Tag : LPN

48 ผลลัพธ์
LPN Final Call บ้าน & คอนโดพร้อมอยู่ “ลุมพินี ราคา Outlet”

LPN Final Call บ้าน & คอนโดพร้อมอยู่ “ลุมพินี ราคา Outlet”

LPN จัดแคมเปญ “ลุมพินี ราคา OUTLET” 15 วันสุดท้ายก่อนเข้าสู่มาตรการ LTV เจาะกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ “ลุมพินี” ทั้งซื้อเพื่ออยู่เองและนักลงทุน ผลตอบแทนประมาณ (Yeild) 5% ด้วยราคาขายคุ้มสุด เริ่ม 9 แสน – 8.9 ล้าน ประกอบด้วยบ้าน ทาวน์โฮมและคอนโดพร้อมอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 16 โครงการ กว่า 660 ยูนิต มูลค่า 1,160 ล้านบาท ที่เป็นเจ้าของได้ง่ายๆ เพียงวางเงินจองเริ่ม 5,000 บาท สำหรับคอนโด และ 10,000 บาท สำหรับบ้าน ทั้งรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคาร ก่อนมาตรการ Loan to Value (LTV) บังคับเพิ่มเงินดาวน์ 20% การันตีสินค้าแบรนด์ “ลุมพินี” เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นจากความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการตามกลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” และทำเลคุณภาพ ก่อนสิ้นเดือนมี.ค.นี้เท่านั้น    นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN)  เปิดเผยว่า ก่อนเข้าสู่มาตรการควบคุมสินเชื่อ Loan to Value (LTV) ซึ่งจะมีการเพิ่มเงินดาวน์ในการซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับการขอสินเชื่อบ้านหลังที่สองเป็น 20% จากประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ในวันที่ 1 เมษายน 2562 นี้ บริษัทได้จัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดภายใต้ชื่อแคมเปญ “ลุมพินี ราคา OUTLET” อันจะเป็นการสร้างโอกาสให้ลูกค้าเป็นเจ้าของบ้าน ทาวน์โฮม และคอนโดพร้อมอยู่ได้ง่ายๆ ทั้งยังได้รับอานิสงส์ของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยก่อนที่ธนาคารต่างๆจะทยอยปรับขึ้นตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.) ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบัน บางธนาคารได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ไปแล้ว และมีการคาดการณ์ว่า กนง. จะประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้   ภายใต้แคมเปญนี้บริษัทได้คัดสรรสินค้า 16 โครงการบนทำเลคุณภาพทั้งบ้าน ทาวน์โฮม และคอนโดกว่า 660 ยูนิต มูลค่ารวม 1,160  ล้านบาทมาให้เลือกช้อป เพียงวางเงินจองเริ่ม 5,000 บาทสำหรับคอนโดและ 10,000บาทสำหรับบ้าน จึงนับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่เอง ด้วยราคาที่คุ้มค่าเริ่มต้นเพียง 9 แสน - 8.9 ล้านบาท และสำหรับกลุ่มเป้าหมายนักลงทุน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าสินค้าของบริษัทเป็นที่ต้องการของตลาด มีความต้องการเช่าต่อเนื่อง จึงทำให้ปล่อยเช่าได้โดยง่าย โดยมีหน่วยงาน Brokerage ที่ช่วยอำนวยความสะดวกทั้งการปล่อยเช่า-ขาย ประจำอยู่ในทุกโครงการ ผลตอบแทนที่ได้รับจากค่าเช่า (Yield) เฉลี่ย 5 % จึงนับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า นอกจากนี้ LPN ยังมีบริษัทในเครือ บริษัท ลุมพินี พรอเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ที่ดูแลด้านการบริหารจัดการหลังลูกค้าเข้าอยู่อย่างมืออาชีพด้วยกลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” จึงมั่นใจได้ว่าผู้อยู่อาศัยจะได้รับคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยปัจจุบันบริษัทLPP ยังได้เข้าบริหารจัดการหลังเข้าอยู่อาศัยในโครงการของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ อีกด้วย   “ผลจากการตื่นตัวของมาตรการ LTV ส่งผลให้ลูกค้าเร่งตัดสินใจซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าการจัดแคมเปญพิเศษในครั้งนี้จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และถือเป็นโค้งสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดในการซื้อสินทรัพย์เก็บไว้ภายใต้เงื่อนไขเดิม ซึ่งนับวันก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เริ่มอย่างเป็นทางการเสาร์ที่ 16 -31 มี.ค.นี้ เท่านั้น ณ สำนักงานขายทั้ง 16 โครงการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888          
LPN ผนึก นายณ์ เอสเตท พัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่าริมถนนพระราม 4

LPN ผนึก นายณ์ เอสเตท พัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่าริมถนนพระราม 4

LPN จับมือ นายณ์ เอสเตท พันธมิตรที่แข็งแกร่ง รุกตลาดอาคารสำนักงานตามกลยุทธ์การกระจายรายได้ ลดความเสี่ยงจากปัจจัยรุมเร้าตลาดคอนโด จัดตั้ง “บจก.ดลศิริ ดีเวลลอปเม้นท์” พัฒนาออฟฟิศริมถนนพระราม 4 มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท   ลุมพินี ทาวเวอร์ : นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) ประกาศแผนร่วมทุนกับบริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด (NYE) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ จัดตั้งบริษัทใหม่ “บริษัท ดลศิริ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด” ในสัดส่วนการลงทุน 50 : 50 เพื่อร่วมพัฒนาอาคารสำนักงานและร้านค้าปลีกให้เช่า บนทำเลศักยภาพริมถนนพระราม 4 ซึ่ง LPN ได้มาบุกเบิกทำเลนี้เป็นรายแรกในปี 2532 ภายใต้การพัฒนา “ลุมพินี ทาวเวอร์” Office Condo แห่งแรก และเป็นโครงการแรกของบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง   ปัจจุบัน ตลาดอาคารสำนักงานยังมีความต้องการสูงมาก โดยเฉพาะอาคารสำนักงานที่มีคุณภาพในทำเลใจกลางเมือง ซึ่งถนนพระราม 4 นับว่ามีการเติบโตในอัตราก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ที่ผ่านมา และจะเป็นอีกหนึ่ง New CBD ที่สำคัญเพราะเป็นเขตเชื่อมต่อระหว่าง CBD ชั้นใน เช่น สีลม สาทร พระราม 3 กับย่านราชประสงค์ เพลินจิต และสุขุมวิท รวมทั้งมี Mass Transit ขนาดใหญ่ เช่น สถานีรถไฟลอยฟ้า (BTS) สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) และทางด่วน จึงเห็นการพัฒนามิกซ์ยูสขนาดใหญ่และโครงการอาคารชุดพักอาศัยเกรด A ในย่านนี้สูงมากตลอดแนวถนน เช่น โครงการ One Bangkok หรือ สามย่านมิตรทาวน์ ของค่าย TCC Group อาคารชุดพักอาศัยเกรด A ทั้งจากบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งในรูปแบบ Freehold (ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์) และ Leasehold (การเช่าซื้อในระยะยาว) ซึ่งอาคารสำนักงานเกรด A ปัจจุบันจะมีอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 1,000 บาทต่อตร.ม. นับเป็น Fixed Cost หรือต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูง ทำให้อาคารสำนักงานเกรด B ในระดับราคาเช่าเพียง 600 บาทต่อตร.ม. เป็นที่ต้องการของตลาดซึ่งรอดีเวลลอปเปอร์ที่มีประสบการณ์มาพัฒนา   “LPN และ นายณ์ เอสเตท เคยทำงานร่วมกันมา และต่างรู้จุดแข็งของกันและกัน การร่วมทุนในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทร่วมทุนทั้งสองในการนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาประสานเพื่อพัฒนาโครงการที่ช่วยสร้างรายได้ประจำในรูปแบบของเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงจากสภาวะการแข่งขันและปัจจัยลบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งบริษัทยังใช้เงินลงทุนจากกระแสเงินสดในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และการกู้เงินที่เงื่อนไขในการกู้จะไม่กระทบต่อการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นของ LPN แต่อย่างใด”   โครงการอาคารสำนักงานให้เช่าภายใต้การพัฒนาของ “บริษัท ดลศิริ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด” นี้ จะเป็นแบรนด์ใหม่บนที่ดินริมถนนพระราม 4 ทำเลที่มีศักยภาพขนาด 3 ไร่ 7.5 ตารางวา ระยะเวลาการเช่า 55 ปี ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ตรีคชา จำกัดประกอบด้วย พื้นที่ใช้ประโยชน์รวม 22,600 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่สำนักงานประมาณ 21,000 ตร.ม. และพื้นที่ร้านค้าประมาณ 1,600 ตร.ม. ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจให้แก่บริษัทผู้เช่าเป็นอย่างดี   สำหรับความร่วมมือที่ผ่านมา LPN ได้ร่วมทุนภายใต้บริษัท “บริษัท กมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่ง จำกัด” กับบริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาโครงการไลฟ์สไตล์ซีเนียร์ลิฟวิ่ง (Lifestyle Senior Living Village) ระดับพรีเมี่ยมที่จังหวัดภูเก็ต มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่าง ๆ ระดับห้าดาว เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ภายใต้การบริหารจัดการโดยทีมงานมืออาชีพจากต่างประเทศ      
LPN นำนิติฯ “ลุมพินี” 150 โครงการ ฉีดน้ำจากอาคารสูง ลดฝุ่น PM 2.5

LPN นำนิติฯ “ลุมพินี” 150 โครงการ ฉีดน้ำจากอาคารสูง ลดฝุ่น PM 2.5

LPN ยืนหนึ่งลดฝุ่น PM 2.5 ชวนผู้ประกอบการอสังหาฯ ร่วมแก้ปัญหาค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานที่กระทบคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่มด้วยการเร่งมาตรการบรรเทาโดยฉีดละอองน้ำแบบสเปรย์จากชั้นดาดฟ้าทุกโครงการทั่วกรุง 150 โครงการ ทุกวัน ตั้งแต่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา และเพิ่มมาตรการหลังภาพรวมค่าฝุ่นละออง กทม. ไม่ดีขึ้น ติดตั้งระบบน้ำฉีดโดยรอบทุกอาคาร ทั้งคุมเข้มมาตรการดูแลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในทุกโครงการก่อสร้างตามแนวทาง GREEN Construction Process Standard คาดปัญหารุนแรงขึ้นทุกปี จึงต่อยอดบรรจุเป็นมาตรฐานสำคัญในทุกกระบวนการ   นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กรุ๊ป (LPN) กล่าวถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มาตลอดเดือนมกราคมนี้ LPN ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด “ชุมชนน่าอยู่” ที่ไม่เพียงคำนึงถึงความน่าอยู่เฉพาะแต่ในชุมชนลุมพินี แต่ยังคงความห่วงใยในการสร้างความ “น่าอยู่” ไปยังสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทมีโครงการอาคารชุดพักอาศัยแบรนด์ “ลุมพินี” ที่พัฒนาแล้วเสร็จกระจายทั่วกรุงเทพฯ 150 โครงการ จึงร่วมแสดงจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินการในทุกกระบวนการเพื่อลดค่าฝุ่นที่กำลังเป็นปัญหาในขณะนี้ ด้วยการใช้วิธีฉีดน้ำแบบสเปรย์จากชั้นดาดฟ้าของอาคารมาตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. ทุกวัน ในช่วงเวลาที่การเดินทางคับคั่งที่สุด คือ 8:00 น., 12:00 น., 18:00 น. และในขณะนี้ได้เพิ่มมาตรการเข้ม โดยให้ติดตั้งระบบน้ำฉีดโดยรอบทุกอาคาร เพื่อฉีดน้ำให้เกิดละอองฝอย บรรเทาฝุ่นพิษแก่ลูกค้าในโครงการและเพื่อนบ้านข้างเคียง โดยให้ดำเนินการเร่งด่วนภายในวันนี้ โดย LPN จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าติดตั้ง ค่าไฟ และค่าน้ำ ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก เจ้าของร่วม ผู้พักอาศัย และคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดเป็นอย่างดีในทุกโครงการ   ด้านโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างบริษัทในฐานะผู้ประกอบการที่ใช้เครื่องจักรในการก่อสร้าง จึงร่วมป้องกันและดูแลผลกระทบในส่วนต่างๆ เพิ่มเติมและต่อยอดจากแนวทาง GREEN Construction Process Standard ดังนี้   1.รดน้ำกันฝุ่นให้ถี่ขึ้น โดยเปลี่ยนเป็นรดน้ำทุกชั่วโมง   2.ติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่นละออง เพื่อควบคุมไม่ให้ค่าเกินมาตรฐาน   3.รดน้ำระบบสเปรย์กันฝุ่นออกไปบริเวณถนนหน้าโครงการและพื้นที่โดยรอบ และติดตั้งระบบท่อพ่นละอองน้ำบน รั้วโครงการก่อสร้าง พร้อมทั้งกวาดฝุ่นรอบอาคารมากขึ้น หลังน้ำที่ฉีดแห้งแล้ว   4.ให้คนงานใส่หน้ากากกันฝุ่น ที่มีค่ากันฝุ่น N95 หรือสวมหน้ากากอนามัยประเภททั่วไป 2 ชั้น   5.สำหรับห้องตัดกระเบื้อง ห้องตัดลามิเนต ที่มีพัดลมดูดฝุ่น ต้องติด filter ในช่องเป่าอากาศก่อน เพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย   6.วางแผนเพื่อลดการขนส่งวัสดุการก่อสร้างที่จะมาถึงและออกจาก Site ก่อสร้างให้น้อยที่สุด   โดยในเขตที่ค่าฝุ่นละอองเลวร้ายมาก (โซนสีแดง) โครงการระหว่างก่อสร้างจะติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำบนชั้นสูงรอบอาคาร เพื่อช่วยลดมลภาวะต่อบ้านข้างเคียง นอกจากนี้ สำหรับโครงการที่การก่อสร้างเพิ่งโผล่พ้นดินก็สั่งการให้พรมน้ำตลอดวันทั่วทั้งโครงการ สำหรับบ้านข้างเคียงในโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง บริษัทได้ติดตามสอบถามสุขภาพเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุและเด็กเล็ก พร้อมแจกและรณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำ LPN ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ควรมีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเสมอมา ตลอด 30 ปีของการดำเนินงาน บริษัทจึงได้ให้ความสำคัญและกำหนดเป็นแผนงานและแนวทางปฏิบัติภายใต้ GREEN Construction Process Standard ที่ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการ (CSR in Process) และสำหรับปัญหาค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร บริษัทจึงกำหนดเป็นมาตรฐานที่ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติในทุกกระบวนการมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระหว่างการก่อสร้าง   แต่รวมถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมหลังลูกค้าเข้าอยู่อาศัยแล้ว “Green Community Management” และผลกระทบที่อาจมีต่อบ้านข้างเคียงและสังคมโดยรวม “ปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศและสิ่งแวดล้อม เริ่มเป็นปัญหาใกล้ตัวเข้ามาทุกขณะ หากทุกคน ทุกองค์กร และทุกหน่วยงาน หันมาร่วมกันห่วงใย และใส่ใจกับปัญหาเหล่านี้ด้วยการร่วมมือกันรับผิดชอบและแก้ปัญหาไปด้วยกัน เชื่อมั่นว่าโลกของเราจะกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น” นายโอภาสกล่าวทิ้งท้าย      
LPN GROUP ทำรายได้รวมเติบโตสูง 20% หลังรีโมเดลธุรกิจ 2 ปี

LPN GROUP ทำรายได้รวมเติบโตสูง 20% หลังรีโมเดลธุรกิจ 2 ปี

LPN GROUP ทำรายได้รวมเติบโตสูง 20% หลังรีโมเดลธุรกิจ 2 ปี ปี 62 เน้นกระจายขารายได้ ฝ่าปัจจัยลบ เติบโตยั่งยืน   ผลดำเนินงานปี  61  L.P.N. DEVELOPMENT GROUP  เติบโต 20% หลังเริ่มมองเห็นภาวะถดถอยภาคอสังหาฯ  ตั้งแต่ 2 ปีก่อน และเตรียมรับมือปรับโครงสร้างธุรกิจครบวงจร  ปี 62 พร้อมฝ่าปัจจัยลบด้วยแผนรองรับที่เข้มแข็ง  มั่นใจทิศทางการดำเนินงานที่รอบคอบ ผลการจัดอันดับจาก TRIS Rating ที่ระดับ A- (Stable) และแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่นยาวนานกว่า 30 ปี จะสร้างการเติบโตในปี 62 รวม 10%   นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN)  เปิดเผยว่า จากสภาวะถดถอยของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ LPN ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว บริษัทจึงมีการปรับโมเดลและวางแผนธุรกิจภายใต้แนวทางYear of Shift และ Year of Change ในปี 60-61  เพื่อรองรับสถานการณ์และสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นทั้งจากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, Recurring Income และธุรกิจบริการ ส่งผลให้ L.P.N. DEVELOPMENT GROUP เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายเดียวที่เน้นการทำธุรกิจอย่างครบวงจร โดยมีการเติบโตของรายได้ 20% จากกลยุทธ์ในด้านต่างๆ ได้แก่   1. การขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังระดับบน ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัย โดยได้พัฒนาบ้านพรีเมียมเป็นครั้งแรกภายใต้แบรนด์ “BAAN 365” กับคอนเซ็ปต์ “Livable Simple Luxury” ซึ่งสามารถสร้างยอดขายในช่วง Presale ได้มากกว่า 50% จนได้รับการกล่าวขานเป็น Talk of the Town ในวงการอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาคอนโดมิเนียมระดับบน และขยายเซ็กเมนท์ไปยังกลุ่ม Gen Y ที่มีไลฟ์สไตล์เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ภายใต้ซับแบรนด์ “Lumpini Selected” ซึ่งได้ส่งมอบโครงการแรกที่เกษตร-งามวงศ์วานแล้วในปีที่ผ่านมา และต่อยอดไปยังย่านสุทธิสาร-สะพานควายที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้หญิงรุ่นใหม่   2. การขยายธุรกิจไปยัง “Office Condo” พร้อมบริการวางระบบ Office Smart ที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ นำร่องด้วย อาคาร “ลุมพินี ทาวเวอร์ วิภาวดี” อาคาร A ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้สนใจหลายรายที่ต้องการซื้อยกตึก โดยในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจา   3. การสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากการบริหารโครงการของบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด และรายได้จากการปล่อยเช่า รวมถึงการนำห้องชุดในโครงการ “ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” อาคาร Fมาปรับเปลี่ยนจากการขายมาเป็นการเช่า โดยได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้เช่า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีเสมือนการพักอาศัยในคอนโดมิเนียม   ปี 2562 : ปีแห่งการฝ่าพายุ (Storm is coming) สำหรับปี 2562 นี้ ภาพของสภาวะถดถอยยิ่งปรากฏให้เห็นชัดเจนมากขึ้น LPN จึงได้เตรียมแผนรองรับปัจจัยลบต่างๆ ไว้เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนโดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 10% ด้วยการเปิดตัวโครงการให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Value และ Standard เพื่อกระจายความเสี่ยง ในขณะเดียวกันก็ระมัดระวังในการเลือกทำเลเปิดตัวโครงการใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพตามกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความสำเร็จของโครงการ  โดยข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจทั้งหมดสนับสนุนโดย  LPN Wisdom  หน่วยงานที่ทำหน้าที่วิจัยเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกในการพัฒนาโครงการและการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังมีสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง เนื่องจากสินค้าพร้อมอยู่ทั้งหมดของ LPN มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท เป็นสินค้าที่ไม่มีภาระทางด้านการเงิน นอกจากนั้น บริษัทได้รับการจัดอันดับจาก TRIS Rating ในระดับ A- (Stable) ที่แสดงถึงความมั่นคงและน่าเชื่อถือทางการเงินซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการระดมทุนหากบริษัทมีการออกหุ้นกู้ในอนาคต   ทิศทางการดำเนินงานของธุรกิจในเครือ L.P.N. DEVELOPMENT GROUP  - LPN Wisdom อีกหนึ่งธุรกิจในเครือที่เป็นตัวแทนด้านความเป็น “คนเก่ง” จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวิเคราะห์วิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่เหมาะสมทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัยตาม Segment ของ Product Brand “ลุมพินี” โดยได้สร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Center) เพื่อเป็นที่ศึกษาและพัฒนาคุณค่าของสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านห้องทดลองพัฒนาและวิจัยแบบจำลอง หรือ Mock Up Center นอกจากนี้ LPN Wisdom ยังได้รับการยอมรับให้เป็นที่ปรึกษาด้านอาคารเขียวจากหน่วยงานราชการและเอกชนอย่างกว้างขวาง - LPN Project Management ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เป็นตัวแทนด้านความเป็น “คนเก่ง” ของ LPN โดยในปี 62 ซึ่งเป็นช่วงสภาวะถดถอยของภาคอสังหาริมทรัพย์นี้ LPN Project Management จะเน้นการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการของ LPN ต่ำลง - LPP Property Management ถือเป็นฟันเฟืองหลักในธุรกิจบริการ โดยมีเป้าหมายการเติบโตอยู่ที่ 20% ซึ่งเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 15% ในปีที่ผ่านมา โดยรายได้หลักของธุรกิจจะมาจาก 3 ขา คือ การบริหารชุมชนทั้งภายในและภายนอกโครงการของ LPN งานบริการด้านวิศวกรรม และธุรกิจนายหน้าหาผู้ซื้อและผู้เช่าห้องชุด นอกจากนั้น LPP ยังมีฐานลูกค้าอีกกว่า 150,000 รายที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างรายได้จากการบริการในอนาคต   4. LPC Service & Care ดำเนินธุรกิจบริการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยในโครงการ เช่น งานบริการความสะอาด งานบริการต้อนรับ เป็นต้น บริหารงานโดยบริษัท LPC Social Enterprise วิสาหกิจเพื่อสังคม 1 ใน 15 แรกในไทย ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนด้านความเป็น “คนดี” ของ LPN ที่ต้องการแสดงความใส่ใจ ห่วงใย แบ่งปันต่อสตรีด้อยโอกาสที่ยังมีอยู่มากในประเทศ เพื่อสร้างรายได้ สร้างโอกาส สร้างศักดิ์ศรี และสร้างความสุขให้กับบุคคลเหล่านี้ และเป็น 1 ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ช่วยลดปัญหาของสังคมอย่างยั่งยืน    นายโอภาสกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากภาพรวมแนวทางของการดำเนินธุรกิจข้างต้นแล้ว ในปีนี้ บริษัทยังมีแนวทางในการจัดการ Zero Waste ในกระบวนการดำเนินธุรกิจขององค์กร ทั้ง Supply Chain เบื้องต้นนำร่องด้วยการเริ่มลดใช้ขวดและพลาสติกในสำนักงานขาย ซึ่งตั้งเป้าลดให้ได้มากกว่าปีละ 500,000 ชิ้น และจะดำเนินการต่อยอดไปในโครงการ “ลุมพินี” ที่บริษัทบริหารชุมชนอยู่ รวมถึงกิจกรรมบริจาคโลหิตที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี โดยในปี 62 นี้ ตั้งเป้าหมายรับบริจาคให้ได้ 1,300,000 C.C.          
LPN กระตุ้นตลาดรังสิต จัดแคมเปญ “ส่งท้ายปี ก่อนปรับราคา ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” เพียง 7 แสนบาท

LPN กระตุ้นตลาดรังสิต จัดแคมเปญ “ส่งท้ายปี ก่อนปรับราคา ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” เพียง 7 แสนบาท

LPN ชวนซื้อบ้าน จัดแคมเปญ “ส่งท้ายปี ก่อนปรับราคา ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” กระตุ้นการขายก่อนโค้งสุดท้ายแห่งปี นำสินค้าเฉพาะเฟส 1 โซน A และ B ให้ลูกค้าเลือกช้อปแสนง่าย ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 700,000 บาท จำนวนจำกัดเพียง 240 ยูนิต มูลค่า 177 ลบ. คัดเฉพาะสินค้าเกรด A ตำแหน่งดี โซนหน้า ใกล้คอมมูนิตี้ มอลล์ เป้าหมายหวังสร้างโอกาสการมีบ้านและชีวิตคุณภาพแก่ประชาชนย่านรังสิต โอกาสเดียวแห่งปี พลาดไม่ได้ วันนี้ถึงสิ้นปีเท่านั้น ส่วนผู้สนใจเช่าพักอาศัย LPN ได้จัดโซนพิเศษ F และ G ที่ตกแต่งพร้อมอยู่ในราคาเริ่มเพียง 5,000 บาท พร้อมจัดเต็มสิ่งอำนวยความสะดวก Service Value ในการใช้ชีวิตไว้อย่างครบครัน ได้แก่ Wash Coin, LPN Security, Fitness Zone, Co Working Space     นายสุรวุฒิ สุขเจริญสิน เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจ LPN เปิดเผยว่า ก่อนโค้งสุดท้ายปลายปี บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) (LPN) ได้จัดแคมเปญพิเศษเพื่อคนวัยทำงานและคนเริ่มสร้างครอบครัวที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยคุณภาพด้วยการนำโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 มาจัดแคมเปญภายใต้ชื่อ “ส่งท้ายปี ก่อนปรับราคา ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” เฉพาะโซนด้านหน้า A และ B เนื่องจากเป็นทำเลที่ใกล้ทางเข้า-ออกโครงการด้านหน้า ติดศูนย์การค้าคอมมูนิตี้ มอลล์ “Market Place” อันจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต ขณะเดียวกันมองว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่ซื้อได้ง่าย (Affordable Price) ราคาเริ่มต้นเพียง 700,000 บาท จำนวนจำกัดเพียง 240 ยูนิตเท่านั้น คิดเป็นมูลค่า 177 ล้านบาท โดยภายในโครงการ LPN ได้ออกแบบ Product & Service Value แก่ผู้พักอาศัยไว้อย่างครบครัน ได้แก่ รถสองแถวรับ-ส่งในโครงการ (มีค่าบริการ), บริการยืมรถจักรยาน (ปั่นในโครงการ), ระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐาน LPN Security ทั้งระบบไม้กั้นเข้า-ออกโครงการ รปภ.ดูแลตลอด 24 ชม. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจุดตรวจทุกวัน กล้องวงจรปิด คีย์การ์ด เข้า-ออก (ห้องชุด, ลานจอดรถ) พื้นที่ส่วนกลาง ได้แก่ Fitness Zone ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ สตรีทบาส สนามฟุตซอล และ Co-Living Space     ด้านศักยภาพทำเลเมืองรังสิตยังมีความเจริญต่อเนื่องอันมีปัจจัยมาจากเดินทางเข้า-ออกสู่เมืองได้สะดวกสบายเพราะใกล้สนามบินดอนเมือง ใกล้รถไฟฟ้าที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ 2 สาย ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บางซื่อ-รังสิตและต่อเนื่องไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต (มีแผนเปิดบริการในปี 2563) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจากหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต (มีแผนเปิดให้บริการในปี 2563) ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมีทั้งทางด่วนศรีรัช แจ้งวัฒนะ บางพูน หรือทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ สามารถวิ่งเข้าสู่ใจกลางเมือง เช่น สาทร สีลม สยามอย่างสะดวกสบาย หรืออาจจะใช้ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกเชื่อมเข้าทางด่วนอาจณรงค์- รามอินทราก็สามารถมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองได้อย่างสะดวกเช่นกัน อีกทั้งใกล้ห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์สโตร์ เช่น Future Park Rangsit, Zeer, Lotusและในอนาคตมีโครงการ MEGA Rangsit และโครงการ Central รังสิต ใกล้สถานศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต     สำหรับตลาดเช่าอพาร์ทเมนท์ในย่านนี้ก็คึกคักเช่นกันเพราะยังมีดีมานด์อีกมาก LPN จึงได้พัฒนาสินค้าของโครงการ “ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 ตอบโจทย์ผู้เช่า โดยจัดโซนพิเศษ F และ G ขนาด 21.50 ตร.ม.ตกแต่งปล่อยเช่าในราคา 5,000 บาท/เดือน หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย เพราะตกแต่งพร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน รวมถึงจุดบริการ Fitness Zone, Co-Working Space สำหรับออกกำลังกายและพักผ่อนไปในตัว รวมถึงรถตู้รับ-ส่ง ไปยังฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต 19 รอบต่อวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น., รถสองแถว รับ-ส่งในโครงการ (มีค่าบริการ), บริการยืมรถจักรยาน (ปั่นในโครงการ), Blue Mart : ตู้ขายของอัจฉริยะ ด้วยการใช้จ่ายผ่านแอพทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง, Wash Coin : บริการเครื่องซักผ้าออนไลน์มีแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านแอพพลิเคชั่นเมื่อผ้าซักเสร็จ, พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐาน LPN Security ทั้งระบบไม้กั้นเข้า-ออกโครงการ รปภ.ดูแลตลอด 24 ชม. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจุดตรวจทุกวัน, กล้องวงจรปิด คีย์การ์ด เข้า-ออก สำหรับโปรโมชั่นส่งเสริมงานเช่า ได้แก่ Cash Back รวมมูลค่าสูงสุด 4,800 บาท/ห้อง สำหรับสัญญาเช่า 1 ปีและ Member Get Member (MGM) แก่ผู้เช่าและผู้แนะนำ มูลค่ารวมสูงสุดคนละ 4,800 บาท/ห้อง พลาดไม่ได้จนถึงสิ้นปีนี้     สำหรับลูกค้าที่สนใจเช่าห้องชุด มีเงื่อนไขง่ายๆ ดังนี้ 1. จ่ายประกัน 1 เดือน 2. ประกันสาธารณูปโภค 3,000 บาท 3. ค่าเช่า 1 เดือน 4. ระยะสัญญาเช่า 1 ปีและหากต้องการซื้ออยู่เอง ทาง LPN ก็ยินดีขายในราคาพิเศษ   “พลาดไม่ได้กับการเป็นเจ้าของคอนโดคุณภาพย่านรังสิต ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2561 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สำนักงานขายลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 เบอร์โทร 02-159-3338 หรือ LPN Call Center 02-689-6888 และ www.lpn.co.th
LPN ฉลองก้าวสู่ปีที่ 30 จัดโปรเด็ด “ลุมพินี บิ๊กช็อค ผ่อนหนักเป็นเบา” ช่วยผ่อนแบงค์ 4,000 บาท สูงสุด 30 งวด

LPN ฉลองก้าวสู่ปีที่ 30 จัดโปรเด็ด “ลุมพินี บิ๊กช็อค ผ่อนหนักเป็นเบา” ช่วยผ่อนแบงค์ 4,000 บาท สูงสุด 30 งวด

โอกาสสุดท้ายแห่งปี LPN จัดแคมเปญ “ลุมพินี บิ๊ก ช็อค ผ่อนหนักเป็นเบา” ช่วยผ่อนธนาคารสูงสุด 30 งวดกับ 16 ทำเลทั้งบ้านและคอนโด เริ่ม 4,000 บาท/เดือน ราคาขายเริ่มต้น 1.03 ลบ. สร้างโอกาสแก่ผู้ที่ต้องการมีบ้านหลังแรกด้วยราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย (Affordable Price) ภายใต้ความคุ้มค่าจากแบรนด์ “ลุมพินี” พร้อมฟรีต่อที่สองกับเฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ ค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ เจาะลูกค้า Real Use และผู้ต้องการบ้านหลังแรกในราคาที่เอื้อมถึง เพียงวางเงินจอง 5,000 บาทและยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร พลาดไม่ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นปี 2561 ณ สำนักงานขายทั้ง 16 โครงการ นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ LPN เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ LPN ก้าวสู่ปีที่ 30 จึงได้คัดสรรคอนโดและบ้านรวม 16 ทำเลจัดแคมเปญสุดพิเศษก่อนสิ้นปี ภายใต้ชื่อ “ลุมพินี บิ๊ก ช็อค ผ่อนหนักเป็นเบา” โดย LPN จะช่วยผ่อนธนาคาร 30 งวด สำหรับคอนโดมิเนียมเดือนละ 4,000 บาท เช่น ห้องราคา 1 ล้านบาท ปกติลูกค้าจะผ่อนกับธนาคาร 6,800 บาทต่อเดือน เมื่อซื้อห้องชุดในแคมเปญนี้ ลูกค้าจะผ่อนกับธนาคารเพียงเดือนละ 2,800 บาท และช่วยผ่อนธนาคาร 24 งวด สำหรับบ้านจัดสรรเดือนละ 9,000 บาท ทั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสการมีบ้านได้ง่ายๆ ในราคาที่เอื้อมถึง (Affordable Price) ภายใต้สังคมคุณภาพ “ชุมชนน่าอยู่” (Livable Community) สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ LPN วางไว้ คือ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Use), กลุ่มลูกค้าที่เคยอยู่ต่างจังหวัดและย้ายมาพำนักในกรุงเทพฯ โดยมองหาบ้านในราคาที่ซื้อได้ รวมถึงฐานลูกค้าที่เคยซื้อกับ LPN กว่า 1,000 ราย ซึ่งแต่เดิมไม่ผ่านการอนุมัติจากธนาคารด้วยภาระหนี้สินที่เคยมีอยู่ แต่ปัจจุบันมีความสามารถทางการเงินแล้ว สำหรับคอนโดมิเนียมที่ LPN นำมาจัดโปรโมชั่นในครั้งนี้มี 12 โครงการ ได้แก่   1. ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม98 เฟส 2 อาคาร CD ห้องชุดรูปแบบใหม่ 1 ห้องนอน ขนาด 26.00 ตร.ม.บริเวณหน้าโครงการมี คอมมูนิตี้ มอลล์ ใกล้รถไฟฟ้าสถานีหลักสอง(อยู่ระหว่างก่อสร้าง),เดอะ มอลล์ บางแค, บิ๊กซี เพชรเกษม ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 9,200 บาท/เดือน เหลือ 5,200 บาท/เดือน ขนาด 26.00 ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท ฟรีเครื่องปรับอากาศและค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   2.ลุมพินี วิลล์ นครอินทร์-ริเวอร์วิว บรรยากาศธรรมชาติ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีแยกติวานนท์ เพียง 1.3 กม.ใกล้โลตัสและแม็คโคร นครอินทร์ ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 8,500 บาท/เดือน เหลือ 4,500 บาท/เดือน ขนาด 22.50 ตร.ม. เริ่ม 1.29 ล้านบาท ฟรีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องปรับอากาศรวมถึงค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   3.ลุมพินี วิลล์ ราชพฤกษ์-บางแวก ใกล้รถไฟฟ้า สายสีเขียว (สถานีบางหว้า)และสายสีน้ำเงิน (สถานีเพชรเกษม 48 และสถานีจรัญสนิทวงศ์ 13) ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 8,200 บาท/เดือน เหลือ 4,200 บาท/เดือน ขนาด 22.50 ตร.ม. เริ่ม 1.25 ล้านบาท ฟรีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องปรับอากาศรวมถึงค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   4.ลุมพินี วิลล์ ราษฎร์บูรณะ-ริเวอร์วิว 2 คอนโดวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกเพียง 15 นาที ถึงถนนพระราม 3 ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 8,600 บาท/เดือน เหลือ 4,600 บาท/เดือน ขนาด 22.50 ตร.ม. เริ่ม 1.29 ล้านบาท ฟรีเครื่องปรับอากาศและค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   5.ลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า-ริเวอร์วิว คอนโดวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง พร้อมรถรับ-ส่ง สถานีไทรม้า และสถานีสะพานพระนั่งเกล้า ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 6,800 บาท/เดือน เหลือ 2,800 บาท/เดือน ขนาด 22.50 ตร.ม. เริ่ม 1.03 ล้านบาท ฟรีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องปรับอากาศรวมถึงค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์   6.ลุมพินี สวีท ดินแดง-ราชปรารภ ทำเลใจกลางเมือง ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 25,700 บาท/เดือน เหลือ 13,700 บาท/เดือน ขนาด 28.00 ตร.ม. เริ่ม 3.89 ล้านบาท ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   7.ลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน สะดวกทุกการเดินทางด้วยรถรับ-ส่งจากโครงการไปสถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ มักกะสันผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 25,100 บาท/เดือน เหลือ 13,100 บาท/เดือน ขนาด 27.00 ตร.ม. เริ่ม 3.80 ล้านบาท ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   8.ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท76-แบริ่ง สเตชั่น (2) เพียง 1 กม.จาก BTS สถานีแบริ่ง ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 11,100 บาท/เดือน เหลือ 7,100 บาท/เดือน ขนาด 24.00 ตร.ม. เริ่ม 1.69 ล้านบาท ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ 60,000 บาท   9.ลุมพินี เพลส พระราม 3-ริเวอร์ไรน์ คอนโดระดับพรีเมียมใกล้ย่านธุรกิจทั้งสีลม สาทร สุขุมวิท ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 19,500 บาท/เดือน เหลือ 9,500 บาท/เดือน ขนาด 28.00 ตร.ม. เริ่ม 2.95 ล้านบาท ฟรีเครื่องปรับอากาศและค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ 60,000 บาท   10.ลุมพินี พาร์ค พหล 32 เพียง 300 เมตรจากรถไฟฟ้าสถานีเสนานิคม ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 25,900 บาท/เดือน เหลือ 15,900 บาท/เดือน ขนาด 28.00 ตร.ม. เริ่ม 3.92 ล้านบาท ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ 60,000 บาท   11.ลุมพินี เพลส รัชดา-สาธุ ง่ายดายทุกการเดินทาง พร้อมอากาศดีจากบางกระเจ้า ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 20,800 บาท/เดือน เหลือ 10,800 บาท/เดือน ขนาด 28.00 ตร.ม. เริ่ม 3.16 ล้านบาท ฟรีเครื่องปรับอากาศ ค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ 60,000 บาท   12.ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร-สะพานควาย คอนโดแนวคิดใหม่ที่ตอบโจทย์วิถีการใช้ชีวิตของคนทำงาน ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 25,100 บาท/เดือน เหลือ 15,100 บาท/เดือน ขนาด 31.00 ตร.ม. เริ่ม 3.80 ล้านบาท ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ 60,000 บาท บ้านลุมพินี 4 โครงการ ได้แก่   1.บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ เพิ่มสิน - วัชรพล ผ่อนธนาคาร 24 งวด จาก 17,000 บาท/เดือน เหลือ 8,000 บาท/เดือน ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท   2.บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ รังสิต คลอง2 ผ่อนธนาคาร 24 งวด จาก 14,000 บาท/เดือน เหลือ 5,000 บาท/เดือน ราคาเริ่มต้น 2.10 ล้านบาท   3.บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก - บางไผ่สเตชั่น ผ่อนธนาคาร 24 งวด จาก 14,000 บาท/เดือน เหลือ 5,000 บาท/เดือน ราคาเริ่มต้น 2.04 ล้านบาท   4.บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า ผ่อนธนาคาร 24 งวด จาก 17,000 บาท/เดือน เหลือ 8,000 บาท/เดือน ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท   นอกจากนั้น LPN ยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่อที่ 2 ด้วยการมอบของแถมสุดพิเศษ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ ฟรีค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ในบางโครงการ นับว่าเป็นโปรโมชั่นสุดพิเศษก่อนสิ้นปีอันจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ก่อนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะประกาศใช้มาตรการ LTV  (Loan To Value) ในปีหน้า   สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเลือกชมห้องชุดได้ที่สำนักงานขายทั้ง 16 โครงการ พร้อมเงินจองเพียง 5,000 บาท และเอกสารส่วนตัวเพื่อยื่นกู้เพียงครั้งเดียวกับ 4 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารกรุงเทพ พร้อมคืนเงินจองหากกู้ธนาคารไม่ผ่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center   02-689-6888 หรือ www.lpn.co.th          
LPN “Hot Deal สุดคุ้ม” งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ลดสูงสุด 9 หมื่นบาท

LPN “Hot Deal สุดคุ้ม” งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ลดสูงสุด 9 หมื่นบาท

บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) ผู้พัฒนาอาคารชุดพักอาศัยภายใต้แบรนด์ “ลุมพินี” ยกทัพบ้านและคอนโดคุณภาพ 24 ทำเลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น CG237-244 พบโปรโมชั่นพิเศษ “Hot Deal สุดคุ้ม” เฉพาะในงานเท่านั้น สำหรับบ้านลุมพินี รับส่วนลดสูงสุด 9 หมื่นบาท พร้อมรับของแถม 9 รายการและฟรีทุกค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ด้านคอนโดมิเนียมรับสิทธิพิเศษ 2 ต่อๆ ที่ 1 ห้องชุดราคาสุดพิเศษเฉพาะวันงาน ต่อที่ 2 รับบัตรกำนัล Lotus พลาดไม่ได้จริงๆ ก่อนโค้งสุดท้ายสิ้นปีนี้กับแคมเปญสุดคุ้มค่าในราคาที่เอื้อมถึง (Affordable Price) และที่สำคัญทุกโครงการล้วนคำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดีจากการบริหารหลังการขายภายใต้กลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” (Livable Community) สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888, www.lpn.co.th, Facebook Condo Lumpini
LPN ปักหมุด “ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2” ทำเลเชื่อมต่อ CBD ของฝั่งธนและกรุงเทพฯ

LPN ปักหมุด “ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2” ทำเลเชื่อมต่อ CBD ของฝั่งธนและกรุงเทพฯ

LPN บุกหนักครึ่งปีหลัง นอกจากขยายตลาดไปยังออฟฟิศคอนโด และบ้านพรีเมียมที่สร้างยอดขายได้สูงแล้ว คอนโด Affordable Price ยังคงเป็น Fighting Brand ที่ LPN ครองตลาดอยู่ ล่าสุด เปิด “ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2” ด้วยราคาเริ่มเพียง 1.69 ล้าน ส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปท์ “Ralaxity Ville” บ้านที่พร้อมให้เอนกาย คลายความเหนื่อยล้า สงบ มีความเป็นส่วนตัวสูง สะดวกเดินทางเพราะเชื่อมต่อเขต CBD ของทั้งฝั่งธนและกรุงเทพฯ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยายในอนาคต     นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เปิดเผยว่า ถึงแม้ในปีนี้บริษัทจะปรับกลยุทธ์โดยขยายการพัฒนาโครงการไปในระดับพรีเมียมมากขึ้นทั้งบ้านและคอนโด แต่ยังคงความตั้งใจในการพัฒนาคอนโดมิเนียมสำหรับกลุ่มเป้าหมายระดับกลางเพื่อให้มีที่พักอาศัยคุณภาพในราคาที่เป็นเจ้าของได้ โดยเดือนกันยายนนี้ บริษัทได้เปิดตัว “ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2” บนถนนสุขสวัสดิ์ ทำเลที่บริษัทประสบความสำเร็จจาก 3 โครงการ คือ ลุมพินี วิลล์ ราษฎร์บูรณะ-ริเวอร์วิว ลุมพินี วิลล์ ราษฎร์บูรณะ-ริเวอร์วิว 2 และลุมพินี เพลส สุขสวัสดิ์-พระราม 2 โดยลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2 ที่บริษัทพัฒนาในครั้งนี้ รังสรรค์ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Relaxity Ville” ห้องชุดพักอาศัยที่ให้ความผ่อนคลาย สงบ มีเพียง 377 ยูนิตเท่านั้น และด้วยความสูงของอาคาร 26 ชั้น จึงสามารถชมวิวที่สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน แบบ 360 องศา พร้อมสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ของบางกระเจ้า ทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังเขตศูนย์กลางธุรกิจใหม่ของฝั่งธนบุรีริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านคลองสาน เจริญนคร ที่มีโครงการ Mix used ขนาดใหญ่ โรงแรม 5 ดาว เช่น ไอคอนสยาม โรงแรมเพนนินซูล่า หอชมเมืองในอนาคตหรือจะเดินทางไปยังเขต CBD ของกรุงเทพมหานคร ทั้งสีลม สาทร ก็สะดวกง่ายดาย จึงเป็นที่ที่คำว่า Work Life Balance เกิดขึ้นจริง     “โครงการนี้ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายในการเดินทางเพราะทำเลติดถนนใหญ่ อยู่บริเวณหัวมุมจุดเชื่อมต่อระหว่างถนนสุขสวัสดิ์และถนนพระราม 2 ใกล้ทางด่วนและสามารถเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย ทำให้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่ายขึ้น ประกอบกับทำเลแห่งนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะใกล้เขตเมืองในราคาที่พักอาศัยไม่แพงมากนัก นอกจากนี้ การมีสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมทั้งสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ทำให้การเดินทางข้ามไปฝั่งพระราม 3 พระประแดง ปู่เจ้าสมิงพราย จังหวัดสมุทรปราการ หรือไปโซนบางนาสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีองค์ประกอบในการอยู่อาศัยที่ครบครัน ใกล้สถานศึกษา โรงพยาบาล ศูนย์การค้าชั้นนำ เป็นหนึ่งในทำเลที่น่าอยู่และเหตุผลสำคัญที่ LPN เลือกพัฒนาโครงการใหม่ในย่านนี้อีกครั้ง จากลูกค้าที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ “ลุมพินี” และด้วยการบริหารหลังการขายตามกลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” (Livable Community)”     “ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2” มูลค่าโครงการ 650 ล้านบาท พร้อมห้องชุด New LPN Design ที่แบ่งสัดส่วนความเป็นส่วนตัวด้วยกระจกระหว่างห้องนอนและห้องรับแขก ขนาดห้องชุดเริ่มตั้งแต่ 23.50 – 36.00 ตร.ม. ด้านพื้นที่ส่วนกลางทีมสถาปนิกได้นำแรงบันดาลใจจากเส้นสายของพื้นป่าชายเลนมาออกแบบให้มีความเป็นธรรมชาติ มีพื้นที่สีเขียว เหมาะแก่การพักผ่อน ปัจจุบันเปิดขายแล้ว ด้วยราคาเริ่มเพียง 1.69 ล้านบาท ส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท ณ สำนักงานขายโครงการลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888 / www.lpn.co.th
LPN เปิดซิตี้คอนโดย่านพัฒนาการ Expand Project แห่งที่ 4 ตอกย้ำ Affordable Segment  เกาะเทรนด์ Sport Lover เด่นด้วยฟิตเนสเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เริ่ม 1.69 ลบ. พรีเซล 25 ส.ค.

LPN เปิดซิตี้คอนโดย่านพัฒนาการ Expand Project แห่งที่ 4 ตอกย้ำ Affordable Segment เกาะเทรนด์ Sport Lover เด่นด้วยฟิตเนสเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เริ่ม 1.69 ลบ. พรีเซล 25 ส.ค.

LPN เดินตามแผน Year Of Chang ชู Fighting Brand แห่งที่ 4 ของปี ตอกย้ำ Affordable Segment เปิดซิตี้คอนโด แนว ไฮไรส์ “ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์” คาดยังมีดีมานด์จากเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยคึกคัก ใกล้แหล่งงานและสถานศึกษา กอรปกับเป็น Expand Project ของย่านพัฒนาการที่ LPN เคยเปิดมากว่า 3 โครงการ นำเทรนด์ Sport Lover ในยุคปัจจุบันดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางเสมือนยกฟิตเนสเซ็นเตอร์แทรกไว้ทุกอณูในโครงการ ด้วยคอนเซปต์ “Sports park, smart place” ผสานการออกแบบ Façade สไตล์โมเดิร์นทันสมัย รวมถีง News LPN Design ฟังก์ชั่นลงตัว เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานและนักศึกษา การันตีความสุขในบ้านหลังใหญ่ด้วย “Livable Community” เปิดขายวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท   นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เปิดเผยว่า “บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ย่านพัฒนาการซึ่งเป็นโครงการลำดับที่ 4 แห่งปีตามแนวทาง Affordable Segment ภายใต้ชื่อ “ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์” คอนโดแนวสูง 32 ชั้น มูลค่า 1,460 ล้านบาท ตั้งอยู่บนถนนพัฒนาการ ระหว่างซอยพัฒนาการ 33 และ 35 ด้วยศักยภาพของทำเลและแหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่น จึงมีดีมานด์สูงจากแหล่งงานที่ตั้งตรงข้ามโครงการ ได้แก่ อาคาร True และสำนักงานใหญ่แม็คโคร โดยวางเป้าหมายเป็นกลุ่มคนเริ่มทำงานรุ่นใหม่ และยังเจาะกลุ่มนักศึกษาในย่านนี้ ทั้งสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตและมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งบริษัทยังคงรักษากลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงกลาง-ล่าง ด้วยการเปิดราคาขายเริ่มต้นเพียง 1.69 ล้านบาท เดินตามเจตนารมณ์บ้านที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยราคาที่เอื้อมถึง (Affordable Price) และอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือ มองว่าทำเลแห่งนี้มีอนาคต ใกล้ห้างสรรพสินค้า เช่น Tesco Lotus, Max Value, Makro, London Street และเดอะ นาย พระราม 9 ใกล้สถานพยาบาล คือ โรงพยาบาลวิภารามและโรงพยาบาลรามคำแหง ทั้งยังเดินทางเข้า-ออกเมืองอย่างสะดวกสบาย เพราะใกล้ทางด่วนและมอเตอร์เวย์ที่เชื่อมต่อกับถนนเส้นสำคัญหลายสาย ตั้งแต่ถนนเพชรบุรี ถนนรามคำแหง ถนนพระราม 9 และถนนประชาอุทิศ นอกจากนี้ ถนนพัฒนาการยังมีซอยที่ลัดเลาะเพื่อเลี่ยงรถติดที่ถนนศรีนครินทร์และถนนอ่อนนุชได้ด้วย โดยที่ผ่านมา LPN เคยประสบผลสำเร็จในทำเลย่านนี้มาแล้วจากโครงการคุณภาพและบริการหลังการขายภายใต้แนวคิด “ชุมชนน่าอยู่” (Livable Community) ได้แก่ ลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-พัฒนาการ ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-เพชรบุรีตัดใหม่ และลุมพินี วิลล์ ศรีนครินทร์-หัวหมาก สเตชั่น เรียกได้ว่าเป็นโครงการส่วนต่อขยาย (Expand Project) ที่น่าจับตามอง   “ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์” เป็นโครงการแนวสปอร์ตแห่งแรกของบริษัทที่ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์เทรนด์คนรักสุขภาพและการออกกำลังกายในยุคปัจจุบัน ตามคอนเซ็ปต์ “Sports Park, Smart Place” เสมือนมีฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่ตรงใจคนรุ่นใหม่ แทรกอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางทุกส่วนอย่างครบครัน ประหยัดเวลาในการเดินทางและไม่ต้องใช้จ่ายกับค่าสมาชิกฟิตเนสอีกต่อไป โดยสามารถออกกำลังกายในบ้านของตนเองได้ทุกเวลาที่สะดวก ทั้งลู่วิ่ง (Jogging Track) สระว่ายน้ำ สนามสตรีท บาส ห้องโยคะ ห้องฟิตเนส สวนรวมใจ ลานฟิตแอนด์เฟิร์มและฟิตเนสโซน โดยหยิบไอเดียเส้นสายลู่วิ่งของโครงการมาออกแบบในพื้นที่ส่วนกลางให้มีสีสันเด่นสะดุดตา คุมโทนและสร้างบรรยากาศการออกกำลังกายให้ตื่นเต้น รวมถึงปรับปรุงห้องอเนกประสงค์ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น สำหรับในห้องชุดพักอาศัยบริษัทนำความเชี่ยวชาญของ New LPN Design มาออกแบบให้ครบทุกฟังก์ชันการอยู่อาศัย นอกจากการให้ความสำคัญกับเทรนด์สุขภาพแล้ว LPN ยังให้ความสำคัญกับความรื่นรมย์ในโครงการ จึงกระจายพื้นที่สีเขียวไว้บนชั้น 7 และชั้น 29 เพื่อเป็นจุดพักผ่อนยามเหนื่อยล้าที่ดีเยี่ยม ทั้งยังปรับรูปลักษณ์ Façade ให้ทันสมัยด้วยการออกแบบโทนสีเทาเข้มและสีขาวให้ดูโมเดิร์น” นายโอภาสทิ้งท้าย   “ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์” แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนอาคารสำนักงานสูง 5 ชั้น ด้านหน้าโครงการ และส่วนอาคารชุดพักอาศัย สูง 32 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 795 ยูนิต บนพื้นที่ทั้งหมด 6 ไร่ เปิดขายอย่างเป็นทางการวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ ณ สำนักงานขายโครงการ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร LPN Call Center 02-689-6888
LPN ปรับโฉม “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร – สะพานควาย” เจาะใจผู้หญิงทำงานด้วยคอนเซ็ปต์ “My Way My Life”

LPN ปรับโฉม “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร – สะพานควาย” เจาะใจผู้หญิงทำงานด้วยคอนเซ็ปต์ “My Way My Life”

  LPN บุกตลาดพรีเมียม เดินหน้า “Year of Change” ซื้อที่ดินใจกลางสุทธิสาร เปิดตัว “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร–สะพานควาย” เจาะเป้าหมายผู้หญิงวัยทำงาน ด้วยคอนเซ็ปต์ “My Way My life” ปรับโฉมใหม่ด้วย New Façade สร้างมิติใหม่กับ New LPN Design เพิ่มพื้นที่ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in closet และ Bay window พร้อมฟังก์ชั่น Smart room ระบบสั่งงานอัจฉริยะ พื้นที่ส่วนกลางเอาใจสาวรักสุขภาพกับห้องโยคะแห่งแรกบนวิวสูง ชั้น 22 พร้อมสระว่ายน้ำลอยฟ้าและสวนรวมใจขนาดใหญ่ ราคาเริ่มเพียง 2.59 ลบ. สำหรับห้องสตูดิโอแถมเฟอร์นิเจอร์ & แอร์ครบชุด ขนาด 1 และ 2 ห้องนอนแถมเฟอร์นิเจอร์ แอร์และเครื่องทำน้ำอุ่น เปิดขายอย่างเป็นทางการ 28 เม.ย.นี้     นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้บริษัทได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานตามแนวทาง “Year of Change” โดยมีการปรับเปลี่ยนหลายด้านทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยในการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัยจะมุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายระดับกลาง-บนจึงได้พัฒนาสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมออกสู่ตลาด โดยคัดสรรทำเลทองย่านสุทธิสารพัฒนาโครงการใหม่ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร – สะพานควาย” ทำเลที่บริษัทเคยประสบความสำเร็จจาก  2 โครงการ  คือ ลุมพินี เพลส พหล-สะพานควาย และลุมพินี วิลล์ พหล-สุทธิสาร ย่านสุทธิสารซึ่งเป็นทำเลใจกลางเมืองบนถนนสุทธิสารวินิจฉัย สามารถเชื่อมผ่านถนนหลักสายใหญ่ถึง 4 สาย ทำให้มีอาคารสำนักงานจำนวนมากตลอดจนมีประชากรหนาแน่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงานวัยกลางคนที่ต้องการพักอาศัยในทำเลใจกลางเมืองที่เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมทั้งรถไฟฟ้า BTS,  MRT และใกล้แหล่งสาธารณูปโภค นอกจากนั้นยังเป็นทำเลที่เหมาะแก่การลงทุนเพราะย่านนี้มีอัตราการเติบโตของราคาที่ดินสูงเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ ด้วยพื้นที่รายล้อมทั้งย่านธุรกิจเดิมและย่านธุรกิจใหม่ซึ่งกำลังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง     “บริษัทเลือกพัฒนาโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร–สะพานควาย” เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมืองในปัจจุบันโดยเฉพาะผู้หญิงทำงานรุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มเป็นโสดมากขึ้นและเลือกอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่มีความปลอดภัยเดินทางได้สะดวก บริษัทจึงได้ออกแบบโครงการนี้ภายใต้แนวคิด “My Way My life” โดยปรับโฉมรูปลักษณ์ภายนอกอาคารใหม่และใช้โทนสีที่ทันสมัย ส่วนภายในห้องชุดได้มีการศึกษาและพัฒนาอย่างเข้มข้นด้วยการสร้างเป็น  Mock up room จนเกิดเป็น New LPN Design เพิ่มพื้นที่ Free corner ให้สร้างสรรค์ได้ตามจินตนาการรวมถึงใช้เป็น Walk-in closet เก็บเสื้อผ้าได้อย่างจุใจ ภายใต้พื้นที่ขนาด 1 และ 2 ห้องนอน ซึ่งได้ออกแบบ Bay window บริเวณหน้าต่างเพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานในห้องชุดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างบรรยากาศห้องโปร่งโล่งสบาย เป็นอีกหนึ่งมุมพักผ่อนและมุมทำงานที่LPN ตั้งใจออกแบบขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยี Smart room ระบบการสั่งงานอัจฉริยะเปิด-ปิดไฟฟ้าของห้องชุดผ่านมือถือเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตและเพิ่มความปลอดภัยตลอดการเข้าพักอาศัย สำหรับพื้นที่ส่วนกลางออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริงกับพื้นที่สีเขียวโดยรอบโครงการ ชั้น 18 และชั้น 22 ส่วนชั้นล่างเป็น Co-working space เหมาะกับการทำงานและประชุมโดยไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัว รวมถึงยังได้จัดโซนเอาใจผู้รักสุขภาพกับ Fitness area ซึ่งที่นี่เป็นโครงการแรกที่มีห้องโยคะบนชั้น 22 วิวสูง สระว่ายน้ำลอยฟ้า (Infinity Edge Pool) ห้องฟิตเนส (Fitness Zone) ลานฟิตแอนด์เฟิร์ม (Fit & Firm Area) นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ส่วนกลางด้านล่าง ได้แก่ สวนรวมใจ (Green Togetherness Area) ลานพักผ่อน (Co-Living Area) และสวนอินฟินิตี้ (Infinity Garden)   “โครงการ ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร – สะพานควาย  มูลค่า 1,300 ลบ. ตั้งบนถนนสุทธิสารวินิจฉัย บนขนาดพื้นที่กว่า 1 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียมไฮไรซ์สูง 28 ชั้น จำนวน 1 อาคาร จำนวน 389 ยูนิต มีขนาดพื้นที่ใช้สอย (1) ห้องสตูดิโอ ขนาดพื้นที่ 25 ตร.ม. (2) ห้องชุด 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 27-34.50 ตร.ม.และ(3) ห้องชุด 2 ห้องนอน  ขนาดพื้นที่ 46 ตร.ม. ราคาขายเริ่มต้น 2.59 ลบ. หรือ เริ่มต้น 120,000 บาทต่อตร.ม. ห้องสตูดิโอแถมฟรีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องปรับอากาศครบชุดและขนาด 1 และ 2 ห้องนอนแถมเฟอร์นิเจอร์บางส่วน เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำน้ำอุ่น” นายโอภาสกล่าวปิดท้าย
The selected flagship brand ตัวท็อป ทำเลใจกลางเมือง จาก LPN

The selected flagship brand ตัวท็อป ทำเลใจกลางเมือง จาก LPN

เพราะชีวิตที่สมบูรณ์แบบสร้างขึ้นได้ในทุกๆ วัน โดยมี “ที่อยู่อาศัย” เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มความสุขในชีวิตได้ การซื้อคอนโดมิเนียมก็เปรียบเสมือนการลงทุนและการฝากชีวิตไว้อีกนานหลายปี คงไม่แปลกถ้าการเลือกซื้อคอนโดฯ นั้นจำเป็นต้องใช้ความพิถีพิถันในการเลือกสรรเป็นพิเศษ นอกจากการออกแบบที่ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันแล้ว ทำเลที่ตั้งยังต้องเอื้อต่อการเดินทางได้สะดวกรวดเร็วทั้งคนใช้รถส่วนตัวและรถสาธารณะ โดยปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้น ล้วนแต่มีอยู่ในโครงการใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากในเวลานี้กับ โครงการ “Lumpini Selected Sutthisan -Saphankwai (ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย)” Flagship Top Brand ที่พัฒนาโดย บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN โดยจุดเด่นอยู่ที่การปักหมุดทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าในราคาคุ้มค่าให้ทุกคนสามารถจับจองได้ ซึ่งได้กระแสตอบรับดีมากๆ จากการเปิดตัวโครงการแรกคือ เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา   *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองโครงการ ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย ในมุมมองจากด้านหน้าเข้าไป   สะดวกสบายทุกการเดินทาง สำหรับทำเลที่ตั้งของโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” นั้นตั้งอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัย (ตรงข้ามอินทามระ ซอย 7) ระหว่างแยกสะพานควายและแยกสุทธิสาร ซึ่งย่านสุทธิสารถือว่าเป็นย่านที่มีสีสัน มีชีวิตชีวาตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะเต็มไปด้วยร้านค้า, ร้านอาหาร, แหล่งแฮงค์เอาท์เก๋ๆ, ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงตลาดนัด อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลสวนสาธารณะ และโรงพยาบาล อีกด้วย เรียกได้ว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบครบครัน แถมยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมผ่านถนนหลักสายใหญ่ถึง 4 สาย ตั้งแต่ ถนนพหลโยธิน, ถนนวิภาวดีรังสิต, ถนนรัชดาภิเษก ไปจนถึงถนนลาดพร้าว ซึ่งมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนโทลเวย์อยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้ไม่ว่าจะออกนอกเมืองไปทางสนามบินดอนเมือง หรือเข้าเมืองเชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชก็ใช้เวลาเดินทางไม่นาน หรือจะเลือกเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะห่างออกไปประมาณ 1.1 กิโลเมตร ก็จะถึง BTS สถานีสะพานควาย และห่างจาก BTS สถานีอารีย์ประมาณ 1.6 กิโลเมตร เท่านั้น จึงสามารถเดินทางออกไปทั่วกรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะใช้รถยนต์หรือรถสาธารณะก็เป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากๆ ค่ะ     เพิ่มความอบอุ่นเสมือนอยู่บ้าน เพียบพร้อมไปด้วยพื้นที่พักผ่อนหลากหลาย   โครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” คือคอนโดมิเนียมแบบ High-Rise สูง 28 ชั้น 1 อาคาร บนพื้นที่โครงการขนาด 1-3-55 ไร่ ที่ออกแบบมาให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ แต่ทว่ามีความสงบเพราะมีจำนวนยูนิตที่พักอาศัยทั้งหมดเพียง 389 ยูนิต (ตั้งแต่ชั้น 7-21 และ 23-28) และสามารถจอดรถได้ 157 คัน (ตั้งแต่ชั้น 2-6) ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นอย่างมีเอกลักษณ์ ด้วยการไล่เฉดสีเทาเข้มไปจนถึงสีอ่อน เพื่อเน้นให้กลมกลืนกับแสงและเงา สร้างความรู้สึกอบอุ่น และสบายตาทุกครั้งที่มองมาที่ตัวอาคาร นับว่าเป็นบ้านหลังใหญ่ที่ถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติ เพราะมีสวนสีเขียวขจีอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางหลายชั้น เริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ที่มีสวนรวมใจ (Green Togetherness Area) อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ห้องอเนกประสงค์ (Co-Working Zone), สำนักงานนิติบุคคล, พื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญ, ห้องบริการจัดการพัสดุ, ห้องเฮ้าส์เวิร์ค (Housework Zone), ห้องเครื่อง, ห้องไฟฟ้า, ที่จอดรถจักรยานยนต์, ที่จอดรถยนต์ และที่จอดรถสำหรับผู้พิการ ทั้งหมดนี้จะอยู่ที่บริเวณชั้น 1 ค่ะ *โครงการที่ส่งมอบอาจมีรายละเอียดบางประการที่เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่ง Master Plan โครงการจะเริ่มจากทางเข้าที่อยู่ติดกับถนนสุทธิสารวินิจฉัย เมื่อเข้ามาจะเจอจุด Drop Off ล้อมรอบสวนสีเขียวขจี หรือที่ทางโครงการเรียกว่าสวนรวมใจ ภายในตัวอาคารที่ชั้น 1 เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องอเนกประสงค์ (Co-Working Zone), สำนักงานนิติบุคคล, พื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญ, ห้องบริการจัดการพัสดุ, ห้องเฮ้าส์เวิร์ค (Housework Zone), ห้องเครื่อง, ห้องไฟฟ้า เป็นต้น *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองสวนรวมใจ (Green Togetherness Area) บริเวณหน้าอาคารชั้น 1 *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองห้องอเนกประสงค์ (Co-Working Zone) รองรับการนั่งทำงานสบายๆ ไม่ต้องออกไปข้างนอก   นอกจากมีสวนรวมใจบริเวณชั้น 1 แล้ว พื้นที่ชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้นเริ่มต้นของห้องชุดพักอาศัย ยังมีลานฟิตแอนด์เฟิร์ม (Fit & Firm Area), สวนอินฟินิตี้ (Infinity Garden) อยู่ในชั้นเดียวกันด้วย ซึ่งก็ช่วยให้ลูกบ้านเข้าถึงธรรมชาติได้ง่ายขึ้นท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ที่แทรกตัวอยู่ในทุกที่ เรียกได้ว่าเหมาะกับคนเมืองยุคใหม่ที่สามารถใช้ชีวิตแบบ Smart อย่างเต็มเปี่ยม เพราะมีพื้นที่รองรับความสุขทุกไลฟ์สไตล์อีกมากมาย โดยทางโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” ได้ยก Facility หลักไปไว้ที่ชั้น 22 ซึ่งมาพร้อมกับ สระว่ายน้ำไร้ขอบ (Infinity Edge Pool), ลานกิจกรรม (Co-Living Area), ฟิตเนสโซน (Fitness Zone) และห้องโยคะ (Yoga Zone) ที่พร้อมรองรับวันพักผ่อนสบายๆ ของคุณ ไม่ว่าจะเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรด ก็ล้วนแต่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับชีวิต *โครงการที่ส่งมอบอาจมีรายละเอียดบางประการที่เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่งแปลนของพื้นที่ชั้น 7 จะเริ่มเป็นยูนิตพักอาศัยแล้วนะคะ ซึ่งที่ชั้นนี้จะมีสวนส่วนกลางมาให้ด้วย *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองลานฟิตแอนด์เฟิร์ม (Fit & Firm Area) และสวนอินฟินิตี้ (Infinity Garden) บริเวณชั้น 7 *โครงการที่ส่งมอบอาจมีรายละเอียดบางประการที่เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่งภาพนี้จะเป็นแปลนพื้นที่บริเวณชั้น 22 นะคะ จะเป็น Facility ทั้งหมด *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นภาพบรรยากาศจำลองสระว่ายน้ำไร้ขอบ ซึ่งมุมมองเส้นขอบฟ้าตัดเส้นของน้ำให้ความงดงาม และอิ่มเอมกับวิวเมืองแบบเต็มเปี่ยม   คัดสรรเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดมารวมไว้ เพื่อพื้นที่ความสุขสำหรับลูกบ้าน ไม่เพียงแค่การออกแบบที่โดดเด่น สง่างาม และจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางอย่างเต็มพิกัด ซึ่งเน้นให้ลูกบ้านได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ โดยให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่แค่ก้าวขาออกไป ก็จะเจอสวนร่มรื่นหน้าบ้านแล้ว ทางโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” ยังคำนึงถึงการใช้สอยต่างๆ โดยจัดแบ่งพื้นที่ได้อย่างลงตัวและอยู่ได้จริง อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัย มาพร้อมมาตรฐานอันสูงสุด และใส่ใจทุกรายละเอียดจนทำให้ห้องพักอาศัยทุกยูนิตมีความคุ้มค่าทุกตารางเมตร ซึ่งมีห้องพักอาศัยให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ คือ Studio ขนาดเริ่มต้น 25.00 ตารางเมตร, 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 27.00 ตารางเมตร, 1 Bedroom New Design ขนาดเริ่มต้น 31.00 ตารางเมตร โดยโครงการออกแบบห้องให้เป็นยูนิตพิเศษสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ด้วยการทำตู้เสื้อผ้าและตู้รองเท้าขนาดใหญ่แบบ Walk-in Closet เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของผู้หญิง และแบบสุดท้าย 2 Bedrooms ซึ่งมีขนาดเดียวคือ 46.50 ตารางเมตร ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นห้องไซส์เล็กหรือไซส์ใหญ่ก็สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี ซึ่งภายในห้องก็จะได้วัสดุคุณภาพที่ทางโครงการตั้งใจคัดสรรเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดมารวมไว้ เพื่อพื้นที่ความสุขสำหรับลูกบ้าน   นับว่าโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” เป็นอีกหนึ่งโครงการใหม่จาก LPN ที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนมีโอกาสได้อยู่อาศัยท่ามกลางความสมบูรณ์แบบ มีชีวิตชีวา ณ ใจกลางเมือง อย่างแท้จริงเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการก็จัดสรรพื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างลงตัว แถมยังรายล้อมไปด้วยสวนสีเขียวขจีที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติผสมผสานความงดงามและร่มรื่นไว้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ Facility ชั้น 22 ก็สามารถมองเห็นวิวเมืองได้อย่างกว้างไกลหรือถ้าอยากจะแอคทีฟ ก็มีสระว่ายน้ำไร้ขอบ ห้องออกกำลังกาย หรือจะโยคะก็ยังได้ ที่สำคัญยังมั่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งทางโครงการยังมอบความพิเศษให้แก่ลูกบ้านด้วย Fully Furnished ที่พร้อมให้เราเข้าอยู่ได้ทันที ในราคาเริ่มต้น 2.59 ลบ. ฟรี! เฟอร์นิเจอร์*, เครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมระบบ "สมาร์ทรูม" (สตูดิโอ) จัดหนัก จัดเต็มขนาดนี้ “ไม่ควรพลาด” เลยนะคะ   พิเศษ! เฉพาะ วันที่ 28 เม.ย. นี้ เท่านั้น ทุกชั้นราคาเดียว เริ่ม 2.59 ล้าน* ฟรี! เฟอร์* + แอร์ + เครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมระบบสมาร์ทรูม   สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดอื่นๆ โทร 02-689 6888  หรือสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ goo.gl/BLyJ3k 
LPN จัดงาน “วันครอบครัวลุมพินี” ครั้งที่ 12  ช่วงเวลาแห่ง “สุข”

LPN จัดงาน “วันครอบครัวลุมพินี” ครั้งที่ 12 ช่วงเวลาแห่ง “สุข”

ช่วงเวลาแห่งความสุขที่ไม่เคยจางหาย  กับความทรงจำดีๆ ที่ บริษัท แอล.พี.เอ็นดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) ได้จัดขึ้นทุกปีภายใต้งาน “วันครอบครัวลุมพินี” หรือ “Lumpini Family Day” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 โดยเพิ่มดีกรีแห่งความสุขในแต่ละปีที่แตกต่างกันไปท่ามกลางสวนสีเขียว “สวนลุมพินี” ปอดใจกลางกรุง พร้อมเติมแต่งบรรยากาศอันอบอุ่น เพื่อแสดงความขอบคุณแก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการ “ลุมพินี” ที่ได้ร่วมกันสร้าง “ชุมชนน่าอยู่” มาตลอดระยะเวลา 28 ปี แสงแรกเริ่มยามเช้า สัญญาณสื่อถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง บรรยากาศอันแสนสดชื่นเริ่มต้นด้วยกิจกรรม เดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ ช่วงเวลา “วิ่งไปด้วยกัน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้พิการและท่านเจ้าของร่วมมีโอกาสจับมือเข้าเส้นชัยไปพร้อมกันเพื่อเอาชนะในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำได้ อีกช่วงเวลายามเช้าแห่งพลังบุญ รับฟัง “ธรรมมะในสวน” จากท่าน ว.วชิรเมธี เสริมสุขภาพที่ดีกับ “กีฬาประชาคม” ช้อปอิ่มบุญกับสินค้าราคาถูกใน “ตลาดนัดปันกัน” เพื่อนำเงินสมทบทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ รับฟังดนตรีในสวนที่ขับกล่อมด้วยวง “ปู่-หลาน” ต่อด้วยวง “รวมใจแบนด์คลับ” มาจนถึงไฮไลต์กับบรรยากาศปาร์ตี้ยามเย็น และสนุกสนานกับเกมที่    คัดสรรมาสำหรับคนทุกวัย ปิดท้ายความสนุกด้วยมินิคอนเสิร์ตจากวงดนตรีแนวป๊อปที่มีนักร้องนำมาดสุดเท่ เป้วงมายด์ และความมันสุดชิคสไตล์โบฮีเมี่ยนกับปาล์มมี่ ศิลปินชั้นนำของเมืองไทย นอกจากความบันเทิงและกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวันแล้ว LPN ยังได้จัดกิจกรรมสาธารณกุศลภายใต้ชื่อ “โลกสุดมัน เติมฝันให้น้อง” ด้วยการจูงมือน้องๆ จาก 2 มูลนิธิ  ได้แก่ มูลนิธิเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาเด็ก (ฟอร์เด็ก) และมูลนิธิสันติสุข จำนวน 100 คน มาร่วมสนุกกับซุ้มเกมและของรางวัล  สร้างการเรียนรู้นอกห้องเรียน  พร้อมมอบทุนการศึกษาให้กับน้องๆ  ทั้งนี้  เพื่อเป็นการตอบแทนความดีกลับคืนสู่สังคมตามแนวคิดความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (Corporate Environmental and Social Responsibility : CESR) เบื้องหลังความรื่นเริงและความสนุกสนานในงาน “วันครอบครัวลุมพินี” ครั้งนี้ คือ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะและความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกครอบครัวลุมพินีที่สื่อถึงวัฒนธรรม “ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน”อันมาจากกลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” บริการหลังการขายที่บริษัทให้ความสำคัญกับกับการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้พักอาศัย และส่งมอบความทรงจำดีๆ  และความสุขให้ผลิบานในหัวใจของทุกคน และเชื่อว่าความสุขและรอยยิ้มที่ได้ให้และรับในวันนั้น จะอิ่มเอมหัวใจก่อเกิดเป็นสายใยที่เชื่อมต่อกันในครอบครัวใหญ่ของ “ลุมพินี” อย่างยั่งยืนตลอดไป
LPC ร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตสตรีด้อยโอกาส ส่งนโยบาย “Social Enterprise” สรรค์สร้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน

LPC ร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตสตรีด้อยโอกาส ส่งนโยบาย “Social Enterprise” สรรค์สร้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 28 ปีของการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัย บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) (LPN) ไม่เพียงแต่มุ่งพัฒนาคุณค่าผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้ “ลุมพินี” เป็นแบรนด์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ สร้าง “ชุมชนน่าอยู่” (Livable Community) และความสุขที่แท้จริงของการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสตรีด้อยโอกาส ซึ่งจากข้อมูลของสำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สรุปจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวประจำปี 2551 - 2556 พบว่าปี 2554 เป็นปีที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวสูงที่สุด คือ จำนวน 1,096 และหลังจากนั้นตัวเลขได้สูงขึ้นถึงประมาณ 1,200 เหตุการณ์ ส่งผลให้สตรีที่โดนกระทำความรุนแรงทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการเอารัดเอาเปรียบจากสังคมเหล่านั้นเป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย   ด้วยเหตุนี้ จึงได้จุดประกายให้ LPN  จัดตั้งบริษัทเพื่อสังคมในนามบริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด (LPC) ตามนโยบาย “Social Enterprise” ซึ่งนับว่าเป็นมิติใหม่ในการจ้างงานด้านบริการทำความสะอาดที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและเปิดโอกาสให้กับกลุ่มสตรีด้อยโอกาสในสังคมไทยเป็นหลัก การบริหารดำเนินการในรูปแบบที่ LPN ลงทุนโดยไม่ปันผลกลับมาที่ตนเอง แต่จะปันผลกำไรกลับคืนสู่พนักงาน LPC ในรูปแบบค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ที่มากกว่าบริษัททั่วไป หนึ่งในนั้น คือ เงินเดือนที่สูงกว่ามาตรฐานค่าแรงขั้นต่ำถึง 10% โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้เกิดจากปัญหาการจัดจ้างแม่บ้านลงพื้นที่คอนโดมิเนียม ซึ่งในตอนแรกจำเป็นต้องอาศัยรูปแบบบริษัททำความสะอาดต่างๆ แต่พบว่ามีกติกาที่ไม่เป็นธรรม ส่งผลให้ผู้ที่เข้ามาทำงานไม่สามารถรับงานต่อเนื่องในระยะยาวได้ จึงเป็นแนวคิดในการก่อตั้ง LPC เมื่อปี 2554 รูปแบบการว่าจ้างของ LPC ยังแตกต่างออกไป โดยในตลาดบริการทำความสะอาดทั่วไปจะคิดค่าจ้างเป็นรายคน แต่ LPC เปลี่ยนวิธีรับงานเป็นระบบเหมา บริหารจัดการคนให้เหมาะสมกับพื้นที่ในการทำความสะอาดแต่ละครั้ง ทำให้สามารถลดจำนวนคนลง และเพิ่มรายได้ให้กับพนักงานในการว่าจ้างครั้งนั้นๆ  ได้ นอกเหนือไปจากการสร้างงาน สร้างอาชีพเพื่อให้พนักงาน LPC มีรายได้และเลี้ยงดูครอบครัวได้แล้ว ยังมุ่งเน้นให้การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้วยการจัดให้มีระบบ“การศึกษานอกโรงเรียน” จัดครูสอนหนังสือด้านการอ่านและการเขียนให้กับพนักงานที่ยังไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ อีกส่วนหนึ่งคือการมอบอาชีพเสริม เช่น การนวดแผนไทย ด้วยการส่งพนักงานไปเรียนกับครูผู้เชี่ยวชาญ เป็นการติดอาวุธให้ ด้วยหวังว่าแม้ออกจากงานไป พวกเขาจะมีวิชาความรู้ติดตัวและนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ในอนาคต และจากการที่ LPC ได้สร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงานกลุ่มนี้ เมื่อมีโอกาสและว่างจากงานประจำ พวกเขาจึงได้รวมตัวกันทำความดีตอบแทนสังคม ด้วยการทำความสะอาดบริเวณรอบๆ โครงการที่ทำงานอยู่ เช่น ป้ายรถเมล์ สะพานลอย วัด เพื่อสร้างทัศนียภาพให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ปัจจุบัน LPC มีพนักงานรวม 1,200 คน เป้าหมายต่อไปของบริษัท คือ การดำเนินการให้ได้มาตรฐานการบริการสากล ISO 9001:2015 เพื่อขยายงานบริการออกไปสู่ภายนอกมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นหนทางหนึ่งที่สร้างโอกาส สร้างศักดิ์ศรี และสร้างความสุข ให้กับสตรีเหล่านี้อย่างยั่งยืนต่อไป
LPN กางโรดแมปธุรกิจโตต่อเนื่อง 3 ปี ปลดล็อคกับดักสู่ YEAR OF SHIFT

LPN กางโรดแมปธุรกิจโตต่อเนื่อง 3 ปี ปลดล็อคกับดักสู่ YEAR OF SHIFT

เครือ LPN ประกาศแผนธุรกิจรับเป้าหมายเติบโตต่อเนื่อง 3 ปี พร้อมกำหนดให้ปี 2561 เป็นปี “Year of Change : ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง” ผ่าน 2 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจให้บริการ เดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งแนวสูงและแนวราบรวม 14 โครงการ รวมมูลค่า 18,000 ล้านบาท มั่นใจปี 2561 ผลประกอบการฟื้นตัวด้วยยอดขาย 20,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายรวมตั้งเป้าที่ 12,000 ล้านบาท นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) (LPN)  เปิดเผยว่า ในปี 2560 เป็นปีแรกที่ LPN และบริษัทในเครือได้จัดทัพธุรกิจครั้งใหญ่ก้าวสู่ “บริบทใหม่แห่งความยั่งยืน” ด้วยการแบ่งกลุ่ม 2 ธุรกิจ กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) และบริการ (Service Provider) และได้กำหนดให้เป็น “ปีแห่งการปรับเปลี่ยน” หรือ “YEAR OF SHIFT” ได้ปรับกลุ่มเป้าหมายจากกลางถึงกลาง-ล่างเป็นกลางถึงกลาง-บน พร้อมกับกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ระยะสั้นเพื่อระบายสินค้าพร้อมอยู่ (Inventory) โดยบริษัทได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว คือ ในปี 2560 บริษัทสามารถระบายสินค้าพร้อมอยู่ (Inventory) ได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท หรือประมาณ 50 % ของมูลค่าสินค้าพร้อมอยู่ทั้งหมด ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 1,062 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการด้านรายได้นั้น ยังคงมาจากกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ที่ดำเนินงานผ่าน 2 บริษัทคือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) และบริษัท พรสันติ จำกัด (PST) ซึ่งหลังจากที่ LPN ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการเน้นกลุ่มเป้าหมายจากกลางถึงกลาง-ล่าง เป็นกลางถึงกลาง-บน และได้ทยอยเปิดตัวโครงการในกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวตลอดปี 2560 ทั้งสิ้น 10 โครงการ มูลค่าการขายรวมประมาณ 14,000 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมียอดขายจาก 8,700 ล้าน ในปี 2559 เป็นประมาณ 16,000 ล้านบาท ในปี 2560 ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 90% หรือเกือบเท่าตัว ส่วนรายได้นั้นอยู่ที่ 9,655  ล้านบาท นายจรัญ เกษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรสันติ จำกัด ส่วนบริษัท พรสันติ จำกัด (PST) นั้นผลประกอบการมีรายได้มาเติมเต็มรายได้จากการพัฒนาอาคารชุดเพื่อขายได้ในเกณฑ์ที่ดี โดยในปีที่ผ่านมา พรสันติได้เปิดตัวโครงการใหม่ รวม 5 โครงการ มูลค่าการขายรวม  2,450 ล้านบาท สามารถทำยอดขายได้1,750 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 1,000 ล้านบาท เติบโต 27% และ 18% (ตามลำดับ)  เมื่อเทียบกับปี 2559 ขณะที่กลุ่มธุรกิจบริการ ที่ดำเนินธุรกิจผ่าน 3 บริษัท ดังนี้ บริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด (LPC), บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) และ บริษัท ลุมพินี โปรเจค มาเนจเมนท์ เซอร์วิส จำกัด (LPS) ได้รับความเชื่อมั่นและเริ่มให้บริการสู่องค์กรภายนอกหลายแห่ง รายได้เติบโต 10% คิดเป็นมูลค่ารวม 970 ล้านบาท ผลจากการปรับเปลี่ยนในปีที่ผ่านมาทำให้เห็นภาพการฟื้นตัวที่เด่นชัดในปี 2561 ที่กำหนดเป็นปี “Year of Change : ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ทั้งกลยุทธ์การเพิ่มรายได้ที่เน้นขยายฐานรายได้จากธุรกิจหลักธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และการเพิ่มทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะกรรมการ เปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารที่ดึงคนนอกเข้ามาเสริมทีมให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาระบบ IT เพื่อรองรับธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง และ การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ (Rebranding) เพื่อรองรับแผนการเติบโตของ LPN และบริษัทในเครือในช่วง 3 ปี (ปี2561-2563)  ผ่าน  2 กลุ่มธุรกิจหลักคือ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มธุรกิจบริการ โดยวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 35 - 40% และรายได้จากกลุ่มธุรกิจบริการเติบโตยู่ที่ 20% นางสาวสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด ในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นประเภทอาคารชุดพักอาศัย 17,000 ล้านบาท และประเภทบ้าน  3,000  ล้านบาท ขณะที่เป้ารายได้จากการขายอยู่ที่ 12,000  ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุดพักอาศัย 10,500 ล้านบาท และ   ประเภทบ้าน 1,500 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังกำหนดเป้าหมายจากการเปิดตัวโครงการใหม่ไว้ที่ 18,000 ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุดพักอาศัย 15,000 ล้านบาท และประเภทบ้าน 3,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ในปี 2561 ในมืออยู่ประมาณ 5,900 ล้านบาท คิดเป็น 50 % ของเป้ารายได้รวม ณ สิ้นปี 2560 มียอดแบล็กล็อก รวมมูลค่า 7,400 ล้านบาท ขณะที่บริษัท พรสันติ จำกัด นั้นในปี 2561 เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 1 โครงการ รวมมูลค่าการขายประมาณ 850 ล้านบาท และได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2,000 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายรายได้อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท พร้อมกันนี้นายโอภาส ยังได้กล่าวในตอนท้ายว่า บริษัทเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในปี 2561 นี้ จะเป็นแนวทางสู่การเติบโตที่ยั่งยืนของบริษัทต่อไปในอนาคต สำหรับการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ LPN ได้ว่าจ้างบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์และชื่อเสียงอย่างยาวนานในวงการ ซึ่งคาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนของบริษัทได้ในครึ่งปีหลังของปี 2561 นี้
บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2 จัดอีเวนท์ “ย้อนวันวาน คนรักหนังกลางแปลง” สร้างสัมพันธ์บ้านน่าอยู่

บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2 จัดอีเวนท์ “ย้อนวันวาน คนรักหนังกลางแปลง” สร้างสัมพันธ์บ้านน่าอยู่

  เคยรู้สึกไหม... เวลาดูหนังกับคนที่เรารัก หนังเรื่องนั้นจะยิ่งสนุกมากขึ้น และเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน “บ้านลุมพินี” ในเครือ L.P.N. DEVELOPMENT GROUP จัดงาน “ย้อนวันวาน คนรักหนังกลางแปลง” โดยเริ่มต้นความสุขที่ “บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2” ของ “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่”  ตามแนวทาง “บ้านดี สิ่งแวดล้อมดี ดูแลดี ผู้คนดี” ด้วยการเติมเต็มช่วงเวลาดีๆ สื่อถึงวัฒนธรรม “ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน” พร้อมชวนเจ้าของบ้านร่วมโหวตหนังที่ชอบผ่าน LINE ก่อนเปิดสวนฉายหนังกลางแปลง “พรจากฟ้า”โดยลุมพินี โปรดักชั่น สร้างความประทับใจให้กับหลายครอบครัวที่มาปูเสื่อนั่งชมในงาน ทั้งยังจำลองบรรยากาศวันวานกับอาหารยอดนิยมที่พิเศษเฉพาะงานดูหนังกลางแปลงเท่านั้น อย่างอ้อยควั่น  ข้าวเกรียบว่าว  น้ำแข็งไส เป็นต้น     เชื่อว่าความสุขท่ามกลางบรรยากาศย้อนวันวานกับคนรักหนังกลางแปลง จะเป็นการเริ่มต้นเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ทุกคนสัมผัสถึงความสุขที่แท้จริงของการอยู่อาศัยได้  และในโอกาสต่อไป “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” จะยังคงจัดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมบันทึกความสุข ความทรงจำดีๆ เหล่านี้ไปด้วยกัน
Lumpini Place Rama 3- Riverine โอบล้อมด้วยธรรมชาติกับสายน้ำ

Lumpini Place Rama 3- Riverine โอบล้อมด้วยธรรมชาติกับสายน้ำ

ท่ามกลางความศิวิไลซ์ของกรุงเทพมหานครอันแฝงไปด้วยความแออัดวุ่นวายของผู้คน และอาคารสูงใหญ่มากมายตามแบบฉบับเมืองหลวงของประเทศ มีแม่น้ำเจ้าพระยาอันทรงเสน่ห์ไหลมาจากแหล่งต้นน้ำทางภาคเหนือผ่านใจกลางเมือง ลงสู่อ่าวไทย เจ้าพระยาจึงเป็นหัวใจสำคัญของกรุงเทพฯ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เปรียบเสมือนช่องว่างให้เราได้มีพื้นที่พักหายใจ ซึ่งใครหลายคนก็ย่อมที่จะอยากมีพื้นที่ส่วนตัวบรรยากาศดี สามารถเปิดระเบียงห้องของตัวเองออกมายืนรับลม พร้อมชมวิวโค้งแม่น้ำสวยๆ ในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน   Lumpini Place Rama 3- Riverine คอนโดมิเนียมที่สามารถมอบความสงบส่วนตัวบนวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมใกล้พื้นที่ปอดของคนกรุงเทพฯ อย่างบางกระเจ้า ในขณะเดียวกันก็ยังอยู่ในช่วงถนนที่มีความสำคัญในการเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างสะดวกทั้งเข้าไปในใจกลางเมือง และออกแถบชานเมือง   ภาพรวมโครงการ   คอนโดมิเนียม High Rise 35 ชั้น 1 อาคาร ตัวล่าสุดจาก LPN ภายใต้แนวคิด "Embrace of the River" โอบล้อมด้วยอ้อมกอดแห่งสายน้ำ บนพื้นที่ 3 ไร่เศษ เน้นความเงียบสงบเป็นส่วนตัวด้วยพื้นที่สีเขียวหลายจุดตั้งแต่พื้นที่โดยรอบของชั้นกราว พื้นที่ฝั่งทิศตะวันออกชั้น 6 สระว่ายน้ำที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำรอบด้านบนชั้น 27 ฟิตเนสชั้น 29 และพื้นที่ Roof Top Graden พร้อมด้วยวิวจากธรรมชาติภายนอกทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา และบางกระเจ้า ห้องพักอาศัยทั้งหมด 719 ยูนิต ตั้งแต่ชั้น 6-35 ขนาด 24-51.50 ตร.ม. ถือว่าจำนวนยูนิตยังไม่มากจนเกินไป ยูนิตที่หันหน้าออกทางทิศตะวันออกจะได้วิวของแม่น้ำเจ้าพระยารวมถึงบางกระเจ้า ส่วนยูนิตที่หันหน้าออกทางทิศตะวันตกจะได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นกัน แต่จะได้วิวเมืองกับวิวสะพานภูมิพลด้วย ซึ่งรอบโครงการจะไม่โดนวิวบล็อก และด้วยความที่โครงการตั้งอยู่ติดกับสะพานภูมิพลทำให้ระยะมีความสูงที่พ้นจากระดับเดียวกันกับสะพานจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 9 เพราะฉะนั้นใครที่จะเลือกอยู่ห้องทางฝั่งทิศตะวันตกแนะนำให้เลือกตั้งแต่ชั้น 10 ขึ้นไปค่ะ วิวที่ได้ก็จะมีมุมที่เปิดโล่งกว่า ภายในอาคารมีจำนวนลิฟท์โดยสาร 4 ตัว บันไดหนีไฟ 3 จุด ช่วงปลายทั้งสองด้านของอาคาร กับตรงกลางอาคาร ทำเล Lumpini Place Rama 3- Riverine ตั้งอยู่ริมถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ฝั่งขาออก ข้างสะพานภูมิพล 1 ตัวอาคารมีระยะร่นจากถนนประมาณ 55 เมตร ตรงนี้ทำให้ลดเสียงรบกวนของรถบนท้องถนนลงได้ แต่ด้วยทำเลที่ตั้งของถนนวงแหวนอุตสาหกรรมที่ไม่มีรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่าน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวมากกว่า แต่หากจะเดินทางด้วยรถประจำทาง แนะนำให้ใช้บริการ BRT สถานีวัดปริวาส ทางออกที่ 2 แล้วนั่งรถต่อเข้ามาที่โครงการ โดยต้องกลับรถใต้สะพานภูมิพล หรือ BRT สถานีวัดด่าน ทางออกที่ 2 แล้วเดินย้อนไปตามถนนพระราม 3 ประมาณ 600 เมตร และเข้าสู่ถนนวงแหวนอุตสาหกรรมอีก 600 เมตรก็จะพบโครงการ ข้อดีคือความเงียบสงบเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง เมื่อการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด สิ่งสำคัญที่ตามมานั่นคือทางด่วน ซึ่งโครงการนี้อยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลง ทางด่วนอยู่หลายจุด หลายเส้นทางด้วยกัน ได้แก่ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านสาธุประดิษฐ์ ทางพิเศษศรีรัช ด่านพระราม 3 และใกล้ที่สุด คือ สะพานภูมิพลที่สามารถไปได้ทั้งถนนปู่เจ้าสมิงพราย สามารถเชื่อมต่อเข้าถนนกาญจนาภิเษก สู่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก และไปถนนสุขสวัสดิ์ สู่กรุงเทพฯ โซนตะวันตก ถือว่าเป็นทำเลที่สามารถเดินทางออกนอกเมืองได้ง่ายมาก และเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างสีลม-สาทร ก็ไม่ไกล สิ่งอำนวยความสะดวกที่ใกล้ที่สุด และสามารถเดินทางไปได้สะดวก หลักๆ ก็จะอยู่บนถนนพระราม 3 ถนนพระราม 4 และเข้าไปในเมืองย่านสาทร เช่น Int Intersect, โฮมโปร, เซ็นทรัลพระราม 3, โลตัส, The Up, Tree on 3,  โรงเรียนเจ้าพระยาวิทยาคม,  โรงเรียนพระแม่มารีสาธุประดิษฐ์, โรงเรียนสารสาสน์พัฒนา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติสาทรใหม่, โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์, โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ในระยะไม่เกิน 6-7 กิโลเมตร ชมห้องตัวอย่าง ภายใน Sale Gallery จะมีห้องตัวอย่างทั้งหมด 3 ห้องด้วยกันค่ะ เป็นห้อง Studio 24 ตร.ม. ห้อง 1 Bed 28 ตร.ม. และห้อง 2 Bed 35 ตร.ม. การเดินทางมาที่โครงการ หากใช้รถยนต์ส่วนบุคคลจะง่ายมากค่ะ โดยเรามาจากสี่แยกพระราม 4 แล้วเข้าสู่ถนนพระราม 3 จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ขับชิดซ้ายมาเรื่อยๆ จนเลยทางขึ้นสะพานภูมิพลก็จะพบกับ Sale Gallery อยู่ทางซ้ายมือ อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับตัวโครงการที่จะสร้างเลยค่ะ ดูจากโมเดลแล้วเป็นโครงการ LPN อีกตัวหนึ่งที่ออกแบบมาได้ดูโมเดิร์น สวยงามดีค่ะ ทางเข้าโครงการอยู่ติดริมถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ใช้ระบบ Keycard Access ชั้น 1-5 เป็นพื้นที่จอดรถ พื้นที่ชั้น 6 เป็นยูนิตพักอาศัยชั้นแรก และยังมีพื้นที่ Green Togetherness Area อยู่ทางทิศตะวันออกเห็นวิวบางกระเจ้า ชั้น 28 เป็นสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge ให้ได้ว่ายน้ำพร้อมมองเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาสวยๆ ส่วนชั้น Roof Top บนสุดของอาคารก็จัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวอีกเช่นกัน เรามาเริ่มชมห้องตัวอย่างไล่จากห้อง Studio ขนาด 24 ตร.ม. เปิดเข้ามาจะพบกับเลย์เอาท์ที่จัดวางเอาไว้ดีทีเดียวค่ะ ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง ไม่คับแคบเลย ความสูงของห้อง 2.6 เมตร พื้นปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟแบบดาวน์ไลท์ ซึ่งทางโครงการจะให้เคาน์เตอร์ครัว กับสุขภัณฑ์ในห้องน้ำมาเท่านั้นนะคะ ขวามือของห้องจะพบกับเคาน์เตอร์ครัวที่ทางโครงการให้มาด้วย พร้อมบุกระเบื้องเซรามิคตรงผนังครัว ลึกเข้ามาในห้องจะเป็นโซนสำหรับวางเตียงเชื่อมต่อกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นทางด้านซ้าย ซึ่งสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต โดยยังมีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าได้ ห้องน้ำจะอยู่ทางขวามือหลังเคาน์เตอร์ครัว มีพื้นที่ทางเดินข้างเตียงทั้งสองด้าน หน้าต่างใช้แบบบานกระทุ้งขอบอลูมิเนียม เราเข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อค่ะ ภายในห้องน้ำปูพื้น และผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทา แยกส่วนเปียก-แห้ง กั้นด้วยฉากกั้นกระจกแบบบานเลื่อนที่ทางโครงการให้มาแบบนี้ทั้งหมดค่ะ สุขภัณฑ์ใช้แบรนด์ American Standard สายชำระทางขวามือของผู้ใช้ ราวแขวนผ้าด้านบนชักโครก อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังจากแบรนด์ Charmer พร้อมกระจกสี่เหลี่ยมทรงสูง โซนเปียกกั้นด้วยกระจกบานเลื่อน โซนห้องนั่งเล่นด้านปลายเตียงสามารถวางโซฟาขนาด 3 คนนั่งได้ แล้วยังมีพื้นที่ให้เดินเข้าไปโซนเตียงด้านหลังได้ ระเบียงห้องด้านข้างโซฟากั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียม ด้านนอกมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า ราวกันตกใช้แบบเหล็กโปร่งทาสีเทา Condensing Unit แขวนอยู่ด้านบนเพดาน หันหน้าออกด้านนอก ต่อไปห้องตัวอย่างแบบ 1 Bed ขนาด 28 ตร.ม. เป็นแบบห้องที่มีมากที่สุดในโครงการประมาณ 60% เลย์เอาท์เหมือนกับห้องแบบ Studio แต่มีการกั้นห้องนอนเพิ่มมาให้เพื่อความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น ด้านขวาของห้องเป็นส่วนครัวเปิด เคาน์เตอร์ครัวพร้อมบุกระเบื้องเซรามิคตรงผนังส่วนครัวแบบเดียวกันกับห้อง Studio ใช้โทนสีขาวดูสะอาดตาดีค่ะ ส่วนด้านซ้ายตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวจะมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น เชื่อมต่อไปยังห้องนั่งเล่นด้านใน พื้นที่ห้องนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 คนได้ พร้อมเคาน์เตอร์วางทีวีขนาดเล็ก ด้านข้างโซฟาเป็นระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ระเบียงสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ ราวกันตกแบบเหล็กโปร่ง และ Condensing Unit แขวนอยู่บนเพดานหันหน้าออกนอกอาคาร เข้าไปดูในห้องนอนโซนขวามือของห้องกันบ้างค่ะ ขวามือหลังประตูเป็นห้องน้ำ ส่วนด้านซ้ายเป็นพื้นที่ห้องนอน กลางห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต มีพื้นที่เหลือด้านขวามือสำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้ ซึ่งแบบที่ทางโครงการ Built in มาให้เห็นนี้ เราสามารถจัดให้คล้ายกับ Walk in closet เล็กๆ ได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้อีก ข้างเตียงเป็นหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดใหญ่ แต่สามารถเปิดออกได้ช่องเดียว เข้าไปดูภายในห้องน้ำกันค่ะ พื้นห้องน้ำ และผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทา ด้านซ้ายมือเป็นโซนเปียก ส่วนแห้งเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนแบรนด์ Charmer พร้อมกระจกติดผนัง สุขภัณฑ์ American Standard สายชำระทางขวามือของผู้ใช้ ราวแขวนผ้าด้านบน ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ห้องตัวอย่างสุดท้ายแล้วค่ะ แบบ 2 Bed 35 ตร.ม. เรามาดูกันที่โซนแรกของห้องทางขวามือกันก่อนค่ะ พื้นที่ตรงนี้สำหรับจัดเป็นโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่ง หรือเราจะ Built in ทำเป็นตู้เก็บรองเท้า ตู้เก็บของก็ได้นะคะ ตรงนี้จะได้พื้นที่สำหรับเก็บของเพิ่มขึ้นเยอะเลย เข้าไปที่ห้องแรกค่ะ ห้องนี้เราสามารถทำเป็นห้องนอนเล็กแล้ววางเตียงขนาด 3.5 ฟุต ได้ พร้อมพื้นที่วางตู้เสื้อผ้า หรือจะทำเป็นห้องทำงานแบบนี้ก็ได้นะคะ ออกมาดูพื้นที่กลางของห้องค่ะ ซ้ายมือด้านที่ติดกับผนังหน้าห้อง เป็นส่วนครัวเปิดมาพร้อมเคาน์เตอร์ครัว บุกระเบื้องเซรามิคตรงเคาน์เตอร์เช่นเดิมค่ะ ถัดจากครัวเปิดเป็นห้องน้ำ ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งห้อง แยกส่วนเปียก-แห้ง ออกมาดูที่ส่วนห้องนั่งเล่นกันค่ะ ตรงนี้สามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ได้พอดีกับผนัง ข้างโซฟาเป็นระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน สุดท้ายที่ห้อง Master Bedroom ค่ะ ห้องนี้สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ โดยมีทางเดินเหลือทั้งสองข้าง ข้างเตียงมีหน้าต่างบานกระทุ้ง สามารถเปิดออกได้ 1 บาน อีกฝั่งของเตียงสามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าขนาดเล็กพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้   โดยรวมแล้วโครงการ Lumpini Place Rama 3- Riverine ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวค่ะ เพราะเสน่ห์ของถนนพระราม 3 คือ การเป็นถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นเหมือนจุดกึ่งกลางระหว่างใจกลางเมืองไปสู่ชานเมือง ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนสายสำคัญ ส่วนถนนวงแหวนอุตสาหกรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำเรื่องของการเป็นถนนแห่งการเชื่อมต่อจากทั้งใจกลางเมือง โซนตะวันออก และโซนตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันให้เดินทางได้อย่างง่ายดาย   ข้อดีของโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ช่วงโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา คือ จะเปิดมุมมองจากห้องพักอาศัยให้ได้เห็นวิวได้กว้าง เห็นวิวได้หลายทิศทางมากขึ้น และแน่นอนว่ายิ่งโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี วิวสวย ก็จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้มีราคาสูงขึ้นไปอีก แต่สำหรับ Lumpini Place Rama 3- Riverine กลับมีราคาในระดับที่มนุษย์เงินเดือนสามารถเอื้อมถึง ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการนี้อยู่แล้ว ด้วยศักยภาพของทำเลพร้อมวิวสวยๆ แบบนี้ ถือว่าราคาเริ่มต้นมาได้อย่างน่าสนใจมาก และเชื่อว่า Lumpini Place Rama 3- Riverine จะมอบพื้นที่ส่วนตัวอันแสนลงตัวให้ชีวิตได้มีมุมสงบ สวยงาม เติมพลังให้ตัวเองได้ในทุกๆ วัน
บ้านลุมพินี ชวนเป็นเจ้าของทาวน์โฮมออฟฟิศ 
จอง-โอนวันนี้ รับส่วนลดสูงสุดเป็นล้าน

บ้านลุมพินี ชวนเป็นเจ้าของทาวน์โฮมออฟฟิศ 
จอง-โอนวันนี้ รับส่วนลดสูงสุดเป็นล้าน

“บ้านลุมพินี” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการแนวราบในเครือ L.P.N. DEVELOPMENT GROUP ภายใต้แนวคิด “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” ในแนวทาง “บ้านดี สิ่งแวดล้อมดี ดูแลดี ผู้คนดี” ชวนเป็นเจ้าของทาวน์โฮมออฟฟิศโครงการลุมพินี ทาวน์ เรสซิเดนซ์ บางนา-ศรีนครินทร์ พิเศษ 4 หลังสุดท้าย ขนาด 4 ชั้น 1 หลัง ราคาเริ่ม 12.5 ล้านบาท และขนาด 3 ชั้น 3 หลัง ราคาเริ่ม 8.74 ล้านบาท เพียงจองและโอนกรรมสิทธิ์ภายในสิ้นปีนี้ รับส่วนลดสูงสุด 1 ล้านบาท โครงการลุมพินี ทาวน์เรสซิเดนซ์ บางนา-ศรีนครินทร์ มีการออกแบบในสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่ายและลงตัว ด้วยการใช้กระจกทั้งหมดเพื่อให้สามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ และคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยสูงสุด สำหรับทาวน์โฮมออฟฟิศ ขนาด 4 ชั้น ออกแบบพื้นที่โถงให้มีความสูงจากพื้นถึงเพดาน 6 เมตร โดยชั้น 1 และชั้น 2 ปูพื้นกระเบื้องรองรับการใช้งานแบบสำนักงาน ส่วนขนาด 3 ชั้น ทุกห้องนอนสามารถปรับรูปแบบได้ตามสัดส่วนการใช้งาน เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์คนเมือง บนทำเลศักยภาพ ใกล้สาธารณูปโภคมากมาย พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยภายในโครงการ รวมทั้งการบริหารจัดการที่ดีจากทีมบริหารงานมืออาชีพจากบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888 , www.lpn.co.th และ Facebook : Baan Lumpini
LPN ส่งแบรนด์ “พาร์ค” ปักหมุดพหล 32 “Back to Nature” ชีวิตสบายๆ ภายในสวนใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว เริ่ม 3 ลบ. จอง 30 ก.ย.นี้ ลดสูงสุด 2 แสนบาท

LPN ส่งแบรนด์ “พาร์ค” ปักหมุดพหล 32 “Back to Nature” ชีวิตสบายๆ ภายในสวนใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว เริ่ม 3 ลบ. จอง 30 ก.ย.นี้ ลดสูงสุด 2 แสนบาท

LPN ส่ง “ลุมพินี พาร์ค พหล 32” เนรมิตสวนสีเขียวไว้กลางกรุงกับคอนเซ็ปต์ “Back to Nature” พบความสบาย เป็นส่วนตัว เพียง 546 ยูนิต เติมความสดชื่นด้วยสวนหน้าโครงการและอาคารจอดรถปกคลุมด้วยความเขียวขจีของต้นไม้ (Green Wall) Fitness Zone และสระว่ายน้ำบนชั้น 24 ที่ไร้ขอบเขตแห่งจินตนาการ เชื่อยังมีดีมานค์จากศักยภาพทำเล เช่น รถไฟฟ้าสายสีเขียว ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ สถานศึกษา สถานที่ราชการ การันตี “ชุมชนน่าอยู่สำหรับคนทุกวัย” คุณภาพการบริหารหลังการขาย เริ่ม 3 ลบ. เปิดจอง 30 ก.ย.นี้ “ลุมพินี พาร์ค พหล 32” : นางสาวเสาวณี อังกูรพิพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารการขาย บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) กล่าวว่า “ในวันเสาร์ที่ 30 กันยายนนี้ บริษัทจะทำการเปิดขายโครงการใหม่ คือ ลุมพินี พาร์ค พหล 32  โครงการส่วนต่อขยาย (Expand Project) ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการแรกในย่านนี้ คือ ลุมพินี เพลส รัชโยธิน ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่วัยทำงานในทำเลกลางเมืองที่สะดวกสบายด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะซึ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวห่างจากหน้าโครงการเพียง 300 เมตร ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มลูกค้าให้ความสนใจจองซื้อผ่านจากการลงทะเบียนจองล่วงหน้า (Wating List) แล้วกว่า 200 ราย ซึ่งเป็นฐานกลุ่มลูกค้าเดิมจากโครงการเดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น. “ลุมพินี พาร์ค พหล 32” เป็นโครงการน้องใหม่ที่บริษัทตั้งใจนำแบรนด์ “พาร์ค” มาพัฒนาภายใต้แนวคิด “Back to Nature” เสมือนยกสวนไว้กลางกรุงอันร่มรื่นด้วยสีเขียว โดยบริษัทยังเติมเต็มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ (Product Value) ได้แก่ Fitness Zone และ Infinity Edge Pool สระว่ายน้ำที่ราวกับลอยฟ้าบนชั้น 24 ของอาคาร อันไร้ขอบเขตแห่งจินตนาการให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับผืนน้ำ ผืนฟ้า และทิวทัศน์กว้างไกลสุดตา Green Wall อาคารจอดรถที่ปกคลุมด้วยความเขียวขจีของต้นไม้ ช่วยลดแสงสะท้อน ลดความร้อน เพิ่มความสดชื่น สบายตา ให้อยู่รอบตัว Co-Living Zone รองรับกิจกรรมที่แตกต่าง สำหรับสมาชิกทุกวัยในครอบครัว พื้นที่แห่งการก่อเกิดมิตรภาพ ทั้งยังตอบโจทย์แห่งการอยู่อาศัยด้วยห้องพักที่มีให้เลือกทั้งแบบ Studio, ขนาด 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอนที่ออกแบบอย่างทันสมัย ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน พร้อมเชื่อมั่นการบริหารงานขายหลังการเข้าพักอาศัยภายใต้การดูแลของนิติบุคคลอาคารชุดตามแนวคิด “ชุมชนน่าอยู่สำหรับคนทุกวัย” คุณค่างานบริการ (Service Value) ที่ LPN มอบแก่ลูกค้ากว่า 28 ปีที่ผ่านมา “พหลโยธิน” คือ ทำเลที่ตอบสนองทุกมิติแห่งการใช้ชีวิต เมื่อย้อนกลับไปกว่า 80 ปีก่อน “พหลโยธิน” หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เกิดขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครกับภาคเหนือของประเทศไทยเข้าด้วยกันและทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นย่านพักอาศัยที่ได้รับความนิยมเรื่อยมา โดยเสน่ห์ของย่านพหลโยธิน คือ การแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายพร้อมสำหรับการใช้ชีวิต การเดินทางที่เชื่อมโยงสู่ทุกทิศทางอย่างกว้างไกล ซึ่งจะง่ายดายและรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะเปิดให้บริการในอนาคต โดยมีสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทำเลนี้มีศักยภาพมากขึ้น สำหรับแหล่ง Hang Out สำคัญของคนรุ่นใหม่ในย่านนี้จะตั้งอยู่บริเวณ Major รัชโยธิน และในซอยพหลโยธิน 32 หรือ ซอยเสนานิคม 1 ในอนาคตคาดว่าทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ จะกลายเป็นทำเลทองสุดฮอตเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยที่มีความสะดวกสบายทั้งด้านการคมนาคมขนส่ง ด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการต่างๆ “ลุมพินี พาร์ค พหล 32” มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท มีจำนวนห้องชุด 546 ยูนิต ซึ่งตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้พักอาศัยเป็นอย่างมาก บนเนื้อที่โครงการ 4 ไร่เศษ จำนวน 1 อาคาร สูง 30 ชั้น ราคาขายเริ่มต้น 3 ล้านบาท และเฉลี่ยราคาขายต่อตร.ม.ละ 135,000 บาท หรือ เริ่มต้น 3 ล้านบาท พิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อวันงานเปิดตัว วันเสาร์ที่ 30 กันยายนนี้ รับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท สำหรับขนาด 2 ห้องนอน และส่วนลด 100,000 บาท สำหรับห้อง Studio และ 1 ห้องนอน โครงการประกอบด้วยรูปแบบห้องชุด 24.00 - 46.50 ตร.ม. สร้างเสร็จประมาณ ปี 2562 สำหรับแผนขายโครงการ    ไตรมาส 4 LPN มีแผนเปิดตัวอีก 2 โครงการใหม่ในย่านสาธุประดิษฐ์และวงแหวน พระราม 3” นางสาวเสาวณีกล่าวทิ้งท้าย
ส่องทำเลทอง น้องใหม่ สุดฮอต ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ

ส่องทำเลทอง น้องใหม่ สุดฮอต ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ

สถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดระดับบน (หรือ 3 ล้านบาทขึ้นไป) ที่เรียกได้ว่าเปิดมาเท่าไหร่ก็ขายได้ และทำเลหนึ่งที่เป็นกระแสร้อนแรงอย่างมากในขณะนี้คือ ทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ จากการสำรวจข้อมูลของสำนักวิจัย LPN เผยถึงภาพรวมตลาดในทำเลนี้มีคอนโดมิเนียมขาย 19 โครงการ ประมาณ 7,000 ยูนิต ราคาเฉลี่ย 90,000 บาท/ตารางเมตร มียอดขายไปแล้วกว่า 90% เมื่อพิจารณาโครงการใหม่ปีที่เปิดตัวปี 60 มี 12 โครงการ 4,600 ยูนิต มียอดขายไปแล้วกว่า 65% เป็นทำเลที่มีการเปิดโครงการใหม่มากเป็นอันดับต้นๆ และยังมีแนวโน้มว่าจะมีโครงการใหม่เปิดตัวเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ประมาณ 2,000 ยูนิต ส่งผลให้ทำเลนี้ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการเองมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ต่างก็ดึงจุดแข็งของตนเองมาสร้างจุดขายให้กับโครงการ ในทางกลับกันก็ถือเป็นโอกาสทองของผู้บริโภคเช่นเดียวกัน ทั้งนี้การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย(หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ที่ก่อสร้างไปแล้วกว่า 40% ซึ่งมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในขณะเดียวกันราคาที่ดินก็สูงปรับตัวขึ้นมาก โดยเฉพาะแปลงที่ดินติดถนนพหลโยธิน ช่วงห้าแยกลาดพร้าว-แยกรัชโยธิน 650,000-950,000 บาท/ตารางวา ช่วงแยกรัชโยธิน-แยกเกษตร 500,000-750,000 บาท/ตารางวาซึ่งจะส่งผลต่อราคาขายคอนโดมิเนียมสูงมากขึ้นตามไปด้วย ล่าสุดราคาพุ่งขึ้นสูงถึง 140,000-150,000 บาท/ตารางเมตรเรียบร้อยแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงการคอนโดมิเนียมที่ตั้งใกล้สถานีรถไฟฟ้ามีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก และด้วยทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ มีความครบถ้วนไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต โดยมีสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงาน และแหล่ง Hang Out อีกจำนวนมาก เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทำเลนี้มีศักยภาพสูงมากขึ้น ยกตัวอย่างสถานที่สำคัญ ดังเช่น ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ Central ลาดพร้าว, Union Mall, Avenue รัชโยธิน และ Major รัชโยธิน มหาวิทยาลัยชื่อดัง ม.เกษตรศาสตร์, ม.ราชภัฏจันทรเกษม และม.ศรีปทุม เป็นต้น อาคารสำนักงานมากมายซึ่งเป็นแหล่งงานสำคัญของทำเลนี้ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ หรือ SCB PARK การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสำนักงานใหญ่ กรมป่าไม้ การทางพิเศษฯ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น สำหรับแหล่ง Hang Out สำคัญของคนรุ่นใหม่ในย่านนี้จะตั้งอยู่บริเวณ Major รัชโยธิน และในซอยพหลโยธินซอย 32 หรือ ซอยเสนานิคม 1 เช่น Wine Society, ร้านเสวนาพาเพลิน, ร้าน Meeting Point, ร้าน Café To All, ร้านJim Burger, ร้านTreat Café และอื่นๆอีกมากมาย ในอนาคตคาดว่าทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ จะกลายเป็นทำเลทองสุดฮอตเหมาะสำหรับสำหรับการอยู่อาศัย ที่มีความสะดวกสบายทั้งด้านการคมนาคมขนส่ง ด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการต่างๆ และนอกจากนี้ยังมีแปลงที่ดินรอการพัฒนาที่หลายแปลง เช่น แปลงที่ดินบางกอกโดม 48 ไร่ ที่เป็นการร่วมทุนกันของผู้ประกอบการรายใหญ่คาดว่าจะพัฒนาเป็นโครงการ Mix-Use ขนาดใหญ่ และแปลงสวนสนุกแดนเนรมิตเดิมที่ยังคงรออยู่ว่าผู้ประกอบการรายใดจะคว้าที่ดินผืนนี้ไปพัฒนา ซึ่งหากที่ดิน 2 แปลงนี้พัฒนาสมบูรณ์แบบจะช่วยเพิ่มศักยภาพของทำเลนี้ให้ดีมากขึ้นอีกต่อไปในอนาคต
The Selected เกษตร-งามวงศ์วาน by LPN – เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น.(PREVIEW)

The Selected เกษตร-งามวงศ์วาน by LPN – เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น.(PREVIEW)

The Selected เกษตร-งามวงศ์วาน by LPN  คอนโด High Rise 1 อาคาร สูง 20 ชั้น เชื่อมต่อทุกความสะดวก ผสานการออกแบบที่ลงตัว ทันสมัย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนรุ่นใหม่ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,590,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร    120,000 – 140,000 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ   บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด   High Rise 1 อาคาร สูง 20 ชั้น พื้นที่โครงการ   ประมาณ 2 ไร่เศษ (3 งาน 46 ตร.วา) จำนวนห้อง     307 ยูนิต ที่จอดรถ    121 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ที่ตั้งโครงการ   ถนนงามวงศ์วาน ระหว่างแยกเกษตรนวมินทร์ (มุ่งสู่ถนนวิภาวดี-รังสิต) และแยกบางเขน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานที่สำคัญใกล้เคียง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนสาธิตเกษตร โรงเรียนสารวิทยา มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลเปาโล เกษตร โรงพยาบาลนนทเวช BTS สายสีแดง BTS สายสีเขียว Supermarket ตลาดสด ลักษณะห้องและขนาดห้อง Standard ขนาด 24.0 ตารางเมตร 1 ห้องนอน ขนาด 28.0 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 2 เตียงนอน ขนาด 40.0 ตารางเมตร Standard ขนาด 24.0 ตารางเมตร 1 ห้องนอน ขนาด 28.0 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 2 เตียงนอน ขนาด 40.0 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องเรียนรู้ ลานเอนกประสงค์ ลานฟิตแอนด์เฟิร์ม สนามสตรีทบาส ที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนบนอาคาร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-561-1700 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.lpn.co.th/the-selected/kaset-ngamwongwan/  
“บ้านลุมพินี” ร่วมฉลอง 28 ปี LPN  ส่งบิ๊กแคมเปญ “ดีต่อใจ ให้เกินแสน แทนขอบคุณ”

“บ้านลุมพินี” ร่วมฉลอง 28 ปี LPN ส่งบิ๊กแคมเปญ “ดีต่อใจ ให้เกินแสน แทนขอบคุณ”

“บ้านลุมพินี” ร่วมฉลอง 28 ปี LPN  ส่งบิ๊กแคมเปญ “ดีต่อใจ ให้เกินแสน แทนขอบคุณ”             “บ้านลุมพินี” ในเครือ L.P.N. DEVELOPMENT GROUP ร่วมฉลองครบรอบ 28 ปี LPN ด้วยบิ๊กแคมเปญ “ดีต่อใจ ให้เกินแสน แทนขอบคุณ” มอบของขวัญเป็นส่วนลดสุดพิเศษมากมาย อาทิ แอร์ 3 ห้องนอน, ปั๊มน้ำ, แท็งก์น้ำ, ค่าธรรมเนียมโอน, ค่าส่วนกลาง 1 ปี, ค่าประกันมิเตอร์ไฟ,   ค่าประกันมิเตอร์น้ำ  พร้อมรับดับเบิ้ลโบนัสเงินคืนสูงสุดถึง 10%  ( Cash Back 10% )            นายจรัญ เกษร กรรมการผู้จัดการ ในเครือ L.P.N. DEVELOPMENT GROUP ผู้พัฒนา “บ้านลุมพินี” เปิดเผยว่าเนื่องในโอกาสครบรอบ 28 ปี LPN ในเดือน มิ.ย. นี้ “บ้านลุมพินี” จัดแคมเปญสุดคุ้ม ครั้งยิ่งใหญ่ ครั้งเดียวในรอบปีเพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าทุกท่าน โดยขอมอบของขวัญเป็นส่วนลด สุดพิเศษมากมาย อาทิ แอร์ 3 ห้องนอน, ปั๊มน้ำ, แท็งก์น้ำ, ค่าธรรมเนียมโอน, ค่าส่วนกลาง 1 ปี, ค่าประกันมิเตอร์ไฟ, ค่าประกันมิเตอร์น้ำ พร้อมรับดับเบิ้ลโบนัสเงินคืนสูงสุดถึง 10% ( Cash Back 10% ) โดยโครงการที่เข้าร่วมคือ ทาวน์โฮมพร้อมอยู่ บน 4 ทำเลคุณภาพ ราชพฤกษ์-นครอินทร์, แจ้งวัฒนะ-ติวานนท์,  เพิ่มสิน-วัชรพล, สุขสวัสดิ์-พระราม 2 เพียงจองและโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 30 มิ.ย. นี้เท่านั้น ด้วยการออกแบบบ้านสำหรับคนเมืองที่ต้องการความสงบ สวยงาม เรียบง่าย สิ่งแวดล้อมดี คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยสูงสุด สะดวกสบาย ลงตัว ครบทุกฟังก์ชันการอยู่อาศัย เดินทางสะดวก บนทำเลศักยภาพ  ใกล้สาธารณูปโภคมากมาย พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยภายในโครงการ รวมทั้งการบริหารจัดการที่ดีจากทีมบริหารงานมืออาชีพจากบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด ภายใต้แนวคิด “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” ในแนวทาง “บ้านดี สิ่งแวดล้อมดี ดูแลดี ผู้คนดี”
“เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น” เจาะกลุ่มนักศึกษา

“เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น” เจาะกลุ่มนักศึกษา

“เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น” เจาะกลุ่มนักศึกษา                      บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) ผู้พัฒนาอาคารชุดอาศัยภายใต้แบรนด์ “ลุมพินี” เตรียมพัฒนาคอนโดแบรนด์ใหม่ “เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น” มูลค่า 1,000 ล้านบาท บนทำเลทองถนนงามวงค์วาน ระหว่างแยกเกษตร-นวมินทร์และบางเขน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษรศาสตร์ หวังเจาะตลาดกลุ่มนักศึกษา ด้วยห้องชุดเป็นส่วนตัวเพียง 310  ยูนิต จำนวน 1 อาคาร สูง 20 ชั้น บนเนื้อที่ 2 ไร่เศษ พร้อมจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางตอบโจทย์สีสันความสุข สนุกสนานและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้พักอาศัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ WORK, HEALTH, PLAY สอดแทรกทุกส่วนอย่างกลมกลืน ภายในห้องชุดยังตอบโจทย์ New LPN Design ครบทุกอรรถประโยชน์ใช้สอยและยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของนักศึกษา ภายในโครงการโอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวกว่า 1,000 ตร.ม ทั้งยังนำแนวคิด LPN SMART ROOM มาผนวกในการใช้ชีวิตในยุคดิจิตอล ด้วยระบบการสั่งงานอัจฉริยะเปิด-ปิดไฟฟ้าในห้องชุดผ่านมือถือ Smart Phone เพื่ออำนวยความสะดวก ปลอดภัย ทันสมัยครบวงจร พร้อมเปิดขายวันเสาร์ที่ 24 มิ.ย.นี้ ขนาด 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888 สำนักงานขาย 02-561-1700 หรือ www.facebook.com/ Condo Lumpini ที่ตั้ง : ถนนงามวงศ์วานระหว่างแยกเกษตรนวมินทร์ (มุ่งสู่ถนนวิภาวดี-รังสิต) และแยกบางเขน ตรงข้าม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ห่างจากประตูงามวงศ์วาน 3 ประมาณ 250 เมตร ราคา : 3 ล้านบาทต้นๆ เนื้อที่โครงการ : ประมาณ 2 ไร่เศษ ลักษณะโครงการ : ผู้อาคารชุดพักอาศัยสูง 20 ชั้น 1 อาคาร ห้องชุดพักอาศัยรวม 310 ยูนิต (ชั้น 5 – ชั้น 20) รูปแบบห้องชุดขนาด 24.00 – 40.50 ตร.ม. ชั้นล่าง : ห้องเรียนรู้ (Learning zone)               สำนักงานนิติบุคคล (Juristic Person Office)               ลานเอนกประสงค์ (Co living area)               ลานฟิตแอนด์เฟิร์ม (Fit & Firm area)               สนามสตรีทบาส (Street Basketball)               ห้องเครื่อง               ที่จอดรถจักรยานยนต์ และที่จอดรถ ชั้น 2 – 4 : ห้องเครื่องและที่จอดรถ ชั้น 5 : สระว่ายน้ำไร้ขอบ (Infinity Edge Pool),             ฟิตเนสโซน (Fitness Zone) และห้องชุดพักอาศัย ชั้น 6 -18 : ห้องชุดพักอาศัย ชั้น 19 : สวนอินฟินิตี้ (Infinity garden) และห้องชุดพักอาศัย ชั้น 20 : ห้องชุดพักอาศัย ที่จอดรถ : ประมาณ 119 คัน (ไม่รวมที่จอดรถซ้อนคัน) โทรศัพท์ (สำนักงานขาย) : 02-561-1700 โทรสาร (สำนักงานขาย) : 02-561-1701 กำหนดเริ่มก่อสร้าง : ตุลาคม 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จ : กันยายน 2561    
ส่องศักยภาพทำเล “The Selected Kaset-Ngamwongwan By LPN”

ส่องศักยภาพทำเล “The Selected Kaset-Ngamwongwan By LPN”

ส่องศักยภาพทำเล “The Selected Kaset-Ngamwongwan By LPN”   สถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียม : รถไฟฟ้าคืบหน้า-ราคาที่ดินพุ่ง-คอนโดราคาสูง สำนักวิจัย LPN เผยข้อมูลโครงการคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในปี 2560 ทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-แยกเกษตร-นวมินทร์ มี 3 โครงการ ประมาณ 1,300 ยูนิต มียอดขาย ณ วันเปิดตัว 55% สูงเป็นอันดับที่ 3 จากภาพรวมยอดขายทั้งหมดตามทำเลต่างๆในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ราคาเฉลี่ย 68,000 บ./ตร.ม. (1.85 ลบ.) โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาคารสูง 8 ชั้น ที่ตั้งไม่ติดถนนสายหลัก หรือใกล้สถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย หากพิจารณาภาพรวม Supplyทั้งหมดในทำเลนี้ มี 22 โครงการ 13,000 ยูนิต มี Demand ดูดซับไปแล้วกว่า 90% ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 80,000บาทต่อตารางเมตร และในอนาคตจะมี Supply ใหม่จากผู้ประกอบการรายใหญ่เตรียมเข้าตลาดอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณถนนพหลโยธินช่วงห้าแยกลาดพร้าว-แยกรัชโยธิน ราคาเฉลี่ย 140,000 บ./ตร.ม. โดยสาเหตุหลักมาจากความคืบหน้างานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย(หมอชิต-คูคต) ประมาณ 20% และคาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการได้ในปี 2563 ประกอบกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง(บางซื่อ-รังสิต) ที่วิ่งคู่ขนานไปกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย(หมอชิต-คูคต) ก็มีความคืบหน้างานก่อสร้างไปมากแล้วเช่นกันประมาณ 55% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดผู้ประกอบการนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายใหญ่และรายย่อยเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมกันเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันราคาที่ดินก็สูงขึ้นมาก โดยเฉพาะแปลงที่ดินติดถนนพหลโยธิน ช่วงห้าแยกลาดพร้าว-แยกรัชโยธิน 600,000-950,000 บ./ตร.ว. ช่วงแยกรัชโยธิน-แยกเกษตร 500,000-650,000 บ./ตร.ว. นั่นคือต้นทุนสำคัญในการพัฒนาโครงการคอนโดฯ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาขายคอนโดมิเนียมสูงมากขึ้นตามไปด้วย ในอนาคตในทำเลนี้คงจะหาคอนโดมิเนียมราคา 1-3 ลบ. ได้ยากมากขึ้น อาจจะต้องขยับขยายไปทางถนนงามวงศ์วาน และถนนเกษตร-นวมินทร์ เพื่อให้ราคาขยับลงมาและวัยเริ่มต้นทำงานสามารถจับต้องได้   ศักยภาพทำเล : รถไฟฟ้า 2 สาย ศูนย์การค้า 3 แห่ง และ 4 มหาวิทยาลัยดัง             จุดเด่นของทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-แยกเกษตร-นวมินทร์ นอกจากโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย 2สาย คือสายสีเขียว(หมอชิต-คูคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดง(บางซื่อ-รังสิต) ที่สร้างความน่าสนใจให้ย่านนี้แล้วนั้น ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างมากมายที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของทำเลนี้ให้มีความน่าอยู่อาศัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 3 แห่ง Central ลาดพร้าว, Union Mall และ Major รัชโยธิน และรายล้อมไปด้วยมหาวิทยาลัยชื่อดัง 4แห่ง ม.ราชภัฏจันทรเกษม, ม.เกษตรศาสตร์, ม.ศรีปทุม และม.ธุรกิจบัณฑิต ประกอบกับอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งงานสำคัญของทำเลนี้ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ หรือ SCB PARK การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสำนักงานใหญ่ กรมป่าไม้ การทางพิเศษฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และกรมยุทธโยธา
บ้านลุมพินี จัดหนักจัดเต็ม บ้านพร้อมอยู่ โปรโมชั่นสุด “คุ้ม-พร้อม-ผ่อนสบาย”

บ้านลุมพินี จัดหนักจัดเต็ม บ้านพร้อมอยู่ โปรโมชั่นสุด “คุ้ม-พร้อม-ผ่อนสบาย”

“บ้านลุมพินี” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการแนวราบในเครือ L.P.N. DEVELOPMENT GROUP ภายใต้แนวคิด “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” ส่งแคมเปญ “คุ้ม-พร้อม-ผ่อนสบาย” คุ้มค่าในราคาที่เหมาะสม   พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที  ผ่อนสบายกับอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียงล้านละ 1,500-2,000 บาท ผ่อนต่อเดือนนาน 1 ปี หรือ รับดอกเบี้ย 0% นาน 9 เดือน “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” บน 4 ทำเลคุณภาพ ราชพฤกษ์-นครอินทร์, แจ้งวัฒนะ-ติวานนท์,  เพิ่มสิน-วัชรพล, สุขสวัสดิ์ - พระราม 2 พิเศษ เริ่ม 2.29 ล้านบาท เพียงจองและโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 31 พ.ค.นี้ ฟรีเครื่องปรับอากาศทันที ด้วยการออกแบบบ้านสำหรับคนเมืองที่ต้องการความสงบ สวยงามเรียบง่าย คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยสูงสุด  สะดวกสบาย ลงตัว ครบทุกฟังก์ชันการอยู่อาศัย เดินทางสะดวก บนทำเลศักยภาพ  ใกล้สาธารณูปโภคมากมาย พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยภายในโครงการ รวมทั้งการบริหารจัดการที่ดีจากทีมบริหารงานมืออาชีพจากบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด มาร่วมกันดูแลและบริหารจัดการภายใต้แนวคิด “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” ในแนวทาง “บ้านดี สิ่งแวดล้อมดี ดูแลดี ผู้คนดี”