Tag : LPN

48 ผลลัพธ์
LPN Final Call บ้าน & คอนโดพร้อมอยู่ “ลุมพินี ราคา Outlet”

LPN Final Call บ้าน & คอนโดพร้อมอยู่ “ลุมพินี ราคา Outlet”

LPN จัดแคมเปญ “ลุมพินี ราคา OUTLET” 15 วันสุดท้ายก่อนเข้าสู่มาตรการ LTV เจาะกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ “ลุมพินี” ทั้งซื้อเพื่ออยู่เองและนักลงทุน ผลตอบแทนประมาณ (Yeild) 5% ด้วยราคาขายคุ้มสุด เริ่ม 9 แสน – 8.9 ล้าน ประกอบด้วยบ้าน ทาวน์โฮมและคอนโดพร้อมอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 16 โครงการ กว่า 660 ยูนิต มูลค่า 1,160 ล้านบาท ที่เป็นเจ้าของได้ง่ายๆ เพียงวางเงินจองเริ่ม 5,000 บาท สำหรับคอนโด และ 10,000 บาท สำหรับบ้าน ทั้งรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคาร ก่อนมาตรการ Loan to Value (LTV) บังคับเพิ่มเงินดาวน์ 20% การันตีสินค้าแบรนด์ “ลุมพินี” เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นจากความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการตามกลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” และทำเลคุณภาพ ก่อนสิ้นเดือนมี.ค.นี้เท่านั้น    นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN)  เปิดเผยว่า ก่อนเข้าสู่มาตรการควบคุมสินเชื่อ Loan to Value (LTV) ซึ่งจะมีการเพิ่มเงินดาวน์ในการซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับการขอสินเชื่อบ้านหลังที่สองเป็น 20% จากประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ในวันที่ 1 เมษายน 2562 นี้ บริษัทได้จัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดภายใต้ชื่อแคมเปญ “ลุมพินี ราคา OUTLET” อันจะเป็นการสร้างโอกาสให้ลูกค้าเป็นเจ้าของบ้าน ทาวน์โฮม และคอนโดพร้อมอยู่ได้ง่ายๆ ทั้งยังได้รับอานิสงส์ของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยก่อนที่ธนาคารต่างๆจะทยอยปรับขึ้นตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.) ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบัน บางธนาคารได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ไปแล้ว และมีการคาดการณ์ว่า กนง. จะประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้   ภายใต้แคมเปญนี้บริษัทได้คัดสรรสินค้า 16 โครงการบนทำเลคุณภาพทั้งบ้าน ทาวน์โฮม และคอนโดกว่า 660 ยูนิต มูลค่ารวม 1,160  ล้านบาทมาให้เลือกช้อป เพียงวางเงินจองเริ่ม 5,000 บาทสำหรับคอนโดและ 10,000บาทสำหรับบ้าน จึงนับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่เอง ด้วยราคาที่คุ้มค่าเริ่มต้นเพียง 9 แสน - 8.9 ล้านบาท และสำหรับกลุ่มเป้าหมายนักลงทุน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าสินค้าของบริษัทเป็นที่ต้องการของตลาด มีความต้องการเช่าต่อเนื่อง จึงทำให้ปล่อยเช่าได้โดยง่าย โดยมีหน่วยงาน Brokerage ที่ช่วยอำนวยความสะดวกทั้งการปล่อยเช่า-ขาย ประจำอยู่ในทุกโครงการ ผลตอบแทนที่ได้รับจากค่าเช่า (Yield) เฉลี่ย 5 % จึงนับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า นอกจากนี้ LPN ยังมีบริษัทในเครือ บริษัท ลุมพินี พรอเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ที่ดูแลด้านการบริหารจัดการหลังลูกค้าเข้าอยู่อย่างมืออาชีพด้วยกลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” จึงมั่นใจได้ว่าผู้อยู่อาศัยจะได้รับคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยปัจจุบันบริษัทLPP ยังได้เข้าบริหารจัดการหลังเข้าอยู่อาศัยในโครงการของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ อีกด้วย   “ผลจากการตื่นตัวของมาตรการ LTV ส่งผลให้ลูกค้าเร่งตัดสินใจซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าการจัดแคมเปญพิเศษในครั้งนี้จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และถือเป็นโค้งสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดในการซื้อสินทรัพย์เก็บไว้ภายใต้เงื่อนไขเดิม ซึ่งนับวันก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เริ่มอย่างเป็นทางการเสาร์ที่ 16 -31 มี.ค.นี้ เท่านั้น ณ สำนักงานขายทั้ง 16 โครงการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888          
LPN ผนึก นายณ์ เอสเตท พัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่าริมถนนพระราม 4

LPN ผนึก นายณ์ เอสเตท พัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่าริมถนนพระราม 4

LPN จับมือ นายณ์ เอสเตท พันธมิตรที่แข็งแกร่ง รุกตลาดอาคารสำนักงานตามกลยุทธ์การกระจายรายได้ ลดความเสี่ยงจากปัจจัยรุมเร้าตลาดคอนโด จัดตั้ง “บจก.ดลศิริ ดีเวลลอปเม้นท์” พัฒนาออฟฟิศริมถนนพระราม 4 มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท   ลุมพินี ทาวเวอร์ : นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) ประกาศแผนร่วมทุนกับบริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด (NYE) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ จัดตั้งบริษัทใหม่ “บริษัท ดลศิริ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด” ในสัดส่วนการลงทุน 50 : 50 เพื่อร่วมพัฒนาอาคารสำนักงานและร้านค้าปลีกให้เช่า บนทำเลศักยภาพริมถนนพระราม 4 ซึ่ง LPN ได้มาบุกเบิกทำเลนี้เป็นรายแรกในปี 2532 ภายใต้การพัฒนา “ลุมพินี ทาวเวอร์” Office Condo แห่งแรก และเป็นโครงการแรกของบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง   ปัจจุบัน ตลาดอาคารสำนักงานยังมีความต้องการสูงมาก โดยเฉพาะอาคารสำนักงานที่มีคุณภาพในทำเลใจกลางเมือง ซึ่งถนนพระราม 4 นับว่ามีการเติบโตในอัตราก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ที่ผ่านมา และจะเป็นอีกหนึ่ง New CBD ที่สำคัญเพราะเป็นเขตเชื่อมต่อระหว่าง CBD ชั้นใน เช่น สีลม สาทร พระราม 3 กับย่านราชประสงค์ เพลินจิต และสุขุมวิท รวมทั้งมี Mass Transit ขนาดใหญ่ เช่น สถานีรถไฟลอยฟ้า (BTS) สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) และทางด่วน จึงเห็นการพัฒนามิกซ์ยูสขนาดใหญ่และโครงการอาคารชุดพักอาศัยเกรด A ในย่านนี้สูงมากตลอดแนวถนน เช่น โครงการ One Bangkok หรือ สามย่านมิตรทาวน์ ของค่าย TCC Group อาคารชุดพักอาศัยเกรด A ทั้งจากบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งในรูปแบบ Freehold (ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์) และ Leasehold (การเช่าซื้อในระยะยาว) ซึ่งอาคารสำนักงานเกรด A ปัจจุบันจะมีอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 1,000 บาทต่อตร.ม. นับเป็น Fixed Cost หรือต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูง ทำให้อาคารสำนักงานเกรด B ในระดับราคาเช่าเพียง 600 บาทต่อตร.ม. เป็นที่ต้องการของตลาดซึ่งรอดีเวลลอปเปอร์ที่มีประสบการณ์มาพัฒนา   “LPN และ นายณ์ เอสเตท เคยทำงานร่วมกันมา และต่างรู้จุดแข็งของกันและกัน การร่วมทุนในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทร่วมทุนทั้งสองในการนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาประสานเพื่อพัฒนาโครงการที่ช่วยสร้างรายได้ประจำในรูปแบบของเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงจากสภาวะการแข่งขันและปัจจัยลบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งบริษัทยังใช้เงินลงทุนจากกระแสเงินสดในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และการกู้เงินที่เงื่อนไขในการกู้จะไม่กระทบต่อการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นของ LPN แต่อย่างใด”   โครงการอาคารสำนักงานให้เช่าภายใต้การพัฒนาของ “บริษัท ดลศิริ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด” นี้ จะเป็นแบรนด์ใหม่บนที่ดินริมถนนพระราม 4 ทำเลที่มีศักยภาพขนาด 3 ไร่ 7.5 ตารางวา ระยะเวลาการเช่า 55 ปี ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ตรีคชา จำกัดประกอบด้วย พื้นที่ใช้ประโยชน์รวม 22,600 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่สำนักงานประมาณ 21,000 ตร.ม. และพื้นที่ร้านค้าประมาณ 1,600 ตร.ม. ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจให้แก่บริษัทผู้เช่าเป็นอย่างดี   สำหรับความร่วมมือที่ผ่านมา LPN ได้ร่วมทุนภายใต้บริษัท “บริษัท กมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่ง จำกัด” กับบริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาโครงการไลฟ์สไตล์ซีเนียร์ลิฟวิ่ง (Lifestyle Senior Living Village) ระดับพรีเมี่ยมที่จังหวัดภูเก็ต มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่าง ๆ ระดับห้าดาว เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ภายใต้การบริหารจัดการโดยทีมงานมืออาชีพจากต่างประเทศ      
LPN GROUP ทำรายได้รวมเติบโตสูง 20% หลังรีโมเดลธุรกิจ 2 ปี

LPN GROUP ทำรายได้รวมเติบโตสูง 20% หลังรีโมเดลธุรกิจ 2 ปี

LPN GROUP ทำรายได้รวมเติบโตสูง 20% หลังรีโมเดลธุรกิจ 2 ปี ปี 62 เน้นกระจายขารายได้ ฝ่าปัจจัยลบ เติบโตยั่งยืน   ผลดำเนินงานปี  61  L.P.N. DEVELOPMENT GROUP  เติบโต 20% หลังเริ่มมองเห็นภาวะถดถอยภาคอสังหาฯ  ตั้งแต่ 2 ปีก่อน และเตรียมรับมือปรับโครงสร้างธุรกิจครบวงจร  ปี 62 พร้อมฝ่าปัจจัยลบด้วยแผนรองรับที่เข้มแข็ง  มั่นใจทิศทางการดำเนินงานที่รอบคอบ ผลการจัดอันดับจาก TRIS Rating ที่ระดับ A- (Stable) และแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่นยาวนานกว่า 30 ปี จะสร้างการเติบโตในปี 62 รวม 10%   นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN)  เปิดเผยว่า จากสภาวะถดถอยของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ LPN ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว บริษัทจึงมีการปรับโมเดลและวางแผนธุรกิจภายใต้แนวทางYear of Shift และ Year of Change ในปี 60-61  เพื่อรองรับสถานการณ์และสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นทั้งจากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, Recurring Income และธุรกิจบริการ ส่งผลให้ L.P.N. DEVELOPMENT GROUP เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายเดียวที่เน้นการทำธุรกิจอย่างครบวงจร โดยมีการเติบโตของรายได้ 20% จากกลยุทธ์ในด้านต่างๆ ได้แก่   1. การขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังระดับบน ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัย โดยได้พัฒนาบ้านพรีเมียมเป็นครั้งแรกภายใต้แบรนด์ “BAAN 365” กับคอนเซ็ปต์ “Livable Simple Luxury” ซึ่งสามารถสร้างยอดขายในช่วง Presale ได้มากกว่า 50% จนได้รับการกล่าวขานเป็น Talk of the Town ในวงการอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาคอนโดมิเนียมระดับบน และขยายเซ็กเมนท์ไปยังกลุ่ม Gen Y ที่มีไลฟ์สไตล์เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ภายใต้ซับแบรนด์ “Lumpini Selected” ซึ่งได้ส่งมอบโครงการแรกที่เกษตร-งามวงศ์วานแล้วในปีที่ผ่านมา และต่อยอดไปยังย่านสุทธิสาร-สะพานควายที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้หญิงรุ่นใหม่   2. การขยายธุรกิจไปยัง “Office Condo” พร้อมบริการวางระบบ Office Smart ที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ นำร่องด้วย อาคาร “ลุมพินี ทาวเวอร์ วิภาวดี” อาคาร A ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้สนใจหลายรายที่ต้องการซื้อยกตึก โดยในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจา   3. การสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากการบริหารโครงการของบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด และรายได้จากการปล่อยเช่า รวมถึงการนำห้องชุดในโครงการ “ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” อาคาร Fมาปรับเปลี่ยนจากการขายมาเป็นการเช่า โดยได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้เช่า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีเสมือนการพักอาศัยในคอนโดมิเนียม   ปี 2562 : ปีแห่งการฝ่าพายุ (Storm is coming) สำหรับปี 2562 นี้ ภาพของสภาวะถดถอยยิ่งปรากฏให้เห็นชัดเจนมากขึ้น LPN จึงได้เตรียมแผนรองรับปัจจัยลบต่างๆ ไว้เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนโดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 10% ด้วยการเปิดตัวโครงการให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Value และ Standard เพื่อกระจายความเสี่ยง ในขณะเดียวกันก็ระมัดระวังในการเลือกทำเลเปิดตัวโครงการใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพตามกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความสำเร็จของโครงการ  โดยข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจทั้งหมดสนับสนุนโดย  LPN Wisdom  หน่วยงานที่ทำหน้าที่วิจัยเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกในการพัฒนาโครงการและการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังมีสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง เนื่องจากสินค้าพร้อมอยู่ทั้งหมดของ LPN มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท เป็นสินค้าที่ไม่มีภาระทางด้านการเงิน นอกจากนั้น บริษัทได้รับการจัดอันดับจาก TRIS Rating ในระดับ A- (Stable) ที่แสดงถึงความมั่นคงและน่าเชื่อถือทางการเงินซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการระดมทุนหากบริษัทมีการออกหุ้นกู้ในอนาคต   ทิศทางการดำเนินงานของธุรกิจในเครือ L.P.N. DEVELOPMENT GROUP  - LPN Wisdom อีกหนึ่งธุรกิจในเครือที่เป็นตัวแทนด้านความเป็น “คนเก่ง” จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวิเคราะห์วิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่เหมาะสมทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัยตาม Segment ของ Product Brand “ลุมพินี” โดยได้สร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Center) เพื่อเป็นที่ศึกษาและพัฒนาคุณค่าของสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านห้องทดลองพัฒนาและวิจัยแบบจำลอง หรือ Mock Up Center นอกจากนี้ LPN Wisdom ยังได้รับการยอมรับให้เป็นที่ปรึกษาด้านอาคารเขียวจากหน่วยงานราชการและเอกชนอย่างกว้างขวาง - LPN Project Management ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เป็นตัวแทนด้านความเป็น “คนเก่ง” ของ LPN โดยในปี 62 ซึ่งเป็นช่วงสภาวะถดถอยของภาคอสังหาริมทรัพย์นี้ LPN Project Management จะเน้นการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการของ LPN ต่ำลง - LPP Property Management ถือเป็นฟันเฟืองหลักในธุรกิจบริการ โดยมีเป้าหมายการเติบโตอยู่ที่ 20% ซึ่งเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 15% ในปีที่ผ่านมา โดยรายได้หลักของธุรกิจจะมาจาก 3 ขา คือ การบริหารชุมชนทั้งภายในและภายนอกโครงการของ LPN งานบริการด้านวิศวกรรม และธุรกิจนายหน้าหาผู้ซื้อและผู้เช่าห้องชุด นอกจากนั้น LPP ยังมีฐานลูกค้าอีกกว่า 150,000 รายที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างรายได้จากการบริการในอนาคต   4. LPC Service & Care ดำเนินธุรกิจบริการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยในโครงการ เช่น งานบริการความสะอาด งานบริการต้อนรับ เป็นต้น บริหารงานโดยบริษัท LPC Social Enterprise วิสาหกิจเพื่อสังคม 1 ใน 15 แรกในไทย ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนด้านความเป็น “คนดี” ของ LPN ที่ต้องการแสดงความใส่ใจ ห่วงใย แบ่งปันต่อสตรีด้อยโอกาสที่ยังมีอยู่มากในประเทศ เพื่อสร้างรายได้ สร้างโอกาส สร้างศักดิ์ศรี และสร้างความสุขให้กับบุคคลเหล่านี้ และเป็น 1 ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ช่วยลดปัญหาของสังคมอย่างยั่งยืน    นายโอภาสกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากภาพรวมแนวทางของการดำเนินธุรกิจข้างต้นแล้ว ในปีนี้ บริษัทยังมีแนวทางในการจัดการ Zero Waste ในกระบวนการดำเนินธุรกิจขององค์กร ทั้ง Supply Chain เบื้องต้นนำร่องด้วยการเริ่มลดใช้ขวดและพลาสติกในสำนักงานขาย ซึ่งตั้งเป้าลดให้ได้มากกว่าปีละ 500,000 ชิ้น และจะดำเนินการต่อยอดไปในโครงการ “ลุมพินี” ที่บริษัทบริหารชุมชนอยู่ รวมถึงกิจกรรมบริจาคโลหิตที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี โดยในปี 62 นี้ ตั้งเป้าหมายรับบริจาคให้ได้ 1,300,000 C.C.          
LPN ปักหมุด “ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2” ทำเลเชื่อมต่อ CBD ของฝั่งธนและกรุงเทพฯ

LPN ปักหมุด “ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2” ทำเลเชื่อมต่อ CBD ของฝั่งธนและกรุงเทพฯ

LPN บุกหนักครึ่งปีหลัง นอกจากขยายตลาดไปยังออฟฟิศคอนโด และบ้านพรีเมียมที่สร้างยอดขายได้สูงแล้ว คอนโด Affordable Price ยังคงเป็น Fighting Brand ที่ LPN ครองตลาดอยู่ ล่าสุด เปิด “ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2” ด้วยราคาเริ่มเพียง 1.69 ล้าน ส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปท์ “Ralaxity Ville” บ้านที่พร้อมให้เอนกาย คลายความเหนื่อยล้า สงบ มีความเป็นส่วนตัวสูง สะดวกเดินทางเพราะเชื่อมต่อเขต CBD ของทั้งฝั่งธนและกรุงเทพฯ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยายในอนาคต     นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เปิดเผยว่า ถึงแม้ในปีนี้บริษัทจะปรับกลยุทธ์โดยขยายการพัฒนาโครงการไปในระดับพรีเมียมมากขึ้นทั้งบ้านและคอนโด แต่ยังคงความตั้งใจในการพัฒนาคอนโดมิเนียมสำหรับกลุ่มเป้าหมายระดับกลางเพื่อให้มีที่พักอาศัยคุณภาพในราคาที่เป็นเจ้าของได้ โดยเดือนกันยายนนี้ บริษัทได้เปิดตัว “ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2” บนถนนสุขสวัสดิ์ ทำเลที่บริษัทประสบความสำเร็จจาก 3 โครงการ คือ ลุมพินี วิลล์ ราษฎร์บูรณะ-ริเวอร์วิว ลุมพินี วิลล์ ราษฎร์บูรณะ-ริเวอร์วิว 2 และลุมพินี เพลส สุขสวัสดิ์-พระราม 2 โดยลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2 ที่บริษัทพัฒนาในครั้งนี้ รังสรรค์ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Relaxity Ville” ห้องชุดพักอาศัยที่ให้ความผ่อนคลาย สงบ มีเพียง 377 ยูนิตเท่านั้น และด้วยความสูงของอาคาร 26 ชั้น จึงสามารถชมวิวที่สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน แบบ 360 องศา พร้อมสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ของบางกระเจ้า ทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังเขตศูนย์กลางธุรกิจใหม่ของฝั่งธนบุรีริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านคลองสาน เจริญนคร ที่มีโครงการ Mix used ขนาดใหญ่ โรงแรม 5 ดาว เช่น ไอคอนสยาม โรงแรมเพนนินซูล่า หอชมเมืองในอนาคตหรือจะเดินทางไปยังเขต CBD ของกรุงเทพมหานคร ทั้งสีลม สาทร ก็สะดวกง่ายดาย จึงเป็นที่ที่คำว่า Work Life Balance เกิดขึ้นจริง     “โครงการนี้ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายในการเดินทางเพราะทำเลติดถนนใหญ่ อยู่บริเวณหัวมุมจุดเชื่อมต่อระหว่างถนนสุขสวัสดิ์และถนนพระราม 2 ใกล้ทางด่วนและสามารถเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย ทำให้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่ายขึ้น ประกอบกับทำเลแห่งนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะใกล้เขตเมืองในราคาที่พักอาศัยไม่แพงมากนัก นอกจากนี้ การมีสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมทั้งสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ทำให้การเดินทางข้ามไปฝั่งพระราม 3 พระประแดง ปู่เจ้าสมิงพราย จังหวัดสมุทรปราการ หรือไปโซนบางนาสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีองค์ประกอบในการอยู่อาศัยที่ครบครัน ใกล้สถานศึกษา โรงพยาบาล ศูนย์การค้าชั้นนำ เป็นหนึ่งในทำเลที่น่าอยู่และเหตุผลสำคัญที่ LPN เลือกพัฒนาโครงการใหม่ในย่านนี้อีกครั้ง จากลูกค้าที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ “ลุมพินี” และด้วยการบริหารหลังการขายตามกลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” (Livable Community)”     “ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2” มูลค่าโครงการ 650 ล้านบาท พร้อมห้องชุด New LPN Design ที่แบ่งสัดส่วนความเป็นส่วนตัวด้วยกระจกระหว่างห้องนอนและห้องรับแขก ขนาดห้องชุดเริ่มตั้งแต่ 23.50 – 36.00 ตร.ม. ด้านพื้นที่ส่วนกลางทีมสถาปนิกได้นำแรงบันดาลใจจากเส้นสายของพื้นป่าชายเลนมาออกแบบให้มีความเป็นธรรมชาติ มีพื้นที่สีเขียว เหมาะแก่การพักผ่อน ปัจจุบันเปิดขายแล้ว ด้วยราคาเริ่มเพียง 1.69 ล้านบาท ส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท ณ สำนักงานขายโครงการลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888 / www.lpn.co.th
LPN เปิดซิตี้คอนโดย่านพัฒนาการ Expand Project แห่งที่ 4 ตอกย้ำ Affordable Segment  เกาะเทรนด์ Sport Lover เด่นด้วยฟิตเนสเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เริ่ม 1.69 ลบ. พรีเซล 25 ส.ค.

LPN เปิดซิตี้คอนโดย่านพัฒนาการ Expand Project แห่งที่ 4 ตอกย้ำ Affordable Segment เกาะเทรนด์ Sport Lover เด่นด้วยฟิตเนสเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เริ่ม 1.69 ลบ. พรีเซล 25 ส.ค.

LPN เดินตามแผน Year Of Chang ชู Fighting Brand แห่งที่ 4 ของปี ตอกย้ำ Affordable Segment เปิดซิตี้คอนโด แนว ไฮไรส์ “ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์” คาดยังมีดีมานด์จากเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยคึกคัก ใกล้แหล่งงานและสถานศึกษา กอรปกับเป็น Expand Project ของย่านพัฒนาการที่ LPN เคยเปิดมากว่า 3 โครงการ นำเทรนด์ Sport Lover ในยุคปัจจุบันดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางเสมือนยกฟิตเนสเซ็นเตอร์แทรกไว้ทุกอณูในโครงการ ด้วยคอนเซปต์ “Sports park, smart place” ผสานการออกแบบ Façade สไตล์โมเดิร์นทันสมัย รวมถีง News LPN Design ฟังก์ชั่นลงตัว เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานและนักศึกษา การันตีความสุขในบ้านหลังใหญ่ด้วย “Livable Community” เปิดขายวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท   นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เปิดเผยว่า “บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ย่านพัฒนาการซึ่งเป็นโครงการลำดับที่ 4 แห่งปีตามแนวทาง Affordable Segment ภายใต้ชื่อ “ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์” คอนโดแนวสูง 32 ชั้น มูลค่า 1,460 ล้านบาท ตั้งอยู่บนถนนพัฒนาการ ระหว่างซอยพัฒนาการ 33 และ 35 ด้วยศักยภาพของทำเลและแหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่น จึงมีดีมานด์สูงจากแหล่งงานที่ตั้งตรงข้ามโครงการ ได้แก่ อาคาร True และสำนักงานใหญ่แม็คโคร โดยวางเป้าหมายเป็นกลุ่มคนเริ่มทำงานรุ่นใหม่ และยังเจาะกลุ่มนักศึกษาในย่านนี้ ทั้งสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตและมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งบริษัทยังคงรักษากลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงกลาง-ล่าง ด้วยการเปิดราคาขายเริ่มต้นเพียง 1.69 ล้านบาท เดินตามเจตนารมณ์บ้านที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยราคาที่เอื้อมถึง (Affordable Price) และอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือ มองว่าทำเลแห่งนี้มีอนาคต ใกล้ห้างสรรพสินค้า เช่น Tesco Lotus, Max Value, Makro, London Street และเดอะ นาย พระราม 9 ใกล้สถานพยาบาล คือ โรงพยาบาลวิภารามและโรงพยาบาลรามคำแหง ทั้งยังเดินทางเข้า-ออกเมืองอย่างสะดวกสบาย เพราะใกล้ทางด่วนและมอเตอร์เวย์ที่เชื่อมต่อกับถนนเส้นสำคัญหลายสาย ตั้งแต่ถนนเพชรบุรี ถนนรามคำแหง ถนนพระราม 9 และถนนประชาอุทิศ นอกจากนี้ ถนนพัฒนาการยังมีซอยที่ลัดเลาะเพื่อเลี่ยงรถติดที่ถนนศรีนครินทร์และถนนอ่อนนุชได้ด้วย โดยที่ผ่านมา LPN เคยประสบผลสำเร็จในทำเลย่านนี้มาแล้วจากโครงการคุณภาพและบริการหลังการขายภายใต้แนวคิด “ชุมชนน่าอยู่” (Livable Community) ได้แก่ ลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-พัฒนาการ ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-เพชรบุรีตัดใหม่ และลุมพินี วิลล์ ศรีนครินทร์-หัวหมาก สเตชั่น เรียกได้ว่าเป็นโครงการส่วนต่อขยาย (Expand Project) ที่น่าจับตามอง   “ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์” เป็นโครงการแนวสปอร์ตแห่งแรกของบริษัทที่ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์เทรนด์คนรักสุขภาพและการออกกำลังกายในยุคปัจจุบัน ตามคอนเซ็ปต์ “Sports Park, Smart Place” เสมือนมีฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่ตรงใจคนรุ่นใหม่ แทรกอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางทุกส่วนอย่างครบครัน ประหยัดเวลาในการเดินทางและไม่ต้องใช้จ่ายกับค่าสมาชิกฟิตเนสอีกต่อไป โดยสามารถออกกำลังกายในบ้านของตนเองได้ทุกเวลาที่สะดวก ทั้งลู่วิ่ง (Jogging Track) สระว่ายน้ำ สนามสตรีท บาส ห้องโยคะ ห้องฟิตเนส สวนรวมใจ ลานฟิตแอนด์เฟิร์มและฟิตเนสโซน โดยหยิบไอเดียเส้นสายลู่วิ่งของโครงการมาออกแบบในพื้นที่ส่วนกลางให้มีสีสันเด่นสะดุดตา คุมโทนและสร้างบรรยากาศการออกกำลังกายให้ตื่นเต้น รวมถึงปรับปรุงห้องอเนกประสงค์ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น สำหรับในห้องชุดพักอาศัยบริษัทนำความเชี่ยวชาญของ New LPN Design มาออกแบบให้ครบทุกฟังก์ชันการอยู่อาศัย นอกจากการให้ความสำคัญกับเทรนด์สุขภาพแล้ว LPN ยังให้ความสำคัญกับความรื่นรมย์ในโครงการ จึงกระจายพื้นที่สีเขียวไว้บนชั้น 7 และชั้น 29 เพื่อเป็นจุดพักผ่อนยามเหนื่อยล้าที่ดีเยี่ยม ทั้งยังปรับรูปลักษณ์ Façade ให้ทันสมัยด้วยการออกแบบโทนสีเทาเข้มและสีขาวให้ดูโมเดิร์น” นายโอภาสทิ้งท้าย   “ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์” แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนอาคารสำนักงานสูง 5 ชั้น ด้านหน้าโครงการ และส่วนอาคารชุดพักอาศัย สูง 32 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 795 ยูนิต บนพื้นที่ทั้งหมด 6 ไร่ เปิดขายอย่างเป็นทางการวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ ณ สำนักงานขายโครงการ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร LPN Call Center 02-689-6888
The selected flagship brand ตัวท็อป ทำเลใจกลางเมือง จาก LPN

The selected flagship brand ตัวท็อป ทำเลใจกลางเมือง จาก LPN

เพราะชีวิตที่สมบูรณ์แบบสร้างขึ้นได้ในทุกๆ วัน โดยมี “ที่อยู่อาศัย” เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มความสุขในชีวิตได้ การซื้อคอนโดมิเนียมก็เปรียบเสมือนการลงทุนและการฝากชีวิตไว้อีกนานหลายปี คงไม่แปลกถ้าการเลือกซื้อคอนโดฯ นั้นจำเป็นต้องใช้ความพิถีพิถันในการเลือกสรรเป็นพิเศษ นอกจากการออกแบบที่ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันแล้ว ทำเลที่ตั้งยังต้องเอื้อต่อการเดินทางได้สะดวกรวดเร็วทั้งคนใช้รถส่วนตัวและรถสาธารณะ โดยปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้น ล้วนแต่มีอยู่ในโครงการใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากในเวลานี้กับ โครงการ “Lumpini Selected Sutthisan -Saphankwai (ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย)” Flagship Top Brand ที่พัฒนาโดย บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN โดยจุดเด่นอยู่ที่การปักหมุดทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าในราคาคุ้มค่าให้ทุกคนสามารถจับจองได้ ซึ่งได้กระแสตอบรับดีมากๆ จากการเปิดตัวโครงการแรกคือ เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา   *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองโครงการ ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย ในมุมมองจากด้านหน้าเข้าไป   สะดวกสบายทุกการเดินทาง สำหรับทำเลที่ตั้งของโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” นั้นตั้งอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัย (ตรงข้ามอินทามระ ซอย 7) ระหว่างแยกสะพานควายและแยกสุทธิสาร ซึ่งย่านสุทธิสารถือว่าเป็นย่านที่มีสีสัน มีชีวิตชีวาตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะเต็มไปด้วยร้านค้า, ร้านอาหาร, แหล่งแฮงค์เอาท์เก๋ๆ, ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงตลาดนัด อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลสวนสาธารณะ และโรงพยาบาล อีกด้วย เรียกได้ว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบครบครัน แถมยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมผ่านถนนหลักสายใหญ่ถึง 4 สาย ตั้งแต่ ถนนพหลโยธิน, ถนนวิภาวดีรังสิต, ถนนรัชดาภิเษก ไปจนถึงถนนลาดพร้าว ซึ่งมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนโทลเวย์อยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้ไม่ว่าจะออกนอกเมืองไปทางสนามบินดอนเมือง หรือเข้าเมืองเชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชก็ใช้เวลาเดินทางไม่นาน หรือจะเลือกเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะห่างออกไปประมาณ 1.1 กิโลเมตร ก็จะถึง BTS สถานีสะพานควาย และห่างจาก BTS สถานีอารีย์ประมาณ 1.6 กิโลเมตร เท่านั้น จึงสามารถเดินทางออกไปทั่วกรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะใช้รถยนต์หรือรถสาธารณะก็เป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากๆ ค่ะ     เพิ่มความอบอุ่นเสมือนอยู่บ้าน เพียบพร้อมไปด้วยพื้นที่พักผ่อนหลากหลาย   โครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” คือคอนโดมิเนียมแบบ High-Rise สูง 28 ชั้น 1 อาคาร บนพื้นที่โครงการขนาด 1-3-55 ไร่ ที่ออกแบบมาให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ แต่ทว่ามีความสงบเพราะมีจำนวนยูนิตที่พักอาศัยทั้งหมดเพียง 389 ยูนิต (ตั้งแต่ชั้น 7-21 และ 23-28) และสามารถจอดรถได้ 157 คัน (ตั้งแต่ชั้น 2-6) ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นอย่างมีเอกลักษณ์ ด้วยการไล่เฉดสีเทาเข้มไปจนถึงสีอ่อน เพื่อเน้นให้กลมกลืนกับแสงและเงา สร้างความรู้สึกอบอุ่น และสบายตาทุกครั้งที่มองมาที่ตัวอาคาร นับว่าเป็นบ้านหลังใหญ่ที่ถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติ เพราะมีสวนสีเขียวขจีอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางหลายชั้น เริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ที่มีสวนรวมใจ (Green Togetherness Area) อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ห้องอเนกประสงค์ (Co-Working Zone), สำนักงานนิติบุคคล, พื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญ, ห้องบริการจัดการพัสดุ, ห้องเฮ้าส์เวิร์ค (Housework Zone), ห้องเครื่อง, ห้องไฟฟ้า, ที่จอดรถจักรยานยนต์, ที่จอดรถยนต์ และที่จอดรถสำหรับผู้พิการ ทั้งหมดนี้จะอยู่ที่บริเวณชั้น 1 ค่ะ *โครงการที่ส่งมอบอาจมีรายละเอียดบางประการที่เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่ง Master Plan โครงการจะเริ่มจากทางเข้าที่อยู่ติดกับถนนสุทธิสารวินิจฉัย เมื่อเข้ามาจะเจอจุด Drop Off ล้อมรอบสวนสีเขียวขจี หรือที่ทางโครงการเรียกว่าสวนรวมใจ ภายในตัวอาคารที่ชั้น 1 เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องอเนกประสงค์ (Co-Working Zone), สำนักงานนิติบุคคล, พื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญ, ห้องบริการจัดการพัสดุ, ห้องเฮ้าส์เวิร์ค (Housework Zone), ห้องเครื่อง, ห้องไฟฟ้า เป็นต้น *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองสวนรวมใจ (Green Togetherness Area) บริเวณหน้าอาคารชั้น 1 *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองห้องอเนกประสงค์ (Co-Working Zone) รองรับการนั่งทำงานสบายๆ ไม่ต้องออกไปข้างนอก   นอกจากมีสวนรวมใจบริเวณชั้น 1 แล้ว พื้นที่ชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้นเริ่มต้นของห้องชุดพักอาศัย ยังมีลานฟิตแอนด์เฟิร์ม (Fit & Firm Area), สวนอินฟินิตี้ (Infinity Garden) อยู่ในชั้นเดียวกันด้วย ซึ่งก็ช่วยให้ลูกบ้านเข้าถึงธรรมชาติได้ง่ายขึ้นท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ที่แทรกตัวอยู่ในทุกที่ เรียกได้ว่าเหมาะกับคนเมืองยุคใหม่ที่สามารถใช้ชีวิตแบบ Smart อย่างเต็มเปี่ยม เพราะมีพื้นที่รองรับความสุขทุกไลฟ์สไตล์อีกมากมาย โดยทางโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” ได้ยก Facility หลักไปไว้ที่ชั้น 22 ซึ่งมาพร้อมกับ สระว่ายน้ำไร้ขอบ (Infinity Edge Pool), ลานกิจกรรม (Co-Living Area), ฟิตเนสโซน (Fitness Zone) และห้องโยคะ (Yoga Zone) ที่พร้อมรองรับวันพักผ่อนสบายๆ ของคุณ ไม่ว่าจะเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรด ก็ล้วนแต่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับชีวิต *โครงการที่ส่งมอบอาจมีรายละเอียดบางประการที่เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่งแปลนของพื้นที่ชั้น 7 จะเริ่มเป็นยูนิตพักอาศัยแล้วนะคะ ซึ่งที่ชั้นนี้จะมีสวนส่วนกลางมาให้ด้วย *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองลานฟิตแอนด์เฟิร์ม (Fit & Firm Area) และสวนอินฟินิตี้ (Infinity Garden) บริเวณชั้น 7 *โครงการที่ส่งมอบอาจมีรายละเอียดบางประการที่เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่งภาพนี้จะเป็นแปลนพื้นที่บริเวณชั้น 22 นะคะ จะเป็น Facility ทั้งหมด *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นภาพบรรยากาศจำลองสระว่ายน้ำไร้ขอบ ซึ่งมุมมองเส้นขอบฟ้าตัดเส้นของน้ำให้ความงดงาม และอิ่มเอมกับวิวเมืองแบบเต็มเปี่ยม   คัดสรรเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดมารวมไว้ เพื่อพื้นที่ความสุขสำหรับลูกบ้าน ไม่เพียงแค่การออกแบบที่โดดเด่น สง่างาม และจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางอย่างเต็มพิกัด ซึ่งเน้นให้ลูกบ้านได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ โดยให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่แค่ก้าวขาออกไป ก็จะเจอสวนร่มรื่นหน้าบ้านแล้ว ทางโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” ยังคำนึงถึงการใช้สอยต่างๆ โดยจัดแบ่งพื้นที่ได้อย่างลงตัวและอยู่ได้จริง อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัย มาพร้อมมาตรฐานอันสูงสุด และใส่ใจทุกรายละเอียดจนทำให้ห้องพักอาศัยทุกยูนิตมีความคุ้มค่าทุกตารางเมตร ซึ่งมีห้องพักอาศัยให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ คือ Studio ขนาดเริ่มต้น 25.00 ตารางเมตร, 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 27.00 ตารางเมตร, 1 Bedroom New Design ขนาดเริ่มต้น 31.00 ตารางเมตร โดยโครงการออกแบบห้องให้เป็นยูนิตพิเศษสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ด้วยการทำตู้เสื้อผ้าและตู้รองเท้าขนาดใหญ่แบบ Walk-in Closet เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของผู้หญิง และแบบสุดท้าย 2 Bedrooms ซึ่งมีขนาดเดียวคือ 46.50 ตารางเมตร ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นห้องไซส์เล็กหรือไซส์ใหญ่ก็สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี ซึ่งภายในห้องก็จะได้วัสดุคุณภาพที่ทางโครงการตั้งใจคัดสรรเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดมารวมไว้ เพื่อพื้นที่ความสุขสำหรับลูกบ้าน   นับว่าโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” เป็นอีกหนึ่งโครงการใหม่จาก LPN ที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนมีโอกาสได้อยู่อาศัยท่ามกลางความสมบูรณ์แบบ มีชีวิตชีวา ณ ใจกลางเมือง อย่างแท้จริงเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการก็จัดสรรพื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างลงตัว แถมยังรายล้อมไปด้วยสวนสีเขียวขจีที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติผสมผสานความงดงามและร่มรื่นไว้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ Facility ชั้น 22 ก็สามารถมองเห็นวิวเมืองได้อย่างกว้างไกลหรือถ้าอยากจะแอคทีฟ ก็มีสระว่ายน้ำไร้ขอบ ห้องออกกำลังกาย หรือจะโยคะก็ยังได้ ที่สำคัญยังมั่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งทางโครงการยังมอบความพิเศษให้แก่ลูกบ้านด้วย Fully Furnished ที่พร้อมให้เราเข้าอยู่ได้ทันที ในราคาเริ่มต้น 2.59 ลบ. ฟรี! เฟอร์นิเจอร์*, เครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมระบบ "สมาร์ทรูม" (สตูดิโอ) จัดหนัก จัดเต็มขนาดนี้ “ไม่ควรพลาด” เลยนะคะ   พิเศษ! เฉพาะ วันที่ 28 เม.ย. นี้ เท่านั้น ทุกชั้นราคาเดียว เริ่ม 2.59 ล้าน* ฟรี! เฟอร์* + แอร์ + เครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมระบบสมาร์ทรูม   สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดอื่นๆ โทร 02-689 6888  หรือสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ goo.gl/BLyJ3k 
LPC ร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตสตรีด้อยโอกาส ส่งนโยบาย “Social Enterprise” สรรค์สร้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน

LPC ร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตสตรีด้อยโอกาส ส่งนโยบาย “Social Enterprise” สรรค์สร้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 28 ปีของการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัย บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) (LPN) ไม่เพียงแต่มุ่งพัฒนาคุณค่าผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้ “ลุมพินี” เป็นแบรนด์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ สร้าง “ชุมชนน่าอยู่” (Livable Community) และความสุขที่แท้จริงของการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสตรีด้อยโอกาส ซึ่งจากข้อมูลของสำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สรุปจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวประจำปี 2551 - 2556 พบว่าปี 2554 เป็นปีที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวสูงที่สุด คือ จำนวน 1,096 และหลังจากนั้นตัวเลขได้สูงขึ้นถึงประมาณ 1,200 เหตุการณ์ ส่งผลให้สตรีที่โดนกระทำความรุนแรงทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการเอารัดเอาเปรียบจากสังคมเหล่านั้นเป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย   ด้วยเหตุนี้ จึงได้จุดประกายให้ LPN  จัดตั้งบริษัทเพื่อสังคมในนามบริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด (LPC) ตามนโยบาย “Social Enterprise” ซึ่งนับว่าเป็นมิติใหม่ในการจ้างงานด้านบริการทำความสะอาดที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและเปิดโอกาสให้กับกลุ่มสตรีด้อยโอกาสในสังคมไทยเป็นหลัก การบริหารดำเนินการในรูปแบบที่ LPN ลงทุนโดยไม่ปันผลกลับมาที่ตนเอง แต่จะปันผลกำไรกลับคืนสู่พนักงาน LPC ในรูปแบบค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ที่มากกว่าบริษัททั่วไป หนึ่งในนั้น คือ เงินเดือนที่สูงกว่ามาตรฐานค่าแรงขั้นต่ำถึง 10% โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้เกิดจากปัญหาการจัดจ้างแม่บ้านลงพื้นที่คอนโดมิเนียม ซึ่งในตอนแรกจำเป็นต้องอาศัยรูปแบบบริษัททำความสะอาดต่างๆ แต่พบว่ามีกติกาที่ไม่เป็นธรรม ส่งผลให้ผู้ที่เข้ามาทำงานไม่สามารถรับงานต่อเนื่องในระยะยาวได้ จึงเป็นแนวคิดในการก่อตั้ง LPC เมื่อปี 2554 รูปแบบการว่าจ้างของ LPC ยังแตกต่างออกไป โดยในตลาดบริการทำความสะอาดทั่วไปจะคิดค่าจ้างเป็นรายคน แต่ LPC เปลี่ยนวิธีรับงานเป็นระบบเหมา บริหารจัดการคนให้เหมาะสมกับพื้นที่ในการทำความสะอาดแต่ละครั้ง ทำให้สามารถลดจำนวนคนลง และเพิ่มรายได้ให้กับพนักงานในการว่าจ้างครั้งนั้นๆ  ได้ นอกเหนือไปจากการสร้างงาน สร้างอาชีพเพื่อให้พนักงาน LPC มีรายได้และเลี้ยงดูครอบครัวได้แล้ว ยังมุ่งเน้นให้การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้วยการจัดให้มีระบบ“การศึกษานอกโรงเรียน” จัดครูสอนหนังสือด้านการอ่านและการเขียนให้กับพนักงานที่ยังไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ อีกส่วนหนึ่งคือการมอบอาชีพเสริม เช่น การนวดแผนไทย ด้วยการส่งพนักงานไปเรียนกับครูผู้เชี่ยวชาญ เป็นการติดอาวุธให้ ด้วยหวังว่าแม้ออกจากงานไป พวกเขาจะมีวิชาความรู้ติดตัวและนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ในอนาคต และจากการที่ LPC ได้สร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงานกลุ่มนี้ เมื่อมีโอกาสและว่างจากงานประจำ พวกเขาจึงได้รวมตัวกันทำความดีตอบแทนสังคม ด้วยการทำความสะอาดบริเวณรอบๆ โครงการที่ทำงานอยู่ เช่น ป้ายรถเมล์ สะพานลอย วัด เพื่อสร้างทัศนียภาพให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ปัจจุบัน LPC มีพนักงานรวม 1,200 คน เป้าหมายต่อไปของบริษัท คือ การดำเนินการให้ได้มาตรฐานการบริการสากล ISO 9001:2015 เพื่อขยายงานบริการออกไปสู่ภายนอกมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นหนทางหนึ่งที่สร้างโอกาส สร้างศักดิ์ศรี และสร้างความสุข ให้กับสตรีเหล่านี้อย่างยั่งยืนต่อไป
LPN กางโรดแมปธุรกิจโตต่อเนื่อง 3 ปี ปลดล็อคกับดักสู่ YEAR OF SHIFT

LPN กางโรดแมปธุรกิจโตต่อเนื่อง 3 ปี ปลดล็อคกับดักสู่ YEAR OF SHIFT

เครือ LPN ประกาศแผนธุรกิจรับเป้าหมายเติบโตต่อเนื่อง 3 ปี พร้อมกำหนดให้ปี 2561 เป็นปี “Year of Change : ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง” ผ่าน 2 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจให้บริการ เดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งแนวสูงและแนวราบรวม 14 โครงการ รวมมูลค่า 18,000 ล้านบาท มั่นใจปี 2561 ผลประกอบการฟื้นตัวด้วยยอดขาย 20,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายรวมตั้งเป้าที่ 12,000 ล้านบาท นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) (LPN)  เปิดเผยว่า ในปี 2560 เป็นปีแรกที่ LPN และบริษัทในเครือได้จัดทัพธุรกิจครั้งใหญ่ก้าวสู่ “บริบทใหม่แห่งความยั่งยืน” ด้วยการแบ่งกลุ่ม 2 ธุรกิจ กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) และบริการ (Service Provider) และได้กำหนดให้เป็น “ปีแห่งการปรับเปลี่ยน” หรือ “YEAR OF SHIFT” ได้ปรับกลุ่มเป้าหมายจากกลางถึงกลาง-ล่างเป็นกลางถึงกลาง-บน พร้อมกับกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ระยะสั้นเพื่อระบายสินค้าพร้อมอยู่ (Inventory) โดยบริษัทได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว คือ ในปี 2560 บริษัทสามารถระบายสินค้าพร้อมอยู่ (Inventory) ได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท หรือประมาณ 50 % ของมูลค่าสินค้าพร้อมอยู่ทั้งหมด ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 1,062 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการด้านรายได้นั้น ยังคงมาจากกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ที่ดำเนินงานผ่าน 2 บริษัทคือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) และบริษัท พรสันติ จำกัด (PST) ซึ่งหลังจากที่ LPN ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการเน้นกลุ่มเป้าหมายจากกลางถึงกลาง-ล่าง เป็นกลางถึงกลาง-บน และได้ทยอยเปิดตัวโครงการในกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวตลอดปี 2560 ทั้งสิ้น 10 โครงการ มูลค่าการขายรวมประมาณ 14,000 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมียอดขายจาก 8,700 ล้าน ในปี 2559 เป็นประมาณ 16,000 ล้านบาท ในปี 2560 ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 90% หรือเกือบเท่าตัว ส่วนรายได้นั้นอยู่ที่ 9,655  ล้านบาท นายจรัญ เกษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรสันติ จำกัด ส่วนบริษัท พรสันติ จำกัด (PST) นั้นผลประกอบการมีรายได้มาเติมเต็มรายได้จากการพัฒนาอาคารชุดเพื่อขายได้ในเกณฑ์ที่ดี โดยในปีที่ผ่านมา พรสันติได้เปิดตัวโครงการใหม่ รวม 5 โครงการ มูลค่าการขายรวม  2,450 ล้านบาท สามารถทำยอดขายได้1,750 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 1,000 ล้านบาท เติบโต 27% และ 18% (ตามลำดับ)  เมื่อเทียบกับปี 2559 ขณะที่กลุ่มธุรกิจบริการ ที่ดำเนินธุรกิจผ่าน 3 บริษัท ดังนี้ บริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด (LPC), บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) และ บริษัท ลุมพินี โปรเจค มาเนจเมนท์ เซอร์วิส จำกัด (LPS) ได้รับความเชื่อมั่นและเริ่มให้บริการสู่องค์กรภายนอกหลายแห่ง รายได้เติบโต 10% คิดเป็นมูลค่ารวม 970 ล้านบาท ผลจากการปรับเปลี่ยนในปีที่ผ่านมาทำให้เห็นภาพการฟื้นตัวที่เด่นชัดในปี 2561 ที่กำหนดเป็นปี “Year of Change : ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ทั้งกลยุทธ์การเพิ่มรายได้ที่เน้นขยายฐานรายได้จากธุรกิจหลักธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และการเพิ่มทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะกรรมการ เปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารที่ดึงคนนอกเข้ามาเสริมทีมให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาระบบ IT เพื่อรองรับธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง และ การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ (Rebranding) เพื่อรองรับแผนการเติบโตของ LPN และบริษัทในเครือในช่วง 3 ปี (ปี2561-2563)  ผ่าน  2 กลุ่มธุรกิจหลักคือ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มธุรกิจบริการ โดยวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 35 - 40% และรายได้จากกลุ่มธุรกิจบริการเติบโตยู่ที่ 20% นางสาวสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด ในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นประเภทอาคารชุดพักอาศัย 17,000 ล้านบาท และประเภทบ้าน  3,000  ล้านบาท ขณะที่เป้ารายได้จากการขายอยู่ที่ 12,000  ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุดพักอาศัย 10,500 ล้านบาท และ   ประเภทบ้าน 1,500 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังกำหนดเป้าหมายจากการเปิดตัวโครงการใหม่ไว้ที่ 18,000 ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุดพักอาศัย 15,000 ล้านบาท และประเภทบ้าน 3,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ในปี 2561 ในมืออยู่ประมาณ 5,900 ล้านบาท คิดเป็น 50 % ของเป้ารายได้รวม ณ สิ้นปี 2560 มียอดแบล็กล็อก รวมมูลค่า 7,400 ล้านบาท ขณะที่บริษัท พรสันติ จำกัด นั้นในปี 2561 เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 1 โครงการ รวมมูลค่าการขายประมาณ 850 ล้านบาท และได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2,000 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายรายได้อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท พร้อมกันนี้นายโอภาส ยังได้กล่าวในตอนท้ายว่า บริษัทเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในปี 2561 นี้ จะเป็นแนวทางสู่การเติบโตที่ยั่งยืนของบริษัทต่อไปในอนาคต สำหรับการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ LPN ได้ว่าจ้างบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์และชื่อเสียงอย่างยาวนานในวงการ ซึ่งคาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนของบริษัทได้ในครึ่งปีหลังของปี 2561 นี้
Lumpini Place Rama 3- Riverine โอบล้อมด้วยธรรมชาติกับสายน้ำ

Lumpini Place Rama 3- Riverine โอบล้อมด้วยธรรมชาติกับสายน้ำ

ท่ามกลางความศิวิไลซ์ของกรุงเทพมหานครอันแฝงไปด้วยความแออัดวุ่นวายของผู้คน และอาคารสูงใหญ่มากมายตามแบบฉบับเมืองหลวงของประเทศ มีแม่น้ำเจ้าพระยาอันทรงเสน่ห์ไหลมาจากแหล่งต้นน้ำทางภาคเหนือผ่านใจกลางเมือง ลงสู่อ่าวไทย เจ้าพระยาจึงเป็นหัวใจสำคัญของกรุงเทพฯ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เปรียบเสมือนช่องว่างให้เราได้มีพื้นที่พักหายใจ ซึ่งใครหลายคนก็ย่อมที่จะอยากมีพื้นที่ส่วนตัวบรรยากาศดี สามารถเปิดระเบียงห้องของตัวเองออกมายืนรับลม พร้อมชมวิวโค้งแม่น้ำสวยๆ ในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน   Lumpini Place Rama 3- Riverine คอนโดมิเนียมที่สามารถมอบความสงบส่วนตัวบนวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมใกล้พื้นที่ปอดของคนกรุงเทพฯ อย่างบางกระเจ้า ในขณะเดียวกันก็ยังอยู่ในช่วงถนนที่มีความสำคัญในการเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างสะดวกทั้งเข้าไปในใจกลางเมือง และออกแถบชานเมือง   ภาพรวมโครงการ   คอนโดมิเนียม High Rise 35 ชั้น 1 อาคาร ตัวล่าสุดจาก LPN ภายใต้แนวคิด "Embrace of the River" โอบล้อมด้วยอ้อมกอดแห่งสายน้ำ บนพื้นที่ 3 ไร่เศษ เน้นความเงียบสงบเป็นส่วนตัวด้วยพื้นที่สีเขียวหลายจุดตั้งแต่พื้นที่โดยรอบของชั้นกราว พื้นที่ฝั่งทิศตะวันออกชั้น 6 สระว่ายน้ำที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำรอบด้านบนชั้น 27 ฟิตเนสชั้น 29 และพื้นที่ Roof Top Graden พร้อมด้วยวิวจากธรรมชาติภายนอกทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา และบางกระเจ้า ห้องพักอาศัยทั้งหมด 719 ยูนิต ตั้งแต่ชั้น 6-35 ขนาด 24-51.50 ตร.ม. ถือว่าจำนวนยูนิตยังไม่มากจนเกินไป ยูนิตที่หันหน้าออกทางทิศตะวันออกจะได้วิวของแม่น้ำเจ้าพระยารวมถึงบางกระเจ้า ส่วนยูนิตที่หันหน้าออกทางทิศตะวันตกจะได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นกัน แต่จะได้วิวเมืองกับวิวสะพานภูมิพลด้วย ซึ่งรอบโครงการจะไม่โดนวิวบล็อก และด้วยความที่โครงการตั้งอยู่ติดกับสะพานภูมิพลทำให้ระยะมีความสูงที่พ้นจากระดับเดียวกันกับสะพานจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 9 เพราะฉะนั้นใครที่จะเลือกอยู่ห้องทางฝั่งทิศตะวันตกแนะนำให้เลือกตั้งแต่ชั้น 10 ขึ้นไปค่ะ วิวที่ได้ก็จะมีมุมที่เปิดโล่งกว่า ภายในอาคารมีจำนวนลิฟท์โดยสาร 4 ตัว บันไดหนีไฟ 3 จุด ช่วงปลายทั้งสองด้านของอาคาร กับตรงกลางอาคาร ทำเล Lumpini Place Rama 3- Riverine ตั้งอยู่ริมถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ฝั่งขาออก ข้างสะพานภูมิพล 1 ตัวอาคารมีระยะร่นจากถนนประมาณ 55 เมตร ตรงนี้ทำให้ลดเสียงรบกวนของรถบนท้องถนนลงได้ แต่ด้วยทำเลที่ตั้งของถนนวงแหวนอุตสาหกรรมที่ไม่มีรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่าน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวมากกว่า แต่หากจะเดินทางด้วยรถประจำทาง แนะนำให้ใช้บริการ BRT สถานีวัดปริวาส ทางออกที่ 2 แล้วนั่งรถต่อเข้ามาที่โครงการ โดยต้องกลับรถใต้สะพานภูมิพล หรือ BRT สถานีวัดด่าน ทางออกที่ 2 แล้วเดินย้อนไปตามถนนพระราม 3 ประมาณ 600 เมตร และเข้าสู่ถนนวงแหวนอุตสาหกรรมอีก 600 เมตรก็จะพบโครงการ ข้อดีคือความเงียบสงบเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง เมื่อการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด สิ่งสำคัญที่ตามมานั่นคือทางด่วน ซึ่งโครงการนี้อยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลง ทางด่วนอยู่หลายจุด หลายเส้นทางด้วยกัน ได้แก่ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านสาธุประดิษฐ์ ทางพิเศษศรีรัช ด่านพระราม 3 และใกล้ที่สุด คือ สะพานภูมิพลที่สามารถไปได้ทั้งถนนปู่เจ้าสมิงพราย สามารถเชื่อมต่อเข้าถนนกาญจนาภิเษก สู่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก และไปถนนสุขสวัสดิ์ สู่กรุงเทพฯ โซนตะวันตก ถือว่าเป็นทำเลที่สามารถเดินทางออกนอกเมืองได้ง่ายมาก และเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างสีลม-สาทร ก็ไม่ไกล สิ่งอำนวยความสะดวกที่ใกล้ที่สุด และสามารถเดินทางไปได้สะดวก หลักๆ ก็จะอยู่บนถนนพระราม 3 ถนนพระราม 4 และเข้าไปในเมืองย่านสาทร เช่น Int Intersect, โฮมโปร, เซ็นทรัลพระราม 3, โลตัส, The Up, Tree on 3,  โรงเรียนเจ้าพระยาวิทยาคม,  โรงเรียนพระแม่มารีสาธุประดิษฐ์, โรงเรียนสารสาสน์พัฒนา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติสาทรใหม่, โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์, โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ในระยะไม่เกิน 6-7 กิโลเมตร ชมห้องตัวอย่าง ภายใน Sale Gallery จะมีห้องตัวอย่างทั้งหมด 3 ห้องด้วยกันค่ะ เป็นห้อง Studio 24 ตร.ม. ห้อง 1 Bed 28 ตร.ม. และห้อง 2 Bed 35 ตร.ม. การเดินทางมาที่โครงการ หากใช้รถยนต์ส่วนบุคคลจะง่ายมากค่ะ โดยเรามาจากสี่แยกพระราม 4 แล้วเข้าสู่ถนนพระราม 3 จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ขับชิดซ้ายมาเรื่อยๆ จนเลยทางขึ้นสะพานภูมิพลก็จะพบกับ Sale Gallery อยู่ทางซ้ายมือ อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับตัวโครงการที่จะสร้างเลยค่ะ ดูจากโมเดลแล้วเป็นโครงการ LPN อีกตัวหนึ่งที่ออกแบบมาได้ดูโมเดิร์น สวยงามดีค่ะ ทางเข้าโครงการอยู่ติดริมถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ใช้ระบบ Keycard Access ชั้น 1-5 เป็นพื้นที่จอดรถ พื้นที่ชั้น 6 เป็นยูนิตพักอาศัยชั้นแรก และยังมีพื้นที่ Green Togetherness Area อยู่ทางทิศตะวันออกเห็นวิวบางกระเจ้า ชั้น 28 เป็นสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge ให้ได้ว่ายน้ำพร้อมมองเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาสวยๆ ส่วนชั้น Roof Top บนสุดของอาคารก็จัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวอีกเช่นกัน เรามาเริ่มชมห้องตัวอย่างไล่จากห้อง Studio ขนาด 24 ตร.ม. เปิดเข้ามาจะพบกับเลย์เอาท์ที่จัดวางเอาไว้ดีทีเดียวค่ะ ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง ไม่คับแคบเลย ความสูงของห้อง 2.6 เมตร พื้นปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟแบบดาวน์ไลท์ ซึ่งทางโครงการจะให้เคาน์เตอร์ครัว กับสุขภัณฑ์ในห้องน้ำมาเท่านั้นนะคะ ขวามือของห้องจะพบกับเคาน์เตอร์ครัวที่ทางโครงการให้มาด้วย พร้อมบุกระเบื้องเซรามิคตรงผนังครัว ลึกเข้ามาในห้องจะเป็นโซนสำหรับวางเตียงเชื่อมต่อกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นทางด้านซ้าย ซึ่งสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต โดยยังมีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าได้ ห้องน้ำจะอยู่ทางขวามือหลังเคาน์เตอร์ครัว มีพื้นที่ทางเดินข้างเตียงทั้งสองด้าน หน้าต่างใช้แบบบานกระทุ้งขอบอลูมิเนียม เราเข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อค่ะ ภายในห้องน้ำปูพื้น และผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทา แยกส่วนเปียก-แห้ง กั้นด้วยฉากกั้นกระจกแบบบานเลื่อนที่ทางโครงการให้มาแบบนี้ทั้งหมดค่ะ สุขภัณฑ์ใช้แบรนด์ American Standard สายชำระทางขวามือของผู้ใช้ ราวแขวนผ้าด้านบนชักโครก อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังจากแบรนด์ Charmer พร้อมกระจกสี่เหลี่ยมทรงสูง โซนเปียกกั้นด้วยกระจกบานเลื่อน โซนห้องนั่งเล่นด้านปลายเตียงสามารถวางโซฟาขนาด 3 คนนั่งได้ แล้วยังมีพื้นที่ให้เดินเข้าไปโซนเตียงด้านหลังได้ ระเบียงห้องด้านข้างโซฟากั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียม ด้านนอกมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า ราวกันตกใช้แบบเหล็กโปร่งทาสีเทา Condensing Unit แขวนอยู่ด้านบนเพดาน หันหน้าออกด้านนอก ต่อไปห้องตัวอย่างแบบ 1 Bed ขนาด 28 ตร.ม. เป็นแบบห้องที่มีมากที่สุดในโครงการประมาณ 60% เลย์เอาท์เหมือนกับห้องแบบ Studio แต่มีการกั้นห้องนอนเพิ่มมาให้เพื่อความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น ด้านขวาของห้องเป็นส่วนครัวเปิด เคาน์เตอร์ครัวพร้อมบุกระเบื้องเซรามิคตรงผนังส่วนครัวแบบเดียวกันกับห้อง Studio ใช้โทนสีขาวดูสะอาดตาดีค่ะ ส่วนด้านซ้ายตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวจะมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น เชื่อมต่อไปยังห้องนั่งเล่นด้านใน พื้นที่ห้องนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 คนได้ พร้อมเคาน์เตอร์วางทีวีขนาดเล็ก ด้านข้างโซฟาเป็นระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ระเบียงสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ ราวกันตกแบบเหล็กโปร่ง และ Condensing Unit แขวนอยู่บนเพดานหันหน้าออกนอกอาคาร เข้าไปดูในห้องนอนโซนขวามือของห้องกันบ้างค่ะ ขวามือหลังประตูเป็นห้องน้ำ ส่วนด้านซ้ายเป็นพื้นที่ห้องนอน กลางห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต มีพื้นที่เหลือด้านขวามือสำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้ ซึ่งแบบที่ทางโครงการ Built in มาให้เห็นนี้ เราสามารถจัดให้คล้ายกับ Walk in closet เล็กๆ ได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้อีก ข้างเตียงเป็นหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดใหญ่ แต่สามารถเปิดออกได้ช่องเดียว เข้าไปดูภายในห้องน้ำกันค่ะ พื้นห้องน้ำ และผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทา ด้านซ้ายมือเป็นโซนเปียก ส่วนแห้งเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนแบรนด์ Charmer พร้อมกระจกติดผนัง สุขภัณฑ์ American Standard สายชำระทางขวามือของผู้ใช้ ราวแขวนผ้าด้านบน ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ห้องตัวอย่างสุดท้ายแล้วค่ะ แบบ 2 Bed 35 ตร.ม. เรามาดูกันที่โซนแรกของห้องทางขวามือกันก่อนค่ะ พื้นที่ตรงนี้สำหรับจัดเป็นโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่ง หรือเราจะ Built in ทำเป็นตู้เก็บรองเท้า ตู้เก็บของก็ได้นะคะ ตรงนี้จะได้พื้นที่สำหรับเก็บของเพิ่มขึ้นเยอะเลย เข้าไปที่ห้องแรกค่ะ ห้องนี้เราสามารถทำเป็นห้องนอนเล็กแล้ววางเตียงขนาด 3.5 ฟุต ได้ พร้อมพื้นที่วางตู้เสื้อผ้า หรือจะทำเป็นห้องทำงานแบบนี้ก็ได้นะคะ ออกมาดูพื้นที่กลางของห้องค่ะ ซ้ายมือด้านที่ติดกับผนังหน้าห้อง เป็นส่วนครัวเปิดมาพร้อมเคาน์เตอร์ครัว บุกระเบื้องเซรามิคตรงเคาน์เตอร์เช่นเดิมค่ะ ถัดจากครัวเปิดเป็นห้องน้ำ ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งห้อง แยกส่วนเปียก-แห้ง ออกมาดูที่ส่วนห้องนั่งเล่นกันค่ะ ตรงนี้สามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ได้พอดีกับผนัง ข้างโซฟาเป็นระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน สุดท้ายที่ห้อง Master Bedroom ค่ะ ห้องนี้สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ โดยมีทางเดินเหลือทั้งสองข้าง ข้างเตียงมีหน้าต่างบานกระทุ้ง สามารถเปิดออกได้ 1 บาน อีกฝั่งของเตียงสามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าขนาดเล็กพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้   โดยรวมแล้วโครงการ Lumpini Place Rama 3- Riverine ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวค่ะ เพราะเสน่ห์ของถนนพระราม 3 คือ การเป็นถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นเหมือนจุดกึ่งกลางระหว่างใจกลางเมืองไปสู่ชานเมือง ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนสายสำคัญ ส่วนถนนวงแหวนอุตสาหกรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำเรื่องของการเป็นถนนแห่งการเชื่อมต่อจากทั้งใจกลางเมือง โซนตะวันออก และโซนตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันให้เดินทางได้อย่างง่ายดาย   ข้อดีของโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ช่วงโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา คือ จะเปิดมุมมองจากห้องพักอาศัยให้ได้เห็นวิวได้กว้าง เห็นวิวได้หลายทิศทางมากขึ้น และแน่นอนว่ายิ่งโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี วิวสวย ก็จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้มีราคาสูงขึ้นไปอีก แต่สำหรับ Lumpini Place Rama 3- Riverine กลับมีราคาในระดับที่มนุษย์เงินเดือนสามารถเอื้อมถึง ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการนี้อยู่แล้ว ด้วยศักยภาพของทำเลพร้อมวิวสวยๆ แบบนี้ ถือว่าราคาเริ่มต้นมาได้อย่างน่าสนใจมาก และเชื่อว่า Lumpini Place Rama 3- Riverine จะมอบพื้นที่ส่วนตัวอันแสนลงตัวให้ชีวิตได้มีมุมสงบ สวยงาม เติมพลังให้ตัวเองได้ในทุกๆ วัน
บ้านลุมพินี ชวนเป็นเจ้าของทาวน์โฮมออฟฟิศ 
จอง-โอนวันนี้ รับส่วนลดสูงสุดเป็นล้าน

บ้านลุมพินี ชวนเป็นเจ้าของทาวน์โฮมออฟฟิศ 
จอง-โอนวันนี้ รับส่วนลดสูงสุดเป็นล้าน

“บ้านลุมพินี” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการแนวราบในเครือ L.P.N. DEVELOPMENT GROUP ภายใต้แนวคิด “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” ในแนวทาง “บ้านดี สิ่งแวดล้อมดี ดูแลดี ผู้คนดี” ชวนเป็นเจ้าของทาวน์โฮมออฟฟิศโครงการลุมพินี ทาวน์ เรสซิเดนซ์ บางนา-ศรีนครินทร์ พิเศษ 4 หลังสุดท้าย ขนาด 4 ชั้น 1 หลัง ราคาเริ่ม 12.5 ล้านบาท และขนาด 3 ชั้น 3 หลัง ราคาเริ่ม 8.74 ล้านบาท เพียงจองและโอนกรรมสิทธิ์ภายในสิ้นปีนี้ รับส่วนลดสูงสุด 1 ล้านบาท โครงการลุมพินี ทาวน์เรสซิเดนซ์ บางนา-ศรีนครินทร์ มีการออกแบบในสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่ายและลงตัว ด้วยการใช้กระจกทั้งหมดเพื่อให้สามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ และคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยสูงสุด สำหรับทาวน์โฮมออฟฟิศ ขนาด 4 ชั้น ออกแบบพื้นที่โถงให้มีความสูงจากพื้นถึงเพดาน 6 เมตร โดยชั้น 1 และชั้น 2 ปูพื้นกระเบื้องรองรับการใช้งานแบบสำนักงาน ส่วนขนาด 3 ชั้น ทุกห้องนอนสามารถปรับรูปแบบได้ตามสัดส่วนการใช้งาน เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์คนเมือง บนทำเลศักยภาพ ใกล้สาธารณูปโภคมากมาย พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยภายในโครงการ รวมทั้งการบริหารจัดการที่ดีจากทีมบริหารงานมืออาชีพจากบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888 , www.lpn.co.th และ Facebook : Baan Lumpini
ส่องทำเลทอง น้องใหม่ สุดฮอต ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ

ส่องทำเลทอง น้องใหม่ สุดฮอต ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ

สถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดระดับบน (หรือ 3 ล้านบาทขึ้นไป) ที่เรียกได้ว่าเปิดมาเท่าไหร่ก็ขายได้ และทำเลหนึ่งที่เป็นกระแสร้อนแรงอย่างมากในขณะนี้คือ ทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ จากการสำรวจข้อมูลของสำนักวิจัย LPN เผยถึงภาพรวมตลาดในทำเลนี้มีคอนโดมิเนียมขาย 19 โครงการ ประมาณ 7,000 ยูนิต ราคาเฉลี่ย 90,000 บาท/ตารางเมตร มียอดขายไปแล้วกว่า 90% เมื่อพิจารณาโครงการใหม่ปีที่เปิดตัวปี 60 มี 12 โครงการ 4,600 ยูนิต มียอดขายไปแล้วกว่า 65% เป็นทำเลที่มีการเปิดโครงการใหม่มากเป็นอันดับต้นๆ และยังมีแนวโน้มว่าจะมีโครงการใหม่เปิดตัวเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ประมาณ 2,000 ยูนิต ส่งผลให้ทำเลนี้ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการเองมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ต่างก็ดึงจุดแข็งของตนเองมาสร้างจุดขายให้กับโครงการ ในทางกลับกันก็ถือเป็นโอกาสทองของผู้บริโภคเช่นเดียวกัน ทั้งนี้การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย(หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ที่ก่อสร้างไปแล้วกว่า 40% ซึ่งมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในขณะเดียวกันราคาที่ดินก็สูงปรับตัวขึ้นมาก โดยเฉพาะแปลงที่ดินติดถนนพหลโยธิน ช่วงห้าแยกลาดพร้าว-แยกรัชโยธิน 650,000-950,000 บาท/ตารางวา ช่วงแยกรัชโยธิน-แยกเกษตร 500,000-750,000 บาท/ตารางวาซึ่งจะส่งผลต่อราคาขายคอนโดมิเนียมสูงมากขึ้นตามไปด้วย ล่าสุดราคาพุ่งขึ้นสูงถึง 140,000-150,000 บาท/ตารางเมตรเรียบร้อยแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงการคอนโดมิเนียมที่ตั้งใกล้สถานีรถไฟฟ้ามีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก และด้วยทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ มีความครบถ้วนไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต โดยมีสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงาน และแหล่ง Hang Out อีกจำนวนมาก เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทำเลนี้มีศักยภาพสูงมากขึ้น ยกตัวอย่างสถานที่สำคัญ ดังเช่น ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ Central ลาดพร้าว, Union Mall, Avenue รัชโยธิน และ Major รัชโยธิน มหาวิทยาลัยชื่อดัง ม.เกษตรศาสตร์, ม.ราชภัฏจันทรเกษม และม.ศรีปทุม เป็นต้น อาคารสำนักงานมากมายซึ่งเป็นแหล่งงานสำคัญของทำเลนี้ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ หรือ SCB PARK การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสำนักงานใหญ่ กรมป่าไม้ การทางพิเศษฯ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น สำหรับแหล่ง Hang Out สำคัญของคนรุ่นใหม่ในย่านนี้จะตั้งอยู่บริเวณ Major รัชโยธิน และในซอยพหลโยธินซอย 32 หรือ ซอยเสนานิคม 1 เช่น Wine Society, ร้านเสวนาพาเพลิน, ร้าน Meeting Point, ร้าน Café To All, ร้านJim Burger, ร้านTreat Café และอื่นๆอีกมากมาย ในอนาคตคาดว่าทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ จะกลายเป็นทำเลทองสุดฮอตเหมาะสำหรับสำหรับการอยู่อาศัย ที่มีความสะดวกสบายทั้งด้านการคมนาคมขนส่ง ด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการต่างๆ และนอกจากนี้ยังมีแปลงที่ดินรอการพัฒนาที่หลายแปลง เช่น แปลงที่ดินบางกอกโดม 48 ไร่ ที่เป็นการร่วมทุนกันของผู้ประกอบการรายใหญ่คาดว่าจะพัฒนาเป็นโครงการ Mix-Use ขนาดใหญ่ และแปลงสวนสนุกแดนเนรมิตเดิมที่ยังคงรออยู่ว่าผู้ประกอบการรายใดจะคว้าที่ดินผืนนี้ไปพัฒนา ซึ่งหากที่ดิน 2 แปลงนี้พัฒนาสมบูรณ์แบบจะช่วยเพิ่มศักยภาพของทำเลนี้ให้ดีมากขึ้นอีกต่อไปในอนาคต
The Selected เกษตร-งามวงศ์วาน by LPN – เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น.(PREVIEW)

The Selected เกษตร-งามวงศ์วาน by LPN – เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น.(PREVIEW)

The Selected เกษตร-งามวงศ์วาน by LPN  คอนโด High Rise 1 อาคาร สูง 20 ชั้น เชื่อมต่อทุกความสะดวก ผสานการออกแบบที่ลงตัว ทันสมัย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนรุ่นใหม่ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,590,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร    120,000 – 140,000 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ   บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด   High Rise 1 อาคาร สูง 20 ชั้น พื้นที่โครงการ   ประมาณ 2 ไร่เศษ (3 งาน 46 ตร.วา) จำนวนห้อง     307 ยูนิต ที่จอดรถ    121 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ที่ตั้งโครงการ   ถนนงามวงศ์วาน ระหว่างแยกเกษตรนวมินทร์ (มุ่งสู่ถนนวิภาวดี-รังสิต) และแยกบางเขน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานที่สำคัญใกล้เคียง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนสาธิตเกษตร โรงเรียนสารวิทยา มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลเปาโล เกษตร โรงพยาบาลนนทเวช BTS สายสีแดง BTS สายสีเขียว Supermarket ตลาดสด ลักษณะห้องและขนาดห้อง Standard ขนาด 24.0 ตารางเมตร 1 ห้องนอน ขนาด 28.0 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 2 เตียงนอน ขนาด 40.0 ตารางเมตร Standard ขนาด 24.0 ตารางเมตร 1 ห้องนอน ขนาด 28.0 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 2 เตียงนอน ขนาด 40.0 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องเรียนรู้ ลานเอนกประสงค์ ลานฟิตแอนด์เฟิร์ม สนามสตรีทบาส ที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนบนอาคาร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-561-1700 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.lpn.co.th/the-selected/kaset-ngamwongwan/  
“เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น” เจาะกลุ่มนักศึกษา

“เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น” เจาะกลุ่มนักศึกษา

“เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น” เจาะกลุ่มนักศึกษา                      บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) ผู้พัฒนาอาคารชุดอาศัยภายใต้แบรนด์ “ลุมพินี” เตรียมพัฒนาคอนโดแบรนด์ใหม่ “เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น” มูลค่า 1,000 ล้านบาท บนทำเลทองถนนงามวงค์วาน ระหว่างแยกเกษตร-นวมินทร์และบางเขน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษรศาสตร์ หวังเจาะตลาดกลุ่มนักศึกษา ด้วยห้องชุดเป็นส่วนตัวเพียง 310  ยูนิต จำนวน 1 อาคาร สูง 20 ชั้น บนเนื้อที่ 2 ไร่เศษ พร้อมจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางตอบโจทย์สีสันความสุข สนุกสนานและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้พักอาศัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ WORK, HEALTH, PLAY สอดแทรกทุกส่วนอย่างกลมกลืน ภายในห้องชุดยังตอบโจทย์ New LPN Design ครบทุกอรรถประโยชน์ใช้สอยและยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของนักศึกษา ภายในโครงการโอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวกว่า 1,000 ตร.ม ทั้งยังนำแนวคิด LPN SMART ROOM มาผนวกในการใช้ชีวิตในยุคดิจิตอล ด้วยระบบการสั่งงานอัจฉริยะเปิด-ปิดไฟฟ้าในห้องชุดผ่านมือถือ Smart Phone เพื่ออำนวยความสะดวก ปลอดภัย ทันสมัยครบวงจร พร้อมเปิดขายวันเสาร์ที่ 24 มิ.ย.นี้ ขนาด 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888 สำนักงานขาย 02-561-1700 หรือ www.facebook.com/ Condo Lumpini ที่ตั้ง : ถนนงามวงศ์วานระหว่างแยกเกษตรนวมินทร์ (มุ่งสู่ถนนวิภาวดี-รังสิต) และแยกบางเขน ตรงข้าม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ห่างจากประตูงามวงศ์วาน 3 ประมาณ 250 เมตร ราคา : 3 ล้านบาทต้นๆ เนื้อที่โครงการ : ประมาณ 2 ไร่เศษ ลักษณะโครงการ : ผู้อาคารชุดพักอาศัยสูง 20 ชั้น 1 อาคาร ห้องชุดพักอาศัยรวม 310 ยูนิต (ชั้น 5 – ชั้น 20) รูปแบบห้องชุดขนาด 24.00 – 40.50 ตร.ม. ชั้นล่าง : ห้องเรียนรู้ (Learning zone)               สำนักงานนิติบุคคล (Juristic Person Office)               ลานเอนกประสงค์ (Co living area)               ลานฟิตแอนด์เฟิร์ม (Fit & Firm area)               สนามสตรีทบาส (Street Basketball)               ห้องเครื่อง               ที่จอดรถจักรยานยนต์ และที่จอดรถ ชั้น 2 – 4 : ห้องเครื่องและที่จอดรถ ชั้น 5 : สระว่ายน้ำไร้ขอบ (Infinity Edge Pool),             ฟิตเนสโซน (Fitness Zone) และห้องชุดพักอาศัย ชั้น 6 -18 : ห้องชุดพักอาศัย ชั้น 19 : สวนอินฟินิตี้ (Infinity garden) และห้องชุดพักอาศัย ชั้น 20 : ห้องชุดพักอาศัย ที่จอดรถ : ประมาณ 119 คัน (ไม่รวมที่จอดรถซ้อนคัน) โทรศัพท์ (สำนักงานขาย) : 02-561-1700 โทรสาร (สำนักงานขาย) : 02-561-1701 กำหนดเริ่มก่อสร้าง : ตุลาคม 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จ : กันยายน 2561    
ส่องศักยภาพทำเล “The Selected Kaset-Ngamwongwan By LPN”

ส่องศักยภาพทำเล “The Selected Kaset-Ngamwongwan By LPN”

ส่องศักยภาพทำเล “The Selected Kaset-Ngamwongwan By LPN”   สถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียม : รถไฟฟ้าคืบหน้า-ราคาที่ดินพุ่ง-คอนโดราคาสูง สำนักวิจัย LPN เผยข้อมูลโครงการคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในปี 2560 ทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-แยกเกษตร-นวมินทร์ มี 3 โครงการ ประมาณ 1,300 ยูนิต มียอดขาย ณ วันเปิดตัว 55% สูงเป็นอันดับที่ 3 จากภาพรวมยอดขายทั้งหมดตามทำเลต่างๆในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ราคาเฉลี่ย 68,000 บ./ตร.ม. (1.85 ลบ.) โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาคารสูง 8 ชั้น ที่ตั้งไม่ติดถนนสายหลัก หรือใกล้สถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย หากพิจารณาภาพรวม Supplyทั้งหมดในทำเลนี้ มี 22 โครงการ 13,000 ยูนิต มี Demand ดูดซับไปแล้วกว่า 90% ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 80,000บาทต่อตารางเมตร และในอนาคตจะมี Supply ใหม่จากผู้ประกอบการรายใหญ่เตรียมเข้าตลาดอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณถนนพหลโยธินช่วงห้าแยกลาดพร้าว-แยกรัชโยธิน ราคาเฉลี่ย 140,000 บ./ตร.ม. โดยสาเหตุหลักมาจากความคืบหน้างานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย(หมอชิต-คูคต) ประมาณ 20% และคาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการได้ในปี 2563 ประกอบกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง(บางซื่อ-รังสิต) ที่วิ่งคู่ขนานไปกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย(หมอชิต-คูคต) ก็มีความคืบหน้างานก่อสร้างไปมากแล้วเช่นกันประมาณ 55% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดผู้ประกอบการนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายใหญ่และรายย่อยเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมกันเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันราคาที่ดินก็สูงขึ้นมาก โดยเฉพาะแปลงที่ดินติดถนนพหลโยธิน ช่วงห้าแยกลาดพร้าว-แยกรัชโยธิน 600,000-950,000 บ./ตร.ว. ช่วงแยกรัชโยธิน-แยกเกษตร 500,000-650,000 บ./ตร.ว. นั่นคือต้นทุนสำคัญในการพัฒนาโครงการคอนโดฯ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาขายคอนโดมิเนียมสูงมากขึ้นตามไปด้วย ในอนาคตในทำเลนี้คงจะหาคอนโดมิเนียมราคา 1-3 ลบ. ได้ยากมากขึ้น อาจจะต้องขยับขยายไปทางถนนงามวงศ์วาน และถนนเกษตร-นวมินทร์ เพื่อให้ราคาขยับลงมาและวัยเริ่มต้นทำงานสามารถจับต้องได้   ศักยภาพทำเล : รถไฟฟ้า 2 สาย ศูนย์การค้า 3 แห่ง และ 4 มหาวิทยาลัยดัง             จุดเด่นของทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-แยกเกษตร-นวมินทร์ นอกจากโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย 2สาย คือสายสีเขียว(หมอชิต-คูคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดง(บางซื่อ-รังสิต) ที่สร้างความน่าสนใจให้ย่านนี้แล้วนั้น ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างมากมายที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของทำเลนี้ให้มีความน่าอยู่อาศัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 3 แห่ง Central ลาดพร้าว, Union Mall และ Major รัชโยธิน และรายล้อมไปด้วยมหาวิทยาลัยชื่อดัง 4แห่ง ม.ราชภัฏจันทรเกษม, ม.เกษตรศาสตร์, ม.ศรีปทุม และม.ธุรกิจบัณฑิต ประกอบกับอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งงานสำคัญของทำเลนี้ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ หรือ SCB PARK การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสำนักงานใหญ่ กรมป่าไม้ การทางพิเศษฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และกรมยุทธโยธา
เปลี่ยนเช่าอยู่ เป็นเจ้าของคอนโด “ลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า-ริเวอร์วิว”

เปลี่ยนเช่าอยู่ เป็นเจ้าของคอนโด “ลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า-ริเวอร์วิว”

เปลี่ยนเช่าอยู่ เป็นเจ้าของคอนโด  “ลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า-ริเวอร์วิว”           คงจะดีไม่น้อยหากเป็นเจ้าของคอนโดที่ใกล้แม่น้ำ-รถไฟฟ้า และยังมีความเป็นส่วนตัวสูง โดยบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) ใส่ใจถึงความต้องการดังกล่าาวจึงคัดสรรหนึ่งที่ดินที่ดีที่สุดย่านสะพานพระนั่งเกล้า- รัตนาธิเบศร์ มาพัฒนาอาคารชุดพักอาศัยคุณภาพ ภายใต้ชื่อ “ลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า-ริเวอร์วิว” รองรับความต้องการของคนอยากมีบ้านที่ใกล้ชิดธรรมชาติ และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันในราคาที่จับต้องได้                “ลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า-ริเวอร์วิว” เป็นคอนโดที่ครบทุกอรรถรสการอยู่อาศัย และยังสามารถเชื่อมต่อการเดินทางด้านบริการขนส่งมวลชนที่ครบถ้วนทั้งรถไฟฟ้า-เรือโดยสารเข้าด้วยกัน ทำให้ทำเลดังกล่าวเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นดี โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่เชื่อมต่อทุกเส้นทางจากนนทบุรี-กรุงเทพฯ นั้นอยู่ใกล้กับโครงการถึง 2 สถานี ได้แก่ สถานีไทรม้า และสถานีสะพานพระนั่งเกล้า สามารถช่วยลดระยะเวลาการเดินทางของคนทำงานในเมือง อีกทั้งเส้นทางของรถไฟฟ้านี้ยังผ่านพื้นที่ที่เป็นแหล่งงานสำคัญๆ เช่น ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี และหน่วยงานระดับประเทศ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข  รวมถึงแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต เป็นต้น รายละเอียดโครงการ เจ้าของโครงการ  บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    อาคารชุดพักอาศัย สูง 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร จำนวนห้อง    905 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต ที่จอดรถ    300 คัน (รวมที่จอดซ้อนคัน) พื้นที่โครงการ    ประมาณ 9 ไร่เศษ ที่ตั้งโครงการ  ถนนรัตนาธิเบศร์  ห่างจากสถานีไทรม้า ประมาณ 900 เมตร และสถานีสะพานพระนั่งเกล้า ประมาณ 1 กิโลเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ เทสโก้ โลตัส เอสพานาด รัตนาธิเบศร์ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงเรียนสตรีนนทบุรี ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข ท่าน้ำนนท์ โครงการดังกล่าว ตั้งอยู่บนยุทธศาสตร์ที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยเองและลงทุน ล้อมรอบด้วยวิวเมืองนนทบุรี ที่สำคัญคือการเดินทางสะดวกสบาย โดยคอนโดลุมพินีแห่งนี้เป็นอาคารชุดพักอาศัย สูง 8 ชั้น 4 อาคาร ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่เศษ ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนห้องชุดที่ไม่มากนัก เพียงประมาณ 900 ยูนิต โดยมีรูปแบบห้องชุดขนาด  22.5-35  ตร.ม. พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ ได้แก่ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องเรียนรู้ ห้องคุณหนู ห้องเปี่ยมสุข  ห้องเฮ้าส์เวิร์ค สนามเด็กเล่น สวนรวมใจ และบริการรถตู้รับ-ส่งไปยังรถไฟฟ้าสถานีไทรม้าและสถานีสะพานพระนั่งเกล้า                  “ลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า-ริเวอร์วิว” พร้อมเข้าพักอาศัยได้ปลายปี 2560 พิเศษ สำหรับผู้สนใจจองซื้อโครงการดังกล่าว เฉพาะห้องชุดขนาด 22.5 ตร.ม. รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 220,000 บาท โดยบริษัทได้วางแผนด้านการเงินให้แก่ลูกค้าด้วยการผ่อนสบายๆ เพียงเดือนละ 2,000 บาท รวมทั้งหมด 8 เดือน ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้สามารถแบ่งเบาภาระแก่ลูกค้าก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ นับว่าเป็นโครงการที่ตอบโจทย์สำหรับกลุ่มลูกค้าที่กำลังเช่าอพาร์ทเม้นท์ให้เปลี่ยนมาเป็นเจ้าของคอนโดลุมพินีได้อย่างง่ายๆ มาสัมผัสและแวะชมห้องตัวอย่างคอนโดลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า-ริเวอร์วิว ได้แล้ววันนี้ที่สำนักงานขายโครงการ โทร 02-195-8300   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888 , www.lpn.co.th และ Facebook : Condo Lumpini
เครือ LPN ปรับโมเดลธุรกิจก้าวสู่ “บริบทใหม่แห่งความยั่งยืน”

เครือ LPN ปรับโมเดลธุรกิจก้าวสู่ “บริบทใหม่แห่งความยั่งยืน”

กลุ่ม LPN จัดทัพธุรกิจครั้งใหญ่ ก้าวสู่ “บริบทใหม่แห่งความยั่งยืน” แบ่งกลุ่ม 2 ธุรกิจ LPN มุ่งตลาดกลาง-ล่างถึงบน ลุยเปิดใหม่ปีนี้ 12 ทำเลทอง พรสันติมุ่งตลาดแนวราบเพื่อกระจายฐานธุรกิจ LPP ชูจุดแข็งการบริหารชุมชน ลุยเปิดรับบริหารงานนอก LPC มุ่งสู่ “Social Enterprise” LPS ปรับโมเดลธุรกิจจากบริหารงานก่อสร้างเป็นบริหารการให้บริการครบวงจรสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยหัวใจสำคัญของการปรับครั้งใหญ่นี้เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน   โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ : นายทิฆัมพร เปล่งศรีสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานคณะกรรมการบริหาร (CEO) บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เปิดเผยว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทได้ประสบอุปสรรคที่ส่งผลให้ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ด้วยสาเหตุจากทั้งปัจจัยภายใน คือ สินค้าค้างขาย (Inventory) และกลยุทธ์การเปิดโครงการทั้งขนาดและทำเล และปัจจัยภายนอก คือ หนี้สินครัวเรือนและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของกลุ่มลูกค้ากลางล่าง ในปี 2560 ซึ่งเป็นปีของการเริ่มต้นวิสัยทัศน์รอบใหม่ บริษัทจึงได้กำหนดให้เป็น “ปีแห่งการปรับ” หรือ “YEAR OF SHIFT” ซึ่งจะเป็นการปรับทิศทางในการดำเนินงานของ LPN และ บริษัทในเครือทั้งหมด โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มธุรกิจในการดำเนินงาน ได้แก่ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) คือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) บริษัท พรสันติ จำกัด (PST) กลุ่มธุรกิจให้บริการ (Service Provider) คือ บริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด (LPC) บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) บริษัท ลุมพินี โปรเจค มาเนจเมนท์ เซอร์วิส จำกัด (LPS)   สำหรับ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) โดยนายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่าในปี 2559 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายประมาณ 8,500 ลบ. และรายได้จากการขายประมาณ 13,000 ลบ. ดังนั้น ในปีนี้บริษัทจะเพิ่มการพัฒนาโครงการที่ตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้ากลาง-บนมากขึ้น โดย 7 จาก 12 โครงการจะเป็นโครงการสำหรับกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง-บนมูลค่าโครงการประมาณ 16,000 ลบ. เจาะทำเลใจกลางเมือง หรือแหล่งที่อยู่อาศัยที่ยังมีความต้องการซื้อ โดยตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 20,000 ลบ. ซึ่งในวันเสาร์ที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา บริษัทเปิดขายใน 2 ทำเลเด่น คือ ลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน และ ลุมพินี เพลส บางนา กม.3 สร้างยอดขายสูงกว่า 1,700 ลบ. และในปีนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายระบายสินค้าพร้อมอยู่ให้ได้มากที่สุดโดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 7,000 ลบ. ขณะเดียวกันบริษัทยังต้องเพิ่มกลยุทธ์ทาง การตลาดและปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ตราผลิตภัณฑ์ (Brand Image)ให้สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายเป็นระดับกลางถึงบนอีกด้วย     ด้าน บริษัท พรสันติ จำกัด (PST) โดยนายจรัญ เกษร กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า ภายใต้แนวทางรองรับฐานลูกค้าลุมพินีและกระจายฐานธุรกิจของ LPN  ในปี 2559 บริษัทมีรายได้จากการขายประมาณ 850 ลบ. และยอดขายประมาณ 1,400 ลบ. สำหรับปีนี้บริษัทมุ่งนโยบายที่จะเพิ่มรายได้ของโครงการแนวราบให้สูงขึ้นเพื่อทดแทนรายได้ของอาคารชุด ซึ่งในปี 2560 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 8 โครงการ โดยมีเป้าหมายยอดขายที่ 2,000 ลบ. และยอดรับรู้รายได้ที่ 1,500 ลบ. พร้อมพัฒนากระบวนการก่อสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านคุณภาพ ต้นทุนและเวลาส่งมอบ สำหรับการพัฒนาศูนย์การค้าชุมชน ในปัจจุบันบริษัทมีศูนย์การค้าชุมชนที่บริหารทั้งหมด 5 แห่ง คือ ศูนย์การค้าชุมชนขนาดเล็ก โครงการลุมพินี วิลล์ นาเกลือ วงศ์อมาตย์, ลุมพินี คอนโดทาวน์ พัทยาเหนือ-สุขุมวิท, ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98, ศูนย์การค้าชุมชน มิลล์ เพลส โพศรี จ.อุดรธานี และ มาร์เกต เพลส รังสิต-คลอง 1 ในโครงการ ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 รวมทั้งร้านค้าในชุมชนกว่า 300 ร้าน ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยใน “ประชาคมลุมพินี”     กลุ่มธุรกิจให้บริการ บริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด (LPC) โดยนางสาวสุรัสวดี ซื่อวาจา กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินธุรกิจตามนโยบาย CSR เพื่อช่วยเหลือสตรีด้อยโอกาสที่มีการศึกษาน้อยจนถึงไม่ได้รับการศึกษาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบค่าจ้างแรงงาน บางรายมีปัญหาทางครอบครัว ถูกสามีทอดทิ้งและต้องรับผิดชอบดูแลบุตร ในฐานะที่บริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการบริการหลังการขายโดยเฉพาะงานบริการ จึงได้จัดตั้งหน่วยงานบริการรักษาความสะอาดและงานบริการชุมชนให้กับชุมชนที่ LPN บริหาร เพื่อเปิดโอกาสให้สตรีด้อยโอกาสได้เข้ามาทำงานกับบริษัท LPC จึงเป็นธุรกิจที่ปันผลกำไรคืนสู่สังคม สามารถสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่สตรีด้อยโอกาสในชุมชนลุมพินีกว่า1,800 คนแล้ว สำหรับทิศทางของ LPC ปีนี้ คือการเปิดรับงานบริการภายนอกโครงการ LPN จำนวน 20 โครงการ โดยจะขยายกลุ่มพนักงานจากสตรีด้อยโอกาสไปสู่คนพิการและผู้สูงอายุ และการปรับแผนธุรกิจไปสู่วิสาหกิจเพื่อสังคมแบบเป็นทางการ (Social Enterprise)   บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) โดยนางสาวสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่าบริษัทได้ดูแลงานบริการหลังการขาย ภายใต้กลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่สำหรับคนทุกวัย” ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์ “ลุมพินี” ตามคุณค่าการบริการหลังการส่งมอบ (FBLES+P) ซึ่งได้พัฒนาการบริหารชุมชนเฉพาะโครงการของ LPN มากว่า 20 ปี สำหรับในปี 2560 นี้บริษัทจะเพิ่มความเข้มข้นด้านกลยุทธ์ในการบริหารชุมชน จาก “ชุมชนน่าอยู่” เป็น “ชุมชนน่าอยู่สำหรับคนทุกวัย” เพื่อสร้างความสุขที่แท้จริงของการอยู่อาศัยให้กับชุมชน “ลุมพินี” กว่า 130,000 ครอบครัว ใน 143 โครงการ ในขณะเดียวกัน บริษัทจะขยายงานบริหารชุมชนสู่ภายนอก โดยในเบื้องต้นตั้งเป้าหมายไว้ที่ 15 โครงการ รวมเป้าหมายรายได้ประมาณ 520 ลบ.     สำหรับ บริษัท ลุมพินี โปรเจค มาเนจเมนท์ เซอร์วิส จำกัด (LPS) ในปีนี้ได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ ดร.พร วิรุฬห์รักษ์ แทนกรรมการผู้จัดการคนเดิมที่เกษียณอายุ ซึ่งการปรับเปลี่ยนธุรกิจของบริษัท LPS จะเป็นการ “Transformation” ด้วยการขยายฐานธุรกิจจากเดิมที่เป็นผู้บริหารงานก่อสร้าง ให้บริการเฉพาะโครงการของ LPN ไปบริหาร   การให้บริการครบวงจรสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สู่ภายนอกเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการนำศักยภาพและจุดแข็งด้าน Product Value ที่มีอยู่มาสร้างประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท   CEO กล่าวในตอนท้ายว่า “ปีแห่งการ SHIFT ของเครือบริษัท LPN ในครั้งนี้เป็นความท้าทายครั้งสำคัญ เป็นบริบทใหม่แห่งความยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะเป็นแนวทางสู่การเติบโตของบริษัทอย่างมั่นคงและยั่งยืนแล้ว ยังสร้างความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของยอดขาย รายได้ และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ บริการ ที่จะสะท้อนกลับไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มของบริษัทในอนาคตอีกด้วย”   โครงการที่จะเปิดตัวใหม่ในปี 2560 แผนการดำเนินงาน บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ โครงการที่จะเปิดตัวใหม่ในปี 2560 จำนวน 12 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 20,000 ล้านบาท *ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ อยู่ระหว่างดำเนินการซื้อที่ดิน แผนการดำเนินงาน บจก.พรสันติ โครงการที่จะเปิดตัวใหม่ในปี 2560 จำนวน 8 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,500 ล้านบาท  
บ้านลุมพินี ทาวน์ วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม2 (PREVIEW)

บ้านลุมพินี ทาวน์ วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม2 (PREVIEW)

บ้านลุมพินี ทาวน์ วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม2 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ในซอยสุขสวัสดิ์ 26 จาก LPN รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น     ประมาณ 2 ล้านต้นๆ เจ้าของโครงการ     บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ     ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร จำนวน 172 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด     ประมาณ 14 - 0 - 40.9 ไร่ ที่ตั้งโครงการ    ซอยสุขสวัสดิ์ 26 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ สถานที่สำคัญใกล้เคียง Big C บางปะกอก Lotus บางปะกอก Central พระราม 2 Home Pro พระราม 2 Big C พระราม 2 โรงพยาบาลบางมด โรงพยาบาลนวมินทร์ 2 โรงพยาบาลนครธน โรงพยาบาลบางประกอก 3 โรงพยาบาลบางประกอก 9 อินเตอร์เนชั่นเนล โรงเรียนวัดบางปะกอก โรงเรียนวรรณสว่างจิต โรงเรียนสารสาสน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย Type A พื้นที่ใช้สอยประมาณ 130 – 140 ตรม. ห้องนอน 2 ห้อง+1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ห้องน้ำ ห้องครัวไทย จอดรถ 2 คัน Type B พื้นที่ใช้สอยประมาณ 115 - 120 ตรม. ห้องนอน 2 ห้อง+1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ห้องน้ำ ห้องครัวไทย จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวก สวนสวยสำหรับพักผ่อนและออกกำลังกายกลางแจ้ง และต้นไม้รายล้อมรอบโครงการ กล้อง CCTV ทั้งโครงการและระบบรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน 24 ชั่วโมง บริหารหมู่บ้านลุมพินี โดยทีมงานมืออาชีพจาก บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  02-689-6888 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :   www.lpn.co.th
Lumpini Mixx เทพารักษ์-ศรีนครินทร์ (รีวิวคอนโด)

Lumpini Mixx เทพารักษ์-ศรีนครินทร์ (รีวิวคอนโด)

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปชมคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุดจากเครือ LPN ในชื่อ Lumpini Mixx (ลุมพินี มิกซ์) ซึ่งปักหมุดในทำเลใกล้สี่แยกศรีเทพา (ถนนศรีนครินทร์ตัดกับถนนเทพารักษ์) เกาะแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสายสีเหลืองอยู่เนืองๆ แถมเปิดตัวที่ราคา 7 แสนเศษเท่านั้น ยิ่งทำให้รู้สึกน่าจับจองเป็นที่สุด ว่าแล้วก็ไปดูโครงการกันเลยดีกว่าครับ การเดินทาง การเดินทางวันนี้เราขอยืดรถไฟฟ้าเป็นหลัก ด้วยการมาลงที่สถานีแบริ่ง ซึ่งเป็นสถานีปลายทาง ณ ขณะนี้ แล้วต่อรถมายังตัวโครงการอีกที ซึ่งก็สามารถเลือกได้ทั้งเส้นทางในซอยแบริ่ง มาออกถนนศรีนครินทร์ แล้วค่อยมาเลี้ยวเข้าถนนเทพารักษ์ หรือวิ่งตรงมาผ่านสถานีตำรวจภูธรตำบลสำโรงเหนือแล้วก็เลี้ยวซ้าย วิ่งตรงมาตามถนนเทพารักษ์ยาวๆ เลย พอผ่านแยกศรีเทพา ก็ให้กลับรถแล้วชิดซ้ายเพื่อเข้าโครงการ เนื่องจากที่ตั้งโครงการ Lumpini Mixx อยู่ห่างจากสี่แยกศรีเทพาเพียง 260 เมตรเท่านั้น การต่อรถจากสถานีรถไฟฟ้ามายังโครงการก็ทำได้ง่าย มีให้เลือกทั้งรถสองแถวสีส้ม (บางนา-สำโรง หนามแดง) หรือจะเรียกรถแท็กซี่ หรือใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างตรงทางลงรถไฟฟ้าก็สะดวกดีเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทางโครงการ Lumpini Mixx ก็จัดให้มีรถรับ-ส่งจากโครงการไปยังสถานีรถไฟฟ้าแบริ่งเพื่อเพิ่มความสะดวกสำหรับลูกบ้านด้วย   การเดินทางวันนี้เราเริ่มจาก BTS สถานีแบริ่งกันเลยนะครับ จากตรงนี้ไปมี 2 เส้นทางให้เลือกคือเข้าถนนสุขุมวิท 107 หรือซอยแบริ่งก็ได้ หรือตรงไปเข้าถนนเทพารักษ์เลยก็ได้เหมือนกัน เราเลือกตรงมาตามถนนสุขุมวิท แล้วไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเทพารักษ์นะครับ จาก BTS สถานีแบริ่งมา มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย สายสีเขียว ตลอดทางไปจนถึงบริเวณพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเลยนะครับ จาก BTS แบริ่งมาประมาณ 2 กิโลเมตรกว่าๆ จะเจอบิ๊กซี สำโรงอยู่ทางขวามือ เราตรงมาตามถนนสุขุมวิทเรื่อยๆ ตรงนี้จะเป็นจุดก่อสร้าง BTS สถานีสำโรง อยู่ก่อนถึงแยกที่เราจะเลี้ยวเข้าถนนเทพารักษ์ ตรงมาอีกหน่อยจะเจอ 3 แยก ให้เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าถนนเทพารักษ์ เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้ว จะเห็นบรรยากาศบนถนนเทพารักษ์เป็นถนน 3 เลน ตอนเราไปเป็นช่วงเกือบจะเที่ยงแล้ว การจราจรจึงคล่องตัวอย่างที่เห็น เข้าสู่ตำบลบางเมืองกันแล้ว จากแยกถนนสุขุมวิท เราตรงมาตามถนนเทพารักษ์อีกประมาณ 4 กม. จะเจออีกแยก เป็นแยกศรีเทพา (ถนนเทพารักษ์ตัดกับถนนศรีนครินทร์) เราตรงผ่านแยกศรีเทพาไปเลยนะครับ เลยแยกมานิดเดียว จะเห็นโครงการอยู่ทางด้านขวามือ เราชิดขวาเพื่อกลับรถ จุดกลับรถจะอยู่ไม่ไกลจากทางเข้าโครงการเลยนะครับ กลับรถแล้วรีบชิดซ้ายทันที ถึงแล้วละครับ สำนักงานขายของโครงการ ถ้าใครไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว หน้าโครงการก็มีรถสาธารณะไว้ให้บริการด้วยนะครับ ทั้งรถเมล์ และรถสองแถว วิ่งไปถึง BTS แบริ่งกันเลย เลี้ยวเข้าไปจอดรถด้านหลังสำนักงานขายได้เลยครับ เข้ามาในสำนักงานขายแล้วคึกคักทีเดียวครับ ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็สะดวกไม่แพ้กัน เพราะมีเส้นทางให้เลือกทั้งถนนเทพารักษ์ ถนนศรีนครินทร์ ที่ไปออกได้ทั้งถนนสุขุมวิท ถนนบางนา-ตราด และถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งใต้ สำหรับในอนาคต เมื่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวทำส่วนต่อขยายเสร็จแล้ว สถานีก็จะขยับเข้ามาใกล้ตัวโครงการมากขึ้น จากสถานีแบริ่งก็จะเป็นสถานีสำโรงแทน ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองซึ่งอยู่ในแผนก่อสร้างในอนาคต ก็จะมีสถานีศรีด่าน และสถานีศรีเทพาอยู่ใกล้ๆ ในระยะเพียง 1 กิโลเมตรครับ วิเคราะห์รอบโครงการ โครงการ Lumpini Mixx เทพารักษ์-ศรีนครินทร์ ตั้งอยู่ในชุมชนตรงสี่แยกย่านศรีเทพาพอดี พื้นที่รอบๆ เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารพาณิชย์เกือบทั้งหมด ริมถนนเทพารักษ์แถบนี้เต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆ มากมาย มีอาหารการกินขายตั้งแต่เช้ายันค่ำ รถราก็วิ่งผ่านไปมาตลอดวัน บรรยากาศจึงคึกคักไม่เงียบเหงา หรือห่างไกลความเจริญเลยครับ แหล่งช็อปปิ้งสำคัญๆ ของย่านนี้ก็อยู่รอบๆ โครงการ บนเส้นศรีนครินทร์ก็มีทั้ง Food Land, Big C, Makro, Paradise Park และ Seacon Square เลยไปทางถนนบางนา-ตราดก็มี Central บางนา, Mega บางนา และ Tesco Lotus ส่วนสาธารณูปโภคอื่นๆ ก็มีแวดล้อมครบถ้วนทั้ง โรงพยาบาล สถานีอนามัย โรงเรียน มหาวิทยาลัย ธนาคาร และหน่วยงานราชการ ใกล้โครงการมีร้านขายอาหารอยู่หลายร้านเลยนะครับ สำหรับโครงการ Lumpini Mixx เทพารักษ์-ศรีนครินทร์ เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ที่มีทั้งหมด 7 อาคารด้วยกัน แต่ละอาคารตั้งเรียงตัวกันยาวเข้าไปตามแนวของที่ดิน โซนด้านหน้าเรียกว่าโซน A มี 3 อาคาร ส่วนด้านในเป็นโซน B มีอีก 4 อาคาร โดยที่ Facilities ต่างๆ ก็กระจายกันไปในแต่ละอาคาร ลูกบ้านแต่ละอาคาร ดังนี้ อาคาร A1 จะมีร้านสะดวกซื้อ ร้านซักรีด และร้านเสริมสวย อาคาร A2 มีร้านอาหาร ห้องเด็กเล่น และห้องสมุด อาคาร A3 มีห้องออกกำลังกาย และสระว่ายน้ำ อาคาร B1 มีห้องกิจกรรมผู้สูงอายุ อาคาร B2 มีร้านอาหาร อาคาร B3 มีห้องออกกำลังกายอีกห้อง อาคาร B4 ห้องเด็กเล็ก และห้องสมุด ส่วนพื้นที่สีเขียวที่เป็นสวนก็มีอยู่ทุกๆ อาคาร เช่นเดียวกับที่จอดรถที่มีให้จอดที่บริเวณด้านหลังของทุกๆ อาคาร และมีอาคารจอดรถสูง 4 ชั้น อยู่ระหว่างอาคาร B2 และ B3 เพิ่มเติมมาให้ด้วย ช่วยเพิ่มจำนวนที่จอดรถได้มากขึ้นพอสมควร แต่โดยรวมแล้วก็ยังสามารถรองรับได้ประมาณ 30% เรื่องทิศทางของอาคาร อาคารทั้งหมดจะตั้งอยู่ในแนวเหนือใต้ตามรูปที่ดิน หน้าอาคารในโซน A จะหันไปทางทิศตะวันออก ส่วนโซน B หันหน้าไปทางทิศตะวันตกครับ ดังนั้นห้องเกือบทั้งหมดจึงเผชิญกับทิศตะวันออก และทิศตะวันตก รักชอบด้านไหนก็เลือกกันได้ตามสะดวก นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน ลิฟท์โดยสารอาคารละ 2 ตัว และรถรับส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านเพิ่มเติม Master Plan ของโครงการที่มีทั้งหมด 7 อาคาร เรียงตัวกันยาวเข้าไปตามแนวของที่ดิน มีอาคารจอดรถสูง 4 ชั้น 1 อาคาร อยู่ระหว่างอาคาร B2 กับ B3 แต่ละอาคารจะมีสวนสีเขียวอยู่หน้าอาคาร อาคาร A1 จะมีร้านสะดวกซื้อ ร้านซักรีด และร้านเสริมสวย อยู่ที่ชั้น 1 และห้องพักบางส่วนจะเริ่มต้นที่ชั้น 1 และอีกส่วนหนึ่งเป็นที่จอดรถใต้อาคาร และรอบๆ อาคาร ชั้น 2-8 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด อาคาร A2 ชั้น 1 จะมีร้านอาหาร ห้องเด็กเล่น ห้องสมุด ส่วนหนึ่งเป็นห้องพักอาศัย และที่จอดรถใต้อาคารและรอบๆ อาคาร อาคาร A3 มีห้องออกกำลังกาย และสระว่ายน้ำ อยู่ที่ชั้น 2 สระว่ายน้ำบนชั้น 2 ของอาคาร A3 อาคาร B1 ชั้น 1 มีห้องกิจกรรมผู้สูงอายุ และห้องพักอาศัยก็เริ่มต้นที่ชั้น 1 นี่เลยนะครับ ที่จอดรถจะใช้พื้นที่รอบๆ อาคาร อาคาร B2 มีร้านอาหาร อยู่ที่ชั้น 1 อาคาร B3 จะมีห้องออกกำลังกายอยู่อีก 1 ห้อง อาคาร B4 จะมีห้องเด็กเล็ก และห้องสมุด พาชมห้องตัวอย่าง อย่างที่บอกว่าโครงการ Lumpini Mixx เทพารักษ์-ศรีนครินทร์ เป็นแบรนด์ใหม่เอี่ยมแกะกล่องจากเครือ LPN เลยมีห้องแบบใหม่มาฝากกันด้วย แต่ก็ไม่ต้องห่วงนะครับ ห้องแบบเดิม ไซส์เดิมตามมาตรฐานของ Lumpini ยังคงมีอยู่ครบ โดยทางโครงการจะแบ่ง Layout ห้องแบบเดิมในขนาด 22.50-26.50 ตร.ม. ไว้ในอาคารโซน A ส่วนห้อง Layout ใหม่ ขนาดใหม่จะอยู่ในอาคารโซน B ทั้งหมด ซึ่งห้องแบบใหม่จะมีขนาดที่ 21.50-22 ตร.ม. เรียกว่าเป็นขนาดที่เล็กกระทัดรัดกว่านิดหน่อย แต่ก็มีการจัดวางพื้นที่ภายในให้สามารถใช้สอยได้คุ้มค่าเหมือนเดิม ดังนั้นราคาห้องเริ่มต้นของโครงการนี้จึงอยู่ในช่วงราคาที่สามารถจับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้นไปอีก เชื่อว่าหลายคนคงอยากเห็นหน้าตาของห้องตัวอย่างกันแล้ว ไปดูกันเลยดีกว่าครับ ห้อง Studio ขนาด 21.50 ตารางเมตร เรามาเริ่มกันจากห้อง Studio ขนาด 21.50 ตารางเมตร กันก่อนเลยนะครับ ห้องที่ได้จะเป็นห้องเปล่า แต่ถ้าอยากได้แบบห้องตัวอย่าง ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 175,000 บาท ห้องนี้จะเป็น Layout แบบใหม่ของ LPN อาจจะแปลกตาหน่อยนะครับ เข้ามาในห้องแล้วจะเป็นส่วน Living Area อยู่ด้านหน้า ถัดเข้าไปจะเป็นห้องนอน พื้นที่ Living Area ขนาดกะทัดรัต ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟา จะได้ประมาณนี้นะครับ ก็ถือว่าไม่แคบเกินไป สำหรับห้อง size นี้ จุดที่วางทีวี โครงการ Built in เป็นชั้นวางทีวีเล็กๆ แบ่งครึ่งกับโต๊ะทานอาหารหรือจะเป็นโต๊ะทำงานก็ได้ ฝั่งที่วางโซฟาในห้องตัวอย่าง Built in เป็นโซฟา 2 ที่นั่ง ที่อยู่ติดกับตู้เสื้อผ้า ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นห้องนอน ห้องนอนวางเตียงขนาด 5 ฟุตกำลังพอดีครับ ติดกับเตียงนอนจะมีหน้าต่าง เป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือให้ Built in เป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ อีกฝั่งของห้องจะเป็นส่วนครัว อยู่ตรงกลางระหว่างห้องน้ำกับระเบียง เคาน์เตอร์ครัว จะเป็นเคาน์เตอร์เล็กๆ นะครับ เหมาะกับการเตรียมอาหารมากกว่า ซิ้งค์ล้างจานแบบฝัง ด้านขวามือของครัวจะเป็นห้องน้ำ การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ สุขภัณฑ์ที่ใช้จะเป็นของ American Standard อ่างล้างหน้า มาพร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว ด้านไหนจะเป็นส่วนเปียก ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำให้นะครับ อาจจะต้องติดเพิ่มเอง ชุดฝักบัว มีก๊อกน้ำอยู่ด้านล่างให้ด้วย ส่วนด้านซ้ายของครัว จะเป็นประตูออกไปที่ระเบียงด้านนอก ระเบียงด้านนอกรูปร่างหน้าตาก็ตามสไตล์ LPN นะครับ ด้านบนจะเป็นจุดวางคอมเพรสเซอร์แอร์ มีกริลเป่าลมออกด้านนอก มีหน้าต่างบานเกล็ด เพื่อช่วยระบายกลิ่นออกจากส่วนครัว ต่อมาเรามาดูแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 43 ตารางเมตร แปลนห้อง 2 ห้องนอนขนาด 43 ตารางเมตร เป็นการเอาห้อง 21.50 ตารางเมตร 2 ห้องรวมกัน ห้องนี้หากให้โครงการตกแต่งให้เหมือนในห้องตัวอย่าง ต้องเพิ่มเงินอีก 350,000 บาท เมื่อเข้ามาในห้องแล้ว เราจะเจอส่วน Living Area ก่อนนะครับ จุดที่วางโซฟาและทีวีจะวางเยื้องๆ กันอยู่สักหน่อยนะครับ เพราะว่าติดทางเข้าห้องนอนเล็ก ถัดจาก Living Area เข้าไปด้านใน จะเป็นจุดที่วางโต๊ะทานอาหาร อยู่ติดกับหน้าต่าง โต๊ะทานอาหารวางเข้ามุมอยู่ จริงๆ จะวางโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งแนวยาว ก็ยังสามารถวางได้นะครับ จากมุมโต๊ะทานอาหาร และ Living Area เข้าไปจะเป็นส่วนครัว อยู่ตรงกลางระหว่างห้องน้ำ กับระเบียง คล้ายๆ กับห้อง Studio ชุดเคาน์เตอร์ครัวจะเหมือนกับแบบห้อง Studio เลยนะครับ ด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ การจัดวาง Layout และสุขภัณฑ์ที่ใช้เป็นไปตามมาตรฐานของ LPN ด้านขวาเป็นระเบียงห้อง ขนาดของระเบียงเป็นไปตามมาตรฐานของ LPN ส่วนอีกด้านจะเป็นห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ด้านขวาจะเป็นห้องนอนเล็ก ด้านซ้ายจะเป็นห้องนอนใหญ่ เรามาดูห้องนอนเล็กกันก่อน ขนาดห้องค่อนข้างจะเล็กอยู่เหมือนกันนะครับ อาจจะทำเป็นห้องนอนให้เด็กๆ ก็ถือว่าลงตัวทีเดียว ทางโครงการใช้เตียง Built in เข้ากับขนาดห้องพอดี ด้านหน้าห้องเป็นจุดวางตู้เสื้อผ้า และมีโต๊ะทำงานเล็กๆ ไว้ด้วย มีช่องหน้าต่างมองทะลุไปที่ห้องนอนใหญ่ได้ด้วย อาจจะทำไว้เพื่อไม่ให้ห้องดูทึบหรือดูอึดอัดเกินไป มาดูที่ห้องนอนใหญ่กันต่อ ขนาดจะใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย วางเตียงขนาด 5 ฟุตกำลังดีครับ ข้างเตียงเป็นทางเดินไปห้องน้ำที่อยู่ด้านหลัง ตรงนี้จะเป็นจุดที่วางตู้เสื้อผ้า อยู่ตรงกลางระหว่างห้องน้ำกับระเบียง ด้านขวาจะมีห้องน้ำในตัวให้อีก 1 ห้อง การจัดวางและสุขภัณฑ์ที่ใช้ก็จะเหมือนกับห้องข้างนอก อีกด้านเป็นประตูออกไปที่ระเบียง ขนาดของระเบียงเป็นไปตามมาตรฐานของ LPN แบบสุดท้ายไปดูห้อง 1 ห้องนอนขนาด 26 ตารางเมตร ห้องนี้จะเป็น Layout ตามแบบฉบับของ LPN ที่หลายๆ คนคุ้นเคย ห้องนี้คิดค่าตกแต่งเพิ่ม 225,000 บาท เข้ามาในห้องก็จะส่วน Living Area อยู่ด้านหน้าเหมือนเดิม พื้นที่วางโซฟา ถ้าจะวางให้เต็มพื้นที่เลย สามารถวางโซฟา 3 ที่นั่งได้เลยนะครับ ฝั่งตรงข้ามเป็นจุดที่วางทีวี ติดกับ Living Area จะเป็นห้องนอน ห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ในห้องนอนวางเตียงขนาด 5 ฟุต มีพื้นที่ข้างๆ เตียงเหลือนิดหน่อย ปลายเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้า 2 บาน ที่โครงการ Built in ไว้ให้ ออกมาดูที่ส่วนครัวกันต่อ เคาน์เตอร์ครัวที่ได้ จะเป็นครัวแบบมาตรฐานของ LPN นะครับ เหมาะสำหรับการเตรียมอาหารมากกว่าทำอาหารเอง พื้นที่ในส่วนครัว ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัว จะเป็นจุดที่วางดต๊ะทานอาหาร วางได้เป็นโต๊ะเล็กๆ ขนาด 2 ที่นั่ง ระเบียงจะอยู่ติดกับส่วนครัวนี่นะครับ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงค่อนข้างกว้างพอสมควร มีธรณีประตูเตี้ยๆ กั้นอยู่ด้วย จากระเบียงเรากลับเข้าดูห้องน้ำด้านในกันต่อ การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ อ่างล้างหน้าเป็นเคาน์เตอร์ยาวเต็มแนวผนัง วัสดุเป็น Fiber กระจกเงาขนาดพอดีตัว โถสุขภัณฑ์ของ American Standard อยู่ติดกับอ่างหน้าล้าง อีกด้านเป็น Shower Box ที่มีฉากกั้นมาให้ด้วย ชุดฝักบัวของ Hafele แบบห้องขนาดอื่นๆ โดยรวมแล้วโครงการ Lumpini Mixx เทพารักษ์-ศรีนครินทร์ ถือว่าอยู่ในทำเลที่น่าสนใจ เหมาะกับคนที่ทำงานอยู่ไม่ไกลจากย่านนี้มากนัก ที่ตั้งโครงการยังอยู่ในเขตชุมชนใกล้ๆ แยกศรีเทพา พื้นที่รอบๆ เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารพาณิชย์เกือบทั้งหมด ริมถนนเทพารักษ์แถบนี้เต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆ มากมาย มีอาหารการกินขายตั้งแต่เช้ายันค่ำ รถราก็วิ่งผ่านไปมาตลอดวัน บรรยากาศจึงคึกคักไม่เงียบเหงา แหล่งช็อปปิ้งสำคัญๆ ของย่านนี้ก็อยู่รอบๆ โครงการ การเดินทางถือว่าสะดวกทีเดียว หากไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็มีรถโดยสารประจำทางคอยให้บริการอยู่ตลอด แถมในอนาคตอันใกล้จะมีรถไฟฟ้าขยับใกล้เข้าอีกหน่อยคือ BTS สถานีสำโรง ที่ต่อขยายมาจาก BTS แบริ่ง อยู่บริเวณปากทางถนนเทพารักษ์ และยังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเพิ่มมาอีก คราวนี้จะใกล้เข้ามาอีกคือสถานีศรีด่านอยู่ใกล้ๆ แยกศรีเทพา ในอนาคตการเดินทางจะสะดวกสบายเพิ่มขึ้นอีกมาก ส่วนเรื่องวัสดุอุปกรณ์ที่จัดมาให้ก็ได้ตามมาตรฐานของ LPN จะต่างกันตรงที่โครงการนี้ถือว่าเป็นแบรนด์ใหม่ของ LPN ที่มีห้อง Layout แบบใหม่เพิ่มขึ้นมา แต่เรื่องวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ก็จะได้ตามคุณภาพของ LPN เหมือนเดิมครับ หมายเหตุ : โครงการที่ส่งมอบอาจมีรายละเอียดบางประการที่เปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสม
Lumpini Ville นครอินทร์-ริเวอร์วิว (PREVIEW)

Lumpini Ville นครอินทร์-ริเวอร์วิว (PREVIEW)

Lumpini Ville นครอินทร์-ริเวอร์วิว คอนโด High Rise จาก LPN บนถนนนครอินทร์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,000,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    High Rise  สูง 26 ชั้น 2 อาคาร จำนวนห้อง     1,544 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด    ประมาณ 8 ไร่เศษ ที่ตั้งโครงการ    ถนนนครอินทร์ ตำบลตลาดขวัญ นนทบุรี ที่จอดรถ    ประมาณ 520 คัน คันคิดเป็น 33 % (รวมจอดซ้อนคัน) สถานที่สำคัญใกล้เคียง กระทรวงสาธารณะสุข มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ BigC ติวานนท์ BigC วงศ์สว่าง Tesco Lotus นครอินทร์ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี เอสพลานาด แคราย Central รัตนาธิเบศร์ ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 22.50 และ 26 ตารางเมตร 2 Bedrooms ขนาด 45 ตารางเมตร (ห้องขนาด 22.50 ตาราเมตรรวมกัน 2 ห้อง) สิ่งอำนวยความสะดวก สวนรวมใจ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย, ห้องสมุดมีชีวิต, สนามสตรีทบาส, ห้องเด็กเล็ก สนามเด็กเล่น เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง ร้านค้า อาทิ 7-Eleven, ร้านเสริมสวย, ร้านซักรีดและร้านอาหาร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :    02-527-8333 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  www.lpn.co.th
The Lumpini 24 (รีวิวคอนโด)

The Lumpini 24 (รีวิวคอนโด)

The Lumpini 24 เป็นคอนโดระดับ High End   ในเครือ LPN ซึ่งยึดทำเลสุดฮ็อตย่านสุขุมวิท โดยชื่อ The Lumpini 24 ก็มาจากที่ตั้งโครงการที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 24 นั่นเอง แค่เริ่มเปิดตัวโครงการมาก็มียอดจองล้นหลามจะเกือบจะเต็มทุกยูนิตแล้ว เราจึงเข้าไปเก็บข้อมูลทั้งเรื่องทำเล และตัวโครงการมาฝากกันครับ   การเดินทาง   การเดินทางมายังโครงการ The Lumpini 24 ก็ไม่ใช่เรื่องยาก สามารถเลือกเดินทางได้ทั้งทางรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วตรงเข้าซอยสุขุมวิท 24 ไปยาวๆ ซัก 1 กิโลเมตรก็จะเห็นตัวโครงการอยู่ตรงสี่แยกตัดกับถนนเรารักในหลวงพอดี การเดินทางเข้าออกซอย นอกจากจะเดินด้วยสองเท้า (ซึ่งปกติคนไทยแบบเราๆ ไม่เลือกเดินอยู่แล้วมั้งครับสำหรับระยะทางประมาณนี้) ก็มีพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เป็นทางเลือกที่สะดวกรวดเร็วสุดๆ ซึ่งก็มีทั้งวินที่อยู่หน้าโครงการ และหน้าปากซอยสุขุมวิท 24 พอดีลงรถไฟฟ้าปุ๊ปก็ต่อรถได้ปั๊ปเลยไม่ต้องเสียเวลา   ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวในทำเลแถบนี้ต้องทำใจกับปัญหารถติดไว้เลยครับ เพราะถนนสุขุมวิทตรงช่วงซอย 20 ต้นๆ นี้การจราจรหนาแน่นเกือบตลอดเวลาเลยทีเดียว แม้แต่ภายในซอยเล็กซอยน้อยที่เชื่อมโยงถึงกันด้วย เส้นทางหลีกเลี่ยงไปออกถนนพระราม 4 ก็แทบไม่ต่างกัน เพราะอยู่ในช่วงถนนที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างถนนพระราม 4 ไปยังถนนสุขุมวิท รวมถึงเส้นทางเชื่อมจากซอยสุขุมวิทฝั่งเลขคี่ ก็ไปออกถนนเพชรบุรีได้อีก รถราบริเวณนี้เลยขวักไขว่มากมายจนเป็นเรื่องปกติไปเลยครับ เส้นทางหลักๆ ที่ใช้เข้าออกโครงการก็น่าจะเป็นทางฝั่งสุขุมวิท 24 และซอยอรรถกวีจากทางฝั่งพระราม 4 ส่วนเส้นทางในซอยก็สามารถลัดไปออกได้ทั้งซอยสุขุมวิท 16, 22, 26 และ 36 ตรงทองหล่อได้ด้วย ถ้าชำนาญเส้นทางแถวนี้หน่อยก็สบายไปเลยครับ ซอยเล็กซอยน้อยเชื่อมต่อกันเพียบ   ข้อเสียอีกอย่างสำหรับคนใช้รถส่วนตัวเป็นหลักก็คือ ทำเลของโครงการอยู่ไกลจากด่านขึ้นลงทางด่วน ถึงแม้จะมีด่านทางด่วนอยู่รอบๆ ทั้งด่าน พระราม 4 เอกมัย-รามอินทรา, ด่านสุขุมวิท 50 หรือด่านตรงเพลินจิตก็ตาม ยังไงก็ต้องฝ่าการจราจรออกมาอีกพอสมควร แต่โดยรอบพื้นที่รอบๆ โครงการก็มีสาธารณูปโภคครบครันมากๆ อยู่แล้ว ถ้าหากไม่ได้จำเป็นต้องเดินทางออกนอกพื้นที่ระแวกนี้ ทำเลของโคงการ The Lumpini 24 ก็จัดว่าสะดวกมาก แผนที่โครงการ แผนที่รอบๆ โครงการ สำหรับการเดินทางที่สะดวกที่สุดในย่านนี้ก็ต้องยกให้รถไฟฟ้า BTS นี่แหละครับ สถานีที่อยู่หน้าปากซอยเลยก็คือสถานีพร้อมพงษ์ ถ้าพูดถึง BTS พร้อมพงษ์หลายคนก็ต้องนึกถึง Emporium ที่อยู่หน้าปากซอยสุขุมวิท 24 ข้างๆ กันก็จะเป็นสวนเบญจสิริ สวนสาะารณะแห่งเดียวในย่านนี้ ที่ถือว่าเป็นปอดของคนในย่านนี้เลยก็ว่าได้นะครับ ส่วนการเดินทางเข้าซอยเมื่อลง BTS มาแล้วก็มีพี่วินคอยให้บริการอยู่ครับ บรรยากาศที่หน้าปากซอยก็จะมีร้านค้า ร้านอาหาร คอยให้ฝากท้องอยู่หลายร้านเลยล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นร้านขายข้าวแกง ร้านขายข้าวมันไก่จะซื้อกลับหรือนั่งทานที่ร้านก็ได้ ร้านค้ารถเข็นริมฟุตบาท ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ง่ายๆ เลยครับ วิ่งถนนสุขุมวิทมาเรื่อยๆ จนถึงพร้อมพงษ์แล้วก็เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 24 จุดสังเกตเด่นที่สุดก็คงจะเป็นสถานีรถไฟฟ้านี่แหละครับ เดี๋ยวเราเข้าไปดูบรรยากาศในซอยกันเลยนะครับ การจราจรบริเวณปากซอยจะติดขัดนิดนึงนะครับ เพราะมีรถเข้าออกซอยค่อนข้างมาก เลยจากปากซอยมานิดหน่อยก็จะเจอโรงแรม Hilton Sukhumvit บรรยากาศในซอยจะคึกคักมากเลยนะครับ เพราะมีทั้งโรงแรม ร้านอาหาร คอนโด ขึ้นเยอะมาก วิเคราะห์ตัวโครงการ ด้วยทำเลที่ตั้งโครงการที่ค่อนข้างได้เปรียบมากๆ เพราะอยู่ในตำแหน่ง CBD ของกรุงเทพ ถนนสายหลักๆ คือถนนสุขุมวิท ย่านใจกลางธุรกิจสำคัญของกรุงเทพ แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านค้าร้านอาหารชื่อดัง อาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย โรงเรียน และสวนสาธารณะใหญ่ เรียกว่าครบถ้วนพร้อมสรรพไปทุกด้าน ยกตัวอย่างเด่นๆ ที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตรรอบโครงการก็ได้แก่ ห้าง Emporium, Emquartier ที่กำลังจะเปิดในเร็วๆ นี้ โครงการK Village, ห้าง Big C, Tesco Lotus, โครงการ Nihonmachi  และ โครงการ A Square อันนี้คือตัวอย่างแค่คร่าวๆ เท่านั้น ยังไม่นับรวมถึงร้านอาหารยอดฮิต โรงเรียนสถานศึกษาชื่อดัง โรงแรมใหญ่ๆ หรือ Residence หรูในซอยระแวกนี้อีกมากมาย หรือถ้าออกไปทางฝั่งถนนรัชดาภิเษก ก็มีสวนสาธารณะเบญจกิตติ และศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีก ถึงได้บอกว่าทำเลย่านนี้เป็นทำเลทองจริงๆ ครับ มาถึงตัวโครงการ The Lumpini 24 กันบ้าง ถึงแม้จะอยู่ภายใต้แบรนด์ LPN ที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่สำหรับคอนโด High Rise โครงการนี้ต้องบอกว่าต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งหน้าตาของอาคาร และแนวทางการออกแบบที่ทำออกมาได้หรูหรา โดดเด่นมาเลยทีเดียว เน้นความเป็นส่วนตัวโดยแบ่งจำนวนยูนิตในแต่ละชั้นไว้น้อย ซึ่งจำกัดสูงสุดที่ 12 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น การวางตำแหน่งห้องเป็นไปตามรูปแบบตึกที่ฉีกออกไปเป็น 2 ฝั่ง หันหน้าออกไปแนวทิศตะวันออกและตะวันตก  โดยมีโถงลิฟท์โดยสารอยู่ตรงกลาง ซึ่งทางโครงการก็จัดลิฟท์โดยสารมาให้ 4 ตัว และลิฟท์ขนของแยกออกมาอีก 1 ตัว เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตรวมที่ 400 นิดๆ ก็ต้องบอกว่าอัตราส่วนในการใช้ลิฟต์เพียงพอต่อการใช้งานสบายๆ เลย เมื่อเราเลือกดูคอนโดสูงๆ แบบนี้ เรื่องวิวก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ใช้ประกอบการเลือกแน่นอน ซึ่งพื้นที่รอบๆ โครงการก็มีคอนโดโครงการอื่นๆ ขึ้นอยู่บ้าง แต่ทางโครงการก็พยายามออกแบบตัวอาคารและรูปแบบการวางตัวให้เลี่ยงปัญหาการถูกบังวิวไว้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นเรื่องวิวที่แต่ละห้องจะได้จึงค่อนข้างเปิดกว้างพอสมควร บางมุมก็ถูกอาคารที่อยู่มาก่อนหน้าบังวิวไปบ้าง ยังไงก็ต้องเล็งมุมกันให้ดีๆ หน่อยครับ แต่ถ้าไม่ได้หวังผลกับเรื่องวิวมากนักก็ตัดความกังวลตรงนี้ไปได้มากหน่อย พื้นที่ Facilities อย่างสระว่ายน้ำจะอยู่ที่ชั้น 41 เรียกว่า Sky Pool สามารถคาดเดาได้ว่า เราจะมองเห็นวิวสวยๆ ยามเย็น บรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตกคงจะโรแมนติกมากแน่ๆ เพราะตัวสระว่ายน้ำยาวตลอดแนวอาคารเลย นอกจากนี้ที่ชั้น 41 ยังมี Sky Lounge ไว้ให้นั่งเล่นพักผ่อน ถัดขึ้นไปที่ชั้น 42จะเป็น Fitness ที่เปิดรับวิวมุมสูงได้เต็มๆ เช่นกัน สาธารณูปโภคส่วนใหญ่ก็จะรวมตัวกันอยู่ที่ชั้น 41-42 นี่แหละครับ ทั้ง Kid Club, ห้องสมุด และสวนพักผ่อน ฯลฯ ในส่วนของที่จอดรถจะแยกเป็นอาคารออกไปต่างหาก จอดได้ตั้งแต่ชั้น 1-6 จากที่สอบถามแล้วทางโครงการแจ้งว่าสามารถรองรับรถได้มากถึง 70% เลยทีเดียว  ซึ่งเป็นจำนวนที่สมเหตุสมผลกับคอนโดระดับนี้ที่ลูกบ้านส่วนใหญ่คงจะมีรถส่วนตัวกันอยู่แล้ว เรื่องที่จอดรถจึงต้องจัดมามากหน่อยเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แบบจำลองโครงการ ด้านหน้าโครงการฝั่งที่ติดกับถนนสุขุมวิท 24 ด้านหน้าโครงการถือว่าร่มรื่นดีทีเดียวครับ มีทั้งน้ำตก และสวนสีเขียว เริ่มที่ชั้น G นะครับ ชั้น G จะเป็นส่วนของ Lobby , Mail Box, Reception และส่วนของนิติบุคคล หน้าตาของ Lobby เมื่อมองจากด้านนอก ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีลักษณะเป็นเหมือนชั้นลอยนะครับ เป็นที่ตั้งของ Business Center และ Rental Space ที่น่าจะเป็นร้านค้าต่างๆ ชั้น 3-33 จะเริ่มเป็นส่วนของห้องพักอาศัยแล้วนะครับ เฉลี่ยแล้วจะมียูนิตอยู่ที่ 12 ยูนิตต่อชั้น โดยแกนกลางของอาคารจะเป็นลิฟท์และบันได ถัดขึ้นมาที่ชั้น 34-39 ยูนิตจะน้อยลงนะครับ จะเหลือประมาณ 8 ยูนิตต่อชั้น เนื่องจากที่ชั้นนี้จะเป็นห้องขนาดใหญ่ ชั้น 41 จะเป็น Facility หลักของโครงการ อย่างสระว่ายน้ำ, Sky Lounges และ Kid Club หน้าตาของสระว่ายน้ำบนชั้น 41 Sky Lounges วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา บนชั้น 41 ส่วน Facility หลักอีกอย่าง คือฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 42 หน้าตาของฟิตเนส บนชั้น 42 พาชมห้องตัวอย่าง เนื่องจากวันที่เราเข้าไปเยี่ยมชม ทางโครงการไม่มีห้องตัวอย่างให้ดูกันแล้ว ดังนั้นจึงขอยกเอาภาพจำลองห้องของทางโครงการมาให้ดูประกอบกันไปก่อนนะครับ ห้องทั้งหมดทางโครงการขายมาให้แบบ Fully Fitted มีทั้งชุดครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และตู้เสื้อผ้ามาให้ เท่าที่สอบถามก็เห็นว่าเลือกวัสดุอุปกรณ์มาได้มาตรฐานสมกับตัวห้องนะครับ จากแบบก็ดูสวยงามดี ที่เหลือก็ต้องรอดูของจริงกันอีกทีครับ แบบห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 28 ตารางเมตร เข้ามาในห้องจะเจอกับส่วนของครัวก่อนนะครับ โครงการจะขายแบบ Fully Fitted จะมีชุดครัวแบบนี้มาให้ เลยเข้าไปข้างในจะเป็นโต๊ะทานอาหาร ที่อยู่ติดกับ Living Area จาก Living Area มองตรงไปจะเจอห้องนอน ห้องนอนวางเตียงขนาด 5 ฟุต กำลังดีครับ อยู่ติดกับหน้าต่างที่สูงจรดเพดานห้องเลย ห้องน้ำจะอยู่ในห้องนอนนะครับ การจัดวางสุขภัณฑ์ภายในห้องนอน สุขภัณฑ์จะใช้ของ American Standard แบบห้อง 2 ห้องนอน ขนาด 53.50 - 54.00 ตารางเมตร Type นี้เข้ามาแล้วก็จะเจอกับส่วนของครัวที่อยู่หน้าห้องก่อน เหมือนกันนะครับ เลยเข้ามาด้านในจะเป็นโต๊ะทานอาหาร ที่จะอยู่ภายในส่วน Living Area ห้องนอนเล็ก ห้องนอนใหญ่ ห้องนอนใหญ่อีกมุมครับ
Lumpini Place บรมราชชนนี – ปิ่นเกล้า (PREVIEW)

Lumpini Place บรมราชชนนี – ปิ่นเกล้า (PREVIEW)

โครงการ: Lumpini Place บรมราชชนนี - ปิ่นเกล้า (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 1,450,000 บาท บาท/ตารางเมตร 51,785 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโดติดถนนบรมราชชนนี (บรมราชชนนี 35) ใกล้รถไฟฟ้าบางขุนนนท์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวย พร้อมสังคมและชุมชนคุณภาพ ภายใต้แนวคิดชุมชนน่าอยู่ ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2558 ที่ตั้ง: Lumpini Place บรมราชชนนี - ปิ่นเกล้า (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 6 ไร่ ที่ตั้ง ถ.บรมราชชนนี (ติดกับซอยบรมราชชนนี 35) แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.784974,100.460947 ระบบขนส่งสาธารณะ MRT ส่วนต่อขยาย สถานีบางขุนนนท์   สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เมเจอร์ปิ่นเกล้า พาต้า โรงพยาบาลศิริราช The Circle The Bloc สน.ตลิ่งชัน ตลาดน้ำตลิ่งชัน สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ รถไฟฟ้าสถานีบางขุนนท์ (อนาคต) รถไฟชานเมืองสายสีแดงสถานีตลิ่งชัน   ลักษณะโครงการ: Lumpini Place บรมราชชนนี - ปิ่นเกล้า (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี Studio 1 Bedroom ขนาดห้องที่มี Studio ขนาด 28 – 29 ตารางเมตร 1 Bedroom ขนาด 32 – 37.50 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 25 ชั้น จำนวนห้อง 992 ยูนิต และ ร้านค้า 4 ยูนิต   ส่วนกลาง: Lumpini Place บรมราชชนนี - ปิ่นเกล้า (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด 360 คันรวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 36.29% (รวมซ้อนคันแบบ LPN) ค่าจอดรถยนต์ 300 บาท/คัน/เดือน ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 35 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 300 บาท   สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ 1 สระ ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง สวนหย่อมรอบโครงการ ลิฟท์โดยสาร 3 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 330 : 1 Service Lift 1 ตัว ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: Lumpini Place บรมราชชนนี - ปิ่นเกล้า (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-689-6888 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.lpn.co.th/condominium/index.php/lumpini/home/LP-BP ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2557
คอนโด Lumpini Park พระราม 9 – รัชดา (PREVIEW)

คอนโด Lumpini Park พระราม 9 – รัชดา (PREVIEW)

โครงการ: Lumpini Park พระราม 9 - รัชดา (PREVIEW) ราคา เริ่มต้น 1,390,000 บาท บาท/ตารางเมตร 60,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด High Rise ใจกลางพระราม 9 จาก LPN ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง เดินทางสะดวกใกล้ MRT พระราม 9 พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2558 ที่ตั้ง: Lumpini Park พระราม 9 - รัชดา (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 9 ไร่ ที่ตั้ง ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พิกัดโครงการ 13.753169,100.576264 ระบบขนส่งสาธารณะ MRT พระราม 9 สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัล พระราม 9 โรงพยาบาล พระราม 9 โรงพยาบาลปิยะเวท อาคารฟอร์จูน ทาวน์ ลักษณะโครงการ: Lumpini Park พระราม 9 - รัชดา (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedrooms (Combine) ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom ขนาด 22.5 – 40 ตารางเมตร 2 Bedrooms (Combine) ขนาด 45 ตารางเมตร (ห้อง 22.5 ตารางเมตร 2 ห้องรวมกัน) จำนวนตึก 2 อาคาร จำนวนชั้น 24 ชั้น จำนวนห้อง 1,540 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต ส่วนกลาง: Lumpini Park พระราม 9 - รัชดา (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 580 คัน (รวมจอดซ้อนคันตามแบบ L.P.N.) ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) - ค่ากองทุน(/ตร.ม) - สาธารณูปโภค ร้านค้า สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย Sauna & Steam สวนหย่อมรอบโครงการ สนามเด็กเล่น ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์ ตึก A 268:1 ตึก B 245:1 Service Lift 1 ตัว ต่อหนึ่งอาคาร ลิฟท์อาคารจอดรถ 2 ตัว แยกเข้าตึก A และ B ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: Lumpini Park พระราม 9 - รัชดา (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-246-2822 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.lpn.co.th/ ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2556
คอนโด LPN Township รังสิต – คลอง 1 (PREVIEW)

คอนโด LPN Township รังสิต – คลอง 1 (PREVIEW)

โครงการ: LPN Township รังสิต - คลอง 1 (PREVIEW) ราคา เริ่มต้น 649,000 บาท บาท/ตารางเมตร 27,900 – 42,400 บาท เจ้าของโครงการ L.P.N. Development Co.,Ltd. จุดเด่น คอนโด Low Rise ที่มาพร้อมกับคอมมูนิตี้ มอลล์ Market Place ใกล้ฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่ครบครัน จุดด้อย โปรโมชั่น ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2558 ที่ตั้ง: LPN Township รังสิต - คลอง 1 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 100 ไร่ ที่ตั้ง ถนนรังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พิกัดโครงการ 13.986929,100.631493 ระบบขนส่งสาธารณะ - สถานที่สำคัญใกล้เคียง ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต 1.5 กม. ตลาดรังสิต 2 กม. โรงพยาบาลปทุมเวช และโรงพยาบาลเอกปทุมประมาณ 2.5 กม. เทสโก้ โลตัส และ แม็คโคร รังสิตประมาณ 3 กม. ตลาดสี่มุมเมือง 4 กม. เซียร์ รังสิต โบ๊เบ้ รังสิต ประมาณ 4.5 กม. สนามบินดอนเมืองประมาณ 10 กม. ตลาดไทมาประมาณ 12 กม ลักษณะโครงการ: LPN Township รังสิต - คลอง 1 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedroom ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom ขนาด 21.5 และ 26 ตารางเมตร 2 Bedroom ขนาด 43 และ 52 ตารางเมตร จำนวนตึก 56 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 10,154 ยูนิต ส่วนกลาง: LPN Township รังสิต - คลอง 1 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด 25% (รวมจอดซ้อนคัน) ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 20 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) N/A สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย สวนพักผ่อน สนามฟุตซอล สนามบาสเกตบอล จุดจอดจักรยาน ศูนย์การค้าในโครงการ   เพิ่มเติม: LPN Township รังสิต - คลอง 1 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-689-6888 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.lpn.co.th/condominium/ ข้อมูล ณ วันที่
Lumpini Park เพชรเกษม 98 (PREVIEW)

Lumpini Park เพชรเกษม 98 (PREVIEW)

โครงการ: Lumpini Park เพชรเกษม 98 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 1,100,000 บาท บาท/ตารางเมตร 49,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโดใหม่ พร้อมศูนย์การค้าชุมชน ติดถนนใหญ่เพชรเกษม ใกล้รถไฟฟ้าหลักสอง จุดด้อย โปรโมชั่น ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2559 ที่ตั้ง: Lumpini Park เพชรเกษม 98 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 17 ไร่ ที่ตั้ง ถนนเพชรเกษม 98 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร พิกัดโครงการ 13.709118,100.382928 ระบบขนส่งสาธารณะ MRT หลักสอง   สถานที่สำคัญใกล้เคียง เดอะมอลล์ บางแค รถไฟฟ้าสถานีหลักสอง (อยู่ระหว่างก่อสร้าง) บิ๊กซี บิ๊กซี เอกซ์ตร้า วิคตอเรีย การ์เด้น โรงพยาบาล เกษมราษฎร์บางแค วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงธน ท่าเรือวัดม่วง ลักษณะโครงการ: Lumpini Park เพชรเกษม 98 (PREVIEW)   ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedroom (Combine) ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom ขนาด 22.5 – 26 ตารางเมตร 2 Bedroom (Combine) ขนาด 45 ตารางเมตร จำนวนตึก 4 อาคาร จำนวนชั้น อาคาร A, D สูง 20 ชั้น / อาคาร B, C สูง 21 ชั้น จำนวนห้อง 2,706 ยูนิต ส่วนกลาง: Lumpini Park เพชรเกษม 98 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 900 คัน (รวมจอดซ้อนคันแบบ L.P.N.) ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) - ค่ากองทุน(/ตร.ม) - สาธารณูปโภค สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องสมุด ห้องกิจกรรมเด็กเล็ก สวนออกกำลังกายกลางแจ้ง ทางวิ่งออกกำลังกายกลางแจ้ง ร้านอาหาร   เพิ่มเติม: Lumpini Park เพชรเกษม 98 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-444-4495 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.lpn.co.th/ ข้อมูล ณ วันที่