ข่าวโปรโมชั่น

 

ข่าวล่าสุด

“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ชวน อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา คัดของขวัญมงคล แนะของแต่งบ้านเสริมดวงเด่น-แก้เคล็ด รับปีหมูทอง 2562

“ของขวัญ” เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถสื่อแทนความรัก ความปรารถนาดี จากผู้ให้ส่งถึงผู้รับได้ในทุกๆ โอกาส อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall) ผู้นำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ของใช้ภายในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า คุณภาพมาตรฐานโลก จึงได้จัดแคมเปญ “ไทม์ ทู เซเลเบรท 2019” (Time to Celebrate 2019) กับที่สุดแห่งการให้ ด้วยเทศกาลของขวัญและของแต่งบ้านแห่งปี ภายใต้แนวคิด  “Share a Wish, Share a Gift” แชร์ความสุขด้วยหัวใจ ที่กลับมาอีกครั้งกับชุดของขวัญคัดพิเศษกว่า 30 แบบ ช่วยเสริมความสุขรับปีกุน พิเศษกับ 4 ชุดของขวัญเสริมสิริมงคล อาทิ ชุดสมบูรณ์พูนสุข, ชุดรุ่งโรจน์โชติช่วง, ชุดสำเร็จสมหวัง และชุดรวยทรัพย์รวยสุข แนะนำโดย อาจารย์ช้าง- ทศพร ศรีตุลา (วันนี้-9 ม.ค.ศกหน้า ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ทุกสาขา) โดยงานนี้อาจารย์ช้างยังได้แนะการเลือกของแต่งบ้านที่ช่วยเสริมดวง ปรับฮวงจุ้ย สำหรับทุกราศี  เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลรับปีหมูทอง 2562 ที่กำลังจะมาถึงนี้ กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ อินเด็กซ์  ลิฟวิ่งมอลล์  กล่าวว่า “ช่วงเทศกาลแห่งความสุขการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  ในทุกๆ ปี อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะคัดสรรชุดของขวัญ ของแต่งบ้าน เพื่อให้ทุกคนใช้โอกาสนี้ส่งมอบความสุข ความรัก ความปรารถนาดี รวมถึงแทนคำขอบคุณให้กับคนที่รักและเคารพ ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่ และเพื่อน สำหรับปีนี้ก็เช่นกันเราได้เตรียมชุดของขวัญมากมายที่เหมาะสำหรับทุกช่วงวัยกว่า 30 แบบ พร้อมการกลับมาอีกครั้งกับชุดของขวัญเสริมสิริมงคลที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากปีก่อน แนะนำโดย อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา รวม 4 ชุด คือ  ชุดสมบูรณ์ พูนสุข (Eternal Wealth and Happiness)  ชุดจานรูปหมูสื่อถึงความอิ่มเอม สมบูรณ์ มั่งคั่ง, ชุดรุ่งโรจน์ โชติช่วง (Brilliant Life) กับที่รองเทียนรูปหมู และแจกัน, รูปปั้นสีเงิน เพิ่มพลัง-สร้างแสงสว่างให้ชีวิต, ชุดสำเร็จ สมหวัง (Enriching Luck) ด้วยแจกันสีทอง ที่ช่วยเสริมโชคลาภ และนาฬิกาสีทองสัญลักษณ์การเคลื่อนไหวส่งผลถึงความเจริญก้าวหน้า และ ชุดรวยทรัพย์ รวยสุข (Richness of Love) หมอนอิงลายเส้นสีทองที่เชื่อมต่อกัน ช่วยเสริมความอบอุ่นในครอบครัว และแจกันดอกไม้ที่เพิ่มความสุขสมหวังในความรัก  เชื่อว่าในปีใหม่นี้ทุกคนที่ได้รับของขวัญจากอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะสุขใจทั้งผู้รับและผู้ให้  และยังนำของขวัญที่ได้ไปใช้จริงด้วยค่ะ” ด้าน อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา นักโหราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยากรณ์และศาสตร์ฮวงจุ้ยชื่อดังของไทย กล่าวว่า “ปี 2562  เป็นปีที่ดวงดาวกลับมาเปลี่ยนแปลงคึกคักอีกครั้ง  ประเดิมด้วยการเปลี่ยนดาวราหู ที่ย้ายราศีหรือดาวพฤหัสเปลี่ยนราศี  ซึ่งถือเป็นดาวใหญ่ ส่งผลและมีอิทธิพลต่อดวงชะตาของคนในหลายๆ ราศี ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงของดวงดาวเป็นเรื่องที่กำหนดไม่ได้เพราะถูกลิขิตแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงตัวเราเองทั้งสภาพแวดล้อมใหม่  เปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ใหม่ ทั้งที่บ้าน-ที่ทำงาน ให้มีสภาพแวดล้อมใหม่ๆ สอดคล้องกับดวงชะตาที่มีการเปลี่ยนแปลง  ทั้งนี้เพื่อผ่อนเรื่องหนักให้เบาลง  หรือช่วยส่งเสริมคนที่ดวงดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ตามศาสตร์ของจีนเรียกว่าฮวงจุ้ย  สำหรับ ปีนี้ผมได้คัดสรรชุดของขวัญพิเศษมากความหมายที่จะช่วยเสริมสิริมงคลรับปีใหม่ ได้แก่ ชุดสมบูรณ์ พูนสุข, ชุดรุ่งโรจน์ โชติช่วง, ชุดสำเร็จ สมหวัง, ชุดรวยทรัพย์ รวยสุข ที่เหมาะกับเป็นของขวัญของฝากให้กับผู้ที่รักและนับถือ โดยหาซื้อได้ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ” “นอกจากนี้ ผมยังมีข้อแนะนำในการเลือกซื้อของแต่งบ้านเพื่อเสริมดวงเด่น และแก้เคล็ดของราศีต่างๆ มาบอกกล่าวด้วย เริ่มที่ ราศีเมษ (14 เม.ย.-14 พ.ค.) ปีแห่งความก้าวหน้าเรื่องการงาน เป็นโอกาสในการเริ่มต้นลงทุนทำธุรกิจ โดยเฉพาะการงานที่ดี ได้เริ่มต้นงานใหม่ การลงทุนหรือศึกษาต่อก็ส่งผลดี หรือการปรับปรุงที่อยู่อาศัย ต้องระวังเรื่องการเดินทาง อุบัติเหตุจากการขับรถ การถูกหลอกถูกโกงจากคนใกล้ชิด โดยรวมจะเหนื่อยในช่วงต้นปีแต่จะส่งผลสำเร็จช่วงครึ่งปีหลัง แนะนำ กรอบรูป ส่งเสริมความก้าวหน้าในเรื่องงาน, ราศีพฤษภ (15 พ.ค.-14 มิ.ย.) ดาวรุ่ง ในปี 2562 จะพบข่าวดีเรื่องความรักคู่ครอง หรือคู่สัญญาในการร่วมหุ้นลงทุนธุรกิจ ซึ่งเป็นไปในทางที่ดี ด้านการงานได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ส่งผลให้ก้าวหน้าดีมาก แต่ให้ระวังเรื่องการเงินใช้จ่ายเยอะและจะมีคนยืมเงิน ควรทำบัญชีการเงินให้รัดกุม แนะนำ หาของที่เป็นคู่ เช่น ตะเกียบ เชิงเทียน  เสริมความรัก ราศีเมถุน (15 มิ.ย.-16 ก.ค.) มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในปี 2562 ดาวราหู เข้า แต่ให้ผลเชิงบวก เพราะมีตำแหน่งดาวดวงอื่นสนับสนุน งานที่เกี่ยวกับการเดินทางไกล-ต่างประเทศ งานด้านออนไลน์จะส่งผลดี ใครที่ทำงานประจำแล้วจะทำงานเสริมจะเหนื่อยแต่จะส่งผลคุ้มค่า มั่งคั่ง ร่ำรวย แต่ระวังเรื่องความรักที่ไม่ลงตัว และสุขภาพเกี่ยวกับทางเดินหายใจ แนะนำ ทำบุญด้วยแสงสว่าง เติมน้ำมันตะเกียง-หลอดไฟ ควรหาโคมไฟตั้งโต๊ะทั้งที่บ้าน-ที่ทำงาน เพราะว่าชีวิตต้องการแสงสว่าง, ราศีกรกฏ (17 ก.ค.-16 ส.ค.) เป็นปีที่พ้นเคราะห์ หลังจากเจอเรื่องหนักๆ ในปีที่ผ่านมา  ปีนี้ดวงดีเหมาะที่จะลงทุน เปิดกิจการ จะก้าวหน้าดี ใครที่เริ่มต้นชีวิตครอบครัวตั้งใจจะมีลูกก็เป็นปีที่ดีมาก จะก้าวหน้า สำเร็จ รวมถึงมีโชคทางการเงินด้วย แนะนำ น้ำพุตกแต่ง เพราะเป็นราศีธาตุน้ำ ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย.) เป็นราศีที่จังหวะดวงถือว่าสบายๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้น จะมีความวุ่นวายภายในบ้านทั้งการซ่อมแซมต่อเติมบ้าน หรือการปรับเปลี่ยนสภพาแวดล้อม ย้ายออฟฟิศ เกิดจากสถานที่ไม่ได้ส่งผลร้ายกับตัวเอง จะมีโชคลาภแบบไม่คาดฝัน แนะนำ เปลี่ยนชุดเครื่องนอน ผ้าปูที่นอน เพื่อลดความวุ่นวายในชีวิต, ราศีกันย์ (17 ก.ย.-17 ต.ค.) มีโชคด้านการเจรจา สื่อสาร พบปะผู้คน ดวงดาวให้ผลในทิศทางบวก   เป็นปีที่ต้องปรับตัวเยอะในการทำงาน แต่ไม่น่าห่วง จะมีความก้าวหน้าที่ดี แนะนำ ชั้นวางหนังสือเสริมในเรื่องการสื่อสาร เจรจา, ราศีตุลย์ (17 ต.ค.-16 พ.ย.) การเงินคึกคัก มีโอกาสด้านการงาน-เงินโดดเด่น  เป็นปีแห่งการเดินทางที่ไกลขึ้น เช่นงานต่างจังหวัด บางคนมีโชคกับงานด้านต่างประเทศ  ส่วนใครที่มีปัญหาขัดแย้งก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ก้าวสู่สิ่งใหม่ๆ ที่ลงตัว แม้ดวงการเงินดีขึ้น แต่จะลงทุนและหมุนเงินเยอะ แต่รวมๆ มีความมั่นคงมั่งคั่งที่ดี แนะนำ ชุดจานชามเซรามิก เสริมเรื่องการเงิน, ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.) ราศีแห่งดาวรุ่งโดดเด่นที่สุดใน 12 ราศี  ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ทั้งเรื่องงาน โอกาสเริ่มต้นงานใหม่  ธุรกิจใหม่  คนโสดจะได้สละโสด  คนที่คบหากันมีโอกาสดูฤกษ์หมั้นหมายแต่งงานในปี 2562 การเงินจะมีข่าวดี แม้ว่าดวงดีแต่ก็ต้องหมั่นทำบุญบ่อยๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ แนะนำ เปลี่ยนผ้าม่าน ปลอกหมอนหรือหมอนอิง ราศีธนู (16 ธ.ค.-14 ม.ค.)  ราศีที่ได้รับผลจากดาวราหู  เป็นดวงดาวที่ค่อนข้างแรง ธุรกิจที่เกี่ยวกับการเดินทางหรืองานต่างประเทศจะส่งผลดี  ดวงจะเหนื่อยในครึ่งปีแรกแต่ครึ่งปีหลังจะเป็นข่าวดีเข้ามาทำให้สำเร็จ ก้าวหน้า ให้เน้นเรื่องการทำบุญ ควรใช้สติในการดำเนินชีวิต แนะนำ ให้ทำบุญเกี่ยวกับแสงสว่าง  และแต่งบ้านด้วยรูปปั้นลูกโลกหรือแผนที่โลก เสริมด้านการเดินทาง, ราศีมังกร (15 ม.ค.-12 ก.พ.)  เป็นราศีที่พ้นเคราะห์ ความวุ่นวายลดน้อยลง โดยเฉพาะเรื่องการเงิน การงานมีคนสนับสนุนและเป็นปีแห่งการเริ่มต้นที่ดีมีความก้าวหน้า ด้านความรักจะเจอคู่แบบบุพเพสันนิวาส แนะนำ ของใช้-ของแต่งบ้านที่ทำจากเซรามิก เสริมความมั่นคง, ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.-14 มี.ค.)  ราศีที่เปลี่ยนแปลงเรื่องงานเยอะ ทั้งเปลี่ยนงาน ย้ายงาน หากจะลงทุนต้องระวัง เพราะดวงบริวารหรือการลงทุนค่อนข้างจะมีปัญหา อาจเจอคนไม่ซื่อสัตย์-เอาเปรียบ ถูกโกง แต่การงานจะเปลี่ยนไปสู่ทิศทางที่ดี จะวุ่นวายในครึ่งปีแรกแต่ครึ่งปีหลังลงตัวดี ระวังการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว แนะนำ ให้มีของใช้บนโต๊ะทำงาน และอุปกรณ์เครื่องเขียนต่างๆ, ราศีมีน (15 มี.ค.-13 เม.ย.)  ดาวรุ่งของปี มีความชัดเจนเรื่องงานมากขึ้น  เหมาะจะเปิดธุรกิจใหม่หรือศึกษาต่อ จะได้ปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ทั้งการย้ายบ้าน-ออฟฟิศใหม่ ซึ่งจะส่งผลเชิงบวก ความรักลงตัวขึ้น คนโสดจะเจอคนถูกใจ ส่วนคนมีครอบครัวแล้วมีเกณฑ์ขยับขยายและมีบุตร แนะนำ เปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว ชุดจานชาม เสริมการมีกินมีใช้” นอกจากนี้ยังมีเหล่าเซเลบริตี้คนดัง ที่ชื่นชอบการแต่งบ้าน และให้ความสำคัญกับการมอบของขวัญแทนความหมายดีๆ สำหรับคนสำคัญ มาเล่าถึงการเลือกชุดของขวัญในสไตล์ตนเองด้วย เริ่มที่ มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เผย “ทุกปีมายด์ต้องเตรียมของขวัญหลายชิ้น เวลาเลือกซื้อของขวัญก็จะคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ ความชอบ การใช้งานจริงของผู้รับ สำหรับผู้ใหญ่ก็จะนึกถึงชุดจาน อุปกรณ์ครัว หรือของใช้เกี่ยวกับสุขภาพ มากกว่าการให้ดอกไม้ ตอนนี้ก็กำลังดูชุดกิ๊ฟเซ็ทเสื้อผ้าของใช้สำหรับเด็กเป็นของขวัญให้ลูกชายเพื่อน ส่วนตัวมายด์ชอบแต่งบ้านมาก บางทีว่างๆ ก็มาเดินเล่นที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ซึ่งมักจะได้ของติดมือกลับบ้านตลอด มายด์ชอบแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นลักซูรี่ ยิ่งเวลาเห็นของแต่งบ้านที่มีสีทอง พิงค์โกลด์ ไม่พลาดที่จะต้องซื้อกลับ อย่างปีนี้อาจารย์ช้างได้แนะนำให้ซื้อโคมไฟและทำบุญด้านแสงสว่างเสริมดวงสำหรับราศีเมถุน ก็เหมาะเลยเพราะตั้งใจจะซื้อโคมไฟตั้งโต๊ะเข้าบ้านอยู่พอดีค่ะ” ด้าน หมูตั้ง-หม่อมหลวงอรรถดิศ  ดิศกุล เผยว่า “การเลือกซื้อของขวัญที่ใช้ได้จริง เหมาะกับผู้รับ ผมว่าเหมาะที่สุดครับ อย่างที่รู้คือคาร์แรกเตอร์ผมดูกวนๆ เวลาเลือกซื้อของก็จะเลือกของที่ดูกวนๆ เพื่อให้คนที่รับได้นึกถึง แต่ของขวัญกวนๆ ก็เป็นกลุ่มเพื่อนมากกว่า ปีนี้คิดว่าจะซื้อของขวัญที่จัดเป็นเซ็ทสวยๆ ให้คุณพ่อคุณแม่, พี่สาว และแฟน สำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ก็น่าจะเป็นด้านสุขภาพหรือชุดจานชาม, ชุดกาน้ำชา, เทียนหอมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย,    หมอนอิงไว้ในห้องนั่งเล่น ส่วนตัวชอบทำอาหารและมีร้านอาหารก็คงเลือกอุปกรณ์ครัว ชุดจานใหม่ๆ เข้าบ้านให้บ้านมีการเปลี่ยนแปลงแลดูมีชีวิตชีวาขึ้นครับ” ปิดท้ายที่ จินนี่-เขริกา โชติวิจิตร เผยว่า “ปีนี้จินนี่จะหาของขวัญให้กับคุณครู และญาติผู้ใหญ่สำหรับเทศกาลปีใหม่ปีหมูทองที่จะถึงนี้ โดยใช้โอกาสนี้ไปพบท่านพร้อมกับชุดของขวัญชุดจานรูปหมูที่สื่อถึงความสมบูรณ์พูนสุข  ที่ดูน่ารักและใช้งานได้จริง  ทุกๆ ปีจินนี่จะชอบไปเลือกซื้อของแต่งบ้านใหม่กับคุณแม่  ซึ่งคุณแม่จะชอบสไตล์ที่ต่างกับจินนี่  พอได้ไปเลือกด้วยกันเราจะหาข้อสรุปที่ลงตัวทั้งสองฝ่าย  สำหรับปีนี้ตั้งใจจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนที่ห้อง จินนี่เชื่อตามที่อาจารย์ช้างแนะนำว่าเมื่อดวงดาวเปลี่ยน  เราก็ต้องปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ๆ รอบตัว เพื่อรับกับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นค่ะ” ไม่ว่าดวงชะตาของคุณจะเป็นอย่างไรเราสามารถปรับฮวงจุ้ยให้ดีขึ้นได้ ด้วยชุดของขวัญมากความหมายคัดพิเศษได้แล้ว วันนี้  – 9 ม.ค. ศกหน้า ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 29 สาขาทั่วประเทศ และพิเศษชุดของขวัญเสริมสิริมงคลรับปีกุน 2562 ที่แนะนำโดย อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา *เฉพาะที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์เท่านั้น*  หรือช้อปออนไลน์ www.indexlivingmall.com สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-417-1111        

กิจกรรม ล่าสุด

“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ชวน อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา คัดของขวัญมงคล แนะของแต่งบ้านเสริมดวงเด่น-แก้เคล็ด รับปีหมูทอง 2562

“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ชวน อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา คัดของขวัญมงคล แนะของแต่งบ้านเสริมดวงเด่น-แก้เคล็ด รับปีหมูทอง 2562

“ของขวัญ” เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถสื่อแทนความรัก ความปรารถนาดี จากผู้ให้ส่งถึงผู้รับได้ในทุกๆ โอกาส อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall) ผู้นำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ของใช้ภายในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า คุณภาพมาตรฐานโลก จึงได้จัดแคมเปญ “ไทม์ ทู เซเลเบรท 2019” (Time to Celebrate 2019) กับที่สุดแห่งการให้ ด้วยเทศกาลของขวัญและของแต่งบ้านแห่งปี ภายใต้แนวคิด  “Share a Wish, Share a Gift” แชร์ความสุขด้วยหัวใจ ที่กลับมาอีกครั้งกับชุดของขวัญคัดพิเศษกว่า 30 แบบ ช่วยเสริมความสุขรับปีกุน พิเศษกับ 4 ชุดของขวัญเสริมสิริมงคล อาทิ ชุดสมบูรณ์พูนสุข, ชุดรุ่งโรจน์โชติช่วง, ชุดสำเร็จสมหวัง และชุดรวยทรัพย์รวยสุข แนะนำโดย อาจารย์ช้าง- ทศพร ศรีตุลา (วันนี้-9 ม.ค.ศกหน้า ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ทุกสาขา) โดยงานนี้อาจารย์ช้างยังได้แนะการเลือกของแต่งบ้านที่ช่วยเสริมดวง ปรับฮวงจุ้ย สำหรับทุกราศี  เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลรับปีหมูทอง 2562 ที่กำลังจะมาถึงนี้ กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ อินเด็กซ์  ลิฟวิ่งมอลล์  กล่าวว่า “ช่วงเทศกาลแห่งความสุขการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  ในทุกๆ ปี อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะคัดสรรชุดของขวัญ ของแต่งบ้าน เพื่อให้ทุกคนใช้โอกาสนี้ส่งมอบความสุข ความรัก ความปรารถนาดี รวมถึงแทนคำขอบคุณให้กับคนที่รักและเคารพ ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่ และเพื่อน สำหรับปีนี้ก็เช่นกันเราได้เตรียมชุดของขวัญมากมายที่เหมาะสำหรับทุกช่วงวัยกว่า 30 แบบ พร้อมการกลับมาอีกครั้งกับชุดของขวัญเสริมสิริมงคลที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากปีก่อน แนะนำโดย อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา รวม 4 ชุด คือ  ชุดสมบูรณ์ พูนสุข (Eternal Wealth and Happiness)  ชุดจานรูปหมูสื่อถึงความอิ่มเอม สมบูรณ์ มั่งคั่ง, ชุดรุ่งโรจน์ โชติช่วง (Brilliant Life) กับที่รองเทียนรูปหมู และแจกัน, รูปปั้นสีเงิน เพิ่มพลัง-สร้างแสงสว่างให้ชีวิต, ชุดสำเร็จ สมหวัง (Enriching Luck) ด้วยแจกันสีทอง ที่ช่วยเสริมโชคลาภ และนาฬิกาสีทองสัญลักษณ์การเคลื่อนไหวส่งผลถึงความเจริญก้าวหน้า และ ชุดรวยทรัพย์ รวยสุข (Richness of Love) หมอนอิงลายเส้นสีทองที่เชื่อมต่อกัน ช่วยเสริมความอบอุ่นในครอบครัว และแจกันดอกไม้ที่เพิ่มความสุขสมหวังในความรัก  เชื่อว่าในปีใหม่นี้ทุกคนที่ได้รับของขวัญจากอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะสุขใจทั้งผู้รับและผู้ให้  และยังนำของขวัญที่ได้ไปใช้จริงด้วยค่ะ” ด้าน อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา นักโหราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยากรณ์และศาสตร์ฮวงจุ้ยชื่อดังของไทย กล่าวว่า “ปี 2562  เป็นปีที่ดวงดาวกลับมาเปลี่ยนแปลงคึกคักอีกครั้ง  ประเดิมด้วยการเปลี่ยนดาวราหู ที่ย้ายราศีหรือดาวพฤหัสเปลี่ยนราศี  ซึ่งถือเป็นดาวใหญ่ ส่งผลและมีอิทธิพลต่อดวงชะตาของคนในหลายๆ ราศี ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงของดวงดาวเป็นเรื่องที่กำหนดไม่ได้เพราะถูกลิขิตแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงตัวเราเองทั้งสภาพแวดล้อมใหม่  เปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ใหม่ ทั้งที่บ้าน-ที่ทำงาน ให้มีสภาพแวดล้อมใหม่ๆ สอดคล้องกับดวงชะตาที่มีการเปลี่ยนแปลง  ทั้งนี้เพื่อผ่อนเรื่องหนักให้เบาลง  หรือช่วยส่งเสริมคนที่ดวงดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ตามศาสตร์ของจีนเรียกว่าฮวงจุ้ย  สำหรับ ปีนี้ผมได้คัดสรรชุดของขวัญพิเศษมากความหมายที่จะช่วยเสริมสิริมงคลรับปีใหม่ ได้แก่ ชุดสมบูรณ์ พูนสุข, ชุดรุ่งโรจน์ โชติช่วง, ชุดสำเร็จ สมหวัง, ชุดรวยทรัพย์ รวยสุข ที่เหมาะกับเป็นของขวัญของฝากให้กับผู้ที่รักและนับถือ โดยหาซื้อได้ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ” “นอกจากนี้ ผมยังมีข้อแนะนำในการเลือกซื้อของแต่งบ้านเพื่อเสริมดวงเด่น และแก้เคล็ดของราศีต่างๆ มาบอกกล่าวด้วย เริ่มที่ ราศีเมษ (14 เม.ย.-14 พ.ค.) ปีแห่งความก้าวหน้าเรื่องการงาน เป็นโอกาสในการเริ่มต้นลงทุนทำธุรกิจ โดยเฉพาะการงานที่ดี ได้เริ่มต้นงานใหม่ การลงทุนหรือศึกษาต่อก็ส่งผลดี หรือการปรับปรุงที่อยู่อาศัย ต้องระวังเรื่องการเดินทาง อุบัติเหตุจากการขับรถ การถูกหลอกถูกโกงจากคนใกล้ชิด โดยรวมจะเหนื่อยในช่วงต้นปีแต่จะส่งผลสำเร็จช่วงครึ่งปีหลัง แนะนำ กรอบรูป ส่งเสริมความก้าวหน้าในเรื่องงาน, ราศีพฤษภ (15 พ.ค.-14 มิ.ย.) ดาวรุ่ง ในปี 2562 จะพบข่าวดีเรื่องความรักคู่ครอง หรือคู่สัญญาในการร่วมหุ้นลงทุนธุรกิจ ซึ่งเป็นไปในทางที่ดี ด้านการงานได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ส่งผลให้ก้าวหน้าดีมาก แต่ให้ระวังเรื่องการเงินใช้จ่ายเยอะและจะมีคนยืมเงิน ควรทำบัญชีการเงินให้รัดกุม แนะนำ หาของที่เป็นคู่ เช่น ตะเกียบ เชิงเทียน  เสริมความรัก ราศีเมถุน (15 มิ.ย.-16 ก.ค.) มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในปี 2562 ดาวราหู เข้า แต่ให้ผลเชิงบวก เพราะมีตำแหน่งดาวดวงอื่นสนับสนุน งานที่เกี่ยวกับการเดินทางไกล-ต่างประเทศ งานด้านออนไลน์จะส่งผลดี ใครที่ทำงานประจำแล้วจะทำงานเสริมจะเหนื่อยแต่จะส่งผลคุ้มค่า มั่งคั่ง ร่ำรวย แต่ระวังเรื่องความรักที่ไม่ลงตัว และสุขภาพเกี่ยวกับทางเดินหายใจ แนะนำ ทำบุญด้วยแสงสว่าง เติมน้ำมันตะเกียง-หลอดไฟ ควรหาโคมไฟตั้งโต๊ะทั้งที่บ้าน-ที่ทำงาน เพราะว่าชีวิตต้องการแสงสว่าง, ราศีกรกฏ (17 ก.ค.-16 ส.ค.) เป็นปีที่พ้นเคราะห์ หลังจากเจอเรื่องหนักๆ ในปีที่ผ่านมา  ปีนี้ดวงดีเหมาะที่จะลงทุน เปิดกิจการ จะก้าวหน้าดี ใครที่เริ่มต้นชีวิตครอบครัวตั้งใจจะมีลูกก็เป็นปีที่ดีมาก จะก้าวหน้า สำเร็จ รวมถึงมีโชคทางการเงินด้วย แนะนำ น้ำพุตกแต่ง เพราะเป็นราศีธาตุน้ำ ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย.) เป็นราศีที่จังหวะดวงถือว่าสบายๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้น จะมีความวุ่นวายภายในบ้านทั้งการซ่อมแซมต่อเติมบ้าน หรือการปรับเปลี่ยนสภพาแวดล้อม ย้ายออฟฟิศ เกิดจากสถานที่ไม่ได้ส่งผลร้ายกับตัวเอง จะมีโชคลาภแบบไม่คาดฝัน แนะนำ เปลี่ยนชุดเครื่องนอน ผ้าปูที่นอน เพื่อลดความวุ่นวายในชีวิต, ราศีกันย์ (17 ก.ย.-17 ต.ค.) มีโชคด้านการเจรจา สื่อสาร พบปะผู้คน ดวงดาวให้ผลในทิศทางบวก   เป็นปีที่ต้องปรับตัวเยอะในการทำงาน แต่ไม่น่าห่วง จะมีความก้าวหน้าที่ดี แนะนำ ชั้นวางหนังสือเสริมในเรื่องการสื่อสาร เจรจา, ราศีตุลย์ (17 ต.ค.-16 พ.ย.) การเงินคึกคัก มีโอกาสด้านการงาน-เงินโดดเด่น  เป็นปีแห่งการเดินทางที่ไกลขึ้น เช่นงานต่างจังหวัด บางคนมีโชคกับงานด้านต่างประเทศ  ส่วนใครที่มีปัญหาขัดแย้งก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ก้าวสู่สิ่งใหม่ๆ ที่ลงตัว แม้ดวงการเงินดีขึ้น แต่จะลงทุนและหมุนเงินเยอะ แต่รวมๆ มีความมั่นคงมั่งคั่งที่ดี แนะนำ ชุดจานชามเซรามิก เสริมเรื่องการเงิน, ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.) ราศีแห่งดาวรุ่งโดดเด่นที่สุดใน 12 ราศี  ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ทั้งเรื่องงาน โอกาสเริ่มต้นงานใหม่  ธุรกิจใหม่  คนโสดจะได้สละโสด  คนที่คบหากันมีโอกาสดูฤกษ์หมั้นหมายแต่งงานในปี 2562 การเงินจะมีข่าวดี แม้ว่าดวงดีแต่ก็ต้องหมั่นทำบุญบ่อยๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ แนะนำ เปลี่ยนผ้าม่าน ปลอกหมอนหรือหมอนอิง ราศีธนู (16 ธ.ค.-14 ม.ค.)  ราศีที่ได้รับผลจากดาวราหู  เป็นดวงดาวที่ค่อนข้างแรง ธุรกิจที่เกี่ยวกับการเดินทางหรืองานต่างประเทศจะส่งผลดี  ดวงจะเหนื่อยในครึ่งปีแรกแต่ครึ่งปีหลังจะเป็นข่าวดีเข้ามาทำให้สำเร็จ ก้าวหน้า ให้เน้นเรื่องการทำบุญ ควรใช้สติในการดำเนินชีวิต แนะนำ ให้ทำบุญเกี่ยวกับแสงสว่าง  และแต่งบ้านด้วยรูปปั้นลูกโลกหรือแผนที่โลก เสริมด้านการเดินทาง, ราศีมังกร (15 ม.ค.-12 ก.พ.)  เป็นราศีที่พ้นเคราะห์ ความวุ่นวายลดน้อยลง โดยเฉพาะเรื่องการเงิน การงานมีคนสนับสนุนและเป็นปีแห่งการเริ่มต้นที่ดีมีความก้าวหน้า ด้านความรักจะเจอคู่แบบบุพเพสันนิวาส แนะนำ ของใช้-ของแต่งบ้านที่ทำจากเซรามิก เสริมความมั่นคง, ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.-14 มี.ค.)  ราศีที่เปลี่ยนแปลงเรื่องงานเยอะ ทั้งเปลี่ยนงาน ย้ายงาน หากจะลงทุนต้องระวัง เพราะดวงบริวารหรือการลงทุนค่อนข้างจะมีปัญหา อาจเจอคนไม่ซื่อสัตย์-เอาเปรียบ ถูกโกง แต่การงานจะเปลี่ยนไปสู่ทิศทางที่ดี จะวุ่นวายในครึ่งปีแรกแต่ครึ่งปีหลังลงตัวดี ระวังการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว แนะนำ ให้มีของใช้บนโต๊ะทำงาน และอุปกรณ์เครื่องเขียนต่างๆ, ราศีมีน (15 มี.ค.-13 เม.ย.)  ดาวรุ่งของปี มีความชัดเจนเรื่องงานมากขึ้น  เหมาะจะเปิดธุรกิจใหม่หรือศึกษาต่อ จะได้ปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ทั้งการย้ายบ้าน-ออฟฟิศใหม่ ซึ่งจะส่งผลเชิงบวก ความรักลงตัวขึ้น คนโสดจะเจอคนถูกใจ ส่วนคนมีครอบครัวแล้วมีเกณฑ์ขยับขยายและมีบุตร แนะนำ เปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว ชุดจานชาม เสริมการมีกินมีใช้” นอกจากนี้ยังมีเหล่าเซเลบริตี้คนดัง ที่ชื่นชอบการแต่งบ้าน และให้ความสำคัญกับการมอบของขวัญแทนความหมายดีๆ สำหรับคนสำคัญ มาเล่าถึงการเลือกชุดของขวัญในสไตล์ตนเองด้วย เริ่มที่ มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เผย “ทุกปีมายด์ต้องเตรียมของขวัญหลายชิ้น เวลาเลือกซื้อของขวัญก็จะคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ ความชอบ การใช้งานจริงของผู้รับ สำหรับผู้ใหญ่ก็จะนึกถึงชุดจาน อุปกรณ์ครัว หรือของใช้เกี่ยวกับสุขภาพ มากกว่าการให้ดอกไม้ ตอนนี้ก็กำลังดูชุดกิ๊ฟเซ็ทเสื้อผ้าของใช้สำหรับเด็กเป็นของขวัญให้ลูกชายเพื่อน ส่วนตัวมายด์ชอบแต่งบ้านมาก บางทีว่างๆ ก็มาเดินเล่นที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ซึ่งมักจะได้ของติดมือกลับบ้านตลอด มายด์ชอบแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นลักซูรี่ ยิ่งเวลาเห็นของแต่งบ้านที่มีสีทอง พิงค์โกลด์ ไม่พลาดที่จะต้องซื้อกลับ อย่างปีนี้อาจารย์ช้างได้แนะนำให้ซื้อโคมไฟและทำบุญด้านแสงสว่างเสริมดวงสำหรับราศีเมถุน ก็เหมาะเลยเพราะตั้งใจจะซื้อโคมไฟตั้งโต๊ะเข้าบ้านอยู่พอดีค่ะ” ด้าน หมูตั้ง-หม่อมหลวงอรรถดิศ  ดิศกุล เผยว่า “การเลือกซื้อของขวัญที่ใช้ได้จริง เหมาะกับผู้รับ ผมว่าเหมาะที่สุดครับ อย่างที่รู้คือคาร์แรกเตอร์ผมดูกวนๆ เวลาเลือกซื้อของก็จะเลือกของที่ดูกวนๆ เพื่อให้คนที่รับได้นึกถึง แต่ของขวัญกวนๆ ก็เป็นกลุ่มเพื่อนมากกว่า ปีนี้คิดว่าจะซื้อของขวัญที่จัดเป็นเซ็ทสวยๆ ให้คุณพ่อคุณแม่, พี่สาว และแฟน สำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ก็น่าจะเป็นด้านสุขภาพหรือชุดจานชาม, ชุดกาน้ำชา, เทียนหอมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย,    หมอนอิงไว้ในห้องนั่งเล่น ส่วนตัวชอบทำอาหารและมีร้านอาหารก็คงเลือกอุปกรณ์ครัว ชุดจานใหม่ๆ เข้าบ้านให้บ้านมีการเปลี่ยนแปลงแลดูมีชีวิตชีวาขึ้นครับ” ปิดท้ายที่ จินนี่-เขริกา โชติวิจิตร เผยว่า “ปีนี้จินนี่จะหาของขวัญให้กับคุณครู และญาติผู้ใหญ่สำหรับเทศกาลปีใหม่ปีหมูทองที่จะถึงนี้ โดยใช้โอกาสนี้ไปพบท่านพร้อมกับชุดของขวัญชุดจานรูปหมูที่สื่อถึงความสมบูรณ์พูนสุข  ที่ดูน่ารักและใช้งานได้จริง  ทุกๆ ปีจินนี่จะชอบไปเลือกซื้อของแต่งบ้านใหม่กับคุณแม่  ซึ่งคุณแม่จะชอบสไตล์ที่ต่างกับจินนี่  พอได้ไปเลือกด้วยกันเราจะหาข้อสรุปที่ลงตัวทั้งสองฝ่าย  สำหรับปีนี้ตั้งใจจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนที่ห้อง จินนี่เชื่อตามที่อาจารย์ช้างแนะนำว่าเมื่อดวงดาวเปลี่ยน  เราก็ต้องปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ๆ รอบตัว เพื่อรับกับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นค่ะ” ไม่ว่าดวงชะตาของคุณจะเป็นอย่างไรเราสามารถปรับฮวงจุ้ยให้ดีขึ้นได้ ด้วยชุดของขวัญมากความหมายคัดพิเศษได้แล้ว วันนี้  – 9 ม.ค. ศกหน้า ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 29 สาขาทั่วประเทศ และพิเศษชุดของขวัญเสริมสิริมงคลรับปีกุน 2562 ที่แนะนำโดย อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา *เฉพาะที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์เท่านั้น*  หรือช้อปออนไลน์ www.indexlivingmall.com สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-417-1111        
เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ฉลองเทศกาลคริสต์มาส จัด “Merry Major Tower 2018”  ครั้งแรก!กับแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas”  ตื่นตากับ “Dream Factory” โรงงานความสุขยักษ์ที่ประดับไฟสุดอลังการ พร้อมชวนแบ่งปันน้ำใจแก่น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา เติมเต็มความสุขต้อนรับปีใหม่ 2019

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ฉลองเทศกาลคริสต์มาส จัด “Merry Major Tower 2018” ครั้งแรก!กับแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas” ตื่นตากับ “Dream Factory” โรงงานความสุขยักษ์ที่ประดับไฟสุดอลังการ พร้อมชวนแบ่งปันน้ำใจแก่น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา เติมเต็มความสุขต้อนรับปีใหม่ 2019

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส จัด “Merry Major Tower 2018” เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งเทศกาลคริสต์มาส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas” พบกับไฮไลต์ครั้งแรกในไทย! ที่จะได้สัมผัสกับต้นคริสต์มาสเคลื่อนไหวได้ ในมุมมองใหม่สุดสร้างสรรค์ ด้วยการจำลองดินแดนซานตาครอสภายในต้นคริสต์มาสที่มาพร้อมกับเหล่าเอลฟ์ที่จะมาสร้างสีสันให้มีชีวิตชีวา รวมถึงตื่นตาตื่นใจกับ “Dream Factory” โรงงานแห่งความสุขขนาดใหญ่ยักษ์ สูง 3 เมตร ที่ประดับไฟระยิบระยับสุดอลังการ สร้างความคึกคักและเป็นแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ พร้อมชวนแบ่งปันความสุขด้วยการรับบริจาคของเล่น อุปกรณ์การเรียน และหนังสือสำหรับเด็กส่งต่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา ตั้งแต่วันนี้-15 มกราคม 2019 ณ อาคารเมเจอร์ทาวเวอร์ ทองหล่อ ซ.10 คุณเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์อยากที่จะมอบความสุขให้แก่ลูกค้าและคนทั่วไป ด้วยการจัด “Merry Major Tower 2018” เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งเทศกาลคริสต์มาส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas” โดดเด่นด้วยดีไซน์ของต้นคริสต์มาสที่    ไม่เหมือนใครและหาชมที่ไหนไม่ได้ ซึ่งตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ ณ พื้นที่ด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ทองหล่อ ซ.10 โดยเปิดให้คนทั่วไปได้สัมผัสความสวยงาม ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2019 ไฮไลต์ของ Merry Major Tower 2018 ครั้งนี้ คือ ต้นคริสต์มาสเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเป็นครั้งแรก! ในไทยกับการดีไซน์ในมุมมองใหม่สุดสร้างสรรค์ โดยจำลองดินแดนซานตาครอสภายในต้นคริสต์มาส ที่มาพร้อมกับเหล่าเอลฟ์ ผู้ช่วยซานตาครอสตัวจิ๋ว ผู้อยู่เบื้องหลังการเติมเต็มความฝันของเด็กๆ ในคืนวันคริสต์มาส โดยภายในต้นคริสต์มาสได้อบอวลไปด้วยบรรยากาศเมืองหิมะ ที่มีรถลากเลื่อนของซานตาครอสขับเคลื่อนด้วยกวางเรนเดียร์ไปรอบเมือง เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความพร้อมในการส่งมอบของขวัญและความสุขให้กับทุกคน นอกจากนี้ ยังสร้าง “Dream Factory” โรงงานแห่งความสุขขนาดใหญ่ยักษ์ สูงถึง 3 เมตร เด่นตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานผลิตความสุข ที่เป็นการร่วมแรงร่วมใจของเหล่าเอลฟ์ที่อยากจะส่งมอบความสุขและเสริมสร้างพลังชีวิตให้กับทุกคนในย่านทองหล่อ ให้มีความสุขกันอย่างถ้วนหน้า เฉกเช่นกับพนักงานเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดในการสร้างสรรค์พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Crafting Lifescape to Excellence’ ให้ทุกโครงการที่พัฒนาขึ้นมามีความเป็น Top of Class ตรงตามมาตรฐานสากล ตอบสนองทุกความต้องการ เพื่อให้ทุกคนที่อยู่อาศัยได้มีชีวิตที่ดีในทุกๆ วัน “สำหรับ Merry Major Tower 2018 ได้ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับปรากฏการณ์งานศิลปะแห่งเทศกาลคริสต์มาสอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ลดทอนองค์ประกอบของต้นคริสต์มาสให้มีความโมเดิร์น ใช้วัสดุที่เรียบง่าย และสีสันที่แสดงออกถึงเทศกาลคริสต์มาสอย่าง เขียว แดง และขาว รวมถึงประดับตกแต่งให้สวยงาม เพื่อสร้างบรรยากาศให้เข้ากับเทศกาล ทั้งนี้ คอนเซ็ปต์ในการออกแบบของ Merry Major Tower 2018 นั้นมาจากคอนเซ็ปต์ ‘Boutique Art Gallery’ ของอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นแบรนด์อาคารสำนักงานเกรดเอของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่พัฒนาอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ ที่มีการคมนาคมที่สะดวกสบาย มีความโดดเด่นทางด้านการดีไซน์ และมีคุณค่าทางศิลปะซึ่งเราตั้งใจให้เป็นพื้นที่ทำงานที่สามารถจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และเป็นออฟฟิศในฝันของคนรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์การทำงานอย่างมีคุณภาพ โดยปัจจุบันอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ซอยทองหล่อ 10 มีอัตราการเช่าเต็ม 100% ซึ่งในปี 2562 มีแผนที่จะเปิดอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์เพิ่มอีก 1 โครงการ ในย่านพระราม 9-รามคำแหง เพื่อให้บริษัทฯ มีรายได้ประจำอย่างต่อเนื่องและเติบโตอย่างยั่งยืน” คุณเพชรลดา กล่าว อย่างไรก็ดี Merry Major Tower 2018 ครั้งนี้ ได้จัดอีกหนึ่งกิจกรรมเติมเต็มความสุข ชื่อ “A Little Magic of Sharing” ร่วมสร้างฝัน แบ่งปันความสุขให้น้องๆ ชวนบริจาคของเล่น อุปกรณ์การเรียน และหนังสือสำหรับเด็กสภาพดี ส่งต่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ โดยผู้ที่สนใจสามารถมาบริจาคได้ด้วยตัวเองที่อาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ทองหล่อ ซ.10 ตั้งแต่วันนี้-15 มกราคม 2019 รวมถึงยังจัดกิจกรรมสนุกๆ บนหน้าเฟซบุ๊กเพจของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ Facebook.com/MajorDevelopmentPCL โดยสามารถเล่นเกมส์ และลุ้นรับของรางวัลเก๋ๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 17-25 ธันวาคม 2018                    
ออลล์ อินสไปร์ฯ มอบสิทธิ์พิเศษแก่ลูกบ้าน ออลล์ อินสไปร์ฯ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ ดินเนอร์สุดหรู จากเชฟมิชลิน 3 ดาว

ออลล์ อินสไปร์ฯ มอบสิทธิ์พิเศษแก่ลูกบ้าน ออลล์ อินสไปร์ฯ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ ดินเนอร์สุดหรู จากเชฟมิชลิน 3 ดาว

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์  และอิมเพรสชั่น จัดกิจกรรม Michelin star The Ultimate Dining Experience มอบสิทธิ์พิเศษแก่ลูกบ้าน ออลล์ อินสไปร์ฯ ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ กับสุดยอดเชฟมิชลินสตาร์ ระดับ 3 ดาว จากประเทศฝรั่งเศส “คริสตอฟ แบคคีย์” ที่โชว์ฝีมือปรุงอาหารรสชาติเยี่ยมยอดให้ได้ลิ้มรสกันในบรรยากาศสุดหรู ถือว่าเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ณ ห้องอาหาร ลาวี โรงแรม วี โฮเตล กรุงเทพ-เอ็มแกลอรี่ บาย โซฟิเทล โดยภายในกิจกรรมดังกล่าว ลูกบ้าน ออลล์ อินสไปร์ฯ จะได้เพลิดเพลินไปกับสุดยอดเมนูอาหารที่ได้รับการรังสรรค์จากวัตถุดิบสุดพิเศษ ด้วยรสชาติที่เป็นเลิศ ทำให้อาหารแต่ละจานดูน่ารับประทานราวกับงานศิลป์ อีกทั้งยังใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน ด้วยดีกรีรางวัล "French Chef of The Year 2018" เชฟแห่งปี 2018 จากประเทศฝรั่งเศส ถือว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสำหรับเชฟผู้รักษารสชาติดั่งเดิม เผยแพร่อาหาร หรือขนมหวานแบบฝรั่งเศสให้คงอยู่และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก พร้อมการันตีความอร่อยจากทุกเมนู วัตถุดิบที่ผ่านการเลือกสรรเป็นอย่างดี ซึ่งออลล์ อินสไปร์ ไม่พลาดที่จะมอบโอกาสและประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ให้กับลูกบ้านของ ออลล์ อินสไปร์ฯ                 
ออลล์อินสไปร์ฯ จัดดินเนอร์สุดหรูกับสุดยอดเชฟมิชลิน 3 ดาว

ออลล์อินสไปร์ฯ จัดดินเนอร์สุดหรูกับสุดยอดเชฟมิชลิน 3 ดาว

คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท ออลล์อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ดิเอ็กเซลไรส์และอิมเพรสชั่น มอบประสบการณ์สุดพิเศษแก่ลูกบ้านออลล์อินสไปร์ฯสัมผัสความอร่อยระดับโลกกับดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จากเชฟมิชลิน 3 ดาว“คริสตอฟแบคคีย์”ที่มารังสรรค์สุดยอดเมนูอาหารให้ได้ชิมกันนับว่าเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับลูกบ้านมีโอกาสได้ลิ้มรสความอร่อยครั้งแรกในเมืองไทยจากเชฟชื่อดังที่มีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรวัตถุดิบหายากกับส่วนผสมที่ลงตัวและรสชาติที่เป็นเลิศดีกรีรางวัล "French Chef of the Year 2018" เชฟแห่งปี 2018 จากประเทศฝรั่งเศสโดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นณ ห้องอาหาร ลาวีโรงแรม วี โฮเตล กรุงเทพ - เอ็มแกลอรี่ บาย โซฟิเทลเมื่อเร็วๆ นี้          
มั่นคงฯ ร่วมสร้างชุมชนสังคมสุขภาพ มอบรถพยาบาลและอุปกรณ์การแพทย์แก่ชุมชนคุ้งบางกระเจ้า

มั่นคงฯ ร่วมสร้างชุมชนสังคมสุขภาพ มอบรถพยาบาลและอุปกรณ์การแพทย์แก่ชุมชนคุ้งบางกระเจ้า

นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK ส่งมอบความห่วงใยด้านสุขภาพแก่ชุมชนพื้นที่คุ้งบางกระเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ด้วยการมอบรถตู้พยาบาลพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับใช้รับ-ส่ง ผู้ป่วยฉุกเฉิน ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบล  และลดปัญหาการขาดแคลนรถตู้พยาบาลของชุมชนในพื้นที่ โดยมีนายสำเนาว์ รัศมิทัต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง เป็นผู้แทนรับมอบ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อเร็วๆ นี้ ชมภาพบรรยากาศกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.mk.co.th          
“แสนสิริ” ประกาศความสำเร็จด้าน CRM สมาชิก Sansiri Family โตเพิ่มขึ้นกว่า 40% ยอดใช้งานแอพ Sansiri Home Service สูงกว่า 10,000 ครั้งต่อเดือน ดึง 4 สุดยอดเชฟ ร่วมแคมเปญ “SANSIRI CHEF YOUR TABLE” ต่อยอดแพลตฟอร์ม Sansiri Move-In Experience หลังได้รับความนิยมสูงสุด หวังเพิ่มยอดสมาชิก 50% ปีหน้า

“แสนสิริ” ประกาศความสำเร็จด้าน CRM สมาชิก Sansiri Family โตเพิ่มขึ้นกว่า 40% ยอดใช้งานแอพ Sansiri Home Service สูงกว่า 10,000 ครั้งต่อเดือน ดึง 4 สุดยอดเชฟ ร่วมแคมเปญ “SANSIRI CHEF YOUR TABLE” ต่อยอดแพลตฟอร์ม Sansiri Move-In Experience หลังได้รับความนิยมสูงสุด หวังเพิ่มยอดสมาชิก 50% ปีหน้า

แสนสิริ ตอกย้ำความสำเร็จด้าน CRM ที่พร้อมดูแลตลอดการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ หลังขยายฐานจำนวนลูกบ้าน Sansiri Family โตขึ้นกว่า 40% และลูกบ้านวีวีไอพี Siri Priority เพิ่มขึ้นกว่า 35% ในปีนี้ ปลื้มลูกบ้านใช้งานแอพพลิเคชั่น Sansiri Home Services เฉลี่ยกว่า 10,000 ครั้งต่อเดือน รุกเดินหน้าพัฒนาบริการด้วยกลยุทธ์แบบ Personalized CRM พัฒนาเซอร์วิสใหม่ๆครอบคลุม ทุกการใช้ชีวิตของลูกบ้านแบบ 360 องศา ตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกแสนสิริ แฟมิลี่และ Siri Priority เพิ่ม 50% ในปี 2562 พร้อมต่อยอดความสำเร็จแพลตฟอร์มเซอร์วิสยอดนิยม Sansiri Move-in Experience เปิดตัวแคมเปญพริวิเล็จ “SANSIRI CHEF YOUR TABLE” (แสนสิริ เชฟ ยัวร์ เทเบิล) มอบประสบการณ์ในการรับประทานอาหารแบบเหนือระดับให้เป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้ กับครั้งแรกในประเทศไทยที่รวบรวม 4 เซเลบริตี้เชฟชั้นนำระดับประเทศ มาร่วมรังสรรค์ Dining Experience สุดพิเศษถึงบ้านหรือคอนโดฯ ของแสนสิริ ต้อนรับเทศกาลปีใหม่และโอกาสสำคัญ คุณกมลวรรณ ประสิทธิ์วุฒิเวชช์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2561 นี้ เป็นปีที่แสนสิริ ประสบความสำเร็จอย่างมากในการบริหารด้านลูกค้าสัมพันธ์ โดยมีสมาชิกครอบครัว Sansiri Family เพิ่มขึ้นจาก 60,000 คนในปี 2560 เป็น 84,000 คนในปี 2561 หรือเพิ่มขึ้นถึงกว่า 40% ภายใน 1 ปีที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสมาชิกเป็น 126,000 คนหรือกว่า 50% ในปี 2562 นอกจากนี้สมาชิก Siri Priority ยังเพิ่มขึ้นกว่า 35% จากจำนวน 150 คน ในปี 2561    เป็น 200 คนในปีนี้ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 50%ในปีหน้ากว่า 300 คน ซึ่งเป็นผลจากจุดแข็งด้านบริการที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการแบบรายบุคคล (eCRM personalization) ด้วยพริวิเล็จพิเศษและประสบการณ์ที่แตกต่างและเหนือระดับ รวมทั้งการจัดทีม Relationship Manager นอกจากนี้ หลังจากการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Sansiri Home Services เวอร์ชั่นล่าสุดเมื่อไตรมาสที่ 2 ของปีที่ผ่านมา ได้สร้างความสำเร็จอย่างสูงด้วยยอด ผู้ลงทะเบียนใช้งานกว่า 25,000 ราย ซึ่งมีการใช้งานเป็นประจำเฉลี่ยกว่า 10,000 ครั้งต่อเดือน ซึ่งกว่า 40% เป็นการใช้งานแพลตฟอร์มเซอร์วิส SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ และรับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกบ้านอย่างล้นหลามด้วยยอดใช้บริการมากกว่า 4,000 ครั้งต่อเดือนโดยบริการในหมวด Easy Living ที่มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุด โดยแสนสิริมั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้งาน Sansiri Home Services เป็น 2 เท่าหรือกว่า 50,000 คนได้ ในปี 2562”   “สำหรับกลยุทธ์ในปี 2562 แสนสิริ จะมุ่งต่อยอดแพลตฟอร์ม Move-In Experience ในส่วนบริการที่ได้รับความนิยมอย่าง Easy Living ประเดิมด้วยการเปิดแคมเปญ Sansiri Chef Your Table ที่นำความเข้าใจจากความต้องการของลูกบ้านทุกคนที่อยากสร้างความประทับใจให้กับคนที่รัก เพื่อนๆ หรือครอบครัวในเทศกาลเฉลิมฉลองหรือโอกาสพิเศษสำคัญต่างๆ ในบรรยากาศส่วนตัวที่บ้านของตนเองเพื่อสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำยิ่งขึ้น ซึ่งทางแสนสิริได้เชิญ 4 เซเลบริตี้เชฟชื่อดังระดับประเทศ ซึ่งบางท่านได้รับรางวัลในระดับมิชลินสตาร์ มาให้บริการรังสรรค์ Dining Experience ที่บ้านหรือคอนโดมิเนียม ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกบ้านแสนสิริได้ยกระดับประสบการณ์ในการรับประทานอาหารแบบ Chef Table ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ด้านไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความนิยมในราคาที่เข้าถึงได้ โดยสามารถแจ้งความต้องการหรือการเลือกสรรวัตถุดิบสำหรับแต่ละมื้อพิเศษ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในวงการอสังหาฯ ของไทยที่มอบประสบการณ์ที่แตกต่างแก่ลูกบ้านอย่างเหนือระดับ ในขณะเดียวกัน โครงการใหม่ๆ ของแสนสิริก็ได้จัดเตรียมพื้นที่ Co-Kitchen Space ให้ลูกบ้านสามารถทำอาหารรับประทานเอง หรือเตรียมอาหารสำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์ได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งถือเป็นการสะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของแสนสิริถึงความต้องการที่หลากหลายของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน และความเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับบริการหลังการขาย” แคมเปญ Sansiri Chef Your Table ในความร่วมมือกับ 4 เชฟที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่น และสไตล์การทำอาหารแตกต่าง ประกอบด้วย เชฟชุมพล แจ้งไพร เซเลบริตี้เชฟอาหารไทยเจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์, เชฟกิ๊ก- กมล ชอบดีงาม เซเลบริตี้เชฟชื่อดังด้านอาหารจีน, เชฟปิง-สุรกิจ เข็มแก้ว เซเลบริตี้เชฟชื่อดังด้านอาหารไทยอินโนเวทีฟ และ เชฟวิชิต มุกุระ เชฟอาหารไทย  ผู้มีประสบการณ์ยาวนาน พร้อมรังสรรค์คอร์สเมนูพิเศษ Chef’s Selected Dishes inspired by Sansiri เฉพาะสำหรับแสนสิริ แฟมิลี่ ในราคาค่าบริการเริ่มต้นรวม 20,000 บาท สำหรับลูกค้าจำนวน 8 ท่าน  โดยลูกบ้านแสนสิริสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2562  ผ่านแอพพลิเคชั่น Sansiri Home Services และเว็บไซต์ Sansiri Family www.sansiri.com/family/th นอกจากนี้ แสนสิริ ยังได้ร่วมกับพันธมิตรโรงแรมระดับ 5 ดาว จัดโปรโมชั่น Sansiri Happy Hampers คัดสรรกระเช้าของขวัญระดับพรีเมียมมาไว้ในแอพฯ ให้ลูกบ้านสามารถเลือกซื้อของขวัญได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมมอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 20% ได้แก่ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ  โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพ  โรงแรม ดิโอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ  โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ และ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ถึง 15 มกราคม 2562   โดยแสนสิริ ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนพันธมิตรชั้นนำในด้านต่าง ๆ อีก 30% ในปีหน้าที่จะมาร่วมมอบสิทธิพิเศษให้ลูกบ้าน Sansiri Family จากปัจจุบันที่มีอยู่ถึง 250 ราย   “และสำหรับเป้าหมายในปี 2562 เรายังคงมุ่งมั่นต่อยอดความสำเร็จ โดยเน้นสร้างประสบการณ์ในการดูแลลูกบ้านที่มีมาตรฐานควบคู่กับบริการและสิทธิพิเศษใหม่ๆ ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงครอบคลุมถึงลูกค้าชาวต่างชาติ   ทั้งที่อาศัยอยู่ในไทยและต่างประเทศ และขยายขอบเขตบริการครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ซึ่งยังคงยึดมั่นในการบริหารงานด้านลูกค้าสัมพันธ์ภายใต้แนวคิด Customer-centric เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ในการอยู่อาศัยให้กับลูกบ้านอย่างสมบูรณ์แบบ อาทิเช่น บริการทางด้านการเงินและพริวิเล็จแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดยร่วมกับ   พันธมิตรชั้นนำทางธนาคาร สร้างแพลตฟอร์มบริการศูนย์รวมดีไซน์เนอร์ตกแต่งบ้านในราคาที่เข้าถึงได้ ตลอดจนพริวิเล็จพิเศษในโลเคชั่นใหม่ๆในแคมเปญ @Sansiri Urbanvibes” คุณกมลวรรณ กล่าว          
ช.การช่าง ใช้ “BIM” จำลองแบบก่อสร้างเสมือนจริง เพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบก่อสร้าง เดินหน้ายกระดับ “อินฟราเทค” ของประเทศไทย นำร่องโครงการแรก “รถไฟฟ้าสายสีส้ม”

ช.การช่าง ใช้ “BIM” จำลองแบบก่อสร้างเสมือนจริง เพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบก่อสร้าง เดินหน้ายกระดับ “อินฟราเทค” ของประเทศไทย นำร่องโครงการแรก “รถไฟฟ้าสายสีส้ม”

ในยุคที่ “ไทยแลนด์ 4.0” ถูกนำไปเป็นบริบทสำคัญในการนำ “เทคโนโลยี” เข้าไปเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและปฏิรูปในทุกอุตสาหกรรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนพลิกโฉมอุตสาหกรรมในหลายวงการ เช่น การเงิน อสังหาริมทรัพย์ โทรคมนาคม ฯลฯ บางอุตสาหกรรมนั้นอยู่ในช่วงเริ่มต้นในการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาช่วยบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่นเดียวกันกับ “อุตสาหกรรมก่อสร้าง” ซึ่งในภาพรวมทั่วโลกนั้น ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ยังมีโอกาสให้เทคโนโลยี-นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนอีกมาก ช.การช่าง ในฐานะผู้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยได้เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงนำเทคโนโลยีการออกแบบและก่อสร้างด้วยระบบ BIM (Building Information Modeling) หรือ ระบบการทำงานแบบจำลองสารสนเทศอาคาร ที่ช่วยออกแบบงานโครงสร้างและประสานการทำงานในส่วนต่างๆได้อย่างแม่นยำมาใช้ในโครงการ ทำให้การดำเนินงานก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และลดต้นทุนในการดำเนินงาน โดยช.การช่าง ได้ประเดิมเทคโนโลยีนี้กับการก่อสร้าง “โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม” เป็นโครงการแรก ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม (Engineer Expertise) เป็นแกนหลักของธุรกิจ ทำให้ในการทำงานแต่ละโครงการมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย เพื่อให้การบริหารและดำเนินการในส่วนต่างๆเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เราจึงทั้งสรรหาเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาขั้นตอนการทำงานเหล่านี้อยู่เสมอ โดยก่อนหน้านี้ ช.การช่างประสบความสำเร็จจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี สปป.ลาว ที่ใช้คอนกรีตทั้งโครงการกว่า 4.3 ล้านลบ.ม.  โดยได้นำฝุ่นหินละเอียดจากการโม่หินเพื่อผลิตทรายซึ่งตามมาตรฐานทั่วไปนั้นต้องล้างทิ้งมาศึกษาและทดลองปรับส่วนผสมจนสามารถนำฝุ่นหินและทรายโม่มาใช้ทดแทนทรายแม่น้ำซึ่งมีปริมาณไม่เพียงพอได้  ทำให้ลดการใช้ทรายแม่น้ำลงได้ถึง 80% นอกจากนี้ยังลดการใช้น้ำ ลดมลภาวะจากการล้างฝุ่นหิน รวมถึงประหยัดพลังงานและเวลาในการเตรียมวัสดุจนได้รับรางวัล TCA Practice Award: Silver Medal จากสมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย”   “เช่นเดียวกันกับการนำเทคโนโลยี  Building Information Modelling (BIM) หรือ ระบบการทำงานแบบจำลองสารสนเทศอาคารซึ่งช.การช่างได้เล็งเห็นประโยชน์ของระบบดังกล่าวกับงานก่อสร้างโครงการ ที่จะพลิกโฉมงานก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพในหลายๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแม่นยำในการออกแบบและการทำแบบจำลองก่อสร้างเสมือนจริงเพื่อประสานงานในส่วนต่างๆตั้งแต่ออกแบบจนถึงการก่อสร้าง  เราจึงได้เริ่มศึกษาข้อมูล และเตรียมงานตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2560 เพื่อนำมาใช้เป็นครั้งแรกกับการออกแบบก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม - ตะวันออก สัญญาที่ 1 (ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-รามคำแหง12) และ สัญญาที่ 2 (ช่วงรามคำแหง12 – หัวหมาก) จำนวน 3 สถานีจากทั้งหมด 7 สถานี เพื่อให้เจ้าของโครงการรวมไปถึงผู้โดยสารทุกท่านวางใจได้ว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มมีความมั่นคงปลอดภัยและจะแล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด”   สำหรับระบบ Building Information Modelling (BIM) เป็นการออกแบบอาคารหรือโครงสร้างด้วยแบบจำลอง 3 มิติ พร้อมกับมีข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องอยู่ภายใน เช่น ขนาด สเปคและราคาวัสดุ จำนวนการใช้งานจริง การทำงานจะสร้างแบบจำลองเสมือนจริงในคอมพิวเตอร์ โดยผู้ที่ออกแบบทุกฝ่าย ทั้งงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานระบบ สามารถทำงานบนโมเดลเดียวกันได้ ทำให้ประสานงานระหว่างทีมออกแบบและบริหารต้นทุนโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายวัชระ แสงหัตถวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานวิศวกรรม บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ผลักดันการใช้เทคโนโลยี BIM ในช.การช่าง กล่าวว่า “ในช่วง 4-5 ปีทีผ่านมา เทคโนโลยี BIM ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ออกแบบและจำลองอาคารสูง ส่วนอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานในเมืองไทย เพิ่งเริ่มมีการตื่นตัวใช้ BIM อย่างกว้างขวางในช่วง 1-2 ปีนี้ โดยสภาวิศวกร สภาสถาปนิก และวิศวกรรมสถานแห่งชาติ ได้เข้ามาให้การสนับสนุนด้วยการออก BIM Guide ฉบับแรกเพื่อเป็นคู่มือการใช้งานซอฟต์แวร์ดังกล่าวเมื่อปลายปี พ.ศ. 2560 ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่วงการก่อสร้างไทยจะได้นำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแพร่หลายในอนาคต”   การออกแบบโมเดล 3 มิติ มีความเที่ยงตรงและเห็นภาพโครงสร้างจริงรวมถึงปัญหาที่อาจจะเกิดในการก่อสร้างได้ชัดเจนมากกว่าทำงานด้วยแบบ 2 มิติแบบเดิมๆ ซึ่งต้องทำเป็นรูปด้าน รูปตัดประกอบกันหลายแผ่นจึงจะเห็นภาพ ในแบบ2มิติก็จะเป็นเพียงการเขียนชิ้นงานที่เป็นเส้น ไม่สัมพันธ์กัน ส่วนข้อมูลที่แสดงก็จะเป็นเพียงสี ความหนาเส้น เส้นประ หากต้องการแก้จุดใดจุดหนึ่ง จะต้องแก้แบบแผ่นอื่นๆที่ต่อเนื่องกันตามไปด้วย ทำให้การประสานงานจะมองเห็นเพียงส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานที่กำลังเขียนอยู่เท่านั้น ต่างจากการเขียนแบบด้วยโมเดล 3 มิติที่สามารถแก้จุดเดียวแล้วแบบแผ่นอื่นๆจะปรับแก้ตามอัตโนมัติ ทั้งยังสามารถตรวจจับโครงสร้างที่ชนกัน (Clash Check) ระหว่างทีมเขียนแบบได้อีกด้วย ซึ่งทำให้ลดเวลาในการตรวจแบบลงมาก การประสานงานด้วยโมเดล 3 มิตินี้ มีความแม่นยำสูงตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบก่อนลงมือก่อสร้างจริง ทำให้ทุกฝ่ายออกแบบได้สอดคล้องกันและลดการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งหน้างาน ทั้งนี้ ภาพ 3 มิติยังทำให้ผู้ที่ไม่ชำนาญด้านการอ่านแบบ เช่น ผู้ปฏิบัติงานหน้างาน เจ้าของงาน สามารถมองเห็นภาพโครงการได้ชัดเจนยิ่งขึ้น   “นอกเหนือจากการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานแล้วนั้น ช.การช่างก็มุ่งที่จะพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะด้านเทคโนโลยีไปพร้อมๆกัน โดยได้คัดเลือกวิศวกร สถาปนิก และช่างเขียนแบบที่มีความสามารถไปฝึกอบรมการใช้โปรแกรมกับสถาบันตัวแทน Autodesk เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและโครงการอื่นๆในอนาคต ทั้งยังได้ปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์พร้อมโครงข่ายการทำงานในฝ่ายวิศวกรรมเพื่อให้รองรับการทำงานด้วย BIM บนโครงการคอมพิวเตอร์ของบริษัท โดยในอนาคต ช.การช่าง ยังตั้งเป้าที่จะพัฒนาเทคโนโลยี BIM ให้สามารถวิเคราะห์การใช้พลังงาน และการบำรุงรักษาโครงสร้างส่วนต่างๆ (Facility Management) ของโครงการอีกด้วย” นายวัชระเสริม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณวัชระมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนทิศทางด้านเทคโนโลยีของ ช.การช่าง เมื่อย้อนกลับไปถึงช่วงเวลากว่า 3 ทศวรรษก่อน คุณวัชระถือเป็นผู้ผลักดันในการนำคอมพิวเตอร์เครื่องแรกเข้ามาใช้ในบริษัท ช.การช่าง โดยได้รับการสนับสนุนจากคุณปลิว ตรีวิศวเวทย์ ในการเริ่มใช้งานกับโครงการ “ในเวลานั้น คอมพิวเตอร์ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย เครื่องหนึ่งจะมีมูลค่าหลายหมื่นบาท ถือว่ามีมูลค่าที่สูงมาก เราได้นำมาใช้กับระบบบัญชีและการจัดซื้อเป็นจุดประสงค์แรก ซึ่งเดิมทีมีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน จำเป็นที่ต้องนำคอมพิวเตอร์เข้ามาจัดการระบบและย่นระยะเวลาการทำงานได้หลายเท่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ของช.การช่างในตอนนั้นจึงไม่ได้มองที่ความทันสมัย แต่เราคำนึงถึงประโยชน์ที่เทคโนโลยีที่เราจะนำมาใช้นั้นเหมาะสมกับงานแค่ไหน จะสร้างความคุ้มค่าทั้งในเชิงการทำงาน การบริหารเวลา และประสิทธิภาพของได้อย่างไรบ้าง ซึ่งถือเป็นแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีของช.การช่างในปัจจุบัน”   อย่างไรก็ตาม หัวเรือใหญ่แห่งสายงานวิศวกรรมของ ช.การช่าง มองว่า หัวใจสำคัญของการใช้เทคโนโลยีในองค์กรนั้นอยู่ที่ “คน” “การพัฒนาเทคโนโลยีขององค์กรนั้น ส่วนที่ท้าทายที่สุดไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี เพราะผมเชื่อว่าเทคโนโลยีถูกสร้างมาเพื่อการใช้งานที่สะดวกและง่ายดาย แต่กลับอยู่ที่ ‘คน’ ซึ่งทัศนคติการเปิดใจและยอมรับที่จะเรียนรู้แนวทางการทำงานใหม่ๆจากเทคโนโลยีถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคนเรามักยึดถือความคุ้นชินกับแนวทางที่เคยทำมา เราจึงพยายามที่จะผลักดันให้บุคลากรทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ให้ตื่นตัวที่จะเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีในการทำงาน ด้วยการชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับว่าคุ้มค่ามากแค่ไหน การก้าวไปข้างหน้าขององค์กรและเทคโนโลยี ผมจึงมองว่า ‘การเปิดใจเรียนรู้’ นี้แหละถือเป็นสิ่งสำคัญมาก” นายวัชระกล่าว      
Money Expo Year-End 2018 เงินสะพัดกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท แบงก์ทุ่มโปรโมชั่นแรงงานสุดท้ายแห่งปี แห่วางแผนลงทุนส่วนบุคคลสร้างเงินล้าน

Money Expo Year-End 2018 เงินสะพัดกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท แบงก์ทุ่มโปรโมชั่นแรงงานสุดท้ายแห่งปี แห่วางแผนลงทุนส่วนบุคคลสร้างเงินล้าน

งานมหกรรมการเงินส่งท้ายปี ครั้งที่ 2 Money Expo Year-End 2018 แบงก์แข่งโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปีดันยอดเงินสะพัดในงานกว่า 18,500 ล้านบาทสินเชื่อบ้านยอดฮิตกว่า 12,500 ล้านบาท เจ้าของธุรกิจขอกู้สินเชื่อ SMEs กว่า 3,000 ล้านบาท แห่ฝากเงิน/ซื้อประกันชีวิตกว่า 1,650 ล้านบาท ประชาชนสนใจปรึกษาเรื่องวางแผนการเงิน/การลงทุนสร้างความมั่งคั่งระยะยาว นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม งานมหกรรมการเงินส่งท้ายปี ครั้งที่ 2 Money Expo Year-End 2018 ที่ วารสารการเงินธนาคาร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2561 ภายใต้แนวคิด “Wealth Transformation มิติใหม่แห่งความมั่งคั่ง” เปิดเผยว่า มีประชาชนในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง เช่น สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรีเดินทางมาใช้บริการทางการเงินและการลงทุนอย่างคึกคักตั้งแต่วันแรก เนื่องจากมีโปรโมชั่นพิเศษที่ธนาคารและสถาบันการเงินนำมาแข่งขันกันอย่างดุเดือดภายในงาน ทำให้การจัดงานรวม 3 วันมียอดธุรกรรมทางการเงินการลงทุนรวมกว่า 18,500 ล้านบาท จากผู้สมัครใช้บริการภายในงานกว่า 28,300 ราย และมียอดผู้เข้าชมงานประมาณ 150,000 คน นางสางภาคนีกล่าวว่า โปรโมชั่นของงาน Money Expo Year-End 2018 เป็นโปรโมชั่นพิเศษที่ธนาคารและสถาบันการเงินนำมาแข่งขันกันเป็นงานสุดท้ายของปีนี้ โดยเฉพาะโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านที่แข่งกันเสนอดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ เช่น ธนาคารออมสิน คิดอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา0.50% 6 เดือนแรก ธนาคารกสิกรไทย 0.60% นาน 8 เดือนธนาคารกรุงไทย 3.37% 2 ปีแรก ธนาคารกรุงเทพอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำสุด 3.38%   รวมทั้ง โปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้านมือสองและบ้านใหม่ของธนาคารแห่งประเทศจีน คิดอัตราดอกเบี้ยบ้านและวงเงินกู้เพิ่ม 0% นาน 6 เดือน เฉลี่ยอัตราดอกเบี้ย3 ปี 3% ฟรีค่าประเมิน ยกเว้นค่าจดจำนองสูงสุด   2 แสนบาท และไม่มีเงื่อนไขต้องสมัครประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) สำหรับผู้ประกอบการก็มีโปรโมชั่นสินเชื่อเอสเอ็มอี/สตาร์ตอัพ อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 1 ปี และให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100 ล้านบาท มีระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุดถึง10 ปี ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ใช้ระบบบัญชีเดียวจะได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษเพียง 1% ต่อปีเท่านั้น ด้านผลิตภัณฑ์การออมและการลงทุนก็มีโปรโมชั่นพิเศษมานำเสนอในงาน เช่น ธนาคารออมสินมีโปรโมชั่นเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 105 วัน อัตราดอกเบี้ย Step up สูงสุด 9% ต่อปีทำให้มีประชาชนมาเข้าคิวตั้งแต่เช้าทุกวัน, เงินฝากประจำ 18 เดือนของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1.8%  ต่อปี, เงินฝากปลอดภาษี 24 เดือนของธนาคารกรุงศรี อัตราดอกเบี้ย 2.3% ต่อปี และเงินฝาก ME by TMB อัตราดอกเบี้ย 1.7% ต่อปี นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังมาเปิดขาย “สลากออมสินดับเบิลเปย์” ในงานเป็นที่แรก โดยเป็นสลากออมสินพิเศษ 5 ปี จำหน่ายหน่วยละ 100 บาท รวม 600 ล้านหน่วย ลุ้นรางวัลพิเศษรถเบนซ์ รถยนต์ รถกระบะ และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 28 ล้านบาท   ส่วนผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตก็เสนอโปรโมชั่นพิเศษเช่นเดียวกัน เช่น ซื้อประกันชีวิตแจกนาฬิกา Patek Philippe, นาฬิกา ROLEX, กระเป๋า Chanel ทองคำแท่งหนัก 10 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท, iPad Proแถมมี Cashback คืนให้ทันทีที่ชำระเบี้ย พร้อมลุ้นรางวัลรถยนต์โตโยต้า อัลทิส นางสาวภาคนีกล่าวว่า นอกจากโปรโมชั่นพิเศษภายในงานแล้ว ยังมีบริการให้คำปรึกษาวางแผนการออมการลงทุนซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก เช่นธนาคารกรุงศรีอยุธยามีบริการ Krungsri Plan Your Money ให้คำปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคลในรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด “แพลนดี ชีวิตสบาย จัดการเงิน ให้รวยได้ ง่ายนิดเดียว” ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าวางแผนทางการเงินได้ง่ายขึ้นและไปถึงเป้าหมายได้เร็วยิ่งกว่าเดิมทั้งในเรื่องการออมเงิน การลงทุน และการใช้จ่าย รวมถึงการบริหารสินเชื่อ ธนาคารกรุงเทพชูไฮไลต์ ‘B-Advice’ บริการออกแบบการเงินเพื่อคนรุ่นใหม่ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถเข้ามาขอรับคำแนะนำวางแผนการเงินและการลงทุนได้ฟรีจาก “ที่ปรึกษาทางการเงิน” ที่มีคุณวุฒิวิชาชีพด้านวางแผนทางการเงิน โดยใช้หลักการออกแบบพอร์ตลงทุนแบบ Efficient Frontier ที่เป็นรูปแบบการจัดพอร์ตที่มีประสิทธิภาพสูงในทุกระดับความเสี่ยง รวมถึงมีสินทรัพย์ทางการเงินและการลงทุนรูปแบบต่างๆ ให้เลือกลงทุนลงทุนตามเป้าหมายทางการเงินที่ต้องการ   ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย นำบริการจาก CitiGold มาช่วยจัดพอร์ตการลงทุนด้วยบริการแบบเปิดกว้าง (Open Architecture) ผ่านกองทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนพันธมิตรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ และธนาคารกสิกรไทยนำผู้เชี่ยวชาญจาก K-Expert มาให้คำปรึกษาทางการเงิน ทั้งคำแนะนำเรื่องการออมการลงทุน ตลอดจนการวางแผนรับวัยเกษียณ เพื่อให้วางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสม สำหรับยอดธุรกรรมที่เกิดขึ้นในงาน Money Expo Year-End 2018 นางสาวภาคนีเปิดเผยว่า สินเชื่อบ้านและรีไฟแนนซ์บ้านยังฮิตติดอันดับ 1 มีผู้สมัครใช้บริการเป็นวงเงินกว่า 12,500 ล้านบาท อันดับ 2 สินเชื่อ SMEs รวมวงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท อันดับ 3 กรมธรรม์ประกันชีวิตประกันภัยและแบงก์แอสชัวรันส์ มียอดทุนประกันรวมกันกว่า 940 ล้านบาท อันดับ 4 เงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมวงเงินกว่า 710 ล้านบาท อันดับ 5 สินเชื่อบุคคลมีผู้สมัครกว่า 3,000 ราย วงเงินกว่า 420 ล้านบาท   นอกจากนี้ ยังมีผู้สนใจลงทุนในกองทุนรวมรวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และสมัครบัตรเครดิตกว่า 4,700 ราย วงเงินกว่า 240 ล้านบาท          

ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุด

‘ฮาบิแทท กรุ๊ป’ เปิดเกมขยายตลาดต่างประเทศ ลุยโรดโชว์จีน-ฮ่องกง เชื่อศักยภาพตลาดยังแกร่ง

‘ฮาบิแทท กรุ๊ป’ เปิดเกมขยายตลาดต่างประเทศ ลุยโรดโชว์จีน-ฮ่องกง เชื่อศักยภาพตลาดยังแกร่ง

‘ฮาบิแทท กรุ๊ป’ เปิดเกมรุกขยายตลาดต่างประเทศเต็มสูบ ขน 2 โครงการพรีเมี่ยม วาลเด้น สุขุมวิท 39 และ วาลเด้น สุขุมวิท 31 เดินหน้าจัดกิจกรรมโรดโชว์ 3 เมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว หลังประสบความสำเร็จในตลาดฮ่องกง มั่นใจคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมในกรุงเทพฯ ยังเติบโตได้อีกมาก จากกลุ่มลูกค้าชาวจีนมีศักยภาพสนใจซื้อและลงทุน แย้มกลยุทธ์ปีหน้าจับมือพันธมิตรรายใหญ่จ่อลุย ตลาดอื่นทั้งในเอเชียและตะวันออกกลาง นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยมเพื่อการลงทุนของไทย เปิดเผยว่า “ตลาดคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมของผู้ซื้อชาวต่างชาติยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี โดยบริษัทฯมีแผนขยายตลาดลูกค้าชาวต่างชาติให้มากขึ้น ซึ่งเริ่มจากตลาดลูกค้าชาวจีนและฮ่องกงที่มีความใกล้ชิด ก่อนขยายไปยังตลาดอื่น ๆ ต่อไป โดยจะรุกทำกิจกรรมการตลาด ในทุกช่องทาง ทั้งการจัดกิจกรรมการตลาดในต่างประเทศด้วยตัวเอง และการร่วมมือกับพันธมิตรในการเจาะตลาดตรงเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าต่างชาติได้เพิ่มมากขึ้น”   ทั้งนี้ ฮาบิแทท กรุ๊ป ได้เริ่มจัดทำโร้ดโชว์ที่ฮ่องกงในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ และในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึง มกราคม 2562 นี้ ยังได้จับมือกับพันธมิตรจีนในการจัดกิจกรรมการตลาดใน 3 เมืองที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว เพื่อเจาะตลาดลูกค้าชาวจีนโดยเฉพาะ ส่วนโครงการที่นำไปเสนอขายในการจัดกิจกรรมการตลาดในจีนครั้งนี้ จะเป็นโครงการที่บริษัทกำลังเปิดขายอยู่ขณะนี้คือ โครงการวาลเด้น สุขุมวิท 39 ซึ่งมีโควต้าสำหรับลูกค้าชาวต่างชาติเหลืออยู่ราว 50 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถขายได้หมดในช่วงไตรมาส 1 - 2 ของปีหน้า และในต้นปี 2562 จะมีนำเอาโครงการใหม่ที่จะไปเจาะตลาดลูกค้าชาวต่างชาติ ได้แก่ โครงการ วาลเด้น สุขุมวิท 31 เป็นโควต้าสำหรับลูกค้าชาวต่างชาติ มูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท “แม้การเติบโตของการซื้อขายโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ของลูกค้าชาวจีนและฮ่องกงจะชะลอตัว เนื่องจากยังมีปัจจัยความกังวลต่อสถานการณ์ไม่แน่นอนจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน แต่ยังมีกลุ่มลูกค้าชาวจีนที่มีกำลังซื้อและยังให้ความสนใจคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมที่มีราคาตั้งแต่ 5 - 10 ล้านบาทอยู่ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดเป้าหมายของฮาบิแทท กรุ๊ป เรามั่นใจและเชื่อมั่นว่าสินค้าที่ออกไปนำเสนอจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และคาดว่ากำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าชาวจีนน่าจะเติบโตขึ้นอีกช่วงหลังเทศกาลตรุษจีนในปีหน้า” นายชนินทร์ กล่าว   นอกจาก ฮาบิแทท กรุ๊ป จะให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมการตลาดในจีน และฮ่องกงแล้ว ยังให้ความ สำคัญกับตลาดอื่นด้วยเช่นกัน โดยมองหากลุ่มตลาดใหม่ ๆ เช่น ตะวันออกกลาง และตลาดในเอเชียอย่างญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย   “แม้เราจะมีกลุ่มตลาดเป้าหมายที่ชัดเจนอย่างจีนกับฮ่องกงก็ตาม แต่ฮาบิแทท กรุ๊ป ก็ยังมองหาโอกาสในตลาดเกิดใหม่เพิ่มเติม พร้อมขยายฐานลูกค้า ด้วยการจับมือกับพันธมิตร ใช้กลยุทธ์และขยายช่องทางไปสู่ตลาดใหม่ ๆ มากขึ้น โดยถือเป็นกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจตลอดปี 2562 รวมถึงการมีโปรดักส์ใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติมขึ้นด้วย” “ฮาบิแทท กรุ๊ป ยังเชื่อมั่นต่อตลาดผู้ซื้อต่างประเทศว่าจะมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นในปีหน้า เพราะประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีเมืองท่องเที่ยวที่ติดอันดับเมืองท่องเที่ยวของโลกซึ่งได้แก่ กรุงเทพฯ และพัทยา โดยมียอดนักท่องเที่ยวเติบโตขึ้นทุกปี ส่งผลให้การลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเติบโต ทั้งฝั่งของผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าไปลงทุนในเมืองท่องเที่ยวเหล่านี้ และฝั่งของผู้ลงทุนรายบุคคลที่เห็นประโยชน์จากการเติบโตของการท่องเที่ยว ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ และที่สำคัญเมื่อโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC เข้ามา ก็จะทำให้แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่าง พัทยา เติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย" นายชนินทร์ กล่าวปิดท้าย   สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของฮาบิแทท กรุ๊ป ได้ที่เว็บไซต์ www.habitatgroup.co.th หรือโทร. 02-168-8266   เฟสบุ๊ค www.facebook.com/HabitatGroupProperties ไลน์ @habitatgroup อินสตาแกรม habitatgroup.th          
“สิงห์ คอมเพล็กซ์” โครงการลักชัวรีมิกซ์ ยูส แห่งแรกในย่านอโศก-เพชรบุรี พร้อมเปิดอย่างเป็นทางการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการผสมผสานแนวคิดในทุกมิติอย่างลงตัว

“สิงห์ คอมเพล็กซ์” โครงการลักชัวรีมิกซ์ ยูส แห่งแรกในย่านอโศก-เพชรบุรี พร้อมเปิดอย่างเป็นทางการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการผสมผสานแนวคิดในทุกมิติอย่างลงตัว

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดตัว ‘สิงห์ คอมเพล็กซ์’ เดอะ ลักชัวรี มิกซ์ ยูส คอมเพล็กซ์ โครงการลักชัวรี มิกซ์ ยูส บริเวณหัวมุมถนนอโศก-เพชรบุรีอย่างเป็นทางการ โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 11 ไร่ ประกอบไปด้วย อาคารสำนักงานเกรดเอ “ดิ ออฟฟิศ แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์” 42 ชั้น ที่มีโซนพื้นที่ค้าปลีกรวมร้านค้าและร้านอาหารชื่อดังกว่า 30 ร้าน และคอนโดมิเนียมลักชัวรี “ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์” สูง 39 ชั้น จำนวน 319 ยูนิต โดดเด่นด้วยแนวคิดในการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมเติมเต็มไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากทำเลที่ตั้งเดิมของสถานทูตญี่ปุ่น ณ บริเวณหัวมุมถนนอโศก-เพชรบุรี สู่ทำเลศักยภาพในย่านเขตธุรกิจใหม่ของกรุงเทพมหานคร การเป็นจุดศูนย์กลางคมนาคม ติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรี ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ท่าเรืออโศกคลองแสนแสบ และทางพิเศษศรีรัช ทำให้ สิงห์ เอสเตท บริษัทชั้นนำ ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนในประเทศไทยและต่างประเทศ นำโดยนายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพของทำเลที่ตั้งดังกล่าว จึงตัดสินใจพัฒนาโครงการ “สิงห์ คอมเพล็กซ์” (SINGHA COMPLEX) โครงการลักชัวรี มิกซ์ ยูส แห่งแรกของย่านอโศก-เพชรบุรี บนพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแห่งนี้ นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าว “สิงห์ คอมเพล็กซ์ สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่ประวัติศาสตร์ รวมถึงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อเจาะตลาดพรีเมียมของบริษัทฯ ผ่านการพัฒนาและออกแบบอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกรายละเอียด มีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยในส่วนของอาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีให้สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อการจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด บนพื้นฐานของความตั้งใจของ สิงห์ เอสเตท ที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ในการใช้ชีวิต (Premier Lifestyle Developer) ส่งมอบคุณภาพที่ดีที่สุดทั้งสินค้าและบริการ และที่สำคัญคือการส่งเสริมสังคมและสภาพแวดล้อมให้ยั่งยืน” โดย สิงห์ คอมเพล็กซ์ มุ่งเน้นการสร้างประสบการณของผู้คนเพื่อให้ทุกวินาทีของการใช้ชีวิตครบถ้วน ด้วยการจัดพื้นที่ได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระหว่างการทำงาน พักผ่อน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการระดับมืออาชีพ ผ่านมิติการใช้ชีวิตทั้ง 4 ด้าน คือ การเดินทางและการเชื่อมโยงทุกการใช้ชีวิต (Life Associated) เชื่อมโยงทุกการเดินทางอย่างสะดวกเพื่อคืนเวลาในการใช้ชีวิต สร้างสมดุลทั้งทำงาน พักผ่อน และสังสรรค์กับเพื่อนฝูงภายในที่เดียว การตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์เพื่อสะท้อนตัวตนของคนยุคใหม่ (Life Characteristics) ค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการทำงาน ใช้ชีวิตกับสังคมคุณภาพ พร้อมรับพลังงานจากสิ่งดี ๆ รอบตัว การใช้ชีวิตทุกวันให้เป็นโอกาสพิเศษ (Life Exclusivity) สีสันใหม่ของชีวิต ถูกสร้างจากความพิถีพิถันในรายละเอียด และบริการที่เป็นเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์และโอกาสที่พิเศษยิ่งกว่า และการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ (Life Dimension) แสงแดดที่พอเพียง อุณหภูมิที่พอเหมาะ และมีเวลาที่มีคุณภาพ ก่อเกิดเป็นความสุขในทุกมิติ   สิงห์ คอมเพล็กซ์ ประกอบด้วย คอนโดมิเนียมลักชัวรี “ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์” (THE ESSE at SINGHA COMPLEX) ความสูง 39 ชั้น จำนวน 319 ยูนิต ซึ่งจะมีการส่งมอบให้กับลูกค้าในช่วงปลายปี 2562 และอาคารสำนักงานให้เช่าพร้อมพื้นที่ค้าปลีกให้เช่า ความสูง 42 ชั้น แบ่งเป็น อาคารสำนักงานเกรดเอ “ดิ ออฟฟิศ แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์” (THE OFFICE at SINGHA COMPLEX) สมาร์ทออฟฟิศแห่งใหม่บนถนนอโศก เพชรบุรี โดดเด่นออกแบบด้วยการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยการใช้ชีวิตทำงาน และส่วนพื้นที่ค้าปลีก ซึ่งเป็นศูนย์รวมร้านค้าและร้านอาหารชื่อดังกว่า 30 ร้าน พร้อมมีพื้นที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่ออกกำลังกายลู่วิ่งจ็อกกิ้งบนดาดฟ้า (Rooftop Jogging Track) และพื้นที่ทำงานแบบ Co-working space ซึ่งอยู่ในส่วนของ “Amphitheatre” เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่เปิดให้ผู้มาใช้บริการสามารถทำงานและพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย รวมทั้งการบริการระดับมืออาชีพตามมาตรฐานโรงแรมห้าดาว นอกจากนั้นเพื่อรองรับการใช้ชีวิตในยุคดิจิตอล พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ด้านการใช้ชีวิตแบบ SMART LIFE มีบริการ Super WIFI ความเร็วสูงถึง 1GB/Sec. ให้บริการฟรี เรียกได้ว่าเชื่อมโยงทุกแง่มุมของการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมการทำงาน การพักผ่อน หรือการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ทั้งนี้ สิงห์ คอมเพล็กซ์ ยังได้รับการออกแบบมาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชน ตามหลักกลยุทธ์ในการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของ สิงห์ เอสเตท ที่ให้ความสำคัญกับศักยภาพของทำเลที่ตั้ง และการสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะรายละเอียดที่จะสร้างความยั่งยืนให้แก่สิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้าง นายนริศกล่าว “โครงการ สิงห์ คอมเพล็กซ์ สะท้อนให้เห็นแนวคิดในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) อย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่การเลือกที่จะรักษาต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่ในพื้นที่แต่เดิมไว้เพราะต้นจามจุรีสามต้นนี้เป็นสัญลักษณ์ของอโศก และการออกแบบพื้นที่สีเขียวทั้งภายในและภายนอกอาคารภายใต้แนวคิด Urban Sanctuary นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญเรื่องความสวยงามควบคู่ไปกับการเลือกใช้นวัตกรรมอัจฉริยะ เช่น การออกแบบฟินสีทองที่สร้างความโดดเด่นสวยงามให้ตัวอาคารภายนอก ในขณะเดียวกันได้เลือกติดตั้งกระจก Double Glazed ทั้งอาคารเพื่อช่วยในเรื่องลดความร้อน ป้องกันแสงยูวี กันเสียงจากภายนอก และสามารถนำแสงธรรมชาติมาใช้ในอาคาร รวมถึงการออกแบบที่ได้การรับรองมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นมาตรฐานอาคารเพื่อสิ่งแวดล้อมระดับสากล” ร่วมสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตอันสมบูรณ์แบบที่ สิงห์ คอมเพล็กซ์ โครงการลักชัวรี มิกซ์ ยูส แห่งแรกในย่านอโศก-เพชรบุรี ที่รวบรวมทุกรายละเอียดเพื่อเติมเต็มทุกความต้องการของไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ไว้อย่างลงตัวได้แล้ววันนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/SinghaComplex          
CI กางแผนปี 62 รุกพัฒนาอสังหาฯ ไฮเอนด์ ทุ่ม 6 พันล้าน ผุด 6 โปรเจค เสริมทัพขยายธุรกิจ

CI กางแผนปี 62 รุกพัฒนาอสังหาฯ ไฮเอนด์ ทุ่ม 6 พันล้าน ผุด 6 โปรเจค เสริมทัพขยายธุรกิจ

ชาญอิสสระ เผยแผนขับเคลื่อนธุรกิจปี 62 ผุด 6 โปรเจค มูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท ทั้งส่วนต่อขยายโรงแรม บาบา บีช คลับ, วาเคชั่น คลับ สร้างทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่รักการท่องเที่ยวกับที่พักระดับไฮเอนด์ เดินหน้าผุดโครงการใหม่คอนโดหรูย่านสาทร เตรียมนำ  บาบา บีช คลับ หัวหิน เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา (“กองรีท”) มูลค่าไม่เกิน 550 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าลุยโครงการร่วมพัฒนาและบริหารโรงแรม เสริมทัพการเติบโต   นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ว่าการแข่งขันด้านการตลาดอาจจะมีความคึกคักลดลงเมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยกระทบจากภาคการท่องเที่ยวที่ตัวเลขตกลงในช่วง 2- 3 เดือนมาแล้ว ส่งผลให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวของประเทศลดลงตามไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการท่องเที่ยวจากภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ รวมถึงกรุงเทพฯ ที่มีอัตราจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะชาวจีน ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวส่งผลทำให้สภาพหมุนเวียนทางการเงินลดลง ประกอบกับนโยบายสงครามการเงินระหว่างจีนกับสหรัฐฯซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการค้าที่จะมีการวางกฎเกณฑ์เรื่องของการนำเงินออกนอกประเทศมากขึ้น   “ปกติ 2-3 ปีที่แล้วมีการซื้อขายกับชาวจีนเยอะ ชาวจีนมาซื้อคอนโดเมืองไทยค่อนข้างมาก ตอนนี้ลดน้อยลง ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่เห็นได้ชัดว่า ในช่วงปลายปีนี้ตลาดอสังหาฯ อาจจะไม่ได้คึกคักมาก สำหรับกำลังการซื้ออสังหาฯ ที่ผ่านมา มีทั้งชาวไทย และต่างชาติ โดยในส่วนของชาวจีนก็ถือเป็นสัดส่วนที่ช่วยดึงกำลังซื้อได้พอสมควรในการเข้ามาจับจ่ายใช้สอย โครงการหลายๆ โครงการอาจจะมีผลเยอะ จากเหตุการณ์สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ที่ต้องมีการคุมเข้มเรื่องการเอาเงินออกจากประเทศจีน มันก็มีผลส่วนหนึ่งต่อสภาพการหมุนเวียนทางการเงิน ขณะเดียวกันในส่วนของบ้านเราเองมาตรการคุมเข้มของแบงก์ชาติในการปล่อยสินเชื่อ ก็จะมีผลกระทบต่อโครงการที่อยู่ในระดับล่าง-ระดับกลางที่อาจจะได้รับการอนุมัติการกู้จากแบงก์ที่ยากขึ้น โดยในส่วนของการดำเนินธุรกิจของชาญอิสสระ ในช่วงที่ผ่านมา เรามีการทำการตลาดเพื่อระบายสต็อกสินค้าในกลุ่มระดับกลาง-ล่าง มาตลอดทั้งปี อีกทั้งโครงการต่างๆ ของบริษัทเน้นสินค้าระดับไฮเอนด์ จึงส่งผลให้มาตรการดังกล่าวของแบงก์ชาติที่ออกมาไม่ได้มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจมากนัก” นายสงกรานต์ กล่าว   สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 62 บริษัทเตรียมทุ่มงบประมาณกว่า 6 พันล้านบาท ในการพัฒนาโครงการใหม่ และโครงการส่วนต่อขยาย ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียมหรูย่านถนนจันทร์ - สาทร มูลค่าโครงการ 2 พันล้านบาท, ส่วนต่อขยายโรงแรมบาบา บีช คลับ หัวหิน เมนโฮเทล อาคารสูง 12 ชั้น จำนวน 50 ห้อง มูลค่าโครงการ 1.5 พันล้านบาท, โครงการบ้านพักตากอากาศ พูลวิลล่า 7 หลัง   ภายในโครงการทิวทะเลเอสเตท มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท, วาเคชั่น คลับ อาคารสูง 10 ชั้น 80 ยูนิต ภายในโครงการทิวทะเลเอสเตท มูลค่าโครงการ 1.5. พันล้านบาท รวมไปถึงส่วนต่อขยายของโรงแรม ศรีพันวา ภูเก็ต คอนเวนชั่นฮอลล์ขนาดจุ 400 คน พร้อมห้องพักแบบพูลสวีท จำนวน 20 ห้อง มูลค่าโครงการ 1 พันล้านบาท และโครงการบ้านพักตากอากาศ พูลวิลล่าอีกจำนวน 4 หลัง มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท   “ทั้ง 6 โปรเจค ถือเป็นโครงการที่จะมาช่วยเติมเต็ม และรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทในอนาคต โดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนาส่วนต่อขยายของโรงแรมไม่ว่าจะเป็นโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต โรงแรมบาบาบีช คลับ หัวหิน โรงแรมบาบา บีช คลับ ภูเก็ต รวมถึงโครงการวาเคชั่นคลับ ซึ่งถือเป็นแนวคิดใหม่ในการพัฒนาที่พักตากอากาศสำหรับกลุ่มคนที่สนใจเป็นเจ้าของห้องพักในงบประมาณที่ไม่ถึงหนึ่งล้านบาท แต่ได้พักในอาคารที่มีการออกแบบและบริการระดับโรงแรม 5 ดาว” นายสงกรานต์ กล่าว   นอกจากนี้ในส่วนของความคืบหน้างานที่ปรึกษา และบริหารงานโรงแรมที่ไฮหนาน มณฑล ยูนนานประเทศจีน กับกลุ่มจุนฟาเรียลเอสเตท มีมูลค่าโครงการกว่า 18,000 ล้านบาท ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้วกว่า 40 % ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนตุลาคม ปี 2562  ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับรายได้จากค่าที่ปรึกษาและจะได้บริหารงานโรงแรม ซึ่งจะเป็นรายได้ระยะยาวให้กับบริษัทต่อไปด้วย และเมื่อไม่นานมานี้กลุ่มจุนฟาก็ได้เชิญทีมพัฒนาโครงการของชาญอิสสระเข้าไปดูพื้นที่และศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงแรมต่อที่ สิบสองปันนา ประเทศจีน เพื่อลงทุนพัฒนาในปีหน้าอีกด้วย ด้านนายดิฐวัฒน์ อิสสระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจในส่วนของโครงการทิวทะเลเอสเตท โครงการ Mixed Use เต็มรูปแบบแห่งแรกในหัวหิน ด้วยคอนเซปต์โครงการบ้านพักตากอากาศแบบครบวงจร ที่มีทั้ง คอนโดมิเนียม โรงแรม พูลวิลล่า ร้านอาหาร รวมถึงพื้นที่รองรับการจัดกิจกรรม อีเว้นท์ และงานสันทนาการต่างๆ ปัจจุบันมีโครงการแล้วเสร็จรวม 4 โครงการ ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียม ได้แก่ โครงการบ้านทิวทะเล อความารีน (Aquamarine), โครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ (Blue Sapphire), โครงการบลู (Blu) นอกจากนี้ยังมีโครงการ Baba Beach Club Hotel & Residences Hua Hin และ “บ้านโชค” ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศเก่าแก่ของตระกูลโชควัฒนา ในสไตล์หัวหินโคโลเนียล ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี ประกอบกับเราได้มีการทำกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีอีกด้วย   “จากกระแสตอบรับของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาพัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย, จีน,  อเมริกา, ไต้หวัน, สหราชอาณาจักร, เกาหลี, ฮ่องกง, แคนาดา, รัสเซีย, สวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ในปีหน้าเราเตรียมที่จะทุ่มงบประมาณในการสร้างส่วนต่อขยายของโรงแรมเพื่อเป็นการรองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมตึกสูง (Main Hotel) ซึ่งเป็นอาคารสูง 12 ชั้น จำนวน 50 ห้อง ที่มาพร้อมห้องบอลรูม ขนาดใหญ่, บ้านพักตากอากาศ พูลวิลล่า จำนวน 7 หลัง 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ รวมถึงวาเคชั่นคลับ  อาคารสูง 10 ชั้น จำนวน  80 ยูนิต ” นายดิฐวัฒน์ กล่าว   สำหรับโครงการส่วนต่อขยายในส่วนของพูลวิลล่า (บาบา บีช คลับ เรสซิเดนซ์ เฟส 2) สุดหรู จำนวน 7 ยูนิต ออกแบบดีไซน์ในสไตล์นีโอโคโลเนียลโดย บริษัท ฮาบิต้า จำกัด ประกอบด้วยวิลล่า 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 167.50 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้น 31.9 ล้าน มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท โดยมีทีมงานบริหารจากโรงแรมศรีพันวา เข้ามาช่วยบริหารจัดการด้านการลงทุนปล่อยเช่าให้กับลูกค้าอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินงานก่อสร้าง นอกจากนี้ในส่วนของการพัฒนาโปรเจคที่เรียกว่าวาเคชั่นคลับ เป็นอาคารสูง 10 ชั้น 80 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1.5 พันล้านบาท ถือเป็นโปรเจคใหม่ที่น่าสนใจสำหรับการสร้างประสบการณ์การวางโปรแกรมการพักผ่อนสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ อีกทั้งยังเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ ของการพัฒนาที่พักตากอากาศ สำหรับกลุ่มคนที่สนใจเป็นเจ้าของในงบประมาณที่ไม่ถึง 1 ล้านบาท แต่ได้พักในอาคารที่บริการระดับโรงแรม 5 ดาว โดยในระยะเริ่มต้นจะนำโรงแรมในเครือไม่ว่าจะเป็นโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต, โรงแรม บาบา บีช คลับ ภูเก็ต และ โรงแรม บาบา บีช คลับหัวหิน  เข้าร่วมนำร่องก่อน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2562 นอกจากนี้ในปีหน้าเราได้เจรจากับพันธมิตรในการพัฒนาปั้มน้ำมัน และแหล่งช้อปปิ้ง บริเวณด้านหน้าโครงการ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 20 ไร่ โดยจะแบ่งพื้นที่ดังกล่าวออกมาจำนวน 6 ไร่ ในการพัฒนาเติมเต็มรูปแบบความเป็นโครงการ Mixed Use ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ขณะที่นายวรสิทธิ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จำกัด  เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจโรงแรมที่ผ่านมายังได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยด้านการท่องเที่ยว และการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจากเหตุการณ์ต่างๆ เข้ามากระทบ แต่ภาพรวมของอุตสาหกรรมโรงแรมก็ยังเติบโตได้ดี โดยในส่วนของอัตราการเข้าพักอาจจะมีการปรับตัวลดลงไปบ้าง แต่ในด้านของการเข้าใช้บริการของร้านอาหาร การใช้สถานที่จัดงาน ยังได้รับการตอบรับที่ดีโดยตลอดทั้งปีที่ผ่านมา มีกิจกรรมอีเว้นทั้งหมด 87 งาน   ทั้งนี้จากภาพรวมการเติบโตของการจัดกิจกรรมอีเว้นท์ ในปีหน้าเราเตรียมพัฒนาส่วนต่อขยายในโครงการโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ในรูปแบบคอนเวนชั่นฮอลล์ เพื่อให้เป็นแหล่งรองรับการจัดกิจกรรม อีเว้นท์ ได้มากถึง 400 คน พร้อมพัฒนาห้องพักในรูปแบบของพูลสวีทเพิ่มอีกจำนวน 20 ห้อง เพื่อรองรับกลุ่มผู้เข้ามาร่วมกิจกรรมอีเว้นท์ได้มีที่พักผ่อน มูลค่าโครงการรวม 1 พันล้านบาท   อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังได้พัฒนาพูลวิลล่าโซนใหม่ ดีไซน์ในสไตล์ทรอปิคอลคอนเทมโพรารี่ ออกแบบโดยบริษัท แฮบบิต้า จำกัด  ผู้ออกแบบโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ประกอบด้วยพูลวิลล่า 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ จำนวน 4 หลัง พื้นที่ใช้สอย 150 ตารางเมตร และพื้นที่ส่วนกลางอีกกว่า 1,000 ตารางเมตร มีสระว่ายน้ำและพูลบาร์ มูลค่าโครงการรวม 200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปลายปี 2562   นอกจากนี้ในปีปลาย 2561 เราเตรียมนำโรงแรม บาบา บีช คลับ หัวหิน เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา หรือกองทรัสต์ SRIPANWA มูลค่าไม่เกิน 550 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอมติจากผู้ถือหน่วยลงทุน ที่จะมีการประชุมในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ โดยหากผู้ถือหน่วยมีมติเห็นชอบการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมในครั้งนี้จะส่งผลให้ขนาดมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์โตขึ้นจากเดิมที่ประมาณ 3,700 ล้านบาท เป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท        
“ยูนิเวนเจอร์” เผยผลประกอบการ ประจำปี’61 รายได้รวมกว่า 20,900 ล้านบาท มั่นใจปี’62 โตต่อเนื่อง

“ยูนิเวนเจอร์” เผยผลประกอบการ ประจำปี’61 รายได้รวมกว่า 20,900 ล้านบาท มั่นใจปี’62 โตต่อเนื่อง

บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV เผยภาพรวมการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2561 (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2560 ถึง 30 กันยายน 2561) โดยมียอดรายได้รวม 20,994 ล้านบาท เติบโต 16% จากช่วงเดียวกันของปี 2560 มีผลกำไรสุทธิส่วนของบริษัทอยู่ที่ 1,006 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้หลักในปี 2562 (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2561 ถึง 30 กันยายน 2562) กว่า 25,800  ล้านบาท และมีแผนเปิดโครงการใหม่ในปีนี้กว่า 30 โครงการ   นายวรวรรต ศรีสอ้าน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ประจำปี 2561 ว่าบริษัทฯ มีรายได้รวม 20,994 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 16,812 ล้านบาท คิดเป็น 80% ของรายได้รวม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและโรงแรม 1,687 ล้านบาท ธุรกิจอื่น (รวมธุรกิจสังกะสีออกไซด์) 2,494 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัท 1,006 ล้านบาท   “ในปี 2561 รายได้หลักมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายทั้งจากบ้านและคอนโดซึ่งอยู่ในธุรกิจการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แบ่งเป็นรายได้จาก 14,053 ล้านบาท และรายได้จากคอนโด 2,759 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมทั้งสิ้น 10,050 ล้านบาท มากจากบ้าน 7,200 ล้านบาท และจากคอนโด 2,850 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปี 2562 9,800 ล้านบาท คิดเป็น 45% ของเป้ารายได้ปี 2562   อนึ่งในปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายบ้าน 14,053 ล้านบาท โดยมาจากโครงการของกลุ่มแผ่นดินทอง จำนวน 38 โครงการ และในปี 2562 บริษัทฯ วางแผนเปิดโครงการแนวราบใหม่จำนวนกว่า 25 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 28,600 ล้านบาท   ในส่วนคอนโด บริษัทฯ มีรายได้ปี 2561  2,759 ล้านบาท จาก 8 โครงการ ของ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ GRAND UNITY และในปี 2562 บริษัทฯ วางแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 5 โครงการ มูลค่าโครงการไม่น้อยกว่า 9,000 ล้านบาท   “สำหรับทิศทางและแผนการดำเนินธุรกิจภาพรวมในปี 2562 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้หลักกว่า 25,800 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 83% ทั้งนี้มาจากบ้านประมาณ 69% และมาจากคอนโด 13% รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและโรงแรมประมาณ 7% ธุรกิจอื่นๆ (รวมธรุกิจสังกะสีออกไซด์) ประมาณ 10%” นายวรวรรต กล่าวในตอนท้าย        
เปิดตัว “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน”

เปิดตัว “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน”

ศิริพงษ์ สมบูรณ์ (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย เพิ่มเกียรติ โพธิเพียรทอง (ที่ 3 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ บ้านดี เดอะ แฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน” ทาวน์โฮมอารมณ์บ้านเดี่ยวสไตล์อังกฤษ  บนทำเลศักยภาพริมถนนบางกรวย-ไทรน้อย ด้วยเนื้อที่โครงการ 49 ไร่ มูลค่ารวม 1,300 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปักธงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในโซนนนทบุรีได้อย่างงดงาม หลังกวาดยอดขายในเฟสแรกไปแล้วกว่า 110 ล้านบาท  ณ  สำนักงานขายโครงการบ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี  เมื่อเร็วๆ นี้          
“แสนสิริ” ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ โกยยอดขาย “XT” แบรนด์ใหม่ 3 โครงการรวด ทะลุเป้าพุ่ง 12,000 ลบ. สูงสุดในประวัติศาสตร์  ปลื้ม! โครงการไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่แบรนด์แรกในไทย ฉีกทุกกฏการอยู่อาศัย โดนใจมิลเลนเนียล

“แสนสิริ” ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ โกยยอดขาย “XT” แบรนด์ใหม่ 3 โครงการรวด ทะลุเป้าพุ่ง 12,000 ลบ. สูงสุดในประวัติศาสตร์ ปลื้ม! โครงการไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่แบรนด์แรกในไทย ฉีกทุกกฏการอยู่อาศัย โดนใจมิลเลนเนียล

“แสนสิริ” เขย่าวงการอสังหาฯ ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ “XT New Lifestyle Condominium” ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมแห่งแรกในไทยกับคอนเซปท์ที่ฉีกทุกกฏการอยู่อาศัย กวาดยอดขายทะลุเป้า 12,000 ลบ. สูงสุดในประวัติการณ์ คิดเป็น 75% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขาย ภายในเวลาเพียง 3 เดือนกับ 3 ทำเลศักยภาพ XT เอกมัย XT ห้วยขวาง และ XT พญาไท ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตอกย้ำความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์และเข้าใจไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่สะท้อนตัวตนของชาวมิลเลนเนียลอย่างแท้จริง การปั้นแบรนด์ใหม่ที่แข็งแกร่งด้วยแนวคิดฉีกกรอบ “Extend Your Style” เผย 3 ปัจจัยหลักการซื้อ รูปแบบห้องที่เลือกเองได้ Co-Sharing Space พื้นที่ส่วนกลางที่แชร์ร่วมกันระหว่างโครงการครบครันด้วยเทคโนโลยี ทำเลและราคาที่คุ้มค่าตอบโจทย์การอยู่อาศัยและลงทุน นายปิติ จารุกำจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและบริหารกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “โครงการ XT New Lifestyle Condominium นับว่าเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่แบรนด์แรกของแสนสิริ ที่มีความท้าทายในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และมิลเลนเนียล โดยมีมูลค่ารวมโครงการสูงสุดในประวัติศาสตร์ของแสนสิริด้วยมูลค่าถึง 21,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าการเปิดตัวแบรนด์ใหม่และโครงการในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเกินเป้าที่คาดหวังไว้จากการเปิดขายพร้อมกันรวด 3 โครงการ ทุบสถิติยอดขายทะลุถึง 12,000 ล้านบาท คิดเป็น 75% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขาย ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายตั้งไว้ที่ 10,000 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จของการพัฒนาโครงการและสร้างแบรนด์ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมแห่งแรกในไทยเพื่อคนรุ่นใหม่และมิลเลนเนียลอย่างแท้จริง” “ปัจจัยความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากการพัฒนาแบรนด์ที่แข็งแกร่งของ XT ภายใต้แนวคิด “Extend Your Style” ซึ่งเป็นจุดเด่นของโครงการที่ฉีกกฏเกณฑ์ของการอยู่อาศัยเดิมๆ จากการเป็นไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมใหม่แห่งแรกในไทยที่ผู้ซื้อสามารถเลือกออกแบบเลย์เอาท์ห้องและปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสไตล์การใช้ชีวิต พื้นที่ส่วนกลางที่พัฒนาจากแนวคิด Co-Sharing Space ที่สามารถแชร์ร่วมกันระหว่างโครงการ XT ที่ครบครันด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น Flexible Furniture และ Sansiri Home Service Application ฯลฯ ตลอดจนศักยภาพทำเลโครงการและราคาที่คุ้มค่าของทั้ง 3 แห่ง ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการอยู่อาศัยและลงทุนอย่างแท้จริง ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างกันใน 3 ทำเลโครงการ  ไม่ว่าจะเป็น XT เอกมัย ศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตใจกลางเมืองของคนยุคใหม่ ดีไซน์ของโครงการที่โดดเด่นทันสมัย และด้วยราคาที่ดินที่ถีบตัวขึ้นในอัตราที่สูงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลตอบแทนการลงทุนสูงจากการปล่อยเช่า เนื่องจากเป็นโลเคชั่นที่มีดีมานด์สูงจากการเช่าของลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะ ชาวญี่ปุ่น ส่วน XT ห้วยขวาง ทำเลศักยภาพสูงที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางธุรกิจใหม่หรือ CBD ของกรุงเทพฯ  ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีห้วยขวางเพียง 70 เมตร พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกจัดเต็มในพื้นที่กว่า 4 ไร่ ซึ่งหาไม่ได้จากโครงการอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง ขณะที่ XT พญาไท ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวกสบายในราคาที่ไม่สูงเกินเอื้อม พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการบนพื้นที่รวมถึงกว่า 6,000 ตารางเมตร” นายปิติ กล่าว นอกจากนี้ แสนสิริ ยังสร้างมิติใหม่ด้วยการมอบไลฟ์สไตล์พริวิเล็จหรือ ‘XT Experience’ ที่สร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยในแบบฉบับ XT ให้กับลูกบ้านตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าอยู่อาศัย ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากแนวคิดหลักของโครงการและพฤติกรรมของคุนรุ่นใหม่ คือ ต้องการสิ่งที่ได้รับการออกแบบพิเศษเฉพาะบุคคล (Customized) โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มสิทธิประโยชน์หลัก ได้แก่ Dining สำหรับลูกบ้าน XT ที่ชื่นชอบในการทานอาหาร, Travel สำหรับลูกบ้านที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว, Activity สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมสุดแอคทีฟ และ Leisure สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผ่อนคลาย ตลอดจน Co-Sharing Space  ในสำนักงานขายด้วยแนวคิดใหม่ที่เปิดให้ลูกบ้านและคนทั่วไปได้มาใช้สถานที่ส่วนได้จริงเพื่อร่วมแบ่งปันหรือหาไอเดียใหม่ๆในการทำงาน ตลอดจนเป็นแหล่งพบปะพูดคุยงาน โดยมีบริการเครื่องดื่มและบริการ Wi-fi ฟรี อีกด้วย   ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมเซลล์ แกลอรี่ ที่ผสานเอาบรรยากาศคาเฟ่สุดฮิปและ Co-sharing space เข้าด้วยกัน ของทั้ง 3 โครงการ XT เอกมัย XT ห้วยขวาง และ XT พญาไท  ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับบริการ เครื่องดื่มและ Wi-fi ฟรี! โดยสามารถร่วมทำแบบทดสอบ XT Personality Test ค้นหาคาแรกเตอร์ที่ตอบโจทย์อิสระการเลือกรูปแบบห้องเฉพาะบุคคล ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.sansiri.com/xt          
สิริ เวนเจอร์ส เผยแผนลงทุนใน 2 สตาร์ทอัพและกองทุนยักษ์จากอเมริกาส่งท้ายปี 61 เตรียมประกาศ “SIRI VENTURES Private PropTech Sandbox” แผนต่อยอดนวัตกรรมสำหรับการพักอาศัยเพื่อลูกบ้านแสนสิริในปี 2562

สิริ เวนเจอร์ส เผยแผนลงทุนใน 2 สตาร์ทอัพและกองทุนยักษ์จากอเมริกาส่งท้ายปี 61 เตรียมประกาศ “SIRI VENTURES Private PropTech Sandbox” แผนต่อยอดนวัตกรรมสำหรับการพักอาศัยเพื่อลูกบ้านแสนสิริในปี 2562

สิริ เวนเจอร์ส สรุปผลการดำเนินธุรกิจในปี 2561 เผยแผนลงทุน Fifthwall กองทุนยักษ์จากอเมริกาและ 2 สตาร์ทอัพที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง Techmetics-Neuron ส่งท้ายไตรมาส 4 หนุนภาพรวมการลงทุนกว่า 300 ล้านตลอดปี แย้มแผนปี 2562 เตรียมประกาศ “SIRI VENTURES Private PropTech Sandbox” เป็น PropTech รายแรกในไทยที่ใช้โมเดลนี้ต่อยอดนวัตกรรมสำหรับการพักอาศัยเพื่อลูกบ้านแสนสิริ จ่อลงทุนใหม่ 600 ล้านบาท ขยับสเกลการลงทุนสู่สตาร์ทอัพซีรีส์เอขึ้นไป นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด (SIRI VENTURES) บริษัทร่วมทุนในรูปแบบ CVC เพื่อวิจัยและลงทุนด้าน PropTech อย่างครบวงจร    เต็มรูปแบบรายแรกของไทย ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทได้เตรียมประกาศ “SIRI VENTURES Private PropTech Sandbox” หรือ พื้นที่ประมวลผลเสมือนจริงของเหล่าสตาร์ทอัพโดย สิริ เวนเจอร์ส จะนับเป็น PropTech รายแรกในไทยที่นำโมเดลนี้เข้ามาใช้ต่อยอดนวัตกรรมสำหรับการพักอาศัยเพื่อลูกบ้านแสนสิริ หลังจากความสำเร็จในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาของ สิริ เวนเจอร์ส ภาพรวมการลงทุนตลอดทั้งปี 2561 ทั้งรูปแบบการลงทุนโดยตรงในสตาร์ทอัพ การลงทุนผ่านกองทุน และการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มูลค่าการลงทุนรวมมากกว่า 300 ล้านบาท นับเป็นบันไดก้าวสำคัญในการต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมและ PropTech ใหม่ๆ ในไทยอย่างเป็นรูปธรรม เผยนวัตกรรมในที่อยู่อาศัยจากการลงทุนในสตาร์ทอัพปี 2561 ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสตาร์ทอัพรายต่างๆ ที่ได้เข้าลงทุน นำร่องใช้กับโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ อาทิ Semtive สตาร์ทอัพที่อยู่ระหว่างพัฒนากังหันลมพลังงานไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัย, การนำนวัตกรรมของ Astralink สตาร์ทอัพด้าน Construction Tech ผู้พัฒนาเทคโนโลยีแอพพลิเคชันสำหรับตรวจสอบงานก่อสร้าง 3 มิติแบบเรียลไทม์ มาควบคุมคุณภาพการก่อสร้าง โดยอยู่ระหว่างการทดสอบใช้งานในหลายโครงการของแสนสิริ, การเตรียมเปิดตัว แสนสิริ โฮม เซอร์วิส แอพพลิเคชัน ให้ก้าวสู่อีกขั้นกับการพัฒนา AI ให้โต้ตอบได้ทันที รองรับโลกขยับ             สู่ยุค “สั่งการด้วยเสียง” ด้วย AI แบบ Human-like เต็มรูปแบบ ซึ่งพัฒนาโดย Onion Shack สตาร์ทอัพผู้พัฒนาการสนทนาด้วยเสียงผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ AppySphere สตาร์ทอัพผู้พัฒนาระบบ Home Automation, Farmshelf สตาร์ทอัพด้าน Living Tech จากสหรัฐอเมริกาที่พัฒนาการปลูกผักอัจฉริยะภายในที่พักอาศัย รวมถึงการเริ่มนำ e-Scooter จาก Neuron สตาร์ทอัพสัญชาติสิงคโปร์มาทดลองใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นครั้งแรก ชู Startup Ecosystem พาสตาร์ทอัพไทยสู่ ซิลิคอน วัลเลย์ เวทีสตาร์ทอัพระดับโลก นอกจากนี้บริษัทยังสามารถช่วยส่งเสริมระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ (Startup Ecosystem) ให้เติบโต ทั้งการจับมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีในไทยและระดับโลกรวม 12 ราย โดยในปีนี้ สิริ เวนเจอร์ส ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งมากมาย อาทิ Startup Thailand, Microsoft Thailand, dtac accelerate, Hubba Thailand และ Unicef ซึ่งแสนสิรินับเป็นองค์กรแรกในประเทศไทยที่ได้รับเลือกให้เป็น UNICEF’s Selected Partner นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรทั้งที่เป็น Accelerator มหาวิทยาลัย และองค์กรรัฐ ที่มีส่วนผลักดันการเติบโตของสตาร์ทอัพอีกมากมาย รวมถึงการร่วมจัดงาน        ที่สนับสนุนองค์ความรู้ ติดอาวุธให้แก่คนในอีโคซิสเท็ม เช่น Techsauce Global Summit 2018, Startup Thailand 2018 การพาสตาร์ทอัพไทยไปสู่เวทีสตาร์ทอัพระดับโลกอย่าง ซิลิคอน วัลเลย์ การจัดงานแฮกกาธอน เพื่อให้สตาร์ทอัพได้โชว์ผลงาน ซึ่งรวมถึงงานแฮกกาธอนที่บริษัทจะร่วมกับ Google Developer Thailand ในวันที่ 15-16 ธ.ค.นี้ด้วย   จับมือ Startup Platform ใหญ่ในจีน “China Renaissance” สร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพในจีน นอกจากการลงทุนในสตาร์ทอัพแล้ว สิริ เวนเจอร์ส ยังได้ร่วมมือกับ Startup Platform ระดับโลก อาทิ “Plug and Play” จากซิลิคอน วัลเล่ย์ส สหรัฐอเมริกา และ “SOSA” จากอิสราเอล ซึ่งทั้งสองเป็นเครือข่ายของสตาร์ทอัพเกือบหมื่นรายจากทั่วโลก รวมถึงล่าสุดในความร่วมมือกับ “China Renaissance” ในการลงทุนในกองทุน “Hua Xing” กองทุนใหญ่ในประเทศจีนที่มีเครือข่ายสตาร์ทอัพในระดับยูนิคอร์นในเครือข่ายอยู่มากกว่า 20 สตาร์ทอัพ ที่จะช่วยเชื่อมโยง สิริ เวนเจอร์ส ให้พบกับสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยในประเทศจีนได้รวดเร็วและมากขึ้น ลงทุนกองทุนยักษ์จากอเมริกา และ 2 สตาร์ทอัพ ส่งท้ายปี 61  "ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทยังได้เข้าลงทุน Fifth Wall กองทุนยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกาที่มุ่งลงทุนในเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกที่จะช่วย สิริ เวนเจอร์ส ค้นหาสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยได้กว้างขวางและรวดเร็วขึ้น รวมถึงการลงทุนเพิ่มเติมในอีก 2 สตาร์ทอัพที่น่าสนใจ ได้แก่ การเข้าถือหุ้นใน Techmetics ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพหนึ่งในสองผู้พัฒนาหุ่นยนต์ให้บริการ (Deliverly Robot) ในโลกจากประเทศสิงคโปร์ โดยที่ผ่านมาแสนสิริได้นำ “แสนดี” เข้ามาใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นครั้งแรก ในโครงการ เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า นอกจากในประเทศไทย Deliverly Robot ซึ่งพัฒนาโดย Techmetics ยังมีแนวโน้มได้รับการตอบรับที่ดีจากทั่วโลก ณ ปัจจุบัน Techmetics ได้ขยายการเปิดสาขาเพิ่มเติมใน ซิลิคอน วัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา และพัฒนา Deliverly Robot เพื่อนำไปใช้ในโรงแรมชั้นนำ อาทิ แมริออท ซิลิคอน วัลเล่ย์, โยเทล นิวยอร์คและไมอามี่ โรงพยาบาลในออสเตรเลียและไต้หวัน รวมทั้งปีหน้ามีแผนการขยายสาขาการพัฒนาไปยังแคนาดาและยุโรป นอกจากนี้บริษัทยังลงทุนใน Neuron สตาร์ทอัพสัญชาติสิงคโปร์ผู้พัฒนา e-Scooter เพื่อนำมาใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นครั้งแรก โดยอยู่ระหว่างการทดลองใช้ที่ฮาบิโตะ ใน T77 และโครงการภายใต้แบรนด์ ดีคอนโด ที่เชียงใหม่”นายจิรพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติม สำหรับปี 2562 บริษัทเตรียมลงทุนในมูลค่ารวม  600 ล้านบาท ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ลงทุนไปแล้วมาต่อยอด เช่น การพัฒนายกระดับ แสนดี หุ่นยนต์ให้บริการของแสนสิริที่จะสามารถให้บริการได้มากกว่าการช่วยส่งพัสดุ การลงทุนใหม่ในสตาร์ทอัพและ Venture Capital ที่จะขยับสเกลการลงทุนในสตาร์ทอัพในระดับซีรี่ส์เอขึ้นไป การสนับสนุนระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพ จะเริ่มขยายตลาดการสนับสนุนสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีสู่ระดับเอเชียมากขึ้นจากในปีนี้ ซึ่งเน้นสนับสนุนในประเทศไทยเป็นหลัก และการวิจัยและพัฒนา (Lab & Development) จะยังคงเดินหน้าพัฒนางานวิจัยร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในทั้ง 4 ด้านภายใต้แผนการดำเนินงานของ สิริ เวนเจอร์ส ในปี 2562 จะครอบคลุมความต้องการของลูกค้าแสนสิริได้ในทุกด้าน รวมถึงยังยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยผ่านการสร้างระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาด้าน PropTech และ Living Tech ที่ยั่งยืน          
คิง ไว กรุ๊ป เชื่อมั่นตลาดไทย เดินหน้าเปิดคอนโดฯ หรูแห่งแรก “S61 SUKHUMVIT BY KWG” บนทำเลสงบเงียบ ใจกลางเอกมัย มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ลบ. ในราคาเริ่มต้น 7.69 ลบ.

คิง ไว กรุ๊ป เชื่อมั่นตลาดไทย เดินหน้าเปิดคอนโดฯ หรูแห่งแรก “S61 SUKHUMVIT BY KWG” บนทำเลสงบเงียบ ใจกลางเอกมัย มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ลบ. ในราคาเริ่มต้น 7.69 ลบ.

จากความสำเร็จในการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว วิลล่า อะคาเดีย ศรีนครินทร์ คิง ไว กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่อสังหาจากฮ่องกง เชื่อมั่นศักยภาพของตลาดอสังหาฯ เมืองไทย เดินหน้าเปิดโครงการคอนโดมิเนียมหรู Low Rise  แห่งแรก “S61 SUKHUMVIT BY KWG” Luxury Condominium ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านเอกมัย แต่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เริ่มต้นยูนิตละ 7.69 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท คาดปิดการขายภายในปี 2562 นายเฮนรี ชาน รองประธานกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง ไว กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “KWG” เปิดเผยต่อสื่อมวลชนในโอกาสแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “S61 SUKHUMVIT BY KWG” อย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานขายโครงการบนถนนพระราม 4 ว่า King Wai Group (KWG) เป็นกลุ่มบริษัทจากฮ่องกงที่มีฐานอยู่ในจีน ทางกลุ่มมีธุรกิจหลากหลาย ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการเงิน และธุรกิจค้าปลีกข้ามพรมแดน โดยมีโครงการ IMX (International Merchandise Exhibition and Exchange Center) หรือศูนย์จัดแสดงสินค้าครบวงจร รองรับโอกาสในการขยายตลาดนำเข้าสินค้าไปยังประเทศจีน ทางกลุ่มได้พัฒนาธุรกิจดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ ตามโมเดล “Store-Warehouse-Exhibition-Customer” โดยมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์ จากทั้งในและต่างประเทศ คิง ไว กรุ๊ป มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมชื่อเสียงในธุรกิจมายาวนานกว่า 30 ปีในประเทศจีนและฮ่องกง โดยเริ่มขยายธุรกิจออกนอกประเทศหลังการปรับใช้นโยบาย “Belt and Road Initiative” (BRI) ของรัฐบาลจีน ทางกลุ่มเล็งเห็นว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว อีกทั้งยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศที่พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางและประตูสู่การทำธุรกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต ชื่อ คิง ไว กรุ๊ป อาจยังไม่คุ้นกับคนไทยมากนักในวันนี้ แต่ถ้าเอ่ยถึงโครงการระดับเมกะโปรเจคที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด โครงการ "King Wai City Oasis" ซึ่งตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้และเทียนจินมีพื้นที่ใช้สอยรวมกันมากกว่า 1.8 ล้านตารางเมตร และได้รับการรับรองจากศูนย์พิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กระทรวงปกป้องสิ่งแวดล้อม แห่งชาติจีน ให้เป็น "ที่อยู่อาศัยที่เป็นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" และ "อาคาร Low-Carbon Building" นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Bauhinia Valley ในเขตเป่าซาน มหานครเซี่ยงไฮ้ อันเป็นผลงานชิ้นเอกของ คิง ไว กรุ๊ป ในด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ มุ่งเน้นการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม นวัตกรรมและเทคโนโลยี เชื่อมโยงแบรนด์ระดับโลกสร้างฐานอุตสาหกรรมของอนาคต ในส่วนของภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีที่ผ่านมาจะเติบโตไม่มากนัก แต่เศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการมากมายสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งมวลชนที่ทำให้การคมนาคมสะดวกขึ้น หรือแพลตฟอร์มต่างๆของภาครัฐเพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ ทางเราคิดว่า ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลและจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยนี้ จะส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเราสามารถเติบโตไปได้ดี โดยเฉพาะแผนการขยายเมืองของไทย และกลยุทธ์การสร้างไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใน ASEAN จะส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโต ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ไม่ได้มีเพียงคนไทยเท่านั้นที่ลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่มีนักลงทุนต่างชาติมากมายโดยเฉพาะจีน ที่เข้ามาลงทุนในธุรกิจคอนโดมิเนียมไทย คิง ไว กรุ๊ป เองถนัดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แต่เรามีคติสำคัญคือ “เราไม่ใช่แค่สร้างสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่เราสร้างสังคมที่มีคุณภาพด้วย” ดังนั้น โครงการของเราจะเน้นที่คุณภาพที่สมราคา เลือกทำเลที่เหมาะกับการทำโครงการ วางแผนการทำธุรกิจอย่างรัดกุมและแสวงพันธมิตรทางธุรกิจที่เหมาะสม เราจึงมั่นใจว่า การขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มในไทยจะได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุนทั้งในไทยและต่างชาติ “แม้ว่าบริษัท คิง ไว กรุ๊ป จะเข้ามาในเมืองไทยได้ไม่นาน แต่เราก็ได้มีการสร้างพื้นฐานที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ คิง ไว กรุ๊ป ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีโดยเราได้มีการขายโครงการ “วิลล่า อะคาเดีย ศรีนครินทร์” ไปจนหมดโครงการแล้ว และ พื้นที่ของอาคารจูเวลเลอรี่เซ็นเตอร์ที่ คิง ไว กรุ๊ป เป็นเจ้าของร่วมก็ได้รับการปล่อยเช่าไปร้อยละ 90 แล้ว ตอนนี้ คิง ไว กรุ๊ป กำลังมุ่งมั่นที่จะขยายฐานธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยโครงการ S61 SUKHUMVIT BY KWG  ที่เรากำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2561 จะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมแห่งแรกของเราในเมืองไทย กลุ่มลูกค้าหลักของเราคือ กลุ่มลูกค้าที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ใจกลางกรุงเทพแต่ก็ต้องการมีพื้นที่เงียบสงบส่วนตัว กลยุทธ์ที่เราจะจับกลุ่มลูกค้าดังกล่าวคือการมีทำเลที่ตั้ง การออกแบบดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้า  มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายปิดการขายภายในปี 2562” โครงการ S61 SUKHUMVIT BY KWG  เป็นคอนโดมิเนียมหรูแบบ Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร บนเนื้อที่  1-1-98 ไร่ เป็นส่วนตัวสูงสุดด้วยจำนวนยูนิตเพียง 126 ยูนิต หรือ 9 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ด้วยพื้นที่อยู่อาศัยกว้างขวางเริ่มต้น 40-160 ตารางเมตร โดยมีแบบห้องให้เลือก 4 แบบ ได้แก่ 1-Bedroom ขนาด  40-46 ตารางเมตร 2-Bedrooms ขนาด  56-70 ตารางเมตร 3-Bedrooms ขนาด  79–95 ตารางเมตร และ Penthouse  ขนาด 135–160 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นต่อหน่วยที่ 192,000 บาท/ตารางเมตรโดยประมาณ ในราคาเริ่มต้นที่ 7.69-10 ล้านบาท Fully-Furnished ตกแต่งครบด้วยเฟอร์นิเจอร์และวัสดุระดับพรีเมียม มอบทุกองค์ประกอบชีวิตที่เหนือกว่า ด้วย Timeless ดีไซน์ที่สะท้อนความหรูหรา มาพร้อมความสะดวกสบายครบครัน สะท้อนความหรูหราสง่างาม ด้วยดีไซน์ Facade ที่พิถีพิถัน จากการเลือกใช้กระจก EURO Grey ที่โดดเด่นเรื่องความปลอดภัย แข็งแรงทนทาน ช่วยดูดซับความร้อน และลดเสียงรบกวนจากภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ ติดตั้งแผง Solar Panel เพื่อช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ในพื้นที่ส่วนกลางและทางเดินภายในอาคารจากพลังงานธรรมชาติช่วยสะท้อนแนวคิดของความใส่ใจสังคมส่วนรวม นวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อความสะดวกสบายของชีวิตเมือง ด้วย Automatic Car Parking ระบบจอดรถอัตโนมัติช่วยประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่และความปลอดภัย มอบชีวิตที่สะดวกสบายอย่างแท้จริง ทำชีวิตให้เป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ด้วยการนำ Smart Home Technology เทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการควบคุมการเปิดปิดไฟ และการตั้งอุณหภูมิภายในห้อง ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ  Security System เพื่อความปลอดภัยและอุ่นใจสูงสุดของผู้อยู่อาศัย ด้วย Digital Door Lock ที่ให้คุณสะดวกสบายโดยการเข้าออกยูนิตด้วยรหัสส่วนตัว และการใช้ระบบ Key Card Access สำหรับทางเข้าหน้าโครงการ และบริเวณที่จอดรถอัตโนมัติ สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนรับข้อเสนอพิเศษรับส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท* และ iPhone Xs* และข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่คลิก www.s61condo-kwg.com (*ตามเงื่อนไขของบริษัท) “คิง ไว กรุ๊ป มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย โดยใช้ความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยไปอีกขั้นหนึ่ง และทำเลทองหล่อ-เอกมัยเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน โดยในปี 2561 มีจำนวนโครงการที่เปิดขายทั้งโครงการ High Rise และ Low Rise พื้นที่ของโครงการที่เป็นคู่แข่งส่วนใหญ่จะอยู่บนถนนทองหล่อและเอกมัยเป็นหลัก ด้วยจำนวนโครงการที่เปิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ย่อมทำให้ลูกค้ามีข้อเปรียบเทียบมากมาย จึงส่งผลกระทบต่อระยะเวลาการตัดสินใจของลูกค้าที่จะใช้เวลานานขึ้น แต่ทั้งนี้เรามีความมั่นใจว่า ลักษณะการออกแบบโครงการ S61 SUKHUMVIT BY KWG  คอนโดมิเนียมหรู ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อให้คุณอิ่มเอมกับ Urban Lifestyle และการใช้ชีวิตเหนือระดับบนทำเลที่สงบเงียบ เป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันทำเลที่ตั้งของโครงการก็มีศักยภาพสูงสุดเนื่องจากอยู่ใจกลางเอกมัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่ง Lifestyle ที่น่าอยู่ที่สุดของกรุงเทพฯ และจำนวนยูนิตที่น้อยเพียง 126 ยูนิต ทำให้โครงการ “S61 SUKHUMVIT BY KWG” จะเป็นโครงการหนึ่งในใจของลูกค้าอย่างแน่นอน” นายเฮนรี ชาน กล่าวปิดท้าย        
เสนา ขานรับนโยบายพลังงานสะอาด  หนุนโซลาร์ทุกโครงการ  ช่วยลูกบ้านลดค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าเป็นผู้นำพลังงานสะอาด 100%

เสนา ขานรับนโยบายพลังงานสะอาด หนุนโซลาร์ทุกโครงการ ช่วยลูกบ้านลดค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าเป็นผู้นำพลังงานสะอาด 100%

เสนา หนุนแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมุ่งลดการใช้พลังงานไฟฟ้า หันมาเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทางเลือกในชีวิตประจำวันมากขึ้น เดินหน้าติดตั้งโซลาร์เซลล์ในทุกโครงการ หวังช่วยลูกค้าบริหารค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยนวัตกรรม “โซลาร์ สเกล อัพ” สามารถคำนวณค่าไฟได้ก่อน รองรับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกและไลฟ์สไตล์คนไทย ที่เริ่มหันมาใส่ใจพลังงานสะอาด ลดภาวะโลกร้อน พร้อมตอกย้ำตั้งเป้าเป็นผู้นำพลังงานสะอาด 100%   ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้ดำเนินโครงการหมู่บ้านใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เต็มรูปแบบรายแรกของไทย เปิดเผยว่า จากนโยบายที่รัฐบาลส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และไลฟ์ไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามเทรนด์ การผลิตรถยนต์ในอนาคต ทำให้คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) ในระยะ 5 ปีข้างหน้า จะมีแนวโน้มของการขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งตรงกับแผนดำเนินงานของเสนา ในเรื่องการหันมาให้ความสำคัญของการประหยัดพลังงาน เป็นนโยบายหลักที่จะทำให้ “บ้านทุกหลัง” ของเสนา ใช้พลังงานสะอาดโดยใช้ “โซลาร์เซลล์” ซึ่งในปัจจุบัน เสนา ได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) และ เครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า (EV Charger ) ภายใต้ชื่อ EV ready รองรับยานยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งแบบไฮบริด และ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้าชนิดแบตเตอรี่ (BEV) ให้กับลูกค้า โดยตั้งเป้าจะติดตั้งให้ได้ทุกโครงการ     ทั้งนี้ การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนดังกล่าวเป็นไปตามทิศทางของโลกที่ให้ความสำคัญต่อพลังงานสีเขียว พึ่งพาพลังงานทดแทนมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า เทรนด์การใช้ชีวิตที่จะเกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด ได้รับการตอบรับจากทุกภาคธุรกิจ ที่จะเข้ามานำเสนอนวัตกรรมรองรับรูปแบบการใช้พลังงานสะอาดที่เปลี่ยนแปลงไป สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจแนว Go Green ของเสนา นอกจากการติดตั้งแผง Solar Cell เพื่อผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน(โซลาร์รูฟท็อป) แล้ว ยังนำนวัตกรรม “โซลาร์ สเกล อัพ (Solar Scale Up)” ที่ช่วยให้ลูกบ้านสามารถปรับ-เพิ่มจำนวนแผง Solar Cell ได้ตามลักษณะการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อีกทั้งยังสามารถเลือกช่วงเวลาของการใช้ไฟฟ้า ได้ตามพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยในบ้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยประหยัดค่าไฟ และตอบโจทย์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย เพื่อให้ลูกบ้านสามารถบริหารค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   จากแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ในปัจจุบันกระแสไฟฟ้ายังคงเป็นทางเลือกหลักที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ โดยมีอัตราการใช้งานสูงถึง 42% และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 47% ในปี 2578 เนื่องจากปัจจัยการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การเพิ่มขึ้นของประชากร การปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น ทำให้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวันมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการด้านต่างๆของมนุษย์ นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มหันมาสนใจใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า แทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบเดิม ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้สัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงขึ้น     “เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจการใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น ทำให้เสนาโซลาร์ วางเป้าหมายการเติบโตในแต่ละปี เฉลี่ย 5-10 % โดยในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 480 ล้านบาท และในปี 2562 คาดว่าจะมีรายได้ 500 ล้านบาท และในปี 2563 คาดว่าจะมีรายได้ 520 ล้านบาท” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว     สำหรับโครงการที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) และสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charger Station) ภายในโครงการของเสนา ทั้งแนวราบ และคอนโดมิเนียม เพื่อบริการให้กับลูกบ้าน ได้แก่ เสนาพาร์คแกรนด์ รามอินทรา, เสนาพาร์ควิลล์ รามอินทรา – วงแหวน, เสนาวิลล์ ศาลายา, เสนาอเวนิว บางกะดี – ติวานนท์ ,เสนาช็อปเฮ้าส์ พหลโยธิน – คูคต, เสนาช็อปเฮ้าส์ลำลูกกา – คลองสอง, เสนาช็อปเฮ้าส์ บางแค – เทอดไท และคอนโดมิเนียม ได้แก่ นิช โมโน สุขุมวิท 50, นิช โมโน พีค บางนา, และมีเป้าหมายที่จะขยายให้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมการบริการมากขึ้น สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1775 หรือ sena.co.th

รวม Presale ล่าสุด

“เลคซีรีน”

“เลคซีรีน” "สัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ สงบ และปลอดโปร่ง สร้างสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ"

เลคซีรีน บ้านสไตล์ นอร์ท อเมริกัน สุดหรูหราพร้อมทะเลสาบส่วนตัว แรงบันดาลใจจากต้นกำเนิดของสถาปัตยกรรมอเมริกันโมเดิร์นแบบ “Prairie house” ในแถบชานเมืองของชิคาโก ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Frank Lloyd Wright  ผสานความเป็นเอกลักษณ์ของเส้นสายระนาบแนวนอนและรูปทรงเรขาคณิตในทุกรายละเอียดของการดีไซน์บ้าน ผสานกับการออกแบบบนคอนเซ็ปที่เน้นความเรียบง่าย บ่งบอกถึงความตั้งใจที่ต้องการให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงธรรมชาติมากขึ้น และสัมผัสถึงสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ โครงการบ้านเดี่ยวโอบล้อมริมทะเลสาบส่วนตัวสุดพิเศษพร้อมพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวรอบบ้านที่ให้ผู้อยู่อาศัยสัมผัสถึงบรรยากาศการพักผ่อน กับความงดงามของธรรมชาติ สายลม แสงแดดอ่อนๆ และบรรยากาศของโครงการที่พาคุณดื่มด่ำกับบ้านพักอาศัยให้ความรู้สึกราวกับบ้านพักตากอากาศในทุกวัน พื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ พร้อมทัศนียภาพการชีวิตที่สวยงานกับระบบสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งโครงการ เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ชีวิตด้วยเทคโนโลยี smart home & smart security ทั้งในพื้นที่ภายในบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 100 -150 ตร. วา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 220-429 ตร. ม. ด้วยราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาทออกแบบสไตล์ยุโรป ฟังก์ชั่นการใช้งานสุดลงตัว ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เชื่อมส่วนต่างๆ ด้านล่างของตัวบ้านด้วยห้องโถงขนาดใหญ่กลางบ้าน เพดานสูง 7 เมตร ให้ความรู้สึกหรูหราสไตล์คฤหาสน์  โปร่ง โล่งสบายตา พร้อมรองรับการมาเยี่ยมเยือน การสังสรรค์และการพักผ่อนในวันหยุด ห้องนอนขนาดใหญ่และห้องน้ำภายในที่ถูกจัดวางอย่างลงตัวตอบรับการใช้งาน เพิ่มเติมห้องครัวไทยให้เป็นอีกทางเลือกของผู้อยู่อาศัย บริเวณรอบตัวบ้านมีสวนและพื้นที่ใช้สอยให้ได้มีกิจกรรมร่วมกันของทุกคนในบ้าน ทุกส่วนของบ้านเปิดรับลมโชยที่มีกลิ่นอายของทะเล ทะเลสาบ และแมกไม้จากรอบโครงการ วิวสวยสไตล์บ้านตากอากาศ พื้นที่ส่วนกลางของโครงการขนาดใหญ่ คลับเฮาส์ สวนพักผ่อน ฟิสเนต สนามเด็กเล่น และพื้นที่ริมทะเลสาบช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายยามเย็น สะดวกสบายหากต้องการเดินทางไปพักผ่อนในวันหยุด หรือเดินทางเข้าไปทำงานใจกลางกรุงเทพเพียง 15 นาทีถึงทางด่วนเฉลิมมาหานคร เข้าถึงย่านสาทร พระราม 3 พระราม 9 ได้อย่างสะดวก และ 10 นาทีถึงวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก มุ่งสู่บางนาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังแวดล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งและสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ โรงเรียนนานาชาตินอริช โรงเรียนเลิศหล้า โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ห้างสรรพสินค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ เซ็นทรัล พระราม 2 บิ๊กซี พระราม 2 เซ็นทรัล มหาชัย พอร์โต้ ชิโน่  โรงพยาบาลพานาซี โรงพยาบาลนครธน โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลบางมด   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2026 2132 หรือ  www.lakeserene-rama2.com          
The Cube Premium Ratchada 32 พร้อมให้ใช้ชีวิตสมาร์ทกลางเมืองปีนี้ เริ่ม 2.19 ล้าน*

The Cube Premium Ratchada 32 พร้อมให้ใช้ชีวิตสมาร์ทกลางเมืองปีนี้ เริ่ม 2.19 ล้าน*

The Cube Premium Ratchada 32 (โครงการเดอะคิวบ์ พรีเมียม รัชดา 32) คอนโดมิเนียมใหม่สไตล์สมาร์ทโมเดิร์นโลว์ไรส์ (Low Rise) สูง 8 ชั้น 1 อาคาร พัฒนาและบริหารงานโดย บริษัท คิวบ์ เรียล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่เน้นเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการให้มีศักยภาพสูง สะดวกทุกการใช้ชีวิตทั้งอยู่อาศัยเองหรือลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต บนถนนรัชดาภิเษกเยื้องศาลอาญารัชดาภิเษก และใกล้กรมส่งเสริมการส่งออก เดินทางเชื่อมต่อถนนลาดพร้าว-วังหิน และลาดปลาเค้าได้ โครงการสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์และพร้อมเข้าอยู่อาศัย มีขนาดห้องตั้งแต่ 25-34.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท* พร้อมเฟอร์นิเจอร์ (Fully Furnished) ครบทุกฟังก์ชั่นจากแบรนด์ Modernform ประตูระบบดิจิตอล (Digital Door Lock) จากซัมซุง เพิ่มความสะดวกด้วยเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม (Smart Home) หรือโฮมออโตเมชั่น (Home  Automation) ทุกยูนิต ที่สามารถสั่งการ ควบคุม และติดตามผลด้วยแอพพลิเคชั่นผ่านสมาร์ทโฟนหรือแทบเลต ให้ความเป็นส่วนตัวสูงด้วยการจัดเลย์เอ้าท์ที่ลงตัวสวยงามทั้งภายในห้องและบริเวณรอบโครงการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า (แยกชาย/หญิง) สวนหย่อม ระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi Internet) บริเวณโถงล็อบบี้และพื้นที่ส่วนกลาง กล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV รอบโครงการ คีย์การ์ดเข้าอาคารและลิฟท์แบบล็อคชั้น ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. สะดวกทุกการเดินทางใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีจันทรเกษม ในอนาคต) รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีลาดพร้าว บรรยากาศโดยรอบโครงการน่าอยู่และปลอดภัย ใกล้แหล่งงาน ย่านธุรกิจ สถาบันการศึกษาทุกระดับชั้น โรงพยาบาล ศูนย์การค้าชั้นนำ ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) เข้าชมโครงการจริงได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1246 และติดตามความเคลื่อนไหวทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/TheCubeCondominium ไลน์บริษัท : @The Cube Condo และ www.thecube-condo.com          
ข้อคิดดีๆ กับ 8 ทริค ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด

ข้อคิดดีๆ กับ 8 ทริค ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือห้องชุดพักอาศัยถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย ซึ่งในชีวิตหนึ่งเราอาจซื้อได้เพียงครั้งเดียว ฉะนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ เราจะต้องพิจารณาให้รอบด้านเสียก่อน วันนี้ ทีมการตลาด บริษัท ธนาแลนด์ จำกัด มีข้อคิดดี ๆ มาแนะนำสำหรับผู้ที่จะเลือกซื้อห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมว่า ควรจะต้องพิจารณาอะไรกันบ้าง กับ 8 ทริคช่วยตัดสินใจในการซื้อคอนโดมิเนียม   1.วัตถุประสงค์-ซื้อเพราะอะไรกันแน่ ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงหรือว่าลงทุน ถ้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยอื่นด้วย เช่น สถานที่ข้างเคียง การเดินทาง เป็นต้น 2.งบประมาณ ต้องกำหนดให้ชัดเจน มิฉะนั้นงบอาจจะบานปลายภายหลังได้ 3.ข้อได้เปรียบ อาจเป็นทำเลที่ตั้ง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของแต่ละโครงการ 4.ที่จอดรถ มีเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ เพราะคอนโดบางโครงการก็ไม่มีที่จอดรถเพียงพอสำหรับผู้อยู่อาศัยทุกคน 5.ค่าส่วนกลาง มีการคิดค่าส่วนกลางรายเดือน หรือรายปี เก็บเงินอย่างเป็นธรรม และคุ้มกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราจะได้หรือไม่ 6.นิติบุคคล ก่อนจะตัดสินใจซื้อคอนโดต้องทำการศึกษาและสอบถามข้อมูลจากนิติบุคคลอาคารให้ดี จะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง 7.กฎหมายที่เกี่ยวข้อง – รวมทั้งกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ของทางโครงการ เช่น บางแห่งสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ บางแห่งไม่สามารถทำได้ เป็นต้น 8.ตำแหน่งห้อง – ต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการของเรา เช่น ถ้ามีผู้สูงอายุก็อาจจะเลือกห้องที่ใกล้กับลิฟต์ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตนั่นเอง   หลังจากตัดสินใจได้แล้วก็มาถึงขั้นตอนเตรียมความพร้อม กับ 4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการซื้อคอนโด ดังนี้ 1.ตั้งงบประมาณ เลือกทำเลที่ตั้งที่ต้องการ เช่น เหมาะกับที่ทำงาน เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า เป็นต้น เลือกโครงการที่เหมาะกับตัวเรา เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเรา 2.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการจอง ข้อสัญญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3.เตรียมตัวและเอกสารในการกู้สินเชื่อ (กรณีซื้อด้วยสินเชื่อ) เลือกธนาคารและวงเงินกู้ที่เหมาะสม 4.เตรียมค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์คอนโด นอกจากนี้ก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์จะต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องให้ดีเพื่อที่จะไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง   รู้รายละเอียดดีขนาดนี้แล้ว จะตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดทั้งที ก็ต้องเลือกให้พิถีพิถันหน่อยจริงมั้ย อย่าลืมพิจารณา โครงการธนาแอสโทเรีย ปิ่นเกล้า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ คอนโดมิเนียม บนทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดในย่านปิ่นเกล้า ตั้งบนถนนจรัญสนิทวงศ์ระหว่าง ซ.44 และ 46 ติดรถไฟฟ้า MRT สถานีบางยี่ขัน บริหารงานโดย บริษัท ธนาแลนด์ จำกัด ผู้มีประสบการณ์ และเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ มากกว่า 40 ปี ด้วยความทุ่มเทในการดูแลบ้านของลูกค้าในทุกขั้นตอน ทั้งการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ การตรวจสอบโครงสร้างให้ได้ความแข็งแรง การใส่ใจในการให้สาธารณูปโภคที่มากกว่า รวมไปถึงการดูแลลูกค้าหลังการขาย ธนาแอสโทเรีย คอนโดหรู พร้อมให้ทุกท่านเป็นเจ้าของแล้ววันนี้  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขายโครงการ เปิดทุกวัน เวลา 9.00 - 19.00 น. สอบถาม 02-434-2000 www.thanaland.co.th IG: thanaastoria Line@ thanaland #Thanaland #ThanaAstoria          
จัดบ้านให้ ถูกทิศ ถูกทาง อยู่แล้วสบาย สไตล์ “บ้านนวัต รามคำแหง 118”

จัดบ้านให้ ถูกทิศ ถูกทาง อยู่แล้วสบาย สไตล์ “บ้านนวัต รามคำแหง 118”

ดั่งคำโบราณว่าไว้ การสร้างบ้านต้องโปร่ง โล่ง รับลม อยู่สบาย การสร้างบ้านระดับลักชัวรี ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยว บ้านนวัต รามคำแหง 118 โดย พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จึงออกแบบอย่างละเอียดให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ตัวบ้านถูกจัดวางให้สอดคล้องกับทิศทางลมและแดด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Thoughtful Design for Every Step of Life” บ้านสำหรับคนทุกเจเนอเรชั่น อยู่อาศัยอย่างเป็นส่วนตัวและยั่งยืนพร้อมประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบ สอดคล้องกับ Lifestyle ของผู้พักอาศัยทุกช่วงวัย และอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจยันรุ่นโหลน โดยหลักการสร้างบ้านตามแบบฉบับโครงการ บ้านนวัต รามคำแหง 118 มีด้วยกัน 4 ข้อ   1.หันตัวบ้านให้ถูกทิศถูกทาง ตามคำโบราณบอกไว้ว่าบ้านที่ดีควรหันไปทางทิศใต้และทิศเหนือ แต่ บ้านนวัต รามคำแหง 118 ได้วิจัยทิศทางลมพบว่า...ลมเปลี่ยนทิศทุกๆ 6 เดือน ซึ่งหกเดือนแรกจะพัดที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อีก 6 เดือนหลังพัดทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถ้าหากสร้างบ้านตั้งฉากกับลม ลมจะโชยเข้าบ้าน เย็นสบาย โดยไม่ต้องพึ่งแอร์แม้แต่น้อย 2. หลังคาบ้านต้องมีชายคายื่นออกมาบล็อคแดด อย่างที่รู้กันคือเมืองไทยเป็นเมืองร้อนชื้น แดดเปรี้ยง บอกเลยว่าบรรพบุรุษเราคิดมาดีแล้ว เพราะบ้านคนไทยส่วนใหญ่มักมีชายคาขนาดกว้างยื่นออกมาเพื่อกันแดด กันฝนสาด โดย บ้านนวัต รามคำแหง 118 ได้ศึกษาทิศทางการเคลื่อนตัวของดวงอาทิตย์พบว่า...พระอาทิตย์บ้านเราขึ้นแบบเฉียงอ้อมทิศใต้มา เพราะฉะนั้นการออกแบบชายคาบ้านต้องเฉียงหักมุม องศาได้ และกว้างกำลังดี เพื่อบล็อคแดดไม่ให้เข้าในบ้าน และบ้านก็จะเย็นสบาย 3.จัดให้สระว่ายน้ำอยู่หน้าบ้านชั้น 2 เพราะชั้น 2 เป็นตำแหน่งที่ลมพัดดี เวลาลมร้อนพัดผ่านสระว่ายน้ำ ไอน้ำนี่แหละที่จะช่วยลดอุณหภูมิอากาศลง ส่งผลให้ไอเย็นพัดเข้ามาในบ้านอย่างทั่วถึง และการที่สระว่ายน้ำอยู่ชั้น 2 ยิ่งเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกด้วย 4.ห้องทุกห้องจัดให้อยู่หัวมุมทั้งหมด ห้องนอนทุกห้องต้องอยู่มุม เพราะต้องติดตั้งหน้าต่าง อย่างน้อย 2 ด้าน และหน้าต่างต้องวางให้ถูกทิศ เพื่อมีทางให้ลมเข้า-ออกเสมอ ที่สำคัญคือได้แสงธรรมชาติทั่วทุกพื้นที่ ทำให้ทุกห้องในบ้านไม่ต้องเปิดไฟตอนกลางวัน ช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี ด้านห้องครัวและห้องน้ำ บ้านนวัต รามคำแหง 118 ก็จัดไปอยู่มุมที่รับแดดได้ดีเพื่อกำจัดเชื้อโรค ซึ่งการทำครัวไทยของโครงการเน้นตอบโจทย์เหล่าแม่บ้าน ที่ต้องกว้าง อากาศถ่ายเท และเหมาะสำหรับผัดเผ็ด แกง ทอด ได้อย่างสบายๆ ด้วยแนวคิดในการออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างประโยชน์ใช้สอยกับความงามทางสถาปัตยกรรม จนกลายเป็นบ้านที่อยู่สบาย บำรุงรกษาง่าย ประหยัดพลังงาน และมีประโยชน์ใช้สอยบนพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและยั่งยืน ล่าสุด บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด นำโดย ทิพย์ชยา พงศธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจโรงแรมกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ และ สาทิต สืบสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด ขึ้นรับรางวัล “บ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561 จำนวน 3 รางวัลรวด ได้แก่ แบบบ้าน โครงการบ้านนวัตพระราม 9 แปลงที่ 17 และ แบบบ้าน โครงการบ้านนวัตรามคำแหง Type B และ Type C จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โดยได้รับเกียรติจาก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล เมื่อวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา   ทั้งนี้ โครงการ บ้านนวัต รามคำแหง 118  (BAAN NAWAT RAMKHAMHAENG 118) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่พร้อมรองรับความสุขของครอบครัวใหญ่ที่ชอบความสงบ เรียบง่ายและยั่งยืน  โดยโครงการเริ่มเปิดขายพรีเซลแล้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 29 ล้านบาท สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.premierassets.co.th หรือ โทร.02 301 2888          
เอสซี แอสเสทฯ เปิดจองครั้งแรก บ้านเดี่ยวและโฮม ออฟฟิศ โครงการใหม่ 2 ทำเล พร้อมรับสิทธิพิเศษ 15-16 ธ.ค.นี้

เอสซี แอสเสทฯ เปิดจองครั้งแรก บ้านเดี่ยวและโฮม ออฟฟิศ โครงการใหม่ 2 ทำเล พร้อมรับสิทธิพิเศษ 15-16 ธ.ค.นี้

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขอแนะนำ 2 โครงการใหม่ บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น โครงการ VENUE (เวนิว) พระราม9 และ โฮม ออฟฟิศ โครงการ WORKPLACE (เวิร์คเพลส)  เพชรเกษม 81-2 เปิดจองพร้อมกันครั้งแรก พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย 15-16 ธ.ค.นี้ โครงการ  VENUE (เวนิว) พระราม 9  บนพื้นที่โครงการกว่า 34 ไร่   จำนวน 143 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,150 ล้านบาท  บ้านเดี่ยว 2 ชั้นสไตล์ Modern  ด้วยแนวคิด Organic Living ซึ่งออกแบบภายในและภายนอกอย่างมีเอกลักษณ์  โดยพื้นที่ใช้สอยใช้งานได้จริง และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพิ่มบรรยากาศแห่งการพักผ่อน ด้วยฟังก์ชั่นที่ลงตัว ราคา 6-10 ล้านบาท มีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบ ได้แก่   1.HAZEL  : พื้นที่ใช้สอย 163 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ , Living Area , Dining Area , Kitchen ,และ 2 ที่จอดรถ 2.ROWAN : พื้นที่ใช้สอย 213 ตร.ม.  4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ , Living Area , Dining Area , Kitchen , Family Area , และ 2 ที่จอดรถ 3.WILLOW : พื้นที่ใช้สอย 234 ตร.ม.  4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ , Foyer , Living Area , Dining Area , Kitchen , Family Area , และ 2 ที่จอดรถ โครงการ VENUE (เวนิว) พระราม 9 ตั้งอยู่ทำเลศักยภาพ ติดถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก และถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) เชื่อมต่อทุกการเดินทาง ใกล้ย่าน NEW CBD พระราม 9 ใกล้ทุกความสะดวกสบาย รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ใกล้สถาบันการศึกษา และใกล้ศูนย์การแพทย์ ผ่อนคลายไปกับ Clubhouse ขนาดใหญ่ที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมสระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, สวนส่วนกลางขนาดใหญ่, Kid’s Club เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้พักผ่อนและออกกำลังไปด้วยกัน สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.063-197-4666 หรือ Line : @vnpr9  ลงทะเบียนรับสิทธิ์ : http://bit.ly/2NMobyJ ส่วนอีกโครงการคือ WORKPLACE  (เวิร์คเพลส)  เพชรเกษม 81-2 โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น สไตล์ Loft   พื้นที่โครงการกว่า 11 ไร่ จำนวน 112 ยูนิต   มูลค่าโครงการ 630 ล้านบาท  ด้วยที่สุดของทำเลย่านเพชรเกษม ตั้งอยู่ห่างถนนเพชรเกษม เพียง 1.2 กิโลเมตร โครงการติดถนนใหญ่ ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน(โครงการในอนาคต) รายล้อมด้วย Community Mall และ สถานศึกษาชั้นนำมากมาย พร้อมการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งรถยนต์ส่วนตัว หรือ รถประจำทาง พร้อมเชื่อมต่อถนนเส้นหลักหลายสายทั้งเข้าเมือง และ ออกเมือง ได้แก่ ถนนเพชรเกษม,ถนนเอกชัย,ถนนพุทธสาคร,ถนนพุทธมณฑลสาย 3-4 และ ถนนกาญจนาภิเษก ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 163 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท  พร้อมสิทธิพิเศษในวันงาน ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท* ได้ที่ www.scasset.com รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 080-604-5660 หรือ Line@ : @wpp81-2          
อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เล็งเห็นศักยภาพทำเลย่านเจริญกรุง-สาทร เติบโต เปิดตัว อัลติจูด ซิมโฟนี มูลค่าโครงการ 980 ล้านบาท

อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เล็งเห็นศักยภาพทำเลย่านเจริญกรุง-สาทร เติบโต เปิดตัว อัลติจูด ซิมโฟนี มูลค่าโครงการ 980 ล้านบาท

อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เล็งเห็นศักยภาพทำเลย่านเจริญกรุง-สาทร เปิดโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี บนทำเลเด่น เจริญกรุง-สาทร มูลค่าโครงการกว่า 980 ล้านบาท เป็นโครงการ Luxury riverside condominium ใน CBD โครงการเดียวที่เปิดตัวในรอบ 2 ปี เชื่อมั่นทำเลมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะเป็นย่านธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพ เป็น World Destination ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากทั่วโลก ทำให้การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ย่านนี้เป็นระดับลักซ์ชัวรี่ ตอบโจทย์กำลังซื้อที่ยังคงมีความหนาแน่น นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์  ‘ALTITUDE’ เปิดเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาถือเป็นความท้าทายสำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้อัตราการขยายตัวปีที่ผ่านมายังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในสินค้าบางประเภท (Segment) โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมต้องยอมรับว่าจำนวนยูนิตใหม่ (Supply) มากกว่าความต้องการซื้อ (Demand) โดยปัจจุบันมีจำนวนยูนิตใหม่เข้ามาประมาณ 170,000 ยูนิต และมีอัตราการขายได้ 75% ต่อจำนวนยูนิตออกใหม่ทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นโจทย์สำคัญให้ อัลติจูด ต้องพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ทั้งการเลือกทำเล การออกแบบ และพัฒนาสินค้า ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ที่ได้ศึกษามาแล้วในแต่ละโครงการ เช่นเดียวกันกับโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญนคร-สาทร ที่เปิดตัวซึ่งเป็นโครงการ Luxury riverside condominium ใน CBD โครงการเดียวที่เปิดตัวในรอบ 2 ปี โดยมูลค่าโครงการ 980 ล้านบาท “ระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา เจริญกรุง-สาทร มีพัฒนาการการเติบโตของพื้นที่ที่ชัดเจน และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นระดับ 5 ดาว โครงการคอนโดมิเนียมมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงกว่า 200,000 บาท การคัดสรรทำเลและตัวโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี จึงตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยมากๆ ใกล้โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอร์รี่เพียง 400 เมตร โดยโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 369 ตารางวา เดินทางสะดวกทั้งทางถนนเจริญกรุงและถนนจันทน์ และไม่ไกลกันมากกับห้างไอคอนสยาม แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองไทย” นายขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย กรรมการบริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครยังขยายตัวได้อีก ตามการขยายตัวของแนวรถไฟฟ้า ซึ่งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม โดยแต่ละSegment ทำเลที่อยู่อาศัยจะแตกต่างกัน ตามวัตถุประสงค์ของผู้ซื้อ ในส่วนของคอนโดมิเนียมกลางใจเมือง โครงการที่ใกล้รถไฟฟ้าจะเป็นอีกแม่เหล็กที่ดึงดูดผู้ซื้อ แต่ทั้งนี้โครงการที่ใกล้แหล่งที่เรียน หรือสาธารณูปโภคอื่นๆก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยในย่านเจริญกรุงสาทร ถือเป็นทำเลที่มีการขยายตัวสูงมากระยะหลายปีที่ผ่านมาราคาที่ดินปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 8% เนื่องจากที่ดินบริเวณนี้หาไม่ได้ง่าย การเติบโตของชุมชนสูง และเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ดังนั้น Supply ยังมีไม่มากในขณะที่ Demand ยังมีล้น   อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร จึงเป็นที่สุดแห่งทำเลใจกลางย่านเจริญกรุง-สาทร โดยมีการออกแบบในสไตล์โคโลเนียล คอนเทมโพรารี่ สะท้อนรสนิยมและความภาคภูมิใจ ผ่านการเลือกสรรที่บ่งบอกถึงตัวตน สุนทรียะแห่งการอยู่อาศัย มีพื้นที่เพื่อการใช้เวลาอันมีค่าร่วมกับครอบครัวและเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของชีวิตในเมือง ราคาห้อง เริ่มต้น 4.9 ล้านบาท – 29 ล้านบาท โครงการเริ่มก่อสร้าง ไตรมาส 4 ปี 2561 และคาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการในไตรมาส 4 ปี 2563 สำหรับโครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง สาทร ตั้งอยู่บนถนนจันทน์ 44 เนื้อที่ 369 ตารางวา จำนวน 99 ยูนิต 1 อาคาร 21 ชั้น และชั้นใต้ดิน 4 ชั้น มีรูปแบบขนาดของห้อง 6 ขนาด ราคาเริ่มต้น 4.9-29 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยโครงการ 170,000 บาทต่อตารางเมตร  ราคาตลาด 200,000 บาทต่อตารางเมตร โดยรูปแบบ A ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  30.01-30.10  ตารางเมตร  รูปแบบ B ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  39.35 ตารางเมตร รูปแบบ C ขนาด 2 ห้องนอน เริ่มต้นที่   61.90-73.66 ตารางเมตร  รูปแบบ Loft 42.17-125.55 ตารางเมตร รูปแบบ Duplex  95.62 ตารางเมตร และห้อง Penthouse 104.24-147.95 ตารางเมตร โครงการออกแบบในสไตล์โคโลเนียล คอนเทมโพรารี่ (Colonial Contemporary Design) มีสิ่งอำนวยความสะดวกล็อบบี้ที่โอ่โถง ห้องเด็ก สระว่ายน้ำแบบชมวิว 360 องศา ที่ชั้น 18 และ ห้องฟิตเนสบนชั้น 21 ห้องสกายเล้าจ์บน Roof floor ซึ่งสามารถมองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม และโครงการจัดให้มีพื้นที่จอดรถสูงถึง 83% พร้อมบริการ Door Man และ Valet service โครงการตั้งอยู่ในซอยจันทน์ 44 เข้าซอยมาเพียงแค่ 60 เมตร  ใกล้ถนนเส้นหลักอย่าง ถนนเจริญกรุง, ถนนเจริญราษฎร์, ถนนพระราม 3 และถนนสาทร ใกล้ทางพิเศษศรีรัช ด่านถนนจันทน์ เพียง 2 นาที มีเส้นทางลัดให้ได้ใช้หลายทาง รวมถึงเป็นโครงการที่ใกล้กับรถไฟฟ้าถึง 2 สถานี นั่นก็คือรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์ และ BTS สะพานตากสิน อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งงาน โรงเรียน โรงพยาบาลและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โดยห่างจากโรงเรียนนานาชาติ โชรส์เบอรี่ เพียง 400 เมตร  รร.กรุงเทพคริสเตียน และ รร.อัสสัมชัญ บางรัก รวมถึงเป็นโครงการที่ใกล้กับ Asiatique The Riverfront แหล่งท่องเที่ยวบนถนนเจริญกรุง และ Four Seasons Hotel Bangkok โรงแรมระดับ 5 ดาว ในระยะที่สามารถเดินเท้าไปได้ และยังไม่ไกลจากห้างที่เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพ การเดินทางจากโครงการจึงเชื่อมต่อโดยการโดยสารรถ เรือ รถไฟฟ้า ไปยังจุดต่างๆ โดยง่าย ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.altitudesymphony.com หรือโทรติดต่อได้ที่เบอร์ 0952478999 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป      
“ณ วีรา พหลฯ-อารีย์” แอคทีฟแบบชีวิตติดเมือง สุขเต็มที่กับความเป็นส่วนตัว จาก “ณวรางค์ แอสเซท”

“ณ วีรา พหลฯ-อารีย์” แอคทีฟแบบชีวิตติดเมือง สุขเต็มที่กับความเป็นส่วนตัว จาก “ณวรางค์ แอสเซท”

อารีย์-พหลโยธิน เป็นย่านชุมชนเก่าแก่ที่เหล่าดีเวลลอปเปอร์ต่างลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมกันอย่างคึกคัก ขณะที่ปัจจุบันย่านนี้กำลังจะก้าวขึ้นเป็น New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ  บริษัท ณวรางค์ แอสเซท จำกัด มองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของชุมชนที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตกับความทันสมัยอันเป็นสเน่ห์ของย่านนี้ จึงได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ ณ วีรา พหลฯ-อารีย์ ที่กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทำเล ที่รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่กว่า 10 อาคาร สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสถานีอารีย์เพียง 850 เมตร หรือหากจะเดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวกรวดเร็วไม่แพ้กัน เนื่องจากที่ตั้งโครงการสามารถเดินทางทะลุไปยังซอยต่างๆ ได้มากมาย อาทิ ซอยสายลม ซอยอินทรามระ เป็นต้น ณ วีรา พหลฯ-อารีย์ มูลค่าโครงการ 240 ล้านบาท มีจำนวนห้องชุด 78 ยูนิต ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ วัยทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหลังเลิกงานอย่างแท้จริง เป็นอาคาร 8 ชั้น 1 อาคาร มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส Co-working space  ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.เพียง 110,000 บาท/ตร.ม. สำหรับโครงการ ณ วีรา พหลฯ-อารีย์ เป็นโครงการที่ บริษัท ณวรางค์ แอสเซท จำกัด ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ วัยทำงานที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่ต้องการอาศัยเอง ชื่นชอบการใช้ชีวิตอิสระ แต่ก็ไม่ได้ละเลยในเรื่องของรายละเอียดการใช้ชีวิตและการวางแผนอนาคตให้กับตัวเอง อีกทั้งยังต้องการความสะดวกสบายสูง เพียงไม่กี่ก้าวคุณก็จะได้พบกับความแอคทีฟแบบชีวิตคนเมือง ที่สนุกสนานและไม่หยุดนิ่ง ที่แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้ง ห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร, คาเฟ่นั่งทำงาน, และโรงพยาบาล ด้วยการเดินทางที่ง่ายในระยะเดินเท้าถึงได้อย่างสบายหรือด้วยรถไฟฟ้าที่ใช้เวลาไม่นาน ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่สมบูรณ์ได้อย่างลงตัวทีเดียว   อาคารถูกออกแบบเป็นพิเศษให้ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นส่วนตัว สงบและพักผ่อนได้เต็มที่ในทุกวัน ด้วยยูนิตจำกัดเพียง 78 ยูนิต ด้วยโถงทางเดินแบบ Single Corridor ที่โถงทางเดินหน้าห้องมีแค่ฝั่งเดียว ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องเปิดประตูมาพบกับฝั่งตรงข้าม และคนเดินผ่านไปมาน้อย เพิ่มความสงบและเป็นส่วนตัว ซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญที่ผู้อยู่อาศัยคอนโดคำนึงถึงและมีเพียงไม่กี่คอนโดเท่านั้นที่ออกแบบมารองรับ ภายในโครงการประกอบด้วยห้องพักแบบ 1 ห้องนอน และ 1 ห้องนอนพิเศษ ขนาดตั้งแต่ 23.13-33.55 ตร.ม. ตกแต่งไว้อย่างครบถ้วนแบบ Fully Furnished ฟังก์ชั่นห้องให้สามารถใช้สอยได้เต็มพื้นที่ แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งเคาท์เตอร์ครัว มุมพักผ่อน ห้องนอน หรือสามารถปรับแต่งพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้ตามแบบที่ชอบได้ดั่งใจ เช่นส่วนพักผ่อนส่วนตัวยามเช้า, ส่วนทำงานออนไลน์, สวนสำหรับปลูกต้นไม้ โดยเชื่อว่าความร่ำรวยในเรื่องของการใช้ชีวิตนั้น ส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพและสัดส่วนพื้นที่ที่สัมพันธ์กันกับลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละคน ที่สร้างขึ้นมาได้ตามใจต้องการ โครงการ ณ วีรา  พร้อมชมห้องตัวอย่างวันนี้ ณ Sales Gallery ชั้น 1  อาคาร ESV Tower   พหลโยธิน ปากซอย 9 และ เปิด Pre-sale ในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2561 เริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส1/2562 และก่อสร้างเสร็จในช่วงไตรมาส 1/2563 โดยผู้สนใจสามารถเข้าดูรายละเอียดโครงการได้ที่ www.navarangasset.com หรือ โทร 085-368-2222                  
iCondo Greenspace PHATTHANAKAN-SRINAKARIN

iCondo Greenspace PHATTHANAKAN-SRINAKARIN

เบื่อไหมที่ต้องอยู่คอนโดในเมืองหันไปทางไหนมีแต่ความวุ่นวายทั้งตึกสูงใหญ่มากมาย การจราจรที่ติดขัดจนหัวร้อน รู้สึกอึดอัดไปหมด จะมีไหมที่มีคอนโดที่มีความเป็นส่วนตัว เงียบสงบใกล้ชิดธรรมชาติ การเดินทางสะดวกสบายเข้า-ออกเมืองง่าย และมีพร้อมด้วย Facility ต่างๆ ที่จะมาอำนวยความสะดวกได้รอบด้าน เหมือนกับที่ “iCondo Greenspace พัฒนาการ-ศรีนครินทร์” จาก Property Perfect   ด้วยจุดเด่นของทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าถึง 2 สาย สายสีเหลือง (พัฒนาการ) และ Airport Rail Link (สถานีหัวหมาก) อยู่ใกล้ทางด่วนพระราม 9 และแวดล้อมด้วยสาธารณูปโภครอบด้าน เช่น แหล่งงาน อาคารสำนักงานใหญ่ๆ ห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้งหลายรูปแบบ รวมถึงสถานศึกษาชั้นนำ และสถานพยาบาลชื่อดังอีกหลายแห่ง จึงไม่น่าแปลกใจเลยถ้าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งแห่งที่หลายๆ คนให้ความสนใจ และอยากจับจองเป็นเจ้าของ เพราะทางโครงการตั้งใจออกแบบฟังก์ชันต่างๆ มาเพื่อให้ลูกบ้านได้ใช้ชีวิตสะดวกมากขึ้น     iCondo Greenspace พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ ต้องการตอบโจทย์การใข้ชีวิตของลูกบ้านให้รอบด้านเพื่อให้สมกับสโลแกน “Live in GREEN LIFE” ซึ่งการสร้างสังคมคุณภาพนั้นมีองค์ประกอบต่างๆ มากมายที่ต้องคำนึงถึง ทางโครงการจึงพัฒนาพื้นที่ในส่วนต่างๆ อย่างดีให้ตรงตามคอนเซปต์ที่ตั้งไว้   เริ่มกันตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ “GREEN DESIGN” ที่ตั้งใจให้สวนมาในสไตล์ Tropical Garden สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายสไตล์รีสอร์ท   ในส่วนของ “GREEN FUNCTION” พื้นที่ใช้สอยต่างๆ ภายในถูกออกแบบมาให้โปร่งโล่งสบายแต่ลงตัว รวมถึงการให้ความใส่ใจในเรื่องทิศทางลมและแสงแดดจากธรรมชาติมากยิ่งขึ้น   เพิ่มเติมด้วย “GREEN FACILITY” สำหรับการใช้พื้นที่ส่วนกลางสำหรับการพักผ่อนได้อย่างแท้จริง มีพื้นที่ Green-Working Space และ Outdoor Activities พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน   แกนสุดท้าย “GREEN LIVING” คือความตั้งใจเลือกทำเลที่ตั้งให้อยู่ในย่านที่แวดล้อมไปด้วย สถานศึกษาชื่อดัง พรั่งพร้อมด้วยแหล่งช็อปปิ้ง, ห้างสรรพสินค้า, Community Mall และโรงพยาบาลชั้นนำ พร้อมการเชื่อมโยงชีวิตคนเมืองด้วยรถไฟฟ้า ที่ทำให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย   นอกเหนือจากรายละเอียดต่างๆ ที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ที่ iCondo Greenspace พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ ยังเพิ่มเติมมิติใหม่แห่งการอยู่อาศัย ให้ชีวิตเราเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีเหนือระดับกับ “GREEN SPACE 4.0” ที่มาพร้อมกับนวัตกรรม iOT 4.0 (internet of things) อย่างลงตัวผ่าน Application ยกตัวอย่างเช่น   -Smart Transportation ที่เราสามารถตรวจสอบตำแหน่ง และตารางการเดินรถได้ด้วยระบบ GPS ผ่าน Application บนมือถือ -Smart Security นวัตกรรมเพื่อคความปลอดภัยสุดล้ำทั้งการสแกนใบหน้า, Key Card ล็อคชั้น, Digital Door Lock และ CCTV ตลอด 24 ชม. -Smart ECO System การใส่ใจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน ผนังอาคารที่นี่เลือกใช้ฉนวนกันความร้อนแบบเซรามิกโค้ตติ้ง, เป็นอาคารประหยัดพลังงานด้วยการเลือกใช้ไฟส่องสว่างบริเวณทางเดินภายในเป็นแบบระบบอัตโนมัติ ส่วนบริเวณถนนหลักในโครงการเป็นแสงสว่างที่ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ -Smart Condo อำนวยความสะดวกด้วย Smart Laundry ที่เราสามารถเช็ค เตือน จ่าย ผ่าน Application ได้ -Smart Location การเชื่อมโยงทุกการเดินทาง สะดวกด้วยรถไฟฟ้า และทางด่วนใกล้ๆ โครงการ   พูดถึงเรื่องจุดเด่น และคอนเซปต์ต่างๆ ของโครงการมาพอสมควรแล้ว เรามาทำความรู้จักกับตัวโครงการซักหน่อยกันดีกว่า iCondo Greenspace พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise 2 อาคาร เน้นความเป็นส่วนตัว และเพียบพร้อมไปด้วย Facility ที่มาเอาใจไลฟ์สไตล์คนเมืองแบบเต็มที่ เช่น Emerald Lagoon สระว่ายน้ำระบบเกลือสีเขียวมรกตขนาดใหญ่ 25X6 ม. ที่มาพร้อม Fiber Optic Lighting ดวงไฟใต้น้ำลวดลายสวยงามบนพื้นสระว่ายน้ำ, Green Fitness ใกล้ชิดธรรมชาติ, พื้นที่สีเขียวเพื่อตอบโจทย์ทุกกิจกรรมทั้ง Green Playground, Outdoor Green Space, Tropical Green Garden, Green Lobby และ Green Working Space พร้อมฟรี wi-fi ครบครันขนาดนี้เราเชื่อว่าใครที่เป็นลูกบ้านที่นี่ต้องแทบจะไม่อยากออกไปไหนกันเลยทีเดียว   ใครที่กำลังสนใจคอนโดในทำเลนี้ ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการบนถนนพัฒนาการ ซอย 37 ซึ่งอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย มีความเพียบพร้อมอุดมสมบูรณ์สำหรับการอยู่อาศัยจริง และสามารถซื้อไว้เกร็งกำไร หรือลงทุนปล่อยเช่าได้ไม่ยาก เนื่องจากใกล้ทั้งแหล่งงาน อาคารสำนักงานใหญ่ๆ และมหาวิทยาลัยชั้นนำ ทำให้การหาคนเช่าไม่ใช่เรื่องยากเลย ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการที่โครงการอยู่ใกล้สถานศึกษา ก็จะทำให้มีกลุ่มคนเช่าหมุนเวียนเรื่อยๆ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะลองเลือกไว้เพื่อการลงทุน ยิ่งราคาขายของทางโครงการไม่ได้สูงเลย เปิดราคาเริ่มต้นมาเพียง 1.69 ล้านบาท และยังจัดเต็มด้วย Facility พร้อมนวัตกรรมที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อีก เชื่อว่าเป็นอีกโครงการหนึ่งที่เหมาะมากสำหรับใครที่คิดอยากจะเริ่มต้นลงทุนกับอสังหาฯ   Floor Plan  ที่ตั้งโครงการจะเข้าไปภายในซอยพัฒนาการ 37 ประมาณ 200 เมตร ซึ่งเป็นซอยเดียวกันกับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตค่ะ ข้อดีของการที่อยู่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ นั่นคือเราจะได้ความเงียบสงบเป็นส่วนตัวมากกว่าค่ะ โดยโครงการจะวางอาคาร A ทางทิศเหนือ กับ B ทางทิศใต้ เอาไว้ล้อมรอบ Facility ที่อยู่กลางโครงการ ตรงทางเข้า-ออกโครงการจะอยู่ทางทิศตะวันออก ส่วนฝั่งที่อยู่ติดกับคลองจะเป็นทิศตะวันตกค่ะ       ชมห้องตัวอย่าง  สำหรับ Sale Gallery จะอยู่ก่อนถึงซอยพัฒนาการ 37 ที่เป็นที่ตั้งของตัวโครงการประมาณ 100 เมตร มีห้องตัวอย่างทั้งหมด 2 ห้อง ทุกยูนิตจะได้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished มีทั้งโซฟา, เคาน์เตอร์วางทีวี,โต๊ะ-เก้าอี้ทานอาหาร, เตียง (ไม่รวมฟูก), ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะเครื่องแป้ง, เคาน์เตอร์ครัว, สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทั้งหมด และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งถึงแม้จะเป็นห้อง 1 Bedroom ก็จะได้เครื่องปรับอากาศมาถึง 2 เครื่อง ทั้งตรงห้องนั่งเล่นกับในห้องนอนค่ะ โดยความสูง Floor To Ceiling อยู่ที่ 2.4 เมตร ห้องนั่งเล่นกับห้องนอนจะปูพื้นด้วยลามิเนต ส่วนห้องครัว, ห้องน้ำ และระเบียงจะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ผนังจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว         Type A 24 ตร.ม. พื้นที่แรกของห้องเป็นห้องนั่งเล่น ได้โซฟาขนาด 3 ที่นั่งเลยค่ะ ถ้าใครชอบ Space กว้างๆ ก็สามารถย้ายโต๊ะ-เก้าอี้เข้าไปไว้ในครัวแทนได้ค่ะ ก็จะมีพื้นที่วางโต๊ะกลางได้อีก ลึกเข้าไปด้านในเป็นห้องนอน ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน   ห้องนอนจะมี Bulit in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งให้มาตามแบบห้องตัวอย่างเลยค่ะ หน้าต่างจะเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอน แบบเดียวกันทุกยูนิต และเตียงนอนขนาด 5 ฟุต จะมีลิ้นชักใต้เตียงด้วย   อีกด้านหนึ่งจะเป็นห้องน้ำ ห้องครัวปิด และระเบียงห้อง แบ่งฟังก์ชั่นห้องได้อย่างเป็นสัดส่วนชัดเจนทีเดียวค่ะ ใครที่ชอบทำครัวบ่อยๆ ก็หายห่วงเรื่องกลิ่นได้เลย   ห้องครัวมีพื้นที่มากพอที่จะวางทั้งตู้เย็น และตู้เก็บของเพิ่มตามแนวผนังได้อีก ส่วนเคาน์เตอร์ครัว Built in มาพร้อมกับซิงค์ล้างจาน กรุกระเบื้องด้านในเพื่อทำความสะอาดได้ง่ายเวลาเกิดคราบสกปรก   ระเบียงมีก๊อกน้ำและปลั๊กไฟ พร้อมสำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ค่ะ ส่วน Condensing Unit แขวนไว้ด้านบนหันออกนอกระเบียงค่ะ      ห้องน้ำแบ่งโซนเปียกกับโซนแห้ง โถสุขภัณฑ์, ก๊อกน้ำ, ฝักบัว ใช้แบรนด์ COTTO ส่วนอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังใช้แบรนด์ CHARMER   Type C 30 ตร.ม. พื้นที่แรกยังคงเป็นห้องนั่งเล่นเช่นเคยค่ะ แต่จะได้พื้นที่กว้างขวางมาก สามารถวางโต๊ะกลางขนาดใหญ่เพิ่มได้เลย ซึ่งจะแบ่งฟังก์ชั่นห้องทางขวามือเป็นห้องน้ำกับห้องนอนอยู่ใกล้กัน เพื่อความสะดวกเวลาใช้งาน และทางซ้ายมือจะเป็นพื้นที่โต๊ะทานข้าว ห้องครัวปิด และระเบียงค่ะ   ห้องน้ำจะเจอกับส่วนแห้งก่อนค่ะ แยกส่วนเปียกเอาไว้ด้านในฝั่งขวาสุด ส่วนสุขภัณฑ์ทั้งหมดจะได้มาตามแบบห้องตัวอย่างค่ะ   ห้องนอนจะได้เตียงขนาด 5 ฟุตวางไว้กลางห้อง มีพื้นที่เดินได้สบายๆ รอบเตียง พื้นที่ช่วงปลายเตียงสามารถเพิ่มโต๊ะทำงานได้อีกค่ะ   Space ข้างโซฟาตรงนี้ แม้ว่าจะได้โต๊ะ-เก้าอี้ 2 ตัวมาด้วย แต่ถ้าใช้งานไม่พอล่ะก็ สามารถวางได้ถึงขนาด 4 ที่นั่งเลยนะคะ ลึกเข้าไปด้านในก็จะเป็นครัวปิด และระเบียง   ห้องครัวปิด จะมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นเอาไว้ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวที่ Built in มาให้เรียบร้อยค่ะ   ระเบียงจะต่อจากห้องครัวเลยค่ะ มีก๊อกน้ำกับรูปลั๊กไฟมาให้พร้อมสำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ และเหลือพื้นที่วางราวตากผ้าได้อีกค่ะ     สิ่งที่ทางโครงการให้มาถือว่าคุ้มสุดๆ เมื่อเทียบกับราคาที่หาได้ยากแล้วสำหรับคอนโดมิเนียมที่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า เพราะไม่ใช่แค่ทำเลที่เหมาะทั้งอยู่อาศัยเอง และปล่อยเช่า ยังมีเทคโนโลยี GREEN SPACE 4.0 ที่จะช่วยยกระดับให้ชีวิตดูสมาร์ทขึ้น     พิเศษ... iCondo Greenspace พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ จะเปิดจองรอบ VVIP Day 24-25 พ.ย. นี้ จัดโปรโมชั่นพิเศษ Fully Furnished เริ่ม 1.69 ล้านบาท จอง+ทำสัญญา+ผ่อนดาวน์ 3 งวด รับฟรี iPhone XS (64GB)*  https://www.pf.co.th/hApyNq                     
ศุภาลัย รุก EEC ต่อเนื่อง กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย ปักธงโครงการใหม่ “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา”

ศุภาลัย รุก EEC ต่อเนื่อง กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย ปักธงโครงการใหม่ “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา”

บมจ.ศุภาลัย เตรียมแผนลงทุนพัฒนาอสังหาฯ ในจังหวัดชลบุรี อย่างต่อเนื่อง กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย เตรียมเปิด “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา” มูลค่าโครงการ 395 ล้านบาท Pre-Sale 24-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ ณ สำนักงานขาย พร้อมพบสิทธิพิเศษมากมาย   นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมแผนลงทุนพัฒนาอสังหาฯ ในจังหวัดชลบุรี ไว้อย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดตัวโครงการ ศุภาลัย พรีโม่ บางแสน ในไตรมาส 1 และ ศุภาลัย การเด้นวิลล์ ชลบุรี ศุภาลัย วิลล์ ศรีราชา - สวนเสือ ในไตรมาส 4  ที่ผ่านมานั้น ได้รับกระแสตอบรับดี เป็นที่น่าพอใจ และพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ สนใจที่อยู่อาศัยประเภท “ทาวน์โฮม” ประกอบกับความเหมาะสมของทำเลและราคา ซึ่งเป็นดีมานด์การซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการทั้งบ้านเดี่ยว บ้านรุ่นใหม่ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ในจังหวัดชลบุรีจำนวน 10 โครงการ และล่าสุดเตรียมเปิดโครงการใหม่ “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา” บ้านรุ่นใหม่ และทาวน์โฮม มูลค่าโครงการ 395ล้านบาท ชูแนวคิด “เริ่มต้นชีวิตอย่างมีสไตล์ สะดวกในการเดินทาง พร้อมสัมผัสความสุขที่ลงตัว” “ศุภาลัย พรีโม่ พัทยา” ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการประมาณ 15 ไร่ ออกแบบสไตล์โมเดิร์น ทั้งบ้านรุ่นใหม่ และทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 113-122 ตร.ม. จำนวน 154 แปลง ราคาเริ่มต้นเพียง 2.15 ล้านบาท ออกแบบเน้นการอนุรักษ์พลังงาน ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อใช้ประโยชน์ในทุกพื้นที่ ตอบรับทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ อาทิ สวนส่วนกลาง ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV รอบโครงการ และระบบเข้า - ออกอัตโนมัติ Easy Pass สะดวกสบายทุกการเดินทาง แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญ อาทิ โรงเรียนสาธิตอุดมศึกษา แมคโคร พัทยา เทสโก้ โลตัส เทพประสิทธิ์ Outlet Mall Pattaya ห้างHarbor Pattaya อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ โรงพยาบาล เมืองพัทยา สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในโซนพัทยา เชิญเลือกแปลงโดนใจ ราคาพิเศษก่อนใครในงาน Pre-Sale 24-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ พร้อมพบสิทธิพิเศษมากมาย ณ สำนักขายโครงการ โทร. 1720 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.supalai.com        

รวมโปรโมชั่น ล่าสุด

“จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้” พร้อมโอนแล้วเฟสที่ 1 เดินหน้าอัดโปรโมชั่น 5 แพคเกจสุดพิเศษ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์คนวัยเกษียณ

“จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้” พร้อมโอนแล้วเฟสที่ 1 เดินหน้าอัดโปรโมชั่น 5 แพคเกจสุดพิเศษ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์คนวัยเกษียณ

จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ เมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ ประกาศสร้างเสร็จพร้อมโอนแล้ววันนี้ ในส่วนของ Active Living ส่วนที่พักอาศัยระดับพรีเมียม เฟสที่หนึ่งจำนวน 494 ยูนิต พร้อมส่งโปรโมชั่น The Golden Spirit Experience 5 แพคเกจสุดคุ้ม ให้สามารถเลือกได้ตรงตามความต้องการของคนวัยเกษียณ ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ ด้านสุขภาพ ด้านการตกแต่งบ้าน รวมถึงลดค่าธรรมเนียม รวมมูลค่าสูงสุดถึง 3.5 แสนบาท ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ธันวาคมนี้ พร้อมเผยความคืบหน้ากว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของ “สถาบันจิณณ์ เวลเนส”  (Jin Wellness Institute) สถาบันดูแลสุขภาพแบบบูรณาการอย่างครบวงจร และ โรงพยาบาลฟื้นฟูสุขภาพ “โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา” ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการ พร้อมเปิดให้บริการกลางปี 2562 ตอกย้ำความพร้อมเดินหน้าสู่การเป็นโครงการ Wellness Mixed-Use แห่งแรกของเอเชียได้อย่างเต็มรูปแบบ นางฐิตารี อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด ผู้พัฒนาโครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ เมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ เปิดเผยว่า “นับตั้งแต่ได้มีการเปิดขายโครงการมาเป็นเวลากว่า 1 ปี ขณะนี้โครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนแล้วในส่วนของ Active Living อาคารที่พักอาศัยระดับพรีเมียมเฟสที่หนึ่ง ซึ่งเป็นเป็นอาคาร 7 ชั้นในคลัสเตอร์ 1 และ 2 จำนวน 5 อาคาร รวม 494 ยูนิต โดยเราได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าจากการที่โครงการเราเป็น Wellness-Mixed Use แห่งแรกของเอเชีย ที่ชูแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบบูรณาการ (Integrated Healthcare) เข้ากับการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัยวัยเกษียณตั้งแต่ตื่นนอนไปจนถึงเข้านอน พร้อมด้วยบริการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ด้วยการสร้างความผูกพันระหว่างผู้รับบริการกับบุคลากรผู้ให้บริการโดยตรง พร้อมกับนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม”   ทั้งนี้ โครงการยังได้มอบข้อเสนอสุดคุ้ม ให้แก่ลูกค้าที่สนใจไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ซื้อเพื่อคุณพ่อคุณแม่ ซื้อเพื่อการลงทุน ด้วยโปรโมชั่น The Golden Spirit Experience ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 5 แพคเกจ ได้แก่ แพคเกจกระเป๋าตุง ให้คุณได้เลือกใช้บริการไลฟ์สไตล์ในโครงการ มูลค่ากว่า 3.5 แสนบาท แพคเกจสุขภาพดี รับฟรีแพคเกจตรวจสุขภาพประจำปี ค่าสมาชิกสถาบันจิณณ์ เวลเนส 2 ปี พร้อมบัตรกำนัลสำหรับใช้บริการที่รพ.ธนบุรีบูรณาและสถาบันจิณณ์ เวลเนส รวมมูลค่ากว่า 2.7 แสนบาท แพคเกจฟรีเฟอร์นิเจอร์ รับฟรีบัตรกำนัลสำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์มูลค่ากว่า 3.5 แสนบาท แพคเกจพร้อมอยู่ ฟรีค่าโอน ค่าส่วนกลาง 3 ปีแรกและค่าบริการมูลค่า 18,000 บาท/คน/ปี จำนวน 4 ใบ รวมมูลค่ากว่า 2.4 แสนบาท แพคเกจรับส่วนลดค่าห้อง มูลค่ากว่า 3 แสนบาท ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ถือเป็นการมอบทางเลือกที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับทุกความต้องการกับไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านวัยเกษียณอย่างแท้จริง “นอกจากส่วนที่พักอาศัยจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ในส่วนของ ‘สถาบันจิณณ์ เวลเนส’ (Jin Wellness Institute) สถาบันดูแลสุขภาพแบบบูรณาการอย่างครบวงจร และ โรงพยาบาลฟื้นฟูสุขภาพ ‘โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา’ ภายใต้แนวคิด “Total Wellness Solutions” ที่มุ่งนำเสนอบริการการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ด้วยการสร้างสมดุลให้แก่ “ร่างกาย จิตใจ และจิตปัญญา” (Body / Soul / Spirit) ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการก็มีความคืบหน้ากว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการทั้งผู้อาศัยในโครงการและบุคคลภายนอกช่วงกลางปี 2562 ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้ลูกบ้านวัยเกษียณสามารถใช้ชีวิตและมีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายจากการใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรที่สร้างสรรค์มาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะได้ โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกโครงการ ถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นที่เราตั้งใจสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนวัยเกษียณในเมืองไทยให้เป็นจริงได้ในอีกไม่นาน” นางฐิตารี กล่าว   สำหรับผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ของการใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างมีพลังภายในโครงการฯ ได้แล้ววันนี้ พร้อมพบกับโปรโมชั่นพิเศษ สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ www.jinwellbeing.com Facebook: www.facebook.com/jinwellbeing โทร. 062 802 9999          
“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ส่งมอบความสุขกับเทศกาลของขวัญปี 2019

“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ส่งมอบความสุขกับเทศกาลของขวัญปี 2019

กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด จัดงานเปิดแคมเปญ “ไทม์ ทู เซเลเบรท 2019” (Time to Celebrate 2019) ที่สุดของการให้กับเทศกาลของขวัญและของแต่งบ้านแห่งปี ภายใต้แนวคิด “Share a Wish, Share a Gift” แชร์ความสุขด้วยหัวใจ กับชุดของขวัญคัดพิเศษมากมาย กว่า 30 แบบ รวมถึง 4 ชุดของขวัญเสริมสิริมงคลรับปีใหม่ แนะนำโดย อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา ได้แก่ ชุดสมบูรณ์พูนสุข, ชุดรุ่งโรจน์โชติช่วง, ชุดสำเร็จสมหวัง, ชุดรวยทรัพย์รวยสุข เฉพาะที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ โดยมี พิศิษฐ์ ปัทมสัตยาสนธิ, ภควดี อมรพิทักษ์กูล, หม่อมหลวงอรรถดิศ ดิศกุล,  แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา,เขริกา โชติวิจิตร และ ชวลิต ศรีมั่นคงธรรม  ร่วมงาน  ณ อินเด็กซ์  ลิฟวิ่งมอลล์  สาขาพระราม 2          
พฤกษา แจกรางวัลใหญ่แคมเปญ Pruksa 25th year Big Sale Ever ครั้งที่ 2 โอกาสสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดก่อนหมดโปรสิ้นปีนี้

พฤกษา แจกรางวัลใหญ่แคมเปญ Pruksa 25th year Big Sale Ever ครั้งที่ 2 โอกาสสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดก่อนหมดโปรสิ้นปีนี้

นางสาวอังคณา ลิขิตจรรยากุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดองค์กร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) จับรางวัลลูกค้าผู้โชคดีจากแคมเปญ “Pruksa 25th  year Big Sale Ever  ลดใหญ่ แถมใหญ่ แจกใหญ่”  โดยจับแจกรางวัลห้องชุดพลัมคอนโด 1 รางวัล สร้อยทองคำหนัก 5 บาท จำนวน 10 รางวัล และ Samsung Galaxy Note 9 จำนวน 25 รางวัล ซึ่งเป็นการจับรางวัลครั้งที่ 2 จากทั้งหมด 3 ครั้ง  โดยจะประกาศรายชื่อลูกค้าผู้โชคดีวันที่ 21 ธันวาคม 2561 ทางเว็บไซต์ pruksa.com สำหรับลูกค้าที่อยากมีบ้านและได้รับสิทธิ์ลุ้นโชคใหญ่  พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 1.3 ล้านบาท และของแถมอื่นๆ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน  เพียงจองทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว และคอนโด 161 โครงการที่เข้าร่วมทั่วประเทศ และโอนภายใน 28 ธันวาคม 2561 โอกาสสุดท้ายที่ไม่ควรพลาด !  ก่อนรัฐปรับเกณฑ์สินเชื่อบ้านใหม่ในปี 2562 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1739          
คว้าโอกาสสุดท้าย! กู้เต็ม 100% ก่อนโดนมาตรการเข้มปีหน้า

คว้าโอกาสสุดท้าย! กู้เต็ม 100% ก่อนโดนมาตรการเข้มปีหน้า

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมี “บ้าน” เป็นของตัวเอง คือความฝันของทุกคน โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ต้องการสร้างครอบครัว และขยายพื้นที่แห่งความสุขกับคนที่ตัวเองรัก หลายๆ คน อาจจะมีบ้านหลังแรกแล้ว ซึ่งคนรุ่นใหม่มักจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมซึ่งอยู่ในย่าน CBD ใกล้แหล่งงาน หรือตามแนวเส้นรถไฟฟ้า เน้นเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นหลัก แต่ถ้าในวันหนึ่งที่เราต้องการขยับขยายพื้นที่อยู่อาศัย “บ้านหลังที่ 2” อาจเป็นคำตอบสำหรับคนที่ต้องการสเปซที่มากขึ้น เพื่อรองรับสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้น มีพื้นที่ให้เราทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว และให้เราได้ออกแบบชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และที่สำคัญต้องอยู่ในทำเลที่เดินทางเข้าเมืองสะดวก ใกล้ทางด่วน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตยุคใหม่เช่นเดียวกับการอยู่อาศัยในคอนโดในเมือง         ที่ผ่านมา การซื้อบ้านสักหลังอาจจะไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากแบงก์ได้ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบถึง 95% ทำให้ผู้ซื้อวางเงินดาวน์เพียงแค่ 5% ของมูลค่าหลักทรัพย์ เช่น ถ้าคุณซื้อบ้านเดี่ยวราคา 5 ล้าน คุณวางเงินดาวน์เพียงแค่ 250,000 บาทเท่านั้น และยิ่งถ้าเป็นคุณซื้อบ้านจากดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ๆ ที่น่าเชื่อถือแบงก์อาจปล่อยกู้ถึง 100% โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินออมเลยก็ได้ แต่หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ได้ประกาศกฏเหล็ก “เกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่” โดยออกมาตรการ LTV (Loan to Value = อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน) คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ เพื่อป้องกันการเกิดหนี้เสีย โดยมีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 2562 ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่กระทบคนที่กู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้าน เพราะว่ายังคงใช้ใช้เกณฑ์ LTV เดิม คือวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 0-10% แต่กระทบคนที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 ที่ยังผ่อนสัญญาแรกไม่หมด ซึ่งทำให้ผู้ซื้อต้องวางเงินดาวน์ถึง 20% ในการกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากเดิมที่คุณวางเงินดาวน์เพียงแค่ 250,000 บาท (5%) คุณจะต้องวางเงินดาวน์ถึง 1,000,000 บาท (20%) สำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังละ 5 ล้าน!! สำหรับใครที่อยากซื้อบ้านหลังที่ 3 (แต่ยังผ่อนสัญญาที่ 1-2 ไม่หมด) ไม่ว่าราคาเท่าไหร่ก็ตาม จะต้องวางเงินดาวน์ 30%!!!   แน่นอนว่า มาตรการ LTV ใหม่นี้ทำให้ผู้ที่ต้องการจะซื้อบ้านต้องมีเงินออมก้อนใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนมีรายได้น้อย-ปานกลาง ซึ่งอาจจะมีฐานเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000-30,000 บาท ลองคิดดูว่าคุณต้องใช้เวลานานแค่ไหน กว่าจะมีเงินออม 1,000,000 บาท สำหรับวางเงินดาวน์ มาตรการใหม่นี้จึงทำให้โอกาสที่คุณจะมีบ้านเป็นของตัวเองลดลง หรืออาจจะไม่มีโอกาสเลย!!! นอกจากนี้ เกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ยังกำหนดให้มีการนับรวมสินเชื่อ Top-up รวมในวงเงินขอกู้สินเชื่อบ้านทุกประเภทที่อ้างอิงหลักประกันเดียวกันในวงเงินที่ขอกู้ เช่น สินเชื่อเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ เพื่อตกแต่งบ้าน ยกเว้นสินเชื่อเพื่อจ้ายเบี้ยประกันชีวิตผู้กู้ (MRTA) ประกันวินาศภัย และสินเชื่อที่ให้กับธุรกิจ SMEs       สำหรับใครที่กำลังวางแผนซื้อบ้านในอนาคต นี่คือโอกาสสุดท้ายที่คุณต้องเร่งตัดสินใจ ก่อนเจอมาตรการเข้มแบงก์ชาติปีหน้าจะเห็นได้ว่าช่วงนี้บรรดาผู้ประกอบการต่างพร้อมใจกันปล่อยของพร้อมโปรโมชั่นเด็ด แบบจัดเต็ม จัดหนักส่งท้ายปี   หนึ่งในแบรนด์บ้านคุณภาพที่น่าจับตามองในตอนนี้ คือ บริทาเนีย (Britania) จากบริษัท ออริจิ้น เฮาส์ จำกัด ในเครือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการเปิดตัวโครงการแรก “บริทาเนีย ศรีนครินทร์” บ้านเดี่ยว-บ้านแฝดสไตล์อังกฤษ เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งโครงการ SOLD OUT 90% โดยแบรนด์ “บริทาเนีย” เกาะทำเลที่มีการแข่งขันไม่สูงมาก แต่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) และมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วนใกล้รถไฟฟ้า และรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย และกลางเดือนธันวาคม 61 นี้ ออริจิ้นมอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี เปิดจองบ้านบริทาเนีย “3 โครงการใหม่ บน 3 ทำเลที่ดีที่สุด” รอบพิเศษก่อนพรีเซลในราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 1.99 ล้าน*!!! มาพร้อม facilities ครบครัน ออกแบบอย่างทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุค 4.0 โดยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไปในที่อยู่อาศัยพร้อมบริการระดับโรงแรม มอบความสะดวกสบายให้กับชีวิตคุณ ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน ช่างซ่อมบำรุง บริการซักรีด หรือคนสวนโดดเด่นด้วยดีไซน์และเลย์เอาท์ที่ออกแบบอย่างแตกต่างให้ผู้อยู่อาศัยได้ดีไซน์ชีวิตตัวเองได้มากขึ้นบนพื้นฐานของความครบ สะดวกสบาย ตามไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และที่สำคัญมาพร้อม “ข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปี” ที่คุณไม่ควรพลาด!!!     1. โครงการ บริทาเนีย เมกะทาวน์-บางนา (Mega Town Bangna) ทาวน์โฮม-บ้านซีรีย์ใหม่สไตล์อังกฤษ (บางนา-ตราด กม.5) ออกแบบภายใต้แนวคิด “Live Cheerful with Brit Charm”เชื่อมต่อถนนหลักหลายสาย อาทิ ถ.บางนา-ตราด, ถ.ศรีนครินทร์ และ ถ.เทพารักษ์ ใกล้เมกะบางนา ใกล้ทางด่วน ใกล้วงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสีเขียว เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีสาธารณูปโภคครบครัน เปิดจองรอบพิเศษ: 15 ธ.ค. 61 ราคาเริ่มต้น : 2.29 ล้าน* (ทาวน์โฮม) | 4.7 ล้าน* (บ้านซีรีย์ใหม่) ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท คลิก http://bit.ly/2Eec5gT   2. โครงการ บริทาเนีย บางนา กม.12 (Britania Bangna KM.12) บ้านเดี่ยวติดถนนใหญ่ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้ทางด่วน และใกล้รถไฟฟ้า เปิดจองรอบพิเศษ: 22 ธ.ค. 61 ราคาเริ่มต้น : 4.59 ล้าน ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท คลิก http://bit.ly/2Pr9diF   3. โครงการ บริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฏร์ ทาวน์โฮม-บ้านซีรีย์ใหม่ ใกล้ 2 ทางด่วน และ 1 สถานีรถไฟฟ้า ออกแบบภายใต้แนวคิด “Live in Brit Style, Live Inspired” อยู่อย่างมีสไตล์ดีไซน์ที่เป็นคุณ ที่ผสมผสานความเป็น Modern British Luxury และ ความ Creative Living ได้อย่างลงตัว เปิดจองรอบพิเศษ: 22 – 23 ธ.ค. 61 ราคาเริ่มต้น: 1.99 ล้าน* (ทาวน์โฮม) | 3.99 ล้าน* (บ้านซีรีย์ใหม่) ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท คลิก http://bit.ly/2ROnR5n   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 020 300 000      
เฮลิกซ์ จัดหนัก คอนโดพร้อมอยู่ “ผ่อน 18 บาท นาน 18 เดือน” กระตุ้นกำลังซื้อปลายปี

เฮลิกซ์ จัดหนัก คอนโดพร้อมอยู่ “ผ่อน 18 บาท นาน 18 เดือน” กระตุ้นกำลังซื้อปลายปี

คุณสุทธิชัย  ศรีรัตนวงศ์  Head of Business Unit-Condo บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด ในเครือ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จัดโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี “ผ่อน 18 บาท นาน 18 เดือน” กับ 2 โครงการคอนโดมิเนียมคุณเยี่ยมพร้อมอยู่ ภายในแบรนด์ “ยูนิโอ” ได้แก่ ยูนิโอ รามคำแหง-เสรีไทย และ ยูนิโอ พระราม 2-ท่าข้าม ในราคาเริ่มต้น 1.19-1.79 ล้านบาท พร้อมข้อเสนอพิเศษสุด ฟรีเฟอร์นิเจอร์ + เครื่องใช้ไฟฟ้า (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)  ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.61-25 ธ.ค.61 นี้ ที่ Sales Gallery ทั้ง 2 โครงการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02 032 2222 หรือ www.helix.co.th หรือ Add Line@helix          
‘จระเข้’ เปิดโกดังใหม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมวัสดุเพื่อที่อยู่อาศัย พร้อมการันตีมาตรฐานและคุณภาพด้วย มอก. คุณภาพชั้นสูงในกลุ่มกาวซีเมนต์จระเข้เงิน

‘จระเข้’ เปิดโกดังใหม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมวัสดุเพื่อที่อยู่อาศัย พร้อมการันตีมาตรฐานและคุณภาพด้วย มอก. คุณภาพชั้นสูงในกลุ่มกาวซีเมนต์จระเข้เงิน

จระเข้พร้อมก้าวสู่ผู้นำด้านวัสดุก่อสร้าง เปิดโกดังใหม่รองรับการขยายกำลังการกระจายสินค้า พร้อมเสริมทัพด้วยนวัตกรรมวัสดุเพื่อที่อยู่อาศัย การันตีตรามอก.(คุณภาพขั้นสูง) ในกลุ่มกาวซีเมนต์จระเข้เงินเป็นกลุ่มแรกในไทย นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมา แบรนด์จระเข้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการดำเนินธุรกิจภายใต้ 2 แบรนด์หลักคือ จระเข้ และ ชาละวัน โดยได้ขับเคลื่อนธุรกิจผ่านแผนและกลยุทธ์ทางการตลาดคือ การโฟกัสกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก จัดกิจกรรมเชิงรุกให้เข้าถึงและเกิดการมีส่วนร่วมโดยเฉพาะการได้ใช้ผลิตภัณฑ์จริง ทำให้ในปีที่ผ่านมาจระเข้นั้น มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ดี จากมูลค่าตลาดรวมทั้งหมดของอุตสาหกรรมและกลุ่มธุรกิจบ้านและการก่อสร้าง พร้อมด้วยรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย อย่างเช่น ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก.2703-2559 ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกาวซีเมนต์ เป็นกลุ่มแรกในไทยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และล่าสุดได้รับการรับรองมาตรฐานมอก. 2703-2559 คุณภาพชั้นสูง ในสินค้ากาวซีเมนต์จระเข้เงิน จากกระทรวงอุตสาหกรรม ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดกาวซีเมนต์ทั้งด้านยอดขายอันดับหนึ่งและการมีมาตรฐานรองรับ โดยมาตรฐานมอก. 2703-2559 คุณภาพชั้นสูง เพิ่งมีเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และจระเข้ถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับมาตรฐานการันตีดังกล่าว ด้วยคุณสมบัติเด่นคือให้การยึดเกาะสูงสำหรับงานปูกระเบื้องขนาดใหญ่ ทั้งงานภายนอกและภายในอาคาร โดยไม่ต้องแช่กระเบื้องในน้ำก่อนการปู ปูผนังหินอ่อน แกรนิต โดยไม่ต้องใช้ตะขอยึด และสามารถปูทับพื้นเดิมได้ สำหรับงานภายในอาคารได้ จากความสำเร็จดังกล่าว เพื่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อที่มีต่อสินค้าในเครือจระเข้ ทางจระเข้จึงได้ขยายกำลังการกระจายสินค้าตามความต้องการของลูกค้าที่ส่งถึงแบรนด์ที่มากขึ้น ด้วยการสร้างโกดังแห่งใหม่ (warehouse) บนพื้นที่ 4,500 ตรม.และออกแบบพิเศษเป็นแนวตั้งเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่เก็บสินค้าได้มากพอต่อการสั่งซื้อที่เพิ่มมากขึ้น ทุกอุปกรณ์ได้รับการออกแบบในแนวสูงเพื่อรองรับการใช้งานในโกดังใหม่แห่งนี้ เช่น Folk Lift ที่สูงเป็นพิเศษ และติดกล้องถ่ายภาพเพื่อให้เห็นภาพเมื่อหยิบสินค้าจากชั้นวางสูง และการบรรทุกสินค้าเข้ารถบรรทุกจะมีเครนพิเศษที่เรียกว่า "Folk-Crane" ซึ่งเป็นเครนรางที่มีแท่นวางเพื่อยกพาเลท เพื่อลดระยะเวลาในการรอสินค้าจัดส่ง และป้องกันของขาดตลาด ทั้งในประเทศ และการส่งออกไปต่างประเทศ โดยโกดังแห่งใหม่นี้ อยู่ในเขตพื้นที่ อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรีและจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปลายปี 2561 นี้ นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จระเข้มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่ดีที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างเพื่อต่อยอดให้คนไทย มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจ และเชื่อมั่นของคนไทยที่มีต่อแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าด้วยกลยุทธ์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพของจระเข้อย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างรอบด้าน จะทำให้จระเข้ไปถึงจุดที่จะเติบโตมากขึ้นตามเป้าที่วางไว้อย่างแน่นอน          
เปิดตัว “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน”

เปิดตัว “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน”

ศิริพงษ์ สมบูรณ์ (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย เพิ่มเกียรติ โพธิเพียรทอง (ที่ 3 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ บ้านดี เดอะ แฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน” ทาวน์โฮมอารมณ์บ้านเดี่ยวสไตล์อังกฤษ  บนทำเลศักยภาพริมถนนบางกรวย-ไทรน้อย ด้วยเนื้อที่โครงการ 49 ไร่ มูลค่ารวม 1,300 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปักธงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในโซนนนทบุรีได้อย่างงดงาม หลังกวาดยอดขายในเฟสแรกไปแล้วกว่า 110 ล้านบาท  ณ  สำนักงานขายโครงการบ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี  เมื่อเร็วๆ นี้          
CMC ร่วมฉลอง 4DX ครบ 10 สาขา จัดโปรโมชั่นมอบส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท* เมื่อซื้อคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ

CMC ร่วมฉลอง 4DX ครบ 10 สาขา จัดโปรโมชั่นมอบส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท* เมื่อซื้อคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ

นางสาวอนงค์ลักษณ์  แพทยานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสพิเศษที่ CMC ร่วมฉลอง โรงภาพยนตร์ 4DX ครบ 10 สาขา จึงส่งมอบความสุขด้วยโครงการคอนโดมิเนียม 10 โครงการ เพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าด้วยการให้ส่วนลดสุงสุด 100,000 บาท* ให้กับลูกค้าที่สนใจจองโครงการต่างๆ ของ CMC จากโรงภาพยนตร์ ICON CINECONIC ณ ศูนย์การค้า ICONSIAM ซึ่งนับเป็น Landmark แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นจุดหมายใหม่ของนักช็อป และนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่ต่างจับจ้องมาที่แห่งนี้ ที่ต้องการสัมผัสในความสุขความบันเทิงที่จะได้รับจากภาพยนตร์และความบันเทิงต่างๆ ที่โรงภาพยนต์มีให้ ทาง CMC จึงมองว่าการร่วมสนับสนุนเป็น Naming Sponsor ในนาม  ในครั้งนี้จะเป็นอีกปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่เราได้ขยับตัวเพื่อขยายกลุ่มเป้าหมาย และกลุ่มลูกค้าทางการตลาดให้มีการจดจำ ยอมรับเพิ่มมากขึ้น สำหรับสิทธิพิเศษที่ CMC จะมอบให้กับลูกค้า 4DX ทุกคนในช่วง 2 เดือนระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2561 – 31 มกราคม 2562 คือการนำคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยกว่า 10 โครงการเข้าร่วมโปรโมชั่น ให้กับลูกค้าโรงภาพยนตร์4DX ในเครือ Major Cineplex สามารถใช้หางตั๋วหนัง จากทั้ง 10 สาขา มารับสิทธิพิเศษ ส่วนลดสูงสุดถึง 100,000 บาท* เพื่อมาซื้อคอนโดมิเนียม และที่พักอาศัยในเครือของบริษัทฯ โดยคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าทั่งกรุงเทพฯ ประกอบไปด้วย   Bangkok Horizon สาทร Bangkok Horizon รัชดา-ท่าพระ Bangkok Feliz สาทร-ตากสิน Bangkok Feliz @ สถานีกรุงธนบุรี Bangkok Feliz @ สถานีบางแค Kasa Eureka พระราม2 - พุทธบูชา Bangkok Horizon รามคำแหง Bangkok Horizon Lite @ สถานีเพชรเกษม 48 Chateau in Town จรัญสนิทวงศ์ 96/2 Chateau in Town สุขุมวิท 64/1 โดยผู้สนใจรับสิทธิ์ประโยชน์ดังกล่าวสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานขายทุกโครงการ หรือลงทะเบียนก่อนล่วงหน้า พร้อมทั้งสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร 1172 และทางเว็บไซต์ www.cmc.co.th        
ททท. จับมือ เมกาโฮม กระตุ้นการใช้จ่ายส่งท้ายปี จัดงาน Thailand Shopping and Dining Paradise

ททท. จับมือ เมกาโฮม กระตุ้นการใช้จ่ายส่งท้ายปี จัดงาน Thailand Shopping and Dining Paradise

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือ เมกาโฮม ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ของใช้ในบ้านที่ครบวงจร  จัดงาน Thailand Shopping and Dining Paradise กระตุ้นการใช้จ่ายชาวแม่สอดส่งท้ายปี โดยทาง เมกาโฮม ได้ขนทัพสินค้าแบบจัดเต็มมามอบความคุ้มค่าด้วยส่วนลดมากมายโดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำหน่ายในราคาพิเศษทุกสัปดาห์เพื่อให้ลูกค้าได้ช้อปส่งส่งท้ายปีแบบจุใจและที่พิเศษสุดเมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขที่กำหนดมีสิทธิลุ้นรับทองคำและรถจักรยานยนต์ พร้อมรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ยาวไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่เมกาโฮม สาขาแม่สอด ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ www.megahome.co.th หรือ  www.facebook.com/MegahomeCenter