Tag : Singha Estate

6 ผลลัพธ์
นับถอยหลังเปิดตัว “ครอสโร้ดส์” เกาะสวรรค์กลางทะเลมัลดีฟส์ กลางปี 2562

นับถอยหลังเปิดตัว “ครอสโร้ดส์” เกาะสวรรค์กลางทะเลมัลดีฟส์ กลางปี 2562

สิงห์ เอสเตท นับถอยหลังเตรียมตัวเปิดเฟสแรกของโครงการ “ครอสโร้ดส์” จุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนและสันทนาการครบวงจรแห่งแรกในมัลดีฟส์กลางปี 2562 ณ เอ็มบูดู ลากูน เตรียมพบกับการเปิดตัวโรงแรมชั้นนำถึง 2 แห่ง ได้แก่ ซาย ลากูน มัลดีฟส์ คูริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน (SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton) และโรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ (Hard Rock Hotel Maldives) รวมทั้งพื้นที่สำหรับความบันเทิงและร้านค้าปลีกขนาด 11,000 ตารางเมตร ภายใต้ชื่อ “เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์” (The Marina @ CROSSROADS) ชูทัพร้านค้าปลีกและร้านอาหารที่มีสไตล์ รวมทั้งร้านที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างฮาร์ด ร็อค คาเฟ่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัว เพื่อนฝูง นักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือนักธุรกิจ ก็สามารถค้นพบประสบการณ์การท่องเที่ยวมัลดีฟส์รูปแบบใหม่ได้ที่ครอสโร้ดส์ สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ครอสโร้ดส์พร้อมนำเสนอกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ เอาใจสมาชิกทุกคนในครอบครัว อาทิ Maldives Discovery Centre ศูนย์เรียนรู้เชิงวัฒนธรรมที่มีดีไซน์สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ภายในจัดมีการแสดงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น และโซนให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการอนุรักษ์ทางทะเล พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับโซนจัดแสดงเส้นทางเดินปะการังแบบเสมือนจริง และโซนเล่นเกมให้ความรู้ทางทะเลแบบอินเตอร์แอคทีฟสำหรับเด็ก นอกจากนั้นสำหรับผู้ที่สนใจการอนุรักษ์ปะการังและสิ่งมีชีวิตทางทะเล ครอสโร้ดส์ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์อนุรักษ์สิ่งมีชีวิตในทะเล Marine Discovery Centre ซึ่งภายในมีห้องทดลองชีววิทยาทางทะเล และกิจกรรมทางน้ำเชิงอนุรักษ์ต่างๆ อาทิ การดำน้ำลึก การดำน้ำผิวน้ำ (สนอร์เกิลลิ่ง) การปลูกปะการัง การปล่อยปลาการ์ตูน และการอนุบาลปะการังในทะเล ยิ่งไปกว่านั้น การเปิดตัวโครงการในกลางปีนี้ จะมีการเปิดศูนย์ประชุม CROSSROADS Event Hall ซึ่งสามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ถึง 460 คน ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมระดับเวิร์ลคลาส รวมทั้งบริการจัดเลี้ยง เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเพื่อธุรกิจอีกด้วย อีกไม่นานเกินรอ ครอสโร้ดส์จะเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวมัลดีฟส์ในรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้มาเยือน พร้อมรับบทบาทสำคัญในการสร้างนิยามใหม่ของประสบการณ์การท่องเที่ยวในมัลดีฟส์      
“THE ESSE ASOKE” ชวนสัมผัสประสบการณ์ Live  Highest, Live Finest  พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษในงาน Open House 9-10  มีนาคมนี้

“THE ESSE ASOKE” ชวนสัมผัสประสบการณ์ Live Highest, Live Finest พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษในงาน Open House 9-10 มีนาคมนี้

THE ESSE ASOKE (ดิ เอส อโศก) คอนโดมิเนียมสุดลักชัวรี โดยสิงห์ เอสเตท เตรียมจัดงาน THE ESSE ASOKE OPEN HOUSE วันที่ 9-10 มีนาคม 2562 เพื่อเชิญเยี่ยมชมบรรยากาศและสัมผัสประการณ์การอยู่อาศัยในแบบลักชัวรี โดยภายในงานได้เตรียมกิจกรรมไว้ต้อนรับลูกค้ามากมาย อาทิ เพลงบรรเลงจาก SWU BAND วงจากนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผ่อนคลายไปกับการนวดแบบ Stones Massage และร่วมเวิร์คชอปการจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น (IKEBANA) อีกทั้งยังเตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจจองในงาน ได้แก่ แพคเกจเฟอร์นิเจอร์มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท และบัตรกำนัลใช้แทนเงินสด มูลค่า 100,000 บาท สำหรับซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในศูนย์การค้าชั้นนำ โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้จาก Call center 1221   THE ESSE ASOKE (ดิ เอส อโศก) คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีแห่งแรกของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ตอบโจทย์ความต้องการของคนเมืองภายใต้คอนเซป ‘Live Highest, Live Finest’ ‘ที่สุด...ทุกการใช้ชีวิต’ โดดเด่นเหนือใครด้วยความสูง 55 ชั้น สูงที่สุดในย่านอโศก พร้อมรายละเอียดการออกแบบที่งดงามเหนือกาลเวลาเน้นความเป็นส่วนตัว ด้วยการออกแบบจัดวางผังอาคารแบบไม่มีห้องตรงข้าม (Single Corridor) ทำให้มีจำนวนห้องพักต่อชั้นสูงสุดเพียง 12 ห้องเท่านั้น พร้อมเติมเต็มความสุขในการใช้ชีวิตด้วยพื้นที่สีเขียวส่วนกลางรวมกว่า 1 ไร่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้อง Golf Simulation ห้องประชุม ห้องสมุด และ Residence Lounge อีกทั้งยังสะดวกสบายทุกการเดินทาง ทั้ง MRT, BTS, Airport Link และทางด่วน รายรอบด้วยห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย ราคาเริ่มต้น 9.59 ล้านบาท    
“ดิ เอส อโศก” คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีแห่งแรกของ สิงห์ เอสเตท เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

“ดิ เอส อโศก” คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีแห่งแรกของ สิงห์ เอสเตท เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานยิ่งใหญ่ในย่านอโศกเลยก็ว่าได้ กับการเปิดตัวโครงการ “ดิ เอส อโศก” คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีแห่งแรกของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ภายใต้คอนเซ็ปต์ Live Highest, Live Finest  นำโดย คุณนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในระดับพรีเมียมบนตึกที่สูงที่สุดในย่านอโศก โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Contemporary และการดูแลอย่างเหนือระดับด้วย เอส คลาส แมเนจเม้นท์ บริษัทพร็อพเพอร์ตี้แมเนจเม้นท์ที่บริหารงานโดย สิงห์ เอสเตท อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากดารานักแสดงสาวสวย แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ และลูกบ้านของโครงการ อมิตา ยัง สีณพงศ์ภิภิธ และครอบครัว มาร่วมแสดงความยินดี ณ โครงการ ดิ เอส อโศก   ภายในงานเริ่มด้วย คุณนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน หลังจากนั้นคณะผู้บริหารได้พาสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการตามจุดไฮไลท์ต่างๆ อาทิ Sculpture Court บริเวณชั้น 10 ต่อด้วยชั้น 33 ที่มีสระว่ายน้ำ Golf Simulation และฟิตเนส และ ชั้น 43 เป็นชั้นสุดท้ายที่ได้พาแขกผู้มีเกียรติเยี่ยมชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกบริเวณResidences Lounge ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่น่าประทับใจที่สุดเลยก็ว่าได้ และมาถึงช่วงพูดคุยกับเซเลบริตี้ แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตและตัวตนที่สะท้อนคำว่า “Live Highest, Live Finest” ร่วมด้วย อมิตา ยัง สีณพงศ์ภิภิธ พร้อมครอบครัว ที่มาพูดถึงการใช้ชีวิตครอบครัวและเหตุผลที่ตัดสินใจเลือกโครงการ ดิ เอส อโศก แห่งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง   หลังจากที่คณะผู้บริหารพาผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการแล้วนั้น ก็เข้าสู่พิธีการเปิดโครงการ ดิ เอส อโศก อย่างเป็นทางการบริเวณชั้น G พร้อมฉายวีดีโอโครงการ ต่อด้วยมินิคอนเสิร์ต จาก ทาทา ยัง ที่งานนี้ได้นำเพลงฮิตมาเอ็นเตอร์เทนผู้ร่วมงานอย่างสนุกสนาน   แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ กล่าวว่า “จากที่ได้ยินข้อมูลของโครงการและการที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ รู้สึกว่าเป็นหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจที่สุดในย่านอโศก ที่สำคัญอยู่ใจกลางเมืองและยังมีพื้นที่สีเขียวกว่า1ไร่ให้พักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะแอฟมีน้องปีใหม่ ก็รู้สึกว่ามันคงจะดีถ้ามีโอกาสได้มาอยู่ที่นี่ ด้วยไลฟสไตล์และการทำงานของแอฟที่ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลานั้น ณ ที่แห่งนี้ถือว่าเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกมากค่ะ เพราะอยู่ใกล้เส้นทางคมนาคมหลักมากมาย ถ้าใครสนใจโครงการนี้ ยังมีอีกหลายห้องให้มาเยี่ยมชมกัน พลาดไม่ได้นะคะ”   อมิตา ยัง สีณพงศ์ภิภิธ กล่าวว่า “วันนี้มาเป็นลูกบ้านที่ดีกับการเป็นแขกรับเชิญในวันนี้ ทาทาและครอบครัวคิดว่า เราตัดสินใจไม่ผิดที่ได้ลงทุนกับโครงการนี้ จะบอกว่าสวยงาม หรูหรา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง เพราะเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งช้อปปิ้งที่ทำงาน โรงเรียนลูก ส่วนตัวแล้วนั้นยังมองว่าเป็นการลงทุนที่ดีเพื่ออนาคตของลูกอีกด้วย สำหรับคนที่สนใจมาเป็นเพื่อนบ้านทาทา อย่าลืมมางาน Open House วันที่ 9-10 มีนาคม 2562 นี้ นะคะ ที่สำคัญสำหรับคนที่กำลังมองหาห้องดีๆ ทำเลทอง ขอบอกว่าจัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษ เหลือไม่กี่ห้องแล้วนะคะ”   โอกาสสุดท้ายสำหรับผู้สนใจในงาน THE ESSE ASOKE OPEN HOUSE ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2562 พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ อาทิ แพคเกจเฟอร์นิเจอร์มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท รวมทั้งบัตรกำนัลใช้แทนเงินสด มูลค่า 100,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้จาก www.singhaestate.co.th หรือสอบถามรายละเอียดที่ 1221        
เปิดตัวคอนโด ดิ เอส อโศก ‘Live Highest, Live Finest’ สิงห์ เอสเตท

เปิดตัวคอนโด ดิ เอส อโศก ‘Live Highest, Live Finest’ สิงห์ เอสเตท

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำการเป็น Premier Lifestyle Developer เปิดตัว‘ดิ เอส อโศก’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Live Highest, Live Finest’ คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีโครงการแรกที่สร้างเสร็จและพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้า ใส่ใจและพิถีพิถันทุกรายละเอียดในการดูแลลูกบ้านด้วยบริษัท เอส คลาส แมเนจเม้นท์ จำกัด บริษัทที่รับผิดชอบดูแลด้านพร็อพเพอร์ตี้แมเนจเม้นท์ของ สิงห์ เอสเตท เผยปัจจุบันมียอดโอนแล้วกว่า 1,550 ล้านบาท นอกจากนี้เตรียมจัดงาน Grand Opening เพื่อปิดยอดขายยูนิตล็อตสุดท้าย ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2562 ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ แพคเกจเฟอร์นิเจอร์พร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆ มากมายภายในงาน คาดปิดการขายทั้งหมดได้ภายในกลางปีนี้   นายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บมจ. สิงห์ เอสเตท เผยว่า โครงการดิ เอส อโศก (THE ESSE ASOKE) นับเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีที่มีการสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบและ ทำการเปิดตัวโครงการแรกของทาง สิงห์ เอสเตท ซึ่งจะเป็นโครงการที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของการเป็น พรีเมียร์ ไลฟ์สไตล์ ดีเวลลอปเปอร์ (Premier Lifestyle Developer) โดยเรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในระดับพรีเมียมและได้สัมผัสถึงความเป็นครอบครัวสิงห์ เอสเตท ซึ่งตอกย้ำความตั้งใจในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับลูกค้า “ดิ เอส อโศก ได้รับการออกแบบให้เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ความต้องการของ คนเมือง ด้วยคอนเซปต์ ‘Live Highest, Live Finest’ หรือ ‘ที่สุด...ทุกการใช้ชีวิต’ โดยการออกแบบเน้นความเรียบหรู ผสานกับความเป็น Modern Contemporary ตัวอาคารมีทั้งหมด 55 ชั้น และเป็นอาคารที่อยู่อาศัยสูงที่สุดในย่านอโศก กับจำนวนห้องพัก 419 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 แบบ ประกอบด้วย 1Bedroom, 2Bedroom และห้อง Penthouse เน้นความเป็นส่วนตัว ด้วยการออกแบบจัดวางผังอาคารแบบไม่มีห้องตรงข้าม (Single Corridor) ทำให้มีจำนวนห้องพักต่อชั้นสูงสุดเพียง 12 ห้องเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีพื้นที่สีเขียวส่วนกลางรวมกว่า 1 ไร่ โดยเฉพาะ “ดิ เอส คอร์ท” สวนด้านหน้าโครงการมีพื้นที่ถึง 1,000 ตารางเมตร ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่เพียงแต่ได้รับความเป็นส่วนตัวแต่ยังได้ความสดชื่นร่มรื่นและสบายตาในทุกจังหวะการใช้ชีวิตที่ “ดิ เอส อโศก” พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทางโครงการเตรียมไว้อย่างครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำลอยฟ้าบนชั้น 33 ให้ทุกท่านชมวิวความสวยงามของกรุงเทพมหานคร และออกกำลังกายในฟิตเนสระดับพรีเมียม, สำหรับท่านที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟสามารถฝึกซ้อมวงสวิงที่ห้อง Golf Simulator, พร้อมพักผ่อนยามเย็นที่สวนชั้น 10 และสกาย เลาจ์ ที่ชั้น 43 ที่ประกอบไปด้วยมุมสังสรรค์ ห้องประชุม และห้องสมุด”   นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมากตั้งแต่วันที่เริ่ม pre sales ในช่วงปลายปี 2558 ทำให้เรามียอดขายไปแล้วกว่า 90% โดยโครงการได้เริ่มทำการโอนให้กับลูกค้าตั้งแต่ปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ทำการโอนไปแล้วกว่า 1,550 ล้านบาท หรือ 38% โดยคาดว่าจะโอนแล้วเสร็จทั้งหมดภายในไตรมาส 2 ปีนี้และทางโครงการได้เตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษไว้สำหรับห้องส่วนที่ยังไม่ได้ขายอีกประมาณ 10% ด้วยแพคเกจเฟอร์นิเจอร์มูลค่า 500,000 บาท และยังมี voucher มูลค่า 100,000 บาท ในงาน Grand Opening ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2562 นี้อีกด้วย   สิงห์ เอสเตท มุ่งมั่นในการเป็น Premier Lifestyle Developer โดยพัฒนาโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ ดิ เอส (THE ESSE) ให้เป็น Leading Premium Brand ซึ่งสะท้อนถึงการใช้ชีวิตที่ครบครันอย่างพิถีพิถันและมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกบ้านครอบครัว สิงห์ เอสเตท อีกด้วย อีกทั้งได้จัดทำ แอพลิเคชั่น S Life ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ โดยบริการ S Life เปรียบเหมือนศูนย์รวมกิจกรรมข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่น และ สิทธิพิเศษต่างๆ สำหรับลูกบ้านโดยเฉพาะ   นอกจากนี้อีกหนึ่งส่วนสำคัญ คือ สิงห์ เอสเตท ได้จัดตั้งบริษัท เอส คลาส แมเนจเม้นท์ จำกัด (S KLAS Management Company Limited) ขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการ โครงการอสังหาริมทรัพย์ของ สิงห์ เอสเตท ที่พร้อมให้บริการลูกบ้านอย่างครบวงจร ทั้งเรื่อง การจัดการนิติบุคคล, การแจ้งซ่อม, การจองสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และแนะนำข้อมูลสถานที่ใกล้เคียงที่สำคัญ รวมถึงบริการคอนเซียร์จเซอร์วิส (Concierge Service) ที่มีทีมงานบริการลูกบ้าน ซึ่งมีประสบการณ์ระดับสากล ด้วยมาตรฐานการบริการเหนือระดับ ทำให้ S KLAS Management สามารถดูแลโครงการทั้งหมด ให้อยู่ในระดับ Best in Class อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการในอนาคต   “วันนี้สิงห์ เอสเตท พร้อมแล้วที่จะส่งมอบประสบการณ์แบบ Best in class ที่พิถีพิถัน ใส่ใจในรายละเอียด ให้กับทุกท่าน ตอกย้ำภาพการเป็น Premier Lifestyle Developer ซึ่งมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และดีที่สุดสำหรับลูกบ้านครอบครัว สิงห์ เอสเตท” นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย      
THE ESSE SUKHUMVIT 36 ที่สุดของคอนโดหรูใจกลางเมือง…เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่า

THE ESSE SUKHUMVIT 36 ที่สุดของคอนโดหรูใจกลางเมือง…เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่า

หากถามคนเมืองทั่วไปว่าอยากใช้ชีวิตอยู่ย่านไหน? เรามั่นใจว่า สุขุมวิท,ทองหล่อ, พร้อมพงษ์ คือตัวเลือกของคำตอบอันดับต้นๆ ของชาวไทยและต่างชาติแน่นอนค่ะ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ‘สุขุมวิท’ เป็นถนนสายเศรษฐกิจรวมถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหลับใหลตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะมีทั้งคาเฟ่, ร้านอาหารเก๋ๆ, คลับบาร์มากมาย นอกจากนี้ยังมีคอนโดมิเนียมระดับ Luxury อยู่เป็นจำนวนมากทั้งโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว และโครงการใหม่ที่น่าจับตาและกำลังเตรียมเปิดตัวอย่าง “THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36)” ของ SINGHA ESTATE โดยจับมือกับ Hongkong Land ผู้นำโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ร่วมกันพัฒนาจนเกิดเป็นคอนโดมิเนียมหรูบนทำเลศักยภาพใจกลางสุขุมวิท อยู่ติดรถไฟฟ้าสถานีทองหล่อเพียง 20 เมตรเท่านั้น ซึ่งเราจะพาทุกคนไปชมห้องตัวอย่างก่อนใครในวันนี้   ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า “THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36)” ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 36 ซึ่งเป็นซอยเลขคู่และเป็นย่านอยู่อาศัยซะส่วนใหญ่เพราะมีทั้งบ้านเรือนรวมถึงคอนโดฯ ทั้ง High Rise และ Low Rise อยู่หลายโครงการ โดยปกติราคาคอนโดฯ ในโซนนี้จะค่อนข้างสูงและมักโฆษณาว่าอยู่ติดรถไฟฟ้า แต่ ดิ เอส สุขุมวิท 36 นับว่าเป็นโครงการเดียวที่อยู่ติด BTS ทองหล่อ มากที่สุดในตอนนี้ค่ะ การเดินทางของคนใช้รถยนต์ก็ถือว่าสะดวกและคล่องตัวอยู่พอตัวเลยนะคะ เพราะอย่างที่บอกไปว่าโครงการตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 36 ซึ่งเป็นซอยที่ใช้วิ่งไปออกถนนพระราม 4 ได้  และภายในซอยเองยังสามารถลัดเลาะไปออกซอยสุขุมวิท 38 และซอยสุขุมวิท 40 ได้อีกด้วยซึ่งก็ช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรในชั่วโมงคับคั่งได้เป็นอย่างดี ส่วนฝั่งตรงข้ามอย่างซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) และซอยเอกมัย (สุขุมวิท 63) นั้นก็สามารถใช้เชื่อมไปออกถนนเพชรบุรีได้ การเดินทางเข้านอกออกเมืองจึงจัดว่าสะดวกสบายเพราะสามารถเลือกใช้เส้นทางได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้ถนนพระราม 4 วิ่งไปออกสีลมและสามย่าน หรือใช้ถนนสุขุมวิทวิ่งไปออกเพลินจิต, ชิดลม, สยาม และใช้ถนนเพชรบุรีวิ่งไปออกทางพญาไทได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีจุดขึ้นลงทางด่วนกระจายอยู่รอบๆ โครงการ ทั้งทางด่วนแถวอโศก, เพลินจิต, พระราม 4 เป็นต้น สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ บอกได้คำเดียวว่าสะดวกที่สุดค่ะ เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ทำให้มีรถเมล์, รถแท็กซี่ รวมถึงวินมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด ที่สำคัญคืออยู่ติด BTS สถานีทองหล่อ (ทางออก 2) เดินประมาณ 20 เมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าอยู่ในระยะที่เดินได้สบายๆ ซึ่งถ้าใครอยากจะเข้าเมืองไปช็อปปิ้งเพลินๆ ก็สามารถใช้ BTS จากสถานีทองหล่อนั่งรถไปสถานีเดียวก็จะถึงสถานีพร้อมพงษ์ซึ่งมีห้าง Emporium, Emquartier และในอนาคตก็จะมี Emsphere อยู่ฝั่งเดียวกับ Emporium ติดกับสวนเบญจสิริอีก หรือถัดจากสถานีพร้อมพงษ์ไปก็จะเป็นสถานีอโศก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ MRT สถานีนี้จะมี Terminal 21 อยู่ด้วย ถัดจากอโศกข้ามมานานา, เพลินจิต ก็จะเข้าสู่ชิดลมและสยามตามลำดับ ซึ่งความสะดวกจะอยู่ตรงที่การเดินทางเข้าเมืองอย่างเพลินจิต-สยาม เพราะสามารถนั่ง BTS ไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีให้เสียเวลาเลยค่ะ ในเรื่องของอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้าการเดินทางเลย ด้วยความที่เป็นย่านที่พักอาศัยจึงค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เพราะในซอยสุขุมวิท 38 จะมีร้านอาหาร Street food รวมไปจนถึงร้านค้าต่างๆ ให้เลือกจับจ่ายใช้สอยตลอดเช้ายันค่ำ หรือขยับข้ามฝั่งไปซอยทองหล่อ, ซอยเอกมัยก็มีแหล่งไลฟ์สไตล์ สถานที่ช็อปปิ้ง ร้านแฮงก์เอ้าท์ รวมไปจนถึงสถานศึกษาและโรงพยาบาลมากมาย ซึ่งเหมาะสำหรับชีวิตคนเมืองที่แท้จริง เริ่มต้นการเดินทางด้วยการนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีทองหล่อค่ะ ซึ่งทางไปคอนโดฯ จะอยู่ที่ทางออก 2 นะคะ เมื่อเดินบันไดลงมาก็หมุนตัวกลับเพื่อเดินย้อนไปปากซอยสุขุมวิท 36 ค่ะ จากภาพจะเห็นได้ว่าข้างทางมีรถประจำทางคอยวิ่งผ่านไปผ่านมาอยู่ตลอดเลยค่ะ ใครใช้รถสาธารณะเป็นหลักก็คงสะดวกมากๆ เดินมาเพียงไม่กี่ก้าวก็เห็นป้ายโครงการแล้วค่ะ มาถึงโครงการแล้วค่ะ จะเห็นได้ว่าด้านหน้าโครงการมีลิฟท์โดยสารเพื่อขึ้นไป BTS ได้เลย แต่ถ้าใครไม่อยากขึ้นลิฟท์ก็สามารถเดินเท้าได้สบายๆ เพียง 20 เมตรเท่านั้น เจาะลึกโครงการ   โครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 เป็นคอนโด High Rise สูง 43 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 338 ยูนิต บนที่ดิน 2-2-0 ไร่ ด้วยขนาดห้องชุดตั้งแต่ 38.5 – 252 ตารางเมตร โดยทาง SINGHA ESTATE ต้องการความเป็น Masterpiece และ Iconic Residential บนถนนสุขุมวิท เหมือนกับ 2 โครงการที่ผ่านมาอย่าง THE ESSE Asoke และ THE ESSE at SINGHA COMPLEX ครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการรวมตัวของเหล่าดีไซเนอร์ทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อความเป็นที่สุดของโครงการระดับ Luxury ซึ่งได้ Tandem บริษัทออกแบบสัญชาติไทยมาทำงานร่วมกับบริษัทสถาปนิกระดับโลกอย่าง “SOM” Skidmore, Owings and Merrill (Thailand) Co. Ltd. เข้ามาเป็นที่ปรึกษาการออกแบบหลัก โดยออกแบบให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะโดดเด่นที่สุดในย่านนี้ ด้วยการหลอมรวมความแตกต่างระหว่างสถาปัตยกรรมแบบภูมิปัญญาไทยกับการออกแบบที่เป็นสากล ไปสู่ความเป็น Iconic ของตัวโครงการ ซึ่งวางคอนโดขนานไปกับซอยสุขุมวิท 36 และดันอาคารร่นเข้าไปด้านในเพื่อหลบหลีกเพื่อนบ้านอย่าง Noble remix ไม่ให้มาบล็อกวิวใดๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าผู้อยู่อาศัยจะได้วิวที่สวยงามและเป็นส่วนตัว ในส่วนงานออกแบบ Landscape ก็ได้บริษัท Shma เข้ามาดูแล ส่วนงาน Interior นั้นทางโครงการให้บริษัท dwp ผู้มีชื่อเสียงด้านการออกแบบและมีประสบการณ์กับโครงการระดับหรูทั้งในประเทศและต่างประเทศมาเป็นผู้ดูแลค่ะ ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางทางโครงการก็จัดเต็มแบบสุดๆ เรียกว่าครบครันมากทีเดียวค่ะ ซึ่งคอนเซ็ปต์ของพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบโดยหลอมรวมความต้องการใช้ชีวิตแบบสังคมเข้ากับความเป็นส่วนตัว สู่รูปแบบของ Facility ที่มีทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานร่วมกัน และแยกเป็นส่วนตัว เริ่มจากชั้น 1 เป็นพื้นที่ของล็อบบี้, ตู้จดหมายและห้องเก็บของ, ซังเคน ลอว์น ที่เปรียบเสมือนสวนหน้าบ้าน และที่จอดรถซึ่งสามารถจอดได้มากถึง 100% (รวมจอดซ้อนคัน) สำหรับ Facility บนอาคารจะเริ่มที่ชั้น 7-8 และ 41-43 และดาดฟ้า ประกอบด้วย วอเตอร์ การ์เด้น, สระว่ายน้ำพร้อมสระเด็ก, ห้องสปา, ฮอริซอน ออนเซ็น, ห้องสำหรับเด็ก, ห้องอบไอน้ำ, ฟิตเนส, เวอร์ชัวร์ ไบค์, กอล์ฟ ซิมูเลเตอร์, สกาย เลาจน์ พื้นที่อเนกประสงค์, เดอะ เรสซิเดนซ์ เลาจน์ พื้นที่สำหรับจัดเลี้ยง, สกาย เทียเตอร์ ห้องชมภาพยนตร์ส่วนตัว, บาร์บีคิว เดค และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ไรซ์ ฟิล์ด การ์เด้น ชั้น 41 และรูฟ ออชาร์ด บริเวณชั้น 43 และชั้นดาดฟ้า ที่ทางโครงการนำความเขียวขจีของธรรมชาติเข้าไปใส่ไว้ ให้ความรู้สึกเหมือนชานบ้านเรือนไทยที่มีทุ่งนา ภูเขา สวนบัว นาขั้นบันได และสวนผักรายล้อมอยู่รอบๆ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และยังมีบริการ Wifi ที่บริเวณพื้นที่ส่วนกลางทุกชั้นอีกด้วย โมเดลจำลองภาพรวมโครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 จากโมเดลจำลองจะเห็นชัดเลยนะคะว่าตัวโครงการอยู่ติดสถานีทองหล่อ ซึ่งห่างเพียง 20 เมตรเท่านั้น แปลนพื้นที่ชั้นล่างสุด แบ่งออกเป็นสวนด้านหน้า, ที่จอดรถ และบริเวณล็อบบี้ ตัวคอนโดขนานไปกับซอยสุขุมวิท 36 และดันอาคารร่นเข้าไปด้านในเพื่อหลบหลีกเพื่อนบ้านข้างๆ อย่าง Noble remix ไม่ให้มาบล็อกวิวลูกบ้าน ด้านข้างมีฟุตบาททางเดินสำหรับเข้า-ออก เพื่อแยกทางเดินของลูกบ้านออกจากทางเข้า-ออกรถให้ชัดเจน ทำให้การเดินเข้าออกโครงการมีความปลอดภัยดี รถยนต์จะผ่านเข้าออกด้วยระบบ Keycard Access เมื่อเข้ามาในโครงการแล้ว รถยนต์จะมีเส้นทางที่ตรงไปด้านในสำหรับเข้าไปจอดรถในอาคาร พื้นที่ด้านหน้าถูกออกแบบให้เป็น ซังเคน ลอว์น ในลักษณะของสวนแบบขั้นบันได ที่นำไปสู่ Hidden Pavilion เป็นพื้นที่สีเขียวที่ถูกลดระดับลงจากพื้นด้านหน้าโครงการ ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวในเวลาที่มาใช้งาน ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Lobby มีรายละเอียดการตกแต่งและการเลือกใช้วัสดุที่หรูหราที่ผสมความเป็นไทยและสากลเข้าไว้ด้วยกัน ภาพจำลองบรรยากาศภายใน LIBRARY มีรายละเอียดการตกแต่งและการเลือกใช้วัสดุคล้ายๆ กับส่วน Lobby ของโครงการ แปลนของพื้นที่ชั้น 7 นะคะ ซึ่งจะชั้นรวม Facilities ส่วนกลางที่จัดไว้ชั้นบนของอาคาร ต่อจากพื้นที่จอดรถชั้น 1-6 สระว่ายน้ำเป็นแบบ Sky Infinity pool อยู่ที่ชั้น 7 ของอาคาร วิวหันไปทางถนนสุขุมวิท โดยไม่มีอะไรบดบังสายตาเลยค่ะ ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง KID'S ROOM รองรับสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวของลูกบ้าน ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง ONSEN ซึ่งแบ่งแยกห้องชายและหญิง ทั้งยังมาพร้อมสระ 2 สระเพื่อเติมเต็มความผ่อนคลายของลูกบ้าน แปลนของพื้นที่ชั้น 8 นะคะ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางต่อเนื่องมาจากชั้น 7 ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้องฟิตเนส ห้อมล้อมด้วยกระจกใสทำให้เห็นวิวเมืองได้รอบอาคารทั้ง 3 ด้าน แปลนของพื้นที่ชั้น 9 นะคะ ซึ่งจะเริ่มเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ชั้นนี้เป็นต้นไป แปลนพื้นที่ส่วนกลางชั้น 41 นะคะ แปลนพื้นที่ส่วนกลางชั้น 42 นะคะ แปลนพื้นที่ส่วนกลางชั้น 43 นะคะ ภาพรวม Facilities ส่วนกลางที่จัดไว้ชั้นบนของอาคาร ชั้น 41-43 ซึ่งนอกจากจะได้ใช้งานพื้นที่ส่วนกลางแล้ว ยังได้รับวิวเมืองโดยรอบในมุมสูงอีกด้วย ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง SKY LOUNGE เป็น Double Space โล่งได้วิวเมืองเต็มสายตา ภาพจำลองบรรยากาศในส่วนของ PRIVATE DINING พื้นที่ส่วนกลางที่ลูกบ้านสามารถขอใช้งานจัดปาร์ตี้เล็กๆ ได้ โดยจะมีไอส์แลนด์ และโต๊ะทานอาหารไว้ให้บริการ ภาพจำลองบรรยากาศในห้อง SKY THEATRE ภาพจำลองมุมสูงบริเวณชั้น 41-43 เป็นลักษณะของ Sky Terrace แบบ Open Air การออกแบบจึงใช้ Slope ไล่ระดับลงไป ซึ่งพื้นที่ทั้ง 3 ชั้นนี้นอกจากจะเป็นพื้นที่ชมวิวของโครงการแล้ว ยังช่วยพื้นที่สีเขียวที่ลดความร้อนให้แก่ชั้นพักอาศัยได้ด้วย เปิดห้องตัวอย่าง   แบบห้องของ THE ESSE SUKHUMVIT 36  ที่เราจะพาไปชมมีด้วยกัน 3 แบบ ทุกยูนิตขายแบบ Fully Fitted มาพร้อมวัสดุและสุขภัณฑ์คุณภาพซึ่งถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นชุดครัวพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ, Walk-in Closet, เฟอร์นิเจอร์ Built-in รวมถึงผ้าม่านและวอลเปเปอร์ที่ออกแบบร่วมกับ Jim Thompson เพื่อลูกบ้านของโครงการโดยเฉพาะ อีกหนึ่งความพิเศษคือผนังบริเวณคอนโซลทีวีในห้องนั่งเล่นทุกยูนิตจะตกแต่งด้วยหินแท้ ซึ่งสีและลวดลายของหินนั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละไทป์ และด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ต้องการให้ลูกบ้านทุกยูนิตได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ ทางโครงการจึงเพิ่ม Application ให้ลูกบ้านทุกยูนิตสามารถควบคุมไฟ เครื่องปรับอากาศ รวมถึงผ้าม่านผ่าน Smart Phone ได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่คุณเลือกและควบคุมได้ ไม่รอช้า..เรามาเปิดประตูห้องตัวอย่างเริ่มต้นกันด้วยห้อง 1 Bedroom ขนาด 38.50 ตร.ม. กันเลยดีกว่าค่ะ ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องจัดวาง Layout ให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า ครบทุกฟังก์ชั่นจริงๆ ค่ะ ทั้งห้องนอน, Walk-in Closet, ห้องน้ำ, ห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน พร้อมแบ่งมุมรับประทานอาหารไว้อีกด้วย แปลนห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom Type 1A-1 ขนาด 38.50 ตารางเมตร หน้าประตูติดตั้ง Digital Door Lock มาให้แล้วนะคะ เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวก่อนเลยค่ะ ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นตัวแอล (L) มาพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจาน 1 หลุม Top Counter วัสดุจะเป็น Composite Quartz ที่เป็นลายต่อเนื่องกันเหมือนในห้องตัวอย่างเลยนะคะ เวลาปรุงอาหารแล้วกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ทางโครงการบิลต์มุมรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่ง ติดกับส่วนเคาน์เตอร์มาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งลูกบ้านไม่จำเป็นต้องซื้อโต๊ะเพิ่มเลย ถัดมาในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นมีการจัดวางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่งเอาไว้ ทางโครงการ Built-in ตู้เก็บเครื่องซักผ้าพร้อมปลั๊กไฟมาให้ติดกับประตูห้องนอนเลยนะคะ หน้าบานเป็นบานกระจกแบบ Coated Glass Panel with Aluminium Edge ทำให้ได้ความเงาของกระจกด้านหน้าที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งของด้านใน ระยะห่างระหว่างโซฟากับคอนโซลทีวีมีระยะกำลังดีเลยนะคะ ไม่แคบและไม่กว้างจนเกินไป สามารถวางโต๊ะกลางได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด มุมนั่งเล่นจะถูกโอบล้อมด้วยประตูกระจกใสนะคะ ซึ่งเป็นประตูบานเลื่อนทั้ง 2 ข้าง สามารถเปิดไปรับลมที่ระเบียงได้ ระเบียงมีขนาดกะทัดรัด แต่สามารถวางราวตากผ้าได้สบายๆ ซึ่งพื้นถูกลดระดับลงไปจากพื้นภายในห้องพักอาศัยเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำจากระเบียงไหลเข้ามาในห้องพักค่ะ นอกจากการออกแบบที่สวยงามแล้ว ทางโครงการยังตกแต่งผนังด้านหลังคอนโซลทีวัด้วยวัสดุหินอ่อนนำเข้าให้ทุกยูนิตด้วยค่ะ ซึ่งพื้นที่ติดกับมุมนั่งเล่นจะเป็นส่วนของห้องนอนและห้องน้ำนะคะ ภายในห้องนอนได้รับการออกแบบให้ดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ผนังด้านหลังเตียงเป็นเพียงการตกแต่งนะคะ ห้องจริงจะได้เป็น Wallpaper เท่านั้น พื้นที่รอบเตียงสามารถเดินได้โดยรอบเลยนะคะ พื้นเป็น Engineering Wood สี Dark Brown ลายก้างปลาให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเรือนไทยสมัยก่อน บริเวณข้างเตียงยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียง และโต๊ะเครื่องแป้งได้สบายๆ เลยนะคะ เครื่องปรับอากาศภายในห้องได้แบบ Concealed Split ซึ่งทำให้ห้องดูเรียบร้อยดี แต่การซ่อมแซมอาจจะทำได้ยากกว่าการติดแอร์แบบแขวนธรรมดา ภายในห้องนอนอีกฝั่งหนึ่งเป็นส่วนของ Walk-in Closet และห้องน้ำค่ะ ส่วนของ Walk-in Closet จะมีประตูบานเลื่อนกั้นกลางระหว่างห้องนอนด้วยนะคะ ต่อเนื่องมายังห้องน้ำ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน ผนังฝั่งหนึ่งใน Shower Area จะถูกตกแต่งให้สวยงามด้วยด้วยหินอ่อนนะคะ พื้นที่ส่วนเปียกจะถูกลดระดับลงมาจากพื้นที่ส่วนแห้งอีกเสต็ปหนึ่ง เพื่อกันไม่ให้น้ำจาก Shower Area ไหลออกไปสู่พื้นที่อื่นๆภายในห้องน้ำ ส่วนแห้งจะจัดวางสุขภัณฑ์ไว้ข้างเคาน์เตอร์ล้างหน้า ก่อนต่อเนื่องไปยังอ่างอาบน้ำ ห้องตัวอย่างถัดมาที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 43.25 ตร.ม. ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน จัดพื้นที่ห้องนอนไว้ด้านในสุด ซึ่งช่วยเปิดรับแสงสว่างได้เต็มที่ ติดกับห้องนอนเป็น Walk-in closet ที่มีประตูบานเลื่อนกั้น พร้อมอยู่ติดห้องน้ำ ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นก็ดูกว้างขวาง มีบิลต์อินคอนโซลทีวีพร้อมตู้เก็บของสูงจรดเพดาน ออกแบบครัวแบบ Open Plan เชื่อมต่อระหว่างมุมรับประทานอาหารและมุมนั่งเล่นไว้ด้วยกัน ต้องบอกว่าการจัด Space ภายในห้องทำไว้ได้ดีมาก ถึงแม้จะเป็นห้องขนาด 43.25 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วนสบายๆ กว้างขวางเหมือนดั่งขนาดห้อง 2 ห้องนอนเลยค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom Type 1A-2 ขนาด 43.25 ตารางเมตร สำหรับไทป์นี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนนะคะ มุมนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโซฟาเดี่ยวได้อีกตัว ซึ่งแน่นอนว่าตรงกลางมีระยะกว้างมากพอที่จะจัดวางโต๊ะกลางได้ด้วยค่ะ ติดกับโซฟาจะเป็นมุมรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งนะคะ การตกแต่งผนังด้านหลังคอนโซลทีวีสำหรับ Type นี้จะเป็นวัสดุหินอ่อนนำเข้าจากต่างประเทศเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ จะต่างกันแค่เพียงสีของหินเท่านั้น พื้นที่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะรับประทานอาหารจะเป็นส่วนครัวนะคะ ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นรูปตัวยู (U) จะได้วัสดุเหมือนในห้องตัวอย่างห้องแรกเลยนะคะ มีแตกต่างนิดหน่อยที่ขนาดและตำแหน่งของเคาน์เตอร์ พื้นที่ต่อเนื่องจากครัวเข้าไปข้างในจะเป็นห้องนอนและห้องน้ำนะคะ ซึ่งภายในห้องโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใส ทำให้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามามากพอ ไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน พื้นที่ห้องนอนมีขนาดกว้างกำลังดีเลยนะคะ สามารถจัดวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบาย โดยเหลือพื้นที่เดินได้โดยรอบด้วยค่ะ แถมผนังปลายเตียงยังสามารถโต๊ะคอนโซลทีวีโดยไม่รู้สึกอึดอัดอีกด้วย เครื่องปรับอากาศภายในห้องเป็นแบบ Concealed Split เหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ ภายในห้องนอนอีกฝั่งหนึ่งเป็นห้องน้ำ และส่วนของ Walk-in Closet ที่มีประตูกระจกใสบานเลื่อนกั้นค่ะ Walk-in Closet ทางโครงการจะบิลต์อินมาให้ตามภาพเลยนะคะ ภายในห้องน้ำจะตกแต่งด้วยหินทั้งหมด โทนสีที่นำมาใช้ดูสะอาดตาและเลือกคู่สีได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ การวางฟังก์ชันโดยรวมใช้งานได้ดีทุกส่วน เคาน์เตอร์ล้างหน้าจะบิลต์อินดั่งภาพเลยนะคะ รอบๆ อ่างกรุด้วยหินอ่อนนำเข้าทำให้ดูหรูหรามากขึ้น ตัว ส่วนกระจกเงาจะได้เต็มบานแบบนี้เลยนะคะ อ่างอาบน้ำจะอยู่ติดกับผนังฝั่งหนึ่งของห้องน้ำนะคะ บริเวณขอบอ่างก็กรุด้วยหินอ่อนสีเข้มนำเข้าเช่นเดียวกับบริเวณล้างหน้า สำหรับห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราจะพาไปดู เป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 73.50 ตร.ม. ลักษณะแปลนด้านหน้าจะเป็นห้องแคบลึก แต่เมื่อเดินเข้าไปจะเป็นพื้นที่กว้างแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส บรรยากาศโดยรวมในห้องนี้จึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา การจัดแบ่งพื้นที่ก็เป็นสัดส่วนชัดเจน เปิดห้องเข้ามาเจอส่วนครัวและมุมรับประทานอาหารเลย ซึ่งสามารถจัดวางพื้นที่ดินเนอร์สำหรับ 4 คนได้สบายๆ ถัดไปนั้นเป็นมุมนั่งเล่นที่กว้างพอให้วางโซฟาตัวยาวขนาดใหญ่ได้เลย แถมยังแอบเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะข้างและโต๊ะกลางได้อีกด้วย พื้นที่อีกโซนหนึ่งลึกเข้าไปจะเป็นห้องน้ำ, ห้องนอนเล็ก ซึ่งภายในห้องจะบิลต์อินตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนห้องนอนใหญ่เปิดประตูเข้าไปจะเจอส่วน Walk-in Closet ก่อนเลยค่ะ ซึ่งก็มีมุมแต่งตัวพร้อมห้องน้ำส่วนตัว ก่อนจะจัดพื้นที่พักผ่อนไว้ด้านในสุด แปลนห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 73.50 ตารางเมตร สำหรับไทป์นี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ เพียงแต่มีขนาดที่กว้างและใหญ่กว่า Counter ครัวจะเป็นรูปแบบตัวแอล (L) จะได้วัสดุเหมือนอย่างในห้องตัวอย่างก่อนหน้าเช่นกัน จะมีแตกต่างนิดหน่อยที่ตำแหน่งและขนาดของอ่างล้างจานที่แบ่งเป็น 2 ช่อง ทำให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น รองรับจำนวนสมาชิกในบ้านที่เพิ่มขึ้น ด้วยขนาดห้องที่ใหญ่ขึ้นทำให้ได้ Counter แบบ Island เล็กๆ เพิ่มขึ้นมาด้วย แถมยังสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่งได้สบายๆ ติดกับมุมรับประทานอาหารนั้นจะเป็นโซนนั่งเล่นนะคะ พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนหลักๆ ของห้องที่สมาชิกในบ้านจะมานั่งเล่นดูทีวี ทานข้าว ทำอาหารกันในบริเวณนี้ เวลานั่งทานอาหารก็สามารถมองเห็นและพูดคุยกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่นั่งดูทีวี หรือยืนทำอาหารอยู่ในครัวได้ ส่วนพื้นที่ลึกเข้าไปจะเป็นโซนห้องนอนและห้องน้ำค่ะ ห้องนั่งเล่นจะอยู่ติดกับระเบียงที่โอบล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจกใส ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้มีเพดานสูงโปร่ง สบาย ทำให้น่าใช้งานมากขึ้น ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่น มีระยะห่างประมาณ 2.4 เมตร มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ 50 นิ้ว พื้นที่ทางเดินนี้เมื่อวางโต๊ะกลางแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ให้เดินผ่านเข้าไปยังระเบียงได้ด้วยค่ะ การตกแต่งผนังด้านหลังคอนโซลทีวีสำหรับ Type นี้จะได้เป็นวัสดุหินอ่อนสีน้ำตาลอ่อนที่นำเข้าจากต่างประเทศ จากโถงกลางมองตรงไปจะเป็นส่วนของห้องนอนเล็กนะคะ ฝั่งซ้ายมือจะเป็นห้องนอนใหญ่ และฝั่งขวาจะเป็นห้องน้ำค่ะ มาที่ห้องน้ำกันก่อนดีกว่าค่ะ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนเปียก-แห้งไว้เรียบร้อย วัสดุของประตูจะเหมือนกับห้องน้ำในห้องแบบแรกเลยนะคะ พื้นที่ด้านในมีขนาดพอๆ กัน และมีวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนเหมือนกัน วัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำจะได้อ่างล้างหน้า มาพร้อมกับตู้ลอยติดผนังสำหรับเก็บของ ซึ่งเป็นแบบเปิดได้ฝั่งเดียวนะคะ หน้าบานตู้ได้เป็นกระจกและมีซ่อนไฟไว้ใต้ตู้เรียบร้อย ซึ่งห้องจริงที่ส่งมอบให้ลูกบ้านก็จะได้แบบนี้เลยนะคะ ภายในห้องนอนเล็กจะได้เตียงขนาด 5 ฟุต เหมือนกับห้องตัวอย่างเลยนะคะ ส่วนช่องแสงในห้องจะได้หน้าต่างบานใหญ่รับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในได้อย่างเพียงพอและด้วยขนาดบานที่ใหญ่เกือบถึงพื้นทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้เลย พื้นที่รอบเตียงสามารถเดินได้โดยรอบ แถมผนังปลายเตียงยังมีพื้นที่ให้ติดตั้งทีวีได้อีกด้วย ผนังฝั่งที่ติดกับประตู จะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ ติดกับตู้เสื้อผ้าจะเป็นโต๊ะทำงานเล็กๆ มาดูที่ห้อง Master Bedroom กันต่อ ห้องนี้ได้พื้นที่ใช้สอยที่กว้างมาก ภายในจัดฟังก์ชันมาได้ครบทั้งห้องน้ำในตัว และแบ่งพื้นที่แต่งตัวไว้อย่างเป็นสัดส่วน พื้นที่ในสุดตรงกลางจะเป็นตำแหน่งของโต๊ะเครื่องแป้งที่ทางโครงการ Built-in ไว้ให้เหมือนในห้องตัวอย่างนะคะ พื้นที่ส่วนพักผ่อนจะถูกเว้นให้เป็นทางเดินระหว่างตู้เสื้อผ้าเข้าไปด้านในนะคะ ซึ่งทางโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ต่อไปมาดูส่วนของเตียงนอนบ้าง ห้องจริงที่ได้จะได้เตียงนอนขนาด 6 ฟุตแบบในห้องตัวอย่างเลยนะคะ จากภาพจะเห็นว่าเมื่อวางเตียงแล้วยังเหลือพื้นที่ปลายเตียงให้เดินได้โดยรอบเลยนะคะ พื้นที่ใช้สอยปลายเตียงสามารถวางตู้คอนโซลทีวีพร้อมโคมไฟตั้งพื้นได้สบายๆ ติดกันจะมีหน้าต่างไว้รับแสงธรรมชาติและเปิดระบายอากาศ เป็นแบบเดียวกับห้องนอนเล็กเลย ทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้ อีกฝั่งหนึ่งของห้องเป็นตำแหน่งสำหรับวางตู้เสื้อผ้าโซนแต่งตัว สำหรับห้องน้ำจะอยู่ติดกับโต๊ะเครื่องแป้งนะคะ ต่อไปมาดูห้องน้ำกันค่ะ Mood&Tone ที่ได้จะมาในแนวน้ำตาลดำดูคลาสสิค เรียบหรู ไม่น่าเบื่อง่าย ภายในก็จะให้อุปกรณ์มาครบ เหมือนกับในห้องตัวอย่างเลยค่ะ อ่างล้างหน้าจะเป็นแบบ His & Hers ด้านหลังมีตู้เก็บของที่ได้หน้าบานเป็นบานกระจกค่ะ ตำแหน่งของ Bathtub จะอยู่ติดกับหน้าต่างกระจกใสนะคะ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองของวิวด้านนอก หากต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถติดฟิลม์หรือมูลี่ได้ค่ะ อีกฝั่งจะเป็นพื้นที่อาบน้ำส่วนเปียก ฉากกั้นเป็นกระจก ผนังฝั่งหนึ่งถูกตกแต่งให้สวยงามด้วยด้วยหินอ่อนสีเข้ม   ด้วยทำเล Prime Location ของกรุงเทพฯ ริมถนนสุขุมติด BTS สถานีทองหล่อแบบนี้ THE ESSE SUKHUMVIT 36 จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ถูกจับตามองมากที่สุดโครงการหนึ่ง อย่างที่แจ้งไปแล้วว่าทางโครงการจะขายห้องมาให้แบบ Fully Fitted ดังนั้นในห้องมาตรฐานก็จะมี ตู้เก็บของ, เคาน์เตอร์ครัว, เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, อ่างล้างจาน, สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ, เครื่องปรับอากาศ, ผ้าม่าน, วอลเปเปอร์ และ Digital Door Lock มาเหมือนกันเกือบทุกรายการค่ะ ซึ่งทาง SINGHA ESTATE ประกาศราคาเริ่มต้นมาที่ 12 ล้านบาท ถ้าเทียบกับคอนโดมิเนียม Luxury ในระดับเดียวกันแล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจและคุ้มค่าแก่การลงทุนมากเลยนะคะ เพราะแนวโน้มในการเติบโตของทำเลค่อนข้างดีในอนาคต ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือเก็งกำไรยังไงก็คุ้มแน่นอน..   ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า โครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 เตรียมจะเปิด Pre-Sale วันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2560 นี้แล้วค่ะ สำหรับคนที่สนใจ อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือจะนัดหมายเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่าง ซึ่งจะเปิดให้ชมตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป ก็สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 1221 หรือกดลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและสิทธิพิเศษได้ที่ https://goo.gl/h45QbX   
THE ESSE at SINGHA COMPLEX นิยามใหม่แห่งความหรูหราบนทำเลทอง

THE ESSE at SINGHA COMPLEX นิยามใหม่แห่งความหรูหราบนทำเลทอง

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักกับ “THE ESSE at SINGHA COMPLEX” คอนโดมิเนียมสุดหรูบนที่ดินผืนใหญ่ตรงหัวมุมถนนอโศก-เพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งเคยเป็นสถานฑูตญี่ปุ่นมาก่อน ปัจจุบัน บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กำลังพัฒนาโครงการ “สิงห์ คอมเพล็กซ์” (SINGHA COMPLEX) โครงการ Mixed-use สุดอลังการ ที่กำลังจะเป็น Landmark สำคัญอีกแห่งของกรุงเทพมหานคร Landmark ใหม่บนทำเลทองติดถนนอโศก จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ THE ESSE at SINGHA COMPLEX เป็นที่น่าจับตามาก นอกเหนือจากภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ที่มีชื่อ “สิงห์” เป็นเครื่องการันตีได้ดีอยู่แล้วก็คือ “ทำเลที่ตั้ง” - ต้องบอกว่า เป็นความเพียบพร้อมของทำเลแห่งอนาคตจริงๆ เพราะเป็นแหล่งรวมทั้ง อาคารสำนักงาน, สถาบันการศึกษาชั้นนำ, ร้านอาหารชื่อดัง, แหล่งช็อปปิ้ง และอยู่ในทำเลที่เป็น Hub ของการเดินทางอย่างแท้จริง รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) จัดว่าเป็นการเดินทางหลักที่เชื่อมเข้าถึงภายในโครงการ SINGHA COMPLEX กันเลยทีเดียว ดังนั้นลูกบ้านของ THE ESSE at SINGHA COMPLEX จะได้รับความสะดวกสบายด้วยทางเชื่อมเข้าสู่สถานีเพชรบุรีที่อยู่บริเวณหน้าโครงการเลย ในขณะที่รถไฟฟ้า BTS ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเข้าสู่ใจกลางเมืองก็อยู่ห่างออกไปเพียงสถานีเดียว เช่นเดียวกับการเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ลูกบ้านสามารถเลือกขึ้นรถไฟฟ้า Airport Rail Link ได้ที่สถานีมักกะสัน ที่อยู่ใกล้แค่ข้ามไปอีกฟากของถนนเท่านั้น ด้วยระบบขนส่งมวลชนที่เพียบพร้อมขนาดนี้ การเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของกรุงเทพจึงเป็นเรื่องง่ายดายที่สุด ขณะเดียวกันลูกบ้านที่ต้องใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก ก็สะดวกด้วยเส้นทางหลักอย่างถนนอโศก และถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังถนนสายอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งถนนพระราม 9, ถนนสุขุมวิท, ถนนรัชดาภิเษก ฯลฯ และถัดจากโครงการไปทางด้านพระราม 9 ก็มีทางด่วนศรีรัชเป็นอีกตัวช่วยที่จะทำให้การเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ สะดวกมากยิ่งขึ้น ชีวิตเหนือระดับกับ THE ESSE at SINGHA COMPLEX มาถึงในส่วนของตัวโครงการกันบ้างครับ THE ESSE at SINGHA COMPLEX แบ่งส่วนที่ดินของ SINGHA COMPLEX ออกมาประมาณ 2 ไร่ เพื่อทำคอนโดมิเนียม High Rise สูง 39 ชั้น โดดเด่นด้วยวิวทิวทัศน์ใจกลางเมือง และการออกแบบหรูหราสุดอลังการ ซึ่งเชื่อว่าโครงการ SINGHA COMPLEX จะกลายเป็น Icon เด่นบนถนนอโศก-เพชรบุรีเลยทีเดียว ด้วยความตั้งใจในการออกแบบที่อยู่อาศัยระดับ World Class ทางโครงการจึงเน้นการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้อยู่อาศัย ด้วยการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพในทุกยูนิต โดยทั้ง 319 ยูนิต จะแบ่งเป็นห้อง 1 Bedroom, 2 Bedroom และ Penthouse ขนาด 34.75 – 215.50 ตร.ม. จัดเต็มด้วย Facility ระดับ Premium เหนือความคาดหมาย เช่น On the Cloud Fitness, Fully-equipped gym room with rock climbing wall and Muay Thai boxing ring Sky Edge Swimming Pool Onsen, Steam Room Private Spa and Salon Private Exercise Room Private Theatre The Sky Social Lounge The Residence Lounge Library and co-working area Sky Terrace Mailbox & Private storage space for sports equipments or luggages ฯลฯ นอกจาก Facility ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นแล้ว พื้นที่ส่วนกลางที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Green Amphitheatre & Hidden Pavilion และ Sancturary Terrain Garden ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ภายในโครงการที่ตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อน หลบหนีจากความวุ่นวายภายนอก ในขณะที่ยังคงความเป็นส่วนตัวแบบไม่ขาดตกบกพร่อง เชื่อได้เลยว่าแทบจะไม่มีโครงการไหนที่จัดหนักจัดเต็มขนาดนี้แน่นอน แถมนอกจาก Facility ภายในโครงการแล้วก็ยังมีพื้นที่ Retail ร้านค้าในโซน SINGHA COMPLEX ที่จะมาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกบ้านให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้นไปอีก Luxury Residence เพื่อสะท้อนคุณภาพชีวิตของคนเมือง แบบห้องของ THE ESSE at SINGHA COMPLEX ที่เราจะพาไปชมมีด้วยกัน 3 แบบ ทุกยูนิตขายมากแบบ Fully Furnished ตกแต่งมาพร้อมด้วยวัสดุ สุขภัณฑ์คุณภาพซึ่งถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้ง ชุดครัวพร้อมเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน, ไมโครเวฟ, ตู้เย็นแบบ Built-in, ตู้เสื้อผ้า Built-in, โต๊ะ, ตู้, เตียง, โซฟา ฯลฯ รวมถึงผนังตกแต่งด้วยหินแท้ในบริเวณห้องนั่งเล่น!!! ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ต้องการให้ลูกบ้านทุกยูนิตได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ ทางโครงการจึงเพิ่ม Application ให้ลูกบ้านทุกยูนิตสามารถควบคุมไฟ เครื่องปรับอากาศ รวมถึงผ้าม่านผ่าน Smart Phone หรือ Tablet ได้ทุกที่ทุกเวลา เช่นเดียวกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างไฟอัตโนมัติบริเวณประตูทางเข้า หรือสวิตช์ไฟระบบสัมผัสในตำแหน่งที่จำเป็น เพื่อคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่คุณเลือกและควบคุมได้ เริ่มต้นกันด้วยห้อง 1 Bedroom ขนาด 34.75 ตร.ม. อีกห้องเป็นห้องแบบ 1 Bedroom เช่นกัน แต่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยกว้างขึ้น โดยมีขนาด 47.75 ตร.ม. ส่วนห้องแบบสุดท้ายที่เปิดให้เยี่ยมชมกันคือ ห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 77 ตร.ม. ภายในห้องมาพร้อมกับเครื่องใช้ครบครัน Up Size ทั้งตู้เย็น เตาไฟฟ้า และไมโครเวฟ+เตาอบ ถ้าจะบอกว่า THE ESSE at SINGHA COMPLEX เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจมากที่สุดในทำเลย่านอโศก ก็คงจะไม่เกินความเป็นจริงเลย เพราะหาได้ยากที่โครงการในระดับ Luxury บนทำเลทองที่ถือว่าเป็น Hub ของการเดินทางจะเปิดตัวกันมาด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 8.6 ล้านบาท แถมยังขายให้แบบ Fully Furnished พร้อม Facility อลังการขนาดนี้ THE ESSE at SINGHA COMPLEX พร้อมเปิดให้เข้าชมห้องตัวอย่างได้เเล้วตั้งเเต่วันนี้ เปิดพรีเซลล์ในวันที่ 4-5 มีนาคม 2560 นี้ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษอีกมากมาย ได้ที่ http://www.singhaestate.co.th/singhacomplex/condo หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1221