การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ : THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36)

เจ้าของโครงการ : บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) / Singha Estate

ที่ตั้งโครงการ : ซอยสุขุมวิท 36 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม.

พื้นที่โครงการ : 2-2-0 ไร่

ลักษณะโครงการ : High Rise

จำนวนอาคาร : 1 อาคาร

จำนวนชั้น : 45 ชั้น

จำนวนยูนิต : 338 ยูนิต

ขนาดห้อง :

– 1A-1 One Bedroom ขนาด 38.5 ตร.ม.

– 1A-2 One Bedroom ขนาด 43.25 ตร.ม.

– 2B-1 Two Bedroom ขนาด 73.50 ตร.ม.

– 2B-2 One Bedroom ขนาด 77.00 ตร.ม.

– 3C-1 Three Bedroom ขนาด 116.75 ตร.ม.

– 3C-2 Three Bedroom ขนาด 124.25 ตร.ม.

– Ph-1 Penthouse ขนาด 252.00 ตร.ม.

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง :

– Lobby

– Automatic Parking

–  ห้องสมุด

– Sunken Seating Area

– Sunken Lawn

– Arrival Terrace

– สระว่ายน้ำ

– Jacuzzi

– Male Onsen

– Female Onsen

– Onsen Garden

– Private Spa Room

– Lounge Area

– Kid’s Room

– Fitness

– Golf Simulator

– Virtual Bike

– Sky Lounge

– The Residence Lounge

– Sky Theater

– Rock Garden Terrace

– Workshop Area

– Planting Area

ราคา : เริ่มต้น 12,000,000 บาท
ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : 330,000/ตร.ม. (เริ่มต้น 307,755/ตร.ม.)
ค่าส่วนกลาง : 100 บาท/ตร.ม./เดือน
ค่ากองทุน : 1,000 บาท/ตร.ม. (จ่ายครั้งเดียว)
ปีที่สร้างเสร็จ : ปลายปี 2563

จุดเด่นโครงการ : THE ESSE สุขุมวิท 36 ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใจกลางย่านธุรกิจ ที่เชื่อมต่อทุกการเดินทางที่หลากหลาย สัมผัสประสบการณ์แห่งการพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับซูเปอร์ลักชัวรีใส่ใจในรายละเอียดทุกตารางนิ้วตั้งแต่การออกแบบผังโครงการให้มีความเป็น ส่วนตัวสูง ไปจนถึงการคัดสรรวัสดุที่ใช้ในโครงการ ที่ตอบโจทย์ทั้งความมีรสนิยม และประโยชน์ใช้สอยด้วยความร่วมมือระหว่าง Singha Estate กับ Hongkong Land พร้อมทั้งบริษัทชั้นนำด้านการออกแบบที่มีส่วนในการออกแบบโครงการ เพื่อให้ทุกรายละเอียดคำนึงถึงผู้พักอาศัย

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง :

– รถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ 60 เมตร (บันไดขึ้น-ลงสถานี)

– รถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ 20 เมตร (ลิฟต์ขึ้น-ลงสถานี)

สถานที่ใกล้เคียง :

– BTS สถานีทองหล่อ : 20-60 ม.

– Major Cineplex เอกมัย : 700 ม.

– Miracle Mall : 800 ม.

– Top Market ทองหล่อ : 900 ม.

– Gateway เอกมัย : 1.1 กม.

– EmQuartier : 1.1 กม.

– Emporium : 1.1 กม.

– BigC เอกมัย : 1.7 กม.

– สวนเพลินมาร์เก็ต : 1.5 กม.

– ตลาดพูนทรัพย์ : 1.6 กม.

– Lotus พระราม 4 : 2.0 กม.

– BigC พระราม 4 : 2.0 กม.

– K Village : 2.1 กม.

– Terminal 21 : 2.4 กม.

– โรบินสัน สุขุมวิท : 2.5 กม.

– Korean Town : 2.6 กม.

– ตลาดพระโขนง : 2.7 กม.

– ตลาดท่าเรือคลองเตย : 2.9 กม.

– ตลาดอ่อนนุช : 3.1 กม.

– BigC อ่อนนุช : 3.2 กม.

– Lotus อ่อนนุช : 3.4 กม.

– Central บางนา : 13.4 กม.

– Ikea บางนา : 18.9 กม.

– Mega บางนา : 18.9 กม.

– ม.กรุงเทพ : 1.8 กม.

– รร.นานาชาติเอกมัย : 2.3 กม.

– รร.สายน้ำผึ้ง : 2.3 กม.

– รร.สาธิต มศว : 2.9 กม.

– รร.วัฒนาวิทยาลัย : 3.2 กม.

– มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ : 3.3 กม.

– รพ.เทพธารินทร์ : 1.2 กม.

– รพ.สุขุมวิท : 1.2 กม.

– รพ.สมิติเวช : 1.3 กม.

– รพ.ท่าเรือ : 2.4 กม.

– รพ.กล้วยน้ำไท : 2.3 กม.

– ไปรษณีย์กล้วยน้ำไท : 2.0 กม.

– สวนเบญจกิติ : 2.6 กม.

– ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ : 3.5 กม.

– โรงงานยาสูบ : 3.7 กม.

ติดต่อโครงการ

ถนนสุขุมวิท (ใกล้ซอยสุขุมวิท 36) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา


THE ESSE SUKHUMVIT 36 ที่สุดของคอนโดหรูใจกลางเมือง...เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่า

THE ESSE SUKHUMVIT 36 ที่สุดของคอนโดหรูใจกลางเมือง…เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่า : รีวิวคอนโด

หากถามคนเมืองทั่วไปว่าอยากใช้ชีวิตอยู่ย่านไหน? เรามั่นใจว่า สุขุมวิท,ทองหล่อ, พร้อมพงษ์ คือตัวเลือกของคำตอบอันดับต้นๆ ของชาวไทยและต่างชาติแน่นอนค่ะ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ‘สุขุมวิท’ เป็นถนนสายเศรษฐกิจรวมถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหลับใหลตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะมีทั้งคาเฟ่, ร้านอาหารเก๋ๆ, คลับบาร์มากมาย นอกจากนี้ยังมีคอนโดมิเนียมระดับ Luxury อยู่เป็นจำนวนมากทั้งโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว และโครงการใหม่ที่น่าจับตาและกำลังเตรียมเปิดตัวอย่าง “THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36)” ของ SINGHA ESTATE โดยจับมือกับ Hongkong Land ผู้นำโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ร่วมกันพัฒนาจนเกิดเป็นคอนโดมิเนียมหรูบนทำเลศักยภาพใจกลางสุขุมวิท อยู่ติดรถไฟฟ้าสถานีทองหล่อเพียง 20 เมตรเท่านั้น ซึ่งเราจะพาทุกคนไปชมห้องตัวอย่างก่อนใครในวันนี้

 

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า “THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36)” ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 36 ซึ่งเป็นซอยเลขคู่และเป็นย่านอยู่อาศัยซะส่วนใหญ่เพราะมีทั้งบ้านเรือนรวมถึงคอนโดฯ ทั้ง High Rise และ Low Rise อยู่หลายโครงการ โดยปกติราคาคอนโดฯ ในโซนนี้จะค่อนข้างสูงและมักโฆษณาว่าอยู่ติดรถไฟฟ้า แต่ ดิ เอส สุขุมวิท 36 นับว่าเป็นโครงการเดียวที่อยู่ติด BTS ทองหล่อ มากที่สุดในตอนนี้ค่ะ

การเดินทางของคนใช้รถยนต์ก็ถือว่าสะดวกและคล่องตัวอยู่พอตัวเลยนะคะ เพราะอย่างที่บอกไปว่าโครงการตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 36 ซึ่งเป็นซอยที่ใช้วิ่งไปออกถนนพระราม 4 ได้  และภายในซอยเองยังสามารถลัดเลาะไปออกซอยสุขุมวิท 38 และซอยสุขุมวิท 40 ได้อีกด้วยซึ่งก็ช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรในชั่วโมงคับคั่งได้เป็นอย่างดี ส่วนฝั่งตรงข้ามอย่างซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) และซอยเอกมัย (สุขุมวิท 63) นั้นก็สามารถใช้เชื่อมไปออกถนนเพชรบุรีได้ การเดินทางเข้านอกออกเมืองจึงจัดว่าสะดวกสบายเพราะสามารถเลือกใช้เส้นทางได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้ถนนพระราม 4 วิ่งไปออกสีลมและสามย่าน หรือใช้ถนนสุขุมวิทวิ่งไปออกเพลินจิต, ชิดลม, สยาม และใช้ถนนเพชรบุรีวิ่งไปออกทางพญาไทได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีจุดขึ้นลงทางด่วนกระจายอยู่รอบๆ โครงการ ทั้งทางด่วนแถวอโศก, เพลินจิต, พระราม 4 เป็นต้น

สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ บอกได้คำเดียวว่าสะดวกที่สุดค่ะ เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ทำให้มีรถเมล์, รถแท็กซี่ รวมถึงวินมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด ที่สำคัญคืออยู่ติด BTS สถานีทองหล่อ (ทางออก 2) เดินประมาณ 20 เมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าอยู่ในระยะที่เดินได้สบายๆ ซึ่งถ้าใครอยากจะเข้าเมืองไปช็อปปิ้งเพลินๆ ก็สามารถใช้ BTS จากสถานีทองหล่อนั่งรถไปสถานีเดียวก็จะถึงสถานีพร้อมพงษ์ซึ่งมีห้าง Emporium, Emquartier และในอนาคตก็จะมี Emsphere อยู่ฝั่งเดียวกับ Emporium ติดกับสวนเบญจสิริอีก หรือถัดจากสถานีพร้อมพงษ์ไปก็จะเป็นสถานีอโศก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ MRT สถานีนี้จะมี Terminal 21 อยู่ด้วย ถัดจากอโศกข้ามมานานา, เพลินจิต ก็จะเข้าสู่ชิดลมและสยามตามลำดับ ซึ่งความสะดวกจะอยู่ตรงที่การเดินทางเข้าเมืองอย่างเพลินจิต-สยาม เพราะสามารถนั่ง BTS ไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีให้เสียเวลาเลยค่ะ ในเรื่องของอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้าการเดินทางเลย ด้วยความที่เป็นย่านที่พักอาศัยจึงค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เพราะในซอยสุขุมวิท 38 จะมีร้านอาหาร Street food รวมไปจนถึงร้านค้าต่างๆ ให้เลือกจับจ่ายใช้สอยตลอดเช้ายันค่ำ หรือขยับข้ามฝั่งไปซอยทองหล่อ, ซอยเอกมัยก็มีแหล่งไลฟ์สไตล์ สถานที่ช็อปปิ้ง ร้านแฮงก์เอ้าท์ รวมไปจนถึงสถานศึกษาและโรงพยาบาลมากมาย ซึ่งเหมาะสำหรับชีวิตคนเมืองที่แท้จริง

THE-ESSE-SUKHUMVIT-36

เริ่มต้นการเดินทางด้วยการนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีทองหล่อค่ะ ซึ่งทางไปคอนโดฯ จะอยู่ที่ทางออก 2 นะคะ

THE-ESSE-SUKHUMVIT-36

เมื่อเดินบันไดลงมาก็หมุนตัวกลับเพื่อเดินย้อนไปปากซอยสุขุมวิท 36 ค่ะ

THE-ESSE-SUKHUMVIT-36

จากภาพจะเห็นได้ว่าข้างทางมีรถประจำทางคอยวิ่งผ่านไปผ่านมาอยู่ตลอดเลยค่ะ ใครใช้รถสาธารณะเป็นหลักก็คงสะดวกมากๆ

THE-ESSE-SUKHUMVIT-36

เดินมาเพียงไม่กี่ก้าวก็เห็นป้ายโครงการแล้วค่ะ

THE-ESSE-SUKHUMVIT-36

มาถึงโครงการแล้วค่ะ จะเห็นได้ว่าด้านหน้าโครงการมีลิฟท์โดยสารเพื่อขึ้นไป BTS ได้เลย แต่ถ้าใครไม่อยากขึ้นลิฟท์ก็สามารถเดินเท้าได้สบายๆ เพียง 20 เมตรเท่านั้น

เจาะลึกโครงการ

 

โครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 เป็นคอนโด High Rise สูง 43 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 338 ยูนิต บนที่ดิน 2-2-0 ไร่ ด้วยขนาดห้องชุดตั้งแต่ 38.5 – 252 ตารางเมตร โดยทาง SINGHA ESTATE ต้องการความเป็น Masterpiece และ Iconic Residential บนถนนสุขุมวิท เหมือนกับ 2 โครงการที่ผ่านมาอย่าง THE ESSE Asoke และ THE ESSE at SINGHA COMPLEX ครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการรวมตัวของเหล่าดีไซเนอร์ทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อความเป็นที่สุดของโครงการระดับ Luxury ซึ่งได้ Tandem บริษัทออกแบบสัญชาติไทยมาทำงานร่วมกับบริษัทสถาปนิกระดับโลกอย่าง “SOM” Skidmore, Owings and Merrill (Thailand) Co. Ltd. เข้ามาเป็นที่ปรึกษาการออกแบบหลัก โดยออกแบบให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะโดดเด่นที่สุดในย่านนี้ ด้วยการหลอมรวมความแตกต่างระหว่างสถาปัตยกรรมแบบภูมิปัญญาไทยกับการออกแบบที่เป็นสากล ไปสู่ความเป็น Iconic ของตัวโครงการ ซึ่งวางคอนโดขนานไปกับซอยสุขุมวิท 36 และดันอาคารร่นเข้าไปด้านในเพื่อหลบหลีกเพื่อนบ้านอย่าง Noble remix ไม่ให้มาบล็อกวิวใดๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าผู้อยู่อาศัยจะได้วิวที่สวยงามและเป็นส่วนตัว ในส่วนงานออกแบบ Landscape ก็ได้บริษัท Shma เข้ามาดูแล ส่วนงาน Interior นั้นทางโครงการให้บริษัท dwp ผู้มีชื่อเสียงด้านการออกแบบและมีประสบการณ์กับโครงการระดับหรูทั้งในประเทศและต่างประเทศมาเป็นผู้ดูแลค่ะ

ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางทางโครงการก็จัดเต็มแบบสุดๆ เรียกว่าครบครันมากทีเดียวค่ะ ซึ่งคอนเซ็ปต์ของพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบโดยหลอมรวมความต้องการใช้ชีวิตแบบสังคมเข้ากับความเป็นส่วนตัว สู่รูปแบบของ Facility ที่มีทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานร่วมกัน และแยกเป็นส่วนตัว เริ่มจากชั้น 1 เป็นพื้นที่ของล็อบบี้, ตู้จดหมายและห้องเก็บของ, ซังเคน ลอว์น ที่เปรียบเสมือนสวนหน้าบ้าน และที่จอดรถซึ่งสามารถจอดได้มากถึง 100% (รวมจอดซ้อนคัน) สำหรับ Facility บนอาคารจะเริ่มที่ชั้น 7-8 และ 41-43 และดาดฟ้า ประกอบด้วย วอเตอร์ การ์เด้น, สระว่ายน้ำพร้อมสระเด็ก, ห้องสปา, ฮอริซอน ออนเซ็น, ห้องสำหรับเด็ก, ห้องอบไอน้ำ, ฟิตเนส, เวอร์ชัวร์ ไบค์, กอล์ฟ ซิมูเลเตอร์, สกาย เลาจน์ พื้นที่อเนกประสงค์, เดอะ เรสซิเดนซ์ เลาจน์ พื้นที่สำหรับจัดเลี้ยง, สกาย เทียเตอร์ ห้องชมภาพยนตร์ส่วนตัว, บาร์บีคิว เดค และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ไรซ์ ฟิล์ด การ์เด้น ชั้น 41 และรูฟ ออชาร์ด บริเวณชั้น 43 และชั้นดาดฟ้า ที่ทางโครงการนำความเขียวขจีของธรรมชาติเข้าไปใส่ไว้ ให้ความรู้สึกเหมือนชานบ้านเรือนไทยที่มีทุ่งนา ภูเขา สวนบัว นาขั้นบันได และสวนผักรายล้อมอยู่รอบๆ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และยังมีบริการ Wifi ที่บริเวณพื้นที่ส่วนกลางทุกชั้นอีกด้วย

โมเดลจำลองภาพรวมโครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36

จากโมเดลจำลองจะเห็นชัดเลยนะคะว่าตัวโครงการอยู่ติดสถานีทองหล่อ ซึ่งห่างเพียง 20 เมตรเท่านั้น

THE-ESSE-SUKHUMVIT-36

แปลนพื้นที่ชั้นล่างสุด แบ่งออกเป็นสวนด้านหน้า, ที่จอดรถ และบริเวณล็อบบี้

THE-ESSE-SUKHUMVIT-36

ตัวคอนโดขนานไปกับซอยสุขุมวิท 36 และดันอาคารร่นเข้าไปด้านในเพื่อหลบหลีกเพื่อนบ้านข้างๆ อย่าง Noble remix ไม่ให้มาบล็อกวิวลูกบ้าน ด้านข้างมีฟุตบาททางเดินสำหรับเข้า-ออก เพื่อแยกทางเดินของลูกบ้านออกจากทางเข้า-ออกรถให้ชัดเจน ทำให้การเดินเข้าออกโครงการมีความปลอดภัยดี รถยนต์จะผ่านเข้าออกด้วยระบบ Keycard Access เมื่อเข้ามาในโครงการแล้ว รถยนต์จะมีเส้นทางที่ตรงไปด้านในสำหรับเข้าไปจอดรถในอาคาร

THE-ESSE-SUKHUMVIT-36

พื้นที่ด้านหน้าถูกออกแบบให้เป็น ซังเคน ลอว์น ในลักษณะของสวนแบบขั้นบันได ที่นำไปสู่ Hidden Pavilion เป็นพื้นที่สีเขียวที่ถูกลดระดับลงจากพื้นด้านหน้าโครงการ ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวในเวลาที่มาใช้งาน

ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Lobby มีรายละเอียดการตกแต่งและการเลือกใช้วัสดุที่หรูหราที่ผสมความเป็นไทยและสากลเข้าไว้ด้วยกัน

ภาพจำลองบรรยากาศภายใน LIBRARY มีรายละเอียดการตกแต่งและการเลือกใช้วัสดุคล้ายๆ กับส่วน Lobby ของโครงการ

แปลนของพื้นที่ชั้น 7 นะคะ ซึ่งจะชั้นรวม Facilities ส่วนกลางที่จัดไว้ชั้นบนของอาคาร ต่อจากพื้นที่จอดรถชั้น 1-6

สระว่ายน้ำเป็นแบบ Sky Infinity pool อยู่ที่ชั้น 7 ของอาคาร วิวหันไปทางถนนสุขุมวิท โดยไม่มีอะไรบดบังสายตาเลยค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง KID’S ROOM รองรับสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวของลูกบ้าน

ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง ONSEN ซึ่งแบ่งแยกห้องชายและหญิง ทั้งยังมาพร้อมสระ 2 สระเพื่อเติมเต็มความผ่อนคลายของลูกบ้าน

แปลนของพื้นที่ชั้น 8 นะคะ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางต่อเนื่องมาจากชั้น 7

ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้องฟิตเนส ห้อมล้อมด้วยกระจกใสทำให้เห็นวิวเมืองได้รอบอาคารทั้ง 3 ด้าน

แปลนของพื้นที่ชั้น 9 นะคะ ซึ่งจะเริ่มเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ชั้นนี้เป็นต้นไป

แปลนพื้นที่ส่วนกลางชั้น 41 นะคะ

แปลนพื้นที่ส่วนกลางชั้น 42 นะคะ

แปลนพื้นที่ส่วนกลางชั้น 43 นะคะ

ภาพรวม Facilities ส่วนกลางที่จัดไว้ชั้นบนของอาคาร ชั้น 41-43 ซึ่งนอกจากจะได้ใช้งานพื้นที่ส่วนกลางแล้ว ยังได้รับวิวเมืองโดยรอบในมุมสูงอีกด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง SKY LOUNGE เป็น Double Space โล่งได้วิวเมืองเต็มสายตา

ภาพจำลองบรรยากาศในส่วนของ PRIVATE DINING พื้นที่ส่วนกลางที่ลูกบ้านสามารถขอใช้งานจัดปาร์ตี้เล็กๆ ได้ โดยจะมีไอส์แลนด์ และโต๊ะทานอาหารไว้ให้บริการ

ภาพจำลองบรรยากาศในห้อง SKY THEATRE

ภาพจำลองมุมสูงบริเวณชั้น 41-43 เป็นลักษณะของ Sky Terrace แบบ Open Air การออกแบบจึงใช้ Slope ไล่ระดับลงไป ซึ่งพื้นที่ทั้ง 3 ชั้นนี้นอกจากจะเป็นพื้นที่ชมวิวของโครงการแล้ว ยังช่วยพื้นที่สีเขียวที่ลดความร้อนให้แก่ชั้นพักอาศัยได้ด้วย

เปิดห้องตัวอย่าง

 

แบบห้องของ THE ESSE SUKHUMVIT 36  ที่เราจะพาไปชมมีด้วยกัน 3 แบบ ทุกยูนิตขายแบบ Fully Fitted มาพร้อมวัสดุและสุขภัณฑ์คุณภาพซึ่งถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นชุดครัวพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ, Walk-in Closet, เฟอร์นิเจอร์ Built-in รวมถึงผ้าม่านและวอลเปเปอร์ที่ออกแบบร่วมกับ Jim Thompson เพื่อลูกบ้านของโครงการโดยเฉพาะ อีกหนึ่งความพิเศษคือผนังบริเวณคอนโซลทีวีในห้องนั่งเล่นทุกยูนิตจะตกแต่งด้วยหินแท้ ซึ่งสีและลวดลายของหินนั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละไทป์

และด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ต้องการให้ลูกบ้านทุกยูนิตได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ ทางโครงการจึงเพิ่ม Application ให้ลูกบ้านทุกยูนิตสามารถควบคุมไฟ เครื่องปรับอากาศ รวมถึงผ้าม่านผ่าน Smart Phone ได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่คุณเลือกและควบคุมได้

ไม่รอช้า..เรามาเปิดประตูห้องตัวอย่างเริ่มต้นกันด้วยห้อง 1 Bedroom ขนาด 38.50 ตร.ม. กันเลยดีกว่าค่ะ ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องจัดวาง Layout ให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า ครบทุกฟังก์ชั่นจริงๆ ค่ะ ทั้งห้องนอน, Walk-in Closet, ห้องน้ำ, ห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน พร้อมแบ่งมุมรับประทานอาหารไว้อีกด้วย

แปลนห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom Type 1A-1 ขนาด 38.50 ตารางเมตร

หน้าประตูติดตั้ง Digital Door Lock มาให้แล้วนะคะ

เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวก่อนเลยค่ะ

ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นตัวแอล (L) มาพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจาน 1 หลุม

Top Counter วัสดุจะเป็น Composite Quartz ที่เป็นลายต่อเนื่องกันเหมือนในห้องตัวอย่างเลยนะคะ เวลาปรุงอาหารแล้วกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

ทางโครงการบิลต์มุมรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่ง ติดกับส่วนเคาน์เตอร์มาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งลูกบ้านไม่จำเป็นต้องซื้อโต๊ะเพิ่มเลย

ถัดมาในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นมีการจัดวางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่งเอาไว้

ทางโครงการ Built-in ตู้เก็บเครื่องซักผ้าพร้อมปลั๊กไฟมาให้ติดกับประตูห้องนอนเลยนะคะ หน้าบานเป็นบานกระจกแบบ Coated Glass Panel with Aluminium Edge ทำให้ได้ความเงาของกระจกด้านหน้าที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งของด้านใน

ระยะห่างระหว่างโซฟากับคอนโซลทีวีมีระยะกำลังดีเลยนะคะ ไม่แคบและไม่กว้างจนเกินไป สามารถวางโต๊ะกลางได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด

มุมนั่งเล่นจะถูกโอบล้อมด้วยประตูกระจกใสนะคะ ซึ่งเป็นประตูบานเลื่อนทั้ง 2 ข้าง สามารถเปิดไปรับลมที่ระเบียงได้

ระเบียงมีขนาดกะทัดรัด แต่สามารถวางราวตากผ้าได้สบายๆ ซึ่งพื้นถูกลดระดับลงไปจากพื้นภายในห้องพักอาศัยเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำจากระเบียงไหลเข้ามาในห้องพักค่ะ

นอกจากการออกแบบที่สวยงามแล้ว ทางโครงการยังตกแต่งผนังด้านหลังคอนโซลทีวัด้วยวัสดุหินอ่อนนำเข้าให้ทุกยูนิตด้วยค่ะ ซึ่งพื้นที่ติดกับมุมนั่งเล่นจะเป็นส่วนของห้องนอนและห้องน้ำนะคะ

ภายในห้องนอนได้รับการออกแบบให้ดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ผนังด้านหลังเตียงเป็นเพียงการตกแต่งนะคะ ห้องจริงจะได้เป็น Wallpaper เท่านั้น

พื้นที่รอบเตียงสามารถเดินได้โดยรอบเลยนะคะ พื้นเป็น Engineering Wood สี Dark Brown ลายก้างปลาให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเรือนไทยสมัยก่อน

บริเวณข้างเตียงยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียง และโต๊ะเครื่องแป้งได้สบายๆ เลยนะคะ

เครื่องปรับอากาศภายในห้องได้แบบ Concealed Split ซึ่งทำให้ห้องดูเรียบร้อยดี แต่การซ่อมแซมอาจจะทำได้ยากกว่าการติดแอร์แบบแขวนธรรมดา ภายในห้องนอนอีกฝั่งหนึ่งเป็นส่วนของ Walk-in Closet และห้องน้ำค่ะ

ส่วนของ Walk-in Closet จะมีประตูบานเลื่อนกั้นกลางระหว่างห้องนอนด้วยนะคะ

ต่อเนื่องมายังห้องน้ำ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน

ผนังฝั่งหนึ่งใน Shower Area จะถูกตกแต่งให้สวยงามด้วยด้วยหินอ่อนนะคะ

พื้นที่ส่วนเปียกจะถูกลดระดับลงมาจากพื้นที่ส่วนแห้งอีกเสต็ปหนึ่ง เพื่อกันไม่ให้น้ำจาก Shower Area ไหลออกไปสู่พื้นที่อื่นๆภายในห้องน้ำ

ส่วนแห้งจะจัดวางสุขภัณฑ์ไว้ข้างเคาน์เตอร์ล้างหน้า ก่อนต่อเนื่องไปยังอ่างอาบน้ำ

ห้องตัวอย่างถัดมาที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 43.25 ตร.ม. ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน จัดพื้นที่ห้องนอนไว้ด้านในสุด ซึ่งช่วยเปิดรับแสงสว่างได้เต็มที่ ติดกับห้องนอนเป็น Walk-in closet ที่มีประตูบานเลื่อนกั้น พร้อมอยู่ติดห้องน้ำ ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นก็ดูกว้างขวาง มีบิลต์อินคอนโซลทีวีพร้อมตู้เก็บของสูงจรดเพดาน ออกแบบครัวแบบ Open Plan เชื่อมต่อระหว่างมุมรับประทานอาหารและมุมนั่งเล่นไว้ด้วยกัน ต้องบอกว่าการจัด Space ภายในห้องทำไว้ได้ดีมาก ถึงแม้จะเป็นห้องขนาด 43.25 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วนสบายๆ กว้างขวางเหมือนดั่งขนาดห้อง 2 ห้องนอนเลยค่ะ

แปลนห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom Type 1A-2 ขนาด 43.25 ตารางเมตร

สำหรับไทป์นี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนนะคะ

มุมนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโซฟาเดี่ยวได้อีกตัว ซึ่งแน่นอนว่าตรงกลางมีระยะกว้างมากพอที่จะจัดวางโต๊ะกลางได้ด้วยค่ะ

ติดกับโซฟาจะเป็นมุมรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งนะคะ

การตกแต่งผนังด้านหลังคอนโซลทีวีสำหรับ Type นี้จะเป็นวัสดุหินอ่อนนำเข้าจากต่างประเทศเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ จะต่างกันแค่เพียงสีของหินเท่านั้น

พื้นที่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะรับประทานอาหารจะเป็นส่วนครัวนะคะ

ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นรูปตัวยู (U) จะได้วัสดุเหมือนในห้องตัวอย่างห้องแรกเลยนะคะ มีแตกต่างนิดหน่อยที่ขนาดและตำแหน่งของเคาน์เตอร์

พื้นที่ต่อเนื่องจากครัวเข้าไปข้างในจะเป็นห้องนอนและห้องน้ำนะคะ ซึ่งภายในห้องโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใส ทำให้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามามากพอ ไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน

พื้นที่ห้องนอนมีขนาดกว้างกำลังดีเลยนะคะ สามารถจัดวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบาย โดยเหลือพื้นที่เดินได้โดยรอบด้วยค่ะ แถมผนังปลายเตียงยังสามารถโต๊ะคอนโซลทีวีโดยไม่รู้สึกอึดอัดอีกด้วย

เครื่องปรับอากาศภายในห้องเป็นแบบ Concealed Split เหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ ภายในห้องนอนอีกฝั่งหนึ่งเป็นห้องน้ำ และส่วนของ Walk-in Closet ที่มีประตูกระจกใสบานเลื่อนกั้นค่ะ

Walk-in Closet ทางโครงการจะบิลต์อินมาให้ตามภาพเลยนะคะ

ภายในห้องน้ำจะตกแต่งด้วยหินทั้งหมด โทนสีที่นำมาใช้ดูสะอาดตาและเลือกคู่สีได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ การวางฟังก์ชันโดยรวมใช้งานได้ดีทุกส่วน

เคาน์เตอร์ล้างหน้าจะบิลต์อินดั่งภาพเลยนะคะ รอบๆ อ่างกรุด้วยหินอ่อนนำเข้าทำให้ดูหรูหรามากขึ้น ตัว ส่วนกระจกเงาจะได้เต็มบานแบบนี้เลยนะคะ

อ่างอาบน้ำจะอยู่ติดกับผนังฝั่งหนึ่งของห้องน้ำนะคะ บริเวณขอบอ่างก็กรุด้วยหินอ่อนสีเข้มนำเข้าเช่นเดียวกับบริเวณล้างหน้า

สำหรับห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราจะพาไปดู เป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 73.50 ตร.ม. ลักษณะแปลนด้านหน้าจะเป็นห้องแคบลึก แต่เมื่อเดินเข้าไปจะเป็นพื้นที่กว้างแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส บรรยากาศโดยรวมในห้องนี้จึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา การจัดแบ่งพื้นที่ก็เป็นสัดส่วนชัดเจน เปิดห้องเข้ามาเจอส่วนครัวและมุมรับประทานอาหารเลย ซึ่งสามารถจัดวางพื้นที่ดินเนอร์สำหรับ 4 คนได้สบายๆ ถัดไปนั้นเป็นมุมนั่งเล่นที่กว้างพอให้วางโซฟาตัวยาวขนาดใหญ่ได้เลย แถมยังแอบเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะข้างและโต๊ะกลางได้อีกด้วย

พื้นที่อีกโซนหนึ่งลึกเข้าไปจะเป็นห้องน้ำ, ห้องนอนเล็ก ซึ่งภายในห้องจะบิลต์อินตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนห้องนอนใหญ่เปิดประตูเข้าไปจะเจอส่วน Walk-in Closet ก่อนเลยค่ะ ซึ่งก็มีมุมแต่งตัวพร้อมห้องน้ำส่วนตัว ก่อนจะจัดพื้นที่พักผ่อนไว้ด้านในสุด

แปลนห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 73.50 ตารางเมตร

สำหรับไทป์นี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ เพียงแต่มีขนาดที่กว้างและใหญ่กว่า

Counter ครัวจะเป็นรูปแบบตัวแอล (L) จะได้วัสดุเหมือนอย่างในห้องตัวอย่างก่อนหน้าเช่นกัน จะมีแตกต่างนิดหน่อยที่ตำแหน่งและขนาดของอ่างล้างจานที่แบ่งเป็น 2 ช่อง ทำให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น รองรับจำนวนสมาชิกในบ้านที่เพิ่มขึ้น

ด้วยขนาดห้องที่ใหญ่ขึ้นทำให้ได้ Counter แบบ Island เล็กๆ เพิ่มขึ้นมาด้วย แถมยังสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่งได้สบายๆ

ติดกับมุมรับประทานอาหารนั้นจะเป็นโซนนั่งเล่นนะคะ พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนหลักๆ ของห้องที่สมาชิกในบ้านจะมานั่งเล่นดูทีวี ทานข้าว ทำอาหารกันในบริเวณนี้ เวลานั่งทานอาหารก็สามารถมองเห็นและพูดคุยกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่นั่งดูทีวี หรือยืนทำอาหารอยู่ในครัวได้ ส่วนพื้นที่ลึกเข้าไปจะเป็นโซนห้องนอนและห้องน้ำค่ะ

ห้องนั่งเล่นจะอยู่ติดกับระเบียงที่โอบล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจกใส ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้มีเพดานสูงโปร่ง สบาย ทำให้น่าใช้งานมากขึ้น

ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่น มีระยะห่างประมาณ 2.4 เมตร มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ 50 นิ้ว พื้นที่ทางเดินนี้เมื่อวางโต๊ะกลางแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ให้เดินผ่านเข้าไปยังระเบียงได้ด้วยค่ะ

การตกแต่งผนังด้านหลังคอนโซลทีวีสำหรับ Type นี้จะได้เป็นวัสดุหินอ่อนสีน้ำตาลอ่อนที่นำเข้าจากต่างประเทศ

จากโถงกลางมองตรงไปจะเป็นส่วนของห้องนอนเล็กนะคะ ฝั่งซ้ายมือจะเป็นห้องนอนใหญ่ และฝั่งขวาจะเป็นห้องน้ำค่ะ

มาที่ห้องน้ำกันก่อนดีกว่าค่ะ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนเปียก-แห้งไว้เรียบร้อย วัสดุของประตูจะเหมือนกับห้องน้ำในห้องแบบแรกเลยนะคะ พื้นที่ด้านในมีขนาดพอๆ กัน และมีวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนเหมือนกัน

วัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำจะได้อ่างล้างหน้า มาพร้อมกับตู้ลอยติดผนังสำหรับเก็บของ ซึ่งเป็นแบบเปิดได้ฝั่งเดียวนะคะ หน้าบานตู้ได้เป็นกระจกและมีซ่อนไฟไว้ใต้ตู้เรียบร้อย ซึ่งห้องจริงที่ส่งมอบให้ลูกบ้านก็จะได้แบบนี้เลยนะคะ

ภายในห้องนอนเล็กจะได้เตียงขนาด 5 ฟุต เหมือนกับห้องตัวอย่างเลยนะคะ ส่วนช่องแสงในห้องจะได้หน้าต่างบานใหญ่รับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในได้อย่างเพียงพอและด้วยขนาดบานที่ใหญ่เกือบถึงพื้นทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้เลย

พื้นที่รอบเตียงสามารถเดินได้โดยรอบ แถมผนังปลายเตียงยังมีพื้นที่ให้ติดตั้งทีวีได้อีกด้วย

ผนังฝั่งที่ติดกับประตู จะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ ติดกับตู้เสื้อผ้าจะเป็นโต๊ะทำงานเล็กๆ

มาดูที่ห้อง Master Bedroom กันต่อ ห้องนี้ได้พื้นที่ใช้สอยที่กว้างมาก ภายในจัดฟังก์ชันมาได้ครบทั้งห้องน้ำในตัว และแบ่งพื้นที่แต่งตัวไว้อย่างเป็นสัดส่วน

พื้นที่ในสุดตรงกลางจะเป็นตำแหน่งของโต๊ะเครื่องแป้งที่ทางโครงการ Built-in ไว้ให้เหมือนในห้องตัวอย่างนะคะ

พื้นที่ส่วนพักผ่อนจะถูกเว้นให้เป็นทางเดินระหว่างตู้เสื้อผ้าเข้าไปด้านในนะคะ ซึ่งทางโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

ต่อไปมาดูส่วนของเตียงนอนบ้าง ห้องจริงที่ได้จะได้เตียงนอนขนาด 6 ฟุตแบบในห้องตัวอย่างเลยนะคะ

จากภาพจะเห็นว่าเมื่อวางเตียงแล้วยังเหลือพื้นที่ปลายเตียงให้เดินได้โดยรอบเลยนะคะ

พื้นที่ใช้สอยปลายเตียงสามารถวางตู้คอนโซลทีวีพร้อมโคมไฟตั้งพื้นได้สบายๆ ติดกันจะมีหน้าต่างไว้รับแสงธรรมชาติและเปิดระบายอากาศ เป็นแบบเดียวกับห้องนอนเล็กเลย ทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้

อีกฝั่งหนึ่งของห้องเป็นตำแหน่งสำหรับวางตู้เสื้อผ้าโซนแต่งตัว

สำหรับห้องน้ำจะอยู่ติดกับโต๊ะเครื่องแป้งนะคะ

ต่อไปมาดูห้องน้ำกันค่ะ Mood&Tone ที่ได้จะมาในแนวน้ำตาลดำดูคลาสสิค เรียบหรู ไม่น่าเบื่อง่าย ภายในก็จะให้อุปกรณ์มาครบ เหมือนกับในห้องตัวอย่างเลยค่ะ

อ่างล้างหน้าจะเป็นแบบ His & Hers ด้านหลังมีตู้เก็บของที่ได้หน้าบานเป็นบานกระจกค่ะ

ตำแหน่งของ Bathtub จะอยู่ติดกับหน้าต่างกระจกใสนะคะ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองของวิวด้านนอก หากต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถติดฟิลม์หรือมูลี่ได้ค่ะ

อีกฝั่งจะเป็นพื้นที่อาบน้ำส่วนเปียก ฉากกั้นเป็นกระจก ผนังฝั่งหนึ่งถูกตกแต่งให้สวยงามด้วยด้วยหินอ่อนสีเข้ม

 

ด้วยทำเล Prime Location ของกรุงเทพฯ ริมถนนสุขุมติด BTS สถานีทองหล่อแบบนี้ THE ESSE SUKHUMVIT 36 จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ถูกจับตามองมากที่สุดโครงการหนึ่ง อย่างที่แจ้งไปแล้วว่าทางโครงการจะขายห้องมาให้แบบ Fully Fitted ดังนั้นในห้องมาตรฐานก็จะมี ตู้เก็บของ, เคาน์เตอร์ครัว, เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, อ่างล้างจาน, สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ, เครื่องปรับอากาศ, ผ้าม่าน, วอลเปเปอร์ และ Digital Door Lock มาเหมือนกันเกือบทุกรายการค่ะ ซึ่งทาง SINGHA ESTATE ประกาศราคาเริ่มต้นมาที่ 12 ล้านบาท ถ้าเทียบกับคอนโดมิเนียม Luxury ในระดับเดียวกันแล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจและคุ้มค่าแก่การลงทุนมากเลยนะคะ เพราะแนวโน้มในการเติบโตของทำเลค่อนข้างดีในอนาคต ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือเก็งกำไรยังไงก็คุ้มแน่นอน..

 

ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า โครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 เตรียมจะเปิด Pre-Sale วันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2560 นี้แล้วค่ะ สำหรับคนที่สนใจ อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือจะนัดหมายเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่าง ซึ่งจะเปิดให้ชมตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป ก็สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 1221 หรือกดลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและสิทธิพิเศษได้ที่ https://goo.gl/h45QbX 

 

We Recommend
Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พรีเมี่ยมทาวน์โฮมหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ RECONNECT WITH NATURE ที่รังสรรค์ทุกการออกแบบด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ผสานธรรมชาติกับพื้นที่สีเขียไว้ในที่เดียว ทั้งบ้าน คลับเฮ้าส์ และซุ้มประตูทางเข้าพร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama, สระว่ายน้ำ และ Co-Living Space 2 จุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ   ชื่อโครงการ Pleno Bangyai 2 (พลีโน่ บางใหญ่ 2) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 พื้นที่โครงการ 24-1-33.6 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ ที่จอดรถ 1 คัน จำนวนหลัง 270 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 16.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 91.16 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ ตอบโจทย์ชีวิตของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยฟังก์ชั่นคุณภาพ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama สระว่ายน้ำ ขนาดใหญ่ และ Co-Living Space 2 จุด บนทำเลศักยภาพ ใกล้ Central Westgate และรถไฟฟ้าสายสีม่วง 5 นาที* จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถนนกาญจนาภิเษก, ทางพิเศษศรีรัช สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ อินเตอร์  

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ ทาวน์โฮมฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว พร้อมความเป็นส่วนตัวเพียง 117 ยูนิต บนสังคมคุณภาพ พร้อมพื้นที่ Exclusive Clubhouse ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ PANORAMIC View และสนามเด็กเล่นที่มาช่วยเติมเต็มช่วงเวลาของคนในครอบครัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้า เพียงแค่ 10 นาที ถึงสาธร   ชื่อโครงการ Pleno sathorn-suksawat (พลีโน่ สาทร-สุขสวัสดิ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ 55/7 ซอยสุขสวัสดิ์ 26 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ จ.กรุงเทพฯ 10140 พื้นที่โครงการ 11-1-27.7 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 17.5 ตร.วา หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่จอดรถ 2 คัน จำนวนหลัง 117 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 17.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 105.42 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเดินทางเข้า-ออกได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขสวัสดิ์, ถนนพุทธบูชา, ถนนประชาอุทิศ และ ถนนพระราม 2 และในอนาคตยังมีรถฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ) ที่พร้อมเพิ่มทางเลือกให้กับการเดินทาง จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม สถานที่ใกล้เคียง Central Plaza พระราม 3,Big C บางปะกอก, Tesco Lotus บางปะกอก, Forest พระราม 2, Big C ราษฎร์บูรณะ, Makro Food Service ประชาอุทิศ, Big C ดาวคะนอง, Big C สุขสวัสดิ์, Max Valu ประชาอุทิศ, The Mall ท่าพระ,รร.สารสาสน์สุขสวัสดิ์, ม.พระจอมเกล้าฯ บางมด (KMUTT), รร.บางปะกอกวิทยาคม, รร.ดรุณสิกขาลัย, รร.จินดามณี, รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี, รพ.บางปะกอก 1, รพ.ราษฎร์บูรณะ, รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล, รพ.บางมด  

คอนโดสไตล์รีสอร์ทส่วนตัว ใกล้ BTS แบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107

คอนโดสไตล์รีสอร์ทส่วนตัว ใกล้ BTS แบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107

Supalai City Resort Sukhumvit 107 คอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “ซิตี้ รีสอร์ท” ชูคอนเซ็ปต์ “COME HOME ให้การกลับบ้านมีความหมายมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา”  การออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ใช้กระจกเขียวตัดแสงเพื่อลดความร้อนจากภายนอก เข้าสู่อาคาร อาคารที่พักอาศัยรูปตัว L ช่วยให้อาคารบดบังแสงแดดให้กันและกันเองในแต่ละช่วงเวลา ตกแต่งด้วยพรรณไม้ให้ความกลมกลืนไปกับการออกแบบอาคารผสานท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างลงตัว   ชื่อโครงการ Supalai City Resort Sukhumvit 107 (ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107) เจ้าของโครงการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ซ.แบริ่ง 18 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 พื้นที่โครงการ 13-1-78.4 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 6 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 1,022 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต   ขนาดห้อง Studio-2 ห้องนอน 28.5-69.5 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming pool, Jacuzzi ระบบเกลือ Sharing Space, Fitness, Green Space, Playground, Smart Locker พร้อมด้วยประตูห้องพักแบบ Digital Door Lock, EV Charger, รถตู้บริการรับ-ส่งถึงรถไฟฟ้า และร้านค้า 7-11 ภายในโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง กล้อง CCTV ราคาเริ่มต้น 1.78 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร บรรยากาศสไตล์รีสอร์ท ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง สถานที่ใกล้เคียง Lasalle Avenue, Imperial World สำโรง,โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส,โรงเรียนบางกอกพัฒนา,โรงเรียนเซนต์โยเซฟบางนา, โรงเรียนลาซาล, โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์, โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์, โรงพยาบาลศิครินทร์, เซ็นทรัลบางนา, ไบเทค บางนา      

พาชม THE ORIGIN Ratchada-Ladprao-ดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว 25 เมตร จาก Interchange 2 สาย #สีเหลือง#สีน้ำเงิน คอนโดฯ ของคน Gen Z : รีวิวคอนโด

พาชม THE ORIGIN Ratchada-Ladprao-ดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว 25 เมตร จาก Interchange 2 สาย #สีเหลือง#สีน้ำเงิน คอนโดฯ ของคน Gen Z : รีวิวคอนโด

ในระยะหลังมานี้เราจะเห็นคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นใน Segment ระดับบน เรียกได้ว่าขยันทำสถิติ New High ราคาสูงขึ้นแข่งกันออกมาในตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วจับกลุ่มชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนโดยเฉพาะ First Jobber หรือกลุ่ม Gen Z อายุประมาณ 23-28 ปี ยากจะเอื้อมถึง แต่สำหรับ Origin ที่มองเห็นช่องว่างนี้ก็ได้สวนกระแสผุดแบรนด์น้องใหม่ The Origin ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ออกมาได้ดีแค่ไหน เราไปทำความรู้จักพร้อมๆ กันกับโครงการ “THE ORIGIN Ratchada-Ladprao”    อีกหนึ่งทำเล Interchange สำคัญ ถ้าคอนโดมิเนียมทำเลดีหมายถึงการอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามากที่สุด ฉะนั้นการอยุ่ในทำเลที่เป็น Interchange ก็ถือว่าดียิ่งกว่า เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าถึง 2 สถานี จาก 2 เส้นทาง ทำให้การเดินทางกลายเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบายจากการมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น    THE ORIGIN Ratchada-Ladprao ตั้งอยู่ภายในซ.ลาดพร้าว 23 ซึ่งใกล้กับสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว จุด Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลาดพร้าวในปัจจุบัน ห่างจากโครงการ 450 เมตร กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว ห่างจากโครงการ 25 เมตร โดยความสำคัญของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในอนาคตเมื่อเสร็จสมบูรณ์ตลอดทั้งโครงการแล้วน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นได้ทั้งสายของคนทำงานใจกลางเมืองอย่างพระราม 9 อโศก สาทร และสีลม รวมถึงการอยู่ในฐานะรถไฟฟ้าสายท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้วยเช่นกัน โดยจะมีหลายสถานีที่ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นสถานีวัดมังกร สถานีวังบูรพา สถานีสนามไชย ซึ่งเปิดให้ทดลองนั่งฟรีเมื่อวันที่ 29 ก.ค. นี้แล้ว ขณะที่สายสีเหลืองที่มีสถานีลาดพร้าวเป็นจุดเริ่มต้น มีระยะทางรวมทั้งหมด 30 กิโลเมตร 23 สถานี จากถ.ลาดพร้าว เข้าสู่ถ.ศรีนครินทร์ เลี้ยวเข้าถ.เทพารักษ์ แล้วไปเชื่อมต่อกับสายสีเขียวสถานีสำโรง คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2021 ก็ถือเป็นรถไฟฟ้า Monorail ที่จะสามารถรองรับผู้คนที่อาศัยอยู่ทางโซนตะวันออกเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และยังมีสายสีเหลืองส่วนต่อขยายอีก 2 สถานี ผ่านหน้าศาลอาญาบนถ.รัชดาภิเษก แล้วเป็นจุด Interchange กับสายสีเขียวส่วนต่อขยาย สถานีพหลโยธิน 24 ด้วย           ถ.รัชดาภิเษกและลาดพร้าวช่วงต้นเช่นนี้ ถือเป็นจุดสำคัญที่รวบรวมเอาสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงด้านคมนาคมเข้าไว้ด้วยกันจนแทบจะกลายเป็นอีกศูนย์กลางแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นช่วงสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปจนถึงสี่แยกพระราม 9 แหล่งอาคารสำนักงานเกรด A ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เกต เช่น The Street รัชดา บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รัชดา Esplanade รัชดา เซ็นทรัล พระราม 9 ฟอร์จูนทาวน์ อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งอย่าง สถานฑูตจีน สถานฑูตเกาหลี โรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นต้น ทางด้านช่วงต้นของถ.ลาดพร้าว อีกย่านคนทำงานหลายบริษัทชื่อดังรวมตัวอยู่บริเวณนี้ก็ไม่น้อย สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีทั้งเซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยน มอลล์ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ลาดพร้าว เทสโก้ โลตัส ลาดพร้าว เมเจอร์ รัชโยธิน และร้านแฮงค์เอ้าท์สุดฮิตช่วงกลางคืนอยู่หลายร้าน รวมถึงตลาดนัดจตุจักรที่มีทั้งช่วงกลางวันเสาร์-อาทิตย์ และคืนวันศุกร์ 4 ทุ่มไปจนถึง 7 โมงเช้า หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปพักผ่อน ออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติจริง หนึ่งในปอดใหญ่ของคนกรุงเทพฯ อย่างสวนจตุจักร และสวนรถไฟ ทั้งหมดก็ดูจะสามารถตอบไลฟ์สไตล์อันไม่หยุดนิ่งของคน Gen Z ได้อย่างสมบูรณ์แบบ        ภาพรวมโครงการ THE ORIGIN Ratchada-Ladprao คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร ขนาดห้อง 24.5-54.5 ตร.ม. บนพื้นที่ 1-3-28.25 ไร่ ทั้งหมด 208 ยูนิต+ 1 Shop ที่จอดรถ 61% อยู่ใต้อาคาร ดึงเอาความหรูหราในบรรยากาศย้อนอดีตอย่าง Classic Heritage มาไว้บนสถาปัตยกรรมของโครงการ ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบตัวอาคารที่ใช้ความคลาสสิก บวกกับการใช้สี และวัสดุตกแต่งใช้สีโทนน้ําตาลและขาวครีม ตัดกับอลูมิเนียมสี Antique Copper เติมความหรูหราให้กับตัวอาคาร ใช้เส้นสายแนวตั้งเพื่อให้อาคารดูหนักแน่น สูงโปร่งขึ้น   ระแนงแนวตั้งของอลูมิเนียมสี Antique Copper ชั้นบน ช่วยรับสายตาจากทางเข้าโครงการไปที่สระว่ายน้ำ สะท้อนแนวคิดการดีไซน์บนความหรูหรา Facilities&Services  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางจะมีมาตั้งแต่ชั้น Ground ไปจนถึงชั้น 3 เน้นการใช้งานได้จริง โทนสีขาว เทา ดำ ดูเรียบง่ายสบายตา ตัดด้วยอลูมิเนียมสีทองกับทองแดงเพิ่มความโดดเด่น บางห้องจะเปิดให้เห็นพื้นที่สีเขียวนอกอาคารด้วยกระจก Height Ceiling ซึ่งโครงการนี้ถือว่ามีห้องส่วนกลางให้เลือกใช้งานได้หลากหลายพอสมควร ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเวลามาใช้งาน เช่น Lounge,  24 hr.Co-working Space, Library Space, Office Supply, Multi Function Studio, Meeting Room ฯลฯ ส่วน Facilities อย่างสระว่ายน้ำ ฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 2 สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้สะดวก       ด้วยความเป็นคอนโดมิเนียมของคน Gen Z ในเรื่องของเทคโนโลยีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย เพราะนอกจากทำให้ชีวิตง่าย สะดวกสบายขึ้น ยังช่วยเรื่องความปลอดภัยได้ ซึ่ง Application บนสมาร์ทโฟนอย่าง ORIGIN CONNECT จะมาช่วยเติมเต็มสิ่งเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมเปิด-ปิดระบบไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟน ใช้คู่กับ Smart Mirror ในห้องน้ำ Digital Door Lock ที่มีความสามารถในการปลดล็อคได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้ Card, Mechanical Key, Password, Bluetooth, Touch Screen และตั้งอายุการใช้งานของ Password ได้ รวมถึงการเรียก Hotel Service ได้ เป็นต้น      นอกจากนี้ยังตอกย้ำความว้าวที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจในตัว GEN Z อย่างแท้จริง ที่ออริจิ้นต้องการตอบสนองให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยให้ชีวิตมนุษย์คอนโด ‘ง่ายขึ้น’ ซึ่งมีอยู่ในโครงการ The Origin รัชดา-ลาดพร้าว คือ SERVICE EXCELLENCE  บริการสุดว้าว ที่เกิดจาก “ความเข้าใจ”   Hotel Service On demand บริการทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นงานแม่บ้าน งานซักรีด งานทำความสะอาดห้องน้ำ ตอบโจทย์ความต้องการจัดการชีวิตให้สะดวกสบายมากขึ้น Facility Booking บริการจองพื้นที่ส่วนกลาง ผ่าน Mobile Application ตอบโจทย์ความ ’เข้าใจ’ ในการจัดสรรเวลาที่มีค่าของคุณ เพื่อให้คุณสามารถจัดสรรเวลาดีๆ ที่มีค่า ไปตามหา Passion ไปใช้ชีวิตในแบบของคุณ Super Maintenance Service บริการเรียกช่างเทคนิค ช่างซ่อม ช่างล้างแอร์ ช่างไฟ ตอบโจทย์ความเข้าใจในความต้องการให้คุณไม่ต้องมากังวลกับงานช่างที่ไม่ได้ถนัดอีกต่อไป Dine in Service บริการ SNACK และเครื่องดื่ม ผ่าน Machine ภายในโครงการ ให้ทุกมื้อที่คุณต้องการ สามารถสั่งผ่านปลายนิ้วได้ในพริบตา Smart Bill Pay บริการส่งบิลออนไลน์ และชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่าน Mobile Application ลดเวลาความวุ่นวายที่ต้องเจอในทุกๆ เดือน Floor Plan  ทางเข้า-ออก โครงการจะอยู่ในซ.ลาดพร้าว 23 ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก ลักษณะที่ดินลึกเข้าไปจากตัวถนน ทำให้การวางตัวอาคารจึงได้เปรียบตรงที่ยูนิตจะอยู่ทางทิศเหนือ วิวสระว่ายน้ำ และทิศใต้ วิวทางฝั่งถ.ลาดพร้าว ยูนิตส่วนใหญ่จะไม่ถูกแสงแดดโดยตรงจากทั้งทางตะวันออกและตะวันตก เปิดห้องตัวอย่าง  สำหรับโครงการ THE ORIGIN Ratchada-Ladprao ตัว Sales Gallery ตั้งอยู่ริมถ.รัชดาภิเษก ฝั่งขาเข้าใกล้กับแยกรัชดา-ลาดพร้าว หรือสามารถเข้าจากในซ.ลาดพร้าว 23 ก็ได้เช่นกันค่ะ โดยจะมีห้องตัวอย่างทั้งหมด 3 ห้อง ขายแบบ Fully Fitted ที่มีเฟอร์นิเจอร์มาให้เกือบจะครบใกล้เคียง Fully Furnished เลยทีเดียวค่ะ โดยสิ่งที่จะได้มาด้วยมีทั้งเคาน์เตอร์ครัว Top หินสังเคราะห์ มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน จากแบรนด์ HAFELE ตู้เก็บรองเท้า เคาน์เตอร์ทีวี เตียง ตู้เสื้อผ้า สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมด รวมฉากกั้นอาบน้ำ และติดตั้งเครื่องปรับอากาศจาก Daikin มาให้ด้วยค่ะ ซึ่งห้องแต่ละ type ก็จะได้เฟอร์นิเจอแตกต่างกันได้ตามนี้เลย 1 Bedroom เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin, Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ตู้เสื้อผ้า 1 Bedroom Smart Closet เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin,  Home Automation, Digital Door Lock, ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. และโต๊ะข้างเตียงพร้อม Wireless Charger, ตู้เสื้อผ้า Walk In Closet Set 1 Bedroom Plus เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin, Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ตู้เสื้อผ้า Smart Mirror (ในห้องน้ำ) 2 Bedroom  เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin,  Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ทั้งหมด 2 หลัง, ตู้เสื้อผ้า, Smart Mirror (ในห้องน้ำ)   1 Bedroom 27 ตร.ม.    เริ่มจากห้องตัวอย่างแรก ซึ่งเป็นห้องดีไซน์ Layout ใหม่จาก Origin เริ่มจากห้องครัวปิดแยกออกจากส่วน Living และ Bedroom แต่มีดีไซน์แบบใหม่ตรงที่มี Smart Walk In Closet กั้นเป็นห้องแนวยาว เหมาะสำหรับเหล่า Fashionista ที่รักการช็อปปิ้งให้ได้มีที่เก็บเสื้อผ้าและ Accessories ได้เยอะมากกว่าที่เคย เปิดห้องแรกมาด้วยห้องครัวปิดเป็นส่วนแรกสำหรับ Layout นี้ พื้นครัวปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้  มีช่องสำหรับวางตู้เย็น หน้าบานตู้เป็นกระจกสีดำ ช่วยพรางสายตาภายในตู้ได้ค่อนข้างดี แต่ไม่ทึบจนเกินไปเหมือนหน้าบานไม้ และกั้นห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ สูงจากพื้นชิดฝ้าเพดาน ซึ่ง Floor To Ceiling ภายในห้อง 2.5 เมตร    ผ่านห้องครัวเข้ามา Living พื้นปูด้วยลามิเนต วางโซฟายาวๆ ได้ 3-4 ที่นั่ง ด้านในสุดของห้องจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้ข้างหน้าต่างกระจก ซึ่งเป็นบานกระทุ้งเปิดออกได้ 1 บาน และรูปลั๊กไฟตามจุดสำคัญต่างๆ เช่น หัวเตียง ในห้องน้ำ ฯลฯ ก็จะมีช่อง USB รองรับไว้เลย ใช้งานสะดวกมาก โดยเฉพาะกับสมาร์ทโฟนที่ไม่ต้องง้อ Adapter อีกเลย เพราะโครงการให้โต๊ะข้างเตียงที่มาพร้อม Wireless Changer   ปลายเตียงห้องจริงจะมีการกั้นประตูกระจกบานเลื่อนมาด้วยนะคะ เพื่อกั้นเป็นห้อง Smart Walk In Closet ซึ่งจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งมาด้วยตลอดแนวผนังก่อนถึงห้องน้ำด้านในสุด โดยภายในห้องน้ำก็จะแยกส่วนแห้งไว้ก่อนจะเป็นส่วนเปียกไว้ด้านใน  Smart Walk in Closet เป็นตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้มีไว้แค่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น เป็นทั้งตู้เก็บของ เก็บเสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งใน 1 เดียว ทั้ง Beauty Mirror พร้อมไฟ LED รอบกระจก ช่องปลั๊กที่เตรียมไว้ทุกมุม ด้านบนสำหรับเสียบไดร์เป่าผม และด้านล่างสำหรับเสียบ iRobot Clenning ช่องเก็บเสื้อผ้าหลายขนาด หลายไซท์ ทั้งหมุดแขวนหมวกหรือเข็มขัด เรียกว่าคิดมาครบให้เก็บทั้งเสื้อผ้าและของใช้ได้ทุกอย่างจริงๆ     1 Bedroom 27 ตร.ม.  Layout สุดฮิตของ Origin เขาล่ะค่ะ ด้วยพื้นที่ตรงกลางห้องที่มีมุมสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นตามการใช้งานได้อย่างอิสระ เน้นการใช้งานภายในห้องได้อย่าง Smooth ขณะเดียวกันก็ยังได้ห้องครัวปิด ห้องนอนที่แยกเป็นสัดส่วนออกจากกัน และยังได้เปรียบในเรื่องของแสงธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาในห้องได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย    ลักษณะของ Layout สำหรับโครงการนี้จะได้พื้นที่ Living มากขึ้น สามารถวางโซฟาตัวยาวขนาด 3-4 ได้สบายๆ พร้อมโต๊ะเล็กด้านข้างได้อีกค่ะ   ตู้ที่ Bulit in มาให้จะใช้หน้าบานกระจกสีดำ ซึ่งภายในตู้จะมีสวิตซ์ไฟเปิด-ปิด ไฟ LED ด้านในตู้ เพิ่มความสว่างเวลาใช้งานจริง ส่วนกลางห้องระหว่างห้องน้ำกับห้องครัวปิดจะมี Built in โต๊ะเครื่องแป้งที่มีตู้เก็บของด้านบนเอาไว้ให้ด้วย สะดวกต่อการใช้งานจริง   1 Bedroom Plus 34 ตร.ม.        ห้องตัวอย่างสุดท้าย เป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus ที่ได้ห้องว่างเพิ่มมา 1 ห้อง สามารถดีไซน์ได้เองตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เช่น ห้องทำงาน หรือห้องนอนอีก 1 ห้อง ส่วนห้องน้ำได้ประตู Double Access สามารถเข้าได้จากทั้ง Living กับ Bedroom เพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และห้องครัวปิดที่ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นจนสามารถวางเคาน์เตอร์ Built in มาแบบ L shape ได้   ห้องครัวปิดจะถูกวางอยู่หลัง Living Room ภายในมีพื้นที่พอสำหรับทำครัว 2 คนได้ และบริเวณ Living Room ยังคงเน้นพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ยาวขึ้น ถ้ามีเพื่อนมาหาที่ห้องก็สามารถรองรับได้ดี ไม่คับแคบจนเกินไป   ห้องที่เป็น Plus เพิ่มขึ้นมานี้ จะเป็นห้องเปล่าที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้เอง โดยในห้องตัวอย่างก็จัดเป็นห้องอ่านหนังสือแยกจากโซน Living และเชื่อมต่อกับระเบียงห้องที่มีราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ ส่วน Condensing Unit ถูกแขวนไว้หันหน้าเข้าทางระเบียง พื้นที่พอสำหรับใช้ตากผ้าได้    ห้องนอนใช้ประตูบานทึบและยังได้ประตูห้องน้ำแบบ Double Access ระหว่าง Living Room กับ Bedroom ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหากมีเพื่อนมาที่ห้องของเรา ซึ่งภายในห้องน้ำนอกจากจะได้สุขภัณฑ์มาครบพร้อมใช้งานได้ทันทีแล้ว ยังมีความพิเศษตรง Smart Mirror กระจกที่สามารถโชว์ภาพที่ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเช็คตารางงาน ดูหนัง ฟังเพลง ขณะอยู่ในห้องน้ำก็ยังสามารถใช้ชีวิตแบบสมาร์ทๆ ได้ ไม่พลาดทุกการสื่อสาร    ไม่ใช่แค่ทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ แต่ยังมีเรื่องของเทคโนโลยีที่กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่ง THE ORIGIN ก็สามารถทำออกมาได้ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจ จึงกลายมาเป็นแบรนด์น้องใหม่มาแรงที่กำลังถูกจับตามอง ด้วยความครบครันรอบด้านบวกกับราคาที่จับต้องได้ง่าย จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้ากลางเมืองได้เช่นนี้   #เปิดจองรอบพิเศษ vvip 17 ส.ค. นี้ พร้อมรับ Gift Voucher ใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 300,000 .- * สำหรับเข้าจองในงาน!  ได้แล้ววันนี้ที่สำนักงานขาย https://bit.ly/2SCZrNm    “THE ORIGIN’’ 2 โครงการใหม่ทำเล “รัชดา- ลาดพร้าว” ย่านไลฟ์สไตล์สุดฮิป ใกล้จุดตัด New Interchange #สายสีน้ำเงิน #สายสีเหลือง   ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15  600 ม. จากสถานี MRT ลาดพร้าว มีความเป็นส่วนสูงเพียง 163 ยูนิต เริ่ม 1.79 ลบ.* ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว 25 ม. จากสถานี MRT รัชดา (สายสีเหลือง) จุดตัด New Interchange รถไฟฟ้า 2 สาย เริ่ม 2.29 ลบ.*   ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร! คลิก https://bit.ly/2LZsgSV    #TheOrigin #จัดจ้านย่านรัชดา #จัดจ้านย่านลาดพร้าว #จัดจ้านย่านอินเตอร์เชนจ์ #สู้ๆนะ #ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ #LiveYourValue #EmphathyDesignthinking    

Nirvana BEYOND พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา Natural Modern Design : รีวิวบ้าน

Nirvana BEYOND พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา Natural Modern Design : รีวิวบ้าน

บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern ที่นิยมนำเอารูปทรงเรขาคณิตมาใช้เป็นส่วนใหญ่ แล้วใช้วัสดุหรือโทนสีที่เน้นความเรียบง่ายเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไม่ใช่แค่ลักษณะสวยงามทันสมัยภายนอกเท่านั้น แต่ Space ที่โปร่งโล่ง และการวางฟังก์ชั่นในทุกตารางนิ้วก็ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ฉะนั้นหากเราจะนิยามความ Modern ว่า “เรียบแต่มาก” ก็คงไม่ผิดนัก สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่เหมาะกับ Lifestyle คนรุ่นใหม่อย่างน่าหลงใหล เหมือนกับบ้านเดี่ยวจากเนอวานา ไดอิ ที่ยังคงเสน่ห์ของดีไซน์แบบนี้เอาไว้ แม้จะมีการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่กันในปีนี้ แต่รับรองว่าลงตัวกว่าเดิมแน่นอนค่ะ     ทำเลบ้านเดี่ยวระดับ Hi End   ตั้งแต่ถ.ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เราจะเห็นหลายโครงการแนวราบระดับ Hi End เปิดตัวในทำเลนี้กันไม่น้อย ด้วยความสะดวกในการเดินทาง สิ่งแวดล้อมเงียบสงบ ทำให้เชื่อว่าย่านนี้จะกลายเป็นแหล่งรวมที่อยู่อาศัยระดับ Hi End อย่างสมบูรณ์โดยไม่ช้า     Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา ตั้งอยู่ริมถ.ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ที่มีความกว้างขวางสะดวกสบายตลอดเส้นทาง 12 กิโลเมตร จากถ.ศรีนครินทร์ข้ามถ.กาญจนาภิเษก ไปจนถึงถ.เจ้าคุณทหาร ใกล้กับทางด่วนทั้งถ.กรุงเทพฯ-ชลบุรี สายใหม่ (มอเตอร์เวย์) ถ.กาญจนาภิเษก และทางพิเศษศรีรัช สามารถเข้าเมืองย่านพระราม 9 เพียง 15 นาที หรือหากเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิด้วยการใช้สะพานข้ามถ.กาญจนาภิเษก ซึ่งกำลังก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการถ.ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ก็จะยิ่งทำให้เป็นเรื่องง่าย ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น รอบๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง เช่น รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์, รพ.รามคำแหง, ม.อัสสัมชัน, สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, เดอะมอลล์บางกะปิ, เดอะไนน์ พระราม 9 ฯลฯ     นอกจากนี้แม้จะเป็นทำเลบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างๆ แต่ก็ยังอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า ทั้งแอร์พอร์ตลิ้ง สถานีหัวหมาก รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีกรีฑา และรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีสัมมากร ทุกสายล้วนมีการเชื่อมต่อเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่าย รวดเร็วขึ้น           ภาพรวมโครงการ Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 3 Type พื้นที่ใช้สอยขนาด 300-470 ตร.ม. โดยอยู่บนที่ดินทั้งหมด 27 ไร่ 85 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 25-60 ล้านบาท       บ้านเดี่ยวโฉมใหม่ ฉีกกฏการดีไซน์เพื่อการใช้ชีวิตที่แตกต่าง All New Design จากเนอวานา ไดอิ เปิดตัวบ้านดีไซน์ใหม่สดๆ ร้อนๆ กันในปีนี้ ซึ่งยังคงความเป็นโมเดิร์นสุดล้ำ เหมือนการเอากล่องคอนกรีตสี่เหลี่ยมหลากหลายขนาดมาวางทับซ้อนกันแล้วบิดองศา เพิ่มมิติให้ยิ่งดู Unique อย่างมีสไตล์แบบฉบับเนอวานา ไดอิ ที่จะมาชวนเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตอย่างอย่างไม่ต้องตามใคร เพราะไม่ใช่แค่ดีไซน์ Modern เท่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็น Natural Modern Design ออกแบบให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมในบ้านเรา ดึงธรรมชาติเข้ามาชิดกันมากขึ้น มีความเป็น Timeless ทันสมัยไม่ตกยุค นอกจาก Exterior Design ที่สวยสะดุดตาแล้ว ก็ยังได้ประโยชน์กับ Interior Design ด้วย เพราะจะได้เพิ่ม Space เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านได้มากขึ้น มีการวางฟังก์ชั่นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของทุกไลฟ์สไตล์ได้ลงตัวมากขึ้น โดยบ้านทั้ง 3 Type นั้นแตกต่างกันทั้งภายนอกและภายในบ้านอย่างเห็นได้ชัด แต่ละหลังจะมีจุดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งเราจะพาไปชมครบทุก Type รวมถึงส่วนกลางด้วยค่ะ     Design สวย Function ครบ พร้อม Innovation เพื่อการอยู่อาศัยสะดวกสบาย เกิดเป็นความสุขของการใช้ชีวิตที่ Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา      นอกเหนือจากดีไซน์สวย ฟังก์ชั่นดีแล้ว ยุคนี้หากจะให้บ้านสมบูรณ์ขึ้นก็ต้องมีนวัตกรรมเข้ามาช่วยให้สมาชิกในครอบครัวของเราสะดวกสบาย ปลอดภัย และสุขภาพดีตามเทรนด์ Well Being Living ด้วย เริ่มจากการคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วยการมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงทุกจุดในบ้านอย่างทั่วถึง เชื่อมต่อ WiFi เข้ากับอุปกรณ์ของคุณได้ทุกรูปแบบ ตอบโจทย์การทำงานแบบ Work From Home ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างเข้าใจ   สิ่งสำคัญคือเรื่องของสุขภาพของคนในครอบครัวที่มองข้ามไม่ได้ บ้านของเนอวานา ไดอิ จึงมีระบบ Air Control System เพื่อปรับอากาศภายในบ้านให้เกิดความสมดุลอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะช่วยเรื่องการหมุนเวียนของอากาศที่ดี ลดปัญหาฝุ่นควันจากภายนอก ซึ่งเป็นปัญหาที่ทั่วโลกประสบพบเจออยู่ในตอนนี้ สุดท้ายคือเรื่องของความปลอดภัยที่หลายคนคำนึงถึงเมื่อจะซื้อที่อยู่อาศัยสักแห่ง การวางระบบความปลอดภัยรอบโครงการไปจนถึงในบ้าน   แปลนบ้าน SPACE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 300 ตร.ม. 3 Bedrooms 3 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 2 Parking Lots   MIND บ้านเดี่ยว 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 370 ตร.ม. 4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Maid Room 3 Parking Lots   LUXE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 470 ตร.ม.   4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 3 Parking Lots   เดินชมโครงการ Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา ต้อนรับทีมงาน Reviewyourliving ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยของรปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ Main Gate สีขาวกับเส้นโค้งซ้อนกันตามแบบธรรมชาติ เหมือนเป็นการเกริ่นก่อนเผยให้เห็นไฮไลท์ความเป็น Natural Modern ของดีไซน์บ้านแต่ละหลัง   ด้วยพื้นที่บริเวณรอบไม่มีตึกสูงมาบังลม ทำให้วันที่เราไปยืนอยู่กลางโครงการนั้นมีลม Flow พัดผ่านต้นไม้ใหญ่รอบโครงการ และสระว่ายน้ำระบบเกลือ เข้าสู่ตัวอาคาร Clue House 2 ชั้น ที่มีความโปร่งเปิดช่องให้ลมสามารถผ่านได้มาเป็นระยะ ซึ่งก็จะมีทั้งสนามเด็กเล่น ห้องประชุมออนไลน์ ห้องรับรอง ห้องฟิตเนสชั้นบนที่เป็นกระจก Full Height ล้อมรอบมองลงมาเห็นวิวสระว่ายน้ำและบริเวณรอบโครงการ     อีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้คือภายในโครงการนำระบบสายไฟฟ้ารวมถึงสายเคเบิ้ลลงใต้ดินทั้งหมด แบบนี้แล้วก็ยิ่งส่งให้โครงการดูสวยงามสะอาดตาเข้ากับบรรยากาศสีเขียวของต้นไม้สลับกับสีขาวของอาคารคลับเฮ้าส์แล้วตัวบ้านได้อย่างสวยงามเป็นระเบียบเลยทีเดียวค่ะ   เปิดบ้านตัวอย่าง Type Space เรามาเริ่มกันจาก Type แรกค่ะ Space เป็นบ้านเดี่ยวขนาดเริ่มต้นของโครงการ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก ใช้สี Signature ของความเป็น Modern คือขาวสลับกับสีเทาอ่อนๆ ตัดกับกรอบไม้เพิ่มความรู้สึกอบอุ่น ตรงกลางบ้านชั้น 2 มีมุมเพิ่มมิติ เหมือนมี Pop Up ออกมา ทำให้ดูไม่เรียบทื่อจนเกินไป   ภายในบ้านทุก Type จะมีพื้นที่แรกเป็น Foyer ตามแนวคิดของวัฒนธรรมชาวญี่ปุ่น ที่ทุกบ้านจะต้องมีส่วนนี้ไว้เพื่อถอด-จัดเก็บรองเท้า ป้องกันเศษดินทรายที่ติดมากับรองเท้าเลอะเทอะเข้าสู่ตัวบ้าน ถัดเข้ามาจึงจะเป็นพื้นที่ชั้นแรกของบ้าน ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ กลางบ้านคือ Living Room ที่สามารถเปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกไปยังพื้นที่สวนข้างบ้าน และฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่จัดวางมาเพื่อการใช้งานจริงอย่างสะดวกสบาย ตั้งแต่การวาง Powder Room ไว้ข้าง Living Room สะดวกต่อการใช้งานของแขกเมื่อมาที่บ้าน Dinning Room อยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่เดียวกัน เชื่อมต่อด้วยครัวปิดข้างกัน   ห้องครัวปิดจะได้ Built In เคาน์เตอร์ครัวทรง L Shape แล้ว Top ด้วยหินสังเคราะห์ พร้อมอุปกรณ์ทำครัว อาทิ ซิงค์ล้างจาน เตาแม่เหล็กไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน ซึ่งบ้านทุกหลังจะมีประตูบานสวิงขอบอลูมิเนียมกั้นระหว่างครัวปิดกับหลังบ้าน โดยประตูนี้เป็นนวัตกรรมจาก Tostem ตรงกลางบานสามารถเลื่อนเปิดปิดให้เป็นประตูแบบโปร่งสามารถระบายอากาศและกลิ่นได้ดีกว่าเป็นประตูบานทึบอย่างเดียว   บันไดที่เป็นจุดอับ ซึ่งอันตรายที่สุดของบ้าน แต่เนอวานา ไดอิ ก็ยังไม่พลาด Detail นี้ เพราะมีการเจาะช่องหน้าต่างทุกชั้นเพิ่มแสงสว่างลดอันตรายจากการเกิดจุดมืดตรงบันได แล้วยังมีจังหวะการเล่นระดับความสูงของเพดานได้อย่างน่าสนใจ แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจุดอับของบ้านแต่กลับรู้สึกโปร่งมากขึ้น   จุดเด่นของบ้านหลังนี้อยู่ที่ชั้น 2 ปูพื้นด้วย Engineering wood ซึ่งเป็น Master Bedroom ทั้งชั้น โดยส่วนที่เราเห็นจากหน้าบ้านที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมยื่นออกมา ภายในจะได้ Space ตรงนี้เพิ่มขึ้นเป็นห้อง Multi Purpose สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ได้ทั้งความเท่ไม่เหมือนใครของการดีไซน์ และการขยายพื้นที่ใช้สอยให้รับกับทุกไลฟ์สไตล์มากขึ้น พร้อมเชื่อมต่อกับระเบียงส่วนตัวกับโซนเตียงนอนตรงกลางห้อง ส่วนลึกเข้าไปจะเป็นห้อง Walk In Closet ขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัวที่มีส่วนเปียกแยกระหว่าง Shower กับ Bathtub ใช้สุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ ซึ่งติดตั้งทุกอย่างมาพร้อมใช้งาน   ชั้น 3 สูงสุดของบ้านจะมีห้องนอนที่ 2 และห้องนอนที่ 3 ซึ่งทุกห้องสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ มีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัว ถือเป็น 2 ห้องนอนที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน   Type Mind    ถัดมาเป็นบ้านเดี่ยวขนาดกลางหน้ากว้างของโครงการ มีจุดเด่นเก๋ๆ ตรงหน้าต่างแนวยาวของชั้น 2 ซึ่งเป็นห้อง Master Bedroom เพราะโดยทั่วไปแล้วลักษณะของบ้านสไตล์โมเดิร์นจะเจาะหน้าต่างเป็นกระจกบานสูงใหญ่เพิ่มการเปิดรับแสงอาทิตย์เข้ามาให้ได้มากที่สุด เราไม่ค่อยเห็นหน้าต่างทรงแคบยาวลักษณะนี้เท่าไรนัก แต่จะได้ความ Private สูงกว่า จากสายตาของคนภายนอก ประกอบกับ Common Area ของบ้านหลังนี้ไม่ว่าจะเป็น Living Room ที่ได้ Double Volume สูงโปร่ง และระเบียงขนาดใหญ่ที่ชั้น 3 ทำให้บ้าน Type นี้เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ Common Area ทำกิจกรรมร่วมกันแต่ยังคงอยากได้ความ Private อยู่ด้วยเช่นกัน   เริ่มต้นด้วยความโอ่อ่าของบ้านด้วย Living Room ที่ได้ความสูง Double Volume จรดเพดานของชั้น 2 ขณะเดียวกันก็สามารถเปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกไปยังพื้นที่ข้างบ้าน ซึ่งที่ดินรอบบ้านก็มีขนาดมากพอที่จะใช้ประโยชน์ได้จริง อย่างบ้านตัวอย่างนี้ก็จะเป็นพื้นที่นั่งเล่น สามารถใช้รับแขกได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ถัดไปทางด้านข้างคือ Dinning Room อยู่ตรงข้ามกับครัวปิดที่มีเคาน์เตอร์ L Shape ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ถัดไปอีกด้านจะเป็นห้องนอนชั้นล่าง อยู่ใกล้กับห้องน้ำที่แยกส่วนเปียกแห้งแน่นอนว่าดีไซน์มาสำหรับผู้สูงอายุไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดให้เสี่ยงอันตราย   Master Bedroom ชั้น 2 จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ทั้งด้านหลังบ้านเป็นห้อง Walk In Closet ขนาดใหญ่ และห้องน้ำที่มีทั้งส่วนเปียกเป็น Shower กับ Bathtub ส่วนแห้งมีทั้งสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ และอ่างล้างหน้าแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เชื่อมต่ออีกส่วนหนึ่งของห้องด้วยโถงทางเดินที่สามารถมองลงไปเห็น Living Room รวมถึงสวนนอกบ้านได้ ซึ่งหากอยากได้ความส่วนตัวยิ่งขึ้นก็สามารถสร้าง Green Wall จากข้างบ้านบังสายตาจากเพื่อนบ้าน แถมยังได้พื้นที่สีเขียวเพิ่มด้วยนะคะ ทำให้แม้อยู่ในห้องนอนของตัวเองแต่ก็ยังสามารถมองเห็นธรรมชาติภายนอกได้ และส่วนที่เป็นห้องนอนทางฝั่งหน้าบ้าน ตรงหัวนอนจะเป็นหน้าต่างทรงแคบยาวอย่างที่เห็นตอนอยู่หน้าบ้าน แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องกลับเปิดมุมมองจากหน้าต่างนี้ได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น อย่างที่ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร ขณะเดียวกันก็ได้ความ Private ไปด้วย ด้านข้างสามารถเปิดออกไปนั่งรับลมตรงระเบียง ซึ่งขนาดกำลังพอดีสำหรับเก้าอี้ 2 ตัว พร้อมโต๊ะกลาง      ชั้น 3 จะวางห้องนอน 2 ห้องติดกันไปทางฝั่งหลังบ้าน ซึ่งห้องแรกจะได้ระเบียงส่วนตัวรูปทรงตัว L ส่วนห้องที่ 2 จะได้มุมสำหรับวางโต๊ะทำงานได้วิวหน้าบ้าน ส่วนโถงทางเดินกว้างขวางทีเดียวค่ะ สามารถจัดเป็น Pentry ตามแบบบ้านตัวอย่างได้ และสุดท้ายสำหรับระเบียงที่มีขนาดกว้างที่สุดของบ้านจากทั้งหมด 3 Type ของโครงการ บนชั้น 3 แห่งนี้ จะเป็นพื้นที่ Family Terrace สามารถรองรับกิจกรรมเล็กๆ ของครอบครัวได้ อย่างการเปลี่ยนบรรยากาศขึ้นมาปาร์ตี้บาร์บีคิวกันทั้งครอบครัวได้เลยนะคะ   Type Luxe มาถึงไฮไลท์ของ Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา กันแล้วค่ะ สำหรับบ้าน Type ใหญ่ที่สุด ดีไซน์โดดเด่นที่สุด ด้วยรูปแบบบ้านที่วางในลักษณะ C shape ซึ่งจะได้ Court กลางบ้าน โดดเด่นด้วยกล่องบิดมุมกลางบ้าน เน้นความโปร่งจากหน้าต่างกระจกบานใหญ่สลับกับกำแพงทึบสีขาว โชว์ให้เห็น Living Room สวยๆ ในบ้านบนชั้น 2 ไปจนถึงโถงชั้น 3 ที่คล้ายกับเป็นชั้นลอย ทางเข้าบ้าน Double Entrance ที่เลือกได้ว่าจะเปิดประตูชั้น 1 หรือจะเดินขึ้นบันไดด้านข้างเพื่อเข้าสู่ Living Room ที่ชั้น 2 เลย ประกอบกับฟังก์ชั่นภายใน ส่งให้บ้านหลังนี้เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ที่มีหลาย Generation อยู่ร่วมกันเพราะพื้นที่ Common Area กว้างๆ หลากหลายโซนให้ได้เลือกเปลี่ยนมุมทำกิจกรรมด้วยกันอย่างไม่มีเบื่อ ทุกชั้นสามารถสื่อสารถึงกันได้ ให้ความรู้สึกถึงการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวภายใต้ชายคาเดียวกัน   ชั้น 1 หลังจากผ่าน Foyer เข้าไปจะเจอ Dinning Room ขนาดใหญ่ สามารถใส่ Pantry เข้าไปเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยได้ รองรับได้ทั้งครอบครัวหรือแม้แต่การจัดปาร์ตี้เล็กๆ ภายในบ้านก็ยังสามารถทำได้ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งมี  Powder Room ไว้รองรับด้วย ถัดไปจะมีการแยกระหว่างครัวปิดแบบ Double Wall Kitchen กับห้อง Laundry อย่างเป็นสัดส่วน ในส่วนของ Washing Area ก็เชื่อมต่อกับห้อง Laundry ออกไปนอกบ้านด้านข้างสะดวกต่อการใช้งาน   เมื่อเดินผ่าน Corridor กลางบ้านก็จะเห็นลักษณะ C shape ของบ้านชัดขึ้น เพราะในส่วนของ Inner Court กลางบ้านที่เป็นแบบ Semi Outdoor จึงสามารถออกไปนั่งเล่นนอกบ้าน ใกล้ชิดกับต้นไม้ สวนสีเขียวของเราได้มากขึ้นกว่าการเปิดโล่งทั้งหมด          สุด Corridor ด้านในก็จะพบห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกระจก Full Height เข้ามุมด้านข้าง Inner Court มองเห็นถึงด้านบนชั้น 2 ถือเป็นห้องผู้สูงอายุที่กว้างขวาง ไม่อึดอัด ได้รับแสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาทั่วถึง พื้นห้องน้ำไม่มีการเพิ่มหรือลดระดับ เพื่อความปลอดภัยเวลาก้าวเดิน        Living Room ชั้น 2 พื้นที่กว้างขวางมากพอที่จะรองรับครอบครัวใหญ่เวลาอยู่ร่วมกันได้อย่างเต็มที่ เพดานสูงโปร่งมองไปเห็นถึงโถงทางเดินชั้น 3 ขณะเดียวกันก็ยังสามารถสัมผัสที่ Inner Court กลางบ้านได้ทั้งภายใน Living Room และระเบียงทางเดินด้านนอกให้สัมผัสถึงยอดไม้ของต้นไม้ใหญ่ประจำบ้านได้แค่เพียงเอื้อมมือ   Master Bedroom ยังคงอยู่ที่ชั้น 2 แห่งนี้เช่นเคยค่ะ พื้นที่ในห้องขนาดใหญ่สามารถแบ่งเป็นส่วน Walk In Closet บริเวณใกล้กับห้องน้ำในตัว เพื่อการใช้งานที่ Smooth มากกว่า ด้านข้างเตียงเป็นกระจก Full Height เปิดรับแสงธรรมชาติจาก Inner Court ส่งไปจนถึงประตูกระจกที่ระเบียงส่วนตัวอีกด้าน         สุดท้ายที่ชั้น 3 ค่ะ ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง มีขนาดมากพอที่จะแบ่งพื้นที่ห้องเพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ เช่น Walk In Closet หรือห้องทำงาน มีห้องน้ำในตัวแยกส่วนเปียกที่เป็น Shower กับส่วนแห้ง และระเบียงพักผ่อนส่วนตัว   ความงามของบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังหนึ่งก็มีเสน่ห์มากอยู่แล้ว แต่เนอวานา ไอดิ สามารถเติมมิติใหม่ลงไปให้ชวนหลงใหลเข้าไปอีก ซึ่งไม่ใช่แค่ได้ Space ดีๆ เพิ่มขึ้น แต่เหมือนเพิ่มพื้นที่แห่งความสุขไปด้วย ทำให้ทุกมุมมองไม่ว่าเราจะก้าวเดินไปยังส่วนไหนของบ้าน ก็ให้ Mood&Tone ที่รู้สึกอบอุ่น โปร่งสบาย ซึ่งบ้านเดี่ยวดีไซน์นี้ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับคนกรุงเทพฯ เท่านั้นนะคะ แต่ชาวอุดรธานีก็สามารถสัมผัสได้เช่นกันที่โครงการ Nirvana Beyond อุดรธานี หากพร้อมที่จะก้าวใช้ชีวิตให้แตกต่างอย่างลงตัวไปกับโครงการ “Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา” แล้วล่ะก็ ลงทะเบียนเพื่อเข้าไปชมโครงการจริงได้เลยค่ะ   ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Nirvana BEYOND พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา    

6 ไฮไลท์ “เซ็นทารา เรสซิเดนซ์ฯ” โรงแรมน้องใหม่ในศรีราชา

6 ไฮไลท์ “เซ็นทารา เรสซิเดนซ์ฯ” โรงแรมน้องใหม่ในศรีราชา

พูดถึงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี  ทุกคนคงนึกถึงสถานที่เดียวกัน คือ “พัทยา” เพราะเรียกได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย และครบทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว แต่ละปีจึงมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันเข้าไปเที่ยวที่พัทยากันไม่ขาดสาย เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปีเลย  ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดชลบุรีซึ่งก็หมายความรวมถึงเมืองพัทยามีมากถึง 16 ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว  ความสำคัญของจังหวัดชลบุรียังมีในเรื่องเศรษฐกิจอีกด้วย  เพราะรัฐบาลคาดหวังว่าจังหวัดชลบุรีจะสามารถสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตได้ถึง 5% จากเศรษฐกิจของประเทศที่เติบโตในอัตรา 3-4% เท่านั้น  ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าการจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ ภาคการท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญเอามากๆ   เมื่อจังหวัดชลบุรีมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศอย่างนี้  รัฐบาลจึงพยายามผลักดันและกระตุ้นให้จังหวัดชลบุรีมีการเติบโตไปในทุกๆ เรื่อง และหาแม่เหล็กด้านการท่องเที่ยวเข้ามาดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกระจายแหล่งท่องเที่ยวไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะเมืองพัทยาเท่านั้น  หนึ่งในนั้น คือ อำเภอศรีราชา ที่ตอนนี้ถูกวางโพสิชั่นนิ่งให้เป็นเมือง “ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์” ซึ่งอนาคตคาดว่าจะมีโฉมหน้าไม่ต่างจากฮ่องกง   อำเภอศรีราชา ในอดีตที่ผ่านมาแม้เป็นเมืองทางผ่าน  เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปเมืองพัทยา หรือไม่ก็จังหวัดระยองเลย แต่ก็อาจจะมีแวะพักเที่ยวบ้างตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น สวนเสือศรีราชา ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวจีน แม้ว่าจะไม่ใช่แหล่งพักค้างคืนหลักของนักท่องเที่ยว แต่ต้องยอมรับว่าอำเภอศรีราชาได้รับการขนานนามว่า “ลิตเติ้ล โอซาก้า” หรือ “ลิตเติ้ล เจแปนนิส” เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมของบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น  ซึ่งมาตั้งฐานการผลิตสินค้าอยู่เป็นจำนวนมาก พนักงานและผู้บริหารชาวญี่ปุ่นจึงอยู่กันอย่างหนาแน่น  ในอดีตมีมากถึง 15,000 ครอบครัว หากนับสมาชิกในครอบครัวคราวๆ สักครอบครัวละ 3 คน ก็มีจำนวนชาวญี่ปุ่นถึง 45,000 คนเลยทีเดียว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแรงงานชาวญี่ปุ่นถูกส่งกลับประเทศไปบ้าง  จนตัวเลขแรงงานญี่ปุ่นอยู่ประมาณ​10,000 ครอบครัว แต่ก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควร   ชาวญี่ปุ่นที่มีอยู่ในอำเภอศรีราชาจำนวนมากเช่นนี้ ทำให้ดีเวลลอปเปอร์มองเห็นเป็นโอกาสทางการตลาด พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยของแรงงานเหล่านี้ แต่ไม่เพียงการเติบโตของตลาดคอนโดฯ เท่านั้น  กลุ่มโรงแรมก็เติบโตตามมาด้วย เพราะอำเภอศรีราชากำลังขยายตัว และเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ เพราะเมืองพัทยาหรือชลบุรีไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือคอนโดฯ ตลาด​เริ่มจะแน่นแล้ว ดีเวลลอปเปอร์จึงต้องมองหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ แน่นอนอำเภอศรีราชานี่แหละเป็นที่หมายสำคัญ  ซึ่งอนาคตจะมีการเปิดตัวโรงแรมใหญ่ๆ เกิดขึ้นอีกหลายแห่ง     ล่าสุด โรงแรม“เซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา” ในเครือเซ็นทารา ได้เปิดตัวโรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในอำเภอศรีราชา ด้วยโรงแรมระดับ 4 ดาว จำนวน 145 ห้อง บนเนื้อที่รวม 4 ไร่ ติดริมทะเล ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งเดียวในปัจจุบันของอำเภอศรีราชาที่ติดทะเล  ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญของโรงแรมแห่งนี้เลยทีเดียว   โรงแรมเซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา ยังมี 6 ไฮไลท์และจุดเด่น สำหรับการเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว   1.ทำเลที่ตั้ง ติดชายหาดศรีราชา นับเป็นจุดต้นทางสำหรับการท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง อาทิ ตัวเมืองพัทยาที่อยู่ห่างไปเพียง 40 นาทีโดยรถยนต์ หรือแหล่งรวมสนามกอล์ฟชั้นนำของประเทศที่ตั้งอยู่รายรอบพื้นที่ รวมทั้งชายหาดอันมีชื่อเสียง อาทิ ชายหาดบางแสนและอ่างเก็บน้ำบางพระ ก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมด้วยการเดินทางโดยรถยนต์ หากเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังโรงแรมใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาทีเท่านั้น   2.การออกแบบให้ทันสมัยมีบรรยากาศผ่อนคลายเป็นส่วนตัว สามารถมองเห็นวิวและเดินถึงชายหาดเลียบท้องทะเลอ่าวไทยตอนบนได้เพียงไม่กี่ก้าว ซึ่งโรงแรมเซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา ได้รับการออกแบบมาให้โดดเด่นด้วยโทนสีขาวสว่างตา ผสานเข้ากับสีฟ้าครามอันสดใส ทำให้นึกถึงประกายและสีสันของน้ำทะเลในอำเภอศรีราชาของอ่าวไทย ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหมู่บ้านประมงที่มีวิถีชีวิตในแบบดั้งเดิม ปัจจุบันยังมีชาวบ้านบางส่วนทำประมงแบบดั้งเดิมให้เห็นด้วย   3.มีห้องพักหลากหลายรูปแบบไว้คอยบริการ -ห้องพักประเภทซูพีเรีย ดีลักซ์ และดีลักซ์ซีวิว ที่เหมาะสำหรับแขกผู้เข้าพักจำนวนไม่เกินสองท่าน -ห้องพักประเภทแฟมิลี่ เรสซิเดนซ์ และห้องสวีทแบบสองห้องนอน ที่สามารถรองรับครอบครัวใหญ่ที่มีขนาดสี่ถึงห้าคน รวมทั้งแขกผู้เข้าพักระยะยาว เพราะมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องที่กว้างขวางถึง 64 ตารางเซนติเมตร ภายในห้องพักประเภทเรสซิเดนซ์นั้น มีทั้งอุปกรณ์เครื่องครัว และเตียงสองชั้นสำหรับเด็ก   ห้องพักทุกห้องในโรงแรมแห่งนี้ จะมีพื้นที่ระเบียง พร้อมบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และสมาร์ททีวีภายในห้อง เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และมอบความสะดวกสบายแก่แขกผู้เข้าพักทุกคน   4.การบริการอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย โดยมีการนำเสนอตัวเลือกอาหารและเครื่องดื่มอย่างหลากหลายทั้งกลางวันและกลางคืน รวมทั้งบริการอาหารเสิร์ฟถึงภายในห้องพัก -ห้องอาหาร “อูมิ” ซึ่งอยู่บริเวณชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ที่นำเสนอทั้งเมนูอาหารญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับ อาทิ ราเมนและเทปันยากิ รวมถึงเมนูทั้งไทยและยุโรป   -ร้าน “ซิงก์” คาเฟ่ ในบริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ที่มีเมนูเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างชานมไข่มุกและชาเขียวมัทฉะพร้อมเสิร์ฟตลอดวัน ทั้งยังมีเมนูเครื่องดื่มร้อน ขนมอบและเบเกอรี่ต่างๆ ให้เลือกลิ้มลองได้อย่างเต็มอิ่ม คาเฟ่ซิงก์แห่งนี้ ถือเป็นมุมแห่งการพักผ่อน นั่งชิลล์ หรือเพลิดเพลินไปกับเมนูมื้อกลางวันที่หลากหลาย อาทิ แซนด์วิช ขนมขบเคี้ยว หรือเมนูสลัดผักสดเพื่อสุขภาพให้เลือกสรร   -ทรอปิคาน่า พูล บาร์ ที่ตั้งอยู่ข้างริมสระน้ำใกล้กับ “สกายบาร์” ที่สามารถเลือกอร่อยกับเมนูอาหารว่าง เครื่องดื่ม และค็อกเทล   5.พื้นที่รองรับการจัดงานอีเวนท์และสัมมนา โดยภายในโรงแรมเซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา ยังเหมาะที่จะเป็นสถานที่ในการจัดงานของลูกค้ากลุ่มองค์กร เพราะมีพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการใช้งานและแผนผังงานได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากเซ็นทาราคอยดูแลให้คำปรึกษา เพื่อให้การจัดงาน   6.พื้นที่รองรับกิจกรรมสำหรับครอบครัว ภายในโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง สระว่ายน้ำเด็ก และสวนน้ำสำหรับเด็ก มีพื้นที่สำหรับเด็ก และ E-Zone บริการสปา ออนเซ็น และร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก   ดร. ณัฏฐ์ศรัย ชัยจินดารัตน์ กรรมการบริษัทสไมล์ คอนโด (2011) จำกัด ในฐานะเจ้าของโรงแรม เปิดเผยว่า ได้ลงทุนมูลค่า 500 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาโรงแรมแห่งนี้ ต่อจากการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่เดียวกัน โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรมเป็นชาวไทยและนักท่องท่องเที่ยว ซึ่งต้องการพักผ่อนและท่องเที่ยวในอำเภอศรีราชา คาดว่าภายในระยะ 3 ปีจะถึงจุดคุ้มทุน จากปกติการลงทุนโรงแรมจะใช้ระยะเวลา 7 ปี เนื่องจากมองว่าศักยภาพแข็งแกร่งของแบรนด์เซ็นทารา และทำเลที่ตั้ง รวมถึงการทำตลาดต่างๆ ซึ่งโรงแรมได้เริ่มต้นเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา มีลูกค้าให้การตอบรับมีอัตราการเข้าพักมากถึง 30%   แผนในอนาคตบริษัทยังเตรียมลงทุนพัฒนาโรงแรมแห่งที่ 2 ในอำเภอศรีราชา ขนาด 121 ห้อง ใช้งบลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มเซ็นทารา เพื่อนำแบรนด์เข้ามาบริหาร   “ปัจจุบันศรีราชาเริ่มมีปริมาณโรงแรมจำนวนมากกว่า 10,000 ห้อง และจะมีเชนโรงแรมใหญ่ไม่ว่าจะเป็นโนโวเทลและฮอลิเดย์อินท์เข้ามาเปิดบริการ แสดงให้เห็นว่าตลาดศรีราชามีศักยภาพ แต่อาจจะต้องรอระยะเวลาอีก 3-4 ปีเพื่อให้ดีมานด์และซัพพลายสอดคล้องกัน แต่ถือว่าเป็นตลาดมีอนาคตเพราะจมีการลงทุนจากภาครัฐเข้ามาอีกมาก ทำให้เอกชนกล้าลงทุนเพราะเชื่อในนโยบายของภาครัฐ”