ข่าวโปรโมชั่น

 

ข่าวล่าสุด

ออโต้วัน ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ลุยสาขา 2 เปิดแล้วที่ ไทวัสดุ บางบัวทอง

ซีอาร์ซี ไทวัสดุ สบช่องทางตลาดรถยนต์โตต่อเนื่อง ลุยตลาด ฟาสต์ฟิต เปิดตัวศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ออโตวัน (AUTO 1) สาขา 2 ที่ไทวัสดุ บางบัวทอง มาพร้อมเครื่องมือทันสมัย และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการทุกวัน จัดแคมเปญฉลองสาขาใหม่เอาใจคนรักรถ สุดคุ้มกับโปรโมชั่นซื้อยาง 1 แถม 1 เปลี่ยนเทิรน์แบตลด 50% เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเริ่มต้นเพียง 499.- และโปรสุดคุ้มอีกมากมาย พ่วงสะสมคะแนนบัตรเดอะวันได้อีก ระหว่างวันที่ 16 -20 พฤศจิกายน 2561     คุณสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านบริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด เปิดเผยว่า “หลังจากที่ได้เปิดตัวธุรกิจใหม่ ออโต้วัน สาขาแรกที่ไทวัสดุ ปทุมธานี ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี โดยในปี 2561 เราตั้งเป้าเปิดสาขาออโต้วันให้ครบ 3 สาขา คือ สาขาบางบัวทองแห่งนี้ และสาขาบางพลี ตามแผนงานบริษัทฯ กำหนดขยายสาขาไม่น้อยกว่า 40 สาขา ภายในปี 2563 สำหรับศูนย์บริการออโต้วัน แห่งที่ 2 ตั้งอยู่ใน ไทวัสดุ สาขาบางบัวทอง มีพื้นที่กว่า 600 ตร.ม. พร้อมช่องให้บริการ 6 เบย์ โดยทำเลนี้ใกล้แหล่งที่พักอาศัยย่านชานเมือง เป็นจุดเชื่อมต่อของการเดินทางไปยังภาคตะวันตก จึงมองว่าจะสามารถตอบรับความต้องการของลูกค้าเจ้าของรถในพื้นที่บางบัวทองได้อย่างดี   การก้าวเข้ามาดำเนินธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ เรามองว่าปัจจัยพื้นฐานของลูกค้านั้นเมื่อมีบ้านแล้วก็ย่อมมีรถ เราจึงพยายามเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ไทวัสดุที่พร้อมให้บริการเกี่ยวกับสินค้าวัสดุก่อสร้าง และในขณะเดียวกันยังมีบริการศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรออโต้วันอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน เป็นการต่อยอดธุรกิจที่เอื้อต่อกันเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องบ้านและเรื่องรถให้เราดูแลได้ และยิ่งไปกว่านั้นทุกการจับจ่ายสินค้าและบริการทั้งไทวัสดุและออโต้วัน (AUTO 1) สามารถเก็บสะสมคะแนนเพื่อรับสิทธิพิเศษหรือส่วนลดต่างๆผ่านบัตรเดอะวัน (THE 1) ได้อีกด้วย”     พิเศษสำหรับฉลองเปิดศูนย์ใหม่ สาขาบางบัวทอง ระหว่างวันที่ 16-20 พฤศจิกายน 2561 ออโต้วัน (AUTO 1) จัดโปรแรงซื้อยาง 1 แถม 1 เมื่อซื้อยาง Toyo Tires, Hankook และ Goodride 30 ท่านแรกต่อวันที่มาลงทะเบียน ตั้งแต่เวลา07.00 น. มาก่อนมีสิทธิ์ก่อน โดยต้องเปลี่ยนยาง 4 เส้นพร้อมเทิร์นยางเก่า สำหรับสมาชิกบัตรเดอะวัน รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม อาทิ เปลี่ยนแบตเตอรี่เทิร์นรุ่นเก่าลด 50 % ทันที เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรอง เริ่มต้น 499 บาท และสินค้าอื่นๆ อาทิ ยางรถยนต์ โช๊คอัพ เบรค น้ำมันเครื่อง และ อุปกรณ์เสริมต่างๆ ลดทันที 10% รวมทั้งสามารถนำคะแนนบัตรเดอะวัน แลกรับส่วนลดสูงสุด 13% ต่อ 1 ใบเสร็จ /ครั้ง และ ทุกการใช้บริการมูลค่า 10,000 บาท รับกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิออโต้วันฟรี ช่วงเวลา 5 วันสุดคุ้มแบบนี้พบกันได้ที่ ออโต้วัน (AUTO 1) สาขาบางบัวทองที่เดียวเท่านั้น สอบถามเพิ่มเติม โทร 1308   “พบกับ ออโต้วัน (AUTO 1) 2 สาขาปทุมธานี และบางบัวทอง ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกความต้องการของสินค้าและบริการเรื่องรถครบวงจรในที่ๆเดียวได้อย่างสมบูรณ์แบบ” คุณสุทธิสาร กล่าวปิดท้าย            

กิจกรรม ล่าสุด

‘ฮาบิแทท กรุ๊ป’ คว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยมใน PropertyGuru Asia Property Awards 2018

‘ฮาบิแทท กรุ๊ป’ คว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยมใน PropertyGuru Asia Property Awards 2018

บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยมเพื่อการลงทุนของไทย นำโดย นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยนางสาวศศิวิมล สุทธิบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการเข้ารับ 2 รางวัล การันตีคุณภาพ 2 โครงการพรีเมี่ยม อย่างโครงการวินด์แฮม แอทลาส วงศ์อมาตย์ พัทยา (Wyndham Atlas Wongamat Pattaya) กับรางวัล Best Condo Interior Design (ASIA) และโครงการเลอรอย ร่วมฤดี (Leroy Ruamrudee) กับรางวัล Best Housing Architectural Design (ASIA) บนเวทีประกวดสุดยอดอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย พร็อพเพอร์ตี้กูรู เอเชีย พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ 2018 (PropertyGuru Asia Property Awards 2018) ณ ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล          
‘อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์’ จัดงาน Altitude Mastery Grand Open House

‘อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์’ จัดงาน Altitude Mastery Grand Open House

ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายสำหรับ โครงการ Altitude Mastery โครงการบ้านเดี่ยว ทำเลถนนพหลโยธิน 24 ราคาเริ่มต้นที่ 32 ล้านบาท ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัล รางวัล Best Housing Architectural Design จากงานอินเตอร์เนชั่นแนล พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ด เอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2561 ชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ และ ขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวร กรรมการบริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร จัดงาน Altitude Mastery Grand Open House เปิดบ้านครั้งแรก เพื่อต้อนรับลูกค้าและว่าที่ลูกค้าคนสำคัญ ดังนั้น ภายในงานจึงจัดให้มีการแสดงเครื่องเพชร จากแบรนด์ผู้ผลิตและผู้ออกแบบจิวเวอร์รี่อันดับหนึ่งของเมืองไทยอย่าง Beauty Gems โดยได้รับเกียรติจาก คุณหนึ่ง สุริยน ศรีอรทัยกุล เจ้าของมาร่วมงานด้วยตนเอง  ทั้งยังมีรถยนต์หรูจากค่าย Aston Martin มาร่วมให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษด้วยตัวเอง งานนี้ ชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ และ ขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวร กรรมการบริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และลูกค้าอย่างเป็นกันเอง ซึ่งในวันงานได้รับความสนใจและการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี มีลูกค้าจองซื้อบ้านภายในงาน บ้านจากทั้งหมด 8 หลัง เหลือเพียง ยูนิตสุดท้ายหนึ่งหลังแล้วเท่านั้น
ซีพีเอ็น ชูอินโนเวชั่นทางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ ต่อยอดวิสัยทัศน์ ‘Center of Life’ แตกไลน์ธุรกิจใหม่แบรนด์ ‘Common Ground’ โคเวิร์กกิ้งสเปซเต็มรูปแบบ

ซีพีเอ็น ชูอินโนเวชั่นทางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ ต่อยอดวิสัยทัศน์ ‘Center of Life’ แตกไลน์ธุรกิจใหม่แบรนด์ ‘Common Ground’ โคเวิร์กกิ้งสเปซเต็มรูปแบบ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ประกาศเดินหน้าขยายไลน์ธุรกิจใหม่แบรนด์ ‘คอมมอน กราวด์’ (Common Ground) โคเวิร์กกิ้งสเปซเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ และต่อยอดวิสัยทัศน์การสร้าง Center of Life ศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ด้วยการร่วมทุนกับ Common Ground Group แบรนด์โคเวิร์กกิ้งสเปซที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเป้าทุ่มงบ 800 ล้านบาท เปิด 20 สาขา ใน 5 ปี เปิดสาขาแรกต้นปีหน้า มุ่งเป็น ‘คอมมูนิตี้เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการหัวคิดใหม่ที่ดีที่สุด’ แห่งแรกในไทย ชูจุดแข็งความเป็นศูนย์การค้าอันดับหนึ่งของประเทศที่สามารถต่อยอดธุรกิจด้วยเน็ตเวิร์กและมาร์เก็ตเพลสของซีพีเอ็น และกลุ่มเซ็นทรัล พร้อมตอบรับชีวิตทำงานยุคใหม่ด้วย Holistic Lifestyle Integration เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพฮับแห่งเซ้าท์อีสต์เอเชีย และผลักดันเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งยั่งยืน ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์การสร้าง Center of Life ของเรา ในการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ เราจึงขยายไลน์ธุรกิจใหม่แบรนด์ ‘คอมมอน กราวด์’ (Common Ground) โคเวิร์กกิ้งสเปซเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็น the New Generation of Innovative Coworking Community เพื่อเป็น ‘คอมมูนิตี้เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการหัวคิดใหม่ที่ดีที่สุด’ แห่งแรกในไทย ด้วยการร่วมทุนกับ คอมมอน กราวด์ กรุ๊ป แบรนด์โคเวิร์กกิ้งสเปซที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งเป้าทุ่มงบ 800 ล้านบาท เปิด 20 สาขา ใน 5 ปี เปิดสาขาแรกต้นปีหน้า เพื่อตอบรับเทรนด์ coworking space และ sharing economy กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใน 10 ปีข้างหน้า และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของธุรกิจโคเวิร์กกิ้งแห่งใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายอิศเรศ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขาย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเทรนด์ของโคเวิร์คกิ้งสเปซในไทยว่า ในปัจจุบัน มีกลุ่มบริษัทโคเวิร์กกิ้งสเปซระดับนานาชาติจากต่างประเทศหันมาปักหมุดและลงทุนในประเทศไทย โดยปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ หนึ่ง เมกะเทรนด์ที่ไลฟ์สไตล์การทำงานของผู้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปตาม Technology และ Flexibility โดยต้องการพื้นที่ทำงานที่มีความเป็น Collaborative Workspace รวมถึงการลดต้นทุนทางธุรกิจทำให้รูปแบบการทำงานของผู้ประกอบการ และบริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลกจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยคาดว่าตลาด coworking space ในเอเชีย จะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 30% ในปี 2030 จากปัจจุบันที่มีตลาดอยู่ที่ 2% สอง อัตราการเติบโตของตัวเลขเอสเอ็มอีในประเทศไทย ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง 8-10% ต่อปี มากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยกว่า 1 ใน 6  มีธุรกิจอยู่ในกรุงเทพฯ หรือคิดเป็นกว่า 500,000 ราย โดยเอสเอ็มอีเหล่านี้ ล้วนแต่มองหาสถานที่ทำงานในทำเลที่ดี หรือ prime location แต่การเข้าถึงออฟฟิศให้เช่าเกรด A ในกรุงเทพฯ เป็นไปได้ยากและมีราคาสูง เช่นเดียวกับบริษัทใหญ่ๆ ที่ต้องการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ทำให้โคเวิร์กกิ้งในรูปแบบของ ‘คอมมอน กราวด์’ จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในเข้าถึงสถานที่ทำงานรูปแบบใหม่ หรือ โคเวิร์กกิ้งสเปซที่เต็มไปด้วยบริการมาตรฐานเกรด A แต่ยังตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพเปี่ยมไปด้วยเครือข่ายทางธุรกิจ มร. เออร์แมน อะคินซี หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งคอมมอน กราวด์ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของคอมมอน กราวด์ เผยว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเข้าใจผู้ประกอบการอย่างลึกซึ้งในประเทศไทย เราเชื่อว่าการผนึกกำลังในครั้งนี้กับเซ็นทรัลพัฒนาที่เป็นผู้นำการพัฒนาศูนย์การค้าของประเทศ และหนึ่งในบริษัทกลุ่มเซ็นทรัลจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ และสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ทำให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดธุรกิจด้วยเน็ตเวิร์กและมาร์เก็ตเพลส  พร้อมตอบรับชีวิตคนทำงานและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ด้วย Holistic Lifestyle Integration ด้วยความแข็งแกร่งและกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายของกลุ่มเซ็นทรัล ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม แบรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์และร้านอาหาร จะเป็นจุดแข็งด้านไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ครบครันและครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย” “การเปิดตัวคอมมอน กราวด์ในประเทศไทยนี้ถือเป็นการเปิดตัวในต่างประเทศเป็นประเทศที่ 3 ในภูมิภาคนี้ โดยจะเป็นรีจินัลแฟลกชิพแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยขนาดพื้นที่ถึง 4,500 ตร.ม. ซึ่งจะตั้งอยู่ใน Bangkok CBD ซึ่งโคเวิร์กกิ้งสเปซรูปแบบใหม่นี้จะทำให้ผู้ประกอบการหรือบริษัทใหญ่ต่างๆ สามารถลดต้นทุน เนื่องจากไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างออฟฟิศแบบถาวร ตั้งอยู่ใน Prime location ทำให้ติดต่องานและหมุนเวียนเปลี่ยนโลเคชั่นได้สะดวก อีกทั้ง มีความแตกต่างจากโคเวิร์กกิ้งสเปซอื่นๆ ด้วยจุดเด่นในการมอบไลฟ์สไตล์ที่ครบครันและสมบูรณ์แบบ (Enrich Lifestyle) ด้วยโลเคชั่นที่ใกล้กับศูนย์การค้าพร้อมสิทธิประโยชน์มากมายจากพันธมิตรทางธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ ทั้งแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ร้านอาหาร ธนาคาร ฟิตเนส ที่จอดรถ ร่วมด้วยกิจกรรมอีเว้นต์และไลฟ์สไตล์เวิร์กช็อปมากมาย พร้อมต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจ (Expand Business through our deep partnerships) ด้วยการได้ทดลองทำตลาด ทำจริง ขายจริง ในศูนย์การค้าของซีพีเอ็น และธุรกิจอื่นๆ ของกลุ่มเซ็นทรัล นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถใช้บริการได้ในทุกสาขาทั่วโลก และเพิ่มคอนเนคชั่นทางธุรกิจที่เปิดกว้างและหลากหลายกว่า” มร. เออร์แมน อะคินซี กล่าว มร. จุน เตียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมมอน กราวด์และอีกหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง กล่าวถึง แผนการลงทุนของคอมมอน กราวด์กรุ๊ปในระดับภูมิภาคว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า เราตั้งเป้าจะเติบโตกว่า 3 เท่าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสำหรับประเทศไทย จะมีจำนวนสาขาทั่วประเทศ กว่า 20 สาขา โดยกว่า 10 สาขาจะตั้งอยู่บน Prime Location ในกรุงเทพฯ ที่อยู่ในอาคารสำนักงานที่เชื่อมต่อกับศูนย์การค้าของซีพีเอ็น หรืออาคารสำนักงานให้เช่าอื่นๆ รวมถึงสาขาในหัวเมืองสำคัญ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และ พัทยา เป็นต้น ทำให้ผู้ประกอบการสามารถใช้บริการในโลเคชั่นของเราได้ทั้งในและต่างประเทศ”   มร. เตียว กล่าวเพิ่มเติมว่า  “คอมมอน กราวด์เป็นรูปแบบใหม่ของโคเวิร์คกิ้งสเปซในประเทศไทย โดยจับกลุ่มเป้าหมายคนทำงานรุ่นใหม่ ได้แก่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลุ่มสตาร์ทอัพและฟรีแลนซ์ 80% และกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความต้องการทำงานในโคเวิร์กกิ้งสเปซ 20% การขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศไทยในครั้งนี้ จึงมุ่งเข้ามาเพื่อสร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ให้กับคนไทย เพื่อตอบรับ 6 เทรนด์โคเวิร์กกิ้งสเปซที่จะเกิดขึ้นในปี 2019 ทั่วโลกอีกด้วย ทำให้คอมมอน กราวด์เป็นโคเวิร์กกิ้งสเปซเต็มรูปแบบที่ตอบโจทย์เทรนด์ระดับโลกทั้ง 6 ประการ เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย” โดย มร. เตียว กล่าวเพิ่มเติมถึง 6 เทรนด์โคเวิร์กกิ้งสเปซที่จะเกิดขึ้นในปี 2019 ทั่วโลก ได้แก่   ในระดับนักลงทุนธุรกิจโคเวิร์กกิ้ง คือ   เทรนด์การเข้ามาลงทุนทำ Coworking space จะเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความครบครันให้กับโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูสของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทัพย์ เทรนด์โลคัลแอคโกลบอล หรือ การผสมผสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของผู้ประกอบการในท้องถิ่นเข้ากับความเชี่ยวชาญการจัดการในระดับนานาชาติจากโกลบอลแบรนด์ในระดับผู้ประกอบการยุคใหม่ กระแส Work-Life Balance ในคนยุคใหม่ เทรนด์การชอบใช้พื้นที่การทำงานที่สามารถปรับเปลี่ยนได้และช่วยจุดประกายต่อยอดโอกาสธุรกิจ (Flexible & Hyper Competitive Space) เทรนด์ความต้องการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กด้วยเทคโนโลยีและระบบบล็อคเชนในพื้นที่การทำงาน และ เทรนด์ที่กลุ่มบริษัทใหญ่ๆ (Corporate) เริ่มมองหาพื้นที่การทำงานในรูปแบบใหม่เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้กับองค์กร รวมถึงเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ              
ออลล์ อินสไปร์ฯ เอาใจสมาชิก อินสไปร์ ฮับ จัดกิจกรรมเติมความสุข All Inspire A Taste of Living

ออลล์ อินสไปร์ฯ เอาใจสมาชิก อินสไปร์ ฮับ จัดกิจกรรมเติมความสุข All Inspire A Taste of Living

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น เดินหน้าสร้างสายสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านกลยุทธ์ CRM (Create Real Motivation) จัดกิจกรรม All Inspire A Taste of Living มอบความสุขสุดพิเศษ กับกิจกรรม Cooking Session รังสรรค์เมนูอาหารคาว-หวานและกิจกรรมชมภาพยนตร์ The Ultimate Experience มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตสุดพิเศษ ให้ลูกค้าคนพิเศษแก่สมาชิก Inspire Hub Member เท่านั้น   นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น กล่าวว่า เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อมั่นและไว้วางใจ ด้วยการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าทุกโครงการให้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว พร้อมเดินหน้าสร้างสายสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านกลยุทธ์ CRM หรือ Create Real Motivation จุดเริ่มต้นของ Inspire Hub ที่เป็นการสร้างพลังในการสร้างสรรค์แรงบันดาลใจของการใช้ชีวิตให้แก่ลูกค้าของ ออลล์ อินสไปร์ฯ พร้อมมอบ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และประสบการณ์สุดพิเศษ ผ่าน 2 กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Cooking Session : รังสรรค์เมนูอาหารคาว – หวาน ร่วมกับเชฟเบลล์ เชฟสาวสุดมั่นจากรายการ Master Chef Thailand Season 2 และ The Ultimate Experience : สัมผัสที่สุดกับประสบการณ์พิเศษในโรงภาพยนตร์ Blue Ribbon Screen กับภาพยนตร์เรื่อง “Johnny English” นอกจากนี้ ยังมีนักแสดงหนุ่มหล่อมากความสามารถ แบม ปีติภัทร รับหน้าที่เป็นพิธีกรภายในงาน “นอกจากจะพัฒนาคุณภาพชีวิต และไลฟ์สไตล์ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในราคาที่จับต้องได้แล้วกิจกรรมที่ทาง ออลล์ อินสไปร์ฯ เลือกสรรมา ยังมุ่งเน้นการมอบความสุขที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจของการใช้ชีวิต อีกทั้งยังตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตและสร้าง Create Real Motivation อย่างแท้จริง” นายธนากร กล่าวตอนท้าย   ติดตามอัพเดทกิจกรรมดีๆ ที่ Facebook/fanpage All Inspire Development PCL. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 02 029 9999              
คอตโต้ตอกย้ำศักยภาพนวัตกรรมงานดีไซน์ ส่งผลงานใหม่ที่ร่วมอวดสายตาชาวโลกในงานมหกรรมกระเบื้องระดับโลก ที่อิตาลี เข้าร่วมโชว์ในงานบ้านและสวนแฟร์ 61

คอตโต้ตอกย้ำศักยภาพนวัตกรรมงานดีไซน์ ส่งผลงานใหม่ที่ร่วมอวดสายตาชาวโลกในงานมหกรรมกระเบื้องระดับโลก ที่อิตาลี เข้าร่วมโชว์ในงานบ้านและสวนแฟร์ 61

เพราะ “ บ้าน” เป็นพื้นที่สำคัญ สำหรับคนในครอบครัว หรือถ้าจะบอกว่าเป็นศูนย์รวมความสุขที่สมาชิกได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน และคงจะดีไม่น้อย หากมีบ้านสวยสมบูรณ์แบบที่ทำให้การพักผ่อนร่วมกัน มีความหมายมากขึ้น การมองหาวัสดุที่ควรค่า จึงเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ คอตโต้ มุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้า ให้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มความสุขในทุกพื้นที่ของบ้านให้เต็มเปียมอย่างแท้จริง นายนำพล มลิชัย Chief  Marketing Officer บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องคอตโต้ พูดถึง คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ที่นำมาร่วมแสดงในครั้งนี้ ว่า “PREMIUM Collection” นับเป็นผลงานใหม่ล่าสุด ที่ทีมดีไซน์ของ คอตโต้ นำแรงบันดาลใจจากความงดงาม ของวัสดุธรรมชาติ จากทั่วทุกมุมโลก มารวมกันไว้อย่างน่าสนใจมากที่สุดชุดหนึ่ง ที่สำคัญ เป็นคอลเลคชั่นที่มีการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน  เพื่อให้เจ้าของบ้านได้สัมผัสความงามของธรรมชาติ สู่พื้นที่ในบ้านได้อย่างสมบูรณ์  แบบ Luxurious Natural   พร้อมกับสะท้อนความหรูหราในทุกมุมมอง ด้วยนวัตกรรมพิเศษ ให้ผิวสัมผัสเสมือนจริง แบบ Authentic Texture ในคอลเลคชั่นนี้มีขนาดให้เลือกหลากหลาย โดยขนาดใหญ่มากถึง 60x120 ซม. ช่วยให้พื้นที่ห้องดูโอ่โถงมากยิ่งขึ้น   ล่าสุด คอตโต้ได้ถือโอกาสนำผลงานที่น่าสนใจในคอลเลคชั่นใหม่ ชุด SOAPSTONE Series CEPPO Series ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จาก CERSAIE 2018 งานกระเบื้องเซรามิกที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี ที่คอตโต้ นำผลงานไปร่วมแสดงที่ผ่านมา มาร่วมโชว์ในงานบ้านและสวน’61 อิมแพ็ค เมืองทองธานี นี้ด้วย “ นายนำพลกล่าวสรุป   สำหรับผู้ที่สนใจ หรือกำลังมองหาวัสดุตกแต่ง ที่งดงาม หรูหราที่แอบอิงธรรมชาติ อย่างมีระดับ มาร่วมเติมความสมบูรณ์แบบของบ้าน สามารถชมสินค้าหรือขอคำแนะนำได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายกระเบื้องคอตโต้ และ www.cotto.com SOAPSTONE Series แรงบันดาลใจจากแร่หินธรรมชาติ Talc และ Quartz ซึ่งมีลวดลายแทรกซึมอยู่ในชั้นหินที่ทับถมมาเป็นเวลานาน จนเกิดเป็น Design ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว   CEPPO Series จากลวดลายของหินท่ามกลางภูเขา Clemo และทะเลสาป d’Iseo เมือง Bargamo ประเทศอิตาลี เป็นหินที่นิยมใช้ในการสร้างสรรค์ สถาปัตยกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยโรมันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเอกลักษณ์ที่คลาสสิค หรูหราแต่ยังคงความเรียบง่ายและสามารถใช้ได้กับสถาปัตยกรรมทุกรูปแบบ CALACATTA CLASSICO Series แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ความขาวละมุน อันแสนอบอุ่นของหินอ่อน GOLDEN CALACATTA ซึ่งเป็นหินอ่อนกัลกัตตา ที่มีชื่อเสียงในอิตาลี        
ธนาแลนด์ จัดกิจกรรม Thank You Party : Happiness at Thana Astoria

ธนาแลนด์ จัดกิจกรรม Thank You Party : Happiness at Thana Astoria

นายโกวิทย์ สุวาณิชย์กุล (ที่ 4 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาแลนด์ จำกัด พร้อมทีมบริหารร่วมกันจัดงาน “Thank You Party : Happiness at Thana Astoria” เพื่อขอบคุณ และส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าของโครงการคอนโดมิเนียม ธนา แอสโทเรีย ปิ่นเกล้า ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ  กิจกรรม เวิร์กช้อปทำขนมคัพเค้กกับคุณเพชร กรุณพล, Workshop Cactus ปลูกต้นกระบองเพชรน่ารักๆ, บริการล้างรถ-เติมลมให้ลูกค้า และกิจกรรมสนุก ๆ อิ่มอร่อยอื่น ๆ อีกมากมาย ปิดท้ายงานช่วงค่ำด้วยมินิคอนเสิร์ตในบรรยากาศอบอุ่นจาก อะตอม ชนกันต์ นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง พร้อมมอบของขวัญ-ของรางวัลมากมาย รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษสุดสำหรับลูกค้าใหม่ที่จองสิทธิ์ภายในงาน โดยได้รับความสนใจจากลูกบ้านเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก          
หายเหนื่อย...โครงการบ้านอิสสระ บางนา ได้รับรางวัล Best Housing Development (Asia) บ้านหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ในงานอินเตอร์เนชั่นแนล พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ด เอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2561

หายเหนื่อย...โครงการบ้านอิสสระ บางนา ได้รับรางวัล Best Housing Development (Asia) บ้านหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ในงานอินเตอร์เนชั่นแนล พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ด เอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2561

หลังทุ่มเททำงานและพัฒนาโครงการในเครือชาญอิสสระ มาอย่างเต็มที่ ล่าสุด คุณปลาทู-ดิฐวัฒน์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด พร้อมด้วย คุณธีราภรณ์ ศรีเจริญวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ ควงแขนเข้ารับรางวัลการประกวดผลงานอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยมในงานอินเตอร์เนชั่นแนล พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ด เอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2561 โดย โครงการบ้านอิสสระ บางนา ได้รับรางวัล Best Housing Development (Asia) บ้านหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ซึ่งออกแบบโดย A49 ซึ่งในปี 2560 โครงการ อิสสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9 ก็ได้รับรางวัลนี้เช่นกัน และ โครงการทิวทะเลเอสเตท ชะอำ-หัวหิน ได้รับรางวัล Best Mixed Use Development (Thailand) โครงการที่พักตากอากาศที่มีครบทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรม เรสซิเดนซ์ และ คอมมูนิติมอลล์  งานนี้ทำเอาหนุ่มปลาทู ยิ้มแก้มปริและหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง พร้อมขอบคุณทีมงานทุกๆ คน ที่ร่วมแรงร่วมใจจนโครงการได้รับรางวัล พร้อมประกาศเตรียมลุยพัฒนาโครงการคุณภาพต่อในปีหน้าและปีต่อๆไป          
พฤกษา โฮลดิ้ง คว้า 2 รางวัลเกียรติยศต่อเนื่อง ตอกย้ำความใส่ใจเพื่อสร้างองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

พฤกษา โฮลดิ้ง คว้า 2 รางวัลเกียรติยศต่อเนื่อง ตอกย้ำความใส่ใจเพื่อสร้างองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

"พฤกษา โฮลดิ้ง คว้า 2 รางวัลเกียรติยศในงานประกาศผลรางวัลต้นแบบองค์กรที่ยั่งยืน" จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมี นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) รับรางวัล บริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืน ต่อเนื่องปีที่ 2 โดยในปีนี้ได้รับรางวัล Outstanding Sustainability Awards 2018 และ นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) รับรางวัลหุ้นยั่งยืน Thailand Sustainability Investment 2018 (THIS) ต่อเนื่องปีที่ 3 ซึ่งทั้ง 2 รางวัลนับเป็นเครื่องการันตีถึงความใส่ใจในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักบรรษัทภิบาล ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมไปถึงการใส่ใจด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน          
เอสซี แอสเสทฯ รับ 2 รางวัลเกียรติยศในงาน SET Sustainability Awards 2018 ปีแรกกับรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืนดีเด่น (Outstanding) พร้อมรางวัลหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

เอสซี แอสเสทฯ รับ 2 รางวัลเกียรติยศในงาน SET Sustainability Awards 2018 ปีแรกกับรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืนดีเด่น (Outstanding) พร้อมรางวัลหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมกับ นายสมบูรณ์ คุปติมนัส เลขานุการ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมรับ 2 รางวัลเกียรติยศในงาน SET Sustainability Awards 2018 โดยเป็นปีแรกที่ได้รับรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืนดีเด่น (Outstanding) และเป็นรางวัลเดียวในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 10,000-30,000 ล้านบาท พร้อมกับรางวัล Thailand Sustainability Investment (THSI) หุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมี ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการ และ ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัล ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้

ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุด

ปาร์คทูโก ตั้งเป้ามีส่วนดันตลาดรวมที่จอดรถทะลุ 8 พันล้านบาท ลุย ‘จองก่อนจอด’ อิมแพค  สยายปีกเปิดรับสมาชิกธุรกิจ เสริมรายได้ที่จอดรถ 100 ลานจอดทั่วกรุง

ปาร์คทูโก ตั้งเป้ามีส่วนดันตลาดรวมที่จอดรถทะลุ 8 พันล้านบาท ลุย ‘จองก่อนจอด’ อิมแพค สยายปีกเปิดรับสมาชิกธุรกิจ เสริมรายได้ที่จอดรถ 100 ลานจอดทั่วกรุง

บริษัท ปาร์คทูโก จำกัด ผู้ให้บริการสมาร์ทปาร์คกิ้ง และผู้บุกเบิกแอปพลิเคชัน ‘park2go’ จองก่อนจอด พื้นที่จอดรถอัจฉริยะในย่านธุรกิจ เผยภาพรวมตลาดปล่อยเช่าที่จอดรถรุ่งกว่า 6 พันล้านบาทต่อปี ล่าสุดลุยจองก่อนจอด คว้าสิทธิบริหารที่จอดรถ อิมแพค พร้อมชวนผู้ประกอบการร่วมธุรกิจที่จอดรถกับปาร์คทูโก เพิ่มกำไรก้าวกระโดด 30% รุกพื้นที่ CBD, แหล่งท่องเที่ยว หวังเป็นคู่คิดธุรกิจที่จอดรถครบทุกโซลูชั่น ตั้งเป้ามีส่วนดันรายได้ตลาดลานจอดรถโดยรวมทะลุ 8 พันล้าน     อภิราม สีตกะลิน กรรมการผู้จัดการบริษัท ปาร์คทูโก จำกัด ผู้ก่อตั้งและบุกเบิก แอปฯ ‘park2go’ เผยว่า จากการประเมินสถิติรถยนต์จดทะเบียนของกรมการขนส่งทางบก มีรถอยู่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 10 ล้านคัน หากประมาณการผู้ใช้รถชำระค่าจอดรถ 50 บาท / คัน / เดือน มูลค่ารวมตลาดธุรกิจที่จอดรถจะเฉลี่ยอยู่ที่ 6 พันล้านบาทต่อปี ปาร์คทูโกเล็งเห็นโอกาสการเติบโตตั้งเป้าโต 20 % ดันรายได้ตลาดลานจอดรถโดยรวมทะลุ 8 พันล้านภายใน 3 ปี ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมรายได้ผ่านแอปพลิเคชัน ‘park2go’ ผู้ใช้รถจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ สามารถ ‘จองก่อนจอด’ มีที่จอดแน่นอนก่อนถึงที่หมาย มีส่วนช่วยให้เจ้าของลานจอดมีรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าจองโดยเฉลี่ย 10-30% พร้อมรุกเปิดรับธุรกิจที่จอดรถมาเป็นสมาชิกปาร์คทูโก 100 ลานจอดทั่วกรุง เจาะแหล่งชุมชน, แหล่งท่องเที่ยว และย่าน CBD ประเดิม 10 ลานจอดแรก รับโปรโมชั่นพิเศษ หวังเพิ่มโอกาสและศักยภาพธุรกิจที่จอดรถไทยสร้างกำไรได้มากขึ้น     ล่าสุดปาร์คทูโก ได้สิทธิบริหารพื้นที่ลานจอดรถ อิมแพค เมืองทองธานี ของบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด พร้อมพาผู้ใช้รถสัมผัสประสบการณ์ใหม่ 'จองก่อนจอด’ ณ ลานจอดรถในร่ม อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพค เมืองทองธานี (บริเวณโซน H-N 31-32) รวมกว่า 36 ช่องจอด ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา รองรับงานทุกงาน ทุกอีเว้นต์ ที่ เมืองทองธานี อาทิ คอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ดโชว์ 2018, มอเตอร์เอ็กซ์โป 2018 ผู้ใช้รถสามารถ ‘จองก่อนจอด’ ก่อนมาถึงงาน มีที่จอดแน่นอน คาดว่ามีรถหมุนเวียนเข้าใช้บริการนี้ไม่น้อยกว่าปีละ 3.5 หมื่นคัน     “หัวใจสำคัญของการร่วมธุรกิจกับปาร์คทูโก คือ เราช่วยเพิ่มให้ลานจอดรถของคุณเต็ม เพิ่มช่วงเวลาสร้างรายได้ที่หายไปที่ลานจอดรถไม่เคยได้จากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งช่วยเพิ่มยอดได้ 10-30% ในแง่ผู้ใช้รถจะได้ประโยชน์จากการไม่ต้องวนหาที่จอดรถ ลดการผลาญน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ ถ้ามองในเชิงมหภาคประเทศไทยสูญเสียน้ำมันจากการวนหาที่จอดรถปีละ 3.6 พันล้านบาท การใช้แอปฯ ปาร์คทูโก แค่ 10% ของประชากรรถยนต์ในเขตเมืองหลวงจะช่วยชาติลดการสูญน้ำมันได้อย่างน้อยปีละ 360 ล้านบาทแล้ว”     ปัจจุบันมีลานจอดรถเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับปาร์คทูโกแล้วหลายแห่ง อาทิ ที่จอดรถหลังมหาวิทยาลัยหอการค้า, ลานจอดรถ BTS ปุณณวิถี, ร้านอาหารกัลปพฤกษ์ @สีลม, ลานจอดอาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพค เมืองทองธานี รองรับงานบ้านและสวนแฟร์, ไทยเที่ยวไทย และอีกมากมาย ซึ่งแพลตฟอร์มของปาร์คทูโกถือเป็นโฉมใหม่ของการยกระดับวงการที่จอดรถไทย     “ร้านอาหารกัลปพฤกษ์ @สีลม เป็นลานจอดที่เราเข้าไปช่วยแก้ปัญหาทุกโซลูชั่น ตั้งแต่ช่วยเพิ่มพื้นที่ที่จอดรถให้มากขึ้นด้วยเครื่องจอดรถอัตโนมัติ วางระบบบริหารจัดการ ระบบจ่ายเงินอัตโนมัติ รวมถึงใช้แอปฯ ปาร์คทูโกช่วยเพิ่มลูกค้าสร้างการหมุนเวียนจุดจอดได้ 8 รอบต่อวัน เพิ่มรายได้จากเดิมได้มากกว่า 133% นี่เป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จ ทำให้ลานจอดรถไม่ใช่แค่บริการเสริม แต่สร้างเม็ดเงินเพิ่มได้จริงๆ”     สำหรับการเพิ่มสมาชิกร่วมธุรกิจ กลยุทธระยะสั้นปาร์คทูโกเน้นการตลาดเชิงรุกมุ่งตรงถึงกลุ่มผู้ประกอบการที่มีลานจอดรถทุกประเภท ในทำเลที่มีดีมานต์ที่จอดรถสูง อาทิ สาทร สุขุมวิท ทองหล่อ เยาวราช จตุจักร โดยมีแผนประชาสัมพันธ์ผ่านออนไลน์ ได้แก่ แอปพลิเคชัน, เฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ปาร์คทูโก ซึ่งอยู่ในระหว่างปรับโฉมใหม่     ผู้สนใจร่วมทำธุรกิจกับปาร์คทูโก ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของลานจอดรถเท่านั้น ผู้มีพื้นที่ว่าง เจ้าของที่ดิน ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะเล็กจอดรถได้คันเดียว หรือจอดรถได้เป็นสิบเป็นร้อยคัน ไปจนถึงเจ้าของอาคารสำนักงาน, โรงพยาบาล, ร้านอาหาร, คอมมูนิตี้มอลล์ ฯลฯ สามารถร่วมธุรกิจกับปาร์คทูโกได้ ขอเพียงมีพื้นที่ว่างและอยู่ในทำเลที่เหมาะสม   พิเศษ! ช่วงโปรโมชั่นรับสิทธิประโยชน์ มูลค่ารวมกว่า 3.6 แสนบาท สำหรับ 100 ลานจอดแรกที่สนใจมาร่วมเป็นสมาชิกปาร์คทูโก ฟรี! ค่าสมาชิกแรกเข้า-ค่าบริหารจัดการตลอดอายุสัญญา และแอปพลิเคชัน และ 10 ลานจอดแรกเท่านั้น จะได้รับอุปกรณ์ส่งเสริมการขายประจำลานจอดรถฟรี! ได้แก่ กรวยจราจร, หมวก, ร่ม, ป้ายแบนเนอร์ และสมาร์ทโฟน Huawei รุ่น Y7 จำนวน 1 เครื่อง ตลอดจนบริการที่ปรึกษาการตลาด บริหารการตลาดออนไลน์ และแอปพลิเคชัน
“ORI” จ่อโอนโครงการใหม่สร้างเสร็จพร้อมรับรู้รายได้ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ส่งโปรโดนใจตลาดพร้อมลุยเปิดขายโครงการต่อเนื่อง

“ORI” จ่อโอนโครงการใหม่สร้างเสร็จพร้อมรับรู้รายได้ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ส่งโปรโดนใจตลาดพร้อมลุยเปิดขายโครงการต่อเนื่อง

ออริจิ้น เผยเตรียมทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการสร้างเสร็จใหม่ไตรมาส 4 เพิ่ม 2 โครงการ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท หลังงานก่อสร้างรุดหน้า ติดเครื่องลุยแคมเปญทางการตลาด มั่นใจภาพรวมทั้งปีเป็นไปตามแผน   นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill) เคนซิงตัน (Kensington) และโครงการแนวราบแบรนด์ บริทาเนีย (Britania) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 บริษัทมีโครงการใหม่แล้วเสร็จพร้อมโอน ได้แก่ โครงการนอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท105 (Notting Hill Sukhumvit 105) มูลค่าโครงการ 2,350 ล้านบาท ที่สร้างเสร็จเร็วกว่าแผน พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันที ทั้งนี้มี Secure Backlog แล้วถึง 80% และโครงการนอตติ้ง ฮิลล์ จตุจักร อินเตอร์เชนจ์ (Notting Hill Jatujak-Interchange) มูลค่าโครงการ 650 ล้านบาท ซึ่งมี Secure Backlog แล้วถึงกว่า 95%  ผนวกกับบริษัทมีความตั้งใจดำเนินงานก่อสร้างอย่างเต็มที่ให้แล้วเสร็จตามแผน ทำให้บริษัทมีความมั่นใจว่าการรู้รายได้จะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง   “ในขณะเดียวกัน ช่วงไตรมาส 4 บริษัทเดินหน้าเปิดขายโครงการใหม่อย่างเป็นทางการอีก 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพารค์ ออริจิ้น ทองหล่อ มูลค่าโครงการ 12,000 ล้านบาท 2.โครงการบริทาเนียเมกา ทาวน์ บางนา มูลค่าโครงการ  1,900 ล้านบาท และ 3. โครงการบริทาเนียบางนา สุวรรณภูมิ มูลค่าโครงการ  1,000 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการกว่า 14,900 ล้านบาท”   นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากระแสการตอบรับกับแคมเปญต่างๆ ของบริษัทนั้น ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี สังเกตได้จากการจัดงานอีเวนท์ในครั้งที่ผ่านๆ มา เช่น งาน Origin Shock Price ณ ลานแฟชั่น ฮอลล์ ศูนย์การค้า สยาม พารากอน ที่ช่วยให้ผู้บริโภคในทุกเซ็กเมนต์มีโอกาสเข้าถึงโครงการที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น จนสามารถกวาดยอดขายไปได้มากกว่า 240 ล้านบาท ในเวลา 2 วัน หรือจากโปรโมชั่น Last Minute แซงมาตรการรัฐ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคอย่างล้นหลาม   ทั้งนี้ จากยอดขายและผลประการดำเนินงานที่ทำได้ดีตลอดช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการทุกด้าน ทั้งยอดขาย รายได้ ในปีนี้ จะสามารถเป็นไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้   สำหรับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Project Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 54 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 82,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร          
เอสซีฯ ผลดำเนินงาน 9 เดือน เติบโตทุกด้าน รายได้รวม 10,365 ลบ. เติบโต 32%  กำไรสุทธิ 1,096 ลบ. เติบโต 56%   ไตรมาสสุดท้ายรุกเปิด 5 โครงการแนวราบ มูลค่า 5,550 ลบ.   พร้อมจัดงานใหญ่  “This is  BEATNIQ” เปิดประสบการณ์คอนโดสไตล์ MCM (Mid-Century Modern) มิติใหม่บนถนนสุขุมวิท 21 พ.ย.นี้

เอสซีฯ ผลดำเนินงาน 9 เดือน เติบโตทุกด้าน รายได้รวม 10,365 ลบ. เติบโต 32% กำไรสุทธิ 1,096 ลบ. เติบโต 56% ไตรมาสสุดท้ายรุกเปิด 5 โครงการแนวราบ มูลค่า 5,550 ลบ. พร้อมจัดงานใหญ่ “This is BEATNIQ” เปิดประสบการณ์คอนโดสไตล์ MCM (Mid-Century Modern) มิติใหม่บนถนนสุขุมวิท 21 พ.ย.นี้

นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสนับสนุนองค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำทุกระดับราคา   กล่าวถึงความสำเร็จของผลประกอบการ 9 เดือนว่า “SC มีการเติบโตในทุกด้าน ทั้งยอดขาย รายได้รวม และกำไรสุทธิ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 โดยบริษัทฯ มียอดขายรวมเท่ากับ 11,800 ล้านบาท เติบโต 8% มีรายได้รวมเท่ากับ 10,365 ล้านบาท เติบโต 32% และมีกำไรสุทธิ 1,096 ล้านบาท เติบโตขึ้น 56%” โดยไตรมาส 3/2561 มียอดขาย 4,564 ล้านบาท เติบโต 28% มีรายได้รวมเท่ากับ 3,713 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขาย 3,500 ล้านบาท และรายได้จากการเช่าและบริการ 208 ล้านบาท กำไรสุทธิ 392 ล้านบาท  บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมและหนี้สินรวม ณ วันที่ 30 กันยายน 22561 เท่ากับ 42,794 ล้านบาท และ 27,276 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับไตรมาส 4/2561 นี้ บริษัทจะเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวมประมาณ  5,550 ล้านบาทซึ่งเป็นโครงการแนวราบทั้งหมด ได้แก่  บ้านเดี่ยว 4 โครงการ และ โฮมออฟฟิศ  1 โครงการ ทั้งนี้เนื่องจากยอดขายแนวราบ กลุ่มบ้านเดี่ยว 8-20 ล้านบาท ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ด้วยแนวคิด ดีไซน์มีเอกลักษณ์  สิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์  และทำเลที่ดี  ทำให้ยอดขาย 9 เดือนเติบโตสูง 230% (YoY)  บริษัทฯ จึงเปิดแบรนด์บางกอก บูเลอวาร์ด 3 โครงการใหม่ต่อเนื่อง  ประกอบด้วย โครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ศรีนครินทร์-บางนา มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท พื้นที่ 55-3-20 ไร่ จำนวน 200 ยูนิต โครงการ บางกอกบูเลอวาร์ด พระราม 9 มูลค่าโครงการ 1,350 ล้านบาท พื้นที่ 30-1-0.6 ไร่  จำนวน 108 ยูนิต โครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา-เสรีไทย มูลค่าโครงการ 415 ล้านบาท  พื้นที่ 10-0-6 ไร่ จำนวน 31 ยูนิต   โดยทั้ง 3 โครงการอยู่ในโซนกรุงเทพฝั่งตะวันออกเป็นหลัก เนื่องจากเป็นทำเลศักยภาพแห่งอนาคต ที่จะเกิดโครงการ Mega Project มากมาย และรองรับความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ สู่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยปัจจัยบวกต่างๆ ที่รองรับ EEC ทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สีส้มและสีชมพู รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ และถนนตัดใหม่ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า พร้อมกับการเปิดโครงการ เวนิว พระราม 9 มูลค่าโครงการ 1,150 ล้านบาท  พื้นที่ 34-0-24 ไร่  จำนวน 143 ยูนิต ระดับราคา 6-10 ล้านบาท และ โครงการ เวิร์คเพลส เพชรเกษม 81-2 มูลค่าโครงการ 630 ล้านบาท  เป็นโฮมออฟฟิศ 3 ชั้น ราคา 6-10 ล้านบาท บนพื้นที่ 11-2-34.1 ไร่ จำนวน 112 ยูนิต   นอกจากนี้ ในวันที่ 21 พ.ย. 2561 บริษัทฯ จะจัดงานใหญ่ส่งท้ายปี คือ “This is BEATNIQ”   เพื่อร่วมเปิดประสบการณ์มิติใหม่สไตล์ MCM (Mid-Century Modern) ณ คอนโด BEATNIQ (บีทนิค) สุขุมวิท 32 Limited Luxury Collection   ที่มีสถาปัตยกรรมอันมีเอกลักษณ์พิเศษและเป็นแลนด์มาร์คใหม่บนถนนสุขุมวิท   นายอรรถพล กล่าวสรุปว่า “ ในไตรมาส 4 SC มีโครงการต่อเนื่องที่เปิดขาย 43 โครงการ มูลค่าคงเหลือเพื่อขายรวมกว่า 37,400 ล้านบาท และจะเปิดอีก 5 โครงการใหม่ มูลค่า 5,550 ล้านบาท พร้อมกับ Backlog หรือยอดขายรอโอน  11,800 ล้านบาท โดยประมาณ 45% จะรับรู้รายได้ในปีนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะสนับสนุนยอดขายและรายได้ของ SC ให้ได้ตามเป้าหมาย ”   สนใจเยี่ยมชมโครงการใหม่ และ สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 1749 หรือ www.scasset.com          
“Yuu ศรีราชา” คอนโดเหนือระดับ สไตล์ ZEN สุด Exclusive ริมโค้งหาดศรีราชา

“Yuu ศรีราชา” คอนโดเหนือระดับ สไตล์ ZEN สุด Exclusive ริมโค้งหาดศรีราชา

ถ้าพูดถึงศรีราชา จ. ชลบุรี ก็ต้องนึกถึงชาวญี่ปุ่น เพราะเป็นชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่สุดที่พักอาศัยอยู่ในศรีราชา  ทั้งในรูปแบบได้รับใบอนุญาตทำงาน (work permit) และเข้ามาทำงานแบบชั่วคราว ทำให้ที่นี่ “ศรีราชา” กลายเป็นแหล่งที่มีชาวญี่ปุ่นอยู่อาศัยกันมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในเมืองไทย ถึงขนาดได้รับการเรียกขานว่าเป็น “ลิตเติ้ลโอซาก้า” เลยทีเดียว และเชื่อว่าจำนวนชาวต่างชาติจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเกิดการจ้างงานใหม่ๆ ขึ้นจากภาคอุตสาหกรรม ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาครัฐบาลประกาศเดินหน้าโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor:EEC) เป็นภาคสองต่อยอดจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ซึ่ง “ชลบุรี” ก็เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความโดดเด่นในหลายมิติ เป็นจังหวัดที่มี GPP (Gross Provincial Products - ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด) สูงเป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเมือง “ศรีราชา” เมืองที่เศรษฐกิจมีการขยายตัวสูง และก็เป็นทำเลยอดฮิตที่ครบทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งกิน แหล่งที่อยู่อาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ มากมายทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาล เป็นต้น เครือแสงฟ้าก่อสร้าง เปิดตัว “Yuu ศรีราชา” คอนโดเหนือระดับ สุด Exclusive ริมโค้งหาดศรีราชา ด้วยเหตุนี้ พื้นที่ “ศรีราชา” จึงเกิดการลงทุนในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างคึกคักในทุกรูปแบบ ซึ่งก็รวมถึงคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ “Yuu ศรีราชา” คอนโดฯ สุด Exclusive ที่ด้านหน้าโครงการติดถนนสุขุมวิท และด้านหลังติดริมหาดศรีราชา เป็นโครงการที่ถือว่าตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุด พัฒนาโดยบริษัท เอสเอฟซี เวนเจอร์ ศรีราชา จำกัด ในเครือแสงฟ้าก่อสร้าง นายเชิดศักดิ์ อัมพรสุขสกุล กรรมการ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด กล่าวอย่างเชื่อมั่นว่า พื้นที่ศรีราชายังมีดีมานด์ ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากคนในพื้นที่ กลุ่มนักลงทุน และกลุ่มคนที่ต้องการซื้อไว้เป็นบ้านพักหลังที่สองเพราะใช้เวลาขับรถเพียงแค่ 1 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ด้วยการคมนาคมที่สะดวกสบาย หรือกลุ่มต่างชาติที่ซื้อไว้ใช้ชีวิตในวัยเกษียณ ซึ่งนั่นก็เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโครงการ “Yuu ศรีราชา” คอนโดฯ สุด Exclusive บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารสูง 29 ชั้น มีห้องชุดพักอาศัยจำนวน 285 ยูนิต (ชั้น5-29) มีขนาดพื้นที่ใช้สอยในห้องพัก ขนาด 1 และ 2 ห้องนอน ตั้งแต่ 34 ถึง 72 ตรม. มีห้องชุดพาณิชยกรรม (SHOP UNITS) 6 ยูนิต ราคขายเฉลี่ยของโครงการที่ 130,000 บาทต่อตรม. รวมมูลค่าโครงการกว่า 1,750 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายโครงการไปแล้วกว่า 40 % มีความคืบหน้างานโครงสร้างกว่า 70% ( ณ เดือนตุลาคม ก่อสร้างถึงชั้น 24 ) คาดก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบให้ลูกค้าในไตรมาส 3 ปี 2562   ชู 5 จุดขายหลักตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่   Yuu ในภาษาญี่ปุ่นนั้นแปลว่า ความสง่างาม เหนือระดับ และโครงการดังกล่าว พัฒนาภายใต้แนวคิดการใช้ชีวิตตามปรัชญา ZEN ที่เน้นความเรียบง่าย อิงธรรมชาติอันเงียบสงบ เพื่อการพักผ่อนขั้นสูงสุด พร้อมสรรค์สร้างระบบ “Smart Living” สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ในก้าวสู่การใช้ชีวิตแบบ “THE ULTIMATE LIVING EXPERIENCE”  จุดขายหลักของโครงการ Yuu แบ่งออกเป็น 5 ความเหนือระดับด้วยกันคือ The Ultimate Design : คอนเซ็ปต์ โดยรวมของโครงการนั้นได้แรงบันดาลใจมาจาก แนวคิดการใช้ชีวิต ตามปรัชญา ZEN จากรูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคาร ที่เน้นความเรียบง่ายแต่สง่างาม ด้วยมงกุฎสีทองอร่ามบนยอดตึก เปรียบดังแร่ทองคำ ที่สื่อถึงความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ ในส่วนของรูปแบบการตกแต่งภายในห้องพักและส่วนกลาง เราเน้น รูปแบบที่เรียบง่าย ใช้โทนสีอิงธรรมชาติ เพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย ในขณะเดียวกัน เราให้ความใส่ใจเรื่องการ จัดสรรรายละเอียดในทุกตารางพื้นที่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามแบบฉบับวิถีชีวิต ของคนญี่ปุ่น The Ultimate Facilities : ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ โรงแรม 5 ดาว สิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ตอบรับทุกการใช้ชีวิตเหนือระดับ ของคุณและครอบครัวบนพื้นที่ส่วนกลางชั้น 4  กว่า 1,600 ตรม. เช่น บ่อแช่ออนเซ็นทั้งในร่มและกลางแจ้ง แยกชายและหญิงในสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น, Japanese Tatami Room ห้องสันทนาการและพักผ่อนในบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมชมวิว สวนหินรูปแบบ Zen, Infinity Edge Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อมวิวทะเลสุดสายตา และ Sky Fitness ห้องออกกำลังกายวิวทะเลชั้นลอยเหนือสระว่ายน้ำ, Co-Working Space ให้คุณได้ทำงาน หรือพักผ่อนอ่านหนังสือในบรรยากาศผ่อนคลาย,  และ Beach Patio and Pier ทางเดินลงหาด แบบเล่นระดับที่มีมุมพักผ่อนในแต่ละชานพัก ให้คุณนั่งชมพระอาทิตย์ ลับขอบฟ้า พร้อมสะพานทอดยาวไปในทะเล เพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบเพื่อลูกบ้าน ของโครงการ Yuu The Ultimate Smart Living :  Yuu  ถือเป็นโครงการแห่งแรกในศรีราชา ที่ติดตั้งระบบ Smart Home Automation ให้ในทุกห้องพัก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาตอบรับการใช้ชีวิต เพิ่มความสะดวกสบายตามแบบฉบับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Smart Door Lock พร้อม  Magnetic Alarm ระบบสัญญาณกันขโมย และเปิด ปิด ประตูอัตโตมัติที่ใช้งานได้ถึง 3 ระบบ ทั้ง Password, Keycard, และ Application ผ่าน Smart phone ที่สามารถสร้างรหัสชั่วคราว ในการเข้าห้องพัก และตรวจเช็กตารางเวลาเข้าออก ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย, Smart Electronic  Control ให้คุณควบคุมระบบ เปิด ปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ และโทรทัศน์ง่ายๆ ผ่าน  Mobile Application, Smart Auto Light คำนึงถึงความสะดวกสบายในยามค่ำคืน ด้วยระบบเปิดไฟ แบบอัตโนมัติในบริเวณโถงหน้าประตูเมื่อเปิดประตูบ้าน และไฟอัตโนมัติ บริเวณ บันไดทางเดิน สู่ห้องน้ำในเวลากลางคืน และสุดท้าย Smart Flood Sensor ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ผ่านหน้าจอมือถือในกรณีมีน้ำรั่ว บริเวณใต้ซิงค์ครัวในห้องพัก เพื่อจัดการแก้ปัญหาได้ทันท่วงที The Ultimate Location : ให้คุณใช้ชีวิตมีระดับบนพื้นที่ทำเลที่ดีที่สุดในศรีราชา แห่งเดียวที่ติดถนน สุขุมวิทและติดริมโค้งหาดศรีราชาที่มองเห็นวิวทะเลได้เกือบทุกทิศทาง” The Ultimate 5 Years Warranty : นอกจากนี้อีกหนึ่งในจุดขายของโครงการเราคือ รับประกันหลังการขาย 5 ปี ในส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร, ระบบไฟฟ้า ประปา รวมไปถึงชุดตกแต่งภายใน ที่มากับห้องชุด เมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ทั่วไปในท้องตลาดที่รับประกันหลังการขายเพียง 2 ปี ซึ่งเราคาดว่าน่าจะทำให้ลูกค้าพึงพอใจ และตัดสินใจง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือเพื่อลงทุนปล่อยเช่า โครงการ Yuu ศรีราชา ตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิท ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เดินทางสะดวก ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟความเร็วสูงโครงการในอนาคตเพียง 6 กม. ซึ่งอีกไม่นาน ภายในมกราคา 2562 เราก็ได้ผู้ชนะการประมูลเพื่อเริ่มการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ระหว่างผู้เข้าร่วมประมูล  2 รายใหญ่ระหว่างค่ายเจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้งค์ (ไทย) และพันธมิตร หรือ กลุ่มบีเอสอาร์ ที่มีบริษัท บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำ ซึ่งเราเชื่อว่าจะทำให้ตลาดศรีราชา คึกคักขึ้นแน่นอนหลังจาก มีการเริ่มก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง นอกจากนี้ โครงการ Yuu ยังรายล้อมด้วย แหล่งอำนวยความสะดวก ครบครัน เช่น หลากหลายร้านอาหารริมทะเล ในระยะที่เดินไปได้จากโครงการ, ห้างโรบินสัน ศรีราชา, ตึกคอม โรงเรียนดาราสมุทร, โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา, มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์, รพ. สมิติเวช และ รพ. พญาไท ศรีราชา ถือเป็นที่สุดแห่งประสบการณ์การใช้ชีวิตเหนือระดับ บนทำเลที่ดีที่สุดในศรีราชา เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันหลากหลายตอบสนองทุกความต้องการอย่างแท้จริง     พิเศษสำหรับลูกค้าที่ได้รับการแนะนำโครงการผ่านจาก Bloggers ทุกท่านที่เข้าร่วมในงาน Yuu Blogger Day วันนี้ เพียงแจ้งว่าได้รับทราบข้อมูลมาจาก Blogger Page ใด  จะได้รับส่วนลดเงินพิเศษ  25,000 บาท สำหรับ 1 ห้องนอน และ 50,000 บาทสำหรับ 2 ห้องนอน          
สัมมนาจับทางนักลงทุน-ทองหล่อ-ยังคงเป็นที่นิยมสำหรับผู้เช่าญี่ปุ่น

สัมมนาจับทางนักลงทุน-ทองหล่อ-ยังคงเป็นที่นิยมสำหรับผู้เช่าญี่ปุ่น

นายวิชัย จุฬาโอฬารกุล กรรมการบริหาร บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ดำเนินโครงการรูเนะสุ ทองหล่อ 5 และโครงการ เร็น สุขุมวิท 39 ร่วมเป็นวิทยากร ในงานเสวนา“เปิดเทคนิค อัพเกรด Yield คอนโดกลางใจกลางสุขุมวิท พร้อมจับเทรนลงทุน  2019” เมื่อเร็วๆนี้ที่โรงแรม Grand Center Point Sukhumvit 55 โดยวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาฯ มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ในอนาคตอันใกล้ทำเลทองหล่อยังคงมีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ สำหรับทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน รวมถึงการปล่อยเช่าสำหรับต่างชาติ โดยเฉพาะยังคงเป็นทำเลยอดนิยมของผู้เช่าคุณภาพชาวญี่ปุ่น โดยโครงการที่เปิดใหม่มีน้อยลงแต่มีอัตราการปรับราคาสูงขึ้น ด้วยปัจจัยด้านทำเลที่ดินหาได้ยากขึ้น                  
อนันดาฯ เผยไตรมาส 3 ยังโตแบบก้าวกระโดด กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 593% จากปีก่อน และ 67% จากไตรมาสก่อน พร้อมสร้างยอดโอนไตรมาส 3 นิวไฮ กว่า 11,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 267%

อนันดาฯ เผยไตรมาส 3 ยังโตแบบก้าวกระโดด กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 593% จากปีก่อน และ 67% จากไตรมาสก่อน พร้อมสร้างยอดโอนไตรมาส 3 นิวไฮ กว่า 11,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 267%

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า โชว์ความสำเร็จผลดำเนินงานโดดเด่น เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิ 976 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 593% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 67% จากไตรมาสก่อน พร้อมมียอดโอนนิวไฮ 11,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 267% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าเป้าที่วางไว้ถึง 33%   นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในไตรมาส 3 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการสร้างผลกำไรสุทธิ 976 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 593% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 67% จากไตรมาสก่อน โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากบริษัทฯ ได้รับรู้ผลกำไรจากโครงการร่วมทุนสูงถึง 982 ล้านบาท จากที่มีผลขาดทุน 113 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธินิวไฮ สูงถึง 36% จาก 5% ในไตรมาสเดียวกันปีก่อน พร้อมมียอดโอนนิวไฮ 11,837 ล้านบาท ซึ่งรวมยอดโอนจากโครงการร่วมทุน เพิ่มขึ้น 267% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าเป้าที่วางไว้ 33%   ไตรมาส 3 บริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่า 8,807 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 2 โครงการ และโครงการแนวราบ 4 โครงการ ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียมไอดีโอ รัชดา-สุทธิสาร มูลค่าโครงการ 1,721 ล้านบาท ใกล้รถไฟฟ้าสถานี MRT สุทธิสาร โครงการคอนโดมิเนียมเอลลิโอ สาทร-วุฒากาศ มูลค่าโครงการ 3,403 ล้านบาท ใกล้รถไฟฟ้าสถานี BTS วุฒากาศ โครงการบ้านเดี่ยว แอริ พระราม 2 มูลค่าโครงการ 1,023 ล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยว แอริ แจ้งวัฒนะ มูลค่าโครงการ 1,145 ล้านบาท โครงการทาวน์โฮม ยูนิโอ ทาวน์ สวนหลวง-พัฒนาการ มูลค่าโครงการ 628 ล้านบาท และโครงการทาวน์โฮม ยูนิโอ ทาวน์ ศรีนครินทร์-บางนา มูลค่าโครงการ 889 ล้านบาท   บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายจากโครงการใหม่ และโครงการที่เปิดตัวไปก่อนหน้า จำนวน 8,182 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่วางไว้ 5% ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายทั้งปี 35,120 ล้านบาท บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาสที่สามปี 2561 สูงกว่า 49,400 ล้านบาท รองรับการโอนใน 3 ปีข้างหน้า   ในเดือนตุลาคม 2561 นี้ บริษัทฯ ได้เช่าที่ดินเพิ่มเติม 1 แปลงในโซนพัทยา สำหรับพัฒนาโครงการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ทั้งนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ 5 โครงการ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูง มูลค่าโครงการรวมกว่า 12,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการบนถนนพระราม 9 สาทร ทองหล่อ สุขุมวิท ซอย 8 และพัทยา โดยจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ในปี 2563 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการกระจายแหล่งรายได้ของบริษัทฯ และเพิ่มสัดส่วนรายได้ของบริษัทฯ ที่มาจากแหล่งรายได้ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ   บริษัทฯ มีผลกำไรที่แข็งแกร่ง และมียอดโอนสูงกว่าเป้าที่วางไว้ ตลอดจนโครงการคอนโดมิเนียม ไอดีโอ สุขุมวิท 93 ที่สามารถก่อสร้างแล้วเสร็จ และโอนได้เร็วกว่าคาดในไตรมาส 3 นี้ จากเดิมที่คาดว่าจะโอนในไตรมาส 4 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดโอนเติบโต 152% จากปี 2560 เป็น 38,000 ล้านบาท ในปี 2561 ทั้งนี้บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่จะโอนในปี 2561 มูลค่ากว่า 13,746 ล้านบาท คิดเป็น 88% ของเป้ายอดโอนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งรวมส่วนแบ่งยอดโอนของ อนันดา และมิตซุย ฟูโดซัง มาจากคอนโดมิเนียม 10 โครงการที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนในปี 2561 เพิ่มเติมจากคอนโดมิเนียมใหม่ 8 โครงการที่แล้วเสร็จในปี 2560   บริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยทางการเงิน และประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต พร้อมดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิซึ่งหักด้วยเงินสดต่อส่วนทุนอยู่ที่ 0.91 :1 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายระยะยาวของบริษัทฯ ในระดับ 1:1   "นอกจากนี้กระแสเงินสดของบริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นสุดไตรมาสยังคงรักษาเงินสดขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 2,400 ล้านบาท บริษัทฯ ยังได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องจากสถาบันการเงินชั้นนำ และมีทางเลือกในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการเงินสดของบริษัทฯตลอดทั้งปี ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์" นายชานนท์ กล่าว          
ศุภาลัย เจาะแนวราบ ทำเลภูเก็ต เตรียมเปิด “ศุภาลัย เบลล่า ถลาง ภูเก็ต” ริมถนนเทพกระษัตรี

ศุภาลัย เจาะแนวราบ ทำเลภูเก็ต เตรียมเปิด “ศุภาลัย เบลล่า ถลาง ภูเก็ต” ริมถนนเทพกระษัตรี

บมจ.ศุภาลัย เตรียมเปิด “ศุภาลัย เบลล่า ถลาง ภูเก็ต” ริมถนนเทพกระษัตรี มูลค่าโครงการ 840ล้านบาท เปิดจองวันที่ 24-25 พฤศจิกายนนี้ ในราคาเริ่มต้นเพียง 2 ล้านกว่าบาท พร้อมพบสิทธิพิเศษมากมาย นายอดิศักดิ์ วารินทร์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานโครงการภูมิภาค 3 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ทั้งโครงการบ้านเดี่ยว บ้านรุ่นใหม่ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับดี ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในแบรนด์ศุภาลัย ทำให้เกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเตรียมปักหมุดบนทำเลศักยภาพ ริมถนนเทพกระษัตรี ซึ่งถือเป็นจุดที่มีศักยภาพสูง เดินทางสะดวก สามารถเชื่อมสู่ใจกลางเมืองภูเก็ต หรือเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตได้อย่างง่ายดาย กับโครงการ “ศุภาลัย เบลล่า ถลาง ภูเก็ต” และพบกับ แบบบ้าน ศุภกัลยา (พิเศษ) ครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ต ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นมาให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น ประหยัดพลังงาน สร้างความรู้สึกปลอดโปร่ง และเย็นสบาย ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จอดรถ 2 คัน พื้นที่ใช้สอย 128 ตร.ม. นอกจากนี้ยังมี     แบบบ้าน ให้เลือกรวม 6 แบบ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน  “ศุภาลัย เบลล่า ถลาง ภูเก็ต” มูลค่าโครงการ 840 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการประมาณ  34 ไร่ จำนวน 240 แปลง ออกแบบสไตล์โมเดิร์น ทั้งทาวน์โฮม บ้านรุ่นใหม่ และบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 3 - 4 ห้องนอน 2 - 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 124-199 ตร.ม ราคาเริ่มต้นเพียง 2 ล้านกว่าบาท โครงการตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแวดล้อมด้วยวิวภูเขา สามารถสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ได้ทุกเวลา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ อาทิ สวนส่วนกลาง ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV และระบบเข้า-ออกอัตโนมัติ Easy Pass ใส่ใจทุกรายละเอียด สร้างสรรค์ด้วยวัสดุคุณภาพได้มาตราฐาน ที่สุดแห่งฟังก์ชั่นเพื่อการอยู่อาศัย โดดเด่นด้วยทำเลดีที่สุด ริมถนนเทพกระษัตรี เดินทางสะดวก ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ลงตัวทุกไลฟ์สไตล์ เชื่อมสู่ทุกเส้นทางบนเกาะภูเก็ตอย่างง่ายดาย แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล อาทิ โรงพยาบาลถลาง โลตัส ถลาง โฮมโปร ถลาง แม็คโคร ถลาง อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี และ  ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต พร้อมเปิด Pre sales อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 24-25 พฤศจิกายนนี้ ณ สำนักงานขายโครงการ ผู้สนใจสามารถแวะเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างพร้อมรับข้อเสนอที่ดีที่สุดภายในงาน หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร. 1720 หรือดูรายละเอียดได้ที่  www.supalai.com          
เสนาฯ พัฒนาแอพพลิเคชั่น SENA 360° ตอบโจทย์ชีวิต 4.0 ยกระดับชีวิตลูกบ้าน พร้อมบริการที่ดูแลด้วยหัวใจ

เสนาฯ พัฒนาแอพพลิเคชั่น SENA 360° ตอบโจทย์ชีวิต 4.0 ยกระดับชีวิตลูกบ้าน พร้อมบริการที่ดูแลด้วยหัวใจ

บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากกว่า 30ปี ภายใต้แนวคิด “ความไว้วางใจจากลูกค้า คือความภูมิใจของเรา” โดย ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นำทีมพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ช่องทางการสื่อสารที่สะดวกและรวดเร็ว พร้อมเชื่อมความสัมพันธ์ลูกบ้านให้สามารถติดต่อนิติบุคคลหรือระบบหลังบ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้แอพพลิเคชั่น “เสนา 360 องศา” ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า แอพพลิเคชั่น เสนา 360 องศา เกิดจากความต้องการให้บริการหลังการขายเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ เป็นสินทรัพย์อย่างเดียวที่เมื่อคนๆหนึ่งตัดสินใจเลือกซื้อ หรือผ่อนกับธนาคารแล้ว สินทรัพย์นั้นจะกลายเป็นมรดกที่ผูกพันเจ้าของเป็นระยะเวลานานถึง 30 ปี ทำให้มองว่า เมื่อลูกบ้านตัดสินใจซื้อบ้าน หรือคอนโดมิเนียม ภายใต้การพัฒนาของเสนาดีเวลลอปเม้นท์ ควรได้รับบริการหลังการขายที่ดีที่สุด เนื่องจากลูกบ้านมักมองเห็นจุดบกพร่องที่ต้องการซ่อมแซมภายหลังจากที่เข้าอยู่อาศัย หรือโอนกรรมสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ดังนั้น เพื่อตอบแทนที่ลูกบ้านเลือกให้เสนาฯ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราจึงเดินตามแนวคิดที่เรายึดมั่นมาตลอด นั่นคือ “ความไว้วางใจจากลูกค้า คือความภูมิใจของเรา” ทำให้ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา เสนาฯ พัฒนาต่อยอดแอพพลิเคชั่นมาโดยตลอดเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานของลูกบ้านเพื่อให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อาทิ บริการ SENA WE CARE แจ้งซ่อมออนไลน์ 24 ชั่วโมง , Liluna Car sharing ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน ประหยัดค่าใช้จ่าย, Acute Realty รับฝาก ขาย-เช่า, การบริการชำระค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ผ่าน Application ที่เป็นตัวช่วยให้ลูกบ้านสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หมดกังวล เรื่องการจ่ายเงินที่เกินเวลากำหนด บริการ SENA WE CARE แจ้งซ่อมออนไลน์ 24 ชั่วโมง โดยลูกบ้านสามารถระบุปัญหา พร้อมภาพถ่ายที่ต้องการให้ทีมช่างเข้าแก้ไขได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเสียเวลานัดหมายกันหลายครั้ง เพื่อเข้าดูหน้างานจริงก่อนซ่อม ซึ่งเป็นบริการที่สะดวกสบายและลดระยะเวลาที่จะสูญเสียไปจากการแจ้งซ่อมแซมหนึ่งครั้ง   นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ตอบโจทย์ชีวิต 4.0 ที่ทำให้นักช็อปหมดกังวลว่าสินค้าหรือพัสดุที่สั่งซื้อไปนั้นจะถึงมือเมื่อไหร่ หรือไม่สามารถรับพัสดุได้นอกเวลาทำการนิติบุคคล เพื่อเป็นการแก้ปัญหาในจุดนี้ เสนาฯ จึงออกแบบฟีเจอร์แจ้งเตือนและตรวจสอบสถานะของพัสดุหรือจดหมายขึ้น ซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้ฟีเจอร์นิติบุคคล เมื่อมีพัสดุมาถึงลูกบ้าน แอพพลิเคชั่นจะทำการแจ้งเตือนสถานะไปยังเจ้าของห้อง ทำให้ลูกบ้านสามารถรับพัสดุได้ทันที่   ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ในระบบนิติบุคคล คือ ฟีเจอร์ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ลูกบ้านสามารถเลือกชมสถานะปัจจุบันของพื้นที่ส่วนกลางแบบเรียลไทม์ได้ ซึ่งออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยอีกขั้นซึ่งการพัฒนาทุกฟีเจอร์ภายใต้แอพพลิเคชั่น เสนา 360 องศา คือความใส่ใจที่บริษัทตั้งใจมอบให้กับลูกบ้านคนพิเศษของเรา ด้วยเราไม่มองข้ามรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนี้เอง ทำให้กลายเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทที่ีใส่ใจทุกดีเทลชีวิต จากแนวคิดแบบผู้หญิงอย่างแท้จริง (Made From Her) ท้ายนี้ สำหรับลูกบ้านทุกโครงการภายใต้การพัฒนาของเสนาดีเวลลอปเม้นท์ นอกจากจะได้ใช้แอพพลิเคชั่น ที่เป็นช่องทางการสื่อสารที่สะดวก รวดเร็วและครบวงจร ยังได้รับสิทธิพิเศษ อื่นๆอีกมากมาย  เมื่อแชร์ข่าวสารของบริษัท หรือเข้าร่วมกิจกรรมตามที่บริษัทกำหนด จะได้รับคะแนนสะสมทันที โดยคะแนนสะสมนั้นสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นส่วนลดร้านอาหารหรือส่วนลดในการซื้อสินค้าได้ สิทธิพิเศษดีๆเช่นนี้มีเฉพาะลูกบ้านเสนาดีเวลลอปเม้นท์เท่านั้น สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เสนา 360 องศาได้แล้ววันนี้ทั้งในระบบ IOS และ Android สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 1775                    
เอพี ไทยแลนด์ ยิ้มรับความสำเร็จ รายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 27,110 ล้านบาท

เอพี ไทยแลนด์ ยิ้มรับความสำเร็จ รายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 27,110 ล้านบาท

เอพีประกาศความสำเร็จรายได้รวม ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2561 พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 27,110 ล้านบาท ผลจากการที่สินค้าแนวราบและคอนโดโตต่อเนื่องชูไฮไลต์เด็ดประจำไตรมาส VITTORIO อัลตร้า-ลักซ์คอนโดมิเนียม คีย์ไดรฟ์สำคัญหนุนรายได้พุ่งหลังปิดการขายทั้งโครงการ ด้านกำไรสุทธิรวม โตขึ้น 62% หรือกว่า 2,900 ล้านบาท ยอดขายรวม 10 เดือนคิดเป็น 38,540 ล้านบาท โค้งสุดท้ายของปีเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง มั่นใจสิ้นปีเตรียมยิ้มรับยอดขายที่คาดว่าจะทะลุเป้าอีกครั้ง นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาถือว่าเกินความคาดหมายเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมาก ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในภาพรวมของเอพี ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปี มีอัตราการเติบโตที่สูงมากเป็นประวัติการณ์ โดยสร้างรายได้รวมจากสินค้าแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100%JV) และธุรกิจอื่นๆ ได้สูงถึง 27,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.9% หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวมเท่ากับ 18,090 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากที่สินค้าแนวราบและคอนโดเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน   ไตรมาส 3 นี้ ส่วนหนึ่งของยอดรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น มาจากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการ VITTORIO คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ระดับอัลตร้า-ลักซ์ ซึ่งปัจจุบันประสบความสำเร็จอย่างสูงสามารถปิดการขายทั้งโครงการได้เป็นที่เรียบร้อย  ด้านกำไรสุทธิรวม ณ สิ้นไตรมาส 3 (Net Profit) สูงถึง 2,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% หากเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิรวมเท่ากับ 1,792 ล้านบาท   “หนึ่งใน Key Success ของการพัฒนาโครงการเอพีคือ การมีสินค้าที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของคนเมือง ทั้งในเรื่องของโมเดลสินค้าที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานการเข้าใจถึงความต้องการแฝงอย่างแท้จริง การกำหนดแพคเกจราคาขาย ตลอดจนจำนวนโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลรอบกรุงเทพ ซึ่งโครงการ VITTORIO ถือเป็นหนึ่งใน Key Drive ที่สำคัญต่อการเติบโตของรายได้รวม ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นอกเหนือจากโครงการอื่นๆ ของเอพีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมที่ภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้ถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าเครือ  เอพีเสมอมา ซึ่งมั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างรายได้รวมได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน” นายอนุพงษ์ กล่าวเสริม สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 10 เดือนแรก ณ วันที่ 31 ตุลาคมนี้ บริษัทฯ สร้างยอดขายรวมได้แล้วถึง 38,545 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากคอนโดมิเนียมมูลค่า 20,930 ล้านบาท แนวราบมูลค่า 17,615 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้แล้วราว 96.8% ของเป้ายอดขายปี 2561 ที่ปรับขึ้นใหม่ (เป้ายอดขาย 39,800 ล้านบาท)   ทั้งนี้ในไตรมาส 4 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการทั้งสิ้น 12 โครงการ มูลค่า 16,840 ล้านบาท  เปิดไปแล้วจำนวน 9 โครงการ 13,200 ล้านบาท คงเหลือเปิดตัวในช่วงโค้งสุดท้ายของปีอีกจำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,640 ล้านบาท โดยหนึ่งในไฮไลท์คือการเปิดพรีเซลคฤหาสต์หรู The Palazzo ศรีนครินทร์อย่างเป็นทางการในวันที่ 17-18 พฤศจิกายนนี้ รวมถึงยังคงมีโครงการอยู่ในพอร์ตพร้อมขาย ในทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพอีกกว่า 100 โครงการ มูลค่าคงเหลือขายประมาณ 53,000 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่า ณ สิ้นปีจะสามารถทำยอดขายทะลุเป้าได้อย่างแน่นอน “บริษัทฯ ยังคงมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ในการนำพาเอพีก้าวขึ้นสู่การเป็น 1 ใน 3 ของผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ภายใต้พันธกิจสำคัญ คือการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัย ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการคิดค้นนวัตกรรมดีไซน์ใหม่ๆ ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย และวางแผนจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ เพื่อทำหน้าที่ค้นหา คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่ส่งเสริมและยกระดับรูปแบบการดำเนินชีวิตสู่ประสบการณ์อยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์สู่วิถีใหม่ๆ อย่างครบถ้วนด้วยคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย เข้าถึงความหมายของคำว่าคุณภาพชีวิตที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น”  นายอนุพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย ทั้งนี้ สรุปตัวเลขทางการเงินเฉพาะไตรมาส 3 ปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากสินค้าแนวราบกลุ่มคอนโดมิเนียม (100%JV) และธุรกิจอื่นๆ เท่ากับ 9,203 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 54.3% หากเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2560 ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 5,965 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิเท่ากับ 915 ล้านบาท เติบโต 43.9% หากเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2560 ที่ได้ 636 ล้านบาท ณ  31 ตุลาคม 2561 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ามากถึง 54,147 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว 7,542 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมมูลค่า 46,605 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน) ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ภายในปีประมาณ 4,025 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566   “เอพี ไทยแลนด์ กล้าที่จะแตกต่าง ผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยสำหรับคนเมือง”          

รวม Presale ล่าสุด

ยอดขายดีเกินคาด! บมจ.ไรมอน แลนด์ เปิดขายพรีเซล 2 โครงการใหม่ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ (The Estelle Phrom Phong) และ เทตต์ ทเวลฟ์ (TAIT 12) เพียงสัปดาห์แรก ยอดขายพุ่งรวม 4.6 พันล้านบาท!

ยอดขายดีเกินคาด! บมจ.ไรมอน แลนด์ เปิดขายพรีเซล 2 โครงการใหม่ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ (The Estelle Phrom Phong) และ เทตต์ ทเวลฟ์ (TAIT 12) เพียงสัปดาห์แรก ยอดขายพุ่งรวม 4.6 พันล้านบาท!

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยมชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ได้เปิดขายพรีเซลคอนโดสุดหรู ทั้ง 2 โครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ (The Estelle Phrom Phong) และ เทตต์ ทเวลฟ์ (TAIT 12) ในสัปดาห์แรกยอดขายรวม 4.6 พันล้านบาท โดยการเปิดขายพรีเซลทั้ง 2 โครงการนี้ถือเป็น 50 % ของมูลค่าของทั้ง 2 โครงการรวม 9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการขายพรีเซลสัปดาห์แรกที่มีมูลค่าสูงสุดเท่าที่บริษัทไรมอน แลนด์ เคยมีมา นาย ไลโอเนล ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเปิดขายพรีเซลสัปดาห์แรกของทั้ง 2 โครงการนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีคือยอดขายที่สูงเกินความคาดการณ์ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยมยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะโครงการที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี และใช้วัสดุคุณภาพสูงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทไรมอน แลนด์ ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลไทยจะมีการออกมาตรการใหม่เพื่อควบคุมสัดส่วนการกู้เงินของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้น ทางบริษัทฯ ยังเห็นแนวโน้มที่ดีว่าโครงการของบริษัทฯ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติอยู่เช่นเดิม     โครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ (The Estelle Phrom Phong) ได้เปิดขายพรีเซลล์สัปดาห์แรกในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2561 สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 2.1 พันล้านบาท โดยถือเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ทั้งนี้ โครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ ซึ่งมีมูลค่าโครงการ 5 พันล้านบาท ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ใกล้ BTS สถานีพร้อมพงษ์เพียง 200 เมตร ประกอบไปด้วยห้องชุด 157 ยูนิต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา ไม่ว่าจะเป็น สระสปาเกลือบำบัดและสระว่ายน้ำที่ปราศจากสารคลอรีน โครงการดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์จึงตอบโจทย์ชีวิตที่หรูหราและทันสมัยเป็นอย่างดี โครงการ เทตต์ ทเวลฟ์ (TAIT 12) ตั้งอยู่บนซอยสาทร 12 ใกล้สถานีบีทีเอส ช่องนนทรี ได้ปิดการขายพรีเซลในสัปดาห์แรกไปด้วยมูลค่าสูงกว่า 2.5 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของมูลค่าโครงการรวมทั้งหมด 4.2 พันล้าน ตั้งแต่เปิดตัวโครงการเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โครงการ เทตต์ ทเวลฟ์ประกอบไปด้วย 238 ยูนิต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ โครงการได้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความมีชีวิตชีวา และการพักอาศัยของคนกรุงเทพฯที่มีความคล่องแคล่วว่องไว โครงการเทตต์ ทเวลฟ์ ได้มอบพื้นที่ส่วนกลางกว่า 1,500 ตารางเมตร, ห้องออกกำลังกาย, เลานจ์อัฒจันทร์, พื้นที่อเนกประสงค์, สระว่ายน้ำในร่ม ส่วนเส้นโค้งมนของสถาปัตยกรรม ที่ถูกออกแบบควบคู่ไปกับแผงกระจกขนาดใหญ่ ได้ผสมผสานความทันสมัยให้เข้ากับความงดงามของเมือง รวมทั้งพื้นที่ใช้สอยที่ออกแบบให้เปิดกว้าง และเพื่อประโยชน์ใช้สอยต่างๆ   นายไลโอเนล ลี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 2 โครงการเป็นการพัฒนาโครงการร่วมกันระหว่างบริษัทฯ และบริษัท โตเกียว ทาเทโมโนะ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีวิสัยทัศน์ที่ตรงกัน ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากในการทำงาน และก้าวเดินต่อไปในการพัฒนาโปรเจ็คอื่นๆในอนาคตร่วมกัน นอกจากนี้บริษัทไรมอนแลนด์ยังคงมุ่งที่จะขยายและพัฒนาธุรกิจอื่นเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มและโรงแรม เพื่อสร้างมูลค่าให้กับบริษัทเพิ่มยิ่งขึ้นอีกด้วย   สามารถติดตามข้อมูลอัพเดต หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.raimonland.comหรือ โทร 02-029-1888            
มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ คอนโดโลว์ไรส์เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิต ติด BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ

มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ คอนโดโลว์ไรส์เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิต ติด BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ

“อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” เป็นอีกหนึ่งทำเลศักยภาพที่มีความสำคัญ เพราะเป็นศูนย์กลางคมนาคมการเดินทางที่เชื่อมต่อถนนหลายสายในการเข้าเมืองหรือออกนอกเมือง ไม่ว่าจะเป็นถนนพญาไท พหลโยธิน ราชวิถี ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส ใกล้สถานที่ราชการ ใกล้สถานพยาบาลชั้นนำและสถาบันทางการแพทย์กว่า 20 แห่ง จึงเป็นทำเลที่เหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นอย่างมาก แต่ทำเลนี้น้อยครั้งที่จะมีการพัฒนาโครงการใหม่ เนื่องด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของรัฐ โครงการที่อยู่อาศัยที่พัฒนาในทำเลนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นไข่แดงอันล้ำค่าในทำเลศักยภาพ “มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ” (Maestro 07 Victory Monument) คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ระดับไฮเอนด์ ที่พัฒนาโดย บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ชื่อว่ามีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรทำเลที่ดีที่สุดในแต่ละย่าน ได้รังสรรค์พัฒนาโครงการขึ้นบนที่ดินผืนงามที่สุดในใจกลางอนุสาวรีย์ชัยฯ เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิต เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยทุกรายละเอียดของโครงการในทุกยูนิตได้บรรจงสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพอย่างเหนือระดับ ก่อเกิดเป็นคอนโดมิเนียมที่ให้นิยามใหม่ของสมดุลแห่งการใช้ชีวิต   ทุกองค์ประกอบของโครงการออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่แสวงหาไลฟ์สไตล์แบบเอ็กซ์คลูซีฟและเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังต้องการใช้ชีวิตในเมือง ในราคาที่จับต้องได้ (Affordable Luxury) ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิคและกลิ่นอายความเป็นโมเดิร์น อันเป็นซิกเนเจอร์ของงานออกแบบโครงการ  Maestro Residences ทุกทำเล สะท้อนเอกลักษณ์ความเรียบหรู สงบ และสบาย เพื่อให้ผู้พักอาศัยรู้สึกแตกต่างจากบรรยากาศภายนอกโครงการ ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น น่าอยู่ ด้วยการเลือกใช้สีอ่อนจากวัสดุธรรมชาติที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี อาทิ การใช้สีครีมลายหินอ่อนมาตัดกันกับสีดำที่เงางาม เสมือนความแตกต่างของเมืองและธรรมชาติ ที่กลับอยู่ด้วยกันได้สวยงามลงตัว โครงการเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองทุกความต้องการกับพื้นที่ชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด เอาใจสายเฮลตี้แบบจัดเต็มกับสระว่ายน้ำ ลานโยคะ ลานวิ่งจ็อกกิ้ง ห้องซาวน่า ห้องสตีม ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน และเอาใจคนทำงานกับ Creative Space พื้นที่สำหรับปลดปล่อยไอเดียสร้างสรรค์ ต่อยอดความคิดในการทำงานได้อย่างไม่รู้จบ ขณะที่บนชั้นดาดฟ้าก็เต็มอิ่มไปด้วยพื้นที่สีเขียว ซึ่งสามารถนั่งพักผ่อนกับ Birdcage Cabana กระโจมทรงกรงนกที่ออกแบบอย่างประณีตให้นั่งชิว ชมวิวได้อย่างสบายตาสบายใจ รวมทั้งยังเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงทั้งน้องหมาและน้องแมว โดยอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์แสนรักได้บนพื้นที่  Pet Zone ที่ออกแบบโดยเฉพาะให้กับน้องหมาน้องแมวได้วิ่งเล่นอีกด้วย มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ เชื่อมต่อทุกการเดินทาง ใกล้ BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพียง 300 เมตร และใกล้ทางด่วนพิเศษศรีรัช เพียง 500 เมตร และไม่ไกลจากรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีพญาไท ห่างเพียง 1 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังรายล้อมไปด้วยโรงพยาบาลชื่อดังระดับประเทศ อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลพญาไท 2 อินเตอร์เนชั่นแนล, โรงพยาบาลศูนย์มะเร็งกรุงเทพ, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์, โรงพยาบาลพญาไท 1, โรงพยาบาลสงฆ์ และโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตลอดจนแวดล้อมไปด้วยสถาบันการศึกษาชั้นนำ อย่าง มหาวิทยาลัยมหิดล, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, โรงเรียนจิตรลดา, วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก และวิทยาลัยแพทย์พระมงกุฎเกล้า และที่สำคัญตัวโครงการยังตั้งอยู่ใจกลางแหล่งช็อปปิ้งที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพมหานคร อาทิ สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, มาบุญครอง (MBK), คิง พาวเวอร์ และเซ็นจูรี่ เดอะ มูฟวี่ พลาซ่า เป็นต้น   สัมผัสกับชีวิตที่สง่างามบนใจกลางทำเลอนุสาวรีย์ชัยฯ ได้แล้ววันนี้ที่ มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ บนซอยราชวิถี 7 คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ ความสูง 8 ชั้น จำนวน 171 ยูนิต โดยมีรูปแบบห้องพัก 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ ใช้สอย 27.00 – 29.34 ตร.ม. และ ขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 45.51 – 68.37 ตร.ม.   สนใจสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ www.mde.co.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่ Major Development Contact Center โทร. 02-116-1111          
โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดให้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ อย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนนี้

โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดให้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ อย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนนี้

โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ พร้อมเปิดตึกจริงให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับฟรีโฮลด์คอนโดมิเนียมอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ ด้วยบริการระดับพรีเมี่ยม ที่โครงการ ในวันที่ 17 และ 18 พฤศจิกายนนี้   โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ เป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมหนึ่งเดียวบนถนนเจริญนคร ที่ตั้งอยู่บนทำเล ที่เงียบสงบที่ดีที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา หาที่ไหนไม่ได้แล้วกับห้องพักทุกห้อง ที่ห่างจากแม่น้ำเพียง 16 เมตร ใช้เวลา 5 นาทีสู่ห้างไอคอนสยาม หรือเดินทางสะดวก 10 นาทีถึงถนนสาธร อีกทั้งยังมีรถไฟฟ้าสายสีทอง ผ่านหน้าโครงการ เชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS เข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่ายๆ เรียกได้ว่าอยู่ท่ามกลางความเจริญมากมาย แต่รับรู้ได้ถึงความเงียบสงบ ที่หาไม่ได้ในคอนโดทั่วไป อีกทั้งโครงการยังถูกออกแบบสไตล์ “Minimal” สะท้อนผ่าน สถาปัตยกรรมรูปแบบ “Interlocking” สูง 45 ชั้น ที่เผยให้เห็นถึงความสวยงามของตัวอาคารทรงครึ่งวงกลมให้ความรู้สึกโดดเด่น หรูหราแบบไร้กาลเวลา โครงการยังสะท้อนถึงความเงียบสงบด้วยสังคมส่วนตัว จำกัดเพียง 133 ยูนิต โดยมีจำนวนห้องพักต่อชั้นสูงสุดเพียงแค่ 4 ห้องเท่านั้น เสริมความเอ็กซ์คลูซีฟมากขึ้นด้วย private lift lobby  ที่ให้บริการ ความเป็นส่วนตัวกับทุกครอบครัว ภายใต้คอนเซปท์  “THE SANCTUARY FOR YOUR SOUL” คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์สุด Exclusive ไปกับบริการของโรงแรมระดับโลก ในการให้บริการในทุกๆ ด้านเพื่อความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัยที่เป็นเจ้าของบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Private Concierge ที่ได้รับการฝึกฝนเพื่อการบริการอันเป็นเลิศ มาตรฐานการให้บริการระดับโรงแรม 5 ดาว ตามแบบฉบับ Banyan Tree Global Standard ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัว  ที่พร้อมดูแล และมอบความสะดวกสบาย จนทำให้ทุกการใช้ชีวิตเป็นเรื่องง่ายดาย อีกทั้งลูกค้ายังสามารถเรียกใช้ บริการต่างๆจากโรงแรม Banyan Tree Bangkok อาทิ เรียกเทอราปิสมาทำสปาที่โครงการ ภายในห้อง Sanctuary Spa Room นอกจากนี้ผู้อยู่อาศัยยังได้รับพริวิลเลจต่างๆรอบโลกจาก Sanctuary Club และ Private Collection โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ สำหรับบริการเซอร์วิสต่างๆ รวมถึงการเข้าใช้บริการโรงแรม และที่พักในเครือ Banyan Tree  ทั่วโลกซึ่ง ทั้งหมดนี้คือ ประสบการณ์แห่งการพักผ่อนอย่างมีระดับ ตามแบบฉบับของบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ มีมูลค่าโครงการกว่า 6,500 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยต่อห้องราคาเริ่มต้น 28.8 ล้านบาท โดยโครงการเริ่มก่อสร้างปลายปี 2559 และเริ่มเปิดขาย อย่างเป็นทางการ มาตั้งแต่ปลายปี 2560 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จากทั้งลูกค้าชาวไทย และชาวต่างชาติ ปัจจุบันโครงการ ขายไปแล้วกว่า 60% ก่อนที่จะปิดการขายเพื่อก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จ   ปัจจุบันโครงการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเรียบร้อยของโครงการ นับว่าเป็นความใส่ใจในทุกรายละเอียด ของงานก่อสร้าง งานออกแบบ และการส่งมอบ ที่โครงการได้ตระหนักถึง เป็นอันดับแรก เพื่อเป็นการส่งมอบโครงการคุณภาพ และมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า   โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ ขอเชิญให้ทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ “THE SANCTUARY FOR YOUR SOUL” ได้แล้วในงาน Exclusive Open House วันที่ 17-18 พฤศจิกายนนี้ พร้อมเปิดให้เข้าชมโครงการ สัมผัสกับวิวจริง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากห้องจริง  พร้อมประสบการณ์สุดพิเศษ อาทิ บริการเทอราปิส จากโรงแรมบันยันทรี, เปิดให้ชมครั้งแรกกับห้อง Old-Town View ที่วิวเห็นสายน้ำทอดยาว ผ่านวิถีเมืองอารยธรรมเก่าแก่ของกรุงเทพฯ, ห้องตกแต่งด้วย Poliform เฟอร์นิเจอร์ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สุดหรูจากอิตาลี ที่จะยกระดับการอยู่อาศัยให้เอ็กซ์คลูซีฟยิ่งขึ้น พร้อมรับส่วนลดมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 3.5 ล้านบาทสำหรับลูกค้าที่จองภายในงานเท่านั้น ลงทะเบียน และชมรายละเอียดโครงการได้ที่ http://www.banyantreeresidencesriversidebangkok.com/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  โทร 1787          
เปิด 6 มุมรอบบ้าน

เปิด 6 มุมรอบบ้าน "บ้านนวัต รามคำแหง 118" ไอเดียสร้างบ้านลักชัวรีอย่างมีนวัตกรรม เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการบ้านลักชัวรี่ให้เป็นบ้านยั่งยืน พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ เปิดตัวโครงการ บ้านนวัต รามคำแหง 118 บ้านนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Innovation for Sustainable Living) ที่นำเอาเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่มาหลอมรวมเป็นไอเดียสุดบรรเจิดในการดีไซน์ทุกมุมบ้านด้วยฟังก์ชั่นล้ำๆ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ผู้อาศัย   โดยบ้านทุกหลังในโครงการฯ ผ่านกระบวนการจัดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบาย ล้ำสมัย บำรุงรักษาง่าย เพื่อรองรับการอยู่ร่วมกันของคนทุกช่วงวัยภายในบ้าน รวมถึงผ่านกระบวนการคิดและออกแบบอย่างละเอียดให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ตัวบ้านถูกจัดวางให้สอดคล้องกับทิศทางลมและแดด การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ลดความร้อน อีกทั้งยังนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาอีกด้วย รวมๆ แล้วภายในบ้านมีจุดประหยัดพลังงานยั่งยืนถึง 6 จุดด้วยกัน   1.นวัตกรรมระบบปรับอากาศอัจฉริยะประหยัดพลังงาน หรือระบบ VRV เป็นระบบปรับอากาศที่แยกการทำงานโดยอิสระ แต่มีสมองกลควบคุมการทำงานให้มีการรักษาอุณหภูมิที่ตั้งของแต่ละห้องให้คงที่ และควบคุมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตามจำนวนห้องที่เปิดใช้จริง ซึ่งผลพลอยได้จากนำระบบ VRV (Variable Refrigerant Volume) มาใช้ คือคอนเด็นซิ่งยูนิตจะรวมติดตั้งอยู่เพียงจุดเดียวภายในบ้าน ทำให้บ้านมองดูสวยงาม ไม่มีจุดเกะกะให้สายตาให้หงุดหงิดใจ   2.นวัตกรรมการผลิตน้ำร้อนจากแอร์ ไอเดียจากภูมิปัญญาไทย ที่นำมาสู่การประหยัดพลังงานที่ยั่งยืน บ้านทุกหลังในโครงการจะได้น้ำร้อน  ใช้ฟรี!! ทันที ด้วยระบบผลิตน้ำร้อนภายในบ้านที่ไม่ได้ใช้พลังงาน อย่าง หม้อต้มน้ำร้อนสักนิด เพราะใช้พลังงานความร้อนที่ปล่อยจากเครื่องปรับอากาศมาผลิตน้ำร้อนใส่ถังเก็บรักษาอุณหภูมิ เพื่อปล่อยน้ำอุ่นๆ สู่ก๊อกน้ำต่างๆ ทั้งบ้าน ส่วนความร้อนจากระบบปรับอากาศที่เหลือใช้จากการทำน้ำร้อน จะถูกปล่อยลงสระว่ายน้ำ ในอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส ส่งผลให้น้ำในสระอุ่นกำลังดี   โดยประโยชน์ทางอ้อมของการนำความร้อนจากระบบปรับอากาศมาใช้ คือพัดลมตัวนอกของเครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ลดการเป่าลมร้อนโดยตรงออกสู่ระบบนิเวศ และใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลง   3.นวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ประหยัดค่าไฟอย่างยั่งยืน ขาดไม่ได้เลยในยุคนี้กับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อนำเอาพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้ามาใช้ภายในบ้าน โดยไฟฟ้าออกแบบให้รองรับการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดช่วงกลางวัน ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้อีกหนึ่งทาง   4.ระบบไฟฟ้าและกล้องวงจรปิดอัจริยะ เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์คนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี เจ้าของบ้านสามารถควบคุมระบบแสงสว่าง, ระบบปรับอากาศ, ระบบรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด ตลอดจนการควบคุมการเปิด-ปิด ประตูรั้วบ้าน ผ่านโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ใดในโลกใบนี้ นอกนั้น  นอกจากนั้น ยังเลือกใช้หลอดไฟประหยัดพลังงานทั้งหลัง เพื่อยืดอายุการใช้งาน ทั้งที่เป็นแบบโคมไฟสำหรับตั้งโต๊ะ หรือแบบติดเพดาน   5.นวัตกรรมระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติจากน้ำทิ้งที่บำบัดแล้ว เป็นวิธีที่รักษาระบบนิเวศให้สมดุล ด้วยระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศประสิทธิภาพสูง โดยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วได้วางระบบให้นำกลับมารดน้ำต้นไม้รอบๆ บ้านในเวลากลางคืนโดยอัตโนมัติ โดยแทบไม่มีการระบายน้ำทิ้งสู่ระบบระบายน้ำสาธารณะเลยที่ และเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายบ้านได้ อย่างประหยัด และไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อมอีกด้วย   6.นวัตกรรมผนังระบายอากาศช่วยให้บ้านเย็นสบาย กับการออกแบบ ผนัง 2 ชั้น ที่มีช่องระบายอากาศคั่นกลาง (Air Ventilation Gap)เพื่อการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม เพราะตัวผนังด้านใน ไม่ได้รับแสงโดยตรง ส่งผลทำให้บ้านไม่ร้อน และช่องว่างระหว่างผนัง ยังสามารถระบายอากาศ ลดความร้อน ช่วยให้บ้านเย็นสบาย   ผู้สนใจสามารถเข้าชมโครงการ บ้านนวัต รามคำแหง 118 (BAAN NAWAT RAMKHAMHAENG 118) ได้แล้ววันนี้ โครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ บนขนาดที่ดิน มีบ้านทั้งหมด 3 Type ได้แก่ 1.Type A พื้นที่ใช้สอย 557 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 120.8-166.4 ตร.ว. 2.Type B พื้นที่ใช้สอย 576 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 97.5-119.8 ตร.ว. และ 3. Type C พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 72.8-110.9 ตร.ว. ดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.premierassets.co.th หรือสอบถาม โทร.02 301 2888          
เตรียมพบกับคอนโดลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ที่สุดแห่งการพักผ่อนเสมือนอยู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว บนทำเลใจกลางเมืองเอกมัย-ทองหล่อ

เตรียมพบกับคอนโดลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ที่สุดแห่งการพักผ่อนเสมือนอยู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว บนทำเลใจกลางเมืองเอกมัย-ทองหล่อ

พฤกษา ผู้นำอันดับหนึ่งในวงการอสังหาฯ เตรียมงัดที่ดินแปลงสวยผืนสุดท้ายในซอยสุขุมวิท 61 เปิดคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” พร้อมสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยแห่งใหม่ ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว ด้วยพื้นที่สีเขียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในใจกลางทองหล่อ-เอกมัย ราคาเริ่มต้น 12-60 ล้านบาท นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ตลาดที่อยู่อาศัยในย่านสุขุมวิทยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยสูงมาก เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเป็นแหล่งงานที่มีศักยภาพ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยเป็นแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งแฮงค์เอ้าท์ของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว รวมถึงการเดินทางที่สะดวกทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน ส่งผลให้คอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิทยังเป็นที่ต้องการในลำดับต้นๆ ล่าสุดบริษัทฯ ได้กลับมาตอกย้ำความสำเร็จของโครงการ “เดอะรีเซิร์ฟ” โดยเตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ซึ่งเป็นที่ดินแปลงสวยผืนใหญ่กว่า 3 ไร่ครึ่ง ที่หาไม่ได้อีกแล้วในซอยสุขุมวิท 61 หากใครได้ครอบครองที่ดินผืนสุดท้ายนี้ ในอนาคตจะเพิ่มมูลค่าให้เจ้าได้ของอย่างแน่นอน นางอรนุช อิติโกศิน กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพรีเมียมแนวสูง บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ โครงการ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย ที่พร้อมจะมาสร้างประสบการณ์ใหม่แห่งการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เหมือนพักอยู่ในบ้านตากอากาศส่วนตัว ด้วยจำนวนเพียง 164 ยูนิต และพื้นที่ส่วนกลางที่ให้มากถึง 2 ไร่ ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในย่านนี้ ภายในโครงการเลือกใช้วัสดุที่เป็น Best-in-class ที่พฤกษาได้ใส่ใจและคัดสรรมาอย่างดีที่สุด พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ Infinite Pool สระว่ายน้ำที่ออกแบบให้สามารถว่ายน้ำได้อย่างไม่รู้จบ Hideaway Garden พร้อมต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ให้ความเป็นส่วนตัว ด้วยการแบ่ง Pocket Seat แยกไว้ Panoramic Lobby, The Reserve Lounge, Fitness Suite, Wellness Retreat & Onsen, Private Salon & Spa เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์ เป็นคอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร มูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาท ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 61 ซึ่งเป็นซอยที่ได้รับรางวัลซอยน่าอยู่ของ กทม. มีความสะอาด และเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ทั้งโรงเรียนนานาชาติ สถานทูต ร้านอาหาร โรงพยาบาลและซุปเปอร์มาร์เกตรวมถึงห้างสรรพสินค้าทั้งแบรนด์ในไทยและต่างชาติ โครงการมีแบบห้องให้เลือกถึง 5 แบบ พื้นที่ตั้งแต่ 48.40-228 ตร.ม. และห้องที่เป็นไฮไลท์ของโครงการนี้คือ ห้อง Triplex 3 ชั้น ขนาดเริ่มต้นที่ 206-228 ตร.ม. ที่วางตำแหน่งห้องหันเข้าคอร์ทกลางเพื่อการชมวิวสวนได้อย่างเต็มอิ่ม และยังสามารถเดินออกจากห้องพักผ่านประตูกระจกและลงบันไดไปยังสระว่ายน้ำได้ทันที พร้อมที่จอดรถส่วนตัว และห้องแม่บ้านที่ชั้นใต้ดิน ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 12-60 ล้านบาท เปิด Open House 10-11 พ.ย. นี้ สำหรับลูกค้าที่จองในงานรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 400,000 บาท สอบถามเพิ่มเติมโทร.1739 หรือ thereserve.pruksa.com          
ยิปซัม ตราช้าง อัด “โปรโมชั่นคนพันธุ์แกร่ง”  รับเสื้อยืดสุดเท่ 4 สี 4 แบบ

ยิปซัม ตราช้าง อัด “โปรโมชั่นคนพันธุ์แกร่ง” รับเสื้อยืดสุดเท่ 4 สี 4 แบบ

“ยิปซัม ตราช้าง” มอบข้อเสนอสุดพิเศษ “โปรโมชั่นคนพันธุ์แกร่ง” แถม เสื้อยืดแขนยาวสุดเท่เพื่อใส่รับลมหนาว เมื่อซื้อแผ่นยิปซัมตราช้าง ขนาด ขนาด 1200x2400 มม. ครบ 30 แผ่น รับทันทีเสื้อยืดแขนยาว 1 ตัว มีให้สะสม 4 สี 4 แบบ แดง เทา เขียวและน้ำเงิน สกรีนข้อความโดนใจ เรียบ, แน่น, แกร่ง, ทน เทียบได้กับคุณสมบัติเด่นของแผ่นยิปซัมตราช้าง มั่นใจด้วยแผ่นเรียบเนียน เนื้อแผ่นแน่นด้วยนาโนเทคโนโลยีการผลิตจากอเมริกา แข็งแกร่งทั่วแผ่นไม่แอ่นตัว และทนทานใช้งานได้นาน เตรียมสะสมให้ครบ 4 แบบ เพื่อใส่เท่กันทั่วหน้า เริ่มตั้งแต่ วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2561 หรือจนกว่าของแถมจะหมด ณ ร้านยิปซัมเอ็กซ์เพรส ผู้แทนจำหน่ายเอสซีจี และร้านขายวัสดุก่อสร้างชั้นนำทั่วประเทศ   สามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนยิปซัมตราช้าง โทร. 02-555-0000 หรือ www.siamgypsum.com หรือ facebook fanpage:@GypsumTraChangTH”          
โปรโมชั่น

โปรโมชั่น "โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม

บริษัท สิรยศ จำกัด ตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานยุคใหม่ เปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของโครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม บนทำเลศักยภาพห่างจากบีทีเอสสถานีแบริ่งเพียง 700 เมตร พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับห้องสตูดิโอด้วยราคา Pre-sale ที่ 1.69 ล้านบาท จัดเต็มกับแถมมากมายแบบ FULL SET ทั้งเครื่องปรับอากาศ และชุดเครื่องครัวเยอรมัน HAFELE พร้อม Top หินธรรมชาติ ไม่อยากพลาดของดี เตรียมพบกัน วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ณ สำนักงานขาย โครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) (ปากซอยสุขุมวิท 70/4 ตรงข้าม ซ.ลาซาล-BTS สถานีแบริ่ง ประตูทางออกที่ 2) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dolcecondo.com หรือ โทร.0-2117-3463-4 โครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) คอนโดมิเนียม ขนาด 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 178 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 430 ล้านบาท ตัวโครงการตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 105 ซอยลาซาล 7 เขตบางนา กทม. มีห้องหลากหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่แบบสตูดิโอ (Studio) ขนาดพื้นที่ 24.6 ตารางเมตร, แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 30.4 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 45.4 ตารางเมตร                    
“นายณ์ เอสเตท” เปิดชม “ควอร์เตอร์ 31” โครงการไฮเอนด์ใจกลางสุขุมวิท ครั้งแรก ชูแนวคิด “Luxury Urban Residences” ฉีกทุกกฎการอยู่อาศัยในรูปแบบเดิมๆ หลังเปิดพรีเซลด้วยยอดขายทะลุเป้ากว่า 450 ล้าน

“นายณ์ เอสเตท” เปิดชม “ควอร์เตอร์ 31” โครงการไฮเอนด์ใจกลางสุขุมวิท ครั้งแรก ชูแนวคิด “Luxury Urban Residences” ฉีกทุกกฎการอยู่อาศัยในรูปแบบเดิมๆ หลังเปิดพรีเซลด้วยยอดขายทะลุเป้ากว่า 450 ล้าน

“นายณ์ เอสเตท” ตอกย้ำความเป็นบริษัทชั้นนำในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี ที่โดดเด่นในเรื่องงานดีไซน์ ล่าสุดประกาศเปิดตัวโครงการ “ควอร์เตอร์ 31” ภายใต้แนวคิด “Luxury Urban Residences”ซูปเปอร์ลักชัวรีคลัสเตอร์โฮม ใจกลางสุขุมวิท ในราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท พร้อมลิฟต์ส่วนตัวและที่จอดรถ 4 คันในทุกยูนิต โดดเด่นด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกที่ล้ำสมัย แต่ยังคงให้ความสำคัญต่อแลนด์สเคปและพื้นที่สีเขียว ที่เชื่อมต่อพื้นที่บ้านและพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดให้เข้าชมโครงการฯ เป็นครั้งแรก  27-28 ต.ค.นี้  นายสุธี ลิมปนชัยพรกุล ประธานอำนวยการ บริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ทางบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการแนวราบอีก 1 โครงการ คือ โครงการควอร์เตอร์ 31 (Quarter 31) ลักชัวรีคลัสเตอร์ โฮมบนสุขุมวิท 31 จำนวน 20 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 915 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ “ควอร์เตอร์ คอลเลกชั่น” (Quarter Collection) โดยปัจจุบันภายใน “ควอร์เตอร์ คอลเลกชั่น” ประกอบด้วย 3 โครงการได้แก่ 1.โครงการควอร์เตอร์ ทองหล่อ (Quarter Thonglor) บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรีที่สามารถปิดการขายได้ตั้งแต่เปิดตัวโครงการ 2. โครงการควอร์เตอร์ 39 (Quarter 39) ลักชัวรีคลัสเตอร์โฮมในซอยสุขุมวิท 39 และ 3. โครงการควอร์เตอร์ 31 (Quarter 31) ซึ่งเป็นลักชัวรีคลัสเตอร์โฮมโครงการล่าสุด โครงการควอร์เตอร์ 31 (Quarter 31) ตั้งอยู่ในซอยสวัสดี (สุขุมวิท 31) บนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ ในรูปแบบทาวน์โฮมระดับซูปเปอร์ลักชัวรี 3.5 ชั้น จำนวน 20 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 45 ล้านบาท ประกอบด้วยบ้าน 2 แบบคือ แบบ A หน้ากว้าง 6.1 เมตร ขนาดที่ดิน 30-42 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 425 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ จำนวน 10 ยูนิต และแบบ B หน้ากว้าง 6.6 เมตร ขนาดที่ดิน 33-42 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 431 ตารางเมตร 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ จำนวน 10 ยูนิต   สำหรับความโดดเด่นของโครงการนี้ คือ การพัฒนาโครงการในรูปแบบของคลัสเตอร์โฮม ที่มีความโดดเด่นเรื่องความสวยงามทางสถาปัตยกรรมและการดีไซน์ผังโครงการที่เน้นการเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างบ้าน ไปยังพื้นที่ส่วนกลาง (Facilities) แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัว โดยดีไซน์ ที่จอดรถให้อยู่บริเวณชั้นใต้ติดทั้งหมดเป็นถนนกว้าง 6 เมตรเชื่อมต่อเข้าถึงทุกยูนิต และสามารถจอดรถได้ถึง 4 คันต่อยูนิต และทุกหลังมีลิฟต์ส่วนตัวในการเชื่อมต่อการเข้าบ้านตั้งแต่ชั้นใต้ดินไปถึงทุกชั้น ความพิเศษของชั้นจอดรถใต้ดินคือถูกออกแบบให้มีเฉพาะทางเดินรถเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้ชั้นที่เป็นพื้นดินมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น โดยดีไซน์ให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 1 ไร่ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 4x25 เมตร พร้อม Sun Deck ที่แวดล้อมด้วยสวนสวยจากไม้นานาชนิด ด้านการออกแบบในส่วนของตัวอาคาร เน้นออกแบบให้ที่ผู้อาศัยได้สัมผัสถึงความโปร่งโล่งสบาย เสมือนอยู่บ้านเดี่ยว ดังนั้นในส่วนของพื้นที่ห้องรับแขกจึงออกแบบความสูงของเพดานให้สูงถึง 6 เมตร (Double Volume) รองรับสายตาด้วยกระจกบานใหญ่เพื่อเชื่อมต่อแสงธรรมชาติ และพื้นที่สีเขียวกับห้องนั่งเล่นได้อย่างลงตัว พร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุเกรดพรีเมียมทุกหลัง ทั้งลิฟต์ส่วนตัวคุณภาพระดับเดียวกับอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 6 คน พร้อมกับชุดครัวแบรนด์ระดับโลกจากพ็อกเกนโพล Poggenpohl และเครื่องใช้ไฟฟ้าซีเมนส์ (Siemen) และยังพัฒนาการออกแบบให้ผนังบ้านแต่ละหลังให้มีช่องว่างตรงกลาง เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้พักอาศัยมากที่สุด นอกจากนี้ การเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางของโครงการก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เปิดประตูจากห้องรับแขกก็สามารถเดินออกไปใช้พื้นที่ส่วนกลางได้เลย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของรถที่ขับผ่านภายในโครงการเพราะพื้นที่ชั้นบนได้ถูกออกแบบให้เป็นเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น เพิ่มความสะดวกสบายในเรื่องการมาใช้ Facilities ทั้งสวนส่วนกลางและสระว่ายน้ำมากยิ่งขึ้น  ซึ่งนอกจากการดีไซน์ที่โดดเด่นแล้ว ยังโดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งกลางสุขุมวิทอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นใจกลาง CBD ของกรุงเทพ ใกล้เอ็มควอเทียร์ สามารถเดินทางเข้าออกได้หลายเส้นทางทั้งถนนสุขุมวิทและเพชรบุรี ทั้งยังสะดวกสบายด้านการเดินทางแบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีพร้อมพงษ์ เป็นต้น นายสุธี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการควอร์เตอร์ 31 จะเป็นอีกหนึ่งโครงการแห่งความภาคภูมิใจ ของบริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด  เหมือนดังเช่นโครงการอื่นๆ ที่ผ่านมา อาทิ โครงการควอร์เตอร์ 39 ที่สามารถคว้า 3 รางวัลใหญ่ระดับสากลจากเวที Asia Pacific Property Awards 2017-2018 ได้แก่ รางวัลชนะเลิศระดับห้าดาวการออกแบบสถาปัตยกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยม (Best Architecture Single Residence) รางวัลชนะเลิศระดับห้าดาวสาขาการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยม (Best Residential Landscape Architecture) และรางวัลชนะเลิศระดับห้าดาวโครงการที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยม (Best Property Single Unit) พร้อมได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อไปแข่งขันต่อในระดับโลกบนเวที International Property Awards 2017-2018 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ 2  โครงการที่ผ่านมา ภายใต้ ควอร์เตอร์ คอลเลกชั่น (Quarter Collection) ล้วนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งหมดเกิดจากที่เราพัฒนาสินค้าได้ตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเล ต้องยอมรับว่าราคาที่ดินในย่านสุขุมวิทมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้คอนโดมิเนียมในย่านนี้เติบโตอย่างรวดเร็วและมีราคาขายต่อตารางเมตรสูงมาก แต่ในความเป็นจริงคนส่วนใหญ่ก็ยังคงมีความต้องการอยู่บ้านมากกว่าคอนโดมิเนียม ประกอบกับงานออกแบบของเราที่แตกต่างจากโครงการอื่น จึงส่งผลให้ทั้ง 2 โครงการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และเรามั่นใจว่าโครงการที่ 3 คือ ควอร์เตอร์ 31 จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเช่นกัน เพราะนับตั้งแต่เราเปิดพรีเซลมาโดยยังไม่ได้เปิดให้เข้าชมโครงการเรามียอดขายไปกว่า 50% และเมื่อเปรียบเทียบแล้วจะพบว่าโครงการควอร์เตอร์ 31 คุ้มค่ามากทั้งในแง่การซื้ออยู่อาศัยเองเพื่อส่งต่อเป็นทรัพย์สินให้ลูกหลาน หรือซื้อเพื่อลงทุน เพราะได้ครอบครองทั้งที่ดินในย่านใจกลางเมืองที่นับวันราคาจะสูงขึ้นเรื่อยๆ และฟังก์ชั่นการออกแบบภายในบ้านระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของทุกคนในครอบครัวในสังคมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพียง 20 หลังเท่านั้น ที่สำคัญเมื่อเปรียบเทียบราคาขายต่อตารางเมตรกับคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่เปิดตัวตอนนี้ในย่านเดียวกัน ราคาขายเฉลี่ยอยู่ 300,000 บาทต่อตรม. ขึ้นไป ในขณะที่ ควอร์เตอร์ 31 มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100,000 กว่าบาทต่อตรม. นับเป็นความคุ้มค่าอย่างมาก สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของครอบครองบ้านหรูแนวคิดใหม่บนพื้นที่ Prime Location แห่งนี้ สามารถมาพบกันได้ในวันที่ 27-28 ต.ค.61 นี้ ที่โครงการ ควอร์เตอร์ 31 (Quarter 31) กับงาน Grand Opening ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมโครงการเป็นครั้งแรก  พร้อมรับสิทธิพิเศษ ณ วันงานมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท นายสุธี กล่าวปิดท้าย   สนใจนัดหมายเพื่อเยี่ยมชมโครงการ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 063-9969954 หรือ www.NyeEstate.com          
ศุภาลัย ลุยพัฒนาแบรนด์ ESSENCE ต่อเนื่อง กับโครงการศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง ชูความหลากหลายแบบบ้านและทำเลบางนา-ตราด

ศุภาลัย ลุยพัฒนาแบรนด์ ESSENCE ต่อเนื่อง กับโครงการศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง ชูความหลากหลายแบบบ้านและทำเลบางนา-ตราด

บมจ.ศุภาลัย เร่งเครื่องลุยพัฒนาแบรนด์แนวราบ “ESSENCE” ต่อเนื่อง เตรียมเปิดโครงการใหม่ “ศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง” เจาะตลาดระดับราคา 7 - 10 ล้านบาท บนทำเลคุณภาพใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย ตอบโจทย์ทุกการอยู่อาศัยของทุกคนในครอบครัว Pre-Sale 27-28 ตุลาคม 2561 นี้ ณ สำนักงานขาย นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีการพัฒนาแบบบ้านรูปแบบใหม่ 3 ชั้น ทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านรุ่นใหม่ พร้อมเปิดตัวแบรนด์แนวราบใหม่ภายใต้ชื่อ ESSENCE ประเดิมโครงการแรก ศุภาลัย เอสเซ้นส์ ลาดพร้าว ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย จนปัจจุบันสามารถกวาดยอดขายไปแล้วกว่า 65 % สำหรับไตรมาสสุดท้ายเตรียมเดินหน้าลุยแบรนด์  ESSENCE  อย่างต่อเนื่องกับ โครงการศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง นำผลิตภัณฑ์บ้านเดี่ยวและบ้านรุ่นใหม่ เพื่อเจาะตลาดระดับราคา 7 - 10 ล้านบาท ด้วยจุดเด่นความต่างของแบบบ้านแต่ละแบบที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยได้อย่างหลากหลาย บนทำเลศักยภาพย่านบางนา - ตราด ที่มีการคมนาคมเข้าเมืองสะดวกสบาย ทำเลของการพักอาศัยที่มีคุณภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน ศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง สร้างสรรค์โครงการบนพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ มูลค่าประมาณ 740 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “The Scent of Your Essence” สะท้อนทุกด้านที่เป็นตัวคุณ สัมผัสกับที่อยู่อาศัยแนวใหม่ในทำเลศักยภาพย่านบางนา - ตราด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจด้วยทำเลที่รายล้อมทั้งแหล่งธุรกิจและแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ในอนาคต พร้อมการคมนาคมที่สะดวกสบายเชื่อมต่อหลายเส้นทาง อาทิ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 28 ถนนวงแหวนรอบนอก และถนนบางนา - ตราด ใกล้ทางพิเศษบูรพาวิถีและทางด่วนด่านบางนา รองรับด้วยระบบรถไฟฟ้าถึง 3 สาย รถไฟฟ้า Airport Rail Link สถานีบ้านทับช้าง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีอุดม และ LRT บางนา - สุวรรณภูมิ (ในอนาคต) แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สวนหลวง ร.9 อิเกีย / เมกา บางนา พาราไดซ์ พาร์ค โรงเรียนนานาชาติ ชาร์เตอร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา โรงพยาบาลไทยนครินทร์ และสนามบินสุวรรณภูมิ  การออกแบบยังคงเอกลักษณ์ความเป็นบ้านที่ให้คุณอิสระกับความเป็นตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จที่ผสานทั้งความหรูหรา คุ้มค่า และความทันสมัยด้วยระบบ Home Automation อย่างลงตัว กับสังคมคุณภาพและเป็นส่วนตัวกับบ้านเพียง 86 หลังในโครงการ  พบกับบ้าน 3 ชั้น ที่ผสานฟังก์ชั่น การใช้งานภายในบ้านได้อย่างลงตัว  ในทุกพื้นที่และยังคงเอกลักษณ์การประหยัดพลังงาน ในราคาเริ่มต้นเพียง 7.3 ล้านบาท        บ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอยมากถึง 321 ตร.ม. 5 ห้องนอน 1 ห้องเก็บของ หรือปรับเปลี่ยนเป็นห้องแม่บ้าน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ พร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ “Grand Vertical Living Room” ห้องนั่งเล่นเพดานสูงถึง 6 เมตร  และบ้านรุ่นใหม่  พื้นที่ใช้สอย 243 ตร.ม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ มาพร้อมกับ “Sky Terrace” ระเบียงขนาดใหญ่ชั้น 2 สามารถปรับเปลี่ยนทั้งมุมพักผ่อนหรือมุมปาร์ตี้ตามสไตล์ที่เป็นคุณ เพียบพร้อมด้วย Facilities ต่างๆ อาทิ สวนส่วนกลางให้คุณร่มรื่นด้วยสวนสวยพร้อม Play zone สโมสร สระว่ายน้ำ (ระบบน้ำแร่) และฟิตเนส มั่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV ภายในโครงการ และเข้า - ออก ด้วยระบบ Easy Pass (เฉพาะลูกบ้าน) สัมผัสมิติใหม่ของที่อยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ ความคุ้มค่าที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ พบกันในงาน Pre-Sale 27-28 ตุลาคมนี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ณ สำนักขายโครงการ พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนและจองบ้านภายในงานรับเพิ่ม Samsung Galaxy Note 9 หรือ Gift Voucher Central มูลค่า 30,000 บาท สอบถามข้อมูลโทร. 1720 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.supalai.com

รวมโปรโมชั่น ล่าสุด

พฤกษา ลุยเปิดทาวน์โฮม 2 โครงการ สุดยอดทำเลศักยภาพส่งท้ายปี

พฤกษา ลุยเปิดทาวน์โฮม 2 โครงการ สุดยอดทำเลศักยภาพส่งท้ายปี

ลุยเปิดต่อ ไม่รอแล้วน้า… ธีรเดช เกิดสำอางค์ CEO พฤกษา เรียลเอสเตท-กลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ เตรียมเปิดโครงการเด็ดส่งท้ายปีรัวๆ ล่าสุด เปิด “บ้านพฤกษา แพรกษา-สุขุมวิท” ทาวน์โฮม 2 ชั้น บนสุดยอดทำเล ใกล้ BTS แพรกษา ใกล้ทางด่วนวงแหวนกาญจนาฯ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เริ่ม 1.39 ลบ. พรีเซล 17-18 พ.ย.นี้ ลงทะเบียน รับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท!! และโครงการ “พฤกษาวิลล์ รามคำแหง-ร่มเกล้า(มิสทีน)” ทาวน์โฮม 2 ชั้น สไตล์โมเดิร์น ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม, ทางด่วน และสนามบินสุวรรณภูมิ บ้านกว้าง เพดานสูง 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยได้ทุก Lifestyle ราคาเริ่มต้นเพียง 1.9 ลบ. พรีเซล 24-25 พ.ย.นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 1739 หรือ www.pruksa.com                  
โสสุโก้ ชวนเติมเต็มพื้นที่รอบบ้านด้วยศิลปะสไตล์โคโลเนียลของ แค็ทช่า นวัตกรรมการพิมพ์ด้วยดิจิตอลเทคโนโลยีบนกระเบื้องเซรามิค ที่ผสมผสานความงามไว้อย่างลงตัวด้วย

โสสุโก้ ชวนเติมเต็มพื้นที่รอบบ้านด้วยศิลปะสไตล์โคโลเนียลของ แค็ทช่า นวัตกรรมการพิมพ์ด้วยดิจิตอลเทคโนโลยีบนกระเบื้องเซรามิค ที่ผสมผสานความงามไว้อย่างลงตัวด้วย

โสสุโก้ ภายใต้ บริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ตอบสนองคนรักงานศิลปะสไตล์โคโลเนียลที่ผสมผสานความงามในแบบฉบับเฉพาะของตะวันออก และความหรูหรามีสไตล์ของตะวันตก มาประทับไว้บนกระเบื้องปูพื้นเซรามิค ขนาด 40 x 40 cm.  ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ขั้นสูงแบบดิจิตอล ที่ให้ลวดลาย สีสัน คมชัด ได้อย่างลงตัว  ในชุด “แค็ทช่า” กระเบื้องเซรามิคดีไซน์ใหม่ล่าสุด ที่พร้อมออกวาดลวดลายสีสันให้พื้นที่นอกบ้านงดงามไม่ซ้ำใคร และสะดวกปลอดภัยด้วย พื้นผิวกระเบื้อง ที่ลดความลื่นมันให้หยาบ ทำความสะอาดง่าย แข็งแรง คงทน เหมาะสำหรับใช้งานในพื้นภายนอก อาทิ  ลานจอดรถ  หรือ  ทางเดินรอบ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถขอคำปรึกษา คลิกดูสินค้าและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.sosuco2008.co.th  หรือ เป็นเพื่อนกับโสสุโก้ได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ https://www.facebook.com/sosuco2008/          
เอสบี จับมือ บัตรกรุงศรี มอบ Exclusive Promotion

เอสบี จับมือ บัตรกรุงศรี มอบ Exclusive Promotion

เอสบี ดีไซน์สแควร์ ผู้นำด้านนวัตกรรมและดีไซน์เฟอร์นิเจอร์เมืองไทย เอาใจคนอยากแต่งคอนโดต้อง CONDO SOLUTIONS @ SB DESIGN SQUARE สวยง่าย ตรงใจ ตอบครบทุกเรื่องตกแต่งได้ในที่เดียว พบไอเดียการตกแต่งคอนโดหลากสไตล์ที่สะท้อนความเป็นตัวคุณ และการบริการแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าจะเป็นอินทีเรียดีไซน์เนอร์ ที่ช่วยดูแลตั้งแต่สไตล์การออกแบบ การเลือกวัสดุ และ Condo Décor Planner ที่เป็นมากกว่าผู้ช่วยส่วนตัวคอยให้คำปรึกษา ติดตามงาน บริหารจัดการเวลา และวางแผนงานติดตั้งต่างๆ พร้อมมอบของขวัญสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 2561 โดยจับมือกับ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด จัด Exclusive Promotion พิเศษสำหรับลูกค้าที่จะแต่งคอนโดกับ CONDO SOLUTIONS @ SB DESIGN SQUARE เท่านั้น พิเศษสุดสำหรับผู้ที่สนใจช้อปตั้งแต่วันนี้-30 พฤศจิกายน 2561 รับสิทธิพิเศษผ่อนนาน 24 เดือนกับบัตรกรุงศรี โดย เอสบี ช่วยชำระดอกเบี้ยให้ 10 เดือน พร้อมรับคะแนนสะสมสูงสุด 10 เท่า สำหรับทุกยอดใช้จ่ายผ่านบัตร   และสำหรับผู้ที่ช้อปตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม  2561 รับเพิ่ม 1.เครดิตเงินคืน 13% เมื่อใช้ Point ในบัตรกรุงศรีเท่ายอดซื้อ 2.รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 60,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข และ 3.Top Spender รับ Voucher จากธนาคารกรุงศรี สูงสุด15,000 บาท   ไม่อยากกังวลใจ ไม่อยากเสียเวลา อย่ารอช้า!! สามารถรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.sbdesignsquare.com        
วีคลีน-แอล (VICLEAN-L) ฝาสุขภัณฑ์อัตโนมัติ โดย วิลเลรอย แอนด์ บอค นวัตกรรมแห่งโลกล้ำสมัย

วีคลีน-แอล (VICLEAN-L) ฝาสุขภัณฑ์อัตโนมัติ โดย วิลเลรอย แอนด์ บอค นวัตกรรมแห่งโลกล้ำสมัย

บริษัท วิลเลรอย แอนด์ บอค (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้แบรนด์ “Villeroy & Boch” ขอแนะนำ ฝาสุขภัณฑ์อัตโนมัติ รุ่นวีคลีน-แอล (VICLEAN-L) ฝาสุขภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและโดดเด่นด้วยความโค้งมนของรูปทรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ใบไม้” และด้วยประสบการณ์กว่า 270 ปีของการเป็นผู้นำด้าน Total Bathroom Solution ระดับโลกจากประเทศเยอรมนี เราจึงเข้าใจในทุกความต้องการของผู้ใช้งาน และออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองการใช้งานที่ผสานฟังก์ชั่น และสุนทรียภาพแห่งความงามอย่างแท้จริง VICLEAN-L  ฝาสุขภัณฑ์อัตโนมัติที่สามารถใช้งานร่วมกับสุขภัณฑ์แบบแขวนผนัง รุ่น Subway 2.0 ได้อย่างลงตัว VICLEAN-L มาพร้อมหัวฉีดสแตนเลสสตีลคุณภาพสูง พร้อมเคลือบสาร AntiBac ระบบหัวฉีดน้ำสเปรย์แบบพาโนรามาที่สามารถปรับความกว้างของน้ำได้ สามารถล้างทำความสะอาดได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงด้วยการเคลื่อนที่ไปด้านหน้าและหลัง สามารถปรับอุณหภูมิและความดันน้ำได้ 3 ระดับ ล้ำสมัยด้วยรีโมทคอนโทรล ควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งาน และเหนือชั้นด้วยระบบบันทึกข้อมูลการใช้งานได้สูงสุด 3 คน และไฟ LED สำหรับใช้เวลากลางคืน   สัมผัสความล้ำสมัย ของฝาสุขภัณฑ์อัตโนมัติ รุ่น VICLEAN-L ได้ที่ โชว์รูม Villeroy & Boch หรือคลิก www.villeroy-boch.com และ โทร. 02206-3400          
SAM กระตุ้นตลาดทรัพย์ NPA ไตรมาสสุดท้ายของปี เข็นโปรโมชั่นใหม่ และขยายเวลาโปรฯ เดิม ถึงสิ้นปี 61 เท่านั้น

SAM กระตุ้นตลาดทรัพย์ NPA ไตรมาสสุดท้ายของปี เข็นโปรโมชั่นใหม่ และขยายเวลาโปรฯ เดิม ถึงสิ้นปี 61 เท่านั้น

SAM เดินหน้ารุกตลาด NPA ต่อเนื่อง ออกโปรโมชั่นตัวใหม่ “SAM โอนฟรี ไม่มีอั้น” พร้อมขยายระยะเวลาโปรโมชั่นเดิมถึงสิ้นปี 61 ทั้ง “SAM จัดใหญ่ ให้เยอะ” และ “SAM Smile Home” หวังกระตุ้นตลาด NPA และเพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้านักลงทุน ไตรมาสสุดท้ายของปี นายนิยต มาศะวิสุทธิ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า SAM ออกโปรโมชั่นใหม่  “SAM โอนฟรี ไม่มีอั้น”  โดยออกค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 2% ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ตามรายการที่กำหนด  หมดเขต 14 พฤศจิกายน 2561 นี้เท่านั้น โดยมีตัวอย่างทรัพย์ที่น่าสนใจ อาทิ บ้านเดี่ยวเนื้อที่ 150 กว่าตร.ว. ย่านพุทธมณฑล สาย 2  เขตภาษีเจริญ  ราคา 6.99 ล้านบาท  อาคารพาณิชย์ 8 ห้อง ใจกลางเมืองอุบล เนื้อที่ตั้งแต่ 18-58 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 2.3-7.29 ล้านบาท ห้องชุดสำนักงาน ถ.นเรศ ย่านสุรวงศ์ ราคา 7-14 ล้านบาท ที่ดินสำหรับปลูกบ้านหรูในโครงการสนามกอล์ฟธานนท์ ย่านมีนบุรี เนื้อที่ตั้งแต่ 200 ตร.ว ขึ้นไป  ราคารเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท เป็นต้น นอกจากนี้ ยังขยายระยะเวลาโปรโมชั่นตัวเดิม ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในช่วงที่ผ่านมาออกไปถึงสิ้นปี ได้แก่   โปรโมชั่น “SAM จัดใหญ่ ให้เยอะ” สำหรับลูกค้าซื้อ NPA ประเภทที่อยู่อาศัย เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุดพักอาศัย และอาคารพาณิชย์  โดยมอบบัตรกำนัล (Gift Voucher)  มูลค่าสูงสุดถึง 1 แสนบาท จากร้านเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างชั้นนำ อาทิ  อิเกีย บ้านแอนด์บียอนด์ โฮมโปร เอสบีดีไซน์สแควร์ เทสโก้โลตัส บิ๊กซี เป็นต้น  หมดเขต 25 ธันวาคม 2561 นี้ และ โปรโมชั่น “SAM Smile Home”  SAM ออกค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 1% ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ ประเภทบ้าน คอนโด หรือ ที่พักอาศัยอื่นๆ ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท  หมดเขต 28 ธันวาคม 2561  รวมทั้งยังมีโปรโมชั่น SAM Light ผ่อนสบายๆ 0% นานถึง 2 ปี ที่ได้รับความนิยมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยรายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขที่ SAM กำหนด ผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-686-1888  หรือดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ที่เว็บไซต์ www.sam.or.th และแอปพลิเคชัน “Sam Smile App” รวมทั้งช่องทาง Line โดยแอด ID Line “@ Samline” ได้อีกช่องทางหนึ่ง      
มาแล้วจ้า...โปรโมชั่นส่งท้ายปี

มาแล้วจ้า...โปรโมชั่นส่งท้ายปี

ส่งท้ายปีจากซีคอน โฮม งานดีๆ ที่คนอยากสร้างบ้านไม่ควรพลาด!!! วันที่ 23-25 พฤศจิกายนศกนี้ พบกับงาน SeaconHome Exclusive Days งานเดียวจบครบทุกความต้องการ พบกับการเปิดตัวแบบบ้าน Next Series ชุดใหม่ขนาดเล็ก ตอบทุกข้อสงสัย เกี่ยวกับการสร้างบ้านทั้งเรื่องงานสถาปัตย์ วิศวกรรม ประมาณราคา ฮวงจุ้ย พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 20% และรับฟรีระบบบ้านอัจฉริยะไร้สาย เมื่อจองสร้างบ้านภายในงานพิเศษสุดๆ เพียงนำโฉนดมาแสดงในงาน รับทันทีของที่ระลึก แล้วพบกับขอเสนอดี ๆ เฉพาะในงานนี้เพียง 3 วันเท่านั้น ที่ซีคอนโฮม สี่พระยา ซีคอนโฮม รับสร้างบ้าน โทร. 02 237 2900 หรือ www.seaconhome.co.th           
ศุภาลัย ปูพรม เชียงราย ขยายพอร์ตภูมิภาค เตรียมเปิด “ศุภาลัย พาร์ควิลล์ แม่กรณ์-เชียงราย”

ศุภาลัย ปูพรม เชียงราย ขยายพอร์ตภูมิภาค เตรียมเปิด “ศุภาลัย พาร์ควิลล์ แม่กรณ์-เชียงราย”

บมจ.ศุภาลัย ปูพรม เชียงราย ขยายพอร์ตภูมิภาค ปักธงโครงการแรก “ศุภาลัย พาร์ควิลล์ แม่กรณ์-เชียงราย” มูลค่าโครงการ 1,760 ล้านบาท ริมถนนสายหลักใกล้สี่แยกแม่กรณ์ เพียง 5 นาที จากตัวเมือง และเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย พร้อมลุยแผนขยายพอร์ตภูมิภาคเต็มสูบ Grand Opening 24-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ ณ สำนักงานขาย พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดหัวเมืองใหญ่ของภาคเหนือ มีความพร้อมด้านภูมิศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับได้รับแรงหนุนจากภาครัฐ ทั้งแผนพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และโครงการมอเตอร์เวย์เชื่อมเชียงใหม่-เชียงราย ที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น คาดว่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้นักท่องเที่ยว และนักลงทุนหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น ด้านภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในปัจจุบันยังมีคู่แข่งไม่มาก คนในพื้นที่ส่วนใหญ่นิยมอาศัยอยู่บ้านเดี่ยว จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้บริษัทฯ มีแผนขยายการลงทุนที่เชียงรายเป็นจังหวัดล่าสุด และเตรียมปักธงโครงการแรก “ศุภาลัย พาร์ควิลล์ แม่กรณ์-เชียงราย” บ้านเดี่ยว และบ้านรุ่นใหม่สไตล์โมเดิร์น นอกจากนี้  บริษัทฯ ยังคงเตรียมแผนลงทุนในจังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง “ศุภาลัย พาร์ควิลล์ แม่กรณ์-เชียงราย” บ้านสไตล์โมเดิร์น ในสังคมมีระดับ ชูแนวคิด “ที่สุดแห่งคุณค่า...กับความสมบูรณ์แบบที่สง่างาม” ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการประมาณ 86 ไร่ ในชุมชนคุณภาพ บ้านทุกหลังถูกออกแบบให้ทุกตารางนิ้วถูกใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า โปร่งโล่ง ระบายอากาศได้ดี และนำแสงธรรมชาติ เข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างเหมาะสม ทั้งบ้านเดี่ยว และบ้านรุ่นใหม่ 3-4 ห้องนอน 2-5 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 122-318 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นเพียง 2.85 ล้านบาท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบครัน อาทิ สวน ขนาดใหญ่ 2 แห่ง หรือผ่อนคลายกับสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่ พร้อมสโมสร และ ฟิตเนส อุ่นใจกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง กล้อง CCTV และระบบเข้า-ออกโครงการแบบ Easy Pass พื้นที่โครงการรายล้อมด้วยธรรมชาติ มองเห็นขุนเขา และชุมชนเมืองดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น หลากหลายรูปแบบทั้งบ้านเดี่ยว และบ้านรุ่นใหม่ ถึง 8 แบบ เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตให้สมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยทำเลศักยภาพริมถนนสายหลักใกล้สี่แยกแม่กรณ์ เดินทางสะดวกสบาย เพียง 5 นาที จากตัวเมือง และเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญ อาทิ โฮมโปร โกลบอลเฮ้าส์ ศูนย์ราชการ รพ.เกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ สถานีขนส่งใหม่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช วัดร่องขุ่นท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง จังหวัดเชียงราย เชิญเลือกแปลงโดนใจในราคาพิเศษ ก่อนใครในงาน Grand Opening 24-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ณ สำนักงาน  ขายโครงการ โทร. 1720 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.supalai.com          
LPN ฉลองก้าวสู่ปีที่ 30 จัดโปรเด็ด

LPN ฉลองก้าวสู่ปีที่ 30 จัดโปรเด็ด "ลุมพินี บิ๊กช็อค ผ่อนหนักเป็นเบา" ช่วยผ่อนแบงค์ 4,000 บาท สูงสุด 30 งวด

โอกาสสุดท้ายแห่งปี LPN จัดแคมเปญ “ลุมพินี บิ๊ก ช็อค ผ่อนหนักเป็นเบา” ช่วยผ่อนธนาคารสูงสุด 30 งวดกับ 16 ทำเลทั้งบ้านและคอนโด เริ่ม 4,000 บาท/เดือน ราคาขายเริ่มต้น 1.03 ลบ. สร้างโอกาสแก่ผู้ที่ต้องการมีบ้านหลังแรกด้วยราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย (Affordable Price) ภายใต้ความคุ้มค่าจากแบรนด์ “ลุมพินี” พร้อมฟรีต่อที่สองกับเฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ ค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ เจาะลูกค้า Real Use และผู้ต้องการบ้านหลังแรกในราคาที่เอื้อมถึง เพียงวางเงินจอง 5,000 บาทและยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร พลาดไม่ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นปี 2561 ณ สำนักงานขายทั้ง 16 โครงการ นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ LPN เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ LPN ก้าวสู่ปีที่ 30 จึงได้คัดสรรคอนโดและบ้านรวม 16 ทำเลจัดแคมเปญสุดพิเศษก่อนสิ้นปี ภายใต้ชื่อ “ลุมพินี บิ๊ก ช็อค ผ่อนหนักเป็นเบา” โดย LPN จะช่วยผ่อนธนาคาร 30 งวด สำหรับคอนโดมิเนียมเดือนละ 4,000 บาท เช่น ห้องราคา 1 ล้านบาท ปกติลูกค้าจะผ่อนกับธนาคาร 6,800 บาทต่อเดือน เมื่อซื้อห้องชุดในแคมเปญนี้ ลูกค้าจะผ่อนกับธนาคารเพียงเดือนละ 2,800 บาท และช่วยผ่อนธนาคาร 24 งวด สำหรับบ้านจัดสรรเดือนละ 9,000 บาท ทั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสการมีบ้านได้ง่ายๆ ในราคาที่เอื้อมถึง (Affordable Price) ภายใต้สังคมคุณภาพ “ชุมชนน่าอยู่” (Livable Community) สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ LPN วางไว้ คือ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Use), กลุ่มลูกค้าที่เคยอยู่ต่างจังหวัดและย้ายมาพำนักในกรุงเทพฯ โดยมองหาบ้านในราคาที่ซื้อได้ รวมถึงฐานลูกค้าที่เคยซื้อกับ LPN กว่า 1,000 ราย ซึ่งแต่เดิมไม่ผ่านการอนุมัติจากธนาคารด้วยภาระหนี้สินที่เคยมีอยู่ แต่ปัจจุบันมีความสามารถทางการเงินแล้ว สำหรับคอนโดมิเนียมที่ LPN นำมาจัดโปรโมชั่นในครั้งนี้มี 12 โครงการ ได้แก่   1. ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม98 เฟส 2 อาคาร CD ห้องชุดรูปแบบใหม่ 1 ห้องนอน ขนาด 26.00 ตร.ม.บริเวณหน้าโครงการมี คอมมูนิตี้ มอลล์ ใกล้รถไฟฟ้าสถานีหลักสอง(อยู่ระหว่างก่อสร้าง),เดอะ มอลล์ บางแค, บิ๊กซี เพชรเกษม ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 9,200 บาท/เดือน เหลือ 5,200 บาท/เดือน ขนาด 26.00 ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท ฟรีเครื่องปรับอากาศและค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   2.ลุมพินี วิลล์ นครอินทร์-ริเวอร์วิว บรรยากาศธรรมชาติ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีแยกติวานนท์ เพียง 1.3 กม.ใกล้โลตัสและแม็คโคร นครอินทร์ ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 8,500 บาท/เดือน เหลือ 4,500 บาท/เดือน ขนาด 22.50 ตร.ม. เริ่ม 1.29 ล้านบาท ฟรีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องปรับอากาศรวมถึงค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   3.ลุมพินี วิลล์ ราชพฤกษ์-บางแวก ใกล้รถไฟฟ้า สายสีเขียว (สถานีบางหว้า)และสายสีน้ำเงิน (สถานีเพชรเกษม 48 และสถานีจรัญสนิทวงศ์ 13) ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 8,200 บาท/เดือน เหลือ 4,200 บาท/เดือน ขนาด 22.50 ตร.ม. เริ่ม 1.25 ล้านบาท ฟรีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องปรับอากาศรวมถึงค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   4.ลุมพินี วิลล์ ราษฎร์บูรณะ-ริเวอร์วิว 2 คอนโดวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกเพียง 15 นาที ถึงถนนพระราม 3 ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 8,600 บาท/เดือน เหลือ 4,600 บาท/เดือน ขนาด 22.50 ตร.ม. เริ่ม 1.29 ล้านบาท ฟรีเครื่องปรับอากาศและค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   5.ลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า-ริเวอร์วิว คอนโดวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง พร้อมรถรับ-ส่ง สถานีไทรม้า และสถานีสะพานพระนั่งเกล้า ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 6,800 บาท/เดือน เหลือ 2,800 บาท/เดือน ขนาด 22.50 ตร.ม. เริ่ม 1.03 ล้านบาท ฟรีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องปรับอากาศรวมถึงค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์   6.ลุมพินี สวีท ดินแดง-ราชปรารภ ทำเลใจกลางเมือง ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 25,700 บาท/เดือน เหลือ 13,700 บาท/เดือน ขนาด 28.00 ตร.ม. เริ่ม 3.89 ล้านบาท ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   7.ลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน สะดวกทุกการเดินทางด้วยรถรับ-ส่งจากโครงการไปสถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ มักกะสันผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 25,100 บาท/เดือน เหลือ 13,100 บาท/เดือน ขนาด 27.00 ตร.ม. เริ่ม 3.80 ล้านบาท ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์   8.ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท76-แบริ่ง สเตชั่น (2) เพียง 1 กม.จาก BTS สถานีแบริ่ง ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 11,100 บาท/เดือน เหลือ 7,100 บาท/เดือน ขนาด 24.00 ตร.ม. เริ่ม 1.69 ล้านบาท ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ 60,000 บาท   9.ลุมพินี เพลส พระราม 3-ริเวอร์ไรน์ คอนโดระดับพรีเมียมใกล้ย่านธุรกิจทั้งสีลม สาทร สุขุมวิท ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 19,500 บาท/เดือน เหลือ 9,500 บาท/เดือน ขนาด 28.00 ตร.ม. เริ่ม 2.95 ล้านบาท ฟรีเครื่องปรับอากาศและค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ 60,000 บาท   10.ลุมพินี พาร์ค พหล 32 เพียง 300 เมตรจากรถไฟฟ้าสถานีเสนานิคม ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 25,900 บาท/เดือน เหลือ 15,900 บาท/เดือน ขนาด 28.00 ตร.ม. เริ่ม 3.92 ล้านบาท ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ 60,000 บาท   11.ลุมพินี เพลส รัชดา-สาธุ ง่ายดายทุกการเดินทาง พร้อมอากาศดีจากบางกระเจ้า ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 20,800 บาท/เดือน เหลือ 10,800 บาท/เดือน ขนาด 28.00 ตร.ม. เริ่ม 3.16 ล้านบาท ฟรีเครื่องปรับอากาศ ค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ 60,000 บาท   12.ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร-สะพานควาย คอนโดแนวคิดใหม่ที่ตอบโจทย์วิถีการใช้ชีวิตของคนทำงาน ผ่อนธนาคาร 30 งวด จาก 25,100 บาท/เดือน เหลือ 15,100 บาท/เดือน ขนาด 31.00 ตร.ม. เริ่ม 3.80 ล้านบาท ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ 60,000 บาท บ้านลุมพินี 4 โครงการ ได้แก่   1.บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ เพิ่มสิน - วัชรพล ผ่อนธนาคาร 24 งวด จาก 17,000 บาท/เดือน เหลือ 8,000 บาท/เดือน ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท   2.บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ รังสิต คลอง2 ผ่อนธนาคาร 24 งวด จาก 14,000 บาท/เดือน เหลือ 5,000 บาท/เดือน ราคาเริ่มต้น 2.10 ล้านบาท   3.บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก - บางไผ่สเตชั่น ผ่อนธนาคาร 24 งวด จาก 14,000 บาท/เดือน เหลือ 5,000 บาท/เดือน ราคาเริ่มต้น 2.04 ล้านบาท   4.บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า ผ่อนธนาคาร 24 งวด จาก 17,000 บาท/เดือน เหลือ 8,000 บาท/เดือน ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท   นอกจากนั้น LPN ยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่อที่ 2 ด้วยการมอบของแถมสุดพิเศษ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ ฟรีค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์และส่วนลดเงินดาวน์ในบางโครงการ นับว่าเป็นโปรโมชั่นสุดพิเศษก่อนสิ้นปีอันจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ก่อนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะประกาศใช้มาตรการ LTV  (Loan To Value) ในปีหน้า   สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเลือกชมห้องชุดได้ที่สำนักงานขายทั้ง 16 โครงการ พร้อมเงินจองเพียง 5,000 บาท และเอกสารส่วนตัวเพื่อยื่นกู้เพียงครั้งเดียวกับ 4 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารกรุงเทพ พร้อมคืนเงินจองหากกู้ธนาคารไม่ผ่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center   02-689-6888 หรือ www.lpn.co.th          
โสสุโก้ เปิดตัว ความงามเฉพาะ ของกระเบื้องเซรามิค ชุดใหม่ล่าสุด

โสสุโก้ เปิดตัว ความงามเฉพาะ ของกระเบื้องเซรามิค ชุดใหม่ล่าสุด "เด่นจันทร์" ที่รวมเอาแรงบันดาลใจในดีไซน์ แบบมิกซ์ ลอฟต์ แอน วินเทจ

โสสุโก้ ภายใต้ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวกระเบื้องเซรามิคดีไซน์ใหม่ล่าสุด เอาใจผู้ที่ชื่นชอบความเป็นลอฟต์ (Loft) และ วินเทจ (Vintage) ที่แอบหวานเล็ก ๆ ด้วยลวดลายดอกไม้ พร้อมใส่ความเก๋ของลายเส้นกราฟฟิคแบบญี่ปุ่น และเติมแต่งความเป็นธรรมชาติด้วยลายไม้ ที่มิกซ์แอนด์แมทช์กันได้อย่างลงตัว ในงานเซรามิคซีรี่ย์ ชุดหรู “เด่นจันทร์” ด้วยระบบการพิมพ์ลวดลายแบบดิจิตอลเทคโนโลยีบนแผ่นกระเบื้องที่ทำให้เส้นและสีสวย คมชัด ที่ดูเหมือนจริง  ขนาด 40x40 cm. ให้คุณเลือกความสวยกับการตกแต่งในแบบที่ใช่ ของคุณได้ง่ายๆ ตั้งแต่วันนี้ ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ   สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถขอคำปรึกษา คลิกดูสินค้าและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที www.sosuco2008.co.th หรือเป็นเพื่อนกับโสสุโก้ได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ https://www.facebook.com/sosuco2008/