Tag : ทาวน์โฮม

144 ผลลัพธ์
บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย

บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย

Feel @ Ramintra ถ้าจะหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวสักหลัง สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือการเดินทางไปไหนมาไหนได้ สะดวกสบายที่สุด ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นทางด่วน และรถไฟฟ้าใช่ไหมคะ? ทางด่วนใกล้บ้านเราเชื่อมต่อเข้าไปถึงในเมือง เพื่อความสะดวกเวลาทำงาน หรือไปสนามบิน ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดได้ง่าย ยิ่งถ้ามีรถไฟฟ้าผ่านด้วยแล้วล่ะก็ จะยิ่งทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางที่ดีเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรากำลังพูดถึงโซนรามอินทราค่ะ เพราะสามารถใช้ ทางด่วนฉลองรัช หรือกาญจนาภิเษกได้ง่าย ในอนาคตก็กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย - มีนบุรี ผ่านตลอดทั้งถนน โดยตอนนี้กำลังก่อสร้างไปแล้วคาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2564 จะมีอะไรสะดวกสบายไปกว่านี้ล่ะคะ   Fine @ Facility    สิ่งอำนวยความสะดวกก็สำคัญไม่แพ้การเดินทาง เพราะก็คงไม่มีใครอยากฝ่ารถติดขับรถออกไปไกลๆ เสียเวลาเป็นวัน เพียงเพื่อไปหาซื้อของต่างๆ หรือหาอาหารรับประทานซักมื้อ ซึ่งในโซนรามอินทราเองก็มีความสะดวกมากพอ และมีห้างร้านให้เลือกหลากหลาย ตามแต่ความต้องการ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองตามไปชมด้วยกันค่ะ   Fashion Island และ The Promenade Fashion Island และ The Promenade อยู่ติดกันเลยค่ะ เดินเชื่อมต่อกันได้เลย เป็นห้างสรรพสินค้าที่ครองความนิยม อย่างไม่เสื่อมคลายของชาวรามอินทรา ไม่ใช่แค่มีทุกอย่างครบครันในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต  ร้านค้า-บริการ ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ ฟิตเนส นอกจากนั้นยังขยันมี Event หมุนเวียนกันมาชวนให้เดินเล่นอยู่ตลอด ซึ่งบริเวณด้านหน้าก็จะคึกคักเกือบจะตลอดเวลาเลยค่ะ มีรถสาธารณะอยู่หลากหลายเส้นทาง หรือใครที่ใช้รถยนต์ ก็สะดวกมาก เพราะสามารถเข้าสู่ถ.กาญจนาภิเษก ได้ใกล้นิดเดียว หรือจะเลือกไปทางถ.รัชดา-รามอินทรา เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเดินทางแห่งหนึ่งของโซนนี้เลยค่ะ   CentralPlaza Ramindra เป็นห้างสรรพสินค้าอีกแห่งที่น่าสนใจในย่านนี้ค่ะ ด้วยชื่อเสียงของแบรนด์ก็การันตีอยู่แล้ว ประกอบกับทำเลที่อยู่ใกล้กับ วงเวียนหลักสี่ ซึ่งในอนาคตอีกไม่กี่ปีก็จะกลายเป็นอีกจุด Interchange สำคัญ ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (ส่วนต่อขยาย) กับสายสีชมพูแคราย - มีนบุรี และจะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางจากชานเมืองเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่ายมากขึ้น     Ease Park คอมมูนิตี้มอลล์ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับใครที่แค่อยากจะซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกต หาอะไรทาน หรือแค่ Drive thru มารับกาแฟไปดื่ม ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถนานๆ ไม่ต้องเปลืองเวลาเดินให้เมื่อย Ease Park จึงเป็นอีก หนึ่งคำตอบที่ดีของคนในย่านนี้ค่ะ   Cr.ภาพจาก FB:ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา เปลี่ยนบรรยากาศมาเดิน Night Market บนพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าเป็นตลาดนัดช่วงกลางคืน ตั้งแต่ยุคแรก ของบ้านเราที่มีมาหลายปี มีผู้คนมาเดินจับจ่ายใช้สอยเยอะแทบทุกวัน เพราะเป็นแหล่งชอปสุดชิว มีสินค้าหลากหลาย เต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ เพียบ เปิดทุกวันตั้งแต่ช่วงเย็นเดินกันจนเมื่อยยาวไปถึงตีสอง นอกจากนี้ที่ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม หรือเรียกกัน ติดปากว่าเลียบด่วนรามอินทราแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร บรรยากาศดี คอมมูนิตี้ ห้างสรรพสินค้า อีกมากมาย หลายแห่ง แต่ก็ไม่แปลกนะคะที่ได้รับความนิยมกันมากขนาดนี้ เพราะเป็นถนนที่มีทางด่วนฉลองรัชพาดผ่านตลอดทั้งสาย การเดินทางก็ทั้งง่ายทั้งสะดวกขึ้นอีกเยอะ   Cr.ภาพจาก FB:Siamparkcity สวนสยามทะเล-กรุงเทพฯ Cr.ภาพจาก FB:Safari World Fun @ สวนสยาม และซาฟารีเวิลด์ ลองนึกดูนะคะ ในกรุงเทพฯ จะมีสักกี่แห่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนไม่ไกลจากบ้านเรา ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ส่วนมากก็จะนึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากไปเดินห้าง แต่ถ้าลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นสวนน้ำ สนุกกับเครื่องเล่น หรือโชว์ของเหล่าสัตว์แสนรู้ อย่างสวนสยาม และซาฟารีเวิลด์แล้วล่ะก็รับรองว่าจะได้อีกบรรยากาศในการพักผ่อน หย่อนใจชิวๆ แบบที่ตัวเมืองกรุงเทพฯ ชั้นในไม่มีอย่างนี้แน่นอนค่ะ ยิ่งหากครอบครัวไหนมีลูกหลานแล้วล่ะก็ พาออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยตัวเอง แถมยังใกล้บ้านก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกรูปแบบหนึ่งนะคะ   บ้านกลางเมือง รามอินทรา ทาวน์โฮมโมเดลใหม่ล่าสุด Luxurious Master Bedroom Multi-Functional Room 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 145 ตารางเมตร ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18 ตร.วา ฟังก์ชั่นตอบสนองความเป็นส่วนตัว ด้วยพื้นที่ชั้น 3 ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้เต็มพื้นที่ ภายในโครงการได้ความเงียบสงบภายในโครงการบนพื้นที่กว่า 23 ไร่ ซึ่งจะมีสวนสาธารณะ และสวนหย่อมกระจายอยู่ในโครงการรวมแล้วกว่า 1 ไร่ พร้อมมีสโมสรส่วนกลางที่มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส อุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ Katsan และ กล้อง CCTV ตรงทางเข้า–ออกโครงการ     บ้านกลางเมือง รามอินทรา ตั้งอยู่ภายในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ท่ามกลางทำเลที่ตั้งแวดล้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ใกล้ทางด่วน 2 สาย ทั้งถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ซึ่งจะไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ได้ และทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (จตุโชติ) ที่จะพาเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นพระราม 9 เอกมัย ทองหล่อ และถนนสุขุมวิท โดยเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางเข้าสู่ตัวโครงการ คือ ถ.คู้บอน แล้ววิ่งเส้นคู่ขนานกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ที่สำคัญค่ะ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีคู้บอน อยู่ตรงปากทางเข้าถ.คู้บอนพอดี ก็จะยิ่งทำให้มีทางเลือกในการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น     เปิดบ้านตัวอย่าง เมื่อเข้ามาในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ก็จะพบว่าทางเข้าโครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา จะอยู่ติดกับโครงการ Pleno รามอินทรา โดยจะมี Main Gate ที่พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. กล้อง CCTV ซึ่งสามารถเข้าไปชมบ้านตัวอย่างและส่วนกลางจริงภายในโครงการกันได้แล้วค่ะ    ก่อนอื่นเราจะพาไปชม Club House สีขาวโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศของสวนสีเขียว ใช้เส้นสายโค้งมนส่งไปถึงลายฉลุบนตัวอาคาร ซึ่งเมื่อไรที่กระทบกับแสงอาทิตย์ก็จะเกิดเป็น Shadow&Shade ผสานกันระหว่างสวนธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมกลางโครงการ เมื่อก้าวเข้าสู่ตัว Club House ชั้นล่าง เราจะถูกต้อนรับด้วยเสียงของน้ำจาก SALT SYSTEM SWIMMING POOL ริมสระใต้ร่มเงาของอาคารมี Sunbed ให้ได้นอนพักอย่างผ่อนคลาย ส่วนใครที่ชอบออกกำลังกายแบบ ACTIVE ขึ้นมาอีกก็จะมีห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ เพดานสูงบวกกับกระจก Full Height ล้อมรอบให้ได้ชมวิวธรรมชาติภายนอกไปด้วยอยู่ที่ชั้น 2      ได้เวลาเข้าไปชมทาวน์โฮมตัวอย่างกันแล้วค่ะ โดยตัวทาวน์โฮมจริงที่ลูกบ้านจะได้นั้นมีกันสาดบริเวณลานจอดรถหน้าบ้านแบบพับเก็บได้ ชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทุกห้อง ปั๊มน้ำ แทงค์น้ำ และเครื่องปรับอากาศ Daikin พร้อมติดตั้งมาให้ พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว โดยหน้าบ้านจะสามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คัน มีเฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้า และใช้ประตูทางเข้าหลักเป็นกระจกบานเลื่อนพร้อมระบบ Double Lock    เข้าสู่ชั้นแรกในตัวทาวน์โฮมจะพบกับพื้นที่กว้างๆ สำหรับจัดเป็น Living Room และเชื่อมต่อลึกเข้าไปด้านในก็สามารถทำเป็น Kitchen Room ลักษณะแบบครัวเปิด พร้อมพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งได้สบายๆ โดยจะมี Powder Room ที่ใช้ประตูเลื่อนบานทึบอยู่ระหว่าง Living Room กับ Kitchen Room เหมาะสำหรับใช้เพื่อรับแขก จึงไม่จำเป็นต้องมีส่วนเปียกค่ะ ซึ่งห้องน้ำทุกห้องจะมีหน้าต่างกระจกฝ้าบานกระทุ้งด้านบนเหนือศรีษะด้านในสุดของห้อง เพื่อเพิ่มแสงเข้ามาภายใน และยังช่วยให้เปิดระบายความอับชื้นได้ดีอีกด้วย              ด้านในสุดของชั้นแรกนี้จะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นก่อนออกไปทางหลังบ้าน แต่หากเป็นที่ดินแปลงมุมก็จะได้ประตูกระจกด้านข้างเพิ่มอีก ช่วยให้ออกไปยังพื้นที่ข้างบ้านได้สะดวกขึ้น และยังช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติเข้าสู่ด้านในให้ดูโปร่งยิ่งขึ้นด้วยนะคะ โดยสำหรับบ้านตัวอย่างหลังนี้พื้นที่บริเวณหลังบ้านจะถูกจัดให้เป็น Glass House ในบรรยากาศนั่งจิบชาท่ามกลางสวนส่วนตัวในบ้าน ก็เป็นอีกไอเดียแต่งทาวน์โฮมที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ทีเดียวค่ะ   ขึ้นมาบนชั้น 2 กันบ้างค่ะ ตัวพื้นจะปูด้วยลามิเนต ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนอน 2 ห้อง แยกเป็นฝั่งทางหน้าบ้านกับทางหลังบ้าน ส่วนบริเวณตรงกลางจะเป็นห้องน้ำค่ะ ก่อนอื่นเข้าไปชมที่ห้องนอนแรกทางฝั่งหลังบ้านกันก่อนค่ะ จะเป็นห้องที่มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนอยู่กลางห้อง มีมุมสำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้พอดี พื้นที่ภายในห้องสามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ พร้อมกับโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน ถือว่าเป็นห้องนอนขนาดเริ่มต้นของบ้านที่ได้ขนาดกำลังดีเลยค่ะ   ห้องน้ำจะแยกส่วนเปียก-แห้ง ออกจากกัน โดยจะใช้สุขภัณฑ์จาก American Standard ครบชุดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ก๊อกน้ำ โถสุขภัณฑ์ แกนใส่ทิชชู่ สายชำระ ฝักบัว และยังมีกระจกเงาติดตั้งมาให้ด้วย พื้นและผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคแบบที่เห็นนี้เลยค่ะ   ห้องนอนที่ 2 ฝั่งหน้าบ้านจะได้ระเบียงส่วนตัวเพิ่มขึ้นมา โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนระเบียงจะกั้นด้วยราวกันตกเป็นเหล็กโปร่ง   ขึ้นมาชั้นบนสุดของบ้านค่ะ ซึ่งที่ชั้น 3 นี้จะมีทั้งห้องอเนกประสงค์ เป็นพื้นที่เปิดโล่งอยู่ด้านนอกใกล้กับบันได ห้องน้ำ และ Master Bedroom เป็นชั้นที่เหมาะสำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกหน่อย เพราะห้องอเนกประสงค์สามารถดัดแปลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นแยกออกมาจากชั้นล่าง ห้องทำงาน ฯลฯ ซึ่งจะได้ความโปร่ง ไม่ดูทึบจนเกินไป   สำหรับห้องน้ำของชั้น 3 จะออกแบบมาให้เป็นประตูแบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างห้องอเนกประสงค์ด้านนอก กับส่วน Walk In Closet  ภายในห้อง Master Bedroom ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทางโครงกรจะติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานค่ะ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง เสริมตู้เก็บของไว้ด้านล่าง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ส่วนเปียกด้านในสุดก็ติดตั้งฝักบัวเอาไว้ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ตลอดแนวผนังส่วนแห้ง    สุดท้ายที่ Master Bedroom ของจะมีส่วน Walk In Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำ มีพื้นที่สามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าได้มากขึ้นตลอดแนวผนัง และมีระเบียงส่วนตัวออกไปยังฝั่งหน้าบ้าน โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ราวกันตกเหล็กโปร่งแบบเดียวกันกับระเบียงชั้น 2 ถือเป็นชั้นที่ได้ความสะดวกสบายที่สุดค่ะ      รามอินทราเป็นย่านเดียวที่ให้ความรู้สึกครบทั้ง Feel Fun Fine มีสีสันหลากหลายครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัว เฉกเช่นเดียวกันกับ “บ้านกลางเมือง รามอินทรา” ที่มีพื้นที่สามารถรองรับทุกคนในครอบครัวได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ทุกสิ่งก็พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.79 ล้านบาท   เปิดจองโซนใหม่ หน้าคลับเฮ้าส์ #เป็นเจ้าของบ้านได้ง่าย ผ่อนล้านละ 1,000 บาท* ส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* ฟรี เครื่องปรับอากาศ* และค่าจดจำนองการโอน* ภายใน 30มิถุนายน 62 นี้เท่านั้น (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)        
พฤกษา เตรียมเปิดจอง The Plant ซิตี้ แจ้งวัฒนะ ทาวน์โฮมทำเลทอง ติดอิมแพ็คเมืองทองธานี

พฤกษา เตรียมเปิดจอง The Plant ซิตี้ แจ้งวัฒนะ ทาวน์โฮมทำเลทอง ติดอิมแพ็คเมืองทองธานี

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท - แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ บริษัทฯ จะเปิดให้จองโครงการ The Plant ซิตี้ แจ้งวัฒนะ ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ซึ่งเป็นโซนใหม่ ติดถนนใหญ่หน้าโครงการ  บนสุดยอดทำเลติดถนนใหญ่ป๊อปปูล่า เมืองทองธานี  ซึ่งในปัจจุบันทำเล “เมืองทองธานี” เป็นย่านที่มีการขยายตัวทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว   เนื่องจากมีธุรกิจที่ให้บริการหลากหลาย ทั้งงานจัดแสดงสินค้า นิทรรศการ ประชุมสัมมนา งานเลี้ยงสังสรรค์ คอนเสิร์ต กิจกรรมพิเศษอื่นๆ มากมายตลอดปี  อีกทั้งยังมีร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง สถานศึกษา รวมถึงที่พักอาศัยโดยรอบ ซึ่งถือว่ามีความครบครัน ทำให้เมืองทองธานีผู้คนหลั่งไหลเข้าออกเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน  โครงการ The Plant ซิตี้ แจ้งวัฒนะ เป็นทาวน์โฮมโครงการเดียวในเมืองทองที่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน และติดถนนใหญ่ โดยสามารถอยู่อาศัย ทำร้านค้า หรือโฮมออฟฟิศ ด้วยหน้ากว้างถึง 7.7 เมตร ซึ่งมีเพียง 22 ยูนิตเท่านั้น โดยจะเปิดพรีเซลในวันที่ 30 มีนาคม 2562  ลูกค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ก่อนจองทางเว็บไซต์หรือสำนักงานขายภายในวันที่ 10 มีนาคม 2562”   The Plant ซิตี้ แจ้งวัฒนะ เป็นทาวน์โฮมสไตล์ Luxury Loft โดยนำแนวคิดจากสถาปัตยกรรมแห่งการอยู่อาศัยที่ผสมกลิ่นอายความโมเดิร์นเรียบหรูเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ตัดรูปทรงด้วยกรอบเส้นที่คมชัด พร้อม Shade Panel ช่วยป้องกันแสงแดด และลดความร้อน สามารถเปิดปิดได้ตามความต้องการ อีกทั้งออกแบบให้ทุกฟังก์ชั่นใช้งานได้หลากหลาย โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยที่มากถึง 235 ตารางเมตร  และหน้าบ้านที่กว้างถึง 7.7 เมตร ซึ่งกว้างกว่าทาวน์โฮมทั่วไป ขนาดที่ดินเริ่มต้น 26.9 ตารางวา ให้คุณจัดสรรพื้นที่ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะอยู่อาศัยหรือทำธุรกิจ ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนด่านเมืองทองธานี ใกล้รถไฟฟ้า MRT  เพียง 300 เมตร สถานศึกษา และห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากมาย อาทิ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1739 หรือ pruksa.com    
EVER ประเดิมโครงการแรก แบรนด์ “เอเวอร์ซิตี้” ทาวน์โฮมเหนือระดับ…คิดเผื่อทุกรายละเอียดของชีวิต

EVER ประเดิมโครงการแรก แบรนด์ “เอเวอร์ซิตี้” ทาวน์โฮมเหนือระดับ…คิดเผื่อทุกรายละเอียดของชีวิต

บมจ.เอเวอร์แลนด์  (EVER) ได้เวลาขยายแนวรบบุกตลาดอสังหาฯแนวราบ ประเดิมโครงการแรก ภายใต้แบรนด์ “เอเวอร์ซิตี้” บนทำเลทองย่านสุขสวัสดิ์ 30-พุทธบูชา มูลค่า 380 ล้านบาท “ทาวน์โฮมเหนือล้ำจินตนาการ  (Evercity Suksawat 30 - Puttaboocha)” นิยามใหม่ของทาวน์โฮมพร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย  ราคาเริ่มต้นเพียง 2 .89 ล้านบาท  พร้อมพรีเซลวันที่ 9–10 มีนาคม 62 นี้   นายสวิจักร์ โลจายะ ประธานกรรมการ บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) (EVER)  ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “เดอะโพลิแทน” ทำเลย่านสนามบินน้ำ ,โครงการแนวราบ บ้านเดี่ยว แบรนด์  “มายโฮม อเวนิว” และทาวน์โฮม แบรนด์ “เอเวอร์ ซิตี้” เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยแผนธุรกิจในปี 2562 เตรียมบุกตลาดโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบเพิ่มขึ้น  เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ผลักดันให้รายได้เติบโตอย่างแข่งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต   ทั้งนี้ บริษัทฯเตรียมเปิดโครงการทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ “เอเวอร์ ซิตี้”  ซึ่งถือเป็นโครงการแรก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทาวน์โฮมเหนือล้ำจินตนาการ (Evercity Suksawat 30–Puttaboocha” นิยามใหม่ของทาวน์โฮม พร้อมการออกแบบฟังก์ชั่นการดีไซน์ห้องที่ลงตัว และคุ้มค่าด้วยดีไซน์หรูหรา และแตกต่าง สะท้อนความสำเร็จของคนพิเศษเช่นคุณราคาเริ่มต้น 2.89  ล้านบาท เตรียมเปิดพรีเซลในวันที่  9-10  มีนาคม 2562   โดยโครงการดังกล่าวเป็นทาวน์โฮมหรู 2 ชั้น สไตล์ฝรั่งเศส FranÇais Palais (French Palace) สวยสง่าตั้งแต่ตัวบ้านจรดรั้วบ้าน ดีไซน์พิเศษติดตั้งกล่องจดหมายวินเทจ วัสดุที่ใช้คัดสรรแต่เกรดพรีเมี่ยม นำเข้าจากต่างประเทศ ตกแต่งราวบันไดและระเบียงให้ดูเหนือระดับยิ่งกว่าด้วย Wrought Iron ดูภูมิฐาน สะท้อนความสำเร็จในชีวิตของคุณ   “โครงการ เอเวอร์ ซิตี้ สุขสวัสดิ์ 30-พุทธบูชา” เป็นโครงการแนวราบแรก EVER ในปีนี้ ซึ่งเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1/2562 และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม จากจุดขายที่ลงตัว และการออกแบบฟังก์ชันการดีไซน์ห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า สอดคล้องคอนเซ็ปต์ “ทาวน์โฮมเหนือระดับ...คิดเผื่อทุกรายละเอียดของชีวิต” ซึ่งโครงการนี้ถือเป็น 1 ใน 3 โครงการแนวราบ ตามแผนจะเปิดใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาทในปีนี้ และจะทยอยเห็นการเปิดขายต่อเนื่องในปีนี้”นายสวิจักร กล่าว   ประธานกรรมการ บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) (EVER)  กล่าวอีกว่า โน้มผลการดำเนินงานในปี 2562 คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นปีที่เริ่มรับรู้จากโครงการต่างๆที่ลงทุน จากโครงการแนวสูงแบรนด์ เดอะโพลิแทน และโครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ "มายโฮม อเวนิว" รวมถึงทาวน์โฮม ที่จะทยอยเปิดตัวในไตรมาส 1 ปีนี้  รวมทั้งยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน (Backlog) ในมือที่จะสนับสนุนเพิ่มเติมด้วย      
เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว–นวมินทร์  เปิดจองครั้งแรกในงาน VVIP รับส่วนลดสูงสุด 450,000 บาท

เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว–นวมินทร์ เปิดจองครั้งแรกในงาน VVIP รับส่วนลดสูงสุด 450,000 บาท

เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว–นวมินทร์ ทาวน์โฮมความสุขไซส์ XL ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง เปิดจองครั้งแรกในงาน VVIP Day 23 กุมภาพันธ์นี้ รับส่วนลดสูงสุด 450,000 บาท   โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ โครงการที่อยู่อาศัยรูปแบบทาวน์โฮม 3 ชั้น ภายใต้แนวคิด “XL สเปซ XL ความสุข” พัฒนาโดย บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ฉีกทุกกฎของทาวน์โฮมแบบเดิมๆ ด้วยแนวคิดและการออกแบบ เพื่อให้เหมาะกับชีวิตคนเมือง และครบทุกฟังก์ชั่นของการอยู่อาศัย ด้วยถนนภายในโครงการกว้าง 12 เมตร พื้นที่ใช้สอยในบ้านเทียบเท่าบ้านเดี่ยวสูงสุด 220 ตารางเมตร การออกแบบห้องผู้สูงอายุชั้น 1 พร้อมหน้าต่างระบายอากาศกว้างพิเศษเพื่อรับแสงและลมประหยัดพลังงาน พร้อมคลับเฮ้าส์สระว่ายน้ำและสวนสาธารณะขนาดใหญ่   พบกับทาวน์โฮมที่ตอบโจทย์ “สเปซแห่งความสุข” ของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริงได้ที่ โครงการเดอะ วิชั่น ลาดพร้าว - นวมินทร์ บนพื้นที่ 33 ไร่ ตั้งอยู่ในซอยนวมินทร์ 85 ในราคาเริ่มต้นที่ 2.79 ล้านบาท ครบทุกฟังก์ชั่น เหมาะสำหรับลูกค้าที่มองหาบ้านหลังแรกหรือการขยับขยายครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น บนทำเลที่การเดินทางสะดวกสบาย ใกล้ทางด่วน รามอินทรา–อาจณรงค์และวงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้ศูนย์การค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พบข้อเสนอพิเศษ ส่วนลดสูงสุดถึง 450,000 บาท ในงาน VVIP Day กับการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 23 – 24 กุมภาพันธ์ 2562 สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02 029 9999 หรือ www.allinspire.co.th      
“ดี–แลนด์ฯ” ระดมทัพ 3 โครงการโซน EEC จัดแคมเปญแจกทอง–มอบส่วนลดสุดพิเศษ

“ดี–แลนด์ฯ” ระดมทัพ 3 โครงการโซน EEC จัดแคมเปญแจกทอง–มอบส่วนลดสุดพิเศษ

“ดี–แลนด์ฯ” ระดมทัพ 3 โครงการโซน EEC อัดแคมเปญปลุกกำลังซื้อ–หนีมาตรการ LTV รุกผุด 3 โปรเจกต์ใหม่ปั๊มยอดสิ้นปี 1,350 ล้านบาท ดี-แลนด์ฯ ขน 3 โครงการคุณภาพใจกลางเมืองศรีราชา จังหวัดชลบุรี และระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จัดแคมเปญแจกทอง–มอบส่วนลดสุดพิเศษ  วันที่ 23–24 กุมภาพันธ์นี้ หวังกระตุ้นกำลังซื้อก่อนมาตรการ  LTV มีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 2562  พร้อมประกาศแผนธุรกิจปี 2562 เดินหน้าพัฒนา 3 โปรเจกต์ มูลค่ารวม 1,500 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายรวมสิ้นปีทะยาน 1,350 ล้านบาท   นายศิริพงษ์ สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี–แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ในเขตกรุงเทพฯ ตอนใต้ พระราม2–สมุทรสาคร โซนภาคตะวันออก และโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก เปิดเผยว่า  ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลได้เร่งผลักดันโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ระยอง และชลบุรี ส่งผลให้มีผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามาลงทุนเพื่อรองรับดีมานด์ที่อยู่อาศัยในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะใช้มาตรการคุมเข้มสินเชื่อบ้านแบบใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 ด้วยการกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำหรืออัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value : LTV) สำหรับผู้กู้ซื้อบ้านสัญญาที่ 2 ขึ้นไป และผู้ซื้อบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยผู้กู้ต้องวางเงินดาวน์ 20-30% รวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างแน่นอน     สำหรับแนวทางรับมือกับผลกระทบดังกล่าวรวมถึงการดูแลลูกค้า ในเบื้องต้นบริษัทฯ ได้จัดมินิแคมเปญ (Mini Campaign) “รับทองคำแท่ง 2 บาท!! ก่อนมาตรการรัฐ” พร้อมราคาเริ่มต้นสุดพิเศษ ในระหว่างวันที่ 23–24 กุมภาพันธ์ 2562 โดยโครงการที่ร่วมแคมเปญดังกล่าว ประกอบด้วย   1. โครงการดีทาวน์ โกรว์ สวนเสือ–ศรีราชา อาคารพาณิชย์แนวคิดใหม่ ฟังก์ชันอพาร์ทเม้นท์ ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการครบทุกด้าน  6 ห้องเช่า 6ห้องน้ำในตัวทุกห้อง ชั้นล่างสามารถทำธุรกิจสำหรับเจ้าของกิจการหรือปล่อยเช่าหน้าร้าน ชั้นบนเป็นส่วนตัวด้วยทางเข้า–ออกแยกเป็นอิสระ ห้องพักแบ่งสัดส่วนลงตัว พร้อมตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ ติดถนนใหญ่ ในทำเลศักยภาพใกล้ย่านธุรกิจที่เหมาะสำหรับการลงทุน ราคาเริ่มต้น 2.6 - 9 ล้านบาท พร้อมการันตีค่าเช่า 2 ปี     2. โครงการบ้านดี เดอะมอนเทอเรย์(ศรีราชา–อัสสัมชัญ) ทาวน์โฮม 2 ชั้น สไตล์อเมริกัน คอทเทจ ใจกลางเมืองศรีราชา ใกล้สถานที่อำนวยความสะดวกมากมาย 4 ห้องนอน 2 ที่จอดรถ เพียง 400 เมตรจากวัดไร่กล้วย ใกล้โรงเรียนอัสสัมชัญ อิออนมอลล์ โรบินสันศรีราชา และเจ พาร์ค  ศรีราชา ราคาเริ่มต้น  99 ล้านบาท รับทองคำแท่ง 2 บาททุกหลัง  ซึ่งขณะนี้มีจำนวน 5 ยูนิต และ   3. โครงการบ้านดี เดอะวัลเล่ย์ ปลวกแดง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นบ้านแฝดและทาวน์โฮมสไตล์ทัสคานี สถาปัตยกรรมที่งามสง่าหรูหรา และมีระดับ ตามแบบฉบับอิตาลี เปิดเฟสใหม่ ใกล้สโมสรสวยเหนือระดับ 3 ห้องนอน 2 ที่จอดรถ  พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที จำนวน 9 ยูนิต  ราคาเริ่มต้นล้านต้นต้น รับเพิ่มทองคำแท่ง 2 บาท พร้อม โปรโมชั่นอีกมากมาย   “นอกจากจัดรายการส่งเสริมการขายด้วยการนำโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ  ของบริษัทฯ มาทำการรีเซล (Resale) แล้ว บริษัทฯ ได้มีการหารือกับทางธนาคารพาณิชย์เพื่อหาทางออกให้กับลูกค้าที่ซื้อสินทรัพย์เพื่อลงทุน เช่น การคำนวณรายได้ที่จะสะท้อนรายได้ในอนาคต เพื่อสร้างแรงจูงใจและสร้างโอกาสในเรื่องการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน เป็นต้น ซึ่งในปี 2562 บริษัทฯ มีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่อีก 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท ได้แก่ โครงการทาวน์เฮาส์ในทำเลย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ โครงการทาวน์เฮาส์ที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง และโครงการคอนโดมิเนียมที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  โดยปี 2562 นี้ พร้อมทั้งตั้งเป้ายอดขายรวม 1,350 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 1,200 ล้านบาท และธุรกิจค้าปลีก 150 ล้านบาท” นายศิริพงษ์ กล่าวในตอนท้าย   สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1793 และ 088-243-8855 หรือคลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.dl.co.th และ facebook: Dlandclub    
คว้าโอกาสสุดท้าย! กู้เต็ม 100% ก่อนโดนมาตรการเข้มปีหน้า

คว้าโอกาสสุดท้าย! กู้เต็ม 100% ก่อนโดนมาตรการเข้มปีหน้า

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมี “บ้าน” เป็นของตัวเอง คือความฝันของทุกคน โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ต้องการสร้างครอบครัว และขยายพื้นที่แห่งความสุขกับคนที่ตัวเองรัก หลายๆ คน อาจจะมีบ้านหลังแรกแล้ว ซึ่งคนรุ่นใหม่มักจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมซึ่งอยู่ในย่าน CBD ใกล้แหล่งงาน หรือตามแนวเส้นรถไฟฟ้า เน้นเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นหลัก แต่ถ้าในวันหนึ่งที่เราต้องการขยับขยายพื้นที่อยู่อาศัย “บ้านหลังที่ 2” อาจเป็นคำตอบสำหรับคนที่ต้องการสเปซที่มากขึ้น เพื่อรองรับสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้น มีพื้นที่ให้เราทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว และให้เราได้ออกแบบชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และที่สำคัญต้องอยู่ในทำเลที่เดินทางเข้าเมืองสะดวก ใกล้ทางด่วน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตยุคใหม่เช่นเดียวกับการอยู่อาศัยในคอนโดในเมือง         ที่ผ่านมา การซื้อบ้านสักหลังอาจจะไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากแบงก์ได้ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบถึง 95% ทำให้ผู้ซื้อวางเงินดาวน์เพียงแค่ 5% ของมูลค่าหลักทรัพย์ เช่น ถ้าคุณซื้อบ้านเดี่ยวราคา 5 ล้าน คุณวางเงินดาวน์เพียงแค่ 250,000 บาทเท่านั้น และยิ่งถ้าเป็นคุณซื้อบ้านจากดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ๆ ที่น่าเชื่อถือแบงก์อาจปล่อยกู้ถึง 100% โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินออมเลยก็ได้ แต่หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ได้ประกาศกฏเหล็ก “เกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่” โดยออกมาตรการ LTV (Loan to Value = อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน) คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ เพื่อป้องกันการเกิดหนี้เสีย โดยมีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 2562 ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่กระทบคนที่กู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้าน เพราะว่ายังคงใช้ใช้เกณฑ์ LTV เดิม คือวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 0-10% แต่กระทบคนที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 ที่ยังผ่อนสัญญาแรกไม่หมด ซึ่งทำให้ผู้ซื้อต้องวางเงินดาวน์ถึง 20% ในการกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากเดิมที่คุณวางเงินดาวน์เพียงแค่ 250,000 บาท (5%) คุณจะต้องวางเงินดาวน์ถึง 1,000,000 บาท (20%) สำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังละ 5 ล้าน!! สำหรับใครที่อยากซื้อบ้านหลังที่ 3 (แต่ยังผ่อนสัญญาที่ 1-2 ไม่หมด) ไม่ว่าราคาเท่าไหร่ก็ตาม จะต้องวางเงินดาวน์ 30%!!!   แน่นอนว่า มาตรการ LTV ใหม่นี้ทำให้ผู้ที่ต้องการจะซื้อบ้านต้องมีเงินออมก้อนใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนมีรายได้น้อย-ปานกลาง ซึ่งอาจจะมีฐานเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000-30,000 บาท ลองคิดดูว่าคุณต้องใช้เวลานานแค่ไหน กว่าจะมีเงินออม 1,000,000 บาท สำหรับวางเงินดาวน์ มาตรการใหม่นี้จึงทำให้โอกาสที่คุณจะมีบ้านเป็นของตัวเองลดลง หรืออาจจะไม่มีโอกาสเลย!!! นอกจากนี้ เกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ยังกำหนดให้มีการนับรวมสินเชื่อ Top-up รวมในวงเงินขอกู้สินเชื่อบ้านทุกประเภทที่อ้างอิงหลักประกันเดียวกันในวงเงินที่ขอกู้ เช่น สินเชื่อเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ เพื่อตกแต่งบ้าน ยกเว้นสินเชื่อเพื่อจ้ายเบี้ยประกันชีวิตผู้กู้ (MRTA) ประกันวินาศภัย และสินเชื่อที่ให้กับธุรกิจ SMEs       สำหรับใครที่กำลังวางแผนซื้อบ้านในอนาคต นี่คือโอกาสสุดท้ายที่คุณต้องเร่งตัดสินใจ ก่อนเจอมาตรการเข้มแบงก์ชาติปีหน้าจะเห็นได้ว่าช่วงนี้บรรดาผู้ประกอบการต่างพร้อมใจกันปล่อยของพร้อมโปรโมชั่นเด็ด แบบจัดเต็ม จัดหนักส่งท้ายปี   หนึ่งในแบรนด์บ้านคุณภาพที่น่าจับตามองในตอนนี้ คือ บริทาเนีย (Britania) จากบริษัท ออริจิ้น เฮาส์ จำกัด ในเครือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการเปิดตัวโครงการแรก “บริทาเนีย ศรีนครินทร์” บ้านเดี่ยว-บ้านแฝดสไตล์อังกฤษ เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งโครงการ SOLD OUT 90% โดยแบรนด์ “บริทาเนีย” เกาะทำเลที่มีการแข่งขันไม่สูงมาก แต่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) และมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วนใกล้รถไฟฟ้า และรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย และกลางเดือนธันวาคม 61 นี้ ออริจิ้นมอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี เปิดจองบ้านบริทาเนีย “3 โครงการใหม่ บน 3 ทำเลที่ดีที่สุด” รอบพิเศษก่อนพรีเซลในราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 1.99 ล้าน*!!! มาพร้อม facilities ครบครัน ออกแบบอย่างทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุค 4.0 โดยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไปในที่อยู่อาศัยพร้อมบริการระดับโรงแรม มอบความสะดวกสบายให้กับชีวิตคุณ ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน ช่างซ่อมบำรุง บริการซักรีด หรือคนสวนโดดเด่นด้วยดีไซน์และเลย์เอาท์ที่ออกแบบอย่างแตกต่างให้ผู้อยู่อาศัยได้ดีไซน์ชีวิตตัวเองได้มากขึ้นบนพื้นฐานของความครบ สะดวกสบาย ตามไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และที่สำคัญมาพร้อม “ข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปี” ที่คุณไม่ควรพลาด!!!     1. โครงการ บริทาเนีย เมกะทาวน์-บางนา (Mega Town Bangna) ทาวน์โฮม-บ้านซีรีย์ใหม่สไตล์อังกฤษ (บางนา-ตราด กม.5) ออกแบบภายใต้แนวคิด “Live Cheerful with Brit Charm”เชื่อมต่อถนนหลักหลายสาย อาทิ ถ.บางนา-ตราด, ถ.ศรีนครินทร์ และ ถ.เทพารักษ์ ใกล้เมกะบางนา ใกล้ทางด่วน ใกล้วงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสีเขียว เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีสาธารณูปโภคครบครัน เปิดจองรอบพิเศษ: 15 ธ.ค. 61 ราคาเริ่มต้น : 2.29 ล้าน* (ทาวน์โฮม) | 4.7 ล้าน* (บ้านซีรีย์ใหม่) ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท คลิก http://bit.ly/2Eec5gT   2. โครงการ บริทาเนีย บางนา กม.12 (Britania Bangna KM.12) บ้านเดี่ยวติดถนนใหญ่ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้ทางด่วน และใกล้รถไฟฟ้า เปิดจองรอบพิเศษ: 22 ธ.ค. 61 ราคาเริ่มต้น : 4.59 ล้าน ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท คลิก http://bit.ly/2Pr9diF   3. โครงการ บริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฏร์ ทาวน์โฮม-บ้านซีรีย์ใหม่ ใกล้ 2 ทางด่วน และ 1 สถานีรถไฟฟ้า ออกแบบภายใต้แนวคิด “Live in Brit Style, Live Inspired” อยู่อย่างมีสไตล์ดีไซน์ที่เป็นคุณ ที่ผสมผสานความเป็น Modern British Luxury และ ความ Creative Living ได้อย่างลงตัว เปิดจองรอบพิเศษ: 22 – 23 ธ.ค. 61 ราคาเริ่มต้น: 1.99 ล้าน* (ทาวน์โฮม) | 3.99 ล้าน* (บ้านซีรีย์ใหม่) ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท คลิก http://bit.ly/2ROnR5n   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 020 300 000      
ศุภาลัย รุก EEC ต่อเนื่อง กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย ปักธงโครงการใหม่ “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา”

ศุภาลัย รุก EEC ต่อเนื่อง กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย ปักธงโครงการใหม่ “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา”

บมจ.ศุภาลัย เตรียมแผนลงทุนพัฒนาอสังหาฯ ในจังหวัดชลบุรี อย่างต่อเนื่อง กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย เตรียมเปิด “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา” มูลค่าโครงการ 395 ล้านบาท Pre-Sale 24-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ ณ สำนักงานขาย พร้อมพบสิทธิพิเศษมากมาย   นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมแผนลงทุนพัฒนาอสังหาฯ ในจังหวัดชลบุรี ไว้อย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดตัวโครงการ ศุภาลัย พรีโม่ บางแสน ในไตรมาส 1 และ ศุภาลัย การเด้นวิลล์ ชลบุรี ศุภาลัย วิลล์ ศรีราชา - สวนเสือ ในไตรมาส 4  ที่ผ่านมานั้น ได้รับกระแสตอบรับดี เป็นที่น่าพอใจ และพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ สนใจที่อยู่อาศัยประเภท “ทาวน์โฮม” ประกอบกับความเหมาะสมของทำเลและราคา ซึ่งเป็นดีมานด์การซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการทั้งบ้านเดี่ยว บ้านรุ่นใหม่ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ในจังหวัดชลบุรีจำนวน 10 โครงการ และล่าสุดเตรียมเปิดโครงการใหม่ “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา” บ้านรุ่นใหม่ และทาวน์โฮม มูลค่าโครงการ 395ล้านบาท ชูแนวคิด “เริ่มต้นชีวิตอย่างมีสไตล์ สะดวกในการเดินทาง พร้อมสัมผัสความสุขที่ลงตัว” “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา” ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการประมาณ 15 ไร่ ออกแบบสไตล์โมเดิร์น ทั้งบ้านรุ่นใหม่ และทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 113-122 ตร.ม. จำนวน 154 แปลง ราคาเริ่มต้นเพียง 2.15 ล้านบาท ออกแบบเน้นการอนุรักษ์พลังงาน ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อใช้ประโยชน์ในทุกพื้นที่ ตอบรับทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ อาทิ สวนส่วนกลาง ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV รอบโครงการ และระบบเข้า - ออกอัตโนมัติ Easy Pass สะดวกสบายทุกการเดินทาง แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญ อาทิ โรงเรียนสาธิตอุดมศึกษา แมคโคร พัทยา เทสโก้ โลตัส เทพประสิทธิ์ Outlet Mall Pattaya ห้างHarbor Pattaya อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ โรงพยาบาล เมืองพัทยา สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในโซนพัทยา เชิญเลือกแปลงโดนใจ ราคาพิเศษก่อนใครในงาน Pre-Sale 24-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ พร้อมพบสิทธิพิเศษมากมาย ณ สำนักขายโครงการ โทร. 1720 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.supalai.com        
Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9

Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9

ภาพยนตร์ภาคแรกสนุกจะมีหรือที่ไม่มีภาคต่อ บ้านก็เช่นกันผู้อยู่อาศัยมีความสุขทำไมจะไม่ส่งต่อความสุข กับโครงการ Nirvana DEFINE ศรีนครินทร์ - พระราม 9 ทาวน์โฮมดีไซน์สไตล์โมเดิร์นที่เป็นมากกว่าบ้านเดี่ยว มาพร้อมกับรางวัล โครงการอสังหาริมทรัพย์ดีเด่น ประจำปี 2561 ประเภททาวน์เฮาส์ราคาสูงจากศูนย์วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) จากรีวิวครั้งที่แล้วเป็นทาวน์โฮม Type C และ D การกลับมาครั้งนี้สู่ความยิ่งใหญ่ขึ้น กับบ้านอีก 2 Type คือ A และ B     แต่ก่อนที่จะไปชมบ้านแบบใหม่ดีไซน์สวยทั้งภายในและภายนอก สำหรับใครที่ยังไม่ได้ชมแบบแรกรับชมได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 ทาวน์โฮมที่เป็นได้มากกว่าบ้านเดี่ยว       ทำเล   โครงการ Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 ตั้งอยู่บนถนน ศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ เชื่อมกับถนนศรีนครินทร์แยกกรุงเทพกรีฑา – หัวหมาก ยาวไปอีกด้านเป็นถนนกาญจนาภิเษกไปสิ้นสุดที่ถนนเจ้าคุณทหาร ซึ่งในอนาคตจะเกิดรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ตัดผ่านบริเวณสี่แยกกรุงเทพกรีฑา - หัวหมากพอดี     ถ้าพูดถึงสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในช่วงถนนศรีนครินทร์และบนถนนรามคำแหง เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก, ราชมังคลากีฬาสถาน, โรงพยาบาลรามคำแหง, เดอะพาสิโอ้ทาวน์ รามคำแหง, ซีคอนสแควร์, ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์, พาราไดซ์พาร์ค และยังใกล้กับถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งจะใช้เวลาเพียง 20 นาทีจะถึง เมกาบางนา และสนามบินสุวรรณภูมิ   ภาพรวมโครงการ   Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 ทาวน์โฮมที่เป็นมากกว่าบ้านเดียวที่มาให้เลือกทั้งหมด 4 Type พื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 190-350 ตารางเมตร หน้ากว้าง 6.5 เมตร เท่ากันทุกยูนิต จุดเด่นของทาวน์โฮม ที่ไม่เหมือนใครในเรื่องของดีไซน์ที่หาไม่ได้จากทาวน์โฮมทั่วไป ซึ่งมีที่เดียวเท่านั้นมาพร้อมกับฟังก์ชันต่างๆ  ที่ตอบโจทย์ของผู้อยู่อาศัยไม่ว่าจะด้วยเรื่องของช่องแสงภายในบ้านบวกกับเพดานสูงโปร่ง ทำให้บ้านปลอดโปร่งโล่งสบาย ไม่มืดทึบเหมือนทาวน์โฮมทั่วไป เพราะทางโครงการใส่ใจทุกรายละเอียดให้พื้นที่ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ และเหมาะกับทุกคนในครอบครัว    มาพร้อมกับ Facility ครบครันตอบโจทย์ผู้อาศัยไม่ว่าจะเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับเด็ก โซนบาร์บีคิว คลับเฮ้าส์สำหรับพักผ่อน สระว่ายน้ำ และฟิตเนส     Unit Plan   Type A พื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 31.3 – 63 ตารางวา 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ     Type B  พื้นที่ใช้สอย 285 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 30-34 ตารางวา 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน 2 ที่จอดรถ       ชมบ้านตัวอย่าง     ทาวน์โฮมตัวอย่างแบบแรกที่จะพาไปชมเป็น Type A ซึ่งจะเป็น Type ที่ใหญ่ที่สุดของโครงการ และเป็น Type เดียวที่อยู่แปลนมุมเพราะจะได้มีพื้นที่ด้านข้างเพิ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยมากขึ้นของผู้อยู่อาศัยครับ       ในสวนของลานหน้าบ้านมีพื้นที่สำหรับจอดรถได้ถึง 3 คัน ตรงกลางมีประตูกระจกบานเลื่อนสามารถเข้าไปในบ้านได้ และด้านขวามือเป็นประตูหลักเพื่อเข้าไปยังในตัวบ้าน     ด้านในสุดของพื้นที่จอดรถทางโครงการทำเป็นคอร์ดกลางบ้าน เพื่อให้มีแสงสว่างส่องเข้ามาได้ทั่วถึงไม่ทำให้บ้านมืดทึบ และยังช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าอีกด้วยครับ ซึ่งโดยปกติแล้วทาวน์โฮมทั่วๆ ไปจะมีแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาในตัวบ้านได้เฉพาะฝั่งหน้าบ้านกับหลังบ้านเท่านั้น แต่การดีไซน์มีคอร์ดให้อยู่กลางบ้านจะช่วยสร้างบรรยากาศปลอดโปร่งมากยิ่งขึ้น   นอกจากทำให้บ้านมีแสงสว่างส่องเข้ามาได้ทั่วถึงแล้ว ตรงนี้ยังสามารถปลูกต้นไม้ใหญ่เอาไว้กลางคอร์ด ทำให้บ้านดูเป็นธรรมชาติ ร่มรื่นมากขึ้นครับ ซึ่งการมีคอร์ดกลางบ้านแบบนี้ ได้รับความนิยมมากในบ้านเดียวสไตล์ Modern ในปัจจุบัน ทำให้ทาวน์โฮม Nirvana DEFINE มีความใกล้เคียงกับบ้านเดียวมากที่เดียวครับ     ด้านซ้ายมือของที่จอดรถจะมีประตูแยกซ้ายขวา เป็นพื้นที่สำหรับห้องเก็บของทั้งสองห้องครับ         ด้วยความที่ Type A ถูกวางให้อยู่แปลงมุม จึงทำให้ได้พื้นที่สนามหญ้าข้างบ้านซึ่งสามารถเดินเชื่อมต่อไปยังด้านหลังบ้านได้อีกด้วยครับ       หากใครที่เคยติดตามรีวิวของเราก็คงจะได้เห็นรูปแบบบ้านเดี่ยวจากเนอวานากันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ โดยเอกลักษณ์อย่างหนึ่งนั่นคือการยกห้องรับแขกขึ้นไปไว้ที่ชั้น 2 ของบ้าน แล้วแยกให้ดูเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของบ้าน ซึ่งในทาวน์โฮมโครงการนี้ก็นำเอาจุดเด่นตรงนี้มาใส่เอาไว้ด้วยเช่นเดียวกันกับบ้านเดี่ยว โดยสามารถใช้บันไดจากหน้าบ้านทางซ้ายมือนี้ขึ้นไปได้เลยครับ     กลับมาดูที่ชั้นแรกกันก่อนครับ เริ่มจากชานบ้านถูกยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันฝุ่นละอองสิ่งสกปรกที่จะปลิวเข้าในตัวบ้าน ส่วนประตูทางเข้าบ้านจะใช้ไม้สัก     เข้ามาภายในตัวบ้านพื้นที่แรกทางโครงการทำเป็น Drop Shoes ยกพื้นต่างระดับถึง 3 ขั้น เพื่อแบ่งพื้นที่ให้สามารถถอดรองเท้าไว้ภายในบ้าน ไม่ต้องถอดข้างนอก โดยทางเดินมีพื้นที่สามารถทำตู้เก็บรองเท้า ก็ยังเหลือพื้นที่เดินมากพอครับ     สำหรับชั้นแรกนี้จะถูกจัดให้เป็นห้องครัวปิด พร้อมกับพื้นที่รับประทานอาหารครับ โดยพื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ และนอกจากนี้ทางโครงติดวอลเปเปอร์สีเรียบให้ทั้งหลัง     ทางโครงการ Built in เคาน์เตอร์บาร์ต่อด้วยโต๊ะรับประทานอาหาร 6 ที่นั่ง ความจริงแล้วสามารถวางเป็นโต๊ะสำหรับ 10 ที่นั่งก็ยังได้ครับ ซึ่งสามารถใช้พื้นที่ของชั้นแรกนี้สำหรับจัด Party สังสรรค์เล็กๆ กับเพื่อนได้     ในส่วนของห้องครัวเป็นครัวปิด โดยมีที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ High Ceiling ขอบ Aluminium Powder Coat ป้องกันการเกิดสนิม และยังทำให้สีติดแน่นทนนานไม่หลุดลอก       เข้ามาภายในห้องครัวมีพื้นที่แบ่งเป็นสองฝั่ง ส่วนประตูตรงกลางเชื่อมออกไปในส่วนของพื้นที่ซักล้าง     และเคาน์เตอร์ครัวทางด้านขวาเป็นแบบ L-Shape ติดกับหน้าต่างและวางอ่างล่างจานเพราะช่วยระบายความชื้น ป้องกันเชื้อราได้ดีอีกด้วยครับ       ในส่วนของพื้นที่ด้านหลังบ้าน มีทางเชื่อมมาจากสนามหน้าบ้าน       กลับเข้ามาสู่ภายในตัวบ้าน ก่อนที่จะขึ้นชั้น 2 ห้องตรงกลางส่วนนี้คือห้องน้ำกลาง     ภายในห้องน้ำส่วนกลางมีอ่างล้างหน้าเป็นแบบวางบนเคาน์เตอร์ มาพร้อมกับกระจกเงาบานใหญ่       ตรงข้ามกันเป็นโถสุขภัณฑ์ และห้องน้ำส่วนกลางจะไม่มีพื้นที่ในส่วนของพื้นที่อาบน้ำ     ขึ้นบันไดไปชมทาวน์โฮมกันต่อ ซึ่งบันไดระหว่างที่เดินขึ้นบันไดนั้นไม่เกิดเสียงดังขึ้นเลยครับ เพราะโครงสร้างเป็นคอนกรีตทำให้มีความแข็งแรง ส่วนหน้าบันไดนั้นกว้าง ไม่ชัน ตรงนี้โครงการทำให้สามารถวางเท้าได้เต็มเท้าทั้งชายและหญิง เป็นการเพิ่มความปลอดภัยด้วยครับ     ขึ้นมาชั้นสองด้านขวามือเป็นตู้ไฟ และซ้ายมือเป็นส่วนของห้องนั่งเล่นครับ       ในส่วนของประตูบานนี้เป็นประตูที่เชื่อมมาจากบันไดหน้าบ้านที่เราพาชมกันไปเมื่อสักครู่นีั เพื่อเข้ามาสู่ห้องนั่งเล่นของบ้านครับ     ในส่วนของพื้นที่ห้องนั่งเล่น Floor To Ceiling 4 เมตร มีพื้นที่กว้าง ปลอดโปร่ง วางโซฟาแบบ L-Shape ก็ยังเหลือพื้นที่เหลือเฟือ และมีประตูกระจก High Ceiling เชื่อมออกไปยังระเบียงหน้าบ้าน           ในส่วนของระเบียงหน้าบ้านมีราวกันตกเป็นกระจกนิรภัย       อีกด้านของของห้องนั่งเล่น เป็นระเบียงข้างบ้าน       ในส่วนของระเบียงของระเบียงข้างบ้าน จะมีเฉพาะบ้าน Type A ที่มีเฉพาะแปลนมุม และสามารถมองลงมาที่โรงจอดรถได้ครับ     ทางเดินตรงข้ามเพื่อเชื่อมไปยังห้องนอนแรก ซึ่งเป็น Master Bedroom      ภายใน Master Bedroom มีพื้นที่กว้างสามารถแบ่ง Double Function ตามที่โครงการ Built in ส่วนที่วางเตียงนอน กับพื้นที่นั่งเล่นดูทีวี     ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นในห้อง Master Bedroom  ทางโครงการทำเพดานสูง Double Space ให้ความรู้สึกโล่งสบาย ไม่อึดอัดเหมือนบ้านทาวน์โฮมทั่วไปครับ     ในส่วนของเตียงนอนมีพื้นที่มากพอที่สามารถวางเตียงขนาด King Size ก็ยังเหลือพื้นที่ครับ     พื้นที่ด้านนี้ยังลึกเข้าไปสามารถจัดเป็นส่วนของ Walk In Closet ด้านหน้าห้องน้ำ     ในส่วนของ Walk In Closet ทางด้านขวามือเป็นห้องน้ำที่กั้นด้วยกระจกบานเลื่อนขอบ Aluminium Powder Coat     ห้องน้ำถูกปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน ให้ความรู้สึกความหรูหราบวกกับ Bath Tub     อีกฝั่งหนึ่งเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำเป็น Rain Shower มีพื้นที่ต่างระดับแบ่งส่วนเปียกและแห้ง   เดินขึ้นต่อไปโดยมีทางแยกด้านซ้าย ก่อนที่จะไปยังชั้นสาม ซึ่งด้านซ้ายมือจะเป็นห้องนอนแรก           แต่ก่อนที่จะขึ้นไปชั้น 3 แวะมาดูทางซ้ายมือในส่วนของห้องนอนแรก เมื่อเข้ามาด้านซ้ายสามารถ Built in เป็นตู้เส้อผ้าขนาดใหญ่   ในส่วนของห้องน้ำมีกระจกบานใหญ่ และพื้นห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกคือพื้นที่อาบน้ำด้านในสุด ตรงกับหน้าต่างระบายอากาศ เพื่อให้อากาศถ่ายเทไม่อับชื้น     ในส่วนของเตียงนอนสามารถวางเป็นเตียงขนาด King Size หรือเล็กกว่านั้นตามความชอบของผู้อยู่อาศัย ก็ยังเหลือพื้นที่     ที่ปลายเตียงทางโครงการได้ Built in ทำกำแพงยื่นออกมาแบ่งเป็น Double Function ด้านซ้ายมือเป็นโต๊ะทำงานหรืออ่านหนังสือ อีกด้านเป็นโซฟานั่งเล่น ด้านบนเป็นกระจก     ขึ้นมาต่อแต่ก่อนที่จะขึ้นไปชั้น 3 แวะออกมาชมในส่วนของ Out Door     ในส่วนของ Out Door สำหรับรับอากาศภายนอก สามารถเป็นพื้นที่เปลี่ยนบรรยากาศพาแขกหรือคนในครอบครัวนั่งคุยนั่งเล่น ทำกิจกรรมร่วมกันครับ     และยังสามารถมองลงไปเห็นระเบียงด้านข้างบ้านผ่านคอร์ดกลางบ้าน     ต่อจากส่วน Out Door ขึ้นบันไดไปชั้นที่ 3 บนสุดของบ้าน     ก่อนที่จะเข้าไปยังในห้อง มีพื้นที่ว่างสามารถทำเป็นที่บูชาพระพุทธรูปภายในบ้านได้ เพราะอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน     ห้องสุดท้ายจะแยกออกเป็นสองฝั่ง สามารถแบ่งเป็นห้องนอนได้อีกเป็นสองห้อง หรือจะทำเป็นห้องนอนเดียวทั้งชั้นก็แล้วแต่ความชอบของผู้อยู่อาศัยครับ     มาเริ่มจากฝั่งซ้ายมือกันก่อนครับ     ทางโครงการ Built in ห้องนี้ให้เป็นเหมือนห้องอเนกประสงค์ หรือห้องทำงาน     มีประตูกระะจกบานเลื่อนออกไปยังระเบียงด้านหลังบ้าน     ระเบียงด้านหลังมีราวกันตกที่ราวเหล็กแข็งแรง ทนทาน     มองลงไปจะเห็นพื้นที่หลังบ้าน และทางโครงการนี้จะเดินท่อเครื่องปรับอากาศมาทางด้านหลังทั้งหมด เพื่อความสวยงามของระเบียงด้านหน้าบ้าน     กลับเข้ามาภายในห้องอีกด้านยังมีพื้นที่มาก กว้างขวางสามารถทำเป็น Walk In Closet      ด้านหลังมีห้องน้ำให้ในตัวครับ     ห้องน้ำแบ่งออกเป็นสองฝั่ง โดยมีกระจกบานใหญ่และอ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์โดยฝั่งซ้ายเป็นส่วนของพื้นที่อาบน้ำ     และด้านขวาเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์     มาต่อกับอีกด้านหนึ่งของห้องทางด้านขวา ทางโครงการ Built in เป็นห้องนอนที่ 2 ของบ้าน มีประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมออกไปยังระเบียงหน้าบ้าน     มีห้องน้ำให้ภายในตัวปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน นอกจากดูหรูหราแล้ว ยังกว้างไม่อึดอัด     มาพร้อมกับกระจกบานใหญ่กับอ่างล้างหน้าแบบฝังเคาเตอร์       มุมสุดของห้องจากปลายเตียงมีห้องลับซ่อนอยู่สามารถทำเป็นมุมโปรดตามไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย และมีกระจกบานใหญ่สามารถมองเห็นจากทางขึ้นบันไดมายังชั้นนี้       และจากห้องนอนออกมาสู่ระเบียงหน้าบ้านบนชั้นบนสุดของบ้านเพื่อรับอากาศที่ดี เพราะที่ดินโดยรอบย่านนี้ยังไม่แออัด       ทาวน์โฮมตัวอย่างแบบต่อมาจะเป็น Type B   ก่อนเข้าไปในตัวบ้านด้านซ้ายเป็นส่วนของห้องแม่บ้านซึ่งมีห้องน้ำภายในตัว   ก่อนจะเข้าประตูบ้านทางโครงการยกพื้นต่างระดับออกมาให้อารมณ์เหมือนชานบ้าน       เปิดประตูออกมาทางโครงการทำพื้นเป็น Drop Shoes ยกพื้นต่างระดับถึง 3 ขั้น เพื่อแบ่งพื้นที่ให้สามารถถอดรองเท้าไว้ภายในบ้าน       นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สามารถทำตู้เก็บรองเท้าขนาดใหญ่ ตอบโจทย์นักช้อปรองเท้า     มาถึงส่วนของ Common Area มีขนาดกว้างยาวจนไปถึงด้านหลัง สามารถปรับฟังก์ชันได้ตามความชอบของผู้อยู่อาศัย     พื้นที่ต่อจากประตูเข้าบ้านเข้ามา เป็นส่วนของโซน Living Room มีพื้นที่มากพอที่จะวาง L shape sofa ก็ยังเหลือพื้นที่วางโซฟาสองที่นั่งและโต๊ะกลาง       ตรงพื้นที่โซน Living Room ด้านบนทางโครงการทำ Double Space เพิ่มความโปร่ง โล่งสบาย     ทางโครงการ Built in ชั้นไม้กั้นระหว่างพื้นที่นั่งเล่นกับโซนรับประทานอาหาร ความจริงยังสามารถต่อเติมทำเป็นกระจกกั้นก็ยังได้     ด้านหลังระหว่างที่กั้นแบ่งโซนห้องเป็นส่วนของห้องน้ำกลาง       ด้านหลังโถสุขภัณฑ์ทางโครงการทำผนังยื่นออกมาสามารถวางของได้     ต่อจากส่วนนั่งเล่นเป็นส่วนของโต๊ะรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถวางเป็นโต๊ะสำหรับ 6 ถึง 10 ที่นั่งก็ยังเหลือพื้นที่มากพอ ตรงกับโต๊ะรับประทานอาหารเป็นส่วนของห้องครัว     กำแพงมุมห้องสามารถทำ Counter Built in ยื่นออกมาเพื่อวางหรือเก็บของได้มากขึ้น     ต่อจากโต๊ะรับประทานอาหาร มีประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมออกไปยังสนามหญ้าด้านหลังบ้าน     ทั้งประตูกระจกและหน้าต่างทุกบานจะติดตั้งด้วยระบบล็อค TosTem คุณภาพสูงจากญี่ปุ่น     ถัดไปเป็นส่วนของห้องครัวเป็นแบบ L shape ซึ่งเป็นครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน และมีประตูเชื่อมออกไปยังส่วนพื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน     ด้านหลังบ้านมีสวนหย่อมให้เล็กน้อยไว้ปลูกต้นไม้ตามความชอบคนรักธรรมชาติ บวกกับพื้นที่ซักล้างให้ครับ         เดินต่อเพื่อขึ้นไปยังชั้น 2 ซึ่งบันไดเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เวลาเดินแล้วไม่เกิดเสียงดังเลยครับ         เมื่อขึ้นมาชั้น 2 ของบ้านจะพบกับห้องนอนแรก     ภายในห้องกว้างขวางสามารถแบ่งฟังก์ชันตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย อย่างในห้องตัวอย่างนี้มีการกั้นแบ่งเป็น Double Function ในส่วนของเตียงนอนริมหน้าต่าง และห้องทำงานแบบเปิดโล่ง     สำหรับห้องนอนแรกนี้ ทางโครงการติดตั้งกระจก สามารถมองลงไปเห็นห้องนั่งเล่นชั้นแรกได้ครับ     ในส่วนของพื้นที่วางเตียงนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไปจนถึง King Size ก็ยังไม่อึดอัด       ผนังด้านนี้ความจริงแล้วกำแพงยื่นออกถึงแค่สวิทช์ไฟ สามารถ Built in กั้นห้องออกมาได้ครับ     ต่อจากผนังที่ทางโครงการทำยื่นออกมาเพื่อทำเป็นส่วนของ Walk In Closet      ด้านข้างก่อนจะเข้าห้องน้ำ มีกระจกบานใหญ่สามารถทำเป็นโต๊ะเสริมสวยของสาวๆ ได้ครับ     ส่วนของห้องน้ำทางโครงการเจาะผนังเป็นช่องสามารถวางของได้เพิ่มขึ้น     บนหัวของพื้นที่อาบน้ำ มีประจกบานเลื่อนเพื่อถ่ายเทอากาศไม่ให้อับชื้น     ออกมาจากห้องระหว่างทางเดินทางเชื่อมไปยังอีกห้อง ระหว่างทางเดินจะผ่านบริเวณ Double Value     ซึ่ง Double Value ทางโครงการใส่ใจรายละเอียดเน้นการสื่อสารกับคนภายในบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องเดินลงมาพูดคุยที่ชั้นแรก แต่สามารถยืนคุยกันได้และไปทำกิจกรรมต่อครับ       เดินเข้ามาสู่ห้องนอนที่ 2 ซึ่งจะเชื่อมต่อกับระเบียงด้านหน้าบ้าน ภายในห้องกว้างโปร่งสบาย ไม่อึดอัด     ระเบียงหน้าบ้านมีราวกันตกเป็นกระจกนิรภัย และมีพื้นที่ยาวเข้าไปถึงด้านซ้าย       อีกด้านของระเบียงมีพื้นที่สามารถเป็นมุมโปรดไว้วางกระถางต้นไม้ได้ และยังเห็นห้องนอนผ่านกระจกเข้ามุม         ภายในห้องน้ำของห้องนอน 2 มีกระจกบานใหญ่ ส่วนสุขภัณฑ์ทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard     ในส่วนพื้นที่อาบน้ำมีกระจกบานเลื่อนเพื่อถ่ายเทอากาศ ไม่ให้อับชื้น ด้านข้างฝักบัวเจาะผนังสำหรับวางของได้ครับ     ออกจากห้องนอน 2 ขึ้นบันไดไปยังชั้น 3 จะสังเกตได้ว่าทางเดินเชื่อมระหว่างห้องมีพื้นที่กว้างขวางสามารถเดินสวนกันได้สบายครับ     ก่อนขึ้นบันไดภายใต้ประตูบานนี้จะมีตู้ไฟซ่อนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ถือว่าทางโครงการใส่ใจดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีครับ         ด้านตรงข้ามกับบันไดด้านบนมีช่องแสงจากระเบียงให้แสงสว่างส่องเขามาทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้า       บนชั้น 3 เป็นส่วนของ Master Bedroom ทั้งชั้นมีพื้นที่กว้างมากให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ Penthouses ในคอนโดมิเนียมครับ มีทั้งส่วนนั่งเล่น และส่วนของวางเตียงนอนสามารถวางเตียงขนาด King Size  ได้สบายๆ       มีกำแพงกั้นห้องแบ่ง Double Function แยกเป็นส่วนที่นอนกับ Walk In Closet     มีหน้าต่างด้านหลังห้องสามารถมองลงไปเห็นด้านหลังบ้านได้ครับ จะสังเกตได้ว่าทาวน์โฮมจากเนอวานาจะให้ความใส่ใจกับเรื่องช่องแสง ดึงแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาอย่างทั่วถึงภายในทาวน์โฮม     ในส่วนของ Walk In Closet ยังแบ่งออกเป็นสองฝั่งแยกเสื้อผ้าชายหญิงได้อย่างลงตัว ไม่ปะปนกัน       ห้องน้ำส่วนของ Master Bedroom ทางโครงการมีอ่างอาบน้ำให้ครับ     อีกฝั่งเป็นโถสุขภัณฑ์และส่วนของพื้นที่อาบน้ำ กำแพงด้านหลังโถสุขภัณฑ์ยาวจนถึงพื้นที่อาบน้ำยื่นออกมาสามารถวางของได้เพิ่มขึ้น มีพื้นต่างระดับแบ่งพื้นที่เปียกแห้งอย่างชัดเจนครับ     ปลายอ่างอาบน้ำด้านบนมีกระจกแบบบานกระทุ้ง เพื่อระบายอากาศไม่ทำให้ห้องน้ำอับชื้น     บนหัวเตียงมีประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมออกไปยังระเบียงหน้าบ้านครับ     พื้นที่ระเบียงหน้าบ้านบนชั้น 3 กว้างมากเป็นพื้นที่ Out Door ทำเป็นมุมโปรดเปลี่ยนบรรยากาศได้ครับ     มีช่องแสงที่สามารถมองทะลุเห็นจากทางขึ้นบันได     พื้นที่ระเบียงติดตั้งราวกันตกด้วยกระจกนิรภัย และด้วยขนาดของระเบียงก็มากพอที่จะใช้งานได้จริงครับ       เป็นอย่างไรบ้างครับกับการกลับมาสู่ภาคต่อกับเฟสที่ 2 ทาวน์โฮม Type A และ B ดีไซน์ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย ทั้งประโยชน์ใช้สอยภายในบ้าน การออกแบบบ้านที่ไม่เหมือนใครมีที่เดียวเท่านั้น ทั้งเรื่องพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเทียบเท่ากับบ้านเดี่ยว เพดานที่สูงโปร่งที่หาไม่ได้จากทาวน์โฮมที่ไหน กับช่องแสงที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ดูไม่อับทึบเหมือนกับทาวน์โฮมทั่วไป การันตีผลกับรางวัล AREA กับผู้สร้าง บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ให้คำนิยาม “ทาวน์โฮมที่เป็นได้…มากกว่าบ้านเดี่ยว” พบกันได้ที่ Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9       ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1787 หรือทางเว็บไซต์ NIRVANA DEFINE Srinakarin - Rama 9          
บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 ความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 ความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

รีวิวฉบับนี้ เราอยากให้ทุกคนลองนึกถึงภาพครอบครัวเล็กๆ ของเรากันก่อนค่ะ เพราะเมื่อเราคิดถึงครอบครัวอันอบอุ่นแล้ว ภาพที่ตามมาก็ย่อมจะต้องมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองสักหลังที่มีขนาดกำลังพอเหมาะพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป มีสิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่รอบตัว ซึ่งคำตอบของภาพที่เราเห็นนี้ก็เป็นทาวน์โฮมนี่แหละค่ะที่มีความลงตัวทั้งพื้นที่ ราคา รวมถึงทำเลที่เราจะพาไปชมกันกับหนึ่งในโครงการคุณภาพ “บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5”       ทำเล   ถ้าพูดถึง จ.นนทบุรี บางคนอาจจะไม่คุ้นเคยเท่าไรนัก แม้ว่าจะมีพื้นที่ติดกับกรุงเทพฯ อย่างแยกกันแทบไม่ออก แต่ทราบไหมคะว่า ย่านนี้เป็นอีกแหล่งของอร่อยขึ้นชื่อมากมายไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารข้างทางเจ้าเก่าสูตรดั้งเดิม ร้านคาเฟ่สวยๆ ไปจนถึงร้านอาหารบรรยากาศดีหลายแห่ง โดยเฉพาะท่าน้ำนนท์, ถนนนครอินทร์, ถนนราชพฤกษ์ ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นแหล่งสำนักงานทางราชการ รัฐวิสาหกิจหลายแห่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายไม่ต่างจาก จ.กรุงเทพฯ มากเท่าไรนัก ย่านนี้จึงเป็นอีกทำเลที่เรามักจะได้เห็นโครงการแนวราบมาจับจองพื้นที่พัฒนาโครงการดีๆ ให้เห็นกันอยู่พอสมควร ซึ่งตัวโครงการบ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 นี้อยู่ใกล้กับสะพานพระราม 5 หากใช้รถยนต์ส่วนตัวก็จะไม่ไกลจากทางพิเศษศรีรัช ใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองประมาณ 15 นาทีก็จะถึงรัชดาภิเษก สามารถต่อไปยังสาทรได้ หากใช้รถสาธารณะก็สามารถเดินทางโดยข้ามสะพานพระราม 5 ไปแล้วผ่านสี่แยกติวานนท์ก็จะพบกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีกระทรวงสาธารณสุข และสามารถเลือกโดยสารทางเรือที่ท่าเรือบางศรีเมือง แล้วข้ามฝากไปท่าน้ำนนท์เพื่อต่อเรือด่วนเจ้าพระยาได้อย่างสะดวกสบาย     จุดเด่นของโครงการนี้อย่างหนึ่งคือ ตั้งอยู่ในซอยที่สามารถทะลุไปสู่ถนนหลักได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นจากถนนนครอินทร์ ถนนบางศรีเมือง ถนนบางกรวย-ไทรน้อย และถนนราชพฤกษ์-นนทบุรี 1 ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนราชพฤกษ์ได้ แต่ทางเข้าหลักที่เราแนะนำ คือ หากข้ามสะพานพระราม 5 ฝั่งขาออกมาแล้วตามถนนนครอินทร์ ให้กลับรถใต้สะพานข้ามแยกบางสีทอง ขับต่อไปประมาณ 500 เมตร ให้เข้าทางคู่ขนาน เมื่อผ่านหน้า Makro นนทบุรี ให้เลี้ยวซ้ายตามแนวรั้วของ Makro ตรงเข้าไปประมาณ 700 เมตร เข้าสู่ซอยบางไผ่ 21 ก็จะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ     ภาพรวมโครงการ   บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 เป็นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 141 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ หน้ากว้าง 5 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คัน ตัวทาวน์โฮมดีไซน์สไตล์ URBANIST เหมาะกับการใช้ชีวิตในแบบคนยุคปัจจุบันที่ต้องการทั้งความเป็นส่วนตัวไปพร้อมกับพื้นที่ Common Area เพื่อใช้ช่วงเวลาพักผ่อนกับครอบครัวไปด้วย โครงการมีทั้งหมด 271 ยูนิต บนพื้นที่ 22–2–10.73 ไร่ มาในคอนเซป “LIFE IN FULL BLOOM” ใช้ชีวิตบนความสมบูรณ์แบบ โอบล้อมด้วยบรรยากาศความร่มรื่นและความงดงามจากธรรมชาติ   เปิดห้องตัวอย่าง   วันนี้เราพามาเยี่ยมชมกันถึงตัวโครงการจริงเลยค่ะ ถ้าไม่คุ้นเคยเส้นทางก็แนะนำให้หาจาก Google Maps ว่าบางไผ่ซอย 21 ก็เดินทางมาได้ไม่ยากค่ะ ปัจจุบันทาวน์โฮมสร้างเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้วนะคะ ลูกบ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนที่ย้ายมาจากคอนโดมิเนียมกลางเมือง เพราะต้องการขยับขยายพื้นที่มากขึ้นแล้วเลือกมาอยู่ทาวน์โฮม เพราะทำเลยังไม่ออกไปไกลตัวเมืองมากแบบบ้านเดี่ยว และยังคงได้ความเงียบสงบเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น เกิดเป็นสังคมคุณภาพในโครงการ “บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5” เริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าโครงการกันเลยค่ะ Main Gate สีขาวขนาดใหญ่ สังเกตได้ง่าย มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV รั้วด้านหน้าเป็นเหล็กโปร่งสีดำ ใช้ระบบเข้า-ออก แบบ EASY CARD คือเมื่อติดตั้งระบบที่รถก็สามารถขับเข้าไปได้เลยค่ะ รั้วจะเลื่อนเองด้วยระบบไฟฟ้า ภายในโครงการถนนหลักกว้าง 12 เมตร ส่วนถนนตามซอยกว้าง 8 เมตร เมื่อผ่าน Main Gate เข้าไปในตัวโครงการแล้วทางซ้ายมือจะเป็นพื้นที่สีเขียวตลอดแนวจนไปถึงส่วนกลางอื่นๆ มีฟุตบาทที่ปูด้วยหญ้าจริงสลับกับทางเดิน โดยจะถูกออกแบบตามเส้นสายของธรรมชาติ ให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลาย เป็นสิ่งที่ทางโครงการตั้งใจให้กับลูกบ้านค่ะ ตรงกลางสวนมีส่วนที่ถูกจัดให้เป็นสนามเด็กเล่นกลางแจ้ง มีทางเชื่อมต่อไปยัง Club House โดยเราจะสามารถสังเกตเห็นรั้วทึบรอบโครงการทางซ้ายมือของภาพซึ่งจะสูง 3 เมตร เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้าน Club House 2 ชั้นของโครงการเน้นโทนสีขาวสบายตา ชั้นล่างจัดพื้นที่โปร่งมีลมเข้าอยู่ตลอด ส่วนชั้นบนล้อมรอบด้วยกระจกสูงดูแล้วไม่อึดอัด มองภาพรวมแล้วสวยทีเดียวค่ะ ชั้นล่างของ Club House แห่งนี้จะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ และระบบน้ำล้น ขนาด 6*15 เมตร ลึก 1.2 เมตร มีสระเด็กแยกอยู่ข้างๆ กันด้วยนะคะ โดยสระเด็กจะมีความลึก 0.5 เมตร อยู่ใกล้กับเก้าอี้พักผ่อนที่อยู่บริเวณน้ำตื้นริมสระ ตรงนี้ผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานได้อย่างใกล้ชิดด้วยค่ะ มีพื้นที่ล้างตัวแยกเป็นฝั่งเด็กกับฝั่งผู้ใหญ่อยู่ใกล้กับห้องน้ำแยกชาย-หญิง ด้านขวามือของภาพค่ะ ขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อค่ะ บันไดมีราวจับแบบกระจกนิรภัย ดูกลมกลืนกับการออกแบบโทนสีขาวดีค่ะ ที่ชั้น 2 จะมีฟิตเนสค่ะ เปิดให้ใช้บริการทุกวันตั้งแต่ 8.00-20.00 น. ฟิตเนสจะถูกล้อมรอบไปด้วยกระจกสูงสลับกับหน้าต่างเป็นบานกระทุ้งสามารถเปิดระบายอากาศออกไปได้ ภายในฟิตเนสมีเครื่องออกกำลังกายอยู่พอสมควร มีโฟซาสำหรับนั่งพักผ่อนอยู่ภายในฟิตเนสด้วยค่ะ ภาพมุมสูงจากฟิตเนสค่ะ พื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดนี้รวมแล้วประมาณ 1 ไร่ พาดูส่วนกลางกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าไปชมบ้านตัวอย่างกันบ้างค่ะ โดยทาวน์โฮมจริงจะมีรั้วหน้าบ้านเป็นเหล็กโปร่งสีดำสูง กำแพงด้านข้างกั้นแต่ละหลังเป็นแบบทึบสีเทาสูง 1.5 เมตร แต่สำหรับทาวน์โฮมตัวอย่างนี้จะไม่ได้กั้นมาให้เห็นค่ะ และทาวน์โฮมที่จะได้เป็นบ้านเปล่านะคะ ซึ่งบ้านตัวอย่างนี้จะถูกตกแต่งขึ้นมาเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นค่ะ ก่อนจะเข้าไปดูในตัวทาวน์โฮมเรามาดูกันที่พื้นที่ด้านข้างกันก่อนค่ะ โดยพื้นที่ด้านข้างแบบนี้จะได้เฉพาะแปลงมุมนะคะ เราสามารถใช้พื้นที่ตรงนี้จัดสวนได้เพิ่มมากขึ้น พื้นที่ด้านข้างนี้จะเชื่อมกับพื้นที่หลังบ้านค่ะ มีประตูกระจกที่สามารถเดินออกจากทาวน์โฮมมาที่สวนด้านข้างนี้ได้เลย ด้านหน้าทาวน์โฮมทุกหลังทางโครงการจะติดตั้งกันสาดมาให้ด้วยนะคะ ซึ่งเป็นผ้าใบสีน้ำตาล สามารถพับเก็บได้ หน้าบ้านมีเฉลียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค สำหรับวางชั้นวางรองเท้าและเก็บร่มค่ะ ประตูใช้เป็นกระจกบานเลื่อน ซึ่งทั้งประตูและหน้าต่างที่เป็นกระจกจะใช้กระจกเขียวตัดแสง ขอบอลูมิเนียมสีดำทั้งหมดค่ะ ประตูด้านหน้าใช้ระบบล็อคแบบลูกกุญแจปกติค่ะ ด้านในมีตัวจับแน่นหนาพอสมควร ระบบล็อคแบบ Double Lock ที่มีทั้งลูกกุญแจกับก้นหอยแบบนี้ค่ะ ซึ่งระบบล็อคแบบก้นหอยนี้จะใช้กับประตูและหน้าต่างบานกระจกทุกบานในบ้านค่ะ เปิดประตูบ้านเข้ามาก็จะพบกับห้องนั่งเล่นเป็นอันดับแรกค่ะ ภายในใช้ไฟ Downlight ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.6 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60*60 พื้นที่ส่วนแรกของบ้านนี้เราสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่พร้อมโต๊ะกลางได้ มีพื้นที่เหลือสบายๆ ค่ะ ฝั่งตรงข้ามโซฟาเป็นพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวี อยู่ระหว่างบันไดกับห้องน้ำ ต่อจากห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ห้องครัวค่ะ ห้องครัวถูกจัดให้อยู่ด้านในสุด มีพื้นที่สามารถวางเคาน์เตอร์ครัวแบบ L Shape พร้อมตู้เย็นได้ และมีห้องน้ำอยู่ระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่น เข้าไปดูที่ห้องน้ำแรกของบ้านกันค่ะ ใช้ประตูบานเลื่อน และด้วยความที่เป็นห้องน้ำสำหรับรับแขกจึงไม่มีพื้นที่สำหรับอาบน้ำ ส่วนพื้นกับผนังบางส่วนปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ห้องน้ำทุกห้องใช้สุขภัณฑ์จากแบรนด์ American Standard ค่ะ ด้านข้างเหนือโถสุขภัณฑ์จะมีหน้าต่างบานกระทุ้ง สำหรับเพิ่มแสงสว่างและช่วยระบายอากาศค่ะ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง พร้อมกระจกค่ะ ถัดจากโซฟาจะมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหารได้ขนาด 4-6 ที่นั่ง หากเป็นทาวน์โฮมแปลงมุมแบบนี้จะได้ประตูกระจกบานเลื่อนข้างโต๊ะทานอาหาร เพื่อออกไปยังพื้นที่สวนข้างบ้าน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มแสงสว่าง และรับลมจากภายนอกได้มากขึ้นด้วยค่ะ พื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ครัวมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน ซึ่งจุดนี้เหมาะสำหรับการวางซิงค์ล้างจานตามแบบบ้านตัวอย่างเลยค่ะ เพราะตรงนี้เสี่ยงที่จะเกิดเชื้อราได้ง่าย หากได้หน้าต่างจะช่วยระบายความอับชื้นที่จะเกิดขึ้นได้ค่ะ ด้านข้างเคาน์เตอร์ครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อนออกไปทางหลังบ้านค่ะ หลังบ้านมีบริเวณเหลือสำหรับเป็นลานซักล้างค่ะ หรือจะทำเป็นที่นั่งพักผ่อนรับลมนอกบ้านแบบที่บ้านตัวอย่างนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน ถัดจากประตูหลังบ้านก็จะพบกับพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า จุดนี้ทางโครงการได้ต่อท่อน้ำพร้อมรูปลั๊กไฟเอาไว้ให้เรียบร้อยค่ะ กลับเข้ามาเดินชมในตัวบ้านกันต่อค่ะ ขึ้นไปชมชั้น 2 กันค่ะ บันไดอยู่ข้างเคาน์เตอร์ทีวี ถัดจากประตูหน้าบ้านเลยค่ะ บันไดใช้แบบโครงเหล็ก ราวจับเหล็กโปร่งสีขาว ตรงที่พักบันไดมีหน้าต่างทรงสูงเพิ่มแสงสว่างได้ดี เดินขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีทั้งหมด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นปูด้วยลามิเนต โดยเราจะเริ่มจากห้องทางขวามือกันก่อนค่ะ ห้องนอนแรกของบ้านอยู่ทางฝั่งหลังบ้านค่ะ ห้องนี้ถูกตกแต่งให้เตียงขนาด 3.5 ฟุต อยู่ชิดกับกำแพง แล้วมีพื้นที่เหลือกลางห้อง แต่เราสามารถวางเตียงได้ 5-6 ฟุต แล้วยังมีพื้นที่เหลือพอให้วางโต๊ะทำงานได้อีกสบายๆ เลยค่ะ มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ให้แสงสว่างเข้ามาได้อย่างเพียงพอ อีกด้านหนึ่งของห้องมีช่องที่สามารถ Build In ตู้เสื้อผ้าได้พอดี ต่อมาเป็นห้องน้ำของชั้น 2 ซึ่งจะอยู่ตรงกลางของชั้นค่ะ ความสูงภายในห้องน้ำ 2.4 เมตร พื้นกับผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง มีปูนก่อออกมาเล็กน้อยเพื่อทำเป็นชั้นวางของ เหนือโถสุขภัณฑ์มีหน้างต่างบานกระทุ้งเพื่อเพิ่มแสงสว่างและระบายอากาศค่ะ แยกส่วนเปียก-แห้ง แบบธรณีประตูขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อไม่ให้น้ำล้นออกไปส่วนพื้นแห้ง ห้องนอนที่ 2 อยู่ทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาจากห้องนอนทางด้านหลังบ้านขึ้นมาอีกนิด สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต แล้ววางโต๊ะหัวเตียงของทั้งสองข้างของเตียงได้ ปลายเตียงเหลือพื้นที่สำหรับ Build In ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ ข้างเตียงมีระเบียงออกไปทางหน้าบ้าน ระหว่างห้องนอนกับระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ และ Condensing Unit วางเอาไว้ตรงมุมระเบียงหันออกนอกตัวบ้าน ขึ้นมาดูกันที่ชั้น 3 ค่ะ ชั้นนี้จะมีความเป็นส่วนตัวมากท่ี่สุด เพราะมีเพียง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และพื้นที่อเนกประสงค์ เริ่มจากทางขวามือจากบันไดค่ะ ตรงนี้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ แล้วแต่จะดีไซน์ออกมาเป็นพื้นที่ใช้สอยอะไรก็ได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน บ้านตัวอย่างจะตกแต่งพื้นที่ตรงนี้ให้เป็น Walk-In Closet หรืออาจจะตกแต่งให้เป็นห้องทำงาน ห้องนั่งเล่นส่วนตัวก็ได้ค่ะ พื้นที่อเนกประสงค์จะเชื่อมต่อกับระเบียงหลังบ้านค่ะ โดยจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเช่นเคย ระเบียงหันออกไปทางหลังบ้านค่ะ มีพื้นที่พอที่จะสามารถวางเก้าอี้พร้อมโต๊ะขนาดเล็กได้ พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำแบบเดียวกันกับระเบียงทางหน้าบ้าน จากพื้นที่อเนกประสงค์เดินต่อตรงโถงทางเดินเพื่อเชื่อมต่อกับห้องน้ำ และ Master Bedroom ขวามือของโถ่งทางเดินเป็นห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำของชั้น 3 จะเห็นได้ว่ามีหน้าตาที่คล้ายกันกับห้องน้ำชั้น 2 ค่ะ เพียงแค่ช่องระบายอากาศจะอยู่เหนือโซนอาบน้ำ และอ่างล้างหน้าจะมีช่องเก็บของเอาไว้ข้างใต้ด้วย จากภาพนี้จะเห็นได้ชัดขึ้นค่ะว่าห้องน้ำชั้น 3 จะเป็นประตูแบบ Double Access เชื่อมระหว่างโถงทางเดินกับ Master Bedroom สุดท้ายที่ห้อง Master Bedroom ค่ะ มีขนาดใหญ่พอๆ กันกับห้องนอนชั้น 2 ภายในห้องสามารถวางเตียงได้ 5-6 ฟุต โดยยังเหลือพื้นที่ใช้สอยกลางห้อง ปลายเตียงสามารถ Build In ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ หรือจะจัดให้เป็น Walk-In Closet ก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ ระเบียงชั้น 3 มีขนาดเท่ากันกับระเบียงชั้น 2 ค่ะ พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ Condensing Unit วางเอาไว้ตรงมุมระเบียงหันออกนอกตัวบ้าน   17-18 พ.ย.นี้! “SPECIAL ONE PRICE!” พบแปลงสวยราคาพิเศษ ราคาปรกติ 3.79* ล้าน พิเศษ 3.59 ล้าน*! ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอนฯ* (จำนวนจำกัด) 2 วันเท่านั้น! พิเศษยิ่งขึ้น #MillionAttack ลุ้นรับทองคำมูลค่าสูงสุด 1,000,000 บาท* พร้อมรางวัลอื่นๆ รวมกว่า 2 ล้านบาท*   บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม5 ทาวน์โฮมใหญ่ 3 ชั้น พร้อมคลับเฮ้าส์หรู และพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วนศรีรัช และรถไฟฟ้า เชื่อมต่อจตุจักร-บางซื่อเพียง 10 นาที* ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท* คลิก ➤ https://goo.gl/cyhKfH      
Dream Deluxe Ratchaphruek-Pinklao – ดรีม ดีลักซ์ ราชพฤกษ์ – ปิ่นเกล้า (PREVIEW)

Dream Deluxe Ratchaphruek-Pinklao – ดรีม ดีลักซ์ ราชพฤกษ์ – ปิ่นเกล้า (PREVIEW)

Dream Deluxe Ratchaphruek-Pinklao (ดรีม ดีลักซ์ ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า) - ทาวน์โฮมบ้านเดี่ยวสไตล์ยูโรเปี้ยน ที่มาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างสุนทรีย์บนทำเลที่เปี่ยมศักยภาพและปลอดภัย จาก DreamLand บนทำเลใกล้ถนนใหญ่ราชพฤกษ์, วงแหวนกาญจนาภิเษก, จุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช, สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ตลิ่งชัน – บางซื่อ และสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ   รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น 2,890,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 251 ยูนิต พื้นที่โครงการ 25-0-9 ไร่ ที่ตั้งโครงการ ซอยสวนผัก ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   สวนหลวงพระราม 8 ร.ร. เซนต์คาเบรียล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ร.ร. สตรีนนทบุรี ร.ร. บดินทรเดชา นนทบุรี ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี ร.ร. วรรัตน์ศึกษา นนทบุรี ร.พ.ศิริราช รพ. ยันฮี ร.พ. ตา หู คอ จมูก สถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน ตลาดบางขุนนนท์ Central ปิ่นเกล้า Tesco Lotus ปิ่นเกล้า Community Mall The Sense PATA Central Westgate Major ปิ่นเกล้า The Circle ราชพฤกษ์ Tesco Lotus The Walk ราชพฤกษ์ Villa Market HomePro ราชพฤกษ์ Crystal SB ราชพฤกษ์ Homework ราชพฤกษ์     แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย   แบบ Standard Deluxe แบบ Corner Deluxe พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 124 ตร.ม. บนขนาดที่ดินเริ่มต้น 20.7 ตร.วา 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ     สิ่งอำนวยความสะดวก   สวนสาธารณะ ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-403-2226 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.dreamland.co.th/dream-deluxe/
LIVEVOLUTION แคมเปญใหญ่จาก AP ให้คุณจับจองทาวน์โฮมล้ำสมัย บนทำเลที่ดีที่สุดก่อนใคร

LIVEVOLUTION แคมเปญใหญ่จาก AP ให้คุณจับจองทาวน์โฮมล้ำสมัย บนทำเลที่ดีที่สุดก่อนใคร

ปฎิเสธไม่ได้ว่า “ทาวน์โฮม” คือตัวเลือกของที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมืองยุคใหม่ที่เป็นส่วนผสมลงตัวระหว่างบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเลที่ตั้งแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว ดีไซน์และฟังก์ชั่นใช้งานภายในบ้านยังตอบสนองการพักอาศัยได้เป็นอย่างดี แถมยังมาพร้อมกับพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการแบบครบครัน และยังเป็นอสังหาริมทรัพย์ชนิดที่ผู้ซื้อจะได้กรรมสิทธิ์ครอบครองในส่วนของที่ดินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมปัจจุบันกรุงเทพฯ จะมีทาวน์โฮมโครงการใหม่ๆ ผุดขึ้นมาเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคมากมาย ซึ่งแบรนด์ที่สร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่งทั้งหมด คงหนีไม่พ้นโครงการ “บ้านกลางเมือง” และ “PLENO” (พลีโน่) จาก AP Thai ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนเมืองที่มุ่งมั่นพัฒนาทาวน์โฮมจนกลายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของประเทศไทย สามารถครองใจผู้บริโภคกว่า 50,000 ครอบครัว เนื่องจากมีจุดแข็งที่ได้เปรียบกว่าแบรนด์ใดๆ เพราะเข้าใจความต้องการและ Lifestyle ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างตรงจุด ซึ่งไม่ใช่แค่ตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานเท่านั้น แต่วิธีคิดในการออกแบบสเปชของ AP นั้น คือการผสานฟังก์ชั่นเข้ากับความฝัน รสนิยม และอุดมคติในการใช้ชีวิต เพื่อประโยชน์สูงสุดและเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านด้วยแนวคิด 5 BEST TOWNHOME สร้างจุดเด่นให้แตกต่างจากโครงการทั่วไปโดยปักหมุดแต่ทำเลศักยภาพ สามารถเชื่อมต่อการเดินทางหลากหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่ติดถนนใหญ่แต่ต้องเชื่อมต่อทางลัด ทางด่วน หรือระบบขนส่งขนาดใหญ่ได้ด้วย ที่สำคัญดีไซน์โมเดลแบบบ้านต้องตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัย โดยทาง AP ได้นำเทคโนโลยีเข้าไปเป็นส่วนผสมกับการออกแบบพื้นที่ภายใต้แนวคิด ‘สร้างสรรค์นวัตกรรมดีไซน์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต’ หรือ SMART LIVING FUNCTION ที่นอกจากการลงลึก Design Space โดยเพิ่ม Design Detail เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ครบและสมบูรณ์แบบมากขึ้นแล้ว ยังคงดีไซน์ทุกรายละเอียดที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันของลูกบ้านทุกๆ คน เพื่อเติมเต็มความสุขแบบพร้อมอยู่ แถมยังนำเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิตที่จะตอบสนอง Lifestyle การอยู่อาศัยแห่งโลกอนาคตที่ครอบคลุมทุกมิติทั้งในด้านคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่มากขึ้น ก่อนจะส่งมอบบ้านที่เพียบพร้อมและดีที่สุดให้แก่ลูกบ้านนั่นเองค่ะ ทำเลศักยภาพ สามารถเลือกเดินทางได้หลากหลาย สำหรับแบรนด์ บ้านกลางเมือง และ PLENO นั้น ได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน A, B, C และ D ซึ่งเป็นทำเลทองรอบกรุงเทพฯ โดยวันนี้เราขอหยิบยกทาวน์โฮม 4 โครงการ จาก 2 แบรนด์คุณภาพของ AP ประกอบด้วย "โครงการบ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช, บ้านกลางเมือง สวนหลวง, บ้านกลางเมือง The Edition พระราม 9 - อ่อนนุช และโครงการพลีโน่ สุขุมวิท - บางนา" มาพูดถึงกันสักหน่อยค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ในโซน A ที่นับว่าเป็น Urbanite Living ให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายมากๆ ทั้งคนมีรถส่วนตัวและไม่มี เพราะด้วยทำเลศักยภาพที่ทาง AP เลือกให้เป็นที่ตั้งโครงการนั้นจะเชื่อมต่อทั้งทางด่วน, มอเตอร์เวย์ และกาญจนาวงแหวนรอบนอก อีกทั้งยังตั้งอยู่ในพิกัดที่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นสถานีแอร์พอร์ตลิ้งค์บ้านทับช้าง (โครงการบ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช และบ้านกลางเมือง The Edition พระราม 9 - อ่อนนุช), BTS สถานีบางนา (โครงการพลีโน่ สุขุมวิท - บางนา) พิกัดของทั้ง 4 โครงการ นั้นเอื้อต่อการเดินทางที่ง่ายและสะดวกสบายจริงๆ ค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถเลือกเส้นทางเข้าเมืองได้เยอะ ทั้งทางถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ที่สามารถวิ่งตรงไปจนถึงพระราม 9 ได้ หรือใช้ทางแยกประเวศแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนอ่อนนุชวิ่งเข้าแยกสวนหลวง แล้วตรงไปถึงถนนสุขุมวิทก็ยังได้ค่ะ แถมถนนอ่อนนุชยังเชื่อมต่อเข้าถนนพัฒนาการสามารถไปถนนเพชรบุรีได้อีกด้วย ส่วนถ้าจะออกเมืองก็ใช้ทางแยกประเวศ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดกระบัง ก็จะสามารถไปสนามบินสุวรรณภูมิ และสามารถไปถนนกิ่งแก้วไปออกถนนบางนา-ตราดได้ค่ะ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบก็มีสถานที่สำคัญมากมายทั้งห้างสรรพสินค้า, สถานศึกษา, สถานพยาบาล และสนามบินสุวรรณภูมิ แถมแบบบ้านทาวน์โฮมที่ถูกเลือกมาลงนั้นก็ไม่ได้มีราคาสูงมากไปกว่าคุณภาพเลย ซึ่งอยู่ในระดับราคาที่สามารถจับต้องได้ แต่จะมีรายละเอียดและจุดเด่นที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างไรบ้าง เราไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ.. บ้านกลางเมืองพระราม 9 - อ่อนนุช เริ่มต้นโครงการแรกกับ “บ้านกลางเมืองพระราม 9 – อ่อนนุช” ทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ที่สะท้อนถึงความเหนือระดับได้ในทุกมิติ ออกแบบภายใต้แนวคิด Free & Easy ทันสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา โดยตัวบ้านเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอยแบบ Flexible ที่สามารถออกแบบพื้นที่ส่วนตัว และปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นของทุกสัดส่วนในบ้านให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ทันสมัยได้อย่างลงตัว เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย กับพื้นที่ส่วนกลาง คลับเฮ้าส์ พร้อมสระว่ายน้ำและฟิตเนส และบริเวณพักผ่อน เติมเต็มแนวคิดใหม่ๆ และความสุขได้อย่างไม่รู้จบ บนทำเลใกล้มอเตอร์เวย์และวงแหวนกาญจนาภิเษก เพียง 5 นาทีถึงรถไฟฟ้า เดินทางถึงพระราม 9 ภายใน 10 นาที ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.99 ล้านบาท* พิกัดโครงการ บ้านกลางเมือง พระราม 9-อ่อนนุช:  (13.728025,100.703883) บ้านกลางเมือง สวนหลวง บ้านกลางเมือง สวนหลวง โครงการที่อยู่ทางโซนบางนา เป็นโครงการที่มี Product หลากหลาย ทั้งทาวน์โฮม 2 ชั้น, 3 ชั้น และบ้านแนวคิดใหม่ X-Trend Series ในดีไซน์ Modern Contemporary Style ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในครอบครัว ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สู่การสร้างสรรค์พื้นที่อย่างลงตัว ด้วยการออกแบบพื้นที่ที่มากขึ้น เน้นความโปร่ง โล่ง สบาย ในสไตล์ Modern Contemporary ภายใต้สุนทรียะแห่งธรรมชาติ รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวที่เปี่ยมไปด้วยความร่มรื่น บนทำเลศักยภาพที่เลือกสรรมาอย่างดี พร้อมตอบรับทุกการพักผ่อนด้วย Facilities ครบครัน ทั้ง คลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และ Jogging Track สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง ใกล้ทั้งทางด่วนบูรพาวิถี มอร์เตอร์เวย์ และวงแหวนรอบนอก เชื่อมต่อถนนอ่อนนุช และถนนศรีนครินทร์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.69 ล้านบาท* พิกัดโครงการ บ้านกลางเมือง สวนหลวง: (13.670599,100.67296) บ้านกลางเมือง The Edition พระราม 9 – อ่อนนุช บ้านกลางเมือง THE EDITION พระราม 9-อ่อนนุช บ้านแนวคิดใหม่ในบรรยากาศรีสอร์ท ตอบรับความสุขของทุกวิถีชีวิตได้อย่างเต็มที่ ออกแบบภายใต้แนวคิด Multiple Space ขยายพื้นที่ใช้สอยภายใน พร้อมสวนรอบบ้าน และด้วยความลงตัวของพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น ด้วยนิยามการดีไซน์แบบ Maximum / More / Masterpiece ฟังก์ชั่นการใช้งานของแต่ละเสปซสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามจินตนาการ ผสานความเรียบหรูและทันสมัยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ให้คุณและครอบครัวได้ผ่อนคลายไปกับ คลับเฮ้าส์ดีไซน์หรู มาพร้อมสระว่ายน้ำและฟิตเนส และสวนพักผ่อน บนทำเลเชื่อมต่อสู่พระราม 9 เพียง 10 นาที* ใกล้ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า Airport Link สถานีบ้านทับช้าง ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.79 ล้านบาท* พิกัดโครงการ บ้านกลางเมือง THE EDITION พระราม 9-อ่อนนุช: (13.728025,100.703883) พลีโน่ สุขุมวิท - บางนา มาถึงโครงการสุดท้ายในโซน A ที่น่าสนใจไม่แพ้บ้านกลางเมืองเลย สำหรับแบรนด์ PLENO โครงการ PLENO สุขุมวิท-บางนา ฟังก์ชั่นแบบใหม่ของทาวน์โฮม 2 ชั้น บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วน สามารถเข้าเมืองได้ง่ายและใกล้เมกะบางนา แบบบ้านมีการดีไซน์ฟังก์ชั่นภายในของพื้นที่ใช้สอยให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัวใหม่ ด้วยการดีไซน์แบบ Flexible Space เพิ่มประโยชน์ของฟังก์ชั่นในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยตามต้องการของการใช้งานจริง ชั้นล่างจะมี Foyer ช่วยทำให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ชั้น 2 เพิ่ม Green Space มากขึ้น โดยฟังก์ชั่นของ Double Garden ของพื้นที่ชั้น 2 ช่วยเพิ่มสีเขียวของธรรมชาติให้กับความร่มรื่นของบ้าน โครงการมี Facilities ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสระว่ายน้ำ และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ พร้อม Fitness และสนามเด็กเล่น  พักผ่อนอย่างลงตัวท่ามกลางธรรมชาติที่ บนคลับเฮ้าส์ที่โดดเด่นในการออกแบบที่หรูหรา ทำให้สะท้อนทุกรายละเอียดในการอยู่อาศัย ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.49 ล้านบาท* พิกัดโครงการ PLENO สุขุมวิท-บางนา : (13.6370711286343,100.673248618841)   เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของทาวน์โฮมที่มีกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ชนิดที่ Sold Out ตั้งแต่วันเปิดจองในทุกๆ โครงการที่ผ่านมาทาง AP จึงไม่รอช้าที่จะกระจายความสุขให้เกิดขึ้นในวงการอสังหาฯ ของไทย ด้วยการจัดแคมเปญครั้งยิ่งใหญ่ “LIVEVOLUTION” ครั้งแรกกับนวัตกรรมทาวน์โฮมแห่งอนาคต ที่รวบรวมทาวน์โฮมสุดล้ำสมัย 2 แบรนด์ดังอย่าง “บ้านกลางเมือง” และ “Pleno” บนสุดยอดทำเลกว่า 30 โครงการ นำมาจัดโปรโมชั่นพร้อมกันทั่วกรุงเทพฯ โดยทั้ง 2 แบรนด์จะนำเสนอบ้านทาวน์โฮมแบบใหม่ พร้อมราคา Pre-sale ที่ดึงดูดใจมากๆ (เริ่มที่ 1.69-9.29 ล้านบาท*) ตามด้วยข้อเสนอแห่งปี “ซื้อบ้านไม่มีดอกเบี้ยนาน 2 ปี*” ให้คุณเป็นเจ้าของทาวน์โฮมแบรนด์อันดับหนึ่งได้ง่ายๆ ภายในงานนอกจากทุกคนจะได้พบกับการเปิดตัวครั้งแรกของ “LIVEVOLUTION HOME” นวัตกรรมทาวน์โฮมแห่งอนาคต และแนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานฟังก์ชั่น LIVEVOLUTION SMART และ LIVEVOLUTION SPACE เข้าไว้ด้วยกันเพื่อตอบโจทย์ Lifestyle การใช้ชีวิตของลูกบ้านได้ครบสมบูรณ์แบบทุกมุมมองมากยิ่งขึ้นแล้ว อีกหนึ่งความพิเศษในงานที่ไม่อยากให้พลาดเลยจริงๆ ค่ะ สำหรับ "HALL OF FRAME” แคมเปญใหม่ที่ทาง AP จะรวบรวมที่ดินแปลงพิเศษ ทำเลพิเศษ พร้อมราคาสุดพิเศษ ทุกโครงการ ทุกทำเล จากบ้านกลางเมือง และ พลีโน่ ไปให้จับจองและเลือกสรรได้ตามความต้องการ ซึ่งข้อเสนอนี้จัดให้เฉพาะลูกค้าที่จองในงานนี้เท่านั้นนะคะ ดังนั้นถ้าไม่อยากพลาดโปรโมชั่นดีๆ แบบนี้ แนะนำให้ลงทะเบียน https://goo.gl/kb4ouD เพื่อลุ้นรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 100,000 บาท*! ไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ก่อนจะไปเจอกันที่หน้างานวันที่ 10-11 มีนาคม 2561 ที่จะถึงนี้ ซึ่งงานจะจัดเพียง 2 วันเท่านั้น!!! สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1623
The Element Rama 9 – ดิ เอเลเมนท์ พระราม 9 (PREVIEW)

The Element Rama 9 – ดิ เอเลเมนท์ พระราม 9 (PREVIEW)

The Element Rama 9 (ดิ เอเลเมนท์ พระราม 9) - โฮมออฟฟิศพร้อมอยู่อาศัย จำนวน 5 ชั้น พร้อมลิฟท์ส่วนตัว ใจกลางพระราม 9 เดินทางสะดวก ใกล้จุดขึ้น – ลงทางด่วนพระราม 9 เชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมือง ย่าน ซ.ทองหล่อ ถ.อโศก เพียง 15 นาที     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น 26.9 ล้านบาท เจ้าของโครงการ บริษัท แลนด์มาร์ค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ลักษณะโครงการ อาคารสำนักงาน พร้อมอยู่อาศัย จำนวน 5 ชั้น จำนวน 14 ยูนิต (เฟส 1) พื้นที่โครงการ ประมาณ 2 ไร่ (เฟส 1) ที่ตั้งโครงการ ถนนพระราม 9 ตัดใหม่ ซอยพระราม9 แยก 41 (ห่างจากเดอะไนน์ 150 เมตร) จังหวัดกรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ ไตรมาสที่ 2 ปี 2561   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   The Nine พระราม 9 The Mall รามคำแหง Major รามคำแหง Big C The Mall บางกะปิ Makro ตะวันนา โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ราชมังคลากีฬาสถาน โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ สนามบินสุวรรณภูมิ     แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย   อาคารสำนักงาน พร้อมอยู่อาศัย 5 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 450 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวก   Working space Meeting and manager room   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 089-504-4554 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.theelementrama9.com/home
Pleno Ramintra-Wongwaen – พลีโน่ รามอินทรา-วงแหวน (PREVIEW)

Pleno Ramintra-Wongwaen – พลีโน่ รามอินทรา-วงแหวน (PREVIEW)

Pleno Ramintra-Wongwaen (พลีโน่ รามอินทรา-วงแหวน) - ทาวน์โฮมคุณภาพ ใหม่ล่าสุด จาก AP เดินทางสะดวกใกล้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ติดถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก เชื่อมทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา และ วงแหวนกาญนาภิเษก (บางนา-บางปะอิน) เพียง 5 นาที     รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,490,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ    ทาวน์โฮม 2 ชั้น ขนาด 126 ตร.ม. จำนวน 180 ยูนิต พื้นที่โครงการ    22–3–12 ไร่  (9,112.0  ตร.วา) ที่ตั้งโครงการ    ถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก คาดว่าจะแล้วเสร็จ     ปี 2563 สถานที่สำคัญใกล้เคียง The Promenade Fashion Island Central Plaza รามอินทรา รพ.สายไหม ม. เวสเทิร์น ม. ศรีปทุม ร.ร สารสาสน์ สายไหม ร.ร สาธิต พัฒนา ซาฟารีเวิลด์ สวนสยาม แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย ทาวน์โฮม 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 126 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวก อาคารสโมสรพร้อมฟิตเนส และสระว่ายน้ำ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ กว่าครึ่งไร่ สวนหย่อมอื่นๆภายในโครงการ รวมกันมากกว่า 1.5 ไร่ ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ระบบ Access Card สำหรับเข้าออกโครงการ (Easy Pass) ระบบ CCTV ทางเข้า – ออกโครงการ ป้ายเรียกบริการแท็กซี่ด้านหน้าโครงการฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  http://www.apthai.com/campaign/ทาวน์โฮม/the-phenomenal-10/
ปักหมุด “สุขสวัสดิ์” ทำเลน่าอยู่บนฝั่งธนฯ

ปักหมุด “สุขสวัสดิ์” ทำเลน่าอยู่บนฝั่งธนฯ

“สุขสวัสดิ์” ทำเลย่านชุมชนเก่าขนาดใหญ่ฝั่งธนฯ ที่มักเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งถือว่าเป็นย่านที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเพราะเป็นโซนที่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของเขตเมืองกรุงเทพฯ ออกมาสู่รอบนอกมากขึ้น จุดเด่นของทำเลในย่านนี้คือระยะทางที่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองเลย โดยเฉพาะย่านธุรกิจอย่างสาทร รวมทั้งยังมีโครงข่ายคมนาคมที่หลากหลาย ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องที่สะดวกสบาย นอกจากนี้ยังรองรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ที่จะมีขึ้นในอนาคตอีกด้วย วันนี้เราเลยเลือกปักหมุดทำเลย่าน “สุขสวัสดิ์” เพื่อจะพาทุกคนไปดูเรื่องของศักยภาพ ตลอดจนการเดินทาง รวมถึงไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกของคนในย่านนี้ว่าจะน่าอยู่ขนาดไหน ทำไมต้องเป็น “สุขสวัสดิ์” อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า “สุขสวัสดิ์” เป็นชื่อของถนนที่มีระยะทางยาวประมาณ 28 กิโลเมตร ตั้งแต่แยกจอมทองจนถึงแยกพระสมุทรเจดีย์ซึ่งถือเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่มีความเจริญเป็นอันดับต้นๆ ในกรุงเทพตอนใต้ และมีการเดินทางสะดวกสบาย ประกอบกับความเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยมานาน แนวโน้มการพัฒนาทำเลดังกล่าวจึงเจิรญขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้มีแหล่งพาณิชยกรรมมากมายไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสาธารณูปการหลักรองรับการใช้ชีวิตที่เพียบพร้อม นับได้ว่าเป็นย่านที่มีศักยภาพอยู่แล้วในปัจจุบัน และจะมีการพัฒนาที่ดินเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต นอกจากนี้ทำเลสุขสวัสดิ์ยังอยู่ใกล้ถนนกาญจนาภิเษก หรือถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีระยะทางส่วนใหญ่เป็นทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 เป็นถนนสายสำคัญที่มีเส้นทางเป็นวงแหวนล้อมรอบตัวเมืองกรุงเทพมหานคร และเชื่อมต่อได้ถึง 4 จังหวัดด้วยกัน ได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นก็เป็นเงื่อนไขของความอุดมสมบูรณ์อันดับต้นๆ ที่ทำให้ใครหลายคนตัดสินใจอยากขยับขยายครอบครัวจากถิ่นฐานเดิมมาอยู่อาศัยในย่านนี้ เดินทางสะดวกรวดเร็ว เลือกได้หลากหลายเส้นทาง เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าถนนสายหลักอย่างสุขสวัสดิ์ สามารถเดินทางเชื่อมต่อได้ทั้งถนนพุทธบูชา, พระราม 2, ประชาอุทิศ, จอมทอง, เอกชัย, บางขุนเทียน, สมเด็จพระเจ้าตากสิน และพระราม 3 ซึ่งเป็นถนนที่เข้านอกออกเมืองได้ง่ายมากๆ ค่ะ แถมยังมีถนนหนทางในซอกซอยต่างๆ อีกเพียบที่จะลัดเลาะหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นได้หายห่วง นอกจากนี้ยังเดินทางได้สะดวกมากขึ้นด้วยทางด่วนที่เชื่อมต่อกับถนนสุขสวัสดิ์อย่างทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยทางด่วนเส้นนี้จะเชื่อมไปยังจุดต่างๆ ในกรุงเทพด้วย เช่น วิภาวดีรังสิต, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, สะพานเหลืองหัวลำโพง, สุขุมวิท, โซนบางนา และท่าเรือคลองเตย เป็นต้น ซึ่งสามารถเดินทางไปพระราม 3 สาทร ได้อย่างรวดเร็ว เพราะใกล้จุดขึ้น-ลง ด่านดาวคะนอง และด่านสุขสวัสดิ์ ทำให้เดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจได้ภายในไม่กี่นาที และยังสามารถเลือกเดินทางด้วยถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ข้ามสะพานภูมิพล 1 เพื่อเชื่อมต่อกับพระราม 3 โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าทางด่วน หรือหากข้ามสะพานภูมิพล 2 ไปก็สามารถเชื่อมต่อกับถนนปู่เจ้าสมิงพราย และถนนสุขุมวิทได้สะดวก หรือจะไปเชื่อมกับถนนกาญจนาภิเษกก็สามารถเดินทางออกต่างจังหวัดได้เช่นกัน ในส่วนของการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนก็ถือว่าสะดวกไม่ใช่น้อยเลยนะคะ เพราะอีกไม่เกิน 3 ปีข้างหน้า ถนนสุขสวัสดิ์จะเป็นส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ที่เป็นส่วนต่อขยายมาจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงคลองบางไผ่-เตาปูน) ซึ่งพื้นที่ย่านสุขสวัสดิ์มีสถานีที่ใกล้ๆ คือ สถานีดาวคะนอง, สถานีบางปะกอก, สถานีประชาอุทิศ โดย Interchange Station อยู่ที่สถานีวงเวียนใหญ่ เชื่อมต่อกับรถไฟสายชานเมืองสีแดงเข้มช่วงหัวลำโพง-บางบอน-มหาชัย ทำให้การเดินทางในอนาคตจะมีศักยภาพเพิ่มขึ้น และเชื่อมโยงไปสู่ใจกลางเมืองได้มากขึ้น และการมาถึงของรถไฟฟ้าเหล่านี้จะทำให้แนวโน้มพื้นที่สุขสวัสดิ์มีการพัฒนาและเจริญมากขึ้นอีกแน่นอนค่ะ ล้อมรอบด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน จุดเด่นของย่าน “สุขสวัสดิ์” นอกจากการเดินทางที่สะดวกสบายเชื่อมต่อตัวเมืองได้หลากหลายเส้นทาง ยังรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งห้างสรรพสินค้าอย่าง เซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 และ 3, บิ๊กซี สุขสวัสดิ์, เทสโก้โลตัส สุขสวัสดิ์และโฮมโปร ไม่เพียงเท่านี้ยังมีแหล่งไลฟ์สไตล์สุดชิคแห่งใหม่อย่าง The Up Rama 3 คอมมูนิตี้มอลล์ย่านพระราม 3 ที่รวมร้านอาหารพร้อมด้วยร้านค้าและบริการต่างๆ อีกมากมายเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัว หรือถ้าอยากใกล้ชิดธรรมชาติก็สามารถไปเที่ยวบางกระเจ้า สถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนปอดของคนกรุงเทพได้ในพิกัดที่ง่ายต่อการไปถึง นอกจากนี้ยังมีสวนสาธาระณะขนาดใหญ่อย่างสวนสุขภาพลัดโพธิ์บริเวณใต้สะพานภูมิพลอีกด้วย เรียกว่าผู้อาศัยในย่านนี้มีตัวเลือกในเรื่องของการพักผ่อนรวมถึงอาหารการกินที่เยอะและอัดแน่นไปด้วยคุณภาพทีเดียวค่ะ เซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 3 เทสโก้ โลตัส พระราม 3 The Up พระราม 3 บางกระเจ้า ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง บางกระเจ้าพื้นที่ปั่นจักรยานที่เปรียบเสมือนปอดของคนกรุงเทพ บรรยากาศสบายๆ ที่บางกระเจ้า นอกจากแหล่งไลฟ์สไตล์ที่เรายกตัวอย่างไปแล้วนั้น ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลนครธน, โรงพยาบาลบางปะกอก 3 และ 9, โรงพยาบาลบางมด และสถานศึกษาชื่อดังตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัยเลยค่ะ เพราะมีทั้ง โรงเรียนสารสาสน์ สุขสวัสดิ์, โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี, โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม, โรงเรียนเลิศหล้า และมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำให้เป็นทำเลที่มีชีวิตและสามารถอยู่อาศัยได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากทำเลสุขสวัสดิ์มีเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อด้วยการคมนาคมหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางสัญจรทางบก หรือแนวโน้มระบบขนส่งมวลชนทางรถไฟฟ้า ทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ดีเวลลอปเปอร์หลายรายเข้ามาปักหมุดทำเลในย่านนี้ แต่แบรนด์ที่น่าสนใจและได้รับการตอบรับดีที่สุดก็คือ “บ้านกลางเมือง” ของ บริษัท เอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ AP Thai ผู้นำและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ โดยชูคอนเซ็ปต์ทาวน์โฮมที่เดินทางง่ายใกล้ใจกลางเมือง ฟังก์ชั่นครบสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ถึง 2 โครงการ ได้แก่ บ้านกลางเมือง สุขสวัสดิ์ 39 และ บ้านกลางเมือง สาทร-สุขสวัสดิ์ ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ค่ะ บ้านกลางเมือง สุขสวัสดิ์ 39 โครงการ บ้านกลางเมือง สุขสวัสดิ์ 39 เป็นโครงการ ทาวน์โฮมสไตล์โมเดิร์นที่เกิดขึ้นใหม่แห่งเดียวในย่านนี้ ซึ่งจุดประสงค์ของกลุ่มผู้ใช้งานคืออยู่อาศัยเป็นครอบครัว จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนเมืองที่ต้องการบ้านอยู่อาศัยสำหรับครอบครัวมากกว่าการเลือกอยู่คอนโด โดยไม่ลืมใส่ความหรูหราและเลือกคุณภาพให้แก่ลูกบ้าน ซึ่งมีทั้งหมดจำนวน 328 หลัง ขนาดเริ่มต้นอยู่ที่  18 - 20 ตร.ว. นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ คลับเฮ้าส์ ฟิตเนส สวนสาธารณะ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยอีกด้วย มีรูปแบบบ้านให้เลือกถึง 4 แบบด้วยกัน   รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น : 5.99 - 7.99 ล้านบาท เจ้าของโครงการ : บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น และทาวน์โฮม 3 จำนวน 328 ยูนิต ที่ตั้งโครงการ : ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลบางพึ่ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ แบบบ้าน Iconic ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 193 ตารางเมตร แบบบ้าน Urbanist ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 145 ตารางเมตร แบบบ้าน Iconic ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 193 ตร.ม. 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน โดดเด่นด้วย Double Volume Space และ Sky Living Room แบบบ้าน Urbanist ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 145 ตรม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่น Triple Bedroom และ Multi-purpose Room พร้อมระเบียงส่วนตัวบนชั้น 3 บ้านกลางเมือง สาทร-สุขสวัสดิ์ สำหรับโครงการ บ้านกลางเมือง สาทร-สุขสวัสดิ์  เป็นโครงการทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ด้วยคอนเซ็ปต์ที่เน้นการใช้ชีวิตในทุกๆ ด้านอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ที่อยู่อาศัย จุดเด่นอยู่ที่ทำเลศักยภาพ ทำให้เกิดความคล่องตัวสามารถเชื่อมโยงการใช้ชีวิตในเมืองได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือจับจ่ายใช้สอย ซึ่งนับว่าเป็นโครงการบ้านที่น่าสนใจที่สุดในย่านนี้ จุดประสงค์ของกลุ่มผู้ใช้งานคือ ครอบครัวที่จะขยายมาจากครอบครัวใหญ่ เป็นวัยทำงาน เนื่องจากสามารถเข้าถึงโซนออฟฟิศชั้นนำได้อย่างสะดวก และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ทาวน์โฮมแบรนด์ “บ้านกลางเมือง” ยังถูกพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งโมเดลใหม่ล่าสุดที่ถูกพัฒนาก็คือ “Terraria Model” ออกแบบภายใต้วิธีคิดนวัตกรรมดีไซน์พื้นที่แห่งอนาคต (Innovation for Future Living) โดยมีจุดเด่น คือ 1. การออกแบบพื้นที่ สีเขียว (Design for Green Living) ซึ่งนอกจากจะให้ความสำคัญกับการนำต้นไม้เข้ามาอยู่ในตัวอาคารในรูปแบบ Pocket Garden เข้ามาไว้ในทาวน์โฮมถึง 2 จุดในชั้น 2 และชั้น 3 แล้วนั้น ยังคำนึงถึงการออกแบบมุมมอง (Design Approach) ทั้งจากภายในและภายนอก 2. การออกแบบพื้นที่รองรับการปรับเปลี่ยน (Design for Flexible Living) ตามความต้องการใช้พื้นที่ที่หลากหลาก ด้วย Flexible Wall ผนังภายในแบบ พิเศษที่รองรับการปรับเปลี่ยน ขยับขยายได้จริง ยืดหยุ่นได้หลากหลายรูปแบบโดยไม่กระทบโครงสร้าง หลักของบ้าน ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้อาศัย ขณะที่ความลงตัวเชิงฟังก์ชั่นและความคุ้มค่าทุกตารางนิ้วของพื้นที่ใช้สอยภายในทั้ง 3 ชั้น ยังเชื่อมต่อการใช้งานได้อย่างไม่จำกัด อาทิ เพิ่มพื้นที่เก็บของ (ด้านหน้าและใต้บันได) การบริหารพื้นที่ครัวแบบเข้ามุม และเพิ่มพื้นที่พักผ่อนพิเศษ ที่สามารถรองรับ ทั้งการเป็นส่วนนั่งเล่นของครอบครัวหรือพื้นที่ทำงานได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเพิ่มความโดดเด่นด้วยดีไซน์โมเดิร์นอย่างเป็นเอกลักษณ์ของโครงสร้างสถาปัตยกรรมดีไซน์ภายนอก ซึ่งด้วยวิธีคิดการออกแบบพื้นที่แห่งอนาคตทั้งหมดนี้ นับเป็นการพลิกประวัติศาสตร์การดีไซน์ ฉีกกรอบคำจำกัดความของทาวน์โฮมแบบเดิมๆ ได้อย่างโดดเด่นและน่าสนใจเป็นอย่างมาก   รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น : 4.99 - 9.29 ล้านบาท เจ้าของโครงการ : บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด ลักษณะโครงการ : บ้านแฝด 3 ชั้น และ ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร จำนวน 168 ยูนิต พื้นที่โครงการ : 20-1-41.2 ไร่ ที่ตั้งโครงการ : ซอยสุขสวัสดิ์ 39 ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลบางพึ่ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ใกล้ทางขึ้น-ลง ทางด่วน และวงแหวนรอบนอก แบบบ้านแฝด 3 ชั้น  MAJESTIC ขนาดพื้นที่ใช้สอย 222 ตร.ม. แบบบ้านทาวน์โฮม 3 ชั้น  MARQUE ขนาดพื้นที่ใช้สอย 152 ตร.ม. แบบบ้าน MAJESTIC ขนาดพื้นที่ใช้สอย 222 ตร.ม. เป็นบ้านแฝด 3 ชั้นแนวคิดใหม่ตอบรับทุกไอเดียสร้างสรรค์ได้ อย่างเต็มรูปแบบด้วยพื้นที่และฟังก์ชั่นที่เพิ่มขึ้น ภาพจำลองแปลนพื้นที่ชั้น 1 ของบ้านแฝดแบบ MAJESTIC ภาพจำลองแปลนพื้นที่ชั้น 2 ของบ้านแฝดแบบ MAJESTIC ภาพจำลองแปลนพื้นที่ชั้น 3 ของบ้านแฝดแบบ MAJESTIC แบบบ้านทาวน์โฮม 3 ชั้น MARQUE ขนาดพื้นที่ใช้สอย 152 ตร.ม. พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ เติมเต็ม ความสุขให้เพิ่มขึ้นด้วย DOUBLE GARDEN, FLEXIBLE SPACE, EXTRA SPACE ภาพบรรยากาศจำลองการตกแต่งห้องนั่งเล่นที่ดูหรูหรา น่าใช้งาน ภาพบรรยากาศจำลองการตกแต่งห้องนอนที่เอื้อต่อการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณด้านหน้าทางเข้าโครงการ ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณคลับเฮ้าส์ พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ เหตุผลที่ควรเลือกซื้อบ้านจาก AP Thai ต้องบอกเลยว่าทำเลของโครงการทั้งสองนี้มีความโดดเด่นมากๆ ค่ะทั้ง “บ้านกลางเมือง สุขสวัสดิ์ 39” และ “บ้านกลางเมือง สาทร-สุขสวัสดิ์” เพราะตั้งอยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ส่วนต่อขยายในอนาคต เตาปูน-ราษฏร์บูรณะ) รอบๆ โครงการทั้งสองโครงการเดินทางได้สะดวกมากๆ ไม่ว่าเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือจะเป็นการเข้าสู่ใจกลางเมืองด้วยรถส่วนตัว ทั้งทางด่วนเฉลิมมหานคร, สะพานภูมิพล รวมถึงถนนวงแหวน กาญจนา ก็ถือว่าเป็นเส้นทางสายสำคัญที่จะทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าเดิมค่ะ แถมยังแวดล้อมไปด้วยสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งแหล่งช็อปปิ้ง สถาบันการศึกษาชั้นนำ รวมถึงสถานพยาบาลเอกชนอีกหลายแห่ง เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยเป็นที่สุดค่ะ ใครที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อบ้านในย่านนี้ แนะนำให้พิจารณาจาก 2 โครงการนี้เลยค่ะ ว่าโครงการไหนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณในกระเป๋ามากกว่ากัน ถ้างบประมาณเริ่มต้นจำกัดหน่อย “บ้านกลางเมือง สุขสวัสดิ์ 39” อาจจะเป็นคำตอบที่ดี ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 5.89 ล้านบาทเท่านั้น กับทำเลที่เดินทางได้สะดวก มีรถไฟฟ้าอยู่ไม่ไกล แต่ถ้าอยากได้บ้านที่มีพื้นที่ใช้มากขึ้นจะขยับมาที่ “บ้านกลางเมือง สาทร-สุขสวัสดิ์” ก็เป็นความคิดที่ดีทีเดียวค่ะ เพราะมีแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ คือบ้านแฝดที่เน้นพื้นที่ใช้สอยเยอะสุดๆ และบ้านทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ล่าสุดของบ้านกลางเมือง ซึ่งเพิ่มฟังก์ชั่นให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยได้ตามต้องการ ด้วยราคาเริ่มต้น 9.29 ล้านบาท อ่านมาถึงตรงนี้เชื่อว่า นอกจากเรื่องทำเลย่านสุขสวัสดิ์ที่น่าสนใจแล้ว หลายคนคงกำลังอยากเป็นเจ้าของบ้าน บ้านกลางเมือง สุขสวัสดิ์ 39 และ บ้านกลางเมือง สาทร-สุขสวัสดิ์ แล้วใช่ไหมคะ? ลองคลิกเข้าไปดูรายละเอียดโครงการทั้งสองได้ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ www.apthai.com/ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. Call Center 1623 ล่าสุด! ได้ยินมาว่า โครงการ บ้านกลางเมือง สุขสวัสดิ์ และบ้านกลางเมือง สาทร สุขสวัสดิ์ มี campaign ร่วมกัน Smart Living @sathorn สามารถลงทะเบียน รับส่วนลดเพิ่ม 100,000 บาท โดยราคาเริ่มต้น 4.99 - 9.29 ล้านบาทเท่านั้น
The Village กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ ความสุขที่..สมบูรณ์แบบ

The Village กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ ความสุขที่..สมบูรณ์แบบ

รีวิวฉบับนี้เราจะพาทุกคนไปสัมผัสบรรยากาศสไตล์โคโลเนียลกับวิลเลจทาวน์บ้านซี่รี่ย์ใหม่ในโครงการ The Village Kanjanapisek-Rachaphruk(เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์) จาก Areeya Property ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียด มีความเป็นส่วนตัวทุกหลัง เริ่มตั้งแต่ดีไซน์ผนังบ้านเป็นอิสระไม่ติดใคร แบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นสัดส่วน ทั้งยังมาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Double Security ที่ลงตัวเป็นหนึ่งเดียวกัน ศักยภาพและการเดินทาง โครงการ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ (ถนนบางกรวย – ไทรน้อย) โซนนนทบุรี ฝั่งถนนกาญจนาภิเษกที่ตัดกับถนนชัยพฤกษ์ค่ะ ปัจจุบันย่านนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่น่าจับตานะคะ เพราะกำลังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและมีโครงการบ้านจัดสรรเริ่มทยอยเปิดตัวขึ้นหลายโครงการ ด้วยพื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรกรรม แต่ก็ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่พอตัวเลยค่ะ เพราะตามเส้นถนนก็จะมีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้ออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีสถานศึกษา สถานพยาบาล รวมไปจนถึงแหล่งจับจ่ายใช้สอยอย่าง Makro, ตลาดเคหะบางบัวทอง (ที่เป็นจุดรวมของคิวรถตู้และรถสองแถว) ตลาดปิยะ และตลาดไทรน้อย หรือขยับไปอีกนิดทางเส้นกาญจนาภิเษกก็จะมี เทสโก้ โลตัส บางใหญ่, บิ๊กซี บางใหญ่, Index บางใหญ่, The Crystal ราชพฤกษ์ และ Central WestGate ไม่เพียงเท่านี้ยังมี 7 – Eleven มาเปิดที่ถนนฝั่งตรงข้ามกับโครงการด้วยค่ะ และในอนาคตก็จะมี The Shopping Village คอมมิวนิตี้มอลล์สไตล์ American Cottage มาเปิดติดกับตัวโครงการเลยค่ะ ส่งผลให้ลูกบ้านสะดวกสบายมากขึ้น สำหรับการการเดินทางด้วยรถยนต์นั้นสามารถเลือกได้หลายเส้นทางมากค่ะ ต้องบอกเลยว่าสะดวกสบายไม่แพ้ย่านอื่นเลยนะคะ อย่างที่บอกว่าตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนบางกรวย – ไทรน้อย ที่ไปบรรจบกับถนนสาย 346 ซึ่งสามารถวิ่งตัดผ่านถนนสายหลักอื่นๆ ได้อีกหลายเส้น อาทิ ถนนราชพฤกษ์ที่ใช้วิ่งตรงเข้าสู่ตัวเมือง โดยจะไปเชื่อมกับถนนกรุงธนบุรี เข้าสู่ถนนสาทรเหนือและถนนสาทรใต้, ถนนรัตนาธิเบศร์ใช้วิ่งตรงเข้าสู่ถนนงามวงศ์วาน โดยข้ามสะพานพระนั่งเกล้า สามารถขึ้นทางพิเศษศรีรัชที่ด่านงามวงศ์วานได้, ถนนกาญจนาภิเษกใช้วิ่งลงไปทางทิศใต้ถึงถนนเพชรเกษมและถนนพระราม 2 หรือขึ้นเหนือไปทางบางปะอิน ถนนชัยพฤกษ์ที่สามารถใช้วิ่งตรงเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ โดยข้ามสะพานพระราม 4 ไปทางรามอินทราและมีนบุรี หรือไปขึ้นทางพิเศษศรีรัชที่ด่านแจ้งวัฒนะ หรือจะใช้ถนน 345 (บางบัวทอง-บางพูน) เลี่ยงการจราจรติดขัดจากถนนชัยพฤกษ์ วิ่งไปทางรังสิตก็ยังได้ด้วยค่ะ ในส่วนของการเดินทางด้วยรถสาธารณะก็ยังถือว่าสะดวกอยู่นะคะ เพราะบริเวณหน้าโครงการจะมีรถตู้ และรถสองแถววิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด โดยรถจะวิ่งไปทางไทรน้อย ผ่านบิ๊กซีรัตนาธิเบศร์ และผ่านหน้าตลาดเคหะบางบัวทอง ซึ่งบริเวณหน้าตลาดจะมีป้ายรถเมล์ สาย 127 (บางบัวทอง-บางลำพู)  และ 134 (บัวทองเคหะ – หมอชิต 2) คอยบริการค่ะ นอกจากนี้จุดเด่นของโครงการยังตั้งอยู่ในระยะที่ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางใหญ่ – บางซื่อ) สถานีใกล้ที่สุดคือสถานีคลองบางไผ่ ที่ใช้เวลานั่งรถจากโครงการไปเพียง 10 นาที โดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้จะไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ทำให้การเดินทางเข้าเมืองเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกรวดเร็วมากขึ้น   พาชมโครงการ โครงการ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ เป็นแบบบ้านซีรี่ย์ใหม่ที่ทางอารียาออกแบบมาเป็นพิเศษภายใต้คอนเซปต์ Happy Colonial Living ผสมผสานความสวยงามของงานออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติไว้ได้อย่างลงตัว เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มักจะเลือกสรรแต่สิ่งที่ดีที่สุด โดยผนังบ้านแต่ละหลังจะเป็นอิสระต่อกัน ดังนั้นเมื่อมองจากด้านนอกตัวบ้านจะรู้สึกเหมือนกับบ้านเดี่ยวค่ะ แถมการออกแบบสไตล์ Modern Colonial ที่มีกลิ่นอายแบบฉบับวินเทจนิดๆ ก็ชวนมองไม่เบื่อเลยค่ะ ปัจจุบันตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วนะคะ เริ่มมีลูกบ้านย้ายเข้ามาแล้วค่ะ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่อยู่ในระหว่างตกแต่งและต่อเติม ดังนั้นเราจะได้เห็นบรรยากาศภายในโครงการจริงก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ ซุ้มทางเข้าโครงการที่มีเอกลักษณ์สไตล์ Village นะคะ ซึ่งทางเข้า-ออก โครงการนั้นใช้ระบบ Key Card และมีไม้กระดกกั้นอีกชั้นหนึ่ง ถนนเมนจะกว้าง 12 เมตรเลยนะคะ ส่วนถนนในซอยจะกว้าง 8 เมตร ในบริเวณโครงการจะมีสวนหย่อมพร้อมศาลานั่งเล่นที่ลูกบ้านสามารถออกมาเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยนะคะ สำหรับพื้นที่ส่วนกลางหลักๆ จะอยู่ในโซนด้านหน้าของโครงการนะคะ โดยทางอารียาจัดแยกส่วนไว้อีกที่หนึ่งให้เป็นคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ ซึ่งลูกบ้านของ เดอะ วิลเลจ จะแบ่งกันใช้ร่วมกับ Areeya Como และ The Colors ที่อยู่ในโซนเดียวกัน โดยภายในคลับเฮ้าส์มีทั้ง Lobby, ห้องสมุด, ห้องประชุม, Game room, สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่, ฟิตเนส และมุมพักผ่อนอีกมากมาย ซึ่งการจะเข้าใช้ในแต่ละส่วนของคลับเฮ้าส์นั้นจะต้องมีคีย์การ์ดแตะที่หน้าประตูห้องก่อน จึงจะสามารถเปิดประตูผ่านเข้าไปได้ค่ะ ทางโครงการมีเลนสำหรับรถจักรยานด้วยนะคะ บรรยากาศด้านหน้าคลับเฮ้าส์ ที่ลูกบ้านอารียาจะแบ่งกันใช้กับ Areeya Como และ The Colors ที่อยู่ในโซนเดียวกัน ภายในห้องสมุดที่ค่อนข้างโปร่งโล่งให้ความรู้สึกสงบได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ นอกจากห้องสมุดยังมี Game room ด้วยนะคะ อุปกรณ์เครื่องเล่นในห้อง Game room ที่รองรับลูกบ้านอย่างครบครัน นอกจากห้องสมุดและ Game room ยังมีห้องนั่งเล่นพักผ่อนขนาดใหญ่รองรับลูกบ้านของอารียาด้วยนะคะ พื้นที่ด้านหลังคลับเฮ้าส์จะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำนะคะ บริเวณรอบสระจะล้อมรอบด้วยไม้รั่วประดับ เพื่อให้ลูกบ้านรู้สึกเป็นส่วนตัว นอกจากมีสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่รองรับลูกบ้านแล้ว ยังมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กข้างๆ ด้วยค่ะ พื้นที่ตรงข้ามกับสระว่ายน้ำจะเป็นส่วนของฟิตเนสนะคะ ภายในห้องฟิตเนตเต็มไปด้วยอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายที่ทันสมัยและครบครัน ห้องฟิตเนสจะโอบล้อมไปด้วยกระจกใสนะคะ ซึ่งเวลาลูกบ้านออกกำลังกายจะได้ชมวิวสระว่ายน้ำไปในตัว เปิดบ้านตัวอย่าง แบบบ้านของ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ นั้นมีเพียง Type เดียวนะคะ ซึ่งเป็นวิลเลจทาวน์ 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คัน มีขนาดพื้นที่ใช้สอยถึง 141 ตร.ม. แบ่งออกเป็น Master Bedroom 1 ห้อง และ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ กับอีก 1 ห้องเอนกประสงค์ ที่อยู่บริเวณชั้นล่างของตัวบ้าน โดยพื้นที่นี้ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะใช้เป็นห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือจะตกแต่งให้เป็นห้องนอนอีกห้องก็ยังได้ค่ะ เพียงแค่กั้นประตูเพิ่มอีกนิดก็มีห้องนอนถึง 4 ห้องแล้วค่ะ นอกจากเรื่องฟังก์ชั่นการใช้สอยภายในตัวบ้านแล้ว ถ้าครอบครัวไหนอยากมีพื้นที่ทำสวนในบ้าน ก็แนะนำให้เลือกแปลงหัวมุมค่ะ เพราะขนาดที่ดินจะใหญ่ขึ้น ทำให้ได้พื้นที่ข้างบ้านไว้ปลูกต้นไม้ทำสวนเล็กๆ ค่ะ มาพูดถึงบ้านตัวอย่างกันบ้างดีกว่าค่ะ ภายในบ้านถูกจัดสรรเป็นสัดส่วนไว้อย่างลงตัว บริเวณชั้นล่างเมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเป็น Living Room และโซน Dining Room ที่เชื่อมต่อกับ Pantry เตรียมอาหาร ที่มาพร้อมลานหลังบ้านและพื้นที่สำหรับครัวไทย เมื่อเดินไต่บันไดขึ้นไปชั้นสอง ด้านหน้าบ้านจะเป็น Master Bedroom ห้องนอนใหญ่ที่มาพร้อมระเบียง ในส่วนของห้องน้ำบนชั้น 2 ก็สามารถเข้าได้สองทางทั้งจากทางห้องนอนใหญ่และทางเดินหน้าห้องค่ะ ซึ่งห้องชั้นบนจะแชร์ห้องน้ำร่วมกัน แต่ก็มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทุกคนในครอบครัวนะคะ เพราะพื้นที่ชั้นบนนั้นยังมีห้องนอนเล็กถึง 2 ห้องด้วยกัน ถ้าครอบครัวไหนมีจำนวนสมาชิกน้อยก็สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นให้เป็นห้องทำงานก็ยังได้ค่ะ แปลนบ้านของ วิลเลจ กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ นะคะ ประตูรั้วหน้าบ้านจะเป็นสีขาวเข้ากับตัวบ้านสไตล์ Modern Colonial ขนาด 62 ตารางวา พื้นที่ความสุข 141 ตร.ม. ซึ่งลูกบ้านจะได้ทุกอย่างเหมือนในภาพเลยนะคะ หน้าบ้านสามารถจอดรถได้ถึง 2 คันเลยนะคะ บริเวณหน้าบ้านนอกจากสามารถจอดรถได้ 2 คันแล้วยังมีพื้นที่เหลือสำหรับปลูกต้นไม้ ทำสวนหย่อมได้อีกด้วยค่ะ เทอเรสข้างบ้าน ที่ลูกบ้านสามารถตกแต่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นได้ตามใจชอบเลยค่ะ โดยโครงการได้ยกพื้นสูงขึ้นมาให้หนึ่งเสต็ปพร้อมตีหลังคาระแนงทาสีขาวไว้ให้เรียบร้อยแล้ว พื้นที่หน้าบ้านต่อเนื่องจากลานจอดรถจะยกพื้นขึ้นมา 1 เสต็ปนะคะ เข้ามาในบ้านจะเจอโถงกลางก่อนเลยค่ะ ซึ่งบรรยากาศค่อนข้างโปร่ง โล่ง สบายทีเดียว พื้นที่โถงกลางจะอยู่ติดกับโซนครัวนะคะ ซึ่งทางจะบิลต์อินไอส์แลนด์และเคาน์เตอร์พร้อมตู้เก็บของมาให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนครัวลูกบ้านจะได้เคาน์เตอร์ ตู้เก็บของ และไอส์แลนด์สำหรับเตรียมอาหารวัสดุและขนาดเหมือนดั่งในภาพเลยนะคะ จะเว้นก็เพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าค่ะ ซึ่งลูกบ้านต้องซื้อเข้ามาเอง อ่างล้างจานจะเป็นแบบหลุมเดียวนะคะ จะเห็นได้ว่ามีพื้นที่ด้านข้างเหลือสำหรับวางจานและไมโครเวฟด้วย อีกทั้งด้านล่างเคาน์เตอร์ยังเป็นตู้เก็บของด้วยค่ะ ติดกับส่วนครัวจะมีประตูเปิดมาหลังบ้านในส่วนซักล้างนะคะ ซึ่งพื้นที่หลังบ้านก็มีขนาดกว้างเพียงพอที่ลูกบ้านจะต่อเติมทำเป็นครัวไทยได้ โดยทางโครงการจะเทพื้นคอนกรีตไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ กลับเข้ามาในบ้านติดกับส่วนครัวจะเป็นห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจนเลยนะคะ พื้นที่อาบน้ำมีขนาดกว้างขวางกำลังดี ทางโครงการยกธรณีสูงขึ้นมานิดนึงเพื่อกันน้ำไหลย้อน ซึ่งส่วนนี้ลูกบ้านสามารถซื้อม่านอาบน้ำมาติดเพิ่ม หรือจะติดกระจกก็ยังได้ค่ะ บริเวณส่วนล้างหน้า ทางโครงการจะติดกระจกเงาขนาดใหญ่ทรงสูงมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ มาในส่วนของพื้นที่เอนกประสงค์กันบ้าง พื้นที่ส่วนนี้ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจเลยนะคะ จะทำเป็นห้องนั่งเล่นเหมือนดั่งในภาพก็ได้ หรือใครอยากทำเป็นห้องทำงานก็ยังได้อีกเช่นกันค่ะ ขนาดของมุมนี้กำลังดีเลยนะคะ ไม่เล็กไป ไม่ใหญ่ไป จากภาพจะเห็นได้ว่าทางโครงการได้จัดตัวอย่างให้เป็นห้องนั่งเล่น จัดวางโซฟาตัวยาวพร้อมคอนโซลทีวี โดยพื้นที่ตรงกลางเหลือที่มากพอสำหรับวางโต๊ะกลางด้วยค่ะ เมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมาชั้นบน จะเจอกับห้องนอนเล็ก 2 ห้องนะคะ ซึ่งจะอยู่ติดกัน ภายในห้องขนาดค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ ซึ่งก็มาพร้อมหน้าต่างบานเลื่อนกระจกใส หากใครมีจำนวนสมาชิกน้อยหน่อย ก็สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องนอนให้เป็นห้องทำงานก็ได้นะคะ เดินออกมาจากห้องนอนเล็กก่อนถึงห้องนอนใหญ่จะเป็นห้องน้ำนะคะ ซึ่งด้านบนมีเพียงห้องเดียวใช้ร่วมกัน ภายในห้องก็แบ่งแยกส่วนเปียกและแห้งไว้เช่นเดิม เพียงแต่ห้องน้ำของชั้นสองส่วนเปียกจะกรุกระจกกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ บริเวณล้างหน้าจะต่างจากห้องน้ำด้านล่างนะคะ ซึ่งด้านบนทางโครงการได้บิลต์อินต์เคาน์เตอร์ลอยมาให้ แต่ก็มาพร้อมกับกระจกเงาส่องหน้าขนาดเท่าด้านล่างค่ะ ขยับเข้ามาที่ห้องนอนใหญ่กันบ้าง ภายในห้องดูโปร่งโล่งเอื้อต่อการพักผ่อนอย่างแท้จริงเลยค่ะ ทางโครงการจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้เป็นตัวอย่างนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถวางขนาด 6 ฟุตได้ด้วยค่ะ เพราะพื้นที่โดยรอบค่อนข้างกว้างทีเดียว สามารถเดินรอบเตียงได้ ประตูกระจกใสที่อยู่ที่ติดกับส่วนเตียงจะเชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกนะคะ ระเบียงบนห้องนอนใหญ่มีขนาดกำลังดีเลยนะคะ ลูกบ้านสามารถวางต้นไม้ตกแต่งได้ตามใจชอบเลยค่ะ กลับเข้ามาด้านใน พื้นที่ตรงข้ามระเบียงจะเป็นห้องน้ำนะคะ ซึงห้องนอนใหญ่มีประตูเชื่อมกับห้องน้ำด้านนอกด้วยค่ะ ปลายเตียงจะเป็นส่วนของคอนโซลทีวีนะคะ ติดกับคอนโซลทีวีมีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับ Walk – in closet นะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถบิลต์อินตกแต่งได้ตามใจ โครงการ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจนะคะ ใครที่กำลังมองหาบ้านสักหลังสำหรับเริ่มต้นใช้ชีวิตครอบครัว บ้านซีรี่ย์ใหม่ที่ผนังบ้านเป็นอิสระ ให้ความเป็นส่วนตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีนะคะ แถมราคาก็ไม่ได้สูงจนเกินไปนัก น่าจะอยู่ในงบประมาณที่เอื้อมถึงกันด้วยค่ะ ยิ่งถ้าใครคุ้นชินกับทำเลแถวนี้อยู่แล้ว ก็น่าจะเห็นถึงศักยภาพความเหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยได้ชัดเจนขึ้น ทั้งเรื่องความอุดมสมบูรณ์ สาธารณูปโภคโดยรอบโครงการก็ตอบสนองความต้องการได้ครบถ้วนแบบนี้ยิ่ง “ไม่ควรพลาดเลยนะคะ” สำหรับคนที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมโครงการและบ้านตัวอย่างได้นะคะ เผื่อจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/Tnoaw6 หรือ โทร. 1797
เอสซีฯ รุกทาวน์โฮมแบรนด์ใหม่ เริ่ม 1.99 ลบ. โครงการ เวิร์ฟ (VERVE) เพชรเกษม 81 Pre-Sale 11-12 พ.ย.นี้

เอสซีฯ รุกทาวน์โฮมแบรนด์ใหม่ เริ่ม 1.99 ลบ. โครงการ เวิร์ฟ (VERVE) เพชรเกษม 81 Pre-Sale 11-12 พ.ย.นี้

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แนะนำโครงการ เวิร์ฟ เพชรเกษม 81 โครงการใหม่ ทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศติดถนนใหญ่ใกล้รถไฟฟ้า แบ่งเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น และ โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น ด้วยแนวคิดการออกแบบ Modern Loft Style บนทำเลศักยภาพห่างจากถนนเพชรเกษมเพียง 1.2 กม. ติดถนนใหญ่ เชื่อมต่อถนนเส้นหลักหลายสาย ทั้งเข้าเมืองและออกเมือง ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้ง Community Mall, โรงเรียน, โรงพยาบาล เป็นต้น พร้อมด้วยสวนส่วนกลาง และ CO-Working Space ขนาดพื้นที่โครงการกว่า 18 ไร่ มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท รวม 181 ยูนิต แบ่งเป็น ทาวน์โฮม 159 ยูนิต และโฮมออฟฟิศ 22 ยูนิต ทุกแบบออกแบบให้มีขนาดหน้ากว้าง สะดวกสบาย พร้อม 2 ที่จอดรถ โดยทาวน์โฮมมีให้เลือก 2 แบบ ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท* ได้แก่ LOFT  ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ LUXE  ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องเอนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ สำหรับโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น ขนาด 272 ตารางเมตร  3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 7.59 ล้านบาท   เน้นความโปร่งโล่ง ที่ออกแบบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างลงตัวเพื่อรองรับธุรกิจของคนรุ่นใหม่ พร้อมรายละเอียดการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่สามารถปรับเปลี่ยนและใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยพื้นที่จอดรถหน้าตัวอาคารกับพื้นที่จอดรถส่วนกลางขนาดใหญ่ นอกจากนี้พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน อาทิ คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, ห้องฟิต และอีกหนึ่งความใส่ใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. เข้า-ออกโครงการผ่านระบบ Access Card, CCTV กล้องวงจรปิดที่ให้ความอบอุ่นใจตลอดเวลา โครงการ เวิร์ฟ เพชรเกษม 81 เปิด Pre-Sale วันที่ 11-12 พ.ย.นี้ พิเศษ! รับส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท* สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนผ่านเว็ปไซต์ www.scasset.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือที่สำนักงานขายโครงการ โทร.1749
Chateau-in-Town_สุทธิสาร

Chateau-in-Town_สุทธิสาร

บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 ไฮเอ็นด์ทาวน์โฮม โครงการใหม่ล่าสุด จาก AP ภายใต้คอนเซ็ปต์ “LIFE IN FULL BLOOM” ทุกตารางเมตรของโครงการนี้จะได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบให้ความสุขโอบล้อมตัวเรา ด้วยบรรยากาศแห่งธรรมชาติที่ร่มรื่นและงดงาม ศูนย์กลางแห่งทำเลศักยภาพ! บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของการเดินทางสู่ใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง ใกล้ถนนใหญ่นครอินทร์ ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองสะดวกทุกการเดินทาง เชื่อมต่อ ทางด่วนศรีรัชฯ-วงแหวนรอบนอก และสามารถเข้าสู่ทำเลรัชดาภิเษก หรือ สาทร ภายในไม่เกิน 15 นาที นับว่าเป็นโครงการที่มีทำเล ที่สามารถตอบสนองทุกการเดินทางอย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว อีกทั้งยังใกล้สถานที่อำนวยความสะดวกมากมาย อย่างห้างสรรพสินค้าและแหล่งช้อปปิ้งฯ อย่าง Makro นนทบุรี , Big C วงศ์สว่าง, The Walk , Home Pro, Crystal Park (ราชพฤกษ์) จึงเรียกได้ว่าทำเลนี้เป็นที่เพรียบพร้อมและน่าจับตามองในการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง รายละเอียดโครงการ   ชื่อโครงการ    บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 สถานที่ตั้ง    ตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พื้นที่โครงการ    22–2–10.73 ไร่ พื้นที่ขาย    13–3–87.59 ไร่ พื้นที่สวน    0–2–82.72 ไร่ (พื้นที่สวนสาธารณะ และสวนหย่อมทั้งโครงการ) พื้นที่สโมสร    0–1–17.48 ไร่ จำนวน    271 ยูนิต รายละเอียดแบบบ้าน  แบบ Urbanist  หน้ากว้าง   5.00 เมตร พื้นที่ใช้สอย 141 ตารางเมตร  ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จอดรถ 2  คัน สิ่งอำนวยความสะดวก สวนสาธารณะขนาดใหญ่ CCTV เข้า- ออกโครงการ พร้อม รปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง ระบบ Access Card สำหรับเข้าออกโครงการ เส้นทางคมนาคม                                                   - เชื่อมต่อเข้าโซนรัชดาภิเษก และสาทร เพียง 15 นาที ทางด่วนศรีรัช ด่านพระราม 6 (6 กม.) รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีแยกติวานนท์ (4.5 กม.) ถนนพระราม5-นครอินทร์ ถนนราชพฤกษ์ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย สถานศึกษา โรงเรียนเด่นหล้า พระราม 5 โรงเรียนสตรีนนทบุรี โรงเรียนเขมาภิรตาราม โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ โรงเรียนโยธินบูรณะ ห้างสรรพสินค้า   Makro นนทบุรี Big C วงศ์สว่าง The Walk Home Pro Crystal Park (ราชพฤกษ์) สถานพยาบาล    โรงพยาบาลนนทเวช โรงพยาบาลธนบุรี 2 โรงพยาบาลเจ้าพระยา เว็ปไซต์    :     http://www.apthai.com/campaign/ทาวน์โฮม/the-phenomenal-10/ เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) โทร    :      1623 เริ่มก่อสร้าง    พฤษภาคม 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    ธันวาคม 2561 บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 ไฮเอ็นด์ทาวน์โฮม ที่ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นของการพักผ่อน รองรับทุก Lifestyle และโดดเด่นด้วย Walk-In-Closet ที่กว้างขวาง มิติใหม่แห่งการพักอาศัยสุดหรูหรา ที่ผสมผสานความงดงามของธรรมชาติได้อย่างลงตัว บนทำเลศักยภาพที่เป็นศูนย์กลางของการเดินทางสู่ใจกลางเมือง เชื่อมต่อเข้าเมืองได้ง่าย เริ่มต้น 3.59 ล้าน* เปิด PRE-SALE ให้จอง 19-20 ส.ค.60 นี้ 2 วันเท่านั้น!! รับข้อเสนอ "จ่ายน้อยคืน 100%" ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษก่อนใคร คลิก >>> http://www.apthai.com/campaign/ทาวน์โฮม/the-phenomenal-10/
บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล ไฮเอ็นด์ทาวน์โฮม ทำเลคุณภาพติดถนนใหญ่และทางด่วน

บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล ไฮเอ็นด์ทาวน์โฮม ทำเลคุณภาพติดถนนใหญ่และทางด่วน

บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล ไฮเอ็นด์ทาวน์โฮม โครงการใหม่ล่าสุด จาก AP ภายใต้คอนเซ็ปต์ “CONNECTIVITY OF PERFECT LIVING” เชื่อมต่อชีวิตและการผ่อนคลายที่เหนือระดับไปอีกขั้น กับคลับเฮาส์สุดหรู การออกแบบมีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ พร้อมสระว่ายน้ำและฟิตเนส ให้คุณได้พักผ่อนในพื้นที่สุดพิเศษเหนือระดับ ทำเลที่เชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัด! บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล ตั้งอยู่บนทำเลคุณภาพที่สามารถเชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขีดจำกัด  เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่นาที ใกล้ถนนใหญ่ ติดกับจุดขึ้น-ลงทางด่วนสุขาภิบาล 5 และใกล้กับแหล่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของการใช้ชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ    บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล สถานที่ตั้ง    จุดขึ้น-ลง ทางด่วน สุขาภิบาล 5 ลักษณะโครงการ    ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่โครงการ    14–0–52.60 ไร่ จำนวน    145 ยูนิต ที่ดินต่อยูนิต    เริ่มต้น 18 ตร.วา รายละเอียดแบบบ้าน ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม. มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก จอดรถได้ 2  คัน สิ่งอำนวยความสะดวก คลับเฮาส์ พร้อมสระว่ายน้ำและฟิตเนส สวนสาธารณะและบริเวณพักผ่อน ระบบ Access Card สำหรับเข้าออกโครงการ กล้องวงจรปิดทางเข้า-ออกโครงการ ระบบสายไฟฟ้าปักเสาพาดสาย ตามแบบมาตรฐานการไฟฟ้านครหลวง ระบบท่อเมนประปา ตามมาตรฐานการประปานครหลวง เส้นทางคมนาคม ถนนวัชรพล ถนนเพิ่มสิน ถนนสายไหม ถนนหทัยราษฎร์ ถนนพหลโยธิน ถนนรามอินทรา ถนนเทพรักษ์ ถนนสุขาภิบาล 5 ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สถานศึกษา โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 75 เฉลิมพระเกียรต โรงเรียนสายอักษร ม.เกษตร ห้างสรรพสินค้า Fashion Island The Promanade CDC, Crystal Park Central (รามอินทรา) Central East Ville Big C สุขาภิบาล 5 สถานพยาบาล โรงพยาบาลสายไหม โรงพยาบาลสินแพทย์ เว็ปไซต์    :    http://www.apthai.com/campaign/ทาวน์โฮม/the-phenomenal-10/ เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) โทร    :    1623 บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล ไฮเอ็นด์ทาวน์โฮม ที่มีการออกแบบสไตล์ Modern Luxury ให้คุณได้สัมผัสชีวิตหรูหราเหนือระดับ ที่ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นของการพักอาศัยอย่างลงตัว พร้อม Living Area ที่ดีไซน์ไว้รองรับทุก Lifestyle และสะท้อนบุคลิกกับรสนิยมผู้พักอาศัย บนทำเลศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดในการเชื่อมต่อสู่ใจกลางเมือง! ด้วยราคาสุดพิเศษเริ่มต้น 3.89 ล้าน* เปิด PRE-SALE ให้จอง 19-20 ส.ค.60 นี้ 2 วันเท่านั้น!! รับข้อเสนอ "จ่ายน้อยคืน 100%" ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษก่อนใคร คลิก >>> http://www.apthai.com/campaign/ทาวน์โฮม/the-phenomenal-10/
เดอะไพร์ม พระราม 9-รามคำแหง 21 โฮมออฟฟิศสไตล์โมเดิร์น ที่ลงตัวทั้งธุรกิจและการอยู่อาศัย

เดอะไพร์ม พระราม 9-รามคำแหง 21 โฮมออฟฟิศสไตล์โมเดิร์น ที่ลงตัวทั้งธุรกิจและการอยู่อาศัย

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปดูโครงการ “เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง” หนึ่งในทำเลศักยภาพที่แวดล้อมไปด้วยสังคมเมืองเพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายและน่าลงทุนในขณะนี้ ซึ่งเป็นโครงการของ บริษัท เดอะไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นที่อยู่อาศัยกึ่งบ้านกึ่งสำนักงาน หรือที่เรียกกันว่า Home Office นั่นเองค่ะ พื้นที่ของโครงการแบ่งออกเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นพร้อมชั้นลอย และโฮมออฟฟิศ 3 ชั้น ดีไซน์ในสไตล์โมเดิร์นสะท้อนความเป็นตัวตนของคนรุ่นใหม่ให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจและชีวิตส่วนตัวไปพร้อมๆ กัน แต่รายละเอียดจะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ     เริ่มต้นจากรายละเอียดโครงการ “เดอะไพร์มพระราม 9 – รามคำแหง” กันก่อนเลย ราคาเริ่มต้น : 3.45 ล้านบาท เจ้าของโครงการ : บริษัท เดอะไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ลักษณะโครงการ : อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นพร้อมชั้นลอย และโฮมออฟฟิศ 3 ชั้น จำนวนทั้งหมด : 67 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด : 4-2-84 ไร่ รูปกรรมสิทธิ : สิทธิการเช่าที่ดินพร้อมอาคารระยะยาว 30 ปี เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน : กรมพุทธศาสนา ที่ตั้งโครงการ : ถนน นวศรี (ซอยรามคำแหง 21) แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ โครงการ เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21 เป็นโครงการที่ให้กรรมสิทธิ์ในรูปแบบ การเซ้ง หรือ การเช่าที่ดินระยะยาว  นะคะ โดยมีระยะเวลาเซ้งตามสัญญาอยู่ที่ 30 ปี ส่วนใครที่ยังสงสัยว่า การเซ้ง หรือ การเช่าที่ดินระยะยาว คืออะไร สามารถคลิกอ่านได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ https://goo.gl/NgLZug   ศักยภาพของที่ตั้งโครงการ   แน่นอนค่ะว่าปัจจุบันย่าน “พระราม 9 – รามคำแหง” เป็นทำเลทองที่ความเจริญต่างๆ ขยายตัวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของการเดินทาง การกินอยู่ รวมถึงศักยภาพของทำเลกลางเมืองที่พร้อมรองรับการทำธุรกิจหรือเปิดกิจการมากขึ้นเรื่อยๆ  สำหรับการเดินทางมายังโครงการ “เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21” ก็สามารถเลือกได้หลายเส้นทางค่ะ เพราะถนนนวศรี (ซอยรามคำแหง 21) ที่ตั้งโครงการนั้นเชื่อมโยงเข้ากับถนนศรีวราและถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบด่วน) ต่อติดทุกเส้นทางใจกลางเมืองรวดเร็วทันใจด้วยด่านทางด่วน (รามอินทรา-อาจณรงค์) ซึ่งทางด่วนสายนี้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับมอเตอร์เวย์ได้อีกด้วยค่ะ สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัวนั้นสามารถเดินทางมายัง โครงการ เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21 ได้โดยรถไฟฟ้า Airport Rail Link (ห่างจากสถานีรามคำแหง 2 กิโลเมตร) เรือแสนแสบ ท่าเรือเดอะมอลล์ 3 (ห่างจากท่าเรือเพียง 320 เมตร) หรือรถประจำทางก็มีให้เลือกมากกว่า 10 สาย อาทิ สาย 171, 204, 168, 520, 95, 126 ทั้งนี้ในอนาคตการเดินทางมายังโครงการก็จะยิ่งสะดวกมากขึ้นค่ะ เพราะอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม (หน้า The Mall รามคำแหง) และสายสีเทา (โครงการในอนาคตเร็วๆ นี้)  ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกในการเดินทางได้มากขึ้นไปอีกค่ะ ส่วนบริเวณรอบโครงการก็แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า, สถานศึกษาหลายระดับชั้น, สถานพยาบาล, ศูนย์ราชการใกล้เคียง และสถานที่ออกกำลังกาย ซึ่งอยู่ในระยะที่เดินทางได้สะดวกทีเดียวค่ะ   พาชมโครงการ เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21   ปัจจุบันโครงการ “เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21” สร้างเสร็จพร้อมขายเกินครึ่งและมีลูกบ้านเริ่มย้ายเข้ามาอยู่แล้วนะคะ แต่ก็มีลูกบ้านบางส่วนที่รอตกแต่ง ต่อเติม โดยทางโครงการมีอาคารให้เลือกถึง 4 แบบด้วยกันคือ อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น พร้อมชั้นลอย พื้นที่ใช้สอย 135 และ 140 ตร.ม. กับ Home Office 3 ชั้น ในพื้นที่ใช้สอย 127.50 - 150 ตรม. และ 300 ตารางเมตร ซึ่งโซนด้านหน้าโครงการจะเป็นพื้นที่ของตึกแถวอาคารพาณิชย์ ส่วนด้านในจะเป็น Home Office นั่นเองค่ะ ทั้งนี้ตลอดแนวถนนในซอยรามคำแหง 21 ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ มีร้านค้า ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อที่เช่าที่ดินระยะยาวอยู่มากมายค่ะ เพราะเป็นย่านที่อยู่อาศัยเก่าควบคู่กับการทำธุรกิจ ถนนภายในโครงการกว้าง 9.45 เมตร สำหรับแบบบ้านที่เราจะพาไปดูวันนี้ คือ อาคารพาณิชย์  3 ชั้น พร้อมชั้นลอย พื้นที่ใช้สอย 135 ตร.ม. และ Home Office 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 127.50-150 ตรม. ค่ะ Shop House ดีไซน์ทันสมัย เรามาเริ่มที่อาคารพาณิชย์ด้านหน้าโครงการ “เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21”  กันก่อนเลยดีกว่าค่ะ หน้าบ้านกว้าง 4.25 เมตร ลึก 9 เมตร รูปร่างหน้าตาภายนอกอาคารดีไซน์ในรูปแบบ  Modern Tropical แต่ยังผสมผสานการออกแบบที่ใช้เส้นสายเรียบง่ายผสมความเป็นธรรมชาติ ตกแต่งด้านหน้าด้วยระแนงเหล็ก บางช่วงเจาะช่องสี่เหลี่ยมเพื่อเพิ่มความโปร่งแสงและลดทอนความแข็งของวัสดุ เน้นการใช้กระจกบานใหญ่ทำให้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามามากพอไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวันนั่นเองค่ะ สำหรับการตกแต่งลูกบ้านสามารถเลือกจัดฟังก์ชั่นได้ตามใจชอบค่ะ เพราะโครงการได้เตรียมพื้นที่อย่างกว้างขวางไว้ให้แล้ว แบบบ้าน Shop House แบบบ้าน Shop House จะอยู่ติดถนนในซอยเลยนะค่ะ เหมาะกับการทำเป็นร้านค้าหรือร้านอาหารตามชื่อของแบบบ้านเลยค่ะ แปลนของชั้น 1 โครงการวางแบบแปลนมาให้ดูเป็นร้านอาหารมีโต๊ะสำหรับลูกค้าและเคาน์เตอร์ของร้านอยู่ด้านใน บริเวณชั้น 1 จะเป็นพื้นที่สำหรับค้าขาย วางสินค้าโชว์หรือเป็นพื้นที่สำหรับต้อนรับลูกค้า เพดานจะสูงพอสมควรนะคะ เพราะ Type นี้จะมีชั้นลอยให้ด้วย ช่วยให้บริเวณชั้น 1 ดูโล่งโปร่งดีค่ะ แปลนของชั้นลอย พื้นที่บริเวณชั้นลอยเราสามารถเลือกใช้งานได้ตามใจชอบเลยนะค่ะ ขั้นมาที่ชั้น 2 ในแปลนโครงการจะตกแต่งเป็นส่วนของที่พักอาศัย พื้นที่บนชั้น 2 กว้างขวางดีนะคะ เราจะตกแต่งเป็นส่วนของที่พักอาศัยอย่าง Living Area เหมือนในแปลนโครงการก็ได้ หรือว่าจะเพิ่มพื้นที่ค้าขายขึ้นมาบนชั้น 2 ก็ได้นะคะ ส่วนพื้นที่ 3 จะเป็นห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่ พื้นที่บนชั้น 3 ตามแปลนโครงการตกแต่งเป็นห้องนอน อยู่ติดกับระเบียงขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนห้อง Penthouse เลยค่ะ Home Office ดีไซน์ใหม่ ลงตัวทั้งชีวิตและธุรกิจ ในส่วนของ Home Office ที่เราพามาชมครั้งนี้ จะมีพื้นที่ใช้สอย 150 ตรม. แบ่งเป็น 3 ชั้น Type นี้ หน้าบ้านจะกว้าง 5 เมตร มีพื้นที่จอดรถได้ 2 คัน รูปร่างหน้าตาอาคารภายนอกถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์น เน้นสีเทาและสีขาว เพิ่มลูกเล่นให้น่าสนใจมากขึ้นโดยปรับระดับสีให้มีความเข้มอ่อนไม่เท่ากันทำให้ภาพรวมของอาคารดูทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังจัดสรรพื้นที่ฟังก์ชั่นใช้งานในบ้านให้ลงตัวทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว โดยชั้น 3 ออกแบบให้เป็นที่พักอาศัยแบบ Exclusive Penthouse Master Bedroom ให้ความรู้สึกส่วนตัวเหมือนอยู่ Penthhouse หรูบนคอนโดฯ เลยค่ะ แบบบ้าน Home Office พื้นที่หน้าบ้านกว้างประมาณ 5 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คัน ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน แปลนบ้านทั้ง 3 ชั้น ก่อนอื่นเรามาดูภาพ Perspective ของโครงการที่ตกแต่งมาให้ดูกันก่อนะคะ เริ่มจากชั้น 1 ที่เป็นเหมือน Lobby ของบริษัท มีพื้นที่รับรองและเคาน์เตอร์ Reception ขึ้นมาด้านบนอาจจะเป็นห้องของผู้บริหาร พร้อมพื้นที่รับรองแขก และมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานของพนักงานในบริษัท บนชั้น 3 จะเป็นพื้นที่สำหรับห้องนอนขนาดใหญ่ พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ชั้น 1 เหมาะสำหรับเป็น Lobby ต้อนรับแขกของบริษัท ใต้บันไดจะมีห้องเก็บของเล็กๆ ซ่อนอยู่ ที่ชั้น 1 จะมีห้องน้ำให้ 1 ห้องนะคะ แต่ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ เข้ามาด้านในสุดจะเป็นพื้นที่หลังบ้าน คราวนี้เราขึ้นไปดูบนชั้น 2 กันต่อดีกว่านะคะ ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอห้องน้ำก่อนเลยนะคะ ก่อนที่จะแยกออกเป็น 2 ห้อง ห้องน้ำที่ชั้น 2 จะมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำด้วยนะคะ ห้องแรกเหมาะจะทำเป็นห้องนอนเหมือนในแปลนของโครงการเลยนะคะ ด้วยขนาดที่กว้างขวาง และมีระเบียงขนาดใหญ่ หรือจะตกแต่งเป็นห้องทำงานของผู้บริหารก็ได้อีกแบบ ระเบียงขนาดใหญ่เป็นประตูบานเลื่อน 2 ตอน กว้างเต็มพื้นที่ห้องเลยค่ะ อีกห้องจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ด้วยขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกัน ในแปลนโครงการทำเป็นห้องทำงานของพรักงาน ขึ้นมาที่ชั้น 3 จะเป็นพื้นที่สำหรับห้องนอน Master Bedroom บนชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ของห้องนอนทั้งหมดเลยนะคะ สามารถเลือกตกแต่งกันได้ตามใจชอบเลย ระเบียงจะได้ขนาดใหญ่เหมือนชั้น 2 โครงการแบ่งพื้นที่สำหรับทำห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ไว้ให้เรียบร้อย พื้นที่วางตู้เสื้อผ้าบริเวณ Walk-in Closet ค่อนข้างใหญ่เลยนะคะ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ในบริเวณเดียวกัน พร้อมพื้นที่อาบน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่หน้าบ้านของแต่ละ Type ทุกยูนิตจะมีหน้ากว้างและพื้นที่ใช้สอยไม่เท่ากันนะคะ แต่การแบ่งฟังก์ชั่นห้องและการออกแบบอาคารด้านนอกจะเป็นสไตล์เดียวกันทั้งหมด อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการของลูกค้าเลยค่ะว่าชอบแบบไหน บ้านหลังไหนใช้พื้นที่คุ้มค่ามากกว่ากัน นอกจากเรื่องของขนาดพื้นที่ใช้สอยแล้ว ถ้าลูกค้าคนไหนตั้งใจจะเปิดร้านทำการค้า ทำกิจการส่วนตัว เราแนะนำให้เลือกซื้ออาคารพาณิชย์ด้านหน้าโครงการค่ะ เพราะที่ดินจะอยู่ติดถนนนวศรี (ซอยรามคำแหง 21) ทำให้มีโอกาสค้าขายได้ดีขึ้นค่ะ   โครงการ “เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21” นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจนะคะ เพราะราคาไม่สูงมากถ้าเทียบกับโครงการอื่นในทำเลใกล้ๆ กัน แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องของ ‘การเซ้ง’ หรือ สิทธิการเช่าที่ดินในระยะยาว 30 ปี อยู่บ้างแต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะเมื่อหมดสัญญาเราก็สามารถต่อสัญญาได้อีก และเจ้าของที่ดินไม่สามารถขอเรียกคืนก่อนหมดสัญญาเช่าได้ค่ะ ใครที่กำลังมองหาบ้านสักหลังไว้ประกอบธุรกิจ อาคารพาณิชย์และ Home Office โครงการนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีนะคะ แถมราคาก็ค่อนข้างสมเหตุสมผล ยิ่งถ้าคุ้นชินกับทำเลทองย่านนี้อยู่แล้วก็น่าจะเห็นถึงศักยภาพที่คุ้มค่าแก่การลงทุนได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมต่อทุกเส้นทางใจกลางเมือง หรือสาธารณูปโภคที่ครบครันบริเวณรอบๆ โครงการก็ล้วนแต่ตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตได้เป็นอย่างดีค่ะ แล้วถ้าในอนาคตรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสีเทาเปิดให้บริการเมื่อไหร่ ความสะดวกสบายก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น จนถึงตอนนั้นราคาบ้านคงสูงลิ่วไปไกลเกินคว้าแล้วค่ะ สำหรับคนที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมโครงการและบ้านตัวอย่างได้นะคะ เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หรือจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 088-535-5556-7 หรือ http://theprimeliving.com/
“Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในย่านพหลโยธิน ตัวเลือกของครอบครัวคนเมือง

“Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในย่านพหลโยธิน ตัวเลือกของครอบครัวคนเมือง

รีวิวฉบับนี้ เรากำลังพูดถึงโครงการน้องใหม่มาแรง "Pleno พหลโยธิน-วัชรพล" ทาวน์โฮมระดับพรีเมี่ยมที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในโซนนี้เลยค่ะ นอกจากบรรยากาศการอยู่อาศัยของสังคมคุณภาพที่ดีแล้ว ตัวทำเลที่ตั้งของโครงการยังมีศักยภาพสูงแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคครบครัน เพื่อให้ทุกคนเห็นสภาพแวดล้อมของสังคมที่ดีตลอดจนพื้นที่ละแวกโดยรอบซึ่งเอื้อต่อความสบายในการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เราจะมาพูดถึงความพิเศษที่ Pleno เลือกปักหมุดทำเลในย่านนี้กันค่ะ   ทุก Lifestyle คนเมืองสุดชิค อยู่ใกล้กว่าที่คิด   เริ่มตั้งแต่ตัวโครงการ Pleno พรีเมี่ยมทาวน์โฮม ดีไซน์ใหม่ทันสมัยสไตล์ Modern Art Deco พัฒนาแปลนบ้านเพื่อรองรับสมาชิกของครอบครัวให้ได้ใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยสูงสุด ตอบโจทย์รูปแบบชีวิตของครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หรือรองรับการขยายในอนาคตอย่างมีคุณภาพด้วยสภาพแวดล้อมและสังคมเพื่อนบ้านที่ดี พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบถ้วนสมบูรณ์ รวมถึงบริเวณโดยรอบของ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล ก็รายล้อมไปด้วยศูนย์การค้าชั้นนำมากมายที่ขับรถไปได้โดยใช้เวลาไม่นาน ตอบโจทย์ปัจจัยสำคัญในชีวิตเรื่องของอาหารด้วย ตลาดยิ่งเจริญ ให้คนรักการทำอาหารได้จับจ่ายวัตถุดิบสดใหม่เข้าครัว รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง เซนทรัล พลาซ่า รามอินทรา, บิ๊กซี สะพานใหม่ และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ให้คุณสามารถจับจ่ายข้าวของเครื่องใช้ได้ตามใจ หรือหากอยากชมภาพยนตร์ เมเจอร์รังสิต ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางที่สะดวกสบายค่ะ หากเบื่อสถานที่เดิมๆ ลองเปลี่ยนไปเดินห้างสรรพสินค้าสุดชิคเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่อย่าง เซ็นทรัลเฟลติวัล อิสต์วิลล์ พื้นที่ไลฟ์สไตล์แห่งใหม่เลียบทางด่วนรามอินทรา หรือขยับไปอีกนิดก็ยังมี CRYSTAL DESIGN CENTER (CDC) แหล่งรวมร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ แม้กระทั่งร้านอาหารและคาเฟ่เก๋ๆ ก็มีให้เลือกเพียบในสถานที่เดียวเลยค่ะ ซึ่งตัวเลือกทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถเดินทางได้ง่ายๆ เพียงใช้จุดขึ้นลงทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา อยู่ไม่ไกลโครงการห่างเพียง 4.8 กม. ค่ะ   ทำเลโครงการที่ดี สะดวกทุกรูปแบบการเดินทาง   คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเดินทางมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน หรือทาวน์โฮมดีๆ สักหลัง แน่นอนค่ะว่า Pleno พหลโยธิน-วัชรพล อยู่ในทำเลที่ตอบโจทย์การเดินทางครบทุกข้อ เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งของโครงการที่อยู่ติดถนนเพิ่มสิน เชื่อมต่อกับถนนหลากหลายสายทำให้สามารถเข้าออกได้หลายทาง เช่น ถนนสายไหม ถนนวัชรพล และถนนสุขาภิบาล 5 ทั้งนี้ยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนหรือถนนวงแหวนอุตสาหกรรมที่อยู่ไม่ไกล ทำให้ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางอีกด้วยค่ะ ข้อดีของทำเลบนถนนเพิ่มสินนี้ยังมีอีกเยอะทีเดียวค่ะ แม้จะเป็นถนนสายรองแต่ก็เชื่อมต่อไปยังถนนใหญ่หลายเส้นได้ง่าย ที่สำคัญคือรถไม่ติด ไม่ต้องหงุดหงิดเสียเวลาในการเดินทางไปไหน แถมยังอุ่นใจเพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถเข้าถึงย่านธุรกิจ การค้า และแหล่งช้อปปิ้งได้แล้วค่ะ จึงไม่แปลกใจเลยที่โครงการจะมีกระแสตอบรับที่ดีมากขนาดนี้ นอกจากนี้การเดินทางแสนสะดวกที่สุดของคนเมืองอย่างรถไฟฟ้าก็ไม่ใช่เรื่องเกินฝันนะคะ เพราะที่ตั้งของ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล อยู่ในเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และสถานีสะพานใหม่) ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างคาดว่าจะเปิดใช้ในปี 2563 ยังไงในอนาคตไม่ช้าก็ต้องได้ใช้อย่างแน่นอนค่ะ และเมื่อรถไฟฟ้ามาถึง แน่นอนว่าการเดินทางก็ยิ่งสะดวกมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหนการเดินทางก็เป็นเรื่องง่ายแน่นอนค่ะ แผนที่รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจากสถานีหมอชิต ไปสิ้นสุดที่สถานีคูคต ซึ่งโครงการ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล จะอยู่ใกล้ 2 สถานีคือสถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลเดช และสถานีสะพานใหม่ ปัจจุบันการก่อสร้างรถไฟฟ้าก็รุดหน้าไปมากแล้วนะคะ มีเสามีรางขึ้นมาให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ยอมทนรถติดกันอีกหน่อยเดี๋ยวรถไฟฟ้าสร้างเสร็จก็สบายกันแล้วค่ะ ส่วนตัวสถานีก็มีโครงสร้างขึ้นมาให้เห็นรูปเป็นร่างแล้วนะคะ ตรงนี้จะเป็นสถานีสะพานใหม่ที่อยู่ด้านหน้าตลาดยิ่งเจริญ พอรวมทุกศักยภาพของทำเลที่โครงการ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล เลือกปักหมุดในตำแหน่งนี้แล้ว ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพที่สนใจเป็นอย่างมาก ด้วยภาพลักษณ์ของสภาพแวดล้อมและสังคมเพื่อนบ้านที่ดี ปัจจัยโดยรอบโครงการก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์ของครอบครัวได้เช่นกัน หากคุณกำลังมองหาทาวน์โฮมคุณภาพ สักหลังหนึ่ง เรามั่นใจว่า Pleno พหลโยธิน-วัชรพล เป็นหนึ่งในโครงการที่ดีที่สุดในย่านนี้สำหรับคุณแน่นอน พูดถึงศักยภาพของทำเลที่ตั้งกันไปแล้ว มาดูตัวโครงการ “Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในโซนนี้จาก AP Property กันบ้างดีกว่าค่ะ สำหรับรายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้นตามไปดูพร้อมกันเลย   รายละเอียดโครงการ   ที่ตั้งโครงการ : ถนนเพิ่มสิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เจ้าของโครงการ : บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น  จำนวน 321 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด : 30-3-79.74 ไร่   พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในโซนนี้   สำหรับทาวน์โฮม Pleno พหลโยธิน-วัชรพล มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบด้วยกัน คือ LUXE ทาวน์โฮม 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 100.71 ตร.ม. ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ห้องน้ำ มาพร้อมที่จอดรถ 1 คัน และ METRO ทาวน์โฮม 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 130.55 ตร.ม. แบ่งออกเป็น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และสามารถจอดรถได้ 2 คัน ซึ่งแบบบ้านที่เราจะพาไปดูกันก็คือ LUXE ทาวน์โฮม 2 ชั้นค่ะ รูปร่างหน้าตาภายนอกอาคารดูหรูหราและทันสมัยตามคอนเซ็ปต์ Modern Luxury เลยค่ะ หน้าบ้านกว้าง 5.5 เมตร สามารถจอดรถได้ 1 คัน สำหรับที่ดินเริ่มต้นที่ 18 ตร.วา ค่ะ ทุกรายละเอียดของตัวอาคารถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยใช้แต่วัสดุคุณภาพ ประดับตกแต่งด้วยหินธรรมชาติเล่นระดับกับแสงไฟและแสงแดดตอกย้ำความหรูหราได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังดีไซน์ให้ดูโปร่งโล่งสบายด้วยการใช้กระจกใสบานใหญ่ กระจกบานกระทุ้งทรงสูง และราวกันตกแบบ Tempered Glass ที่ดูเรียบหรูแบบร่วมสมัยแต่ยังช่วยให้รับแสงภายนอกได้ดีขึ้น ซึ่งภายในบ้านตัวอย่างก็ได้ตกแต่งพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆ ไว้อย่างสวยงามลงตัวและน่าสนใจทีเดียวค่ะ ประตูทางเข้าจะเป็นกระจกบานเลื่อนนะคะ ซึ่งข้อดีของประตูแบบนี้คือน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรง ทนทาน ไม่ผุกร่อน สามารถใช้งานได้ยาวนานค่ะ เมื่อเดินเข้ามาในบ้านจะเห็นว่าถูดจัดวางแปลนให้เป็นส่วนตัวกับพื้นที่ใช้สอย ภายในเน้นความโปร่งโล่งสบายสอดรับกับห้องรับแขกที่กว้างขวาง พื้นที่การใช้งานภายในบ้านตัวอย่างนั้นถูกแบ่งอย่างเป็นสัดส่วน จัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตั้งแต่พื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหารและครัว ครัวออกแบบให้เป็น One-Wall Kitchen จัดชิดผนังฝั่งหนึ่ง ซึ่งข้อดีของเคาน์เตอร์ครัวแบบนี้คือช่วยประหยัดพื้นที่ ทั้งยังสามารถระบายอากาศได้ดีเนื่องจากทางโครงการได้ติดตั้งหน้าต่างบริเวณนี้ด้วย พื้นที่ส่วนครัวมีประตูเล็กๆ ให้สามารถเปิดออกไปทำกิจกรรมด้านนอกได้ บริเวณหลังบ้านมีขนาดกว้างทีเดียวค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถดีไซน์พื้นที่ส่วนนี้ได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะทำครัวไทยเพิ่มเติม ใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง หรือแม้แต่พื้นที่นั่งเล่นสังสรรค์ก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ ซึ่งทางโครงการได้เทคอนกรีตไว้ให้ค่ะ กลับเข้ามาที่ด้านใน ตรงข้ามกับส่วนครัวและพื้นที่รับประทานอาหารคือห้องเอนกประสงค์ ที่ทางโครงการออกแบบไว้ให้ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจ ไม่ว่าจะทำเป็นห้องนอน ห้องทำงาน หรือแม้แต่ห้องนอนผู้สูงอายุก็ยังได้ค่ะ ห้องน้ำชั้นล่างจะอยู่ติดกับห้องเอนกประสงค์นะคะ ซึ่งความพิเศษของการออกแบบห้องน้ำใต้บันไดของบ้านนั้นไม่เหมือนใครแน่นอนค่ะ เพราะทางโครงการได้ออกแบบให้ลูกบ้านได้ใช้ประโยชน์สูงสุด โดยการดรอปพื้นลงหนึ่งเสต็ปเพื่อให้สามารถยืนได้สะดวกสบาย เมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมายังชั้น 2 ตรงกลางแปลนบ้าน มีห้องน้ำอยู่ตรงโถงกลาง ด้านหน้าบ้านเป็นห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) เหมือนเป็นเพนท์เฮ้าส์ขนาดย่อมๆ ให้ความรู้สึกหรูหรา โอ่โถง เพราะมาพร้อมกับเพดานสูง 3 เมตร ทั้งนี้พื้นที่ใช้สอยยังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้อง Walk in closet ได้อีกด้วยค่ะ ส่วนด้านหลังบ้านจะแบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกันเลยค่ะ ซึ่งพื้นที่ห้องนอนเล็กนั้นสามารถดัดแปลงไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีกเยอะนะคะ หากจำนวนสมาชิกครอบครัวน้อยจะจัดให้เป็นห้องทำงานเล็กๆ ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ ห้องนอนใหญ่ที่ดูหรูหรา โอ่โถง มาพร้อมกับเพดานสูง 3 เมตร โอบล้อมด้วยกระจกใสบานใหญ่ทำให้มองเห็นทัศนียภาพอย่างกว้างไกล จะเห็นได้ว่าภายในห้องนอนใหญ่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนส่วนที่ว่างเปล่าให้เป็น Walk in closet ง่ายๆ โดยไม่เปลืองเนื้อที่เลยค่ะ ห้องนอนเล็กที่เหลืออีก 2 ห้องสามารถดัดแปลงเป็นได้ทั้งห้องนอน อย่างห้องนี้ ที่โครงการตกแต่งให้ดูเป็นตัวอย่าง อีกหนึ่งห้องนอนเล็กที่ทางโครงการได้ตกแต่งไว้เป็นไอเดีย โดยเนรมิตให้เป็นห้องนอนเด็ก ก็ดูน่ารักน่าใช้งานไม่ใช่น้อย ห้องน้ำชั้น 2 ตกแต่งไว้อย่างเรียบหรู ครบครันด้วยสุขภัณฑ์ทันสมัย มีหน้าต่างเล็กๆ เพื่อให้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามาโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวันและยังระบายอากาศได้ดีอีกด้วย สุดท้ายก็คือเรื่องของ Facility ต่างๆ ภายในโครงการที่เรียกได้ว่าจัดเต็มกันทีเดียวค่ะ เพราะมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ครบครันและหรูหราไม่ว่าจะเป็น คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนต สวนหย่อมอันร่มรื่นมาพร้อมสนามเด็กเล่น ยังมีพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) บริการตลอด 24 ชม. และกล้องวงจรปิด CCTV ช่วยเสริมระบบรักษาความปลอดภัยรอบโครงการ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เพื่อความสะดวกสบายและความอุ่นใจของลูกบ้านที่ทางโครงการใส่ใจลูกบ้านทุกยูนิตอย่างแท้จริง บรรยากาศทางเข้าโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา เข้ามาแล้วจะมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าโครงการ คลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ของโครงการ มีพร้อมทั้งสระว่ายน้ำและฟิตเนส ฟิตเนสจะอยู่บริเวณชั้น 2 ของคลับเฮ้าส์ “Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” สามารถตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาบ้านสักหลังหนึ่งที่อยู่ในย่านที่เดินทางสะดวก แวดล้อมไปด้วยสาธารณูปโภคครบครัน พร้อมยังไม่ทิ้งไลฟ์สไตล์คนเมืองเก๋ๆ ให้สามารถออกไปพบปะเพื่อนฝูง นัดประชุม หรือแม้แต่คุยงานเพียงแค่เลือกเส้นทางคมนาคมที่ต่อติดโครงการอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันพื้นที่ภายในบ้านก็จัดวางแปลนไว้เอื้อประโยชน์สูงสุด ให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้สอยได้ตามใจชอบ นอกจากนี้การดูแลสภาพแวดล้อมและภาพลักษณ์ในโครงการยังเป็นสังคมแบบ Exclusive ทำให้มั่นใจว่า “Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” เป็นพรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในโซนนี้จริงๆ ค่ะ สำหรับโครงการ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล พรีเมี่ยมทาวน์โฮมใหม่ใจกลางเมืองจะเปิด Grand Opening Clubhouse ในวันที่ 19-20 ส.ค.นี้ เริ่ม 2.49 ล้าน* พร้อมข้อเสนอพิเศษเฉพาะวันงานเท่านั้น! ลงทะเบียนได้ที่ https://goo.gl/339mTA หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1623
PLEX BANGNA – เพล็กซ์ บางนา (PREVIEW)

PLEX BANGNA – เพล็กซ์ บางนา (PREVIEW)

PLEX BANGNA (เพล็กซ์ บางนา) - ทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น พิถีพิถันทุกรายละเอียดการออกแบบในสไตล์ Multi-Texture เดินทางสะดวก ติดถนนใหญ่บางนา-ตราด     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น    5,590,ooo บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ลักษณะโครงการ    ทาวน์โฮม 3 ชั้น ขนาด 22 ตร.วา จำนวน 238 ยูนิต พื้นที่โครงการ    23-3-91.1 ไร่ ที่ตั้งโครงการ    ถ.บางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ปีที่สร้างเสร็จ    ปี 2557 ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง    60 บาท/ตร.ว./เดือน   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   MEGA บางนา IKEA Index Living Mall Central บางนา Paradise park Tesco Lotus โรงพยาบาลศิครินทร์ โรงพยาบาลปิยะมินทร์ โรงพยาบาลไทยนครินทร์ โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย   ทาวน์โฮม 3 ชั้น ขนาดหน้ากว้าง 5.5 เมตร 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถส่วนตัว 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวก สวนสาธารณะ คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส รปภ. CCTV สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  089-000-9922 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  http://www.plextownhome.com/bangna
“The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” วินเทจทาวน์โฮมสไตล์บ้านเดี่ยว

“The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” วินเทจทาวน์โฮมสไตล์บ้านเดี่ยว

ถ้าจำกันได้เราเคยพาไปดูบ้านเดี่ยวโครงการ Areeya Como เมื่อไม่นานมานี้ คราวนี้เรากลับมาที่อาณาจักรอารียาอีกครั้ง เพื่อจะไปดูบ้านทาวน์โฮมสไตล์บ้านเดี่ยวที่ชื่อ “The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” กันค่ะ     ครั้งนี้เราเลือกเข้ามาทางซอยมหาชัย บริเวณถนนบางนา-ตราด กม.10 ฝั่งขาเข้า เข้ามาเกือบสุดซอยที่เป็นพื้นที่ของคอกม้า Phoenix ก็จะเห็นทางเข้าหมู่บ้าน “The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” ค่ะ ถึงแม้ถนนในซอยมหาชัยจะไม่ใช่ซอยใหญ่ แต่ก็มีซอยย่อยทะลุไปออกถนนกิ่งแก้ว-เทพารักษ์ได้ด้วย ในขณะเดียวกันลูกบ้านอารียา ยังสามารถขับผ่านถนนหลักที่ผ่านหน้าโครงการต่างๆ ของอารียาไปออกตรงด่านวงแหวนฯ ได้อีกด้วย ซึ่งซอยนี้คือซอยที่มีคอนโด A Space อยู่ตรงปากซอยนั่นเอง ลูกบ้านอารียาจะได้เปรียบที่สามารถใช้เส้นทางนี้ลัดไปออกถนนวงแหวนฯ ได้อย่างง่ายดาย ตรงจุดนี้เองที่เป็นจุดเชื่อมไปยังถนนมอเตอร์เวย์ ทางด่วนบูรพาวิถี รวมถึงเป็นด่านทางด่วนศรีรัชที่ข้ามไปยังฝั่งดินแดง-แจ้งวัฒนะ และทางด่วนสายเฉลิมมหานครที่เชื่อมไปยังฝั่งพระราม 3 สีลม-สาทรได้ด้วยค่ะ ในขณะเดียวกันถนนข้างๆ ยังเป็นทางกลับรถใต้สะพานไปเข้า Mega Bangna ที่สะดวกมากๆ ลูกบ้านไม่ต้องขับออกถนนใหญ่ไปทางบางนา-ตราดให้รถติดเสียเวลาเลยค่ะ บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้ๆ กับซอยที่เชื่อมไปออกถนนกิ่งแก้ว ดังนั้นบริเวณนี้จะคึกคักหน่อย มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารมากมาย ถือว่าเป็นแหล่งชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ใช้ได้เลยทีเดียว แต่ถ้าขับรถออกไปทางถนนใหญ่ นอกจาก Mega Bangna ที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ซึ่งร่วมห้างร้านต่างๆ ไว้เพียบแล้ว ทางฝั่งกิ่งแก้วยังมี Market Village ซึ่งถือว่าเป็นอีกแหล่งช็อปปิ้งหลักของคนแถบนี้เลยนะคะ เพราะที่นี่มีทั้ง HomePro, Lotus รวมถึงร้านอาหารชั้นนำอีกหลายร้านเลยค่ะ นอกจากนี้ทำเลในย่านนี้ยังพร้อมไปด้วยสถาบันการศึกษาชั้นนำเช่น มหาวิทยาลัยหัวเฉียว, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ รวมถึงโรงพยาบาล, สนามกอลฟ์ และสนามบินสุวรรณภูมิ ก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเลยค่ะ   บ้านทาวน์โฮมสไตล์ Modern Colonial   “The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” เป็นหมู่บ้านทาวน์โฮมนะคะ แต่ตัวบ้านออกแบบมาเป็นพิเศษ ผนังบ้านแต่ละหลังเป็นอิสระต่อกัน ดังนั้นพอมองด้านนอกตัวบ้านแล้วจะเหมือนกับบ้านเดี่ยวค่ะ แถมด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Colonial มีกลิ่นอายแบบวินเทจนิดๆ หลายคนน่าจะถูกใจตั้งงแต่แรกเห็นแน่นอน   พื้นที่ภายในโครงการแบ่งเป็นบ้านทั้งหมด 167 หลังค่ะ โดยที่ดินเริ่มต้นอยู่ที่ 28 ตร.ว. เว้นแต่แปลงหัวมุมที่จะได้พื้นที่สวนข้างบ้านเพิ่มขึ้นมามากหน่อย และในแต่ละซอยทางโครงการยังเว้นพื้นที่ไว้เป็นระยะ เพื่อลูกบ้านจะได้ใช้กลับรถในซอยได้ ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโครงการด้วยค่ะ ปัจจุบันบ้านภายในโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ได้เกินครึ่งแล้ว ดังนั้นเราจะได้เห็นบรรยากาศภายในโครงการจริงๆ ก่อนตัดสินใจค่ะ ซุ้มทางเข้าโครงการ เข้า-ออก โครงการด้วยระบบ Key Card ถนนเมนจะกว้าง 12 เมตรเลยนะคะ ส่วนถนนในซอยจะกว้าง 8 เมตร Facility หรือพื้นที่ส่วนกลางในบริเวณโครงการจะมีสวนหย่อมพร้อมศาลานั่งเล่นที่ลูกบ้านสามารถออกมาเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ค่ะ ในบริเวณสวนในโครงการนี้เองยังมีสนามบาสแบบ Haft Size เอาไว้ให้ฝึกเล่น ฝึกชู้ทอีกด้วย ส่วนตัว Club House ทางอารียาจัดแยกส่วนไว้อีกที่หนึ่งนะคะ ซึ่งพื้นที่ของ Club House ลูกบ้านอารียาจะแบ่งกันใช้กับ Areeya Como และ The Colors ที่อยู่ในโซนเดียวกัน โดยภายใน Club House จะประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ระบบน้ำเกลือพร้อมสระเด็ก รวมถึงห้องออกกำลังการพร้อมอุปกรณ์หลายชนิดเลยทีเดียว บริเวณ Club House จะมีมุมนั่งเล่นพักผ่อน พร้อมหนังสือดีๆ ไว้ให้ลูกบ้านหยิบไปอ่านได้ด้วยค่ะ บรรยากาศบริเวณคลับเฮ้าส์ของโครงการ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าคลับเฮ้าส์ ด้านในจะมีห้องน้ำ พร้อมห้องอาบน้ำ และตู้ล็อกเกอร์สำหรับเก็บของ ส่วนด้านในจะเป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อน หรือนั่งรอเพื่อนๆ ที่มาใช้บริการคลับเฮ้าส์ พื้นที่ฟิตเนสก็จะอยู่ด้านในเหมือนกันนะคะ เปิดบ้านตัวอย่างสไตล์  Modern Colonial แบบบ้านของ“The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” มีอยู่ Type เดียวนะคะ ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 28 ตร.ว. บริเวณหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 2 คัน ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 134 ตร.ม. แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ กับอีก 1 ห้องเอนกประสงค์ ซึ่งพื้นที่ที่เรียกว่า ห้องเอนกประสงค์ จะอยู่บริเวณชั้นล่างของตัวบ้านนะคะ โดยพื้นที่นี้เราสามารถปรับแต่งประโยชน์ใช้สอยได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะใช้เป็นห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องรับแขก หรือจะตกแต่งให้เป็นห้องนอนอีกห้องก็ยังได้ค่ะ เพียงแค่กั้นประตูเพิ่มอีกนิดก็ใช้ได้แล้ว ภายในตัวบ้านถูกจัดแบ่งพื้นที่ไว้ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว ถึงแม้จะเป็นบ้านทาวน์โฮมแต่ก็มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทุกคนในครอบครัว เพราะพื้นที่ชั้นบนมีถึง 3 ห้อง ถ้าครอบครัวไหนที่มีสมาชิกน้อยหน่อย ห้องเล็กยังสามารถใช้เป็นห้องเก็บของหรือห้องทำงานได้เหมือนกัน ส่วนห้องนอนใหญ่จะเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมหันไปทางหน้าบ้านค่ะ ภายในห้องกว้างพอที่จะจัดตกแต่งให้มี Walk in Closet ได้เช่นกัน ในขณะเดียวกันยังมีระเบียงเล็กๆ พอที่จะจัดตกแต่งกระถางต้นไม้ให้สวยงามได้ ห้องน้ำบนชั้น 2 ก็สามารถเข้าได้สองทางทั้งจากทางห้องนอนใหญ่ และทางเดินหน้าห้องนะคะ ซึ่งห้องชั้นบนจะแชร์ห้องน้ำร่วมกัน ส่วนห้องเล็กอีก 2 ห้อง ก็อย่างที่บอกไปแล้วค่ะ ว่าไม่ได้มีฟังก์ชั่นบังคับว่าจะต้องใช้เป็นห้องนอน ดังนั้นเราสามารถเลือกตกแต่งได้ตามที่ต้องการเลย อย่างในบ้านตัวอย่างก็แต่งห้องแรกเป็นห้องนอนเด็กเล็ก ดูน่ารักน่าอยู่มากเลยค่ะ ในขณะที่อีกห้องตกแต่งให้เป็นห้องอ่านหนังสือ ดูแล้วลงตัวดีทีเดียว ซึ่งถ้าเป็นครอบครัวเล็กๆ มีลูกซักคน บ้านหลังนี้ก็เหมาะเลย อยู่ได้สบายๆ กำลังดี บ้านตัวอย่างที่เราได้ดูในครั้งนี้เป็นแปลงหัวมุมนะคะ ดังนั้นจึงมีพื้นที่สวนข้างบ้านมากหน่อย ทางโครงการเลยลองตกแต่งให้บริเวณสวนมีชานนั่งเล่นเชื่อมต่อกับบริเวณรับประทานอาหาร บรรยากาศโซนนี้เลยดูผ่อนคลาย ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ประตูหน้าบ้านจะเป็นสีขาวเข้ากับสไตล์ของตัวบ้านเลยนะคะ หน้าบ้านตัวอย่างโครงการตกแต่งไว้ได้น่ารักทีเดียวนะคะ บ้านตัวอย่างจะเป็นหลังมุมนะคะ จึงมีพื้นที่ข้างบ้านเหลือให้ตกแต่งเป็นสวนได้เลย พื้นที่หลังเล่นในสวนข้างบ้าน ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เปิดประตูเข้ามาแล้วจะเจอพื้นที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่ก่อนเลยนะคะ ซึ่งบ้านตัวอย่างจัดไว้ให้ดูอย่างลงตัว ด้านข้างยังมีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนอีกจุดหนึ่ง เพื่อเปิดออกไปที่มุมนั่งเล่นข้างบ้าน ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่ของห้องครัว พื้นที่ของห้องครัวค่อนข้างจะกว้างเลยนะคะ บ้านตัวอย่าง Built-in เป็นเคาน์เตอร์รูปตัว U ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง บ้านตัวอย่างอาจจะตกแต่งเป็นครัวแบบเปิดนะคะ เพื่อให้บ้านดูโปร่งโล่ง แต่ถ้าติดกระจกกั้นเข้าไปหน่อย จะช่วยดูเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น แถมยังกันกลิ่นอาหารเข้าไปในบ้านได้อีกด้วย ติดกับห้องครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เพื่อออกไปที่พื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน พื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน โครงการยังตกแต่งให้เป็นพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน กลับเข้ามาด้านใน มุมมองย้อนกลับไปที่พื้นที่รับประทานอาหาร ตรงข้ามกับห้องครัว จะมีห้องน้ำเล็กสำหรับชั้น 1 อยู่ด้วยนะคะ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังของ American Standard พร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว ด้านในสุดเป็นพื้นที่เปียกสำหรับอาบน้ำ กลับมาที่ด้านหน้าบ้าน โครงการได้ตกแต่งห้องอเนกประสงค์ให้เป็นห้องนั่งเล่น ซึ่งถือว่าเป็นห้องนั่งเล่นที่มีความเป็นส่วนตัวมากเลยนะคะ เนื่องจากจะแยกออกมาเป็นห้องของตัวเองเลย หน้าต่างในห้องนั่งเล่น มองออกไปเห็นสวนหน้าบ้าน โถงบันไดขึ้นชั้น 2 จะสังเกตว่าใต้บันไดจะมีห้องเก็บของเล็กๆ อยู่ด้วยนะคะ โถงบันไดสูงโปร่ง ขึ้นมาถึงชั้น 2 แล้วมองตรงไปด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ ที่อยู่ติดกับห้องนอน Master Bedroom ส่วนด้านขวามือจะเป็นห้องนอนเล็ก และห้องอเนกประสงค์ เราเลี้ยวซ้ายมาดูที่ห้องนอน Master Bedroom กันก่อนนะคะ โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ยังมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือให้วางโต๊ะข้างเตียงได้นิดหน่อย ทางออกไปที่ระเบียงในห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 70 ซม. กลับมาที่ด้านใน ฝั่งปลายเตียงโครงการกั้นเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ซึ่งก็สามารถใช้เป็นชั้นวางทีวีได้พอดี ด้านใน Walk-in Closet โครงการตกแต่งด้วยการวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะเครื่องแป้ง ส่วนตรงกลางเป็น Day Beds อยู่ติดกับหน้าต่าง ห้องน้ำที่อยู่ชั้น 2 มีให้ 1 ห้องนะคะ จะสามารถเข้าได้ 2 ด้านจากห้องนอน Master และจากด้านโถงบันได การจัดวาง Layout ก็จะคล้ายๆ กับห้อ น้ำที่อยู่ชั้น 1 เลยนะคะ รวมถึงสุขภัณฑ์ที่ใช้ก็จะคล้ายๆ กัน ยกเว้นอ่างล้างหน้าที่จะมีช่องเก็บของด้านล่างเพิ่มขึ้นมา มาพร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว โถสุขภัณฑ์จะวางอยู่ติดกัน ด้านในสุดเป็น Shower Box ที่ห้องนี้โครงการติดฉากกั้นมาให้เรียบร้อย ถัดมาด้านขวามือของโถงบันไดจะเป็นห้องนอนเล็กและห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ติดกัน ภายในห้องนอนเล็กโครงการจะตกแต่งเป็นห้องนอนแบบเด็กๆ เลยนะคะ ห้องนี้จะ Built-in เต็มพื้นที่ โดยใช้เตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมตกแต่งด้วยตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ Built-in เชื่อมต่อมาเป็นโต๊ะทำงานและเตียงนอน ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ ติดกันเป็นห้องอเนกประสงค์อีกห้อง ซึ่งจะเป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุดในบ้าน โครงการตกแต่งให้เป็นห้องสำหรับพักผ่อน โดย Built-in โซฟาแบบ Day Beds ไว้ติดกับผนัง ส่วนอีกด้านเป็นโต๊ะทำงานอยู่ติดกับหน้าต่าง ถ้าใครกำลังมองหาบ้านทาวน์โฮม โครงการ “The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจไม่น้อยเลย เนื่องด้วยจุดเด่นที่ตัวบ้านออกแบบให้ผนังแต่ละบ้านเป็นอิสระจากกัน ไม่ต้องใช้ผนังร่วมกัน ทำให้เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้อีกเยอะ แถมยังให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านเดี่ยวกลายๆ สำหรับครอบครัวเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างครอบครัว โครงการนี้น่าจะเป็นอีกตัวเลือกในงบประมาณที่ไม่เกินกำลังจนเกินไปนัก แถมยังได้อยู่ในทำเลที่มีการเดินทางสะดวก และแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเหมาะกับการอยู่อาศัย ใครที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างที่โครงการก่อนได้ หรือจะลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.areeya.co.th/2014/singlehome_the_village.php
Ashi Prachauthit 54 – อะชิ ประชาอุทิศ 54 (PREVIEW)

Ashi Prachauthit 54 – อะชิ ประชาอุทิศ 54 (PREVIEW)

Ashi Prachauthit 54 (อะชิ ประชาอุทิศ 54) - ทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Loft ที่ผสานนวัตกรรมการอยู่อาศัยแบบญี่ปุ่น เน้นความสงบ เป็นส่วนตัว ในซอยประชาอุทิศ 54   รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น    3,990,000 บาท เจ้าของโครงการ   บริษัท ธีเอ็นพี เอสเตท จำกัด ลักษณะโครงการ   ทาวน์โฮม 3 ชั้น จำนวน 35 ยูนิต พื้นที่โครงการ    3-1-52 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ถนนประชาอุทิศ 54 บางมด (ราษฎร์บูรณะ) ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ    ปี 2560   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   MaxValue Big C extra มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี Central พระราม 3 แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย   ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น ขนาดหน้ากว้าง 5.5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 175 ตรม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อม Pantry และพื้นที่ครัว ที่จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวก สวนพักผ่อน กล้องวงจรปิด รปภ. 24 ชม. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  02-426-2678 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  http://www.tnp.co.th/ashi/home/
HEADQUARTERS Ekkamai-Lad Phrao – เฮดควอเทอร์ส เอกมัย-ลาดพร้าว (PREVIEW)

HEADQUARTERS Ekkamai-Lad Phrao – เฮดควอเทอร์ส เอกมัย-ลาดพร้าว (PREVIEW)

HEADQUARTERS Ekkamai-Lad Phrao (เฮดควอเทอร์ส เอกมัย-ลาดพร้าว) - ทาวน์โฮม 5 ชั้น พร้อมลิฟต์ส่วนตัว รูปแบบใหม่ในย่านทาวน์อินทาวน์ สไตล์ Modern Classic รองรับทั้งออฟฟิศ สามารถปรับพื้นที่ได้ตามความต้องการ     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น    29 ล้านบาท (เฉพาะยูนิตราคาพิเศษ) เจ้าของโครงการ   บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ    ทาวน์โฮม 5 ชั้น จำนวน 29 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด    6-2-41 ไร่ ที่ตั้งโครงการ    ถนนอินทราภรณ์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ    ปี 2561   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   อเวนิว BIG C ลาดพร้าว CENTRAL EASTVILLE THE CRYSTAL CDC โรงเรียนอุดมศึกษา โรงเรียนบดินทร์เดชา ม.รามคำแหง โรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์ โรงเรียนนานาชาติ KIS ม.อัสสัมชัญ (ABAC) โรงพยาบาลลาดพร้าว โรงพยาบาลพระราม9 โรงพยาบาลปิยเวช แบบบ้านและพื้นที่ใช้สอย President ขนาด 44.5-57.2 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 479 ตร.ม. President (s) ขนาด 63-72ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 576 ตร.ม. Chairman ขนาด 67.7-106.7ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 693 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก ส่วนส่วนกลางขนาด 150 ตร.วา ระบบรักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 089-203-2233 , 02-539-6306 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.scasset.com/en/house/headquarters-ekkamai-lad-phrao