Tag : เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์

7 ผลลัพธ์
“เรียลแอสเสทฯ” โชว์ห้องหรูดีไซน์โดดเด่น “ AESTIQ Thonglor” เผยผลตอบรับดีเกินคาดกวาดยอดขายแล้ว 50%

“เรียลแอสเสทฯ” โชว์ห้องหรูดีไซน์โดดเด่น “ AESTIQ Thonglor” เผยผลตอบรับดีเกินคาดกวาดยอดขายแล้ว 50%

เอสทีค ทองหล่อ (AESTIQ Thonglor) Ultimate Luxury คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดของบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดตัวห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายโครงการ ภายในซอยสุขุมวิท55 พร้อมเผยยอดพรีเซลล์ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าตัวจริงกวาดยอดขายไปแล้วถึง 50% พร้อมแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้าง Iconic Landmark ใหม่บนทำเลทองหล่อ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Reflection of you” สุนทรียะที่สะท้อนความเป็นตัวคุณและเชื่อมั่นว่ารูปแบบโครงการที่กล้านำเสนอ Product ที่แตกต่าง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการมอบให้ จะตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ ที่มองหาโครงการระดับ Ultimate Luxury ใจกลางทองหล่อได้เป็นอย่างดี นายณัฏฐพร กลั่นเรืองแสง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า โครงการ AESTIQ Thonglor พร้อมแล้วสำหรับการเปิดสำนักงานขายและห้องตัวอย่างให้ลูกค้าทั่วไปและผู้ที่สนใจโครงการเข้าชม ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ 15-16 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งโครงการได้จัดงานพรีเซลล์ขึ้น โดยบรรยากาศภายในงานมีลูกค้าเข้ามาชมสำนักงานขายและห้องตัวอย่างกันอย่างคึกคัก ซึ่งลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ ได้แสดงถึงความพอใจกับสิ่งที่โครงการนำเสนอ ทั้งในเรื่องของรูปแบบงานออกแบบสถาปัตยกรรมอาคารที่โดดเด่นจากผลงานการออกแบบของบริษัท สถาปนิก 49 และด้วยจำนวนยูนิตเพียง 203 ยูนิตพร้อมไพรเวท ลิฟท์ทุกห้อง ที่สุดของความเป็นส่วนตัว การมีที่จอดรถเกิน 100 % หรือประมาณ 220 คัน(รวมที่จอดรถซุปเปอร์คาร์ 3 คัน) ก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากในคอนโดมิเนียมใหม่ๆยุคปัจจุบันโดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในกลางเมืองแบบนี้ จึงทำให้ AESTIQ Thonglor ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ ที่ชื่นชอบ Lifestyle การใช้ชีวิตสนุกสนานในแบบคนทองหล่อ แต่ก็ยังคงต้องการความสะดวกสบายและเป็นส่วนตัวเมื่อเข้าสู่ที่พักอาศัยได้เป็นอย่างดี   โครงการ เอสทีค ทองหล่อ มีห้องให้เลือก 4 แบบคือ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 33-52 ตารางเมตร(ตร.ม.) แบบ 2 ห้องนอนพื้นที่ใช้สอย 76-119 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 131-158 ตร.ม.และแบบเพนท์เฮ้าส์ พื้นที่ใช้สอย 292-301 ตร.ม. พร้อมขายในรูปแบบ Fully Fitted ที่เลือกวัสดุชั้นดีมาเป็นองค์ประกอบภายในห้อง อาทิ พื้นไม้ Engineering Wood สีคลาสิคโอ็ค สำหรับห้องนั่งเล่นและห้องนอน , พื้นปูด้วยมาเบิ้ล พอชเลน สำหรับห้องครัว ห้องน้ำ พร้อมอุปกรณ์ครัวซีรี่ย์ใหม่จาก Gorenje ในแบบครบชุด   จุดเด่นของโครงการอยู่ที่การออกแบบเพื่อฉีกแนวการใช้ชีวิตแบบเดิมด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ทันสมัย อาทิ ที่จอดรถ Super Car & Super Bike and Bicycle , Luxury Car Sharing Service , Shuttle Service , EV Charging Station , Golf &Bike Simulator , Private Theater , Private Onsen , Panoramic Gym , Sky Social Club , Reflection Pool , Aquatic Treadmill ฯลฯ รวมทั้งยังมีบริการเสริมอื่น ๆที่ดูแลโดย Concierge Service คอยให้บริการเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย และ floorplan เองได้ถูกออกแบบให้เป็น Cluster ซึ่งการออกแบบลักษณะนี้จะเกิดห้องมุมในสัดส่วนที่มากกว่าปกติ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ในเรื่องของมุมมองจากภายในห้องพักที่กว้างและเป็นการเปิดรับการระบายอากาศธรรมชาติให้การอยู่อาศัยนั้นมีความแตกต่างจากการพักอาศัยภายในคอนโดมิเนียมทั่วไป โดยออกแบบให้ฝ้าเพดานภายในสูงสุด 3 เมตร และเน้นพื้นที่กระจกบริเวณหน้ากว้างของห้องพัก ซึ่งบางยูนิตมีลักษณะเหมือนห้องที่ยื่นออกไปในอากาศ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถชื่นชมทัศนียภาพที่งดงามของทิวทัศน์เมืองได้เต็มที่ที่สุด   โครงการเปิดราคาขายเริ่มต้นที่ 269,000 บาทต่อตร.ม. หรือราคาเริ่มต้นที่ 8.99 ล้านบาทต่อยูนิต โดยคาดจะแล้วเสร็จไตรมาส 4 ปี 2564
เรียลแอสเสท เปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุด “เซนส์ สายไหม 56” พร้อมโชว์แบบบ้านแนวคิดใหม่ ชูคอนเซ็ปต์ “ความสุขที่พอเพียง”

เรียลแอสเสท เปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุด “เซนส์ สายไหม 56” พร้อมโชว์แบบบ้านแนวคิดใหม่ ชูคอนเซ็ปต์ “ความสุขที่พอเพียง”

  เปิดตัวโครงการ “เซนส์ สายไหม 56” โครงการใหม่ล่าสุดจาก “เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์” โครงการบ้านแนวคิดใหม่ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่พอเพียง” โดดเด่นด้วยการวางฟังก์ชั่นบ้าน 2 ชั้น ที่ออกแบบอย่างประณีต มีดีไซน์ ทุกฟังก์ชั่นแบบพอดี และเพียงพอต่อการสร้าง “ครอบครัวอันอบอุ่น” ตอบโจทย์ให้คุณได้มีความสุขในทุกมุมของบ้าน ราคาพิเศษสุดเริ่ม 3.59 ล้านบาท ขนาดพื้นที่โครงการ 22 ไร่ จำนวน 126 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 643 ล้านบาท ล่าสุดพร้อมเปิดให้เยี่ยมชมบ้านตัวอย่างที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจของศิลปินเสียงดีและนักแต่งเพลงชื่อดัง สิงโต นำโชค ที่มาสวมหมวกใบใหม่ครั้งแรกกับเรียลแอสเสทในบทบาท “Design Artist” ภายใต้แนวคิด “ความสุขแรก” เตรียมเปิด Open House ครั้งแรก 18-19 ส.ค.นี้ พร้อมรับชมมินิคอนเสิร์ต “สิงโต นำโชค” ได้ภายในงาน นายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยถึงสาเหตุของการเลือกเปิดโครงการเซนส์สายไหม 56 ว่า ด้วยจุดยืนของเรียลแอสเสท ที่ตั้งใจพัฒนาสินค้าและโครงการ ที่ใส่ใจในรายละเอียดและความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เมื่อเราค้นพบว่าผู้บริโภคในย่านนี้ ยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จากแนวโน้มการขยายตัวของที่อยู่อาศัยของกรุงเทพฯ ฝั่งตอนเหนือ (บางเขน-วัชรพล-สายไหม-สุขาภิบาล 5) ที่มีแหล่งงาน โครงการเมกะโปรเจค และการขยายตัวด้านการเดินทางที่สะดวกสบาย จึงส่งผลให้เกิดแรงดึงดูดในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยรอบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทานสำหรับบริเวณพื้นที่ดังกล่าว สำหรับทำเลที่ตั้งโครงการถือได้ว่ามีศักยภาพเนื่องจากการเดินทางมายังโครงการสามารถเดินทางเข้าได้หลากหลายเส้นทางไม่ว่าจะเป็นถนนสายไหม ถนนเพิ่มสิน-ออเงิน ที่สร้างความเชื่อมต่อของพื้นที่ขยายไปยังสุขาภิบาล 5-วัชรพล-สะพานใหม่-ลำลูกกาได้ และซอยสายไหม 56 เองยังถือว่าเป็นซอยที่มีการเชื่อมโยงพื้นที่ในย่านสายไหม ด้วยเหตุนี้เราจึงนำชื่อซอยมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อโครงการ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยศักยภาพทำเลที่ตั้งโครงการ ซึ่งอยู่ในซอย สายไหม 56 ห่างจากถนนสายไหมประมาณ 800 เมตร ซึ่งถนนหลักเส้นนี้พาเชื่อมต่อออกไปถนนพหลโยธินและต่อไปสนามบินดอนเมืองได้ หรือจะไปทางฝั่งถนนวงแหวนรอบนอก (ฝั่งตะวันออก) ก็สะดวกง่ายดาย และโครงการยังห่างจากทางลงทางด่วนสุขาภิบาล 5 เพียงประมาณ 5 กิโลเมตรเท่านั้น ประกอบกับใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายหมอชิต-คูคต สถานีคูคต โดยโครงการห่างจากสถานีเพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น โดยกำหนดการเปิดอยู่ในช่วงประมาณไตรมาสที่ 1 ปี 2563 ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไปแล้วประมาณ 69% อีกทั้งโดยรอบโครงการยังมีร้านค้า ศูนย์การค้า โรงเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆรอบโครงการ เราจึงตัดสินใจเลือกซื้อที่ดินแปลงนี้มาพัฒนาโครงการ ทั้งนี้ ระหว่างการพัฒนานั้นบริษัท ฯ ได้พบว่า ยังมีช่องว่างทางการตลาดที่เป็นความต้องการแท้จริงของลูกค้า ที่อยากมีบ้านหลังแรก ที่พอดีกับการใช้ชีวิต ไม่ได้ต้องยิ่งใหญ่อลังการเกินความจำเป็น แต่เป็นบ้านที่สร้างความสุขที่พอเพียง เรียกว่า Make Sense คือเป็น “ความพอดีที่เพียงพอ” เราจึงนำแนวคิดตรงนี้ เป็นปรัชญาและหลักการในการออกแบบสินค้าและพัฒนาโครงการ รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นการต่อยอดในการสร้างแบรนด์และพัฒนาสินค้าด้วย จนกลายเป็นชื่อแบรนด์โครงการว่า “Sense” (เซนส์) “โครงการ เซนส์ สายไหม 56 เป็นอีกหนึ่งโครงการใหม่ล่าสุดของเรียลแอสเสท หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ เอสทีค ทองหล่อ คอนโดมิเนียมระดับ Ultimate Luxury ไป โดยโครงการเซนส์ สายไหม 56 ถือเป็นแบรนด์ใหม่และสินค้าใหม่ของบริษัทฯ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ได้รับแรงบันดาลใจในการวางคอนเซ็ปต์ของแบรนด์และการออกแบบตัวบ้าน มาจากวิถีชีวิตของนกกระจาบ ซึ่งถือว่าเป็นสถาปนิกตัวน้อยในเขตร้อนของโลก นกกระจาบยังถูกเรียกอีกอย่างว่า นกช่างสาน เพราะสร้างรังได้อย่างประณีต สวยงาม ปลอดภัย ซึ่งเป็นที่มาของการออกแบบบ้านภายใต้แนวคิด “ความสุขที่พอเพียง” ที่เน้นความประณีตและมีดีไซน์ ทุกฟังก์ชั่นออกแบบให้ตอบโจทย์กับความเพียงพอต่อการสร้างครอบครัวที่อบอุ่น” นายวีระชัย หาญจริยากูล ผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์ธุรกิจบ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยถึงรายละเอียดโครงการว่า โครงการเซนส์ สายไหม 56 เป็นบ้านแนวคิดใหม่ ซึ่งเป็นบ้านซีรีส์ใหม่ล่าสุดของเรียลแอสเสท มูลค่าโครงการรวม 643 ล้านบาท มีขนาดพื้นที่ 36.4 - 50.4 ตารางวา มีแบบบ้านให้ลูกค้าได้เลือก 2 แบบได้แก่ แบบบ้าน Shama (ฌา-มา) มีพื้นที่ใช้สอย 131 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว และแบบบ้าน Serin (เซ-ริน) มีพื้นที่ใช้สอย 151 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว ทั้งนี้เตรียมจัดงาน Open House ครั้งแรก 18-19 ส.ค. ณ สำนักงานขายโครงการ ในราคาพิเศษสุด 3.59 ล้านบาท และรับโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆอีกมากมาย พร้อมรับชมมินิคอนเสิร์ตสุด Exclusive กับ “สิงโต นำโชค” ได้ภายในงาน “เราไม่เพียงแต่ใส่ใจในการออกแบบบ้านเท่านั้น แต่เรายังใส่ใจในการลงรายละเอียดของพื้นที่ส่วนกลางโครงการ ซึ่งออกแบบมาให้ดูกลมกลืนกับความเป็นธรรมชาติรอบบ้าน โดยถนนหลักของโครงการกว้าง 12 เมตร บรรยากาศสองข้างทางไปยังพื้นที่ส่วนพักอาศัยจะมีต้นไม้ใหญ่ตลอดทางดูร่มรื่นน่าอยู่ โดดเด่นด้วยสโมสร 2 ชั้นพร้อมสระว่ายน้ำแบ่งสระเด็กแยกจากสระผู้ใหญ่อย่างเป็นสัดส่วนและชั้นบนเป็นห้องฟิตเนส ส่วนพื้นที่สวนสาธารณะออกแบบให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย Outdoor, Jogging Track, และสนามเด็กเล่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของสมาชิกในครอบครัว อีกทั้งยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย ติดตั้งกล้อง CCTV ให้ตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงภายในตัวโครงการ ซุ้มทางเข้าจะมี รปภ. ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง” ด้านสิงโต นำโชค หรือ นายนำโชค ทะนัดรัมย์ ศิลปินเสียงดีและนักแต่งเพลงชื่อดัง ที่มาพร้อมกับบทบาทใหม่ “Design Artist” ให้กับทาง เรียลแอสเสท กล่าวถึง การออกแบบบ้านตัวอย่างภายใต้แนวคิด “ความสุขแรก” ว่า ความสุขแรกของผมก็คือ บ้านหลังแรก ที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเราเอง เราก็อยากจะออกแบบเอง ดูแลมันในทุกๆ ขั้นตอน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องทาสีบ้านเราก็อยากจะทากันเอง สองคนกับภรรยาช่วยกันผมว่ามันเป็นมากกว่าการออกแบบ แต่มันเหมือนเราได้ใช้ช่วงเวลาด้วยกัน แต่งเติมความสุขแรกของเราไปพร้อมๆ กัน บรรยากาศโดยรวมภายในบ้าน ก็จะออกเป็นแนว ดีไอวาย ทำเอง สร้างเอง กับมือ “จุดเริ่มต้นของผมที่ได้มาร่วมงานกับเรียลแอสเสท จนเกิดเป็นโปรเจคส์ “Real Asset X Singto Numchok” นั้นเกิดจากการที่ผมได้มาร่วมร้องเพลงในงานของโครงการเดอะสเตจ เตาปูน – อินเตอร์เชนจ์ และได้พูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่งของเรียลแอสเสทอย่างถูกคอ คุยมาเรื่อยๆ จนได้ปรึกษากันเรื่องการออกแบบตกแต่งบ้าน ทำให้ทางเรียลแอสเสทรู้สึกว่า ผมมีความสนใจในเรื่องนี้ เลยชวนผมมาลองทำอะไรใหม่ๆร่วมกัน แทนที่ปกติจะให้ผมไปร้องเพลงให้ฟัง เปลี่ยนมาเป็นการใช้จินตนาการของตัวเองออกแบบภายในบ้านที่เป็นสไตล์ของสิงโต นำโชคว่าเป็นอย่างไร เป็นการทำอะไรใหม่ๆ ที่เราไม่เคยทำมาก่อน ถือว่า เรียลแอสเสทได้ให้โอกาสผมจริงๆ ครับ”
“เรียลแอสเสทฯ”เปิดตัวโครงการ AESTIQ  Thonglor  คอนโดมิเนียมแบบ Ultimate  Luxury มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท

“เรียลแอสเสทฯ”เปิดตัวโครงการ AESTIQ Thonglor คอนโดมิเนียมแบบ Ultimate Luxury มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท

  “เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์” ต่อยอดความสำเร็จของ LAVIQ Sukhumvit 57 เดินหน้าปั้นแบรนด์ Luxury ใหม่ “AESTIQ Thonglor” คอนโดมิเนียมแบบ Ultimate Luxury เพื่อเป็น Iconic Landmark ใหม่บนทำเลทองหล่อ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Reflection of you” สุนทรียะที่สะท้อนความเป็นตัวคุณ มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนทั้งชาวไทยและต่างชาติ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้ประกอบการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไพร์มโลเคชั่นทั่วกรุงเทพฯ กว่า 7 ปีที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จนประสบความสำเร็จสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ในทุกกลุ่มโปรดักส์มากกว่า 10 โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 12,800 ล้านบาท ล่าสุดเตรียมเปิดตัวโครงการ AESTIQ Thonglor คอนโดมิเนียมระดับ Ultimate Luxury มูลค่าโครงการรวม 4,200 ล้านบาท ในทำเลศักยภาพบนถนนทองหล่อ สุดยอดทำเลพักอาศัยในฝันของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็น Young Successor ทำเลพักอาศัยที่สะท้อนความเป็นตัวตนที่สมบูรณ์แบบและความสุนทรียะของผู้พักอาศัย ทั้งกลุ่มชาวไทยและต่างชาติ ฉีกแนวการใช้ชีวิตแบบเดิมด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ล้ำหน้าและทันสมัย ดึงจุดแข็ง Luxury Car Sharing Service เพื่อรองรับโลกในอนาคตอย่างยั่งยืน เพียงไม่กี่นาทีก็ถึงแหล่ง ช้อปปิ้ง ชั้นดี อย่าง The Em District เมืองหลวงของนักช้อป ที่รวบรวม Flagship store ของ Super Brand ชั้นนำระดับโลกไว้ที่นี่ ซึ่งกำหนดเปิดขายโครงการในช่วงเดือน กันยายน นี้ ณ สำนักงานขายโครงการ นายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเน้นให้ความสำคัญในทุกๆด้าน ทั้งเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการและการออกแบบโครงการที่แตกต่างไปจากคู่แข่ง ด้านคุณภาพที่เหนือกว่า การออกแบบที่ใส่ใจทุกรายละเอียด มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น การเลือกวัสดุคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม รวมถึงการมีพันธมิตรทีมออกแบบโดยทีมสถาปนิกและบริษัทออกแบบชั้นนำของประเทศ ทำให้ทุกโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนานั้นประสบความสำเร็จ โดยในส่วนการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมของเรียลแอสเสทนั้น หลังจากประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการ ลาวีค สุขุมวิท 57 คอนโดมิเนียมระดับ Luxury โครงการแรกที่มีมูลค่ารวมกว่า 4,120 ล้านบาท บริษัทฯ จึงต่อยอดความสำเร็จด้วยการลงทุนพัฒนาตัวโครงการ AESTIQ Thonglor คอนโดมิเนียมแบบ Ultimate Luxury มูลค่าโครงการ 4,200 ล้านบาท เพื่อสร้าง Iconic Landmark แห่งใหม่บนทำเลทองหล่อ AESTIQ เกิดมาจากการผสานคำระหว่าง “Aesthetic” (สุนทรียภาพ) กับ “Unique” (ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว) จนกลายมาเป็นแนวคิดของโครงการคือ “A Reflection of you” เพื่อเน้นย้ำสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตสำหรับคนรุ่นใหม่ในเมืองผ่านแกนหลักทั้งหมด 5 แกน ดังนี้   Nature – ธรรมชาติเป็นหนึ่งในแกนที่นำมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบโครงการ เพื่อต้องการผสมผสานความเป็นธรรมชาติให้แทรกซึมไปตามการใช้ชีวิตประจำวัน ผ่านการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง หรือ โครงสร้างตึกแบบ Organic Form และทางโครงการได้นำทรัพยากรธรรมชาติอย่าง “ลม” มาใช้ประโยชน์ในการออกแบบโครงการ เพื่อช่วยในการหมุนเวียนอากาศให้เข้ามายังพื้นที่ส่วนกลางและบริเวณที่พักอาศัย   Iconic - โครงการนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเรือธงใหม่ของบริษัทเพื่อต้องการปักธงในการออกแบบตัวอาคารเพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในย่านทองหล่อ ที่ใครๆจะต้องจ้องติดตามและกล่าวถึง   Future - ด้วยภาพลักษณ์การออกแบบสถาปัตยกรรมโครงการ รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง เป็นการสะท้อนถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ภายในโครงการเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Private Lift และระบบที่จอดรถยนต์แบบ Auto Parking   Sustainable - ความยั่งยืน ด้วยภาพลักษณ์ของโครงการที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ สภาพแวดล้อมและเทคโนโลยี ดังนั้น โครงการ AESTIQ Thonglor จึงได้นำรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เข้ามาใช้เป็น car sharing service ภายในโครงการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างยั่งยืนและลดการปล่อยมลพิษ   Fun - ความสนุกสนานในการใช้ชีวิตในย่านทองหล่อ คงหนีไม่พ้นกับการได้ลองอะไรใหม่ๆในย่านที่มีแต่เรื่องตี่นเต้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลากลางวันหรือกลางคืน การพบปะผู้คน การได้ลองร้านอาหารสุดชิคและแชร์ลงบน Social Media หรือการ Hang Out สบายๆในร้านกาแฟ ที่มีการออกแบบและตกแต่งภายในอย่างมีศิลปะ หรือการไปสัมผัส แสง สี เสียง ในยามค่ำคืน กลายเป็นแกนหลักในการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของโครงการให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้ผู้อยู่อาศัยสามารถสนุกสนานได้ หากต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองและอยากมีพื้นที่ส่วนตัวในการสังสรรค์ “ผมเชื่อมั่นว่า โครงการ AESTIQ Thonglor ถือได้ว่าเป็นโครงการที่ยกระดับทุกๆด้านในการใช้ชีวิตในเมือง ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งของโครงการ การออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว และมีความล้ำสมัยบนทำเลทองหล่อ โดยมาจากการนำแกนหลักทั้ง 5 แกนที่กล่าวมาข้างต้นนำมาใช้ในการเชื่อมโยงเข้าหากันและออกแบบได้อย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กล้าที่จะตัดสินใจในการเลือกรูปแบบการใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเราเองกำหนด เพราะสุดท้ายการตัดสินใจเหล่านี้ก็จะสะท้อนกลับเพื่อหล่อหลอมตัวตนของคุณที่แท้จริงออกมาในแบบ A Reflection of you” นายณัฏฐพร กลั่นเรืองแสง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการ AESTIQ Thonglor ว่า โครงการนี้ถือเป็นคอนโดมิเนียมแบบ Ultimate Luxury บนทำเลศักยภาพย่านทองหล่อ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Reflection of you” สุนทรียะที่สะท้อนความเป็นตัวคุณ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 – 3 – 88.9 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารสูง 40 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 203 ยูนิต จอดรถได้ 220 คัน โดยเสนอยูนิตพิเศษในราคาเริ่มต้นเพียง 8.99 ล้านบาท หรือเริ่มต้นที่ประมาณตารางเมตรละ 269,000 บาท โครงการพัฒนายูนิตขึ้นมาให้เลือก 4 แบบ ได้แก่ แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 33-52 ตารางเมตร จำนวน 127 ยูนิต หรือคิดเป็นสัดส่วน 64 % , แบบ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 76 – 119 ตารางเมตร จำนวน 56 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 25 % ,แบบ 3 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 131-158 ตารางเมตร จำนวน 18 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 10 % และห้องเพนท์เฮ้าส์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 289-297 ตารางเมตร จำนวน 2 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 1 % โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างประมาณเดือน พฤษภาคม 2562 และจะแล้วเสร็จประมาณเดือนธันวาคม 2564   ทั้งนี้ จุดเด่นของโครงการอยู่ที่ การออกแบบอาคารให้มีรูปทรง Façade ดูโค้งและปิดกั้นด้วยกระจก Curtain Wall ในด้านฝั่งถนนทองหล่อ ที่สะท้อนรูปทรงอาคารเพื่อสร้าง Iconic Landmark แห่งใหม่ที่สะท้อนความเป็น Futuristic ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโลกแห่งอนาคต แห่งแรกในประเทศไทย และ ในทุกห้องพักของโครงการมี Private Lift ในทุกยูนิต เพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่หรูหราของสังคมเมือง โดยลูกค้าสามารถขึ้นมาถึงห้องพักของตนเองได้โดยไม่ต้องเดินผ่านพื้นที่ Corridor ส่วนกลางในแต่ละชั้นแต่อย่างใด   นอกจากนี้ ภายในโครงการได้จัดให้มีระบบจอดรถถึง 2 ระบบ ทั้งแบบ Auto Parking และ Conventional Parking ในสัดส่วนมากกว่า 100%ของห้องพัก รวมทั้งในส่วนของห้องพัก floorplan ได้ถูกออกแบบให้เป็น Cluster ซึ่งการออกแบบลักษณะนี้จะเกิดห้องมุมในสัดส่วนที่มากกว่าปกติ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ในเรื่องของมุมมองจากภายในห้องพักที่กว้างและเป็นการเปิดรับการระบายอากาศธรรมชาติให้การอยู่อาศัยนั้นมีความแตกต่างจากการพักอาศัยภายในคอนโดมิเนียมทั่วไป อีกทั้งเพื่อเพิ่มมุมมองจากภายในอาคารการออกแบบจึงให้ความสำคัญกับขนาดและตำแหน่งของช่องกระจกมากเป็นพิเศษ โดยออกแบบให้ฝ้าเพดานภายในสูงสุด 3 เมตร และเน้นพื้นที่กระจกบริเวณหน้ากว้างของห้องพัก เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถชื่นชมทัศนียภาพที่งดงามของทิวทิศน์เมืองได้เต็มที่ที่สุด   โดดเด่นด้วย Reflection Pool : “สระว่ายน้ำ” ของโครงการอยู่บนชั้นที่ 30 ของอาคาร ซึ่งถือว่าเป็นชั้นที่สูงมาก เพียงพอที่จะชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของ Bangkok Skyline โดยที่สระถูกออกแบบให้เป็น Infinity - Edge Pool เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถชื่นชมความงามของธรรมชาตินั้นได้เต็มที่ และมีความยาวสระต่อเนื่องถึง 25 เมตรเหมาะสำหรับผู้ที่รักในการว่ายน้ำออกกำลังกายอีกด้วย โดยออกแบบให้ธรรมชาติแทรกซึมไปในทุกส่วนของพื้นที่แบบ Organic Form และเลือกใช้วัสดุที่สะท้อนความเป็น Reflective เพื่อสร้างความโดดเด่นอีกด้วย   Step Garden :“ บันได” เป็น Main Vertical Circulation ที่สำคัญของโครงการ ซึ่งโครงการ AESTIQ Thonglor นี้ได้นำแนวคิดที่จะนำ Terrace มา Integrate ใช้กับบันได เพื่อให้เกิดการใช้พื้นที่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป กลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่สามารถเข้ามาใช้งานได้มากขึ้น อีกทั้ง Step Garden นี้ ยังตั้งอยู่ด้านหน้าของโครงการ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมานั่งพักผ่อนในบรรยากาศ Cityscape ของถนนทองหล่อได้อีกด้วย   Sky Private Garden for Penthouse บริเวณชั้นบนสุดของโครงการ ถูกออกแบบเป็นพิเศษและเพิ่มความเป็นส่วนตัวสำหรับห้องเพนท์เฮ้าส์โดยเฉพาะ ที่สามารถเชื่อมต่อได้ด้วยบันไดภายในห้องพักและมีส่วนของ Double Space ที่เชื่อมต่อชั้นบนและชั้นล่าง รวมทั้งมี “Sky Private Garden” พื้นที่ส่วนตัวสุดพิเศษสำหรับห้องเพนท์เฮ้าส์เท่านั้นด้วย   ยิ่งไปกว่านั้น ภายในโครงการยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ที่จอดรถ Super Car & Super Bike and Bicycle , Luxury Car Sharing Service , Shuttle Service , EV Charging Station , Golf & Bike Simulator , Private Theater , Private Onzen , Panoramic Gym , Sky Social Club ฯลฯ รวมทั้งยังมีบริการเสริมอื่น ๆที่ดูแลโดย Concierge Service คอยให้บริการเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย   “เราเชื่อมั่นในทำเลที่ตั้งและคอนเซ็ปต์ในการพัฒนาโครงการที่แตกต่างจากคู่แข่งจะสนับสนุนให้โครงการ AESTIQ Thonglor ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเช่นเดิม เพราะเราใส่ใจลงรายละเอียดในการออกแบบอาคารทั้งภายในและภายนอกเพื่อสะท้อนถึงความเป็นตัวตนที่งดงามแตกต่าง สะท้อนความทันสมัยและรสนิยม นอกจากนี้ยังเติมเต็มความต้องการในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการเสริมพิเศษต่างๆ อีกมากมาย ปัจจัยต่างๆเหล่านี้จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ซื้ออยู่เองและเพื่อการลงทุนได้อย่างแน่นอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.aestiq.com หรือ โทร 1232”
เรียลแอสเสท เปิดแบบบ้านใหม่ “ วิรัณยา วงแหวน – อ่อนนุช” รุกตลาดไตรมาสสอง เปิดขายเฟสใหม่ชิงชิ้นเค้กย่านบางนา ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท

เรียลแอสเสท เปิดแบบบ้านใหม่ “ วิรัณยา วงแหวน – อ่อนนุช” รุกตลาดไตรมาสสอง เปิดขายเฟสใหม่ชิงชิ้นเค้กย่านบางนา ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท

  “เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์” เปิดตัวแบบบ้านใหม่ โครงการ “วิรัณยา วงแหวน – อ่อนนุช” กับแบบบ้าน LIVA ขนาดพื้นที่ใช้สอย 151 ตรม. และแบบบ้าน VITA ขนาดพื้นที่ใช้สอย 182 ตรม. พร้อมเปิดขายเฟสใหม่ลุยตลาดไตรมาสสอง ชิงชิ้นเค้กย่านบางนาต่อเนื่อง ในราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท ตอกย้ำจุดขายการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด “บ้านที่มีหัวใจ” กับการออกแบบที่มีความหมายและแฝงข้อคิดดีๆในการดำเนินชีวิต ในทุกรายละเอียดที่ผสมผสานกับธรรมชาติอย่างลงตัว ล่าสุดเตรียมจัดไม้เด็ด คัดแปลงสวยในราคาพิเศษเพียง 5.69 ล้านบาท มาสมนาคุณลูกค้า จำนวนจำกัด แค่ภายในวันงาน 2 – 3 มิถุนายน 2561 นี้เท่านั้น     นายวีระชัย หาญจริยากูล ผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์ธุรกิจบ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาโครงการ “ วิรัณยา วงแหวน – อ่อนนุช” ในปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้ทำการเปิดขายเฟสใหม่จำนวน 34 ยูนิต พร้อมกับเปิดตัวแบบบ้านซีรีย์ใหม่ กับแบบบ้าน LIVA ขนาดพื้นที่ใช้สอย 151 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และแบบบ้าน VITA ขนาดพื้นที่ใช้สอย 182 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ทำให้ปัจจุบันโครงการ วิรัณยา วงแหวน – อ่อนนุช มีแบบบ้านให้ลูกค้าเลือกเป็น 5 แบบ ในราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท ทั้งนี้เหตุผลในการปรับแบบบ้านใหม่เพิ่มเติม มาจากกระแสการตอบรับและข้อเสนอแนะของลูกค้า ที่อยากได้แบบบ้านขนาดไซส์กลางที่มีห้องนอนด้านล่างเหมือนแบบบ้านขนาดไซส์ใหญ่บ้าง ทางบริษัทฯ จึงทำการปรับแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์และให้ครอบคลุมกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด โดย ในวันที่ 2-3 มิถุนายนนี้ บริษัทฯ ได้จัดโปรโมชั่นคัดแปลงสวยในราคาพิเศษเพียง 5.69 ล้านบาทมาสมนาคุณลูกค้าในจำนวนจำกัด สำหรับโครงการ “ วิรัณยา วงแหวน – อ่อนนุช” มีมูลค่าโครงการกว่า 1,100 ล้านบาท สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “บ้านที่มีหัวใจ” คือ บ้านที่ใส่ใจลึกซึ้งทุกความรู้สึก เข้าถึงทุกหัวใจของทุกคนในบ้าน สู่แนวคิดโครงการที่ออกแบบตัวบ้านที่เน้นความ เท่ อบอุ่นและผ่อนคลาย เต็มอิ่มกับธรรมชาติภายนอกด้วยกระจกเข้ามุม พื้นที่ครัวปิดเป็นสัดส่วนและภายในบ้านถูกออกแบบให้มีพื้นที่เชื่อมต่อกันสำหรับผู้อยู่อาศัย แบบ Multi Generation Space ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ บริเวณชั้น 2 มีพื้นที่พักผ่อนสำหรับครอบครัวสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามไลฟ์สไตล์และเปิดมุมมองกับสวนภายนอก รับแสงธรรมชาติเพื่อความปลอดโปร่งและช่วยระบายอากาศได้เป็นอย่างดี รองรับการสร้าง Silvan Experience & Outdoor ในบรรยากาศร่มรื่นทั่วทั้งโครงการ อิ่มเอมในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วยคลับเฮ้าส์ ,ฟิตเนส ,สนามเด็กเล่น ,คิดส์คลับ และสระว่ายน้ำยกระดับเปิดโล่งสไตล์คอนโดบนชั้นสองของคลับเฮ้าส์ พร้อมศาลาสำหรับนั่งพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ รายล้อมด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่ , ทะเลสาบ และจุดพักผ่อนรอบโครงการ ให้ชีวิตเต็มไปด้วยการพักผ่อนอย่างแท้จริง   ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนเลียบวงแหวนกาญจนาฯฝั่งตะวันออก ช่วงถนนบางนา-ตราดมุ่งหน้าถนนอ่อนนุช ใกล้ทางขึ้น-ลงทางด่วนบางนา-ชลบุรี และสนามบินสุวรรณภูมิ โดยนับได้ว่าเป็นทำเลที่มีความโดดเด่น เพราะ เชื่อมต่อทุกความสะดวกสบาย รองรับทุกเส้นทางสู่กิจกรรมของชีวิต ด้วยทำเลที่ใกล้ใจกลางเมืองถึง 2 เส้นทาง ทั้งจากวงแหวนพระราม 9 และ บางนา นอกจากนี้ยังใกล้ทางด่วนวงแหวนฝั่งใต้ ,ทางด่วนฉลองรัช , ทางด่วนบูรพาวิถี รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียนและห้างสรรพสินค้า อาทิ IKEA , เซ็นทรัล บางนา , พาราไดส์ พาร์ค และซีคอนสแควร์ เป็นต้น ปัจจุบันเฟส1มียอดขายแล้วกว่า40%     นายณัฏฐพร กลั่นเรืองแสง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยถึงศักยภาพของทำเลย่านบางนาและอ่อนนุชว่า ปัจจุบันทำเลที่ตั้งในย่านบางนา – อ่อนนุช ถือได้ว่าเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกที่เป็นทำเลทอง เพราะมีศักยภาพสูง มีสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นจำนวนมากทั้ง ศูนย์การค้า, โรงพยาบาล, และอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นำมาสู่คำตอบที่ว่าทำไมโครงการที่อยู่อาศัยจึงเกิดขึ้นมากในทำเลย่านบางนา-อ่อนนุช ทั้งโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบ – แนวสูง ที่นักพัฒนาทั้งรายใหญ่และรายย่อยต่างกันมองหาที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในย่านนี้ และในปัจจุบันได้มีโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่ถือได้ว่าเป็นเมกะโปรเจคของย่านบางนา ได้แก่ แบงค๊อก มอลล์, ไบเทค เฟส 2, อาคารสำนักงานเกรด A ของกลุ่มภิรัชบุรีบริเวณไบเทค และเมกะซิตี้ “ศักยภาพของทำเลย่านบางงนา และอ่อนนุช นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มีอยุ่รอบๆ พื้นที่ ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการเดินทางที่สะดวกสบาย มีการเชื่อมต่อมาจากศูนย์กลางพัฒนาเศรษฐกิจแห่งใหม่ (NEW CBD) และสุขุมวิทตอนกลาง ที่มีเส้นทางคมนาคมหลากหลายเส้นทางในการเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวกสบาย ได้แก่ วงแหวนรอบนอก (เชื่อมต่อกรุงเทพ, นนทบุรี, สมุทรปราการ), มอเตอร์เวย์ (เชื่อมต่อกรุงเทพฯ, ปทุมธานี, ชลบุรี), ทางด่วนบางนา-ชลบุรี (เชื่อมต่อกรุงเทพฯ ไปสู่ภาคตะวันออก), โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มส่วนต่อขยายจากแบริ่งไปสมุทรปราการที่เริ่มเปิดใช้บริการในปี 2560, โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายใน 1-2 ปี, โครงการรถไฟฟ้าในอนาคตสายสีเขียว (บางนา-สุวรรณภูมิ) ที่ได้บรรจุลงไปในแผนพัฒนา ปี 2560 เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต” นายณัฏฐพร กล่าว
เรียลแอสเสท เปิดเฟสใหม่ “เพล็กซ์ เกษตร – นวมินทร์” 40 ยูนิต คัดราคาพิเศษ 4.99 ล้านบาท

เรียลแอสเสท เปิดเฟสใหม่ “เพล็กซ์ เกษตร – นวมินทร์” 40 ยูนิต คัดราคาพิเศษ 4.99 ล้านบาท

เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ รุกตลาดอสังหาฯ ต้นปีลุยเปิดขายเฟสใหม่โครงการ “เพล็กซ์ เกษตร – นวมินทร์” พร้อมอัดโปรโมชั่นแรง คัดยูนิตพิเศษเริ่มเพียง 4.99 ล้านบาท ชูจุดเด่นของโครงการที่พร้อมให้คุณมาสัมผัสกับนิยามใหม่ของที่พักอาศัย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างครบครัน ด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ มูลค่า 600 ล้านบาท บนทำเลย่านเกษตร-นวมินทร์ นายวีระชัย หาญจริยากูล ผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์ธุรกิจ บ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วงต้นปี 2561 ได้เปิดขายเฟสใหม่โครงการ “เพล็กซ์ เกษตร – นวมินทร์” ซึ่งเป็นหนึ่งแบรนด์ในกลุ่มทาวน์โฮม ของเรียลแอสเสทฯ จำนวน 40 ยูนิต พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดเพื่อคืนกำไรให้แก่ลูกค้า คัดยูนิตพิเศษในราคาเริ่มเพียง 4.99  ล้านบาท จากราคาปกติ 5.69 ล้านบาท โครงการ เพล็กซ์ เกษตร – นวมินทร์ ตั้งอยู่บนทำเลเกษตร-นวมินทร์ เข้าออกสะดวกได้ถึง 3 เส้นทาง คือ   1) ซ.แจ่มจันทร์  2) ซ.โยธินพัฒนา 3) ซ.นวมินทร์ 111 ใกล้ห้างสรรพสินค้า CDC , Central East Ville, Tesco Lotus, Crystal Park  พื้นที่โครงการประมาณ 9 ไร่ จำนวน 93 ยูนิต มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท ลักษณะทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 ม. ขนาดพื้นที่ใช้สอย 190 ตารางวา 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน โดดเด่นด้วยงานดีไซน์แบบกระจกเข้ามุม ทำให้บ้านดูกว้างโปร่งสบายมากขึ้น และการจัดสัดส่วนของบ้านแบบ Multi-Function  สามารถเชื่อมต่อกิจกรรมของทุกสมาชิกในครอบครัว มี Terrace ส่วนตัว ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับ PLEX เท่านั้น “ปัจจุบันโครงการมีการขายไปแล้วกว่า 70% ซึ่งโปรโมชั่นที่จัดขึ้นเป็นสำหรับเฟสสุดท้ายเพื่อปิดการขายโครงการ โดยในเฟสใหม่ของโครงการ ทางบริษัทฯ ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนแบบแปลนของบ้านให้ตอบรับกับความต้องการของลูกค้า ด้วยการปรับแบบแปลนใหม่ เป็นแบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยเพื่อการพักผ่อนและเป็นส่วนตัว จึงได้ปรับผังบ้านที่ชั้น 2 ให้กลายเป็นห้องนอนแบบ Executive Suite คือ ไม่ได้เป็นแค่ห้องนอน แต่มีส่วนนั่งเล่นพักผ่อน และกั้นโซนทำ walk-in closet ได้แบบบ้านเดี่ยว ทำให้ผังบ้านใหม่นี้ พูดได้ว่าเป็น Double Master Bedroom มีห้องนอนใหญ่ถึง 2 ห้อง” นายวีระชัย กล่าว นายณัฏฐพร กลั่นเรืองแสง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับปี 2560 ที่ผ่านมา ทางบริษัทสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 1,820 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายโครงการแนวราบได้ประมาณ 900  ล้านบาท และโครงการแนวสูงกว่า 920 ล้านบาท  ซึ่งเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ มีแผนในการเปิดโครงการแนวราบ  1 โครงการ ทำเลย่านสายไหม มูลค่าโครงการ 630 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้นที่ 3 ล้านกว่าบาทและโครงการแนวสูง จะเปิดโครงการใหม่อีก 1 โครงการ  มูลค่าโครงการกว่า 4,000 ล้านบาท ในรูปแบบของ Super Luxury Condo โดยจะตั้งอยู่ในทำเล ทองหล่อ
เรียลแอสเสทฯ ก้าวกระโดดรุกตลาด “บ้านเดี่ยว” ปั้นแบรนด์ “วิรัณยา” ชูจุดขาย “บ้านที่มีหัวใจ” ประเดิมทำเลแรก วงแหวน-อ่อนนุช มูลค่าโครงการ 1,172 ลบ. ราคาเริ่มต้น 5.59 ลบ.

เรียลแอสเสทฯ ก้าวกระโดดรุกตลาด “บ้านเดี่ยว” ปั้นแบรนด์ “วิรัณยา” ชูจุดขาย “บ้านที่มีหัวใจ” ประเดิมทำเลแรก วงแหวน-อ่อนนุช มูลค่าโครงการ 1,172 ลบ. ราคาเริ่มต้น 5.59 ลบ.

บจ.เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์  ลุยเปิดตัวบ้านเดี่ยวโครงการแรก ภายใต้ชื่อแบรนด์ “วิรัณยา” บนทำเลศักยภาพย่าน วงแหวน-อ่อนนุช  ภายใต้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวดีๆที่ถ่ายทอดผ่านสายฝน  ยังมั่นใจในตัวสินค้าและศักยภาพของทำเล  ชูจุดขาย “บ้านที่มีหัวใจ”  ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 5.59 ลบ. พร้อมวางเป้ายอดขายไว้มากกว่า   80  ลบ. ภายในสิ้นปีนี้  คาดสิ้นปีนี้ยอดขายรวมทุกโครงการอยู่ที่  1,700 ลบ. เติบโต  60 % จากปีที่แล้ว   นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการผู้จัดการ  บจ.เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมทั้ง คอนโดมิเนียม  เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์  ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิต และบ้านเดี่ยว เผยเกี่ยวกับการเปิดตัว “วิรัณยา (Viranya)” วงแหวน-อ่อนนุช  บ้านเดี่ยวโครงการแรกจากเรียลแอสเสทฯ ว่า “เรียลแอสเสทฯ ได้ศึกษาวิจัยถึงศักยภาพที่ดินและพบว่าที่ดินทำเลในย่านวงแหวน-อ่อนนุช เป็นย่านที่มีการเติบโตและมีการขยายตัวของเมืองสูง  การคมนาคมสามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง รวมทั้งยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย  ด้วยปัจจัยบวกดังกล่าวทำให้เรามีการพัฒนาโครงการ “บ้านเดี่ยว” และนำแบรนด์ใหม่ “วิรัณยา” ลงในพื้นที่นี้ “วิรัณยา” (Viranya)” วงแหวน-อ่อนนุช นับเป็นโครงการที่ 9 จากเรียลแอสเสทฯ และเป็นผลงานบ้านเดี่ยวแบรนด์แรกของบริษัทฯ  โดยเราให้ความทุ่มเทในทุกๆรายละเอียดของกระบวนการพัฒนาและออกแบบภายใต้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวดีๆที่ถ่ายทอดผ่านสายฝน  ซึ่งก่อกำเนิดความเจริญงอกงาม ความสดชื่น และความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย  ภายใต้แนวคิด “บ้านที่มีหัวใจ” เน้นการออกแบบที่สอดประสานธรรมชาติกับการอยู่อาศัยและกิจกรรมของทุกๆคนในครอบครัวได้อย่างลงตัว โครงการ “วิรัณยา” มีมูลค่าโครงการ 1,172 ลบ. ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 5.59 ลบ. แนวคิดในการออกแบบเป็นสไตล์ Modern ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพย่านวงแหวน-อ่อนนุช  ถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก มีพื้นที่โครงการทั้งหมดประมาณ 43-1-65 ไร่ จำนวน 169 ยูนิต ประกอบด้วยบ้าน 3 แบบ ได้แก่ แบบ Floretta ขนาดพื้นที่ใช้สอย 141 ตร.ม.3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ แบบ Blooma ขนาดพื้นที่ใช้สอย 154 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ แบบ Matura ขนาดพื้นที่ใช้สอย 171 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ภายในถูกออกแบบให้ลงตัวแบบ Multi-Purpose รวมทุกกิจกรรมความสุขของทุกคนในครอบครัว พร้อมเพิ่มมุมมองที่กว้างกว่าและเชื่อมต่อสวนหน้าบ้านด้วยกระจกเข้ามุม ตัวบ้านถูกออกแบบให้ดูกว้างเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมภายในครอบครัวได้มากขึ้น   สภาพแวดล้อมภายในโครงการมีบรรยากาศที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ พร้อมระบบความปลอดภัยแบบ Next Generation Security Entrance และกล้อง CCTV ทั่วโครงการ นอกจากนั้นยังมีสโมสร 2 ชั้นขนาดใหญ่ ฟิตเนสและสระว่ายน้ำ สวนภายในโครงการเชื่อมต่อให้เป็น Jogging Track ให้สามารถออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติ  ในด้านการเดินทางยังสะดวกสบาย เข้าเมืองได้หลายเส้นทาง ทั้งจากวงแหวนพระราม 9 และบางนา ใกล้ทางด่วนวงแหวนฝั่งใต้ ทางด่วนฉลองรัช และทางด่วนบูรพาวิถี และยังใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภค อาทิ โรงพยาบาล, สถานศึกษา และห้างสรรพสินค้า IKEA , เซ็นทรัล บางนา, พาราไดซ์ พาร์ค และซีคอน สแควร์ เป็นต้น นายสกุลธร กล่าวเพิ่มเติมถึงผลประกอบการของเรียลแอสเสทฯในปีนี้ ว่า ปัจจุบันเรียลแอสเสทฯมีโครงการทั้งหมด  9 โครงการ ประกอบด้วย โครงการคอนโดมิเนียมเดอะสเตจ  (เตาปูนอินเตอร์เชนจ์) 1 โครงการ  ทาวน์โฮม 4  โครงการ ได้แก่เพล็กซ์ 3 โครงการ (บางนา วัชรพล นวมินทร์) และสตอรี่ส์  (วงแหวน –อ่อนนุช)  1โครงการ โฮมออฟฟิศ  2 โครงการ ได้แก่ เอ็นเตอร์ไพรซ์ ปาร์ค และ เดอะพรีเที่ยม  (บางนา)  เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ปารค์ ไนน์ทีน 19 (เอกมัย 19)  1 โครงการ และล่าสุดโครงการบ้านเดี่ยววิรัณยา (วงแหวน-อ่อนนุช) อีก 1 โครงการ   ซึ่งในปีนี้บริษัทฯมียอดขายรวมมากกว่า 1,700  ลบ. โดยได้มาจากคอนโดมิเนียม 600 ลบ. ทาวน์โฮม 720 ลบ. โฮมออฟฟิศ 300 ลบ. และจากบ้านเดี่ยว  80 ลบ.   ด้านยอดโอนรวมทั้งหมด  1,000 ลบ. เติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว 30%  สำหรับมุมมองตลาดอสังหาฯในช่วงครึ่งปีหลัง ผมมองว่าจากภาวะเศษฐกิจจะยังมีการชะลอตัว แต่บริษัทฯมีความมั่นใจในศักยภาพของที่ดินที่เรามีอยู่ เรายังสามารถเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้อย่างแน่นอน นอกจากนั้นในครึ่งปีหลังเรายังมุ่งหวังจะมอบความสุขในทุกมิติของการอยู่อาศัยภายใต้สโลแกน  We build real matters  for living  เราสร้างสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิต โดยใส่ใจความต้องการที่แท้จริงของมนุษย์ผ่านมิติต่างๆเช่น การสร้างสังคมคุณภาพ  การออกแบบไลฟ์สไตล์ การออกแบบนวัตกรรมใหม่ๆ ความปลอดภัย และการใส่ใจในเรื่องคุณภาพ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้จัดเตรียมกิจกรรมเพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกครอบครัว Real Family  ตลอดทั้งปี  เพราะเราเชื่อว่าบ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่บ้านเป็นศูนย์รวมของความรัก ความอบอุ่นภายของสมาชิกในครอบครัว” โครงการ “วิรัณยา (Viranya)” วงแหวน-อ่อนนุช พร้อมเปิด Exclusive VIP day  ในวันที่ 22-23 สิงหาคมนี้  ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 5.59 ลบ. พร้อมข้อเสนอโปรโมชั่นพิเศษสุด  จองในงานรับส่วนลด 50,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 061-416-9666 หรือ www.viranya.com