Tag : แต่งบ้าน

96 ผลลัพธ์
เรื่องน่าละเหี่ย อ่อนเพลียใจ ถ้าเจอในบ้านคุณ

เรื่องน่าละเหี่ย อ่อนเพลียใจ ถ้าเจอในบ้านคุณ

"บ้านคือวิมานของเรา" คำนี้หลายๆ คนคงคุ้นหูกันอยู่แล้ว แต่ถ้าบ้านมันไม่ใช่วิมานล่ะ 555 มันจะกลายไปเป็น "นรกบนดิน" ซะงั้น ที่คุณต้องทนอยู่ เพราะสิ่งต่างๆ ที่มันเกิดขึ้นภายในบ้านเรา (ไม่รวมเมียนะ 555) สิ่งเหล่านี้ ที่จะก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ทำให้บ้านไม่น่าอยู่ น่าละเหี่ยใจ ลองมาดูว่า คืออะไร แล้วมีวิธีแก้ไข ได้อย่างไร     ข้อที่ 1 คนในบ้านเราเอง ที่เอาแต่เรื่องร้ายๆ เรื่องหนักใจ เข้าบ้าน อันนี้จริงครับ บางทีเรื่องไม่เป็นเรื่อง คนของเราก็ทำให้มันกลายเป็นเรื่องหนักอกหนักใจได้ทันที (เดาเอาเองเรื่องอะไร) เราเองก็ต้องมองโลกในแง่ดีไว้ ใจเย็นๆ ทุกเรื่องมีทางออก ทางแก้ไขเสมอ   ข้อที่ 2 หมอน อย่าให้มันเก่าไป เก่าจะยวบๆ หนุนแล้วติดเตียง ถ้าเรานอนหลับไม่สนิท ตื่นมาก็รู้สึกได้ว่า อ่อนเพลีย ไม่สบายตัว ไม่สดชื่น ทั้งๆ ที่นอนทั้งคืน แต่มันจะนอนไม่หลับ ไม่สบาย ถ้าหมอน มันนุ่มเกินไป หรือ แข็งจนสูงเกินไป ว่างๆ ลองตรวจดูหมอนที่คุณใช้หนุนว่ามันสบายต่อการนอนมั้ย ลองลงทุน หาซื้อหมอนดีๆ สักใบสองใบ ราคาหมอนดีๆ ก็ไม่น่าจะแพงนะ ชีวิตยามเช้าของคุณ อาจจะตื่อนขึ้นมาบนวิมานจริงๆ ก็ได้     ข้อที่ 3 การกลั้นหาว จะทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลีย เพราะ เมื่อเราง่วงแล้วเราไม่ไปนอน เอาแต่กลั้นไม่ให้หาว ง่วงก็ง่วง หาวก็ไม่หาว ร่างกายจะมีปฏิกริยา ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทั่วถึง (ออกแนววิชาการหน่อยนึง) >> นั่นสิ ง่วงก็ไปนอน จบ     ข้อที่ 4 ข้อนี้ เห็นด้วย ถ้าถึงเวลาที่ต้องซัก หรือเอาผ้าห่มไปตากแดด แต่ไม่เอาไปทำ แล้วนอนอยู่กับมัน พวกไร ฝุ่น จะทำให้เราหายใจไม่สะดวกติดขัด นอนหลับไม่สนิท หลับไม่เต็มตื่นได้ ตื่นเช้า แทบไม่อยากจะลุกจากเตียง อ่อนแอๆ...เพราะฝุ่นพวกนี้่เอง วิธีแก้ง่ายๆ เลย เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนหนุน หมอนข้างๆ บ่อยๆ แล้ว พวกหมอน หมอนข้าง ผ้านวม รวมถึงฟูก ถ้ามีเวลา ก็เอาไปตากแดด (เปรี้ยงๆ เลย) รับประกัน ไรฝุ่นตาย หายวับไปจากโลกนี้แน่นอน     ข้อที่ 5 การที่อยู่ใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้านานๆ และมากเกินไป ก็จะทำให้ร่างกายอ่อนล้า อ่อนเพลียได้ง่าย เพราะอุณหภูมิความร้อนที่กระจายออกมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้น ทำให้ร่างกายเราเสียน้ำ รวมถึงมีขั้วบวกที่ทำให้เกิดฮอร์โมนอ่อนเพลีย ซึมเศร้าได้ พยายามหลีกเลี่ยงนะ   ข้อที่ 6 บ้าน "รก" ถ้าตามหลักการอยู่อาศัยแล้ว ถ้าบ้านรก หันไปทางไหน มีของใช้วางระเกะระกะ จานชามก็ไม่ล้าง เกะกะขวางทาง รกรุงรังไปหมด ดูแล้วก็หงุดหงิด รำคาญใจ ก่อให้เกิดความเบื่อหน่ายได้ และอีกทั้ง ในหลักฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข บ้านที่เราอยู่ ไม่ควร "รก" จะทำให้เรา ขาดพลังชีวิต (นั่นไง พลังหายไป) ดังนั้น เราควรต้องจัดบ้านให้น่าอยู่ สอาดสะอ้าน สบายตา เข้าไว้     ข้อที่ 7 หน้าต่างสกปรก ปกติแล้ว เราอยู่บ้าน ถ้าไม่เปิดแอร์ เราก็จะเปิดหน้าต่าง เพื่อที่จะให้ลมพัด ถ่ายเทเข้ามาในบ้าน หากหน้าต่าง มีฝุ่น แบคทีเรีย สิ่งสกปรกเกาะอยู่เต็มเลย เมื่อลมพัดเข้าบ้าน ก็จะพัดสิ่งสกปรกเหล่านี้เข้ามาในบ้านด้วย อาจจะทำให้คนในบ้าน ไม่สบาย เจ็บป่วย อ่อนเพลีย ได้   เท่าที่ยกมาให้ 7 ข้อ ผมว่ามันยังคงมีข้ออื่นๆ อีกเพียบ ที่ก่อให้เราอ่อนล้า อ่อนเพลีย เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น หากใคร มีความเห็นเพิ่มเติม ก็สามารถกรอก แสดงความคิดเห็นคุณในกล่องข้อความด้านล่างบทความนี้ได้เลยครับ     ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ วันนี้ บายๆ ไปก่อน เรียบเรียงโดย นาย OneFineDay ʕ•ᴥ•ʔ     ข้อมูลดีๆ ประกอบจาก Hunsa.com ภาพประกอบสวยๆ จาก Pixabay.com
Review Your Living พาเดินงาน บ้านและสวนแฟร์ 2018

Review Your Living พาเดินงาน บ้านและสวนแฟร์ 2018

สวัสดีครับ วันนี้ เอาใจคนรักบ้านและสวน พาไปดูว่ามีอะไรบ้างในงานใหญ่กลางปี "บ้านและสวนแฟร์ 2018" ที่จัดขึ้นที่ ไบเทค บางนา ช่วงวันที่ 4-12 สิงหาคม 2018 งานนี้ ไม่ผิดหวังคนรักบ้านแน่ๆ     บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2018 นำเสนอนวัตกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เข้ามาตอบสนองการใช้ชีวิต โดยมีระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อในทุกสรรพสิ่งของที่อยู่อาศัยหรือบ้าน และการใช้งานภายในบ้าน เพื่อคอยรับคำสั่ง ทำงานต่างๆ ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละกิจกรรม งานนี้จะแสดงให้ผู้ชมงานเห็นว่าบ้านและบริบทของบ้านในอนาคตน่าจะเป็นอย่างไรและมีผลต่อการดำเนินชีวิตอย่างไร   ก่อนเข้างาน เราควรจะไปลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ ง่ายๆ เพียงแค่แสกน QR แล้วกรอกรายละเอียดนิดหน่อย เพื่อรับของที่ระลึก กระเป๋าผ้ารักษ์โลกสุดเก๋ พร้อมกับนิตยสาร My Home ฟรี อีก 1 เล่ม (ยิ้มสิ...)   Internet of Home   บ้านที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาตอบสนองการใช้ชีวิต ทั้งการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อในทุกสรรพสิ่งของที่อยู่อาศัยหรือบ้าน และการใช้งานภายในบ้าน โดยมีการจัดแสดงการใช้งานของเทคโนโลยีตามห้องต่างๆ ของบ้าน เพื่อให้ผู้ชมงานเห็นความสะดวกสบายและบรรยากาศแห่งความสุข กับการใช้พื้นที่ในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนิทรรศการจะจำลองไลฟ์สไตล์เพื่อตอบสนองการใช้งานของห้องต่างๆ ที่ประกอบด้วยหลากหลายมุมซึ่งมีการสั่งการด้วยเสียงหรือผ่านแอพพลิเคชั่น   คอนเซ็ปต์ในการออกแบบบ้าน Internet of Home - ครัว มุมรับประทานอาหาร และสวนหลังบ้าน พื้นที่ทำครัวที่เต็มไปด้วยฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งเคาน์เตอร์ครัวที่เป็นเสมือนไอส์แลนด์เตรียมอาหารและปรับเปลี่ยนให้เป็นบาร์สังสรรค์ หรือมุมรับประทานอาหารได้ในคราวเดียวกัน พื้นที่ส่วนนี้จะจัดแสดงตัวอย่างคำสั่งได้ถึง 3 ทางเลือก ดังนี้ 1. สดชื่นยามเช้า เมื่อสั่งคำสั่งการใช้งานในยามเช้า ไฟในห้องนี้ทั้งส่วนเคาน์เตอร์และไอส์แลนด์ในครัวจะติดพร้อมกับโทรทัศน์ที่แสดงช่องข่าวรับอรุณ 2. โรแมนติกยามค่ำคืน เมื่อใช้คำสั่งนี้ ไฟต่างๆ ในส่วนครัวจะปิดลง และไฟบนโต๊ะอาหารจะติด พร้อมกับไฟในสวน เพื่อการดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดโรแมนติกในช่วงดินเนอร์ 3. ปาร์ตี้แสนสนุก ฟังก์ชันที่ช่วยสร้างบรรยากาศปาร์ตี้แห่งสีสัน โดยไฟในโซนนี้จะปิดทั้งหมด แต่บริเวณเวทีกิจกรรมจะมีไฟหลากสีสันติดขึ้น พร้อมเสียงเพลงให้ได้สนุกสุดเหวี่ยงได้ตามต้องการ นอกจากนี้บริเวณมุมสวนหลังบ้านยังมีการจัดแสดง “สวนของบ้านรุ่นใหม่” ที่มีพื้นที่สำหรับชาร์ตรถไฟฟ้า เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน และสามารถดัดแปลงเป็นธุรกิจได้ในอนาคต - ห้องนอน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ โดดเด่นด้วยสมาร์ทมิลเลอร์ที่มีคำสั่งการใช้งานได้หลากหลาย จัดแสดงตัวอย่างคำสั่งได้ 2 ทางเลือก ดังนี้ 1. มอร์นิ่งยามเช้า เมื่อตื่นนอนและใช้คำสั่งนี้ ผ้าม่านในห้องจะเปิดรับแสงแดดยามเช้า และไฟตรงห้องแต่งตัวจะติดขึ้น พร้อมให้เปลี่ยนชุดแต่งตัวต้อนรับวันใหม่อย่างสดใส 2. กู๊ดไนท์ยามดึก เมื่อสั่งงาน ผ้าม่านของห้องนอนจะปิด รวมถึงไฟภายในบริเวณนี้ก็จะพร้อมใจกันดับ เพื่อให้สภาพแวดล้อมของห้องพร้อมสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง     ในงานยังมีของแต่งบ้านน่ารัก น่าซื้ออีกเพียบ ลองเลือกดูกันเลย           เครื่องใช้ไฟฟ้า ลดกระหน่ำ ซัมเมอร์เซลล์     ส่วนของการแต่งสวนสวย จะมีพืชพันธ์ไม้ประดับ ตกแต่งสวยนานาพันธ์ ให้ได้เลือกซื้อ ทั้งมีดอก ไม่มีดอก ละลานตากันเลยทีเดียว        ใครว่างๆ ไปเดินชิวๆ ได้เลย งานมีตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 12 สิงหาคม นี้นะครับ ที่ ไบเทค บางนา ไปเช้าๆ นะ ถ้าไปสาย จะหาที่จอดรถลำบากหน่อยครับ Review Your Living Team    
ตกแต่งบ้านให้รู้สึกปลอดภัย ด้วยกระเบื้องปูพื้นจากโสสุโก้

ตกแต่งบ้านให้รู้สึกปลอดภัย ด้วยกระเบื้องปูพื้นจากโสสุโก้

 สังคมในปัจจุบันมักใช้ชีวิตแบบครอบครัวใหญ่  มีบ้านหลายหลัง จึงมีคนต่างรุ่นและต่างวัยอาศัยอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน ทำให้การเลือกวัสดุตกแต่งหรือฟังก์ชั่นต่างๆภายในบ้านต้องครอบคลุม และคำนึงถึงการใช้งานร่วมกัน เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายและปลอดภัยไปพร้อมๆกัน   โดยเฉพาะในเรื่องของ “วัสดุปูพื้น” ที่กูรูด้านกระเบื้องอย่าง “โสสุโก้” ให้คำแนะนำว่า ในการเลือกใช้วัสดุปูพื้นนั้น ไม่เพียงแค่เลือกจากลวดลายและสีสันตามความชอบเพียงแค่นั้น แต่ถ้าบ้านใดมีผู้สูงอายุ หรือเด็กน้อย ก็ยิ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทั้ง 2 วัยที่กล่าวมานั้นมีลักษณะการเคลื่อนไหวที่ไม่มั่นคง เสี่ยงต่อการล้มได้ง่าย ซึ่งในปัจจุบันกระเบื้องเซรามิกปูพื้นมีลักษณะรูปแบบของพื้นผิวให้เลือกตามความเหมาะสมของการใช้งาน แบ่งออกเป็น     - กระเบื้องผิวหยาบ : กระเบื้องชนิดนี้จะมีลวดลายที่ให้เท็กซ์เจอร์บนพื้นผิวกระเบื้อง “ไม่เรียบ ไม่มันวาว” มีร่องรอยความนูนหรือให้ความรู้สึกขรุขระตามลวดลาย เช่น ลายหิน จะให้ความรู้สึกสัมผัสคล้ายหินธรรมชาติ เป็นต้น ช่วยในเรื่องของการยึดเกาะที่ดี เหมาะสำหรับการนำไปใช้บริเวณพื้นที่ต้องโดนน้ำบ่อยๆ อย่างพื้นห้องน้ำ ลายซักล้าง หรือพื้นหน้าบ้าน   - กระเบื้องผิวด้าน :  สำหรับกระเบื้องชนิดนี้เป็นกระเบื้องผิวด้าน “พื้นผิวเรียบ ไม่มันวาว” เหมาะสำหรับการนำไปปูพื้นห้องครัว หรือห้องนอน   - กระเบื้องผิวมัน :  กระเบื้องพื้นผิวมันเป็นกระเบื้องที่มี “พื้นผิวเรียบ มันวาว” เหมาะสำหรับการนำไปปูบริเวณห้องรับแขก เพราะจะช่วยให้บ้านของคุณดูสวยงามและมีกลิ่นอายของความหรูหราอีกด้วย
แต่งบ้านสวยดูแพง ในงบหลักร้อย จากอิเกีย บางใหญ่

แต่งบ้านสวยดูแพง ในงบหลักร้อย จากอิเกีย บางใหญ่

อย่างที่หลายๆ คนทราบกันดีอยู่แล้วว่า "อิเกีย บางใหญ่" ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เรียกว่าสร้างความตื่นเต้นให้ย่านบางใหญ่กลับมาคึกคักยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นสโตร์อิเกียที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเนื้อที่รวมถึง 50,278 ตารางเมตร มาพร้อมสินค้าให้เลือกสรรกว่า 8,000 รายการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสำหรับแต่งบ้าน อาทิ ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องครัว และห้องน้ำ จุดเด่นของเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านภายใต้แบรนด์ อิเกีย นั้นอยู่ในช่วงราคาย่อมเยา แต่มาพร้อมดีไซน์ที่ดูดีทันสมัยและฟังก์ชั่นที่โดนใจใช้งานได้ดี วันนี้ทีมงาน “Review Your Living” เลยขอเอาใจคนรักบ้าน ที่มีความสุขกับการแต่งบ้านโดยคัดสรรเฟอร์นิเจอร์และสินค้าไอเท็มเด็ดๆ ราคาโดนใจในราคาหลักร้อยจาก อิเกีย บางใหญ่ มาให้แล้ว บอกเลยว่านอกจากจะใช้งานได้ดี ยังตอบโจทย์ความต้องการให้กับผู้ที่กำลังมองหาตัวช่วยที่ทำให้บ้านหลังสวย หรือคอนโดมิเนียมสุดที่รักได้ปรับเปลี่ยนตามพื้นที่ที่มีอยู่แบบจำกัด แถมยังประหยัดงบในกระเป๋าสตางค์ด้วย   1. จัดห้องน้ำให้งาม และใช้ง่าย     เพราะเราต่างเริ่มต้นวันใหม่ทุกวันที่ “ห้องน้ำ” ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้ห้องอื่นๆ ของบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เรารู้สึกดีเสมอ ช่วยสร้างความสุขให้ผู้ใช้ได้แม้ในระยะเวลาไม่นานนักก็ตาม เมื่อห้องน้ำมีความสำคัญมากขนาดนี้ เราจึงอยากแบ่งปันไอเท็มดีๆ ราคาหลักร้อย ที่จะช่วยให้คุณใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น..   1.1 VESKEN เวสเก้น ชั้นวางของ ราคา 399 บาท  ชั้นวางของ VESKEN เวสเก้น ที่ใครๆ ก็สามารถประกอบได้ง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือ เพียงต่อให้ลงล็อกก็พร้อมใช้งาน ชั้นผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล จึงใช้เก็บของกระจุกกระจิกในห้องน้ำได้สบายๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องขึ้นเชื้อรา 1.2. BRICKAN บริคกัน ชั้นวางของ ราคา 790 บาท ชั้นวางของ BRICKAN บริคกัน ที่ใช้ในห้องน้ำขนาดเล็กได้อย่างลงตัว และช่วยให้คุณหาของที่ต้องใช้ได้รวดเร็วทันใจ มี 2 ฟังก์ชันการใช้งาน ใช้ชั้นเก็บผ้าเช็ดตัวที่ยังไม่ได้ใช้และใช้ตะขอแขวนผ้าเช็ดตัวผืนที่ใช้งานอยู่ 1.3.  ฮูร์เน็น ราวม่านห้องน้ำ ราคา 399 บาท ราวม่านห้องน้ำฮูร์เน็น ที่สามารถติดตั้งง่ายโดยไม่ต้องเจาะรูหรือขันสกรู มีปลอกพลาสติกหุ้มรอยต่อราวม่าน ช่วยให้เลื่อนผ้าม่านได้ไม่สะดุดเพราะราวม่านมีระบบสปริง จึงยึดติดกับผนังได้มั่นคง ทั้งนี้ที่ครอบปลายราวม่านทำจากยาง จึงไม่ก่อให้เกิดร่องรอยขีดขวนบนผนังหรือกระเบื้อง ทนทานและดูแลทำความสะอาดง่าย เพราะทำจากสแตนเลส และสามารถยืดออกได้ตั้งแต่ 70 ถึง 120 ซม. 1.4. บาลุงเง่น ราวตากผ้า ราคา 590 บาท ราวตากผ้าซีรีส์ BALUNGEN/บาลุงเง่น ได้แรงบันดาลใจจากห้องน้ำในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ต้นศตวรรษที่ 19 สกรูที่ซ่อนอย่างแนบเนียน และผิวชุบโครเมียม จึงทนทาน ไม่ผุกร่อน ช่วยให้ห้องน้ำดูสวยเนี้ยบกลมกลืนกันทั้งห้อง 1.5. คนอดด์ ถังขยะมีฝาปิด ราคา 299 บาท ถังขยะมีฝาปิด คนอดด์ ฝามีตะขอใช้เกี่ยวขอบถังเวลาเปิด ทำให้ไม่ต้องหาที่วางฝา สามารถใช้ได้ทุกที่ในบ้าน แม้แต่ในที่เปียกชื้น อย่างในห้องน้ำ   2. แต่งห้องนอนให้ชวนฝัน     “ห้องนอน” ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญไม่แพ้มุมอื่นๆ ภายในบ้าน เนื่องจากเป็นแหล่งพักผ่อนและเป็นห้องที่สมาชิกในบ้านใช้เวลากับมันมากที่สุดในแต่ละวัน ทั้งนี้ตามศาสตร์ของเรื่องฮวงจุ้ย การตกแต่งห้องนอนให้เป็นระเบียบและเรียบร้อยอยู่เสมอจะส่งผลถึงดวงชะตาในชีวิต ดังนั้นไม่ควรพลาดไอเท็มเด็ด ราคาหลักร้อย ที่จะทำให้ห้องนอนของคุณน่าทิ้งกายพักผ่อนชวนฝันมากกว่าที่เคย   2.1 เซียลเย่ โต๊ะข้างเตียง สีขาว ราคา 999 บาท โต๊ะข้างเตียงดีไซน์เรียบง่าย มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานสุดเจ๋ง เพียงร้อยสายไฟปลั๊กพ่วงสำหรับเสียบที่ชาร์จออกทางด้านหลังลิ้นชัก เท่านี้คุณก็มีที่ชาร์จอยู่ใกล้มือ สะดวกสบาย แถมยังเก็บสายไฟได้เรียบร้อยมิดชิดในราคาสบายกระเป๋า 2.2 ทูฟเบร็กก้า ปลอกผ้านวม และปลอกหมอน2ใบ สีดำ/ขาว ราคา 990 บาท เติมเต็มความสุขในการนอนด้วยปลอกผ้านวมเนื้อนุ่ม ทอด้วยเส้นใยฝ้ายที่ทนทาน ระบายอากาศ และซึมซับความชื้นได้ดี ให้สัมผัสนุ่มสบายผิว ปลอกผ้านวมมีลายทางที่วาดด้วยมือที่ได้รับความนิยมในยุค 70 หากลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่าลายเส้นไม่ตรงนัก เพราะดีไซเนอร์วาดลวดลายขึ้นเองกับมือ และปลอกผ้านวมลายหน้าหลังต่างกัน ใช้ได้ทั้งสองด้าน สลับได้ตามชอบ อีกทั้งยังติดกระดุมแป๊กซ่อน ช่วยให้ผ้านวมเรียบ ไม่เป็นกระจุกอีกด้วย 2.3 EIDSÅ กระจกเงา ราคา 699 บาท ให้คุณเตรียมพร้อมก่อนออกจากบ้านด้วยกระจกเงารุ่น EIDSÅ ขนาด 48 x 120 ซม. ดีไซน์สวยเหนือกาลเวลา จะแขวนในห้องนั่งเล่นหรือห้องน้ำก็ได้ และยังเลือกติดแนวตั้งหรือแนวนอนได้ตามความชอบและขนาดพื้นที่ 2.4 โลเต้ ตู้ 3 ลิ้นชัก สีขาว ราคา 999 บาท ออกแบบตู้เสื้อผ้าได้ตามความต้องการจัดเก็บอย่างแท้จริง เพียงเลือกใช้ตู้ลิ้นชักน้ำหนักเบาและมีมือจับอยู่ข้างตู้ จึงเคลื่อนย้ายได้สะดวกสบาย และจัดเก็บเสื้อผ้าหรือข้าวของได้อย่างเป็นระเบียบ 2.5 ÄNGLAND (แองแลนด์) โคมไฟตั้งพื้น ราคา 790 บาท สร้างบรรยากาศอบอุ่น แสนสบาย ด้วยโคมไฟตั้งพื้นและฐานเหล็กเป็นการผสมผสานแบบคลาสสิกที่ลงตัว ช่วยเพิ่มกลิ่นอายของความดั้งเดิมในห้องของคุณ ที่ช่วยกระจายแสงไฟให้ดูนวลตา โคมไฟ ÄNGLAND (แองแลนด์) จึงตอบโจทย์ทุกความต้องการของโคมไฟด้วยลุคเดียวที่ลงตัว   3. แต่งครัวให้สวยดั่งใจนึก   “ห้องครัว” หนึ่งในหัวใจสำคัญอีกห้องหนึ่งของบ้านที่ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะเป็นบริเวณประกอบอาหาร ยังกลายเป็นมุมสำหรับพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันของคนในครอบครัวได้อย่างมีอรรถรส ดังนั้นเราควรตกแต่งห้องครัวให้สวยงามดั่งใจจากไอเท็มสำคัญราคาหลักร้อย ดังต่อไปนี้..   3.1 วาเรียร่า ถาดเก็บช้อนส้อม ราคา 990 บาท ครัวที่สมบูรณ์แบบคือครัวที่แก้ปัญหาความไม่ลงตัวในชีวิตประจำวันได้ อาทิ การเลือกใช้ถาดเก็บช้อนส้อมวาเทียร่า เพื่อจัดระเบียบอุปกรณ์ครัว ซึ่งผลิตจากไม้จริง เป็นวัสดุธรรมชาติที่ทนทานการใช้งาน ขนาด 52 x 50 ซม. คุ้มค่าในราคาไม่ถึง 1,000 บาท 3.2 เวียดดิงเง บานตู้ สีขาว ราคา 1,000 บาท ตู้ครัวที่เหมาะกับการใช้งานจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและพลังงานทุกครั้งที่คุณทำอาหารหรือจัดการงานครัว อิเกียมีตู้ครัวหลากหลายแบบและราคาให้เลือกสรร แต่ที่น่าสนใจทั้งในแง่ของคุณภาพและราคาก็คือ บานตู้ รุ่น เวียดดิงเง สีขาวที่ดูสบายตา สะท้อนสไตล์โมเดิร์นที่ดูสบายตาในราคาน่าคบหา 3.3 วาเรียร่า ที่วางจาน ราคา 359 บาท จานชามที่วางตั้งอยู่ธรรมดาคงดูไม่สวยงามเท่าไหร่ แนะนำให้เลือกใช้ วาเรียร่า ที่วางจาน ขนาด 21 - 31 ซม. ซึ่งสามารถปรับความกว้างได้ตามขนาดของจานชาม วางเก็บในลิ้นชักสูง บนชั้นวาง หรือบนโต๊ะได้ตามใจ และเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย 3.4. RIMFORSA (ริมฟอร์ซา) ที่วางแท็บเล็ต ราคา 490 บาท ผู้ช่วยของครัวยุคใหม่คงหนีไม่พ้น RIMFORSA (ริมฟอร์ซา) ที่ตั้งแท็บเล็ตให้คุณเห็นการคลิปการทำอาหารชัดๆ และไม่เกะกะเลอะเทอะ ขณะคุณยุ่งอยู่กับการปรุงอาหารสูตรใหม่ 3.5 ฟินทอร์ป ที่คว่ำจาน สีดำกัลวาไนซ์ ราคา 429 บาท ถ้าตู้ครัวและลิ้นชักเก็บของมีพื้นที่ไม่พอเก็บเครื่องครัวและของใช้ต่างๆ ที่เก็บของแขวนผนังคือทางเลือกที่ลงตัว นอกจากจะเลือกออกแบบได้ตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยราวแขวน ตะขอ ภาชนะใส่ของ และชั้นวางของแบบต่างๆ แล้ว ยังช่วยให้คุณเก็บเครื่องครัวได้อย่างเป็นระเบียบ อยู่ใกล้มือหยิบใช้ง่าย เช่นเดียวกับ ฟินทอร์ป ที่คว่ำจาน สำหรับแขวนติดผนังหรือตั้งโต๊ะ มีถาดรองน้ำใต้ที่คว่ำจาน ช่วยป้องกันพื้นเปียกเลอะเทอะ   4. แต่งแต้มห้องนั่งเล่นในฝัน     การมี "ห้องนั่งเล่น" ไว้พักผ่อนในวันหยุด ก็ทำให้เราหายเหนื่อยจากการทำงานทั้งสัปดาห์ได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจึงรวบรวมไอเท็มน่าสนใจจากอิเกียบางใหญ่ ที่จะช่วยให้ห้องนั่งเล่น ต่างสไตล์ ที่ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน ดูทีวี และทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวมาฝาก   4.1 ลัค โต๊ะกลาง ราคา 790 บาท ห้องนั่งเล่นเป็นสถานที่ที่บอกเล่าความเป็นตัวตนคุณ จึงไม่ควรวางข้าวของให้รกรุงรัง แนะนำให้ใช้โต๊ะกลาง รุ่นลัค ที่มีชั้นวางของใต้โต๊ะ เก็บนิตยสารและของต่างๆ ได้เป็นระเบียบ ไม่รกบนโต๊ะ ก็ช่วยทำให้ห้องดูน่าอยู่ขึ้นมาง่ายๆ 4.2 อัลเซด้า สตูลเตี้ย ราคา 990 บาท มีโต๊ะกลางแล้ว ก็ต้องมีสตูลเล็กๆ อย่าง อัลเซด้า สตูลทรงเตี้ย ที่ทำจากใยกล้วย ให้ผิวสัมผัสธรรมชาติ แต่เมื่อนำไปวางไว้ในห้องนั่งเล่นก็ช่วยทำให้ห้องดูมีสไตล์มากขึ้น 4.3 โอสเตียด พรมทอเรียบ ราคา 990 บาท ไม่ว่าจะตกแต่งสบายแค่ไหน แต่การให้นั่งพักผ่อนในห้องที่คุณไม่รู้สึกเป็นตัวของตัวเองก็คงไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก การใช้พรมเข้าไปตกแต่งก็ช่วยให้ห้องดูโดดเด่นขึ้นมาง่ายๆ ซึ่งเราขอแนะนำ โอสเตียด พรมทอเรียบ สีน้ำตาล ขนาด 80 x 140 ซม. พรมทอจากใยป่านศรนารายณ์ ซึ่งเป็นเส้นใยที่ได้จากต้นอะกาเว่ (Agave) ทำให้พรมมีความเหนียวทนทานเป็นพิเศษ 4.4 ยิลล์ฮอฟ ปลอกหมอนอิง ราคา 599 บาท เมื่อใดที่คุณเริ่มรู้สึกเบื่อห้องนั่งเล่นเดิมๆ แนะนำให้เปลี่ยนหมอนอิง และปลอกหมอนใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายดาย รวดเร็ว และสบายกระเป๋าสตางค์ ในการเพิ่มความแปลกใหม่ให้ห้อง เช่นเดียวกับ ยิลล์ฮอฟ ปลอกหมอนอิงลวดลายป่าทรอปิคอล ขนาด 40 x 65 ซม. สีสันสดใสที่จะทำให้ห้องนั่งเล่นของคุณมีเสน่ห์มากขึ้น 4.5 SJÖPENNA (เคอเพนนา) โคมแขวนเพดาน ราคา 790 บาท เพราะแสงไฟจากโคมไฟแต่ละชิ้นสร้างความแตกต่างได้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นห้องนั่งเล่นที่ดีนอกจากมีแสงสว่างจากธรรมชาติสาดส่องเข้ามาเพียงพอแล้ว แสงประดิษฐ์จากโคมไฟก็มีความจำเป็นเช่นกัน ซึ่งเราขอแนะนำ SJÖPENNA (เคอเพนนา) โคมแขวนเพดาน ทรงรี ขนาด 35 ซม. ที่จะช่วยกระจายแสง ให้แสงสว่างทั่วบริเวณห้องนั่งเล่นของคุณได้อย่างทั่วถึงในราคาแสนประหยัด  
5 พรรณไม้ที่ควรปลูกไว้ริมรั้ว

5 พรรณไม้ที่ควรปลูกไว้ริมรั้ว

เรามาตกแต่งรั้วบ้านที่เรียบๆ ด้วย “พรรณไม้” ให้กลายเป็นรั้วสีเขียวสวยงามสบายตากันดีกว่าค่ะ โดยทุกบ้านสามารถทำได้แม้จะมีพื้นที่ที่จำกัด เพราะอาศัยเพียงพื้นที่แนวนอนยาวขนาบไปกับตัวรั้วเท่านั้น แถมถ้าเลือกให้ดีต้นไม้บางชนิดยังมีคุณสมบัติช่วยอำพรางสายตาจากคนภายนอกและป้องกันโจรได้ด้วย เพราะไม้บางชนิดมีหนาม หรือจะปลูกไม้พุ่มสูงก็ทำให้โจรเข้ามาในบ้านได้ยากลำบาก ซึ่งการเลือกพรรณไม้สำหรับปลูกริมรั้วนั้นควรเลือกที่ทนแสงแดดและลมแรงได้ อีกทั้งควรเลือกชนิดที่ดูแลง่าย ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้างที่จะเป็นตัวช่วยให้รั้วบ้านของคุณดูสวยงาม ปลอดภัย และโดดเด่นไม่ซ้ำเพื่อนบ้านข้างๆ ต้นไทรเกาหลี ไม้ประดับที่นิยมใช้เป็นไม้แนวรั้วและตัดเเต่งคงหนีไม่พ้น ‘ไทร’ ใช่ไหมคะ? ซึ่งไทรก็แบ่งออกเป็นหลายชนิด แต่ที่เราหยิบยกมาแนะนำวันนี้คือ ไทรเกาหลี ที่มีลักษณะเป็นไม้พุ่มทรงสูงค่อนข้างเเน่น ตัวพุ่มประกอบด้วยใบสีเขียวสดที่เรียงตัวซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ เมื่อโตเต็มที่จะสูงประมาณ 5-6 เมตร ด้วยความที่ไทรเกาหลีเป็นไม้พุ่มแน่นทึบมีใบไม้เรียงตัวซ้อนกันหลายชั้น ทำให้ช่วยกันเเสงเเดดและฝุ่นละอองได้ดี จึงเหมาะที่จะนำมาปลูกกั้นเป็นกำเเพงบดบังสายตาจากคนภายนอก และป้องกันขโมยได้ด้วยเนื่องจากพุ่มสูง ที่สำคัญคือเป็นไม้ที่มีความเเข็งเเรง ทนทาน ดูเเลรักษาง่าย ไม่ค่อยมีโรคหรือเเมลงกวน สามารถเติบโตได้ดีในดินธรรมดา จึงไม่แปลกที่นักจัดสวนส่วนใหญ่นิยมปลูกให้ตามแนวรั้วบ้านนั่นเอง ต้นข่อย ไม้ต้นริมรั้วที่นิยมปลูกตามมาติดๆ ก็คือ ‘ข่อย’ ซึ่งมีลักษณะพุ่มหนา ทนแดดทนลม สูงถึง 5-10 เมตร นิยมปลูกเป็นไม้ริมรั้วเพราะพุ่มแน่นจากโคนถึงยอด หากเจ้าของบ้านหมั่นตัดแต่งดูแลพุ่มก็จะยิ่งแน่นขึ้นและใบจะมีขนาดเล็กลง กลายเป็นรั้วที่สวยงาม หรือบางบ้านอาจปลูกเป็นแนวเพื่อแบ่งอาณาเขตในสวนก็ได้ค่ะ ต้นสลัดได สำหรับใครที่ไม่ชอบพรรณไม้สูงๆ หรือไม้ใหญ่เพราะกลัวแผ่กิ่งก้านสาขาให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่สาธารณะ แนะนำให้ปลูกเป็นไม้พุ่มเตี้ยแทนค่ะ โดยเจ้าของบ้านอาจทำกระบะยกสูงจากพื้นสักระดับหนึ่ง และเลือกปลูก ‘สลัดได’ ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กจำพวกเดียวกับกระบองเพชร มีความสูงประมาณ 3-6 เมตร ลักษณะคือมีหนามทั่วทั้งลำต้น ปกคลุมตามข้อต่อใบ ภายในมียางสีขาวซึ่งเป็นพิษ หากถูกผิวหนังจะระคายเคือง จึงถือเป็นไม้ยอดนิยมที่ปลูกไว้รอบรั้วบ้าน เพราะนอกจากช่วยป้องกันขโมยแล้วยังกันสัตว์ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วยค่ะ ต้นเข็มกุดั่น หากใครถือเคล็ด ไม่อยากให้มีต้นไม้มีหนามไว้ที่บ้าน แต่ก็ยังอยากปลูกไม้พุ่มขนาดเล็กให้สามารถป้องกันโจรได้ด้วย แนะนำให้เลือกปลูก ‘เข็มกุดั่น’ ค่ะ เพราะเป็นไม้พุ่มเตี้ยคล้ายๆ กับสลัดได แต่จะเป็นทรงพุ่มกลม ใบมีลักษณะหนาและแข็งดูแหลมคม ทนต่อสภาพแห้งแล้งที่มีแสงแดดเต็มวันได้ดี อีกทั้งเวลาออกดอกยังมีกลิ่นหอมตอนกลางคืนด้วยค่ะ ซึ่งเหมาะจะปลูกประดับกระบะยกสูงริมรั้วบ้าน หรือประดับตามสวนหิน และควรระวังเด็กๆ มาสัมผัสนะคะเพราะอาจบาดมือได้ ต้นกุหลาบเทียม เอาใจเจ้าของบ้านที่ชอบพรรณไม้ออกดอกมีสีสันเพื่อเพิ่มความสวยงามตลอดแนวรั้ว แนะนำให้ปลูก ‘กุหลายเทียม’ ไม้พุ่มที่บางครั้งมีลักษณะคล้ายไม้เลื้อย ลำต้นแข็งมีหนามยาวสีน้ำตาลแดงออกเป็นกระจุกตามง่ามใบ ซึ่งจะสูงประมาณ 2-5 เมตร ตัวดอกมีสีม่วงอมชมพู เจริญเติบโตง่าย เรียกว่าไม่ต้องคอยดูแลรักษามาก เหมาะที่จะปลูกไว้ริมรั้วหรือริมหน้าต่างเพื่อช่วยป้องกันโจร และสัตว์ร้ายที่จะเข้ามาในบ้านได้ดีทีเดียวค่ะ Tips : สำหรับพรรณไม้ริมรั้วที่เราแนะนำมาทั้งหมดนี้ เจ้าของบ้านควรดูแลควบคุมระบบรากไม่ให้มีโอกาสชอนไชสิ่งปลูกสร้างอย่างรั้วได้นะคะ และหมั่นตัดแต่งกิ่งด้านของต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมขนาดของทรงพุ่มไม่ให้แผ่ขยายใหญ่ออกไปเพราะขนาดของทรงพุ่มกับระบบรากนั้นมีความสัมพันธ์กัน หรืออาจบล็อกรากโดยปลูกลงในกระถางและวางในกระบะริมรั้วที่ก่อขึ้นมาแทน เท่านี้ก็สร้างความสวยงามและกันขโมยให้แก่รั้วบ้านของคุณได้แล้วค่ะ
ขอเถอะ…10 สิ่งของในบ้านที่ควรเปลี่ยน แล้วชีวิตจะแฮปปี้ขึ้นเยอะ !

ขอเถอะ…10 สิ่งของในบ้านที่ควรเปลี่ยน แล้วชีวิตจะแฮปปี้ขึ้นเยอะ !

เพราะสิ่งของต่างๆ ก็มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของเรา ฉะนั้นลองมาดูเหล่าสิ่งของในบ้านที่ควรกำจัดทิ้ง เพราะส่งผลให้ตัวเองและคนในบ้านรู้สึกไม่แฮปปี้กันค่ะ รู้ไหมคะว่าสิ่งของต่างๆ ภายในบ้าน มีส่วนทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยดีได้ โดยถ้าหากคุณเข้าไปในบ้าน แล้วพบว่ารู้สึกไม่ค่อยมีความสุขเท่าที่ควร รู้สึกขาดแรงบันดาลใจ หรือรู้สึกว่าบางอย่างมันขวางหูขวางตาจนน่าหงุดหงิดไปหมด กระปุกดอทคอมขอแนะนำให้คุณทำการสำรวจตรวจเช็กบ้านของคุณให้ทั่วสักครั้ง เพราะบางทีการมีสิ่งของเหล่านี้อยู่ในครอบครอง อาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ค่อยแฮปปี้ก็ได้ 1.ของขวัญหรือมรดกตกทอด การเก็บสิ่งของที่เป็นมรดกตกทอดหรือของขวัญต่างๆ ที่เราไม่ได้ชอบ ไม่ได้ใช้ ไม่ตรงกับสไตล์ของเราเอาไว้ เนื่องจากรู้สึกผิดที่จะทิ้งไป ถือเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นมากๆ เพราะนอกจากจะทำให้เราไม่เอ็นจอยกับของต่างๆ เท่าที่ควรแล้ว ยังเป็นการกั๊กพื้นที่ไม่ให้เราได้วางของที่เราชอบอีกต่างหาก แถมไปๆ มาๆ ยังมีส่วนทำให้บ้านรกด้วย ทางที่ดีถ้าไม่ชอบ ไม่ใช้ ก็จะควรจะนำไปบริจาคหรือไม่ก็เก็บทิ้งดีกว่า 2. ของที่ระลึกในวัยเด็ก แม้ว่าของที่ระลึกหรือของเล่นในวัยเด็กจะทำให้เราจดจำช่วงเวลาแห่งความสุขในวัยนั้น และเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเองได้ แต่หากบางอย่างที่เก่าเกินไป เล่นไม่ได้ ใช้งานไม่ได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บเอาไว้ เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์และทำให้บ้านรกแล้ว ยังอาจทำให้เราเป็นคนที่ยึดติดอยู่กับอดีต ไม่ยอมก้าวไปข้างหน้าสักทีก็ได้ 3. หนังสือที่ไม่ได้ชอบแล้ว แน่นอนว่าหนังสือเป็นสิ่งของที่มีประโยชน์ต่อคนเรามากๆ แถมการใช้หนังสือตกแต่งบ้านก็ยังช่วยทำให้บ้านของเราดูดี มีคลาสขึ้นด้วย แต่ทว่าถ้าหากเราเก็บหนังสือเก่าๆ เอาไว้มากเกินไป หรือถ้าหากเราไม่ได้อินหรือชอบหนังสือเหล่านั้นเหมือนเดิม สิ่งที่ตามมาก็อาจจะเป็นอารมณ์ที่เบื่อเมื่อมองไปที่หนังสือ ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ที่สำคัญอาจเป็นต้นเหตุทำให้ปลวกยกทัพขึ้นบ้านมาหาอาหารอีกต่างหาก 4.สีทาบ้าน เป็นที่รู้กันดีว่าสีนั้นมีผลต่ออารมณ์ของผู้อาศัย เช่น สีแดง เหลือง ส้ม หรือสีโทนร้อนทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ส่วนสีโทนเย็นอย่าง เขียวหรือน้ำเงิน ทำให้รู้สึกสงบผ่อนคลาย แต่นักวิจัยกล่าวว่าจริงๆ แล้วการเลือกสีที่ดีที่สุด ควรเลือกจากสีที่เราชอบ ไม่ใช่ตามเทรนด์ หรือตามคำแนะนำของใคร เพราะหากเราเลือกใช้สีที่เราไม่ได้ชอบ ความรู้สึกเราก็น่าจะแย่มากกว่าดีนั่นเอง 5. ภาชนะที่แตก หัก หรือพัง มีหลายคนที่เลือกเก็บภาชนะที่แตก หัก หรือพังไปแล้วเอาไว้ ซึ่งตามทฤษฏีของนักออกแบบและที่ปรึกษาฮวงจุ้ยเชื่อว่า พวกเขาเก็บไว้เพราะกลัวจะมีใช้ไม่พอ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว ข้าวของเหล่านั้นก็คงไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อยู่ดี ฉะนั้นเลิกเสียดาย แล้วตัดใจทิ้งไปจะดีที่สุดค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นของที่แตกหักแล้ว จะดึงดูดพลังด้านลบ ทำให้มีแต่เรื่องแย่ ๆ เข้ามาในชีวิตของตัวเองและคนในครอบครัว 6. ไม่เก็บที่นอน การจัดระเบียบถือเป็นกุญแจของความสำเร็จ รวมถึงการเริ่มต้นวันที่ดียังสามารถช่วยให้เรารู้สึกมีความสุขไปตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังทำให้นอนหลับสนิทฝันดีมากขึ้น ดังนั้นในทุกๆ เช้าเราควรเริ่มต้นด้วยการจัดเตียงให้เข้าที่เรียบร้อย เพราะหากไม่พับผ้าห่มและเก็บอะไรต่อมิอะไรบนเตียงให้เป็นระเบียบ ก็ทำให้ห้องนอนรกและดึงดูดสิ่งร้ายๆ เข้ามา อีกทั้งยังทำให้รู้สึกเหนื่อยหน่ายแม้เป็นเวลาพักผ่อน 7. กองกระดาษเก่า บ้านที่เต็มไปด้วยกองกระดาษคงไม่ได้ดูสวยงาม น่าอยู่เท่าไร แถมกองกระดาษพวกนั้นยังกระตุ้นให้เราคิดทั้งงานอันแสนเครียดและเหนื่อยล้า ทั้งๆ ที่เรากำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่บ้านแท้ๆ นอกจากนี้ยังอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงต่างๆ เช่น มดหรือแมลงสาบ ดังนั้นหากไม่อยากเจอแขกที่ไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ก็เคลียร์กองกระดาษเก่าๆ ทิ้งซะ อย่าเก็บไว้ให้รกบ้านหรือขวางหูขวางตาเลยจะดีที่สุด 8. ชั้นวางของแบบเปิด อาจเป็นชั้นวางของที่ดูสวยงาม ทำให้มองเห็นของง่ายหยิบสะดวก แต่ว่าถ้าหากของคุณมีเยอะเกินไปหรือไม่สามารถจัดการวางสิ่งของให้เป็นระเบียบ เบียดเสียดกันจนเต็มชั้น ก็ควรเลี่ยงใช้ชั้นวางประเภทจะดีกว่า เพราะนั่นจะนำมาซึ่งความรก ฝุ่น แล้วเราก็จะรู้สึกไม่ดีที่ได้เห็นอะไรแบบนี้ ต้องคอยเก็บกวาดอยู่ตลอดเวลานั่นเอง 9. โทรทัศน์ บางคนติดนิสัยเปิดโทรทัศน์ทันทีที่มาถึงบ้าน ถึงแม้จะไม่ได้นั่งดูก็ตาม ซึ่งต้องบอกว่าโทรทัศน์ก็จะส่งเสียงรบกวนทำให้เราหงุดหงิดและรำคาญใจได้ อีกทั้งยังทำให้เราเผลอใช้เวลาไปกับหน้าจอโดยลืมสนใจสิ่งต่างๆ ถ้าหากคุณรู้ตัวว่าติดนิสัยแบบนี้ ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก โดยการซ่อนทีวีไว้ในตู้หรือหลังบานพับ เพื่อลดความสนใจในการดูโทรทัศน์ในแต่ละวันลดลง มีสมาธิในการทำเรื่องอื่นๆ มากขึ้น 10. ม่านทึบ เนื้อผ้าหนัก เพราะในห้องนั่งเล่นควรจะให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายและมีชีวิตชีวา แต่ถ้าเราเลือกใช้ผ้าม่านสีทึบ ก็จะทำให้ห้องดูมืด อึมครึม ไม่มีแสง อากาศไม่ถ่ายเท แถมยังเป็นตัวดูดฝุ่นชั้นดีอีกต่างหาก ถ้าอยากให้บ้านดูโปร่ง สบาย เหมาะกับการพักผ่อนควรเลือกผ้าม่านหน้าต่างที่มีเนื้อผ้าบาง น้ำหนักเบา สีอ่อนๆ จะดีกว่า จะเห็นได้ว่าสิ่งของบางอย่างที่เราคิดว่าสำคัญ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้จำเป็นอะไรกับเราเลยก็ได้ แถมยังมีส่วนทำให้บ้านรก รวมถึงทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยสบายใจได้อีก ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องยอมปล่อยของบางอย่างทิ้งไป ไม่ต้องเก็บเอาไว้หมดทุกอย่าง ซึ่งนั่นก็จะนำมาซึ่งความสบายใจที่มากขึ้น รวมถึงพื้นที่ที่มากพอให้เราสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ควรทำได้  ขอบคุณแหล่งที่มา : https://home.kapook.com/view186702.html
“โสสุโก้” ชวนแต่งบ้านเสริมดวงเฮงรับปีจอ

“โสสุโก้” ชวนแต่งบ้านเสริมดวงเฮงรับปีจอ

ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา หลายบ้านมีการจัดของไหว้เจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล รวมถึงทำความสะอาดบ้าน หรือจัดบ้านใหม่ตามความเชื่อในเรื่องของฮวงจุ้ยประจำปี ดังนั้นวันนี้ บริษัท โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) จำกัด ผู้ดำเนินการตลาดและการขายกระเบื้องปูพื้นและบุผนังตรา “โสสุโก้” จึงนำเคล็ดลับในการแต่งบ้านเสริมดวงต้อนรับปีจอมาฝากกัน ตามความเชื่อสำหรับการตกแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ยตำราจีนโบราณ การตกแต่งบ้านด้วยสิ่งของที่เป็นสิริมงคลเหล่านี้จะช่วยเสริมดวงในเรื่องที่แตกต่างกัน ด้วยเริ่มจาก “ทำบ้านให้โล่ง” เพื่อต้อนรับพลังงานดีๆ เพราะพลังงานคือสิ่งสำคัญที่สุดตามหลักฮวงจุ้ย สามารถเรียกเงินทอง และทำให้ผู้อยู่อาศัยมีแต่เรื่องดีๆ ดังนั้นควรจัดข้าวของต่างๆ ในบ้านให้เป็นระเบียบ พร้อมทำความสะอาดบ้านไม่ให้รกรุงรัง “บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์” ก่อนจะอันเชิญสิ่งที่เคารพนับถือเข้ามาบูชาภายในบ้าน ควรหาทิศทางและตำแหน่งการวางที่เหมาะสม ไม่ควรวางใกล้ห้องน้ำ ห้องซักรีด และโรงจอดรถ แนะนำให้นำอัญมณีต่างๆ มาประดับตกแต่งแท่นบูชาเพื่อเสริมสิริมงคล “ใช้สีที่สื่อถึงความร่ำรวยภายในบ้าน” สีแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคงจะเป็นสีทอง แต่ในความเป็นจริงไม่ต้องถึงกับทาสีผนังบ้านเป็นสีทองก็ได้ สำหรับผู้ที่ไม่ชอบสีทองอาจเลือกใช้ของตกแต่งบ้านที่มีสีทอง หรือใช้กระเบื้องบุผนังหรือกระเบื้องปูพื้นที่มีดีไซน์ดูหรูหราแทน “เน้นตกแต่งด้วยลวดลายธรรมชาติ” ควรหาของประดับตกแต่งที่มีลวดลายธรรมชาติ จะช่วยดึงดูดทรัพย์และโชคลาภได้ เช่น ขอบโต๊ะที่มีลวดลายโค้งมนคล้ายคลื่นน้ำ ของตกแต่งทรงสูงเป็นตัวแทนธาตุไม้ หรือหากใครอยากตกแต่งมุมบ้านเป็นสวนเล็กๆ ก็สามารถใช้กระเบื้องดิจิตอลลายหินหรือลายหญ้ามาปูพื้น แล้วตกแต่งด้วยไม้มงคลต่างๆ จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งมาสู่คนในบ้านได้เช่นกัน ใครที่กำลังวางแผนจัดบ้านใหม่และอยากเสริมดวงรับปีจอไปด้วย อย่าลืมนำเทคนิคง่ายๆ  เหล่านี้ไปปรับใช้ในการตกแต่ง เลือกชมสินค้าของโสสุโก้และอ่านคำแนะนำในการตกแต่งได้ที่เว็บไซต์ www.sosuco2008.co.th พร้อมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวของ “กระเบื้องโสสุโก้” ได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ “SOSUCO” สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-783-9898-99 และสามารถเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ www.online.sosuco.co.th
จัดระเบียบคอนโดพื้นที่จำกัด ด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาโดนใจ ตอบทุกไลฟ์สไตล์

จัดระเบียบคอนโดพื้นที่จำกัด ด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาโดนใจ ตอบทุกไลฟ์สไตล์

ต้องยอมรับจริงๆ ค่ะว่าวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมยุค 4.0 นั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก การเลือกซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดฯ จึงเป็นตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ทำเลที่ตั้งที่อยู่ใจกลางเมือง การเดินทางที่สะดวกใกล้ทางด่วนหรือรถไฟฟ้า รวมไปถึงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้แหล่งความเจริญอย่าง ห้างสรรพสินค้า, สถานที่ทำงาน, โรงเรียน หรือโรงพยาบาล ก็ล้วนแต่อยู่ในพิกัดที่ง่ายต่อการไปถึง แต่ความสะดวกสบายนั้นก็ต้องแลกกับพื้นที่จำกัดของคอนโดฯ ที่ทำให้การใช้ชีวิตของมนุษย์ต้องอาศัยอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เท่านั้น ดังนั้นการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งห้องเอง จึงต้องให้ความสำคัญเป็นอับดับต้นๆ เพราะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับขนาดว่าจะนำมาจัดวางอย่างไรให้ลงตัว รวมไปจนถึงการใช้งานภายในห้องเล็กๆ เหล่านี้ด้วยว่าตอบโจทย์หรือไม่ นอกจากนี้การออกแบบของรูปลักษณ์ และราคาก็ถูกนำมาพิจารณาในการตัดสินใจอีกด้วย อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall) ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้านและของใช้ภายในบ้าน จึงได้ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถสร้างพื้นที่และแต่งห้องไปพร้อมๆ กัน เพื่อเป็นการตอบโจทย์ให้กับผู้อยู่อาศัยที่มีปัจจัยจำกัดด้านพื้นที่ในสมัยนี้ ชุดห้องนอน CLICK คือเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาพื้นที่อันจำกัดภายในคอนโดฯ อย่างห้อง Studio หรือห้องขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี โดยสามารถเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยในห้องนอนขนาดเล็กให้กว้างขวางมากขึ้นได้ ตัวเฟอร์นิเจอร์เป็นได้ทั้งเตียงนอนสำหรับการพักผ่อน และพื้นที่จัดเก็บในชิ้นเดียวกัน เน้นรูปแบบที่เรียบง่ายสไตล์โมเดิร์นกับโทนสีขาวสบายตา พร้อมโดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอันหลากหลาย โดยนำคุณสมบัติของโต๊ะ ตู้ และเตียง มาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมอบความสะดวกสบาย โดยไม่จำเป็นต้องสรรหาเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นให้มาเปลืองพื้นที่เลยค่ะ จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียว แถมยังมีความคุ้มค่า เพราะดีไซน์ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้ชีวิตภายใต้พื้นที่อันน้อยนิดในคอนโดฯ เหมาะกับทุกสไตล์ห้อง เนื่องจาก ชุดห้องนอน CLICK มีรูปลักษณ์ที่ดูโมเดิร์น สบายตา ภายใต้ดีไซน์ที่เรียบง่าย จึงทำให้เข้ากับการแต่งคอนโดฯ ได้หลากหลายรูปแบบ หลากหลายสไตล์ เช่น การตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นของผู้คนสมัยใหม่ การตกแต่งในแบบ Cozy Living ที่ดูอบอุ่น หรือแม้กระทั่งการตกแต่งในสไตล์มินิมอล น้อยชิ้นแต่มีฟังก์ชั่น เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ก็สามารถรองรับได้ทุกรูปแบบ ราคาสบายกระเป๋า เมื่อราคามีผลต่อการตัดสินใจ หากคุณผู้อ่านมีงบประมาณในการจับจ่ายอย่างจำกัด การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เพียงชิ้นเดียวแต่สามารถใช้สอยประโยชน์ได้อย่างมากมายภายใต้ราคาอันย่อมเยา ซึ่งมีให้เลือกสรรถึง 2 รุ่นด้วยกัน คือ ชุดห้องนอน CLICK  รุ่นหัวเตียงเตี้ย ในราคา 19,900 บาท และ รุ่นหัวเตียงสูง ในราคา 29,900 บาท ทำให้มั่นใจได้ว่านอกจากจะได้เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานได้หลากหลายแล้ว ยังมีพื้นที่ในการจัดเก็บสิ่งของได้อย่างจุใจ ไม่ว่าจะไซส์เล็กหรือใหญ่ก็สามารถจัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและครบถ้วนได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ ช่องสำหรับเก็บสัมภาระขนาดใหญ่บริเวณท้ายเตียง หรือสามารถเอาไว้เลี้ยงสัตว์ได้ คืนพื้นที่ให้คอนโดฯ หลายครั้งที่พื้นที่เล็กๆ ของคอนโดฯ เต็มไปด้วยข้าวของที่กระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ ชุดห้องนอน CLICK นั้นสามารถเก็บข้าวของเครื่องใช้ได้หลากหลาย ด้วยช่องใส่ของที่มีมากมายไม่ว่าจะเป็นลิ้นชักหรือบานตู้ที่ช่วยซ่อนความรกของข้าวของได้เป็นอย่างดี โดยมาพร้อมขนาดและรูปทรงอันหลากหลายรายล้อมรอบเตียงไว้ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นด้านบน ด้านข้าง หรือแม้กระทั่งด้านล่าง ก็ล้วนตอบโจทย์ความต้องการได้ทุกรูปแบบ ซึ่งทำให้มีพื้นที่ในการจัดเก็บเพิ่มมากขึ้น รวมไปจนถึงการหยิบใช้ก็แสนสะดวกสบาย ทำให้ประหยัดเวลาในการหาของใช้ แถมยังประหยัดเงินด้วยราคาที่คุ้มค่ากับฟังก์ชั่นการใช้งานภายในงบประมาณที่จับต้องได้ เพื่อให้คอนโดฯ ของคุณได้มีพื้นที่เหลือมากขึ้น ตู้วางทีวี มีช่องสำหรับเก็บของเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ภายในตู้ถูกออกแบบมาให้สามารถปรับเป็นตู้รองเท้าและวางของได้ สวยครบเครื่องในเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียว หลายคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดฯ ห้องขนาดเล็ก คงเข้าใจดีว่าพื้นที่แต่งตัวนั้นยากต่อการจัดสรรให้เป็นอย่างใจ ยิ่งถ้าขนาดห้องเล็กมาก บางคนอาจต้องใช้โต๊ะเครื่องแป้งในห้องน้ำ หากมุมแต่งตัวเพื่อเตรียมความพร้อมในแต่ละวันของคุณยังจัดได้ไม่ลงตัว ทำให้เกิดความลำบากและยุ่งยากในการใช้ชีวิตมากขึ้น การเลือกชุดห้องนอนครบฟังก์ชั่น CLICK แบบรุ่นหัวเตียงสูง ที่รวมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งในหนึ่งเดียว พร้อมช่องเก็บของเอนกประสงค์ที่สามารถจัดเก็บหนังสือ ของใช้ส่วนตัวและอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งการเสริมเฟอร์นิเจอร์ อย่างตู้เสื้อผ้าบานสไลด์ และตู้วางทีวี มาช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้มากยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ก็สามารถดำเนินชีวิตในแต่ละวันได้อย่างสะดวกสบาย และมีสไตล์ไปพร้อมๆ กันแล้ว ชุดห้องนอน รุ่น CLICK ที่รวมเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งในหนึ่งเดียว พร้อมช่องเก็บของอเนกประสงค์ การตกแต่งคอนโดในปัจจุบันแค่ความสวยเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอนะคะ การตกแต่งห้องนอนที่ดีจึงต้องคำนึงถึงพื้นที่ใช้สอยไปพร้อมกับการใช้งานด้วย หากคุณอยากจัดระเบียบคอนโดพื้นที่จำกัดให้คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ทันสมัยในฟังก์ชั่นที่เป็นมากกว่าหนึ่งที่เรานำมาแนะนำกันในวันนี้ ก็สามารถจัดระเบียบห้องให้สวยมีสไตล์ และพร้อมสำหรับทุกการใช้สอยในงบประมาณจำกัดก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย สำหรับผู้ที่สนใจลองไปสัมผัสของจริงได้ที่โชว์รูม อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทั่วประเทศ หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.indexlivingmall.com ขอบคุณรูปภาพจาก : indexlivingmall
5 เทรนด์แต่งบ้านที่เคยเอาท์ แต่กำลังจะกลับมาใหม่ในปี 2018

5 เทรนด์แต่งบ้านที่เคยเอาท์ แต่กำลังจะกลับมาใหม่ในปี 2018

ในปี 2018 นี้ เทรนด์การแต่งบ้านจะมีการปรับเปลี่ยนลุค สิ่งที่เคยล้าสมัย จะกลับมาเป็นที่นิยมอีก สำหรับใครที่กำลังคิดจะแต่งบ้าน ลองมาดูเทรนด์สำหรับปีหน้ากันก่อน และเป็นข่าวดีที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องเสียงบประมาณในการซื้อของรุ่นใหม่ ๆ ทันสมัยมาแต่งเสมอไป เพราะในปีหน้านี้ สไตล์เก่า ๆ หลายสไตล์ จะกลับมาทันสมัยอีกครั้ง โดยเฉพาะกับ 5 สไตล์ต่อไปนี้ 1.ทองเหลืองจะกลับมาอีกครั้ง : ของแต่งบ้านที่มีความมันวาว อย่างพวกโลหะ ทองเหลือง เป็นสิ่งที่ทำให้บ้านดูสดใส มีชีวิตชีวา แต่สไตล์นี้ เคยถูกระบุว่าเป็นสไตล์ที่ล้าสมัยในช่วงปี 2016 แต่คาดว่าจะกลับมาเป็นที่นิยมใหม่ นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป ดังนั้นใครมีของแต่งบ้านแนวทองเหลือง เตรียมนำออกมาปัดฝุ่นกันได้เลย   2.สีเขียวอะโวคาโดและสีทองสุก : สองสีนี้เมื่อนำมาใช้ด้วยกันแล้วดูเป็นดีไซน์ที่ดีทีเดียว ทำให้สถานที่สงบ เชื้อเชิญ และออกแนวย้อนยุคหน่อย เทรนด์นี้เคยได้รับความนิยมในช่วงยุค 70 แต่ในปีหน้าก็มีแนวโน้มจะมาแรงมากเช่นกัน   3.สีขาวและดำ : การตกแต่งภายในด้วยสีขาวและดำ เป็นสไตล์ที่อยู่ได้เรื่อย ๆ มาเป็นเวลานานแล้ว และเป็นสไตล์ที่ติดกลุ่มความนิยมในอันดับต้น ๆ มาไม่เคยตก สไตล์นี้จะตกแต่งให้ดูลึกลับ หรือสง่างามก็ได้ เป็นสไตล์ที่คลาสสิกและลงตัวเสมอมา   4.เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ : ส่วนใหญ่แล้วในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ เจ้าของบ้านจะพิจารณาจากพื้นที่มากกว่าดีไซน์ แต่สำหรับในปีหน้านี้ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ จะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง หลังจากที่เคยถูกมองว่าล้าสมัยมาช่วงหนึ่ง ยิ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่สไตล์โบราณ ก็ยิ่งสร้างบรรยากาศหรูหรา คลาสสิก   5.แต่งผนังห้องให้เหมือนแกลอรี่ : แม้ว่าการนำรูปหลาย ๆ รูปมาแขวนผนัง จะถูกพิจารณาว่าเชยมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่สไตล์นี้ เป็นสไตล์ที่ไม่เคยห่างหายไปนาน ครอบครัวต่าง ๆ ล้วนมีภาพที่อยากจะนำมาแขวนตกแต่งกันทั้งนั้น และในปีหน้า สไตล์นี้จะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นภาพเล็ก หรือภาพใหญ่ ก็สามารถจะนำมาตกแต่งให้ดูน่าสนใจได้ทั้งนั้น   เป็นยังไงกันบ้างครับกับสาระดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับบ้านและคอนโดแบบนี้อีกมากมาย ติดตามต่อได้ที่นี่เลยนะค้าบบบ www.reviewyourliving.com/infographic ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.sanook.com/home/14357/
10 วิธี เปลี่ยนบ้านจัดสรรให้สวยงาม มีสไตล์ เหมาะสมกับการใช้งาน

10 วิธี เปลี่ยนบ้านจัดสรรให้สวยงาม มีสไตล์ เหมาะสมกับการใช้งาน

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่า "บ้านจัดสรร" คือตัวเลือกและทางออกของใครหลายคนที่ต้องการลดความยุ่งยากในขั้นตอนการสร้างบ้านสักหลัง เพราะโครงการจัดสรรต่างๆ มักตั้งอยู่ในทำเลที่เราคงไม่สามารถหาเองได้ง่าย อีกทั้งมีระบบสาธารณูปโภคครบครัน จึงมักเป็นคำตอบส่วนใหญ่ของคนที่อยากมีบ้านหลังแรก ซึ่งการออกแบบโดยใช้ระบบอุตสาหกรรมในการทำองค์ประกอบของบ้านซ้ำๆ กันนั้นก็เพื่อช่วยลดต้นทุน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่บ้านจัดสรรจะมีรูปแบบและหน้าตาเหมือนกันไปหมดทั้งโครงการ บางคนอาจจะเบื่อเพราะอยากได้บ้านที่ไม่เหมือนใคร ทีมงานเราเข้าใจดีค่ะ จึงค้นหาคำตอบว่าจะตกแต่งบ้านจัดสรรอย่างไรให้ออกมาสวยงามมีสไตล์ ดูแตกต่าง เหมาะกับการใช้งาน และลงตัวกับชีวิตของเรามากขึ้น 10 วิธีปรับปรุงบ้านที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน เริ่มตั้งแต่ พื้น ผนัง เพดาน ไปจนพื้นที่นอกบ้าน ให้คุณได้ค่อยๆ ปรับปรุงไปทีละเล็กทีละน้อย โดยจะเลือกทำข้อไหนก่อนก็ได้นะคะ ตามกำลังและความสะดวกของแต่ละคนเลย แต่จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันเลย.. 1. เปลี่ยนผนังตามใจฉัน ถ้าเบื่อผนังสีขาวแบบเดิมๆ ลองเติมสีสันให้ห้องด้วยการเปลี่ยนสี หรือสร้างลวดลายให้ผนัง หากผู้อ่านมีความสามารถเชิงช่างและมีใจรักงานศิลปะก็สามารถทำเองได้ง่ายๆ เลยค่ะ หรือจะใช้ความสวยงามของวัสดุแทนสีสัน อย่าง อิฐโชว์แนวโทนสีส้มตัดสลับกับผนังสีขาวธรรมดา ก็ทำให้มุมเดิมๆ ของบ้านดูแปลกตาได้ขึ้นมาง่ายๆ 2. เปลี่ยนมือจับประตูจากหมุนเป็นบิด อย่างที่ทราบกันดีแหละค่ะว่าบ้านจัดสรรคงไม่มีอะไรถูกใจเราไปทั้งหมด ดังนั้นการปรับเปลี่ยนเพียงนิดหน่อยอาจทำให้เราใช้งานได้สะดวกขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ลูกบิดทรงกลมแบบมาตรฐานทั่วไป ที่หาซื้อง่ายและมีราคาประหยัด หากคุณเป็นสายช่วยเหลือตัวเองที่ชอบถือข้าวของพะรุงพะรัง การใช้มือจับแบบก้านโยกน่าจะช่วยเพิ่มความสะดวกได้มากขึ้น ถึงมือไม่ว่าง แต่ข้อศอกยังอยู่ สามารถใช้ศอกกดเพื่อเลื่อนเปิดประตูได้ในยามฉุกเฉินได้เช่นกัน 3. กั้นพื้นที่ใหม่  การกั้นพื้นที่ด้วยพาร์ทิชั่นคงไม่ใช่เรื่องใหม่ของการต่อเติมใช่ไหมคะ แต่การออกแบบให้มีระยะที่พอดี มีระยะช่องเก็บของที่สวยงามเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่อยากง้อช่าง ลองซื้อตู้สำเร็จรูปมาประกอบร่างดู เพียงเท่านี้ก็สามารถกั้นพื้นที่และเก็บของได้ในตัวแล้ว ยิ่งถ้านำของใช้ของตกแต่งมาประดับเพิ่ม ก็ยิ่งทำให้บ้านมีความสวยงามมากขึ้น 4. ปรับบ้านให้โปร่งโล่ง หากคุณอยากให้บ้านดูโปร่งโล่งสบายแล้วล่ะก็ การรื้อผนังทึบออก เปลี่ยนมาติดผนังกระจกแทน หรือแค่ใช้วิธีกั้นห้องเพิ่มด้วยการใช้บานประตูแคบๆ อย่างบานเฟี้ยม ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เราสามารถจัดการกับพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น ทั้งยังทำให้บ้านดูกว้างขึ้นอีกด้วย 5. แค่เปลี่ยนพื้น อารมณ์ก็เปลี่ยน นอกจากผนังและหลังคาแล้ว องค์ประกอบหนึ่งซึ่งกินบริเวณในบ้านของเรามากเป็นพิเศษก็คือพื้นด้วยวัสดุที่โครงการจัดสรรเลือกมาให้ก็อาจไม่ตรงกับใจที่เราอยากจะให้บ้านในฝันของเราเป็นได้ ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศให้บ้าน การเปลี่ยนวัสดุปูพื้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นผลได้เด่นชัดที่สุด เช่น กระเบื้องดินเผาช่วยเพิ่มความอบอุ่นและดูเป็นกันเอง หรือจะเป็นกระเบื้องลายสวยๆ ที่สร้างเรื่องราวให้พื้นที่ที่ออกแบบไว้ นอกจากนี้ยังมีวัสดุอย่างพื้นปูนขัดมัน ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ในทางกลับกันวัสดุปูพื้นอย่างไม้ปาร์เกต์ หรือกระเบื้องยางลายธรรมชาติต่างๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้บรรยากาศอบอุ่นน่าสัมผัสด้วยเท้าเป็นอย่างดี 6. ทำเคาน์เตอร์ครัวแสนเก๋ แน่นอนว่าเคาน์เตอร์ครัวสมัยนี้ต้องมีไอส์แลนด์ไว้เพิ่มการใช้งาน เพื่อให้สมาชิกภายในบ้านได้นั่งรับประทานอาหารเช้า หรือมีเพื่อนมานั่งจิบไวน์พูดคุยเบาๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือขนาดของเคาน์เตอร์ที่ต้องปรับไปตามการใช้งาน หากใช้งานครัวทำขนมหรืออาหารเป็นหลัก ความกว้างของเคาน์เตอร์ที่ใช้งานสะดวกอยู่ที่ประมาณ 80-85 เซนติเมตร ความสูงประมาณ 1.10 เซนติเมตร และอย่าลืมเว้นระยะกันเตะด้านล่างเคาน์เตอร์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานด้วยนะคะ 7. ต่อเติมกันสาดและชายคา ประเทศไทยมีแสงแดดและฝนเยอะ ช่องเปิดต่างๆ เช่น ประตูหน้าต่างจึงมักถูกปิดเอาไว้หรือไม่ก็มีม่านบังแดด น่าเสียดายหากมีสวนสวยๆหรือวิวดีๆที่ต้องอดมองไป มากกว่านั้นคือการที่ช่องเปิดต่างๆ ไม่เปิดระบายอากาศได้ ลองทำกันสาดคุ้มแดดคุ้มฝนให้ช่องประตูหน้าต่าง เท่านี้เราก็ไม่ต้องกลัวแดดกลัวฝน สามารถใช้งานช่องเปิดเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ จะให้ดีก็ลองเลือกรูปแบบกันสาดตามสไตล์ที่ชอบไปเลย เช่น โครงอะลูมิเนียมบางๆกับอะคริลิกกรองแสงสำหรับบ้านโมเดิร์น  หรือจะเติมไม้ระแนงให้ดูอบอุ่นแบบบ้านไม้เพิ่มขึ้นก็เข้าที 8. ทำทางเดินบริเวณบ้านให้น่าเดิน ส่วนใหญ่แล้วบริเวณข้างบ้านจัดสรรจะมีพื้นที่อยู่โดยรอบ ครั้นจะเทปูนก็น่าเสียดาย แต่จะปูหญ้าหมดก็คงอยู่ได้ไม่ได้  ข้อแนะนำคือลองแบ่งพื้นที่หญ้า และวางแผ่นทางเดินแค่พอเดินได้ โดยเว้นพื้นที่ไว้ให้หญ้าสามารถขึ้นได้บ้าง ซึ่งแผ่นทางเดินสมัยนี้ก็มีหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นคอนกรีต หรือไม้เทียม ก็ล้วนแต่ดูดี ถ้าหากต้องการแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน ก็อาจทำยกพื้นด้วยเหล็กกล่องเพื่อแยกพื้นออกจากแนวดิน หากข้างบ้านมีประตูบานเลื่อนก็นั่งเล่นหย่อนขาได้อีกด้วย  และสำหรับปัญหาหญ้าขึ้นรกนั้น วิธีการหนึ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้หญ้าขึ้นจนรกมาบดบังทางเดินก็คือการโรยกรวดหรือหินก้อนเล็กๆ เอาไว้ เพียงเท่านี้ทางเดินก็จะดูเรียบร้อยน่าเดินแม้ในวันที่หญ้าขึ้นสูงแล้วค่ะ 9. จัดพื้นที่สวนสวยเล็กๆ  เมื่อมีทางเดินข้างบ้านแล้ว แนะนำให้จัดสวนสวยๆ ไว้ข้างบ้านด้วยนะคะ ซึ่งปกติแล้วการจัดสวนต้องมีพื้นที่พอประมาณ แต่หากมองว่ารั้วของเราสามารถเป็นพื้นที่สีเขียวได้ การทำสวนกระถาง สวนแขวน หรือการปลูกไม้เลื้อย ก็สามารถสร้างวิวดีๆ ที่ทำให้พื้นที่ในบ้านมีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติภายนอก สามารถมองจากหน้าต่างห้องรับแขกหรือห้องกินข้าวได้เลยทีเดียว หรืออาจวางม้านั่งเล็กๆ ไว้เป็นมุมพักผ่อนก็ยังได้ 10. รั้วบ้านต้องสวยงาม เราสามารถสร้างความเชื่อมโยงจากภายในสู่ภายนอกให้ผู้อยู่ในบ้านไม่รู้สึกอึดอัด ด้วยการทำแนวรั้วบ้านด้วยต้นไม้อย่างโมก ข่อย หรือเฟิร์นเกาหลี นอกจากจะช่วยลดความแข็งกระด้างของรั้วปูนทึบๆ ด้วยการที่รั้วแบบนี้สามารถเห็นภายนอกรั้วบ้านได้โดยสะดวก การใช้ต้นไม้ผสมกับโครงสร้างของรั้วเดิมก็เป็นวิธีการที่น่าสนใจหากต้องการความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นสำหรับรั้วเดิมที่สูงอยู่แล้วและการต่อโครงเพื่อปลูกไม้เลื้อยให้สูงขึ้นไปจากแนวรั้วเดิมก็เพื่อบดบังมุมมองสายตาจากชั้นสองบ้านข้างๆ หรือจะลดความสูงของรั้วปูนเดิมลง ปลูกต้นไม้สลับบ้าง ก็จะลดความทึบทึมของบ้านลงได้อย่างมากเลยล่ะ การออกแบบ และการเลือกใช้วัสดุที่ทางโครงการจัดสรรเลือกมาให้อาจไม่ตรงกับใจกับบ้านในฝันของเราไปทั้งหมดหรอกค่ะ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล แต่ถ้าคุณผู้อ่านอยากให้บ้านจัดสรรของคุณดูสวยงาม ไม่เหมือนใคร แถมยังใช้งานได้เป็นอย่างดี ลองนำวิธีที่เรานำมาฝากไปปรับใช้กันดูนะคะ รับรองว่าบ้านของคุณจะสวยและมีเอกลักษณ์อย่างที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ รูปภาพจาก Pinterest
8 ทริค จัดบ้านรับโชค อยู่แล้วรวยตลอดปี

8 ทริค จัดบ้านรับโชค อยู่แล้วรวยตลอดปี

เมื่อบ้านคือที่อยู่อาศัย และเป็นพื้นที่พักผ่อน ตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอกของสมาชิกในครอบครัวได้ จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่านิยามคำว่า 'บ้านคือวิมาน' นั้นหมายความว่าอย่างไร แต่การอยู่บ้านให้อยู่ เย็น เป็นสุข ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ควรคำนึงนะคะ เพราะหลายๆ คนที่เชื่อในเรื่องของ ฮวงจุ้ย ก็มักจะให้ซินแซเข้ามาเป็นผู้ดูแล ตรวจสอบในบ้านว่ามีอะไรผิดหลักไปบ้างหรือเปล่า ต้องจัดวางอะไรตรงไหนถึงจะเฮง ปังไปทั้งปี ซึ่งถ้าใครกำลังรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงตกทำอะไรก็ไม่ค่อยรุ่ง เงินขาดสภาพคล่องต้องหยิบยืมบ่อยๆ แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะสละโสดเหมือนคนอื่นสักที วันนี้ Review Your Living มี 8 ทริค จัดบ้านเพื่อรับโชคลาภ อยู่แล้วรวยตลอดปี มาฝากกันค่ะ บอกเลยว่าเป็นวิธีที่ง่ายมาก แถมยังไม่ต้องทุบ รื้อ ถอน ให้สิ้นเปลืองใดๆ เพียงแค่ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยเรียกทรัพย์เสริมดวงกันหน่อย เงินทองจะได้ไหลมาเทมามีใช้ไม่ขาดมือแน่นอน..   1. หน้าบ้านต้องเปิดโล่งรับทรัพย์ หลายๆ บ้านที่มักมีของกองอยู่หน้าบ้าน โดยเฉพาะรองเท้า คือข้อเสียในการกีดกันโชคลาภในหลักฮวงจุ้ย เพราะบริเวณหน้าบ้าน โดยเฉพาะลานที่ตรงกับหน้าประตู เปรียบเสมือนโต๊ะที่วางกับข้าว สำหรับป้อนเข้าปาก ส่วนประตู ก็เปรียบเสมือนปาก ที่รอรับอาหาร หรือพลังงานดีๆ นั่นเอง หากวางของกีดขวาง หน้าบ้าน หน้าประตู ก็เหมือนถูกขวางปาก ไม่ให้รับอาหารเต็มที่ ทำให้กินได้น้อย โชคก็น้อยตามไปด้วย หากจำเป็นต้องมีของวางจริงๆ ก็ควรวางให้อยู่ด้านใดด้านหนึ่ง และใส่ตู้เก็บให้เรียบร้อยมิดชิด ไม่ให้กีดขวางด้านหน้า และที่สำคัญไม่ควรอยู่เหนือลม เพราะลมจะพากลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เข้ามาในบ้าน ซึ่งถือเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี   2. เรียกเงินทองด้วยการเปิดประตูและหน้าต่าง การเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อเรียกเงินและทอง ไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งวันนะคะ สำหรับบ้านบางพื้นที่ที่มีอากาศร้อนมาก ต้องเปิดแอร์ ก็ควรเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศในช่วงเช้าๆ ก่อน เพื่อรับมวลอากาศใหม่ๆ ที่บริสุทธิ์เข้ามาในบ้าน ซึ่งเป็นการสะสมพลังงานดีให้บ้านของเรา สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แนะนำให้เปิดประตูหน้าต่าง ในขณะที่เริ่มเปิดแอร์  สัก 5-15 นาที เพื่อให้ความชื้นที่สะสมในแอร์ และเชื้อโรคที่คั่งค้าง ได้รับการระบายออกไปก่อน แล้วค่อยรับอากาศใหม่เข้ามาในบ้านของเราค่ะ เพราะเมื่อมีลม ก็จะมีโชค เพราะลมนำพาออกซิเจนเข้ามา เพิ่มความสดชื่น และความปลอดโปร่งให้กับบ้านของเราได้เป็นอย่างดี   3. เปิดแสงสว่างส่องทางเข้าบ้าน แสงสว่าง คือ พลังหยาง หรือการเคลื่อนไหว Active หากคุณผู้อ่านรู้สึกนิ่งๆ เนือยๆ โชคลาภ ก็ไม่ถูกกระตุ้น ถ้าจัดบ้านให้มีความเป็นหยางมากเกินไป ก็จะส่งทำให้บรรยากาศในบ้านเคร่งเครียด อยู่ไม่สุข ดังนั้นควรเลือกไฟให้เหมาะกับตำแหน่งที่ใช้งาน จะได้เสริมทั้งโชค และอยู่บ้านอย่างมีความสุขด้วย เช่น บริเวณที่เราชอบอ่านหนังสือ หรือมุมแต่งหน้า ควรใช้ไฟขาว จะได้ไม่หลอกตา และไม่เสียสายตา ส่วนมุมที่เรานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ก็อาจเป็นวอร์มไลท์ เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และไม่เคร่งเครียดมากเกินไปนะคะ ที่สำคัญทุกๆ พื้นที่ต้องมีไฟสว่างเพียงพอ ในตำแหน่งทางเดินต่างๆ ซึ่งเป็นเหมือนการนำทางพลังงานไปทุกที่ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี   4. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ซะใหม่ เมื่อมุมนั่งเล่นในบ้านเป็นที่ที่สมาชิกครอบครัวทุกคนพุดคุยปรึกษากัน ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ควรจะจัดให้ล้อมวง หรือชิดกันเพื่อง่ายต่อการพูดคุยกัน ไม่ควรจัดชิดผนังทั้งหมด เพราะจะเป็นการเพิ่มระยะห่างและทำให้สมาชิกแต่ละคนอยู่ในมุมของตัวเอง อีกอย่างหนึ่งที่แนะนำคือการปูพรมรองพื้นเฟอร์นิเจอร์ ไม่จำเป็นต้องวางเฟอร์นิเจอร์ทั้งตัวไว้บนพรมก็ได้ แต่อย่างน้อยควรให้ขาด้านหน้าของเฟอร์นิเจอร์วางอยู่บนพรม   5. เลือกของตกแต่งบ้านตามธาตุ ในวิชาโหราศาสตร์จีนและฮวงจุ้ยเชิงวิชาการ เรามองทุกสิ่งรอบตัวเป็นธาตุ รวมถึงทิศทางต่างๆ ด้วย ดังนั้นการตกแต่งบ้านให้รับโชค จึงควรทำระบบธาตุในบ้านของเรา เกิดความสอดคล้อง ทั้งก่อเกิด และถ่ายเท เพื่อความสมดุลของพลังงานทุกๆ ส่วนในบ้าน นอกจากจะช่วยส่งเสริมโชคลาภแล้วยังช่วยให้ผู้ที่อยู่อาศัย มีสุขภาพที่ดี และมีความรักใคร่สามัคคีกันอีกด้วย โดยในขั้นสูงนั้น ซินแสจะมีการเสริมธาตุที่ดีกับดวงให้กับแต่ละบุคคลอย่างเฉพาะเจาะจง ในตำแหน่งที่ดีกับดวงเป็นพิเศษด้วย   สำหรับทิศเหนือ : เป็นทิศธาตุน้ำ ควรตกแต่งด้วยน้ำพุหรือวัตถุทรงโค้ง ทรงกลม วาว รูปคลื่น หรือใช้สีฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ ขาว เงิน ทอง และห้ามใช้สี เหลือง ส้ม ครีม น้ำตาล โอรส ตกแต่งบ้านเด็ดขาด ทิศใต้ : เป็นทิศธาตุไฟ ควรประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ ต้นไม้ หรือวัตถุทรงสูง ทรงกระบอก ทรงปิระมิด หรือใช้สีแดง ชมพู เขียว และห้ามใช้สี ฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ ตกแต่งบ้านเด็ดขาด ทิศตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ : เป็นทิศธาตุไม้ ควรตกแต่งด้วยต้นไม้ น้ำพุ หรือวัตถุทรงสูง รูปทรงคลื่น หรือใช้สีเขียว ฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ และห้ามใช้สีเงิน ทอง โลหะ ต่างๆ ตกแต่งบ้านในทิศนี้เด็ดขาด ทิศตะวันตก และตะวันตกเฉียงเหนือ : เป็นทิศธาตุทอง ควรตกแต่งด้วยโลหะ ทรงกลม แวววาว เซรามิก เครื่องปั้นดินเผา หรือสีเงิน ทอง น้ำตาล ครีม เหลือง ส้ม โอรส ห้ามใช้สีแดง ชมพู ตกแต่งบ้านในทิศทางนี้โดยเด็ดขาด ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ : เป็นทิศธาตุดิน ควรตกแต่งด้วย เซรามิก เครื่องปั้นดินเผา หรือสีเหลือง ส้ม ครีม น้ำตาล โอรส แดง ชมพู ห้ามใช้สีเขียว ตกแต่งบ้านในทิศทางนี้โดยเด็ดขาด   6. เก็บกวาดบ้าน เตรียมรับโชค พื้นที่รกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย มักจะทำลายพลังและนำความไม่มั่นคงมาสู่บ้าน ดังนั้นควรจัดการทำความสะอาดพื้นที่เหล่านั้นให้เรียบร้อย และเพิ่มต้นไม้หรือดอกไม้เข้าไปเพื่อปรับพื้นที่ให้อากาศถ่ายเทสะดวก ซึ่งถ้าเป็นไปได้ควรนำน้ำพุมาตกแต่งบ้านด้วยก็ดีนะคะ เพราะน้ำพุถือว่าเป็นตัวแทนของความมั่งคั่งในหลักของฮวงจุ้ย ซึ่งช่วยสร้างพลังและความเจริญรุ่งเรือง ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของเงินทองด้วยค่ะ   7. เลือกใช้สีส่งเสริมการเงิน หากอยากเสริมโชคลาภ ส่งเสริมการเงิน ลองใช้สีที่สื่อถึงธาตุไม้ ธาตุน้ำ และธาตุดิน อย่าง สีเขียว สีน้ำตาล สีน้ำเงิน สีดำ สีส้มดิน หรือสีเหลืองอ่อน ตกแต่งในพื้นที่การเงิน ไม่ว่าจะในรูปแบบของสีผนัง สีผ้า หรือของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ก็จะช่วยส่งเสริมพลังแห่งความมั่งคั่งให้กับเราได้ นอกจากนี้สีของธาตุไฟอย่าง สีแดง สีส้ม สีม่วง สีม่วงแดง หรือสีชมพู ก็ช่วยกระตุ้นพลังทางด้านการเงินได้เช่นกัน เพียงแต่ควรใช้แต่น้อยหรือแค่แต่งแต้มเป็นบางจุดก็พอค่ะ   8. เครื่องรางทางฮวงจุ้ยก็ช่วยเกื้อหนุนได้ อีกหนึ่งทริคดีๆ ในการจัดบ้านเพื่อเรียกโชคลาภ ควรเลือกเครื่องรางทางฮวงจุ้ยที่ชอบและเข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านมาใช้ เช่น ตู้ปลาที่จัดถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย หรือเลี้ยงปลาที่ส่งเสริมโชคลาภ เช่น ปลาเงิน ปลาทอง ปลามังกร ปลาคาร์พ นอกจากนี้การตกแต่งบ้านด้วยเหรียญจีนโบราณมหาจักรพรรดิ แจกันความมั่งคั่ง เรือสำเภาจีน พระพุทธรูปแห่งความสุข (Laughing Buddha) คริสตัลไพไรต์ หรือซิทริน ก็ล้วนแต่ช่วยส่งเสริมโชคภาภได้เป็นอย่างดี   การจัดและตกแต่งบ้านอย่างถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งร่ำรวยมาสู่คนในบ้านได้ ลองนำ 8 ทริค จัดบ้านเพื่อรับโชคลาภ อยู่แล้วรวยตลอดปี  ไปประยุกต์ใช้กันดูนะคะ นอกจากนี้ยังควรรักษาพลังงานให้สดชื่นและมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ โดยการทำบ้านให้มีกลิ่นหอมสดชื่นด้วยการใช้กลิ่นอโรมา กลิ่นดอกไม้สด หรือเทียนหอมก็ได้ค่ะ และอย่าลืมว่าแสงสว่างที่พอดีก็มีความสำคัญเช่นกันนะคะ รวมถึงอาจเปิดเพลงที่ฟังไพเราะเพื่อกระตุ้นพลังงานด้านบวก และสิ่งสุดท้ายที่ลืมไม่ได้ คือพื้นที่การเงินจะต้องสะอาดและเป็นระเบียบอยู่เสมอนั่นเอง   ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : หมอเกตุ ธันยมัย ธำรงพุทธิกุล รูปภาพจาก : Pinterest            
เผยเทรนด์แต่งบ้านยอดนิยม ที่อาจกลายเป็นเทรนด์ฮิตปี 2018 (ตอนที่ 2)

เผยเทรนด์แต่งบ้านยอดนิยม ที่อาจกลายเป็นเทรนด์ฮิตปี 2018 (ตอนที่ 2)

คราวที่แล้วเราพาไปดู 7 เทรนด์แรกกันมาแล้ว คราวนี้เราจะพามาดูอีก 8 เทรนด์ที่เหลือ ส่วนใครที่ยังไม่ได้ดูคลิกที่นี่ได้เลยนะครับ https://goo.gl/Bcz28X จะได้ดูไปพร้อมๆ กันเลย   8. เครื่องจักรสาน อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาต้องยกให้เครื่องจักรสาน เพราะแค่เพียงเราเลือกใช้ตะกร้าสาน กล่องสานในการประดับบ้านสักใบสองใบก็ช่วยเสริมให้บ้านดูเก๋ได้มากขึ้น มีที่เก็บของเพิ่มขึ้น ทำให้บ้านเป็นระเบียบมากขึ้น แถมยังเป็นการสืบสานภูมิปัญญาพื้นบ้านอีกด้วยล่ะ 9. วอลเปเปอร์ลายหิน วอลเปเปอร์ลายหินหรือลายผิวโลก แม้ตอนนี้จะยังไม่เป็นที่นิยมมากนักในการนำมาตกแต่งบ้าน แต่ก็กลายเป็นที่นิยมไม่น้อยสำหรับการตกแต่งร้านต่าง ๆ ทั้งร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และอีกมากมาย ที่อาจจะกลายเป็นเทรนด์แต่งบ้านปี 2018 ก็ได้ 10. จับคู่สีอ่อนและเข้ม คัลเลอร์ ทริม (Color Trim) เป็นเทคนิคการตกแต่งบ้าน ที่ตัดแต่งสัดส่วนระหว่างสีเข้มกับสีอ่อนให้ลงตัว ไม่ให้น้ำหนักกับทางใดทางหนึ่งมากเกินไป เช่น หากทาผนังเข้มก็ลดความแรงลงด้วยการทาสีขาวหรือสีอ่อนที่กรอบหน้าต่าง หรือสลับกันเป็นผนังขาวตัดขอบด้วยสีเข้ม     11. ปูกระเบื้องแนวอิฐ อันที่จริงแล้วเทรนด์ที่นิยมกันมาพักใหญ่ แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้กระเบื้องแผ่นใหญ่ขึ้น เพราะนอกจากจะใช้ยาแนวน้อยกว่าการปูกระเบื้องแผ่นเล็กแล้ว ยังทำความสะอาดและดูแลง่ายกว่าด้วย 12. สีโทนร้อน เมื่อก่อนคนมักจะเลือกใช้สีโทนเย็นหรือสีกลาง ๆ อย่าง สีเบจ สีครีม สีขาวในการตกแต่งบ้าน เพราะเป็นโทนสีที่ให้ความรู้สึกสบายได้มากกว่าสีโทนร้อน ทว่าในปี 2018 ที่กำลังมาจะถึงนี้ นักออกแบบบ้านบอกว่าสีโทนร้อนอย่าง สีแดง สีเหลือง สีส้ม หรือสีม่วง จะกลับมาฮิต สร้างสีสัน และเพิ่มความโดดเด่นให้กับหลาย ๆ บ้านอย่างแน่นอน   13. เฟอร์นิเจอร์บุกำมะหยี่ แม้อาจจะเป็นเทรนด์แต่งบ้านที่อยู่ได้ไม่นาน แต่ก็ถือว่าในตอนนี้เฟอร์นิเจอร์บุกำมะหยี่กลายเป็นที่นิยมและอาจจะเป็นเทรนด์ที่แรงไปถึงปีหน้า ซึ่งตอนนี้ก็มีให้เลือกหลายสีทีเดียว ทั้งแดง เขียว ชมพู และม่วง แต่ถ้าไม่มั่นใจว่าจะเข้ากับของที่มีอยู่หรือเปล่า เลือกสีกลาง ๆ ที่เข้ากันได้กับทุกสีอย่าง ผ้ากำมะหยี่สีเทาก็ได้ 14. มีแนวที่ชัดเจน นอกจากนี้เทรนด์ที่น่าจะมาแรงพอสมควรในปีหน้า คือเทรนด์การแต่งบ้านที่มีรูปแบบ แนว หรือสไตล์ที่ชัดเจน อย่างเช่น เน้นลายดอกไม้ก็ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และข้าวของลายดอกไม้ หรือถ้าชอบลายเรขาคณิต ก็ใช้รูปทรงต่าง ๆ เป็นวอลเปเปอร์ เป็นม่าน เป็นลวดลายบนข้าวของเครื่องใช้ 15. เฟอร์นิเจอร์ทำมือ และสุดท้ายด้วยเทรนด์งานฝีมือที่มักจะเป็นที่นิยมอยู่ตลอดเวลา แถมยังให้เอกลักษณืที่ไม่เหมือนใคร และในปีหน้านี้ก็คาดว่าเฟอร์นิเจอร์หรือของใช้ทำมือขนาดใหญ่จะกลายเป็นที่นิยมอีกหนึ่งอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือโคมไฟสวย ๆ ที่เป็นงานฝีมืออย่างแน่นอน หากใครมีแพลนจะตกแต่งบ้านในปีหน้า เราขอแนะนำให้นำเทรนด์ต่าง ๆ เหล่านี้ไปผสมผสานในบ้านของคุณดู รับรองออกมาสวยล้ำนำแฟชั่นไม่แพ้ใครแน่นอน แต่ถ้าเกิดว่าเทรนด์เหล่านี้มันดันไม่ใช่สไตล์คุณเลยสักนิด ก็ไม่ต้องฝืนแต่งตามหรอกนะคะ เพราะว่าการเลือกในแบบที่ชอบ แต่งในแบบที่ใช่ ก็สามารถทำให้บ้านออกมาสวยโดนใจได้เหมือนกัน แถมไม่ต้องกลัวเอ้าท์ กลัวตกเทรนด์ หรือกลัวซ้ำกับใครเลยด้วย เป็นยังไงกันบ้างครับกับสาระดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับบ้านและคอนโดแบบนี้อีกมากมาย ติดตามต่อได้ที่นี่เลยนะค้าบบบ www.reviewyourliving.com/infographic   ขอขอบคุณข้อมูลจาก housebeautiful, houzz https://home.kapook.com/view184118.html
เผยเทรนด์แต่งบ้านยอดนิยม ที่อาจกลายเป็นเทรนด์ฮิตปี 2018 (ตอนที่ 1)

เผยเทรนด์แต่งบ้านยอดนิยม ที่อาจกลายเป็นเทรนด์ฮิตปี 2018 (ตอนที่ 1)

เทรนด์แต่งบ้านปี 2018 จาก 15 เทรนด์แต่งบ้านยอดนิยม ที่อาจกลายเป็นเทรนด์แต่งบ้านในปีหน้า ซึ่งหลาย ๆ อย่างอาจจะเริ่มเห็นกันบ้างแล้วในปีนี้ แต่ก่อนอื่นเรามาดู 7 เทรนด์แรกกันก่อนดีกว่าครับ   ไม่มีแฟชั่นใดที่จะฮิตอยู่ตลอดเวลา เทรนด์แต่งบ้านก็เช่นกัน ฉะนั้นเพื่อเอาใจเหล่าคนที่กำลังจะตกแต่งบ้านในปีหน้า มาลองดูเทรนด์การแต่งบ้านในปี 2018 ที่เหล่านักออกแบบคาดการณ์การกันว่าจะเป็นไปได้มากที่สุด เพื่อเอาไว้เป็นแนวทางในการปรับตกแต่งบ้านของคุณให้สวย เริด ไม่ตกเทรนด์ไปตลอดทั้งปีกันครับ เผื่อใครกำลังจะรีโนเวทหรือแต่งบ้านใหม่จะได้เก็บเป็นไอเดียแต่งบ้านปีหน้ากันยังไงล่ะครับ   1. บรรยากาศสบาย ๆ บ้านที่ให้ความรู้สึกสบาย ๆ เรียบ ๆ และอบอุ่นยังไงก็ไม่มีวันตกเทรนด์ แนนซี่ ไฟร์ (Nancy Fire) ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ แห่ง HGTV Home รายการเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านของอเมริกาแนะนำว่า ถ้าอยากให้บ้านดูสวยมีระดับ แต่ยังคงความรู้สึกสบาย ให้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ลักษณะกลมมน และบุด้วยเบาะกับผ้านุ่ม ๆ ก็จะตรงได้อย่างที่ตรงใจและไม่เอาท์แน่นอน   2. สีม่วงลาเวนเดอร์ แม้ในตอนนี้สีมิลเลเนียล พิงค์ (Millennial Pink) ยังคงเป็นกระแสที่หลายคนชอบ แต่เทรนด์แต่งบ้านปี 2018 อาจพลิกโผเป็นสีม่วงลาเวนเดอร์เข้ามาแทนที่ก็ได้ เพราะอีกหนึ่งโทนสีที่ให้ทั้งความรู้สึกหวาน นุ่มนวล อ่อนโยน เบาสบาย ในขณะเดียวกันก็สามารถเลือกมาตกแต่งได้อย่างหลากหลายในสีเดียวกัน ตั้งแต่เฉดสีม่วงลาเวนเดอร์อ่อนไปจนถึงเฉดสีม่วงลาเวนเดอร์เข้ม   3. ลายวงกลม แน่นอนว่ารูปทรงเราคณิตต่าง ๆ เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้กับบ้านเราได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าจะเน้นเจาะจงไปที่รูปทรงใดรูปทรงหนึ่ง ดีไซเนอร์ชื่อดังจากอเมริกาเลือกให้วงกลมเป็นลวดลายที่น่าจะฮิตที่สุดในปี 2018 นี้ โดยเราสามารถนำทรงกลมมาตกแต่งบ้านได้ทั้งจุดเล็ก ๆ อย่าง ลายปลอกหมอนหมอนอิง ผ้าม่าน สลับกับลายอื่น ๆ เช่น จับคู่กับวอลเปเปอร์ลายกราฟฟิกก็ได้   4. ทองเหลือง หลังจากที่เครื่องใช้ สุขภัณฑ์ และของตกแต่งจากเงินหรือโลหะครองเทรนด์มาสักพักหนึ่ง ปีหน้าฟ้าใหม่นี้ก็ถึงเวลาที่ทองเหลืองจะได้เฉิดฉายบ้างแล้ว โดยการที่เราเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์จากทองเหลืองมาตกแต่งบ้านนั้น สามารถช่วยให้บ้านดูอบอุ่น แต่ก็เท่ และแฝงเสน่ห์ที่น่าค้นหาไว้ในขณะเดียวกัน แถมยังดูมีสีสันน่ามองกว่าของใช้ประเภทสแตนเลสด้วย   5. ต่างสีต่างวัสดุ ก่อนหน้านี้อาจจะเห็นเทรนด์การตกแต่งบ้านด้วยวัสดุเดียวกัน แต่เทรนด์แต่งบ้านในปี 2018 นี้ไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุเดียวกับเพื่อรักษาคอนเซ็ปต์ แต่สามารถเลือกวัสดุที่หลากหลายทั้งไม้ เหล็ก สแตนเลส กำมะหยี่ มาตกแต่งรวมกันด้วยสีที่แตกต่างกัน ก็ช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูดีเป็นหนึ่งเดียวได้ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะไม้วัสดุที่เข้ากับบ้านได้หลายสไตล์และหลายวัสดุเลยทีเดียว   6. โทนสีเขียวมะกอก แม้ว่าก่อนหน้านี้เทรนด์สีเขียวจะดูเกร่อจนนักออกแบบบ้านหลายคนเบะปากใส่ แต่บอกได้เลยว่าในปีหน้าสีเขียวจะกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับรูปแบบใหม่สดใสกว่าเดิมด้วยโทนสีเขียวมะกอกหรือสีไพล เนื่องจากเป็นโทนสีที่ให้ความอบอุ่นและผ่อนคลายแก่ผู้อยู่อาศัย หากปีหน้าใครคิดจะเปลี่ยนสีบ้านใหม่ อย่าลืมคิดถึงโทนสีนี้นะครับ   7. วัสดุธรรมชาติ วัสดุธรรมชาติที่จะนำมาตกแต่งบ้านนั้น ไม่จำเป็นต้องไปหาที่ไหนไกลเลย แล้วจะพบว่าวัสดุธรรมชาติในพื้นที่ที่อาศัยนั้นดีที่สุดแล้ว เพราะนอกจากจะหาซื้อง่ายโดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาที่จะต้องซ่อมแซมแล้ว ราคาก็ไม่แพง แถมยังมีความทนทานต่อสภาพอากาศในพื้นที่นั้น ๆ อีกต่างหาก   หากใครมีแพลนจะตกแต่งบ้านในปีหน้า เราขอแนะนำให้นำเทรนด์ต่าง ๆ เหล่านี้ไปผสมผสานในบ้านของคุณดู รับรองออกมาสวยล้ำนำแฟชั่นไม่แพ้ใครแน่นอน แต่ถ้าเกิดว่าเทรนด์เหล่านี้มันดันไม่ใช่สไตล์คุณเลยสักนิด ก็ไม่ต้องฝืนแต่งตามหรอกนะครับ เพราะว่าการเลือกในแบบที่ชอบ แต่งในแบบที่ใช่ ก็สามารถทำให้บ้านออกมาสวยโดนใจได้เหมือนกัน แถมไม่ต้องกลัวเอ้าท์ กลัวตกเทรนด์ หรือกลัวซ้ำกับใครเลยด้วย  เป็นยังไงกันบ้างครับกับสาระดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับบ้านและคอนโดแบบนี้อีกมากมาย ติดตามต่อได้ที่นี่เลยนะค้าบบบ www.reviewyourliving.com/infographic ขอขอบคุณข้อมูลจาก housebeautiful, houzz https://home.kapook.com/vi
ชิค รีพับบลิค ชวนแต่งบ้านรับเทศกาลคริสต์มาส

ชิค รีพับบลิค ชวนแต่งบ้านรับเทศกาลคริสต์มาส

ซานต้าคลอสอีสคัมมิ่งทูโฮม... ค่าย ชิค รีพับบลิค โฮมแฟชั่นสโตร์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุด ชวนแต่งบ้านให้ ชิคๆ มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังใกล้เข้ามา ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าในราคาสุดพิเศษ รับส่วนลดสูงสุดถึง20% อาทิ ตุ๊กตาคริสต์มาส แบบนั่ง ราคาพิเศษเพียง 534 บาท ตุ๊กตาคริสต์มาส แบบยืน ลดเหลือ 834 บาท และสินค้าตกแต่งบ้านอื่นๆ อีกมากมาย จัดรายการวันนี้ – 15 มกราคม 2561 ทุกสาขา พิเศษรายได้ส่วนหนึ่งจากยอดขายจะสมทบทุนให้กับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ฯ ภายใต้แคมเปญ ‘Time for Gift Time to Give’ เรียกว่า.. ได้สนุกกับการตกแต่งบ้านสวยแล้ว ยังได้แบ่งปันความสุขให้น้องๆ ผู้ป่วยโรคหัวใจอีกด้วย..
5 ข้อที่คนแต่งห้องชอบทำพลาด

5 ข้อที่คนแต่งห้องชอบทำพลาด

คนส่วนใหญ่ที่มีคอนโด มักจะมีความสุขในการแต่งห้องของตัวเอง โดยการออกไปหาซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งด้วยตัวเอง แต่หลายๆคนมักจะรู้สึกว่าทำไมห้องของเรามันออกมาไม่สวยเหมือนกับที่เราคิดไว้ วันนี้พวกเราได้รวบรวมข้อผิดพลาด 5 ข้อที่คนส่วนใหญ่ที่แต่งห้องเองมักจะทำกัน ถ้าคุณได้ทำอย่างน้อยหนึ่งข้อจากห้าข้อนี้ พวกเราแนะนำให้คุณหยุดและลองปรับเปลี่ยนวิธีกันดูนะครับ บางทีมันอาจจะช่วยให้ห้องของคุณสวยมากขึ้นได้   1. เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่ไม่เข้ากัน :ทั้งในเรื่องของขนาด สไตล์ หรือแม้กระทั่งรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์เอง สาเหตุหลักๆมักจะมาจาก เวลาเราเดินไปเจอเฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งบ้านสวยๆ ลดราคา เราจะรีบซื้อทันที โดยที่เราอาจจะลืมคิดไปว่า ของทั้งหมดที่เราซื้อกันไปนั้นเมื่อไปอยู่รวมกันแล้วจะเข้ากันไหม และขนาดของเฟอร์นิเจอร์จะพอดีกับห้องของเราไหม วิธีการแก้ไขคือ ให้คุณลองหาภาพที่มีสไตล์การตกแต่งในแบบที่เราชอบเก็บไว้ จากนั้นเวลาที่เราจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่ง ให้ยึดรูปแบบจากภาพนี้เลย ถ้าเราดูแล้ว โทนสีมันใช่ รูปแบบมันโดน เราก็ซื้อทันทีอย่ามัวรีรอ  แต่เดี๋ยวก่อน!!! มีอีกหนึ่งข้อที่คุณควรคำนึง นั่นก็คือ ขนาดของเฟอร์นิเจอร์ต้องพอดีกับห้องของเราด้วย ไม่อย่างนั้น ซื้อมาแล้ววางในห้องไม่ได้ พวกเราก็ไม่รับผิดชอบนะครับ 555   2. ทาสีโดยไม่ได้ลองก่อน :เป็นอีกหนึ่งข้อที่หลายๆคนมักพลาดกัน รู้หรือไม่! สีที่เราเห็นในชาร์ตก่อนที่เราซื้อ กับสีที่ทาเสร็จแล้ว มักจะไม่เหมือนกันสะทีเดียว ด้วยปัจจัยจากสภาพอากาศ อุณหภูมิ หรือแสงในห้องของเรา วิธีการแก้ไขคือ ให้ลองซื้อกระปุกเล็กๆมาทดลองทาพื้นที่เล็กๆดูก่อน แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อดูว่าใช่สีที่เราต้องการหรือไม่   3. มองข้ามแสงธรรมชาติ :แสงธรรมชาติที่หลายๆคนพยามหาวิธีป้องกันไม่ให้เข้ามาในห้องของเราได้ เพราะกลัวว่าห้องจะร้อน แต่รู้ไหมว่า แสงธรรมชาติช่วยให้ห้องคุณดูสดชื่นและน่าอยู่ขึ้นได้ ที่สำคัญยังช่วยเราประหยัดค่าไฟได้อีกด้วย สำหรับแสงจากหลอดไฟ เราอาจจะเลือกใช้หลอดไฟที่สามารถปรับความสว่างให้เหมาะกับการใช้งานทั้งกลางวันและกลางคืนได้   4. เลือกผ้าม่านผิดขนาด :ทุกห้องคงมีผ้าม่านกันใช่ไหมครับ แต่รู้หรือไม่ว่า ผ้าม่านเป็นตัวช่วยให้ห้องของคุณดูแคบหรือกว้างขึ้นได้ หากคุณต้องการจะติดผ้าม่าน เราขอแนะนำให้คุณติดผ้าม่านให้สูงกว่ากรอบหน้าต่างสักหน่อยนึง วิธีนี้จะทำให้หน้าต่างและห้องของเราดูสูงและกว้างมากขึ้น หรือถ้าอยากให้ห้องของเราดูดีมีชาติตระกูลมากขึ้น แนะนำให้ติดผ้าม่าน 2 ชั้น โดยชั้นแรกจะเป็นผ้าม่านโปร่งๆ ช่วยบังสายตาจากภายนอกและยังคงได้รับแสงจากธรรมชาติอยู่ เหมาะสำหรับเปิดรับแสงแดดในตอนเช้าที่ยังไม่ร้อนมาก ส่วนอีกชั้นจะเป็นผ้าม่านทึบ ไว้สำหรับปิดในช่วงเวลาที่มีแสงแดดจัดๆ   5. ของตกแต่งมากเกินไป :ของตกแต่งถ้ามากเกินไปจะทำให้ห้องของเราดูรกได้ ยิ่งไปกว่านั้นของตกแต่งบางอย่างเป็นตัวเก็บฝุ่นอีกต่างหาก เช่น พรมขนๆ ที่อาจจะทำให้ห้องของคุณดูสวยเด่นในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นสิ่งสกปรกและฝุ่นจะถามหา ยิ่งถ้าคุณไม่มีเวลาทำความสะอาดด้วยแล้ว บอกได้คำเดียวว่าเละแน่ๆ หรือดอกไม้ปลอมที่หลายๆคนนำมาแต่งห้องเพราะชอบสีสันสดใสของมัน แต่คุณรู้ไหมว่า ดอกไม้ปลอมนี่แหละเป็นตัวเก็บฝุ่นชั้นดีเลย วิธีการแก้ไขคือ เราควรจะเลือกซื้อของตกแต่งมาแต่งห้องแต่พองามไม่มากจนเกินไป และที่สำคัญควรเลือกของตกแต่งที่ทำมาจากวัสดุที่ทำความสะอาดได้ง่าย และไม่เก็บฝุ่นนะครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.sanook.com/home/12949/   เป็นยังไงกันบ้างครับกับสาระดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับบ้านและคอนโดแบบนี้อีกมากมาย ติดตามต่อได้ที่นี่เลยนะค้าบบบ www.reviewyourliving.com/infographic
How to แต่งห้องนอนสไตล์ Zen สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

How to แต่งห้องนอนสไตล์ Zen สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าในยุคปัจจุบันการแต่งบ้านสไตล์ Zen หรือที่เราเรียกติดปากกันว่ามินิมอล ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยวิถีชีวิตที่ค่อนข้างเรียบง่ายและเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบคนญี่ปุ่น รวมไปจนถึงการออกแบบที่พิถีพิถัน คำนึงถึงการใช้งานของผู้อยู่อาศัยมาเป็นอย่างดี ทำให้ผู้คนที่มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวต่างประทับใจ และไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะได้เห็นการตกแต่งบ้านในสไตล์นี้ในประเทศไทยมากขึ้น   เมื่อกระแสของความมินิมอลยังดีอยู่เสมอ และดูมีทีท่าที่จะเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะอย่างที่ทราบกันดีแหละค่ะว่าความมินิมอลอยู่บนพื้นฐานของความเรียบง่าย และถึงจะมีความเรียบง่าย แต่ก็ดูไม่ธรรมดา แม้จะใช้ของตกแต่งเพียงน้อยชิ้น แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันตามความต้องการ นี่จึงถือเป็นเสน่ห์สำคัญที่สไตล์มินิมอล เข้ามาครองใจใครหลายคน วันนี้ Review Your Living เลยขอหยิบเอาไอเดียการตกแต่งห้องนอนในสไตล์ Zen หรือสไตล์มินิมอลแบบฉบับญี่ปุ่น ที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สำหรับคนที่กำลังคิดจะแต่งหรือเปลี่ยนโฉมห้องนอนใหม่มาฝาก โดยเฉพาะห้องนอนไซส์มินิ ที่หากจัดเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งเยอะจนเกินไปอาจจะทำให้ดูรกและเกะกะได้ ดังนั้นการแต่งห้องนอนสไตล์นี้ จึงเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้ห้องนอนออกมาดูสวยและตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนในบ้านได้..   ห้องนอนที่เรานำมาให้ชมกันเป็นห้องนอนในบ้านตัวอย่าง โครงการ Noble Gable Kanso Watcharapol ด้วยคอนเซ็ปต์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ มาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง หลอมรวมออกมาในสไตล์เซน สะท้อนผ่านการตกแต่งห้องนอนขนาดพื้นที่จำกัด โทนสีของห้องใช้จึงเป็นสีเอิร์ธโทน เพื่อให้ห้องนอนดูเรียบง่ายมากที่สุด และการใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น   ภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนละมุนจากวัสดุไม้โทนสีวอร์มโอ๊คที่นำมากรุผนังและฝ้า เซาะร่องเพื่อเพิ่มความมีมิติ ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น ใช้หน้าต่างกระจกใสรับแสงธรรมชาติที่มาเสริมให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยถ่ายเทอากาศ ทำให้ห้องนอนเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขนาดน้อยนิดก็ตาม   ส่วนการตกแต่งที่ทำให้ห้องนอนดูไม่คับแคบไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ คือการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์ ไปตามความยาวของผนังห้องฝั่งหนึ่งเพื่อเหลือพื้นที่ว่างให้ได้มากที่สุด บริเวณข้างเตียงออกแบบให้เป็นลิ้นชักเก็บของ ซึ่งข้อดีของงานบิลต์อินคือเราสามารถทำขึ้นให้พอดีกับพื้นที่ได้โดยไม่เสียประโยชน์การใช้งานส่วนนั้นไป ทั้งยังเหมาะกับขนาดพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สามารถใช้พื้นที่อันน้อยนิดได้อย่างคุ้มค่า   รวมไปถึงการบิลต์อินตู้เสื้อผ้า แทนการซื้อเฟอร์นิเจอร์ และการเลือกชั้นวางแบบโปร่งไม่มีหน้าบานเปิดปิด ก็ช่วยทำให้ห้องนอนไม่อึดอัด และยังทำให้ผู้อยู่อาศัยใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น จะเห็นว่าแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น แต่ในทุกๆ ชิ้นต่างใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และเข้ากับสไตล์ Zen ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ นี่เป็นเพียงไอเดียส่วนหนึ่ง ที่สามารถทำออกมาให้เป็นจริงได้ สำหรับใครที่มีไอเดียหรือแรงบันดาลใจแล้วอยากเปลี่ยนโฉมห้องนอนใหม่ สามารถนำไอเดียที่เรานำมาฝากไปปรึกษาสถาปนิกหรืออินทีเรียเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้เลยค่ะ :)  
เทคนิคแต่งบ้านประหยัดตังค์

เทคนิคแต่งบ้านประหยัดตังค์

สำหรับวันนี้ เราก็มีเทคนิคใหม่ๆ มาเสนอสำหรับคนที่อยากจะปรับเปลี่ยนลุคให้กับบ้านของคุณโดยที่ไม่ต้องลงทุนมากมาย ก็ได้บ้านสวยเก๋มาเชยชมแล้วหล่ะค่ะ 1.ทาสีผนังใหม่ ลงทุนเลือกซื้อสีทาภายในที่ชอบมาซักกระป๋อง แล้วเลือกวันว่างๆ สุดสัปดาห์ รวมพลคนในครอบครัวให้มาช่วยกันทาสีห้องใหม่ ไม่เพียงแต่จะได้ห้องที่แปลกตาไปจากเดิม แต่ยังได้ร่วมทำกิจกรรมกันในครอบครัว เพียงเท่านี้ผนังห้องเรียบๆ สีขาวก็จะเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ รับรองได้ว่าคุ้มค่าการลงทุนอย่างแน่นอน 2.ตกแต่งห้องใหม่ ลองดูซิว่า ตอนนี้บ้านของคุณมีอะไรอยู่แล้วบ้าง มุมนั้นวางของรกเกินไปรึป่าว หรือว่ามีรูปสวยๆ ไปวางเก็บทิ้งไว้ในห้องเก็บของ ทำไมไม่ลองจัดแต่งบ้านใหม่ โดยเลือกเอาของที่คุณมีอยู่เดิมมาวางในมุมที่เปลี่ยนไป เช่น โต๊ะเขียนหนังสือตัวเก่าที่ลูกสาวไม่ใช้แล้ว  ลองเอามาจัดวางในห้องรับแขก เป็นมุมไว้สำหรับโชว์ของ หรือว่าภาพฝีมือลูกชายสมัยยังเด็กที่ยังเก็บไว้ ลองเอามาประดับตกแต่งผนังบ้านของคุณดูสิ รับรองได้ว่าให้ความรู้สึกย้อนความหลังได้ดีทีเดียว 3.เลือกแสงอย่างชาญฉลาด ลองติดตั้งตัวปรับระดับแสงให้กับสวิชไฟในห้องของคุณ รับรองได้ว่าจะช่วยเปลี่ยนความรู้สึก รวมถึงสามารถปรับแสงให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละเวลาได้ด้วย แต่ถ้าหากเป็นเรื่องยากเกินไปนัก ลองเลือกโคมไฟเก๋ๆ มาตั้งสองข้างขนาบกับโซฟาตัวโปรดของคุณในห้องนั่งเล่น หรือจะเปลี่ยนที่ครอบอันใหม่ให้เรียบหรู ดูมีสไตล์กว่าเดิมก็ไม่ว่ากัน 4.หมอนอิงช่วยได้ ถ้าหากว่าการลงทุนซื้อโซฟาตัวใหม่ซักตัว ทำให้คุณต้องคิดหนักเรื่องราคาแล้วหล่ะก็ ขอแนะนำว่าเพียงเลือกหมอนอิงลายสวยเก๋ถูกใจหลายๆ ใบมาวางประดับลงบนโซฟาตัวเก่า เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ห้องใหม่ หมอนใหม่ และโซฟารูปแบบใหม่ ที่แตกต่างไปจากเดิมแล้วหล่ะค่ะ 5.นอนอย่างมีสไตล์ ห้องนอนของคุณก็ต้องการ การเปลี่ยนแปลงด้วยรึเปล่า? ลองเปลี่ยนหัวเตียงใหม่ดูสิ หรือจะเลือกภาพวาดอันใหญ่มาประดับผนังก็ไม่เลวนะ นอกจากจะช่วยเพิ่มอะไรให้กับผนังห้องของคุณแล้ว การเลือกตกแต่งที่ดูหนักแน่นยังช่วยทำให้ห้องของคุณดูมีแนวทางที่ชัดเจนและมีเสน่ห์ หรือว่าอยากจะลองเลือกรูปแบบผสมผสานก็ไม่ว่ากัน  ตัวเตียงใหม่กับโต๊ะตัวเก่า หรือจะหัวเตียงเก่ากับโต๊ะตัวใหม่คงแล้วแต่ใครจะชอบแบบไหน คงต้องเลือกกันเอาเอง 6.ลองใช้กระจกซิจ๊ะ หากว่าภาพวาดหรืองานศิลปะที่คุณอยากจะได้มาประดับห้องของคุณมีราคาสูงเกินงบไปหน่อย ทำไมไม่ลองหันมาเลือกใช้กระจกประดับห้องดูหล่ะ เพียงนำกระจกไปเข้ากรอบที่คุณชอบ แล้วก็มาวางเรียงประดับห้อง อยากได้มากได้น้อยก็สามารถตกแต่งเลือกได้ตามใจตัวเอง นอกจากจะให้ลูกเล่น และผลลัพธ์ที่แปลกตาแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อย่างดีอีกด้วย 7.พิจารณาเรื่องขนาด เรื่องของขนาดนั้นมีผลมากทีเดียวกับความรู้สึกของคน ไม่ว่าห้องของคุณมีขนาดเล็กแค่ไหน แต่ถ้ามีของประดับชิ้นใหญ่ซักชิ้น รับรองได้ว่าช่วยทำให้ห้องคุณดูแกรนด์ขึ้นได้มากทีเดียว ลองเลือกภาพพิมพ์ชิ้นใหญ่ๆ มาวางประดับผนัง หรือจะเลือกงานประติมากรรมที่ชื่นชอบซักชิ้นก็ไม่ว่ากัน 8.ของเก่าทำใหม่ แม้จะเป็นเก้าอี้ตัวเก่าที่เริ่มจะออกสีเหลืองๆ แต่โครงไม้ที่สวยงามนั้นคงทำให้ทิ้งมันไม่ลง  ทำไมไม่ลองนำเอาเฟอร์นิเจอร์เก่าที่มีไปปรับเปลี่ยนเบาะใหม่ แล้วก็ทาสีซะใหม่ เพียงเท่านี้เก้าอี้ตัวเก่งของคุณก็จะดูใหม่และเก๋เหมาะกับห้องของคุณ 9.จัดการกับหน้าต่างของคุณ ลองเลือกผ้าม่านที่เหมาะกับหน้าต่างและห้องของคุณ บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ แต่ว่าผ้าม่านเป็นตัวกรองแสงที่จะเข้ามาภายในห้อง รวมไปถึงรูปแบบและลวดลายของผ้าม่านยังสามารถแสดงรสนิยมและบุคลิกของเจ้าของได้อีกด้วย ทำไมไม่ลองเปลี่ยนผ้าม่านห้องนั่งเล่นของคุณดูหล่ะ เพียงเท่านี้ห้องคุณก็จะเปลี่ยนไปอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน 10.สร้างสรรค์ผลงานให้บ้านด้วยตัวเอง หลังจากเลือกสรรหางานศิลปะสวยๆ เพื่อมาประดับห้องอยู่นาน  อาจไม่พบที่ถูกใจหรือว่ามีราคาแพงเกินไป ทำไมไม่ลองมาสร้างสรรค์ผลงานเองดูหล่ะ อาจจะทำแบบง่ายๆ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบวาดรูป โดยหารูปในนิตยสารที่ชอบ มาแปะซ้อนทับกัน ตกแต่งสร้างภาพขึ้นเองใหม่ แล้วใส่กรอบ หรือใครคนไหนมีฝีมือ ก็อวดโฉมได้เต็มที่ เพียงเท่านี้ เทคนิคง่ายๆ เราก็สามารถตกแต่งบ้านสวยราคาประหยัดกันได้แล้วหล่ะค่ะ ขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.lalinproperty.com/news/ceative-home-save-money.html
ต่อเติมครัวไทยหลังบ้าน แบบโปร่งหรือแบบทึบ ดีกว่ากัน?

ต่อเติมครัวไทยหลังบ้าน แบบโปร่งหรือแบบทึบ ดีกว่ากัน?

บทความฉบับนี้ขอเอาใจคนที่มีบ้านใหม่ ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมโครงการต่างๆ ที่จำนวนห้องและพื้นที่ใช้สอยมักจะไม่เพียงพอต่อความต้องการสักเท่าไหร่ เพราะบ้านจัดสรรส่วนใหญ่นั้นจะออกแบบครัวเป็นแบบเปิดอยู่ติดกับห้องนั่งเล่น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดกลิ่นรบกวนได้ อย่างที่ทราบกันดีแหละค่ะว่าครอบครัวคนไทยมักจะประกอบอาหารจำพวกต้ม, ผัด, แกง, ทอด ที่ก่อให้เกิดทั้งเสียง, กลิ่น, ควัน แผ่ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบ้านอยู่เสมอ ซึ่งเมนูเหล่านี้ไม่เหมาะกับพื้นที่ปรุงอาหารในบ้านขนาดเล็กและกลางเนื่องจากมีช่องระบายอากาศได้น้อย นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เจ้าของบ้านหลายๆ หลังต้องต่อเติมครัวไทยแยกออกมาจากตัวบ้านเพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากขึ้น แต่จะทำเป็นครัวแบบไหนดี? ระหว่างครัวแบบโปร่งและครัวแบบทึบ ครัวทั้งสองแบบนั้นมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรบ้าง หาคำตอบได้ที่นี่ค่ะ ครัวแบบโปร่ง เน้นความโล่งสบายๆ การต่อเติมครัวแบบโปร่งในรูปแบบที่เน้นความโปร่งโล่งนั้น มีจุดเด่นอยู่ที่เวลาประกอบอาหารกลิ่นควันและความอับชื้นต่างๆ จะระบายออกง่าย สามารถฉีดน้ำล้างทำความสะอาดครัวได้แต่ต้องมีทางระบายน้ำรองรับนะคะ ซึ่งวัสดุที่ใช้กับครัวแบบนี้จะต้องมีน้ำหนักเบา ส่วนใหญ่มักทำเป็นแผงระแนงไม้, ไม้เทียมแทนผนัง บางทีอาจเลือกทำผนังทึบเฉพาะช่วงล่าง ส่วนด้านบนปล่อยโล่งหรือทำเป็นแผงระแนง เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว ในส่วนของหลังคานั้นอาจทำติดลอยไว้กับผนังบ้านเดิมโดยซื้อกันสาดสำเร็จรูปมาติด หรือจะใช้โครงสร้างเสาส่วนต่อเติมรับหลังคาเช่นเดียวกับครัวแบบทึบ ซึ่งครัวแบบโปร่งมีข้อดีข้อเสียดังนี้ค่ะ ข้อดี ก่อสร้างได้ง่ายและรวดเร็วกว่าครัวแบบทึบ การต่อเติมครัวแบบโปร่งเป็นรูปแบบที่เน้นความโปร่งโล่งจะง่ายและรวดเร็วกว่า เพราะแค่ติดหลังคากันสาดและก่อปูนเป็นเคาน์เตอร์ครัวก็เรียบร้อยแล้วค่ะ หรือจะเลือกซื้อชุดครัวสำเร็จรูปมาติดตั้งเลยก็ได้ค่ะ ระบายอากาศได้ดี การต่อเติมครัวแบบโปร่งโล่งนั้นจะทำให้กลิ่นควันเวลาประกอบอาหาร รวมถึงความอับชื้นต่างๆ ภายในครัวจะระบายออกง่าย เนื่องจากไม่มีอะไรปิดกั้นผนังรอบด้าน สามารถทำความสะอาดง่าย ครัวแบบโปร่งบางบ้านอาจแค่เทปูนคอนกรีตธรรมดาพร้อมมีทางระบายน้ำรองรับ ทำให้สามารถฉีดน้ำหรือทำความสะอาดได้ง่ายกว่าครัวแบบปิดที่ปูพื้นด้วยกระเบื้อง ข้อเสีย สิ่งแปลกปลอมเข้ามาง่าย แน่นอนว่าครัวแบบเปิดส่วนใหญ่จะเป็นผนังเปิดโล่ง อาจทำให้มีน้ำฝน, ฝุ่นและสิ่งปรกต่างๆ สาดเล็ดรอดเข้ามาได้ง่าย อีกทั้งต้องคอยระวังป้องกันไม่ให้สัตว์เล็กสัตว์น้อยอย่างแมลง นก หนู รวมถึงแมวหรือสุนัขตัวเล็กเข้ามาก่อกวนภายในห้องครัว ซึ่งในส่วนนี้เจ้าของบ้านอาจติดตั้งมุ้งลวดเข้ามาช่วยป้องกันได้ค่ะ อาจส่งกลิ่นรบกวนต่อเพื่อนบ้านได้ เมนูอาหารจำพวกต้ม, ผัด, แกง, ทอด ที่มีกลิ่นฉุนและควันรวมถึงไอน้ำมันเวลาประกอบอาหาร อาจจะกระจายไปถึงเพื่อนบ้านได้ ดังนั้นจึงต้องคอยระมัดระวังให้ดีค่ะ ครัวแบบทึบ ปกปิดมิดชิด สำหรับบ้านที่มีพื้นที่ด้านนอกสำหรับใช้สอยไม่มาก ก็สามารถใช้วิธีกั้นพื้นที่บางส่วนภายในตัวบ้านด้วยผนังทึบ และติดตั้งพัดลมดูดอากาศ เพื่อช่วยระบายอากาศดูดกลิ่นและควันออกสู่ภายนอกไม่ให้รบกวนภายในบ้าน ซึ่งการต่อเติมครัวแบบทึบที่มีผนัง 4 ด้านล้อมรอบโดยเจาะช่องเปิดตามความเหมาะสม พร้อมทำหลังคาครอบมิดชิดนั้น..มีข้อดีข้อเสียดังนี้ค่ะ ข้อดี ป้องกันสิ่งสกปรกได้ดี เมื่อเป็นครัวแบบทึบมีผนังปิดล้อม 4 ด้าน ดังนั้นจึงสามารถป้องกันสิ่งสกปรกและสิ่งไม่พึงประสงค์จากภายนอกได้ดีกว่าครัวแบบโปร่งนั่นเองค่ะ ป้องกันกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน เพราะความมิดชิดของรูปแบบครัว ทำให้เจ้าของบ้านอาจต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์ช่วยอย่างเครื่องดูดควันพร้อมปล่องระบายอากาศเพิ่ม แต่ก็ยังมีข้อดีช่วยป้องกันกลิ่นควันจากการประกอบอาหารไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้านได้ง่ายด้วย ปลอดภัยกว่า แน่นอนค่ะว่าครัวแบบทึบปกปิดมิดชิดนั้นให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากกว่าครัวแบบเปิดโล่ง นอกจากนี้บริเวณผนังโดยรอบยังสามารถติดตั้งชั้นเก็บของได้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ ข้อเสีย บ้านมีโอกาสทรุดตัว การต่อเติมครัวแบบทึบส่วนใหญ่จะใช้วัสดุที่มีน้ำหนักมากกว่าครัวแบบทึบ จึงทำให้บ้านมีโอกาสทรุดตัวเร็วกว่า เพราะส่วนต่อเติมส่วนใหญ่จะใช้เสาเข็มสั้นซึ่งจะทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้านเดิม ทางที่ดีเจ้าของบ้านควรต่อเติมแบบแยกส่วนกันเพื่อลดปัญหาบ้านทรุด เนื่องจากการดึงรั้งกันและเกิดการฉีกขาดของโครงสร้าง ซึ่งอาจเป็นปัญหาใหญ่ที่อาจตามมาได้ค่ะ ค่าใช้จ่ายมากกว่า ครัวแบบทึบ ปิดมิดชิดนั้นก็ไม่ต่างกับห้องเปล่าหนึ่งห้อง ดังนั้นถ้าจะประกอบอาหารเจ้าของบ้านจึงต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ช่วยอย่างเครื่องดูดควันหรือพัดลมระบายอากาศเพิ่ม นอกจากนี้การสร้างห้องครัวแบบทึบจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าห้องครัวแบบโปร่ง ด้วยปริมาณวัสดุ โครงสร้าง และการเตรียมงานระบบที่มากกว่านั่นเองค่ะ ปฎิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าการต่อเติมครัวนอกบ้านนั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะนอกจากจะสะดวกต่อการประกอบอาหารไม่ว่าจะผัด โขลก สับ แล้วยังสามารถระบายอากาศได้ดีกว่าครัวในบ้าน แต่ไม่ว่าจะเลือกต่อเติมครัวแบบไหน แนะนำให้ลองศึกษาสถาปนิกหรือผู้รับเหมาที่มีความชำนาญเพื่อออกแบบและคำนวณให้ถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ควรศึกษากฎเกณฑ์ของโครงการบ้านจัดสรรนั้นๆ รวมถึงได้รับการยินยอมจากนิติบุคคลก่อนทำการต่อเติมด้วยนะคะ
เคล็ดลับการรักษาพรม และเลือกซื้อให้ถูกวิธี

เคล็ดลับการรักษาพรม และเลือกซื้อให้ถูกวิธี

หลายคนมีความเชื่อผิดๆว่าพรมเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและไม่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเราจะชวนคุณๆมาคิดใหม่ค่ะ เพราะพรมนอกจากให้สัมผัสอ่อนนุ่มแล้ว พรมยังให้ความรู้สึกพิเศษกับการตกแต่งภายใน ช่วยเพิ่มความอบอุ่นหรูหราและลดความกระด้างของพื้น ทำให้ห้องดูมีชีวิตชีวา ช่วยดูดซับเสียง นอกจากนี้ยังมีสีและลวดลายให้เลือกซื้อมากมายไม่จำกัด เราจึงอยากชวนทุกคนลองซื้อพรมติดบ้านเอาไว้บ้างแต่จะเลือกซื้ออย่างไรนั้น วันนี้ มีคำแนะนำดีๆ มาฝากค่ะ   ข้อ 1. วิธีเลือกซื้อพรม คือก่อนอื่นคุณต้องสังเกตรูปแบบการใช้งานก่อนว่าคุณจะนำไปใช้ที่ใด ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร หรือห้องนอน แล้วพิจารณาว่าพื้นที่ๆ จะนำพรมไปวางถูกใช้งานมากน้อยแค่ไหน มีสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร เช่น ห้องที่ใช้งานบ่อยๆน่าจะพิจารณาพรมที่ทำความสะอาดง่ายและน้ำหนักเบา แต่ถ้าเลือกใช้ในห้องนอนคุณอาจต้องการพรมดีๆที่หนานุ่มเป็นพิเศษเป็นต้น   ข้อ.2 ช่างสังเกต หลังจากนั้นก็ให้สังเกตต่อไปอีกนิดว่าสภาพแวดล้อมที่พรมจะถูกนำไปใช้งานนั้นอยู่ใกล้ถนน ติดกับหน้าต่าง มีเด็กๆหรือสัตว์เลี้ยงเข้ามาใช้พื้นที่ส่วนนั้นร่วมด้วยหรือไม่ หากเป็นแบบนั้นก็ควรพิจารณาพรมสีอ่อนค่ะ เพราะจะช่วยให้มองเห็นสิ่งสกปรกได้ง่าย นอกจากนี้พรมสีเข้มๆยังทำให้ห้องดูแคบลงไม่เหมาะกับคอนโดพื้นที่จำกัดอย่างแน่นอน เลือกใช้โทนสีสว่างสำหรับการตกแต่งภายในจะช่วยให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น ข้อ 3. คุณสมบัติของพรม นอกจากนี้คุณสัมบัติของพรมแต่ละชนิดเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้ละเอียด ตั้งแต่ลักษณะเส้นใย ความคงทน น้ำหนัก ความหนาแน่นในการทอ การดูดซับน้ำ ความนุ่ม ความรู้สึกสัมผัส การทำความสะอาด และอีกจิปาถะร้อยแปดล้วนเป็นสิ่งที่ต้องดูให้ครบทุกด้าน เพื่อที่จะได้พรมที่พอดีกับการใช้งานที่สุดจริงๆโดยไม่ต้องเสียเงินมากเกินไปโดยใช่เหตุ คำแนะนำอีกประการหนึ่งคือถ้าคุณไม่ใช่ Carpet Lover ตัวแม่แล้วล่ะก็ เราไม่แนะนำให้ติดตั้งพรมในครัวหรือพื้นห้องน้ำค่ะ   ข้อ 4. ดูแลรักษา พรมแต่ละชนิดต้องการการดูแลไม่เหมือนกัน แต่โดยพื้นฐานแล้วคุณก็ควรดูดฝุ่นเอาออกมาผึ่งแดดทุกสัปดาห์และซักพรมอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หากพรมมีการหลุดลุ่ยควรตัดออกโดยห้ามดึงอย่างเด็ดขาด และก่อนตัดสินจ่ายเงินต้องถามคนขายให้ละเอียดว่าพรมที่เราเลือกต้องการการดูแลอย่างไร ใช้วัสดุอุปกรณ์หรือสารเคมีแบบพิเศษในการบำรุงรักษาหรือไม่ จากนั้นค่อยเลือกสีและสไตล์ที่คุณชอบตามข้อพิจารณาด้านบน แล้วเลือกพรมคุณภาพดีที่สุดเท่าที่งบประมาณคุณมีค่ะ เมื่อรู้ถึงคุณสมบัติและวิธีรักษาพรมแล้ว ใครที่เลือกตกแต่งเพิ่มความสวยงามให้บ้านด้วยพรมก็ลุยเลยค่ะ หากดูแลดีๆอย่างถูกวิธี เรื่องคราบสกปรกไม่ตามมารบกวนใจอย่างแน่นอน   ขอบคุณแหล่งที่มา  :  www.forfur.com/แต่งบ้าน/เคล็ดลับการรักษาพรม-และเลือกซื้อให้ถูกวิธี
ของแต่งบ้านต้องห้าม กับความหมายที่ไม่เป็นมงคล

ของแต่งบ้านต้องห้าม กับความหมายที่ไม่เป็นมงคล

ความสวยงามของบ้าน หนึ่งในการออกแบบที่เหล่าคนรักบ้านวาดฝันเอาไว้ว่ามันควรจะออกมาเป็นดั่งที่จินตนาการ ผังบ้านที่ออกแบบแต่ละหลังจึงมีความแตกต่างกันตามความชอบส่วนบุคคล รวมไปถึงการตกแต่งภายในที่จะช่วยเสริมให้บ้านดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นสถานที่ของการพักผ่อนและเติมเต็มความสุขให้กับเจ้าของบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านหรือทาวน์เฮ้าส์ที่หลายคนเลือกนำมาใช้เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับคุณภาพชีวิตของสมาชิกภายในครอบครัว เปรียบเสมือนฮวงจุ้ยที่ให้ความหมายไปในทางที่ดี การเลือกใช้ของแต่งบ้านส่วนใหญ่จึงถูกดึงเอาความหมายในด้านดีมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ดังนั้น หากใครใส่ใจกับความหมายดีๆ สำหรับของตกแต่ง ก็ต้องระมัดระวังการเลือกใช้ของต้องห้ามต่อไปนี้ที่มีความหมายในแง่ลบเอาไว้ด้วยค่ะ รูปปั้นงู ถือว่าเป็นสิ่งของตกแต่งที่ไม่ควรเอามาประดับไว้ภายในบ้านเป็นอย่างยิ่ง แม้การออกแบบจะดูสวยงามสะดุดตาและน่าจับมาวางโชว์ก็ตามที เนื่องจากความหมายของงูสื่อถึงความอาฆาตพยาบาท ส่งผลให้คนในบ้านอึมครึมอยู่ด้วยอารมณ์อันเกรี้ยวโกรธ ความเคียดแค้นชิงชังจนชีวิตไม่มีความสุข อีกทั้งยังทำให้คนในบ้านต้องเผชิญกับการแตกแยกระหว่างคู่ครอง การเข้ามาของมือที่สามและการหย่าร้างอีกด้วย นาฬิกาทราย มองดูเผินๆ นาฬิกาทรายเป็นของแต่งบ้านที่ดูจะให้ความเพลิดเพลินในการนั่งจ้องมองเม็ดทรายขนาดเล็กรอดผ่านช่องรูอย่างช้าๆ เพื่อเป็นการบอกถึงกาลเวลาที่เคลื่อนไหวผ่านไป แต่ใครจะทราบว่าความหมายของนาฬิกาทรายสำหรับการตกแต่งตามหลักฮวงจุ้ยจะให้ความหมายที่ไม่ดีนัก ทำให้คนในบ้านต้องวุ่นวายอยู่กับสิ่งต่างๆ จนแทบไม่มีเวลาทำเรื่องส่วนตัว ชีวิตไม่ค่อยมีความสุขเพราะต้องจมอยู่กับความเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา จนต้องเหน็ดเหนื่อยท้อแท้ แม้มีเงินทองก็เหมือนไม่มีความสุขในการดำเนินกิจวัตรประจำวันเท่าใด รูปปั้นม้าลาย รูปปั้นม้าลายสื่อถึงความแตกแยก การขาดสามัคคี ตามลวดลายบนตัวของมันที่เป็นสีขาวสลับดำ จึงส่งผลให้สื่อความหมายถึงความไม่เป็นสุขในครอบครัว เต็มไปด้วยอาการหน้าบูดบึ้งเมื่อได้พบเจอกัน อีกทั้งยังทำให้โชคลาภหลุดลอยไป แทบจะไม่มีสิ่งดีๆ เข้ามาให้ได้พบเห็นเลย อย่างไรก็ตาม ของแต่งบ้านไม่เป็นมงคลเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเชื่อเฉพาะบุคคลเท่านั้น การทำให้บ้านมีความสุขและน่าอยู่อาศัย ย่อมต้องขึ้นอยู่กับความเข้าใจกันระหว่างคนในครอบครัวและความรักใคร่ซึ่งกันและกันมากกว่าค่ะ   ขอบคุณแหล่งที่มา  :  http://home.sanook.com/2987/
ข้อดีและข้อเสีย ของการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์

ข้อดีและข้อเสีย ของการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์

การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ มองเผิน ๆ แล้วการตกแต่งสไตล์ลอฟท์จะเหมือนห้องใต้หลังคา มุงหลังคาสูง กับพื้นบ้านที่ค่อนข้างกว้างและโปร่ง เน้นพื้นที่ใช้สอยเป็นสำคัญ และตกแต่งในแบบที่ผู้อาศัยสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปตามความต้องการของตัวเองได้ ซึ่งการตกแต่งสไตล์ลอฟท์ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากแบบแปลนการก่อสร้างของโรงงานหรือโกดังนั่นเอง แต่ในปัจจุบัน สถาปนิก นำสไตส์ลอฟท์ดิบๆ มาปรับเปลี่ยน เพื่อให้เข้ากับความต้องการ และยุคสมัย เลยออกมาเป็น บ้าน และการตกแต่งสไตส์ลอฟท์แบบเจ๋งๆ หลายแบบ จะสวย เก๋ อินดี้แค่ไหนมาดูกัน ข้อดีของบ้านสต์ลอฟท์ เพดานสูง จุดเด่นของบ้านสไตล์ลอฟท์อยู่ที่ความสูงของหลังคา ซึ่งก็ไม่เพียงแต่ทำให้บ้านดูโปร่งและกว้างขวางเท่านั้น แต่ยังช่วยให้บ้านมีบรรยากาศที่แตกต่างไปจากสไตล์การแต่งบ้านแบบอื่นอีกด้วย ได้รับแสงธรรมชาติเต็มๆ นอกจากเพดานบ้านสไตล์ลอฟท์จะค่อนข้างสูงแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของสไตล์การแต่งบ้านแบบนี้ก็อยู่ที่หน้าต่างบ้าน ซึ่งมักจะเน้นติดหน้าต่างขนาดกว้างและยาว เพื่อให้บ้านดูสว่าง และเปิดรับแสงจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้ตามสะดวก แปลนบ้านสไตล์ลอฟท์หลายแบบไม่ค่อยเน้นสร้างกำแพงให้บ้านสักเท่าไร พื้นที่ในบ้านตกแต่งสไตล์นี้จึงค่อนข้างโล่งและดูกว้าง ที่สำคัญเมื่อปราศจากกำแพงมาวางกั้น เราก็สามารถดีไซน์การตกแต่งภายในได้ตามใจชอบ หรือจะปรับเปลี่ยนการตกแต่งให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ตอนไหนก็สะดวก ดีไซน์แปลกตา ความดิบที่แฝงความเก๋ไก๋ในการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์เป็นประเด็นหลักที่มัดใจคนชอบความต่างได้อยู่หมัด โดยแนวการแต่งบ้านสไตล์นี้คุณจะมีวัสดุในการก่อสร้างและตกแต่งอยู่หลายตัวเลือกด้วยกัน เช่น สร้างผนังปูนเปลือย หรือตกแต่งผนังด้วยอิฐบล็อกดิบ ๆ ไร้สีสันแต่งแต้ม   ขอบคุณแหล่งที่มา  :  https://www.rukban.com/15462186/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%97%E0%B9%8C  
4 เทคนิคเบื้องต้นแต่งคอนโดปล่อยเช่า

4 เทคนิคเบื้องต้นแต่งคอนโดปล่อยเช่า

สำหรับผู้ที่ลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อหวังผลระยะยาวจากกำไรจากการปล่อยเช่าคอนโด “เวลา” เป็นสิ่งมีค่าและสำคัญยิ่ง นั่นหมายถึงเวลาที่เสียไปอาจจะทำให้กำไรที่ควรจะได้ก็ลดน้อยลงไปด้วยเช่นกัน การแต่งคอนโดเพื่อให้เช่า เป็นเรื่องที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญเพราะการแต่งคอนโดที่มีเอกลักษณ์จะสร้างความประทับใจแรกให้กับผู้เช่า และทำให้ทรัพทย์ของเรามีจุดต่างจากอีกหลายร้อยห้องในอาคารเดียวกัน จนผู้เช่าไม่สามารถปฎิเสธได้และวางเงินมัดจำทันที 4 เทคนิคสำคัญในการแต่งคอนโด ทำได้ไม่ยาก แค่ใส่ใจในรายละเอียดและลงมือทำอย่างรวดเร็ว วิธีการง่ายๆ เพียงแค่ 4 ข้อ ปรับแต่งห้องของคุณให้น่าอยู่ และเป็นที่ประทับใจให้กับผู้เช่า ทำได้ดังนี้   1.รู้จักห้อง ทุกซอก ทุกมุม คอนโดในเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอนโดที่อยู่ใจกลางเมืองติดรถไฟฟ้ามักจะมีราคาสูงและมีขนาดเล็ก ดังนั้นการแต่งคอนโดไม่ว่าจะสำหรับเช่า หรืออยู่อาศัยเอง สิ่งแรกที่ต้องรู้ คือพื้นที่การใช้สอย เริ่มโดยวัดขนาดของห้องและสำรวจไปถึงซอกหลืบให้ละเอียดทุกซอกทุกมุม วาดแผนผังห้องออกมาและระบุขนาดพื้นที่บริเวณต่างๆ ซึ่งรวมถึงขนาดผนังแต่ละด้าน ขนาดเสา กรอบประตู กรอบหน้าต่าง ไม่ว่าจะเป็นความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึกโดยละเอียด เพื่อใช้ในการประกอบการเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งแต่ละชิ้น   2. เฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป หรือ บิ้วท์อิน? หลายคนใช้วิธีตกแต่งคอนโดด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบบิ้วท์อินเพราะคิดว่าช่วยประหยัดเวลาในการตกแต่ง ประหยัดแรงและได้คุณภาพที่คงทนยาวนาน แต่อย่าลืมว่าวัตถุประสงค์หลักของการแต่งคอนโดเพื่อทำกำไรจากการปล่อยเช่านั้น เวลาและต้นทุนถือเป็นหัวใจหลักของการทำกำไร นอกจากว่าคอนโดที่ซื้อ มีเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินให้อยู่แล้ว ถือเป็นกำไร สำหรับห้องที่ไม่มีการตกแต่งและต้องการปล่อยเช่า การใช้เฟอร์นิเจอร์แบบบิ้วท์อินต้องใช้เวลามากในการออกแบบ ก่อสร้าง และตกแต่ง นอกจากนี้หากมีการทรุดโทรมตามการใช้งาน 5 – 7 ปี ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อและสร้างใหม่ ใช้ต้นทุนและเวลามากกว่าซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปใหม่ยกเซตก็เป็นได้ หากมีการวางแผนเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปเป็นอย่างดีแล้ว นอกจากประหยัดเงิน ยังช่วยประหยัดเวลาอีกด้วย   3. เครื่องใช้สารพัดประโยชน์ คอนโดปล่อยเช่า ก็เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่ถูกย่อส่วนลงมาแต่ยังคงไว้ทุกฟังค์ชั่นการใช้งาน ดังนั้นการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จะต้องมีการจัดสรรพื้นที่ให้ลงตัวและอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เช่น เลือกใช้โต๊ะติดผนังที่สามารถพับขึ้นลงได้แทนโต๊ะแบบทั่วไปเพื่อประหยัดพื้นที่ โดยสามารถเป็นโต๊ะทำงานหรือทานข้าวในเวลาเดียวกัน นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักๆ อย่าง แอร์ ตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องทำน้ำร้อน ที่จำเป็นต้องมีแล้ว การลงทุนสำหรับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างเครื่องเล่นดีวีดี เตาอบไมโครเวฟ ที่เป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันแก่ผู้เช่า ก็สามารถทำให้ห้องของคุณมีค่าเพิ่มมากขึ้น และสามารถปล่อยเช่าห้องได้ราคาสูงกว่าเมื่อเทียบกับห้องอื่นๆ ที่ไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ   4. โทนสีสร้างความประทับใจ การแต่งห้องโดยใช้โทนสีแบบเอิร์ธโทนจะทำให้ห้องมีความเป็นกลางไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถประทับใจได้ ทำการบ้านด้วยการเลือกโทนสีสำหรับตกแต่งห้องและการจับคู่สีสามารถหา Reference จากแหล่งข้อมูลด้านการตกแต่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือตกแต่งบ้าน หรือ เว็บไซต์ไอเดียต่างๆ เช่น Pinterest เพื่อให้การเลือกเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นเข้ากันมากขึ้น การใช้สีสันที่ฉูดฉาด โทนสีร้อน อาจจะเหมาะกับแค่คนบางกลุ่ม แต่การใช้โทนสีแบบเอิร์ธโทนเรียบง่าย เช่น เทา น้ำตาล ครีม ขาว จะทำให้ห้องดูมีความเป็นธรรมชาติ ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านและช่วยให้ขนาดห้องขนาดเล็กดูกว้างขึ้นอีกด้วย   จากเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้น สามารถทำให้ห้องของคุณดูน่าสนใจและสร้างความประทับใจได้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการอธิบาย และผู้เช่ามีแนวโน้มที่จะตัดสินใจและวางเงินจองได้ในทันทีเพราะไม่อยากเสียโอกาสในการเป็นเจ้าของ อีกทั้งยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในห้องของคุณได้อย่างสะดวกสบาย บางอย่างอาจจะต้องลงทุนและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ผู้เช่าตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลแล้ว คุณจะเสียเวลาไปอีก 1 เดือน 2 เดือน หรือมากกว่าโดยไม่ได้รับค่าเช่าไปเพื่ออะไร หากมีคนพร้อมจะควักเงินให้คุณแล้วอยู่ตรงหน้า เริ่มแต่งห้องและจบดีลให้เร็ว เท่านั้นคุณก็นอนรอรับเงินได้อย่างสบายใจหายห่วง เป็นยังไงกันบ้างค่ะกับบทความดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีบทความน่ารู้อีกมากมายให้ได้ติดตามกันได้ที่นะคะ https://goo.gl/dwpzgr ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.plus.co.th
ชวนจัดดอกไม้แห้งเองง่ายๆ แต่งบ้านได้ด้วย!

ชวนจัดดอกไม้แห้งเองง่ายๆ แต่งบ้านได้ด้วย!

เบื่อกับการแต่งบ้านแบบเดิมๆ ไหมคะ? ใครที่ชอบใช้ดอกไม้สดประดับประดาตามมุมต่างๆ อยู่เป็นประจำก็คงประสบปัญหาเมื่อถึงเวลาแห้งเหี่ยวก็ต้องโยนทิ้งไป จะใช้ดอกไม้ปลอมก็ไม่ดูสวยงามสักเท่าไหร่ จะทำดอกไม้แห้งเก็บไว้เองก็กลัวเสียรูปทรง วันนี้ทีมงาน Review Your Living หาทางออกมาให้คุณแล้วค่ะ เพราะเราจะชวนคุณมาจัดดอกไม้ด้วยตัวเองกับ Flower Kits ผลิตภัณฑ์จากร้าน Flower in hand by P ที่ดีไซน์กล่องไม้ขนาดกะทัดรัด มาพร้อมอุปกรณ์และดอกไม้ให้ทุกคนสนุกกับการจัดดอกไม้ผ่านการ D.I.Y จากฝีมือคุณเอง ซึ่งดอกไม้ที่ทางร้านเลือกมาในกล่องนั้นได้ผสม preserve flower สามารถเก็บแห้งและเก็บได้นานจริงๆ ค่ะ ส่วนการนำไปใช้นั้นก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจส่วนตัวเลยค่ะ จะทำเป็น Wreath ห้อยประดับตกแต่งบ้านหรือประตูก็เก๋ไม่ซ้ำใคร หรือจะทำให้เป็นของขวัญคนพิเศษก็น่ารักไม่เบาค่ะ ไม่เชื่อลองดูคลิปวิดิโอที่เรานำมาฝากกันเลย     DIY เสร็จแล้วก็เก็บใส่กล่องเอาไปเป็นของขวัญให้เพื่อนก็เก๋ดีนะ   เห็นคลิปวิดิโอขั้นตอนการทำกันไปแล้ว สำหรับใครที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ไลน์ @flower_inhand หรือ www.facebook.com/flowerinhandbyp ได้เลยค่ะ :)