Promotion:

วันที่ 10 มีนาคม 2561 ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 250,000 บาท

ลงทะเบียน

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

รายละเอียดโครงการ

ชื่อโครงการ : CIELA Sripatum (เซียล่า ศรีปทุม)
เจ้าของโครงการ : บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด
ที่ตั้งโครงการ : ถนนพหลโยธิน(ฝั่งขาออก) ตรงข้ามมหาวิทยาลัยศรีปทุม
พื้นที่โครงการ : 6-1-17.30 ไร่
ลักษณะโครงการ : High Rise
จำนวนอาคาร : 1 อาคาร
จำนวนชั้น : 28 ชั้น
จำนวนยูนิต : 900 ยูนิต

ที่จอดรถ : 40% ไม่รวมซ้อนคัน

ขนาดห้อง :

– STUDIO 21.5 ตร.ม.

– 1 Bedroom 26.5 ตร.ม.

– 1 Bedroom Plus 31.5 ตร.ม.

– 1 Bedroom Suite A&B 33.5-34.5 ตร.ม.

– 2 Bedroom 60 ตร.ม.

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง :

– Swimming Pool ลึก1.2 M. ขนาด 4×25 เมตร

– Kids Pool ลึก 30 CM.ขนาด 5×4 เมตร

– SKY FITNESS

– SKY GARDEN

– Sky Lounge

– Co-Working Space

– Lobby

– Access Card

– กล้อง CCTV

– ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

ราคา : เริ่มต้น  2,050,000 บาท
ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : 120,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลาง : 55 บาท/ตร.ม.
ค่ากองทุน : 500 บาท/ตร.ม.
ปีที่สร้างเสร็จ : กันยายน 2562
จุดเด่นโครงการ : ติดรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สถานีศรีปทุม 12 เมตร
มีทางเข้า-ออก 2 ทาง ซึ่งสามารถทะลุออกถนนเลียบคลองบางเขนไปถนนวิภาวดี หรือขึ้นทางด่วนได้ง่าย
วัสดุที่ใช้มีคุณภาพ
ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : BTS สถานีศรีปทุม(สถานีในอนาคต)

จุดขึ้น-ลง ทางด่วน : ทางยกระดับอุตราภิมุข
สถานที่ใกล้เคียง : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เมเจอร์รัชโยธิน  อเวนิวรัชโยธิน เซ็นทรัลลาดพร้าว โลตัสลาดพร้าว โรงพยาบาลวิภาวิดี โรงพยาบาลเปาโล เกษตร โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

ติดต่อโครงการ

ถนนพหลโยธิน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยศรีปทุม


CIELA Sripatum คอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า ในราคาที่เอื้อมถึง

CIELA Sripatum คอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า ในราคาที่เอื้อมถึง

หากคุณผู้อ่านได้ติดตามรีวิวคอนโดมิเนียมของเราก็จะพอสังเกตได้ว่า คอนโดมิเนียมจาก GRAND UNITY ในแบรนด์คอนโด ยู หรือยู ดีไลท์ ก็มักจะเน้นโลเคชั่นที่ดี เดินทางสะดวกแม้ไม่ติดรถไฟฟ้า ที่สำคัญคือราคาจับต้องได้ไม่แรงจนเกินไป ซึ่งเมื่อเริ่มต้นปี 2561 นี้ GRAND UNITY ได้แถลงข่าวเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ถึง 4 แบรนด์ 4 โครงการ และหันมาเน้นพัฒนาโครงการในพื้นที่ติดรถไฟฟ้า โดย 1 ใน 4 โครงการนี้ได้เริ่มเผยโฉมออกมาแล้วบน ทำเลสุดฮอตอีกแห่งของกรุงเทพฯ นั่นคือย่านพหลโยธิน-เกษตร โดยในรีวิวฉบับนี้เราจะพาทุกท่านได้เข้าไปดูโครงการแรกของปีในชื่อแบรนด์ CIELA (เซียล่า)

ภาพรวมโครงการ

CIELA Sripatum (เซียล่า ศรีปทุม) คอนโดมิเนียมน้องใหม่ แต่ทว่ามาแรงตั้งแต่เริ่มเปิดตัวครั้งแรก ด้วยทำเลระดับพรีเมียม แต่อยู่ในราคาที่ไม่สูงเลยเมื่อเทียบกับคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น 1 อาคาร, อาคาร 1 ร้านค้า 1 อาคาร และ 1 อาคารจอดรถแยกตัวออกจากตัวอาคารที่พักอาศัย บนพื้นที่ 6-1-17.30 ไร่ ขนาด 21.50-60.00 ตร.ม. ทั้งหมด 900 ยูนิต ที่จอดรถ 40% ไม่รวมซ้อนคัน

 

การดีไซน์สถาปัตยกรรมภายนอกจะแตกต่างจากคอนโดฯ ที่เคยเห็นมาทั้งหมดของ GRAND UNITY โดย CIELA Sripatum จะเน้นความเรียบง่าย สบายตา เหมาะแก่การพักผ่อนที่ต้องเหนื่อยล้าจากภายนอกมาทั้งวัน แต่ใช้เส้นสายให้ดูร่วมสมัย (Contemporary) ที่จะทำให้อาคารดูไม่ล้าสมัย สามารถดูแลรักษาได้ง่ายในระยะยาว อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจรายละเอียดที่มีให้กับลูกบ้านนั่นคือเรื่องของวัสดุที่ถูกคัดเลือกมาใช้ให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยในระยะยาวมากที่สุด เช่น กระจกภายนอกอาคารรวมถึงประตูบานเลื่อนภายในห้องทั้งหมดใช้ Laminated Glass คือเป็น  กระจก 2 แผ่นประกบกันด้วยฟิล์ม ตรงกลางกระจกถูกกั้นด้วยฟิล์มเพื่อป้องกันหากเกิดการแตก ฟิล์มตรงกลางจะช่วยยึดเอาไว้ไม่ให้กระจกร่วงลงสู่ด้านล่าง, บานตู้เสื้อผ้าใช้กระจก Tempered Glass เวลากระจกแตกจะเป็นลักษณะเม็ดข้าวโพดไม่เป็นชิ้นแหลมคมแบบกระจกทั่วไป ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บได้, ระเบียงทุกห้องมีการติดตั้งตะแกรงอลูมิเนียมสีเดียวกันกับกรอบหน้าต่าง ช่วยเรื่องความสวยงามเมื่อมองจากภายนอก ช่วยป้องกันสายตาจากภายนอกให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และยังช่วยป้องกันของหล่นลงด้านล่างนอกอาคารได้อีกด้วย และห้องน้ำสำเร็จรูป WC Pod ที่ประกอบเสร็จมาจากโรงงานคุณภาพ ข้อดีคือป้องกันการรั่วซึมลงห้องด้านล่าง ในการซ่อมบำรุงท่อจะสามารถแก้ไขได้จากในห้องโดยไม่ต้องไปรื้อฝ้าเพดานของห้องข้างล่าง สิ่งเหล่านี้คือมาตรฐานวัสดุใหม่ที่จะใส่เข้าไปในทุกโครงการจาก GRAND UNITY

 

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าโครงการนี้มีอาคารจอดรถแยกออกจากตัวอาคารพักอาศัยจึงทำให้ห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ไปจนถึงชั้น 27 มีจำนวน 34-36 ยูนิต/ชั้น ส่วนชั้น 28 จะเป็น Facilities ที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้สำหรับผู้พักอาศัย มีลิฟท์โดยสารถึง 5 ตัว และลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว ระบบล็อคชั้นจากแบรนด์ Mitsubishi บันไดหนีไฟ 3 จุด ทั้ง 2 ฝั่งอาคารกับกลางอาคาร และลิฟท์โดยสารที่อาคารจอดรถอีก 2 ตัว

 

Floor Plan

 

Master Plan จะเห็นได้ว่าที่ดินมีลักษณะหน้าแคบ แต่ลึกเข้าไปคล้ายรูปตัว L หน้าโครงการติดริมถนนใหญ่ทางทิศตะวันออก มีทางออกหลังโครงการทางทิศเหนือไปออกถนนเลียบคลองบางเขน ขวามือเป็นตัว Sale Gallery ณ ปัจจุบันที่ในอนาคตจะทำเป็น Shop ต่อด้วยตัวอาคารพักอาศัยที่วางตามแนวที่ดิน และอาคารจอดรถอยู่ด้านท้ายสุดของที่ดิน สวนสีเขียวที่เป็นจุดใหญ่ทั้ง 2 ส่วนถูกเชื่อมต่อกัน

Floor Plan ชั้นพักอาศัย ให้ลิฟท์มามากถึง 5 ตัว + ลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว ถือเป็นโครงการที่ให้จำนวนมาเยอะ ไม่ต้องกังวลช่วงเวลาเร่งด่วนจะรอลิฟท์นานเกินไป

Floor Plan ชั้น 28 ซึ่งเป็น Facilities ชั้นไฮไลท์ของโครงการ

 

 

Unit Room

 

STUDIO 21.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.05 ล้านบาท

1 Bedroom 26.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท

1 Bedroom Plus 31.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.95 ล้านบาท

1 Bedroom Suite A 34.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.25 ล้านบาท

1 Bedroom Suite B 33.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.25 ล้านบาท

2 Bedroom 60 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.39 ล้านบาท

 

Facilities

เรื่องของรายละเอียดไม่ใช่เพียงเรื่องการใช้วัสดุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบ Facilities เพื่อสนองต่อทุกไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย โดยจะแบ่งออกเป็น 2 โซน เริ่มจากพื้นที่สีเขียวชั้นล่างรวมแล้ว 2,200 ตร.ม. จากหน้าโครงการแล้วเชื่อมต่อไปถึงตรงกลางระหว่างอาคารพักอาศัยกับอาคารจอดรถ และส่วนล็อบบี้รูปทรงตัว L พื้นที่ประมาณ 410 ตร.ม.

 

ส่วนกลางอีกโซนคือดาดฟ้าชั้น 28 ชั้นสูงสุดของอาคารประกอบไปดด้วย สระว่ายน้ำขนาด 4X25 เมตร ลึก 1.2 เมตร แยกส่วนสระเด็กขนาด 5X4 เมตร ลึก 30 เมตร ถูกวางไว้มุมด้านหน้าโครงการ SKY FITNESS ห้องออกกำลังกายขนาด 185 ตร.ม. ที่มีกระจกสูงล้อมรอบทั้งหมด SKY GARDEN สวนชั้นดาดฟ้ามีพื้นที่รวม 305 ตร.ม. พื้นที่ SKY LOUNGE ห้องรับรองชั้นดาดฟ้า พื้นที่ประมาณ 143 ตร.ม. และ Co-Working Space พื้นที่ 97 ตร.ม. ได้ความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาพักผ่อน ไปพร้อมๆ กับชมวิวเมืองด้านนอกที่มีความเคลื่อนไหวอย่างไม่เคยหยุดนิ่งไปด้วย

 

ทำเล

CIELA Sripatum พื้นที่โครงการตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธินฝั่งขาออกตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม อีกทั้งยังใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อมมากมายตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว, เมเจอร์ รัชโยธิน, อเวนิว รัชโยธิน, เซ็นทรัลรามอินทรา ไปจนถึงแถวเสนานิคม (ซ.พหลโยธิน 32) ที่มากมายไปด้วย Street Food ตลอดเส้นทางซึ่งสามารถไปทะลุออกวังหิน-โชคชัย 4 แหล่งของกินอร่อยๆ ราคาไม่แพง รวมถึงไม่ไกลจากโรงพยาบาลชื่อดังทั้งรัฐบาล-เอกชน เช่น โรงพยาบาลวิภาวิดี, โรงพยาบาลเปาโล เกษตร, โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เป็นต้น

 

การเดินทางจากโครงการด้วยระบบขนส่งสาธารณะคือรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ ซึ่งตัวโครงการจะอยู่ห่างจากสถานี BTS ศรีปทุมเพียง 12 เมตร เมื่อเปิดให้บริการเมื่อไรจะใช้เวลาเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองตรงเข้าสยามประมาณ 30 นาทีเท่านั้น และห่างจากสถานีที่เป็น Interchange กับสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-หัวลำโพง สถานีพหลโยธินประมาณ 6 สถานี, สายสีชมพูแคราย-มีนบุรี บริเวณวงเวียนหลักสี่ประมาณ 2 สถานี และสายสีน้ำตาลแคราย-บึงกุ่ม บริเวณแยกเกษตรประมาณ 2 สถานีเช่นกัน ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ง่ายกว่าที่คิดมาก เพราะทางด้านหลังโครงการมีทางออกสู่ถนนเลียบคลองบางเขน (หรือเข้าทางปากซอยพหลโยธิน 49/1) ที่สามารถใช้เป็นเส้นทางลัดทะลุออกถนนวิภาวดี แล้วไปขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุข (โทลเวย์) ได้เลย

 

 

ที่ดินริมถนนพหลโยธินในย่านนี้ตั้งแต่ช่วงสี่แยกเกษตรไปจนเชื่อมต่อกับสุดถนนวิภาวดีรังสิตบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ส่วนมากเป็นที่ดินของราชการไม่ว่าจะเป็นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สำนักงานใหญ่) กรมป่าไม้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ทหารบก ทหารอากาศ ฯลฯ นั่นหมายความว่าทำเลติดรถไฟฟ้าช่วงนี้ค่อนข้างหายาก และมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าเมื่อเทียบกับย่านที่มีผู้คนทั่วไปอาศัยอยู่อย่างแน่นขนัด ซึ่งในกรุงเทพฯ โซนเหนือบริเวณนี้ถือเป็นทำเลสำคัญแห่งอนาคตที่จะทำให้กรุงเทพฯ ดูเป็นเมืองศิวิไลซ์ได้ไม่ยากทั้งสถานีกลางบางซื่อจุดศูนย์รวมคมนาคมระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน สายสีน้ำเงิน สายสีเขียว สายสีแดงเข้มที่ในอนาคตจะเชื่อมตั้งแต่สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา เชื่อมต่อไว้ด้วยสายเดียวกัน ทั้งหมดพร้อมเปิดใช้บริการประมาณปี 2563 รวมถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูงทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคใต้ และยังเป็นทั้งโรงแรม ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร รวมไว้อยู่ในที่เดียวอย่างครบวงจร ย่านนี้จึงถือได้ว่ามีการลงทุนจากทางภาครัฐสูงสุดของกรุงเทพฯ

 

สรุปว่าในแง่ของทำเลแล้วคงไม่ต้องอธิบายอะไรมากก็เชื่อว่าทุกคนก็รับรู้ถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มเปี่ยมของย่านนี้ที่กำลังจะกลายเป็น New CBD แห่งใหม่ในอนาคตอย่างแน่นอน

 

 

ชมห้องตัวอย่าง

โครงการนี้จะได้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted ซึ่งสิ่งที่ทุกห้องจะได้มาเหมือนกัน คือ ตู้รองเท้า, ตู้เสื้อผ้า, ชุดครัว + HOB + HOOD, ผ้าม่าน ส่วนเครื่องปรับอากาศก็มีให้เช่นกันค่ะ แต่จะแยกออกเป็น Type ห้องได้ดังนี้

STUDIO 21.5 ตร.ม. ได้เครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง

1 Bedroom 26.5 ตร.ม. ได้เครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง

1 Bedroom Plus 31.5 ตร.ม. ได้เครื่องปรับอากาศ 3 เครื่อง

1 Bedroom Suite A&B 33.5-34.5 ตร.ม. ได้เครื่องปรับอากาศ 3 เครื่อง

2 Bedroom 60 ตร.ม. ได้เครื่องปรับอากาศ 3 เครื่อง

 

ก่อนอื่นเราเข้าไปดูภายใน Sale Gallery กันก่อนค่ะ ภายในตกแต่งด้วยวัสดุกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีขาว ตัดกับสีดำบางส่วน เพดานสูงโปร่ง ดูแล้วโล่ง ให้ความรู้สึกสบายๆ แต่แฝงความหรูหราเอาไว้ด้วย เข้ากับคอนเซ็ปต์ Contemporary ที่วางเอาไว้ ซึ่งมีห้องตัวอย่างอยู่ 2 ขนาดด้วยกันค่ะ

ห้องตัวอย่างแรก 1 Bedroom 26.5 ตร.ม. เป็นห้องที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในโครงการ เมื่อเปิดห้องออกมาโซนแรกเราจะพบกับห้องนั่งเล่นค่ะ ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.6 เมตร ปูพื้นด้วยลามิเนต ใช้ไฟแบบ Downlight

ส่วนฝั่งซ้ายจะมีตู้เก็บรองเท้าทรงสูงใช้ลามิเนตเป็นวัสดุปิดผิว ต่อด้วยพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวีขนาดกลาง

ฝั่งขวามือเป็นพื้นที่สำหรับวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง ต่อจากพื้นที่ห้องนั่งเล่นจะเป็นห้องนอนกั้นด้วยประตูกระจก Laminated Glass แบบบานเลื่อน 3 ตอน ขนาดสูงชิดเพดาน ขอบอลูมิเนียมสีดำ

ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้กลางห้องได้ โดยยังเหลือพื้นที่ทางเดินทั้ง 2 ข้างของเตียงพร้อมโต๊ะเล็กตรงหัวเตียง

ข้างเตียงใช้หน้าต่างกระจก Laminated Glass บานใหญ่ แบบเปิดบานกระทุ้งได้ 1 บาน มาพร้อมกับผ้าม่านที่ทางโครงการให้มาด้วยเลยค่ะ

ปลายเตียงเราจะได้ตู้เสื้อผ้าที่มีหน้าบานกระจก Tempered Glass และยังเหลือพื้นที่สำหรับวางชั้นหนังสือ โต๊ะทำงานขนาดเล็ก หรือโต๊ะเครื่องแป้งได้ค่ะ

ระหว่างห้องนอนกับเคาน์เตอร์วางทีวีจะกั้นอีกโซนของห้องด้วยบานประตูค่ะ

โซนถัดมาของห้องจะเป็นห้องครัว ห้องน้ำ และระเบียงค่ะ โดยเมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับห้องครัวก่อน ความสูงในห้องครัวจากพื้นถึงเพดานสูง 2.45 เมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค Top ครัวใช้วัสดุหินสังเคราะห์สีขาว ส่วนตู้เก็บทั้งด้านบนและด้านล่างปิดผิวด้วยลามิเนต

เคาน์เตอร์ครัววางแบบ One Wall Kitchen เหลือช่องว่างสำหรับเป็นพื้นที่วางตู้เย็นไว้ด้านในสุดข้างประตูกระจก มีซิงค์ล้างจาน พร้อมเครื่องดูดครัว และเตาไฟฟ้า 2 หัวมาให้ด้วยค่ะ

เชื่อมต่อด้วยระเบียงห้อง กั้นด้วยประตูกระจก Laminated Glass บานเลื่อนขอบอลูมิเนียมสีดำ

ระเบียงห้องถูกกั้นด้วยกริลอลูมิเนียมสีดำ ด้วยบังสายตาจากด้านนอกเพิ่มความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังช่วยป้องกันของตกลงไปด้านล่าง ส่วน Condensing Unit หันหน้าออกนอกตัวอาคาร และพื้นที่ใต้ Condensing Unit มีท่อน้ำเอาไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้า

สุดท้ายที่ห้องน้ำค่ะ ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.3 เมตร พื้นและพนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิคลายหินอ่อน

อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนัง แยกโซนเปียก-แห้งออกจากกัน ส่วนโซนเปียกมีการเจาะผนังเป็น 2 ช่อง สำหรับวางของใช้ในห้องน้ำ

ห้องตัวอย่างสุดท้าย 1 Bedroom Plus 31.5 ตร.ม. ห้องนั่งเล่นเป็นโซนแรกของห้องค่ะ ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.6 เมตร ปูพื้นด้วยลามิเนต ใช้ไฟแบบ Downlight

ซ้ายมือมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางค่ะ

ถ้าวางโซฟาขนาดเล็กลงมาหน่อยก็จะเหลือพื้นที่เอาไว้วางชั้นวางของ หรือโต๊ะทำงานก็ได้ด้วย

ฝั่งตรงข้ามโซฟาสามารถวางเคาน์เตอร์วางทีวีเอาไว้ข้างๆ ตู้เก็บรองเท้าทรงสูงที่มุมกำแพงได้

ต่อจากห้องนั่งเล่นเข้ามาดูในห้องนอนกันต่อค่ะ ซ้ายมือเป็นตู้เสื้อผ้าหน้าบานกระจก Tempered Glass สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตถัดจากตู้เสื้อผ้า

อีกข้างของเตียงยังพอเหลือพื้นที่ให้เดินได้ค่ะ หน้าต่างใช้กระจก Laminated Glass ขอบอลูมิเนียมสีดำ สามารถเปิดบานกระทุ้งได้ 1 บาน มาพร้อมกับผ้าม่าน

ต่อไปออกไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ

อีกโซนของห้องมีช่องประตูตรงหลังเคาน์เตอร์วางทีวีในห้องนั่งเล่นค่ะ จะมีห้องครัว ห้องน้ำ ห้องอเนกประสงค์ และระเบียง

ห้องครัวมีความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.45 เมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค Top ครัวใช้วัสดุหินสังเคราะห์สีขาว ตู้เก็บทั้งด้านบนและด้านล่างปิดผิวด้วยลามิเนต มีซิงค์ล้างจาน เครื่องดูดควัน และเตาไฟฟ้า 2 หัว ทั้งหมดนี้จะได้ไปทั้งชุดเลยค่ะ

มองมุมนี้เราจะเห็นว่ามีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นเอาไว้ฝั่งตรงข้ามกับห้องครัว และด้านขวาของห้องครัวเป็นห้องน้ำค่ะ

ภายในห้องน้ำมีความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.3 เมตร พื้นและพนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิคลายหินอ่อน แยกพื้นที่ส่วนเปียก-แห้ง ในส่วนเปียกมีการเจาะผนังเป็น 2 ช่องสำหรับวางของใช้ภายในห้องน้ำ

ออกจากห้องน้ำไปที่ห้องสุดท้ายฝั่งตรงข้ามกันค่ะ เป็นห้องอเนกประสงค์ที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบเปิดได้ทั้ง 2 ข้าง

ภายในห้องอเนกประสงค์เราสามารถดัดแปลงได้หลากหลายการใช้งานไม่ว่าจะเป็นห้องแต่งตัว ห้องทำงาน หรือห้องนอนที่ 2 ก็ได้ค่ะ

ห้องนี้จะเชื่อมต่อกับระเบียงห้อง กั้นด้วยกระจก Laminated Glass บานเลื่อน 2 ตอน พร้อมผ้าม่าน

สุดท้ายที่ระเบียงห้องค่ะ กั้นด้วยกริลอลูมิเนียมโปร่งสีดำ ส่วน Condensing Unit หันหน้าออกนอกตัวอาคาร และพื้นที่ใต้ Condensing Unit มีท่อน้ำเอาไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้า

ความโดดเด่นของโครงการนี้ อย่างแรกคงหนีไม่พ้นเรื่องทำเลที่ว่ากันว่าจะเป็น New CBD แห่งอนาคตไปอย่างไร้ข้อกังขา ด้วยการมาของคมนาคมสำคัญที่จะกลายเป็นการเดินทางหลักให้กับคนกรุงเทพฯ ได้ดียิ่งขึ้น หรือแม้แต่เส้นทางลัดเลาะเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติด และช่วยย่นระยะทางไปสู่อีกถนนสายหลักและยังขึ้นทางด่วนได้ง่ายดาย ประกอบกับการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ดียิ่งขึ้นจาก GRAND UNITY สะท้อนออกมาให้เห็นผ่านจากวัสดุคุณภาพและการออกแบบเพื่อตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยจริงได้เป็นอย่างดี

เปิดจองโครงการอย่างเป็นทางการวันที่ 10 มีนาคม 2561 ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 250,000 บาท >>> https://goo.gl/x1KpeQ โทร. 02 652 4000

 

โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ

วันที่ 10 มีนาคม 2561 ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 250,000 บาท

 

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/