การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

“The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” วินเทจทาวน์โฮมสไตล์บ้านเดี่ยว

ถ้าจำกันได้เราเคยพาไปดูบ้านเดี่ยวโครงการ Areeya Como เมื่อไม่นานมานี้ คราวนี้เรากลับมาที่อาณาจักรอารียาอีกครั้ง เพื่อจะไปดูบ้านทาวน์โฮมสไตล์บ้านเดี่ยวที่ชื่อ “The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” กันค่ะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

 

 

ครั้งนี้เราเลือกเข้ามาทางซอยมหาชัย บริเวณถนนบางนา-ตราด กม.10 ฝั่งขาเข้า เข้ามาเกือบสุดซอยที่เป็นพื้นที่ของคอกม้า Phoenix ก็จะเห็นทางเข้าหมู่บ้าน “The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” ค่ะ ถึงแม้ถนนในซอยมหาชัยจะไม่ใช่ซอยใหญ่ แต่ก็มีซอยย่อยทะลุไปออกถนนกิ่งแก้ว-เทพารักษ์ได้ด้วย ในขณะเดียวกันลูกบ้านอารียา ยังสามารถขับผ่านถนนหลักที่ผ่านหน้าโครงการต่างๆ ของอารียาไปออกตรงด่านวงแหวนฯ ได้อีกด้วย ซึ่งซอยนี้คือซอยที่มีคอนโด A Space อยู่ตรงปากซอยนั่นเอง ลูกบ้านอารียาจะได้เปรียบที่สามารถใช้เส้นทางนี้ลัดไปออกถนนวงแหวนฯ ได้อย่างง่ายดาย

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ตรงจุดนี้เองที่เป็นจุดเชื่อมไปยังถนนมอเตอร์เวย์ ทางด่วนบูรพาวิถี รวมถึงเป็นด่านทางด่วนศรีรัชที่ข้ามไปยังฝั่งดินแดง-แจ้งวัฒนะ และทางด่วนสายเฉลิมมหานครที่เชื่อมไปยังฝั่งพระราม 3 สีลม-สาทรได้ด้วยค่ะ ในขณะเดียวกันถนนข้างๆ ยังเป็นทางกลับรถใต้สะพานไปเข้า Mega Bangna ที่สะดวกมากๆ ลูกบ้านไม่ต้องขับออกถนนใหญ่ไปทางบางนา-ตราดให้รถติดเสียเวลาเลยค่ะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้ๆ กับซอยที่เชื่อมไปออกถนนกิ่งแก้ว ดังนั้นบริเวณนี้จะคึกคักหน่อย มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารมากมาย ถือว่าเป็นแหล่งชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ใช้ได้เลยทีเดียว แต่ถ้าขับรถออกไปทางถนนใหญ่ นอกจาก Mega Bangna ที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ซึ่งร่วมห้างร้านต่างๆ ไว้เพียบแล้ว ทางฝั่งกิ่งแก้วยังมี Market Village ซึ่งถือว่าเป็นอีกแหล่งช็อปปิ้งหลักของคนแถบนี้เลยนะคะ เพราะที่นี่มีทั้ง HomePro, Lotus รวมถึงร้านอาหารชั้นนำอีกหลายร้านเลยค่ะ นอกจากนี้ทำเลในย่านนี้ยังพร้อมไปด้วยสถาบันการศึกษาชั้นนำเช่น มหาวิทยาลัยหัวเฉียว, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ รวมถึงโรงพยาบาล, สนามกอลฟ์ และสนามบินสุวรรณภูมิ ก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเลยค่ะ

 

บ้านทาวน์โฮมสไตล์ Modern Colonial

 

“The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” เป็นหมู่บ้านทาวน์โฮมนะคะ แต่ตัวบ้านออกแบบมาเป็นพิเศษ ผนังบ้านแต่ละหลังเป็นอิสระต่อกัน ดังนั้นพอมองด้านนอกตัวบ้านแล้วจะเหมือนกับบ้านเดี่ยวค่ะ แถมด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Colonial มีกลิ่นอายแบบวินเทจนิดๆ หลายคนน่าจะถูกใจตั้งงแต่แรกเห็นแน่นอน

 

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

พื้นที่ภายในโครงการแบ่งเป็นบ้านทั้งหมด 167 หลังค่ะ โดยที่ดินเริ่มต้นอยู่ที่ 28 ตร.ว. เว้นแต่แปลงหัวมุมที่จะได้พื้นที่สวนข้างบ้านเพิ่มขึ้นมามากหน่อย และในแต่ละซอยทางโครงการยังเว้นพื้นที่ไว้เป็นระยะ เพื่อลูกบ้านจะได้ใช้กลับรถในซอยได้ ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโครงการด้วยค่ะ ปัจจุบันบ้านภายในโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ได้เกินครึ่งแล้ว ดังนั้นเราจะได้เห็นบรรยากาศภายในโครงการจริงๆ ก่อนตัดสินใจค่ะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ซุ้มทางเข้าโครงการ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

เข้า-ออก โครงการด้วยระบบ Key Card

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ถนนเมนจะกว้าง 12 เมตรเลยนะคะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ส่วนถนนในซอยจะกว้าง 8 เมตร

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

Facility หรือพื้นที่ส่วนกลางในบริเวณโครงการจะมีสวนหย่อมพร้อมศาลานั่งเล่นที่ลูกบ้านสามารถออกมาเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ค่ะ ในบริเวณสวนในโครงการนี้เองยังมีสนามบาสแบบ Haft Size เอาไว้ให้ฝึกเล่น ฝึกชู้ทอีกด้วย

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ส่วนตัว Club House ทางอารียาจัดแยกส่วนไว้อีกที่หนึ่งนะคะ ซึ่งพื้นที่ของ Club House ลูกบ้านอารียาจะแบ่งกันใช้กับ Areeya Como และ The Colors ที่อยู่ในโซนเดียวกัน โดยภายใน Club House จะประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ระบบน้ำเกลือพร้อมสระเด็ก รวมถึงห้องออกกำลังการพร้อมอุปกรณ์หลายชนิดเลยทีเดียว บริเวณ Club House จะมีมุมนั่งเล่นพักผ่อน พร้อมหนังสือดีๆ ไว้ให้ลูกบ้านหยิบไปอ่านได้ด้วยค่ะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

บรรยากาศบริเวณคลับเฮ้าส์ของโครงการ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าคลับเฮ้าส์

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ด้านในจะมีห้องน้ำ พร้อมห้องอาบน้ำ และตู้ล็อกเกอร์สำหรับเก็บของ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ส่วนด้านในจะเป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อน หรือนั่งรอเพื่อนๆ ที่มาใช้บริการคลับเฮ้าส์

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

พื้นที่ฟิตเนสก็จะอยู่ด้านในเหมือนกันนะคะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

เปิดบ้านตัวอย่างสไตล์  Modern Colonial

แบบบ้านของ“The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” มีอยู่ Type เดียวนะคะ ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 28 ตร.ว. บริเวณหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 2 คัน ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 134 ตร.ม. แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ กับอีก 1 ห้องเอนกประสงค์ ซึ่งพื้นที่ที่เรียกว่า ห้องเอนกประสงค์ จะอยู่บริเวณชั้นล่างของตัวบ้านนะคะ โดยพื้นที่นี้เราสามารถปรับแต่งประโยชน์ใช้สอยได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะใช้เป็นห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องรับแขก หรือจะตกแต่งให้เป็นห้องนอนอีกห้องก็ยังได้ค่ะ เพียงแค่กั้นประตูเพิ่มอีกนิดก็ใช้ได้แล้ว

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ภายในตัวบ้านถูกจัดแบ่งพื้นที่ไว้ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว ถึงแม้จะเป็นบ้านทาวน์โฮมแต่ก็มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทุกคนในครอบครัว เพราะพื้นที่ชั้นบนมีถึง 3 ห้อง ถ้าครอบครัวไหนที่มีสมาชิกน้อยหน่อย ห้องเล็กยังสามารถใช้เป็นห้องเก็บของหรือห้องทำงานได้เหมือนกัน

ส่วนห้องนอนใหญ่จะเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมหันไปทางหน้าบ้านค่ะ ภายในห้องกว้างพอที่จะจัดตกแต่งให้มี Walk in Closet ได้เช่นกัน ในขณะเดียวกันยังมีระเบียงเล็กๆ พอที่จะจัดตกแต่งกระถางต้นไม้ให้สวยงามได้

ห้องน้ำบนชั้น 2 ก็สามารถเข้าได้สองทางทั้งจากทางห้องนอนใหญ่ และทางเดินหน้าห้องนะคะ ซึ่งห้องชั้นบนจะแชร์ห้องน้ำร่วมกัน

ส่วนห้องเล็กอีก 2 ห้อง ก็อย่างที่บอกไปแล้วค่ะ ว่าไม่ได้มีฟังก์ชั่นบังคับว่าจะต้องใช้เป็นห้องนอน ดังนั้นเราสามารถเลือกตกแต่งได้ตามที่ต้องการเลย อย่างในบ้านตัวอย่างก็แต่งห้องแรกเป็นห้องนอนเด็กเล็ก ดูน่ารักน่าอยู่มากเลยค่ะ ในขณะที่อีกห้องตกแต่งให้เป็นห้องอ่านหนังสือ ดูแล้วลงตัวดีทีเดียว ซึ่งถ้าเป็นครอบครัวเล็กๆ มีลูกซักคน บ้านหลังนี้ก็เหมาะเลย อยู่ได้สบายๆ กำลังดี

บ้านตัวอย่างที่เราได้ดูในครั้งนี้เป็นแปลงหัวมุมนะคะ ดังนั้นจึงมีพื้นที่สวนข้างบ้านมากหน่อย ทางโครงการเลยลองตกแต่งให้บริเวณสวนมีชานนั่งเล่นเชื่อมต่อกับบริเวณรับประทานอาหาร บรรยากาศโซนนี้เลยดูผ่อนคลาย ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ประตูหน้าบ้านจะเป็นสีขาวเข้ากับสไตล์ของตัวบ้านเลยนะคะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

หน้าบ้านตัวอย่างโครงการตกแต่งไว้ได้น่ารักทีเดียวนะคะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

บ้านตัวอย่างจะเป็นหลังมุมนะคะ จึงมีพื้นที่ข้างบ้านเหลือให้ตกแต่งเป็นสวนได้เลย

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

พื้นที่หลังเล่นในสวนข้างบ้าน

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

เปิดประตูเข้ามาแล้วจะเจอพื้นที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่ก่อนเลยนะคะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ซึ่งบ้านตัวอย่างจัดไว้ให้ดูอย่างลงตัว

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ด้านข้างยังมีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนอีกจุดหนึ่ง เพื่อเปิดออกไปที่มุมนั่งเล่นข้างบ้าน

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่ของห้องครัว

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

พื้นที่ของห้องครัวค่อนข้างจะกว้างเลยนะคะ บ้านตัวอย่าง Built-in เป็นเคาน์เตอร์รูปตัว U ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

บ้านตัวอย่างอาจจะตกแต่งเป็นครัวแบบเปิดนะคะ เพื่อให้บ้านดูโปร่งโล่ง แต่ถ้าติดกระจกกั้นเข้าไปหน่อย จะช่วยดูเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น แถมยังกันกลิ่นอาหารเข้าไปในบ้านได้อีกด้วย

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ติดกับห้องครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เพื่อออกไปที่พื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

พื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน โครงการยังตกแต่งให้เป็นพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

กลับเข้ามาด้านใน มุมมองย้อนกลับไปที่พื้นที่รับประทานอาหาร

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ตรงข้ามกับห้องครัว จะมีห้องน้ำเล็กสำหรับชั้น 1 อยู่ด้วยนะคะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังของ American Standard

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

พร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ด้านในสุดเป็นพื้นที่เปียกสำหรับอาบน้ำ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

กลับมาที่ด้านหน้าบ้าน โครงการได้ตกแต่งห้องอเนกประสงค์ให้เป็นห้องนั่งเล่น

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ซึ่งถือว่าเป็นห้องนั่งเล่นที่มีความเป็นส่วนตัวมากเลยนะคะ เนื่องจากจะแยกออกมาเป็นห้องของตัวเองเลย

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

หน้าต่างในห้องนั่งเล่น มองออกไปเห็นสวนหน้าบ้าน

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

โถงบันไดขึ้นชั้น 2 จะสังเกตว่าใต้บันไดจะมีห้องเก็บของเล็กๆ อยู่ด้วยนะคะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

โถงบันไดสูงโปร่ง

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ขึ้นมาถึงชั้น 2 แล้วมองตรงไปด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ ที่อยู่ติดกับห้องนอน Master Bedroom ส่วนด้านขวามือจะเป็นห้องนอนเล็ก และห้องอเนกประสงค์

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

เราเลี้ยวซ้ายมาดูที่ห้องนอน Master Bedroom กันก่อนนะคะ โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ยังมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือให้วางโต๊ะข้างเตียงได้นิดหน่อย

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ทางออกไปที่ระเบียงในห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 70 ซม.

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

กลับมาที่ด้านใน ฝั่งปลายเตียงโครงการกั้นเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ซึ่งก็สามารถใช้เป็นชั้นวางทีวีได้พอดี

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ด้านใน Walk-in Closet โครงการตกแต่งด้วยการวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะเครื่องแป้ง ส่วนตรงกลางเป็น Day Beds อยู่ติดกับหน้าต่าง

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ห้องน้ำที่อยู่ชั้น 2 มีให้ 1 ห้องนะคะ จะสามารถเข้าได้ 2 ด้านจากห้องนอน Master และจากด้านโถงบันได

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

การจัดวาง Layout ก็จะคล้ายๆ กับห้อ น้ำที่อยู่ชั้น 1 เลยนะคะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

รวมถึงสุขภัณฑ์ที่ใช้ก็จะคล้ายๆ กัน

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ยกเว้นอ่างล้างหน้าที่จะมีช่องเก็บของด้านล่างเพิ่มขึ้นมา

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

มาพร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

โถสุขภัณฑ์จะวางอยู่ติดกัน

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ด้านในสุดเป็น Shower Box ที่ห้องนี้โครงการติดฉากกั้นมาให้เรียบร้อย

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ถัดมาด้านขวามือของโถงบันไดจะเป็นห้องนอนเล็กและห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ติดกัน

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ภายในห้องนอนเล็กโครงการจะตกแต่งเป็นห้องนอนแบบเด็กๆ เลยนะคะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ห้องนี้จะ Built-in เต็มพื้นที่ โดยใช้เตียงขนาด 3.5 ฟุต

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

พร้อมตกแต่งด้วยตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ Built-in เชื่อมต่อมาเป็นโต๊ะทำงานและเตียงนอน ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2
The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ติดกันเป็นห้องอเนกประสงค์อีกห้อง ซึ่งจะเป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุดในบ้าน

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

โครงการตกแต่งให้เป็นห้องสำหรับพักผ่อน โดย Built-in โซฟาแบบ Day Beds ไว้ติดกับผนัง

The Village บางนา-วงแหวนฯ 2

ส่วนอีกด้านเป็นโต๊ะทำงานอยู่ติดกับหน้าต่าง

ถ้าใครกำลังมองหาบ้านทาวน์โฮม โครงการ “The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจไม่น้อยเลย เนื่องด้วยจุดเด่นที่ตัวบ้านออกแบบให้ผนังแต่ละบ้านเป็นอิสระจากกัน ไม่ต้องใช้ผนังร่วมกัน ทำให้เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้อีกเยอะ แถมยังให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านเดี่ยวกลายๆ สำหรับครอบครัวเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างครอบครัว โครงการนี้น่าจะเป็นอีกตัวเลือกในงบประมาณที่ไม่เกินกำลังจนเกินไปนัก แถมยังได้อยู่ในทำเลที่มีการเดินทางสะดวก และแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเหมาะกับการอยู่อาศัย

ใครที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างที่โครงการก่อนได้ หรือจะลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.areeya.co.th/2014/singlehome_the_village.php

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/