนคอนโดให้เป็นบ้านกลางธรรมชาติ ในทำเลระดับพรีเมี่ยม

ราว 4 ปีมาแล้วนะคะ ตั้งแต่สิงห์ เอสเตท เปิดตัวในสนามอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัวก็เร่งสปีดสร้างโครงการระดับยักษ์ใหญ่เรียกกระแสฮือฮามาได้ตลอด ทั้งสถาปัตยกรรมภายนอก ทั้งการออกแบบภายใน และฟังก์ชั่นในทุกดีเทล จนมาถึงคอนโดมิเนียมโปรเจคใหม่ล่าสุดที่ยังคงความหรูหราบนทำเลสุดไพร์มตามสไตล์สิงห์ รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับแบรนด์น้องใหม่ EYSE กันค่ะ

 

 

ทำความรู้จัก “EYSE” คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่

 

EYSE SUKHUMVIT 43 (อีส สุขุมวิท 43) โครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุดที่ดึงเอาข้อดีของความเป็นคอนโด Low Rise ออกมาให้ดูสมบูรณ์แบบที่สุด โดยเฉพาะตรงที่ได้ความเป็นส่วนตัว รู้สึกสงบผ่อนคลายได้มากกว่าคอนโดมิเนียมที่เป็น High Rise เพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนยุคใหม่ที่ชอบใช้ชีวิตท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดี เดินทางได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นคนโสด หรือครอบครัวขนาดเล็ก ที่ต้องขับรถยนต์เดินทางไปทำงานในเมือง หรือไปส่งลูกเข้าโรงเรียนระดับคุณภาพอยู่เป็นประจำ ขนาดพื้นที่ภายในห้องพักอาศัยเพียงพอต่อทุกคน แต่ไม่ต้องทำความสะอาดมากเหมือนบ้านเดี่ยว  

 

 

“EYSE” มาจากคำว่า EASE แปลว่าพักผ่อน ผ่อนคลาย สบาย สื่อถึงตัวแบรนด์ที่วางแนวคิด THE HIDDEN TREASURE ให้ผู้อยู่อาศัยได้เผยตัวตนเมื่อเข้ามาอยู่ในโลกส่วนตัวของตนเอง โดยจะประกอบไปด้วย 4 แกนใหญ่ ซึ่งจะนำไปใช้ในโครงการอื่นๆ ต่อจากนี้ภายใต้แบรนด์ EYSE ได้แก่

 

Downtown Hidden Location

ใช้ชีวิตอย่างลงตัวด้วยทำเลที่ตั้งโครงการสุดไพร์ม สามารถเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ซึ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างง่ายดาย แต่ขณะเดียวกันเมื่อเข้ามาในโครงการก็จะพบกับความสงบเป็นส่วนตัว

 

Courtyard or backyard concept ,disconnect to the world outside

ทุกดีเทลถูกคิดมาเพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของลูกบ้าน เน้นการอยู่กับธรรมชาติ ตั้งแต่การวางทิศทางของอาคารให้สอดคล้องกับทิศทางลม และแสงแดด, นำเอาธรรมชาติเข้ามาอยู่ทั้งภายในและรอบโครงการ, เพดานสูงโปร่งถึง 3 เมตร, Balcony กว้าง รับบรรยากาศธรรมชาติได้เต็มที่ ฯลฯ  

 

Layout options and Real usage function provided

ฟังก์ชั่นและดีไซน์ถูกออกแบบมาให้สอดรับกับความต้องการเฉพาะตัวของลูกบ้านมากที่สุด เช่น จำนวนยูนิตน้อยให้ความเป็นส่วนตัว, Customer’s Choices ภายในยูนิตสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการใช้งาน, บริการพิเศษแม่บ้านดูแลทำความสะอาดห้อง เป็นต้น

 

Multi-functional Facilities

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้าน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้หลากหลาย สร้าง Space เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกบ้านได้รู้จักกันจนเกิดเป็นสังคมที่ดีในโครงการ

 

 

ทำเลสุดไพร์ม

 

ขึ้นชื่อย่านสุขุมวิทแล้วก็ย่อมเป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นทำเลอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างครอบคลุม รวมถึงออฟฟิศหลายแห่งมารวมตัวกันอยู่ถนนเส้นนี้ก็มีไม่น้อย และยังเป็นถนนที่มีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ซึ่งเป็นสายหลักในบ้านเราวิ่งให้บริการตลอดเส้นทาง โดยในอนาคตจะเปิดให้บริการยาวไปจนถึงจ.สมุทรปราการ ยิ่งเป็นสุขุมวิทช่วงต้นแล้ว ก็ยิ่งเรียกได้ว่าเป็นทำเลทองที่ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติอยากจับจองอยู่เสมอ  

 

ช่วงพร้อมพงษ์เป็นจุดที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับถนนสุขุมวิท ในแง่ของสิ่งอำนวยความสะดวกเมื่อเอ่ยชื่อก็คงไม่มีใคร   ไม่รู้จักใช่ไหมคะ อย่าง The EmQuartier, The Emporium หรือจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ Rain Hill และร้านสปา, ร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ โดยมีให้เลือกมากมายจนเรียกได้ว่าย่านนี้ไม่ว่าจะเข้าไปในซอยไหนก็เจอร้านอาหารดีๆ อยู่ทุกซอยเลยค่ะ และยังเป็นแหล่งโรงแรมแบรนด์ดังระดับ 4-5 ดาว แม้ว่าจะมีสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่รายล้อมอยู่ตลอดสองฝั่งถนน แต่ก็ยังมีสวนสาธารณะอุทยานเบญจสิริ ขนาดพื้นที่ 29 ไร่ แทรกตัวอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ เสมือนเป็นแหล่งโอโซนให้กับคนย่านพร้อมพงษ์ ทั้งหมดนี้จึงไม่แปลกว่าทำไมถึงเป็นแหล่งที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากมายโดยเฉพาะคนญี่ปุ่นและชาวตะวันตก รวมถึงคนไทยเองที่มีไลฟ์สไตล์แบบฉบับคนเมือง

 

ส่วนเรื่องการเดินทางก็สามารถใช้ซอยสุขุมวิท 24 (ซอยข้าง The Emporium) ไปทะลุออกถนนพระราม 4 ซึ่งสามารถขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านท่าเรือ บริเวณถนนเกษมราษฎร์ได้ โดยจะเลือกออกไปทางบางนา หรือจะไปเชื่อมต่อกับทางพิเศษฉลองรัชไปรามอินทรา หรือฝั่งที่ไปเชื่อมกับทางพิเศษศรีรัชและโทลเวย์ ไปทางพระราม 9-แจ้งวัฒนะได้ ส่วนระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกที่สุด แน่นอนว่าคือรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่เปิดให้ใช้บริการอยู่ในปัจจุบัน โดยจากสถานีพร้อมพงษ์ถัดไปเป็นสถานีอโศก ซึ่งเป็น Interchange กับ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีสุขุมวิท และใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีถึงสถานีสยาม

       

 

ซอยสุขุมวิท 43 ที่ตั้งของโครงการ EYSE SUKHUMVIT 43 ห่างจาก BTS สถานีพร้อมพงษ์ประมาณ 550 เมตร ซึ่งจาก BTS ก็จะผ่าน The EmQuartier และ Tops Market Sukhumvit 41 ระยะทางประมาณ 300 เมตร และจากปากซอยมาจนถึงตัวโครงการอีก 250 เมตร หรือจากปากซอย 43 เลยไปอีกประมาณ 900 เมตร ก็จะเป็นซอยสุขุมวิท 55 หรือซอยทองหล่อ อีกแหล่งรวมไลฟ์สไตล์สุดฮิปทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนนั่นเอง และถึงแม้ว่าสุขุมวิท 43 จะเป็นซอยตัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นบ้าน 2 ชั้น ที่อยู่อาศัยกันมานานกับอาคารสูงไม่เกิน 8 ชั้นอยู่บ้าง จึงทำให้ได้บรรยากาศอันเงียบสงบ ท่ามกลางเมืองใหญ่ ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันอยู่มากพอสมควร ระหว่างปากซอยกับในซอยสุขุมวิท 43 ตรงนี้จึงถือเป็น Hidden Gem Location ตามแบบฉบับของโครงการที่ตั้งใจวางคอนเซปนี้เอาไว้  

 

 

ภาพรวมโครงการ

 

EYSE SUKHUMVIT 43 คอนโดมิเนียม Low Rise สูง 7 ชั้น 2 อาคารที่พักอาศัย ทั้งหมด 107 ยูนิต และ 1 อาคาร Facility 3 ชั้น และชั้นใต้ดินซึ่งเป็น Parking 100% อีก 3 ชั้น แยกที่จอดรถสำหรับ Visitor เอาไว้ด้วย ทั้งหมดอยู่บนพื้นที่ 1-3-69.4 ไร่ ซึ่งโครงการนี้ถูกเนรมิตขึ้นโดยการร่วมมือกันของทีมดีไซน์ชั้นนำทั้งหมด 3 ทีมด้วยกันค่ะ เริ่มจาก SHMA จะสร้างสรรค์ในเรื่อง Landscape ทั้งหมด เหมือนยกป่าขนาดย่อมมาไว้กลางเมืองหลวง แต่ยังสามารถอยู่กับคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคนเมืองใหญ่ได้อย่างพอดี ทีม Steven เข้ามาดีไซน์งาน Interiors ออกแบบ Space ได้กว้างขวางพร้อมคัดสรรวัสดุชั้นเยี่ยม สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยจริง และทีม HB Design ดูแลด้าน Architect คิดละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางทิศทางของอาคารให้สอดคล้องกับทิศทางลมกับแสงแดด ตัวอาคารดูพรีเมียมแต่ยังคงกลมกลืนกับ Landscape ทั้งหมดออกมาได้อย่างลงตัว ได้ทั้งความเป็นส่วนตัว ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในบ้านที่มีธรรมชาติอยู่ล้อมรอบตัว และยังมีระบบ Home Automation ควบคุมการระบบไฟฟ้า และผ้าม่านภายในห้องได้อีกด้วย 

 

Facility แบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ๆ ค่ะ คือ

 

Facilities Cube จะอยู่บนอาคารสูง 3 ชั้น แยกตัวออกมาจากอาคารพักอาศัย ให้ได้นั่งพักผ่อนในบรรยากาศอันเงียบสงบ โดยจะมีทั้ง Garden Lounge, Changing room with steam room and Private Onsen, Swimming pool with kids pool, Pool deck and Jacuzzi และ Fitness

 

Courtyard Area พื้นที่สีเขียวกลางอาคาร ออกแบบมาให้ความรู้สึกเชื่อมต่อพื้นที่อาคาร และภายนอกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนไม่ว่าจะอยู่มุม Lawn Terrace, Waterfall Terrace หรือ Sunken Terrace ก็จะมีแต่ความสงบร่มรื่น

 

Embrace your hidden fascination ชีวิต ชีวา ณ โลกส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติ

 

Roof Top ของ Facilities Cube จะถูกวางเป็น Swimming Pool with Kids Pool 4 x 13 เมตร, Pool Deck ซึ่งวางเตียงริมสระน้ำไว้ด้วย และ Jacuzzi สร้างความเป็นส่วนตัวด้วย Green Wall สูงจากพื้นขึ้นมาบังสายตาจากด้านนอก เมื่ออยู่ในสระก็จะให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น

 

ชั้นเดียวกันกับสระว่ายน้ำ ก็จะมีห้องฟิตเนส โดยภายในยังคงคุมโทนสีน้ำตาลดูเป็นธรรมชาติอยู่

 

หน้าอาคาร Facilities Cube มี Sunken Terrace ให้นั่งพักผ่อนด้านนอก พร้อมฟังเสียงน้ำตกเล็กๆ จาก Waterfall Terrace 

 

Lawn Terrace ที่เป็น Courtyard กลางโครงการ ทำให้มี Space โล่งๆ ไม่ได้มีแต่อาคารให้ดูหนาแน่นจนเกินไป  

 

Courtyard ตรงกลางจะทำหน้าที่เชื่อมต่อส่วนกลางชั้นล่างของอาคารที่พักอาศัย กับส่วนกลางภายในอาคาร Facilities Cube ให้มีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน รวมถึง Facade ที่ใช้วัสดุอลูมิเนียมผสมผสานกับไม้ และกระจกใส ให้ดูกลมกลืนเข้ากันทั้งโครงการ   

 

The Living Room ใต้อาคาร A เชื่อมต่อจาก Lawn Terrace กลางอาคาร ยังคงคุมโทนสีเข้มให้รู้สึกเหมือนอยู่ในป่า ซึ่งสามารถเปิดประตูกระจก High Ceiling บานใหญ่รับลมธรรมชาติจากภายนอกได้

 

Garden Lounge เปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนที่ทั้งดูหรูหราด้วยหินอ่อน และได้ความสงบด้วยไม้ประดับต้นเล็กๆ รอบ Lounge กลมกลืนด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้ หวาย และเหล็กสีดำ

 

Lobby กั้นด้วยประตูกระจก High Ceiling ผสมกับไม้ ภายในได้เพดานสูงโปร่งดูโอ่โถงตกแต่งด้วยหินอ่อน อลูมิเนียมสีทอง และไม้สีเข้ม คุมโทนไม่หลุดคอนเซปความเป็นธรรมชาติ

 

 

Floor Plan

ทางเข้า-ออกอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 43 ทางทิศตะวันตกค่ะ โดยอาคาร A จะถูกวางเป็นรูปตัว I ด้านหน้าโครงการ และอาคาร B จะถูกวางเป็นรูปตัว L วางแนวด้านในสุดของโครงการ และส่วนกลางนั้นจะถูกวางเอาไว้แยกตัวออกมาเป็น 1 อาคาร ทางซ้ายด้านหน้าโครงการจำนวน 3 ชั้น โดยมีที่จอดรถชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้น รวมถึงส่วนกลางตรงกลางพื้นที่ของโครงการค่ะ ซึ่งทั้งโครงการจะปลูกต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบเอาไว้ทั้งหมด

 

Parking 100% ชั้นใต้ดินทั้ง 3 ชั้นค่ะ โดยกลางอาคารจะมีลิฟท์พร้อมบันไดหนีไฟติดตั้งไว้ด้วย ที่จอดรถก็จะล็อคที่เอาไว้ให้สำหรับทุกห้องเลยค่ะ โดยจะมีการออกโฉนดที่จอดรถให้เลยเป็นที่ประจำของแต่ละยูนิต ด้านข้างของแต่ละล็อคก็จะมีล็อคเกอร์แยกสำหรับแต่ละยูนิตเช่นเดียวกันค่ะ

ชั้น 2 จะเห็นภาพชัดเจนขึ้นค่ะว่ายูนิตพักอาศัยจากทั้ง 2 อาคาร จะถูกวางในทิศทางที่ไม่มีห้องไหนโดนบล็อควิวกันเลย และยังช่วยให้ไม่บังทิศทางของลมกันด้วยค่ะ โดยบางส่วนของอาคารที่มีซ้อนกันอยู่จะถูกจัดให้เป็นพื้นที่โถงลิฟท์ และทางเดินของอาคารค่ะ เป็นการออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยจริงได้อย่างลงตัวมากค่ะ และชั้น 2 ของอาคารส่วนกลาง จะจัดให้เป็นห้องน้ำส่วนกลางที่จะมาพร้อมกับ Steam Room, Private Onsen ค่ะ  

 

ชั้น 3 เป็นชั้นที่มี Terrace เล็กๆ เชื่อมต่อระหว่างสองอาคารที่พักอาศัย และยังสามารถบังฝนให้กับชั้นล่างได้ด้วย ส่วนที่อาคารส่วนกลาง จะเป็น Swimming Pool, Kids Pool, Pool Deck, Jacuzzi และห้องฟิตเนสค่ะ 

 

อาคาร A จะวางยูนิตในทิศเหนือ วิวสระว่ายน้ำ กับทิศใต้ วิวฝั่งถนนสุขุมวิท ส่วนอาคาร B จะวางยูนิตในทิศตะวันออก วิวนอกอาคาร กับทิศตะวันตก วิวสระว่ายน้ำ โดยทั้งสองอาคารจะมีลิฟท์โดยสารอาคารละ 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด แยกกันค่ะ

 

Roof Floor Plan ของทั้งสองอาคารจะถูกติดตั้ง Solar Panel เพื่อดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้กับส่วนกลางของโครงการ เป็นการประหยัดไฟได้ถึง 20,000 บาท/เดือน และยังมีแบตเตอรี่สำรองไฟเอาไว้ใช้ช่วงกลางคืนได้ด้วย ตรงนี้ส่งผลให้ค่าส่วนกลางลดลงกว่าปรกติด้วยนะคะ      

 

 

Unit Plan

 

โครงการนี้จะให้เฟอร์นิเจอร์มาแบบ Fully Fitted ทุกยูนิต Floor To Ceiling สูงถึง 3 เมตร ซึ่งถือว่าหาได้ยากมากสำหรับคอนโดมิเนียม Low Rise ส่วน Balcony มีพื้นที่กว้างขวางสามารถออกไปใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ที่สำคัญคือถูกออกแบบมาให้ไม่มี Condensing Unit วางอยู่ให้ดูรำคาญใจเลยค่ะ เพราะจะถูกซ่อนเอาไว้ด้านบนยูนิตของเรา ซึ่งจะไปแทรกตัวอยู่ภายในห้องนอนตรงริมหน้าต่างของยูนิตที่อยู่ด้านบนแทน โดยจุดที่ติดกับหน้าต่างนี้จะจัดให้เป็น Bay Window ปิดด้วยไม้ดูสวยงามเรียบร้อย เป็นการนำเอาเทคนิค Interlock เข้ามาใช้อย่างเกิดประโยชน์ในทุกส่วน ถ้ายังนึกภาพไม่ออกเราจะพาไปดูกันที่ห้องตัวอย่างค่ะ แต่ก่อนอื่นมาดูกันที่ Unit Plan คร่าวๆ ของโครงการก่อนค่ะ   

 

 

1 Bedroom 52.25 ตร.ม. ยูนิตขนาดเริ่มต้นของโครงการค่ะ จุดเด่นของ Type นี้จะอยู่ที่ประตูห้องน้ำแบบ Double Access เข้า-ออกได้ทั้งจากทางห้องครัวกับห้องนอนบริเวณ Walk In Closet ทำให้เวลามีแขกมาที่ห้องของเรา จะได้ไม่ต้องเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนจะเข้าห้องน้ำค่ะ ตรงนี้ถือว่าเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้น ซึ่งห้องน้ำจะมีส่วนเปียกทั้งที่เป็น Shower และ Bathtub ค่ะ  

 

1 Bedroom 54.00-54.50 ตร.ม. พื้นที่ขยับขึ้นมาอีกนิดค่ะแต่ยังอยู่ใน Type เดียวกัน ซึ่งมีความพิเศษตรงที่เป็น Customer’s Choices สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามต้องการ โดยหากมองแปลนทางซ้ายมือบริเวณ Walk In Closet หากเจ้าของห้องใช้พื้นที่ตู้เสื้อผ้าไม่มาก ก็สามาถให้ทางโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นห้องทำงานแทนได้ตามแปลนทางขวามือ หรือแม้กระทั่งการ Combine 2 ยูนิต 1 Bedroom ให้เป็นห้องเดียวกัน ทางโครงการก็ทำให้ได้นะคะ ทุกสิ่งก็เพื่อให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงได้มากที่สุด

2 Bedrooms 88.00 ตร.ม. ห้องขนาด 2 Bedrooms ก็เป็น Customer’s Choices เช่นเดียวกันค่ะ โดยสามารถเลือกได้ระหว่างพื้นที่ห้องนอน 1 กับห้องน้ำกว้างๆ หรือจะเปลี่ยนเป็นเพิ่มห้องทำงาน แต่ลดขนาดห้องนอน 1 กับห้องน้ำลงเล็กน้อย

 

 

2 Bedrooms 94.75 ตร.ม. ขนาดใหญ่ที่สุดของ Type 2 Bedrooms 2 Bathrooms เป็นขนาดที่ไม่ต้องเลือกระหว่างพื้นที่ห้องนอนกับห้องทำงานแล้วค่ะ เพราะจะได้พื้นที่ทุกห้องมากว้างมาก ทั้ง 2 ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ไปจนถึงระเบียงเลยค่ะ

 

2 Bedrooms Duplex 99.50-99.75 ตร.ม. โดยแปลนทางซ้ายจะเป็น Lower จัดให้เป็น Common Area พร้อมห้องน้ำสำหรับรับแขก ส่วนทางขวาเป็น Upper โดย Master Bedroom จะได้ Walk In Closet กับ Bay Window และห้องนอนที่ 2 จะได้ กระจกสูงสามารถมองลงไปที่ Living Room และยังได้ทิวทัศน์ด้านนอกอาคารด้วยกระจก High Ceiling ที่สูงขึ้นมาจาก Living Room จรดเพดานชั้น Upper

 

 

ห้องตัวอย่างสุดหรู

 

ห้องตัวอย่างของ EYSE SUKHUMVIT 43 จะอยู่ภายใน Sale Gallery ของโครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 ติด BTS ทองหล่อค่ะ ซึ่งจะมีให้ชม 1 ห้องตัวอย่าง Type 2 Bedrooms 88.00 ตร.ม. พร้อมเปิดต้อนรับทุกท่านให้เข้ามาสัมผัสความพรีเมี่ยมในวันที่ 16 กรกฎาคม นี้ค่ะ

 

 

 

Plan นี้คือห้องตัวอย่าง Type 2 Bedrooms 88.00 ตร.ม. ที่เราจะพาไปชมกันนะคะ

      

เริ่มกันตั้งแต่ประตูห้องกันเลยค่ะ ใช้บานสวิง 1 บานครึ่ง สูง 2.6 เมตร กว้าง 1.3 เมตร ใช้วัสดุไม้วีเนียร์ ซึ่งมีคุณสมบัติกันไฟได้ 1 ชม. อายุการใช้งานยาวนาน และสามารถซ่อมแซมแก้ไขพื้นผิวได้ง่าย อีกทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ Digital Door Lock จากแบรนด์ YALE

 

สวิทช์ Schneider Electric โดยจะมีไฟ LED บอกสถานะการเปิด-ปิดไฟเป็นสีฟ้าอยู่รอบปุ่ม และ Wallpaper ทางโครงการจะติดตั้งมาให้ด้วย ซึ่งมีให้เลือกระหว่างโทนสีเข้มและสีอ่อนค่ะ  

 

เปิดประตูเข้ามาก็มี Welcome Light ซึ่งเป็นไฟแบบ Downlight ที่ใช้ภายในห้องทั้งหมดค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องพอร์ซเลน โดยโซนแรกเราจะพบกับ Kitchen Room สไตล์ยุโรป ความสูง Floor To Ceiling  2.65 เมตร ชุดครัวจากแบรนด์ Poliform แบ่งเป็นด้านซ้ายเป็น One Wall Kitchen ส่วนด้านขวามือตรงกลางห้อง Kitchen Room เป็น Kitchen Island ที่ต่อด้วยโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง

 

Top เคาน์เตอร์ครัวทั้งหมด รวมถึงกรุผนังส่วนครัวตลอดแนวด้วยหินควอทซ์แบบเดียวกันทั้งเซต วัสดุปิดผิวบานตู้ทั้งหมดใช้สีขาวตัดกันกับสีเทาเข้มของหินควอทซ์ และใต้ตู้ด้านบนติดตั้งไฟเพิ่มแสงสว่างเวลาทำครัวเอาไว้ด้วยค่ะ

 

เมื่อเปิดบานตู้และลิ้นชักออกมาทั้งหมดก็จะมีหน้าตาแบบนี้ค่ะ ด้านในเป็นสีดำแบ่งเป็นชั้นๆ เพิ่มพื้นที่เก็บของได้มากกว่าเป็นตู้เปล่าค่ะ

 

ชุดครัวระดับ Hi-End จากยุโรป แบรนด์ Kuppersbusch ทั้งเตาอบ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน ได้มาครบชุดนี้เลยค่ะ

 

ซิงค์ล้างจาน 2 หลุมแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เพื่อป้องกันน้ำกระเด็นออกเวลาใช้งาน จากแบรนด์ FRANKE

 

นอกจากนี้ ใกล้กับประตูห้องจะมี Built in ตู้เคาน์เตอร์ 4 บานนี้

 

เปิดออกมาก็จะเป็นตู้เย็นที่มีช่อง  Freeze อยู่ด้านล่างค่ะ

 

Kitchen Island กลาง Kitchen Room ก็เป็นตู้เก็บของด้านล่างอยู่ด้วยค่ะ

 

ด้านขวามือจากประตูห้องมี Built in ตู้เก็บของทรงสูงมาให้ด้วย

 

ตู้ทรงสูงด้านนี้เป็นชั้นวางรองเท้านั่นเองค่ะ และยังซ่อนตู้ Breaker ไฟฟ้า เอาไว้ด้วยค่ะ

 

ที่มุมเดียวกันอีกฝั่งหนึ่งของ Built in ตู้เก็บของทรงสูงนี้ก็ยังใช้ประโยชน์ได้อีกค่ะ

 

เป็นตู้สำหรับวางเครื่องซักผ้าค่ะ โดยจะมีการต่อท่อน้ำมาให้ข้างในเรียบร้อย

 

ภาพรวมของ Kitchen Room ค่ะ

 

เชื่อมต่อพื้นที่ลึกเข้าไปภายในห้องที่ส่วน Living Room ค่ะ โดย Floor To Ceiling ของโซนนี้จะสูงถึง 3 เมตร ค่ะ

 

Living Room พื้นที่กว้างขวางมาก พอที่จะวางโซฟา L Shape ขนาดใหญ่ นอนเอนหลังได้สบายๆ ค่ะ ส่วนพื้นของ Living Room  ไปจนถึง Bedroom นั่นจะปูด้วยวัสดุ Compounded Wood ซึ่งถือเป็นไม้จริงทั้งตัว เพราะผิวหน้าเป็นแผ่นไม้จริงนำไปผ่านกระบวนการทำให้ไม้มีความทนทานมากขึ้น ส่วนเนื้อไม้ด้านล่างเป็นไม้จ๊อยท์ โดยมีคุณสมบัติไม่บิดงอ ปลวกไม่กินยาวนานถึง 10 ปี และสามารถขัดผิวหน้าทำความสะอาดได้

 

ระยะห่างระหว่างโซฟากับเคาน์เตอร์ทีวีกำลังพอดีค่ะ ไม่ชิดจนเกินไป ตู้ที่มาจากอิตาลี จะมีเฉพาะ ตู้ครัวและตู้เสื้อผ้าทั้งหมดค่ะ ตู้ Built-in ตู้นี้มีเฉพาะห้องแต่งค่ะ

 

เปิดบานตู้ออกมาก็จะพบกับชั้นวางได้อีกค่ะ

 

ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน โดยตัวกระจกลามิเนตสีเทา เป็นกระจก 2 ชิ้นประกบกัน โดยมีฟิล์มกั้นตรงกลาง ซึ่งมีคุณสมบัติกันความร้อนจากภายนอก ป้องกันและเก็บเสียงได้ดีกว่ากระจกธรรมดา ในกรณีที่กระจกแตกเศษกระจกจะไม่ร่วงหล่นลงพื้น แต่จะยึดติดกับตัวฟิล์ม ส่วนเฟรมอลูมิเนียม Powder Coat ช่วยให้ทนต่อรอยขีดข่วนได้มากกว่า ไม่ลอกร่อน ไม่เกิดรอยกระเทาะได้ง่าย

 

มือจับเป็นตัวยาวซึ่งใช้เป็นตัวล็อคกระจกได้ด้วยการสับขึ้น-ลงค่ะ ส่วนผ้าม่านทึบแบบนี้ทางโครงการก็ให้มาด้วยค่ะ

 

ให้รางม่าน 1 รางพร้อมม่านทึบค่ะ

 

Balcony ใช้ไม้เทียมตกแต่งด้านข้างทั้งหมด ราวระเบียงกระจกใสขอบอลูมิเนียมสีเงิน ซึ่งพื้นที่กว้างขวางพอที่จะนำโต๊ะ เก้าอี้ มาวางไว้สำหรับนั่งพักผ่อน หรือแม้แต่จะออกกำลังกายเบาๆ เล่นโยคะ ก็สามารถทำได้ค่ะ

 

อย่างที่บอกกันไปแล้วค่ะว่า Balcony จะไม่มี Condensing Unit วางไว้ให้เห็นเลย เพราะจะถูกวางเอาไว้ด้านบนยูนิตของเรา แล้วไปแทรกตัวอยู่ในห้องนอนของยูนิตด้านบนของเราค่ะ ลองเข้าไปดูที่ห้องนอนแรกกันเลยดีกว่าค่ะ จะได้เห็นภาพชัดขึ้น

 

ภายในห้องนอนแรก Floor To Ceiling 3 เมตร ตอนนอนจะทำให้รู้สึกโล่งสบายยิ่งขึ้น

 

หน้างต่างจะใช้กระจกลามิเนตสีเทา เฟรมอลูมิเนียม Powder Coat เช่นเดียวกันกับประตู Balcony ค่ะ แต่ในห้องนอนจะเป็นกระจกบานกระทุ้ง

 

ริมหน้าต่างห้องนอนจะมี Bay Window สูงขึ้นมาประมาณ 70 ซม. ซึ่งข้างในนี้จะเป็น Condensing Unit  ของห้องด้านล่าง หันหน้าเป่าลมร้อนออกนอกอาคารค่ะ โดย Bay Window นี้จะไม่ได้ปิดผิวเบาะโซฟาแบบนี้มาให้นะคะ ห้องจริงจะเป็นไม้ขึ้นมาให้เท่านั้น

 

นอกจากจะซ่อน Condensing Unit  ด้วยเทคนิค Interlock ได้อย่างสวยงามแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วยนะคะ

 

ภายในห้องทั้งหมดจะใช้เครื่องปรับอากาศแบบฝังฝ้าค่ะ ส่วนตู้เสื้อผ้าสีขาว และโต๊ะเครื่องแป้งที่เห็นนี้ก็ส่งตรงมาจากอิตาลี แบรนด์ Poliform

 

ออกจากห้องนอนแรก ตรงข้ามกันจะมีห้องเก็บของค่ะ

 

ภายในห้องเก็บของไม่ใช่แค่เป็นห้องโล่งๆ นะคะ แต่ยังมี Built in ชั้นวางของเอาไว้ให้ตลอดแนวกำแพง

 

สุดท้ายที่ห้อง Master Bedroom ด้านในสุดของห้องค่ะ กลางห้องจะเป็น Walk In Closet ด้านขวาเป็นห้องน้ำ ซ้ายมือเมื่อผ่าน Walk In Closet ไปแล้วจะเป็นเตียงนอนค่ะ ซึ่งโต๊ะเครื่องแป้งที่เห็นก็จะ Built in มาให้ยกเซตพร้อมตู้เสื้อผ้าค่ะ

 

ตู้เสื้อผ้าแบรนด์ Poliform ทั้งสองข้างสามารถแบ่งฝั่งเป็น For him & For her

 

ภายในตู้เสื้อผ้าจะมีไฟส่องสว่างติดเอาไว้ให้ด้วยค่ะ เพื่อความสะดวกในการหยิบจับนำมาใช้

 

จากโซน Walk In Closet ก่อนจะเข้าไปในโซนเตียงนอนจะกั้นด้วยประตูกระจก High Ceiling สีเทา แบบบานเลื่อน 2 ตอน เฟรมอลูมิเนียม Powder Coat

 

ภายใน Master Bedroom จะเป็นเตียง King Size วางอยู่กลางห้อง และยังคงเหลือพื้นที่ทางเดินได้รอบเตียงค่ะ

 

หน้าต่างยังคงใช้กระจกลามิตเนตสีเทา เฟรมอลูมิเนียม Powder Coat เช่นเดิมค่ะ แต่หน้าต่างของห้องนอนจะใช้เป็นกระจกบานกระทุ้ง

 

Bay Window ก็มีมาให้เช่นเดียวกันกับห้องนอนแรกค่ะ เพียงแต่ห้องจริงจะไม่มีการวางเบาะมาให้ มีเพียงเคาน์เตอร์ไม้ขึ้นมาให้เท่านั้น

 

ภาพรวมของ Master Bedroom ค่ะ โดยสุดท้ายเราจะพาไปดูกันที่ห้องน้ำ ซึ่งจะมีห้องน้ำในตัวสำหรับ Master Bedroom และห้องน้ำกลางของห้องค่ะ

 

Bathroom สุดพรีเมี่ยมนี้จะได้ทั้งหมดมายกเซตเลยค่ะ ตั้งแต่ง Floor To Ceiling 2.65 เมตร  พื้นและผนังใช้หินอ่อน กับกระเบื้องพอร์ซเลน  ซึ่งเป็นกระเบื้องแบบ Full Body อายุการใช้งานยาวนาน ทนทาน แข็งแกร่งกว่าหินจากธรรมชาติ รองรับน้ำหนักได้ดี ส่วนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเซรามิก Top หินสังเคราะห์ แบ่งฝั่ง For him & For her

 

เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดที่เห็นในห้องตัวอย่างนี้ หากใครที่อยากจะได้ตามแบบห้องตัวอย่าง นอกเหนือจากบางชิ้นที่โครงการให้มาอยู่แล้วก็สามารถติดต่อไปยัง ARKITEKTURA ร้านนำเข้าเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังระดับ Hi-End ก็จะมีเซตของโครงการนี้จัดเอาไว้ให้โดยเฉพาะ ซึ่งมีให้เลือก 2 โทนสี คือ LIGHT TONE และ NEUTRAL TONE  ในราคาพิเศษสำหรับลูกบ้าน EYSE SUKHUMVIT 43 โดยเฉพาะ 

 

ทุกดีเทลถูกเนรมิตขึ้นมาจนกลายเป็น EYSE SUKHUMVIT 43 โครงการคอนโดมิเนียม Low Rise ระดับพรีเมี่ยมด้วยโลเคชั่น และตัวโครงการเองตั้งแต่ทางเข้า ส่วนกลาง ไปจนถึงภายในห้องพักอาศัยในทุกตารางนิ้วของโครงการ ซึ่งทุกวันนี้ก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าโครงการจากสิงห์ เอสเตท ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังค่ะ ในราคาเริ่มต้น 13.99 ล้านบาท

 

Presales 21-22 กรกฏาคม ที่ Sales Gallery ติดกับ BTS ทองหล่อ อย่าลืมลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษ 200,000 – 400,000 บาท >>> http://bit.ly/2Nu7YiQ  

โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/