Tag : GRAND UNITY

8 ผลลัพธ์
“แกรนด์ ยูนิตี้” ลุยย่านพระราม 6 เตรียมเปิดรอบพิเศษ แนะนำคอนโดหรูสุดไพรเวทก่อนใคร กับโครงการ คาร่า อารีย์ – พระราม 6 (KARA Ari – Rama 6)

“แกรนด์ ยูนิตี้” ลุยย่านพระราม 6 เตรียมเปิดรอบพิเศษ แนะนำคอนโดหรูสุดไพรเวทก่อนใคร กับโครงการ คาร่า อารีย์ – พระราม 6 (KARA Ari – Rama 6)

แกรนด์ ยูนิตี้ เตรียมจัดรอบพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจ โครงการคอนโดมิเนียมล่าสุด “คาร่า อารีย์–พระราม 6” (KARA Ari-Rama 6) คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี บนทำเลศักยภาพย่านอารีย์-พระราม 6 ใกล้แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ แหล่งงาน สะดวกสบายในการเดินทางด้วยทางด่วนพิเศษศรีรัช ในราคาเริ่มต้น 11.5 ล้านบาท สัมผัสก่อนใคร 30–31 มีนาคมนี้ พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 300,000 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป   นายปัฐวิน วงศ์เสถียร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและการขาย บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ GRAND UNITY บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียมคุณภาพ ในเครือบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV เปิดเผยว่า แกรนด์ ยูนิตี้ เตรียมจัดงาน Soft Opening โครงการ “คาร่า อารีย์ – พระราม 6” (KARA Ari - Rama 6) เพื่อแนะนำลักซ์ชัวรีคอนโดมิเนียม แบรนด์ใหม่ล่าสุดกับลูกค้าที่แจ้งความสนใจเยี่ยมชม ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดย “คาร่า อารีย์ – พระราม 6” เป็นคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรซ์ 8 ชั้น ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว เนื่องจากโครงการมีเพียง 28 ยูนิต ตั้งอยู่ติดถนนพระราม 6 ซึ่งถือเป็นทำเลที่เชื่อมระหว่างย่านอารีย์กับพระราม 6 ที่มีทั้งแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ และแหล่งงานที่สำคัญพร้อมทั้งสะดวกสบายในทุกการเดินทาง เนื่องจากใกล้จุดเชื่อมต่อทางด่วนพิเศษศรีรัช พร้อมด้วยความสะดวกสบาย เช่น ที่จอดรถถึง 100% พร้อมระบบ Auto Parking ทำให้หมดกังวลเรื่องการวนหาที่จอดรถ ถือเป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยที่ใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง ในราคาเริ่มต้น 11.5 ล้านบาท   ทั้งนี้ โครงการ “คาร่า อารีย์ – พระราม 6” (KARA Ari - Rama 6) มีกำหนดจัดงาน Soft Opening ระหว่างวันที่ 30 – 31 มีนาคมนี้ ณ สำนักงานขายบริเวณชั้น 2 ภายในโครงการอารีย์ การ์เด้น ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียน พร้อมรับส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 300,000 บาท ได้แล้ววันนี้ที่ www.grandunity.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 652 4000 หรือ www.facebook.com/GrandUnityDevelopment      
“แกรนด์ ยูนิตี้” เผยแผนปี’62 ย้ำต่อเนื่องแนวคิด “Simply Makes  Sense.”

“แกรนด์ ยูนิตี้” เผยแผนปี’62 ย้ำต่อเนื่องแนวคิด “Simply Makes Sense.”

แกรนด์ ยูนิตี้ กางแผนธุรกิจปี 2562 เร่งตอกย้ำความสำเร็จแนวคิด “Simply Makes Sense. : ใช้ชีวิต…บนเหตุผลของคุณ” ชูการออกแบบและเลือกสรรวัสดุสำหรับการอยู่อาศัยบนพื้นฐานการใช้งานจริง พร้อมทำเลศักยภาพ ผ่านหลากหลายแบรนด์ใหม่ หลังปรับกลยุทธ์นี้ตั้งแต่ปี 2561 พบผู้บริโภคเข้าใจสิ่งที่นำเสนอหนุนแบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมเดินหน้าเปิดตัว 6 โครงการใหม่ หลากหลายเซกเมนต์ ตลอดทั้งปี มูลค่ารวมกว่า 9,600 ล้านบาท   นายวรวรรต ศรีสอ้าน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ GRAND UNITY บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียมคุณภาพ ในเครือบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV เปิดเผยว่า ในปี 2562 นี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าธุรกิจโดยเน้นต่อยอดความสำเร็จของแนวคิด Simply Makes Sense. : ใช้ชีวิต…บนเหตุผลของคุณ ซึ่งเปิดตัวในปีที่ผ่านมาแล้วได้ผลสำเร็จ เป็นอย่างดี โดยจากการสำรวจผลตอบรับหลังออกแนวคิดไป ผู้บริโภคที่ตอบแบบสำรวจรับรู้ในแบรนด์ของแกรนด์ ยูนิตี้เพิ่มขึ้น และยังรับรู้สิ่งที่ต้องการสื่อภายใต้แนวคิด เช่น การออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตให้เป็นคอนโดที่ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตได้สะดวกสบายตามเหตุผลของตัวเอง   สำหรับปีนี้ บริษัทฯ จะยังคงนำเสนอแนวคิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่องพร้อมเพิ่มความมั่นใจถึงคุณภาพ และการตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง ชูจุดเด่นด้านทำเลการออกแบบ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่ให้ความสำคัญกับการมอบอุปกรณ์มาตรฐานที่มีคุณภาพในทุก ๆ โครงการดังเช่นที่ผ่านมาเพื่อแสดงถึงความใส่ใจในการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น การติดตั้ง Tempered Glass หรือกระจกนิรภัยทั้งโครงการเพื่อมอบความรู้สึกปลอดภัยให้ผู้อยู่อาศัย และการติดตั้ง W/C Pod หรือ ห้องน้ำสำเร็จรูป เพื่อการดูแล และซ่อมแซมได้ง่าย ตลอดจนการให้พื้นที่สีเขียวในทุก ๆ โครงการ เพื่อการใช้ชีวิตในเมืองร่วมกับธรรมชาติได้อย่าง มีคุณภาพสูงสุด   “ปีที่ผ่านมา แกรนด์ ยูนิตี้ ได้ปรับกลยุทธ์พัฒนาเอกลักษณ์แบรนด์ให้ชัดเจนขึ้น ผ่านแนวคิด Simply Makes Sense. : ใช้ชีวิต…บนเหตุผลของคุณ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีด้านการรับรู้ ปีนี้บริษัทฯจึงเดินหน้าแนวคิดนี้ต่อ ตอกย้ำให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการเป็นคอนโดมิเนียมที่สะดวกสบาย ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเองได้ตามไลฟ์สไตล์ที่มีในพื้นที่ส่วนตัวใจบนทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ ที่เราเลือกสรรแล้ว”   ทั้งนี้ นายวรวรรต กล่าวเพิ่มเติมว่า แกรนด์ ยูนิตี้ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจ ในภาพรวม เพื่อการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน (Towards Sustainable Growth) จึงเดินหน้าธุรกิจให้เป็นไปตามกลยุทธ์ 3 ปีให้มีความชัดเจนขึ้น ตามทิศทางของบริษัทแม่อย่าง บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV ใน 5 ด้าน ไม่ว่าจะเป็น Optimization, Diversification, Supply Chain, Synergy, Opportunistic Investment ซึ่งมั่นใจว่าจะสร้างการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านผลการดำเนินการรวมถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้อย่างแน่นอน   ในขณะที่ นายปัฐวิน วงศ์เสถียร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและการขาย บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ GRAND UNITY เปิดเผยว่านอกจากการสร้างแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง แกรนด์ ยูนิตี้ ยังคงเดินหน้าในการเปิดตัวโครงการคุณภาพใหม่ ๆ เช่นกัน โดยในปี2562 มีแผนเปิดโครงการใหม่ จำนวน 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 9,600 ล้านบาท ซึ่งโครงการไฮไลท์ของปี ได้แก่ อนิล สาทร 12 (ANIL Sathorn 12) โครงการคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury โครงการแรกจากแกรนด์ ยูนิตี้ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านสาทร ติดสถานี BTS สายสีเขียว สถานีศึกษาวิทยา เป็นอาคาร 42 ชั้น จำนวน 222 ยูนิต มาพร้อมการออกแบบ และการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมในทุกๆ รายละเอียด และเป็นโครงการที่พักอาศัย แห่งแรกของไทยที่มีการยื่นขอ WELL Multifamily Precertification ตามมาตรฐาน WELL Building Standard จาก IWBI หรือ International WELL Building Institute ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยให้ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมภายในอาคารที่ดีต่อสุขภาพในระดับเดียวกับอาคารที่พักอาศัยชั้นนำระดับโลก ถือได้ว่าเป็นการกำหนดนิยามใหม่ของที่พักอาศัยในระดับบนแบบที่เรากล้าเรียกว่า Luxury Redefined   “นอกจากนี้ เรายังได้สานต่อความสำเร็จภายใต้แบรนด์ “เซียล่า” (CIELA) ที่ได้รับการตอบรับที่ดีในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเปิดตัวพร้อมกัน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ เซียล่า จรัญฯ 13 สเตชั่น (CIELA Charan 13 Station) คอนโดมิเนียมไฮไรส์ จำนวน 1 อาคาร 20 ชั้น 360 ยูนิต ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพบนถนนจรัญสนิทวงศ์ ติดสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีจรัญฯ 13 แบบ “0 เมตร” ในขณะที่ เซียล่า เจริญนคร (CIELA Charoen Nakhon) จะเป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์ 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน105 ยูนิต ตั้งอยู่บนถนนสมเด็จเจ้าพระยา ใกล้รถไฟฟ้าสายสีทอง ที่สามารถเชื่อมต่อกับทั้งสายสีเขียว และสายสีม่วงในอนาคต ตัวโครงการตั้งอยู่ในย่านแหล่งชุมชนเก่าที่มีเสน่ห์ มีความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะด้านอาหารการกินอีกทั้งยังใกล้กับแลนด์มาร์คของฝั่งธน อย่าง ไอคอน สยาม ซึ่งเซียล่าทั้ง 2 โครงการใหม่จะมาพร้อมการออกแบบพื้นที่ภายในโครงการเพื่อการอยู่อาศัยที่ สะดวกสบาย และครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก   อีกโครงการที่มีมูลค่าสูงที่สุดจากแกรนด์ ยูนิตี้ ในปีนี้ ได้แก่ เดนิม จตุจักร (DENIM Jatujak) คอนโดมิเนียมรูปแบบไฮไรส์ จำนวน 4 อาคาร รวม 1,813 ยูนิต ตั้งอยู่ซอยพหลโยธิน 18/3 สะดวกสบายในการเดินทาง ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้ทั้ง BTS สายสีเขียว เเละ MRT สายสีน้ำเงิน อีกทั้งยังรายล้อมไปด้วยแหล่ง ช้อปปิ้ง, ร้านอาหาร, คาเฟ่ และบริษัทชั้นนำต่างๆ นับว่าเป็นทำเลที่เติมเต็มให้ชีวิตมีความสมบูรณ์แบบในการ พักอาศัย และใช้ชีวิตสำหรับคนรุ่นใหม่   และอีกหนึ่งโครงการ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพย่านอารีย์ - พระราม 6 ได้แก่ โครงการ คาร่า อารีย์ - พระราม 6 (KARA Ari - Rama 6) คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี แบบโลว์ไรซ์ 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร เพียง 28 ยูนิต ใกล้ทางด่วนพิเศษศรีรัช ที่ทำให้สะดวกสบายในทุกการเดินทางมาพร้อมยูนิตใหญ่ และที่จอดรถ 100%   ปิดท้ายด้วยโครงการพิเศษ เดอะ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ ราชดำริ (The Private Residence Rajdamri) คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี แบบโลว์ไรส์ จำนวน 8 ชั้น 29 ยูนิต ที่ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางเมืองอย่างถนนสารสิน ห่างจาก BTS สถานีราชดำริ 500 เมตร ที่สำคัญคือเป็นที่ Free Hold ที่หายากมาก ๆ แล้วในทำเลย่านนี้ โดยเป็น ยูนิตขนาดใหญ่ มาพร้อมบรรยากาศเงียบสงบ เพียงข้ามถนนสารสินก็สามารถไปพักผ่อนที่สวนลุมพินี และอยู่กลาง CBD ที่ล้อมรอบด้วยอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และเมกะโปรเจ็คสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ” นายปัฐวิน กล่าวในตอนท้าย    
ภาพหลุด  ของโครงการ  KARA Ari-Rama 6

ภาพหลุด ของโครงการ KARA Ari-Rama 6

ปล่อยมาเรียกน้ำย่อยกันอีกหนึ่งโครงการ กับลักซ์ชัวรีคอนโดมิเนียม แบรนด์ใหม่จากค่าย GRAND UNITY กับ KARA Ari - Rama 6 (คาร่า อารีย์–พระราม 6) เป็นการรุกตลาดระดับบนอย่างต่อเนื่องจริง ๆ ดูจากฟาซาดของตัวตึกจะแอบเห็นการเพิ่มเติมรายละเอียดความหรูหราขึ้นเรื่อย ๆ มาพร้อมทำเลศักยภาพ ย่านอารีย์-พระราม 6 แอบแว่วมาว่าโครงการนี้มีไม่กี่ยูนิตเท่านั้น บอกเลยว่าใครที่ชอบความไพรเวต ถือว่าตอบโจทย์สุด ๆ แถมเดินทางสะดวกสบายมาก ติดถนนใหญ่พระราม 6 และทางด่วนพิเศษศรีรัชอีกด้วย ถ้ามีอัพเดทความคืบหน้าแอดจะรีบนำข่าวมาบอกทันทีจ้า          
“แกรนด์ ยูนิตี้” ส่งแคมเปญสุดพิเศษ “หนาว X2 จัดหนัก รับเงินล้าน*” อยู่ฟรีนาน 2 ปี

“แกรนด์ ยูนิตี้” ส่งแคมเปญสุดพิเศษ “หนาว X2 จัดหนัก รับเงินล้าน*” อยู่ฟรีนาน 2 ปี

“แกรนด์ ยูนิตี้” ส่งแคมเปญสุดพิเศษ “หนาว X2 จัดหนักรับเงินล้าน*” ให้ลูกค้าอยู่ฟรีนาน 2 ปี พร้อมลุ้นรับเงินสดมูลค่า 1 ล้านบาท*   บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ GRAND UNITY ส่งแคมเปญสุดพิเศษ “หนาว X2 จัดหนัก รับเงินล้าน*” ให้ลูกค้าอยู่อาศัยกันแบบฟรี ๆ นานถึง 2 ปี พร้อมรับส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 2,000,000 บาท* อีกทั้งยังมอบสิทธิพิเศษในการร่วมลุ้นรับบัตรกำนัลเงินสดมูลค่า 1 ล้านบาท* พร้อมของรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านบาท* สำหรับลูกค้าที่ทำการจองและโอนกรรมสิทธิ์ คอนโด ยู ดีไลท์ พร้อมอยู่ ทั้ง 6 ทำเลใกล้รถไฟฟ้า ของ แกรนด์ ยูนิตี้ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 29 มีนาคม ศกนี้   เลือกเป็นเจ้าของคอนโดแต่งครบ* พร้อมเข้าอยู่จากแกรนด์ ยูนิตี้ได้แล้ว 6 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ ยู ดีไลท์ เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ฟร้อนท์ พระราม 3, ยู ดีไลท์ รัชวิภา, ยู ดีไลท์ @ ตลาดพลู สเตชั่น, ยูดีไลท์ @ บางซ่อน สเตชั่น, ยู ดีไลท์ รัตนาธิเบศร์ และคอนโด ยู เกษตร-นวมินทร์ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2652 4000 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.grandunity.co.th หรือ www.facebook.com/GrandUnityDevelopment      
The Sarasin Private Residence-เดอะ สารสิน ไพรเวท เรสซิเดนซ์ (PREVIEW)

The Sarasin Private Residence-เดอะ สารสิน ไพรเวท เรสซิเดนซ์ (PREVIEW)

ชื่อโครงการ  The Sarasin Private Residence (เดอะ สารสิน ไพรเวท เรสซิเดนซ์) เจ้าของโครงการ  บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ  ถนนสารสิน เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  1-0-4 ไร่ ลักษณะโครงการ  Low Rise จำนวนอาคาร  1 อาคาร จำนวนชั้น  7 ชั้น จำนวนยูนิต  54 ยูนิต ขนาดห้อง  1 Bedroom 70-82.29 ตร.ม. 2 Bedrooms 126-163.98 ตร.ม. 2 Bedrooms Plus 142.79-154.97 ตร.ม. 4 Bedrooms 281.87 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  LOBBY, OUTDOOR RECREATION AREA, ROOFTOP ORGANIC GARDEN, SWIMMING POOL, GYM, BICYCLE PARKING SPACES, กล้องวงจรปิด, ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ที่จอดรถ  100% ราคาเริ่มต้น  13.8 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ ห่างจาก BTS ราชดำริ 500 เมตร และ MRT สีลม 800 เมตร ใกล้สวนลุมพินี บรรยากาศเงียบสงบแต่อยู่ใจกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS ราชดำริ สถานที่ใกล้เคียง สวนลุมพินี, เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่, เซ็นทรัลเวิลด์, เกษรวิลเลจ, รพ.จุฬา              
ถ้าความรู้สึก คือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จรัญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ

ถ้าความรู้สึก คือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จรัญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ

หลังจากที่ GRAND UNITY ลงสนามในตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า ซึ่งได้เปิดตัวโครงการแรกไป จนได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี พอเริ่มเข้าไตรมาสที่ 2 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าตัวที่ 2 คือ De LAPIS Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) รีวิวฉบับนี้เราก็ไม่พลาดที่จะพาไปชมห้องตัวอย่างก่อนเปิดให้ชมจริงในวันที่ 25 เมษายน นี้ค่ะ ทำเล ถนนจรัญสนิทวงศ์ เป็นถนนเส้นที่กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ – ท่าพระผ่านตลอดถนน ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปกว่า 80% แล้ว ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนี้ หากเสร็จสมบูรณ์เมื่อไรจะมีความโดดเด่นตรงที่วิ่งเป็นวงแหวนรอบกรุงเทพฯ ผ่านจุดสำคัญหลายแห่ง เช่น เตาปูน, บางซื่อ, พระรามเก้า, สุขุมวิท, สีลม, หัวลำโพง, สนามไชย, ท่าพระ และยังมีจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายอื่นอยู่หลายสถานี เช่น สถานีเตาปูน สายสีม่วง, สถานีหมอชิต สายสีเขียว, สถานีลาดพร้าว สายสีเหลืองในอนาคต, สถานีศูนย์วัฒนธรรม สายสีส้มในอนาคต, สถานีมักกะสัน แอร์พอร์ตเรลลิงก์ เป็นต้น เรียกได้ว่าในอนาคตจะกลายเป็นสายสำคัญอีกสายหนึ่ง ที่ผ่านทั้ง CBD และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ มีกำหนดเปิดใช้บริการปี 2562  สำหรับสายหัวลำโพง-บางแค และปี 2563 สำหรับสายบางซื่อ-ท่าพระ และนอกจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในอนาคตแล้วก็มีอีกทางเลือกหนึ่งคือการเดินทางโดยเรือด้วยค่ะ โดยจากตัวโครงการ De LAPIS Charan 81 เราสามารถข้ามถนนไปขึ้นเรือข้ามฝากที่ท่าวัดอาวุธวิกสิตารามไปท่าเรือพายัพ แล้วต่อเรือด่วนเจ้าพระยาเดินทางต่อไปยังฝั่งนนทบุรี หรือท่าสาทรได้ง่ายแถมยังสะดวกรวดเร็วไม่ต้องกังวลกับรถติดด้วยนะคะ   สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว หากจะเดินทางเข้ากรุงเทพชั้นใน ก็สามารถข้ามสะพานกรุงธน(ซังฮี้) แล้วตรงเข้าสู่อนุสาวรีย์ฯ ได้เลย ส่วนจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชใกล้ที่สุดตรงด่านบางกรวยบริเวณสะพานพระราม 7 จะใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็ถึงจตุจักร และสามารถต่อไปยังพระราม 9 - บางนาได้ หรือจะขึ้นที่ด่านบางพลัดแล้วไปเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษกก็สะดวกเช่นกันค่ะ    ย่านนี้แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง ส่วนสถานที่สำคัญใกล้กับโครงการก็มีมากมาย เช่น โรงพยาบาลยันฮี, โรงพยาบาลวชิรพยาบาล, เทสโก้โลตัส จรัญสนิทวงศ์, ที่ทำการไปรษณีย์บางอ้อ, ช่างชุ่ย, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า, เดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า ฯลฯ ภาพรวมโครงการ   De LAPIS Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) คอนโดมิเนียม High Rise 32 ชั้น 1 อาคาร 635 ยูนิต อาคารจอดรถ 8 ชั้น 1 อาคาร รองรับได้ 260 คัน(40.88% ไม่รวมซ้อนคัน) แยกตัวออกจากอาคารพักอาศัยอยู่ทางด้านหลังสุดของโครงการ และร้านค้า 2 ยูนิตด้านหน้าโครงการ บนพื้นที่ 3-1-3.7 ไร่ ภายใต้แนวคิด “ถ้าความรู้สึกคือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จริญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ” ใช้โทนสีขาว-เทามองดูทันสมัยอยู่เสมอสื่อถึงความโดดเด่นของทำเลที่ตั้งทั้งติดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางพลัดเพียง 30 เมตร และยังได้วิวแม่น้ำเพราะใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ในช่วงถนนที่มีความใกล้ชิดกับแม่น้ำเจ้าพระยามากที่สุดในถนนจรัญสนิทวงศ์ ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท      Facility ของโครงการจะอยู่ที่ชั้น Lobby และชั้น Rooftop ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของทุกคน เริ่มตั้งแต่ Lobby เพดาน Double Volume High Ceiling สูงถึง 9 เมตร พร้อมชั้น Mezzanine ที่เป็น Co-working space เพิ่มความเป็น Private ในการทำงานด้วยการแยกห้องประชุมใหญ่ ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินนำเข้าจาก Italy เพิ่มความหรูหราแต่ยังคงความทันสมัย รอบๆ อาคารจัดพื้นที่สีเขียวให้ได้นั่งทำงานหรือนั่งพบปะสังสรรค์พร้อมวิวธรรมชาติด้านนอก ชั้น 32 Rooftop ฝั่งหน้าโครงการถูกวางให้เป็นสระว่ายน้ำรูปตัว L แบบ Infinity Edge Swimming Pool ขนาด 5.7 x 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร แยกสระเด็กขนาด 3.5 x 3 เมตร ลึก 30 เซนติเมตร สวยงามแบบไร้ขอบเขต มาพร้อมกับ Sky Fitness ที่ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ให้ได้ออกกำลังกายไป ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไป รวมถึง Sky Lounge ที่ได้วิวมุมสูงเพิ่มความผ่อนคลายของการพักผ่อนด้วย Sky Garden สวนสีเขียวชั้นดาดฟ้า  Ground Floor Plan มองจากมุมนี้จะเห็นได้ว่าโครงการแบ่งออกเป็น 3 อาคารหลัก คือ อาคารสีขาวด้านหน้าติดถนนจะเป็น Sales Gallery ในปัจจุบัน และจะทำเป็น Shop ในอนาคต อาคารที่พักอาศัย และอาคารจอดรถด้านในสุดของพื้นที่โครงการ Rooftop Plan สระน้ำรูปตัว L ด้านหน้าโครงการ ฟิตเนสขนาดใหญ่ และ Sky Lounge อยู่ตรงข้ามกับโถงลิฟท์ ที่อาคารจอดรถบนชั้น Rooftop จัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวด้วย ยูนิตพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2-31 ค่ะ ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด โดยจะมี 23 ยูนิต/ชั้น โดยรูปแบบห้องชุดมาพร้อมการตกแต่งแบบ Fully Fitted ทุกยูนิต   เปิดห้องตัวอย่าง De LAPIS Charan 81(เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) โครงการตั้งอยู่ติดริมถนนจรัญสนิทวงศ์ ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 81 อยู่ติดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางพลัด ยืนอยู่หน้าโครงการมองตรงไปก็จะเห็นสถานีเลย โดย Sales Gallery อาคารสีขาวเข้ากับอาคารพักอาศัย ตั้งอยู่หน้าทางเข้าโครงการเลยค่ะ โดยตัวอาคารพักอาศัยกำลังดำเนินการสร้างอยู่ด้านหลังคาดว่าแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม 2562 ซึ่งหากโครงการสร้างเสร็จแล้วตัวอาคาร Sales Gallery ที่เห็นนี้จะถูกดัดแปลงเป็น Shop จำนวน 2 ยูนิตค่ะ ใครอยากสัมผัสสถานที่จริงต้องอดใจรอกันอีกหน่อยก็จะเปิดให้เข้าชมกันในวันที่ 25 เมษายน 2561 นะคะ ห้อง STUDIO ขนาด 26 ตร.ม. ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และผนังจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ เมื่อเปิดประตูห้องจะพบกับห้องนั่งเล่นเป็นอันดับแรก ซึ่งโครงการนี้ให้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted รวมถึงให้เครื่องปรับอากาศมาด้วย ส่วนห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมา 1 ตัว ติดตั้งอยู่ระหว่างปลายเตียงกับโซฟาค่ะ ใครที่มีรองเท้าหลายคู่ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะขวามือหลังประตูมี Built in ตู้เก็บรองเท้าแบบนี้ให้มาด้วยค่ะ ขวามือตรงข้ามโซฟาจะมีพื้นที่วางเคาน์เตอร์ทีวี ทางซ้ายมือจะมีพื้นที่วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมวางโต๊ะกลางได้ เชื่อมต่อพื้นที่หลังโซฟาไปสู่ห้องครัวค่ะ ความพิเศษของห้องครัวโครงการนี้ คือ การดีไซน์ให้มี Kitchen Island ปูด้วย Top หินสังเคราะห์สีขาว มีลักษณะเป็นโต๊ะอเนกประสงค์แยกตัวจากเคาน์เตอร์ครัวปกติ ไม่ว่าจะทำเป็นพื้นที่เตรียมอาหาร โต๊ะทานข้าว โต๊ะทำงานก็แล้วแต่การใช้งาน และยังช่วยให้ห้องครัวดูแยกเป็นสัดส่วนมากขึ้นด้วยนะคะ ตรง Kitchen Island นี้เราจะสามารถนั่งทานอาหารไป ดูทีวีไปก็ได้มุมพอดีนะคะ เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ดีจริงๆ เฉพาะห้องครัวความสูง Floor To Ceiling 2.55 เมตร Top ครัวหินสังเคราะห์สีขาว มาพร้อมกับอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควันจากแบรนด์ HAFELE เฉพาะส่วนเคาน์เตอร์จะกรุผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค เพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่ายหากเกิดคราบจากการทำครัว ซ้ายมือถัดจากเคาน์เตอร์ครัวมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นได้พอดีค่ะ บานตู้และลิ้นชักทั้งหมดใช้ระบบ Soft Close มีช่องวางไมโครเวฟไว้ตรงกลาง ซึ่งเฟอร์นิเจอร์กับชุดครัวที่เราเห็นนี้ GRAND UNITY ร่วมกันดีไซน์พิเศษกับ Chic Republic ออกมาจากห้องครัว เดินลึกเข้าไปในห้องถัดจากห้องนั่งเล่นจะต่อด้วยพื้นที่วางเตียงนอนค่ะ มีพื้นที่สำหรับวางเตียงขนาด 5 ฟุต ข้างหน้าต่าง ยังมีพื้นที่เหลือสำหรับเป็นทางเดินระหว่างเตียงกับหน้าต่างค่ะ หน้างต่างใช้ขอบอลูมิเนียมสีขาว มีบานกระทุ้งเปิดออกได้ ปลายเตียงมีทางเดิน Walk-in Closet เชื่อมต่อไปถึงห้องน้ำค่ะ ซึ่งทางขวามือจะเป็นระเบียง ส่วนทางซ้ายตรงข้ามระเบียงจะเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Built in เรามาดูที่ระเบียง Private Balcony กันก่อนค่ะ กั้นด้วยกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ระเบียงปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า โดยทางโครงการมีการต่อท่อน้ำพร้อมปลั๊กไฟด้านบนมาให้เรียบร้อยค่ะ ส่วน Condensing Unit จะถูกแขวนไว้ด้านบนหันหน้าออกนอกระเบียงค่ะ ระเบียงของทุกห้องจะติดตั้ง Grille Wall เป็นเหล็กสีขาว เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าที่ตากเอาไว้ตรงระเบียงปลิวออกไป และยังช่วยเรื่องมุมมองจากภายนอก เพราะเมื่อมองเข้ามาที่ตัวอาคารจะดูสวยงามอยู่เสมอ ออกมาจากระเบียงก็จะพบกับตู้เสื้อผ้า Built in อยู่ตรงข้ามกันค่ะ โดยบานตู้จะใช้กระจก Tempered เพื่อป้องกันในกรณีที่เกิดการแตกก็จะมีลักษณะเป็นเม็ดข้าวโพดไม่มีเหลี่ยมคม ซึ่งพื้นที่ทางเดินตรงนี้เป็น Work In Closet อยู่หน้าห้องน้ำพอดีค่ะ ถือว่าเป็นห้อง STUDIO ที่คุ้มค่ามากจากการดีไซน์ที่คำนึงถึงผู้อยู่อาศัยจริง สุดท้ายของห้องนี้เราตรงเข้าไปดูภายในห้องน้ำกันค่ะ ห้องน้ำมีความสูง Floor To Ceiling 2.35 เมตร ใช้สุขภัณฑ์จาก HAFELE ทั้งหมด แยกส่วนเปียกไว้ทางขวามือค่ะ กั้นส่วนเปียกด้วยบานกระจกแบบบานเปิด-ปิด มีธรณีประตูกั้นขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นออก กำแพงในส่วนเปียกมีกระจกด้านล่างเป็นแบบฝ้าขาวขุ่นช่วยเพิ่มแสงสว่างจากด้านนอก และกระจกบานกระทุ้งด้านบนช่วยระบายอากาศได้ดีค่ะ พื้นที่ส่วนแห้งอีกด้านจะเป็นโถสุขภัณฑ์ค่ะ ตรงกลางห้องน้ำมีบานกระจกขนาดใหญ่มาให้ด้วยนะคะ อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนัง มีช่องสำหรับเก็บของด้านใต้อ่าง ใช้สีขาวเข้าชุดกันทั้งห้องเลยค่ะ 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และผนังจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว ซึ่งห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมาด้วยจำนวน 2 ตัว ที่ห้องนั่งเล่น 1 ตัว และห้องนอน 1 ตัวค่ะ ซ้ายมือของห้องนั่งเล่นจะมีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ ซึ่งจะอยู่ติดกับตู้เก็บรองเท้าแบบ Built in ชั้นบนสุดในตู้เก็บรองเท้าจะซ่อนตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าไว้ด้านในด้วย และเครื่องปรับอากาศเครื่องแรกของห้องนี้จะถูกติดตั้งอยู่เหนือพื้นที่วางเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ ตรงข้ามเคาน์เตอร์ทีวีเป็นพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ขนาด 2-3 ที่นั่งค่ะ จะวางโต๊ะกลางเพิ่ม และวางโต๊ะทานข้าวเอาไว้ข้างโซฟาก็ยังมีพื้นที่เหลือค่ะ เชื่อมต่อจากห้องนั่งเล่นด้านหน้าลึกเข้าไปก็จะเป็นห้องนอน ซึ่งถูกกั้นด้วยประตูกระจกสูงชิดเพดานแบบบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ด้วยความสูงของกระจกทำให้รู้สึกไม่อึดอัดจนเกินไปค่ะ ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้กลางห้อง ข้างเตียงด้านประตูกระจกก็ยังพอมีที่เหลือสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงขนาดเล็กได้ ข้างเตียงฝั่งใกล้กับหน้าต่างมีทางเดินเหลือค่ะ หน้าต่างมีกระจกบานกระทุ้ง 1 บาน และยังมีกระจกเข้ามุมเล็กๆ เป็นการเพิ่มช่องแสงธรรมชาติให้ภายในห้อง ปลายเตียงจะมีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวี หรือจะวางโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้นะคะ ด้านบนติดตั้งเครื่องปรับอากาศมาให้อีก 1 เครื่อง พร้อมตู้เสื้อผ้า Built in หน้าบานเป็นกระจก Tempered บานเลื่อน 2 ตอน ออกมาจากห้องนอนไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ ห้องแบบ 1 Bedroom 26 ตร.ม. จะได้ห้องครัวปิด ใครที่ชอบทำอาหารไทยที่ค่อนข้างมีกลิ่นห้องนี้จะเหมาะมากค่ะ เคาน์เตอร์ครัวมีช่องสำหรับวางตู้เย็นอยู่ข้างเคาน์เตอร์ครัวพอดี Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ผนังกรุด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาอ่อน เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด มาพร้อมกับเตา 2 หัว เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานครบเซต ถัดจากเคาน์เตอร์ครัวก็เป็นระเบียง Private Balcony ค่ะ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ตรงนี้ระหว่างทำครัวเราสามารถเปิดประตูระเบียงออกช่วยระบายกลิ่นและควันได้ดีเลยค่ะ ระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าตรงใต้ Condensing Unit ที่หันออกนอกระเบียงค่ะ มีการต่อท่อน้ำ และติดตั้ง Grille Wall มาให้ค่ะ ออกจากระเบียงไปดูกันที่ห้องน้ำค่ะ มองจากมุมนี้จะเห็นชัดขึ้นค่ะว่าโซนครัวปิดจะแยกห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียงออกมาอย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น ห้องน้ำแยกส่วนเปียกไว้ด้านขวามือค่ะ มีชั้นวางของที่มุมห้องด้วยนะคะ ส่วนแห้งก็จะมีโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมช่องเก็บของข้างใต้ และกระจกเงาบานใหญ่ค่ะ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. เป็น Type ที่มีจำนวนมากที่สุดของโครงการ ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศ 3 ตัว ค่ะ เริ่มจากห้องนั่งเล่นค่ะ ทางซ้ายมือมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมวางโต๊ะกลางได้ เครื่องปรับอากาศเครื่องแรกติดไว้เหนือโซฟาค่ะ ตรงข้ามโซฟาสามารถวางเคาน์เตอร์ทีวีได้ค่ะ พร้อมกับมีตู้เก็บรองเท้าที่มุมหน้าห้อง ตู้เก็บรองเท้าแบบ Built in หน้าตาเหมือนกันกับ 2 ห้องแรกก่อนหน้านี้ค่ะ ลึกเข้าไปจากห้องนั่งเล่นจะเชื่อมต่อด้วยห้องนอน โดยจะกั้นห้องนอนด้วยประตูกระจกสูงชิดเพดานแบบบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ภายในห้องนอนมีพื้นที่สำหรับวางเตียง 5 ฟุต ซึ่งจะสามารถวางโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะหัวเตียงขนาดกลางๆ ได้ค่ะ หน้าต่างข้างเตียงบานกระทุ้ง เปิดออกได้ 1 บาน ใช้ขอบอลูมิเนียมสีขาวเข้ากันกับประตูกระจกหน้าห้องนอน ปลายเตียงติดตั้งเครื่องปรับอากาศเอาไว้ มีตู้เสื้อผ้า Built in หน้าบานเป็นกระจก Temper มีกระจกเข้ามุมเล็กๆ เพิ่มแสงธรรมชาติและเพิ่มมุมมองได้ดีขึ้นด้วยค่ะ จากห้องนอนออกไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ อีกฝั่งหนึ่งของห้องจะประกอบไปด้วยห้องครัว ห้องน้ำ และห้องอเนกประสงค์พร้อมระเบียงค่ะ ห้องครัวมีความสูง Floor To Ceiling 2.55 เมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ขวามือเป็นห้องอเนกประสงค์ ซ้ายมือเป็นห้องน้ำค่ะ เคาน์เตอร์ครัววัสดุ Top ด้วยหินสังเคราะห์สีขาว มาพร้อมกับซิงค์ล้างจาน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน บานตู้และลิ้นชักใช้ระบบ Soft Close มีช่องสำหรับวางตู้เย็นทางขวามือของชุดเคาน์เตอร์ครัวค่ะ หันมาทางซ้ายมือจะพบกับห้องน้ำค่ะ ห้องนี้มี Kitchen Island แบบเดียวกับห้อง STUDIO ค่ะ แต่จะได้ขนาดที่ใหญ่กว่า นอกจากจะเพิ่มพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ยังเป็นตัวช่วยกั้นระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่นได้เป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ห้องน้ำมีความสูง Floor To Ceiling 2.35 เมตร ปูพื้นกับผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเดียวกันทั้งห้อง แยกส่วนเปียกด้านขวาค่ะ โถสุขภัณฑ์อยู่ทางด้านขวาของห้องน้ำ ตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมช่องเก็บของด้านใต้ เหนืออ่างล้างหน้าเป็นกระจกบานใหญ่ ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกประตูบานเปิด-ปิด ทั้งหมดในห้องน้ำที่เห็นนี้จะได้มาครบเซตเลยค่ะ ออกจากห้องน้ำไปดูที่ห้องอเนกประสงค์กันต่อค่ะ โดยห้องอเนกประสงค์นี้จะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ภายในห้องอเนกประสงค์นี้เราสามารถออกแบบให้เป็นห้องอะไรก็ได้ตามสไตล์ของเราเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องออกกำลังกายเบาๆ หรือห้องนอนขนาดเล็กอีกห้องก็ได้ค่ะ ห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมาอีก 1 ตัว ห้องอเนกประสงค์จะเชื่อมต่อกับระเบียง Private Balcony ค่ะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ระเบียงมีขนาดใกล้เคียงกันกับห้อง Type อื่นๆ ค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าอยู่ใต้ Condensing Unit ที่หันหน้าออกนอกระเบียง และ Grille Wall สีขาว เมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้วมองจากภายนอกเข้ามาที่อาคารก็จะดูสวยงามอยู่เสมอค่ะ เห็นแบบนี้แล้วเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้สึกเหมือนกันค่ะว่าทั้งดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์พร้อมเครื่องปรับอากาศ ทุกอย่างที่ให้มาครบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ดี และเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมใน Segment เดียวกันแล้ว De LAPIS Charan 81 เรียกได้ว่าคุ้มค่าในราคาที่คอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าทำได้ยากแล้ว โดยเริ่มต้นเพียง 2.49 ล้านบาทสำหรับห้อง 1 Bedroom                   โดยจะเปิดให้จองอย่างเป็นทางการในวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2561 โดยหากลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รับส่วนลดสูงสุด 250,000 บาท ลงทะเบียน >>> http://grandunity.co.th/delapis/register/
CIELA Sripatum คอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า ในราคาที่เอื้อมถึง

CIELA Sripatum คอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า ในราคาที่เอื้อมถึง

หากคุณผู้อ่านได้ติดตามรีวิวคอนโดมิเนียมของเราก็จะพอสังเกตได้ว่า คอนโดมิเนียมจาก GRAND UNITY ในแบรนด์คอนโด ยู หรือยู ดีไลท์ ก็มักจะเน้นโลเคชั่นที่ดี เดินทางสะดวกแม้ไม่ติดรถไฟฟ้า ที่สำคัญคือราคาจับต้องได้ไม่แรงจนเกินไป ซึ่งเมื่อเริ่มต้นปี 2561 นี้ GRAND UNITY ได้แถลงข่าวเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ถึง 4 แบรนด์ 4 โครงการ และหันมาเน้นพัฒนาโครงการในพื้นที่ติดรถไฟฟ้า โดย 1 ใน 4 โครงการนี้ได้เริ่มเผยโฉมออกมาแล้วบน ทำเลสุดฮอตอีกแห่งของกรุงเทพฯ นั่นคือย่านพหลโยธิน-เกษตร โดยในรีวิวฉบับนี้เราจะพาทุกท่านได้เข้าไปดูโครงการแรกของปีในชื่อแบรนด์ CIELA (เซียล่า) ภาพรวมโครงการ CIELA Sripatum (เซียล่า ศรีปทุม) คอนโดมิเนียมน้องใหม่ แต่ทว่ามาแรงตั้งแต่เริ่มเปิดตัวครั้งแรก ด้วยทำเลระดับพรีเมียม แต่อยู่ในราคาที่ไม่สูงเลยเมื่อเทียบกับคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น 1 อาคาร, อาคาร 1 ร้านค้า 1 อาคาร และ 1 อาคารจอดรถแยกตัวออกจากตัวอาคารที่พักอาศัย บนพื้นที่ 6-1-17.30 ไร่ ขนาด 21.50-60.00 ตร.ม. ทั้งหมด 900 ยูนิต ที่จอดรถ 40% ไม่รวมซ้อนคัน   การดีไซน์สถาปัตยกรรมภายนอกจะแตกต่างจากคอนโดฯ ที่เคยเห็นมาทั้งหมดของ GRAND UNITY โดย CIELA Sripatum จะเน้นความเรียบง่าย สบายตา เหมาะแก่การพักผ่อนที่ต้องเหนื่อยล้าจากภายนอกมาทั้งวัน แต่ใช้เส้นสายให้ดูร่วมสมัย (Contemporary) ที่จะทำให้อาคารดูไม่ล้าสมัย สามารถดูแลรักษาได้ง่ายในระยะยาว อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจรายละเอียดที่มีให้กับลูกบ้านนั่นคือเรื่องของวัสดุที่ถูกคัดเลือกมาใช้ให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยในระยะยาวมากที่สุด เช่น กระจกภายนอกอาคารรวมถึงประตูบานเลื่อนภายในห้องทั้งหมดใช้ Laminated Glass คือเป็น  กระจก 2 แผ่นประกบกันด้วยฟิล์ม ตรงกลางกระจกถูกกั้นด้วยฟิล์มเพื่อป้องกันหากเกิดการแตก ฟิล์มตรงกลางจะช่วยยึดเอาไว้ไม่ให้กระจกร่วงลงสู่ด้านล่าง, บานตู้เสื้อผ้าใช้กระจก Tempered Glass เวลากระจกแตกจะเป็นลักษณะเม็ดข้าวโพดไม่เป็นชิ้นแหลมคมแบบกระจกทั่วไป ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บได้, ระเบียงทุกห้องมีการติดตั้งตะแกรงอลูมิเนียมสีเดียวกันกับกรอบหน้าต่าง ช่วยเรื่องความสวยงามเมื่อมองจากภายนอก ช่วยป้องกันสายตาจากภายนอกให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และยังช่วยป้องกันของหล่นลงด้านล่างนอกอาคารได้อีกด้วย และห้องน้ำสำเร็จรูป WC Pod ที่ประกอบเสร็จมาจากโรงงานคุณภาพ ข้อดีคือป้องกันการรั่วซึมลงห้องด้านล่าง ในการซ่อมบำรุงท่อจะสามารถแก้ไขได้จากในห้องโดยไม่ต้องไปรื้อฝ้าเพดานของห้องข้างล่าง สิ่งเหล่านี้คือมาตรฐานวัสดุใหม่ที่จะใส่เข้าไปในทุกโครงการจาก GRAND UNITY   อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าโครงการนี้มีอาคารจอดรถแยกออกจากตัวอาคารพักอาศัยจึงทำให้ห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ไปจนถึงชั้น 27 มีจำนวน 34-36 ยูนิต/ชั้น ส่วนชั้น 28 จะเป็น Facilities ที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้สำหรับผู้พักอาศัย มีลิฟท์โดยสารถึง 5 ตัว และลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว ระบบล็อคชั้นจากแบรนด์ Mitsubishi บันไดหนีไฟ 3 จุด ทั้ง 2 ฝั่งอาคารกับกลางอาคาร และลิฟท์โดยสารที่อาคารจอดรถอีก 2 ตัว   Floor Plan   Master Plan จะเห็นได้ว่าที่ดินมีลักษณะหน้าแคบ แต่ลึกเข้าไปคล้ายรูปตัว L หน้าโครงการติดริมถนนใหญ่ทางทิศตะวันออก มีทางออกหลังโครงการทางทิศเหนือไปออกถนนเลียบคลองบางเขน ขวามือเป็นตัว Sale Gallery ณ ปัจจุบันที่ในอนาคตจะทำเป็น Shop ต่อด้วยตัวอาคารพักอาศัยที่วางตามแนวที่ดิน และอาคารจอดรถอยู่ด้านท้ายสุดของที่ดิน สวนสีเขียวที่เป็นจุดใหญ่ทั้ง 2 ส่วนถูกเชื่อมต่อกัน Floor Plan ชั้นพักอาศัย ให้ลิฟท์มามากถึง 5 ตัว + ลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว ถือเป็นโครงการที่ให้จำนวนมาเยอะ ไม่ต้องกังวลช่วงเวลาเร่งด่วนจะรอลิฟท์นานเกินไป Floor Plan ชั้น 28 ซึ่งเป็น Facilities ชั้นไฮไลท์ของโครงการ     Unit Room   STUDIO 21.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.05 ล้านบาท 1 Bedroom 26.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท 1 Bedroom Plus 31.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.95 ล้านบาท 1 Bedroom Suite A 34.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.25 ล้านบาท 1 Bedroom Suite B 33.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.25 ล้านบาท 2 Bedroom 60 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.39 ล้านบาท   Facilities เรื่องของรายละเอียดไม่ใช่เพียงเรื่องการใช้วัสดุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบ Facilities เพื่อสนองต่อทุกไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย โดยจะแบ่งออกเป็น 2 โซน เริ่มจากพื้นที่สีเขียวชั้นล่างรวมแล้ว 2,200 ตร.ม. จากหน้าโครงการแล้วเชื่อมต่อไปถึงตรงกลางระหว่างอาคารพักอาศัยกับอาคารจอดรถ และส่วนล็อบบี้รูปทรงตัว L พื้นที่ประมาณ 410 ตร.ม.   ส่วนกลางอีกโซนคือดาดฟ้าชั้น 28 ชั้นสูงสุดของอาคารประกอบไปดด้วย สระว่ายน้ำขนาด 4X25 เมตร ลึก 1.2 เมตร แยกส่วนสระเด็กขนาด 5X4 เมตร ลึก 30 เมตร ถูกวางไว้มุมด้านหน้าโครงการ SKY FITNESS ห้องออกกำลังกายขนาด 185 ตร.ม. ที่มีกระจกสูงล้อมรอบทั้งหมด SKY GARDEN สวนชั้นดาดฟ้ามีพื้นที่รวม 305 ตร.ม. พื้นที่ SKY LOUNGE ห้องรับรองชั้นดาดฟ้า พื้นที่ประมาณ 143 ตร.ม. และ Co-Working Space พื้นที่ 97 ตร.ม. ได้ความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาพักผ่อน ไปพร้อมๆ กับชมวิวเมืองด้านนอกที่มีความเคลื่อนไหวอย่างไม่เคยหยุดนิ่งไปด้วย   ทำเล CIELA Sripatum พื้นที่โครงการตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธินฝั่งขาออกตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม อีกทั้งยังใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อมมากมายตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว, เมเจอร์ รัชโยธิน, อเวนิว รัชโยธิน, เซ็นทรัลรามอินทรา ไปจนถึงแถวเสนานิคม (ซ.พหลโยธิน 32) ที่มากมายไปด้วย Street Food ตลอดเส้นทางซึ่งสามารถไปทะลุออกวังหิน-โชคชัย 4 แหล่งของกินอร่อยๆ ราคาไม่แพง รวมถึงไม่ไกลจากโรงพยาบาลชื่อดังทั้งรัฐบาล-เอกชน เช่น โรงพยาบาลวิภาวิดี, โรงพยาบาลเปาโล เกษตร, โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เป็นต้น   การเดินทางจากโครงการด้วยระบบขนส่งสาธารณะคือรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ ซึ่งตัวโครงการจะอยู่ห่างจากสถานี BTS ศรีปทุมเพียง 12 เมตร เมื่อเปิดให้บริการเมื่อไรจะใช้เวลาเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองตรงเข้าสยามประมาณ 30 นาทีเท่านั้น และห่างจากสถานีที่เป็น Interchange กับสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-หัวลำโพง สถานีพหลโยธินประมาณ 6 สถานี, สายสีชมพูแคราย-มีนบุรี บริเวณวงเวียนหลักสี่ประมาณ 2 สถานี และสายสีน้ำตาลแคราย-บึงกุ่ม บริเวณแยกเกษตรประมาณ 2 สถานีเช่นกัน ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ง่ายกว่าที่คิดมาก เพราะทางด้านหลังโครงการมีทางออกสู่ถนนเลียบคลองบางเขน (หรือเข้าทางปากซอยพหลโยธิน 49/1) ที่สามารถใช้เป็นเส้นทางลัดทะลุออกถนนวิภาวดี แล้วไปขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุข (โทลเวย์) ได้เลย     ที่ดินริมถนนพหลโยธินในย่านนี้ตั้งแต่ช่วงสี่แยกเกษตรไปจนเชื่อมต่อกับสุดถนนวิภาวดีรังสิตบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ส่วนมากเป็นที่ดินของราชการไม่ว่าจะเป็นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สำนักงานใหญ่) กรมป่าไม้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ทหารบก ทหารอากาศ ฯลฯ นั่นหมายความว่าทำเลติดรถไฟฟ้าช่วงนี้ค่อนข้างหายาก และมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าเมื่อเทียบกับย่านที่มีผู้คนทั่วไปอาศัยอยู่อย่างแน่นขนัด ซึ่งในกรุงเทพฯ โซนเหนือบริเวณนี้ถือเป็นทำเลสำคัญแห่งอนาคตที่จะทำให้กรุงเทพฯ ดูเป็นเมืองศิวิไลซ์ได้ไม่ยากทั้งสถานีกลางบางซื่อจุดศูนย์รวมคมนาคมระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน สายสีน้ำเงิน สายสีเขียว สายสีแดงเข้มที่ในอนาคตจะเชื่อมตั้งแต่สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา เชื่อมต่อไว้ด้วยสายเดียวกัน ทั้งหมดพร้อมเปิดใช้บริการประมาณปี 2563 รวมถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูงทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคใต้ และยังเป็นทั้งโรงแรม ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร รวมไว้อยู่ในที่เดียวอย่างครบวงจร ย่านนี้จึงถือได้ว่ามีการลงทุนจากทางภาครัฐสูงสุดของกรุงเทพฯ   สรุปว่าในแง่ของทำเลแล้วคงไม่ต้องอธิบายอะไรมากก็เชื่อว่าทุกคนก็รับรู้ถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มเปี่ยมของย่านนี้ที่กำลังจะกลายเป็น New CBD แห่งใหม่ในอนาคตอย่างแน่นอน     ชมห้องตัวอย่าง โครงการนี้จะได้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted ซึ่งสิ่งที่ทุกห้องจะได้มาเหมือนกัน คือ ตู้รองเท้า, ตู้เสื้อผ้า, ชุดครัว + HOB + HOOD, ผ้าม่าน ส่วนเครื่องปรับอากาศก็มีให้เช่นกันค่ะ แต่จะแยกออกเป็น Type ห้องได้ดังนี้ STUDIO 21.5 ตร.ม. ได้เครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง 1 Bedroom 26.5 ตร.ม. ได้เครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง 1 Bedroom Plus 31.5 ตร.ม. ได้เครื่องปรับอากาศ 3 เครื่อง 1 Bedroom Suite A&B 33.5-34.5 ตร.ม. ได้เครื่องปรับอากาศ 3 เครื่อง 2 Bedroom 60 ตร.ม. ได้เครื่องปรับอากาศ 3 เครื่อง   ก่อนอื่นเราเข้าไปดูภายใน Sale Gallery กันก่อนค่ะ ภายในตกแต่งด้วยวัสดุกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีขาว ตัดกับสีดำบางส่วน เพดานสูงโปร่ง ดูแล้วโล่ง ให้ความรู้สึกสบายๆ แต่แฝงความหรูหราเอาไว้ด้วย เข้ากับคอนเซ็ปต์ Contemporary ที่วางเอาไว้ ซึ่งมีห้องตัวอย่างอยู่ 2 ขนาดด้วยกันค่ะ ห้องตัวอย่างแรก 1 Bedroom 26.5 ตร.ม. เป็นห้องที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในโครงการ เมื่อเปิดห้องออกมาโซนแรกเราจะพบกับห้องนั่งเล่นค่ะ ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.6 เมตร ปูพื้นด้วยลามิเนต ใช้ไฟแบบ Downlight ส่วนฝั่งซ้ายจะมีตู้เก็บรองเท้าทรงสูงใช้ลามิเนตเป็นวัสดุปิดผิว ต่อด้วยพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวีขนาดกลาง ฝั่งขวามือเป็นพื้นที่สำหรับวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง ต่อจากพื้นที่ห้องนั่งเล่นจะเป็นห้องนอนกั้นด้วยประตูกระจก Laminated Glass แบบบานเลื่อน 3 ตอน ขนาดสูงชิดเพดาน ขอบอลูมิเนียมสีดำ ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้กลางห้องได้ โดยยังเหลือพื้นที่ทางเดินทั้ง 2 ข้างของเตียงพร้อมโต๊ะเล็กตรงหัวเตียง ข้างเตียงใช้หน้าต่างกระจก Laminated Glass บานใหญ่ แบบเปิดบานกระทุ้งได้ 1 บาน มาพร้อมกับผ้าม่านที่ทางโครงการให้มาด้วยเลยค่ะ ปลายเตียงเราจะได้ตู้เสื้อผ้าที่มีหน้าบานกระจก Tempered Glass และยังเหลือพื้นที่สำหรับวางชั้นหนังสือ โต๊ะทำงานขนาดเล็ก หรือโต๊ะเครื่องแป้งได้ค่ะ ระหว่างห้องนอนกับเคาน์เตอร์วางทีวีจะกั้นอีกโซนของห้องด้วยบานประตูค่ะ โซนถัดมาของห้องจะเป็นห้องครัว ห้องน้ำ และระเบียงค่ะ โดยเมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับห้องครัวก่อน ความสูงในห้องครัวจากพื้นถึงเพดานสูง 2.45 เมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค Top ครัวใช้วัสดุหินสังเคราะห์สีขาว ส่วนตู้เก็บทั้งด้านบนและด้านล่างปิดผิวด้วยลามิเนต เคาน์เตอร์ครัววางแบบ One Wall Kitchen เหลือช่องว่างสำหรับเป็นพื้นที่วางตู้เย็นไว้ด้านในสุดข้างประตูกระจก มีซิงค์ล้างจาน พร้อมเครื่องดูดครัว และเตาไฟฟ้า 2 หัวมาให้ด้วยค่ะ เชื่อมต่อด้วยระเบียงห้อง กั้นด้วยประตูกระจก Laminated Glass บานเลื่อนขอบอลูมิเนียมสีดำ ระเบียงห้องถูกกั้นด้วยกริลอลูมิเนียมสีดำ ด้วยบังสายตาจากด้านนอกเพิ่มความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังช่วยป้องกันของตกลงไปด้านล่าง ส่วน Condensing Unit หันหน้าออกนอกตัวอาคาร และพื้นที่ใต้ Condensing Unit มีท่อน้ำเอาไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้า สุดท้ายที่ห้องน้ำค่ะ ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.3 เมตร พื้นและพนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิคลายหินอ่อน อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนัง แยกโซนเปียก-แห้งออกจากกัน ส่วนโซนเปียกมีการเจาะผนังเป็น 2 ช่อง สำหรับวางของใช้ในห้องน้ำ ห้องตัวอย่างสุดท้าย 1 Bedroom Plus 31.5 ตร.ม. ห้องนั่งเล่นเป็นโซนแรกของห้องค่ะ ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.6 เมตร ปูพื้นด้วยลามิเนต ใช้ไฟแบบ Downlight ซ้ายมือมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางค่ะ ถ้าวางโซฟาขนาดเล็กลงมาหน่อยก็จะเหลือพื้นที่เอาไว้วางชั้นวางของ หรือโต๊ะทำงานก็ได้ด้วย ฝั่งตรงข้ามโซฟาสามารถวางเคาน์เตอร์วางทีวีเอาไว้ข้างๆ ตู้เก็บรองเท้าทรงสูงที่มุมกำแพงได้ ต่อจากห้องนั่งเล่นเข้ามาดูในห้องนอนกันต่อค่ะ ซ้ายมือเป็นตู้เสื้อผ้าหน้าบานกระจก Tempered Glass สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตถัดจากตู้เสื้อผ้า อีกข้างของเตียงยังพอเหลือพื้นที่ให้เดินได้ค่ะ หน้าต่างใช้กระจก Laminated Glass ขอบอลูมิเนียมสีดำ สามารถเปิดบานกระทุ้งได้ 1 บาน มาพร้อมกับผ้าม่าน ต่อไปออกไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ อีกโซนของห้องมีช่องประตูตรงหลังเคาน์เตอร์วางทีวีในห้องนั่งเล่นค่ะ จะมีห้องครัว ห้องน้ำ ห้องอเนกประสงค์ และระเบียง ห้องครัวมีความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.45 เมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค Top ครัวใช้วัสดุหินสังเคราะห์สีขาว ตู้เก็บทั้งด้านบนและด้านล่างปิดผิวด้วยลามิเนต มีซิงค์ล้างจาน เครื่องดูดควัน และเตาไฟฟ้า 2 หัว ทั้งหมดนี้จะได้ไปทั้งชุดเลยค่ะ มองมุมนี้เราจะเห็นว่ามีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นเอาไว้ฝั่งตรงข้ามกับห้องครัว และด้านขวาของห้องครัวเป็นห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำมีความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.3 เมตร พื้นและพนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิคลายหินอ่อน แยกพื้นที่ส่วนเปียก-แห้ง ในส่วนเปียกมีการเจาะผนังเป็น 2 ช่องสำหรับวางของใช้ภายในห้องน้ำ ออกจากห้องน้ำไปที่ห้องสุดท้ายฝั่งตรงข้ามกันค่ะ เป็นห้องอเนกประสงค์ที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบเปิดได้ทั้ง 2 ข้าง ภายในห้องอเนกประสงค์เราสามารถดัดแปลงได้หลากหลายการใช้งานไม่ว่าจะเป็นห้องแต่งตัว ห้องทำงาน หรือห้องนอนที่ 2 ก็ได้ค่ะ ห้องนี้จะเชื่อมต่อกับระเบียงห้อง กั้นด้วยกระจก Laminated Glass บานเลื่อน 2 ตอน พร้อมผ้าม่าน สุดท้ายที่ระเบียงห้องค่ะ กั้นด้วยกริลอลูมิเนียมโปร่งสีดำ ส่วน Condensing Unit หันหน้าออกนอกตัวอาคาร และพื้นที่ใต้ Condensing Unit มีท่อน้ำเอาไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้า ความโดดเด่นของโครงการนี้ อย่างแรกคงหนีไม่พ้นเรื่องทำเลที่ว่ากันว่าจะเป็น New CBD แห่งอนาคตไปอย่างไร้ข้อกังขา ด้วยการมาของคมนาคมสำคัญที่จะกลายเป็นการเดินทางหลักให้กับคนกรุงเทพฯ ได้ดียิ่งขึ้น หรือแม้แต่เส้นทางลัดเลาะเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติด และช่วยย่นระยะทางไปสู่อีกถนนสายหลักและยังขึ้นทางด่วนได้ง่ายดาย ประกอบกับการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ดียิ่งขึ้นจาก GRAND UNITY สะท้อนออกมาให้เห็นผ่านจากวัสดุคุณภาพและการออกแบบเพื่อตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยจริงได้เป็นอย่างดี เปิดจองโครงการอย่างเป็นทางการวันที่ 10 มีนาคม 2561 ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 250,000 บาท >>> https://goo.gl/x1KpeQ โทร. 02 652 4000