Tag : รีวิวทาวน์โฮม

18 ผลลัพธ์
BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

ตั้งแต่ Origin เริ่มทำโครงการแนวราบในแบรนด์ BRITANIA เราจะเห็นกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากคนหลายๆ กลุ่ม ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะครอบครัวเท่านั้นนะคะ เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง และนวัตกรรมที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ทำให้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาอยู่ไม่น้อยภายใต้ชายคาของออริจิ้น       ทำเล กรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก ถูกพูดถึงอย่างมากในระยะ 3-4 ปีหลังมานี้ เพราะเรื่องของการพัฒนาสาธารณูปโภคหลายอย่างเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัยตามไปด้วย โดยเฉพาะทำเลของแนวราบที่สะดวกต่อการเดินทาง ซึ่งตัวถ.หทัยราษฏร์ ก็ถือได้ว่าเป็นเส้นทางหนึ่งที่เชื่อมต่อกันระหว่างกรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก   ถ.หทัยราษฏร์ เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถ.สายไหม กับ ถ.สุวินทวงศ์ ซึ่งบางพื้นที่จะคาบเกี่ยวกันระหว่าง จ.ปทุมธานี กับ จ.กรุงเทพฯ ซึ่งละแวกนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอร่อยๆ หรือตลาดก็มีให้เลือกเดินอยู่หลายแห่ง เช่น ตลาดออเงิน ตลาดวงศกร ตลาดมารวย ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังในย่านนี้อย่างแฟชั่นไอซ์แลนด์ หรือเดอะพรอมมานาด ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายหลักอย่างรามอินทรา ก็มีให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน   ที่ตั้งของโครงการ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT จะอยู่ช่วงถนนที่ใกล้กับถ.กาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกมากที่สุด ซึ่งห่างออกไปประมาณ 5 นาทีก็จะไปเชื่อมต่อกับทางด่วนรามอินทรา-จตุโชติ เข้าเมืองได้สะดวกรวดเร็ว หรือจะเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองก็สามารถใช้เส้นทางเชื่อมต่อไปถ.สายไหม เข้าแยกคปอ. ทะลุออกถ.วิภาวดีก็ถึงสนามบินดอนเมืองได้เลย เรียกว่าเป็นจุดที่เดินทางไปยังสถานที่สำคัญได้อย่างสะดวกทีเดียวค่ะ          ภาพรวมโครงการ BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT เป็นโครงการที่มีทั้งทาวน์โฮมและบ้านซี่รีย์ใหม่อยู่ในโครงการเดียวกัน ทำให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้หลากหลายความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยจะแบ่งออกเป็น 3 Type   WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 140 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.ว. PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 19.95 ตร.ว. ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 100 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18.55 ตร.ว.     ซึ่งดีไซน์ของทั้งโครงการจะออกมาในโทนผสมผสานระหว่าง Modern British Luxury และความ Creative Living ทั้งคลับเฮ้าส์และตัวบ้านได้อย่างลงตัวตั้งแต่หน้าโครงการ       ยุค 4.0 ในปัจจุบันนี้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมากมาย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยสิ่งสำคัญของนวัตกรรมเหล่านี้ คือ ทุกคนสามารถเข้าถึง ใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ซึ่ง Origin ก็นำเอานวัตกรรม 4 ประเภทใหญ่ๆ ที่เรียกว่า B Genius Mode ดังนี้   Digital Living automation ระบบ Home Security เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก สามารถควบคุมผ่าน Application สุดล้ำบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยจะประกอบไปด้วย               Digital Door Lock ระบบล็อคประตูบ้านโดยการใช้ Pin Code ที่สามารถแชร์ OTP ให้ แขกหรือ แม่บ้านที่จะเข้ามาในบ้านได้ และยังรองรับ Card* มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟนทุกครั้งที่มีการเข้า-ออกบ้าน             Door &Window  Magnetic Sensor มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟน* และไซเรนดัง เมื่อออกจากบ้านแล้วมีการบุกรุกทางประตูและหน้างต่าง                Motion Sensor เมื่อออกจากบ้านให้ทำงานเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุก*              IP Camera สามารถเปิดดูกล้องภายในบ้านผ่าน Application ได้ตลอดเวลา เพื่อดูแลสมาชิกภายในบ้านหรือตรวจจับรักษาความปลอดภัย* ซึ่งผ่านระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง Fiber Optic True Room ของ TRUE ทั้งโครงการ      INTERPERSONAL SPACE DESIGN USB Outlet ทุกจุดสำคัญภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก* ออกแบบฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจลูกค้าในทุกมิติ              Multi- Purpose Spaces รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยพื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างอิสระ              Thai Kitchen แยกครัวไทยออกอย่างเป็นสัดส่วน เหมาะสำหรับผู้รักการทำอาหาร ไม่ต้องกังวลเรื่องควันและกลิ่นรบกวนภายในบ้าน              Built-in Furniture เฟอร์นิเจอร์ออกแบบใหม่อย่างมีสไตล์ ทำให้ลงตัวกับการอยู่อาศัยมากที่สุด   HOTEL SERVICE ON DEMAND สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการอยู่อาศัยในโครงการเช่นนี้นั่นคือเรื่งของ “การบริการ” ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกบ้านในการจัดการชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการเองก็ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น จึงเกิดเป็นการบริการระดับโรงแรม 5 ดาว หนึ่งในหัวใจสำคัญของแบรนด์ BRITANIA โดยสามารถเรียกแม่บ้าน, งานซักรีด, ช่างเทคนิค และคนสวน ที่มีความชำนาญเฉพาะทางมาดูแลบ้านของคุณผ่านการจองล่วงหน้าจาก Application   Club Britania ด้วยความใส่ใจการใช้ชีวิตของลูกบ้านที่ต้องการพื้นที่ความเป็นส่วนตัว จึงได้สร้างสรรค์ Club Britania ขึ้นมา เพื่อเป็นสถานที่รองรับได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Co Living Space ไว้นั่งปาร์ตี้กับแก้งค์เพื่อน Co-Working Space รองรับการนั่งคุยงานกับลูกค้า นัดประชุมได้ง่ายๆ แค่จองล่วงหน้าผ่าน Application สุด Genius นอกจากนี้ยังมี สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, Playground    ชมบ้านตัวอย่าง สำหรับ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT ตอนนี้มีบ้านตัวอย่างให้ชมครบทั้ง 3  Type ค่ะ โดยในช่วงโปรโมชั่นทางโครงการจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ให้ คือ เครื่องปั๊มน้ำมาตรฐาน ถังสำรองน้ำตามมาตรฐานโครงการกัน UV และป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำ ระบบสัญญาณกันขโมย และ Home Automation   เรามาเริ่มชมจาก WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ภายนอกใช้สี SEMI GLOSS ชนิดกึ่งเงา มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนจากภายนอก เช็ดทำความสะอาดง่าย และปลอดภัยจากสารตะกั่ว และปรอท เปลือกอาคารด้านหน้าบ้านบางส่วนใช้ลายก่ออิฐ ผิวธรรมชาติ สลับกับการใช้โทนสีอ่อนเป็นหลักตัดกับสีดำจากขอบอลูมิเนียมประตู-หน้าต่าง ทำให้บ้านดูสวยงามอย่างเรียบง่าย ตามคอนเซปไว้ว่าเป็นสไตล์ Modern British   พื้นที่จอดรถหน้าบ้านมีการเสริมเสาเข็มสั้น เพื่อชะลอการทรุดตัวของพื้นจอดรถที่ต้องรับน้ำหนักมาก เฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้าก่อนจะเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งประตูหลักหน้าบ้านเป็นบานเลื่อนใช้กระจกเขียวตัดแสงที่ป้องกันรังสี UV ช่วยสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ แต่ยังคงได้รับแสงสว่างส่องผ่านเข้ามาได้อยู่ และเมื่อสัมผัสไปที่ตัวขอบอลูมิเนียมก็จะให้ผิวทรายซาฮาร่า เพิ่มความมีระดับขึ้นมาได้ด้วยวัสดุดีๆ นี่แหละค่ะ เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ Double Lock   นอกจากนี้ยังมีอีกประตูเข้าบ้านตรงที่จอดรถ โดยจะใช้เป็นประตูทึบบานสวิง        ภายในบ้านใช้ไฟ LED เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ส่วนรูปลั๊กก็จะมี USB port รองรับเอาไว้ให้ด้วย ส่วนพื้นบ้านชั้นแรกนี้จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ พื้นที่ภายในบ้านจะมีลักษณะลึกเข้าไปเป็นพื้นที่โล่ง ซึ่งสามารถกั้นพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้ อย่างตามบ้านตัวอย่างที่เห็นนี้ก็จะแบ่งพื้นที่เป็นห้องทำงานกับห้องครัวเปิดก็จะดูเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ซึ่งถัดมาด้านข้างจะมีห้องน้ำที่มีทั้งส่วนเปียก ส่วนแห้ง และครัวปิดที่ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนอยู่ติดกัน มีประตูออกไปพื้นที่ซักล้างหลังบ้านจากห้องครัว   บันไดโครงสร้างคอนกรีตแน่นหนา พื้นและราวจับใช้ไม้สีน้ำตาลอ่อนกับราวเหล็กโปร่งสีขาว เข้ากับสีของผนังขาวฉาบเรียบทั้งหลัง   ชั้น 2 จะปูพื้นด้วยลามิเนต แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่ง Master Bedroom จะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต แล้วยังเหลือทางเดินได้รอบเตียง หรือจะวางโต๊ะหัวเตียงก็มีพื้นที่พอค่ะ พื้นที่ด้านปลายเตียงจะกั้นให้เป็น Walk In Closet ตามแบบห้องตัวอย่างนี้ก็สามารถรองรับความต้องการสำหรับคนที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ ได้ หรือจะ Built in แค่ตู้เสื้อผ้าชิดผนังก็จะได้พื้นที่โล่งๆ ขึ้นอีกค่ะ พร้อมห้องน้ำในตัว และระเบียงส่วนตัวหันออกไปทางหน้าบ้าน        ห้องนอน 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน มีขนาดพอๆ กันค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้ค่ะ สำหรับห้องน้ำทุกห้องในบ้านจะปูพื้น-ผนังด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีเทา แยกส่วนเปียก-แห้งโดยมีขอบปูนสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำล้นออกไปยังส่วนแห้ง ส่วนใช้สุขภัณฑ์ทั้งหมดจาก American Standard ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ฝักบัว และมีปลั๊กไฟพร้อม USB port ที่มีฝาครอบกันน้ำติดตั้งเอาไว้ให้ด้วย จะเปิดเพลงฟังจากแท็บเล็ตแล้วเป่าผมไปด้วยก็ดูเข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ดีนะคะ และยังมีพื้นที่เล็กๆ ตรงกลางยกสูงขึ้นไปเล็กน้อย เหมาะสำหรับวางโต๊ะหมู่บูชาพระ แยกเป็นสัดส่วนออกจากพื้นที่ห้องส่วนตัว        PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.7 ม. สไตล์ Cozy&Comfort เริ่มตั้งแต่เฉลียงหน้าบ้านปูด้วยกระเบื้องเซรามิคความยาวตลอดแนวหน้าบ้าน ประตูบ้านใช้กระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อน ใช้ระบบ Double Lock คือแบบกุญแจไข และการล็อคแบบก้นหอยจากภายในบ้านเพิ่มเติม พื้นชั้นแรกปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังสีขาวฉาบเรียบ       พื้นที่ในบ้านเป็นลักษณะลึกเข้าไปจากส่วนแรกที่เป็น Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งด้านใน ซึ่งจะเชื่อมต่อกับครัวเปิดที่มีประตูออกไปทางพื้นที่ซักล้างหลังบ้าน แต่หากบางครอบครัวที่ทำครัวบ่อยๆ ก็สามารถติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนให้เป็นครัวปิดนะคะ เพราะครัวมีพื้นที่เป็นสัดส่วนออกมาชัดเจนอยู่แล้ว หรือจะเปลี่ยนเป็นการต่อเติมออกไปด้านหลังบ้านก็ได้ ส่วนห้องน้ำก็สามารถเข้าได้จากพื้นที่ห้องครัวค่ะ   ชั้น 2 พื้นปูด้วยวัสดุลามิเนต เรามาเริ่มจาก Master Bedroom ฝั่งหน้าบ้านค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้ประมาณ 2 ตู้ มีห้องน้ำในตัวแยกส่วนเปียกไว้ด้านในของห้องน้ำ   ห้องนอนที่ 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ และห้องน้ำของชั้น 2 นี้ จะอยู่ตรงกลางพื้นที่เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ทุกคนค่ะ     ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.3 ม. สไตล์ Modern Loft สำหรับการวางแปลนชั้นล่างนี้จะคล้ายกับทาวน์โฮม Type PRESTON ค่ะ คือจะมีลักษณะลึกเข้าไปตามที่ดิน เริ่มด้วยพื้นที่ Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหาร แยกครัวเปิดออกอย่างชัดเจน และห้องน้ำที่มีประตูอยู่ตรงส่วนครัว พื้นที่หลังบ้านก็เชื่อมต่อจากทางครัวเช่นเดียวกันค่ะ   ชั้น 2 สำหรับ Type นี้แม้จะมีห้องนอน 2 ห้อง แต่จะได้ห้องแบบ Master Bedroom ขนาดใกล้เคียงกันทั้ง 2 ห้องค่ะ คือจะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต พร้อมกับโต๊ะหัวเตียงได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และเคาน์เตอร์ทีวี ที่สำคัญคือมีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องค่ะ           BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT (บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฎร์) ถือเป็นโครงการแนวราบที่ออกแบบฟังก์ชั่นมารองรับความต้องการในการใช้ชีวิตได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่รวมถึงกลุ่มครอบครัวอย่างตอบโจทย์รอบด้าน เมื่อชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้นด้วยนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยรองรับสิ่งต่างๆ แล้ว ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเดิมได้ที่ BRITANIA จาก Origin House          15-16 มิ.ย. GRAND OPENING #เปิดชมบ้านตัวอย่างครั้งแรก บ้าน 3 แบบ 3 สไตล์ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ @ บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฏร์ เริ่ม 2.99 ล้าน*   #เฉพาะงานนี้เท่านั้น รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท* #ลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท http://bit.ly/2UXNB01      
บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย

บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย

Feel @ Ramintra ถ้าจะหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวสักหลัง สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือการเดินทางไปไหนมาไหนได้ สะดวกสบายที่สุด ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นทางด่วน และรถไฟฟ้าใช่ไหมคะ? ทางด่วนใกล้บ้านเราเชื่อมต่อเข้าไปถึงในเมือง เพื่อความสะดวกเวลาทำงาน หรือไปสนามบิน ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดได้ง่าย ยิ่งถ้ามีรถไฟฟ้าผ่านด้วยแล้วล่ะก็ จะยิ่งทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางที่ดีเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรากำลังพูดถึงโซนรามอินทราค่ะ เพราะสามารถใช้ ทางด่วนฉลองรัช หรือกาญจนาภิเษกได้ง่าย ในอนาคตก็กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย - มีนบุรี ผ่านตลอดทั้งถนน โดยตอนนี้กำลังก่อสร้างไปแล้วคาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2564 จะมีอะไรสะดวกสบายไปกว่านี้ล่ะคะ   Fine @ Facility    สิ่งอำนวยความสะดวกก็สำคัญไม่แพ้การเดินทาง เพราะก็คงไม่มีใครอยากฝ่ารถติดขับรถออกไปไกลๆ เสียเวลาเป็นวัน เพียงเพื่อไปหาซื้อของต่างๆ หรือหาอาหารรับประทานซักมื้อ ซึ่งในโซนรามอินทราเองก็มีความสะดวกมากพอ และมีห้างร้านให้เลือกหลากหลาย ตามแต่ความต้องการ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองตามไปชมด้วยกันค่ะ   Fashion Island และ The Promenade Fashion Island และ The Promenade อยู่ติดกันเลยค่ะ เดินเชื่อมต่อกันได้เลย เป็นห้างสรรพสินค้าที่ครองความนิยม อย่างไม่เสื่อมคลายของชาวรามอินทรา ไม่ใช่แค่มีทุกอย่างครบครันในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต  ร้านค้า-บริการ ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ ฟิตเนส นอกจากนั้นยังขยันมี Event หมุนเวียนกันมาชวนให้เดินเล่นอยู่ตลอด ซึ่งบริเวณด้านหน้าก็จะคึกคักเกือบจะตลอดเวลาเลยค่ะ มีรถสาธารณะอยู่หลากหลายเส้นทาง หรือใครที่ใช้รถยนต์ ก็สะดวกมาก เพราะสามารถเข้าสู่ถ.กาญจนาภิเษก ได้ใกล้นิดเดียว หรือจะเลือกไปทางถ.รัชดา-รามอินทรา เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเดินทางแห่งหนึ่งของโซนนี้เลยค่ะ   CentralPlaza Ramindra เป็นห้างสรรพสินค้าอีกแห่งที่น่าสนใจในย่านนี้ค่ะ ด้วยชื่อเสียงของแบรนด์ก็การันตีอยู่แล้ว ประกอบกับทำเลที่อยู่ใกล้กับ วงเวียนหลักสี่ ซึ่งในอนาคตอีกไม่กี่ปีก็จะกลายเป็นอีกจุด Interchange สำคัญ ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (ส่วนต่อขยาย) กับสายสีชมพูแคราย - มีนบุรี และจะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางจากชานเมืองเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่ายมากขึ้น     Ease Park คอมมูนิตี้มอลล์ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับใครที่แค่อยากจะซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกต หาอะไรทาน หรือแค่ Drive thru มารับกาแฟไปดื่ม ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถนานๆ ไม่ต้องเปลืองเวลาเดินให้เมื่อย Ease Park จึงเป็นอีก หนึ่งคำตอบที่ดีของคนในย่านนี้ค่ะ   Cr.ภาพจาก FB:ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา เปลี่ยนบรรยากาศมาเดิน Night Market บนพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าเป็นตลาดนัดช่วงกลางคืน ตั้งแต่ยุคแรก ของบ้านเราที่มีมาหลายปี มีผู้คนมาเดินจับจ่ายใช้สอยเยอะแทบทุกวัน เพราะเป็นแหล่งชอปสุดชิว มีสินค้าหลากหลาย เต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ เพียบ เปิดทุกวันตั้งแต่ช่วงเย็นเดินกันจนเมื่อยยาวไปถึงตีสอง นอกจากนี้ที่ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม หรือเรียกกัน ติดปากว่าเลียบด่วนรามอินทราแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร บรรยากาศดี คอมมูนิตี้ ห้างสรรพสินค้า อีกมากมาย หลายแห่ง แต่ก็ไม่แปลกนะคะที่ได้รับความนิยมกันมากขนาดนี้ เพราะเป็นถนนที่มีทางด่วนฉลองรัชพาดผ่านตลอดทั้งสาย การเดินทางก็ทั้งง่ายทั้งสะดวกขึ้นอีกเยอะ   Cr.ภาพจาก FB:Siamparkcity สวนสยามทะเล-กรุงเทพฯ Cr.ภาพจาก FB:Safari World Fun @ สวนสยาม และซาฟารีเวิลด์ ลองนึกดูนะคะ ในกรุงเทพฯ จะมีสักกี่แห่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนไม่ไกลจากบ้านเรา ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ส่วนมากก็จะนึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากไปเดินห้าง แต่ถ้าลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นสวนน้ำ สนุกกับเครื่องเล่น หรือโชว์ของเหล่าสัตว์แสนรู้ อย่างสวนสยาม และซาฟารีเวิลด์แล้วล่ะก็รับรองว่าจะได้อีกบรรยากาศในการพักผ่อน หย่อนใจชิวๆ แบบที่ตัวเมืองกรุงเทพฯ ชั้นในไม่มีอย่างนี้แน่นอนค่ะ ยิ่งหากครอบครัวไหนมีลูกหลานแล้วล่ะก็ พาออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยตัวเอง แถมยังใกล้บ้านก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกรูปแบบหนึ่งนะคะ   บ้านกลางเมือง รามอินทรา ทาวน์โฮมโมเดลใหม่ล่าสุด Luxurious Master Bedroom Multi-Functional Room 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 145 ตารางเมตร ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18 ตร.วา ฟังก์ชั่นตอบสนองความเป็นส่วนตัว ด้วยพื้นที่ชั้น 3 ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้เต็มพื้นที่ ภายในโครงการได้ความเงียบสงบภายในโครงการบนพื้นที่กว่า 23 ไร่ ซึ่งจะมีสวนสาธารณะ และสวนหย่อมกระจายอยู่ในโครงการรวมแล้วกว่า 1 ไร่ พร้อมมีสโมสรส่วนกลางที่มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส อุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ Katsan และ กล้อง CCTV ตรงทางเข้า–ออกโครงการ     บ้านกลางเมือง รามอินทรา ตั้งอยู่ภายในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ท่ามกลางทำเลที่ตั้งแวดล้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ใกล้ทางด่วน 2 สาย ทั้งถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ซึ่งจะไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ได้ และทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (จตุโชติ) ที่จะพาเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นพระราม 9 เอกมัย ทองหล่อ และถนนสุขุมวิท โดยเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางเข้าสู่ตัวโครงการ คือ ถ.คู้บอน แล้ววิ่งเส้นคู่ขนานกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ที่สำคัญค่ะ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีคู้บอน อยู่ตรงปากทางเข้าถ.คู้บอนพอดี ก็จะยิ่งทำให้มีทางเลือกในการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น     เปิดบ้านตัวอย่าง เมื่อเข้ามาในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ก็จะพบว่าทางเข้าโครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา จะอยู่ติดกับโครงการ Pleno รามอินทรา โดยจะมี Main Gate ที่พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. กล้อง CCTV ซึ่งสามารถเข้าไปชมบ้านตัวอย่างและส่วนกลางจริงภายในโครงการกันได้แล้วค่ะ    ก่อนอื่นเราจะพาไปชม Club House สีขาวโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศของสวนสีเขียว ใช้เส้นสายโค้งมนส่งไปถึงลายฉลุบนตัวอาคาร ซึ่งเมื่อไรที่กระทบกับแสงอาทิตย์ก็จะเกิดเป็น Shadow&Shade ผสานกันระหว่างสวนธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมกลางโครงการ เมื่อก้าวเข้าสู่ตัว Club House ชั้นล่าง เราจะถูกต้อนรับด้วยเสียงของน้ำจาก SALT SYSTEM SWIMMING POOL ริมสระใต้ร่มเงาของอาคารมี Sunbed ให้ได้นอนพักอย่างผ่อนคลาย ส่วนใครที่ชอบออกกำลังกายแบบ ACTIVE ขึ้นมาอีกก็จะมีห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ เพดานสูงบวกกับกระจก Full Height ล้อมรอบให้ได้ชมวิวธรรมชาติภายนอกไปด้วยอยู่ที่ชั้น 2      ได้เวลาเข้าไปชมทาวน์โฮมตัวอย่างกันแล้วค่ะ โดยตัวทาวน์โฮมจริงที่ลูกบ้านจะได้นั้นมีกันสาดบริเวณลานจอดรถหน้าบ้านแบบพับเก็บได้ ชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทุกห้อง ปั๊มน้ำ แทงค์น้ำ และเครื่องปรับอากาศ Daikin พร้อมติดตั้งมาให้ พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว โดยหน้าบ้านจะสามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คัน มีเฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้า และใช้ประตูทางเข้าหลักเป็นกระจกบานเลื่อนพร้อมระบบ Double Lock    เข้าสู่ชั้นแรกในตัวทาวน์โฮมจะพบกับพื้นที่กว้างๆ สำหรับจัดเป็น Living Room และเชื่อมต่อลึกเข้าไปด้านในก็สามารถทำเป็น Kitchen Room ลักษณะแบบครัวเปิด พร้อมพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งได้สบายๆ โดยจะมี Powder Room ที่ใช้ประตูเลื่อนบานทึบอยู่ระหว่าง Living Room กับ Kitchen Room เหมาะสำหรับใช้เพื่อรับแขก จึงไม่จำเป็นต้องมีส่วนเปียกค่ะ ซึ่งห้องน้ำทุกห้องจะมีหน้าต่างกระจกฝ้าบานกระทุ้งด้านบนเหนือศรีษะด้านในสุดของห้อง เพื่อเพิ่มแสงเข้ามาภายใน และยังช่วยให้เปิดระบายความอับชื้นได้ดีอีกด้วย              ด้านในสุดของชั้นแรกนี้จะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นก่อนออกไปทางหลังบ้าน แต่หากเป็นที่ดินแปลงมุมก็จะได้ประตูกระจกด้านข้างเพิ่มอีก ช่วยให้ออกไปยังพื้นที่ข้างบ้านได้สะดวกขึ้น และยังช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติเข้าสู่ด้านในให้ดูโปร่งยิ่งขึ้นด้วยนะคะ โดยสำหรับบ้านตัวอย่างหลังนี้พื้นที่บริเวณหลังบ้านจะถูกจัดให้เป็น Glass House ในบรรยากาศนั่งจิบชาท่ามกลางสวนส่วนตัวในบ้าน ก็เป็นอีกไอเดียแต่งทาวน์โฮมที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ทีเดียวค่ะ   ขึ้นมาบนชั้น 2 กันบ้างค่ะ ตัวพื้นจะปูด้วยลามิเนต ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนอน 2 ห้อง แยกเป็นฝั่งทางหน้าบ้านกับทางหลังบ้าน ส่วนบริเวณตรงกลางจะเป็นห้องน้ำค่ะ ก่อนอื่นเข้าไปชมที่ห้องนอนแรกทางฝั่งหลังบ้านกันก่อนค่ะ จะเป็นห้องที่มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนอยู่กลางห้อง มีมุมสำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้พอดี พื้นที่ภายในห้องสามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ พร้อมกับโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน ถือว่าเป็นห้องนอนขนาดเริ่มต้นของบ้านที่ได้ขนาดกำลังดีเลยค่ะ   ห้องน้ำจะแยกส่วนเปียก-แห้ง ออกจากกัน โดยจะใช้สุขภัณฑ์จาก American Standard ครบชุดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ก๊อกน้ำ โถสุขภัณฑ์ แกนใส่ทิชชู่ สายชำระ ฝักบัว และยังมีกระจกเงาติดตั้งมาให้ด้วย พื้นและผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคแบบที่เห็นนี้เลยค่ะ   ห้องนอนที่ 2 ฝั่งหน้าบ้านจะได้ระเบียงส่วนตัวเพิ่มขึ้นมา โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนระเบียงจะกั้นด้วยราวกันตกเป็นเหล็กโปร่ง   ขึ้นมาชั้นบนสุดของบ้านค่ะ ซึ่งที่ชั้น 3 นี้จะมีทั้งห้องอเนกประสงค์ เป็นพื้นที่เปิดโล่งอยู่ด้านนอกใกล้กับบันได ห้องน้ำ และ Master Bedroom เป็นชั้นที่เหมาะสำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกหน่อย เพราะห้องอเนกประสงค์สามารถดัดแปลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นแยกออกมาจากชั้นล่าง ห้องทำงาน ฯลฯ ซึ่งจะได้ความโปร่ง ไม่ดูทึบจนเกินไป   สำหรับห้องน้ำของชั้น 3 จะออกแบบมาให้เป็นประตูแบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างห้องอเนกประสงค์ด้านนอก กับส่วน Walk In Closet  ภายในห้อง Master Bedroom ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทางโครงกรจะติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานค่ะ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง เสริมตู้เก็บของไว้ด้านล่าง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ส่วนเปียกด้านในสุดก็ติดตั้งฝักบัวเอาไว้ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ตลอดแนวผนังส่วนแห้ง    สุดท้ายที่ Master Bedroom ของจะมีส่วน Walk In Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำ มีพื้นที่สามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าได้มากขึ้นตลอดแนวผนัง และมีระเบียงส่วนตัวออกไปยังฝั่งหน้าบ้าน โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ราวกันตกเหล็กโปร่งแบบเดียวกันกับระเบียงชั้น 2 ถือเป็นชั้นที่ได้ความสะดวกสบายที่สุดค่ะ      รามอินทราเป็นย่านเดียวที่ให้ความรู้สึกครบทั้ง Feel Fun Fine มีสีสันหลากหลายครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัว เฉกเช่นเดียวกันกับ “บ้านกลางเมือง รามอินทรา” ที่มีพื้นที่สามารถรองรับทุกคนในครอบครัวได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ทุกสิ่งก็พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.79 ล้านบาท   เปิดจองโซนใหม่ หน้าคลับเฮ้าส์ #เป็นเจ้าของบ้านได้ง่าย ผ่อนล้านละ 1,000 บาท* ส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* ฟรี เครื่องปรับอากาศ* และค่าจดจำนองการโอน* ภายใน 30มิถุนายน 62 นี้เท่านั้น (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)        
เดอะ แกลมเมอร์ เอกมัย-ประดิษฐ์มนูธรรม-The Glamor Ekkamai-Pradit Manutham (PREVIEW)

เดอะ แกลมเมอร์ เอกมัย-ประดิษฐ์มนูธรรม-The Glamor Ekkamai-Pradit Manutham (PREVIEW)

ชื่อโครงการ เดอะ แกลมเมอร์ เอกมัย-ประดิษฐ์มนูธรรม (The Glamor Ekkamai-Pradit Manutham) เจ้าของโครงการ บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซอย 8 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310 พื้นที่โครงการ 4-2-32 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านเดี่ยวหรู 3 ชั้น พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว จำนวนบ้าน 18 หลัง เนื้อที่บ้าน เริ่มต้น 59.2 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 450 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง สวนสาธารณะ, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม., กล้องวงจรปิดทั้งโครงการ, ฟิตเนส, เดินสายไฟลงดิน 100%, เข้าออกระบบ Easy Pass (RFID) ราคา เริ่มต้น 27.9 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 18 หลัง ภายใต้แนวคิดความงดงามแห่งการอยู่อาศัยที่เน้นกลมกลืนไปกับทัศนียภาพที่เขียวชอุ่มผสานกับความอบอุ่นด้วยแสงธรรมชาติใจกลางกรุงเทพ โดยโครงการตั้งอยู่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนเส้นสำคัญที่ล้อมรอบไปด้วยจุดหมายมากมายจากย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ที่ห่างจากเราเพียงไม่กี่นาที ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง ใกล้ทางด่วน (ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา), รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าสายสีส้ม (สายอนาคตตลิ่งชัน - สุวินทวงศ์), รถไฟฟ้าสายสีชมพู (สายอนาคตแคราย-มีนบุรี), รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สายอนาคตลาดพร้าว-สำโรง), รถไฟฟ้าสายสีเทา (สายอนาคตวัชรพล-ท่าพระ) สถานที่ใกล้เคียง Tesco Lotus Extra, Crystal Design Center, Big C Supercenter, The Crystal Park, Central Eastville, โรงพยาบาลลาดพร้าว,โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลพระราม 9, Regent's International School Bangkok, Singapore International School of Bangkok (SISB), ABAC Hua Mak Campus, Shrewsbury City Campus, Bangkok International Preparatory & Secondary School (Bangkok Prep)    
Signature Residence Ratchapruek-Suanpak 32-ซิกเนเจอร์ เรสซิเดนซ์ ราชพฤกษ์-สวนผัก 32 (PREVIEW)

Signature Residence Ratchapruek-Suanpak 32-ซิกเนเจอร์ เรสซิเดนซ์ ราชพฤกษ์-สวนผัก 32 (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Signature Residence Ratchapruek-Suanpak 32 (ซิกเนเจอร์ เรสซิเดนซ์ ราชพฤกษ์-สวนผัก 32) เจ้าของโครงการ :  บริษัท กรุงนนท์ ดีเวลลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ซอยสวนผัก 32 ถ.ราชพฤกษ์ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พื้นที่โครงการ : 1-3-61.5 ไร่ ลักษณะโครงการ :  ทาวน์โฮม 3 ชั้น จำนวนยูนิต :  17 ยูนิต ขนาดบ้าน : - ทาวน์โฮม 3 ชั้น เนื้อที่บ้าน เริ่มต้น 25.20 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอยประมาณ 205 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - Smart Gate - Smart Access Control - VDO Door Phone - Real Time CCTV - Automatic Lighting - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 4,590,000 บาท ค่าส่วนกลาง : 35 บาท/ตร.วา ปีที่สร้างเสร็จ : ปี 2561 จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮม ทำเลที่ดีที่สุดสำหรับที่พักอาศัย ใส่ใจและพิถีพิถันทุกรายละเอียดทั้งภายนอกและภายใน กับโครงการขนาดพิเศษที่มีเพียง 17 ยูนิตเท่านั้น จาก กรุงนนท์ ดีเวลลลอปเม้นท์ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง :  ถนนราชพฤกษ์, ถนนกาญจนาภิเษก, ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก, ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี สถานที่ใกล้เคียง : Home Work, The Crystal, The Circle, Food Villa, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รร.อนุบาลเด่นกล้า, ม.ราชพฤกษ์, รพ.ตา หู คอ จมูก  
9th Canale Rangsit-Klong 8-ไนน์ คาแนล รังสิต-คลอง 8 (PREVIEW)

9th Canale Rangsit-Klong 8-ไนน์ คาแนล รังสิต-คลอง 8 (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : 9th Canale Rangsit-Klong 8 (ไนน์ คาแนล รังสิต-คลอง 8) เจ้าของโครงการ : บริษัท เค ออนเนอร์กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ถ.รังสิต-นครนายก ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พื้นที่โครงการ : 36-1-89.5 ไร่ ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวนยูนิต : 440 ยูนิต   ขนาดบ้าน : - แบบบ้าน AQUA ทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ดิน เริ่มต้น 16 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ที่จอดรถ - แบบบ้าน TERRA ทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ดิน เริ่มต้น 18 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 2 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สวนสาธารณะ - สนามเด็กเล่น - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 1,590,000 บาท ปีที่สร้างเสร็จ : ปี 2564 จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮมสมัยใหม่ สไตล์ Modern Loft ผสานการออกแบบตามแนวคิด Japanese Function ให้คุณรังสรรค์พื้นที่การใช้สอยให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด พร้อมพื้นที่สวนขนาดเล็กให้คุณได้พักผ่อนไปกับความร่มรื่นในบ้านหลังนี้ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ถนนรังสิต-นครนายก สถานที่ใกล้เคียง : เทสโก้ โลตัส รังสิต-คลอง 7, รร.สารสาสน์วิเทศรังสิต, บิ๊กซี รังสิตคลองหก, ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ม.อีสเทิร์นเอเชีย ปทุมธานี  
บ้านกลางเมือง วัชรพล ค้นพบคำตอบของบ้านที่ดี บนทำเลที่ใช่    

บ้านกลางเมือง วัชรพล ค้นพบคำตอบของบ้านที่ดี บนทำเลที่ใช่    

เหตุผลของการเลือกที่อยู่อาศัยแนวราบ ใครๆ ก็คงต้องบอกว่าเพราะได้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า และไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถ ยิ่งถ้าได้ทำเลเดินทางสะดวก แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวก็จะยิ่งมีเวลาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยหากมีแบบบ้านที่จัดฟังก์ชั่นดีๆ สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย และยังยก Pocket Garden ขึ้นมาไว้บนบ้านของเรา ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติเข้าไปอีก อย่างแบบบ้านทาวน์โฮมใหม่ล่าสุดจาก AP ที่ชื่อว่า Terraria (เทอร์ราเรีย) ซึ่งพัฒนาขึ้นมาได้ใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยวทีเดียวค่ะ แต่จะมีหน้าตาแบบไหน แล้วจะใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยวอย่างไรนั้น ลองมาค้นหาคำตอบกันในรีวิวฉบับนี้ค่ะ        ทำเลที่ใช่   ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบหลายโครงการ มักจะเลือกมาปักหมุดในย่านวัชรพลกันมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีทางด่วนฉลองรัชสร้างยาวมาจนถึงย่านนี้ ตรงด่านสุขาภิบาล 5 ทำให้โซนนี้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการเดินทางที่สามารถทะลุออกได้หลายเส้นทาง ราคาที่ดินยังไม่แพง ใกล้สถานที่ราชการหลายแห่ง เช่น สำนักงานที่ดินกรุงเทพ, สำนักงานพัฒนาสมรรถนะครู, สำนักงานเขต เป็นต้น ทำให้การอยู่อาศัยในละแวกนี้ยังไม่หนาแน่นมากนัก ย่านวัชรพลจึงมีความน่าสนใจมากทีเดียวค่ะ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแนวราบที่คนไม่พลุกพล่านมากนัก     หากจะบอกเล่าให้เห็นภาพกันมากขึ้น ก็คงจะต้องเปรียบวัชรพลเป็นเหมือนวงกลมที่มีเส้นทางต่อออกไปได้เกือบรอบวง ซึ่งมีเส้นทางหลักในการเข้าสู่ใจกลางเมืองคือ ทางด่วนฉลองรัช หรือที่เรียกกันติดปากว่าเลียบด่วนรามอินทรา ที่ด่านสุขาภิบาล 5 สามารถตรงเข้าสู่พระราม 9 หรือเอกมัยได้สะดวกมาก โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที หรือจะเลือกเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษกก็ใกล้นิดเดียว ส่วนถนนหลักก่อนเข้าสู่วัชรพลอย่างถนนรามอินทรา ก็เป็นถนนสายสำคัญสายหนึ่ง เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่เป็นระยะตลอดเส้นทาง และในอนาคตปี 2564 จะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี วิ่งผ่านตลอดถนนรามอินทรา ซึ่งจะมีจุด Interchange กับสายสีม่วง สายสีแดง สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีเทา และสายสีส้ม เป็นทางเลือกการเดินทางที่หลายคนรอคอย หรือจะใช้เส้นทางด้านถนนสายไหมแล้วไปทะลุออกสี่แยกคปอ. เข้าถนนธูปะเตมีย์ ทะลุเข้าถนนวิภาวดีขาเข้าจะใช้เวลาเพียง 20 นาที ก็ถึงสนามบินดอนเมืองแล้ว และถนนตัดใหม่อย่างถนนเทพรักษ์ โดยเริ่มต้นจากถนนพหลโยธิน ข้างบิ๊กซีสะพานใหม่ไปเชื่อมต่อกับถนนวัชรพล และถนนสุขาภิบาล 5 และยังมีแผนในอนาคตจะทำถนนต่อเพิ่มไปจนถึงถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งโครงการบ้านกลางเมืองวัชรพล จะตั้งอยู่ริมถนนสุขาภิบาล 5 ฝั่งขาเข้า         สิ่งอำนวยความสะดวกในละแวกนี้ก็มีอยู่ไม่น้อย แถมยังหลากหลายด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นจำพวกห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์(CDC) บนเลียบด่วนรามอินทรา หรือที่ถนนรามอินทราอย่างเดอะพรอมานาด, แฟชั่นไอส์แลนด์ และเซ็นทรัลรามอินทรา หรืออยากเดินตลาดในวันสบายๆ ก็อยู่ใกล้โครงการอยู่หลายแห่งทั้งตลาดออเงิน, ตลาดวงศกร, ตลาดยิ่งเจริญ, ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา และตลาดนัดหัวมุม ส่วนโรงพยาบาลก็หายห่วงค่ะ เพราะมีทั้งโรงพยาบาลรัฐ และเอกชนอยู่รอบๆ เช่น รพ.สายไหม, รพ.เซ็นทรัลเยนเนอรัล, รพ.สินแพทย์ และรพ.ภูมิพลอดุลยเดช เป็นต้น     ภาพรวมโครงการ   บ้านกลางเมือง วัชรพล มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 18 ไร่ แต่มีจำนวนยูนิตเพียง 192 ยูนิต ตอกย้ำความสงบเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย ซึ่งทาง AP ตั้งใจให้เกิดเป็น Peace Moment บน Concept โครงการ “Serenity within Reach” เข้าถึงความสงบอย่างเข้าใจผู้อยู่อาศัยที่ต้องการช่วงเวลาพักผ่อนที่ดีที่สุดอยู่ในบ้านของตัวเองโดยโครงการที่เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้นรูปแบบใหม่ ได้พื้นที่ใช้สอยถึง 152 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18.1 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท       Club House กลางโครงการถูกสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบ Glasshouse Resort ให้เหมือนนั่งพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ทระดับ  2 ชั้นกลางธรรมชาติ มีทั้ง Greenery Space สวนสีเขียวที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ เปรียบเสมือนปอดกลางโครงการ มองออกไปแล้วสบายตาเกิดความรู้สึกสงบอย่างแท้จริง สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อม Sunken นั่งเล่นมุมสระว่ายน้ำ ภายในอาคาร Club House ชั้นแรกถูกจัดพื้นที่ให้เป็น Co-Working Space ส่วนชั้น 2 เป็นห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ครบครัน          ลืมภาพเก่าๆ ของทาวน์โฮมแบบเดิมๆ ไปได้เลยค่ะ เพราะความพิเศษของดีไซน์ทาวน์โฮมใหม่ชื่อว่า Terraria ที่ให้พื้นที่ใช้สอยภายในมากพอๆ กับบ้านเดี่ยว แต่ราคาทาวน์โฮม เน้นจุดเด่นที่ Flexible Space ปล่อยพื้นที่ให้ได้ครีเอทกันอย่างเต็มที่ เพื่อตอบไลฟ์สไตล์แบบที่เป็นตัวเอง อีกทั้งย่อสวนสีเขียวให้เป็น Pocket Garden แล้วยกขึ้นมาไว้ที่ชั้น 2 และ 3 ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ท่ามกลางบรรยากาศความเป็นส่วนตัว จนสัมผัสได้ถึงความสงบที่แท้จริงในบ้านของตัวเอง     เดินชมโครงการ     เราจะพาเดินชมโครงการบ้านกลางเมือง วัชรพล กันตั้งแต่หน้าประตูทางเข้า-ออกเลยค่ะ ซึ่งที่ประตูหลักนี้ จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชม. โดยบุคคลภายนอกจะต้องแลกบัตรเข้าไปค่ะ   ส่วนลูกบ้านจะใช้ระบบ Easy Pass ในการเข้า-ออก พร้อมกับมีกล้อง CCTV ติดตั้งไว้ที่ประตูด้วย   กลางโครงการจะพบกับ Club House โดยจะมีทั้งส่วนที่เป็น Outdoor และภายในอาคาร 2 ชั้น     ส่วนแรกของ Facility จะเป็นลานสนามหญ้าโล่งๆ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่สลับกับพุ่มไม้เตี้ย สำหรับทำกิจกรรมได้หลากหลาย   ด้านข้างสนามหญ้าจะมีหลุมสำหรับนั่งพักผ่อนช่วงแดดร่มลมตกได้   อาคาร Club House ถูกดีไซน์ในลักษณะ Glass House 2 ชั้น ด้านหน้ามีสระว่ายน้ำกลางแจ้งระบบเกลือ และมีสระเด็กแยกอยู่ริมสระ    มุมด้านข้างสระว่ายน้ำมี Sunken สำหรับนั่งพักผ่อนชมบรรยากาศของ Club House        ทางเดินขึ้นไปชมภายในอาคาร Club House ใช้วัสดุหินอ่อนปูผนังเพิ่มความสวยงามดูดี สลับกับใช้ Copper ตกแต่งสร้างสีสันเพิ่มเติม    ภายในชั้น 1 จัดให้เป็น Co-Working Space นั่งสบายๆ กับเซตโซฟาที่ล้อมรอบไปด้วยกระจก High Ceiling รับแสงสว่างเข้ามาได้มาก โดยที่ไม่ต้องเปิดไฟก็สว่างเพียงพอเช่นกันค่ะ    ด้านหลังจะเป็นมีส่วนที่เป็นเพดานสูงๆ แบบ Double Space มองขึ้นไปเห็นชั้น 2 ของ Club House    ขึ้นบันไดด้านข้างไปที่ชั้น 2 กันค่ะ   ชั้น 2 จะเป็นห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ ปูพื้นด้วยพรม ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ดูโปร่งสบาย    มีการกั้นห้องกระจกด้วยประตูกระจกบานเลื่อนจาก 2 ฝั่งมาเข้ามุมกันพอดี   ภายในห้องกระจกนี้ถูกจัดไว้สำหรับเป็นพื้นที่เล่นโยคะ ขนาดประมาณ 2 คนเล่นค่ะ   วิวจากชั้น 2 ของ Club House ค่ะ เป็นโครงการที่ดูร่มรื่นด้วยสีเขียวจากต้นไม้ เข้ากับตัวทาวน์โฮมที่มีโทนสีเทาธรรมชาติกับสี Copper ซึ่งดูทันสมัย แต่ยังคงความสอดคล้องกับธรรมชาติรอบๆ โครงการ    ชมบ้านตัวอย่าง   ต่อมาเราจะเข้าไปชมทาวน์โฮมตัวอย่างกันบ้างค่ะ ซึ่งจะเป็นแบบ Terraria ดีไซน์ใหม่ที่ยังไม่เคยเห็นในโครงการบ้านกลางเมืองอื่นๆ ก่อนหน้านี้   เริ่มตั้งแต่ด้านหน้าบ้านเลยค่ะ หากไม่มีการวางเก้าอี้นั่งเล่นแบบบ้านตัวอย่างนี้จะสามารถจอดรถได้ประมาณ 2 คัน   ทุกยูนิตจะมีการติดตั้งผ้าใบกันสาดสีน้ำตาล แบบนี้มาให้ด้วยค่ะ ซึ่งตัวผ้าใบนี้สามารถพับเก็บได้   ประตูบ้านใช้กระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อนขอบอลูมิเนียมพ่น Powder Coat ส่วนด้านข้างจะมีประตูอลูมิเนียมบานสวิง    หลังประตูจะเป็นพื้นที่สำหรับเก็บของค่ะ ซึ่งชั้นวางภายในสำหรับทาวน์โฮมจริงจะไม่มีมาให้นะคะ   ประตูจะใช้ลูกกุญแจล็อคปรกติค่ะ     ประตูด้านในจะมีตัวล็อคแบบก้นหอยให้เป็น Double Lock เพิ่มความปลอดภัยค่ะ    ภายในชั้น 1 ค่ะ Floor To Ceiling 2.8 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ส่วนผนังจริงจะได้เป็นฉาบเรียบทาสีขาว ใช้ไฟ Downlight โดยโซนแรกจะถูกจัดให้เป็น Living Room    มีพื้นที่กว้างๆ สำหรับวางโซฟาขนาดใหญ่พร้อมโต๊ะกลางได้ค่ะ   ขวามือถัดจากประตูบ้านจะเป็นบันไดค่ะ และมีส่วนที่เป็นผนังตรงข้ามโซฟา สำหรับ Built In เคาน์เตอร์วางทีวี   ลึกเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าว ส่วนด้านขวาเป็นครัวเปิดที่จัดเอาไว้เป็นสัดส่วนจนเกือบจะเป็นห้องครัวปิดเลยทีเดียวค่ะ   ภายในห้องครัวเราจะสามารถ Built in เคาน์เตอร์ครัวได้เองตามการใช้งาน โดยจะมีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับเปิดระบายกลิ่นกับความชื้นให้ออกไปทางหลังบ้านได้ค่ะ   พื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวได้ขนาด 4-6 ที่นั่ง ซึ่งหากเป็นทาวน์โฮมแปลงมุม จะได้ประตูกระจกออกไปบริเวณข้างบ้านเพิ่มเติม แบบที่เห็นด้านหน้านี้ ส่วนด้านขวาเป็นประตูกระจกบานเลื่อนออกไปทางหลังบ้านได้เช่นกันค่ะ   ถัดจากเคาน์เตอร์ทีวีจะเป็นห้องน้ำของชั้นแรกค่ะ   ภายในห้องน้ำของชั้น 1 จะไม่มีส่วนเปียกค่ะ เพราะจะใช้เป็นห้องน้ำสำหรับรับแขก โดยพื้นและผนังจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค มาพร้อมกับโถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ทั้งหมดจากแบรนด์ American Standard ค่ะ   อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนัง พร้อมติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่มาให้แบบนี้เลยค่ะ   ขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อค่ะ โดยบันไดคอนกรีตพร้อมราวจับด้านข้าง Top ด้วยไม้ เดินแล้วไม่เกิดเสียงดังเลยค่ะ   ก่อนจะถึงชั้น 2 เราจะพบกับ Extra Space ชานพักบันไดที่มีพื้นที่กว้างกว่าปรกติ พร้อมกับติดตั้งหน้าต่างบานกระทุ้งช่วยเพิ่มแสงสว่างให้ทางเดินบันได ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เราจะสามารถจัดเป็น Bay Window เพิ่มพื้นที่สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนได้อีก อย่างถ้ามีแขกผู้ใหญ่มาที่บ้านเราก็สามารถพาเด็กๆ ขึ้นมานั่งเล่นข้างบนนี้ก่อนก็ได้ค่ะ หรือใครที่มีของเยอะๆ ก็สามารถจัดหาตู้มาวางไว้สำหรับเก็บของได้เพิ่มก็ได้นะคะ   ชั้น 2 จะปูพื้นด้วยลามิเนต Floor To Ceiling 2.6 เมตร ซึ่งจะมีโซน Flexible Space ห้ได้ครีเอทได้ตามสไตล์ของตัวเอง แต่สำหรับทาวน์โฮมจริงจะถูกกั้นเป็นห้องค่ะ    ห้องนี้จะมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนระบบ Double Lock ซึ่งจะเป็นวิวฝั่งหลังบ้านค่ะ    ตรงข้ามกันทางฝั่งหน้าบ้าน จะเป็นห้องนอนแรกค่ะ แม้ว่าที่ห้องตัวอย่างจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้ โดยเหลือพื้นที่ทางเดินได้รอบเตียง แต่ด้วยพื้นที่จริงก็กว้างพอที่จะวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้เลยค่ะ   ด้านข้างเตียงฝั่งเดียวกันกับประตูห้อง ก็สามารถ Built In ตู้เสื้อผ้า พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งเอาไว้ทางหัวเตียงได้   ข้างเตียงจะเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 3 บาน ส่วนปลายเตียงจะมีพื้นที่ Pocket Garden ซึ่งเป็นจุดขายที่ทาวน์โฮมไม่มี   Pocket Garden จะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานสวิง ขอบอลูมิเนียมพ่น Powder Coat โดยจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค    จะมีส่วนที่จัดเอาไว้ให้สำหรับใครที่ชอบปลูกต้นไม้ ก็จะสามารถสร้างบรรยากาศตรงนี้ให้เหมือนยกสวนสีเขียวขึ้นมาไว้ในห้องนอนของตัวเอง ที่สามารถนอนมองออกมาแล้ว มองเห็นสีเขียวของต้นไม้อยู่ใกล้แค่เอื้อม ให้ความรู้สึกสงบเหมาะแก่การพักผ่อนยิ่งขึ้น   มีการต่อก๊อกน้ำเอาไว้ให้ใช้ประโยชน์ได้ด้วยนะคะ อย่างถ้าจะต่อสายยางสำหรับรดน้ำต้นไม้ส่วนนี้ก็ทำได้ง่ายเลย   ถ้าหันหลังให้ต้นไม้ ก็จะพบกับหน้าต่างกระจกบานเลื่อนทรงสูงค่ะ ซึ่งภายในเป็นห้องน้ำของชั้น 2   ห้องน้ำของชั้น 2 ที่เรามองเห็นผ่านทางหน้าต่างเมื่อสักครู่ค่ะ โดยทางซ้ายมือของภาพจะเป็นห้องนอนที่เราพาเข้าไปชมมาแล้ว ส่วนทางซ้ายมือของห้องน้ำจะเป็น Flexible Space    ภายในห้องน้ำจะมีลักษณะลึกเข้าไป ซึ่งส่วนเปียกด้านในสุดจะสามารถมองออกไปเห็น Pocket Garden เปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องน้ำให้สดชื่นขึ้น ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเลยค่ะ ภายในห้องจะปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคค่ะ โดยสุขภัณฑ์ทุกอย่างจะได้มาครบเซตตามนี้เลยค่ะ   สิ่งที่จะได้มาด้วย คือ โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง และกระจกเงาบานใหญ่ค่ะ โดยจะมีการก่อผนังออกมาเล็กน้อยสำหรับเป็นพื้นที่วางของได้ยาวตลอดแนวตั้งแต่หลังโถสุขภัณฑ์ไปจนถึงอ่างล้างหน้า   ขึ้นไปชมชั้น 3 กันต่อเลยค่ะ โดยที่ชั้น 3 นี้จะมีเพียง 1 ห้องใหญ่ๆ เท่านั้น ซึ่งเป็น Master Bedroom ค่ะ    เปิดห้อง Master Bedroom กันเลยค่ะ โดยเริ่มจากทางฝั่งซ้ายมือของประตูกันก่อน    พื้นที่ห้องกว้างๆ แบบนี้ตรงกลางห้องเราสามารถวางเตียงขนาด King Size ได้สบายๆ เลยค่ะ    ข้างเตียงจะมีทั้งหน้าต่างบานกระทุ้ง และประตูกระจกบานเลื่อน 4 บาน ทำให้แสงสว่างจากธรรมชาติส่องเข้ามาได้เต็มๆ ห้องจึงดูสว่างปลอดโปร่ง ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนค่ะ เพราะใช้กระจกเขียวตัดแสงช่วยลดแสงและความร้อนจากภายนอกไม่ให้เข้ามาภายในห้องมากจนเกินไป   ระเบียงพักผ่อนจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกใช้เหล็กโปร่งสีดำ พร้อมไฟส่องสว่างที่ระเบียงค่ะ   กลับเข้ามาในห้องเราจะเห็นอีกมุมหนึ่งของห้องค่ะ ซึ่งปลายเตียงเราสามารถ Built In ทั้งเคาน์เตอร์วางทีวีพร้อมโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ได้   พื้นที่ก่อนห้องน้ำในตัวตรงนี้เราสามารถทำเป็น Walk In Closet ตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ได้เลยค่ะ หรือถ้าใครที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ ก็สามารถลดขนาดโต๊ะทำงานแบบตัวอย่างทางซ้ายมือ แล้วเพิ่มตู้เสื้อผ้าเข้าไปอีกก็ทำได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนค่ะ     ภายในห้องน้ำของ Master Bedroom นี้จะแบ่งส่วนเปียกเอาไว้ด้านในทางซ้ายมือ และส่วนแห้งทางขวามือค่ะ    ผนังส่วนเปียกจะถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคพร้อมเจาะช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ตามนี้เลยค่ะ ส่วนอ่างล้างหน้าจะได้ตู้สำหรับเก็บของด้านใต้ และกระจกเงามาด้วย   หันหลังให้อ่างล้างหน้าจะพบกับส่วนแห้งค่ะ โดยจะได้โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ พร้อมพื้นที่วางของด้านหลังโถสุขภัณฑ์ตามนี้เลยค่ะ   สำหรับ Pocket Garden ไม่ได้มีมาให้แค่ที่เดียวเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีมาให้สร้างบรรยากาศภายในห้องน้ำทางฝั่งหลังบ้านด้วย โดยสามารถเปิดบานกระทุ้งออกไปจัดสวนเล็กๆ ได้จากฝั่งส่วนเปียกด้านซ้ายมือค่ะ   ทาวน์โฮมจริง   หลังจากชมไอเดียการตกแต่งจากบ้านตัวอย่างมาแล้ว ก็ถึงเวลามาดูกันที่ทาวน์โฮมจริงที่ลูกบ้านจะได้กันบ้างค่ะ   หน้าบ้านติดผ้าใบกันสาดแบบพับได้มาให้ด้วยค่ะ เวลากางออกมาใช้จะดูสวยงามคุมโทนเป็น Pattern เดียวกัน   พื้นที่สำหรับจอดรถได้ประมาณ 2 คันค่ะ โดยทาวน์โฮมจริงจะมีการติดตั้งปลั๊กไฟ และก๊อกน้ำมาให้ตรงนี้ด้วย ประตูบ้านจะใช้กระจกบานเลื่อน 2 บาน ซึ่งจะใช้กระจกเขียวตัดแสง ขอบอลูมิเนียมพ่น Powder Coat ส่วนข้างประตูจะเป็นประตูอลูมิเนียมบานสวิง   เปิดออกมาจะเป็นตู้เก็บของค่ะ ซึ่งเราสามารถจัดชั้นวางของไว้ภายในเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของ   ภายในชั้น 1 จะปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ Floor To Ceiling 2.8 เมตร ใช้ไฟ Downlight โดยพื้นที่กว้างๆ โซน Common Area แบบนี้เราสามารถแบ่งเป็น Living Room และลึกเข้าเป็นห้องครัว และห้องทานข้าวได้ค่ะ    จากทางซ้ายมือของบ้านไล่มาตั้งแต่ประตูทางเข้า-ออกก็จะเป็นบันได ห้องเก็บของใต้บันได ห้องน้ำ และห้องครัวค่ะ   ภายในห้องเก็บของใต้บันไดมีพื้นที่พอสมควรค่ะ จะเอาไว้เก็บอุปกรณ์ต่างๆ หรือเป็นห้องเก็บรองเท้าก็ดีนะคะ   ถัดมาเป็นห้องน้ำที่มีเฉพาะส่วนแห้งค่ะ โดยปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค หลังโถสุขภัณฑ์จะตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสค   อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมกระจกเงาบานใหญ่ค่ะ   ด้านหลังโถสุขภัณฑ์มีพื้นที่สำหรับวางของออกมาเล็กน้อยค่ะ   ด้านในสุดจะเป็นพื้นที่สำหรับจัดเป็นห้องครัวค่ะ ซึ่งหากใครที่ชอบทำครัวบ่อยๆ แล้วอยากได้ห้องครัวปิดเพื่อป้องกันกลิ่นก็สามารถติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนได้นะคะ จะทำให้ยิ่งดูเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น   ภายในห้องครัวมีหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งสำหรับระบายกลิ่น และความชื้นค่ะ   ด้านล่างกระจกมีการต่อท่อน้ำมาให้เรียบร้อย ซึ่งจุดนี้เหมาะสำหรับติดตั้งซิงค์ล้างจานค่ะ   ตู้ไฟของบ้านจะอยู่ที่ส่วนครัวค่ะ   ประตูกระจกบานเลื่อนทางหลังบ้านค่ะ ใช้กระจกเขียวตัดแสงป้องกันความร้อนจากภายนอก   หลังบ้านมีพื้นที่สำหรับเป็นลานซักล้างค่ะ โดยมีทั้งปลั๊กไฟและท่อน้ำติดตั้งมาให้เช่นกัน   จากหลังบ้านเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบน จะเห็นว่า Condensing Unit ทุกตัวสามารถแขวนบนผนังหันหน้าออกนอกตัวบ้านได้ค่ะ     กลับเข้ามาชมภายในบ้านกันต่อค่ะ โดยจะขึ้นไปที่ชั้น 2   Extra Space ของชานพักบันได ขยายพื้นที่ให้สร้างสรรค์ได้หลากหลายตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย   มีหน้าต่างบานกระทุ้ง เพิ่มแสงสว่างทางเดินบันได ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความปลอดภัยตามไปด้วยค่ะ   สำหรับชั้น 2 นี้จะปูพื้นด้วยลามิเนต Floor To Ceiling 2.6 เมตร โดยจะมีทั้งหมด 3 ห้อง คือ ห้องนอนทางขวากับทางซ้ายมือ และตรงกลางเป็นห้องน้ำค่ะ    เข้ามาดูที่ห้องน้ำกันก่อนค่ะ เป็นห้องน้ำลักษณะลึกยาวเข้าไปจนถึง Pocket Garden ฝั่งหน้าบ้าน พื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค   อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมกระจกเงา ก่อผนังออกมาเล็กน้อยเพิ่มพื้นที่วางของใช้   โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ อยู่ตรงกลางห้องน้ำระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้งค่ะ   ผนังตรงฝักบัวจะตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสค พร้อมเจาะช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ค่ะ   ด้านข้างส่วนเปียกจะมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน มองออกไปเห็น Pocket Garden ซึ่งถ้าเราเลือกปลูกต้นไม้สูงๆ เป็นพุ่มใหญ่ๆ ก็สามารถอาบน้ำไปได้บรรยากาศสีเขียวของต้นไม้ไปด้วยค่ะ แต่ถ้าต้นไม้ไม่สูงมากนักก็ติดตั้งมู่ลี่บังสายตาจากด้านนอกแทนก็ได้ค่ะ   ไปดูกันที่ห้องนอนแรกทางฝั่งหน้าบ้านกันค่ะ   ห้องนอนแรกจะมีหน้างต่างบานเลื่อนยาวตลอดผนังค่ะ   ปรกติห้องนอนจะมีระเบียงพักผ่อนใช่ไหมคะ แต่สำหรับบ้านแบบ Terraria นั่นจะเปลี่ยนมุมมองใหม่ให้กลายเป็น Pocket Garden   ถ้าจัดห้องนี้ให้เป็นห้องนอน Pocket Garden ก็จะอยู่ทางปลายเตียงค่ะ ทำให้นอนมองสวนย่อมส่วนตัวได้สบายๆ   Pocket Garden กั้นส่วนสำหรับปลูกต้นไม้เอาไว้ด้านหน้า หรือจะปลูกต้นไม้ในกระถางเล็กๆ เพิ่มเติ่มออกมาในพื้นที่ตรงกลางก็ได้นะคะ   พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคเช่นเดียวกันกับระเบียงค่ะ มีการติดตั้งก๊อกน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ได้   นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศความสดชื่นมาไว้ใกล้ตัวได้มากกว่าเป็นระเบียงธรรมดาแล้ว ยังช่วยเพิ่มแสงสว่างได้ทั้งภายในห้องนอน และห้องน้ำได้ด้วยนะคะ   ห้องสุดท้ายของชั้น 2 ค่ะ จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน   ห้องนี้สามารถจัดให้เป็นห้องนอนที่ 2 หรือจะดัดแปลงให้เป็นห้องทำงาน หรือห้อง Theater ก็ตามแต่ไลฟ์สไตล์แบบฉบับ Flexible Space   สุดท้ายขึ้นไปที่ชั้น 3 ค่ะ   ยังคงมีการเจาะช่องหน้าต่างสำหรับแสงส่องสว่างตรงบันได   ที่ชั้น 3 จะมีเพียงห้องเดียวเลยค่ะ ซึ่งเป็น Master Bedroom    เข้ามาในห้องจะเจอกับ Space กว้างๆ โดยมีหน้าต่างกระจกตลอดแนวผนังทางด้านหน้าบ้าน   ประตูกระจกบานเลื่อน 4 บาน กั้นระหว่าง Master Bedroom กับระเบียงหน้าบ้านเอาไว้   พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเหล็กโปร่งสีดำ   นอกจากประตูกระจกแล้ว ยังมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนด้านข้างด้วยค่ะ   ภาพรวมของ Master Bedroom ค่ะ ซึ่งข้อดีของห้องโล่งๆ แบบนี้คือการดีไซน์ห้องของเราเองได้ตามการใช้งานให้ลงตัวสำหรับเราเองได้ จะวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว หรือ Built In มุมไหนก็จะออกมาได้เป็นตัวเราเองมากที่สุด    ซ้ายมือเป็นประตูห้อง ส่วนขวามือเป็นห้องน้ำในตัว ซึ่งถ้า Built In ตรงนี้ให้เป็น Walk In Closet ก็จะได้มุมเหมาะๆ พอดีเลยค่ะ    ภายในห้องน้ำปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคเช่นเดียวกันกับห้องน้ำชั้นล่างค่ะ โดยจะเริ่มจากส่วนแห้งก่อนส่วนเปียกด้านใน   ด้านซ้ายตรงส่วนเปียกจะตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องโมเสค พร้อมเจาะช่องวางของตรงผนัง   อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังมาพร้อมกับตู้วางของด้านล่าง ซึ่งจะได้มาเฉพาะห้องน้ำใน Master Bedroom ค่ะ    หลังอ่างล้างหน้ามีการก่อผนังออกมาเล็กน้อยเพื่อใช้วางของได้ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่   ถ้าใครอยากจะป้องกันน้ำกระเด็นออกมาเลอะส่วนแห้งก็สามารถติดตั้งฉากกระจกกั้นเพิ่มเติมได้นะคะ   ตรงส่วนเปียกมีกระจกบานกระทุ้งขอบอลูมิเนียมที่สามารถเปิดออกได้   มีพื้นที่สามารถจัดเป็น Pocket Garden แบบเดียวกับทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ   ส่วนโถสุขภัณฑ์จะถูกแยกออกอย่างเป็นสัดส่วน เหมือนมีมุมส่วนตัวข้างหน้าต่างบานใหญ่ค่ะ   เป็นห้องน้ำที่มีแสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามามากกว่าห้องน้ำในโครงการอื่นๆ เยอะเลยค่ะ เพราะได้หน้าต่างกระจกบานใหญ่มากมาถึง 2 บาน แถมยังสามารถสร้างเป็น Pocket Garden ได้อีก     จาก Consumer Needs อันคำนึงถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยจริงเป็นหลัก เกิดเป็นบ้านที่ดีได้ เพราะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างรอบด้านทั้งทำเล สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ ไปจนถึงภายในโครงการเอง ความสงบเป็นส่วนตัวซึ่งสัมผัสได้จากความงดงามของธรรมชาติที่อยู่เพียงเอื้อมมือ จนเกิดเป็นสังคมคุณภาพ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อยู่อาศัยได้อย่างไม่สิ้นสุดในบ้านของเราเอง    
ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเจาะลึกทำเลทองหล่อ-เอกมัย

ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเจาะลึกทำเลทองหล่อ-เอกมัย

นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ทำเลศักยภาพบนถนนสุขุมวิท ย่านทองหล่อ-เอกมัยถูกจัดไว้ในอันดับต้นๆเสมอด้วยปัจจัยหนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางเมือง สามารถเข้าออกได้จากหลากหลายเส้นทางทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัว รถไฟฟ้า BTS และรถโดยสารสาธารณะรูปแบบต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นซอยเล็กซอยน้อยที่มีอยู่ในทองหล่อ-เอกมัย ยังช่วยให้เดินทางทะลุไปยังถนนเส้นสำคัญและซอยต่างๆได้มากมาย ทั้งถนนสุขุมวิทสายหลัก ถนนพระราม 4 ถนนเพชรบุรี ทางพิเศษศรีรัช ทางพิเศษฉลองรัช ซอยสุขุมวิท 49 สุขุมวิท 51 สุขุมวิท 53 และสุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์) เป็นต้น กล่าวได้ว่าทำเลนี้เดินทางไปไหนมาไหนง่ายดายทั้งสำหรับผู้มีรถยนต์ส่วนตัวและผู้ที่ชื่นชอบการใช้บริการรถสาธารณะเลยทีเดียว ส่วนในอนาคต เมื่อรถไฟฟ้าสายสีเทาระยะที่ 1 (วัชรพล-ทองหล่อ) เปิดให้บริการ ก็จะช่วยเติมเต็มการคมนาคมในพื้นที่ทองหล่อ-เอกมัยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและส่งเสริมทำเลนี้ให้มีมูลค่าสูงกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว   แผนภาพแสดงสิ่งอำนวยสะดวกต่างๆในทำเลทองหล่อ-เอกมัยและพื้นที่ใกล้เคียง   ไม่เพียงสะดวกสบายในด้านการคมนาคมสัญจรเท่านั้น ทองหล่อ-เอกมัย ยังได้ชื่อว่าเป็นย่านซึ่งรวบรวมการใช้ชีวิตแบบ High-end Urban Living Lifestyle ที่ทันสมัยเหนือระดับไว้อย่างครบถ้วนเพื่อการใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลินสมบูรณ์แบบ ทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ สปา ฟิตเนสและสถานออกกำลังกายสำหรับครอบครัว co-working space พื้นที่สีเขียวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน Art Gallery ตลอดจนร้านอาหารนานาชาติระดับพรีเมี่ยมและคาเฟ่หลากสไตล์ที่ตั้งอยู่สองฝั่งถนน รวมถึงในซอยย่อยอันสงบร่มรื่นแซมด้วยสีเขียวของต้นไม้ใบไม้ ให้บรรยากาศ Slow life และสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกวัยกำลังศึกษาเล่าเรียน ทองหล่อ-เอกมัยและพื้นที่ใกล้เคียงก็มีสถานศึกษาคุณภาพสูงและได้รับมาตรฐานระดับสากลหลายแห่งไว้รองรับความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอนุบาลนานาชาตินิวแบมบิโน โรงเรียนอนุบาลนานาชาติทรินิตี้ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติโคบาโตะ โรงเรียนแอดเวนทีสเอกมัย โรงเรียนนานาชาติเวลส์ โรงเรียนนานาชาติเอกมัย ฯลฯ โดยสถานศึกษาเหล่านี้เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ไปจนถึงอนุปริญญา   นอกจากนี้ทำเลทองหล่อ-เอกมัยและพื้นที่ใกล้เคียงยังพรั่งพร้อมไปด้วยโรงพยาบาลชั้นนำที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โรงพยาบาลคามิลเลียน โรงพยาบาลสุขุมวิท และโรงพยาบาลเพชรเวช ส่วนผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงก็สามารถใช้บริการโรงพยาบาลสัตว์ในพื้นที่ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย เช่น โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ โรงพยาบาลสัตว์เอกมัย โรงพยาบาลสัตว์สุขุมวิท 49 เป็นต้น   ด้วยความครบครันทั้งด้านทำเลที่ตั้งและสิ่งอำนวยสะดวกระดับพรีเมี่ยมในพื้นที่นี่เอง จึงทำให้ทองหล่อ-เอกมัยดึงดูดผู้คนมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ที่ได้ชื่อว่าหรูหราและมีระดับที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ไม่เพียงเป็นย่านที่รุ่มรวยไปด้วยสีสันแห่งการใช้ชีวิต ทองหล่อ-เอกมัยยังเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของ Urban Lifestyle ด้วยที่พักอาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียมระดับ Hi-end และ Luxury กระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ ผู้พักอาศัยในทำเลนี้นอกจากคนไทยที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตสะดวกสบายใจกลางเมืองอันรายล้อมไปด้วย facilities และ amenities ชั้นเยี่ยมแล้ว ยังมีชาวต่างชาติอีกเป็นจำนวนมากที่เลือก ทองหล่อ-เอกมัย เป็น “บ้าน” เนื่องจากย่านนี้มีความพร้อมสูงในทุกๆด้าน จึงสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้อยู่อาศัยได้อย่างไร้ข้อกังขา ความร้อนแรงของเอกมัย-ทองหล่อไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ เห็นได้ชัดจากการที่ยังมีร้านค้าใหม่ๆ ที่พักอาศัยใหม่ๆเกิดขึ้นในทำเลนี้อย่างต่อเนื่อง และนับวันย่านนี้จะทวีความเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเมือง การได้เข้ามาใช้ชีวิตอย่างเต็มรูปแบบในทำเลทองอย่างทองหล่อ-เอกมัย โดยจับจองที่พักอาศัยฮอตฮิตอย่างคอนโดมิเนียมจึงนับเป็นเรื่องดีไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่เองหรือซื้อเพื่อลงทุนก็ล้วนคุ้มค่า เนื่องจากทำเลนี้เติบโตต่อเนื่องและแน่นอนว่าจะเป็นทำเลที่มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างท่วมท้นในอนาคต   สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมทองหล่อ-เอกมัย ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่ศึกษาครอบคลุมตั้งแต่ถนนสุขุมวิทซอย 55 ถึงสุขุมวิทซอย 63 จากการสำรวจและวิจัยโดยทีมวิจัยอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พบว่ามีอุปทานสะสมในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปี 2551 ถึงครึ่งปีแรกของปี 2561 รวมทั้งสิ้น 6,112 หน่วย โดยปี 2554 เป็นปีที่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดสูงสุดถึง 1,268 หน่วย เติบโตกว่า 365% เมื่อเทียบกับปี 2551 อย่างไรก็ตาม อุปทานใหม่ระหว่างปี 2555 – 2557 ได้ปรับตัวลดลงอยู่ในระดับคงตัวเฉลี่ย 330 หน่วยต่อปี และลดลงต่ำสุดเหลือเพียง 88 หน่วย ในปี 2558 ทั้งนี้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2559-2560 มีอุปทานใหม่เข้ามาเฉลี่ย 914 หน่วยต่อปี ส่วนครึ่งปีแรกของปี 2561 มีคอนโดมิเนียมใหม่เข้าสู่ตลาด 220 หน่วย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดว่ามีอีกไม่ต่ำกว่า 2,800 หน่วย ที่จะทยอยเปิดตัวภายในปีนี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น หมายความว่าปี 2561 ทั้งปีจะมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดสูงถึง 3,000 หน่วย สูงที่สุดในรอบ 11 ปีเลยทีเดียว และเป็นที่น่าสังเกตว่ากว่า 40% ของคอนโดมิเนียมที่จะเปิดใหม่ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เอกมัย ซึ่งเป็นสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่าทำเลนี้ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังแผ่ศักยภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยปัจจัยหนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งซึ่งรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากทองหล่อ ในขณะที่ราคาสามารถเอื้อมถึงได้มากกว่า     ที่มา : ไนท์แฟรงค์ประเทศไทย
SIRI PLACE Rangsit – สิริ เพลส รังสิต (PREVIEW)

SIRI PLACE Rangsit – สิริ เพลส รังสิต (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : SIRI PLACE Rangsit (สิริ เพลส รังสิต ) เจ้าของโครงการ : บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ : ถนนรังสิต-ปทุมธานี ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี พื้นที่โครงการ : 38-1-87 ไร่ ลักษณะโครงการ :  ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวนยูนิต : 413 ยูนิต     ขนาดบ้าน : - ทาวน์โฮม 2 ชั้น แบบ 1 จอดรถ หน้ากว้าง 5.2 ม. พื้นที่ใช้สอย 93 ตร.ม. ลงแปลงที่ดินเริ่มต้น 16 ตร.ว. ขนาด : 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ - ทาวน์โฮม 2 ชั้น แบบ 2 จอดรถ หน้ากว้าง 5.7 ม. พื้นที่ใช้สอย 133 ตร.ม. ลงแปลงที่ดินเริ่มต้น 20 ตร.ว. ขนาด : 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - คลับเฮ้าส์ - สระว่ายน้ำ - ฟิตเนส - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 2,170,000 บาท ค่าส่วนกลาง : 55 บาท/ตร.ม. ปีที่สร้างเสร็จ : พร้อมอยู่บางส่วนปี 2561 จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น “ SIMPLY SOPHISTICATE ” แนวคิดการออกแบบโครงการเน้นที่ความเรียบง่าย แต่เป็นความเรียบง่ายที่เกิดจากการออกแบบที่สอดแทรก function การใช้งานที่ใช้ได้จริง เป็นดีไซน์ที่ไม่ล้าหลังสามารถอยู่ได้กับทุกยุคสมัย ให้คุณปรับเปลี่ยน และออกแบบพื้นที่ได้ตรงตามความชอบ ตอบความเป็นตัวคุณ ที่เป็นไปได้ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ถนนรังสิต-ปทุมธานี , ถนนพหลโยธิน , ทางด่วนบางพูน , รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีรังสิต สถานที่ใกล้เคียง : เทสโก้ โลตัส ซุปเปอร์สโตร์ , รพ.กรุงสยามเซนต์คาร์ลอส , รพ.ปทุมเวช , ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต
Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 ทาวน์โฮมที่เป็นได้มากกว่าบ้านเดี่ยว

Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 ทาวน์โฮมที่เป็นได้มากกว่าบ้านเดี่ยว

ทาวน์โฮมดีไซน์สไตล์โมเดิร์นโดดเด่น ทำเลดีเดินทางง่าย สิ่งเหล่านี้เราจะไม่นึกถึงเนอวานาคงไม่ได้ค่ะ รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปชมโครงการเนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์-พระราม 9 ทาวน์โฮมสวยๆ ที่อยากจะให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง บนทำเลที่น่าสนใจบนถนนตัดใหม่ล่าสุดในกรุงเทพฯ อย่างถนนศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า ซึ่งในอนาคตหลายคนคาดการณ์กันว่าถนนเส้นนี้จะพัฒนากลายเป็นศูนย์กลางสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งหนึ่งตามแบบถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา       ทำเล ถนนศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า เป็นถนนตัดใหม่ที่เพิ่งเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดก็ตาม แต่ก็คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปีนี้ เพราะเหลือเพียงช่วงที่เป็นทางยกระดับข้ามถนนกาญจนาภิเษกที่ยังเร่งก่อสร้างกันอยู่ โดยถนนศรีนครินทร์ - ร่มเกล้าเป็นถนนที่มีความยาวทั้งหมด 12 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างถนนศรีนครินทร์บริเวณแยกกรุงเทพกรีฑา - หัวหมาก ตรงข้ามถนนกาญจนาภิเษกแล้วไปสิ้นสุดที่ถนนเจ้าคุณทหาร ซึ่งถนนสายนี้เกิดขึ้นมาด้วยความคาดหวังในการลดความหนาแน่นของการจราจรในย่านนี้ลงได้ด้วยความกว้างของถนนถึง 8-10 เลน และยังเป็นที่คาดการณ์กันด้วยว่าในอนาคตถนนเส้นนี้จะพัฒนาเทียบเท่าถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราในปัจจุบัน   ย่านนี้ใกล้กับทางด่วนสายสำคัญหลายสายทำให้เชื่อมต่อการเดินทางไปได้ทั่วกรุงเทพฯ และยังออกต่างจังหวัดได้อย่างง่ายดาย โดยหากเข้าเมืองไปโซนพระราม 9 ก็สามารถเดินทางได้ง่ายที่สุดด้วยถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษกแล้วกลับรถลงมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้าก็สามารถขึ้นทางด่วนศรีรัชได้เลย ซึ่งจะใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้นก็จะถึง New CBD อย่างพระราม 9 อีกทั้งยังใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถึงสนามบินสุวรรณภูมิ      ช่วงแยกกรุงเทพกรีฑา - หัวหมาก ในอนาคตกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีกรีฑา ผ่านตรงบริเวณสี่แยกพอดี ซึ่งสายสีเหลืองนี้มีความสำคัญต่อโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ เพราะจากต้นสายที่เป็น Interchange กับ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีลาดพร้าว ตรงยาวบนถนนลาดพร้าว ผ่านเดอะมอลล์บางกะปิ เลี้ยวขวาเข้าสี่แยกลำสาลี ซึ่งในอนาคตก็จะเป็นจุด Interchange กับสายสีส้ม สถานีลำสาลี แล้วตรงเข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ ผ่านอีกจุด Interchange กับแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีหัวหมาก จากนั้นเลี้ยวขวาที่แยกศรีเทพา ปลายสายเป็น Interchange กับ BTS สายสีเขียว สถานีสำโรงในปัจจุบัน โดยปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีเหลืองนี้ได้เริ่มการก่อสร้างได้ระยะหนึ่งแล้ว คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2563            นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ไม่ไกล โดยส่วนใหญ่จะอยู่แนวถนนศรีนครินทร์ และถนนรามคำแหง เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก, ราชมังคลากีฬาสถาน, โรงพยาบาลรามคำแหง, เดอะพาสิโอ้ทาวน์ รามคำแหง, ซีคอนสแควร์, ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์, พาราไดซ์พาร์ค หรือจะใช้ถนนกาญจนาภิเษกตรงสู่เมกาบางนาก็ใช้เวลาประมาณ 20 นาที       ภาพรวมโครงการ Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 เป็นโครงการทาวน์โฮมที่มีแบบให้เลือกทั้งหมด 4 Type พื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 190-350 ตารางเมตร หน้ากว้าง 6.5 เมตร เท่ากันทุกยูนิต มี Facility จัดโซนไว้ให้ทั้งสนามเด็กเล่นสำหรับเด็ก โซนบาร์บีคิว คลับเฮ้าส์สำหรับพักผ่อน ครบครันด้วยสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ล้อมรอบไปด้วยบรรยากาศความร่มรื่นจากสวนสีเขียวกลางโครงการ โดยทั้งโครงการจะแบ่งออกเป็น 3 เฟสด้วยกัน แต่ความร้อนแรงของโครงการนี้ ทำให้ Sold Out ตั้งแต่วันเปิด Exclusive Sales ในส่วนของเฟสแรก สิ่งนี้เป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพของเนอวานาที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี   ดีไซน์สไตล์โมเดิร์นอันเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างด้วยฟังก์ชั่น Double volume space เชื่อมพื้นที่ให้ความโปร่งสบาย จัดโซน Common Area อย่างเป็นสัดส่วน ห้องนอนกว้างขวางมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง เพิ่มช่องเปิดรับแสงแดดและลมธรรมชาติให้มากกว่าทาวน์โฮมทั่วไป เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่ภายนอกดีไซน์สวยงาม แต่ยังตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริงได้ดีที่สุดตามแบบฉบับเนอวานา             Unit Plan Type A พื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 31.3 – 63 ตารางวา 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน Type B  พื้นที่ใช้สอย 258 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 30-34 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน Type C  พื้นที่ใช้สอย 230 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 21.1-43.7 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ Type D   พื้นที่ใช้สอย 190 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 20.8-23.7 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ   เดินชมโครงการ เนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์-พระราม 9 โครงการตั้งอยู่ริมถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ทั้ง Main Gate และดีไซน์ของตัวโครงการเองแล้วทำให้สังเกตได้ง่ายมากค่ะ  ถนนหลักภายในโครงการกว้าง 12 เมตร ส่วนถนนรองกว้าง 9 เมตรค่ะ เมื่อผ่าน Main Gate มาแล้วก็จะพบกับพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ โดยจะเป็นมีลานกว้างๆ สำหรับเป็นลานอเนกประสงค์ มุมสนามเด็กเล่นจะปูด้วยหญ้าเทียมค่ะ มุมสำหรับสังสรรค์จัดปาร์ตี้บาร์บีคิว แม้จะอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางแต่ก็มีต้นไม้สูงล้อมรอบให้ความเป็นส่วนตัวด้วยค่ะ มีเตาปิ้งย่างพร้อมซิงค์ล้างจานมาให้เรียบร้อย ถัดมาเป็นพื้นที่คลับเฮ้าส์ทั้งหมดค่ะ มีสระว่ายน้ำระบบเกลืออยู่ตรงกลาง ชั้นล่างจะมีห้องที่ถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนอยู่ค่ะ มีมุมสำหรับล้างตัวและห้องน้ำส่วนกลาง ด้านในห้องกระจกชั้นล่าง ปัจจุบันนี้คือ Sale Gallery ค่ะ แต่ในอนาคตจะทำเป็นคลับเฮ้าส์สำหรับนั่งพักผ่อน ขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันบ้างค่ะ ชั้น 2 เป็นห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ค่ะ เป็นห้องที่ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ทั้ง 2 ด้าน ซึ่งมาถึงตรงนี้เราเดินชมส่วนกลางของโครงการกันแล้วก็ถึงเวลาไปชมบ้านตัวอย่างกันค่ะ   เปิดทาวน์โฮมตัวอย่าง หน้าตาของทาวน์โฮมสไตล์โมเดิร์นแบบเนอวานาค่ะ ซึ่งทางโครงการมีตัวอย่างให้ดู 2 หลัง Type C กับ Type D และจะสังเกตได้ว่าหลังคาแต่ละหลังจะไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นจะไม่สามารถเดินใต้ฝ้าได้ค่ะ ทาวน์โฮมตัวอย่างหลังแรก Type D เริ่มตั้งแต่รั้วกันก่อนเลยค่ะ เป็นเหล็กโปร่งสีดำแบบพับฝั่งละ 3 ตอน สูง 1.5 เมตร หน้าทาวน์โฮมแต่ละหลังจะติดตั้ง Mail Box หน้าตาแบบนี้เอาไว้ให้ค่ะ และด้านล่างมีช่องประตูเล็กๆ ซึ่งเป็นช่องสำหรับเก็บขยะจากด้านนอกได้เลย ทุกหลังจะได้หน้ากว้าง 6.5 เมตรเท่ากัน สามารถจอดรถได้ 2-3 คัน หลังรั้วหน้าบ้านจะเห็นว่ามีถังขยะพร้อมฝาปิดด้านบนให้เรียบร้อย เชื่อมต่อกับประตูสำหรับเก็บขยะด้านหน้า พร้อมก๊อกน้ำและปลั๊กไฟสำหรับเป็นพื้นที่ซักล้าง ถัดเข้ามาเราจะพบประตูบานสวิงสีขาวอยู่บริเวณพื้นที่จอดรถค่ะ ส่วนเพดานบริเวณจอดรถมีการติดตั้งไฟแบบ Downlight เอาไว้ให้ด้วย หน้าบ้านมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ซึ่งกระจกทุกบานของโครงการนี้จะใช้กระจก LOW - E ที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อน ช่วยให้บ้านของเราไม่ร้อนจนเกินไป โดยเวลาเปิดเครื่องปรับอากาศจะช่วยให้เย็นเร็วกว่าปกติ ประหยัดพลังงานได้อีกทางค่ะ ประตูหน้าบ้านใช้เป็นประตูไม้สักสวิงค่ะ ดีกว่าทาวน์โฮมทั่วไปที่ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนธรรมดา เพราะจะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า มีความทนทาน และดูแน่นหนาได้ความปลอดภัยมากกว่าค่ะ เปิดประตูเข้าไปดูในบ้านกันค่ะ พื้นที่แรกจะเป็นพื้นที่สำหรับห้องรับแขก ลึกเข้าไปเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหาร และห้องครัวแยกเป็นสัดส่วนทางขวามือค่ะ พื้นชั้นแรกนี้จะปูด้วยแกรนิตโต้ ใช้ไฟแบบ Downlight โดยโครงการนี้เราจะได้บ้านเปล่านะคะ ซึ่งทางโครงการจะมีการติด wallpaper มีเครื่องปรับอากาศสำหรับห้อง Master Bedroom  ติดตั้งสัญญาณกันขโมยแบบอินฟาเรด ที่สำคัญติดตั้ง Wifi ให้สำหรับทุกหลังได้ใช้กันฟรีๆ เลยค่ะ ลึกเข้าไปจะมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหารได้ 4-6 ที่นั่ง แล้วแต่เราจะจัดการพื้นที่ได้เลยค่ะ เพราะด้วยพื้นที่ใช้สอยแล้วถือว่าได้มาเยอะกว่าทาวน์โฮมทั่วไป หลังบ้านกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขอบอลูมิเนียมสีดำค่ะ ทั้งประตูกระจกและหน้าต่างทุกบานจะติดตั้งระบบล็อค TosTem คุณภาพสูงจากญี่ปุ่น   ตรงลานซักล้างมีกระจกบานเลื่อนตรงส่วนครัวสำหรับระบายอากาศด้วยค่ะ กลับเข้ามาดูในบ้านกันต่อค่ะ ถัดจากพื้นที่วางเคาน์เตอร์ทีวีแล้วก็จะเป็นครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนค่ะ ภายในห้องครัวจะมีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ครัว L Shape ได้ค่ะ มีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศและความชื้นไปทางหลังบ้าน โดยทั่วไปแล้วทาวน์โฮมจะได้มาเป็นครัวเปิดที่มีพื้นที่เดียวกันกับห้องนั่งเล่น ซึ่งหากบ้านไหนชอบทำครัวก็คงไม่เหมาะใช่ไหมคะ แต่สำหรับเนอวานา ดีฟายน์ ให้ห้องครัวปิดที่มีพื้นที่กว้างพอสมควรมาด้วยเลยค่ะ ภายในห้องครัวมีห้องน้ำมาให้ด้วยนะคะ ห้องน้ำทั้งพื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนลายเดียวกันทั้งหมดค่ะ ห้องน้ำชั้นล่างแบบนี้จะไม่มีส่วนเปียกค่ะ เพราะเน้นสำหรับรับแขกเท่านั้น ส่วนสุขภัณฑ์ทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังมีตู้สำหรับเก็บของไว้ด้านล่างด้วยค่ะ ได้กระจกเงาบานใหญ่แบบนี้มาด้วยค่ะ สำรวจชั้นล่างเรียบร้อยแล้ว ก็ขึ้นไปชั้น 2 กันต่อเลยค่ะ โครงสร้างของบันไดใช้แบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำให้เวลาเดินไม่เกิดเสียงดังแบบโครงสร้างที่ใช้เหล็กเพียงอย่างเดียวค่ะ โดยขั้นบันไดใช้ไม้เอ็นจิเนียร์ ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะปูพื้นด้วยลามิเนตหนา 8 มม. ซึ่งชั้นนี้จะมีห้องนอนเพียงห้องเดียวค่ะ สัญญาณกันขโมยระบบอินฟาเรด โครงการติดตั้งแบบนี้มาให้เหมือนกันทุกหลังค่ะ สไตล์ของเนอวานาอย่างหนึ่ง คือการเอา Master bedroom มาไว้ที่ชั้น 2 ของทาวน์โฮมค่ะ เพื่อผู้ใหญ่ของบ้านจะได้ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดมาก แต่จะเปลี่ยนให้ห้องนอนของเด็กๆ ขึ้นไปไว้ชั้นบนสุดแทน Master bedroom มีพื้นที่กว้างขวางมากพอให้วางเตียง king size ได้ และยังเหลือพื้นที่รอบๆเตียง สำหรับวางโต๊ะหัวเตียงได้อีก ปลายเตียงเป็นผนังว่าง สำหรับ Built in เคาน์เตอร์วางทีวี ด้านข้างของเตียงเป็นระเบียงทางฝั่งหน้าบ้าน กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ระเบียงของห้อง Master bedroom ทางฝั่งหน้าบ้าน มีพื้นที่มากพอสำหรับวางโต๊ะ-เก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนรับลมด้านนอก ราวกันตกใช้กระจกนิรภัยใสรอบด้าน วิวจากระเบียงห้อง มองเห็นภาพรวมของส่วนกลางค่ะ กลับเข้ามาในห้อง ไปดูอีกฝั่งของห้องกันต่อค่ะ พื้นที่ข้างเตียงยังสามารถวางโต๊ะทำงาน หรือโซฟาเพิ่มเติมก็ได้นะคะ ส่วนห้องน้ำในตัวทางขวามือจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ภายในห้องน้ำปูพื้นเเละผนังทั้งหมดด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน และสุขภัณฑ์จาก American Standard อ่างล้างหน้าแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ช่วยป้องกันน้ำกระเด็กออกมาได้ส่วนหนึ่ง มาพร้อมกับพื้นที่บนเคาน์เตอร์สำหรับวางของได้อีกมาก มีอ่างอาบน้ำถัดจากอ่างล้างหน้า อีกฝั่งของห้องน้ำเป็นโถสุขภัณฑ์ และส่วนเปียก มีทั้งฝักบัว และ Rain shower ติดตั้งมาให้ ขวามือด้านบนมีหน้าต่าง สำหรับเพิ่มแสงสว่างจากภายนอก และยังช่วยระบายอากาศและความชื้นภายในห้องน้ำ ออกจากห้องน้ำจะมีพื้นที่ห้องเล็กอีก 1 ห้องซ่อนอยู่ค่ะ พื้นที่ของส่วนนี้ ทางโครงการจัดมาให้เป็น Walk In Closet เราสามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าได้ตลอดแนวผนัง หรือจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานส่วนตัวก็ได้นะคะ ไปดูกันที่ชั้น 3 กันต่อค่ะ บริเวณโถงบันได มีกระจกทรงสูงเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับทางเดิน และมีตู้ไฟซ่อนมาให้ในผนังเรียบร้อยค่ะ ขึ้นมาที่ชั้น 3 ตรงโถงบันไดก็จะมีกระจกทรงสูงติดตั้งมาให้ด้วยเช่นกันค่ะ ที่ชั้น 3 จะมีห้องนอนทั้งหมด 2 ห้อง เราเข้าไปดูกันที่ห้องตรงกลางกันก่อนค่ะ ห้องนอนที่ 2 ของบ้านอยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน ทางขวามือจะเป็นห้องน้ำในตัว ตามที่โครงการตกแต่งมาให้นั้นเป็นเตียง 5 ฟุต แต่ด้วยขนาดพื้นที่จริงเราสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต ได้เลยค่ะ ด้านข้างเตียงมีระเบียงขนาดใหญ่ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน พื้นที่ตรงระเบียงมีราวกันตกที่ทำจากเหล็กโปร่งสีดำ ระเบียงของห้องนี้จะเป็นวิวทางด้านหน้าของตัวบ้านค่ะ อีกด้านของห้องเป็นห้องน้ำในตัว พื้นที่เเรกของห้องน้ำเป็นส่วนแห้ง ในบริเวณพื้นที่ส่วนแห้งจะมีอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของใต้อ่าง ถัดจากโถสุขภัณฑ์เป็นส่วนเปียก ด้านข้างฝักบัวมีการเจาะผนังลึกเข้าไปสำหรับวางของ ห้องนอนสุดท้าย ของทาวน์โฮม  Type D ค่ะ ห้องนอนนี้มีขนาดเท่าๆกัน กับห้องนอนที่ 2 ค่ะ ตามห้องตัวอย่างจะวางเตียง 5 ฟุตชิดผนัง แต่ด้วยพื้นที่จริงสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต ได้ โดยยังมีพื้นที่ข้างหน้าต่างเหลืออยู่ค่ะ หรือจะเลือกวางเตียงเอาไว้ตรงกลางห้องแล้วมีพื้นที่ทางเดินเหลือรอบเตียงก็ได้ ปลายเตียงมีห้องน้ำในตัว ภายในห้องน้ำจะพบกับส่วนแห้งอยู่ทางด้านขวาก่อน อ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง กระจกบานใหญ่ โถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ ทางโครงการจะให้มาทั้งหมดนี้เลยค่ะ เหนือโถสุขภัณฑ์เป็นหน้าต่างบานกระทุ้งทรงสูงค่ะ หน้าต่างบานกระทุ้งก็ใช้ระบบล็อคจาก TosTem เช่นเดียวกันค่ะ ฝั่งตรงข้ามโถสุขภัณฑ์เป็นส่วนเปียกลึกเข้าไปค่ะ มาถึงทาวน์โฮมตัวอย่างหลังที่ 2 Type C ซึ่งเป็นหลังสุดท้ายของโครงการนี้กันค่ะ ด้วยความที่หลังตัวอย่างนี้เป็นแปลงมุมก็จะมีพื้นที่สวนข้างบ้านยาวไปจนถึงหลังบ้านเพิ่มขึ้นมาแบบนี้ค่ะ ลานซักล้างหน้าบ้าน ข้างพื้นที่จอดรถค่ะ หน้าบ้านทุกหลังจะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่แบบนี้ และประตูไม้สัก ก่อนเข้าบ้านก็จะมีห้องเก็บของไว้ให้เหมือนกันทุกหลังค่ะ เปิดประตูเข้าไปดูในบ้านกันเลยค่ะ ชั้น 1 ของ Type C นี้ จะถูกจัดให้เป็นพื้นที่โต๊ะทานอาหารขนาด 6 ที่นั่งเอาไว้กลางบ้าน โดยจะปูพื้นด้วยแกรนิตโต้ ใช้ไฟแบบ Downlight ด้วยขนาดพื้นที่กว้างขวางมากคล้ายกับบ้านเดี่ยว ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัวได้ ทาวน์โฮมแปลงมุมจะได้หน้าต่างข้างบ้านเพิ่มขึ้น ทำให้ดูสว่างมากขึ้นค่ะ กั้นส่วนครัวปิดเอาไว้อีกฝั่ง มองขึ้นไปจะเห็นว่า Type C มีชั้นลอยที่สามารถมองทะลุเห็นกันได้ ทำให้เพดานดูสูงโปร่งขึ้นเยอะเลยค่ะ ห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ภายในห้องครัวทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ เป็นห้องครัวที่เหมาะสำหรับการอยู่กับครอบครัวจริงๆ ค่ะ เพราะเป็นครัวปิดแยกเป็นสัดส่วนแบบที่หาได้ยากในโครงการทาวน์โฮม จุดที่เป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อน แนะนำให้วางซิงค์ล้างจานตามแบบโครงการค่ะ เพราะจะช่วยเรื่องระบายความอับชื้นได้ดี หันกลับมาดูที่ห้องน้ำค่ะ ห้องน้ำชั้นล่างจะมีแค่ส่วนแห้งค่ะ แต่จะมีโถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ และอ่างล้างหน้ามาให้ครบ มีประตูกระจกออกไปทางหลังบ้านค่ะ และยังมีส่วนที่เป็นหน้าต่างกระจกด้านบนเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับส่วนชั้นลอยก็ยิ่งทำให้บ้านดูโปร่งสบายเข้าไปอีก   มุมสวนหลังบ้านที่ยาวเชื่อมต่อมาจากหน้าบ้านค่ะ ดูชั้นแรกกันเสร็จแล้วก็ขึ้นไปดูชั้นต่อไปกันเลยค่ะ โดยบันไดจะอยู่ทางซ้ายมือของประตูบ้าน โถงบันไดมีหน้าต่างกระจกทรงสูงทำให้ไม่ดูทึบจนเกินไป ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของบ้าน แต่จะถูกจัดให้เป็นเพียงชั้นลอยนะคะ ซึ่งพื้นชั้นบนจะถูกปูด้วยลามิเนตหนา 8 มม. พื้นที่ชั้นลอยกว้างขวางมากพอที่จะจัดให้เป็นห้องรับแขกตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ได้เลยค่ะ หากเราตกแต่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นห้องนั่งเล่นก็จะสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ได้พร้อมโต๊ะกลาง ยังมีพื้นที่เหลือระหว่างเคาน์เตอร์วางทีวีได้สบายๆ แม้จะเป็นชั้นลอย แต่ก็มีระเบียงหน้าบ้านเอาไว้เปิดรับลมธรรมชาติได้แทนการเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา ซึ่งจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ระเบียงติดตั้งราวกันตกด้วยกระจกนิรภัย และด้วยขนาดของระเบียงก็มากพอที่จะใช้งานได้จริง กลับเข้ามาดูอีกส่วนหนึ่งของชั้นลอยนี้ค่ะ โดยลึกเข้าไปด้านในสุดก็จะมีที่พักบันได ซึ่งมีพื้นที่พอสมควรเหมือนเป็นห้องเล็กๆ อีกห้องหนึ่งให้ได้ใช้เป็นประโยชน์ ตามบ้านตัวอย่างนี้จะถูกตกแต่งให้เป็นห้องทำงานเล็กๆ มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนเห็นวิวทางฝั่งหลังบ้าน ช่วยเพิ่มแสงสว่างให้ส่วนนี้ใช้งานได้จริง ที่ชั้นลอยนี้สามารถมองลงไปด้านล่างได้ ทำให้โซน Common Area ทั้งหมดนี้มีเพดานที่สูงโปร่ง ในสไลต์ Double volume space ที่ทางเนอวานาออกแบบมาเพื่อเอื้อต่อการอยู่อาศัยระยะยาว และสามารถรองรับสมาชิกใหม่ในอนาคตได้ จากชั้นโซน Double volume space ขึ้นไปดูอีกชั้นหนึ่งของบ้าน ซึ่งจะเป็นส่วน Private ชั้น 2 มีห้องนอนที่เป็น Master Bedroom อยู่ชั้นนี้เพียงห้องเดียวค่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็น Master Bedroom ก็จะมีพื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษกว่าห้องอื่น สามารถวางเตียงขนาด 6 ตามห้องตัวอย่างนี้ได้ ไปจนถึงวางเตียง king size ได้ แถมยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางเฟอร์นิเจอร์อื่นได้อีก ข้างเตียงมีประตูกระจกกั้นระหว่างห้องนอนกับระเบียงส่วนตัวค่ะ ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ วิวจากระเบียงฝั่งด้านหน้าโครงการทางทิศเหนือค่ะ พื้นที่แถวนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างขึ้นน้อยทำให้มีลมพัดผ่านได้ดีทีเดียวค่ะ กลับเข้ามาในห้องกันต่อค่ะ ยังมีพื้นที่ภายในห้องอีกฝั่งให้ชมกันอีก ถัดจากเตียงตรงนี้ยังมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงาน หรือจะวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งก็ยังได้นะคะ ห้องน้ำในตัวจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีดำเข้าชุดแบบเดียวกันทั้งหลังค่ะ ภายในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนเหมือนกันทุกห้องน้ำเลยค่ะ ห้องน้ำนี้จะถูกแบ่งส่วนแห้งอยู่ก่อนส่วนเปียกด้านในสุด เริ่มจากทางขวามือเป็นโถสุขภัณฑ์ และส่วนเปียกที่ติดตั้งมาทั้งฝักบัวและ Rain Shower มีการเจาะช่องผนังลึกเข้าไปเพื่อเป็นที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ ซ้ายมือเป็นอ่างล้างหน้าแบบฝังใต้เคาน์เตอร์พร้อมกระจกเงา และอ่างอาบน้ำค่ะ ออกมาจากห้องน้ำไปดูพื้นที่ส่วนสุดท้ายของ Master Bedroom อยู่ถัดจากประตูห้องค่ะ ห้องนี้ถูกจัดให้เป็น Walk In Closet สำหรับคนที่มีเสื้อผ้าเยอะก็สามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ทั้งห้องนี้เลยค่ะ หรือจะจัดเป็นห้องทำงานก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น มีหน้าต่างกระจกบานสไลด์ติดตั้งอยู่ทำให้ส่วนนี้ดูไม่มืดทึบจนเกินไป มองจากมุมนี้จะเห็นว่าเป็นห้องที่แม้จะเชื่อมต่อเป็นพื้นที่เดียวกันกับ Master Bedroom แต่มีการแบ่งโซนออกมาเป็นสัดส่วน ขึ้นไปดูที่ชั้นบนสุดของทาวน์โฮม Type C นี้กันค่ะ ขึ้นมาที่ชั้นบนสุดจะมีมุมที่เป็นโถงบันไดอยู่ สามารถเพิ่ม Built in ตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ เพิ่มเพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีกค่ะ หันมาทางขวามือจะพบกับห้องนอนอีก 2 ห้อง เราเดินเข้าไปดูห้องตรงกลางกันก่อนค่ะ ห้องนอนที่ 2 นี้จะอยู่ทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ ตามห้องตัวอย่างที่วางเตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมวางโต๊ะทำงานเอาไว้ด้วย แต่พื้นที่จริงตรงนี้สามารถวางเตียงได้ถึง 5 ฟุต แล้วยังเหลือพื้นที่ทางเดินได้รอบเตียงเลยค่ะ ปลายเตียงเราสามารถ Built in ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ เคาน์เตอร์วางทีวี หรือหากจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตในห้องนี้ เราก็สามารถย้ายโต๊ะทำงานมาไว้พื้นที่ปลายเตียงนี้ก็ได้นะคะ มีห้องน้ำในตัวถัดจากพื้นที่ปลายเตียงค่ะ ภายในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิค วางพื้นที่ส่วนแห้งก่อนพื้นที่ส่วนเปียกด้านใน เริ่มจากอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง โถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ และพื้นที่อาบน้ำค่ะ ส่วนเปียกมีการเจาะช่องผนังให้เป็นที่วางของได้ด้วยค่ะ ข้างเตียงมีระเบียงที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน โดยประตูกระจกลักษณะนี้จะใช้สเปคเดียวกันทั้งโครงการเลยค่ะ คือเป็นกระจกแบบ LOW - E มีคุณสมบัติในการสะท้อนความร้อนได้ดีกว่ากระจกเขียวตัดแสงทั่วไปค่ะ ระแนงไม้ตรงระเบียงที่เห็นนี้ไม่เพียงแต่จะให้ความสวยงามเท่านั้นนะคะ แต่ยังช่วยเรื่องการใช้งานจริงจากระเบียงได้ ทั้งการบังแดด เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการออกมาใช้งานที่ระเบียงชมวิวได้กว้างขึ้น วิวจากระเบียงห้องฝั่งหน้าโครงการค่ะ จะเห็นได้ชัดขึ้นว่ารอบๆ โครงการยังเป็นพื้นที่โล่งอยู่ ออกจากห้องนอนที่ 2 เข้าไปดูกันที่ห้องสุดท้ายทางซ้ายมือฝั่งหลังบ้านกันค่ะ ห้องนอนที่ 3 ค่ะ เป็นห้องสุดท้ายแล้วที่เราจะพามาชมในรีวิวฉบับนี้ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัวค่ะ ส่วนห้องนอนที่นอกเหนือจาก Master Bedroom ก็มีพื้นที่กว้างขวางเท่าๆ กัน สามารถวางเตียงใหญ่ได้พร้อมกับโต๊ะทำงานของตัวเอง ไม่เล็กจนดูอึดอัดค่ะ ห้องนอนที่ 3 ของ Type C นี้ จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้านค่ะ พื้นที่ปลายเตียงเหมาะสำหรับวางโต๊ะทำงานได้ตลอดแนวผนัง เพราะมีหน้าต่างอยู่ด้านข้างถึง 2 ด้านให้แสงสว่างเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ห้องนี้สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ โดยยังเหลือพื้นที่ทางเดินอยู่ทั้งสองฝั่ง แต่ถ้าชอบเตียงใหญ่ๆ ขนาด 6 ฟุต ก็สามารถวางชิดกำแพงได้เลยค่ะ ส่วนห้องน้ำในตัวของห้องนี้จะถัดจากพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า ภายในห้องน้ำแยกส่วนแห้งเอาไว้ด้านในสุดค่ะ ส่วนเปียกจะอยู่ทางซ้ายมือเลย และแม้จะเป็นห้องน้ำในตัวของห้องนอนปกติก็ยังได้พื้นที่ขนาดกำลังพอดี เหนือพื้นที่ส่วนเปียกจะถูกออกแบบมาให้มีหน้าต่างสำหรับเพิ่มแสงสว่างและระบายความอับชื้นอยู่เสมอค่ะ   มาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อเหลือเกินค่ะว่าคงไม่มีใครสงสัยว่าทำไมเฟสแรกของโครงการนี้ถึงได้ Sold Out ไปตั้งแต่วันแรกที่ Exclusive Sales ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย สเปคที่ได้ ไปจนถึงการดีไซน์ดีเทลต่างๆ เพื่อผู้อยู่อาศัยจริงได้ความสะดวกสบายที่สุดสมกับคำว่า “ทาวน์โฮมที่เป็นได้...มากกว่าบ้านเดี่ยว”   เตรียมพบกับงาน Pre-SALE วันเดียว 23 มิ.ย. 2561นี้ พร้อมรับสิทธิ์พิเศษเฉพาะในงานเท่านั้น!!  
Premium Time Home Wongwaen – Onnut – พรีเมี่ยม ไทม์โฮม วงแหวน – อ่อนนุช (PREVIEW)

Premium Time Home Wongwaen – Onnut – พรีเมี่ยม ไทม์โฮม วงแหวน – อ่อนนุช (PREVIEW)

Premium Time Home Wongwaen - Onnut (พรีเมี่ยม ไทม์โฮม วงแหวน-อ่อนนุช ) - ทาวน์โฮม 2 ชั้น ทางเลือกสำหรับครอบครัวสมัยใหม่ ด้วยแบบบ้านที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานได้จริง รองรับไลฟ์สไตล์ของการอยู่อาศัยที่แตกต่างกันไป   รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,900,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท เอ็น แอล แอสเซ็ท จำกัด ลักษณะโครงการ    ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 96 ยูนิต พื้นที่โครงการ    10-0-71ไร่ ที่ตั้งโครงการ    ซ.กาญจนาภิเษก 44 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม.   สถานที่สำคัญใกล้เคียง สนามบินสุวรรณภูมิ สวนหลวง ร.9 ร.ร.นานาชาติชาร์เตอร์ ร.ร.นานาชาติแพนเอเชีย ม.รามคำแหง 2 เมกะ บางนา เทสโก้ โลตัส The Paseo Mall ลาดกระบัง แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย แบบ CARE TYPE ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย ประมาณ 140 ตร.ม. แบบ ZONE TYPE ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย ประมาณ 140 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวก สวนสาธารณะ คลับเฮ้าส์ ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-183-6667 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  http://timehome.co.th/premiumtimehome/
Nirvana Define Srinakarin – Rama 9 เพิ่มความสุขในชีวิตที่มากกว่า.. (Advertorial)

Nirvana Define Srinakarin – Rama 9 เพิ่มความสุขในชีวิตที่มากกว่า.. (Advertorial)

ต้องยอมรับจริงๆ ค่ะว่าที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมของผู้บริโภคในปัจจุบันก็คือ “ทาวน์โฮม” จุดเริ่มต้นก็มาจากจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายคนอยากขยับขยายพื้นที่เพื่อรองรับชีวิต จึงเริ่มมองหาที่อยู่ใหม่ให้ตอบสนองความต้องการทั้งในเรื่องของทำเลที่ตั้ง พื้นที่ใช้สอย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หากเลือกที่อยู่เป็นคอนโดมิเนียมทำเลดีก็จะติดตรงพื้นที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของจำนวนสมาชิก หรือหากจะเลือกเป็นบ้านเดี่ยวสักหลังบางทีก็มีราคาสูงเกินกว่าจะรับไหว ดังนั้นทาวน์โฮมจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวยุคใหม่ในตอนนี้ค่ะ เพราะสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งพื้นที่ใช้สอยและเรื่องของราคา   แต่จะดีแค่ไหน..ถ้ามีทาวน์โฮมฟังก์ชั่นเหมือนบ้านเดี่ยว เช่นเดียวกับโครงการ “Nirvana DEFINE Srinakarin - Rama 9 (เนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์ - พระราม9)” ของ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นตัวเลือกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช้อยส์ให้แก่คุณผู้อ่านที่กำลังคิดอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แถมยังปักหมุดบนทำเลที่เอื้อต่อการเดินทางที่แสนสะดวกสบาย ซึ่งเราจะพาไปทำความรู้จักกันในวันนี้..     ปักหมุดทำเลศักยภาพแห่งใหม่ ใกล้ CBD พระราม 9 คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่มีที่พักอาศัยอยู่ไม่ไกลใจกลางเมือง เดินทางสะดวกสบาย เชื่อมต่อถนนหลายสาย และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งโครงการ “เนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์-พระราม9” ก็ตอบโจทย์ทุกข้อที่กล่าวมาได้เป็นอย่างดี ตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพแห่งใหม่ของฝั่งกรุงเทพตะวันออก ติดถนนใหญ่ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า หรือถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดใช้บริการเมื่อไม่นานมานี้ ความพิเศษของถนนเส้นนี้นอกจากจะมีช่องจราจร ถึง 6-8 ช่อง ระยะทางรวมกว่า 16 กม. แล้ว ในอนาคตยังมีโอกาสเติบโตเท่าถนนเลียบทางด่วน-รามอินทรา อีกด้วยนะคะ เพราะเป็นถนนขนาดใหญ่ มีระยะทางยาวตัดผ่านถนนเส้นหลักหลายสาย ทั้งถนนพระราม 9-ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ   นอกจากจะเป็นทำเลศักยภาพใหม่ที่น่าสนใจแล้ว ยังเป็นที่ดินฝั่งที่มูลค่าสูงมาก เหมาะแก่การลงทุนเป็นอย่างยิ่ง เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ฝั่งโซนกรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นโซนฝั่งก่อนข้ามถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก นับว่าเป็นโซนที่พักอาศัยที่มีราคาค่อนข้างสูง เพราะอยู่ติดย่านพระราม 9 และศรีนครินทร์ สามารถเชื่อมต่อเข้าถึงใจกลาง CBD ได้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น จึงทำให้เหล่า Developer ต่างหมายปองครอบครองที่ดินเพื่อผุดโครงการใหม่ๆ ในย่านนี้ เนื่องจากเป็นโซนที่ถูกรายล้อมไปด้วยที่อำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทางด่วนพระราม 9, ทางด่วนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี ที่ทำให้การเดินทางเข้านอกออกเมืองเป็นเรื่องที่ง่าย นอกจากนี้การเดินทางด้วยรถสาธารณะก็จัดว่าสะดวกสบายไม่แพ้กันเลยค่ะ เพราะมีทั้งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิ้งก์, รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีครีกรีฑา (ทางฝั่งศรีนครินทร์) และสายสีส้ม (ทางฝั่งรามคำแหง) ในระยะที่อยู่ไม่ไกลจากตัวโครงการเลย   หรือถ้าลูกบ้านคนใดเป็นสายช็อป ชิม และชิลล์ก็น่าจะถูกใจที่สุด เพราะอย่างที่บอกว่าตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใหม่  การเดินทางค่อนข้างสะดวกสบายสามารถเชื่อมผู้อยู่อาศัยไปยังสถานที่สำคัญโดยรอบได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะไปห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง เดอะมอลล์บางกะปิ, ซีคอนสแควร์, เดอะไนน์ พระราม 9 หรือ พาราไดซ์ปาร์ค ที่มีร้านค้าร้านอาหารรวมถึงร้านนั่งชิลล์ให้เลือกมากมาย หากเจ็บไข้ได้ป่วยก็สามารถไปโรงพยาบาลชั้นนำในพิกัดใกล้ๆ อย่าง โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลรามคำแหง หรือ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง ได้สะดวก ยิ่งในเรื่องของการศึกษาก็นับว่าตอบโจทย์ครอบครัวขยายที่มีสมาชิกเพิ่มได้ดี เพราะใกล้สถานศึกษา อาทิ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ, มหาวิทยาลัยเอแบค, มหาวิทยาลัยรามคำแหง และสถาบันนิด้า เป็นต้น   ทาวน์โฮมที่เป็นได้...มากกว่าบ้านเดี่ยว   โครงการ “เนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์-พระราม9” คือพื้นที่ใช้ชีวิตที่ครบครันทุกฟังก์ชั่น เหมาะสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาความหรูหราเพียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบายมาเติมเต็มชีวิต เริ่มจากการออกแบบทาวน์โฮมในสไตล์โมเดิร์นให้มีเอกลักษณ์ในรูปทรงกล่อง ผสานกับงานไม้โทนสีอบอุ่นและการจัดวางที่แสนลงตัว ให้ความรู้สึกเรียบหรูมีระดับ แบ่งออกเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น และ 3 ชั้นครึ่ง ที่มีเพียง 173 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นโครงการบ้านในแนวราบสร้างใหม่ที่โดดเด่นและน่าสนใจในแถบนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับบ้านมีให้เลือก 4 แบบตามพื้นที่ใช้สอยดังต่อไปนี้..   Type A ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง จำนวน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 31.3-63 ตารางวา Type B ทาวน์โฮม 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 2 คัน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 30.9 ตารางวา Type C ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง จำนวน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จอดรถได้ 2 คัน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 21.1-43.7 ตารางวา Type D ทาวน์โฮม 3 ชั้น จำนวน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จอดรถได้ 2 คัน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 20.8-23.7 ตารางวา   ในส่วนของพื้นที่ใช้สอยภายในก็ถูกจัดสรรให้แตกต่าง Full Function มากกว่าบ้านเดี่ยว ด้วยการใช้ช่องแสงธรรมชาติมากกว่าทาวน์โฮมทั่วไป โดยคำนึงถึงความโปร่งโล่ง อยู่สบาย อีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่หน้าบ้านให้กว้างกว่าใครด้วยดีไซน์กว้างกว่า 6.5 เมตร สามารถจอดรถได้ 2-3 คัน ก็นับว่าตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด             เติมเต็มความสุขกับทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง อีกหนึ่งความพิเศษของ โครงการ “เนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์-พระราม9” คือการคำนึงถึงช่วงเวลาแห่งความสุขของลูกบ้าน ไม่ว่าจะวันหยุด วันธรรมดา หรือช่วงเวลาพักผ่อน เพราะทางโครงการได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัยที่แตกต่างได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสวนส่วนกลาง, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่, ฟิตเนส ที่มาพร้อมกับ Public Wi-Fi และยังสร้างความอุ่นใจไปกับระบบระบบกล้อง CCTV และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.     จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น สรุปได้ว่า โครงการ “เนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์-พระราม9” เป็นที่อยู่อาศัยในรูปแบบทาวน์โฮมสำหรับกลุ่มคนที่เบื่อการอยู่อาศัยแบบแนวสูง อยากมีพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังอยากได้ความสะดวกสบายเรื่องการเดินทางแบบชาวคอนโดมีเนียมอยู่ จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำแหน่งที่ตั้งของตัวโครงการนั้น เป็นทำเลศักยภาพที่ทำให้ทุกการเดินทางของคุณเป็นเรื่องง่ายจนไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเดินทางเข้านอกหรือออกเมือง เพราะใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็ถึงทางด่วนแล้ว แถมใช้เวลาเพียง 15 นาที ก็ถึงใจกลาง CBD ย่านพระราม 9 ด้วยค่ะ ที่สำคัญคืออยู่ใกล้รถไฟฟ้าถึง 2 สาย ทั้งสายสีเหลือง (สถานีศรีกรีฑา) เพียง 4 กม. และใกล้ Airport Link (สถานีหัวหมาก) เพียง 5.5 กม. เท่านั้น ดังนั้น Location จึงกลายเป็นจุดเด่นอีกข้อหนึ่งที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ในราคาเริ่มต้นเพียง 6.9 ล้านบาท*   พิเศษ! สำหรับผู้ที่สนใจสามารถไปร่วมงาน EXCLUSIVE SALES ในวันที่ 24 มีนาคม 2561 นี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษเหนือใครด้วยราคาสุดว้าวก่อน Pre-Sales ได้ที่ Sales Gallery ลงทะเบียนได้ที่ goo.gl/RfZ2Qn งานดีๆ แบบนี้บอกได้คำเดียว "ไม่ควรพลาดนะคะ"   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1787
The Element Rama 9 – ดิ เอเลเมนท์ พระราม 9 (PREVIEW)

The Element Rama 9 – ดิ เอเลเมนท์ พระราม 9 (PREVIEW)

The Element Rama 9 (ดิ เอเลเมนท์ พระราม 9) - โฮมออฟฟิศพร้อมอยู่อาศัย จำนวน 5 ชั้น พร้อมลิฟท์ส่วนตัว ใจกลางพระราม 9 เดินทางสะดวก ใกล้จุดขึ้น – ลงทางด่วนพระราม 9 เชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมือง ย่าน ซ.ทองหล่อ ถ.อโศก เพียง 15 นาที     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น 26.9 ล้านบาท เจ้าของโครงการ บริษัท แลนด์มาร์ค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ลักษณะโครงการ อาคารสำนักงาน พร้อมอยู่อาศัย จำนวน 5 ชั้น จำนวน 14 ยูนิต (เฟส 1) พื้นที่โครงการ ประมาณ 2 ไร่ (เฟส 1) ที่ตั้งโครงการ ถนนพระราม 9 ตัดใหม่ ซอยพระราม9 แยก 41 (ห่างจากเดอะไนน์ 150 เมตร) จังหวัดกรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ ไตรมาสที่ 2 ปี 2561   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   The Nine พระราม 9 The Mall รามคำแหง Major รามคำแหง Big C The Mall บางกะปิ Makro ตะวันนา โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ราชมังคลากีฬาสถาน โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ สนามบินสุวรรณภูมิ     แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย   อาคารสำนักงาน พร้อมอยู่อาศัย 5 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 450 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวก   Working space Meeting and manager room   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 089-504-4554 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.theelementrama9.com/home
เดอะไพร์ม พระราม 9-รามคำแหง 21 โฮมออฟฟิศสไตล์โมเดิร์น ที่ลงตัวทั้งธุรกิจและการอยู่อาศัย

เดอะไพร์ม พระราม 9-รามคำแหง 21 โฮมออฟฟิศสไตล์โมเดิร์น ที่ลงตัวทั้งธุรกิจและการอยู่อาศัย

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปดูโครงการ “เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง” หนึ่งในทำเลศักยภาพที่แวดล้อมไปด้วยสังคมเมืองเพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายและน่าลงทุนในขณะนี้ ซึ่งเป็นโครงการของ บริษัท เดอะไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นที่อยู่อาศัยกึ่งบ้านกึ่งสำนักงาน หรือที่เรียกกันว่า Home Office นั่นเองค่ะ พื้นที่ของโครงการแบ่งออกเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นพร้อมชั้นลอย และโฮมออฟฟิศ 3 ชั้น ดีไซน์ในสไตล์โมเดิร์นสะท้อนความเป็นตัวตนของคนรุ่นใหม่ให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจและชีวิตส่วนตัวไปพร้อมๆ กัน แต่รายละเอียดจะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ     เริ่มต้นจากรายละเอียดโครงการ “เดอะไพร์มพระราม 9 – รามคำแหง” กันก่อนเลย ราคาเริ่มต้น : 3.45 ล้านบาท เจ้าของโครงการ : บริษัท เดอะไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ลักษณะโครงการ : อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นพร้อมชั้นลอย และโฮมออฟฟิศ 3 ชั้น จำนวนทั้งหมด : 67 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด : 4-2-84 ไร่ รูปกรรมสิทธิ : สิทธิการเช่าที่ดินพร้อมอาคารระยะยาว 30 ปี เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน : กรมพุทธศาสนา ที่ตั้งโครงการ : ถนน นวศรี (ซอยรามคำแหง 21) แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ โครงการ เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21 เป็นโครงการที่ให้กรรมสิทธิ์ในรูปแบบ การเซ้ง หรือ การเช่าที่ดินระยะยาว  นะคะ โดยมีระยะเวลาเซ้งตามสัญญาอยู่ที่ 30 ปี ส่วนใครที่ยังสงสัยว่า การเซ้ง หรือ การเช่าที่ดินระยะยาว คืออะไร สามารถคลิกอ่านได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ https://goo.gl/NgLZug   ศักยภาพของที่ตั้งโครงการ   แน่นอนค่ะว่าปัจจุบันย่าน “พระราม 9 – รามคำแหง” เป็นทำเลทองที่ความเจริญต่างๆ ขยายตัวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของการเดินทาง การกินอยู่ รวมถึงศักยภาพของทำเลกลางเมืองที่พร้อมรองรับการทำธุรกิจหรือเปิดกิจการมากขึ้นเรื่อยๆ  สำหรับการเดินทางมายังโครงการ “เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21” ก็สามารถเลือกได้หลายเส้นทางค่ะ เพราะถนนนวศรี (ซอยรามคำแหง 21) ที่ตั้งโครงการนั้นเชื่อมโยงเข้ากับถนนศรีวราและถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบด่วน) ต่อติดทุกเส้นทางใจกลางเมืองรวดเร็วทันใจด้วยด่านทางด่วน (รามอินทรา-อาจณรงค์) ซึ่งทางด่วนสายนี้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับมอเตอร์เวย์ได้อีกด้วยค่ะ สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัวนั้นสามารถเดินทางมายัง โครงการ เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21 ได้โดยรถไฟฟ้า Airport Rail Link (ห่างจากสถานีรามคำแหง 2 กิโลเมตร) เรือแสนแสบ ท่าเรือเดอะมอลล์ 3 (ห่างจากท่าเรือเพียง 320 เมตร) หรือรถประจำทางก็มีให้เลือกมากกว่า 10 สาย อาทิ สาย 171, 204, 168, 520, 95, 126 ทั้งนี้ในอนาคตการเดินทางมายังโครงการก็จะยิ่งสะดวกมากขึ้นค่ะ เพราะอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม (หน้า The Mall รามคำแหง) และสายสีเทา (โครงการในอนาคตเร็วๆ นี้)  ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกในการเดินทางได้มากขึ้นไปอีกค่ะ ส่วนบริเวณรอบโครงการก็แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า, สถานศึกษาหลายระดับชั้น, สถานพยาบาล, ศูนย์ราชการใกล้เคียง และสถานที่ออกกำลังกาย ซึ่งอยู่ในระยะที่เดินทางได้สะดวกทีเดียวค่ะ   พาชมโครงการ เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21   ปัจจุบันโครงการ “เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21” สร้างเสร็จพร้อมขายเกินครึ่งและมีลูกบ้านเริ่มย้ายเข้ามาอยู่แล้วนะคะ แต่ก็มีลูกบ้านบางส่วนที่รอตกแต่ง ต่อเติม โดยทางโครงการมีอาคารให้เลือกถึง 4 แบบด้วยกันคือ อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น พร้อมชั้นลอย พื้นที่ใช้สอย 135 และ 140 ตร.ม. กับ Home Office 3 ชั้น ในพื้นที่ใช้สอย 127.50 - 150 ตรม. และ 300 ตารางเมตร ซึ่งโซนด้านหน้าโครงการจะเป็นพื้นที่ของตึกแถวอาคารพาณิชย์ ส่วนด้านในจะเป็น Home Office นั่นเองค่ะ ทั้งนี้ตลอดแนวถนนในซอยรามคำแหง 21 ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ มีร้านค้า ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อที่เช่าที่ดินระยะยาวอยู่มากมายค่ะ เพราะเป็นย่านที่อยู่อาศัยเก่าควบคู่กับการทำธุรกิจ ถนนภายในโครงการกว้าง 9.45 เมตร สำหรับแบบบ้านที่เราจะพาไปดูวันนี้ คือ อาคารพาณิชย์  3 ชั้น พร้อมชั้นลอย พื้นที่ใช้สอย 135 ตร.ม. และ Home Office 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 127.50-150 ตรม. ค่ะ Shop House ดีไซน์ทันสมัย เรามาเริ่มที่อาคารพาณิชย์ด้านหน้าโครงการ “เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21”  กันก่อนเลยดีกว่าค่ะ หน้าบ้านกว้าง 4.25 เมตร ลึก 9 เมตร รูปร่างหน้าตาภายนอกอาคารดีไซน์ในรูปแบบ  Modern Tropical แต่ยังผสมผสานการออกแบบที่ใช้เส้นสายเรียบง่ายผสมความเป็นธรรมชาติ ตกแต่งด้านหน้าด้วยระแนงเหล็ก บางช่วงเจาะช่องสี่เหลี่ยมเพื่อเพิ่มความโปร่งแสงและลดทอนความแข็งของวัสดุ เน้นการใช้กระจกบานใหญ่ทำให้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามามากพอไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวันนั่นเองค่ะ สำหรับการตกแต่งลูกบ้านสามารถเลือกจัดฟังก์ชั่นได้ตามใจชอบค่ะ เพราะโครงการได้เตรียมพื้นที่อย่างกว้างขวางไว้ให้แล้ว แบบบ้าน Shop House แบบบ้าน Shop House จะอยู่ติดถนนในซอยเลยนะค่ะ เหมาะกับการทำเป็นร้านค้าหรือร้านอาหารตามชื่อของแบบบ้านเลยค่ะ แปลนของชั้น 1 โครงการวางแบบแปลนมาให้ดูเป็นร้านอาหารมีโต๊ะสำหรับลูกค้าและเคาน์เตอร์ของร้านอยู่ด้านใน บริเวณชั้น 1 จะเป็นพื้นที่สำหรับค้าขาย วางสินค้าโชว์หรือเป็นพื้นที่สำหรับต้อนรับลูกค้า เพดานจะสูงพอสมควรนะคะ เพราะ Type นี้จะมีชั้นลอยให้ด้วย ช่วยให้บริเวณชั้น 1 ดูโล่งโปร่งดีค่ะ แปลนของชั้นลอย พื้นที่บริเวณชั้นลอยเราสามารถเลือกใช้งานได้ตามใจชอบเลยนะค่ะ ขั้นมาที่ชั้น 2 ในแปลนโครงการจะตกแต่งเป็นส่วนของที่พักอาศัย พื้นที่บนชั้น 2 กว้างขวางดีนะคะ เราจะตกแต่งเป็นส่วนของที่พักอาศัยอย่าง Living Area เหมือนในแปลนโครงการก็ได้ หรือว่าจะเพิ่มพื้นที่ค้าขายขึ้นมาบนชั้น 2 ก็ได้นะคะ ส่วนพื้นที่ 3 จะเป็นห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่ พื้นที่บนชั้น 3 ตามแปลนโครงการตกแต่งเป็นห้องนอน อยู่ติดกับระเบียงขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนห้อง Penthouse เลยค่ะ Home Office ดีไซน์ใหม่ ลงตัวทั้งชีวิตและธุรกิจ ในส่วนของ Home Office ที่เราพามาชมครั้งนี้ จะมีพื้นที่ใช้สอย 150 ตรม. แบ่งเป็น 3 ชั้น Type นี้ หน้าบ้านจะกว้าง 5 เมตร มีพื้นที่จอดรถได้ 2 คัน รูปร่างหน้าตาอาคารภายนอกถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์น เน้นสีเทาและสีขาว เพิ่มลูกเล่นให้น่าสนใจมากขึ้นโดยปรับระดับสีให้มีความเข้มอ่อนไม่เท่ากันทำให้ภาพรวมของอาคารดูทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังจัดสรรพื้นที่ฟังก์ชั่นใช้งานในบ้านให้ลงตัวทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว โดยชั้น 3 ออกแบบให้เป็นที่พักอาศัยแบบ Exclusive Penthouse Master Bedroom ให้ความรู้สึกส่วนตัวเหมือนอยู่ Penthhouse หรูบนคอนโดฯ เลยค่ะ แบบบ้าน Home Office พื้นที่หน้าบ้านกว้างประมาณ 5 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คัน ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน แปลนบ้านทั้ง 3 ชั้น ก่อนอื่นเรามาดูภาพ Perspective ของโครงการที่ตกแต่งมาให้ดูกันก่อนะคะ เริ่มจากชั้น 1 ที่เป็นเหมือน Lobby ของบริษัท มีพื้นที่รับรองและเคาน์เตอร์ Reception ขึ้นมาด้านบนอาจจะเป็นห้องของผู้บริหาร พร้อมพื้นที่รับรองแขก และมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานของพนักงานในบริษัท บนชั้น 3 จะเป็นพื้นที่สำหรับห้องนอนขนาดใหญ่ พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ชั้น 1 เหมาะสำหรับเป็น Lobby ต้อนรับแขกของบริษัท ใต้บันไดจะมีห้องเก็บของเล็กๆ ซ่อนอยู่ ที่ชั้น 1 จะมีห้องน้ำให้ 1 ห้องนะคะ แต่ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ เข้ามาด้านในสุดจะเป็นพื้นที่หลังบ้าน คราวนี้เราขึ้นไปดูบนชั้น 2 กันต่อดีกว่านะคะ ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอห้องน้ำก่อนเลยนะคะ ก่อนที่จะแยกออกเป็น 2 ห้อง ห้องน้ำที่ชั้น 2 จะมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำด้วยนะคะ ห้องแรกเหมาะจะทำเป็นห้องนอนเหมือนในแปลนของโครงการเลยนะคะ ด้วยขนาดที่กว้างขวาง และมีระเบียงขนาดใหญ่ หรือจะตกแต่งเป็นห้องทำงานของผู้บริหารก็ได้อีกแบบ ระเบียงขนาดใหญ่เป็นประตูบานเลื่อน 2 ตอน กว้างเต็มพื้นที่ห้องเลยค่ะ อีกห้องจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ด้วยขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกัน ในแปลนโครงการทำเป็นห้องทำงานของพรักงาน ขึ้นมาที่ชั้น 3 จะเป็นพื้นที่สำหรับห้องนอน Master Bedroom บนชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ของห้องนอนทั้งหมดเลยนะคะ สามารถเลือกตกแต่งกันได้ตามใจชอบเลย ระเบียงจะได้ขนาดใหญ่เหมือนชั้น 2 โครงการแบ่งพื้นที่สำหรับทำห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ไว้ให้เรียบร้อย พื้นที่วางตู้เสื้อผ้าบริเวณ Walk-in Closet ค่อนข้างใหญ่เลยนะคะ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ในบริเวณเดียวกัน พร้อมพื้นที่อาบน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่หน้าบ้านของแต่ละ Type ทุกยูนิตจะมีหน้ากว้างและพื้นที่ใช้สอยไม่เท่ากันนะคะ แต่การแบ่งฟังก์ชั่นห้องและการออกแบบอาคารด้านนอกจะเป็นสไตล์เดียวกันทั้งหมด อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการของลูกค้าเลยค่ะว่าชอบแบบไหน บ้านหลังไหนใช้พื้นที่คุ้มค่ามากกว่ากัน นอกจากเรื่องของขนาดพื้นที่ใช้สอยแล้ว ถ้าลูกค้าคนไหนตั้งใจจะเปิดร้านทำการค้า ทำกิจการส่วนตัว เราแนะนำให้เลือกซื้ออาคารพาณิชย์ด้านหน้าโครงการค่ะ เพราะที่ดินจะอยู่ติดถนนนวศรี (ซอยรามคำแหง 21) ทำให้มีโอกาสค้าขายได้ดีขึ้นค่ะ   โครงการ “เดอะไพร์ม พระราม 9 – รามคำแหง 21” นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจนะคะ เพราะราคาไม่สูงมากถ้าเทียบกับโครงการอื่นในทำเลใกล้ๆ กัน แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องของ ‘การเซ้ง’ หรือ สิทธิการเช่าที่ดินในระยะยาว 30 ปี อยู่บ้างแต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะเมื่อหมดสัญญาเราก็สามารถต่อสัญญาได้อีก และเจ้าของที่ดินไม่สามารถขอเรียกคืนก่อนหมดสัญญาเช่าได้ค่ะ ใครที่กำลังมองหาบ้านสักหลังไว้ประกอบธุรกิจ อาคารพาณิชย์และ Home Office โครงการนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีนะคะ แถมราคาก็ค่อนข้างสมเหตุสมผล ยิ่งถ้าคุ้นชินกับทำเลทองย่านนี้อยู่แล้วก็น่าจะเห็นถึงศักยภาพที่คุ้มค่าแก่การลงทุนได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมต่อทุกเส้นทางใจกลางเมือง หรือสาธารณูปโภคที่ครบครันบริเวณรอบๆ โครงการก็ล้วนแต่ตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตได้เป็นอย่างดีค่ะ แล้วถ้าในอนาคตรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสีเทาเปิดให้บริการเมื่อไหร่ ความสะดวกสบายก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น จนถึงตอนนั้นราคาบ้านคงสูงลิ่วไปไกลเกินคว้าแล้วค่ะ สำหรับคนที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมโครงการและบ้านตัวอย่างได้นะคะ เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หรือจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 088-535-5556-7 หรือ http://theprimeliving.com/
“Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในย่านพหลโยธิน ตัวเลือกของครอบครัวคนเมือง

“Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในย่านพหลโยธิน ตัวเลือกของครอบครัวคนเมือง

รีวิวฉบับนี้ เรากำลังพูดถึงโครงการน้องใหม่มาแรง "Pleno พหลโยธิน-วัชรพล" ทาวน์โฮมระดับพรีเมี่ยมที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในโซนนี้เลยค่ะ นอกจากบรรยากาศการอยู่อาศัยของสังคมคุณภาพที่ดีแล้ว ตัวทำเลที่ตั้งของโครงการยังมีศักยภาพสูงแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคครบครัน เพื่อให้ทุกคนเห็นสภาพแวดล้อมของสังคมที่ดีตลอดจนพื้นที่ละแวกโดยรอบซึ่งเอื้อต่อความสบายในการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เราจะมาพูดถึงความพิเศษที่ Pleno เลือกปักหมุดทำเลในย่านนี้กันค่ะ   ทุก Lifestyle คนเมืองสุดชิค อยู่ใกล้กว่าที่คิด   เริ่มตั้งแต่ตัวโครงการ Pleno พรีเมี่ยมทาวน์โฮม ดีไซน์ใหม่ทันสมัยสไตล์ Modern Art Deco พัฒนาแปลนบ้านเพื่อรองรับสมาชิกของครอบครัวให้ได้ใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยสูงสุด ตอบโจทย์รูปแบบชีวิตของครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หรือรองรับการขยายในอนาคตอย่างมีคุณภาพด้วยสภาพแวดล้อมและสังคมเพื่อนบ้านที่ดี พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบถ้วนสมบูรณ์ รวมถึงบริเวณโดยรอบของ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล ก็รายล้อมไปด้วยศูนย์การค้าชั้นนำมากมายที่ขับรถไปได้โดยใช้เวลาไม่นาน ตอบโจทย์ปัจจัยสำคัญในชีวิตเรื่องของอาหารด้วย ตลาดยิ่งเจริญ ให้คนรักการทำอาหารได้จับจ่ายวัตถุดิบสดใหม่เข้าครัว รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง เซนทรัล พลาซ่า รามอินทรา, บิ๊กซี สะพานใหม่ และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ให้คุณสามารถจับจ่ายข้าวของเครื่องใช้ได้ตามใจ หรือหากอยากชมภาพยนตร์ เมเจอร์รังสิต ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางที่สะดวกสบายค่ะ หากเบื่อสถานที่เดิมๆ ลองเปลี่ยนไปเดินห้างสรรพสินค้าสุดชิคเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่อย่าง เซ็นทรัลเฟลติวัล อิสต์วิลล์ พื้นที่ไลฟ์สไตล์แห่งใหม่เลียบทางด่วนรามอินทรา หรือขยับไปอีกนิดก็ยังมี CRYSTAL DESIGN CENTER (CDC) แหล่งรวมร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ แม้กระทั่งร้านอาหารและคาเฟ่เก๋ๆ ก็มีให้เลือกเพียบในสถานที่เดียวเลยค่ะ ซึ่งตัวเลือกทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถเดินทางได้ง่ายๆ เพียงใช้จุดขึ้นลงทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา อยู่ไม่ไกลโครงการห่างเพียง 4.8 กม. ค่ะ   ทำเลโครงการที่ดี สะดวกทุกรูปแบบการเดินทาง   คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเดินทางมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน หรือทาวน์โฮมดีๆ สักหลัง แน่นอนค่ะว่า Pleno พหลโยธิน-วัชรพล อยู่ในทำเลที่ตอบโจทย์การเดินทางครบทุกข้อ เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งของโครงการที่อยู่ติดถนนเพิ่มสิน เชื่อมต่อกับถนนหลากหลายสายทำให้สามารถเข้าออกได้หลายทาง เช่น ถนนสายไหม ถนนวัชรพล และถนนสุขาภิบาล 5 ทั้งนี้ยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนหรือถนนวงแหวนอุตสาหกรรมที่อยู่ไม่ไกล ทำให้ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางอีกด้วยค่ะ ข้อดีของทำเลบนถนนเพิ่มสินนี้ยังมีอีกเยอะทีเดียวค่ะ แม้จะเป็นถนนสายรองแต่ก็เชื่อมต่อไปยังถนนใหญ่หลายเส้นได้ง่าย ที่สำคัญคือรถไม่ติด ไม่ต้องหงุดหงิดเสียเวลาในการเดินทางไปไหน แถมยังอุ่นใจเพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถเข้าถึงย่านธุรกิจ การค้า และแหล่งช้อปปิ้งได้แล้วค่ะ จึงไม่แปลกใจเลยที่โครงการจะมีกระแสตอบรับที่ดีมากขนาดนี้ นอกจากนี้การเดินทางแสนสะดวกที่สุดของคนเมืองอย่างรถไฟฟ้าก็ไม่ใช่เรื่องเกินฝันนะคะ เพราะที่ตั้งของ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล อยู่ในเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และสถานีสะพานใหม่) ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างคาดว่าจะเปิดใช้ในปี 2563 ยังไงในอนาคตไม่ช้าก็ต้องได้ใช้อย่างแน่นอนค่ะ และเมื่อรถไฟฟ้ามาถึง แน่นอนว่าการเดินทางก็ยิ่งสะดวกมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหนการเดินทางก็เป็นเรื่องง่ายแน่นอนค่ะ แผนที่รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจากสถานีหมอชิต ไปสิ้นสุดที่สถานีคูคต ซึ่งโครงการ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล จะอยู่ใกล้ 2 สถานีคือสถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลเดช และสถานีสะพานใหม่ ปัจจุบันการก่อสร้างรถไฟฟ้าก็รุดหน้าไปมากแล้วนะคะ มีเสามีรางขึ้นมาให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ยอมทนรถติดกันอีกหน่อยเดี๋ยวรถไฟฟ้าสร้างเสร็จก็สบายกันแล้วค่ะ ส่วนตัวสถานีก็มีโครงสร้างขึ้นมาให้เห็นรูปเป็นร่างแล้วนะคะ ตรงนี้จะเป็นสถานีสะพานใหม่ที่อยู่ด้านหน้าตลาดยิ่งเจริญ พอรวมทุกศักยภาพของทำเลที่โครงการ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล เลือกปักหมุดในตำแหน่งนี้แล้ว ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพที่สนใจเป็นอย่างมาก ด้วยภาพลักษณ์ของสภาพแวดล้อมและสังคมเพื่อนบ้านที่ดี ปัจจัยโดยรอบโครงการก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์ของครอบครัวได้เช่นกัน หากคุณกำลังมองหาทาวน์โฮมคุณภาพ สักหลังหนึ่ง เรามั่นใจว่า Pleno พหลโยธิน-วัชรพล เป็นหนึ่งในโครงการที่ดีที่สุดในย่านนี้สำหรับคุณแน่นอน พูดถึงศักยภาพของทำเลที่ตั้งกันไปแล้ว มาดูตัวโครงการ “Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในโซนนี้จาก AP Property กันบ้างดีกว่าค่ะ สำหรับรายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้นตามไปดูพร้อมกันเลย   รายละเอียดโครงการ   ที่ตั้งโครงการ : ถนนเพิ่มสิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เจ้าของโครงการ : บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น  จำนวน 321 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด : 30-3-79.74 ไร่   พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในโซนนี้   สำหรับทาวน์โฮม Pleno พหลโยธิน-วัชรพล มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบด้วยกัน คือ LUXE ทาวน์โฮม 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 100.71 ตร.ม. ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ห้องน้ำ มาพร้อมที่จอดรถ 1 คัน และ METRO ทาวน์โฮม 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 130.55 ตร.ม. แบ่งออกเป็น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และสามารถจอดรถได้ 2 คัน ซึ่งแบบบ้านที่เราจะพาไปดูกันก็คือ LUXE ทาวน์โฮม 2 ชั้นค่ะ รูปร่างหน้าตาภายนอกอาคารดูหรูหราและทันสมัยตามคอนเซ็ปต์ Modern Luxury เลยค่ะ หน้าบ้านกว้าง 5.5 เมตร สามารถจอดรถได้ 1 คัน สำหรับที่ดินเริ่มต้นที่ 18 ตร.วา ค่ะ ทุกรายละเอียดของตัวอาคารถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยใช้แต่วัสดุคุณภาพ ประดับตกแต่งด้วยหินธรรมชาติเล่นระดับกับแสงไฟและแสงแดดตอกย้ำความหรูหราได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังดีไซน์ให้ดูโปร่งโล่งสบายด้วยการใช้กระจกใสบานใหญ่ กระจกบานกระทุ้งทรงสูง และราวกันตกแบบ Tempered Glass ที่ดูเรียบหรูแบบร่วมสมัยแต่ยังช่วยให้รับแสงภายนอกได้ดีขึ้น ซึ่งภายในบ้านตัวอย่างก็ได้ตกแต่งพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆ ไว้อย่างสวยงามลงตัวและน่าสนใจทีเดียวค่ะ ประตูทางเข้าจะเป็นกระจกบานเลื่อนนะคะ ซึ่งข้อดีของประตูแบบนี้คือน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรง ทนทาน ไม่ผุกร่อน สามารถใช้งานได้ยาวนานค่ะ เมื่อเดินเข้ามาในบ้านจะเห็นว่าถูดจัดวางแปลนให้เป็นส่วนตัวกับพื้นที่ใช้สอย ภายในเน้นความโปร่งโล่งสบายสอดรับกับห้องรับแขกที่กว้างขวาง พื้นที่การใช้งานภายในบ้านตัวอย่างนั้นถูกแบ่งอย่างเป็นสัดส่วน จัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตั้งแต่พื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหารและครัว ครัวออกแบบให้เป็น One-Wall Kitchen จัดชิดผนังฝั่งหนึ่ง ซึ่งข้อดีของเคาน์เตอร์ครัวแบบนี้คือช่วยประหยัดพื้นที่ ทั้งยังสามารถระบายอากาศได้ดีเนื่องจากทางโครงการได้ติดตั้งหน้าต่างบริเวณนี้ด้วย พื้นที่ส่วนครัวมีประตูเล็กๆ ให้สามารถเปิดออกไปทำกิจกรรมด้านนอกได้ บริเวณหลังบ้านมีขนาดกว้างทีเดียวค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถดีไซน์พื้นที่ส่วนนี้ได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะทำครัวไทยเพิ่มเติม ใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง หรือแม้แต่พื้นที่นั่งเล่นสังสรรค์ก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ ซึ่งทางโครงการได้เทคอนกรีตไว้ให้ค่ะ กลับเข้ามาที่ด้านใน ตรงข้ามกับส่วนครัวและพื้นที่รับประทานอาหารคือห้องเอนกประสงค์ ที่ทางโครงการออกแบบไว้ให้ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจ ไม่ว่าจะทำเป็นห้องนอน ห้องทำงาน หรือแม้แต่ห้องนอนผู้สูงอายุก็ยังได้ค่ะ ห้องน้ำชั้นล่างจะอยู่ติดกับห้องเอนกประสงค์นะคะ ซึ่งความพิเศษของการออกแบบห้องน้ำใต้บันไดของบ้านนั้นไม่เหมือนใครแน่นอนค่ะ เพราะทางโครงการได้ออกแบบให้ลูกบ้านได้ใช้ประโยชน์สูงสุด โดยการดรอปพื้นลงหนึ่งเสต็ปเพื่อให้สามารถยืนได้สะดวกสบาย เมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมายังชั้น 2 ตรงกลางแปลนบ้าน มีห้องน้ำอยู่ตรงโถงกลาง ด้านหน้าบ้านเป็นห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) เหมือนเป็นเพนท์เฮ้าส์ขนาดย่อมๆ ให้ความรู้สึกหรูหรา โอ่โถง เพราะมาพร้อมกับเพดานสูง 3 เมตร ทั้งนี้พื้นที่ใช้สอยยังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้อง Walk in closet ได้อีกด้วยค่ะ ส่วนด้านหลังบ้านจะแบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกันเลยค่ะ ซึ่งพื้นที่ห้องนอนเล็กนั้นสามารถดัดแปลงไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีกเยอะนะคะ หากจำนวนสมาชิกครอบครัวน้อยจะจัดให้เป็นห้องทำงานเล็กๆ ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ ห้องนอนใหญ่ที่ดูหรูหรา โอ่โถง มาพร้อมกับเพดานสูง 3 เมตร โอบล้อมด้วยกระจกใสบานใหญ่ทำให้มองเห็นทัศนียภาพอย่างกว้างไกล จะเห็นได้ว่าภายในห้องนอนใหญ่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนส่วนที่ว่างเปล่าให้เป็น Walk in closet ง่ายๆ โดยไม่เปลืองเนื้อที่เลยค่ะ ห้องนอนเล็กที่เหลืออีก 2 ห้องสามารถดัดแปลงเป็นได้ทั้งห้องนอน อย่างห้องนี้ ที่โครงการตกแต่งให้ดูเป็นตัวอย่าง อีกหนึ่งห้องนอนเล็กที่ทางโครงการได้ตกแต่งไว้เป็นไอเดีย โดยเนรมิตให้เป็นห้องนอนเด็ก ก็ดูน่ารักน่าใช้งานไม่ใช่น้อย ห้องน้ำชั้น 2 ตกแต่งไว้อย่างเรียบหรู ครบครันด้วยสุขภัณฑ์ทันสมัย มีหน้าต่างเล็กๆ เพื่อให้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามาโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวันและยังระบายอากาศได้ดีอีกด้วย สุดท้ายก็คือเรื่องของ Facility ต่างๆ ภายในโครงการที่เรียกได้ว่าจัดเต็มกันทีเดียวค่ะ เพราะมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ครบครันและหรูหราไม่ว่าจะเป็น คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนต สวนหย่อมอันร่มรื่นมาพร้อมสนามเด็กเล่น ยังมีพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) บริการตลอด 24 ชม. และกล้องวงจรปิด CCTV ช่วยเสริมระบบรักษาความปลอดภัยรอบโครงการ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เพื่อความสะดวกสบายและความอุ่นใจของลูกบ้านที่ทางโครงการใส่ใจลูกบ้านทุกยูนิตอย่างแท้จริง บรรยากาศทางเข้าโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา เข้ามาแล้วจะมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าโครงการ คลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ของโครงการ มีพร้อมทั้งสระว่ายน้ำและฟิตเนส ฟิตเนสจะอยู่บริเวณชั้น 2 ของคลับเฮ้าส์ “Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” สามารถตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาบ้านสักหลังหนึ่งที่อยู่ในย่านที่เดินทางสะดวก แวดล้อมไปด้วยสาธารณูปโภคครบครัน พร้อมยังไม่ทิ้งไลฟ์สไตล์คนเมืองเก๋ๆ ให้สามารถออกไปพบปะเพื่อนฝูง นัดประชุม หรือแม้แต่คุยงานเพียงแค่เลือกเส้นทางคมนาคมที่ต่อติดโครงการอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันพื้นที่ภายในบ้านก็จัดวางแปลนไว้เอื้อประโยชน์สูงสุด ให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้สอยได้ตามใจชอบ นอกจากนี้การดูแลสภาพแวดล้อมและภาพลักษณ์ในโครงการยังเป็นสังคมแบบ Exclusive ทำให้มั่นใจว่า “Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” เป็นพรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในโซนนี้จริงๆ ค่ะ สำหรับโครงการ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล พรีเมี่ยมทาวน์โฮมใหม่ใจกลางเมืองจะเปิด Grand Opening Clubhouse ในวันที่ 19-20 ส.ค.นี้ เริ่ม 2.49 ล้าน* พร้อมข้อเสนอพิเศษเฉพาะวันงานเท่านั้น! ลงทะเบียนได้ที่ https://goo.gl/339mTA หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1623
“The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” วินเทจทาวน์โฮมสไตล์บ้านเดี่ยว

“The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” วินเทจทาวน์โฮมสไตล์บ้านเดี่ยว

ถ้าจำกันได้เราเคยพาไปดูบ้านเดี่ยวโครงการ Areeya Como เมื่อไม่นานมานี้ คราวนี้เรากลับมาที่อาณาจักรอารียาอีกครั้ง เพื่อจะไปดูบ้านทาวน์โฮมสไตล์บ้านเดี่ยวที่ชื่อ “The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” กันค่ะ     ครั้งนี้เราเลือกเข้ามาทางซอยมหาชัย บริเวณถนนบางนา-ตราด กม.10 ฝั่งขาเข้า เข้ามาเกือบสุดซอยที่เป็นพื้นที่ของคอกม้า Phoenix ก็จะเห็นทางเข้าหมู่บ้าน “The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” ค่ะ ถึงแม้ถนนในซอยมหาชัยจะไม่ใช่ซอยใหญ่ แต่ก็มีซอยย่อยทะลุไปออกถนนกิ่งแก้ว-เทพารักษ์ได้ด้วย ในขณะเดียวกันลูกบ้านอารียา ยังสามารถขับผ่านถนนหลักที่ผ่านหน้าโครงการต่างๆ ของอารียาไปออกตรงด่านวงแหวนฯ ได้อีกด้วย ซึ่งซอยนี้คือซอยที่มีคอนโด A Space อยู่ตรงปากซอยนั่นเอง ลูกบ้านอารียาจะได้เปรียบที่สามารถใช้เส้นทางนี้ลัดไปออกถนนวงแหวนฯ ได้อย่างง่ายดาย ตรงจุดนี้เองที่เป็นจุดเชื่อมไปยังถนนมอเตอร์เวย์ ทางด่วนบูรพาวิถี รวมถึงเป็นด่านทางด่วนศรีรัชที่ข้ามไปยังฝั่งดินแดง-แจ้งวัฒนะ และทางด่วนสายเฉลิมมหานครที่เชื่อมไปยังฝั่งพระราม 3 สีลม-สาทรได้ด้วยค่ะ ในขณะเดียวกันถนนข้างๆ ยังเป็นทางกลับรถใต้สะพานไปเข้า Mega Bangna ที่สะดวกมากๆ ลูกบ้านไม่ต้องขับออกถนนใหญ่ไปทางบางนา-ตราดให้รถติดเสียเวลาเลยค่ะ บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้ๆ กับซอยที่เชื่อมไปออกถนนกิ่งแก้ว ดังนั้นบริเวณนี้จะคึกคักหน่อย มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารมากมาย ถือว่าเป็นแหล่งชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ใช้ได้เลยทีเดียว แต่ถ้าขับรถออกไปทางถนนใหญ่ นอกจาก Mega Bangna ที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ซึ่งร่วมห้างร้านต่างๆ ไว้เพียบแล้ว ทางฝั่งกิ่งแก้วยังมี Market Village ซึ่งถือว่าเป็นอีกแหล่งช็อปปิ้งหลักของคนแถบนี้เลยนะคะ เพราะที่นี่มีทั้ง HomePro, Lotus รวมถึงร้านอาหารชั้นนำอีกหลายร้านเลยค่ะ นอกจากนี้ทำเลในย่านนี้ยังพร้อมไปด้วยสถาบันการศึกษาชั้นนำเช่น มหาวิทยาลัยหัวเฉียว, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ รวมถึงโรงพยาบาล, สนามกอลฟ์ และสนามบินสุวรรณภูมิ ก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเลยค่ะ   บ้านทาวน์โฮมสไตล์ Modern Colonial   “The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” เป็นหมู่บ้านทาวน์โฮมนะคะ แต่ตัวบ้านออกแบบมาเป็นพิเศษ ผนังบ้านแต่ละหลังเป็นอิสระต่อกัน ดังนั้นพอมองด้านนอกตัวบ้านแล้วจะเหมือนกับบ้านเดี่ยวค่ะ แถมด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Colonial มีกลิ่นอายแบบวินเทจนิดๆ หลายคนน่าจะถูกใจตั้งงแต่แรกเห็นแน่นอน   พื้นที่ภายในโครงการแบ่งเป็นบ้านทั้งหมด 167 หลังค่ะ โดยที่ดินเริ่มต้นอยู่ที่ 28 ตร.ว. เว้นแต่แปลงหัวมุมที่จะได้พื้นที่สวนข้างบ้านเพิ่มขึ้นมามากหน่อย และในแต่ละซอยทางโครงการยังเว้นพื้นที่ไว้เป็นระยะ เพื่อลูกบ้านจะได้ใช้กลับรถในซอยได้ ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโครงการด้วยค่ะ ปัจจุบันบ้านภายในโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ได้เกินครึ่งแล้ว ดังนั้นเราจะได้เห็นบรรยากาศภายในโครงการจริงๆ ก่อนตัดสินใจค่ะ ซุ้มทางเข้าโครงการ เข้า-ออก โครงการด้วยระบบ Key Card ถนนเมนจะกว้าง 12 เมตรเลยนะคะ ส่วนถนนในซอยจะกว้าง 8 เมตร Facility หรือพื้นที่ส่วนกลางในบริเวณโครงการจะมีสวนหย่อมพร้อมศาลานั่งเล่นที่ลูกบ้านสามารถออกมาเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ค่ะ ในบริเวณสวนในโครงการนี้เองยังมีสนามบาสแบบ Haft Size เอาไว้ให้ฝึกเล่น ฝึกชู้ทอีกด้วย ส่วนตัว Club House ทางอารียาจัดแยกส่วนไว้อีกที่หนึ่งนะคะ ซึ่งพื้นที่ของ Club House ลูกบ้านอารียาจะแบ่งกันใช้กับ Areeya Como และ The Colors ที่อยู่ในโซนเดียวกัน โดยภายใน Club House จะประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ระบบน้ำเกลือพร้อมสระเด็ก รวมถึงห้องออกกำลังการพร้อมอุปกรณ์หลายชนิดเลยทีเดียว บริเวณ Club House จะมีมุมนั่งเล่นพักผ่อน พร้อมหนังสือดีๆ ไว้ให้ลูกบ้านหยิบไปอ่านได้ด้วยค่ะ บรรยากาศบริเวณคลับเฮ้าส์ของโครงการ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าคลับเฮ้าส์ ด้านในจะมีห้องน้ำ พร้อมห้องอาบน้ำ และตู้ล็อกเกอร์สำหรับเก็บของ ส่วนด้านในจะเป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อน หรือนั่งรอเพื่อนๆ ที่มาใช้บริการคลับเฮ้าส์ พื้นที่ฟิตเนสก็จะอยู่ด้านในเหมือนกันนะคะ เปิดบ้านตัวอย่างสไตล์  Modern Colonial แบบบ้านของ“The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” มีอยู่ Type เดียวนะคะ ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 28 ตร.ว. บริเวณหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 2 คัน ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 134 ตร.ม. แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ กับอีก 1 ห้องเอนกประสงค์ ซึ่งพื้นที่ที่เรียกว่า ห้องเอนกประสงค์ จะอยู่บริเวณชั้นล่างของตัวบ้านนะคะ โดยพื้นที่นี้เราสามารถปรับแต่งประโยชน์ใช้สอยได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะใช้เป็นห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องรับแขก หรือจะตกแต่งให้เป็นห้องนอนอีกห้องก็ยังได้ค่ะ เพียงแค่กั้นประตูเพิ่มอีกนิดก็ใช้ได้แล้ว ภายในตัวบ้านถูกจัดแบ่งพื้นที่ไว้ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว ถึงแม้จะเป็นบ้านทาวน์โฮมแต่ก็มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทุกคนในครอบครัว เพราะพื้นที่ชั้นบนมีถึง 3 ห้อง ถ้าครอบครัวไหนที่มีสมาชิกน้อยหน่อย ห้องเล็กยังสามารถใช้เป็นห้องเก็บของหรือห้องทำงานได้เหมือนกัน ส่วนห้องนอนใหญ่จะเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมหันไปทางหน้าบ้านค่ะ ภายในห้องกว้างพอที่จะจัดตกแต่งให้มี Walk in Closet ได้เช่นกัน ในขณะเดียวกันยังมีระเบียงเล็กๆ พอที่จะจัดตกแต่งกระถางต้นไม้ให้สวยงามได้ ห้องน้ำบนชั้น 2 ก็สามารถเข้าได้สองทางทั้งจากทางห้องนอนใหญ่ และทางเดินหน้าห้องนะคะ ซึ่งห้องชั้นบนจะแชร์ห้องน้ำร่วมกัน ส่วนห้องเล็กอีก 2 ห้อง ก็อย่างที่บอกไปแล้วค่ะ ว่าไม่ได้มีฟังก์ชั่นบังคับว่าจะต้องใช้เป็นห้องนอน ดังนั้นเราสามารถเลือกตกแต่งได้ตามที่ต้องการเลย อย่างในบ้านตัวอย่างก็แต่งห้องแรกเป็นห้องนอนเด็กเล็ก ดูน่ารักน่าอยู่มากเลยค่ะ ในขณะที่อีกห้องตกแต่งให้เป็นห้องอ่านหนังสือ ดูแล้วลงตัวดีทีเดียว ซึ่งถ้าเป็นครอบครัวเล็กๆ มีลูกซักคน บ้านหลังนี้ก็เหมาะเลย อยู่ได้สบายๆ กำลังดี บ้านตัวอย่างที่เราได้ดูในครั้งนี้เป็นแปลงหัวมุมนะคะ ดังนั้นจึงมีพื้นที่สวนข้างบ้านมากหน่อย ทางโครงการเลยลองตกแต่งให้บริเวณสวนมีชานนั่งเล่นเชื่อมต่อกับบริเวณรับประทานอาหาร บรรยากาศโซนนี้เลยดูผ่อนคลาย ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ประตูหน้าบ้านจะเป็นสีขาวเข้ากับสไตล์ของตัวบ้านเลยนะคะ หน้าบ้านตัวอย่างโครงการตกแต่งไว้ได้น่ารักทีเดียวนะคะ บ้านตัวอย่างจะเป็นหลังมุมนะคะ จึงมีพื้นที่ข้างบ้านเหลือให้ตกแต่งเป็นสวนได้เลย พื้นที่หลังเล่นในสวนข้างบ้าน ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เปิดประตูเข้ามาแล้วจะเจอพื้นที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่ก่อนเลยนะคะ ซึ่งบ้านตัวอย่างจัดไว้ให้ดูอย่างลงตัว ด้านข้างยังมีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนอีกจุดหนึ่ง เพื่อเปิดออกไปที่มุมนั่งเล่นข้างบ้าน ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่ของห้องครัว พื้นที่ของห้องครัวค่อนข้างจะกว้างเลยนะคะ บ้านตัวอย่าง Built-in เป็นเคาน์เตอร์รูปตัว U ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง บ้านตัวอย่างอาจจะตกแต่งเป็นครัวแบบเปิดนะคะ เพื่อให้บ้านดูโปร่งโล่ง แต่ถ้าติดกระจกกั้นเข้าไปหน่อย จะช่วยดูเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น แถมยังกันกลิ่นอาหารเข้าไปในบ้านได้อีกด้วย ติดกับห้องครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เพื่อออกไปที่พื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน พื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน โครงการยังตกแต่งให้เป็นพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน กลับเข้ามาด้านใน มุมมองย้อนกลับไปที่พื้นที่รับประทานอาหาร ตรงข้ามกับห้องครัว จะมีห้องน้ำเล็กสำหรับชั้น 1 อยู่ด้วยนะคะ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังของ American Standard พร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว ด้านในสุดเป็นพื้นที่เปียกสำหรับอาบน้ำ กลับมาที่ด้านหน้าบ้าน โครงการได้ตกแต่งห้องอเนกประสงค์ให้เป็นห้องนั่งเล่น ซึ่งถือว่าเป็นห้องนั่งเล่นที่มีความเป็นส่วนตัวมากเลยนะคะ เนื่องจากจะแยกออกมาเป็นห้องของตัวเองเลย หน้าต่างในห้องนั่งเล่น มองออกไปเห็นสวนหน้าบ้าน โถงบันไดขึ้นชั้น 2 จะสังเกตว่าใต้บันไดจะมีห้องเก็บของเล็กๆ อยู่ด้วยนะคะ โถงบันไดสูงโปร่ง ขึ้นมาถึงชั้น 2 แล้วมองตรงไปด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ ที่อยู่ติดกับห้องนอน Master Bedroom ส่วนด้านขวามือจะเป็นห้องนอนเล็ก และห้องอเนกประสงค์ เราเลี้ยวซ้ายมาดูที่ห้องนอน Master Bedroom กันก่อนนะคะ โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ยังมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือให้วางโต๊ะข้างเตียงได้นิดหน่อย ทางออกไปที่ระเบียงในห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 70 ซม. กลับมาที่ด้านใน ฝั่งปลายเตียงโครงการกั้นเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ซึ่งก็สามารถใช้เป็นชั้นวางทีวีได้พอดี ด้านใน Walk-in Closet โครงการตกแต่งด้วยการวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะเครื่องแป้ง ส่วนตรงกลางเป็น Day Beds อยู่ติดกับหน้าต่าง ห้องน้ำที่อยู่ชั้น 2 มีให้ 1 ห้องนะคะ จะสามารถเข้าได้ 2 ด้านจากห้องนอน Master และจากด้านโถงบันได การจัดวาง Layout ก็จะคล้ายๆ กับห้อ น้ำที่อยู่ชั้น 1 เลยนะคะ รวมถึงสุขภัณฑ์ที่ใช้ก็จะคล้ายๆ กัน ยกเว้นอ่างล้างหน้าที่จะมีช่องเก็บของด้านล่างเพิ่มขึ้นมา มาพร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว โถสุขภัณฑ์จะวางอยู่ติดกัน ด้านในสุดเป็น Shower Box ที่ห้องนี้โครงการติดฉากกั้นมาให้เรียบร้อย ถัดมาด้านขวามือของโถงบันไดจะเป็นห้องนอนเล็กและห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ติดกัน ภายในห้องนอนเล็กโครงการจะตกแต่งเป็นห้องนอนแบบเด็กๆ เลยนะคะ ห้องนี้จะ Built-in เต็มพื้นที่ โดยใช้เตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมตกแต่งด้วยตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ Built-in เชื่อมต่อมาเป็นโต๊ะทำงานและเตียงนอน ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ ติดกันเป็นห้องอเนกประสงค์อีกห้อง ซึ่งจะเป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุดในบ้าน โครงการตกแต่งให้เป็นห้องสำหรับพักผ่อน โดย Built-in โซฟาแบบ Day Beds ไว้ติดกับผนัง ส่วนอีกด้านเป็นโต๊ะทำงานอยู่ติดกับหน้าต่าง ถ้าใครกำลังมองหาบ้านทาวน์โฮม โครงการ “The Village บางนา-วงแหวนฯ 2” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจไม่น้อยเลย เนื่องด้วยจุดเด่นที่ตัวบ้านออกแบบให้ผนังแต่ละบ้านเป็นอิสระจากกัน ไม่ต้องใช้ผนังร่วมกัน ทำให้เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้อีกเยอะ แถมยังให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านเดี่ยวกลายๆ สำหรับครอบครัวเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างครอบครัว โครงการนี้น่าจะเป็นอีกตัวเลือกในงบประมาณที่ไม่เกินกำลังจนเกินไปนัก แถมยังได้อยู่ในทำเลที่มีการเดินทางสะดวก และแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเหมาะกับการอยู่อาศัย ใครที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างที่โครงการก่อนได้ หรือจะลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.areeya.co.th/2014/singlehome_the_village.php
“The Ricco Town วัชรพล” โมเดิร์นทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ ใจกลางวัชรพล

“The Ricco Town วัชรพล” โมเดิร์นทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ ใจกลางวัชรพล

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปดูโครงการ “The Ricco Town วัชรพล” โครงการบ้านทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ในทำเลใกล้แยกวัชรพล ซึ่งทางโครงการทำราคามาได้ดึงดูดใจเลยทีเดียวค่ะ ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 170 ตร.ม. จอดรถได้ 2 คัน แบ่งเป็นบ้านแบบ 3 ห้องนอน และ 4 ห้องนอน เปิดราคาเริ่มต้นมา 3.19 ล้านบาท ถือว่าราคาต่ำกว่าแบรนด์อื่นๆ ในทำเลเดียวกันเลยนะคะ สำหรับการเดินทางมายังโครงการ  “The Ricco Town วัชรพล” สามารถเลือกได้หลายเส้นทางมากค่ะ เพราะถนนวัชรพล เชื่อมโยงเข้ากับถนนอีกหลายสายเลย ไม่ว่าจะเป็น ถนนสุขาภิบาล 5, ถนนรามอินทรา, ถนนสายไหม, ถนนออเงิน, ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา), ถนนเพิ่มสิน แถมด้วยด่านทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ก็อยู่ห่างออกไปแค่ 3 กิโลเมตรเท่านั้น ที่สำคัญทางด่วนสายนี้ยังเชื่อมเข้ากับมอเตอร์เวย์อีก การจะเข้าหรือออกเมืองจึงสะดวกมากๆ ค่ะ สำหรับคนที่ใช้รถส่วนตัวอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว แผนที่โครงการ โครงการจะอยู่ในซอยร่วมมิตรพัฒนา มาได้จากทั้งทางถนนสุขาภิบาล 5 และถนนวัชรพล ในอนาคตการเดินทางมายังโครงการ The Ricco Town วัชรพล จะสะดวกมายิ่งขึ้น เพราะมีแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู อยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากโครงการ (บริเวณถนนรามอินทรา) ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกในการเดินทางได้มากขึ้นไปอีกค่ะ บริเวณใกล้ๆ โครงการยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบ ทั้งห้างสรรพสินค้า, Community Mall, ร้านอาหารชื่อดัง, แหล่งชุมชน, แหล่งช๊อปปิ้ง, ตลาดสด รวมไปถึงสถานศึกษา และสถานพยาบาล ก็อยู่ในระยะที่เดินทางได้สะดวกเลยทีเดียว   พาชมโครงการ The Ricco Town วัชรพล   ปัจจุบันโครงการ “The Ricco Town วัชรพล” มีลูกบ้านย้ายเข้ามาอยู่เกือบเต็มเฟสแรกแล้วนะคะ ส่วนบ้านในเฟสที่ 2 ที่ถัดเข้ามาด้านในก็สร้างเสร็จพร้อมขายเกินครึ่งแล้ว บางส่วนก็มีลูกบ้านย้ายเข้าเรียบร้อย บางส่วนก็กำลังอยู่ในระหว่างตกแต่ง ต่อเติม ดังนั้นบรรยากาศภายในโครงการที่เราพาไปดูจึงเป็นบรรยากาศในสถานที่จริงทั้งหมดค่ะ   บ้านในเฟสที่ 2 มีการปรับโทนสีตัวบ้านนิดหน่อยค่ะ ทำให้ดูโมเดิร์นขึ้นกว่าด้วยสีโทนดำ-เทา แต่เรื่อง Layout ภายในยังคงพื้นที่ใช้สอยไว้กว้างขวางเหมือนเดิม เท่าที่เราได้เข้าไปเยี่ยมชมโครงการ ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งโครงการที่เรารู้สึกได้ว่ามีพื้นที่สีเขียวร่มรื่นมากค่ะ สวนหย่อม มุมพักผ่อนส่วนใหญ่มีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาเยอะเลย แถมทางโครงการยังจัดมุมให้นั่งเล่นพักผ่อนได้หลายมุม บรรยากาศโดยรวมจึงน่าอยู่เลยทีเดียวค่ะ พื้นที่ส่วนกลางหลักๆ จะอยู่ในโซนกลางของโครงการนะคะ มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ พร้อมคอร์ทบาสเก็ตบอล และมุมพักผ่อน ช่วงเย็นๆ น่าจะมีลูกบ้านออกมาเดินเล่น ออกกำลังกายกันเยอะเลย ในขณะที่พื้นที่ใกล้ๆ กันก็มี Club House ซึ่งมีทั้งห้องออกกำลังกาย และสระว่ายน้ำขนาด 7x20 เมตร กำลังน่าเล่นเลยล่ะ เปิดบ้านตัวอย่าง “The Ricco Town วัชรพล” เป็นบ้านทาวน์โฮมภายใต้คอนเซปต์ “Modern Lifestyle in The City” ดังนั้นการออกแบบตัวบ้านจึงเน้นความโปร่ง อยู่สบาย และพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ และเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ทางโครงการจึงมีแบบบ้านให้เลือกด้วยกัน 2 แบบค่ะ โดยทั้ง 2 แบบมีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเท่ากัน แต่ต่างกันด้วยฟังก์ชั่นนิดหน่อย บ้านแบบแรกมีชื่อเรียกว่า “Penthouse Style” บ้าน Type นี้จะแบ่งเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ นะคะ สาเหตุที่มีชื่อเรียกแบบนี้ก็เพราะว่า จุดเด่นของตัวบ้านอยู่ที่ห้องนอนใหญ่ หรือ Master Bedroom บนชั้น 3 ที่ใช้พื้นที่เต็ม จัดตกแต่งให้ความรู้สึกส่วนตัวเหมือนอยู่ Penthouse หรูบนคอนโดเลยค่ะ แปลนบ้าน PENTHOUSE FUNCTION 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้าบ้านกว้าง 5 เมตร จอดรถได้ 2 คัน เข้ามาในบ้านแล้วจะเป็นพื้นที่ Living Area ขนาดใหญ่ โครงการตกแต่งมาให้ดูเป็นตัวอย่างด้วยการวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง แต่จริงๆ แล้วมีพื้นที่ให้วางโซฟาขนาดใหญ่ได้เลย ส่วนด้านชั้นวางทีวีมีพื้นที่เยอะพอให้ Built-in วางทีวีจอใหญ่ๆ ได้สบายๆ มุมมองออกไปที่ Living Area ด้านหน้าบ้าน เลยจาก Living Area เข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ Dining Area โครงการวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ด้านหลังโต๊ะทานอาหารจะเป็นทางออกไปหลังบ้าน กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่หลังบ้านกว้างประมาณ 3 เมตร ด้านข้างโต๊ะทานอาหารจะเป็นพื้นที่ของห้องครัว ห้องครัวโครงการจัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะคะ โครงการ Built-in เป็นเคาน์เตอร์ครัวรูปตัว U ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ตรงบริเวณซิงค์ล้างจานมีช่องแสงเป็นบานสไลด์ เพื่อช่วยในการระบายความชื้น ใกล้ๆ กันพื้นที่ใต้บันไดจะเป็นห้องเก็บของและห้องน้ำ ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องเก็บของ ส่วนด้านขวามือจะเป็นห้องน้ำ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ของ Nahm ห้องนี้จะไม่มีพื้นที่อาบน้ำให้นะคะ คราวนี้เราจะขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 2 กันต่อค่ะ ขึ้นมาที่ขั้น 2 จะแบ่งออกไป 2 ห้องนอน ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องนอนเล็ก โครงการตกแต่งเป็นห้องนอนเด็กๆ วางเตียง 3.5 ฟุต พร้อมด้วย Built-in เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ห้องน้ำจะอยู่ด้านปลายเตียง สุขภัณฑ์ในห้องน้ำใช้เหมือนกับห้องน้ำที่ชั้น 1 เลยนะคะ พื้นที่อาบน้ำจะค่อนข้างใหญ่เลยนะคะ ติดฉากกั้นเพิ่มสักหน่อยจะดีเลย เราเข้ามาดูอีกห้องจะเป็นห้องนอนที่ใหญ่ขึ้นมาอีกพอสมควร ประตูที่เห็นด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ ส่วนทางขวาจะเป็นทางเดินไปที่ห้องนอน เราเลี้ยวซ้ายเข้ามาดูในห้องน้ำกันก่อน สุขภัณฑ์จะใช้เหมือนเดิมเลยนะคะ พื้นที่อาบน้ำขนาดใกล้เคียงกับของห้องนอนเล็ก คราวนี้เราเดินเข้ามาดูด้านในกันบ้าง พื้นที่ห้องนอนค่อนข้างใหญ่เลยนะคะ โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่ถ้าใครชอบเตียงใหญ่ๆ จัด 6 ฟุตไปเลยก็ได้นะคะ วางได้สบายๆ ส่วนด้านปลายเตียงมีพื้นที่เหลือเยอะมาก โครงการ Built-in เป็นโต๊ะทำงานยาวหรือจะวางทีวีก็ได้ เชื่อมต่อไปจนถึงตู้เสื้อผ้าที่วางอยู่หน้าห้องน้ำ คราวนี้เราจะขึ้นไปดูที่ชั้น 3 กันบ้างนะคะ ด้านซ้ายมือจะเป็นประตูของห้องนอนที่เราดูเมื่อกี้ ส่วนด้านขวาจะเป็นประตูของห้อง Master Bedroom ที่อยู่บนชั้น 3 เข้าประตูมาแล้วจะเป็นบันไดขึ้นที่ไปชั้น 3 ขึ้นมาแล้วชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ของห้องนอน Master ทั้งหมด ให้อารมณ์เหมือนเป็นห้อง Penthouse ผนังจะโล่งแบบนี้เลยนะคะ ช่วยให้ห้องยิ่งดูใหญ่ขึ้นมาอีก โครงการจัดห้องมาให้ดูอย่างสวยงามเลยค่ะ ปลายเตียงมีพื้นที่ให้ Built-in ชั้นวางทีวี เลยจากเตียงนอนเข้ามา จะมีพื้นที่ Living Area เล็กๆ เป็นของตัวเอง วางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้สบายๆ ถัดออกมาจะเป็นระเบียง กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงค่อนข้างกว้างเลยนะคะ จัดวางเก้าอี้ไว้นั่งเล่นชมวิวยามเย็นได้เลย มุมมองย้อนกลับเข้าไปด้านในห้อง อีกด้านโครงการตกแต่งเป็นพื้นที่แต่งตัวแบบ Walk-in Closet อยู่ด้านหน้าห้องน้ำ พื้นที่ในห้องน้ำจะใหญ่กว่าห้องน้ำห้องอื่นๆ อยู่สักหน่อยนะคะ พื้นที่อาบน้ำโครงการกั้นกระจกมาให้ด้วย บ้านอีก Type มีชื่อเรียกว่า “Full Space Multi-Function Area” บ้านหลังนี้จะเหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิกเยอะหน่อย เพราะแบ่งเป็น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำค่ะ พื้นที่ชั้น 2 และ 3 จะมีชั้นละ 2 ห้องนอน โดยห้องนอนใหญ่ หรือ Master Bedroom จะขยับลงมาอยู่ที่ชั้น 2 แทนนะคะ ห้องนี้จะเป็นห้องเดียวในบ้านที่มีห้องน้ำในตัวค่ะ ต่างจากแบบแรกที่มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง แปลนบ้านแบบ FULLSPACE FUNCTION 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ แบบบ้านก็จะเหมือนกับ Type A ที่เราดูมาเมื่อกี้เลยนะคะ หน้าบ้านกว้าง 5 เมตร จอดรถได้ 2 คันเหมือนกัน บ้านนี้เป็นหลังมุมเลยมีพื้นที่ข้างบ้านเหลืออยู่พอสมควร อย่างที่บอกนะคะว่า Layout บ้านจะเหมือนกันแทบทุกอย่าง เข้าบ้านแล้วจะเจอส่วน Living Area ขนาดใหญ่ก่อนเลยค่ะ พื้นที่ Living Area กว้างขวาง Built-in ชั้นวางทีวีจอใหญ่ๆ ได้สบายๆ ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นส่วน Dining Area มีโต๊ะทานอาหาร วางอยู่ใกล้ๆ กับห้องครัว ห้องครัว Type นี้โครงการติดตั้งกระจกกั้นเลยดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น และยังช่วยไม่ให้กลิ่นอาหารเข้ามาในบ้านอีกด้วย ภายในห้องครัวที่โครงการ Built-in มาให้ดูเป็นตัวอย่าง ห้องน้ำจะอยู่ใต้บันไดเหมือนเดิมนะคะ บันไดขึ้นชั้น 2 ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะแบ่งเป็น 2 ห้องนอนเหมือนเดิมนะคะ ห้องแรกจะเป็นห้อง Master Bedroom ขนาดจะใหญ่พอสมควร วางเตียง 6 ฟุตลงไปได้สบายๆ ฝั่งปลายเตียงโครงการ Built-in เป็นโต๊ะทำงานยาว หรือจะทำเป็นชั้นวางทีวีไว้ในห้องนอนด้วยก็ได้นะคะ ต่อจากโต๊ะทำงานโครงการตกแต่งเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ไว้หน้าห้องน้ำ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ของ Nahm เหมือนเดิมนะคะ การจัดวาง Layout ก็จะคล้ายๆ กันค่ะ พื้นที่เปียกสำหรับอาบน้ำ ส่วนห้องเล็กโครงการตกแต่งเป็นห้องพักผ่อน และห้องทำงาน วางโซฟา L-Shape ไว้นั่งพักผ่อนชิวๆ มีโต๊ะทำงานเล็กๆ วางไว้ริมหน้าต่าง ห้องน้ำในห้องนอนเล็ก ขึ้นมาถึงชั้น 3 Type นี้จะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน ห้องแรกจะเป็นห้องนอนเล็ก โครงการวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตลงไปพอดีเป๊ะ เหมาะกับทำเป็นห้องนอนให้เด็กๆ ปลายเตียง Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าและพื้นที่นั่งเล่นเล็กๆ เหมาะกับเด็กน้อยเป็นที่สุด บนชั้น 3 จะมีห้องน้ำห้องเดียวนะคะ ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง อาจจะต้องใช้ร่วมกัน มาที่ห้องนอนอีกห้องขนาดจะใหญ่ขึ้นมาหน่อย ห้องนี้วางเตียง 5 ฟุตกำลังดีเลยค่ะ ยังมีพื้นที่เหลือพอให้วางโต๊ะข้างเตียง และโต๊ะทำงานเล็กๆ ได้อีก พื้นที่หน้าบ้านของบ้านทุกยูนิต มีหน้ากว้าง 5 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คัน ซึ่งบ้านทั้ง 2 Type มีพื้นที่ใช้สอย 170 ตร.ม. เท่ากันเลยนะคะ แค่แบ่งฟังก์ชั่นห้องไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการของลูกบ้านเลยค่ะ ว่าบ้านแบบไหนเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวมากกว่ากัน นอกจากเรื่องฟังก์ชั่นการใช้สอยภายในตัวบ้านแล้ว ถ้าครอบครัวไหนอยากมีพื้นที่ทำสวนในบ้าน ก็แนะนำให้เลือกแปลงหัวมุมค่ะ เพราะขนาดที่ดินจะใหญ่ขึ้น ทำให้ได้พื้นที่ข้างบ้านไว้ปลูกต้นไม้ทำสวนเล็กๆ ค่ะ โครงการ “The Ricco Town วัชรพล” นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจนะคะ ราคาบ้านเปิดมาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ในทำเลเดียวกัน ใครที่กำลังมองหาบ้านซักหลังสำหรับสมาชิกในครอบครัว บ้านทาวน์โฮมโครงการนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีนะคะ แถมราคาก็ไม่ได้สูงจนเกินไป น่าจะอยู่ในงบประมาณที่เอื้อมถึงค่ะ ยิ่งถ้าคุ้นชินกับทำเลแถวนี้อยู่แล้ว ก็น่าจะเห็นถึงศักยภาพความเหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยได้ชัดเจนขึ้น ทั้งเรื่องความเป็นแหล่งชุมชนมีความอุดมสมบูรณ์ สาธารณูปโภครอบๆ โครงการก็สามารถตอบสนองความต้องการได้ครบถ้วนค่ะ ยิ่งถ้าในอนาคตรถไฟฟ้าสายสีชมพูเปิดให้บริการได้เมื่อไหร่ ชีวิตประจำวันก็จะสะดวกมากขึ้น ถึงตอนนั้นจะหาบ้านดีๆ ในราคาไม่เกิน 5 ล้านคงยากแล้วล่ะ ใครที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมโครงการ และบ้านตัวอย่างได้ เผื่อจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ หรือจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อน ก็สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 02 519 9511 หรือ นัดหมายเข้าเยี่ยมชมโครงการ คลิก https://goo.gl/isp7G4
Private Nirvana Residence North ‘n East (รีวิวบ้านเดี่ยว)

Private Nirvana Residence North ‘n East (รีวิวบ้านเดี่ยว)

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปดูโครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East ในย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม) โซนด้านหลัง CDC เลยครับ สำหรับโครงการนี้จะแบ่งออกเป็นฝั่ง North และ East นะครับ พื้นที่โครงการอยู่ติดกัน แต่แยกส่วนการดูแลออกจากกันอย่างชัดเจน โดยที่ Private Nirvana Residence North จะมีแบบบ้านเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  ในขณะที่ Private Nirvana Residence East ที่เราจะพาไปดูกันในครั้งนี้ เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ซึ่งเราได้ข่าวว่าทางโครงการมีการปรับปรุง ปรับเปลี่ยนวัสดุกันนิดหน่อย เดี่ยวไปดูกันครับว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง       รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น   North เริ่มต้น 15.50 ล้านบาท , East  เริ่มต้น 23.50 ล้านบาท เจ้าของโครงการ   Private Nirvana Co., Ltd. ลักษณะโครงการ   บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 54 ยูนิต และ 3 ชั้น จำนวน 57 ยูนิต ที่ตั้งโครงการ   ซอยโยธินพัฒนา 11 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เนื้อที่ทั้งหมด   โครงการ North เนื้อที่ 12 - 2 - 96 ไร่ , East เนื้อที่ 14 - 0 - 11 ไร่ ค่าส่วนกลาง   65 บาท/ตารางวา   วิธีการเดินทาง   การเดินทางในครั้งนี้ เราเริ่มต้นจากแยกเกษตร วิ่งมาตามถนนประเสริฐมนูกิจมาเรื่อยๆ จนถึงแยกเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ตรงแยกนี้เราเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม มุ่งหน้าไปทางลาดพร้าวอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอยโยธินพัฒนาได้เลย ซึ่งจุดสังเกตุหลักๆ ตรง หน้าปากซอยคือ ห้าง Chic Republic จากนั้นก็ให้ชิดขวาสังเกตุป้าย “บ้านลาดพร้าว” ตรงด้านหลัง Chic Republic เลยครับ ซอยนี้ชื่อว่า “ซอยโยธินพัฒนา 11” เลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ  600 เมตร จะเห็นโครงการ 15 Gates ตรงนี้ก็เลี้ยวซ้ายและข้ามสะพานข้ามคลองไปอีกนิดหน่อย ก็ถึงหน้าทางเข้าโครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East  ที่อยู่ฝั่งซ้ายมือแล้วครับ ต้องขอบอกก่อนเลยนะครับว่าพอถึงหน้าโครงการแล้วหลายคนอาจจะงงๆ หน่อย เพราะฝั่งตรงข้ามโครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East จะเป็นโครงการรุ่นพี่ที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วชื่อโครงการ Private Nirvana Residence ตั้งอยู่ฝั่งขวามือ แต่ถ้าเรามาจากทางแยกลาดพร้าว ก็วิ่งตรงมาตามถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์) มาเรื่อยๆ พอเห็น The Crystal Park ทางซ้ายมือ ก็ชิดขวาเตรียมกลับรถมาที่ซอยหลัง Chic Republic เหมือนเดิม   การเดินทางในย่านนี้จะสะดวกมากกว่าถ้าใช้รถส่วนตัว ทั้งเรื่องเส้นทางถนนที่เชื่อมต่อกับถนนหลายสาย ทั้งลาดพร้าว-รัชดา ประเสริฐมนูกิจ-พหลโยธิน-วิภาวดี เพชรบุรี-พระราม 9 หรือวงแหวนรอบนอก-มอเตอร์เวย์  ทำให้สามารถเดินทางเข้าออกเมืองได้ง่ายหลากหลายทาง และยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ไม่ไกลอีกด้วย แต่สภาพการจราจรในบริเวณนี้อาจจะหนาแน่นอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็นของวันทำงาน ทั้งแยกลาดพร้าว และแยกเกษตรนวมินทร์ ที่มีปริมาณรถเยอะเป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ในแถบนี้อาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควรครับ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยซึ่งถือว่าค่อนข้างเป็นส่วนตัว แต่ก็มีข้อดีในเรื่องของความเงียบสงบกว่าโครงการที่อยู่ติดถนนใหญ่   เราซูมลงมาใกล้ๆ จะเห็นว่าโครงการ Private Nirvana Residence North 'n East จะตั้งอยู่ภายในซอยโยธินพัฒนา 11 หรือซอยที่ติดกับ Chic Republic นั่นเอง เราเริ่มกันตรงถนนประดิษฐ์มนูธรรม ก่อนจะเลี้ยวเข้าถนนโยธินพัฒนาหรือซอยข้างๆ Chic Republic กันเลยนะครับ พอเลี้ยวซ้ายเข้าซอยโยธินพัฒนานิดเดียว ให้เตรียมตัวเลี้ยวขวาเข้าซอยโยธินพัฒนา 11 เลยนะครับ ปากซอยจะมีป้ายหมู่บ้านลาดพร้าวติดอยู่ สังเกตได้ไม่ยากครับ จากนั้นตรงเข้าซอยไปเรื่อยๆ เลยครับ ตรงมาเรื่อยๆ จะเจอสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายนะครับ สังเกตุที่ป้ายบอกทางของโครงการ จะมีอยู่ตลอดทาง รับรองไม่หลงแน่นอนครับ เลี้ยวซ้ายมาแล้วตรงไปอีกนิดเดียวก็ถึงโครงการแล้วครับ ถึงหน้าโครงการอาจจะสับสนสักหน่อยนะครับ เพราะจะมี Private Nirvana อยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งขวาจะเป็นโครงการ Private Nirvana Residence โครงการแรก ซึ่งสร้างเสร็จ และลูกบ้านเข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว ส่วนโครงการ Private Nirvana Residence North 'n East จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ทางเข้าโครงการ เข้ามาแล้วจะเห็นสำนักงานขายโครงการอยู่ทางขวามือ   สถานที่สำคัญใกล้เคียง CDC Chic Republic The Crystal Central Festival East Ville Crystal Park The Walk (Index Living Mall) Festival Walk Tesco Lotus Home Pro   วิเคราะห์รอบโครงการ   โครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East อยู่ในบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์) ในย่านที่มี Community Mall ชิคๆ อยู่ใกล้ๆ เป็นจำนวนมาก ไล่ตั้งแต่ Chic Republic, CDC, Crystal Park, The Walk, Festival Walk, Navamin City Avenue และห้าง Central Festival East Ville ที่กำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ ซึ่งแต่ละแห่งก็มีสไตล์ร้านค้า ร้านอาหารที่ค่อนข้างแตกต่างชัดเจน นับเป็นแหล่งช็อปปิ้งหลักๆ ที่คนในย่านนี้พึ่งพาอาศัยได้หายห่วง แต่ถ้าไม่อยากออกไปไหนไกล ช่วงปากทางเข้าซอยโยธินพัฒนาก็มีซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วย เช่นเดียวกับร้านอาหารก็มีให้เลือกพอสมควร รวมถึงในย่านนี้ก็มีร้านอาหารดังอีกหลายร้านให้เลือกแทบไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว   ทำเลในแถบนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยในรูปแบบบ้านเดี่ยวแทบทั้งนั้น ซึ่งแต่ละโครงการก็มีขนาดใหญ่อยู่ไม่น้อยเลย ตลอดทางเข้ามาที่โครงการมีเพื่อนบ้านให้อุ่นใจเยอะมากทั้ง 15 Gates, Town X+, บ้านลาดพร้าว และ Private Nirvana Residence แต่บรรยากาศในซอยก็ไม่ได้พลุกพล่านมากนะครับ ยิ่งเข้ามาในโครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East ด้วยแล้ว ยิ่งเงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัยมากๆ ซึ่งอันนี้คือข้อดีอย่างหนึ่งของโครงการที่อยู่ลึกเข้ามาในซอยแบบนี้ครับ เดี๋ยวเราไปดูที่ตัวโครงการกันเลยดีกว่า   โครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East จะแบ่งพื้นที่ของโครงการออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ นะครับ หลังจากผ่านประตูทางเข้าโครงการมาจะเจอกับสำนักงานขายและสะพานข้ามคลองบ้านบึง จากนั้นเราก็จะเข้าสู่พื้นที่ส่วนแรก โซนนี้ในอนาคตจะเป็นพื้นที่ของ Sport Complex ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางรวม Facility หลักๆ ของโครงการทั้ง สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานโอลิมปิค ฟิตเนสขนาดใหญ่ สตูดิโอโยคะ ห้องแอโรบิค ห้องซาวน่า ห้องสตีม แยกชายหญิง รวมไปถึงห้องสมุด และมุมพักผ่อน โดยในส่วนของ Sport Complex ลูกบ้านทุกหลังจะได้สิทธิ์ใช้ฟรี 2 ปี หลังจากนั้นทางโครงการจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมราคาพิเศษในลักษณะ Member สำหรับลูกบ้านที่ต้องการใช้บริการต่อ ทำให้ลูกบ้านที่ไม่ต้องการ หรือไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ Sport Complex ไม่ต้องรับภาระค่าส่วนกลางตรงส่วนนี้ครับ   ถนนหลักเข้าสู่โครงการ ด้านขวามือจะเป็นสำนักงานขายโครงการ สะพานข้ามคลองบ้านบึง ก่อนเข้าสู่พื้นที่ส่วนแรกของโครงการ พอข้ามคลองบ้านบึงมา ที่เห็นพื้นที่โล่งๆ ทางขวามือจะเป็น Sport Complex ของโครงการ ถนนหลักของโครงการจะกว้าง 12 เมตร ส่วนถนนย่อยจะกว้าง 10 เมตร   พื้นที่ส่วนที่ 2 และ 3 จะเป็นโซนที่พักอาศัยครับ โดยจะแบ่งเป็น Private Nirvana Residence North และ Private Nirvana Residence Eastแต่ละส่วนจะมีประตูทางเข้า-ออกของตัวเอง และมีการแยกนิติบุคคลออกจากกันด้วยเช่นกัน ในขณะที่พื้นที่และจำนวนบ้านในแต่ละโซนก็จะต่างกันออกไปด้วยนะครับ ซึ่งจะขอแยกรายละเอียดคร่าวๆ ให้ได้เห็นกันดังนี้   Private Nirvana Residence North มีพื้นที่ทั้งหมด 12.6 ไร่ โดยแบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนที่ดินขนาด 52.4-82.5 ตร.วา จำนวน 54 หลัง ซึ่งเหมาะกับครอบครัวขนาดไม่ใหญ่มากครับ มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 265 ตร.ม. แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ห้องแม่บ้าน และจอดรถได้ 2 คัน ในขณะที่ Private Nirvana Residence East มีพื้นที่ 14 ไร่ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น บนที่ดินขนาด 63.6-94.2 ตร.วา จำนวน 57 หลัง โดยมีให้เลือกทั้งแบบ 3 ห้องน 5 ห้องน้ำ หรือ 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ซึ่งทั้ง 2 แบบ มาพร้อมกับห้องแม่บ้านและที่จอดรถ 3 คันเหมือนกันครับ อันนี้ก็จะเหมาะกับครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ด้วยพื้นที่ใช้สอยมากถึง 430 ตร.ม. เลยทีเดียว แบบบ้านทั้งฝั่ง Private Nirvana Residence North และ Private Nirvana Residence East ดูจากภายนอกจะมีความใกล้เคียงกันมาก ด้วยคอนเซปต์ในการออกแบบ “Living Along The Trees” ให้รูปแบบบ้านอิงแอบไปกับธรรมชาติ แทรกพื้นที่สีเขียวร่มรื่นในหลายๆ ส่วนของบ้าน และพื้นที่โครงการ ดีไซน์ตัวบ้านมาในสไตล์โมเดิร์น เรียบๆ ร่วมสมัย ไม่ฉูดฉาด สวยเก๋แบบดีเทลไม่ต้องเยอะ แต่ดูสวยเนี๊ยบกันอีกนานครับ ความเนี๊ยบเรียบง่ายยังขยายรวมไปถึงระบบสายไฟลงดินที่เก็บเรียบร้อยทั้งโครงการ ช่วยเพิ่มให้ทัศนียภาพรอบๆ บ้านสบายตา ไม่มีสายไฟระโยงระยางให้เกะกะสายตาครับ   พาชมบ้านตัวอย่าง   บ้านตัวอย่างที่เราเลือกมาให้ชมกันในครั้งนี้ เป็นบ้านในโซน Private Nirvana Residence East นะครับ เพราะได้ข่าวว่าทางโครงการมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมดีไซน์ วัสดุ การตกแต่ง ให้ดูทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนไหนบ้างเดี๋ยวเราค่อยๆ ไล่ดูกันไปทีละส่วนพร้อมกันครับ   ก่อนอื่นต้องแจ้งให้ทราบก่อนนะครับว่าบ้านทุกหลังทางโครงการจะไม่ได้รวมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอย่างที่เห็นในบ้านตัวอย่าง ซึ่งอันนี้ลูกบ้านสามารถตกแต่งภายในกันได้เต็มที่เลย นอกเหนือจากวัสดุ สุขภัณฑ์ สิ่งปลูกสร้างหลักๆ ที่มากับตัวบ้านแล้ว สิ่งที่ทางโครงการจะให้มาพร้อมตัวบ้านด้วยก็คือ ระบบสัญญาณกันขโมย. กล้อง CCTV 4 จุด, ประตูรั้วรีโมท, Digital Door Lock ที่ประตูหลัก, เครื่องปรับอากาศ 5 เครื่อง และเครื่องทำน้ำร้อน 3 เครื่อง ทั้งหมดนี้เป็นแค่ตัวอย่างคร่าวๆ เท่านั้น สเปควัสดุ อุปกรณ์คุณภาพอื่นๆ ยังมีอีกหลายรายการเลยทีเดียว   บ้านตัวอย่างหลังนี้เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาด 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ และ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัว ถ้าดูจากแปลนบ้านของ Private Nirvana จะสังเกตุได้ว่าส่วนใหญ่จะค่อนข้างเรียบง่าย เน้นไปในส่วนพื้นที่ใช้สอยให้คนในบ้านได้มีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกัน ในขณะที่พื้นที่ส่วนตัวก็ยังคงเหมาะสมกับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ เริ่มด้วยบริเวณชั้นล่างจะให้น้ำหนักกับ Living Area ที่เชื่อมมุมนั่งเล่นกับครัวเข้าด้วยกัน ทำให้วางโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ๆ ได้สบาย ยิ่งถ้าจะจัดปาร์ตี้เชิญเพื่อนๆ ซัก 10-15 คนก็ยังรับไหวนะครับ ตรงห้องครัวจะมีประตูเปิดออกไปที่ส่วนของครัวไทยที่อยู่ด้านหลังบ้านด้วย เวลาคุณแม่บ้านทำกับข้าวก็ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นจะรบกวนเข้าในบ้าน อีกจุดที่เราชอบมากคือ ประตูกระจกบานใหญ่ที่อยู่ด้านข้างของตัวบ้านทั้งสองด้าน ซึ่งทำให้ตัวบ้านดูโปร่งและกว้างมากขึ้นไปอีก แถมยังช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติ และวิวสีเขียวของสวนข้างบ้านได้อีกด้วย นอกจากนี้ทางโครงการยังมีการปรับพื้นที่ใช้สอยในชั้นนี้ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มห้องนอนเล็กอีกห้องพร้อมห้องน้ำในตัว สามารถใช้เป็นห้องรับรองแขก หรือจะเป็นห้องสำหรับสมาชิกในบ้านก็ได้เช่นกัน แปลนบ้านที่ชั้น 1 เราเริ่มจากด้านหน้าบ้านกันเลยนะครับ ตัวบ้านออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์น เน้นความเรียบเท่ห์ไม่เหมือนใคร พื้นที่หน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 3 คัน ครอบครัวไหนที่มีรถหลายคันนี่เหมาะเลยครับ จากนั้นลองมองขึ้นไปดูที่หลังคาจะเป็นหลังคา เซรามิก เอ็กเชลล่า ของ SCG ซึ่งนำความร้อนต่ำเมื่อเทียบกับกระเบื้องหลังคาคอนกรีตทั่วไป แถมยังทำความสะอาดตัวเองได้ดี จึงทำให้สีสวยตลอดอายุการใช้งาน ลานจอดรถหน้าบ้านปูด้วยกระเบื้องตามแบบที่เห็นในบ้านตัวอย่างเลยครับ พื้นที่กว้างขวางมากพอไม่ใช้ว่าจอด 3 คันแบบเบียดๆ นะครับ ตรงบริเวณที่จอดรถจะมีห้องเก็บของ ซึ่งเป็นแบบประตูบ้านเลื่อน สามารถเก็บเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ได้เลย ประตูห้องเก็บของเป็นบานเลื่อน พื้นที่ภายในกว้างพอที่จะเก็บข้าวของและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ได้พอสมควร ทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ทางเดินเข้าบ้านปูกระเบื้องบนพื้นหญ้าและโรยหิน ก่อนถึงประตูบ้านเป็นชานพักยกพื้นสูงขึ้นมาอีกเล็กน้อย ชานพักบริเวณนี้จะปูด้วยกระเบื้องโทนสีเทา มีที่กว้างพอใช้เป็นมุมนั่งใส่รองเท้าได้สบายๆ ประตูบานหลักจะใช้แบบ Digital Door Lock ของ Samsung ทุกหลังนะครับ อันนี้เป็นสเปคที่ทางโครงการเพิ่มเข้ามาให้ทีหลัง จากที่ก่อนหน้าจะใช้เป็นคันโยกล็อคสองชั้น ประตูหลักบานนี้วัสดุเป็นอลูมิเนียม YKK AP อย่างดี มีขอบยางปิดสนิทกันทั้งฝุ่นแมลง และเสียงรบกวนได้ดีทีเดียว ตรงด้านข้างเจาะช่องแสง ทำให้โถงทางเดินบริเวณนี้มีแสงธรรมชาติช่วยส่องสว่างมากขึ้นครับ บริเวณผนังใกล้กับประตูจะมีชุดสวิชไฟ และสัญญาณกันขโมยของ DSC ติดอยู่ สะดวกมากในการตั้งสัญญาณกันขโมยก่อนออกจากบ้าน ด้านข้างประตูจะเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 ประตูที่อยู่ติดกันนั่นเป็นห้องใต้บันไดครับ ห้องใต้บันไดนอกจากจะเป็นห้องเก็บของแล้ว ยังเป็นห้องระบบไฟและกล้องวงจรปิดด้วย ซึ่งพื้นที่ภายในก็กว้างใช้ได้เลยทีเดียว Living Area โซนแรกเมื่อเดินเข้าบ้านมา วางชุดรับแขกไว้ชุดใหญ่ติดกับประตูกระจก ซึ่งเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ทำให้มุมนี้ดูโอ่อ่าสบายตามากๆ ครับ จริงๆ พื้นที่บริเวณนี้กว้างพอจะวางชุดโซฟาขนาด 7-8 ที่ได้สบายๆ แต่ในบ้านตัวอย่างเลือกชุดที่เล็กลงมาหน่อย เพื่อให้เหมาะกับบรรยากาศสบายๆ สามารถมองเห็นสวนข้างบ้านได้ชัดเจน ส่วนพื้นบริเวณชั้นล่างจะปูด้วยกระเบื้องนำเข้าลายหินอ่อนแผ่นใหญ่ทั้งหมด Living Area บริเวณชั้นล่าง จัดแบ่งเพื่อที่ใช้สอยให้มี Dining Area เชื่อมต่อถึงกัน พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางสามารถจัดปาร์ตี้ได้สบาย พร้อมด้วย Pantry ครัวฝรั่งแบบครบชุด ในบ้านตัวอย่างเลือกวางมีโต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ขนาด 6 ท่าน และ Built-in ตู้เก็บของเต็มผนังติดกับ Pantry เลย เคาน์เตอร์ครัว Built-in มาแบบจัดเต็ม เน้นโทนสีเทา-ขาวเรียบหรู มีพร้อมทั้งตู้แช่ไวน์ ไมโครเวฟ อีกด้านตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัว Built ตู้ด้านหลังแขวนทีวี เป็นอีกมุมสังสรรค์ของครอบครัว Island Counter ทำครัวขนาดใหญ่ มีพื้นที่วางข้าวของสำหรับเตรียมอาหารมากมาย ทางโครงการติด Hood ลอยดีไซน์ทันสมัย ไว้เป็นไอเดียสำหรับใครที่อยากได้ครัวเปิดกลางบ้าน ก็สามารถเก็บไว้เป็นแนวทางตกแต่งได้ Dining Area มุมนี้อยู่ติดกับประตูกระจกบานใหญ่อีกด้าน แสงธรรมชาติช่วยส่องสว่างได้เต็มที่ พื้นที่ข้างบ้านด้านที่ติดกับห้องครัว มีชานบ้านกว้างวางชุดสนามไว้นั่งเล่นจิบชาในสวนได้ หรือจะเปิดประตูกระจกออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดปาร์ตี้ให้กว้างขึ้นไปอีกก็ได้ ประตูกระจกบานใหญ่เต็มบาน กรอบอลูมิเนียม YKK AP แน่นหนามากๆ และถึงจะเป็นกระจกบานใหญ่แต่ก็เลื่อนได้สมู๊ทดีมาก พื้นชานบ้านด้านข้างต่ำกว่าพื้นบาน 2 ระดับ แต่ก็ไม่มากนะครับไม่ต้องกลัวเดินสะดุด ใน Living Area ทางโครงการ Built-in ตู้สูงเต็มเพดาน ซึ่งใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างทั้งเป็นตู้เก็บของ เก็บรองเท้า อีกด้านที่หันเข้าหาโต๊ะกินข้าวใช้แขวนทีวี และที่สำคัญยังทำหน้าที่เป็นเหมือผนังกั้นแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้นด้วย ด้านหลังตู้ Built-in ถูกกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น บริเวณโถงทางเดินนี้จะมีประตูออกไปยังห้องครัวไทยด้านหลังบ้าน ห้องน้ำ และห้องนอกเล็กอีกหนึ่งห้องครับ ห้องน้ำที่ชั้นล่างนี้ภายในมีกระจกบานใหญ่ อ่างล้างมือ และชุดสุขภัณฑ์ ผนังเจาะช่องหน้าต่างบานกระทุ้งให้แสงจากด้านนอกส่องสว่างได้มากขึ้น แปลนบ้านแบบใหม่ ทางโครงการจัดเพิ่มห้องนอนเล็กมาอีกหนึ่งห้องที่บริเวณชั้นล่าง ห้องนี้สามารถใช้เป็นห้องนอกแขก หรือปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน ห้องเอนกประสงค์อื่นๆ ก็ได้นะครับ ประตูห้องนอนเป็นบานไม้ มือจับเป็นแบบคันโยกของ Hafele ภายในห้องนอนเล็กพื้นที่ค่อนข้างกะทัดรัตอยู่สักหน่อย แต่ก็มีประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกไปยังสวนข้างบ้านได้ ทำหน้าที่ให้แสงสว่าง และช่วยให้ห้องดูสบายตามากขึ้น ภายในห้องจัดวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตไว้ได้กำลังดี ตกแต่งด้วยโทนสีอุ่นๆ ตัดกับสีเขียวจากต้นไม้ด้านนอก ทำให้ห้องน้ำน่าอยู่มากเลยทีเดียวครับ ประตูกระจกบานใหญ่สูงเต็มเพดาน เป็นบานอลูมิเนียม YKK AP เหมือนกับส่วนอื่นๆ ซึ่งเด่นในเรื่องกันน้ำ กันลม กันเสียงได้ดี ถึงจะเป็นห้องที่อยู่ด้านล่าง ก็ไม่ห้องห่วงเรื่องเสียงรบกวนครับ ด้านปลายเตียงทางโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ ไว้ แถมมีช่องหน้าต่างเล็กเพิ่มแสงสว่างให้มุมนี้ด้วย ภายในห้องนอนเล็กมีห้องน้ำในตัวด้วยนะครับ สะดวกและเป็นส่วนตัวมากๆ เลย ประตูห้องน้ำใช้เป็นกระจกบานเลื่อน พื้นห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องสีเทาและดรอปพื้นต่ำลงมาจากห้องนอนเพื่อป้องกันปัญหาน้ำล้นเข้าห้อง พื้นที่ในห้องน้ำมีขนาดค่อนข้างจำกัดนะครับ ทำให้การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำต้องเรียงค่อนข้างชิดกันอย่างที่เห็น ห้องอาบน้ำกั้นกระจกเทมเปอร์ กั้นพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เหนืออ่างล้างหน้าก็มีกระจกให้บานใหญ่มาก พื้นด้านในห้องอาบน้ำดรอปต่ำลงไปอีกหนึ่งสเตปนะครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำจะล้นออกนอกห้องเวลาอาบน้ำ หน้าต่างบานกระทุ้งด้านในห้องน้ำทางโครงการเลือกใช้กระจกสีขุ่นบานใหญ่ นอกจากจะให้แสงสว่างภายในห้องน้ำได้ดีแล้ว ยังสามารถเปิดออกเพื่อช่วยระบายความอับชื้นได้อีกด้วย ส่วนประตูอีกบานที่อยู่ด้านหลังตู้ Built-in จะเป็นประตูเปิดออกไปที่ครัวไทยทางด้านหลังบ้านนะครับ เปิดประตูออกมาจะเห็นเป็นลานซักล้างและพื้นที่ครัวขนาดไม่กว้างมากนะครับ ในขณะที่ทางโครงการก็ปูพื้นกระเบื้องและเว้นพื้นที่มาให้เรียบร้อยแล้ว ด้านที่ติดกับหลังประตู เว้นช่องวางท่อไว้สำหรับเครื่องซักผ้าให้เรียบร้อย พื้นตรงนี้จะยกขึ้นมาอีกเล็กน้อย เผื่อไว้เวลาทำความสะอาดห้องครัว น้ำจะได้ไม่เลอะเทอะไปถึงด้านล่างเครื่อง อีกด้านเป็นเคาน์เตอร์ครัวขนาดไม่ใหญ่มาก มาพร้อมกับซิงค์ล้างจาน ครัวบริเวณนี้เปิดโล่งถึงด้านหลังบ้านไม่มีประตูกั้นอีกชั้นนะครับ ถัดจากบริเวณครัวไทยออกมาที่ด้านหลังของตัวบ้าน จะเป็นลานซักล้าง พื้นส่วนหนึ่งปูกระเบื้องไว้และปลูกต้นไม้ได้ยาวตลอดริมรั้วเลย หันกลับมาอีกด้านของส่วนซักล้าง ตรงนี้จะเป็นทางเข้าห้องนอนแม่บ้านและห้องน้ำ ส่วนตรงมุมรั้วจะเป็นตำแหน่งวางแท็งค์น้ำและปั๊มน้ำ ห้องน้ำแม่บ้านจะอยู่แยกออกมาจากตัวห้องนะครับ อยู่ตรงส่วนซักล้างใกล้ๆ กันนั่นแหละครับ ภายในห้องน้ำก็จะมีอ่างล้างหน้า สุขภัณฑ์ และฝักบัวครบชุด แต่ไม่ได้แยกส่วนแห้งส่วนเปียกให้เท่านั้นเอง ติดกับห้องน้ำ จะเป็นห้องแม่บ้าน ซึ่งอยู่บริเวณริมสุดของตัวบ้านด้านหลังเลยครับ พื้นที่ภายในขนาดกระทัดรัดครับ วางที่นอนและตู้เก็บของได้อีกหน่อย มีหน้าต่างบานเกล็ดอีกบาน ด้านล่างนี้เป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพแบบ 360 องศา ที่เรานำมาช่วยในการทำรีวิว ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพของส่วนต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น สามารถใช้เม้าส์หมุนที่ภาพไปทางซ้าย-ขวา หรือขึ้น-ลง ได้เลยนะครับ Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA บริเวณ Living Area ที่ชั้น 1 Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA                                                                                           ห้องนอนเล็กที่ชั้น 1 ในขณะที่แปลนของชั้น 2 และ 3 จะเป็นพื้นที่พักอาศัยที่เน้นความเป็นส่วนตัวขึ้นมากอีก แต่ก็ไม่ลืมพื้นที่นั่งเล่นที่สมาชิกในบ้านจะได้มาสังสรรค์ร่วมกัน โดยทางโครงการเลือกออกแบบให้ห้องนั่งเล่นของครอบครัวบริเวณชั้น 2 เป็นแบบ Double Space ที่มาพร้อมกับระเบียงรอบด้าน ซึ่งเราสามารถปลูกต้นไม้ ทำสวนเล็กๆ ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับตัวบ้าน แถมยังได้มุมพักผ่อนที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวกว่าการนั่งเล่นในสวนหน้าบ้านอีกนะครับ ในขณะที่พื้นที่ที่เหลืออีกกว่าครึ่งบนชั้นนี้ถูกตกแต่งเป็น Master Bedroom ที่จัดเต็มด้วยทุกรายละเอียดของการอยู่อาศัย ทั้งบริเวณห้องนอนขนาดใหญ่ มีมุมนั่งเล่นในห้อง Walk in Closet ขนาดใหญ่ และห้องน้ำกว้างขวางที่มาพร้อมชุดสุขภัณฑ์ที่ทันสมัยมากๆ แปลนบ้านชั้น 2 ขึ้นมาบนชั้น 2 จะเป็นโถงทางเดินไปยังส่วนต่างๆ ของชั้นนี้ครับ พื้นของชั้นบนจะปูด้วยไม้เอนจิเนียรมาตรฐานการส่งออกสวยงาม ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับตัวบ้านได้เป็นอย่างดี บนชั้น 2 มีห้องน้ำแยกออกมาให้อีกหนึ่งห้องนะครับ อยู่ใกล้ๆ กับบันไดทางขึ้นเลย ซึ่งทางโครงการก็ออกแบบให้พื้นที่ตรงนี้สามารถใช้สอยประโยชน์ได้มากขึ้น ด้วยการ Built-in Pantry เล็กๆ เพิ่มเข้ามา Pantry บริเวณหน้าห้องน้ำนี้ถูกจัดไว้เป็นอย่างดีครับ มีซิงค์ล้างจานบนเคาน์เตอร์ พร้อมด้วยตู้เก็บของทั้งด้านบนและล่าง แถมเว้นช่องไว้วางตู้เย็นมาให้แล้ว เป็นอีกหนึ่งมุมสำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่มและของว่างเล็กๆ น้อยๆ สำหรับสมาชิกในบ้าน โดยไม่ต้องเดินกลับลงไปถึงชั้นล่างครับ ห้องน้ำที่บริเวณชั้น 2 นี้ ยังคงมีเพียงอ่างล้างหน้าและชุดสุขภัณฑ์นะครับ ไม่ได้มีส่วนอาบน้ำ เพราะเป็นห้องน้ำส่วนกลาง สำหรับสมาชิกทุกคนเวลามารวมตัวกันทำกิจกรรมที่บริเวณชั้น 2 นี้ครับ จะได้ไม่ต้องรบกวนห้องน้ำในห้องส่วนตัวของกันและกัน อ่างล้างหน้ายี่ห้อ Kohler ขนาดใหญ่ มีพื้นที่วางของด้านข้างมากขึ้น และบริเวณ top เหนืออ่างล้างหน้าเป็น Low Wall ทำเคาน์เตอร์เล็กๆ ใช้วางของได้เพิ่มมากขึ้น ใต้อ่างล้างหน้ามีลิ้นชักสำหรับเก็บข้าวของเครื่องใช้ ซึ่งน่าจะเพียงพอและช่วยให้ภายในห้องน้ำเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นด้วย เหนืออ่างล้างหน้าติดกระจกเงาบานใหญ่ ทำเป็น Light Box เพิ่มแสงสว่างและบรรยากาศไปอีกแบบ ในห้องน้ำมีระเบียงเล็กๆ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเต็มพื้นที่ นอกจากจะช่วยให้แสงธรรมชาติมากขึ้นแล้ว ยังสามารถเปิดออกไปที่ระเบียงได้ด้วยนะครับ ซึ่งทางโครงการจัดเป็นสวนเล็กๆ โรยหินกรวดสวยๆ และปลูกต้นไม้ช่วยพรางสายตาอีกชั้นหนึ่ง โซนถัดมาที่บริเวณชั้น 2 จะถูกแบ่งเป็น Living Area และ Master Bedroom ครับ ซึ่งพื้นที่สองส่วนนี้อยู่ติดกันเลย ในขณะที่ Master Bedroom ก็ยังไม่เสียความเป็นส่วนตัวไปซักนิดครับ Living Area บนชั้น 2 นี้จะกินพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งเลยนะครับ ทางโครงการจัดให้เป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยระเบียงที่จัดเป็นสวนสวยร่มรื่น อย่างที่เห็นนะครับ Living Area ใช้ประตูกระจกบานใหญ่จรดเพดานทั้ง 2 ด้าน ทำให้บริเวณนี้ได้รับแสงธรรมชาติแบบเต็มๆ ทางโครงการเลือกตกแต่งมุมนี้เป็นมุมนั่งเล่น อ่านหนังสือ พร้อมกับมุมทำงานเล็กๆ ซึ่งสมาชิกในครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมร่วมกันได้ จึงจัดวางโชฟาไว้ชุดใหญ่ และ Built-in ชั้นวางหนังสือเต็มผนัง ซึ่งสูงขึ้นไปถึงบนชั้น 3 เลยทีเดียว ไฮไลท์ของ Living Area ที่ชั้น 2 นี้ ทางโครงการเพิ่มความหรูหราด้วยเพดานแบบ Double Space ซึ่งกินพื้นที่ขึ้นไปถึงชั้น 3 ทำให้บริเวณนี้ดูโอ่โถงสบายตาจนเกือบลืมไปว่าเรากำลังนั่งอยู่บนชั้น 2 ของตัวบ้านนะเนี่ย อีกมุมที่เห็นชัดเจนว่าเพดานสูงขึ้นไปถึงชั้น 3 เลยนะครับ ส่วนประตูกระจกรอบด้านก็เปิดได้ทุกบาน แถมยังสูงเกือบเต็มผนังอีกเช่นกัน ในโซนนี้จะได้แอร์แบบฝังช่องแบบที่เห็นด้วย ด้านหนึ่งของ Living Area จัดเป็นมุมทำงานเล็กๆ ใกล้กับประตูกระจกมีพื้นที่สีเขียวด้านนอกให้พักสายตาได้เป็นอย่างดี ประตูกระจกสามารถเปิดออกไปที่ระเบียงได้ทุกบาน และกรอบประตูก็เป็นอลูมิเนียมมีตัวล็อคแน่นหนา สามารถกันเสียง กันน้ำ กันลมได้เป็นอย่างดี พื้นที่ระเบียงด้านนอกค่อนข้างกว้างเลยนะครับ พื้นปูด้วยกระเบื้องสีดำกันลื่น และดรอปต่ำลงมาจากพื้นบ้านอีกประมาณ 5 ซม. ไม่ต้องกลัวเรื่องน้ำจะล้นเข้าบ้านเวลาฝนตกหนักๆ นอกจากนี้ทางโครงการยังปลูกต้นไม้ไว้ให้ความร่มรื่นยาวตลอดแนวระเบียง ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวเหมือนเราได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ตามคอนเซปต์การออกแบบเลยล่ะครับ ไปดู Master Bedroom กันบ้างครับ เปิดประตูห้องตรงสุดโถงทางเดินมาก็จะเจอกับ Living Area อีกมุมที่เป็นส่วนตัวในห้องนอนใหญ่ ทางโครงการจัดแบ่งพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นมุมนั่งเล่นดูทีวีภายในห้องนอน ด้วยการจัดวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง จะได้นั่งดูหนัง ดูทีวีกันสบายๆ และตรงผนังห้องด้านนี้ก็ Built-in เป็นชั้นหนังสือโดยแขวนทีวีไว้ตรงกลางมีบานเลื่อนเปิดปิดได้ ส่วนผนังด้านขวามือมีหน้าต่างบานใหญ่ ช่วยเพิ่มแสงสว่างให้กับห้องได้อีกทาง พื้นที่ใน Master Bedroom กว้างมากขนาดที่วางเตียงขนาด King Size ลงไปแล้วยังเหลือพื้นที่ว่างอีกมาก ตำแหน่งวางเตียงทางโครงการเลือกไว้ใกล้กับหน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่อีกด้านของผนังห้องด้วย ภายในห้องค่อนข้างสว่างมากเหมือนกันนะครับในช่วงกลางวัน เนื่องจากห้องนี้มีหน้าต่างใหญ่ๆ มากถึง 2 ด้านด้วยกัน แสงอาทิตย์ส่องทั่วถึงทั้งห้องแน่นอนครับ ส่วนพื้นห้องยังคงเป็นไม้เอนจิเนียร์สีเข้ม ในขณะที่ปลายเตียงก็เจาะตำแหน่งปลั๊กเผื่อไว้สำหรับแขวนทีวีได้ด้วย ถ้าใครชอบนอนดูทีวีจากบนเตียง ก็สามารถปรับเปลี่ยนบริเวณ Living Area ในห้องให้ใช้สอยประโยชน์อื่นๆ ได้นะครับ ถัดจากห้องนอนเข้าไป จะเป็นพื้นที่ของ Walk in Closet ซึ่งทางโครงการตกแต่งผนังด้านนี้ไว้ด้วยไม้ลายเดียวกันทั้งหมด บานประตูเข้าสู่ห้องแต่งตัวเป็นบ้านสวิงคู่ แต่ของจริงจะไม่มีประตูมาให้นะครับ จะเปิดโล่งเดินถึงกันได้เลย ภายในห้องแต่งตัวจะ Built-in ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของรูปตัว L ไว้เต็มผนังด้านหนึ่ง แล้วใช้บานหน้าตู้เป็นกระจกเงาทั้งหมด ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น และยังใช้เป็นกระจกส่องเวลาแต่งตัวไปพร้อมๆ กัน ผนังอีกด้านก็ Built-in ตู้ไว้อีกเช่นกัน ในชณะที่ด้านตรงข้ามใกล้ๆ กับช่องหน้าต่างที่ให้แสงสว่างกำลังดี จัดไว้เป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งวางกระจกบานใหญ่ไว้ให้เห็นเป็นไอเดียนะครับ ของจริงเจ้าของบ้านสามารถเลือกตกแต่งโต๊ะตู้ได้ตามใจชอบเลยครับ ด้านเดียวกับโต๊ะเครื่องแป้ง มีประตูบานสวิงเป็นกระจกใส่เปิดเข้าไปสู่ห้องน้ำของ Master Bedroom ภายในห้องน้ำของ Master Bedroom ทางโครงการเลือกใช้วัสดุและการตกแต่งในโทนสีขาวสะอาดจนแสบตา ต่างจากบรรยากาศในห้องนอนและห้องแต่งตัวไปเลยทีเดียว อ่างล้างหน้าติดตั้งไว้ให้ 2 ชุด พร้อมกระจกเงาเต็มบานใหญ่ ในขณะที่ด้านล่างของอ่างล้างหน้ามีลิ้นชักเก็บของมาพร้อม และมีพื้นที่วางของเหลือเฟือเลย ด้านล่างของกระจกเป็น Low Wall ไว้ใช้วางของได้ครับ ในขณะที่ด้านหลังกระจกก็ติด Light Box ใช้ไฟสีส้มๆ ช่วยสร้างบรรยากาศอุ่นๆ ให้ในห้องน้ำ อ่างอาบน้ำแบบจากุชซี่ วางไว้ด้านที่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่ ด้านนอกเป็นผนังบล็อกแก้วที่ช่วยให้แสงผ่านได้ดี และทางโครงการก็เลือกปลูกต้นไม้เพิ่มไว้อีกจุด ช่วยเพิ่มบรรยากาศการอาบน้ำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น อีกด้านของห้องน้ำ กั้นกระจกแยกส่วนห้องอาบน้ำ และห้องทำธุระส่วนตัวไว้อย่างเป็นสัดส่วนเรียบร้อยมากๆ ชุดสุขภัณฑ์ใน Master Bedroom จะเป็นโถอัจฉริยะของ TOTO เพียงแค่เราเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาสุขภัณฑ์ก็จะเปิดขึ้นพร้อมใช้งานทันทีครับ หน้าตาสุขภัณฑ์เลือกดีไซน์กันมาแบบเรียบหรู ซึ่งตรงส่วนนี้เป็นส่วนที่ทางโครงการปรับสเปคของเข้ามาใหม่นะครับ แบบเดิมจะเป็นชุดสุขภัณฑ์แบบปกติ ชุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของ TOTO มีเซนเซอร์และแผงควบคุมมาครบ แผงควบคุมการทำงานของชุดสุขภัณฑ์ก็มาแบบมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันตามโรงแรมและห้างใหญ่ๆ ก็นิยมใช้กันแล้ว ในส่วนของห้องอาบน้ำจะปูด้วยกระเบื้องสีดำลายหินอ่อนกันลื่น มีชุดฝักบัวพร้อมก๊อกน้ำแบบหัวผสมติดตั้งมาเรียบร้อย ผนังด้านหนึ่งเจาะช่องสำหรับวางเครื่องใช้อาบน้ำ พื้นที่ในห้องน้ำกว้างมาก อาบน้ำได้สบายเลย แถมยังก่อที่นั่งเผื่อไว้นั่งอาบน้ำขัดตัวมาให้อีก และพื้นของห้องอาบน้ำนี้ก็ดรอปลงมาจากพื้นห้องน้ำปกติอีก 5 เซนติเมตร ไม่ต้องกลัวน้ำจะล้นออกนอกบริเวณเลย เพดานด้านบนของห้องอาบน้ำมี Rain Shower มาให้ด้วย ในขณะที่อีกด้านใช้เป็นผนังบล๊อกแก้วเกือบเต็มพื้นที่ เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับห้องน้ำ นอกเหนือจากดวงไฟ Down Light แบบปกติครับ พื้นที่ในห้องน้ำกว้างขวาง สามารถใช้งานพร้อมๆ กันได้สบายหายห่วง ระหว่างอ่างอาบน้ำ และเคาน์เตอร์ล้างหน้า มีประตูกระจกบานเล็กอีกบาน ที่สามารถเปิดออกไปที่ระเบียงด้านนอกได้ เปิดออกไปแล้วจะเห็นว่าเป็นตำแหน่งที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ แต่ถ้าอ้อมไปอีกด้านจะสามารถเดินออกไปที่ระเบียงตรงอ่างอาบน้ำได้ด้วยเช่นกัน Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA Living Area บนชั้น 2 Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA ห้อง Master Bedroom Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk in Closet ภายในห้อง Master Bedroom ก่อนเข้าไปถึงห้องน้ำ Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA                                                                                ห้องน้ำภายใน Master Bedroom ส่วนห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง ที่ชั้น 3 ก็ต้องบอกว่ามีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยหน้ากันเลย ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว แถมด้วยมุมอ่านหนังสือ หรือจะจัดให้เป็นมุมห้องพระหน้าห้องก็ได้ ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้จะเชื่อมถึงพื้นที่นั่งเล่นที่ชั้น 2 ด้วย แปลนบ้านของชั้น 3 ขึ้นมาถึงที่ชั้น 3 กันบ้าง พื้นบริเวณโถงทางเดินและในห้องนอนยังคงเป็นไม้เอนจิเนียร์สีอ่อน ภายในบ้านยังคงได้รับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่จากหน้าต่างบานใหญ่ตามจุดต่างๆ รอบบ้าน ทางด้านซ้ายมือของบันได จะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ซึ่งทางโครงการจัดตกแต่งให้เป็นมุมนั่งเล่น อ่านหนังสือ จิบชาสวยๆ ตรงมุมนี้บรรยากาศจะโล่งโปร่งสบายมากๆ เลยทีเดียว เพราะเป็นจุดเชื่อมถึงโถงนั่งเล่นที่ชั้น 2 ด้วย เพดานบริเวณ Double Space ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยไม้ แขวน Chandelier สวยๆ มุมนั่งเล่นตรงนี้น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนไม่มากก็น้อย มุมด้านในสุด ทางโครงการ Built เป็นหิ้งพระเรียบๆ สไตล์โมเดิร์น เข้ากับสไตล์การตกแต่งของบ้าน จากชั้น 3 สามารถก้มลงไปดูบริเวณโถงนั่งเล่นที่ชั้น 2 ได้เลยนะครับ จะว่าไปแล้วก็ดูเหมือนจะสูงมากเหมือนกัน คนกลัวความสูงอาจมีหวิวๆ ได้ ถ้ามองจากชั้น 3 ลงมา จะสามารถมองเห็นบริเวณโถงนั่งเล่นได้ชัดเจนเกือบจะทุกส่วน รวมไปถึงที่ระเบียงด้านนอกด้วยเลยนะเนี่ย อีกมุมของโถงทางเดินบริเวณชั้น 3 ครับ ตกแต่งมาแบบเรียบง่ายแต่มีสไตล์ครับ เรามาดูห้องนอนเล็กห้องแรกกันดีกว่า ห้องนี้ตกแต่งมาในสไตล์เข้มๆ เน้นโทนสีเทาดำ เฟอร์นิเจอร์เลือกใช้เป็นแบบลอยตัวเสียส่วนใหญ่ ภายในห้องเลยดูสบายๆ ไม่อึดอัด คล้ายๆ กันกับส่วนอื่นๆ ของตัวบ้านนะครับที่จะเน้นให้มีหน้าต่าง เปิดช่องให้แสงธรรมชาติเข้ามาเยอะๆ ภายในห้องนี้ก็เช่นกันครับ มีช่องหน้าต่างมากถึง 3 บานด้วยกัน ภายในห้องเลยสว่างได้โดยที่แทบจะไม่ต้องเปิดไฟเลยในช่วงกลางวัน ผนังอีกด้านของห้อง ทางโครงการเลือก Built-in ด้วยไม้ย้อมสีเทาดำ พร้อมจัดวางตำแหน่งสำหรับแขวนทีวีมาให้แล้ว แถมยังแอบซ่อนตู้เสื้อผ้าเอาไว้ที่ผนังด้านนี้ด้วย ถ้าดูเผินๆ ก็แทบจะมองไม่เห็นประตูตู้เสื้อผ้าเลยนะครับ ต้องสังเกตุกันดีๆ หน่อย ถัดเข้ามาด้านในสุดของห้องจะเป็นพื้นที่ของห้องน้ำ และมุมทำธุระส่วนตัว แล้วก็มีประตูกระจกบานเล็กที่สามารถเปิดออกไปที่ระเบียงด้านนอกได้อีกเช่นกัน ส่วนนี้จะวางอ่างล้างหน้าพร้อมติดตั้งกระจกให้เต็มบาน ด้านล่างมีพื้นที่วางเก้าอี้เล็กๆ หรือตะกร้าผ้าได้ อีกอย่างมุมนี้เปิดรับแสงจากภายนอกได้ดีเลยครับ เพราะกำแพงบล็อคแก้วตรงระเบียงนั่นแหละ ทางโครงการเลือกใช้ชุดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำที่มีดีไซน์ทันสมัย สวยงามดีนะครับ อีกด้านของห้องน้ำ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ภายในกั้น Shower Box ไว้เรียบร้อย ชุดสุขภัณฑ์ของ Kohler ตามมาตรฐานครับ ชุดฝักบัวพร้อมก๊อกหัวผสม ถึงจะไม่มีช่องวางของ แต่ Low Wall ตรงนี้ก็วางของได้เยอะพอตัวเลยแหละ ตรง Shower Box มีประตูกึ่งหน้าต่างบานใหญ่ สามารถเปิดออกเพื่อช่วยระบายความชื้นได้ และพื้นที่ด้านนอกที่เปิดไปจะเป็นระเบียงเล็กๆ ที่ไว้วางคอมเพรสเซอร์แอร์ครับ พื้นและผนังใน Shower Box เลือกใช้กระเบื้องสีเข้ม มี texture กันลื่นได้ดี และมีการออกแบบตำแหน่งสโลปสำหรับการระบายน้ำที่ดีด้วย พื้นของ Shower Box จะดรอปต่ำลงมาจากพื้นห้องน้ำอีกประมาณ 5 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำล้นออกไปที่ห้องด้านนอก สุดโถงทางเดินของชั้น 3 บริเวณหน้าห้องนอนห้องสุดท้ายจะมีหน้าต่างบานใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ เปิดออกไปจะเห็นระเบียงเล็กๆ ซึ่งเป็นตำแหน่งวางคอมเพรสเซอร์แอร์ของห้องนอนเล็กครับ ส่วนห้องนอนเล็กห้องสุดท้ายที่อยู่ด้านในสุดทางเดิน จะถูกตกแต่งในอีกสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป ห้องนี้จะเลือกวางเตียงในขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย ซึ่งพื้นที่ภายในห้องก็ยังเหลือให้ใช้สอยกันได้สบายๆ ทางด้านปลายเตียงทางโครงการ Built-in เป็นมุมทำงานเล็กๆ ติดกับจุดแขวนทีวีสูงเต็มผนัง ซึ่งของจริงจะไม่มีตู้ไม้ตรงนี้มาให้นะครับ อันนี้ทางโครงการตกแต่งไว้ให้ดูเป็นไอเดียการจัดแบ่งพื้นที่เท่านั้น ข้างๆ ผนังด้านที่แขวนทีวีจะเป็นทางเดินไปในโซนแต่งตัว และห้องน้ำครับ ผนังด้านที่แขวนทีวี อีกด้านคือตู้และชั้นวางของนั้นเอง ซึ่งการที่ทางโครงการเลือก Built-in มาในลักษณะนี้ก็จะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มากขึ้น และเป็นการแบ่งพื้นที่ใช้สอยให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น อีกด้านก็ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าเต็มผนังอีกเช่นกัน ตรงนี้เลยเหมือนเราได้ Walk in Closet ขนาดย่อมๆ เพิ่มเข้ามาในห้องนอนเล็กเลยล่ะครับ บริเวณหน้าห้องน้ำ ก็จัดโต๊ะเครื่องแป้งไว้เป็นมุมแต่งตัวเล็กๆ แล้วก็มีประตูกระจกเปิดออกไปที่ระเบียงได้เหมือนกับห้องอื่นๆ อีกเช่นกัน ห้องน้ำในห้องนอนเล็กนี้จะรวมทุกอย่างไว้ด้านใน ไม่ได้แยกอ่างล้างหน้ามาไว้นอกห้องน้ำแบบห้องก่อนหน้านะครับ ประตูห้องน้ำยังคงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบเดียวกัน Shower Box ด้านในก็มีประตูกึ่งหน้าต่างที่เปิดออกไปด้านนอกได้เหมือนกัน และกันพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ให้เรียบร้อย อ่างล้างหน้าของห้องนี้เป็นแบบลอยตัวนะครับ แต่เลือกเจาะช่องติดกระจกบานใหญ่ กับใช้ Low Wall เป็นที่วางของแทน ชุดฝักบัวและ Low Wall สำหรับวางของเป็นแบบเดียวกันกับห้องนอนก่อนหน้านี้เป๊ะเลยครับ เช่นเดียวกันกับการดรอปพื้นห้องน้ำ และตำแหน่งการสโลปของจุดระบายน้ำ Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA โถงทางเดินบริเวณชั้น 3 มองลงไปเห็น Living Area ที่ชั้น 2 Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA ห้องนอนห้องแรกบนชั้น 3 Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA ห้องนี้เป็นห้องนอนที่ 2 Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA โครงการตกแต่งเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk in Closet ก่อนเข้าไปยังห้องน้ำ Private Nirvana Residence North ‘n East เป็นหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะครับ ทั้งเรื่องทำเลที่ตั้ง ที่อยู่ในย่านที่มีการเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง และมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ที่สำคัญทาง Developer เจ้าของโครงการก็ใส่ใจรายละเอียดต่างๆ อยู่ตลอดเวลา มีการปรับเพิ่มวัสดุ และดีไซน์พื้นที่ภายในบ้านจากแบบแรกที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ก็ได้พัฒนาให้ตอบโจทย์ลูกบ้านมากขึ้น แถมยังเลือกใช้วัสดุต่างๆ อย่างดี ได้คุณภาพเหมาะสมกับราคาบ้านมากๆ เลยทีเดียว วัสดุหลายชิ้นเป็นของนำเข้าจากต่างประเทศ หรือถ้าเป็นวัสดุในบ้านเราก็จะเลือกที่เป็นวัสดุที่ได้มาตรฐานการส่งออก เพื่อให้บ้านที่เราเลือกมีคุณภาพ แข็งแรง คงทนอยู่กับเราไปได้นานๆ แบบไร้ปัญหาจุกจิกกวนใจ..... เจ้าของโครงการดูแลเอง จัดเต็มมาให้แบบพรีเมี่ยม ใครที่กำลังมองหาบ้านคุณภาพไม่ควรพลาดโครงการนี้นะครับ
ชีวิตมีสไตล์ เดินทางสะดวกสบาย ในใจกลางย่านรัชโยธิน (Advertorial)

ชีวิตมีสไตล์ เดินทางสะดวกสบาย ในใจกลางย่านรัชโยธิน (Advertorial)

พูดถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ในกรุงเทพฯ เวลานี้ หลายคนคงต้องการหาที่อยู่ในเมือง ไม่ไกลจากที่ทำงาน และสามารถเดินทางได้สะดวก ในขณะเดียวกันก็ยังอยากจะมีพื้นที่ใช้สอยกว้างๆ มากกว่าการอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ (ถ้าทำได้) ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าหากว่ามีบ้านดูเพล็กซ์ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่งที่มีราคาพอๆ กัน และตั้งอยู่ในทำเลใกล้เคียง แถมมีความสะดวกสบายที่แทบไม่ต่างกัน เราคงเลือกซื้อบ้านมากกว่าห้องเดี่ยวในคอนโดตึกสูงอย่างแน่นอน วันนี้เราเลือกปักหมุดไปที่ทำเลในโซนกรุงเทพเหนือ (จตุจักร-รัชโยธิน) ย่านที่หลายคนอาจจะเคยคุ้นกับการเดินทางผ่านไปผ่านมาในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ทันได้ทำความรู้จักในแง่ความเป็นที่อยู่อาศัยมากเท่าไหร่นัก หนึ่งในโครงการที่น่าสนใจที่เราจะพาไปดูกันก็คือ “บ้านกลางเมือง รัชโยธิน” จาก AP ซึ่งมีความน่าอยู่และเชื่อว่าจะตอบโจทย์คุณภาพชีวิตแบบคนเมืองได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เดี๋ยวเราไปดูกันก่อนว่า พื้นที่รอบๆ นี้มีอะไรที่เอื้อต่อไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างเราบ้าง ไม่อยากใช้รถ ก็เดินทางได้สะดวก เพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าหลักทั้งรถไฟฟ้า​ BTS สถานีหมอชิต และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีจตุจักร การคมนาคมสาธารณะ มีครบทุกรูปแบบตั้งแต่ รถเมล์ รถตู้ รถสองแถว แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ฯลฯ และถ้ามองไปถึงแผนการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้เพิ่มเติมเข้าไปด้วย ก็จะมีสถานีรถไฟฟ้าอยู่ตรงปากซอยพหลโยธิน 34 พอดี ห่างจากบ้านกลางเมือง รัชโยธิน เพียง 650 เมตร ดังนั้นคำพูดที่ว่า “ไม่ต้องใช้รถก็อยู่ได้” ก็คงจะไม่เกินความจริงเลย ศูนย์รวมแหล่งช็อปปิ้ง, ย่าน Hang Out และปอดสีเขียวของคนกรุง เริ่มกันด้วยความเป็นศูนย์กลางของแหล่งช็อปปิ้งสำคัญๆ ในโซนกรุงเทพเหนือ อันประกอบไปด้วย Central Plaza Ladprao ห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่มีทั้งร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ร้านอาหารมากมาย รวมถึง Tops Market ที่เราสามารถจับจ่ายข้าวของเข้าบ้านได้ ตรงข้ามกันมี Union Mall แหล่งรวมเสื้อผ้าราคาน่าคบหาที่มีร้านค้ามากจนเลือกแทบไม่ถูก รวมถึงตลาดนัดวันหยุดชื่อดังอย่าง ตลาดนัดสวนจตุจักร อีกแหล่งที่รวบรวมสินค้าสุดชิคที่พลาดไม่ได้ เดินได้เรื่อยๆ ไปจนถึง ตลาดต้นไม้จตุจักร, ตลาด อ.ต.ก. และตลาดนัดเจเจกรีน กันเลยทีเดียว หรือถ้าไลฟ์สไตล์ส่วนตัวชื่นชอบการ Hang Out สังสรรค์ ออกไปดูหนัง ฟังเพลง เพื่อผ่อนคลายความเครียดจากวันหนักๆ Major Cineplex รัชโยธิน อยู่ใกล้แค่อึดใจ หรือจะนัด Hang Out กับเพื่อนสนิท ใน The Avenue Ratchayothin ก็มีร้านอาหารให้เลือกมากมาย เชื่อเลยว่าชีวิตธรรมดาก็มีสีสันและไม่น่าเบื่อเหมือนที่เคยได้ไม่ยาก ในขณะเดียวกัน สำหรับคนที่ชื่นชอบการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปไกล ก็ยังมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เกือบ 200 ไร่ บริเวณจตุจักร พื้นที่ที่รวมสวนสาธารณะขนาดใหญ่ไว้ด้วยกันถึง 3 แห่ง นั่นก็คือ สวนจตุจักร สวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ) และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ถือเป็นทั้งแหล่งพักผ่อนหย่อยใจและพื้นที่ออกกำลังกายของคนทุกเพศทุกวัย โดยรวมสำหรับการอยู่อาศัยในย่านนี้ เราเชื่อว่าสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ได้รอบด้านอย่างแท้จริง ซึ่งโครงการ “บ้านกลางเมือง รัชโยธิน” ก็ได้ทำเลที่ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 34 ห่างจาก Landmark สำคัญๆ ข้างต้นแค่เอื้อมเท่านั้น เราไปดูรายละเอียดของโครงการนี้กันเลยดีกว่า รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    7,690,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ    ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร จำนวน 92 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด    9 - 0 - 94.2 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ซอยพหลโยธิน 34 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ค่าส่วนกลาง    67 บาท/ตารางวา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จ    พร้อมเข้าอยู่ วิธีการเดินทาง อย่างที่บอกไปแล้วว่าโครงการ บ้านกลางเมือง รัชโยธิน ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 34 ห่างจากแยกรัชโยธินมาไม่ไกล ในขณะที่อยู่ใกล้กับแยกเกษตรนวมินทร์นิดเดียว และถ้าดูจากแผนที่ของโครงการก็จะเห็นว่า มีเส้นทางเข้าออกได้หลายเส้นทาง ทั้งจากฝั่งถนนพหลโยธิน เลี้ยวเข้าซอยพหลโยธิน 34 หรือ 32 ก็ได้ ทางถนนประเสริฐมนูกิจ เข้าจากซอยประเสริฐมนูกิจ 2 หรือเลือกเข้าจากทางถนนลาดพร้าว เข้าซอยโชคชัย 4 มาแยกวังหินและผ่านมาทางซอยเสนานิคม 1 ก็สามารถมาที่โครงการได้เช่นกัน การเดินทางหลักๆ มายังโครงการ สะดวกมากๆ นะครับถ้าใช้รถส่วนตัว เพราะถนนในแถบนี้เชื่อมโยงเข้าออกได้หลายทาง ใช้เป็นเส้นทางหลีกหนีรถติดได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ถ้าวันไหนเกิดไม่อยากขับรถขึ้นมา ระบบขนส่งมวลชนต่างๆ ก็มีรองรับทุกรูปแบบเลยทีเดียว สถานที่สำคัญใกล้เคียง โรงพยาบาลเมโย โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย4 เมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน เซ็นทรัล ลาดพร้าว โรงเรียนหอวัง โรงเรียสารวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม มหาวิทยาลัยศรีปทุม บรรยากาศรอบโครงการ พื้นที่ในซอยพหลโยธิน 34 เป็นถนน 2 เลนที่เชื่อมต่อกับซอยต่างๆ มากมาย ดังนั้นจึงมีรถราวิ่งผ่านในซอยตลอดทั้งวัน บริเวณปากซอยพหลโยธิน 34 อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลเมโยเลยครับ ช่วงต้นๆ ซอยจะเป็นบ้านเดี่ยว และตึกแถวเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่พอเลยเข้ามาในซอยอีกหน่อยก็จะเริ่มเห็นว่ามีโครงการคอนโดมิเนียม Low Rise ให้เห็นหลายโครงการ และมีแผงลอยขายของประปราย พอเลยจากหน้าโครงการไปนิดหน่อย ก็เป็นตึกแถวเรียงกันเป็นแถบ ซึ่งมีร้านค้า ร้านอาหาร คลินิค ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อเยอะเลยครับ เนื่องจากถัดไปอีกนิดก็เป็นตลาดสดศรีเสนาแล้ว ช่วงนี้ของซอยก็จะคึกคักมีบรรยากาศในแบบชุมชนมากหน่อย แค่เดินออกมาจากโครงการนิดเดียวก็มีของกินของใช้ รวมถึงร้านค้าให้พึ่งพาเยอะเลย จัดว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ ตัวโครงการบ้านกลางเมือง รัชโยธิน เป็นบ้านดูเพล็กซ์ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง ที่มีเพียง 92 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นโครงการบ้านในแนวราบสร้างใหม่รายเดียวในแถบนี้เลยก็ว่าได้ เพราะพื้นที่รอบๆ โครงการถูกพัฒนาไปเป็นคอนโดมิเนียม Low Rise แล้วหลายเจ้า ทั้ง The Key ที่อยู่ติดกัน หรือจะเป็นโครงการของศุภาลัยที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แถมด้วย You2 Condo อีกแห่งที่อยู่ในซอยทางด้านหลัง ดังนั้นเรื่องความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านทางโครงการจึงเน้นเป็นพิเศษ รอบโครงการกั้นรั้วทึบสูง 3 เมตร และต่อแนวรั้วโปร่งขึ้นไปอีก 1.5 เมตร ยิ่งเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านมากขึ้นไปอีก ในขณะที่ตัวบ้านแบบดูเพล็กซ์ทาวน์โฮมของโครงการเองก็ออกแบบให้ดูสูงโปร่งมากพอ ดูเผินๆ แล้ว บ้านสูง 3 ชั้นครึ่งนี่ก็แทบจะสูงเท่ากับคอนโดชั้นที่ 4-5 เลยทีเดียว พื้นที่ของโครงการแบ่งออกเป็น 2 เฟส นะครับ โดยโซนแรกจะมีจำนวนบ้านทั้งหมด 63 ยูนิต และส่วนที่ 2 ที่เป็น Private Zone มีจำนวนเพียง 29 ยูนิต ทำให้ลูกบ้านใน Private Zone นี้ได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบเป็นส่วนตัวมากๆ เพราะจำนวนเพื่อนบ้านในโซนนี้มีน้อยมาก ในขณะที่ Facility ส่วนกลางทั้งหมดจะอยู่ที่โซนแรก ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย พร้อมห้องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แยกชายหญิง และตู้ล็อคเกอร์ นอกจากนี้ยังมีสวนสาธารณะส่วนกลาง เป็นสนามหญ้ากว้าง พร้อมมุมนั่งเล่นพักผ่อน ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการ มี CCTV รอบโครงการตลอด 24 ชั่วโมง ประตูเข้าออกหลักด้วยระบบ Key Card มีเจ้าหน้าที่ รปภ. ประจำตลอดทั้งวัน ที่ประตูเข้าออกของทั้ง 2 เฟส สิ่งอำนวยความสะดวก Access Card เข้า – ออกโครงการ พร้อมป้อมยามรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิดทางเข้า-ออก และภายในโครงการ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ พร้อมส่วนพักผ่อน สโมสร สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และห้องสมุด ระบบสายไฟฟ้าปักเสาพาดสาย ตามแบบมาตรฐานการไฟฟ้านครหลวง ระบบท่อเมนประปา ตามมาตรฐานการประปานครหลวง พาชมบ้านตัวอย่าง บ้านทาวน์โฮมของ โครงการบ้านกลางเมือง รัชโยธิน มีเพียงแบบเดียวนะครับ ตัวบ้านสูง 3 ชั้นครึ่ง มีพื้นที่ใช้สอยรวม 193 ตร.ม. หน้าบ้านกว้าง 5 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คันพอดี ฟังก์ชั่นในบ้านแบ่งเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ซึ่งภายในบ้านถูกออกแบบพื้นที่ใช้สอยมาได้คุ้มค่า ในขณะที่ยังคงความรู้สึกโอ่โถงอยู่สบาย ลองดูแปลนบ้านไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า โครงการบ้านกลางเมือง รัชโยธิน จัดว่าค่อนข้างได้เปรียบในเรื่องของทำเลที่ตั้งนะครับ เพราะถือเป็นโครงการบ้านทาวน์โฮมที่อยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพในการอยู่อาศัยมากๆ แถมแผนการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวมีกำหนดจะเริ่มสร้างในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว ก็จะยิ่งทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้นอีกหลายเท่า และแน่นอนว่าด้วยศักยภาพการเติบโตของที่ดินที่อยู่ในระยะใกล้รถไฟฟ้าขนาดนี้ น้อยมากที่จะมีโครงการบ้านในแนวราบให้เห็น เมื่อเทียบเรทราคาของคอนโดในแนวรถไฟฟ้าที่อยู่ในระดับเดียวกัน ต้องบอกว่า บ้านทาวน์โฮม ยังคงได้เปรียบในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า และมีพื้นที่จอดรถแน่นอน ยิ่งแบบบ้านของ บ้านกลางเมือง ที่เป็น "ดูเพล็กซ์ทาวน์โฮม" ซึ่งให้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ในขณะที่ยังโอ่อ่าอยู่สบาย ไม่เหมือนกันทาวน์โฮมทั่วไป จึงตอบโจทย์การอยู่อาศัยในรูปแบบครอบครัวได้ดีเลยทีเดียว   (Advertorial)