Tag : ไอเดียแต่งบ้าน

19 ผลลัพธ์
6 ไอเดียแต่งเติมความสดใส ต้อนรับซัมเมอร์ กับคอลเล็คชั่นสุดพิเศษ SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 จากอิเกีย

6 ไอเดียแต่งเติมความสดใส ต้อนรับซัมเมอร์ กับคอลเล็คชั่นสุดพิเศษ SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 จากอิเกีย

เซย์กู๊ดบายลมหนาวที่ผ่านเข้ามาในช่วงสั้นๆ แล้วมาเตรียมต้อนรับซัมเมอร์อันแสนสดใสกันดีกว่า...หากพูดถึงหน้าร้อน หลายคนคงนึกถึงวันหยุดยาว และโปรแกรมท่องเที่ยวในฝันที่จะได้ออกเดินทางไปเติมพลังให้กับตัวเองกันทั้งนั้น แต่แน่นอน การไปเที่ยวไกลๆ สำหรับหลายๆ คนไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะเรื่องวันลาและค่าใช้จ่าย อิเกีย จึงขอเสนอ 6 ไอเดียสุดคูลที่จะช่วยให้ทุกคนเนรมิตช่วงเวลาสบายๆ แห่งการพักร้อนรับซัมเมอร์กันได้แบบง่ายๆ อย่างการทานไอศกรีมในช่วงพักเที่ยง สนุกสนานไปกับการปิกนิกที่บ้าน หรือนัดเพื่อนไปว่ายน้ำเล่นหลังเลิกเรียน   มาปรับเข้าสู่โหมดพักร้อนแบบง่ายๆ กับคอลเล็คชั่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 จากอิเกีย สร้างช่วงเวลาแห่งความสนุกให้กับชีวิตด้วยดีไซน์กราฟิกสุดเท่ และลายพิมพ์สีสันสดใส พบกับสารพันไอเท็มแต่งบ้านที่มีให้เลือกสรรอย่างละลานตา ตั้งแต่ผ้าขนหนูสีสันสุดจี๊ด เบาะรองนั่ง จานชาม ตะกร้าปิกนิกดีไซน์เฉียบ และอื่นๆ อีกมากมาย ผลงานการออกแบบร่วมของสองดีไซเนอร์ Lotta Kühlhorn และ Malin Unnborn ผู้ขึ้นชื่อเรื่องงานรูปทรงเรขาคณิตและลวดลายกราฟิกสีสดใส ร่วมด้วยเหล่าดีไซเนอร์จาก Textilgruppen & Papperian ที่ขึ้นชื่อเรื่องงานกระดาษและผ้า   6 ไอเดีย เติมความสดใส  เปลี่ยน “บ้าน” ให้กลายเป็นที่พักผ่อนสุดชิลรับหน้าร้อน   1. มุมเล็กๆ สำหรับจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่  ไม่มีสนามใหญ่หลังบ้านก็ไม่เป็นไร เพราะระเบียงเล็กๆ ก็เป็นจุดเริ่มต้นวันพักผ่อนดีๆ ได้เหมือนกัน เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการจิบกาแฟสักถ้วยริมระเบียง เคล้าคลอไปกับแสงแดดอุ่นๆ หรือจะเพิ่มบรรยากาศของการพักร้อนด้วยการหยิบชุดว่ายน้ำหรือผ้าขนหนูสีสดใสออกมานอนผึ่งแดดรับกลิ่นอายฤดูร้อนก็ย่อมได้   ไอเท็มเด็ดห้ามพลาดสำหรับเที่ยวทะเลปีนี้!   ผ้าเช็ดตัว รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 499 บาท   ปลอกหมอนอิง รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 199 บาท   ผ้าเมตร รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 199 บาท/เมตร   2. ขยับออกมานั่งเล่นกลางแจ้งกันเถอะ รังสรรค์มุมเล็กๆ ใต้ต้นไม้ สูดอากาศ และอาบแดดอุ่นๆ ก็เหมือนได้ไปพักร้อนชิลๆ แล้ว ลองย้ายโซฟาเล็กๆ ออกมาเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจ ใช้นั่งจิบน้ำชายามบ่าย หรือปรับเป็นมุมนั่งเล่นชมพระอาทิตย์ตกดินก็ดี เพิ่มสีสันด้วยพรมสีสดใส หรือโคมไฟที่มีลวดลาย ก็มีสไตล์ไปอีกแบบ   โซฟา 2 ที่นั่ง รุ่น HAVSTEN/ฮาฟสเติน ใช้ได้ทั้งใน/นอกอาคาร ราคา 17,200 บาท   โคมไฟ รุ่น SOLVINDEN/ซูลวินเดน ราคา 199 – 1,499 บาท   3. จิบน้ำชายามบ่ายสักนิด รู้หรือไม่ว่าการดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ในสภาพอากาศร้อนๆ แบบนี้ สามารถช่วยให้ร่างกายเย็นลงได้ อ่านมาถึงตรงนี้อาจชวนให้ขมวดคิ้ว แต่จริงๆ แล้ว การที่เรายิ่งเพิ่มอุณหภูมิให้ร่างกาย ยิ่งเท่ากับทำให้ความร้อนระเหยออกจากผิวหนังได้มากขึ้น ร่างกายจึงเย็นลงนั่นเอง รู้แล้วอย่ารอช้า มาเตรียมชุดน้ำชากันดีกว่า   กาน้ำชา รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 499 บาท   ถ้วยพร้อมจานรอง รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 299 บาท   แก้วน้ำ รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 249 บาท/6 ใบ ถาด รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 199 บาท   ตะกร้าปิกนิก รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 790 บาท   4. สบายแท้ ไม่กลัวฝน ไม่กลัวแดด ตกแต่งมุมนั่งเล่นสำหรับนั่งกินไอศกรีมเย็นๆ ท้าแดดซัมเมอร์ และใช้หมอนอิงใบเล็กๆ เพิ่มความสบายเวลาเอนหลังพิงดูสิ ทริคไม่ลับคือ ใช้หมอนอิงหุ้มด้วยปลอกหมอนที่มีคุณสมบัติกันน้ำและสีสดไม่ซีดจางง่าย นอกจากจะช่วยคงสีสันสดใสแห่งซัมเมอร์แล้ว ยังหมดห่วงเรื่องเปียกน้ำ เพราะแค่สะบัดเบาๆ ก็ไล่น้ำออกจากหมอนได้หมด   หมอนอิง รุ่น FUNKÖN/ฟุนเคิน ราคา 299 บาท   ปลอกหมอนอิง รุ่น FESTHOLMEN/เฟสโทลเมน ราคา 359 บาท   5. เบาะอเนกประสงค์ ไม่ว่าคุณจะใช้เวลาวันหยุดหน้าร้อนไปกับการโต้รุ่งดูซีรีส์โปรดอยู่ในบ้าน หรือออกมานั่งอ่านหนังสือรับแสงอาทิตย์ยามเย็น ลองใช้เบาะนั่งเล็กๆ เป็นตัวช่วยเพิ่มความสบาย เปิดสภาวะทิ้งตัวลงบนเบาะนุ่มๆ หรือใช้เพื่อพักเท้าก็ชิลไปอีกแบบ เบาะนั่งและผ้าหุ้มเบาะ รุ่น OTTERÖN-INNERSKÄR/อทเตเริน-อินเนร์แควร์ ราคา 1,980 บาท   6. ยิ่งเยอะ ยิ่งครึกครื้น พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ อิเกียขอชวนทุกคนออกมาทำอาหาร จัดปาร์ตี้เล็กๆ กลางแจ้งกัน อย่ามัวแต่อุดอู้อยู่ในบ้าน เพราะการกินข้าวด้วยกัน หมายถึงความอร่อยที่เพิ่มขึ้น เสียงหัวเราะที่ดังขึ้น และรอยยิ้มที่กว้างขึ้นด้วย หาโอกาสเติมรอยยิ้มให้อิ่มกายอิ่มใจรับซัมเมอร์กันดีกว่า ทำเลเหมาะๆ สำหรับการจัดปาร์ตี้ อาจเป็นได้ทั้งที่สนามหลังบ้าน ริมชายหาด หรือสวนสาธารณะ แล้วอย่าลืมชวนคนที่คุณรักมากันเยอะๆ เพราะยิ่งเยอะ ก็ยิ่งครึกครื้น ชาร์จแบตให้ตัวเองในวันหยุด เติมความสดใสรับหน้าร้อนได้ง่ายๆ ด้วยคอลเล็คชั่นรับซัมเมอร์จากอิเกีย พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ อิเกีย เมกาบางนา และ อิเกีย บางใหญ่ ที่เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ IKEA.co.th      
ทอล์กไอเดียแต่งบ้านเสริมฮวงจุ้ยกับ หมอวั้ง

ทอล์กไอเดียแต่งบ้านเสริมฮวงจุ้ยกับ หมอวั้ง

หากเราต้องการจะตกแต่งห้องสักห้อง หรือบ้านสักหลัง แน่นอนว่าแทบทุกคนก็ต้องรีดไอเดียกันมาอย่างเต็มที่ บ้างก็ต้องไปเสาะแสวงหาแนวทางหรือดีไซน์เก๋ๆ เพื่อมาทำให้ที่อยู่ของเรากลายเป็นบ้านในฝันแบบ ‘โฮม สวีท โฮม’ กันอย่างแน่นอน แต่หากมองลึกเข้าไปในตัวบ้านจริงๆ แล้ว ยังมีปัจจัยเล็กๆ ที่หลายคนมองข้ามไป ซึ่งหากเพ่งมองดีๆ เรื่องนี้ก็เป็นไอเดียแต่งบ้านสุดแสนจะสำคัญที่อยู่เคียงคู่กับความเชื่อของเราๆ มาตลอด แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องของ “ฮวงจุ้ย” นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วฮวงจุ้ยจะถูกมองว่าเป็นความเชื่อรูปแบบหนึ่ง แต่ใช่ว่าเคล็ดลับทุกอย่างในตำราจะเป็นแค่ความเชื่อเท่านั้น  หัวใจสำคัญของฮวงจุ้ยอิงจากหลักจิตวิทยา และยิ่งถ้าบวกกับความรู้ด้าน Interior Design แล้วล่ะก็ ฮวงจุ้ยจะกลายเป็นศิลปะที่น่าสนใจที่บรรดาเหล่าคนรักบ้านไม่ควรมองข้ามกันเลยทีเดียว ที่สำคัญเมื่อไม่นานมานี้ ‘หมอวั้ง’ หมอดูชื่อดังควบตำแหน่งอดีตนิสิตเอก Interior ทอล์กไอเดียแต่งบ้านผ่านแฟนเพจ Horolive.com ซึ่งเป็นเคล็ดลับแต่งบ้านแบบกูรู อย่างนี้ก็ต้องเอามาเล่าให้คนรักบ้านฟังเพื่อเสริมไอเดียใหม่ๆ แบบไม่ให้ตกหล่นกันเลยดีกว่า สิ่งแรกที่นักแต่งบ้านทุกคนต้องรู้ก็คือ คำแนะนำสั้นๆ 3 ข้อ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ คือ บ้านไม่ควรรก, รีบทิ้งของเน่าเสียในบ้าน และไม่ควรเก็บข้าวของที่ชำรุดแล้วไว้ในบ้าน เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลในเรื่องความเหน็ดเหนื่อยวุ่นวายในการใช้ชีวิตและการเงิน ซ้ำยังส่งผลให้คนในบ้านเกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอีกด้วย และที่สำคัญบ้านที่ไม่รก ไม่มีของเน่าของเสียก็จะดูสะอาดสะอ้าน สบายตา เสริมพลังด้านบวก พร้อมต้อนรับเรื่องดีๆ ใหม่ๆ เข้ามาในบ้าน นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดของตกแต่งอื่นๆ ที่เราอาจมองข้าม ซึ่งหมอวั้งก็ได้เล่าเคล็ดลับเสริมฮวงจุ้ยตั้งแต่หน้าบ้านยันหลังบ้าน ให้เราไปอัพเดทไม่ให้พลาดสักจุดกันเลยทีเดียว   รองเท้า เริ่มจากสิ่งที่ถูกถอดไว้ก่อนเข้าบ้านกันเลย รองเท้าไม่ควรถูกวางขวางทางเข้าบ้าน เพราะเป็นของที่เหยียบย่ำอยู่ติดเท้า และกลิ่นของรองเท้าจะทำให้บรรยากาศของบ้านไม่ดี ที่สำคัญคือเหล่าสัตว์ร้าย อย่างงู มด และแมลงต่างๆ อาจไปซ่อนตัวอยู่ในรองเท้า ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับเราได้ วิธีแก้ง่ายๆ คือหาชั้นวางรองเท้าที่เป็นระเบียบวางไว้ข้างประตู ก็ช่วยเปิดทางให้ลมพัดเอาบรรยากาศดีๆ เข้าภายในตัวบ้านได้แล้ว   ปลั๊กไฟ เมื่อเดินผ่านประตูบ้านหรือห้องมา ด้านขวามือไม่ควรเป็นแหล่งรวมของปลั๊กไฟที่ไร้ระเบียบ เพราะด้านขวามือของบ้านคือแหล่งพลังงาน การมีปลั๊กไฟจะทำให้เกิดการขัดแย้งกัน ส่วนสายไฟจะสื่อถึงคลื่น หากไร้ความเป็นระเบียบจะแสดงถึงอาการควบคุมอารมณ์ยาก เกิดการโต้เถียงในครอบครัวบ่อยๆ และจะทำให้เกิดอันตรายอีกด้วย   นาฬิกา ห้ามวางอยู่ปลายเท้าเวลานอน เพราะจะทำให้เกิดความกังวล พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ สำหรับนาฬิกาดิจิทัล จะเหมาะกับห้องทำงาน ห้องรับแขก ไม่เหมาะกับห้องนอน เพราะจะทำให้เกิดแสงรบกวนในห้อง และหากเป็นนาฬิกาแบบเข็ม ก็ไม่ควรได้ยินเสียงการเดินของนาฬิกา เพราะเสียงของเข็มนาฬิกาสื่อถึงเวลาชีวิตที่เดินไปหาวันสุดท้าย ที่สำคัญที่สุดคือในบ้านห้ามมีนาฬิกาเสีย เพราะจะทำให้การงานติดขัด และสื่อถึงเรื่องราวในชีวิตเราจะหยุด จะติดขัด สะดุด ไม่ราบรื่น โคมไฟ ไม่ควรซื้อดีไซน์ที่มีความแหลม เป็นปลายหอก ปลายธนู ปลายดาบ ที่ทิ่มลงมา โดยเฉพาะในห้องนอน โต๊ะทานข้าว จะส่งผลเรื่องสุขภาพ โคมไฟแบบห่วง หรือแบบกลมจะช่วยให้การทำธุรกิจรุ่งเรือง เพราะสื่อถึงสัญลักษณ์ Infinity โคมไฟสุ่ม หรือแบบตะแกรงเป็นโคมไฟที่ดี สามารถวางไว้ได้ทุกที่ในบ้าน และโคมไฟหลากสี ตามสีเบญจธาตุ แดง ขาว เขียว น้ำเงิน เหลือง จะสื่อถึงลักษณะฮวงจุ้ยที่ดี   กระจก ข้อห้ามสำคัญ คือห้ามติดกระจกตรงกับช่องบานประตู และไม่ควรติดกระจกตรงกับบันไดแนวที่เราเดินขึ้น เพราะมุมนี้แสดงถึงมุมที่เป็นอันตราย รวมทั้งไม่ควรใช้กระจกที่มีดีไซน์ของรอยต่อหลายแผ่น เพราะรอยต่อนั้นจะสื่อถึงความไม่เชื่อมโยง ไม่สมบูรณ์ ซึ่งกระจกที่ปลอดภัยและสามารถติดได้ทุกจุดของบ้านคือ กระจกทรงกลม กระจกทรงรี ไม่มีเหลี่ยม ไม่มีมุม แต่หากต้องติดกระจกที่มีเหลี่ยม ก็ไม่ควรติดหันเหลี่ยมไปทางมุมที่เราใช้ชีวิต เช่น ที่นอน ที่นั่ง ที่ทำงาน ที่เก็บเงิน   วอลล์เปเปอร์ ในยุคที่มีนวัตกรรมอันหลากหลายจึงเกิดวอลล์เปเปอร์ที่สามารถเขียนได้ ลบได้ และมีคุณสมบัติแม่เหล็กติดของโชว์ได้ ซึ่งวอลล์เปเปอร์นี้ไม่ควรติดไว้ในห้องสำคัญ เช่น ห้องรับแขก ห้องนอน ห้องนั่งเล่น เพราะด้านนั้นจะเป็นด้านผนังที่มีพลังไม่ดี เรื่องของลวดลาย วอลล์เปเปอร์ที่มีลายของสัตว์ดุร้ายหรือสัตว์มีพิษ ห้ามติดภายในบ้าน ในห้องนอนควรหลีกเลี่ยงลายที่ดูมีความแหลมคม พันไปมา ยุ่งยาก ซับซ้อน จะส่งผลในมีปัญหาคู่ครอง ผ้าม่าน นับเป็นสิ่งเสริมฮวงจุ้ยที่ดี เพราะหากหน้าต่างหรือประตูหันหน้าเก็บแสงแดดไว้จะทำให้บ้านร้อน ทำให้เราหลับพักผ่อนไม่สบาย ยิ่งถ้าเปิดเครื่องปรับอากาศ ก็จะทำให้พลังร้อนและเย็นมาปะทะกัน จนทำให้เกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ซึ่งผ้าม่านแบล็กเอาท์ที่กันแสง UV ได้ 100% ก็เป็นของตกแต่งที่ตอบโจทย์ฮวงจุ้ยได้ดี   สี แม้บางสีจะมีความเป็นมงคลสุดๆ แต่ควรคำนึงถึงความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการใช้สีนั้นๆด้วย เช่น สีแดง ไม่ควรทาทั้งบ้าน แต่ควรใช้ในบางมุมของบ้าน เช่น มุมผนังที่เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แนวของเสาที่บังหลบเหลี่ยม ส่วนของประตู เพราะประตูบ้านส่วนใหญ่จะเป็นมุมของความมีชื่อเสียง ที่สำคัญคือตามหลักฮวงจุ้ยไม่ควรรื้อหรือทุบบ้าน การใช้สีทับเพื่อเปลี่ยนฮวงจุ้ยก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี   การตกแต่งบ้านที่ดีนอกเหนือจากความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยที่หลากหลายแล้ว ดีไซน์เองก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน และสำหรับคนรักบ้านไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือวัยเก๋าเอง ก็ควรระมัดระวังความลงตัวเข้ากันได้ของบรรยากาศบ้าน เพราะหากเราเลือกของตกแต่งที่เป็นมงคล แต่ไม่เข้ากับแนวทางตกแต่งของบ้านเราเลย ก็จะทำให้บรรยากาศนั้นติดลบเอาเสียเปล่าๆ เพราะความเชื่อที่ดีควรตั้งอยู่ในความเหมาะสม และไม่ก่อความเดือดร้อน ที่สำคัญที่สุดคือ เชื่อแล้วต้องมีความสุข เชื่อแล้วต้องสบายใจนั่นเอง
T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

  วันนี้ทีมงาน Review Your Living มีโอกาสได้มาถ่ายทอดเรื่องราวน่าสนใจของคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองย่านเอกมัย ซึ่งความพิเศษของคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป โดยมีขนาดถึง 16 ตารางเมตร แถมระเบียงของห้องนี้มีสวนส่วนกลางของโครงการเป็นพื้นหลังสีเขียวขจีที่สร้างความเป็นส่วนตัวได้ดีเลยยิ่งตอบโจทย์ คุณหมอตั้น เจ้าของห้องพักอาศัยที่มีภาระหน้าที่การงานหนักตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังต้องเดินทางบ่อย จึงอยากได้คอนโดในพิกัดที่สะดวกทั้งสถานทำงานและบ้าน เพื่อให้ชีวิตในทุกๆ วันเข้าสู่โหมดการพักผ่อนอย่างแท้จริงทันทีที่เดินทางกลับมาถึง   เมื่อเจอทำเลที่ใช่ คุณหมอตั้นเลยไม่ลังเลใจที่จะซื้อและให้สถาปนิกเข้ามาเป็นผู้ดูแลในเรื่องของงานออกแบบตกแต่งภายในห้องทั้งหมด โดยโจทย์ที่ต้องการก็คือ..ความเรียบง่าย เน้นที่เก็บของเยอะและเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบคนญี่ปุ่น รวมไปจนถึงต้องมีพื้นที่สำหรับปาร์ตี้รองรับเพื่อนๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยียนได้  จากโจทย์ที่เจ้าของห้องชุดคอนโดมิเนียมต้องการ สถาปนิกฝีมือดีอย่าง คุณบอย แห่ง ANONYM จึงไม่รอช้าบรรจงออกแบบพื้นที่ 51 ตารางวา ออกมาในสไตล์มินิมอลแบบฉบับญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกขณะ เพื่อให้คุณหมอตั้นรู้สึกสบายตาและสบายใจเมื่อก้าวเข้าในห้องพัก บรรยากาศในห้องจึงดูนิ่งๆ เรียบๆ เป็นส่วนตัวหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง และผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของห้องที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นแบบพอดิบพอดี   ด้วยคอนเซ็ปต์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ มาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบของสถาปนิกโดยลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง   สถาปนิกลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง หลอมรวมออกมาในสไตล์ญี่ปุ่น สะท้อนผ่านการตกแต่งห้องพักขนาดพื้นที่จำกัด โทนสีของห้องใช้จึงเป็นสีเอิร์ธโทน เพื่อให้ห้องดูเรียบง่ายมากที่สุด และการใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง รู้สึกโปร่งโล่ง กว้างขวาง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น   บิลอินต์เฟอร์นิเจอร์สูงจรดเพดานทำให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากที่สุด   ส่วนการตกแต่งที่ทำให้ห้องพักอาศัยดูไม่คับแคบไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ คือการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด ข้อดีของงานบิลต์อินคือเราสามารถทำขึ้นให้พอดีกับพื้นที่ได้โดยไม่เสียประโยชน์การใช้งานส่วนนั้นไป ทั้งยังเหมาะกับขนาดพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สามารถใช้พื้นที่อันน้อยนิดได้อย่างคุ้มค่า   การใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น ภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนละมุนจากวัสดุไม้โทนสีวอร์มโอ๊คที่นำมากรุผนังและฝ้า ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น มีหน้าต่างกระจกใสรับแสงธรรมชาติที่ช่วยเสริมให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยถ่ายเทอากาศ ทำให้ห้องนอนเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขนาดน้อยนิดก็ตาม   ขยับมาที่ระเบียงภายนอก อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่าคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป มีขนาดถึง 16 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ สถาปนิกจึงออกแบบที่นั่งแนวยาวไปตามขนาดของพื้นที่ระเบียง สำหรับรองรับเพื่อนฝูงของคุณหมอตั้นที่มักจะแวะมาทานข้าวหรือปาร์ตี้กันสม่ำเสมอ ความโชคดีของแปลนห้องพักในส่วนของระเบียงนั้นคือมี background เป็นสวนโครงการภายนอกพอดีเลยให้ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวระดับหนึ่ง    ความกลมกลืนของไม้โทนสีอ่อนที่ดูลงตัวในทุกองค์ประกอบต่างๆ จนเกิดบรรยากาศชวนผ่อนคลาย   เพื่อเพิ่มกลิ่นอายแบบฉบับชาวญี่ปุ่น คุณบอยจึงเพิ่มต้นบอนไซให้เป็นลักษณะสำคัญของระเบียงภายนอก เพื่อสื่อสารถึงวิถีความเรียบง่าย เวลาก้าวออกมายังระเบียงจะรู้สึกเหมือนยกญี่ปุ่นขนาดย่อมมาไว้ในคอนโดนั่นเอง   จะเห็นว่าแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น แต่ในทุกๆ ชิ้นต่างใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และเข้ากับสไตล์มินิมอล ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ   ขอบคุณรูปภาพจาก ANONYM
แต่งบ้านสวยดูแพง ในงบหลักร้อย จากอิเกีย บางใหญ่

แต่งบ้านสวยดูแพง ในงบหลักร้อย จากอิเกีย บางใหญ่

อย่างที่หลายๆ คนทราบกันดีอยู่แล้วว่า "อิเกีย บางใหญ่" ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เรียกว่าสร้างความตื่นเต้นให้ย่านบางใหญ่กลับมาคึกคักยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นสโตร์อิเกียที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเนื้อที่รวมถึง 50,278 ตารางเมตร มาพร้อมสินค้าให้เลือกสรรกว่า 8,000 รายการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสำหรับแต่งบ้าน อาทิ ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องครัว และห้องน้ำ จุดเด่นของเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านภายใต้แบรนด์ อิเกีย นั้นอยู่ในช่วงราคาย่อมเยา แต่มาพร้อมดีไซน์ที่ดูดีทันสมัยและฟังก์ชั่นที่โดนใจใช้งานได้ดี วันนี้ทีมงาน “Review Your Living” เลยขอเอาใจคนรักบ้าน ที่มีความสุขกับการแต่งบ้านโดยคัดสรรเฟอร์นิเจอร์และสินค้าไอเท็มเด็ดๆ ราคาโดนใจในราคาหลักร้อยจาก อิเกีย บางใหญ่ มาให้แล้ว บอกเลยว่านอกจากจะใช้งานได้ดี ยังตอบโจทย์ความต้องการให้กับผู้ที่กำลังมองหาตัวช่วยที่ทำให้บ้านหลังสวย หรือคอนโดมิเนียมสุดที่รักได้ปรับเปลี่ยนตามพื้นที่ที่มีอยู่แบบจำกัด แถมยังประหยัดงบในกระเป๋าสตางค์ด้วย   1. จัดห้องน้ำให้งาม และใช้ง่าย     เพราะเราต่างเริ่มต้นวันใหม่ทุกวันที่ “ห้องน้ำ” ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้ห้องอื่นๆ ของบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เรารู้สึกดีเสมอ ช่วยสร้างความสุขให้ผู้ใช้ได้แม้ในระยะเวลาไม่นานนักก็ตาม เมื่อห้องน้ำมีความสำคัญมากขนาดนี้ เราจึงอยากแบ่งปันไอเท็มดีๆ ราคาหลักร้อย ที่จะช่วยให้คุณใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น..   1.1 VESKEN เวสเก้น ชั้นวางของ ราคา 399 บาท  ชั้นวางของ VESKEN เวสเก้น ที่ใครๆ ก็สามารถประกอบได้ง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือ เพียงต่อให้ลงล็อกก็พร้อมใช้งาน ชั้นผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล จึงใช้เก็บของกระจุกกระจิกในห้องน้ำได้สบายๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องขึ้นเชื้อรา 1.2. BRICKAN บริคกัน ชั้นวางของ ราคา 790 บาท ชั้นวางของ BRICKAN บริคกัน ที่ใช้ในห้องน้ำขนาดเล็กได้อย่างลงตัว และช่วยให้คุณหาของที่ต้องใช้ได้รวดเร็วทันใจ มี 2 ฟังก์ชันการใช้งาน ใช้ชั้นเก็บผ้าเช็ดตัวที่ยังไม่ได้ใช้และใช้ตะขอแขวนผ้าเช็ดตัวผืนที่ใช้งานอยู่ 1.3.  ฮูร์เน็น ราวม่านห้องน้ำ ราคา 399 บาท ราวม่านห้องน้ำฮูร์เน็น ที่สามารถติดตั้งง่ายโดยไม่ต้องเจาะรูหรือขันสกรู มีปลอกพลาสติกหุ้มรอยต่อราวม่าน ช่วยให้เลื่อนผ้าม่านได้ไม่สะดุดเพราะราวม่านมีระบบสปริง จึงยึดติดกับผนังได้มั่นคง ทั้งนี้ที่ครอบปลายราวม่านทำจากยาง จึงไม่ก่อให้เกิดร่องรอยขีดขวนบนผนังหรือกระเบื้อง ทนทานและดูแลทำความสะอาดง่าย เพราะทำจากสแตนเลส และสามารถยืดออกได้ตั้งแต่ 70 ถึง 120 ซม. 1.4. บาลุงเง่น ราวตากผ้า ราคา 590 บาท ราวตากผ้าซีรีส์ BALUNGEN/บาลุงเง่น ได้แรงบันดาลใจจากห้องน้ำในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ต้นศตวรรษที่ 19 สกรูที่ซ่อนอย่างแนบเนียน และผิวชุบโครเมียม จึงทนทาน ไม่ผุกร่อน ช่วยให้ห้องน้ำดูสวยเนี้ยบกลมกลืนกันทั้งห้อง 1.5. คนอดด์ ถังขยะมีฝาปิด ราคา 299 บาท ถังขยะมีฝาปิด คนอดด์ ฝามีตะขอใช้เกี่ยวขอบถังเวลาเปิด ทำให้ไม่ต้องหาที่วางฝา สามารถใช้ได้ทุกที่ในบ้าน แม้แต่ในที่เปียกชื้น อย่างในห้องน้ำ   2. แต่งห้องนอนให้ชวนฝัน     “ห้องนอน” ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญไม่แพ้มุมอื่นๆ ภายในบ้าน เนื่องจากเป็นแหล่งพักผ่อนและเป็นห้องที่สมาชิกในบ้านใช้เวลากับมันมากที่สุดในแต่ละวัน ทั้งนี้ตามศาสตร์ของเรื่องฮวงจุ้ย การตกแต่งห้องนอนให้เป็นระเบียบและเรียบร้อยอยู่เสมอจะส่งผลถึงดวงชะตาในชีวิต ดังนั้นไม่ควรพลาดไอเท็มเด็ด ราคาหลักร้อย ที่จะทำให้ห้องนอนของคุณน่าทิ้งกายพักผ่อนชวนฝันมากกว่าที่เคย   2.1 เซียลเย่ โต๊ะข้างเตียง สีขาว ราคา 999 บาท โต๊ะข้างเตียงดีไซน์เรียบง่าย มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานสุดเจ๋ง เพียงร้อยสายไฟปลั๊กพ่วงสำหรับเสียบที่ชาร์จออกทางด้านหลังลิ้นชัก เท่านี้คุณก็มีที่ชาร์จอยู่ใกล้มือ สะดวกสบาย แถมยังเก็บสายไฟได้เรียบร้อยมิดชิดในราคาสบายกระเป๋า 2.2 ทูฟเบร็กก้า ปลอกผ้านวม และปลอกหมอน2ใบ สีดำ/ขาว ราคา 990 บาท เติมเต็มความสุขในการนอนด้วยปลอกผ้านวมเนื้อนุ่ม ทอด้วยเส้นใยฝ้ายที่ทนทาน ระบายอากาศ และซึมซับความชื้นได้ดี ให้สัมผัสนุ่มสบายผิว ปลอกผ้านวมมีลายทางที่วาดด้วยมือที่ได้รับความนิยมในยุค 70 หากลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่าลายเส้นไม่ตรงนัก เพราะดีไซเนอร์วาดลวดลายขึ้นเองกับมือ และปลอกผ้านวมลายหน้าหลังต่างกัน ใช้ได้ทั้งสองด้าน สลับได้ตามชอบ อีกทั้งยังติดกระดุมแป๊กซ่อน ช่วยให้ผ้านวมเรียบ ไม่เป็นกระจุกอีกด้วย 2.3 EIDSÅ กระจกเงา ราคา 699 บาท ให้คุณเตรียมพร้อมก่อนออกจากบ้านด้วยกระจกเงารุ่น EIDSÅ ขนาด 48 x 120 ซม. ดีไซน์สวยเหนือกาลเวลา จะแขวนในห้องนั่งเล่นหรือห้องน้ำก็ได้ และยังเลือกติดแนวตั้งหรือแนวนอนได้ตามความชอบและขนาดพื้นที่ 2.4 โลเต้ ตู้ 3 ลิ้นชัก สีขาว ราคา 999 บาท ออกแบบตู้เสื้อผ้าได้ตามความต้องการจัดเก็บอย่างแท้จริง เพียงเลือกใช้ตู้ลิ้นชักน้ำหนักเบาและมีมือจับอยู่ข้างตู้ จึงเคลื่อนย้ายได้สะดวกสบาย และจัดเก็บเสื้อผ้าหรือข้าวของได้อย่างเป็นระเบียบ 2.5 ÄNGLAND (แองแลนด์) โคมไฟตั้งพื้น ราคา 790 บาท สร้างบรรยากาศอบอุ่น แสนสบาย ด้วยโคมไฟตั้งพื้นและฐานเหล็กเป็นการผสมผสานแบบคลาสสิกที่ลงตัว ช่วยเพิ่มกลิ่นอายของความดั้งเดิมในห้องของคุณ ที่ช่วยกระจายแสงไฟให้ดูนวลตา โคมไฟ ÄNGLAND (แองแลนด์) จึงตอบโจทย์ทุกความต้องการของโคมไฟด้วยลุคเดียวที่ลงตัว   3. แต่งครัวให้สวยดั่งใจนึก   “ห้องครัว” หนึ่งในหัวใจสำคัญอีกห้องหนึ่งของบ้านที่ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะเป็นบริเวณประกอบอาหาร ยังกลายเป็นมุมสำหรับพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันของคนในครอบครัวได้อย่างมีอรรถรส ดังนั้นเราควรตกแต่งห้องครัวให้สวยงามดั่งใจจากไอเท็มสำคัญราคาหลักร้อย ดังต่อไปนี้..   3.1 วาเรียร่า ถาดเก็บช้อนส้อม ราคา 990 บาท ครัวที่สมบูรณ์แบบคือครัวที่แก้ปัญหาความไม่ลงตัวในชีวิตประจำวันได้ อาทิ การเลือกใช้ถาดเก็บช้อนส้อมวาเทียร่า เพื่อจัดระเบียบอุปกรณ์ครัว ซึ่งผลิตจากไม้จริง เป็นวัสดุธรรมชาติที่ทนทานการใช้งาน ขนาด 52 x 50 ซม. คุ้มค่าในราคาไม่ถึง 1,000 บาท 3.2 เวียดดิงเง บานตู้ สีขาว ราคา 1,000 บาท ตู้ครัวที่เหมาะกับการใช้งานจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและพลังงานทุกครั้งที่คุณทำอาหารหรือจัดการงานครัว อิเกียมีตู้ครัวหลากหลายแบบและราคาให้เลือกสรร แต่ที่น่าสนใจทั้งในแง่ของคุณภาพและราคาก็คือ บานตู้ รุ่น เวียดดิงเง สีขาวที่ดูสบายตา สะท้อนสไตล์โมเดิร์นที่ดูสบายตาในราคาน่าคบหา 3.3 วาเรียร่า ที่วางจาน ราคา 359 บาท จานชามที่วางตั้งอยู่ธรรมดาคงดูไม่สวยงามเท่าไหร่ แนะนำให้เลือกใช้ วาเรียร่า ที่วางจาน ขนาด 21 - 31 ซม. ซึ่งสามารถปรับความกว้างได้ตามขนาดของจานชาม วางเก็บในลิ้นชักสูง บนชั้นวาง หรือบนโต๊ะได้ตามใจ และเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย 3.4. RIMFORSA (ริมฟอร์ซา) ที่วางแท็บเล็ต ราคา 490 บาท ผู้ช่วยของครัวยุคใหม่คงหนีไม่พ้น RIMFORSA (ริมฟอร์ซา) ที่ตั้งแท็บเล็ตให้คุณเห็นการคลิปการทำอาหารชัดๆ และไม่เกะกะเลอะเทอะ ขณะคุณยุ่งอยู่กับการปรุงอาหารสูตรใหม่ 3.5 ฟินทอร์ป ที่คว่ำจาน สีดำกัลวาไนซ์ ราคา 429 บาท ถ้าตู้ครัวและลิ้นชักเก็บของมีพื้นที่ไม่พอเก็บเครื่องครัวและของใช้ต่างๆ ที่เก็บของแขวนผนังคือทางเลือกที่ลงตัว นอกจากจะเลือกออกแบบได้ตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยราวแขวน ตะขอ ภาชนะใส่ของ และชั้นวางของแบบต่างๆ แล้ว ยังช่วยให้คุณเก็บเครื่องครัวได้อย่างเป็นระเบียบ อยู่ใกล้มือหยิบใช้ง่าย เช่นเดียวกับ ฟินทอร์ป ที่คว่ำจาน สำหรับแขวนติดผนังหรือตั้งโต๊ะ มีถาดรองน้ำใต้ที่คว่ำจาน ช่วยป้องกันพื้นเปียกเลอะเทอะ   4. แต่งแต้มห้องนั่งเล่นในฝัน     การมี "ห้องนั่งเล่น" ไว้พักผ่อนในวันหยุด ก็ทำให้เราหายเหนื่อยจากการทำงานทั้งสัปดาห์ได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจึงรวบรวมไอเท็มน่าสนใจจากอิเกียบางใหญ่ ที่จะช่วยให้ห้องนั่งเล่น ต่างสไตล์ ที่ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน ดูทีวี และทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวมาฝาก   4.1 ลัค โต๊ะกลาง ราคา 790 บาท ห้องนั่งเล่นเป็นสถานที่ที่บอกเล่าความเป็นตัวตนคุณ จึงไม่ควรวางข้าวของให้รกรุงรัง แนะนำให้ใช้โต๊ะกลาง รุ่นลัค ที่มีชั้นวางของใต้โต๊ะ เก็บนิตยสารและของต่างๆ ได้เป็นระเบียบ ไม่รกบนโต๊ะ ก็ช่วยทำให้ห้องดูน่าอยู่ขึ้นมาง่ายๆ 4.2 อัลเซด้า สตูลเตี้ย ราคา 990 บาท มีโต๊ะกลางแล้ว ก็ต้องมีสตูลเล็กๆ อย่าง อัลเซด้า สตูลทรงเตี้ย ที่ทำจากใยกล้วย ให้ผิวสัมผัสธรรมชาติ แต่เมื่อนำไปวางไว้ในห้องนั่งเล่นก็ช่วยทำให้ห้องดูมีสไตล์มากขึ้น 4.3 โอสเตียด พรมทอเรียบ ราคา 990 บาท ไม่ว่าจะตกแต่งสบายแค่ไหน แต่การให้นั่งพักผ่อนในห้องที่คุณไม่รู้สึกเป็นตัวของตัวเองก็คงไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก การใช้พรมเข้าไปตกแต่งก็ช่วยให้ห้องดูโดดเด่นขึ้นมาง่ายๆ ซึ่งเราขอแนะนำ โอสเตียด พรมทอเรียบ สีน้ำตาล ขนาด 80 x 140 ซม. พรมทอจากใยป่านศรนารายณ์ ซึ่งเป็นเส้นใยที่ได้จากต้นอะกาเว่ (Agave) ทำให้พรมมีความเหนียวทนทานเป็นพิเศษ 4.4 ยิลล์ฮอฟ ปลอกหมอนอิง ราคา 599 บาท เมื่อใดที่คุณเริ่มรู้สึกเบื่อห้องนั่งเล่นเดิมๆ แนะนำให้เปลี่ยนหมอนอิง และปลอกหมอนใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายดาย รวดเร็ว และสบายกระเป๋าสตางค์ ในการเพิ่มความแปลกใหม่ให้ห้อง เช่นเดียวกับ ยิลล์ฮอฟ ปลอกหมอนอิงลวดลายป่าทรอปิคอล ขนาด 40 x 65 ซม. สีสันสดใสที่จะทำให้ห้องนั่งเล่นของคุณมีเสน่ห์มากขึ้น 4.5 SJÖPENNA (เคอเพนนา) โคมแขวนเพดาน ราคา 790 บาท เพราะแสงไฟจากโคมไฟแต่ละชิ้นสร้างความแตกต่างได้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นห้องนั่งเล่นที่ดีนอกจากมีแสงสว่างจากธรรมชาติสาดส่องเข้ามาเพียงพอแล้ว แสงประดิษฐ์จากโคมไฟก็มีความจำเป็นเช่นกัน ซึ่งเราขอแนะนำ SJÖPENNA (เคอเพนนา) โคมแขวนเพดาน ทรงรี ขนาด 35 ซม. ที่จะช่วยกระจายแสง ให้แสงสว่างทั่วบริเวณห้องนั่งเล่นของคุณได้อย่างทั่วถึงในราคาแสนประหยัด  
8 เคล็ดลับ แต่งห้องนอนไม่ได้นอน เติมไฟรักให้ชีวิตคู่

8 เคล็ดลับ แต่งห้องนอนไม่ได้นอน เติมไฟรักให้ชีวิตคู่

เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์เดือนแห่งความรักกันแล้ว สำหรับคู่รักทั่วไปคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการมอบของขวัญแทนใจเพื่อแสดงความรักให้กันและกันในวันวาเลนไทน์ ไม่ว่าจะเป็นการมอบช่อดอกไม้, ของขวัญ, Chocolate, ตุ๊กตา ไปจนถึงของใช้ส่วนตัว ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพอใจและกำลังทรัพย์ส่วนตัวนะคะ แต่การแสดงความรักนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรือของขวัญแทนใจเสมอไป เพราะเพียงแค่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันก็ทำให้ชีวิตคู่มีความสุขแล้ว ซึ่ง 'ห้องนอน' ก็ถือว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ตอบโจทย์คู่รักได้มากที่สุดเลยทีเดียวค่ะ เพราะนอกจากจะใช้สำหรับพักผ่อนแล้ว ยังเป็นพื้นที่เติมเต็มความรักของใครหลายๆ คนอีกด้วย ดังนั้นเราจึงควรตกแต่งห้องนอนธรรมดาๆ ให้กลายเป็นสวรรค์ของรังรักเพื่อกระตุ้นบรรยากาศให้หอมหวานและโรแมนติก ด้วยเคล็บลับเหล่านี้..   1. เริ่มต้นที่เลือกเตียงนอนและฟูก คิดจะแต่งห้องนอนให้เป็นรังรักทั้งที การลงทุนเลือกซื้อเตียงและฟูกดีๆ นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากเลยนะคะ โดยเตียงนอนนั้นควรเลือกวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน และรองรับน้ำหนักได้ดี สำหรับฟูกนั้นควรเลือกที่ความนุ่มสบาย ลงตัวกับสรีระ แนะนำให้ลองศึกษาหาข้อมูลสเปคของฟูกให้ตรงกับความต้องการของตนเองก่อน ว่าชอบความสบายประมาณไหน ตัวฝูกทำมาจากอะไร เช่น ทำมาจากโฟม, ยางพารา, สปริง หรือแบบธรรมชาติอื่นๆ ทั้งนี้ควรคำนึงถึงขนาดของเตียงนอนและฟูกที่ต้องกว้างพอสำหรับ 2 คนด้วยนะคะ เพราะพื้นที่ส่วนนี้มักเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของกิจกรรมบนเตียงนั่นเอง   2. เพิ่มความโรแมนติกด้วยแสงไฟ ข้อนี้หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าภายในห้องนอนควรมีแสงไฟส่องสว่างเพียงพอ แต่ไฟที่ช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกเสมือนห้องพักในโรงแรมคือ แสง Warm White ในโทนสีแดงอมส้ม สาเหตุที่ควรใช้ไฟโทนสีอุ่นในห้องนอนนั้น เป็นเพราะไฟสีนี้มีความอ่อนโยนต่อสายตา สว่างน้อย ช่วยสร้างบรรยากาศสลัวๆ อันแสนโรแมนติกที่มีความนุ่มนวล ดูอบอุ่น ที่สำคัญคือช่วยให้ผู้หญิงดูเซ็กซี่ มีเสน่ห์ และน่าสัมผัสมากขึ้นอีกด้วยค่ะ   3.  ปลุกอารมณ์ด้วยโทนสี คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้โทนสีอ่อน และสีพาสเทลที่ผนังหรือวอลเปเปอร์ทำให้ห้องดูอ่อนหวาน ชวนฝัน และโรแมนติกได้เป็นอย่างดี แต่บางครั้งโทนสีเข้มๆ อย่างสีม่วงเข้มที่ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา หรือสีแดงที่ดูเร่าร้อน ก็ช่วยปลุกอารมณ์ร้อนแรงได้ดีกว่านะคะ เพราะมีผลวิจัยออกมาแล้วว่าสีม่วงและสีแดงมีคุณสมบัติในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้สูงกว่าสีอื่นๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของคู่รักแล้วค่ะ ว่าสีอะไรจะช่วยปลุกอารมณ์รักแก่คู่ของคุณได้มากกว่า หากชอบกันคนละสีก็อาจลองผสมสองสีเข้าด้วยกัน และจัดไฟสลัวๆ ด้วยแสง Warm White เพิ่มอีกนิด เท่านี้ก็ปลุกความพลุ่งพล่านสำหรับคืนพิเศษได้แล้วค่ะ   4. เครื่องนอนชวนสัมผัส นอกจากสัมผัสอันนุ่มนวลของกันและกันจะสามารถเติมอารมณ์รักได้ดีแล้ว การเลือกเครื่องนอนอย่างผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่ม ก็นับว่าควรใส่ใจทุกรายละเอียดนะคะ เพราะนอกจากสีสันและลวดลายที่สวยถูกใจแล้ว เนื้อผ้าของเครื่องนอนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยปัจจุบันได้มีการนำผ้าหลากหลายแบบมาตัดเย็บเป็นเครื่องนอนมากมาย ซึ่งผ้าแต่ละชนิดก็จะให้สัมผัสนุ่มนวลที่แตกต่างกันออกไป แต่ที่เราอยากแนะนำให้ใช้เป็นพิเศษคือผ้าแพรและผ้าซาตินค่ะ เพราะเนื้อผ้าค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีความเซ็กซี่เล็กๆ เพราะเนื้อเรียบเนียน มันวาว นิ่ม และนุ่มลื่น เรียกได้ว่าถ้าผิวกายของคุณและคนรักได้สัมผัสกับเนื้อผ้าแล้วจะยิ่งเคลิบเคลิ้ม และช่วยกระตุ้นอารมณ์รักได้ดีทีเดียวค่ะ   5. เคลิบเคลิ้มด้วยกลิ่นหอม   แน่นอนว่ากลิ่นหอมช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สบาย และเพลิดเพลิน ซึ่งเรื่องของ 'กลิ่น' ก็มีผลต่อกิจกรรมบนเตียงอย่างมาก เพราะนอกจากกลิ่นฟีโรโมนร่างกาย และกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่ช่วยปลุกอารมณ์ให้ตื่นตัวแล้ว การทำให้ห้องนอนเต็มไปด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนชวนหลงใหลก็เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำอย่างยิ่ง แนะนำให้ใช้เทียนหอม, น้ำมันหอมระเหย หรือน้ำหอมที่มาพร้อมก้านไม้หอม ในกลิ่นอโรมาที่คุณชื่นชอบมาวางไว้ในบริเวณห้องนอนหรือโต๊ะข้างเตียง รับรองว่าไอเท็มเหล่านี้จะช่วยสร้างบรรยากาศให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย สบายดุจสปาส่วนตัว ที่สำคัญยังช่วยเพิ่มความโรแมนติก เร้าอารมณ์ทางเพศให้คุณเคลิบเคลิ้มจนไม่อยากก้าวขาออกจากห้องนอนเลยล่ะ   6. เปิดเสียงเพลงคลอเคล้าพร้อมจังหวะรัก เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ค่ำคืนพิเศษของคุณและคนรัก ด้วยการเปิดเพลงจังหวะช้าๆ เพิ่มบรรยากาศโรแมนติกในห้องนอน เพราะจังหวะของเพลงนั้นมีผลต่อการเย้ายวน ปลุกอารมณ์ทางเพศของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงได้ดี และการใช้เสียงเพลงเบาสบาย หรือเสียงธรรมชาติ ก็ช่วยขับกล่อมให้นอนหลับได้ง่ายและสบายขึ้นด้วยนะคะ แต่หากใครกลัวว่าดนตรีเบาๆ จะทำให้เคลิ้มหลับไปเสียก่อน ก็อาจจะเปิดเพลงที่มีจังหวะสนุกๆ เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ให้คึกคักในจังหวะรักของคุณได้เช่นกันนะ   7. กระตุ้นอารมณ์รักด้วยรูปภาพ หากคุณอยากเปลี่ยนบรรยากาศห้องนอนที่ชวนหลับใหล ให้กลายเป็นห้องนอนที่แสนโรแมนติกแถมยังกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ แนะนำให้ตกแต่งด้วยรูปภาพที่ช่วยเสริมอารมณ์รักด้วยรูปภาพแนวอีโรติก, รูปถ่ายกันและกัน, รูปถ่ายสมัยที่เพิ่งคบกัน, รูปตอนไปเที่ยวด้วยกัน หรือรูปคู่หวานชื่น แทนการตกแต่งด้วยรูปภาพแนวธรรมชาติจำพวกป่าเขาทั่วไป ก็นับว่าเป็นตัวช่วยที่เติมไฟรักได้ดี หากใครอยากเพิ่มความมุ้งมิ้งก็อาจจะนำมารูปมาแปะเรียงบนผนังห้องเป็นรูปหัวใจ ก็เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้ห้องนอนดูแปลกตาไปจากทุกวันได้ดีนะคะ ซึ่งรับรองเลยค่ะว่าวิธีนี้ต้องทำให้คนรักของคุณรู้สึกอยากขยับเข้ามาชิดใกล้เพื่อกระชับความสัมพันธ์แน่นอน   8. เติมความเซ็กซี่ให้ขยี้หัวใจด้วยกระจกวิเศษ แน่นอนค่ะว่า 'กระจกเงา' มีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากมาย ถ้าเป็นเรื่องของ interior ก็เป็นวัสดุที่ช่วยสะท้อนหลอกตาทำให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่ในเรื่องของฮวงจุ้ยก็เป็นไอเท็มสำคัญที่ช่วยสะท้อนสิ่งไม่ดีออกไป ส่วนด้านของการใช้งานในห้องนอนส่วนใหญ่นั้นมักใช้ส่องสำรวจร่างกายเวลาแต่งตัว นอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยกระตุ้นอารมณ์รักจากมองเห็นรูปร่าง และลีลาระหว่างที่กำลังทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ของตัวเองได้ดีอีกด้วย ซึ่งแนะนำให้ลองแขวนหรือติดกระจกเงาไว้ที่ผนังหัวเตียงนะคะ เพราะเมื่อเปิดไฟสลัวๆ จะยิ่งช่วยสะท้อนให้เกิดอารมณ์เซ็กซี่ได้ดีทีเดียว เคล็ดลับแต่งห้องนอนไม่ได้นอน ที่เรานำมาฝากในบทความด้านบนเป็นเพียงตัวช่วยเติมไฟรักให้ชีวิตคู่ของคุณมีสีสันและชีวิตชีวามากขึ้นเท่านั้น หากแต่การรักษาชีวิตคู่ให้ยืนยาวนั้นต้องขึ้นอยู่กับการกระทำ ความใส่ใจ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และการประนีประนอมซึ่งกันและกันนะคะ สุดท้ายหากชาว Review Your Living ได้ลองนำไอเดียเหล่านี้ไปตกแต่งห้องนอนกันแล้ว ก็อย่าลืมถ่ายรูปมาให้ทีมงานชื่นชมในแฟนเพจบ้างนะคะ :) รูปภาพจาก : Pinterest
10 วิธี เปลี่ยนบ้านจัดสรรให้สวยงาม มีสไตล์ เหมาะสมกับการใช้งาน

10 วิธี เปลี่ยนบ้านจัดสรรให้สวยงาม มีสไตล์ เหมาะสมกับการใช้งาน

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่า "บ้านจัดสรร" คือตัวเลือกและทางออกของใครหลายคนที่ต้องการลดความยุ่งยากในขั้นตอนการสร้างบ้านสักหลัง เพราะโครงการจัดสรรต่างๆ มักตั้งอยู่ในทำเลที่เราคงไม่สามารถหาเองได้ง่าย อีกทั้งมีระบบสาธารณูปโภคครบครัน จึงมักเป็นคำตอบส่วนใหญ่ของคนที่อยากมีบ้านหลังแรก ซึ่งการออกแบบโดยใช้ระบบอุตสาหกรรมในการทำองค์ประกอบของบ้านซ้ำๆ กันนั้นก็เพื่อช่วยลดต้นทุน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่บ้านจัดสรรจะมีรูปแบบและหน้าตาเหมือนกันไปหมดทั้งโครงการ บางคนอาจจะเบื่อเพราะอยากได้บ้านที่ไม่เหมือนใคร ทีมงานเราเข้าใจดีค่ะ จึงค้นหาคำตอบว่าจะตกแต่งบ้านจัดสรรอย่างไรให้ออกมาสวยงามมีสไตล์ ดูแตกต่าง เหมาะกับการใช้งาน และลงตัวกับชีวิตของเรามากขึ้น 10 วิธีปรับปรุงบ้านที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน เริ่มตั้งแต่ พื้น ผนัง เพดาน ไปจนพื้นที่นอกบ้าน ให้คุณได้ค่อยๆ ปรับปรุงไปทีละเล็กทีละน้อย โดยจะเลือกทำข้อไหนก่อนก็ได้นะคะ ตามกำลังและความสะดวกของแต่ละคนเลย แต่จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันเลย.. 1. เปลี่ยนผนังตามใจฉัน ถ้าเบื่อผนังสีขาวแบบเดิมๆ ลองเติมสีสันให้ห้องด้วยการเปลี่ยนสี หรือสร้างลวดลายให้ผนัง หากผู้อ่านมีความสามารถเชิงช่างและมีใจรักงานศิลปะก็สามารถทำเองได้ง่ายๆ เลยค่ะ หรือจะใช้ความสวยงามของวัสดุแทนสีสัน อย่าง อิฐโชว์แนวโทนสีส้มตัดสลับกับผนังสีขาวธรรมดา ก็ทำให้มุมเดิมๆ ของบ้านดูแปลกตาได้ขึ้นมาง่ายๆ 2. เปลี่ยนมือจับประตูจากหมุนเป็นบิด อย่างที่ทราบกันดีแหละค่ะว่าบ้านจัดสรรคงไม่มีอะไรถูกใจเราไปทั้งหมด ดังนั้นการปรับเปลี่ยนเพียงนิดหน่อยอาจทำให้เราใช้งานได้สะดวกขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ลูกบิดทรงกลมแบบมาตรฐานทั่วไป ที่หาซื้อง่ายและมีราคาประหยัด หากคุณเป็นสายช่วยเหลือตัวเองที่ชอบถือข้าวของพะรุงพะรัง การใช้มือจับแบบก้านโยกน่าจะช่วยเพิ่มความสะดวกได้มากขึ้น ถึงมือไม่ว่าง แต่ข้อศอกยังอยู่ สามารถใช้ศอกกดเพื่อเลื่อนเปิดประตูได้ในยามฉุกเฉินได้เช่นกัน 3. กั้นพื้นที่ใหม่  การกั้นพื้นที่ด้วยพาร์ทิชั่นคงไม่ใช่เรื่องใหม่ของการต่อเติมใช่ไหมคะ แต่การออกแบบให้มีระยะที่พอดี มีระยะช่องเก็บของที่สวยงามเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่อยากง้อช่าง ลองซื้อตู้สำเร็จรูปมาประกอบร่างดู เพียงเท่านี้ก็สามารถกั้นพื้นที่และเก็บของได้ในตัวแล้ว ยิ่งถ้านำของใช้ของตกแต่งมาประดับเพิ่ม ก็ยิ่งทำให้บ้านมีความสวยงามมากขึ้น 4. ปรับบ้านให้โปร่งโล่ง หากคุณอยากให้บ้านดูโปร่งโล่งสบายแล้วล่ะก็ การรื้อผนังทึบออก เปลี่ยนมาติดผนังกระจกแทน หรือแค่ใช้วิธีกั้นห้องเพิ่มด้วยการใช้บานประตูแคบๆ อย่างบานเฟี้ยม ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เราสามารถจัดการกับพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น ทั้งยังทำให้บ้านดูกว้างขึ้นอีกด้วย 5. แค่เปลี่ยนพื้น อารมณ์ก็เปลี่ยน นอกจากผนังและหลังคาแล้ว องค์ประกอบหนึ่งซึ่งกินบริเวณในบ้านของเรามากเป็นพิเศษก็คือพื้นด้วยวัสดุที่โครงการจัดสรรเลือกมาให้ก็อาจไม่ตรงกับใจที่เราอยากจะให้บ้านในฝันของเราเป็นได้ ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศให้บ้าน การเปลี่ยนวัสดุปูพื้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นผลได้เด่นชัดที่สุด เช่น กระเบื้องดินเผาช่วยเพิ่มความอบอุ่นและดูเป็นกันเอง หรือจะเป็นกระเบื้องลายสวยๆ ที่สร้างเรื่องราวให้พื้นที่ที่ออกแบบไว้ นอกจากนี้ยังมีวัสดุอย่างพื้นปูนขัดมัน ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ในทางกลับกันวัสดุปูพื้นอย่างไม้ปาร์เกต์ หรือกระเบื้องยางลายธรรมชาติต่างๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้บรรยากาศอบอุ่นน่าสัมผัสด้วยเท้าเป็นอย่างดี 6. ทำเคาน์เตอร์ครัวแสนเก๋ แน่นอนว่าเคาน์เตอร์ครัวสมัยนี้ต้องมีไอส์แลนด์ไว้เพิ่มการใช้งาน เพื่อให้สมาชิกภายในบ้านได้นั่งรับประทานอาหารเช้า หรือมีเพื่อนมานั่งจิบไวน์พูดคุยเบาๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือขนาดของเคาน์เตอร์ที่ต้องปรับไปตามการใช้งาน หากใช้งานครัวทำขนมหรืออาหารเป็นหลัก ความกว้างของเคาน์เตอร์ที่ใช้งานสะดวกอยู่ที่ประมาณ 80-85 เซนติเมตร ความสูงประมาณ 1.10 เซนติเมตร และอย่าลืมเว้นระยะกันเตะด้านล่างเคาน์เตอร์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานด้วยนะคะ 7. ต่อเติมกันสาดและชายคา ประเทศไทยมีแสงแดดและฝนเยอะ ช่องเปิดต่างๆ เช่น ประตูหน้าต่างจึงมักถูกปิดเอาไว้หรือไม่ก็มีม่านบังแดด น่าเสียดายหากมีสวนสวยๆหรือวิวดีๆที่ต้องอดมองไป มากกว่านั้นคือการที่ช่องเปิดต่างๆ ไม่เปิดระบายอากาศได้ ลองทำกันสาดคุ้มแดดคุ้มฝนให้ช่องประตูหน้าต่าง เท่านี้เราก็ไม่ต้องกลัวแดดกลัวฝน สามารถใช้งานช่องเปิดเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ จะให้ดีก็ลองเลือกรูปแบบกันสาดตามสไตล์ที่ชอบไปเลย เช่น โครงอะลูมิเนียมบางๆกับอะคริลิกกรองแสงสำหรับบ้านโมเดิร์น  หรือจะเติมไม้ระแนงให้ดูอบอุ่นแบบบ้านไม้เพิ่มขึ้นก็เข้าที 8. ทำทางเดินบริเวณบ้านให้น่าเดิน ส่วนใหญ่แล้วบริเวณข้างบ้านจัดสรรจะมีพื้นที่อยู่โดยรอบ ครั้นจะเทปูนก็น่าเสียดาย แต่จะปูหญ้าหมดก็คงอยู่ได้ไม่ได้  ข้อแนะนำคือลองแบ่งพื้นที่หญ้า และวางแผ่นทางเดินแค่พอเดินได้ โดยเว้นพื้นที่ไว้ให้หญ้าสามารถขึ้นได้บ้าง ซึ่งแผ่นทางเดินสมัยนี้ก็มีหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นคอนกรีต หรือไม้เทียม ก็ล้วนแต่ดูดี ถ้าหากต้องการแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน ก็อาจทำยกพื้นด้วยเหล็กกล่องเพื่อแยกพื้นออกจากแนวดิน หากข้างบ้านมีประตูบานเลื่อนก็นั่งเล่นหย่อนขาได้อีกด้วย  และสำหรับปัญหาหญ้าขึ้นรกนั้น วิธีการหนึ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้หญ้าขึ้นจนรกมาบดบังทางเดินก็คือการโรยกรวดหรือหินก้อนเล็กๆ เอาไว้ เพียงเท่านี้ทางเดินก็จะดูเรียบร้อยน่าเดินแม้ในวันที่หญ้าขึ้นสูงแล้วค่ะ 9. จัดพื้นที่สวนสวยเล็กๆ  เมื่อมีทางเดินข้างบ้านแล้ว แนะนำให้จัดสวนสวยๆ ไว้ข้างบ้านด้วยนะคะ ซึ่งปกติแล้วการจัดสวนต้องมีพื้นที่พอประมาณ แต่หากมองว่ารั้วของเราสามารถเป็นพื้นที่สีเขียวได้ การทำสวนกระถาง สวนแขวน หรือการปลูกไม้เลื้อย ก็สามารถสร้างวิวดีๆ ที่ทำให้พื้นที่ในบ้านมีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติภายนอก สามารถมองจากหน้าต่างห้องรับแขกหรือห้องกินข้าวได้เลยทีเดียว หรืออาจวางม้านั่งเล็กๆ ไว้เป็นมุมพักผ่อนก็ยังได้ 10. รั้วบ้านต้องสวยงาม เราสามารถสร้างความเชื่อมโยงจากภายในสู่ภายนอกให้ผู้อยู่ในบ้านไม่รู้สึกอึดอัด ด้วยการทำแนวรั้วบ้านด้วยต้นไม้อย่างโมก ข่อย หรือเฟิร์นเกาหลี นอกจากจะช่วยลดความแข็งกระด้างของรั้วปูนทึบๆ ด้วยการที่รั้วแบบนี้สามารถเห็นภายนอกรั้วบ้านได้โดยสะดวก การใช้ต้นไม้ผสมกับโครงสร้างของรั้วเดิมก็เป็นวิธีการที่น่าสนใจหากต้องการความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นสำหรับรั้วเดิมที่สูงอยู่แล้วและการต่อโครงเพื่อปลูกไม้เลื้อยให้สูงขึ้นไปจากแนวรั้วเดิมก็เพื่อบดบังมุมมองสายตาจากชั้นสองบ้านข้างๆ หรือจะลดความสูงของรั้วปูนเดิมลง ปลูกต้นไม้สลับบ้าง ก็จะลดความทึบทึมของบ้านลงได้อย่างมากเลยล่ะ การออกแบบ และการเลือกใช้วัสดุที่ทางโครงการจัดสรรเลือกมาให้อาจไม่ตรงกับใจกับบ้านในฝันของเราไปทั้งหมดหรอกค่ะ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล แต่ถ้าคุณผู้อ่านอยากให้บ้านจัดสรรของคุณดูสวยงาม ไม่เหมือนใคร แถมยังใช้งานได้เป็นอย่างดี ลองนำวิธีที่เรานำมาฝากไปปรับใช้กันดูนะคะ รับรองว่าบ้านของคุณจะสวยและมีเอกลักษณ์อย่างที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ รูปภาพจาก Pinterest
8 ทริค จัดบ้านรับโชค อยู่แล้วรวยตลอดปี

8 ทริค จัดบ้านรับโชค อยู่แล้วรวยตลอดปี

เมื่อบ้านคือที่อยู่อาศัย และเป็นพื้นที่พักผ่อน ตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอกของสมาชิกในครอบครัวได้ จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่านิยามคำว่า 'บ้านคือวิมาน' นั้นหมายความว่าอย่างไร แต่การอยู่บ้านให้อยู่ เย็น เป็นสุข ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ควรคำนึงนะคะ เพราะหลายๆ คนที่เชื่อในเรื่องของ ฮวงจุ้ย ก็มักจะให้ซินแซเข้ามาเป็นผู้ดูแล ตรวจสอบในบ้านว่ามีอะไรผิดหลักไปบ้างหรือเปล่า ต้องจัดวางอะไรตรงไหนถึงจะเฮง ปังไปทั้งปี ซึ่งถ้าใครกำลังรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงตกทำอะไรก็ไม่ค่อยรุ่ง เงินขาดสภาพคล่องต้องหยิบยืมบ่อยๆ แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะสละโสดเหมือนคนอื่นสักที วันนี้ Review Your Living มี 8 ทริค จัดบ้านเพื่อรับโชคลาภ อยู่แล้วรวยตลอดปี มาฝากกันค่ะ บอกเลยว่าเป็นวิธีที่ง่ายมาก แถมยังไม่ต้องทุบ รื้อ ถอน ให้สิ้นเปลืองใดๆ เพียงแค่ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยเรียกทรัพย์เสริมดวงกันหน่อย เงินทองจะได้ไหลมาเทมามีใช้ไม่ขาดมือแน่นอน..   1. หน้าบ้านต้องเปิดโล่งรับทรัพย์ หลายๆ บ้านที่มักมีของกองอยู่หน้าบ้าน โดยเฉพาะรองเท้า คือข้อเสียในการกีดกันโชคลาภในหลักฮวงจุ้ย เพราะบริเวณหน้าบ้าน โดยเฉพาะลานที่ตรงกับหน้าประตู เปรียบเสมือนโต๊ะที่วางกับข้าว สำหรับป้อนเข้าปาก ส่วนประตู ก็เปรียบเสมือนปาก ที่รอรับอาหาร หรือพลังงานดีๆ นั่นเอง หากวางของกีดขวาง หน้าบ้าน หน้าประตู ก็เหมือนถูกขวางปาก ไม่ให้รับอาหารเต็มที่ ทำให้กินได้น้อย โชคก็น้อยตามไปด้วย หากจำเป็นต้องมีของวางจริงๆ ก็ควรวางให้อยู่ด้านใดด้านหนึ่ง และใส่ตู้เก็บให้เรียบร้อยมิดชิด ไม่ให้กีดขวางด้านหน้า และที่สำคัญไม่ควรอยู่เหนือลม เพราะลมจะพากลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เข้ามาในบ้าน ซึ่งถือเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี   2. เรียกเงินทองด้วยการเปิดประตูและหน้าต่าง การเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อเรียกเงินและทอง ไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งวันนะคะ สำหรับบ้านบางพื้นที่ที่มีอากาศร้อนมาก ต้องเปิดแอร์ ก็ควรเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศในช่วงเช้าๆ ก่อน เพื่อรับมวลอากาศใหม่ๆ ที่บริสุทธิ์เข้ามาในบ้าน ซึ่งเป็นการสะสมพลังงานดีให้บ้านของเรา สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แนะนำให้เปิดประตูหน้าต่าง ในขณะที่เริ่มเปิดแอร์  สัก 5-15 นาที เพื่อให้ความชื้นที่สะสมในแอร์ และเชื้อโรคที่คั่งค้าง ได้รับการระบายออกไปก่อน แล้วค่อยรับอากาศใหม่เข้ามาในบ้านของเราค่ะ เพราะเมื่อมีลม ก็จะมีโชค เพราะลมนำพาออกซิเจนเข้ามา เพิ่มความสดชื่น และความปลอดโปร่งให้กับบ้านของเราได้เป็นอย่างดี   3. เปิดแสงสว่างส่องทางเข้าบ้าน แสงสว่าง คือ พลังหยาง หรือการเคลื่อนไหว Active หากคุณผู้อ่านรู้สึกนิ่งๆ เนือยๆ โชคลาภ ก็ไม่ถูกกระตุ้น ถ้าจัดบ้านให้มีความเป็นหยางมากเกินไป ก็จะส่งทำให้บรรยากาศในบ้านเคร่งเครียด อยู่ไม่สุข ดังนั้นควรเลือกไฟให้เหมาะกับตำแหน่งที่ใช้งาน จะได้เสริมทั้งโชค และอยู่บ้านอย่างมีความสุขด้วย เช่น บริเวณที่เราชอบอ่านหนังสือ หรือมุมแต่งหน้า ควรใช้ไฟขาว จะได้ไม่หลอกตา และไม่เสียสายตา ส่วนมุมที่เรานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ก็อาจเป็นวอร์มไลท์ เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และไม่เคร่งเครียดมากเกินไปนะคะ ที่สำคัญทุกๆ พื้นที่ต้องมีไฟสว่างเพียงพอ ในตำแหน่งทางเดินต่างๆ ซึ่งเป็นเหมือนการนำทางพลังงานไปทุกที่ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี   4. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ซะใหม่ เมื่อมุมนั่งเล่นในบ้านเป็นที่ที่สมาชิกครอบครัวทุกคนพุดคุยปรึกษากัน ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ควรจะจัดให้ล้อมวง หรือชิดกันเพื่อง่ายต่อการพูดคุยกัน ไม่ควรจัดชิดผนังทั้งหมด เพราะจะเป็นการเพิ่มระยะห่างและทำให้สมาชิกแต่ละคนอยู่ในมุมของตัวเอง อีกอย่างหนึ่งที่แนะนำคือการปูพรมรองพื้นเฟอร์นิเจอร์ ไม่จำเป็นต้องวางเฟอร์นิเจอร์ทั้งตัวไว้บนพรมก็ได้ แต่อย่างน้อยควรให้ขาด้านหน้าของเฟอร์นิเจอร์วางอยู่บนพรม   5. เลือกของตกแต่งบ้านตามธาตุ ในวิชาโหราศาสตร์จีนและฮวงจุ้ยเชิงวิชาการ เรามองทุกสิ่งรอบตัวเป็นธาตุ รวมถึงทิศทางต่างๆ ด้วย ดังนั้นการตกแต่งบ้านให้รับโชค จึงควรทำระบบธาตุในบ้านของเรา เกิดความสอดคล้อง ทั้งก่อเกิด และถ่ายเท เพื่อความสมดุลของพลังงานทุกๆ ส่วนในบ้าน นอกจากจะช่วยส่งเสริมโชคลาภแล้วยังช่วยให้ผู้ที่อยู่อาศัย มีสุขภาพที่ดี และมีความรักใคร่สามัคคีกันอีกด้วย โดยในขั้นสูงนั้น ซินแสจะมีการเสริมธาตุที่ดีกับดวงให้กับแต่ละบุคคลอย่างเฉพาะเจาะจง ในตำแหน่งที่ดีกับดวงเป็นพิเศษด้วย   สำหรับทิศเหนือ : เป็นทิศธาตุน้ำ ควรตกแต่งด้วยน้ำพุหรือวัตถุทรงโค้ง ทรงกลม วาว รูปคลื่น หรือใช้สีฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ ขาว เงิน ทอง และห้ามใช้สี เหลือง ส้ม ครีม น้ำตาล โอรส ตกแต่งบ้านเด็ดขาด ทิศใต้ : เป็นทิศธาตุไฟ ควรประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ ต้นไม้ หรือวัตถุทรงสูง ทรงกระบอก ทรงปิระมิด หรือใช้สีแดง ชมพู เขียว และห้ามใช้สี ฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ ตกแต่งบ้านเด็ดขาด ทิศตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ : เป็นทิศธาตุไม้ ควรตกแต่งด้วยต้นไม้ น้ำพุ หรือวัตถุทรงสูง รูปทรงคลื่น หรือใช้สีเขียว ฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ และห้ามใช้สีเงิน ทอง โลหะ ต่างๆ ตกแต่งบ้านในทิศนี้เด็ดขาด ทิศตะวันตก และตะวันตกเฉียงเหนือ : เป็นทิศธาตุทอง ควรตกแต่งด้วยโลหะ ทรงกลม แวววาว เซรามิก เครื่องปั้นดินเผา หรือสีเงิน ทอง น้ำตาล ครีม เหลือง ส้ม โอรส ห้ามใช้สีแดง ชมพู ตกแต่งบ้านในทิศทางนี้โดยเด็ดขาด ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ : เป็นทิศธาตุดิน ควรตกแต่งด้วย เซรามิก เครื่องปั้นดินเผา หรือสีเหลือง ส้ม ครีม น้ำตาล โอรส แดง ชมพู ห้ามใช้สีเขียว ตกแต่งบ้านในทิศทางนี้โดยเด็ดขาด   6. เก็บกวาดบ้าน เตรียมรับโชค พื้นที่รกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย มักจะทำลายพลังและนำความไม่มั่นคงมาสู่บ้าน ดังนั้นควรจัดการทำความสะอาดพื้นที่เหล่านั้นให้เรียบร้อย และเพิ่มต้นไม้หรือดอกไม้เข้าไปเพื่อปรับพื้นที่ให้อากาศถ่ายเทสะดวก ซึ่งถ้าเป็นไปได้ควรนำน้ำพุมาตกแต่งบ้านด้วยก็ดีนะคะ เพราะน้ำพุถือว่าเป็นตัวแทนของความมั่งคั่งในหลักของฮวงจุ้ย ซึ่งช่วยสร้างพลังและความเจริญรุ่งเรือง ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของเงินทองด้วยค่ะ   7. เลือกใช้สีส่งเสริมการเงิน หากอยากเสริมโชคลาภ ส่งเสริมการเงิน ลองใช้สีที่สื่อถึงธาตุไม้ ธาตุน้ำ และธาตุดิน อย่าง สีเขียว สีน้ำตาล สีน้ำเงิน สีดำ สีส้มดิน หรือสีเหลืองอ่อน ตกแต่งในพื้นที่การเงิน ไม่ว่าจะในรูปแบบของสีผนัง สีผ้า หรือของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ก็จะช่วยส่งเสริมพลังแห่งความมั่งคั่งให้กับเราได้ นอกจากนี้สีของธาตุไฟอย่าง สีแดง สีส้ม สีม่วง สีม่วงแดง หรือสีชมพู ก็ช่วยกระตุ้นพลังทางด้านการเงินได้เช่นกัน เพียงแต่ควรใช้แต่น้อยหรือแค่แต่งแต้มเป็นบางจุดก็พอค่ะ   8. เครื่องรางทางฮวงจุ้ยก็ช่วยเกื้อหนุนได้ อีกหนึ่งทริคดีๆ ในการจัดบ้านเพื่อเรียกโชคลาภ ควรเลือกเครื่องรางทางฮวงจุ้ยที่ชอบและเข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านมาใช้ เช่น ตู้ปลาที่จัดถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย หรือเลี้ยงปลาที่ส่งเสริมโชคลาภ เช่น ปลาเงิน ปลาทอง ปลามังกร ปลาคาร์พ นอกจากนี้การตกแต่งบ้านด้วยเหรียญจีนโบราณมหาจักรพรรดิ แจกันความมั่งคั่ง เรือสำเภาจีน พระพุทธรูปแห่งความสุข (Laughing Buddha) คริสตัลไพไรต์ หรือซิทริน ก็ล้วนแต่ช่วยส่งเสริมโชคภาภได้เป็นอย่างดี   การจัดและตกแต่งบ้านอย่างถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งร่ำรวยมาสู่คนในบ้านได้ ลองนำ 8 ทริค จัดบ้านเพื่อรับโชคลาภ อยู่แล้วรวยตลอดปี  ไปประยุกต์ใช้กันดูนะคะ นอกจากนี้ยังควรรักษาพลังงานให้สดชื่นและมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ โดยการทำบ้านให้มีกลิ่นหอมสดชื่นด้วยการใช้กลิ่นอโรมา กลิ่นดอกไม้สด หรือเทียนหอมก็ได้ค่ะ และอย่าลืมว่าแสงสว่างที่พอดีก็มีความสำคัญเช่นกันนะคะ รวมถึงอาจเปิดเพลงที่ฟังไพเราะเพื่อกระตุ้นพลังงานด้านบวก และสิ่งสุดท้ายที่ลืมไม่ได้ คือพื้นที่การเงินจะต้องสะอาดและเป็นระเบียบอยู่เสมอนั่นเอง   ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : หมอเกตุ ธันยมัย ธำรงพุทธิกุล รูปภาพจาก : Pinterest            
ไอเดียแต่งบ้าน 5 มุม ตามเทรนด์สี Pantone ประจำปี 2018

ไอเดียแต่งบ้าน 5 มุม ตามเทรนด์สี Pantone ประจำปี 2018

สำหรับปี 2018 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ทุกอย่างรอบตัวมักเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ โดยเฉพาะการอัพเดทเทรนด์ฮิตที่กำลังมาแรง จนทำให้ผู้เขียนได้ติดตามมาเรื่อยๆ หากใครอยากตกแต่งบ้านเพื่อให้ดูดีน่าอยู่ยิ่งขึ้น การตกแต่งบ้านตามเทรนด์สี Pantone ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ดี เพราะเมื่อไม่นานมานี้ทาง Pantone Color Institute บริษัทสีและสถาบันวิเคราะห์สีชั้นนำของโลก ได้ออกมาประกาศเทรนด์สีโดดเด่นที่คาดว่าจะถูกใช้กันในปี 2018 โดยสี Pantone Color นั้นมีอิทธิพลกับวงการออกแบบแทบจะทุกวงการ ตั้งแต่การนำไปใช้ในแวดวงแฟชั่น, งานออกแบบสินค้า, งานออกแบบโฆษณา และสื่อสิ่งพิมพ์ ไปจนถึงการออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอกเลยทีเดียว สำหรับเทรนด์สีปี 2018 ที่ทาง Pantone ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ สีม่วง Ultra Violet (PANTONE 18-3838) หรือ สีม่วงโทนน้ำเงิน เป็นสีที่สื่อถึงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความฉลาดหลักแหลม การไม่ตีกรอบความคิด จินตนาการอันไร้ขอบเขต ความกว้างขวาง และความลึกลับของจักรวาล โดยเป็นสีที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้สามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ดังนั้นการแต่งบ้านตามเทรนด์สีสุดฮิตของแพนโทน จึงนับได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณผู้อ่านอย่างแน่นอน เพราะเราสามารถเลือกซื้อของตกแต่งบ้าน พร้อมทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่ชื่นชอบตามเฉดสีของ Pantone ได้ตามใจ ครั้งนี้ทีมงานเราจึงได้คัดไอเดียแต่งบ้านสีม่วง 5 มุม มาฝากกัน สำหรับใครที่ชอบสีม่วงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หรือใครอยากจะอินเทรนด์ก็ลองนำไอเดียไปใช้กันดูนะคะ   แต่งมุมนั่งเล่นด้วยสีม่วง Ultra Violet หากคุณผู้อ่านอยากให้ห้องนั่งเล่นของคุณดูอินเทรนด์ ตามสี Pantone 2018 การเลือกใช้สีม่วงทาที่ผนังจะทำให้ห้องดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งถ้าใครอยากได้ไอเดียในการตกแต่งบ้านก็สามารถเลือกใช้เฉดสีนี้ได้เลยค่ะ เพราะจะส่งผลทำให้บ้านของคุณดูน่าสนใจ มีความสะอาดตามากยิ่งขึ้น ข้อแนะนำอีกหนึ่งสิ่งควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ พร้อมของตกแต่งบ้านที่มีสีขาวควบคู่ ไม่ว่าจะเป็น โซฟา, โต๊ะ, เก้าอี้, แจกัน หรือกรอบรูปแต่งบ้าน เพื่อให้โทนสีดูตัดกัน แต่ถ้าอยากให้ห้องดูสวยงามรับกันมากขึ้นก็เพียงแค่เลือกหมอนอิง, ม่าน หรือพรมปูพื้น เป็นสีม่วงโทนเดียวกับผนังห้อง ก็ย่อมทำให้บ้านของคุณดูสวย สง่า และโดดเด่นไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน   ห้องน้ำก็อินเทรนด์ได้นะ! จะแต่งบ้านให้อินเทรนด์รับกับโทนสีใหม่ทั้งที ไม่จำเป็นต้องเลือกใช้สีม่วงแต่งห้องเพียงสีเดียวก็ได้นะคะ เพราะสีม่วงเป็นสีรองที่เกิดจากการผสมกันของแม่สี ได้แก่สีแดงและสีน้ำเงิน ทำให้สามารถเข้ากันได้ดีกับทั้งสีโทนร้อนและโทนเย็น เช่น การใช้สีม่วง+สีแดง+สีชมพู จะให้มีความรู้สึกลึกลับและดูเป็นห้องที่มีความมั่นใจ หากเลือกใช้สีม่วง+สีเหลือง จะให้ความรู้สึกที่ดูอบอุ่นและสบายมากขึ้น และถ้าใช้สีม่วง+สีเทา อย่างห้องน้ำในภาพตัวอย่างที่เราเลือกมา ก็ใช้สีม่วงแค่ส่วนของเคาน์เตอร์ล้างหน้า ซึ่งดูตัดกับสีของผนังและกระเบื้องสีเทา ที่ทำให้ห้องดูสุขุม สงบนิ่ง เป็นทางการ และดูโมเดิร์นมากขึ้น ทั้งนี้การเลือกใช้คู่สีต้องพิจารณาจากการใช้งานของห้องและอารมณ์ที่ต้องการนั้นๆ   เท่ก็ได้ อ่อนหวานบ้างก็ดี.. สำหรับห้องนอนบ้านใครที่ก่อผนังอิฐก่อโชว์แนวสไตล์เท่ๆ ไว้อยู่แล้ว หากอยากแต่งบ้านให้อินเทรนด์ตามโทนสีใหม่แพนโทน ข้อแนะนำง่ายๆ ให้ทาสีทับผนังอิฐไปเลยค่ะ ซึ่งการใช้สีม่วงนั้นไม่จำเป็นต้องเลือกสีเข้มเสมอไป เพราะสีม่วงโทนอ่อน ก็เป็นตัวเลือกที่ทำให้ห้องดูสว่างมากขึ้นซึ่งจะเหมาะกับห้องนอนมากกว่า การใช้สีม่วงที่ดูมืดจะให้ความรู้สึกที่ดูลึกลับและสนุกสนาน แต่ด้วยห้องนอนเป็นห้องที่ไว้ใช้สำหรับพักผ่อน เราจึงควรใช้สีม่วงผสมผสานกับโทนอื่น อาทิ สีม่วงโทนแดง, สีชมพู หรือสีขาว เพื่อให้ห้องดูมีอ่อนหวานชวนฝันมากขึ้น นอกจากนี้หากเลือกใช้ผ้าปูที่นอนหรือผ้าห่มสีม่วงอ่อน ก็จะทำให้ห้องนอนของคุณดูสวย สบายตา และมีนุ่มนวลได้แบบไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว   เรียบแต่เก๋! ต้องขอบอกก่อนเลยว่าสีม่วง Ultra Violet จากแพนโทน 2018 ที่ใช้ในงานอินทีเรียหรือสถาปัตยกรรมนั้นไม่จำเป็นต้องทาอาคาร, ผนังทั้งหมด ซึ่งถ้าเราอยากตกแต่งบ้านให้อินเทรนด์ ก็สามารถเลือกทาสีเฉพาะจุดก็ได้ค่ะ อย่างเช่น ห้องครัวในภาพตัวอย่างที่เราเลือกมา ก็ทาสีม่วงที่ผนังเพียงฝั่งเดียว เพื่อย้อมสีให้ห้องดูสนุกสนาน น่าหลงใหล และมีเสน่ห์มากขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเคาน์เตอร์ครัวใหม่ แถมยังคงมีความเก๋ไก๋ สร้างจุดน่าสนใจในห้องครัวขึ้นมาง่ายๆ   เก้าอี้สีม่วงของฉัน แต่งห้องครัวด้วยโทนสีม่วง Ultra Violet ไว้แล้ว แน่นอนว่าปีหน้าจะต้องมีเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ชั้นนำออกคอลเล็คชั่นตามสี Pantone ประจำปีมาอย่างมากมาย ซึ่งใครที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ ให้ลองเริ่มจากการเปลี่ยนเก้าอี้เก่าที่บ้านให้เป็นของใหม่ก่อนก็ได้ค่ะ ทั้งนี้สีม่วงเป็นสีที่เข้ากันกับห้องสีขาวและสีเทาอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับพื้นไม้และเฟอร์นิเจอร์ไม้ก็สามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์สีม่วงมาวางได้เลย แต่หากต้องการให้ห้องดูมีความโมเดิร์นและดูสงบนิ่ง ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีม่วงแค่ไม่กี่ชิ้นก็เพียงพอแล้วค่ะ ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างไอเดียแต่งบ้านผ่านเฉดสี Pantone 2018 ไม่ว่าคุณผู้อ่านจะชื่นชอบสีโทนไหน อยากจะตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งบ้านในรูปแบบอะไร ก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ เพียงแค่ควรยึดหลักในการตกแต่งตามเฉดสี Pantone เทรนด์สีสุดฮอตไว้เท่านั้น เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปลี่ยนแปลงบ้านของคุณให้ดูสวยน่ามองน่าอยู่ จนใครๆ พากันหลงใหลและอยากมาเยี่ยมเยียนบ้านของคุณบ่อยๆ แน่นอน รูปภาพจาก : Pinterest
How to แต่งห้องนอนสไตล์ Zen สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

How to แต่งห้องนอนสไตล์ Zen สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าในยุคปัจจุบันการแต่งบ้านสไตล์ Zen หรือที่เราเรียกติดปากกันว่ามินิมอล ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยวิถีชีวิตที่ค่อนข้างเรียบง่ายและเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบคนญี่ปุ่น รวมไปจนถึงการออกแบบที่พิถีพิถัน คำนึงถึงการใช้งานของผู้อยู่อาศัยมาเป็นอย่างดี ทำให้ผู้คนที่มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวต่างประทับใจ และไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะได้เห็นการตกแต่งบ้านในสไตล์นี้ในประเทศไทยมากขึ้น   เมื่อกระแสของความมินิมอลยังดีอยู่เสมอ และดูมีทีท่าที่จะเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะอย่างที่ทราบกันดีแหละค่ะว่าความมินิมอลอยู่บนพื้นฐานของความเรียบง่าย และถึงจะมีความเรียบง่าย แต่ก็ดูไม่ธรรมดา แม้จะใช้ของตกแต่งเพียงน้อยชิ้น แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันตามความต้องการ นี่จึงถือเป็นเสน่ห์สำคัญที่สไตล์มินิมอล เข้ามาครองใจใครหลายคน วันนี้ Review Your Living เลยขอหยิบเอาไอเดียการตกแต่งห้องนอนในสไตล์ Zen หรือสไตล์มินิมอลแบบฉบับญี่ปุ่น ที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สำหรับคนที่กำลังคิดจะแต่งหรือเปลี่ยนโฉมห้องนอนใหม่มาฝาก โดยเฉพาะห้องนอนไซส์มินิ ที่หากจัดเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งเยอะจนเกินไปอาจจะทำให้ดูรกและเกะกะได้ ดังนั้นการแต่งห้องนอนสไตล์นี้ จึงเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้ห้องนอนออกมาดูสวยและตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนในบ้านได้..   ห้องนอนที่เรานำมาให้ชมกันเป็นห้องนอนในบ้านตัวอย่าง โครงการ Noble Gable Kanso Watcharapol ด้วยคอนเซ็ปต์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ มาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง หลอมรวมออกมาในสไตล์เซน สะท้อนผ่านการตกแต่งห้องนอนขนาดพื้นที่จำกัด โทนสีของห้องใช้จึงเป็นสีเอิร์ธโทน เพื่อให้ห้องนอนดูเรียบง่ายมากที่สุด และการใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น   ภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนละมุนจากวัสดุไม้โทนสีวอร์มโอ๊คที่นำมากรุผนังและฝ้า เซาะร่องเพื่อเพิ่มความมีมิติ ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น ใช้หน้าต่างกระจกใสรับแสงธรรมชาติที่มาเสริมให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยถ่ายเทอากาศ ทำให้ห้องนอนเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขนาดน้อยนิดก็ตาม   ส่วนการตกแต่งที่ทำให้ห้องนอนดูไม่คับแคบไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ คือการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์ ไปตามความยาวของผนังห้องฝั่งหนึ่งเพื่อเหลือพื้นที่ว่างให้ได้มากที่สุด บริเวณข้างเตียงออกแบบให้เป็นลิ้นชักเก็บของ ซึ่งข้อดีของงานบิลต์อินคือเราสามารถทำขึ้นให้พอดีกับพื้นที่ได้โดยไม่เสียประโยชน์การใช้งานส่วนนั้นไป ทั้งยังเหมาะกับขนาดพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สามารถใช้พื้นที่อันน้อยนิดได้อย่างคุ้มค่า   รวมไปถึงการบิลต์อินตู้เสื้อผ้า แทนการซื้อเฟอร์นิเจอร์ และการเลือกชั้นวางแบบโปร่งไม่มีหน้าบานเปิดปิด ก็ช่วยทำให้ห้องนอนไม่อึดอัด และยังทำให้ผู้อยู่อาศัยใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น จะเห็นว่าแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น แต่ในทุกๆ ชิ้นต่างใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และเข้ากับสไตล์ Zen ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ นี่เป็นเพียงไอเดียส่วนหนึ่ง ที่สามารถทำออกมาให้เป็นจริงได้ สำหรับใครที่มีไอเดียหรือแรงบันดาลใจแล้วอยากเปลี่ยนโฉมห้องนอนใหม่ สามารถนำไอเดียที่เรานำมาฝากไปปรึกษาสถาปนิกหรืออินทีเรียเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้เลยค่ะ :)  
ชี้เป้าเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านสไตล์อินดัสเทรียล

ชี้เป้าเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านสไตล์อินดัสเทรียล

หลายคนอาจจะคุ้นหูคุ้นตากับคำว่า “ลอฟต์” ใช่ไหมคะ? เพราะเป็นกระแสฮิตที่ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องหาทางฉาบปูนเปลือยให้สวยกันอยู่พักใหญ่ แต่สไตล์ลอฟต์และอินดัสเทรียลมีส่วนคล้ายกันในเรื่องการใช้งานสถาปัตยกรรมให้เป็นประโยชน์ ซึ่งมีความต่างในรายละเอียดบางอย่าง สไตล์อินดัสเทรียลต้องมีโครงสร้างของสถาปัตยกรรมที่เก็บไว้ในรูปแบบเดิม เช่น โกดังเก่า หรืออาคารที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่ มีการตกแต่งเลียนแบบโรงงานเก่า ใช้วัสดุขึ้นสนิมที่ดูผ่านกาลเวลามานาน และเฟอร์นิเจอร์ที่ย้อนยุคไปช่วงปี 1950 ซึ่งถือเป็นการตกแต่งที่ทันสมัย และเก๋ที่สุดในยุคนั้น ให้ความรู้สึกขัดแย้งกับความเก่าของตัวอาคาร ส่วนสไตล์ลอฟต์ต้องมีฝ้าเพดานสูง ดูเท่ นิ่ง และเรียบง่าย มีรายละเอียดการตกแต่งของสไตล์โมเดิร์นมาประกอบมากกว่า   วันนี้เราเลยขอเอาใจคนชอบแต่งบ้านแนวเข้มๆ เท่ๆ กับสไตล์ อินดัสเทรียล ที่โชว์ความดิบของพื้นผิววัสดุที่แท้จริง โดยเน้นการใช้วัสดุอย่าง ปูน อิฐ และเหล็กเป็นหลัก ให้บรรยากาศเหมือนโรงงานเก่า เปิดให้เห็นการเดินท่อ และเส้นสายไฟอย่างไม่มีอะไรมาบดบัง ถือเป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจของการตกแต่งสไตล์นี้ ซึ่งการตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลนี้ถือว่าได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งนอกจากการตกแต่ง พื้น ผนังและฝ้าให้ดูดิบแบบอินดัสเทรียลแล้ว การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ก็มีส่วนช่วยเพิ่มบรรยากาศให้สมจริงมากขึ้นอีกด้วย เราจึงมีเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านสวยๆ จาก คลีเช โฮม (Cliché Home) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์แนวไลฟ์สไตล์นำเข้าจากต่างประเทศโดย SB Design Square โดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านแบบอเมริกันสไตล์ ซึ่งเป็นงานดีไซน์ลูกผสมระหว่างอินดัสเทรียลและเรโทร เน้นการใช้วัสดุที่โชว์ผิวสัมผัสแท้ เช่น ไม้จริง เหล็กสีสนิม และงานโลหะต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นไม้จริงในสีเอิร์ธโทน สะท้อนความแข็งแกร่งแฝงความอบอุ่น เหมาะสำหรับนำไปตกแต่งบ้าน หรือออฟฟิศเพื่อจะได้มีที่ทำงานดีไซน์เท่ไม่เหมือนใครมาแนะนำกันค่ะ.. 1. โซฟาหนัง เริ่มต้นกันที่โซฟาหนังแท้ตัวยาว 3 ที่นั่ง รุ่น Alger สไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ ที่ผสมผสานระหว่างอเมริกันเรโทรกับอินดัสเทรียล มีกลิ่นอายความเก่าแต่เก๋า พร้อมอายุการใช้งานยาวนาน ข้อดีคือดูแลรักษาง่ายไม่เก็บฝุ่นและไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ โดดเด่นด้วยลายธงชาติอังกฤษผลิตจากหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง ใครอยากแต่งบ้านสไตล์นี้ รับรองว่าแค่จับโซฟาตัวนี้เข้าไปวางไว้กลางห้องนั่งเล่น ก็ดูโดดเด่นไม่ซ้ำใครแล้วค่ะ   2. ชั้นวางของ ให้ห้องนั่งเล่นสวยจนใครๆ ก็รู้สึก...ต้องมีชั้นวางของรุ่น Alarico ไปจัดวางในห้องนั่งเล่นสักชิ้น เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้งานตกแต่ง ให้คุณได้มีพื้นที่จัดเก็บเพิ่มมากขึ้น ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้เป็นตู้เก็บหนังสือ ตู้เก็บของทั่วไป เพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้บ้านของคุณดูมีระเบียบมากขึ้น แถมมีเสน่ห์สวยงามในสไตล์อินดัสเทรียลด้วย 3. โต๊ะกลาง เสริมเสน่ห์ให้มุมนั่งเล่นง่ายๆ ด้วยกล่องอเนกประสงค์ (หีบเก็บของ) รุ่น KC-FU-1700 ที่มีกลิ่นอายสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ ผสมผสานระหว่างอเมริกันเรโทรกับอินดัสเทรียล ใช้เก็บของทั่วไป ใช้งานได้สะดวกสบาย เพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้มีระเบียบมากขึ้น แถมยังสะดุดตาด้วยนะเออ 4. โต๊ะทานอาหาร เติมบรรยากาศอบอุ่นให้มุมทานข้าว เริ่มต้นง่ายๆ โดยลองใช้สีเอิร์ทโทนเป็นสีหลักของห้อง เสริมโต๊ะรับประทานอาหารท๊อปไม้ Cleaf ขนาด 6-8 ที่นั่ง รุ่น Marc นำเข้าจากประเทศอิตาลี ให้ผิวสัมผัสดุจไม้จริง แข็งแรง ทนทาน สะท้อนความโอ่อ่า แล้วจัดวางเก้าอี้รับประทานอาหารโครงเหล็กสีสนิมล้อมรอบ ก็ช่วยเสริมความดิบเท่แบบอินดัสเทรียลมากขึ้นไปอีก 5. เตียงนอน แต่งห้องนอนให้สวยเท่ไปด้วยเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านสไตล์อเมริกัน ช่วยเพิ่มอุณหภูมิความอบอุ่นให้หลับฝันดีตลอดคืน กับเตียงนอน 6 ฟุต รุ่น Woodwild  นำเข้าจากประเทศอิตาลี ให้ผิวสัมผัสดุจไม้จริง แข็งแรง ทนทาน ดีไซน์ทันสมัย ระบบโครงสร้างเตียง Firm Structure System ที่ยึดโครงสร้างเตียง 12 จุด ไม่เกิดเสียงดังรบกวนเวลานอน รองรับน้ำหนักได้ 800 ถึง 1000 กิโลกรัม แถมยังป้องกันฝุ่นใต้เตียงได้อีกด้วย ใครที่ชอบสไตล์อินดัสเทรียลเป็นทุนเดิมแต่เป็นภูมิแพ้ กลัวระคายเคืองจากวัสดุ คงต้องเปลี่ยนใจแล้วล่ะ สำหรับใครที่ชื่นชอบการแต่งบ้าน ที่เน้นโชว์ผิวสัมผัสของวัสดุที่ปราศจากการปรุงแต่งอย่าง ไม้จริง ผ้ากระสอบ หนังแท้ ฯลฯ การแต่งบ้านสไตล์เท่ๆ ที่ให้ลุคอบอุ่นในสีเอิร์ธโทน น่าจะเป็นอีกหนึ่งสไตล์การแต่งบ้านที่น่าสนใจ และสะท้อนไลฟ์สไตล์ของคุณได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านดีไซน์สวยสไตล์อินดัสเทรียล ไปแต่งบ้านได้ที่ร้าน คลีเช โฮม (Cliché Home) By SB Design Square ทุกสาขา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-115-0555 หรือ www.sbdesignsquare.com/
เลือกเหล็กดัดอย่างไรให้เข้ากับบ้าน

เลือกเหล็กดัดอย่างไรให้เข้ากับบ้าน

“เหล็กดัด” จัดว่าเป็นอีกหนึ่งวัสดุยอดฮิตของหลายๆ บ้านที่สถาปนิกและผู้รับเหมานิยมติดตั้งเพื่อป้องกันปัญหาบุกรุกและขโมยขึ้นบ้าน เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี แต่ในเรื่องของความสวยงามนั้นกลับเป็นปัญหาให้เจ้าของบ้านกังวลใจไม่ใช่น้อยเลย เพราะเหล็กดัดที่เราเห็นทั่วไปมักมีลวดลายทำให้รูปลักษณ์ของบ้านดูสวยน้อยลง ซึ่งองค์ประกอบหลักของการเลือกเหล็กดัดให้เข้ากับบ้านนั้นก็มีอยู่ไม่กี่ข้อ เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้าง เลือกแบบที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบ ขั้นตอนแรกของการเลือกเหล็กดัดให้เข้ากับตัวบ้าน แนะนำให้ลองหารูปภาพแบบที่ชอบในอินเตอร์เน็ต หรือหนังสือต่างๆ เพื่อเป็นภาพตัวอย่างให้แก่ช่างผู้ชำนาญหรือสถาปนิกผู้ออกแบบ นอกจากนี้ควรเลือกลวดลายให้รับกับสไตล์ของบ้าน เช่น บ้านสไตล์โมเดิร์น ก็ควรเลือกเหล็กดัดเป็นเส้นสายเรียบๆ ไม่ต้องมีลวดลายหรือเกิดความรกสายตาจนเกินไป เพราะถ้าออกแบบให้ดีก็สามารถเป็นส่วนตกแต่งที่ดีและโดดเด่นของบ้านได้ ทำความรู้จักกับชนิดของเหล็กก่อน แน่นอนว่าเหล็กดัดทำจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน ซึ่งเหล็กก็มีหลายประเภทด้วยกัน ทั้งเหล็กแผ่น เหล็กเส้น และเหล็กรูปทรงต่างๆ ส่วนใหญ่เราจะชินกับเหล็กกลมหรือเหลี่ยมเท่านั้น ดังนั้นแนะนำให้ศึกษาข้อมูลชนิดต่างๆ ของเหล็กให้ดี เพื่อจะได้เลือกวัสดุที่มีความสวยงาม แข็งแรงและปลอดภัยกับบ้านนั่นเองค่ะ เช็คขนาดและระยะห่างให้ดี เมื่อเลือกรูปแบบ ลวดลาย ที่ชอบเหมาะกับบ้านได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาแนะนำให้คำนวณขนาดและช่องว่างให้ดี เพราะความสวยงามเส้นสายต่างๆ ของเหล็กดัดที่เกิดขึ้น ต้องทำให้เกิดช่องว่างที่ไม่มากเกินไป ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในการป้องกันไม่ให้ตัวคนหรือแขนลอดผ่านได้ง่าย เลือกช่างที่ชำนาญ ขั้นตอนสุดท้ายเมื่อมีแบบคร่าวๆ ก่อนที่จะให้ช่างลงมือทำ แนะนำให้เลือกช่างที่มีความชำนาญเกี่ยวกับเหล็กโดยตรง และช่วงติดตั้งนั้นเจ้าของบ้านควรหมั่นเข้ามาดูงานบ่อยหน่อย เผื่อมีการแก้ไขจะได้ทำทันที ส่วนจะติดเหล็กดัดข้างในหรือข้างนอกบ้านอาจไม่สำคัญเท่ารูปแบบ เพราะอย่างไรเหล็กดัดเหล่านี้ก็เป็นเกราะป้องกันให้แก่บ้านอยู่ดีค่ะ องค์ประกอบเพื่อความปลอดภัยที่สำคัญของบ้านอย่างเหล็กดัด นับเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่เจ้าของบ้านควรใส่ใจ ทั้งในด้านการออกแบบ,การเลือกวัสดุคุณภาพ และช่างผู้ชำนาญก็ช่วยทำให้มั่นใจได้อีกขั้นหนึ่ง ขอแค่เลือกให้เข้ากับสไตล์ของบ้านแค่นี้ก็ได้บ้านสวยและอยู่สบายแล้วค่ะ
เฟอร์นิเจอร์ไม้แบรนด์ไทยน่าช็อป ในงานบ้านและสวนแฟร์ 2017 (PART 2)

เฟอร์นิเจอร์ไม้แบรนด์ไทยน่าช็อป ในงานบ้านและสวนแฟร์ 2017 (PART 2)

สำหรับใครที่กำลังมองหาของแต่งบ้านที่มีสไตล์เป็นของตัวเองคงจะเพลิดเพลินกับเฟอร์นิเจอร์ไม้แบรนด์ไทยน่าช็อป ในงานบ้านและสวนแฟร์ 2017 (PART 1) จากโซน SELECTED ZONE ในงานที่เราคัดมาแนะนำกันไปแล้ว ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ไม้ก็เป็นอีกหนึ่งงานดีไซน์ที่เข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ดูทันสมัยในสไตล์มินิมอลที่เรียบง่าย แต่ก็แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น ที่สำคัญสามารถสร้างเอกลักษณ์ที่คงความโดดเด่นได้ไม่ซ้ำใคร แม้เวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม แต่ชิ้นงานเหล่านี้ก็ยังคงงดงาม มีคุณค่าในความเป็นแบรนด์สัญชาติไทยที่ดูอย่างไรก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่จะมีเฟอร์นิเจอร์ไทยแบรนด์ไหนที่น่าสนใจอีกบ้าง ไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ Flo ถ้าพูดถึงสไตล์การแต่งห้องแบบมินิมอล หลายคนคงจะนึกถึงการแต่งอะไรน้อยๆ แต่ก็ดูมีอะไรขึ้นมาได้ ซึ่งคอนเซ็ปต์หลักจะเน้นที่ความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ประโยชน์ใช้สอยไม่ได้น้อยตามเลย เช่นเดียวกับ Flo (ฟโล) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อความลงตัว และตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งวัสดุหลักของแบรนด์จะเป็นไม้ เฟอร์นิเจอร์ของฟโลแต่ละชิ้นได้ถูกสร้างสรรค์ออกมาอย่างมีคุณภาพ และใส่ใจในรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว จนออกมาเป็นชิ้นงานที่เรียบง่ายแต่ว่าสวยงาม ดูดี อย่างที่เราได้เห็นกันนั่นเองค่ะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.flofurniture.com หรือโทร. 088-220-8611 Niiq อีกหนึ่งแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์มินิมอลที่ได้รับรางวัลการันตีมากมายอย่าง Niiq ดีไซน์ของแบรนด์ไม่ได้คำนึงถึงแต่ความเรียบหรือเก๋เท่านั้น แต่ยังคงให้ความสำตัญในเรื่องดีเทล ฟังก์ชั่น ออฟชั่นในการใช้งานต่างๆ ด้วย ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นของแบรนด์นั้นให้ความรู้สึกที่น่าใช้งาน ดูโปร่งสบายตา และสีของไม้จะค่อนข้างนุ่มนวล ไม่เข้มจนเกินไป เรียกได้ว่าถ้าซื้อไปใช้ที่บ้านหรือคอนโดฯ ก็ช่วยเติมความอบอุ่นให้กับบรรยากาศของห้องได้ดีเลยทีเดียวค่ะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.niiqshop.com หรือโทร. 02-002-2860-1 odst เฟอร์นิเจอร์สวยๆ ที่ได้แรงบันดาลใจและดีไซน์จากความงดงามของศิลปะและธรรมชาติอย่าง odst ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่คนรักบ้านไม่ควรพลาดเลยค่ะ เพราะด้วยสไตล์มินิมอลที่ดูทันสมัยผสมผสานเข้ากับลูกเล่นให้เฟอร์นิเจอร์ดูน่าดึงดูดมากขึ้น ไอเท็มเด็ดของแบรนด์คงหนีไม่พ้นเฟอร์นิเจอร์ไม้หลากหลายโทนสี ตั้งแต่ไม้สีอ่อนที่ดูอบอุ่น ไปจนถึงสีน้ำตาลเข้มที่ให้อารมณ์แตกต่างกันออกไป แต่ยังคงความเรียบง่ายอย่างกลมกล่อมเอาไว้ในตัว ถ้าลองเลือกไปตกแต่งบ้านหรือคอนโดดูบ้าง คงเพิ่มความมีสไตล์ให้กับพื้นที่ธรรมดาๆ ได้ไม่น้อยเลยค่ะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.odstmaker.com หรือโทร. 02-933-5040 Romanee เฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์มินิมอลอีกหนึ่งแบรนด์ แน่นอนว่าต้องมาในคอนเซ็ปต์ความเรียบง่าย ดีไซน์ไม่ซับซ้อน แต่จุดเด่นของ Romanee น่าจะเป็นเรื่องของความโค้งมนที่ซ่อนอยู่ในการออกแบบของเฟอร์นิเจอร์แต่ละตัว รวมถึงความง่ายต่อการใช้สอย และก็เหมาะกับชีวิตความเป็นอยู่สไตล์คนเมืองมากๆ ไม่ต้องเยอะ แต่ก็ดูมีเสน่ห์ได้ ไอเท็มที่น่าสนใจก็มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเซตโต๊ะรับประทานอาหาร เตียงนอนสไตล์ญี่ปุ่น โต๊ะ ตู้ และเก้าอี้ เป็นต้น เชื่อว่าใครเห็นก็คงอยากได้มาครอบครองไว้ใช้ที่บ้านแน่นอนค่ะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://romaneedesign.com  หรือโทร. 02-890-5051-5 Hari Ora Hari Ora คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซน์เนอร์ไทยรุ่นใหม่ ที่ตั้งใจออกแบบให้ผลิตภัณฑ์ตอบสนองไลฟ์สไตล์ทั้งเรื่องความสวยงามและการใช้งาน โดยเลือกใช้วัสดุที่เป็นไม้โอ๊คเกือบทั้งหมดเพราะมีความเหนียว แข็งแรง และให้ลวดลายไม้สวยงาม โดยนำเสนอผ่านสไตล์มินิมอลและสแกนดิเนเวียที่ดูเรียบง่าย ไม่รกสายตา แต่แอบแฝงความอบอุ่นไว้ด้วยโทนสีและผิวสัมผัสจากธรรมชาติ ทั้งยังคำนึงถึงประโยชน์ของการใช้พื้นที่ให้มากที่สุดอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพและยังสวยงามตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคจริงๆ ค่ะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.hariora.com หรือโทร. 080-934-9347 Chaw Cher : ฌ เฌอ แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้วล่ะ สำหรับแบรนด์นี้ Chaw Cher : ฌ เฌอ เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์โดยคนไทย แน่นอนว่าต้องมีความมินิมอลที่เรียบง่ายในตัวอยู่แล้ว แต่จุดเด่นของแบรนด์อยู่ที่การนำกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นเข้ามาผสมผสานในเฟอร์นิเจอร์อย่างลงตัว ซึ่งก็มีทั้ง โต๊ะ เก้าอี้ เตียงนอน ตู้เสื้อผ้า ที่ทำมาจากไม้วอลนัทที่ขึ้นชื่อว่าเป็นไม้ที่มีความแข็งแรงคงทน ส่วนเรื่องดีไซน์นั้นจะเน้นออกแบบให้ดูเรียบง่าย ใช้งานได้จริง แต่ขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดและลูกเล่นที่สวยงามซ่อนอยู่ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์เลยล่ะ ใครที่ชอบแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น คงรู้สึกดีต่อใจกับแบรนด์นี้แน่นอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.chawcher.com  หรือโทร. 095-490-3174 Many go Round แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กที่เติมเต็มช่องว่างความต้องการของคนเมืองที่อาศัยอยู่ในคอนโดพื้นที่จำกัด เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่มีขายอยู่มากมาย จึงทำให้แบรนด์ Many go Round คิดผลิตเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็ก โดยหยิบเอาวัสดุใกล้ตัวอย่างแม่พิมพ์เก่ามาดัดแปลงผสมผสานกับงานออกแบบจนกลายเป็นโต๊ะและเก้าอี้ Wood composite plactic ที่เติมความสนุกและพื้นที่การใช้งาน โดยดีไซน์ให้ผลิตภัณฑ์สามารถถอดประกอบง่ายทั้งยังเอื้อต่อการขนส่ง แต่ก็ยังเน้นในเรื่องของความแข็งแรง ทนทาน เหมาะแก่การใช้ตกแต่งบ้านที่มีขนาดเล็กหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดได้เป็นอย่างดี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.manygoround.com  หรือโทร. 086-365-9716 Filobula แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีจุดเด่นอยู่ที่งานดีไซน์ โดยเอาความโค้งมนใส่เข้าไปในงานออกแบบเกือบทุกชิ้น ให้ความรู้สึกที่ดูเป็นกันเอง นุ่มนวล ดูอบอุ่นขึ้น และยังมีโทนสีของเนื้อไม้ให้เลือกหลากหลายเฉด อีกทั้งยังมีโทนสีของผ้าที่นำมาประกอบในเฟอร์นิเจอร์ให้เราสามารถจับ Mix & Match กันได้หลากหลายสีอีกด้วย ใครอยากให้บ้านและคอนโดฯ มีความ Unique ไม่ซ้ำใคร คงต้องเพิ่มเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ Filobula เข้าไปอยู่ใน shopping list แล้วล่ะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.facebook.com/Filobula/   หรือโทร. 099-421-5553 เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้จากฝีมือดีไซเนอร์ไทยที่เราคัดมาแนะนำกันใน PART 2 นี้ ใครที่ชื่นชอบงานสไตล์มินิมอลที่เรียบง่ายอยู่แล้ว ก็คงถูกใจกับรูปฟอร์มและดีไซน์ของแต่ละแบรนด์ที่มีความน่ารัก เก๋ไก๋ มากฟังก์ชั่นในตัวเอง จนกลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดที่ทำให้ใครเห็นแล้วเป็นต้องหลงรักอย่างแน่นอน หากลิสช็อปปิ้งยังไม่เต็มสามารถเข้าไปเลือกเฟอร์นิเจอร์จาก PART ก่อนหน้าได้ที่นี่เลยค่ะ สำหรับงานบ้านและสวนแฟร์ 2017 นี้จัดขึ้นวันที่ 27 ตุลาคม ไปจนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา ตั้งแต่เวลา 9:30 - 21:00 น. ณ ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
เฟอร์นิเจอร์ไม้แบรนด์ไทยน่าช็อป ในงานบ้านและสวนแฟร์ 2017

เฟอร์นิเจอร์ไม้แบรนด์ไทยน่าช็อป ในงานบ้านและสวนแฟร์ 2017

“เราจะไม่ลืม” งานบ้านและสวนแฟร์ปีนี้ชวนให้เราย้อนรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบรมราโชวาทที่ชี้แนะให้ทุกคนคำนึงถึงการรักษาความสมดุลในการใช้ชีวิต พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างผู้คนกับธรรมชาติรอบตัว ภายในงานกลับมาพร้อมกับโซนสินค้าและงานดีไซน์ที่ชวนตื่นตาตื่นใจหลายโซน เริ่มตั้งแต่นิทรรศการและกิจกรรมที่ให้ความรู้ ข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย, บ้านตัวอย่าง, บูธวัสดุก่อสร้าง, เครื่องใช้ไฟฟ้าและครัว, ของแต่งสวนไปจนถึงพรรณไม้นานาชนิด และหนึ่งในโซนที่คนรักบ้านไม่ควรพลาดก็คือ SELECTED ZONE โซนเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่มากร้านละลานตาเต็มไปหมด ซึ่งแต่ละร้านก็มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร เราเลยอาสาพาไปช้อปปิ้งในโซนนี้กัน รับรองว่าแต่ละแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เราเลือกมานั้นสวยและดี เหมาะแก่การแต่งบ้านและคอนโดฯ อย่างแน่นอน oggi เรามาเริ่มแบรนด์แรกกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เพิ่มความอบอุ่นให้แก่บ้านอย่าง oggi ที่เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2006 โดยยึดคอนเซ็ปต์เรียบง่ายและซุกซนเพื่อแสดงถึงตัวตนของแบรนด์ โดยเฟอร์นิเจอร์ในร้านจะมีตั้งแต่โต๊ะ ตู้ เก้าอี้ เตียงนอน ที่ทำมาจากไม้โอ๊ค ลวดลายธรรมชาติและมีดีไซน์ที่สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วเรื่องของคุณภาพก็ยังมีรางวัลการันตรีมากมายอีกด้วยค่ะ สำหรับผู้ที่สนใจ Oggi มีโชว์รูมอยู่ที่ซอยนาคนิวาส 47 ซึ่งสามารถติดต่อขอเข้าชมโชว์รูมได้ แต่ต้องทำการนัดหมายก่อนนะคะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.oggi-living.com หรือโทร. 087-700-5401 KILTT เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เราตกหลุมรักในความเรียบง่ายและน่ารักจริงๆ ค่ะ สำหรับ KILTT (คิลท์) เฟอร์นิเจอร์ใช้งานภายในบ้านที่ทำจากไม้จริง ในรูปแบบเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และฟังก์ชั่นที่เหมาะแก่การใช้งาน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้ใช้ทุกวัยในครอบครัวเป็นหลัก ซึ่งทุกขั้นตอนล้วนผ่านกระบวนการคิด ความใส่ใจในรายละเอียด ผลิตด้วยทักษะของงานช่างฝีมือผสมผสานกับเครื่องจักรในระบบอุตสาหกรรม จนกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์คุณภาพที่มีความน่ารักสดใส ใครอยากแต่งบ้านในสไตล์ญี่ปุ่นที่เรียบง่าย แต่ว่าครบครันทุกความต้องการ คงต้องมีครอบครองไว้สักชิ้นแล้วล่ะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.kilttdesign.com หรือโทร. 092-529-5465 3. Skog “ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ แต่แสดงออกถึงตัวตนของคุณ show YOUR style with your FURNITURE” นี่คือนิยามของแบรนด์ Skog เฟอร์นิเจอร์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติของวัสดุและดีไซน์ โดยใช้ไม้ธรรมชาติอย่างไม้แอชและไม้โอ๊คดีไซน์สวยหรู ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่สไตล์โมเดิร์นไปจนถึงสไตล์วินเทจสอดแทรกอยู่ในความสวยงามของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้น ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา รวมไปถึงของแต่งบ้านมากมายหลายชนิดที่รอให้ทุกคนไปจับจองเป็นเจ้าของ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.skog-home.com หรือโทร. 086-561-9000 MAHASAMUT เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ไทยที่นำวัสดุที่ให้ความรู้สึกแข็งแรงอย่างเหล็กมาผสมผสานดีไซน์กับงานไม้ solid จนออกมาเป็นเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์น ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ก็แฝงด้วยเส้นสายเฉียบคม สมกับความเป็นเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์น  หากใครอยากตกแต่งบ้านให้ดูทันสมัย รับรองว่าเฟอร์นิเจอร์ของ MAHASAMUT จะต้องถูกใจคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่นิยมงานดีไซน์ที่มี detail ไม่เยอะ แต่ยังสร้างเอกลักษณ์ที่คงความโดดเด่นได้ไม่ซ้ำใคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.mahasamut.com หรือโทร. 02-811-8054 POOM แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เหมาะกับการนำไปตกแต่งในคอนโดมิเนียมและบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ดีไซน์ของแบรนด์จะผสมผสานระหว่างสไตล์ญี่ปุ่นและสแกนดิเนเวียน แต่ชื่อของสินค้าจะเป็นภาษาไทยทั้งหมด งานทุกชิ้นจึงมีเอกลักษณ์ที่ทำให้ผู้คนจดจำได้ง่ายด้วยรูปฟอร์มโค้งมน เรียบง่าย แต่ก็ยังแอบซ่อนฟังก์ชันที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ตรงใจ ในส่วนของการเลือกใช้วัสดุนั้นก็เน้นความเป็นธรรมชาติอย่าง ไม้อเมริกันแอช แอชวูด ไม้นำเข้าเนื้อแข็งจากอเมริกา ซึ่งเป็นพืชป่าปลูกโดยเฉพาะ เรียกว่าไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและยังเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ที่อยู่อาศัยไปในตัวด้วยค่ะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.poom-home.com หรือโทร. 092-456-9555 Easy Cozy เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ อย่างมีสไตล์ เพราะสินค้าของ Easy Cozy นั้นผลิตจากไม้ยางพาราเกรดคุณภาพ ลายสวยและไม่มีตาไม้ ออกแบบมาให้ต่างจากเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพาราทั่วไป ด้วยดีไซน์ Minimalist เรียบง่ายแต่มีสไตล์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไอเดียการใช้งานเอนกประสงค์สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ด้วยรูปแบบที่เรียบง่ายแต่มีความเก๋ไก๋อยู่ในตัว ทั้งยังเหมาะแก่การใช้สอยในบ้าน คอนโดฯ หรือแม้แต่ร้านค้า เพราะสามารถเข้ากับเฟอร์นิเจอร์อื่นได้อย่างกลมกลืน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.easycozyfurniture.com หรือโทร. 081-771-2298 นอกเหนือจากเฟอร์นิเจอร์ไม้แบรนด์ไทยที่เรานำมาแนะนำในวันนี้แล้ว ยังมีร้านเฟอร์นิเจอร์ไม้อีกหลากหลายแบรนด์ ที่เหมาะแก่การนำมาตกแต่งบ้านและคอนโดในสไตล์มินิมอล หากใครสนใจและอยากรู้ว่าจะมีแบรนด์อะไรในโซน SELECTED ZONE ที่น่าสนใจอีกบ้าง ก็สามารถติดตาม PART 2 ได้ที่นี่เลยค่ะ :))
ไอเดียเปลี่ยนพื้นที่ใต้บันไดให้ใช้งานได้อย่างมีสไตล์!

ไอเดียเปลี่ยนพื้นที่ใต้บันไดให้ใช้งานได้อย่างมีสไตล์!

หนึ่งในองค์ประกอบของบ้านที่มักจะถูกละเลยอยู่เสมอคงหนีไม่พ้น “พื้นที่ใต้บันได” ด้วยลักษณะการใช้งานที่ทุกคนในบ้านเพียงแค่เดินผ่านขึ้นลง อีกทั้งยังมีพื้นที่น้อยและเป็นมุมอับดูไม่ค่อยน่าสนใจ จึงทำให้เจ้าบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่นัก ทั้งที่ความจริงแล้วเราสามารถดัดแปลงพื้นที่เหล่านี้ให้ดูโดดเด่นและใช้ประโยชน์ได้อีกมากมายเลยนะคะ แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ต้องตามไปดูไอเดียจัดพื้นที่ใต้บันไดที่เรารวบรวมมาฝากให้นำไปประยุกต์ใช้กันดูค่ะ ตู้เก็บของสารพัดประโยชน์ หลายคนอาจจะคุ้นชินกับการวางของไว้ใต้บันไดโดยไม่สนใจว่าพื้นที่ตรงนั้นดูไม่น่ามองสักเท่าไหร่ใช่ไหมคะ ซึ่งวิธีง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนพื้นที่ใต้บันไดให้เป็นตู้เก็บของโดยการบิวต์อินชั้นวางหรือเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวตามรูปทรงของพื้นที่ใต้บันได เพียงเท่านี้คุณเองก็จะมีมุมเก็บของที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ว่าใครเดินผ่านไปมาก็ต้องสนใจแล้วค่ะ เปลี่ยนให้เป็นมุมทำงานส่วนตัว อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่น่าสนใจก็คือมุมทำงานนั่นเองค่ะ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนพื้นที่ใต้บันไดไว้ใช้นั่งทำงานคิดไอเดียสร้างสรรค์ หรือใช้เป็นพื้นที่ให้ลูกทำการบ้านก็ยังได้ โดยการบิลต์อินดั่งในภาพให้เป็นมุมขนาดพอเหมาะ ตกแต่งด้วยไม้เพิ่มความรู้สึกอบอุ่นชวนนั่ง หรือใครอยากประหยัดก็สามารถเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวดีไซน์เรียบง่าย แต่ต้องมีความยาวพอดีกับความกว้างของพื้นที่ใต้บันไดนะคะ ซึ่งแค่จัดวางคู่กับเก้าอี้นั่งสบายๆ รับรองไม่ว่าใครได้นั่งทำงานตรงนี้ ไอเดียพุ่งกระฉูดแน่นอนค่ะ เนรมิตเป็นมุมนั่งเล่น พื้นที่ใต้บันไดให้ก็สามารถเปลี่ยนเป็นมุมนั่งเล่นให้คนในบ้านใช้พักผ่อนได้นะคะ เพราะเพียงแค่วาง Day Beds เบาะนุ่มขนาดพอดีกับพื้นที่ ประดับด้วยหมอนและตุ๊กตาตัวโปรดก็ชวนนั่งทั้งวันแล้วค่ะ นอกจากนี้หากคุณเป็นหนอนหนังสืออยากมีที่สำหรับเก็บของเพิ่มขึ้นก็สามารถบิวต์อินตู้หนังสือเพิ่มที่ผนังเหนือเตียง เท่านี้ก็จะเป็นมุมนั่งเล่นที่ชวนนั่งแถมยังเก็บหนังสือได้อีกด้วย ทำเป็นบ้านสัตว์เลี้ยงแสนรัก สำหรับทาสหมาทาสแมวที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดไว้ในบ้าน คงอยากให้พวกเขามีพื้นที่ส่วนตัวไว้พักผ่อนเหมือนกับคนใช่ไหมคะ การทำพื้นที่ใต้บันไดให้เป็นบ้านสัตว์ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยค่ะ เพราะเพียงแค่ก่อผนังใต้บันไดปิดทึบพร้อมเจาะช่องประตูไว้สำหรับเป็นทางเข้าออกให้เหล่าสัตว์เลี้ยงและติดไฟด้านในไว้สักดวงหนึ่ง พร้อมวางเบาะนุ่มและของเล่นไว้ให้เขา เพียงเท่านี้พื้นที่ใต้บันไดก็กลายเป็นพื้นที่ที่ดีต่อใจของคุณและสัตว์เลี้ยงแล้วค่ะ จัดสวนซะเลย! สำหรับคนที่อยากเพิ่มความสดชื่นไว้ในบ้าน ก็สามารถเปลี่ยนพื้นที่ใต้บันไดให้เป็นสวนในบ้านได้ง่ายๆ เพียงปลูกต้นไม้ในร่ม อาทิ จั๋ง, เข็มสามสี, ลิ้นมังกร, จันผา และสับปะรดสี เป็นต้น ซึ่งแนะนำให้เลือกต้นที่ขนาดกำลังดี ไม่สูงและโตไวเกินไป พร้อมโรยหินกรวดมนเพิ่มความสวยงาม เท่านี้ก็มีมุมพักสายตาในบ้านแล้วค่ะ ไอเดียที่เรารวบรวมมาฝากวันนี้ นับว่าน่าสนใจและสามารถใช้ได้จริงทั้งหมดเลยนะคะ ยิ่งบ้านไหนปล่อยให้พื้นที่ใต้บันไดว่างเปล่าเฉยๆ ไม่ได้ตกแต่งหรือใช้ทำอะไร แนะนำให้ลองนำไอเดียด้านบนไปประยุกต์ใช้ดูนะคะ รับรองว่านอกจากจะทำให้บ้านของคุณมีฟังก์ชั่นใช้งานเพิ่มขึ้นแล้วยังมีสไตล์ไม่ซ้ำใครอีกด้วย อีกทั้งแขกไปใครมาต่างก็ต้องชื่นชมกับไอเดียเหล่านี้แน่นอน
9 วิธีแต่งบ้านคลายร้อน ช่วยให้บ้านเย็นน่าอยู่ อากาศสบายไม่อบอ้าว

9 วิธีแต่งบ้านคลายร้อน ช่วยให้บ้านเย็นน่าอยู่ อากาศสบายไม่อบอ้าว

บ้านร้อนอบอ้าวทำไงดี แก้ปัญหาได้ง่าย ๆ ด้วย 9 ไอเดียแต่งบ้านรับซัมเมอร์ ที่จะทำให้บ้านเย็นสดชื่น ไม่อบอ้าว อยู่ในบ้านได้สบาย ๆ ไม่ต้องหาเรื่องออกไปเที่ยข้างนอก อย่างที่รู้ ๆ กันว่าประเทศของเราเป็นเมืองร้อนอยู่แล้ว พอย่างก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนทีไรอากาศก็จะยิ่งทวีความร้อนให้เพิ่มพูนขึ้นไปอีก วันนี้เราเลยขอนำ 9 ไอเดียแต่งบ้านหน้าร้อนที่จะช่วยลดอุณหภูมิภายในและทำให้บ้านเย็นสบายขึ้นไม่ต้องหนีบ้านร้อน ๆ เพื่อดอดไปตากแอร์เย็น ๆ ที่ห้างอีกต่อไป แล้วจะมีวิธีไหนที่น่าสนใจนำมาใช้กับที่บ้านได้บ้างนั้นก็ตามไปไปดูกันเลยยย.. 1. ติดกันสาดกันแดด ในเมื่อเราไม่สามารถหลบเลี่ยงบ้านจากแสงแดดได้ การติดตั้งกันสาดช่วยลดความร้อนได้ โดยควรจะติดไว้บริเวณทิศตะวันตก ทิศตะวันออก และทิศใต้ เนื่องจากทั้ง 3 ทิศที่ว่ามานี้เป็นทิศที่มักจะมีแสงส่องเข้ามาเลยทำให้บ้านยิ่งร้อนหนักหากไม่มีอะไรมาบัง ถ้าจะให้ดีควรเลือกกันสาดชนิดโพลีไวนิลคลอไรด์และแบบวัสดุสังเคราะห์ เพราะจะทนทานสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่าวัสดุชนิดอื่น ๆ และช่วยให้บ้านเย็นได้มากกว่า 2. ใช้หลังคาป้องกันความร้อน การเลือกหลังคาก็เป็นสิ่งสำคัญ หากไม่อยากให้บ้านร้อนระอุในหน้าร้อน ควรเลือกหลังคาที่มีสารเคลือบเซรามิคโค้ทติ้ง ซึ่งจะช่วยปกป้องและสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดี หรืออีกหนึ่งวิธีก็คือใช้สีขาวทาหลังคาบ้าน เพราะสีขาวจะช่วยสะท้อนความร้อนและไม่อมความร้อนไว้เหมือนหลังคาสีเข้ม 3. ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา สังเกตไหมว่าต่อให้แดดจะร้อนแรงสักแค่ไหน แต่ถ้ามีต้นไม้ช่วยบังแสงไว้ก็จะทำให้บริเวณนั้นเย็นขึ้นมาทันที ดังนั้นเพื่อช่วยในการบังแสงและให้ร่มเงาแก่บ้าน ควรเลือกต้นไม้ที่สูงสักประมาณ 12 เมตร มาปลูกไว้ทางทิศใต้ และนำต้นไม้สูง 18 เมตรมาปลูกไว้ทางทิศตะวันตก นอกจากจะบังแสงได้แล้ว วิธีนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ต้องทำงานหนัก เพราะอุณหภูมิภายในลดลงนั่นเอง 4. เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ถ้าอากาศในภายบ้านแลดูร้อนอบอ้าวไปซะทุกพื้นที่ ให้เปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้ให้ลมโกรก เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก โดยเมื่ออากาศจากด้านนอกจะเข้ามาภายในบ้าน มันก็จะดันอากาศร้อนที่อยู่ภายในบ้านให้ลอยตัวสูงและไหลออกไป ช่วยระบายความร้อนอบอ้าว ทำให้บ้านเย็นสบายไม่อึดอัด 5. ติดพัดลมเพดาน หลายคนอาจจะคิดว่าพัดลมเพดานนั้นไล่ความร้อนได้ช้า ไหนจะอยู่ไกลตัวจนไม่สามารถนำมาเปิดจ่อลมได้โดยตรงอย่างพัดลมตั้งพื้นทั่วไปอีก แต่ที่จริงแล้วพัดลมเพดานนี่แหละที่เหมาะกับการใช้งานในฤดูร้อนมากที่สุด เพราะมันจะดูดเอาความร้อนจากพื้นให้ลอยตัวสูงขึ้นและปล่อยให้อากาศเย็นสบายไหลเข้ามาแทนที่ ทำให้อุณหภูมิบริเวณนั้นเย็นสบายยังไงล่ะ 6. เลี่ยงการปูพรม พรมนี่แหละที่เป็นตัวการกักเก็บความร้อนเอาไว้ในบ้าน หากไม่อยากให้บ้านยิ่งร้อนหนัก เลือกปูด้วยไม้หรือกระเบื้องจะทำให้บ้านเย็นกว่า เพราะเป็นวัสดุที่ไม่อมความร้อน แต่ถ้ายังตัดใจจากพื้นพรมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่เลือกพรมที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น คอตตอนหรือขนสัตว์ เพราะทั้ง 2 วัสดุนี้จะช่วยกักเก็บความชื้นในอากาศไว้ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ทำให้บ้านร้อนและชื้นแต่อย่างใด 7. เลือกใช้หลอด LED หลอดไฟที่ติดตั้งอยู่ภายในบ้านก็เป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้บ้านร้อนจากภายใน ดังนั้นควรจะหันมาใช้หลอดแอลอีดี (LED) เพราะหลอดไฟชนิดนี้จะปล่อยพลังงานความร้อนออกมาน้อยกว่าหลอดชนิดอื่น ๆ แสงก็ดูเย็นสบายตา ไม่ทำให้รู้สึกร้อนเหมือนหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั่วไป แถมคุณภาพของแสงสว่างก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอีกด้วยล่ะ 8. ทาผนังด้วยสีโทนเย็น โทนสีที่ใช้ตกแต่งภายในบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรจะเลือกโทนสีสว่าง ๆ ที่ดูเย็นสบายตา อย่าง สีขาว สีมุก สีครีม และสีฟ้า หรือใช้ของตกแต่งที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ ก็จะช่วยปรับอากาศในบ้านให้เย็นสบาย ไม่ร้อนตามอากาศภายนอก 9. ติดพัดลมอากาศในห้องน้ำ หากทำตามมาทุกวิธีแล้วสังเกตว่าบ้านยังร้อนอยู่เลย ให้ติดตั้งพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำเพิ่มไปอีกตัว และเปิดพัดลมดูดอากาศพร้อมกับเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้ หรือจะเปิดพัดลมเพดานที่ห้องข้าง ๆ ไว้ด้วยก็ได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยดูดให้ความร้อนออกไปได้เร็วกว่าเดิม ทำให้บ้านเย็นสบายขึ้นเยอะเลย ต่อให้อากาศจะร้อนกว่านี้อีกสักเท่าไร แต่ถ้านำไอเดียแต่งบ้านในหน้าร้อนที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปใช้ รับรองได้เลยว่าอุณหภูมิในบ้านจะลดลงไปได้เยอะเลย ไม่ต้องทนร้อน นอนทรมานอยู่กับความอบอ้าวอีกต่อไป   ขอขอบคุณข้อมูลจาก  https://home.kapook.com/view168042.html
10 แบบบ้านชั้นเดียว 3D 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

10 แบบบ้านชั้นเดียว 3D 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

แบบบ้านชั้นเดียว ใช้ได้ทั้งบ้านและคอนโด แบบบ้านชั้นเดียว สำหรับคนที่กำลังจะรีโนเวทคอนโดหรือสร้างบ้านใหม่  แบบบ้านชั้นเดียว ยังคงเป็นแบบบ้านที่นิยมมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราเลยรวบรวมแบบบ้านชั้นเดียว 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ในรูปแบบของแปลน 3D มาฝากเป็นของขวัญปีใหม่ เผื่อใครกำลังจะสร้างบ้าน รีโนเวทคอนโด หรือกำลังจะขึ้นบ้านใหม่ปีหน้านี้ ภาพจาก bridgesatkendallplace 1. แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น จัดวางพื้นที่ส่วนรวมไว้ตรงกลาง แล้วแยกห้องนอนออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งขวาเป็นห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง ส่วนห้องนอนอีก 2 ห้องจัดอยู่ฝั่งซ้ายใช้ห้องน้ำร่วมกัน ภาพจาก home-designing 2. แบบบ้านชั้นเดียวสำหรับครอบครัวที่มีพี่น้อง ห้องนอนของพ่อ-แม่ถูกแยกออกไปอยู่เหนือห้องนั่งเล่น ส่วนห้องลูก ๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามกันทั้ง 2 ห้อง โดยมีห้องน้ำคั่นตรงกลางไว้ใช้ร่วมกัน ภาพจาก home-designing 3. บ้านบรรยากาศเรียบหรูด้วยการตกแต่งโทนสีขาว-เขียวกับการวางห้องนอนและห้องน้ำในแนวตัวแอล (L) ล้อมพื้นที่ส่วนรวมอย่างห้องนั่งเล่นกับห้องครัวเอาไว้ นอกจากนี้มีระเบียงตรงมุมห้องไว้ออกไปกินลมชมวิวด้วย ภาพจาก pradipta 4. สำหรับคนที่ไม่ชอบให้ควันจากการทำอาหารลอยฟุ้งเข้าไปในห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ หรือห้องนอน แบบบ้านนี้ได้แยกส่วนของห้องครัวออกมาต่างหากสามารถทำประตูปิดได้ อยู่คั่นระหว่าง 2 ห้องนอนเล็ก ส่วนห้องนอนใหญ่ถัดออกไปด้านหน้าติดกับห้องนั่งเล่น พอแขกเปิดประตูเข้ามาก็นั่งพักได้เลย ภาพจาก foundationdezin 5. แม้จะมีพื้นที่น้อยนิดก็ไม่เป็นปัญหาหากจะทำบ้านแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ เพราะแค่ลดขนาดของแต่ละห้องลงมา แล้วรวมห้องกินข้าวไว้กับห้องนั่งเล่น ก็หมดปัญหาเรื่องการแบ่งพื้นที่แล้ว ภาพจาก Landtrades 6. แปลนสำหรับบ้านหน้าแคบแต่ตัวบ้านยาว โดยการจัดพื้นที่รวมไว้ด้านหน้า ส่วนห้องนอนและห้องน้ำทั้งหมดนำมารวมไว้ด้านหลัง ทำให้ห้องนอนทุกห้องมีระเบียงเป็นของตัวเองด้วย ภาพจาก domaineatvillebois 7. เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะเจอทางแยกสำหรับไปพื้นที่รวมและห้องนอนเล็ก 2 ห้องกับห้องน้ำอีก 1 ห้อง ส่วนห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัวมีทางเข้าอยู่หลังห้องนั่งเล่นที่อยู่รวมกับห้องครัว โต๊ะทำงาน และโต๊ะกินข้าวในพื้นที่เดียวกัน ภาพจาก fixarh 8. สำหรับคนที่ชอบธรรมชาติแบบบ้านหลังนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดี โดยการตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาล-ขาว มีต้นไม้ปลูกเป็นหย่อม ๆ พร้อมระเบียงอีก 3 จุดในห้องนั่งเล่น ห้องนอนใหญ่ และห้องครัว ภาพจาก hemorpheusgroup 9. แบบบ้านที่เปิดต้อนรับด้วยห้องนั่งเล่นและโต๊ะกินข้าว ก่อนเป็นส่วนของห้องครัว ห้องนอน และห้องน้ำ พร้อมระเบียงที่เชื่อมต่อจากด้านข้างของทุกห้อง โดยใช้ระเบียงของห้องครัวเป็นพื้นที่ซักล้างไปในตัว ภาพจาก siddhagroup 10. แบบบ้านที่จัดพื้นที่รวมไว้ตรงกลางล้อมรอบด้วยห้องครัว ห้องซักล้าง ห้องน้ำ และห้องนอน โดยห้องนอนเล็ก 2 ห้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน พร้อมพรางตาพื้นที่ภายในให้กว้างขึ้นด้วยประตูกระจกใส   ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com
แต่งคอนโดเล็กๆ ให้ดูกว้าง ชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด

แต่งคอนโดเล็กๆ ให้ดูกว้าง ชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด

ไอเดียแต่งคอนโดห้องเล็ก ๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด อยากมีคอนโดเก๋ ๆ สไตล์ฮิปสเตอร์ มาดูไอเดียแต่งคอนโดสไตล์ฮิปสเตอร์ ราคาเบา ๆ ไม่พึ่งบิวท์อินห้องนี้กันเลย สำหรับคนที่เกือบหมดงบไปกับการซื้อคอนโด เหลืองบแต่งคอนโดนิด ๆ หน่อย ๆ มาชมไอเดียแต่งคอนโดเล็ก ๆ ห้องนี้ไปพร้อม ๆ กันเลย วันนี้สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม คุณสมาชิกหมายเลข 1926754 มารีวิวให้ชมว่าจะแต่งคอนโดห้องเล็ก ๆ อย่างไรให้ดูกว้างและน่าอยู่ อีกทั้งยังมีเคล็ดลับประหยัดเงินซื้อของตกแต่งมาบอกต่อด้วยครับ [CR] เมื่อ Hipster อย่างผม เกิดอยากแต่งห้องกับงบจำกัด โดย คุณ สมาชิกหมายเลข 1926754  สวัสดีชาวพันทิป เรื่องของเรื่องคือเป็นหนี้มาสักพักแล้ว หลังจากซื้อคอนโดมาย่างเข้าเดือนที่ 5 ก็เริ่มเก็บตังค์ได้บางส่วน อีกส่วนรูดบัตรเครดิต เลยอยากตกแต่งเพิ่มเติมสีสันให้ห้องและมุมนั่งเล่นดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น (ยังไม่เข้าอยู่อย่างเป็นทางการ ไป ๆ มา ๆ สลับกับบ้าน) ลองเข้าไปหาข้อมูลเฟอร์นิเจอร์หลายที่อยู่เหมือนกัน บวกลบคูณหารเรื่องคุณภาพสินค้ากับราคาอยู่หลายรอบ พอลองเข้าอินเทอร์เน็ตอยู่ดี ๆ ก็เกิดไอเดียในการตกแต่งห้องขึ้นมาทันทีทันใด 555+ เลยตกลงใจกดคลิก ๆ ๆ ซื้อโซฟากับตู้เก็บของมา 2 ใบ (เพราะเอกสารผมเยอะมาก ๆ) สวยเรียบง่ายดีครับ ที่สำคัญลดราคาอยู่พอดีและอีกอย่างคือไม่มีเวลาไปเลือกดูของที่ร้าน เนื่องจากปกติทำงานต่างจังหวัดจันทร์-ศุกร์ พอวันเสาร์-อาทิตย์ก็ไปเรียน ว่าง ๆ ก็นอนเก็บแรงครับ เลยสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์แบบออนไลน์นี่แหละ สะดวกดี สินค้าที่ซื้อก็มี (เอาตามงบละกัน) ตามนี้ ตู้เก็บของ (สูง) รุ่น Chosen ราคา 2,490 บาท ตู้เก็บของ (เตี้ย) รุ่น Chosen ราคา 1,490 บาท โซฟา U-Boom ราคา 8,900 บาท ของตกแต่งอื่น ๆ ของที่เหลือหอบมาจากที่บ้าน 555 อันนี้ก็เป็นภาพผังของห้องนะ ไปก๊อปมาจากเว็บไซต์ของโครงการคอนโด เริ่มต้นจากการนำแปลนห้องมาก่อน มาดูว่าจะวางอะไรยังไงตรงไหนดี ห้องมันจริง ๆ ก็แคบอยู่ ก่อนแต่งคือคิดจะแต่งด้วยบิวท์อิน แต่พอไปสอบถามราคามาคือมันแพงไปอะ เลยคิดว่าซื้อเฟอร์นิเจอร์มาเเต่งห้องให้มันฮิปสเตอร์แบบสดใส เข้ามาแล้วแบบอยากกระโดดนอนลงบนโซฟาดังตู้มแล้วกลายเป็นโกโก้ครั้นช์ ดีกว่าประหยัดงบได้ด้วย 555 ก่อนอื่นมาดูสภาพห้องจริงกันก่อนนะครับ ห้องของโครงการที่ไม่มีอะไรเลย โล่งเชียว มีแค่เคาน์เตอร์ครัวกับตู้เสื้อผ้า แค่นั้นแหละครับจบ ที่เหลือหาซื้อเอาเอง ภาพโดยรวมของห้อง จะเห็นห้องรับแขกกับห้องครัว ส่วนห้องแยกเป็นห้องนอนครับ ภาพห้องนอนถ่ายจากด้านใน ภาพห้องนอนถ่ายจากด้านนอก ภาพห้องครัว หลังจากดูภาพ Before กันแล้ว มาลุยแต่งห้องกันดีกว่าครับ พี่ ๆ จาก SB มาประกอบของให้  ใจดีมาก ๆ จริง ๆ แล้วพี่เขาแอบเกร็ง ๆ ตอนผมถ่ายภาพด้วยอะครับ อิอิ จัด ๆ เลื่อน ๆ วาง ๆ ของสักหน่อย ให้พี่ช่างช่วยถ่ายให้ 555+ ( ป.ล.สวนติดผนังด้านข้างของ SCG Landscape แหล่มมาก ๆ บอกเลย ซื้อมาติดไว้เมื่อเดือนก่อน) ต่อไปมาดูกันนะครับว่าแต่งห้องเสร็จแล้วจะแหล่มขนาดไหน ห้องรับแขกครับ โดนใจสุด ๆ (ป.ล. ผ้าม่านที่เเม่เลือกให้ เพราะแม่แกอยากมีส่วนร่วมด้วย แต่มันขัดใจผมจริง ๆ ) งานห้องครัวก็มา โดนใจอีกแล้ว ดู ๆ ไปก็ไม่ค่อยรกเท่าไร (ใช่ไหม ?) อิอิ ส่วนมุมโต๊ะกินข้าวก็ไปจำมาจากร้านอาหารแนว ๆ ฮิปสเตอร์ที่เคยไปกินมาครับ ต่อมาเป็นห้องนอนครับ ผมเลือกใช้เป็น Sofa Bed เนื่องจากปกติผมจะชอบนอนห้องรับแขก (เพราะติดแอร์อยู่ห้องเดียวและมีทีวี) ส่วนห้องนอนเอาไว้รับแขก พอไม่มีใครมานอนก็จะพับเป็นโซฟา ห้องจะได้ดูไม่แคบครับ อันนี้เป็นตู้เก็บเอกสารที่ผมซื้อมาเพิ่มครับ รูปนี้ขอนิดนึง "ญาญ่าของตาโอ๊ต...ต" เป็นไงครับหลังแต่ง แหม...ห้องออกมาสไตล์สแกนดิเนเวียนนิด ๆ ฮิปสเตอร์หน่อย ๆ ตกแต่งตามความชอบส่วนตัวไปเรื่อย ๆ ออกมาเป็นแบบนี้ครับผม ถ้ามีงบกว่านี้อีกสักหน่อยจะติดวอลเปเปอร์เพิ่มคงได้อารมณ์มากกว่านี้ ผมเลือกโทนสีนี้เพราะของโครงการมันเป็นแนวนี้อยู่แล้ว ของที่ขนเข้ามาจริง ๆ ก็ใช้เป็นกองทัพมดขนมาได้สักพักแล้วครับ แต่เหตุที่ส่วนใหญ่เลือกใช้สินค้าของ SB เพราะพอบวกลบคูณหารแล้วราคากับคุณภาพคุ้มกันที่สุด บางอย่างอาจจะซื้อจากที่อื่นมาบ้าง ก็แปรผันไปตามกำลังทรัพย์ของตัวเองนะครับ ยังไงก็ฝากผลงานการรีวิวครั้งนี้ของผมไว้ด้วย งดดราม่านะครับ ไม่ได้เป็นหน้าม้าให้ใคร ของทั้งหมดผมก็ซื้อจาก SB, Ikea, Homepro และ SCG ก็มี แต่พอดีวันนี้พี่ SB มาส่งของให้พอดี เลยถ่ายรูปมาทำรีวิวครับผม ขอบคุณครับ ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก สมาชิกหมายเลข 1926754 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม home.kapook.com
DIY Renovate “ห้องนอน” ถ้าทำแล้วมีความสุขขึ้นขนาดนี้ รู้งี้ทำไปตั้งนานแล้ว

DIY Renovate “ห้องนอน” ถ้าทำแล้วมีความสุขขึ้นขนาดนี้ รู้งี้ทำไปตั้งนานแล้ว

วันนี้เรามีไอเดียการ Renovate ห้องนอนเก๋ๆ น่ารักๆ จาก สมาชิกพันทิป คุณ PuY~isme มาฝากทุกท่านอีกหนึ่งกระทู้ครับ เราลองไปดูกันดีกว่าครับ ว่าจะออกมาสวยงามขนาดไหน สวัสดีค่ะ วันนี้กลับอีกครั้ง จะมาพูดถึงการตกแต่งห้อง สไตล์ DIY กันต่อ หลังจากที่ได้รีวิวไปแล้ว 4 ห้อง (ห้องนอนเด็ก ห้องเก็บของ ห้องทำงาน และมุมบิวตี้โถงทางเดิน) สำหรับห้องนี้ปุ้ยตั้งใจจะรีโนเวททำให้เป็นของขวัญวันเกิดของสามีและของขวัญวันครบรอบแต่งงาน 2 ปี ของเราค่ะ ห้องนอน ขนาด 3.5x4 m (มีบันไดในห้อง) ห้องน้ีเป็นห้องนอนหลัก (แต่ขนาดเล็ก) เพราะเน้นฟังก์ชั่น คือ ไว้นอน และเอาไว้เก็บเสื้อผ้าของสามี (ใต้บันได) ไม่ดูทีวี ไม่ทำงานในห้องค่ะ ส่วนบันไดที่เห็นนั้นจะเดินไปสู่ห้องแต่งตัวของปุ้ยอยู่ชั้นบน ----------  มีคนถามเยอะมากว่า บันไดในห้องนอนทำไปทำไม ? ---------- ตอนแรกเดิมที ปุ้ยออกแบบให้มีบันได เพราะว่าชอบอารมณ์ห้อง Duplex ในคอนโดหรือโรงแรม รู้สึกว่าเจ๋งดี แล้วก็ตอนออกแบบบ้าน ปุ้ยเอามาปรับใช้ เพราะว่าสามีนอนกรน ช่วงแต่งงานแรกๆ ปุ้ยนอนไม่หลับเลย (แรกๆ เช่าคอนโดอยู่กันก่อนจะมีบ้านค่ะ) ปุ้ยเลยคิดขึ้นมาได้ว่า เอาไอเดียห้อง Duplex มาใช้ แล้วกะว่าแยกกันนอนคนละชั้น แต่ยังมีบันไดเชื่อมกัน จะได้ไม่โดนครหาว่าแยกห้องนอน (คือ ยังเป็นห้องเดียวกันอยู่) แต่ว่า เอาเข้าจริง ตอนหลัง ปุ้ยไปฝังเข็ม รักษาคลายเครียด คลายกล้ามเนื้อ แล้วก็ทำให้ไม่ได้ยินเสียงกรนอีกเลย เพราะว่าช่วยให้ปุ้ยก็หลับง่ายขึ้น เลยสรุปไม่ได้แยกกันนอนค่ะ Inspiration ที่ปุ้ยคิดไว้ตอนที่ออกแบบห้องนี้ ประมาณว่ามีเตียงกับตู้เสื้อผ้าใต้บันได คือ เห็นจากเว็บ pinterest แล้วหลงรักไอเดียของตู้เสื้อผ้าใต้บันได เพราะดูเหมือนการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ดีไซน์ในห้องนี้ เน้นเอาใจคุณผู้ชาย ดังนั้นการแม็ทสีและดีไซน์ ปุ้ยจึงเลือกใช้สีดำ ทอง น้ำตาล และเงินหรือไอเท็มที่แวววาว ทุกอย่างดูเข้าเหลี่ยมเข้ามุม (ไม่มีลายโค้งมนหรือหวานช้อย) และมิกซ์เข้ากับเฟอร์นิเจอร์โทนสีเข้ม ให้ออกมาดูหรู แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้งบท่ีไม่แพงจนเกินไป ซึ่งห้องนี้เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของปุ้ยเอง ภูมิใจและเรียกได้ว่าเป็นของขวัญชิ้นโตให้กับเค้าเลย ปุ้ยตั้งงบกับห้องนี้ไว้ ที่ 55,000 บาทค่ะ ก่อนที่จะเล่าถึงที่มาที่ไป และไอเดียในการแต่งห้องนี้ มาดูรูปผลงานที่สำเร็จแล้ว ยั่วน้ำลายกันก่อน -------------- ภาพหลัง รีโนเวทเสร็จแล้ว ภาพจริง บรรยากาศจริง ค่ะ -------------- [ถ่ายรูปในวันที่แดดออก แสงเข้ามาทำให้ห้องที่ใช้เฟอร์นิเจอร์สีเข้ม ดูสว่างสดใสขึ้นเยอะเลย] สำหรับกระทู้นี้ อาจจะรีวิวไปพร้อมกับการเล่าเนื้อหาแนวไลฟ์สไตล์ไปด้วยนะคะ เพราะห้องนี้มีเรื่องราวของเค้าค่ะ อย่างที่เกริ่นตอนต้น โดยใช้คำว่า “รีโนเวท” เพราะว่าห้องนี้เป็นห้องนอนที่เราใช้ซุกหัวนอนกันมาตั้งแต่บ้านยังสร้างไม่เสร็จค่ะ แล้วก็ทนๆ อยู่กันไปแบบนี้ เพราะว่าไม่มีงบมาตกแต่งซะที ถ้าใครได้ติดตามเรื่องราวการสร้างบ้านของปุ้ยจะรู้ว่า กว่าจะมาเป็นห้องๆ นี้ในวันนี้ มันผ่านอะไรมามากมายค่ะ มีปัญหาตั้งแต่คราวที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน เราต้องมารับชะตากรรมจากช่างทาสี ที่รู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ เลวร้ายสุดๆ คือ เราย้ายเข้ามาอยู่มานอนแล้ว สีก็ยังทาไม่เสร็จ แต่จำเป็นต้องย้ายเพราะว่า สัญญาเช่าคอนโดหมด (เป็นภาพที่ไม่น่าดู เลยต้องทำสีเป็น Sepia ค่ะ 555) ภาพที่เห็นเราต้องใช้เตียงเก่าของสามี (ที่เค้าบอกว่านอนมาตั้งแต่เด็ก) ขนมาจากบ้านแม่ ส่วนของที่แพ็คมาจากคอนโดก็ต้องเอาถุงพลาสติกคลุมไว้ เพราะกลัวฝุ่นและสีหกใส่ อีกทั้งยัง Unpack ไม่ได้ จะทำอะไรก็ลำบากมากค่ะ อยู่กันสภาพนี้ 2 สัปดาห์กว่าช่างทาสีจะยอมมาทาสีต่อ แล้วก็พอทาสีเสร็จ ออกมาย่ำแย่กว่าที่คิดไว้เยอะ จนหมดกำลังใจจะทำอะไรต่อ เพราะเงินก็หมด แต่ก็อดทนค่ะ ต่อมาพอบ้านเสร็จ ช่างทุกอย่างออกจากบ้านไป เราก็ไปซื้อราวแขวนผ้าราคาถูกๆ อันละ 100 - 200 กว่าบาท มาติดผนัง เพื่อให้อยู่ได้  แล้วก็มีเฟอร์นิเจอร์จากคอนโดนิดหน่อยที่ขนมาใช้ต่อที่บ้าน สภาพเป็นแบบนี้ก็อยู่กันมา 1 ปีเต็มๆ เวลาใครไปใครมา ก็ไม่ค่อยอยากให้เข้ามาดูห้องนอน เพราะว่า “อาย” ค่ะ (ห้องนอนเป็นห้องที่อยู่ชั้นล่าง ใครๆ ก็ชอบถามว่าห้องอะไร จะขอดู) สามีเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ค่ะ เค้าอยู่ได้ (เราก็ต้องอยู่กับเค้า แบบจำยอม) แต่ปุ้ยฝันมาตลอดว่าอยากทำห้องนี้ให้มันออกมาดี มันควรเป็นห้องที่เราอยากอยู่ที่สุดในบ้าน มันคือ ห้องของเรา โอเค ขอจบดราม่าแค่ตรงนี้ ต่อไปจะเล่าถึงการรีโนเวทห้องให้ฟังค่ะ --------------  ภาพก่อน การรีโนเวท -------------- ภาพ Before ทุกๆ มุมของห้องก่อนทำการ Renovate การรีโนเวทครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ให้สวยงามเท่านั้นค่ะ แต่เป็นการรีโนเวทพฤติกรรมที่ควรปรับเปลี่ยนให้ไปในทางที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นด้วย ได้แก่ - การหันเตียงนอนให้ถูกต้อง (อยากเปลี่ยนมานานแล้ว แต่ว่าไม่มีใครช่วยย้ายเตียง) - การทิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็น - การจัดระเบียบเสื้อผ้าและสิ่งของ - การจัดให้เป็นหมวดหมู่และให้หยิบใช้สะดวก - การตกแต่งบรรยากาศห้องให้ดูสวยงาม น่าพักผ่อน - และผลลัพธ์ คือ การเปลี่ยนแปลงชีวิตแบบที่ปุ้ยคาดไม่ถึง อันดับแรกเลย คือ ปุ้ยซื้อตู้เสื้อผ้าเผื่อมาจัดระเบียบข้าวของในห้องค่ะ ฝันมานานแล้วอยากทำตู้เสื้อผ้าใต้บันได (ก็เลยเป็นหนึ่งเหตุผลที่ออกแบบให้มีบันไดในห้อง) ซึ่งปุ้ยตั้งใจจะให้เป็นตู้เสื้อผ้าแบบเปิดโล่ง (Open Closet) ซึ่งคนไทยมักจะเรียกว่า ตู้เสื้อผ้าวอร์คอิน (Walk-in Closet) จากการเดินสำรวจตลาดเฟอร์นิเจอร์หลายๆ ที่ ปุ้ยก็ตกลงปลงใจกับดีไซน์รุ่น ILLUSION SERIES เป็นโครงอลูมิเนียมพ่นสีดำ บานไม้อัด หน้าบานพ่นไฮกลอส และชั้นวางสีไม้ ปุ้ยคิดว่าดีไซน์นี้มันดูเหมาะกับผู้ชายมากค่ะ (จริงๆ เค้ามีสีขาวด้วย) ตู้นี้ปุ้ยได้มาจากอินเด็กซ์ (Index Living Mall) ก่อนจะคำนวณราคา เค้าจะมาวัดพื้นที่จริง แล้วก็ออกแบบก่อนว่าต้องใช้เสาสูงเท่าไหร่ จะแต่งส่วนได้กี่ล็อก แล้วจะใช้ฟังก์ชั่นอะไรใส่ลงไปได้บ้าง สำหรับพื้นที่เล็กๆ ใต้บันไดนี้ พื้นที่ใช้งานจริงที่สามารถติดตั้งได้ คือ 1.8 เมตร ความสูงไล่ระดับด้วย เค้าต้องมาวัดอย่างละเอียดเลยค่ะ เสร็จแล้วก็ออกแบบสามมิติ แล้วก็ตีราคาออกมาตามชิ้นอุปกรณ์ที่ใช้ ราคาคิดแยกเป็นชิ้นๆ เลย ส่วนการติดตั้งก็ง่ายมาก ทั้งชุดนี้ช่างจากอินเด็กซ์มาติดตั้ง 3 คน ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เองค่ะ - เสาอลูมิเนียม+ชุดปรับขา 4x1,995 = 7,980 บาท - ชุดข้อต่อเข้าผนัง 4x590 = 2,360 บาท - แผ่นชั้นไม้ 80x40 cm = 600 บาท
- ชุดราวแขวนเสื้อสแตนเลส 40 cm 2x490 = 980 บาท - ชุดราวแขวนเสื้อสแตนเลส 60 cm = 690 บาท - กล่องบนบานเปิดขึ้น 60 cm = 5,090 บาท - ลิ้นชัก 3 ชั้น 60 cm =10,900 บาท
- ลิ้นชักแขวนกางเกง 80 cm = 4,290 บาท - ตัวรับชั้น 6x690 = 4,140 บาท - ตัวยึดโครงตู้กับเสาอลูมิเนียม 3x590 = 1,770 บาท - แผ่นชั้นราวแขวน 40x40 cm  2x310 = 620 บาท รวมทั้งสิ้น 39,420 บาท เดิมทีแล้วตั้งงบกับตู้ไว้แค่ 15,000 บาท เกินมา 2 เท่านิดๆ 
สำหรับใครที่อยากได้ตู้แบบนี้ ถ้าไม่เอากล่องบานปิด หรือลิ้นชัก ก็น่าจะใช้งบประมาณ 20,000 
แต่ปุ้ยอยากให้มีลิ้นชักเพราะอยากให้ดูเป็นระเบียบ และให้มีส่วนที่เก็บของกันฝุ่นด้วย
ถ้าใครไปซื้อ เค้าจะเคาะราคามา แล้วถ้าเราไม่อยากได้ชิ้นไหน ก็ตัดออกได้ค่ะ เค้าก็จะไปทำราคามาให้ใหม่อีกรอบ โครงสร้างของตู้เสื้อผ้านี้ เป็นแบบปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้เอง (Flexible) ดังนั้นเราอาจจะตั้งงบเพื่อซื้อโครงและฟังก์ชั่นจำเป็นมาติดตั้งก่อน และ ข้อดีคือ ในอานาคต ถ้าเราอยากเพิ่มชั้นวาง ก็ซื้อมาเพิ่มเองได้ ส่วนชั้นวางที่ติดตั้งแล้ว สามารถถอดและ เปลี่ยนระดับความสูงได้เองค่ะ ปุ้ยลองทำดูแล้วไม่ยากนะ ไหนๆ จะจัดทั้งที่ก็ถือโอกาสทำทีเดียวเลย เฟอร์นิเจอร์ย้ายออก แล้วก็ติดวอลเปเปอร์ ด้วยค่ะ (แต่ปุ้ยติดวอลเปเปอร์หลังติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ก็ทำได้ไม่ยากค่ะ เพราะว่าตู้ไม่ได้เป็นบิวท์อิน แค่ยึดติดผนังไว้แบบ เคลื่อนย้ายได้) การติดวอลเปเปอร์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ช่างทาสีแสนห่วย (ที่เกริ่นไว้ตอนแรก) ทาสีไม่เรียบทำให้ห้องนอนของเราเป็นสไตล์ลอฟท์ ดูไม่เรียบร้อย ส่งผลให้เวลานอน รู้สึกไม่ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ 
หลังติดวอลเปเปอร์ แล้วช่วยให้ห้องดูสะอาดตาขึ้น แสงในห้องและเทคเจอร์จะดูดีขึ้น เรียบร้อยและดูมีฟิลลิ่งมากขึ้นเยอะเลยค่ะ รูปตู้เสื้อผ้า ก่อนติดตั้งวอลเปเปอร์ รูปตู้เสื้อผ้า หลังติดตั้งวอลเปเปอร์ มุมใต้บันได ดูดีขึ้นหลังจากติดตั้งตู้เสื้อผ้าแบบ Open Closet และติดวอลเปเปอร์ลาย Dandy Check (จาก Zaran Wallpaper) ส่วนผนังที่เหลือเป็นลายเรียบๆ เพื่อส่งเสริมให้ลายหลักของเรา ดูดโดดเด่น ผนังส่วนอื่นๆ จึงเป็นสีเบจอ่อนๆ ที่มีเทคเจอร์วิ้งๆ รับกับแสงไฟ สวยงามมาก ช่วยให้ห้องดูแพงขึ้น ดูหรูขึ้นได้จริงค่ะ 
แอบแต่งแสง ด้วยโคมไฟเส้น LED เพิ่ม (ขอรีวิวท้ายกระทู้) ทำให้มุมนี้ดูหรูหรา น่าสนใจขึ้นเยอะเลย ทีนี้มาพูดถึงฟังก์ชั่นการจัดเก็บที่ปุ้ยออกแบบไว้ให้สามี กันค่ะ เทคนิคการจัดระเบียบ ที่ได้ไอเดียสรุปมาจาก ทฤษฎีของ KonMari method (นักจัดระเบียบชื่อดังของญี่ปุ่น) และ Kyoko Ikeda (จากหนังสือชื่อ ทำไงดี! อยากจัดห้องให้เนี้ยบๆ) ดังนี้ 1. ทิ้งของที่ไม่จำเป็น หรือถ้าเลือกไม่ถูก คือ ของที่พอเห็นแล้วทำให้ใจเต้น (Spark Joy) ให้เก็บไว้ 2. อย่าเก็บของที่คิดว่าจะได้เอามาใช้สักวัน เพราะคำว่า “สักวัน” จะไม่มีวันมาถึง 3. อย่าให้ใครเข้ามาดูตอนเราทิ้งของ เพราะเค้าจะบอกว่าอย่าทิ้งเสียดาย (ใส่ถุงดำมัดเงื่อนตายไว้เลย) 4. การตัดใจจากสิ่งของง่ายๆ โดยการไว้อาลัยกับสิ่งของ ด้วย “คำขอบคุณ” ที่เค้าได้รับใช้เรามา และขอให้เค้าจากไปอย่างมีความสุข 5. จัดของที่เหลือ ตามหมวดหมู่การใช้งาน และพับเข้าที่ให้เป็นระเบียบ 6. ของทุกอย่างต้องมองเห็น จะได้หยิบมาใช้ได้ ไม่ลืมว่าไว้ตรงไหน 7. การวางทุกอย่างแบบตั้งขึ้น จะทำให้เห็นง่ายขึ้น เพราะไม่ถูกชิ้นอื่นทับ 8. ที่สำคัญต้องหยิบใช้สะดวกด้วยนะคะ ตามที่เห็น จัดระเบียบให้หมดแล้ว ทุกอย่าง ตู้ Wall-in Closet นี้เอาอยู่ เนื่องจากห้องเราเล็กและก็ไม่ได้มีที่เก็บของมากนัก เพราะฉะนั้น ในห้องนี้ จะมีฟังก์ชั่น แค่สำหรับ การนอน เก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของสามี ส่วนของส่วนตัวของปุ้ย เก็บห้องอื่นค่ะ สำหรับห้องนี้ ตู้เสื้อผ้าเรามีพื้นที่จำกัด ตามที่เห็นว่ามีที่แขวนเสื้ออยู่แค่ราวเดียวเล็กๆ เราควรคัดเลือกเสื้อผ้าข้าวของ ทิ้งให้หมด  เอาให้เหลือ เท่าที่ใช้งานจริงๆ ของส่วนใหญ่เป็นของสามี ดังนั้นเราเป็นคนทิ้ง ไม่มีคำว่า เสียดาย 555 ข้อดีของสามีปุ้ย คือ เค้าเป็นคนสมบัติน้อยค่ะ ไม่ค่อยมีของสะสม และไม่บ้าแต่งตัว แต่ว่าบางทีก็ใช้ของบางอย่าง จนมันน่าจะหมดอายุขัยแล้ว ก็ยังไม่ปล่อยมันไปเกิดใหม่ค่ะ ข้าวของจะมี เสื้อเชิ๊ตใส่ไปทำงาน (12 ตัว) เสื้อเชิ๊ตที่ไม่ค่อยได้ใช้ (10ตัว) กางเกงใส่ไปทำงาน (6 ตัว) เสื้อลำลอง (10 ตัว) กางเกงลำลอง (8 ตัว) ถุงเท้า กางเกงใน และข้าวของส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ สิ่งที่เราจัดการ คือ ทิ้งเสื้อผ้าที่เก่าจนย้วย เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่แล้ว ทิ้งขยะพวกนามบัตร บิล ใบเสร็จ (ไม่รู้เก็บไว้ทำไม) แต่สิ่งที่เราแอบเก็บไว้ให้ คือ เสื้อเชิ๊ตไซส์ XXL เพราะตอนนี้เค้าผอมลง เหลือใส่ไซส์ L2 
จริงๆ ควรจะทิ้งไปเลย จะได้ไม่มีข้ออ้างในการกลับมาอ้วนอีก เพราะว่าไม่มีเสื้อใส่ ถ้าอ้วนอีกคราวหน้า ก็คือ ต้องถอดเสื้อไปทำงานแล้วหละ (เดี๋ยวเขียนกระทู้นี้เสร็จ จะเอาไปบริจาคเลย) ถ้าเห็นจากรูปจะรู้ว่าข้าวของเค้าน้อยมาก พวกเน็คไท เสื้อสูท ก็ไว้ที่ทำงาน รองเท้าหนังมีหลายคู่ก็ไว้ท้ายรถ จริงๆ ผู้ชายก็ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องแต่งตัวเยอะ (เพราะถ้าเยอะ เดี๋ยวจะแต่งหล่อไปจีบสาว) ถ้าคุณผู้ชายที่บ้านใครข้าวของเยอะ เราลองช่วยเค้าทิ้ง+จัดระเบียบก็จะช่วยให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นได้อีกเยอะเลยนะคะ ส่วนพวกเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใช้ เช่น เสื้อโค้ทหรือชุดสำหรับใส่ไปเที่ยวประเทศหนาวๆ เราก็พับเก็บใส่กรุไว้ในตู้ ถ้าจะใช้ ค่อยไปรื้อมาค่ะ ฟังก์ชั่นการใช้งานของตู้นี้ เหมาะมากสำหรับคนของไม่เยอะอย่างสามีเรา เพราะว่าถ้าเยอะจนแน่นเกินไป จะดูไม่ค่อยสวย เสื้อเชิ๊ตที่ใส่จริงๆ มี 12 ตัวเองค่ะ ที่แขวน 4 ตัว แล้วที่เหลืออยู่ในตระกร้าเตรียมซักอีก 3  ตัว ซักแล้วยังไม่ได้รีด อีก 5 ตัว (กระจายอยู่ตาม Process การซัก-ใส่) ไม้แขวนเสื้อ สีดำซื้อมานานแล้ว แต่ไซส์เล็กเหมาะกับเสื้อผู้หญิง และสีแดงเป็นไซส์ใหญ่เหมาะกับเสื้อของผู้ชายมากกว่า ไม่แขวนทั้ง 2 แบบจากอินเด็กซ์ (ไซส์ใหญ่สีดำเค้าก็มีนะคะ แต่สีแดงนี่ได้รับมรดกมาจากบ้านพี่สาวค่ะ พอมาวาง ก็ดูเด่น กลายเป็นกิมมิกไปอีกแบบ) ปุ้ยประยุกต์ใช้จากกล่องตะแกรงลวดสีดำ ที่ใช้สำหรับใส่ของในสำนักงาน และกล่องลิ้นชักจิ๋วใสๆ ทั้งนี้หมดนี้ก็ซื้อจากอินเด็กซ์ แต่ละชิ้นประมาณ 29 - 199 บาท ไม่เกินนี้ค่ะ มุมสะสมเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ 
อันนี้ไม่ได้สนับสนุนนะคะ แต่ว่าเค้าขอไว้ เค้าอยากได้ ความฝันของเค้า ปุ้ยก็เลยไปซื้อ ที่วางขวดไวน์อะคริลิก มาให้ใช้ไปก่อน ซื้อจากอินเด็กซ์ ราคา 890 บาท ปกติจะชอบซื้อเวลาไปดิวตี้ฟรี ก่อนหน้านี้ซื้อเยอะมาก ช่วงนี้ก็เลยสั่งงด ตอนนี้เหลือแค่ขวดเดียวที่กินไม่หมดค่ะ ถัดมา ที่แขวนกุญแจ สามารถนำมาประยุกต์ใช้แขวนแว่น กับเครื่องประดับได้ด้วย ซื้อจากอินเด็กซ์ เหมือนกันค่ะ แต่ปุ้ยลืมจดราคาไว้ กล่องลิ้นชักพลาสติกจิ๋วๆ ใสๆ จากอินเด็กซ์ ราคา 99 บาท Accessories พวกหมวกกับสายเอี๊ยม ปุ้ยซื้อมาให้เค้าเอง เห็นแล้วชอบ ปุ้ยประยุกต์ใช้ไม้แขวนกระโปรง เอามาแขวนให้ค่ะ ก็ดีเก๋ดีนะ จริงๆ แขวนพวกเนคไทกับโบว์ไทได้ด้วยค่ะ ส่วนต่อมาเป็น ลิ้นชัก แขวนกางเกง อันนี้ปุ้ยชอบเป็นการส่วนตัว ก็เลยเอาฟังก์ชั่นนี้มาใส่ ช่องใส่ของเหนือชั้นแขวนกางเกง ปุ้ยเอากล่องกระดาษ มาไว้เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ โดยแยกตามประเภทและเขียนป้ายชื่อติดไว้ อย่างชัดเจน จริงๆ กล่องนี้ซื้อมานานมากแล้วตอนอยู่คอนโด พอย้ายบ้าน เกือบจะทิ้งแล้ว พอดีไซน์ตู้มีสีน้ำตาล เลยนึกขึ้นได้ ไปหยิบมาใช้ มันก็ดูเข้ากันได้พอดีเลยค่ะ กล่องอเนกประสงค์จากอินเด็กซ์ ราคา 139 บาท ถัดมาเป็นตะกร้าใส่เสื้อผ้าเตรียมซัก จากอินเด็กซ์ ราคา 469 บาท อันนี้ก็ชอบค่ะ 
ใช้ของอินเด็กซ์ มาหลายอันแล้ว พอเจออันนี้ ก็ปิ๊งเลย เหมาะกับสไตล์ห้องนอนห้องนี้สุดๆ เพราะเป็นสีดำขอบขาว แล้วก็มีแยก 2 ส่วน คือ ผ้าสีเข้มกับผ้าสีอ่อน   ส่วนอีกใบเป็นถังขยะ 20 ลิตร จากอินเด็กซ์ ราคา 359 บาท แน่นอนเลือกมาเพราะดีไซน์เข้ากับห้อง เป็นสีดำ แล้วปุ่มกดสีเงินค่ะ ถังนี้ปุ้ยประยุกต์มาใส่ ถุงเท้าที่ใส่แล้ว เตรียมเอาไปซัก แล้วภายในใส่ถุงใส่ผ้าแบบที่มีหูหิ้ว ขนาดพอดีกับถัง เวลาไปซัก ก็หิ้วไปแต่ถุงใส่ผ้าด้านในค่ะ
 ไอเดียนี้ทำให้ แยกถุงเท้าออกจากเสื้อผ้าอื่นๆ แล้วก็ยังเก็บได้มิดชิด ดูสวยงามด้วยค่ะ ชุดลำลอง ประกอบด้วย เสื้อยืด เสื้อบอล กางเกงบอล กางเกงขาสั้น คือ ชุดที่เค้าใส่ในวันหยุดค่ะ พับๆๆ ให้เรียบร้อย แล้วก็วางเก็บแบบตั้งไว้ จะได้เห็นครบทุกตัว ปุ้ยพยายามพับโดยหันมาร์คของเสื้อออกมาให้เห็นชัดๆ เพราะว่า บางทีเค้ามีเสื้อสีเดียวกันหลายตัว 
ส่วนเสื้อเชิ๊ตในลิ้นชัก ก็เช่นกันค่ะ พับแล้วหันวางในแนวตั้ง ไอเดียของการจัดของ นอกจากจะทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญ เราจะต้องมองเห็นของทุกชิ้น เพื่อที่จะไม่หลงลืมว่า มีมันอยู่ และละเลยที่จะหยิบมาใช้ รวมถึง ช่วยแก้ปัญหา “การหานู่นนั่นนี่ไม่เจอ” ค่ะ อีกไอเดียหนึ่งที่เก็บมาจากเว็บของฝรั่ง แล้วรู้สึกว่าน่าจะเวิร์คสำหรับสามี คือ การจัดระเบียบอุปกรณ์ชาร์จแบ็ตโทรศัพท์มือถือ เพราะว่า ปุ้ยต้องหงุดหงิดทุกวัน ที่จะมาเก็บให้ คือไงรู้มะ เค้ามีโทรศัพท์ หลายเครื่อง ไหนจะแท็บเล็ตอีก แล้วเวลาชาร์จก็กองบนพื้น พอออกไปทำงานแล้ว พวกสายชาร์จ ปลั๊กพ่วง ก็กองระเกะระกะ บนพื้นนั่นแหละ จะกวาดจะถูอะไรก็ลำบาก (ขอบ่นให้เถอะค่าาาา) เชื่อว่าหลายคนประสบกันปัญหานี้ค่ะ ปุ้ยก็เลยจัดระเบียบให้โดยการซ่อนพวกปลั๊กและสายชาร์จไว้ในลิ้นชัก และก็ม้วนเก็บให้เป็บระเบียบ แบ่งเป็น 2 ลิ้นชัก จะได้ไม่ทับกัน หรือพันกันสะเปะสะปะ ชั้นบนไว้ชาร์จพวกโทรศัพท์มือถือ ส่วนลิ้นชักล่างไว้ชาร์จแท็บเล็ต ซึ่งมีขนาดใหญ่และกินที่มาก แบบนี้ แก้ปัญหาชีวิตระเกะระกะ สะเปะสะปะ ไปได้เยอะเลยค่ะ จบในส่วนของตู้เสื้อผ้าและการจัดเก็บข้าวของแล้วค่ะ เดี๋ยวมาต่อ มุมพักผ่อน กันค่ะ ยังไม่เหนื่อยกันใช่มั้ยคะ เรามาต่อกันที่ "มุมหลับพักผ่อน" ปุ้ยปรึกษากับสามี เราตัดสินใจขยายไซส์เตียงจากควีนไซส์ เป็นคิงไซส์ (เผื่อมีสมาชิกเพิ่ม) จะได้นอนกันสบายๆ เตียงคิงไซส์รุ่น GEHRY จากอินเด็กซ์ ราคา 21,900 บาท ปุ้ยชอบรุ่นนี้ ตรงที่เป็นผิวบานไม้ไฮกลอสเงาวั๊บสีน้ำตาลดำ (ชอบสีนี้มากว่าน้ำตาลแดงอันเก่าเยอะเลย) ตรงขอบด้านหัวเตียงมีคิ้วขอบสีทองเหลือง ชอบตรงนี้ที่สุดค่ะ ทำให้ดูหรูหราขึ้น ส่วนรุ่นนี้ไม่มีหัวเตียง ก็ช่วยให้ดูเป็นระเบียบไม่รก 
แต่ปุ้ยเอาเบาะรองนั่งสีเบจขลิบขอบสีดำ มาวางไว้ ช่วยให้เตียงดูนุ่มนวลขึ้น เวลาพิงอ่านหนังสือก่อนนอนก็ดีเลยค่ะ มุมเตียงนอน ปุ้ยย้ายหัวเตียงมาไว้ฝั่งทิศเหนือค่ะ พอเปิดประตูห้องเข้ามา ก็จะเจอเตียงหันออกมา
ปุ้ยก็ย้ายมานอนด้านซ้ายของเตียง (ด้านขวาของรูป) ซึ่งปุ้ยเคยรู้มาว่า ถ้าแต่งงานกัน ภรรยาควรนอนซ้าย สามีนอนขวา คราวนี้พอย้ายมาฝั่งนี้ปุ้ยเลยขอนอนทางซ้าย ส่วนสามีก็นอนฝั่งที่ติดกับตู้เสื้อผ้า ซึ่งเค้าจะได้หยิบใช้ของส่วนตัวเค้าได้สะดวกเลย ที่สำคัญต่อไปนี้ปุ้ยจะไม่ต้องเดินอ้อมไปขึ้นเตียงไกลๆ อีกแล้วววว นี่คือ ผลพลอยได้ที่แฮปปี้สุด โต๊ะข้างเตียง เรางบไม่พอ ก็เลยไปเอาโต๊ะที่เคยซื้อไว้หลายปีแล้ว สีเข้ากัน มาวางด้านขวาของเตียง ด้านขวา (ด้านที่สามีนอน) ไม่มีโคมไฟ เพราะว่าสามารถใช้ไฟตรงโครงเสาตู้เสื้อผ้าได้ ปุ้ยติดตั้งโคมไฟ LED แบบที่เปิด/ปิดด้วยระบบสัมผัสที่ โคมเลย สะดวกสุดๆ (ใครสนใจเดี๋ยวโพสต์รีวิวโคมไฟ ให้นะคะ) วอลเปเปอร์จาก Zaran Wallpaper สีเบจอ่อนๆ ช่วยให้ผนังดูนุ่มนวลขึ้น และมีเทคเจอร์ลายผ้า แซมกลิตเตอร์วิ้งๆ แบบกระจายห่างๆ ช่วยให้ดูหรูหราขึ้น ราคาตรม.ละ 350 - 550 บาท ส่วนด้านซ้ายที่ปุ้ยนอน เอาเก้าอี้ม้านั่งสีดำมาใช้วางของ (ม้านั่ง จากอินเด็กซ์ 199 บาท) 
และมุมนี้เพิ่มไฮไลท์ด้วยการเอาโคมไฟ ที่มีดีไซน์เข้ากับเตียงมาวางไว้ค่ะ ทำให้มุมนี้ดูดีขึ้นมาทันตาเลย โคมไฟ ตั้งพื้น รุ่น ROARKE จากอินเด็กซ์ ราคา 1,430 บาท ขาโคมเคลือบสแตนเลส และหุ้มหนังสีน้ำตาล
ปุ้ยชอบโคมไฟอันนี้ เพราะนอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว ยังฟังก์ชั่นมี ที่เปิด/ปิด แบบเชือกดึง สะดวกดี เบาะรองนั่ง จากอินเด็กซ์ ราคา 199 บาท หมอนอิง จากอินเด็กซ์  สีดำ คำว่า Rock ตกแต่งด้วยหมุมสีทอง 139 บาท ผ้าปูสีเขียวขี้ม้าและผ้านวมสีเบจทอง ได้มาจากการช็อปปิ้งงาน บ้านและสวนแฟร์ เซ็ทละ 3,990 บาท ส่วนมุมด้านบนจริงๆ อยากเอาตู้แขวนบานไฮกลอสหรือบานกระจกเงา มาแขวน ไว้เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ว่างบเราหมดแค่นี้จริงๆ ค่ะ อีกด้านผนังของห้อง เป็นหน้าต่างบานใหญ่ รอเก็บตังค์ซื้อผ้าม่านสวยๆ มาเปลี่ยนค่ะ 
อันนี้รับมรดกจากบ้านพี่สาวมา ขนาดไม่พอดี ตอนแรกมีเอามาแปะเพิ่มให้มันบังหน้าต่างให้มิดๆ แต่พอติดวอลเปเปอร์ดึงออกมา ยังไม่ได้ติดกลับเข้าไป ส่วนผนังตรงชานบันได ปุ้ยกำลังคิดว่าจะหานาฬิกาเก๋ๆ มาแขวน แต่ยังไม่เจอที่ถูกใจ (อยากได้สไตล์ที่ดูคลาสสิก แบบเรียบๆ ) ถ้าแขวนนาฬิกาตรงนี้ เวลาตื่นมาจะได้ดูเวลาพอดี
 ด้านล่างนานาฬิกาลงมา ก็คิดๆ ไว้ว่าจะหาชั้นวางของเล็กๆ มาวางพวกขวดน้ำหอมที่สะสมไว้ค่ะ สรุปค่ะ งบที่ใช้ไปในห้องนี้ก็ ราวๆ 66,000 บาท (ไม่รวมค่าเสื่อกับวอลเปเปอร์) ซึ่งเกินจากงบที่ตั้งไว้มา 11,000 บาท ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารงบ แต่ว่ายังไงก็ได้ความถูกใจและลงตัวมากๆ ค่ะ ถือว่าคุ้มค่ากับความพยายาม ไม่รู้ว่าสามี เค้าดีใจแค่ไหน เพราะว่าไม่เคยถาม แต่ตอนนี้ก็นอนห้องสวยๆ นี้มา 1 สัปดาห์แล้วค่ะ มาดูเปรียบเทียบกันแบบชัดๆ ว่าเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆ ที่อ่านกันมาจนจบนะคะ กระทู้นี้ใช้ความพยายาม (ความถึก) อย่างมากเลย เพราะว่าถ่ายรูปยากมาก ปุ้ยถ่ายเองค่ะ ปกติห้องอยู่ในมุมที่ไม่ค่อยโดนแสง ต้องรอจังหวะวันที่แดดออกจ้าๆ เลย แถมห้องก็แคบ เลนส์ที่ยืมพี่สาวมาก็แบบว่าถอยจนสุดหัวติดผนังอีกฝั่งแล้วก็ยังเห็นมุมกว้างสุดแค่นี้ สรุปถ่ายอยู่ 5 วัน ถ่ายแล้วถ่ายอีก กดชัตเตอร์มา 3,000 กว่ารูป เลือกมาใช้ไม่ถึง 30 รูป 555 หลายคนอาจจะคิดว่า ห้องสวยเพราะถ่ายรูปสวยรึเปล่า บอกเลยว่า ไม่ใช่ค่ะ เพราะว่า ของจริงสวยกว่าในรูปมากๆ แต่ว่าความสามารถในการถ่ายรูปก็ไม่ได้มีมากมาย ใช้พยายามสุดๆ แล้วได้แค่นี้จริงๆ ระหว่างทาง มีแมวๆ เจ้าขนมผิง เจ้าก้อนเมฆ และเจ้าปลาทู แวะเวียนกันมาให้กำลังใจ พร้อมป่วนเล็กๆ ค่ะ ก่อนจะจบกระทู้ ขอสรุปบางอย่างแต่สำคัญมาก ที่ปุ้ยมีหยอดไว้เล็กๆ ตอนต้นกระทู้ว่า นี่ไม่ใช่แค่การรีโนเวทห้อง แต่มันคือ การรีโนเวทชีวิต หมายถึง ชีวิตคู่ค่ะ
 ปุ้ยไม่อายที่จะเล่าว่า เมื่อก่อน เราทะเลาะกันบ่อยมาก จนปุ้ยได้สังเกตและตระหนักถึงพฤติกรรมการทะเลาะของเรา (หลังอยู่ห้องรีโนเวทมา 1 สัปดาห์) สาเหตุก่อนหน้าที่ทำให้เราทะเลาะกันเพราะว่า - บรรยากาศในห้องเก่า มันไม่ทำให้จิตใจสงบ ไม่ผ่อนคลายค่ะ - ปุ้ยแทบจะไม่อยากเข้ามานอน และไม่อยากจะตื่นมาพบบรรยากาศแย่ๆ ในห้องเก่า - บรรยากาศที่ไม่ดี ทำให้จิตใจเราเครียด และทำให้หงุดหงิดง่าย - ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน มักจะทะเลาะกัน “ในห้องนอน” และปุ้ยมักจะเริ่มต้นประโยคว่า “เบื่อ” แต่ตอนนี้ชีวิตคู่เรา ถูกรีโนเวทไปพร้อมๆ กับห้องนอนห้องนี้
ทุกวันนี้พอเข้าห้องนี้ จะอารมณ์ดี คุยกันดี เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนว่า ชีวิตคู่ของเรา “แฮปปี้” กันมากขึ้น และปุ้ยเพิ่งเข้าใจก็วันนี้เองว่า การอยู่ในที่ดีๆ ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ได้จริงๆ ค่ะ ถ้าใครอยากจะเอาใจสามีหรือภรรยา หรือกำลังประสบปัญหาชีวิตคู่ ลองใช้วิธีการรีโนเวทห้อง สร้างบรรยากาศของความสุขแบบนี้ ปุ้ยเชื่อว่า อะไรๆ มันจะต้องดีขึ้น หรือใครที่อยู่คนเดียว ลองหาโอกาสรีโนเวทห้องนอน ก็มันเหมือนได้รีโนเวทชีวิตของเราไปด้วย เพราะชีวิตถ้าได้หลับสบาย และพบความสุขตั้งแต่ตอนลืมตาตื่น วันทั้งวันของเรา ก็จะมีความสุขค่ะ บอกเลยว่าจบห้องนี้แล้วมีความสุขมากๆ เวลาได้นอนห้องสวยๆ มันช่างดีอย่างงี้นี่เอง สุดท้ายนี้ขอบคุณสามีที่ตามใจ ให้เราจัดระเบียบ เลือกเฟอร์นิเจอร์ตามใจเรา ไม่มีขัด ซักนิด หวังว่าจะชอบของขวัญชิ้นนี้ ที่ภรรยาทำให้ด้วยความรักและความตั้งใจ <3
  แม้จะไม่เอ่ยปากชม แต่ดูก็รู้ว่า “ชอบใจ” อยู่ไม่น้อยค่ะ ต่อจากนี้เก็บตังค์/หางบ กันต่อนะคะ จะมาตกแต่งแบบ DIY กันอีก ที่บ้านยังเหลือห้องมาให้เพื่อนๆ อ่านรีวิวเป็นไอเดียกันอีกเยอะ ทั้งห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องซักรีด ห้องกินข้าว ทางเข้าบ้าน ห้องแต่งตัว ยังไม่ได้ทำเลยค่าาา เอาเป็นว่า พบกันใหม่กระทู้หน้าแล้วกันค่ะ มีอะไรดีๆ มา DIY ให้ดูกันอีก รับรอง บั๊ยบายค่าาา เพิ่มเติม จากที่ปุ้ยได้มีพูดถึงการติดตั้งไฟ LED ที่ช่วยทำให้ตู้เสื้อผ้าดูสวย และสว่างขึ้น รวมถึงเวลากลางคืนก็สามารถใช้เป็นไฟส่องสว่างแทนไฟหัวเตียงได้ด้วย มาเล่า DIY กันต่อ ในเรื่องการติดตั้งโคมไฟเส้น LED อเนกประสงค์ ซึ่งปุ้ยลองใช้ดูแล้ว คิดว่าเป็นโคมไฟที่ใช้งานง่ายๆ เพียงแค่เสียบปลั้ก และต่อเข้าเป็นเส้นยาวได้ตามที่เราต้องการ แล้วที่เวิร์คมากๆ ก็คือ ฟังก์ชั่นกันใช้งานเก๋ๆ ด้วยการเปิด/ปิดแบบสัมผัส โดยไม่ต้องต่อสวิตซ์ใดๆ เพียงแค่แตะที่โคมไฟก็เปิดปิดเองได้แล้ว เท่สุดๆ ไปเลย ที่สำคัญ คือ ดีไซน์ดูดี และแข็งแรงทนทานด้วยค่ะ ก่อนอื่นขอพูดถึงโปรดักซ์ที่เลือกมาใช้ในการ DIY นี้ก่อนค่ะ มี 2 แบบ 1) ขอเรียกว่า "ตัวแม่" Philips Linear wall lamp LED 1x3W ไฟตกแต่ง LED พร้อมหม้อแปลง รุ่น 30913 (Grey) สามารถใช้ตัวพ่วง รุ่น 30914 ได้เพิ่มอีก 3 ชุด 2) ขอเรียกว่า "ตัวลูก" Philips Linear wall lamp LED 1x3W ไฟตกแต่ง LED รุ่น 30914 (Grey) ซึ่งโคมไฟเส้น LED ชนิดนี้เป็นไอเดียที่เหมาะกับ - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่าง ที่ติดตั้งเองได้แบบง่ายๆ เพียงแค่เสียบปลั๊ก และยึดเส้นโคมไฟด้วยตะปูเล็กๆ หรือติดกาว 3m ก็ได้ เพราะน้ำหนักเบามากค่ะ - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่าง ที่อเนกประสงค์ใช้งานได้หลากหลายจุด ทั้ง อ่างล้างจาน ตู้เสื้อผ้า ไฟหัวเตียง โต๊ะเครื่องแป้ง เป็นต้น - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่างที่ถอดประกอบและเคลื่อนย้ายได้ง่าย อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการติดตั้ง - โคมไฟเส้นตัวแม่ + อะแดปเตอร์ - โคมไฟตัวลูก (หรือตัวพ่วง) - ตัวเชื่อมโคมไฟ ในเซ็ทให้มา 2 แบบ คือ แบบสำหรับต่อเชื่อมเป็นเส้นตรง กับแบบสายไฟ สำหรับต่อห่าง หรือต่อแบบหักมุม - ตัวยึดผนัง แถมมาให้พร้อมโคมไฟ - เทปกาว 2 หน้าสำหรับยึดโคมไฟกับผนัง - อุปกรณ์อื่นๆ ดินสอ กรรไกร ตลับเมตร สะพานไฟ เป็นต้น วิธีการติดตั้ง 1.   นำตัวแม่ (สังเกตจากมีขั้ว) ต่อด้านที่มีขั้วเข้ากับสายอะแดปเตอร์ 2.   ต่อตัวเชื่อมเข้าที่ตัวแม่อีกด้าน 3.   นำตัวลูก มาต่อเข้ากับตัวเชื่อม 4.   ทำซ้ำข้อ 2)-3) จนกว่าจะได้ความยาวที่ต้องการ 5.   ยึดอุปกรณ์ทั้งหมดเข้ากับผนังหรือพื้นที่ใช้งานด้วยเทปกาว 2 หน้า  หรือถ้าต้องการติดตั้งถาวรก็เจาะผนังแล้วใช้พุกและน็อตที่อยู่ในเซ็ทอุปกรณ์ 6.   เสียบปลั๊ก คำแนะนำในการติดตั้ง (หลังจากลองผิดลองถูกมาแล้ว) 1.  หากพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ แนะนำให้ติดตั้งโคมไฟแค่แถวเดียวหรือติดตั้งด้านในด้านหนึ่ง ไม่ควรติดตั้งมากกว่า 1 ด้าน เพราะแสงจะสว่างมากไป 2.  หากต้องการติดตั้งในผนังที่หันออกมายังผู้ใช้ แนะนำให้ติดตั้งโดยหันหลอดไฟขึ้นด้านบนหรือด้านล่าง ไม่ควรติดโดนหันหลอดออกมายังผู้ใช้งานโดนตรง เพราะแสงที่ส่องจะมีปริมาณมาก(แสงจ้า) ทำให้แสบตาได้ 3.   เมื่อติดตั้งตัวแม่แนะนำให้หันส่วนขั้วต่อเข้ากับสายอะแดปเตอร์ เพื่อให้ใช้งานเปิด/ปิดได้ตามฟังก์ชั่นที่ออกแบบไว้ 4.   หากติดตั้งตัวแม่โดยใช้ด้านที่ไม่มีขั้วต่อเข้าอะแดปเตอร์ ก็จะทำให้หลอดไฟเปิดอยู่ตลอดเวลา เหมาะสำหรับการใช้งานในกรณีที่มีหลายจุด และต่อปลั๊กจากตัวแม่ทุกจุดเข้ากับสวิตส์หรือสะพานไฟตัวเดียว แล้วสั่งเปิดปิดจากสวิตส์ตัวเดียวกันให้เปิดไฟพร้อมกันทุกจุดค่ะ วิธีการใช้งาน เปิด/ปิด ด้วยการแตะเบาๆ ที่โคมไฟตัวแม่ ก็จะสว่างทั้งเส้น (อย่าลืมเสียบอะแดปเตอร์เข้ากับปลั๊กไฟที่บ้าน) ลิงค์ VDO สาธิตการเปิด/ปิด มาเล่าถึงไอเดียการใช้งานกันค่ะ พอดีช่วงนี้ปุ้ยกำลังรีโนเวทห้องนอน ซึ่งในห้องจะมีตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in ที่ติดตั้งใต้บันได เป็นมุมที่ค่อนข้างมืด ดังนั้นก็เลยเอา Philips Linear wall lamp LED มาลองติดตั้ง และพบว่ามันเวิร์คมากค่ะ เพราะว่า โครงเสาของราวตู้เสื้อผ้า มีช่องตรงกลางพอดี (สำหรับยึดบาน) เริ่มต้น ปุ้ยลองเล่นดูก่อน ค่อยๆ ติดทีละชิ้น ทีละฝั่งค่ะ ลองเปลี่ยนตำหน่งไปเรื่อย ทำให้ค้นพบว่า ในพื้นที่ส่วนย่อยๆ หนึ่งส่วนเราควรวางหลอดไว้เพียงแถวเดียว หรือด้านเดียว เพื่อไม่ให้แสงไฟจ้าเกินไป และ สุดท้ายออกมาได้แบบนี้ พอติดไฟ LED แล้ว ดูสว่างและหรูหราขึ้นเอยะเลยค่ะ       ของจริงสวยมากค่ะ ช่วยให้แสงโดยรวมของมุมนี้ดูเด่น และหรูหราขึ้น หรือใครจะลองเอามาวางเป็นเส้นตามขอบผนัง ก็ช่วยให้ห้องดูหรูหรา น่าสนใจขึ้นมากเลยค่ะ ก่อนจะติดตั้งบนตู้เสื้อผ้า ปุ้ยลองเอามาฝึกประกอบ บนพื้นก่อน มันดูดีมาก เลยถ่ายรูปก็บไว้ค่ะ โดยรวมแล้ว ปุ้ยให้คะแนนไอเท็มเจ๋งๆ Philips Linear wall lamp LED เซ็ทนี้ 9/10 เลยค่ะ ถ้ามีหลากลายสีให้เลือกเข้ากับผนังและเฟอร์นิเจอร์นะคะ ปุ้ยจะให้คะแนะเต็มเลย ปุ้ยลองใช้งานแล้ว คิดว่าทุกคนสามรถติดตั้งเองได้ง่ายจริงๆ รวมถึงให้ความสวยงาม และปลอดภัย (ไม่มีโดนช็อต หรือมีสปาร์คค่ะ) อีกทั้งคุณภาพก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีและทนทานเลย (ทำตกหลายครั้ง ยังใช้งานได้ปกติ) พร้อมมีอะไหล่ในการติดตั้งให้มาพร้อมกับคู่มืออย่างดี หวังว่าใครที่กำลังมาหา ตัวช่วยในการเพิ่มแสงสว่าง หรือไอเท็มเก๋ๆ สำหรับตกแต่งห้อง จะถูกใจและลองหามาใช้งานกันดูนะคะ แล้วพบกันในกระทู้หน้านะคะ จะมาชวน DIY กันต่อ อีกค่าาา บั๊ยบายค่าาาา   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป คุณ PuY~isme  www.facebook.com/ilkePuYisme www.puyisme.com
25 แปลนบ้าน 3 ห้องนอน ใช้ได้ทั้งบ้านชั้นเดียวและคอนโด

25 แปลนบ้าน 3 ห้องนอน ใช้ได้ทั้งบ้านชั้นเดียวและคอนโด

แปลนบ้านชั้นเดียว 3 ห้องนอน สำหรับคนที่กำลังมองหาแบบบ้านชั้นเดียว วันนี้เรารวบรวมมาให้ชมถึง 25 แบบ ลองไปเก็บไอเดียกันเลย แบบบ้านชั้นเดียว ยังคงฮอตฮิตติดอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ ของคนอยากมีบ้านอยู่เสมอ เพราะความสะดวกสบายที่ทุกห้องสามารถอยู่ใกล้ชิดกันได้ อีกทั้งยังราคาประหยัดไม่ต้องลงเสาและคานชั้น 2 วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมี แปลนบ้าน 3 ห้องนอน จากเว็บไซต์ home-designing.com มาฝาก แถมยังสามารถนำไปปรับใช้เป็นแปลนห้องสำหรับคนที่อยู่คอนโดได้อีกด้วย 1. แปลนบ้านสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีสมาชิกประมาณ 3 คน และต้องการห้องนั่งเล่นที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดใช้สอยได้ตามความต้องการ อีกทั้งแต่ละพื้นที่ยังมีผนังกั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้นด้วย 2. ถึงแม้ขนาดของห้องนอนตามแปลนบ้านจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่อย่าลืมว่าบ้านหลังนี้ยังมีพื้นที่กลางแจ้งและห้องนั่งเล่นอันกว้างขวาง ที่เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ 3. เนื่องจากแปลนบ้านหลังนี้แบ่งพื้นที่ของห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ด้วยขนาดที่เท่า ๆ กัน ดังนั้นช่วยลดปัญหาของการเลือกห้องได้มากทีเดียว ทั้งยังมีห้องน้ำแยกให้ต่างหากด้วย 4. แปลนบ้านที่เหมาะกับการอยู่เป็นครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ๆ ด้วยกันเอง เพราะนอกจากจะมีผนังกั้นห้องส่วนตัวแล้ว ทุกคนยังสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นที่เคาน์เตอร์อาหารเช้า ห้องกินข้าว หรือห้องนั่งเล่น 5. แปลนบ้านที่จะทำให้ทั้งบ้านสว่างไปตลอดทั้งวัน เพราะแต่ละห้องต่างก็มีระเบียงส่วนตัว พร้อมทั้งหน้าต่างมากมายที่ช่วยให้แสงเข้าถึงพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น 6. ห้องนอนถูกกระจายออกไปตามมุมต่าง ๆ ของแปลน โดยมีห้องน้ำ ห้องนั่ง และห้องครัวคั่นกลาง ก็เลยทำให้ห้องนอนแต่ละห้องดูเป็นสัดเป็นส่วน และมีความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น 7. ส่วนแปลนบ้าน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมทั้งห้องนั่งเล่นกับห้องกินข้าวขนาดใหญ่ และมุมนั่งเล่นบนระเบียง เหมาะกับคนที่ชอบชวนเพื่อน ๆ มาปาร์ตี้กันที่บ้านมาก ๆ เลย 8. ห้องนอนขนาดใหญ่ที่ถูกจัดวางเอาไว้ตามมุมต่าง ๆ ของแปลนบ้านเช่นนี้ ก็จะช่วยให้แต่ละคนมีมุมส่วนตัวของตัวเองกันมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม 9. สำหรับห้องนอนขนาดใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัว แถมยังมีห้องครัวกับห้องกินข้าวขนาดใกล้เคียงกัน ถือเป็นออปชั่นที่น่าสนใจสำหรับแปลนบ้าน 3 ห้องนอนมากทีเดียว 10. แม้ภาพรวมของแปลนบ้านจะคล้าย ๆ กัน แต่หากสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่าทางเข้าของแปลนบ้านหลังนี้อยู่ทางตะวันออก พร้อมทั้งสลับตำแหน่งระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น เพื่อให้ห้องนอนได้รับแสงมากขึ้น 11. ถึงแม้ห้องน้ำจะค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับสัดส่วนของห้องอื่น ๆ แต่ก็ถือเป็นแปลนบ้าน 3 ห้องนอนอีกหนึ่งแปลน ที่ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วได้อย่างคุ้มค่าดีจริง ๆ 12. แปลนบ้านน่ารัก ๆ สำหรับครอบครัวเล็ก ๆ เพราะนอกจากจะมีห้องต่าง ๆ ครบครันแล้ว ยังเปลี่ยนห้องนอน 1 ใน 3 ห้องนี้ ให้เป็นห้องสำหรับทำการบ้านของเด็ก ๆ ได้ด้วย 13. บ้าน 3 ห้องนอน ก็สามารถปรับเปลี่ยนลุคให้ดูหรูหราขึ้นได้เช่นกัน หากพื้นที่ภายในบ้านมีขนาดกว้างขวางพอ จะจัดบ้านให้ดูโล่ง ๆ บรรยากาศปลอดโปร่งสบายตามแปลนบ้านนี้ 14. อีกหนึ่งแปลนบ้านสวย ๆ บนพื้นที่ขนาดเท่ากัน แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งห้องกับพาทิชั่นบางจุด แต่ก็ยังรักษาพื้นที่ใช้สอยเอาไว้ได้เท่าเดิม 15. แม้ห้องนอนจะดูเหมือนมีขนาดเล็ก แต่ก็ยังพื้นที่ให้ใช้สอยได้อย่างสะดวกสบาย แถมพื้นที่ส่วนรวมก็ยังดูกว้างขวาง เพราะไม่มีผนังมาจำกัดพื้นที่ใช้สอย 16. การวางเตียงนอน 2 เตียงไว้ในห้องเดียวกัน อาจทำให้ดูคับแคบไปถนัดตา แต่สำหรับแปลนบ้านแปลนนี้กลับยังมีพื้นที่เหลือให้ใช้สอยตามอัธยาศัย แถมการตกแต่งในภาพรวมก็ยังความรู้สึกคล้าย ๆ กับบ้านพักตากอากาศด้วย 17. แปลนบ้านในฝันของใครหลาย ๆ คนที่อยากจะมีห้องนอนใหญ่ ๆ พร้อมตู้เสื้อผ้าบิวท์อิน และห้องน้ำในตัว อีกทั้งยังมีห้องกินข้าวบรรยากาศสบาย ๆ ที่เป็นจุดเชื่อมต่อของทุกห้องด้วย 18. สำหรับแปลนบ้าน 2 ห้องนอน แต่มีถึง 5 เตียงนอนของบ้านหลังนี้ ถึงแม้จะใช้ตกแต่งบ้านพักตากอากาศชั่วคราว แต่ก็ต้องจัดสรรปันส่วนเวลาอาบน้ำไว้ให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องรอคิวเข้าห้องน้ำกันยาวเลย 19. แม้การวางชุดครัวไว้ในห้องปิด อาจจะเป็นเทรนด์บ้านที่ไม่ค่อยทันสมัยสักเท่าไรนัก แต่ก็ช่วยเก็บทั้งกลิ่นและเสียงระหว่างการทำอาหารแต่ละมื้อได้ดีทีเดียว 20. ข้อดีของห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ในแปลนบ้านหลังนี้ก็คือ แต่ละห้องมีพื้นที่กลางแจ้งเป็นของตัวเองด้วย นั่นก็คือระเบียงที่สามารถเดินออกไปได้โดยตรงจากห้องนอน รวมถึงในส่วนของห้องครัวด้วย 21. แปลนบ้านนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างออกไปเล็กน้อย ตรงที่ห้องนอน 2 ห้องแรกใช้ระเบียงร่วมกัน ในขณะที่ห้องนอนสุดท้ายมีระเบียงแยกออกมาเป็นส่วนตัว 22. แปลนบ้าน 1 ห้องนอนใหญ่ กับ 2 ห้องนอนเล็ก ซึ่งถึงแม้จะไม่มีระเบียง แต่ก็มีหน้าต่างอยู่ตามห้องต่าง ๆ ของบ้าน อีกทั้งยังมีห้องกินข้าวบรรยากาศปลอดโปร่ง เป็นจุดเชื่อมต่อจากทุกห้อง 23. นอกจากจะมีห้องนอนขนาดใหญ่แล้ว ยังมีมุมนั่งเล่นกลางแจ้งบนระเบียงถึง 2 ฝั่ง ตามมาด้วยห้องนั่งเล่นสุดกว้างขวาง ทำให้ห้องนอนทั้ง 3 ห้อง เทียบเท่ากับคอนโดหรู ๆ หนึ่งห้องเลย 24. แปลนบ้านตกแต่งด้วยโทนสีธรรมชาติ และมีตู้เสื้อผ้าซ่อนอยู่มากมาย ทำให้กลายเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกับการพักผ่อนหลังเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันมากเลยทีเดียว 25. ดีไซน์เรียบง่ายและดูสบายตา ทำให้ห้องและองค์ประกอบสำคัญที่อยู่ภายในบ้านดูเป็นระเบียบ อีกทั้งยังเงียบสงบมากทีเดียว แถมห้องนอนแต่ละห้องก็ยังมีระเบียงให้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์กันด้วย           แปลนบ้านแต่ละหลังน่าอยู่ทั้งนั้น อีกทั้งยังเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็กที่มีสมาชิกแบบพ่อ แม่ ลูก ก็หวังว่าไอเดียแปลนบ้านเหล่านี้จะเป็นแนวทางในการสร้างบ้านที่ดีให้กับใครหลาย ๆ คนได้นะคะ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  home.kapook.com