ข่าวโปรโมชั่น

 

ข่าวล่าสุด

กลับมาอีกครั้งกับงานป๊อปอัพอีเว้นต์ CHANINTR CRAFT

กลับมาอีกครั้งกับงานป๊อปอัพอีเว้นต์ CHANINTR CRAFT พบกับเฟอร์นิเจอร์จาก แบรนด์ดังทั่วโลก ซึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องการออกแบบและกระบวนการผลิต ด้วยทักษะเชิงช่างอย่างเอาใจใส่และพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ทำให้ได้เป็นชิ้นงาน เฟอร์นิเจอร์ที่ประณีตสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Carl Hansen & Son, Conde House, DCW Editions, Emeco, Ethnicraft, Herman Miller, Louis Poulsen, Maruni, Notre Monde และ Ton เป็นต้น พร้อมรับส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ มากมายกับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ   CHANINTR CRAFT จัดที่ Chanintr 61 ซอยสุขุมวิท 61 ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. (วันศุกร์และเสาร์เปิดถึง 21.00 น.)

กิจกรรม ล่าสุด

กลับมาอีกครั้งกับงานป๊อปอัพอีเว้นต์ CHANINTR CRAFT

กลับมาอีกครั้งกับงานป๊อปอัพอีเว้นต์ CHANINTR CRAFT

กลับมาอีกครั้งกับงานป๊อปอัพอีเว้นต์ CHANINTR CRAFT พบกับเฟอร์นิเจอร์จาก แบรนด์ดังทั่วโลก ซึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องการออกแบบและกระบวนการผลิต ด้วยทักษะเชิงช่างอย่างเอาใจใส่และพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ทำให้ได้เป็นชิ้นงาน เฟอร์นิเจอร์ที่ประณีตสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Carl Hansen & Son, Conde House, DCW Editions, Emeco, Ethnicraft, Herman Miller, Louis Poulsen, Maruni, Notre Monde และ Ton เป็นต้น พร้อมรับส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ มากมายกับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ   CHANINTR CRAFT จัดที่ Chanintr 61 ซอยสุขุมวิท 61 ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. (วันศุกร์และเสาร์เปิดถึง 21.00 น.)
พฤกษา จับมือ กรมการแพทย์ ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาบ้านสำหรับผู้สูงอายุ

พฤกษา จับมือ กรมการแพทย์ ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาบ้านสำหรับผู้สูงอายุ

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และนายแพทย์ สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง “ความร่วมมือทางวิชาการด้านสภาพแวดล้อมที่ใส่ใจความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ” โดยร่วมกันศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีการออกแบบและเลือกใช้วัสดุภายในบ้านที่คำนึงถึงความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะช่วยลดและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดเตรียมพื้นที่ตัวอย่างที่มีความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุที่โรงพยาบาลเลิดสิน เพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนรู้สำหรับแพทย์และพยาบาล รวมถึงผู้สูงอายุและญาติผู้ป่วย ตลอดจนการให้ความรู้ในการเตรียมพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุหลังรับการฟื้นฟูจากโรงพยาบาลเมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันปกติที่บ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่พฤกษามีความใส่ใจลูกค้า และชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
BMAM Expo Asia 2018 ปิดฉากด้วยความสำเร็จอีกครั้ง เผยปีหน้ามาในคอนเซ็ปต์ใหม่ รวมที่สุดเเห่งนวัตกรรมด้านอาคาร

BMAM Expo Asia 2018 ปิดฉากด้วยความสำเร็จอีกครั้ง เผยปีหน้ามาในคอนเซ็ปต์ใหม่ รวมที่สุดเเห่งนวัตกรรมด้านอาคาร

ปิดฉากงาน BMAM Expo Asia 2018 (BMAM 2018) งานแสดงสินค้าเเละการประชุมสัมมนาด้านการบำรุงรักษาอาคารและการบริหารจัดการทรัพยากรอาคารแห่งเอเชีย ครั้งที่ 11 กับความสำเร็จตามความคาดหมาย มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 81 บริษัท มีผู้เข้าชมงานกว่า 3,569 ราย จากกว่า 20 ประเทศ กระตุ้นธุรกิจด้าน FM ด้วยยอดนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 250 นัดหมาย อิมแพ็คเดินเครื่องประกาศจัดงานปีหน้าในคอนเซ็ปต์ใหม่ในวันที่  27-29 มิถุนายน 2562 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มร. ลอย จุน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงาน BMAM Expo Asia ในปีนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี คาดการว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายจากการเจรจาธุรกิจภายในงานกว่า 240 ล้านบาท ด้านนายวรกร วีราพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิตอล บัตเลอร์ จำกัด หนึ่งในผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน กล่าวว่า “BMAM Expo Asia เป็นจุดนัดพบของกลุ่มผู้บริหารจัดการทรัพยากรอาคาร และเป็นงานแสดงสินค้าที่ตอบโจทย์ ช่วยให้สามารถพบปะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนในแวดวงธุรกิจเดียวกัน ทำให้สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาทางธุรกิจได้ ซึ่งเราได้รับผลตอบรับค่อนข้างดีจากการร่วมเเสดงสินค้าในครั้งนี้” “งาน BMAM Expo Asia 2018 เป็นงานแสดงสินค้าที่ทำให้เราได้พบกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและกลุ่มผู้รับเหมา ถ้าคุณอยากเจาะตลาดในประเทศไทย ที่นี้คืองานแสดงสินค้าที่ตอบโจทย์สำหรับคุณ” นายเฮนรี่ โซ บริษัท บีไคนด์ จำกัด จากประเทศฮ่องกง กล่าวเสริม นายบรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า “ภายในงาน BMAM Expo Asia 2018 กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้จัดทำแพลตฟอร์ม Factory 4.0 และสาธิตศักยภาพระบบหม้อน้ำอัจฉริยะ (Smart Boiler) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไอน้ำของหม้อน้ำด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้เชื้อเพลิง ลดการสิ้นเปลืองความร้อนและไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โดยรัฐบาลต้องการแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนในการพัฒนา ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยคาดหวังว่าการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะใช้ความรู้จากทรัพยากรบุคคลให้น้อยที่สุดในการตัดสินใจ และจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้มากขึ้น” นอกเหนือจากงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมแล้ว งาน BMAM Expo Asia ยังได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคารจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสมาคมต่างๆ เพื่อจัดสัมมนาวิชาการ ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าฟังมากกว่า 890 คน ตลอด สามวัน หัวข้อสัมมนาประกอบด้วย กุญแจสู่การบริหารจัดการอาคารแห่งอนาคต, เมืองอัจฉริยะที่แท้ทำอย่างไร, นวัตกรรมทำความสะอาดยุค 4.0 และ อีกหลายหัวข้อที่มุ่งเน้นให้ความรู้ทางเทคนิคและเทรนด์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม  FM   โดยในปีหน้างาน BMAM Expo Asia กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27-29 มิถุนายน 2562 ณ อาคาร 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับความคืบหน้าในการจัดงานสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.bmamexpoasia.com
LUXURY จับคอลลาเจนใส่หมอนและเครื่องนอน รายแรกในโลก

LUXURY จับคอลลาเจนใส่หมอนและเครื่องนอน รายแรกในโลก

Luxury ผู้นำทางด้านเครื่องนอน อันดับ 1 ของประเทศที่ส่งหมอนให้กับโรงแรม 5 ถึง 6 ดาวทั่วประเทศ วันนี้ Luxury ไม่ได้หยุดนิ่งในการพัฒนาธุรกิจ และผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคให้มากขึ้น ซึ่งได้นำนวัตกรรมที่มีความต่างต่อยอดหมอนเพื่อมองสิ่งดีดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค     คมศานต์ จิวากานนท์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีลักซ์ โฮเทล ซัพพลาย จำกัด กล่าวว่า "ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่บริษัทวิจัย และพัฒนา (R&D) ขึ้นมาเป็นผลลัพธ์มาจากการได้จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาในตลาดเครื่องนอน ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพบว่า หมอนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ว่าผู้ประกอบการรายใดก็สามารถทำได้ แบรนด์ของบริษัทของจะยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดไว้ได้อย่างไร ก็คงต้องขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของหมอนที่มีประโยชน์มากกว่าการนอน และบริการหลังการขายที่ดีซึ่งลูกค้าให้ความไว้วางใจ ตนจึงมีแนวคิดที่จะเพิ่มฟังก์ชันลงไปในหมอนให้เป็นหมอนที่ไม่ธรรมดา เพราะวันหนึ่งทุกคนจะต้องใช้เวลาอยู่บนหมอนกว่า 8 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นควรจะต้องได้อะไรที่มากกว่าการนอน ไม่ใช่มีคุณสมบัติแค่นอนดี หนุนคอสบายแล้วจบ ค้นหาวัตถุดิบที่จะนำมาเป็นส่วนประกอบของหมอนจนทำให้ได้พบกับสาร ที่เรียกว่าคอลลาเจน (Collagen) โดยเลือกใช้สารสกัดที่ได้จากปลามิลค์ฟิช (Milkfish) จากไต้หวันซึ่งเป็นปลาทะเลนํ้าลึกที่เป็นธรรมชาติล้วน โดยปลอดภัยแม้กระทั่งการใช้กับผิวเด็ก โดยนำมาทำเป็นเส้นใยฟิลาเจน (FILAGEN) ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน เมื่อได้คอลลาเจนแบบที่ต้องการแล้ว ประกอบกับผ้าคอตตอน (Cotton) เป็นเส้นใยจากธรรมชาติ และได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่า บอบบางและปกป้องผิวได้ดีที่สุด จึงน่าที่จะนำผ้าคอตตอนผสมกับคอลลาเจนแล้วถักทอออกมาให้เป็นผ้าหรือนำไปอยู่ในหมอน"   คอลลาเจนบนเครื่องนอน คอตตอนที่บริษัทเลือกใช้ เป็นคอตตอนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นคอตตอนที่ดีที่สุด โดยนำมาถักทอร่วมกับเส้นใยฟิลาเจนซึ่งมีจำนวนเส้นด้ายอยู่ 1,200 เส้น เรียกได้ว่ามีความละเอียดที่สุดในวงการผ้าคอตตอน โดยนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์อย่าง ปลอกหมอน, ผ้าปูที่นอน, ปลอกผ้านวม และหมอน ภายใต้แบรนด์ “ลักษณ์ชัวรี่ คอตตอน คอลลาเจน” (LUXURY COTTON COLLAGEN) “ลักษณ์ชัวรี่ คอตตอน คอลลาเจน” นั้น อยู่ที่นวัตกรรมที่นำมาใช้ ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวในเวลานอน เนื่องจากส่วนใหญ่จะนอนในห้องแอร์ทำให้ผิวแห้ง รวมถึงเรื่องของการกำจัดกลิ่น เพราะผ้าปูที่นอนจะไม่ได้ถูกเปลี่ยนบ่อยเหมือนกับเสื้อผ้าทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรก แต่คอลลาเจนจะทำหน้าที่ทำความสะอาดให้ผ้าใหม่อยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยป้องกันรังสียูวี (UV) ที่เกิดจากโทรศัพท์มือถือ นีออน โทรทัศน์ ฯลฯ ได้ถึง 97.7% อีกทั้งคอลลาเจนยังมีคุณสมบัติอยู่แบบถาวร และเมื่อยิ่งซักผ้าก็จะยิ่งนุ่มขึ้นจากคุณสมบัติของคอตตอน     “นี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผู้นอน ซึ่งผู้ใช้อาจจะไม่ได้คำนึงถึง ฟังก์ชันทั้งที่เป็นสิ่งที่ต้องใช้งาน และจะดีกว่าไหมหากซื้อผลิตภัณฑ์แล้วสามารถดูแลตัวเอง หรือได้มากกว่าแค่การนอนหลับ เสมือนเป็นด่านสุดท้ายที่ดูแลระหว่างนอน โดยตามปกติผิวจะสูญเสียมอยส์เจอไรเซอร์ไปจากการระเหย แต่คอลลาเจนจะช่วยดักจับให้เข้ามาอยู่ที่เส้นใย ดังนั้น เมื่อผู้ใช้ได้สัมผัสจึงเท่ากับได้รับความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา” อย่างไรก็ตามในอนาคตแบรนด์จะนำเสนอผลิตภัณฑ์เสริมประเภทอื่นเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดตัวคอลลาเจน ซึ่งจะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นไม่ใช่เพียงแค่ซับนํ้าได้ดี รวมไปถึงผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดผม หมอนรองคอ รองเท้าสลิปเปอร์ และแม้กระทั่งผ้าผิดตา   เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย คมศานต์ บอกอีกว่า เบื้องต้นจะมุ่งเน้นการทำตลาดที่ปลอกหมอน เพราะสามารถเปลี่ยนได้ง่ายที่สุด โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือทุกกลุ่มที่ใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องนอน กลุ่มที่ต้องการฟังก์ชันเพิ่มเติมจากนวัตกรรมใหม่ โดยเลือกกำหนดราคาให้สามารถเข้าถึงได้ตั้งแต่กลุ่มผู้บริโภคระดับล่างไปจนถึงระดับบน เพราะต้องการให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ ส่วนช่องทางการจำหน่ายจะเน้นที่การออกงานแสดงสินค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตีมอลล์ อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และสถานเสริมความงามต่างๆ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทุ่มงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาดทางด้านออนไลน์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งทีมงานทางด้านออนไลน์ การซื้อสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ออนไลน์ทุกแขนง อีกทั้งยังมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในรูปแบบของแฟชั่นโชว์ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์วันที่ 3 ตุลาคม 2561 โดยมีนางแบบนายแบบชั้นนำอย่างใหม่-ดาวิกา และโป๊ป-ธนวรรธน์ มาร่วมเดินแฟชั่นชุดเครื่องนอนครั้งแรกในประเทศ ไทย ซึ่งจะมีสไตลิสต์อันดับต้นของประเทศมาออกแบบเครื่องแต่งกายที่ทำมาจากผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ และช่วยให้ตัวแทนจำหน่ายของแบรนด์ทำงานได้สะดวกมากขึ้น “ในต่างประเทศบริษัทก็ได้มีการจดเครื่องหมายการค้าไว้เช่นเดียวกัน แต่จะยังไม่ทำตลาดในระยะแรก เพราะต้องการให้คนไทยได้ใช้ก่อน โดยไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศไทย หรือต่างประเทศผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ก็ถือว่าเป็นเจ้าแรกทั้งหมด ทั้งหมวดเครื่องนอนและเส้นใย”  
มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ปิดฉาก ผลสำรวจชี้ยอดซื้อหลักมาจากกลุ่มเรียลดีมานด์ ไร้ผลกระทบจากมาตรการของธปท.

มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ปิดฉาก ผลสำรวจชี้ยอดซื้อหลักมาจากกลุ่มเรียลดีมานด์ ไร้ผลกระทบจากมาตรการของธปท.

ผลสำรวจหลังงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ชี้ความต้องการที่อยู่อาศัยจากกลุ่ม เรียลดีมานด์ยังอยู่ในระดับสูง และสินค้าประเภท คอนโดมิเนียมยังคงครองความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง นายปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 เปิดเผยถึงผลสำรวจ หลังการจัดงานฯ ว่า ตลอด 4 วัน ตั้งแต่ 4-7 ตุลาคมมีผู้เข้าร่วมงานใกล้เคียงกับครั้งที่ผ่านมา และมียอดจองซื้อ ที่อยู่อาศัยภายในงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้และคาดว่าจะมียอดขายตามมาอีกไม่ต่ำกว่า 2 เท่า โดยประเภท ที่อยู่อาศัยที่มีการจองซื้อภายในงานมากที่สุด 3 ลำดับแรกได้แก่ คอนโดมิเนียม คิดเป็น 38 % รองลงมาเป็น บ้านเดี่ยว คิดเป็น 37% และทาวเฮ้าส์คิดเป็น 17% ที่เหลือเป็นสินค้าประเภทบ้านแฝดและอื่นๆ อีก 8 %  นอกจากนี้ ยังมียอดขอสินเชื่อกว่า หนึ่งหมื่นล้านบาท “ผลสำรวจยังระบุอีกว่าผู้ที่ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในงานครั้งนี้ราว 80% ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และอีก 20 % ซื้อเพื่อ การลงทุน ซึ่งอาจมองได้ว่ามาตรการคุมสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เน้นไปที่บ้านราคาตั้งแต่ 10 ล้าน บาท และบ้านหลังที่ 2 ยังไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้บริโภคที่มาซื้อที่อยู่อาศัย ในงานมหกรรมบ้านและ คอนโด ครั้งที่ 39  สำหรับผู้เข้าชมงานกว่า 63% เป็นผู้เข้าชมงานมหกรรมฯ เป็นครั้งแรก และอีกประมาณ 37% เป็นผู้ที่เคยมางานแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ผู้เข้าชมงานกว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y ในช่วงอายุ 21-30 ปี 38% รองลงมาจะอยู่ในช่วงอายุ 31-40 ปี คิดเป็น 32% และ 30% เป็นกลุ่ม Gen X ในช่วงอายุ 41-50 ปี ขณะที่ ผลสำรวจด้านรายได้ส่วนตัวต่อเดือนชี้ว่าผู้เดินงาน 45% มีรายได้อยู่ไม่เกิน 30,000 บาท และ 26% มีรายได้ ระหว่าง 30,000-50,000 บาท ส่วนที่มีรายได้เกิน 50,000 บาท จะอยู่ที่ 29%”  “ผลสำรวจด้านระยะเวลาที่ต้องการซื้อในอนาคต 1-2 ปี จะอยู่ที่ 31% ขณะที่ระยะเวลา 6-12 เดือน อยู่ที่ 32% และระยะเวลา 1-3  เดือน อยู่ที่ 37% ส่วนด้านงบประมาณในการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทระบุว่าผู้เข้าชมงาน 27% ต้องการที่อยู่อาศัยระดับ ราคา 1-2 ล้านบาท และ 29% ต้องการระดับ 2-3 ล้านบาท และอีก 32% ต้องการราคา 3-4 ล้านบาท มีเพียง 12 % ที่สนใจที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท” นายปิติพัฒน์ กล่าวสรุป สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายณพงศ์  ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เป็นประธานในการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40
SC ต่อยอดมุมมองสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ “เนเบอร์ฮูด บางกะดี” จับมือผู้กำกับชื่อดัง  ร่วมถ่ายทอดแนวคิดแบรนด์สู่โฆษณาชุดใหม่ “...ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว?”

SC ต่อยอดมุมมองสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ “เนเบอร์ฮูด บางกะดี” จับมือผู้กำกับชื่อดัง ร่วมถ่ายทอดแนวคิดแบรนด์สู่โฆษณาชุดใหม่ “...ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว?”

นางสาวโฉมชฎา กุลดิลก หัวหน้าสายงานฝ่ายสื่อสารและกลยุทธ์แบรนด์ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “SC ได้สร้างสรรค์แคมเปญสื่อสารมิติใหม่ที่สุดแห่งปี เพื่อสร้างการรับรู้ถึงแนวคิดสำคัญสำหรับการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ โมเดลต้นแบบแห่งแรกสำหรับ SC คือ “เนเบอร์ฮูด” ชุมชนที่ทุกคนมีส่วนร่วมกันออกแบบ โดยร่วมกับผู้กำกับมือหนึ่งของไทย “ต้อม เป็นเอก รัตนเรือง” ในภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ชื่อ “...ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว?” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้คนในสังคมถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่หลากหลาย ปรับตัวให้อยู่กับปัญหาได้ในมุมมองที่แตกต่างกัน โดยบอกเล่าถึงสิ่งที่คนเมืองประสบพบเจอในชีวิตประจำวันที่ทำให้กลายเป็นสิ่งเคยชิน ” The Neighbourhood  “เนเบอร์ฮูด บางกะดี” มีจุดมุ่งหมายให้เกิดเป็นโมเดลที่อยู่อาศัยที่ตอบรับการเติบโตของชุมชนเมืองในอนาคต เกิดเป็นพื้นที่สาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ทั้งผู้อยู่อาศัยในโครงการและชุมชมในย่าน รวมถึงการระดมความคิดเพื่อหา Solutions เกี่ยวกับการอยู่อาศัยจาก Co-creators ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้อยู่อาศัยในโครงการ รวมถึงชุมชนในย่าน ซึ่งโครงการนี้เป็นต้นแบบเพื่อใช้ในการพัฒนาที่ดินอื่นของบริษัทต่อไปในอนาคต   “เนเบอร์ฮูด” ชุมชนที่ทุกคนมีส่วนร่วมกันออกแบบนี้  ได้นำการศึกษาด้าน Human-Centric เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัยในเมืองมาปรับใช้อย่างจริงจัง โดยจุดเริ่มต้นเพื่อพัฒนาพื้นที่สาธารณะด้านหน้าโครงการ บนที่ดินขนาดกว่า 200 ไร่ในย่านบางกะดี  โดยมีการทำงานร่วมกับภาคการศึกษา คือ Redek ศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำการศึกษาวิจัยเรื่องความต้องการของมนุษย์เกี่ยวกับการใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง ภายในโครงการบ้านจัดสรร รวมถึงศึกษาเรื่องความต้องการใช้งานของพื้นที่สาธารณะที่ผู้คนในชุมชนสามารถใช้ร่วมกันได้ ก่อนที่จะนำผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาพัฒนาบนที่ดินจริงภายในปี 2562 ต่อไป Neighbourhood Bangkadi ย่านบางกะดี ตั้งอยู่บนเส้นทางเชื่อมต่อถนนติวานนท์และอำเภอเมืองปทุมธานี-รังสิต เป็นย่านชานเมืองทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของกทม. เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยศักยภาพต่อการเติบโตและการอยู่อาศัยในอนาคต มีโครงการพัฒนาหลากหลาย เช่น สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีชมพูที่อยู่ระหว่างการดำเนินการคาดว่าจะแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2563* บวกกับความเป็นสวนอุตสาหกรรมที่มีโรงงานอุตสาหกรรมในเขตเทศบาลกว่า 60 แห่ง อันถือเป็นแหล่งงานสำคัญ ประกอบกับความเข้มแข็งของอีก 17 ชุมชนที่ร่วมกันพัฒนาท้องถิ่น ทำให้เกิดศักยภาพของทำเลขึ้น พร้อมรับชมเรื่องราว “...ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว?” https://www.youtube.com/watch?v=PHSBj8cixkw และติดตามข่าวสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่ “เนเบอร์ ฮูด บางกะดี” ได้ที่ www.scasset.com/theneighbourhood
ทอล์กไอเดียแต่งบ้านเสริมฮวงจุ้ยกับ หมอวั้ง

ทอล์กไอเดียแต่งบ้านเสริมฮวงจุ้ยกับ หมอวั้ง

หากเราต้องการจะตกแต่งห้องสักห้อง หรือบ้านสักหลัง แน่นอนว่าแทบทุกคนก็ต้องรีดไอเดียกันมาอย่างเต็มที่ บ้างก็ต้องไปเสาะแสวงหาแนวทางหรือดีไซน์เก๋ๆ เพื่อมาทำให้ที่อยู่ของเรากลายเป็นบ้านในฝันแบบ ‘โฮม สวีท โฮม’ กันอย่างแน่นอน แต่หากมองลึกเข้าไปในตัวบ้านจริงๆ แล้ว ยังมีปัจจัยเล็กๆ ที่หลายคนมองข้ามไป ซึ่งหากเพ่งมองดีๆ เรื่องนี้ก็เป็นไอเดียแต่งบ้านสุดแสนจะสำคัญที่อยู่เคียงคู่กับความเชื่อของเราๆ มาตลอด แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องของ “ฮวงจุ้ย” นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วฮวงจุ้ยจะถูกมองว่าเป็นความเชื่อรูปแบบหนึ่ง แต่ใช่ว่าเคล็ดลับทุกอย่างในตำราจะเป็นแค่ความเชื่อเท่านั้น  หัวใจสำคัญของฮวงจุ้ยอิงจากหลักจิตวิทยา และยิ่งถ้าบวกกับความรู้ด้าน Interior Design แล้วล่ะก็ ฮวงจุ้ยจะกลายเป็นศิลปะที่น่าสนใจที่บรรดาเหล่าคนรักบ้านไม่ควรมองข้ามกันเลยทีเดียว ที่สำคัญเมื่อไม่นานมานี้ ‘หมอวั้ง’ หมอดูชื่อดังควบตำแหน่งอดีตนิสิตเอก Interior ทอล์กไอเดียแต่งบ้านผ่านแฟนเพจ Horolive.com ซึ่งเป็นเคล็ดลับแต่งบ้านแบบกูรู อย่างนี้ก็ต้องเอามาเล่าให้คนรักบ้านฟังเพื่อเสริมไอเดียใหม่ๆ แบบไม่ให้ตกหล่นกันเลยดีกว่า สิ่งแรกที่นักแต่งบ้านทุกคนต้องรู้ก็คือ คำแนะนำสั้นๆ 3 ข้อ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ คือ บ้านไม่ควรรก, รีบทิ้งของเน่าเสียในบ้าน และไม่ควรเก็บข้าวของที่ชำรุดแล้วไว้ในบ้าน เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลในเรื่องความเหน็ดเหนื่อยวุ่นวายในการใช้ชีวิตและการเงิน ซ้ำยังส่งผลให้คนในบ้านเกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอีกด้วย และที่สำคัญบ้านที่ไม่รก ไม่มีของเน่าของเสียก็จะดูสะอาดสะอ้าน สบายตา เสริมพลังด้านบวก พร้อมต้อนรับเรื่องดีๆ ใหม่ๆ เข้ามาในบ้าน นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดของตกแต่งอื่นๆ ที่เราอาจมองข้าม ซึ่งหมอวั้งก็ได้เล่าเคล็ดลับเสริมฮวงจุ้ยตั้งแต่หน้าบ้านยันหลังบ้าน ให้เราไปอัพเดทไม่ให้พลาดสักจุดกันเลยทีเดียว   รองเท้า เริ่มจากสิ่งที่ถูกถอดไว้ก่อนเข้าบ้านกันเลย รองเท้าไม่ควรถูกวางขวางทางเข้าบ้าน เพราะเป็นของที่เหยียบย่ำอยู่ติดเท้า และกลิ่นของรองเท้าจะทำให้บรรยากาศของบ้านไม่ดี ที่สำคัญคือเหล่าสัตว์ร้าย อย่างงู มด และแมลงต่างๆ อาจไปซ่อนตัวอยู่ในรองเท้า ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับเราได้ วิธีแก้ง่ายๆ คือหาชั้นวางรองเท้าที่เป็นระเบียบวางไว้ข้างประตู ก็ช่วยเปิดทางให้ลมพัดเอาบรรยากาศดีๆ เข้าภายในตัวบ้านได้แล้ว   ปลั๊กไฟ เมื่อเดินผ่านประตูบ้านหรือห้องมา ด้านขวามือไม่ควรเป็นแหล่งรวมของปลั๊กไฟที่ไร้ระเบียบ เพราะด้านขวามือของบ้านคือแหล่งพลังงาน การมีปลั๊กไฟจะทำให้เกิดการขัดแย้งกัน ส่วนสายไฟจะสื่อถึงคลื่น หากไร้ความเป็นระเบียบจะแสดงถึงอาการควบคุมอารมณ์ยาก เกิดการโต้เถียงในครอบครัวบ่อยๆ และจะทำให้เกิดอันตรายอีกด้วย   นาฬิกา ห้ามวางอยู่ปลายเท้าเวลานอน เพราะจะทำให้เกิดความกังวล พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ สำหรับนาฬิกาดิจิทัล จะเหมาะกับห้องทำงาน ห้องรับแขก ไม่เหมาะกับห้องนอน เพราะจะทำให้เกิดแสงรบกวนในห้อง และหากเป็นนาฬิกาแบบเข็ม ก็ไม่ควรได้ยินเสียงการเดินของนาฬิกา เพราะเสียงของเข็มนาฬิกาสื่อถึงเวลาชีวิตที่เดินไปหาวันสุดท้าย ที่สำคัญที่สุดคือในบ้านห้ามมีนาฬิกาเสีย เพราะจะทำให้การงานติดขัด และสื่อถึงเรื่องราวในชีวิตเราจะหยุด จะติดขัด สะดุด ไม่ราบรื่น โคมไฟ ไม่ควรซื้อดีไซน์ที่มีความแหลม เป็นปลายหอก ปลายธนู ปลายดาบ ที่ทิ่มลงมา โดยเฉพาะในห้องนอน โต๊ะทานข้าว จะส่งผลเรื่องสุขภาพ โคมไฟแบบห่วง หรือแบบกลมจะช่วยให้การทำธุรกิจรุ่งเรือง เพราะสื่อถึงสัญลักษณ์ Infinity โคมไฟสุ่ม หรือแบบตะแกรงเป็นโคมไฟที่ดี สามารถวางไว้ได้ทุกที่ในบ้าน และโคมไฟหลากสี ตามสีเบญจธาตุ แดง ขาว เขียว น้ำเงิน เหลือง จะสื่อถึงลักษณะฮวงจุ้ยที่ดี   กระจก ข้อห้ามสำคัญ คือห้ามติดกระจกตรงกับช่องบานประตู และไม่ควรติดกระจกตรงกับบันไดแนวที่เราเดินขึ้น เพราะมุมนี้แสดงถึงมุมที่เป็นอันตราย รวมทั้งไม่ควรใช้กระจกที่มีดีไซน์ของรอยต่อหลายแผ่น เพราะรอยต่อนั้นจะสื่อถึงความไม่เชื่อมโยง ไม่สมบูรณ์ ซึ่งกระจกที่ปลอดภัยและสามารถติดได้ทุกจุดของบ้านคือ กระจกทรงกลม กระจกทรงรี ไม่มีเหลี่ยม ไม่มีมุม แต่หากต้องติดกระจกที่มีเหลี่ยม ก็ไม่ควรติดหันเหลี่ยมไปทางมุมที่เราใช้ชีวิต เช่น ที่นอน ที่นั่ง ที่ทำงาน ที่เก็บเงิน   วอลล์เปเปอร์ ในยุคที่มีนวัตกรรมอันหลากหลายจึงเกิดวอลล์เปเปอร์ที่สามารถเขียนได้ ลบได้ และมีคุณสมบัติแม่เหล็กติดของโชว์ได้ ซึ่งวอลล์เปเปอร์นี้ไม่ควรติดไว้ในห้องสำคัญ เช่น ห้องรับแขก ห้องนอน ห้องนั่งเล่น เพราะด้านนั้นจะเป็นด้านผนังที่มีพลังไม่ดี เรื่องของลวดลาย วอลล์เปเปอร์ที่มีลายของสัตว์ดุร้ายหรือสัตว์มีพิษ ห้ามติดภายในบ้าน ในห้องนอนควรหลีกเลี่ยงลายที่ดูมีความแหลมคม พันไปมา ยุ่งยาก ซับซ้อน จะส่งผลในมีปัญหาคู่ครอง ผ้าม่าน นับเป็นสิ่งเสริมฮวงจุ้ยที่ดี เพราะหากหน้าต่างหรือประตูหันหน้าเก็บแสงแดดไว้จะทำให้บ้านร้อน ทำให้เราหลับพักผ่อนไม่สบาย ยิ่งถ้าเปิดเครื่องปรับอากาศ ก็จะทำให้พลังร้อนและเย็นมาปะทะกัน จนทำให้เกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ซึ่งผ้าม่านแบล็กเอาท์ที่กันแสง UV ได้ 100% ก็เป็นของตกแต่งที่ตอบโจทย์ฮวงจุ้ยได้ดี   สี แม้บางสีจะมีความเป็นมงคลสุดๆ แต่ควรคำนึงถึงความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการใช้สีนั้นๆด้วย เช่น สีแดง ไม่ควรทาทั้งบ้าน แต่ควรใช้ในบางมุมของบ้าน เช่น มุมผนังที่เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แนวของเสาที่บังหลบเหลี่ยม ส่วนของประตู เพราะประตูบ้านส่วนใหญ่จะเป็นมุมของความมีชื่อเสียง ที่สำคัญคือตามหลักฮวงจุ้ยไม่ควรรื้อหรือทุบบ้าน การใช้สีทับเพื่อเปลี่ยนฮวงจุ้ยก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี   การตกแต่งบ้านที่ดีนอกเหนือจากความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยที่หลากหลายแล้ว ดีไซน์เองก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน และสำหรับคนรักบ้านไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือวัยเก๋าเอง ก็ควรระมัดระวังความลงตัวเข้ากันได้ของบรรยากาศบ้าน เพราะหากเราเลือกของตกแต่งที่เป็นมงคล แต่ไม่เข้ากับแนวทางตกแต่งของบ้านเราเลย ก็จะทำให้บรรยากาศนั้นติดลบเอาเสียเปล่าๆ เพราะความเชื่อที่ดีควรตั้งอยู่ในความเหมาะสม และไม่ก่อความเดือดร้อน ที่สำคัญที่สุดคือ เชื่อแล้วต้องมีความสุข เชื่อแล้วต้องสบายใจนั่นเอง

"ยิปซัมตราช้าง" แนะเคล็ดลับรีโนเวทบ้านสร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุ

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 โดยจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในสัดส่วนสูงถึง 20%  ทำให้สัดส่วนของผู้สูงอายุต่อประชากรวัยทำงานสูงถึง 1 ต่อ 4 คน (ข้อมูลอ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนในสังคมที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการอยู่อาศัยและที่อยู่อาศัยที่ต้องสามารถตอบสนองการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุให้มีความเหมาะสม สะดวกสบาย และปลอดภัยมากขึ้น  “ยิปซัมตราช้าง”  ตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงขอนำเสนอเคล็ดลับ “การรีโนเวทบ้านเพื่อผู้สูงอายุ” เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่มาพร้อมกับมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สำหรับพื้นที่ใช้งานของผู้สูงอายุที่มีการใช้งานในชีวิตประจำวันบ่อยครั้ง เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ และพื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง ควรจัดให้อยู่บริเวณชั้นล่าง เพื่อความสะดวกและปลอดภัยไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได เริ่มที่ ห้องนอน ขนาดพื้นที่ห้องนอนควรกว้างขวางพอสำหรับพักผ่อนและทำงานอดิเรก ควรอยู่ใกล้ห้องน้ำหรือมีห้องน้ำในตัว มีหน้าต่างในขนาดและระดับที่เหมาะสมให้มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกชัดเจนและรับแสงธรรมชาติได้ เพิ่มความปลอดภัยด้วยการติดตั้งไฟอัตโนมัติพร้อมเซ็นเซอร์บริเวณเตียงและตามทางเดิน เพื่อช่วยนำทางให้ผู้สูงอายุลุกเดินไปห้องน้ำในเวลากลางคืนได้สะดวกยิ่งขึ้น ห้องน้ำ ไม่ควรมีพื้นต่างระดับ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุกับผู้สูงอายุหากเกิดอาการกล้ามเนื้อหรือแขนขาอ่อนแรง พื้นผิวกระเบื้องต้องไม่ลื่นและมีค่าความฝืดที่เหมาะสม ควรติดตั้งราวจับทรงตัวบริเวณที่นั่งอาบน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัย   นอกจากนี้ควรติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือด้วย หากเกิดการล้มและเหตุฉุกเฉินเพื่อคนในบ้านจะสามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที พื้นที่ทั่วไปภายในบ้าน ควรติดตั้งราวจับทรงตัวไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยพยุงตัวระหว่างเดิน และลดความเสี่ยงในการหกล้ม   วัสดุปูพื้นควรเลือกใช้ที่พื้นผิวเรียบแต่ไม่ลื่น มีความนุ่มแต่ไม่ยวบจะช่วยลดแรงกระแทกได้ และยังช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถทรงตัวได้ดีขณะเดิน ประตูควรเป็นประตูบานเลื่อนระบบรางแขวนด้านบน เพื่อไม่ให้มีธรณีประตูหรือรางกีดขวางด้านล่าง ช่วยลดโอกาสการสะดุดหกล้มและควรมีความกว้างที่มากพอหากต้องรองรับการใช้งานของรถเข็น มือจับประตูต้องมีขนาดที่เหมาะสม ใช้แรงน้อยในการเปิดปิด ไม่ลื่นมือ และไม่มีเหลี่ยมมุมที่อาจทำให้เกิดอันตรายจากการล้มกระแทกหรือเกี่ยวเสื้อผ้า พื้นที่ภายนอก สามารถจัดสรรพื้นที่ทำสวน เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและกระตุ้นให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีชีวิตชีวาได้ด้วยการทำกิจกรรมเบาๆ อย่างเช่น รดน้ำต้นไม้ พื้นทางเดินภายนอกควรเป็นพื้นระดับเดียวและมีความเรียบสม่ำเสมอกันทั้งผืน ควรเลือกใช้วัสดุพื้นที่ไม่ลื่นและช่วยลดแรงกระแทก หากเกิดการล้มก็จะช่วยบรรเทาความรุนแรงได้ นอกจากนี้ยังควรติดตั้งราวจับทรงตัวและเตรียมพื้นที่สำหรับนั่งพักด้วย สำหรับการปรับปรุงและขยายห้องกรณีที่ภายในบ้านมีผู้สูงอายุที่ต้องนั่งวีลแชร์ ทำให้ห้องเดิมกลายเป็นห้องที่เล็กเกินไปจะขยับไปทางไหนก็ติดและกลับตัวไม่สะดวก ในกรณีแบบนี้เราสามารถติดตั้งผนังยิปซัมเพื่อช่วยขยายพื้นที่ได้ ด้วยการรื้อผนังเดิมและขยับแนวผนังเพื่อขยายห้อง โดยควรเลือกใช้ผนังยิปซัมที่มีความหนา12มม. เพราะจะสามารถทนทานต่อแรงกระแทกได้ดี   นอกจากเคล็ดลับด้านบนแล้ว “ยิปซัมตราช้าง” ขอนำเสนอนวัตกรรมระบบปิดผิวผนังอีซี่ฟินิช ตราช้าง (EASYFINISH™ System) “นวัตกรรมเพื่อผิวผนังที่สมบูรณ์แบบ” ช่วยให้ผนังสวยเรียบเนียน ปราศจากรอยร้าว ทำให้ผนังได้ระนาบช่วยให้การติดตั้งเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินเรียบเนียนสวยงาม ทำงานได้งานเร็วขึ้น ช่วยลดมลภาวะจากฝุ่นละออง เหมาะสำหรับบ้านที่มีผู้อยู่อาศัยและต้องการรีโนเวทบ้านให้รองรับกับการใช้งานของผู้สูงอายุได้อย่างครบถ้วน   สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนยิปซัมตราช้าง โทร. 02-555-0000 หรือ www.siamgypsum.com หรือ facebook fanpage:@GypsumTraChangTH
ออลล์ อินสไปร์ฯ จัดกิจกรรม All Inspire A Taste of Living

ออลล์ อินสไปร์ฯ จัดกิจกรรม All Inspire A Taste of Living

คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น จัดงาน “All Inspire A Taste of Living” กิจกรรมสุดเอ็กซ์ครูซีฟแก่สมาชิก Inspire Hub Member สำหรับ 30 ท่านผู้โชคดีเท่านั้น ที่ได้มาสัมผัสกับประสบการณ์พิเศษที่พร้อมมอบให้กับลูกค้าคนสำคัญ อาทิ กิจกรรม Cooking Session รังสรรค์เมนูอาหารคาว-หวาน ร่วมกับเชฟเบลล์ เชฟสาวสุดมั่นจากรายการ Master Chef Thailand Season 2 และ กิจกรรม The Ultimate Experience สุดยอดความเอ็กซ์ครูซีฟในการชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ Blue Ribbon Screen กับเรื่อง “Johnny English” ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้น ณ ลานกิจกรรมพารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร 02 029 9999 หรือ www.allinspire.co.th

ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุด

STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) เปิดตัวยิ่งใหญ่ โชว์ศักยภาพงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) เปิดตัวยิ่งใหญ่ โชว์ศักยภาพงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok จัดขึ้นวันที่ 17 - 21 ตุลาคม 2561 ณศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา รวม 3 งานแสดงสินค้าใหญ่ระดับนานาชาติเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบไปด้วย งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (BIFF&BIL), งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFF) รวมสุดยอดงานออกแบบ นวัตกรรม และสินค้าสร้างสรรค์จากผู้ประกอบการกว่า 1,000 ราย 2,300 คูหา ประกาศศักยภาพความเป็นผู้นำงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ยิ่งใหญ่กว่าเดิมโดยความร่วมมือของหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และสมาคมต่างๆ กว่า 24 สมาคม พร้อมดึงผู้ซื้อจาก 80 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมงาน     นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “งาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) เป็นงานแสดงสินค้าที่นำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ ได้แก่ กลุ่มสินค้าแฟชั่น เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของใช้และของตกแต่งบ้าน ตลอดจนผลิตภัณฑ์สปา ไว้ด้วยกัน เพื่อตอบสนองแนวโน้มความต้องการในการเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลายและครอบคลุมในทุกมิติ นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์นโยบายสำคัญของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น “Local to Global” ที่ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสู่สากล โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก ซึ่งครั้งนี้มีผู้ประกอบการจากต่างจังหวัดเข้าร่วมกว่า 400 ราย เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายเล็กได้แสดงฝีมือการผลิตสินค้าที่ประณีต โดยใช้วัสดุท้องถิ่น จนเกิดเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสู่สายตาผู้ซื้อจากต่างประเทศ และยังตอบโจทย์อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือ “การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy” โดยการดึงความสามารถพิเศษด้านความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในดีเอ็นเอของคนไทยมาต่อยอดให้เกิดสินค้าและบริการที่แปลกใหม่ ทันสมัย และมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคาแร็กเตอร์ กลุ่มผลิตภัณฑ์สปาและสมุนไพร กลุ่มธุรกิจการพิมพ์ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับมวยไทย สินค้าที่มีการออกแบบสวยงามและทันสมัย ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อจากต่างประเทศทั่วโลก”   ด้านนางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวว่า “การจัดงาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) ครั้งนี้ ได้ตอกย้ำแนวคิด “Crenovative Origin : ภูมิปัญญา สรรค์สร้าง อย่างมีสไตล์” ชูการนำเสนอสินค้าที่มีการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ (Creative) มีนวัตกรรม (Innovative) และเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร (Original) โดยมีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าจากไทยและต่างประเทศกว่า 1,000 ราย 2,300 คูหา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการจัดงานเดือนเมษายนที่ผ่านมาถึงร้อยละ 20 และมีผู้ประกอบการหน้าใหม่ตลอดจน SMEs จากภูมิภาคต่างๆ ของไทยเข้าร่วมด้วย คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 50,000 ราย จาก 80 ประเทศทั่วโลก โดยกรมได้เชิญผู้ซื้อจากต่างประเทศทั่วโลกมาชมงาน อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมนี สหราชอาณาจักร และกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมุ่งเป้าไปยังทุกกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น และเจาะลึกเป็นพิเศษในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนบริษัทสถาปนิกและตกแต่งภายใน เพื่อขยายฐานของผู้ซื้อและผู้ชมงานให้มากยิ่งขึ้น”       กิจกรรมภายในงานนอกจากจะมีการเจรจาการค้าและธุรกิจระหว่างกันแล้ว ยังมีนิทรรศการสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอโอกาสทางการค้าที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ คูหาแสดงสินค้าแฟชั่นที่ได้รับการพัฒนาจาก DITP (Qurated Fashion Incubation Project) นิทรรศการชุดผ้าไหมไทยชั้นสูง (Thai Silk Deluxe Haute Couture) นำเสนอชุดผ้าไหมไทย และมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสำหรับดีไซเนอร์ ช่างเสื้อ และผู้ประกอบการแฟชั่น นิทรรศการ Art Zone จัดแสดงผลงานศิลปะกว่า 60 ชิ้นงาน จากศิลปินไทยชื่อดัง นิทรรศการส่งเสริมธุรกิจบริการสร้างสรรค์ (Creative Services) นำเสนอศักยภาพของสินค้าเชิงสุขภาพ (Wellness & Medical) การผลิตดิจิตอลคอนเทนต์ (Character Licensing) และธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย (Printing & Packaging) นิทรรศการ T-Style การพัฒนาสินค้าด้วยวัสดุท้องถิ่น วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผสานกับเทคนิคของไทย จนกลายเป็นผลงานที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์และเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ นิทรรศการ Innovation and De-sign Zone (IDZ) จัดแสดงผลงานออกแบบและนวัตกรรม ร้านค้าต้นแบบ I+D Style Café นิทรรศการ Creative ASEAN รวมผลงานสร้างสรรค์ของนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์หน้าใหม่ทั่วอาเซียน และการให้คำปรึกษาแนะนำในการเจาะตลาดจากทูตพาณิชย์ทั่วโลก       อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) คือ กลุ่มนิทรรศการ The Niche Markets ที่รวบรวมสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม อาทิ สินค้าสำหรับแม่และเด็ก (Mom & Kids) สินค้าสัตว์เลี้ยง (Pets), 60+ (สินค้าสำหรับตลาดผู้สูงอายุ) และสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ได้รับการคัดสรรและมีการออกแบบที่ดีเยี่ยม โซน The New Faces จัดแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการหน้าใหม่จากทั่วประเทศ และนิทรรศการพิเศษ The Residence รวบรวมที่สุดของงานออกแบบ งานศิลปะ และสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ การผสมผสานระหว่างงานดีไซน์ระดับโลกที่หาชมยากกับงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทย งาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) จึงนับเป็นเวทีทางการค้าที่สำคัญของผู้ประกอบการที่ต้องการทำธุรกิจระหว่างประเทศ เป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมงานได้เห็นเทรนด์ใหม่ และที่สำคัญคือเป็นการแสดงให้เห็นว่าสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยนั้นมีศักยภาพในระดับสากล     งานแสดงสินค้า “STYLE Bangkok” ที่สุดของงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์แห่งเอเชีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 21 ตุลาคมนี้ (วันเจรจาธุรกิจ : 17 - 19 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00-18.00 น. วันจำหน่ายปลีก : 20 – 21 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00 - 21.00 น.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่สายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.stylebangkokfair.com
“เดอะ เชดด์ สาทร 1” คอนโดมิเนียมที่ออกแบบเพื่อธรรมชาติของทุกชีวิตใจกลาง CBD ย่านสาทร – พระราม 4

“เดอะ เชดด์ สาทร 1” คอนโดมิเนียมที่ออกแบบเพื่อธรรมชาติของทุกชีวิตใจกลาง CBD ย่านสาทร – พระราม 4

บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด หรือ SATHAPORN ESTATE แนะนำโครงการ “เดอะ เชดด์ สาทร 1” (The SHADE Sathon 1) หนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ ทั้งโครงการบ้านและทาวน์โฮม ในทำเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี รุกตลาดคอนโดมิเนียมโครงการแรก หลังจากที่ บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบเพื่อรุกตลาดในแนวสูง ที่มาพร้อมจุดเด่นในด้านคุณภาพและการให้บริการเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการออกแบบและพัฒนาโครงการให้ทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยโครงการ “เดอะ เชดด์ สาทร 1” ถูกสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “Shades The One You Love” คอนโดที่จะให้ร่มเงาและมีเวลาให้กับคนที่คุณรักได้  มากขึ้น สื่อถึงความโดดเด่นโครงการ ทั้งทำเลที่ตั้งบนถนนสาทร ซอย 1 ใจกลางเมืองย่านสาทร-พระราม 4 ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ หรือ Real CBD ของกรุงเทพฯ ตัวโครงการอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลุมพินี เพียง 1.3 กิโลเมตร ในขณะที่การเดินทางบนท้องถนนก็สะดวกสบาย สามารถเชื่อมการเดินทางด้วยถนนหลากหลายสาย ทั้งถนนสาธรใต้ ถนนจันทน์ ถนนอโศก-ดินแดง ถนนพระราม 3 ถนนพระราม 4 และถนนนางลิ้นจี่ ใกล้กับทางพิเศษเฉลิมมหานคร มีสถานที่สำคัญรายล้อม ทั้งสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่แห่งความผ่อนคลาย ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่แสนร่มรื่น เนื่องจากอยู่ใกล้สวนลุมพินี พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ทำให้ปัจจัยด้านการใช้ชีวิตของผู้ที่อยู่อาศัยในทำเลสาทรนั้นครอบคลุมหมดทุกมิติ พร้อมกันนั้น ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบโครงการฯ เพื่อธรรมชาติของทุกชีวิต ในทุกๆ รายละเอียด เริ่มตั้งแต่การวางผังอาคารโดยคำนวณในเรื่องทิศทางของลมและแสงแดด ทำให้สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารและห้องพักให้มีความเย็นสบาย พร้อมกับ Panoramic Unblock View  สามารถรับชมวิวได้โดยไม่มีสิ่งใดมาบดบัง ได้ทุกห้อง รวมถึงการระบายอากาศ Air Ventilation Design ที่โดดเด่นด้วยการคำนวนทิศทางแดด และลม รวมถึงการวางผัง แบบเหนือ - ใต้ ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกโปร่งโล่ง สบาย อีกทั้งยังได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย Smart Home Automation โดยร่วมออกแบบกับบริษัท Panasonic ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ และแสงสว่างภายในห้องที่สามารถสั่งการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้อย่างง่ายดาย พร้อมกันนั้น ยังได้ออกแบบ Behavioral Mode ที่นำผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคมาออกแบบ เพื่อให้ได้ฟังก์ชั่นที่สอดคล้องกับการใช้งานจริง คือ Welcome Mode /Bye Mode/Morning Mode / และ Good Night Mode ในด้านพื้นที่ส่วนกลางของโครงการฯ ถูกแบ่งการใช้งานออกเป็น 3 ฟังก์ชั่น ได้แก่ 1.Romantic พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกด้วย Sunset Garden สวนสวยบนดาดฟ้าที่พาคุณทิ้งความเหนื่อยล้า สู่ช่วงเวลาแห่งการชาร์จพลัง Moonlight Pool สระว่ายน้ำท่ามกลางแสงจันทร์ 2.Energetic เติมพลังให้มีชีวิตชีวาสำหรับวันใหม่พร้อมกับคนที่คุณรักด้วย Panoramic Fitness เพลิดเพลินและผ่อนคลายกับการออกกำลังกายไปพร้อมกับวิวทิวทัศน์ที่แสนร่มรื่น พร้อมทั้ง Multi–Purpose Room  ห้องอเนกประสงค์เพื่อกิจกรรมสุดพิเศษ 3.Fantastic เพิ่มความสะดวกสบายให้ชีวิตไปพร้อม ๆ กับการรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้ง Grand Lobby ล็อบบี้ขนาดใหญ่ที่พร้อมรับรองคุณและคนที่คุณรักด้วยมุมพักผ่อนริมสระท่ามกลางวิวสวนสวย Co-Inspiration Space พื้นที่การทำงานที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจที่ไม่รู้จบ Smart Locker ล็อคเกอร์อัจฉริยะสำหรับคนยุคไอที และ Recycle Vending Machine รักษ์โลกไปกับเครื่องรีไซเคิลขวดพลาสติกที่คิดค้นมาเพื่อการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง ทั้งนี้ โครงการ เดอะ เชดด์ สาทร 1 เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์ 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 282 ยูนิต และร้านค้า 4  ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 1,300 ล้านบาท พื้นที่โครงการ 2-1-73.4 ไร่ ประกอบด้วยห้องชุดขนาดต่าง ๆ ได้แก่  ห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 28-46.5 ตร.ม. ห้อง 2 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 52 และ 56 ตร.ม. และห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 60 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้นที่ 3.69 ล้านบาท   ผู้ที่สนใจสามารถรับชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ที่สำนักงานขายโครงการเดอะ เชดด์ สาทร 1 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 087-669-1111 และทางแฟนเพจ www.facebook.com/sathapornestate  
แม่น้ำเรสซิเดนท์ จับมือ JLL ทำการตลาดเพนท์เฮาส์เชิงรุก  เผยยูนิตสินค้าเพิ่มน้อย แต่ระยะ 5 ปี ราคาปรับขึ้นถึง 30%

แม่น้ำเรสซิเดนท์ จับมือ JLL ทำการตลาดเพนท์เฮาส์เชิงรุก เผยยูนิตสินค้าเพิ่มน้อย แต่ระยะ 5 ปี ราคาปรับขึ้นถึง 30%

นายเดชา ตั้งสิน (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่น้ำเรสซิเดนท์ จำกัด เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี่บนทำเลริมน้ำเจ้าพระยาที่การันตีวิวโค้งน้ำทุกห้อง และ นางสุพินท์ มีชูชีพ (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล รุกทำตลาดเพนท์เฮาส์ เจาะกลุ่มเป้าหมายอสังหาริมทรัพย์เฉพาะระดับลักชัวรี่ เห็นโอกาสตลาดที่ซัพพลายมีน้อยและยูนิตเพนท์เฮาส์โตขึ้น 6-7% ต่อปี ทำให้โอกาสของราคาปรับเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมาราคาปรับขึ้น 30% โดยมีนายเดชโรจน์ ตั้งสิน กรรมการบริหาร แม่น้ำเรสซิเดนท์ และ นางสาวนนท์รภัส พรสินคุณานนท์ หัวหน้าฝ่ายบริการธุรกิจที่พักอาศัย เจแอลแอล ร่วมให้ข้อมูลณ ชั้น 49 ห้องเพนท์เฮาส์ โครงการคอนโดมิเนียมแม่น้ำเรสซิเดนท์ เมื่อเร็วๆ นี้
บีเอสเอช ส่งตู้เย็น “บ๊อช” รุ่น Vario Style รุ่นแรกของโลกที่เปลี่ยนสีบานประตูได้เจาะกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

บีเอสเอช ส่งตู้เย็น “บ๊อช” รุ่น Vario Style รุ่นแรกของโลกที่เปลี่ยนสีบานประตูได้เจาะกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

“บีเอสเอช” ส่งตู้เย็น “บ๊อช” รุ่น Vario Style รุ่นแรกของโลกที่เปลี่ยนสีของบานประตูได้ กว่า 19 เฉดสี ชูจุดเด่นด้วยตู้เย็นที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามอารมณ์ ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน หวังเจาะกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไลต์ยุคใหม่ พร้อมรางวัลการันตีด้านงานออกแบบจาก Reddot design award 2018 และ iF design award 2018 ด้วยคุณสมบัติที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Vita Fresh คงความสดของอาหารได้นานยิ่งขึ้น ตั้งเป้าดันยอดขายรวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 20 % ภายในสิ้นปี     นายชลวิทย์ ณ สงขลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอสเอช โฮม แอ็พพลายแอ็นซ์ จำกัด (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บีเอสเอช เป็นผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้ตราสินค้า บ๊อช (BOSCH) ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศเยอรมนี มียอดขายอันดับ 1 ในยุโรป โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าจากบ๊อชทุกชนิดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการออกแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มีการผลิตที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนผ่านการทดสอบคุณภาพจากทีมวิศวกร เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน และด้วยประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนาน บ๊อชจึงได้ส่งตู้เย็นรุ่นใหม่ล่าสุด รุ่น Vario Style รุ่นแรกของโลกที่เปลี่ยนสีของบานประตูได้ตามความต้องการ โดยมีทั้งหมด 19 เฉดสี อาทิ สีเหลืองทานตะวัน สีส้ม สีแดงราสเบอร์รี่ สีลูกพลัม สีแดงเชอร์รี่ สีฟ้าน้ำทะเล และสีเขียวมะนาว เป็นต้น โดย 7 สี ที่กล่าวมานี้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ที่โชว์รูม ส่วนอีก 12 สี ลูกค้าสามารถสั่งได้เช่นกัน และรอการนำเข้ามาตามออเดอร์ของลูกค้า     ทั้งนี้จากไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่นิยมเลือกสีตู้เย็นจากรสนิยม หรือแม้แต่การเลือกสีกำแพงหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน การเปิดตัวตู้เย็นรุ่น Vario Style จึงถือได้ว่าช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยหวังจะช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตที่สะดวกสบาย ด้วยการนำนวัตกรรมอัจฉริยะ คือ การใช้แม่เหล็กคุณภาพสูงในการยึดติดบานประตู ลูกค้าเพียงแค่ดึงบานประตูออกเบา ๆ และติดบานประตูสีใหม่กลับเข้าไป ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ได้ตู้เย็นเฉดสีใหม่ที่เข้ากับห้องครัวได้มากขึ้น   นอกจากนี้ตู้เย็น “บ๊อช” รุ่น Vario Style ยังได้รับรางวัลการันตีด้านงานออกแบบจาก Reddot design award 2018 และ iF design award 2018 ด้วยคุณสมบัติที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Vita Fresh ที่สามารถคงความสดของอาหารได้นานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ อาทิ LED Light แสงไฟแบบใหม่ที่สามารถส่องสว่างอาหารที่แช่ไว้ได้ทั่วทั้งตู้เย็นและกินไฟน้อย, เทคโนโลยี Multi Airflow ด้วยการทำงานของพัดลม ช่วยกระจายกระแสลมเย็นอย่างอ่อนโยนและทั่วถึง ลดระยะเวลาการทำความเย็น, ฟังก์ชั่น Super Freezing การแช่แข็งที่ใช้งานง่ายเพียงปุ่มเดียว ช่วยให้อาหารแข็งเร็วมากขึ้น และจะปิดโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้สิ้นเปลือง     พลังงานมากโดยไม่จำเป็น, ระบบ Air Fresh Filter แผ่นกรองกลิ่น ที่ช่วยกำจัดกลิ่นอาหารปะปนกัน และรักษารสชาติของอาหารไว้ตามเดิม และคุณสมบัติ Reversible Door Hinge ที่ทำให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าต้องการเปิดประตูจากด้านขวา หรือทางด้านซ้ายได้ตามที่ต้องการด้วยบานพับแบบปรับเปลี่ยนข้างได้ เป็นต้น   “สำหรับภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าระดับพรีเมี่ยมซึ่งผู้ซื้อมีกำลังซื้อสูง โดยบีเอสเอช มีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาด 2 กลุ่มสินค้า คือสินค้าในกลุ่มเครื่องซักผ้า รุ่น ActiveOxygen และอีกกลุ่มคือ กลุ่มตู้เย็น รุ่น Vario Style ที่เราได้กล่าวถึงข้างต้น โดยบีเอสเอชมีแผนที่จะสร้างแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าบ๊อชให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยสิ้นปีนี้ตั้งเป้ายอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% และภายใน 2 ปีคาดว่าจะมียอดขายในทุกกลุ่มสินค้าที่นำเข้าทำตลาดขึ้นเป็นอันดับ 1 โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าสามารถผลักดันยอดขายได้ตามเป้า จากปัจจัยความโดดเด่นของนวัตกรรมที่เพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภคในการใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ “บ๊อช” สามารถหาซื้อได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของ ตัวแทนจำหน่าย และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ” นายชลวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย
เฮเฟเล่ เปิดตัว “เฮเฟเล่ สมาร์ทไปป์”  ในงาน “Myanmar Build & Decor 2018”

เฮเฟเล่ เปิดตัว “เฮเฟเล่ สมาร์ทไปป์” ในงาน “Myanmar Build & Decor 2018”

นายธรรศพงศ์ เอื้อนิธิเลิศ  ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ภาคพื้นอินโดจีน บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและครัวเรือน พร้อมทั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ คุณภาพมาตรฐานเยอรมนี เปิดตัว “เฮเฟเล่ สมาร์ทไปป์” นวัตกรรมท่อน้ำคุณภาพสูง ซึ่งเป็นการผสมผสานคุณสมบัติของทั้งพลาสติกและโลหะเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้การใช้งานระบบประปานั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมผลิตภัณฑ์เอ็นจิเนียร์ควอทซ์ เทคโนโลยีหินสังเคราะห์จากซีซาร์สโตน ในงาน “Myanmar Build & Decor 2018” งานแสดงสินค้า เทรดแฟร์ด้านการก่อสร้าง การตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเมียนมาร์   โดยมี นายผกายเนติ์ เล่งอี้ อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง และ นายสรศักดิ์ กีรติโชคชัยกุล นายกสมาคมนักธุรกิจไทยในประเทศเมียนมาร์ ให้เกียรติร่วมงาน ณMyanmar Event Park เมื่อเร็วๆ นี้
เพฟ ปิ่นเกล้า – ศาลายา เปิดบ้านต้อนรับ  Live โชว์พิเศษจาก The Toys  พร้อม Surprise สุดพิเศษ 21 ต.ค.นี้

เพฟ ปิ่นเกล้า – ศาลายา เปิดบ้านต้อนรับ Live โชว์พิเศษจาก The Toys พร้อม Surprise สุดพิเศษ 21 ต.ค.นี้

เอสซี แอสเสทฯ เปิดบ้านโครงการเพฟ ปิ่นเกล้า – ศาลายา ต้อนรับ Live โชว์พิเศษจากทอย ด้วยเสียงเรียกร้องให้กลับมาจัดอีกครั้งพิเศษวันเดียวกับโชว์พิเศษจาก The Toys พร้อม Surprise สุดพิเศษ มีของแจกมากกว่าเดิม ดูสดสนุกกว่ารอบนี้พลาดไม่ได้! วันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค. 2561 สามารถรับชมความน่ารักของคุณหมีทอยได้ที่ facebook.com/scasset.com     โครงการเพฟ ปิ่นเกล้า – ศาลายา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Iconic เริ่ม 4 ล้านต้น ชมรายละเอียดโครงการบ้าน เพฟ และเวิร์ฟ เพิ่มเติม พร้อมรับข้อเสนอส่วนลดกว่า 700,000 บาท*  ได้ที่ : http://bit.ly/2y55PUM
เปิดตัวโครงการ “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน”

เปิดตัวโครงการ “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน”

ศิริพงษ์ สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย เพิ่มเกียรติ โพธิเพียรทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมงานเปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุด “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน” โครงการทาวน์โฮมสไตล์บ้านเดี่ยว ภายใต้แนวคิด “English Cottage” บนทำเลศักยภาพริมถนนบางกรวย-ไทรน้อย โดยห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสคลองบางไผ่ เพียง 10 นาที พร้อมเปิดให้จองโครงการในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1.79 ล้านบาท ท่ามกลางผู้สนใจเข้าร่วมเยี่ยมชมโครงการมากกว่า600 คน พร้อมยอดจองในเฟสแรกไปแล้วกว่า  63 % หลังเปิดตัวไปแล้วเพียง 2 วัน ณ สำนักงานขายโครงการบ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เมื่อเร็วๆ นี้  
นักธุรกิจไฟแนนซ์ผันตัวสู่ผู้ประกอบการอสังหาฯ นำที่ดินย่านทองหล่อผนึกสิงคโปร์ร่วมทุนผุด”คอนโดฯหรู”991สุขุมวิท ทองหล่อ”

นักธุรกิจไฟแนนซ์ผันตัวสู่ผู้ประกอบการอสังหาฯ นำที่ดินย่านทองหล่อผนึกสิงคโปร์ร่วมทุนผุด”คอนโดฯหรู”991สุขุมวิท ทองหล่อ”

นักธุรกิจไฟแนนซ์ที่ปรึกษาธุรกิจ ผันตัวเป็นผู้ประกอบการอสังหาฯ หลังคว้าที่ดินศักยภาพย่านทองหล่อ ดึงกลุ่มสิงคโปร์ร่วมทุนตั้งบริษัท เรชา เอสเตท จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท ชิมลางพัฒนาโครงการซูเปอร์ลักชัวรี่ ภายใต้แบรนด์ “991 สุขุมวิท ทองหล่อ” ชูจุดขายด้านดีไซน์ –ยื่นEIAผ่านก่อนขายโครงการ สร้างความมั่นใจลูกค้า คาดพร้อมเปิดพรีเซลต้นปี 62   นายสิริอานนท์ ศรีกุเรชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรชา เอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่จบการศึกษาด้านไฟแนนซ์ มหาวิทยาลัย University of San Francisco และทำงานเป็นที่ปรึกษาการเงินที่ Morgan Stanley สหรัฐอเมริกา จนเมื่อตัดสินใจกลับมาทำงานที่ประเทศไทย บรรดา Big company ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซ็กเตอร์ ธนาคารพาณิชย์ และอสังหาริมทรัพย์ ล้วนเคยผ่านมือการวิเคราะห์ธุรกิจและการเงินจากตนมาแล้วแทบทั้งสิ้น โดยตลอดระยะเวลาที่คลุกคลีอยู่กับการเป็นที่ปรึกษาการเงิน วิเคราะห์ประเมินโครงการมาประมาณ 20 ปี ทำให้ตกผลึกความคิดได้ชัดเจนว่าการเป็นผู้ประกอบการที่ดี และประสบความสำเร็จได้ในยุคนี้ ต้องเป็นคนที่มีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจด้านการเงินที่แข็งแกร่ง จึงจะสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาตนได้รับการติดต่อให้ไปดูที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งมีความพิเศษตรงที่ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทติดทางขึ้น-ลงสถานี BTS ทองหล่อ ทั้งยังเป็นฝั่งถนนสุขุมวิทซอยเลขคี่ ด้วยประสบการณ์เชี่ยวชาญ จึงสามารถมองทะลุทำเลศักยภาพที่ติดถนนใหญ่สายหลัก ไม่เข้าซอยและติดสถานีรถไฟฟ้า ทั้งอยู่ในย่านเศรษฐีที่นับวันมูลค่าที่ดินจะเพิ่มสูงขึ้นมาก จึงตัดสินใจลงทุนซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวไว้เพื่อเตรียมพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตทันที   โดยในเบื้องต้นแนวทางการพัฒนาที่ดินแปลงดังกล่าวมี 2 ทางเลือกคือ โรงแรมหรูโดยใช้เชนบริหาร และคอนโดมิเนียม ซึ่งได้ทำการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและรอบคอบ เมื่อทำประเมินโครงการโดยละเอียดแล้ว มีความมั่นใจว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเหมาะกับการพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี มากกว่า เพราะสามารถสร้าง Value ได้อย่างพิเศษมากที่สุด สำหรับการพัฒนาที่ดินติดถนนใหญ่ที่หาได้ยากยิ่งในย่านสุขุมวิท ทองหล่อ     ดังนั้นจึงได้ดึงนักลงทุนจากสิงคโปร์เข้ามาร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการ และตั้งบริษัท เรชา เอสเตท จำกัด ขึ้นมาด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 400 ล้านบาท พัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์“ 991 สุขุมวิท ทองหล่อ” โดยตั้งเป้าหมายให้ เรชา เอสเตทฯ เดินหน้าเป็น Listed Company ไม่เกิน 5 ปีนับจากนี้ ซึ่งธุรกิจจะเติบโตในแบบ Responsible Growth นั่นหมายถึง “ 991 สุขุมวิท ทองหล่อ” จะเป็นโปรเจกต์ นำธงสร้างชื่อและความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้าเป้าหมายและบรรดานักพัฒนาอสังหาฯ รวมถึงกลุ่มนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และยังมีการพัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์อีกหลายรูปแบบทั้งแนวราบ แนวสูงและโรงแรม   “เราได้คัดสรร “เบอร์หนึ่ง” ของวงการมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็นงานสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรมการก่อสร้าง งานออกแบบตกแต่ง และงานตลาด-การขาย โดยการดำเนินการจะยึดหลักความถูกต้องที่ต้องมาเป็นอันดับแรก ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้และตรงไปตรงมา ให้อิสระในการคิดและนำเสนอไอเดียของทีม เพื่อให้มืออาชีพเหล่านั้นได้แสดงศักยภาพและผลงานของตนเองได้อย่างเต็มที่ วิธีการทำงานเช่นนี้จะทำให้เกิดผลลัพธ์ของงานสถาปัตยกรรมอาคารสูง ดีไซน์หรูทันสมัยที่ให้ฟังก์ชันลงตัวสมบูรณ์เหนือชั้นกว่าโครงการซูเปอร์ลักซ์ชัวรีที่เคยมีมา “นายสิริอานนท์ กล่าว     โดยโครงการ “ 991 สุขุมวิท ทองหล่อ” จะเปิดพรีเซลในต้นปี2562 ขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งได้ยื่นไปเมื่อต้นปี2561 ที่ผ่านมา คาดว่าจะสามารถสรุปได้ในเดือนตุลาคมนี้ นับเป็นการสร้างอีกหนึ่งมาตรฐานใหม่ของงานพัฒนาโครงการหรูที่สามารถสร้างความมั่นใจให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ตั้งแต่เริ่มต้น และโครงการดังกล่าวจะเป็น Rare Item ในย่านสุขุมวิท ทองหล่อ ที่ใครก็ไม่อยากพลาดเป็นเจ้าของ
เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ตั้งทีม International Business เร่งรุกตลาดต่างชาติวางเป้ายอดขายตลาดต่างชาติเติบโตต่อเนื่อง คาดสิ้นปีนี้โตขึ้น 30%

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ตั้งทีม International Business เร่งรุกตลาดต่างชาติวางเป้ายอดขายตลาดต่างชาติเติบโตต่อเนื่อง คาดสิ้นปีนี้โตขึ้น 30%

ณเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เชี่ยวชาญโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์และพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Friendly) เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ได้จัดตั้งทีม International Business ขึ้น เพื่อทำการตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติโดยเฉพาะ     นำทีมโดย คุณ พิรุณินทร์ วรรณวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ และทีม International Business บริษัทฯ ได้บุกเจาะตลาดลูกค้าชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งในปี 2561 นี้ได้รุกขยายเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน ฮ่องกง และไต้หวันที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่มีกำลังซื้อ ตั้งเป้ายอดขายตลาดต่างชาติปีนี้ที่ 2,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% จากปี 2560 ทั้งนี้บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์เชิงรุกในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศด้วยการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับบริษัทพันธมิตรในประเทศและตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์นานาชาติ โดยเมื่อเร็วๆนี้ ได้จัด Meet & Greet เชิญตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์มาร่วมงาน เพื่อรับฟังข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และโอกาสทางการขายโครงการเมเจอร์ฯ ที่มีจุดเด่นอยู่บนทำเล CBD ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า หรือ รถไฟใต้ดิน และคุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด มีตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เข้ามาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม

รวม Presale ล่าสุด

ปักหมุด “โดว์เช่ ลาซาล” คอนโด Low Rise ใกล้ BTS แบริ่ง คอนโดสวย ทำเลเด่น ราคาดี ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันยันอนาคต

ปักหมุด “โดว์เช่ ลาซาล” คอนโด Low Rise ใกล้ BTS แบริ่ง คอนโดสวย ทำเลเด่น ราคาดี ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันยันอนาคต

โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม บนทำเลเด่นใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีแบริ่งตอบโจทย์คนวัยทำงานที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ที่ให้ความสะดวกสบายจากปัจจุบันไปยันอนาคตในราคาที่จับต้องได้ และอัดแน่นไปด้วยคุณภาพคับเพดาน ทั้งการออกแบบที่ลงดีเทลลึกตั้งแต่ ตัวอาคาร ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงล็อบบี้ และ Facilities ต่างๆ ไม่ว่าจะเดิน จะนั่ง ตรงไหนก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว และยังสบายตา เน้นย้ำ European Style ที่นับเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์โดว์เช่ (DOLCE) ซึ่งครั้งนี้ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE)ยังได้เพิ่มกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ French Classical เพื่อให้สอดคล้องกับสถานที่ตั้งซอยลาซาลอีกด้วย ในรูปแบบคอนโด Low Rise ความสูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร บนพื้นที่ทั้งหมด 568 ตารางวา (2,272 ตารางเมตร) และจำกัดความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 178 ยูนิตเท่านั้น ทำเลที่ตั้งซอยลาซาลนับว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ บริษัท สิรยศ จำกัด พิถีพิถันเลือกเป็นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ผู้พักอาศัยให้อยู่สะดวกสบายจากปัจจุบันไปยันอนาคต เพราะห่างจากสถานีแบริ่งเพียง 700 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้ กำลังจะเกิดโครงการบางกอก อารีน่า ขึ้น ซึ่งนับเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์แห่งใหม่ที่หลายคนรอคอย ทั้งในส่วนของไบเทคเอง หรือเซ็นทรัล บางนา ที่กำลังปรับปรุงใหม่ใหญ่มากๆ อีกทั้งยังใกล้โรงเรียนนานาชาติชั้นนำและโรงพยาบาลเอกชน และในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้ารถไฟฟ้ากำลังจะขยายไปถึงสมุทรปราการ เรียกว่าจะเดินทางเข้าเมืองก็ใกล้ อยากออกไปพักผ่อนนอกเมืองก็ไม่ไกล ถือเป็นทำเลที่ดีในปัจจุบันและอนาคตแน่นอน การออกแบบโครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) เป็นการต่อยอดมาจาก “โดว์เช่ อุดมสุข” ที่เน้นในเรื่องคุณภาพวัสดุ และคุณภาพชีวิตผู้พักอาศัยในคอนโดให้มีความสุข และสามารถอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งนับเป็นโครงการเดียวที่ได้รับรางวัลการันตีถึง 2 รางวัลจาก PEAT AWARDS 2018 (Property Export Awards Thailand 2018 by NIDA) คือ Best Luxury Low Rise Condominium และ Best Boutique Low Rise Condominium  ซึ่งความแตกต่าง คือ โดว์เช่ อุดมสุข เป็นสไตล์ อิตาเลี่ยน โมเดิร์น แต่สำหรับ โดว์เช่ ลาซาล จะมาในสไตล์ของสถาปัตยกรรม Modern French เข้ามาผสม เพื่อให้เข้ากับชื่อโครงการลาซาล พร้อมใส่รายละเอียดของหลายๆ ส่วนให้โมเดิร์นมากขึ้น ด้วยวัสดุคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น อาทิ หินธรรมชาติบน top ครัว หรือ top ในห้องน้ำ ฯลฯ ความโดดเด่นของตัวอาคารที่นอกจากจะให้ความรู้สึก Mood & Tone อบอุ่น น่าอยู่ด้วยแล้ว การวางผังอาคาร เป็นรูปตัวยู (U) บนพื้นที่โครงการ ซึ่งมองจากหน้าถนนก็จะเห็นว่าตัวอาคารมีความสง่างาม แต่จุดเด่นเบื้องลึกเบื้องหลังจริงๆ คือ ต้องการให้เกิดความลงตัวในส่วนของ Facilities เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งในเรื่องความเป็นส่วนตัวที่ไม่มีใครมองเห็นได้จากภายนอก ขณะเดียวกันเมื่ออยู่ภายในยังให้ความรู้สึกโอ่โถง มีความ  ผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้การวางผังเป็น Shape ตัวยู (U) ห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกจะเป็นห้องที่มองเห็นวิวสวยที่สุดในโครงการ ซึ่งจะมองเห็นทั้งสระว่ายน้ำและสวน โดยโครงการฯ ได้ยกระดับสวนชั้น 1 ขึ้นมาอีกระดับ เพื่อให้เชื่อมต่อกับ Facilities ระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 ให้ดูใหญ่และสวยงามขึ้น พื้นที่ใช้สอยภายในห้องพักต้องใช้งานได้ 100% โจทย์ของงานดีไซน์จึงต้องใช้ตำแหน่งเสา ขนาดเสา เรื่องของการวางห้องน้ำ ระยะของเสาที่วางเฟอร์นิเจอร์ได้ สามารถตกแต่งให้สวยงามและใช้เป็นฟังก์ชั่นได้ทั้งหมด ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่ดูสวยงามและจุได้เยอะ เพื่อประหยัดพื้นที่ ให้การใช้สอยพื้นที่ในทุกตางรางนิ้วเกิดประโยชน์สูงสุด การดีไซน์ฝ้าเพดานทุกห้องที่สูง 2.5 เมตร ซึ่งห้องตัวอย่างถูกจำลองมาจากไซส์จริง ไม่มีการลดขนาดตู้เพื่อให้ห้องกว้างขึ้น เพดานเท่าของจริง เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นภาพจริง หรือถ้าชื่นชอบสไตล์การตกแต่งห้องเหมือนห้องตัวอย่าง ก็สามารถนำไปตกแต่งได้เองจริงๆ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดเหล่านี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการฯ ขนาดห้องของโครงการฯ มี 3 ขนาด ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 75,000 บาท/ตารางเมตร เพื่อตอบสนองทุกๆ ความต้องการของลูกค้า ซึ่งรองรับได้ทั้งกลุ่มคนโสด และกลุ่มที่กำลังสร้างครอบครัวโดยแบ่งเป็น แบบสตูดิโอ (Studio) ขนาดพื้นที่ 24.6 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท เหมาะสำหรับ คนโสด หรือคนวัยทำงานที่รักความสงบ บนพื้นที่ใช้สอยของห้องที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป แต่ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายครบครัน แบบ 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ 30.4 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท เหมาะสำหรับคนที่กำลังขยับขยายครอบครัว เริ่มใช้ชีวิตหลังแต่งงาน หรือคนโสดขี้เหงา อยากพาเพื่อนมาแฮงค์เอ้าท์ปาร์ตี้ที่ห้องก็สะดวก พร้อมมุมผ่อนคลาย วิวสวยสบายอารมณ์ แบบ 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ 45.4 ตารางเมตร จำนวน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท ห้องขนาดใหญ่สุดของโครงการ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก มีพื้นที่ส่วนกลางเพื่อใช้เป็นห้องนั่งเล่น หรือทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุด อาทิ ทำกับข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ รวมถึงมุมวิวสวยที่วันไหนอยากจะฉีกไปปล่อยอารมณ์ชิลล์ๆ ลำพังก็ยังได้ Facilities คือจุดขายที่โดดเด่นของโครงการนี้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางได้อย่าง มีความสุขในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น Lobby & Library เปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนหย่อนใจไปกับหนังสือเล่มโปรดในห้องล็อบบี้ที่ดีไซน์ความลักซัวรี่ โดดเด่นไม่แพ้ห้องอื่นๆ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ 20 เมตร Workplace พื้นที่สำหรับการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ของคนทำงาน Fitness เอาใจคนรักสุขภาพด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายได้มาตรฐานที่ครบครัน นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ Game Room, Garden, Fiber Optic System, ลิฟต์ 2 ตัว, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., ระบบกล้องวงจรปิด CCTV, ระบบคีย์การ์ด, Laundry และ ที่จอดรถ 50% (ประมาณ 69 คัน) โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเพียง 75,000 บาทต่อตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์คนวัยทำงานที่มองหาที่อยู่อาศัยที่สามารถให้คำตอบในชีวิตได้ทั้งปัจจุบันและอนาคตอย่างแท้จริง ซึ่งโครงการฯ จะเปิดพรีเซล ณ สำนักงานขาย โดว์เช่ ลาซาล ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เริ่มก่อสร้างปลายปี 2561 นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2563 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dolcecondo.com  หรือ โทร.0-2117-3463-4  
บจก.สิรยศ รับสัญญาณบวกภาคธุรกิจอสังหาฯ ปักหมุดผุด “โดว์เช่ ลาซาล” (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดใกล้บีทีเอสแบริ่ง เน้นตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในราคาที่เอื้อมถึง

บจก.สิรยศ รับสัญญาณบวกภาคธุรกิจอสังหาฯ ปักหมุดผุด “โดว์เช่ ลาซาล” (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดใกล้บีทีเอสแบริ่ง เน้นตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในราคาที่เอื้อมถึง

บริษัท สิรยศ จำกัด เห็นแนวโน้มภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ส่งสัญญาณบวก พร้อมลุยตลาดไตรมาสสุดท้าย เล็งทำเลกรุงเทพฯ โซนฝั่งตะวันออก เปิดตัวโครงการ “โดว์เช่ ลาซาล” (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม บนทำเลเด่นใกล้บีทีเอสแบริ่ง มูลค่า 450 ล้านบาท ชูจุดเด่น ดีไซน์ ฟังก์ชั่น พร้อมเพิ่มสัดส่วน พื้นที่ส่วนกลาง หวังตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าวัยทำงาน ด้วยราคาเริ่มเพียง 75,000 บาท/ตารางเมตร มั่นใจในคุณภาพและราคา ตั้งเป้าโกยยอดขายได้ 50% ภายในต้นปีหน้านี้ คาดสามารถปิดการขายทั้งโครงการในอีก 2 ปี นายวิจาร คุปติพงศ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิรยศ จำกัด เปิดเผยว่า “ในปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทฯ เล็งเห็นสัญญาณที่ดีของตลาดอสังหาริมทรัพย์ตามแน้วโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งมีความคล่องตัวเพิ่มขึ้นกว่าช่วงปี 2559 โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สร้างแคมเปญต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายออกมาอย่างคึกคัก ขณะที่ตลาดของผู้ประกอบการรายย่อยนั้น เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่พักอาศัย ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุน ซึ่งนับเป็นผลดีกับทางผู้ประกอบการรายย่อย เพราะบริษัทฯ สามารถพัฒนาโครงการด้วยรายละเอียดที่พิถีพิถันได้มากกว่ารายใหญ่ที่ต้องพัฒนาหลากหลายโครงการออกมาพร้อมๆ กัน เหมือนกับการทำงานศิลปะที่ต้องใช้ความใส่ใจและความเข้าใจในผลงาน ซึ่งเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทำให้ผลประกอบการที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ดังเช่นโครงการ โดว์เช่ อุดมสุข (DOLCE UDOMSUK) โดยบริษัทฯ มียอดขายกว่า 95% ทั้งยังได้รับรางวัลการันตี PEAT AWARDS 2018 (Property Export Awards Thailand 2018 by NIDA) ซึ่งเป็นโครงการเดียวที่ได้รับ 2 รางวัล คือ Best Luxury Low Rise Condominium และ Best Boutique Low Rise Condominium”   “ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์เดียวกันคือ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE)  ที่ยังคงเน้นความใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกที่ดินที่มีศักยภาพทางทำเลที่สะดวกสบาย ครบครัน การเดินทางที่ห่างจากบีทีเอสสถานีแบริ่งเพียง 700 เมตร และใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดี รายล้อมไปด้วยความเจริญทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ตลอดจนการออกแบบดีไซน์ที่ลงรายละเอียด สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคำนึงถึงกำลังจ่ายเพื่อการซื้อที่พักอาศัยของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งยังคงเน้นความหรูหราและคุณภาพที่ดีเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ในราคาที่เหมาะสมเริ่มต้นไม่เกิน 2 ล้านบาทเท่านั้น” ขณะที่ นายวรพจน์ ลิ้นกนกรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิร์คสเปซอาร์คิเทกเจอร์สตูดิโอ จำกัด กล่าวถึงคอนเซ็ปต์การตกแต่งออกแบบโครงการโดว์เช่ ลาซาล ว่า “สไตล์การออกแบบยังคงเป็น Modern Classic ที่นับว่าเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดว์เช่ (DOLCE) โดยครั้งนี้เราได้ใส่กลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ French Classical เพื่อให้สอดคล้องกับสถานที่ตั้งซอยลาซาล สามารถอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยใช้วัสดุธรรมชาติจริง เช่น หินธรรมชาติบน top ครัว หรือ top ในห้องน้ำ พร้อมเติมเต็มพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือยาวกว่า 20 เมตร, Stream แยกชาย-หญิง, Lobby, Library, Game Room, Work-Place เพื่อตอบสนองคนทำงานที่สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ฯลฯ ด้วยคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยเป็นปัจจัยหลัก ทำให้เป็นการออกแบบของเราเน้นที่การให้สัดส่วนพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าโครงการที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่จอดรถ ที่สูงถึง 50% นับว่าสูงมากกว่าคอนโดในย่านนี้เป็นส่วนใหญ่” “โครงการ โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) มูลค่ารวมกว่า 450 ล้านบาท มีจำนวนยูนิตไม่มากนักเพียง 178 ยูนิต ราคาเฉลี่ย ณ วันเปิดตัวอยู่ที่ 75,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น ซึ่งโครงการฯ มีห้องหลากหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่แบบสตูดิโอ (Studio) ขนาดพื้นที่ 24.6 ตารางเมตร, แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 30.4 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 45.4 ตารางเมตร เพื่อตอบสนองทุกๆ ความต้องการของลูกค้า ซึ่งรองรับได้ทั้งกลุ่มคนโสด และกลุ่มที่กำลังสร้างครอบครัว โดยเบื้องต้นบริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขาย 50 % ภายในต้นปี 2562 และคาดว่าจะปิดการขายโครงการภายในปี 2563” นายวิจาร คุปติพงศ์กุล กล่าวในที่สุด ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเปิดพรีเซลในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้  โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มคนทำงานยุคใหม่อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 25 – 40 ปีที่มีกำลังซื้อคอนโดฯ ในราคาเริ่มต้นไม่เกิน 2 ล้านบาท คาดว่าในวันเปิดพรีเซลจะมียอดขายกว่า 40% สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dolcecondo.com  หรือโทร. 0-2117-3463-4
ศุภาลัย ปลื้มยอดขายคอนโดฯ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง รอบ Online Booking SOLD OUT 100% พร้อม Pre-Sale 28-30 ก.ย.นี้

ศุภาลัย ปลื้มยอดขายคอนโดฯ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง รอบ Online Booking SOLD OUT 100% พร้อม Pre-Sale 28-30 ก.ย.นี้

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) โดย นางสาวบุศรินทร์  รุ่งรัตนกุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและขาย ขอขอบคุณทุกการตอบรับอย่างล้นหลามจากการเปิดจองคอนโดฯ โครงการ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง ผ่านช่องทาง “Supalai Online Booking” เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจองห้องชุดให้หลากหลายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Active โดยสร้างปรากฎกาณ์ปิดยอดขาย Online Booking Sold Out 100% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขาย ภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง ถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจาก ลูกค้าจำนวนมากให้ความสนใจและต้องการซื้อตั้งแต่ทราบข่าวการพัฒนาโครงการศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง ทั้งจุดเด่นด้านทำเล และอยู่ติดรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม 0 เมตร สถานีราชมังคลาฯ งานนี้ใครพลาดจองรอบ Online Booking ยังมียูนิตที่สวยงามรอผู้สนใจมาเป็นเจ้าของห้องชุดโครงการแห่งนี้ พบกันที่งาน Pre-Sale อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 - 30 กันยายน 2561 ณ Sales Gallery โครงการศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง ACTIVE CONDOMINIUM แห่งแรกบนถนนรามคำแหง - หัวหมาก ภายใต้แนวคิด “ไปให้สุด…ทุกการใช้ชีวิต” ติดรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม 0 เมตร สถานีราชมังคลาฯ ราคาเริ่ม 1.89 ล้านบาท โดยต้องลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ www.supalai.com/verandaram หรือสอบถามข้อมูลโทร. 1720
เมกาโฮม จัดแคมเปญ “ซื้อไฟตกแต่งและงานระบบไฟฟ้า..รับเพิ่ม 4 คุ้ม”  ตอกย้ำคอนเซปต์ ถูกใจช่างและคนทำบ้านตัวจริง  หมดเขต 30 พ.ค. นี้เท่านั้น

เมกาโฮม จัดแคมเปญ “ซื้อไฟตกแต่งและงานระบบไฟฟ้า..รับเพิ่ม 4 คุ้ม” ตอกย้ำคอนเซปต์ ถูกใจช่างและคนทำบ้านตัวจริง หมดเขต 30 พ.ค. นี้เท่านั้น

“เมกาโฮม" ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง และของใช้ในบ้านครบวงจร รวบรวมสินค้าในแผนกไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น สายไฟ และอุปกรณ์ หลอดไฟ โคมไฟ ร่วมจัดแคมเปญ “ซื้อไฟตกแต่งและงานระบบไฟฟ้า..รับเพิ่ม 4 คุ้ม” ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ “ถูกใจช่างและคนทำบ้านตัวจริง” คุ้มที่ 1 ซื้อสินค้าครบ 5,000 บาทขึ้นไป รับคูปองส่วนลด 300 บาท (ใช้เป็นส่วนลดในครั้งถัดไป) คุ้มที่ 2 ซื้อสินค้าแบรนด์เดียวกัน ที่ร่วมรายการ ครบทุก 6,000 บาท รับส่วนลดทันที 200 บาท คุ้มที่ 3 ทุกๆ 8,000 บาท รับส่วนลดอีกทันที 250 บาท และจัดหนักกับคุ้มที่ 4 สะสมยอดซื้อตั้งแต่วันนี้ - 30 พ.ค. 61 รับสร้อยคอทองคำ สูงสุด 1 บาท อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ ที่เมกาโฮม จัดให้สุดคุ้ม.. หมดเขต 30 พ.ค. นี้เท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกบริการลูกค้า ณ เมกาโฮม ทุกสาขา หรือดูโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ www.megahome.co.th หรือ fb page : MegahomeCenter Line@ : @megahome
‘บ้านเดี่ยวเอพี’ จับมือ ‘กสิกรไทย’ จัดแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’ ผ่อนสบาย ลุ้น “เบนซ์ป้ายแดง”และที่สุดของข้อเสนอไร้ขีดจำกัด มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท

‘บ้านเดี่ยวเอพี’ จับมือ ‘กสิกรไทย’ จัดแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’ ผ่อนสบาย ลุ้น “เบนซ์ป้ายแดง”และที่สุดของข้อเสนอไร้ขีดจำกัด มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท

  บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สำหรับคนเมือง นำโดย นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว จัดแคมเปญใหญ่ในรอบปี ‘ULTIMATE PRIZE’ กับกองทัพบ้านเดี่ยวพร้อมอยู่ภายใต้แบรนด์ CENTRO, THE CITY, MIND และ THE PALAZZO กว่า 25 โครงการ ราคาเริ่มต้นที่ 4.99 – 35 ล้านบาท มอบที่สุดของข้อเสนอไร้ขีดจำกัดมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท พร้อมดีลพิเศษทางการเงินจากธนาคารกสิกรไทย รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.75%  ในปีแรก พร้อมผ่อนเพียงล้านละ1,000 บาทต่อเดือน พิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อในระยะเวลาแคมเปญ ลุ้นรับ รับ Mercedes-Benz GLA ร่วมพิสูจน์  ความยิ่งใหญ่ของแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’ ได้แล้ววันนี้ – 17 มิถุนายนนี้เท่านั้น พบกับข้อเสนอพิเศษนี้ได้ที่ Sales Gallery ของโครงการที่ร่วมรายการ
RML จัดงาน “Raimon Land Property Showcase” 17-23 พ.ค.นี้

RML จัดงาน “Raimon Land Property Showcase” 17-23 พ.ค.นี้

มีข่าวดีมาบอก!! บมจ.ไรมอน แลนด์ (RML) เตรียมจัดงาน “Raimon Land Property Showcase” - “Every Day is Everything” ระหว่างวันที่ 17-23 พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 6 ภายในงานลูกค้าจะได้พบกับส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาท พร้อมส่วนลดสุดพิเศษ “ทุกยูนิต” รวมทั้งมอบคูปองเฟอร์นิเจอร์ จากโบคอนเซ็ปท์ (BoConcept) ดีไซน์จากเดนมาร์ก และเครื่องเสียงจากแบรนด์ มาร์แชล (Marshall) สัญชาติอังกฤษ มูลค่ารวมกว่าแสนบาท และสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย เฉพาะการจองภายในงานนี้เท่านั้น ส่วนไฮไลท์ที่ภูมิใจนำเสนอให้จับจองเป็นเจ้าของคือโครงการ “The Lofts Asoke” เพราะไรมอน แลนด์ รู้ว่าทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัยเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย จึงตั้งใจ และพิถีพิถันที่จะมอบที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุด เพื่อให้ทุกๆ วันเต็มไปด้วยรัก และความอบอุ่นตลอดไป ด้วยทำเลทอง โดดเด่นสามารถตอบสนองการใช้ชีวิตในรูปแบบของคุณได้อย่างลงตัว ว้าวววววงานดีๆ แบบนี้จัดแค่ปีละครั้งเท่านั้น....ห้ามพลาด!! จร้าาาาาาาาา
อนันดาฯ เตรียมจัดงาน Exclusive Open House โครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10 กับยูนิตพิเศษก่อนใคร!!

อนันดาฯ เตรียมจัดงาน Exclusive Open House โครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10 กับยูนิตพิเศษก่อนใคร!!

  *** ... โอกาสดีๆ กับโครงการคุณภาพในทำเลใจกลางเมืองย่านอโศก ที่พลาดไม่ได้ กับค่าย เฮลิกซ์ ในเครือ บมจ. อนันดาฯ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ครั้งนี้เตรียมจัดงาน Exclusive Open House เปิดชมห้องจริงวิวจริงได้ก่อนใคร กับคอนโดมิเนียม Premium Value Condominium แบบ Low Rise ภายใต้แบรนด์ เวนิโอ สุขุมวิท 10 (VENIO Sukhumvit 10) โดดเด่นด้วยทำเลและดีไซน์ในราคาที่คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเพียง 600 เมตร จาก BTS สถานีนานา และ เพียง 750 เมตร จาก BTS สถานีอโศก ที่สามารถเชื่อมต่อ MRT สถานีสุขุมวิทได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด “LIVE BEYOND” การอยู่อาศัยที่เหนือระดับมีความเป็นส่วนตัวสูง เรียบหรูมีสไตล์ พบยูนิตพิเศษภายในงาน!! ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.9 ล้าน* พร้อมเฟอร์นิเจอร์แต่งครบ ขนกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย!! พบกันวันที่ 26 พ.ค. นี้เท่านั้น ที่ Sales Gallery โครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 316 2222 หรือเว็บไซต์ www.ananda.co.th ...***
บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง [Advertorial]

บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง [Advertorial]

บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง ทำเล คือปัจจัยของคนมองหาที่อยู่อาศัยจะพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยว ซึ่งแน่นอนว่าทำเลที่ทั้งสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกทั้งเข้าเมืองไปทำงาน ทั้งออกนอกเมืองไปสนามบินหรือไปต่างจังหวัดไปพร้อมๆ กันนั้นหาได้ยากมากใช่ไหมคะ แต่คำว่าหายากนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีค่ะ   เราคงรู้จัก New CBD กันมาระยะหนึ่งแล้วใช่ไหมคะ ด้วยความเพียบพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่ตอบโจทย์ได้หลากหลายไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อยู่เกือบ 24 ชม. ทั้งห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ไฮเปอร์มาร์เก็ต ไนท์มาร์เก็ต แหล่งรวมร้านแฮงเอ้าท์ รวมถึงอาคารออฟฟิศเกรด A หลายแห่ง ส่วนทำเลที่มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกับแอร์พอร์ตลิงค์ผ่าน สามารถใช้ทางด่วนได้หลายสายอย่างทางยกระดับอุตราภิมุข ทางพิเศษศรีรัชจนไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์(กรุงเทพ-ชลบุรี) ซึ่งง่ายต่อการเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมต่อสู่ภาคตะวันออกโซน EEC ที่กำลังมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในอนาคต เรียกได้ว่าไม่ว่าจะใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้ย่านพระราม 9 แห่งนี้สมบูรณ์มากจนเกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งระยะหลังเราจะเห็นชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ย่านนี้ก็ไม่น้อยทีเดียว ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับย่าน CBD เดิมแล้วจะพบว่าความสะดวกสบายไม่ต่างกันมาก เพียงแต่สีลม-สาทรนั้นทุกวันนี้มีความหนาแน่นอยู่มากทีเดียวค่ะ ทั้งจำนวนของผู้คนตามมาด้วยการจราจรที่ติดขัดไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนการเดินทางไปสนามบินหรือออกนอกเมืองก็ค่อนข้างไกล ที่สำคัญราคาของที่อยู่อาศัยก็ไม่เบาทีเดียว         เมื่อเอ่ยถึงสนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นสนามบินหลักของบ้านเราแล้ว ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะตั้งอยู่นอกตัวเมืองเหมือนในหลายๆ ประเทศ ซึ่งก็มักจะห่างไกลจากตัวเมืองตามไปด้วย แต่ไม่ใช่กับโซน New CDB อย่างพระราม 9 เพราะไม่ว่าจะใช้รถยนต์เดินทางด้วยถนนมอเตอร์เวย์ตรงเชื่อมต่อถนนพระราม 9 หรือจากถนนมอเตอร์เวย์แล้วขึ้นทางพิเศษศรีรัชก็เป็นเรื่องง่ายมากแถมยังใช้เวลาไม่กี่นาที ยิ่งหากเลือกใช้บริการจากแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งเป็นวิธีการเดินทางสำคัญของโซนที่ถือได้ว่าเป็นกึ่งกลางระหว่างตัวเมืองกับนอกเมืองแบบย่านลาดกระบัง-อ่อนนุช ก็จะยิ่งลดระยะเวลาการเดินทางได้มากขึ้นไปอีก    แหล่งออฟฟิศเกรด A สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย การเดินทางที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว   บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช ทาวน์โฮม 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ทุกหลังหน้ากว้าง 5 เมตร ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป พื้นที่ใช้สอยมากถึง 146 ตร.ม. สามารถปรับเปลี่ยน Function ของทุกสัดส่วนภายในบ้านของเราได้ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้อย่างลงตัว ท่ามกลางพื้นที่ทั้งหมดกว่า 17 ไร่ ให้สามารถใช้ชีวิตในทุกด้านได้อย่างเต็มที่ ภายในโครงการให้ความเป็นส่วนตัว สงบ ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้รอบโครงการ แม้ในขณะเดียวกันจะมีความวุ่นวายบนท้องถนนมอเตอร์เวย์หลังโครงการ สะท้อนให้เห็นถึงความเหนือระดับของการใช้ชีวิตได้อย่างน่าหลงใหลและไร้ขีดจำกัด    ได้พื้นที่มากกว่า และยืดหยุ่นได้ตามไลฟ์สไตล์ เรียบง่าย มีความเป็นส่วนตัว   สังคมคุณภาพที่บ้านกลางเมือง Facility เพื่อการพักผ่อนในบ้านของตัวเองที่คลับเฮ้าส์ พร้อมสระว่ายน้ำ และฟิตเนส ล้อมรอบไปด้วยสวนสาธารณะที่มีบริเวณพักผ่อน ได้ความอุ่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกล้องวงจรปิดทางเข้า-ออก โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ความสงบร่มรื่น คลับเฮ้าส์ที่ครบครัน   ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนคู่ขนานวงแหวน ติดกับมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้า  ทำให้การเดินทางสะดวกสบายทั้งเข้าเมืองสู่ใจกลาง New CBD ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที และออกนอกเมืองไปสนามบินสุวรรณภูมิใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที หรือจะเลือกใช้แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีบ้านทับช้างก็อยู่ห่างจากโครงการแค่ 5 นาที ซึ่งช่วงจุดกึ่งกลางระหว่างย่านพระราม 9 กับสนามบินคือช่วงอ่อนนุชปลายๆ เชื่อมต่อกับลาดกระบัง โดยมีแอร์พอร์ตลิงค์เป็นระบบขนส่งสาธารณะสำคัญของคนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ในการเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้รวดเร็วที่สุด ใกล้ทั้งทางด่วนและแอร์พอร์ตลิงค์ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีถึง New CBD 5 นาที ถึงสุวรรณภูมิ   การเดินทางไปยังโครงการ    สามารถเข้าได้หลายทาง หลักๆ แล้วแนะนำ 2 เส้นทาง ได้แก่     1. หากมาจากพระราม 9 ด้วยทางพิเศษศรีรัช เมื่อข้ามถนนศรีนครินทร์แล้วให้ออกทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ เพื่อกลับรถบนสะพานเกือกม้า เมื่อลงจากเกือกม้าให้รีบชิดซ้ายเพื่อกลับรถอีกครั้ง เข้าสู่ทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าไปทางอ่อนนุช วิ่งไปตามทางเรื่อยๆ ผ่านมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด  แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีบ้านทับช้าง และรอดใต้วงแหวนไปอีก 200 เมตร ก็จะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือ     2. หากมาจากซอยสุขุมวิท 77 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าลาดกระบัง เมื่อถึงแยกประเวศเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเฉลิมพระเกียรติ ผ่านสน.ประเวศ เมื่อเจอสามแยกที่มีดี คอนโด ให้เลี้ยวขวา และเลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อเข้าสู่คู่ขนานวงแหวนขับตามทางไปอีกเล็กน้อยก็จะพบกับโครงการ(หากเลี้ยวซ้ายจะไปออกทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์)    สำหรับโครงการบ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช ถือเป็นทาวน์โฮมในระดับ Hi-End Townhome เพราะเรื่องสภาพแวดล้อมภายในโครงการที่ดี ได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ที่สำคัญคือเรื่องของศักยภาพเฉพาะตัวของทำเลที่ไม่ไกลจากแหล่งสำคัญ อีกทั้งยังเดินทางสะดวกสบายไม่ว่าจะโดยรถยนต์ส่วนตัวเชื่อมต่อกับทางด่วนเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือแอร์พอร์ตลิงค์ที่อยู่ใกล้กับโครงการ ด้วยความที่โครงการตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างใจกลางเมืองกับชานเมืองจึงทำให้บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช กลายเป็นหนึ่งในโครงการคุณภาพจาก AP       
ถ้าความรู้สึก คือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จรัญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ

ถ้าความรู้สึก คือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จรัญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ

หลังจากที่ GRAND UNITY ลงสนามในตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า ซึ่งได้เปิดตัวโครงการแรกไป จนได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี พอเริ่มเข้าไตรมาสที่ 2 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าตัวที่ 2 คือ De LAPIS Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) รีวิวฉบับนี้เราก็ไม่พลาดที่จะพาไปชมห้องตัวอย่างก่อนเปิดให้ชมจริงในวันที่ 25 เมษายน นี้ค่ะ ทำเล ถนนจรัญสนิทวงศ์ เป็นถนนเส้นที่กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ – ท่าพระผ่านตลอดถนน ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปกว่า 80% แล้ว ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนี้ หากเสร็จสมบูรณ์เมื่อไรจะมีความโดดเด่นตรงที่วิ่งเป็นวงแหวนรอบกรุงเทพฯ ผ่านจุดสำคัญหลายแห่ง เช่น เตาปูน, บางซื่อ, พระรามเก้า, สุขุมวิท, สีลม, หัวลำโพง, สนามไชย, ท่าพระ และยังมีจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายอื่นอยู่หลายสถานี เช่น สถานีเตาปูน สายสีม่วง, สถานีหมอชิต สายสีเขียว, สถานีลาดพร้าว สายสีเหลืองในอนาคต, สถานีศูนย์วัฒนธรรม สายสีส้มในอนาคต, สถานีมักกะสัน แอร์พอร์ตเรลลิงก์ เป็นต้น เรียกได้ว่าในอนาคตจะกลายเป็นสายสำคัญอีกสายหนึ่ง ที่ผ่านทั้ง CBD และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ มีกำหนดเปิดใช้บริการปี 2562  สำหรับสายหัวลำโพง-บางแค และปี 2563 สำหรับสายบางซื่อ-ท่าพระ และนอกจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในอนาคตแล้วก็มีอีกทางเลือกหนึ่งคือการเดินทางโดยเรือด้วยค่ะ โดยจากตัวโครงการ De LAPIS Charan 81 เราสามารถข้ามถนนไปขึ้นเรือข้ามฝากที่ท่าวัดอาวุธวิกสิตารามไปท่าเรือพายัพ แล้วต่อเรือด่วนเจ้าพระยาเดินทางต่อไปยังฝั่งนนทบุรี หรือท่าสาทรได้ง่ายแถมยังสะดวกรวดเร็วไม่ต้องกังวลกับรถติดด้วยนะคะ   สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว หากจะเดินทางเข้ากรุงเทพชั้นใน ก็สามารถข้ามสะพานกรุงธน(ซังฮี้) แล้วตรงเข้าสู่อนุสาวรีย์ฯ ได้เลย ส่วนจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชใกล้ที่สุดตรงด่านบางกรวยบริเวณสะพานพระราม 7 จะใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็ถึงจตุจักร และสามารถต่อไปยังพระราม 9 - บางนาได้ หรือจะขึ้นที่ด่านบางพลัดแล้วไปเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษกก็สะดวกเช่นกันค่ะ    ย่านนี้แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง ส่วนสถานที่สำคัญใกล้กับโครงการก็มีมากมาย เช่น โรงพยาบาลยันฮี, โรงพยาบาลวชิรพยาบาล, เทสโก้โลตัส จรัญสนิทวงศ์, ที่ทำการไปรษณีย์บางอ้อ, ช่างชุ่ย, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า, เดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า ฯลฯ ภาพรวมโครงการ   De LAPIS Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) คอนโดมิเนียม High Rise 32 ชั้น 1 อาคาร 635 ยูนิต อาคารจอดรถ 8 ชั้น 1 อาคาร รองรับได้ 260 คัน(40.88% ไม่รวมซ้อนคัน) แยกตัวออกจากอาคารพักอาศัยอยู่ทางด้านหลังสุดของโครงการ และร้านค้า 2 ยูนิตด้านหน้าโครงการ บนพื้นที่ 3-1-3.7 ไร่ ภายใต้แนวคิด “ถ้าความรู้สึกคือเหตุผลของการใช้ชีวิต เดอ ลาพีส จริญ 81 จะตอบทุกเหตุผลของคุณ” ใช้โทนสีขาว-เทามองดูทันสมัยอยู่เสมอสื่อถึงความโดดเด่นของทำเลที่ตั้งทั้งติดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางพลัดเพียง 30 เมตร และยังได้วิวแม่น้ำเพราะใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ในช่วงถนนที่มีความใกล้ชิดกับแม่น้ำเจ้าพระยามากที่สุดในถนนจรัญสนิทวงศ์ ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท      Facility ของโครงการจะอยู่ที่ชั้น Lobby และชั้น Rooftop ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของทุกคน เริ่มตั้งแต่ Lobby เพดาน Double Volume High Ceiling สูงถึง 9 เมตร พร้อมชั้น Mezzanine ที่เป็น Co-working space เพิ่มความเป็น Private ในการทำงานด้วยการแยกห้องประชุมใหญ่ ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินนำเข้าจาก Italy เพิ่มความหรูหราแต่ยังคงความทันสมัย รอบๆ อาคารจัดพื้นที่สีเขียวให้ได้นั่งทำงานหรือนั่งพบปะสังสรรค์พร้อมวิวธรรมชาติด้านนอก ชั้น 32 Rooftop ฝั่งหน้าโครงการถูกวางให้เป็นสระว่ายน้ำรูปตัว L แบบ Infinity Edge Swimming Pool ขนาด 5.7 x 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร แยกสระเด็กขนาด 3.5 x 3 เมตร ลึก 30 เซนติเมตร สวยงามแบบไร้ขอบเขต มาพร้อมกับ Sky Fitness ที่ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ให้ได้ออกกำลังกายไป ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไป รวมถึง Sky Lounge ที่ได้วิวมุมสูงเพิ่มความผ่อนคลายของการพักผ่อนด้วย Sky Garden สวนสีเขียวชั้นดาดฟ้า  Ground Floor Plan มองจากมุมนี้จะเห็นได้ว่าโครงการแบ่งออกเป็น 3 อาคารหลัก คือ อาคารสีขาวด้านหน้าติดถนนจะเป็น Sales Gallery ในปัจจุบัน และจะทำเป็น Shop ในอนาคต อาคารที่พักอาศัย และอาคารจอดรถด้านในสุดของพื้นที่โครงการ Rooftop Plan สระน้ำรูปตัว L ด้านหน้าโครงการ ฟิตเนสขนาดใหญ่ และ Sky Lounge อยู่ตรงข้ามกับโถงลิฟท์ ที่อาคารจอดรถบนชั้น Rooftop จัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวด้วย ยูนิตพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2-31 ค่ะ ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด โดยจะมี 23 ยูนิต/ชั้น โดยรูปแบบห้องชุดมาพร้อมการตกแต่งแบบ Fully Fitted ทุกยูนิต   เปิดห้องตัวอย่าง De LAPIS Charan 81(เดอ ลาพีส จรัญฯ 81) โครงการตั้งอยู่ติดริมถนนจรัญสนิทวงศ์ ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 81 อยู่ติดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางพลัด ยืนอยู่หน้าโครงการมองตรงไปก็จะเห็นสถานีเลย โดย Sales Gallery อาคารสีขาวเข้ากับอาคารพักอาศัย ตั้งอยู่หน้าทางเข้าโครงการเลยค่ะ โดยตัวอาคารพักอาศัยกำลังดำเนินการสร้างอยู่ด้านหลังคาดว่าแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม 2562 ซึ่งหากโครงการสร้างเสร็จแล้วตัวอาคาร Sales Gallery ที่เห็นนี้จะถูกดัดแปลงเป็น Shop จำนวน 2 ยูนิตค่ะ ใครอยากสัมผัสสถานที่จริงต้องอดใจรอกันอีกหน่อยก็จะเปิดให้เข้าชมกันในวันที่ 25 เมษายน 2561 นะคะ ห้อง STUDIO ขนาด 26 ตร.ม. ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และผนังจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ เมื่อเปิดประตูห้องจะพบกับห้องนั่งเล่นเป็นอันดับแรก ซึ่งโครงการนี้ให้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted รวมถึงให้เครื่องปรับอากาศมาด้วย ส่วนห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมา 1 ตัว ติดตั้งอยู่ระหว่างปลายเตียงกับโซฟาค่ะ ใครที่มีรองเท้าหลายคู่ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะขวามือหลังประตูมี Built in ตู้เก็บรองเท้าแบบนี้ให้มาด้วยค่ะ ขวามือตรงข้ามโซฟาจะมีพื้นที่วางเคาน์เตอร์ทีวี ทางซ้ายมือจะมีพื้นที่วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมวางโต๊ะกลางได้ เชื่อมต่อพื้นที่หลังโซฟาไปสู่ห้องครัวค่ะ ความพิเศษของห้องครัวโครงการนี้ คือ การดีไซน์ให้มี Kitchen Island ปูด้วย Top หินสังเคราะห์สีขาว มีลักษณะเป็นโต๊ะอเนกประสงค์แยกตัวจากเคาน์เตอร์ครัวปกติ ไม่ว่าจะทำเป็นพื้นที่เตรียมอาหาร โต๊ะทานข้าว โต๊ะทำงานก็แล้วแต่การใช้งาน และยังช่วยให้ห้องครัวดูแยกเป็นสัดส่วนมากขึ้นด้วยนะคะ ตรง Kitchen Island นี้เราจะสามารถนั่งทานอาหารไป ดูทีวีไปก็ได้มุมพอดีนะคะ เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ดีจริงๆ เฉพาะห้องครัวความสูง Floor To Ceiling 2.55 เมตร Top ครัวหินสังเคราะห์สีขาว มาพร้อมกับอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควันจากแบรนด์ HAFELE เฉพาะส่วนเคาน์เตอร์จะกรุผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค เพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่ายหากเกิดคราบจากการทำครัว ซ้ายมือถัดจากเคาน์เตอร์ครัวมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นได้พอดีค่ะ บานตู้และลิ้นชักทั้งหมดใช้ระบบ Soft Close มีช่องวางไมโครเวฟไว้ตรงกลาง ซึ่งเฟอร์นิเจอร์กับชุดครัวที่เราเห็นนี้ GRAND UNITY ร่วมกันดีไซน์พิเศษกับ Chic Republic ออกมาจากห้องครัว เดินลึกเข้าไปในห้องถัดจากห้องนั่งเล่นจะต่อด้วยพื้นที่วางเตียงนอนค่ะ มีพื้นที่สำหรับวางเตียงขนาด 5 ฟุต ข้างหน้าต่าง ยังมีพื้นที่เหลือสำหรับเป็นทางเดินระหว่างเตียงกับหน้าต่างค่ะ หน้างต่างใช้ขอบอลูมิเนียมสีขาว มีบานกระทุ้งเปิดออกได้ ปลายเตียงมีทางเดิน Walk-in Closet เชื่อมต่อไปถึงห้องน้ำค่ะ ซึ่งทางขวามือจะเป็นระเบียง ส่วนทางซ้ายตรงข้ามระเบียงจะเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Built in เรามาดูที่ระเบียง Private Balcony กันก่อนค่ะ กั้นด้วยกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ระเบียงปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า โดยทางโครงการมีการต่อท่อน้ำพร้อมปลั๊กไฟด้านบนมาให้เรียบร้อยค่ะ ส่วน Condensing Unit จะถูกแขวนไว้ด้านบนหันหน้าออกนอกระเบียงค่ะ ระเบียงของทุกห้องจะติดตั้ง Grille Wall เป็นเหล็กสีขาว เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าที่ตากเอาไว้ตรงระเบียงปลิวออกไป และยังช่วยเรื่องมุมมองจากภายนอก เพราะเมื่อมองเข้ามาที่ตัวอาคารจะดูสวยงามอยู่เสมอ ออกมาจากระเบียงก็จะพบกับตู้เสื้อผ้า Built in อยู่ตรงข้ามกันค่ะ โดยบานตู้จะใช้กระจก Tempered เพื่อป้องกันในกรณีที่เกิดการแตกก็จะมีลักษณะเป็นเม็ดข้าวโพดไม่มีเหลี่ยมคม ซึ่งพื้นที่ทางเดินตรงนี้เป็น Work In Closet อยู่หน้าห้องน้ำพอดีค่ะ ถือว่าเป็นห้อง STUDIO ที่คุ้มค่ามากจากการดีไซน์ที่คำนึงถึงผู้อยู่อาศัยจริง สุดท้ายของห้องนี้เราตรงเข้าไปดูภายในห้องน้ำกันค่ะ ห้องน้ำมีความสูง Floor To Ceiling 2.35 เมตร ใช้สุขภัณฑ์จาก HAFELE ทั้งหมด แยกส่วนเปียกไว้ทางขวามือค่ะ กั้นส่วนเปียกด้วยบานกระจกแบบบานเปิด-ปิด มีธรณีประตูกั้นขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นออก กำแพงในส่วนเปียกมีกระจกด้านล่างเป็นแบบฝ้าขาวขุ่นช่วยเพิ่มแสงสว่างจากด้านนอก และกระจกบานกระทุ้งด้านบนช่วยระบายอากาศได้ดีค่ะ พื้นที่ส่วนแห้งอีกด้านจะเป็นโถสุขภัณฑ์ค่ะ ตรงกลางห้องน้ำมีบานกระจกขนาดใหญ่มาให้ด้วยนะคะ อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนัง มีช่องสำหรับเก็บของด้านใต้อ่าง ใช้สีขาวเข้าชุดกันทั้งห้องเลยค่ะ 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และผนังจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว ซึ่งห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมาด้วยจำนวน 2 ตัว ที่ห้องนั่งเล่น 1 ตัว และห้องนอน 1 ตัวค่ะ ซ้ายมือของห้องนั่งเล่นจะมีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ ซึ่งจะอยู่ติดกับตู้เก็บรองเท้าแบบ Built in ชั้นบนสุดในตู้เก็บรองเท้าจะซ่อนตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าไว้ด้านในด้วย และเครื่องปรับอากาศเครื่องแรกของห้องนี้จะถูกติดตั้งอยู่เหนือพื้นที่วางเคาน์เตอร์ทีวีค่ะ ตรงข้ามเคาน์เตอร์ทีวีเป็นพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ขนาด 2-3 ที่นั่งค่ะ จะวางโต๊ะกลางเพิ่ม และวางโต๊ะทานข้าวเอาไว้ข้างโซฟาก็ยังมีพื้นที่เหลือค่ะ เชื่อมต่อจากห้องนั่งเล่นด้านหน้าลึกเข้าไปก็จะเป็นห้องนอน ซึ่งถูกกั้นด้วยประตูกระจกสูงชิดเพดานแบบบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ด้วยความสูงของกระจกทำให้รู้สึกไม่อึดอัดจนเกินไปค่ะ ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้กลางห้อง ข้างเตียงด้านประตูกระจกก็ยังพอมีที่เหลือสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงขนาดเล็กได้ ข้างเตียงฝั่งใกล้กับหน้าต่างมีทางเดินเหลือค่ะ หน้าต่างมีกระจกบานกระทุ้ง 1 บาน และยังมีกระจกเข้ามุมเล็กๆ เป็นการเพิ่มช่องแสงธรรมชาติให้ภายในห้อง ปลายเตียงจะมีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวี หรือจะวางโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้นะคะ ด้านบนติดตั้งเครื่องปรับอากาศมาให้อีก 1 เครื่อง พร้อมตู้เสื้อผ้า Built in หน้าบานเป็นกระจก Tempered บานเลื่อน 2 ตอน ออกมาจากห้องนอนไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ ห้องแบบ 1 Bedroom 26 ตร.ม. จะได้ห้องครัวปิด ใครที่ชอบทำอาหารไทยที่ค่อนข้างมีกลิ่นห้องนี้จะเหมาะมากค่ะ เคาน์เตอร์ครัวมีช่องสำหรับวางตู้เย็นอยู่ข้างเคาน์เตอร์ครัวพอดี Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ผนังกรุด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาอ่อน เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด มาพร้อมกับเตา 2 หัว เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานครบเซต ถัดจากเคาน์เตอร์ครัวก็เป็นระเบียง Private Balcony ค่ะ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ตรงนี้ระหว่างทำครัวเราสามารถเปิดประตูระเบียงออกช่วยระบายกลิ่นและควันได้ดีเลยค่ะ ระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าตรงใต้ Condensing Unit ที่หันออกนอกระเบียงค่ะ มีการต่อท่อน้ำ และติดตั้ง Grille Wall มาให้ค่ะ ออกจากระเบียงไปดูกันที่ห้องน้ำค่ะ มองจากมุมนี้จะเห็นชัดขึ้นค่ะว่าโซนครัวปิดจะแยกห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียงออกมาอย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น ห้องน้ำแยกส่วนเปียกไว้ด้านขวามือค่ะ มีชั้นวางของที่มุมห้องด้วยนะคะ ส่วนแห้งก็จะมีโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมช่องเก็บของข้างใต้ และกระจกเงาบานใหญ่ค่ะ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. เป็น Type ที่มีจำนวนมากที่สุดของโครงการ ความสูง Floor To Ceiling 2.75 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟ Downlight และห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศ 3 ตัว ค่ะ เริ่มจากห้องนั่งเล่นค่ะ ทางซ้ายมือมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมวางโต๊ะกลางได้ เครื่องปรับอากาศเครื่องแรกติดไว้เหนือโซฟาค่ะ ตรงข้ามโซฟาสามารถวางเคาน์เตอร์ทีวีได้ค่ะ พร้อมกับมีตู้เก็บรองเท้าที่มุมหน้าห้อง ตู้เก็บรองเท้าแบบ Built in หน้าตาเหมือนกันกับ 2 ห้องแรกก่อนหน้านี้ค่ะ ลึกเข้าไปจากห้องนั่งเล่นจะเชื่อมต่อด้วยห้องนอน โดยจะกั้นห้องนอนด้วยประตูกระจกสูงชิดเพดานแบบบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ภายในห้องนอนมีพื้นที่สำหรับวางเตียง 5 ฟุต ซึ่งจะสามารถวางโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะหัวเตียงขนาดกลางๆ ได้ค่ะ หน้าต่างข้างเตียงบานกระทุ้ง เปิดออกได้ 1 บาน ใช้ขอบอลูมิเนียมสีขาวเข้ากันกับประตูกระจกหน้าห้องนอน ปลายเตียงติดตั้งเครื่องปรับอากาศเอาไว้ มีตู้เสื้อผ้า Built in หน้าบานเป็นกระจก Temper มีกระจกเข้ามุมเล็กๆ เพิ่มแสงธรรมชาติและเพิ่มมุมมองได้ดีขึ้นด้วยค่ะ จากห้องนอนออกไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ อีกฝั่งหนึ่งของห้องจะประกอบไปด้วยห้องครัว ห้องน้ำ และห้องอเนกประสงค์พร้อมระเบียงค่ะ ห้องครัวมีความสูง Floor To Ceiling 2.55 เมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ขวามือเป็นห้องอเนกประสงค์ ซ้ายมือเป็นห้องน้ำค่ะ เคาน์เตอร์ครัววัสดุ Top ด้วยหินสังเคราะห์สีขาว มาพร้อมกับซิงค์ล้างจาน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน บานตู้และลิ้นชักใช้ระบบ Soft Close มีช่องสำหรับวางตู้เย็นทางขวามือของชุดเคาน์เตอร์ครัวค่ะ หันมาทางซ้ายมือจะพบกับห้องน้ำค่ะ ห้องนี้มี Kitchen Island แบบเดียวกับห้อง STUDIO ค่ะ แต่จะได้ขนาดที่ใหญ่กว่า นอกจากจะเพิ่มพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ยังเป็นตัวช่วยกั้นระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่นได้เป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ห้องน้ำมีความสูง Floor To Ceiling 2.35 เมตร ปูพื้นกับผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเดียวกันทั้งห้อง แยกส่วนเปียกด้านขวาค่ะ โถสุขภัณฑ์อยู่ทางด้านขวาของห้องน้ำ ตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมช่องเก็บของด้านใต้ เหนืออ่างล้างหน้าเป็นกระจกบานใหญ่ ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกประตูบานเปิด-ปิด ทั้งหมดในห้องน้ำที่เห็นนี้จะได้มาครบเซตเลยค่ะ ออกจากห้องน้ำไปดูที่ห้องอเนกประสงค์กันต่อค่ะ โดยห้องอเนกประสงค์นี้จะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ภายในห้องอเนกประสงค์นี้เราสามารถออกแบบให้เป็นห้องอะไรก็ได้ตามสไตล์ของเราเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องออกกำลังกายเบาๆ หรือห้องนอนขนาดเล็กอีกห้องก็ได้ค่ะ ห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศมาอีก 1 ตัว ห้องอเนกประสงค์จะเชื่อมต่อกับระเบียง Private Balcony ค่ะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีขาว ระเบียงมีขนาดใกล้เคียงกันกับห้อง Type อื่นๆ ค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าอยู่ใต้ Condensing Unit ที่หันหน้าออกนอกระเบียง และ Grille Wall สีขาว เมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้วมองจากภายนอกเข้ามาที่อาคารก็จะดูสวยงามอยู่เสมอค่ะ เห็นแบบนี้แล้วเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้สึกเหมือนกันค่ะว่าทั้งดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์พร้อมเครื่องปรับอากาศ ทุกอย่างที่ให้มาครบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ดี และเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมใน Segment เดียวกันแล้ว De LAPIS Charan 81 เรียกได้ว่าคุ้มค่าในราคาที่คอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าทำได้ยากแล้ว โดยเริ่มต้นเพียง 2.49 ล้านบาทสำหรับห้อง 1 Bedroom                   โดยจะเปิดให้จองอย่างเป็นทางการในวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2561 โดยหากลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รับส่วนลดสูงสุด 250,000 บาท ลงทะเบียน >>> http://grandunity.co.th/delapis/register/

รวมโปรโมชั่น ล่าสุด

ศุภาลัย มอบโปรฯ สุดฟิน รับวินเทอร์ ลดสูงสุดถึง 300,000 บาท หรือ รับฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนพร้อมส่วนลดอีกเพียบ

ศุภาลัย มอบโปรฯ สุดฟิน รับวินเทอร์ ลดสูงสุดถึง 300,000 บาท หรือ รับฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนพร้อมส่วนลดอีกเพียบ

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) มอบโปรฯ สุดฟิน รับวินเทอร์ คลายความหนาว ไปกับข้อเสนอสุดฮอต ลดจุใจส่งท้ายปี ให้คุณเลือกรับโปรโมชั่นได้ตามใจคุณ เพียงจองโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาค รับไปเลย ส่วนลด ณ วันโอนฯ 75,000-300,000 บาท หรือเลือกรับฟรี! ค่าใช้จ่ายวันโอนฯ อาทิ ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่ามิเตอร์น้ำ-ไฟ ค่าส่วนกลาง 1 ปีแรก พร้อมรับส่วนลด ณ วันโอนฯ เพิ่มอีก 25,000-100,000 บาท หากกู้ไม่ผ่านยินดีคืนเงิน *ตั้งแต่วันนี้-15 ธันวาคม 2561 นี้เท่านั้น (*เงื่อนไขและของแถมเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) พบโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม สร้างเสร็จพร้อมอยู่ บนทำเลศักยภาพ มาตรฐานศุภาลัย ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาค ราคาเริ่มเพียง 1 ล้านกว่าบาท ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย เชิญแวะเยี่ยมชมโครงการ ณ สำนักงานขายทั่วประเทศ หรือตรวจสอบรายชื่อโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมที่เข้าร่วมรายการ โทร.1720 และ www.supalai.com
ลดเป็นล้าน รับมหกรรมบ้านและคอนโด

ลดเป็นล้าน รับมหกรรมบ้านและคอนโด

คุณสิริพงศ์ ศรีสว่างวงศ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ GRAND UNITY ส่งแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “SHOCK PRICE! ลดเป็นล้าน” ในโอกาสร่วมออกบูธภายในงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39” มอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึงหนึ่งล้านบาท ฟรีเฟอร์นิเจอร์และฟรีทุกค่าใช้จ่ายในวันโอน* สำหรับลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของคอนโด ยู ดีไลท์ พร้อมอยู่ทั้ง 6 ทำเล ไม่ว่าจะเป็น โครงการ ยู ดีไลท์ เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ฟร้อนท์ พระราม 3, ยู ดีไลท์ รัชวิภา, ยู ดีไลท์ @   ตลาดพลู สเตชั่น, ยู ดีไลท์ @ บางซ่อน สเตชั่น, ยู ดีไลท์ รัตนาธิเบศร์ และคอนโด ยู เกษตร-นวมินทร์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.79 ล้านบาท* สำหรับผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมหรือสอบถามได้ที่บูธ G55-G66 ตั้งแต่วันนี้-7 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2652 4000 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.grandunity.co.th หรือ www.facebook.com/GrandUnityDevelopment
LPN

LPN "Hot Deal สุดคุ้ม" งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ลดสูงสุด 9 หมื่นบาท

บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) ผู้พัฒนาอาคารชุดพักอาศัยภายใต้แบรนด์ “ลุมพินี” ยกทัพบ้านและคอนโดคุณภาพ 24 ทำเลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น CG237-244 พบโปรโมชั่นพิเศษ “Hot Deal สุดคุ้ม” เฉพาะในงานเท่านั้น สำหรับบ้านลุมพินี รับส่วนลดสูงสุด 9 หมื่นบาท พร้อมรับของแถม 9 รายการและฟรีทุกค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ด้านคอนโดมิเนียมรับสิทธิพิเศษ 2 ต่อๆ ที่ 1 ห้องชุดราคาสุดพิเศษเฉพาะวันงาน ต่อที่ 2 รับบัตรกำนัล Lotus พลาดไม่ได้จริงๆ ก่อนโค้งสุดท้ายสิ้นปีนี้กับแคมเปญสุดคุ้มค่าในราคาที่เอื้อมถึง (Affordable Price) และที่สำคัญทุกโครงการล้วนคำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดีจากการบริหารหลังการขายภายใต้กลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” (Livable Community) สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888, www.lpn.co.th, Facebook Condo Lumpini
The Agent แจกทอง ฉลองครบรอบ 8 ปี

The Agent แจกทอง ฉลองครบรอบ 8 ปี

ปัจจัยที่ทำให้หลายคนไม่กล้าตัดสินใจซื้อ หรือลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ ก็เพราะว่ากลัวความผิดพลาด กลัวจะรับความเสี่ยงไม่ไหว หรือไม่แน่ใจว่าจะเลือกได้ที่ดีที่สุดหรือเปล่า ทำเลที่คิดว่าดีใครๆ ก็ว่าเป็นทำเลทอง แต่สุดท้ายอาจไม่เป็นอย่างที่หวัง สารพัดความกลัวเต็มไปหมดจนหลายคนถอดใจไปซะก่อน แล้วถ้าเรามีเพื่อนที่ดีซักคนไว้คอยให้คำปรึกษาก่อนการตัดสินใจ จะเป็นเรื่องที่ดีแค่ไหน และถ้ายิ่งเป็นผู้ที่รอบรู้ มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์เป็นพิเศษ อย่าง “The Agent (Property Expert)” คงจะยิ่งทำให้รู้สึกอุ่นใจมากขึ้นจริงมั้ยครับ เพราะ The Agent (Property Expert) เป็นบริษัทตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการมามากกว่า 8 ปี แถมยังเชี่ยวชาญสุดๆ กับอสังหาริมทรัพย์ในทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า พร้อมทีมงานมืออาชีพที่จะมาให้คำปรึกษารอบด้านทั้ง ซื้อ-ขาย-และการปล่อยเช่า สร้างความประทับใจกับลูกค้าเป็นจำนวนมาก และไม่ใช่แค่ทีมงานคุณภาพเท่านั้นนะครับที่พร้อมให้บริการทั้งผู้ซื้อ และผู้ลงทุน ทาง The Agent ยังพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ อย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า เช่น  -  THE AGENT SKY DRONE เจ้าแรกของประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง DRONE มาใช้ให้เข้าใจศักยภาพทำเลที่ตั้งของโครงการ สถานที่อำนวยความสะดวก บรรยากาศโดยรอบของโครงการ ผ่านมุมมอง Bird eyes view เพื่อเป็นตัวช่วยการตัดสินใจของผู้ซื้อ - MI TREASURE เป็นเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นราคาเฉลี่ย/ตร.ม., ราคาค่าเช่า/ตร.ม. เป็นต้น เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลแต่ละโครงการในการตัดสินใจของผู้ซื้อถึงความคุ้มค่า - 3D VIRTUAL TOUR เทคโนโลยีจากต่างประเทศที่ช่วยให้มองเห็นภาพบรรยากาศรอบห้องแบบ 3 มิติ ให้ความรู้สึกเหมือนได้มาเดินดูห้องตัวอย่างโครงการจริง โดยเข้าผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง Floor plan และ วัดขนาดพื้นที่ห้องได้อีกด้วย ซึ่งมีความจำเป็นมากสำหรับโครงการเก่า ที่ไม่มีการเก็บข้อมูลแผนผังของห้องไว้อีกด้วย - URBAN LINK MULTIMEDIA ROOM เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ซื้อได้สัมผัสบรรยากาศ รายละเอียดภายในโครงการทั้ง Floor Plan และในยูนิตของโครงการสามารถทดลองวางแผนปรับแต่งห้อง หรือจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องก่อนที่ห้องจะสร้างเสร็จ     สำหรับผู้ที่กำลังมองหาการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์หรือแม้แต่การซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองก็ดี ตอนนี้ The Agent มีข้อเสนอพิเศษสำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียม The Agent รวบรวม 10 โครงการเด่นจาก ANANDA Development บนพื้นที่ศักยภาพน่าจับตามาให้เลือกจับจอง นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิพิเศษ กับ Cashback ให้กับผู้ซื้อทุกคน  และห้ามพลาดกับโปรโมชั่นฉลองครบรอบ 8 ปี The Agent แจกทองทุกเดือน สำหรับลูกค้าที่ทำการจอง 10 โครงการที่ร่วมกิจกรรมนี้ ระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ถึง 19 ธันวาคม 2561 พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดภายใน ปี 2561 ซึ่งเราได้รวบรวม 10 โครงการที่เข้าร่วมแคมเปญนี้ไว้ให้แล้ว….​ไปเลือกกันเลยครับ     1.Ashton Chula – Silom (แอชตัน จุฬา – สีลม) “ลงทุนให้บุตรหลาน ที่สุดบนทำเลแห่งการเรียนรู้ ติดจุฬาฯ ติดสีลม พร้อมอยู่แล้ววันนี้ “ เพียง 550 เมตรถึง BTS ศาลาแดง 180 เมตรจาก MRT สามย่าน นอกจากนี้ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันโรงพยาบาล สวนสาธารณะ และห้างสรรพสินค้า และยังใกล้มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยราคาเริ่ม 5.9X ล้านบาท   ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : Ashton Chula – Silom       2.Ashton Silom (แอชตัน สีลม) “คอนโดหรู ใจกลางสีลม ควรค่าแก่การครอบครอง” สีลมถือเป็นย่าน CBD จึงย่านที่มีผู้คนมากทำให้พื้นที่เหลือน้อย และราคาที่ดินยังมีแนวโน้มในการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงการนี้จึงเป็น Rare Item ที่ควรค่าต่อการครอบครอง นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีช่องนนทรีเพียง 340 เมตร และรับ Cashback ถึง 150,000 โดยราคาเริ่มต้นที่ 7.5x ล้านบาท   ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : Ashton Silom       3.Ashton Asoke (แอชตัน อโศก) “Luxury Condo 0 M. from MRT Sukhumvit Ready to move” โครงการตั้งอยู่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯย่านอโศกนั้นเอง ซึ่งตัวโครงการเดินทางที่สะดวกสบายเพียง 230 เมตร จาก BTS อโศกและ 20 เมตรถึง MRT สุขุมวิท นอกจากนี้ทางโครงการ ฟรีค่าส่วนกลาง 1 ปีด้วยครับ โดยราคาเริ่มต้นที่ 7.7X ล้านบาท   ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : Ashton Asoke       4.Q Chidlom - Phetchaburi (คิว ชิดลม - เพชรบุรี) “คอนโดพร้อมอยู่ติดประตูน้ำ ที่สุดของความหรูหรา คุ้มค่า สะดวกสบาย” ด้วยตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี ทำให้อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกมากมายอาทิเช่น ประตูน้ำ, แพลตตินั่ม, Central World, สยาม เป็นต้น ซึ่งตอบโจทย์เอาใจคนที่รักการช้อปปิ้ง นอกจากนี้ตัวโครงการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีชิดลมเพียง 650 เมตรและยังได้รับ Cashback 50,000 บาท โดยราคาเริ่มต้นที่ 5.8x ล้านบาท   ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : Q Chidlom - Phetchaburi       5.IDEO Q Siam-Ratchathewi (ไอดีโอ คิว สยาม - ราชเทวี) “คอนโดพร้อมอยู่ ส่วนกลางจัดเต็ม 1 สถานีถึง พารากอน จุฬาฯ พร้อมเข้าอยู่ “ จากตัวโครงการอยู่ห่าง BTS ราชเทวี 390 เมตร นอกจากนี้ยังสามารถไปอีก 1 สถานีเพื่อเชื่อมไป Airport Link พญาไท หรืออีกด้านนึงเข้าใจกลางแหล่ง Shopping อย่างสยาม และยังได้รับ Cashback 50,000 บาท โดยราคาเริ่มต้นที่ 5.9x ล้านบาท   ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : IDEO Q Siam-Ratchathewi       6.IDEO Mobi Sukhumvit66 (ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 66) “คอนโดสุขุมวิท พร้อมอยู่ ส่วนกลางหรูหรา วิวบางกระเจ้า” เพียง 50 เมตรถึงรถไฟฟ้า BTS สถานีอุดมสุข และตัวโครงการอยู่ในพื้นที่ชุมชนจึงมีร้านอาหารมากมายตอบโจทย์คนที่ชอบกินมาก นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำบางกระเจ้าอีกด้วยครับ และยังได้รับ Cashback 100,000 บาท โดยราคาเริ่มต้นที่ 5.1x ล้านบาท   ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : IDEO Mobi Sukhumvit66       7.IDEO Mobi Asoke (ไอดีโอ โมบิ อโศก) “คอนโดพร้อมอยู่ติดอโศก ติดมศว. ใกล้ Airport Link เช่าดี ดีมานด์เยอะ” คอนโดใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีเพชรบุรีเพียง 290  เมตรและใกล้กับ Airport Link มักกะสัน ตัวโครงการรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายอย่าง Central พระราม 9, Fortune Town, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) ทางโครงการให้ Cashback 30,000 บาท โดยราคาเริ่มต้นที่ 4.2x ล้านบาท   ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : IDEO Mobi Asoke       8.IDEO Sukhumvit93 (ไอดีโอ สุขุมวิท 93 ) “คอนโดใหม่พร้อมอยู่ติด BTS จุดเริ่มต้นของไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมือง ส่วนกลางจัดเต็ม” โครงการรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งห้างสรรพสินค้า, สถานศึกษา หรือโรงพยาบาล และยังขึ้นชื่อ Street Food เอาใจนักกินทั้งหลาย ตัวโครงอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า BTS บางจากเพียง 15 เมตร โดยราคาเริ่มต้นที่ 3.2x ล้านบาท   ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : IDEO Sukhumvit93       9.IDEO O2 (ไอดีโอ โอทู) “ชาร์จพลังชีวิตด้วยคอนโดสไตล์รีสอร์ท พร้อมอยู่ ใกล้ BTS บางนา ส่วนกลางจัดเต็ม” คอนเซ็ปในการออกแบบโครงการให้เป็นเหมือนแหล่งอ็อกซิเจนของคนเมือง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลาย และน่าอยู่มากขึ้นกับ Facility ที่จัดเต็มกว่า 10 ไร่ และยังอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีบางนาเพียง 700 เมตร คอนโดพร้อมอยู่แต่งครบและยังได้รับ  Cashback ถึง 50,000 บาท โดยราคาเริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท   ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : IDEO O2       10.IDEO Phaholyothin - Chatuchak (ไอดีโอ พหลโยธิน - จตุจักร) “คอนโดพร้อมอยู่ 1 สถานีถึงอารีย์ ใกล้ดอนเมือง หมอชิต ติด BTS สะพานควาย” เพียง 150 เมตรถึง BTS สะพานควายและ 500 เมตรถึง MRT กำแพงเพชร โครงการอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอย่าง ตลาด อตก, สวนรถไฟ, Central ลาดพร้าว, Union Mall เป็นต้น โดยราคาเริ่มต้นที่ 3.9X ล้านบาท   ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : IDEO Phaholyothin - Chatuchak       เป็นอย่างไรบ้างกับ 10 โครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าจาก ANANDA Development ที่ตอบโจทย์ lifestyle ผู้อยู่อาศัย หรือนักลงทุนให้ได้เลือกจับจองเป็นเจ้าของกัน กับกิจกรรมฉลองครบรอบ 8 ปี The Agent แจกทองทุกเดือน มาพร้อมกับสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้ากับ Cashback และ ลุ้นรับทองคำทุกเดือน ห้ามพลาดสำหรับลูกค้าที่อยากเป็นเจ้าของก่อนใคร ลงทะเบียนที่ The Agent 8 Year Anniversary       สำหรับลูกค้าที่จอง 1 ใน 10 โครงการข้างต้น ระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ถึง 19 ธันวาคม 2561 พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดภายใน ปี 2561 จะได้สิทธิ์ในการลุ้นรับทองคำจากกิจกรรมโปรโมชั่นฉลอง 8 ปี แจกทองทุกเดือน โดยมีรอบการแจกรางวัลแบ่งเป็น 4 รอบคือ 20 สิงหาคม 2561 - 19 กันยายน 2561, 20 กันยายน 2561 - 19 ตุลาคม 2561, 20 ตุลาคม 2561 - 19 พฤศจิกายน 2561 และ 20 พฤศจิกายน 2561 - 19 ธันวาคม 2561 และแต่ละรอบรางวัลลุ้นรับทองคำมูลค่า 1 บาท จำนวน 4 รางวัลต่อรอบ ทำการจับฉลากครั้งเดียวในวันที่ 21 มกราคม 2562 และเผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage The Agent ช่วงเวลา 14.00 น. เป็นต้นไป        
โฮมโปร เปิด

โฮมโปร เปิด "HomePro S" สาขา “Market Place นางลิ้นจี่ สโตร์แนวคิดใหม่ สาขา 3 ปลายปี 61 5 ตุลาคมนี้ !!! ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองแบบ Urban Life และ Condo Living

โฮมโปร ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองแบบ Urban Life และ Condo Living เปิดสโตร์แนวคิดใหม่ สาขา 3 ปี 2561 “HomePro S สาขา Market Place นางลิ้นจี่ ” ชูจุดเด่น 3S ‘Smart Select Service’ พบสินค้าเรื่องบ้านแบบครบครัน เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วน เข้าถึงได้หลายช่องทาง พร้อมบริการครอบคลุมทุกความสะดวกสบาย ด้วยช่องทางการช้อปออนไลน์รูปแบบใหม่ Click & Collect บริการเลือกกำหนดช่วงเวลารับสินค้า และสาขาได้ด้วยตนเอง ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมเสิร์ฟความสุขด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ลดราคาสูงสุด 60%!! ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าคนเมือง มุ่งกวาดรายได้กว่า 10 ล้านบาท นางสาวสิริวรรณ เสริมชีพ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” เปิดเผยว่า การขยายสาขาของ ‘HomePro S’ เป็นอีกหนึ่งการตอบสนองแนวคิด เรื่องการใช้ชีวิตของคนเมือง ที่เน้นเปิดรับการช้อปสินค้าที่สะดวกสบายมากขึ้น ทั้งยังตอบโจทย์แนวทางแต่งบ้านที่สร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเพื่อซ่อมแซม ต่อเติม ตกแต่งบ้าน อุปกรณ์จัดเก็บ และ DIY ซึ่ง HomePro S จะใช้จุดเด่นในเรื่อง 3S มาตอบโจทย์ทุกทางเลือกของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น “SMART” สะดวก ช้อปง่าย สบาย ใกล้บ้าน ในศูนย์การค้าใจกลางเมืองเข้าถึงง่าย “SELECT” คัดสรรสินค้าเพื่อคุณ ตรงทุกความต้องการเรื่องบ้าน ทั้งซ่อมแซม ต่อเติม ตกแต่ง และ DIY “SERVICE” ครบครันทุกบริการเพื่อคนรักบ้าน สะดวกสบายเหมือนสโตร์ใหญ่ โฮมโปรเดินหน้าตอบสนองความต้องการของคนรักบ้านอย่างต่อเนื่อง สำหรับ HomePro S สาขา ‘Market Place นางลิ้นจี่’ เป็นสาขาที่ 3 ของปี 2561 ต่อจากสาขา ‘The Paseo Park’ กาญจนาภิเษก และสาขาบิ๊กซี บางนา และจะยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการที่สะดวกสบาย และครบครันไปด้วยสินค้าเรื่องบ้าน ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตให้ดียิ่งขึ้น   HomePro S สาขา Market Place นางลิ้นจี่ ตั้งอยู่ที่ชั้น B1 ในคอมมูนิตี้มอลล์ใจกลางเมือง ทำเลทองที่รายล้อมด้วยที่อยู่อาศัยใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา และยังเดินทางสะดวกใกล้ทางด่วน เข้าถึงได้หลายช่องทาง ท่ามกลางแสงสีและความเจริญของเมืองกรุง เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ๆ ทั้งกลุ่มบ้าน รวมไปถึงคอนโดที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการตอบสนองแนวการใช้ชีวิต Urban Life และ Condo Living ได้ครอบคลุม พร้อมตอกย้ำความสะดวกสบายได้ทุกไลฟ์สไตล์ เข้าถึงได้ง่ายด้วยประสบการณ์การช้อปรูปแบบใหม่ อย่าง Shop Online , Click & Collect ช้อปของตกแต่งบ้านออนไลน์ สามารถเลือกกำหนดช่วงเวลารับสินค้าและสาขาที่สะดวกใกล้บ้านได้ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือบริการจัดส่งถึงบ้านแบบ Delivery   นอกเหนือจากประสบการณ์ช้อปรูปแบบใหม่แล้ว โฮมโปรยังเสิร์ฟความสุขที่ HomePro S สาขา Market Place นางลิ้นจี่ ผ่านกองทัพโปรโมชั่นฉลองเปิดสาขาใหม่ สุดโดนใจอีกมากมาย ด้วยสินค้าเรื่องบ้านลดราคาสูงสุดกว่า 60% สุขใจรับวันหยุดในวันเสาร์ที่ 6 ต.ค. วันเดียวเท่านั้น!!! สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรโฮมการ์ด ที่ลงทะเบียนกับ HomePro Line Connect 300 ท่านแรก รับสิทธิ์เล่นเกมหมุนวงล้อ ลุ้นซื้อสินค้า Special list จำนวนจำกัด ลดราคาสูงสุดถึง 65% ทั้ง SAMSUNG LED TV 43”, ไมโครเวฟ SAMSUNG, เครื่องดูดฝุ่นแบบกล่อง NESCO, เตาบาร์บีคิว พร้อมหม้อสุกี้ SMART HOME, ปิ่นโตเก็บอาหาร 3 ชั้น และลุ้นรับคูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท จำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย!!   นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าบัตรโฮมการ์ด ช้อปครบ...รับฟรีบัตรของขวัญโฮมโปร มูลค่าสูงสุด 24,000 บาท เมื่อช้อปครบ 400,000 บาทขึ้นไป ช้อปครบ 200,000 บาท รับฟรีบัตรของขวัญ โฮมโปร 10,000 บาท ช้อปครบ 100,000 บาท รับฟรีบัตรของขวัญโฮมโปร มูลค่า 4,000 บาท ช้อปครบ 40,000 บาท รับฟรีบัตรของขวัญโฮมโปรมูลค่า 1,000 บาท ช้อปครบ 20,000 บาท รับฟรีบัตรของขวัญ    โฮมโปรมูลค่า 400 บาท  และพิเศษยิ่งขึ้น เมื่อช้อปสินค้าครบ 3,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับเพิ่มทันที คูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จ มูลค่า 100 บาท   และเพื่อเป็นการฉลองเปิดสาขาใหม่ มอบสิทธิพิเศษมากยิ่งขึ้น ให้กับลูกค้าบัตรโฮมการ์ด รับสิทธิ์สมัครบัตรโฮมการ์ดฟรี พร้อมรับฟรี 100 คะแนน SHOP WEEKDAY FIN VERR เมื่อช้อปวันธรรมดา รับเลยคะแนน X3* เท่า เมื่อช้อปสินค้าครบ 1,500 บาท และช้อปสนุกทุกเสาร์ – อาทิตย์ ลุ้นรับของรางวัลมากมายเพียงช้อปสินค้าครบ 2,500 บาท  และ Happy Point เพียงแลกคะแนนสะสมโฮมการ์ดเท่ายอดซื้อ ลดเพิ่มสูงสุด 15% ยิ้มรับความฟินต่อเนื่อง กับสิทธิพิเศษที่ส่งตรงมาจากสถาบันการเงินชั้นนำมากมาย อาทิ ลูกค้าบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม จัดเต็มคอมโบ 3 คุ้ม คุ้มที่ 1 ลดราคาทันที 3% คุ้มที่ 2 แลกคะแนนเท่ายอดชำระ ลดเพิ่มสูงสุดอีก 13% หรือแลกส่วนลด 100 บาทต่อ 1,000 คะแนน คุ้มที่ 3 รับเครดิตเงินคืนเพิ่ม 2% เมื่อรูดเต็มจำนวน  และสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 40,000 บาท เมื่อชำระเต็มจำนวนและผ่อนชำระ และเติมเต็มความสุขยิ่งขึ้น กับสิทธิพิเศษผ่อน 0% ทุกชิ้น ทั้งร้าน กับบัตรเครดิตชั้นนำมากมาย   สำหรับการขยายสาขา HomePro S ที่ “Market Place นางลิ้นจี่”  โฮมโปรมั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าและกลุ่มคนรักบ้าน ให้พบกับความสุข Style ใหม่ สะดวกสบาย ใกล้บ้านคุณ ในรูปแบบ Urban Life และ Condo Living พร้อมเสิร์ฟความฟินกับประสบการณ์การช้อปสินค้าเรื่องบ้าน และกองทัพโปรโมชั่นจัดเต็มในที่เดียว  ตั้งเป้ายอดขายกว่า10 ล้านบาท เตรียมพบกันได้ตั้งแต่วันที่ 5 - 31 ตุลาคม 2561 พร้อมเปิดบริการทุกวัน 10.00 - 22.00 น โทร. 02-079-5448 หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Call Center หมายเลข 1284 และ www.homepro.co.th  FB : homeprothailand นางสาวสิริวรรณ กล่าวปิดท้าย
ดี-แลนด์ฯ ยกขบวนโครงการคุณภาพร่วมงาน

ดี-แลนด์ฯ ยกขบวนโครงการคุณภาพร่วมงาน "มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39"

เพิ่มเกียรติ โพธิเพียรทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ยกขบวนโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับคุณภาพของบริษัทฯ ร่วมงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39” ประกอบด้วยโครงการบ้านดี เดอะ แฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน, โครงการเดอะพราวไรส์ พระราม 2-พันท้ายนรสิงห์ โครงการบ้านดี บางโทรัด และโครงการดีทาวน์โกรว์ ศรีราชา พร้อมเสริมทัพด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ อาทิ รับส่วนลดเงินสดเพิ่มทันที 20,000 บาท เมื่อลงทะเบียนภายในงานฯ เป็นต้น และรับข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย ณ บูธดี-แลนด์ฯ C160-163 โซน C2 ภายในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โฮมโปร ชวนเปลี่ยน “สุขภัณฑ์ เพื่อสุขภาพ” รับประกันงาน 180 วัน เสร็จภายใน 48 ชั่วโมง โดยช่างมืออาชีพจาก โฮม เซอร์วิส

โฮมโปร ชวนเปลี่ยน “สุขภัณฑ์ เพื่อสุขภาพ” รับประกันงาน 180 วัน เสร็จภายใน 48 ชั่วโมง โดยช่างมืออาชีพจาก โฮม เซอร์วิส

โฮมโปรใส่ใจเรื่องความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีให้ถูกสุขลักษณะในการใช้ห้องน้ำ ด้วยการจัดแคมเปญ เปลี่ยนส้วมนั่งยองที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ และเป็นสาเหตุทำให้ข้อเข่าเสื่อม เส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงขาถูกกดทับ เกิดอาการขาชา ขาอ่อนแรง และอาจหน้ามืด เกิดอุบัติเหตุ พิการหรือเสียชีวิตได้ จากการใช้ส้วมนั่งยอง ปัญหาดังกล่าวจะหมดไป เมื่อ “เปลี่ยนสุขภัณฑ์ เพื่อสุขภาพ” ที่โฮมโปรทุกสาขา โดยช่างคุณภาพจากทีมโฮม เซอร์วิส เริ่มต้นที่ 6,690 บาท รวมค่าสินค้า และค่าแรงติดตั้ง ผ่อน 0% นาน 4 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับประกันงาน 180 วัน เสร็จภายใน 48 ชม. มาเปลี่ยนสุขภัณฑ์ เพื่อสุขภาพที่ดีได้ตั้งแต่วันนี้ – 16 ธ.ค. 2561 ที่โฮมโปร ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์โฮม เซอร์วิสแผนกสุขภัณฑ์ หรือ Call Center 1284
แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ดจับมือ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ร่วมมอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์มากมาย พิเศษเฉพาะวันที่ 7-9 ตุลาคม 2561 ภายในงาน CBRE Elite Living  2018

แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ดจับมือ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ร่วมมอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์มากมาย พิเศษเฉพาะวันที่ 7-9 ตุลาคม 2561 ภายในงาน CBRE Elite Living 2018

แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด โครงการซูเปอร์ลักชัวรี่ มิกซ์ยูส บนทำเลทองย่านถนนราชดำริ ซึ่งล่าสุดเพิ่งเปิดตัว “วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ” แบรนด์โรงแรมระดับไฮเอนด์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของวอลดอร์ฟในเครือฮิลตัน โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ทร่วมมือกับ ซีบีอาร์อี ประเทศไทยมอบสิทธิประโยชน์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านในวันที่ 7-9 ตุลาคม  2561 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-18.00 น.  งาน CBRE Elite Living  2018  ณ ชั้น 8 ห้องบอลลูม โรงแรมโซฟิเทล โซ แบ็งค็อก   ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านจะได้รับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษต่างๆ ดังนี้   ฟรี ชุดเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องชุดสุดหรู สิทธิ์ยกเว้นการชำระเงินกองทุนสำรองและค่าส่วนกลางนาน 1 ปี รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด สูงสุด 10 เท่า เมื่อทำสัญญาจองและชำระผ่านบัตรเครดิตซิตี้ พร้อมข้อเสนอพิเศษอีกมากมายภายในงาน   * สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขและข้อกำหนด โดยใช้สิทธิได้เฉพาะภายในงานันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 *การแลกรับคะแนนจะใช้เวลาดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 60 วัน และเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคารเท่านั้น   หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือยืนยันการเข้าร่วมงาน กรุณาติดต่อ +66 61 409 5111 หรืออีเมล์ sales@magnolias-ratchadamri.com
เตรียมตัวเฮ! รับโปรโมชั่นโดนใจ กับโครงการบนทำเลคุณภาพในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง ที่ค่าย ออลล์ อินสไปร์ฯ

เตรียมตัวเฮ! รับโปรโมชั่นโดนใจ กับโครงการบนทำเลคุณภาพในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง ที่ค่าย ออลล์ อินสไปร์ฯ

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) นำโดยผู้บริหารหนุ่ม คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยกทัพโครงการคอนโด และทาวน์โฮม บนทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ กว่า 9 โครงการ อาทิ โครงการ ดิ เอ็กเซล ลาซาล 17, โครงการ ดิ เอ็กเซล รัชดา 18, โครงการ ไรส์ พหล-อินทามระ, โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ รัชดา-ห้วยขวาง, โครงการ ดิ เอ็กเซล คูคต, โครงการ ไรส์ พระราม 9, โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 50, ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71 และโครงการทาวน์โฮม เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ ในราคาเริ่มต้น 1.09 ล้านบาท เท่านั้น! พร้อมข้อเสนอพิเศษสุดที่รู้แล้วต้องบอกต่อ รับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท *(เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) แล้วพบกันในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 วันที่ 4-7 ต.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โซน CG บูธ G71-84 สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร 02 029 9999 หรือ www.allinspire.co.th