ข่าวโปรโมชั่น

 

ข่าวล่าสุด

SENA ท็อปฟอร์มขึ้นแท่นรองแชมป์ ปี 61 ทุบสถิติครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 3 ปี

SENA จุดพลุประกาศความสำเร็จ “Growth Hormone” ตามโรดแมปปี 61 โตพุ่งปรี๊ดครบทุกองศา ล่าสุดขึ้นแท่นรองแชมป์อันดับ 2 เปิดตัวคอนโดมิเนียมเยอะสุดทั้งในแง่แวร์ลูและควอลิตี้ทำลายสถิติครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 3 ปี   ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2561 ที่ผ่านมามีความท้าทายต่างๆ เข้ามากดดันให้ผู้ประกอบการเปิดขายโครงการที่อยู่อาศัยใหม่อย่างระมัดระวังการแข่งขันในตลาดที่ยังคงเป็นไปอย่างรุนแรงและความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังมีจำกัด แต่ด้วยกลยุทธ์ของบริษัทสามารถจัดพอร์ตการลงทุนได้อย่างครอบคลุม ครบทุกเซกเมนท์ทำให้ในปีที่ผ่านมา เสนาสามารถทำลายสถิติหลายอย่างให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้   สำหรับปี 2561 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่พีคที่สุดของเสนาในรอบ 3 ปี ทั้งในแง่การเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีมูลค่าและจำนวนยูนิตที่สูงสุด ครองแชมป์อันดับ 2 ในธุรกิจเรียลเอสเตท (เครดิต:จากฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย) โดยเฉพาะหากย้อนดูข้อมูลในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ปี 2561) มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15–20   และมีการเปิดตัวโครงการและจำนวนยูนิตเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2559 เปิดคอนโดมิเนียม 5 โครงการ 1,654 ยูนิต รวมมูลค่า 2,560 ล้านบาท ปี 2560 เปิดคอนโดมิเนียม 7 โครงการ 4,111 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 8,477 ล้านบาท และปี 2561 เปิดคอนโดมิเนียม 9 โครงการ 6,397 ยูนิต รวมมูลค่า 22,030 ล้านบาท ประกอบกับทางเสนาเองมีพันธมิตรธุรกิจที่แข็งแกร่ง “ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ปเปอร์เรชั่น” ร่วมลงทุนพัฒนาโครงการทั้งสิ้น ณ ปัจจุบัน 6 โครงการ ประกอบด้วย 1.นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง 2.นิช ไพร์ด เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ 3.นิช โมโน เจริญนคร 4.นิช โมโน เมกะ สเปช บางนา 5.นิช โมโน รามคำแหง และ6.ปีติ เอกมัย รวมมูลค่าทั้งสิ้น 20,846 ล้านบาท ซึ่งสร้างยอดขายเป็นที่น่าพอใจทุกโครงการ นอกจากนี้ทางเสนายังมีพาสเนอร์อย่างบริษัท แอคคิวท์ เรียลตี้ที่เข้ามาช่วยบริหารดูแลด้านการขายอย่างมืออาชีพให้กับหลายโครงการรวมถึงการทำตลาดในต่างประเทศด้วย   ทั้งนี้ทางเสนายังได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาใช้ทุกโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง ซึ่งเป็นรายแรกของเมืองไทยที่เดินหน้าพัฒนาโครงการมุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดแบบ100% โดยการนำร่องติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ให้บ้านทุกหลัง และเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า EV ready รวมทั้งมีบริษัทในเครือเป็นผู้ติดตั้งและจัดจำหน่ายระบบพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำของประเทศไทย รวมถึงได้ต่อยอดพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ใน Application SENA 360° Service ให้ครบ จบ ง่าย บริการหลังการขายแบบครบวงจรพร้อมดูแลลูกบ้านทุกที่ทุกเวลา   ด้วยหัวใจสำคัญแห่งความสำเร็จครั้งนี้ เสนาวางคอร์เปอเรทแคมเปญใหญ่ “MADE FROM HER” ใส่ใจทุกดีเทลชีวิตจากแนวคิดแบบผู้หญิงเพื่อสร้างจุดต่างและจุดขายให้กับโปรดักส์ในโครงการ ซึ่งความสำเร็จของเสนาในวันนี้เป็นผลพวงจากวิสัยทัศน์ผนวกกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของผู้บริหารระดับสูง และการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน            

กิจกรรม ล่าสุด

“ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” เปิดตัวเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน

“ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” เปิดตัวเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน "เมืองแห่งความสุข" (The City of Harmonious Living)

เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ตฤณ นครา นำโดยนายตฤณ นิลประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตฤณ อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วย คุณผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงรายและ มร.เดวิส เจ แชมเบอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทรเด้นท์ ซัพพอร์ต จำกัด บริษัทก่อสร้างเสาธง ร่วมกันแถลงเปิดตัวโครงการ  “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” พัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน จ.เชียงราย บนพื้นที่ 3,139 ไร่ ให้เป็น One Stop Service City ทันสมัยและครบครัน ภายใต้แนวคิด "เมืองแห่งความสุข" (The City of Harmonious Living) พร้อมจับมือไทรเด้นท์ ซัพพอร์ตฯ จากสหรัฐอเมริกาสร้างเสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 189 เมตร ในโครงการฯ และบันทึกลงใน Guinness World Records ปักหมุดเชียงแสนบนแผนที่โลกและดันให้เป็นไอคอนของเชียงแสน แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของไทยที่รู้จักไปทั่วโลกหวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สังคม การลงทุน จ.เชียงรายอย่างยั่งยืน    
นีโอ เนรมิตพื้นที่ 6 หมื่นตร.ม. เตรียมจัดงาน สถาปนิก’ 62 เวทีหนึ่งเดียวระดับภูมิภาค ดึงผู้ร่วมงานนานาชาติ 850 แบรนด์ดังทั่วโลก เปิดโอกาสจับคู่เจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบปี รับผู้ชมงานกว่า 5 แสนคน

นีโอ เนรมิตพื้นที่ 6 หมื่นตร.ม. เตรียมจัดงาน สถาปนิก’ 62 เวทีหนึ่งเดียวระดับภูมิภาค ดึงผู้ร่วมงานนานาชาติ 850 แบรนด์ดังทั่วโลก เปิดโอกาสจับคู่เจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบปี รับผู้ชมงานกว่า 5 แสนคน

“บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์” ร่วมกับ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานสถาปนิก’ 62 ชูแนวคิด “กรีน อยู่ ดี : Living Green” ชี้โอกาสใหญ่ของผู้ร่วมแสดงสินค้า ก้าวสู่เวทีนานาชาติ ร่วมขยายตลาดทั้งใน และต่างประเทศครั้งสำคัญ   นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) เปิดเผยว่า นีโอได้รับเกียรติจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นผู้บริหารงาน “สถาปนิก’ 62-63” อย่างเป็นทางการ  โดยบริษัทฯ ได้ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ด้วยศักยภาพ และประสบการณ์ จากผลงานต่างๆ ในระดับประเทศ ที่ทาง เอ็น.ซี.ซี. ได้เคยจัดมา   สำหรับการจัดงานสถาปนิก’ 62 ครั้งนี้ เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน ถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ณ อาคารชาแลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี  ซึ่งเป็นการจัดขึ้นครั้งที่ 33 ภายใต้แนวคิด “กรีน อยู่ ดี : Green Living” ที่ได้มีการนำภูมิปัญญาที่อยู่ใกล้ตัวเข้ามาใช้ในกระบวนการออกแบบ การวางผัง การใช้วัสดุก่อสร้าง รวมถึงการใช้งาน การบำรุงรักษา การปรับปรุง หรือการจัดการเมื่อหมดอายุ มาผนวกใช้กับนวัตกรรม เทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดสถาปัตยกรรมชุมชน และเมืองในด้านบวก ทั้งสิ่งแวดล้อม และผู้ใช้งาน ต่อการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า “บริษัทฯ วางเป้าหมายที่จะยกระดับให้งานสถาปนิก’62 เป็นงานระดับภูมิภาคครั้งใหญ่แห่งปี ซึ่ง ผู้ร่วมแสดงสินค้านอกจากจะได้เจรจาการค้าจับคู่ทางธุรกิจต่อธุรกิจแล้ว ผู้แสดงสินค้ายังมีโอกาสได้พบปะเจรจาการค้ากับผู้ชมงานกลุ่มต่างๆ ทั้งในประเทศ และอาเซียน อาทิ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอาคาร ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน สถาปนิก นักออกแบบ นักตกแต่งภายใน วิศวกร ผู้รับเหมาก่อสร้าง ตลอดจนผู้ส่งออก และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งคาดว่าผู้ชมงานในปีนี้จะมีประมาณ 5 แสนคน เพิ่มขึ้นจากการจัดงานครั้งก่อน 25%” นายศักดิ์ชัย กล่าว   ทั้งนี้ บริษัทฯ จะนำจุดแข็งจากการเป็นเครือข่ายพันธมิตรผู้จัดงานในกลุ่มวัสดุก่อสร้างในภูมิภาคเอเชีย นำผู้ประกอบการในแต่ละประเทศทั้งรายเก่าและรายใหม่เข้าร่วมแสดงสินค้า บนพื้นที่กว่า 60,000 ตร.ม. เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่จัดบนพื้นที่ 31,000 ตร.ม. และปีนี้ยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศเป็น 3,000 ตร.ม. จากปีก่อนที่จัดบนพื้นที่ 2,500 ตร.ม. ซึ่งในเบื้องต้นได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการจากอเมริกา เยอรมนี อิตาลี ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย และเวียดนาม โดยคาดว่าจะมีบริษัทต่างๆ เข้าร่วมแสดงสินค้าประมาณ 850 บริษัท ซึ่งขณะนี้ ผู้ประกอบการได้จองพื้นที่ไปแล้ว ประมาณ 80% สำหรับผู้สนใจที่ต้องการเข้าร่วมแสดงสินค้าในงานสถาปนิก’ 62   สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.asa.or.th/architectexpo หรือโทรสอบถามได้ที่ 02-203-4299, E-mail: architect@nccexhibition.com หรือ Facebook : ASACREW or NCCEXHIBITIONORGANIZER      
ศุภาลัย คว้า 3 รางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561

ศุภาลัย คว้า 3 รางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล “บ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561” จำนวน 3 รางวัล จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้แก่ รางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น แบบบ้านศุภจิตรา(ใหม่) โครงการศุภาลัย พรีม่า วิลล่า พระราม 2-บางขุนเทียน รางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น แบบบ้านศุภศิริ โครงการศุภาลัย เอสเซ้นส์ ลาดพร้าว และรางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น แบบบ้านศุภราช โครงการศุภาลัย พรีม่า วิลล่า พระราม 2-บางขุนเทียน โดยมีนายวีรพงษ์ รักอักษร ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยทีมสถาปนิก บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนรับมอบโล่รางวัลจาก ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ณ THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM        
CMC มอบน้ำดื่ม ผ้าเย็น บริการประชาชนที่สัญจรและเดินทางบนท้องถนน ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 ตามโครงการ Sharing Work Sharing Love

CMC มอบน้ำดื่ม ผ้าเย็น บริการประชาชนที่สัญจรและเดินทางบนท้องถนน ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 ตามโครงการ Sharing Work Sharing Love

บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC ร่วมกับสน.บุคคโล โดย พ.ต.อ. ธวัชชัย ศรีสุรางค์ ท่านผู้กำกับฯ และสน.บางมด มอบน้ำดื่ม ผ้าเย็น บริการประชาชนที่สัญจรและเดินทางบนท้องถนน ในจุดแวะพักต่างๆ ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562  โดยการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ในครั้งนี้ให้กับประชาชนชาวไทยเป็นส่วนหนึ่งที่ CMC ต้องการมีส่วนร่วมและมอบสิ่งดีๆ ตอบแทนกลับคืนสู่งสังคม ตามโครงการ Sharing Work Sharing Love  โดยสามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1172 หรือ เว็บไซต์ www.cmc.co.th                  
ออลล์ อินสไปร์ฯ คว้ารางวัลผู้พัฒนาโครงการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ประจำปี 2018

ออลล์ อินสไปร์ฯ คว้ารางวัลผู้พัฒนาโครงการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ประจำปี 2018

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายเดียวจากประเทศไทย เป็น 1 ใน 10 ผู้ประกอบการที่คว้ารางวัล The Most Popular Project Owner in 2018 Global Summit of Immigration Industry รางวัลสำหรับเจ้าของโครงการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ภายในงาน “2018 Global Summit Entry and Exit Industry & The Grand Ceremony of Annual Commendation” จัดโดย Sichuan Industrial Association for Public Exit & Entry งานที่จัดขึ้นโดยรวบรวมผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์จากทั่วทั้งประเทศจีนกว่า 700 ราย และ เจ้าของโครงการ 114 ราย จากกว่า 50 ประเทศและภูมิภาค เพื่อคัดเลือกความเป็นเลิศด้านการบริการและได้รับความนิยมมากที่สุด เมื่อเร็วๆ นี้ ณ เมืองเฉิงตู ประเทศจีน          
ORI-KBank เปิดดีลร่วมทุน “BUTLER” แอปแรกของเมืองไทยที่รวมทุกงานบริการให้ชีวิตง่ายในแอปเดียว

ORI-KBank เปิดดีลร่วมทุน “BUTLER” แอปแรกของเมืองไทยที่รวมทุกงานบริการให้ชีวิตง่ายในแอปเดียว

“ออริจิ้น” จับมือ “กสิกรไทย” เปิดดีลร่วมทุนบริษัทในเครือ “ดิจิตอล บัตเลอร์” ผู้พัฒนาแอปและแพลทฟอร์ม BUTLER ที่รวมทุกพันธมิตรด้านงานบริการไว้ในแอปเดียว ทั้งแม่บ้าน-ดูแลรักษาบ้าน-ซักอบรีด และการเชื่อมโยงนิติบุคคล-ลูกบ้าน เตรียมยกระดับรูปแบบการชำระเงินและช่องทางการให้บริการหลังร่วมทุน พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบวงจร นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (Park Origin) ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill) เคนซิงตัน (Kensington) และโครงการแนวราบแบรนด์บริทาเนีย (Britania) เปิดเผยว่า บริษัทและธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank ได้ลงนามสัญญาร่วมทุนในบริษัท ดิจิตอล บัตเลอร์ จำกัด บริษัทย่อยในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชันและแพลทฟอร์ม BUTLER แอปและแพลทฟอร์มแรกของเมืองไทยที่รวมทุกงานบริการให้ชีวิตง่ายในแอปเดียว   “เราและธนาคารกสิกรไทยต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคอย่างครบวงจร ความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ จึงถือเป็นการผสานจุดแข็งระหว่างผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ มาต่อยอดให้เกิดดิจิทัล แพลทฟอร์มที่อำนวยความสะดวกผ่านบริการต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” นายพีระพงศ์ กล่าว ทั้งนี้ BUTLER เป็นแอปพลิเคชันและแพลทฟอร์มด้านการจัดการชุมชนและสังคม (Community Management Platform) ที่รวบรวมทุกงานบริการเอาไว้อย่างครบวงจร เช่น บริการแม่บ้าน บริการดูแลรักษาบ้าน บริการซักอบรีด ผ่านการรวบรวมและร่วมมือกับบริการจากหลากหลายพันธมิตรไว้ในแอปเดียว อาทิ Seekster, Fixzy, Helpdee, Betagro, JP Insurance นอกจากนี้ BUTLER ยังพัฒนาแพลทฟอร์มเชื่อมโยงนิติบุคคลกับผู้อยู่อาศัยในโครงการ พนักงาน ตลอดจนบริการของพันธมิตร มีฟังก์ชันตั้งแต่การดูและจัดการตารางกิจกรรมภายในของนิติบุคคล การใช้พื้นที่ส่วนกลาง ภาพรวมแผนงบประมาณ แจ้งค่าน้ำค่าไฟพร้อมทำการชำระผ่านระบบชำระเงินออนไลน์ได้ทันที รับแจ้งซ่อมและปัญหาการบริการต่างๆ พร้อมทั้งติดตามสถานะได้ทันที แชทคุยกับผู้จัดการนิติโดยตรง บริหารจัดการพนักงาน ตลอดจนดูตารางงานของพันธมิตรที่เข้ามาทำงานในพื้นที่โครงการ ช่วยแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งนิติบุคคลโครงการที่อยู่อาศัยและผู้อยู่อาศัย   ภายหลังการดำเนินการซื้อ-ขายหุ้นของบริษัท ดิจิตอล บัตเลอร์ จำกัด เสร็จสิ้น บริษัทจะมีสัดส่วนการถือหุ้นในดิจิตอล บัตเลอร์ ประมาณ 52% ผ่านบริษัท พรีโม พร็อพเพอร์ตี้ โซลูชั่น จำกัด บริษัทย่อยที่ดูแลธุรกิจบริการทั้งหมดในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ขณะที่กลุ่มผู้ก่อตั้งดิจิตอล บัตเลอร์ จะถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 35% และธนาคารกสิกรไทย ถือหุ้นในสัดส่วน 10% ด้านนายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank กล่าวว่า ธนาคารยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ในการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในแต่ละธุรกิจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Better Together ด้วยการผสานจุดแข็งของแต่ละฝ่าย เพื่อร่วมกันนำเสนอบริการที่ดีที่สุดให้กับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในทุกๆ วัน สำหรับ BUTLER ภายใต้เครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ถือเป็นแพลทฟอร์มศักยภาพที่ช่วยเชื่อมโยงระหว่างผู้ให้บริการเข้ากับผู้ใช้บริการ และเชื่อมโยงผู้อยู่อาศัยเข้ากับนิติบุคคล ขณะเดียวกัน BUTLER ยังรวบรวมทุกบริการความสะดวกของการใช้ชีวิตไว้ในแอปเดียว และสามารถชำระเงินค่าใช้บริการและค่าสาธารณูปโภคผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคดิจิทัล จึงเป็นสาเหตุสำคัญให้บริษัทตัดสินใจเข้าร่วมทุนในครั้งนี้   เบื้องต้น ธนาคารกสิกรไทย จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรูปแบบการชำระเงินให้มีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการของ BUTLER ให้ลูกค้าธนาคารผ่านช่องทางต่างๆ ของทางธนาคาร อาทิ K Plus เป็นต้น นอกจากนี้ ในอนาคตมีแผนที่จะพิจารณาความร่วมมือต่างๆ เพิ่มขึ้น ต่อไป หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา BUTLER มีนิติบุคคลโครงการต่างๆ สนใจลงชื่อเข้าร่วมใช้งานแล้วมากกว่า 500 โครงการ และยังมีแผนจะพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มอย่างต่อเนื่อง การเชื่อมโยงการใช้ชีวิตของผู้บริโภคเข้ากับสตาร์ทอัพและร้านค้าในชุมชนของตัวเอง การสร้าง Community Media ที่ให้บุคคลในโครงการที่อยู่อาศัยเดียวกันสามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกยิ่งขึ้น   ผู้สนใจบริการของ BUTLER สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้แล้ววันนี้ทั้งใน App Store และ Play Store หรือคลิก www.digitalbutler.co.th สำหรับนิติบุคคลที่สนใจบริการของ BUTLER สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.butlerjuristic.com        
KOHLER Design Forum 2018 ชูแนวคิด “ALL THINGS CONNECTED” ร่วมสรรค์สร้างอนาคตแห่งอุตสาหกรรมการออกแบบ และวงการสถาปัตย์ในเมืองไทยและทั่วโลก

KOHLER Design Forum 2018 ชูแนวคิด “ALL THINGS CONNECTED” ร่วมสรรค์สร้างอนาคตแห่งอุตสาหกรรมการออกแบบ และวงการสถาปัตย์ในเมืองไทยและทั่วโลก

โคห์เลอร์ ผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบนวัตกรรมและการผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับห้องครัวและสุขภัณฑ์ จัดงาน KOHLER Design Forum เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ธีม “All Things Connected” เพื่อนำเสนอเวทีสำหรับผู้ปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมสถาปัตย์และการออกแบบในประเทศไทย ในการร่วมพูดคุยถึงการสร้างสรรค์อนาคตของอุตสาหกรรมด้านการอยู่อาศัย ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้เชิงลึก และแนวคิดที่เน้นความสำคัญในเรื่องอนาคตของเทคโนโลยีอัจฉริยะภายในบ้าน สำนักงาน และอาคารประเภทต่าง ๆ การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยการนำเสนอข้อมูลเชิงลึก การพูดคุยสัมมนา และการถกประเด็นสำคัญในหัวข้อที่น่าสนใจโดยเหล่าผู้นำอุตสาหกรรม พร้อมมอบโอกาสให้เหล่าสถาปนิก นักออกแบบ และผู้ปฏิบัติงานในสาขาที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมสรรค์สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาอุตสาหกรรมระหว่างกัน “อนาคตของวงการสถาปัตย์และการออกแบบจะเห็นได้จากงานในวันนี้ และถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดและผู้สร้างแรงบันดาลใจในอุตสาหกรรมจะร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่เราจะได้เห็นในอีก 10 หรือ 15 ปีข้างหน้า” ลารี่ หยวน ประธานกลุ่มบริหาร ฝ่ายเครื่องครัวและสุขภัณฑ์ กล่าว “งาน KOHLER Design Forum” สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวคิดที่ให้ความสำคัญในเรื่องอนาคตของเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับที่อยู่อาศัย  ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม All Things Connected โดยเน้นที่การเติบโตและการเชื่อมต่อเทคโนโลยีที่รวดเร็วเข้ากับชีวิตของเรา รวมถึงผลกระทบที่มีต่อการสรรค์สร้างและการสร้างความแตกต่างให้แก่โลกของการออกแบบในอนาคต” ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โคห์เลอร์จัดการประชุมตามศูนย์กลางการออกแบบหลายแห่งทั้งในเอเชียและยุโรป และมีการนำเสนอองค์ความรู้โดยนักออกแบบและสถาปนิกที่ทรงอิทธิพลและเจ้าของรางวัลทั่วโลก สำหรับงาน KOHLER Design Forum ครั้งนี้ ถือเป็นการจัดงานครั้งแรกของประเทศไทย มีผู้บรรยายซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการออกแบบจากหลากหลายสาขามาร่วมกันนำเสนอข้อมูล อาทิ ฌอน แอฟเฟล็ก สถาปนิกและผู้อำนวยการโครงการจาก เมก อาร์คิเทคส์ สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติจากฮ่องกง วิลเลียม ลิม กรรมการผู้จัดการแห่งซีแอล3 บริษัทสถาปนิกชื่อดังในฮ่องกงและยังเป็นศิลปินและนักสะสมงานศิลป์ที่มีชื่อเสียงผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จงานตกแต่งภายในอันเลื่องชื่อของอาคารมารีน่าเบย์แซนด์ที่สิงคโปร์ อู้-นพปฎล พหลโยธิน ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  นักออกแบบชาวไทยชื่อดังระดับโลก และมาร์ก บิกเกอร์สตาฟฟ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฝ่ายเครื่องครัวและสุขภัณฑ์ ผู้ควบคุมการพัฒนางานออกแบบผลิตภัณฑ์โคห์เลอร์ในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ Monocle นิตยสารแนวไลฟ์สไตล์ระดับโลก และดำเนินรายการโดย จอช เฟห์เนิร์ต บรรณาธิการอำนวยการ Monocle การพูดคุยสัมมนาภายในงานจะให้ความสำคัญในเรื่อง เทคโนโลยีอัจฉริยะจะสามารถช่วยสร้างสรรค์อนาคตของโลกที่เราอาศัยอยู่ได้อย่างไร และกิจกรรมการสัมมนาแบบอินเตอร์แอ็คทีฟในเรื่องการบูรณาการงานออกแบบและเทคโนโลยีเข้ากับการอยู่อาศัยในปัจจุบันของเรา รวมถึงหัวข้อที่น่าสนใจอื่น ๆ  อาทิ “เมืองที่รองรับการเชื่อมต่อ (Responsive Cities)” และการพูดคุยถึงการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะบนแนวทางที่มีผู้คนเป็นศูนย์กลาง และความเป็นไปได้ที่ปัญญาประดิษฐ์จะนำไปสู่การบรรลุผลสำเร็จในเรื่องนี้ งาน KOHLER Design Forum จัดขึ้นหลังจากที่โคห์เลอร์ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวระบบบ้านอัจฉริยะ KOHLER Konnect™ ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์กระจกแต่งหน้ารุ่น Verdera Voice mirror with Amazon Alexa รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่รองรับ ได้แก่ ระบบฝักบัว DTV+, ระบบโถสุขภัณฑ์อัจฉริยะ Numi, ก๊อกน้ำครัว Sensate และอีกมากมาย  ระบบและชุดผลิตภัณฑ์สำหรับห้องครัวและห้องน้ำล่าสุดจากโคห์เลอร์นำเสนอฟังก์ชั่นการควบคุมด้วยเสียงเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวันที่สะดวกสบายและการเชื่อมต่อที่ง่ายดายมากยิ่งขึ้น ฝ่าย แองเจิล หยาง ประธานบริหาร ฝ่ายเครื่องครัวและสุขภัณฑ์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวเสริมว่า “เนื่องจากโคห์เลอร์มุ่งมั่นขยายเครือข่ายการดำเนินงานในเอเชียแปซิฟิก เราจึงแสวงหาแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพและเพิ่มพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอนวัตกรรมโซลูชั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในภูมิภาคนี้และทั่วโลกต่อไป”      ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดผลิตภัณฑ์โคห์เลอร์ได้ที่เว็บไซต์ www.kohler.co.th    
“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ชวน อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา คัดของขวัญมงคล แนะของแต่งบ้านเสริมดวงเด่น-แก้เคล็ด รับปีหมูทอง 2562

“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ชวน อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา คัดของขวัญมงคล แนะของแต่งบ้านเสริมดวงเด่น-แก้เคล็ด รับปีหมูทอง 2562

“ของขวัญ” เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถสื่อแทนความรัก ความปรารถนาดี จากผู้ให้ส่งถึงผู้รับได้ในทุกๆ โอกาส อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall) ผู้นำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ของใช้ภายในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า คุณภาพมาตรฐานโลก จึงได้จัดแคมเปญ “ไทม์ ทู เซเลเบรท 2019” (Time to Celebrate 2019) กับที่สุดแห่งการให้ ด้วยเทศกาลของขวัญและของแต่งบ้านแห่งปี ภายใต้แนวคิด  “Share a Wish, Share a Gift” แชร์ความสุขด้วยหัวใจ ที่กลับมาอีกครั้งกับชุดของขวัญคัดพิเศษกว่า 30 แบบ ช่วยเสริมความสุขรับปีกุน พิเศษกับ 4 ชุดของขวัญเสริมสิริมงคล อาทิ ชุดสมบูรณ์พูนสุข, ชุดรุ่งโรจน์โชติช่วง, ชุดสำเร็จสมหวัง และชุดรวยทรัพย์รวยสุข แนะนำโดย อาจารย์ช้าง- ทศพร ศรีตุลา (วันนี้-9 ม.ค.ศกหน้า ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ทุกสาขา) โดยงานนี้อาจารย์ช้างยังได้แนะการเลือกของแต่งบ้านที่ช่วยเสริมดวง ปรับฮวงจุ้ย สำหรับทุกราศี  เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลรับปีหมูทอง 2562 ที่กำลังจะมาถึงนี้ กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ อินเด็กซ์  ลิฟวิ่งมอลล์  กล่าวว่า “ช่วงเทศกาลแห่งความสุขการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  ในทุกๆ ปี อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะคัดสรรชุดของขวัญ ของแต่งบ้าน เพื่อให้ทุกคนใช้โอกาสนี้ส่งมอบความสุข ความรัก ความปรารถนาดี รวมถึงแทนคำขอบคุณให้กับคนที่รักและเคารพ ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่ และเพื่อน สำหรับปีนี้ก็เช่นกันเราได้เตรียมชุดของขวัญมากมายที่เหมาะสำหรับทุกช่วงวัยกว่า 30 แบบ พร้อมการกลับมาอีกครั้งกับชุดของขวัญเสริมสิริมงคลที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากปีก่อน แนะนำโดย อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา รวม 4 ชุด คือ  ชุดสมบูรณ์ พูนสุข (Eternal Wealth and Happiness)  ชุดจานรูปหมูสื่อถึงความอิ่มเอม สมบูรณ์ มั่งคั่ง, ชุดรุ่งโรจน์ โชติช่วง (Brilliant Life) กับที่รองเทียนรูปหมู และแจกัน, รูปปั้นสีเงิน เพิ่มพลัง-สร้างแสงสว่างให้ชีวิต, ชุดสำเร็จ สมหวัง (Enriching Luck) ด้วยแจกันสีทอง ที่ช่วยเสริมโชคลาภ และนาฬิกาสีทองสัญลักษณ์การเคลื่อนไหวส่งผลถึงความเจริญก้าวหน้า และ ชุดรวยทรัพย์ รวยสุข (Richness of Love) หมอนอิงลายเส้นสีทองที่เชื่อมต่อกัน ช่วยเสริมความอบอุ่นในครอบครัว และแจกันดอกไม้ที่เพิ่มความสุขสมหวังในความรัก  เชื่อว่าในปีใหม่นี้ทุกคนที่ได้รับของขวัญจากอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะสุขใจทั้งผู้รับและผู้ให้  และยังนำของขวัญที่ได้ไปใช้จริงด้วยค่ะ” ด้าน อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา นักโหราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยากรณ์และศาสตร์ฮวงจุ้ยชื่อดังของไทย กล่าวว่า “ปี 2562  เป็นปีที่ดวงดาวกลับมาเปลี่ยนแปลงคึกคักอีกครั้ง  ประเดิมด้วยการเปลี่ยนดาวราหู ที่ย้ายราศีหรือดาวพฤหัสเปลี่ยนราศี  ซึ่งถือเป็นดาวใหญ่ ส่งผลและมีอิทธิพลต่อดวงชะตาของคนในหลายๆ ราศี ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงของดวงดาวเป็นเรื่องที่กำหนดไม่ได้เพราะถูกลิขิตแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงตัวเราเองทั้งสภาพแวดล้อมใหม่  เปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ใหม่ ทั้งที่บ้าน-ที่ทำงาน ให้มีสภาพแวดล้อมใหม่ๆ สอดคล้องกับดวงชะตาที่มีการเปลี่ยนแปลง  ทั้งนี้เพื่อผ่อนเรื่องหนักให้เบาลง  หรือช่วยส่งเสริมคนที่ดวงดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ตามศาสตร์ของจีนเรียกว่าฮวงจุ้ย  สำหรับ ปีนี้ผมได้คัดสรรชุดของขวัญพิเศษมากความหมายที่จะช่วยเสริมสิริมงคลรับปีใหม่ ได้แก่ ชุดสมบูรณ์ พูนสุข, ชุดรุ่งโรจน์ โชติช่วง, ชุดสำเร็จ สมหวัง, ชุดรวยทรัพย์ รวยสุข ที่เหมาะกับเป็นของขวัญของฝากให้กับผู้ที่รักและนับถือ โดยหาซื้อได้ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ” “นอกจากนี้ ผมยังมีข้อแนะนำในการเลือกซื้อของแต่งบ้านเพื่อเสริมดวงเด่น และแก้เคล็ดของราศีต่างๆ มาบอกกล่าวด้วย เริ่มที่ ราศีเมษ (14 เม.ย.-14 พ.ค.) ปีแห่งความก้าวหน้าเรื่องการงาน เป็นโอกาสในการเริ่มต้นลงทุนทำธุรกิจ โดยเฉพาะการงานที่ดี ได้เริ่มต้นงานใหม่ การลงทุนหรือศึกษาต่อก็ส่งผลดี หรือการปรับปรุงที่อยู่อาศัย ต้องระวังเรื่องการเดินทาง อุบัติเหตุจากการขับรถ การถูกหลอกถูกโกงจากคนใกล้ชิด โดยรวมจะเหนื่อยในช่วงต้นปีแต่จะส่งผลสำเร็จช่วงครึ่งปีหลัง แนะนำ กรอบรูป ส่งเสริมความก้าวหน้าในเรื่องงาน, ราศีพฤษภ (15 พ.ค.-14 มิ.ย.) ดาวรุ่ง ในปี 2562 จะพบข่าวดีเรื่องความรักคู่ครอง หรือคู่สัญญาในการร่วมหุ้นลงทุนธุรกิจ ซึ่งเป็นไปในทางที่ดี ด้านการงานได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ส่งผลให้ก้าวหน้าดีมาก แต่ให้ระวังเรื่องการเงินใช้จ่ายเยอะและจะมีคนยืมเงิน ควรทำบัญชีการเงินให้รัดกุม แนะนำ หาของที่เป็นคู่ เช่น ตะเกียบ เชิงเทียน  เสริมความรัก ราศีเมถุน (15 มิ.ย.-16 ก.ค.) มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในปี 2562 ดาวราหู เข้า แต่ให้ผลเชิงบวก เพราะมีตำแหน่งดาวดวงอื่นสนับสนุน งานที่เกี่ยวกับการเดินทางไกล-ต่างประเทศ งานด้านออนไลน์จะส่งผลดี ใครที่ทำงานประจำแล้วจะทำงานเสริมจะเหนื่อยแต่จะส่งผลคุ้มค่า มั่งคั่ง ร่ำรวย แต่ระวังเรื่องความรักที่ไม่ลงตัว และสุขภาพเกี่ยวกับทางเดินหายใจ แนะนำ ทำบุญด้วยแสงสว่าง เติมน้ำมันตะเกียง-หลอดไฟ ควรหาโคมไฟตั้งโต๊ะทั้งที่บ้าน-ที่ทำงาน เพราะว่าชีวิตต้องการแสงสว่าง, ราศีกรกฏ (17 ก.ค.-16 ส.ค.) เป็นปีที่พ้นเคราะห์ หลังจากเจอเรื่องหนักๆ ในปีที่ผ่านมา  ปีนี้ดวงดีเหมาะที่จะลงทุน เปิดกิจการ จะก้าวหน้าดี ใครที่เริ่มต้นชีวิตครอบครัวตั้งใจจะมีลูกก็เป็นปีที่ดีมาก จะก้าวหน้า สำเร็จ รวมถึงมีโชคทางการเงินด้วย แนะนำ น้ำพุตกแต่ง เพราะเป็นราศีธาตุน้ำ ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย.) เป็นราศีที่จังหวะดวงถือว่าสบายๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้น จะมีความวุ่นวายภายในบ้านทั้งการซ่อมแซมต่อเติมบ้าน หรือการปรับเปลี่ยนสภพาแวดล้อม ย้ายออฟฟิศ เกิดจากสถานที่ไม่ได้ส่งผลร้ายกับตัวเอง จะมีโชคลาภแบบไม่คาดฝัน แนะนำ เปลี่ยนชุดเครื่องนอน ผ้าปูที่นอน เพื่อลดความวุ่นวายในชีวิต, ราศีกันย์ (17 ก.ย.-17 ต.ค.) มีโชคด้านการเจรจา สื่อสาร พบปะผู้คน ดวงดาวให้ผลในทิศทางบวก   เป็นปีที่ต้องปรับตัวเยอะในการทำงาน แต่ไม่น่าห่วง จะมีความก้าวหน้าที่ดี แนะนำ ชั้นวางหนังสือเสริมในเรื่องการสื่อสาร เจรจา, ราศีตุลย์ (17 ต.ค.-16 พ.ย.) การเงินคึกคัก มีโอกาสด้านการงาน-เงินโดดเด่น  เป็นปีแห่งการเดินทางที่ไกลขึ้น เช่นงานต่างจังหวัด บางคนมีโชคกับงานด้านต่างประเทศ  ส่วนใครที่มีปัญหาขัดแย้งก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ก้าวสู่สิ่งใหม่ๆ ที่ลงตัว แม้ดวงการเงินดีขึ้น แต่จะลงทุนและหมุนเงินเยอะ แต่รวมๆ มีความมั่นคงมั่งคั่งที่ดี แนะนำ ชุดจานชามเซรามิก เสริมเรื่องการเงิน, ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.) ราศีแห่งดาวรุ่งโดดเด่นที่สุดใน 12 ราศี  ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ทั้งเรื่องงาน โอกาสเริ่มต้นงานใหม่  ธุรกิจใหม่  คนโสดจะได้สละโสด  คนที่คบหากันมีโอกาสดูฤกษ์หมั้นหมายแต่งงานในปี 2562 การเงินจะมีข่าวดี แม้ว่าดวงดีแต่ก็ต้องหมั่นทำบุญบ่อยๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ แนะนำ เปลี่ยนผ้าม่าน ปลอกหมอนหรือหมอนอิง ราศีธนู (16 ธ.ค.-14 ม.ค.)  ราศีที่ได้รับผลจากดาวราหู  เป็นดวงดาวที่ค่อนข้างแรง ธุรกิจที่เกี่ยวกับการเดินทางหรืองานต่างประเทศจะส่งผลดี  ดวงจะเหนื่อยในครึ่งปีแรกแต่ครึ่งปีหลังจะเป็นข่าวดีเข้ามาทำให้สำเร็จ ก้าวหน้า ให้เน้นเรื่องการทำบุญ ควรใช้สติในการดำเนินชีวิต แนะนำ ให้ทำบุญเกี่ยวกับแสงสว่าง  และแต่งบ้านด้วยรูปปั้นลูกโลกหรือแผนที่โลก เสริมด้านการเดินทาง, ราศีมังกร (15 ม.ค.-12 ก.พ.)  เป็นราศีที่พ้นเคราะห์ ความวุ่นวายลดน้อยลง โดยเฉพาะเรื่องการเงิน การงานมีคนสนับสนุนและเป็นปีแห่งการเริ่มต้นที่ดีมีความก้าวหน้า ด้านความรักจะเจอคู่แบบบุพเพสันนิวาส แนะนำ ของใช้-ของแต่งบ้านที่ทำจากเซรามิก เสริมความมั่นคง, ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.-14 มี.ค.)  ราศีที่เปลี่ยนแปลงเรื่องงานเยอะ ทั้งเปลี่ยนงาน ย้ายงาน หากจะลงทุนต้องระวัง เพราะดวงบริวารหรือการลงทุนค่อนข้างจะมีปัญหา อาจเจอคนไม่ซื่อสัตย์-เอาเปรียบ ถูกโกง แต่การงานจะเปลี่ยนไปสู่ทิศทางที่ดี จะวุ่นวายในครึ่งปีแรกแต่ครึ่งปีหลังลงตัวดี ระวังการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว แนะนำ ให้มีของใช้บนโต๊ะทำงาน และอุปกรณ์เครื่องเขียนต่างๆ, ราศีมีน (15 มี.ค.-13 เม.ย.)  ดาวรุ่งของปี มีความชัดเจนเรื่องงานมากขึ้น  เหมาะจะเปิดธุรกิจใหม่หรือศึกษาต่อ จะได้ปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ทั้งการย้ายบ้าน-ออฟฟิศใหม่ ซึ่งจะส่งผลเชิงบวก ความรักลงตัวขึ้น คนโสดจะเจอคนถูกใจ ส่วนคนมีครอบครัวแล้วมีเกณฑ์ขยับขยายและมีบุตร แนะนำ เปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว ชุดจานชาม เสริมการมีกินมีใช้” นอกจากนี้ยังมีเหล่าเซเลบริตี้คนดัง ที่ชื่นชอบการแต่งบ้าน และให้ความสำคัญกับการมอบของขวัญแทนความหมายดีๆ สำหรับคนสำคัญ มาเล่าถึงการเลือกชุดของขวัญในสไตล์ตนเองด้วย เริ่มที่ มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เผย “ทุกปีมายด์ต้องเตรียมของขวัญหลายชิ้น เวลาเลือกซื้อของขวัญก็จะคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ ความชอบ การใช้งานจริงของผู้รับ สำหรับผู้ใหญ่ก็จะนึกถึงชุดจาน อุปกรณ์ครัว หรือของใช้เกี่ยวกับสุขภาพ มากกว่าการให้ดอกไม้ ตอนนี้ก็กำลังดูชุดกิ๊ฟเซ็ทเสื้อผ้าของใช้สำหรับเด็กเป็นของขวัญให้ลูกชายเพื่อน ส่วนตัวมายด์ชอบแต่งบ้านมาก บางทีว่างๆ ก็มาเดินเล่นที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ซึ่งมักจะได้ของติดมือกลับบ้านตลอด มายด์ชอบแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นลักซูรี่ ยิ่งเวลาเห็นของแต่งบ้านที่มีสีทอง พิงค์โกลด์ ไม่พลาดที่จะต้องซื้อกลับ อย่างปีนี้อาจารย์ช้างได้แนะนำให้ซื้อโคมไฟและทำบุญด้านแสงสว่างเสริมดวงสำหรับราศีเมถุน ก็เหมาะเลยเพราะตั้งใจจะซื้อโคมไฟตั้งโต๊ะเข้าบ้านอยู่พอดีค่ะ” ด้าน หมูตั้ง-หม่อมหลวงอรรถดิศ  ดิศกุล เผยว่า “การเลือกซื้อของขวัญที่ใช้ได้จริง เหมาะกับผู้รับ ผมว่าเหมาะที่สุดครับ อย่างที่รู้คือคาร์แรกเตอร์ผมดูกวนๆ เวลาเลือกซื้อของก็จะเลือกของที่ดูกวนๆ เพื่อให้คนที่รับได้นึกถึง แต่ของขวัญกวนๆ ก็เป็นกลุ่มเพื่อนมากกว่า ปีนี้คิดว่าจะซื้อของขวัญที่จัดเป็นเซ็ทสวยๆ ให้คุณพ่อคุณแม่, พี่สาว และแฟน สำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ก็น่าจะเป็นด้านสุขภาพหรือชุดจานชาม, ชุดกาน้ำชา, เทียนหอมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย,    หมอนอิงไว้ในห้องนั่งเล่น ส่วนตัวชอบทำอาหารและมีร้านอาหารก็คงเลือกอุปกรณ์ครัว ชุดจานใหม่ๆ เข้าบ้านให้บ้านมีการเปลี่ยนแปลงแลดูมีชีวิตชีวาขึ้นครับ” ปิดท้ายที่ จินนี่-เขริกา โชติวิจิตร เผยว่า “ปีนี้จินนี่จะหาของขวัญให้กับคุณครู และญาติผู้ใหญ่สำหรับเทศกาลปีใหม่ปีหมูทองที่จะถึงนี้ โดยใช้โอกาสนี้ไปพบท่านพร้อมกับชุดของขวัญชุดจานรูปหมูที่สื่อถึงความสมบูรณ์พูนสุข  ที่ดูน่ารักและใช้งานได้จริง  ทุกๆ ปีจินนี่จะชอบไปเลือกซื้อของแต่งบ้านใหม่กับคุณแม่  ซึ่งคุณแม่จะชอบสไตล์ที่ต่างกับจินนี่  พอได้ไปเลือกด้วยกันเราจะหาข้อสรุปที่ลงตัวทั้งสองฝ่าย  สำหรับปีนี้ตั้งใจจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนที่ห้อง จินนี่เชื่อตามที่อาจารย์ช้างแนะนำว่าเมื่อดวงดาวเปลี่ยน  เราก็ต้องปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ๆ รอบตัว เพื่อรับกับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นค่ะ” ไม่ว่าดวงชะตาของคุณจะเป็นอย่างไรเราสามารถปรับฮวงจุ้ยให้ดีขึ้นได้ ด้วยชุดของขวัญมากความหมายคัดพิเศษได้แล้ว วันนี้  – 9 ม.ค. ศกหน้า ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 29 สาขาทั่วประเทศ และพิเศษชุดของขวัญเสริมสิริมงคลรับปีกุน 2562 ที่แนะนำโดย อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา *เฉพาะที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์เท่านั้น*  หรือช้อปออนไลน์ www.indexlivingmall.com สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-417-1111        
เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ฉลองเทศกาลคริสต์มาส จัด “Merry Major Tower 2018”  ครั้งแรก!กับแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas”  ตื่นตากับ “Dream Factory” โรงงานความสุขยักษ์ที่ประดับไฟสุดอลังการ พร้อมชวนแบ่งปันน้ำใจแก่น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา เติมเต็มความสุขต้อนรับปีใหม่ 2019

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ฉลองเทศกาลคริสต์มาส จัด “Merry Major Tower 2018” ครั้งแรก!กับแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas” ตื่นตากับ “Dream Factory” โรงงานความสุขยักษ์ที่ประดับไฟสุดอลังการ พร้อมชวนแบ่งปันน้ำใจแก่น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา เติมเต็มความสุขต้อนรับปีใหม่ 2019

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส จัด “Merry Major Tower 2018” เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งเทศกาลคริสต์มาส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas” พบกับไฮไลต์ครั้งแรกในไทย! ที่จะได้สัมผัสกับต้นคริสต์มาสเคลื่อนไหวได้ ในมุมมองใหม่สุดสร้างสรรค์ ด้วยการจำลองดินแดนซานตาครอสภายในต้นคริสต์มาสที่มาพร้อมกับเหล่าเอลฟ์ที่จะมาสร้างสีสันให้มีชีวิตชีวา รวมถึงตื่นตาตื่นใจกับ “Dream Factory” โรงงานแห่งความสุขขนาดใหญ่ยักษ์ สูง 3 เมตร ที่ประดับไฟระยิบระยับสุดอลังการ สร้างความคึกคักและเป็นแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ พร้อมชวนแบ่งปันความสุขด้วยการรับบริจาคของเล่น อุปกรณ์การเรียน และหนังสือสำหรับเด็กส่งต่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา ตั้งแต่วันนี้-15 มกราคม 2019 ณ อาคารเมเจอร์ทาวเวอร์ ทองหล่อ ซ.10 คุณเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์อยากที่จะมอบความสุขให้แก่ลูกค้าและคนทั่วไป ด้วยการจัด “Merry Major Tower 2018” เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งเทศกาลคริสต์มาส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas” โดดเด่นด้วยดีไซน์ของต้นคริสต์มาสที่    ไม่เหมือนใครและหาชมที่ไหนไม่ได้ ซึ่งตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ ณ พื้นที่ด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ทองหล่อ ซ.10 โดยเปิดให้คนทั่วไปได้สัมผัสความสวยงาม ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2019 ไฮไลต์ของ Merry Major Tower 2018 ครั้งนี้ คือ ต้นคริสต์มาสเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเป็นครั้งแรก! ในไทยกับการดีไซน์ในมุมมองใหม่สุดสร้างสรรค์ โดยจำลองดินแดนซานตาครอสภายในต้นคริสต์มาส ที่มาพร้อมกับเหล่าเอลฟ์ ผู้ช่วยซานตาครอสตัวจิ๋ว ผู้อยู่เบื้องหลังการเติมเต็มความฝันของเด็กๆ ในคืนวันคริสต์มาส โดยภายในต้นคริสต์มาสได้อบอวลไปด้วยบรรยากาศเมืองหิมะ ที่มีรถลากเลื่อนของซานตาครอสขับเคลื่อนด้วยกวางเรนเดียร์ไปรอบเมือง เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความพร้อมในการส่งมอบของขวัญและความสุขให้กับทุกคน นอกจากนี้ ยังสร้าง “Dream Factory” โรงงานแห่งความสุขขนาดใหญ่ยักษ์ สูงถึง 3 เมตร เด่นตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานผลิตความสุข ที่เป็นการร่วมแรงร่วมใจของเหล่าเอลฟ์ที่อยากจะส่งมอบความสุขและเสริมสร้างพลังชีวิตให้กับทุกคนในย่านทองหล่อ ให้มีความสุขกันอย่างถ้วนหน้า เฉกเช่นกับพนักงานเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดในการสร้างสรรค์พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Crafting Lifescape to Excellence’ ให้ทุกโครงการที่พัฒนาขึ้นมามีความเป็น Top of Class ตรงตามมาตรฐานสากล ตอบสนองทุกความต้องการ เพื่อให้ทุกคนที่อยู่อาศัยได้มีชีวิตที่ดีในทุกๆ วัน “สำหรับ Merry Major Tower 2018 ได้ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับปรากฏการณ์งานศิลปะแห่งเทศกาลคริสต์มาสอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ลดทอนองค์ประกอบของต้นคริสต์มาสให้มีความโมเดิร์น ใช้วัสดุที่เรียบง่าย และสีสันที่แสดงออกถึงเทศกาลคริสต์มาสอย่าง เขียว แดง และขาว รวมถึงประดับตกแต่งให้สวยงาม เพื่อสร้างบรรยากาศให้เข้ากับเทศกาล ทั้งนี้ คอนเซ็ปต์ในการออกแบบของ Merry Major Tower 2018 นั้นมาจากคอนเซ็ปต์ ‘Boutique Art Gallery’ ของอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นแบรนด์อาคารสำนักงานเกรดเอของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่พัฒนาอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ ที่มีการคมนาคมที่สะดวกสบาย มีความโดดเด่นทางด้านการดีไซน์ และมีคุณค่าทางศิลปะซึ่งเราตั้งใจให้เป็นพื้นที่ทำงานที่สามารถจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และเป็นออฟฟิศในฝันของคนรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์การทำงานอย่างมีคุณภาพ โดยปัจจุบันอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ซอยทองหล่อ 10 มีอัตราการเช่าเต็ม 100% ซึ่งในปี 2562 มีแผนที่จะเปิดอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์เพิ่มอีก 1 โครงการ ในย่านพระราม 9-รามคำแหง เพื่อให้บริษัทฯ มีรายได้ประจำอย่างต่อเนื่องและเติบโตอย่างยั่งยืน” คุณเพชรลดา กล่าว อย่างไรก็ดี Merry Major Tower 2018 ครั้งนี้ ได้จัดอีกหนึ่งกิจกรรมเติมเต็มความสุข ชื่อ “A Little Magic of Sharing” ร่วมสร้างฝัน แบ่งปันความสุขให้น้องๆ ชวนบริจาคของเล่น อุปกรณ์การเรียน และหนังสือสำหรับเด็กสภาพดี ส่งต่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ โดยผู้ที่สนใจสามารถมาบริจาคได้ด้วยตัวเองที่อาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ทองหล่อ ซ.10 ตั้งแต่วันนี้-15 มกราคม 2019 รวมถึงยังจัดกิจกรรมสนุกๆ บนหน้าเฟซบุ๊กเพจของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ Facebook.com/MajorDevelopmentPCL โดยสามารถเล่นเกมส์ และลุ้นรับของรางวัลเก๋ๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 17-25 ธันวาคม 2018                    

ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุด

SENA ท็อปฟอร์มขึ้นแท่นรองแชมป์ ปี 61 ทุบสถิติครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 3 ปี

SENA ท็อปฟอร์มขึ้นแท่นรองแชมป์ ปี 61 ทุบสถิติครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 3 ปี

SENA จุดพลุประกาศความสำเร็จ “Growth Hormone” ตามโรดแมปปี 61 โตพุ่งปรี๊ดครบทุกองศา ล่าสุดขึ้นแท่นรองแชมป์อันดับ 2 เปิดตัวคอนโดมิเนียมเยอะสุดทั้งในแง่แวร์ลูและควอลิตี้ทำลายสถิติครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 3 ปี   ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2561 ที่ผ่านมามีความท้าทายต่างๆ เข้ามากดดันให้ผู้ประกอบการเปิดขายโครงการที่อยู่อาศัยใหม่อย่างระมัดระวังการแข่งขันในตลาดที่ยังคงเป็นไปอย่างรุนแรงและความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังมีจำกัด แต่ด้วยกลยุทธ์ของบริษัทสามารถจัดพอร์ตการลงทุนได้อย่างครอบคลุม ครบทุกเซกเมนท์ทำให้ในปีที่ผ่านมา เสนาสามารถทำลายสถิติหลายอย่างให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้   สำหรับปี 2561 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่พีคที่สุดของเสนาในรอบ 3 ปี ทั้งในแง่การเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีมูลค่าและจำนวนยูนิตที่สูงสุด ครองแชมป์อันดับ 2 ในธุรกิจเรียลเอสเตท (เครดิต:จากฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย) โดยเฉพาะหากย้อนดูข้อมูลในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ปี 2561) มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15–20   และมีการเปิดตัวโครงการและจำนวนยูนิตเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2559 เปิดคอนโดมิเนียม 5 โครงการ 1,654 ยูนิต รวมมูลค่า 2,560 ล้านบาท ปี 2560 เปิดคอนโดมิเนียม 7 โครงการ 4,111 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 8,477 ล้านบาท และปี 2561 เปิดคอนโดมิเนียม 9 โครงการ 6,397 ยูนิต รวมมูลค่า 22,030 ล้านบาท ประกอบกับทางเสนาเองมีพันธมิตรธุรกิจที่แข็งแกร่ง “ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ปเปอร์เรชั่น” ร่วมลงทุนพัฒนาโครงการทั้งสิ้น ณ ปัจจุบัน 6 โครงการ ประกอบด้วย 1.นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง 2.นิช ไพร์ด เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ 3.นิช โมโน เจริญนคร 4.นิช โมโน เมกะ สเปช บางนา 5.นิช โมโน รามคำแหง และ6.ปีติ เอกมัย รวมมูลค่าทั้งสิ้น 20,846 ล้านบาท ซึ่งสร้างยอดขายเป็นที่น่าพอใจทุกโครงการ นอกจากนี้ทางเสนายังมีพาสเนอร์อย่างบริษัท แอคคิวท์ เรียลตี้ที่เข้ามาช่วยบริหารดูแลด้านการขายอย่างมืออาชีพให้กับหลายโครงการรวมถึงการทำตลาดในต่างประเทศด้วย   ทั้งนี้ทางเสนายังได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาใช้ทุกโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง ซึ่งเป็นรายแรกของเมืองไทยที่เดินหน้าพัฒนาโครงการมุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดแบบ100% โดยการนำร่องติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ให้บ้านทุกหลัง และเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า EV ready รวมทั้งมีบริษัทในเครือเป็นผู้ติดตั้งและจัดจำหน่ายระบบพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำของประเทศไทย รวมถึงได้ต่อยอดพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ใน Application SENA 360° Service ให้ครบ จบ ง่าย บริการหลังการขายแบบครบวงจรพร้อมดูแลลูกบ้านทุกที่ทุกเวลา   ด้วยหัวใจสำคัญแห่งความสำเร็จครั้งนี้ เสนาวางคอร์เปอเรทแคมเปญใหญ่ “MADE FROM HER” ใส่ใจทุกดีเทลชีวิตจากแนวคิดแบบผู้หญิงเพื่อสร้างจุดต่างและจุดขายให้กับโปรดักส์ในโครงการ ซึ่งความสำเร็จของเสนาในวันนี้เป็นผลพวงจากวิสัยทัศน์ผนวกกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของผู้บริหารระดับสูง และการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน            
บมจ.ไรมอน แลนด์ ขยายธุรกิจในการสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง  (Recurring Income) พร้อมรุกตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพ

บมจ.ไรมอน แลนด์ ขยายธุรกิจในการสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income) พร้อมรุกตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพ

บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ ได้มีการประกาศแผนในการขยายธุรกิจ ซึ่งรวมไปถึงธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจด้านโรงแรม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการพัฒนาองค์กร พร้อมสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่องให้แก่องค์กร     นายไลโอเนล ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไรมอน แลนด์ กล่าวว่า “การกระจายการลงทุนนั้นนับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานของไรมอน แลนด์ เพื่อเป็นการขยายฐานสร้างโอกาสทางธุรกิจ ความมั่นคงและรายได้ให้กับองค์กร พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัท และยังถือเป็นการตอบแทนผลประโยชน์อันสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นอีกด้วย นอกเหนือจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ที่เป็นธุรกิจหลัก บริษัทฯยังมีนโยบายที่จะต่อยอดธุรกิจไปสู่โครงการสำนักงานให้เช่า, ธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงธุรกิจทางด้านโรงแรม และในปีนี้บริษัทฯคาดว่าจะเปิดตัวคอนโดมิเนี่ยมระดับลักซ์ชัวรี่ถึง 2 โครงการ ในทำเลซอยสุขุมวิท 38 และพญาไท มูลค่ารวมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท”   ทางบริษัทฯ คาดว่าจะเปิดตัวอาคารสำนักงานให้เช่าภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งจะเป็นรูปแบบของโครงการมิกซ์ยูสที่ครบครันด้วยการให้บริการด้านร้านอาหาร และเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดของถนนเพลินจิต ตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอมบาสซี่ มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 6 ไร่ และมีพื้นที่ให้เช่าโดยรวมประมาณ 65,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ทางโครงการยังได้มีการจัดสรรพื้นที่สำหรับสร้างศูนย์การแพทย์ เพื่อรองรับพันธมิตรซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย มีความชำนาญทางด้านการทำเด็กหลอดแก้ว ผสมเทียม และการเก็บไข่แช่แข็ง ซึ่งคาดว่าจะเปิดบริการได้ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป และยังมีแผนงานที่จะร่วมทุนกับพันธมิตรทางการแพทย์ที่เขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา บนพื้นที่ 40 ไร่ ใน Toscana Valley เขาใหญ่ โดยจะมีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความนำสมัยมาปรับใช้สำหรับการบริการอย่างดีที่สุด รวมถึงยังมีการสร้าง ศูนย์สุขภาพการเจริญพันธุ์ เพื่อให้คำปรึกษาด้านการมีบุตร รวมไปถึง “ศูนย์เวชศาสตร์การชะลอวัย” เพื่อรองรับความต้องการของผู้รับบริการแต่ละบุคคล ที่ครอบคลุมการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน   สำหรับธุรกิจด้านอาหาร และเครื่องดื่ม บริษัทฯยังคงดำเนินงานกับพันธมิตรกลุ่มบ้านหญิง (Baan Ying Group) อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายธุรกิจร้านอาหารต่อยอดจากสาขาที่มีอยู่ในสิงคโปร์ โดยมีแผนที่จะขยาย แฟรนไชส์ร้านอาหารออกสู่ภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน กัมพูชา และจีน ในปีนี้            
ชินวะ เรียลเอสเตท เปิดแผนลงทุน ปี 62

ชินวะ เรียลเอสเตท เปิดแผนลงทุน ปี 62

ชินวะ เรียลเอสเตท เปิดแผนลงทุน ปี 62 มูลค่า 3,000 ล้านบาท เล็งปั้นโลว์ไรซ์ชิมลางก่อนกระจายโหนดทั่วกรุง-เตรียมแผนเร่งโอนรับรู้รายได้ไตรมาสสาม   “ชินวะ กรุ๊ป” เจ้าของนวัตกรรมรูเนะสุ เปิดแผนลงทุนในไทยปี 62 มูลค่า 3,000 ล้านบาท เน้นย้ำการปักหลักมั่นคงเพื่อก้าวย่างเติบโตแข็งแรง สานต่อ”คอนโดที่อยู่อาศัยคุณภาพด้วยจิตวิญญาณญี่ปุ่นแท้ๆ” เตรียมปั้นคอนโดโลว์ไรซ์ไพลอท โปรเจ็กซ์เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลืองก่อนกระจายทั่วกทม. พร้อมดันทริเปิ้ล เอส เซอร์วิส เร่งโอนโครงการรูเนะสุ ทองหล่อที่จะเริ่มโอนไตรมาสสาม มร.โทโมยาสุ ยามาเบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือ ชินวะ กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ภายหลังการเข้ามาลงทุนในไทยประมาณสองปีด้วยการนำนวัตกรรม“รูเนะสุ” โดยใช้ซิกม่า บีม-ลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวในโลกเพื่อกลับคานเป็นพื้น-กลับพื้นเป็นคาน เพื่อใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการ Death Space ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นถึง 25-40 % นโยบายการลงทุนในในปีนี้ยังคงเน้นการปูทางวางรากฐานให้หนักแน่นมั่นคง เพื่อก้าวย่างที่เติบโตอย่างมั่นคงแข็งแรงในอนาคต โดยชูเอกลักษณ์จุดแข็งเทคนิคการก่อสร้างที่ทันสมัยของบริษัทแม่ เพื่อคงความเป็นคอนโดคุณภาพจิตวิญญาณญี่ปุ่นแท้ๆ ดังเจตนารมณ์ของชินวะ เนื่องจากมีบริษัทรับเหมาที่เป็นเจ้าของนวัตกรรมก่อสร้างอยู่ในกลุ่มธุรกิจ โดยปีนี้จะมีการเปิดคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ออกสู่ตลาดเป็นไพลอท โปรเจ็กซ์ รวมมูลค่าโครงการลงทุนปีนี้ประมาณ 3,000 ล้านบาท   “ประเทศไทยยังมีความน่าสนใจในการลงทุนของกลุ่มชินวะ กรุ๊ป ด้วยความพร้อมในหลายด้าน ทั้งตัวเลข "GDP" หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ค่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่มีอัตราสูงสุดในรอบหลายปี รวมถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนในด้านต่างๆของภาครัฐ จะเห็นว่าช่วงนี้รัฐบาลผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆอย่างต่อเนื่องและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อภาคลงทุนต่างๆ โดยเฉพาะสำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ต่อยอดให้มีการสร้างโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นผลดีต่อกลุ่มลูกค้าให้มีทางเลือกที่ดีและตรงใจมากขึ้น ชินวะเป็นกลุ่มทุนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 130 ปี การเข้ามาลงทุนในไทยนับเป็นก้าวแรกที่รุกตลาดต่างประเทศ จึงเน้นการปูรากฐานให้หนักแน่นแข็งแรง เพื่อก้าวย่างเติบโตอย่างช้าๆแต่มั่นคงแข็งแรง” มร.ยามาเบะกล่าว   นายวิชัย จุฬาโอฬารกุล กรรมการบริหาร บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า นโยบายของชินวะ ยังให้น้ำหนักกับทำเลสุขุมวิทตอนกลาง เพื่อตอบสนองโจทย์ลูกค้าชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นทำเลและกลุ่มเป้าหมายที่บริษัทมีความถนัดสอดรับกับข้อมูลการวิจัยต่างๆ โดยทำเลดังกล่าวยังมีความต้องการและเป็นทำเลที่มีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้น แผนการลงทุน ประกอบด้วย โครงการเร็น สุขุมวิท 39 (REN Sukhumvit 39) นอกจากนั้นในปีนี้บริษัทจะมีการทดลองตลาด โดยขึ้นโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ในทำเลเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลือง บริเวณถนนศรีนครินทร์ บนที่ดินเกือบ 1 ไร่ สูง 7-8 ชั้น จำนวนไม่เกิน 100 ยูนิต ขนาดพื้นที่รวม 4,000 ตารางเมตร มูลค่าโครงการประมาณ 200 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มขายประมาณไตรมาสสาม แม้เป็นโลว์ไรส์แต่ยังคงกิมมิกที่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ของชินวะ ซึ่งภายหลังจะมีโครงการในลักษณะเดียวกันนี้กระจายในทำเลชุมชนทั่วไป เนื่องจากเป็นโครงการขนาดเล็กสามารถดำเนินการและปิดการขายได้เร็ว สำหรับปีนี้จะมีการรับรู้รายได้จากการโอนโครงการรูเนะสุ ทองหล่อ 5 ที่จะเริ่มทะยอยโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสสาม ซึ่งบริษัทเตรียม       กลยุทธ์เร่งโอนด้วยทริเปิ้ล เอส เซอร์วิส (Triple S Service หรือ SSS Service ) ระบบการบริหารงานหลังงานขายที่ใช้ประสานนักลงทุนไทย-ต่างชาติ สำหรับผู้เช่าชาวญี่ปุ่นแบบ Life Time FREE ลดขั้นตอนช่วยเอเย่นต์และนักลงทุน เป็นบริการตลอดชีพไม่มีวันหมดอายุที่พร้อมดูแลเฉพาะลูกค้าชินวะเท่านั้น   โครงการของ ชินวะ กรุ๊ป ในประเทศไทย v รูเนะสุ ทองหล่อ 5 (Runesu Thonglor 5) ดำเนินงานโดย บริษัท ดับเบิ้ลยู-ชินวะ จำกัด ร่วมทุนกับ บริษัท วรลักษณ์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) โครงการตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 1 ไร่ ดำเนินงานโดย เป็นอาคารโลว์ไรส์ 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 156 ยูนิต มี 2 type คือ 1-2 ห้องนอน ขนาดตั้งแต่ 29-65 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท ออกแบบโครงการและฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อให้มีบรรยากาศกลิ่นอายการอยู่อาศัยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ การใช้วัสดุก่อสร้าง-ตกแต่งบางส่วนนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น อาทิ ห้องน้ำระบบใหม่ที่พื้นสามารถแห้งได้อย่างรวดเร็วภายใน 1 นาที, การใช้กระเบื้องนาโนคุณสมบัติพิเศษในการดูดซับกลิ่นความชื้นป้องกันไรฝุ่น เป็นต้น พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกครบสมบูรณ์ สวนญี่ปุ่น สระว่ายน้ำ ออนเซนต้นตำรับแท้จากญี่ปุ่น สนามไดรฟ์กอล์ฟ Auto Parking ระบบรักษาความปลอดภัย ฯลฯ คาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ราวไตรมาสสาม ปี 62 มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท มีการติดตั้งระบบรูเนะสุ ซึ่งเป็นการกลับคานเป็นพื้น-กลับพื้นเป็นคาน ใช้พื้นที่ความต่างด้านล่างที่มีความสูง 60 เซนติเมตร เพื่อใช้ประโยชน์ในการเก็บของ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่น การบริหารจัดการ Death Space และสามารถทำให้ผู้อยู่อาศัยมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นถึง 25-40 %   v เร็น สุขุมวิท 39 (REN Sukhumvit 39) ดำเนินงานโดย บริษัท  เอส 39 จำกัด ภายใต้“ดีลแห่งชาติ” 3 ฝ่าย ผนึกกำลังจอยท์เวนเจอร์ ระหว่าง บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)  บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด และ - Pressance Corporation จากญี่ปุ่น สัดส่วน 49:26:25 ดำเนินการโครงการคอนโดมิเนียมหรู บนที่ดินขนาด 2 ไร่ 2 งาน 88 ตารางวา ราคาเริ่มต้นประมาณ.....บาท ที่ตั้งโครงการบนถนนสุขุมวิท ซอย 39 (ซอยพร้อมมิตร) เป็นอาคารสูง 7 ชั้น 2 อาคาร จำนวนรวม 298 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 2,600 ล้านบาท  และจะเป็นครั้งแรกในไทยของการก่อสร้างห้องชุดด้วยนวัตกรรม“รูเนะสุ”ทุกห้องทั้งโครงการ มี 2 type คือ 1 และ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้ประโยชน์ตั้งแต่ 30(+12) – 66(+18) ตร.ม. พร้อมฟังค์ชั่นแบบจัดเต็มทุกพื้นที่ และราคาที่คุ้มค่าทุกการอยู่อาศัยและการลงทุน เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีนี้   เกี่ยวกับ บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นบริษัทในเครือของ ชินวะกรุ๊ป-กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งมาเกือบ 130 ปี ประกอบธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในหลายรูปแบบ เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2016 ด้วยการร่วมทุนกับกลุ่มอสังหาฯในไทย ก่อสร้างโครงการแรก คือ  “รูเนะสุ ทองหล่อ 5” คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 8 ชั้น จำนวน 156 ยูนิต มูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท ออกแบบโครงการและฟังก์ชั่นการใช้งานด้วยบรรยากาศการอยู่อาศัยแบบญี่ปุ่นแท้จริง คาดว่าจะแล้วเสร็จราวไตรมาส 3 ปี 2562 สำหรับโครงการ REN Sukhumvit 39 เป็นโครงการที่สองของการร่วมลงทุนในไทย   เกี่ยวกับ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) บริษัทรับเหมาก่อสร้างมีชื่อจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีประสบการณ์และมีความชำนาญงานก่อสร้างคอนโดมิเนียมและอาคารต่างๆ ในไทยมากมาย นอกจากดำเนินงานด้านรับเหมาก่อสร้าง ยังมีนโยบายเปิดกว้างขยายการลงทุนทั้งในรูปของการพัฒนาโครงการเอง และเปิดกว้างร่วมลงทุนกับกลุ่มทุนต่างๆ   เกี่ยวกับ Pressance Corporation บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่มีจำนวนยูนิตสร้างขายเป็นที่ 1 ของคันไซ และเป็นที่ 2 ของประเทศญี่ปุ่น 21 ปี เป็นพันธมิตรที่ดีกับชินวะ กรุ๊ป มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน        
“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เผยตัวเลขรายได้ปี 61 เติบโตตามเป้า ประกาศแผนงานปี 62 หวังขึ้นแท่นผู้นำตลาดอสังหาฯ แนวราบ  เตรียมเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติม 8-10 โครงการ  ตั้งเป้าเติบโต 15% ยอดขาย 5,300 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้ 4,650 ล้านบาท

“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เผยตัวเลขรายได้ปี 61 เติบโตตามเป้า ประกาศแผนงานปี 62 หวังขึ้นแท่นผู้นำตลาดอสังหาฯ แนวราบ เตรียมเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติม 8-10 โครงการ ตั้งเป้าเติบโต 15% ยอดขาย 5,300 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้ 4,650 ล้านบาท

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เผยตัวเลขผลประกอบการปี 2561 ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ พร้อมประกาศแผนงานปี 2562 ขยายตัวต่อเนื่อง เน้นรุกตลาดแนวราบ ตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้ประกอบการแนวหน้าของตลาด หลังมองเห็นกำลังซื้อ Real Demand ชัดเจน และมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐ  เตรียมทุ่มงบซื้อที่ดิน 1,000 ล้านบาท พร้อมเปิดตัว 8-10 โครงการใหม่ บนทำเลศักยภาพสูง รองรับการขยายตัวของเมืองทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ยึด กลยุทธ์ Lifestyle Marketing เจาะกลุ่มลูกค้า พร้อมอัดแคมเปญตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้าการเติบโตปี 2562 ขยายตัว 15% กวาดยอดขาย 5,300 ล้านบาท นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) (Mr.Chaiyan Chakarakul (CEO , Lalin Property Plc.) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปีกล่าวว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย มีการขยายตัวได้จากปีก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมที่คาดว่าทั้งปีจะขยายตัวได้ราว  4.0-4.3%  ตัวเลขการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น ตลอดจนผลบวกจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยเฉพาะด้านคมนาคม ที่ขยายเส้นทางรองรับการขยายตัวของเมือง ทั้งโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง รวมทั้งโครงการที่อยู่ในแผนแม่บท ทำให้เกิดทำเลใหม่ๆ ของโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ในปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทมีการเปิดตัวโครงการใหม่ไปทั้งสิ้น 7 โครงการ โดยสามารถทำยอดขาย และยอดรับรู้ได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีกำลังซื้อหลักจากกลุ่ม real demand ที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริง ซึ่งมีทั้งกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่และกลุ่มคนวัยทำงาน สำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2562 จะเป็นปีสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง มองว่าตลาดโดยรวมยังคงเติบโตได้ แต่อาจเติบโตในอัตราที่ชะลอลง แม้เศรษฐกิจโดยรวมน่าจะขยายตัวได้จากปี 2561 ราว 4.0-4.3%  ประกอบกับปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี ตลอดจนการลงทุนของภาครัฐที่เป็นงบผูกพันต่อเนื่องมาจากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดีในปี 2562 นี้ก็มีปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัย ที่อาจเข้ามากระทบ ไม่ว่าจะความเสี่ยงจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก  ความเสี่ยงจากสงครามทางการค้า ความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ตลอดจนความเสี่ยงจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการควบคุม LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2562 นี้ได้ ทั้งนี้สำหรับเกณฑ์ LTV ใหม่ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 เมษายนที่จะถึงนี้ นั้น ในแง่ของบริษัทเน้นทำตลาดในกลุ่ม Real Demand และลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่ซื้อบ้านหลังแรก ดังนั้นจึงได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวไม่มาก   สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2562 นี้ จะให้ความสำคัญกับตลาดที่อยู่อาศัยในกลุ่มทาวน์โฮม บ้านแนวคิดใหม่ และบ้านเดี่ยว โดยมีแผนขยายโครงการใหม่ทั้งสิ้น 8-10 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,000-4,500 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 5,300 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ที่ 4,650 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นราว 15% จากปี 2561 นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) (Mr. Churat Chakarakul, Deputy Managing Director, Lalin Plc.) กล่าวถึง แผนงานด้านการตลาด ว่า “ในปีนี้ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จะดำเนินธุรกิจเชิงรุก แสดงศักยภาพขององค์กรต้นแบบผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน ยาวนานกว่า 30 ปี รวมถึงการสร้างศักยภาพองค์กรให้เติบโตในตลาดทุนอสังหาริมทรัพย์อย่างมั่นคง โดยในปีนี้ บริษัทฯ วางเป้าหมายขึ้นเป็นผู้ประกอบการแนวหน้าของตลาด ภายใต้โครงการมิกซ์ยูส แบรนด์ ลลิล ทาวน์ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ภายใต้ทำเลยุทธศาสตร์ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดหัวเมืองใหญ่ เมืองท่องเที่ยว และแหล่งงานสำคัญ มูลค่ารวมประมาณ 4,000 – 4,500 ล้านบาท โดยวางกลยุทย์การตลาด ภายใต้แนวคิด The Urban Destination For Living สร้างฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มอายุ 25-40 ปี ในขณะที่ยังรักษาฐานลูกค้าเก่าของลลิล และถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อต่อยอด Brand Loyalty ในส่วนของการพัฒนาบ้านให้ตอบโจทย์ในยุค 4.0 นายชูรัชฎ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความทันสมัย และการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่แท้จริง คือแนวคิดของบ้านที่บริษัทฯ พัฒนาในรูปแบบ ลลิล เพอร์เซอร์นัลไลซ์ สไตล์ (Lalin Personalized Style) ที่สามารถออกแบบและปรับฟังก์ชั่น เพื่อตอบโจทย์การใช้งานทุกความต้องการของลูกค้า การอยู่ร่วมกันทั้งแบบครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขยาย (Lalin Universal Society) อีกทั้งยังมีการใช้แนวคิด Eco Green ในการออกแบบและเลือกใช้วัสดุในโครงการ รวมถึงเน้นเรื่องการมีบริการหลังการขาย(CRM) ในรูปแบบ Lalin 4.0 Connectivity ที่ลูกค้าสามารถรับทราบข่าวสารข้อมูล สื่อสารกับลลิล แบบทูเวย์คอมมิวนิเคชั่นอย่างรวดเร็วผ่าน Line@ LalinSociety ซึ่งทั้งหมดคือการต่อยอดมาตรฐานของลลิลที่มุ่งเน้นเรื่อง Quality of Living ที่ให้กับลูกค้าของโครงการ ทั้งนี้บริษัทฯ วางงบประมาณด้านการตลาดปีนี้ประมาณ 3-4% ในส่วนของการลงทุน บริษัทฯ วางงบซื้อที่ดินไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ที่ได้มาจากการโอนโครงการต่างๆ และอีกส่วนจากการออกหุ้นกู้ ซึ่งจะพิจารณาออกในจำนวนและช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้สอดรับกับการขยายธุรกิจ และการเติบโตในระยะยาวของบริษัททั้งนี้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ของบริษัทในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่มาก ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงทางด้านการเงินที่ต่ำ และยังคงมีศักยภาพในการขยายธุรกิจได้อีกมากโดยไม่ติดปัญหาเรื่องของแหล่งเงินทุน ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” ได้รับรางวัลจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม Best Company Performance Awards และรางวัลผู้บริหารสูงสุดดีเด่น Best CEO Awards จากงาน SET Awards 2018 รางวัลที่การันตีคุณภาพการบริหารงานยอดเยี่ยมระดับประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นของลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ในการสร้างมาตรฐานการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตลอดระยะเวลา 30 ปี และความเป็นมืออาชีพของการบริหารงานอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดเรียล ดีมานด์ ตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยจริงโดยมีผลประกอบที่เติบโตต่อเนื่อง และยั่งยืน (Sustainable Growth)        
เตรียมพบกับประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ที่ “ครอสโร้ดส์”

เตรียมพบกับประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ที่ “ครอสโร้ดส์”

โครงการ “ครอสโร้ดส์” โดยสิงห์ เอสเตท จุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนและสันทนาการครบวงจรแห่งแรกในมัลดีฟส์พร้อมเปิดตัวในปี 2562 ณ เอ็มบูดู ลากูน เตรียมพบกับการเปิดตัวโรงแรมชั้นนำถึง 2 แห่ง ได้แก่ ซาย ลากูน มัลดีฟส์ คูริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน (SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton) และโรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ (Hard Rock Hotel Maldives) รวมทั้งพื้นที่สำหรับความบันเทิงและร้านค้าปลีกขนาด  11,000 ตารางเมตรภายใต้ชื่อ “เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์” (The Marina @ CROSSROADS) ที่จะทำให้ทุกคนประทับใจ ด้วยภัตตาคารนานาชาติและร้านค้าปลีกที่มีอยู่มากมาย “ครอสโร้ดส์” จึงพร้อมให้บริการผู้มาเยือนได้ทุกกลุ่ม ทั้งครอบครัว เพื่อน และนักธุรกิจ นับจากนี้ไป การเข้าถึงสวรรค์แห่งการพักผ่อนบนหาดทรายขาวละเอียด และโลกใต้ทะเลที่น่าทึ่งของมัลดีฟส์จะไม่ได้สงวนไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่มั่งคั่งเพียงเท่านั้น เพราะโครงการ “ครอสโร้ดส์” จะกลายเป็นสวรรค์ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกสามารถแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเดินทางมาคนเดียว หรือเดินทางมาเป็นหมู่คณะ ก็สามารถค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เสมอที่ “ครอสโร้ดส์”   และนี่คือประสบการณ์ที่ท่านจะได้สัมผัสบนเกาะที่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนและสันทนาการครบวงจรแห่งแรกในมัลดีฟส์ในไม่ช้า โครงการ “ครอสโร้ดส์” ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปี 2562 ตั้งอยู่ ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาติเวลาน่า และเมืองหลวงมาเล่ นำเสนอประสบการณ์สำหรับการพักผ่อนระดับเวิร์ลคลาสที่ผนวกทุกบริการไว้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งโรงแรม รีสอร์ท ความบันเทิง ร้านค้าปลีก และภัตตาคาร “เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์” (The Marina @ CROSSROADS) เป็นพื้นที่สำหรับความบันเทิงและสันทนาการขนาด 11,000 ตารางเมตรที่ออกมาสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ประกอบด้วยร้านค้าปลีกและร้านอาหารที่มีสไตล์ รวมทั้งภัตตาคารที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างฮาร์ด ร็อค คาเฟ่ “เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์” (The Marina at CROSSROADS) ซึ่งตั้งชื่อตามโครงการ “ครอสโร้ดส์” เป็นมารีน่าแห่งแรกในมัลดีฟส์ที่มีท่าเรือหรูหราสำหรับจอดเรือยอร์ชได้ถึง 30 ลำ นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวถือเป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าหลักโครงการ “ครอสโร้ดส์” จึงมีเป้าหมายที่จะนำเสนอกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจที่หลากหลายสำหรับครอบครัว อาทิ Maldives Discovery Centre ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีดีไซน์สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ตั้งอยู่ภายใน “เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์” ภายในจัดแสดงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น รวมทั้งการจัดแสดงการอนุรักษ์ทางทะเลแบบเสมือนจริง ทางเดินปะการัง และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ สำหรับเด็กที่มีอยู่รอบบริเวณ สำหรับท่านที่สนใจด้านการอนุรักษ์ปะการังและสิ่งมีชีวิตทางทะเล ที่ “ครอสโร้ดส์” เป็นที่ตั้งของศูนย์อนุรักษ์สิ่งมีชีวิตในทะเล Marine Discovery Centre ซึ่งภายในมีห้องทดลองชีววิทยาทางทะเล และกิจกรรมทางน้ำต่างๆ อาทิ การดำน้ำลึก การดำน้ำผิวน้ำ (สนอร์เกิลลิ่ง) การปลูกปะการัง การปล่อยปลาการ์ตูน และการอนุบาลปะการังในทะเล การเปิดตัวโครงการในเฟสแรกนี้ จะมีการเปิดศูนย์ประชุม CROSSROADS Event Hall ซึ่งสามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ถึง 460 คน ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมระดับเวิร์ลคลาส รวมทั้งบริการจัดเลี้ยง เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเพื่อธุรกิจ โรงแรม ซาย ลากูน มัลดีฟส์ คูริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน (SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton) และ โรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ (Hard Rock Hotel Maldives) สามารถเข้าถึงบริการต่างๆที่มีอยู่ใน “เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์” (The Marina at CROSSROADS) ได้อย่างง่ายดายด้วยสะพานทางเดินเท้า โดยซาย ลากูน มัลดีฟส์ คูริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน (SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton) มีห้องพักที่กว้างขวางสำดวกสบายไว้ให้บริการทั้งหมด 198 ห้อง รวมทั้งวิลล่าริมหาด และวิลล่าเหนือน้ำ พร้อมด้วยบริการอันเป็นเอกลักษณ์ จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อนตลอดจนผู้ที่เดินทางเพื่อธุรกิจที่ต้องการสถานที่สำหรับการ พักผ่อนที่สนุกสนานและให้แรงบันดาลใจ โรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ (Hard Rock Hotel Maldives) พร้อมต้อนรับแขกที่มาพักด้วยบริการอันเป็นเอกลักษณ์ครบครัน รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดทำไว้ โดยเฉพาะสำหรับทารก เด็กอ่อน และวัยรุ่น อาทิ The Sound of Your Stay® โปรแกรมเพลงภายในห้องพักที่ท่านสามารถร้องร่วมกันได้ นอกจากนี้ ยังมี Rock Spa® บริการสปาเต็มรูปแบบ Rock Shop® ร้านจำหน่ายสินค้าทุกแบรนด์ Roxity Kids Club®  Teen Spirit® Club คลับสำหรับเด็กและวัยรุ่น  รวมทั้งบริการพี่เลี้ยงเด็กระดับมืออาชีพ   อีกไม่ช้า “ครอสโร้ดส์” จะเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างนิยามใหม่ของประสบการณ์การท่องเที่ยวในมัลดีฟส์          
เจริญกรุง-สาทร ตอบโจทย์การทำงานและการอยู่อาศัยเหนือระดับ

เจริญกรุง-สาทร ตอบโจทย์การทำงานและการอยู่อาศัยเหนือระดับ

เจริญกรุง-สาทร ย่านที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สอดคล้องกับการเติบโตในทุก ๆ ด้านของทำเลแห่งนี้ ก่อเกิดความลงตัวของการใช้ชีวิตที่ไม่จำเจ ด้วยการเดินทางที่สามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทางทั้ง รถ เรือ และรถไฟฟ้า นอกเหนือจากอยู่ในย่านธุรกิจ (CBD) สำคัญอย่างสาทร และใกล้กับย่านสีลม ซึ่งแวดล้อมไปด้วยอาคารสำนักงาน โรงเรียนชื่อดัง และโรงพยาบาลแล้ว ยังสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทาง(Destination) สำคัญ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างความเหนือระดับของการอยู่อาศัยกับชีวิตทันสมัยได้อย่างลงตัว   เจริญกรุง-สาทร นับเป็นย่านที่สำคัญทางเศรษฐกิจตั้งแต่อดีต เนื่องจากถนนเจริญกรุงนั้นเป็นถนนที่ขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีการขนส่งสินค้าทางเรือ เกิดการค้าขาย 2 ริมฝั่งแม่น้ำ ส่งผลให้เกิดการอยู่อาศัยมาแต่ดั้งเดิม จวบจนปัจจุบันกลายเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบดั้งเดิมอยู่จำนวนไม่น้อย อีกทั้ง มีร้านอาหารชื่อดังในตำนานหลายร้าน อาทิ ร้านเป็ดย่างประจักษ์ ร้านโจ๊กปริ้นเซส ตรงแยกบางรัก หรือร้านข้าวต้มปลาเจ้าอร่อยตรงแยกถนนจันทน์ ขณะเดียวกัน มีความทันสมัยคืบคลานเข้ามาทำให้ย่านนี้เกิดการผสมผสานกันทางวัฒนธรรม มีร้านอาหารทันสมัยเกิดขึ้นมาจำนวนไม่น้อย นั่นก็เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของการใช้ชีวิตทันสมัยของผู้คนในปัจจุบัน การเติบโตของย่านเจริญกรุง-สาทร จึงมีพัฒนาการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ 5 ดาว ต่อยอดความเป็นจุดหมายปลายทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ทำเลแห่งนี้เป็นย่านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในความหรูหรา เหนือระดับ มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยเฉพาะการเดินทางที่แสนจะสะดวกสบาย   การเดินทางเชื่อมต่อได้หลากหลายรูปแบบ โดยสามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางรถ เชื่อมต่อเข้าออกถนนสายหลักได้หลายเส้นทาง อาทิ ถนนเจริญกรุง ถนนสาทร ถนนจันทน์ ถนนเจริญราษฎร์ และถนนพระราม 3 อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับทางด่วนพิเศษศรีรัช ยังมีรถไฟฟ้า BTS สายสีลมมุ่งหน้าเข้าสาทร และข้ามฝั่งไปกรุงธนบุรี ทำให้การเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองอื่นๆ เช่น ย่านสีลม สยาม สุขุมวิท หรือแม้แต่รัชดาภิเษกได้ด้วยการใช้ระยะเวลาเดินทางไม่นานนัก รวมทั้งเส้นทางน้ำ มีทั้งเรือโดยสารไปยังสถานที่สำคัญ ๆ และเรือข้ามฟาก ก็มีไว้ให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ และการเดินทางที่ต้องการหลีกหนีความคับคั่งจากตัวเมือง   สิ่งอำนวยความสะดวกครบ-ชีวิตไม่จำเจ หากไม่นับอาคารสำนักงานของธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งเรียงรายอยู่ตลอดเส้นทางถนนสาทรแล้ว ย่านเจริญกรุง-สาทร ยังรายล้อมไปด้วยสถานศึกษาชื่อดัง อาทิ โรงเรียนนานาชาติ โชรส์เบอรี่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ส่วนโรงพยาบาลในย่านนี้ เช่น โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ยังมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ริมน้ำเจ้าพระยา อาทิ เอเชียทีค และจุดหมายแห่งใหม่นั่นคือ ไอคอนสยาม   ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ที่สามารถให้เวลาในวันว่าง ๆ กับการท่องเที่ยวในแบบดั้งเดิม คือการท่องเที่ยวในย่านชุมชนเก่าแก่ หรือชื่นชมกับความทันสมัยที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาได้อย่างลงตัว ซึ่งจะทำให้การใช้ชีวิตในย่านนี้ไม่มีความจำเจ   ตลาดคอนโดหรูยังเติบโต-หนุนราคาขยับ ในแง่การเติบโตของคอนโดมิเนียมริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ขยายตัวต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ที่เข้ามาตอบสนองชีวิตทันสมัย เหนือระดับ มาพร้อมบรรยากาศความมีชีวิตชีวาของสายน้ำ เจาะกลุ่มตลาดคนมีกำลังซื้อซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง เห็นได้จากราคาคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาขยับสูงขึ้นทุก ๆ ปี เช่นเดียวกับราคาคอนโดมิเนียมในย่านเจริญกรุง-สาทร ที่ปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงกว่า 200,000 บาท และคาดว่ายังคงมีแนวโน้มเติบโตดีต่อไป เนื่องจากความต้องการของกลุ่มคนมีกำลังซื้อที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง   ที่สำคัญ จุดเด่นของทำเลนี้ นอกจากจะเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้ว ยังอยู่ใกล้กับย่านธุรกิจสำคัญ (CBD) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่หลายแห่ง คือย่านสีลม และสาทร การเดินทางสะดวกและใช้เวลาไม่มากนัก ขณะเดียวกันปัจจุบันพื้นที่สำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในย่านนี้มีค่อนข้างจำกัด นั่นเป็นเหตุผลที่ผลักดันให้ราคาคอนโดมิเนียมในย่านนี้มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น   ชีวิตทันสมัยกับ “อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร” “อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร” (Altitude Symphony Charoenkrung-Sathorn) โครงการคอนโดมิเนียม Luxury River View Condominium ในกลางเมืองในย่านธุรกิจ (CBD) พัฒนาโดยบริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด อีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนท่วงทำนองของการใช้ชีวิตเหนือระดับ ผ่านการเลือกสรรที่บ่งบอกถึงตัวตนของผู้อยู่อาศัย ออกแบบพื้นที่เพื่อให้การใช้เวลาอันมีค่าร่วมกับครอบครัว และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของชีวิตในเมือง   โครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง สาทร ตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ ถนนจันทน์ 44 เข้าซอยเพียง 60 เมตร เนื้อที่ 369 ตารางวา ความกว้างถนนหน้าที่ดินกว้างกว่า 15 เมตร จำนวนเพียง 99 ยูนิต 1 อาคาร 21 ชั้น พร้อมสวนบนชั้นดาดฟ้า และที่จอดรถแบบระบบอัตโนมัติในชั้นใต้ดิน 4 ชั้น ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีตากสิน 1.3 กิโลเมตร และสถานีสุรศักดิ์ 1.8 กิโลเมตร ห่างจากท่าเรือด่วนเจ้าพระยา 800 เมตร และห่างจากโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ เพียง 400 เมตร โครงการออกแบบในสไตล์โคโลเนียล คอนเทมโพรารี่ (Colonial Contemporary Design) มีสิ่งอำนวยความสะดวก ล็อบบี้ที่โอ่โถง ห้องเด็ก สระว่ายน้ำแบบชมวิว 360 องศา ที่ชั้น 18 และ ห้องฟิตเนส บนชั้น 21 ห้องสกายเล้าจ์ บน Roof floor ซึ่งสามารถมองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม และทางโครงการยังจัดให้มีพื้นที่จอดรถสูงถึง 83% พร้อมบริการ Door Man และ Valet service   รูปแบบห้องมี 6 ขนาด สนนราคาเริ่มต้น 4.9 - 29 ล้านบาท ประกอบดัวย รูปแบบ A ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  30.01 – 30.10  ตารางเมตร, รูปแบบ B ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  39.35 ตารางเมตร, รูปแบบ C ขนาด 2 ห้องนอน เริ่มต้นที่   61.90 - 73.66 ตารางเมตร, รูปแบบ Loft 42.17 - 125.55 ตารางเมตร, รูปแบบ Duplex  95.62 ตารางเมตร และ รูปแบบ Penthouse ขนาดห้อง 104.24 – 147.95 ตารางเมตร          
เน็กซัสสรุปภาพรวมตลาดอสังหากรุงเทพปี 61 ตลาดคอนโดเริ่มมีการปรับตัวเพื่อตอบสนองเรียลดีมานด์ ในขณะที่ตลาดเช่าเพื่อการพาณิชย์ค่าเช่าทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์

เน็กซัสสรุปภาพรวมตลาดอสังหากรุงเทพปี 61 ตลาดคอนโดเริ่มมีการปรับตัวเพื่อตอบสนองเรียลดีมานด์ ในขณะที่ตลาดเช่าเพื่อการพาณิชย์ค่าเช่าทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์

เน็กซัสสรุปปีนี้ราคาเฉลี่ยคอนโดในกรุงเทพเพิ่มขึ้น 7.6% ในขณะที่ราคาคอนโดใจกลางเมืองเพิ่มถึง 10% คาดในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ผู้ประกอบการควรเน้นการพัฒนาเพื่อเรียลดีมานด์ ส่วนราคาค่าเช่าสำนักงานเกรดเอในย่านศูนย์กลางธุรกิจเฉลี่ยทะลุ 1,000 บาท/ตารางเมตร/เดือน ในขณะที่ราคาค่าเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าเฉลี่ยสูงถึง 3,900 บาท/ตารางเมตร/เดือน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีก ในปีหน้าตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าและตลาดศูนย์การค้ามีการแข่งขันสูงขึ้นแน่นอน ถือว่าเป็นแนวโน้มที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง   ตลาดคอนโดมิเนียม นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (Mrs. Nalinrat Chareonsuphong, Managing Director of Nexus Property Marketing Company Limited)  เผยว่า ปี 2561 ยังคงเป็นปีที่มีอุปทานของคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นในตลาดในจำนวนที่ค่อนข้างสูง จากทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย โดยมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่ 60,900 หน่วย จาก 138 โครงการ ซึ่งทำให้คอนโดมิเนียมมีหน่วยสะสมทั้งสิ้น 610,900 หน่วย ทำเลที่นิยมในการพัฒนาโครงการอันดับหนึ่งยังคงเป็นพญาไท รัชดา และ พหลโยธิน (21,100 หน่วย, 35%) ตามมาด้วย พระโขนง สวนหลวง (13,500 หน่วย, 22%) และ ธนบุรี เพชรเกษม (8,500 หน่วย, 14%) ตามลำดับ และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทั้ง 3 ทำเลนี้ก็มีอัตราการเพิ่มของอุปทานมากที่สุดโดยมากกว่า 65-70% เลยทีเดียว ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากกระแสการอยู่อาศัยคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่มีมาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง และในทำเลเหล่านี้ก็ยังคงหาที่ดินที่จะพัฒนาได้มากกว่าทำเลที่อยู่ในใจกลางเมือง   นอกจากนี้  หากจะวิเคราะห์ถึงอุปทานใหม่ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาจะพบว่า 41% ของจำนวนหน่วยทั้งหมดจะมาจากตลาดไฮเอนด์ ที่มีระดับราคาอยู่ที่ 110,000 -190,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาต่อหน่วย 4-8 ล้านบาท ตามมาด้วยตลาดระดับกลาง (mid market) 27% และตลาดซิตี้คอนโด 21% ซึ่งสัดส่วนดังกล่าว อาจดูไม่สอดคล้องกับรายได้และฐานเงินเดือนของคนกรุงเทพมากนัก โดยจากปัจจัยที่ดินที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาพัฒนาสินค้าในระดับราคาที่สูงขึ้นนั่นเอง   ในปี 2561 ยอดขายคอนโดมิเนียมในตลาดกรุงเทพรวมทั้งสิ้นจำนวน 52,000 หน่วย โดยแบ่งเป็นห้องชุดที่เปิดใหม่ในปี 2561 จำนวน 31,800 หน่วย (คิดเป็นยอดขายเฉลี่ยของห้องชุดที่เปิดใหม่อยู่ที่ 52%) และห้องชุดที่เปิดขายก่อนปี 2561  มียอดขายเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20,300 หน่วย ทั้งนี้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้งคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในปีนี้และที่เปิดมาก่อนหน้านี้ทำให้อัตราขายรวมในตลาดอยู่ที่ 90% และยังคงมีห้องชุดเหลือขายในตลาดอยู่อีก 62,700 หน่วย   ในปี 2561 ราคาขายคอนโดมิเนียมเฉลี่ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น 7.6% จาก 130,600 บาทต่อตารางเมตร เป็น 140,600 บาทต่อตารางเมตร โดยตลาดใจกลางเมืองปรับตัวเพิ่มสูงสุดอยู่ที่ 10% ไปอยู่ที่ 231,000 บาทต่อตารางเมตร ตลาดรอบใจกลางเมือง 7% ไปอยู่ในระดับราคา 113,200 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่ตลาดรอบนอกปรับราคาเพิ่มเฉลี่ยเพียง 1% เป็น 73,500 บาทต่อตารางเมตร เท่านั้น สำหรับแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของราคาคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เริ่มเห็นการปรับตัวขึ้นในอัตราที่ลดลงบ้าง ซึ่งก็น่าจะเกิดจากการที่ผู้ประกอบการเริ่มเห็นแนวโน้มราคาที่ปรับตัวสูงมากในตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เช่นในปี 2561 ทำเลหลังสวนปทุมวัน ราคาปรับขึ้นเพียง 3% หรือในโซนธนบุรี เพชรเกษมเองซึ่งเป็นทำเลที่มีขอบเขตค่อนข้างกว้างมาก ราคาก็ปรับเพิ่มเพียง 1% แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าคุณภาพดีขึ้นที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้นั้นราคาจะไม่มีโอกาสขยับตัวสูงขึ้นได้ ในตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ สำหรับการคาดการณ์แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2562 นั้น นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ เชื่อว่า ในส่วนของอุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 น่าจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับตัวเลขเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมาที่ประมาณ  53,000 หน่วย ในขณะที่ความต้องการยังคงอยู่ในช่วงระหว่าง 50,000-55,000 หน่วย จากตัวเลขประมาณการดังกล่าว อัตราการขายรวมและห้องเหลือในตลาดก็น่าจะอยู่ในปริมาณใกล้เคียงกับตัวเลขปีนี้ สำหรับรูปแบบของการพัฒนาสินค้าก็จะปรับให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายย่อยมากขึ้น เช่นคอนโดสำหรับคนรักการออกกำลังกาย สำหรับผู้สูงอายุ หรือ คนรักสัตว์ เป็นต้น นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมเช่าสิทธิระยะยาวในทำเลที่ดีก็จะมีออกมาในตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงโครงการ mixed used ที่ผสมผสานคอนโดมิเนียมเข้ากับพื้นที่เชิงพาณิชย์ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์คนรุนใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายก็จะเปิดตัวมากขึ้นเช่นกัน   นอกจากนี้ ในมุมมองของ เน็กซัส สัดส่วนของห้องชุดที่ผู้ประกอบการควรจะพัฒนา น่าจะเพิ่มสัดส่วนไปที่กลุ่มซิตี้คอนโด และตลาดระดับกลาง (mid market) ที่เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของกรุงเทพมากขึ้นเพื่อจะได้ตอบสนองกับความต้องการอยู่อาศัยจริง ซึ่งจะเป็นตลาดที่มีเสถียรภาพและยั่งยืนมากกว่าตลาดต่างชาติเพื่อการลงทุน แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ได้มองข้ามการลงทุนจากต่างชาติเลย สำหรับตลาดการลงทุนจากต่างชาติที่เป็นที่จับตามองในช่วงที่ผ่านมานั้น การลงทุนจากนักลงทุนรายใหญ่หรือนักลงทุนสถาบันจะยังคงเห็นได้อย่างต่อเนื่อง ในปี 2562 สัดส่วนจำนวนห้องชุดที่นักลงทุนจากจีน ญี่ปุ่น และบางส่วนจากฮ่องกงและสิงคโปร์ ที่เข้ามาลงทุนน่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 30% จาก 26% (15,820  หน่วย ใน 24 โครงการ ในปี 2561) นอกจากนี้ นักลงทุนรายย่อยจากประเทศจีนก็น่าจะยังคงเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยอย่างต่อเนื่องในทำเลที่ขยายออกไปจากทำเลเดิม ตลาดฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน ก็น่าจะยังรักษาระดับการลงทุนที่ไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา ในขณะที่ตลาด CLMV เป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก   หากจะวิเคราะห์ถึงการปรับตัวของราคาคอนโดมิเนียมในกรุงเทพในช่วง 1-3 ปีข้างหน้านั้น เน็กซัสมองว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่ลดลง ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นน่าจะไม่สามารถขึ้นได้ในอัตราที่มากเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ดังนั้น ผู้ประกอบการเองก็น่าจะพัฒนาโครงการในราคาที่ไม่ต้องปรับตัวสูงขึ้นมากนัก ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าราคาคอนโดมิเนียมจะปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ในระดับ 6-7% ต่อปี   นอกจากนี้ ในส่วนของทำเลการพัฒนาโครงการนั้น มีปัจจัยเรื่องภาพลวงตาของทำเลการอยู่อาศัย (Illusion of location) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเลือกซื้อที่อยู่อาศัย พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย ยังคงเป็นทำเลยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการ ที่มองหาที่ดินเพื่อเข้ามาพัฒนาโครงการ แต่ในทำเลนี้ ราคาคอนโดมิเนียมที่ควรเป็น น่าจะเป็นราคาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายจริงๆ  ในขณะที่ทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งธนบุรี ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรถไฟฟ้าสายสีทองที่กำลังก่อสร้าง และก็เช่นเดียวกัน คอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นใหม่ราคาก็จะต้องสูงขึ้นมากอย่างแน่นอน จริงๆ แล้ว ทำเลอย่าง ติวานนท์ ที่ผู้ประกอบการหลายรายยังคงมีคำถามจากอุปทานที่ยังมีขายอยู่นั้น ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ราคาคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วในบริเวณนี้ก็จะน่าสนใจ เพราะเป็นคอนโดที่ราคาจับต้องได้มากที่สุดในตลาด สุดท้าย รัชดา พระราม 9 ทำเลทองของชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน ถ้าจะยังคงเป็นทำเลที่ครองใจลูกค้ากลุ่มนี้ได้ การตั้งราคาและการทำการตลาดจะต้องเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีบริการหลังการขายที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่างชาติกลุ่มนี้ได้จริง   จากนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนการให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้น จะส่งผลต่อการพัฒนาสินค้าในตลาดที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดมิเนียม โดยบ้านอาจจะมีการขายระหว่างก่อสร้างมากขึ้นเพื่อให้ผู้ซื้อได้ผ่อนชำระเงินดาวน์บางส่วนก่อน คอนโดมิเนียมก็อาจจะต้องเน้นขายช่วงพรีเซลมากขึ้น ที่มีระยะเวลาการผ่อนยาวขึ้น และท้ายที่สุด เศรษฐกิจและการเมืองที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงจากการเลือกตั้งก็น่าจะมีผลต่อทิศทางของตลาดเช่นกัน   ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า นายธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทเน็กซัส เรียลเอสเตท แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด (Mr. Teerawit Limthongsakul, Managing Director of Nexus Real Estate Advisory) กล่าวว่า ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า เกรด เอ และ เกรดบี ในกรุงเทพ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 4.1 ล้านตารางเมตร พบว่า ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องของราคาค่าเช่าที่มีการปรับตัวสูงขึ้นและอัตราว่างของพื้นที่ที่อยู่ในระดับต่ำ จากข้อมูลในไตรมาส 4 ปีนี้ เห็นได้ว่าอุปทานของอาคารสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพ ลดลงเล็กน้อย เนื่องมาจากมีบางอาคารอยู่ระหว่างการปิดปรับปรุงให้มีความทันสมัย ปลอดภัย สะอาด และสะดวกสบายมากขึ้น เพื่อดึงดูดผู้เช่าในตลาด สำหรับตลาดพื้นที่อาคารสำนักงานให้เช่านั้นยังคงมีความต้องการสูงจากธุรกิจให้เช่าพื้นที่ทำงานร่วม (co-working space) และสำนักงานพร้อมบริการ (serviced-office) ที่กำลังได้รับความนิยม ทำให้อัตราว่างของพื้นที่เช่าในช่วงไตรมาสนี้ลดลงเหลือเพียง 4% เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารสำนักงานเกรดเอใหม่ๆ จะได้รับความสนใจจากผู้เช่าเป็นอย่างมาก   ในส่วนของราคาค่าเช่าอาคารสำนักงานในกรุงเทพ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800 บาท/ตารางเมตร/เดือน แต่หากพิจารณาเฉพาะอาคารสำนักงานเกรดเอที่อยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจเท่านั้น พบว่า ค่าเช่าเฉลี่ยสูงกว่า 1,000 บาท/ตารางเมตร/เดือน นับเป็นสถิติใหม่ในตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าของกรุงเทพ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับบางอาคารที่ตั้งอยู่บนถนนวิทยุหรือเพลินจิต อย่างเช่น อาคารเกษร ทาวเวอร์ และปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ที่สามารถทำราคาค่าเช่าได้สูงถึง 1,500 บาท/ตารางเมตร/เดือน ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงที่สุด ณ ขณะนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีพื้นที่อาคารสำนักงานใหม่ให้เช่าเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 ล้านตารางเมตร หรือประมาณ 25% ของพื้นที่ที่มีอยู่ในตลาด ณ ปัจจุบัน อาจส่งผลให้มีอัตราว่างของพื้นที่ให้เช่าสูงขึ้นจากเดิมถึง 2 เท่า โดยจะมีอัตราว่างของพื้นที่ประมาณ 10% จากเดิมที่มีเพียง 4-5% เท่านั้น ถือว่าเป็นอัตราว่างที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี และอาจส่งผลให้อัตราการขึ้นราคาค่าเช่ามีการปรับตัวช้าลงอีกด้วย   หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพ จะมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นอย่างแน่นอน อาจส่งผลให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยจำนวนอุปทานที่มีมากขึ้นในตลาดจะทำให้ผู้เช่ามีอำนาจในการต่อรองที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าอัตราว่างของพื้นที่เช่าจะสูงถึง 10% ก็จริง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดอุปทานล้นตลาด เนื่องจากอัตราว่างของพื้นที่ประมาณ 10% ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเปรียบเทียบกับเมืองสำคัญอื่นๆ ทั่วโลก   จากการสำรวจของ Cushman & Wakefield ซึ่งเป็นบริษัทพันธมิตรของเน็กซัสฯ พบว่า ในประเทศกลุ่ม APAC มีอัตราว่างของพื้นที่อาคารสำนักงานให้เช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 10% หรือแม้แต่ในสหรัฐอเมริกาก็ยังมีอัตราว่างของพื้นที่ถึง 13.3% ดังนั้น หากกรุงเทพมีอัตราว่างของพื้นที่ให้เช่าที่ประมาณ 10% ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ปกติ   ตลาดศูนย์การค้า   สำหรับตลาดศูนย์การค้า จากการสำรวจพบว่า ตลาดยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากตลาดศูนย์การค้านั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ การบริโภคของภาคเอกชน รวมไปถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว   ส่วนราคาค่าเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าในย่านศูนย์กลางทางการค้าอย่างบริเวณถนนพระราม 1 และพร้อมพงษ์ ที่มีการแข่งขันสูงนั้น ทำให้อัตราค่าเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 3,900 บาท/ตารางเมตร/เดือน ในขณะที่ราคาเสนอให้เช่าพื้นที่สูงที่สุดของย่านนี้สูงทะลุถึง 5,000 บาท/ตารางเมตร/เดือน จากการเสนอราคาพื้นที่บริเวณชั้น G ของห้างสยามพารากอน นอกจากนี้โซนนอกศูนย์กลางการค้าอย่างไอคอนสยามซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็มีราคาเสนอเช่าพื้นที่ที่สูงเช่นเดียวกัน โดยสูงมากกว่า 5,000 บาท/ตารางเมตร/เดือน นับว่าเป็นสถิติใหม่ของอัตราค่าเช่าพื้นที่สำหรับตลาดศูนย์การค้าในกรุงเทพ   การสำรวจของเน็กซัสฯ พบว่าพื้นที่ศูนย์การค้าให้เช่าที่เกิดขึ้นใหม่ของไตรมาสนี้ มาจากไอคอนสยามและเกตเวย์ แอท บางซื่อ ที่เพิ่งมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และคาดว่าจำนวนพื้นที่ของศูนย์กลางการค้าให้เช่าในปีหน้าจะมีมากถึง 240,000 ตารางเมตร จากการคาดการณ์ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยและการท่องเที่ยวในปีหน้านั้นยังคงมองเป็นปัจจัยบวก โดยทางสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ณ สิ้นปี 2561 จะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 5.08% หรือคิดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 37.2 ล้านคน   เนื่องจากลักษณะนิสัยของคนไทยที่นิยมไปซื้อของที่ร้านค้าด้วยตัวเองและสภาพอากาศที่ร้อน ทำให้ศูนย์การค้าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนไทย แต่สำหรับตลาดในปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตัวเอง ให้สามารถดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น เช่น การออกแบบ ไลฟ์สไตล์ สิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และแพลตฟอร์ม จะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดได้        
SC เปิดตัวพันธมิตรยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ‘Nishitetsu’ ผู้นำในภูมิภาคคิวชู ตั้งบริษัทร่วมทุนในไทยชื่อ เอสซี เอ็นเอ็นอาร์ วัน (SC NNR1 Co.,Ltd.) เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในปี 62 นำร่องเปิดคอนโดใหม่แบรนด์ The Crest โดดเด่นสุดบนทำเลห้าแยกลาดพร้าว

SC เปิดตัวพันธมิตรยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ‘Nishitetsu’ ผู้นำในภูมิภาคคิวชู ตั้งบริษัทร่วมทุนในไทยชื่อ เอสซี เอ็นเอ็นอาร์ วัน (SC NNR1 Co.,Ltd.) เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในปี 62 นำร่องเปิดคอนโดใหม่แบรนด์ The Crest โดดเด่นสุดบนทำเลห้าแยกลาดพร้าว

การผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง SC Asset อสังหาฯ ชั้นนำของไทย กับ Nishitetsu Group (NNR) บริษัทยักษ์ใหญ่และผู้นำในภูมิภาคคิวชู ซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศญี่ปุ่น และมีผลประกอบการแข็งแกร่งกวาดรายได้เกือบ 380,000 ล้านเยน ในปี 2561 ล่าสุดได้จับมือเปิดบริษัทร่วมทุนชื่อ บริษัท เอสซี เอ็นเอ็นอาร์ วัน จำกัด (SC NNR1 Co.,Ltd.)   เพื่อพัฒนาอสังหาฯ ของ NNR ครั้งแรกในไทย และมีแผนเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ในปี 2562 นำร่องด้วยโครงการ The Crest บนทำเลห้าแยกลาดพร้าว หนึ่งในทำเลสำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ ศูนย์รวมเส้นทางคมนาคมแห่งอนาคต นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์เชิงรุกจากโรดแมป SC-Reinvention 2020 เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนว่า “เราได้ร่วมทุนกับ Nishitetsu Group (NNR) ทั้งนี้ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ คือ 1.วิสัยทัศน์ด้วยวิธีคิดแบบเดียวกัน ภายใต้การส่งมอบคุณค่าด้านคุณภาพสินค้าและบริการที่เป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับลูกค้า 2.ความแข็งแกร่งทางธุรกิจของทั้งสองบริษัท 3.โอกาสสำหรับอนาคต เพื่อการลงทุนธุรกิจอสังหาฯ รูปแบบอื่น ๆ ตามโรดแมป ที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับ SC ”  สำหรับบริษัท Nishitetsu Group (NNR) ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1948 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Fukuoka ตั้งอยู่ในเขต  prime commercial zone ปัจจุบันมีสำนักงานอยู่ 85 แห่งทั่วโลก และ ดำเนิน  5 ธุรกิจหลักสำคัญได้แก่ คมนาคม, โลจิสติกส์, ค้าปลีก, อสังหาริมทรัพย์ และอื่น ๆ โดย นายฮิโรชิเกะ โฮริเอะ (Mr. Hiroshige Horie) Senior Executive Officer  General Manager of the housing Business Division บริษัท นิชิ นิปปอน เรลโรด จำกัด เป็นผู้แทนบริษัทเดินทางมายังประเทศไทย กล่าวถึงการร่วมทุนกับ SC  อย่างมั่นใจในศักยภาพและความแข็งแกร่งว่า  “ประเทศไทยมีการเติบโตที่โดดเด่นทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านมาได้ขยายการลงทุนทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกับประเทศในแถบอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย เป็นต้น ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้  จึงเป็นการผสานจุดเด่นของสองบริษัท ทั้งด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง ความรวดเร็วในการส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพ  เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับอนาคต” บริษัท เอสซี เอ็นเอ็นอาร์ วัน จำกัด (SC NNR1 Co.,Ltd.)  บริษัทร่วมทุนใหม่นี้มีทุนจดทะเบียนรวม 1,200 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนถือหุ้นระหว่าง  SC  55% และ NNR  45% พร้อมกับแต่งตั้งนายมานิจ บรรจงธนกิจ ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ โดยโครงการนำร่องที่จะพัฒนาในปี 2562   เป็นคอนโดฯ ใหม่ ภายใต้แบรนด์เดอะเครสท์ (The Crest)   บนพื้นที่กว่า 1.9 ไร่ ทำเลโดดเด่นสุดในย่านห้าแยกลาดพร้าว ศูนย์รวมคมนาคมแห่งอนาคตที่แวดล้อมด้วยแหล่ง ช้อปปิ้งชั้นนำอย่าง เซ็นทรัล ลาดพร้าว ยูเนียนมอลล์ และอยู่ใกล้กับ Interchange Station ของ MRT และ BTS สายสีน้ำเงินและสายสีเขียว ที่สำคัญ คือ ใกล้สวนจตุจักร และสวนรถไฟ ซึ่งได้วิวสวนสาธารณะบนพื้นที่กว่า 700 ไร่   อีกทั้งโครงการยังตั้งอยู่ใจกลาง North CBD แวดล้อมด้วยอาคารสำนักงานชั้นนำ ศูนย์การค้า  และ Mega Project มากมาย      

รวม Presale ล่าสุด

The City ราชพฤกษ์–สวนผัก สัมผัสชีวิตความเป็นส่วนตัวที่เชื่อมต่อใจกลางเมือง กับบ้านเดี่ยวหรูบนสังคมเหนือระดับ

The City ราชพฤกษ์–สวนผัก สัมผัสชีวิตความเป็นส่วนตัวที่เชื่อมต่อใจกลางเมือง กับบ้านเดี่ยวหรูบนสังคมเหนือระดับ

ให้ทุกการใช้ชีวิตของครอบครัวออกแบบเองได้ที่ The City ราชพฤกษ์-สวนผัก โครงการบ้านเดี่ยวหรูหลังใหญ่ บนทำเลศักยภาพราชพฤกษ์ จาก AP THAI พร้อมเติมเต็มการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ทุก Lifestyle การอยู่อาศัยบนพื้นที่ส่วนตัวกับแบบบ้านที่มีให้เลือกถึง 4 แบบตามความต้องการของครอบครัว ตั้งแต่ขนาด 225 ตารางเมตรไปจนถึงขนาด 375 ตารางเมตร กับยูนิตที่เป็นส่วนตัวเพียง 133 ยูนิต พร้อมเชื่อมต่อทำเลเมืองด้วยการเดินทางที่หลากหลายเส้นทาง สามารถเข้า-ออกเมืองได้หลายเส้นทาง ทั้งเส้น ถ.ราชพฤกษ์ ถ.บรมราชชนนี ถ.สิรินธร และ ถ.นครอินทร์ อีกทั้งยังใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ และรถไฟฟ้าหลายสายอีกด้วย ที่นี่.. เราให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่โดยผ่านการคิดและออกแบบเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างลงตัว เน้นให้ทุกพื้นที่ยังคงความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่นและเงียบสงบ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับกิจกรรมของทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคลับเฮ้าส์ ที่มีพื้นที่ทำงานอย่าง Co-Working Space และยังมีพื้นที่ให้ได้ผ่อนคลายอย่างห้อง Theater ที่สามารถนัดเพื่อนๆ มาดูหนังได้ในวันหยุด พร้อมกับห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน รวมไปถึงห้อง Kids Room ที่จัดสรรพื้นที่รองรับกิจกรรมสำหรับเจ้าตัวน้อย และมี Lobby ขนาดใหญ่ที่ให้คุณและเพื่อนได้พบปะกันได้ทุกเวลา อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำที่รองรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ภายในโครงการที่ร่มรื่น และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราตั้งใจมอบให้ พร้อมกับทำเลดีๆ เพื่อการเดินที่สะดวกสบาย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเพื่อชีวิตที่สมบูรณ์แบบ   ที่ตั้งโครงการ ตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลที่เชื่อมต่อเส้นทางสำคัญหลายเส้นทาง ทั้ง ถ.ราชพฤกษ์ ถ.บรมราชชนนี ถ.สิรินธร ถ.นครอินทร์ และถ.บางกรวย-ไทรน้อย ซึ่งโครงการกำลังก่อสร้างเส้นทางลัดส่วนตัว หรือ The Bridge Fast Track จากตัวโครงการข้ามคลองมหาสวัสดิ์ไปยัง ถ.สวนผัก สามารถขึ้นทางได้ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ ได้เพียง 5 นาที ทำให้เข้าออกเมืองได้โดยง่าย อีกทั้งยังสามารถเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้อีกด้วย บริเวณโดยรอบยังใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้ง ห้างสรรพสินค้า เช่น Central ปิ่นเกล้า, The Crystal SB ราชพฤกษ์, Homepro ราชพฤกษ์, The Walk ราชพฤกษ์ อีกทั้งยังมีโรงพยาบาลชั้นนำ อย่าง รพ.หู ตา คอ จมูก , รพ.ยันฮี และ รพ.เจ้าพระยา เป็นต้น   รายละเอียดโครงการ เจ้าของโครงการ :  บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) โทร :  1623 ชื่อโครงการ :  เดอะ ซิตี้ ราชพฤกษ์ – สวนผัก (The City Ratchapruek-Suanphak) ที่ตั้งโครงการ :  ถนน บางกรวย – จงถนอม ตำบล มหาสวัสดิ์ อำเภอ บางกรวย นนทบุรี 11130 พิกัดโครงการ :  13.800001,100.467909 พื้นที่โครงการ :  42-0-38.2 ไร่ ราคาเริ่มต้น :  11.9 – 24  ล้านบาท* รายละเอียดแบบบ้าน :  มีบ้าน 4 แบบ ได้แก่ CITY PRIVE’ :  พื้นที่ใช้สอย 225 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ 2 คัน (ในร่ม) CITY RETREAT :  พื้นที่ใช้สอย 262 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน (ในร่ม) CITY SPACIOUS :  พื้นที่ใช้สอย 309 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน (ในร่ม) CITY SCENERY :  พื้นที่ใช้สอย 375 ตารางเมตร 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน (ในร่ม) จำนวนบ้าน :  133 แปลง สิ่งอำนวยความสะดวก :  Clubhouse ประกอบด้วย Lobby, Co-Working Space, Fitness , Kids Room , Theater Room , สระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกผู้ใหญ่-เด็ก พร้อมจากุซซี่ และห้องซาวน่า, สวนสาธารณะขนาดใหญ่ และสนามเด็กเล่น ระบบรักษาความปลอดภัย :  Security Gate , รปภ. 24 ชม , Key Card access , CCTV สถานศึกษา :  รร.นานาชาติเด่นหล้า, รร.ทิวไผ่งาม, รร.บดินทรเดชา นนทบุรี, รร.ราชินีบน, รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี, รร. โยธินบูรณะ,  ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ : The Walk ราชพฤกษ์,The Crystal SB ราชพฤกษ์, HomePro ราชพฤกษ์, The Circle ราชพฤกษ์, Central Plaza ปิ่นเกล้า, The Sense ปิ่นเกล้า, ตั้งฮั่วเส็ง สถานพยาบาล :  รพ.ตา หู คอ จมูก, รพ.เจ้าพระยา, รพ.ยันฮี, รพ.ศิริราช, รพ.บางกรวย สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ : - ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ - รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีตลิ่งชัน (ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน) - รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน สถานีตลิ่งชัน (ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน) - รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสิรินธร (ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ) เว็ปไซต์ :  https://bit.ly/2QMfMSp เริ่มก่อสร้าง :  พฤษภาคม 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จ :  ตุลาคม 2564 พบกันที่ The City ราชพฤกษ์-สวนผัก บ้านเดี่ยวหรูบนสังคมเหนือระดับ กับทำเลศักยภาพราชพฤกษ์ ใกล้ทางด่วน ตอบโจทย์เรื่องราวการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ เชื่อมต่อสู่ใจกลางเมืองได้หลากหลายเส้นทาง ให้ได้ออกไปใช้ชีวิต บนทางเลือกที่มากกว่า เริ่ม 11.9 - 24 ล้าน ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ 200,000 บาท* >> https://bit.ly/2QMfMSp      
ฟินน์ อโศก คอนโดโลว์ไรส์ใหม่ใจกลาง CBD ตอบทุกโจทย์การใช้ชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติมูลค่ากว่า 1,800 ล้าน

ฟินน์ อโศก คอนโดโลว์ไรส์ใหม่ใจกลาง CBD ตอบทุกโจทย์การใช้ชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติมูลค่ากว่า 1,800 ล้าน

ฟินน์ ดิเวลลอปเม้นท์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ลุยตลาดนิชพรีเมียมรับปีใหม่ เอาใจคนเมืองที่รักธรรมชาติ ด้วยการตอบโจทย์การใช้ชีวิตครบ 360 องศา ในโลเคชั่นที่ใช่ คุ้มค่าเกินราคา เปิดตัว ฟินน์ อโศก (FYNN Asoke) ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 10 คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์สไตล์โมเดิร์น ทรอปิคอล บนทำเลทองผืนใหญ่ใจกลางอโศก แวดล้อมด้วยสวนสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ผสมผสานการใช้ชีวิตคนเมือง และสโลว์ไลฟ์ได้อย่างลงตัว ตกแต่งพร้อมอยู่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.5 ล้านบาท หรือ 185,000 บาทต่อตารางเมตร   นายพงศธร จอม สาลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินน์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ประกาศแผนดำเนินธุรกิจปี 2562 เตรียมรุกอสังหาฯ เต็มสูบ หลังประสบความสำเร็จกับการเปิดตัวคอนโดโลว์ไรส์ 2 แห่ง ภายใต้แบรนด์ ‘ฟินน์’ พร้อมชูไฮไลท์โครงการใหม่ล่าสุด ‘ฟินน์ อโศก’ มูลค่าโครงการกว่า 1,800 ล้านบาท ตึกคู่สุดหรูแบบ Affordable Luxury บนทำเลทองเกือบสองไร่ บนสุขุมวิทซอย 10 ห่างจาก BTS อโศก เพียง 550 เมตร พร้อมต้นจามจุรียักษ์ อายุกว่า 60 ปีแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอย่างงดงามใจกลางโครงการ คำตอบที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมือง ไม่เพียงแต่พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ยังตอบโจทย์ชีวิตที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น และใส่ใจสุขภาพ รักในการออกกำลังกายกลางแจ้ง เพราะสามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสวนเบญจกิตติ ด้วยระยะทางเพียง 200 เมตร และเส้นทางเดินรอบทะเลสาบซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาพื้นที่เป็นสวนป่าเบญจกิตติ สวนที่ใหญ่ที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานคร ด้วยพื้นที่ถึง 450 ไร่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.5 ล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งยังมีรูปแบบห้องให้เลือกมากถึง 6 ประเภท คาดได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และสามารถปิดการขายได้ภายในครึ่งปีแรก สำหรับสองโครงการแรก คือ ‘ฟินน์ อารีย์’ มูลค่าโครงการกว่า 350 ล้านบาท ปัจจุบันปิดการขาย และโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดแล้ว และโครงการที่สอง ‘ฟินน์ สุขุมวิท31’ มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท สามารถปิดการขายแล้วกว่า 90% โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จ และทำการโอนกรรมสิทธิ์ภายในไตรมาสที่ 4 ปีนี้   นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนเดินหน้าพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อีก 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท โดยเป็นโครงการประเภทคอนโดมิเนียมและโรงแรม   นายไพทยา บัญชากิติคุณ Partner บริษัท อะตอม ดีไซน์ ผู้ออกแบบโครงการ ฟินน์ อโศก กล่าวว่า ได้ออกแบบในแนวคิดโมเดิร์น ทรอปิคอล ฟื้นฟูสมดุลย์ของการใช้ชีวิตใจกลางเมือง ด้วยการเชื่อมหนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจที่หนาแน่นที่สุดเข้ากับความร่มรื่นของธรรมชาติ แรงบันดาลใจในการออกแบบ ฟินน์ อโศก เปรียบดั่งโอเอซิสแห่งความสงบร่มรื่นใจกลางความเร่งรีบของย่านธุรกิจ CBD โดดเด่นที่เส้นโค้งเว้าของอาคารรับวิวสวนสวยได้ทุกห้อง ตัวอาคารโอบล้อมต้นจามจุรียักษ์ อายุกว่า 60 ปี ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอย่างงดงาม และสร้างบรรยากาศการหลอมรวมกับพื้นที่สีเขียวอย่างน่าประทับใจ ฟินน์ อโศก เป็นโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ตกแต่งพร้อมอยู่สูง 8 ชั้น 2 อาคาร ห้องชุดรวมทั้งหมด 263 ห้อง โดยแบ่งเป็น อาคาร A จำนวน 144 ห้อง และอาคาร B จำนวน 119 ห้อง พิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในและภายนอกอาคารอย่างครบครัน อาทิ ห้องรับรองแขก พื้นที่ทำงานรวม ห้องฟิตเนส ห้องขี่จักรยานจำลอง ห้องโยคะ ห้องดูหนัง ศาลาจามจุรี สระว่ายน้ำความยาว 25 เมตร สระเด็กและถ้ำจำลอง และไฮไลท์สิ่งอำนวยความสะดวกบนชั้นดาดฟ้า พื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร อาทิ สวน และทางออกกำลังกาย แปลงปลูกผัก ระเบียงชมพระอาทิตย์ตก ฟอเรส เลานจ์ ครัวกลางแจ้ง เตาบาร์บีคิว เป็นต้น ด้านรูปแบบห้องพัก ประกอบด้วย 6 ประเภท ได้แก่ 1 ห้องนอน ขนาด 24-49 ตารางเมตร, 1 ห้องนอนพลัส ขนาด 40-62 ตารางเมตร, 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 48-57 ตารางเมตร, 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 46-68 ตารางเมตร, 3 ห้องนอน ขนาด 104 ตารางเมตร และห้องดูเพล็กซ์ขนาด 120 ตารางเมตร นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัทซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าสำหรับภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะโซนสุขุมวิท ต่อ CBD อื่นๆ ปลายปีที่ผ่านมา เทียบกับปี 2562 และ ทำเลทอง คอนโด Demand vs Supply โซนสุขมวิทยังคงเป็นทำเลที่นิยมของตลาดที่อยู่อาศัย และตลาดเช่า เนื่องจากใกล้เส้นรถไฟฟ้า และราคาของคอนโดมิเนียมในสุขุมวิทปัจจุบันสูงมาก หลายๆโครงการเปิดตัวที่ราคากว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร จากที่มีโครงการเปิดใหม่หลายแห่งในเส้นสุขุมวิท โดยเฉพาะโซนสถานีบีทีเอสพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในทำเลเดียวกันจำนวนมาก ผู้บริโภคจึงจำเป็นต้องหาทำเลที่มี Supply น้อยลง และอยู่ในราคาที่จับต้องได้เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการตัดสินใจเลือกซื้อ   สำหรับตลาดที่อยู่อาศัย ที่จะมาแรงในปี 2562 คืออสังหาริมทรัพย์แนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม โดยเน้นไปในโซน mid-town และชานเมืองมากขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในใจกลางเมือง ทำให้ทำเลใน CBD ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมระดับซุเปอร์ลักชัวรี่ และ Branded Residence ซึ่งมีราคาสูง แนวโน้มของอสังหาฯ ปี 2562 นั้น ราคา ทำเล และรูปแบบของโครงการ คือสิ่งที่ผู้พัฒนาจะต้องปรับให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภค คอนโดมิเนียมประเภท Low-rise จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยในเมือง และราคาไม่สูงมากนัก ด้านราคาที่ดินยังคงสูงขึ้น โดยเฉพาะตามเส้นรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ที่กำลังก่อสร้าง และอาจมีโอกาสเห็นการซื้อขายที่ดินราคาเกินสามล้านบาทต่อตารางวาในทำเลเดิม คือ ใจกลางลุมพินี เนื่องจากมีที่ดินแบบ Freehold เหลือไม่มากแล้ว   สำหรับพฤติกรรมของผู้บริโภค ผู้บริโภคมีตัวเลือกในตลาดมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการเปรียบเทียบ ผู้บริโภคมองคอนโดมิเนียมมากกว่าการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น แต่ต้องเป็นการลงทุนที่ดีด้วย เน้นเรื่องมูลค่าเพิ่มในอนาคต ซึ่งต่างจากเดิมที่จะมองแยกสองด้าน คือ มองว่าคอนโดมิเนี่ยมที่จะซื้อนั้นเหมาะกับอยู่เอง หรือ มองว่าจะซื้อเพื่อปล่อยเช่าหรือขายต่อ ผลตอบแทนจะเป็นอย่างไร ทางด้านผู้พัฒนาอสังหาฯ ก็ต้องปรับเปลี่ยนมาขายไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพื่อชูความแตกต่างของแต่ละโครงการเพื่อตอบสนองความต้องการที่มากขึ้นของผู้บริโภค โครงการ ฟินน์ อโศก จะเปิดขายอย่างเป็นทางการ (พรีเซล) ในวันที่ 19-20 มกราคมนี้ ที่สำนักงานขายในสุขุมวิท ซอย 10 พร้อมห้องตัวอย่าง พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน อาทิ ชุดเฟอร์นิเจอร์ พร้อมรับส่วนลดในวันจองสูงสุด 300,000 บาท สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.fynnasoke.com หรือ 092-201-9999          
“เลคซีรีน”

“เลคซีรีน” "สัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ สงบ และปลอดโปร่ง สร้างสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ"

เลคซีรีน บ้านสไตล์ นอร์ท อเมริกัน สุดหรูหราพร้อมทะเลสาบส่วนตัว แรงบันดาลใจจากต้นกำเนิดของสถาปัตยกรรมอเมริกันโมเดิร์นแบบ “Prairie house” ในแถบชานเมืองของชิคาโก ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Frank Lloyd Wright  ผสานความเป็นเอกลักษณ์ของเส้นสายระนาบแนวนอนและรูปทรงเรขาคณิตในทุกรายละเอียดของการดีไซน์บ้าน ผสานกับการออกแบบบนคอนเซ็ปที่เน้นความเรียบง่าย บ่งบอกถึงความตั้งใจที่ต้องการให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงธรรมชาติมากขึ้น และสัมผัสถึงสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ โครงการบ้านเดี่ยวโอบล้อมริมทะเลสาบส่วนตัวสุดพิเศษพร้อมพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวรอบบ้านที่ให้ผู้อยู่อาศัยสัมผัสถึงบรรยากาศการพักผ่อน กับความงดงามของธรรมชาติ สายลม แสงแดดอ่อนๆ และบรรยากาศของโครงการที่พาคุณดื่มด่ำกับบ้านพักอาศัยให้ความรู้สึกราวกับบ้านพักตากอากาศในทุกวัน พื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ พร้อมทัศนียภาพการชีวิตที่สวยงานกับระบบสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งโครงการ เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ชีวิตด้วยเทคโนโลยี smart home & smart security ทั้งในพื้นที่ภายในบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 100 -150 ตร. วา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 220-429 ตร. ม. ด้วยราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาทออกแบบสไตล์ยุโรป ฟังก์ชั่นการใช้งานสุดลงตัว ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เชื่อมส่วนต่างๆ ด้านล่างของตัวบ้านด้วยห้องโถงขนาดใหญ่กลางบ้าน เพดานสูง 7 เมตร ให้ความรู้สึกหรูหราสไตล์คฤหาสน์  โปร่ง โล่งสบายตา พร้อมรองรับการมาเยี่ยมเยือน การสังสรรค์และการพักผ่อนในวันหยุด ห้องนอนขนาดใหญ่และห้องน้ำภายในที่ถูกจัดวางอย่างลงตัวตอบรับการใช้งาน เพิ่มเติมห้องครัวไทยให้เป็นอีกทางเลือกของผู้อยู่อาศัย บริเวณรอบตัวบ้านมีสวนและพื้นที่ใช้สอยให้ได้มีกิจกรรมร่วมกันของทุกคนในบ้าน ทุกส่วนของบ้านเปิดรับลมโชยที่มีกลิ่นอายของทะเล ทะเลสาบ และแมกไม้จากรอบโครงการ วิวสวยสไตล์บ้านตากอากาศ พื้นที่ส่วนกลางของโครงการขนาดใหญ่ คลับเฮาส์ สวนพักผ่อน ฟิสเนต สนามเด็กเล่น และพื้นที่ริมทะเลสาบช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายยามเย็น สะดวกสบายหากต้องการเดินทางไปพักผ่อนในวันหยุด หรือเดินทางเข้าไปทำงานใจกลางกรุงเทพเพียง 15 นาทีถึงทางด่วนเฉลิมมาหานคร เข้าถึงย่านสาทร พระราม 3 พระราม 9 ได้อย่างสะดวก และ 10 นาทีถึงวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก มุ่งสู่บางนาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังแวดล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งและสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ โรงเรียนนานาชาตินอริช โรงเรียนเลิศหล้า โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ห้างสรรพสินค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ เซ็นทรัล พระราม 2 บิ๊กซี พระราม 2 เซ็นทรัล มหาชัย พอร์โต้ ชิโน่  โรงพยาบาลพานาซี โรงพยาบาลนครธน โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลบางมด   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2026 2132 หรือ  www.lakeserene-rama2.com          
The Cube Premium Ratchada 32 พร้อมให้ใช้ชีวิตสมาร์ทกลางเมืองปีนี้ เริ่ม 2.19 ล้าน*

The Cube Premium Ratchada 32 พร้อมให้ใช้ชีวิตสมาร์ทกลางเมืองปีนี้ เริ่ม 2.19 ล้าน*

The Cube Premium Ratchada 32 (โครงการเดอะคิวบ์ พรีเมียม รัชดา 32) คอนโดมิเนียมใหม่สไตล์สมาร์ทโมเดิร์นโลว์ไรส์ (Low Rise) สูง 8 ชั้น 1 อาคาร พัฒนาและบริหารงานโดย บริษัท คิวบ์ เรียล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่เน้นเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการให้มีศักยภาพสูง สะดวกทุกการใช้ชีวิตทั้งอยู่อาศัยเองหรือลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต บนถนนรัชดาภิเษกเยื้องศาลอาญารัชดาภิเษก และใกล้กรมส่งเสริมการส่งออก เดินทางเชื่อมต่อถนนลาดพร้าว-วังหิน และลาดปลาเค้าได้ โครงการสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์และพร้อมเข้าอยู่อาศัย มีขนาดห้องตั้งแต่ 25-34.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท* พร้อมเฟอร์นิเจอร์ (Fully Furnished) ครบทุกฟังก์ชั่นจากแบรนด์ Modernform ประตูระบบดิจิตอล (Digital Door Lock) จากซัมซุง เพิ่มความสะดวกด้วยเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม (Smart Home) หรือโฮมออโตเมชั่น (Home  Automation) ทุกยูนิต ที่สามารถสั่งการ ควบคุม และติดตามผลด้วยแอพพลิเคชั่นผ่านสมาร์ทโฟนหรือแทบเลต ให้ความเป็นส่วนตัวสูงด้วยการจัดเลย์เอ้าท์ที่ลงตัวสวยงามทั้งภายในห้องและบริเวณรอบโครงการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า (แยกชาย/หญิง) สวนหย่อม ระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi Internet) บริเวณโถงล็อบบี้และพื้นที่ส่วนกลาง กล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV รอบโครงการ คีย์การ์ดเข้าอาคารและลิฟท์แบบล็อคชั้น ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. สะดวกทุกการเดินทางใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีจันทรเกษม ในอนาคต) รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีลาดพร้าว บรรยากาศโดยรอบโครงการน่าอยู่และปลอดภัย ใกล้แหล่งงาน ย่านธุรกิจ สถาบันการศึกษาทุกระดับชั้น โรงพยาบาล ศูนย์การค้าชั้นนำ ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) เข้าชมโครงการจริงได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1246 และติดตามความเคลื่อนไหวทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/TheCubeCondominium ไลน์บริษัท : @The Cube Condo และ www.thecube-condo.com          
ข้อคิดดีๆ กับ 8 ทริค ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด

ข้อคิดดีๆ กับ 8 ทริค ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือห้องชุดพักอาศัยถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย ซึ่งในชีวิตหนึ่งเราอาจซื้อได้เพียงครั้งเดียว ฉะนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ เราจะต้องพิจารณาให้รอบด้านเสียก่อน วันนี้ ทีมการตลาด บริษัท ธนาแลนด์ จำกัด มีข้อคิดดี ๆ มาแนะนำสำหรับผู้ที่จะเลือกซื้อห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมว่า ควรจะต้องพิจารณาอะไรกันบ้าง กับ 8 ทริคช่วยตัดสินใจในการซื้อคอนโดมิเนียม   1.วัตถุประสงค์-ซื้อเพราะอะไรกันแน่ ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงหรือว่าลงทุน ถ้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยอื่นด้วย เช่น สถานที่ข้างเคียง การเดินทาง เป็นต้น 2.งบประมาณ ต้องกำหนดให้ชัดเจน มิฉะนั้นงบอาจจะบานปลายภายหลังได้ 3.ข้อได้เปรียบ อาจเป็นทำเลที่ตั้ง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของแต่ละโครงการ 4.ที่จอดรถ มีเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ เพราะคอนโดบางโครงการก็ไม่มีที่จอดรถเพียงพอสำหรับผู้อยู่อาศัยทุกคน 5.ค่าส่วนกลาง มีการคิดค่าส่วนกลางรายเดือน หรือรายปี เก็บเงินอย่างเป็นธรรม และคุ้มกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราจะได้หรือไม่ 6.นิติบุคคล ก่อนจะตัดสินใจซื้อคอนโดต้องทำการศึกษาและสอบถามข้อมูลจากนิติบุคคลอาคารให้ดี จะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง 7.กฎหมายที่เกี่ยวข้อง – รวมทั้งกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ของทางโครงการ เช่น บางแห่งสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ บางแห่งไม่สามารถทำได้ เป็นต้น 8.ตำแหน่งห้อง – ต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการของเรา เช่น ถ้ามีผู้สูงอายุก็อาจจะเลือกห้องที่ใกล้กับลิฟต์ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตนั่นเอง   หลังจากตัดสินใจได้แล้วก็มาถึงขั้นตอนเตรียมความพร้อม กับ 4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการซื้อคอนโด ดังนี้ 1.ตั้งงบประมาณ เลือกทำเลที่ตั้งที่ต้องการ เช่น เหมาะกับที่ทำงาน เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า เป็นต้น เลือกโครงการที่เหมาะกับตัวเรา เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเรา 2.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการจอง ข้อสัญญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3.เตรียมตัวและเอกสารในการกู้สินเชื่อ (กรณีซื้อด้วยสินเชื่อ) เลือกธนาคารและวงเงินกู้ที่เหมาะสม 4.เตรียมค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์คอนโด นอกจากนี้ก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์จะต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องให้ดีเพื่อที่จะไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง   รู้รายละเอียดดีขนาดนี้แล้ว จะตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดทั้งที ก็ต้องเลือกให้พิถีพิถันหน่อยจริงมั้ย อย่าลืมพิจารณา โครงการธนาแอสโทเรีย ปิ่นเกล้า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ คอนโดมิเนียม บนทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดในย่านปิ่นเกล้า ตั้งบนถนนจรัญสนิทวงศ์ระหว่าง ซ.44 และ 46 ติดรถไฟฟ้า MRT สถานีบางยี่ขัน บริหารงานโดย บริษัท ธนาแลนด์ จำกัด ผู้มีประสบการณ์ และเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ มากกว่า 40 ปี ด้วยความทุ่มเทในการดูแลบ้านของลูกค้าในทุกขั้นตอน ทั้งการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ การตรวจสอบโครงสร้างให้ได้ความแข็งแรง การใส่ใจในการให้สาธารณูปโภคที่มากกว่า รวมไปถึงการดูแลลูกค้าหลังการขาย ธนาแอสโทเรีย คอนโดหรู พร้อมให้ทุกท่านเป็นเจ้าของแล้ววันนี้  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขายโครงการ เปิดทุกวัน เวลา 9.00 - 19.00 น. สอบถาม 02-434-2000 www.thanaland.co.th IG: thanaastoria Line@ thanaland #Thanaland #ThanaAstoria          
จัดบ้านให้ ถูกทิศ ถูกทาง อยู่แล้วสบาย สไตล์ “บ้านนวัต รามคำแหง 118”

จัดบ้านให้ ถูกทิศ ถูกทาง อยู่แล้วสบาย สไตล์ “บ้านนวัต รามคำแหง 118”

ดั่งคำโบราณว่าไว้ การสร้างบ้านต้องโปร่ง โล่ง รับลม อยู่สบาย การสร้างบ้านระดับลักชัวรี ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยว บ้านนวัต รามคำแหง 118 โดย พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จึงออกแบบอย่างละเอียดให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ตัวบ้านถูกจัดวางให้สอดคล้องกับทิศทางลมและแดด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Thoughtful Design for Every Step of Life” บ้านสำหรับคนทุกเจเนอเรชั่น อยู่อาศัยอย่างเป็นส่วนตัวและยั่งยืนพร้อมประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบ สอดคล้องกับ Lifestyle ของผู้พักอาศัยทุกช่วงวัย และอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจยันรุ่นโหลน โดยหลักการสร้างบ้านตามแบบฉบับโครงการ บ้านนวัต รามคำแหง 118 มีด้วยกัน 4 ข้อ   1.หันตัวบ้านให้ถูกทิศถูกทาง ตามคำโบราณบอกไว้ว่าบ้านที่ดีควรหันไปทางทิศใต้และทิศเหนือ แต่ บ้านนวัต รามคำแหง 118 ได้วิจัยทิศทางลมพบว่า...ลมเปลี่ยนทิศทุกๆ 6 เดือน ซึ่งหกเดือนแรกจะพัดที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อีก 6 เดือนหลังพัดทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถ้าหากสร้างบ้านตั้งฉากกับลม ลมจะโชยเข้าบ้าน เย็นสบาย โดยไม่ต้องพึ่งแอร์แม้แต่น้อย 2. หลังคาบ้านต้องมีชายคายื่นออกมาบล็อคแดด อย่างที่รู้กันคือเมืองไทยเป็นเมืองร้อนชื้น แดดเปรี้ยง บอกเลยว่าบรรพบุรุษเราคิดมาดีแล้ว เพราะบ้านคนไทยส่วนใหญ่มักมีชายคาขนาดกว้างยื่นออกมาเพื่อกันแดด กันฝนสาด โดย บ้านนวัต รามคำแหง 118 ได้ศึกษาทิศทางการเคลื่อนตัวของดวงอาทิตย์พบว่า...พระอาทิตย์บ้านเราขึ้นแบบเฉียงอ้อมทิศใต้มา เพราะฉะนั้นการออกแบบชายคาบ้านต้องเฉียงหักมุม องศาได้ และกว้างกำลังดี เพื่อบล็อคแดดไม่ให้เข้าในบ้าน และบ้านก็จะเย็นสบาย 3.จัดให้สระว่ายน้ำอยู่หน้าบ้านชั้น 2 เพราะชั้น 2 เป็นตำแหน่งที่ลมพัดดี เวลาลมร้อนพัดผ่านสระว่ายน้ำ ไอน้ำนี่แหละที่จะช่วยลดอุณหภูมิอากาศลง ส่งผลให้ไอเย็นพัดเข้ามาในบ้านอย่างทั่วถึง และการที่สระว่ายน้ำอยู่ชั้น 2 ยิ่งเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกด้วย 4.ห้องทุกห้องจัดให้อยู่หัวมุมทั้งหมด ห้องนอนทุกห้องต้องอยู่มุม เพราะต้องติดตั้งหน้าต่าง อย่างน้อย 2 ด้าน และหน้าต่างต้องวางให้ถูกทิศ เพื่อมีทางให้ลมเข้า-ออกเสมอ ที่สำคัญคือได้แสงธรรมชาติทั่วทุกพื้นที่ ทำให้ทุกห้องในบ้านไม่ต้องเปิดไฟตอนกลางวัน ช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี ด้านห้องครัวและห้องน้ำ บ้านนวัต รามคำแหง 118 ก็จัดไปอยู่มุมที่รับแดดได้ดีเพื่อกำจัดเชื้อโรค ซึ่งการทำครัวไทยของโครงการเน้นตอบโจทย์เหล่าแม่บ้าน ที่ต้องกว้าง อากาศถ่ายเท และเหมาะสำหรับผัดเผ็ด แกง ทอด ได้อย่างสบายๆ ด้วยแนวคิดในการออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างประโยชน์ใช้สอยกับความงามทางสถาปัตยกรรม จนกลายเป็นบ้านที่อยู่สบาย บำรุงรกษาง่าย ประหยัดพลังงาน และมีประโยชน์ใช้สอยบนพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและยั่งยืน ล่าสุด บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด นำโดย ทิพย์ชยา พงศธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจโรงแรมกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ และ สาทิต สืบสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด ขึ้นรับรางวัล “บ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561 จำนวน 3 รางวัลรวด ได้แก่ แบบบ้าน โครงการบ้านนวัตพระราม 9 แปลงที่ 17 และ แบบบ้าน โครงการบ้านนวัตรามคำแหง Type B และ Type C จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โดยได้รับเกียรติจาก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล เมื่อวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา   ทั้งนี้ โครงการ บ้านนวัต รามคำแหง 118  (BAAN NAWAT RAMKHAMHAENG 118) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่พร้อมรองรับความสุขของครอบครัวใหญ่ที่ชอบความสงบ เรียบง่ายและยั่งยืน  โดยโครงการเริ่มเปิดขายพรีเซลแล้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 29 ล้านบาท สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.premierassets.co.th หรือ โทร.02 301 2888          
เอสซี แอสเสทฯ เปิดจองครั้งแรก บ้านเดี่ยวและโฮม ออฟฟิศ โครงการใหม่ 2 ทำเล พร้อมรับสิทธิพิเศษ 15-16 ธ.ค.นี้

เอสซี แอสเสทฯ เปิดจองครั้งแรก บ้านเดี่ยวและโฮม ออฟฟิศ โครงการใหม่ 2 ทำเล พร้อมรับสิทธิพิเศษ 15-16 ธ.ค.นี้

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขอแนะนำ 2 โครงการใหม่ บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น โครงการ VENUE (เวนิว) พระราม9 และ โฮม ออฟฟิศ โครงการ WORKPLACE (เวิร์คเพลส)  เพชรเกษม 81-2 เปิดจองพร้อมกันครั้งแรก พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย 15-16 ธ.ค.นี้ โครงการ  VENUE (เวนิว) พระราม 9  บนพื้นที่โครงการกว่า 34 ไร่   จำนวน 143 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,150 ล้านบาท  บ้านเดี่ยว 2 ชั้นสไตล์ Modern  ด้วยแนวคิด Organic Living ซึ่งออกแบบภายในและภายนอกอย่างมีเอกลักษณ์  โดยพื้นที่ใช้สอยใช้งานได้จริง และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพิ่มบรรยากาศแห่งการพักผ่อน ด้วยฟังก์ชั่นที่ลงตัว ราคา 6-10 ล้านบาท มีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบ ได้แก่   1.HAZEL  : พื้นที่ใช้สอย 163 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ , Living Area , Dining Area , Kitchen ,และ 2 ที่จอดรถ 2.ROWAN : พื้นที่ใช้สอย 213 ตร.ม.  4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ , Living Area , Dining Area , Kitchen , Family Area , และ 2 ที่จอดรถ 3.WILLOW : พื้นที่ใช้สอย 234 ตร.ม.  4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ , Foyer , Living Area , Dining Area , Kitchen , Family Area , และ 2 ที่จอดรถ โครงการ VENUE (เวนิว) พระราม 9 ตั้งอยู่ทำเลศักยภาพ ติดถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก และถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) เชื่อมต่อทุกการเดินทาง ใกล้ย่าน NEW CBD พระราม 9 ใกล้ทุกความสะดวกสบาย รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ใกล้สถาบันการศึกษา และใกล้ศูนย์การแพทย์ ผ่อนคลายไปกับ Clubhouse ขนาดใหญ่ที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมสระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, สวนส่วนกลางขนาดใหญ่, Kid’s Club เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้พักผ่อนและออกกำลังไปด้วยกัน สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.063-197-4666 หรือ Line : @vnpr9  ลงทะเบียนรับสิทธิ์ : http://bit.ly/2NMobyJ ส่วนอีกโครงการคือ WORKPLACE  (เวิร์คเพลส)  เพชรเกษม 81-2 โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น สไตล์ Loft   พื้นที่โครงการกว่า 11 ไร่ จำนวน 112 ยูนิต   มูลค่าโครงการ 630 ล้านบาท  ด้วยที่สุดของทำเลย่านเพชรเกษม ตั้งอยู่ห่างถนนเพชรเกษม เพียง 1.2 กิโลเมตร โครงการติดถนนใหญ่ ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน(โครงการในอนาคต) รายล้อมด้วย Community Mall และ สถานศึกษาชั้นนำมากมาย พร้อมการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งรถยนต์ส่วนตัว หรือ รถประจำทาง พร้อมเชื่อมต่อถนนเส้นหลักหลายสายทั้งเข้าเมือง และ ออกเมือง ได้แก่ ถนนเพชรเกษม,ถนนเอกชัย,ถนนพุทธสาคร,ถนนพุทธมณฑลสาย 3-4 และ ถนนกาญจนาภิเษก ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 163 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท  พร้อมสิทธิพิเศษในวันงาน ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท* ได้ที่ www.scasset.com รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 080-604-5660 หรือ Line@ : @wpp81-2          
อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เล็งเห็นศักยภาพทำเลย่านเจริญกรุง-สาทร เติบโต เปิดตัว อัลติจูด ซิมโฟนี มูลค่าโครงการ 980 ล้านบาท

อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เล็งเห็นศักยภาพทำเลย่านเจริญกรุง-สาทร เติบโต เปิดตัว อัลติจูด ซิมโฟนี มูลค่าโครงการ 980 ล้านบาท

อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เล็งเห็นศักยภาพทำเลย่านเจริญกรุง-สาทร เปิดโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี บนทำเลเด่น เจริญกรุง-สาทร มูลค่าโครงการกว่า 980 ล้านบาท เป็นโครงการ Luxury riverside condominium ใน CBD โครงการเดียวที่เปิดตัวในรอบ 2 ปี เชื่อมั่นทำเลมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะเป็นย่านธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพ เป็น World Destination ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากทั่วโลก ทำให้การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ย่านนี้เป็นระดับลักซ์ชัวรี่ ตอบโจทย์กำลังซื้อที่ยังคงมีความหนาแน่น นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์  ‘ALTITUDE’ เปิดเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาถือเป็นความท้าทายสำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้อัตราการขยายตัวปีที่ผ่านมายังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในสินค้าบางประเภท (Segment) โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมต้องยอมรับว่าจำนวนยูนิตใหม่ (Supply) มากกว่าความต้องการซื้อ (Demand) โดยปัจจุบันมีจำนวนยูนิตใหม่เข้ามาประมาณ 170,000 ยูนิต และมีอัตราการขายได้ 75% ต่อจำนวนยูนิตออกใหม่ทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นโจทย์สำคัญให้ อัลติจูด ต้องพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ทั้งการเลือกทำเล การออกแบบ และพัฒนาสินค้า ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ที่ได้ศึกษามาแล้วในแต่ละโครงการ เช่นเดียวกันกับโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญนคร-สาทร ที่เปิดตัวซึ่งเป็นโครงการ Luxury riverside condominium ใน CBD โครงการเดียวที่เปิดตัวในรอบ 2 ปี โดยมูลค่าโครงการ 980 ล้านบาท “ระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา เจริญกรุง-สาทร มีพัฒนาการการเติบโตของพื้นที่ที่ชัดเจน และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นระดับ 5 ดาว โครงการคอนโดมิเนียมมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงกว่า 200,000 บาท การคัดสรรทำเลและตัวโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี จึงตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยมากๆ ใกล้โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอร์รี่เพียง 400 เมตร โดยโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 369 ตารางวา เดินทางสะดวกทั้งทางถนนเจริญกรุงและถนนจันทน์ และไม่ไกลกันมากกับห้างไอคอนสยาม แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองไทย” นายขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย กรรมการบริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครยังขยายตัวได้อีก ตามการขยายตัวของแนวรถไฟฟ้า ซึ่งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม โดยแต่ละSegment ทำเลที่อยู่อาศัยจะแตกต่างกัน ตามวัตถุประสงค์ของผู้ซื้อ ในส่วนของคอนโดมิเนียมกลางใจเมือง โครงการที่ใกล้รถไฟฟ้าจะเป็นอีกแม่เหล็กที่ดึงดูดผู้ซื้อ แต่ทั้งนี้โครงการที่ใกล้แหล่งที่เรียน หรือสาธารณูปโภคอื่นๆก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยในย่านเจริญกรุงสาทร ถือเป็นทำเลที่มีการขยายตัวสูงมากระยะหลายปีที่ผ่านมาราคาที่ดินปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 8% เนื่องจากที่ดินบริเวณนี้หาไม่ได้ง่าย การเติบโตของชุมชนสูง และเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ดังนั้น Supply ยังมีไม่มากในขณะที่ Demand ยังมีล้น   อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร จึงเป็นที่สุดแห่งทำเลใจกลางย่านเจริญกรุง-สาทร โดยมีการออกแบบในสไตล์โคโลเนียล คอนเทมโพรารี่ สะท้อนรสนิยมและความภาคภูมิใจ ผ่านการเลือกสรรที่บ่งบอกถึงตัวตน สุนทรียะแห่งการอยู่อาศัย มีพื้นที่เพื่อการใช้เวลาอันมีค่าร่วมกับครอบครัวและเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของชีวิตในเมือง ราคาห้อง เริ่มต้น 4.9 ล้านบาท – 29 ล้านบาท โครงการเริ่มก่อสร้าง ไตรมาส 4 ปี 2561 และคาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการในไตรมาส 4 ปี 2563 สำหรับโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง สาทร ตั้งอยู่บนถนนจันทน์ 44 เนื้อที่ 369 ตารางวา จำนวน 99 ยูนิต 1 อาคาร 21 ชั้น และชั้นใต้ดิน 4 ชั้น มีรูปแบบขนาดของห้อง 6 ขนาด ราคาเริ่มต้น 4.9-29 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยโครงการ 170,000 บาทต่อตารางเมตร  ราคาตลาด 200,000 บาทต่อตารางเมตร โดยรูปแบบ A ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  30.01-30.10  ตารางเมตร  รูปแบบ B ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  39.35 ตารางเมตร รูปแบบ C ขนาด 2 ห้องนอน เริ่มต้นที่   61.90-73.66 ตารางเมตร  รูปแบบ Loft 42.17-125.55 ตารางเมตร รูปแบบ Duplex  95.62 ตารางเมตร และห้อง Penthouse 104.24-147.95 ตารางเมตร โครงการออกแบบในสไตล์โคโลเนียล คอนเทมโพรารี่ (Colonial Contemporary Design) มีสิ่งอำนวยความสะดวกล็อบบี้ที่โอ่โถง ห้องเด็ก สระว่ายน้ำแบบชมวิว 360 องศา ที่ชั้น 18 และ ห้องฟิตเนสบนชั้น 21 ห้องสกายเล้าจ์บน Roof floor ซึ่งสามารถมองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม และโครงการจัดให้มีพื้นที่จอดรถสูงถึง 83% พร้อมบริการ Door Man และ Valet service โครงการตั้งอยู่ในซอยจันทน์ 44 เข้าซอยมาเพียงแค่ 60 เมตร  ใกล้ถนนเส้นหลักอย่าง ถนนเจริญกรุง, ถนนเจริญราษฎร์, ถนนพระราม 3 และถนนสาทร ใกล้ทางพิเศษศรีรัช ด่านถนนจันทน์ เพียง 2 นาที มีเส้นทางลัดให้ได้ใช้หลายทาง รวมถึงเป็นโครงการที่ใกล้กับรถไฟฟ้าถึง 2 สถานี นั่นก็คือรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์ และ BTS สะพานตากสิน อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งงาน โรงเรียน โรงพยาบาลและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โดยห่างจากโรงเรียนนานาชาติ โชรส์เบอรี่ เพียง 400 เมตร  รร.กรุงเทพคริสเตียน และ รร.อัสสัมชัญ บางรัก รวมถึงเป็นโครงการที่ใกล้กับ Asiatique The Riverfront แหล่งท่องเที่ยวบนถนนเจริญกรุง และ Four Seasons Hotel Bangkok โรงแรมระดับ 5 ดาว ในระยะที่สามารถเดินเท้าไปได้ และยังไม่ไกลจากห้างที่เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพ การเดินทางจากโครงการจึงเชื่อมต่อโดยการโดยสารรถ เรือ รถไฟฟ้า ไปยังจุดต่างๆ โดยง่าย ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.altitudesymphony.com หรือโทรติดต่อได้ที่เบอร์ 0952478999 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป      
“ณ วีรา พหลฯ-อารีย์” แอคทีฟแบบชีวิตติดเมือง สุขเต็มที่กับความเป็นส่วนตัว จาก “ณวรางค์ แอสเซท”

“ณ วีรา พหลฯ-อารีย์” แอคทีฟแบบชีวิตติดเมือง สุขเต็มที่กับความเป็นส่วนตัว จาก “ณวรางค์ แอสเซท”

อารีย์-พหลโยธิน เป็นย่านชุมชนเก่าแก่ที่เหล่าดีเวลลอปเปอร์ต่างลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมกันอย่างคึกคัก ขณะที่ปัจจุบันย่านนี้กำลังจะก้าวขึ้นเป็น New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ  บริษัท ณวรางค์ แอสเซท จำกัด มองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของชุมชนที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตกับความทันสมัยอันเป็นสเน่ห์ของย่านนี้ จึงได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ ณ วีรา พหลฯ-อารีย์ ที่กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทำเล ที่รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่กว่า 10 อาคาร สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสถานีอารีย์เพียง 850 เมตร หรือหากจะเดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวกรวดเร็วไม่แพ้กัน เนื่องจากที่ตั้งโครงการสามารถเดินทางทะลุไปยังซอยต่างๆ ได้มากมาย อาทิ ซอยสายลม ซอยอินทรามระ เป็นต้น ณ วีรา พหลฯ-อารีย์ มูลค่าโครงการ 240 ล้านบาท มีจำนวนห้องชุด 78 ยูนิต ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ วัยทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหลังเลิกงานอย่างแท้จริง เป็นอาคาร 8 ชั้น 1 อาคาร มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส Co-working space  ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.เพียง 110,000 บาท/ตร.ม. สำหรับโครงการ ณ วีรา พหลฯ-อารีย์ เป็นโครงการที่ บริษัท ณวรางค์ แอสเซท จำกัด ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ วัยทำงานที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่ต้องการอาศัยเอง ชื่นชอบการใช้ชีวิตอิสระ แต่ก็ไม่ได้ละเลยในเรื่องของรายละเอียดการใช้ชีวิตและการวางแผนอนาคตให้กับตัวเอง อีกทั้งยังต้องการความสะดวกสบายสูง เพียงไม่กี่ก้าวคุณก็จะได้พบกับความแอคทีฟแบบชีวิตคนเมือง ที่สนุกสนานและไม่หยุดนิ่ง ที่แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้ง ห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร, คาเฟ่นั่งทำงาน, และโรงพยาบาล ด้วยการเดินทางที่ง่ายในระยะเดินเท้าถึงได้อย่างสบายหรือด้วยรถไฟฟ้าที่ใช้เวลาไม่นาน ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่สมบูรณ์ได้อย่างลงตัวทีเดียว   อาคารถูกออกแบบเป็นพิเศษให้ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นส่วนตัว สงบและพักผ่อนได้เต็มที่ในทุกวัน ด้วยยูนิตจำกัดเพียง 78 ยูนิต ด้วยโถงทางเดินแบบ Single Corridor ที่โถงทางเดินหน้าห้องมีแค่ฝั่งเดียว ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องเปิดประตูมาพบกับฝั่งตรงข้าม และคนเดินผ่านไปมาน้อย เพิ่มความสงบและเป็นส่วนตัว ซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญที่ผู้อยู่อาศัยคอนโดคำนึงถึงและมีเพียงไม่กี่คอนโดเท่านั้นที่ออกแบบมารองรับ ภายในโครงการประกอบด้วยห้องพักแบบ 1 ห้องนอน และ 1 ห้องนอนพิเศษ ขนาดตั้งแต่ 23.13-33.55 ตร.ม. ตกแต่งไว้อย่างครบถ้วนแบบ Fully Furnished ฟังก์ชั่นห้องให้สามารถใช้สอยได้เต็มพื้นที่ แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งเคาท์เตอร์ครัว มุมพักผ่อน ห้องนอน หรือสามารถปรับแต่งพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้ตามแบบที่ชอบได้ดั่งใจ เช่นส่วนพักผ่อนส่วนตัวยามเช้า, ส่วนทำงานออนไลน์, สวนสำหรับปลูกต้นไม้ โดยเชื่อว่าความร่ำรวยในเรื่องของการใช้ชีวิตนั้น ส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพและสัดส่วนพื้นที่ที่สัมพันธ์กันกับลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละคน ที่สร้างขึ้นมาได้ตามใจต้องการ โครงการ ณ วีรา  พร้อมชมห้องตัวอย่างวันนี้ ณ Sales Gallery ชั้น 1  อาคาร ESV Tower   พหลโยธิน ปากซอย 9 และ เปิด Pre-sale ในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2561 เริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส1/2562 และก่อสร้างเสร็จในช่วงไตรมาส 1/2563 โดยผู้สนใจสามารถเข้าดูรายละเอียดโครงการได้ที่ www.navarangasset.com หรือ โทร 085-368-2222                  

รวมโปรโมชั่น ล่าสุด

“แกรนด์ ยูนิตี้” ส่ง “โปร! ..สุดขั้วโลก” อยู่ฟรีนาน 2 ปี พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 2 ล้านบาท

“แกรนด์ ยูนิตี้” ส่ง “โปร! ..สุดขั้วโลก” อยู่ฟรีนาน 2 ปี พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 2 ล้านบาท

“แกรนด์ ยูนิตี้” ส่ง “โปร! ..สุดขั้วโลก” ให้ลูกค้าอยู่ฟรีนาน 2 ปี พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 2 ล้านบาท    บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ GRAND UNITY ส่งแคมเปญสุดพิเศษ “โปร! ..สุดขั้วโลก” ให้ลูกค้าอยู่อาศัยกันแบบฟรี ๆ นานถึง 2 ปี พร้อมรับส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 2,000,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อคอนโด ยู ดีไลท์ พร้อมอยู่ ทั้ง 6 ทำเลใกล้รถไฟฟ้า ของ แกรนด์ ยูนิตี้ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 24 มีนาคม ศกนี้   เลือกเป็นเจ้าของคอนโดแต่งครบพร้อมเข้าอยู่จากแกรนด์ ยูนิตี้ได้แล้ว 6 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ ยู ดีไลท์ เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ฟร้อนท์ พระราม 3, ยู ดีไลท์ รัชวิภา, ยู ดีไลท์ @ ตลาดพลู สเตชั่น, ยู ดีไลท์ @ บางซ่อน สเตชั่น, ยู ดีไลท์ รัตนาธิเบศร์ และคอนโด ยู เกษตร - นวมินทร์   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2652 4000 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.grandunity.co.th หรือ www.facebook.com/GrandUnityDevelopment          
เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จัดแคมเปญ “MAJOR EARLY YEAR SALE”

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จัดแคมเปญ “MAJOR EARLY YEAR SALE”

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์เปิดเกมรุกกำลังซื้อปี’62 ต้อนรับปีหมูทอง จัดแคมเปญ “MAJOR EARLY YEAR SALE” ลดแรงต้นปี ราคาดีทุกดีล ส่ง 10 คอนโดฯพร้อมอยู่ใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า ลดสูงสุด 4 ล้าน ฟรีเฟอร์ฯ ถึง 31 มี.ค.นี้   เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ มองตลาดอสังหาฯ ปี’62 แนวโน้มยังสดใส ลุยเปิดเกมรุกกำลังซื้อ ต้อนรับปีหมูทอง จัดแคมเปญลดราคาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “MAJOR EARLY YEAR SALE” ลดแรงต้นปี ราคาดีทุกดีล นำ 10 คอนโดฯ คัดสรรยูนิตสวย พร้อมอยู่ใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า แบรนด์เอ็มและมาเอสโตร ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3.69 –14 ล้านบาท ลดสูงสุดถึง 4 ล้านบาท พร้อมฟรีเฟอร์นิเจอร์ครบทุกโครงการ พิเศษ! เฉพาะลูกบ้านเมเจอร์ฯ รับส่วนลดเพิ่มอีก 50,000 บาท วันนี้ – 31 มีนาคมนี้เท่านั้น คาดกระแสตอบรับดี มาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยธปท. ที่จะบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย.นี้ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ   คุณเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จัดแคมเปญลดราคาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “MAJOR EARLY YEAR SALE” ลดแรงต้นปี ราคาดีทุกดีล คัดสรร 10 คอนโดมิเนียมยูนิตสวย พร้อมอยู่ใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า มอบส่วนลดสูงสุดถึง 4 ล้านบาท พร้อมฟรีเฟอร์นิเจอร์ครบทุกโครงการ พิเศษ! เฉพาะลูกบ้านเมเจอร์ฯ รับส่วนลดเพิ่มอีก 50,000 บาท และสิทธิพิเศษเมื่อแนะนำเพื่อนจองโครงการ รับเช็คเงินสดสูงสุด 150,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคมนี้เท่านั้น โดยแคมเปญดังกล่าวได้จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ก่อนที่มาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันหรือแอลทีวีของ ทางธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) จะบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย. 2562   “MAJOR EARLY YEAR SALE นับเป็นแคมเปญลดราคาครั้งประวัติศาสตร์ของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่เราตั้งใจจัดขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญต้อนรับปีหมูทองให้แก่ผู้บริโภคที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในไตรมาส 1 นี้ได้ซื้อคอนโดมิเนียมที่มีคุณภาพ บนทำเลที่ดีที่สุด ใจกลางเมือง ใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและศูนย์การค้าชั้นนำ ในราคาที่คุ้มที่สุด ไฮไลต์ของแคมเปญในครั้งนี้คือมอบส่วนลดสูงสุดถึง 4 ล้านบาท โดยโครงการที่ลดราคาพิเศษสุด อาทิ เอ็ม สีลม ลดราคาสูงถึง 4.3 ล้านบาท, มาเอสโตร 02 ร่วมฤดี ลดราคาถึง 2.1 ล้านบาท และ เอ็ม ลาดพร้าว ลดราคาสูงถึง 2 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งครั้งนี้ลูกค้าเมเจอร์ฯ ไม่ควรพลาด เพราะแคมเปญนี้เราลดราคาพิเศษที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” คุณเพชรลดา กล่าว   สำหรับคอนโดฯ ที่เข้าร่วมแคมเปญ มี 2 แบรนด์ คือ แบรนด์เอ็ม และมาเอสโตร รวมทั้งสิ้น 10 โครงการ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3.69–14 ล้านบาท แบ่งเป็นแบรนด์เอ็ม 4 โครงการ ได้แก่ เอ็ม จตุจักร ใกล้ BTS สะพานควาย เพียง 400 ม. ราคาเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท เอ็ม ลาดพร้าว ติด BTS ห้าแยกลาดพร้าว ตรงข้ามเซ็นทรัล ลาดพร้าว ราคาเริ่มต้น 4.99 ล้าน เอ็ม สีลม ใกล้ BTS ช่องนนทรี เพียง 400 ม. 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 14 ล้านบาท เอ็ม ทองหล่อ 10 ราคาเริ่มต้น 5.2 ล้านบาท มาเอสโตร 01 สาทร–เย็นอากาศ ใกล้ BTS ศาลาแดง และ MRT ลุมพินี เริ่ม 4.5 ล้าน มาเอสโตร 02 ร่วมฤดี ใกล้ BTS เพลินจิต 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 8 ล้าน มาเอสโตร 03 รัชดา–พระราม 9 ใกล้ MRT พระราม 9 เพียง 600 ม. ราคาเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท มาเอสโตร 12 ราชเทวี ใกล้ BTS ราชเทวี เพียง 200 ม. ยูนิตสุดท้าย 2 ห้องนอน ราคา 10.8 ล้านบาท มาเอสโตร 14 สยาม–ราชเทวี ใกล้ BTS ราชเทวี เพียง 300 ม. ราคาเริ่มต้น 4.2 ล้าน มาเอสโตร 39 สุขุมวิท 39 ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ยูนิตสุดท้าย 2 ห้องนอน ราคา 8.3 ล้านบาท   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Major Development Contact Center โทร.02-116-1111 หรือ www.mde.co.th                  
เอสซี แอสเสท ผุดแคมเปญแซงมาตรการรัฐ  “แม่รีบ! มาตรการลด ก่อนมาตรการรัฐ”

เอสซี แอสเสท ผุดแคมเปญแซงมาตรการรัฐ “แม่รีบ! มาตรการลด ก่อนมาตรการรัฐ”

เอสซี แอสเสท ผุดแคมเปญแซงมาตรการรัฐ “แม่รีบ! มาตรการลด ก่อนมาตรการรัฐ” รับส่วนลดสูงสุด 5 ล้าน ก่อน 15 มี.ค. นี้   บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดแคมเปญใหญ่เสิร์ฟโปรโมชั่นโดนใจให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านภายในปีนี้ สามารถตัดสินใจซื้อก่อนมีการปรับอัตราดอกเบี้ยการซื้อบ้านหลังที่ 2 ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 20% โดยนำสินค้าพร้อมอยู่ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และโฮมออฟฟิศ มากถึง 36 โครงการ เข้าร่วมแคมเปญ “แม่รีบ! มาตรการลด ก่อนมาตรการรัฐ” รับส่วนลดสูงสุด 5 ล้านบาท ภายใน 15 มี.ค. นี้ บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วนฯ พร้อม Facilities ครบครัน เพิ่มความปลอดภัยระดับพรีเมี่ยมตลอด 24 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้น 2 – 60 ล้านบาท   ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ http://bit.ly/2APfD6A ดูวีดีโอเพิ่มเติมความรีบ!ที่ http://bit.ly/2AN5N5g หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.scasset.com รายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1749            
“ศุภาลัย โปรซิ่ง วิ่งหน้าตั้ง” ลดแรง แซงมาตรการรัฐ สำหรับบ้านและคอนโดฯ พร้อมอยู่

“ศุภาลัย โปรซิ่ง วิ่งหน้าตั้ง” ลดแรง แซงมาตรการรัฐ สำหรับบ้านและคอนโดฯ พร้อมอยู่

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) มอบสิทธิพิเศษต้อนรับปีใหม่ 2562 ลดแรง แซงมาตรการรัฐ กับโปรโมชั่น “ศุภาลัย โปรซิ่งวิ่งหน้าตั้ง” สำหรับลูกค้าที่จองโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค รับส่วนลดวันโอนกรรมสิทธิ์สูงสุด 270,000 บาท สำหรับโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 7 ล้านบาทขึ้นไป และส่วนลด ณ วันโอนฯ 55,000 -180,000 บาท สำหรับโครงการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 7 ล้านบาท หรือเลือกรับฟรี! ค่าโอนกรรมสิทธิ์, ค่าธรรมเนียมจดจำนอง, ค่าส่วนกลาง 1 ปีแรก และส่วนลดวันโอนกรรมสิทธิ์ตามเงื่อนไขของบริษัทฯ ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2562 นี้เท่านั้น *เงื่อนไขรายการส่งเสริมการขายเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด   พบบ้านและคอนโดมิเนียม สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค ในราคาพิเศษสุด เริ่ม 1 ล้านกว่าบาท ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพ พร้อมสังคมคุณภาพ สามารถแวะเยี่ยมชมโครงการ ณ สำนักงานขายทั่วประเทศ หรือตรวจสอบรายชื่อโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมที่เข้าร่วมรายการ โทร.1720 และ https://www.supalai.com/wingnatang/            
CMC จัดโปรราคาเบบี๋ รับส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาท*

CMC จัดโปรราคาเบบี๋ รับส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาท*

บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC จัดโปรโมชั่นคอนโดพร้อมอยู่อารมณ์บ้าน Bangkok Horizon -รามคำแหง คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม ใกล้รถไฟฟ้า Interchange 3 สายเพียง 200 เมตร สถานี ลำสาลี มากกว่าความคุ้มค่า มากกว่าความสะดวกสบายในการเดินทาง วิวที่สูงตระการตา บรรยากาศที่สวยไม่เหมือนใคร เปรียบเสมือนมงกุฎ บนถนนรามคำแหง ในรูปแบบของ Panoramic view 360 องศา กับโปรโมชั่นราคาเบบี๋ รับส่วนลดสูงสุดถึง 1,000,000 ล้าน* เริ่ม 6.42 ล้านบาท 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 92 ตารางเมตร พร้อมเตรียมจัดงาน Party in the House วันที่ 19 มการคม 2562 ผู้สนใจลงทะเบียนรับสิทธิประโยชน์มากมายในงาน โทรสอบถามได้ที่ 1172 และ 02-379-5005 มือถือ 086-395-1871 และเว็บไซต์ https://www.cmc.co.th/bangkokhorizon/ramkhamhaeng/        
คอตโต้ อวดกระเบื้องโมเสกพอร์ซเลน ชุดพิเศษ เฉพาะสระว่ายน้ำระดับไฮเอนด์ รุ่น ไฮด์อเวย์ อัลไพน์

คอตโต้ อวดกระเบื้องโมเสกพอร์ซเลน ชุดพิเศษ เฉพาะสระว่ายน้ำระดับไฮเอนด์ รุ่น ไฮด์อเวย์ อัลไพน์

คอตโต้ แบรนด์กระเบื้องและโมเสคชั้นนำ ภายใต้ บริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) นำเสนอ โมเสกคอตโต้ รุ่นไฮด์อเวย์ อัลไพน์ (Hideaway Alpine) โมเสกลวดลายหินธรรมชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลายของหินของเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ประสบการณ์การว่ายน้ำในสระที่บ้านมีรสชาติที่แปลกใหม่ และได้ใกล้ชิดกับความงามของเทือกเขาแอลป์ และที่สำคัญโมเสกคอตโต้รุ่น ไฮด์อเวย์ อัลไพน์ เป็นโมเสกเนื้อพอร์ซเลน (Porcelain) ขนาด 2x2 นิ้ว และ 4x4 นิ้ว ที่มีความแกร่ง ทนทาน ทนต่อการหลุดร่อนจากแรงดันในสระว่ายน้ำได้เป็นอย่างดี ทำให้ใช้งานได้ยาวนาน อีกทั้งยังมีให้เลือกถึง 3 เฉดสีสร้างมิติที่เป็นเอกลักษณ์ความเฉพาะตัวให้เป็นสระว่ายน้ำลวดลายหินที่จะทำให้ใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างไร้ขีดจำกัด     สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอคำแนะนำและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cotto.com หรือ https://www.facebook.com/cottoofficial/      
เมกาโฮม ชวนคนไทยเริ่มต้นสิ่งดีๆ รับปีใหม่ จัดแคมเปญ “ช้อปรักษ์โลก” รณรงค์งดใช้ถุงพลาสติก เพื่อโลกสีเขียว

เมกาโฮม ชวนคนไทยเริ่มต้นสิ่งดีๆ รับปีใหม่ จัดแคมเปญ “ช้อปรักษ์โลก” รณรงค์งดใช้ถุงพลาสติก เพื่อโลกสีเขียว

เมกาโฮม ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ของใช้ในบ้านครบวงจร ร่วมมือกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชวนคนไทยเริ่มต้นสิ่งดีๆ รับปีใหม่ จัดแคมเปญ “ช้อปรักษ์โลก”งดรับถุง รับเพิ่มฟรีคะแนนสะสม 10 คะแนน ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2562 เป็นต้นไป เมื่อมาซื้อสินค้าที่เมกาโฮม ทุกสาขา พร้อมขอเชิญชวนลูกค้าเมกาโฮมที่มาซื้อสินค้าในวันที่ 4 ของทุกเดือนให้พกถุงผ้ามาช้อปทุกครั้ง เพื่อช่วยให้โลกของเราเป็นสีเขียว ทั้งนี้ทาง เมกาโฮม ขอสงวนสิทธิ์ในการให้คะแนนพิเศษ 10 คะแนนต่อ 1 หมายเลขสมาชิก/ครั้ง/วันเท่านั้น สามารถติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ www.megahome.co.th หรือ www.facebook.com/MegahomeCenter          
แสนสิริ ปลุกอสังหาต้นปี 62 ประเดิมเปิดตัว “โปรหมดเปลือก” มอบส่วนลดเน้นๆ สูงสุด 12 ลบ. ปั้มยอดก่อนมาตรการรัฐ ตั้งเป้ายอดขายแคมเปญ 2,000 ล้านบาท

แสนสิริ ปลุกอสังหาต้นปี 62 ประเดิมเปิดตัว “โปรหมดเปลือก” มอบส่วนลดเน้นๆ สูงสุด 12 ลบ. ปั้มยอดก่อนมาตรการรัฐ ตั้งเป้ายอดขายแคมเปญ 2,000 ล้านบาท

แสนสิริปลุกตลาดอสังหาต้นปี 62 เปิดตัวโปรโมชันร้อนแรงต้อนรับปีใหม่ ครั้งใหญ่ ครั้งเดียว “โปรหมดเปลือก” คัดส่วนลดเน้นๆสูงสุดถึง 12 ล้านบาท คอนโดมิเนียมราคาเริ่มต้นเพียง 990,000 บาท พบกับบ้านเดี่ยว-คอนโด-ทาวน์เฮาส์พร้อมอยู่ กว่า 30 โครงการทั่วประเทศ ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน ฟรีค่าส่วนกลาง และอยู่ฟรี 2 ปี สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 มี.ค.62 มั่นใจกระแสตอบรับดี ลูกค้าเร่งตัดสินใจซื้อก่อนมาตรการรัฐบังคับใช้ 1 เม.ย.62 ตั้งเป้ายอดขายแคมเปญประเดิมต้นปี 2,000 ล้านบาท   นายอุทัย  อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ต้นปี 2562 เปิดตัวแคมเปญต้อนรับปีใหม่ “โปรฯหมดเปลือก” คัดโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ พร้อมอยู่กว่า 30โครงการทั่วประเทศ มอบข้อเสนอสุดพิเศษครอบคลุมโครงการที่อยู่อาศัยทุกเซ็กต์เม้นต์ ตั้งแต่คอนโดมิเนียมตากอากาศระดับพรีเมี่ยม โครงการบ้านไม้ขาวที่มอบส่วนลดสูงสุดถึง 12 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ดีคอนโดในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นเพียง 990,000 บาท โครงการเดอะไลน์ วงศ์สว่าง ราคาเดียว 2.39 ล้านบาท พร้อมฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน ฟรีค่าส่วนกลาง และข้อเสนออยู่ฟรี 2 ปีสำหรับคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่ ขณะที่บ้านเดี่ยวโครงการนาราสิริ บางนา มอบส่วนลดสูงสุด 8 ล้านบาท พร้อมฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนสำหรับโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ที่เข้าร่วม รวมถึงข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย อาทิ ทาวน์เฮาส์โครงการสิริ เพลส ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศน์ แจกทอง 15 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มีนาคม2562 มั่นใจแคมเปญนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยวางเป้าหมายยอดขายแคมเปญแรกของปีไว้ที่ 2,000ล้านบาท   “แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ต้นปี 2562 นับว่ามีหลายปัจจัยสนับสนุน ทั้งการมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ หลังจากได้รับเงินพิเศษหรือโบนัสในช่วงปลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ มาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (แอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน2562 ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเร่งการตัดสินใจซื้อของกลุ่มลูกค้า การจัดแคมเปญ “โปรหมดเปลือก” จึงนับเป็นการมอบประโยชน์สูงสุดให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ที่มีคุณภาพ บนทำเลศักยภาพ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงจุด ซึ่งมั่นใจว่าแคมเปญนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั่วประเทศตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน” นายอุทัย กล่าว   นอกจากนี้ แสนสิริ ยังเตรียมจัดงานขายภายใต้แคมเปญ “โปรหมดเปลือก” สำหรับลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ ในวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์2562 นี้ที่แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน พบกับคอนโดมิเนียมคัดพิเศษ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย รวมถึงข้อเสนอพิเศษทางการเงินจากธนาคารชั้นนำ เฉพาะภายในงานเท่านั้น