รวม Presale

 

รวม Presaleแนะนำ

ปักหมุด “โดว์เช่ ลาซาล” คอนโด Low Rise ใกล้ BTS แบริ่ง คอนโดสวย ทำเลเด่น ราคาดี ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันยันอนาคต

โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม บนทำเลเด่นใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีแบริ่งตอบโจทย์คนวัยทำงานที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ที่ให้ความสะดวกสบายจากปัจจุบันไปยันอนาคตในราคาที่จับต้องได้ และอัดแน่นไปด้วยคุณภาพคับเพดาน ทั้งการออกแบบที่ลงดีเทลลึกตั้งแต่ ตัวอาคาร ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงล็อบบี้ และ Facilities ต่างๆ ไม่ว่าจะเดิน จะนั่ง ตรงไหนก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว และยังสบายตา เน้นย้ำ European Style ที่นับเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์โดว์เช่ (DOLCE) ซึ่งครั้งนี้ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE)ยังได้เพิ่มกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ French Classical เพื่อให้สอดคล้องกับสถานที่ตั้งซอยลาซาลอีกด้วย ในรูปแบบคอนโด Low Rise ความสูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร บนพื้นที่ทั้งหมด 568 ตารางวา (2,272 ตารางเมตร) และจำกัดความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 178 ยูนิตเท่านั้น ทำเลที่ตั้งซอยลาซาลนับว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ บริษัท สิรยศ จำกัด พิถีพิถันเลือกเป็นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ผู้พักอาศัยให้อยู่สะดวกสบายจากปัจจุบันไปยันอนาคต เพราะห่างจากสถานีแบริ่งเพียง 700 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้ กำลังจะเกิดโครงการบางกอก อารีน่า ขึ้น ซึ่งนับเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์แห่งใหม่ที่หลายคนรอคอย ทั้งในส่วนของไบเทคเอง หรือเซ็นทรัล บางนา ที่กำลังปรับปรุงใหม่ใหญ่มากๆ อีกทั้งยังใกล้โรงเรียนนานาชาติชั้นนำและโรงพยาบาลเอกชน และในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้ารถไฟฟ้ากำลังจะขยายไปถึงสมุทรปราการ เรียกว่าจะเดินทางเข้าเมืองก็ใกล้ อยากออกไปพักผ่อนนอกเมืองก็ไม่ไกล ถือเป็นทำเลที่ดีในปัจจุบันและอนาคตแน่นอน การออกแบบโครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) เป็นการต่อยอดมาจาก “โดว์เช่ อุดมสุข” ที่เน้นในเรื่องคุณภาพวัสดุ และคุณภาพชีวิตผู้พักอาศัยในคอนโดให้มีความสุข และสามารถอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งนับเป็นโครงการเดียวที่ได้รับรางวัลการันตีถึง 2 รางวัลจาก PEAT AWARDS 2018 (Property Export Awards Thailand 2018 by NIDA) คือ Best Luxury Low Rise Condominium และ Best Boutique Low Rise Condominium  ซึ่งความแตกต่าง คือ โดว์เช่ อุดมสุข เป็นสไตล์ อิตาเลี่ยน โมเดิร์น แต่สำหรับ โดว์เช่ ลาซาล จะมาในสไตล์ของสถาปัตยกรรม Modern French เข้ามาผสม เพื่อให้เข้ากับชื่อโครงการลาซาล พร้อมใส่รายละเอียดของหลายๆ ส่วนให้โมเดิร์นมากขึ้น ด้วยวัสดุคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น อาทิ หินธรรมชาติบน top ครัว หรือ top ในห้องน้ำ ฯลฯ ความโดดเด่นของตัวอาคารที่นอกจากจะให้ความรู้สึก Mood & Tone อบอุ่น น่าอยู่ด้วยแล้ว การวางผังอาคาร เป็นรูปตัวยู (U) บนพื้นที่โครงการ ซึ่งมองจากหน้าถนนก็จะเห็นว่าตัวอาคารมีความสง่างาม แต่จุดเด่นเบื้องลึกเบื้องหลังจริงๆ คือ ต้องการให้เกิดความลงตัวในส่วนของ Facilities เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งในเรื่องความเป็นส่วนตัวที่ไม่มีใครมองเห็นได้จากภายนอก ขณะเดียวกันเมื่ออยู่ภายในยังให้ความรู้สึกโอ่โถง มีความ  ผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้การวางผังเป็น Shape ตัวยู (U) ห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกจะเป็นห้องที่มองเห็นวิวสวยที่สุดในโครงการ ซึ่งจะมองเห็นทั้งสระว่ายน้ำและสวน โดยโครงการฯ ได้ยกระดับสวนชั้น 1 ขึ้นมาอีกระดับ เพื่อให้เชื่อมต่อกับ Facilities ระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 ให้ดูใหญ่และสวยงามขึ้น พื้นที่ใช้สอยภายในห้องพักต้องใช้งานได้ 100% โจทย์ของงานดีไซน์จึงต้องใช้ตำแหน่งเสา ขนาดเสา เรื่องของการวางห้องน้ำ ระยะของเสาที่วางเฟอร์นิเจอร์ได้ สามารถตกแต่งให้สวยงามและใช้เป็นฟังก์ชั่นได้ทั้งหมด ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่ดูสวยงามและจุได้เยอะ เพื่อประหยัดพื้นที่ ให้การใช้สอยพื้นที่ในทุกตางรางนิ้วเกิดประโยชน์สูงสุด การดีไซน์ฝ้าเพดานทุกห้องที่สูง 2.5 เมตร ซึ่งห้องตัวอย่างถูกจำลองมาจากไซส์จริง ไม่มีการลดขนาดตู้เพื่อให้ห้องกว้างขึ้น เพดานเท่าของจริง เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นภาพจริง หรือถ้าชื่นชอบสไตล์การตกแต่งห้องเหมือนห้องตัวอย่าง ก็สามารถนำไปตกแต่งได้เองจริงๆ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดเหล่านี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการฯ ขนาดห้องของโครงการฯ มี 3 ขนาด ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 75,000 บาท/ตารางเมตร เพื่อตอบสนองทุกๆ ความต้องการของลูกค้า ซึ่งรองรับได้ทั้งกลุ่มคนโสด และกลุ่มที่กำลังสร้างครอบครัวโดยแบ่งเป็น แบบสตูดิโอ (Studio) ขนาดพื้นที่ 24.6 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท เหมาะสำหรับ คนโสด หรือคนวัยทำงานที่รักความสงบ บนพื้นที่ใช้สอยของห้องที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป แต่ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายครบครัน แบบ 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ 30.4 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท เหมาะสำหรับคนที่กำลังขยับขยายครอบครัว เริ่มใช้ชีวิตหลังแต่งงาน หรือคนโสดขี้เหงา อยากพาเพื่อนมาแฮงค์เอ้าท์ปาร์ตี้ที่ห้องก็สะดวก พร้อมมุมผ่อนคลาย วิวสวยสบายอารมณ์ แบบ 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ 45.4 ตารางเมตร จำนวน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท ห้องขนาดใหญ่สุดของโครงการ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก มีพื้นที่ส่วนกลางเพื่อใช้เป็นห้องนั่งเล่น หรือทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุด อาทิ ทำกับข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ รวมถึงมุมวิวสวยที่วันไหนอยากจะฉีกไปปล่อยอารมณ์ชิลล์ๆ ลำพังก็ยังได้ Facilities คือจุดขายที่โดดเด่นของโครงการนี้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางได้อย่าง มีความสุขในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น Lobby & Library เปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนหย่อนใจไปกับหนังสือเล่มโปรดในห้องล็อบบี้ที่ดีไซน์ความลักซัวรี่ โดดเด่นไม่แพ้ห้องอื่นๆ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ 20 เมตร Workplace พื้นที่สำหรับการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ของคนทำงาน Fitness เอาใจคนรักสุขภาพด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายได้มาตรฐานที่ครบครัน นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ Game Room, Garden, Fiber Optic System, ลิฟต์ 2 ตัว, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., ระบบกล้องวงจรปิด CCTV, ระบบคีย์การ์ด, Laundry และ ที่จอดรถ 50% (ประมาณ 69 คัน) โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเพียง 75,000 บาทต่อตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์คนวัยทำงานที่มองหาที่อยู่อาศัยที่สามารถให้คำตอบในชีวิตได้ทั้งปัจจุบันและอนาคตอย่างแท้จริง ซึ่งโครงการฯ จะเปิดพรีเซล ณ สำนักงานขาย โดว์เช่ ลาซาล ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เริ่มก่อสร้างปลายปี 2561 นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2563 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dolcecondo.com  หรือ โทร.0-2117-3463-4  

รวม Presaleล่าสุด

1
ปักหมุด “โดว์เช่ ลาซาล” คอนโด Low Rise ใกล้ BTS แบริ่ง คอนโดสวย ทำเลเด่น ราคาดี ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันยันอนาคต

ปักหมุด “โดว์เช่ ลาซาล” คอนโด Low Rise ใกล้ BTS แบริ่ง คอนโดสวย ทำเลเด่น ราคาดี ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันยันอนาคต

โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม บนทำเลเด่นใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีแบริ่งตอบโจทย์คนวัยทำงานที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ที่ให้ความสะดวกสบายจากปัจจุบันไปยันอนาคตในราคาที่จับต้องได้ และอัดแน่นไปด้วยคุณภาพคับเพดาน ทั้งการออกแบบที่ลงดีเทลลึกตั้งแต่ ตัวอาคาร ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงล็อบบี้ และ Facilities ต่างๆ ไม่ว่าจะเดิน จะนั่ง ตรงไหนก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว และยังสบายตา เน้นย้ำ European Style ที่นับเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์โดว์เช่ (DOLCE) ซึ่งครั้งนี้ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE)ยังได้เพิ่มกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ French Classical เพื่อให้สอดคล้องกับสถานที่ตั้งซอยลาซาลอีกด้วย ในรูปแบบคอนโด Low Rise ความสูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร บนพื้นที่ทั้งหมด 568 ตารางวา (2,272 ตารางเมตร) และจำกัดความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 178 ยูนิตเท่านั้น ทำเลที่ตั้งซอยลาซาลนับว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ บริษัท สิรยศ จำกัด พิถีพิถันเลือกเป็นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ผู้พักอาศัยให้อยู่สะดวกสบายจากปัจจุบันไปยันอนาคต เพราะห่างจากสถานีแบริ่งเพียง 700 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้ กำลังจะเกิดโครงการบางกอก อารีน่า ขึ้น ซึ่งนับเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์แห่งใหม่ที่หลายคนรอคอย ทั้งในส่วนของไบเทคเอง หรือเซ็นทรัล บางนา ที่กำลังปรับปรุงใหม่ใหญ่มากๆ อีกทั้งยังใกล้โรงเรียนนานาชาติชั้นนำและโรงพยาบาลเอกชน และในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้ารถไฟฟ้ากำลังจะขยายไปถึงสมุทรปราการ เรียกว่าจะเดินทางเข้าเมืองก็ใกล้ อยากออกไปพักผ่อนนอกเมืองก็ไม่ไกล ถือเป็นทำเลที่ดีในปัจจุบันและอนาคตแน่นอน การออกแบบโครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) เป็นการต่อยอดมาจาก “โดว์เช่ อุดมสุข” ที่เน้นในเรื่องคุณภาพวัสดุ และคุณภาพชีวิตผู้พักอาศัยในคอนโดให้มีความสุข และสามารถอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งนับเป็นโครงการเดียวที่ได้รับรางวัลการันตีถึง 2 รางวัลจาก PEAT AWARDS 2018 (Property Export Awards Thailand 2018 by NIDA) คือ Best Luxury Low Rise Condominium และ Best Boutique Low Rise Condominium  ซึ่งความแตกต่าง คือ โดว์เช่ อุดมสุข เป็นสไตล์ อิตาเลี่ยน โมเดิร์น แต่สำหรับ โดว์เช่ ลาซาล จะมาในสไตล์ของสถาปัตยกรรม Modern French เข้ามาผสม เพื่อให้เข้ากับชื่อโครงการลาซาล พร้อมใส่รายละเอียดของหลายๆ ส่วนให้โมเดิร์นมากขึ้น ด้วยวัสดุคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น อาทิ หินธรรมชาติบน top ครัว หรือ top ในห้องน้ำ ฯลฯ ความโดดเด่นของตัวอาคารที่นอกจากจะให้ความรู้สึก Mood & Tone อบอุ่น น่าอยู่ด้วยแล้ว การวางผังอาคาร เป็นรูปตัวยู (U) บนพื้นที่โครงการ ซึ่งมองจากหน้าถนนก็จะเห็นว่าตัวอาคารมีความสง่างาม แต่จุดเด่นเบื้องลึกเบื้องหลังจริงๆ คือ ต้องการให้เกิดความลงตัวในส่วนของ Facilities เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งในเรื่องความเป็นส่วนตัวที่ไม่มีใครมองเห็นได้จากภายนอก ขณะเดียวกันเมื่ออยู่ภายในยังให้ความรู้สึกโอ่โถง มีความ  ผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้การวางผังเป็น Shape ตัวยู (U) ห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกจะเป็นห้องที่มองเห็นวิวสวยที่สุดในโครงการ ซึ่งจะมองเห็นทั้งสระว่ายน้ำและสวน โดยโครงการฯ ได้ยกระดับสวนชั้น 1 ขึ้นมาอีกระดับ เพื่อให้เชื่อมต่อกับ Facilities ระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 ให้ดูใหญ่และสวยงามขึ้น พื้นที่ใช้สอยภายในห้องพักต้องใช้งานได้ 100% โจทย์ของงานดีไซน์จึงต้องใช้ตำแหน่งเสา ขนาดเสา เรื่องของการวางห้องน้ำ ระยะของเสาที่วางเฟอร์นิเจอร์ได้ สามารถตกแต่งให้สวยงามและใช้เป็นฟังก์ชั่นได้ทั้งหมด ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่ดูสวยงามและจุได้เยอะ เพื่อประหยัดพื้นที่ ให้การใช้สอยพื้นที่ในทุกตางรางนิ้วเกิดประโยชน์สูงสุด การดีไซน์ฝ้าเพดานทุกห้องที่สูง 2.5 เมตร ซึ่งห้องตัวอย่างถูกจำลองมาจากไซส์จริง ไม่มีการลดขนาดตู้เพื่อให้ห้องกว้างขึ้น เพดานเท่าของจริง เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นภาพจริง หรือถ้าชื่นชอบสไตล์การตกแต่งห้องเหมือนห้องตัวอย่าง ก็สามารถนำไปตกแต่งได้เองจริงๆ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดเหล่านี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการฯ ขนาดห้องของโครงการฯ มี 3 ขนาด ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 75,000 บาท/ตารางเมตร เพื่อตอบสนองทุกๆ ความต้องการของลูกค้า ซึ่งรองรับได้ทั้งกลุ่มคนโสด และกลุ่มที่กำลังสร้างครอบครัวโดยแบ่งเป็น แบบสตูดิโอ (Studio) ขนาดพื้นที่ 24.6 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท เหมาะสำหรับ คนโสด หรือคนวัยทำงานที่รักความสงบ บนพื้นที่ใช้สอยของห้องที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป แต่ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายครบครัน แบบ 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ 30.4 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท เหมาะสำหรับคนที่กำลังขยับขยายครอบครัว เริ่มใช้ชีวิตหลังแต่งงาน หรือคนโสดขี้เหงา อยากพาเพื่อนมาแฮงค์เอ้าท์ปาร์ตี้ที่ห้องก็สะดวก พร้อมมุมผ่อนคลาย วิวสวยสบายอารมณ์ แบบ 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ 45.4 ตารางเมตร จำนวน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท ห้องขนาดใหญ่สุดของโครงการ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก มีพื้นที่ส่วนกลางเพื่อใช้เป็นห้องนั่งเล่น หรือทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุด อาทิ ทำกับข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ รวมถึงมุมวิวสวยที่วันไหนอยากจะฉีกไปปล่อยอารมณ์ชิลล์ๆ ลำพังก็ยังได้ Facilities คือจุดขายที่โดดเด่นของโครงการนี้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางได้อย่าง มีความสุขในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น Lobby & Library เปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนหย่อนใจไปกับหนังสือเล่มโปรดในห้องล็อบบี้ที่ดีไซน์ความลักซัวรี่ โดดเด่นไม่แพ้ห้องอื่นๆ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ 20 เมตร Workplace พื้นที่สำหรับการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ของคนทำงาน Fitness เอาใจคนรักสุขภาพด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายได้มาตรฐานที่ครบครัน นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ Game Room, Garden, Fiber Optic System, ลิฟต์ 2 ตัว, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., ระบบกล้องวงจรปิด CCTV, ระบบคีย์การ์ด, Laundry และ ที่จอดรถ 50% (ประมาณ 69 คัน) โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเพียง 75,000 บาทต่อตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์คนวัยทำงานที่มองหาที่อยู่อาศัยที่สามารถให้คำตอบในชีวิตได้ทั้งปัจจุบันและอนาคตอย่างแท้จริง ซึ่งโครงการฯ จะเปิดพรีเซล ณ สำนักงานขาย โดว์เช่ ลาซาล ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เริ่มก่อสร้างปลายปี 2561 นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2563 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dolcecondo.com  หรือ โทร.0-2117-3463-4  
บจก.สิรยศ รับสัญญาณบวกภาคธุรกิจอสังหาฯ ปักหมุดผุด “โดว์เช่ ลาซาล” (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดใกล้บีทีเอสแบริ่ง เน้นตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในราคาที่เอื้อมถึง

บจก.สิรยศ รับสัญญาณบวกภาคธุรกิจอสังหาฯ ปักหมุดผุด “โดว์เช่ ลาซาล” (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดใกล้บีทีเอสแบริ่ง เน้นตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในราคาที่เอื้อมถึง

บริษัท สิรยศ จำกัด เห็นแนวโน้มภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ส่งสัญญาณบวก พร้อมลุยตลาดไตรมาสสุดท้าย เล็งทำเลกรุงเทพฯ โซนฝั่งตะวันออก เปิดตัวโครงการ “โดว์เช่ ลาซาล” (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม บนทำเลเด่นใกล้บีทีเอสแบริ่ง มูลค่า 450 ล้านบาท ชูจุดเด่น ดีไซน์ ฟังก์ชั่น พร้อมเพิ่มสัดส่วน พื้นที่ส่วนกลาง หวังตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าวัยทำงาน ด้วยราคาเริ่มเพียง 75,000 บาท/ตารางเมตร มั่นใจในคุณภาพและราคา ตั้งเป้าโกยยอดขายได้ 50% ภายในต้นปีหน้านี้ คาดสามารถปิดการขายทั้งโครงการในอีก 2 ปี นายวิจาร คุปติพงศ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิรยศ จำกัด เปิดเผยว่า “ในปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทฯ เล็งเห็นสัญญาณที่ดีของตลาดอสังหาริมทรัพย์ตามแน้วโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งมีความคล่องตัวเพิ่มขึ้นกว่าช่วงปี 2559 โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สร้างแคมเปญต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายออกมาอย่างคึกคัก ขณะที่ตลาดของผู้ประกอบการรายย่อยนั้น เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่พักอาศัย ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุน ซึ่งนับเป็นผลดีกับทางผู้ประกอบการรายย่อย เพราะบริษัทฯ สามารถพัฒนาโครงการด้วยรายละเอียดที่พิถีพิถันได้มากกว่ารายใหญ่ที่ต้องพัฒนาหลากหลายโครงการออกมาพร้อมๆ กัน เหมือนกับการทำงานศิลปะที่ต้องใช้ความใส่ใจและความเข้าใจในผลงาน ซึ่งเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทำให้ผลประกอบการที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ดังเช่นโครงการ โดว์เช่ อุดมสุข (DOLCE UDOMSUK) โดยบริษัทฯ มียอดขายกว่า 95% ทั้งยังได้รับรางวัลการันตี PEAT AWARDS 2018 (Property Export Awards Thailand 2018 by NIDA) ซึ่งเป็นโครงการเดียวที่ได้รับ 2 รางวัล คือ Best Luxury Low Rise Condominium และ Best Boutique Low Rise Condominium”   “ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์เดียวกันคือ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE)  ที่ยังคงเน้นความใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกที่ดินที่มีศักยภาพทางทำเลที่สะดวกสบาย ครบครัน การเดินทางที่ห่างจากบีทีเอสสถานีแบริ่งเพียง 700 เมตร และใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดี รายล้อมไปด้วยความเจริญทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ตลอดจนการออกแบบดีไซน์ที่ลงรายละเอียด สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคำนึงถึงกำลังจ่ายเพื่อการซื้อที่พักอาศัยของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งยังคงเน้นความหรูหราและคุณภาพที่ดีเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ในราคาที่เหมาะสมเริ่มต้นไม่เกิน 2 ล้านบาทเท่านั้น” ขณะที่ นายวรพจน์ ลิ้นกนกรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิร์คสเปซอาร์คิเทกเจอร์สตูดิโอ จำกัด กล่าวถึงคอนเซ็ปต์การตกแต่งออกแบบโครงการโดว์เช่ ลาซาล ว่า “สไตล์การออกแบบยังคงเป็น Modern Classic ที่นับว่าเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดว์เช่ (DOLCE) โดยครั้งนี้เราได้ใส่กลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ French Classical เพื่อให้สอดคล้องกับสถานที่ตั้งซอยลาซาล สามารถอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยใช้วัสดุธรรมชาติจริง เช่น หินธรรมชาติบน top ครัว หรือ top ในห้องน้ำ พร้อมเติมเต็มพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือยาวกว่า 20 เมตร, Stream แยกชาย-หญิง, Lobby, Library, Game Room, Work-Place เพื่อตอบสนองคนทำงานที่สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ฯลฯ ด้วยคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยเป็นปัจจัยหลัก ทำให้เป็นการออกแบบของเราเน้นที่การให้สัดส่วนพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าโครงการที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่จอดรถ ที่สูงถึง 50% นับว่าสูงมากกว่าคอนโดในย่านนี้เป็นส่วนใหญ่” “โครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) มูลค่ารวมกว่า 450 ล้านบาท มีจำนวนยูนิตไม่มากนักเพียง 178 ยูนิต ราคาเฉลี่ย ณ วันเปิดตัวอยู่ที่ 75,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น ซึ่งโครงการฯ มีห้องหลากหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่แบบสตูดิโอ (Studio) ขนาดพื้นที่ 24.6 ตารางเมตร, แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 30.4 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 45.4 ตารางเมตร เพื่อตอบสนองทุกๆ ความต้องการของลูกค้า ซึ่งรองรับได้ทั้งกลุ่มคนโสด และกลุ่มที่กำลังสร้างครอบครัว โดยเบื้องต้นบริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขาย 50 % ภายในต้นปี 2562 และคาดว่าจะปิดการขายโครงการภายในปี 2563” นายวิจาร คุปติพงศ์กุล กล่าวในที่สุด ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเปิดพรีเซลในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้  โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มคนทำงานยุคใหม่อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 25 – 40 ปีที่มีกำลังซื้อคอนโดฯ ในราคาเริ่มต้นไม่เกิน 2 ล้านบาท คาดว่าในวันเปิดพรีเซลจะมียอดขายกว่า 40% สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dolcecondo.com  หรือโทร. 0-2117-3463-4
ศุภาลัย ปลื้มยอดขายคอนโดฯ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง รอบ Online Booking SOLD OUT 100% พร้อม Pre-Sale 28-30 ก.ย.นี้

ศุภาลัย ปลื้มยอดขายคอนโดฯ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง รอบ Online Booking SOLD OUT 100% พร้อม Pre-Sale 28-30 ก.ย.นี้

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) โดย นางสาวบุศรินทร์  รุ่งรัตนกุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและขาย ขอขอบคุณทุกการตอบรับอย่างล้นหลามจากการเปิดจองคอนโดฯ โครงการ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง ผ่านช่องทาง “Supalai Online Booking” เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจองห้องชุดให้หลากหลายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Active โดยสร้างปรากฎกาณ์ปิดยอดขาย Online Booking Sold Out 100% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขาย ภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง ถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจาก ลูกค้าจำนวนมากให้ความสนใจและต้องการซื้อตั้งแต่ทราบข่าวการพัฒนาโครงการศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง ทั้งจุดเด่นด้านทำเล และอยู่ติดรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม 0 เมตร สถานีราชมังคลาฯ งานนี้ใครพลาดจองรอบ Online Booking ยังมียูนิตที่สวยงามรอผู้สนใจมาเป็นเจ้าของห้องชุดโครงการแห่งนี้ พบกันที่งาน Pre-Sale อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 - 30 กันยายน 2561 ณ Sales Gallery โครงการศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง ACTIVE CONDOMINIUM แห่งแรกบนถนนรามคำแหง - หัวหมาก ภายใต้แนวคิด “ไปให้สุด…ทุกการใช้ชีวิต” ติดรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม 0 เมตร สถานีราชมังคลาฯ ราคาเริ่ม 1.89 ล้านบาท โดยต้องลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ www.supalai.com/verandaram หรือสอบถามข้อมูลโทร. 1720
เมกาโฮม จัดแคมเปญ “ซื้อไฟตกแต่งและงานระบบไฟฟ้า..รับเพิ่ม 4 คุ้ม”  ตอกย้ำคอนเซปต์ ถูกใจช่างและคนทำบ้านตัวจริง  หมดเขต 30 พ.ค. นี้เท่านั้น

เมกาโฮม จัดแคมเปญ “ซื้อไฟตกแต่งและงานระบบไฟฟ้า..รับเพิ่ม 4 คุ้ม” ตอกย้ำคอนเซปต์ ถูกใจช่างและคนทำบ้านตัวจริง หมดเขต 30 พ.ค. นี้เท่านั้น

“เมกาโฮม" ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง และของใช้ในบ้านครบวงจร รวบรวมสินค้าในแผนกไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น สายไฟ และอุปกรณ์ หลอดไฟ โคมไฟ ร่วมจัดแคมเปญ “ซื้อไฟตกแต่งและงานระบบไฟฟ้า..รับเพิ่ม 4 คุ้ม” ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ “ถูกใจช่างและคนทำบ้านตัวจริง” คุ้มที่ 1 ซื้อสินค้าครบ 5,000 บาทขึ้นไป รับคูปองส่วนลด 300 บาท (ใช้เป็นส่วนลดในครั้งถัดไป) คุ้มที่ 2 ซื้อสินค้าแบรนด์เดียวกัน ที่ร่วมรายการ ครบทุก 6,000 บาท รับส่วนลดทันที 200 บาท คุ้มที่ 3 ทุกๆ 8,000 บาท รับส่วนลดอีกทันที 250 บาท และจัดหนักกับคุ้มที่ 4 สะสมยอดซื้อตั้งแต่วันนี้ - 30 พ.ค. 61 รับสร้อยคอทองคำ สูงสุด 1 บาท อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ ที่เมกาโฮม จัดให้สุดคุ้ม.. หมดเขต 30 พ.ค. นี้เท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกบริการลูกค้า ณ เมกาโฮม ทุกสาขา หรือดูโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ www.megahome.co.th หรือ fb page : MegahomeCenter Line@ : @megahome
‘บ้านเดี่ยวเอพี’ จับมือ ‘กสิกรไทย’ จัดแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’ ผ่อนสบาย ลุ้น “เบนซ์ป้ายแดง”และที่สุดของข้อเสนอไร้ขีดจำกัด มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท

‘บ้านเดี่ยวเอพี’ จับมือ ‘กสิกรไทย’ จัดแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’ ผ่อนสบาย ลุ้น “เบนซ์ป้ายแดง”และที่สุดของข้อเสนอไร้ขีดจำกัด มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท

  บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สำหรับคนเมือง นำโดย นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว จัดแคมเปญใหญ่ในรอบปี ‘ULTIMATE PRIZE’ กับกองทัพบ้านเดี่ยวพร้อมอยู่ภายใต้แบรนด์ CENTRO, THE CITY, MIND และ THE PALAZZO กว่า 25 โครงการ ราคาเริ่มต้นที่ 4.99 – 35 ล้านบาท มอบที่สุดของข้อเสนอไร้ขีดจำกัดมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท พร้อมดีลพิเศษทางการเงินจากธนาคารกสิกรไทย รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.75%  ในปีแรก พร้อมผ่อนเพียงล้านละ1,000 บาทต่อเดือน พิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อในระยะเวลาแคมเปญ ลุ้นรับ รับ Mercedes-Benz GLA ร่วมพิสูจน์  ความยิ่งใหญ่ของแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’ ได้แล้ววันนี้ – 17 มิถุนายนนี้เท่านั้น พบกับข้อเสนอพิเศษนี้ได้ที่ Sales Gallery ของโครงการที่ร่วมรายการ
RML จัดงาน “Raimon Land Property Showcase” 17-23 พ.ค.นี้

RML จัดงาน “Raimon Land Property Showcase” 17-23 พ.ค.นี้

มีข่าวดีมาบอก!! บมจ.ไรมอน แลนด์ (RML) เตรียมจัดงาน “Raimon Land Property Showcase” - “Every Day is Everything” ระหว่างวันที่ 17-23 พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 6 ภายในงานลูกค้าจะได้พบกับส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาท พร้อมส่วนลดสุดพิเศษ “ทุกยูนิต” รวมทั้งมอบคูปองเฟอร์นิเจอร์ จากโบคอนเซ็ปท์ (BoConcept) ดีไซน์จากเดนมาร์ก และเครื่องเสียงจากแบรนด์ มาร์แชล (Marshall) สัญชาติอังกฤษ มูลค่ารวมกว่าแสนบาท และสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย เฉพาะการจองภายในงานนี้เท่านั้น ส่วนไฮไลท์ที่ภูมิใจนำเสนอให้จับจองเป็นเจ้าของคือโครงการ “The Lofts Asoke” เพราะไรมอน แลนด์ รู้ว่าทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัยเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย จึงตั้งใจ และพิถีพิถันที่จะมอบที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุด เพื่อให้ทุกๆ วันเต็มไปด้วยรัก และความอบอุ่นตลอดไป ด้วยทำเลทอง โดดเด่นสามารถตอบสนองการใช้ชีวิตในรูปแบบของคุณได้อย่างลงตัว ว้าวววววงานดีๆ แบบนี้จัดแค่ปีละครั้งเท่านั้น....ห้ามพลาด!! จร้าาาาาาาาา
อนันดาฯ เตรียมจัดงาน Exclusive Open House โครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10 กับยูนิตพิเศษก่อนใคร!!

อนันดาฯ เตรียมจัดงาน Exclusive Open House โครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10 กับยูนิตพิเศษก่อนใคร!!

  *** ... โอกาสดีๆ กับโครงการคุณภาพในทำเลใจกลางเมืองย่านอโศก ที่พลาดไม่ได้ กับค่าย เฮลิกซ์ ในเครือ บมจ. อนันดาฯ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ครั้งนี้เตรียมจัดงาน Exclusive Open House เปิดชมห้องจริงวิวจริงได้ก่อนใคร กับคอนโดมิเนียม Premium Value Condominium แบบ Low Rise ภายใต้แบรนด์ เวนิโอ สุขุมวิท 10 (VENIO Sukhumvit 10) โดดเด่นด้วยทำเลและดีไซน์ในราคาที่คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเพียง 600 เมตร จาก BTS สถานีนานา และ เพียง 750 เมตร จาก BTS สถานีอโศก ที่สามารถเชื่อมต่อ MRT สถานีสุขุมวิทได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด “LIVE BEYOND” การอยู่อาศัยที่เหนือระดับมีความเป็นส่วนตัวสูง เรียบหรูมีสไตล์ พบยูนิตพิเศษภายในงาน!! ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.9 ล้าน* พร้อมเฟอร์นิเจอร์แต่งครบ ขนกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย!! พบกันวันที่ 26 พ.ค. นี้เท่านั้น ที่ Sales Gallery โครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 316 2222 หรือเว็บไซต์ www.ananda.co.th ...***
บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง [Advertorial]

บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง [Advertorial]

บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง ทำเล คือปัจจัยของคนมองหาที่อยู่อาศัยจะพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยว ซึ่งแน่นอนว่าทำเลที่ทั้งสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกทั้งเข้าเมืองไปทำงาน ทั้งออกนอกเมืองไปสนามบินหรือไปต่างจังหวัดไปพร้อมๆ กันนั้นหาได้ยากมากใช่ไหมคะ แต่คำว่าหายากนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีค่ะ   เราคงรู้จัก New CBD กันมาระยะหนึ่งแล้วใช่ไหมคะ ด้วยความเพียบพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่ตอบโจทย์ได้หลากหลายไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อยู่เกือบ 24 ชม. ทั้งห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ไฮเปอร์มาร์เก็ต ไนท์มาร์เก็ต แหล่งรวมร้านแฮงเอ้าท์ รวมถึงอาคารออฟฟิศเกรด A หลายแห่ง ส่วนทำเลที่มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกับแอร์พอร์ตลิงค์ผ่าน สามารถใช้ทางด่วนได้หลายสายอย่างทางยกระดับอุตราภิมุข ทางพิเศษศรีรัชจนไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์(กรุงเทพ-ชลบุรี) ซึ่งง่ายต่อการเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมต่อสู่ภาคตะวันออกโซน EEC ที่กำลังมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในอนาคต เรียกได้ว่าไม่ว่าจะใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้ย่านพระราม 9 แห่งนี้สมบูรณ์มากจนเกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งระยะหลังเราจะเห็นชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ย่านนี้ก็ไม่น้อยทีเดียว ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับย่าน CBD เดิมแล้วจะพบว่าความสะดวกสบายไม่ต่างกันมาก เพียงแต่สีลม-สาทรนั้นทุกวันนี้มีความหนาแน่นอยู่มากทีเดียวค่ะ ทั้งจำนวนของผู้คนตามมาด้วยการจราจรที่ติดขัดไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนการเดินทางไปสนามบินหรือออกนอกเมืองก็ค่อนข้างไกล ที่สำคัญราคาของที่อยู่อาศัยก็ไม่เบาทีเดียว         เมื่อเอ่ยถึงสนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นสนามบินหลักของบ้านเราแล้ว ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะตั้งอยู่นอกตัวเมืองเหมือนในหลายๆ ประเทศ ซึ่งก็มักจะห่างไกลจากตัวเมืองตามไปด้วย แต่ไม่ใช่กับโซน New CDB อย่างพระราม 9 เพราะไม่ว่าจะใช้รถยนต์เดินทางด้วยถนนมอเตอร์เวย์ตรงเชื่อมต่อถนนพระราม 9 หรือจากถนนมอเตอร์เวย์แล้วขึ้นทางพิเศษศรีรัชก็เป็นเรื่องง่ายมากแถมยังใช้เวลาไม่กี่นาที ยิ่งหากเลือกใช้บริการจากแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งเป็นวิธีการเดินทางสำคัญของโซนที่ถือได้ว่าเป็นกึ่งกลางระหว่างตัวเมืองกับนอกเมืองแบบย่านลาดกระบัง-อ่อนนุช ก็จะยิ่งลดระยะเวลาการเดินทางได้มากขึ้นไปอีก    แหล่งออฟฟิศเกรด A สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย การเดินทางที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว   บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช ทาวน์โฮม 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ทุกหลังหน้ากว้าง 5 เมตร ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป พื้นที่ใช้สอยมากถึง 146 ตร.ม. สามารถปรับเปลี่ยน Function ของทุกสัดส่วนภายในบ้านของเราได้ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้อย่างลงตัว ท่ามกลางพื้นที่ทั้งหมดกว่า 17 ไร่ ให้สามารถใช้ชีวิตในทุกด้านได้อย่างเต็มที่ ภายในโครงการให้ความเป็นส่วนตัว สงบ ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้รอบโครงการ แม้ในขณะเดียวกันจะมีความวุ่นวายบนท้องถนนมอเตอร์เวย์หลังโครงการ สะท้อนให้เห็นถึงความเหนือระดับของการใช้ชีวิตได้อย่างน่าหลงใหลและไร้ขีดจำกัด    ได้พื้นที่มากกว่า และยืดหยุ่นได้ตามไลฟ์สไตล์ เรียบง่าย มีความเป็นส่วนตัว   สังคมคุณภาพที่บ้านกลางเมือง Facility เพื่อการพักผ่อนในบ้านของตัวเองที่คลับเฮ้าส์ พร้อมสระว่ายน้ำ และฟิตเนส ล้อมรอบไปด้วยสวนสาธารณะที่มีบริเวณพักผ่อน ได้ความอุ่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกล้องวงจรปิดทางเข้า-ออก โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ความสงบร่มรื่น คลับเฮ้าส์ที่ครบครัน   ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนคู่ขนานวงแหวน ติดกับมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้า  ทำให้การเดินทางสะดวกสบายทั้งเข้าเมืองสู่ใจกลาง New CBD ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที และออกนอกเมืองไปสนามบินสุวรรณภูมิใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที หรือจะเลือกใช้แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีบ้านทับช้างก็อยู่ห่างจากโครงการแค่ 5 นาที ซึ่งช่วงจุดกึ่งกลางระหว่างย่านพระราม 9 กับสนามบินคือช่วงอ่อนนุชปลายๆ เชื่อมต่อกับลาดกระบัง โดยมีแอร์พอร์ตลิงค์เป็นระบบขนส่งสาธารณะสำคัญของคนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ในการเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้รวดเร็วที่สุด ใกล้ทั้งทางด่วนและแอร์พอร์ตลิงค์ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีถึง New CBD 5 นาที ถึงสุวรรณภูมิ   การเดินทางไปยังโครงการ    สามารถเข้าได้หลายทาง หลักๆ แล้วแนะนำ 2 เส้นทาง ได้แก่     1. หากมาจากพระราม 9 ด้วยทางพิเศษศรีรัช เมื่อข้ามถนนศรีนครินทร์แล้วให้ออกทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ เพื่อกลับรถบนสะพานเกือกม้า เมื่อลงจากเกือกม้าให้รีบชิดซ้ายเพื่อกลับรถอีกครั้ง เข้าสู่ทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าไปทางอ่อนนุช วิ่งไปตามทางเรื่อยๆ ผ่านมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด  แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีบ้านทับช้าง และรอดใต้วงแหวนไปอีก 200 เมตร ก็จะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือ     2. หากมาจากซอยสุขุมวิท 77 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าลาดกระบัง เมื่อถึงแยกประเวศเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเฉลิมพระเกียรติ ผ่านสน.ประเวศ เมื่อเจอสามแยกที่มีดี คอนโด ให้เลี้ยวขวา และเลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อเข้าสู่คู่ขนานวงแหวนขับตามทางไปอีกเล็กน้อยก็จะพบกับโครงการ(หากเลี้ยวซ้ายจะไปออกทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์)    สำหรับโครงการบ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช ถือเป็นทาวน์โฮมในระดับ Hi-End Townhome เพราะเรื่องสภาพแวดล้อมภายในโครงการที่ดี ได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ที่สำคัญคือเรื่องของศักยภาพเฉพาะตัวของทำเลที่ไม่ไกลจากแหล่งสำคัญ อีกทั้งยังเดินทางสะดวกสบายไม่ว่าจะโดยรถยนต์ส่วนตัวเชื่อมต่อกับทางด่วนเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือแอร์พอร์ตลิงค์ที่อยู่ใกล้กับโครงการ ด้วยความที่โครงการตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างใจกลางเมืองกับชานเมืองจึงทำให้บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช กลายเป็นหนึ่งในโครงการคุณภาพจาก AP       
ถ้าความรู้สึก คือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จรัญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ

ถ้าความรู้สึก คือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จรัญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ

หลังจากที่ GRAND UNITY ลงสนามในตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า ซึ่งได้เปิดตัวโครงการแรกไป จนได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี พอเริ่มเข้าไตรมาสที่ 2 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าตัวที่ 2 คือ De LAPIS Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) รีวิวฉบับนี้เราก็ไม่พลาดที่จะพาไปชมห้องตัวอย่างก่อนเปิดให้ชมจริงในวันที่ 25 เมษายน นี้ค่ะ ทำเล ถนนจรัญสนิทวงศ์ เป็นถนนเส้นที่กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ – ท่าพระผ่านตลอดถนน ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปกว่า 80% แล้ว ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนี้ หากเสร็จสมบูรณ์เมื่อไรจะมีความโดดเด่นตรงที่วิ่งเป็นวงแหวนรอบกรุงเทพฯ ผ่านจุดสำคัญหลายแห่ง เช่น เตาปูน, บางซื่อ, พระรามเก้า, สุขุมวิท, สีลม, หัวลำโพง, สนามไชย, ท่าพระ และยังมีจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายอื่นอยู่หลายสถานี เช่น สถานีเตาปูน สายสีม่วง, สถานีหมอชิต สายสีเขียว, สถานีลาดพร้าว สายสีเหลืองในอนาคต, สถานีศูนย์วัฒนธรรม สายสีส้มในอนาคต, สถานีมักกะสัน แอร์พอร์ตเรลลิงก์ เป็นต้น เรียกได้ว่าในอนาคตจะกลายเป็นสายสำคัญอีกสายหนึ่ง ที่ผ่านทั้ง CBD และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ มีกำหนดเปิดใช้บริการปี 2562  สำหรับสายหัวลำโพง-บางแค และปี 2563 สำหรับสายบางซื่อ-ท่าพระ และนอกจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในอนาคตแล้วก็มีอีกทางเลือกหนึ่งคือการเดินทางโดยเรือด้วยค่ะ โดยจากตัวโครงการ De LAPIS Charan 81 เราสามารถข้ามถนนไปขึ้นเรือข้ามฝากที่ท่าวัดอาวุธวิกสิตารามไปท่าเรือพายัพ แล้วต่อเรือด่วนเจ้าพระยาเดินทางต่อไปยังฝั่งนนทบุรี หรือท่าสาทรได้ง่ายแถมยังสะดวกรวดเร็วไม่ต้องกังวลกับรถติดด้วยนะคะ   สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว หากจะเดินทางเข้ากรุงเทพชั้นใน ก็สามารถข้ามสะพานกรุงธน(ซังฮี้) แล้วตรงเข้าสู่อนุสาวรีย์ฯ ได้เลย ส่วนจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชใกล้ที่สุดตรงด่านบางกรวยบริเวณสะพานพระราม 7 จะใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็ถึงจตุจักร และสามารถต่อไปยังพระราม 9 - บางนาได้ หรือจะขึ้นที่ด่านบางพลัดแล้วไปเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษกก็สะดวกเช่นกันค่ะ    ย่านนี้แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง ส่วนสถานที่สำคัญใกล้กับโครงการก็มีมากมาย เช่น โรงพยาบาลยันฮี, โรงพยาบาลวชิรพยาบาล, เทสโก้โลตัส จรัญสนิทวงศ์, ที่ทำการไปรษณีย์บางอ้อ, ช่างชุ่ย, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า, เดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า ฯลฯ ภาพรวมโครงการ   De LAPIS Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) คอนโดมิเนียม High Rise 32 ชั้น 1 อาคาร 635 ยูนิต อาคารจอดรถ 8 ชั้น 1 อาคาร รองรับได้ 260 คัน(40.88% ไม่รวมซ้อนคัน) แยกตัวออกจากอาคารพักอาศัยอยู่ทางด้านหลังสุดของโครงการ และร้านค้า 2 ยูนิตด้านหน้าโครงการ บนพื้นที่ 3-1-3.7 ไร่ ภายใต้แนวคิด “ถ้าความรู้สึกคือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จริญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ” ใช้โทนสีขาว-เทามองดูทันสมัยอยู่เสมอสื่อถึงความโดดเด่นของทำเลที่ตั้งทั้งติดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางพลัดเพียง 30 เมตร และยังได้วิวแม่น้ำเพราะใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ในช่วงถนนที่มีความใกล้ชิดกับแม่น้ำเจ้าพระยามากที่สุดในถนนจรัญสนิทวงศ์ ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท      Facility ของโครงการจะอยู่ที่ชั้น Lobby และชั้น Rooftop ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของทุกคน เริ่มตั้งแต่ Lobby เพดาน Double Volume High Ceiling สูงถึง 9 เมตร พร้อมชั้น Mezzanine ที่เป็น Co-working space เพิ่มความเป็น Private ในการทำงานด้วยการแยกห้องประชุมใหญ่ ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินนำเข้าจาก Italy เพิ่มความหรูหราแต่ยังคงความทันสมัย รอบๆ อาคารจัดพื้นที่สีเขียวให้ได้นั่งทำงานหรือนั่งพบปะสังสรรค์พร้อมวิวธรรมชาติด้านนอก ชั้น 32 Rooftop ฝั่งหน้าโครงการถูกวางให้เป็นสระว่ายน้ำรูปตัว L แบบ Infinity Edge Swimming Pool ขนาด 5.7 x 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร แยกสระเด็กขนาด 3.5 x 3 เมตร ลึก 30 เซนติเมตร สวยงามแบบไร้ขอบเขต มาพร้อมกับ Sky Fitness ที่ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ให้ได้ออกกำลังกายไป ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไป รวมถึง Sky Lounge ที่ได้วิวมุมสูงเพิ่มความผ่อนคลายของการพักผ่อนด้วย Sky Garden สวนสีเขียวชั้นดาดฟ้า  Ground Floor Plan มองจากมุมนี้จะเห็นได้ว่าโครงการแบ่งออกเป็น 3 อาคารหลัก คือ อาคารสีขาวด้านหน้าติดถนนจะเป็น Sales Gallery ในปัจจุบัน และจะทำเป็น Shop ในอนาคต อาคารที่พักอาศัย และอาคารจอดรถด้านในสุดของพื้นที่โครงการ Rooftop Plan สระน้ำรูปตัว L ด้านหน้าโครงการ ฟิตเนสขนาดใหญ่ และ Sky Lounge อยู่ตรงข้ามกับโถงลิฟท์ ที่อาคารจอดรถบนชั้น Rooftop จัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวด้วย ยูนิตพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2-31 ค่ะ ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด โดยจะมี 23 ยูนิต/ชั้น โดยรูปแบบห้องชุดมาพร้อมการตกแต่งแบบ Fully Fitted ทุกยูนิต   เปิดห้องตัวอย่าง De LAPIS Charan 81(เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) โครงการตั้งอยู่ติดริมถนนจรัญสนิทวงศ์ ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 81 อยู่ติดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางพลัด ยืนอยู่หน้าโครงการมองตรงไปก็จะเห็นสถานีเลย โดย Sales Gallery อาคารสีขาวเข้ากับอาคารพักอาศัย ตั้งอยู่หน้าทางเข้าโครงการเลยค่ะ โดยตัวอาคารพักอาศัยกำลังดำเนินการสร้างอยู่ด้านหลังคาดว่าแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม 2562 ซึ่งหากโครงการสร้างเสร็จแล้วตัวอาคาร Sales Gallery ที่เห็นนี้จะถูกดัดแปลงเป็น Shop จำนวน 2 ยูนิตค่ะ ใครอยากสัมผัสสถานที่จริงต้องอดใจรอกันอีกหน่อยก็จะเปิดให้เข้าชมกันในวันที่ 25 เมษายน 2561 นะคะ ห้อง STUDIO ขนาด 26 ตร.ม. ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และผนังจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ เมื่อเปิดประตูห้องจะพบกับห้องนั่งเล่นเป็นอันดับแรก ซึ่งโครงการนี้ให้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted รวมถึงให้เครื่องปรับอากาศมาด้วย ส่วนห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมา 1 ตัว ติดตั้งอยู่ระหว่างปลายเตียงกับโซฟาค่ะ ใครที่มีรองเท้าหลายคู่ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะขวามือหลังประตูมี Built in ตู้เก็บรองเท้าแบบนี้ให้มาด้วยค่ะ ขวามือตรงข้ามโซฟาจะมีพื้นที่วางเคาน์เตอร์ทีวี ทางซ้ายมือจะมีพื้นที่วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมวางโต๊ะกลางได้ เชื่อมต่อพื้นที่หลังโซฟาไปสู่ห้องครัวค่ะ ความพิเศษของห้องครัวโครงการนี้ คือ การดีไซน์ให้มี Kitchen Island ปูด้วย Top หินสังเคราะห์สีขาว มีลักษณะเป็นโต๊ะอเนกประสงค์แยกตัวจากเคาน์เตอร์ครัวปกติ ไม่ว่าจะทำเป็นพื้นที่เตรียมอาหาร โต๊ะทานข้าว โต๊ะทำงานก็แล้วแต่การใช้งาน และยังช่วยให้ห้องครัวดูแยกเป็นสัดส่วนมากขึ้นด้วยนะคะ ตรง Kitchen Island นี้เราจะสามารถนั่งทานอาหารไป ดูทีวีไปก็ได้มุมพอดีนะคะ เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ดีจริงๆ เฉพาะห้องครัวความสูง Floor To Ceiling 2.55 เมตร Top ครัวหินสังเคราะห์สีขาว มาพร้อมกับอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควันจากแบรนด์ HAFELE เฉพาะส่วนเคาน์เตอร์จะกรุผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค เพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่ายหากเกิดคราบจากการทำครัว ซ้ายมือถัดจากเคาน์เตอร์ครัวมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นได้พอดีค่ะ บานตู้และลิ้นชักทั้งหมดใช้ระบบ Soft Close มีช่องวางไมโครเวฟไว้ตรงกลาง ซึ่งเฟอร์นิเจอร์กับชุดครัวที่เราเห็นนี้ GRAND UNITY ร่วมกันดีไซน์พิเศษกับ Chic Republic ออกมาจากห้องครัว เดินลึกเข้าไปในห้องถัดจากห้องนั่งเล่นจะต่อด้วยพื้นที่วางเตียงนอนค่ะ มีพื้นที่สำหรับวางเตียงขนาด 5 ฟุต ข้างหน้าต่าง ยังมีพื้นที่เหลือสำหรับเป็นทางเดินระหว่างเตียงกับหน้าต่างค่ะ หน้างต่างใช้ขอบอลูมิเนียมสีขาว มีบานกระทุ้งเปิดออกได้ ปลายเตียงมีทางเดิน Walk-in Closet เชื่อมต่อไปถึงห้องน้ำค่ะ ซึ่งทางขวามือจะเป็นระเบียง ส่วนทางซ้ายตรงข้ามระเบียงจะเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Built in เรามาดูที่ระเบียง Private Balcony กันก่อนค่ะ กั้นด้วยกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ระเบียงปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า โดยทางโครงการมีการต่อท่อน้ำพร้อมปลั๊กไฟด้านบนมาให้เรียบร้อยค่ะ ส่วน Condensing Unit จะถูกแขวนไว้ด้านบนหันหน้าออกนอกระเบียงค่ะ ระเบียงของทุกห้องจะติดตั้ง Grille Wall เป็นเหล็กสีขาว เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าที่ตากเอาไว้ตรงระเบียงปลิวออกไป และยังช่วยเรื่องมุมมองจากภายนอก เพราะเมื่อมองเข้ามาที่ตัวอาคารจะดูสวยงามอยู่เสมอ ออกมาจากระเบียงก็จะพบกับตู้เสื้อผ้า Built in อยู่ตรงข้ามกันค่ะ โดยบานตู้จะใช้กระจก Tempered เพื่อป้องกันในกรณีที่เกิดการแตกก็จะมีลักษณะเป็นเม็ดข้าวโพดไม่มีเหลี่ยมคม ซึ่งพื้นที่ทางเดินตรงนี้เป็น Work In Closet อยู่หน้าห้องน้ำพอดีค่ะ ถือว่าเป็นห้อง STUDIO ที่คุ้มค่ามากจากการดีไซน์ที่คำนึงถึงผู้อยู่อาศัยจริง สุดท้ายของห้องนี้เราตรงเข้าไปดูภายในห้องน้ำกันค่ะ ห้องน้ำมีความสูง Floor To Ceiling 2.35 เมตร ใช้สุขภัณฑ์จาก HAFELE ทั้งหมด แยกส่วนเปียกไว้ทางขวามือค่ะ กั้นส่วนเปียกด้วยบานกระจกแบบบานเปิด-ปิด มีธรณีประตูกั้นขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นออก กำแพงในส่วนเปียกมีกระจกด้านล่างเป็นแบบฝ้าขาวขุ่นช่วยเพิ่มแสงสว่างจากด้านนอก และกระจกบานกระทุ้งด้านบนช่วยระบายอากาศได้ดีค่ะ พื้นที่ส่วนแห้งอีกด้านจะเป็นโถสุขภัณฑ์ค่ะ ตรงกลางห้องน้ำมีบานกระจกขนาดใหญ่มาให้ด้วยนะคะ อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนัง มีช่องสำหรับเก็บของด้านใต้อ่าง ใช้สีขาวเข้าชุดกันทั้งห้องเลยค่ะ 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และผนังจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว ซึ่งห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมาด้วยจำนวน 2 ตัว ที่ห้องนั่งเล่น 1 ตัว และห้องนอน 1 ตัวค่ะ ซ้ายมือของห้องนั่งเล่นจะมีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ ซึ่งจะอยู่ติดกับตู้เก็บรองเท้าแบบ Built in ชั้นบนสุดในตู้เก็บรองเท้าจะซ่อนตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าไว้ด้านในด้วย และเครื่องปรับอากาศเครื่องแรกของห้องนี้จะถูกติดตั้งอยู่เหนือพื้นที่วางเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ ตรงข้ามเคาน์เตอร์ทีวีเป็นพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ขนาด 2-3 ที่นั่งค่ะ จะวางโต๊ะกลางเพิ่ม และวางโต๊ะทานข้าวเอาไว้ข้างโซฟาก็ยังมีพื้นที่เหลือค่ะ เชื่อมต่อจากห้องนั่งเล่นด้านหน้าลึกเข้าไปก็จะเป็นห้องนอน ซึ่งถูกกั้นด้วยประตูกระจกสูงชิดเพดานแบบบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ด้วยความสูงของกระจกทำให้รู้สึกไม่อึดอัดจนเกินไปค่ะ ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้กลางห้อง ข้างเตียงด้านประตูกระจกก็ยังพอมีที่เหลือสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงขนาดเล็กได้ ข้างเตียงฝั่งใกล้กับหน้าต่างมีทางเดินเหลือค่ะ หน้าต่างมีกระจกบานกระทุ้ง 1 บาน และยังมีกระจกเข้ามุมเล็กๆ เป็นการเพิ่มช่องแสงธรรมชาติให้ภายในห้อง ปลายเตียงจะมีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวี หรือจะวางโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้นะคะ ด้านบนติดตั้งเครื่องปรับอากาศมาให้อีก 1 เครื่อง พร้อมตู้เสื้อผ้า Built in หน้าบานเป็นกระจก Tempered บานเลื่อน 2 ตอน ออกมาจากห้องนอนไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ ห้องแบบ 1 Bedroom 26 ตร.ม. จะได้ห้องครัวปิด ใครที่ชอบทำอาหารไทยที่ค่อนข้างมีกลิ่นห้องนี้จะเหมาะมากค่ะ เคาน์เตอร์ครัวมีช่องสำหรับวางตู้เย็นอยู่ข้างเคาน์เตอร์ครัวพอดี Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ผนังกรุด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาอ่อน เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด มาพร้อมกับเตา 2 หัว เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานครบเซต ถัดจากเคาน์เตอร์ครัวก็เป็นระเบียง Private Balcony ค่ะ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ตรงนี้ระหว่างทำครัวเราสามารถเปิดประตูระเบียงออกช่วยระบายกลิ่นและควันได้ดีเลยค่ะ ระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าตรงใต้ Condensing Unit ที่หันออกนอกระเบียงค่ะ มีการต่อท่อน้ำ และติดตั้ง Grille Wall มาให้ค่ะ ออกจากระเบียงไปดูกันที่ห้องน้ำค่ะ มองจากมุมนี้จะเห็นชัดขึ้นค่ะว่าโซนครัวปิดจะแยกห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียงออกมาอย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น ห้องน้ำแยกส่วนเปียกไว้ด้านขวามือค่ะ มีชั้นวางของที่มุมห้องด้วยนะคะ ส่วนแห้งก็จะมีโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมช่องเก็บของข้างใต้ และกระจกเงาบานใหญ่ค่ะ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. เป็น Type ที่มีจำนวนมากที่สุดของโครงการ ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศ 3 ตัว ค่ะ เริ่มจากห้องนั่งเล่นค่ะ ทางซ้ายมือมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมวางโต๊ะกลางได้ เครื่องปรับอากาศเครื่องแรกติดไว้เหนือโซฟาค่ะ ตรงข้ามโซฟาสามารถวางเคาน์เตอร์ทีวีได้ค่ะ พร้อมกับมีตู้เก็บรองเท้าที่มุมหน้าห้อง ตู้เก็บรองเท้าแบบ Built in หน้าตาเหมือนกันกับ 2 ห้องแรกก่อนหน้านี้ค่ะ ลึกเข้าไปจากห้องนั่งเล่นจะเชื่อมต่อด้วยห้องนอน โดยจะกั้นห้องนอนด้วยประตูกระจกสูงชิดเพดานแบบบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ภายในห้องนอนมีพื้นที่สำหรับวางเตียง 5 ฟุต ซึ่งจะสามารถวางโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะหัวเตียงขนาดกลางๆ ได้ค่ะ หน้าต่างข้างเตียงบานกระทุ้ง เปิดออกได้ 1 บาน ใช้ขอบอลูมิเนียมสีขาวเข้ากันกับประตูกระจกหน้าห้องนอน ปลายเตียงติดตั้งเครื่องปรับอากาศเอาไว้ มีตู้เสื้อผ้า Built in หน้าบานเป็นกระจก Temper มีกระจกเข้ามุมเล็กๆ เพิ่มแสงธรรมชาติและเพิ่มมุมมองได้ดีขึ้นด้วยค่ะ จากห้องนอนออกไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ อีกฝั่งหนึ่งของห้องจะประกอบไปด้วยห้องครัว ห้องน้ำ และห้องอเนกประสงค์พร้อมระเบียงค่ะ ห้องครัวมีความสูง Floor To Ceiling 2.55 เมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ขวามือเป็นห้องอเนกประสงค์ ซ้ายมือเป็นห้องน้ำค่ะ เคาน์เตอร์ครัววัสดุ Top ด้วยหินสังเคราะห์สีขาว มาพร้อมกับซิงค์ล้างจาน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน บานตู้และลิ้นชักใช้ระบบ Soft Close มีช่องสำหรับวางตู้เย็นทางขวามือของชุดเคาน์เตอร์ครัวค่ะ หันมาทางซ้ายมือจะพบกับห้องน้ำค่ะ ห้องนี้มี Kitchen Island แบบเดียวกับห้อง STUDIO ค่ะ แต่จะได้ขนาดที่ใหญ่กว่า นอกจากจะเพิ่มพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ยังเป็นตัวช่วยกั้นระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่นได้เป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ห้องน้ำมีความสูง Floor To Ceiling 2.35 เมตร ปูพื้นกับผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเดียวกันทั้งห้อง แยกส่วนเปียกด้านขวาค่ะ โถสุขภัณฑ์อยู่ทางด้านขวาของห้องน้ำ ตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมช่องเก็บของด้านใต้ เหนืออ่างล้างหน้าเป็นกระจกบานใหญ่ ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกประตูบานเปิด-ปิด ทั้งหมดในห้องน้ำที่เห็นนี้จะได้มาครบเซตเลยค่ะ ออกจากห้องน้ำไปดูที่ห้องอเนกประสงค์กันต่อค่ะ โดยห้องอเนกประสงค์นี้จะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ภายในห้องอเนกประสงค์นี้เราสามารถออกแบบให้เป็นห้องอะไรก็ได้ตามสไตล์ของเราเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องออกกำลังกายเบาๆ หรือห้องนอนขนาดเล็กอีกห้องก็ได้ค่ะ ห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมาอีก 1 ตัว ห้องอเนกประสงค์จะเชื่อมต่อกับระเบียง Private Balcony ค่ะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ระเบียงมีขนาดใกล้เคียงกันกับห้อง Type อื่นๆ ค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าอยู่ใต้ Condensing Unit ที่หันหน้าออกนอกระเบียง และ Grille Wall สีขาว เมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้วมองจากภายนอกเข้ามาที่อาคารก็จะดูสวยงามอยู่เสมอค่ะ เห็นแบบนี้แล้วเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้สึกเหมือนกันค่ะว่าทั้งดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์พร้อมเครื่องปรับอากาศ ทุกอย่างที่ให้มาครบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ดี และเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมใน Segment เดียวกันแล้ว De LAPIS Charan 81 เรียกได้ว่าคุ้มค่าในราคาที่คอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าทำได้ยากแล้ว โดยเริ่มต้นเพียง 2.49 ล้านบาทสำหรับห้อง 1 Bedroom                   โดยจะเปิดให้จองอย่างเป็นทางการในวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2561 โดยหากลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รับส่วนลดสูงสุด 250,000 บาท ลงทะเบียน >>> http://grandunity.co.th/delapis/register/

1