ข่าวโปรโมชั่น

 

ข่าวล่าสุด

เน็กซัสเผย 7 ประเด็นอสังหาฯ Q1 + แนวโน้มธุรกิจหลังการเลือกตั้ง

แม้ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ แต่ก็ถือว่าการเมืองไทยมีความชัดเจนขึ้นระดับหนึ่ง เพราะได้จัดให้มีการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประเด็นเรื่องการเมือง ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของคนไทยทั้งประเทศ  เพราะการเมืองมีความเชื่อมโยงไปในทุกเรื่อง ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ การเมืองไทยก็ส่งผลทั้งกลุ่มผู้ประกอบการ ที่จะพัฒนาโครงการออกมาขาย และผู้บริโภคที่จะตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย   ขณะที่ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ก็มีข่าวยังมีข่าวมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่1 เมษายน 2562 เป็นต้น ไป ก็ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญมีผลต่อภาพรวมของตลาดอสังหาฯ  บ้านเรา ว่าจะไปในทิศทางไหน จะดีหรือจะร้าย? โดยเฉพาะถ้าหากมีรัฐบาลชุดใหม่ออกมาแล้ว จะมีมาตรการอะไรออกมาช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโต โดยใช้ธุรกิจอสังหาฯ เป็นตัวกระตุ้นเหมือนในอดีตที่ผ่านมาหรือไม่ ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองด้วยเช่นกัน   ล่าสุด นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด หรือ “เน็กซัส” ได้เปิดออกมาเผยผลวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่า ยังคงเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมกับประเมินแนวโน้มของตลาดหลังจากที่ประเทศไทยได้จัดการเลือกตั้ง  ในช่วงที่ผ่านมา  โดยมี 7 ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้น   1.คอนโดฯ เปิดใหม่ลด 20% ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ คอนโดมิเนียมเปิดใหม่เข้าสู่ตลาดมีจำนวนทั้งสิ้น 11,300 หน่วย จาก 30 โครงการ  เป็นปริมาณคอนโดฯ​ ที่เปิดตัวเข้าสู่ตลาดลดลงประมาณ 20%เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แม้ว่าจะเปิดน้อยลง แต่ผู้ประกอบการก็ยังขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการขายก็ยังอยู่ในอัตรา 60%   2.โซนยอดฮิตเปิดตัวมากที่สุด ทำเลที่เปิดตัวคอนโดฯ มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.โซนพระโขนง สวนหลวง แบริ่ง  จำนวน ​2,400 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 21% 2.โซนพญาไท รัชดาภิเษก จำนวน  1,938  ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 17% 3.โซนลาดพร้าว วังทองหลาง จำนวน 1,580 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 14%     3.ซิตี้คอนโดเปิดเยอะสุด ภาพรวมของการเปิดตัวในไตรมาสแรก จะพบว่าคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวเป็นกลุ่มซิตี้คอนโดฯ  ที่มีราคาต่อตารางเมตรไม่เกิน 75,000 บาท และ ตลาดกลาง หรือ mid market ที่มีราคาต่อตารางเมตรไม่เกิน 100,000 บาทรวมกันมากถึง 75% ของจำนวนหน่วยที่เปิดใหม่ทั้งหมด หรือมีจำนวนประมาณ 8,500 ยูนิต แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการ ในการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงมากขึ้น   4.ดีเวลลอปเปอร์หน้าใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ฝั่งผู้ประกอบการยังคงมีความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เห็นได้จากจำนวนผู้ประกอบการหน้าใหม่ ซึ่งบางรายเป็นรายเล็กๆ เข้ามาพัฒนาโครงการเป็นครั้งแรก รวมถึงผู้ประกอบการที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ก็พัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น จากปกติมีสัดส่วน 30% เพิ่มขึ้นเป็น 47%     5.ราคาคอนโดฯ ลดลง 1% การเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของคอนโดฯ​ ที่เน้นไปตลาดกลางมากขึ้น  ส่งผลให้คอนโดฯ​ ที่อยู่ในตลาดกรุงเทพฯ มีราคาเฉลี่ยปรับตัวลงเล็กน้อยประมาณ 1%อยู่ที่ 139,400 บาทต่อตารางเมตร เมื่อเทียบกับปลายปีที่แล้วอยู่ที่ 140,600 บาทต่อตารางเมตร  ซึ่งราคาเฉลี่ยของคอนโดฯ ในทุกๆ ทำเลได้มีการปรับตัวลงเล็กน้อยเช่นเดียวกัน  แต่ถือว่าไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อ ภาพรวมราคาของตลาด  เพราะคอนโดฯ ที่เปิดใหม่อยู่ในทำเลที่ไกลออกไปเท่านั้น   6.การเมืองไม่กระทบตลาดคอนโดฯ แม้ว่าตอนนี้ยังจะไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ออกมาบริหารประเทศ แต่ปัญหาการเมืองก็ไม่ได้ส่งผลต่อตลาดคอนโดฯ​โดยเฉพาะในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของราคา  สิ่งที่จะมีผลต่อตลาดคอนโดฯ นั้น จะเป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่จะออกมากระตุ้นตลาดคอนโดฯ มากกว่า  โดยเฉพาะตลาดคอนโดฯ​ มือสอง  ยิ่งถ้ามีมาตรการประเภทลดภาษี หรือค่าธรรมเนียมต่างๆ จะทำให้เกิดดีมานด์เพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งถ้ามีมาตรการต่างๆ ออกมากระตุ้นตลาดจริง ตลาดคอนโดฯ น่าจะมีดีมานด์ไปถึง 60,000-70,000ยูนิต จากสถานการณ์ปกติที่คาดว่าจะมีดีมานด์มาซื้อคอนโดฯ ประมาณ 50,000 ยูนิต   7.ต่างชาติเชื่อมั่นอสังหาฯ หลังไทยมีเลือกตั้ง หลังจากประเทศไทยจัดให้มีการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ถือเป็นสัญญาณบวกที่ดี ต่อกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นต่อตลาดอสังหาฯ ในไทยมากขึ้น  ต่อไปนี้คงมีเข้ามาลงทุนมากขึ้นเช่นกัน แต่แนวโน้มการลงทุนของกลุ่มนักลงทุนต่งชาติ  น่าจะเป็นตลาดในกลุ่มราคาที่จับต้องได้มากขึ้น  ไม่จำกัดเฉพาะตลาดไฮเอนด์เท่านั้น   “ทิศทางธุรกิจอสังหาฯ หลังการเลือกตั้ง  การพัฒนาสินค้าใหม่เทรนด์ยังคงเป็นตลาดกลุ่มซิตี้คอนโด และตลาดกลางมากขึ้น แต่ยังคงเห็นคอนโดฯ  ในตลาดไฮเอนด์และลักซูรี่ที่น่าสนใจ เกิดขึ้นอีกหลายโครงการ จากผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้ซื้อที่ดินไปแล้วตั้งแต่ช่วงปีที่แล้วสินค้าในกลุ่มนี้คงน่าสนใจในแง่การพัฒนาความหรูหราแนวใหม่ที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ลักซูรี่ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยจะมุ่งเน้นประสบการณ์และเทคโนโลยีมากขึ้น  ปีนี้ประเมินว่าราคาเฉลี่ยคอนโดฯ  ในตลาดปรับตัวสูงขึ้นไม่น่าจะเกิน 5-6% จากปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ มาตรการ LTV ตลาดหลักที่มีความต้องการแท้จริงเป็นกลุ่มตลาดซิตี้คอนโดฯ”      

กิจกรรม ล่าสุด

สมาคมสถาปนิกสยามฯ ผนึกนีโอ ยกระดับงานสถาปนิก’62 สู่ระดับอาเซียน

สมาคมสถาปนิกสยามฯ ผนึกนีโอ ยกระดับงานสถาปนิก’62 สู่ระดับอาเซียน

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ และบริษัทเอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด ประกาศความพร้อมในการยกระดับงานสถาปนิก’62 ให้เป็นงานยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน โดยงานนี้ผู้ประกอบการจาก 850 บริษัทชั้นนำเตรียมนำสินค้าหลายพันเเบรนด์จาก 40 ประเทศทั่วโลก มาร่วมแสดงศักยภาพ โชว์สินค้า บริการและเทคโนโลยีด้านสถาปัตยกรรมและวัสดุก่อสร้าง ระหว่างวันที่ 30 เมษายน - 5 พฤษภาคมนี้ ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี   ดร.อัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า “งานสถาปนิก เป็นงานจัดแสดงสถาปัตยกรรมวัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน จัดขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพและนำเสนอผลงานความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรม อีกทั้งยังต้องการสร้างความตระหนักรู้ถึงบทบาทวิชาชีพสถาปนิกที่มีต่อสัง คมให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งงานนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อคนในวิชาชีพสถาปนิกเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปที่สนใจด้านงานออกเเบบเเละการก่อสร้าง สำหรับงานในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33 ภายใต้แนวคิด “กรีน อยู่ ดี : Living Green” เพื่อนำเสนอแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรม นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง ตลอดจนการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยสมาคมฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปิดงานสถาปนิก’62 ในวันอังคารที่ 30 เมษายน 2562”   ดร. อัจฉราวรรณ จุฑารัตน์ ประธานการจัดงานสถาปนิก’62 กล่าวว่า “งานสถาปนิก’62 นอกจากจะมีการแสดงสินค้าจากหลายประเทศที่พร้อมนำเสนอนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างใหม่ๆ ที่น่าสนใจแล้ว ยังมีนิทรรศการหลัก (Thematic Exhibitions) ของสมาคมสถาปนิกสยามฯ ที่โชว์นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผนวกกับเทคโนโลยี เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน ซึ่งผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ ‘สีเขียว’ (Green Experience) อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการนำวัสดุต่างๆ ไปใช้ต่อหลังจบงาน” “ในงานทุกท่านจะได้พบกับกิจกรรมประกวดออกแบบระดับนานาชาติ “ASA International Design Competition 2019” โจทย์การออกแบบของปีนี้คือ Uncanny Sustainability เพื่อค้นหาไอเดียการสร้างสรรค์งานออกแบบที่ยั่งยืนและแตกต่างจากรูปแบบเดิม ซึ่งจะมีสถาปนิกที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเป็นกรรมการตัดสินด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “ASA Forum 2019” งานสัมมนาสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ มีสถาปนิกที่มีชื่อเสียงมาร่วมบรรยายบนเวที   นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด กล่าวว่า “ธุรกิจงานแสดงสินค้ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมางานเอ็กซิบิชั่นสามารถสร้างรายได้กว่า 200,000 ล้านบาท โดยมีผู้ร่วมชมงานกว่า 30 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติมากกว่า 1 ล้านคน คาดว่าอุตสาหกรรม MICE ของไทยจะเติบโตราว 6-10% ในปี 2562” “สำหรับการเตรียมความพร้อมในการจัดงานสถาปนิก’62 มีผู้ประกอบการชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 850 บริษัท และยังมี 16 พาวิลเลี่ยนจากต่างประเทศมาจัดแสดงในงาน ประกอบด้วย ออสเตรเลีย จีน เยอรมนี ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ตุรกี อังกฤษ อเมริกา และเวียดนาม คาดว่าในงานจะมีการจับคู่เจรจาธุรกิจมากกว่า 400 นัดหมาย โดยนีโอได้เชิญบริษัทที่อยู่ในวงการสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างจากทั่ว ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่าง CLMV มาร่วมชมงาน ซึ่งคาดว่าจะเกิดมูลค่าการซื้อขายภายในงานกว่า 10,000 ล้านบาท” นายศักดิ์ชัย กล่าวเสริม   ทางด้าน นายอาจิณเวท วงศ์ทอง ผู้จัดการโครงการอาวุโส บริษัทเอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด กล่าวว่า “ตลาดการก่อสร้างของอาเซียนมีการเติบโตเฉลี่ย 5.2% ในปี 2559-2563 และคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปีนี้จะมีการมูลค่าการลงทุนด้านการก่อสร้างสูงถึง 2.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยในปี 2561 มีการเติบโตราว 5% และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มมากขึ้น 7-9% ในระหว่างปี 2561-2563” “ในปีนี้เราจัดงานสถาปนิกในธีม Green Living เพื่อเชิญชวนทุกคนมาร่วมชมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งเเวดล้อม ซึ่งปัจจุบันตลาดอาคารเขียวกำลังเป็นที่น่าจับตามอง โดยมีภาพรวมของทั่วโลกเติบโตอยู่ที่ 13% ต่อปี ต่อเนื่องไปถึงปี 2563 ส่วนประเทศไทยมีการเติบโตจากเดิมที่มีจำนวนอาคารเขียวเพียง 55 อาคาร เป็น 240 อาคารในปีที่ผ่านมาและปีนี้คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 252 อาคาร” นายอาจิณเวท กล่าวเสริม   ทั้งนี้ ในงานสถาปนิก’62 ผู้ประกอบการต่างได้เตรียมสินค้าไฮไลท์มาจัดแสดง อาทิ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด นำเสนอเทคโนโลยี IoT ที่มาผนวกกับระบบของสินค้าต่าง ๆ ภายในบ้าน เพื่อให้ผู้บริโภคสะดวกสบาย มีอิสระ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขภายใต้ Platform ที่เรียกว่า "Smart Living Solution” บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัดนำสี GColor by Graphenstone ซึ่งเป็นสีจากธรรมชาติที่ทาได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ที่ได้รับการันตีจาก Cradle to Cradle มาตรฐานระดับสูงที่มอบให้กับผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมครบวงจร ปลอดภัยยามใช้งาน และช่วยลดโลกร้อน รวมถึงย่อยสลายแล้วไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม บริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด นำเสนอถังเก็บน้ำคู่ปั๊มน้ำ นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอย มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นการออกแบบที่มีความลงตัวอย่างเป็นเอกลักษณ์ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)สาธิตนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สีนาโน ซึ่งได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับธีมงาน Green Concept บริษัท โมเก้น (ประเทศไทย) จำกัด เสนอสุขภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำ ที่นำธรรมชาติมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมทั้งใช้วิธีผสมผสานกลิ่นอายด้วยการเลือกใช้กลุ่มสีและลวดลายที่มีแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัดนำสินค้านวัตกรรมมาจัดแสดงมากมาย อาทิ ชุดล็อคประตูระบบดิจิทัลที่สะดวกในการใช้งานและเพิ่มความปลอดภัย, ระบบควบคุมแสงสว่างอัจฉริยะ และบานเลื่อนภายนอกอาคารที่ช่วยป้องกันแสงแดด ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในอาคาร เป็นต้น   นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ ลามิเนตโปร่งแสง โดย AICA จากญี่ปุ่น, บีช พูล! นำนวัตกรรมการสร้างสระว่ายน้ำ จำลองชายหาดและทะเลมาอยู่ในบ้าน, กระจก HALIO จาก AGC ควบคุมความเข้มผ่านมือถือได้ เป็นต้น   สำหรับงานสถาปนิก’62 “กรีน อยู่ ดี : Living Green” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน -  5 พฤษภาคม 2562 ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่www.asa.or.th/architectexpo Facebook : ASA CREW      
มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 ปิดฉาก ผลสำรวจชี้ยอดซื้อหลักมาจากกลุ่มเรียลดีมานด์ ไร้ผลกระทบจากมาตรการของธปท.

มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 ปิดฉาก ผลสำรวจชี้ยอดซื้อหลักมาจากกลุ่มเรียลดีมานด์ ไร้ผลกระทบจากมาตรการของธปท.

ผลสำรวจหลังจบงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 ชี้ความต้องการที่อยู่อาศัยจากกลุ่มเรียลดีมานด์ยังอยู่ในระดับสูง สินค้าประเภท คอนโดมิเนียมยังคงครองความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง   นายณพงศ์ ปริพนธ์พจน์พิสุทธิ์ ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 เปิดเผยถึงผลสำรวจหลังการจัดงานฯ ตลอด 4 วัน ตั้งแต่ 21-24 มีนาคม ซึ่งวันสุดท้ายตรงกับเลือกตั้ง แต่ยังมีลูกค้าเข้ามาชมงานและเลือกซื้อที่อยู่อาศัย เมื่อเทียบกับการจัดงานครั้งที่ 39 มีสัดส่วนผู้ลงทะเบียนและเข้าชมงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.84 ส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.58  โดยมียอดจองซื้อที่อยู่อาศัยภายในงานแยกประเภทโครงการดังนี้ คอนโดมิเนียม คิดเป็น 52.20% รองลงมาเป็น บ้านเดี่ยว คิดเป็น 16.87% และ ทาวน์เฮ้าส์คิดเป็น 10.71% ที่เหลือเป็นสินค้าประเภทที่ดินเปล่าและอื่นๆ 9.31%  นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าขอสินเชื่อภายในงานกว่า 10,000 ล้านบาท   “ผลสำรวจปรากฏว่ามีผู้ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในงานประมาณ 80% ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และอีก 20 % ซื้อเพื่อการลงทุน ซึ่งมองว่ามาตรการคุมสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อมากนัก ทั้งนี้เนื่องจากมาตรการดังกล่าว เน้นไปที่บ้านราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาท และบ้านหลังที่ 2  จึงไม่ใช่ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคกลุ่มนี้ สำหรับผู้เข้าชมงานกว่า 61.01 % เป็นผู้เข้าชมงานมหกรรมฯ เป็นครั้งแรก และอีกประมาณ 38.99% เป็นผู้ที่เคยมางานแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยผู้เข้าชมงานกว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y ในช่วงอายุ 21-30 ปี 33.15% รองลงมาจะอยู่ในช่วงอายุ 31-40 ปี คิดเป็น 30.50% และ 15.45% เป็นกลุ่ม Gen X ในช่วงอายุ 41-50 ปี ส่วนผลสำรวจด้านรายได้ส่วนตัวต่อเดือนชี้ว่าผู้เดินงาน 34.09% มีรายได้อยู่ไม่เกิน 30,000 บาท และ 29.50% มีรายได้ ระหว่าง 30,000 - 50,000 บาท ส่วนที่มีรายได้เกิน 50,000 บาท จะอยู่ที่ 11.55%”   “ด้านระยะเวลาที่ต้องการซื้อในอนาคต 1-2 ปี จะอยู่ที่ 24.91% ขณะที่ระยะเวลา 6-12 เดือน อยู่ที่ 16.37% และระยะเวลา 1-3  เดือน อยู่ที่ 15.57% ส่วนด้านงบประมาณในการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทระบุว่าผู้เข้าชมงาน 30.73% ต้องการที่อยู่อาศัยระดับ ราคา 2-3 ล้านบาท และ 23.99% ต้องการระดับ 1-2 ล้านบาท และอีก 18.31% ต้องการราคา 3-4 ล้านบาท มีเพียง 5.07% ที่สนใจที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท”   สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 กันยายน 2562 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน โดยมีนายชูรัชฏ์ ชาครกุล สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เป็นประธานในการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41      
SC ASSSET  ชูแนวคิด Circular Living ชวนลูกค้าร่วมเรียนรู้ในงาน “#BeRightBack ยิ่งแยกทิ้ง ยิ่งยั่งยืน”

SC ASSSET ชูแนวคิด Circular Living ชวนลูกค้าร่วมเรียนรู้ในงาน “#BeRightBack ยิ่งแยกทิ้ง ยิ่งยั่งยืน”

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย นางสาวสุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล หัวหน้าสายงานบริหารลูกค้าและการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ #BeRightBack ยิ่งแยกทิ้ง ยิ่งยั่งยืน ชวนครอบครัว SC FAMILY เป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก  โดยให้ทุกคนมาทำความรู้จักกับขยะที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงการคัดแยกขยะ และการสร้างวงจรชีวิตใหม่ของผลิตภัณฑ์พลาสติกให้สามารถหมุนเวียนอยู่ในระบบการผลิต และการบริโภคให้นานที่สุด ภายใต้แนวคิด Circular Living ทำให้เกิดชุมชนสร้างสรรค์ และเป็นมิตรไปกับสิ่งแวดล้อมพร้อมๆ กัน โดยมีคุณนุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา มาร่วมพูดคุยภายในงาน  นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีตามแนวคิด Lively Neighbourhood กับนิทรรศการทำไมต้องแยกขยะ, กิจกรรม แยกขยะทำไม? แยกแล้วไปไหน? (ขยะแปลงร่าง) และ Refill Station ที่ทุกคนสามารถนำขวดน้ำใช้แล้ว มาเติมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติกลับไปใช้ที่บ้าน รวมทั้ง กิจกรรมDIY ทำจานสีจากฝาพลาสติก เรียนรู้การทำสีน้ำออแกนิกส์ และการทำกระถางต้นไม้จากถุงพลาสติก ณ โครงการบางกอก บูเลอวาร์ด พระราม9- ศรีนครินทร์ เมื่อวันก่อน  #SCASSETisQuality  #LivingSolutionsProvider    
HBA เปิดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019”

HBA เปิดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019”

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ลุยจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019” งานเดียวที่รวบรวมบริษัทชั้นนำกว่า 30 บริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ ชูแบบบ้านสวยสุดสร้างสรรค์ทุกฟังก์ชั่นการใช้สอยครบทุกงบประมาณที่ต้องการ “ให้การสร้างบ้านเป็นเรื่องง่ายง่าย” ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562  ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builders Association: HBA) ได้เปิดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019” โดยได้รับเกียรติจากนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน มีนางศิริพร สิงหรัญ นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยกรรมการบริหารสมาคมฯ ให้การต้อนรับ และร่วมในพิธีเปิด   นางศิริพร สิงหรัญ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builders Association: HBA) เปิดเผยว่า การจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019” เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการตลาดให้กับสมาชิกของสมาคมฯ ภายในงานมีการนำเสนอแบบบ้านใหม่ล่าสุดพร้อมทั้งโปรโมชั่นของบริษัทรับสร้างบ้าน นอกจากนี้ผู้จองปลูกสร้างบ้านภายในงาน ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลทองคำมูลค่า 100,000 บาทด้วย ผู้ที่สนใจเข้าชมงานสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.hba-th.   การจัดงาน“รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019” ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ให้การสร้างบ้านเป็นเรื่องง่ายง่าย”  ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ 1-2ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยภายในงานบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ กว่า 30 บริษัท รวมทั้งพันธมิตรกลุ่มผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่จะนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาแสดงในงานในครั้งนี้ด้วย   ทั้งนี้สมาคมฯ คาดว่าจะมียอดขายภายในงานประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับการจัดงานในปีที่แล้ว และคาดว่าหลังการจัดงานจะมีผู้ที่ตัดสินใจปลูกสร้างบ้านคิดเป็นมูลค่ารวมอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งบ้านระดับราคา 2-5 ล้านบาท ยังเป็นกลุ่มหลักของตลาดรับสร้างบ้านโดยรวม   สำหรับมูลค่าตลาดรวมรับสร้างบ้านในปี 2562 มูลค่าตลาดรวมทั้งหมดน่าจะอยู่ราว 12,500 – 13,000 ล้านบาทเติบโตขึ้น 5-8% จากปี 2561 ที่มีมูลค่าตลาดรวมที่ 12,000 ล้าบาท   “กิจกรรมที่สมาคมฯ จัดขึ้นนี้นอกจากจะช่วยกระตุ้นภาพรวมของธุรกิจรับสร้างบ้านให้มีความคึกคักในช่วงครึ่งแรกของปีแล้ว ในเชิงกลยุทธ์ของสมาคมฯ ยังเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับสมาชิก และเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ รวมถึงส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง”นางศิริพรกล่าวทิ้งท้าย      
เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ลุยจัด “MEET & MINGLE” งานสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงครั้งยิ่งใหญ่

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ลุยจัด “MEET & MINGLE” งานสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงครั้งยิ่งใหญ่

คุณเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกในประเทศไทยที่สร้างสรรค์คอนโดมิเนียมคุณภาพระดับไฮเอนด์ในคอนเซ็ปต์ Pet-Friendly Residences คอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้ ยังคงมุ่งหน้าสานต่อจุดแข็งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสร้าง Pet Friendly Community จากความเข้าใจในกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างดี เตรียมจัด “MEET & MINGLE” งานสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงสุดยิ่งใหญ่แห่งปี เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ในทุกๆ ด้านสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงให้การเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงตัวโปรดในคอนโดมิเนียมเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น   ภายในงานประกอบด้วย 4 โซน และกิจกรรมที่น่าสนใจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Major Petscape” ได้แก่ Pet Health               รับบริการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยง ฟรี! จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ Pet Games               เพลิดเพลินกับเกมส์สนุกๆ ที่จะให้น้องหมาและน้องแมวฟินสุดๆ และรับของรางวัลมากมาย รวมมูลค่ากว่า  30,000 บาท Pet Workshops      ฟรี! Workshop อาทิ Marbling Art เพ้นท์กระเป๋าผ้าแฮนเมดไม่ซ้ำใคร และ Dog Studio ถ่ายภาพสวยๆ กับน้องหมาสุดเลิฟ Pet Charity               ร่วมสมทบทุนบริจาคให้กับมูลนิธิ The Voice Foundation ช่วยเหลือสัตว์ที่ยากไร้   นอกจากนี้ยังมี ไฮไลต์ในงานที่เหล่าคนรักสัตว์ห้ามพลาด! กับกิจกรรมเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ การประกวดชุดแฟนซี พร้อมแฟชั่นโชว์ของน้องหมาเซเลบริตี้ที่มาร่วมสนุกในงาน รวมถึงเต็มอิ่มกับการช้อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจากแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งมีเฉพาะงานนี้งานเดียวเท่านั้น อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหารสัตว์, อาหารเสริม และเสื้อผ้าเครื่องประดับ เป็นต้น พร้อมกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมายให้กลุ่มผู้รักสัตว์เลี้ยงได้มาเปิดประสบการณ์ใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน   พาน้องหมาและน้องแมวคู่ใจ มาร่วมเดินเที่ยวได้ฟรี! ในงาน “MEET & MINGLE” ซึ่งจะจัดมอบความสุขให้แก่ลูกบ้านเมเจอร์ฯ ตลอดทั้งปี เริ่มโครงการแรกที่ “อกัสตัน สุขุมวิท 22” (Aguston Sukhumvit 22) ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 – 17.00 น. คาดว่างานนี้จะสามารถขยายฐานกลุ่ม Pet-Friendly Residence คนรักสัตว์เลี้ยงของเมเจอร์เพิ่มขึ้นกว่า 30%   สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Major Development Contact Center โทร. 02-116-1111 หรือ www.mde.co.th      
‘เอพี ไทยแลนด์’ สานต่อวิสัยทัศน์ ‘AP WORLD’ เปิดตัวแนวคิด ‘PROJECT GROW’

‘เอพี ไทยแลนด์’ สานต่อวิสัยทัศน์ ‘AP WORLD’ เปิดตัวแนวคิด ‘PROJECT GROW’

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าและผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่อาศัย สานต่อวิสัยทัศน์ ‘AP WORLD’ ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โลกแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างพิมพ์เขียวใหม่ให้กับเมืองที่สมบูรณ์ไปด้วยระบบนิเวศ (Eco System) ล่าสุดเปิดตัวแนวคิด ‘PROJECT GROW’ ปรัชญาแห่งการสร้างมาสเตอร์แพลนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ผ่านการออกแบบที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่มีสุขภาพกายและใจที่ดี การพัฒนาพื้นที่สีเขียว การรักษาสิ่งแวดล้อม และการเอื้อประโยชน์สู่สังคมรอบข้างอย่างสูงสุด นำร่องแนวคิดการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเมืองด้วยการอนุรักษ์ต้นไม้เก่าอายุกว่า 50 ปีบนที่ดินพัฒนาโครงการ ‘RHYTHM EKKAMAI ESTATE’ เพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคมเมือง เพราะต้นไม้เปรียบเสมือนประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตที่เป็นตัวแทนความทรงจำที่ดี และความผูกพันกับคนในชุมชน พร้อมจับมือพันธมิตรกลุ่มบิ๊กทรีส์ และเครือข่าย ต้นไม้ในเมืองต่อยอดจุดประกายความตระหนักและให้ความรู้ในการดูแลต้นไม้แก่คนรุ่นใหม่ ในงาน ‘AP GROW DAY’ 30 มีนาคมนี้ที่สวนรถไฟ   นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ต้นไม้ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตออกซิเจนลดอุณหภูมิ และฟอกอากาศได้ดีจะมีรูปทรงของต้นที่แผ่ร่มเงาในพื้นที่บริเวณกว้าง และมีใบเล็กละเอียด จึงไม่น่าแปลกใจที่ต้นจามจุรีจะได้รับการจัดอันดับให้เป็นต้นไม้ที่ให้ประโยชน์ในด้านสิ่งแวดล้อมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ในการอนุรักษ์ต้นไม้ประวัติศาสตร์ทั้ง 3 ต้นในที่ดินโครงการ RHYTHM EKKAMAI ESTATE ถือว่าเป็นความท้าทาย เพราะการเคลื่อนย้ายต้นไม้ใหญ่ ไปพร้อมๆ กับการจัดสรรพื้นที่ในโครงการให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มพื้นที่ และต้องทำอย่างถูกวิธี เพื่อให้ต้นไม้ทุกต้นรอด และสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน”   “จากวิสัยทัศน์ ‘AP WORLD’ ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โลกแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านการสร้างพิมพ์เขียวแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีในวันข้างหน้าที่สมบูรณ์ ไปด้วยระบบนิเวศ (Eco System) นั้น ในส่วนของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สิ่งที่เอพีดำเนินงานยังคงเกี่ยว เนื่องต่อการพัฒนาเมือง และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างมาก เราจึงไม่สามารถให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องของการออกแบบก่อสร้างเพียงอย่างเดียว ‘PROJECT GROW’ จึงถือเป็นปรัชญาที่ทีมเอพีจะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างมาสเตอร์แพลนในการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ เคียงคู่ไปกับการออกแบบพื้นที่ภายในโครงการ การให้ความสำคัญกับวิธีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง   การเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสภาพแวดล้อม ตลอดจนการร่วมสร้างสังคมให้ตระหนักรู้ โดยเริ่มต้นจากเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ซึ่งสำหรับเอพีแล้วเริ่มต้นด้วยการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่ต้องทำควบคู่ไปกับรายละเอียดอื่นๆ ในการพัฒนาโครงการ สำหรับคอนโดมิเนียม RHYTHM EKKAMAI ESTATE ที่เป็นโครงการนำร่องภายใต้แนวคิด ‘PROJECT GROW’ ปรัชญาแห่งการสร้างมาสเตอร์แพลนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนนั้น เอพีมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะรักษาให้ต้นจามจุรีใหญ่ทั้ง 3 ต้น อยู่คู่กับชุมชนย่านเอกมัยตราบนานเท่านาน ในขณะเดียวกัน เรายังคงมองถึงการจัดสรรให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วภายในโครงการสามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด เราจึงตัดสินใจย้ายต้นจามจุรี ที่แต่ละต้นมีขนาดสูงประมาณ 20 เมตร หรือเท่าตึกสูง 8 ชั้น โดยมีคุณธราดล ทันด่วน หรือครูต้อรุกขกรผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ในงานภูมิทัศน์เมืองมาเป็นที่ปรึกษาและดูแลการย้ายต้นไม้ในครั้งนี้ให้สำเร็จและเติบโตต่อไป” นายวิทการกล่าว   “ถ้าเราดูจากภายนอกเราก็เห็นว่าต้นไม้น่าจะมีสุขภาพดี แต่เมื่อทีมรุกขกรได้ขุดลงไป กลับพบปัญหาเกี่ยวกับรากที่ติดอยู่กับแผ่นปูนใต้ดินทำให้ทีมงานต้องแก้ปัญหาเรื่องรากก่อนเริ่มเคลื่อนย้ายไปปลูกในตำแหน่งใหม่ที่วางไว้ ส่วนอีกต้นหนึ่งพบปัญหาลำต้นเอียงก็ต้องปรับลำต้นให้ตรง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับสิ่งปลูกสร้างในอนาคต ความเชี่ยวชาญและความเป็นมืออาชีพของทุกๆ ฝ่ายจะช่วยสานต่อให้ความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์โลกแห่งคุณภาพชีวิต ที่ดีให้กับสังคมเมืองภายใต้วิสัยทัศน์ใหญ่ ‘AP WORLD’ ประสบความสำเร็จได้ในเร็ววัน” คุณวิทการ กล่าวสรุป   ล่าสุดเอพี ไทยแลนด์ เตรียมต่อยอด จัดงาน ‘AP GROW DAY’ เพื่อจุดประกายให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ต้นไม้ และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง มุ่งให้คนกับต้นไม้ใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยจับมือกับภาครัฐ, กลุ่มบิ๊กทรีส์, เครือข่ายต้นไม้ในเมือง เพื่อขยายแนวร่วมรักษ์ต้นไม้ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ได้แก่ ภารกิจพลิกฟื้นคืนพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองร่วมกับ ‘แพตตี้ - อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา’ ดารานักแสดงคนดัง ตัวแทนคนรุ่นใหม่ครั้งแรกกับการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติในมุมมองที่สูงกว่า 25 เมตร กับกิจกรรม Tree Climbing ปีนต้นไม้ใต้ร่มเงาจามจุรียักษ์อายุกว่า 50 ปี และกิจกรรม Zip Line ผจญภัยผ่านต้นไม้ใหญ่นานาพันธ์กับความยาวกว่า 50 เมตร รวมถึงการให้ความรู้เรื่องต้นไม้ การตรวจสุขภาพต้นไม้ จากรุกขกรมืออาชีพ ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการรับฟังดนตรีในสวนกับ บอย ตรัย ภูมิรัตน และรับพันธุ์ไม้พิเศษกลับบ้าน งาน ‘AP GROW DAY’ จะจัดขึ้นในวันที่ 30 มีนาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 18.00 น. ที่สวนรถไฟ กรุงเทพฯ โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ ที่ www.APprojectgrow.com (รับจำนวนจำกัด)          
“อะคาร่า-เอ็มเพอเร่อร์” ซีซั่น 2 เชิญชวนประกวดแบบบ้าน “The PHENOMENON 2” ชิงเงินรางวัลกว่า 3 แสนบาท

“อะคาร่า-เอ็มเพอเร่อร์” ซีซั่น 2 เชิญชวนประกวดแบบบ้าน “The PHENOMENON 2” ชิงเงินรางวัลกว่า 3 แสนบาท

อะคาร่า (ACARA) รับสร้างบ้านโมเดิร์น ลักชัวรี่ ภายใต้ บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด โดย สุรัตน์ชัย  กึงฮะกิจ ประธานกรรมการบริหาร จัดสัมมนาหัวข้อ “The PHENOMENON 2” ปรากฏการณ์บ้านลักชัวรี่สำหรับคนรุ่นใหม่ พร้อมเชิญสถาปนิก-ดีไซเนอร์ชื่อดัง ม.ล.วรุตม์ วรวรรณ, จูน เซคิโน และ อดุลย์ แก้วดี มาร่วมแชร์ประสบการณ์การออกแบบบ้านลักชัวรี่ ให้เหล่านิสิต นักศึกษา และนักออกแบบรุ่นใหม่ ได้ปิ๊งไอเดียเจ๋งๆ ครีเอทเป็นผลงานส่งประกวดออกแบบบ้าน ภายใต้คอนเซปต์ “ URBAN  |  NATURE  |  LUXURY ” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท พร้อมโอกาสในการร่วมงานกับอะคาร่า ซึ่งงานสัมมนาจัดขึ้น ณ ห้อง Meeting Room 1-2 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562   นายสุรัตน์ชัย เผยว่า อะคาร่า มาจากคำว่า อัคร ที่แปลว่า ความเป็นเลิศ และที่โลโก้จะเห็นว่ามีรูป A 3 ตัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึง ดีเยี่ยมที่สุด นั่นหมายถึงการสร้างที่อยู่อาศัยที่ดีมีมาตรฐานที่สุด ซึ่งสมัยก่อนความต้องการบ้านหรูหรา จะมาจากครอบครัวใหญ่ แต่ในปัจจุบันเมื่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 20 กว่าๆ ถึง 30 ปี ต้องการความคล่องตัว และรวดเร็ว มีความคิดความต้องการเป็นของตัวเองสูง ขนาดของตัวบ้านที่มีขนาดเล็กลง อยู่ใจกลางเมือง ตอบสนองเทคโนโลยีต่างๆในยุคดิจิทัล มีความทันสมัยมากขึ้น ฯลฯ แบรนด์อะคาร่า จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการมีบ้านลักชัวรี่สำหรับคนรุ่นใหม่นี้ แต่ยังคงมาตรฐานการก่อสร้างสูงสุด ด้วย Core Business เดียวกันกับเอ็มเพอเร่อร์ ดังนั้นทุกคนสามารถที่จะเข้ามารับบริการสร้างบ้านลักชัวรี่ที่ตอบสนองความต้องการได้หลากหลายมากขึ้น ในเวลาที่รวดเร็วขึ้น โดยที่ยังเน้นในเรื่องมาตรฐานการก่อสร้างสูงสุดที่เมืองไทยมีสำหรับไฮคลาสเรสซิเดนท์   และถ้าหากได้ติดตามข่าวสารของเอ็มเพอเร่อร์มาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า จากความสำเร็จในการประกวดโครงการ “The PHENOMENON 1”ที่ผ่านมาในปีที่แล้ว เราได้รับผลงานออกแบบที่น่าสนใจมากมาย จึงทำให้เกิดการจัดงานต่อเนื่องในปีนี้ กับโครงการ “The PHENOMENON 2” โดยครั้งนี้เรามีโจทย์ใหม่ ที่จะให้นิสิต นักศึกษา และนักออกแบบรุ่นใหม่ ได้ร่วมเสนอไอเดียเพื่อออกแบบบ้านลักชัวรี่ในแบบที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ขึ้นอีกครั้ง   นายสุรัตน์ชัย กล่าวอีกว่า ดิ เอ็มเพอร์เร่อร์ เฮ้าส์ ทำธุรกิจมากกว่า 30 ปี ผ่านประสบการณ์ในการออกแบบก่อสร้างบ้านระดับสูงมายาวนานและได้พัฒนารูปแบบ กระบวนการ และที่สำคัญคือเทคนิคการก่อสร้างที่เป็นมาตรฐานสูงสุดของการรับสร้างบ้านอย่างเป็นรูปธรรม คือ ได้ผ่านมาตรฐานISO 9000:2015 เรื่องการให้บริการ ออกแบบ ก่อสร้าง และตกแต่งภายใน ที่พักอาศัยระดับสูงแบบบูรณาการ (INTERGRATED HOME DESIGN, CONSTRUCTION AND INTERIOR DECORATION SERVICES FOR HIGH CLASS RESIDENCE) และใช้มาตรฐานนี้กับบ้านทุกหลังรวมทั้งบ้านที่ก่อสร้างภายใต้แบรนด์อะคาร่า   ทั้งนี้ ภายในงานเสวนา วิทยากรทั้ง 3 ท่าน ซึ่งเป็นสถาปนิกและนักออกแบบชื่อดัง ได้เล่าประสบการณ์ในการออกแบบบ้านลักชัวรี่ ในบรรยากาศที่ได้มีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ของบุคคลผู้อยู่ในวงการออกแบบบ้าน สถาปนิก นิสิต นักศึกษา และนักออกแบบรุ่นใหม่ และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน   โดย มล.วรุตม์ วรวรรณ (M.L. Varudh Varavarn) จาก Vin Varavarn Architects สัมมนาในหัวข้อ ‘IDEAS of THE NEW LUXURY' ไอเดียใหม่ในบ้านลักชัวรี่ ได้แชร์ประสบการณ์ในการออกแบบ “บ้านที่ไม่สมบูรณ์แบบ” โดยเริ่มจากการตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่าอะไรคือลักชัวรี่ หรือความหรูหราของตัวเรา เพราะแต่ละคนต่างมีมุมมองที่แตกต่างกัน และนำมุมมองนั้นมาเลือกใช้ในงานให้เหมาะสม อาทิ ความไม่สมบูรณ์แบบของวัสดุ แต่เมื่อออกแบบให้ลงตัวด้วยมุมมองใหม่ ก็อาจจะสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่สวยงามได้ หรือการออกแบบความหรูหราที่สะท้อนความสวยงามของธรรมชาติ โดยให้สถาปัตยกรรมที่เรียบง่าย เป็นสื่อกลางในการให้ผู้คนได้รับความรู้สึกผ่านการรับรู้ประสบการณ์ความหรูหราจากธรรมชาติ   “ผมมองว่าความหรูหราไม่ได้มีอะไรตายตัว ผมรู้สึกว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเรา ที่เราชอบ อยู่ในสไตล์แบบนี้ สเปซแบบนี้  มีความสุขความสบายใจ ก็เป็นความหรูหราในแบบที่คุณเป็นตัวของตัวเอง”   นายอดุลย์ แก้วดี (Mr. Adul Kaewdee) จาก บริษัท กอรปฝัน จำกัด (KOPFUN CO., LTD) สัมมนาในหัวข้อ ‘THE URBAN LUXURY HOUSE’ บริบทที่เปลี่ยนไปของบ้านใหญ่ในเมือง โดยนำผลงานการออกแบบบ้านลักชัวรี่ในเมืองและในสถานที่ต่างๆ ที่แม้อาจไม่ใช่ใจกลางเมือง แต่เกิดจากการมองหาจากความลงตัวจากแนวคิดที่เกิดขึ้นระหว่างความต้องการของเจ้าของและธรรมชาติโดยรอบของพื้นที่ สิ่งที่เราสนใจ และเป็นแรงผลักดันสำหรับแนวความคิดการออกแบบ หลักๆ มีอยู่ 3 อย่าง คือ 1. สิ่งแวดล้อม 2. สถาปัตยกรรม และ 3. คน  ที่เราสนใจสภาพแวดล้อมเพราะ การปลูกอะไรลงไปในที่ดินสักอย่างหนึ่ง สิ่งที่อยู่ในไซต์นั้นสำคัญทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแดด ลม ฝน เป็นสิ่งที่ไม่ต้องซื้อ และถ้าสามารถออกแบบโดยนำสิ่งแวดล้อมมาใช้ได้ นั่นก็คือสิ่งที่ดี ทำอย่างไรจึงจะให้งานสถาปัตยกรรมที่เราสร้างสามารถเกิดขึ้นในพื้นที่ตรงนั้นเลย   ในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จเร็วตั้งแต่อายุยังน้อย ไลฟ์สไตล์ก็จะแตกต่างไปจากคนรุ่นก่อนพอสมควร เมื่อก่อนการจะมีบ้านแต่ละหลังได้นั้น อาจหมายถึงการเก็บเงินมาทั้งชีวิตและมีบ้านที่สะท้อนเอกลักษณ์ของตัวเขาเอง แต่เดี๋ยวนี้คนอาจไม่ได้มีบ้านเพียงหลังเดียว และบ้านลักชัวรี่ของคนรุ่นใหม่แต่ละหลังก็อาจจะมีวัตถุประสงค์ในการอยู่อาศัยที่แตกต่างไป ความต้องการในบ้านแต่ละหลังจึงไม่เหมือนกัน และจะเห็นได้ว่าขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่คนต้องการ และหลายๆ อย่างที่เป็นองค์ประกอบ บ้านจะอยู่กลางเมืองหรือที่ไหนไม่สำคัญเท่ากับการที่นักออกแบบเสนออะไร   “และผมคิดว่า การทำบ้าน เป็นการร่วมมือกันของทั้งเจ้าของบ้าน ผู้ออกแบบ และคนสำคัญคือผู้รับเหมา ที่ทั้งสามส่วนนี้ต้องให้ใจ และใช้ใจช่วยกันสร้าง เพื่อให้ได้งานที่ออกมาในระดับที่ทุกคนพอใจ”   นายจูน เซคิโน (JUN SEKINO) จาก JUN SEKINO Architect and Design สัมมนาในหัวข้อ ‘THE EXPERIENCE of THE NEW LUXURY’ประสบการณ์ใหม่ในความลักชัวรี่ ได้นำผลงานการออกแบบลักชัวรี่ที่เกิดจากวัสดุที่หลากหลาย อาทิ ปูน อิฐ เหล็ก ที่บางคนอาจจะคิดว่าวัสดุเหล่านี้จะสร้างความลักชัวรี่อย่างไร   เมื่อก่อนอาจจะมองว่า ลักชัวรี่คือรูปแบบ แต่ตอนนี้ผมมองว่า เป็นเรื่องของความต้องการของแต่ละคน ผมขอใช้คำว่า meaning ของ material ในการออกแบบให้เกิดขึ้น การรับรู้ในเรื่องของลักชัวรี่อาจเป็นเรื่องของประสบการณ์ในการรับรู้มากกว่า ในอดีตเราอาจจะทำงานที่เริ่มด้วยการทำแปลนก่อน แต่ผมไม่เป็นอย่างนั้น ผมชอบคิดว่าเราจะเห็นอะไรในงานก่อน   “สิ่งที่หรูหราอาจไม่ต้องพยายามหา แต่เป็นการใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นวัสดุอะไร และนำสิ่งเหล่านั้นมาทำให้เกิดผลงานที่เรียบง่าย แต่ให้ความหรูหราขึ้นได้ จากความรู้สึกและประสบการณ์ที่ได้สัมผัส”   นอกจากนี้ นายยศวัฒน์ เศรษฐบรมศักดิ์ (แชมป์) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 อินทีเรียดีไซน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่สนใจและมาเข้าร่วมงานสัมมนา พร้อมเผยถึงแนวคิดใหม่ที่ได้จากงานครั้งนี้ว่า “รู้สึกว่าได้มุมมองใหม่ในการคิดประเด็นของโจทย์ และคิดว่าอาจจะส่งงานเข้าประกวด ซึ่งอาจจะส่งในนามของกลุ่ม ตอนนี้อาจจะยังไม่แน่ใจว่าได้ไอเดียพร้อมที่จะเข้าประกวดหรือยัง แต่คิดว่าน่าจะเน้นเรื่องของการใช้ฟังก์ชันและสเปซที่จะมาเพิ่มมูลค่าให้เกิดความลักชัวรี่”   ด้าน นางสาวอนินทิตา แวอาแซ (เดียร์) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 อินทีเรียดีไซน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เผยว่า “ได้แรงบันดาลใจ และได้มุมมองใหม่ๆ ที่จะสามารถนำมาปรับใช้กับแนวคิดในการประกวดและในการเรียนด้วยค่ะ ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะส่งผลงานแบบเดี่ยวหรือกลุ่ม และยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ไอเดียไหนในการออกแบบ แต่ก็คิดเอาไว้ว่าน่าจะเป็นแนวทางในการเพิ่มมูลค่าของวัสดุหรืออะไรสักอย่างที่จะสามารถนำมาใช้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้แค่ความหรูหราอย่างเดียว อยากที่จะทำให้เป็นการเพิ่มมูลค่าให้ materials”   การประกวด “The PHENOMENON 2 - ปรากฏการณ์บ้านลักชัวรี่สำหรับคนรุ่นใหม่” มีโจทย์ให้ออกแบบ “บ้าน” ที่สร้างปรากฏการณ์ ในการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่ใหม่ไม่เหมือนใคร ตอบโจทย์ความลักชัวรี่ที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน โดยมี ขอบข่ายในการออกแบบดังนี้   1. การออกแบบวางผัง Master Plan โดยสามารถเลือกพื้นที่ตั้ง และขนาดพื้นที่ดินได้   2. การออกแบบสถาปัตยกรรม The PHENOMENON   3. การออกแบบและตกแต่งภายใน The PHENOMENON   URBAN - LUXURY บ้านสำหรับคนรุ่นใหม่ในเมือง ให้ออกแบบ “บ้าน” ที่สร้างปรากฏการณ์ในการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ สะท้อนไลฟ์สไตล์ความความลักชัวรี่ที่เปลี่ยนไปในเมือง โดยออกแบบวางผังMaster Plan บนพื้นที่ดินในเมือง ขนาด 200 ตร.วา (800 ตร.ม.) 20.00 ม. X 40.00 ม. (สามารถกำหนดที่ตั้ง และสภาพแวดล้อมเองได้) พื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้าน 500-1,000 ตร.ม.   NATURE - LUXURY บ้านตากอากาศชิดธรรมชาติชานเมือง ให้ออกแบบ “บ้าน” ที่สร้างปรากฏการณ์ ในการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอยู่อาศัยใกล้ชิดธรรมชาติ สะท้อนไลฟ์สไตล์ความความลักชัวรี่ที่เปลี่ยนไปในบ้านชานเมือง โดยออกแบบวางผัง Master Plan บนพื้นที่ดินชานเมือง ขนาด 400 ตร.วา (1,600 ตร.ม.) 40.00 ม. x 40.00 ม. (สามารถกำหนดที่ตั้งและสภาพแวดล้อมเองได้) พื้นที่ใช้สอย ภายในตัวบ้าน 500-1,000 ตร.ม.   เงินรางวัล จะแบ่งเป็น 11 รางวัล ได้แก่ รางวัลที่ 1           :                       120,000 บาท รางวัลที่ 2           :                       60,000 บาท รางวัลที่ 3           :                       30,000 บาท รางวัลชมเชย (2 รางวัล) :             15,000 บาท เข้ารอบสุดท้าย (5 รางวัล) :            10,000 บาท Popular Vote :                           20,000 บาท   วันเวลาตัดสิน วันตัดสินรอบแรก : วันเสาร์ที่ 25 พ.ค. 2562 (10.00 - 12.00 น.) ณ บ. ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ วันรับบรีฟเพิ่มเติมพร้อมชมงานจริง : วันเสาร์ 1 มิ.ย. 2562 (10.00 - 12.00 น.) ณ หน่วยงาน บ. ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ วันตัดสินประกวดแบบ + popular Vote : วันเสาร์ที่ 15 มิ.ย. 2562 (13.00 - 16.00 น.) ณ ห้องอเนกประสงค์ (ชั้น1)  หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสมัครและส่งผลงานเป็นเพลทขนาด A1 จำนวน 2 แผ่น (ติดลงบนแผ่น Future Board) และไรท์ผลงานเป็นไฟล์ภาพใส่ใน CD แนบเพลท  พร้อมกรอกรายละเอียดใบสมัครให้สมบูรณ์ (ไม่เสียค่าสมัคร) ภายในวันพุธที่ 22 พ.ค. 2562 โดยส่งผลงานมาที่ ฝ่ายการตลาด บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด 288/77 ถนนพหลโยธิน อนุสาวรีย์บางเขน กรุงเทพฯ 10220 สอบถามเพิ่มเติมผ่านช่องทางEmail : mkt@enperorhouse.com, Line : @ACARA, โทร. 086-889-9224 และ FACEBOOK : ACARA.official      
“คลินิกแก้หนี้” นัดพบกันวันหยุดครั้งแรกปี 62 พร้อมให้บริการตรวจเครดิตบูโรฟรี

“คลินิกแก้หนี้” นัดพบกันวันหยุดครั้งแรกปี 62 พร้อมให้บริการตรวจเครดิตบูโรฟรี

“คลินิกแก้หนี้” เปิดบริการ “พบกันวันหยุดกับคลินิกแก้หนี้” ทุกวันเสาร์ตลอดเดือนมีนาคม 2562 ณ ที่ทำการคลินิกแก้หนี้ ชั้น 12 อาคารเล้าเป้งง้วน ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ พิเศษ! วันเสาร์ที่ 16, 23 และ 30 มีนาคม 2562 ลูกค้าตรวจเครดิตบูโรฟรีพร้อมรู้ผลทันที   นายนิยต มาศะวิสุทธิ์ ผู้บริหารสูงสุด บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า หลังจาก “คลินิกแก้หนี้”  มีการปรับเกณฑ์ขยายขอบเขตคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการให้ครอบคลุมหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันที่ค้างชำระเกินกว่า 3 เดือน กับธนาคารตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไปจากวันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นวันที่ 1 มกราคม 2562  รวมทั้งปรับเกณฑ์การพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้ ให้ยืดหยุ่น ง่าย และสอดคล้องกับสถานะลูกหนี้แต่ละรายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   “คลินิกแก้หนี้”  จึงได้จัดงาน “พบกันวันหยุดกับคลินิกแก้หนี้”  โดยเปิดให้บริการพิเศษวันเสาร์ตลอดเดือนมีนาคม 2562  เพื่อเปิดโอกาสและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ไม่สามารถติดต่อได้ในวันทำการปกติ สามารถเข้ามาตรวจสอบคุณสมบัติหรือติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ในวันหยุด ความพิเศษของการเปิดบริการวันเสาร์ในเดือนมีนาคมครั้งนี้  ลูกค้าสามารถตรวจเครดิตบูโรได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและทราบผลเบื้องต้นทันที  ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดภาระของลูกหนี้แล้ว ยังทำให้กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้เริ่มได้เร็วขึ้นและใช้เวลาโดยรวมสั้นลง  ผู้สนใจหรือสงสัยว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้หรือไม่ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Call Center 02-610-2266  ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-17.00 น.  หรือสมัครผ่านเว็บไซต์ได้ที่  www.debtclinicbysam.com และ www.คลินิกแก้หนี้.com”      
โอกาสดีๆมาถึงแล้ว!!  เอสซี แอสเสทฯ เปิด Open House   ในงาน SC Wants you 2019

โอกาสดีๆมาถึงแล้ว!! เอสซี แอสเสทฯ เปิด Open House ในงาน SC Wants you 2019

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลเปิดบ้านต้อนรับอีกครั้งในงาน “SC Wants you 2019” สมัครพร้อมสัมภาษณ์ทันที! 23 มี.ค.นี้   เวลา 9.00-17.00 น. เพื่อร่วมเป็นหนี่งในทีมงานคุณภาพกับ Culture ใหม่ #SKYDIVE  ภายใต้บรรยากาศHappy Workplace และ Rue Jai Living Solutions ทั้งวันหยุดพิเศษในเดือนเกิดพร้อม Birthday Gift , Happy Free Meal พร้อมสวัสดิการและกิจกรรมดีๆ อีกมากมาย   ด้วยจำนวนตำแหน่งงานมากกว่า 100 ตำแหน่ง  ลงทะเบียนล่วงหน้าและเตรียมเอกสารให้ครบ พบกันที่ชั้น 14 อาคารชินวัตร 3 ถ.วิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 02-949-2543, 02-949-2387  หรือที่ https://bit.ly/2Tnevlb      

ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุด

เน็กซัสเผย 7 ประเด็นอสังหาฯ Q1 + แนวโน้มธุรกิจหลังการเลือกตั้ง

เน็กซัสเผย 7 ประเด็นอสังหาฯ Q1 + แนวโน้มธุรกิจหลังการเลือกตั้ง

แม้ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ แต่ก็ถือว่าการเมืองไทยมีความชัดเจนขึ้นระดับหนึ่ง เพราะได้จัดให้มีการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประเด็นเรื่องการเมือง ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของคนไทยทั้งประเทศ  เพราะการเมืองมีความเชื่อมโยงไปในทุกเรื่อง ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ การเมืองไทยก็ส่งผลทั้งกลุ่มผู้ประกอบการ ที่จะพัฒนาโครงการออกมาขาย และผู้บริโภคที่จะตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย   ขณะที่ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ก็มีข่าวยังมีข่าวมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่1 เมษายน 2562 เป็นต้น ไป ก็ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญมีผลต่อภาพรวมของตลาดอสังหาฯ  บ้านเรา ว่าจะไปในทิศทางไหน จะดีหรือจะร้าย? โดยเฉพาะถ้าหากมีรัฐบาลชุดใหม่ออกมาแล้ว จะมีมาตรการอะไรออกมาช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโต โดยใช้ธุรกิจอสังหาฯ เป็นตัวกระตุ้นเหมือนในอดีตที่ผ่านมาหรือไม่ ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองด้วยเช่นกัน   ล่าสุด นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด หรือ “เน็กซัส” ได้เปิดออกมาเผยผลวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่า ยังคงเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมกับประเมินแนวโน้มของตลาดหลังจากที่ประเทศไทยได้จัดการเลือกตั้ง  ในช่วงที่ผ่านมา  โดยมี 7 ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้น   1.คอนโดฯ เปิดใหม่ลด 20% ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ คอนโดมิเนียมเปิดใหม่เข้าสู่ตลาดมีจำนวนทั้งสิ้น 11,300 หน่วย จาก 30 โครงการ  เป็นปริมาณคอนโดฯ​ ที่เปิดตัวเข้าสู่ตลาดลดลงประมาณ 20%เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แม้ว่าจะเปิดน้อยลง แต่ผู้ประกอบการก็ยังขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการขายก็ยังอยู่ในอัตรา 60%   2.โซนยอดฮิตเปิดตัวมากที่สุด ทำเลที่เปิดตัวคอนโดฯ มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.โซนพระโขนง สวนหลวง แบริ่ง  จำนวน ​2,400 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 21% 2.โซนพญาไท รัชดาภิเษก จำนวน  1,938  ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 17% 3.โซนลาดพร้าว วังทองหลาง จำนวน 1,580 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 14%     3.ซิตี้คอนโดเปิดเยอะสุด ภาพรวมของการเปิดตัวในไตรมาสแรก จะพบว่าคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวเป็นกลุ่มซิตี้คอนโดฯ  ที่มีราคาต่อตารางเมตรไม่เกิน 75,000 บาท และ ตลาดกลาง หรือ mid market ที่มีราคาต่อตารางเมตรไม่เกิน 100,000 บาทรวมกันมากถึง 75% ของจำนวนหน่วยที่เปิดใหม่ทั้งหมด หรือมีจำนวนประมาณ 8,500 ยูนิต แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการ ในการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงมากขึ้น   4.ดีเวลลอปเปอร์หน้าใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ฝั่งผู้ประกอบการยังคงมีความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เห็นได้จากจำนวนผู้ประกอบการหน้าใหม่ ซึ่งบางรายเป็นรายเล็กๆ เข้ามาพัฒนาโครงการเป็นครั้งแรก รวมถึงผู้ประกอบการที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ก็พัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น จากปกติมีสัดส่วน 30% เพิ่มขึ้นเป็น 47%     5.ราคาคอนโดฯ ลดลง 1% การเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของคอนโดฯ​ ที่เน้นไปตลาดกลางมากขึ้น  ส่งผลให้คอนโดฯ​ ที่อยู่ในตลาดกรุงเทพฯ มีราคาเฉลี่ยปรับตัวลงเล็กน้อยประมาณ 1%อยู่ที่ 139,400 บาทต่อตารางเมตร เมื่อเทียบกับปลายปีที่แล้วอยู่ที่ 140,600 บาทต่อตารางเมตร  ซึ่งราคาเฉลี่ยของคอนโดฯ ในทุกๆ ทำเลได้มีการปรับตัวลงเล็กน้อยเช่นเดียวกัน  แต่ถือว่าไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อ ภาพรวมราคาของตลาด  เพราะคอนโดฯ ที่เปิดใหม่อยู่ในทำเลที่ไกลออกไปเท่านั้น   6.การเมืองไม่กระทบตลาดคอนโดฯ แม้ว่าตอนนี้ยังจะไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ออกมาบริหารประเทศ แต่ปัญหาการเมืองก็ไม่ได้ส่งผลต่อตลาดคอนโดฯ​โดยเฉพาะในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของราคา  สิ่งที่จะมีผลต่อตลาดคอนโดฯ นั้น จะเป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่จะออกมากระตุ้นตลาดคอนโดฯ มากกว่า  โดยเฉพาะตลาดคอนโดฯ​ มือสอง  ยิ่งถ้ามีมาตรการประเภทลดภาษี หรือค่าธรรมเนียมต่างๆ จะทำให้เกิดดีมานด์เพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งถ้ามีมาตรการต่างๆ ออกมากระตุ้นตลาดจริง ตลาดคอนโดฯ น่าจะมีดีมานด์ไปถึง 60,000-70,000ยูนิต จากสถานการณ์ปกติที่คาดว่าจะมีดีมานด์มาซื้อคอนโดฯ ประมาณ 50,000 ยูนิต   7.ต่างชาติเชื่อมั่นอสังหาฯ หลังไทยมีเลือกตั้ง หลังจากประเทศไทยจัดให้มีการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ถือเป็นสัญญาณบวกที่ดี ต่อกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นต่อตลาดอสังหาฯ ในไทยมากขึ้น  ต่อไปนี้คงมีเข้ามาลงทุนมากขึ้นเช่นกัน แต่แนวโน้มการลงทุนของกลุ่มนักลงทุนต่งชาติ  น่าจะเป็นตลาดในกลุ่มราคาที่จับต้องได้มากขึ้น  ไม่จำกัดเฉพาะตลาดไฮเอนด์เท่านั้น   “ทิศทางธุรกิจอสังหาฯ หลังการเลือกตั้ง  การพัฒนาสินค้าใหม่เทรนด์ยังคงเป็นตลาดกลุ่มซิตี้คอนโด และตลาดกลางมากขึ้น แต่ยังคงเห็นคอนโดฯ  ในตลาดไฮเอนด์และลักซูรี่ที่น่าสนใจ เกิดขึ้นอีกหลายโครงการ จากผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้ซื้อที่ดินไปแล้วตั้งแต่ช่วงปีที่แล้วสินค้าในกลุ่มนี้คงน่าสนใจในแง่การพัฒนาความหรูหราแนวใหม่ที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ลักซูรี่ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยจะมุ่งเน้นประสบการณ์และเทคโนโลยีมากขึ้น  ปีนี้ประเมินว่าราคาเฉลี่ยคอนโดฯ  ในตลาดปรับตัวสูงขึ้นไม่น่าจะเกิน 5-6% จากปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ มาตรการ LTV ตลาดหลักที่มีความต้องการแท้จริงเป็นกลุ่มตลาดซิตี้คอนโดฯ”      
คอตโต้ (COTTO) จับมือดีไซน์เนอร์ระดับไอคอน Naoto  Fukasawa เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ OVAL หรูหราสไตล์มินิมอล

คอตโต้ (COTTO) จับมือดีไซน์เนอร์ระดับไอคอน Naoto Fukasawa เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ OVAL หรูหราสไตล์มินิมอล

คอตโต้ (COTTO) แบรนด์ผู้ผลิตสุขภัณฑ์ และก๊อกน้ำชั้นนำได้สร้างปรากฎการณ์ให้กับวงการอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “OVAL” จากความร่วมมือกับ นาโอโตะ ฟูกาซาว่า (Naoto Fukasawa) ไอคอนดีไซน์เนอร์แห่งวงการออกแบบผลิตภัณฑ์ตอกย้ำการเป็นผู้นำทางด้านดีไซน์อย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ World-Class Designer Collaboration โดยในคอลเลคชั่นใหม่นี้ประกอบด้วยสุขภัณฑ์อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำ ฝักบัวอาบน้ำ และกระจกพร้อมไฟ LED ที่สะท้อนความงามแบบมินิมอลผ่านรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นเอกลักษณ์ภายใต้รูปทรง”วงรี” ที่ให้ความรู้สึกสบาย อบอุ่น และหรูหราในเวลาเดียวกันเชื่อมโยงผู้คนให้สัมผัสได้ถึงความสบายในทุกมิติสัมผัส   นายกิตติพงษ์ โพธิ์ธรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามซานิทารีแวร์ จำกัด กล่าวว่า “หลังจากที่ COTTO เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดีไซน์ภายใต้กลยุทธ์ World-Class Designer Collaboration สำหรับการใช้งานในตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมราคาสูงรวมถึงตลาดงานโรงแรมด้วยการออกสินค้าคอลเลกชั่นพิเศษที่เกิดจากการเฟ้นหานักออกแบบที่มีสไตล์ และมีผลงานที่โดดเด่นด้านการออกแบบเพื่อที่จะส่งมอบสินค้าที่มีดีไซน์ และคุณภาพระดับโลกเป็นไปตามแนวคิดที่ต้องการสร้างสรรค์งานออกแบบสินค้าที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลาออกสู่ตลาดมาแล้วถึง 2 คอลเลกชั่นคือ“Pætchwork Collection” ซึ่งเป็นผลงานที่ COTTO ร่วมกับ PieroLissoni นักออกแบบระดับแถวหน้าของวงการสถาปนิกโลกชาวอิตาลีในรูปแบบการดีไซน์ Minimalism และ Jacob Jensen นักออกแบบชื่อดังแห่งเดนมาร์กที่ออกแบบ “SKIVE Collection” ที่นำเสนอเสน่ห์ของความงามแบบ Scandinavian Ultra Modern ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และในปี 2562 นี้ ได้ร่วมมือกับดีไซน์เนอร์ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น Naoto Fukasawa ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยปรัชญาการออกแบบสไตล์มินิมอลเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานใหม่ล่าสุด “OVAL Collection” เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับรสนิยมงานออกแบบเรียบหรูและมีคุณค่าตลอดกาลเวลา จุดเด่นของสินค้า OVAL Collecttion คือการออกแบบให้สินค้าที่ใช้งานในห้องน้ำทุกประเภทมีความสอดคล้องกลมกลืนดูเรียบหรู และร่วมกันสร้างบรรยากาศในห้องน้ำให้รู้สึกสบาย และผ่อนคลายภายใต้คอนเซปท์ “Warm & Elegant”   นายธนนิตย์ รัตนเนนย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สยามซานิทารีแวร์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “การส่งมอบคุณค่า และประสบการณ์ที่ดีให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะต้องมั่นใจว่าสินค้า OVAL Collection ที่ออกแบบตามแนวคิดภายใต้ปรัชญาของ World-Class designer อย่างคุณนาโอโตะนั้นจะต้องสามารถถ่ายทอดลงบนตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน การเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงควบคู่กับเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยแล้วยังต้องประกอบด้วยความสามารถของบุคลากรที่มีความประณีตในการปั้นขึ้นรูปต่างๆมากกว่า 30 ปีเพื่อให้ผลลัพธ์จากการออกแบบจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ “OVAL Collection“ ถึงผู้บริโภคมีความสมบูรณ์ที่สุด และตอบสนองการออกแบบตามแนวคิดของคุณนาโอโตะทุกประการ   เพื่อตอบสนองการออกแบบที่เรียบหรูของ “OVAL Collection” เราได้นำนวัตกรรมวัสดุใหม่ล่าสุด ‘COTTO CERAM TM ’ ที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ COTTO เพื่อให้ได้อ่างล้างหน้าแบบขอบบาง โค้งมนสม่ำเสมอ และมีความแข็งแกร่งทนทานที่เป็นไปตามแนวคิดการออกแบบของคุณ Naoto สำหรับการผลิตก๊อกน้ำทาง COTTO ได้ใช้เทคนิคการผลิตที่ทันสมัยควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์อัตโนมัติมาตรฐานระดับสากลและให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพที่ให้ได้ทั้งความงามที่ประณีตไร้ที่ติ และการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ “OVAL Collection” ถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายพร้อมทั้งมีระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับในระดับสากลของ COTTO ที่สามารถออกสินค้ามาตอบสนองลูกค้ากลุ่มบ้านและดอนโดมิเนียมราคาสูง รวมทั้งงานโรงแรมได้อย่างต่อเนื่อง   “OVAL Collection” นี้ประกอบด้วยสุขภัณฑ์อ่างล้างหน้าก๊อกน้ำฝักบัวอาบน้ำ และกระจกพร้อมไฟ LED ที่สามารถใช้งานร่วมกันในห้องน้ำ การผสมผสานระหว่างผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ใช้งานง่ายด้วยสไตล์แบบมินิมอลจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการใช้ชีวิตที่ทันสมัย สะท้อนความอบอุ่น และหรูหราในเวลาเดียวกันผ่านรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นรูปทรงวงรีที่เป็นจุดเด่นของ คอลเลกชั่นนี้ ด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่สง่างามด้วยวัสดุขัดเงา และพื้นผิวสัมผัสที่เรียบเนียนผ่านกระบวนการผลิตอย่างปราณีตที่ถูกนำมาใช้กับคอลเลคชั่นนี้โดยเฉพาะ “OVAL Collection” จะมอบความสะดวกสบายในการใช้งาน และรองรับสรีระของร่างกายได้เป็นอย่างดีแต่ละองค์ประกอบภายในคอลเลกชั่น ได้รับการออกแบบให้สอดรับกันอย่างลงตัวเมื่อวางเข้าชุดกันภายใต้ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูเรียบง่ายนี้ OVAL Collection คืองานออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดทั้งด้านความงาม และคุณภาพอย่างแท้จริง   โดยในครั้งนี้ COTTO เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจในผลงานสไตล์มินิมอลได้ร่วมเข้าฟังบรรยายจาก นาโอโตะ ฟูกาซาว่าภายใต้หัวข้อ “Integrity of Things” พร้อมจัดแสดงประวัติ และงานที่ผ่านมารวมถึงผลงานล่าสุด “OVAL” ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มนักออกแบบสถาปนิกมัณฑนากรและนักศึกษามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสัมผัส OVAL คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดจาก COTTO เต็มรูปแบบได้ที่บูธ COTTO ในงานสถาปนิก’62 ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 5 พฤษภาคมนี้ หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cotto.com/oval      
“Bosch Experience Centre” โฉมใหม่ ตอกย้ำตำแหน่งแบรนด์ผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านระดับพรีเมี่ยม อันดับ 1 ของยุโรป

“Bosch Experience Centre” โฉมใหม่ ตอกย้ำตำแหน่งแบรนด์ผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านระดับพรีเมี่ยม อันดับ 1 ของยุโรป

บีเอสเอช โฮม แอ็พพลายแอ็นซ์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ BSH Hausgeräte จากประเทศเยอรมนี, ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกเปิดตัว “Bosch Experience Centre” ศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์ที่ให้ลูกค้ามาสัมผัสนวัตกรรมชั้นนำของ “เครื่องใช้ไฟฟ้าบ๊อช” (Bosch) ในกรุงเทพฯ หลังจากบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านสำหรับตลาด พรีเมี่ยมในประเทศไทย โดยในงานมีเชฟมือทอง ชุดารี เทพาคำ หรือเชฟตาม ท็อปเชฟไทยแลนด์คนแรกให้เกียรติมาสร้างสรรค์เมนูพิเศษเพื่อฉลองในโอกาสนี้   นายชลวิทย์ ณ สงขลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอสเอช โฮม แอ็พพลายแอ็นซ์ จำกัด (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชั้นนำจากประเทศเยอรมนีภายใต้แบรนด์ Bosch, Siemens, Gaggenau กล่าวว่า ศูนย์ “Bosch Experience Centre” แห่งใหม่นี้ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีช่วยให้งานบ้านกลายเป็นเรื่องง่ายรวมถึงช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบาย มีการสาธิตผลิตภัณฑ์รวมถึงกิจกรรมในแต่ละเดือน ทั้งการเตรียมและการปรุงอาหารในชั้นเรียน ซึ่งจะช่วยสร้างสรรค์ประสบการณ์ของการปฏิสัมพันธ์ที่ผู้บริโภคจะได้มีโอกาสสัมผัสกับผลิตภัณฑ์บ๊อชโดยตรง ทั้งฟังก์ชันการทำงานที่โดดเด่น และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงโดยตรง   ศูนย์ “Bosch Experience Centre” สร้างขึ้นตามหลัก 3 แนวทาง คือ บ้าน, ชีวิต และเพื่อน บ้าน เป็นแนวทางแรกแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีของ “บ๊อช” เข้ากับบ้านของคุณอย่างไรผ่านการออกแบบและจัดวางผลิตภัณฑ์ของ “Bosch Experience Centre”  ชีวิต ทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลากหลายการออกแบบเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคเสมือนเพื่อนที่คุณสามารถติดต่อมาหาบ๊อชได้อย่างสม่ำเสมอในคุณประโยชน์ทุกขั้นตอนเพื่อให้การใช้ชีวิตสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากที่สุด เพื่อนที่คุณสามารถไว้ใจได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของบ็อชที่ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่องคำนึงถึงคุณประโยชน์ในทุกก้าวของชีวิตคุณ โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย   กลุ่มเครื่องซักผ้าและอบผ้า, ActiveOxygen ซึ่งมีคุณสมบัติการซักผ้าที่สามารถฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียจากเสื้อผ้าได้มากถึง 99.99% และนวัตกรรมที่อยู่เบื้องหลังคุณสมบัตินี้คือ มีฟังก์ชั่นผลิตโอโซนภายในตัวเครื่องที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้โดยการออกซิเดชั่น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ได้รับการรับรองโดย WFK สถาบันเทคโนโลยีการทำความสะอาด ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ฟังก์ชั่น ActiveOxygen Refresh สามารถกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากเสื้อผ้าได้ภายในเวลา 45 นาที   กลุ่มอุปกรณ์เครื่องครัวแบบ บิวต์-อิน พร้อมเตาอบซีรี่ 8 ที่ชนะรางวัลมาพร้อมกับโปรแกรม Assist รวมถึงฟังก์ชั่นการทำอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ PerfectBake สำหรับร้านเบเกอรี่และ PerfectRoast สำหรับการปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ที่ให้ผลการทำอาหารที่สมบูรณ์แบบอย่างเหมือนกันทุกครั้ง   กลุ่มผลิตภัณฑ์ตู้เย็น มุ่งเป้าหมายตลาดพรีเมี่ยม ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ได้ตามความต้องการ  ครบทุกฟังก์ชั่นซึ่งดีไซน์ด้วย No-Frost ที่ผู้ใช้สามารถเลือกรุ่นได้ตามพื้นที่การใช้งาน หรือ Bottom Freezer มีความผสมผสานเพื่อรองรับการใช้งานง่ายสอดรับกับสรีระศาสตร์ และเทคโนโลยี VitaFresh ง่ายต่อการทำงานที่รับประกันความสดของอาหารและยังช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างยาวนาน   กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องล้างจาน “บ๊อช” เป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายอันดับหนึ่งของโลก ( ข้อมูลจาก ยูโรมอนิเตอร์, ยอดขายในปี 2018) มีเทคโนโลยี Perfect Dry based on Zeolith ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าการอบแห้งจาน  ดีที่สุดและเงางามใช้พลังงานต่ำสุด ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการอบแห้งที่สมบูรณ์แบบไม่ว่าการใช้งานจะมีความละเอียดอ่อนแค่ไหนรวมถึงการล้างเครื่องถ้วยพลาสติก   กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัว optiMUM เป็นเครื่องตีแป้งที่ทรงพลังให้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบและเป็นเครื่องที่เชื่อถือได้สำหรับการสร้างสรรค์ภายครัวอย่างประณีต – เครื่องเตรียมอาหารที่ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี Sensor Control Plus และ 3D Planetary Mixing   ผลิตภัณฑ์เครื่องดูดฝุ่น เครื่องใช้ในบ้านล้ำสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยี Sensor Bagless  ด้วยระบบไร้สาย Bosch Flexxo ที่ช่วยรักษาความสะอาดของใบมีด- ด้วยอุปกรณ์เสริมที่ครบวงจรเพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่น   คุณชุดารี เทพาคำ ท็อปเชฟไทยแลนด์คนแรก กล่าวแสดงความรู้สึกว่า “ รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับเชิญให้มาร่วมกิจกรรมปรุงอาหารเมนูพิเศษ ณ “Bosch Experience Centre” และเมนูที่แสดงฝีมือในวันนี้คือ "Local vegetable salad with crab and lime chili aioli และเมนู Roasted Chicken with cabbage sprouts and khao mao risotto” โดยส่วนผสมทั้งหมดถูกเลือกใช้อย่างพิถีพิถันรวมกับวัตถุดิบในท้องถิ่น อย่างลงตัว และใส่ใจทุกขั้นตอนในรายละเอียด ซึ่งต้องสดใหม่ ทั้งผัก และเนื้อ และอบด้วยเตาอบแบบผสมไอน้ำที่มีระบบลมร้อนแบบ 4D Hot air ช่วยกระจายความร้อนภายในเตาอบได้อย่างทั่วถึง พร้อมกับยังสามารถปล่อยไอน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับอาหาร พร้อมกับเทคโนโลยี  Perfect Bake และ Perfect Roast สำหรับอบอาหาร หรือขนมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างเต็มที่ และยังมีเตาอินดักชั่นที่ให้ความร้อนได้เร็วกว่าการใช้แก๊ส ถึง 50 % รวมทั้งความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน   สามารถติดตามข่าวสารได้ที่  www.facebook.com/BoschHomeThailand หรือ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bosch-home.in.th    
ครัวแฮคเกอร์ (Häcker) ส่วนหนึ่งของครอบครัวคุณ

ครัวแฮคเกอร์ (Häcker) ส่วนหนึ่งของครอบครัวคุณ

แฮคเกอร์ (Häcker)  ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ผลิตชุดครัวแบบติดตั้งที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ประสบความสำเร็จโดยการบริหารงานด้วยฝีมือของสมาชิกครอบครัวตราบถึงปัจจุบัน จนก้าวขึ้นมายืนแถวหน้าในวงการอุตสาหกรรมชุดครัวของยุโรป และกลายเป็นความภาคภูมิใจภายใต้คำจำกัดความของคำว่า ‘German Made’   แฮคเกอร์ เป็นชุดครัวที่ผลิตจากเยอรมนีทุกชิ้น และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ได้รับความนิยมในประเทศเยอรมนี เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงและปรากฏอยู่ตามบ้านหลายหลัง ด้วยมาตรฐานที่สูงของวัสดุ คุณภาพ เทคโนโลยีการผลิต ฟังก์ชั่น อายุการใช้งานยาวนาน ความปลอดภัย ตลอดจนดีไซน์ ตามแนวคิดการออกแบบชุดครัวที่ได้รับความเชื่อถือมาตลอดในวงการอุตสาหกรรมออกแบบครัว ซึ่งเริ่มจากธุรกิจเล็กๆ ตั้งแต่ปี 1965 ในเมืองเรอดิงเฮาเซน (Rödinghausen) เขตเวสต์ฟาเลนตะวันออกของรัฐนอร์ดไรน์-เวสต์ฟาเลน   แต่ประวัติความเป็นมาของ แฮคเกอร์ (Häcker) ความจริงแล้วเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1898 โดยแฮร์มันน์ แฮคเกอร์ (Hermann Häcker) เป็นผู้ก่อตั้งร้านผลิตงานช่างไม้ กระทั่งฟรีดริช แฮคเกอร์ (Friedrich Häcker) รับช่วงกิจการต่อในปี 1938 และต่อมาในปี 1965 ครอบครัวฟิงเกไมแอร์ (Finkemeier) ซื้อกิจการไปบริหาร และเริ่มปรับเข้าสู่ธุรกิจงานครัวติดตั้งอย่างเต็มรูปแบบในปี 1972 จนถึงปัจจุบัน   ในปี 2018 แฮคเกอร์ มีโรงงานผลิตชุดครัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป มีพนักงานทั้งสิ้นกว่า 1,700 คน และมียอดขายทั่วโลกสูงถึงกว่า 20,000 ล้านบาท สัดส่วนการส่งออกราว 40 เปอร์เซ็นต์ใน 67 ประเทศทั่วโลก แฮคเกอร์ ออกแบบผลิตไลน์ผลิตภัณฑ์เริ่มแรกในหมวดของ classic และ classicART ต่อมาเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์เป็นระดับสูงขึ้นในหมวด systemat และ systematART   จุดเด่นของชุดครัว แฮคเกอร์ อยู่ที่หน้าบาน ซึ่งมีให้เลือกหลายร้อยหน้าบาน หลากหลายวัสดุ ตอบโจทย์ในทุกความต้องการและรสนิยมของลูกค้า รวมถึง Gadget ต่างๆ และการติดตั้ง ที่ก้าวล้ำนำหน้าแบรนด์อื่นเสมอ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ คุณภาพของวัสดุ และความเป็นเยี่ยมในเรื่องของ R&D และเทคโนโลยีในการผลิต แฮคเกอร์ ไม่เพียงเป็นห้องครัวที่ใช้ประกอบอาหารเท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและความเพลิดเพลิน จึงมีความหลากหลายของครัวติดตั้งในรูปแบบและสไตล์ต่างๆ ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดสามารถผสมผสานกันได้ตามความต้องการ   นอกจากนี้สิ่งที่เป็นความภูมิใจของ แฮคเกอร์ กับ ‘German Made’ อาทิ   ระบบของเยอรมันที่ยอดเยี่ยม เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกว่า ครัวที่ดีที่สุด คือครัวจากประเทศเยอรมนี และ แฮคเกอร์ ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยมีรางวัลการันตีมากมาย ทั้งในแง่ของการผลิต ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความยอดเยี่ยมคงทนของวัสดุ รางวัลล่าสุดที่ แฮคเกอร์ ได้รับก็คือ Gold Award อันเป็นรางวัลสูงสุดจากการคัดเลือกแบรนด์ชุดครัวทั่วยุโรป จัดโดยองค์กร Focus Money ที่น่าเชื่อถือของเยอรมนี ระบบการผลิตที่ยอดเยี่ยม แฮคเกอร์ นับว่าเป็นแบรนด์ที่มีระบบการผลิตภายใต้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด และใช้วัสดุที่ผลิตจากประเทศเยอรมนี ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่ได้รับการชื่นชมและยอมรับในด้านการผลิตอย่างมีระบบที่สุดของโลก ระบบการบรรจุหีบห่อที่ดีที่สุด เพราะการตอบรับจากคุณภาพของสินค้า ทำให้ แฮคเกอร์ ก้าวขึ้นสู่ตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงควบคุมคุณภาพในการบรรจุหีบห่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สินค้าถึงผู้รับได้แบบสมบูรณ์ที่สุด ระบบการขนส่งที่ตรงเวลาที่สุด นอกเหนือจากความเป็นมืออาชีพ ทั้งในด้านการผลิตและการบรรจุหีบห่อแล้ว แฮคเกอร์ ยังมีกระบวนการขนส่งที่ตรงเวลาที่สุด ทำให้มั่นใจได้ถึงระยะเวลาการส่งมอบ และติดตั้งได้ตรงตามกำหนด ระบบบริการหลังการขาย เป็นอีกสิ่งที่ แฮคเกอร์ ให้ความสำคัญ ที่พร้อมให้ความสะดวก และรวดเร็วที่สุด   ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์รสนิยมและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ให้ชุดครัว แฮคเกอร์ เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคุณ... สามารถรับชมชุดครัว แฮคเกอร์ ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม RCD ทองหล่อ ซ.สุมขุมวิท 55 โทร. 02-185-3116 หรือ www.rcdkitchen.com      
PEA จับมือ “ออริจิ้น” สนับสนุนโครงการ Smart District Rayong หวังเกิด Smart City สร้างคุณภาพชีวิต-ใช้พลังงานคุ้มค่า

PEA จับมือ “ออริจิ้น” สนับสนุนโครงการ Smart District Rayong หวังเกิด Smart City สร้างคุณภาพชีวิต-ใช้พลังงานคุ้มค่า

PEA จับมือ “ออริจิ้น” สร้างความร่วมมือทางธุรกิจพลังงานด้านระบบดิจิทัลในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หวังเกิดSmart City สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย และเกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ด้านออริจิ้น เล็งเปิดตัวเริ่มต้นโครงการมิกซ์ยูส “Smart District Rayong” พร้อมคอนโดมูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้าน หวังเป็นแลนด์มาร์คใหม่ใน EEC ภายใต้การสนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานด้วย PEA Hero Platform   นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รองผู้ว่าการสายงานธุรกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เปิดเผยว่า PEA ร่วมกับ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ลงนามในบันทึกข้อตกลงโครงการความร่วมมือทางธุรกิจพลังงานด้านระบบดิจิทัลในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สำหรับโครงการ Origin Smart District Rayong โดยทาง PEA จะนำ PEA HERO PLATFORM ซึ่งประกอบไปด้วย PEA Solar Hero Feature, PEA Energy Hero Trading Feature, PEA Care Hero Feature และ PEA Energy Intelligence Hero Feature เป็นสื่อกลางในส่วนของการผลิตพลังงานไฟฟ้า การบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System) และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ สำหรับพื้นที่โครงการ Origin Smart District Rayong ของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) โดยมี Concept ในการพัฒนาแบ่งเป็น 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1. Smart Living การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อาศัย 2. Smart Service  การให้บริการด้านการตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า 3. Smart Energy การส่งเสริมให้เกิดการผลิตพลังงานสะอาดและการใช้ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด 4. Smart City การบริหารจัดการพลังงานในภาพรวมของโครงการ นายเขมรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า PEA มีนโยบายพัฒนาองค์กรให้เป็น Digital Utility โดยส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงาน พร้อมทั้งมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจใหม่ด้านพลังงานให้มีความทันสมัยในการให้บริการประชาชนให้ดียิ่งขึ้นเพื่อพร้อมเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเตรียมขยายการให้บริการไปสู่ระดับภูมิภาคในอาเซียน โดย PEA ได้ร่วมมือกับออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ พัฒนาธุรกิจลงทุนด้านพลังงานและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ สำหรับโครงการ Origin Smart District Rayong เพื่อตอบสนองเทคโนโลยีที่นำมาสู่การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงในทุกภาคส่วนของสังคมตั้งแต่สังคมในภาคใหญ่อย่างเช่น ธุรกิจอุตสาหกรรม จนถึงภาคสังคมขนาดเล็กอย่างภาคครัวเรือน ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคดิจิทัล ที่ต้องการความสะดวก และรวดเร็วทันใจ โดยเรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น หากมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยตอบโจทย์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลบนโทรศัพท์มือถือ อย่างเช่น Mobile Platform ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตในเรื่องต่างๆ  โดยเน้นการส่งเสริมและพัฒนาการให้บริการ และบริหารจัดการด้านพลังงานไฟฟ้าด้วยระบบดิจิทัลอย่างครบวงจร รวมทั้งจะเป็นโครงการต้นแบบของการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับโครงการอื่นๆ ทั้งในภาคธุรกิจ และในภาพรวมของทั้งประเทศ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ด้านพลังงานต่อไป ด้านนายอรุช ช่างทอง กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจใน EEC บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ Origin Smart District Rayong เป็นโครงการมิกซ์ยูสโครงการใหม่ของออริจิ้น ที่จะถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สำหรับความร่วมมือกับ PEA ในครั้งนี้ จะมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City ภายในพื้นที่โครงการ เพื่อช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย ผ่านนวัตกรรมการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีคุณค่า เช่น ระบบการจัดการพลังงานในบ้าน (Smart Home) การติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) รวมถึงการให้บริการด้านการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าและการบริหารจัดการพลังงานในโครงการ “ออริจิ้นให้ความสำคัญกับเรื่องความเข้าใจลูกค้า หรือ Empathy โดยต่อยอดผ่านการสร้าง Smart Products คือพัฒนาสินค้าทุกประเภทให้ตอบโจทย์ความต้องการโดยมี Smart Technology เข้ามาช่วยเติมเต็ม ขณะเดียวกันก็มอบ Excellence Services บริการเหนือระดับไปพร้อมกัน โดย PEA ถือเป็นองค์กรที่มีทั้งองค์ความรู้และวิสัยทัศน์สอดคล้องกัน ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นความร่วมมือที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้อยู่อาศัย” นายอรุช กล่าว สำหรับ Origin Smart District Rayong เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมหลายโครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 5,000 ล้านบาท รวมถึงจะมีโครงการประเภทอื่นๆ อีกหลายประเภท คาดว่าจะทยอยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาส 2/2562 ผู้สนใจโครงการความร่วมมือทางธุรกิจพลังงานด้านระบบดิจิทัล สามารถติดต่อสอบถามได้ที่กองกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจใหม่ PEA เบอร์โทรศัพท์ 02-009-6125 หรือที่ Call Center PEA โทรศัพท์ 1129      
ฮาบิแทท กรุ๊ป เปิดตัวคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทแห่งใหม่  “รามาด้า บาย วินด์ดัม มิรา นอร์ท พัทยา”

ฮาบิแทท กรุ๊ป เปิดตัวคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทแห่งใหม่ “รามาด้า บาย วินด์ดัม มิรา นอร์ท พัทยา”

ฮาบิแทท กรุ๊ป ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมเพื่อการลงทุนของไทยทำพิธีลงนามเซ็นสัญญากับ วินด์ดัม โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ ในการบริหารจัดการโครงการคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทแห่งใหม่ในพัทยาของฮาบิแทท กรุ๊ป ภายใต้แบรนด์ชั้นนำอย่าง “รามาด้า บาย วินด์ดัม” โดย วินด์ดัม โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ เป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการโรงแรมกว่า 9,200 แห่ง ใน 80 ประเทศทั่วโลก   บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทผู้มีประสบการณ์พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนมากกว่า 7 ปี รวม 10 โครงการ มั่นใจศักยภาพเมืองพัทยา เดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ “รามาด้า บาย วินด์ดัม มิรา นอร์ท พัทยา” คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว ทำเลพัทยาเหนือ มูลค่า 1,500 ล้านบาท โดยเจาะกลุ่มทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติ ราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท พร้อมชูการันตีผลตอบแทน 6% นาน 3 ปี   นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า “แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในประเทศไทยยังแข็งแกร่งและเติบโตได้ดี โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในทำเลแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง เมืองพัทยา ซึ่งฮาบิแทท กรุ๊ป มีความมั่นใจในศักยภาพและยังคงลงทุนพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการใหม่ล่าสุด รามาด้า บาย วินด์ดัม มิรา นอร์ท พัทยา เป็นโครงการคอนโดมิเนียมลักชัวรี่โลว์ไรซ์สไตล์รีสอร์ททำเลพัทยาเหนือ”   โครงการรามาด้า บาย วินด์ดัม มิรา นอร์ท พัทยา ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่ ทำเลพัทยาเหนือใกล้กับหาดวงศ์อมาตย์เพียง 1.4 กิโลเมตร และใกล้กับห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา เพียง 500 เมตร พัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมลักชัวรี่โลว์ไรซ์สูง 8 ชั้นจำนวน 2 อาคาร รวมจำนวน 339 ยูนิต ตกแต่งครบพร้อมเฟอร์นิเจอร์ มีห้องพักให้เลือก 3 แบบ ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 29-55 ตร.ม. ประกอบด้วย แบบดีลักซ์ ขนาดพื้นที่ 29 ตร.ม. จำนวน 314 ยูนิต หรือคิดเป็น 92% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด, แบบจูเนียร์ สวีท ขนาดพื้นที่ 42 ตร.ม. จำนวน 19 ยูนิตหรือคิดเป็น 6% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด และแบบห้องสวีท มีขนาดพื้นที่ 55 ตร.ม.มีเพียง 6 ยูนิตเท่านั้น ราคายูนิตเริ่มต้นที่ 3.9 ล้านบาท หรือ ราคาเฉลี่ยที่ 140,000 บาทต่อ ตร.ม.   มิสเตอร์เดวิด เรย์ รองประธาน ฝ่ายพัฒนาโครงการ วินด์ดัม โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมทำงานกับหนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยอย่าง บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ในการเปิดตัวแบรนด์รามาด้า บาย วินด์ดัม ในพัทยา โครงการรีสอร์ทหรูพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการชั้นเลิศจะสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้เข้าพักได้เป็นอย่างดีที่สุด”   โครงการรามาด้า บาย วินด์ดัม มิรา นอร์ท พัทยา ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เป็นจุดหมายใหม่ของการพักผ่อนอย่างแท้จริง ตามคอนเซ็ปต์ “Make Irresistible Relaxation Alive” เพื่อสร้างบรรยากาศและให้ความรู้สึกผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพักประกอบด้วย สระว่ายน้ำและน้ำตกที่เชื่อมต่อกัน พื้นที่สีเขียวธรรมชาติ Great Lawn ที่สามารถใช้เวลาพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและสงบ เติมเต็มความสนุกบนพื้นที่ Kid’s Zone และ Tree house พื้นที่แห่งความสุขสำหรับทุกคนในครอบครัว นอกจากนั้นห้องและอุปกรณ์ออกกำลังกาย Fitness Centre and Changing Room เพื่อให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง อีกทั้ง ทางโครงการยังได้มอบการบริการจัดการห้องพักให้อย่างครบครันในรูปแบบ Resort House Keeping โดยผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิดในพื้นที่ส่วนรวม ประตูรักษาความปลอดภัย และระบบคีย์การ์ดควบคุมการเข้าออก   โดยความคืบหน้าของโครงการปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติและเริ่มก่อสร้างภายในไตรมาส 4 ปี 2562 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จช่วงไตรมาส 4 ปี 2564   “พัทยา นับเป็นทำเลที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลยอดนิยมที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 90 นาที นับเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสำคัญ นอกจากจะยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีนแล้ว ยังมีชาวญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกง ประกอบกับมีปัจจัยสนับสนุนจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี), การพัฒนาขยายสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินพาณิชย์ และโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระหว่างสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา ตอกย้ำการลงทุนระยะยาวของภาคตะวันออก และยังเป็นการยกระดับเมืองพัทยาในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอีกด้วย” นายชนินทร์ กล่าวเพิ่มเติม   โครงการรามาด้า บาย วินด์ดัม มิรา นอร์ท พัทยา เป็นคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อการลงทุนอย่างแท้จริง โดยฮาบิแทท กรุ๊ป นำเสนอโครงการที่มีรูปแบบการบริหารจัดการโดยแบรนด์โรงแรมระดับ 5 ดาว เพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนต่อเนื่องนาน 30 ปี พร้อมการันตีผลตอบแทนที่ 6% เป็นระยะเวลานาน 3 ปี หลังจากนั้นจะเป็นการแบ่งผลกำไรระหว่างผู้ซื้อ 70% และผู้พัฒนาโครงการ 30% นอกจากนี้ เจ้าของห้องยังสามารถเข้าพักฟรีได้ 14 วันต่อปี   สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและข้อมูลโครงการต่างๆ ของ ฮาบิแทท กรุ๊ป ได้ที่ เว็ปไซต์ www.habitatgroup.co.th หรือ โทร. 02-168-8266 หรือ 081-451-0002      
‘เอพี ไทยแลนด์’ สุดยอดแบรนด์ครองใจมหาชน บริษัทอันดับ 1 ที่คนไทยเชื่อถือที่สุด

‘เอพี ไทยแลนด์’ สุดยอดแบรนด์ครองใจมหาชน บริษัทอันดับ 1 ที่คนไทยเชื่อถือที่สุด

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนวัตกรรมการอยู่อาศัย ครองตำแหน่งองค์กรและแบรนด์อันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคไทยให้ความชื่นชมและเชื่อถือมากที่สุด ในหมวดอสังหาริมทรัพย์ จากผลการสำรวจเพื่อเฟ้นหา ‘สุดยอดแบรนด์ครองใจมหาชนปี 2019 (Thailand’s Most Admired Brand 2019)’ รางวัลการันตีแรกในปี 2019 ที่นำไปสู่เป้าหมายหลัก ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘AP WORLD’ ผู้สร้างพิมพ์เขียวแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี มีสินค้าและบริการคุณภาพครอบคลุมทุกความต้องการเชิงลึกของตลาดอย่างแท้จริง ผ่านกระบวนการทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง   นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“รางวัลสุดยอดแบรนด์ครองใจมหาชนปี 2019 (Thailand’s Most Admired Brand 2019) ที่ทางเอพี ไทยแลนด์ได้รับจากงานวิจัยโดยนิตยสารแบรนด์เอจนั้น ถือว่าสะท้อนภาพความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคคนไทยมีต่อสินค้าและบริการในเครือเอพี ไทยแลนด์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งจากผลวิจัย 3 อันดับแรกที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ของคนไทยนั้น ประกอบด้วยระบบการรักษาความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการ และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ซึ่งเอพี ไทยแลนด์ได้รับการโหวตจากผู้บริโภคให้เป็นอันดับ 1 ใน 3 ประเด็นที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในยุคปัจจุบัน นับเป็นความสำเร็จต่อเนื่องจากการเป็น ‘องค์กรพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคประจำปี 2018 (The Most Admired Company 2018)’ เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเราเชื่อว่าความสำเร็จของ เอพี ไทยแลนด์เกิดจากการเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งประกอบกับการนำประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 27 ปี มาคิดวิเคราะห์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นทั้งในด้านนวัตกรรม การออกแบบ แผนพัฒนาโครงการ กระบวนการทำงาน ตลอดจนการดูแลหลังการขาย โดยมีเป้าหมายให้ลูกบ้านในเครือเอพีรู้สึกว่าเขาไม่ได้เพียงซื้อบ้าน แต่ทุกคนในครอบครัวได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีจากเอพี”   “กระบวนการที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติของการอยู่อาศัย ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคำว่า คุณภาพชีวิต ทุกคนตีความในมุมมองที่แตกต่างกัน อีกทั้งมิติของคำว่าคุณภาพชีวิตยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามลำดับความสำคัญที่คนในสังคมคำนึงถึง อย่างเช่น วันนี้เรื่อง PM 2.5 กลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิตไปแล้ว ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเราอาจจะยังไม่รู้เลยว่า PM 2.5 คืออะไร และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเพียงใด ดังนั้น คำตอบในเรื่องคุณภาพชีวิตเปลี่ยนแปลงได้ตามบริบททางสังคมที่เราอยู่ เพราะฉะนั้นกระบวนการค้นหาความต้องการแฝง หรือ Unmet Need จึงมีความสำคัญมากต่อการพัฒนานวัตกรรมที่นำมาสู่พิมพ์เขียวแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีในที่สุด” นายวิทการ กล่าว   ทั้งนี้ จากการขยายวิสัยทัศน์ไปสู่การเป็นองค์กรที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคม ภายใต้แนวคิด AP WORLD, A Vision for Quality of Life นั้น ถือเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับเอพี ไทยแลนด์ อีกทั้งยังเอื้อต่อการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างที่มากขึ้น ผ่านการดำเนินธุรกิจในเครือ 6 รูปแบบ  1) ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สําหรับคนเมือง คลอบคลุมสินค้าทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดและทาวน์โฮม ราคาเริ่ม 2 ล้านจนถึง 50 ล้านขึ้นไป 2) ธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ให้บริการคลอบคลุม ทั้งการรับฝากขาย ฝากเช่า ทั้งในและต่างประเทศ 3) ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ดูแลคุณภาพชีวิตในโครงการต่างๆ ทั้งที่อยู่ในเครือเอพีและบริษัทอื่นๆ รวมถึงอีก 3 ธุรกิจใหม่ที่ได้จัดตั้งขึ้น 4) ธุรกิจสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนการบริหารจัดการคุณภาพชีวิต ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินชีวิตมอบประสบการณ์ใหม่ 5) ธุรกิจการพัฒนานวัตกรรมดีไซน์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ยังไม่ถูกค้นพบของคนในสังคม 6) ธุรกิจการศึกษาดิสรัปวิธีการเรียนรู้ของคนในองค์กรและคนในสังคมด้วยกระบวนการใหม่ๆ ซึ่งบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจากวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างพิมพ์เขียวแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อทุกคนในสังคม ประสานกับความแข็งแกร่งในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการขยายไปยังธุรกิจใหม่ๆ จะต่อยอดให้เอพี ไทยแลนด์ยังคงเป็นองค์กรและแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคไทยต่อไป   “เอพีผสานนวัตกรรมเข้าไปในทุกๆ กระบวนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปจนถึงวิธีคิดของคนในองค์กรในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะทำให้ทุกคนในสังคมได้ประโยชน์สูงสุด เราใส่ใจในทุกขั้นตอน ด้วยเหตุนี้แบรนด์ของเอพีจึงได้รับรางวัล ‘สุดยอดแบรนด์ครองใจมหาชนปี 2019 (Thailand’s Most Admired Brand 2019)’ โดยนิตยสารแบรนด์เอจ แบรนด์อันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคไทยให้ความชื่นชมและเชื่อถือมากที่สุด ซึ่งเอพี (ไทยแลนด์) ยังคงเดินหน้า และไม่หยุดยั้งในการศึกษาค้นคว้า เพื่อส่งมอบนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่จะสร้างความแตกต่าง ทั้งด้านคุณภาพ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต พร้อมก้าวสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการสร้าง ‘AP WORLD’ พิมพ์เขียวแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี ให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงในสังคม” นายวิทการ กล่าวสรุป    
“แกรนด์ ยูนิตี้” ลุยย่านพระราม 6 เตรียมเปิดรอบพิเศษ แนะนำคอนโดหรูสุดไพรเวทก่อนใคร กับโครงการ คาร่า อารีย์ – พระราม 6 (KARA Ari - Rama 6)

“แกรนด์ ยูนิตี้” ลุยย่านพระราม 6 เตรียมเปิดรอบพิเศษ แนะนำคอนโดหรูสุดไพรเวทก่อนใคร กับโครงการ คาร่า อารีย์ – พระราม 6 (KARA Ari - Rama 6)

แกรนด์ ยูนิตี้ เตรียมจัดรอบพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจ โครงการคอนโดมิเนียมล่าสุด “คาร่า อารีย์–พระราม 6” (KARA Ari-Rama 6) คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี บนทำเลศักยภาพย่านอารีย์-พระราม 6 ใกล้แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ แหล่งงาน สะดวกสบายในการเดินทางด้วยทางด่วนพิเศษศรีรัช ในราคาเริ่มต้น 11.5 ล้านบาท สัมผัสก่อนใคร 30–31 มีนาคมนี้ พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 300,000 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป   นายปัฐวิน วงศ์เสถียร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและการขาย บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ GRAND UNITY บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียมคุณภาพ ในเครือบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV เปิดเผยว่า แกรนด์ ยูนิตี้ เตรียมจัดงาน Soft Opening โครงการ “คาร่า อารีย์ – พระราม 6” (KARA Ari - Rama 6) เพื่อแนะนำลักซ์ชัวรีคอนโดมิเนียม แบรนด์ใหม่ล่าสุดกับลูกค้าที่แจ้งความสนใจเยี่ยมชม ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดย “คาร่า อารีย์ – พระราม 6” เป็นคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรซ์ 8 ชั้น ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว เนื่องจากโครงการมีเพียง 28 ยูนิต ตั้งอยู่ติดถนนพระราม 6 ซึ่งถือเป็นทำเลที่เชื่อมระหว่างย่านอารีย์กับพระราม 6 ที่มีทั้งแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ และแหล่งงานที่สำคัญพร้อมทั้งสะดวกสบายในทุกการเดินทาง เนื่องจากใกล้จุดเชื่อมต่อทางด่วนพิเศษศรีรัช พร้อมด้วยความสะดวกสบาย เช่น ที่จอดรถถึง 100% พร้อมระบบ Auto Parking ทำให้หมดกังวลเรื่องการวนหาที่จอดรถ ถือเป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยที่ใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง ในราคาเริ่มต้น 11.5 ล้านบาท   ทั้งนี้ โครงการ “คาร่า อารีย์ – พระราม 6” (KARA Ari - Rama 6) มีกำหนดจัดงาน Soft Opening ระหว่างวันที่ 30 – 31 มีนาคมนี้ ณ สำนักงานขายบริเวณชั้น 2 ภายในโครงการอารีย์ การ์เด้น ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียน พร้อมรับส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 300,000 บาท ได้แล้ววันนี้ที่ www.grandunity.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 652 4000 หรือ www.facebook.com/GrandUnityDevelopment      
“แสนสิริ” โชว์ความสำเร็จ ตอกย้ำผู้นำตลาดลักซ์ชัวรี่ ปิดการขาย “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า”

“แสนสิริ” โชว์ความสำเร็จ ตอกย้ำผู้นำตลาดลักซ์ชัวรี่ ปิดการขาย “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า”

“แสนสิริ” ตอกย้ำผู้นำตลาดอสังหาริมทัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ของไทย ประกาศปิดการขาย “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” (THE MONUMENT SANAMPAO) ด้วยยอดขายกว่า 1,500 ลบ. จำนวน 86 ยูนิต ย้ำความสำเร็จแบรนด์ “เดอะ โมนูเมนต์” คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างเข้าใจและตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Monument to Generations’ การส่งต่อทำเลคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองสูงถึง 70%  เผยปัจจัยหลัก ได่แก่ ทำเล ความเป็นส่วนตัว ดีไซน์ที่มีรสนิยม วัสดุคุณภาพระดับเวิลด์คลาส ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มลักซ์ชัวรี่ระดับบนอย่างแท้จริง พร้อมเตรียมเผยโฉมและโอนกรรมสิทธิ์ “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” โครงการล่าสุด ภายใต้บริษัทร่วมทุนกับ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มูลค่ากว่า 6,500 ล้านบาทกับแนวคิด “Luxury is Space” คอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี่สำหรับครอบครัวยุคใหม่ นิยามความหรูหราผ่านพื้นที่โอ่โถงที่ให้ประสบการณ์เสมือนบ้าน แลนด์มาร์คแห่งใหม่บนถนนเส้นหลักทองหล่อ ปัจจุบัน มียอดขายอยู่ที่ 40% หรือมูลค่า 2,600 ล้านบาท นายปิติ จารุกำจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า “เดอะ โมนูเมนต์” ถืออีกหนึ่งแบรนด์คอนโดมิเนียม ในการรุกตลาดคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ของแสนสิริ พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ‘The Monument to Generations’ การส่งต่อทำเลที่มีคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น และความภาคภูมิใจในกการอยู่อาศัย ควบคู่กับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และการคัดสรรวัสดุที่มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาสโดยโครงการแรก “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” เปิดตัวในปี 2558 ในรูปแบบไฮไรซ์สูง 24 ชั้น ที่ให้ความเป็นส่วนตัวเพียง 86 ยูนิต บนทำเลสนามเป้า – พหลโยธิน ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางการรวมตัวของวัฒนธรรมเก่า และความทันสมัย ที่ผสานอย่างลงตัว โดยปัจจุบัน สามารถปิดการขายโครงการ 100% ด้วยมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท เมื่อต้นปีนี้”   นายปิติ กล่าวต่อไปว่า “ปัจจัยสำเร็จที่โดดเด่น ส่งผลให้โครงการได้รับการตอบรับอย่างสูงสุดจากกลุ่มลูกค้า ได้แก่ ความคุ้มค่าของโครงการที่มูลค่าเพิ่มขึ้นเหนือกาลเวลา ทั้งคุณภาพและราคาที่ดีที่สุด ทำให้ “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” เป็นทรัพย์สินที่ควรค่าแก่การครอบครอง สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานได้ ด้วยที่ตั้งโครงการอยู่ในทำเลศักยภาพสูง ติดริมถนนใหญ่ โซนเส้นถนนพหลโยธินตอนต้น ซึ่งปัจจุบันหาได้ยากมาก พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิตทุกมิติ เพียง 5 กม. ใกล้ทางด่วนทั้งขาเข้าและออกนอกเมือง โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองสูงถึง 70% และผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าด้วยสูงถึง 4-6% ต่อปี ซึ่งกลุ่มลูกค้าเช่า ได้แก่ กลุ่มชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย กลุ่มแพทย์ที่ทำงาน ในบริเวณนี้ กลุ่มลูกค้าโรงพยาบาลพญาไท เป็นต้น ทำให้ทำเลนี้ ไม่แตกต่างจากทำเลใจกลางเมืองสำคัญอื่นๆ ที่มีราคาสูงกว่า ทั้งนี้ ยังคงมีลูกค้าสนใจและมีความต้องการซื้อโครงการอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีราคาซื้อต่อสูงขึ้นถึง 5% โครงการยังถือเป็นผลงานการออกแบบระดับมาสเตอร์พีซ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัยที่คงความคลาสสิคเหนือกาลเวลา พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนทุกรายละเอียดที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุด ทั้งยังให้ความสำคัญกับ การจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ นอกจากล็อบบี้เลานจ์ บริเวณชั้นหนึ่งที่จัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้ลูกบ้านรับรองแขกแล้ว ยังมีพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ อีกถึง 3 ชั้น คิดเป็นพื้นที่กว่า 20% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมด ซึ่งส่วนกลางมีฟังก์ชั่นครบครัน ทั้งพื้นที่ออกกำลังกาย Panoramic Exercise Room และพื้นที่สังสรรค์ Social Lounge, Sky Pavilion, Libraryroom และ Tea Room เป็นต้น “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” นำเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิตแบบ SMART LIVING มาช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิต โดยถือเป็นโครงการที่พักอาศัยแห่งแรกในเอเชียที่มีหุ่นยนต์ส่งของให้บริการลูกบ้าน พร้อมระบบรองรับการใช้พลังงานทดแทนในอนาคตอย่าง EV charger station สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง และติดตั้งเครื่องรีไซเคิลขวดน้ำพลาสติก (PET Bottle Refun)     เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดปริมาณขยะพลาสติก และสุดท้ายโครงการนี้ยังมี บริการเพื่อการใช้ชีวิตเหนือระดับ อย่าง Building Manager และ Concierge Service ผู้ช่วยประจำโครงการ เช่น บริการซัก อบ รีด, บริการตรวจสอบดูแลและจัดการห้องชุด, บริการเรียกรถลีมูซีน, บริการแนะนำร้านซ่อมเสื้อผ้าและเครื่องหนัง เป็นต้น” “ด้วยความสำเร็จของแบรนด์ “เดอะ โมนูเมนต์” โครงการแรก จึงเป็นที่มาของการสานต่อสู่การพัฒนาโครงการ “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” โครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ที่กำหนดนิยามใหม่แห่งการอยู่อาศัยด้วยพื้นที่กว้างขวางภายใต้แนวคิด “Luxury is Space” โอ่โถงเสมือนอยู่บ้านเดี่ยว โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาคารรูปทรง “Monolith” อันเป็นเอกลักษณ์ ที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในทองหล่อ และเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตสุดเอ็กซ์คลูซีฟสูงสุดเพียงชั้นละ 4 ห้อง รวม 127 ยูนิต บนที่ดินขนาด 2 ไร่ ติดถนนเส้นหลักของทองหล่อ อีกหนึ่งทำเลอันเป็นมรดกทรงคุณค่าที่มีศักยภาพสูงสุดอันดับต้นๆของกรุงเทพฯ ทั้งย่านที่พักอาศัยคุณภาพสูงมาตั้งแต่อดีต และแหล่งรวมร้านค้าชั้นนำ ร้านอาหารและ คอมมูนิตี้มอลล์ระดับไฮเอนด์มากมายโดยหลังจากเปิดพรีเซลไปเมื่อปี 2561 และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม ด้วยยอดพรีเซลกว่า 40% พร้อมเตรียมเปิดเผยโฉม “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” ในเดือนมีนาคมปีนี้ ซึ่งเราคาดว่าจะได้รับการตอบรับในการโอนกรรมสิทธิ์อย่างเช่นเคย อีกแน่นอน” นายปิติ กล่าวสรุป      

รวม Presale ล่าสุด

พฤกษา เตรียมเปิดจอง The Plant ซิตี้ แจ้งวัฒนะ ทาวน์โฮมทำเลทอง ติดอิมแพ็คเมืองทองธานี

พฤกษา เตรียมเปิดจอง The Plant ซิตี้ แจ้งวัฒนะ ทาวน์โฮมทำเลทอง ติดอิมแพ็คเมืองทองธานี

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท - แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ บริษัทฯ จะเปิดให้จองโครงการ The Plant ซิตี้ แจ้งวัฒนะ ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ซึ่งเป็นโซนใหม่ ติดถนนใหญ่หน้าโครงการ  บนสุดยอดทำเลติดถนนใหญ่ป๊อปปูล่า เมืองทองธานี  ซึ่งในปัจจุบันทำเล “เมืองทองธานี” เป็นย่านที่มีการขยายตัวทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว   เนื่องจากมีธุรกิจที่ให้บริการหลากหลาย ทั้งงานจัดแสดงสินค้า นิทรรศการ ประชุมสัมมนา งานเลี้ยงสังสรรค์ คอนเสิร์ต กิจกรรมพิเศษอื่นๆ มากมายตลอดปี  อีกทั้งยังมีร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง สถานศึกษา รวมถึงที่พักอาศัยโดยรอบ ซึ่งถือว่ามีความครบครัน ทำให้เมืองทองธานีผู้คนหลั่งไหลเข้าออกเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน  โครงการ The Plant ซิตี้ แจ้งวัฒนะ เป็นทาวน์โฮมโครงการเดียวในเมืองทองที่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน และติดถนนใหญ่ โดยสามารถอยู่อาศัย ทำร้านค้า หรือโฮมออฟฟิศ ด้วยหน้ากว้างถึง 7.7 เมตร ซึ่งมีเพียง 22 ยูนิตเท่านั้น โดยจะเปิดพรีเซลในวันที่ 30 มีนาคม 2562  ลูกค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ก่อนจองทางเว็บไซต์หรือสำนักงานขายภายในวันที่ 10 มีนาคม 2562”   The Plant ซิตี้ แจ้งวัฒนะ เป็นทาวน์โฮมสไตล์ Luxury Loft โดยนำแนวคิดจากสถาปัตยกรรมแห่งการอยู่อาศัยที่ผสมกลิ่นอายความโมเดิร์นเรียบหรูเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ตัดรูปทรงด้วยกรอบเส้นที่คมชัด พร้อม Shade Panel ช่วยป้องกันแสงแดด และลดความร้อน สามารถเปิดปิดได้ตามความต้องการ อีกทั้งออกแบบให้ทุกฟังก์ชั่นใช้งานได้หลากหลาย โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยที่มากถึง 235 ตารางเมตร  และหน้าบ้านที่กว้างถึง 7.7 เมตร ซึ่งกว้างกว่าทาวน์โฮมทั่วไป ขนาดที่ดินเริ่มต้น 26.9 ตารางวา ให้คุณจัดสรรพื้นที่ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะอยู่อาศัยหรือทำธุรกิจ ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนด่านเมืองทองธานี ใกล้รถไฟฟ้า MRT  เพียง 300 เมตร สถานศึกษา และห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากมาย อาทิ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1739 หรือ pruksa.com    
เตรียมเปิดจอง Atmoz แจ้งวัฒนะ

เตรียมเปิดจอง Atmoz แจ้งวัฒนะ

เตรียมเปิดจองครั้งแรกในวันที่ 9-10 มีนาคมนี้แล้วสำหรับอีกหนึ่งโครงการคุณภาพ อย่าง แอทโมซ แจ้งวัฒนะ (Atmoz Chaengwattana) บนทำเลศักยภาพแจ้งวัฒนะ-เลียบคลองประปา ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีแจ้งวัฒนะ 14 และสถานีศรีรัช งานนี้กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด เตรียมจัดเต็มเน้นๆ ทั้งเรื่องดีไซน์ และพื้นที่ส่วนกลางเด็ดๆ ถึง 3 ชั้น เพื่อให้โดนใจไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านเท่านั้น ใครสนใจสามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ ได้ที่ www.assetwise.co.th หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-168-0000 กันได้เลยจ้า        
เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว–นวมินทร์  เปิดจองครั้งแรกในงาน VVIP รับส่วนลดสูงสุด 450,000 บาท

เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว–นวมินทร์ เปิดจองครั้งแรกในงาน VVIP รับส่วนลดสูงสุด 450,000 บาท

เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว–นวมินทร์ ทาวน์โฮมความสุขไซส์ XL ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง เปิดจองครั้งแรกในงาน VVIP Day 23 กุมภาพันธ์นี้ รับส่วนลดสูงสุด 450,000 บาท   โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ โครงการที่อยู่อาศัยรูปแบบทาวน์โฮม 3 ชั้น ภายใต้แนวคิด “XL สเปซ XL ความสุข” พัฒนาโดย บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ฉีกทุกกฎของทาวน์โฮมแบบเดิมๆ ด้วยแนวคิดและการออกแบบ เพื่อให้เหมาะกับชีวิตคนเมือง และครบทุกฟังก์ชั่นของการอยู่อาศัย ด้วยถนนภายในโครงการกว้าง 12 เมตร พื้นที่ใช้สอยในบ้านเทียบเท่าบ้านเดี่ยวสูงสุด 220 ตารางเมตร การออกแบบห้องผู้สูงอายุชั้น 1 พร้อมหน้าต่างระบายอากาศกว้างพิเศษเพื่อรับแสงและลมประหยัดพลังงาน พร้อมคลับเฮ้าส์สระว่ายน้ำและสวนสาธารณะขนาดใหญ่   พบกับทาวน์โฮมที่ตอบโจทย์ “สเปซแห่งความสุข” ของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริงได้ที่ โครงการเดอะ วิชั่น ลาดพร้าว - นวมินทร์ บนพื้นที่ 33 ไร่ ตั้งอยู่ในซอยนวมินทร์ 85 ในราคาเริ่มต้นที่ 2.79 ล้านบาท ครบทุกฟังก์ชั่น เหมาะสำหรับลูกค้าที่มองหาบ้านหลังแรกหรือการขยับขยายครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น บนทำเลที่การเดินทางสะดวกสบาย ใกล้ทางด่วน รามอินทรา–อาจณรงค์และวงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้ศูนย์การค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พบข้อเสนอพิเศษ ส่วนลดสูงสุดถึง 450,000 บาท ในงาน VVIP Day กับการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 23 – 24 กุมภาพันธ์ 2562 สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02 029 9999 หรือ www.allinspire.co.th      
ออริจิ้น จัดหนัก! เปิดพรีเซล “บริทาเนีย” พร้อมกัน 3 โครงการ 3 ทำเล

ออริจิ้น จัดหนัก! เปิดพรีเซล “บริทาเนีย” พร้อมกัน 3 โครงการ 3 ทำเล

“ออริจิ้น” สร้างปรากฎการณ์ใหม่ เตรียมเปิดตัวบ้าน 3 โครงการใหญ่ Pre-Sale พร้อมกันทั้ง 3 โครงการ 23-24 ก.พ.นี้ ที่สำนักงานขายโครงการ   “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” สร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่ ภายใต้แบรนด์ “บริทาเนีย” เปิดตัวบ้านบริทาเนีย 3 โครงการใหม่ บน 3 ทำเลศักยภาพที่มีแนวโน้มเติบโตสูงใกล้รถไฟฟ้าและทางด่วน เชื่อมต่อใจกลางเมืองและรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย กับ 3 โครงการใหญ่ “บริทาเนีย เมกะ ทาวน์ บางนา”, “บริทาเนีย บางนา กม.12” และ “บริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฎร์” กับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง (Human-Centric Design) และมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น   บ้าน “บริทาเนีย” ผสานนวัตกรรมล้ำสมัยในที่อยู่อาศัย ตอบรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ด้วยระบบ Security IoT (Internet of Thing) อาทิ Motion Sensor & Magnetic Sensor, Digital Door Lock (IP Camera) ระบบรักษาความปลอดภัยที่คุณสามารถควบคุมได้ทุกที่ ทุกเวลาผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน   นอกจากนี้ ยังมีบริการหลังการขายระดับโรงแรม รวมถึงบริการทำความสะอาด บริการซ่อมบำรุง บริการซักรีด หรือบริการทำสวน และยังมี “CLUB BRITANIA” คลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ที่มีเพียบพร้อมด้วย Facilities มากมายตอบรับทุกไลฟ์สไตล์เช่นเดียวกับคอนโดมิเนียม อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่า Social Lounge, Meeting Room, Kids Room, Kids Playground และซุ้มนั่งเล่นในสวนสวยสไตล์อังกฤษ   “บริทาเนีย เมกะทาวน์ บางนา” ทาวน์โฮม-บ้านซีรีส์ใหม่สไตล์อังกฤษ ใกล้เมกาบางนา-รถไฟฟ้าสายสีเหลือง พร้อมคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่จากแรงบันดาลใจในมนต์เสน่ห์แห่งอังกฤษ สู่สถาปัตยกรรมที่ผสานความทันสมัยและความคลาสสิคได้อย่างลงตัว สะท้อนความแตกต่างเหนือระดับด้วยวัสดุระดับพรีเมี่ยม หรูหราในทุกมิติมุมมอง เพื่อรองรับกับการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เริ่มที่ 2.99 – 6 ลบ.* ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 3 แสนบาท   บริทาเนีย บางนา กม.12 บ้านเดี่ยวสไตล์อังกฤษ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ทางด่วน และรถไฟฟ้า สะท้อนความหรูหรา สง่างาม ตั้งแต่ก้าวแรกที่สัมผัส ดีไซน์การออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร พร้อมเนรมิตคลับเฮาส์ให้เป็นพื้นที่ความสุขขนาดใหญ่เพื่อรองรับทุกการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ เริ่ม 4.89 - 8 ลบ.* ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 5 แสนบาท   “บริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฏร์” ทาวน์โฮม-บ้านซีรีส์ใหม่สไตล์อังกฤษ ใกล้ 2 ทางด่วน 1 สถานี ผสมผสานความเป็น Modern British Luxuryและ ความ Creative Living ได้อย่างลงตัว ใส่ใจทุกรายละเอียดการออกแบบ เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย เริ่ม 2.59 - 5 ลบ* ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 3 แสนบาท   เตรียมพบกับ PRE-SALE พร้อมกันทั้ง 3 ทำเล 3 โครงการ วันที่ 23-24 ก.พ. นี้ ที่สำนักงานขายโครงการ  ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษที่ คลิก  http://bit.ly/2E5y2hL  สอบถามเพิ่มเติมโทร 020-300-000      
พฤกษา ออกแคมเปญ “จะขอ ก็รีบขอ” ซื้อทาวน์โฮมทุกทำเล รับโปรแรง!!! ก่อนมาตรการ LTV

พฤกษา ออกแคมเปญ “จะขอ ก็รีบขอ” ซื้อทาวน์โฮมทุกทำเล รับโปรแรง!!! ก่อนมาตรการ LTV

พฤกษา ผู้นำอันดับหนึ่งในวงการอสังหา ไม่หวั่นมาตรการ LTV เร่งปรับกลยุทธ์รับมือ ขนทาวน์โฮมพร้อมอยู่ทั่วประเทศ ออกโปรโมชั่นแรง “จะขอ ก็รีบขอ”  รับส่วนลดสูงสุด 1 ล้าน ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน Gift Voucher และอื่นๆ อีกมากมาย พิเศษสุด! ฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ 14-17 กุมภาพันธ์นี้ จองทาวน์โฮมทุกโครงการเพียง 1 บาท พร้อมจับมือแบงค์พันธมิตรช่วยลูกค้ากู้บ้าน  คาดช่วยเร่งยอดขายไตรมาส 1/62   นายธีรเดช เกิดสำอางค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษาเรียลเอสเตท ทาวน์เฮาส์ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  “จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับปรุงเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบใหม่ LTV (Loan to value)  ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2562 นี้  ในส่วนของพฤกษาก็จะมีการปรับกลยุทธ์ โดยการลดสัดส่วนบ้านพร้อมอยู่   เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาผ่อนดาวน์มากยิ่งขึ้น  และมีการออกโปรโมชั่นเพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านเร่งตัดสินใจก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้  ในส่วนของธุรกิจทาวน์เฮาส์ ได้จัดแคมเปญ  “จะขอ ก็รีบขอ” สำหรับลูกค้าที่จองทาวน์โฮมของพฤกษาซึ่งเป็นบ้านพร้อมอยู่ภายใต้แบรนด์ บ้านพฤกษา พฤกษาวิลล์ เดอะคอนเนค  ทุกทำเล ตั้งแต่วันนี้ – 15 มีนาคม 2562 และโอนภายในวันที่ 31 มีนาคม 2562 จะได้รับส่วนลดสูงสุด 1 ล้านบาท ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน และพิเศษสุดเพื่อฉลองเทศกาลแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงนี้ ในวันที่ 14-17 กุมภาพันธ์นี้ ลูกค้าสามารถจองทาวน์โฮมทุกโครงการได้เพียง 1 บาทเท่านั้น”   “นอกจากนี้ยังจับมือร่วมกับธนาคารพันธมิตรในการช่วยเตรียมความพร้อมให้ลูกค้ากู้ผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น  ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ลูกค้าจะได้มีบ้านที่มีคุณภาพพร้อมรับสิทธิประโยชน์มากมายก่อนมาตรการรัฐจะมีผลบังคับใช้  และยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ  และลดความกังวลของลูกค้าในเรื่องการกู้และผ่อนชำระอีกด้วย  การออกโปรโมชั่นดังกล่าวคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยดันยอดขายและยอดโอนไตรมาสแรกปี 2562 ของบริษัทฯ ได้ดียิ่งขึ้น”        
เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ แจกอั่งเปามอบส่วนลดเป็นแสน!! กับคอนโดฯ พร้อมอยู่

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ แจกอั่งเปามอบส่วนลดเป็นแสน!! กับคอนโดฯ พร้อมอยู่

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ฉลองเทศกาลตรุษจีน แจกอั่งเปามอบส่วนลดเป็นแสน!! กับ 10 คอนโดฯ พร้อมอยู่ ใกล้รถไฟฟ้า 9-10 ก.พ.นี้เท่านั้น   อัดโปรโมชั่นมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าไม่ยั้ง ก็ต้องค่าย เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่นำโดยผู้บริหารหญิงคนแกร่ง คุณเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร ล่าสุดจัดโปรฯ ฉลองเทศกาลตรุษจีน จัดหนักเฉพาะ 9-10 ก.พ.นี้ 2 วันเท่านั้น แจกใหญ่ บิ๊กอั่งเปา มอบส่วนลด On Top 100,000 บาท ให้ลูกค้าได้เฮง เฮง มั่งมีศรีสุข เมื่อจองซื้อ 10 คอนโดฯพร้อมอยู่ ตกแต่งครบ ใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า ได้แก่ เอ็ม จตุจักร, เอ็ม ลาดพร้าว, เอ็ม สีลม, เอ็ม ทองหล่อ 10, มาเอสโตร 01 สาทร – เย็นอากาศ, มาเอสโตร 02 ร่วมฤดี, มาเอสโตร 03 รัชดา – พระราม 9, มาเอสโตร 12 ราชเทวี, มาเอสโตร 14 สยาม – ราชเทวี และมาเอสโตร 39 สุขุมวิท 39 ราคาเริ่มต้นที่ 3.69 ล้านบาท ห้ามพลาด!! ที่สำนักงานขายโครงการที่เข้าร่วม   โอกาสสุดท้ายแล้ว รีบคว้าด่วน ก่อนปรับมาตรการรัฐ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Major Development Contact Center โทร. 02-116-1111 หรือ www.mde.co.th        
ATTITUDE BU เปิดขายเฟสใหม่ จัดโปรฯ พิเศษ 19 รายการรับปีหมู

ATTITUDE BU เปิดขายเฟสใหม่ จัดโปรฯ พิเศษ 19 รายการรับปีหมู

โครงการคอนโดฯ Low Rise สุดแนวย่านรังสิตเตรียมเปิดขายเฟสใหม่ New Phase “A” Official Launch 2019 Building A โซนด้านหน้าโครงการที่ใกล้ที่สุด ติดถนนใหญ่ ใกล้ ม.กรุงเทพ รังสิต เหมาะแก่การลงทุนปล่อยเช่า สะดวกต่อการเข้าถึง ราคาเริ่มต้นเพียง 1.9 ล้านบาท* พร้อมโปรโมชันพิเศษของแถมกว่า 19 รายการ* และส่วนลดเพิ่มทุกยูนิตสูงสุดกว่า 2 แสนบาท* พ่วงโอกาสลุ้นรับ Iphone Xs Max 64GB ในวันงาน 9-10ก.พ.62 ผู้บริหารโครงการฯ มั่นใจตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่ได้ลงตัว โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและวัยทำงานตอนต้น   นายสมภพ วาณิชเสนี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออเบิ้ล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้บริหารโครงการ “แอททิจูด บียู” (ATTITUDE BU) คอนโดมิเนียมรูปแบบใหม่เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน เปิดเผยว่า ในวันที่ 9-10 ก.พ.ศกนี้ โครงการฯ พร้อมเปิดเฟสใหม่อย่างเป็นทางการ New Phase “A” Official Launch 2019 ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.9 ล้านบาท พร้อมจัดโปรโมชันพิเศษด้วยของแถมกว่า 19 รายการ และ Exclusive “A” Lucky Draw ส่วนลดสุดถึง 2 แสนบาท ไม่หมดเพียงเท่านั้น โดยลูกค้าผู้จองทุกยูนิตในวันงานยังมีสิทธิ์ลุ้นรับสมาร์ทโฟน Apple Iphone Xs Max 64GB มูลค่ากว่า 4.39 หมื่นบาทฟรี! โดยสามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ http://bit.ly/2R79FHz หรือโทร.085-614-1944     โครงการ ATTITUDE BU เป็นคอนโดมิเนียม  Low Rise ความสูง 8 ชั้น มีทั้งหมด 3 อาคารจำนวน 544 ยูนิต ขนาด 23.5 ถึง 34.5 ตารางเมตร รวมพื้นที่กว่า 5.6 พันตารางเมตร หรือประมาณ 3 ไร่ 2 งาน จัดเป็นโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มนักศึกษาและวัยทำงานตอนต้นในย่านรังสิตซึ่งมีมากกว่า 1 แสนคนต่อปี เน้นการออกแบบที่มีความโดดเด่นและแตกต่างเพื่อให้สอดคล้องกับการพักอาศัยและใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความอิสระภายใต้แนวคิด Creative Space Condominium   ความโดดเด่นของโครงการฯ คือเรื่องทำเลที่ตั้งย่านรังสิต ติดถนนพหลโยธิน ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ห่างเพียง 250 เมตร ถือเป็นพื้นที่ที่กำลังมีการขยายตัวสูงด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบของคอนโดมิเนียมและอพาร์ตเมนท์สมัยใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้บริโภคหลักซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครอง นักศึกษา และนักลงทุนที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งยังมีพฤติกรรมการซื้อมากกว่าการเช่า   นายสมภพ กล่าวในตอนท้ายว่า โครงการ “ATTITUDE BU” เป็นคอนโดมิเนียมที่ถูกออกแบบเพื่อสร้างความแตกต่างและเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียม ภายใต้ 4 แนวคิดหลัก ได้แก่ Creativity, Space & Time, Explore และ Individual โดยจัดพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้อยู่อาศัยมากถึงประมาณ 3.2 พันตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วนกว่า 21% ของพื้นที่ขายทั้งหมด ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอย่างครบครัน อาทิ คาเฟ่, พื้นที่ Co-Working Space, Music Room, Photo Studio, Sky Lounge, สระว่ายน้ำ, พื้นที่ออกกำลังกาย รวมถึงจุดเด่นของโครงการคือดาดฟ้าของทั้ง 3 อาคารซึ่งถูกออกแบบให้เดินเชื่อมต่อกัน โดยได้จัดสรรไว้เป็นพื้นที่สำหรับสำหรับออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีทั้งสนามฟุตซอล, ชกมวย, โยคะ ฯลฯ ล้อมรอบด้วยลู่วิ่งโทนสีสดใส รวมถึงพื้นที่พักผ่อนในสวนสวย          

รวมโปรโมชั่น ล่าสุด

SAM ใจดีขยายเวลาโปรดีๆ “SAM Easy ฟรีค่าโอน 1%” ต้อนรับสงกรานต์

SAM ใจดีขยายเวลาโปรดีๆ “SAM Easy ฟรีค่าโอน 1%” ต้อนรับสงกรานต์

SAM ใจดีขยายระยะเวลาโปรโมชั่นดีๆ “SAM Easy ฟรีค่าโอน 1%” ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เริ่มวันนี้ถึง 30 มิถุนายน ศกนี้ พร้อมคัดทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ทำเลสวยและมีศักยภาพทั่วประเทศไทยร่วมโปร พร้อมบวกเพิ่มโบนัสพิเศษ “SAM จัดให้”  สำหรับลูกค้าคนสำคัญ คาดดึงลูกค้าซื้อทรัพย์มือสองเพิ่มต่อเนื่องถึงกลางปี 62   นายนิยต มาศะวิสุทธิ์ ผู้บริหารสูงสุด บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  เปิดเผยว่า หลังจาก SAM ออกโปรโมชั่นยอดนิยม “SAM Easy ฟรีค่าโอน 1%” เมื่อต้นปี 2562 โดยออกค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 1% ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อทรัพย์NPA  ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาททุกประเภทด้วยวิธีซื้อตรง และได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งโปรโมชั่นนี้สิ้นสุดระยะเวลาเมื่อสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  SAM  จึงขยายระยะเวลาความสุขให้ลูกค้าต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ โดยขยายโปรโมชั่น “SAM Easy ฟรีค่าโอน 1%”   ไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2562 เพื่อคืนกำไรให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ โดย SAM คัดทรัพย์สินเพื่อการลงทุนทำเลสวยและมีศักยภาพทั่วประเทศไทยออกจำหน่ายร่วมกับโปรโมชั่นนี้จำนวนหลายรายการ ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักลงทุนและลูกค้า SAMทั้งรายเก่าและรายใหม่เข้ามาลงทุนในทรัพย์มือสองมากขึ้น ตัวอย่างทรัพย์ที่น่าสนใจในกรุงเทพฯ อาทิ  ห้องชุดสำนักงาน พื้นที่ 168 ตร.ม. ถ.นเรศ เขตบางรัก ราคาขาย 7.49ลบ. ทาวน์เฮ้าส์ เนื้อที่ 46 ตร.ว. ถ.พระราม 3 เขตบางคอแหลม ราคา 9.69 ลบ. อาคารสำนักงาน เนื้อที่ 1  งานเศษ เขตบางเขน ราคา 8.89 ลบ. บ้านเดี่ยว เนื้อที่ 1 งานเศษ เขตสายไหม ราคา 5.69 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีบ้านเดี่ยว เนื้อที่ 56 ตร.ว. ถ.ราชพฤกษ์ กลางเมืองนนทบุรี ราคา 5.39 ลบ. เป็นต้น โดย SAM บวกเพิ่มโบนัส พิเศษให้ลูกค้าคนสำคัญ ด้วยบัตรกำนัล (Gift Voucher) “SAM จัดให้” มูลค่าสูงสุดถึง 50,000 บ.จากร้านค้าชั้นนำ เช่น อิเกีย โฮมโปร บิ๊กซี โลตัส ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ประเภท บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม บ้านแฝด และห้องชุดพักอาศัย ที่มีราคาไม่เกิน 10 ลบ. ในช่วงระยะเวลาที่SAM มีการออกบูธจำหน่ายทรัพย์ NPA และใช้สิทธิ์ซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้  ยังมีโปร “SAM Light ผ่อนสบายๆ 0%” นานถึง  2  ปี  เริ่มวันนี้ - 30 ธันวาคม 2562 ทั้งนี้ รายละเอียดการรับสิทธิ์โปรโมชั่นต่างๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่ SAM กำหนด ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center  02-686-1888 หรือดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ที่เว็บไซต์  www.sam.or.th และแอปพลิเคชัน SAM NPA ทั้งระบบ Android และ IOS  รวมทั้งอีกหลากหลายช่องทางบนออนไลน์ เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ จาก SAM  ทั้ง Line โดยแอด ID Line @Samline สานฝันต่อยอดสินทรัพย์กับ SAM บน Facebook  และ SAM NPA Channel  บน YouTube      
หนาวลุ้นล้าน รับมหกรรมบ้านและคอนโด

หนาวลุ้นล้าน รับมหกรรมบ้านและคอนโด

ปัฐวิน วงศ์เสถียร (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและการขาย บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ GRAND UNITY ส่งแคมเปญสุดพิเศษ “หนาวลุ้นล้าน”ในโอกาสร่วมออกบูธภายในงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40” พร้อมมอบส่วนลดสูงสุดถึง 2,000,000 บาท อีกทั้งยังสามารถร่วมลุ้นจับรางวัลเงินสดมูลค่า 1 ล้านบาท สำหรับลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของคอนโด ยู ดีไลท์ พร้อมอยู่ทั้ง 6 ทำเล ใกล้รถไฟฟ้าจากแกรนด์ ยูนิตี้ จองและโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 29 มีนาคมนี้ ไม่ว่าจะเป็น โครงการ ยู ดีไลท์ เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ฟร้อนท์ พระราม 3, ยู ดีไลท์ รัชวิภา, ยู ดีไลท์ @ตลาดพลู สเตชั่น, ยู ดีไลท์ @บางซ่อน สเตชั่น, ยู ดีไลท์ รัตนาธิเบศร์ และคอนโด ยู เกษตร – นวมินทร์   ทั้งนี้ ยังได้จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับยูนิตพิเศษจากโครงการ เดอลาพีส จรัญ 81 คอนโดใกล้MRT บางพลัด ที่มาพร้อมกับวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยกว่าใคร กับโปรโมชั่น ฟรีเงินดาวน์และทุกค่าใช้จ่าย วันโอน พร้อมมอบส่วนลดสูงสุดถึง 200,000 บาท และอีกหนึ่งโปรโมชั่นสุดพิเศษจากโครงการ เซียล่า ศรีปทุม คอนโดติด BTS ศรีปทุม 0 เมตร เพียงจองและทำสัญญาภายในงาน รับฟรี! Macbook Pro รุ่น 13นิ้ว อีกทั้งยังฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 200,000 บาท สำหรับห้อง 1 Bedroom   สำหรับผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมหรือสอบถามได้ที่บูธ CG73 - 84 ตั้งแต่วันนี้ถึง 24 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2652 4000 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.grandunity.co.th หรือ www.facebook.com/GrandUnityDevelopment    
‘ลลิล พร็อพเพอร์ตี้’ ปลุกตลาดอสังหาฯ ก่อนจบไตรมาสแรก อัดแคมเปญสุดปัง “พรรคนี้ ผ่อนน้อยยย”

‘ลลิล พร็อพเพอร์ตี้’ ปลุกตลาดอสังหาฯ ก่อนจบไตรมาสแรก อัดแคมเปญสุดปัง “พรรคนี้ ผ่อนน้อยยย”

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ปลุกตลาดอสังหาฯ ก่อนจบไตรมาสแรก อัดแคมเปญสุดปัง “พรรคนี้ ผ่อนน้อยยย” พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ช่วยผ่อนนาน 10 เดือน ขนทัพบ้านเดี่ยว บ้านแนวคิดใหม่ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมคับคุณภาพหลากหลายทำเล ในราคาเริ่มต้นเพียง 1 ล้านกว่า – 12 ล้านบาท ร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 21 – 24 มีนาคม ศกนี้ ที่บูธ G 215 – 226 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  มั่นใจกระแสตอบรับดี ลูกค้าเร่งตัดสินใจซื้อก่อนมาตรการรัฐบังคับใช้ 1 เมษายน ศกนี้   นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” เปิดเผยถึงแคมเปญ “พรรคนี้ ผ่อนน้อยยย” ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 ว่า “บริษัทฯ ปล่อยโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจลูกค้าอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการยกขบวนโครงการคุณภาพ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแนวคิดใหม่ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ใจกลางทำเลยุทธศาสตร์ทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด อาทิ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และนครราชสีมา รวมกว่า 40 โครงการ มาไว้ที่บูธลลิล พร็อพเพอร์ตี้ บูธ G 215 - 226 ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 พร้อมเสิร์ฟสุดยอดโปรโมชั่น ได้แก่ ต่อที่ 1 ช่วยผ่อนนาน 10 เดือน และฟรี! เงินทำสัญญา 0 บาท ฟรี! ทุกค่าใช้จ่าย อาทิ ค่าโอน ค่าส่วนกลาง ค่ามิเตอร์น้ำ - ไฟ เป็นต้น หรือต่อที่ 2 เลือกรับ Samsung S10 เอาใจลูกค้าในงานโดยเฉพาะตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 21 – 24 มีนาคม ศกนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เท่านั้น   แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ต้นปี 2562 โดยรวมยังคงมีการเติบโต โดยมีปัจจัยสนับสนุน อาทิ ภาพรวมของเศรษฐกิจโดยรวมยังขยายตัวได้ดี ยังเป็นปัจจัยเร่งการตัดสินใจซื้อของกลุ่มลูกค้า การจัดแคมเปญ “พรรคนี้ผ่อนน้อย” จึงนับเป็นทางเลือกให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ที่มีคุณภาพ ด้วยโครงการบ้านที่หลากหลายกับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในรูปแบบบ้านเดี่ยว บ้านแนวคิดใหม่ หรือบ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม บนทำเลศักยภาพ 5 มุมเมืองในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดในเขตระเบียงเศรษฐกิจที่เป็นตลาดงาน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงจุด ในราคาเริ่มต้นเพียง 1 ล้านกว่า มั่นใจว่าแคมเปญนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ประเดิมต้นปีก่อนปิดไตรมาสแรกได้อย่างแน่นอน” นายชูรัชฏ์กล่าว   ทั้งนี้ ลูกค้าที่เข้าชมบูธของ ลลิล พร้อพเพอร์ตี้ จะได้สัมผัสรูปแบบบูธที่จัดเต็มด้วยโครงการคุณภาพ ให้เลือกสรรมากมายภายในงาน การเปิดพรีเซลล์โครงการใหม่ล่าสุด มหานครแห่งใหม่ใจกลางพุทธมณฑลสาย 4 “ลลิล ทาวน์ ไลโอ บลิสซ์ เพชรเกษม – พุทธมณฑล สาย 4” บ้านและทาวน์โฮมฟังก์ชั่นครบตอบทุกโจทย์ความสมบูรณ์แบบแห่งการใช้ชีวิต ขนาด 4 ห้องนอน พร้อมโมเดิร์นคลับเฮ้าส์ ราคาเริ่มต้น 1 ล้านกว่าบาท ตลอดจนโครงการคุณภาพอีกมากมายกว่า 40 โครงการ เลือกบ้านที่ใช่ ในทำเลที่ถูกใจ กับ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี ที่บูธ G 215 - 226 ในงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 21 - 24 มีนาคม ศกนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ /// โทร Call Center 1778 หรือ www.lalinproperty.com * เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด      
ออริจิ้น ส่งโปรฯ “ลดด่วน ขบวนสุดท้าย” ปักหมุดในงาน มหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่40

ออริจิ้น ส่งโปรฯ “ลดด่วน ขบวนสุดท้าย” ปักหมุดในงาน มหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่40

ด่วนมาก!! เลือกคอนโดที่ใช่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนมาตรการคุมสินเชื่อจะบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ใจดีส่งโปรฯ ORIGIN LAST CHANCE !! ลดด่วน ขบวนสุดท้ายราคาเริ่มต้นเพียง 1.39 ล้านบาท* ในงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่40 ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 21 - วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 - 20.00 น. บูธ G 85 – G 102  ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานพบโปรโมชั่นสุดพิเศษ รับสิทธิ์ ผ่อน 0% นาน 3 ปี* กู้เต็ม 100% และฟรีทุกค่าใช้จ่าย* รวมส่วนลดสูงสุดมูลค่ากว่า 500,000 บาท ห้ามพลาดโปรดีๆ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/orilastchance ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2562 นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 020 300000 หรือที่ LINE @originproperty    
ACARA BY EMPEROR รับสร้างบ้านดีไซน์ทันสมัย เตรียมจัดโปรแรง 3 เด้ง!

ACARA BY EMPEROR รับสร้างบ้านดีไซน์ทันสมัย เตรียมจัดโปรแรง 3 เด้ง!

สร้างบ้านทั้งทีต้องเลือกบริษัทที่ดี ด้วยมาตรฐานที่ดีที่สุด‼ อะคาร่า (ACARA) รับสร้างบ้านโมเดิร์น ลักชัวรี่ ภายใต้ บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด ที่การันตีด้วยมาตรฐานการก่อสร้างที่เหนือกว่า รับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 มาพร้อมผลงานสร้างบ้านหรูกว่า 30 ปี งานนี้เลยเตรียมจัดโปรโมชั่นหนักถึง 3 ต่อ!!  ไม่ว่าจะเป็น ต่อที่ 1 ลดค่าจองแบบ 20 % ต่อที่ 2 ส่วนลดเงินสดสูงสุด 295,000 และ ต่อที่3 เลือกรับของแถมอีก 300,000 บาท เมื่อจองสร้างบ้านภายใน  “งานรับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019” พบกันที่บูธ A-21 ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ห้องเพลนนารี ฮอลล์ 1-2 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 081-376-4999, ID Line : @ACARA และ Facebook : Acara.Official      
โนเบิล เกเบิล คันโซ วัชรพล จัดหนัก อยู่ฟรี 3 ปี* ทุกหลัง

โนเบิล เกเบิล คันโซ วัชรพล จัดหนัก อยู่ฟรี 3 ปี* ทุกหลัง

บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ส่งแคมเปญสุดพิเศษ เพิ่มอรรถรสแห่งความคุ้มด้วยโปรโมชั่น อยู่ฟรี 3 ปี* ทุกหลัง ฟรีค่าส่วนกลางและเงินกองทุนรวมมูลค่ากว่า 2.9 ล้านบาท* กับโครงการ โนเบิล เกเบิล คันโซ วัชรพล (Noble Gable Kanso Watcharapol) บ้านพร้อมอยู่ในราคาเริ่มต้นเพียง 5 ล้านบาท*   โนเบิล เกเบิล คันโซ วัชรพล (Noble Gable Kanso Watcharapol) โครงการบ้านพร้อมอยู่ กับออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “คิดอย่างเซน อยู่อย่างเซน” ผสานงานออกแบบสถาปัตยกรรมสะท้อนถึงวิถีการใช้ชีวิตในแบบญี่ปุ่น สร้างสรรค์องค์ประกอบที่เป็นอัตลักษณ์แฝงสุนทรียะของธรรมชาติไว้ในทุกรายละเอียด ให้คุณปล่อยชีวิตให้เป็นอิสระในพื้นที่ส่วนตัวผสานความเรียบง่ายเข้ากับทุกมุมของบ้านอย่างลงตัว   สัมผัสความสุขแบบวิถีเซน พร้อมรับข้อเสนอรวมมูลค่าสูงสุด 2.9 ล้านบาท* ได้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมนี้ 2562 จำนวนจำกัด* ณ โครงการ Noble Gable Watcharapol ระหว่างซอยเพิ่มสิน 21 และ 23 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร. 02–251–9955 หรือ www.noblehome.com      
V Property “ปลดล็อก 3 ทำเลใจกลางเมือง” เอาใจ Exclusive Lifestyle ใจกลางสุขุมวิท

V Property “ปลดล็อก 3 ทำเลใจกลางเมือง” เอาใจ Exclusive Lifestyle ใจกลางสุขุมวิท

V Property Development - ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้าใจกลางเมือง และพร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนเมืองโดยเฉพาะ ล่าสุด ผู้บริหาร คุณพรชัย เลิศอนันตโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บ. วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ ส่งแคมเปญ “ปลดล็อก 3 ทำเลใจกลางเมือง” มาเอาใจผู้ที่กำลังมองหาคอนโดทำเลใจกลางสุขุมวิทโดยเฉพาะ กับคอนโด 3 โครงการใหม่แนวรถไฟฟ้าฟ้า 3 สถานี ได้แก่ทองหล่อ - พระโขนง - อ่อนนุช ราคาเริ่มต้นเพียง 1.89 - 6.49 ล้านบาท พร้อมส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท     ซึ่งทำเลทองหล่อได้ถูก”ปลดล็อก-กู้100%*” ด้วยโครงการ V TARA สุขุมวิท 36 คอนโดใหม่ แต่งครบพร้อมอยู่ ใกล้ BTS ทองหล่อ โอนก่อนมาตรการรัฐ กู้ได้100%* ฟรีทุกค่าใช้จ่าย ณ วันโอน* 2 ห้องนอน เริ่ม 5.89 ล้านบาท   ทำเลติดรถไฟฟ้าสถานีพระโขนงเองก็ “ปลดล็อก-ราคาเดียว*” ห้องชั้นสูงวิวสวย ราคาพิเศษกับโครงการ VERTIER สุขุมวิท คอนโดใหม่มีความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนเพียง 10 ยูนิตต่อชั้น พร้อมมอบ Exclusive Lifestyle ใกล้เอกมัย-ทองหล่อ ปลดล็อกยูนิตชั้นพิเศษ วิวเมืองชั้นสูง ราคาเดียว* 6.49 ล้านบาท   และสุดท้ายอ่อนนุช ทำเลสุดฮิตที่ได้ถูก “ปลดล็อก-เฟสใหม่” ด้วยคอนโดสุดชิคกับโครงการ  IKON สุขุมวิท77 คอนโดใหม่ แต่งครบ ติดห้าง ส่วนกลาง 24 ช.ม. ใกล้บีทีเอส อ่อนนุช ปลดล็อกเฟสใหม่ผ่อน 2,999 บาท/เดือน* เริ่ม 1.89 ล้านบาท   พร้อมพบกับสิทธิพิเศษมากมายที่จะมาทำให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านจนกระเป๋าตังค์คุณสั่น ห้ามพลาดตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคมนี้ เท่านั้น แล้วพบกันที่ Sales Gallery ทั้ง 3 โครงการ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298   ใกล้ BTS ทองหล่อ    V TARA สุขุมวิท คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ โอนก่อนมาตรการรัฐ กู้ได้100%* ฟรีทุกค่าใช้จ่าย ณ วันโอน* 2 ห้องนอน เริ่ม 5.89 ล้านบาท วันนี้-31 มี.ค. เท่านั้น พบกันที่ Sales Gallery สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298 คลิกชมรายละเอียดโครงการเพิ่มได้ที่  http://bit.ly/2Jdajka     ติด BTS พระโขนง VERTIER สุขุมวิท คอนโดใหม่ทำเลใกล้เอกมัย-ทองหล่อ ปลดล็อกยูนิตชั้นพิเศษ วิวเมืองชั้นสูงราคาเดียว* 6.49 ล้านบาท วันนี้-31 มี.ค. เท่านั้น พบกันที่ Sales Gallery สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298 คลิกชมรายละเอียดโครงการเพิ่มได้ที่  http://bit.ly/2Jjv6Cu   ใกล้ BTS อ่อนนุช IKON สุขุมวิท77 คอนโดใหม่ แต่งครบ...สุด Chic!! ใกล้ บีทีเอส อ่อนนุช ปลดล็อกเฟสใหม่ติดห้าง  ผ่อน 2,999 บาท/เดือน* เริ่ม 1.89 ล้านบาท วันนี้-31 มี.ค. เท่านั้น พบกันที่ Sales Gallery สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1298 คลิกชมรายละเอียดโครงการเพิ่มได้ที่ http://bit.ly/2JnRefp    
โอกาสพิเศษสุด “The Legend by Boathouse Hua Hin” จัดโปรฯ 2 ห้องนอน เริ่ม 5.29 ล้าน

โอกาสพิเศษสุด “The Legend by Boathouse Hua Hin” จัดโปรฯ 2 ห้องนอน เริ่ม 5.29 ล้าน

ซัมเมอร์นี้ เข้าสู่ฤดูกาลขายคอนโดมิเนียมตากอากาศเจ้าใหญ่โครงการติดทะเล อาคารชุด  The Legend by Boathouse Hua Hin (อาคารชุด เดอะ เลจเจ้นท์ บาย โบ๊ทเฮ้าส์หัวหิน) เตรียมปล่อยโปรโมชั่นรับหน้าร้อน “สองห้องนอน” และ “บ้านแฝดติดสระ เฟสใหม่” ในราคาที่เอื้อมถึง เอาใจลูกค้ายุคใหม่ที่ต้อง Smart Investment มากขึ้น เผยไฮไลท์ห้องตัวอย่าง ใหม่สไตล์ Natural Fulfill เอาไว้ในงานอินทีเรีย และโปรโมชั่นลดสะใจ ห้องชุดขนาดสองห้องนอน เริ่มต้น 5.29 ล้านบาท และ บ้านแฝดติดสระ 45 ตรว.เพียง 6.89 ล้านบาท เฉพาะช่วงไฮซีซั่นนี้เท่านั้น   คุณประไพสิทธิ์ ตัณฑ์เกยูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โบ๊ทเฮ้าส์หัวหิน จำกัด เปิดเผยว่า The Legend  เป็นอาคารชุดตึกที่ 4 ตามแผนพัฒนาภายในโครงการขนาดใหญ่ของ Boathouse Hua Hin พิกัด อยู่ตรงช่วงโค้งก่อนเข้าอุโมงค์ลอดใต้รันเวย์สนามบินหัวหิน และมีถนนแยกลงมาที่โครงการอีกที ทำเลตรงนี้สุดเขตชะอำ เริ่มต้นหัวหิน มีเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ ประกอบไปด้วย บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์โฮม และ คอนโดมิเนียม มีจุดเด่นตรง ติดหาดที่ไม่มีถนนเลียบหาดจึงเหมือนมีชายหาดส่วนตัว ไปโดยปริยาย สร้างเสร็จไปแล้ว 4 ตึก ปัจจุบันอยู่ในช่วง Resale โดยตัวอาคารหลังใหม่  “เดอะเลจเจ้นท์” จุดเด่นเป็น Private Beach วิวทะเลเต็มตาจากห้องนอนพร้อมจุดขาย ให้มากกว่า อยู่แล้วคุ้มค่า น่าลงทุน จากปัจจัย   1.  Single Loaded Corridor   พื้นที่ทางเดินโล่ง โปร่งกว้าง 2. สระว่ายน้ำรายล้อมทั้งโครงการฯ 3.พื้นที่ส่วนกลางสาธารณูปโภค, สระว่ายน้ำ และสวนเขียวขจี 50% ของพื้นที่โครงการ   ล่าสุดทางโครงการฯ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษรับซัมเมอร์ โปรโมชั่นลดสะใจ ห้องชุดขนาดสองห้องนอน เริ่มต้น 5.29 และ บ้านแฝดติดสระ 45 ตรว.เพียง 6.89 ล้านบาท นับว่า คุ้มค่า น่าลงทุน เพราะปัจจุบันจะหาคอนโดตากอากาศขนาดใหญ่ วิวทะเล ระบบบริหารจัดการส่วนกลางได้มาตรฐาน ค่อนข้างน้อย และที่ผ่านมาปัจจัยทางเศรษฐกิจส่งผลให้ราคาไม่ปรับตัวสูงมากนัก แต่ในระยะยาวคอนโดฯ วิวทะเล มีหน้าหาดส่วนตัว มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นแน่นอน ทั้งนี้ปัจจุบันราคาขายเฉลี่ยของโครงการฯ อยู่ที่ 90,000 บาท (เทียบกับราคาตลาดหรือคอนโดมีเนียมเกิดใหม่อยู่ที่ 110,000 บาท ถือได้ว่าถูกกว่า 20 เปอร์เซนต์)   สำหรับ The Legend by Boathouse Hua Hin (เดอะ เลจเจ้นท์ บาย โบ๊ทเฮ้าส์หัวหิน) มีจำนวนห้องชุด 159 ยูนิต และมีที่จอดรถ 83 คัน  แบ่งเป็นห้องชุดขนาด 1 ห้องนอน 46 ตารางเมตร, 2 ห้องนอน เริ่มต้น 49-102 ตารางเมตร, 3 ห้องนอน เริ่มต้น 120-131 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท (สำหรับ 1 นอน) จุดขายเป็นโครงการขนาดใหญ่   สาธารณูปโภคครบครัน สร้างเสร็จแล้ว และสัมผัสได้จริง จัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้านเป็นสวนสวย สระว่ายน้ำบริการสาธารณะถึง  50  เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ดินทั้งหมด   สระว่ายน้ำให้เลือกทั้งแบบอินฟินีตี้พูล และ Mega Swimming Free-Form Pool  ขนาด 15,000 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าที่ทุ่มลงไปกว่า 500 ล้านบาท ปัจจุบันครองแชมป์คอนโดฯ ตากอากาศของหัวหินที่ให้ส่วนกลางเยอะมากที่สุดเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต   สนใจโครงการฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 032-442570-2 หรือ 086 366 3371-2 หรือ http://www.boathouse-huahin.com/the_legend/      
โนเบิลฯ อัดแคมเปญ “ฮอตที่สุดในย่าน” ส่งแบรนด์ “รีวอลฟ์” คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ เริ่มต้นเพียง 3.4 ล้าน*

โนเบิลฯ อัดแคมเปญ “ฮอตที่สุดในย่าน” ส่งแบรนด์ “รีวอลฟ์” คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ เริ่มต้นเพียง 3.4 ล้าน*

โนเบิลฯ ส่งแคมเปญใหม่ “ฮอตที่สุดในย่าน” รวม 2 คอนโดพร้อมอยู่ใจกลางรัชดา โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา และ โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 จัดเต็มแต่งครบ ฟรีเฟอร์ฯ พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้เข้าอยู่ได้ทันที บนทำเลศักยภาพ ติด MRT ศูนย์วัฒนธรรม เริ่มต้นเพียง 3.4 ล้าน* ชมห้องตัวอย่างพร้อมสัมผัสบรรยากาศโครงการจริงได้แล้ววันนี้ที่สำนักงานขายโครงการ   คุณธีรพล  วรนิธิพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โนเบิลฯ ได้จัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่มองหาคอนโดฯ ในย่านรัชดา ด้วยการเปิดตัวแคมเปญใหม่ “ฮอตที่สุดในย่าน” กับ 2 โครงการพร้อมอยู่ โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา และ โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 ที่มีจุดเด่นของทำเลศักยภาพใจกลางรัชดา ย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) ติดรถไฟฟ้า MRT ศูนย์วัฒนธรรมเพียง 80 เมตร ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่บนทำเลที่ลงตัวที่สุด โดยทั้ง 2 โครงการที่นำมาจัดแคมเปญในครั้งนี้มีขนาดห้องชุดให้เลือกตั้งแต่แบบ 1 ห้องนอน และแบบ 2 ห้องนอน ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.4 ล้านบาทเท่านั้น*   โครงการโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา และ โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 ออกแบบด้วยแนวคิด “Revolve Living” ที่ปรับทุกฟังก์ชั่นของพื้นที่ใช้สอย ให้ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ทันสมัยได้อย่างลงตัวบนสุดยอดทำเลศักยภาพใจกลางรัชดา ซึ่งปัจจุบันนับเป็นย่านธุรกิจการค้าสำคัญแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้งมอลล์ สถานศึกษา และอาคารสำนักงานต่างๆ ส่งผลให้ย่านนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเป็นจุดเชื่อมต่อของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะทำให้ย่านรัชดาเป็นอีกทำเลสำคัญที่สามารถเชื่อมต่อไปได้ทุกที่ สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถชมห้องตัวอย่างจริงได้วันนี้ ที่สำนักงานขายโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 ติด MRT ศูนย์วัฒนธรรม ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดออนไลน์ 50,000 บาท* ได้ที่ www.noblehome.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-251-9955