รวม Presale

 

รวม Presaleแนะนำ

“เลคซีรีน” "สัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ สงบ และปลอดโปร่ง สร้างสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ"

เลคซีรีน บ้านสไตล์ นอร์ท อเมริกัน สุดหรูหราพร้อมทะเลสาบส่วนตัว แรงบันดาลใจจากต้นกำเนิดของสถาปัตยกรรมอเมริกันโมเดิร์นแบบ “Prairie house” ในแถบชานเมืองของชิคาโก ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Frank Lloyd Wright  ผสานความเป็นเอกลักษณ์ของเส้นสายระนาบแนวนอนและรูปทรงเรขาคณิตในทุกรายละเอียดของการดีไซน์บ้าน ผสานกับการออกแบบบนคอนเซ็ปที่เน้นความเรียบง่าย บ่งบอกถึงความตั้งใจที่ต้องการให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงธรรมชาติมากขึ้น และสัมผัสถึงสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ โครงการบ้านเดี่ยวโอบล้อมริมทะเลสาบส่วนตัวสุดพิเศษพร้อมพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวรอบบ้านที่ให้ผู้อยู่อาศัยสัมผัสถึงบรรยากาศการพักผ่อน กับความงดงามของธรรมชาติ สายลม แสงแดดอ่อนๆ และบรรยากาศของโครงการที่พาคุณดื่มด่ำกับบ้านพักอาศัยให้ความรู้สึกราวกับบ้านพักตากอากาศในทุกวัน พื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ พร้อมทัศนียภาพการชีวิตที่สวยงานกับระบบสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งโครงการ เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ชีวิตด้วยเทคโนโลยี smart home & smart security ทั้งในพื้นที่ภายในบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 100 -150 ตร. วา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 220-429 ตร. ม. ด้วยราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาทออกแบบสไตล์ยุโรป ฟังก์ชั่นการใช้งานสุดลงตัว ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เชื่อมส่วนต่างๆ ด้านล่างของตัวบ้านด้วยห้องโถงขนาดใหญ่กลางบ้าน เพดานสูง 7 เมตร ให้ความรู้สึกหรูหราสไตล์คฤหาสน์  โปร่ง โล่งสบายตา พร้อมรองรับการมาเยี่ยมเยือน การสังสรรค์และการพักผ่อนในวันหยุด ห้องนอนขนาดใหญ่และห้องน้ำภายในที่ถูกจัดวางอย่างลงตัวตอบรับการใช้งาน เพิ่มเติมห้องครัวไทยให้เป็นอีกทางเลือกของผู้อยู่อาศัย บริเวณรอบตัวบ้านมีสวนและพื้นที่ใช้สอยให้ได้มีกิจกรรมร่วมกันของทุกคนในบ้าน ทุกส่วนของบ้านเปิดรับลมโชยที่มีกลิ่นอายของทะเล ทะเลสาบ และแมกไม้จากรอบโครงการ วิวสวยสไตล์บ้านตากอากาศ พื้นที่ส่วนกลางของโครงการขนาดใหญ่ คลับเฮาส์ สวนพักผ่อน ฟิสเนต สนามเด็กเล่น และพื้นที่ริมทะเลสาบช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายยามเย็น สะดวกสบายหากต้องการเดินทางไปพักผ่อนในวันหยุด หรือเดินทางเข้าไปทำงานใจกลางกรุงเทพเพียง 15 นาทีถึงทางด่วนเฉลิมมาหานคร เข้าถึงย่านสาทร พระราม 3 พระราม 9 ได้อย่างสะดวก และ 10 นาทีถึงวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก มุ่งสู่บางนาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังแวดล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งและสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ โรงเรียนนานาชาตินอริช โรงเรียนเลิศหล้า โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ห้างสรรพสินค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ เซ็นทรัล พระราม 2 บิ๊กซี พระราม 2 เซ็นทรัล มหาชัย พอร์โต้ ชิโน่  โรงพยาบาลพานาซี โรงพยาบาลนครธน โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลบางมด   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2026 2132 หรือ  www.lakeserene-rama2.com          

รวม Presaleล่าสุด

1 2
“เลคซีรีน”

“เลคซีรีน” "สัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ สงบ และปลอดโปร่ง สร้างสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ"

เลคซีรีน บ้านสไตล์ นอร์ท อเมริกัน สุดหรูหราพร้อมทะเลสาบส่วนตัว แรงบันดาลใจจากต้นกำเนิดของสถาปัตยกรรมอเมริกันโมเดิร์นแบบ “Prairie house” ในแถบชานเมืองของชิคาโก ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Frank Lloyd Wright  ผสานความเป็นเอกลักษณ์ของเส้นสายระนาบแนวนอนและรูปทรงเรขาคณิตในทุกรายละเอียดของการดีไซน์บ้าน ผสานกับการออกแบบบนคอนเซ็ปที่เน้นความเรียบง่าย บ่งบอกถึงความตั้งใจที่ต้องการให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงธรรมชาติมากขึ้น และสัมผัสถึงสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ โครงการบ้านเดี่ยวโอบล้อมริมทะเลสาบส่วนตัวสุดพิเศษพร้อมพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวรอบบ้านที่ให้ผู้อยู่อาศัยสัมผัสถึงบรรยากาศการพักผ่อน กับความงดงามของธรรมชาติ สายลม แสงแดดอ่อนๆ และบรรยากาศของโครงการที่พาคุณดื่มด่ำกับบ้านพักอาศัยให้ความรู้สึกราวกับบ้านพักตากอากาศในทุกวัน พื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ พร้อมทัศนียภาพการชีวิตที่สวยงานกับระบบสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งโครงการ เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ชีวิตด้วยเทคโนโลยี smart home & smart security ทั้งในพื้นที่ภายในบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 100 -150 ตร. วา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 220-429 ตร. ม. ด้วยราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาทออกแบบสไตล์ยุโรป ฟังก์ชั่นการใช้งานสุดลงตัว ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เชื่อมส่วนต่างๆ ด้านล่างของตัวบ้านด้วยห้องโถงขนาดใหญ่กลางบ้าน เพดานสูง 7 เมตร ให้ความรู้สึกหรูหราสไตล์คฤหาสน์  โปร่ง โล่งสบายตา พร้อมรองรับการมาเยี่ยมเยือน การสังสรรค์และการพักผ่อนในวันหยุด ห้องนอนขนาดใหญ่และห้องน้ำภายในที่ถูกจัดวางอย่างลงตัวตอบรับการใช้งาน เพิ่มเติมห้องครัวไทยให้เป็นอีกทางเลือกของผู้อยู่อาศัย บริเวณรอบตัวบ้านมีสวนและพื้นที่ใช้สอยให้ได้มีกิจกรรมร่วมกันของทุกคนในบ้าน ทุกส่วนของบ้านเปิดรับลมโชยที่มีกลิ่นอายของทะเล ทะเลสาบ และแมกไม้จากรอบโครงการ วิวสวยสไตล์บ้านตากอากาศ พื้นที่ส่วนกลางของโครงการขนาดใหญ่ คลับเฮาส์ สวนพักผ่อน ฟิสเนต สนามเด็กเล่น และพื้นที่ริมทะเลสาบช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายยามเย็น สะดวกสบายหากต้องการเดินทางไปพักผ่อนในวันหยุด หรือเดินทางเข้าไปทำงานใจกลางกรุงเทพเพียง 15 นาทีถึงทางด่วนเฉลิมมาหานคร เข้าถึงย่านสาทร พระราม 3 พระราม 9 ได้อย่างสะดวก และ 10 นาทีถึงวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก มุ่งสู่บางนาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังแวดล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งและสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ โรงเรียนนานาชาตินอริช โรงเรียนเลิศหล้า โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ห้างสรรพสินค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ เซ็นทรัล พระราม 2 บิ๊กซี พระราม 2 เซ็นทรัล มหาชัย พอร์โต้ ชิโน่  โรงพยาบาลพานาซี โรงพยาบาลนครธน โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลบางมด   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2026 2132 หรือ  www.lakeserene-rama2.com          
The Cube Premium Ratchada 32 พร้อมให้ใช้ชีวิตสมาร์ทกลางเมืองปีนี้ เริ่ม 2.19 ล้าน*

The Cube Premium Ratchada 32 พร้อมให้ใช้ชีวิตสมาร์ทกลางเมืองปีนี้ เริ่ม 2.19 ล้าน*

The Cube Premium Ratchada 32 (โครงการเดอะคิวบ์ พรีเมียม รัชดา 32) คอนโดมิเนียมใหม่สไตล์สมาร์ทโมเดิร์นโลว์ไรส์ (Low Rise) สูง 8 ชั้น 1 อาคาร พัฒนาและบริหารงานโดย บริษัท คิวบ์ เรียล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่เน้นเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการให้มีศักยภาพสูง สะดวกทุกการใช้ชีวิตทั้งอยู่อาศัยเองหรือลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต บนถนนรัชดาภิเษกเยื้องศาลอาญารัชดาภิเษก และใกล้กรมส่งเสริมการส่งออก เดินทางเชื่อมต่อถนนลาดพร้าว-วังหิน และลาดปลาเค้าได้ โครงการสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์และพร้อมเข้าอยู่อาศัย มีขนาดห้องตั้งแต่ 25-34.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท* พร้อมเฟอร์นิเจอร์ (Fully Furnished) ครบทุกฟังก์ชั่นจากแบรนด์ Modernform ประตูระบบดิจิตอล (Digital Door Lock) จากซัมซุง เพิ่มความสะดวกด้วยเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม (Smart Home) หรือโฮมออโตเมชั่น (Home  Automation) ทุกยูนิต ที่สามารถสั่งการ ควบคุม และติดตามผลด้วยแอพพลิเคชั่นผ่านสมาร์ทโฟนหรือแทบเลต ให้ความเป็นส่วนตัวสูงด้วยการจัดเลย์เอ้าท์ที่ลงตัวสวยงามทั้งภายในห้องและบริเวณรอบโครงการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า (แยกชาย/หญิง) สวนหย่อม ระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi Internet) บริเวณโถงล็อบบี้และพื้นที่ส่วนกลาง กล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV รอบโครงการ คีย์การ์ดเข้าอาคารและลิฟท์แบบล็อคชั้น ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. สะดวกทุกการเดินทางใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีจันทรเกษม ในอนาคต) รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีลาดพร้าว บรรยากาศโดยรอบโครงการน่าอยู่และปลอดภัย ใกล้แหล่งงาน ย่านธุรกิจ สถาบันการศึกษาทุกระดับชั้น โรงพยาบาล ศูนย์การค้าชั้นนำ ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) เข้าชมโครงการจริงได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1246 และติดตามความเคลื่อนไหวทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/TheCubeCondominium ไลน์บริษัท : @The Cube Condo และ www.thecube-condo.com          
ข้อคิดดีๆ กับ 8 ทริค ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด

ข้อคิดดีๆ กับ 8 ทริค ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือห้องชุดพักอาศัยถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย ซึ่งในชีวิตหนึ่งเราอาจซื้อได้เพียงครั้งเดียว ฉะนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ เราจะต้องพิจารณาให้รอบด้านเสียก่อน วันนี้ ทีมการตลาด บริษัท ธนาแลนด์ จำกัด มีข้อคิดดี ๆ มาแนะนำสำหรับผู้ที่จะเลือกซื้อห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมว่า ควรจะต้องพิจารณาอะไรกันบ้าง กับ 8 ทริคช่วยตัดสินใจในการซื้อคอนโดมิเนียม   1.วัตถุประสงค์-ซื้อเพราะอะไรกันแน่ ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงหรือว่าลงทุน ถ้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยอื่นด้วย เช่น สถานที่ข้างเคียง การเดินทาง เป็นต้น 2.งบประมาณ ต้องกำหนดให้ชัดเจน มิฉะนั้นงบอาจจะบานปลายภายหลังได้ 3.ข้อได้เปรียบ อาจเป็นทำเลที่ตั้ง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของแต่ละโครงการ 4.ที่จอดรถ มีเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ เพราะคอนโดบางโครงการก็ไม่มีที่จอดรถเพียงพอสำหรับผู้อยู่อาศัยทุกคน 5.ค่าส่วนกลาง มีการคิดค่าส่วนกลางรายเดือน หรือรายปี เก็บเงินอย่างเป็นธรรม และคุ้มกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราจะได้หรือไม่ 6.นิติบุคคล ก่อนจะตัดสินใจซื้อคอนโดต้องทำการศึกษาและสอบถามข้อมูลจากนิติบุคคลอาคารให้ดี จะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง 7.กฎหมายที่เกี่ยวข้อง – รวมทั้งกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ของทางโครงการ เช่น บางแห่งสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ บางแห่งไม่สามารถทำได้ เป็นต้น 8.ตำแหน่งห้อง – ต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการของเรา เช่น ถ้ามีผู้สูงอายุก็อาจจะเลือกห้องที่ใกล้กับลิฟต์ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตนั่นเอง   หลังจากตัดสินใจได้แล้วก็มาถึงขั้นตอนเตรียมความพร้อม กับ 4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการซื้อคอนโด ดังนี้ 1.ตั้งงบประมาณ เลือกทำเลที่ตั้งที่ต้องการ เช่น เหมาะกับที่ทำงาน เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า เป็นต้น เลือกโครงการที่เหมาะกับตัวเรา เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเรา 2.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการจอง ข้อสัญญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3.เตรียมตัวและเอกสารในการกู้สินเชื่อ (กรณีซื้อด้วยสินเชื่อ) เลือกธนาคารและวงเงินกู้ที่เหมาะสม 4.เตรียมค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์คอนโด นอกจากนี้ก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์จะต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องให้ดีเพื่อที่จะไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง   รู้รายละเอียดดีขนาดนี้แล้ว จะตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดทั้งที ก็ต้องเลือกให้พิถีพิถันหน่อยจริงมั้ย อย่าลืมพิจารณา โครงการธนาแอสโทเรีย ปิ่นเกล้า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ คอนโดมิเนียม บนทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดในย่านปิ่นเกล้า ตั้งบนถนนจรัญสนิทวงศ์ระหว่าง ซ.44 และ 46 ติดรถไฟฟ้า MRT สถานีบางยี่ขัน บริหารงานโดย บริษัท ธนาแลนด์ จำกัด ผู้มีประสบการณ์ และเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ มากกว่า 40 ปี ด้วยความทุ่มเทในการดูแลบ้านของลูกค้าในทุกขั้นตอน ทั้งการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ การตรวจสอบโครงสร้างให้ได้ความแข็งแรง การใส่ใจในการให้สาธารณูปโภคที่มากกว่า รวมไปถึงการดูแลลูกค้าหลังการขาย ธนาแอสโทเรีย คอนโดหรู พร้อมให้ทุกท่านเป็นเจ้าของแล้ววันนี้  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขายโครงการ เปิดทุกวัน เวลา 9.00 - 19.00 น. สอบถาม 02-434-2000 www.thanaland.co.th IG: thanaastoria Line@ thanaland #Thanaland #ThanaAstoria          
จัดบ้านให้ ถูกทิศ ถูกทาง อยู่แล้วสบาย สไตล์ “บ้านนวัต รามคำแหง 118”

จัดบ้านให้ ถูกทิศ ถูกทาง อยู่แล้วสบาย สไตล์ “บ้านนวัต รามคำแหง 118”

ดั่งคำโบราณว่าไว้ การสร้างบ้านต้องโปร่ง โล่ง รับลม อยู่สบาย การสร้างบ้านระดับลักชัวรี ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยว บ้านนวัต รามคำแหง 118 โดย พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จึงออกแบบอย่างละเอียดให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ตัวบ้านถูกจัดวางให้สอดคล้องกับทิศทางลมและแดด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Thoughtful Design for Every Step of Life” บ้านสำหรับคนทุกเจเนอเรชั่น อยู่อาศัยอย่างเป็นส่วนตัวและยั่งยืนพร้อมประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบ สอดคล้องกับ Lifestyle ของผู้พักอาศัยทุกช่วงวัย และอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจยันรุ่นโหลน โดยหลักการสร้างบ้านตามแบบฉบับโครงการ บ้านนวัต รามคำแหง 118 มีด้วยกัน 4 ข้อ   1.หันตัวบ้านให้ถูกทิศถูกทาง ตามคำโบราณบอกไว้ว่าบ้านที่ดีควรหันไปทางทิศใต้และทิศเหนือ แต่ บ้านนวัต รามคำแหง 118 ได้วิจัยทิศทางลมพบว่า...ลมเปลี่ยนทิศทุกๆ 6 เดือน ซึ่งหกเดือนแรกจะพัดที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อีก 6 เดือนหลังพัดทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถ้าหากสร้างบ้านตั้งฉากกับลม ลมจะโชยเข้าบ้าน เย็นสบาย โดยไม่ต้องพึ่งแอร์แม้แต่น้อย 2. หลังคาบ้านต้องมีชายคายื่นออกมาบล็อคแดด อย่างที่รู้กันคือเมืองไทยเป็นเมืองร้อนชื้น แดดเปรี้ยง บอกเลยว่าบรรพบุรุษเราคิดมาดีแล้ว เพราะบ้านคนไทยส่วนใหญ่มักมีชายคาขนาดกว้างยื่นออกมาเพื่อกันแดด กันฝนสาด โดย บ้านนวัต รามคำแหง 118 ได้ศึกษาทิศทางการเคลื่อนตัวของดวงอาทิตย์พบว่า...พระอาทิตย์บ้านเราขึ้นแบบเฉียงอ้อมทิศใต้มา เพราะฉะนั้นการออกแบบชายคาบ้านต้องเฉียงหักมุม องศาได้ และกว้างกำลังดี เพื่อบล็อคแดดไม่ให้เข้าในบ้าน และบ้านก็จะเย็นสบาย 3.จัดให้สระว่ายน้ำอยู่หน้าบ้านชั้น 2 เพราะชั้น 2 เป็นตำแหน่งที่ลมพัดดี เวลาลมร้อนพัดผ่านสระว่ายน้ำ ไอน้ำนี่แหละที่จะช่วยลดอุณหภูมิอากาศลง ส่งผลให้ไอเย็นพัดเข้ามาในบ้านอย่างทั่วถึง และการที่สระว่ายน้ำอยู่ชั้น 2 ยิ่งเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกด้วย 4.ห้องทุกห้องจัดให้อยู่หัวมุมทั้งหมด ห้องนอนทุกห้องต้องอยู่มุม เพราะต้องติดตั้งหน้าต่าง อย่างน้อย 2 ด้าน และหน้าต่างต้องวางให้ถูกทิศ เพื่อมีทางให้ลมเข้า-ออกเสมอ ที่สำคัญคือได้แสงธรรมชาติทั่วทุกพื้นที่ ทำให้ทุกห้องในบ้านไม่ต้องเปิดไฟตอนกลางวัน ช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี ด้านห้องครัวและห้องน้ำ บ้านนวัต รามคำแหง 118 ก็จัดไปอยู่มุมที่รับแดดได้ดีเพื่อกำจัดเชื้อโรค ซึ่งการทำครัวไทยของโครงการเน้นตอบโจทย์เหล่าแม่บ้าน ที่ต้องกว้าง อากาศถ่ายเท และเหมาะสำหรับผัดเผ็ด แกง ทอด ได้อย่างสบายๆ ด้วยแนวคิดในการออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างประโยชน์ใช้สอยกับความงามทางสถาปัตยกรรม จนกลายเป็นบ้านที่อยู่สบาย บำรุงรกษาง่าย ประหยัดพลังงาน และมีประโยชน์ใช้สอยบนพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและยั่งยืน ล่าสุด บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด นำโดย ทิพย์ชยา พงศธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจโรงแรมกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ และ สาทิต สืบสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด ขึ้นรับรางวัล “บ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561 จำนวน 3 รางวัลรวด ได้แก่ แบบบ้าน โครงการบ้านนวัตพระราม 9 แปลงที่ 17 และ แบบบ้าน โครงการบ้านนวัตรามคำแหง Type B และ Type C จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โดยได้รับเกียรติจาก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล เมื่อวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา   ทั้งนี้ โครงการ บ้านนวัต รามคำแหง 118  (BAAN NAWAT RAMKHAMHAENG 118) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่พร้อมรองรับความสุขของครอบครัวใหญ่ที่ชอบความสงบ เรียบง่ายและยั่งยืน  โดยโครงการเริ่มเปิดขายพรีเซลแล้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 29 ล้านบาท สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.premierassets.co.th หรือ โทร.02 301 2888          
เอสซี แอสเสทฯ เปิดจองครั้งแรก บ้านเดี่ยวและโฮม ออฟฟิศ โครงการใหม่ 2 ทำเล พร้อมรับสิทธิพิเศษ 15-16 ธ.ค.นี้

เอสซี แอสเสทฯ เปิดจองครั้งแรก บ้านเดี่ยวและโฮม ออฟฟิศ โครงการใหม่ 2 ทำเล พร้อมรับสิทธิพิเศษ 15-16 ธ.ค.นี้

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขอแนะนำ 2 โครงการใหม่ บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น โครงการ VENUE (เวนิว) พระราม9 และ โฮม ออฟฟิศ โครงการ WORKPLACE (เวิร์คเพลส)  เพชรเกษม 81-2 เปิดจองพร้อมกันครั้งแรก พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย 15-16 ธ.ค.นี้ โครงการ  VENUE (เวนิว) พระราม 9  บนพื้นที่โครงการกว่า 34 ไร่   จำนวน 143 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,150 ล้านบาท  บ้านเดี่ยว 2 ชั้นสไตล์ Modern  ด้วยแนวคิด Organic Living ซึ่งออกแบบภายในและภายนอกอย่างมีเอกลักษณ์  โดยพื้นที่ใช้สอยใช้งานได้จริง และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพิ่มบรรยากาศแห่งการพักผ่อน ด้วยฟังก์ชั่นที่ลงตัว ราคา 6-10 ล้านบาท มีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบ ได้แก่   1.HAZEL  : พื้นที่ใช้สอย 163 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ , Living Area , Dining Area , Kitchen ,และ 2 ที่จอดรถ 2.ROWAN : พื้นที่ใช้สอย 213 ตร.ม.  4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ , Living Area , Dining Area , Kitchen , Family Area , และ 2 ที่จอดรถ 3.WILLOW : พื้นที่ใช้สอย 234 ตร.ม.  4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ , Foyer , Living Area , Dining Area , Kitchen , Family Area , และ 2 ที่จอดรถ โครงการ VENUE (เวนิว) พระราม 9 ตั้งอยู่ทำเลศักยภาพ ติดถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก และถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) เชื่อมต่อทุกการเดินทาง ใกล้ย่าน NEW CBD พระราม 9 ใกล้ทุกความสะดวกสบาย รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ใกล้สถาบันการศึกษา และใกล้ศูนย์การแพทย์ ผ่อนคลายไปกับ Clubhouse ขนาดใหญ่ที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมสระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, สวนส่วนกลางขนาดใหญ่, Kid’s Club เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้พักผ่อนและออกกำลังไปด้วยกัน สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.063-197-4666 หรือ Line : @vnpr9  ลงทะเบียนรับสิทธิ์ : http://bit.ly/2NMobyJ ส่วนอีกโครงการคือ WORKPLACE  (เวิร์คเพลส)  เพชรเกษม 81-2 โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น สไตล์ Loft   พื้นที่โครงการกว่า 11 ไร่ จำนวน 112 ยูนิต   มูลค่าโครงการ 630 ล้านบาท  ด้วยที่สุดของทำเลย่านเพชรเกษม ตั้งอยู่ห่างถนนเพชรเกษม เพียง 1.2 กิโลเมตร โครงการติดถนนใหญ่ ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน(โครงการในอนาคต) รายล้อมด้วย Community Mall และ สถานศึกษาชั้นนำมากมาย พร้อมการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งรถยนต์ส่วนตัว หรือ รถประจำทาง พร้อมเชื่อมต่อถนนเส้นหลักหลายสายทั้งเข้าเมือง และ ออกเมือง ได้แก่ ถนนเพชรเกษม,ถนนเอกชัย,ถนนพุทธสาคร,ถนนพุทธมณฑลสาย 3-4 และ ถนนกาญจนาภิเษก ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 163 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท  พร้อมสิทธิพิเศษในวันงาน ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท* ได้ที่ www.scasset.com รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 080-604-5660 หรือ Line@ : @wpp81-2          
อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เล็งเห็นศักยภาพทำเลย่านเจริญกรุง-สาทร เติบโต เปิดตัว อัลติจูด ซิมโฟนี มูลค่าโครงการ 980 ล้านบาท

อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เล็งเห็นศักยภาพทำเลย่านเจริญกรุง-สาทร เติบโต เปิดตัว อัลติจูด ซิมโฟนี มูลค่าโครงการ 980 ล้านบาท

อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เล็งเห็นศักยภาพทำเลย่านเจริญกรุง-สาทร เปิดโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี บนทำเลเด่น เจริญกรุง-สาทร มูลค่าโครงการกว่า 980 ล้านบาท เป็นโครงการ Luxury riverside condominium ใน CBD โครงการเดียวที่เปิดตัวในรอบ 2 ปี เชื่อมั่นทำเลมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะเป็นย่านธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพ เป็น World Destination ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากทั่วโลก ทำให้การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ย่านนี้เป็นระดับลักซ์ชัวรี่ ตอบโจทย์กำลังซื้อที่ยังคงมีความหนาแน่น นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์  ‘ALTITUDE’ เปิดเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาถือเป็นความท้าทายสำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้อัตราการขยายตัวปีที่ผ่านมายังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในสินค้าบางประเภท (Segment) โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมต้องยอมรับว่าจำนวนยูนิตใหม่ (Supply) มากกว่าความต้องการซื้อ (Demand) โดยปัจจุบันมีจำนวนยูนิตใหม่เข้ามาประมาณ 170,000 ยูนิต และมีอัตราการขายได้ 75% ต่อจำนวนยูนิตออกใหม่ทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นโจทย์สำคัญให้ อัลติจูด ต้องพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ทั้งการเลือกทำเล การออกแบบ และพัฒนาสินค้า ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ที่ได้ศึกษามาแล้วในแต่ละโครงการ เช่นเดียวกันกับโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญนคร-สาทร ที่เปิดตัวซึ่งเป็นโครงการ Luxury riverside condominium ใน CBD โครงการเดียวที่เปิดตัวในรอบ 2 ปี โดยมูลค่าโครงการ 980 ล้านบาท “ระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา เจริญกรุง-สาทร มีพัฒนาการการเติบโตของพื้นที่ที่ชัดเจน และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นระดับ 5 ดาว โครงการคอนโดมิเนียมมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงกว่า 200,000 บาท การคัดสรรทำเลและตัวโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี จึงตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยมากๆ ใกล้โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอร์รี่เพียง 400 เมตร โดยโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 369 ตารางวา เดินทางสะดวกทั้งทางถนนเจริญกรุงและถนนจันทน์ และไม่ไกลกันมากกับห้างไอคอนสยาม แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองไทย” นายขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย กรรมการบริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครยังขยายตัวได้อีก ตามการขยายตัวของแนวรถไฟฟ้า ซึ่งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม โดยแต่ละSegment ทำเลที่อยู่อาศัยจะแตกต่างกัน ตามวัตถุประสงค์ของผู้ซื้อ ในส่วนของคอนโดมิเนียมกลางใจเมือง โครงการที่ใกล้รถไฟฟ้าจะเป็นอีกแม่เหล็กที่ดึงดูดผู้ซื้อ แต่ทั้งนี้โครงการที่ใกล้แหล่งที่เรียน หรือสาธารณูปโภคอื่นๆก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยในย่านเจริญกรุงสาทร ถือเป็นทำเลที่มีการขยายตัวสูงมากระยะหลายปีที่ผ่านมาราคาที่ดินปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 8% เนื่องจากที่ดินบริเวณนี้หาไม่ได้ง่าย การเติบโตของชุมชนสูง และเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ดังนั้น Supply ยังมีไม่มากในขณะที่ Demand ยังมีล้น   อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร จึงเป็นที่สุดแห่งทำเลใจกลางย่านเจริญกรุง-สาทร โดยมีการออกแบบในสไตล์โคโลเนียล คอนเทมโพรารี่ สะท้อนรสนิยมและความภาคภูมิใจ ผ่านการเลือกสรรที่บ่งบอกถึงตัวตน สุนทรียะแห่งการอยู่อาศัย มีพื้นที่เพื่อการใช้เวลาอันมีค่าร่วมกับครอบครัวและเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของชีวิตในเมือง ราคาห้อง เริ่มต้น 4.9 ล้านบาท – 29 ล้านบาท โครงการเริ่มก่อสร้าง ไตรมาส 4 ปี 2561 และคาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการในไตรมาส 4 ปี 2563 สำหรับโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง สาทร ตั้งอยู่บนถนนจันทน์ 44 เนื้อที่ 369 ตารางวา จำนวน 99 ยูนิต 1 อาคาร 21 ชั้น และชั้นใต้ดิน 4 ชั้น มีรูปแบบขนาดของห้อง 6 ขนาด ราคาเริ่มต้น 4.9-29 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยโครงการ 170,000 บาทต่อตารางเมตร  ราคาตลาด 200,000 บาทต่อตารางเมตร โดยรูปแบบ A ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  30.01-30.10  ตารางเมตร  รูปแบบ B ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  39.35 ตารางเมตร รูปแบบ C ขนาด 2 ห้องนอน เริ่มต้นที่   61.90-73.66 ตารางเมตร  รูปแบบ Loft 42.17-125.55 ตารางเมตร รูปแบบ Duplex  95.62 ตารางเมตร และห้อง Penthouse 104.24-147.95 ตารางเมตร โครงการออกแบบในสไตล์โคโลเนียล คอนเทมโพรารี่ (Colonial Contemporary Design) มีสิ่งอำนวยความสะดวกล็อบบี้ที่โอ่โถง ห้องเด็ก สระว่ายน้ำแบบชมวิว 360 องศา ที่ชั้น 18 และ ห้องฟิตเนสบนชั้น 21 ห้องสกายเล้าจ์บน Roof floor ซึ่งสามารถมองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม และโครงการจัดให้มีพื้นที่จอดรถสูงถึง 83% พร้อมบริการ Door Man และ Valet service โครงการตั้งอยู่ในซอยจันทน์ 44 เข้าซอยมาเพียงแค่ 60 เมตร  ใกล้ถนนเส้นหลักอย่าง ถนนเจริญกรุง, ถนนเจริญราษฎร์, ถนนพระราม 3 และถนนสาทร ใกล้ทางพิเศษศรีรัช ด่านถนนจันทน์ เพียง 2 นาที มีเส้นทางลัดให้ได้ใช้หลายทาง รวมถึงเป็นโครงการที่ใกล้กับรถไฟฟ้าถึง 2 สถานี นั่นก็คือรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์ และ BTS สะพานตากสิน อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งงาน โรงเรียน โรงพยาบาลและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โดยห่างจากโรงเรียนนานาชาติ โชรส์เบอรี่ เพียง 400 เมตร  รร.กรุงเทพคริสเตียน และ รร.อัสสัมชัญ บางรัก รวมถึงเป็นโครงการที่ใกล้กับ Asiatique The Riverfront แหล่งท่องเที่ยวบนถนนเจริญกรุง และ Four Seasons Hotel Bangkok โรงแรมระดับ 5 ดาว ในระยะที่สามารถเดินเท้าไปได้ และยังไม่ไกลจากห้างที่เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพ การเดินทางจากโครงการจึงเชื่อมต่อโดยการโดยสารรถ เรือ รถไฟฟ้า ไปยังจุดต่างๆ โดยง่าย ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.altitudesymphony.com หรือโทรติดต่อได้ที่เบอร์ 0952478999 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป      
“ณ วีรา พหลฯ-อารีย์” แอคทีฟแบบชีวิตติดเมือง สุขเต็มที่กับความเป็นส่วนตัว จาก “ณวรางค์ แอสเซท”

“ณ วีรา พหลฯ-อารีย์” แอคทีฟแบบชีวิตติดเมือง สุขเต็มที่กับความเป็นส่วนตัว จาก “ณวรางค์ แอสเซท”

อารีย์-พหลโยธิน เป็นย่านชุมชนเก่าแก่ที่เหล่าดีเวลลอปเปอร์ต่างลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมกันอย่างคึกคัก ขณะที่ปัจจุบันย่านนี้กำลังจะก้าวขึ้นเป็น New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ  บริษัท ณวรางค์ แอสเซท จำกัด มองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของชุมชนที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตกับความทันสมัยอันเป็นสเน่ห์ของย่านนี้ จึงได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ ณ วีรา พหลฯ-อารีย์ ที่กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทำเล ที่รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่กว่า 10 อาคาร สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสถานีอารีย์เพียง 850 เมตร หรือหากจะเดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวกรวดเร็วไม่แพ้กัน เนื่องจากที่ตั้งโครงการสามารถเดินทางทะลุไปยังซอยต่างๆ ได้มากมาย อาทิ ซอยสายลม ซอยอินทรามระ เป็นต้น ณ วีรา พหลฯ-อารีย์ มูลค่าโครงการ 240 ล้านบาท มีจำนวนห้องชุด 78 ยูนิต ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ วัยทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหลังเลิกงานอย่างแท้จริง เป็นอาคาร 8 ชั้น 1 อาคาร มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส Co-working space  ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.เพียง 110,000 บาท/ตร.ม. สำหรับโครงการ ณ วีรา พหลฯ-อารีย์ เป็นโครงการที่ บริษัท ณวรางค์ แอสเซท จำกัด ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ วัยทำงานที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่ต้องการอาศัยเอง ชื่นชอบการใช้ชีวิตอิสระ แต่ก็ไม่ได้ละเลยในเรื่องของรายละเอียดการใช้ชีวิตและการวางแผนอนาคตให้กับตัวเอง อีกทั้งยังต้องการความสะดวกสบายสูง เพียงไม่กี่ก้าวคุณก็จะได้พบกับความแอคทีฟแบบชีวิตคนเมือง ที่สนุกสนานและไม่หยุดนิ่ง ที่แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้ง ห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร, คาเฟ่นั่งทำงาน, และโรงพยาบาล ด้วยการเดินทางที่ง่ายในระยะเดินเท้าถึงได้อย่างสบายหรือด้วยรถไฟฟ้าที่ใช้เวลาไม่นาน ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่สมบูรณ์ได้อย่างลงตัวทีเดียว   อาคารถูกออกแบบเป็นพิเศษให้ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นส่วนตัว สงบและพักผ่อนได้เต็มที่ในทุกวัน ด้วยยูนิตจำกัดเพียง 78 ยูนิต ด้วยโถงทางเดินแบบ Single Corridor ที่โถงทางเดินหน้าห้องมีแค่ฝั่งเดียว ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องเปิดประตูมาพบกับฝั่งตรงข้าม และคนเดินผ่านไปมาน้อย เพิ่มความสงบและเป็นส่วนตัว ซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญที่ผู้อยู่อาศัยคอนโดคำนึงถึงและมีเพียงไม่กี่คอนโดเท่านั้นที่ออกแบบมารองรับ ภายในโครงการประกอบด้วยห้องพักแบบ 1 ห้องนอน และ 1 ห้องนอนพิเศษ ขนาดตั้งแต่ 23.13-33.55 ตร.ม. ตกแต่งไว้อย่างครบถ้วนแบบ Fully Furnished ฟังก์ชั่นห้องให้สามารถใช้สอยได้เต็มพื้นที่ แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งเคาท์เตอร์ครัว มุมพักผ่อน ห้องนอน หรือสามารถปรับแต่งพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้ตามแบบที่ชอบได้ดั่งใจ เช่นส่วนพักผ่อนส่วนตัวยามเช้า, ส่วนทำงานออนไลน์, สวนสำหรับปลูกต้นไม้ โดยเชื่อว่าความร่ำรวยในเรื่องของการใช้ชีวิตนั้น ส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพและสัดส่วนพื้นที่ที่สัมพันธ์กันกับลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละคน ที่สร้างขึ้นมาได้ตามใจต้องการ โครงการ ณ วีรา  พร้อมชมห้องตัวอย่างวันนี้ ณ Sales Gallery ชั้น 1  อาคาร ESV Tower   พหลโยธิน ปากซอย 9 และ เปิด Pre-sale ในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2561 เริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส1/2562 และก่อสร้างเสร็จในช่วงไตรมาส 1/2563 โดยผู้สนใจสามารถเข้าดูรายละเอียดโครงการได้ที่ www.navarangasset.com หรือ โทร 085-368-2222                  
iCondo Greenspace PHATTHANAKAN-SRINAKARIN

iCondo Greenspace PHATTHANAKAN-SRINAKARIN

เบื่อไหมที่ต้องอยู่คอนโดในเมืองหันไปทางไหนมีแต่ความวุ่นวายทั้งตึกสูงใหญ่มากมาย การจราจรที่ติดขัดจนหัวร้อน รู้สึกอึดอัดไปหมด จะมีไหมที่มีคอนโดที่มีความเป็นส่วนตัว เงียบสงบใกล้ชิดธรรมชาติ การเดินทางสะดวกสบายเข้า-ออกเมืองง่าย และมีพร้อมด้วย Facility ต่างๆ ที่จะมาอำนวยความสะดวกได้รอบด้าน เหมือนกับที่ “iCondo Greenspace พัฒนาการ-ศรีนครินทร์” จาก Property Perfect   ด้วยจุดเด่นของทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าถึง 2 สาย สายสีเหลือง (พัฒนาการ) และ Airport Rail Link (สถานีหัวหมาก) อยู่ใกล้ทางด่วนพระราม 9 และแวดล้อมด้วยสาธารณูปโภครอบด้าน เช่น แหล่งงาน อาคารสำนักงานใหญ่ๆ ห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้งหลายรูปแบบ รวมถึงสถานศึกษาชั้นนำ และสถานพยาบาลชื่อดังอีกหลายแห่ง จึงไม่น่าแปลกใจเลยถ้าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งแห่งที่หลายๆ คนให้ความสนใจ และอยากจับจองเป็นเจ้าของ เพราะทางโครงการตั้งใจออกแบบฟังก์ชันต่างๆ มาเพื่อให้ลูกบ้านได้ใช้ชีวิตสะดวกมากขึ้น     iCondo Greenspace พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ ต้องการตอบโจทย์การใข้ชีวิตของลูกบ้านให้รอบด้านเพื่อให้สมกับสโลแกน “Live in GREEN LIFE” ซึ่งการสร้างสังคมคุณภาพนั้นมีองค์ประกอบต่างๆ มากมายที่ต้องคำนึงถึง ทางโครงการจึงพัฒนาพื้นที่ในส่วนต่างๆ อย่างดีให้ตรงตามคอนเซปต์ที่ตั้งไว้   เริ่มกันตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ “GREEN DESIGN” ที่ตั้งใจให้สวนมาในสไตล์ Tropical Garden สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายสไตล์รีสอร์ท   ในส่วนของ “GREEN FUNCTION” พื้นที่ใช้สอยต่างๆ ภายในถูกออกแบบมาให้โปร่งโล่งสบายแต่ลงตัว รวมถึงการให้ความใส่ใจในเรื่องทิศทางลมและแสงแดดจากธรรมชาติมากยิ่งขึ้น   เพิ่มเติมด้วย “GREEN FACILITY” สำหรับการใช้พื้นที่ส่วนกลางสำหรับการพักผ่อนได้อย่างแท้จริง มีพื้นที่ Green-Working Space และ Outdoor Activities พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน   แกนสุดท้าย “GREEN LIVING” คือความตั้งใจเลือกทำเลที่ตั้งให้อยู่ในย่านที่แวดล้อมไปด้วย สถานศึกษาชื่อดัง พรั่งพร้อมด้วยแหล่งช็อปปิ้ง, ห้างสรรพสินค้า, Community Mall และโรงพยาบาลชั้นนำ พร้อมการเชื่อมโยงชีวิตคนเมืองด้วยรถไฟฟ้า ที่ทำให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย   นอกเหนือจากรายละเอียดต่างๆ ที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ที่ iCondo Greenspace พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ ยังเพิ่มเติมมิติใหม่แห่งการอยู่อาศัย ให้ชีวิตเราเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีเหนือระดับกับ “GREEN SPACE 4.0” ที่มาพร้อมกับนวัตกรรม iOT 4.0 (internet of things) อย่างลงตัวผ่าน Application ยกตัวอย่างเช่น   -Smart Transportation ที่เราสามารถตรวจสอบตำแหน่ง และตารางการเดินรถได้ด้วยระบบ GPS ผ่าน Application บนมือถือ -Smart Security นวัตกรรมเพื่อคความปลอดภัยสุดล้ำทั้งการสแกนใบหน้า, Key Card ล็อคชั้น, Digital Door Lock และ CCTV ตลอด 24 ชม. -Smart ECO System การใส่ใจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน ผนังอาคารที่นี่เลือกใช้ฉนวนกันความร้อนแบบเซรามิกโค้ตติ้ง, เป็นอาคารประหยัดพลังงานด้วยการเลือกใช้ไฟส่องสว่างบริเวณทางเดินภายในเป็นแบบระบบอัตโนมัติ ส่วนบริเวณถนนหลักในโครงการเป็นแสงสว่างที่ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ -Smart Condo อำนวยความสะดวกด้วย Smart Laundry ที่เราสามารถเช็ค เตือน จ่าย ผ่าน Application ได้ -Smart Location การเชื่อมโยงทุกการเดินทาง สะดวกด้วยรถไฟฟ้า และทางด่วนใกล้ๆ โครงการ   พูดถึงเรื่องจุดเด่น และคอนเซปต์ต่างๆ ของโครงการมาพอสมควรแล้ว เรามาทำความรู้จักกับตัวโครงการซักหน่อยกันดีกว่า iCondo Greenspace พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise 2 อาคาร เน้นความเป็นส่วนตัว และเพียบพร้อมไปด้วย Facility ที่มาเอาใจไลฟ์สไตล์คนเมืองแบบเต็มที่ เช่น Emerald Lagoon สระว่ายน้ำระบบเกลือสีเขียวมรกตขนาดใหญ่ 25X6 ม. ที่มาพร้อม Fiber Optic Lighting ดวงไฟใต้น้ำลวดลายสวยงามบนพื้นสระว่ายน้ำ, Green Fitness ใกล้ชิดธรรมชาติ, พื้นที่สีเขียวเพื่อตอบโจทย์ทุกกิจกรรมทั้ง Green Playground, Outdoor Green Space, Tropical Green Garden, Green Lobby และ Green Working Space พร้อมฟรี wi-fi ครบครันขนาดนี้เราเชื่อว่าใครที่เป็นลูกบ้านที่นี่ต้องแทบจะไม่อยากออกไปไหนกันเลยทีเดียว   ใครที่กำลังสนใจคอนโดในทำเลนี้ ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการบนถนนพัฒนาการ ซอย 37 ซึ่งอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย มีความเพียบพร้อมอุดมสมบูรณ์สำหรับการอยู่อาศัยจริง และสามารถซื้อไว้เกร็งกำไร หรือลงทุนปล่อยเช่าได้ไม่ยาก เนื่องจากใกล้ทั้งแหล่งงาน อาคารสำนักงานใหญ่ๆ และมหาวิทยาลัยชั้นนำ ทำให้การหาคนเช่าไม่ใช่เรื่องยากเลย ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการที่โครงการอยู่ใกล้สถานศึกษา ก็จะทำให้มีกลุ่มคนเช่าหมุนเวียนเรื่อยๆ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะลองเลือกไว้เพื่อการลงทุน ยิ่งราคาขายของทางโครงการไม่ได้สูงเลย เปิดราคาเริ่มต้นมาเพียง 1.69 ล้านบาท และยังจัดเต็มด้วย Facility พร้อมนวัตกรรมที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อีก เชื่อว่าเป็นอีกโครงการหนึ่งที่เหมาะมากสำหรับใครที่คิดอยากจะเริ่มต้นลงทุนกับอสังหาฯ   Floor Plan  ที่ตั้งโครงการจะเข้าไปภายในซอยพัฒนาการ 37 ประมาณ 200 เมตร ซึ่งเป็นซอยเดียวกันกับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตค่ะ ข้อดีของการที่อยู่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ นั่นคือเราจะได้ความเงียบสงบเป็นส่วนตัวมากกว่าค่ะ โดยโครงการจะวางอาคาร A ทางทิศเหนือ กับ B ทางทิศใต้ เอาไว้ล้อมรอบ Facility ที่อยู่กลางโครงการ ตรงทางเข้า-ออกโครงการจะอยู่ทางทิศตะวันออก ส่วนฝั่งที่อยู่ติดกับคลองจะเป็นทิศตะวันตกค่ะ       ชมห้องตัวอย่าง  สำหรับ Sale Gallery จะอยู่ก่อนถึงซอยพัฒนาการ 37 ที่เป็นที่ตั้งของตัวโครงการประมาณ 100 เมตร มีห้องตัวอย่างทั้งหมด 2 ห้อง ทุกยูนิตจะได้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished มีทั้งโซฟา, เคาน์เตอร์วางทีวี,โต๊ะ-เก้าอี้ทานอาหาร, เตียง (ไม่รวมฟูก), ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะเครื่องแป้ง, เคาน์เตอร์ครัว, สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทั้งหมด และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งถึงแม้จะเป็นห้อง 1 Bedroom ก็จะได้เครื่องปรับอากาศมาถึง 2 เครื่อง ทั้งตรงห้องนั่งเล่นกับในห้องนอนค่ะ โดยความสูง Floor To Ceiling อยู่ที่ 2.4 เมตร ห้องนั่งเล่นกับห้องนอนจะปูพื้นด้วยลามิเนต ส่วนห้องครัว, ห้องน้ำ และระเบียงจะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ผนังจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว         Type A 24 ตร.ม. พื้นที่แรกของห้องเป็นห้องนั่งเล่น ได้โซฟาขนาด 3 ที่นั่งเลยค่ะ ถ้าใครชอบ Space กว้างๆ ก็สามารถย้ายโต๊ะ-เก้าอี้เข้าไปไว้ในครัวแทนได้ค่ะ ก็จะมีพื้นที่วางโต๊ะกลางได้อีก ลึกเข้าไปด้านในเป็นห้องนอน ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน   ห้องนอนจะมี Bulit in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งให้มาตามแบบห้องตัวอย่างเลยค่ะ หน้าต่างจะเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอน แบบเดียวกันทุกยูนิต และเตียงนอนขนาด 5 ฟุต จะมีลิ้นชักใต้เตียงด้วย   อีกด้านหนึ่งจะเป็นห้องน้ำ ห้องครัวปิด และระเบียงห้อง แบ่งฟังก์ชั่นห้องได้อย่างเป็นสัดส่วนชัดเจนทีเดียวค่ะ ใครที่ชอบทำครัวบ่อยๆ ก็หายห่วงเรื่องกลิ่นได้เลย   ห้องครัวมีพื้นที่มากพอที่จะวางทั้งตู้เย็น และตู้เก็บของเพิ่มตามแนวผนังได้อีก ส่วนเคาน์เตอร์ครัว Built in มาพร้อมกับซิงค์ล้างจาน กรุกระเบื้องด้านในเพื่อทำความสะอาดได้ง่ายเวลาเกิดคราบสกปรก   ระเบียงมีก๊อกน้ำและปลั๊กไฟ พร้อมสำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ค่ะ ส่วน Condensing Unit แขวนไว้ด้านบนหันออกนอกระเบียงค่ะ      ห้องน้ำแบ่งโซนเปียกกับโซนแห้ง โถสุขภัณฑ์, ก๊อกน้ำ, ฝักบัว ใช้แบรนด์ COTTO ส่วนอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังใช้แบรนด์ CHARMER   Type C 30 ตร.ม. พื้นที่แรกยังคงเป็นห้องนั่งเล่นเช่นเคยค่ะ แต่จะได้พื้นที่กว้างขวางมาก สามารถวางโต๊ะกลางขนาดใหญ่เพิ่มได้เลย ซึ่งจะแบ่งฟังก์ชั่นห้องทางขวามือเป็นห้องน้ำกับห้องนอนอยู่ใกล้กัน เพื่อความสะดวกเวลาใช้งาน และทางซ้ายมือจะเป็นพื้นที่โต๊ะทานข้าว ห้องครัวปิด และระเบียงค่ะ   ห้องน้ำจะเจอกับส่วนแห้งก่อนค่ะ แยกส่วนเปียกเอาไว้ด้านในฝั่งขวาสุด ส่วนสุขภัณฑ์ทั้งหมดจะได้มาตามแบบห้องตัวอย่างค่ะ   ห้องนอนจะได้เตียงขนาด 5 ฟุตวางไว้กลางห้อง มีพื้นที่เดินได้สบายๆ รอบเตียง พื้นที่ช่วงปลายเตียงสามารถเพิ่มโต๊ะทำงานได้อีกค่ะ   Space ข้างโซฟาตรงนี้ แม้ว่าจะได้โต๊ะ-เก้าอี้ 2 ตัวมาด้วย แต่ถ้าใช้งานไม่พอล่ะก็ สามารถวางได้ถึงขนาด 4 ที่นั่งเลยนะคะ ลึกเข้าไปด้านในก็จะเป็นครัวปิด และระเบียง   ห้องครัวปิด จะมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นเอาไว้ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวที่ Built in มาให้เรียบร้อยค่ะ   ระเบียงจะต่อจากห้องครัวเลยค่ะ มีก๊อกน้ำกับรูปลั๊กไฟมาให้พร้อมสำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ และเหลือพื้นที่วางราวตากผ้าได้อีกค่ะ     สิ่งที่ทางโครงการให้มาถือว่าคุ้มสุดๆ เมื่อเทียบกับราคาที่หาได้ยากแล้วสำหรับคอนโดมิเนียมที่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า เพราะไม่ใช่แค่ทำเลที่เหมาะทั้งอยู่อาศัยเอง และปล่อยเช่า ยังมีเทคโนโลยี GREEN SPACE 4.0 ที่จะช่วยยกระดับให้ชีวิตดูสมาร์ทขึ้น     พิเศษ... iCondo Greenspace พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ จะเปิดจองรอบ VVIP Day 24-25 พ.ย. นี้ จัดโปรโมชั่นพิเศษ Fully Furnished เริ่ม 1.69 ล้านบาท จอง+ทำสัญญา+ผ่อนดาวน์ 3 งวด รับฟรี iPhone XS (64GB)*  https://www.pf.co.th/hApyNq                     
ศุภาลัย รุก EEC ต่อเนื่อง กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย ปักธงโครงการใหม่ “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา”

ศุภาลัย รุก EEC ต่อเนื่อง กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย ปักธงโครงการใหม่ “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา”

บมจ.ศุภาลัย เตรียมแผนลงทุนพัฒนาอสังหาฯ ในจังหวัดชลบุรี อย่างต่อเนื่อง กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย เตรียมเปิด “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา” มูลค่าโครงการ 395 ล้านบาท Pre-Sale 24-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ ณ สำนักงานขาย พร้อมพบสิทธิพิเศษมากมาย   นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมแผนลงทุนพัฒนาอสังหาฯ ในจังหวัดชลบุรี ไว้อย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดตัวโครงการ ศุภาลัย พรีโม่ บางแสน ในไตรมาส 1 และ ศุภาลัย การเด้นวิลล์ ชลบุรี ศุภาลัย วิลล์ ศรีราชา - สวนเสือ ในไตรมาส 4  ที่ผ่านมานั้น ได้รับกระแสตอบรับดี เป็นที่น่าพอใจ และพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ สนใจที่อยู่อาศัยประเภท “ทาวน์โฮม” ประกอบกับความเหมาะสมของทำเลและราคา ซึ่งเป็นดีมานด์การซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการทั้งบ้านเดี่ยว บ้านรุ่นใหม่ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ในจังหวัดชลบุรีจำนวน 10 โครงการ และล่าสุดเตรียมเปิดโครงการใหม่ “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา” บ้านรุ่นใหม่ และทาวน์โฮม มูลค่าโครงการ 395ล้านบาท ชูแนวคิด “เริ่มต้นชีวิตอย่างมีสไตล์ สะดวกในการเดินทาง พร้อมสัมผัสความสุขที่ลงตัว” “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา” ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการประมาณ 15 ไร่ ออกแบบสไตล์โมเดิร์น ทั้งบ้านรุ่นใหม่ และทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 113-122 ตร.ม. จำนวน 154 แปลง ราคาเริ่มต้นเพียง 2.15 ล้านบาท ออกแบบเน้นการอนุรักษ์พลังงาน ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อใช้ประโยชน์ในทุกพื้นที่ ตอบรับทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ อาทิ สวนส่วนกลาง ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV รอบโครงการ และระบบเข้า - ออกอัตโนมัติ Easy Pass สะดวกสบายทุกการเดินทาง แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญ อาทิ โรงเรียนสาธิตอุดมศึกษา แมคโคร พัทยา เทสโก้ โลตัส เทพประสิทธิ์ Outlet Mall Pattaya ห้างHarbor Pattaya อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ โรงพยาบาล เมืองพัทยา สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในโซนพัทยา เชิญเลือกแปลงโดนใจ ราคาพิเศษก่อนใครในงาน Pre-Sale 24-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ พร้อมพบสิทธิพิเศษมากมาย ณ สำนักขายโครงการ โทร. 1720 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.supalai.com        
ยอดขายดีเกินคาด! บมจ.ไรมอน แลนด์ เปิดขายพรีเซล 2 โครงการใหม่ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ (The Estelle Phrom Phong) และ เทตต์ ทเวลฟ์ (TAIT 12) เพียงสัปดาห์แรก ยอดขายพุ่งรวม 4.6 พันล้านบาท!

ยอดขายดีเกินคาด! บมจ.ไรมอน แลนด์ เปิดขายพรีเซล 2 โครงการใหม่ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ (The Estelle Phrom Phong) และ เทตต์ ทเวลฟ์ (TAIT 12) เพียงสัปดาห์แรก ยอดขายพุ่งรวม 4.6 พันล้านบาท!

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยมชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ได้เปิดขายพรีเซลคอนโดสุดหรู ทั้ง 2 โครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ (The Estelle Phrom Phong) และ เทตต์ ทเวลฟ์ (TAIT 12) ในสัปดาห์แรกยอดขายรวม 4.6 พันล้านบาท โดยการเปิดขายพรีเซลทั้ง 2 โครงการนี้ถือเป็น 50 % ของมูลค่าของทั้ง 2 โครงการรวม 9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการขายพรีเซลสัปดาห์แรกที่มีมูลค่าสูงสุดเท่าที่บริษัทไรมอน แลนด์ เคยมีมา นาย ไลโอเนล ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเปิดขายพรีเซลสัปดาห์แรกของทั้ง 2 โครงการนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีคือยอดขายที่สูงเกินความคาดการณ์ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยมยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะโครงการที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี และใช้วัสดุคุณภาพสูงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทไรมอน แลนด์ ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลไทยจะมีการออกมาตรการใหม่เพื่อควบคุมสัดส่วนการกู้เงินของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้น ทางบริษัทฯ ยังเห็นแนวโน้มที่ดีว่าโครงการของบริษัทฯ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติอยู่เช่นเดิม     โครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ (The Estelle Phrom Phong) ได้เปิดขายพรีเซลล์สัปดาห์แรกในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2561 สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 2.1 พันล้านบาท โดยถือเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ทั้งนี้ โครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ ซึ่งมีมูลค่าโครงการ 5 พันล้านบาท ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ใกล้ BTS สถานีพร้อมพงษ์เพียง 200 เมตร ประกอบไปด้วยห้องชุด 157 ยูนิต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา ไม่ว่าจะเป็น สระสปาเกลือบำบัดและสระว่ายน้ำที่ปราศจากสารคลอรีน โครงการดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์จึงตอบโจทย์ชีวิตที่หรูหราและทันสมัยเป็นอย่างดี โครงการ เทตต์ ทเวลฟ์ (TAIT 12) ตั้งอยู่บนซอยสาทร 12 ใกล้สถานีบีทีเอส ช่องนนทรี ได้ปิดการขายพรีเซลในสัปดาห์แรกไปด้วยมูลค่าสูงกว่า 2.5 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของมูลค่าโครงการรวมทั้งหมด 4.2 พันล้าน ตั้งแต่เปิดตัวโครงการเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โครงการ เทตต์ ทเวลฟ์ประกอบไปด้วย 238 ยูนิต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ โครงการได้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความมีชีวิตชีวา และการพักอาศัยของคนกรุงเทพฯที่มีความคล่องแคล่วว่องไว โครงการเทตต์ ทเวลฟ์ ได้มอบพื้นที่ส่วนกลางกว่า 1,500 ตารางเมตร, ห้องออกกำลังกาย, เลานจ์อัฒจันทร์, พื้นที่อเนกประสงค์, สระว่ายน้ำในร่ม ส่วนเส้นโค้งมนของสถาปัตยกรรม ที่ถูกออกแบบควบคู่ไปกับแผงกระจกขนาดใหญ่ ได้ผสมผสานความทันสมัยให้เข้ากับความงดงามของเมือง รวมทั้งพื้นที่ใช้สอยที่ออกแบบให้เปิดกว้าง และเพื่อประโยชน์ใช้สอยต่างๆ   นายไลโอเนล ลี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 2 โครงการเป็นการพัฒนาโครงการร่วมกันระหว่างบริษัทฯ และบริษัท โตเกียว ทาเทโมโนะ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีวิสัยทัศน์ที่ตรงกัน ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากในการทำงาน และก้าวเดินต่อไปในการพัฒนาโปรเจ็คอื่นๆในอนาคตร่วมกัน นอกจากนี้บริษัทไรมอนแลนด์ยังคงมุ่งที่จะขยายและพัฒนาธุรกิจอื่นเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มและโรงแรม เพื่อสร้างมูลค่าให้กับบริษัทเพิ่มยิ่งขึ้นอีกด้วย   สามารถติดตามข้อมูลอัพเดต หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.raimonland.comหรือ โทร 02-029-1888            
มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ คอนโดโลว์ไรส์เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิต ติด BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ

มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ คอนโดโลว์ไรส์เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิต ติด BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ

“อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” เป็นอีกหนึ่งทำเลศักยภาพที่มีความสำคัญ เพราะเป็นศูนย์กลางคมนาคมการเดินทางที่เชื่อมต่อถนนหลายสายในการเข้าเมืองหรือออกนอกเมือง ไม่ว่าจะเป็นถนนพญาไท พหลโยธิน ราชวิถี ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส ใกล้สถานที่ราชการ ใกล้สถานพยาบาลชั้นนำและสถาบันทางการแพทย์กว่า 20 แห่ง จึงเป็นทำเลที่เหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นอย่างมาก แต่ทำเลนี้น้อยครั้งที่จะมีการพัฒนาโครงการใหม่ เนื่องด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของรัฐ โครงการที่อยู่อาศัยที่พัฒนาในทำเลนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นไข่แดงอันล้ำค่าในทำเลศักยภาพ “มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ” (Maestro 07 Victory Monument) คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ระดับไฮเอนด์ ที่พัฒนาโดย บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ชื่อว่ามีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรทำเลที่ดีที่สุดในแต่ละย่าน ได้รังสรรค์พัฒนาโครงการขึ้นบนที่ดินผืนงามที่สุดในใจกลางอนุสาวรีย์ชัยฯ เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิต เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยทุกรายละเอียดของโครงการในทุกยูนิตได้บรรจงสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพอย่างเหนือระดับ ก่อเกิดเป็นคอนโดมิเนียมที่ให้นิยามใหม่ของสมดุลแห่งการใช้ชีวิต   ทุกองค์ประกอบของโครงการออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่แสวงหาไลฟ์สไตล์แบบเอ็กซ์คลูซีฟและเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังต้องการใช้ชีวิตในเมือง ในราคาที่จับต้องได้ (Affordable Luxury) ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิคและกลิ่นอายความเป็นโมเดิร์น อันเป็นซิกเนเจอร์ของงานออกแบบโครงการ  Maestro Residences ทุกทำเล สะท้อนเอกลักษณ์ความเรียบหรู สงบ และสบาย เพื่อให้ผู้พักอาศัยรู้สึกแตกต่างจากบรรยากาศภายนอกโครงการ ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น น่าอยู่ ด้วยการเลือกใช้สีอ่อนจากวัสดุธรรมชาติที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี อาทิ การใช้สีครีมลายหินอ่อนมาตัดกันกับสีดำที่เงางาม เสมือนความแตกต่างของเมืองและธรรมชาติ ที่กลับอยู่ด้วยกันได้สวยงามลงตัว โครงการเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองทุกความต้องการกับพื้นที่ชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด เอาใจสายเฮลตี้แบบจัดเต็มกับสระว่ายน้ำ ลานโยคะ ลานวิ่งจ็อกกิ้ง ห้องซาวน่า ห้องสตีม ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน และเอาใจคนทำงานกับ Creative Space พื้นที่สำหรับปลดปล่อยไอเดียสร้างสรรค์ ต่อยอดความคิดในการทำงานได้อย่างไม่รู้จบ ขณะที่บนชั้นดาดฟ้าก็เต็มอิ่มไปด้วยพื้นที่สีเขียว ซึ่งสามารถนั่งพักผ่อนกับ Birdcage Cabana กระโจมทรงกรงนกที่ออกแบบอย่างประณีตให้นั่งชิว ชมวิวได้อย่างสบายตาสบายใจ รวมทั้งยังเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงทั้งน้องหมาและน้องแมว โดยอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์แสนรักได้บนพื้นที่  Pet Zone ที่ออกแบบโดยเฉพาะให้กับน้องหมาน้องแมวได้วิ่งเล่นอีกด้วย มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ เชื่อมต่อทุกการเดินทาง ใกล้ BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพียง 300 เมตร และใกล้ทางด่วนพิเศษศรีรัช เพียง 500 เมตร และไม่ไกลจากรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีพญาไท ห่างเพียง 1 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังรายล้อมไปด้วยโรงพยาบาลชื่อดังระดับประเทศ อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลพญาไท 2 อินเตอร์เนชั่นแนล, โรงพยาบาลศูนย์มะเร็งกรุงเทพ, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์, โรงพยาบาลพญาไท 1, โรงพยาบาลสงฆ์ และโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตลอดจนแวดล้อมไปด้วยสถาบันการศึกษาชั้นนำ อย่าง มหาวิทยาลัยมหิดล, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, โรงเรียนจิตรลดา, วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก และวิทยาลัยแพทย์พระมงกุฎเกล้า และที่สำคัญตัวโครงการยังตั้งอยู่ใจกลางแหล่งช็อปปิ้งที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพมหานคร อาทิ สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, มาบุญครอง (MBK), คิง พาวเวอร์ และเซ็นจูรี่ เดอะ มูฟวี่ พลาซ่า เป็นต้น   สัมผัสกับชีวิตที่สง่างามบนใจกลางทำเลอนุสาวรีย์ชัยฯ ได้แล้ววันนี้ที่ มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ บนซอยราชวิถี 7 คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ ความสูง 8 ชั้น จำนวน 171 ยูนิต โดยมีรูปแบบห้องพัก 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ ใช้สอย 27.00 – 29.34 ตร.ม. และ ขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 45.51 – 68.37 ตร.ม.   สนใจสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ www.mde.co.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่ Major Development Contact Center โทร. 02-116-1111          
โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดให้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ อย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนนี้

โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดให้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ อย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนนี้

โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ พร้อมเปิดตึกจริงให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับฟรีโฮลด์คอนโดมิเนียมอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ ด้วยบริการระดับพรีเมี่ยม ที่โครงการ ในวันที่ 17 และ 18 พฤศจิกายนนี้   โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ เป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมหนึ่งเดียวบนถนนเจริญนคร ที่ตั้งอยู่บนทำเล ที่เงียบสงบที่ดีที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา หาที่ไหนไม่ได้แล้วกับห้องพักทุกห้อง ที่ห่างจากแม่น้ำเพียง 16 เมตร ใช้เวลา 5 นาทีสู่ห้างไอคอนสยาม หรือเดินทางสะดวก 10 นาทีถึงถนนสาธร อีกทั้งยังมีรถไฟฟ้าสายสีทอง ผ่านหน้าโครงการ เชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS เข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่ายๆ เรียกได้ว่าอยู่ท่ามกลางความเจริญมากมาย แต่รับรู้ได้ถึงความเงียบสงบ ที่หาไม่ได้ในคอนโดทั่วไป อีกทั้งโครงการยังถูกออกแบบสไตล์ “Minimal” สะท้อนผ่าน สถาปัตยกรรมรูปแบบ “Interlocking” สูง 45 ชั้น ที่เผยให้เห็นถึงความสวยงามของตัวอาคารทรงครึ่งวงกลมให้ความรู้สึกโดดเด่น หรูหราแบบไร้กาลเวลา โครงการยังสะท้อนถึงความเงียบสงบด้วยสังคมส่วนตัว จำกัดเพียง 133 ยูนิต โดยมีจำนวนห้องพักต่อชั้นสูงสุดเพียงแค่ 4 ห้องเท่านั้น เสริมความเอ็กซ์คลูซีฟมากขึ้นด้วย private lift lobby  ที่ให้บริการ ความเป็นส่วนตัวกับทุกครอบครัว ภายใต้คอนเซปท์  “THE SANCTUARY FOR YOUR SOUL” คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์สุด Exclusive ไปกับบริการของโรงแรมระดับโลก ในการให้บริการในทุกๆ ด้านเพื่อความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัยที่เป็นเจ้าของบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Private Concierge ที่ได้รับการฝึกฝนเพื่อการบริการอันเป็นเลิศ มาตรฐานการให้บริการระดับโรงแรม 5 ดาว ตามแบบฉบับ Banyan Tree Global Standard ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัว  ที่พร้อมดูแล และมอบความสะดวกสบาย จนทำให้ทุกการใช้ชีวิตเป็นเรื่องง่ายดาย อีกทั้งลูกค้ายังสามารถเรียกใช้ บริการต่างๆจากโรงแรม Banyan Tree Bangkok อาทิ เรียกเทอราปิสมาทำสปาที่โครงการ ภายในห้อง Sanctuary Spa Room นอกจากนี้ผู้อยู่อาศัยยังได้รับพริวิลเลจต่างๆรอบโลกจาก Sanctuary Club และ Private Collection โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ สำหรับบริการเซอร์วิสต่างๆ รวมถึงการเข้าใช้บริการโรงแรม และที่พักในเครือ Banyan Tree  ทั่วโลกซึ่ง ทั้งหมดนี้คือ ประสบการณ์แห่งการพักผ่อนอย่างมีระดับ ตามแบบฉบับของบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ มีมูลค่าโครงการกว่า 6,500 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยต่อห้องราคาเริ่มต้น 28.8 ล้านบาท โดยโครงการเริ่มก่อสร้างปลายปี 2559 และเริ่มเปิดขาย อย่างเป็นทางการ มาตั้งแต่ปลายปี 2560 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จากทั้งลูกค้าชาวไทย และชาวต่างชาติ ปัจจุบันโครงการ ขายไปแล้วกว่า 60% ก่อนที่จะปิดการขายเพื่อก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จ   ปัจจุบันโครงการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเรียบร้อยของโครงการ นับว่าเป็นความใส่ใจในทุกรายละเอียด ของงานก่อสร้าง งานออกแบบ และการส่งมอบ ที่โครงการได้ตระหนักถึง เป็นอันดับแรก เพื่อเป็นการส่งมอบโครงการคุณภาพ และมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า   โครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ ขอเชิญให้ทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ “THE SANCTUARY FOR YOUR SOUL” ได้แล้วในงาน Exclusive Open House วันที่ 17-18 พฤศจิกายนนี้ พร้อมเปิดให้เข้าชมโครงการ สัมผัสกับวิวจริง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากห้องจริง  พร้อมประสบการณ์สุดพิเศษ อาทิ บริการเทอราปิส จากโรงแรมบันยันทรี, เปิดให้ชมครั้งแรกกับห้อง Old-Town View ที่วิวเห็นสายน้ำทอดยาว ผ่านวิถีเมืองอารยธรรมเก่าแก่ของกรุงเทพฯ, ห้องตกแต่งด้วย Poliform เฟอร์นิเจอร์ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สุดหรูจากอิตาลี ที่จะยกระดับการอยู่อาศัยให้เอ็กซ์คลูซีฟยิ่งขึ้น พร้อมรับส่วนลดมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 3.5 ล้านบาทสำหรับลูกค้าที่จองภายในงานเท่านั้น ลงทะเบียน และชมรายละเอียดโครงการได้ที่ http://www.banyantreeresidencesriversidebangkok.com/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  โทร 1787          
เปิด 6 มุมรอบบ้าน

เปิด 6 มุมรอบบ้าน "บ้านนวัต รามคำแหง 118" ไอเดียสร้างบ้านลักชัวรีอย่างมีนวัตกรรม เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการบ้านลักชัวรี่ให้เป็นบ้านยั่งยืน พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ เปิดตัวโครงการ บ้านนวัต รามคำแหง 118 บ้านนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Innovation for Sustainable Living) ที่นำเอาเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่มาหลอมรวมเป็นไอเดียสุดบรรเจิดในการดีไซน์ทุกมุมบ้านด้วยฟังก์ชั่นล้ำๆ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ผู้อาศัย   โดยบ้านทุกหลังในโครงการฯ ผ่านกระบวนการจัดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบาย ล้ำสมัย บำรุงรักษาง่าย เพื่อรองรับการอยู่ร่วมกันของคนทุกช่วงวัยภายในบ้าน รวมถึงผ่านกระบวนการคิดและออกแบบอย่างละเอียดให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ตัวบ้านถูกจัดวางให้สอดคล้องกับทิศทางลมและแดด การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ลดความร้อน อีกทั้งยังนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาอีกด้วย รวมๆ แล้วภายในบ้านมีจุดประหยัดพลังงานยั่งยืนถึง 6 จุดด้วยกัน   1.นวัตกรรมระบบปรับอากาศอัจฉริยะประหยัดพลังงาน หรือระบบ VRV เป็นระบบปรับอากาศที่แยกการทำงานโดยอิสระ แต่มีสมองกลควบคุมการทำงานให้มีการรักษาอุณหภูมิที่ตั้งของแต่ละห้องให้คงที่ และควบคุมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตามจำนวนห้องที่เปิดใช้จริง ซึ่งผลพลอยได้จากนำระบบ VRV (Variable Refrigerant Volume) มาใช้ คือคอนเด็นซิ่งยูนิตจะรวมติดตั้งอยู่เพียงจุดเดียวภายในบ้าน ทำให้บ้านมองดูสวยงาม ไม่มีจุดเกะกะให้สายตาให้หงุดหงิดใจ   2.นวัตกรรมการผลิตน้ำร้อนจากแอร์ ไอเดียจากภูมิปัญญาไทย ที่นำมาสู่การประหยัดพลังงานที่ยั่งยืน บ้านทุกหลังในโครงการจะได้น้ำร้อน  ใช้ฟรี!! ทันที ด้วยระบบผลิตน้ำร้อนภายในบ้านที่ไม่ได้ใช้พลังงาน อย่าง หม้อต้มน้ำร้อนสักนิด เพราะใช้พลังงานความร้อนที่ปล่อยจากเครื่องปรับอากาศมาผลิตน้ำร้อนใส่ถังเก็บรักษาอุณหภูมิ เพื่อปล่อยน้ำอุ่นๆ สู่ก๊อกน้ำต่างๆ ทั้งบ้าน ส่วนความร้อนจากระบบปรับอากาศที่เหลือใช้จากการทำน้ำร้อน จะถูกปล่อยลงสระว่ายน้ำ ในอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส ส่งผลให้น้ำในสระอุ่นกำลังดี   โดยประโยชน์ทางอ้อมของการนำความร้อนจากระบบปรับอากาศมาใช้ คือพัดลมตัวนอกของเครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ลดการเป่าลมร้อนโดยตรงออกสู่ระบบนิเวศ และใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลง   3.นวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ประหยัดค่าไฟอย่างยั่งยืน ขาดไม่ได้เลยในยุคนี้กับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อนำเอาพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้ามาใช้ภายในบ้าน โดยไฟฟ้าออกแบบให้รองรับการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดช่วงกลางวัน ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้อีกหนึ่งทาง   4.ระบบไฟฟ้าและกล้องวงจรปิดอัจริยะ เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์คนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี เจ้าของบ้านสามารถควบคุมระบบแสงสว่าง, ระบบปรับอากาศ, ระบบรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด ตลอดจนการควบคุมการเปิด-ปิด ประตูรั้วบ้าน ผ่านโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ใดในโลกใบนี้ นอกนั้น  นอกจากนั้น ยังเลือกใช้หลอดไฟประหยัดพลังงานทั้งหลัง เพื่อยืดอายุการใช้งาน ทั้งที่เป็นแบบโคมไฟสำหรับตั้งโต๊ะ หรือแบบติดเพดาน   5.นวัตกรรมระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติจากน้ำทิ้งที่บำบัดแล้ว เป็นวิธีที่รักษาระบบนิเวศให้สมดุล ด้วยระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศประสิทธิภาพสูง โดยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วได้วางระบบให้นำกลับมารดน้ำต้นไม้รอบๆ บ้านในเวลากลางคืนโดยอัตโนมัติ โดยแทบไม่มีการระบายน้ำทิ้งสู่ระบบระบายน้ำสาธารณะเลยที่ และเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายบ้านได้ อย่างประหยัด และไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อมอีกด้วย   6.นวัตกรรมผนังระบายอากาศช่วยให้บ้านเย็นสบาย กับการออกแบบ ผนัง 2 ชั้น ที่มีช่องระบายอากาศคั่นกลาง (Air Ventilation Gap)เพื่อการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม เพราะตัวผนังด้านใน ไม่ได้รับแสงโดยตรง ส่งผลทำให้บ้านไม่ร้อน และช่องว่างระหว่างผนัง ยังสามารถระบายอากาศ ลดความร้อน ช่วยให้บ้านเย็นสบาย   ผู้สนใจสามารถเข้าชมโครงการ บ้านนวัต รามคำแหง 118 (BAAN NAWAT RAMKHAMHAENG 118) ได้แล้ววันนี้ โครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ บนขนาดที่ดิน มีบ้านทั้งหมด 3 Type ได้แก่ 1.Type A พื้นที่ใช้สอย 557 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 120.8-166.4 ตร.ว. 2.Type B พื้นที่ใช้สอย 576 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 97.5-119.8 ตร.ว. และ 3. Type C พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 72.8-110.9 ตร.ว. ดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.premierassets.co.th หรือสอบถาม โทร.02 301 2888          
เตรียมพบกับคอนโดลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ที่สุดแห่งการพักผ่อนเสมือนอยู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว บนทำเลใจกลางเมืองเอกมัย-ทองหล่อ

เตรียมพบกับคอนโดลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ที่สุดแห่งการพักผ่อนเสมือนอยู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว บนทำเลใจกลางเมืองเอกมัย-ทองหล่อ

พฤกษา ผู้นำอันดับหนึ่งในวงการอสังหาฯ เตรียมงัดที่ดินแปลงสวยผืนสุดท้ายในซอยสุขุมวิท 61 เปิดคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” พร้อมสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยแห่งใหม่ ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว ด้วยพื้นที่สีเขียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในใจกลางทองหล่อ-เอกมัย ราคาเริ่มต้น 12-60 ล้านบาท นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ตลาดที่อยู่อาศัยในย่านสุขุมวิทยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยสูงมาก เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเป็นแหล่งงานที่มีศักยภาพ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยเป็นแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งแฮงค์เอ้าท์ของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว รวมถึงการเดินทางที่สะดวกทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน ส่งผลให้คอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิทยังเป็นที่ต้องการในลำดับต้นๆ ล่าสุดบริษัทฯ ได้กลับมาตอกย้ำความสำเร็จของโครงการ “เดอะรีเซิร์ฟ” โดยเตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ซึ่งเป็นที่ดินแปลงสวยผืนใหญ่กว่า 3 ไร่ครึ่ง ที่หาไม่ได้อีกแล้วในซอยสุขุมวิท 61 หากใครได้ครอบครองที่ดินผืนสุดท้ายนี้ ในอนาคตจะเพิ่มมูลค่าให้เจ้าได้ของอย่างแน่นอน นางอรนุช อิติโกศิน กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพรีเมียมแนวสูง บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ โครงการ “เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย ที่พร้อมจะมาสร้างประสบการณ์ใหม่แห่งการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เหมือนพักอยู่ในบ้านตากอากาศส่วนตัว ด้วยจำนวนเพียง 164 ยูนิต และพื้นที่ส่วนกลางที่ให้มากถึง 2 ไร่ ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในย่านนี้ ภายในโครงการเลือกใช้วัสดุที่เป็น Best-in-class ที่พฤกษาได้ใส่ใจและคัดสรรมาอย่างดีที่สุด พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ Infinite Pool สระว่ายน้ำที่ออกแบบให้สามารถว่ายน้ำได้อย่างไม่รู้จบ Hideaway Garden พร้อมต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ให้ความเป็นส่วนตัว ด้วยการแบ่ง Pocket Seat แยกไว้ Panoramic Lobby, The Reserve Lounge, Fitness Suite, Wellness Retreat & Onsen, Private Salon & Spa เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์ เป็นคอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร มูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาท ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 61 ซึ่งเป็นซอยที่ได้รับรางวัลซอยน่าอยู่ของ กทม. มีความสะอาด และเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ทั้งโรงเรียนนานาชาติ สถานทูต ร้านอาหาร โรงพยาบาลและซุปเปอร์มาร์เกตรวมถึงห้างสรรพสินค้าทั้งแบรนด์ในไทยและต่างชาติ โครงการมีแบบห้องให้เลือกถึง 5 แบบ พื้นที่ตั้งแต่ 48.40-228 ตร.ม. และห้องที่เป็นไฮไลท์ของโครงการนี้คือ ห้อง Triplex 3 ชั้น ขนาดเริ่มต้นที่ 206-228 ตร.ม. ที่วางตำแหน่งห้องหันเข้าคอร์ทกลางเพื่อการชมวิวสวนได้อย่างเต็มอิ่ม และยังสามารถเดินออกจากห้องพักผ่านประตูกระจกและลงบันไดไปยังสระว่ายน้ำได้ทันที พร้อมที่จอดรถส่วนตัว และห้องแม่บ้านที่ชั้นใต้ดิน ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 12-60 ล้านบาท เปิด Open House 10-11 พ.ย. นี้ สำหรับลูกค้าที่จองในงานรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 400,000 บาท สอบถามเพิ่มเติมโทร.1739 หรือ thereserve.pruksa.com          
ยิปซัม ตราช้าง อัด “โปรโมชั่นคนพันธุ์แกร่ง”  รับเสื้อยืดสุดเท่ 4 สี 4 แบบ

ยิปซัม ตราช้าง อัด “โปรโมชั่นคนพันธุ์แกร่ง” รับเสื้อยืดสุดเท่ 4 สี 4 แบบ

“ยิปซัม ตราช้าง” มอบข้อเสนอสุดพิเศษ “โปรโมชั่นคนพันธุ์แกร่ง” แถม เสื้อยืดแขนยาวสุดเท่เพื่อใส่รับลมหนาว เมื่อซื้อแผ่นยิปซัมตราช้าง ขนาด ขนาด 1200x2400 มม. ครบ 30 แผ่น รับทันทีเสื้อยืดแขนยาว 1 ตัว มีให้สะสม 4 สี 4 แบบ แดง เทา เขียวและน้ำเงิน สกรีนข้อความโดนใจ เรียบ, แน่น, แกร่ง, ทน เทียบได้กับคุณสมบัติเด่นของแผ่นยิปซัมตราช้าง มั่นใจด้วยแผ่นเรียบเนียน เนื้อแผ่นแน่นด้วยนาโนเทคโนโลยีการผลิตจากอเมริกา แข็งแกร่งทั่วแผ่นไม่แอ่นตัว และทนทานใช้งานได้นาน เตรียมสะสมให้ครบ 4 แบบ เพื่อใส่เท่กันทั่วหน้า เริ่มตั้งแต่ วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2561 หรือจนกว่าของแถมจะหมด ณ ร้านยิปซัมเอ็กซ์เพรส ผู้แทนจำหน่ายเอสซีจี และร้านขายวัสดุก่อสร้างชั้นนำทั่วประเทศ   สามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนยิปซัมตราช้าง โทร. 02-555-0000 หรือ www.siamgypsum.com หรือ facebook fanpage:@GypsumTraChangTH”          
โปรโมชั่น

โปรโมชั่น "โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม

บริษัท สิรยศ จำกัด ตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานยุคใหม่ เปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของโครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม บนทำเลศักยภาพห่างจากบีทีเอสสถานีแบริ่งเพียง 700 เมตร พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับห้องสตูดิโอด้วยราคา Pre-sale ที่ 1.69 ล้านบาท จัดเต็มกับแถมมากมายแบบ FULL SET ทั้งเครื่องปรับอากาศ และชุดเครื่องครัวเยอรมัน HAFELE พร้อม Top หินธรรมชาติ ไม่อยากพลาดของดี เตรียมพบกัน วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ณ สำนักงานขาย โครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) (ปากซอยสุขุมวิท 70/4 ตรงข้าม ซ.ลาซาล-BTS สถานีแบริ่ง ประตูทางออกที่ 2) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dolcecondo.com หรือ โทร.0-2117-3463-4 โครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) คอนโดมิเนียม ขนาด 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 178 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 430 ล้านบาท ตัวโครงการตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 105 ซอยลาซาล 7 เขตบางนา กทม. มีห้องหลากหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่แบบสตูดิโอ (Studio) ขนาดพื้นที่ 24.6 ตารางเมตร, แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 30.4 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 45.4 ตารางเมตร                    
“นายณ์ เอสเตท” เปิดชม “ควอร์เตอร์ 31” โครงการไฮเอนด์ใจกลางสุขุมวิท ครั้งแรก ชูแนวคิด “Luxury Urban Residences” ฉีกทุกกฎการอยู่อาศัยในรูปแบบเดิมๆ หลังเปิดพรีเซลด้วยยอดขายทะลุเป้ากว่า 450 ล้าน

“นายณ์ เอสเตท” เปิดชม “ควอร์เตอร์ 31” โครงการไฮเอนด์ใจกลางสุขุมวิท ครั้งแรก ชูแนวคิด “Luxury Urban Residences” ฉีกทุกกฎการอยู่อาศัยในรูปแบบเดิมๆ หลังเปิดพรีเซลด้วยยอดขายทะลุเป้ากว่า 450 ล้าน

“นายณ์ เอสเตท” ตอกย้ำความเป็นบริษัทชั้นนำในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี ที่โดดเด่นในเรื่องงานดีไซน์ ล่าสุดประกาศเปิดตัวโครงการ “ควอร์เตอร์ 31” ภายใต้แนวคิด “Luxury Urban Residences”ซูปเปอร์ลักชัวรีคลัสเตอร์โฮม ใจกลางสุขุมวิท ในราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท พร้อมลิฟต์ส่วนตัวและที่จอดรถ 4 คันในทุกยูนิต โดดเด่นด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกที่ล้ำสมัย แต่ยังคงให้ความสำคัญต่อแลนด์สเคปและพื้นที่สีเขียว ที่เชื่อมต่อพื้นที่บ้านและพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดให้เข้าชมโครงการฯ เป็นครั้งแรก  27-28 ต.ค.นี้  นายสุธี ลิมปนชัยพรกุล ประธานอำนวยการ บริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ทางบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการแนวราบอีก 1 โครงการ คือ โครงการควอร์เตอร์ 31 (Quarter 31) ลักชัวรีคลัสเตอร์ โฮมบนสุขุมวิท 31 จำนวน 20 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 915 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ “ควอร์เตอร์ คอลเลกชั่น” (Quarter Collection) โดยปัจจุบันภายใน “ควอร์เตอร์ คอลเลกชั่น” ประกอบด้วย 3 โครงการได้แก่ 1.โครงการควอร์เตอร์ ทองหล่อ (Quarter Thonglor) บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรีที่สามารถปิดการขายได้ตั้งแต่เปิดตัวโครงการ 2. โครงการควอร์เตอร์ 39 (Quarter 39) ลักชัวรีคลัสเตอร์โฮมในซอยสุขุมวิท 39 และ 3. โครงการควอร์เตอร์ 31 (Quarter 31) ซึ่งเป็นลักชัวรีคลัสเตอร์โฮมโครงการล่าสุด โครงการควอร์เตอร์ 31 (Quarter 31) ตั้งอยู่ในซอยสวัสดี (สุขุมวิท 31) บนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ ในรูปแบบทาวน์โฮมระดับซูปเปอร์ลักชัวรี 3.5 ชั้น จำนวน 20 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 45 ล้านบาท ประกอบด้วยบ้าน 2 แบบคือ แบบ A หน้ากว้าง 6.1 เมตร ขนาดที่ดิน 30-42 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 425 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ จำนวน 10 ยูนิต และแบบ B หน้ากว้าง 6.6 เมตร ขนาดที่ดิน 33-42 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 431 ตารางเมตร 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ จำนวน 10 ยูนิต   สำหรับความโดดเด่นของโครงการนี้ คือ การพัฒนาโครงการในรูปแบบของคลัสเตอร์โฮม ที่มีความโดดเด่นเรื่องความสวยงามทางสถาปัตยกรรมและการดีไซน์ผังโครงการที่เน้นการเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างบ้าน ไปยังพื้นที่ส่วนกลาง (Facilities) แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัว โดยดีไซน์ ที่จอดรถให้อยู่บริเวณชั้นใต้ติดทั้งหมดเป็นถนนกว้าง 6 เมตรเชื่อมต่อเข้าถึงทุกยูนิต และสามารถจอดรถได้ถึง 4 คันต่อยูนิต และทุกหลังมีลิฟต์ส่วนตัวในการเชื่อมต่อการเข้าบ้านตั้งแต่ชั้นใต้ดินไปถึงทุกชั้น ความพิเศษของชั้นจอดรถใต้ดินคือถูกออกแบบให้มีเฉพาะทางเดินรถเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้ชั้นที่เป็นพื้นดินมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น โดยดีไซน์ให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 1 ไร่ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 4x25 เมตร พร้อม Sun Deck ที่แวดล้อมด้วยสวนสวยจากไม้นานาชนิด ด้านการออกแบบในส่วนของตัวอาคาร เน้นออกแบบให้ที่ผู้อาศัยได้สัมผัสถึงความโปร่งโล่งสบาย เสมือนอยู่บ้านเดี่ยว ดังนั้นในส่วนของพื้นที่ห้องรับแขกจึงออกแบบความสูงของเพดานให้สูงถึง 6 เมตร (Double Volume) รองรับสายตาด้วยกระจกบานใหญ่เพื่อเชื่อมต่อแสงธรรมชาติ และพื้นที่สีเขียวกับห้องนั่งเล่นได้อย่างลงตัว พร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุเกรดพรีเมียมทุกหลัง ทั้งลิฟต์ส่วนตัวคุณภาพระดับเดียวกับอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 6 คน พร้อมกับชุดครัวแบรนด์ระดับโลกจากพ็อกเกนโพล Poggenpohl และเครื่องใช้ไฟฟ้าซีเมนส์ (Siemen) และยังพัฒนาการออกแบบให้ผนังบ้านแต่ละหลังให้มีช่องว่างตรงกลาง เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้พักอาศัยมากที่สุด นอกจากนี้ การเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางของโครงการก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เปิดประตูจากห้องรับแขกก็สามารถเดินออกไปใช้พื้นที่ส่วนกลางได้เลย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของรถที่ขับผ่านภายในโครงการเพราะพื้นที่ชั้นบนได้ถูกออกแบบให้เป็นเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น เพิ่มความสะดวกสบายในเรื่องการมาใช้ Facilities ทั้งสวนส่วนกลางและสระว่ายน้ำมากยิ่งขึ้น  ซึ่งนอกจากการดีไซน์ที่โดดเด่นแล้ว ยังโดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งกลางสุขุมวิทอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นใจกลาง CBD ของกรุงเทพ ใกล้เอ็มควอเทียร์ สามารถเดินทางเข้าออกได้หลายเส้นทางทั้งถนนสุขุมวิทและเพชรบุรี ทั้งยังสะดวกสบายด้านการเดินทางแบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีพร้อมพงษ์ เป็นต้น นายสุธี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการควอร์เตอร์ 31 จะเป็นอีกหนึ่งโครงการแห่งความภาคภูมิใจ ของบริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด  เหมือนดังเช่นโครงการอื่นๆ ที่ผ่านมา อาทิ โครงการควอร์เตอร์ 39 ที่สามารถคว้า 3 รางวัลใหญ่ระดับสากลจากเวที Asia Pacific Property Awards 2017-2018 ได้แก่ รางวัลชนะเลิศระดับห้าดาวการออกแบบสถาปัตยกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยม (Best Architecture Single Residence) รางวัลชนะเลิศระดับห้าดาวสาขาการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยม (Best Residential Landscape Architecture) และรางวัลชนะเลิศระดับห้าดาวโครงการที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยม (Best Property Single Unit) พร้อมได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อไปแข่งขันต่อในระดับโลกบนเวที International Property Awards 2017-2018 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ 2  โครงการที่ผ่านมา ภายใต้ ควอร์เตอร์ คอลเลกชั่น (Quarter Collection) ล้วนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งหมดเกิดจากที่เราพัฒนาสินค้าได้ตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเล ต้องยอมรับว่าราคาที่ดินในย่านสุขุมวิทมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้คอนโดมิเนียมในย่านนี้เติบโตอย่างรวดเร็วและมีราคาขายต่อตารางเมตรสูงมาก แต่ในความเป็นจริงคนส่วนใหญ่ก็ยังคงมีความต้องการอยู่บ้านมากกว่าคอนโดมิเนียม ประกอบกับงานออกแบบของเราที่แตกต่างจากโครงการอื่น จึงส่งผลให้ทั้ง 2 โครงการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และเรามั่นใจว่าโครงการที่ 3 คือ ควอร์เตอร์ 31 จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเช่นกัน เพราะนับตั้งแต่เราเปิดพรีเซลมาโดยยังไม่ได้เปิดให้เข้าชมโครงการเรามียอดขายไปกว่า 50% และเมื่อเปรียบเทียบแล้วจะพบว่าโครงการควอร์เตอร์ 31 คุ้มค่ามากทั้งในแง่การซื้ออยู่อาศัยเองเพื่อส่งต่อเป็นทรัพย์สินให้ลูกหลาน หรือซื้อเพื่อลงทุน เพราะได้ครอบครองทั้งที่ดินในย่านใจกลางเมืองที่นับวันราคาจะสูงขึ้นเรื่อยๆ และฟังก์ชั่นการออกแบบภายในบ้านระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของทุกคนในครอบครัวในสังคมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพียง 20 หลังเท่านั้น ที่สำคัญเมื่อเปรียบเทียบราคาขายต่อตารางเมตรกับคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่เปิดตัวตอนนี้ในย่านเดียวกัน ราคาขายเฉลี่ยอยู่ 300,000 บาทต่อตรม. ขึ้นไป ในขณะที่ ควอร์เตอร์ 31 มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100,000 กว่าบาทต่อตรม. นับเป็นความคุ้มค่าอย่างมาก สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของครอบครองบ้านหรูแนวคิดใหม่บนพื้นที่ Prime Location แห่งนี้ สามารถมาพบกันได้ในวันที่ 27-28 ต.ค.61 นี้ ที่โครงการ ควอร์เตอร์ 31 (Quarter 31) กับงาน Grand Opening ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมโครงการเป็นครั้งแรก  พร้อมรับสิทธิพิเศษ ณ วันงานมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท นายสุธี กล่าวปิดท้าย   สนใจนัดหมายเพื่อเยี่ยมชมโครงการ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 063-9969954 หรือ www.NyeEstate.com          
ศุภาลัย ลุยพัฒนาแบรนด์ ESSENCE ต่อเนื่อง กับโครงการศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง ชูความหลากหลายแบบบ้านและทำเลบางนา-ตราด

ศุภาลัย ลุยพัฒนาแบรนด์ ESSENCE ต่อเนื่อง กับโครงการศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง ชูความหลากหลายแบบบ้านและทำเลบางนา-ตราด

บมจ.ศุภาลัย เร่งเครื่องลุยพัฒนาแบรนด์แนวราบ “ESSENCE” ต่อเนื่อง เตรียมเปิดโครงการใหม่ “ศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง” เจาะตลาดระดับราคา 7 - 10 ล้านบาท บนทำเลคุณภาพใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย ตอบโจทย์ทุกการอยู่อาศัยของทุกคนในครอบครัว Pre-Sale 27-28 ตุลาคม 2561 นี้ ณ สำนักงานขาย นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีการพัฒนาแบบบ้านรูปแบบใหม่ 3 ชั้น ทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านรุ่นใหม่ พร้อมเปิดตัวแบรนด์แนวราบใหม่ภายใต้ชื่อ ESSENCE ประเดิมโครงการแรก ศุภาลัย เอสเซ้นส์ ลาดพร้าว ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย จนปัจจุบันสามารถกวาดยอดขายไปแล้วกว่า 65 % สำหรับไตรมาสสุดท้ายเตรียมเดินหน้าลุยแบรนด์  ESSENCE  อย่างต่อเนื่องกับ โครงการศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง นำผลิตภัณฑ์บ้านเดี่ยวและบ้านรุ่นใหม่ เพื่อเจาะตลาดระดับราคา 7 - 10 ล้านบาท ด้วยจุดเด่นความต่างของแบบบ้านแต่ละแบบที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยได้อย่างหลากหลาย บนทำเลศักยภาพย่านบางนา - ตราด ที่มีการคมนาคมเข้าเมืองสะดวกสบาย ทำเลของการพักอาศัยที่มีคุณภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน ศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง สร้างสรรค์โครงการบนพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ มูลค่าประมาณ 740 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “The Scent of Your Essence” สะท้อนทุกด้านที่เป็นตัวคุณ สัมผัสกับที่อยู่อาศัยแนวใหม่ในทำเลศักยภาพย่านบางนา - ตราด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจด้วยทำเลที่รายล้อมทั้งแหล่งธุรกิจและแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ในอนาคต พร้อมการคมนาคมที่สะดวกสบายเชื่อมต่อหลายเส้นทาง อาทิ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 28 ถนนวงแหวนรอบนอก และถนนบางนา - ตราด ใกล้ทางพิเศษบูรพาวิถีและทางด่วนด่านบางนา รองรับด้วยระบบรถไฟฟ้าถึง 3 สาย รถไฟฟ้า Airport Rail Link สถานีบ้านทับช้าง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีอุดม และ LRT บางนา - สุวรรณภูมิ (ในอนาคต) แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สวนหลวง ร.9 อิเกีย / เมกา บางนา พาราไดซ์ พาร์ค โรงเรียนนานาชาติ ชาร์เตอร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา โรงพยาบาลไทยนครินทร์ และสนามบินสุวรรณภูมิ  การออกแบบยังคงเอกลักษณ์ความเป็นบ้านที่ให้คุณอิสระกับความเป็นตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จที่ผสานทั้งความหรูหรา คุ้มค่า และความทันสมัยด้วยระบบ Home Automation อย่างลงตัว กับสังคมคุณภาพและเป็นส่วนตัวกับบ้านเพียง 86 หลังในโครงการ  พบกับบ้าน 3 ชั้น ที่ผสานฟังก์ชั่น การใช้งานภายในบ้านได้อย่างลงตัว  ในทุกพื้นที่และยังคงเอกลักษณ์การประหยัดพลังงาน ในราคาเริ่มต้นเพียง 7.3 ล้านบาท        บ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอยมากถึง 321 ตร.ม. 5 ห้องนอน 1 ห้องเก็บของ หรือปรับเปลี่ยนเป็นห้องแม่บ้าน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ พร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ “Grand Vertical Living Room” ห้องนั่งเล่นเพดานสูงถึง 6 เมตร  และบ้านรุ่นใหม่  พื้นที่ใช้สอย 243 ตร.ม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ มาพร้อมกับ “Sky Terrace” ระเบียงขนาดใหญ่ชั้น 2 สามารถปรับเปลี่ยนทั้งมุมพักผ่อนหรือมุมปาร์ตี้ตามสไตล์ที่เป็นคุณ เพียบพร้อมด้วย Facilities ต่างๆ อาทิ สวนส่วนกลางให้คุณร่มรื่นด้วยสวนสวยพร้อม Play zone สโมสร สระว่ายน้ำ (ระบบน้ำแร่) และฟิตเนส มั่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV ภายในโครงการ และเข้า - ออก ด้วยระบบ Easy Pass (เฉพาะลูกบ้าน) สัมผัสมิติใหม่ของที่อยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ ความคุ้มค่าที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ พบกันในงาน Pre-Sale 27-28 ตุลาคมนี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ณ สำนักขายโครงการ พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนและจองบ้านภายในงานรับเพิ่ม Samsung Galaxy Note 9 หรือ Gift Voucher Central มูลค่า 30,000 บาท สอบถามข้อมูลโทร. 1720 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.supalai.com
‘เอพี ไทยแลนด์’ จัดแคมเปญ “21 Destiny” เดินเกมรุกบุกตลาดแนวราบไตรมาส 4 เปิดจองทาวน์โฮมใหม่ 21 ทำเลพร้อมกัน พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษแรงเกินห้ามใจ

‘เอพี ไทยแลนด์’ จัดแคมเปญ “21 Destiny” เดินเกมรุกบุกตลาดแนวราบไตรมาส 4 เปิดจองทาวน์โฮมใหม่ 21 ทำเลพร้อมกัน พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษแรงเกินห้ามใจ

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนเมือง สานต่อความสำเร็จครั้งใหญ่จากยอดขายรวมแนวราบเครือเอพี โชว์ตัวเลขยอดขายแนวราบ 9 เดือน พุ่งแตะ 15,620 ล้านบาท โตกว่า 34%  ล่าสุด จัดแคมเปญใหญ่กระตุ้นตลาดทาวน์โฮมพร้อมอยู่ไตรมาส 4 อีกครั้ง ยกทัพทาวน์โฮมเครือเอพีแบรนด์ ‘บ้านกลางเมือง’ และ ‘พลีโน’ 21 โครงการใหม่ ชูไฮไลท์ ‘นวัตกรรมดีไซน์ และ สเปซฟังก์ชั่น’ การดีไซน์พื้นที่รองรับและตอบโจทย์การขยับขยายของครอบครัวเมืองในอนาคต เปิดจองครั้งแรกในราคาพรีเซล พิเศษส่วนลดสูงสุด 21 เท่า ราคาเริ่มต้น 1.99-9 ล้านบาท พร้อมจับมือพันธมิตรธุรกิจ ‘ธนาคารกสิกรไทย’ มอบข้อเสนอพิเศษทางการเงินที่ดีที่สุดแห่งปี-ดอกเบี้ยพิเศษ นาน 2 ปี และลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 100,000 บาท รวมทั้งสิทธิพิเศษอื่นๆ มากมาย สำหรับลูกค้าทาวน์โฮมเอพีที่จองซื้อในช่วงเวลาแคมเปญ 21 Destiny ระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคมนี้เท่านั้น ณ เซลล์ แกลเลอรี่ ‘บ้านกลางเมือง’ และ ‘พลีโน่’ รวม 21 โครงการใจกลางเมืองทั่วกรุงเทพฯ นายภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจแนวราบ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจบปี ความต้องการที่อยู่อาศัยใหม่พร้อมอยู่ของครอบครัวเมืองมีอยู่มาก โดยเฉพาะตลาดทาวน์โฮมระดับกลางบนถึงไฮเอนด์ ทำเลใจกลางเมืองเครือเอพีที่ยังคงได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการมุ่งสานต่อเป้าหมายในการรักษาความเป็นผู้นำตลาดทาวน์โฮมระดับกลางบนในเมือง เอพีจึงยกระดับการรุกตลาดมากขึ้น โดยคิดค้นและนำเสนอสินค้าทาวน์โฮมที่แตกต่าง ทั้งในเรื่องของโมเดลบ้านและจำนวนโครงการที่ครอบคลุมในทุกทำเลใจกลางและรอบกรุงเทพฯ เพื่อให้ทาวน์โฮมในเครือเอพีภายใต้แบรนด์ 'บ้านกลางเมือง' และ 'พลีโน่' เป็นคำตอบที่ดีที่สุดในทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งในเรื่องของโลเคชั่น คุณภาพของทาวน์โฮม สังคม นวัตกรรมดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานของพื้นที่ รวมถึงการให้บริการหลังการขาย”   “สำหรับแคมเปญ 21 Destiny วางเป้าหมายสำหรับลูกค้าครอบครัวเมืองที่มองหาทาวน์โฮมใหม่พร้อมอยู่ ทั้งในทำเลใจกลางเมืองและรอบกรุงเทพฯ โดยเราได้รวบรวมทาวน์โฮมเครือเอพี 21 โครงการใหม่ แบรนด์ ‘บ้านกลางเมือง-ไฮเอนด์ทาวน์โฮม 3 ชั้น’ (9 โครงการ) และ ‘พลีโน่-พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น’ (12 โครงการ) มาพร้อมคลับเฮ้าส์หรูบนที่สุดของทำเลศักยภาพ เชื่อมต่อรถไฟฟ้า ติดถนนใหญ่ และใกล้ทางด่วน ที่จะสามารถเติมเต็มรูปแบบชีวิตในฝันของคนเมือง นอกจากนี้ เอพียังคงเดินหน้าในการเป็นผู้นำตลาดที่ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาต่อยอดและนำเสนอความต่างในการพัฒนาทาวน์โฮมของเอพี กับทาวน์โฮมโมเดลใหม่ ทั้งในมิติของ ‘นวัตกรรมดีไซน์’ และ ‘สเปซฟังก์ชั่น’ ที่รองรับการขยับขยายของครอบครัวในอนาคต ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในเรื่องของพื้นที่ที่กว้างขวาง สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับการใช้งานตามความต้องการอย่างคุ้มค่า รวมถึงสังคมรอบข้างที่ดีที่สามารถเกิดขึ้นจากพื้นที่ส่วนกลางของโครงการที่พัฒนามาอย่างครบครันและสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยบ่มเพาะทักษะการเรียนรู้ และมนุษยสัมพันธ์ของสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวได้เป็นอย่างดี” นายภมร กล่าวเสริม “นอกจากจะพัฒนาพื้นที่ให้รองรับกับความต้องการของครอบครัวขยาย ทาวน์โฮมแบรนด์ ‘บ้านกลางเมือง’ และ ‘พลีโน่’ ของเอพี ยังถูกพัฒนาเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างในแต่ละโลเคชั่น เพราะเราเข้าใจถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน เราจึงตั้งใจพัฒนาสเปซฟังก์ชั่นให้ตรงกับความต้องการเพื่อให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วในทาวน์โฮมเครือเอพีสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างลงตัว และเข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคู่รักที่กำลังเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน ผู้ที่รักความสงบและความเป็นส่วนตัว และผู้ที่มองหาทำเลคุณภาพเพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย และเพื่อความสำเร็จของธุรกิจในอนาคต” นายภมร กล่าวสรุป   พลาดไม่ได้กับแคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “บ้านกลางเมือง-พลีโน่ 21 Destiny” เปิดจองทาวน์โฮมใหม่ 21 ทำเลพร้อมกัน ทั่วกรุงเทพฯ กับข้อเสนอพิเศษสุด คัดเฉพาะแปลงสวย พบราคาพรีเซล พร้อมส่วนลดสูงสุด 21 เท่า ลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 100,000 บาท และดอกเบี้ยพิเศษ นาน 2 ปี จากธนาคารกสิกรไทย สำหรับผู้ที่ยื่นขอกู้สินเชื่อบ้านกสิกรไทยตั้งแต่วันนี้และจดจำนองภายใน 28 ธันวาคม 2561 เท่านั้น และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย เฉพาะลูกค้าที่จองซื้อในวันที่ 27-28 ตุลาคมนี้ ณ เซลล์ แกลเลอรี่ ‘บ้านกลางเมือง’ และ ‘พลีโน่’ รวม 21 โครงการทั่วกรุงเทพฯ ราคาเริ่มต้น 1.99-9 ล้านบาท   โครงการที่เข้าร่วมแคมเปญ ’21 Destiny’ คัดสรรทาวน์โฮมบนสุดยอดทำเลที่ดีที่สุดทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 21 โครงการ ประกอบด้วย บ้านกลางเมือง ไฮเอนด์ทาวน์โฮม 3 ชั้น รวม 9 ทำเลไฮไลท์ ได้แก่ 1) บ้านกลางเมือง วัชรพล 2) บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์ 3) บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์ 4) บ้านกลางเมือง THE ERA ปิ่นเกล้า-จรัญฯ 5) บ้านกลางเมือง THE EDITION บางนา-วงแหวน 6) บ้านกลางเมือง THE EDITION บางนา-วงแหวน (Business District) 7) บ้านกลางเมือง THE EDITION พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา 8) บ้านกลางเมือง พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา และ 9) บ้านกลางเมือง THE EDITION พระราม 9-พัฒนาการ พลีโน่ พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น รวม 12 ทำเลไฮไลท์ ได้แก่ 1) พลีโน่ พหลโยธิน-วัชรพล 2 2) พลีโน่ รังสิตคลอง 4-วงแหวน 3) พลีโน่ รามอินทรา 4) พลีโน่  ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ 2 5) พลีโน่ ชัยพฤกษ์ 6) พลีโน่ เวสต์เกต 7) พลีโน่ ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์ 8) พลีโน่ ปิ่นเกล้า-จรัญฯ 9) พลีโน่ บางนา-อ่อนนุช 10) พลีโน่ พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา 11) พลีโน่ สุขสวัสดิ์ 70 และ 12) แกรนด์ พลีโน่ สุขสวัสดิ์-พระราม3    “เอพี ไทยแลนด์ กล้าที่จะแตกต่าง ผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยสำหรับคนเมือง”
ปักหมุด “โดว์เช่ ลาซาล” คอนโด Low Rise ใกล้ BTS แบริ่ง คอนโดสวย ทำเลเด่น ราคาดี ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันยันอนาคต

ปักหมุด “โดว์เช่ ลาซาล” คอนโด Low Rise ใกล้ BTS แบริ่ง คอนโดสวย ทำเลเด่น ราคาดี ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันยันอนาคต

โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม บนทำเลเด่นใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีแบริ่งตอบโจทย์คนวัยทำงานที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ที่ให้ความสะดวกสบายจากปัจจุบันไปยันอนาคตในราคาที่จับต้องได้ และอัดแน่นไปด้วยคุณภาพคับเพดาน ทั้งการออกแบบที่ลงดีเทลลึกตั้งแต่ ตัวอาคาร ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงล็อบบี้ และ Facilities ต่างๆ ไม่ว่าจะเดิน จะนั่ง ตรงไหนก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว และยังสบายตา เน้นย้ำ European Style ที่นับเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์โดว์เช่ (DOLCE) ซึ่งครั้งนี้ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE)ยังได้เพิ่มกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ French Classical เพื่อให้สอดคล้องกับสถานที่ตั้งซอยลาซาลอีกด้วย ในรูปแบบคอนโด Low Rise ความสูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร บนพื้นที่ทั้งหมด 568 ตารางวา (2,272 ตารางเมตร) และจำกัดความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 178 ยูนิตเท่านั้น ทำเลที่ตั้งซอยลาซาลนับว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ บริษัท สิรยศ จำกัด พิถีพิถันเลือกเป็นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ผู้พักอาศัยให้อยู่สะดวกสบายจากปัจจุบันไปยันอนาคต เพราะห่างจากสถานีแบริ่งเพียง 700 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้ กำลังจะเกิดโครงการบางกอก อารีน่า ขึ้น ซึ่งนับเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์แห่งใหม่ที่หลายคนรอคอย ทั้งในส่วนของไบเทคเอง หรือเซ็นทรัล บางนา ที่กำลังปรับปรุงใหม่ใหญ่มากๆ อีกทั้งยังใกล้โรงเรียนนานาชาติชั้นนำและโรงพยาบาลเอกชน และในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้ารถไฟฟ้ากำลังจะขยายไปถึงสมุทรปราการ เรียกว่าจะเดินทางเข้าเมืองก็ใกล้ อยากออกไปพักผ่อนนอกเมืองก็ไม่ไกล ถือเป็นทำเลที่ดีในปัจจุบันและอนาคตแน่นอน การออกแบบโครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) เป็นการต่อยอดมาจาก “โดว์เช่ อุดมสุข” ที่เน้นในเรื่องคุณภาพวัสดุ และคุณภาพชีวิตผู้พักอาศัยในคอนโดให้มีความสุข และสามารถอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งนับเป็นโครงการเดียวที่ได้รับรางวัลการันตีถึง 2 รางวัลจาก PEAT AWARDS 2018 (Property Export Awards Thailand 2018 by NIDA) คือ Best Luxury Low Rise Condominium และ Best Boutique Low Rise Condominium  ซึ่งความแตกต่าง คือ โดว์เช่ อุดมสุข เป็นสไตล์ อิตาเลี่ยน โมเดิร์น แต่สำหรับ โดว์เช่ ลาซาล จะมาในสไตล์ของสถาปัตยกรรม Modern French เข้ามาผสม เพื่อให้เข้ากับชื่อโครงการลาซาล พร้อมใส่รายละเอียดของหลายๆ ส่วนให้โมเดิร์นมากขึ้น ด้วยวัสดุคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น อาทิ หินธรรมชาติบน top ครัว หรือ top ในห้องน้ำ ฯลฯ ความโดดเด่นของตัวอาคารที่นอกจากจะให้ความรู้สึก Mood & Tone อบอุ่น น่าอยู่ด้วยแล้ว การวางผังอาคาร เป็นรูปตัวยู (U) บนพื้นที่โครงการ ซึ่งมองจากหน้าถนนก็จะเห็นว่าตัวอาคารมีความสง่างาม แต่จุดเด่นเบื้องลึกเบื้องหลังจริงๆ คือ ต้องการให้เกิดความลงตัวในส่วนของ Facilities เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งในเรื่องความเป็นส่วนตัวที่ไม่มีใครมองเห็นได้จากภายนอก ขณะเดียวกันเมื่ออยู่ภายในยังให้ความรู้สึกโอ่โถง มีความ  ผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้การวางผังเป็น Shape ตัวยู (U) ห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกจะเป็นห้องที่มองเห็นวิวสวยที่สุดในโครงการ ซึ่งจะมองเห็นทั้งสระว่ายน้ำและสวน โดยโครงการฯ ได้ยกระดับสวนชั้น 1 ขึ้นมาอีกระดับ เพื่อให้เชื่อมต่อกับ Facilities ระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 ให้ดูใหญ่และสวยงามขึ้น พื้นที่ใช้สอยภายในห้องพักต้องใช้งานได้ 100% โจทย์ของงานดีไซน์จึงต้องใช้ตำแหน่งเสา ขนาดเสา เรื่องของการวางห้องน้ำ ระยะของเสาที่วางเฟอร์นิเจอร์ได้ สามารถตกแต่งให้สวยงามและใช้เป็นฟังก์ชั่นได้ทั้งหมด ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่ดูสวยงามและจุได้เยอะ เพื่อประหยัดพื้นที่ ให้การใช้สอยพื้นที่ในทุกตางรางนิ้วเกิดประโยชน์สูงสุด การดีไซน์ฝ้าเพดานทุกห้องที่สูง 2.5 เมตร ซึ่งห้องตัวอย่างถูกจำลองมาจากไซส์จริง ไม่มีการลดขนาดตู้เพื่อให้ห้องกว้างขึ้น เพดานเท่าของจริง เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นภาพจริง หรือถ้าชื่นชอบสไตล์การตกแต่งห้องเหมือนห้องตัวอย่าง ก็สามารถนำไปตกแต่งได้เองจริงๆ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดเหล่านี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการฯ ขนาดห้องของโครงการฯ มี 3 ขนาด ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 75,000 บาท/ตารางเมตร เพื่อตอบสนองทุกๆ ความต้องการของลูกค้า ซึ่งรองรับได้ทั้งกลุ่มคนโสด และกลุ่มที่กำลังสร้างครอบครัวโดยแบ่งเป็น แบบสตูดิโอ (Studio) ขนาดพื้นที่ 24.6 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท เหมาะสำหรับ คนโสด หรือคนวัยทำงานที่รักความสงบ บนพื้นที่ใช้สอยของห้องที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป แต่ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายครบครัน แบบ 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ 30.4 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท เหมาะสำหรับคนที่กำลังขยับขยายครอบครัว เริ่มใช้ชีวิตหลังแต่งงาน หรือคนโสดขี้เหงา อยากพาเพื่อนมาแฮงค์เอ้าท์ปาร์ตี้ที่ห้องก็สะดวก พร้อมมุมผ่อนคลาย วิวสวยสบายอารมณ์ แบบ 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ 45.4 ตารางเมตร จำนวน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท ห้องขนาดใหญ่สุดของโครงการ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก มีพื้นที่ส่วนกลางเพื่อใช้เป็นห้องนั่งเล่น หรือทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุด อาทิ ทำกับข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ รวมถึงมุมวิวสวยที่วันไหนอยากจะฉีกไปปล่อยอารมณ์ชิลล์ๆ ลำพังก็ยังได้ Facilities คือจุดขายที่โดดเด่นของโครงการนี้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางได้อย่าง มีความสุขในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น Lobby & Library เปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนหย่อนใจไปกับหนังสือเล่มโปรดในห้องล็อบบี้ที่ดีไซน์ความลักซัวรี่ โดดเด่นไม่แพ้ห้องอื่นๆ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ 20 เมตร Workplace พื้นที่สำหรับการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ของคนทำงาน Fitness เอาใจคนรักสุขภาพด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายได้มาตรฐานที่ครบครัน นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ Game Room, Garden, Fiber Optic System, ลิฟต์ 2 ตัว, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., ระบบกล้องวงจรปิด CCTV, ระบบคีย์การ์ด, Laundry และ ที่จอดรถ 50% (ประมาณ 69 คัน) โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเพียง 75,000 บาทต่อตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์คนวัยทำงานที่มองหาที่อยู่อาศัยที่สามารถให้คำตอบในชีวิตได้ทั้งปัจจุบันและอนาคตอย่างแท้จริง ซึ่งโครงการฯ จะเปิดพรีเซล ณ สำนักงานขาย โดว์เช่ ลาซาล ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เริ่มก่อสร้างปลายปี 2561 นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2563 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dolcecondo.com  หรือ โทร.0-2117-3463-4  
บจก.สิรยศ รับสัญญาณบวกภาคธุรกิจอสังหาฯ ปักหมุดผุด “โดว์เช่ ลาซาล” (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดใกล้บีทีเอสแบริ่ง เน้นตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในราคาที่เอื้อมถึง

บจก.สิรยศ รับสัญญาณบวกภาคธุรกิจอสังหาฯ ปักหมุดผุด “โดว์เช่ ลาซาล” (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดใกล้บีทีเอสแบริ่ง เน้นตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในราคาที่เอื้อมถึง

บริษัท สิรยศ จำกัด เห็นแนวโน้มภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ส่งสัญญาณบวก พร้อมลุยตลาดไตรมาสสุดท้าย เล็งทำเลกรุงเทพฯ โซนฝั่งตะวันออก เปิดตัวโครงการ “โดว์เช่ ลาซาล” (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม บนทำเลเด่นใกล้บีทีเอสแบริ่ง มูลค่า 450 ล้านบาท ชูจุดเด่น ดีไซน์ ฟังก์ชั่น พร้อมเพิ่มสัดส่วน พื้นที่ส่วนกลาง หวังตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าวัยทำงาน ด้วยราคาเริ่มเพียง 75,000 บาท/ตารางเมตร มั่นใจในคุณภาพและราคา ตั้งเป้าโกยยอดขายได้ 50% ภายในต้นปีหน้านี้ คาดสามารถปิดการขายทั้งโครงการในอีก 2 ปี นายวิจาร คุปติพงศ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิรยศ จำกัด เปิดเผยว่า “ในปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทฯ เล็งเห็นสัญญาณที่ดีของตลาดอสังหาริมทรัพย์ตามแน้วโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งมีความคล่องตัวเพิ่มขึ้นกว่าช่วงปี 2559 โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สร้างแคมเปญต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายออกมาอย่างคึกคัก ขณะที่ตลาดของผู้ประกอบการรายย่อยนั้น เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่พักอาศัย ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุน ซึ่งนับเป็นผลดีกับทางผู้ประกอบการรายย่อย เพราะบริษัทฯ สามารถพัฒนาโครงการด้วยรายละเอียดที่พิถีพิถันได้มากกว่ารายใหญ่ที่ต้องพัฒนาหลากหลายโครงการออกมาพร้อมๆ กัน เหมือนกับการทำงานศิลปะที่ต้องใช้ความใส่ใจและความเข้าใจในผลงาน ซึ่งเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทำให้ผลประกอบการที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ดังเช่นโครงการ โดว์เช่ อุดมสุข (DOLCE UDOMSUK) โดยบริษัทฯ มียอดขายกว่า 95% ทั้งยังได้รับรางวัลการันตี PEAT AWARDS 2018 (Property Export Awards Thailand 2018 by NIDA) ซึ่งเป็นโครงการเดียวที่ได้รับ 2 รางวัล คือ Best Luxury Low Rise Condominium และ Best Boutique Low Rise Condominium”   “ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์เดียวกันคือ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE)  ที่ยังคงเน้นความใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกที่ดินที่มีศักยภาพทางทำเลที่สะดวกสบาย ครบครัน การเดินทางที่ห่างจากบีทีเอสสถานีแบริ่งเพียง 700 เมตร และใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดี รายล้อมไปด้วยความเจริญทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ตลอดจนการออกแบบดีไซน์ที่ลงรายละเอียด สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคำนึงถึงกำลังจ่ายเพื่อการซื้อที่พักอาศัยของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งยังคงเน้นความหรูหราและคุณภาพที่ดีเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ในราคาที่เหมาะสมเริ่มต้นไม่เกิน 2 ล้านบาทเท่านั้น” ขณะที่ นายวรพจน์ ลิ้นกนกรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิร์คสเปซอาร์คิเทกเจอร์สตูดิโอ จำกัด กล่าวถึงคอนเซ็ปต์การตกแต่งออกแบบโครงการโดว์เช่ ลาซาล ว่า “สไตล์การออกแบบยังคงเป็น Modern Classic ที่นับว่าเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดว์เช่ (DOLCE) โดยครั้งนี้เราได้ใส่กลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ French Classical เพื่อให้สอดคล้องกับสถานที่ตั้งซอยลาซาล สามารถอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยใช้วัสดุธรรมชาติจริง เช่น หินธรรมชาติบน top ครัว หรือ top ในห้องน้ำ พร้อมเติมเต็มพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือยาวกว่า 20 เมตร, Stream แยกชาย-หญิง, Lobby, Library, Game Room, Work-Place เพื่อตอบสนองคนทำงานที่สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ฯลฯ ด้วยคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยเป็นปัจจัยหลัก ทำให้เป็นการออกแบบของเราเน้นที่การให้สัดส่วนพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าโครงการที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่จอดรถ ที่สูงถึง 50% นับว่าสูงมากกว่าคอนโดในย่านนี้เป็นส่วนใหญ่” “โครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) มูลค่ารวมกว่า 450 ล้านบาท มีจำนวนยูนิตไม่มากนักเพียง 178 ยูนิต ราคาเฉลี่ย ณ วันเปิดตัวอยู่ที่ 75,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น ซึ่งโครงการฯ มีห้องหลากหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่แบบสตูดิโอ (Studio) ขนาดพื้นที่ 24.6 ตารางเมตร, แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 30.4 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 45.4 ตารางเมตร เพื่อตอบสนองทุกๆ ความต้องการของลูกค้า ซึ่งรองรับได้ทั้งกลุ่มคนโสด และกลุ่มที่กำลังสร้างครอบครัว โดยเบื้องต้นบริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขาย 50 % ภายในต้นปี 2562 และคาดว่าจะปิดการขายโครงการภายในปี 2563” นายวิจาร คุปติพงศ์กุล กล่าวในที่สุด ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเปิดพรีเซลในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้  โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มคนทำงานยุคใหม่อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 25 – 40 ปีที่มีกำลังซื้อคอนโดฯ ในราคาเริ่มต้นไม่เกิน 2 ล้านบาท คาดว่าในวันเปิดพรีเซลจะมียอดขายกว่า 40% สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dolcecondo.com  หรือโทร. 0-2117-3463-4
ศุภาลัย ปลื้มยอดขายคอนโดฯ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง รอบ Online Booking SOLD OUT 100% พร้อม Pre-Sale 28-30 ก.ย.นี้

ศุภาลัย ปลื้มยอดขายคอนโดฯ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง รอบ Online Booking SOLD OUT 100% พร้อม Pre-Sale 28-30 ก.ย.นี้

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) โดย นางสาวบุศรินทร์  รุ่งรัตนกุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและขาย ขอขอบคุณทุกการตอบรับอย่างล้นหลามจากการเปิดจองคอนโดฯ โครงการ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง ผ่านช่องทาง “Supalai Online Booking” เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจองห้องชุดให้หลากหลายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Active โดยสร้างปรากฎกาณ์ปิดยอดขาย Online Booking Sold Out 100% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขาย ภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง ถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจาก ลูกค้าจำนวนมากให้ความสนใจและต้องการซื้อตั้งแต่ทราบข่าวการพัฒนาโครงการศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง ทั้งจุดเด่นด้านทำเล และอยู่ติดรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม 0 เมตร สถานีราชมังคลาฯ งานนี้ใครพลาดจองรอบ Online Booking ยังมียูนิตที่สวยงามรอผู้สนใจมาเป็นเจ้าของห้องชุดโครงการแห่งนี้ พบกันที่งาน Pre-Sale อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 - 30 กันยายน 2561 ณ Sales Gallery โครงการศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง ACTIVE CONDOMINIUM แห่งแรกบนถนนรามคำแหง - หัวหมาก ภายใต้แนวคิด “ไปให้สุด…ทุกการใช้ชีวิต” ติดรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม 0 เมตร สถานีราชมังคลาฯ ราคาเริ่ม 1.89 ล้านบาท โดยต้องลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ www.supalai.com/verandaram หรือสอบถามข้อมูลโทร. 1720
เมกาโฮม จัดแคมเปญ “ซื้อไฟตกแต่งและงานระบบไฟฟ้า..รับเพิ่ม 4 คุ้ม”  ตอกย้ำคอนเซปต์ ถูกใจช่างและคนทำบ้านตัวจริง  หมดเขต 30 พ.ค. นี้เท่านั้น

เมกาโฮม จัดแคมเปญ “ซื้อไฟตกแต่งและงานระบบไฟฟ้า..รับเพิ่ม 4 คุ้ม” ตอกย้ำคอนเซปต์ ถูกใจช่างและคนทำบ้านตัวจริง หมดเขต 30 พ.ค. นี้เท่านั้น

“เมกาโฮม" ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง และของใช้ในบ้านครบวงจร รวบรวมสินค้าในแผนกไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น สายไฟ และอุปกรณ์ หลอดไฟ โคมไฟ ร่วมจัดแคมเปญ “ซื้อไฟตกแต่งและงานระบบไฟฟ้า..รับเพิ่ม 4 คุ้ม” ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ “ถูกใจช่างและคนทำบ้านตัวจริง” คุ้มที่ 1 ซื้อสินค้าครบ 5,000 บาทขึ้นไป รับคูปองส่วนลด 300 บาท (ใช้เป็นส่วนลดในครั้งถัดไป) คุ้มที่ 2 ซื้อสินค้าแบรนด์เดียวกัน ที่ร่วมรายการ ครบทุก 6,000 บาท รับส่วนลดทันที 200 บาท คุ้มที่ 3 ทุกๆ 8,000 บาท รับส่วนลดอีกทันที 250 บาท และจัดหนักกับคุ้มที่ 4 สะสมยอดซื้อตั้งแต่วันนี้ - 30 พ.ค. 61 รับสร้อยคอทองคำ สูงสุด 1 บาท อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ ที่เมกาโฮม จัดให้สุดคุ้ม.. หมดเขต 30 พ.ค. นี้เท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกบริการลูกค้า ณ เมกาโฮม ทุกสาขา หรือดูโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ www.megahome.co.th หรือ fb page : MegahomeCenter Line@ : @megahome
‘บ้านเดี่ยวเอพี’ จับมือ ‘กสิกรไทย’ จัดแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’ ผ่อนสบาย ลุ้น “เบนซ์ป้ายแดง”และที่สุดของข้อเสนอไร้ขีดจำกัด มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท

‘บ้านเดี่ยวเอพี’ จับมือ ‘กสิกรไทย’ จัดแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’ ผ่อนสบาย ลุ้น “เบนซ์ป้ายแดง”และที่สุดของข้อเสนอไร้ขีดจำกัด มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท

  บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สำหรับคนเมือง นำโดย นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว จัดแคมเปญใหญ่ในรอบปี ‘ULTIMATE PRIZE’ กับกองทัพบ้านเดี่ยวพร้อมอยู่ภายใต้แบรนด์ CENTRO, THE CITY, MIND และ THE PALAZZO กว่า 25 โครงการ ราคาเริ่มต้นที่ 4.99 – 35 ล้านบาท มอบที่สุดของข้อเสนอไร้ขีดจำกัดมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท พร้อมดีลพิเศษทางการเงินจากธนาคารกสิกรไทย รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.75%  ในปีแรก พร้อมผ่อนเพียงล้านละ1,000 บาทต่อเดือน พิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อในระยะเวลาแคมเปญ ลุ้นรับ รับ Mercedes-Benz GLA ร่วมพิสูจน์  ความยิ่งใหญ่ของแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’ ได้แล้ววันนี้ – 17 มิถุนายนนี้เท่านั้น พบกับข้อเสนอพิเศษนี้ได้ที่ Sales Gallery ของโครงการที่ร่วมรายการ

1 2