Tag : home decor

48 ผลลัพธ์
แต่งคอนโดเล็กๆ ให้ดูกว้าง ชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด

แต่งคอนโดเล็กๆ ให้ดูกว้าง ชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด

ไอเดียแต่งคอนโดห้องเล็ก ๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด อยากมีคอนโดเก๋ ๆ สไตล์ฮิปสเตอร์ มาดูไอเดียแต่งคอนโดสไตล์ฮิปสเตอร์ ราคาเบา ๆ ไม่พึ่งบิวท์อินห้องนี้กันเลย สำหรับคนที่เกือบหมดงบไปกับการซื้อคอนโด เหลืองบแต่งคอนโดนิด ๆ หน่อย ๆ มาชมไอเดียแต่งคอนโดเล็ก ๆ ห้องนี้ไปพร้อม ๆ กันเลย วันนี้สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม คุณสมาชิกหมายเลข 1926754 มารีวิวให้ชมว่าจะแต่งคอนโดห้องเล็ก ๆ อย่างไรให้ดูกว้างและน่าอยู่ อีกทั้งยังมีเคล็ดลับประหยัดเงินซื้อของตกแต่งมาบอกต่อด้วยครับ [CR] เมื่อ Hipster อย่างผม เกิดอยากแต่งห้องกับงบจำกัด โดย คุณ สมาชิกหมายเลข 1926754  สวัสดีชาวพันทิป เรื่องของเรื่องคือเป็นหนี้มาสักพักแล้ว หลังจากซื้อคอนโดมาย่างเข้าเดือนที่ 5 ก็เริ่มเก็บตังค์ได้บางส่วน อีกส่วนรูดบัตรเครดิต เลยอยากตกแต่งเพิ่มเติมสีสันให้ห้องและมุมนั่งเล่นดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น (ยังไม่เข้าอยู่อย่างเป็นทางการ ไป ๆ มา ๆ สลับกับบ้าน) ลองเข้าไปหาข้อมูลเฟอร์นิเจอร์หลายที่อยู่เหมือนกัน บวกลบคูณหารเรื่องคุณภาพสินค้ากับราคาอยู่หลายรอบ พอลองเข้าอินเทอร์เน็ตอยู่ดี ๆ ก็เกิดไอเดียในการตกแต่งห้องขึ้นมาทันทีทันใด 555+ เลยตกลงใจกดคลิก ๆ ๆ ซื้อโซฟากับตู้เก็บของมา 2 ใบ (เพราะเอกสารผมเยอะมาก ๆ) สวยเรียบง่ายดีครับ ที่สำคัญลดราคาอยู่พอดีและอีกอย่างคือไม่มีเวลาไปเลือกดูของที่ร้าน เนื่องจากปกติทำงานต่างจังหวัดจันทร์-ศุกร์ พอวันเสาร์-อาทิตย์ก็ไปเรียน ว่าง ๆ ก็นอนเก็บแรงครับ เลยสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์แบบออนไลน์นี่แหละ สะดวกดี สินค้าที่ซื้อก็มี (เอาตามงบละกัน) ตามนี้ ตู้เก็บของ (สูง) รุ่น Chosen ราคา 2,490 บาท ตู้เก็บของ (เตี้ย) รุ่น Chosen ราคา 1,490 บาท โซฟา U-Boom ราคา 8,900 บาท ของตกแต่งอื่น ๆ ของที่เหลือหอบมาจากที่บ้าน 555 อันนี้ก็เป็นภาพผังของห้องนะ ไปก๊อปมาจากเว็บไซต์ของโครงการคอนโด เริ่มต้นจากการนำแปลนห้องมาก่อน มาดูว่าจะวางอะไรยังไงตรงไหนดี ห้องมันจริง ๆ ก็แคบอยู่ ก่อนแต่งคือคิดจะแต่งด้วยบิวท์อิน แต่พอไปสอบถามราคามาคือมันแพงไปอะ เลยคิดว่าซื้อเฟอร์นิเจอร์มาเเต่งห้องให้มันฮิปสเตอร์แบบสดใส เข้ามาแล้วแบบอยากกระโดดนอนลงบนโซฟาดังตู้มแล้วกลายเป็นโกโก้ครั้นช์ ดีกว่าประหยัดงบได้ด้วย 555 ก่อนอื่นมาดูสภาพห้องจริงกันก่อนนะครับ ห้องของโครงการที่ไม่มีอะไรเลย โล่งเชียว มีแค่เคาน์เตอร์ครัวกับตู้เสื้อผ้า แค่นั้นแหละครับจบ ที่เหลือหาซื้อเอาเอง ภาพโดยรวมของห้อง จะเห็นห้องรับแขกกับห้องครัว ส่วนห้องแยกเป็นห้องนอนครับ ภาพห้องนอนถ่ายจากด้านใน ภาพห้องนอนถ่ายจากด้านนอก ภาพห้องครัว หลังจากดูภาพ Before กันแล้ว มาลุยแต่งห้องกันดีกว่าครับ พี่ ๆ จาก SB มาประกอบของให้  ใจดีมาก ๆ จริง ๆ แล้วพี่เขาแอบเกร็ง ๆ ตอนผมถ่ายภาพด้วยอะครับ อิอิ จัด ๆ เลื่อน ๆ วาง ๆ ของสักหน่อย ให้พี่ช่างช่วยถ่ายให้ 555+ ( ป.ล.สวนติดผนังด้านข้างของ SCG Landscape แหล่มมาก ๆ บอกเลย ซื้อมาติดไว้เมื่อเดือนก่อน) ต่อไปมาดูกันนะครับว่าแต่งห้องเสร็จแล้วจะแหล่มขนาดไหน ห้องรับแขกครับ โดนใจสุด ๆ (ป.ล. ผ้าม่านที่เเม่เลือกให้ เพราะแม่แกอยากมีส่วนร่วมด้วย แต่มันขัดใจผมจริง ๆ ) งานห้องครัวก็มา โดนใจอีกแล้ว ดู ๆ ไปก็ไม่ค่อยรกเท่าไร (ใช่ไหม ?) อิอิ ส่วนมุมโต๊ะกินข้าวก็ไปจำมาจากร้านอาหารแนว ๆ ฮิปสเตอร์ที่เคยไปกินมาครับ ต่อมาเป็นห้องนอนครับ ผมเลือกใช้เป็น Sofa Bed เนื่องจากปกติผมจะชอบนอนห้องรับแขก (เพราะติดแอร์อยู่ห้องเดียวและมีทีวี) ส่วนห้องนอนเอาไว้รับแขก พอไม่มีใครมานอนก็จะพับเป็นโซฟา ห้องจะได้ดูไม่แคบครับ อันนี้เป็นตู้เก็บเอกสารที่ผมซื้อมาเพิ่มครับ รูปนี้ขอนิดนึง "ญาญ่าของตาโอ๊ต...ต" เป็นไงครับหลังแต่ง แหม...ห้องออกมาสไตล์สแกนดิเนเวียนนิด ๆ ฮิปสเตอร์หน่อย ๆ ตกแต่งตามความชอบส่วนตัวไปเรื่อย ๆ ออกมาเป็นแบบนี้ครับผม ถ้ามีงบกว่านี้อีกสักหน่อยจะติดวอลเปเปอร์เพิ่มคงได้อารมณ์มากกว่านี้ ผมเลือกโทนสีนี้เพราะของโครงการมันเป็นแนวนี้อยู่แล้ว ของที่ขนเข้ามาจริง ๆ ก็ใช้เป็นกองทัพมดขนมาได้สักพักแล้วครับ แต่เหตุที่ส่วนใหญ่เลือกใช้สินค้าของ SB เพราะพอบวกลบคูณหารแล้วราคากับคุณภาพคุ้มกันที่สุด บางอย่างอาจจะซื้อจากที่อื่นมาบ้าง ก็แปรผันไปตามกำลังทรัพย์ของตัวเองนะครับ ยังไงก็ฝากผลงานการรีวิวครั้งนี้ของผมไว้ด้วย งดดราม่านะครับ ไม่ได้เป็นหน้าม้าให้ใคร ของทั้งหมดผมก็ซื้อจาก SB, Ikea, Homepro และ SCG ก็มี แต่พอดีวันนี้พี่ SB มาส่งของให้พอดี เลยถ่ายรูปมาทำรีวิวครับผม ขอบคุณครับ ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก สมาชิกหมายเลข 1926754 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม home.kapook.com
ตกแต่งทาวน์โฮม 2 ชั้น อบอุ่น เรียบง่าย สบายจนไม่อยากออกไปไหน

ตกแต่งทาวน์โฮม 2 ชั้น อบอุ่น เรียบง่าย สบายจนไม่อยากออกไปไหน

ตกแต่งบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น ไอเดียตกแต่งทาวน์โฮมแบบเรียบง่าย ดูดี บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่กับครอบครัว และรู้สึกสบายจนไม่อยากจะออกไปเที่ยวที่ไหนเลย อากาศร้อน ๆ แบบนี้คงมีแต่คนอยากออกไปเที่ยวคลายร้อน แต่เชื่อหรือไม่ว่าการตกแต่งบ้านสวย ๆ ทำให้คุณรู้สึกไม่อยากออกไปไหนได้ อย่างเช่นไอเดียตกแต่งทาวน์โฮม 2 ชั้นของ คุณ suneobar สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่สามารถทำให้บ้านทาวน์โฮม 2 ชั้นหลังนี้ดูอบอุ่น สบายตา สบายใจ จนแทบไม่อยากจะออกไปเที่ยวนอกบ้านเลย Review: ตกแต่งทาวน์โฮมให้โฮมมี่ โดย คุณ suneobar ตอนนี้อยู่มาได้ 4 เดือนแล้วครับ ยังแก้ไขอะไรโน่นนั่นนี่ไปเรื่อย ๆ (หมามียังชีวิตนะครับ ไม่ใช่หมาปลอม 555) เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ -  หน้าบ้านที่ใส่สีเขียวเข้าไปเพื่อทำให้บรรยากาศของทาวน์โฮมมีความอบอุ่นมากขึ้น -  เมื่อเข้ามาก็จะพบตู้รองเท้า ชั้นวางกระเป๋า และภาพเจ้าของบ้าน -  ส่วนของห้องนั่งเล่น -  และกั้นบริเวณของห้องนั่งเล่นกับห้องกินข้าวด้วยตู้วางของและชั้นวางทีวี -  ส่วนของห้องกินข้าว -  เมื่อมองออกไปจะเจอต้นไทรเกาหลีและไฮเดรนเยีย เพื่อกั้นที่ซักล้างให้ดูเป็นสัดส่วนและสบายตา -  ห้องครัวครับ -  ต่อไปจะเป็นห้องนอนใหญ่ -  ฝั่งตรงข้ามเป็นตู้เสื้อผ้าหน้าบานกระจก -  ห้องนอนเล็กครับ - ขอบคุณสำหรับการรับชมครับ ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ suneobar สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม home.kapook.com  
10 หลังคากันร้อน สะท้อนแดด เหมาะกับอากาศเมืองไทย

10 หลังคากันร้อน สะท้อนแดด เหมาะกับอากาศเมืองไทย

ประเภทหลังคาที่เหมาะกับบ้านในเขตอากาศร้อน มาดูกันว่ามีหลังคาประเภทใดบ้างที่สามารถช่วยลดอุณหภูมิในบ้านในช่วงหน้าร้อนได้บ้าง เพื่อให้บ้านของเราที่กำลังจะกลายเป็นเตาอบกลับมาน่าอยู่เหมือนเดิม การเปิดแอร์หรือพัดลมอาจช่วยคลายร้อนได้ แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยลดความร้อนระอุในช่วงหน้าร้อนได้ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น อีกทั้งหากเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าพวกนี้มาก ๆ ยังทำให้ค่าไฟแพงอีกต่างหาก ถ้าอย่างนั้นเรามาแก้ปัญหากันที่ต้นเหตุด้วยการเลือกใช้หลังคาให้เหมาะกับสภาพอากาศแบบเขตเมืองร้อนกันดีกว่า เพราะนอกจากจะช่วยสะท้อนแสงได้แล้ว ยังช่วยลดอุณหภูมิในบ้านได้ดี ทำให้ภายในบ้านเย็น สบาย และน่าอยู่ แถมช่วยลดการใช้แอร์หรือพัดลมได้อีกด้วย 1. หลังคาเมทัลชีทสีขาว หลังคาประเภทนี้สามารถสะท้อนแสงแดดได้ประมาณ 66% มีความแข็งแรงทนทาน ดูแลง่าย นอกจากนี้ยังเย็นตัวเร็วกว่าในตอนกลางคืนและเก็บความร้อนน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับหลังคาประเภทอื่น ๆ 2. กระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบสีขาว หลังคาที่ผลิตมาจากเซรามิก ยาง และซีเมนต์ จึงมีทั้งความสวยงามและทนทาน สามารถสะท้อนแสงได้ประมาณ 77% พร้อมทั้งช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้เข้ามาในบ้าน ทั้งยังมีอายุการใช้นานยาวนานอีกด้วย 3. กระเบื้องหลังคาแบบลอน หลังคาที่ทนฝน พายุ ช่วยถ่ายเทอากาศ สะท้อนแสงแดด และกันความร้อนได้ดี โดยเฉพาะกระเบื้องหลังคาลอนที่ทำมาจากคอนกรีตสีขาว เพราะสามารถสะท้อนแสงได้ถึง 74% เลยทีเดียว 4. หลังคายาง หลังคาที่ผลิตจากเทอร์โมพลาสติกกันน้ำหรือยางสังเคราะห์ มีความแข็งแรงทนทาน กันฝน อีกทั้งยังเหมาะกับการใช้รองพื้นสำหรับปลูกหญ้าบนหลังคาด้วย นอกจากนี้ยังดัดง่าย เหมาะกับหลังคาทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นหลังคาโค้ง สโลป เฉียง หรือหลังคาแบบตรง 5. หลังคาแผ่นโซลาร์เซลล์ หลังคาประเภทนี้นอกจากจะช่วยสะท้อนแสงออกจากบ้านแล้ว ยังเก็บความร้อนไว้แปรรูปเป็นพลังงานใช้ในบ้านได้ด้วย เหมาะกับสภาพอากาศเขตร้อนที่มีแดดตลอดทั้งปี แต่ทั้งนี้ค่าติดตั้งของหลังคาประเภทนี้ก็สูงกว่าหลังคาประเภทอื่น ๆ เช่นกัน 6. หลังคาหญ้า หญ้าถูกนำมาปลูกบนหลังคาเพื่อกันแดดมาตั้งแต่ยุคยุโรปสมัยใหม่ ในปัจจุบันก็ยังมีการใช้หลังคาหญ้าอยู่ เพราะนอกจากจะช่วยรักษาความเย็นให้บ้านแล้ว ยังช่วยให้บรรยากาศสดชื่น เย็นสบายแม้อยู่ด้านนอก 7. กระเบื้องหลังคาคอนกรีต เนื่องจากคอนกรีตเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง เลยถูกดัดแปลงเป็นหลังคาด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อดีตรงที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศในเขตร้อนชื้น ไม่ร้อนง่ายเมื่อโดนแดด ส่วนการเลือกใช้หลังคาชนิดนี้ ควรเลือกสีโทนสว่าง เพราะจะสะท้อนแสงและกันแดดได้ดีกว่าสีเข้ม 8. กระเบื้องหลังคาดินเผา ประเภทหลังคาที่มีความหนาเป็นพิเศษ สะท้อนแสงแดดได้ตั้งแต่ 34% ขึ้นไป ส่วนคุณสมบัติของหลังคาประเภทนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยสะท้อนแสงได้ดีในหน้าร้อนเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่หน้าหนาวก็ยังช่วยรักษาอุณหภูมิในบ้านให้อบอุ่นอีกด้วย 9. กระเบื้องหลังคาหินชนวน ข้อดีของกระเบื้องหลังคาหินชนวนคือ มีความสวยงาม ทนทาน มีอายุการใช้งานยาวนาน และดูแลง่าย ทั้งยังช่วยลดความร้อนตามธรรมชาติ สะท้อนแสงแดดได้ดี โดยเฉพาะกระเบื้องหลังคาสีเอิร์ธโทนกับโทนสีสว่าง 10. วัสดุกันความร้อน เพราะหลังคาเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถสะท้อนแสงแดดและความร้อนได้ทั้งหมด การใช้วัสดุกันความร้อนให้หลังคา อย่างเช่น ฉนวนกันความร้อน สเปรย์โฟม จะช่วยกันความร้อนจากแสงแดดอีกหนึ่งชั้นและช่วยทำให้ภายในบ้านเย็นยิ่งขึ้น ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com, howstuffworks, SFGATE และ fsec
จัดสวนบาหลีในบ้าน 7 ไอเดียจัดสวนสำหรับเมืองร้อน

จัดสวนบาหลีในบ้าน 7 ไอเดียจัดสวนสำหรับเมืองร้อน

อยากจัดสวนบาหลีในบ้านด้วยตัวเอง มาดูไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านกัน พร้อมแนะนำพรรณไม้สำหรับจัดสวนบาหลี ที่เหมาะกับอากาศเมืองร้อน อยากรู้ว่ามีวิธีจัดสวนบาหลีอย่างไรบ้าง ตามไปชมกันครับ สวนบาหลีเป็นหนึ่งในสไตล์การจัดสวนยอดนิยม โดยเฉพาะแถบพื้นที่เมืองร้อนอย่างบ้านเรา เนื่องจากสวนสไตล์บาหลีเป็นการจัดสวนที่มีการนำวัฒนธรรมท้องถิ่น สภาพอากาศ และธรรมชาติมาปรับสมดุลให้เข้ากันอย่างลงตัว เอาเป็นว่าใครที่กำลังมองหาไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านด้วยตัวเองอยู่ ก็ตามไปชมไอเดียจัดสวนบาหลีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เลย 1. มีไม้ประดับให้ร่มเงา พรรณไม้จัดสวนบาหลีควรเป็นไม้เมืองร้อนที่ทนร้อนและทนแล้งได้ดี ซึ่งพรรณไม้ที่นิยมนำมาแต่งสวนบาหลีนั้นได้แก่ ไม้น้ำ ไม้เลื้อย และไม้ยืนที่ให้ร่มเงา ซึ่งพรรณไม้ที่นิยมนำมาแต่งสวนสไตล์บาหลี ได้แก่ ต้นปาล์ม, ต้นบอน, สับปะรดสี, ดราแคนน่า, ฟิโลเดนดรอน, กล้วยพัด และเฟิร์น 2. ตกแต่งด้วยสีสันของไม้ดอก ในการจัดสวนบาหลีนอกจากจะมีพรรณไม้ให้ร่มเงาแล้ว ควรจะแต่งแต้มความสดใสด้วยสีสันสวยงามของไม้ดอกด้วย ซึ่งไม้ดอกที่นิยมนำมาจัดสวนบาหลีเป็นดอกไม้ที่มีสีสันจัดจ้านและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ลีลาวดี, ชบา,  เบิร์ดออฟ พาราไดซ์ (ปักษาสวรรค์), บัว, ชวนชม, เฮลิโคเนีย (ธรรมรักษา) และกล้วยไม้ 3. เน้นใช้วัสดุธรรมชาติ นอกจากความเขียวขจีของพรรณไม้ที่สำคัญกับสวนบาหลีแล้ว ในรายละเอียดของการตกแต่งก็สำคัญไม่แพ้กัน หากอยากให้ใกล้เคียงกับความเป็นบาหลีมากขึ้น ควรจะตกแต่งด้วยของตกแต่งที่ทำมาจากธรรมชาติหรือทำเลียนแบบธรรมชาติ เช่น บุผนังรอบสวนด้วยไม้ไผ่ ใช้ใบจากมุงหลังคาศาลานั่งเล่น โรยทางเดินด้วยหินหรือตกแต่งทางเดินด้วยกระเบื้องหินเลียนแบบลายจากธรรมชาติ 4. สร้างชีวิตชีวาด้วยบ่อน้ำ น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้สวนดูสดชื่น ผ่อนคลาย มีชีวิตชีวา และดูร่มเย็น เหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อนอย่างแท้จริง ดังนั้นควรมีที่สำหรับทำบ่อปลา บ่อน้ำเล็ก หรือน้ำพุในมุมเล็ก ๆ ให้มีเสียงน้ำเคลื่อนไหวอยู่รอบ ๆ ด้วย 5. มีศาลาไว้พักกาย ศาลาสำหรับพักผ่อนที่เข้ากับธีมสวนบาหลี เห็นทีคงหนีไม่พ้นศาลามุงใบจาก ศาลาไม้ไผ่ หรือศาลาไม้สวย ๆ สักหลัง แต่ถ้าหากบริเวณบ้านมีพื้นที่น้อย อาจจะเปลี่ยนจากการนำศาลามาตกแต่งสวน เป็นการนำโต๊ะ-เก้าอี้ชุดเล็ก ๆ ที่ทำจากไม้มาวางไว้นั่งเล่นกับคนในครอบครัวแทนก็ได้ครับ 6. เพิ่มกลิ่นอายบาหลีด้วยรูปปั้นหินสลัก รูปปั้นหินสลักเป็นอีกหนึ่งของตกแต่งสวน ที่จะทำให้สวนของคุณมีกลิ่นอายของความเป็นบาหลีมากขึ้น ซึ่งรูปปั้นหินสลักที่นิยมทำมาใช้ส่วนใหญ่ ได้แก่ รูปปั้นหินสลักหน้าคนและสัตว์ หรือเทพในตำนานต่าง ๆ เป็นต้น 7. เครื่องหอมสร้างความผ่อนคลาย ถ้าใครสนใจอยากเพิ่มมิติใหม่ให้กับการพักผ่อนในสวนแบบบาหลีอย่างเต็มที่ บรรดาเครื่องหอมช่วยคุณได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นธูปหอมกำยาน น้ำมันหอมระเหย หรือถุงบุหงา ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นครับ คงเห็นกันแล้วใช่ไหมครับว่าการจัดสวนสไตล์บาหลีนั้นไม่ยากจริง ๆ เพียงแค่ทำตามไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านเหล่านี้ สวนในบ้านของคุณก็จะกลายเป็นสวนสวย ๆ ที่มีกลิ่นอายความเป็นบาหลีขึ้นมาทันที ถ้าติดใจสวนสไตล์นี้ก็ลองนำไอเดียไปใช้กันดูนะครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com, homeimprovementpages, calyx, thaihomegarden และ decorreport  
10 แบบบ้านชั้นเดียว 3D 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

10 แบบบ้านชั้นเดียว 3D 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

แบบบ้านชั้นเดียว ใช้ได้ทั้งบ้านและคอนโด แบบบ้านชั้นเดียว สำหรับคนที่กำลังจะรีโนเวทคอนโดหรือสร้างบ้านใหม่  แบบบ้านชั้นเดียว ยังคงเป็นแบบบ้านที่นิยมมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราเลยรวบรวมแบบบ้านชั้นเดียว 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ในรูปแบบของแปลน 3D มาฝากเป็นของขวัญปีใหม่ เผื่อใครกำลังจะสร้างบ้าน รีโนเวทคอนโด หรือกำลังจะขึ้นบ้านใหม่ปีหน้านี้ ภาพจาก bridgesatkendallplace 1. แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น จัดวางพื้นที่ส่วนรวมไว้ตรงกลาง แล้วแยกห้องนอนออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งขวาเป็นห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง ส่วนห้องนอนอีก 2 ห้องจัดอยู่ฝั่งซ้ายใช้ห้องน้ำร่วมกัน ภาพจาก home-designing 2. แบบบ้านชั้นเดียวสำหรับครอบครัวที่มีพี่น้อง ห้องนอนของพ่อ-แม่ถูกแยกออกไปอยู่เหนือห้องนั่งเล่น ส่วนห้องลูก ๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามกันทั้ง 2 ห้อง โดยมีห้องน้ำคั่นตรงกลางไว้ใช้ร่วมกัน ภาพจาก home-designing 3. บ้านบรรยากาศเรียบหรูด้วยการตกแต่งโทนสีขาว-เขียวกับการวางห้องนอนและห้องน้ำในแนวตัวแอล (L) ล้อมพื้นที่ส่วนรวมอย่างห้องนั่งเล่นกับห้องครัวเอาไว้ นอกจากนี้มีระเบียงตรงมุมห้องไว้ออกไปกินลมชมวิวด้วย ภาพจาก pradipta 4. สำหรับคนที่ไม่ชอบให้ควันจากการทำอาหารลอยฟุ้งเข้าไปในห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ หรือห้องนอน แบบบ้านนี้ได้แยกส่วนของห้องครัวออกมาต่างหากสามารถทำประตูปิดได้ อยู่คั่นระหว่าง 2 ห้องนอนเล็ก ส่วนห้องนอนใหญ่ถัดออกไปด้านหน้าติดกับห้องนั่งเล่น พอแขกเปิดประตูเข้ามาก็นั่งพักได้เลย ภาพจาก foundationdezin 5. แม้จะมีพื้นที่น้อยนิดก็ไม่เป็นปัญหาหากจะทำบ้านแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ เพราะแค่ลดขนาดของแต่ละห้องลงมา แล้วรวมห้องกินข้าวไว้กับห้องนั่งเล่น ก็หมดปัญหาเรื่องการแบ่งพื้นที่แล้ว ภาพจาก Landtrades 6. แปลนสำหรับบ้านหน้าแคบแต่ตัวบ้านยาว โดยการจัดพื้นที่รวมไว้ด้านหน้า ส่วนห้องนอนและห้องน้ำทั้งหมดนำมารวมไว้ด้านหลัง ทำให้ห้องนอนทุกห้องมีระเบียงเป็นของตัวเองด้วย ภาพจาก domaineatvillebois 7. เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะเจอทางแยกสำหรับไปพื้นที่รวมและห้องนอนเล็ก 2 ห้องกับห้องน้ำอีก 1 ห้อง ส่วนห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัวมีทางเข้าอยู่หลังห้องนั่งเล่นที่อยู่รวมกับห้องครัว โต๊ะทำงาน และโต๊ะกินข้าวในพื้นที่เดียวกัน ภาพจาก fixarh 8. สำหรับคนที่ชอบธรรมชาติแบบบ้านหลังนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดี โดยการตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาล-ขาว มีต้นไม้ปลูกเป็นหย่อม ๆ พร้อมระเบียงอีก 3 จุดในห้องนั่งเล่น ห้องนอนใหญ่ และห้องครัว ภาพจาก hemorpheusgroup 9. แบบบ้านที่เปิดต้อนรับด้วยห้องนั่งเล่นและโต๊ะกินข้าว ก่อนเป็นส่วนของห้องครัว ห้องนอน และห้องน้ำ พร้อมระเบียงที่เชื่อมต่อจากด้านข้างของทุกห้อง โดยใช้ระเบียงของห้องครัวเป็นพื้นที่ซักล้างไปในตัว ภาพจาก siddhagroup 10. แบบบ้านที่จัดพื้นที่รวมไว้ตรงกลางล้อมรอบด้วยห้องครัว ห้องซักล้าง ห้องน้ำ และห้องนอน โดยห้องนอนเล็ก 2 ห้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน พร้อมพรางตาพื้นที่ภายในให้กว้างขึ้นด้วยประตูกระจกใส   ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com
15 ไอเดียตกแต่งห้องนั่งเล่นแจ่มๆ ใช้ได้ทั้งบ้านและคอนโด!

15 ไอเดียตกแต่งห้องนั่งเล่นแจ่มๆ ใช้ได้ทั้งบ้านและคอนโด!

สารพัดไอเดียตกแต่งห้องนั่งเล่นที่มาแรงและสามารถปรับใช้ได้ทั้งบ้านและคอนโด ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะมีไอเดียอะไรบ้างนั้นต้องไปดูกันเลยดีกว่าครับ เบื่อกันแล้วหรือยังกับการนั่งพักผ่อนในมุมเดิม ๆ บรรยากาศห้องนั่งเล่นเดิม ๆ ในบ้าน เพราะถ้าอดรนทนไม่ไหวแล้วละก็ วันนี้จึงมี 15 ไอเดียตกแต่งห้องนั่งเล่นมาให้ได้ดูกันให้รู้ไปเลยว่ายังมีสไตล์การตกแต่งห้องนั่งเล่นอีกมากมายที่นอกเหนือจากโซฟาธรรมดากับโต๊ะกาแฟแสนเชย รอให้เราลองไปสัมผัสและหยิบมาใช้งานอยู่ครับ แล้วจะรู้ว่าห้องนั่งเล่นที่เปลี่ยนไปก็ช่วยสร้างอะไรใหม่ ๆ ให้เราได้เหมือนกัน ภาพจาก hilaryrobertson 1. บรรยากาศหวาน ๆ แต่ไม่เลี่ยน ข้อแรกก็ขอเอาใจสาวหวานที่รักการแต่งบ้านกันหน่อย กระแสการตกแต่งบ้านแบบนี้ต้องเปิดรับแสงแดดจากธรรมชาติให้สาดส่องเข้ามาภายใน เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูหรูหราแต่แอบซ่อนรายละเอียดของความหวานด้วยของตกแต่งที่มีโทนชมพู ลายดอกไม้ วัสดุเมทัลลิก และโคมไฟแชนเดอเลีย ถ้าไม่อยากให้ดูเลี่ยนอาจหาของตกแต่งสีดำมาทอนความหวาน หรือเลือกโทนสีชมพูหม่น ๆ แทนสีชมพูสด ภาพจาก theeverygirl 2. เรียบง่ายตามสไตล์มินิมอลและฮิปสเตอร์ แม้ว่าการแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์มินิมอลและฮิปสเตอร์จะดูเรียบง่ายไม่มีรายละเอียดซับซ้อนอะไร แต่จะต้องยึดหลัก Less is More เสาเอกของสไตล์ทั้งหมด นั่นก็คือการใช้สิ่งของธรรมดาแต่มีผลทางใจเมื่อยามแรกเห็น ดังนั้นเทรนด์นี้จึงเน้นการตกแต่งไปที่การเลือกเฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายไม่มีสีสันฉูดฉาดและมีฟังก์ชั่นการใช้งานแบบทั่ว ๆ ไป ดึงดูดใจด้วยของอย่างแจกันหรือโคมเมทัลลิกโทนพิงค์โกลด์ และประดับด้วยต้นไม้เล็ก ๆ สัก 1-2 ต้นก็เพียงพอแล้ว ภาพจาก lantliv 3. ต้องมนตร์เสน่ห์แห่งความอ่อนโยนสไตล์คอทเทจ จริง ๆ แล้วการแต่งห้องนั่งในสไตล์คอทเทจนั้นไม่ยาก เพียงแค่ลดบรรทัดฐานของดีไซเนอร์ลงเล็กน้อยและเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่หรูหรามากนักอย่างเช่น ไม้และผ้า เน้นโทนสีเทาอ่อนผสมกับโทนสีพาสเทลที่ดูแล้วสบายตา เพิ่มความอ่อนโยนด้วยไม้ดอกเพื่อให้เข้าถึงสไตล์คอทเทจได้อย่างง่าย ๆ ภาพจาก cushandnooks 4. ผสานความหรูหรากับธรรมชาติ รับรองได้เลยว่าการตกแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์หรูหราแต่เรียบง่ายแบบนี้ต้องโดนใจคนรุ่นใหม่อย่างแน่นอน เพราะเทรนด์นี้จะมุ่งเน้นการแต่งด้วยโทนธรรมชาติของต้นไม้ โทนสีคลาสสิก และเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบง่ายแต่แอบซ่อนความหรูหราเข้าไปในวัสดุบ้าง เช่น ตกแต่งด้วยสีทองเพื่อคงความมีระดับเอาไว้ ภาพจาก apartmentstori 5. ใช้ธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจ เรียกได้ว่าเป็นสไตล์ที่เก็บเอาความทรงจำอันสวยงามในธรรมชาติอย่างเช่น แสงแดด แม่น้ำ และมนตร์เสน่ห์ที่โดดเด่นของธรรมชาติเข้ามาไว้ด้วยอย่างลงตัว รูปแบบการดีไซน์จะค่อนข้างเรียบหรูแบบธรรมดา แต่จะดึงดูดสายตาด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เฉพาะตัวอย่างเช่น ไม้ที่มีลักษณะโค้งมน โต๊ะโลหะทรงเหลี่ยม โซฟาผ้า โคมไฟดวงเล็ก ผลงานศิลปะทางวัฒนธรรม และโทนสีน้ำตาลอ่อน สีฟ้า สีขาว เป็นหลัก ภาพจาก jenniferharrisonstyle 6. ทันสมัยตลอดกาลด้วยโทนขาว-ดำ รายละเอียดของสไตล์นี้ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การใช้โทนสีขาว-ดำ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานได้หลากหลายชนิด รูปทรงสิ่งของก็ดูเข้ากับทุกยุคทุกสมัย อย่างเช่น โซฟาสีขาวที่ประดับด้วยหมอนอิงลายสีดำ พรมลวดลายขาว-ดำ ของตกแต่งโทนสีดำ และแทรกด้วยชั้นวางเมทัลลิกเพื่อตัดโทนไม่ให้มืดจนเกินไป ภาพจาก dustjacket-attic 7. ผสานสไตล์โมเดิร์นยกระดับความหรู ถ้ามองแบบผิวเผินการตกแต่งด้วยสไตล์นี้ก็จะคล้ายกับโมเดิร์นลักซ์ซูรี่ แต่เมื่อได้ลองเจาะเข้าไปในรายละเอียดเราจะพบว่ามีความแตกต่างพอสมควร เพราะต้องแต่งห้องนั่งเล่นด้วยโทนสีหม่นโทนเดียวกันเกือบทั้งห้อง ใช้วัสดุแนวเรียบหรูแต่ดูดีอย่าง คริสตัล กระจก พรมขนสัตว์ หนัง และไม้ เพื่อให้สไตล์ทุกอย่างในห้องนั่งเล่นสอดคล้องกัน ภาพจาก interiorjunkie 8. เน้นโทนสีเบจสร้างบรรยากาศสบายๆ การตกแต่งหลัก ๆ จึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้โทนสีเบจและสีครีมที่พาให้ชวนฝันและสร้างสรรค์ไปพร้อม ๆ กับความหรูหรา โดยโซฟาจะต้องมีลักษณะหนานุ่มเป็นพิเศษนั่งแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ประดับหมอนอิงและพรมขนที่แลดูฟุ้ง ๆ เลือกโต๊ะรับแขกที่แต่งด้วยโลหะมันวาวเพื่อบ่งบอกถึงความหรูหราอย่างในจินตนาการ ภาพจาก nohomewithoutyou 9. เปิดรับแสงด้วยเพดานสูง หากห้องนั่งเล่นความกว้างไม่มากนักลองยกระดับเพดานให้สูงขึ้นดู จะช่วยพรางตาให้ห้องเล่นดูกว้างและสว่างขึ้นไปพร้อมกัน ถ้าหากยังดูอึดอัดอาจเพิ่มจำนวนหน้าต่าง เพื่อเปิดทางให้แสงเข้ามาพร้อมเพิ่มระดับความหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์เรียบหรู ของตกแต่งสีเมทัลลิกบ้างเล็กน้อยสลับกับโทนสีขาวและของที่มีสีสด ๆ อีกเล็กน้อยไม่ให้บรรยากาศจืดชิดเกินไป ภาพจาก apartmenttherapy 10. เน้นโทนสีดำให้ดูลึกลับและน่าค้นหา ยุคสมัยหนึ่งการแต่งบ้านด้วยโทนสีดำอาจจะเป็นเรื่องที่ดูแปลกและไม่เข้าท่า แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปโทนสีดำก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันเลอค่าและคู่ควรกับการตกแต่งทุกยุคทุกสมัยจริง ๆ เช่นเดียวกับการแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์นี้ ที่จะดึงดูดสายตาด้วยผนังสีดำด้าน โซฟาสีเข้ม ของตกแต่งในแนวผู้ชาย ความสว่างจากหน้าต่าง หรืออาจจะเสริมด้วยความเขียวขจีของพืชพรรณอีกเล็กน้อย ภาพจาก undeclaredpanache 11. เปลี่ยนห้องนั่งเล่นเล็กเป็นสวนหย่อมในบ้าน เป็นอีกหนึ่งไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นที่เหมาะกับชาวคอนโดเป็นอย่างมาก ถึงแม้ขนาดพื้นที่ของในห้องนั่งเล่นจะมีขนาดเล็กและคับแคบ แต่การตกแต่งผนังด้วยสีขาว เฟอร์นิเจอร์สีสดใส พร้อมนำต้นไม้มาตกแต่งเพิ่มก็จะช่วยสร้างความสดชื่น หรือนำไม้มงคลปลูกใส่กระถางมาวางแล้วจัดให้เป็นสวนหย่อมในร่มก็ได้ ภาพจาก thedesignfiles 12. แนวผสมผสานที่เหมาะกับการใช้งานของทุกคนในครอบครัว การแต่งห้องนั่งเล่นในแนวนี้แม้ว่าจะไม่สามารถระบุสไตล์ที่ชัดเจนได้ แต่กลับดูลงตัวไม่แพ้สไตล์อื่น ๆ เลยทีเดียว เป็นการนำไลฟ์สไตล์ของทุกคนในบ้านมาสร้างดีไซน์ห้องนั่งเล่น อย่างเช่น โซฟาและเฟอร์นิเจอร์หลากสีสัน แทรกด้วยของตกแต่งที่เป็นไม้เนื้ออ่อน และตกแต่งด้วยสิ่งของสะสมจากสมาชิกในบ้าน ภาพจาก christinedovey 13. ผลงานศิลปะสร้างความโดดเด่น สไตล์การออกแบบห้องนั่งเล่นของทุกดีไซน์ส่วนมากจะเน้นไปที่เฟอร์นิเจอร์และโทนสี แต่ในข้อนี้จะโชว์การใช้ผลงานศิลปะสร้างห้องนั่งเล่นสไตล์ใหม่ขึ้นมาให้ดู ไม่ว่าผลงานศิลปะนั้นจะเป็นแบบไหนหรือจากใครก็แล้วแต่สามารถใช้กับการตกแต่งนี้ได้เลย เพียงแค่ปรับลดรายละเอียดของเฟอร์นิเจอร์เพียงเล็กน้อยเพื่อส่งให้ผลงานศิลปะดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ภาพจาก planete-deco 14. แต่งห้องนั่งเล่นเท่ ๆ ในสไตล์ลอฟท์ เป็นอีกหนึ่งดีไซน์ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้เลยครับ กับการตกแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์ลอฟท์ที่มีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน โดยการเน้นโชว์เนื้อแท้ของวัสดุแต่ละชนิด เช่น ขั้นบันไดเหล็ก ผนังอิฐโชว์แนวท่อสายไฟใต้เพดาน โซฟาหนัง และไม้ ซึ่งมันอาจจะดูดิบและหนักไปสักหน่อยสำหรับคนที่ชอบความอ่อนโยน แต่ถ้าได้ลองแต่งห้องนอนสไตล์นี้แล้วก็อาจจะติดใจขึ้นมาก็ได้นะจะบอกให้ ภาพจาก *DREAMS * 15. สไตล์ผสมในแบบที่เป็นคุณ ห้องนั่งเล่นแต่ละแบบที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่มีสไตล์ที่เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน ซึ่งต่างจากห้องนั่งเล่นแบบสุดท้ายนี้ที่ไม่มีแพทเทิร์นหรือคำจำกัดความตายตัว เพราะทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล หากไม่ได้ชอบสไตล์ใดสไตล์หนึ่งเป็นพิเศษ ก็ลองนำแนวหลักของแต่ละสไตล์ผสมผสานกันดู อาจจะกลายเป็นการแต่งบ้านแนวใหม่ให้กับใครอีกหลายคนก็ได้นะครับ ถ้าเบื่อบรรยากาศห้องนั่งเล่นเก่าๆ ลองเอาไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปปรับให้เข้ากับบ้านคุณดูนะครับ หลังจากนี้อาจจะไม่อยากออกไปไหนแล้วก็ได้นะ   ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com
ทางลัดลดค่าไฟ 15 วิธีจัดห้องนอนให้เย็นสบายโดยไม่เปิดแอร์

ทางลัดลดค่าไฟ 15 วิธีจัดห้องนอนให้เย็นสบายโดยไม่เปิดแอร์

รอมาทั้งปีแต่ลมหนาวก็ไม่มา แต่หลังจากนี้ไม่ต้องทนนอนเหงื่อไหลไคลย้อยหรือเปิดแอร์ให้เปลืองค่าไฟกันอีกต่อไป เพราะมีวิธีจัดห้องนอนให้เย็นสบาย หลับสนิทจนถึงเช้ามาฝากครับ ไม่ต้องตั้งคำถามกันอีกต่อไปว่าเมื่อไหร่อากาศบ้านเราจะหนาวสักที ในเมื่ออากาศมันร้อนทรมานใจไม่หยุดหย่อนขนาดนี้ เราก็ต้องปรับตัวตามอากาศไปให้สิ้นเรื่อง ยิ่งถ้าบ้านใครที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศใช้ด้วยแล้วยิ่งต้องรีบทำตามวิธีกำจัดความร้อนในแบบฉบับที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างวิธีจัดห้องนอนที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันในวันนี้ แล้วอาการกระวนกระวายเพราะร้อนจนนอนไม่หลับจะหายไปทันที 1. เปลี่ยนชุดเครื่องนอนให้เป็นผ้าคอตตอน ชุดเครื่องนอนแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปไม่ว่าจะหนานุ่มหรือเบาสบายก็มีหมด ดังนั้นเมื่ออากาศเข้าสู่สภาวะร้อนจนนอนไม่ค่อยหลับ เราขอแนะนำให้เปลี่ยนชุดเครื่องนอนจากผ้าหนานุ่มมาเป็นผ้าคอตตอนแทนจะดีกว่า เพราะด้วยคุณสมบัติที่เบาสบายและถ่ายเทอากาศได้ดี จึงช่วยให้คุณไม่ต้องทนนอนบนที่นอนร้อน ๆ อีกต่อไป 2. ดื่มน้ำก่อนเข้านอน ในช่วงที่อากาศหนาวเย็นหรือเป็นปกติ การดื่มน้ำก่อนเข้านอนคงไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร มีแต่จะทำให้เราตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกซะอีก แต่ในเมื่อกลับอากาศร้อนหนักขนาดนี้แนะนำให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนเข้านอนก็จะช่วยร่างกายไม่ร้อนระหว่างหลับฝันหวานได้ครับ 3. เปลี่ยนหมอนใหม่ ศีรษะเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดในร่างกาย ดังนั้นนี่อาจหมายถึงเวลาของการเปลี่ยนหมอนใหม่ที่เล็กกว่า ผ้าบางกว่า และระบายอากาศได้ดีกว่าหมอนใบเก่า หากคุณไม่อยากนอนกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืนเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวอีกต่อไป 4. จัดทิศพัดลมให้ถูก เพื่อดูดความร้อนออกนอกบ้าน หลายคนอาจจะยังสับสนว่าทำไมเปิดพัดลมแล้วยังไม่เย็นสักทีมีแต่ร้อนกับร้อน นั่นก็เป็นเพราะว่าพัดลมกำลังดูดความร้อนจากข้างนอกเข้ามาในบ้านยังไงล่ะ ซึ่งวิธีแก้ก็ง่ายนิดเดียวแค่หันด้านหลังพัดลมออกนอกหน้าต่าง แล้วความร้อนภายในบ้านก็จะถูกถ่ายเทออกไป แต่ถ้าบ้านไหนใช้พัดลมเพดานก็แค่ตั้งระบบให้ใบพัดหมุนทวนเข็มนาฬิกาก็ช่วยไล่ลมร้อนออกจากบ้านได้เหมือนกันครับ   5. แขวนผ้าเปียกที่หน้าต่างช่วยปรับอากาศให้เย็นลง บางครั้งการนอนเปิดหน้าต่างเพียงอย่างเดียวก็ไม่ช่วยไล่ความร้อนได้ดีเท่าไร แต่ถ้าเรานำผ้าเปียกบิดหมาด ๆ มาแขวนไว้ที่หน้าต่างห้อง ลมจากภายนอกก็จะพัดพาไอเย็น ๆ จากผ้าเปียกเข้ามาภายในห้อง คราวนี้ต่อให้อากาศร้อนแค่ไหนก็ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ให้เสียค่าไฟแพง ๆ อีกแล้ว 6. วางก้อนน้ำแข็งไว้หน้าพัดลม อาจจะดูเป็นวิธีสามัญไปหน่อยแต่ขอบอกเลยว่าได้ผลดีเกือบเทียบเท่าแอร์บ้านเลยล่ะ ให้นำก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่มาใส่ถาดถาดขนาดพอเหมาะ วางไว้หน้าพัดลมในระยะที่ไม่ใกล้และไม่ไกลพัดลมจนเกินไป คราวนี้จากอากาศร้อน ๆ ภายในบ้านก็ถูกแทนที่ด้วยลมเย็น ๆ ตอนเปิดพัดลม แต่ความรู้สึกเหมือนนั่งให้ห้องแอร์เลยล่ะ 7. นอนคนเดียวบ้าง ก็ทำให้อุณหภูมิลดลง สังเกตไหมว่าเวลาที่เราอยู่ในที่สาธารณะอัดแน่นไปด้วยผู้คน สถานที่แห่งนั้นจะร้อนอบอ่าวเป็นพิเศษ นั่นเป็นเพราะร่างกายแต่ละคนต่างก็มีความร้อนอยู่ในตัว และเมื่อมารวมตัวกันองศาความร้อนก็ยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้น เช่นเดียวกับการนอนเป็นคู่เพราะมันจะทำให้ความร้อนจากร่างกายถูกระบายออกมา 2 เท่า ฉะนั้นหากคืนไหนร้อน ๆ ก็นอนแยกกันบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อให้ต่างคนต่างนอนสบายกายขึ้น   8. เปลี่ยนเตียงนอนบ้างเพื่อให้อากาศหมุนรอบตัวเรา การนอนหลับพักผ่อนไม่จำเป็นว่าจะต้องนอนบนเตียงหนา ๆ นุ่ม ๆ เสมอไป ไม่ว่าจะเป็นเปลญวน ตั่งไม้ หรือเตียงแบบโปร่งชนิดอื่น ๆ ก็สามารถประยุกต์มันมาเป็นที่นอนในช่วงที่อากาศร้อนได้เหมือนกัน เพราะเตียงนอนในลักษณะนี้มีรูระบายอากาศมากกว่าเตียงนอนเบาะหนา ๆ และการแกว่งเปญณวนก็ยังทำให้อากาศเคลื่อนไหวเกิดลมพัดเบา ๆ กำลังเย็นสบายในขณะที่คุณนอนด้วย 9. เลือกซื้อชุดนอนแบบผ้าคอตตอนมาสวมใส่ ถ้าการเปลี่ยนชุดเครื่องนอนไปเป็นผ้าคอตตอนยังเย็นไม่พอ เราขอแนะนำให้เปลี่ยนชุดนอนในช่วงหน้าร้อนให้กลายเป็นผ้าคอตตอนไปด้วยเลย รับรองว่าผ้าโปร่ง ๆ ระบายอากาศอย่างชุดนอนผ้าคอตตอนจะทำให้คุณนอนหลับสนิท แม้ในวันที่อากาศจะร้อนอบอ้าวที่สุดก็ตาม 10. อาบน้ำก่อนนอนช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย หลายคนคงปฏิเสธไม่ลงว่า เคยไม่อาบน้ำแล้วเข้านอนมาก่อน ถึงแม้คุณจะเหนื่อยจากการเดินทาง จากงาน หรืออะไรก็ตามแต่ คุณก็ต้องสละเวลาง่วงเพียงนิดเพื่อตั้งจิตไปอาบน้ำก่อนนอนให้ได้ เพราะนอกจากจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกได้แล้ว มันยังช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายส่งผลให้นอนหลับสบายได้อีกด้วย 11. ปิดไฟก่อนนอนช่วยลดปริมาณความร้อนได้ คนที่ไม่กล้านอนปิดไฟอยู่ในความมืดก็ต้องขออภัยเพราะวิธีนี้ช่วยลดความร้อนได้ดีจริง ๆ ครับ ขณะที่เรานอนเปิดไฟในห้องทิ้งไว้ พลังงานความร้อนจากหลอดไฟและแสงไฟจะส่งผ่านมารบกวนการนอนทำให้นอนหลับได้ไม่เต็มที่ แต่จะดีกว่าไหมถ้ายอมปิดไฟนอนเพื่อลดความร้อนในห้องลง 12. วางถังน้ำไว้แช่เท้าไว้ที่ปลายเตียง หากคุณเป็นคนที่ขี้ร้อนจัดไม่ว่าจะลองวิธีไหนก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล งั้นต้องไปแก้ร้อนที่ปลายเท้าด้วยการหาถังน้ำหรือกะละมังใส่น้ำในปริมาณที่พอเหมาะมาวางไว้ปลายเตียง เมื่อไรที่รู้สึกร้อนจนนอนไม่ได้ก็แค่ลุกขึ้นมาแช่เท้าในถังน้ำให้เย็นสบาย วิธีนี้จะช่วยดูดเอาความร้อนจากร่างกายออกไปได้เยอะเลย 13. นอนชั้นล่างอากาศจะเย็นที่สุด ไม่ต้องอธิบายหลักวิทยาศาสตร์ให้ยุ่งยาก ใครๆ ต่างก็รู้ว่าความร้อนจะลอยตัวสูงขึ้นแล้วความเย็นจะเข้ามาแทนที่ ดังนั้นสถานที่ที่เหมาะสมกับการนอนหลับเห็นทีคงต้องเป็นชั้นล่างของบ้านแล้วล่ะ แต่ถ้าบ้านไหนมีแค่ชั้นเดียวแนะนำให้เลือกซื้อเบาะนอนบาง ๆ หรือปูผ้านอนกับพื้น แล้วความเย็นจากพื้นก็จะช่วยให้คุณไม่รู้สึกว่าคืนนี้ร้อนอบอ้าวอย่างที่ผ่านมา 14. ดึงปลั๊กไฟที่ไม่ใช้งานออกให้หมด ในยามค่ำคืนแห่งการพักผ่อนคงไม่มีใครลุกขึ้นมาใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าหรอกนะครับ ฉะนั้นก่อนจะเข้านอนทุกครั้งควรดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานออกให้หมด เพราะการที่คุณเสียบปลั๊กไฟค้างไฟก็เท่ากับว่าเครื่องยังทำงานและยังปล่อยความร้อนออกมาอยู่ ดังนั้นการถอดปลั๊กจึงช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในบ้านลงได้ แถมสามารถช่วยลดค่าไฟ และเป็นการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรได้อีกต่างหาก   15. ทำแอร์ใช้เอง ราคาแอร์แต่ละเครื่องถูก ๆ ซะเมื่อไร แถมยังมีค่าติดตั้งอีก ถ้าไม่อยากจ่ายเพิ่มแล้ว มาทำแอร์ใช้เองกันเถอะ รับรองว่าลมเย็นไม่ต่างกันเลย แถมเจ้าแอร์ทำมือเครื่องนี้ยังช่วยประหยัดได้เยอะเลยด้วย แม้ชาวบ้านเขาจะบ่นว่าอากาศร้อนปรอทแตกแค่ไหน แต่ถ้าคุณได้ลองนำเอาทริคเด็ด ๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปใช้แล้วละก็ รับรองได้เลยว่าค่ำคืนแห่งการนอนหลับพักผ่อนของคุณจะเย็นสบายไร้ความร้อนรบกวนจนเพื่อนบ้านต้องมาขอเคล็ดลับกันอย่างไม่ขาดสายแน่นอน   ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com, lifehack, greatist, instructables และ sleepjunkies
แต่งคอนโดเล็กๆ ให้ดูกว้าง ชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด

แต่งคอนโดเล็กๆ ให้ดูกว้าง ชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด

ไอเดียแต่งคอนโดห้องเล็ก ๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด อยากมีคอนโดเก๋ ๆ สไตล์ฮิปสเตอร์ มาดูไอเดียแต่งคอนโดสไตล์ฮิปสเตอร์ ราคาเบา ๆ ไม่พึ่งบิวท์อินห้องนี้กันเลย สำหรับคนที่เกือบหมดงบไปกับการซื้อคอนโด เหลืองบแต่งคอนโดนิด ๆ หน่อย ๆ มาชมไอเดียแต่งคอนโดเล็ก ๆ ห้องนี้ไปพร้อม ๆ กันเลย วันนี้สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม คุณสมาชิกหมายเลข 1926754 มารีวิวให้ชมว่าจะแต่งคอนโดห้องเล็ก ๆ อย่างไรให้ดูกว้างและน่าอยู่ อีกทั้งยังมีเคล็ดลับประหยัดเงินซื้อของตกแต่งมาบอกต่อด้วยครับ [CR] เมื่อ Hipster อย่างผม เกิดอยากแต่งห้องกับงบจำกัด โดย คุณ สมาชิกหมายเลข 1926754  สวัสดีชาวพันทิป เรื่องของเรื่องคือเป็นหนี้มาสักพักแล้ว หลังจากซื้อคอนโดมาย่างเข้าเดือนที่ 5 ก็เริ่มเก็บตังค์ได้บางส่วน อีกส่วนรูดบัตรเครดิต เลยอยากตกแต่งเพิ่มเติมสีสันให้ห้องและมุมนั่งเล่นดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น (ยังไม่เข้าอยู่อย่างเป็นทางการ ไป ๆ มา ๆ สลับกับบ้าน) ลองเข้าไปหาข้อมูลเฟอร์นิเจอร์หลายที่อยู่เหมือนกัน บวกลบคูณหารเรื่องคุณภาพสินค้ากับราคาอยู่หลายรอบ พอลองเข้าอินเทอร์เน็ตอยู่ดี ๆ ก็เกิดไอเดียในการตกแต่งห้องขึ้นมาทันทีทันใด 555+ เลยตกลงใจกดคลิก ๆ ๆ ซื้อโซฟากับตู้เก็บของมา 2 ใบ (เพราะเอกสารผมเยอะมาก ๆ) สวยเรียบง่ายดีครับ ที่สำคัญลดราคาอยู่พอดีและอีกอย่างคือไม่มีเวลาไปเลือกดูของที่ร้าน เนื่องจากปกติทำงานต่างจังหวัดจันทร์-ศุกร์ พอวันเสาร์-อาทิตย์ก็ไปเรียน ว่าง ๆ ก็นอนเก็บแรงครับ เลยสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์แบบออนไลน์นี่แหละ สะดวกดี สินค้าที่ซื้อก็มี (เอาตามงบละกัน) ตามนี้ ตู้เก็บของ (สูง) รุ่น Chosen ราคา 2,490 บาท ตู้เก็บของ (เตี้ย) รุ่น Chosen ราคา 1,490 บาท โซฟา U-Boom ราคา 8,900 บาท ของตกแต่งอื่น ๆ ของที่เหลือหอบมาจากที่บ้าน 555 อันนี้ก็เป็นภาพผังของห้องนะ ไปก๊อปมาจากเว็บไซต์ของโครงการคอนโด เริ่มต้นจากการนำแปลนห้องมาก่อน มาดูว่าจะวางอะไรยังไงตรงไหนดี ห้องมันจริง ๆ ก็แคบอยู่ ก่อนแต่งคือคิดจะแต่งด้วยบิวท์อิน แต่พอไปสอบถามราคามาคือมันแพงไปอะ เลยคิดว่าซื้อเฟอร์นิเจอร์มาเเต่งห้องให้มันฮิปสเตอร์แบบสดใส เข้ามาแล้วแบบอยากกระโดดนอนลงบนโซฟาดังตู้มแล้วกลายเป็นโกโก้ครั้นช์ ดีกว่าประหยัดงบได้ด้วย 555 ก่อนอื่นมาดูสภาพห้องจริงกันก่อนนะครับ ห้องของโครงการที่ไม่มีอะไรเลย โล่งเชียว มีแค่เคาน์เตอร์ครัวกับตู้เสื้อผ้า แค่นั้นแหละครับจบ ที่เหลือหาซื้อเอาเอง ภาพโดยรวมของห้อง จะเห็นห้องรับแขกกับห้องครัว ส่วนห้องแยกเป็นห้องนอนครับ ภาพห้องนอนถ่ายจากด้านใน ภาพห้องนอนถ่ายจากด้านนอก ภาพห้องครัว หลังจากดูภาพ Before กันแล้ว มาลุยแต่งห้องกันดีกว่าครับ พี่ ๆ จาก SB มาประกอบของให้  ใจดีมาก ๆ จริง ๆ แล้วพี่เขาแอบเกร็ง ๆ ตอนผมถ่ายภาพด้วยอะครับ อิอิ จัด ๆ เลื่อน ๆ วาง ๆ ของสักหน่อย ให้พี่ช่างช่วยถ่ายให้ 555+ ( ป.ล.สวนติดผนังด้านข้างของ SCG Landscape แหล่มมาก ๆ บอกเลย ซื้อมาติดไว้เมื่อเดือนก่อน) ต่อไปมาดูกันนะครับว่าแต่งห้องเสร็จแล้วจะแหล่มขนาดไหน ห้องรับแขกครับ โดนใจสุด ๆ (ป.ล. ผ้าม่านที่เเม่เลือกให้ เพราะแม่แกอยากมีส่วนร่วมด้วย แต่มันขัดใจผมจริง ๆ ) งานห้องครัวก็มา โดนใจอีกแล้ว ดู ๆ ไปก็ไม่ค่อยรกเท่าไร (ใช่ไหม ?) อิอิ ส่วนมุมโต๊ะกินข้าวก็ไปจำมาจากร้านอาหารแนว ๆ ฮิปสเตอร์ที่เคยไปกินมาครับ ต่อมาเป็นห้องนอนครับ ผมเลือกใช้เป็น Sofa Bed เนื่องจากปกติผมจะชอบนอนห้องรับแขก (เพราะติดแอร์อยู่ห้องเดียวและมีทีวี) ส่วนห้องนอนเอาไว้รับแขก พอไม่มีใครมานอนก็จะพับเป็นโซฟา ห้องจะได้ดูไม่แคบครับ อันนี้เป็นตู้เก็บเอกสารที่ผมซื้อมาเพิ่มครับ รูปนี้ขอนิดนึง "ญาญ่าของตาโอ๊ต...ต" เป็นไงครับหลังแต่ง แหม...ห้องออกมาสไตล์สแกนดิเนเวียนนิด ๆ ฮิปสเตอร์หน่อย ๆ ตกแต่งตามความชอบส่วนตัวไปเรื่อย ๆ ออกมาเป็นแบบนี้ครับผม ถ้ามีงบกว่านี้อีกสักหน่อยจะติดวอลเปเปอร์เพิ่มคงได้อารมณ์มากกว่านี้ ผมเลือกโทนสีนี้เพราะของโครงการมันเป็นแนวนี้อยู่แล้ว ของที่ขนเข้ามาจริง ๆ ก็ใช้เป็นกองทัพมดขนมาได้สักพักแล้วครับ แต่เหตุที่ส่วนใหญ่เลือกใช้สินค้าของ SB เพราะพอบวกลบคูณหารแล้วราคากับคุณภาพคุ้มกันที่สุด บางอย่างอาจจะซื้อจากที่อื่นมาบ้าง ก็แปรผันไปตามกำลังทรัพย์ของตัวเองนะครับ ยังไงก็ฝากผลงานการรีวิวครั้งนี้ของผมไว้ด้วย งดดราม่านะครับ ไม่ได้เป็นหน้าม้าให้ใคร ของทั้งหมดผมก็ซื้อจาก SB, Ikea, Homepro และ SCG ก็มี แต่พอดีวันนี้พี่ SB มาส่งของให้พอดี เลยถ่ายรูปมาทำรีวิวครับผม ขอบคุณครับ ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก สมาชิกหมายเลข 1926754 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม home.kapook.com
DIY Renovate “ห้องนอน” ถ้าทำแล้วมีความสุขขึ้นขนาดนี้ รู้งี้ทำไปตั้งนานแล้ว

DIY Renovate “ห้องนอน” ถ้าทำแล้วมีความสุขขึ้นขนาดนี้ รู้งี้ทำไปตั้งนานแล้ว

วันนี้เรามีไอเดียการ Renovate ห้องนอนเก๋ๆ น่ารักๆ จาก สมาชิกพันทิป คุณ PuY~isme มาฝากทุกท่านอีกหนึ่งกระทู้ครับ เราลองไปดูกันดีกว่าครับ ว่าจะออกมาสวยงามขนาดไหน สวัสดีค่ะ วันนี้กลับอีกครั้ง จะมาพูดถึงการตกแต่งห้อง สไตล์ DIY กันต่อ หลังจากที่ได้รีวิวไปแล้ว 4 ห้อง (ห้องนอนเด็ก ห้องเก็บของ ห้องทำงาน และมุมบิวตี้โถงทางเดิน) สำหรับห้องนี้ปุ้ยตั้งใจจะรีโนเวททำให้เป็นของขวัญวันเกิดของสามีและของขวัญวันครบรอบแต่งงาน 2 ปี ของเราค่ะ ห้องนอน ขนาด 3.5x4 m (มีบันไดในห้อง) ห้องน้ีเป็นห้องนอนหลัก (แต่ขนาดเล็ก) เพราะเน้นฟังก์ชั่น คือ ไว้นอน และเอาไว้เก็บเสื้อผ้าของสามี (ใต้บันได) ไม่ดูทีวี ไม่ทำงานในห้องค่ะ ส่วนบันไดที่เห็นนั้นจะเดินไปสู่ห้องแต่งตัวของปุ้ยอยู่ชั้นบน ----------  มีคนถามเยอะมากว่า บันไดในห้องนอนทำไปทำไม ? ---------- ตอนแรกเดิมที ปุ้ยออกแบบให้มีบันได เพราะว่าชอบอารมณ์ห้อง Duplex ในคอนโดหรือโรงแรม รู้สึกว่าเจ๋งดี แล้วก็ตอนออกแบบบ้าน ปุ้ยเอามาปรับใช้ เพราะว่าสามีนอนกรน ช่วงแต่งงานแรกๆ ปุ้ยนอนไม่หลับเลย (แรกๆ เช่าคอนโดอยู่กันก่อนจะมีบ้านค่ะ) ปุ้ยเลยคิดขึ้นมาได้ว่า เอาไอเดียห้อง Duplex มาใช้ แล้วกะว่าแยกกันนอนคนละชั้น แต่ยังมีบันไดเชื่อมกัน จะได้ไม่โดนครหาว่าแยกห้องนอน (คือ ยังเป็นห้องเดียวกันอยู่) แต่ว่า เอาเข้าจริง ตอนหลัง ปุ้ยไปฝังเข็ม รักษาคลายเครียด คลายกล้ามเนื้อ แล้วก็ทำให้ไม่ได้ยินเสียงกรนอีกเลย เพราะว่าช่วยให้ปุ้ยก็หลับง่ายขึ้น เลยสรุปไม่ได้แยกกันนอนค่ะ Inspiration ที่ปุ้ยคิดไว้ตอนที่ออกแบบห้องนี้ ประมาณว่ามีเตียงกับตู้เสื้อผ้าใต้บันได คือ เห็นจากเว็บ pinterest แล้วหลงรักไอเดียของตู้เสื้อผ้าใต้บันได เพราะดูเหมือนการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ดีไซน์ในห้องนี้ เน้นเอาใจคุณผู้ชาย ดังนั้นการแม็ทสีและดีไซน์ ปุ้ยจึงเลือกใช้สีดำ ทอง น้ำตาล และเงินหรือไอเท็มที่แวววาว ทุกอย่างดูเข้าเหลี่ยมเข้ามุม (ไม่มีลายโค้งมนหรือหวานช้อย) และมิกซ์เข้ากับเฟอร์นิเจอร์โทนสีเข้ม ให้ออกมาดูหรู แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้งบท่ีไม่แพงจนเกินไป ซึ่งห้องนี้เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของปุ้ยเอง ภูมิใจและเรียกได้ว่าเป็นของขวัญชิ้นโตให้กับเค้าเลย ปุ้ยตั้งงบกับห้องนี้ไว้ ที่ 55,000 บาทค่ะ ก่อนที่จะเล่าถึงที่มาที่ไป และไอเดียในการแต่งห้องนี้ มาดูรูปผลงานที่สำเร็จแล้ว ยั่วน้ำลายกันก่อน -------------- ภาพหลัง รีโนเวทเสร็จแล้ว ภาพจริง บรรยากาศจริง ค่ะ -------------- [ถ่ายรูปในวันที่แดดออก แสงเข้ามาทำให้ห้องที่ใช้เฟอร์นิเจอร์สีเข้ม ดูสว่างสดใสขึ้นเยอะเลย] สำหรับกระทู้นี้ อาจจะรีวิวไปพร้อมกับการเล่าเนื้อหาแนวไลฟ์สไตล์ไปด้วยนะคะ เพราะห้องนี้มีเรื่องราวของเค้าค่ะ อย่างที่เกริ่นตอนต้น โดยใช้คำว่า “รีโนเวท” เพราะว่าห้องนี้เป็นห้องนอนที่เราใช้ซุกหัวนอนกันมาตั้งแต่บ้านยังสร้างไม่เสร็จค่ะ แล้วก็ทนๆ อยู่กันไปแบบนี้ เพราะว่าไม่มีงบมาตกแต่งซะที ถ้าใครได้ติดตามเรื่องราวการสร้างบ้านของปุ้ยจะรู้ว่า กว่าจะมาเป็นห้องๆ นี้ในวันนี้ มันผ่านอะไรมามากมายค่ะ มีปัญหาตั้งแต่คราวที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน เราต้องมารับชะตากรรมจากช่างทาสี ที่รู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ เลวร้ายสุดๆ คือ เราย้ายเข้ามาอยู่มานอนแล้ว สีก็ยังทาไม่เสร็จ แต่จำเป็นต้องย้ายเพราะว่า สัญญาเช่าคอนโดหมด (เป็นภาพที่ไม่น่าดู เลยต้องทำสีเป็น Sepia ค่ะ 555) ภาพที่เห็นเราต้องใช้เตียงเก่าของสามี (ที่เค้าบอกว่านอนมาตั้งแต่เด็ก) ขนมาจากบ้านแม่ ส่วนของที่แพ็คมาจากคอนโดก็ต้องเอาถุงพลาสติกคลุมไว้ เพราะกลัวฝุ่นและสีหกใส่ อีกทั้งยัง Unpack ไม่ได้ จะทำอะไรก็ลำบากมากค่ะ อยู่กันสภาพนี้ 2 สัปดาห์กว่าช่างทาสีจะยอมมาทาสีต่อ แล้วก็พอทาสีเสร็จ ออกมาย่ำแย่กว่าที่คิดไว้เยอะ จนหมดกำลังใจจะทำอะไรต่อ เพราะเงินก็หมด แต่ก็อดทนค่ะ ต่อมาพอบ้านเสร็จ ช่างทุกอย่างออกจากบ้านไป เราก็ไปซื้อราวแขวนผ้าราคาถูกๆ อันละ 100 - 200 กว่าบาท มาติดผนัง เพื่อให้อยู่ได้  แล้วก็มีเฟอร์นิเจอร์จากคอนโดนิดหน่อยที่ขนมาใช้ต่อที่บ้าน สภาพเป็นแบบนี้ก็อยู่กันมา 1 ปีเต็มๆ เวลาใครไปใครมา ก็ไม่ค่อยอยากให้เข้ามาดูห้องนอน เพราะว่า “อาย” ค่ะ (ห้องนอนเป็นห้องที่อยู่ชั้นล่าง ใครๆ ก็ชอบถามว่าห้องอะไร จะขอดู) สามีเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ค่ะ เค้าอยู่ได้ (เราก็ต้องอยู่กับเค้า แบบจำยอม) แต่ปุ้ยฝันมาตลอดว่าอยากทำห้องนี้ให้มันออกมาดี มันควรเป็นห้องที่เราอยากอยู่ที่สุดในบ้าน มันคือ ห้องของเรา โอเค ขอจบดราม่าแค่ตรงนี้ ต่อไปจะเล่าถึงการรีโนเวทห้องให้ฟังค่ะ --------------  ภาพก่อน การรีโนเวท -------------- ภาพ Before ทุกๆ มุมของห้องก่อนทำการ Renovate การรีโนเวทครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ให้สวยงามเท่านั้นค่ะ แต่เป็นการรีโนเวทพฤติกรรมที่ควรปรับเปลี่ยนให้ไปในทางที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นด้วย ได้แก่ - การหันเตียงนอนให้ถูกต้อง (อยากเปลี่ยนมานานแล้ว แต่ว่าไม่มีใครช่วยย้ายเตียง) - การทิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็น - การจัดระเบียบเสื้อผ้าและสิ่งของ - การจัดให้เป็นหมวดหมู่และให้หยิบใช้สะดวก - การตกแต่งบรรยากาศห้องให้ดูสวยงาม น่าพักผ่อน - และผลลัพธ์ คือ การเปลี่ยนแปลงชีวิตแบบที่ปุ้ยคาดไม่ถึง อันดับแรกเลย คือ ปุ้ยซื้อตู้เสื้อผ้าเผื่อมาจัดระเบียบข้าวของในห้องค่ะ ฝันมานานแล้วอยากทำตู้เสื้อผ้าใต้บันได (ก็เลยเป็นหนึ่งเหตุผลที่ออกแบบให้มีบันไดในห้อง) ซึ่งปุ้ยตั้งใจจะให้เป็นตู้เสื้อผ้าแบบเปิดโล่ง (Open Closet) ซึ่งคนไทยมักจะเรียกว่า ตู้เสื้อผ้าวอร์คอิน (Walk-in Closet) จากการเดินสำรวจตลาดเฟอร์นิเจอร์หลายๆ ที่ ปุ้ยก็ตกลงปลงใจกับดีไซน์รุ่น ILLUSION SERIES เป็นโครงอลูมิเนียมพ่นสีดำ บานไม้อัด หน้าบานพ่นไฮกลอส และชั้นวางสีไม้ ปุ้ยคิดว่าดีไซน์นี้มันดูเหมาะกับผู้ชายมากค่ะ (จริงๆ เค้ามีสีขาวด้วย) ตู้นี้ปุ้ยได้มาจากอินเด็กซ์ (Index Living Mall) ก่อนจะคำนวณราคา เค้าจะมาวัดพื้นที่จริง แล้วก็ออกแบบก่อนว่าต้องใช้เสาสูงเท่าไหร่ จะแต่งส่วนได้กี่ล็อก แล้วจะใช้ฟังก์ชั่นอะไรใส่ลงไปได้บ้าง สำหรับพื้นที่เล็กๆ ใต้บันไดนี้ พื้นที่ใช้งานจริงที่สามารถติดตั้งได้ คือ 1.8 เมตร ความสูงไล่ระดับด้วย เค้าต้องมาวัดอย่างละเอียดเลยค่ะ เสร็จแล้วก็ออกแบบสามมิติ แล้วก็ตีราคาออกมาตามชิ้นอุปกรณ์ที่ใช้ ราคาคิดแยกเป็นชิ้นๆ เลย ส่วนการติดตั้งก็ง่ายมาก ทั้งชุดนี้ช่างจากอินเด็กซ์มาติดตั้ง 3 คน ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เองค่ะ - เสาอลูมิเนียม+ชุดปรับขา 4x1,995 = 7,980 บาท - ชุดข้อต่อเข้าผนัง 4x590 = 2,360 บาท - แผ่นชั้นไม้ 80x40 cm = 600 บาท
- ชุดราวแขวนเสื้อสแตนเลส 40 cm 2x490 = 980 บาท - ชุดราวแขวนเสื้อสแตนเลส 60 cm = 690 บาท - กล่องบนบานเปิดขึ้น 60 cm = 5,090 บาท - ลิ้นชัก 3 ชั้น 60 cm =10,900 บาท
- ลิ้นชักแขวนกางเกง 80 cm = 4,290 บาท - ตัวรับชั้น 6x690 = 4,140 บาท - ตัวยึดโครงตู้กับเสาอลูมิเนียม 3x590 = 1,770 บาท - แผ่นชั้นราวแขวน 40x40 cm  2x310 = 620 บาท รวมทั้งสิ้น 39,420 บาท เดิมทีแล้วตั้งงบกับตู้ไว้แค่ 15,000 บาท เกินมา 2 เท่านิดๆ 
สำหรับใครที่อยากได้ตู้แบบนี้ ถ้าไม่เอากล่องบานปิด หรือลิ้นชัก ก็น่าจะใช้งบประมาณ 20,000 
แต่ปุ้ยอยากให้มีลิ้นชักเพราะอยากให้ดูเป็นระเบียบ และให้มีส่วนที่เก็บของกันฝุ่นด้วย
ถ้าใครไปซื้อ เค้าจะเคาะราคามา แล้วถ้าเราไม่อยากได้ชิ้นไหน ก็ตัดออกได้ค่ะ เค้าก็จะไปทำราคามาให้ใหม่อีกรอบ โครงสร้างของตู้เสื้อผ้านี้ เป็นแบบปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้เอง (Flexible) ดังนั้นเราอาจจะตั้งงบเพื่อซื้อโครงและฟังก์ชั่นจำเป็นมาติดตั้งก่อน และ ข้อดีคือ ในอานาคต ถ้าเราอยากเพิ่มชั้นวาง ก็ซื้อมาเพิ่มเองได้ ส่วนชั้นวางที่ติดตั้งแล้ว สามารถถอดและ เปลี่ยนระดับความสูงได้เองค่ะ ปุ้ยลองทำดูแล้วไม่ยากนะ ไหนๆ จะจัดทั้งที่ก็ถือโอกาสทำทีเดียวเลย เฟอร์นิเจอร์ย้ายออก แล้วก็ติดวอลเปเปอร์ ด้วยค่ะ (แต่ปุ้ยติดวอลเปเปอร์หลังติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ก็ทำได้ไม่ยากค่ะ เพราะว่าตู้ไม่ได้เป็นบิวท์อิน แค่ยึดติดผนังไว้แบบ เคลื่อนย้ายได้) การติดวอลเปเปอร์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ช่างทาสีแสนห่วย (ที่เกริ่นไว้ตอนแรก) ทาสีไม่เรียบทำให้ห้องนอนของเราเป็นสไตล์ลอฟท์ ดูไม่เรียบร้อย ส่งผลให้เวลานอน รู้สึกไม่ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ 
หลังติดวอลเปเปอร์ แล้วช่วยให้ห้องดูสะอาดตาขึ้น แสงในห้องและเทคเจอร์จะดูดีขึ้น เรียบร้อยและดูมีฟิลลิ่งมากขึ้นเยอะเลยค่ะ รูปตู้เสื้อผ้า ก่อนติดตั้งวอลเปเปอร์ รูปตู้เสื้อผ้า หลังติดตั้งวอลเปเปอร์ มุมใต้บันได ดูดีขึ้นหลังจากติดตั้งตู้เสื้อผ้าแบบ Open Closet และติดวอลเปเปอร์ลาย Dandy Check (จาก Zaran Wallpaper) ส่วนผนังที่เหลือเป็นลายเรียบๆ เพื่อส่งเสริมให้ลายหลักของเรา ดูดโดดเด่น ผนังส่วนอื่นๆ จึงเป็นสีเบจอ่อนๆ ที่มีเทคเจอร์วิ้งๆ รับกับแสงไฟ สวยงามมาก ช่วยให้ห้องดูแพงขึ้น ดูหรูขึ้นได้จริงค่ะ 
แอบแต่งแสง ด้วยโคมไฟเส้น LED เพิ่ม (ขอรีวิวท้ายกระทู้) ทำให้มุมนี้ดูหรูหรา น่าสนใจขึ้นเยอะเลย ทีนี้มาพูดถึงฟังก์ชั่นการจัดเก็บที่ปุ้ยออกแบบไว้ให้สามี กันค่ะ เทคนิคการจัดระเบียบ ที่ได้ไอเดียสรุปมาจาก ทฤษฎีของ KonMari method (นักจัดระเบียบชื่อดังของญี่ปุ่น) และ Kyoko Ikeda (จากหนังสือชื่อ ทำไงดี! อยากจัดห้องให้เนี้ยบๆ) ดังนี้ 1. ทิ้งของที่ไม่จำเป็น หรือถ้าเลือกไม่ถูก คือ ของที่พอเห็นแล้วทำให้ใจเต้น (Spark Joy) ให้เก็บไว้ 2. อย่าเก็บของที่คิดว่าจะได้เอามาใช้สักวัน เพราะคำว่า “สักวัน” จะไม่มีวันมาถึง 3. อย่าให้ใครเข้ามาดูตอนเราทิ้งของ เพราะเค้าจะบอกว่าอย่าทิ้งเสียดาย (ใส่ถุงดำมัดเงื่อนตายไว้เลย) 4. การตัดใจจากสิ่งของง่ายๆ โดยการไว้อาลัยกับสิ่งของ ด้วย “คำขอบคุณ” ที่เค้าได้รับใช้เรามา และขอให้เค้าจากไปอย่างมีความสุข 5. จัดของที่เหลือ ตามหมวดหมู่การใช้งาน และพับเข้าที่ให้เป็นระเบียบ 6. ของทุกอย่างต้องมองเห็น จะได้หยิบมาใช้ได้ ไม่ลืมว่าไว้ตรงไหน 7. การวางทุกอย่างแบบตั้งขึ้น จะทำให้เห็นง่ายขึ้น เพราะไม่ถูกชิ้นอื่นทับ 8. ที่สำคัญต้องหยิบใช้สะดวกด้วยนะคะ ตามที่เห็น จัดระเบียบให้หมดแล้ว ทุกอย่าง ตู้ Wall-in Closet นี้เอาอยู่ เนื่องจากห้องเราเล็กและก็ไม่ได้มีที่เก็บของมากนัก เพราะฉะนั้น ในห้องนี้ จะมีฟังก์ชั่น แค่สำหรับ การนอน เก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของสามี ส่วนของส่วนตัวของปุ้ย เก็บห้องอื่นค่ะ สำหรับห้องนี้ ตู้เสื้อผ้าเรามีพื้นที่จำกัด ตามที่เห็นว่ามีที่แขวนเสื้ออยู่แค่ราวเดียวเล็กๆ เราควรคัดเลือกเสื้อผ้าข้าวของ ทิ้งให้หมด  เอาให้เหลือ เท่าที่ใช้งานจริงๆ ของส่วนใหญ่เป็นของสามี ดังนั้นเราเป็นคนทิ้ง ไม่มีคำว่า เสียดาย 555 ข้อดีของสามีปุ้ย คือ เค้าเป็นคนสมบัติน้อยค่ะ ไม่ค่อยมีของสะสม และไม่บ้าแต่งตัว แต่ว่าบางทีก็ใช้ของบางอย่าง จนมันน่าจะหมดอายุขัยแล้ว ก็ยังไม่ปล่อยมันไปเกิดใหม่ค่ะ ข้าวของจะมี เสื้อเชิ๊ตใส่ไปทำงาน (12 ตัว) เสื้อเชิ๊ตที่ไม่ค่อยได้ใช้ (10ตัว) กางเกงใส่ไปทำงาน (6 ตัว) เสื้อลำลอง (10 ตัว) กางเกงลำลอง (8 ตัว) ถุงเท้า กางเกงใน และข้าวของส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ สิ่งที่เราจัดการ คือ ทิ้งเสื้อผ้าที่เก่าจนย้วย เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่แล้ว ทิ้งขยะพวกนามบัตร บิล ใบเสร็จ (ไม่รู้เก็บไว้ทำไม) แต่สิ่งที่เราแอบเก็บไว้ให้ คือ เสื้อเชิ๊ตไซส์ XXL เพราะตอนนี้เค้าผอมลง เหลือใส่ไซส์ L2 
จริงๆ ควรจะทิ้งไปเลย จะได้ไม่มีข้ออ้างในการกลับมาอ้วนอีก เพราะว่าไม่มีเสื้อใส่ ถ้าอ้วนอีกคราวหน้า ก็คือ ต้องถอดเสื้อไปทำงานแล้วหละ (เดี๋ยวเขียนกระทู้นี้เสร็จ จะเอาไปบริจาคเลย) ถ้าเห็นจากรูปจะรู้ว่าข้าวของเค้าน้อยมาก พวกเน็คไท เสื้อสูท ก็ไว้ที่ทำงาน รองเท้าหนังมีหลายคู่ก็ไว้ท้ายรถ จริงๆ ผู้ชายก็ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องแต่งตัวเยอะ (เพราะถ้าเยอะ เดี๋ยวจะแต่งหล่อไปจีบสาว) ถ้าคุณผู้ชายที่บ้านใครข้าวของเยอะ เราลองช่วยเค้าทิ้ง+จัดระเบียบก็จะช่วยให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นได้อีกเยอะเลยนะคะ ส่วนพวกเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใช้ เช่น เสื้อโค้ทหรือชุดสำหรับใส่ไปเที่ยวประเทศหนาวๆ เราก็พับเก็บใส่กรุไว้ในตู้ ถ้าจะใช้ ค่อยไปรื้อมาค่ะ ฟังก์ชั่นการใช้งานของตู้นี้ เหมาะมากสำหรับคนของไม่เยอะอย่างสามีเรา เพราะว่าถ้าเยอะจนแน่นเกินไป จะดูไม่ค่อยสวย เสื้อเชิ๊ตที่ใส่จริงๆ มี 12 ตัวเองค่ะ ที่แขวน 4 ตัว แล้วที่เหลืออยู่ในตระกร้าเตรียมซักอีก 3  ตัว ซักแล้วยังไม่ได้รีด อีก 5 ตัว (กระจายอยู่ตาม Process การซัก-ใส่) ไม้แขวนเสื้อ สีดำซื้อมานานแล้ว แต่ไซส์เล็กเหมาะกับเสื้อผู้หญิง และสีแดงเป็นไซส์ใหญ่เหมาะกับเสื้อของผู้ชายมากกว่า ไม่แขวนทั้ง 2 แบบจากอินเด็กซ์ (ไซส์ใหญ่สีดำเค้าก็มีนะคะ แต่สีแดงนี่ได้รับมรดกมาจากบ้านพี่สาวค่ะ พอมาวาง ก็ดูเด่น กลายเป็นกิมมิกไปอีกแบบ) ปุ้ยประยุกต์ใช้จากกล่องตะแกรงลวดสีดำ ที่ใช้สำหรับใส่ของในสำนักงาน และกล่องลิ้นชักจิ๋วใสๆ ทั้งนี้หมดนี้ก็ซื้อจากอินเด็กซ์ แต่ละชิ้นประมาณ 29 - 199 บาท ไม่เกินนี้ค่ะ มุมสะสมเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ 
อันนี้ไม่ได้สนับสนุนนะคะ แต่ว่าเค้าขอไว้ เค้าอยากได้ ความฝันของเค้า ปุ้ยก็เลยไปซื้อ ที่วางขวดไวน์อะคริลิก มาให้ใช้ไปก่อน ซื้อจากอินเด็กซ์ ราคา 890 บาท ปกติจะชอบซื้อเวลาไปดิวตี้ฟรี ก่อนหน้านี้ซื้อเยอะมาก ช่วงนี้ก็เลยสั่งงด ตอนนี้เหลือแค่ขวดเดียวที่กินไม่หมดค่ะ ถัดมา ที่แขวนกุญแจ สามารถนำมาประยุกต์ใช้แขวนแว่น กับเครื่องประดับได้ด้วย ซื้อจากอินเด็กซ์ เหมือนกันค่ะ แต่ปุ้ยลืมจดราคาไว้ กล่องลิ้นชักพลาสติกจิ๋วๆ ใสๆ จากอินเด็กซ์ ราคา 99 บาท Accessories พวกหมวกกับสายเอี๊ยม ปุ้ยซื้อมาให้เค้าเอง เห็นแล้วชอบ ปุ้ยประยุกต์ใช้ไม้แขวนกระโปรง เอามาแขวนให้ค่ะ ก็ดีเก๋ดีนะ จริงๆ แขวนพวกเนคไทกับโบว์ไทได้ด้วยค่ะ ส่วนต่อมาเป็น ลิ้นชัก แขวนกางเกง อันนี้ปุ้ยชอบเป็นการส่วนตัว ก็เลยเอาฟังก์ชั่นนี้มาใส่ ช่องใส่ของเหนือชั้นแขวนกางเกง ปุ้ยเอากล่องกระดาษ มาไว้เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ โดยแยกตามประเภทและเขียนป้ายชื่อติดไว้ อย่างชัดเจน จริงๆ กล่องนี้ซื้อมานานมากแล้วตอนอยู่คอนโด พอย้ายบ้าน เกือบจะทิ้งแล้ว พอดีไซน์ตู้มีสีน้ำตาล เลยนึกขึ้นได้ ไปหยิบมาใช้ มันก็ดูเข้ากันได้พอดีเลยค่ะ กล่องอเนกประสงค์จากอินเด็กซ์ ราคา 139 บาท ถัดมาเป็นตะกร้าใส่เสื้อผ้าเตรียมซัก จากอินเด็กซ์ ราคา 469 บาท อันนี้ก็ชอบค่ะ 
ใช้ของอินเด็กซ์ มาหลายอันแล้ว พอเจออันนี้ ก็ปิ๊งเลย เหมาะกับสไตล์ห้องนอนห้องนี้สุดๆ เพราะเป็นสีดำขอบขาว แล้วก็มีแยก 2 ส่วน คือ ผ้าสีเข้มกับผ้าสีอ่อน   ส่วนอีกใบเป็นถังขยะ 20 ลิตร จากอินเด็กซ์ ราคา 359 บาท แน่นอนเลือกมาเพราะดีไซน์เข้ากับห้อง เป็นสีดำ แล้วปุ่มกดสีเงินค่ะ ถังนี้ปุ้ยประยุกต์มาใส่ ถุงเท้าที่ใส่แล้ว เตรียมเอาไปซัก แล้วภายในใส่ถุงใส่ผ้าแบบที่มีหูหิ้ว ขนาดพอดีกับถัง เวลาไปซัก ก็หิ้วไปแต่ถุงใส่ผ้าด้านในค่ะ
 ไอเดียนี้ทำให้ แยกถุงเท้าออกจากเสื้อผ้าอื่นๆ แล้วก็ยังเก็บได้มิดชิด ดูสวยงามด้วยค่ะ ชุดลำลอง ประกอบด้วย เสื้อยืด เสื้อบอล กางเกงบอล กางเกงขาสั้น คือ ชุดที่เค้าใส่ในวันหยุดค่ะ พับๆๆ ให้เรียบร้อย แล้วก็วางเก็บแบบตั้งไว้ จะได้เห็นครบทุกตัว ปุ้ยพยายามพับโดยหันมาร์คของเสื้อออกมาให้เห็นชัดๆ เพราะว่า บางทีเค้ามีเสื้อสีเดียวกันหลายตัว 
ส่วนเสื้อเชิ๊ตในลิ้นชัก ก็เช่นกันค่ะ พับแล้วหันวางในแนวตั้ง ไอเดียของการจัดของ นอกจากจะทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญ เราจะต้องมองเห็นของทุกชิ้น เพื่อที่จะไม่หลงลืมว่า มีมันอยู่ และละเลยที่จะหยิบมาใช้ รวมถึง ช่วยแก้ปัญหา “การหานู่นนั่นนี่ไม่เจอ” ค่ะ อีกไอเดียหนึ่งที่เก็บมาจากเว็บของฝรั่ง แล้วรู้สึกว่าน่าจะเวิร์คสำหรับสามี คือ การจัดระเบียบอุปกรณ์ชาร์จแบ็ตโทรศัพท์มือถือ เพราะว่า ปุ้ยต้องหงุดหงิดทุกวัน ที่จะมาเก็บให้ คือไงรู้มะ เค้ามีโทรศัพท์ หลายเครื่อง ไหนจะแท็บเล็ตอีก แล้วเวลาชาร์จก็กองบนพื้น พอออกไปทำงานแล้ว พวกสายชาร์จ ปลั๊กพ่วง ก็กองระเกะระกะ บนพื้นนั่นแหละ จะกวาดจะถูอะไรก็ลำบาก (ขอบ่นให้เถอะค่าาาา) เชื่อว่าหลายคนประสบกันปัญหานี้ค่ะ ปุ้ยก็เลยจัดระเบียบให้โดยการซ่อนพวกปลั๊กและสายชาร์จไว้ในลิ้นชัก และก็ม้วนเก็บให้เป็บระเบียบ แบ่งเป็น 2 ลิ้นชัก จะได้ไม่ทับกัน หรือพันกันสะเปะสะปะ ชั้นบนไว้ชาร์จพวกโทรศัพท์มือถือ ส่วนลิ้นชักล่างไว้ชาร์จแท็บเล็ต ซึ่งมีขนาดใหญ่และกินที่มาก แบบนี้ แก้ปัญหาชีวิตระเกะระกะ สะเปะสะปะ ไปได้เยอะเลยค่ะ จบในส่วนของตู้เสื้อผ้าและการจัดเก็บข้าวของแล้วค่ะ เดี๋ยวมาต่อ มุมพักผ่อน กันค่ะ ยังไม่เหนื่อยกันใช่มั้ยคะ เรามาต่อกันที่ "มุมหลับพักผ่อน" ปุ้ยปรึกษากับสามี เราตัดสินใจขยายไซส์เตียงจากควีนไซส์ เป็นคิงไซส์ (เผื่อมีสมาชิกเพิ่ม) จะได้นอนกันสบายๆ เตียงคิงไซส์รุ่น GEHRY จากอินเด็กซ์ ราคา 21,900 บาท ปุ้ยชอบรุ่นนี้ ตรงที่เป็นผิวบานไม้ไฮกลอสเงาวั๊บสีน้ำตาลดำ (ชอบสีนี้มากว่าน้ำตาลแดงอันเก่าเยอะเลย) ตรงขอบด้านหัวเตียงมีคิ้วขอบสีทองเหลือง ชอบตรงนี้ที่สุดค่ะ ทำให้ดูหรูหราขึ้น ส่วนรุ่นนี้ไม่มีหัวเตียง ก็ช่วยให้ดูเป็นระเบียบไม่รก 
แต่ปุ้ยเอาเบาะรองนั่งสีเบจขลิบขอบสีดำ มาวางไว้ ช่วยให้เตียงดูนุ่มนวลขึ้น เวลาพิงอ่านหนังสือก่อนนอนก็ดีเลยค่ะ มุมเตียงนอน ปุ้ยย้ายหัวเตียงมาไว้ฝั่งทิศเหนือค่ะ พอเปิดประตูห้องเข้ามา ก็จะเจอเตียงหันออกมา
ปุ้ยก็ย้ายมานอนด้านซ้ายของเตียง (ด้านขวาของรูป) ซึ่งปุ้ยเคยรู้มาว่า ถ้าแต่งงานกัน ภรรยาควรนอนซ้าย สามีนอนขวา คราวนี้พอย้ายมาฝั่งนี้ปุ้ยเลยขอนอนทางซ้าย ส่วนสามีก็นอนฝั่งที่ติดกับตู้เสื้อผ้า ซึ่งเค้าจะได้หยิบใช้ของส่วนตัวเค้าได้สะดวกเลย ที่สำคัญต่อไปนี้ปุ้ยจะไม่ต้องเดินอ้อมไปขึ้นเตียงไกลๆ อีกแล้วววว นี่คือ ผลพลอยได้ที่แฮปปี้สุด โต๊ะข้างเตียง เรางบไม่พอ ก็เลยไปเอาโต๊ะที่เคยซื้อไว้หลายปีแล้ว สีเข้ากัน มาวางด้านขวาของเตียง ด้านขวา (ด้านที่สามีนอน) ไม่มีโคมไฟ เพราะว่าสามารถใช้ไฟตรงโครงเสาตู้เสื้อผ้าได้ ปุ้ยติดตั้งโคมไฟ LED แบบที่เปิด/ปิดด้วยระบบสัมผัสที่ โคมเลย สะดวกสุดๆ (ใครสนใจเดี๋ยวโพสต์รีวิวโคมไฟ ให้นะคะ) วอลเปเปอร์จาก Zaran Wallpaper สีเบจอ่อนๆ ช่วยให้ผนังดูนุ่มนวลขึ้น และมีเทคเจอร์ลายผ้า แซมกลิตเตอร์วิ้งๆ แบบกระจายห่างๆ ช่วยให้ดูหรูหราขึ้น ราคาตรม.ละ 350 - 550 บาท ส่วนด้านซ้ายที่ปุ้ยนอน เอาเก้าอี้ม้านั่งสีดำมาใช้วางของ (ม้านั่ง จากอินเด็กซ์ 199 บาท) 
และมุมนี้เพิ่มไฮไลท์ด้วยการเอาโคมไฟ ที่มีดีไซน์เข้ากับเตียงมาวางไว้ค่ะ ทำให้มุมนี้ดูดีขึ้นมาทันตาเลย โคมไฟ ตั้งพื้น รุ่น ROARKE จากอินเด็กซ์ ราคา 1,430 บาท ขาโคมเคลือบสแตนเลส และหุ้มหนังสีน้ำตาล
ปุ้ยชอบโคมไฟอันนี้ เพราะนอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว ยังฟังก์ชั่นมี ที่เปิด/ปิด แบบเชือกดึง สะดวกดี เบาะรองนั่ง จากอินเด็กซ์ ราคา 199 บาท หมอนอิง จากอินเด็กซ์  สีดำ คำว่า Rock ตกแต่งด้วยหมุมสีทอง 139 บาท ผ้าปูสีเขียวขี้ม้าและผ้านวมสีเบจทอง ได้มาจากการช็อปปิ้งงาน บ้านและสวนแฟร์ เซ็ทละ 3,990 บาท ส่วนมุมด้านบนจริงๆ อยากเอาตู้แขวนบานไฮกลอสหรือบานกระจกเงา มาแขวน ไว้เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ว่างบเราหมดแค่นี้จริงๆ ค่ะ อีกด้านผนังของห้อง เป็นหน้าต่างบานใหญ่ รอเก็บตังค์ซื้อผ้าม่านสวยๆ มาเปลี่ยนค่ะ 
อันนี้รับมรดกจากบ้านพี่สาวมา ขนาดไม่พอดี ตอนแรกมีเอามาแปะเพิ่มให้มันบังหน้าต่างให้มิดๆ แต่พอติดวอลเปเปอร์ดึงออกมา ยังไม่ได้ติดกลับเข้าไป ส่วนผนังตรงชานบันได ปุ้ยกำลังคิดว่าจะหานาฬิกาเก๋ๆ มาแขวน แต่ยังไม่เจอที่ถูกใจ (อยากได้สไตล์ที่ดูคลาสสิก แบบเรียบๆ ) ถ้าแขวนนาฬิกาตรงนี้ เวลาตื่นมาจะได้ดูเวลาพอดี
 ด้านล่างนานาฬิกาลงมา ก็คิดๆ ไว้ว่าจะหาชั้นวางของเล็กๆ มาวางพวกขวดน้ำหอมที่สะสมไว้ค่ะ สรุปค่ะ งบที่ใช้ไปในห้องนี้ก็ ราวๆ 66,000 บาท (ไม่รวมค่าเสื่อกับวอลเปเปอร์) ซึ่งเกินจากงบที่ตั้งไว้มา 11,000 บาท ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารงบ แต่ว่ายังไงก็ได้ความถูกใจและลงตัวมากๆ ค่ะ ถือว่าคุ้มค่ากับความพยายาม ไม่รู้ว่าสามี เค้าดีใจแค่ไหน เพราะว่าไม่เคยถาม แต่ตอนนี้ก็นอนห้องสวยๆ นี้มา 1 สัปดาห์แล้วค่ะ มาดูเปรียบเทียบกันแบบชัดๆ ว่าเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆ ที่อ่านกันมาจนจบนะคะ กระทู้นี้ใช้ความพยายาม (ความถึก) อย่างมากเลย เพราะว่าถ่ายรูปยากมาก ปุ้ยถ่ายเองค่ะ ปกติห้องอยู่ในมุมที่ไม่ค่อยโดนแสง ต้องรอจังหวะวันที่แดดออกจ้าๆ เลย แถมห้องก็แคบ เลนส์ที่ยืมพี่สาวมาก็แบบว่าถอยจนสุดหัวติดผนังอีกฝั่งแล้วก็ยังเห็นมุมกว้างสุดแค่นี้ สรุปถ่ายอยู่ 5 วัน ถ่ายแล้วถ่ายอีก กดชัตเตอร์มา 3,000 กว่ารูป เลือกมาใช้ไม่ถึง 30 รูป 555 หลายคนอาจจะคิดว่า ห้องสวยเพราะถ่ายรูปสวยรึเปล่า บอกเลยว่า ไม่ใช่ค่ะ เพราะว่า ของจริงสวยกว่าในรูปมากๆ แต่ว่าความสามารถในการถ่ายรูปก็ไม่ได้มีมากมาย ใช้พยายามสุดๆ แล้วได้แค่นี้จริงๆ ระหว่างทาง มีแมวๆ เจ้าขนมผิง เจ้าก้อนเมฆ และเจ้าปลาทู แวะเวียนกันมาให้กำลังใจ พร้อมป่วนเล็กๆ ค่ะ ก่อนจะจบกระทู้ ขอสรุปบางอย่างแต่สำคัญมาก ที่ปุ้ยมีหยอดไว้เล็กๆ ตอนต้นกระทู้ว่า นี่ไม่ใช่แค่การรีโนเวทห้อง แต่มันคือ การรีโนเวทชีวิต หมายถึง ชีวิตคู่ค่ะ
 ปุ้ยไม่อายที่จะเล่าว่า เมื่อก่อน เราทะเลาะกันบ่อยมาก จนปุ้ยได้สังเกตและตระหนักถึงพฤติกรรมการทะเลาะของเรา (หลังอยู่ห้องรีโนเวทมา 1 สัปดาห์) สาเหตุก่อนหน้าที่ทำให้เราทะเลาะกันเพราะว่า - บรรยากาศในห้องเก่า มันไม่ทำให้จิตใจสงบ ไม่ผ่อนคลายค่ะ - ปุ้ยแทบจะไม่อยากเข้ามานอน และไม่อยากจะตื่นมาพบบรรยากาศแย่ๆ ในห้องเก่า - บรรยากาศที่ไม่ดี ทำให้จิตใจเราเครียด และทำให้หงุดหงิดง่าย - ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน มักจะทะเลาะกัน “ในห้องนอน” และปุ้ยมักจะเริ่มต้นประโยคว่า “เบื่อ” แต่ตอนนี้ชีวิตคู่เรา ถูกรีโนเวทไปพร้อมๆ กับห้องนอนห้องนี้
ทุกวันนี้พอเข้าห้องนี้ จะอารมณ์ดี คุยกันดี เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนว่า ชีวิตคู่ของเรา “แฮปปี้” กันมากขึ้น และปุ้ยเพิ่งเข้าใจก็วันนี้เองว่า การอยู่ในที่ดีๆ ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ได้จริงๆ ค่ะ ถ้าใครอยากจะเอาใจสามีหรือภรรยา หรือกำลังประสบปัญหาชีวิตคู่ ลองใช้วิธีการรีโนเวทห้อง สร้างบรรยากาศของความสุขแบบนี้ ปุ้ยเชื่อว่า อะไรๆ มันจะต้องดีขึ้น หรือใครที่อยู่คนเดียว ลองหาโอกาสรีโนเวทห้องนอน ก็มันเหมือนได้รีโนเวทชีวิตของเราไปด้วย เพราะชีวิตถ้าได้หลับสบาย และพบความสุขตั้งแต่ตอนลืมตาตื่น วันทั้งวันของเรา ก็จะมีความสุขค่ะ บอกเลยว่าจบห้องนี้แล้วมีความสุขมากๆ เวลาได้นอนห้องสวยๆ มันช่างดีอย่างงี้นี่เอง สุดท้ายนี้ขอบคุณสามีที่ตามใจ ให้เราจัดระเบียบ เลือกเฟอร์นิเจอร์ตามใจเรา ไม่มีขัด ซักนิด หวังว่าจะชอบของขวัญชิ้นนี้ ที่ภรรยาทำให้ด้วยความรักและความตั้งใจ <3
  แม้จะไม่เอ่ยปากชม แต่ดูก็รู้ว่า “ชอบใจ” อยู่ไม่น้อยค่ะ ต่อจากนี้เก็บตังค์/หางบ กันต่อนะคะ จะมาตกแต่งแบบ DIY กันอีก ที่บ้านยังเหลือห้องมาให้เพื่อนๆ อ่านรีวิวเป็นไอเดียกันอีกเยอะ ทั้งห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องซักรีด ห้องกินข้าว ทางเข้าบ้าน ห้องแต่งตัว ยังไม่ได้ทำเลยค่าาา เอาเป็นว่า พบกันใหม่กระทู้หน้าแล้วกันค่ะ มีอะไรดีๆ มา DIY ให้ดูกันอีก รับรอง บั๊ยบายค่าาา เพิ่มเติม จากที่ปุ้ยได้มีพูดถึงการติดตั้งไฟ LED ที่ช่วยทำให้ตู้เสื้อผ้าดูสวย และสว่างขึ้น รวมถึงเวลากลางคืนก็สามารถใช้เป็นไฟส่องสว่างแทนไฟหัวเตียงได้ด้วย มาเล่า DIY กันต่อ ในเรื่องการติดตั้งโคมไฟเส้น LED อเนกประสงค์ ซึ่งปุ้ยลองใช้ดูแล้ว คิดว่าเป็นโคมไฟที่ใช้งานง่ายๆ เพียงแค่เสียบปลั้ก และต่อเข้าเป็นเส้นยาวได้ตามที่เราต้องการ แล้วที่เวิร์คมากๆ ก็คือ ฟังก์ชั่นกันใช้งานเก๋ๆ ด้วยการเปิด/ปิดแบบสัมผัส โดยไม่ต้องต่อสวิตซ์ใดๆ เพียงแค่แตะที่โคมไฟก็เปิดปิดเองได้แล้ว เท่สุดๆ ไปเลย ที่สำคัญ คือ ดีไซน์ดูดี และแข็งแรงทนทานด้วยค่ะ ก่อนอื่นขอพูดถึงโปรดักซ์ที่เลือกมาใช้ในการ DIY นี้ก่อนค่ะ มี 2 แบบ 1) ขอเรียกว่า "ตัวแม่" Philips Linear wall lamp LED 1x3W ไฟตกแต่ง LED พร้อมหม้อแปลง รุ่น 30913 (Grey) สามารถใช้ตัวพ่วง รุ่น 30914 ได้เพิ่มอีก 3 ชุด 2) ขอเรียกว่า "ตัวลูก" Philips Linear wall lamp LED 1x3W ไฟตกแต่ง LED รุ่น 30914 (Grey) ซึ่งโคมไฟเส้น LED ชนิดนี้เป็นไอเดียที่เหมาะกับ - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่าง ที่ติดตั้งเองได้แบบง่ายๆ เพียงแค่เสียบปลั๊ก และยึดเส้นโคมไฟด้วยตะปูเล็กๆ หรือติดกาว 3m ก็ได้ เพราะน้ำหนักเบามากค่ะ - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่าง ที่อเนกประสงค์ใช้งานได้หลากหลายจุด ทั้ง อ่างล้างจาน ตู้เสื้อผ้า ไฟหัวเตียง โต๊ะเครื่องแป้ง เป็นต้น - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่างที่ถอดประกอบและเคลื่อนย้ายได้ง่าย อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการติดตั้ง - โคมไฟเส้นตัวแม่ + อะแดปเตอร์ - โคมไฟตัวลูก (หรือตัวพ่วง) - ตัวเชื่อมโคมไฟ ในเซ็ทให้มา 2 แบบ คือ แบบสำหรับต่อเชื่อมเป็นเส้นตรง กับแบบสายไฟ สำหรับต่อห่าง หรือต่อแบบหักมุม - ตัวยึดผนัง แถมมาให้พร้อมโคมไฟ - เทปกาว 2 หน้าสำหรับยึดโคมไฟกับผนัง - อุปกรณ์อื่นๆ ดินสอ กรรไกร ตลับเมตร สะพานไฟ เป็นต้น วิธีการติดตั้ง 1.   นำตัวแม่ (สังเกตจากมีขั้ว) ต่อด้านที่มีขั้วเข้ากับสายอะแดปเตอร์ 2.   ต่อตัวเชื่อมเข้าที่ตัวแม่อีกด้าน 3.   นำตัวลูก มาต่อเข้ากับตัวเชื่อม 4.   ทำซ้ำข้อ 2)-3) จนกว่าจะได้ความยาวที่ต้องการ 5.   ยึดอุปกรณ์ทั้งหมดเข้ากับผนังหรือพื้นที่ใช้งานด้วยเทปกาว 2 หน้า  หรือถ้าต้องการติดตั้งถาวรก็เจาะผนังแล้วใช้พุกและน็อตที่อยู่ในเซ็ทอุปกรณ์ 6.   เสียบปลั๊ก คำแนะนำในการติดตั้ง (หลังจากลองผิดลองถูกมาแล้ว) 1.  หากพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ แนะนำให้ติดตั้งโคมไฟแค่แถวเดียวหรือติดตั้งด้านในด้านหนึ่ง ไม่ควรติดตั้งมากกว่า 1 ด้าน เพราะแสงจะสว่างมากไป 2.  หากต้องการติดตั้งในผนังที่หันออกมายังผู้ใช้ แนะนำให้ติดตั้งโดยหันหลอดไฟขึ้นด้านบนหรือด้านล่าง ไม่ควรติดโดนหันหลอดออกมายังผู้ใช้งานโดนตรง เพราะแสงที่ส่องจะมีปริมาณมาก(แสงจ้า) ทำให้แสบตาได้ 3.   เมื่อติดตั้งตัวแม่แนะนำให้หันส่วนขั้วต่อเข้ากับสายอะแดปเตอร์ เพื่อให้ใช้งานเปิด/ปิดได้ตามฟังก์ชั่นที่ออกแบบไว้ 4.   หากติดตั้งตัวแม่โดยใช้ด้านที่ไม่มีขั้วต่อเข้าอะแดปเตอร์ ก็จะทำให้หลอดไฟเปิดอยู่ตลอดเวลา เหมาะสำหรับการใช้งานในกรณีที่มีหลายจุด และต่อปลั๊กจากตัวแม่ทุกจุดเข้ากับสวิตส์หรือสะพานไฟตัวเดียว แล้วสั่งเปิดปิดจากสวิตส์ตัวเดียวกันให้เปิดไฟพร้อมกันทุกจุดค่ะ วิธีการใช้งาน เปิด/ปิด ด้วยการแตะเบาๆ ที่โคมไฟตัวแม่ ก็จะสว่างทั้งเส้น (อย่าลืมเสียบอะแดปเตอร์เข้ากับปลั๊กไฟที่บ้าน) ลิงค์ VDO สาธิตการเปิด/ปิด มาเล่าถึงไอเดียการใช้งานกันค่ะ พอดีช่วงนี้ปุ้ยกำลังรีโนเวทห้องนอน ซึ่งในห้องจะมีตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in ที่ติดตั้งใต้บันได เป็นมุมที่ค่อนข้างมืด ดังนั้นก็เลยเอา Philips Linear wall lamp LED มาลองติดตั้ง และพบว่ามันเวิร์คมากค่ะ เพราะว่า โครงเสาของราวตู้เสื้อผ้า มีช่องตรงกลางพอดี (สำหรับยึดบาน) เริ่มต้น ปุ้ยลองเล่นดูก่อน ค่อยๆ ติดทีละชิ้น ทีละฝั่งค่ะ ลองเปลี่ยนตำหน่งไปเรื่อย ทำให้ค้นพบว่า ในพื้นที่ส่วนย่อยๆ หนึ่งส่วนเราควรวางหลอดไว้เพียงแถวเดียว หรือด้านเดียว เพื่อไม่ให้แสงไฟจ้าเกินไป และ สุดท้ายออกมาได้แบบนี้ พอติดไฟ LED แล้ว ดูสว่างและหรูหราขึ้นเอยะเลยค่ะ       ของจริงสวยมากค่ะ ช่วยให้แสงโดยรวมของมุมนี้ดูเด่น และหรูหราขึ้น หรือใครจะลองเอามาวางเป็นเส้นตามขอบผนัง ก็ช่วยให้ห้องดูหรูหรา น่าสนใจขึ้นมากเลยค่ะ ก่อนจะติดตั้งบนตู้เสื้อผ้า ปุ้ยลองเอามาฝึกประกอบ บนพื้นก่อน มันดูดีมาก เลยถ่ายรูปก็บไว้ค่ะ โดยรวมแล้ว ปุ้ยให้คะแนนไอเท็มเจ๋งๆ Philips Linear wall lamp LED เซ็ทนี้ 9/10 เลยค่ะ ถ้ามีหลากลายสีให้เลือกเข้ากับผนังและเฟอร์นิเจอร์นะคะ ปุ้ยจะให้คะแนะเต็มเลย ปุ้ยลองใช้งานแล้ว คิดว่าทุกคนสามรถติดตั้งเองได้ง่ายจริงๆ รวมถึงให้ความสวยงาม และปลอดภัย (ไม่มีโดนช็อต หรือมีสปาร์คค่ะ) อีกทั้งคุณภาพก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีและทนทานเลย (ทำตกหลายครั้ง ยังใช้งานได้ปกติ) พร้อมมีอะไหล่ในการติดตั้งให้มาพร้อมกับคู่มืออย่างดี หวังว่าใครที่กำลังมาหา ตัวช่วยในการเพิ่มแสงสว่าง หรือไอเท็มเก๋ๆ สำหรับตกแต่งห้อง จะถูกใจและลองหามาใช้งานกันดูนะคะ แล้วพบกันในกระทู้หน้านะคะ จะมาชวน DIY กันต่อ อีกค่าาา บั๊ยบายค่าาาา   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป คุณ PuY~isme  www.facebook.com/ilkePuYisme www.puyisme.com
บ้านของฉันฝันของแม่

บ้านของฉันฝันของแม่

วันนี้เรามีอีกหนึ่งบทความดีๆ จากสมาชิกพันทิป คุณเก้าอี้สีครามในห้องขาว ที่ตั้งใจตกแต่งทาวน์โฮม 2 ชั้นให้คุณแม่ได้ออกมาน่ารักมากๆ งานนี้ใครที่สนใจกำลังหาไอเดียแต่งบ้านอยู่น่าจะได้ประโยชน์มากเลยนะครับ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป คุณเก้าอี้สีครามในห้องขาว เรียบเรียงโดย Review Your Living   สวัสดีค่ะ วันนี้เรานำภาพการตกแต่งทาวน์โฮมที่ตั้งใจทำให้คุณแม่อยู่มาแบ่งปันนะคะ เราขออนุญาตแทนทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ หลังนี้ด้วยคำว่า "บ้าน" นะคะ เราตั้งใจให้อารมณ์บ้านอ่อนหวาน อบอุ่น และอยู่สบายค่ะ ผู้อาศัยหลักๆคือคุณแม่ของเรา ส่วนตัวเราจะไปกลับเว้นอาทิตย์เพราะต้องทำงานอยู่อีกจังหวัดค่ะ ภาพส่วนใหญ่คือภาพที่ตกแต่งเสร็จแล้วนะคะ ถ้าหากผู้อ่านมีคำถามเกี่ยวกับการตกแต่งหรืออะไรที่เราช่วยได้เขียนไว้ได้ค่ะ เราจะพยายามตอบเท่าที่เรารู้นะคะ ขอบคุณค่ะ รูปแรกคือส่วนหน้าบ้านค่ะ ของเราหลังซ้ายสุดค่ะ รูปส่วนนี้เป็นส่วนก่อนตกแต่งนะคะ เราแบ่งการตกแต่งเป็น3ส่วนใหญ่ๆคือ1. ส่วนเฟอร์นิเจอร์บิลด์อิน เราจะใช้ในส่วนตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง มุมนั่งเล่น และห้องครัวค่ะ  ส่วนที่2 คือเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว เช่นเตียง โต๊ะ ตู้โชว์ โซฟา เป็นต้นค่ะ ส่วนสุดท้ายคือส่วนที่3 เป็นพวกพร้อพต่างๆเพื่อความสวยงามค่ะ เช่น วอลล์เปเปอร์ ผ้าม่าน หมอน ผ้าห่ม รูปภาพ เป็นต้นค่ะ เราจะลงรูปภาพต่อเนื่องกันนะคะ ส่วนนี้คือเฟอร์นิเจอร์แบบบิ้ลด์อินค่ะ สีขาวเรียบง่าย สะอาดตาค่ะ อันนี้เป็นห้องนั่งเล่นค่ะ เราเลือกใช้สีเอิร์ธโทนและพาสเทลเพื่อความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อกลับถึงบ้านค่ะ หน้าต่างไม้สักบานเก่าเอามายึดติดผนังทำที่ใส่รูปและจดหมายค่ะ ส่วนของที่นั่งเล่นในห้องนอนค่ะ ทำงานไปด้วย ดูวิวไปด้วย^^ สุดท้ายนี้หวังว่ากระทู้นี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาไอเดียแต่งบ้านอยู่ไม่มากก็น้อยค่ะ ขอบคุณค่ะ Home is where your heart is.
25 ไอเดียแต่งห้องครัวโทนสีขาวกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ดูเข้ากั๊น..เข้ากัน

25 ไอเดียแต่งห้องครัวโทนสีขาวกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ดูเข้ากั๊น..เข้ากัน

หลายๆ คนอาจมองว่าโต๊ะทานอาหารเป็นเพียงแค่สถานที่ที่มานั่งลงพร้อมรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แต่จริงๆ แล้วมันเป็นสถานที่ที่คนในครอบครัวได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากที่สุด นอกจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว ยังได้พูดคุยถามไถ่กันเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นแล้วบริเวณโต๊ะทานอาหารจึงควรเป็นสถานที่ที่ดูแล้วอบอุ่นและมีความพิถีพิถันในการออกแบบตกแต่ง ทั้งวัสดุและสีสัน โพสนี้เราจึงหยิบยกเอา 25 ห้องครัวพร้อมโต๊ะรับประทานอาหารที่ตกแต่งโดยใช้โทนสีขาวเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่ออกมาแล้วดูสวยงามอบอุ่น มาให้ชมเป็นไอเดียและแรงบันดาลใจในการตกแต่งห้องครัวที่บ้านครับ Photo by www.home-designing.com
รีโนเวท renovate บูรณะห้องแถวเก่าเก็บ ทำเอาเองก็ได้ ง้อแค่ช่าง

รีโนเวท renovate บูรณะห้องแถวเก่าเก็บ ทำเอาเองก็ได้ ง้อแค่ช่าง

วันนี้เรามีกระทู้การรีโนเวทห้องแถวเก่าๆ ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ของสมาชิกพันทิปหมายเลข 2421624 เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าครับว่า ห้องแถวเก่าๆ อย่างที่เห็นนี้จะสามารถรีโนเวทออกมาได้สวยงามขนาดไหน จุดประสงค์ของโพสนี้คืออยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การซ่อมแซมอาคารเก่า เจ้าของกระทู้เพิ่งมีประสบการณ์ก่อสร้างซ่อมแซมจริงๆ ก็ครั้งนี้เลย ถ้าท่านใดได้อ่านปัญหา แล้วแบ่งปันวิธีแก้ไขปัญหา ขอขอบคุณมากเลยครับ จะได้แบ่งความรู้ ประสบการณ์ เพื่อการพัฒนากันครับ เป็นโพสแรกของผมด้วย ขอบคุณครับ ถ้ามีคำถามใดๆ ก็ส่ง inbox มานะครับ เนื้อเรื่องอาจวกวนบ้าง เพราะก๊อปปี้ เพลส จากเวิร์ดครับ ผมไม่ค่อยมีความรู้ด้านการก่อสร้างนัก เท่าที่จำได้เคยตามพ่อสร้างคอนโด และตลาด ตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ผมไม่ชอบเลยเพราะต้องแก้ปัญหาหน้างานทุกวัน ตากแดดร้อน อยู่ไกลบ้าน ครั้นไปทำการตลาดคอนโด ยิ่งแย่ใหญ่ขายไม่เก่งครับไม่ชอบเอามากๆ เลยทำงานที่ตัวเองชอบ แต่หลังจากที่ได้เริ่มทำงานปรับปรุงบ้านหลังนี้ ผมเองรู้สึกชอบ ถึงแม้ต้องพบกับปัญหาแทบทุกวัน ถ้าลองคิดดูดีๆ ถ้าเราพิชิตปัญหาได้ ก็จะภาคภูมิใจครับ ขอเริ่มต้นด้วย After and Before เลยครับ ซึ่งผมได้ลองทำการบูรณะดูเพื่อถามตัวเองว่าเราจะทำได้ไหม เนื่องจาก วันหนึง ผมได้ห้องแถวขนาด 3.5 x 9 เมตร สองชั้นมาห้องนึง สภาพต้องทำใหม่ทุกตารางนิ้ว และผมก้มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณการซ่อมแซมด้วย หลังจากที่สำรวจภายใน ก็ช๊อคแป้บ เนื่องจากต้องทำใหม่แทบจะหมด แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ต้องลุยอย่างเดียว ก็เริ่มมสำรวจดูภายใน ประตูหน้าใช้การไม่ได้ ระดับพื้นเสมอถนน สภาพห้องน้ำอายุประมาณ 40ปี วัสดุฝ้าทำจากไม้ใช้การไม่ได้แล้ว เมื่อเข้ามาพบกับ เศษวัสดุที่มีผู้ใจบุญเอาอาหารมาเลี้ยงสุนัขและแมว และขยะจากผู้ที่สัญจรผ่านไปมา เนื่องจากประตูไม่สามารถปิดได้ แม้ว่าจะเก็บสะอาดแล้ว อีกไม่กี่วันก็กลับเป็นสภาพคล้ายกันนี้ มีคนนำต้นไม้มาฝากเลี้ยงไว้ด้วย ทำใจครับ เข้ามาภายในผมรู้สึกว่าอากาศไม่ค่อยไหลเวียน ชื้นๆ และเนื่องจากพื้นที่เล็กๆ ในรูปเป็นผนังด้านหลังบ้าน ด้านขวามือที่อยู่นอกกรอบภาพเป็นห้องน้ำที่ต้องทำใหม่หมด ผมก้คิดว่าจะเจาะกำแพงบางส่วนแล้วประตูไปใส่ คงจะดูโปร่งขึ้น จะได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ข้างบ้านที่เป็นซอกระหว่างอาคารกว้างประมาณ 50 ซม อีกด้วย ในรูปเป็นกำแพงที่จะเจาะใส่ประตูกระจกแบบเลื่อน พอเจาะเสร็จว่าจะเอาขยะเศษวัสดุมาพักไว้ในพื้นที่นี้ รอทิ้งตอนกลางคืนเพราะรถขนติดเวลาวิ่งได้แค่กลางคืนเท่านั้น ห้องน้ำสภาพผุเพราะกั้นด้วยไม้อัด ส่วนบันไดขึ้นชั้นสอง ชันมาก ประมาณ 50-60องศา ก้าวขึ้นทีละ40 ซม ผมคิดว่าต้องปรับปรุงให้มีอากาศถ่ายเทได้ และต้องทำห้องน้ำใหม่ พอขึ้นไปชั้นสอง เป็นสภาพเคยมีคนอาศัย บันไดทางขึ้นชั้นสอง วัสดุก็จะมีพวกไม้อัดกรุปิดกั้นห้องน้ำกับบันไดไว้ ส่วนไม้เป็นไม้สัก มีเสาไม้ค้ำบันได้อยู่ในห้องน้ำต้นนึง เมื่อขึ้นบันไดมาก็เจอห้องนี้ สภาพภายในห้อง ตอนนั้นผมไม่ได้เตรียมอะไรที่จะจดบันทึกไปด้วย เลยได้แต่ถ่ายรูปไว้ กับความจำว่าจะทำอะไรบ้าง ก่อนกลับผมไปหาโซ่และแม่กุญแจมาคล้องประตูเพื่อความสบายใจ ผมมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ วางแผนว่าถ้างบประมาณหมดเมื่อไหร่ก็จะหยุด หลังจากคิดอยู่วันสองวัน ผมก็ตัดสินใจ ว่าเพื่อที่จะทำมันให้สำเร็จ งานพวกแบบ ซื้อของ คุม คงจะต้องทำเอง จะหาก็เพียงแต่แรงงาน หลังจากวันนั้น ก็เข้าไปดูว่าจะทำอะไรก่อนหลัง คิดไปเรื่อยๆ เริ่มจากเคลียรพื้นที่ รื้อของเดิม เงินหมดก็หยุด ไม่ก็หยิบยืม ส่วนที่ผมทำเองคือ ทำแบบ จัดซื้อ คุมงาน นู่นนี่ ยกเว้นแรงงาน ปัญหาของผม คือไม่มีที่จอดรถ ไฟฟ้า น้ำ ห้องน้ำ หลังคา ฝ้า ผนัง ต้องทำใหม่หมด มีพื้นที่ทำงานแค่ 3.5x5 เมตร ทุกอย่างต้องอยู่ในนี้ วัสดุคงต้อง just in time แบบที่เคยดูในรายการทีวี คือวัสดุเข้ามาตอนใช้งานจริง เริ่มงานเคลียร์และรื้อ ผมถามคนรู้จักว่าจะหาคนงานมาเคลียร์ ได้ความว่าไปหาตามแหล่งรวมคนงานตอนเช้า ก็ได้มาชุดนึง เคลียร์ได้วันนึง เศษซากเต็มไปหมด ปัญหาคือต้องหาที่ทิ้ง และเวลาที่รถจะเข้ามารับได้เป็นช่วงดึกเท่านั้น เนื่องจากการจราจรถนนหน้าบ้านแคบมีรถผ่านตลอดและรถบรรทุกติดเวลา โผล่ไปดูซอกตึก ขยะเยอะมาก รื้อไม้ฝาออก เพราะผุมาก ส่วนโครงไม้ยังดีมากๆ ไม้เก่านี่ดีจริงๆ รื้อหลังคา สายไฟ ออกหมด โดยผู้รับผิดชอบการรื้อคือช่างคนแรก ผมเรียกสมมุติว่าช่าง ก แล้วกันครับ ก็รื้อกันไป ระหว่างรื้อผมก็ไปติดต่อรถไปทิ้งวัสดุที่จะมาขนไปทิ้งตอนดึก เหนื่อยมากเพราะต้องวิ่งไปโน่นนี่ทั้งวัน กว่าจะได้กลับบ้านก็ดึกๆเลย ก่อนกลับแป้บนึงเจอรถซื้อของเก่า กับรถขนขยะ เลยขอเบอร์โทรไว้ เผื่อจำเป็นต้องใช้ ถึงบ้านก็คำนวณเงินที่ต้องใช้ในสัปดาห์ถัดไป จะได้ไปเบิกมาเตรียมจ่าย ตอนรื้อนี่ก็เคลียรกับข้างบ้าน และคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ตอนรื้อผนังออก ช่างจับเอาประตูที่เก็บไว้อยู่มาใส่เลย ช่วงที่รื้อผมก็เริ่มวัดขนาด วางแผน หาซัพพลายเออร์วัสดุ วัดขนาดนี่เป็นงานที่เหนื่อยเหมือนกัน เพราะต้องวัดสองสามครั้ง ขนาดนี้ยังพลาดเลยครับ ไปรู้ว่าวัดพลาดก็ตอนวางแบบในคอมพิวเตอร์ ช่วงนั้นผมก็หาซอฟท์แวร์ ว่าจะสร้างแบบด้วยซอฟท์แวร์อะไรดี ตกลงว่าใช้ sketch up ครับ เพราะแค่ใช้ทำแบบไม่ต้องการสวยงามมาก และไม่อยากซื้อ license ซอฟท์แวร์พวก AutoCAD จะได้คลีนเรื่องลิขสิทธิ์ หลังจากที่โหลด sketch up มาแล้วก้ลองใช้ พบว่าง่ายมาก เลยลองออกแบบทุบผนัง ย้ายห้องน้ำ ลองวางแบบบันไดใหม่สองสามแบบ ลองวางรถเข้าไปจอดดูเลยครับ มันจอดได้แฮะ แต่คงไม่ได้จอดจริงๆ ทำให้จะต้องหาประตูม้วนไฟฟ้าด้วย การเข้าออกจะได้สะดวกหน่อย ช่วงนี้ผมต้องค้นหาข้อมูลเรื่อง มิติ มาตรฐาน ของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อให้แบบที่ทำเสร็จแล้วออกมาใช้งานได้จริง มีเยอะในเน็ตครับ อยากได้เป็นหนังสือแต่กลัวซื้อมาแล้วเก็บไม่ได้เอามาอ่านเหมือนเล่มอื่นๆบนชั้นหนังสือ ลองเล่นโปรแกรม ใช้งานไม่ยากครับ ตอนนั้นผมเพิ่งลองใช้ดู เสียเวลาประมาณครึ่งวัน ปัญหาบันไดก็ลองออกแบบบันไดเดินขึ้น เหนือห้องน้ำใหม่ ให้ใช้พื้นที่น้อยที่สุด โดยจะใช้ใต้บันไดเป็นที่วางเครื่องซักผ้า สรุปออกมาเป็นแบบนี้ก็คือ บันได้จะขึ้นไปหลังห้องน้ำที่ความสูง 2.4เมตร และมีชานพัก ก่อนไปชั้น2 ที่ความสูง 3.2 เมตร จะได้มีที่วางอ่างล้างหน้าหน้าห้องน้ำ ผมเอารูปตอนเสร็จมาให้ดูเลยด้วยครับ ถ้ามีอาการมึนเมาขึ้นลงยากหน่อยครับ 55 บันไดเก่าที่รื้อออก ชันมาก ต้องรื้อหมด แต่ตอนนี้รื้อบางส่วนต้องใช้ขึ้นไปชั้นบน และห้องน้ำที่เริ่มทุบทิ้ง โครงบันไดใหม่ใช้เหล็กและไม้เทียม นี่ตอนทำสีเรียบร้อยแล้ว บันไดนี้ใช้โครงสร้างเหล็ก ไม้เป็นไฟเบอร์ซีเมนต์ ทำสี ใช้พื้นที่ได้กระชับดี ช่วงที่ออกแบบก็อ่านพวกศาสตร์ต่าง ๆ แล้วปรับแบบไป อันไหนทำได้ตามหลักเหตุผล ถ้าไม่มีข้อจำกัดและสบายใจก็ทำเลย การรื้อถอนก็ทำไป มีปัญหานึงที่อยากแชร์คือ พื้นที่เก็บของไม่ค่อยมี บางทีผมไปได้บานประตูราคาดี เลยซื้อมาเก็บวางไว้ นายช่างจับใส่เฉยเลย คือตอนเราเผลอ ทั้งที่ยังไม่ใช่เวลา และได้กำชับไว้แล้ว และเนื่องจากไม่มีที่เก็บของนี้ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ จึงต้องระวังมากๆ ให้พร้อมเฉพาะตอนที่ต้องการใช้เท่านั้น ไม่อย่างนั้นสูญหายหมดครับ กลายเป็นสภาพถ้ำ อยู่สองสามวันครับ หลังจากที่ได้ออกแบบไปเรื่อย รื้อถอนก็ทำไป รถมารับไปทิ้งทุกคืน ออกแบบเสร็จ ก็พอได้ไอเดียแล้วว่าจะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ตรงไหนให้คุ้มค่า เหนื่อยจัง เพราะต้องดูวัสดุที่จะต้องใช้ด้วยว่าอันไหน เหมาะ ราคาได้ ตอนนี้งานรื้อถอนได้เสร็จแล้ว ผมก็เร่เอาแบบตามหาช่าง คือจะเริ่มเปลี่ยนหลังคาใหม่ทั้งหมด ทำห้องน้ำใหม่ โดยหล่อเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เทหลังคาห้องน้ำ ก่ออิฐรอบ แต่ผมพลาดดันไปหลงคารมนายช่างรื้อ ว่าเขาทำได้ ผมอ่อนไหวไปนิดคือเชื่อเขา เลยยกช่วงให้เขาทำ วัสดุก็เข้าตามวันเวลาที่วางไว้ เป็นช่วงที่ผมล้าด้วย เลยเข้ามาดู สองวันครั้ง นี่เป็นความผิดของผมอย่างยิ่ง ช่างเขาพูดไปเรื่อย ว่าทำได้ ผมมาเห็นว่าชักจะไม่ดีแล้ว คือ หล่อเสา ก่ออิฐ งานแบบว่าดูด้วยสายตา ยังไงก็รื้อเหอะ ดังนั้นอย่าเชื่อคำพูดง่าย ๆ นะครับ เสียเวลา นายช่างเขาบอกใช้ได้ให้เชื่อเขา แต่ผมไม่เชื่อ รื้อใหม่หมด เหล็กเส้น เสา เพราะไม่คุ้มอย่างยิ่ง และที่พลาดอีกคือช่างเบิกล่วงหน้าล้ำปริมาณงานไปแล้ว เลยยอมขาดทุนตอนนี้ดีกว่า หยุดสัญญา กับช่างรายแรกไว้เพียงเท่านี้ คราวหลังต้องพูดคุยให้แน่ใจว่าเขามีความสามารถพอ จะได้ไม่เสียเวลาและงบประมาณ กองวัสดุก็มาตามแผน ต้องตีกรงปิด เดี๋ยวของเสียหาย เข้าออกต้องปีนเข้า ตอนนี้ต้องหาช่างคนใหม่ เพลียจริงๆ ครับ ผมก้เสาะหาช่างคู่กายคนใหม่ หลังจากได้มา ก็ทำเริ่มทำห้องน้ำ โดยหล่อเสา ก่ออิฐฉาบปูน และทำบันไดตามแบบจนแล้วเสร็จ ได้งานออกมาดี ก็ทำไปเรื่อย ทำสัญญากันเป็นชิ้นๆ เปลี่ยนหลังคา เอะใจนิดหน่อย วัสดุบางตัวขาดหายไปสัก 50% ได้ ก็ซื้อมาเติมแบบงงๆ เปลี่ยนหลังคาเสร็จแล้ว ต้องใช้แบบเดิม เพราะเป็นห้องแถวใช้แบบเดียวกันหมด หลังคาเสร็จและครับ กรุไม้ฝา และใส่หน้าต่าง เพื่อที่จะได้ดูโปร่งไม่อึดอัด ถูกสุขอนามัยซะหน่อย ช่างก็ทำงานได้ดีพอสมควรครับ ภาพก่อนใส่ไฟเบอร์ซีเมนต์ ถึงตอนนี้ช่างคนที่สองก็ทำงานไปตามสัญญาย่อยที่ทำขึ้นมา ก็ไม่มีอะไรมากมายนัก แต่พอถึงงานบันไดที่ใช้โครงสร้างเหล็ก ผมเริ่มเอะใจว่าเหล็ก กับไม้บันไดลูกนอนลูกตั้งไม่พอ ช่างคนที่สองนี้บอกให้ไปซื้อใหม่หลายรอบ แต่ผมก็ไม่ว่ากัน เนื่องจากไม่มีหลักฐาน เลยไม่คิดมาก ขอให้งานเสร็จละกัน พอเสร็จงวดงานตามสัญญา จึงให้ช่างเหล็กติดตั้งประตูม้วนมาติดตั้ง เพื่อที่จะใช้ปิดบ้านได้มิดชิด โดยให้ระยะปิดสุดเหนือระดับพื้นเดิม 40 ซม ซึ่งจะเป็นระดับที่เทพื้นปรับระดับขึ้นมา ทำให้ต้องก่ออิฐบล๊อก มาชนกับชายประตู ผมเลยได้ลองฝีมือการก่ออิฐครั้งแรกในชีวิต ตามที่เคยอ่านเจอในหนังสือ สุดท้ายออกมาพอใช้ได้เลย หลังจากที่ปิดประตูได้เรียบร้อย ก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าจะมีอะไรสูญหาย ประกอบกับใกล้หน้าฝนพอดี ผมจึงทดสอบหลังคาใหม่ไปเลย จะได้ใส่ฉนวนและฝ้าถ้าไม่มีปัญหาอะไร  ผมก็บอกนายช่างคนที่สองว่า ยังจะไม่ทำส่วนต่อไป ไว้ค่อยตกลงกันทีหลังว่าจะทำส่วนใดต่อไป หลังจากที่ปิดประตูได้นี่ผมสบายตัวเยอะเลยครับ ไม่ต้องกังวลอะไร ห้องแถวนี้ก็ปิดลงประมาณ 6 เดือน ช่วงที่ฝนตกก็เข้ามาตรวจสอบการรั่วซึม ซึ่งก็ไม่พบอะไรผิดปกติ และควบคุมแมลงต่างๆ โดยฉีดพ่น และวางเหยื่อกำจัด ผมพบว่าการที่ผมเจาะช่องหน้าต่างเพื่อให้อากาศไหลเวียนได้สะดวกนี่ทำให้ อากาศภายในโล่งโปร่ง และแห้ง ตลอดจนการใส่หน้าต่างประตูกระจก รู้สึกดีขึ้นมากเมื่อเปรียบเที่ยบกับ สภาพก่อนซ่อมแซมอย่างยิ่ง สรุปช่วงแรกนี้ ก็ทำรื้อถอน เปลี่ยนหลังคา กรุไม้ผนัง ไปแล้ว พอดีมีภาระกิจอื่นที่ต้องสะสาง จึงได้ไปทำธุระนั้นจนเสร็จสิ้นครับ หลังจากผ่านฤดูฝนไป ผมก็ได้กลับมา ต่องาน หลายอย่างก็มีหลงลืมไปบ้าง ต้องมาปะติดปะต่อ หลายวันกว่าจะต่อติด ไม่ว่า ไฟล์ออกแบบ เครื่องมือ วัสดุ โน่นนี่ พอดีไปเจอกับใบเสนอราคาของนายช่างสองคน เลยโทรคุยว่าว่างไหม นายช่างทั้งสองคนนี้ก็สะดวกเข้างานทั้งสองคน คนหนึ่งเพิ่งเคยรู้จัก อีกคนหนึ่งญาติแนะนำมา แต่ทั้งคู่ผมไม่เคยเห็นผลงาน เสนอราคามาแตกต่างกันพอสมควร คนที่เพิ่งรู้จักเสนอราคามาถูกกว่า แต่ของวดแรกเยอะ เลยไม่เสี่ยง พอได้นายช่างคู่ใจคนใหม่ ก็เริ่มส่งแบบให้นายช่างย่อยดูงานระบบพวกไฟฟ้า น้ำ แสงสว่าง ระบบไฟฟ้านี่ ผมเลือกว่าจะเดินร้อยท่อลอย หรือว่าฝังดี ของเก่าเป็นตีกิ๊บบนผนัง สรุปเป็นฝังดีกว่าเพราะจะได้ดูสวยงามหน่อย กรีดผนังฝังสวิทช์และท่อร้อย ก็เหมือนกับงานทั่วไป วางสายแลน สายเคเบิ้ล เผื่อไว้ด้วยเลย ช่วงนี้วัสดุ เศษวัสดุเต็มพื้นที่ เดินไปมาต้องระวังหน่อย ที่ทำงานแทบจะไม่มีเลย อ่อ ถุงปุ๋ย สำคัญมากซื้อเอาไว้สักร้อยถุงเลยครับ มีตั้งแต่ 3บาท ถึง5,6 บาท ใครซื้อได้ถูกๆ แถวไหนแชร์กันหน่อยครับ ทำฝ้าฉาบเรียบ แป้บเดียวก็เสร็จ ผมเลือกใส่ฉนวนแบบแอร์บับเบิลเพื่อให้น้ำหนักเบา เพราะโครงสร้างหลังคาเป็นไม้ ฉนวนนี่แพงเหมือนกัน ผมดูจากค่าความต้านทานความร้อน ว่ามันดี เบา กันลามไฟ จะได้ประหยัดพลังงาน นี่ก็เป็นผนังส่วนที่ติดกับห้องแถวข้างๆที่เป็นไม้ระแนงกับไม้อัดบางๆ  ใช้สมาร็ทบอร์ดหนาหน่อยเพื่อกันเสียงและหากมีความชื้นก็กันได้พอประมาณ ทีแรกอยากจะเก็บเอาไว้ดูหลอนๆนิดๆ ใช้การจัดแสงไฟเอา แต่ลองโยกๆดู ไม่รอดแน่ครับ ทำให้ดีไปเลยดีกว่า แต่เดี๋ยวจะติดโคมไฟที่กำแพงนี้สักอันนึง ก็น่าจะดูสดใสขึ้น ก่อนซ่อมแซม บริเวณนี้อารมณ์นี้ครับ หลังจากเจาะช่องหน้าต่างเยอะๆ สังเกตุว่าแสงธรรมชาติเข้ามามากๆ เนี่ยมันทำให้ดูโล่ง ดูสะอาดขึ้น ผมเคยขึ้นมาตอนดึกๆ คนเดียว ช่วงที่นั้นรื้อบันไดออกและยังไม่มีประตูบ้าน ต้องปีนขึ้นมาดูความเรียบร้อย ดูน่ากลัวเพราะยังไม่มีหลอดไฟ ที่ชั้นสองนี้ แล้วก็มาลุยระบบท่อกันต่อ ผมตั้งใจเอาอ่างล้างหน้าออกมาข้างนอกห้องน้ำ เพราะจะได้ใช้พื้นที่ข้างใต้ซิ้ง กับเหนือซิ้งเอาไว้ใช้ประโยชน์อื่นได้ ก็หล่อเค้าเตอร์ซิ้งค์ หน้าเค้าเตอร์ก็ใช้แกรนิโต้ปิดเป็นท๊อป ส่วนเครื่องซักผ้าจะวางใต้บันได เลยต้องจัดท่อน้ำดี น้ำทิ้งและไฟฟ้าไว้ด้วย มีปัญหาอยู่นิดนึงที่ห้องน้ำ คือไม่สามารถมีหน้าต่างได้เลย ถ้าจะทำต้องไม่จบง่ายๆ แน่ๆ ผมติดพัดดูดระบายอากาศไว้ ให้อากาศผ่านบานเกร็ดประตู ดูดไอความชื้นร้อนๆ ออกมาจากห้องน้ำระดับใต้ฝ้า ให้อากาศแห้งกว่า หมุนเวียนผ่านบานเกล็ดประตู บานประตูมีใสๆหน่อย ให้ดูไม่ทึบ งานไฟที่ชั้นบน ก็ใส่ดาวน์ไลท์หลอดตะเกียบสี่ตัว โคมแรกเหนือประตูทางเข้า เผื่อสายไฟสำหรับ แอร์ที่ผนัง และโคมไฟสวยๆที่กลางห้องไว้ ตอนนี้สภาพดูดีขึ้นครับ ลองไฟแสงสว่าง ช่วงนี้ก็เริ่มทาสีรองพื้น ทั้งที่ไม้ฝา ฯลฯ พวกสวิทช์ไฟแสงสว่างใช้ 2 ทางจะได้สะดวกหน่อยครับ ผมให้ความสำคัญกับแสงสว่างและสี เนื่องจากจะทำให้พื้นที่มี มิติ และสร้างอารมณ์ได้ครับ ตอนนี้ชั้นสองก็เริ่มเข้ารูปแล้ว ชั้นล่างก็ทำงานไปเรื่อย เป็นงานซ่อมปกติ พวกฉาบเรียบ ฉาบบาง ทางสีรองพื้น ทาสี คราวนี้ก็มาถึงซอกเล็กๆนอกบ้าน ผมตั้งใจเอาไว้เป็นลานซักล้าง ก็ทำให้เป็นระเบียบ ฉาบปูน ทาสี พื้นปูนขัดมัน ห้องน้ำเรียบๆ ช่างลืมใส่คาดกลางผนังให้ เพลนไปนิด แต่ก็ใช้งานได้ปกติ ผมเน้นสุขภัณฑ์สูงหน่อยนั่งสบาย อันนี้เป็นแบบประหยัดน้ำ แต่ผมรู้สึกว่าแบบ sifon jet มันจะสะอาดกว่า แบบพวกนี้ประหยัดก็จริงแต่บางทีต้องกดหลายครั้ง ตัวนี้น่าจะเป็น wash down / dual flush ครับ อ่างล้างหน้า ผมหาก๊อกอยู่หลายวันถึงจะได้ก๊อกที่แมทช์กับอ่าง เค้าท์เตอร์หล่อปูน แต่งผิวด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ อ่อ! ช่วงปูกระเบื้อง อย่าลืมว่า เวลาซื้อกระเบื้องก็จดรหัสโทนสี ล๊อตการผลิต ไว้ด้วย เผื่อขาดจะได้ซื้อสีเดิมไม่เพี้ยน ซื้อเผื่อไว้หน่อยก็ดีนะ ทาสีน้ำมันที่ไม้คาน ที่ลองจับคู่สีแล้ว เป็นสีประมาณช๊อกโกแลตนม ไปกันได้กับดาวน์ไลท์สีวอร์ม และสีผนัง ท้ายๆนี้งานราบรื่นดี ประมาณสองเดือนกว่า ก็เสร็จครับ เวลาจำกัด งบจำกัด ชั้นสองก็ขัดพื้นไม้ โชว์ความเป็นไม้แท้ ที่อาคารเก่าได้เปรียบ หน้าต่างก็ตัดกระจกมาใส่เพราะติดแอร์ จะให้ถูกซื้อช่วงหลังหน้าร้อนเข้าฝน ตอนที่กำลังจะเปลี่ยนรุ่นใหม่ ติดแอร์ ใส่บัวพื้น ใช้โทนสีขาว เบจ น้ำตาล พวกวงกบ บัว ประตูทาสีขาว พอทำสีบันไดเสร็จ ชอบจริงๆ เลยครับ ดูโอเคขึ้นเยอะ เพดานชั้นล่าง ก็ทำสีที่เลือก ใช้ดาวน์ไลท์ จัดระเบียบให้แสงหน่อย เพื่อไม่ให้หลอนตอนกลางคืน ใส่โคมไฟไว้ด้วย มีก๊อกล้างเผื่อเอาไว้ เวลาอยู่อาศัยจริงๆ จะได้อยู่สบาย ผมให้ช่างทำ arch กั้นส่วน จะได้ดูไม่แข็งเกินไป นี่บันไดอีกมุม วิวขณะเดินลง ตอนลองไฟแสงสว่าง ช่วงกลางวัน ก็สว่างโอเค ตอนนี้ก็เริ่มเก็บกวาด เช็ครายละเอียด แต่ยังไม่ได้ดูรายละเอียดเฟอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ครัว เนื่องจากมีคนเสนอซื้อ หลังจากที่ผมได้แชร์ประสบการณ์ในครั้งนี้ เลยทำให้ได้ทบทวนถึงปัญหาอุปสรรค์ต่างๆ ซึ่งผมจะได้ใช้ในการซ่อมแซมบ้านเช่นนี้อีกในอนาคต เพราะเคยอ่านแต่ของคนอื่น แต่ไม่กล้าเขียนกลัวนู่นนี่ แต่พอได้ลองนั่งเขียนกลับพบว่า มันเหมือนเป็นการทำรายงานสรุปผลงาน รีวิวปัญหาและวิธีแก้ไข ผมพบว่าในข้อจำกัดมันมีทางออก ถ้าได้คิดเราจะอยู่กับข้อจำกัดนั้น ผ่านมันไป และได้รับผลดีเป็นรางวัล กฎเหล็ก:ห้ามมิให้ผู้รับเหมาเบิกเงินล้ำงวดงาน ผมนี่ประจำเลย ท่องเอาไว้เวลาเขาขอเบิก ตามสัญญาเขียนไว้อย่างนั้น แฟร์ๆกัน ถ้าเขามีน้ำใจให้เรา ก็แฟร์ๆกับเขาครับ เรื่องคุมงานก็ควรคุมทุกเม็ดครับ อย่าคลาดสายตา อาจจะหาคนช่วยคุมถ้าเป็นไปได้ อีกข้อที่ผมได้คิด คือไม่มีอะไร perfect เอาหลักๆให้ได้ดั่งใจ ประเด็นย่อยถ้าได้ถือเป็นรางวัล หวังว่าคงจะมีสาระบ้าง ไม่มากก็น้อย ถ้ามีอะไรแนะนำยินดีเลยครับ เกี่ยวกับรูปถ่ายจากกล้องมือถือชัดพอสมควร และไม่ได้คิดว่าจะโพสเลยไม่ค่อยปะติดปะต่อกันเท่าไหร่ ถ้ามีข้อบกพร่องก็ขออภัยดัวยครับ ยิ่งถ้าแนะนำวิธีที่ถูกต้อง จักขอบคุณยิ่งครับ เรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ inbox ได้เลยครับ ขอขอบคุณที่สละเวลาอ่านโพสนี้ แล้วพบกันใหม่ครับ เนื่องจากผมได้ทำโปรเจคท์อย่างนี้อีก ขอบคุณครับ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิปหมายเลข 2421624
รีโนเวทบ้านเก่า ด้วยการรื้อวัสดุบ้านเก่านำมา D.I.Y ใหม่

รีโนเวทบ้านเก่า ด้วยการรื้อวัสดุบ้านเก่านำมา D.I.Y ใหม่

วันนี้เรามีกระทู้พันทิปของคุณ มัณฑนากรน้อย เป็นการรีโนเวทบ้านเก่า ด้วยการนำวัสดุจากบ้านหลังเดิม มา D.I.Y เป็นของแต่งบ้านเก๋ๆ สำหรับใครที่ชื่นชอบการรีโนเวทบ้านแบบนี้ ก็ลองดูเป็นไอเดียได้นะครับ เราไปดูกระทู้ของคุณ มัณฑนากรน้อย กันเลยดีกว่าครับ   ผมก็เป็นคนนึงที่ฝันอยากจะมีบ้านตามที่เราวาดฝันเอาไว้ ถึงแม้ตัวเองจะมีอาชีพออกแบบภายใน ทำบ้านให้ผู้ว่าจ้างมานับไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสดีๆสักที จนเมื่อปลายปี 2554 มาเจอบ้านหลังนี้ ด้วยที่ตั้ง ภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ มันถูกใจซะเหลือเกิน จึงตัดสินใจกับครอบครัวว่า เอาล่ะเราจะเป็นหนี้ก้อนนี้ละว่ะ หลังจากเรื่องธุรกรรมเสร็จสิ้น คราวนี้ก็เริ่มวางแผนในการฟื้นฟูบ้านใหม่ เริ่มจากวางผังใหม่ทั้งหมดตามที่เคยวาดฝันไว้ พอมานั่งคำนวนดูคร่าวๆ บานครับบานปลายมากๆ เนื่องจากพื้นที่ๆจะทำการปรับปรุงนั้น พื้นที่ใช้สอยที่ผมต้องการเพิ่มจากเดิมหลายเท่ามาก นั้นก็แสดงว่ามันใช้เงินจำนวนมากเช่นกัน รออะไรอยู่ล่ะครับ รื้อความคิดเดิม ตัดเหลือแค่ส่วนที่ตัวเองต้องการจริงๆออกมา แต่สุดท้ายความต้องการก็ยังเกินกว่ากำลังทรัพย์ที่ตั้งไว้   แปลนเดิมชั้นล่าง แปลนเดิมชั้น2,3   จนในที่สุดผมก็นั่งแยกค่าการรีโนเวทออกมาเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ - ส่วนแรกคือค่ารื้อถอน ค่างานในการก่อสร้าง(งานก่อฉาบ งานระบบสุขาภิบาล งานปูกระเบื้อง ประตู หน้าต่าง) - ส่วนที่สอง งานไฟฟ้า ระบบแอร์ ปลั๊กไฟต่างๆ - ส่วนสุดท้ายคืองานตกแต่งภายใน ซึ่งส่วนนี้เป็นอาชีพผมครับถนัดที่สุด (การแบ่งส่วนของงานสามส่วนของผมไม่ใช้หลักการสากลทั่วไปนะครับ ที่ผมแบ่งแบบนี้เพราะผมต้องการไล่ความสำคัญของ สิ่งที่ตัดออกไม่ได้ กับสิ่งที่พอปรับลดได้ ยกตัวอย่างเช่น การก่ออิฐฉาบปูนลดไม่ได้ถ้ายังต้องการห้องต่างๆที่เรากำหนด แต่ไฟฟ้าแสงสว่างพอจะลดตัดทอนลงได้ เช่นห้องนอนก็วางไฟจำนวนน้อยลง เพราะใช้ในการพักผ่อนไม่จำเป็นต้องใช้แสงสว่างมากๆ) หลังจากแบ่งสัดส่วนออกมา ก็จะเห็นงบประมาณคร่าวๆ ก็ยังเกินงบครับ ขอบอกก่อนว่าเพราะสิ่งที่ผมต้องการต่อเติมนั้นค่อนข้างมากจริงๆมันจึงเป็นเรื่องยากที่จะให้อยู่ในงบประมาณ แต่ทำไงได้เราหวังสูง ผมไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ก็คนปกติทั่วไปที่ฝันใหญ่เกินตัวไปหน่อย แปลนใหม่ชั้นล่าง พื้นที่มากกว่าเดิม มาถึงตรงนี้แล้ว ไม่ถอย หาวิธีการใหม่ ผมนั่งดูงานที่แบ่งไว้สามส่วน ส่วนของการตกแต่งภายในถ้าตัดทิ้ง ก็จะพอสำหรับการรีโนเวทบ้านหลังนี้ และยังได้ฟังชั่นห้องต่างๆครบเหมือนเดิม งั้นก็ตัดส่วนตกแต่งภายในออกซะ บ้านถ้ามีไฟฟ้ามีห้องต่างๆมีห้องน้ำเราก็อยู่ได้ แล้วก็ใช้เฟอร์นิเจอร์เดิมทั้งหมดที่มีอยู่ไปใช้ แต่ด้วยอาชีพที่ทำอยู่อย่างน้อยก็ขอให้มีดีไซน์อะไรๆลงไปบ้าง ผมก็เลยนึกถึงการ D.I.Y ผมมีความสนใจในเรื่องนี้อยู่ก่อนหน้านี้อยู่แล้วก็เลยคุ้ยข้อมูลตามโซเชี่ยลต่างๆแล้วลองเลือกมาปรับใช้ในส่วนที่เราชอบ วัสดุต่างๆที่รื้อจากบ้านหลังนี้ออกมา ก็คิดหาวิธีนำกลับมาใหม่ เกินคาดครับผมได้ของใช้ใหม่ๆ แถมบางชิ้นทำเล่นๆกลับทำรายได้ให้ผมถึงมันจะไม่มากมายก็ตาม นอกจากเรื่องตกแต่งภายในที่ตัดออก ผมก็ลดรายจ่ายเพิ่มอีก เมื่อพูดคุยกับผู้รับเหมาเรียบร้อยก็ขอร้องที่จะ เป็นผู้ซื้อวัสดุบางอย่างให้เอง คุมงานเอง ถึงผมจะทำอาชีพออกแบบแต่ก็ไม่ได้รับเหมา ต้องจ้างผู้รับเหมามาทำให้เหมือนทุกๆท่านครับ เพียงแต่คุยกับผู้รับเหมาให้ชัดเจน ว่าวัสดุบางตัวที่รื้อออกมา ผมอาจต้องให้ช่วยเหลือเรื่องการจ้างค่าแรงเพิ่ม เพราะการรื้อวัสดุเก่ามาใช้นั้น ไม่เหมือนของใหม่ที่ใช้ได้เลย ดังนั้นต้องมีการตกลงให้ชัดเจนครับว่าเรามีเนื้องานตรงนี้ที่จะต้องให้ทำด้วย ปล.รูปต่างๆที่ลง ผมถ่ายในเวลาต่างกันอาจไม่ได้เรียงลำดับก่อนหลัง นะครับ ไม่ถูกใจท่านใดก็ขออภัยมา ณ ตรงนี้ด้วยนะครับ แค่หวังเพียงเป็นส่วนเล็กๆที่แบ่งปัน แนวคิดให้กับผู้ที่สนใจ เพื่อเป็นแนวทางได้บ้างครับ   บริเวณหน้าบ้าน ภายในบ้านบางส่วนครับ ชั้นล่างของบ้าน บ้านหลังนี้ออกแบบมาให้ใช้พื้นที่บนชั้นสองครับ ชั้นล่างส่วนใหญ่เป็นใต้ถุนโล่งๆ เริ่มรื้อถอนและทุบผนัง บ้านนี้มีบันไดขึ้นขั้นสอง อยู่สองทางในบ้านกับหน้าบ้านๆไม่ได้ใช้ครับทุบออกทำเป็นทางเข้าบ้านชั้นล่าง ทุบผนังข้างและเทพื้นวางโครงสร้างเสา เป็นทางเดินมาส่วนออฟฟิศไว้สำหรับทำงาน ต่อเติมเพิ่มออกมาครับ ขึ้นโครงหลังคาออฟฟิศไว้สำหรับทำงาน ไม้จากที่รื้อระเบียงรอบบ้านออกมา เอาไปจ้างโรงไม้รีดมาใหม่ ได้ไม้มากองใหญ่ครับ กระจกรื้อมาจากบานประตูหน้าต่าง หลังจากที่เริ่มรื้อถอน ก็ได้วัสดุบางอย่างมาเช่น ไม้จากระเบียง กระจกใสจากประตูหน้าต่าง กองเก็บไว้ก่อนครับ งานต่อไป ผรม ก็เริ่มก่อฉาบในส่วนต่างๆ ภาพจากระเบียงด้านหลังของห้องชั้นสอง ซึ่งบ้านนี้มีระเบียงด้านหน้าและหลัง ผมเลยเอาพื้นที่ระเบียงหลังมาก่อเพื่อทำเป็นห้องน้ำใหญ่ของห้องนอนนี้ เนื่องจากมีระเบียงด้านหน้าก็เพียงพอแล้ว การเอาระเบียงมาทำห้องน้ำข้อดีคือพื้นมีความต่างระดับอยู่แล้วและมีท่อน้ำทิ้งรองรับทำให้เหมาะกับการต่อเติม และในส่วนชั้นล่างที่ตรงกับตำแหน่งระเบียงก็อยู่ส่วนนอกบ้าน ถ้าเกิดกรณีรั่วซึม ก็ยังแก้ไขได้ง่ายเพราะไม่อยู่ในส่วนของพื้นที่ภายในชั้นล่างบ้านครับ บริเวณชั้นล่างของบ้านทุบและก่อห้องน้ำขึ้นมาใหม่ได้สองห้องสำหรับใช้ในส่วนของพักอาศัยและใช้ในส่วนของออฟฟิศทำงานครับ โดยพื้นที่นี้ของเดิมชั้นล่างแทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ บ้านหลังเก่านี้ออกแบบมาให้ขึ้นไปใช้ชั้นที่สองครับ เดิมทีเป็นห้องน้ำเล็กในห้องพักของแม่บ้าน ชั้นล่างนี้จึงเหมือนใต้ถุนบ้านชั้นล่างนี้จึงค่อนข้างที่จะไม่สูงสักเท่าไหร่ บริเวณด้านหน้าของตัวบ้านทางซ้ายก็ปรับเป็นซุ้มเพื่อทำประตูทางเข้าบ้านเป็นทางหลักครับ ระเบียงด้านหน้าของห้องนอน จากที่รื้อไม้ของเก่าอออกมาก็ใช้ ราวระเบียงเหล็กแทนครับ เพราะที่ภูเก็ตมีฝนมากและความชื้นค่อนข้างสูง ผมจึงเลี่ยงการใช้ไม้ภายนอกอาคาร รวมถึงประตูหน้าต่างของบ้านด้วยครับ ปรับใช้อลูมิเนียมทั้งหมด ส่วนของเคาน์เตอร์รูปบนเป็นเคาน์เตอร์ที่ก่อบริเวณใกล้ห้องน้ำชั้นล่างไว้ใช้ในส่วนของออฟฟิศครับ ส่วนรูปล่างก่อเป็นเคาน์เตอร์ครัวภายในบ้าน ข้อดีของเคาน์เตอร์ปูนคือ แข็งแรงทนทาน ราคาถูกที่สุดแล้วครับ และงบประมาณในการตกแต่งแทนเคาน์เตอร์ไม้ ก็แปรสภาพเป็นเพียงค่าแรงก่อฉาบ ค่าปูนทราย ซึ่งเทียบกันแล้วราคาต่างกันมากพอสมควร แต่ข้อเสียคือปรับเปลี่ยนไม่ได้ ทุบทิ้งอย่างเดียวครับ ต้องพิจารณาดีๆครับ ภาพนี้เป็นภาพการกรีดผนังวางท่อไฟฟ้ารวมถึง ตำแหน่งท่อแอร์ แอร์มีส่วนสำคัญครับ ถ้าวางแผนไว้ตั้งแต่แรก ท่อต่างๆจะถูกซ่อน บ้านหลังนี้จะไม่เห็นท่อแอร์ท่อน้ำทิ้งให้เกะกะสายตาเลยครับ รวมถึงตัวคอมเพรสเซอร์ ผมรวมไปไว้ที่มุมระเบียงชั้นสามทั้งหมด ดูแลบำรุงรักษาง่ายครับที่จุดเดียว และไม่ต้องแขวนให้เกะกะผนังอาคารบ้าน ตั้งในพื้นที่อากาศถ่ายเทสะดวกไม่โดนแดดฝนเต็มๆ ในระยะยาวช่วยรักษาอายุการใช้งานได้ดีครับ แถมไม่ทำงานหนักจนเกินไป รูปภาพที่เริ่มปรับตำแหน่งหน้าต่างใหม่ทั้งหมดและก่อปิดหน้างต่างเดิม สองรูปนี้คือเริ่มวางโครงสร้างเสาและหลังคาเหล็กส่วนต่อเติมออฟฟิศครับ เดิมทีผมจะต่อเป็นอาคารถาวรชั้นเดียวแบบปูนแต่ด้วยมีงบจำกัดเลยปรับเป็นโครงสร้างเหล็กกล่องทั้งหมด และทำงานได้เร็วขึ้นด้วยครับ อ่างล้างหน้าภายในห้องน้ำทุกห้อง ผมใช้หล่อปูนขัดมันทุกห้อง แล้วเอากระเบื้องปูพื้นมาตัดวางบนอ่างเป็นที่รับน้ำ ใส่ดีไซน์ลงไปให้สนุกซะหน่อย(ผมชอบเป็นการส่วนตัวนะครับอันนี้) ราคาไม่ต่างจากการซื้ออ่างสำเร็จสักเท่าไหร่ หลังจากที่ดำเนินการรีโนเวทไป ผมขอรัดไปเป็นภาพก่อนและหลังในมุมต่างๆในบ้านเลยละกันนะครับ เพราะเนื้อหาส่วนนี้ก็เดินไฟ ก่อฉาบ ซึ่งก็ทั่วๆไปเป็นภาพซ้ำๆเดิมๆเหมือนที่ได้ลงให้ดูข้างบนครับ รูปบริเวณระเบียงหน้าห้องพักก่อนและหลังปรับปรุง ระเบียงชั้นสาม ก่อนและหลัง ระเบียงทางเดินเข้าบ้าน ระเบียงชั้นสอง ระเบียงชั้นสามอีกมุมนึงครับ ทางเดินชั้นล่างบริเวณห้องน้ำ ทางเชื่อมระหว่างส่วนพักอาศัยกับส่วนต่อเติมเป็นออฟฟิศครับ บริเวณออฟฟิศต่อเติมและเคาน์เตอร์ใช้งานส่วนออฟฟิศ ห้องทำงานส่วนตัว ส่วนออฟฟิศ เดิมทีเป็นใต้ถุนที่จอดรถด้านหน้า ปรับมาใช้เป็นห้องทำงาน อนาคตห้องนี้อาจปรับเป็นห้องนอนของผู้สูงอายุครับ ห้องน้ำในส่วนของออฟฟิศ เคาน์เตอร์หล่อปูน ส่วนของออฟฟิศตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ผนังด้านหน้า ส่วนบาร์ยกระดับใช้เหล็กกลมที่เหลือจากทำราวระเบียง กับไม้ที่รื้อมาจากราวระเบียงบ้านเก่า เริ่มได้ใช้วัสดุเหลือมาใช้แล้วครับ คราวนี้มาดูส่วนพักอาศัยกันครับ นี่ครับบริเวณที่ทุบบันไดภายนอกอาคารทิ้ง ทำเป็นทางเข้าของบ้าน ประตูทางเข้าหลักก็ได้เศษกระจกจากที่รื้อมาเอามาใส่เป็นช่องแสงครับ ส่วนชั้นวางรองเท้าก็ให้ช่างทำโครงเหล็กเป็นตู้ยึดติดลอย ปิดท๊อปด้วยไม้ที่รื้อมาจากบ้านนี้ครับ ไม้ที่รื้อมาเยอะมากครับยังใช้ไม่หมดแค่นี้นะครับดูกันไปเรื่อยๆ (ปัจจุบันก็ยังเหลืออยู่ครับ ว่าจะเอามาใช้ทำอย่างอื่นเพิ่มเติมอยู่) ใต้ถุนหลังบ้านจากเดิมก็ถูกเทพื้น วางไว้เป็นส่วนนั่งเล่นดูทีวีและส่วนทานอาหารและครัว ส่วนใหญ่ตรงนี้จะใช้งานบ่อยที่สุดในบ้านเลยครับ มุมจากเคาน์เตอร์ไปตรงที่นั่งเล่นบริเวณทางเข้าบ้าน ปูนหล่อเคาน์เตอร์ตั้งใจให้เป็นส่วนเตรียมอาหาร และเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับโต๊ะทานข้าวเลยครับ ท๊อปโต๊ะทานข้าวผมไปเลือกหาตามร้านขายหินแกรนิตทั่วไป พอดีไปเห็นหินชิ้นนี้มาซึ่งทางร้านค้าบอกว่าชำรุดเพราะเนื้อผิวบนเป็นรูพรุน ปกติหินชนิดนี้ขนาดเท่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 12,000-15,000 บาท รวมติดตั้ง ผมได้มาในราคา7,000บาท แล้วนำเรซิ่นมาซ่อมผิวหน้าใหม่ ส่วนช่างก็ใช้ผู้รับเหมาของเราติดตั้งให้ ส่วนขาก็เหล็กกลมที่เหลือจากราวระเบียง จริงๆคำนวนพลาดไปหน่อยครับเหลือเกินมาสองสามเส้นแหนะ โคมไฟก็ขอซื้อต่อจากร้านน้องที่รู้จักมาอีกทีครับพอดีเค้าปรับปรุงร้านกาแฟใหม่ได้มาราคา2,000กว่าบาท มุมพักผ่อน ส่วนนี้เป็นส่วนที่ใช้ช่างเฟอร์นิเจอร์ทำขึ้นมาใหม่คือตู้ล่างทีวีและชั้นวางของกับ บานตู้ครัว นอกนั้นเฟอร์นิเจอร์เก่าย้ายมาทั้งหมดครับ ส่วนต้นไม้ที่เห็นคือต้นปีปที่ยืนต้นตายที่นี่ผมเลยมาใช้ประดับบ้านครับ ทำความสะอาดทากันปลวก ก็สวยดี โต๊ะกลางก็ได้ไม้ที่รื้อมานี่ละครับมาใช้ทำ ส่วนโซฟาเป็นเตียงไม้บ้านเก่าที่ย้ายมาเอามาทาสีใหม่ใส่พนักพิงไม้ด้านหลังเพิ่มนิดหน่อย ทำเบาะมาวาง บางวันก็หลับตรงนี้ล่ะครับ นึกว่าเตียง ส่วนไฟตกแต่งที่เห็นเป็นก้านๆ ก็เหล็กกลมที่เหลือนี้แหละครับ ให้ช่างเหล็กมาทำให้ เคาน์เตอร์ครัวหล่อปูนขัดมัน ผนังกระจกที่เห็นก็ใช้กระจกที่รื้อมา ทำความสะอาดแล้วพ่นสีสเปรย์สีขาว มาใช้ตกแต่ง กันคราบน้ำ,น้ำมันกระเด็น เช็ดทำความสะอาดง่ายดี อ่อชั้นวางเครื่องปรุงก็ไม้ระเบียงครับ เยอะครับไม้ยังไม่หมด ห้องน้ำส่วนในบ้านชั้นล่าง ห้องน้ำก็ถือเป็นอีกส่วนนึงที่ใช้งบประมาณเยอะมากถ้ารวมเรื่องงานระบบด้วย ระบบคงตัดงบยาก ห้องน้ำในบ้านหลังนี้ ผมตัดกระเบื้องปูนผนังออก(ถ้ามีส่วนอาบน้ำจะใช้ปูเฉพาะส่วนเปียก)ผนังก็ก่อฉาบแค่ปูนหยาบ ไม่ลงฉาบเรียบแล้วใช้สีทาภายในกึ่งเงา ทาผนังช่วยยึดเกาะปูนและกันเชื้อราได้ดี ห้องนี้ไม่ค่อยมีส่วนเปียกครับ ยกเว้นล้างพื้นห้องน้ำบ้างบางครั้ง ราวแขวนผ้าที่เห็นเหมือนบันได ก็ลูกกรงราวระเบียงที่รื้อมาเอามาทำที่แขวนผ้า ข้อดีก็เคลื่อนย้ายได้ ไม่ต้องเจาะผนัง ห้องน้ำในบ้านทุกห้องผมเน้นเรื่องบานหน้าต่างครับได้แสงธรรมชาติไม่อับ แถมเปิดระบายความอับชื้นได้ดีทีเดียว ประหยัดไฟแถมไม่มีกลิ่นอับครับ ไม่ต้องใช้พัดลมดูดอากาศ บริเวณห้องนอน อย่างที่กล่าวครับผมตัดจำนวนไฟออกไป เพราะการนอนไม่จำเป็นต้องใช้แสงเยอะ ถ้าต้องการใช้แสงผมก็เลือกใช้โคมหัวเตียง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ในห้องก็ของเก่าครับมาปิดผิวใหม่ ก็เหมือนได้ของใหม่ ส่วนตู้เสื้อผ้า ผมตั้งใจทำเป็น walk-in closet แบบเป็นห้องโดยใช้กระจกอลูมิเนียมกั้นเป็นห้อง(ตอนนี้ยังไม่ได้ติดตั้ง)ส่วนตัวตู้เสื้อผ้าใช้เหล็กขึ้นรูปตามที่เห็นครับแล้วตัดแผ่นไม้มาวางพาดเป็นชั้นวางของ แล้วก็มีตู้ลิ้นชักเก่าของผมเอาเช้าไปปรับใช้ด้วย ซื้อเหล็กขนาด 1x2,1x1 นิ้ว มาทำในราคาไม่เกิน4,000บาท แต่ทำตู้เสื้อผ้าได้ถึง 4 ห้องนอน ค่าแรงช่างก็ไม่ได้สูงมากครับ อย่างที่กล่าวเราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกของการทำงาน แต่ถึงแพงผมก็ยินดีจ่าย เพราะการทำตู้เสื้อผ้าแบบบิ้วอินเฟอร์นิเจอร์ ทั้งหมด 4 ห้อง รวมแล้วต้องมีถึงหลักแสนบาท ห้องน้ำในห้องนอน ที่ใช้ระเบียงมาต่อเติมครับ ได้แสงสว่างยังคงสไตล์เดิมครับเน้นแสงและหน้าต่างเพื่อการระบายอากาศไม่อับ ส่วนหลังคาด้านบนผมใช้กระจกที่รื้อมา นำมาใช้ทำเป็นสกายไลท์บางส่วน เลือกปูกระเบื้องเฉพาะส่วนเปียกครับ กลางวันแทบไม่จำเป็นต้องใช้ไฟเลย ประหยัดได้ค่อนข้างมากครับในระยะยาว เหล็กกล่องที่ใช้ทำเสาของส่วนต่อเติม เหลือเศษพอสมควร ก็เลยให้ช่างช่วยตัดออกมาให้ได้ขนาดตามรูปเจาะรูใส่เบ้าเกลียวโคมไฟที่หาซื้อตามร้านวัสดุทั่วไป ทากันสนิมแล้วทาสีสักหน่อย ผมก็ได้ไฟติดผนังรอบบ้านครับ ที่สำคัญไม่ต้องหาซื้อ ส่วนชิ้นนี้เหล็กตัวซี ที่เหลือมาจากทำหลังคาของห้องน้ำส่วนต่อเติมตรงระเบียง เอามาติดบริเวณทางเข้าหลักของบ้าน ซ่อนไฟหลอด T5 ก็คือหลอดนีออนรุ่นใหม่ที่เป็นเส้นเล็กๆ ว่าจะติดเลขที่บ้านด้านล่างที่ไฟส่องครับ ส่วนไม้ที่รื้อออกมา ไม้ที่เป็นซี่ระแนงเล็กๆของระเบียงมีจำนวนมากที่สุดครับ ผมใช้เวลาเป็นอาทิตย์เหมือนกัน ว่าจะเอามาทำอะไร ก็เลยได้ราวแขวนผ้าไว้ใช้ในห้องน้ำภายในบ้านครับ แต่ก็ยังเหลือจำนวนเยอะอยู่ดี งานนี้เลยยังไม่จบเนื่องจากไม่อยากกองไม้เล็กๆหลาวนี้เก็บไว้นานครับ ก็คิดว่าเรายังขาดอะไรที่ต้องใช้สอยเพิ่มอีกที่ทำจากไม้พวกนี้ได้ พอดีเหลือบไปเห็นเก้าอี้ขาไม้ในไซด์งานที่ช่างนั่งอยู่ ก็เลยคิดว่าลองเอามาทำเก้าอี้ไว้ใช้เอง ประกอบกับจำได้ว่าเคยเก็บข้อมูล การ D.I.Y ของต่างประเทศ ผมชอบดูพวกนี้แล้วแชร์เก็บไว้ในเฟสบุ๊ค เผื่อวันนึงอาจได้ใช้ประโยชน์ ได้ใช้จริงๆครับ มีของต่างประเทศที่เค้านำแผ่นเหล็กแบนมาดัดปลายแล้วสวมขาไม้ลงไปเอามาทำเป็นโต๊ะวางของ ผมก็เลยดัดแปลงเอามาทำเป็นเก้าอี้ครับ ปล้ำอยู่นาน ทำตัวทดลองมาหลายตัว จนได้ออกมาตามภาพที่เห็นครับ (ตอนปรับรูปแบบของเก้าอี้คือตอนที่บ้านรีโนเวทเรียบร้อยแล้วนะครับ พอดีมันอยู่ในการเล่าช่วงนี้พอดี)แล้วก็เอามาใช้เองครับ แต่เอาลงเฟสบุ๊คเล่นๆ มีคนสั่งผลิตครับ รออะไรอยู่จ้างช่างเหล็กมาทำสิครับ จนสามารถระบายไม้เหล่านี้จนหมด ได้เงินมาก็ไม่มากครับเพราะผมขายถูก ส่วนนึงก็ให้ค่าแรงช่างเป็นรายได้เสริมของเค้า สิ่งที่ปลื้มใจก็คือมีคนสนใจในสิ่งที่ผมคิดและทำด้วย ไม้ที่นำไปเหลาเป็นขาเตรียมประกอบ ภาพตอนผลิดเรียบร้อยและเตรียมเอาไปส่ง จบเรื่องเก้าอี้ไปครับ กลับมาที่วัสดุอีกกองใหญ่ หินที่เห็นในรูปเป็นหินที่ตอนปรับที่รอบบ้านเพื่อวางเสา เทพื้น ขุดได้ก้อนหินมาเยอะมากครับ พื้นที่ตรงนี้เป็นเนินครับจึงไม่แปลกที่จะเจอหินขนาดต่างๆตรงผิวดิน ตอนแรกว่าจะเอาไปทิ้ง แต่มานั่งคิดอีกทีช่วย ผรม ประหยัดค่าน้ำมันรถกับค่าแรงดีกว่า ก็เลยนำมาล้างดินให้สะอาด หลังจากนั้นก็ให้ช่างเหล็กเอาเหล็กข้ออ้อยที่ใช้ก่อสร้าง ที่เหลือมากับซื้อเพิ่มมาไม่กี่เส้น มาอ๊อคขึ้นรูปทับรั้วบ้านของเดิมครับ เสร็จแล้วจึงทาสีเหล็ก แล้วพี่ ผรม ก็มาช่วยเรียงหินกรอกลงไประหว่างรั่วเก่าให้ พี่ ผรม แกขอลงมือเองเค้าบอกว่าสนุกดี ทำรั้วบ้านอื่นมีแต่ก่ออิฐ รั้วเหล็ก งานนี้มันต้องเลือกหินเพื่อเรียงให้แน่นและลงตัวรูปทรงของมัน งานนี้ผมก็ทำด้วยนะครับ หุหุ จากภาพใกล้เสร็จแล้วครับ โดยรวมบ้านรีโนเวทด้วยการใช้วัสดุเก่าก็มีตามที่เล่ามาให้ฟังครับส่วนอื่นๆก็เอาไปใช้ซ้ำๆเหล็กเหลือก็ทำกันสาดเล็กๆกันฝนสาดกระจกก็เอามาใช้มุงแนวกันสาด อันนี้ไม่ใช่ของเก่าของบ้านแต่เป็นของเก่าที่ย้ายมาด้วยก็จับแต่งตัวให้เสียใหม่ รูปด้านหน้าบ้าน สุดท้ายก็เสร็จสิ้นการรีโนเวท แต่ก็ยังมีส่วนอื่นที่ต้องตกแต่งเพิ่มอีก แต่ในภาพรวมของบ้านทั้งหมดก็สามารถเข้าอยู่ได้แล้ว ที่เหลือก็ค่อยๆทยอย ทำเพิ่ม ตามกำลังเงินและเวลาครับ สุดท้ายนี้ที่ผมเขียนครั้งนี้ก็หวังว่าจะเป็นส่วนเล็กๆส่วนนึงในการแบ่งปัน ประสบการณ์และแนวทาง ให้กับผู้ที่มีความสนใจได้พอหอมปากหอมคอ งานรื้อวัสดุเก่ามาใช้ใหม่มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก บางท่านก็อาจไม่ชอบสไตล์แบบนี้เพราะมันโชว์ความดิบของวัสดุและไม่ค่อยจะเรียบร้อย100% สักเท่าไหร่นัก ก็ลองพิจารณาเลือกใช้ตามเห็นสมควร หรือดูเพื่อความเพลิดเพลินก็ไม่ว่ากันครับ ถ้ามีทำอะไรเพิ่มเติมจะลงให้ชมกันใหม่ ถ้ายังสนใจสไตล์นี้อยู่นะครับ สุดท้ายจริงๆครับ "ขอให้ทุกๆท่านมีแต่ความสุขสมหวังตลอดไป สวัสดีปีใหม่ครับ"   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป คุณมัณฑนากรน้อย
บ้านสไตล์โมเดิร์นแฝงความน่ารักของงานตกแต่ง

บ้านสไตล์โมเดิร์นแฝงความน่ารักของงานตกแต่ง

LA House เป็นบ้านในสไตล์ Contemporary ซึ่งถูกออกแบบโดย Studio Guilherme Torres ในเมือง Londrina ประเทศ Brazil โดยเป็นอาคารแบบสามชั้น แต่ละชั้นจะมีลักษณะเป็นพื้นที่แบบเปิดโล่ง โดยตัวบ้านถูกกั้นด้วยกำแพงยาว ซึ่งเป็นการทำตามความต้องการของลูกค้าที่ชอบบรรยากาศแบบคอนโดมิเนียม และต้องมีความเป็นส่วนตัวสูง ภายนอกเราจะเห็นโครงสร้างของตัวบ้านถูกดีไซน์แปลกตา โดยมีลักษณะของสี่เหลี่ยมคางหมู ซึ่งจะให้ความรู้สึกของความเป็นโมเดิร์นสไตล์ได้อย่างชัดเจน ทางเข้าด้านหน้าที่กว้างขวางถูกดีไซน์ออกมาให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น พร้อมด้วยทางเดินเข้าสู่ตัวบ้านที่ถูกขนาบข้างด้วยสระว่ายน้ำและพื้นที่ของสนามหญ้า ผู้ที่อยู่อาศัยจะสามารถรู้สึกถึงการเชื่อมต่อระหว่างภายในออกมายังภายนอกด้วยประตูกระจกหมุนขนาดใหญ่ ส่วนแรกที่จะเจอคือห้องนั่งเล่นที่ถูกตกแต่งให้มีความรู้สึกย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งด้วยผนังที่ถูกติดสติ๊กเกอร์เกมยอดฮิตในยุค 90' และสะดุดตากับโซฟาสีเทาอ่อนขนาดใหญ่ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ต่างๆ ที่ถูกจัดวางให้เข้ากันอย่างลงตัว ผนังปูนถูกติดด้วยสติ๊กเกอร์เกม 1981 Galaga Arcade สร้างบรรยากาศสนุกสนานได้เป็นอย่างดี ห้องครัวอีกส่วนที่สร้างความดึงดูดและน่าเชื้อเชิญได้ไม่น้อย ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปิดโล่งผสมผสานกับของตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เช่น เคาน์เตอร์ทอปสีเหลืองแบบมันวาว ตัดกับชั้นเก็บจานชมและโต๊ะอาหารสีเข้มสร้างมุมมองที่เก๋ไก๋และให้บรรยากาศดีมากๆอีกด้วย หินอ่อนถูกนำมาใช้เป็นวัสดุในการปูพื้นและเคาน์เตอร์โต๊ะเครื่องแป้งในห้องน้ำ โดยดีไซน์เนอร์เน้นการตกแต่งที่ให้มุมมองสะอาดและการใช้ที่เรียบง่าย พร้อมแบ่งเป็นโซนเปียกและแห้ง ซึ่งในส่วนโซนแห้งถูกปูพื้นด้วยไม้ธรรมชาติ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.forfur.com
7 ไอเดียห้องออกกำลังกาย สำหรับคนรักสุขภาพ

7 ไอเดียห้องออกกำลังกาย สำหรับคนรักสุขภาพ

คนยุคใหม่ หันมารักสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น เพราะการออกกำลังกาย นอกจากจะสร้างความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ยังช่วยส่งผลให้สุขภาพใจดีตามไปด้วย หลายๆ คนชอบออกกำลังกายที่บ้าน ไม่ได้ไปออกตามสวนสาธารณะ หรือฟิตเนตต่างๆ วันนี้เราจึงขอนำ 7 ไอเดียการตกแต่งห้องออกกำลังกายที่บ้านมาฝาก เพื่อให้การออกกำลังกายเป็นไปอย่างเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม มาชมกันว่าบ้านของเราจะสามารถนำไอเดียใดไปใช้ได้บ้าง เริ่มกันเลยนะคะ 1. ห้องออกกำลังกายในสวน หากบ้านยังมีบริเวณพื้นที่พอเหลือ การสร้างบ้านหลังเล็กๆแยกออกมาจากตัวบ้านหลัก เพื่อใช้เป็นห้องออกกำลังกายก็น่าสนใจดีไม่น้อย เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบการออกกำลังกายร่วมกัน มีอุปกรณ์หลายชิ้น และได้ความเป็นส่วนตัวที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ออกแบบประตูกระจกบานเลื่อน เปิดออกกว้างๆ รับความสดชื่นปลอดโปร่งจากภายนอก ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ 2.มุมออกกำลังกายภายในบ้าน จัดมุมเล็กๆสักมุมหนึ่งภายในบ้าน ให้เป็นโซนสำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ ชั้นวางของติดผนังไว้เก็บอุปกรณ์การออกกำลังกาย เช่น ดัมเบล ผ้าขนหนู หมวก ผนังกระจกมองเห็นบรรยากาศภายนอก ทำให้มุมเล็กๆกลายเป็นมุมที่รู้สึกปลดปล่อยอย่างปลอดโปร่ง 3.ห้องออกกำลังกายในบ้าน สำหรับบ้านที่มีห้องหรือมีพื้นที่กว้าง สามารถจัดแต่งไว้เป็นห้องออกกำลังกายโดยเฉพาะได้ ติดประตูบานเลื่อนเพื่อความเป็นส่วนตัว และไม่เกะกะพื้นที่เวลาเปิดปิด ภายในห้องทาผนังด้วยสีสันที่สดชื่น แลดูสดใส อาจจะติดกระจกเงาบานใหญ่ เพื่อช่วยให้ห้องดูกว้างขวางขึ้น และทำให้ได้มองดูตัวเองขณะออกกำลังกายด้วย การเลือกใช้กระจกแนวตั้ง จะช่วยให้หุ่นของเราดูเพรียวสูงขึ้น เป็นการกระตุ้นให้เกิดกำลังใจที่จะออกกำลังมากขึ้น 4.เชื่อมต่อพื้นที่สีเขียว การออกแบบห้องออกกำลังกายให้สามารถมองเห็นสวนรอบๆบ้านได้ ให้ธรรมชาติมีส่วนร่วมทำให้การออกกำลังกายเป็นช่วงเวลาที่แสนผ่อนคลาย ในส่วนนี้อาจจะออกแบบให้ผนังห้องเป็นประตูกระจกบานใหญ่เลื่อนเปิดปิด เพื่อให้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ สวนสีเขียวช่วยให้เกิดความรู้สึกสงบ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการออกกำลังกายประเภทโยคะ 5.แบ่งพื้นที่ภายในห้องนอน ไว้เป็นมุมออกกำลังกาย สำหรับห้องนอนเป็นห้องที่มีความเป็นส่วนตัวสูงกว่าห้องอื่นๆ หากห้องนอนที่มีพื้นที่กว้างๆ ลองแบ่งโซนไว้สำหรับการออกกำลังกายโดยเฉพาะ หาฉากมากั้นหรือปิดด้วยม่านกั้นระหว่างโซนเตียงนอนกับโซนออกกำลังกาย เพื่อให้ดูเป็นสัดส่วน หรือหากเป็นห้องที่มีขนาดไม่กว้างมาก อาจไม่จำเป็นต้องกั้น เพื่อที่จะได้ดูปลอดโปร่ง นอกจากนี้อาจจัดวางในตำแหน่งหน้าทีวี จะเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายที่อาจพึ่งพาเสียงเพลง MV สนุกๆไปพร้อมกัน หรืออาจจะเปิดคลิปสอนออกกำลังกาย ช่วยให้สะดวกขึ้นได้ 6.ออกกำลังกายในห้องของลูกๆ มุมอ่านหนังสือหรือมุมของเล่นของลูกๆ สามารถนำเครื่องออกกำลังกายไปวางไว้ได้ เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการออกกำลังกาย แต่ก็ต้องดูแลลูกๆไปด้วยในเวลาเดียวกัน 7.ต่อเติมห้องออกกำลังกายออกมาจากตัวบ้านหลัก เป็นการเพิ่มพื้นที่การใช้สอยเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ รูปแบบการต่อเติมอาจจะออกแบบให้สอดคล้องและกลมกลืนกับตัวบ้านเดิม ภายในห้องเปิดโปร่ง สามารถวางเครื่องออกกำลังกายที่มีได้อย่างครบครัน ประตูเปิดกว้างระบายและหมุนเวียนอากาศ มีตู้เก็บของเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย จบกันไปแล้วสำหรับ 7 ไอเดียห้องออกกำลังกาย ไอเดียไหนที่เหมาะสมกับบ้านลองนำไปประยุกต์กันดูนะคะ อาจจะทำให้การออกกำลังกายในทุกๆวันสนุกสนานและมีความสุขมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญที่สุด อย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ใส่ใจตัวเอง รักตัวเอง ต้องหมั่นออกกำลังกายกันนะจ๊ะ   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.banidea.com
เจ๋งจริง ! คอนโด 13 ตร.ม. ห้องเล็กที่ดูกว้างแถมน่าอยู่สุด ๆ

เจ๋งจริง ! คอนโด 13 ตร.ม. ห้องเล็กที่ดูกว้างแถมน่าอยู่สุด ๆ

ไอเดียตกแต่งคอนโด ขนาดเล็กที่บอกเลยว่าเจ๋งสุด ๆ เพราะแม้จะพื้นที่แค่ 13 ตารางเมตร แต่ด้านในเนี่ยขอบอกเลยว่าทั้งสว่าง กว้างขวาง และน่าอยู่มาก ๆ เลยล่ะ คอนโด 13 ตารางเมตรคงไม่มีใครคิดว่าจะมีคนอยู่จริง ๆ หรอกใช่ไหมละคะ ? แต่ดีไซเนอร์อย่าง Szymon Hanczar ก็ทำสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อเขาเปลี่ยนพื้นที่ที่ทั้งเล็กและแคบของคอนโด แห่งหนึ่งในเมืองวรอตสวัฟ ประเทศโปแลนด์ ให้กลายเป็นห้องพักแสนสบาย อากาศปลอดโปร่ง ดูกว้างขวางกว่าพื้นที่จริง แถมไม่รกด้วยนะจะบอกให้   หลังจากที่ดีไซเนอร์อยู่ที่นี่ราว ๆ ปีสองปีก็เกิดความรู้สึกที่ว่า อยากให้คอนโดดูน่าอยู่และสบายขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่อยากให้มีของตกแต่งมาก ๆ เลยเริ่มวางแปลนใหม่ โดยการจัดห้องครัวไว้ใต้ที่นอนบนชั้นลอย ข้าง ๆ กับห้องน้ำที่มีตู้เสื้อผ้าในตัว ถัดออกมาเป็นที่ว่างเล็ก ๆ ก่อนถึงโต๊ะทำงานกับเปลตาข่ายสำหรับนอนเล่นริมหน้าต่าง และเนื่องจากเขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบปั่นจักรยาน แต่หากจอดพิงผนังไว้ที่พื้นคงเกะกะขวางทางเดินน่าดู เลยใช้ชั้นวางติดผนังแบบลอยตัวเป็นที่แขวนจักรยานเสียเลย   และสิ่งที่ทำให้ภายในดูสบายขนาดนี้ ไม่ได้เป็นเพราะการจัดแปลนที่ดีเท่านั้น เพราะการเลือกสีโทนอ่อน ๆ ก็มีผลทำให้บรรยากาศภายในสว่าง ดูสะอาดตา อีกทั้งช่วยพรางตาเรื่องของขนาดพื้นที่ได้ดี ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจหากเดินเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อเทียบกับคอนโดขนาดเล็กที่อื่น ๆ       ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  home.kapook.com            
บ้านขนาดกลาง บนความสุขขนาดใหญ่ ของบ้านโมเดิร์นสไตล์ดิบ

บ้านขนาดกลาง บนความสุขขนาดใหญ่ ของบ้านโมเดิร์นสไตล์ดิบ

วันนี้เราเอาใจคนทีรักความสมัยใหม่ ใส่ใจในรสนิยมกันสักหน่อย เรามีบ้านหลังที่กำลังพอดีๆ บนพื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม. งบประมาณ 2.6 ล้านบาท ไปดูกันเลยครับ สวนสไตล์โมเดิร์นนำเอาพืชพันธุ์ต่างๆผสมกับฮาร์ดสเคปได้ดีเชียวละ ทำให้สวนหย่อมหน้าบ้านมีชีวิตชีวาและเพิ่มลูกเล่นด้วย ตัวบ้างหลังคาปีกนก ลาดเอียงเล็กน้อย โครงสร้างคอนกรีต ไม้และกระจก ตกแต่งกันในแบบว่าเอาใจวัยรุ่นกันเลยทีเดียว ภายในใช้โทนสีอบอุ่น ผนังขาว ไฟสีเหลืองอ่อน ให้อารมณ์ที่นวลสายตา ตัดกับสีพื้นไม้สีเข้ม เฟอร์นิเจอร์สุดจิ๊ด มาพร้อมกับคู่สีส้ม-ดำ ด้วยที่ว่าผนังห้องไม่มี จึงเปิดให้ส่วนต่างๆได้แชร์ฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.naibann.com
3 วิธีทำให้ บ้านเย็นสบาย

3 วิธีทำให้ บ้านเย็นสบาย

ด้วยประเทศไทยเป็นเมืองร้อน การสร้างบ้าน การออกแบบบ้าน หรือแม้กระทั่งการตกแต่งบ้านก็ควรคำนึงถึง เรื่ององค์ประกอบที่ช่วยคลายร้อนให้กับบ้านด้วยนะคะ วันนี้เราจึงได้นำ 3 วิธีทำให้ บ้านเย็นสบาย มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ 1 ลมช่วยคลายร้อนให้บ้าน : ลมจะช่วยระบายอากาศที่อบอ้าวได้ดี เมื่ออากาศมีการถ่ายเทก็จะช่วยให้สภาพอากาศในบ้านดีตามไปด้วย เพราะฉนั้นเราควรปลูกบ้าน หรือออกแบบบ้านให้มีช่องประตู ช่องหน้าต่าง รอบบ้าน เพื่อให้อากาศได้ถ่ายเทไปทั่วทุกมุมบ้าน โดยเฉพาะทิศใต้ของบ้าน เพราะทิศใต้เป็นทิศหลักที่ลมจะผ่าน ถ้าเราออกแบบเรื่องของทางเดินลมให้ดีบ้านเราก็เย็นตลอดทั้งปีเลยนะคะ 2. น้ำช่วยคลายร้อนให้บ้าน : การตกแต่งบ้านด้วยน้ำพุ น้ำล้น หรือน้ำตกบริเวณรอบๆ บ้าน ก็จะช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย และเพลินตาด้วยค่ะ ซึ่งเมื่อจัดวางสิ่งเหล่านี้ ให้คนในบ้านสามารถมองเห็น หรือได้ยินเสียงของน้ำไหล ก็จะยิ่งช่วยให้คนในบ้านรู้สึกสดชื่น และเย็นสบายค่ะ 3. ต้นไม้ก็ช่วยคลายร้อนให้บ้านได้นะคะ : เพราะต้นไม้เป็นสิ่งที่ช่วยลดความร้อนจากแสงแดด และยังช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับบ้านได้อีกด้วยนะคะ หลักที่ดีในการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยให้บ้านเย็นมากยิ่งขึ้น คือการปลูกต้นไม้ใหญ่ทางทิศตะวันออก และทิศตะวันตกเพื่อบังแดด ให้ความร่มเย็น และไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ทางทิศใต้ เพราะจะบังลมเข้าบ้านค่ะ   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  decor.mthai.com
สร้างบ้านชั้นเดียว อบอุ่นอย่างเรียบง่ายทุกฤดูกาล

สร้างบ้านชั้นเดียว อบอุ่นอย่างเรียบง่ายทุกฤดูกาล

ความรู้สึกเบาสบาย จะชวนให้หายเครียด หายเหนื่อย และปลอดโปร่ง บ้านที่สร้างขึ้นจำเป็นต้องมีความรู้สึกเบาสบายเป็นส่วนประกอบ เพื่อที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัย อยู่แล้วสุขใจ อยู่แล้วสบายกาย เป็นที่พักพิงสำหรับทุกๆวันที่มีทั้งทุกข์และสุข วันนี้บ้านไอเดียนำตัวอย่างของบ้านที่ให้ความรู้สึกเบาสบายมาฝาก บ้านปูนชั้นเดียว แต่งผนังด้วยไม้เฌอร่าทาสีเทา โทนสีนิ่งๆกลางๆ ตัดกับสีขาวของหลังคา วงกบ และเสา แค่ภายนอกก็สัมผัสได้ถึงความสบายตาแล้ว ภายในบ้านมีถึง 4 ห้องนอนด้วยกัน การตกแต่งภายใน ปูพื้นไม้สีน้ำตาล ทาผนังสีเทาอ่อน ตัดกับสีขาวเช่นเดียวกับภายนอก คุมโทนสีได้เป็นอย่างดี ทุกห้องของบ้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูมีดีไซน์และความน่ารักในตัว ห้องนั่งเล่น เลือกโซฟาสีเทาเข้ม โต๊ะกลางเป็นไม้ทรงสี่เหลี่ยมวางอยู่บนพรมปูพื้น ผนังบ้านประดับด้วยกรอบรูปภาพขนาดเท่าๆกัน บอกเล่าความชื่นชอบและความทรงจำของเจ้าของบ้าน ห้องครัวขนาดพอเหมาะ เพื่อความปลอดโปร่งใช้สีขาวเป็นหลัก พื้นลายหมากรุกสีดำสลับขาว  บิวท์อิน เคาเตอร์ครัวรูปตัว U สะดวกในการใช้งานและการจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว ซิงค์ล้างจานอยู่ตรงกับหน้าต่างกระจกที่เปิดปิดได้ ทำให้อากาศภายในหมุนเวียนเป็นอย่างดี และคอยรับแสงสว่างเข้ามา ลดความอึดอัดและความอับชื้น ห้องรับประทานอาหารเชื่อมต่อกับระเบียงไม้ข้างบ้าน ออกไปนั่งดื่มชา กาแฟเวลาเช้าอย่างสบายใจ เฟอร์นิเจอร์ไม้ในห้องนอน เข้ากับโทนสีของผนังห้อง สีสันที่สดใสจากภาพวาด และผ้าปูที่นอน ทำให้ห้องนอนดูมีชีวิตชีวา อีกทั้งหน้าต่างกระจกด้านหัวเตียง ตรงกับต้นไม้ใหญ่ในสวนพอดี ได้วิวธรรมชาติมาสร้างความผ่อนคลายในเวลาพักผ่อน ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.banidea.com
9 ไอเดีย แบ่งห้องพักด้วยเฟอร์นิเจอร์

9 ไอเดีย แบ่งห้องพักด้วยเฟอร์นิเจอร์

หมดปัญหาที่พักอาศัยขนาดเล็ก ไร้ซึ่งความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็อยู่ในพื้นที่เดียวกันหมด วันนี้เราเลยนำเคล็บลับแบ่งโซนห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ ที่ดูแล้วไม่อึดอัดมาฝาก ห้องนั่งเล่น และ พื้นที่รับประทานอาหาร จัดอยู่ในโซนเดียวกัน เลือกใช้ชั้นวางที่มีล้อเลื่อนเป็นตัวกำหนดแบ่งพื้นที่การใช้งานตามภาพค่ะ   แบ่งพื้นที่รับประทานอาหารง่ายๆ ห้องนั่งเล่น มุมห้องทำงานเล็กๆ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตู้หนังสือชิดริมผนัง โต๊ะที่มีล้อเลื่อน โซฟาตัวยาวหันออกอีกด้านเพื่อแบ่งพื้นที่ใช้งาน   ห้องนั่งเล่น กับ ห้องทานอาหาร แบ่งพื้นที่ง่ายๆ ด้วยตู้เก็บของขนาดพอดี ไม่สูงเพื่อให้ดูไม่อึดอัด   แบ่งพื้นที่ห้องนอนให้ส่วนตัวจากห้องอื่นๆ ด้วย ตู้ลิ้นชักดีไซน์เรียบแถมจัดเก็บของได้อีก   แบ่งพื้นที่การใช้งานด้วยตู้ ชั้นเก็บของขนาดไม่ต้องสูง แยกห้องนอนออกจากห้องนั่งเล่นค่ะ   แบ่งโซนห้องพักด้วยเฟอร์นิเจอร์ ชั้นวาง ที่มีความสูงขึ้นมาหน่อย พร้อมการจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ สวย เรียบร้อยค่ะ   ห้องนอน กับมุมห้องทำงานหวานๆ แบ่งพื้นที่ใช้งานโดยใช้ชั้นวางของ หรือชั้นโชว์แบบโปร่ง   แบ่งพื้นที่ ห้องนอน ให้ดูเป็นส่วนตัวด้วยตู้ ชั้นวางหนังสือ หรืออาจจะติดผ้าม่านไว้ด้วยก็ได้   ไอเดียแต่งบ้าน ด้วยการเลือกใช้ตู้กั้นห้องนอน ให้ดูเป็นส่วนตัวมากขึ้น และพื้นที่ส่วนอื่นสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างได้อีก           ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.forfur.com          
บ้านแสนสบาย ตกแต่งโอ่อ่าอย่างเรียบง่าย

บ้านแสนสบาย ตกแต่งโอ่อ่าอย่างเรียบง่าย

บ้านที่มีความปลอดโปร่ง ย่อมอยู่สบายกว่าบ้านที่อึดอัดคับแคบ การออกแบบบ้านจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงทิศทางของแสง และลม เพื่อให้มีความโล่งสบายอยู่เสมอ แบบบ้านสองชั้นที่นำมาให้ชมกัน รูปลักษณ์ภายนอกที่ร่วมสมัย ทรงสี่เหลี่ยมเรขาคณิตกับหลังคาปั่นหยาสีเทา ออกแบบโรงจอดรถให้เป็นส่วนหนึ่งรวมอยู่กับตัวบ้าน ดูกลมกลืนอย่างไม่ขัดตา ประตูบ้านอยู่ตรงกลาง แข็งแรงทนทาน ทำให้บ้านแลดูโอ่ด่า และเมื่อเข้าไปภายใน จะเห็นบันไดบ้านขึ้นชั้นสอง เส้นสายของความโค้งทำให้บ้านมีมิติและน่าหลงใหล เพดานสูงโปร่ง ผนังทาสีขาว ทั้งสองส่วนนี้ ช่วยให้ภายในมีความปลอดโปร่งเป็นพิเศษ จากประตูบ้านจะมองเห็นห้องแฟมิลี่ซึ่งอยู่ส่วนหลังสุด เป็นจุดดึงดูดสายตา ด้านในสุดของบ้านในชั้นแรก จัดมุมนั่งเล่น โต๊ะรับประทานอาหาร และห้องครัวไว้รวมกัน ทุกส่วนไม่มีผนังกั้นจากกัน แต่การตกแต่งแต่ละจุดนั้นเป็นสัดส่วนและดูผ่อนคลาย ด้วยโทนสีเรียบๆกลางๆ อย่างเช่น สีเทา แม้จะไม่หวือหวาแต่ก็เหมาะกับการพักผ่อนอย่างมากเลยทีเดียว ห้องครัวเปิดออกไปยังระเบียงหลังบ้านได้  เคาเตอร์ครัวติดผนังสีขาวทั้งท็อปและหน้าบาน สะอาดสะอ้านน่าใช้งาน แต่ต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ ไอซ์แลนด์กว้าง เตรียมอาหารได้สะดวก ทั้งยังใช้เป็นโต๊ะทานอาหารที่ให้บรรยากาศแบบเป็นกันเอง ชั้นสองของบ้าน มีมุมนั่งเล่นอีกมุม ไว้นั่งดูทีวีกันก่อนนอน เพราะในห้องนอนทั้ง 3 ห้องของบ้านจะไม่มีทีวีภายในห้อง เพื่อให้เป็นห้องนอนที่เหมาะกับการพักผ่อนนอนหลับจริงๆ อีกทั้งการที่สมาชิกในครอบครัวได้นั่งดูทีวีด้วยกัน เป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าเดิม บนชั้นสองจะมีระเบียงที่เชื่อมต่อออกไปจากมุมนั่งเล่น จัดชุดโซฟาตัวใหญ่ รองรับสมาชิกทุกคน เวลามานั่งพักผ่อนพร้อมๆกัน   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.banidea.com