รีวิวคอนโด

 

รีวิวคอนโด ล่าสุด

1 ... 31 32 33 34
Chateau in Town สุขุมวิท 62/1 : รีวิวคอนโด

Chateau in Town สุขุมวิท 62/1 : รีวิวคอนโด

โครงการ: Chateau in Town สุขุมวิท 62/1 (PREVIEW) ราคา เริ่มต้น 2,000,000 บาท บาท/ตารางเมตร - เจ้าของโครงการ พระยาพาณิชย์ พร็อพเพอร์ตี้ จุดเด่น โครงการอยู่ใกล้สถานี BTS ที่ตั้งโครงการอยู่ในบรรยากาศที่สงบ เหมาะกับการอยู่อาศัย จุดด้อย ขาดแหล่งอาหารการกิน และตลาด บริเวณปากทางเข้าซอยโครงการดูไม่น่าประทับใจ โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ - ที่ตั้ง: Chateau in Town สุขุมวิท 62/1 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด 1-1-68 ไร่ ที่ตั้ง ซอยสุขุมวิท 62/1 (ซอยอู่รถเมล์ขาว) ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พิกัดโครงการ 13.692852,100.605857 ระบบขนส่งสาธารณะ - สถานที่สำคัญใกล้เคียง – ลักษณะโครงการ: Chateau in Town สุขุมวิท 62/1 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedrooms ขนาดห้องที่มี – จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 197 ยูนิต ส่วนกลาง: Chateau in Town สุขุมวิท 62/1 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด - ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) - ค่ากองทุน(/ตร.ม) - สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ, ห้องสตรีม, ฟิตเนส   เพิ่มเติม: Chateau in Town สุขุมวิท 62/1 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-741-6363 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.chateauintown.com/sukhumvit62-1/home/ ข้อมูล ณ วันที่
KEYNE by Sansiri : รีวิวคอนโด

KEYNE by Sansiri : รีวิวคอนโด

โครงการ: KEYNE by Sansiri (PREVIEW) ราคา เริ่มต้นประมาณ 5,000,000 บาท (ช่วงเปิดตัว ปี 2010) บาท/ตารางเมตร ประมาณ 150,000 – 180,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด High Rise สูง 28 ชั้น ติดถนนสุขุมวิท ใกล้ BTS ทองหล่อ จากแสนสิริ จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่ ที่ตั้ง: KEYNE by Sansiri (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 1 - 2 - 76 ไร่ ที่ตั้ง ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.725013, 100.576906 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS ทองหล่อ สถานที่สำคัญใกล้เคียง Emporium K-Village Market Place J-Avenue BTS ทองหล่อ ลักษณะโครงการ: KEYNE by Sansiri (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดห้องที่มี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 33.09 – 52.58 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 76.05 – 90.52 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาด 135.46 – 153 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 28 ชั้น จำนวนห้อง 216 ยูนิต ส่วนกลาง: KEYNE by Sansiri (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 138 คันคิดเป็น 64% ถ้ารวมจอดซ้อนคัน จอดได้ประมาณ 76% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 57 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค Lobby Meeting room สระว่ายน้ำ Infinite Edge Pool ระบบเกลือ ที่ชั้น 7 ห้องออกกำลังกาย Steam สวนที่ด้านล่าง และชั้น 7 ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว อัตราส่วนลิฟท์ 72 : 1 Service Lift 1 ตัว ที่จอดรถรวมจอดซ้อนคันได้ประมาณ 76% ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: KEYNE by Sansiri (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1685 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.sansiri.com/condominium/keyne/th/ ข้อมูล ณ วันที่ 24 มีนาคม 2557
Astro แจ้งวัฒนะ : รีวิวคอนโด

Astro แจ้งวัฒนะ : รีวิวคอนโด

โครงการ: Astro แจ้งวัฒนะ (PREVIEW)   ราคา 1,200,000 – 6,400,000 บาท (ณ. วันเปิดตัว) บาท/ตารางเมตร เริ่มต้น 42,600 บ./ตร.ม. เจ้าของโครงการ บริษัท เอ-สตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จุดเด่น คอนโด High Rise สูง 37 ชั้น บนถนนแจ้งวัฒนะ ตรงข้ามเซ็นทรัล ใกล้รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีชมพู และจุดขึ้นลงทางด่วน จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ - ที่ตั้ง: Astro แจ้งวัฒนะ (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 2 - 0 - 95 ไร่ ที่ตั้ง ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 21 ถนนแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด นนทบุรี พิกัดโครงการ 13.903982,100.530536 ระบบขนส่งสาธารณะ MRT เลี่ยงเมืองปากเกร็ด สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เมืองทองธานี คาร์ฟูร์ เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี ลักษณะโครงการ: Astro แจ้งวัฒนะ (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedroom 3 Bedroom 2 Bedroom Duplex 3 Bedroom Duplex ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom (28.15 – 37.2 sq.m) 2 Bedroom (54.1 – 57.15 sq.m) 3 Bedroom (88.10 sq.m) 2 Bedroom Duplex (80.15 -87.15 sq.m) 3 Bedroom Duplex (110.6 -114.8 sq.m) จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 37 ชั้น จำนวนห้อง 484 ยูนิต ส่วนกลาง: Astro แจ้งวัฒนะ (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด - ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) - ค่ากองทุน(/ตร.ม) - สาธารณูปโภค Infinity edge swimming pool Roof garden Fitness   เพิ่มเติม: Astro แจ้งวัฒนะ (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-962-2988 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.astrocondo.com/en/index.html ข้อมูล ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2556
Vio แคราย : รีวิวคอนโด

Vio แคราย : รีวิวคอนโด

รีวิวครั้งนี้เราจะพาไปดูคอนโด Low Rise ติดสถานีรถไฟฟ้าศูนย์ราชการนนทบุรี ของ บริษัท รื่นฤดี ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด ซึ่งยังถือว่าเป็นมือใหม่ในตลาดคอนโดมิเนียม แต่ถ้าเป็นที่อยู่อาศัยในแนวราบบริษัทนี้เค้าทำมานานและทำมาหลายโครงการแล้วเหมือนกัน พอหันมาพัฒนาโครงการแนวสูงปุ๊ป ก็ถือโอกาสเปิดตัวทีเดียว 2 โครงการพร้อมๆ กันเลย ซึ่งเราจะเริ่มพาไปดูที่โครงการ Vio แคราย กันก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง การเดินทาง เป็นเพราะว่ามีสถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์ราชการนนทบุรีตั้งอยู่หน้าปากซอยรัตนาธิเบศร์10 ซึ่งอยู่ใกล้กับตัวโครงการ Vio แครายมากเสียจนแทบจะเรียกได้ว่ารั้วติดกันอยู่แล้ว จะขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าก็เดินไปแค่ 50 เมตรจากประตูหน้าโครงการก็ถึงบันไดเลื่อนขึ้นรถไฟฟ้าเลย ข้อนี้จึงถือเป็นจุดแข็งสำคัญของโครงการ Vio แครายเลยทีเดียว ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามีความสะดวกสบายมากที่สุดสำหรับคนที่มีที่ทำงานอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าอยู่แล้ว ถ้าในอนาคตรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีฟ้าสร้างเสร็จและเปิดให้บริการครบทุกสาย การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในบริเวณนี้จะยิ่งสะดวกมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวเพราะสถานีศูนย์ราชการเป็นจุดเชื่อมต่อ (Interchange) ของรถไฟฟ้าทั้ง 3 สายเลย ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ก็ถือว่าสะดวกไม่แพ้กันถ้าไม่ติดปัญหารถติดอันหนักหน่วงที่แยกแครายในช่วงเวลาเร่งด่วนของวัน ถนนหนทางรอบโครงการก็มีเส้นทางหลีกเลี่ยงเข้าเมืองได้หลายทาง อีกทั้งยังมีด่านทางด่วนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก จะติดก็แต่ทำเลของซอยรัตนาธิเบศร์ 10 นี่แหละที่ดันอยู่ติดกับตีนสะพานกลับรถพอดิบพอดี เมื่อกลับรถลงจากสะพานมาแล้วจะไม่สามารถเบี่ยงซ้ายเข้าซอยรัตนาธิเบศร์ 10 ได้เลย ทำให้เราต้องขับรถเลยห้าง Central รัตนาธิเบศร์ไปกลับรถที่สะพานกลับรถที่ 2 นับจากแยกแคราย ซึ่งไกลพอสมควรเลยทีเดียว นอกเหนือจากนี้แล้ว การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ก็ยังคงสะดวกดี เพราะมีทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการเพียบ วิเคราะห์ภาพรวมโครงการ โครงการ Vio แคราย ตั้งอยู่ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ ถึงก่อนศูนย์ราชการนนทบุรีเพียง 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งภายในศูนย์ราชการฯ ยังมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ให้ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนและออกกำลังกายได้ด้วย ช่วงเย็นๆ บริเวณนี้จึงถือว่าค่อนข้างคึกคักอยู่พอสมควร เพราะมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ออกมาทำกิจกรรมที่สวนสาธารณะนี้กันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังมีห้าง Esplanade รัตนาธิเบศร์ และ Tesco Lotus อยู่ถัดออกไปอีกเพียง 500 เมตร ซึ่งอยู่ในระยะเดินถึงได้ง่าย จึงน่าจะเป็นที่พึ่งหลักๆ ที่จะฝากท้อง หรือใช้เป็นที่จับจ่ายซื้อของได้สบาย แต่ถ้ายังมีตัวเลือกไม่พอ ฝั่งตรงข้ามก็ยังมีห้าง Big C ที่อยู่ห่างออกไปไกลจากโครงการมากอีกหน่อยแต่ก็ยังพออยู่ในระยะที่เดินได้ไม่ยาก รวมถึงห้าง Central รัตนาธิเบศร์, The Mall งามวงศ์วาน, ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ซึ่งอยู่ในระยะเดินทางไม่เกิน 5 กิโลเมตรเท่านั้น นอกจากนี้บริเวณโดยรอบยังมีสถานที่ราชการสำคัญๆ สถานพยาบาล โรงเรียน และวัดอีกหลายแห่งอีกด้วย ในซอยรัตนาธิเบศร์ 10 ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการ ปัจจุบันยังมีที่ดินว่างอยู่ทั้งด้านซ้ายและฝั่งตรงข้ามของโครงการ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าในอนาคตจะมีโครงการอื่นๆ มาขึ้นบังวิวหรือไม่ ในขณะที่บริเวณเยื้องๆ กันกับโครงการเป็นอู่ซ่อมรถ และถัดเข้าไปอีกหน่อยก็มีคอนโด The Connextion ที่สร้างมาก่อนและคาดว่าจะแล้วเสร็จในอีกไม่นานนี้ นอกเหนือจากนี้รอบๆ ก็จะเป็นบ้านพักอาศัยในแนวราบ ทั้งอาคารพาณิชย์ริมถนนรัตนาธิเบศร์ และบ้านเดี่ยวที่อยู่ในซอยติดกัน จึงยังไม่เห็นปัญหาเรื่องการถูกบังวิวซักเท่าไหร่ครับ ตัวอาคารของ Vio เป็นตึก Low Rise สูง 8 ชั้น ที่ออกแบบมาตามสไตล์สมัยนิยมทั่วๆ ไป มีจำนวนยูนิตรวม 125 ยูนิต บนเนื้อที่387 ตารางวา ซึ่งถือว่าพื้นที่ของโครงการค่อนข้างเล็กนะครับ จึงทำให้การจัดวางพื้นที่ส่วนกลางมีข้อจำกัดตามไปด้วย ทั้งในเรื่องของตัวอาคารที่ออกแบบมาเป็นรูปตัว U และมีการวางสระว่ายน้ำ (ระบบน้ำเกลือ) ไว้กลางตึก ทำให้ขนาดของสระว่ายน้ำค่อนข้างเล็กเกินไปสำหรับการใช้งาน ในขณะที่ห้อง Fitness ห้องซาวน่า และสวนก็กระจายกันอยู่คนละชั้น ไม่มีพื้นที่เชื่อมต่อถึงกัน จึงทำให้การใช้งานไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร ในส่วนของที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป โดยให้พื้นที่บริเวณชั้น 1 เป็นที่จอดรถทั้งหมด ซึ่งสามารถรองรับจำนวนรถได้ถึง 40% (รวมจอดซ้อนคันแล้ว) ถือว่าเป็นสัดส่วนที่สมน้ำสมเนื้อสำหรับโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้ามากขนาดนี้ เรื่องลิฟท์โดยสารที่มีมาให้ 2 ตัว ก็ไม่ถือว่าหนาแน่นครับ ใช้กันได้สบายๆ ที่สัดส่วนลิฟท์ 1 ตัวต่อ 63 ยูนิต เท่านั้น โดยรวมแล้วดูเหมือนว่าจะมี Facility ให้มาเยอะและครบถ้วนนะครับ แต่ก็มีพื้นที่มาแบบจำกัดจำเขี่ยเหมือนกัน ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้คาดหวังกับการใช้สอย Facility ส่วนกลางพวกนี้มากนักก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ครับ พาชมห้องตัวอย่าง สำนักงานขายของโครงการ Vio แคราย จะอยู่คนละที่กับที่ตั้งโครงการนะครับ ดังนั้นถ้าจะชมห้องตัวอย่างก็ต้องไปที่แยกติวานนท์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ Vio ติวานนท์นั่นเอง ทั้ง 2 โครงการใช้แบบห้องคล้ายๆ กัน ซึ่งขนาดห้องที่มีให้ชมกันก็คือห้อง Type A ที่มีขนาดเริ่มต้นที่ 31 ตร.ม. ซึ่งมีการจัดสรรพื้นที่มาให้เป็นสัดส่วนเรียบร้อยดีครับ ห้องแบบนี้จะมีทางเข้าห้องน้ำจากบริเวณห้องครัว ซึ่งอยู่รวมกับพื้นที่นั่งเล่น ห้องครัวเป็นแบบเปิดตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้าพอดี เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องมีแถมมาให้แบบ Fully Furnished แล้ว เช่น โต๊ะกินข้าวแบบพับ-ขยายได้ ตู้เสื้อผ้า Built-in ในห้องนอน ตู้เก็บของ และเคาน์เตอร์ครัว พร้อมเตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน เฟอร์นิเจอร์ที่โชว์ในห้องตัวอย่างถ้าชิ้นไหนแถมมากับห้องก็จะมีสติ๊กเกอร์แปะไว้ให้เห็นชัดเจนครับ พื้นห้องทางโครงการเลือกปูพื้นกระเบื้องในบริเวณห้องนั่งเล่น และห้องครัว พื้นลามิเนตจะปูให้เฉพาะในห้องนอนเท่านั้น เรื่องวัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำก็จัดมาได้ค่อนข้างดี และมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อยแล้ว โดยรวมแล้ว Layout ห้องของ Vio หน้าตาเป็นแบบมาตรฐานทั่วไปครับ แต่เราจะรู้สึกว่าการจัดห้องของเค้าทำได้ค่อนข้างลงตัวดีทีเดียว เพราะเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ถูก Built-in และจัดตำแหน่งมาเรียบร้อยแล้ว จึงไม่ค่อยเห็นว่ามีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนอยู่ผิดที่ และรู้สึกรกหูรกตา หรือทำให้ห้องอึดอัดมากนัก ทั้งๆ ที่เพดานห้องสูงแค่ 2.4 เมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าเพดานค่อนข้างเตี้ยถ้าเทียบกับโครงการอื่นๆ ในปัจจุบันที่เฉลี่ยความสูงของเพดานจะอยู่ที่ 2.6-2.7 เมตร นอกจากห้องแบบ 1 ห้องนอนแล้วทางโครงการยังมีห้องแบบ 2 ห้องนอนให้เลือกด้วยนะครับ แต่ว่าไม่มีห้องตัวอย่างให้ชม คงต้องพิจารณาเอาจากแบบแปลนผสมจิตนาการกันเอาเอง ความคุ้มค่าการลงทุน พื้นที่ในแถบแครายนี้ มีคอนโดหลายโครงการให้เลือกเปรียบเทียบเยอะมาก ซึ่ง Vio แครายเองก็ถือจุดเด่นในเรื่องการทำเลที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเอามากๆ ดังนั้นคนที่ต้องการหาที่อยู่ในบริเวณแคราย และมีการเดินทางโดยรถไฟฟ้าเป็นหลัก โดยที่ไม่เน้นการเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ รวมทั้งไม่แคร์เรื่องวิวสวยๆ และไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ Facility มากนัก เพราะชีวิตส่วนใหญ่ทำงานกลับบ้านและนอน โครงการนี้อาจจะพอขยับความน่าสนใจขึ้นมาได้บ้างไม่มากก็น้อย หรือถ้ายิ่งทำงานอยู่ในศูนย์ราชการนนทบุรีก็น่าจะลงตัวมากๆ เพราะอาศัยการเดินแค่ 200 เมตรเท่านั้นก็ไปกลับบ้านกับที่ทำงานได้แบบไม่ต้องแคร์ปัญหาเรื่องการจราจรเลย ส่วนเรื่องการลงทุนเพื่อการปล่อยห้องเช่า คงต้องคำนวนกันให้ดีๆ ครับ อย่างที่บอกว่ามีคอนโดอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก ตัวเปรียบเทียบจึงเยอะตามไปด้วย แล้วยิ่งในบริเวณรอบๆ ก็ไม่ได้มีออฟฟิศใหญ่ๆ หรือเป็นย่านธุรกิจ กลุ่มคนหลักๆ ของบริเวณนี้น่าจะเป็นคนที่ทำงานในศูนย์ราชการ กระทรวงสาธารณะสุข หรือหน่วยงานราชการใกล้ๆ แคราย การจะหาคนมาเช่าห้องในราคา 10,000 บาท/เดือนเป็นอย่างน้อย อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่เลยครับ และด้วยราคาของห้องที่เริ่มต้นก็เปิดมา 2 ล้านต้นๆ แล้ว การลงทุนจึงต้องพิจารณาให้ละเอียดหน่อย ว่าห้องเช่าขนาด 31 ตร.ม. นี้จะหาจุดทำกำไรได้อย่างไรบ้าง
THE KEY แจ้งวัฒนะ : รีวิวคอนโด

THE KEY แจ้งวัฒนะ : รีวิวคอนโด

โครงการ: THE KEY แจ้งวัฒนะ (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 1,770,000 บาท (ณ วันที่ 25 ตค. 55) บาท/ตารางเมตร 60,000 – 70,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด High Rise สูง 21 ชั้น 2 อาคาร จาก Land & House ติดถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้เมืองทองธานี และรถไฟฟ้า สายสีชมพู จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2555 ที่ตั้ง: THE KEY แจ้งวัฒนะ (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 6 - 0 -59 ไร่ ที่ตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ (เยื้องทางเข้าเมืองทองธานี) ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พิกัดโครงการ 13.899887,100.540123 ระบบขนส่งสาธารณะ MRT สถานีเมืองทองธานี สถานที่สำคัญใกล้เคียง แม็คโคร แจ้งวัฒนะ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ โฮมโปร เทสโก้ โลตัส บิ๊ก ซี ซุปเปอร์ เซ็นเตอร์ ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ ไอที แสควร์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กระทรวงยุติธรรม กรมการกงศุล โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ลักษณะโครงการ: THE KEY แจ้งวัฒนะ (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน ขนาดห้องที่มี 1 ห้องนอน ขนาด 31 – 38 ตร.ม. 2 ห้องนอน ขนาด 62.50 ตร.ม. จำนวนตึก 2 อาคาร จำนวนชั้น 21 ชั้น จำนวนห้อง 988 ยูนิต ส่วนกลาง: THE KEY แจ้งวัฒนะ (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 45% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) - ค่ากองทุน(/ตร.ม) - สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ (ระบบเกลือ) ฟิตเนส ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านซัก อบ รีด สวนหย่อม Wifi Internet บริเวณ Lobby (และพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด) ระบบรักษาความปลอดภัยตลอดและกล้องวงจรปิด 24 ชม.   เพิ่มเติม: THE KEY แจ้งวัฒนะ (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1198 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://thekey.lh.co.th/th ข้อมูล ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2555
U Delight Residence Riverfront พระราม 3 : รีวิวคอนโด

U Delight Residence Riverfront พระราม 3 : รีวิวคอนโด

เพิ่งจะเปิดให้จองกันได้ไม่นานสำหรับ U Delight Residence Riverfront พระราม3 คอนโด High Rise ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจในเครือ Grand U ถ้าใครที่พอจะรู้จัก Developer รายนี้อยู่บ้าง ก็คงพอจะทราบว่า ภายใต้แบรนด์ U Delight Residence แต่ละโครงการจะมีการจัดสรรบรรยากาศภายในไว้น่าอยู่ดีทีเดียวครับ พอมาถึงโครงการล่าสุดในทำเลทองย่านพระราม 3 ที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบนี้ จึงมีการออกแบบห้องให้พิเศษกว่าปกติ และทำราคาห้องไว้ค่อนข้างสูงเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ในเครือ การเดินทาง ที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนพระราม 3 ช่วงระหว่างสะพานพระราม 9 และสะพานภูมิพล (สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม) การเดินทางไปมาบริเวณนี้มีเส้นทางหลีกเลี่ยงได้หลายเส้นทาง เริ่มจากถนนฝั่งหน้าโครงการซึ่งมีหัวถนนอยู่ที่แยกคลองเตย ขนานมากับแม่น้ำเจ้าพระยามุ่งหน้าไปทางแยกถนนตก (แยกเข้าถนนเจริญกรุงก่อนข้ามสะพานกรุงเทพ) โดยระหว่างเส้นทางนี้ก็จะต้องผ่านตั้งแต่แยกนางลิ้นจี่ แยกถนนนราธิวาสฯ และแยกทางขึ้นสะพานภูมิพล โดยก่อนจะไปถึงแยกสาธุประดิษฐ์เราจะเห็นโครงการ U Delight Residence Riverfront อยู่ทางซ้ายมือ ถัดจากวัดปริวาสไปแค่ที่ดิน 1 แปลงกั้นเท่านั้น ทางเข้า-ออกโครงการอยู่ติดถนนใหญ่จึงหาได้ไม่ยากครับ หรือถ้ามาจากอีกฝั่งของถนน หัวถนนเริ่มที่แยกถนนตก (ถนนเจริญกรุง) มุ่งหน้ากลับมาทางคลองเตย เราจะผ่านแยกถนนเจริญราษฏร์ แยกถนนรัชดาภิเษก (ใต้สะพานพระราม9) และแยกถนนสาธุประดิษฐ์ ผ่านมาตามเส้นทางนี้แล้วเราจะต้องเลยไปกลับรถที่ใต้สะพานข้ามแยกสะพานภูมิพลแล้วกลับมาที่โครงการอีกครั้ง ตลอดเส้นทางถนนสายพระราม 3 นี้ การจราจรคล่องตัวดีตลอดวัน เพราะมีสะพานข้ามแยกทุกๆ แยก จึงไม่มีเรื่องรถติดให้กังวลมากนัก นอกจากเส้นทางหลักบนถนนพระราม 3 แล้ว ห่างจากตัวโครงการไปไม่ไกล ยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ห่างออกไปแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้น รวมถึงเส้นทางสะพานภูมิพล หรือสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมที่สามารถข้ามไปยังแถบสุขสวัสดิ์ พระประแดง ปู่เจ้าสมิงพรายได้โดยง่าย จึงเรียกได้ว่าสะดวกมากๆ สำหรับคนที่อาศัยการเดินทางโดยรถยนต์เป็นหลัก อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะมีเส้นทางเข้า-ออกเมืองให้เลือกหลายเส้นทาง แต่ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่หลายๆ คนเร่งรีบไปทำงานก็ต้องเลือกเส้นทางกันให้ดีๆ นะครับ โดยเฉพาะเส้นทางลัดเข้าใจกลางเมืองอย่างถนนสาธุประดิษฐ์ ถนนนราธิวาสฯ และคลองเตย ที่การจราจรหนาแน่นเกือบตลอดวัน และอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการเดินทางของคนที่ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็คือ รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ หรือ BRT นั่นเอง ซึ่งสถานี BRT ที่ใกล้โครงการมากที่สุดคือ สถานีวัดปริวาส โดยอยู่ห่างจากทางเข้าโครงการไม่เกิน 150 เมตรเท่านั้น แต่อย่าคาดหวังกับ BRTไว้สูงนะครับ เพราะในบางช่วงของถนน รถ BRT ก็ใช้เส้นทางร่วมกับรถปกติ ถ้ารถติดก็ติดยาวตามกันไปด้วย รวมถึงในช่วงกลางวัน หรือนอกช่วงเวลาเร่งด่วนจำนวนรถที่ให้บริการก็มีน้อยจนต้องรอกันนานกว่าจะมีผ่านมาซักคัน ถ้าคิดว่าไม่ต้องเร่งรีบเดินทางไปไหน BRT ก็ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่ใช้ได้แหละครับ วิเคราะห์ภาพรวมโครงการ U Delight Residence Riverfront พระราม 3 เป็นคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น ตั้งอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาบนเนื้อที่ 6 ไร่กว่าๆ บริเวณใกล้เคียงโดยรอบยังไม่มีอาคารสูง หรือคอนโดโครงการอื่นๆ ให้รบกวนสายตา แต่ในอนาคตก็ยังไม่แน่ เพราะที่ดินที่อยู่ติดกันยังเป็นที่ว่างอีกหลายแปลง โอกาสที่จะมีตึกสูงขึ้นขนาบข้างจึงยังพอมีอยู่ ตัวอาคารถูกออกแบบให้อยู่ในแนวยาวลึกเข้าไปจนเกือบติดริมแม่น้ำตามลักษณะของที่ดิน ด้านหนึ่งหันไปทางวัดปริวาส ถัดจากวัดไปจะเป็นโครงการ Bangkok Square (ชื่อเดิมคือ จตุจักรพระราม 3) วิวจากห้องด้านนี้มองเลยไปจะเห็นสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมด้วย ส่วนอีกด้านซึ่ง ณ ปัจจุบันยังเป็นที่ดินว่าง ดังนั้นจึงสามารถมองเห็นวิวได้ไกลไปถึงสะพานพระราม 9 เลยทีเดียว แต่ถ้าเกิดมีโครงการตึกสูงขึ้น ก็จะบังวิวกันไปเต็มๆ เลยครับ สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปแล้วยังถือว่าเงียบสงบดี เนื่องจากถนนพระราม 3 เป็นถนนใหญ่ขนาด 8 เลน (นับรวมช่อง BRT) และมีคลองระบายน้ำคั่นกลาง รวมถึงบริเวณรอบๆ ไม่มีชุมชน ร้านค้า แผงลอย จึงไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่ เท่าที่เห็นก็จะมีเพียงโครงการ Bangkok Square เท่านั้นที่อยู่ในระยะเดินถึงและพอจะพึ่งพาฝากท้องไว้กับร้านอาหารในโครงการได้บ้าง นอกเหนือจากนี้ก็ต้องเลยไปถึงถนนสาธุประดิษฐ์ ซึ่งมีทั้งตลาดสด ร้านค้า ร้านอาหาร รวมถึงห้างสรรพสินค้าอย่างเซ็นทรัล และโลตัสให้จับจ่ายใช้สอยได้สบาย หรือถ้าย้อนกลับมาอีกทางก็ยังมี Community Mall อย่าง Int ที่มีร้านอาหารให้เลือกอีกหลายร้าน รวมถึงตลาดนัดครูหวีที่อยู่ติดกับธนาคารกรุงศรีสำนักงานใหญ่ ซึ่งมีร้านค้าแผงลอยตั้งขายเป็นจำนวนมากในช่วงกลางวันของวันทำงาน จึงไม่ต้องกลัวอดอยากเลยครับถ้าไม่ขี้เกียจเดินทางออกจากโครงการกันซะก่อน การออกแบบตัวอาคารดูเผินๆ จากด้านข้างออกจะทึบและน่าอึดอัดอยู่ไม่น้อย เพราะด้วยจำนวนห้องที่มากถึง 1,094 ยูนิต ซึ่งเรียงเป็นแพทเทิร์นต่อกันตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นมา จะมีก็แค่โซนด้านหน้าและด้านหลังตึกเท่านั้นที่เพิ่มลูกเล่นบริเวณระเบียงห้องที่มีการเล่นระดับให้คล้ายกับว่าตัวห้องยื่นออกมานอกอาคาร จึงช่วยให้ตัวตึกดูไม่น่าเบื่อเกินไป พื้นที่บริเวณชั้น G ไปจนถึงชั้น 5 เป็นพื้นที่ของที่จอดรถซึ่งมีอยู่ค่อนข้างจำกัดเพียง 40% เท่านั้น แถมยังนับรวมการจอดแบบซ้อนคันแล้วด้วย เรื่องจำนวนที่จอดรถจึงจัดว่าน่าเป็นห่วงมากๆ ถ้าลูกบ้านจำนวนเกินครึ่งมีรถยนต์ส่วนตัว เพราะนับยังไงก็มีที่จอดไม่พออยู่ดี และถึงทางโครงการจะพยายามชูประเด็นว่าลูกบ้านสามารถเดินทางได้โดยง่ายด้วยบริการขนส่งมวลชนอย่าง BRT ซึ่งมีสถานีอยู่ใกล้ๆ อีกทั้งยังมีบริการ Shuttle Bus รับส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้าเพิ่มเติมให้ด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมายังโครงการยังสะดวกกว่ามากหลายเท่า นอกจากนี้อัตราส่วนของลิฟท์โดยสารภายในอาคารที่มีเพียง 4 ตัว (ไม่มีลิฟท์ขนของ) ต่อจำนวนห้องที่มากกว่า 1,000 ยูนิต นับว่าหนาแน่นมากเลยนะครับ เวลาที่ทุกคนต้องใช้ขึ้นลงอาคารจริงๆ ไม่รู้ว่าจะต้องรอลิฟท์กันนานแค่ไหน ในส่วนของ Facility ในโครงการ ถูกจัดสรรไว้ที่บริเวณริมแม่น้ำเกือบทั้งหมด ทั้งสระว่ายน้ำ ห้อง Fitness และสวนหย่อมริมน้ำ ให้บรรยากาศสบายๆ เปิดรับวิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ที่บริเวณชั้น G ยังมีห้องสมุด และร้านสะดวกซื้อไว้คอยอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านอีกด้วย ซึ่งดูจาก Facility ต่างๆ ที่เตรียมไว้แล้ว ก็พอจะเห็นว่าทางโครงการพยายามจัดสรรสาธารณูปโภคต่างๆ มาให้เต็มที่นะครับ แต่ก็อาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานจริงเท่าไหร่ จากที่คิดว่าสวนริมน้ำจะถูกใช้เป็นที่นั่งเล่นรับลมชมวิวได้ชิวๆ ตอนวันหยุด ก็อาจจะไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการถ้าเพื่อนร่วมอาคารกว่าครึ่งเกิดใจตรงกัน และลงมาใช้สิทธิ์ในพื้นที่ส่วนกลางพร้อมๆ กัน บรรยากาศริมน้ำก็คงไม่ต่างจากงานมหกรรมย่อมๆ แน่นอน พาชมห้องตัวอย่าง ห้องตัวอย่างที่ทางโครงการเตรียมไว้นั้นมีด้วยกัน 2 แบบ เราเริ่มกันด้วยห้องแบบ 1 ห้องนอน ซึ่งเป็นแบบที่มีจำนวนมากที่สุดของโครงการ โดยมีขนาดเล็กสุดอยู่ที่ 34 ตร.ม. จุดเด่นที่แปลกตาของห้องแบบนี้คือ ห้องครัว ที่ถูกจัดไว้แนวเดียวกับระเบียง การเข้า-ออกห้องครัวจะต้องเดินผ่านห้องนอนก่อน ถึงจะดูว่าการจัดพื้นที่ทำได้เป็นสัดส่วนดี แต่ก็แอบแปลกใจกับแนวคิดการออกแบบของโครงการไม่น้อยเลย ห้องครัวทำเป็นครัวปิดนะครับ มีประตูกระจกบานเลื่อนเล็กๆ ช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นเข้ามารบกวนในห้องนอนได้บ้าง หน้าต่างบานใหญ่ในห้องครัวสามารถเปิดออกเพื่อช่วยในการระบายกลิ่นได้อีกทาง เคาน์เตอร์ครัว ตู้เก็บของ และซิงค์ล้างจานมีติดตั้งมาให้พร้อมห้องเรียบร้อยแล้ว ส่วนเตาไฟฟ้าทางโครงการเลือกแบบลอยตัวมาให้สำหรับห้องขนาดเล็ก จะขาดก็แค่เครื่องดูดควันเท่านั้นเอง อีกมุมที่น่าสนใจของห้องนี้ก็คือ ระเบียง ที่ถูกออกแบบให้เป็นแบบ Sunken Balcony ระเบียงเล่นระดับขนาดกว้าง ที่สามารถใช้เป็นมุมพักผ่อน นั่งเล่นชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา หรือจะใช้เป็นที่นั่งกินข้าวก็ยังไหวเพราะประตูระเบียงเชื่อมต่อกับห้องครัวอยู่แล้ว นอกจากนี้แล้วส่วนอื่นๆ ในห้องก็ถูกจัดสรรไว้เรียบร้อย กว้างขวางดีพอสมควร ทั้งห้องนอนที่มีประตูกระจกเลื่อนบานใหญ่ช่วยแบ่งพื้นที่ออกจากห้องนั่งเล่นได้ชัดเจนขึ้น แถมมีทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in และลอยตัวมาให้เสร็จสรรพ เกือบจะไม่ต้องหาซื้ออะไรมาเพิ่มเติมก็หิ้วกระเป๋าพร้อมเข้าอยู่ได้เลย ส่วนอีกห้องเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน ซึ่งมีขนาด 55-56 ตร.ม. เด่นด้วยระเบียงห้องขนาดกว้างที่ยื่นออกไปด้านนอกห้องทำให้มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้เต็มตา Layout ห้องในส่วนกลางห้องจัดเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่น เชื่อมต่อถึงบริเวณระเบียงด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ พอเปิดม่านออกแล้วจึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น สำหรับห้องครัวแยกออกไว้เป็นอีกส่วน เป็นครัวแบบปิด พร้อมด้วยเครื่องครัวที่จัดมาให้แบบครบชุดทั้ง เตาไฟฟ้า พร้อมเครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน เคาน์เตอร์ครัว และตู้เก็บของทั้งด้านบนและด้านล่าง นอกจากนี้ยังมีระเบียงเล็กๆ ติดกับห้องครัว ใช้เป็นที่แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ และวางเครื่องซักผ้า ซึ่งพอมีพื้นที่เหลือให้ตากผ้าได้อีกเล็กน้อย ถือว่าใช้สอยประโยชน์ได้ดีทีเดียว ส่วนห้องนอนใหญ่ถูกจัดไว้อย่างง่ายๆ แต่เด่นด้วยกระจกห้องแบบเข้ามุม ซึ่งช่วยเปิดมุมรับวิวแม่น้ำได้กว้างมากขึ้น ในขณะที่ห้องนอนเล็กอาจจะมีขนาดเล็กไปซักหน่อยสำหรับการใช้งานจริง ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้เป็นห้องนอน แนะนำว่าให้ลองเปลี่ยนฟังก์ชั่นให้กลายเป็นห้องทำงาน หรือห้องแต่งตัวก็น่าจะดีกว่า โดยภาพรวมแล้ว เรื่องขนาดและฟังก์ชั่นของห้องที่ทางโครงการจัดไว้นั้นถือว่ากว้างขวางดีทีเดียว ทั้งฝ้าเพดานที่สูง 2.6 เมตร ประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ที่ช่วยทำให้ห้องโปร่งสบายตามายิ่งขึ้น และส่วนสำคัญที่ทางโครงการเพิ่มเติมขึ้นมาเป็นพิเศษก็คือ ช่องลม เหนือประตูทางเข้าห้องทุกห้อง ที่เราสามารถยกคันโยกเปิดช่องให้ลมไหลผ่าน ซึ่งช่วยให้อากาศในห้องถ่ายเทได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญยังช่วยประหยัดค่าไฟในห้องได้อีก เพราะเมื่อเปิดช่องลมและประตูระเบียงไว้ก็สามารถรับลมแม่น้ำได้เต็มๆ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ทั้งวันให้เปลืองไฟ นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องของตำแหน่งห้องแล้วล่ะครับว่าจะชอบห้องทางทิศไหน และคาดหวังกับวิวแบบใดมากกว่ากัน ความคุ้มค่าการลงทุน สำหรับ U Delight Residence Riverfront พระราม 3 ถือว่า เรียกความน่าสนใจได้ไม่น้อยเลย ถึงแม้ว่าตัวโครงการจะไม่ได้เกาะอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าเลยก็ตาม แต่เพราะด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการซึ่งติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ช่วยเสริมให้บรรยากาศของโครงการพิเศษมากกว่าโครงการอื่นๆ ในเครือ โดยเฉพาะแบบห้องที่เป็น Riverfront ราคาจึงกระโดดสูงทะลุเพดานไปเลย รวมถึงห้องขนาด 1 ห้องนอน ที่น่าจะจับต้องได้ง่ายที่สุดก็มีราคาเริ่มต้นที่ 2.49 ล้านบาทเข้าไปแล้ว ซึ่งราคานี้เป็นราคาโปรโมชั่นของห้องเปล่าๆ ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์มาให้ด้วย นะครับ ถึงจะต้องเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าห้องเองก็ต้องคิดกันนิดนึง เพราะด้วยขนาดห้องของ U Delight ที่หาเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปมาจัดให้ลงตัวได้ยาก ดังนั้นถ้าเลือกซื้อแบบพร้อมเฟอร์นิเจอร์ได้ก็จะสะดวกกว่า สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัวอาจจะต้องคิดเยอะกันพอสมควร เพราะระบบขนส่งมวลชนก็มีแค่ BRT เท่านั้นที่จะเป็นหนทางไปต่อรถไฟฟ้าในเมืองได้ประหยัดที่สุด หรือถ้าจะพึ่งพารถเมล์และรถสองแถวก็อาจจะต้องนั่งรถกันหลายต่อเลยทีเดียว รวมถึงเรื่องอาหารการกินที่ในระยะที่สามารถเดินได้สบายๆ ก็มีเพียงร้านอาหารในโครงการ Bangkok Square เท่านั้น ซึ่งมีแต่ร้านอาหารดังเจ้าใหญ่ๆ ทั้งนั้น ถ้าจะฝากท้องไว้ทุกวันมีหวังกระเป๋าแห้งแน่ๆ ดังนั้นเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า ร้านอาหารรอบๆ โครงการจึงแทบจะเรียกว่าติดลบ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นคนที่รักการทำครัว ชอบไปจับจ่ายในตลาดแล้วหาซื้อของมาตุนไว้ทำกับข้าวกินเอง อันนี้อีกเรื่องนึงครับ ถ้าใครกำลังคิดจะจับจองห้องของ U Delight Residence Riverfrontไว้เกร็งกำไรในรูปแบบการปล่อยเช่า คงต้องทำการบ้านกันหนักหน่อย เพราะทำเลไม่ได้อยู่ในย่านชุมชน หรือย่านธุรกิจที่คนพลุกพล่านเลย อีกทั้งยังไม่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าอีก จึงอาจจะทำให้การปล่อยเช่าเป็นไปได้ยาก แต่สำหรับคนที่มองหาที่พักอาศัยริมน้ำ บรรยากาศดีๆ ทำเลไม่ห่างจากเมืองมากนักไว้อยู่อาศัยเอง และไม่ได้หวังว่าจะทำกำไรจากการขายหรือปล่อยเช่า โครงการนี้ก็น่าจะลงตัวดีนะครับ ถึงราคาต่อตารางเมตรจะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้จากโครงการก็ตาม
Issara Collection Sathorn : รีวิวคอนโด

Issara Collection Sathorn : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้ เรายังคงวนเวียนอยู่ในย่านสาทร แต่คราวนี้จะข้ามมาทางฝั่งถนนนางลิ้นจี่ เพื่อดูคอนโด Low Rise หรูให้ความเป็นส่วนตัว ด้วยยูนิตที่น้อยเพียง 33 ยูนิต ชื่อโครงการ "Issara Collection Sathorn" โครงการใหม่จาก ชาญ อิสสระ การเดินทาง โครงการ Issara Collection สาทร ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตสาทร แต่ถ้าจะให้ระบุพิกัดชัดๆ ก็ต้องบอกว่าอยู่ในซอยนางลิ้นจี่ 4 นะครับ ซึ่งการเดินทางไปยังตัวโครงการก็สามารถไปได้หลายทาง เส้นทางหลักที่เราใช้ในครั้งนี้มาจากทางถนนจันทน์ วิ่งตรงมาเรื่อยๆ ผ่านสี่แยกที่ตัดกับถนนนราธิวาสราชนครินทร์แล้ว ให้ตรงต่อมาจนถึงถนนนางลิ้นจี่ จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายมาอีกประมาณ 120 เมตร ก็จะเจอซอยนางลิ้นจี่ 4 อยู่ทางซ้ายมือพอดี หรือถ้าขึ้นทางด่วนขั้นที่ 1 มาลงที่ถนนพระราม 3 (ช่องนนทรี-นางลิ้นจี่) ก็สามารถเลี้ยวขวาเข้าถนนนางลิ้นจี่ได้เลย จากแยกนี้ตรงมาอีกแค่ 1 กิโลเมตรก็จะถึงซอยนางลิ้นจี่ 4 พอดี ส่วนถ้าจะเข้ามาทางซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 17 พอตรงมาเจอสามแยกเทคนิคกรุงเทพ ก็แค่เลี้ยวขวาเข้าถนนนางลิ้นจี่มาอีก 600 เมตรเท่านั้น แล้วเตรียมเลี้ยวเข้าซอยนางลิ้นจี่ 4 ได้เลย แต่ถ้ามาจากถนนสาทรใต้ ก็ให้เลี้ยวเข้าซอยสวนพลู (สาทร 3) วิ่งตามซอยสวนพลูมาเข้าถนนนางลิ้นจี่ ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพมาเล็กน้อย ซอยนางลิ้นจี่ 4 จะอยู่ทางขวามือ เยื้องกับปั้มน้ำมันบางจาก นอกจากเส้นทางที่เรายกตัวอย่างมาให้แล้ว ยังมีเส้นทางลัดอื่นๆ อีก ทั้งทางซอยเย็นอากาศที่สามารถตัดไปออกถนนพระราม 4 หรือซอยสาทร 1 ได้ เช่นเดียวกันกับถนนของกรมการบินพลเรือน ที่ตัดเข้าซอยงามดูพลี ไปออกถนนพระราม 4 และซอยสาทร 1 ได้เหมือนกัน ต้องบอกว่าทำเลของถนนนางลิ้นจี่นี่ได้เปรียบในเรื่องเส้นทางเข้าออกที่สามารถเลือกได้หลายทาง ทำให้เรามีทางหนีรถติดได้เยอะดีทีเดียวครับ และด้วยแบรนด์ของโครงการที่เป็นระดับ Hi-End กลุ่มลูกค้าของโครงการคงจะเน้นการเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลัก ถึงแม้ว่าทำเลที่ตั้งโครงการจะไม่มีรถไฟฟ้าสายต่างๆ อยู่ใกล้มากพอที่จะสามารถเดินไปได้โดยสะดวก ก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะเส้นทางการเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็ถือว่าสะดวกมากๆ ถ้าไม่นับเรื่องปัญหาการจราจรที่ต่างก็รู้กันดี แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าหากต้องการจะใช้บริการระบบขนส่งมวลชนบ้าง ก็ใช่ว่าจะไม่สะดวก เพราะแค่เดินออกมาที่ปากซอยนางลิ้นจี่ 4 ก็มีทั้งรถแท็กซี่ สามล้อ สองแถว รวมถึงรถเมล์วิ่งผ่านอีกหลายสาย หรือถ้าจะให้เร็วก็เรียกบริการวินมอเตอร์ไซค์บริเวณปากซอยได้เช่นกัน รับรองว่าพี่วินแถวนี้เค้ารู้ทางหลบรถติดดีระดับเซียน จะหนีออกบ่อนไก่ พระราม 4 สาทร พระราม 3 ถนนเชื้อเพลิง คลองเตย หรือเส้นทางอื่นได้หมด เชื่อเถอะว่าตรอกซอกซอยแถวนี้โยงใยหากันได้อย่างที่คุณคิดไม่ถึงเลยทีเดียว วิเคราะห์ตัวโครงการ ในขณะที่ที่ตั้งโครงการ Issara Collection สาทร อยู่ในซอยตันที่มีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักอาศัย แต่ด้วยความที่ซอยนางลิ้นจี่ 4 อยู่ไม่ห่างจากเขตชุมชนเดิมของบริเวณนี้มากนัก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จึงจัดว่าเพียบพร้อมมากๆ ออกมาแค่ปากซอยก็จะเจอโครงการ De For Rest ซึ่งเป็นเหมือน Community Mall เล็กๆ ที่รวบรวมร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสริมสวย และบริการล้างรถไว้ด้วยกัน ฝั่งตรงข้ามซอยจะมีปั้มน้ำมันบางจาก ซึ่งก็มีร้านกาแฟ ร้านซักรีด คลินิครักษาสัตว์ และบริการล้างรถของ Maguire’s อีกเจ้า แถมปากซอยเย็นอากาศยังมี Tops Supermarket ให้เป็นที่จับจ่ายซื้อของกินของใช้เข้าครัวอีกด้วย ในขณะที่ห่างออกไปอีกหน่อยทางฝั่งนางลิ้นจี่ก็มีตลาดสด พร้อมกับของอร่อยริมทางอีกหลายเจ้า เลยไปอีกนิดยังมี T.T.N. Avenue ซึ่งมีทั้ง Tops ร้านกาแฟ และร้านอาหารให้ฝากท้องอีกหลายเจ้า หรือถ้าขยับไปทางซอยสวนพลูก็มีอีกหนึ่งตลาดสด รวมถึงแผงลอยขายอาหารอีกมากจนละลานตาไปหมด ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในระยะที่สามารถเดินหรือขี่จักรยานมาได้ง่ายๆ ครับ โครงการ De for-rest อันนี้อยู่ติดๆ กับปากซอยนางลิ้นจี่ 4 เลย ในโครงการนี้ก็มีร้านอาหารด้วยนะครับ เอาไว้เป็นที่ฝากท้องยามที่ขี้เกียจขับรถออกไปไกลๆ ได้ ร้านกาแฟวาวีในโครงการก็มานั่งเล่นชิวๆ ได้ บรรยากาศดีเหมือนกันนะครับ ตลาดนัดด้านหลังปั๊มน้ำมันบางจาก มีของกินหลายอย่างเหมือนกัน ของใช้กับเสื้อผ้าก็มีนะครับ เปิดทุกเย็นวันจันทร์ แวะไปเดินเล่นซ๊อปปิ้งกันได้ ฝั่งตรงข้ามเทคนิคกรุงเทพฯ มีร้านกาแฟ Think Tank เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง T.T.N. Avenue คอมมิวนิตี้มอลล์อีกแห่งที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานมาก ตั้งอยู่บนถนนนางลิ้นจี่ค่อนมาทางฝั่งพระราม 3 นะครับ ข้างในมีร้านอาหารและร้านอาหารให้เลือกฝากท้องหลายร้านเลย แถมยังมี Tops Super Market อีกด้วย นอกจากความสะดวกสบายในพื้นที่แล้ว ในรัศมีรอบที่ตั้งโครงการยังแวดล้อมไปด้วยสาธารณูปโภคแบบคนเมืองเต็มพิกัด ทั้งห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้ง สถานศึกษา สถานฑูต สถานที่ราชการ แหล่งธุรกิจ สำนักงาน และสถานที่ Hang Out อีกเพียบ เพียงแค่ขยับขับรถกันซักหน่อย จะไปพระราม3 สีลม สาทร สยาม ทองหล่อ เอกมัย หรือแอบไปชิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็เดินทางได้สะดวกทั้งสิ้น ผ่านจากเรื่องสภาพแวดล้อมโดยรอบไปแล้ว ที่นี้ก็มาดูที่ตัวโครงการกันบ้าง อย่างที่บอกไปแล้วว่าซอยนางลิ้นจี่ 4 เป็นซอยตัน ดังนั้นบรรยากาศภายในซอยจึงเงียบสงบมาก และค่อนข้างร่มรื่นเพราะยังมีต้นไม้ใหญ่อยู่มาก อีกทั้งถนนในซอยก็กว้างแค่พอขับรถสวนกันได้เท่านั้น ผู้คนไม่พลุกพล่าน ปริมาณรถก็น้อยเลยไม่ค่อยเป็นปัญหาครับ ภายในซอยจะมีบ้านพักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว 2-3 ชั้น และคอนโด อพาร์ทเม้นท์สูงไม่เกิน 8 ชั้นอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อนบ้านที่ติดกันกับที่ดินโครงการเป็นบ้านเดี่ยวนะครับ ส่วนตึกคอนโด/อพาร์ทเม้นท์จะอยู่ถัดออกไป ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตึกขนาบข้างให้น่าอึดอัด ขณะเดียวกันทางโครงการก็จัดสรรให้พื้นที่รอบๆ อาคารเป็นสวนไปซะ แล้วปลูกต้นเพื่อช่วยบังสายตาและเพิ่มความเป็นส่วนตัวเข้าไปอีก คาดว่าของจริงน่าจะร่มรื่นดีนะครับ โครงการ Issara Collection เป็นคอนโดที่เน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวสูง ทั้งโครงการจึงมีเพียง 33 ยูนิตเท่านั้น ตัวอาคารเป็นตึกเดี่ยวสูง 7 ชั้น ภายใต้การออกแบบตกแต่งในสไตล์ไทยโมเดิร์น (Siwilai Modern Concept) ซึ่งจะเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1-7 และมีชั้นจอดรถใต้ดินอีก 2 ชั้น อีกทั้งยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยลิฟท์โดยสารแบบส่วนตัวสำหรับห้อง Type 3 Bedrooms นอกเหนือจากลิฟท์ส่วนกลางมาให้ด้วย จึงให้ความรู้สึกแบบ Exclusive Luxury มากยิ่งขึ้น สำหรับ Main Facilities จะอยู่ที่ชั้น 6-7 และดาดฟ้านะครับ โดยที่ห้องฟิตเนส ห้องสตรีม และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าจะอยู่ที่ชั้น 6 ซึ่งทางโครงการก็ใส่ใจในรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยการออกแบบให้ซิลลิ่งของห้องฟิตเนสสูงไปถึงชั้น 7 เพิ่มบรรยากาศให้ปลอดโปร่งมากขึ้นเวลาออกกำลังกาย ในขณะที่สระว่ายน้ำถูกจัดวางไว้บนดาดฟ้าของอาคารนะครับ ซึ่งสระว่ายน้ำเป็นระบบน้ำเกลือ และมีแยกสระเด็กกับจากุชชี่มาให้ด้วย นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน มี Lobby ในโซนด้านหน้าโครงการ พร้อมทั้งจัดเตรียม Driver Room ห้องพักคนขับรถไว้ให้ตรงบริเวณลานจอดรถที่ชั้น 1 ด้วยเพื่อความเรียบร้อย ถ้าจะให้เห็นภาพมาขึ้นลองมาดู Floor Plan กันก่อนเลยครับ พาชมห้องตัวอย่าง มาถึงในส่วนของห้องตัวอย่างกันบ้าง ก่อนอื่นต้องแจ้งให้ทราบว่าสำนักงานขายของโครงการ Issara Collection ไม่ได้อยู่ที่ที่ตั้งโครงการนะครับ Sales Gallery อยู่เลยแยกที่จะไปด่านทางด่วนนางลิ้นจี่นิดนึงครับ ข้ามแยกไฟแดงใต้ทางด่วนมาก็เห็น Sales Gallery เลย ซึ่งบรรยากาศภายในก็ตกแต่งไว้ตามคอนเซปต์ของโครงการเลย เช่นเดียวกันกับในห้องตัวอย่างที่ใช้วัสดุ การตกแต่งตามจริงทั้งหมด (ยกเว้นเฟอร์นิเจอร์ของแต่งห้อง) แบบห้องของโครงการมีให้เลือกเป็นแบบ 2 Bedrooms, 3 Bedrooms และ 3 Bedrooms Duplex เท่านั้นนะครับ โดยมีขนาดห้องเริ่มต้นที่ 108 ตร.ม. และมีห้องไซส์ใหญ่สุดขนาด 244.4 ตร.ม. ซึ่งเป็นห้องตัวอย่างเพียงแบบเดียวที่ทางโครงการเลือกทำมาโชว์ไว้ที่ Sales Gallery แห่งนี้ ก่อนจะไปดูภาพห้องจริง เรามาดูแปลนห้องคร่าวๆ กันก่อนครับ ห้องนี้เป็นห้อง Type-3E ซึ่งมีเพียง 9 ห้องเท่านั้น โดยที่แต่ละห้องอาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องสลับตำแหน่งซ้ายขวานิดหน่อย ห้องทั้งหมดของโครงการขายมาแบบ Partly Fitted คือติดตั้งและตกแต่งมาเป็นแนวทางให้แล้วพอประมาณ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้อื่นๆก็ตกแต่งเพิ่มเต็มกันตามสไตล์ไปเลย ห้องไซส์นี้เป็นแบบ 3 Bedrooms โดยแบ่งเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ และ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ เมื่อออกมาจากลิฟท์ส่วนตัวก็จะเข้าสู่พื้นที่โถงหน้าห้อง ซึ่งมีห้องเก็บของอยู่ตรงนี้ด้วย ประตูบานสูงอีกฝั่งจะเป็นประตูหลักที่ใช้เข้าห้องครับ ทางโครงการเลือกออกแบบให้ประตูเข้าห้องเป็นบานสูงจรดเพดานเลย พอเปิดเข้ามาแล้วก็จะเห็นพื้นที่ในโซน Living Area ที่อยู่ส่วนกลางของห้อง ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือให้ความรู้สึกโอ่งโถงมากเป็นพิเศษ และจุดเด่นที่สำคัญที่ทำให้บรรยากาศของห้องนี้แตกต่างจากคอนโดทั่วไปก็คือ พื้นที่ระเบียงที่กว้างกว่า 10 เมตร ซึ่งประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่นี้เราสามารถเลื่อนเปิดได้กว้างจนสุดเพื่อให้พื้นที่ภายในห้องและระเบียงเชื่อมต่อถึงกันโดยไม่อะไรมาเกะกะสายตา ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นไปอีก และได้บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวมากกว่าคอนโดอื่นครับ อีก Area หนึ่งที่ทางโครงการตกแต่งเสนอเป็นไอเดียให้ก็คือ ห้องกระจกในบริเวณ Living Area นั่นเอง ทางโครงการเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า Collection Room ซึ่งในห้องจริงไม่มีการกั้นพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้นะครับ แต่ในห้องตัวอย่างนี่ทำไว้ให้เห็นว่าสามารถเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้กับห้องได้อีก ลูกค้าบางคนอาจจะชอบกับไอเดียนี้ที่สามารถทำห้องน้ำเป็นห้องทำงาน ห้องเปียโน ห้องสมุด หรือให้เป็นห้องเก็บของสะสมพร้อมตั้งโชว์ได้ด้วย แต่ถ้าการกั้นห้องแบบนี้ยังไม่โดนใจ จะปล่อยให้พื้นที่บริเวณนี้กว้างต่อจากบริเวณนั่งเล่นเลยก็ได้เช่นกัน สำหรับในส่วนของห้องนอน แต่ละห้องจัดสรรมาโดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและเน้นความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยเป็นหลักเช่นกัน ห้องนอนแต่ละห้องจะมีห้องน้ำในตัว เริ่มด้วยห้องนอนใหญ่ หรือ Master Bedroom ที่จัดเต็มมาให้ทั้งอ่างอาบน้ำดีไซน์หรูกลางห้องน้ำ และโซนอาบน้ำแบบ Rain Shower ภายในห้องน้ำตกแต่งด้วยกระเบื้อง Homogeneous Tile โทนสีขาว-เทา เพิ่มด้วยลูกเล่นของการจัดไฟในโทนอุ่น โดยเฉพาะบริเวณหน้ากระจกเหนืออ่างล้างหน้าที่ทางโครงการตกแต่งไว้ให้ดูเป็นไอเดีย ทำให้บรรยากาศภายในห้องน้ำของ Master Bedroom แทบไม่ต่างจากโรงแรม 5 ดาวเลยทีเดียว ในขณะที่พื้นที่ใช้สอยภายบริเวณห้องนอนก็กว้างขวางไม่น้อยเลย เพราะบริเวณปลายเตียงสามารถวางโซฟาไว้นั่งเล่นดูทีวีได้อีกชุด แถมยังมีพื้นที่ว่างเหลืออีกเพียบ ซึ่งเราสามารถดีไซน์เพิ่มประโยชน์ให้กับพื้นที่ใช้สอยตรงจุดนี้ได้หลากหลายไอเดียเลยครับ หรือจะดูที่ทางโครงการทำไว้ในห้องตัวอย่างเผื่อเป็นไอเดียก่อนก็ได้ ส่วนในห้องนอนเล็กอีกสองห้องก็ถูกออกแบบให้มี Layout ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเน้นประโยชน์การใช้สอยพื้นที่ให้หลากหลายตามคอนเซปต์การออกแบบของโครงการ แอบใส่ฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเข้าไป เช่น ชั้นเก็บของที่ด้านหลังบานกระจกเหนืออ่างล้างหน้า และตู้เก็บของในห้องน้ำ รวมถึงการดีไซน์ให้พื้นที่ที่ติดกับบริเวณห้องน้ำเป็น Walk in Closet ซึ่งเราสามารถใช้แนวคิดที่ทางโครงการตกแต่งไว้เป็น Guile Idea ไว้ให้ หรือจะดีไซน์ตกแต่งแบบอื่นให้ตรงกับการใช้งานของเราเองก็ได้ ทีนี้เรามาดูในส่วนของห้องครัวกันบ้าง พื้นที่ส่วนนี้ทางโครงการให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าส่วนอื่นเลย เพราะมีการจัดสรรพื้นที่ครัวมาให้ตามการใช้งาน โดยส่วนแรกซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับ Living Area ทางโครงการออกแบบให้มีครัวเปิดสไตล์ฝรั่ง ที่มาพร้อมชุดเคาน์เตอร์ครัวหรูหรา และอุปกรณ์ครบครัน แล้วยังตกแต่งเพิ่มเติมด้วยเคาน์เตอร์ลอยตัวกับโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนนี้ไม่ได้รวมมากับชุดครัวนะครับ แต่ทางโครงการทำไว้เป็นตัวอย่างอีกเช่นกัน ซึ่งการตกแต่งเพิ่มเติมในจุดนี้เพิ่มความน่าสนใจให้กับห้องได้ไม่น้อยเลย เพราะทำให้บรรยากาศภายในห้องดูเป็นบ้านที่อบอุ่นมากขึ้น แถมยังสามารถรองรับการจัดปาร์ตี้ย่อมๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ทางโครงการยังจัดพื้นที่สำหรับครัวไทยแยกไว้เป็นสัดส่วนในห้องใกล้ๆ กัน พร้อมกับประตูปิดมิดชิดเพื่อป้องกันปัญหากลิ่นรบกวนในห้อง อีกทั้งยังมีหน้าต่างบานเล็กในห้องครัวไว้ช่วยระบายอากาศได้อีกทาง แต่เท่าที่เดินดูภายในห้องครัวไทยจะสังเกตุเห็นว่า บรรยากาศในห้องครัวค่อนข้างทึบและแคบไปหน่อย ถ้าบ้านไหนชอบลงครัวปรุงอาหารไทยบ่อยๆ อาจจะรู้สึกไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควรมั้งครับ นอกเหนือจากนี้ก็เป็นส่วนปลีกย่อยอื่นๆ ที่ทางโครงการก็คิดมาให้เสร็จสรรพ ทั้งห้องนอนแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัว และประตูทางเข้า-ออกของแม่บ้านซึ่งแยกจากประตูหลัก ห้องเก็บของบริเวณโถงลิฟท์หน้าห้องที่จะช่วยให้เราสามารถเก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ได้เรียบร้อยและไม่เกะกะภายในห้อง รวมถึงมุมที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์บริเวณระเบียง ที่กั้นพื้นที่ไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยดีทีเดียว สำหรับโครงการ Issara Collection สาทร ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายในตลาดบน ที่มีงบประมาณตั้งแต่ 15 ล้านขึ้นไป ซึ่งเน้นความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวสูง เรื่องขนาดห้องจึงออกแบบมาให้กว้างขวางตอบโจทย์การใช้งาน และให้บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวมากกว่าคอนโด โดยน่าจะเหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการหาคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเอง ได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ในขณะที่ยังอยู่ในทำเลย่านกลางเมือง เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว Issara Collection น่าจะตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ดีทีเดียวครับ
Grene แจ้งวัฒนะ : รีวิวคอนโด

Grene แจ้งวัฒนะ : รีวิวคอนโด

กรีเน่ แจ้งวัฒนะ คอนโด High Rise สูง 22 ชั้น คอนโดใหม่บนถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน  และรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย สายสีชมพู สถานีศรีรัช รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น 1,900,000 บาท (ณ วันที่ 05/06/2013) ราคาต่อตารางเมตร ประมาณ 82,600 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท ปรีดา โฮลดิ้ง จำกัด ลักษณะคอนโด High Rise สูง 22 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง 376 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด 2 - 0 - 29.5 ไร่ ที่ตั้งโครงการ ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ปีที่สร้างเสร็จ ประมาณปลายปี 2557 สถานที่สำคัญใกล้เคียง ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ดิ อเวนิว มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สปอร์ตซิตี้ ลักษณะห้องและขนาดห้อง Studio ขนาด 22 - 23 ตารางเมตร 1 ห้องนอน ขนาด 32 - 35.5 ตารางเมตร 2 ห้องนอน ขนาด 59 - 61 ตารางเมตร 2 ห้องนอน (ดูเพล็กซ์) ขนาด 59 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่สวนหย่อยด้านหน้าอาคารและสวนส่วนกลางรอบโครงการ สระว่ายน้ำแบบ Infinity-edge pool และ Jacuzzi ฟิตเนสและเซาว์น่า ห้องอเนกประสงค์ Lobby Key Card Access Control ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-980-8811 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  www.grenecondo.com
Estes รัตนาธิเบศร์ : รีวิวคอนโด

Estes รัตนาธิเบศร์ : รีวิวคอนโด

ทำเลแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงกำลังได้รับความนิยมไม่น้อยสำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดในย่านรัตนาธิเบศร์ คอนโดในแถบนี้จึงมีให้เลือกมากมายหลายโครงการ ซึ่งครั้งนี้เราจะพาไปดูคอนโด Estes ของบริษัท อควาเรียส เอสเตท จำกัด ว่ามีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง การเดินทาง ตัวโครงการ Estes ตั้งอยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าศรีพรสวรรค์ด้วยระยะทางเพียง 350 เมตร ซึ่งจัดว่าอยู่ในระยะที่สามารถเดินได้อย่างสบายๆ ดังนั้นการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงนี้จึงจัดว่าสะดวกอยู่พอตัว กว่าโครงการจะสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ในปี 2560 รถไฟฟ้าก็เปิดให้บริการกันไปเรียบร้อยแล้ว เพราะมีกำหนดการว่ารถไฟฟ้าสายนี้จะเปิดให้บริการได้ในปี 2559 นั่นเอง สำหรับคนที่มีแนวโน้มจะย้ายที่อยู่อาศัยหรือว่าทำงานอยู่ในย่านนี้อยู่แล้ว ก็อาจจะลองดูโครงการนี้เอาไว้เป็นตัวเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ ดูได้ ส่วนเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ก็สามารถเดินทางมาได้ง่ายจากถนนงามวงศ์วานผ่านแยกแครายมา เข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์มุ่งหน้าไปบางบัวทอง ผ่านเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ที่อยู่ทางด้านขวามือแล้วก็เตรียมขึ้นสะพานกลับรถได้ทันที หลังจากที่กลับรถกลับมาแล้ว เราจะผ่านหน้าเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์อีกครั้ง พอขับรถเลยมาอีกประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงทางเข้าโครงการ Estes พอดี แต่ถ้าวัดระยะทางกันแบบขี้โกงๆ หน่อย ก็เริ่มนับกันตั้งแต่เสาสุดท้ายของรั้วห้างมาถึงรั้วโครงการก็จะได้ระยะทาง 350 เมตรตามที่ทางโครงการคุยไว้พอดีครับ นอกจากนี้ถนนหนทางโดยรอบโครงการยังมีเส้นทางเลี่ยงเข้าเมืองได้อีกหลายทาง ทั้งถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ถนนติวานนท์ รวมถึงด่านทางด่วนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล จะติดก็แต่ปัญหารถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนของวันที่ติดกันจริงจังเป็นเรื่องเป็นราว ถ้าต้องเดินทางไปทำงานในเมือง หรือทำธุระในระแวกอื่นคงต้องเผื่อเวลากันให้ดีๆ แต่ถ้าเป็นการเดินทางไปทำงานในระแวกใกล้เคียงด้วยบริการรถสาธารณะอื่นๆ ก็ถือว่ามีตัวเลือกที่เยอะใช้ได้เลยล่ะ เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ จึงหาเรียก Taxi ได้ไม่ยาก รวมถึงรถเมล์ และมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็เรียกใช้บริการได้สะดวกเหมือนกัน วิเคราะห์ภาพรวมโครงการ บริเวณโดยรอบที่ตั้งโครงการอาจจะไม่ได้มีความพร้อมมากนัก สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบายแบบคนเมือง เพราะรอบๆ ยังมีบรรยากาศแบบชานเมืองอยู่ ทั้งห้างสรรพสินค้าอย่างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ และบิ๊กซีที่ไม่ได้หรูหรามีร้านค้ามากมายให้เลือกช๊อปปิ้ง แต่ถ้าจะให้มีตัวเลือกมากขึ้นมาอีกหน่อยก็คงต้องขยับออกมาในรัศมีประมาณ 5 กิโลเมตร ที่มีทั้ง The Mall งามวงศ์วาน, พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า, The Esplanade รัตนาธิเบศร์ และ Tesco Lotus ซึ่งพอจะให้เราเปลี่ยนบรรยากาศในการจับจ่ายซื้อของได้บ้าง นอกจากนี้บริเวณรอบๆ โครงการก็ยังเป็นชุมชนบ้านพักอาศัยในแนวราบเสียเป็นส่วนใหญ่ จะมีอาคารสูงที่อยู่ในระยะประชิดก็แค่คอนโด City Home ทางด้านหลังที่ยังไงก็เลี่ยงกันไม่พ้นสำหรับห้องด้านนี้ที่อยู่ต่ำกว่าชั้น 20 ลงมา นอกนั้นก็ยังไม่มีโครงการอื่นๆ ขึ้นขนาบด้านข้างครับ ถึงเราจะบอกว่ารอบๆ มีบรรยากาศแบบชานเมืองอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสงบเงียบไปซะทีเดียวนะครับ เพราะการจราจรที่หนาแน่นเกือบตลอดวันและทุกวันบนถนนรัตนาธิเบศร์ รวมถึงยังมีรางรถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการ มลภาวะทางเสียงจึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงได้ยาก ดังนั้นการเลือกตำแหน่งห้องนอกจากเรื่องทิศทางที่เหมาะสมแล้ว อาจจะต้องเก็บเรื่องพวกนี้ไปประกอบการพิจารณาด้วยเหมือนกัน คอนโด Estes รัตนาธิเบศร์ เป็นโครงการ High Rise สูง 36 ชั้น มียูนิตรวม 474 ยูนิต ภายใต้คอนเซปการออกแบบที่เน้นความแปลกใหม่และทันสมัย แตกต่างจากคอนโดโครงการอื่นๆ ทั่วไปในย่านเดียวกัน จุดเด่นอยู่ที่ระยะความสูงของห้องตั้งแต่พื้นจรดเพดานที่สูงถึง 3.6 เมตร ทำให้การจัดวาง Layout ภายในห้องต่างจากที่คุ้นเคยอยู่มาก นอกจากบรรยากาศแบบโปร่งโล่งเนื่องด้วยความสูงของเพดานแล้ว ทางโครงการยังเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องด้วยการทำชั้นลอยเพิ่มขึ้นมา ถ้าใครได้เห็นห้องตัวอย่างก็คงจะสะดุดตา ถูกใจได้ไม่ยาก เพราะ Lay out ห้องแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ เลยครับ สำหรับ Facility ต่างๆ นั้น ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวกันอยู่ที่ชั้น 35, 36 และมีสวนบนดาดฟ้า ซึ่งจะแบ่งเป็นห้อง Fitness ห้องสันทนาการ ห้องเด็กเล่นพร้อมอุปกรณ์ และสวนหย่อมที่ชั้น 35 ส่วนที่ชั้น 36 จะเป็นสระว่ายน้ำทั้งสระเด็ก และสระผู้ใหญ่ นอกจากนี้ที่บริเวณชั้น 7 ยังมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มเติมเป็นสวนขนาดเล็ก พร้อมห้องซักรีด และห้องเอนกประสงค์ สำหรับใช้เป็นที่พักผ่อนได้อีกด้วย ส่วนตัวแล้วถือว่าทางโครงการพยายามจัดมาให้เต็มที่และตกแต่งให้ดูน่าใช้งานดีนะครับ ส่วนเรื่องที่จอดรถทางโครงการจัดพื้นที่บริเวณชั้น 2-6 ไว้เป็นที่จอดรถ นับรวมแบบจอดซ้อนคันแล้วก็จอดได้แค่ 167 คัน หรือแค่ 35% เท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากสำหรับโครงการที่มีภาพลักษณ์เน้นความหรูหราแบบนี้ เพราะกลุ่มลูกค้าในระดับปานกลางที่จะมาซื้อห้องก็น่าจะมีรถส่วนตัวกันอยู่แล้ว เรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอจึงอาจจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ นอกเหนือจากนี้ ทางโครงการก็ยังมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง กล้อง CCTV และใช้วิธีเข้าออกด้วยระบบคีย์การ์ดที่โถงทางเข้าล็อปบี้ไม่ใช่คีย์การ์ดแบบล็อคชั้นแต่อย่างใด อาจจะน่าผิดหวังเล็กๆ สำหรับโครงการระดับนี้นะครับ พาชมห้องตัวอย่าง ด้วยการออกแบบให้เพดานห้องสูงถึง 3.6 เมตร นอกจากจะให้ข้อดีในเรื่องของความโปร่งสบายแล้ว ยังสามารถใช้สอยประโยชน์ได้อีกทางหนึ่งด้วยการต่อเติมชั้นลอยไว้ภายใน ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งห้องที่มีชั้นลอยจะเริ่มที่ขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป โดยพื้นที่ 30 ตร.ม. นี้ไม่ได้นับรวมพื้นที่ใช้สอยของชั้นลอยเข้าไปด้วยนะครับ เปิดเข้าห้องมาจะเป็นส่วนของห้องครัวก่อน โดยจะเป็นครัวแบบครัวปิด มีประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน กั้นพื้นที่ไว้อย่างชัดเจน ด้านหนึ่งจัดเป็นเคาน์เตอร์ครัว พร้อมชั้นเก็บของทั้งด้านบนและด้านล่าง พื้นที่ครัวไม่ได้กว้างมากนัก เหมาะกับการทำครัว เตรียมอาหารเล็กๆ น้อยๆ ซะมากกว่า คนที่ชอบทำครัวอาจจะไม่ชอบเท่าไหร่ ส่วนอีกด้านเป็นห้องน้ำที่จัดฉากกั้นอาบน้ำ แยกส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้เรียบร้อยแล้ว ผ่านจากห้องครัวเข้ามาก็จะเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งบริเวณนี้จะให้ความรู้สึกโปร่งสบายมากเพราะความสูงของเพดานนั่นเอง พื้นที่เชื่อมต่อกันกับห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ของห้องทำงานอยู่ใต้ชั้นลอย หันหน้าออกรับแสงธรรมชาติพอดี เพดานของบริเวณนี้จะมีความสูงอยู่ที่ 2 เมตร ความสูงระดับนี้คงไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่สำหรับคนไทยไซส์มาตรฐานทั่วไป แต่สำหรับคนตัวสูงๆ อาจจะรู้สึกอึดอัดไปซักนิด ส่วนด้านบนของชั้นลอยที่จัดเป็นที่นอน มีความสูงอยู่แค่ 1.5 เมตรเท่านั้น ซึ่งไม่น่าจะเป็นปัญหาเรื่องการใช้งานมากนักถ้าเดินขึ้นไปแล้วล้มตัวลงนอนเลย ไม่ต้องยืนหรือเดินไปมาเพื่อทำกิจกรรมอื่นๆ อีก การใช้งานในส่วนนี้จึงไม่รู้สึกติดขัดซักเท่าไหร่ สำหรับห้องขนาดเล็กลงมาอีกหน่อยที่ 28 ตร.ม. จะเป็นห้องแบบ Studio ซึ่งจะไม่มีการต่อเติมชั้นลอยไว้ ในขณะที่ยังได้ระยะเพดานสูง 3.6 เมตรเหมือนกัน ห้องแบบนี้จึงดูชะลูดสูงผิดสัดส่วนปกติไปบ้าง โดย Layout ห้องจะลดพื้นที่ของส่วนห้องทำงานลง และขยับพื้นที่นั่งเล่น และห้องนอนมาใช้ร่วมกัน พอมีเฟอร์นิเจอร์จัดวางไว้เต็มที่แบบในห้องตัวอย่างแล้ว ห้องแบบนี้ก็ดูจะแคบไปซักหน่อย ต่างจากห้องไซส์ 30 ตร.ม. ไปเลย ทั้งๆ ที่พื้นที่ต่างกันแค่ 2 ตร.ม.เท่านั้น ส่วนห้องอีกแบบที่ทางโครงการมีให้เลือกด้วยก็คือห้องแบบ 2 ห้องนอน ในขนาด 46 ตร.ม. ขึ้นไป ซึ่งห้องแบบนี้ก็จะมีส่วนต่อเติมที่เป็นชั้นลอยไว้ในห้องนอนเล็กเหมือนกัน แต่จะมี Layout การใช้งานที่ดูเหมือนจะลงตัวน้อยกว่าแบบ 30 ตร.ม. ห้องทั้งหมดของทางโครงการขายมาแบบ Fully Furnished จริงๆ คือจัดมาหนัก จัดมาเต็ม ในห้องตัวอย่างเห็นอย่างไงห้องจริงก็ได้แบบเหมือนกันเป๊ะทุกประการ รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องก็มีแถมมาให้ด้วย จัดมาให้เต็มที่แบบนี้พอสร้างเสร็จ หิ้วแค่กระเป๋าเสื้อผ้าก็พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที ส่วนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทางโครงการเลือกมาให้ก็จัดมาได้คุ้มราคาเหมือนกัน อันนี้จึงถือเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งที่เพิ่มแรงจูงใจในการซื้อได้ ถึงแม้ราคาต่อตารางเมตรของ Estes จะสูงกว่าโครงการอื่นๆ ในระแวกเดียวกันก็ตาม ความคุ้มค่าการลงทุน สำหรับพื้นที่ในแถบรัตนาธิเบศร์นี้ ถือว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมาไม่น้อย โดยมีหลากหลายระดับราคาให้เลือกเปรียบเทียบ ซึ่งโครงการ Estes นี้ ก็ถือว่าพยายามหาจุดแข็งให้ตัวเองแตกต่างจากตลาดรอบๆ อยู่พอสมควร ทั้งเรื่องดีไซน์การออกแบบห้อง การขายห้องมาให้แบบ Fully Furnished จัดเต็มทุกรายการ และการจัด Facility มาให้อย่างครบครัน อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟฟ้า MRT ตั้งอยู่ใกล้ๆ อีกด้วย Estes จึงดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยสำหรับคนที่ทำงานอยู่ในระแวกใกล้เคียงนี้ เช่น ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี กระทรวงสาธารณสุข หรือศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ที่พอจะมีกำลังซื้อและมีไลฟ์สไตล์ที่ชอบความทันสมัยไม่เหมือนใคร เพราะด้วยการออกแบบห้องที่มีเอกลักษณ์ แตกต่างจากคอนโดทั่วไปที่เราคุ้นเคยนี่เอง ที่ทำให้เราต้องแลกมาด้วยราคาต่อตารางเมตรที่แพงกว่าโครงการในระแวกเดียวกัน นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงตั้งแต่ถนนรัตนาธิเบศร์-ถนนติวานนท์ที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านก็ไม่ได้เป็นศูนย์รวมแหล่งธุรกิจใหญ่ๆ ที่จะมีพนักงานออฟฟิศที่มีกำลังในการจ่ายค่าเช่าห้องราคา 12,000 บาทต่อเดือนได้อย่างสบายๆ ไร้กังวล ดังนั้นการปล่อยห้องเช่าหรือขายต่อจึงอาจจะมีแนวโน้มในการทำกำไรได้ยาก และถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีประเด็นเรื่องการซื้อคอนโดเพื่อหวังทำกำไรจากการลงทุนมาประกอบการตัดสินใจด้วยแล้ว อาจจะต้องชั่งน้ำหนักวัดใจกันหลายๆ รอบหน่อยนะครับ
Noble Ploenchit : รีวิวคอนโด

Noble Ploenchit : รีวิวคอนโด

กลางสี่แยกเพลินจิตตอนนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักโครงการ Noble เพลินจิต คอนโด High Rise ที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ฮ๊อตสุดๆ ในชั่วโมงนี้ เพราะด้วยทำเลที่อยู่ใจกลางเมืองที่มีความเจริญถึงขีดสุด และแวดล้อมไปด้วยแหล่งช็อปปิ้งสุดหรู อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โรงแรมระดับ 5 ดาว รวมถึงสถานที่สำคัญต่างๆ อีกมากมาย ยิ่งทางโครงการได้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมมาด้วยว่า มีการปรับปรุง ตกแต่งห้องตัวอย่างใหม่ แถมมีโปรโมชั่นใหม่แกะกล่องที่น่าสนใจมากๆ ทางทีมงานเลยรีบเข้าไปเก็บภาพห้องตัวอย่างมาอัพเดทกันครับ การเดินทาง พูดถึงเรื่องการเดินทางมายังโครงการ Noble เพลินจิต คงไม่มีวิธีไหนสะดวกไปกว่าการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS อีกแล้ว เพราะตัวสถานีเพลินจิตมีบันไดจ่ออยู่ถึงหน้าโครงการ แถมเมื่อโครงการแล้วเสร็จ Sky Walk ของตัวสถานีจะเชื่อมต่อเข้าไปยังโครงการด้วย ซึ่งสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตนี้ต้องบอกว่าเป็นสถานีที่มีเส้นทาง Sky Walk เชื่อมต่อครอบคลุมไปทั้งพื้นที่เลยทีเดียว เรียกว่าไม่ต้องเสียเวลาเดินลงจากสถานีไปเดินริมฟุตบาท หรือข้ามทางม้าลายตรงสี่แยกให้เสียเวลา หลายอาคารที่อยู่รอบๆ สถานีนี้มีสะพานเชื่อมต่อเข้าตัวอาคารเหมือนกันหมดครับ ไม่มีใครยอมน้อยหน้าใครเลย ดังนั้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเลยได้คะแนนด้านความสะดวกสบายไปเต็มๆ แถมยังรวดเร็วกำหนดเวลาได้ค่อนข้างแน่นอน ไม่ต้องปวดหัวกับปัญหารถติดด้วย เว้นแต่ช่วงเวลาเร่งด่วนที่ปริมาณคนโดยสารแน่นเกินไปหน่อยเท่านั้นเองครับ สถานีที่ใกล้ที่สุดก็ตามชื่อโครงการเลยครับ คือสถานีเพลินจิต ถ้ามาจากทางหมอชิต ออกจากรถไฟฟ้ามาแล้วก็จะเห็นโครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่เลยนะครับ แต่ถ้ามาจากทางอ่อนนุชก็จะเห็นตึกมหาทุนพลาซ่า ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกันโครงการ ลงมาแล้วจะมีป้ายบอกทางเยอะแยะเลยนะครับ เราตามป้ายทางออก 1, 2 ไปเลยนะครับ ทางออก 2 จะเป็นทางเชื่อมเข้าตึก Park Venture ทางที่เราจะขึ้นไปดูห้องตัวอย่างกันครับ ส่วนทางออก 1 จะเป็นบันไดลงไปฝั่งที่ตั้งโครงการ ถ้าโครงการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางออก 1 นี่แหละครับที่น่าจะเป็นทางเชื่อมเข้าโครงการ หากเดินตรงไปจะเป็น Sky Walk เชื่อไปยังตึก Wave Place และห้าง Central Embassy สำหรับการเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็ต้องบอกว่า สะดวกสบายตามสมควร เพราะทางโครงการเตรียมเส้นทางเข้าออกไว้ให้หลายทาง ทั้งทางด้านหน้าจากฝั่งถนนเพลินจิต ทางด้านหลังโครงการซึ่งอยู่ในซอยนายเลิศ และทางฝั่งถนนวิทยุที่ใช้ทางเชื่อมกับพื้นที่จอดรถของอาคาร Wave Place (Home Pro) นั่นเอง แต่ติดปัญหาที่ถนนเพลินจิตมีเกาะกลางกั้นยาวตลอดทั้งเส้น แถมยังไม่มีจุดกลับรถอีก ถ้าขับมาผิดฝั่งก็ต้องเลยตามเลย แล้วค่อยหาทางกลับมาที่โครงการกันอีกรอบ ไหนจะถนนวิทยุที่หาที่กลับรถยากอีก ข้อจำกัดในการขับรถมายังโครงการจึงเพิ่มเงื่อนไขมากขึ้น ถ้าจะให้ดีต้องศึกษาทางหนีทีไล่ของเส้นทางรอบๆ บริเวณนี้ให้ดีครับ เพราะมีซอยเล็กซอยน้อยเป็นตัวช่วยได้เยอะพอสมควร แผนที่แสดงให้เห็นทางเข้า-ออกโครงการที่มีทั้งหมด 3 ทาง ซึ่งทางเข้า-ออกหลักจะเป็นหมายเลข 1 ด้านที่ติดกันถนนเพลินจิต ทางที่ 2 จะเป็นฝั่งซอยนายเลิศ ส่วนทางที่ 3 จะเป็นฝั่งถนนวิทยุ ผ่านตึก Wave Place ก่อนเข้าโครงการ ทีนี้มาดูเส้นทางการเดินทางโดยรถยนต์กันบ้าง จากถนนสาทรสามารถใช้เส้นทางถนนวิทยุมาถึงแยกเพลินจิตได้เลย แล้วค่อยไปเลี้ยวเข้าตึก Wave Place หรือซอยนายเลิศก็ได้ ส่วนถ้ามาจากฝั่งสุขุมวิทก็ตรงมาเข้าถนนเพลินจิตได้เลย แต่จำไว้นิดนึงนะครับว่า ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนเพลินจิตฝั่งเหนือ จึงต้องเบี่ยงรถมาอีกฟากของถนน ถ้าขับเพลินๆ ชิดซ้ายมาทางด้านฝั่งเพลินจิตใต้ก็คงต้องเลยยาวกันไป แล้วค่อยกลับตัวว่าจะเข้าซอยหลังสวนแล้วกลับมาทางถนนวิทยุ หรือจะเลยยาวไปถึงแยกราชประสงค์ดี เช่นเดียวกันกับด้านลงทางด่วนนะครับ ให้ลงฝั่งเพลินจิตเหนือ จะได้เลี้ยวเข้าโครงการได้ง่ายหน่อย ส่วนด้านขาขึ้นทางด่วน ก็มีด่านเก็บเงินอยู่ใกล้ๆ กับทางโครงการเลย จะออกนอกเมืองหรือข้ามไปฝั่งอื่นๆ ของกรุงเทพฯก็สะดวกครับ เลี้ยวออกจากโครงการมาไม่เกิน 300 เมตรเท่านั้น โดยภาพรวมแล้วการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็จัดว่าไม่แย่นะครับ ถนนบริเวณหน้าโครงการวิ่งสวนเลนมาจากทางแยกราชประสงค์ได้หนึ่งเลน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องปัญหารถติดก็ยังคงหนักหน่วงเอาเรื่องสำหรับย่านนี้ ต้องเป็นนอกช่วงเวลาเร่งด่วนเท่านั้นที่การจารจรยังลื่นไหลมากหน่อย แต่ถ้าช่วงเช้า-เย็นนี่สิรถจะติดหนักหนาเอาการเลย ซึ่งปัญหานี้ก็หลีกเลี่ยงกันยากหน่อย ยังไงชีวิตคนเมืองก็หนีไม่พ้นปัญหารถติดอยู่แล้วล่ะครับ เริ่มจากทางลงทางด่วนเลยนะครับ ให้เราชิดซ้ายเพื่อที่จะลงเพลินจิตฝั่งเหนือ ลงทางด่วนมาแล้วให้ชิดขวาไว้นะครับ เพื่อรอที่จะเลี้ยวขวาไปทางถนนวิทยุ ถ้าเลี้ยวซ้ายไปจะเข้าถนนสุขุมวิทไปทางนานา อโศก เลี้ยวขวามานิดเดียวจะเห็นทางขึ้นทางด่วนตรงนี้แหละครับ ที่ลูกบ้านโนเบิล เพลินจิต อาจจะได้ใช้ประจำ เลยจากจุดขึ้นทางด่วนมาจะเจอสถานี BTS เพลินจิต ก็ใกล้ถึงโครงการแล้วครับ จากนั้นก็ถึงโครงการแล้วครับ แต่ตอนนี้ยังเข้าไม่ได้นะครับ เค้ากำลังก่อสร้างอยู่ ^_^ ส่วนการเดินทางไปที่สำนักงานขายที่ตึก Park Venture ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ ต้องมาลงทางด่วนอีกฝั่งนึงคือฝั่งเพลินจิตใต้นะครับ เริ่มจากทางลงทางด่วนเพลินจิตนะครับ ให้ชิดขวาไว้เพื่อที่จะตรงไปลงเพลินจิตฝั่งใต้ เบี่ยงออกทางขวา ตามป้ายเพลินจิตใต้ไปเลยครับ มองไปทางด้านขวามือก็จะเห็นตึกสูงๆ ที่กำลังก่อสร้างอยู่ นั่นคือโครงการ Noble เพลินจิต นี่แหละครับ ลงสะพานมาแล้วขับชิดซ้ายยาวๆ เลยนะครับ จะเจอทางออกด้านซ้ายมือ ให้เรากลับรถไปทางถนนเพลินจิต กลับรถมาแล้วจะเป็นถนน 2 เลน เลียบทางด่วนย้อนกลับไปทางเพลินจิตครับ ออกมาถึงถนนเพลินจิตแล้วก็เลี้ยวซ้ายเลยครับ เลี้ยวซ้ายมานิดเดียวก็เจอ BTS สถานีเพลินจิตแล้วครับ จะผ่านตึกมหาทุนพลาซ่าที่อยู่ติดกับ BTS จากนั้นก็จะเจอตึก Park Venture แล้วล่ะครับ นอกเหนือจากนี้ การเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ก็เห็นจะมีแต่พี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างนี่แหละครับที่น่าจะเป็นที่พึ่งพาได้ดี ยิ่งถ้ารีบๆ นี่คงต้องใช้บริการกันซักหน่อย ซึ่งหน้าโครงการก็มีวินมอเตอร์ไซค์อยู่แล้วด้วย ออกมาจากโครงการก็โดดขึ้นรถได้เลย แต่ถ้าไม่ถนัดกับรถสองล้อ จากหน้าโครงการก็สามารถหาเรียกรถตุ๊กตุ๊ก สามล้อ หรือรถแท็กซี่ได้ง่ายไม่แพ้กัน รวมถึงรถเมล์ก็เช่นกันครับ เอาไว้เป็นทางเลือกในการเดินทางสำหรับวันที่ไม่อยากขับรถ วิเคราะห์ทำเลรอบโครงการ ปัจจุบันโครงการ Noble  เพลินจิต อยู่ในระหว่างก่อสร้าง ซึ่งคืบหน้าไปได้มากแล้ว ถ้าใครมีโอกาสผ่านไปผ่านมาบริเวณแยกเพลินจิต ก็คงจะได้เห็นภาพตึกที่กำลังก่อสร้างสูงมากกว่า 40 ชั้นแล้วในตอนนี้ แน่นอนว่าโครงการฮ็อตฮิตระดับนี้ก็ย่อมได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก เท่าที่รู้มาก็เห็นว่าห้องส่วนใหญ่ก็ถูกจับจองกันไปเยอะแล้ว ถ้าใครที่สนใจก็ลองแวะเข้าไปชมห้องตัวอย่างกันได้ที่สำนักงานขาย ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 16 ของอาคาร Park Ventures ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นเอง ทีนี้เรามาดูรอบตัวโครงการกันก่อนดีกว่า ซึ่งแน่นอนว่าบริเวณนี้มี Landmark สำคัญๆ อยู่หลายแห่งด้วยกัน ทั้ง Central Embassy, สถานฑูตอังกฤษ, โรงแรมปาร์คนายเลิศ, ตึกมหาทุน, เพลินจิตเซ็นเตอร์, โรงแรม Novotel และ โรงแรม The Okura Prestige อันนี้แค่บริเวณใกล้ๆ ตัวสถานีเพลินจิตแบบคร่าวๆ เท่านั้นนะครับ ยิ่งถ้าเลยไปทางแยกราชประสงค์ ก็ยังมีโรงแรมใหญ่ๆ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารหรูมีชื่อ และโรงเรียนเอกชนชื่อดัง ซึ่งแต่ละสถานที่ก็เป็นที่รู้จักกันดี เลยไม่ต้องสาธยายอะไรให้ยืดยาว เอาเป็นว่าศักยภาพเรื่องการอยู่อาศัยในย่านนี้เรียกว่าเพียบพร้อม ครบถ้วนในทุกๆ ด้าน สาธารณูปโภคต่างๆ ก็ครบครัน โรงเรียน โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ เอกชนล้วนแวดล้อมอยู่รอบตัวเลยทีเดียว สำหรับตัวโครงการ Noble เพลินจิต เป็นโครงการใหญ่ ประกอบไปด้วย 3 อาคารหลักซึ่งเป็นส่วนที่พักอาศัย และอีกหนึ่งอาคารทางด้านหน้าติดถนนเพลินจิตที่ทางโครงการจัดไว้เป็นศูนย์รวมร้านค้า ร้านอาหาร และเป็นจุดเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าด้วย ซึ่งในส่วนนี้ทางโครงการจะเป็นผู้ดูแลเอง จากโมเดลที่เราเห็นในสำนักงานขาย จะเห็นได้ว่าแต่ละอาคารก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป เริ่มตั้งแต่อาคาร A ซึ่งอยู่ทางด้านในสุดของโครงการ มีความสูงแค่ 14 ชั้น เป็นตึกที่เตี้ยที่สุดและแน่นอนว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกอาคารรอบๆ บังวิวซะมิดเลย แต่กลับได้เปรียบในเรื่องอยู่ใกล้กับพื้นที่ส่วนกลางมากที่สุด ถัดมาเป็นอาคาร B ที่อยู่ตรงกลาง สูง 51 ชั้น ตึกนี้จะวางตัวในแนวทิศเหนือใต้ เท่าที่รู้มาห้องพักส่วนใหญ่ในอาคารนี้จึงถูกจับจองไปอย่างรวดเร็ว เพราะไหนจะได้เรื่องวิวที่ดีกว่าอาคาร A และอยู่ในทิศทางที่ไม่ร้อนแดด จึงไม่น่าแปลกใจถ้าห้องฝั่งทิศใต้จะถูกจองเต็มก่อนเพื่อน ในขณะที่อาคาร C ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าโครงการ สูง 45 ชั้น กลับวางตัวในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก แน่นอนว่าอาจจะเสียเปรียบในเรื่องทิศทางห้องที่หันรับแดดแบบเต็มๆ แต่กลับได้เปรียบในเรื่องวิวมากกว่าเพราะถูกบังวิวน้อยกว่า และเดินเข้าจากทางหน้าโครงการใกล้กว่าด้วย ทางเชื่อมจากสถานี BTS เพลินจิต เข้าตัวโครงการที่ตึก D บนพื้นที่กว่า 9 ไร่ของโครงการ เราจะมีเพื่อนบ้านมากกว่า 1,400 ยูนิตเลยทีเดียว ถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะไม่ใช่เล่นเลยนะครับ พื้นที่ส่วนกลางหลักๆ แล้วจะอยู่ระหว่างอาคาร A และอาคาร​ B ซึ่งจะมีทั้ง สระว่ายน้ำ แยกสระเด็กกับจากุชชี่ไว้ต่างหาก ห้องออกกำลังกาย ห้องสตรีม สนามบาสเก็ตบอล และสวนหย่อม โดยพื้นที่สีเขียวนี่จะมีทั้งโซนด้านหน้า และสวนบนดาดฟ้าของอาคารด้วย คิดเป็นพื้นที่รวมก็ราวๆ 4 ไร่เห็นจะได้ ถ้าว่ากันตามตรงแล้วด้วยจำนวนยูนิตรวมมากกว่า 1,400 ยูนิต กับพื้นที่ส่วนกลางแค่นี้ ก็คงไม่น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานจริงซักเท่าไหร่ เช่นเดียวกับพื้นที่จอดรถของโครงการ ถึงแม้จะจัดมาให้มากถึง 70% แล้วก็ตาม แต่โครงการระดับนี้ที่ราคาค่าห้องทะลุ 10 ล้าน เรื่องที่จอดรถน่าจะต้องมีให้มากกว่านี้อีกหน่อย เพราะอย่างไรแล้วลูกบ้านแต่ละยูนิตก็น่าจะต้องมีรถส่วนตัวกันอยู่แล้ว เผลอๆ จะมีมากกว่ายูนิตละ 1 คันด้วยซ้ำไป ทีนี้ปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอก็อาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้เหมือนกันนะครับ จุดเด่นหนึ่งของโครงการ Noble เพลินจิต ก็คือการชูเรื่อง Private Elevator ได้ยินเพียงแค่นี้ ความรู้สึก Elegant และ Exclusive ก็ผุดขึ้นในมโนภาพทันที แน่นอนล่ะครับมีใครไม่ชอบความรู้สึกพิเศษของการมีลิฟท์ส่วนตัวมาจอดถึงหน้าประตูห้องบ้าง ซึ่งทางโครงการออกแบบมาให้ห้องพักทุกห้องมีโถงลิฟท์หน้าห้อง โดยในหนึ่งชั้นจึงมีสองห้องที่ใช้ลิฟท์ร่วมกันนั่นเอง แต่ในทางกลับกัน ด้วยความที่ถูกออกแบบมาให้ลิฟท์มีลักษณะการใช้งานแบบส่วนตัว ดังนั้นเราจึงไม่มีผู้ร่วมโดยสารลิฟท์ตัวเดียวกันแน่นอน ซึ่งถ้าหากขณะนั้นมีลูกบ้านห้องอื่นๆ ใช้งานลิฟท์อยู่ เราก็ต้องรอจนลิฟท์ไปส่งถึงจุดหมายก่อน ค่อยวิ่งกลับมารับลูกบ้านห้องถัดไป นอกจากลิฟท์ส่วนตัวแล้ว ทางโครงการก็จัดลิฟท์โดยสารส่วนกลางไว้สำหรับแต่ละตึกด้วยเช่นกัน อย่างน้อยก็น่าจะเอาไว้ใช้สำหรับโดยสารไปยังชั้นที่เป็นส่วนกลางได้นั่นเอง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นภาพรวมทั้งหมดของตัวโครงการที่เราเก็บข้อมูลมาจากการเยี่ยมชมในครั้งนี้ อาคาร A จะสูง 14 ชั้น เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนทั้งหมด ทุกห้องจะหันหน้าเข้าหาสระว่ายน้ำ โมเดลบริเวณสระว่ายน้ำที่อยู่ระหว่างตึก A กับตึก B อาคาร B จะเป็นอาคารที่สูงที่สุดคือ 51 ชั้น ห้องส่วนใหญ่หันไปทางทิศเหนือและใต้ โดยทิศเหนือวิวจะโล่ง ส่วนทิศใต้ส่วนใหญ่วิวจะติด Park Venture อาคาร C สูง 46 ชั้น ห้องส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ทิศตะวันตกจะหันไปทางตึก Wave Place ส่วนทิศตะวันออกจะหันไปด้านทางด่วน ฝั่งนี้ข้อดีคือไม่มีตึกสูงบังวิว แต่ข้อเสียก็คือตอนเช้าก็จะได้รับแดดเต็มๆ พาชมห้องตัวอย่าง มาถึงในส่วนของห้องตัวอย่างของ Noble เพลินจิตกันบ้าง อย่างที่บอกไปแล้วว่าทางโครงการมีการปรับปรุง ตกแต่งห้องตัวอย่างใหม่ทั้งหมด ซึ่งเราได้มีโอกาสเข้าไปเก็บภาพห้องใหม่มาให้ชมกันด้วย โดยห้องตัวอย่างที่ทางโครงการจัดมาในครั้งนี้จะเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน ซึ่งคอนเซปต์ยังคงเน้นความโมเดิร์น ดูโอ่โถงอยู่สบาย โดยเราขออธิบายภาพรวมของลักษณะห้องให้เห็นก่อนละกันครับ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย ค่อยตามไปดูในรูปประกอบอีกครั้งนะครับ เมื่อเราเปิดประตูห้องจากส่วนกลางเข้ามาจะเจอกับโถงลิฟท์ส่วนตัวก่อน ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้จะจัดแบ่งการใช้งานไว้ร่วมกับ ห้องเก็บคอมเพรสเซอร์แอร์ ตู้เก็บของ และชั้นเก็บรองเท้าที่ทางโครงการ Build-in มาให้เรียบร้อย หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมคอมเพรสเซอร์แอร์จึงเอามาแขวนไว้ด้านใน แทนที่จะเป็นด้านนอกตรงระเบียงเหมือนโครงการอื่นๆ ทั่วไป ซึ่งเราเองก็อดสงสัยไม่ได้เช่นกัน สอบถามกับพนักงานขายแล้วก็ได้ความว่า ทางโครงการเลือกใช้วิธีการระบายความร้อนด้วยน้ำเหมือนกับที่โรงแรมใหญ่ๆ เค้าใช้กัน ดังนั้นทั้งเรื่องความร้อนและเรื่องเสียงดังรบกวนจึงหมดห่วงกันไปได้ ด้านล่างของห้องเก็บคอมเพรสเซอร์ทางโครงการใช้เป็นที่วางเครื่องซักผ้าฝาหน้า แต่เวลาใช้งานจริงๆ อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ ถัดจากโถงลิฟท์เข้าไป จะมีประตูห้องอีกชั้น เปิดเข้าไปยังพื้นที่ห้องจริงๆ ซักที เข้ามาปุ๊ปก็จะเจอพื้นที่ครัว ซึ่งจัดการ Build-in ไว้ให้แล้วทั้งหมด และเห็นว่าปรับเปลี่ยนตรงส่วนของตู้เย็นให้ Build-in ซ่อนไว้หลังตู้ทั้งหมด ดูแล้วก็เป็นระเบียบเรียบร้อยดีทีเดียว ส่วนเครื่องครัวทั้งหมดจะได้ตามที่เห็นในห้องตัวอย่าง หรือเทียบเท่า ซึ่งก็ให้มาทั้งเตาไฟฟ้า ตัวดูดควัน และเตาไมโครเวฟ พร้อมใช้งานกันเลย ถัดเข้ามาก็จะเป็นส่วนของ Living Area และห้องนอน โดยทางโครงการมีให้เลือกระหว่างห้องแบบที่ใช้บานสไลด์กันห้องนอน กับห้องที่กันห้องนอนแยกไว้เป็นสัดเป็นส่วนชัดเจน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะถูกใจห้องแบบไหนมากกว่ากัน แต่โดยภาพรวมแล้ว ห้องสองแบบนี้ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่ให้ความรู้สึกในการอยู่อาศัยที่ต่างกันออกไปเท่านั้นเอง ฝ้าเพดานภายในห้องสูงเกือบ 2.7 เมตรนะครับ ทุกห้องเป็นแอร์แบบฝังฝ้าเพดาน อะไรที่เราเห็นในห้องตัวอย่างแบบใหม่นี้ มันจะเป็นสิ่งที่เราจะได้มาพร้อมห้องทั้งหมดนะครับ ทางโครงการมีการปรับโปรโมชั่นใหม่ จัดกันมาอย่างจุใจ โดยจะขายกันมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ตกแต่งเสร็จพร้อมเข้าอยู่ โต๊ะ ตู้ เตียง เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าเป๊ะทุกชิ้น ขาดแค่ของตกแต่งห้องสวยๆ งาม แล้วก็ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวแค่นั้นเอง เรามาดูแบบแรกกันก่อนนะครับ จะเป็นห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 46.80 ตารางเมตร ลิฟท์ส่วนตัวของแต่ละห้องจะเปิดได้ 2 ด้านนะครับ เท่ากับว่าลิฟท์ 1 ตัวจะใช้ร่วมกัน 2 ห้องในแนวราบ ออกจากลิฟท์มาจะมีโถงเล็กๆ โถงตรงนี้จะเป็นสำหรับวางเครื่องซักผ้า แต่ต้องใช้แบบฝาหน้านะครับ ส่วนด้านบนจะเป็นจุดวางคอมเพรสเซอร์แอร์ ถัดมาจะเป็นตู้ 2 ตอน ด้านล่างจะเป็นตู้เก็บรองเท้า ออกจากลิฟท์มาก็ถอดรองเท้าเก็บใส่ตู้ได้เลย ด้านบนจะเป็นตู้เก็บของทั่วไป คราวนี้เราเข้าไปดูด้านในกันต่อเลยดีกว่า เข้ามาในห้องก็จะเป็นส่วนของครัว และโต๊ะทานอาหารก่อนเลยครับ เคาน์เตอร์ครัวขนาดจะกระทัดรัดประมาณนี้นะครับ ซิงค์ล้างจานแบบฝังของ Mex เตาไฟฟ้า 2 หัวของ smeg มาพร้อมฮูดดูดควันยี่ห้อเดียวกัน โต๊ะทานอาหารจะมีที่นั่งทั้งแบบยาวติดกับผนังและเก้าอีกแยกอีกต่างหาก ข้างๆ กับเคาน์เตอร์ครัวจะมีตู้เก็บของเล็กๆ Built in ไว้ติดกับผนัง ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นส่วนของห้องนอน ระหว่างห้องนอนกับห้องครัวจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ภายในห้องนอนเหมือนจะรวมห้องนั่งเล่นไว้ด้วยนะครับ เพราะพื้นที่ปลายเตียงจะวางทีวีและโซฟาไว้ด้วย แต่ระยะห่างค่อนข้างจะแคบไปสักหน่อย ถ้าจะวางทีวีจอใหญ่ๆ คงต้องนั่งดูอยู่บนที่นอนถึงจะได้ระยะครับ ถ้านั่งที่โซฟาอาจจะใกล้เกินไป โซฟาที่ได้จะประมาณนี้ครับ เป็นโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง ชั้นวางทีวีเล็กๆ แต่ถ้าใช้ทีวีแบบแขวนผนังจะได้พื้นที่วางของเพิ่มขึ้นอีก ขยับขึ้นมาดูที่เตียงนอน สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ตามใจชอบเลยครับ แต่ถ้าวางเตียง 5 ฟุต จะดูไม่อึดอัดเท่าไหร่ มีพื้นที่ข้างเตียงเหลือให้วางโต๊ะข้างหรือโคมไฟได้อีก แอร์จะเป็นแบบฝังฝ้านะครับ หันเข้าหาเตียงแบบนี้ ห้องน้ำจะอยู่ข้างๆ เตียงแบบนี้เลย การจัดวางสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำก็ประมาณนี้ครับ กระจกส่องหน้าจะได้บานยาวเต็มพื้นที่คู่กับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ที่กระจกส่องหน้าทั้ง 2 ฝั่งสามารถเปิดได้แบบนี้นะครับ จะเป็นช่องไว้สำหรับเก็บของเล็กๆ อยู่ทั้ง 2 ด้าน อ่างล้างหน้าจะใช้ของ Kohler จะเป็นเคาน์เตอร์ยาว ทำให้มีที่วางของได้เยอะดีครับ ใต้อ่างล้างหน้ามีช่องเก็บของให้อีกต่างหาก โถสุขภัณฑ์จะวางอยู่ข้างเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ใช้สุขภัณฑ์ของ Kohler เหมือนกันครับ อีกด้านจะเป็นตู้เสื้อผ้า Built in ฝังผนังอยู่ในห้องน้ำให้เลยนะครับ ตู้จะเป็นบานเปิดแบบนี้นะครับ จะได้ 2 ตู้ ด้านในสุดของห้องน้ำจะเป็น Shower Box กั้นด้วยกระจกเทมเปอร์ ชุดฝักบัว จะมี Rain Shower ให้ด้วย ขนาดของ Shower Box อาจจะพอดีตัวอยู่สักหน่อยนะครับ แต่ก็ไม่ถือว่าเล็กจนดูอึดอัด ออกมาดูที่อีกฝั่งของเตียง จะเป็นระเบียงที่ยาวตลอดแนวของห้อง ระเบียงจะใช้ประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน สำหรับเปิดปิด จะเป็นออกจะเป็น 3 บล็อคนะครับ เราออกมาดูด้านนอก ขนาดของระเบียงจะเป็นระเบียงเล็กๆ แบบนี้นะครับ อาจจะใช้งานได้ไม่เต็มที่สักเท่าไหร่ ระเบียงจะถูกกั้นด้วยแผงคอนกรีตแบบนี้นะครับ เพื่อความสวยงามของโครงสร้างด้านนอก ส่วนอีกห้องจะเป็นแบบ 1 ห้องนอนเหมือนกันครับ แต่ขนาดจะใหญ่ขึ้นมาหน่อยประมาณ 58 ตารางเมตร หน้าตาภายใน Private Lift ของแต่ล่ะห้อง จะมีประตูเข้าออก 2 ด้าน ใช้ร่วมกัน 2 ห้อง ออกมาจากลิฟท์แล้วก็จะเจอโถงเล็กๆ เหมือนห้องก่อนหน้านี้นะครับ มีตู้เก็บเครื่องซักผ้าและคอมเพรสเซอร์แอร์ เหมือนกัน ข้างๆ กันก็เป็นตู้เก็บของ เก็บรองเท้า เข้ามาดูในห้องกันต่อเลยครับ เข้ามาแล้วจะเจอส่วนของครัวก่อนเลยครับ ข้างๆ เคาน์เตอร์ครัวจะมีตู้เย็น Built in ฝังผนังไว้ให้ด้วยนะครับ ด้านบนเป็นตู้ลอยเก็บของ เตาไฟฟ้าเซรามิค 2 หัว ของ smeg ฮูดดูดควันก็ของ smeg เหมือนกันนะครับ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูด้วย ^_^ ใต้ซิ้งค์ล้างจานจะตู้เก็บของและถังขยะเล็กๆ ถัดมาจะเป็นลิ้นชัก 3 ชั้น สำหรับเก็บจาน ชาม ช้อน ส้อม ช่องวางไมโครเวฟจะอยู่ติดกับลิ้นชัก ฝั่งตรงข้ามกับส่วนครัวจะเป็นมุมโต๊ะทานอาหาร ขนาด 4 ท่าน ที่ผนัง Built in เป็นตู้โชว์ ทำให้ดูโปร่งขึ้นเยอะเลยครับ ต่อจากโต๊ะทานอาหาร เดี๋ยวเราไปดูที่ Living Area กันต่อ ส่วน Living Area ที่มีพื้นที่กว้างขวางกว่าห้องเมื่อกี้พอสมควร ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาจึงได้ระยะมากขึ้น สามารถวางทีวีจอใหญ่ได้ตามใจเลยครับ สามารถวางโซฟาตัวยาว และเก้าอี้ อาร์มแชร์อีก 2 ตัวได้สบายๆ ส่วนชั้นวางทีวี Built in มาให้พร้อมกับตู้โชว์ ระเบียงเล็กๆ อยู่ติดกับส่วน Living Area ระเบียงจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ที่ระเบียงจะดรอปพื้นลงมาอีกนิดหน่อยนะครับ ขยับเข้ามาดูกันต่อที่ห้องนอน ห้องนอนสามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้ตามใจชอบเลยครับ ปลายเตียง Built in เป็นชั้นวางทีวี พร้อมกับตู้บานโปร่งแสง ภายในห้องนอนก็จะมีระเบียงเล็กๆ ให้อีก 2 ช่อง ส่วนอีกด้านของห้องนอนจะเป็นห้องน้ำ ที่หน้าห้องน้ำจะมีตู้เสื้อผ้าให้ก่อน 1 ตู้ การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะคล้ายๆ กับห้อง Type แรกเลยนะครับ เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแนวยาว ตัวท็อปเป็นหินแกรนิต ตู้เก็บของใต้อ่างล่างหน้า ที่กระจกส่องหน้ามีตู้เก็บของเล็กๆ ซ่อนอยู่เหมือนกัน ฝั่งตรงข้ามจะมีตู้เสื้อผ้าให้อีก 1 ตู้ Shower Box จะอยู่ติดกับตู้เสื้อผ้า ใน Shower Box จะดรอปพื้นลงมานิดหน่อยนะครับ เพื่อไม่ให้น้ำไหลออกไปส่วนอื่น ชุดฝักบัวและ Rain Shower ส่วนโถสุขภัณฑ์จะหลบเข้ามาอยู่ด้านในต่อจาก Shower Box ว่ากันมาด้วยเรื่องจุดเด่นของห้องแล้วก็ขอเอ่ยถึงข้อด้อยเล็กๆ น้อยๆที่สะดุดความรู้สึกเราซักหน่อยดีกว่า ซึ่งก็คือ “ระเบียง” ในแต่ละห้องทางโครงการมีระเบียงมาให้นะครับ แต่พื้นที่ระเบียงกว้างแค่ 60 เซนติเมตรเท่านั้น แถมยังไม่สามารถเปิดได้เต็มหน้ากว้างห้องอีก เนื่องจากติดที่โครงสร้างของตัวอาคารที่เป็นโครงเหล็กจากด้านนอก ทำให้ระเบียงที่ได้มาทั้งเล็กและแคบ อาจจะใช้งานลำบากหน่อยไม่ว่าจะตากผ้า หรือปลูกต้นไม้ก็มีพื้นที่จำกัดมากครับ แต่ถ้าจะออกไปยืนชมวิว รับลมเย็นๆ ก็พอไหวอยู่นะ ถ้าบ้านไหนต้องซักผ้าทีละเยอะๆ อาจจะมีปัญหาเรื่องพื้นที่ในการตากผ้ากันหน่อย ซึ่งก็พอจะแก้ไขได้ด้วยการซื้อเครื่องอบผ้ามาใช้อีกซักตัว หรือส่งเสื้อผ้าไปร้านซักรีดเลยก็สะดวกดีนะครับ นอกเหนือจากนี้ในส่วนอื่นๆ ก็ถือว่าออกแบบมาได้ดีทีเดียวเลย ส่วนใครจะถูกใจห้องแบบไหนมากกว่ากัน หรืออยากได้ห้องใหญ่ที่เป็นแบบห้อง combine ก็ลองเข้าไปเยี่ยมชมที่สำนักงานขายกันดูครับ ยังไงซะสิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็น การได้เห็นห้องด้วยตาตัวเองก็ย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ จริงมั้ยครับ
RHYTHM สุขุมวิท 44/1 : รีวิวคอนโด

RHYTHM สุขุมวิท 44/1 : รีวิวคอนโด

โครงการ: RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 4,800,000 บาท บาท/ตารางเมตร 136,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด จุดเด่น คอนโด High Rise สูง 34 ชั้น จาก AP ใกล้ BTS พระโขนง จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ที่ตั้ง: RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 3 – 0 – 75 ไร่ ที่ตั้ง ถนนสุขุมวิท 44/1 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.715393,100.590497 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS พระโขนง สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS พระโขนง Gateway เอกมัย Major เอกมัย Tesco Lotus Big C มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ลักษณะโครงการ: RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedroom Duplex (1 Bedroom ) ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom 35.20 – 55.20 ตารางเมตร 2 Bedroom 50.70 – 52.20 ตารางเมตร Duplex (1 Bedroom ) 55.20 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนห้อง 486 ยูนิต ส่วนกลาง: RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 270 คันในช่องจอด หรือ 55.55 % ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 45 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่า ที่นั่ง+ลานโยคะ บนดาดฟ้า สวนส่วนกลาง ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด ตลอด 24 ชั่วโมง   เพิ่มเติม: RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.apthai.com/ ข้อมูล ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557
dcondo สาธุประดิษฐ์ 49 : รีวิวคอนโด

dcondo สาธุประดิษฐ์ 49 : รีวิวคอนโด

โครงการ: dcondo สาธุประดิษฐ์ 49 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 1,890,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 65,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร จากแสนสิริ ใกล้เซ็นทรัล พระราม 3 จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ ที่ตั้ง: dcondo สาธุประดิษฐ์ 49 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 4-2-0 ไร่ ที่ตั้ง แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.683596,100.537662 ระบบขนส่งสาธารณะ - สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัล พระราม 3 Tesco Lotus นราธิวาศ Makro นราธิวาศ โรงเรียนนนทรีวิทยา โรงเรียนพระแม่มารีสาธุประดิษฐ์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ สถานีดับเพลิงบางโพงพาง ลักษณะโครงการ: dcondo สาธุประดิษฐ์ 49 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี Studio ขนาดห้องที่มี Studio ขนาด 29.70 ตารางเมตร จำนวนตึก 2 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 396 ยูนิต ส่วนกลาง: dcondo สาธุประดิษฐ์ 49 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 141 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 35% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 45 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ฟิตเนส ระบบ Key Card Access พื้นที่สีเขียวรอบโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด ตลอด 24 ชั่วโมง   เพิ่มเติม: dcondo สาธุประดิษฐ์ 49 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1685 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.sansiri.com/condominium/dcondo_sathu_pradit49/th/index.aspx ข้อมูล ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
Lumpini Ville อ่อนนุช 46 : รีวิวคอนโด

Lumpini Ville อ่อนนุช 46 : รีวิวคอนโด

โครงการ: Lumpini Ville อ่อนนุช 46 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 888,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 40,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 7 อาคาร จาก LPN ในซอยอ่อนนุช 46 ใกล้ BTS อ่อนนุช จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2557 ที่ตั้ง: Lumpini Ville อ่อนนุช 46 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 13 ไร่เศษ ที่ตั้ง ซอยอ่อนนุช 46 ถนนสุขุมวิท 77 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.707505,100.634607 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS อ่อนนุช สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS สถานีอ่อนนุช Pickadaily Bangkok Big C Tesco Lotus People Park ลักษณะโครงการ: Lumpini Ville อ่อนนุช 46 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom ขนาด 22.5 ตร.ม. 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. 1 Bedroom ขนาด 30.5 ตร.ม. จำนวนตึก 7 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 1,450 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต ส่วนกลาง: Lumpini Ville อ่อนนุช 46 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด 480 คัน (รวมจอดซ้อนคันแบบ L.P.N) ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 30 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 300 บาท สาธารณูปโภค ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ที่อาคาร A2 และ D สวนหย่อมระหว่างอาคาร ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: Lumpini Ville อ่อนนุช 46 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-689-6888, 02-320-3477 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.lpn.co.th/condominium/index.php/lumpini/home/LV-ON46 ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2557
NOBLE RE:D : รีวิวคอนโด

NOBLE RE:D : รีวิวคอนโด

โครงการ: NOBLE RE:D (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้นประมาณ 6,100,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 135,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด High Rise สูง 23 ชั้น จาก Noble Development ใกล้รถไฟฟ้า BTS อารีย์ จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่ ที่ตั้ง: NOBLE RE:D (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 1 - 3 - 48 ไร่ ที่ตั้ง ซอยอารีย์ 1 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.780238,100.54375 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS อารีย์ สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS สถานีอารีย์ La Villa อารีย์ บิ๊กซี สะพานควาย สวนจตุจักร เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ลักษณะโครงการ: NOBLE RE:D (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี Studio 1 Bedroom 2 Bedrooms ขนาดห้องที่มี Studio ขนาด 32 ตารางเมตร 1 Bedroom ขนาด 34 – 57 ตารางเมตร 2 Bedrooms ขนาด 66 – 69 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 23 ชั้น จำนวนห้อง 272 ยูนิต ส่วนกลาง: NOBLE RE:D (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด 164 คัน คิดเป็น 60% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 50 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 600 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ ที่ชั้น 5 ห้องออกกำลังกาย ที่ชั้น 5 สวนหย่อมรอบโครงการ และบนดาดฟ้า ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว อัตราส่วนลิฟท์โดยสาร 1:136 Service Lift 1 ตัว ที่จอดรถในช่องจอดไม่นับจอดซ้อนคัน 164 คัน คิดเป็น 60% ระบบ CCTV / Access Card / Proxy Lift   เพิ่มเติม: NOBLE RE:D (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-251-9955 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.noblehome.com/condominium/red/th/home ข้อมูล ณ วันที่
The Tree Bang Po Station : รีวิวคอนโด

The Tree Bang Po Station : รีวิวคอนโด

โครงการ: The Tree Bang Po Station (PREVIEW)   ราคา ประมาณ 1,490,000 บาท (ราคา ณ วันเปิดตัว) บาท/ตารางเมตร ประมาณ 50,000 บาท (ราคา ณ วันเปิดตัว) เจ้าของโครงการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด High Rise สูง 31 ชั้น บนถนนประชาราษฎร์ สาย 1 จากพฤกษา ใกล้รถไฟฟ้าบางโพ จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2556 ที่ตั้ง: The Tree Bang Po Station (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 3 - 3 - 40 ไร่ ที่ตั้ง ถนนประชาราษฎร์สาย1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.808222,100.522088 ระบบขนส่งสาธารณะ MRT บางโพ สถานที่สำคัญใกล้เคียง รถไฟฟ้า MRT สถานีบางโพ เทสโก้ โลตัส ประชาชื่น โรงพยาบาลบางโพ บิ๊กซี วงศ์สว่าง ลักษณะโครงการ: The Tree Bang Po Station (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี Studio 2 Bedroom ขนาดห้องที่มี Studio ขนาด 29.50 ตร.ม. 2 Bedroom ขนาด 58.50 ตร.ม. จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น + ชั้น Sky Lounge จำนวนห้อง 700 ยูนิต ส่วนกลาง: The Tree Bang Po Station (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ที่จอดรถ 285 คัน คิดเป็น 40% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 27 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค Lobby สระว่ายน้ำ 12×25 เมตร ลึก 1.20 เมตร ระบบเกลือ ห้องออกกำลังกาย สวนหย่อมรอบโครงการ Sky Lounge Meeting Room Shop ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์ 234:1 Service Lift 1 ตัว ที่จอดรถ 285 คัน คิดเป็น 40% ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: The Tree Bang Po Station (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1739 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.thetreecondo.com/bangpo/index.php ข้อมูล ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2556
Notting Hill Condominium : รีวิวคอนโด

Notting Hill Condominium : รีวิวคอนโด

โครงการ: Notting Hill Condominium (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 1,720,000 บาท บาท/ตารางเมตร 65,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัม ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จุดเด่น คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ใกล้ BTS แบริ่ง จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ - ที่ตั้ง: Notting Hill Condominium (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด 0-3-83 ไร่ ที่ตั้ง ซอยแบริ่ง 1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พิกัดโครงการ 13.658404,100.606181 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS แบริ่ง สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS แบริ่ง BITEC บางนา เซ็นทรัล บางนา Big C ลักษณะโครงการ: Notting Hill Condominium (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน ขนาดห้องที่มี ขนาด 26.23 – 57.48 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 157 ยูนิต ส่วนกลาง: Notting Hill Condominium (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 30% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 32 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 350 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 5 x 15 ม. ห้องออกกำลังกาย พื้นที่ต้อนรับ ที่นั่งเล่น สวนรอบบนดาดฟ้าพร้อมพื้นที่นั่งเล่น ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ระบบ CCTV / Access Card Shutter Service รับส่งลูกบ้าน   เพิ่มเติม: Notting Hill Condominium (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-744-4270 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://nottinghillcondo.origin.co.th/home/ ข้อมูล ณ วันที่ 17 มกราคม 2557
O2 Condo Ploenchit : รีวิวคอนโด

O2 Condo Ploenchit : รีวิวคอนโด

โครงการ: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น ประมาณ 7,000,000 บาท บาท/ตารางเมตร เริ่มต้นประมาณ 140,000 บาท เจ้าของโครงการ Ocean Property Company Limited จุดเด่น คอนโดหรูใจกลางเมือง ใกล้แหล่งธุรกิจ และรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2555 ที่ตั้ง: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด 0-2-89 ไร่ ที่ตั้ง ซอยนายเลิศ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.745091,100.549402 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS เพลินจิต สถานที่สำคัญใกล้เคียง Central Embassy Central ชิดลม Central World สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ สถานฑูตอังกฤษ สถานฑูตสหรัฐ อเมริกา อาคาร Park Ventures อาคารมหาทุน พลาซ่า โรงแรม Novotel เพลินจิต ลักษณะโครงการ: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedrooms ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom 50 – 60 ตารางเมตร 2 Bedrooms 98 – 100 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 7 ชั้น จำนวนห้อง 48 ยูนิต ส่วนกลาง: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 36 คันในช่องจอด หรือประมาณ 75% ไม่รวมซ้อนคัน ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 55 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) ุ600 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ บนชั้นดาดฟ้า สมาชิก Fitness ของโรงแรม Novotel เพลินจิต ฟรี 2 ปี ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 24 : 1 (รวม Service Lift แล้ว) ที่จอดรถประมาณ 36 คันในช่องจอด ที่จอดรถใต้ดิน 2 ชั้น (ประมาณ 75%) Shuttle Service รับส่ง BTS เพลินจิต ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-655-2511 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.o2condo.com/index.php ข้อมูล ณ วันที่ 22 มกราคม 2557
Smart Condo พระราม 2 : รีวิวคอนโด

Smart Condo พระราม 2 : รีวิวคอนโด

โครงการ: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 999,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 40,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น – จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่ ที่ตั้ง: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด 22 - 0 - 98 ไร่ ที่ตั้ง ซอยรักสินพงษ์ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.658446,100.428186 ระบบขนส่งสาธารณะ - สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัล พระราม 2 บิ๊กซี พระราม 2 เทสโก้ โลตัส ตลาดเอกชัย โรงพยาบาลบางมด ลักษณะโครงการ: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี สตูดิโอ 1 ห้องนอน ขนาดห้องที่มี สตูดิโอ ขนาด 24.30 ตร.ม. 1 ห้องนอน ขนาด 28.5 ตร.ม. จำนวนตึก 8 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 2,062 ยูนิต ส่วนกลาง: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 657 คันคิดเป็น 32.33% รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 37% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 20 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 200 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ 3 สระ ระบบคลอรีน สระเด็กขนาด 3.8 x 8 เมตร ลึก 0.6 เมตร สระผู้ใหญ่ 2 สระขนาด 11 x 18 เมตรลึก 1.2 เมตรและขนาด 8 x 17 เมตรลึก 1.5 เมตร ห้องออกกำลังกาย 1 ห้องขนาดใหญ่ มีเครื่องเล่นประมาณ 10 เครื่องและโต๊ะปิงปอง 2 โต๊ะ สวนหย่อมรอบโครงการและระหว่างอาคาร ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 127 : 1 อัตราส่วนลิฟท์ตึก A, B 112:1 อัตราส่วนลิฟท์ตึก C-G 128:1 อัตราส่วนลิฟท์ตึก H 152:1 Service Lift ไม่มี ที่จอดรถ 657 คัน รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 37% ระบบ CCTV 3 จุดต่อชั้นในอาคารพักอาศัย, Club House และ อาคารจอดรถ Access Card   เพิ่มเติม: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1753 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.prinsiri.com/th/smart/index.php?sec_id=0 ข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2557
Chambers รามอินทรา : รีวิวคอนโด

Chambers รามอินทรา : รีวิวคอนโด

โครงการ: Chambers รามอินทรา (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 2,290,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 54,000 บาท เจ้าของโครงการ SC Asset Public Company Limited จุดเด่น – จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ - ที่ตั้ง: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 4 ไร่ ที่ตั้ง ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนานาว กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.820474,100.662875 ระบบขนส่งสาธารณะ - สถานที่สำคัญใกล้เคียง เดอะ พรอมานาด ช้อปปิ้งมอลล์ ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ อมอรินี่ ช้อปปิ้งมอลล์ เดอะ คริสตัล พาร์ค CDC เฟสติวัล วอล์ค ร้านอาหารช็อคโกแลตวิลล์ โรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล นวมินทร์ โรงเรียนเลิศหล้า โรงเรียนบดินทรเดชา2 โรงเรียนสาธิตพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ลักษณะโครงการ: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedrooms 3 Bedrooms ขนาดห้องที่มี พื้นที่ใช้สอย ขนาด 45-96 ตารางเมตร จำนวนตึก 3 อาคาร จำนวนชั้น 7 ชั้น จำนวนห้อง 152 ยูนิต ส่วนกลาง: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 152 คัน คิดเป็น 100% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 50 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 550 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำยาว 30 เมตร กว้าง 4 เมตร ระบบเกลือ ที่ตึก B ห้องออกกำลังกาย สวนหย่อมรอบโครงการ ลิฟท์โดยสาร 1 ตัวสำหรับอาคาร A และ C / 2 ตัวสำหรับอาคาร B อัตราส่วน 36:1 และ 40:1 ตามลำดับ ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1749 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.scasset.com/House/Chambers-Ramintra ข้อมูล ณ วันที่ 6 มีนาคม 2555
The Peace ลาดพร้าว 15 : รีวิวคอนโด

The Peace ลาดพร้าว 15 : รีวิวคอนโด

The Peace เป็นโครงการคอนโด Low Rise ในซอยลาดพร้าว 15 เกาะแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน ว่ากันตามจริงแล้วตัวโครงการก็ไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟฟ้าเลย วัดระยะทางกันคร่าวๆ จากตัวสถานีถึงที่ตั้งโครงการได้ระยะทาง 1 กิโลเมตร เกินระยะเดินสบายๆ และในซอยก็ไม่ชวนให้น่าเดินอีก จึงต้องพึ่งพามอเตอร์ไซค์อย่างเลี่ยงไม่ได้ สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัวคงลำบากหน่อย แต่ถึงจะมีรถส่วนตัวก็ไม่ได้หมายความว่าจะเดินทางได้สะดวกไร้กังวลนะครับ เพราะถ้าไม่ชำนาญเส้นทางต้องมีขับรถหลงกันคนละหลายรอบแน่ๆ ด้วยถนนหนทางในซอยที่เชื่อมต่อถึงกัน และสามารถลัดเลาะออกได้หลายทางทั้งถนนรัชดาแถวๆ ศาลแพ่ง หรือออกซอยใกล้ๆ แยกรัชโยธิน หรือจะลัดไปออกลาดพร้าวซอย 1 และถนนพหลโยธินก็ยังได้ ถ้ามาอยู่อาศัยจริงคงต้องอาศัยเวลาศึกษาเส้นทางกันพอสมควรเลยทีเดียว เอาแค่หาซอยลาดพร้าว 15 แยก 7 ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการให้เจอก่อนจะหลงน่าจะดีกว่า The Peace เป็นโครงการที่สร้างเสร็จแล้วพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที ขนาดห้องแบบ 1ห้องนอนเริ่มต้นที่ 37 ตร.ม.ไปจนถึงขนาด 67 ตร.ม. ส่วนแบบ 2 ห้องนอน มีขนาด 87-115 ตร.ม. จัดว่ามีขนาดใหญ่มาก ดังนั้นจำนวนยูนิตรวมทั้งตึกจึงมีเพียง 27 ห้องเท่านั้น เฉลี่ยอยู่ที่ชั้นละ 5 ห้อง Facility ส่วนกลางมีเพียงสระว่ายน้ำระบบเกลือในร่ม และห้องฟิตเนสเท่านั้น รวมถึงนิติบุคคลก็ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ชั้นเดียวกับสระว่ายน้ำ รอบๆ โครงการเป็นบ้านพักอาศัยในแนวราบทั้งหมด จะได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบ แต่ก็เสียเปรียบในเรื่องแหล่งรวมสาธารณูปโภค ที่แทบจะเรียกได้ว่าขาดแคลนก็ดูจะไม่เกินจริงนัก เพราะอย่างน้อยก็ต้องออกมาถึงปากซอยลาดพร้าว 15 ถึงจะพอหาซื้ออาหารการกินได้บ้าง เลยจากนี้ก็เห็นจะมีแต่เซ็นทรัลลาดพร้าว, ยูเนี่ยนมอลล์, และโลตัสในแถบถนนพหลโยธินเท่านั้นที่พอจะพึ่งพิงได้ ลูกบ้านที่นี่จึงควรจะมีการเตรียมพร้อมเรื่องอาหารการกินเอาไว้พอสมควรถ้าคิดจะขี้เกียจขับรถออกไปบ่อยๆ ส่วนเรื่อง Lay out ห้องนั้น ต้องบอกว่าเห็นแล้วอดใจหายไม่ได้ ด้วยขนาดห้องแต่ละห้องที่ถือว่าแบ่งมาได้ห้องใหญ่ แต่การจัดสรรพื้นที่ภายในห้องนั้นเสียประโยชน์เอามากๆ ทั้งเหลี่ยมมุม การเลี่ยงพื้นที่เสียยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร บางส่วนที่กว้างก็กว้างไปเลย ในขณะที่พื้นที่บางส่วนของห้องกลับดูอึดอัดและไม่น่าอยู่ และด้วยจำนวนห้องทั้งตึกที่มีเพียง 27 ห้อง จึงมีความเป็นส่วนตัวสูงเหมาะสำหรับผู้ที่รักสันโดด แต่ถ้าลองคิดกลับในอีกมุมหนึ่ง จำนวนยูนิตที่น้อยนี่เองที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการบริหารค่าส่วนกลางได้ ทั้งในเรื่องการจ่ายค่าส่วนกลางในราคาสูง หรือจ่ายไปแล้วไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายจริง ซึ่งไม่รู้ว่านิติบุคคลของอาคารมีการเตรียมพร้อมรับมือไว้ดีแค่ไหน ไม่อย่างนั้นปัญหาเหล่านี้จะตกอยู่ที่ลูกบ้านได้ นอกจากนี้ในเรื่องของการเดินทางเข้า-ออกจากถนนใหญ่ถึงตัวโครงการที่ไม่มีรถสาธารณะผ่านหน้าโครงการเลย ทำให้คนที่ไม่มีรถส่วนตัวคงต้องคิดให้หนักหน่อย หรือถ้าเจ้าของห้องจะหาคนปล่อยเช่าก็ดูจะไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องด้วยองค์ประกอบของหลายๆ สาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น แต่ถ้าใครอยากหนีมาอยู่เงียบๆ แบบสันโดด Home Alone ก็ลองแวะมาดูห้องจริงที่โครงการได้นะครับ
U Delight Residence พัฒนาการ - ทองหล่อ : รีวิวคอนโด

U Delight Residence พัฒนาการ - ทองหล่อ : รีวิวคอนโด

U Delight Residence คอนโดสร้างเสร็จหมาดๆ บนถนนพัฒนาการใกล้แยกคลองตัน ทำเลที่จัดว่าน่าเก็บไว้พิจารณาเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายหลัก แต่ก็อยู่ไม่ห่างจากรถไฟฟ้า Airport Link สถานีรามคำแหงมากนัก แค่ 500 เมตรก็ยังถือว่าพอเดินไหวแต่ติดที่ถนนหนทางแถวนี้เป็นถนนใหญ่มีรถวิ่งมาก จะข้ามถนน ข้ามแยกก็ต้องใช้ความระมัดระวังกันให้มากหน่อย หรือถ้าจะใช้บริการรถสาธารณะอื่นๆ ก็มีให้เลือกทั้งแท็กซี่ รถเมล์ วินมอเตอร์ไซค์ รวมถึงท่าเรือคลองแสนแสบก็อยู่ไม่ไกลเลยครับ ส่วนคนที่ใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก เส้นทางแถวนี้อาจจะติดขัดอยู่บ้างในบริเวณแยกคลองตัน ซึ่งเป็นเส้นทางที่ออกไปได้หลายทาง ทั้งถนนเพชรบุรี ถนนรามคำแหง ถนนศรีนครินทร์ และถนนสุขุมวิท หรือจะเลี่ยงไปขึ้นทางด่วนฉลองรัชก็สะดวกเหมือนกัน ทำเลแถบนี้จึงน่าจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนทำงานย่านสุขุมวิทเหมือนกัน อย่างถ้ารถไม่ติดขับรถไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงทองหล่อแล้ว และด้วยทำเลที่อยู่ใกล้แยกคลองตันนี่เอง บริเวณนี้จึงค่อนข้างอุดมไปด้วยอาหารการกินที่มีให้เลือกมากมาย มีตลาดสด ตลาดนัด และร้านค้าของคนในพื้นที่เปิดอยู่มากมาย รับรองว่าไม่มีอดๆ อยากๆ ส่วนที่ดินรอบๆ โครงการตอนนี้ก็ยังไม่มีโครงการคอนโด หรือตึกสูงขึ้นมาบังวิว รอบๆ จะเป็นบ้านพักอาศัยของคนในชุมชนย่านนี้วิวมุมกว้างๆ จึงยังดีอยู่ แต่ต้องคิดเผื่อไว้ด้วยเพราะพื้นที่ว่างข้างๆ โครงการยังมีโอกาสที่จะมีโครงการอื่นๆ มาบังวิวได้ในอนาคต นอกจากเรื่องวิวภายนอกโครงการแล้ว บรรยากาศภายในโครงการก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โครงการ U Delight Residence เน้นความเป็นส่วนตัวตั้งแต่ประตูเข้าโครงการด้วยระบบ Key Card พร้อม รปภ. รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง เข้ามาในโครงการแล้ว พื้นที่ด้านหน้าต่อจาก Lobby ก็ตกแต่งเป็นสวน เพิ่มพื้นที่สีเขียวเข้ามาให้สบายตามากขึ้น ก่อนไปดูพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ เรามาดูห้องจริงที่เปิดให้ชมเป็นตัวอย่างกันก่อน ด้วยขนาด 35 ตร.ม. เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน ตกแต่งมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบ สามารถหิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลย ลักษณะห้องเป็นห้องหน้ากว้างจึงให้ความรู้สึกอยู่สบายขึ้น ห้องนอนและห้องนั่งเล่นสามารถเปิดรับวิวได้เต็มตามากขึ้น Layout ห้องจัดมาได้ลงตัวดีทีเดียว ทั้งพื้นที่ห้องครัวที่มีประตูกระจกปิดเรียบร้อย เฟอร์นิเจอร์ Build in ที่ให้มาพร้อมห้องก็มาพร้อมพื้นที่เก็บของที่มากขึ้น ทำให้ห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อย วัสดุอุปกรณ์ภายในห้องก็เลือกมาได้สมราคาดี ถ้าใครมีโอกาสเข้ามาดูห้องตัวอย่างเชื่อว่าน่าจะประทับใจได้ไม่ยากเลย ออกจากห้องตัวอย่างแล้ว เราจะพาไปดู Facility ต่างๆ ที่ทางโครงการมีไว้ให้ และเพราะเป็นโครงการสร้างเสร็จและมีผู้ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยแล้ว Facility ต่างๆ จึงเปิดให้ใช้ได้เต็มรูปแบบ ซึ่งรวมอยู่บนชั้น 27 ทั้งห้องออกกำลังกายที่เปิดรับวิวได้เต็มตา ห้องแต่งตัวพร้อมล็อคเกอร์ และห้องซาวน่าแยกชายหญิง สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า พร้อมมุมนั่งเล่นสบายๆ ซึ่งตรงนี้ได้เปรียบเรื่องความเป็นส่วนตัวมากๆ แถมยังได้วิวกึ่งๆ infinity pool อีก มุมนี้เลยได้ใจไปเต็มๆ ส่วนดาดฟ้าอีกฝั่งเป็นลู่วิ่งพื้นยาง สลับกับหญ้าเทียม เพิ่มพื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้งได้อีก ถึงพื้นที่วิ่งจะสั้นไปหน่อยก็ตาม นอกจากส่วนออกกำลังกายบนดาดฟ้าชั้น 27 แล้ว พื้นที่ชั้น 1 ของโครงการถัดจาก Lobby เข้ามา ก็ยังมีมุมให้นั่งเล่น และจะมีร้านสะดวกซื้อเปิดให้บริการด้วย ในอนาคต ถัดจากโถงลิฟท์ไปแล้วเดินเลยไปทางด้านหลังของโครงการ จะมีสวนริมคลอง พร้อมมุมนั่งเล่นในศาลา และลานเอนกประสงค์กลางแจ้ง พร้อมสระบัวริมคลองให้บรรยากาศแบบรีสอร์ทอย่างไรอย่างนั้น หันกลับมาที่ตัวอาคารของคอนโด จะเป็นส่วนของห้องสมุด 2 ชั้น โดยพื้นที่ชั้นล่างเปิดโล่งรับลมธรรมชาติ ในขณะที่ชั้น 2 เป็นห้องกระจกเปิดรับวิวริมคลอง พร้อมติดแอร์เย็นฉ่ำ ซึ่งไอเดียในการจัดสรรพื้นที่ส่วนนี้ต้องบอกว่าเก๋จริงๆ จากโครงการคอนโดมิเนียมแข็งๆ กลับมีมุมพักผ่อนสวยๆ ให้บรรยากาศแบบรีสอร์ทได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน เชื่อว่าหลายๆ คนที่มาเดินดูโครงการจริงน่าจะติดใจ Facility เข้าไปเต็มๆ เพราะบรรยากาศภายในโครงการนั้นนับว่าดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการในระดับราคาเดียวกัน พูดถึงแต่ข้อดีเยอะแล้ว จะว่าไม่มีข้อด้อยเลยก็คงไม่ใช่ อย่างเรื่องที่จอดรถในอาคารที่นับรวมจอดซ้อนคันแล้วมีเพียง 50% ซึ่งเสี่ยงต่อการหาที่จอดรถไม่ได้เหมือนกันในกรณีที่ลูกบ้านมีรถส่วนตัวกันครบทุกห้อง ยิ่งทำเลย่านนี้การเดินทางด้วยรถส่วนตัวค่อนข้างสะดวกกว่ามาก คนอาศัยที่หวังจะพึ่งพาแต่รถสาธารณะคงน้อยกว่าแน่ๆ นอกจากนี้เรื่องลิฟท์โดยสารก็ค่อนข้างแน่นเกินไป ในชั่วโมงเร่งด่วนคงต้องรอลิฟท์กันนานหน่อย แต่ถ้าไม่ต้องเข้าออกเป็นเวลาก็ยังพอหาทางเลี่ยงช่วงเวลาคนเข้าออกเยอะๆ ได้ สำหรับโครงการ U Delight Residence นี้น่าจะเหมาะกับคนที่กำลังมองหาที่พักอาศัยในบรรยากาศดีๆ และอยู่ไม่ไกลจากย่านธุรกิจกลางเมืองมากนัก และราคาระดับนี้ก็ถือว่าจัดของมาให้เยอะพอสมควร ถึงแม้จะมีตัวเปรียบเทียบจากโครงการในระแวกเดียวกัน แต่ด้วยความที่โครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วจึงค่อนข้างได้เปรียบอยู่เหมือนกัน  
Socio อินทามระ : รีวิวคอนโด

Socio อินทามระ : รีวิวคอนโด

Socio คอนโดย่านสะพานควาย ซึ่งทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัย แล้วแยกเข้ามาในซอยอินทามระ 4 อีกทีหนึ่ง ถ้าจะบอกว่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS ก็ดูจะไม่ค่อยใกล้เท่าไหร่ ที่ใกล้ที่สุดก็คือรถไฟฟ้าสถานีสะพานควาย แต่ก็มีระยะห่างเกือบๆ 1 กิโลเมตร จัดได้ว่าไกลพอสมควรสำหรับระยะเดินถึงแบบสบายๆ แถมถนนหนทางในซอยก็ค่อนข้างจะแคบไม่เหมาะกับการเดินเข้าออกนัก การใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือใช้บริการรถรับส่งของโครงการก็น่าจะดีกว่า และเนื่องจากถนนสุทธิสารวินิฉัยเป็นถนนที่เชื่อมต่อถนนพหลโยธินกับถนนวิภาวดี และยังมีซอยย่อยๆ อีก รถราในซอยจึงมีมากเกือบตลอดเวลา ถึงจะเป็นถนนในซอยแคบๆ ก็ตาม ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยอินทามระ 4 สังเกตุง่ายๆ ที่ปากซอยจะมีปั๊มน้ำมันเชลล์ และ7-11 ขนาบทั้ง 2 ฝั่งเลย ตรงเข้ามาอีกประมาณ 50 เมตรก็เป็นทางเข้าออกโครงการพอดี และด้วยความที่ชุมชนแถบนี้เป็นตึกเก่าที่อยู่กันมานานแล้ว ดังนั้นร้านค้า ร้านอาหารก็มีให้เลือกฝากท้องได้พอสมควร หรือถ้าอยากจะมีตัวเลือกมากๆ หน่อยก็ออกไปแถวสะพานควาย ก็จะมี Big C สะพานควาย ใกล้ๆ กันก็มีโรงพยาบาลเปาโลอีกแถบๆ นั้นก็จะมีของกินเยอะกว่ามาก มาพูดถึงบริเวณรอบๆ โครงการกันบ้าง ในซอยอินทามระ 4 เป็นซอยที่มีคอนโดขึ้นอยู่หลายโครงการเหมือนกัน ซึ่ง Socio ตั้งอยู่ต้นๆ ซอยเลย วิวๆ รอบๆ โครงการคงต้องทำใจกันหน่อย จะหามุมสวยคงยาก เพราะมีตึกบังมุมในระยะประชิดเกือบรอบด้าน ในด้านที่ไม่มีตึกขึ้นขนาบข้างซึ่งทางโครงการพยายามแทรก Pocket Garden ไว้ก็กลายเป็นวิวปั๊มน้ำมันที่ตั้งอยู่ปากซอย จะเลือกห้องมุมไหนก็เลยคิดกันเยอะหน่อยครับ เพราะเรื่องความเป็นส่วนตัวก็สำคัญเหมือนกันในคอนโดที่ออกแบบอาคารมาให้มีกระจกมากขนาดนี้ ดังนั้น Facility จึงถูกยกขึ้นไปไว้ที่ชั้น 8 ทั้งหมด Socio เป็นโครงการไม่ใหญ่ ด้วยจำนวนห้องทั้งหมดเพียง 109 ยูนิตเท่านั้น จึงไม่พลุกพล่านมากนัก ขนาดห้องก็เริ่มต้นที่ 32 ตร.ม. เป็นแบบ 1 ห้องนอน ไปจนถึงห้องขนาดใหญ่แบบ 2 ห้องนอน ด้วยพื้นที่กว่า 54 ตร.ม. ที่สำนักงานขายซึ่งตั้งอยู่ถัดจากซอยอินทามระ 4 ไปเล็กน้อย จะมีการจำลองห้องตัวอย่างให้ชมเพียงแบบเดียว คือแบบ 1 ห้องนอน ซึ่งเวลาดูห้องตัวอย่างต้องคอยดูแปลนห้องประกอบไปด้วยนะครับ จะได้ไม่เข้าใจผิด เพราะในความเป็นจริงประตูทางเข้าห้องจะอยู่คนละทางกัน โดย Lay out ห้องแบบคร่าวๆ เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วจะมีห้องครัวเล็กๆ อยู่ทางด้านซ้ายตรงหน้าห้องน้ำพอดี ส่วนพื้นที่นั่งเล่นจะอยู่ถัดเข้าไปจากประตูทางเข้า และห้องนอนก็ถูกแยกพื้นที่ด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้ห้องดูโปร่งสบายตามากขึ้นด้วยครับ สำหรับวัสดุ สุขภัณฑ์ต่างๆ ที่ทางโครงการจัดมาก็พอสมน้ำสมเนื้อ กับราคาเฉียดๆ 70,000 บาทต่อตารางเมตร สำหรับคนที่อยากได้คอนโดเกาะแนวรถไฟฟ้า ในราคาระดับ 2 ล้านกว่าๆ ก็น่าจะลองแวะมาดู Socio อินทามระกันดู ถึงโครงการจะไม่อลังการ แต่เรื่องการเดินทางก็ค่อนข้างสะดวกทั้งรถส่วนตัว และรถสาธารณะ อีกทั้งขนาดห้องและทำเลที่อยู่ในย่านที่ชุมชนอุดมสมบูรณ์ดีเลยทีเดียว
Plum Condo บางใหญ่ : รีวิวคอนโด

Plum Condo บางใหญ่ : รีวิวคอนโด

Plum Condo บางใหญ่ โครงการในเครือพฤกษา กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในย่านบางใหญ่ เพราะด้วยราคาเริ่มต้นที่สามารถจับจองกันได้ง่ายๆ แถมทำเลที่ตั้งก็อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าคลองบางไผ่ ซึ่งน่าจะเปิดให้บริการได้ภายใน 2-3 ปีนี้ อนาคตบริเวณนี้ต้องคึกคักมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอีกมาก เพราะที่เห็นแน่ๆ ก็เริ่มมีห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์ใหญ่มาสร้างแล้ว ทั้งๆ ที่ปัจจุบันเองพื้นที่บริเวณนี้ก็ใกล้แหล่งชุมชนอยู่พอสมควร แถมยังมีทั้งตลาดกลางบางใหญ่ บิ๊กซี และBB Market Park ซึ่งถือเป็นแหล่งช๊อปปิ้งสำคัญของผู้คนในย่านนี้ อีกทั้งการเดินทางไปมาก็ไม่ยากเย็นอะไร จะใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือจะอาศัยขยันเดินหน่อย ก็อยู่ในระยะทาง 800 เมตร ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัวถ้าไม่นับว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งชุมชมและมีปัญหารถติดมากหน่อยเพราะงานก่อสร้างรถไฟฟ้า ถนนหนทางแถวนี้ก็มีทางออกทางแยกไปได้หลายทางเหมือนกัน ตอนนี้โครงการเปิดขายในเฟสแรก ซึ่งอยู่บนที่ดินด้านใน มีการจัดวางตึกไว้รอบๆ พื้นที่ของโครงการรวม 4 ตึก ซึ่งพื้นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 1 เลยในบางอาคาร เรื่อง Privacy จึงน้อยหน่อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนเรื่องการออกแบบห้องก็มีมาให้เลือกที่ขนาด 22.5 ตร.ม. เป็นหลัก ถึงตัวห้องจะมีขนาดเล็กแต่ก็มีการจัดสรรพื้นที่ได้ครบทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัว โดยพื้นที่แต่ละส่วนก็ถูกย่อขนาดให้แคบลงตามสัดส่วน ดีที่ทางโครงการเลือกใช้ประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่แบ่งพื้นที่ห้องนอน ทำให้ห้องนั่งเล่น สามารถเปิดรับแสงสว่างจากหน้าต่างห้องนอน และทำให้ห้องดูโปร่งมากขึ้นด้วย ส่วนถ้าใครคิดว่าห้องแบบ 1 ห้องนอนคับแคบเกินไปหน่อย ทางโครงการก็มีห้องแบบ 2 ห้องนอนให้เลือกด้วย ถึงแม้ในแต่ละตึกจะมีเพียง 3 ห้องก็ตาม Lay out ของห้องแบบ 2 ห้องนอนนี้จะเหมือนเป็นการ combine ห้องเข้าด้วยกัน ดังนั้นถ้าหมดจากห้องที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้เลือก ใครที่อยากได้ห้องใหญ่ๆ ก็สามารถขอ combine ห้องในตำแหน่งที่ต้องการได้เช่นกัน แต่ต้องทำในกรณีก่อนที่โครงการจะเริ่มสร้างนะครับ สำหรับห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน จะให้ความรู้สึกกว้างและโปร่งมากขึ้น เพราะพื้นที่ตรงห้องนั่งเล่นติดกับระเบียง จึงเปิดรับแสงและวิวด้านนอกได้เต็มที่มากขึ้น แต่การจัดสรรพื้นที่ภายในห้องยังไม่ค่อยลงตัวเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะพื้นที่ห้องออกไปทางแนวยาว ทำให้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์แล้วดูขาดๆ เกินๆ นิดหน่อย ซึ่งห้องตัวอย่างที่มีการตกแต่งไว้ก็มีให้ชมเป็นไอเดียเท่านั้น เพราะห้องที่ขายให้จริงๆ เป็นห้องเปล่าๆ มีแค่ชุดครัว ตู้เสื้อผ้าในห้องนอนเท่านั้นที่แถมมาให้ ที่เหลือต้องไปจัดหามาแต่งกันเองตามสไตล์ ซึ่งก็ต้องบอกว่าการเลือกเฟอร์นิเจอร์ต้องเลือกและวัดขนาดกันดีๆ หน่อย เนื่องจากพื้นที่ห้องมีค่อนข้างจำกัด ถ้าเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม่ถูกไซส์คงจัดห้องได้ไม่ลงตัวแน่ๆ นอกจากพื้นที่อาศัยภายในอาคารแล้ว พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกทางโครงการก็จัดไว้ให้ไม่น้อยเหมือนกัน มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องสมุด และสวนหย่อมซึ่งรวมอยู่ที่บริเวณด้านหน้าอาคาร C ส่วนพื้นที่จอดรถจะมีอยู่รอบๆ โครงการรวมถึงพื้นที่ชั้น 1 ของอาคาร B และพื้นที่บางส่วนของอาคาร D ด้วย แต่ทั้งโครงการมีพื้นที่จอดรถเพียง 22% เท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอถ้าลูกบ้านเข้าอยู่กันครบทุกยูนิตแล้ว นอกจากนี้สิ่งที่น่าจะคำนึงถึงอีกเรื่องคือ คลองเล็ก ที่อยู่หน้าโครงการ ซึ่งถ้าหากคลองนี้มีปัญหาเรื่องกลิ่นในอนาคต ห้องพักในโซนนี้ก็จะได้รับผลกระทบเรื่องกลิ่นไปเต็มๆ ครับ สำหรับโครงการ Plum Condo บางใหญ่นี้ ถือว่าได้เปรียบในเรื่องของทำเลและราคาเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ในระแวกเดียวกัน มีทั้งสถานีรถไฟฟ้าคลองบางไผ่ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 400 เมตร และถนนหนทางรอบๆ ก็สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงรถติดไปได้หลายทาง รวมถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ จะเปิดตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ทำให้ราคาห้องน่าจะพุ่งขึ้นได้อีกเยอะในอนาคต แค่รอดูโครงการในเฟส 2 ที่น่าจะเปิดขายหลังจากที่ขายเฟสแรกหมดไปแล้ว ก็คาดว่าราคาเริ่มต้นก็น่าจะมีการขยับขึ้นอีกไม่น้อยเหมือนกัน แต่ถ้าพิจารณาในแง่ของการอยู่อาศัยจริงๆ แล้ว สิ่งที่น่ากังวลอีกเรื่องก็คือเรื่อง Facility และพื้นที่จอดรถที่อาจจะมีปัญหาตามมาได้ เพราะเมื่อเทียบกับจำนวนผู้อยู่อาศัยแล้ว ถือว่ามี Facility น้อยไปหน่อย ยังดีที่โครงการเฟส 2 จะแยกส่วนกลางออกไป ซึ่งหน้าตาของโครงการเฟส 2 จะเป็นอย่างไรก็คงต้องรอดูกันต่อไปครับ
Centric อารีย์ : รีวิวคอนโด

Centric อารีย์ : รีวิวคอนโด

ขึ้นรถไฟฟ้า BTS มาที่สถานีอารีย์ แล้วเข้ามาทางซอยอารีย์ 1 ค่อนไปทางซอยราชครู จะเจอโครงการ Centric คอนโคในเครือ SC Asset บนพื้นที่ทั้งหมดแบ่งเป็น 2 อาคาร ตึกแรกเป็นคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น ส่วนตึก Low Rise อยู่ติดทางด้านฝั่งซอยราชครู สูง 8 ชั้น ทั้งสองอาคารถูกออกแบบให้ล้อมรอบต้นก้ามปูเก่าบนที่ดินไว้ ทำให้ตรงนี้เป็น Landmark สำคัญของโครงการเลยก็ว่าได้ ในเรื่องทำเลที่ตั้งนั้นต้องบอกว่า ในย่านอารีย์นี้เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินในอันดับต้นๆ ของกรุงเทพเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่เช้ายันค่ำรับรองว่าท้องไม่หิวแน่ๆ เริ่มกันตั้งแต่ปากซอยอารีย์ซึ่งมีร้านรวงขายอาหารแทบจะทุกประเภท รวมถึง Community Mall อย่าง La Villa ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอีก ก็มีทั้งร้านอาหารดังและซุปเปอร์มาเก็ต ประกอบกับในย่านนี้พรั่งพร้อมไปด้วยอาคารสำนักงานที่ช่วงกลางวันก็มีพนักงานออฟฟิศพลุกพล่านใช้ได้ จึงรับประกันได้ว่าของกินของใช้พื้นฐานสามารถซื้อหาได้ไม่ยากแน่นอน ในส่วนของการเดินทางมายังโครงการ Centric อารีย์นั้น ที่สะดวกที่สุดก็น่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ซึ่งสามารถเลือกเดินเข้ามาทางซอยราชครู (ซอยพหลโยธิน 5) ด้วยระยะทางเพียง 400 เมตรโดยประมาณ หรือเดินเข้าทางซอยอารีย์ก็มีระยะทางเกือบๆ 600 เมตร อาจจะไกลกว่าหน่อย แต่ถ้าคิดว่าเดินไปแวะซื้อของริมทางไปก็คงจะเพลินเหมือนกัน ถ้าขี้เกียจเดินก็สามารถใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ปากซอยอารีย์ได้ ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ต้องเข้าจากทางซอยอารีย์เท่านั้น เพราะถนนหน้าโครงการซึ่งก็คือถนนในซอยอารีย์ 1 เป็นถนน One Way แคบๆ ข้อนี้เลยกลายเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งสำหรับคนใช้รถส่วนตัว ทำให้มีเส้นทางหลีกเลี่ยงปัญหารถติดน้อยหน่อย ถ้าไม่ออกมาทางถนนพหลโยธิน ในซอยสามารถลัดเลาะไปออกถนนพระราม 6 และขึ้นทางด่วนอนุสาวรีย์ได้เช่นกัน เดินทางมาโดยทางด่วนจากแจ้งวัฒนะ ให้วิ่งไปทาง บางนา ดาวคะนอง ไปทางบางนา ดาวคะนอง ไปทางพหลโยธิน ลงทางด่วนทางพหลโยธิน เลี้ยวไปตามทางออกถนนพหลโยธิน วิ่งไปเรื่อยๆผ่านสถาณีรถไฟฟ้า BTS สนามเป้า ผ่านซอย ราชครู มาถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ ให้ขับเลยไปก่อน เลี้ยวเข้าถนนอารีย์ ให้เลี้ยวเข้าซอยแรก ซอยอารีย์ 1 ขับไปเรื่อยๆจะเจอ Centric อารีย์ อยู่ทางซ้าย สำหรับห้องพักนั้น ราคาเริ่มต้นตอนนี้โดดขึ้นไปอยู่ในระดับ 4 ล้านต้นๆ แล้ว ซึ่งจัดว่าเป็นราคาที่สูงมากสำหรับทำเลในย่านนี้ จากห้องตัวอย่างที่มีให้ชมจะเป็นห้องขนาด33 ตรม. แบบ 1 ห้องนอน ซึ่งมีการจัดวาง Lay out ห้องมาใช้ได้เลยทีเดียว ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นมีการจัดสรรพื้นที่ไว้อย่างเป็นสัดส่วน และยังมีห้องครัวแบบปิดอยู่ด้านในสุด ซึ่งมีพื้นที่กว้างพอที่จะไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเกินไป อีกทั้งยังมีหน้าด้านแบบบ้านกระทุ้งเปิดระบายอากาศได้ เสียแต่ห้องแบบนี้ไม่มีระเบียง ทางโครงการเลยออกแบบให้กำแพงด้านหนึ่งของห้องครัวสามารถเปิดออกไปยังส่วนที่ใช้แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ได้ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้นี่เองที่มีการติดตั้งราวตากผ้าเล็กๆ ไว้สำหรับตากผ้า แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันไม่พอใช้ในชีวิตจริงหรอกครับ ส่วนห้องตัวอย่างอีกห้องเป็นแบบ 2 ห้องนอน ขนาดประมาณ 55 ตรม. โดยจะเป็นห้องในลักษณะหน้ากว้าง เปิดเข้ามาจะเจอพื้นส่วนนั่งเล่นติดกับระเบียงเล็กๆ มีมุมวางโต๊ะกินข้าวเล็กๆ อยู่ตรงประตูทางเข้า ถัดเข้ามาค่อยเป็นห้องครัวมีประตูกระจกบานเลื่อน และมีห้องนอนอีก 2 ห้องอยู่ด้านในสุด โดยที่แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัวเรียบร้อย ห้องแบบนี้เหมาะสำหรับครอบครัวเล็กๆ อยู่กันได้สบายๆ ห้องทุกแบบขายกันมาแบบ Fully Furnished นะครับ ชิ้นไหนที่ไม่ได้รวมอยู่ในรายการก็จะมีแปะป้ายบอกไว้ชัดเจน ส่วนชิ้นที่ให้มาพร้อมห้องก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ Built-in สีขาวซะเป็นส่วนใหญ่ เรื่องสุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็เป็นยี่ห้อมาตรฐานครับ แต่หน้าตาสุขภัณฑ์ที่เลือกมาดูไม่สมราคาห้องเท่าไหร่เลย ห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอนครับ ประตูทางเข้าห้องเป็นคันจับสแตนเลสธรรมดา ไม่ได้ใช้ระบบดิจิตอลล็อค เปิดเข้าห้องมาก็เป็นโซนนั่งเล่นก่อนเลย หลังประตูมีชั้นวางของและชั้นวางทีวี Built in มาพร้อมห้อง ห้องนั่งเล่นตกแต่งเสร็จ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้แถมมากับห้องจะมีป้ายกำกับไว้ พื้นที่ของห้องครัว มีหน้าต่างบานกระทุ้งช่วยระบายอากาศ ห้องครัว Built in มาแล้วทั้งตู้เก็บของด้านบนและด้านล่าง ชุดเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันของ Teka ซิงค์ล้างจานเป็นแบบฝังยี่ห้อ Teka เช่นกัน ปลั๊กไฟสามขายี่ห้อ Siement ห้องครัวเป็นแบบครัวปิด มีประตูบานเลื่อนติดตั้งมาเรียบร้อย ประตูกระจกบานเลื่อน รางและวงกบเป็นอลูมิเนียมสีขาว ห้องนอนขนาดค่อนข้างกระทัดรัด วางเตียง 5 ฟุตก็เกือบเต็มห้องแล้ว หน้าต่างห้องนอนเป็นกระจกสูงเกือบเต็มผนัง พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้ง พื้นที่หัวเตียงกว้างพอจะวางตู้เสื้อผ้าได้ และห้องน้ำก็อยู่ในห้องนอนด้วย เครื่องปรับอากาศยี่ห้อ Daikin ที่แถมมาพร้อมห้อง โซนอาบน้ำให้เป็นตู้กระจกบานเลื่อนเข้ามุม ชุดอ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำเป็นของ cotto โถสุขภัณฑ์พร้อมสายฉีดชำระเรียบร้อย ก๊อกน้ำในห้องอาบน้ำ ชุดฝักบัวอาบน้ำ ธรณีประตูห้องน้ำก่อมาให้สูงพอสมควรเลย เวลาเดินควรระวังจะสะดุด ห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน เปิดเข้าห้องมาจะเห็นบริเวณห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับระเบียง ด้านซ้ายมือวางโต๊ะกินข้าวชุด 4 ที่นั่งได้สบายๆ ชุดโซฟาวางไว้ริมประตูระเบียง เปิดรับวิวเขียวๆ จากนอกห้องได้ดี มองจากระเบียงกลับไปจะเห็นพื้นที่มุมกินข้าวได้ชัดขึ้น ห้องครัวเหมือนกับห้องอื่นๆ ห้องครัวเป็นแบบปิด มีประตูกระจกบานเลื่อนช่วยป้องกันกลิ่น ซิงค์ล้างจานแบบฝังเหมือนห้องแบบอื่นๆ ชุดเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควันตามมาตรฐาน ลางเลื่อนประตูห้องครัวเป็นอลูมิเนียมสีขาว บานประตูด้านในสุดของห้องครัว เปิดไปจะเจอราวตากผ้า ซึ่งทางโครงการจัดพื้นที่มาได้ดี มองจากห้องนอนใหญ่ไปจะเห็นบริเวณทางเดินหน้าห้องแบบนี้ ห้องนอนเล็กขนาดค่อนข้างกระทัดรัด หรือจะปรับเปลี่ยนฟังค์ชั่นห้องไว้ใช้ประโยชน์อื่นๆ ก็ได้ ห้องน้ำแบ่งพื้นที่ห้องอาบน้ำไว้ด้วยประตูบานเลื่อน อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ เหมือนกันทั้ง 2 ห้องเล็ก ห้องใหญ่ ชุดโถสุขภัณฑ์หน้าตาแบบนี้ครับ ธรณีห้องน้ำช่วยกั้นพื้นที่ห้องน้ำและระวังไม่ให้พื้นลามิเนตชื้นและบวม หน้าตาสวิตช์ไฟในห้อง หน้าห้องนอนเล็ก มีพื้นที่สำหรับห้องเก็บของ ซึ่งสามารถวางเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ภายใน ภาพนี้จะช่วยให้เห็นจุดเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น ห้องนอนใหญ่วางเตียง 5 ฟุตแล้วเหลือพื้นที่ไม่มากนัก ในห้อง Built in ตู้เสื้อผ้ามาให้ และกำแพงด้านขวามือเป็นพื้นที่ของห้องน้ำ ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ เรื่องของ Facility ส่วนกลางนั้น ทางโครงการจัดเตรียมไว้ ก็เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนหย่อม ห้องสมุด Key Card รักษาความปลอดภัย และรถ Shutter Bus รับส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้า Facility ทั้งหมดมีรวมอยู่ที่อาคารสูง ซึ่งลูกบ้านของทั้ง 2 อาคารต้องมาใช้รวมกันที่นี่ครับ ส่วนเรื่องที่จอดรถนั้นทั้งโครงการมีที่จอดรถคิดเป็น 45% หรือ 235 คัน โดยยังไม่นับรวมการจอดแบบซ้อนคัน ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงแล้วกับจำนวนห้องทั้งหมด 516 ห้อง นั้นรับรองว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการแน่ๆ เพราะลูกบ้านที่ซื้อคอนโดในราคาระดับนี้ เชื่อว่ามีรถกันเกือบทุกห้องแน่ๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นปัญหาใหญ่อยู่พอสมควรในอนาคต นอกจากนี้ในเรื่องของพื้นที่รอบๆ โครงการนั้นมีคอนโดโครงการอื่นๆ ขึ้นอยู่รายล้อมเกือบรอบด้าน ทำให้บังวิวกันมากพอสมควร จะมีก็แต่ฝั่งทางซอยราชครู และด้านหลังโครงการเท่านั้นที่ยังเป็นบ้านพักอาศัยเดิมจึงไม่ค่อยมีปัญหาตึกบังทิศทางแดดและลม แต่จะได้วิวเป็นรถไฟฟ้าแทน วิวแต่ละห้องต้องเลือกกันดีๆ ยิ่งโครงการยังสร้างไม่เสร็จคงต้องอาศัยการจินตนาการ ลองสังเกตุตึกรอบๆ เยอะๆ จะได้พอนึกภาพออกครับ ด้วยราคาต่อตารางเมตรที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 140,000 บาทแล้วในตอนนี้ ทำให้ราคาห้องของ Centric อารีย์ จับต้องยากซักหน่อยสำหรับคนทำงานออฟฟิศทั่วไป และถ้าลองเทียบกับวัสดุต่างๆ ดูไม่ค่อยจะคุ้มค่าคุ้มราคาเท่าที่ควร หน้าตาสุขภัณฑ์ก็น่าจะเลือกเกรดได้ดีและสวยงามกว่านี้อีก จากที่เห็นเลยกลายเป็นว่าราคาห้องของ Centric ดูจะแซงหน้าโครงการอื่นๆ ในย่านเดียวกันไปซักหน่อย ถึงแม้คอนโดในย่านซอยอารีย์จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้วก็ตาม ถ้าจะหวังว่าราคาจะดีดตัวขึ้นสูงไปอีกในเร็ววันนี้คงจะยากหน่อยครับ

1 ... 31 32 33 34