รีวิวคอนโด

 

รีวิวคอนโด ล่าสุด

1 ... 31 32 33 34
Lumpini Ville อ่อนนุช 46 : รีวิวคอนโด

Lumpini Ville อ่อนนุช 46 : รีวิวคอนโด

โครงการ: Lumpini Ville อ่อนนุช 46 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 888,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 40,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 7 อาคาร จาก LPN ในซอยอ่อนนุช 46 ใกล้ BTS อ่อนนุช จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2557 ที่ตั้ง: Lumpini Ville อ่อนนุช 46 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 13 ไร่เศษ ที่ตั้ง ซอยอ่อนนุช 46 ถนนสุขุมวิท 77 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.707505,100.634607 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS อ่อนนุช สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS สถานีอ่อนนุช Pickadaily Bangkok Big C Tesco Lotus People Park ลักษณะโครงการ: Lumpini Ville อ่อนนุช 46 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom ขนาด 22.5 ตร.ม. 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. 1 Bedroom ขนาด 30.5 ตร.ม. จำนวนตึก 7 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 1,450 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต ส่วนกลาง: Lumpini Ville อ่อนนุช 46 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด 480 คัน (รวมจอดซ้อนคันแบบ L.P.N) ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 30 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 300 บาท สาธารณูปโภค ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ที่อาคาร A2 และ D สวนหย่อมระหว่างอาคาร ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: Lumpini Ville อ่อนนุช 46 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-689-6888, 02-320-3477 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.lpn.co.th/condominium/index.php/lumpini/home/LV-ON46 ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2557
NOBLE RE:D : รีวิวคอนโด

NOBLE RE:D : รีวิวคอนโด

โครงการ: NOBLE RE:D (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้นประมาณ 6,100,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 135,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด High Rise สูง 23 ชั้น จาก Noble Development ใกล้รถไฟฟ้า BTS อารีย์ จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่ ที่ตั้ง: NOBLE RE:D (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 1 - 3 - 48 ไร่ ที่ตั้ง ซอยอารีย์ 1 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.780238,100.54375 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS อารีย์ สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS สถานีอารีย์ La Villa อารีย์ บิ๊กซี สะพานควาย สวนจตุจักร เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ลักษณะโครงการ: NOBLE RE:D (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี Studio 1 Bedroom 2 Bedrooms ขนาดห้องที่มี Studio ขนาด 32 ตารางเมตร 1 Bedroom ขนาด 34 – 57 ตารางเมตร 2 Bedrooms ขนาด 66 – 69 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 23 ชั้น จำนวนห้อง 272 ยูนิต ส่วนกลาง: NOBLE RE:D (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด 164 คัน คิดเป็น 60% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 50 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 600 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ ที่ชั้น 5 ห้องออกกำลังกาย ที่ชั้น 5 สวนหย่อมรอบโครงการ และบนดาดฟ้า ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว อัตราส่วนลิฟท์โดยสาร 1:136 Service Lift 1 ตัว ที่จอดรถในช่องจอดไม่นับจอดซ้อนคัน 164 คัน คิดเป็น 60% ระบบ CCTV / Access Card / Proxy Lift   เพิ่มเติม: NOBLE RE:D (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-251-9955 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.noblehome.com/condominium/red/th/home ข้อมูล ณ วันที่
The Tree Bang Po Station : รีวิวคอนโด

The Tree Bang Po Station : รีวิวคอนโด

โครงการ: The Tree Bang Po Station (PREVIEW)   ราคา ประมาณ 1,490,000 บาท (ราคา ณ วันเปิดตัว) บาท/ตารางเมตร ประมาณ 50,000 บาท (ราคา ณ วันเปิดตัว) เจ้าของโครงการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด High Rise สูง 31 ชั้น บนถนนประชาราษฎร์ สาย 1 จากพฤกษา ใกล้รถไฟฟ้าบางโพ จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2556 ที่ตั้ง: The Tree Bang Po Station (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 3 - 3 - 40 ไร่ ที่ตั้ง ถนนประชาราษฎร์สาย1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.808222,100.522088 ระบบขนส่งสาธารณะ MRT บางโพ สถานที่สำคัญใกล้เคียง รถไฟฟ้า MRT สถานีบางโพ เทสโก้ โลตัส ประชาชื่น โรงพยาบาลบางโพ บิ๊กซี วงศ์สว่าง ลักษณะโครงการ: The Tree Bang Po Station (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี Studio 2 Bedroom ขนาดห้องที่มี Studio ขนาด 29.50 ตร.ม. 2 Bedroom ขนาด 58.50 ตร.ม. จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น + ชั้น Sky Lounge จำนวนห้อง 700 ยูนิต ส่วนกลาง: The Tree Bang Po Station (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ที่จอดรถ 285 คัน คิดเป็น 40% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 27 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค Lobby สระว่ายน้ำ 12×25 เมตร ลึก 1.20 เมตร ระบบเกลือ ห้องออกกำลังกาย สวนหย่อมรอบโครงการ Sky Lounge Meeting Room Shop ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์ 234:1 Service Lift 1 ตัว ที่จอดรถ 285 คัน คิดเป็น 40% ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: The Tree Bang Po Station (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1739 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.thetreecondo.com/bangpo/index.php ข้อมูล ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2556
Notting Hill Condominium : รีวิวคอนโด

Notting Hill Condominium : รีวิวคอนโด

โครงการ: Notting Hill Condominium (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 1,720,000 บาท บาท/ตารางเมตร 65,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัม ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จุดเด่น คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ใกล้ BTS แบริ่ง จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ - ที่ตั้ง: Notting Hill Condominium (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด 0-3-83 ไร่ ที่ตั้ง ซอยแบริ่ง 1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พิกัดโครงการ 13.658404,100.606181 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS แบริ่ง สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS แบริ่ง BITEC บางนา เซ็นทรัล บางนา Big C ลักษณะโครงการ: Notting Hill Condominium (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน ขนาดห้องที่มี ขนาด 26.23 – 57.48 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 157 ยูนิต ส่วนกลาง: Notting Hill Condominium (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 30% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 32 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 350 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 5 x 15 ม. ห้องออกกำลังกาย พื้นที่ต้อนรับ ที่นั่งเล่น สวนรอบบนดาดฟ้าพร้อมพื้นที่นั่งเล่น ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ระบบ CCTV / Access Card Shutter Service รับส่งลูกบ้าน   เพิ่มเติม: Notting Hill Condominium (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-744-4270 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://nottinghillcondo.origin.co.th/home/ ข้อมูล ณ วันที่ 17 มกราคม 2557
O2 Condo Ploenchit : รีวิวคอนโด

O2 Condo Ploenchit : รีวิวคอนโด

โครงการ: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น ประมาณ 7,000,000 บาท บาท/ตารางเมตร เริ่มต้นประมาณ 140,000 บาท เจ้าของโครงการ Ocean Property Company Limited จุดเด่น คอนโดหรูใจกลางเมือง ใกล้แหล่งธุรกิจ และรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2555 ที่ตั้ง: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด 0-2-89 ไร่ ที่ตั้ง ซอยนายเลิศ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.745091,100.549402 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS เพลินจิต สถานที่สำคัญใกล้เคียง Central Embassy Central ชิดลม Central World สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ สถานฑูตอังกฤษ สถานฑูตสหรัฐ อเมริกา อาคาร Park Ventures อาคารมหาทุน พลาซ่า โรงแรม Novotel เพลินจิต ลักษณะโครงการ: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedrooms ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom 50 – 60 ตารางเมตร 2 Bedrooms 98 – 100 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 7 ชั้น จำนวนห้อง 48 ยูนิต ส่วนกลาง: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 36 คันในช่องจอด หรือประมาณ 75% ไม่รวมซ้อนคัน ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 55 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) ุ600 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ บนชั้นดาดฟ้า สมาชิก Fitness ของโรงแรม Novotel เพลินจิต ฟรี 2 ปี ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 24 : 1 (รวม Service Lift แล้ว) ที่จอดรถประมาณ 36 คันในช่องจอด ที่จอดรถใต้ดิน 2 ชั้น (ประมาณ 75%) Shuttle Service รับส่ง BTS เพลินจิต ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-655-2511 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.o2condo.com/index.php ข้อมูล ณ วันที่ 22 มกราคม 2557
Smart Condo พระราม 2 : รีวิวคอนโด

Smart Condo พระราม 2 : รีวิวคอนโด

โครงการ: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 999,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 40,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น – จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่ ที่ตั้ง: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด 22 - 0 - 98 ไร่ ที่ตั้ง ซอยรักสินพงษ์ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.658446,100.428186 ระบบขนส่งสาธารณะ - สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัล พระราม 2 บิ๊กซี พระราม 2 เทสโก้ โลตัส ตลาดเอกชัย โรงพยาบาลบางมด ลักษณะโครงการ: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี สตูดิโอ 1 ห้องนอน ขนาดห้องที่มี สตูดิโอ ขนาด 24.30 ตร.ม. 1 ห้องนอน ขนาด 28.5 ตร.ม. จำนวนตึก 8 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 2,062 ยูนิต ส่วนกลาง: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 657 คันคิดเป็น 32.33% รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 37% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 20 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 200 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ 3 สระ ระบบคลอรีน สระเด็กขนาด 3.8 x 8 เมตร ลึก 0.6 เมตร สระผู้ใหญ่ 2 สระขนาด 11 x 18 เมตรลึก 1.2 เมตรและขนาด 8 x 17 เมตรลึก 1.5 เมตร ห้องออกกำลังกาย 1 ห้องขนาดใหญ่ มีเครื่องเล่นประมาณ 10 เครื่องและโต๊ะปิงปอง 2 โต๊ะ สวนหย่อมรอบโครงการและระหว่างอาคาร ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 127 : 1 อัตราส่วนลิฟท์ตึก A, B 112:1 อัตราส่วนลิฟท์ตึก C-G 128:1 อัตราส่วนลิฟท์ตึก H 152:1 Service Lift ไม่มี ที่จอดรถ 657 คัน รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 37% ระบบ CCTV 3 จุดต่อชั้นในอาคารพักอาศัย, Club House และ อาคารจอดรถ Access Card   เพิ่มเติม: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1753 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.prinsiri.com/th/smart/index.php?sec_id=0 ข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2557
Chambers รามอินทรา : รีวิวคอนโด

Chambers รามอินทรา : รีวิวคอนโด

โครงการ: Chambers รามอินทรา (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 2,290,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 54,000 บาท เจ้าของโครงการ SC Asset Public Company Limited จุดเด่น – จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ - ที่ตั้ง: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 4 ไร่ ที่ตั้ง ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนานาว กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.820474,100.662875 ระบบขนส่งสาธารณะ - สถานที่สำคัญใกล้เคียง เดอะ พรอมานาด ช้อปปิ้งมอลล์ ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ อมอรินี่ ช้อปปิ้งมอลล์ เดอะ คริสตัล พาร์ค CDC เฟสติวัล วอล์ค ร้านอาหารช็อคโกแลตวิลล์ โรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล นวมินทร์ โรงเรียนเลิศหล้า โรงเรียนบดินทรเดชา2 โรงเรียนสาธิตพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ลักษณะโครงการ: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedrooms 3 Bedrooms ขนาดห้องที่มี พื้นที่ใช้สอย ขนาด 45-96 ตารางเมตร จำนวนตึก 3 อาคาร จำนวนชั้น 7 ชั้น จำนวนห้อง 152 ยูนิต ส่วนกลาง: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 152 คัน คิดเป็น 100% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 50 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 550 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำยาว 30 เมตร กว้าง 4 เมตร ระบบเกลือ ที่ตึก B ห้องออกกำลังกาย สวนหย่อมรอบโครงการ ลิฟท์โดยสาร 1 ตัวสำหรับอาคาร A และ C / 2 ตัวสำหรับอาคาร B อัตราส่วน 36:1 และ 40:1 ตามลำดับ ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1749 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.scasset.com/House/Chambers-Ramintra ข้อมูล ณ วันที่ 6 มีนาคม 2555
The Peace ลาดพร้าว 15 : รีวิวคอนโด

The Peace ลาดพร้าว 15 : รีวิวคอนโด

The Peace เป็นโครงการคอนโด Low Rise ในซอยลาดพร้าว 15 เกาะแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน ว่ากันตามจริงแล้วตัวโครงการก็ไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟฟ้าเลย วัดระยะทางกันคร่าวๆ จากตัวสถานีถึงที่ตั้งโครงการได้ระยะทาง 1 กิโลเมตร เกินระยะเดินสบายๆ และในซอยก็ไม่ชวนให้น่าเดินอีก จึงต้องพึ่งพามอเตอร์ไซค์อย่างเลี่ยงไม่ได้ สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัวคงลำบากหน่อย แต่ถึงจะมีรถส่วนตัวก็ไม่ได้หมายความว่าจะเดินทางได้สะดวกไร้กังวลนะครับ เพราะถ้าไม่ชำนาญเส้นทางต้องมีขับรถหลงกันคนละหลายรอบแน่ๆ ด้วยถนนหนทางในซอยที่เชื่อมต่อถึงกัน และสามารถลัดเลาะออกได้หลายทางทั้งถนนรัชดาแถวๆ ศาลแพ่ง หรือออกซอยใกล้ๆ แยกรัชโยธิน หรือจะลัดไปออกลาดพร้าวซอย 1 และถนนพหลโยธินก็ยังได้ ถ้ามาอยู่อาศัยจริงคงต้องอาศัยเวลาศึกษาเส้นทางกันพอสมควรเลยทีเดียว เอาแค่หาซอยลาดพร้าว 15 แยก 7 ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการให้เจอก่อนจะหลงน่าจะดีกว่า The Peace เป็นโครงการที่สร้างเสร็จแล้วพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที ขนาดห้องแบบ 1ห้องนอนเริ่มต้นที่ 37 ตร.ม.ไปจนถึงขนาด 67 ตร.ม. ส่วนแบบ 2 ห้องนอน มีขนาด 87-115 ตร.ม. จัดว่ามีขนาดใหญ่มาก ดังนั้นจำนวนยูนิตรวมทั้งตึกจึงมีเพียง 27 ห้องเท่านั้น เฉลี่ยอยู่ที่ชั้นละ 5 ห้อง Facility ส่วนกลางมีเพียงสระว่ายน้ำระบบเกลือในร่ม และห้องฟิตเนสเท่านั้น รวมถึงนิติบุคคลก็ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ชั้นเดียวกับสระว่ายน้ำ รอบๆ โครงการเป็นบ้านพักอาศัยในแนวราบทั้งหมด จะได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบ แต่ก็เสียเปรียบในเรื่องแหล่งรวมสาธารณูปโภค ที่แทบจะเรียกได้ว่าขาดแคลนก็ดูจะไม่เกินจริงนัก เพราะอย่างน้อยก็ต้องออกมาถึงปากซอยลาดพร้าว 15 ถึงจะพอหาซื้ออาหารการกินได้บ้าง เลยจากนี้ก็เห็นจะมีแต่เซ็นทรัลลาดพร้าว, ยูเนี่ยนมอลล์, และโลตัสในแถบถนนพหลโยธินเท่านั้นที่พอจะพึ่งพิงได้ ลูกบ้านที่นี่จึงควรจะมีการเตรียมพร้อมเรื่องอาหารการกินเอาไว้พอสมควรถ้าคิดจะขี้เกียจขับรถออกไปบ่อยๆ ส่วนเรื่อง Lay out ห้องนั้น ต้องบอกว่าเห็นแล้วอดใจหายไม่ได้ ด้วยขนาดห้องแต่ละห้องที่ถือว่าแบ่งมาได้ห้องใหญ่ แต่การจัดสรรพื้นที่ภายในห้องนั้นเสียประโยชน์เอามากๆ ทั้งเหลี่ยมมุม การเลี่ยงพื้นที่เสียยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร บางส่วนที่กว้างก็กว้างไปเลย ในขณะที่พื้นที่บางส่วนของห้องกลับดูอึดอัดและไม่น่าอยู่ และด้วยจำนวนห้องทั้งตึกที่มีเพียง 27 ห้อง จึงมีความเป็นส่วนตัวสูงเหมาะสำหรับผู้ที่รักสันโดด แต่ถ้าลองคิดกลับในอีกมุมหนึ่ง จำนวนยูนิตที่น้อยนี่เองที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการบริหารค่าส่วนกลางได้ ทั้งในเรื่องการจ่ายค่าส่วนกลางในราคาสูง หรือจ่ายไปแล้วไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายจริง ซึ่งไม่รู้ว่านิติบุคคลของอาคารมีการเตรียมพร้อมรับมือไว้ดีแค่ไหน ไม่อย่างนั้นปัญหาเหล่านี้จะตกอยู่ที่ลูกบ้านได้ นอกจากนี้ในเรื่องของการเดินทางเข้า-ออกจากถนนใหญ่ถึงตัวโครงการที่ไม่มีรถสาธารณะผ่านหน้าโครงการเลย ทำให้คนที่ไม่มีรถส่วนตัวคงต้องคิดให้หนักหน่อย หรือถ้าเจ้าของห้องจะหาคนปล่อยเช่าก็ดูจะไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องด้วยองค์ประกอบของหลายๆ สาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น แต่ถ้าใครอยากหนีมาอยู่เงียบๆ แบบสันโดด Home Alone ก็ลองแวะมาดูห้องจริงที่โครงการได้นะครับ
U Delight Residence พัฒนาการ - ทองหล่อ : รีวิวคอนโด

U Delight Residence พัฒนาการ - ทองหล่อ : รีวิวคอนโด

U Delight Residence คอนโดสร้างเสร็จหมาดๆ บนถนนพัฒนาการใกล้แยกคลองตัน ทำเลที่จัดว่าน่าเก็บไว้พิจารณาเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายหลัก แต่ก็อยู่ไม่ห่างจากรถไฟฟ้า Airport Link สถานีรามคำแหงมากนัก แค่ 500 เมตรก็ยังถือว่าพอเดินไหวแต่ติดที่ถนนหนทางแถวนี้เป็นถนนใหญ่มีรถวิ่งมาก จะข้ามถนน ข้ามแยกก็ต้องใช้ความระมัดระวังกันให้มากหน่อย หรือถ้าจะใช้บริการรถสาธารณะอื่นๆ ก็มีให้เลือกทั้งแท็กซี่ รถเมล์ วินมอเตอร์ไซค์ รวมถึงท่าเรือคลองแสนแสบก็อยู่ไม่ไกลเลยครับ ส่วนคนที่ใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก เส้นทางแถวนี้อาจจะติดขัดอยู่บ้างในบริเวณแยกคลองตัน ซึ่งเป็นเส้นทางที่ออกไปได้หลายทาง ทั้งถนนเพชรบุรี ถนนรามคำแหง ถนนศรีนครินทร์ และถนนสุขุมวิท หรือจะเลี่ยงไปขึ้นทางด่วนฉลองรัชก็สะดวกเหมือนกัน ทำเลแถบนี้จึงน่าจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนทำงานย่านสุขุมวิทเหมือนกัน อย่างถ้ารถไม่ติดขับรถไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงทองหล่อแล้ว และด้วยทำเลที่อยู่ใกล้แยกคลองตันนี่เอง บริเวณนี้จึงค่อนข้างอุดมไปด้วยอาหารการกินที่มีให้เลือกมากมาย มีตลาดสด ตลาดนัด และร้านค้าของคนในพื้นที่เปิดอยู่มากมาย รับรองว่าไม่มีอดๆ อยากๆ ส่วนที่ดินรอบๆ โครงการตอนนี้ก็ยังไม่มีโครงการคอนโด หรือตึกสูงขึ้นมาบังวิว รอบๆ จะเป็นบ้านพักอาศัยของคนในชุมชนย่านนี้วิวมุมกว้างๆ จึงยังดีอยู่ แต่ต้องคิดเผื่อไว้ด้วยเพราะพื้นที่ว่างข้างๆ โครงการยังมีโอกาสที่จะมีโครงการอื่นๆ มาบังวิวได้ในอนาคต นอกจากเรื่องวิวภายนอกโครงการแล้ว บรรยากาศภายในโครงการก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โครงการ U Delight Residence เน้นความเป็นส่วนตัวตั้งแต่ประตูเข้าโครงการด้วยระบบ Key Card พร้อม รปภ. รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง เข้ามาในโครงการแล้ว พื้นที่ด้านหน้าต่อจาก Lobby ก็ตกแต่งเป็นสวน เพิ่มพื้นที่สีเขียวเข้ามาให้สบายตามากขึ้น ก่อนไปดูพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ เรามาดูห้องจริงที่เปิดให้ชมเป็นตัวอย่างกันก่อน ด้วยขนาด 35 ตร.ม. เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน ตกแต่งมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบ สามารถหิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลย ลักษณะห้องเป็นห้องหน้ากว้างจึงให้ความรู้สึกอยู่สบายขึ้น ห้องนอนและห้องนั่งเล่นสามารถเปิดรับวิวได้เต็มตามากขึ้น Layout ห้องจัดมาได้ลงตัวดีทีเดียว ทั้งพื้นที่ห้องครัวที่มีประตูกระจกปิดเรียบร้อย เฟอร์นิเจอร์ Build in ที่ให้มาพร้อมห้องก็มาพร้อมพื้นที่เก็บของที่มากขึ้น ทำให้ห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อย วัสดุอุปกรณ์ภายในห้องก็เลือกมาได้สมราคาดี ถ้าใครมีโอกาสเข้ามาดูห้องตัวอย่างเชื่อว่าน่าจะประทับใจได้ไม่ยากเลย ออกจากห้องตัวอย่างแล้ว เราจะพาไปดู Facility ต่างๆ ที่ทางโครงการมีไว้ให้ และเพราะเป็นโครงการสร้างเสร็จและมีผู้ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยแล้ว Facility ต่างๆ จึงเปิดให้ใช้ได้เต็มรูปแบบ ซึ่งรวมอยู่บนชั้น 27 ทั้งห้องออกกำลังกายที่เปิดรับวิวได้เต็มตา ห้องแต่งตัวพร้อมล็อคเกอร์ และห้องซาวน่าแยกชายหญิง สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า พร้อมมุมนั่งเล่นสบายๆ ซึ่งตรงนี้ได้เปรียบเรื่องความเป็นส่วนตัวมากๆ แถมยังได้วิวกึ่งๆ infinity pool อีก มุมนี้เลยได้ใจไปเต็มๆ ส่วนดาดฟ้าอีกฝั่งเป็นลู่วิ่งพื้นยาง สลับกับหญ้าเทียม เพิ่มพื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้งได้อีก ถึงพื้นที่วิ่งจะสั้นไปหน่อยก็ตาม นอกจากส่วนออกกำลังกายบนดาดฟ้าชั้น 27 แล้ว พื้นที่ชั้น 1 ของโครงการถัดจาก Lobby เข้ามา ก็ยังมีมุมให้นั่งเล่น และจะมีร้านสะดวกซื้อเปิดให้บริการด้วย ในอนาคต ถัดจากโถงลิฟท์ไปแล้วเดินเลยไปทางด้านหลังของโครงการ จะมีสวนริมคลอง พร้อมมุมนั่งเล่นในศาลา และลานเอนกประสงค์กลางแจ้ง พร้อมสระบัวริมคลองให้บรรยากาศแบบรีสอร์ทอย่างไรอย่างนั้น หันกลับมาที่ตัวอาคารของคอนโด จะเป็นส่วนของห้องสมุด 2 ชั้น โดยพื้นที่ชั้นล่างเปิดโล่งรับลมธรรมชาติ ในขณะที่ชั้น 2 เป็นห้องกระจกเปิดรับวิวริมคลอง พร้อมติดแอร์เย็นฉ่ำ ซึ่งไอเดียในการจัดสรรพื้นที่ส่วนนี้ต้องบอกว่าเก๋จริงๆ จากโครงการคอนโดมิเนียมแข็งๆ กลับมีมุมพักผ่อนสวยๆ ให้บรรยากาศแบบรีสอร์ทได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน เชื่อว่าหลายๆ คนที่มาเดินดูโครงการจริงน่าจะติดใจ Facility เข้าไปเต็มๆ เพราะบรรยากาศภายในโครงการนั้นนับว่าดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการในระดับราคาเดียวกัน พูดถึงแต่ข้อดีเยอะแล้ว จะว่าไม่มีข้อด้อยเลยก็คงไม่ใช่ อย่างเรื่องที่จอดรถในอาคารที่นับรวมจอดซ้อนคันแล้วมีเพียง 50% ซึ่งเสี่ยงต่อการหาที่จอดรถไม่ได้เหมือนกันในกรณีที่ลูกบ้านมีรถส่วนตัวกันครบทุกห้อง ยิ่งทำเลย่านนี้การเดินทางด้วยรถส่วนตัวค่อนข้างสะดวกกว่ามาก คนอาศัยที่หวังจะพึ่งพาแต่รถสาธารณะคงน้อยกว่าแน่ๆ นอกจากนี้เรื่องลิฟท์โดยสารก็ค่อนข้างแน่นเกินไป ในชั่วโมงเร่งด่วนคงต้องรอลิฟท์กันนานหน่อย แต่ถ้าไม่ต้องเข้าออกเป็นเวลาก็ยังพอหาทางเลี่ยงช่วงเวลาคนเข้าออกเยอะๆ ได้ สำหรับโครงการ U Delight Residence นี้น่าจะเหมาะกับคนที่กำลังมองหาที่พักอาศัยในบรรยากาศดีๆ และอยู่ไม่ไกลจากย่านธุรกิจกลางเมืองมากนัก และราคาระดับนี้ก็ถือว่าจัดของมาให้เยอะพอสมควร ถึงแม้จะมีตัวเปรียบเทียบจากโครงการในระแวกเดียวกัน แต่ด้วยความที่โครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วจึงค่อนข้างได้เปรียบอยู่เหมือนกัน  
Socio อินทามระ : รีวิวคอนโด

Socio อินทามระ : รีวิวคอนโด

Socio คอนโดย่านสะพานควาย ซึ่งทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัย แล้วแยกเข้ามาในซอยอินทามระ 4 อีกทีหนึ่ง ถ้าจะบอกว่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS ก็ดูจะไม่ค่อยใกล้เท่าไหร่ ที่ใกล้ที่สุดก็คือรถไฟฟ้าสถานีสะพานควาย แต่ก็มีระยะห่างเกือบๆ 1 กิโลเมตร จัดได้ว่าไกลพอสมควรสำหรับระยะเดินถึงแบบสบายๆ แถมถนนหนทางในซอยก็ค่อนข้างจะแคบไม่เหมาะกับการเดินเข้าออกนัก การใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือใช้บริการรถรับส่งของโครงการก็น่าจะดีกว่า และเนื่องจากถนนสุทธิสารวินิฉัยเป็นถนนที่เชื่อมต่อถนนพหลโยธินกับถนนวิภาวดี และยังมีซอยย่อยๆ อีก รถราในซอยจึงมีมากเกือบตลอดเวลา ถึงจะเป็นถนนในซอยแคบๆ ก็ตาม ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยอินทามระ 4 สังเกตุง่ายๆ ที่ปากซอยจะมีปั๊มน้ำมันเชลล์ และ7-11 ขนาบทั้ง 2 ฝั่งเลย ตรงเข้ามาอีกประมาณ 50 เมตรก็เป็นทางเข้าออกโครงการพอดี และด้วยความที่ชุมชนแถบนี้เป็นตึกเก่าที่อยู่กันมานานแล้ว ดังนั้นร้านค้า ร้านอาหารก็มีให้เลือกฝากท้องได้พอสมควร หรือถ้าอยากจะมีตัวเลือกมากๆ หน่อยก็ออกไปแถวสะพานควาย ก็จะมี Big C สะพานควาย ใกล้ๆ กันก็มีโรงพยาบาลเปาโลอีกแถบๆ นั้นก็จะมีของกินเยอะกว่ามาก มาพูดถึงบริเวณรอบๆ โครงการกันบ้าง ในซอยอินทามระ 4 เป็นซอยที่มีคอนโดขึ้นอยู่หลายโครงการเหมือนกัน ซึ่ง Socio ตั้งอยู่ต้นๆ ซอยเลย วิวๆ รอบๆ โครงการคงต้องทำใจกันหน่อย จะหามุมสวยคงยาก เพราะมีตึกบังมุมในระยะประชิดเกือบรอบด้าน ในด้านที่ไม่มีตึกขึ้นขนาบข้างซึ่งทางโครงการพยายามแทรก Pocket Garden ไว้ก็กลายเป็นวิวปั๊มน้ำมันที่ตั้งอยู่ปากซอย จะเลือกห้องมุมไหนก็เลยคิดกันเยอะหน่อยครับ เพราะเรื่องความเป็นส่วนตัวก็สำคัญเหมือนกันในคอนโดที่ออกแบบอาคารมาให้มีกระจกมากขนาดนี้ ดังนั้น Facility จึงถูกยกขึ้นไปไว้ที่ชั้น 8 ทั้งหมด Socio เป็นโครงการไม่ใหญ่ ด้วยจำนวนห้องทั้งหมดเพียง 109 ยูนิตเท่านั้น จึงไม่พลุกพล่านมากนัก ขนาดห้องก็เริ่มต้นที่ 32 ตร.ม. เป็นแบบ 1 ห้องนอน ไปจนถึงห้องขนาดใหญ่แบบ 2 ห้องนอน ด้วยพื้นที่กว่า 54 ตร.ม. ที่สำนักงานขายซึ่งตั้งอยู่ถัดจากซอยอินทามระ 4 ไปเล็กน้อย จะมีการจำลองห้องตัวอย่างให้ชมเพียงแบบเดียว คือแบบ 1 ห้องนอน ซึ่งเวลาดูห้องตัวอย่างต้องคอยดูแปลนห้องประกอบไปด้วยนะครับ จะได้ไม่เข้าใจผิด เพราะในความเป็นจริงประตูทางเข้าห้องจะอยู่คนละทางกัน โดย Lay out ห้องแบบคร่าวๆ เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วจะมีห้องครัวเล็กๆ อยู่ทางด้านซ้ายตรงหน้าห้องน้ำพอดี ส่วนพื้นที่นั่งเล่นจะอยู่ถัดเข้าไปจากประตูทางเข้า และห้องนอนก็ถูกแยกพื้นที่ด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้ห้องดูโปร่งสบายตามากขึ้นด้วยครับ สำหรับวัสดุ สุขภัณฑ์ต่างๆ ที่ทางโครงการจัดมาก็พอสมน้ำสมเนื้อ กับราคาเฉียดๆ 70,000 บาทต่อตารางเมตร สำหรับคนที่อยากได้คอนโดเกาะแนวรถไฟฟ้า ในราคาระดับ 2 ล้านกว่าๆ ก็น่าจะลองแวะมาดู Socio อินทามระกันดู ถึงโครงการจะไม่อลังการ แต่เรื่องการเดินทางก็ค่อนข้างสะดวกทั้งรถส่วนตัว และรถสาธารณะ อีกทั้งขนาดห้องและทำเลที่อยู่ในย่านที่ชุมชนอุดมสมบูรณ์ดีเลยทีเดียว
Plum Condo บางใหญ่ : รีวิวคอนโด

Plum Condo บางใหญ่ : รีวิวคอนโด

Plum Condo บางใหญ่ โครงการในเครือพฤกษา กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในย่านบางใหญ่ เพราะด้วยราคาเริ่มต้นที่สามารถจับจองกันได้ง่ายๆ แถมทำเลที่ตั้งก็อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าคลองบางไผ่ ซึ่งน่าจะเปิดให้บริการได้ภายใน 2-3 ปีนี้ อนาคตบริเวณนี้ต้องคึกคักมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอีกมาก เพราะที่เห็นแน่ๆ ก็เริ่มมีห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์ใหญ่มาสร้างแล้ว ทั้งๆ ที่ปัจจุบันเองพื้นที่บริเวณนี้ก็ใกล้แหล่งชุมชนอยู่พอสมควร แถมยังมีทั้งตลาดกลางบางใหญ่ บิ๊กซี และBB Market Park ซึ่งถือเป็นแหล่งช๊อปปิ้งสำคัญของผู้คนในย่านนี้ อีกทั้งการเดินทางไปมาก็ไม่ยากเย็นอะไร จะใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือจะอาศัยขยันเดินหน่อย ก็อยู่ในระยะทาง 800 เมตร ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัวถ้าไม่นับว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งชุมชมและมีปัญหารถติดมากหน่อยเพราะงานก่อสร้างรถไฟฟ้า ถนนหนทางแถวนี้ก็มีทางออกทางแยกไปได้หลายทางเหมือนกัน ตอนนี้โครงการเปิดขายในเฟสแรก ซึ่งอยู่บนที่ดินด้านใน มีการจัดวางตึกไว้รอบๆ พื้นที่ของโครงการรวม 4 ตึก ซึ่งพื้นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 1 เลยในบางอาคาร เรื่อง Privacy จึงน้อยหน่อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนเรื่องการออกแบบห้องก็มีมาให้เลือกที่ขนาด 22.5 ตร.ม. เป็นหลัก ถึงตัวห้องจะมีขนาดเล็กแต่ก็มีการจัดสรรพื้นที่ได้ครบทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัว โดยพื้นที่แต่ละส่วนก็ถูกย่อขนาดให้แคบลงตามสัดส่วน ดีที่ทางโครงการเลือกใช้ประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่แบ่งพื้นที่ห้องนอน ทำให้ห้องนั่งเล่น สามารถเปิดรับแสงสว่างจากหน้าต่างห้องนอน และทำให้ห้องดูโปร่งมากขึ้นด้วย ส่วนถ้าใครคิดว่าห้องแบบ 1 ห้องนอนคับแคบเกินไปหน่อย ทางโครงการก็มีห้องแบบ 2 ห้องนอนให้เลือกด้วย ถึงแม้ในแต่ละตึกจะมีเพียง 3 ห้องก็ตาม Lay out ของห้องแบบ 2 ห้องนอนนี้จะเหมือนเป็นการ combine ห้องเข้าด้วยกัน ดังนั้นถ้าหมดจากห้องที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้เลือก ใครที่อยากได้ห้องใหญ่ๆ ก็สามารถขอ combine ห้องในตำแหน่งที่ต้องการได้เช่นกัน แต่ต้องทำในกรณีก่อนที่โครงการจะเริ่มสร้างนะครับ สำหรับห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน จะให้ความรู้สึกกว้างและโปร่งมากขึ้น เพราะพื้นที่ตรงห้องนั่งเล่นติดกับระเบียง จึงเปิดรับแสงและวิวด้านนอกได้เต็มที่มากขึ้น แต่การจัดสรรพื้นที่ภายในห้องยังไม่ค่อยลงตัวเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะพื้นที่ห้องออกไปทางแนวยาว ทำให้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์แล้วดูขาดๆ เกินๆ นิดหน่อย ซึ่งห้องตัวอย่างที่มีการตกแต่งไว้ก็มีให้ชมเป็นไอเดียเท่านั้น เพราะห้องที่ขายให้จริงๆ เป็นห้องเปล่าๆ มีแค่ชุดครัว ตู้เสื้อผ้าในห้องนอนเท่านั้นที่แถมมาให้ ที่เหลือต้องไปจัดหามาแต่งกันเองตามสไตล์ ซึ่งก็ต้องบอกว่าการเลือกเฟอร์นิเจอร์ต้องเลือกและวัดขนาดกันดีๆ หน่อย เนื่องจากพื้นที่ห้องมีค่อนข้างจำกัด ถ้าเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม่ถูกไซส์คงจัดห้องได้ไม่ลงตัวแน่ๆ นอกจากพื้นที่อาศัยภายในอาคารแล้ว พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกทางโครงการก็จัดไว้ให้ไม่น้อยเหมือนกัน มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องสมุด และสวนหย่อมซึ่งรวมอยู่ที่บริเวณด้านหน้าอาคาร C ส่วนพื้นที่จอดรถจะมีอยู่รอบๆ โครงการรวมถึงพื้นที่ชั้น 1 ของอาคาร B และพื้นที่บางส่วนของอาคาร D ด้วย แต่ทั้งโครงการมีพื้นที่จอดรถเพียง 22% เท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอถ้าลูกบ้านเข้าอยู่กันครบทุกยูนิตแล้ว นอกจากนี้สิ่งที่น่าจะคำนึงถึงอีกเรื่องคือ คลองเล็ก ที่อยู่หน้าโครงการ ซึ่งถ้าหากคลองนี้มีปัญหาเรื่องกลิ่นในอนาคต ห้องพักในโซนนี้ก็จะได้รับผลกระทบเรื่องกลิ่นไปเต็มๆ ครับ สำหรับโครงการ Plum Condo บางใหญ่นี้ ถือว่าได้เปรียบในเรื่องของทำเลและราคาเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ในระแวกเดียวกัน มีทั้งสถานีรถไฟฟ้าคลองบางไผ่ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 400 เมตร และถนนหนทางรอบๆ ก็สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงรถติดไปได้หลายทาง รวมถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ จะเปิดตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ทำให้ราคาห้องน่าจะพุ่งขึ้นได้อีกเยอะในอนาคต แค่รอดูโครงการในเฟส 2 ที่น่าจะเปิดขายหลังจากที่ขายเฟสแรกหมดไปแล้ว ก็คาดว่าราคาเริ่มต้นก็น่าจะมีการขยับขึ้นอีกไม่น้อยเหมือนกัน แต่ถ้าพิจารณาในแง่ของการอยู่อาศัยจริงๆ แล้ว สิ่งที่น่ากังวลอีกเรื่องก็คือเรื่อง Facility และพื้นที่จอดรถที่อาจจะมีปัญหาตามมาได้ เพราะเมื่อเทียบกับจำนวนผู้อยู่อาศัยแล้ว ถือว่ามี Facility น้อยไปหน่อย ยังดีที่โครงการเฟส 2 จะแยกส่วนกลางออกไป ซึ่งหน้าตาของโครงการเฟส 2 จะเป็นอย่างไรก็คงต้องรอดูกันต่อไปครับ
Centric อารีย์ : รีวิวคอนโด

Centric อารีย์ : รีวิวคอนโด

ขึ้นรถไฟฟ้า BTS มาที่สถานีอารีย์ แล้วเข้ามาทางซอยอารีย์ 1 ค่อนไปทางซอยราชครู จะเจอโครงการ Centric คอนโคในเครือ SC Asset บนพื้นที่ทั้งหมดแบ่งเป็น 2 อาคาร ตึกแรกเป็นคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น ส่วนตึก Low Rise อยู่ติดทางด้านฝั่งซอยราชครู สูง 8 ชั้น ทั้งสองอาคารถูกออกแบบให้ล้อมรอบต้นก้ามปูเก่าบนที่ดินไว้ ทำให้ตรงนี้เป็น Landmark สำคัญของโครงการเลยก็ว่าได้ ในเรื่องทำเลที่ตั้งนั้นต้องบอกว่า ในย่านอารีย์นี้เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินในอันดับต้นๆ ของกรุงเทพเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่เช้ายันค่ำรับรองว่าท้องไม่หิวแน่ๆ เริ่มกันตั้งแต่ปากซอยอารีย์ซึ่งมีร้านรวงขายอาหารแทบจะทุกประเภท รวมถึง Community Mall อย่าง La Villa ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอีก ก็มีทั้งร้านอาหารดังและซุปเปอร์มาเก็ต ประกอบกับในย่านนี้พรั่งพร้อมไปด้วยอาคารสำนักงานที่ช่วงกลางวันก็มีพนักงานออฟฟิศพลุกพล่านใช้ได้ จึงรับประกันได้ว่าของกินของใช้พื้นฐานสามารถซื้อหาได้ไม่ยากแน่นอน ในส่วนของการเดินทางมายังโครงการ Centric อารีย์นั้น ที่สะดวกที่สุดก็น่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ซึ่งสามารถเลือกเดินเข้ามาทางซอยราชครู (ซอยพหลโยธิน 5) ด้วยระยะทางเพียง 400 เมตรโดยประมาณ หรือเดินเข้าทางซอยอารีย์ก็มีระยะทางเกือบๆ 600 เมตร อาจจะไกลกว่าหน่อย แต่ถ้าคิดว่าเดินไปแวะซื้อของริมทางไปก็คงจะเพลินเหมือนกัน ถ้าขี้เกียจเดินก็สามารถใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ปากซอยอารีย์ได้ ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ต้องเข้าจากทางซอยอารีย์เท่านั้น เพราะถนนหน้าโครงการซึ่งก็คือถนนในซอยอารีย์ 1 เป็นถนน One Way แคบๆ ข้อนี้เลยกลายเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งสำหรับคนใช้รถส่วนตัว ทำให้มีเส้นทางหลีกเลี่ยงปัญหารถติดน้อยหน่อย ถ้าไม่ออกมาทางถนนพหลโยธิน ในซอยสามารถลัดเลาะไปออกถนนพระราม 6 และขึ้นทางด่วนอนุสาวรีย์ได้เช่นกัน เดินทางมาโดยทางด่วนจากแจ้งวัฒนะ ให้วิ่งไปทาง บางนา ดาวคะนอง ไปทางบางนา ดาวคะนอง ไปทางพหลโยธิน ลงทางด่วนทางพหลโยธิน เลี้ยวไปตามทางออกถนนพหลโยธิน วิ่งไปเรื่อยๆผ่านสถาณีรถไฟฟ้า BTS สนามเป้า ผ่านซอย ราชครู มาถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ ให้ขับเลยไปก่อน เลี้ยวเข้าถนนอารีย์ ให้เลี้ยวเข้าซอยแรก ซอยอารีย์ 1 ขับไปเรื่อยๆจะเจอ Centric อารีย์ อยู่ทางซ้าย สำหรับห้องพักนั้น ราคาเริ่มต้นตอนนี้โดดขึ้นไปอยู่ในระดับ 4 ล้านต้นๆ แล้ว ซึ่งจัดว่าเป็นราคาที่สูงมากสำหรับทำเลในย่านนี้ จากห้องตัวอย่างที่มีให้ชมจะเป็นห้องขนาด33 ตรม. แบบ 1 ห้องนอน ซึ่งมีการจัดวาง Lay out ห้องมาใช้ได้เลยทีเดียว ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นมีการจัดสรรพื้นที่ไว้อย่างเป็นสัดส่วน และยังมีห้องครัวแบบปิดอยู่ด้านในสุด ซึ่งมีพื้นที่กว้างพอที่จะไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเกินไป อีกทั้งยังมีหน้าด้านแบบบ้านกระทุ้งเปิดระบายอากาศได้ เสียแต่ห้องแบบนี้ไม่มีระเบียง ทางโครงการเลยออกแบบให้กำแพงด้านหนึ่งของห้องครัวสามารถเปิดออกไปยังส่วนที่ใช้แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ได้ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้นี่เองที่มีการติดตั้งราวตากผ้าเล็กๆ ไว้สำหรับตากผ้า แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันไม่พอใช้ในชีวิตจริงหรอกครับ ส่วนห้องตัวอย่างอีกห้องเป็นแบบ 2 ห้องนอน ขนาดประมาณ 55 ตรม. โดยจะเป็นห้องในลักษณะหน้ากว้าง เปิดเข้ามาจะเจอพื้นส่วนนั่งเล่นติดกับระเบียงเล็กๆ มีมุมวางโต๊ะกินข้าวเล็กๆ อยู่ตรงประตูทางเข้า ถัดเข้ามาค่อยเป็นห้องครัวมีประตูกระจกบานเลื่อน และมีห้องนอนอีก 2 ห้องอยู่ด้านในสุด โดยที่แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัวเรียบร้อย ห้องแบบนี้เหมาะสำหรับครอบครัวเล็กๆ อยู่กันได้สบายๆ ห้องทุกแบบขายกันมาแบบ Fully Furnished นะครับ ชิ้นไหนที่ไม่ได้รวมอยู่ในรายการก็จะมีแปะป้ายบอกไว้ชัดเจน ส่วนชิ้นที่ให้มาพร้อมห้องก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ Built-in สีขาวซะเป็นส่วนใหญ่ เรื่องสุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็เป็นยี่ห้อมาตรฐานครับ แต่หน้าตาสุขภัณฑ์ที่เลือกมาดูไม่สมราคาห้องเท่าไหร่เลย ห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอนครับ ประตูทางเข้าห้องเป็นคันจับสแตนเลสธรรมดา ไม่ได้ใช้ระบบดิจิตอลล็อค เปิดเข้าห้องมาก็เป็นโซนนั่งเล่นก่อนเลย หลังประตูมีชั้นวางของและชั้นวางทีวี Built in มาพร้อมห้อง ห้องนั่งเล่นตกแต่งเสร็จ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้แถมมากับห้องจะมีป้ายกำกับไว้ พื้นที่ของห้องครัว มีหน้าต่างบานกระทุ้งช่วยระบายอากาศ ห้องครัว Built in มาแล้วทั้งตู้เก็บของด้านบนและด้านล่าง ชุดเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันของ Teka ซิงค์ล้างจานเป็นแบบฝังยี่ห้อ Teka เช่นกัน ปลั๊กไฟสามขายี่ห้อ Siement ห้องครัวเป็นแบบครัวปิด มีประตูบานเลื่อนติดตั้งมาเรียบร้อย ประตูกระจกบานเลื่อน รางและวงกบเป็นอลูมิเนียมสีขาว ห้องนอนขนาดค่อนข้างกระทัดรัด วางเตียง 5 ฟุตก็เกือบเต็มห้องแล้ว หน้าต่างห้องนอนเป็นกระจกสูงเกือบเต็มผนัง พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้ง พื้นที่หัวเตียงกว้างพอจะวางตู้เสื้อผ้าได้ และห้องน้ำก็อยู่ในห้องนอนด้วย เครื่องปรับอากาศยี่ห้อ Daikin ที่แถมมาพร้อมห้อง โซนอาบน้ำให้เป็นตู้กระจกบานเลื่อนเข้ามุม ชุดอ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำเป็นของ cotto โถสุขภัณฑ์พร้อมสายฉีดชำระเรียบร้อย ก๊อกน้ำในห้องอาบน้ำ ชุดฝักบัวอาบน้ำ ธรณีประตูห้องน้ำก่อมาให้สูงพอสมควรเลย เวลาเดินควรระวังจะสะดุด ห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน เปิดเข้าห้องมาจะเห็นบริเวณห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับระเบียง ด้านซ้ายมือวางโต๊ะกินข้าวชุด 4 ที่นั่งได้สบายๆ ชุดโซฟาวางไว้ริมประตูระเบียง เปิดรับวิวเขียวๆ จากนอกห้องได้ดี มองจากระเบียงกลับไปจะเห็นพื้นที่มุมกินข้าวได้ชัดขึ้น ห้องครัวเหมือนกับห้องอื่นๆ ห้องครัวเป็นแบบปิด มีประตูกระจกบานเลื่อนช่วยป้องกันกลิ่น ซิงค์ล้างจานแบบฝังเหมือนห้องแบบอื่นๆ ชุดเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควันตามมาตรฐาน ลางเลื่อนประตูห้องครัวเป็นอลูมิเนียมสีขาว บานประตูด้านในสุดของห้องครัว เปิดไปจะเจอราวตากผ้า ซึ่งทางโครงการจัดพื้นที่มาได้ดี มองจากห้องนอนใหญ่ไปจะเห็นบริเวณทางเดินหน้าห้องแบบนี้ ห้องนอนเล็กขนาดค่อนข้างกระทัดรัด หรือจะปรับเปลี่ยนฟังค์ชั่นห้องไว้ใช้ประโยชน์อื่นๆ ก็ได้ ห้องน้ำแบ่งพื้นที่ห้องอาบน้ำไว้ด้วยประตูบานเลื่อน อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ เหมือนกันทั้ง 2 ห้องเล็ก ห้องใหญ่ ชุดโถสุขภัณฑ์หน้าตาแบบนี้ครับ ธรณีห้องน้ำช่วยกั้นพื้นที่ห้องน้ำและระวังไม่ให้พื้นลามิเนตชื้นและบวม หน้าตาสวิตช์ไฟในห้อง หน้าห้องนอนเล็ก มีพื้นที่สำหรับห้องเก็บของ ซึ่งสามารถวางเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ภายใน ภาพนี้จะช่วยให้เห็นจุดเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น ห้องนอนใหญ่วางเตียง 5 ฟุตแล้วเหลือพื้นที่ไม่มากนัก ในห้อง Built in ตู้เสื้อผ้ามาให้ และกำแพงด้านขวามือเป็นพื้นที่ของห้องน้ำ ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ เรื่องของ Facility ส่วนกลางนั้น ทางโครงการจัดเตรียมไว้ ก็เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนหย่อม ห้องสมุด Key Card รักษาความปลอดภัย และรถ Shutter Bus รับส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้า Facility ทั้งหมดมีรวมอยู่ที่อาคารสูง ซึ่งลูกบ้านของทั้ง 2 อาคารต้องมาใช้รวมกันที่นี่ครับ ส่วนเรื่องที่จอดรถนั้นทั้งโครงการมีที่จอดรถคิดเป็น 45% หรือ 235 คัน โดยยังไม่นับรวมการจอดแบบซ้อนคัน ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงแล้วกับจำนวนห้องทั้งหมด 516 ห้อง นั้นรับรองว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการแน่ๆ เพราะลูกบ้านที่ซื้อคอนโดในราคาระดับนี้ เชื่อว่ามีรถกันเกือบทุกห้องแน่ๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นปัญหาใหญ่อยู่พอสมควรในอนาคต นอกจากนี้ในเรื่องของพื้นที่รอบๆ โครงการนั้นมีคอนโดโครงการอื่นๆ ขึ้นอยู่รายล้อมเกือบรอบด้าน ทำให้บังวิวกันมากพอสมควร จะมีก็แต่ฝั่งทางซอยราชครู และด้านหลังโครงการเท่านั้นที่ยังเป็นบ้านพักอาศัยเดิมจึงไม่ค่อยมีปัญหาตึกบังทิศทางแดดและลม แต่จะได้วิวเป็นรถไฟฟ้าแทน วิวแต่ละห้องต้องเลือกกันดีๆ ยิ่งโครงการยังสร้างไม่เสร็จคงต้องอาศัยการจินตนาการ ลองสังเกตุตึกรอบๆ เยอะๆ จะได้พอนึกภาพออกครับ ด้วยราคาต่อตารางเมตรที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 140,000 บาทแล้วในตอนนี้ ทำให้ราคาห้องของ Centric อารีย์ จับต้องยากซักหน่อยสำหรับคนทำงานออฟฟิศทั่วไป และถ้าลองเทียบกับวัสดุต่างๆ ดูไม่ค่อยจะคุ้มค่าคุ้มราคาเท่าที่ควร หน้าตาสุขภัณฑ์ก็น่าจะเลือกเกรดได้ดีและสวยงามกว่านี้อีก จากที่เห็นเลยกลายเป็นว่าราคาห้องของ Centric ดูจะแซงหน้าโครงการอื่นๆ ในย่านเดียวกันไปซักหน่อย ถึงแม้คอนโดในย่านซอยอารีย์จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้วก็ตาม ถ้าจะหวังว่าราคาจะดีดตัวขึ้นสูงไปอีกในเร็ววันนี้คงจะยากหน่อยครับ
PE-LA วุฒากาศ : รีวิวคอนโด

PE-LA วุฒากาศ : รีวิวคอนโด

ย่านชุมชนเก่าแถบวุฒากาศ ทำเลที่มีความคึกคักและมีบ้านพักอาศัยเดิมหนาแน่นอยู่แล้ว ยิ่งพอมีสถานีรถไฟฟ้าวุฒากาศซึ่งเป็นส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า BTS บริเวณแถบนี้จึงยิ่งเป็นที่จับจ้องของหลายๆ โครงการ แถบๆ นี้จึงมีการแข่งขันกันค่อนข้างมาก ถึงแม้จะเส้นทางเดินรถแถวนี้จะซับซ้อนซักหน่อยสำหรับคนนอกพื้นที่ก็ตาม ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสถานีวุฒากาศ ออกมาประมาณ 100 เมตร มีคอนโด High Rise ชื่อ “PE-LA วุฒากาศ” ตั้งอยู่ติดริมถนนวุฒากาศตรงปากซอยวุฒากาศ 21 บริเวณโดยรอบคึกคักมากๆ มีทั้ง ตลาดเช้าซึ่งห่างออกไปอีกประมาณ 3 ซอย เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ จัดว่าอุดมสมบูรณ์ไม่ต้องกลัวไส้แห้ง ฝั่งตรงข้ามโครงการมีโรงเรียนอำนวยศิลป์ตั้งอยู่ในซอยวุฒากาศ 16 ในรัศมีที่ไกลออกไปอีกหน่อยก็มีทั้งห้าง The Mall โรงพยาบาลพญาไท 3 และมหาวิทยาลัยสยามอีกด้วย เล็งๆ ดูแล้วสาธารณูปโภคโดยรอบก็จัดว่าเพียบพร้อมดี ใครที่ชอบแหล่งชุมชน มีคนพลุกพล่านหน่อยน่าจะถูกใจ การเดินทางมาที่โครงการทำได้ 2 ทาง เส้นแรกมาจากฝั่งถนนเอกชัย-จอมทอง หรือจากฝั่งตลาดพลู ส่วนอีกเส้นทางคือ ข้ามมาจากสะพานตากสิน มุ่งหน้าสู่ถนนราชพฤกษ์ ขึ้นสะพานข้ามแยกรัชดา-ตลาดพลูมาลงที่ทางออกวุฒากาศ แล้วก็เข้าซ้ายไปทางถนนเทอดไทยก็จะเข้าสู่ถนนวุฒากาศ พอเลี้ยวมาปุ๊ปก็จะเห็นพื้นที่โครงการ PE-LA อยู่ทางขวามือทันที สำหรับใครที่เดินทางโดยรถไฟฟ้าออกทางออกที่ 4 พอลงจากสถานีก็เดินเลี้ยวซ้ายมา 100 เมตรเท่านั้นก็ถึงหน้าโครงการเลย ไม่ต้องพึ่งพารถสาธารณะเพิ่มเติมอีก แต่ถ้ายังจำเป็นต้องเดินทางด้วยรถส่วนตัว หรือรถสาธารณะอื่นๆ ทั้งรถเมล์ แท็กซี่ ก็ต้องเผื่อเวลารถติดไว้ด้วย ยิ่งในชั่วโมงเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็น เชื่อว่ารถติดแบบไม่ขยับแน่ๆ และเนื่องจากรอบโครงการตอนนี้ยังเป็นบ้านพักอาศัยในแนวราบอยู่ จึงไม่มีตึกสูงขึ้นมาบังวิว แต่ต่อไปในอนาคตก็ยังไม่แน่เหมือนกัน รวมถึงความคึกคักของถนนสายนี้ที่มีรถวิ่งผ่านไปมาตลอดทั้งวัน และโครงการก็ตั้งอยู่ติดริมถนนวุฒากาศเลย อาจได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางเสียงบ้าง มาถึงเรื่องห้องกันบ้าง ในโครงการมีห้อง 3 แบบ เริ่มต้นที่ 1 ห้องนอน มีตั้งแต่ขนาด 33 ตร.ม. ไปจนถึง 54.5 ตร.ม. จากนั้นก็เป็นแบบ 2 ห้องนอน มีขนาดพื้นที่ 58-109 ตร.ม. และแบบสุดท้ายคือ ห้องแบบ Duplex มีขนาด 51.5 ตร.ม. และ 75 ตร.ม. ส่วนห้องตัวอย่างที่จะพาไปดูกันก็คือ ห้องแบบ 1 ห้องนอน ด้วย Lay out ห้องที่ออกแบบมาให้มีเหลี่ยม มีมุมหน้าต่างเฉียงๆ ในบางห้อง เพื่อเลี่ยงแดดจากทิศตะวันตก ซึ่งทางโครงการพยายามแก้ปัญหาที่ตัวตึกด้านหน้าหันรับทิศตะวันตกแบบเต็มๆ ดังนั้นถ้าจะต้องเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปมาแต่งห้องเอง ก็อาจจะหายากซักหน่อยที่จะเข้าที่เข้ามุมได้พอดี จึงเหมือนถูกบังคับกลายๆ ให้ต้องใช้เฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in แทนถึงจะใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าที่สุด ห้องทั้งหมดขายเป็นห้องเปล่า มีแถมเฟอร์นิเจอร์มาแค่บางชิ้น เช่น เคาน์เตอร์ครัว ตู้เสื้อผ้า Built-in ในมุมผนังที่ถูกเว้นที่ไว้อันเนื่องมาจาก Lay out ห้องนั่นแหละ ที่เหลือก็เป็นพวกวัสดุสุขภัณฑ์ที่เลือกมาตามมาตรฐานกลางๆ ไม่ได้หรูหรามาก ในส่วนของ Facility ที่โครงการมีให้ เช่น สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ฟิตเนส สวนบนดาดฟ้า ซึ่งรวมกันอยู่ที่ชั้น 19 จึงมีความเป็นส่วนตัวดีทีเดียว อย่างที่บอกไปว่าตัวโครงการ PA:LA ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่ค่อนข้างพลุกพล่าน จึงน่าจะเหมาะกับคนที่คุ้นชินกับบรรยากาศในพื้นที่แบบนี้ มากกว่าคนที่อยากได้ความเงียบสงบในการพักผ่อน ภาพรวมการออกแบบโครงการในบางจุดอาจจะดูสวยงาม แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง หรือใช้ได้ไม่เต็มที่นัก รวมถึงเรื่อง Lay out ห้อง คล้ายจะถูกบังคับให้ต้อง Build in เฟอร์นิเจอร์ จึงต้องคำนวนค่าใช้จ่ายในการตกแต่งห้องเผื่อไว้ด้วย นอกจากนี้ใครที่ต้องใช้รถส่วนตัวเป็นหลักก็ต้องคิดเยอะหน่อย ไหนจะเรื่องถนนแคบ มีการจารจรที่หนาแน่นเกือบทั้งวัน และเรื่องที่จอดรถในโครงการที่มีจำกัด (แค่ 47% ไม่รวมจอดซ้อนคัน) แต่ในแง่ของการเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้า MRT (ส่วนต่อขยายในอนาคต) รวมถึงรถประจำทางก็มีให้เลือกหลายทางเหมือนกัน นอกนั้นก็เหลือแค่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือจะหวังเก็งกำไร ขายต่อดีกว่ากัน ซึ่งเราก็มีกราฟวิเคราะห์ไว้ให้ใช้ประกอบการตัดสินใจด้วย
Bangkok Horizon ติวานนท์ : รีวิวคอนโด

Bangkok Horizon ติวานนท์ : รีวิวคอนโด

Bangkok Horizon ติวานนท์ โครงการคอนโด High Rise ในเครือ CMC ซึ่งเลือกทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้าไปแบบติดๆ เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีติวานนท์เพียง 50 เมตร ลงจากสถานีปุ๊ปก็เดินเข้าคอนโดได้ทันทีเลย ไม่ต้องต่อรถราให้เสียเวลาอีก ซึ่งขณะนี้มีกำหนดที่คาดว่าจะสร้างเสร็จและเปิดใช้บริการไม่เกินปี 59 นอกเหนือจากรถไฟฟ้าที่ดูจะเป็นการเดินทางสายหลักแล้ว การเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็มีเส้นทางเลี่ยงไปได้หลายทางเหมือนกัน ทั้งทางด่วนด่านงามวงศ์วาน และทางด่วนด่านประชานุกูล ส่วนเส้นทางปกติก็สามารถออกถนนรัชดาภิเษก ข้ามสะพานพระราม 7 ไปจรัญสนิทวงศ์ หรือจะข้ามสะพานพระราม 5 ไปออกถนนราชพฤกษ์ รวมถึงเส้นทางถนนรัตนาธิเบศร์ข้ามสะพานพระนั่งเกล้า ก็ทำได้เช่นกัน แต่ปัญหาหลักๆ กลับอยู่ที่การจราจรที่ติดขัด เพราะเส้นทางรอบๆ มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าอยู่เกือบทุกเส้น และปริมาณรถในแถบนี้ก็หนาแน่นเกือบทั้งวันอีก การเดินทางด้วยรถส่วนตัวจึงต้องเผื่อเวลากันมากหน่อย แต่ไม่แน่ว่าตอนที่โครงการสร้างเสร็จพอๆ กับที่รถไฟฟ้าเปิดให้บริการแล้ว การจราจรแถวนี้อาจจะดีขึ้นก็ได้ พื้นที่บริเวณรอบๆ โครงการยังคงเป็นอาคารพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่ที่อยู่กันมานาน ดังนั้นจึงมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงร้านอะไหล่ อู่ซ่อมรถ ก็มีเยอะแยะ พื้นที่ใกล้ๆ ในย่านนี้ยังไม่มีคอนโดโครงการอื่นๆ มากนัก ที่เห็นก็จะต้องเลยออกไปตามถนนรัตนาธิเบศร์นั่นแหละ ถึงจะมีคอนโดให้เลือกมากอีกหน่อย ตัวโครงการออกแบบมาได้หน้าตาทันสมัย ผิดจากคอนโดอื่นๆ ในเครือ CMC ด้วยรูปทรงตึกที่มีความโค้ง เว้า และเล่นระดับ ทำให้โมเดลที่ออกมาดูหรูหรา เกินหน้าเกินตาตึกในย่านเดียวกัน แต่ละชั้นถูกออกแบบมาให้มีเพียง 18 ยูนิต ในขณะที่ตัวตึกมีความสูง 33 ชั้น และมียูนิตรวมทั้งหมด 421 ยูนิต พื้นที่ห้องไม่ได้เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมซะทีเดียว บางห้องมีลักษณะผนังโค้งๆ จนเกือบจะเป็นห้องทรงกลม ในขณะที่ห้องส่วนใหญ่ที่เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 34 ตร.ม. จะมีลักษณะมีเหลี่ยมมีมุม จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูก็ไม่ใช่ จะสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็ไม่เชิง งานนี้เห็นห้องแล้วก็งงกันไปเล็กน้อย ผนังบางด้านทำมุมเล็กๆ ไม่ได้อยู่ในแนวระนาบ จะมีมุมผนังเฉียงๆ บ้าง การหาเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปมาลงให้เข้ามุมเป๊ะๆ คงเป็นเรื่องยากมาก ถ้าจะเอาให้จบแบบง่ายๆ ก็ต้องใช้เฟอร์นิเจอร์แบบ Build in เท่านั้น แค่คิดถึงต้องตรวจรับห้องก็คงสนุกสนานกันยกใหญ่แล้วครับ ใครเลือกห้องแบบไหนก็ยึดแบบแปลนห้องตัวเองเอาไว้ดีๆ นะครับ จะได้รู้ว่าผนังจะมีเหลี่ยม มีมุมตรงไหนบ้าง ไม่อย่างนั้นได้เถียงกับช่างเรื่องกำแพงเฉียงไม่ได้ระนาบ ตรวจรับไม่ผ่านกันง่ายๆ แน่นอน ในห้องตัวอย่างมีการจัดตกแต่งให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่โชว์อยู่จะมีแถมมาให้เป็นบางชิ้น ซึ่งก็ต้องสอบถามกับเซลล์ให้ดีๆ เพราะเท่าที่คุยมา ของที่จะให้พร้อมห้องจริงกับของที่โชว์ในห้องตัวอย่างหน้าตาจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว เรื่องสเป็คของยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ ต้องระวังกันนิดนึงครับ สำหรับห้องแบบ 1 ห้องนอน มีการจัดสรรพื้นที่ไว้ให้แล้ว โดยมีห้องครัวอยู่ด้านในสุด เช่นเดียวกันกับห้องนอน ซึ่งอยู่ติดกับหน้าต่างกระจกบานใหญ่ตั้งแต่เพดานจรดพื้นซึ่งเปิดรับแสงได้เต็มๆ แต่การเลือกห้องก็ต้องดูทิศทางแดดกันให้ดีๆ ด้วย ไม่อย่างนั้นอาจจะเจอปัญหาห้องร้อน และแอร์ต้องทำงานหนักให้เปลืองค่าไฟอีก ในส่วนพื้นที่ห้องครัวมีประตูกระจกบานเลื่อนปิดไว้ป้องกันกลิ่นเข้ามารบกวนห้องส่วนอื่นๆ ส่วนห้องนอนเป็นประตูบานสวิงธรรมดา ส่วนห้องน้ำก็มีพื้นที่ขนาดพอใช้งาน มีการแบ่งส่วนอาบน้ำออกจากส่วนแห้ง วัสดุสุขภัณฑ์ต่างๆ ก็เลือกมาได้มาตรฐานเหมือนกัน ห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายมีให้ดู 2 แบบ และเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนเท่านั้น ต่างกันที่ตำแหน่งห้องและรูปทรงพื้นที่ห้อง อีกห้องเป็นห้องหัวมุมซึ่งได้รูปห้องเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู จึงมี Lay out ห้องที่ต่างกันออกไป ส่วนใครจะถูกใจแบบไหนก็แล้วแต่จะเลือกครับ นอกจากห้องแบบ 1 ห้องนอนแล้ว ทางโครงการยังมีห้องแบบ 2 ห้องนอน และ 3 ห้องนอนที่มีพื้นที่ใหญ่สุดที่ขนาด 85 ตร.ม.เลยทีเดียว ถือว่าเป็นขนาดห้องที่ใหญ่มากๆ สำหรับการอยู่อาศัยแบบคอนโดในระดับนี้ เรื่อง Facility ที่ทางโครงการมีให้ก็เยอะทั้ง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องซาวน่าแยกชาย-หญิง สวนหย่อมที่ชั้น 5 ร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตใต้โครงการ ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการใช้งานของจำนวนคนที่อาศัย นอกจากนี้ยังมี สนามสควอช ห้อง Game Room พร้อมเครื่อง Golf Simulator ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ใช้งานจริงรึเปล่า เพราะอาจจะไม่ถูกตาม Life Style ของคนไทยเท่าไร ส่วนเรื่องที่จอดรถมีตั้งแต่ชั้นใต้ดินไปจนถึงชั้น 4 นับรวมจอดซ้อนคันแล้วก็มีเพียง 40% เท่านั้น ซึ่งเอาเข้าจริงลูกบ้านอาจจะมีที่ไม่พอจอดรถก็ได้ครับ สำหรับโครงการ Bangkok Horizon ติวานนท์ ที่ราคาต่อตารางเมตรในตอนนี้อยู่ในระดับเกือบๆ แสน ยังถือว่าเป็นราคาที่จับต้องได้สำหรับห้องแบบ 1 ห้องนอน แต่ถ้าเป็นห้องขนาดใหญ่ราคาจะโดดสูงไปเกือบ 7-8 ล้านเลยทีเดียว ส่วนในแง่ของการลงทุนนั้น การจะซื้อไว้ปล่อยเช่าอาจจะยากซักหน่อย เพราะพื้นที่ใกล้ๆ เคียงไม่มีสำนักงานใหญ่ ศูนย์ราชการ หรือไม่ได้อยู่ในย่านธุรกิจเลยทำให้การหาผู้เช่าเป็นไปได้ยาก โอกาสที่ราคาจะขยับตัวสูงขึ้นจนได้กำไรเป็นเรื่องเป็นราวคงต้องใช้เวลากันนานหน่อย เพราะในบริเวณใกล้เคียงยังไม่มีโครงการอื่นของ Developer ใหญ่ๆ มาลงทุนเลย ทำให้ทำเลในแถบนี้ยังไม่ค่อยมีการแข่งขันกันดุเดือดนัก การตัดสินใจซื้อควรพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ให้รอบคอบด้วย
Ideo สาธร - ท่าพระ : รีวิวคอนโด

Ideo สาธร - ท่าพระ : รีวิวคอนโด

หนึ่งในโครงการของอนันดา บนถนนราชพฤกษ์ ซึ่งได้รับความสนใจกันมากก็คือ IDEO สาทร-ท่าพระ เพราะอยู่ห่างจาก BTS สถานีโพธินิมิตร (S9) เพียง 320 เมตร และด้วยความที่มีจุดขายเป็น “ห้องขนาดเล็ก” ทำให้ราคาเริ่มต้นจับต้องได้ง่ายขึ้น ด้วยเงื่อนไขข้างต้น ประกอบกับโครงการตั้งอยู่ในทำเลย่านฝั่งธน ซึ่งการเดินทางเข้าสู่กลางเมืองย่านธุรกิจก็จัดว่าสะดวกใช้ได้ จึงนับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว นอกจากข้อดีของทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้ BTS สถานีโพธิ์นิมิตรแล้ว การเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ก็ไม่ยากเท่าไหร่ แค่ในช่วงเวลาเช้าเย็นรถจะติดมากๆ ในเส้นทางเข้าเมือง และถึงแม้ว่าโครงการจะอยู่ติดถนนราชพฤกษ์แบบไม่ต้องเลี้ยวเข้าซอยให้ยุ่งยากอีก แต่เส้นทางจากสะพานตากสินมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่มา ต้องเกาะเลนซ้ายสุด ติดไฟแดงที่แยกวงเวียนใหญ่แล้ววิ่งทางคู่ขนานไปเรื่อยจนถึงหน้าโครงการระยะทางก็ประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น ถ้ารถไม่ติดก็สบายหน่อยครับ อีกอย่างที่ไม่น่ามองข้ามก็คือ ทางเข้า-ออกโครงการที่ตั้งเลยแนวเกาะกลางมาเล็กน้อย การจะเข้าจะออกโครงการจึงต้องอาศัยเส้นทางคู่ขนานเท่านั้น ครั้นจะลักไก่ขึ้นสะพานข้ามแยกวงเวียนใหญ่ แล้วมาหักคอเข้าโครงการตรงจุดสิ้นสุดแนวเกาะกลางก็ใช่ที่ ตอนออกจากโครงการจะฉีกออกขวาสุดขึ้นสะพานข้ามแยกก็เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุไม่แพ้กัน อันนี้ถือเป็นข้อยุ่งยากนิดหน่อยสำหรับคนใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก รอบๆ โครงการถึงจะมีคอนโดอื่นๆ ขึ้นอยู่ใกล้ๆ กัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีร้านค้า ร้านอาหารเยอะตามไปด้วย ที่ใกล้สุดก็เห็นจะเป็น 7-11 ที่อยู่ในระยะเดินแค่อึดใจ และผับอีก 2 แห่งบริเวณหน้าโครงการพอดี แต่ถ้าโครงการสร้างเสร็จ ใต้อาคารก็จะมีร้านสะดวกซื้ออยู่ข้างล่าง จึงนับเป็นข้อดีที่คนอยู่อาศัยไม่ต้องเสียเวลาเดินออกไปไหนไกล แต่ถ้าจะช็อปปิ้ง หาซื้อข้าวของเป็นเรื่องเป็นราวหน่อย ก็มี The Mall ท่าพระ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะอยู่ห่างออกไปแค่ 700 เมตรเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็ต้องอาศัยนั่ง BTS เข้าเมืองไปตามห้างดังแถวสีลม ราชประสงค์ สยาม นู่นเลยแหละ ดังนั้นรอบๆ โครงการจึงค่อนข้างเงียบสงบอยู่พอสมควร เนื่องจากรอบๆ มีคอนโดและบ้านพักอาศัยเป็นหลัก ทีนี้มาถึงตัวโครงการกันบ้าง Ideo สาทร-ท่าพระ เป็นคอนโด High Rise สูง 31 ชั้น ที่อัดแน่นด้วยจำนวนยูนิตมากถึง 1,339 ห้อง ซึ่งจัดว่าหนาแน่นมากๆ มี Facility ส่วนกลางที่ต้องใช้ร่วมกันอยู่อย่างจำกัดอีก มองเผินๆ ก็ดู Facility ที่มีให้จะครบถ้วนดี ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนและลู่วิ่งบนดาดฟ้า แต่ถ้าลองนึกว่าต้องแบ่งกันใช้กับคนอื่นๆ อีกพันกว่าห้องก็ดูว่าน้อยขึ้นมาทันตา ที่จอดรถทางโครงการเตรียมไว้ประมาณ 450 คัน หรือประมาณ 34% ไม่นับรวมจอดซ้อนคัน ซึ่งนับว่าน้อยมากถ้าเทียบกับจำนวนคนอยู่ แต่ก็คงเป็นเพราะกลุ่มลูกค้าหลักของคอนโดแนวนี้คือ คนที่ต้องอาศัยเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก เรื่องที่จอดรถจึงดูเป็นเรื่องรองลงไป ใครที่มีรถส่วนตัวคงต้องพิจารณาเรื่องนี้เพิ่มขึ้นไปอีก ต้องมองเผื่อปัญหาที่จอดรถไม่พอเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ลิฟท์จำนวน 5 ตัว แบ่งเป็นทางปีกขวา 2 ตัว และปีกซ้าย 3 ตัว คาดว่าจะต้องรอกันนานหน่อยในช่วงโมงเร่งด่วนที่ใครๆ ต้องเข้า-ออกในเวลาไล่ๆ กัน มาพูดถึงห้องของ Ideo สาทร-ท่าพระบ้าง ด้วยจุดขายที่เน้นทำห้องขนาดเล็ก ไซส์เริ่มต้นจึงอยู่ที่ 21 ตร.ม. ซึ่งใช้ Layout เดียวกันกับ Ideo Mobi ซึ่งเคยได้รับรางวัล Interior Design จาก ASIA PACIFIC PROPERTY AWARDS เลยมีป้ายการันตีแปะไว้หน้าห้องตัวอย่าง ซึ่งห้องขนาดนี้ดูจะทำอะไรมากไม่ได้ เพราะเปิดเข้ามาก็เจอห้องนอนเลย จะกั้นจะแบ่งพื้นที่เพิ่มคงทำได้ลำบาก เอาแค่เรื่องหาเฟอร์นิเจอร์มาลงก็ต้องคิดกันเยอะหน่อย ไม่งั้นห้องต้องแน่นและรกมากแน่ๆ ส่วนห้องแบบ 1 ห้องนอน ดูจะลงตัวขึ้นมาหน่อยด้วยขนาด 30 ตร.ม. เพราะมีการแบ่งพื้นที่ห้องนอน ห้องนั่งเล่นชัดเจนมากขึ้น โดยห้องครัวอยู่หลังประตูทางเข้า ถัดไปจึงเป็นบริเวณห้องนั่งเล่นติดกระจกริมระเบียง ซึ่งระเบียงของห้องนี้ก็กว้างพอที่จะวางอะไรได้บ้าง โดยที่ทางโครงการมีการออกแบบพื้นที่แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้เป็นที่เป็นทาง จึงดูเรียบร้อยสบายตาดี ส่วนห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 45 ตร.ม. ราคาก็ขยับห่างขึ้นไปมากอีกหน่อย เพราะแค่ราคาเริ่มต้นก็อยู่ที่ 4 ล้านกว่าแล้ว ส่วน Lay out ห้องก็จัดไว้พอดิบพอดี ห้องนอนเล็กก็กระทัดรัดมาก วางเตียง 3.5 ฟุตพร้อมตู้เสื้อผ้าแล้ว ก็พอจะวางโต๊ะทำงานเล็กๆ ได้อีกซักตัวก็เต็มห้องพอดี แต่ถ้าไม่คิดว่าจะอยู่เป็นครอบครัวและใช้ห้องนี้เป็นห้องนอนเด็ก การปรับเปลี่ยนให้ห้องนอนเล็กกลายเป็นห้องทำงานหรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ สำหรับการอยู่อาศัยแบบ 1-2 คน ก็คงทำให้ห้องแบบนี้มีพื้นที่ไม่จำกัดจำเขี่ยเวลาใช้สอยเท่าไรนัก ห้องทั้งหมดขายมาแบบ Fully Fitted มีเฟอร์นิเจอร์แถมมาให้เป็นบางชิ้น ส่วนที่ให้มาเป็นพื้นฐานอยู่แล้วก็คือ พื้นห้องปูลามิเนตหนา 8 มม. พื้นกระเบื้องในห้องน้ำ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ชุดครัวพร้อมอ่างล้างจานสแตนเลส ซึ่งหน้าตาของวัสดุทั้งหมดนี้ไม่ได้ดูหรูหราอะไร ออกจะธรรมดาเกินไปด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะราคาห้องที่เริ่มต้นในเรทที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว วัสดุต่างๆ จึงลดทอนสเปกลงตามไปด้วย แต่ทั้งแบบและคุณภาพวัสดุดูไม่คุ้มค่ากับราคาห้องเท่าที่ควร ยิ่งตอนนี้ราคาห้องปรับขึ้นจนเกือบสุดเพดานแล้ว การซื้อไว้ขายต่อเก็งกำไรจึงทำได้ค่อนข้างยากหน่อย แต่ถ้าจะซื้อไว้อยู่เองเพราะต้องทำงานในระแวกฝั่งธนนี้ หรือเพราะเดินทางสะดวกใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ก็น่าเก็บไปคิดเหมือนกันนะครับ
Metro Sky ประชาชื่น : รีวิวคอนโด

Metro Sky ประชาชื่น : รีวิวคอนโด

Metro Sky คอนโดตามแนวรถไฟฟ้าสายสีแดง (สถานีบางซ่อน) ติดถนนประชาชื่น ในเครือ Property Perfect โครงการขนาดใหญ่ที่สร้างทีเดียว 3 ตึกพร้อมกัน ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่บริเวณปากซอยประชาชื่น 22 ใกล้กับทางแยกข้ามทางรถไฟชานเมืองพอดี ด้านข้างโครงการจึงมีทั้งรถไฟ และรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน ระยะทางจากทางเข้า-ออกโครงการไปยังสถานีรถไฟฟ้าบางซ่อนประมาณ 300 เมตร ในอนาคตจะมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-พระประแดง) อีกแห่งอยู่ห่างจากโครงการไปอีก 600 เมตร ก็น่าจะช่วยให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัวนั้นก็ค่อนข้างสะดวกดี เพราะมีเส้นทางเข้าเมืองได้หลายทางเหมือนกัน แต่ในช่วงเช้า-เย็นรถก็ติดมากเหมือนกัน โดยเฉพาะตรงทางแยกโรงพยาบาลเกษมราษฎร์นี่รถติดเอาเรื่องเลย ในระแวกใกล้ๆ ยังหาร้านค้าร้านอาหารได้บ้าง แต่ในระยะที่สามารถเดินถึงก็มีน้อยจนแทบจะไม่มีตัวเลือกเลย ถ้าจะหาซื้อของกินของใช้เข้าบ้านทีก็ต้องนั่งรถออกไปทางบางซื่อ ที่พอมี Lotus ให้พึ่งพาได้บ้าง ด้วยความที่ Metro Sky เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มียูนิตรวมมากถึง 1,356 ยูนิต ทำให้ต้องคำนึงถึงเรื่องของความหนาแน่นกันพอสมควร Facility ทั้งหมดไปอัดรวมกันอยู่ที่ตึก B ตั้งแต่ที่จอดรถในอาคาร สระว่ายน้ำ ฟิตเนส จะมีก็แต่สวนบนดาดฟ้าเท่านั้นที่มีแยกออกไปในทุกๆ ตึก ดังนั้นคนที่เลือกห้องในตึก A และ C อาจไม่ค่อยสะดวกนักถ้าต้องเดินออกจากตึกตัวเองมายังตึก B เพื่อใช้ Facility ต่างๆ และถ้าลองคิดถึงเรื่องจริงที่จำนวนลูกบ้านมากกว่า 2,000 คนต้องมาใช้สระว่ายน้ำและฟิตเนสร่วมกัน คิดว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการแน่ๆ รวมถึงเรื่องที่จอดรถที่นับรวมทั้งหมดแล้วก็มีเพียง 40% เท่านั้น ถือว่าไม่ได้เอาใจคนใช้รถส่วนตัวเท่าไหร่ และถึงแม้ว่าจะมองเห็นว่าโครงการตั้งอยู่แทบจะติดกับสถานีรถไฟฟ้าบางซ่อนเลย แต่ก็อย่าลืมว่า ทางเข้าออกโครงการมีเพียงทางเดียวที่ฝั่งถนนประชาชื่น ดังนั้นลูกบ้านที่อยู่ในตึก B และ C ซึ่งอยู่ด้านในสุดของโครงการจะต้องเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าเป็นระยะทางไกลกว่าระยะทางที่โฆษณาไว้นะครับ เรื่องนี้ต้องพิจารณากันให้ดีๆ ในความเป็นจริงกว่าจะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าได้อาจมีระยะทางมากกว่า 700 เมตรเลยนะครับ การออกแบบห้องพักของโครงการทำออกมาทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน โดยมีห้องแบบ Moff ที่มีการเพิ่มพื้นที่ชั้นลอยขึ้นไปเป็นพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งห้องแบบนี้คล้ายกับทำมาเป็นจุดขายเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวโครงการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การออกแบบห้อง Moff ดูจะแปลกๆ ไปซักหน่อย ทั้งเรื่องการจัดวางเอาพื้นที่นั่งเล่นไปไว้ชั้นบนแทนที่จะเป็นห้องนอน ซึ่งน่าจะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า กลับกลายเป็นห้องนอนถูกวางไว้ชั้นล่างติดกับห้องครัวแทน อันนี้ดูยังไงก็ยังไม่เข้าตาอยู่ดี แทนที่ห้องจะดูโปร่งสบายตาด้วยฝ้าเพดานที่สูงกว่าปกติ กลับกลายเป็นให้ความรู้สึกน่าอึดอัดเข้ามาแทน ส่วนห้องในแบบปกตินั้น ถือว่าออกแบบมาได้ค่อนข้างลงตัวเหมือนกัน เพราะสามารถจัดสรรพื้นที่ได้เป็นสัดส่วน แยกห้องครัวเป็นแบบปิดติดกับระเบียงน่าจะเหมาะกับคนชอบทำครัวนะครับ ส่วนในห้องนอนซึ่งอยู่ด้านในสุดจะเป็นหน้าต่างกระจกเกือบเต็มพื้นที่กำแพง ห้องนอนจึงเปิดรับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่มากๆ แต่ห้องก็อาจจะร้อนแดดมากขึ้นด้วยในช่วงกลางวัน จากที่เห็นห้องตัวอย่างแต่งมาแบบเต็มๆ สวยงามนั้น ต้องบอกว่าของจริงมีแต่ห้องเปล่านะครับ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์แถมให้ ยกเว้นก็แต่ชุดครัว และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเท่านั้นที่มากับห้อง ดังนั้นจึงแนะนำให้พิจารณาเลือกแบบห้องกันดี เพราะถ้าต้องตกแต่งห้องเองเรื่องการหาเฟอร์นิเจอร์ให้ได้ขนาดพอเหมาะ ลงตัวกับขนาดห้องก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน สำหรับโครงการ Metro Sky นี้ถือว่าเปิดตัวมาในราคาที่สูงลิบลิ่วเลยทีเดียว ถ้าเทียบกับราคาของโครงการอื่นๆ ในระแวกใกล้เคียง ราคาห้องในระดับแสนต้นๆ ต่อตารางเมตรของ Metro Sky ที่เป็นห้องเปล่าไม่มีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์มาให้ แถมวัสดุต่างๆ ที่ทางโครงการเลือกใช้ก็แสนจะธรรมดาไม่สมฐานะจึงต้องบอกว่าคิดหนักอยู่เหมือนกันกับปัจจัยต่างๆ ที่จะมาประกอบการตัดสินใจ ทั้งเรื่องระยะทางจากคอนโดไปถึงรถไฟฟ้า ถ้าไม่มีรถส่วนตัวและยังไงก็ต้องพึ่งพารถไฟฟ้าเป็นหลัก คงต้องเลือกพิจารณาตึก A ก่อน เพราะตึก B และC อยู่ลึกไปทางด้านในสุด ทำให้ระยะทางเดินไกลเกินความสะดวก แต่ถ้าเลือกตึก A จริงๆ ก็ต้องแลกกับความไม่สะดวกในการใช้ Facility ส่วนกลาง เลยต้องทำใจหลายๆ รอบกับข้อจำกัดที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ข้อเสนอไม่คุ้มราคายังไงไม่รู้ ถึงแม้ว่าล่าสุดทางโครงการจะมีการปรับราคาลดลงมาเพื่อสู้กับคอนโดคู่แข่งในย่านเดียวกันแล้ว แต่ก็ยังจัดว่าอยู่ในราคาที่สูงกว่าอยู่ดี ลองถ้าใครกำลังสนใจคอนโดในย่านนี้แล้วมีการเปรียบเทียบกันหลายๆ โครงการ บางที Metro Sky อาจไม่ติดโผกับเค้าก็ได้ ถึงแม้ว่าจะมีสถานีรถไฟฟ้าตั้งอยู่ใกล้ๆ แล้วก็ตาม  
Bangkok horizon Lazi สาทร - นราธิวาส : รีวิวคอนโด

Bangkok horizon Lazi สาทร - นราธิวาส : รีวิวคอนโด

Bangkok Horizon Lazi โครงการของ CMC ตั้งอยู่ในซอยนราธิวาสฯ 14 ใกล้ BRT สถานีเทคนิคกรุงเทพประมาณ 350 เมตร ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนที่จะช่วยให้การไปต่อรถไฟฟ้า BTS สถานีช่องนนทรี เป็นเรื่องง่ายรองจากการใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัวนั้นสามารถเข้าออกได้ 2 เส้นทางหลักๆ นั่นคือจากซอยนราธิวาสฯ14 และอีกเส้นทางคือจากซอยจันทน์ 16 ซึ่งเส้นทางนี้สามารถเลี่ยงไปออกถนนนางลิ้นจี่ ถนนสาธุประดิษฐ์ และหนีไปขึ้นทางด่วนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ได้ด้วยเช่นกัน ส่วนเส้นทางลัดเลาะตามซอกซอยสำหรับคนในพื้นที่ก็ไปได้หลายทาง แต่ถนนส่วนใหญ่เป็นถนนเล็กๆ แคบๆ เท่านั้น บริเวณรอบๆ โครงการมีร้านค้าในชุมชนอยู่มาก กลางๆ ซอยจันทน์ 16 มีทั้งตลาดสด ร้านขายอาหาร และ7-11 อยู่หลายสาขา หรือจะทะลุไปออกซอยเซนหลุยส์ 3 ของกินก็มีให้เลือกเยอะเหมือนกัน หรือถ้าออกมาทางถนนนราธิวาสฯ ก็มีทั้ง Macro ที่ตั้งอยู่ในระยะที่ยังพอเดินถึง และถ้าจะเลยไปจับจ่ายที่ Lotus หรือเซนทรัลพระราม 3 ก็ต้องนั่งรถออกไปทางถนนสาธุประดิษฐ์ นอกจากนี้ยังมีร้านนั่ง Hang out บนถนนนราธิวาสฯ อีกหลายร้านให้เลือกแวะมานั่งเล่นได้ในช่วงค่ำๆ ส่วนช่วงเช้า-เย็นการจราจรบนถนนนราธิวาสฯ-สาทรติดเอาเรื่องเหมือนกัน จึงต้องทำใจเผื่อเวลาเดินทางไปทำงานกันให้ดีๆ เพราะอาคารสำนักงานใหญ่ๆ บนถนนสาทรมีมาก แถมในรัศมีรอบๆ บริเวณนี้ยังมีโรงเรียน สถานศึกษารวมกันอยู่อีกหลายแห่ง ต่อให้มีถนนเลี่ยงออกได้หลายเส้นทางแต่ก็หนีไม่พ้นรถติดในชั่วโมงเร่งด่วน อยู่ดี เรื่องนี้จึงนับเป็นจุดด้อยอย่างหนึ่งที่ต้องทำใจยอมรับให้ได้ รวมถึงทางเข้าออกในซอยก็เป็นถนนแคบและมีรถจอดริมทางเยอะ ทำให้การจราจรไม่คล่องตัวเท่าไหร่ ดูพื้นที่รอบๆ ไปแล้ว คราวนี้ก็ต้องมาดูห้องตัวอย่างกันบ้าง ซึ่งทางโครงการออกแบบมาพอใช้ได้ ด้วยจำนวนห้องทั้งหมด 268 ยูนิตในอาคารสูง 24 ชั้น เริ่มจากห้องแบบ 1 ห้องนอน แบบแรก เปิดเข้ามาเจอส่วนห้องนั่งเล่นก่อน โดยที่โซฟาตั้งชิดกำแพงห้องน้ำแล้วยังเหลือพื้นที่ว่างระหว่างดูทีวีไม่มาก เฟอร์นิเจอร์ที่วางมาดูไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ พื้นที่ห้องจึงดูจำกัดจำเขี่ย มีมุมเว้าแปลกๆ เยอะ ให้ความรู้สึกอึดอัดในการใช้งานนิดหน่อย ส่วนห้องอีกแบบที่เป็น 1 ห้องนอนเหมือนกันแต่มีการจัด Lay out ห้องที่ต่างกัน เพิ่มตัวเลือกให้ตอบโจทย์กับ Life Style ที่ต่างกัน ห้องแบบที่ 2 เปิดเข้าห้องมาจะเจอห้องครัวก่อนเป็นอันดับแรก โดยมีมุมหนึ่งถูกจัดเป็นโต๊ะกินข้าวแบบเคาน์เตอร์หันหน้าเข้ากำแพง ผ่านประตูห้องครัวเข้าไปแล้วจะเป็นห้องนั่งเล่น และห้องนอนที่ด้านในสุด ห้องแบบนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนพื้นที่ในห้องนอนกว้างขึ้น เพราะมีห้องน้ำอยู่ในตัว และพื้นที่ด้านหน้าห้องน้ำสามารถวางตู้เสื้อผ้า และใช้เป็นมุมแต่งตัวได้สะดวกกว่าห้องแบบแรก ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทางโครงการมีระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Key Card และลิฟท์แบบล็อคชั้น รวมถึงระบบ Video Door Phone และประตูล็อคดิจิตอลก็มีมาครบเครื่องมากๆ นอกจากนี้ก็ยังมี Facility ขั้นพื้นฐานอย่าง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องสมุด และสวนหย่อมกระจายไปตามชั้นต่างๆ ส่วนที่แถมเพิ่มเติมมากกว่าโครงการอื่นๆ หน่อยก็คือ Game Room และ Golf Simulator ซึ่งก็ต้องรอดูว่าของจริงจะเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนที่เรื่องที่จอดรถนับว่าจัดสรรมาให้มากอยู่เหมือนกัน เพราะมีที่จอดรถคิดเป็น 60% เลยทีเดียว ทำให้คนที่ใช้รถส่วนตัวลดปัญหาเรื่องหาที่จอดรถลงไปได้ ถึงแม้ตัวโครงการจะตั้งอยู่ใกล้ย่านธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพ และมีอาคารสำนักงานใหญ่ๆ ในบริเวณใกล้เคียงอีกมาก แต่ถนนหนทางแถวนี้ก็มีการจราจรที่ติดหนักเอาการ ส่วนเส้นทางเข้าออกโครงการก็เป็นถนนแคบๆ ให้รถวิ่งสวนกันแค่ 2 เลนส์ ในขณะที่มีรถจอดอยู่ริมถนนเต็มเกือบจะตลอดทั้งแนว ทำให้เส้นทางเข้าออกค่อนข้างติดขัด สภาพแวดล้อมรอบๆ เป็นชุมชนที่อยู่กันมานาน ทัศนียภาพอาจไม่สวยงาม ดูไม่น่ามองนัก แต่ถ้าคนที่ทำงานใกล้ๆ แถวนี้ ไม่ติดขัดเรื่องการเดินทางที่ต้องขึ้น BRT ไปต่อรถไฟฟ้า BTS หรือต้องนั่งรถหลายๆ ต่อ Bangkok Horizon Lazi ก็พอจะอยู่ในเกณฑ์ที่เอามาพิจารณาได้เหมือนกัน
B-Loft สุขุมวิท 115 : รีวิวคอนโด

B-Loft สุขุมวิท 115 : รีวิวคอนโด

เลยมาดูคอนโดในแนวรถไฟฟ้าในอนาคตกันบ้างกับ B-Loft สุขุมวิท 115 ในเครือ Origin อีกเช่นเคย ซึ่งตัวโครงการมีความเหมือนกับ B-Loft ในซอยสุขุมวิท 109 อยู่มาก ทั้งเรื่องขนาดห้อง และ Lay out ห้อง และยังใช้สำนักงานขายเดียวกันด้วย ตัวตึกเป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น ดังนั้นภาพในห้องตัวอย่างของ 2 โครงการนี้จึงเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน ขนาดห้องของ B-Loft สุขุมวิท 115 จะเริ่มต้นที่ 25 ตร.ม. ปลายๆ ไปจนถึงขนาด 33 ตร.ม. และมีห้องขนาดพิเศษที่ 44 ตร.ม. ซึ่งมีเพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ในส่วนของห้องพักทั้งหมดขายกันมาแบบห้องเปล่าๆ พร้อมสุขภัณฑ์มาตรฐาน Cotto เรื่อง Facility ส่วนกลางก็มีมาให้ครบทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวน แต่มีขนาดเล็กและมีพื้นที่จำกัดจนดูเหมือนจะไม่สามารถใช้งานได้จริงตามสไตล์ Origin เลย เรื่องสาธารณูปโภคอื่นๆ ตามที่คุยคิดว่าพอโครงการสร้างเสร็จน่าจะมี Shutter Bus ให้บริการรับส่งถึงรถไฟฟ้าด้วย ยังไงก็ต้องรอดูกันอีกที และที่ดูแล้วน่าจะติดขัดอีกเรื่องก็คือเรื่องที่จอดรถ ซึ่งทางโครงการจัดไว้เพียง 35% เท่านั้น จนคิดว่าไม่น่าจะเพียงพอต่อจำนวนลูกบ้านที่จะเข้าอาศัยอยู่ เรื่องขนาดและคุณภาพห้องในระดับราคาเริ่มต้นที่หลักครึ่งแสนต่อตารางเมตรของโครงการ B-Loft ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ครับ แต่สำหรับการมองเผื่อลงทุนคงต้องวิเคราะห์กันเยอะๆ หน่อย เพราะยังไม่แน่ใจว่าพื้นที่ว่างๆ ในซอยจะมีโครงการอื่นขึ้นอีกมั้ย ในเบื้องต้นเรื่องวิวทิวทัศน์รอบๆ โครงการจึงไม่ใช่เรื่องน่าห่วงนัก เรื่องทำเลที่ตั้งถ้าเป็นปัจจุบันอาจจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไม่สะดวกนัก เพราะรถไฟฟ้า BTS หมดระยะที่สถานีแบริ่งเท่านั้น ยังต้องอาศัยการต่อรถมาอีกเกือบ 4 กิโลเมตรกว่าจะถึงปากซอยสุขุมวิท 115 แต่ถ้าในอนาคตที่รถไฟฟ้าเปิดใช้งานถึงสถานีปู่เจ้าแล้ว คนที่ไม่มีรถส่วนตัวคงเดินทางได้สะดวกขึ้นแน่นอน จากปากซอยสุขุมวิท 115 เข้ามาอีก400 เมตรถึงจะถึงตัวโครงการซึ่งตั้งอยู่ในซอยอภิชาติ 3 อีกที ถ้าไม่อยากเดินบริเวณปากซอยมีพี่วินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการอยู่ ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัวนั้น มีทั้งเส้นทางในซอยที่ไปออกถนนเทพารักษ์ได้ ถนนสุขุมวิทเส้นทางสายหลักไปออกบางนา หรือจะอาศัยเส้นทางถนนวงแหวน หรือเลี่ยงมาใช้สะพานภูมิพลเข้าเมืองก็สะดวกใช้ได้ พื้นที่โดยรอบโครงการเงียบมากๆ และยังเป็นซอยตัน ตอนกลางคืนจัดว่าเปลี่ยวเอาเรื่องอยู่ ไม่เหมาะกับการเดินเข้าซอยตัวคนเดียวเลย ในระยะเดินถึงไม่มีร้านค้าร้านอาหารให้พึ่งพาได้เลย ต้องออกไปแถวๆ ตลาดสำโรง หรือ อิมพีเรียล ถึงจะอุดมสมบูรณ์หน่อย แต่ถ้าต้องการเดินห้างช๊อปปิ้งก็ต้องเลยไปถึงเซ็นทรัลบางนา หรือเมกะบางนานู่นแน่ะ เรื่องความเจริญของพื้นที่รอบๆ คงต้องรอดูหลังจากรถไฟฟ้าเปิดใช้บริการถึงสถานีปู่เจ้าแล้ว ถึงจะรู้ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน
Elio Del Ray สุขุมวิท 66/1 : รีวิวคอนโด

Elio Del Ray สุขุมวิท 66/1 : รีวิวคอนโด

ผ่านมาแถวสุขุมวิทมาดูโครงการยักษ์ใหญ่ในเครืออนันดากันบ้าง เข้าไปในซอยสุขุมวิท 66/1 มาประมาณ 600 เมตรจะเจอกับโครงการ Elio Del Ray ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 16 ไร่ กินพื้นที่ไปถึงซอยสุขุมวิท 64 ดังนั้นจึงสามารถเข้าออกได้ 2 ทาง รวมถึงสามารถเลือกลงรถไฟฟ้าได้ 2 สถานีเช่นกัน ทั้งสถานีอุดมสุข (ซอยสุขุมวิท 66/1) และสถานีปุณณวิถี (ซอยสุขุมวิท 64) ซึ่งรถไฟฟ้าอยู่ปากซอยเหมือนกัน ลงมาปุ๊ปก็ต่อวินมอเตอร์ไซค์ได้ปั๊ป แต่ช่วงเช้า-เย็นปากซอยสุขุมวิท 64 อาจจะติดขัดมากกว่าหน่อย เพราะมีโรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงคโปร์ตั้งอยู่ปากซอย และในซอยยังมีโรงเรียนพิพัฒนาอีกแห่ง รับรองว่ารถในซอยติดใช่เล่นแน่ๆ ทางด้านซอยสุขุมวิท 66/1 ถึงแม้ว่าจะไม่มีโรงเรียนในซอย แต่ถนนค่อนข้างแคบหน่อย ดีที่ปากซอยมีโชว์รูมฮอนด้า และปั๊มน้ำมันเชลล์ บริเวณนี้จึงมีร้านค้า แผงลอยมากกว่า ฝั่งตรงข้ามยังเป็นตลาดอุดมสุขอีก อาหารการกินแถวนี้จึงอุดมสมบูรณ์กว่ามาก ถ้าใครอาศัยเดินทางด้วยรถส่วนตัวการเดินทาง เส้นทางในซอยสุขุมวิท 64 ยังสามารถลัดเลาะไปขึ้นทางด่วนที่แยกบางนา และสุขุมวิท 62 ได้ด้วยเหมือนกัน สำหรับใครที่ไม่ใช้รถส่วนตัว ทางโครงการก็มี Shuttle Bus ส่งถึงรถไฟฟ้าอีก จึงนับว่าสะดวกใช้ได้ จากซอยแบริ่งให้ตรงไปทางบางนา ขับไปทางถนนพระโขนง ขับเรื่อยๆไปทางพระโขนง เมื่อเจอสามแยกให้ขับตรงไป จนมาเจอสถาณีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุข ให้ขับต่อไปยังสถาณีรถไฟฟ้า BTS ปุณวิถี จากสถาณีรถไฟฟ้า ปุณวีถี ให้เข้าซอยสุขุมวิท 62 ปากซอยจะมีรถมอเตอร์ไซด์อยู่ทางซ้าย เข้ามาจะเจอคอนโด The Link และคอนโด May Fair ให้ไปทางซ้ายตามถนน จะเจอโครงการ Elio Del Ray อยู่ทางขวา โครงการ Elio Del Ray สามารถเข้าออกได้สองทาง อีกทางคือสุขุมวิท 66/1 ปากซอยสุขุมวิท 66/1 จะมีร้านค้ามากมาย ปากซอยสุขุมวิท 66/1 จะมีสถาณีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุข สำหรับสภาพแวดล้อมรอบโครงการ ยังมีบ้านของชาวบ้านในแนวราบอาศัยอยู่มาก ด้านหลังโครงการติดกับทางด่วน พื้นที่ติดกันด้านหนึ่งเป็นโรงเรียนพูนสิน และเนื่องจากข้อบังคับของกฏหมายการใช้ที่ดิน แถวนี้จึงไม่อาคารสูงขึ้นมาบังแน่นอน บรรยากาศข้างในโครงการจึงเงียบสงบใช้ได้เลยเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยจริง เว้นแต่ตึกด้านในสุดที่ติดกับทางด่วนที่ต้องลุ้นหน่อยว่า เสียงรถวิ่งบนทางด่วนจะรบกวนมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการยังถูกจัดสรรไว้อย่างเต็มที่ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายของโครงการนี้ ด้วยพื้นที่ใช้สอยกว่า 5,000 ตร.ม. แบ่งเป็น สระว่ายน้ำฟรีฟอร์มขนาดใหญ่ 2 สระ ฟิตเนส ลู่วิ่งรอบสระว่ายน้ำ สวน และร้านสะดวกซื้อที่บริเวณตึก A โดยพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วยอาคารอยู่อาศัยทั้งหมด 8 ตึก แต่ละตึกสูง 8 ชั้น แต่มีจำนวนยูนิตไม่เท่ากัน รวมทั้งโครงการแล้วก็มีทั้งหมด 1,630 ยูนิต โดยส่วนของที่อยู่อาศัยเป็นพื้นที่ชั้น 2-8 ส่วนชั้นล่างและพื้นที่ตามแนวกำแพงรอบโครงการจัดสรรเป็นพื้นที่จอดรถคิดเป็น 30% ของพื้นที่ทั้งหมด ที่จอดรถดูแล้วอาจจะน้อยไปหน่อย ไม่รู้ว่าถ้าเข้าอยู่กันครบทุกยูนิตแล้วจะมีปัญหาเรื่องที่จอดรถหรือเปล่า อันนี้ต้องลองคิดเผื่อไว้บ้าง ส่วนห้องพักแบ่งออกเป็น 3 แบบหลักๆ เริ่มจากห้องแบบ Studio ขนาด 24 ตร.ม. ซึ่งกระทัดรัดเหมาะกับการอยู่คนเดียวมากกว่า เพราะพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัด วางโต๊ะ ตู้ เตียง โซฟา ก็เกือบจะเต็มพื้นที่แล้ว ห้องใหญ่ขึ้นมาหน่อยเป็นแบบ 1 ห้องนอน ขนาดเริ่มต้นที่ 26 ตร.ม. ไปจนถึง 34 ตร.ม. จากห้องตัวอย่างที่มีให้ดูห้องแรกเป็นขนาด 26 ตร.ม. เปิดเข้ามาปุ๊ปก็เจอห้องนอนเลย ไม่ได้มีการกั้นพื้นที่ห้องนอนไว้แบบชัดเจนนัก แค่แยกพื้นที่ห้องครัวออกไปไว้ด้านเดียวกับห้องน้ำและระเบียง ต่างจากห้องตัวอย่างขนาด 34 ตร.ม. ที่เปิดเข้าห้องมาจะเจอห้องนั่งเล่นก่อน และห้องนอนจะถูกแยกไว้เป็นสัดส่วนมากกว่า แต่ก็แลกกับพื้นที่ห้องครัวที่ถูกย่อขนาดให้เล็กลง และย้ายไปไว้ตรงประตูทางเข้าแทน อันนี้ก็แล้วแต่ Life style ว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน ห้องตัวอย่างแบบ A1 ขนาดกำลังกระทัดรัด ห้องทุกห้องแต่งมาแบบ Full Furnish แถมอะไรให้บ้างก็ดูตามป้ายในน้องได้เลย ประตูคันโยกแบบสแตนเลสพร้อมตัวล็อกแบบธรรมดา เปิดเข้าห้องมาก็เห็นเตียงนอนเลยทันที ก่อนถึงเตียงนอนยังมีพื้นที่ว่างพอสำหรับจัดเป็นมุมนั่งเล่นดูทีวี เฟอร์นิเจอร์ในห้องตัวอย่าง ชิ้นไหนที่ไม่ได้แถมมากับห้องจะมีป้ายติดกำกับไว้ชัดเจน ชุดโซฟาจัดไว้เข้ามุม ทำให้มีระยะห่างสำหรับดูทีวีพอสมควร เฟอร์นิเจอร์ในห้องเลือกใช้แบบ multi-function ของ SB Furniture ชั้นวางทีวีออกแบบมาเพื่อพื้นที่จำกัดในคอนโด สามารถกางออกเป็นโต๊ะกินข้าวหรือพับเก็บได้ง่ายเมื่อไม่ใช้งาน โต๊ะกลางดีไซน์เรียบๆ ที่สามารถใช้งานได้จริง โต๊ะกลางหน้าชุดโซฟาดีไซน์เก๋ๆ สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ Pantry เล็กๆ หลังประตูทางเข้าห้อง สำหรับเตรียมอาหารเล็กๆ น้อยๆ ถึงพื้นที่จะเล็ก แต่ก็ Built in ชั้นวางของและเว้นที่ไว้วาวตู้เสื้อผ้าให้ด้วย ซิงค์ล้างจานสแตนเลสขนาดพอให้ล้างจานชามได้เล็กๆ น้อยๆ คัตเอาท์ยี่ห้อ Schneider ติดตั้งไว้สูงติดเพดานห้องเลย สวิตช์ไฟดีไซน์เรียบๆ ของ Schneider ในห้องน้ำปูกระเบื้องในโทนสีเทา และ Built-in ช่องวางของมาให้ด้วย ในห้องน้ำถึงจะแยกส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ ไม่ได้มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ Cotto อ่างล้างหน้าของ Prema ที่พื้นที่วางของได้อีกเล็กน้อย พัดลมระบายอากาศภายในห้องน้ำ ประตูระเบียงเป็นกระจกบานเลื่อน ด้านที่แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ติดระแนงไม้บังตาไว้อีกชั้น ไปดูห้องตัวอย่างแบบ B1-M กันบ้าง เฟอร์นิเจอร์ที่แถมมากับห้องมีหน้าตาตามนี้ครับ เปิดประตูเข้าห้องมาจะเห็นห้องนอนก่อน เพราะไม่มีการกั้นห้องไว้ให้ ระหว่างมุมนั่งเล่นกับเตียงนอน มีที่เหลือพอให้ตั้งโต๊ะกินข้าวขนาด 2 ที่ได้อีกชุด มุมนั่งเล่นอยู่ด้านหน้าสุด วางโซฟาชิดประตูทางเข้าห้องเลย ชั้นวางทีวีให้มาพร้อมห้อง วางเข้ามุมไว้หลังประตูทางเข้าเลย ขวามือจากชั้นวางทีวีเป็นทางเข้าห้องครัว และห้องน้ำครับ หน้าประตูห้องครัววางโต๊ะเครื่องแป้ง และตู้เสื้อผ้าไว้ในแนวเดียวกัน เตียงนอนมีลิ้นชักเก็บของด้านล่าง โต๊ะกลางหน้าโซฟา สามารถเปิดขึ้นมาเก็บของด้านในได้ หน้าห้องน้ำเพิ่มพื้นที่เก็บของด้วยตู้สูงเกือบติดเพดาน มองจากด้านในห้องออกมาที่ประตูจะเห็นภาพรวมในห้องชัดขึ้น มองจากมุมนี้จะเห็นพื้นที่เชื่อมต่อส่วนต่างๆ ของห้องชัดเจนขึ้น ห้องครัวติดริมระเบียง เคาน์เตอร์ครัวเว้นที่ไว้วางเครื่องซักผ้า และมีที่วางตู้เย็นไว้ด้านในสุดติดประตูระเบียง เหนือเคาน์เตอร์ครัวมีชั้นวางของและช่องวางไมโครเวฟ ซิงค์ล้างจานสแตนเลส พื้นที่ระเบียงเล็กๆ แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ด้านบน ประตูระเบียงเป็นกระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีเงินธรรมดา ธรณีระเบียงก่อไว้สูงเหมือนกัน เดินเข้าไปดูห้องน้ำกันบ้าง บริเวณอ่างล้างหน้า เจาะช่องไว้วางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ พื้นที่ส่วนอาบน้ำติดรางผ้าม่านป้องกันน้ำกระเด็นเลอะเทอะ พื้นที่ติดตั้งโถสุขภัณฑ์ทำมาเป็นช่องเกือบพอดีตัว เวลาใช้งานอาจจะอึดอัดบ้าง หัวก๊อกที่อ่างล้างหน้า ธรณีห้องน้ำเป็นหินเทียม ก่อมาสูงเหมือนกันเวลาเดินต้องระวังสะดุดหน่อยครับ สวิตช์ไฟมาตรฐานคอนโดทั่วไปของ Schneider ไปดูห้องตัวอย่างแบบ D1 กันบ้าง เปิดประตูเข้าห้องมายืนที่บริเวณครัวจะเห็นโซนนั่งเล่นตามภาพครับ หมุนตัวกลับไปก็จะเห็น Pantry ครัวเล็กๆ ตรงประตูทางเข้าแบบนี้ครับ หลังประตูทางเข้า Built-in ตู้เก็บของไว้ให้ด้วย เข้ามาดูในห้องนอนกันบ้าง นอกจากเตียงขนาด 5 ฟุตแล้ว ริมหน้าต่างยังวาง Day Bed ไว้อีกตัว ใต้เตียงมีลิ้นชัก ทำให้มีพื้นที่เก็บของมากขึ้น อีกฝากห้องวางตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ และมีมุมแต่งตัวเล็กๆ ข้างหัวเตียงอีก พื้นที่ปลายเตียงเหลือไม่มาก จึงต้องแขวนทีวีติดผนัง ฟังค์ชั่นในห้องน้ำเหมือนกันกับห้องอื่นๆ พื้นที่อาบน้ำต้องติดม่านพลาสติกเพิ่มเอง พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ห้องน้ำปูกระเบื้อง และก่อธรณีประตูด้วยหินเทียม สำหรับห้องแบบแบบสุดท้าย ซึ่งไม่มีห้องตัวอย่างโชว์ไว้ก็คือ ห้องใหญ่แบบ 2 ห้องนอน ซึ่งมีพื้นที่ 44 ตร.ม. ดู Lay out จากแบบแปลนแล้วก็ถือว่าจัดได้ลงตัวดีทีเดียว ห้องทุกห้องของโครงการ Elio Del Ray ขายมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบเซ็ทตามแบบห้องตัวอย่างเป๊ะ ซึ่งทางโครงการเลือกใช้ SB Furniture ทั้งหมด และแต่ละชิ้นที่เลือกมาก็มีจุดเด่นของการใช้งานได้แบบ Multi-Function เฟอร์นิเจอร์หนึ่งชิ้นสามารถใช้งานได้หลายประโยชน์เหมาะกับคอนโดที่มีพื้นที่ขนาดจำกัด ส่วนวัสดุสุขภัณฑ์อื่นๆ ก็เลือกใช้ของได้มาตรฐาน ถ้าเทียบราคาต่อตารางเมตรกับโครงการอื่นๆ ก็จัดได้ว่าคุ้มค่าอยู่ไม่น้อย เพราะของที่แถมมาให้นอกจากจะหน้าตาดูดีสวยงามแล้วยังใช้สอยได้จริงด้วย ถ้าพูดกันถึงทำเลในแถบสุขุมวิท โครงการ Elio Del Ray ถือว่ามีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยสำหรับคนที่อยากได้ Facility ส่วนกลางเต็มที่ เพราะเค้าจัดมาเยอะจริง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ โครงการนี้ดูจะเหมาะดีจะได้มีกิจกรรมทำช่วงวันหยุด ส่วนเรื่องทำเลที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในซอยถึง 600-700 เมตร นั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีปุณวิถีต่อรถจากปากซอยสุขุมวิท 64 ก็จะสะดวกหน่อยเพราะระยะทางสั้นกว่า อีกอย่างทางเข้า-ออกโครงการก็อยู่ค่อนไปทางฝั่งซอยสุขุมวิท 64 ด้วย แต่ช่วงเช้า-เย็นในซอยนี้รถน่าจะติดมาก ไหนจะทั้งโรงเรียน และโครงการอื่นๆ ในซอยอีก รับรองว่าการจารจรหนาแน่นมากอย่างเลี่ยงได้ยาก อย่างไรก็ดีในโซนใกล้ๆ นี้ก็ยังมีอีกหลายโครงการ ในหลายระดับราคาให้เปรียบเทียบความคุ้มค่ากันอยู่ แนะนำว่าให้ลองเข้าไปดูด้วยตัวเองน่าจะเห็นบรรยากาศได้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ ส่วนใครที่อยากได้บทสรุปเรื่องการลงทุนเราก็เตรียมไว้ให้แล้วเช่นกัน
B-Republic สุขุมวิท 101/1 : รีวิวคอนโด

B-Republic สุขุมวิท 101/1 : รีวิวคอนโด

B Republic เป็นอีกหนึ่งโครงการในเครือ Origin ซึ่งขยับทำเลเข้ามาใกล้เมืองมากขึ้น และยังคงพยายามเกาะเส้นทางรถไฟฟ้า BTS อยู่ แต่ถ้าให้พูดกันตามจริงแล้วที่ตั้งโครงการก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์คนที่ต้องการคอนโดอาศัยใกล้รถไฟฟ้าเท่าไรนัก ทั้งในเรื่องระยะทางจากปากซอยสุขุมวิท 101/1 ที่ต้องเข้ามาลึกกว่า 1.5 กิโลเมตร และด้วยตำแหน่งของซอยที่ยังตั้งอยู่ระหว่างกลางของสถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถีและอุดมสุข การชูข้อดีของโครงการว่าตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS 2 สถานีจึงฟังดูอิหลักอิเหลื่อยังไงชอบกล ไม่ว่าจะเลือกลงรถไฟฟ้าที่สถานีไหนก็ยังไม่อยู่ในระยะที่เดินถึงแบบสบายๆ เลยซักอันเดียว ยังไงก็ต้องต่อรถมอเตอร์ไซค์ หรือรถกะป๊อเข้าซอยอยู่ดี จริงๆ ทางโครงการก็น่าจะเข้าใจในจุดนี้ดีอยู่แล้ว จึงมีการหาทางออกด้วยการจัด Shutter Bus รับส่งลูกบ้านไว้ด้วย แต่ถ้าพูดถึงการเดินทางด้วยรถส่วนตัว ในซอยนี้สามารถลัดเลาะทะลุได้หลายซอยมากๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนศรีนครินทร์ อ่อนนุช และซอยอุดมสุข จะบอกว่าการเดินทางสะดวกก็ยังก้ำกึ่งอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของอาหารการกินในย่านนี้ รับรองว่าไม่ขาดแคลน ก่อนถึงหน้าโครงการซัก 300 เมตร จะมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายยา แม้แต่หน้าโครงการเองก็มีร้านอาหารให้เลือกฝากท้องแล้ว หรือถ้าอยากจะหาซื้อของสด ขยับมาทางปากซอยอีกหน่อยห่างจากโครงการประมาณ 600 เมตร จะเป็นคลังอาหารของแถบนี้ เพราะมีทั้งตลาดสด ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ห้างทอง ร้านอัดรูป ธนาคาร คลินิค และอีกมากมายเท่าที่ชุมชนใหญ่ๆ ที่มีคนอาศัยอยู่มากๆ จะมีได้ รอบที่ตั้งโครงการเป็นที่พักอาศัยในแนวราบซะส่วนใหญ่ ไม่มีตึกสูงในระดับเดียวกับบังมุมกัน ติดตรงที่ถนนหน้าโครงการหดเหลือแค่ 2 เลน ต่างจากถนนช่วงตั้งแต่ปากซอยเข้ามาที่เป็นถนน 4 เลน และตรงข้ามโครงการมีปั้มน้ำมัน Cosmo ตั้งเผชิญหน้ากันอยู่ ถนนทางเข้าออกตรงนี้น่าจะมีรถมากอยู่เหมือนกัน ทั้งรถที่สัญจรในซอย และรถที่ต้องรอจังหวะเข้า-ออกปั้มอีก และในวันที่มีตลาดนัดข้างๆ โครงการอีก รับรองว่าการจารจรวุ่นวายใช้ได้เลยทีเดียว สำหรับการออกแบบตัวโครงการเองทำออกมาได้กลางๆ ไม่ได้โดดเด่นมาก ส่วนพักอาศัยแบ่งออกเป็น 2 อาคาร และมี Facility ส่วนกลางเป็นสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางระหว่างตึก A และตึก B ส่วนฟิตเนสและห้องอาบน้ำจะอยู่ตึก B บนดาดฟ้าทั้ง 2 ตึกจะแบ่งพื้นที่ทำเป็นสวนลอยฟ้า สำหรับแบบห้องนั้นมีให้เลือกทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน โดยขนาดเล็กสุดอยู่ที่เกือบๆ 24 ตร.ม. และมีขนาดประมาณ 33 ตร.ม. เป็นห้องใหญ่สุดของแบบ 1 ห้องนอน ส่วนแบบ 2 ห้องนอน จะมีขนาด 37.7 – 50.8 ตร.ม. ห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายเตรียมไว้ที่ 28 ตร.ม. โดยประมาณ ถือว่าวาง Lay out ห้องไว้ได้ดีทีเดียว เพราะสัดส่วนการใช้งานดูลงตัว และใช้สอยได้จริง อีกทั้งยังมีพื้นที่กว้างพอที่จะไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเกินไป แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าห้องจริงจะเหมือนตามห้องตัวอย่างแค่ไหน ครัวในห้องเป็นแบบครัวปิด มีประตูกระจกบานเลื่อนเรียบร้อย มีเฟอร์นิเจอร์ Build in ให้มาพร้อมห้องด้วย ทั้งชุดครัว ตู้ เตียง ส่วนวัสดุ สุขภัณฑ์ที่เลือกใช้ก็เป็นตามมาตรฐานไม่ได้ฟู่ฟ่าชวนเตะตามากเท่าไหร่ แต่ก็สามารถใช้งานได้จริง ในขณะที่ห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 50 ตร.ม. มีลักษณะเป็นห้องแบบ Combine ดังนั้น Lay out ห้องจึงเหมือนเอาห้อง 1 ห้องนอนมาต่อกัน จึงได้ห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำไปในตัว โดยรวมแล้วโครงการ B Republic ถือว่าไม่ได้โดดเด่นเท่าไหร่ในทำเลแถบนี้ ถ้าคิดว่าอยากจะได้คอนโดใกล้รถไฟฟ้าจริงๆ โครงการอื่นคงได้เปรียบกว่าเยอะ แต่ถ้าพิจารณาในเรื่องราคาประกอบด้วยแล้ว ก็ต้องถือว่าทำเลนี้อยู่ในระดับกลางๆ ราคาไม่สูงจนเกินเอื้อม ซึ่งต้องแลกกับการเดินทางเข้าซอยที่ลึกพอสมควร นอกจากเหตุผลเรื่องราคาแล้ว เรื่องอื่นๆ ยังมองไม่เห็นจุดเด่นที่จะทำให้โครงการนี้เป็นตัวเลือกในระดับต้นๆ ของแนวสุขุมวิทได้เท่าไหร่ ต้องเข้ามาลองดูตัวโครงการและลองพิจารณกันดูเอาเองครับ
Zenith Place สุขุมวิท 42 : รีวิวคอนโด

Zenith Place สุขุมวิท 42 : รีวิวคอนโด

Zenith Place คอนโด Low Rise สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วในซอยสุขุมวิท 42 ซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างถนนพระราม 4 กับสุขุมวิทเข้าด้วยกัน แต่ถนนในซอยนี้เดินรถทางเดียว จึงต้องเข้าจากฝั่งถนนพระราม 4 (กล้วยน้ำไท) เท่านั้น สำหรับที่ตั้งของ Zenith Place นั้นตั้งอยู่ในซอยบาร์โบส 2 อีกทีหนึ่ง ซึ่งในซอยนี้ก็มีคอนโดโครงการอื่นๆ ที่อยู่มาก่อนหน้าหลายโครงการเช่นกัน เรื่องการเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าเข้าได้จากฝั่งแยกกล้วยน้ำไทเท่านั้น ในช่วงเวลารถติดก็ยาวกันไปเลย หาทางเลี่ยงได้ยากมาก แต่ถ้าอาศัยเดินหน่อย ออกมาทางปากซอยสุขุมวิท 42 เป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร รถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัยก็อยู่ตรงหน้าพอดี ออกมาถึงถนนสุขุมวิทแล้วจะเรียกแท็กซี่ หรือจะต่อรถเมล์ก็เลือกได้ตามสะดวกเลยครับ ถึงแม้ว่าบริเวณปากซอยสุขุมวิท 42 จะพลุกพล่านไปด้วยรถราที่แน่นขนัดเกือบทั้งวันจนชวนให้หงุดหงิด แต่ภายในซอยบาร์โบส 2 กลับเงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัยมากๆ อยากได้อะไรแค่เดินออกมาทางสุขุมวิทหน่อยก็มีอาหารการกิน แหล่งช็อปปิ้งครบ ทั้ง Gatway เอกมัย เมเจอร์ บ้านไร่กาแฟ หรือแม้กระทั่งท้องฟ้าจำลอง วัดธาตุทอง ศูนย์รวมคลินิค รวมไปถึงสถานีขนส่งเอกมัย และสถานที่สำคัญๆ อื่นๆ ก็รายล้อมอยู่รอบๆ ในระยะเดินทางได้ไม่เกิน 10 นาที ทำเลในย่านนี้จึงจัดว่าสะดวกดีทีเดียวสำหรับคนที่ไม่ใช้รถส่วนตัว อย่างที่บอกว่าโครงการ Zenith Place สร้างเสร็จและมีลูกบ้านเข้าอยู่แล้ว จึงเหลือห้องให้เลือกอยู่ไม่เยอะ ตัวตึกออกแบบมาเป็น 2 อาคาร มียูนิตรวมทั้งหมด 280 ห้อง โดยที่แบ่ง Facility ออกจากกันอย่างชัดเจน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องซาวน่า และสวนที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของทั้ง 2 อาคาร จัดว่าใช้กันได้แบบสบายๆไม่แออัดเกินไป ส่วนเรื่องที่จอดรถก็มีมากถึง 65% จัดสรรมาให้เยอะพอสมควรถ้าคิดว่าเป็นคอนโดอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าขนาดนี้ สำหรับคนที่มีรถส่วนตัวจึงไม่น่าจะมีปัญหามากนัก แต่เนื่องจากพื้นที่ตั้งโครงการมีคอนโดโครงการอื่นๆ อยู่ติดกัน จึงค่อนข้างเสียเปรียบเรื่องวิว และทิศทางของแดดลม ถ้าคิดว่าเลือกห้องฝั่งที่ติดกับสวนได้ ก็อาจจะได้วิวสบายตาจากพื้นที่สีเขียวในโครงการมาแทน แต่ถ้ากลัวว่าจะขาดความเป็นส่วนตัว เดี๋ยวนี้ก็สามารถหาซื้อฟิมล์มาติดกระจกเพื่อช่วยพรางการมองเห็นได้เหมือนกันครับ ตัวห้องที่มีให้เลือกตอนนี้มีทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน ซึ่งห้องตัวอย่างที่ตกแต่งเสร็จแล้วก็ยังมีให้ชมเหมือนกัน โดยขนาดเริ่มต้นอยู่ที่ 37 ตร.ม. ภายในห้องมีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยไว้เรียบร้อยลงตัวดี วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ทางโครงการก็เลือกของได้มาตรฐาน ทั้งสุขภัณฑ์ Kohler และ Grohe ฯลฯ ห้องที่ขายมาให้เป็นห้องเปล่าๆ จะมีแถมมาให้เป็นบางชิ้น อันนี้ก็ต้องลองสอบถามกับเซลล์ดู หรือถ้าสนใจห้องตัวอย่างที่ตกแต่งเสร็จแล้วก็สามารถเลือกซื้อห้องตัวอย่างได้เลยเช่นกัน ก็แค่บวกค่าเฟอร์นิเจอร์เพิ่มอีกหน่อยก็ได้ห้องพร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่เลยครับ ด้วยราคาห้องที่อยู่ในระดับที่จับต้องได้ และอยู่ในทำเลที่เรียกว่าเจริญมากๆ ย่านหนึ่งของกรุงเทพ Zenith Place จึงน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยสำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดไว้อยู่เอง หรือถ้าคิดจะเก็บไว้ปล่อยให้ต่างชาติเช่า ทำเลแถบนี้ก็น่าจะหาคนเช่าได้ไม่ยากเช่นกัน
Condolette Midst พระราม 9 : รีวิวคอนโด

Condolette Midst พระราม 9 : รีวิวคอนโด

อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจในย่านพระราม 9 เป็นโครงการในเครือพฤกษา Condolette Midst คอนโด High Rise ใกล้สี่แยกพระราม 9 ระยะทางจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีพระราม 9 ถึงโครงการอยู่ที่ 350 เมตร จัดว่าใกล้มากๆ ส่วนเซ็นทรัลพระราม 9 อยู่ถัดออกไปอีก 100 เมตรเท่านั้น ข้ามสี่แยกไปก็เจอตึกฟอร์จูน เรียกว่าเพียบพร้อมลงตัวสไตล์ชีวิตคนเมือง แถมพื้นที่ตรงข้ามโครงการกำลังก่อสร้างศูนย์รวมสำนักงานขนาดยักษ์ใหญ่ในชื่อ Grand Rama9 ซึ่งจะมีผู้คนอีกจำนวนมหาศาลหลั่งไหลมาสู่ความเจริญของย่านนี้ ในขณะที่อีกด้านของความเจริญมักจะมาควบคู่กับการจราจรที่ติดขัด ปริมาณรถที่มากขึ้น และจำนวนคนที่สัญจรด้วยระบบขนส่งมวลชนที่หนาแน่นขึ้นเช่นกัน ถึงแม้ในระแวกนี้จะมีเส้นทางการเดินทางที่สะดวก ในชั่วโมงเร่งด่วนกลับหาเส้นทางเลี่ยงได้ยาก อย่างที่เห็นๆ ก็มีทางด่วนพระราม 9 อยู่ห่างจากตัวโครงการเพียงแค่ 1 กิโลเมตรเศษๆ แต่ก็ต้องอาศัยเวลากว่าจะฝ่ารถติดจากแยกพระราม 9 ออกไปได้ ในวันทำงานปกติเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์ หรือระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ที่ไม่ใช่รถไฟฟ้า จะต้องเผื่อเวลากันมากหน่อย สภาพแวดล้อมรอบโครงการจัดว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ตั้งอยู่ติดถนนพระราม 9 ไม่ต้องเข้าซอยให้เสียเวลา มีเพื่อนบ้านเป็นคอนโดสูงของ IDEO Mobi ตั้งห่างกันเพียงแค่คูระบายน้ำกั้น อีกด้านเป็นบ้านพักอาศัย ส่วนด้านหน้าโครงการมีปั๊มแก๊ส NGV ในขณะที่ด้านหลังโครงการติดกับคลองระบายน้ำ ที่ดินของโครงการถูกล้อมรอบด้วยคูคลองระบายน้ำเสียถึง 2 ฝั่ง อาจมีปัญหาเรื่องกลิ่นจากคลองน้ำเสียได้นะครับ ส่วนห้องฝั่งตะวันออกด้านที่ติดกับ IDEO Mobi ก็ถูกบังวิวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ฝั่งตะวันตกมีวิวเปิดกว้างกว่าแต่ก็เปิดรับแดดบ่ายไปเกือบเต็มๆ เหมือนกัน ในเรื่องส่วนกลางทางโครงการก็จัดมาได้ครบเครื่อง ทั้งสระว่ายน้ำยาว 30 เมตร ฟิตเนส และห้องพักผ่อนซึ่งรวมอยู่ที่ชั้น 8 และเพิ่ม Roof Garden ไว้บนดาดฟ้าด้วย หันมาดูเรื่องจำนวนที่จอดรถบ้าง ทางโครงการจัดไว้แค่ 40% นับรวมจอดซ้อนคันแล้วด้วย ถือว่าน้อยมากๆ และจำนวนลิฟท์โดยสารที่มีเพียง 2 ตัว ต่อจำนวนยูนิตรวมที่มากถึง 433 ห้อง จัดว่าหนาแน่นมากเลยทีเดียว ถ้าคิดจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยแบบถาวรจริงๆ คงต้องคิดกันเยอะๆ หน่อย ความหนาแน่นขององค์ประกอบรอบตัวแบบนี้อาจทำให้ตกอยู่ในภาวะเครียดได้อย่างไม่รู้ตัว และด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ในเขต New CBD ทำให้ราคาต่อตารางเมตรค่อนข้างแรงพอตัว แต่ทางโครงการก็มีการจัดสรรห้องไว้ในขนาดที่เล็กพอจนทำให้ราคาเริ่มต้นต่อห้องอยู่ในเกณฑ์ราคาที่บรรดามนุษย์เงินเดือนจะซื้อหาจับจองกันได้ เริ่มต้นด้วยห้องแบบ Studio ขนาด 21 ตร.ม. นิดๆ เรียกว่าเปิดประตูเข้าห้องก็แทบจะล้มตัวลงนอนได้เลย ไม่ต้องมีพื้นที่ มีมุมสำหรับกิจกรรมอื่นๆ ให้มากนัก ถ้าห้องแบบ Studio อึดอัดไป ก็มีห้องแบบ 1 ห้องนอนให้เลือก ด้วยขนาด 26 ตร.ม. กว่าๆ ไปจนถึงขนาดเกือบๆ 35 ตร.ม. ซึ่งห้องแบบ 1 ห้องนอนถูกจัด Lay out ไว้ได้ค่อนข้างโอเค เหมาะกับการอยู่อาศัยมากกว่า ทั้งเรื่องพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีมุมนั่งเล่น มีพื้นที่ห้องครัวที่ใช้งานได้จริงมากกว่า ในขณะที่บางห้องยังได้พื้นที่ตรงระเบียงกว้างขึ้นด้วย สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ ห้องแบบ 1 ห้องนอนนี้น่าจะลงตัวที่สุด ส่วนขนาดพื้นที่ห้องจะเล็กจะใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อเท่านั้น นอกจากห้องตัวอย่างที่เอามาให้ชมกันแล้ว Condolette Midst ยังมีห้องแบบ 2 ห้องนอน และ 3 ห้องนอนด้วยเช่นกัน แต่ด้วยขนาดห้องที่มีตั้งแต่ 56 ตร.ม.ขึ้นไป ทำให้ราคาขายต่อห้องทะลุ 7 ล้าน และราคาเกิน 10 ล้านในบางห้อง ราคานี้คงจะเอื้อมถึงกันยากหน่อย ส่วนเรื่องวัสดุ สุขภัณฑ์ต่างๆ ที่มีแถมมากับห้อง จัดว่าอยู่ในระดับมาตรฐานดี เพราะใช้ของ Modern form แต่อาจจะดูไม่สมฐานะราคาต่อตารางเมตรเท่าไร ลืมบอกไปว่าห้องทุกห้องแต่งมาให้ครบแบบ Fully Furnished แล้ว ที่ไม่มีให้ก็เป็นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า ฟูกที่นอน และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ บางชิ้นเท่านั้นเองครับ ด้วยศักยภาพด้านทำเลของ Condolette Midst ถือว่าค่อนข้างได้เปรียบอยู่เหมือนกัน แต่ก็ใช่ว่าในราคาระดับนี้ หรือในทำเลแถบนี้จะไม่มีตัวเลือกอื่นๆ เลย เพราะในแถบรัชดาภิเษก หรือแม้แต่แนวถนนพระราม 9 เอง ก็ยังมีโครงการอื่นๆ อีกหลายแห่งอยู่ ในแง่ของทิศทางด้านการลงทุนอาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย เพราะแค่ราคาเริ่มต้นก็เปิดตัวสูงอยู่แล้ว แต่ถ้าคิดจะมองหาคอนโดสำหรับอยู่อาศัยถ้าต้องทำงานในย่านนี้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
Noble Revolve รัชดา 2 : รีวิวคอนโด

Noble Revolve รัชดา 2 : รีวิวคอนโด

Noble Revolve รัชดา 2 คอนโด High Rise ในซอยรัชดา 6 ติดทางขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีศูนย์วัฒนธรรม แค่บอกทำเลที่ตั้งก็ดึงดูดความสนใจได้ไม่ยาก ซึ่งก็ไม่ได้เกินจริงเลยเพราะขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดินมา เดินเลี้ยวเข้าซอยรัชดา 6 ด้วยระยะทางไม่ถึง 100 เมตรดีก็เข้าตึกแล้ว สำหรับคนที่อาศัยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นหลักจึงจัดว่าสะดวกมากๆ ส่วนระบบขนส่งมวลชนในรูปแบบอื่นๆ ก็มีให้พึ่งพาเยอะ ทั้งรถแท็กซี่ และรถเมล์อีกหลายสาย ซึ่งป้ายรถเมล์ก็อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินนั่นแหละ ทั้งกลางวัน กลางคืนมีรถราวิ่งขวักไขว่เกือบ 24 ชั่วโมง เพราะถัดขึ้นไปอีกซอยเป็นแหล่งรวมสถานบันเทิงยามราตรีที่ขึ้นชื่อ ช่วงกลางวันนอกจากพวกสำนักงานออฟฟิศใหญ่อย่างทรูคอร์ปฯ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และตึก AIA ที่จะเปิดในอนาคตแล้ว บริเวณโดยรอบยังแวดล้อมไปด้วยตึกสำนักงานยิบย่อย รวมถึงห้างสรรพสินค้าอย่าง Central พระราม 9, Big C, Lotus, Home Pro, Fortune Tower และEsplanade ที่อยู่ในระยะเดินถึงทั้งหมด ย่านนี้จึงอุดมสมบูรณ์มากตามแบบฉบับคนเมือง ซึ่งการที่มีคนเยอะ สำนักงานแยะ ก็มาพร้อมกับการจารจรที่ติดขัดขึ้นเหมือนเงา การเดินทางด้วยรถส่วนตัวจากโครงการจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับปัญหารถติดอย่างหนักในช่วงเช้าและเย็น เพราะต้องผ่านแยกพระราม 9 เท่านั้นถึงจะต่อไปยังโซนอื่นๆ ของกรุงเทพได้   ใช้ทางด่วนมุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ สังเกตทางลงถนนรัชดาภิเษก (สี่แยกพระราม 9) ใช้ทางลงถนนรัชดาภิเษก เมื่อลงจากทางด่วน จะบังคับเลี้ยวซ้ายเพื่อไปยังสี่แยกพระราม 9 ตรงไปยังสี่แยกพระราม 9 ตรงผ่านสี่แยกพระราม 9 ไป เมื่อผ่านสี่แยกมาแล้ว จะพบห้างฟอร์จูน ทาวน์อยู่ทางซ้าย และห้าง Central พระราม 9 ทางด้านขวา หากมองตรงไปจะเป็น Lotus พระราม 9 ให้ชิดขวากลับรถ สังเกตจุดกลับรถอยู่ก่อนถึงห้าง Esplanade ตรงไปจะผ่านสถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดา 6 เพื่อเข้าไปยังโครงการ   ถึงตัวอาคารของ Noble Revolve 2 จะตั้งอยู่คู่กับโครงการแรกเลย แต่ทางเข้าออกของโครงการไม่ใช้ร่วมกัน Facility ต่างๆ รวมถึงพื้นที่ของโครงการก็แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง จะคล้ายคลึงกันก็แต่ Lay out การออกแบบห้อง และสถาปัตยกรรมภายนอกของตัวอาคารที่เกือบจะเป็นคู่แฝด แต่คนละฝา ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 22.37 ตร.ม. เป็นห้องเล็กสุดตามราคาเริ่มต้น ซึ่งมีอยู่เพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ส่วนห้องที่มีให้เลือกมากที่สุดคือห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 25 ตร.ม. โดยที่แปลนห้องแต่ละตำแหน่งก็มีพื้นที่บวก-ลบต่างกันนิดหน่อย ขยับไปอีกทีก็เป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน ที่ 38.6 ตร.ม. ไปจนถึงขนาดเกือบ 53 ตร.ม.   ที่สำนักงานขายวันที่เข้าไป ยังเปิดให้ชมได้แค่ห้องแบบ 2 ห้องนอน ส่วนห้องแบบ 1 ห้องนอนกำลังปรับตกแต่งใหม่ จึงมีภาพมาให้ชมแค่ห้องแบบ 2 ห้องนอนเท่านั้น ห้องจริงๆ ที่ทางโครงการขายให้จะเป็นห้องเปล่าๆ มีแค่สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และเคาน์เตอร์ครัวเท่านั้น ที่เหลือในห้องตัวอย่างเป็นการตกแต่งเพื่อล่อตาล่อใจล้วนๆ ทั้งกำแพงกั้นห้องนอนเล็กที่เอาออกเปิดพื้นที่ให้โล่ง และปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่นั่งเล่นแทน ตามด้วยเฟอร์นิเจอร์อะคริลิคใสๆ ที่เลื่อนสลับตำแหน่ง ปรับพื้นที่ห้องได้ ก็เป็นไปเพื่อการขายล้วนๆ ถ้าอยากจะตกแต่งให้เหมือนห้องตัวอย่างคงต้องเตรียมเงินไว้อีกเยอะ การที่ขายมาแบบเป็นห้องเปล่าๆ อาจจะมีข้อดีตรงที่ลูกบ้านไม่ถูกจำกัดไอเดียเรื่องการตกแต่ง ใครที่คิดจะซื้อจึงต้องคิดถึงเรื่องเงินค่าตกแต่งห้องเผื่อไว้ด้วย   ประตูห้องเป็นคันโยก และล็อคธรรมดา ไม่ใช่ระบบดิจิตอลล็อค เปิดเข้าห้องมาขวามือจะเป็น Pantry ครัว และตรงหน้าคือพื้นที่กินข้าวติดระเบียง เคาน์เตอร์ครัว Built มาเรียบร้อย พร้อม top หินแกรนิต ด้านล่างเว้นช่องวางเครื่องซักผ้าไว้ให้ด้วย เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว ยี่ห้อ MEX เครื่องดูดควันเข้าชุดยี่ห้อเดียวกัน ซิงค์ล้างจานเป็นแบบฝัง โต๊ะกินข้าวขนาด 4 ที่นั่งติดระเบียง ประตูกระจกบานเลื่อนที่ระเบียง รางเลื่อนประตูกระจก สามารถเปิดออกไปที่ระเบียงได้ แต่พื้นที่ระเบียงของห้องก็แคบจะใช้ประโยชน์แทบไม่ได้เลย พื้นที่นั่งเล่นมุมนี้ ใช้พื้นที่ของห้องนอนเล็กจัดวางชุดโซฟา จึงทำให้พื้นที่ห้องดูกว้างขึ้น ในห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน มีการเอาผนังห้องนอนเล็กออก ทำให้พื้นที่ห้องดูเชื่อมต่อถึงกันให้ความรู้สึกโปร่งกว่าเดิม ห้องน้ำเล็กใช้กระเบื้องโทนสีเทา โถสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเล็ก ก๊อกอ่างล้างหน้าของ GROHE ห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจกเทมเปอร์ ชุดก๊อกฝักบัว ชุดฝักบัวอาบน้ำ สวิตช์ไฟมาตรฐานยี่ห้อ panasonic โถงทางเดินในห้อง บริเวณห้องนั่งเล่น ซึ่งให้พื้นที่ของห้องนอนเล็กมาจัดแต่งใหม่ พอทุบกำแพงของห้องนอนเล็กออกไป ก็จะทำให้สามารถจัดสรรพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ พอไม่มีกำแพงห้องนอนเล็ก ภายให้ห้องจึงดูโปร่งสบายตามากขึ้น ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ master bedroom ปลายเตียงวางโซฟาแบบ 2 ที่นั่งไว้สำหรับนั่งดูทีวีได้ ผนังห้องนอน bulit ตู้เก็บของ และทำเป็นชั้นวางทีวีด้วย มองไปทางประตูทางเข้าห้องนอนใหญ่จะเห็นมุมแต่งตัวหน้าห้องน้ำ ภาพรวมห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ วัสดุ สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำเป็นไปตามมาตรฐาน ภายในห้องน้ำกั้นพื้นที่ห้องอาบน้ำมาให้แล้ว ชุดก๊อกของฝักบัวในห้องน้ำใหญ่ ชุดฝักบัวพร้อม Rain Shower พื้นห้องอาบน้ำดร๊อปลงไปเล็กน้อย ธรณีห้องน้ำเป็นหินเทียมสีดำ ก่อไว้ไม่สูงนัก จากที่ได้ดูห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอนแล้ว ลองจินตนาการห้องโล่งๆ และมีกำแพงกั้นห้องนอนเล็กเข้าไปอีก ต้องบอกว่า Lay out ห้องไม่ได้ดูกว้างขวางลงตัวเท่าไร ออกจะดูอึดอัดไปเสียด้วยซ้ำ วัสดุที่มากับห้องก็เป็นไปตามมาตรฐานปกติ ในโครงการระดับนี้ถือว่าจัดของแถมมาได้ไม่สมราคานัก เรื่อง Facility ที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้ก็ดูครบครันดี ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวน ห้องซักรีด และร้านค้า แต่เมื่อเทียบกับจำนวน 755 ยูนิตแล้ว เลยกลายเป็นมี Facility ไม่พอต่อจำนวนคนไปเลย และยังเรื่องที่จอดรถที่จอดได้เพียง 305 คัน รวมจอดซ้อนคันแล้วด้วย เรื่องนี้จึงเป็นปัญหาใหญ่แน่ๆ ถ้าลูกบ้านเกินครึ่งโครงการมีรถส่วนตัว อีกประเด็นที่ลืมไม่ได้เลยคือเรื่องตำแหน่งห้อง ซึ่งจะต้องเลือกทิศ เลือกมุมกันดีๆ หน่อย เพราะรอบโครงการมีอาคารใกล้เคียงบังวิวเกือบรอบทุกทิศ ดังนั้นจึงต้องมองทิศกันให้ดีๆ ก่อนตัดสินใจ บางห้องอาจจะอยู่สูงพ้นแนวตึกรอบๆ แต่ก็อาจจะแลกมากับทิศทางของแสงแดดยามบ่ายที่จะทำให้ห้องร้อน หรือบางห้องถูกบังมุม วิวไม่สวย ไม่ค่อยเป็นส่วนตัว แต่ไม่ต้องกลัวแดดร้อน อันนี้ก็แล้วแต่จะเลือกเอาตามสะดวกใจนะครับ สำหรับ Noble Revolve รัชดา 2 อยู่ในทำเลที่ถือว่าเป็นไข่แดงของรัชดา ซึ่งทำเลในแถบนี้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาไปสู่ความเป็นศูนย์กลางธุรกิจใหม่ใจกลางเมือง ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่เปิดอีกหลายตึก ซึ่งกลุ่มคนทำงานจะเยอะขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นในแง่ของศักยภาพด้านการเติบโตของพื้นที่ในแถบนี้จึงมีสูง แต่ก็อย่าลืมพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ประกอบควบคู่กันไปด้วย เพราะ Noble Revolve รัชดา 2 เปิดตัวไว้ในราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ในระแวกใกล้เคียง การจะทำกำไรในระยะสั้นจึงเป็นเรื่องยาก หรือถ้าจะหวังซื้อไว้เก็งกำไรในระยะยาว ก็ยังต้องรอดูกันต่อไปอีกระยะว่าราคาจะขึ้นไปถึงระดับไหน
The Unique รัชดา 19 : รีวิวคอนโด

The Unique รัชดา 19 : รีวิวคอนโด

The Unique รัชดา 19 อีกหนึ่งโครงการที่เกาะแนวรถไฟฟ้าใต้ดินของ Ten Thai เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ตั้งอยู่ในซอยรัชดา 19 ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถทะลุออกซอยลาดพร้าว 26 ได้ หรือจะลัดเลาะไปออกถนนวิภาวดีก็ยังไหว จึงน่าจะได้เปรียบสำหรับคนที่อาศัยการเดินทางด้วยรถส่วนตัว เพราะสามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางรถติดในช่วงเช้า-เย็นได้บ้าง แต่สำหรับคนที่ต้องอาศัยพึ่งพาการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นหลัก ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว ถึงแม้โครงการจะชูจุดขายว่าใกล้รถไฟฟ้าสถานีรัชดาภิเษกเพียง 450 เมตร แต่เอาเข้าจริงระยะทางลึกกว่าที่โฆษณาไว้ แถมถนนหนทางในซอยไม่ว่าจะเข้าทางฝั่งรัชดาหรือลาดพร้าวก็ไม่เหมาะกับการเดินทั้งสิ้น เนื่องจากถนนในซอยแคบและไม่มีทางเดินเท้า ยิ่งเวลามีรถวิ่งสวนกันก็แทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้หลบแล้ว ถ้าไม่มีรถส่วนตัวก็คงต้องพึ่งพาพี่วินมอเตอร์ไซค์สำหรับขาเข้า ส่วนขาออกสู่ถนนใหญ่อาจจะหาวินมอเตอร์ไซค์ยากหน่อย เพราะรอบๆ ยังเป็นบ้านพักอาศัยเดิมที่อยู่กันมานาน การจะหาเรียกรถคงจะลำบากหน่อย เว้นเสียแต่จะเลือกใช้บริการรถ Shutter Bus รับส่งที่ทางโครงการมีให้ ซึ่งก็น่าจะช่วยให้สะดวกมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดีรถ Shuttle Bus ก็น่าจะมีให้บริการเป็นเวลาเท่านั้น รอบๆ โครงการยังคงเงียบสงบมากอยู่ เพราะล้อมรอบไปด้วยบ้านพักอาศัยในแนวราบซะเยอะ ความคึกคักจะไปกระจุกอยู่แถวๆ ปากซอยซะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นในระยะรัศมีใกล้ๆ โครงการที่สามารถเดินได้ง่ายๆ จึงไม่มีร้านค้า ร้านอาหารอยู่ให้เห็น เอาเป็นว่าอยากได้อะไรก็ต้องนั่งรถออกไปปากซอย หรือขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินเลยไปตามห้างใหญ่ๆ อย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว, Big C, Union Mall ไปเลย หรือถ้าลัดเลาะในซอยเก่งหน่อยจะออกไปหาของกินในซอยโชคชัยร่วมมิตรก็ยังพอโอเคอยู่ครับ ส่วนตัวอาคารเองจากแบบถือว่าออกแบบหน้าตาตึกมาได้สวยงามดีทีเดียว รวมถึง Facility ต่างๆ ที่จัดมาให้ครบเครื่องทั้งสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ฟิตเนส สวนและลานพักผ่อนเอนกประสงค์ ซึ่งจัดไว้ชั้นบนสุดของอาคารเพื่อความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และระบบ Key Card แยกชั้น ถือได้ว่าจัดเต็มเพื่อชูความเหนือเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ในระดับเดียวกัน แต่ถึงจะมี Facility ครบแต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัด ขนาดของ Facility ต่างก็เล็กลงด้วยเหมือนกัน อันนี้ก็ต้องทำใจนะครับ อย่าเอาไปเทียบกับโครงการใหญ่ๆ หรือโครงการ High Rise อื่นๆ มาถึงเรื่องห้องพัก ซึ่งทางโครงการทำการออกแบบมาได้โอเคดีทีเดียว ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 32 ตร.ม. เป็นแบบ 1 ห้องนอน ไล่เรียงไปจนถึงห้องแบบ 2 ห้องนอนที่มีขนาดใหญ่สุดที่ 74 ตร.ม. รวมถึงห้องแบบ Penthouse ขนาด 100 ตร.ม.นิดๆ ซึ่งมีอยู่เพียง 2 ห้องเท่านั้น และได้ระยะฝ้าสูงถึง 2.5 เมตร สูงกว่าโครงการ Low Rise ทั่วไป ยูนิตรวมทั้งหมดมีเพียง 76 ห้อง จึงถือว่าไม่แออัดนัก อยู่กันสบายๆ ไม่พลุกพล่านมาก ที่สำนักงานขายมีห้องตัวอย่างให้ชมแค่แบบเดียวนั่นคือห้องแบบ 1 ห้องนอนที่ขนาด 32 ตรม. ในห้องตกแต่งมาให้พร้อมเข้าอยู่แล้วตามห้องตัวอย่างเลย ทั้งชุดครัว โต๊ะ ตู้ เตียง ฯลฯ จะมีแค่เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่ไม่ให้มาด้วยซึ่งทางโครงการก็ติดป้ายบอกไว้อย่างชัดเจน เรื่อง Lay out ห้องมีการแบ่งพื้นที่ห้องไว้เป็นสัดส่วนดี ทั้งครัวแบบปิด มีประตูบานเลื่อนเพื่อป้องกันกลิ่นรบกวนเข้ามาถึงส่วนอื่นๆ และห้องน้ำจะอยู่ในห้องนอน วัสดุสุขภัณฑ์จัดมาให้มาตรฐานดี ห้องน้ำมีขนาดค่อนข้างเล็ก ตำแหน่งที่วางสุขภัณฑ์อาจจะมีติดขัดบ้างเวลาใช้งานจริงแต่คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร อีกอย่างที่สังเกตุเห็นจากห้องตัวอย่างก็คือ ธรณีประตูตรงระเบียง และห้องน้ำ ทางโครงการทำไว้ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว จะมีข้อดีในแง่ของการป้องกันน้ำล้นเข้าห้อง แต่ถ้าเดินไม่ระวังอาจมีสะดุดเอาได้ง่ายๆ เหมือนกันครับ เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในซอยค่อนข้างลึก การเดินทางอาจจะต้องอาศัยรถส่วนตัวเป็นหลัก ดังนั้นเรื่องที่จอดรถก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ทางโครงการเตรียมที่จอดรถไว้แค่ 46% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ถึงจะจอดซ้อนจริงๆ ก็น่าจะได้อีกไม่เท่าไหร่ ดังนั้นเรื่องที่จอดรถถ้ามีการจัดการไม่ดี คงเป็นปัญหาที่ลูกบ้านต้องเผชิญในอนาคตแน่ๆ ต้องคอยลุ้นเอาว่าเพื่อนร่วมคอนโดจะมีรถยนต์ส่วนตัวกันมากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่ติดว่าโครงการอยู่ลึกจากปากซอยรัชดา 19 มากกว่า 500 เมตร และจากปากซอยลาดพร้าว 26 เป็นระยะทาง 650 เมตร The Unique 19 ก็ดูจะน่าอยู่อาศัยดี เพราะบรรยากาศโดยรอบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัย ในขณะที่การเปรียบเทียบเรื่องการลงทุนสำหรับเก็งกำไร และปล่อยเช่า ทำเลของโครงการยังเสียเปรียบคู่แข่งอื่นๆ ในย่านใกล้เคียงอยู่เหมือนกัน แค่ในซอยรัชดา 19 ระหว่างทางมายังโครงการ ก็มีหอพัก อพาร์ทเมนท์ อยู่หลายตึก แถมยังอยู่ค่อนมาทางปากซอยซึ่งสามารถเดินทางเข้าออกมาขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินได้สะดวกกว่า คู่แข่งเปรียบเทียบเรื่องห้องปล่อยเช่าจึงเยอะมาก อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบนะครับ ต้องมาลองดูที่ตั้งโครงการจริงกันเองอีกที

1 ... 31 32 33 34