Tag : Origin Property

BRITANIA Wongwaen-Ramintra บริทาเนีย วงแหวน-รามอินทรา บ้านเดี่ยวสไตล์อังกฤษ พร้อมนวัตกรรม  B Genious Mode

BRITANIA Wongwaen-Ramintra บริทาเนีย วงแหวน-รามอินทรา บ้านเดี่ยวสไตล์อังกฤษ พร้อมนวัตกรรม B Genious Mode

โครงการออกแบบสไตล์อังกฤษในยุควิคตอเรียน มีการไล่ระดับแบบคลาสิกของตัวอาคาร เพื่อเพิ่มความโดดเด่นสง่างาม ประกอบกับความโค้งของประตูรูปทรงโค้งมน (Archway) ช่วยสร้างความรู้สึกอ่อนช้อย นุ่มนวลและโอ่โถง  ท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยสไตลอังกฤษที่งดงาม ประดับแสงไฟจากอาคารในยุค Victorian Gothic ตามถนนที่ทอดยาวเขาสู่ภายในโครงการ กลายเป็นสไตล์บ้านแบบ The Britain’s most stylish architecture จาก BRITANIA Wongwaen-Ramintra     ภายในบ้านจัดสเปซและฟังก์ชั่นให้ใช้ประโยชน์ได้สำหรับทั้งครอบครัว เช่น ชานบันไดขนาดใหญ่ให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุได้ก้าวย่างอย่างมั่นคง พื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนล่าง ให้เป็นห้องสำหรับผู้สูงอายุพร้อมห้องน้ำในตัวเพื่อการใช้งานได้สะดวก หรือปรับเปลี่ยนเป็นห้องส่วนกลางให้ทุกคนในบ้านใช้ชีวิตร่วมกัน รวมถึงห้องนอนพื้นที่ชั้นบนที่กว้างขวางได้ถึง 2 ห้องนอนใหญ่ เชื่อมต่อพื้นที่พิเศษ ห้องอเนกประสงค์ สำหรับทุกไลฟ์สไตล์   B Genious Mode นวัตกรรมเพื่อสร้างความสะดวกสบายและตอบโจทย์ไลฟ์ สไตล์ส าหรับผู้พักอาศัย โดยนำระบบ Home Automation มาใช้ในโครงการ ได้แก่ USB Outlet, Fiber Internet Optic, IP Camera และ Windor Magnetic Sensor พร้อม Smart SecuritySystem ที่สามารถควบคุมผา่ น Smartphone ได้ทุกหลัง   Clubhouse ยังคงรูปแบบสวนสไตล์อังกฤษขนาดใหญ่รองรับได้ทุกกิจกรรม ไม่ว่าเป็น Co-Working Space สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ฯลฯ ให้ได้มีพื้นที่พักผ่อนอย่างเต็มที่    ชื่อโครงการ BRITANIA Wongwaen-Ramintra(บริทาเนีย วงแหวน-รามอินทรา) เจ้าของโครงการ บริษัท บริทาเนีย จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 พื้นที่โครงการ 65-2-75.4 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น  จำนวนหลัง 278 ยูนิต ขนาดที่ดิน 50.51-52.21 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 155-170 ตร.ม. แบบบ้าน มีให้เลือก 3 แบบ เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 4-5 ห้องนอนหรือห้องอเนกประสงค์, 3-5 ห้องน้ำ, ส่วนรับแขก, ส่วนพักผ่อน, มุมทำงานส่วนตัว และ 2 ที่จอดรถยนต์ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง คลับเฮาส์, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, ห้องสตรีม, สวนสาธารณะ, กล้องวงจรปิด CCTV และรปภ. 24 ชม.  ราคาเริ่มต้น 6 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ  B Genious Mode นวัตกรรมเพื่อสร้างความสะดวกสบายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สำหรับผู้พักอาศัย ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน และรถไฟฟ้าสายสีชมพูอ่อน จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (ฉลองรัช), ถ.กาญจนาภิเษก สถานที่ใกล้เคียง The Grove, Fashion Island, The Promenade,CentralFestival East Ville,CrystalPark, Western University,โรงเรียนสารสน์วิเทศสายไหม, โรงเรียนสาธิตพัฒนา, โรงพยาบาลสินแพทย์, โรงพยาบาลสายไหม      
The Origin Ramintra 83 Station-ดิ ออริจิ้น รามอินทรา 83 สเตชั่น คอนโดริมถ.รามอินทรา ติดรถไฟฟ้าสายสีชมพู บนอาณาจักร  Smart City

The Origin Ramintra 83 Station-ดิ ออริจิ้น รามอินทรา 83 สเตชั่น คอนโดริมถ.รามอินทรา ติดรถไฟฟ้าสายสีชมพู บนอาณาจักร Smart City

หลังจากได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากโครงการบิ๊กโปรเจคอย่าง Origin Smart City Rayong ล่าสุดออริจิ้นก็ได้เปิดตัวโครงการ‘ ‘Origin Smart City Ramintra’’ มิกซ์ยูสเช่นเดียวกันขึ้นอีกอย่างไม่รอช้า คราวนี้ยกมาไว้ในกรุงเทพฯ ริมถนนรามอินทรา ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีสินแพทย์ ไม่เกิน 100 เมตร  โดยในเฟสแรกนี้จะเป็นโครงการคอนโดมิเนียม Low Rise 8 อาคาร ใช้ชื่อว่า "The Origin Ramintra 83 Station"   ชื่อโครงการ The Origin Ramintra 83 Station (ดิ ออริจิ้น รามอินทรา 83 สเตชั่น) ที่ตั้งโครงการ ถ.รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพฯ  พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 8 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 879 ยูนิต  ร้านค้า 3 ยูนิต ขนาดห้อง  1 BEDROOM 22.5-23 ตร.ม. 1 BEDROOM 26-27 1 BEDROOM Plus 31-34 2 BEDROOM 44-45 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง SKY GARDEN POCKET SEAT, SKY RUNNING, FITNESS, LAP POOL+ JACUZZI, PRIVATE DINING, CO-KITCHEN CO-DINING, CO WORKING SPACE, MEETING ROOM , VISITOR LOBBY, SMART LOCKER, HOTEL SERVICE ON DEMAND เป็นต้น ปีที่สร้างเสร็จ Q4/2564 ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 79,900 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ เป็นหนึ่งในโครงการมิกซ์ยูสที่จะมีทั้ง คอมมูนิตี้มอลล์, ออฟฟิศ, โรงแรม ฯลฯ อยู่ติดริมถ.รามอินทรา ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีสินแพทย์ ไม่เกิน 100 เมตร  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีสินแพทย์ สถานที่ใกล้เคียง The Promenade, แฟชั่นไอส์แลนด์, เซ็นทรัลรามอินทรา, Maxvalu, บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส, โรงพยาบาลสินแพทย์, โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ฯลฯ      
คอนโดสุดสมาร์ทที่สูงที่สุดแห่งอาณาจักร Origin Smart City Rayong กับ 2 โครงการ  Notting Hill ระยอง-Kensington ระยอง : รีวิวคอนโด

คอนโดสุดสมาร์ทที่สูงที่สุดแห่งอาณาจักร Origin Smart City Rayong กับ 2 โครงการ Notting Hill ระยอง-Kensington ระยอง : รีวิวคอนโด

โลกอนาคตคือยุคดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิต อนาคตไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของมนุษย์ต้องปรับเปลี่ยน ไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วเป็นสังคมโลกยุคใหม่   วันนี้ “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” นำอนาคตมาอยู่ในยุคปัจจุบัน  สร้าง ‘‘สมาร์ทแพลทฟอร์ม’’ การอยู่อาศัย ทรานฟอร์มการใช้ชีวิตสู่สังคมแห่งเทคโนโลยีอนาคต สร้างเมืองใหม่ตอบสนองการพัฒนาของภาครัฐด้วยโครงการเมกะโปรเจคกว่า 24 ไร่ มูลค่าโครงการกว่าหมื่นล้านบาท "ออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ ระยอง" เมืองอัจฉริยะใจกลาง EEC ระยอง ภายใต้คอนเซปท์ "BEYOND A LIVING PLATFORM" แพลทฟอร์มการอยู่อาศัยที่ทำให้สามารถจัดการชีวิตได้อย่างอัจฉริยะ ด้วยการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ มาเป็นตัวช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งเมืองใหม่แห่งนี้ยังเป็นเมืองต้นแบบด้านการบริหารจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่าด้วยเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานไฟฟ้า และพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น สร้างสรรค์ สังคมคุณภาพ Lifestyle HUB ขนาดใหญ่ Landmark แห่งใหม่ ใจกลาง New CBD "EEC ระยอง"     พัฒนา 3 แกนสมาร์ท ด้วยเทคโนโลยีการใช้ชีวิต พลังงานสะอาด สังคมเมืองคุณภาพ  สร้างแพลทฟอร์มอาณาจักรใหม่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน “ระยอง”  บุกเบิกทำเล EEC   SMART  TECH ทรานฟอร์มชีวิต...สู่เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยยุคอนาคต  ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาเพื่อยกระดับการใช้ชีวิต และเชื่อมต่อระบบการสื่อสารไร้สายบนเครือข่าย Internet เรียกว่า Internet Of thing  (IOT) เพื่อ ตอบสนองการใช้ชีวิตยุคอนาคต ไม่ว่าจะเป็น “Home Automation” ที่ให้คุณควบคุมอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ภายในห้องพัก ด้วย Application   และ  “Intelligence Facilities”    เทคโนโลยีในพื้นที่ส่วนกลางที่ทันสมัย ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์การชีวิตในยุคดิจิตอล   “Home Automation” ความสะดวกสบาย ที่สั่งได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ด้วย 4 เทคโนโลยี Digital Door lock ‘‘สมาร์ท’’ ด้วยการควบคุมการล็อกประตู ผ่าน application Motion Sensor Nightlight  ‘สมาร์ท’ ด้วยระบบเซนต์เซอร์เปิด- ปิดไฟอัตโนมัติ ช่วยให้พื้นที่ที่มีแสงน้อย ปลอดภัย เพิ่มความสะดวกสบาย เพียงเดินผ่านจุดเซ็นเซอร์ ระบบไฟฟ้าจะทำงานทันที Lighting Control ‘’สมาร์ท” ด้วยระบบเปิด-ปิดไฟ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำ ผ่านสมาร์ทโฟนในมือคุณ Air Control  ‘’สมาร์ท”ด้วยระบบการควบคุมและปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศผ่าน Application Intelligence Facility พื้นที่ส่วนกลางสุดอัจฉริยะ เพิ่อการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด ใน ‘สมาร์ทแพลทฟอร์ม’ การอยู่อาศัย  ได้แก่ Smart Security ทำให้การอยู่อาศัยปลอดภัยอย่างสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ได้แก่ VDO Door Phone   ระบบรักษาความปลอดภัยอีกขั้น ที่มอบความอุ่นใจ และปลอดภัยให้แก่ผู้อยู่อาศัย เพราะสามารถเห็นหน้าผู้มาติดต่อ และสนทนาตอบโต้ได้ โดยติดตั้งไว้บริเวณ Lobby Auto Barrier Gate ระบบไม้กั้นอัตโนมัติ พร้อมระบบ Key card เข้า ออกโครงการ Plate Recognition ระบบตรวจจับทะเบียนรถยนต์อิเลคโทรนิคส์ เพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้เข้า ออกโครงการ ระบบ CCTV กล้องวงจรปิดทั่วทั้งโครงการ VR Fitness เทคโนโลยีเสมือนจริง ช่วยให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่ออีกต่อไปด้วย Virtual Reality เทคโนโลยีสร้างโลกเสมือนจริงอันทันสมัย ช่วยให้ผู้เล่นเสมือนได้ไปออกกำลังกายที่ใดๆก็ได้บนโลกนี้ Smart Locker ระบบล็อกเกอร์อัจฉริยะ รับฝากของ พร้อมใช้งาน 24 ชม. ปลอดภัยผ่าน      application ในมือถือ Wifi common Area พร้อมให้คุณเชื่อมต่ออินเตอร์เนท อย่างไร้ขีดจำกัด ในพื้นที่ส่วนกลาง Smart Screen  กระจกอัจฉริยะติดตั้งในพื้นที่ส่วนกลาง  พร้อม Scene Setting Report สามารถรายงานข้อมูลต่างๆ ให้คุณเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ Google Map  Report :  รายงานสภาพการจราจร Screen Fresh Air PM 2.5: รายงานค่าฝุ่น PM 2.5 Weather & Temperature forecast : รายงานอุณหภูมิ และสภาพอากาศ Paperless Society Announcement  :  ป้ายประกาศอิเลคโทรนิคส์  ลดการใช้กระดาษ ลดโลกร้อน Wireless Charging อุปกรณ์ชาร์ตแบตสมาร์ทโฟนไร้สาย ในบริเวณพื้นที่ส่วนกลางSmart Application : Origin Connect  แอพพลิเคชั่นสุดสมาร์ท สำหรับลูกบ้าน Origin ที่สามารถเป็นได้ทั้งตรวจสอบสิทธิพิเศษต่างๆ  รับพัสดุ แจ้งซ่อมนิติบุคคล ชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง SMART ECO เมืองต้นแบบสังคมแห่งพลังงานทดแทน ‘‘ENERGY Management System’’ ต้นแบบแนวคิดการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย และเกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า แพลทฟอร์มนี้ พัฒนาและบริหารจัดการด้านพลังงานไฟฟ้าด้วยเทคโนลียีทันสมัย อย่างมีประสิทธิภาพ  สังคมแห่งพลังงานทดแทน จะเกิดขึ้นที่นี่ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ Solar Cell พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานสะอาด ที่ใช้แล้วไม่มีวันหมด ในพื้นที่ส่วนกลางของ Origin Smart City Rayong นี้ สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้าส่วนกลาง ลดโลกร้อน Smart Shelter  สเตชั่นอัจฉริยะ ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่าน  Solar Cell ติดตั้ง Smart Screen  จออัจฉริยะ ที่สามารถเช็คสภาพจราจร เช็คอุณหภูมิ และสภาพอากาศ  เช็คค่าฝุ่น PM 2.5  พร้อมจุด “Wireless Charger’’ สำหรับ Smart Phone พร้อม Bike Sharing พร้อมจุดจอดจักรยาน EV Charger  สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ทำหน้าที่เป็นตัวชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ ภายในพื้นที่ “สมาร์ท ซิตี้” Smart LAMP Censor ระบบเปิด ปิดไฟส่วนกลางอัตโนมัติ ผ่านระบบเซ็นเซอร์ ช่วยให้ประหยัดไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายส่วนกลาง PEA Hero Platform ระบบการจัดการพลังงานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง การให้บริการด้านการตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าภายใน ‘‘สมาร์ท ซิตี้’’   SMART COMMUNITY แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ไลฟ์สไตล์ฮับ สุด ‘‘สมาร์ท’’ อาณาจักรมิกซ์ยูส (MIXED-USE)  ‘’สมาร์ท ซิตี้’’ที่มอบบริการครบวงจร (One-Stop Services)  โดย PLATFORM นี้จะประกอบด้วย คอนโดมิเนียม ที่สูงที่สุดในระยอง,คอมมูนิตี้ มอลล์, ซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม, LIFESTYLE HUB   อย่างร้านกาแฟชั้นนำ CLASS CAFÉ 24 Hours , Co- Working Space ,โรงแรม Holiday Inn Express ในเครือ Intercontinental Hotel Group รองรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ทันสมัย   Cashless Society : อีกแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับการอยู่อาศัย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแทนการใช้เงินสด จ่ายเงินในระบบ Payment รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น E-Payment หรือ QR Code Payment สะดวกสบายมากกว่าที่เคย ได้แก่ Vending Machine เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ  พร้อมให้บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอด 24 ชม. Washing Machine  เครื่องบริการซักผ้า ให้บริการตลอด 24 ชม.   ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่  Origin Property เล็งเห็นศักยภาพ ทำเลระยองใน EEC Zone หรือ  Eastern Economic Corridor เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก งัดคัมภีร์ “กลยุทธ์ ทะเลสีคราม’’ Blue Ocean ที่เน้น Local Demand ด้วยการเข้าไปเป็นผู้นำในตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ก่อนใคร  ซึ่งเคยประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านี้ กับการสร้างอาณาจักร  Origin District Sriracha ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ EEC Zone เช่นกัน   "ORIGIN SMART CITY RAYONG" อภิมหาโปรเจคใหม่   นำทัพด้วย 3 แกนสมาร์ท SMART TECH, SMART ECO และ SMART COMMUNITY  บนทำเลศักยภาพ  EEC ใจกลาง ‘‘ไข่แดง’’ เมืองระยอง พิกัดโครงการ https://goo.gl/maps/6XF7LfR2xGMzm9y86     BEYOND A LIVING PLATFORM   ชีวิตอนาคตกำหนดได้ที่นี่   ชื่อโครงการ Notting Hill Rayong (นอตติ้ง ฮิลล์ ระยอง)   ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง พื้นที่โครงการ 2-2-67.1 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 33 ชั้น จำนวนยูนิต 537 ยูนิต+1 พื้นที่เพื่อการพาณิชย์ ขนาดห้อง  1 BEDROOM 22.50-30.20 ตร.ม. 1 Bedroom Smart Walk in Closet 28.30-30.20 ตรม. 1 BEDROOM PLUS 31.30-34.80 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted ชุดชั้นวางทีวี, ชุดครัวและตู้แขวน,  เตียงนอนขนาด 5 ฟุต, โต๊ะแต่งตัว, ตู้เสื้อผ้า(ขึ้นอยู่กับรูปแบบห้อง) ,ชั้นวางรองเท้า (ขึ้นอยู่กับรูปแบบห้อง), เครื่องปรับอากาศ  Daikin Inverter, Digital Door Lock , ระบบ Home Automation และห้องรูปแบบพิเศษได้ตู้เสื้อผ้าแบบ Smart Walk in Closet ที่จอดรถ 35% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby Lounge, Swimming Pool, Fitness, Steam Room, Co-Working Space, Co-Kitchen, Business Lounge, Theater Room, Sky Lounge, Game Room, CCTV, Keycard Access Control, Security 24 hrs. เริ่มก่อสร้าง Q4 2562 ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2564 ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท  สถานที่ใกล้เคียง  7 นาที จาก บขส.ใหม่ระยอง 9 นาที จากโรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง 10 นาที  จากห้าง Passione Shopping Destination (ห้างแหลมทอง) 10 นาที  จากโฮมโปร ระยอง 12 นาที จากโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง 14 นาที จากหาดแสงจันทร์  16 นาที จากโรงพยาบาลระยอง 16 นาที ห้าง Central Plaza ระยอง 40 นาที  จากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา       ห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอนขนาด 28.3 ตารางเมตร     ห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอนพลัส ขนาด 33.8 ตารางเมตร   ชื่อโครงการ Kensington Rayong South Wing (เคนซิงตัน ระยอง เซาท์ วิง)  ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง พื้นที่โครงการ 3-0-92.5 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 2 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 352 ยูนิต ขนาดห้อง  1 BEDROOM 23.20-32.90 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 35.70-36.90 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted : ชุดชั้นวางทีวี, ชุดครัวและตู้แขวน, ตู้เสื้อผ้า, เตียงนอนขนาด 5 ฟุต, ชั้นวางรองเท้า, เครื่องปรับอากาศ Daikin Inverter, Digital Door Lock , ระบบ Home Automation ที่จอดรถ 30% รวมซ้อนคัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby,Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Rooftop Garden,  CCTV, Keycard Access Control, Security 24 hrs. เริ่มก่อสร้าง Q4 2562 ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2563 ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท  สถานที่ใกล้เคียง  7 นาที จาก บขส.ใหม่ระยอง 9 นาที จากโรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง 10 นาที  จากห้าง Passione Shopping Destination (ห้างแหลมทอง) 10 นาที  จากโฮมโปร ระยอง 12 นาที จากโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง 14 นาที จากหาดแสงจันทร์  16 นาที จากโรงพยาบาลระยอง 16 นาที ห้าง Central Plaza ระยอง 40 นาที  จากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา     ชื่อโครงการ Kensington Rayong North Wing (เคนซิงตัน ระยอง นอร์ท วิง)  ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง พื้นที่โครงการ 2-3-49.5 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 2 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 345 ยูนิต +1 พื้นที่เพื่อการพาณิชย์ ขนาดห้อง  1 BEDROOM 23.20-32.00 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 35.70-36.10 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted : ชุดชั้นวางทีวี, ชุดครัวและตู้แขวน, ตู้เสื้อผ้า, เตียงนอนขนาด 5 ฟุต, ชั้นวางรองเท้า, เครื่องปรับอากาศ Daikin Inverter, Digital Door Lock , ระบบ Home Automation ที่จอดรถ 30% รวมซ้อนคัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby,Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Rooftop Garden,  CCTV, Keycard Access Control, Security 24 hrs. เริ่มก่อสร้าง Q4 2562 ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2563 ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท  สถานที่ใกล้เคียง  7 นาที จาก บขส.ใหม่ระยอง 9 นาที จากโรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง 10 นาที  จากห้าง Passione Shopping Destination (ห้างแหลมทอง) 10 นาที  จากโฮมโปร ระยอง 12 นาที จากโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง 14 นาที จากหาดแสงจันทร์  16 นาที จากโรงพยาบาลระยอง 16 นาที ห้าง Central Plaza ระยอง 40 นาที  จากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา     สำหรับ Unit Layout ของทั้ง 2 โครงการ Kensington Rayong North Wing และ Kensington Rayong South Wing จะมีรูปแบบเหมือนกัน           พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ   ห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 24.5 ตารางเมตร   ห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอน พลัส ขนาด 35.7 ตารางเมตร     28 ก.ย.นี้ เปิดจองครั้งแรก ! กับคอนโดมิเนียม ที่สูงที่สุดในระยอง พบ 2 โครงการใหม่ NOTTING HILL RAYONG และ KENSINGTON RAYONG บนอาณาจักร “ORIGIN SMART CITY RAYONG” แลนด์มาร์คใหม่ ใจกลาง New CBD เมืองระยอง เปิดให้ สัมผัสความยิ่งใหญ่ แล้วกับ Sales Gallery สุดสมาร์ท ที่ใหญ่ที่สุด บนแยกเนินสำลี ระยอง พร้อมสามารถ รับ Gift Voucher เพื่อใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 300,000.-* ในการเข้าจองครั้งแรก!!   จอง 5,000.- ผ่อนเพียง 4,900.- เริ่ม 1.29 ล้านบาท* คลิก https://bit.ly/2KWv80M   คลิก https://bit.ly/2KWv80M สัมผัสอภิมหาโปรเจคสุด “หล่อ” #ระยองต้องมา #จัดจ้านไปถึงย่านอีอีซี #OriginSmartCity #Rayong   https://youtu.be/-CgRY0YsKLY    
THE ORIGIN SUKHUMVIT 105-ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 คอนโดฟังก์ชั่นสุดสมาร์ท Facility สุดว้าว เข้าใจไลฟ์สไตล์คน Gen Z  : รีวิวคอนโด

THE ORIGIN SUKHUMVIT 105-ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 คอนโดฟังก์ชั่นสุดสมาร์ท Facility สุดว้าว เข้าใจไลฟ์สไตล์คน Gen Z : รีวิวคอนโด

ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่อย่าง THE ORIGIN กระแสตอบรับก็มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วปลาย ตั้งแต่โครงการทำเลรามคำแหง ลาดพร้าว มาจนถึงสุขุมวิท ในโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 มาพร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่ ซึ่งดีไซน์ออกมาให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยจริงในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด สำหรับโครงการนี้จะมีอะไรใหม่ ต่างจาก THE ORIGIN ตัวอื่นอย่างไร ลองมาชมรีวิวฉบับนี้ดูค่ะ   ทำเลรถไฟฟ้าล้อมรอบถึง 3 สาย ปัจจัยหลักของทำเลโครงการคอนโดมิเนียมคงหนีไม่พ้นเรื่องของการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า โดยเฉพาะช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย ขยายออกจากใจกลางเมืองเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งมีทางเลือกการเดินทางในอนาคต ได้หลากหลาย แถมคอนโดมิเนียมก็ขยายเพิ่มตามไปด้วย ซึ่งคอนโดฯ ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าหลายเส้นทางก็กลายมาเป็น จุดขายที่น่าสนใจมากกว่า เพราะนอกจากจะเดินทางได้อย่างง่ายดาย สิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ ก็เกิดขึ้นตามมาด้วย   รถไฟฟ้าล้อมรอบถึง 3 สายTHE ORIGIN SUKHUMVIT 105 ตั้งอยู่ในซ.ลาซาล 30 ซึ่งย่อยจากซ.สุขุมวิท 105 (ถ.ลาซาล) อีกที ตัวโครงการอยู่ช่วงกลางซอย ความโดดเด่นอยู่ที่สามารถเข้า-ออกจากถนนใหญ่ได้ถึง 3 ทาง โดยถนนใหญ่ทั้ง 3 เส้นทางที่ว่านี้ ล้วนแต่มีรถไฟฟ้าผ่านทั้งสิ้น เรียกได้ว่าถูกล้อมด้วยรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบเลยค่ะ   เริ่มกันจากเส้นทางหลักที่ปากซอยสุขุมวิท 105 ใกล้กับรถไฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง และเมื่อโครงการพร้อมเข้าอยู่ก็จะมี shuttle bus บริการรับ-ส่งจากโครงการกับรถไฟฟ้าสถานีแบริ่ง ช่วงท้ายซอยจะถูกถ.ศรีนครินทร์ตัดผ่าน โดยทุกวันนี้ ก็มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) มีสถานีลาซาลอยู่ตรงบริเวณนี้พอดี หรือหากจะทะลุออก ไปยังถ.บางนา-ตราด ขาเข้า ก็สามารถใช้ซ.ลาซาล 23 ทะลุออกซ.บางนา-ตราด 4 กับซ.ลาซาล 55 ทะลุออกซ.บางนา-ตราด 30 ซึ่งในอนาคตก็มีโครงการรถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ ที่เชื่อมมาจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางนา ผ่านบน ถ.บางนา-ตราด แล้วเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ   นอกจากการเดินทางที่ต้องสะดวกสบายแล้ว สิ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้คือเรื่องของอาหารการกินค่ะ ลองมานึกภาพถึงเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดพักผ่อนที่ไม่อยากฝ่ารถติดเดินทางไปไหนไกล พอมองรอบๆ คอนโดฯ ก็มีของกินให้เลือก หลากหลายไม่เบา ซึ่งย่านลาซาล-แบริ่ง ก็ถือว่าขึ้นชื่อถึงขั้นที่ว่าหากลองตระเวนกิน เปลี่ยนร้านอาหารไปเรื่อยๆ สักเดือนก็ไม่มีซ้ำร้าน อย่างฝั่งตรงข้ามโครงการ จะเป็น ‘‘ดาดฟ้า” คอมมูนิตี้ มอลล์ มีร้านอาหารดัง อย่าง โอ้กระจู๋ หรืออยากจะไปช้อปปิ้งซื้อของก็มีทั้ง Lasalle's Avenue, Central Bangna, Big C, Little Walk, Makro, Foodland, Paradise Park, Seacon Square, Mega Bangna ในอนาคตก็จะมี Bangkok Mall โครงการ Mixed-use สุดอลังการ 7.5 ไร เครือเดอะมอลล์กรุ๊ป ภายในจะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงคอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ อาคารสำนักงานให้เช่า สถานีขนส่งผู้โดยสารสายตะวันออก ฯลฯ ปัจจุบันกำลังเริ่มการก่อสร้างกันอยู่ฝั่งตรงข้ามไบเทค บางนา ไม่ไกลจากโครงการ อีกทั้งยังใกล้กับโรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น รพ.ศิคิรินทร์ รพ.ไทยนครินทร์ รพ.บางนา 1 เป็นต้น   เป็นที่ทราบกันดีว่าแหล่ง Demand ชั้นดีนั่นคืออยู่ใกล้สถานศึกษาและแหล่งทำงาน ซึ่งย่านนี้ก็ไม่แพ้ใครนะคะ โดยเฉพาะโรงเรียนชื่อดังหลายแห่งอย่าง Bangkok Patana School, La Salle School Bangkok, st. andrews international school bangkok, Thai-Singapore International School, St. Joseph Bangna School, Berkeley International School และแหล่งทำงานทั้งจากในโรงเรียนเอง โรงพยาบาล รวมถึงอาคารสำนักงานในย่านบางนา โดยเฉพาะโครงการ Summer Lasalle ออฟฟิศแคมปัสที่ในอนาคตจะมีพนักงานกว่า 6,000 คนเพิ่มขึ้นตรงนี้ สถานที่เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องการันตีถึงการปล่อยเช่าได้ง่ายทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งเฉลี่ยแล้วมี Yield 5-6%   ภาพรวมโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร รวม 672 ยูนิต 1 Shop แบ่งเป็นอาคาร A 243 ยูนิต อาคาร B 224 ยูนิต อาคาร C 205 ยูนิต ที่จอดรถ 40% พื้นที่ทั้งหมด 5-1-63 ไร่ การดีไซน์ของทั้งโครงการถูกคิดขึ้นมาทุก Step ตั้งแต่หน้าโครงการไปจนถึงภายในยูนิต แยกความเป็นส่วนตัวกับส่วนที่เป็น Public ออกจากกัน เริ่มจากตัวอาคารภายนอกใช้เส้นสายแนวนอน (horizontal line perception) เพื่อให้ดูเรียบนิ่ง กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบโครงการที่ยังมีความเป็นแหล่งชุมชนเดิมอยู่ แล้วจึงค่อยๆ ขยายความเป็นเส้นโค้ง (Spline line) อิสระภายในโครงการ แล้วเติมสีสันให้ดูสนุกสนานเข้าไป สื่อถึงความ freedom&flexible and energetic อันหลากหลายของคนรุ่นใหม่   ป้ายโครงการด้านหน้าที่ฝั่งที่เป็นป้ายสูง วาง Green Wall เป็น Background เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้โครงการตั้งแต่ทางเข้า สามารถมองเห็นได้ง่าย และยังบังสายตาจากตึกแถวด้านข้างได้ดีอีกด้วย เมื่อเลยป้ายโครงการเข้าไปผ่านป้อม รปภ. เราจะมองเห็นซุ้มทางเข้าโครงการ ที่เป็น Public Facility ที่เป็นกระจกสูงโปร่งด้านบน ซึ่งเป็นส่วนเชื่อมจากชั้น 3 ของอาคาร A ภายในมีทั้ง Lobby, co-working space และ co-kitchen & Private dinning room แยกออกจาก Facility ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวอื่นๆ   ภายใน Public Facility ชั้น 3 อาคาร A ที่เราเห็นตั้งแต่ผ่านป้อม รปภ. ด้านหน้ามาแล้ว เป็น Co-Working Space ที่มีการวางฟังก์ชั่นให้เกิดการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะนั่งทำงานคนเดียว (private seating) ทำงานเป็นกลุ่ม (Group Discussion) หรือที่นั่งต่างระดับ (Step Seating) มีห้อง Meeting Room สามารถจัดประชุมได้ และ Studio Room สามารถ Set เป็นสตูถ่ายภาพส่วนตัวหรือจะใช้ Live สำหรับผู้ทำธุรกิจออนไลน์ก็ยังได้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์รองรับด้วย เช่น เครื่องแสกน+ถ่ายเอกสาร ตู้ยอดเหรีญ (Vending Machine) ที่มีทั้งอาหาร ขนม และน้ำ ที่สำคัญคือเปิด 24 ชม. เหมือนกับ Co-Working Space ที่อยู่ใจกลางเมือง แต่ยกมาไว้ในคอนโดฯ ตอบรับการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่หันมาทำด้านออนไลน์ หรือทำงานแบบฟรีแลนซ์กันมากขึ้น โดยทุกมุมรองรับสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ Personal Identity   Facility ถูกวางไว้กลางพื้นที่โครงการตั้งแต่สนามหญ้าเชื่อมต่อด้วยขั้นบันไดเล่นระดับไปตามเนินเล็กๆ ผ่านต้นไม้ใหญ่ ให้ได้พักผ่อนท่ามกลางสวนสีเขียวร่มรื่น นั่งฟังเสียงน้ำ หรือทำกิจกรรมในบรรยากาศที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 Step ที่มี Flow เชื่อมต่อกันเทียบเคียงกับธรรมชาติได้มากที่สุด ลานและ Outdoor Amphitheater รองรับการจัดกิจกรรมร่วมกันได้หลายหลายแนวทั้งกลางวัน และกลางคืน ที่นั่งที่มีความหลากหลายให้ได้เลือกพักผ่อนตามอารมณ์ เช่น ที่นั่งตาข่าย (Giant Net Seating) ใต้ต้นไม้ สระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำที่มี Overflow ไหลลงมา เกิดเสียงน้ำไหลสร้างบรรยากาศให้สวนอยู่กลางธรรมชาติจริง มีความยาวสูงสุด 40 เมตร (รวม Jacuzzi) และส่วนว่ายจริงจังที่ 30 เมตร ไม่ว่าจะว่ายน้ำเพื่อออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายก็เหมาะกับวันพักผ่อน มี Pool Terrace นั่งพักริมสระ และรองรับการใช้งานจริงด้วยห้องน้ำ+Locker ส่วนกลางนี้สามารถเชื่อมเข้าสู่ในตัวอาคาร B กับอาคาร C ชั้น 2 ได้ ทำให้การเข้า-ออก อาคารไม่ไกลจนเกินไป และยังเกิดความต่อเนื่องเมื่อมาใช้ Facility เหล่านี้   ฟิตเนส สาดสีสันมาอย่างโดนใจเกิดเป็น Movement ชวนให้ Active ไปกับเครื่องเล่นให้รู้สึกสนุกในโซน Machine หรือโซน Workout และ Yoga ทำให้มีพื้นที่สามารถออกกำลังกายคนเดียว หรือจะยก Class เรียนมาไว้ที่นี่ แล้วปิดเป็นห้อง Private ก็ได้เช่นกัน   ทั้งหมดถูกจัดวางให้มีความ Flow ต่อเนื่องกัน ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวในภาพใหญ่ที่เป็นธรรมชาติท่ามกลางคอนโดรุ่นใหม่ แทรกด้วย Function การใช้งานในรูปแบบที่หลากหลายตอบสนองการใช้งานจริง เช่นปลั๊ก+ปลั๊ก usb ให้สามารถมาใช้งานตามจุดต่างๆ ได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็ยังคงความส่วนตัวในมุมต่างๆ แบบ Privacy in Public เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน   และเทคโนโลยีในที่อยู่อาศัยคงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยในโครงการที่สร้างมาเพื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่เช่นนี้ ฉะนั้น Origin เองก็ไม่พลาดที่จะนำ Home Automation เข้ามาใช้ เช่น Smart Gateway กล่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับ Mobile App สำหรับแปลงสัญญาณ Digital Door Lock ตั้งรหัสระบบกลอนประตูห้อง Smart Mirror ทัชสกรีนบนกระจกเงา ภายในห้องน้ำผ่าน Wifi และการเปิด-ปิดควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้อง   Floor plan ที่ดินของโครงการอยู่ภายในซ.ลาซาล หลบเข้าไปจากตัวถนนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าโครงการหันทางทิศเหนือ ทั้ง 3 อาคารวางเป็น U Shape โอบล้อม Facilities ขนาดใหญ่สำหรับลูกบ้านตรงกลางเอาไว้ อาคาร A มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยหันทางทิศตะวันออก ฝั่งนอกโครงการ และตะวันตก วิวสระว่ายน้ำ   อาคาร B ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยที่หันทางทิศตะวันตกกับทิศเหนือจะได้วิวสระว่ายน้ำ ส่วนยูนิตทางทิศตะวันออกกับทิศใต้จะได้วิวฝั่งนอกโครงการ   อาคาร C ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยที่หันทางทิศตะวันตก ฝั่งนอกโครงการ และทิศตะวันออก วิวสระว่ายน้ำ ซึ่ง Facilities หลักทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ฯลฯ จะอยู่ที่อาคาร C ชั้น 2   ชมห้องตัวอย่าง วันนี้เราพาไปชม Sales Gallery ซึ่งไม่ยากเลยค่ะ ตั้งอยู่ปากซอยลาซาล 30 มองเห็นได้ง่ายมาก ภายในมีห้องตัวอย่างให้ชม 3 ห้อง ด้วยกัน ซึ่งเป็น Type ที่วางฟังก์ชั่นมาใหม่ ขายแบบ Fully Fitted ซึ่งจะมี Built in ตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ทีวี เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน และสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำครบชุด โดยตู้เก็บของถูกออกแบบมาใหม่ให้ได้พื้นที่เก็บของเพิ่มมากขึ้น มี USB Plug ที่จุดสำคัญอย่างในห้องนอนกับห้องน้ำ เน้นพื้นที่ส่วน Living Room กว้างขึ้น สามารถรองรับเพื่อนๆ ที่มาห้องของเราได้หลายคน หรือสามารถปรับการใช้งานสำหรับรองรับการทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างสะดวกตามไลฟ์สไตล์ ของแต่ละคน              Type B2 27 ตร.ม.   เป็นห้องที่มีลักษณะตามแปลนเดิมของ Origin แต่มีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นบางส่วนใหม่ เริ่มจากส่วนแรกของห้องเป็น Living Room ไซส์ที่สามารถรับแขกได้เพิ่มขึ้น ด้วยพื้นที่วางโซฟาได้ยาวถึง 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง และยังมีมุมสำหรับ วางโต๊ะทานอาหาร มาพร้อมกับ Built in เคาน์เตอร์วางทีวี สำหรับวัสดุปูพื้นใช้ลามิเนต ผนังฉาบเรียบสีขาว ความสูง Floor To Ceiling 2.4 เมตร และได้เครื่องปรับอากาศ Daikin 2 ตัว     Bedroom กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ พื้นที่เชื่อมต่อกับ Living Room โดยจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้า เตียงขนาด 5 ฟุต ส่วนหน้าต่างข้างเตียงใช้กระจกบานกระทุ้ง   อีกด้านหนึ่งของห้องจะเป็นครัวปิดและห้องน้ำ ซึ่งตรงกลางระหว่างทั้งสองห้องนี้จะมี Built in ตู้เก็บของ พร้อมช่องวางตู้เย็นแยกออกมาจากครัว เป็นฟังก์ชั่นใหม่ที่เราได้เห็นกันในโครงการนี้เป็นที่แรก โดยที่เราจะได้ความสะดวก ในการหยิบของในตู้เย็น ได้พื้นที่ครัวแนวลึกเพิ่มขึ้น และระเบียงห้องต่อจากห้องครัวปิด กั้นด้วยราวเหล็กโปร่งสีดำ Condensing Unit แขวนไว้หันเข้าตัวระเบียง     Type B3 27 ตร.ม. แปลนห้องที่ถือเป็นไฮไลท์สำหรับโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 เรียกว่าห้องแบบ Smart walk in Closet ออกแบบมาเพื่อหนุ่มสาวสายแฟชั่นที่รักการแต่งตัวโดยเฉพาะ เพราะมีการกั้นส่วนที่เป็น Walk In Closet เอาไว้หนึ่งห้อง ซึ่งวางไว้ให้สามารถเดินเชื่อมกันระหว่างห้องน้ำกับห้องนอน ทำให้การใช้งานจริง Smooth มากกว่า รับรองว่าใครที่เป็นแฟชั่นนิสต้าจะต้องชื่นชอบห้องนี้แน่นอนค่ะ   ส่วนแรกของห้อง Living Room ยังคงมีพื้นที่กว้างขวาง นอกจากจะได้ Built in เคาน์เตอร์ทีวีแล้ว ยังได้ Built in ตู้เก็บของที่มีช่องวางตู้เย็นแบบเดียวกันกับ Type B2 อยู่ตรงข้ามกับห้องครัวปิดทางด้านหน้าห้อง ซึ่งเคาน์เตอร์ครัวจะได้ Top หินสังเคราะห์ ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันจากแบรนด์ Hafele พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้   Smart Walk in Closet เป็นตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้มีไว้แค่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น เป็นทั้งตู้เก็บของ เก็บเสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งใน 1 เดียว ทั้ง Beauty Mirror พร้อมไฟ LED รอบกระจก ช่องปลั๊กที่เตรียมไว้ทุกมุม ด้านบนสำหรับเสียบไดร์เป่าผม และด้านล่างสำหรับเสียบ iRobot Clenning ช่องเก็บเสื้อผ้าหลายขนาด หลายไซท์ ทั้งหมุดแขวนหมวกหรือเข็มขัด เรียกว่าคิดมาครบให้เก็บทั้งเสื้อผ้าและของใช้ได้ทุกอย่างจริงๆ ซึ่งโครงการบิ้วท์อิน มาให้เหมือนในห้องตัวอย่างเลย ขาดเพียงกระจกเงาสูงเต็มตัวด้านใน ที่ติดไว้เป็นไอเดียเท่านั้น   Bedroom เชื่อมต่อกับห้อง Smart Walk In Closet โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access ระหว่าง Living Room กับ Smart Walk In Closet สะดวกต่อการใช้งานทั้งเจ้าของห้องเวลาแต่งตัว และเพื่อนเมื่อมาที่ห้อง ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard พร้อมฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจก Tempered แบบบานสวิง พื้นและผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิค     Type BP 31.5 ตร.ม.   เป็น Type แบบ 1 Bedroom Plus แปลนห้องจะคล้ายกับ Type B3  คือมีห้องครัวปิดวางไว้ทางซ้ายมือถัดจากประตูห้อง กลางห้องเป็น Living Room มีห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access สามารถเข้าได้จากทั้งทาง Living Room กับห้องนอน และลึกเข้าไปด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องนอน และห้องที่เป็น Plus     ห้องครัวปิดวางไว้ทางซ้ายมือถัดจากประตูห้อง ภายในวางเคาน์เตอร์ครัวแบบ L shape ได้เคาน์เตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามห้องตัวอย่างมาครบชุด ส่วนในห้องน้ำจะมีระบบ Smart Mirror ทัชสกรีนบนกระจกเงาภายในห้องน้ำผ่าน Wifi ให้ไม่พลาดทุกการสื่อสาร   สำหรับห้องที่เป็น Plus นั้นจะได้พื้นที่เพิ่มขึ้น สามารถวาง Day Bed หรือจะใช้เป็นห้องทำงานก็เหมาะดีนะคะ โดยจะมีระเบียงห้องต่อจากห้อง Plus ถัดไปข้างกันเป็นห้องนอนที่ใช้ประตูห้องบานสวิงแบบทึบ เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากกว่า   นอกจากนี้  สิ่งที่สำคัญ ที่สุด ที่ออริจิ้น เข้าใจ GEN Z  คือ การบริการ ที่ตัดตรงขั้วหัวใจ Hotel Service On demand บริการทำความสะอาด  ไม่ว่าจะเป็น งานแม่บ้าน งานซักรีด งานทำความสะอาดห้องน้ำ  ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในความต้องการจัดการชีวิตให้สะดวกสบาย เหมือนที่เป็นมาโดยตลอด Facility Booking บริการจองพื้นที่ส่วนกลาง ผ่าน Mobile Application  ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในการจัดสรรเวลา ที่มีค่าของคุณ  เพื่อให้คุณสามารถจัดสรรเวลาดีๆ ที่มีค่า ไปตามหา Passion ไปใช้ชีวิตในแบบของคุณ Super Maintenance Service บริการเรียกช่างเทคนิค ช่างซ่อม ช่างล้างแอร์ ช่างไฟ ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในความต้องการให้คุณไม่ต้องมากังวลกับงานช่างที่คุณไม่ได้ถนัดอีกต่อไป Dine in Service บริการ SNACK และเครื่องดื่ม ผ่าน Machine ภายในโครงการ ให้ทุกมื้อ ที่คุณต้องการ สามารถสั่งผ่านปลายนิ้ว ได้ในพริบตา Smart Bill Pay  บริการส่งบิลออนไลน์ และชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ผ่าน Mobile Application  ลดเวลาความวุ่นวาย ที่ต้องพบเจอในทุกๆเดือน ซึ่ง มาภายใต้ คอนเซปต์ Cashless Society  สังคมไร้เงินสด ที่คุณมีเพียงมือถือ เครื่องเดียว ก็สามารถจัดสรรทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่าย ผ่านปลายนิ้ว คุณ   ความครบครันรอบด้านของโครงการ ทั้งในแง่ของการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งภายนอก-ภายในโครงการ รวมถึงฟังก์ชั่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ในราคาเริ่มต้นสุดพิเศษเพียง 1.39 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่หาได้ยากแล้วสำหรับคอนโดมิเนียมยุคนี้ เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งในแบรนด์ THE ORIGIN ที่น่าสนใจและได้รับกระแสตอบรับที่ดีเช่นเดียวกันกับตัวอื่นๆ ค่ะ   เตรียมพบกับคอนโดใหม่ทุกไลฟ์สไตล์อยู่ใกล้แค่ก้าว "ดิ ออริจิ้น" สุขุมวิท 105 ที่สุดแห่งคอนโดใหม่ บนถนนสุขุมวิท ใจกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย #สีเขียว #สีเหลือง   เริ่มเพียง 1.39 ล้านบาท*       21 ก.ย.นี้เปิดจองครั้งแรก พร้อมชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ พิกัด https://bit.ly/33Mw1lp  "The Origin สุขุมวิท 105" ที่สุดแห่งคอนโดใหม่ บนถนนสุขุมวิท ใจกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย #สีเขียว #สีเหลือง เปิดรับ Gift Voucher เพื่อใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 200,000 .- *คลิกรับสิทธิพิเศษ https://bit.ly/31ksLvA   #จัดจ้านย่านสุขุมวิท #TheOrigin #LiveYourValue  #ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ #สู้สู้นะ #GenZ    
พาชม THE ORIGIN Ratchada-Ladprao-ดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว 25 เมตร จาก Interchange 2 สาย #สีเหลือง#สีน้ำเงิน คอนโดฯ ของคน Gen Z : รีวิวคอนโด

พาชม THE ORIGIN Ratchada-Ladprao-ดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว 25 เมตร จาก Interchange 2 สาย #สีเหลือง#สีน้ำเงิน คอนโดฯ ของคน Gen Z : รีวิวคอนโด

ในระยะหลังมานี้เราจะเห็นคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นใน Segment ระดับบน เรียกได้ว่าขยันทำสถิติ New High ราคาสูงขึ้นแข่งกันออกมาในตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วจับกลุ่มชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนโดยเฉพาะ First Jobber หรือกลุ่ม Gen Z อายุประมาณ 23-28 ปี ยากจะเอื้อมถึง แต่สำหรับ Origin ที่มองเห็นช่องว่างนี้ก็ได้สวนกระแสผุดแบรนด์น้องใหม่ The Origin ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ออกมาได้ดีแค่ไหน เราไปทำความรู้จักพร้อมๆ กันกับโครงการ “THE ORIGIN Ratchada-Ladprao”    อีกหนึ่งทำเล Interchange สำคัญ ถ้าคอนโดมิเนียมทำเลดีหมายถึงการอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามากที่สุด ฉะนั้นการอยุ่ในทำเลที่เป็น Interchange ก็ถือว่าดียิ่งกว่า เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าถึง 2 สถานี จาก 2 เส้นทาง ทำให้การเดินทางกลายเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบายจากการมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น    THE ORIGIN Ratchada-Ladprao ตั้งอยู่ภายในซ.ลาดพร้าว 23 ซึ่งใกล้กับสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว จุด Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลาดพร้าวในปัจจุบัน ห่างจากโครงการ 450 เมตร กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว ห่างจากโครงการ 25 เมตร โดยความสำคัญของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในอนาคตเมื่อเสร็จสมบูรณ์ตลอดทั้งโครงการแล้วน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นได้ทั้งสายของคนทำงานใจกลางเมืองอย่างพระราม 9 อโศก สาทร และสีลม รวมถึงการอยู่ในฐานะรถไฟฟ้าสายท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้วยเช่นกัน โดยจะมีหลายสถานีที่ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นสถานีวัดมังกร สถานีวังบูรพา สถานีสนามไชย ซึ่งเปิดให้ทดลองนั่งฟรีเมื่อวันที่ 29 ก.ค. นี้แล้ว ขณะที่สายสีเหลืองที่มีสถานีลาดพร้าวเป็นจุดเริ่มต้น มีระยะทางรวมทั้งหมด 30 กิโลเมตร 23 สถานี จากถ.ลาดพร้าว เข้าสู่ถ.ศรีนครินทร์ เลี้ยวเข้าถ.เทพารักษ์ แล้วไปเชื่อมต่อกับสายสีเขียวสถานีสำโรง คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2021 ก็ถือเป็นรถไฟฟ้า Monorail ที่จะสามารถรองรับผู้คนที่อาศัยอยู่ทางโซนตะวันออกเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และยังมีสายสีเหลืองส่วนต่อขยายอีก 2 สถานี ผ่านหน้าศาลอาญาบนถ.รัชดาภิเษก แล้วเป็นจุด Interchange กับสายสีเขียวส่วนต่อขยาย สถานีพหลโยธิน 24 ด้วย           ถ.รัชดาภิเษกและลาดพร้าวช่วงต้นเช่นนี้ ถือเป็นจุดสำคัญที่รวบรวมเอาสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงด้านคมนาคมเข้าไว้ด้วยกันจนแทบจะกลายเป็นอีกศูนย์กลางแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นช่วงสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปจนถึงสี่แยกพระราม 9 แหล่งอาคารสำนักงานเกรด A ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เกต เช่น The Street รัชดา บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รัชดา Esplanade รัชดา เซ็นทรัล พระราม 9 ฟอร์จูนทาวน์ อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งอย่าง สถานฑูตจีน สถานฑูตเกาหลี โรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นต้น ทางด้านช่วงต้นของถ.ลาดพร้าว อีกย่านคนทำงานหลายบริษัทชื่อดังรวมตัวอยู่บริเวณนี้ก็ไม่น้อย สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีทั้งเซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยน มอลล์ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ลาดพร้าว เทสโก้ โลตัส ลาดพร้าว เมเจอร์ รัชโยธิน และร้านแฮงค์เอ้าท์สุดฮิตช่วงกลางคืนอยู่หลายร้าน รวมถึงตลาดนัดจตุจักรที่มีทั้งช่วงกลางวันเสาร์-อาทิตย์ และคืนวันศุกร์ 4 ทุ่มไปจนถึง 7 โมงเช้า หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปพักผ่อน ออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติจริง หนึ่งในปอดใหญ่ของคนกรุงเทพฯ อย่างสวนจตุจักร และสวนรถไฟ ทั้งหมดก็ดูจะสามารถตอบไลฟ์สไตล์อันไม่หยุดนิ่งของคน Gen Z ได้อย่างสมบูรณ์แบบ        ภาพรวมโครงการ THE ORIGIN Ratchada-Ladprao คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร ขนาดห้อง 24.5-54.5 ตร.ม. บนพื้นที่ 1-3-28.25 ไร่ ทั้งหมด 208 ยูนิต+ 1 Shop ที่จอดรถ 61% อยู่ใต้อาคาร ดึงเอาความหรูหราในบรรยากาศย้อนอดีตอย่าง Classic Heritage มาไว้บนสถาปัตยกรรมของโครงการ ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบตัวอาคารที่ใช้ความคลาสสิก บวกกับการใช้สี และวัสดุตกแต่งใช้สีโทนน้ําตาลและขาวครีม ตัดกับอลูมิเนียมสี Antique Copper เติมความหรูหราให้กับตัวอาคาร ใช้เส้นสายแนวตั้งเพื่อให้อาคารดูหนักแน่น สูงโปร่งขึ้น   ระแนงแนวตั้งของอลูมิเนียมสี Antique Copper ชั้นบน ช่วยรับสายตาจากทางเข้าโครงการไปที่สระว่ายน้ำ สะท้อนแนวคิดการดีไซน์บนความหรูหรา Facilities&Services  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางจะมีมาตั้งแต่ชั้น Ground ไปจนถึงชั้น 3 เน้นการใช้งานได้จริง โทนสีขาว เทา ดำ ดูเรียบง่ายสบายตา ตัดด้วยอลูมิเนียมสีทองกับทองแดงเพิ่มความโดดเด่น บางห้องจะเปิดให้เห็นพื้นที่สีเขียวนอกอาคารด้วยกระจก Height Ceiling ซึ่งโครงการนี้ถือว่ามีห้องส่วนกลางให้เลือกใช้งานได้หลากหลายพอสมควร ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเวลามาใช้งาน เช่น Lounge,  24 hr.Co-working Space, Library Space, Office Supply, Multi Function Studio, Meeting Room ฯลฯ ส่วน Facilities อย่างสระว่ายน้ำ ฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 2 สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้สะดวก       ด้วยความเป็นคอนโดมิเนียมของคน Gen Z ในเรื่องของเทคโนโลยีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย เพราะนอกจากทำให้ชีวิตง่าย สะดวกสบายขึ้น ยังช่วยเรื่องความปลอดภัยได้ ซึ่ง Application บนสมาร์ทโฟนอย่าง ORIGIN CONNECT จะมาช่วยเติมเต็มสิ่งเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมเปิด-ปิดระบบไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟน ใช้คู่กับ Smart Mirror ในห้องน้ำ Digital Door Lock ที่มีความสามารถในการปลดล็อคได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้ Card, Mechanical Key, Password, Bluetooth, Touch Screen และตั้งอายุการใช้งานของ Password ได้ รวมถึงการเรียก Hotel Service ได้ เป็นต้น      นอกจากนี้ยังตอกย้ำความว้าวที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจในตัว GEN Z อย่างแท้จริง ที่ออริจิ้นต้องการตอบสนองให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยให้ชีวิตมนุษย์คอนโด ‘ง่ายขึ้น’ ซึ่งมีอยู่ในโครงการ The Origin รัชดา-ลาดพร้าว คือ SERVICE EXCELLENCE  บริการสุดว้าว ที่เกิดจาก “ความเข้าใจ”   Hotel Service On demand บริการทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นงานแม่บ้าน งานซักรีด งานทำความสะอาดห้องน้ำ ตอบโจทย์ความต้องการจัดการชีวิตให้สะดวกสบายมากขึ้น Facility Booking บริการจองพื้นที่ส่วนกลาง ผ่าน Mobile Application ตอบโจทย์ความ ’เข้าใจ’ ในการจัดสรรเวลาที่มีค่าของคุณ เพื่อให้คุณสามารถจัดสรรเวลาดีๆ ที่มีค่า ไปตามหา Passion ไปใช้ชีวิตในแบบของคุณ Super Maintenance Service บริการเรียกช่างเทคนิค ช่างซ่อม ช่างล้างแอร์ ช่างไฟ ตอบโจทย์ความเข้าใจในความต้องการให้คุณไม่ต้องมากังวลกับงานช่างที่ไม่ได้ถนัดอีกต่อไป Dine in Service บริการ SNACK และเครื่องดื่ม ผ่าน Machine ภายในโครงการ ให้ทุกมื้อที่คุณต้องการ สามารถสั่งผ่านปลายนิ้วได้ในพริบตา Smart Bill Pay บริการส่งบิลออนไลน์ และชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่าน Mobile Application ลดเวลาความวุ่นวายที่ต้องเจอในทุกๆ เดือน Floor Plan  ทางเข้า-ออก โครงการจะอยู่ในซ.ลาดพร้าว 23 ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก ลักษณะที่ดินลึกเข้าไปจากตัวถนน ทำให้การวางตัวอาคารจึงได้เปรียบตรงที่ยูนิตจะอยู่ทางทิศเหนือ วิวสระว่ายน้ำ และทิศใต้ วิวทางฝั่งถ.ลาดพร้าว ยูนิตส่วนใหญ่จะไม่ถูกแสงแดดโดยตรงจากทั้งทางตะวันออกและตะวันตก เปิดห้องตัวอย่าง  สำหรับโครงการ THE ORIGIN Ratchada-Ladprao ตัว Sales Gallery ตั้งอยู่ริมถ.รัชดาภิเษก ฝั่งขาเข้าใกล้กับแยกรัชดา-ลาดพร้าว หรือสามารถเข้าจากในซ.ลาดพร้าว 23 ก็ได้เช่นกันค่ะ โดยจะมีห้องตัวอย่างทั้งหมด 3 ห้อง ขายแบบ Fully Fitted ที่มีเฟอร์นิเจอร์มาให้เกือบจะครบใกล้เคียง Fully Furnished เลยทีเดียวค่ะ โดยสิ่งที่จะได้มาด้วยมีทั้งเคาน์เตอร์ครัว Top หินสังเคราะห์ มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน จากแบรนด์ HAFELE ตู้เก็บรองเท้า เคาน์เตอร์ทีวี เตียง ตู้เสื้อผ้า สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมด รวมฉากกั้นอาบน้ำ และติดตั้งเครื่องปรับอากาศจาก Daikin มาให้ด้วยค่ะ ซึ่งห้องแต่ละ type ก็จะได้เฟอร์นิเจอแตกต่างกันได้ตามนี้เลย 1 Bedroom เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin, Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ตู้เสื้อผ้า 1 Bedroom Smart Closet เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin,  Home Automation, Digital Door Lock, ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. และโต๊ะข้างเตียงพร้อม Wireless Charger, ตู้เสื้อผ้า Walk In Closet Set 1 Bedroom Plus เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin, Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ตู้เสื้อผ้า Smart Mirror (ในห้องน้ำ) 2 Bedroom  เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin,  Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ทั้งหมด 2 หลัง, ตู้เสื้อผ้า, Smart Mirror (ในห้องน้ำ)   1 Bedroom 27 ตร.ม.    เริ่มจากห้องตัวอย่างแรก ซึ่งเป็นห้องดีไซน์ Layout ใหม่จาก Origin เริ่มจากห้องครัวปิดแยกออกจากส่วน Living และ Bedroom แต่มีดีไซน์แบบใหม่ตรงที่มี Smart Walk In Closet กั้นเป็นห้องแนวยาว เหมาะสำหรับเหล่า Fashionista ที่รักการช็อปปิ้งให้ได้มีที่เก็บเสื้อผ้าและ Accessories ได้เยอะมากกว่าที่เคย เปิดห้องแรกมาด้วยห้องครัวปิดเป็นส่วนแรกสำหรับ Layout นี้ พื้นครัวปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้  มีช่องสำหรับวางตู้เย็น หน้าบานตู้เป็นกระจกสีดำ ช่วยพรางสายตาภายในตู้ได้ค่อนข้างดี แต่ไม่ทึบจนเกินไปเหมือนหน้าบานไม้ และกั้นห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ สูงจากพื้นชิดฝ้าเพดาน ซึ่ง Floor To Ceiling ภายในห้อง 2.5 เมตร    ผ่านห้องครัวเข้ามา Living พื้นปูด้วยลามิเนต วางโซฟายาวๆ ได้ 3-4 ที่นั่ง ด้านในสุดของห้องจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้ข้างหน้าต่างกระจก ซึ่งเป็นบานกระทุ้งเปิดออกได้ 1 บาน และรูปลั๊กไฟตามจุดสำคัญต่างๆ เช่น หัวเตียง ในห้องน้ำ ฯลฯ ก็จะมีช่อง USB รองรับไว้เลย ใช้งานสะดวกมาก โดยเฉพาะกับสมาร์ทโฟนที่ไม่ต้องง้อ Adapter อีกเลย เพราะโครงการให้โต๊ะข้างเตียงที่มาพร้อม Wireless Changer   ปลายเตียงห้องจริงจะมีการกั้นประตูกระจกบานเลื่อนมาด้วยนะคะ เพื่อกั้นเป็นห้อง Smart Walk In Closet ซึ่งจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งมาด้วยตลอดแนวผนังก่อนถึงห้องน้ำด้านในสุด โดยภายในห้องน้ำก็จะแยกส่วนแห้งไว้ก่อนจะเป็นส่วนเปียกไว้ด้านใน  Smart Walk in Closet เป็นตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้มีไว้แค่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น เป็นทั้งตู้เก็บของ เก็บเสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งใน 1 เดียว ทั้ง Beauty Mirror พร้อมไฟ LED รอบกระจก ช่องปลั๊กที่เตรียมไว้ทุกมุม ด้านบนสำหรับเสียบไดร์เป่าผม และด้านล่างสำหรับเสียบ iRobot Clenning ช่องเก็บเสื้อผ้าหลายขนาด หลายไซท์ ทั้งหมุดแขวนหมวกหรือเข็มขัด เรียกว่าคิดมาครบให้เก็บทั้งเสื้อผ้าและของใช้ได้ทุกอย่างจริงๆ     1 Bedroom 27 ตร.ม.  Layout สุดฮิตของ Origin เขาล่ะค่ะ ด้วยพื้นที่ตรงกลางห้องที่มีมุมสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นตามการใช้งานได้อย่างอิสระ เน้นการใช้งานภายในห้องได้อย่าง Smooth ขณะเดียวกันก็ยังได้ห้องครัวปิด ห้องนอนที่แยกเป็นสัดส่วนออกจากกัน และยังได้เปรียบในเรื่องของแสงธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาในห้องได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย    ลักษณะของ Layout สำหรับโครงการนี้จะได้พื้นที่ Living มากขึ้น สามารถวางโซฟาตัวยาวขนาด 3-4 ได้สบายๆ พร้อมโต๊ะเล็กด้านข้างได้อีกค่ะ   ตู้ที่ Bulit in มาให้จะใช้หน้าบานกระจกสีดำ ซึ่งภายในตู้จะมีสวิตซ์ไฟเปิด-ปิด ไฟ LED ด้านในตู้ เพิ่มความสว่างเวลาใช้งานจริง ส่วนกลางห้องระหว่างห้องน้ำกับห้องครัวปิดจะมี Built in โต๊ะเครื่องแป้งที่มีตู้เก็บของด้านบนเอาไว้ให้ด้วย สะดวกต่อการใช้งานจริง   1 Bedroom Plus 34 ตร.ม.        ห้องตัวอย่างสุดท้าย เป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus ที่ได้ห้องว่างเพิ่มมา 1 ห้อง สามารถดีไซน์ได้เองตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เช่น ห้องทำงาน หรือห้องนอนอีก 1 ห้อง ส่วนห้องน้ำได้ประตู Double Access สามารถเข้าได้จากทั้ง Living กับ Bedroom เพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และห้องครัวปิดที่ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นจนสามารถวางเคาน์เตอร์ Built in มาแบบ L shape ได้   ห้องครัวปิดจะถูกวางอยู่หลัง Living Room ภายในมีพื้นที่พอสำหรับทำครัว 2 คนได้ และบริเวณ Living Room ยังคงเน้นพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ยาวขึ้น ถ้ามีเพื่อนมาหาที่ห้องก็สามารถรองรับได้ดี ไม่คับแคบจนเกินไป   ห้องที่เป็น Plus เพิ่มขึ้นมานี้ จะเป็นห้องเปล่าที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้เอง โดยในห้องตัวอย่างก็จัดเป็นห้องอ่านหนังสือแยกจากโซน Living และเชื่อมต่อกับระเบียงห้องที่มีราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ ส่วน Condensing Unit ถูกแขวนไว้หันหน้าเข้าทางระเบียง พื้นที่พอสำหรับใช้ตากผ้าได้    ห้องนอนใช้ประตูบานทึบและยังได้ประตูห้องน้ำแบบ Double Access ระหว่าง Living Room กับ Bedroom ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหากมีเพื่อนมาที่ห้องของเรา ซึ่งภายในห้องน้ำนอกจากจะได้สุขภัณฑ์มาครบพร้อมใช้งานได้ทันทีแล้ว ยังมีความพิเศษตรง Smart Mirror กระจกที่สามารถโชว์ภาพที่ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเช็คตารางงาน ดูหนัง ฟังเพลง ขณะอยู่ในห้องน้ำก็ยังสามารถใช้ชีวิตแบบสมาร์ทๆ ได้ ไม่พลาดทุกการสื่อสาร    ไม่ใช่แค่ทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ แต่ยังมีเรื่องของเทคโนโลยีที่กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่ง THE ORIGIN ก็สามารถทำออกมาได้ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจ จึงกลายมาเป็นแบรนด์น้องใหม่มาแรงที่กำลังถูกจับตามอง ด้วยความครบครันรอบด้านบวกกับราคาที่จับต้องได้ง่าย จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้ากลางเมืองได้เช่นนี้   #เปิดจองรอบพิเศษ vvip 17 ส.ค. นี้ พร้อมรับ Gift Voucher ใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 300,000 .- * สำหรับเข้าจองในงาน!  ได้แล้ววันนี้ที่สำนักงานขาย https://bit.ly/2SCZrNm    “THE ORIGIN’’ 2 โครงการใหม่ทำเล “รัชดา- ลาดพร้าว” ย่านไลฟ์สไตล์สุดฮิป ใกล้จุดตัด New Interchange #สายสีน้ำเงิน #สายสีเหลือง   ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15  600 ม. จากสถานี MRT ลาดพร้าว มีความเป็นส่วนสูงเพียง 163 ยูนิต เริ่ม 1.79 ลบ.* ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว 25 ม. จากสถานี MRT รัชดา (สายสีเหลือง) จุดตัด New Interchange รถไฟฟ้า 2 สาย เริ่ม 2.29 ลบ.*   ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร! คลิก https://bit.ly/2LZsgSV    #TheOrigin #จัดจ้านย่านรัชดา #จัดจ้านย่านลาดพร้าว #จัดจ้านย่านอินเตอร์เชนจ์ #สู้ๆนะ #ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ #LiveYourValue #EmphathyDesignthinking    
BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ : รีวิวทาวน์โฮม

BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ : รีวิวทาวน์โฮม

ตั้งแต่ Origin เริ่มทำโครงการแนวราบในแบรนด์ BRITANIA เราจะเห็นกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากคนหลายๆ กลุ่ม ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะครอบครัวเท่านั้นนะคะ เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง และนวัตกรรมที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ทำให้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาอยู่ไม่น้อยภายใต้ชายคาของออริจิ้น       ทำเล กรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก ถูกพูดถึงอย่างมากในระยะ 3-4 ปีหลังมานี้ เพราะเรื่องของการพัฒนาสาธารณูปโภคหลายอย่างเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัยตามไปด้วย โดยเฉพาะทำเลของแนวราบที่สะดวกต่อการเดินทาง ซึ่งตัวถ.หทัยราษฏร์ ก็ถือได้ว่าเป็นเส้นทางหนึ่งที่เชื่อมต่อกันระหว่างกรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก   ถ.หทัยราษฏร์ เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถ.สายไหม กับ ถ.สุวินทวงศ์ ซึ่งบางพื้นที่จะคาบเกี่ยวกันระหว่าง จ.ปทุมธานี กับ จ.กรุงเทพฯ ซึ่งละแวกนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอร่อยๆ หรือตลาดก็มีให้เลือกเดินอยู่หลายแห่ง เช่น ตลาดออเงิน ตลาดวงศกร ตลาดมารวย ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังในย่านนี้อย่างแฟชั่นไอซ์แลนด์ หรือเดอะพรอมมานาด ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายหลักอย่างรามอินทรา ก็มีให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน   ที่ตั้งของโครงการ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT จะอยู่ช่วงถนนที่ใกล้กับถ.กาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกมากที่สุด ซึ่งห่างออกไปประมาณ 5 นาทีก็จะไปเชื่อมต่อกับทางด่วนรามอินทรา-จตุโชติ เข้าเมืองได้สะดวกรวดเร็ว หรือจะเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองก็สามารถใช้เส้นทางเชื่อมต่อไปถ.สายไหม เข้าแยกคปอ. ทะลุออกถ.วิภาวดีก็ถึงสนามบินดอนเมืองได้เลย เรียกว่าเป็นจุดที่เดินทางไปยังสถานที่สำคัญได้อย่างสะดวกทีเดียวค่ะ          ภาพรวมโครงการ BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT เป็นโครงการที่มีทั้งทาวน์โฮมและบ้านซี่รีย์ใหม่อยู่ในโครงการเดียวกัน ทำให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้หลากหลายความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยจะแบ่งออกเป็น 3 Type   WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 140 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.ว. PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 19.95 ตร.ว. ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 100 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18.55 ตร.ว.     ซึ่งดีไซน์ของทั้งโครงการจะออกมาในโทนผสมผสานระหว่าง Modern British Luxury และความ Creative Living ทั้งคลับเฮ้าส์และตัวบ้านได้อย่างลงตัวตั้งแต่หน้าโครงการ       ยุค 4.0 ในปัจจุบันนี้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมากมาย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยสิ่งสำคัญของนวัตกรรมเหล่านี้ คือ ทุกคนสามารถเข้าถึง ใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ซึ่ง Origin ก็นำเอานวัตกรรม 4 ประเภทใหญ่ๆ ที่เรียกว่า B Genius Mode ดังนี้   Digital Living automation ระบบ Home Security เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก สามารถควบคุมผ่าน Application สุดล้ำบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยจะประกอบไปด้วย               Digital Door Lock ระบบล็อคประตูบ้านโดยการใช้ Pin Code ที่สามารถแชร์ OTP ให้ แขกหรือ แม่บ้านที่จะเข้ามาในบ้านได้ และยังรองรับ Card* มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟนทุกครั้งที่มีการเข้า-ออกบ้าน             Door &Window  Magnetic Sensor มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟน* และไซเรนดัง เมื่อออกจากบ้านแล้วมีการบุกรุกทางประตูและหน้างต่าง                Motion Sensor เมื่อออกจากบ้านให้ทำงานเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุก*              IP Camera สามารถเปิดดูกล้องภายในบ้านผ่าน Application ได้ตลอดเวลา เพื่อดูแลสมาชิกภายในบ้านหรือตรวจจับรักษาความปลอดภัย* ซึ่งผ่านระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง Fiber Optic True Room ของ TRUE ทั้งโครงการ      INTERPERSONAL SPACE DESIGN USB Outlet ทุกจุดสำคัญภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก* ออกแบบฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจลูกค้าในทุกมิติ              Multi- Purpose Spaces รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยพื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างอิสระ              Thai Kitchen แยกครัวไทยออกอย่างเป็นสัดส่วน เหมาะสำหรับผู้รักการทำอาหาร ไม่ต้องกังวลเรื่องควันและกลิ่นรบกวนภายในบ้าน              Built-in Furniture เฟอร์นิเจอร์ออกแบบใหม่อย่างมีสไตล์ ทำให้ลงตัวกับการอยู่อาศัยมากที่สุด   HOTEL SERVICE ON DEMAND สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการอยู่อาศัยในโครงการเช่นนี้นั่นคือเรื่งของ “การบริการ” ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกบ้านในการจัดการชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการเองก็ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น จึงเกิดเป็นการบริการระดับโรงแรม 5 ดาว หนึ่งในหัวใจสำคัญของแบรนด์ BRITANIA โดยสามารถเรียกแม่บ้าน, งานซักรีด, ช่างเทคนิค และคนสวน ที่มีความชำนาญเฉพาะทางมาดูแลบ้านของคุณผ่านการจองล่วงหน้าจาก Application   Club Britania ด้วยความใส่ใจการใช้ชีวิตของลูกบ้านที่ต้องการพื้นที่ความเป็นส่วนตัว จึงได้สร้างสรรค์ Club Britania ขึ้นมา เพื่อเป็นสถานที่รองรับได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Co Living Space ไว้นั่งปาร์ตี้กับแก้งค์เพื่อน Co-Working Space รองรับการนั่งคุยงานกับลูกค้า นัดประชุมได้ง่ายๆ แค่จองล่วงหน้าผ่าน Application สุด Genius นอกจากนี้ยังมี สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, Playground    ชมบ้านตัวอย่าง สำหรับ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT ตอนนี้มีบ้านตัวอย่างให้ชมครบทั้ง 3  Type ค่ะ โดยในช่วงโปรโมชั่นทางโครงการจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ให้ คือ เครื่องปั๊มน้ำมาตรฐาน ถังสำรองน้ำตามมาตรฐานโครงการกัน UV และป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำ ระบบสัญญาณกันขโมย และ Home Automation   เรามาเริ่มชมจาก WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ภายนอกใช้สี SEMI GLOSS ชนิดกึ่งเงา มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนจากภายนอก เช็ดทำความสะอาดง่าย และปลอดภัยจากสารตะกั่ว และปรอท เปลือกอาคารด้านหน้าบ้านบางส่วนใช้ลายก่ออิฐ ผิวธรรมชาติ สลับกับการใช้โทนสีอ่อนเป็นหลักตัดกับสีดำจากขอบอลูมิเนียมประตู-หน้าต่าง ทำให้บ้านดูสวยงามอย่างเรียบง่าย ตามคอนเซปไว้ว่าเป็นสไตล์ Modern British   พื้นที่จอดรถหน้าบ้านมีการเสริมเสาเข็มสั้น เพื่อชะลอการทรุดตัวของพื้นจอดรถที่ต้องรับน้ำหนักมาก เฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้าก่อนจะเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งประตูหลักหน้าบ้านเป็นบานเลื่อนใช้กระจกเขียวตัดแสงที่ป้องกันรังสี UV ช่วยสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ แต่ยังคงได้รับแสงสว่างส่องผ่านเข้ามาได้อยู่ และเมื่อสัมผัสไปที่ตัวขอบอลูมิเนียมก็จะให้ผิวทรายซาฮาร่า เพิ่มความมีระดับขึ้นมาได้ด้วยวัสดุดีๆ นี่แหละค่ะ เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ Double Lock   นอกจากนี้ยังมีอีกประตูเข้าบ้านตรงที่จอดรถ โดยจะใช้เป็นประตูทึบบานสวิง        ภายในบ้านใช้ไฟ LED เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ส่วนรูปลั๊กก็จะมี USB port รองรับเอาไว้ให้ด้วย ส่วนพื้นบ้านชั้นแรกนี้จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ พื้นที่ภายในบ้านจะมีลักษณะลึกเข้าไปเป็นพื้นที่โล่ง ซึ่งสามารถกั้นพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้ อย่างตามบ้านตัวอย่างที่เห็นนี้ก็จะแบ่งพื้นที่เป็นห้องทำงานกับห้องครัวเปิดก็จะดูเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ซึ่งถัดมาด้านข้างจะมีห้องน้ำที่มีทั้งส่วนเปียก ส่วนแห้ง และครัวปิดที่ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนอยู่ติดกัน มีประตูออกไปพื้นที่ซักล้างหลังบ้านจากห้องครัว   บันไดโครงสร้างคอนกรีตแน่นหนา พื้นและราวจับใช้ไม้สีน้ำตาลอ่อนกับราวเหล็กโปร่งสีขาว เข้ากับสีของผนังขาวฉาบเรียบทั้งหลัง   ชั้น 2 จะปูพื้นด้วยลามิเนต แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่ง Master Bedroom จะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต แล้วยังเหลือทางเดินได้รอบเตียง หรือจะวางโต๊ะหัวเตียงก็มีพื้นที่พอค่ะ พื้นที่ด้านปลายเตียงจะกั้นให้เป็น Walk In Closet ตามแบบห้องตัวอย่างนี้ก็สามารถรองรับความต้องการสำหรับคนที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ ได้ หรือจะ Built in แค่ตู้เสื้อผ้าชิดผนังก็จะได้พื้นที่โล่งๆ ขึ้นอีกค่ะ พร้อมห้องน้ำในตัว และระเบียงส่วนตัวหันออกไปทางหน้าบ้าน        ห้องนอน 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน มีขนาดพอๆ กันค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้ค่ะ สำหรับห้องน้ำทุกห้องในบ้านจะปูพื้น-ผนังด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีเทา แยกส่วนเปียก-แห้งโดยมีขอบปูนสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำล้นออกไปยังส่วนแห้ง ส่วนใช้สุขภัณฑ์ทั้งหมดจาก American Standard ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ฝักบัว และมีปลั๊กไฟพร้อม USB port ที่มีฝาครอบกันน้ำติดตั้งเอาไว้ให้ด้วย จะเปิดเพลงฟังจากแท็บเล็ตแล้วเป่าผมไปด้วยก็ดูเข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ดีนะคะ และยังมีพื้นที่เล็กๆ ตรงกลางยกสูงขึ้นไปเล็กน้อย เหมาะสำหรับวางโต๊ะหมู่บูชาพระ แยกเป็นสัดส่วนออกจากพื้นที่ห้องส่วนตัว        PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.7 ม. สไตล์ Cozy&Comfort เริ่มตั้งแต่เฉลียงหน้าบ้านปูด้วยกระเบื้องเซรามิคความยาวตลอดแนวหน้าบ้าน ประตูบ้านใช้กระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อน ใช้ระบบ Double Lock คือแบบกุญแจไข และการล็อคแบบก้นหอยจากภายในบ้านเพิ่มเติม พื้นชั้นแรกปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังสีขาวฉาบเรียบ       พื้นที่ในบ้านเป็นลักษณะลึกเข้าไปจากส่วนแรกที่เป็น Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งด้านใน ซึ่งจะเชื่อมต่อกับครัวเปิดที่มีประตูออกไปทางพื้นที่ซักล้างหลังบ้าน แต่หากบางครอบครัวที่ทำครัวบ่อยๆ ก็สามารถติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนให้เป็นครัวปิดนะคะ เพราะครัวมีพื้นที่เป็นสัดส่วนออกมาชัดเจนอยู่แล้ว หรือจะเปลี่ยนเป็นการต่อเติมออกไปด้านหลังบ้านก็ได้ ส่วนห้องน้ำก็สามารถเข้าได้จากพื้นที่ห้องครัวค่ะ   ชั้น 2 พื้นปูด้วยวัสดุลามิเนต เรามาเริ่มจาก Master Bedroom ฝั่งหน้าบ้านค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้ประมาณ 2 ตู้ มีห้องน้ำในตัวแยกส่วนเปียกไว้ด้านในของห้องน้ำ   ห้องนอนที่ 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ และห้องน้ำของชั้น 2 นี้ จะอยู่ตรงกลางพื้นที่เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ทุกคนค่ะ     ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.3 ม. สไตล์ Modern Loft สำหรับการวางแปลนชั้นล่างนี้จะคล้ายกับทาวน์โฮม Type PRESTON ค่ะ คือจะมีลักษณะลึกเข้าไปตามที่ดิน เริ่มด้วยพื้นที่ Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหาร แยกครัวเปิดออกอย่างชัดเจน และห้องน้ำที่มีประตูอยู่ตรงส่วนครัว พื้นที่หลังบ้านก็เชื่อมต่อจากทางครัวเช่นเดียวกันค่ะ   ชั้น 2 สำหรับ Type นี้แม้จะมีห้องนอน 2 ห้อง แต่จะได้ห้องแบบ Master Bedroom ขนาดใกล้เคียงกันทั้ง 2 ห้องค่ะ คือจะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต พร้อมกับโต๊ะหัวเตียงได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และเคาน์เตอร์ทีวี ที่สำคัญคือมีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องค่ะ           BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT (บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฎร์) ถือเป็นโครงการแนวราบที่ออกแบบฟังก์ชั่นมารองรับความต้องการในการใช้ชีวิตได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่รวมถึงกลุ่มครอบครัวอย่างตอบโจทย์รอบด้าน เมื่อชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้นด้วยนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยรองรับสิ่งต่างๆ แล้ว ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเดิมได้ที่ BRITANIA จาก Origin House          15-16 มิ.ย. GRAND OPENING #เปิดชมบ้านตัวอย่างครั้งแรก บ้าน 3 แบบ 3 สไตล์ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ @ บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฏร์ เริ่ม 2.99 ล้าน*   #เฉพาะงานนี้เท่านั้น รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท* #ลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท http://bit.ly/2UXNB01      
Britania Bangna KM.12 บ้านสำหรับทุกคนในครอบครัว : รีวิวบ้าน

Britania Bangna KM.12 บ้านสำหรับทุกคนในครอบครัว : รีวิวบ้าน

Britania Bangna KM.12-บริทาเนีย บางนา กม.12 บ้านเดี่ยว ยังคงเป็นที่ต้องการในชีวิตทุกคนอยู่เสมอ เพราะเป็นที่อยู่อาศัยที่เรียกได้อย่างภาคภูมิใจจริงๆ ว่านี่คือบ้านของเราและครอบครัว แต่ “บ้านที่ดี” สำหรับยุคนี้ ก็คงจะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น ตอบโจทย์ได้ครบทุกไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย อย่างโครงการบริทาเนีย บางนา กม.12 ที่นำนวัตกรรม B Genius Mode ใส่ลงไปในบ้านทุกหลัง เพื่อได้สิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกบ้าน   B Genius Mode ประกอบไปด้วย 1.Digital Living Automation สร้างมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงให้กับบ้านของเรามากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย   Digital Door Lock ระบบล็อคประตูบ้านผ่าน Application ไม่ว่าจะใช้การส่งรหัสผ่านแบบชั่วคราว OTP, Pin Code และแจ้งเตือนเมื่อมีการเปิด-ปิดประตู     Door&Window Magnetic Sensor สั่งเปิดระบบ Armed เมื่อไม่มีใครอยู่บ้าน หากมีการบุกรุกจะแจ้งเตือนผ่าน App   Motion Sensor เซ็นเซอร์ตรวจจับผู้บุกรุก   IP Camera กล้องวงจรปิดดูผ่าน App ได้   Smart Tablet Gateway ควบคุมระบบ Smart Home ผ่าน Tablet โดยจะเป็นตัว Master Control ของบ้าน   Fiber Optic Internet ใช้อินเตอร์เน็ตคุณภาพดีจาก True ทั้งโครงการ   USB Outlet ช่องเสียบ USB ทุกจุดในห้องหลัก ไม่ต้องง้อปลั๊กอะแดปเตอร์   2.Hotel Service On Demand บริการทำความสะอาด ซ่อมแซมดูแลบ้านจากมืออาชีพ เรียกใช้บริการได้ไม่ยุ่งยาก เช่น แม่บ้าน, ช่างเทคนิค ฯลฯ   3.Inter-Personal Space Design ออกแบบฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจผู้อยู่อาศัยในทุกมิติ เช่น ครัวไทย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหาร   4.Club Britania หนึ่งในหัวใจสำคัญของ  B Genius Mode ที่ถูกออกแบบจาก "ความเข้าใจ" พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนยุค 4.0  ที่รักอิสระและชอบความสะดวกสบาย   เพราะ“บ้าน” คือ พื้นที่ส่วนตัว CLUB BRITANIAจึงเป็นสังคมของการSharing จุดนัดพบของคนยุคใหม่ที่รองรับทุกกิจกรรม อาทิ co-working space  สระว่ายน้ำ ฟิตเนส  สนามเด็กเล่น ห้องประชุม ฯลฯ    ทำเลอนาคตสดใส ถ้าหากเอ่ยถึงทำเลที่กำลังจะมี Mega Project สำคัญเกิดขึ้นหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ รถไฟฟ้า ทางด่วนที่เชื่อมต่อไปได้หลายเส้นทาง ที่ตั้งสนามบินหลักของประเทศ รวมถึงยังเป็นแหล่งทำงานขนาดใหญ่ คงจะนึกถึงย่านอื่นไปไม่ได้ นอกจาก “บางนา”   ถ.บางนา-ตราด นับจากนี้เป็นอะไรที่น่าจับตามองอย่างมากเลยนะคะ เริ่มกันตั้งแต่ช่วงต้นของถนนบริเวณสี่แยกบางนา กับโครงการที่หลายคนเฝ้าคอยอย่าง Bangkok Mall ซึ่งจะเป็นทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม อาคารที่อยู่อาศัยให้เช่าหรือเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ อาคารสำนักงานให้เช่า บนพื้นที่ 100 ไร่ ที่เริ่มตอกเสาเข็มทำการก่อสร้างกันแล้ว เสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ฝั่งตรงข้ามกันก็เป็นไบเทคบางนา ก็เป็นที่ทราบกันว่ามีงาน Exhibition ดีๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดทั้งปี ถัดมาไม่ไกลกันนักเป็นห้างสรรพสินค้าเมกาบางนา ที่เข้ามาพลิกโฉมย่านนี้ให้คึกคักจนกลายเป็นแม่เหล็กชั้นดีในการดึงคนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยกันครบครันในแห่งเดียว รวมถึงยังมีคอมมูนิตี้อื่นๆ อีกมากมาย   ด้านการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวในย่านนี้ถือว่าสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นถ.บางนา-ตราด ซึ่งเป็นถนนขนาดใหญ่ถึง 9-14 เลน มีทางพิเศษบูรพาวิถีตั้งแต่ช่วงต้นถนนยาวไปจนก่อนถึงนิคมอมตะนคร โดยช่วงสี่แยกบางนาจะสามารถไปเชื่อมกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร เข้าสู่ตัวเมือง CBD ได้ง่าย ช่วงกลางเชื่อมต่อกับถ.กาญจนาภิเษก ไปฝั่งบางปะอินหรือพระราม 2 ก็ได้เช่นกัน เดินทางสะดวกขนาดนี้ก็สมแล้วค่ะที่เป็นอีกหนึ่งแหล่งทำงานทั้งออฟฟิศและโรงงานอุสาหกรรม ตั้งแต่ต้นถนนยาวไปจนถึงชลบุรีเลยค่ะ ที่สำคัญในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ ซึ่งเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปัจจุบันไปจนเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ   สำหรับโครงการ Britania Bangna KM.12 จะตั้งอยู่ในถ.สุขาภิบาล 6 หรือที่เรียกกันว่าซ.วัดบางพลีใหญ่ใน จุดเด่นอย่างหนึ่งคือสามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทางค่ะ คือจากถนนเทพารักษ์ ถนนกิ่งแก้ว แต่หลักๆ ก็จะแนะนำจากถ.บางนา-ตราด ฝั่งขาเข้า แล้วเลี้ยวซ้ายสู่ถ.สุขาภิบาล 6 (ซ.วัดบางพลีใหญ่ใน) ไปประมาณ 1.7 กิโลเมตร ก็จะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ   ภาพรวมโครงการ Britania Bangna KM.12 โครงการบ้านเดี่ยวสไตล์ British Luxury Comfort แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนไทยจริงๆ มีบ้านให้เลือกถึง 3 แบบ คือ   BROMPTON 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 130 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1  แพนทรี 1 ครัวไทย 2 ที่จอดรถ REGENT 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 140 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1  แพนทรี 1 ครัวไทย 2 ที่จอดรถ OXFORD 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 150 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 อเนกประสงค์ 1  แพนทรี 1 ครัวไทย 2 ที่จอดรถ   ทั้งหมด 182 ยูนิต แยก Clubhouse อยู่ด้านหน้าโครงการ เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน หากต้องมีการรับแขกก็ไม่ต้องเข้าไปที่บ้านก็ได้ ซึ่งใน Clubhouse ก็จะเป็นศูนย์กลาง Facility ของ Britania Bangna KM.12 เพราะจะมีทั้ง สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Co-living Space, Kid Room, Co-working Space, Petground   แปลนบ้าน สำหรับบ้าน Britania เขาจะมี Gimmick อยู่หลายจุดทีเดียวค่ะ แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็จะอยู่ที่ทุก Type บ้าน มีทั้งครัวฝรั่งที่อยู่ในตัวบ้าน และครัวไทยที่ต่อออกไปอยู่นอกบ้าน ถัดจากครัวฝรั่งด้านใน เนื่องจากจากทำอาหารไทยจะมีกลิ่นค่อนข้างแรง ควันเยอะ จึงเหมาะมากค่ะกับการที่แยกไว้นอกบ้านแบบนี้           เยี่ยมชมโครงการ ตัวโครงการ Britania Bangna KM.12 หาไม่ยากเลยค่ะ หน้าโครงการอยู่ติดกับ 7-11 ที่เป็น Standalone ซึ่งป้ายชื่อโครงการด้านหน้าจะใช้วัสดุสี copper ตัดกับโทนสีขาวที่ใช้เป็นหลัก ซึ่งถ้าเราผ่าน Main Gate เข้าไปแล้วก็จะพบว่าโครงการนี้เป็น Double Gate เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นค่ะ โดยตัว Clubhouse จะอยู่ทางขวาของ Gate ด้านในก่อนเข้าสู่ภายในโครงการค่ะ     เปิดบ้านตัวอย่าง บ้านตัวอย่างจะมีให้ชมครบทั้ง 3 Type เลยค่ะ โดยเราจะมาเริ่มไปชมพร้อมๆ กันตั้งแต่ขนาดเริ่มต้นที่ BROMPTON 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 130 ตร.ม. ประตูทางเข้าหลักของบ้านจะใช้ประตูกระจกเขียวตัดแสง บานสไลด์ขอบอลูมิเนียมสีดำให้ตัวล็อคแบบกุญแจและมีตัว Double Lock เพิ่มความแน่นหนาดีค่ะ โดยทั้งประตู หน้าต่างจะใช้แบรนด์จาก Windsor ทั้งหลังค่ะ ใช้ไฟ Downlight และตามรูปลั๊กไฟในบ้านก็จะเห็นแบบที่เสียบสาย USB ได้เลย ไม่ต้อง้อตัวอะแดปเตอร์แล้วค่ะ    เข้ามาสำรวจภายในบ้านกันบ้างค่ะ ซึ่งบ้านจริงจะเป็นบ้านเปล่านะคะ ยกแว้นแค่ช่วงโปรโมชั่นที่จะมีบางอย่างให้ แต่หลักๆ คือ พื้นชั้นล่างจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบสีขาว และได้เครื่องปรับอากาศ Daikin Inverter ทั้งหลัง ที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงาน เย็นได้เร็วกว่าปกติ ควบคุมอุณภูมิคงที่ได้มากกว่า และทำงานเงียบกว่าด้วยค่ะ โดยส่วนแรกของบ้านจะเป็น Living Room ที่สามารถวางโซฟาได้ถึง 4-5 ที่นั่ง เชื่อมต่อลึกเข้าไปด้านในก็จะเป็นส่วนของพื้นที่สำหรับโต๊ะทานข้าวขนาดประมาณ 4-6 ที่นั่งค่ะ   อีกส่วนหนึ่งของชั้นแรกจะเป็นบันได ห้องน้ำ และห้องครัวค่ะ ซึ่งแม้จะเป็นครัวเปิด แต่ก็มีการกั้นผนังแยกโซนเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วน โดยผนังจะมีการเจาะช่องเอาไว้ เพื่อไม่ให้ดูทึบจนเกินไปค่ะ สะดวกเวลาทำครัวพร้อมกับจัดโต๊ะอาหารไปด้วยเลย   ห้องน้ำของชั้นแรกจะมีทั้งส่วนเปียกด้านใน และส่วนแห้งค่ะ โดยสุขภัณฑ์ทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard ไม่ว่าจะเป็น อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ฝักบัว ที่วางสบู่ โถสุขภัณฑ์ สายชำระ ราวแขวนผ้า แกนใส่ทิชชู่ พร้อมติดกระจกเงาให้มาครบเลยค่ะ   ถัดมาด้านในสุดเป็นห้องครัวค่ะ ซึ่งจะสามารถวางเคาน์เตอร์ครัวแบบผนังด้านเดียวได้ พร้อมพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น มีหน้าต่างบานสไลด์ 2 ตอนเอาไว้ เหมาะสำหรับวางซิงค์ให้ตรงกับหน้าต่างค่ะ เพื่อระบายความชื้นที่จะก่อให้เกิดเชื้อราขึ้นได้ง่าย  และประตูด้านหลังก็จะเปิดไปเชื่อมต่อกับครัวไทยด้านนอกได้เลย ไม่ต้องไปต่อเติมเองทีหลัง ตรงนี้รับรองว่าคนทำครัวจะต้องชอบแน่นอนค่ะ   กลับเข้ามาในบ้านเพื่อขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันบ้างค่ะ บันไดเป็นโครงการคอนกรีต Top ไม้สีอ่อน เดินแล้วไม่เกิดเสียงดังค่ะ และยังมีหน้าต่างบานสูงอยู่ระหว่างทางเดินบันได เพื่อเพิ่มแสงสว่างให้จุดที่เสี่ยงจะเกิดอันตรายขึ้นในบ้านได้ง่ายแบบตรงบันไดบ้านนี่แหละค่ะ   ขึ้นมาชั้น 2 ก็จะเจอห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำแยกอีก 1 ห้องค่ะ โดยพื้นของชั้นนี้จะปูด้วยลามิเนตค่ะ   เริ่มจากห้องแรกทางซ้ายมือของบันไดค่ะ ภายในห้องจะสามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงานได้ มีหน้าต่างบานกระทุ้ง 1 บาน หน้าต่างบานสไลด์ด้านข้างอีก ห้องจึงดูสว่างโล่งดีค่ะ   ถัดจากห้องนอนแรกทางซ้ายมือของบันไดก็จะเป็นห้องน้ำแยกค่ะ โดยภายในห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งหมด ส่วนแห้งอยู่ก่อนถึงส่วนเปียกด้านในสุด ที่มีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับเพิ่มแสงสว่าง และระบายอากาศเอาไว้ด้านบน หากเราสังเกตก็จะเห็นว่าในห้องน้ำทุกห้องของบ้านจะมีปลั๊กไฟที่มี USB ให้มาด้วย สะดวกสบายมากๆ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของบ้าน   หันกลับมาทางขวาของบันไดกันบ้างค่ะ จะเป็นห้องนอนที่ 2 และห้อง Master Bedroom   ห้องนอนที่ 2 จะมีพื้นที่ใหญ่ขึ้นมาจากห้องแรกเล็กน้อยค่ะ โดยจะสามารถวางเตียง 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน มีหน้าต่างบานกระทุ้งตรงหัวนอน และบานใหญ่ด้านข้างมองเห็นทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ   Master Bedroom จะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต ไว้กลางห้องได้ค่ะ จะมีส่วนที่เป็น Walk In Closet อยู่หน้าห้องน้ำในตัวด้วยนะ โดยในห้องน้ำจะมีการกั้นฉากอาบน้ำเอาไว้ให้ด้วย สุขภัณฑ์ทั้งหมดก็จะได้มาตามที่เห็นเลยค่ะ ซึ่งจะมีระเบียงส่วนตัวกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ ซึ่งระเบียงจะกั้นด้วยราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค     บ้านตัวอย่างหลังที่ 2  REGENT 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยรวม 140 ตร.ม. ประตูหลักของบ้านใช้ประตูกระจกเขียวตัดแสง บานสไลด์ 2 ตอน ระบบ Double Lock แน่นหนา มีเฉลียงหน้าบ้านยื่นออกมาเล็กน้อย และที่นั่งสำหรับนั่งใส่รองเท้า    ภายในบ้านเริ่มด้วย Living Room สามารถวางโซฟาขนาด 4-5 ที่นั่งได้ พร้อมกับ Coffee table และเคาน์เตอร์ทีวีได้สบายๆ ค่ะ ถัดจาก Living Room เข้าไปจะมีประตูกระจกบานสไลด์ออกไปข้างบ้านได้    ด้านในสุดของบ้านจะเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่ง และยังมีส่วนที่เป็นเหมือนห้องอเนกประสงค์ สามารถรองรับได้ทุกไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้หลากหลายเลยค่ะ เช่น เป็นมุมอ่านหนังสือ มุมโต๊ะทำงาน ฯลฯ และยังมีหน้าต่างอยู่รอบด้าน ก็จะยิ่งเพิ่มแสงสว่างให้เข้ามาได้มากขึ้น แม้จะอยู่ด้านในสุดของบ้าน   อีกฝั่งของบ้านจะเป็นบันได และกั้นส่วนห้องน้ำกับครัวได้อย่างเป็นสัดส่วนมากทีเดียวค่ะ ดีกว่าการที่ปล่อยให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งๆ เพราะถ้ามีแขกมาที่บ้านก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเห็นในครัวเลยค่ะ ตรงนี้ถือว่าออกแบบมาให้ได้ดีมากค่ะ คำนึงถึงการอยู่อาศัยจริง   ห้องครัวหลบเข้ามาด้านในสุดอย่างดูเป็นส่วนตัวมากค่ะ ซึ่งพื้นที่ก็สามารถวางตู้เย็น พร้อมเคาน์เตอร์ครัวแบบผนังด้านเดียวได้ มีประตูบานทึบกั้นส่วนที่เป็นครัวไทยด้านนอก โดยจะมีการปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ทำเคาน์เตอร์ไว้ให้เรียบร้อยเลยค่ะ เวลาใช้งานครัวจริงๆ ก็สะดวกสบายขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ   บันไดจะอยู่ช่วงกลางบ้าน หลังเคาน์เตอร์ทีวีตรง Living Room ค่ะ ระหว่างทางบันไดก็จะมีหน้าต่างทรงสูงเอาไว้เพื่อเพิ่มแสงสว่าง เรียกได้ว่าไม่ให้มีจุดทึบในบ้านเลยนะคะ   ชั้น 2 จะมี 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำแยกค่ะ เริ่มจากห้องนอนแรกทางขวามือของบันไดกันก่อนเลย   ห้องนอนแรกจะอยู่ทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะทำงานได้ จะมีหน้าต่างอยู่ตรงหัวนอน และด้านข้างค่ะ   ถัดจากห้องนอนแรกเป็นห้องน้ำแยกค่ะ ภายในจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งหมด แยกส่วนเปียกเอาไว้ด้านในสุด มีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับเพิ่มแสงสว่าง และระบายความชื้น สุขภัณฑ์ใช้ American Standard ทั้งหมด   หันไปทางด้านซ้ายของบันไดค่ะ จะเจอกับห้องนอนที่ 2 และ Master Bedroom ทางขวามือของภาพ   ห้องนอนที่ 2 ห้องนี้อยู่ทางฝั่งหลังบ้านค่ะ มีพื้นที่วางเตียงได้ 3.5 ฟุต และตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะทำงานได้ โดยมีพื้นที่เหลือด้านข้างเตียง   สุดท้ายที่ Master Bedroom ค่ะ พื้นที่กลางห้องสามารถวางเตียงได้ขนาด 5-6 ฟุต โดยมีทางเดินเหลือได้รอบเตียงทั้งสองด้าน มีส่วนที่เป็น Walk In Closet อยู่หน้าห้องน้ำในตัว ซึ่งภายในห้องน้ำก็จะได้สุขภัณฑ์ทุกอย่างตามที่เห็นค่ะ ส่วนระเบียงด้านข้างเตียงจะกั้นด้วยประตูกระจกเขียวตัดแสง ขอบอลูมิเนียม ตรงระเบียงจะกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคค่ะ      หลังสุดท้ายเป็น Type ใหญ่ที่สุดของโครงการค่ะ OXFORD 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. ความพิเศษของบ้าน Type ใหญ่นี้จะมีตั้งแต่หน้าบ้านกันเลยค่ะ ตรงที่จอดรถจะมีห้องเก็บของเอาไว้ให้ด้วยค่ะ และประตูหน้าบ้านที่เป็นกระจกบานสไลด์ จะเป็นกระจกเข้ามุมทั้งสองฝั่งยื่นออกมา จะช่วยเพิ่มมุมมองจากด้านในให้กว้างขึ้น รับแสงสว่างได้มากขึ้นด้วยค่ะ   ด้านในบ้านเริ่มจาก Living Room พื้นที่กว้างขวางมากๆ เลยค่ะ มากพอที่จะจัดปาร์ตี้ในบ้านกันได้เลย โดยสามารถวาง L shape sofa พร้อมกับโต๊ะทานข้าวได้เลยค่ะ โดยจะสังเกตเห็นว่าด้านข้างเคาน์เตอร์ทีวีจะมีตัว Smart Tablet Gateway ควบคุมระบบ Smart Home ติดอยู่ที่ผนัง เพื่อควบคุมระบบไฟฟ้าหลักของบ้าน ซึ่งตัวนี้จะติดตั้งมาให้ทุกหลังเลยค่ะ    สำหรับ Type นี้จะมีห้องนอนอยู่ชั้นล่างนี้ด้วยค่ะ อยู่ทางขวามือของบันได   ห้องนอนชั้นล่างแบบนี้ เหมาะสำหรับเป็นห้องของผู้สูงอายุค่ะ เพราะไม่ต้องเดินขึ้น-ลงบันได ให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยภายในห้องก็มีหน้าต่างทั้งตรงหัวนอน และด้านข้างเตียง ไม่ต้องกังวลว่าอยู่ชั้นล่างแล้วจะอับทึบค่ะ   ถัดมาเราจะเห็นประตูด้านซ้ายมือใกล้กับห้องน้ำค่ะ เป็นประตูที่สามารถทะลุออกไปตรงที่จอดรถได้ ซึ่งบ้านจริงจะติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ตรงประตูนี้ด้วยนะคะ    ห้องครัวได้พื้นที่ใหญ่ขึ้นมาอีกค่ะ จะได้การวางครัวแบบ Double Wall Kitchen ใช้แยกเป็นส่วนเตรียม ปรุงอาหาร และส่วนเก็บล้างได้อย่างเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ส่วนครัวไทยด้านนอกก็ยังคงมีมาให้เช่นเคยค่ะ โดยครัวไทยด้านนอกจะเปิดโล่ง สามารถเดินทะลุได้ทั้งทางหน้าบ้านและหลังบ้านค่ะ    กลับขึ้นมาที่ชั้น 2 กันค่ะ พื้นที่ตรงกลางจะเป็นห้องอเนกประสงค์ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์แต่ละครอบครัวได้เลย เช่น เป็น Living Room สำหรับเด็กๆ แยกจากแขกของผู้ใหญ่ด้านล่าง หรือจะเป็นมุมโปรดนั่งอ่านนหังสือก็ได้นะคะ   มาดูกันทางฝั่งขวามือก่อนค่ะ มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ เริ่มจากห้องน้ำตรงกลางค่ะ สุขภัณฑ์ต่างๆ อุปกรณ์ รวมถึงกระจกเงา จะได้มาตามบ้านตัวอย่างพร้อมใช้งานค่ะ   ห้องนอนแรกค่ะ วางเตียงขนาด 3.5 ชิดกำแพงที่มีหน้าต่างเอาไว้ ก็จะได้พื้นที่ทางเดินข้างเตียงเพิ่มมากขึ้น   หันกลับไปดูห้องนอนที่ 2 ด้านขวามือของภาพกันต่อค่ะ ซึ่งจะมีขนาดเพิ่มขึ้นมาอีก พอที่จะวางเตียงขนาด 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ   สุดท้ายสำหรับ Master Bedroom ค่ะ เป็นห้องที่สามารถวางเตียงได้ถึง 6 ฟุต แล้วยังมีพื้นที่ทางเดินได้รอบเตียง มีพื้นที่ Walk In Closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัว ส่วนระเบียงสำรับบ้าน Type นี้จะแตกต่างตรงที่มีราวกันตกกั้นด้วยกระจกนิรภัยค่ะ      Britania Bangna KM.12 เป็นบ้านเดี่ยวที่เชื่อว่าจะเข้าไปอยู่ในใจใครหลายคนค่ะ เพราะนอกจากจะมีการจัด Space ภายในบ้านได้ดี บ้านดูสว่างโปร่ง ไม่มีจุดอับทึบแล้ว ยังมีการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านเข้าไปอย่างเต็มที่ อย่างนวัตกรรม B Genius Mode ที่นำเอาความเป็นจริงของการใช้ชีวิตมาเป็นหลักในการพัฒนาจนกลายเป็นบ้านสไตล์ Britania ที่มีความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร               
BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT-บริทาเนีย วงแหวน–หทัยราษฎร์ : รีวิวบ้าน

BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT-บริทาเนีย วงแหวน–หทัยราษฎร์ : รีวิวบ้าน

BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT โครงการบ้านซี่รี่ส์ใหม่และทาวน์โฮม สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบันด้วยนวัตกรรมจากออริจิ้น ที่เรียกว่า B Genius Mode  ประกอบไปด้วย 4 หลัก ได้แก่     Digital Living automation จัดการชีวิตเทคไลฟ์อย่างง่ายดายบน applicationสุดล้ำ สั่งการผ่านปลายนิ้ว บริทาเนีย ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการอยู่อาศัย  ด้วยการติดตั้งระบบ Home Security  ประกอบด้วย   Digital Door Lock  สามารถควบคุมล็อกประตูบ้าน ผ่าน application  แชร์ OTP ให้ แขกหรือ แม่บ้าน รับ Notification  เมื่อมีการเปิด – ปิด ประตูเพื่อความอุ่นใจ รองรับ Pin Code และ Card*   Door &Window  Magnetic Sensor เมื่อออกจากบ้านและสั่งการ ระบบรักษาความปลอดภัย เมื่อมีการบุกรุกทางประตูหน้าต่าง ให้ไซเรนดังและแจ้งเตือนผ่านแอพคลิชั่น*   Motion Sensor เมื่อออกจากบ้านให้ทำงานเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุก*   IP Camera  กล้องภายในบ้านสามารถดูผ่านแอพฯ เพื่อดูแลสมาชิกภายในบ้านหรือตรวจจับรักษาความปลอดภัย* ซึ่งทั้งหมดนี้ ผ่านระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง Fiber Optic True Room ของ TRUE ทั้งโครงการ   รวมถึง  USB Outlet ที่เตรียมให้ทุกจุดสำคัญในบ้าน ให้คุณไม่พลาดทุกการติดต่อ ทั้งห้องรับแขก ห้องนอนใหญ่   ห้องน้ำ* บริทาเนีย ยังเข้าใจ ความต้องการที่แท้จริง ด้วย INTERPERSONAL SPACE DESIGN โดยการออกแบบ ฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจลูกค้าในทุกมิติ   Multi- Purpose Spaces พื้นที่ที่รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย Thai Kitchen ครัวไทยปิด แยกเป็นสัดส่วน เหมาะกับผู้รักการทำอาหาร Built-in Furniture การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่มีสไตล์ และลงตัวกับการอยู่อาศัย   อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ บริทาเนีย คือ “การบริการ” ระดับโรงแรม 5 ดาว ที่มีให้อย่างครบครัน ภายใต้  HOTEL SERVICE ON DEMAND ซึ่งบริการนี้ตอบโจทย์ ความต้องการ ในการจัดการชีวิตให้สะดวกสบาย พร้อมคนดูแลส่วนตัว  ไม่ว่าจะเป็น แม่บ้าน, งานซักรีด, ช่างเทคนิค และคนสวน  เรียกใช้บริการอย่างมั่นใจ ง่ายดาย  ด้วยการจองผ่าน Mobile Application  ให้คุณเอาเวลามา ดีไซน์การใช้ชีวิต ในแบบที่เป็นคุณ อย่างเต็มที่   “Club Britania” ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา จากความเข้าใจลูกค้า ว่ามีพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่ “บ้าน” คือ พื้นที่ส่วนตัว แต่เมื่อต้องการพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมต่าง ๆ คลับบริทาเนียกลายเป็นสถานที่ ที่พิเศษ กว่าที่ไหน ๆ สามารถใช้นัดปาร์ตี้กับแก้งค์เพื่อน ที่ Co Living Space ใช้รับรองลูกค้า นัดประชุม ที่ Co-Working Space หรือ Private Room ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถสั่งจองพื้นที่ใช้งานส่วนกลาง ผ่าน Application สุด Genius และพื้นที่ของส่วนกลางยังประกอบด้วย สระว่ายน้ำระบบเกลือ , ฟิตเนส , Stream Room Locker Room , Playground , Pet ground   จึงสามารถกล่าวได้ว่า “คลับบริทาเนีย” ทำให้ “บ้านบริทาเนีย” เป็นมากกว่าบ้าน นั้นเอง     ชื่อโครงการ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT (บริทาเนีย วงแหวน–หทัยราษฎร์) เจ้าของโครงการ บริษัท ออริจิ้น เฮ้าส์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 10510 พื้นที่โครงการ 31-3-93.00 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านซี่รีย์ใหม่ 2 ชั้น และทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวนหลัง 288 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 100-140 ตร.ม. แบบบ้าน  WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ 140 ตร.ม. PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 110 ตร.ม. ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบครูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 100 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Club House, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องสตีมรูม, ฟิตเนส, สนามเด็กเล่น, CCTV, รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ เป็นโครงการที่มีทั้งบ้านซี่รี่ส์ใหม่ และทาวน์โฮม ที่ออกแบบมาในสไตล์อังกฤษ Modern British Luxury และความเป็น Creative Living ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีสวนสาธารณะในโครงการขนาดใหญ่ ใกล้ 2 ทางด่วน และ 1 รถไฟฟ้า* จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนรามอินทรา-จตุโชติ, ถ.กาญจนาภิเษก สถานที่ใกล้เคียง บิ๊กซี ลำลูกกา, โฮมโปร ลำลูกกา, ตลาดวงศกร, ตลาดมารวย, Max Value หทัยราษฎร์, สนามบินดอนเมือง, รพ.สายไหม, รพ.ภูมิพล, เดอะพรอมานาด, แฟชั่นไอส์แลนด์                 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด รูปภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงได้โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า   “23-24 ก.พ. นี้ PRE-SALE พบกันที่ Sale Office ของโครงการ บริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฎร์  แล้วมาเป็นครอบครัวเดียวกับ “ซันนี่” นะครับ http://bit.ly/2SaARGI      
Kensington 63-เคนซิงตัน 63 : รีวิวคอนโด

Kensington 63-เคนซิงตัน 63 : รีวิวคอนโด

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Kensington 63 (เคนซิงตัน 63) เจ้าของโครงการ : บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ :  ซอยพหลโยธิน 63 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ : 1 – 3 – 31 ไร่ ลักษณะโครงการ : Low Rise จำนวนอาคาร : 1 อาคาร จำนวนชั้น : 8 ชั้น จำนวนยูนิต : 231 ยูนิต ที่จอดรถ : 73 คันหรือคิดเป็น 30% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ขนาดห้อง : - 1 Bedroom ขนาด 22.7 – 31 ตร.ม. - 1 Bedroom Plus ขนาด 35.4 – 40.5 ตร.ม. - 2 Bedroom ขนาด 48.2 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สวนหย่อม - สระว่ายน้ำระบบเกลือ - ฟิตเนส - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 1,790,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร :  89,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง : 40 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน : 400 บาท/ตร.ม. ปีที่สร้างเสร็จ : ปี 2563 จุดเด่นโครงการ : คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น คอนเซป  Uplift your Lifestyle Upgrade your Privacy สู่ระดับของการใช้ชีวิต เริ่ม 1.79 ล้านบาท ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีอนุสาวรีย์หลักสี่ , สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี , สายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี , สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต สถานที่ใกล้เคียง : ตลาดยิ่งเจริญ, Big C สะพานใหม่ , Central รามอินทรา , IT Square , ม.ราชภัฎ พระนคร , รพ.เซ็นทรัลเยนเนอรัล , วัดพระศรีมหาธาตุ , กรมทหารราบที่ 11 , สนามบินดอนเมือง  
Knightsbridge Tiwanon เพิ่มพื้นที่แห่งความสุข เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่าใคร : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Tiwanon เพิ่มพื้นที่แห่งความสุข เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่าใคร : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้เราจะพาทุกคนนั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงไปดูห้องตัวอย่างของคอนโดมิเนียมใหม่ ที่อยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้ MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุขเพียง 70 เมตร ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในย่าน “ติวานนท์” จาก ออริจิ้น พร๊อพเพอร์ตี้ ซึ่งเลือกปักหมุดบนทำเลศักยภาพติดแนวรถไฟฟ้า ภายใต้ Top Brand อย่าง Knightsbridge กับโครงการ “Knightsbridge Tiwanon (ไนท์บริดจ์ ติวานนท์)” ด้วยแนวคิดใหม่เพิ่มพื้นที่การอยู่อาศัยให้มากกว่าใคร มาพร้อมห้องเพดานสูงถึง 4.2 เมตร ให้ลูกบ้านสามารถใช้ฟังก์ชั่นอย่างคุ้มค่าในทุกตารางเมตรแห่งความสุขได้ที่นี่..     ศักยภาพทำเลดี ติดถนนใหญ่ สำหรับโครงการ “ไนท์บริดจ์ ติวานนท์” ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจมากเลยนะคะ ตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ (ถนนติวานนท์) ระหว่างซอยติวานนท์ 8 และซอยติวานนท์ 10 ซึ่งอยู่ใกล้กับกระทรวงสาธารณสุข และ MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุขเลยค่ะ การเดินทางของคนมีรถยนต์ก็จัดว่าสะดวกสบายทีเดียว เพราะมีถนนสายสำคัญให้เลือกใช้อยู่หลายสายเหมือนกัน ทั้งถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนงามวงศ์วาน หากใครอยากหนีรถติดบริเวณแยกแครายก็สามารถใช้ทางด่วนศรีรัช ขั้นที่ 2 (ถนนงามวงศ์วาน) โดยวิ่งผ่านเข้าไปในกระทรวงสาธารณสุขได้เลย หรือถ้าใครมีธุระจะเข้าเมืองไปย่านรัชดาก็สามารถใช้ถนนกรุงเทพนนท์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เส้นทางสะพานพระราม 5 วิ่งไปราชพฤกษ์ได้อีกด้วยค่ะ ส่วนใครที่อยากออกนอกเมืองก็สามารถวิ่งไปปทุมธานีโดยใช้ถนนติวานนท์วิ่งผ่านปากเกร็ดก่อน ซึ่งเส้นนี้ก็ไปแจ้งวัฒนะได้ด้วยนะคะ แต่ถ้าจะไปบางใหญ่ หรือบางบัวทองก็ต้องใช้เส้นรัตนาธิเบศร์เป็นหลักค่ะ ทั้งนี้การเดินทางด้วยรถสาธารณะก็เป็นเรื่องที่สะดวกสุดๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ บรรยากาศจึงค่อนข้างคึกคัก มีรถโดยสารวิ่งผ่านไปมาตลอดทั้งรถเมล์ รถตู้ แท็กซี่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง เรียกว่าตอบโจทย์คนไม่มีรถส่วนตัวได้ดี เพราะมีตัวเลือกในการเดินทางมากทีเดียว แถมจุดเด่นของโครงการยังอยู่แนวรถไฟฟ้า ห่างจาก MRT กระทรวงสาธารณสุข เพียง 70 เมตรเท่านั้น เรียกว่าเดินเท้าได้สบายๆ เลยค่ะ ในเรื่องของอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้า ด้วยความที่เป็นแหล่งงานและชุมชนจึงมีร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปจนถึงตลาดสดให้เลือกจับจ่ายใช้สอยมากมายทั้งตลาดกระทรวงสาธารณสุข และตลาดพระราม 5 แถมพิกัดของห้างสรรพสินค้าชั้นนำยังอยู่ไม่ไกล อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด รัตนาธิเบศร์, บิ๊กซี ติวานนท์ และเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่หลากหลายทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ภายในกระทรวงสาธารณสุขยังมีพื้นที่สีเขียว และแหล่งอำนวยความสะดวกของคนย่านติวานนท์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ, สนามกีฬา หรือตลาดนัดขนาดใหญ่ ก็ล้วนแต่เหมาะกับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง 1. เริ่มต้นการเดินทางวันนี้เรานั่งรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง มาลงที่สถานีกระทรวงสาธารณะสุขนะคะ 2. สำหรับทางออกไปโครงการ ไนท์บริดจ์ ติวานนท์ จะอยู่ที่ทางออก 1 นะคะ 3. เมื่อแตะบัตรเดินตามป้ายมา จากบนสถานีก็มองเห็นตัวโครงการแล้วค่ะ ซึ่งอยู่ใกล้มากๆ 4. เมื่อเดินลงมาด้านล่างแล้วจะเจอกับถนนใหญ่นะคะ ซึ่งทางไปโครงการนั้นต้องเลี้ยวไปทางฝั่งขวามือค่ะ 5. ระหว่างทางเดินไปโครงการ ก็จะมีร้านอาหารให้ฝากท้องอยู่หลายร้านเหมือนกันค่ะ 6. บริเวณหน้าโครงการมีป้ายรถเมล์พอดิบพอดี ซึ่งสะดวกมากสำหรับลูกบ้านที่ไม่ใช้รถส่วนตัว 7. นอกจากจะมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าโครงการแล้ว ยังมีจุดกลับรถในระยะใกล้ๆ อีกด้วย 8. บรรยากาศในโครงการค่อนข้างร่มรื่นทีเดียวค่ะ พื้นที่รอบตัวอาคารนั้นถูกออกแบบให้เป็นที่วนรถรอบตึก สามารถจอดรถจะในอาคารได้ตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 6 ถัดเข้ามาด้านในก็จะเป็นส่วนของ Lobby แล้วค่ะ   ภาพรวมโครงการ โครงการ “ไนท์บริดจ์ ติวานนท์” เป็นคอนโด High Rise สูง 25 ชั้น จำนวน  1 อาคาร บนพื้นที่ 1-2-83 ไร่ แบ่งออกเป็นที่พักอาศัย 373 ยูนิต ในความเป็นส่วนตัวเพียง 21 ยูนิตต่อชั้น และรองรับที่จอดรถได้ประมาณ 47% (รวมจอดซ้อนคัน) ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Affordable Premium Condo ชูจุดขายด้วยการขยายความสูงของห้องด้วยเพดานสูง 4.2 เมตร เพื่อให้ลูกบ้านได้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น แถมยังสามารถดีไซน์ได้ในแบบของตัวเอง ซึ่งก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ห้อง Penthouse เลยทีเดียว ในขณะที่ตัวอาคารก็ยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเป็นอย่างดี ทั้งการดีไซน์ที่ทันสมัยด้วยการใช้โทนสี Monochrome ไล่เฉดสีขาว ดำ เทาเป็นหลัก ซึ่งก็ถือว่าสวยงามอย่างมีสไตล์ สะท้อนความเป็น Top Brand ของ ออริจิ้น ที่มักสร้างคอนโดมิเนียมหรู ดีไซน์ล้ำกว่าใคร ในราคาคุ้มค่าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก ในส่วนของ Facility เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ ค่ะ เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้นล่างที่ทำเป็น Lobby สุดหรู ออกแบบให้เป็น Super high ceiling lobby ที่มีเพดานสูงถึง 6 เมตร พื้นที่ชั้น 2-6 จะเป็นที่จอดรถทั้งหมด โดยสามารถจอดรถประมาณ 144 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ส่วนพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 7 เป็นต้นไปจะเริ่มเป็นยูนิตของห้องพักอาศัยค่ะ สำหรับ Facility หลักๆ นั้นจะถูกยกไปไว้ที่ชั้น 25 ทั้งหมด ซึ่งมาพร้อม Sky swimming pool สระว่ายน้ำเทควิวขอบฟ้า ที่เชื่อมต่อพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้าถึง 3 ชั้น บน Roof Top Garden สวนชมวิวบนดาดฟ้าอันแสนร่มรื่นที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของโครงการเลยก็ว่าได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมี Fitness และ Sky lounge มุมพักผ่อนและพบประสังสรรค์ของลูกบ้าน ที่ล้วนแต่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เปิดประตูเข้าด้านในอาคาร จะพบกับบริเวณ Lobby ซึ่งมาในคอนเซ็ปต์ Super High Ceiling Lobby ดูโอ่อ่าและสูงโปร่ง ด้วยขนาดของพื้นที่บริเวณ Lobby มีขนาดกว้างมากพอจะจัดมุมรับแขกได้หลายจุด หากลูกบ้านมีแขกมาเยี่ยมเยียนก็สามารถนั่งรอที่บริเวณล็อบบี้ได้สบายๆ แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 7 นะคะ ซึ่งจะเริ่มเป็นที่พักอาศัยไปจนถึงชั้น 24 แต่จุดเด่นของชั้นนี้จะส่วนของพื้นที่สีเขียวอย่างสวนพักผ่อนรวมอยู่ในชั้นเดียวกันด้วย บรรยากาศของพื้นที่สวนสีเขียวบริเวณชั้น 7 ซึ่งลูกบ้านสามารถมานั่งเล่นชิลล์ๆ ได้อย่างสบายใจเลยค่ะ วิวเมืองบริเวณสวนชั้น 7 ก็จะประมาณนี้ค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถมองวิวรอบด้านได้ถึง 270 องศาเลยล่ะ แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 25 นะคะ ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของตัวอาคาร ประกอบไปด้วยพื้นที่ส่วนกลางหลักๆ อย่าง Sky swimming pool, Fitness, Sky family lounge และ สวนพักผ่อนชมวิว แถมห้อง Fitness จะอยู่สูงถัดขึ้นไปอีกชั้น ทำให้มุมมองจากพื้นที่ในส่วนนี้สามารถมองเห็นวิวของสระว่ายน้ำและวิวมุมสูงบริเวณรอบๆ โครงการได้อย่างจุใจ เดินเข้ามาในส่วนของ Sky family lounge ที่ดูโอ่อ่าและกว้างขวาง แถมยังไร่เรียงพื้นที่แบบ 3 ระดับ โดยมีบันไดต่อเนื่องไปยังส่วนของ Privacy Fitness ภายใน Sky family lounge จัดที่นั่งไว้สำหรับรองรับลูกบ้านหลายมุมเลยค่ะ มุมมองจากโถงกลางเข้าไปจะเห็นว่าพื้นที่ของ Sky family lounge ได้รับการออกแบบให้ดูสูงโปร่งด้วยเพดานแบบ Double Volume เพื่อให้ลูกบ้านได้พักผ่อนอิ่มเอมไปกับบรรยากาศที่เหนือกว่าคอนโดใดๆ ด้วยวิวแบบพาโนรามา ซึ่งผนังโดยรอบเป็นกระจกสูงขึ้นไปเสมอฝ้าเลยค่ะ ภายในจึงสว่างและโปร่ง เหมาะแก่การพักผ่อนมาก พื้นที่บาร์ขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบไว้สำหรับรองรับปาร์ตี้เล็กๆ ของลูกบ้าน เดินไต่บันไดขึ้นมาในส่วนของ Privacy Fitness ภายในห้องโอบล้อมด้วยกระจกใส ให้ลูกบ้านสามารถออกกำลังกายไปด้วยชมวิวไปด้วยได้อย่างเพลิดเพลิน ภายในห้องฟิตเนสเต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายอย่างครบครันเลยนะคะ ออกมาจาก Sky family lounge จะมีประตูกระจกใสกั้น Sky swimming pool ไว้นะคะ ผลักออกไปจะเจอสระว่ายน้ำระบบเกลือ ที่มีความกว้าง 14 x 6 เมตร เวลาลูกบ้านใช้สระว่ายน้ำก็จะได้ชมวิวเมืองแบบนี้เลยนะคะ มุมมองจากนอกอาคารจะเห็นว่าพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ไนท์บริดจ์ ติวานนท์ สามารถมองเห็นวิวเมืองอย่างกว้างไกล และไม่มีอะไรมาบดบังเลยนะคะ   เปิดประตูห้องตัวอย่าง มาดูในส่วนของห้องพักอาศัยกันบ้างดีกว่าค่ะ สำหรับโครงการ “ไนท์บริดจ์ ติวานนท์” อย่างที่บอกไปข้างต้นว่ามียูนิตรวมทั้งหมด 373 ยูนิต แบ่งออกเป็นห้องพักอาศัยแบบธรรมดา Mono Type 1 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 25.9 – 33.9 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาดตั้งแต่ 43.40 ตร.ม., 2 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 51.4 – 58.4 ตร.ม. และห้องพักอาศัยดีไซน์พิเศษด้วยเพดานสูงถึง 4.2 เมตร โดยแบ่งออกเป็น 1 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 25.9 – 33.8 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาดตั้งแต่ 42.8 ตร.ม., 2 Bedroom  ขนาดตั้งแต่ 51.4 – 58.0 ตร.ม. ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของโครงการเลยก็ว่าได้   ภายในห้องแต่ละยูนิตมีจุดเด่นคือฟังก์ชั่นที่เป็นสัดส่วน ถูกออกแบบมาเพื่อความโปร่งโล่ง สบาย โดยแยกพื้นที่นั่งเล่น ครัวและห้องนอนออกจากกัน ซึ่งจะต่างจากคอนโดทั่วไปในย่านนี้อย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ เพราะราคาระดับนี้แทบจะไม่มีโครงการไหนทำห้องครัวแบบปิดแยกออกมาเลยค่ะ ส่วนใหญ่ก็มีแค่ Pantry เล็กๆ เท่านั้น นอกจากนี้ห้องทุกยูนิตของโครงการ ยังเปิดขายมาแบบ Fully Furnished ด้วยค่ะ เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องก็ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้สอยของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี และทุกยูนิตจะได้แอร์ 2 ตัว โดยติดตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นและห้องนอนเหมือนกันเลยนะคะ   สำหรับห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราได้ชมก็คือ 1 Bedroom ขนาด 33.20 ตร.ม ซึ่งเป็นห้องพักอาศัยแบบธรรมดาค่ะ ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องกว้างขวางทีเดียวค่ะ ด้วยการจัดวาง Layout ให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า ครบทุกฟังก์ชั่น ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่แยกไว้อย่างสัดส่วน ห้องครัวจะเป็นแบบปิด ป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนได้มากขึ้นเพราะครัวอยู่ติดระเบียง สามารถเปิดประตูระเบียงช่วยระบายกลิ่นได้ดี แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม เปิดประตู Digital Door lock เข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนเลยนะคะ พื้นที่ถัดเข้าไปด้านในทางขวาจะเป็นห้องครัว และทางซ้ายเป็นห้องนอนค่ะ พื้นที่ด้านข้างโซฟาสามารถจัดเป็นมุมรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งได้สบายๆ เลยนะคะ ซึ่งทางโครงการให้เฟอร์นิเจอร์มาพร้อมแล้วด้วย ลูกบ้านไม่จำเป็นต้องซื้อโต๊ะเพิ่มเลย มาในส่วนของห้องครัวกันบ้าง โดยครัวนั้นมีประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 2 ตอนนะคะ เพื่อป้องกันกลิ่นรบกวนเวลาประกอบอาหาร การที่กั้นห้องครัวด้วยกระจกก็เพื่อทำให้แสงสว่างสาดส่องเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นด้วย ส่วนเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นแบบ One Wall-Kitchen นะคะ โดยโครงการจะเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น, เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟมาให้เรียบร้อยแล้ว ด้านในสุดของครัวจะเป็นระเบียงค่ะ ซึ่งก็มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้น ข้อดีที่ระเบียงอยู่ติดครัวก็สามารถลดกลิ่นและระบายอากาศเวลาประกอบอาหารได้ดีค่ะ ออกจากครัวมายังบริเวณหน้าห้องตรงกันข้ามจะเป็นห้องน้ำนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งแยกพื้นที่เปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน สุขภัณฑ์ที่ลูกบ้านจะได้รับก็ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางโถสุขภัณฑ์ไว้ตรงกลางห้อง บริเวณโซนเปียก ทางโครงการจะติดฉากกั้นอาบน้ำด้วยประตูกระจกมาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ โดยจะเว้นช่องด้านบนสำหรับระบายอากาศ พื้นที่ตรงข้ามระหว่งห้องน้ำกับห้องนอนจะเป็นมุมทำงานนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ยังได้ ทางโครงการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์มาให้แล้วเรียบร้อย กลับเข้ามาในส่วนของห้องนอน ภายในห้องได้รับการออกแบบให้ดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่ปลายเตียง ซึ่งสามารถเดินผ่านได้สบายๆ เลยค่ะ หากใครชอบดูทีวีก็สามารถติดตั้งที่ผนังปลายเตียงเพิ่มได้ด้วย พื้นที่ข้างเตียงติดกับประตูจะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยนะคะ ภายในมีที่ให้เก็บของได้เยอะทีเดียว   ห้องตัวอย่างถัดมาที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 43 ตร.ม. ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน สำหรับห้องนี้เปิดประตูมาจะเจอส่วนรับประทานอาหารก่อน ซึ่งสามารถจัดวางพื้นที่ดินเนอร์สำหรับ 4 คนได้สบายๆ ถัดไปนั้นเป็นมุมนั่งเล่นที่กว้างพอให้วางโซฟาตัวยาวขนาดใหญ่ได้ แถมมีระเบียงด้านข้างให้เปิดออกไปรับลมด้านนอก พื้นที่ลึกเข้าไปด้านในบริเวณตรงกลางจะเป็นครัวแบบปิด ตรงข้ามครัวเป็นห้องน้ำ พื้นที่ติดครัวและห้องน้ำจะเป็นห้องนอน และห้องเอนกประสงค์ที่ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นห้อนนอนเล็กได้นั่นเอง แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 43 ตร.ม. หน้าประตูติดตั้ง Digital Door Lock มาให้แล้วนะคะ เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วนรับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดริมระเบียงก่อนเลยนะคะ ภายในห้องบริเวณโถงกลางจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมระหว่างครัว พื้นที่รับประทานอาหาร และมุมนั่งเล่นเข้าไว้ด้วยกัน พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดกว้างกำลังดี ซึ่งลูกบ้านสามารถจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้สบาย พร้อมเหลือพื้นที่ด้านไว้สำหรับวางโต๊ะข้างด้วย หรือหากลูกบ้านอยากวางโซฟาตัวยาว 3 ที่นั่งก็ยังพอไหวค่ะ เพียงแต่จะไม่สามารถวางโต๊ะข้างได้ ซึ่งมุมนั่งเล่นจะอยู่ชิดติดระเบียงนะคะเลยทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นค่ะ มุมมองจากบริเวณห้องนั่งเล่นไปยังห้องนอนที่ติดกับห้องเอนกประสงค์นะคะ ซึ่งบริเวณตรงกลางจะเป็นพื้นที่ของห้องน้ำและห้องครัวแบบปิด สำหรับเคาน์เตอร์ครัวโครงการจะให้มาแบบนี้เลยนะคะ ผนังเหนือเคาน์เตอร์จะเป็นกระจกเคลือบสีดำ ข้อดีคือสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดง่ายเวลาประกอบอาหาร ขนาดของเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของด้านบนจะมีขนาดยาวขึ้นเล็กน้อยตามขนาดของห้อง แต่ตัววัสดุที่ใช้รวมถึงเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น, ไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้ายังคงเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกค่ะ พื้นที่ตรงข้ามกับห้องครัวจะเป็นส่วนของห้องน้ำนั่นเองค่ะ ภายในห้องแบ่งพื้นที่เปียกและแห้ง พร้อมกั้นประตูกระจกอาบน้ำไว้ให้เหมือนดั่งห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ ออกจากห้องน้ำมายังห้องเอนกประสงค์กันบ้าง ฟังก์ชั่นพิเศษสำหรับห้องนี้คือพื้นที่ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนเล็กเหมือนในภาพ หรือใช้เป็นมุมทำงานก็ได้ทั้งนั้นค่ะ ภายในห้องมีขนาดกระทัดรัด เหมาะสำหรับวางเตียงนอนขนาด 3 ฟุตครึ่ง แถมยังเหลือพื้นที่เดินได้โดยรอบ กลับเข้ามาที่ห้องนอนใหญ่กันบ้าง ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยเหลือพื้นที่เดินโดยรอบด้วยค่ะ ผนังฝั่งที่ติดกับประตูจะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ บริเวณหัวเตียงยังสามารถบิลต์อินชั้นวางเพื่อจัดเก็บของได้เหมือนห้องตัวอย่างเลยนะคะ   ห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราเก็บภาพมาฝากเพื่อประกอบการพิจารณาเป็นห้อง Duo Space 1 Bedroom ดีไซน์พิเศษด้วยเพดานสูงถึง 4.2 เมตรขนาดห้อง 28.50 ตร.ม.  ซึ่งห้องนี้จะต่างจากห้องแบบแรกๆ ทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ใช้สอย และ Layout ของห้องค่ะ ห้องนี้เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอส่วนครัว ก่อนจะมีประตูบานเลื่อนต่อเนื่องไปยังโถงกลางที่กว้างพอสำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหาร และวางโซฟาตัวยาวในส่วนของ Living Area ได้สบายๆ อีกทั้งยังสามารถแบ่งพื้นที่สำหรับมุมทำงาน ระเบียง และห้องน้ำได้ด้วย ในขณะที่ห้องนอนจะมีบันไดทำหน้าที่เชื่อมต่อไปถึงด้านบน ซึ่งจัดพื้นที่มาให้แบบกำลังดี สามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ได้ มีพื้นที่ด้านข้างเหลือสบายๆ แถมยังวางโต๊ะข้างและตู้เสื้อผ้าได้อีกด้วยค่ะ แปลนห้อง Duo Space 1 Bedroom ขนาด 28.50 ตร.ม. สำหรับห้องนี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวก่อนเลยค่ะ ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นตัวไอคู่นะคะ ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์จะเป็นที่วางตู้เย็นติดกันนั้นเป็นตู้เก็บของบิลต์อินสูงจรดเพดาน ซึ่งชุดเคาน์เตอร์ครัวลูกบ้านจะได้ทุกอย่างตามนี้เลยนะคะ จะเว้นก็เพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น ทางโครงการบิลต์อินตู้ลอย พร้อมเว้นช่องสำหรับวางไมโครเวฟและเครื่องซักผ้ามาให้แล้วนะคะ ในส่วนของห้องครัวก่อนจะเข้าไปพื้นที่พักผ่อนด้านในจะมีประตูบานเลื่อนกั้นด้วยนะคะ เพื่อป้องกันกลิ่นรบกวนเวลาประกอบอาหาร เปิดประตูด้านในส่วนพักผ่อนเข้ามา จะเป็นโถงนั่งเล่นที่มีขนาดกว้างขว้าง และเป็นแบบ Double Volume ซึ่งจะมีความสูง 4.2 เมตร พื้นที่ติดกับครัวจะเป็นมุมรับประทานอาหารนะคะ พื้นที่ตรงข้ามกับมุมรับประทานอาหารจะเป็นห้องน้ำนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน พื้นที่ส่วนเปียกจะถูกกั้นด้วยธรณีสูงขึ้นมานิดหนึ่ง เพื่อกันไม่ให้น้ำจาก Shower Area ไหลออกไปสู่พื้นที่อื่นๆ นอกจากนี้ลูกบ้านยังจะได้อุปกรณ์ตามภาพเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ติดตั้งกระจกเงายาวไปตามแนวผนังเลยค่ะ ข้อดีคือช่วยสะท้อนหลอกตาให้ห้องดูกว้างขึ้นมาง่ายๆ ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นมีการจัดวางชุดโซฟาตัวยาวขนาด 3 ที่นั่งเอาไว้ แถมระยะห่างระหว่างโซฟากับคอนโซลทีวีมีระยะกำลังดีเลยนะคะ ไม่แคบและไม่กว้างจนเกินไป สามารถวางโต๊ะกลางได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด โดยห้องดูสูงโปร่ง เพราะโอบล้อมด้วยกระจกใสที่สูงจรดเพดานด้านบน ซึ่งมีความสูงถึง 4.2 เมตรเลยนะคะ บริเวณข้างโซฟายังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับจัดให้เป็นมุมทำงานอีกด้วยนะคะ ในส่วนของคอนโซลทีวี ทางโครงการได้บิลต์อินให้อยู่ติดกับบันไดทางขึ้นไปห้องนอนค่ะ บันไดทางขึ้นไปส่วนพักผ่อนจะเป็นโครงเหล็ก ปูลูกนอนด้วยไม้เนื้อแข็งสีอ่อน ราวจับเป็นเหล็กขึ้นโครงทาสีดำนะคะ เดินไต่บันไดขึ้นมาก็จะพบกับส่วนพักผ่อน ที่ทางโครงการทำระเบียงกั้นพื้นที่ปลายเตียงไว้ให้เรียบร้อยแล้ว สำหรับพื้นที่พักผ่อนนั้น ทางโครงการจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตไว้ให้ จะเห็นได้ว่าพื้นที่โดยรอบเตียงนั้นสามารถเดินได้อย่างสบายๆ จะเสียอย่างเดียวก็คือไม่มีผนังสำหรับติดตั้งทีวีเท่านั้นเองค่ะ บริเวณข้างเตียงยังเหลือพื้นที่พอสำหรับวางโต๊ะข้างเหมือนดั่งห้องตัวอย่างเลยนะคะ แถมโครงการยังบิลต์อินตู้เสื้อผ้ามาพร้อมเสร็จสรรพ เมื่อมองกลับลงมาจะเห็นว่าการจัดวาง Layout ของห้องนั้น ค่อนข้างกว้างขวางและลงตัวมากๆ ซึ่งลูกบ้านสามารถใช้งานพื้นที่ทุกส่วนได้อย่างคุ้มค่าทุกตารางเมตรจริงๆ ค่ะ   ใครที่ยังไม่เคยไปชมโครงการหรือกำลังตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดฯ ในแถบนี้อยู่แนะนำให้ไปชมบรรยากาศจริงดูค่ะ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น แต่ต้องขอบอกเลยค่ะไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือลงทุนก็คุ้มค่าแน่นอน ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า MRT กระทรวงสาธารณสุขเพียง 70 เมตร แถมรอบๆ โครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายตั้งแต่ตลาดสดไปจนถึงห้างสรรพสินค้า และพื้นที่สีเขียวกว่า 1,000 ไร่ในกระทรวงสาธารณสุขที่รอให้ทุกคนไปสัมผัสกับธรรมชาติ ต้องบอกว่าเป็นจุดแข็งที่ควรค่าแก่การลงทุนจริงๆ ค่ะ   พิเศษ!!! 15-16 ธ.ค นี้ " Origin แจกหนัก โปรแรงสุดแห่งปี" คอนโดพร้อมอยู่ 70 ม. จาก MRT !!! BIG YEAR BIG BONUS !!! *** แจก Bonus 10 เดือน !!! *** ** ฟรี ค่าส่วนกลาง 10 ปี ** แถมฟรี!! ค่าใช้จ่ายวันโอน *ค่าโอนกรรมสิทธิ์ *กองทุนอาคารชุด *มิเตอร์น้ำ *มิเตอร์ไฟ คอนโดพร้อมอยู่ 25 ชั้น ติดถนนใหญ่ ติวานนท์-แคราย "ไนท์บริดจ์ ติวานนท์ ” ● คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ เพียง 70 ม. จาก MRT สถานี กระทรวงสาธารณะสุข ● ให้ความรูัสึกถึงความเป็นส่วนตัว และเงียบสงบ ด้วยจำนวนยูนิตที่น้อย เพียง 373 ยูนิต กับเพดานสูง 4.2 เมตร ● เชื่อมต่อการคมนาคมที่สะดวกสบาย ด้วยทำเลติดถนนใหญ่ พร้อมเส้นทางไปขึ้นทางด่วนอย่างรวดเร็ว ● ใกล้สถานที่ราชการหลายแห่ง กระทรวงสาธารณะสุข , ศูนย์ราชการนนทบุรี ● ใกล้ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี้ ติวานนท์ ,โลตัส แคราย , เอสพลานาด งามวงศ์วาน ● พิเศษ!!! สุดๆ 1 นอน จาก 2.59 เหลือ 2.29 ลบ.* DUPLEX จาก 3.66 เหลือ 3.39 ลบ. เท่านั้น * ● นัดหมาย สัมผัสห้องจริง สถานที่จริงได้แล้ววันนี้ คลิก https://bit.ly/2QbGz9x สอบถามโทร 061 401 9000          
Knightsbridge Space Ratchayothin เปิดมุมมองชีวิตใหม่..ให้เหนือกว่าใครทุกด้าน : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Space Ratchayothin เปิดมุมมองชีวิตใหม่..ให้เหนือกว่าใครทุกด้าน : รีวิวคอนโด

เมื่ออสังหาริมทรัพย์กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การซื้อคอนโดมีเนียมสักแห่งไว้สำหรับอยู่อาศัยหรือปล่อยเช่าก็ถือว่าเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยต่อยอดให้สมบัติชิ้นนั้นมีมูลค่าสูงมากขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต แต่การซื้อคอนโดฯ ก็มีหลากหลายเรื่องให้ต้องคำนึงนะคะ บางคนอาจชั่งน้ำหนักไม่ถูกว่าระหว่างเรื่องการเดินทางสะดวกสบายใจกลางเมือง หรือดีไซน์สวยงาม ฟังก์ชั่นน่าใช้ พร้อมส่วนกลางแบบครบครัน ควรเลือกแบบไหนดีกว่ากัน แต่น่าจะดีที่สุดถ้าที่พักอาศัยหรือทรัพย์สินของเราจะรวมความต้องการเหล่านี้ไว้ได้ด้วยกันทั้งหมด ซึ่งทาง Origin บริษัทอสังหาริมทรัพย์แนวหน้า ระดับ Top 5 ของประเทศไทย ก็รู้ใจคนเมืองและเข้าใจความสำคัญในเรื่องนี้ดี จึงเดินหน้าพัฒนาโครงการหรูระดับ Flagship อย่าง Knightsbridge ซึ่งเป็น Top Brand ของ Origin จุดเด่นอยู่ที่การปักหมุดทำเลดีใกล้สถานีรถไฟฟ้า สรรสร้างเป็นคอนโดมิเนียมหรูในราคาคุ้มค่าให้ทุกคนสามารถจับจองได้ไม่ยาก แถมยังได้กระแสตอบรับดีมากๆ จากการเปิดตัวในปี 2560 โดย Sold Out หมดทุกโครงการก่อนหน้าภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว     เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงผลสำเร็จและการตอบรับที่ดีของผู้ที่สนใจ ทาง Origin จึงไม่รอช้าพัฒนาโครงการภาคต่อแบรนด์ Knightsbridge ภายใต้ชื่อ “Knightsbridge Space Ratchayothin (ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน)” บนพิกัดใจกลางเมืองย่านรัชโยธิน New CBD ที่กำลังถูกพัฒนาและเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากถูกผลักดันให้เทียบเท่ากรุงเทพชั้นในอย่างสีลม, อโศก, พระราม9 ที่ล้อมรอบด้วยแหล่งงานขนาดใหญ่รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งจุดเด่นของโครงการอยู่ที่การออกแบบโดยฉีกกรอบรูปแบบอยู่อาศัยเดิมๆ ในตลาดอสังหาฯ ด้วยดีไซน์ทันสมัยและลงตัว อาทิ การจัดวาง Layout ใหม่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย, การเพิ่ม Space ที่สูงโปร่งให้ผู้อยู่อาศัยอยู่สบาย และพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านได้มากกว่าเดิม แต่จะมีรายละเอียดอะไรบ้าง ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ     ปักหมุดทำเลศักยภาพเดินทางสะดวกสบาย   หากใครติดตามผลงาน Origin มาตลอด คงทราบดีว่าทางแบรนด์เคยปักหมุดทำเลย่านรัชโยธินกับโครงการ Segment บนอย่าง Knightsbridge Prime Ratchayothin ไปแล้ว แต่เนื่องจากกระแสตอบรับที่ล้นหลามทำให้ทางแบรนด์พัฒนา โครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” เพิ่มขึ้นในพื้นที่ใกล้ๆ กัน โดยตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ข้างซอยพหลโยธิน 27 (ตรงข้ามตึกช้าง) ฝั่งขาออกนอกเมืองบริเวณใกล้กับแยกรัชโยธิน ซึ่งทำเลแห่งนี้เป็นเหมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะรถไฟฟ้าทั้ง BTS สายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต), MRT สายสีน้ำเงิน (สถานีพหลโยธิน) และรถไฟฟ้า Monorail สายสีเหลืองในอนาคต ซึ่งกำลังสร้างส่วนต่อขยายให้สามารถเดินทางเข้าออกนอกเมืองได้อย่างสะดวกสุดๆ โดยโครงการอยู่ติดกับสถานีพหลโยธิน 24 (รถไฟฟ้าสายสีเขียว) ลูกบ้านสามารถนั่งเข้าตัวเมืองไปสยาม, อโศก และทองหล่อได้โดยตรงจากการเชื่อมต่อกับ BTS หมอชิต ในปัจจุบันค่ะ นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารอย่างรถเมล์, รถแท๊กซี่ รวมถึงวินมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านไปมาหน้าโครงการอยู่ตลอด เรียกว่าตัวเลือกในการเดินทางสำหรับคนไม่มีรถนั้นหลากหลายและสะดวกมากทีเดียวค่ะ     หากใครเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลักก็ถือว่าสะดวกสบายไม่แพ้กันนะคะ เพราะถนนพหลโยธินมีซอยลัดเลาะในชั่วโมงเร่งด่วนได้มากมาย อีกทั้งยังสามารถวิ่งตัดกับถนนได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ประเสริฐมนูกิจ, งามวงศ์วาน, รัชดาภิเษก, ลาดพร้าว, วิภาวดีรังสิตที่สามารถเชื่อมต่อกับทางด่วนและโทลเวย์ สู่พื้นที่ธุรกิจทุกส่วนของกรุงเทพฯ ได้อย่างง่ายดาย     นอกจากนี้โครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” ยังเหมาะกับคนเมืองยุคใหม่ที่สามารถใช้ชีวิตแบบ Smart อย่างเต็มที่ เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้กับแยกรัชโยธินที่เปรียบเสมือน Hub ของทำเลนี้ ซึ่งรายล้อมไปด้วยสถานศึกษา แหล่งงาน รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่ครบเครื่องมากๆ ไม่ว่าจะเป็น Major Ratchayothin, Major Avenue Ratchayothin, สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Park Plaza), Café และร้าน Hangout มากมาย หรือขยับไปอีกนิดบริเวณห้าแยกลาดพร้าวก็จะมีสถานศึกษาอย่างโรงเรียนหอวัง ห้างสรรพสินค้าอาทิ Tesco Lotus, Central ลาดพร้าว และ Union Mall โดยมีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีพหลโยธิน รวมอยู่ด้วย หากใครอยากสัมผัสธรรมชาติหรือออกกำลังกายกลางแจ้งก็เพียงมุ่งตรงไปสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลอย่างสวนรถไฟและสวนจตุจักรได้สบายๆ แถมพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการยังมีแผนการพัฒนาอีกมากมาย หลักๆ เลยคือข่าวการร่วมทุนสร้าง Mega Project ระหว่าง​ BTS กับ G Land ที่จะผุดโครงการ Mixed Use ขนาดใหญ่บนที่ดินริมถนนพหลโยธิน (แดนเนรมิตเก่า) แบบครบวงจร เรียกว่าถ้าดำเนินการก่อสร้างเมื่อไหร่ พื้นที่ในย่านนี้ก็จะมีราคาสูงขึ้นและมีศักยภาพในการเติบโตเพิ่มขึ้นแน่นอนค่ะ   โครงการที่ดีที่สุดในย่าน “รัชโยธิน”   สำหรับโครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” ที่กำลังจะสร้างขึ้นนั้น เป็นคอนโดมิเนียมแบบ High Rise สูง 33 ชั้น 1 อาคาร บนเนื้อที่ 2-2-74.1 ไร่ จำนวน 488 ยูนิต มาพร้อมลิฟต์โดยสาร 4 ตัว และลิฟต์บริการอีก 1 ตัว ที่จอดรถแบบ Auto Parking 70% ตัวอาคารถูกออกแบบให้ดูล้ำสมัยด้วยการใช้โทนสี Monochrome ไล่เฉดสีขาว ดำ เทาเป็นหลัก ซึ่งมาในคอนเซ็ปต์ Space in Space สร้างประสบการณ์ในการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ด้วยการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้สามารถใช้งานได้คุ้มค่าทุกตารางเมตร อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมโยงต่อเนื่องกันทุกมิติระหว่างพื้นที่ภายใน และภายนอกอาคารด้วย Space ที่เล่นระดับไม่ซ้ำใครด้วยพื้นที่โถงเพดานสูง มีการออกแบบพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่     ในส่วนของห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 14-32 นะคะ จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบให้ผู้อยู่อาศัย สามารถใช้ชีวิตในพื้นที่ได้มากกว่าทั้งพื้นที่ใช้สอยภายในห้องและ Facility ที่หลากหลาย ที่สำคัญคือจัดวาง Layout ใหม่ “Duo Space” ในรูปแบบสไตล์ Loft ด้วยดีไซน์หรูหราเหนือระดับ เน้นพื้นที่สูงโปร่งสบายกับเพดาน Double Space สูงถึง 4.2 เมตร เพิ่มพื้นที่การอยู่อาศัยอย่างมีสไตล์ ให้ลูกบ้านได้ปลดปล่อยความอิสระอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมเปิดมุมมองเชื่อมต่อกับ Space ด้านนอกให้กว้างไกลและเต็มสายตาด้วยหน้าต่างกระจกสูง ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง และครอบครัวที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางได้เป็นอย่างดี   ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้องพักอาศัย 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. ถูกออกแบบโดยยึดคอนเซ็ปต์ Value Space เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า โดยขนาด 26 ตร.ม. มี 2 แบบหลักให้เลือก แปลนห้องขนาด 26.50 ตร.ม. แปลนห้องขนาด 26.60 ตร.ม. ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้องพักอาศัย 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. Lay Out ใหม่ล่าสุดจากออริจิ้น ถูกออกแบบในสไตล์ Loft ที่ถือว่าเป็น Hi light Product ของแบรนด์ ที่ยังคงคอนเซปถึงการเชื่อมต่อทุกพื้นที่เข้าถึงกัน แต่กลับมีความเป็นส่วนตัวได้ Space มากขึ้น และยังคำนึงถึงการใช้ทุกพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลงตัวในทุก Function เพดานห้องสูงโปร่งดูหรูหรา พร้อมเปิดมุมมองภายในห้องพักให้เชื่อมต่อกับด้านนอกอาคารได้มากขึ้นด้วยหน้าต่างกระจกสูง   แปลนห้องขนาด 35.80 ตร.ม. ภาพ Master Plan ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบไว้รองรับการใช้ชีวิตที่ดีที่สุดของลูกบ้าน เริ่มตั้งแต่ชั้น 1-2 แบ่งออกเป็นส่วนของ Lobby, Co-Working Space, Café24 ที่มีบริการขนมและเครื่องดื่มตลอดเวลา  ในส่วนของชั้น 3-13 นั้นจะเป็นที่จอดรถทั้งหมด และยก Facility หลักๆ ไปไว้ที่ชั้น 33 ซึ่งเป็น Rooftop พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะเติมเต็มความสุขในการพักผ่อนอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งสระว่ายน้ำแบบ Lap Pool ที่ยาวถึง 24 เมตร และมี Space กว้างพอให้ว่ายต่อเนื่องได้ถึง 37 เมตร ด้วย L Shape (ลึก 1.20 เมตร) อีกทั้งยังเพิ่มส่วน Relax ของสระที่ต่อเนื่องกันด้วยฟังก์ชั่น HYDROTHERAPY POOL ที่มี JACUZZI เข้ามาช่วยเสริมบรรยากาศของการผ่อนคลายให้มากยิ่งขึ้น แถมยังมี RELAXING SUNKEN โซนที่นั่งพักผ่อนแบบไม่เปียกแต่ลูกบ้านสามารถสัมผัสถึงความผ่อนคลายของสระว่ายนํ้าโดยรอบได้ด้วยค่ะ   ภาพ Floor Plan ชั้น 2 ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณ Lobby ภาพ Floor Plan ชั้น 14-30 ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ซึ่งจะเริ่มเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ชั้นนี้ค่ะ ภาพ Floor Plan ชั้น 31-32 ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ภาพ Rooftop Plan ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Co-Working Space ถูกออกแบบให้เชื่อมสัมผัสสายตาระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอกอาคารด้วยกระจกใสทรงสูง ซึ่งสามารถมองเห็น LANDSCAPE พื้นที่สีเขียวที่โอบล้อมอาคารด้านนอกได้อย่างสบายตา จากภาพตัวอย่างจะเห็นได้ว่าทางโครงการออกแบบโดยยึดคอนเซ็ปต์ Flow Space โดยเชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกอาคารด้วยการดีไซน์ Space ทีมีการเล่นระดับ ทั้งพื้นที่โถงเพดานสูงโดยออกแบบพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่เพื่อรองรับตวามสุขของลูกบ้าน ภาพบรรยากาศจำลองในส่วนของ Café ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง   ต่อเนื่องมายังส่วนของ Roofttop Garden ที่ทางโครงการคำนึงถึงความ FLOW ของ SPACE เป็นหลัก โดยออกแบบให้ลูกบ้านสามารถเดินชมวิวได้รอบอาคาร และมีจุดนั่งเล่นพักผ่อนที่แทรกไปกับเส้นสายความเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในทุกพื้นที่สีเขียวของโครงการเพื่อให้เป็นไปในเรื่องราวเดียวกัน โดยเพิ่มความพิเศษของ SPACE ในส่วน SUNSET AMPHITHEATRE ให้สามารถนั่งชมพระอาทิตย์ตกบนจุดสูงสุดของโครงการได้ จึงสามารถมองเห็นความงามของพระอาทิตย์ได้อย่างชัดเจน   นอกจากการออกแบบ Layout ใหม่ และจัดเต็ม Facility แบบไม่มีกั๊กแล้ว ทางโครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” ยังคงใส่ใจในเรื่องของ LANDSCAPE โดยออกแบบพื้นที่สีเขียวภายนอกอาคารให้เชื่อมต่อกับทุก Space ในโครงการ เริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการผ่าน Landscape Corridor ที่ทําให้ระหว่างทางที่เดินเกิดความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายด้วยบรรยากาศของธรรมชาติตลอดทั้งวัน นอกจากนี้บริเวณล็อบบี้ยังมี Garden Lobby View ที่มี Water Feature ลักษณะเฉพาะตัวด้วยเส้นสายของความเป็นธรรมชาติที่เชื่อมต่อ SPACE ไปสู่สวนด้านหลังที่มีฟังก์ชั่น COLIVING GARDEN ให้ลูกบ้านสามารถมานั่งพักผ่อนหรือทำงานในสวนท่ามกลางความร่มรื่นตลอดทั้งวัน ซึ่งก็สัมพันธ์กันกับมุมมองและการเชื่อมต่อ CO-WORKING SPACE ภายในอาคารที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอีกด้วย     เมื่อทำเลที่ตั้งเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ การเลือกที่อยู่อาศัยแนวดิ่งอย่างคอนโดฯ ก็ย่อมมีตัวเลือกที่หลากหลายเช่นกัน แต่จะมีสักกี่โครงการที่ออกแบบให้ทุกตารางเมตรสามารถใช้งานได้คุ้มค่าในทุกๆ ยูนิตถูกเติมด้วยรายละเอียดที่นำมาซึ่งมูลค่าเพิ่มและคุณภาพชีวิตอันเหนือกว่าในราคาไม่ไกลเกินเอื้อม อย่างโครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” คอนโดมิเนียมบนทำเลทองที่ดีที่สุดในย่านรัชโยธิน จาก ORIGIN ที่กำลังเตรียมก้าวขึ้นมาเป็น Top 3 ในตลาดอสังหาฯ จากการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้โดดเด่นและคุ้มค่ากว่าใคร โดยรอให้ทุกคนมาสัมผัสกับห้องตัวอย่างโครงการใหม่พร้อมกันเร็วๆ นี้   นอกจากนี้ ทางโครงการ ยังมีระบบ Home Automation รวมถึง ติดตั้งระบบ Digital Door Lock ให้ตอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ให้กับผู้พักอาศัยอีกด้วย     พิเศษสำหรับผู้ที่สนใจทางโครงการกำลังจะเปิดจอง Online Booking ครั้งแรก! 8 มี.ค.นี้  กับ Flagship แบรนด์หรู ไนท์บริดจ์ 3 โครงการ 3 ทำเลที่ดีที่สุด KnightsBridge SPACE พระราม 9 | KnightsBridge SPACE รัชโยธิน | KnightsBridge COLLAGE สุขุมวิท 107 โดยจะเปิดจองชั้น และราคาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เฉพาะออนไลน์เท่านั้น ลงสิทธิ์เพื่อเข้าจองได้ที่ https://goo.gl/jL1Ex1 ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. - 7 มี.ค. 2561 พร้อมรับส่วนลดพิเศษถึง 300,000 บ.* โอกาสพิเศษเช่นนี้..ห้ามพลาด!   ลงทะเบียนรับข่าวสารได้ที่ http://knightsbridge.origin.co.th/knightsbridgespace/ สอบถามเพิ่มเติม โทร 065 520 0080
Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 : รีวิวคอนโด

หากพูดถึง Developer ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือใหญ่แต่ละค่ายจะมีความถนัดในการพัฒนาโครงการหรือทำเลแตกต่างกันออกไป เช่น บางค่ายถนัดพัฒนาโครงการหรูทำเลใจกลางเมือง, บางค่ายถนัดพัฒนาแนวราบ เป็นต้น และเมื่อพูดถึงค่ายที่มีความชำนาญในทำเลกรุงเทพฯ โซนตะวันออกมากที่สุดก็คือ “ออริจิ้น” Developer ชื่อดังมาแรงแซงทุกกระแสในวงการอสังหาริมทรัพย์จนสามารถพุ่งขึ้นติด Top 5 ได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว จนทุกวันนี้ไม่ว่าออริจิ้นจะขยับตัวพัฒนาโครงการไม่ว่าจะรูปแบบไหนทำเลใดก็จะเป็นที่ถูกจับตามองอยู่เสมอ ทำเลโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ แม้จะดูห่างไกลสำหรับบางคนที่ไม่คุ้นชินย่านนี้ แต่หากลองมองถึงรายละเอียดสักหน่อยก็จะพบว่าทำเลนี้น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งระยะหลังมานี้หลายคนคาดการณ์ถึงความเจริญเติบโตของระแวกนี้ว่าน่าจะไปได้สวยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีสาธารณูปโภคสมบูรณ์ไม่แพ้ใจกลางเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่งในปัจจุบัน เช่น เซ็นทรัลบางนา, เมกะบางนา ฯลฯ รวมถึงโปรเจคยักษ์ใหญ่ในอนาคตอย่าง The Bangkok Mall โครงการมิกซ์ยูสที่จะเป็นทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม สำนักงาน หากเสร็จสมบูรณ์เมื่อไรจะกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงอันทันสมัยขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเอเชียบนพื้นที่ 100 ไร่ ที่ฝั่งตรงข้ามไบเทคบางนา และ Mega City Bangna อีกหนึ่งโปรเจคที่เป็นการขยายต่อจากเมกะบางนาในปัจจุบัน รวมพื้นที่โครงการทั้งหมดถึง 400 ไร่ ไปจนถึงผลพลอยได้จากโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC: Eastern Economic Corridor) เพราะสามารถใช้เส้นทางโซนนี้ในการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ สู่พื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดของโครงการได้สะดวกสบายใช้เวลาเดินทางไม่มาก แถมราคาที่อยู่อาศัยโซนนี้ก็ยังไม่แรงอีกด้วย ทั้งหมดนี้จะเข้ามาพลิกโฉมโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกนี้ให้กลายเป็นเมืองใหม่ได้ไม่ยาก     นอกจากนี้การเลือกคอนโดมิเนียมจะดูแค่ทำเลอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ตัวโครงการเองก็สำคัญ เพราะหากเป็นโครงการที่ออกแบบมาสวย ให้ส่วนกลางมาเพียงพอต่อลูกบ้าน การใช้วัสดุที่มีคุณภาพก็จะยิ่งทำให้ดูมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อราคาค่าเช่าโดยเฉพาะในย่านแบริ่งที่มีอัตรา YIELD สูงถึง 7% และราคาขายต่อไปในอนาคต ทั้งหมดนี้แน่นอนว่าเราจะมาพูดถึงคอนโดมิเนียมตัวใหม่ล่าสุดจากออริจิ้น ในทำเลแห่งอนาคตที่ดีในระยะยาว สำหรับคอนโดมิเนียม Knightsbridge ระดับเรือธงจากออริจิ้นในแบรนด์ Collage ได้เคยเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้บนทำเลรามคำแหง ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีด้วยทำเลติดรถไฟฟ้าสายสีส้ม และการออกแบบที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร กลายเป็นคอนโดที่สวยที่สุดในย่านนั้นก็ว่าได้ ล่าสุดกลับมาอีกครั้งกับ Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 ที่ก็จะมาครองแชมป์คอนโดมิเนียมที่สวยที่สุดรวมถึงมีเทคโนโลยีที่อยู่อาศัยอันทันสมัยที่สุดในย่านนั้นอีกเช่นกัน     Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 คอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น 304 ยูนิต+1 Shop บนพื้นที่ 1-1-50.8 ไร่ Automatic 42% ตัวโครงการห่างจาก BTS สถานีแบริ่ง 300 เมตร เป็น 1 ใน 3 คอนโดมิเนียมที่เผยโฉมออกมาเป็นลำดับแรกตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยวางคอนเซปการดีไซน์ว่า “Purity” เน้ความเรียบง่าย ใช้โทนสีขาวดูสะอาดตา แฝงด้วยเส้นสาย Dynamic Movement เข้ากับธรรมชาติแต่ดูทันสมัยอยู่เสมอ   สถานที่ตั้งของโครงการอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 107 หรือที่เรียกกันติดปากว่าซอยแบริ่งนั้นห่างจาก BTS สถานีแบริ่ง ประมาณ 300 เมตร ซึ่งจากปากซอยสามารถเดินไปขึ้น BTS สายสีเขียว สถานีแบริ่ง ได้ประมาณ 200 เมตร ระหว่างทางมี Street Food ให้ได้เลือกกันหลากหลาย ซึ่งซอยสุขุมวิท 107 นี้สามารถทะลุไปยังซอยสุขุมวิท 103(ลาซาล) และตรงออกสู่ถนนศรีนครินทร์ได้ เมื่อทะลุไปถึงฝั่งถนนศรีนครินทร์ก็จะอยู่ใกล้กับบิ๊กซี, แม็คโคร, ฟู้ดแลนด์, คอมมูนิตี้มอลล์ Jas Urban รวมถึงโรงพยาบาลศิครินทร์ ในอนาคตถนนศรีนครินทร์ก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ผ่านเกือบตลอดเส้นทาง เรียกได้ว่าซอยแบริ่งจะถูกประกบทั้งสองฝั่งด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสายสีเหลือง  หากใช้การเดินโดยรถไฟฟ้าก็จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถเข้าสู่ย่าน CBD อย่างอโศก-ทองหล่อได้เลย โดยจากสถานีแบริ่งห่างออกไปเพียงสถานีเดียวที่สถานีสำโรง อนาคตจะกลายเป็น Interchange กับสายสีเหลือง คาดว่าแล้วเสร็จปี 2564 หรือเพียงสถานีเดียวอีกเช่นกันก็จะถึงสถานีบางนาที่สามารถเดินเข้าสู่ไบเทคบางนาได้เลย แล้วในอนาคตจะมี Light Rail รถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิ คาดว่าแล้วเสร็จปี 2566 ส่วนใครที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็สามารถใช้ทางด่วนบูรพาวิถีออกนอกเมืองไปทางบางนา-ชลบุรีตรงถนนบางนาตราด หรือจะเข้าเมืองด้วยทางพิเศษเฉลิมมหานคร และสามารถใช้ถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอก มีจุดขึ้น-ลงที่ใกล้ที่สุดบริเวณช้างสามเศียร ทางด่วนทั้งหมดอยู่ในรัศมีไม่เกินประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น  Facility ของโครงการนี้เป็นหนึ่งไฮไลท์ที่ให้พื้นที่รวมแล้วกว่า 948 ตร.ม. ซึ่งเน้นพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ หรือมุมพักผ่อนสังสรรค์ภายในโครงการ โดยใช้การออกแบบพื้นที่ทั้งภายในซึ่งเป็นห้องโถ่งขนาดใหญ่ ฝ้าเพดานสูงเล่นระดับ Double Space&Triple Space เชื่อมต่อถึงกันได้กับพื้นที่ธรรมชาติภายนอกที่ถูกออกแบบมาได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะชั้นบนสุดที่ถูกวางตามแบบฉบับ Integrated Space เชื่อมต่อกันถึง 4 ชั้น เริ่มจากส่วนกลางชั้น Ground มีการจัดพื้นที่สีเชียวตั้งแต่หน้าโครงการก่อนจะเข้ามาถึงตัวอาคารที่มีส่วนล็อบบี้เพดานสูงโปร่ง แยกโซนเป็นสัดส่วนทั้ง Reception, Waiting Room, Library ให้ลูกบ้านได้ใช้พื้นที่ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ ส่วนชั้น 26-28 เป็นส่วนกลางที่อยู่สูงสุดของอาคาร ไล่มาตั้งแต่ชั้น 26 ที่เป็นสระว่ายน้ำรูปตัว L เปิดมุมมองแบบ City View สวยๆ ได้เกือบ 360 องศา ชั้น 27 เป็นห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ที่มีกระจกสูงรอบด้าน และโซน Co-Working Space ชั้น 28 จุดสูงสุดของอาคารมีพื้นที่ Sky Lounge โดยส่วนกลางทุกชั้นจะมีสวนสีเขียวแบบ Outdoor ซึ่งถูกดีไซน์ให้มองแล้วมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมดสะท้อนถึงความเป็น More Space ที่แตกต่าง   Floor Plan  โซนห้องพักอาศัยจะอยู่ที่ชั้น 8-25 มีจำนวนยูนิต 15-17 ยูนิต/ชั้น ถือว่าไม่มากเท่าไรนัก วางในลักษณะ Double Corridor มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุดทั้ง 2 ฝั่งของอาคาร ซึ่งห้องทางฝั่งทิศเหนือจะเป็นฝั่งหน้าโครงการได้วิวรถไฟฟ้าที่มุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมือง ส่วนทิศใต้จะได้วิวฝั่งชานเมืองออกไปทางจังหวัดสมุทรปราการ ทิศตะวันออกจะเห็นฝั่งถนนศรีนครินทร์ และทิศตะวันตกประมาณชั้น 10 ขึ้นไปจะได้วิวบางกระเจ้า       Unite Plan Unite Plan ของโครงการนี้ทางออริจิ้นตั้งใจนำเอาแปลนห้องยอดนิยมมารวมไว้ที่นี่เพื่อตอบสนองความต้องการของ Real Demand ที่มีอยู่ตลอดในย่านนี้ เพราะเป็นทำเลที่มีอัตราการขายสูงกว่า 70% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรมใกล้เคียง เช่น บางนา บางพลี บางปู กลุ่มอาจารย์ บุคลากรในโรงเรียนนานาชาติชื่อดังอย่าง โรงเรียนนานาชาติ st.andrews, โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Patana หรือโรงเรียนไทยซิกข์นานาชาติ เป็นต้น อีกทั้งยังมีกลุ่มคนทำงานออฟฟิศในตัวเมืองที่ต้องการอยู่คอนโดใกล้รถไฟฟ้า แต่เลี่ยงออกมาอยู่รอบนอกไม่ไกลแล้วได้ราคาที่ดีกว่า  Type B1 24.40 ตร.ม. Studio ที่มีการกั้นห้องครัวกับห้องน้ำแยกออกจากห้องนอนเพื่อป้องกันกลิ่น และยังมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาและมุมโต๊ะทำงานเอาไว้   ข้างเตียงด้วย Type B2 28.80 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom เป็นครัวปิด และมีการออกแบบพื้นที่มาเพื่อให้เกิดการใช้งานได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทานอาหารข้างโซฟา และโต๊ะทำงานระหว่างห้องครัวกับห้องน้ำ Type BP1 33.30 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom ห้องนี้เป็นครัวเปิด แต่จะได้ห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้น 1 ห้อง ซึ่งสามารถดัดแปลงเป็นห้องทำงาน ห้องแต่งตัว หรือแม้แต่ห้องนอนเล็กก็ยังได้ Type B3 ขนาด 34.80 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom ได้ครัวปิด และมีการออกแบบพื้นที่มาเพื่อให้เกิดการใช้งานได้อย่างมีประโยชน์สูงสุดเช่นเดียวกันกับห้อง Type B2 แต่จะได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า Type C ขนาด 53.60 ตร.ม. 2 Bedroom 2 Bathroom ห้องขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการที่จะได้ครัวปิด ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ รวมถึงห้องนอน 2 ห้องที่มีขนาดใกล้เคียงกันอีกด้วย ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของโครงการนี้คือการใส่เทคโนโลยีเข้าไปในที่อยู่ศัยอย่าง Automatic Parking, Digital Door Lock และ Home Automation  ที่สามารถควบคุมระบบไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดประตูห้อง ผ้าม่าน เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ ผ่านจากสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว ซึ่งโครงการในย่านนี้ยังไม่มีใครให้มากเท่านี้ เพราะส่วนมากแล้วสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเทคโนโลยีที่เทียบเท่ากับโครงการระดับลักชัวรี่ในทำเลใจกลางเมือง แต่สำหรับ Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 ที่ให้มามากกว่ากลับได้ราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาท 24 มี.ค.นี้ พบกับงาน Pre-Sale Knightsbridge Collage สุขุมวิท 107 คอนโด Hi Rise 28 ชั้น เพียง 300 เมตร จาก BTS แบริ่ง หนึ่งเดียวในย่าน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ Home Automation และ Automatic Parking พร้อมส่วนกลาง SPACE ที่เชื่อมต่อกันถึง 4 ชั้น พิเศษ เริ่ม 2.29 ล้าน* @Sales Gallery ลงทะเบียน>>> https://goo.gl/xhdm4T รับสิทธิ์ส่วนลด 200,000.-* โอกาสสุดท้าย ที่คุณพลาดไม่ได้ โทร 020 300 000 , 091 774 9082             
Knightsbridge Space Rama 9 – ไนท์บริดจ์ สเปซ พระราม 9 : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Space Rama 9 – ไนท์บริดจ์ สเปซ พระราม 9 : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Space Rama 9 (ไนท์บริดจ์ สเปซ พระราม 9) - คอนโด High Rise สูง 28 ชั้น จาก Origin บนทำเล New CBD พระราม 9 ติดถนนอโศก-ดินแดง เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 เพียง 350 เมตร   รายละเอียดโครงการ เจ้าของโครงการ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด คอนโด High Rise สูง 27 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 2-0-47 ไร่ จำนวนห้อง 325 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต ที่จอดรถ Auto Parking 52% ที่ตั้งโครงการ ถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ   สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ฟอร์จูน ทาวน์ เซ็นทรัล พระราม 9 G Tower Super Tower Unilever Show DC Mall Esplanade Cineplex The Street รัชดา รพ.พระราม 9 รพ.ปิยะเวช รพ.กรุงเทพ ร.ร.บางกอก ทวิวิทย์ วิทยาลัยนานาชาติ RIC   ลักษณะห้องและขนาดห้อง แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 27 ตร.ม. แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 35 ตร.ม.   สิ่งอำนวยความสะดวก Business Lounge Craft Café & Working Space Secret GardenHidden Backyard Garden EV Charger Private Sky Terrace & Garden Sky Sunset Pool Terrace & Garden Sky Infinity Lap Pool Sky Yoga & Zumba Sky Sunrise Onsen (Male & Female) Sky Panoramic Social Fitness Club Dusk & Dawn Sky Terrace Horizon Rooftop Lounge     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-030-0000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://origin.co.th/knightsbridgespace/ https://goo.gl/zX9aw ORIGIN เปิดจอง Online Booking ครั้งแรก!   โดย ORIGIN จะเปิดจอง Online Booking ครั้งแรก 8 มี.ค. ‘‘3 คอนโด Flagship แบรนด์หรู KnightsBridge SPACE พระราม 9, KnightsBridge SPACE รัชโยธิน’’ และKnightsbridge collage สุขุมวิท 107 สุด Exclusive 100 ยูนิต แรกเท่านั้น!   ลงทะเบียน https://goo.gl/zX9awJ เพื่อรับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท พร้อมเข้าจองออนไลน์ก่อนใคร ในราคาสุดเอ็กคลูซีฟ!
Knightsbridge Space Ratchayothin – ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Space Ratchayothin – ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Space Ratchayothin (ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน) - คอนโด High Rise สูง 33 ชั้น บนทำเลติดถนนพหลโยธิน ข้างซอยพหลโยธิน 27 (ตรงข้ามตึกช้าง) เดินทางสะดวกติดสถานีรถไฟฟ้าพหลโยธิน 24 (รถไฟฟ้าสายสีเขียว – เชื่อมต่อเข้าสยาม อโศก ทองหล่อ ได้โดยตรง)     รายละเอียดโครงการ เจ้าของโครงการ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ลักษณะคอนโด คอนโด High Rise สูง 33 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 2-7-74.1 ไร่ จำนวนห้อง 488 ยูนิต ที่จอดรถ ประมาณ 70% ที่ตั้งโครงการ ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม.   สถานที่สำคัญใกล้เคียง สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ เมเจอร์รัชโยธิน เทสโก้ โลตัส เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ยูเนี่ยน มอลล์ รร.หอวัง ม.เซนต์จอนห์ ตึกช้าง สวนรถไฟ สวนจตุจักร ตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาด อตก. ศาลอาญา     ลักษณะห้องและขนาดห้อง   1 Bedroom ขนาด 22.7-28.6 ตร.ม. 1 Bedroom Plus ขนาด 30.9-35.4 ตร.ม. 2 Bedrooms ขนาด 54.3-61.8 ตร.ม. Knightsbridge Space Ratchayothin (ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน)   สิ่งอำนวยความสะดวก   Ground Floor Lobby สระว่ายน้ำ Jacuzzi ฟิตเนส Co-Working Space Co-Living Space ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง     D DAY เปิดจอง Online Booking ครั้งแรก 8 มี.ค. '' 3 คอนโด Flagship แบรนด์หรู KnightsBridge SPACE และ Knightsbridge Collage สุขุมวิท 107 '' Exclusive 100 ยูนิต แรกเท่านั้น! ลงทะเบียน : http://knightsbridge.origin.co.th/knightsbridgespace/ เพื่อรับส่วนลดสูงสุด 200,000.- พร้อมเข้าจองออนไลน์ก่อนใคร ในราคาexclusive ! เบอร์ติดต่อโครงการ : 065 520 0080
KnightsBridge Collage Ramkhamhaeng – ไนท์บริดจ์ คอลลาจ รามคำแหง : รีวิวคอนโด

KnightsBridge Collage Ramkhamhaeng – ไนท์บริดจ์ คอลลาจ รามคำแหง : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng - ไนท์บริดจ์ คอลลาจ รามคำแหง คอนโดใหม่ สไตล์อังกฤษ ผสมผสาน Classic & Modern ห่างจาก MRT หัวหมาก เพียง 100 เมตร จาก Origin Property     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น 2,050,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด High Rise 25 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 4-0-11.9 ไร่ จำนวนห้อง 682 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต ที่จอดรถ ประมาณ 46% (รวมจอดซ้อนคัน) ที่ตั้งโครงการ ซอยรามคำแหง 42 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เริ่มก่อสร้าง เดือนมีนาคม ปี 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จ เดือนมีนาคม ปี 2563 ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน 500 บาท/ตารางเมตร   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   เดอะมอลล์ บางกะปิ แม็คโคร เทสโก้ โลตัส โรงเรียนเทพลีลา โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ราชมังคลากีฬาสถาน เมเจอร์ ฮอลลีวูด รามคำแหง ออฟฟิศเมท บิ๊กซี หัวหมาก พันธุทิพย์ พลาซ่า บางกะปิ The Nine พระราม 9 โรงเรียนนานาชาติ RAIS ลอนดอน สตรีท พัฒนาการ   ลักษณะห้องและขนาดห้อง   1 Bedroom ขนาด 22.20 - 22.90 ตารางเมตร จำนวน 318 ยูนิต 1 Bedroom Exclusive ขนาด 26.40 ตารางเมตร จำนวน 138 ยูนิต 1 Bedroom Plus ขนาด 31.40 - 32.50 ตารางเมตร จำนวน 180 ยูนิต 2 Bedroom ขนาด 43.20 - 43.30 ตารางเมตร จำนวน 46 ยูนิต   สิ่งอำนวยความสะดวก Lobby Mailbox Co-working space & Library Co-kitchen & Co-pantry space Pool in the park Health Club Sky Jogging Track Access Card Control ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด ตลอด 24 ชั่วโมง     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 020 300 000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://knightsbridge.origin.co.th/ramkhamhaeng/index.php
Knightsbridge Prime Onnut นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตกลางเมือง : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Prime Onnut นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตกลางเมือง : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปอัพเดทห้องตัวอย่างโครงการ Knightsbridge Prime Onnut คอนโดมิเนียมโปรเจคใหญ่จาก ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ต้องบอกเลยว่าทำเลไม่ธรรมดาจริงๆ ค่ะ เพราะตำแหน่งที่ตั้งเอื้อต่อการเดินทางสะดวกทั้งคนใช้รถสาธารณะและรถส่วนตัว จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่หลากหลายของลูกบ้าน รายล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งของกินมากมาย ทั้งยังเน้นพื้นที่ส่วนกลางเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างแท้จริง   ศักยภาพที่เพียบพร้อม อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าย่าน ‘อ่อนนุช’ เป็นหนึ่งในทำเลศักยภาพที่มีราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังคงได้รับความสนใจในด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย, คอมมูนิตี้มอล, โรงแรม และโรงเรียนนานาชาติ เพราะเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งทางด่วน รถไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่นๆ รวมถึงเป็นจุดขยายตัวของทำเลสุขุมวิทตอนกลาง (Mid-Sukhumvit) ที่ข้ามจากพระโขนงมาทางอ่อนนุช ซึ่งเปรียบเสมือน HUB ย่อยของการเดินทางระหว่าง เอกมัย-ทองหล่อ-พระราม4-บางนา เนื่องจากเป็นโซนที่ชาวต่างชาติและเอเชียนิยมอยู่อาศัย เพราะมีความอุดมสมบูรณ์และศักยภาพที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต จากรายละเอียดข้างต้นเลยทำให้ ออริจิ้น เลือกปักหมุดคอนโดใหม่ Knightsbridge Prime Onnut ไว้ที่ย่านอ่อนนุช โครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ต้นซอยอ่อนนุช หรือซอยสุขุมวิท 77 ซึ่งจุดเด่นของทำเลโครงการนี้คือการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งคนมีรถและไม่มี เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายสีเขียว (สุขุมวิท) สถานีอ่อนนุช ที่อยู่ห่างเพียง 600 เมตร และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่จะมีขึ้นในอนาคต รวมถึง Airport Rail Link ที่อยู่ท้ายซอย ใครที่มีรถส่วนตัวก็สามารถเลือกการเดินทางได้หลายเส้น เพราะมีด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ใกล้ๆ ทำให้การเดินทางไปสนามบิน หรือจะเข้า-ออกเมืองก็สะดวกรวดเร็ว เพราะมีทั้งเส้นทางถนนสุขุมวิท ถนนอ่อนนุช ถนนเพชรบุรี ถนนพัฒนาการ ตัดไปออกรามคำแหง ศรีนครินทร์ บางนา-ตราด ขึ้นบูรพาวิถี ออกมอเตอร์เวย์ก็สะดวกหมดเลยค่ะ ทั้งนี้ตัวโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งแหล่งอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง อย่างแท้จริง เพียงเดินออกมาหน้าโครงการก็เจอ Big C แล้วค่ะ ซึ่งค่อนข้างสะดวกในการซื้อของใช้ของกินเข้าบ้าน แถมบริเวณใกล้เคียงยังมีตลาดสด ตลอดจนร้านรวงต่างๆ ให้เลือกเต็มไปหมด ห่างไปอีกนิดฝั่งตรงข้ามเป็นที่ตั้งของ Habito Mall (T77) ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันบริเวณปากซอยอ่อนนุชก็มี Tesco Lotus ตัวเลือกช้อปปิ้งในย่านนี้ค่ะ ซึ่งที่ดินบริเวณตรงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชก็กำลังก่อสร้างโครงการ Century Movie Plaza อยู่ด้วย ถ้าโครงการเสร็จเมื่อไหร่ก็จะทำให้มีตัวเลือกแหล่งไลฟ์สไตล์มากขึ้น และหากใครจะเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือแหล่งธุรกิจโซนเอกมัย-ทองหล่อ ไปนั่งชิลล์ๆ ตามร้าน Hang Out ชื่อดังมากมาย ก็สามารถไปถึงได้อย่างรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวค่ะ เพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงจุดหมายแล้ว   นอกจากแหล่งไลฟ์สไตล์ก็ยังมีสถานศึกษาในละแวกใกล้เคียงอยู่หลายแห่ง อาทิ โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep และ Saint Andrew ที่อยู่ห่างจากโครงการในระยะ 2-3 กิโลเมตร รวมถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตกล้วยน้ำไท) ที่ห่างเพียง 3 กิโลเมตร ส่วนสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท อยู่ห่างเพียง 2.5 เมตร หรือโรงพยาบาลสุขุมวิท ซึ่งห่างประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งถ้ามองศักยภาพรวมๆ แล้วก็ถือว่าตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนทำงานและนักศึกษาได้เป็นอย่างดี   ตอกย้ำความเป็นคอนโดฯ ที่ดีที่สุดในย่านอ่อนนุช ถ้าใครได้อ่านรีวิวฉบับแรกๆ https://goo.gl/A7QJX5 จะรู้ว่าทาง ออริจิ้น ตั้งใจออกแบบโครงการ Knightsbridge Prime Onnut ให้มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่น โดยชูคอนเซ็ปต์เก๋ๆ ว่า “PRIME OF LIVING ความเป็นที่สุดเท่านั้นที่สำคัญ” ตัวอาคารเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 47 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ดีไซน์สไตล์โมเดิร์นเน้นความหรูหรา รวมจำนวนยูนิตอยู่ที่ 601 ยูนิต มีร้านค้า 1 ยูนิต บนพื้นที่ 2-1-72 ไร่ ซึ่งทางออริจิ้นแอบกระซิบว่าตึกนี้จะเป็นตึกที่สูงและสวยที่สุดสามารถมองทัศนียภาพได้กว้างไกลเนื่องจากไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ บดบังสายตา จนเป็น Landmark บนถนนอ่อนนุชเลยทีเดียวค่ะ ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ ค่ะ เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้นล่างที่ทำเป็น Lobby สุดหรู มาพร้อมบริการ Hotel Service สำหรับลูกบ้านที่ไม่มีเวลาทำความสะอาด มี Business Lounge, Private Meeting Room นอกจากนี้ยังมี Trail running Track, Secret Garden พื้นที่สีเขียวรอบโครงการกว่า 1 ไร่ ในส่วนของชั้น 2-15 จะเป็นพื้นที่จอดรถรองรับปริมาณรถได้มากถึง 65% เป็นแบบ Automatic Parking ซึ่งข้อดีคือสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอด ซึ่งมาพร้อม EV Car Charger Station ด้วยค่ะ บรรยากาศจำลอง GRAND LOBBY บรรยากาศจำลอง GRAND LOBBY   ทั้งนี้บริเวณชั้น 37-38 จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้าทั้งชั้นเลยค่ะ ซึ่งมาในรูปแบบ Full Floor Facility ต่อเนื่องแบบ Double Volume ประกอบด้วยสระว่ายน้ำที่หลากหลายทั้ง Horizon Edge Pool, The Dusk Relax Pool & Pool Spa, The Dawn Pool Bar, Sky Pool Garden ให้ลูกบ้านได้เลือกสรร พร้อมจุดชมวิวที่โดดเด่นด้วยพื้นที่ลอยเหนือสระว่ายน้ำ ซึ่งลูกบ้านจะได้เต็มอิ่มกับวิวสวยๆ ในมุมสูงขณะกำลังพักผ่อนอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง   นอกจากนี้ยังมี Steam Room, Dynamic Fitness ฟิตเนสขนาดใหญ่ที่มาพร้อม Boxing Gym (With boxing Ring) รวมไปจนถึง Sky Co-Working Space, Prime Executive Meeting Room, Sky Irish Social Club, Sky Co-Culinary Space, Bangkok Skyscraper Deck, Skyline Chillax Space, Sky Lounge & Garden รองรับไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าทางโครงการใส่ใจทุกรายละเอียดออกแบบโดยคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก จนไม่แปลกใจเลยค่ะว่า  Knightsbridge Prime Onnut จะเป็นโครงการที่ดีที่สุดในย่านนี้จริงๆ บรรยากาศจำลอง SKY CO-CULINARY SPACE บรรยากาศจำลอง SKY IRISH SOCIAL CLUB 1 บรรยากาศจำลอง SKY IRISH SOCIAL CLUB 2 บรรยากาศจำลอง SKY PANORAMIC CO-WORKING SPACE Skyline Chillax Space สำหรับนั่งชมเส้นขอบฟ้ายามพระอาทิตย์ตกดิน โดยมีโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นฉากหน้า บรรยากาศจำลอง Bangkok Skyscraper Deck มองออกไปเห็นวิวตึกสูงใจกลางกรุงเทพมหานคร และโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา     สัมผัสความ PRIME ในห้องตัวอย่าง สำหรับโครงการ Knightsbridge Prime Onnut มีแบบห้องหลักๆ อยู่ 3 แบบ คือ Studio ขนาด 22 – 26 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาดเริ่ม 31 ตร.ม. และ 2 Bedroom  เริ่ม 55 ตร.ม. ขนาดเริ่มต้นที่มาในรูปแบบ Fully Furnished พร้อมชุดครัว สุขภัณฑ์ต่างๆ เครื่องปรับอากาศ และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ซึ่งถ้าลูกบ้านตัดสินใจซื้อจะขาดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าและพร็อพตกแต่งเท่านั้น แถมทุกยูนิตจะได้ Digital Door Lock ด้วยนะคะ แทบจะพร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยทีเดียว   ห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราได้ชมคือ ห้อง Studio ขนาด 22 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบหน้าแคบลึก พื้นที่ใช้สอยจัดมาได้ลงตัวทีเดียวค่ะ โดยเปิดเข้ามาจะเจอส่วนครัวและห้องน้ำก่อน เพื่อให้พื้นที่ด้านในเป็นส่วนพักผ่อนอย่างเตียงนอนและโซฟานั่งเล่น ภายในห้องดูโปร่งโล่งสบาย เนื่องจากทางโครงการดีไซน์เพดานมาให้สูง 3 เมตร ซึ่งก็แตกต่างจากคอนโดฯ ทั่วไป ซึ่งในห้องตัวอย่างทางโครงการตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้เราได้เห็นฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แต่ห้องที่ขายจริงจะเป็นห้องโล่งๆ ที่ได้เพียงผนังฉาบเรียบสีขาว กับ Fully Furnished ตามมาตรฐานที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้นค่ะ แปลนห้อง Studio ขนาด 22 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบหน้าแคบลึกนะคะ ซึ่งเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในส่วนพักผ่อน เปิดประตูเข้ามาในห้อง ด้านซ้ายมือจะเป็นส่วนครัวนะคะ ส่วนด้านขวาจะเป็นห้องน้ำ ขนาดเคาน์เตอร์ครัวที่มาพร้อมกับห้องจะเป็นแบบ One-Wall kitchen นะคะ ซึ่งทางโครงการจะเว้นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ให้ด้วย สำหรับเคาน์เตอร์ครัวนั้นเหมาะสำหรับประกอบอาหารแบบง่ายๆ มาพร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน ถัดมาที่ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ห้องน้ำ ภายในแบ่งแยกส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน ในส่วนของสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องน้ำจะได้ตามในภาพเลยนะคะ จากรูปจะเห็นได้ว่าทางโครงการเลือกใช้กระจกเงาส่องหน้าขนาดใหญ่เพื่อช่วยสะท้อนให้ห้องดูกว้างมากขึ้น ก่อนเข้าไปสู่พื้นที่พักผ่อนด้านในจะมีประตูบานเลื่อน 3 ตอนกั้นกลางนะคะ พื้นที่ส่วนพักผ่อนด้านในจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan คือหลอมหลวมระหว่างโซนนั่งเล่น และเตียงนอนไว้ด้วยกัน บริเวณโซนนั่งเล่น ทางโครงการจัดวางโซฟาตัวยาวขนาด 2 ที่นั่งไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าบริเวณตรงกลางยังมีพื้นที่เหลือมากพอให้วางโต๊ะกลางได้ด้วย ภายในห้องจะมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินตามภาพเลยนะคะ คือส่วนคอนโซลทีวีและตู้เสื้อผ้าสูงจรดเพดาน บิลต์อินคอนโซลทีวีจะต่อเนื่องไปยังโต๊ะเครื่องแป้งเลยนะคะ นอกจากเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ทางโครงการยังแถมเครื่องปรับอากาศให้อีก 1 ตัวด้วยค่ะ พื้นที่ข้างตู้เสื้อผ้าจะเป็นระเบียงเล็กๆ ให้ลูกบ้านสามารถออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกได้ บริเวณข้างเตียงมีพื้นที่เหลือเพียงพอที่จะวางเฟอรืนิเจอร์ได้ด้วยนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ลองวางโต๊ะเก้าอี้ชุดทำงานไว้เป็นตัวอย่างดังภาพ   ห้องตัวอย่างอีกห้องที่เราได้ชมกันคือ 1 Bedroom Plus ขนาด 31 ตร.ม. ที่มาพร้อมห้องเอนกประสงค์ให้ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจ ลักษณะห้องจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส จัดวาง Layout ไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจน เชื่อมต่อพื้นที่การใช้งานอย่างมุมนั่งเล่น มุมรับประทานอาหารไว้ด้วยกัน ทางโครงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บิลต์อินเพื่อทำให้ผู้อาศัยสามารถจัดวางข้าวของเครื่องใช้ได้อย่างเป็นระเบียบและใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ภายในห้องชุดมี Fully Fitted Package ที่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ชุดครัว Pantry Set เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว ตามมาตรฐานเหมือนกับห้องแรกค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 31 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสนะคะ มาพร้อมห้องเอนกประสงค์ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจ เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนนะคะ ซึ่งทางโครงการได้จัดวางโซฟาตัวยาวพร้อมโต๊ะกลางไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าระยะห่างระหว่างคอนโซลและโซฟาจะกำลังดี สบายๆ ไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด บริเวณข้างโซฟา ทางโครงการจะบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์แบบมิลติฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นโต๊ะรับประทานอาหารหรือพับเก็บเพื่อเป็นตู้เก็บของปกติ ซึ่งก็เว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นให้ข้างๆ ด้วย มุมมองจากบริเวณ Dining Area ที่เชื่อมต่อไปถึง Living Area จะเห็นได้ว่าบรรยากาศดูโล่งโปร่งสบาย เนื่องจากเพดานสูงถึง 3 เมตร ทางโครงการจะบิลต์อินคอนโซลและตู้เก็บของสูงจรดเพดานมาให้แบบในรูปเลยนะคะ ซึ่งข้อดีของเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินจะช่วยประหยัดพื้นที่และมีส่วนเก็บของมากขึ้นด้วยค่ะ ถัดจากโซน Dining Area จะเป็นห้องนอนนะคะ ติดกันก็เป็นห้องเอนกประสงค์ ซึ่งแบ่งกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน ห้องนอนค่อนข้างกว้างเลยนะคะ นอกจากจะบิลต์อินตู้เสื้อผ้า จัดวางเตียงแล้ว บริเวณรอบๆ ยังมีที่เหลือพอให้เดินได้สะดวกสบายอีกด้วย ภายในห้องนอนโอบล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มาพร้อมบานกระทุ้งสามารถเปิดให้อากาศถ่ายเท เมื่อเดินออกมาจากห้องนอน ระหว่างห้องเอนกประสงค์กับห้องน้ำจะมีพื้นที่ครัวเล็กๆ สำหรับประกอบอาหารมื้อเบาๆ ง่ายๆ ซึ่งทางโครงการจะบิลต์อินมาให้เสร็จสรรพเลยนะคะ แม้ครัวจะมีขนาดกะทัดรัด แต่ก็ครบครันทุกฟังก์ชั่นนะคะ เพราะนอกจากเตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน อ่างล้างจานพร้อมที่วางจาน ยังมีตู้ลิ้นชักรวมทั้งหน้าบานแบบเปิดปิดสำหรับเก็บอุปกรณ์ครัวต่างๆ ด้วย ภายในห้องน้ำแบ่งแยกโซนเปียกและแห้งกั้นกระจกไว้เช่นเคย พื้นที่ส่วนแห้งจัดวางโถสุขภัณฑ์และบิลต์อินเคาน์เตอร์ล้างมือไว้ข้างๆ กัน ผนังด้านหลังกรุกระจกเงายาวเท่าพื้นที่ส่วนแห้งเลยค่ะ ตรงข้ามห้องน้ำจะเป้นห้องเอนกประสงค์นะคะ ซึ่งความพิเศษของห้องนี้คือลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนเล็กก็ยังได้ ทางโครงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ทำงานให้เป็นตัวอย่างนะคะ ซึ่งห้องจริงๆ ที่ได้จะมาแบบโล่งๆ ฉาบผนังเรียบสีขาวเอื้อต่อการตกแต่งที่ง่ายขึ้นค่ะ ลึกเข้าไปด้านในของห้องเอนกประสงค์เป็นระเบียงนะคะ ซึ่งกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอนเหมือนดั่งในห้อง พื้นที่ใช้สอยในส่วนของระเบียงก็ค่อนข้างกว้างทีเดียวนะคะ เพราะสามารถวางเครื่องซักผ้า และมีพื้นที่ตากผ้าอีกด้วย   โครงการ Knightsbridge Prime Onnut  นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เหมาะสำหรับคนเมืองอย่างนักศึกษาหรือคนทำงานที่คุ้นชินในย่านนี้อยู่แล้ว หากอยากมีคอนโดดีๆ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ให้ความรู้สึกของความเป็นที่สุดอย่างเต็มอิ่ม ทั้งยังใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายทั้งคนมีรถส่วนตัวและไม่มี แวดล้อมด้วยสาถารณูปโภคครบครัน โดยที่ราคาเอื้อมถึงได้ ไม่ว่าจะจับจองไว้อยู่อาศัยเองหรือเก็บไว้เป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ   สำหรับคนที่สนใจ Origin เตรียมจะเปิดให้จองครั้งแรกอย่างเป็นทางการพร้อมกันในวันที่ 16-17 กันยายน 2560 นี้ ในงาน “The Best 4 Knightsbridge of The Year” โดยจะจัดงานขึ้นที่สยามพารากอน Hall 3 ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูบนทำเลศักยภาพ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://goo.gl/vopbjD   หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 020 300 000 หรือ www.origin.co.th
Knightsbridge Kaset Society เพื่อความสุขที่เพียบพร้อม : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Kaset Society เพื่อความสุขที่เพียบพร้อม : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างของคอนโดมิเนียม High Rise ใกล้รถไฟฟ้าและมหาวิทยาลัย ที่ถูกจับตามองและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในย่าน “เกษตร” จาก ออริจิ้น พร๊อพเพอร์ตี้ ซึ่งเลือกปักหมุดบนทำเลศักยภาพแวดล้อมด้วยรถไฟฟ้าถึง 4 สาย ภายใต้ชื่อ Knightsbridge Kaset Society ด้วยแนวคิด The Right One ให้ลูกบ้านใช้ชีวิตอย่างที่ใช่บนพื้นที่แห่งความสุขในทุกตารางเมตร   ศักยภาพทำเลดี ติดถนนใหญ่ ต้องบอกเลยว่า Knightsbridge Kaset Society (ไนท์บริดจ์ เกษตร โซไซตี้) ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่พหลโยธินตรงร้านข้าวผัดปูเมืองทอง ฝั่งมุ่งหน้าไปทางห้าแยกลาดพร้าว ระหว่างซอยพหลโยธิน 34/1 และ 34/2 ใกล้ทั้งแยกเกษตรและแยกเสนานิคม อยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีเสนานิคม) ที่กำลังก่อสร้างอยู่เพียงแค่ 40 เมตร สามารถเข้าออกโครงการได้หลากหลายทางทั้งซอยพหลโยธิน 34, ถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตรนวมินทร์), ซอยลาดพร้าววังหิน  และยังเดินทางเข้านอกออกเมืองได้สะดวกรวดเร็วด้วยทางด่วนโทลเวย์ (ด่านบางเขน) ที่อยู่ใกล้โครงการ ซึ่งในอนาคตจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (สถานีแยกเกษตร) มาทำการเชื่อมเข้ากับสายสีเขียวอีกด้วย ทำให้การเดินทางไปเรียน ไปทำงาน หรือเข้านอกออกเมืองเป็นเรื่องที่ง่ายสะดวกมากขึ้นทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า ทั้งนี้ตัวโครงการตั้งอยู่ในย่านแหล่งชุมชนทั้งคนทำงานและนักศึกษาเลยค่ะ บรรยากาศจึงค่อนข้างคึกคัก รวมทั้งมีรถสาธารณะวิ่งผ่านมากมายทั้งรถเมล์ รถตู้ แท็กซี่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง เรียกว่าตอบโจทย์คนไม่มีรถส่วนตัวได้ดี เพราะมีตัวเลือกในการเดินทางมากทีเดียว ในเรื่องของอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้า ด้วยความที่เป็นแหล่งชุมชนจึงมีร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปจนถึงตลาดสดให้เลือกจับจ่ายใช้สอยตลอดเช้ายันค่ำ ขยับไปอีกหน่อยก็มีแหล่งช็อปปิ้ง สถานศึกษา สถานพยาบาลมากมาย อาทิ โรงพยาบาลเมโย (ห่างเพียง 200 เมตร), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ห่างเพียง 400 เมตร), เมเจอร์รัชโยธิน (ห่างเพียง 1.1 กิโลเมตร), เซ็นทรัลลาดพร้าว (ห่างเพียง 2.7 กิโลเมตร) และเดอะแจ๊ส วังหิน (ห่างเพียง 3.5 กิโลเมตร) ซึ่งเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ ตัวโครงการอยู่ติดถนนพหลโยธิน   ภาพรวมโครงการ โครงการ Knightsbridge Kaset Society เป็นคอนโด High Rise 3 อาคาร บนพื้นที่ 2-0-79.6 ไร่ แบ่งออกเป็นที่พักอาศัยสูง 20 ชั้น 2 อาคาร, 16 ชั้น 1 อาคาร ในความเป็นส่วนตัวเพียง 6 ยูนิตต่อชั้น และอาคารจอดรถแบบ Automatic Parking 1 อาคาร สูงไม่เกิน 8 ชั้น สามารถรองรับรถได้ประมาณ 57% (ไม่รวมซ้อนคัน) มาพร้อม EV Charger 2 จุด มียูนิตรวมทั้งหมด 333 ยูนิตค่ะ โดยพื้นที่ชั้นหนึ่งจะมีร้านค้า 1 ยูนิต ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Limitless” Connection : Explode The Passion interludw to Metropolis Being Limitless ให้ลูกบ้านใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบไม่มีขีดจำกัด หากดูจากภาพตัวอย่างแล้ว จะเห็นได้ว่าตัวอาคารทั้ง 3 ตึก เชื่อมเข้าหากันที่บริเวณชั้น 16 มีความพิเศษด้วยส่วนกลางแบบ limitless skyline ของลูกบ้านทั้ง 3 อาคาร ซึ่งทาง ออริจิ้น ตั้งใจจัดไว้ให้เต็มที่ ทั้งสระว่ายน้ำระบบเกลือ (Sky society Swimming Pool), ฟิตเนต (Sky society Fitness) ท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยลอยฟ้า (Sky society Garden) ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี Social Club, Co-Working Space, Co-Kitchen ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านยุคใหม่ ทั้งนี้ภายในอาคารที่พักอาศัยทุกตึกจะมี Lobby Society Limitless ส่วนตัวแยกกันชัดเจน พร้อมลิฟท์ 2 ตัว โดยแต่ละอาคารจะมีลูกบ้านอยู่ประมาณ 100 ยูนิตกว่าๆ ซึ่งก็ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จากแปลนของโครงการจะเห็นว่าแต่ละชั้นจะมีเพียง 6 ยูนิตเท่านั้น ในเรื่องของวิวทิวทัศน์ก็ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เพราะรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ ไม่มีคอนโดสูงตั้งอยู่ ทำให้ทุกอาคารไร้สิ่งกีดขวาง บดบังสายตา ได้วิวเปิดโล่ง โดยภาพมุมสูงที่ถ่ายมาในความสูง 100 เมตร ของโครงการจากทิศเหนือจะมองเห็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดูร่มรื่นสบายตาจากพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย ส่วนทิศตะวันออกจะได้วิวเป็นชุมชนฝั่งลาดพร้าว ถัดมาที่ทิศใต้จะได้วิวเมืองฝั่งรัชโยธินที่มีอาคารสำนักงานมากมาย แต่ก็คงความโปร่ง สบายตาไม่มีสิ่งบดบังเช่นเดิม รวมถึงทิศตะวันตกที่หันไปทางถนนวิภาวดี ก็สามารถมองทัศนียภาพของเมืองได้ระยะไกลเช่นเดียวกับทุกทิศ ซึ่งไม่ว่าลูกบ้านจะเลือกทิศไหนก็เจอ Top View ไร้สิ่งกีดขวางแน่นอนค่ะ     ด้านทิศเหนือจะหันไปทางสี่แยกเกษตร เห็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนด้านทิศใต้จะหันไปทางรัชโยธิน เห็นเมเจอร์ รัชโยธิน อยู่ไม่ไกล ทิศตะวันออกจะได้วิวฝั่งลาดพร้าว ทิศตะวันตกที่หันไปทางถนนวิภาวดี เปิดประตูห้องตัวอย่าง Knightsbridge Kaset Society ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวในการพักผ่อนมากๆ ดังนั้นจึงออกแบบให้มียูนิตเฉลี่ยต่อชั้นเพียง 6 ยูนิตเท่านั้น โดยคำนึงถึงรายละเอียด ฟังก์ชั่นภายในห้องพักอาศัยแบบสูงสุด นอกจากการคัดสรรวัสดุระดับพรีเมี่ยมแล้ว จุดเด่นของทุกยูนิตคือฝ้าเพดานห้องสูง 3 เมตร ทำให้ดูโปร่งโล่งมากกว่าคอนโดฯ ทั่วไป โดยเริ่มต้นที่ห้อง Studio ขนาด 23.3 ตร.ม. (1 Bedroom) ไปจนถึงขนาด 34.3 ตร.ม. (1 Bedroom Plus) ซึ่งทางโครงการจะขายแบบ Fully Fitted มาพร้อม Pantry ครัว, เฟอร์นิเจอร์บิลต์อินตามห้องตัวอย่าง และวัสดุภายในห้องน้ำค่ะ   ในครั้งนี้เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างถึง 3 ห้องด้วยกัน เริ่มกันด้วยห้อง Studio 1 Bedroom ขนาด 23.3 ตร.ม. ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องไม่ได้รู้สึกเล็กอย่างที่คิดเลยค่ะ ด้วยการจัดวาง Layout ให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า ครบทุกฟังก์ชั่น ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่แยกไว้อย่างสัดส่วน ทั้งยังมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นห้องนอนอีกด้วย แปลนห้อง Studio ขนาด 23.3 ตร.ม. (1 Bedroom) เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอส่วนครัวก่อนนะคะ ด้านซ้ายเป็นเคาน์เตอร์ครัว ด้านขวาเป็นห้องน้ำ ก่อนจะมีประตูบานเลื่อนกั้นกลางระหว่างโซนนั่งเล่น เคาน์เตอร์ครัวบิลต์อินมาในขนาดพอเหมาะกับห้อง ซึ่งลูกบ้านจะได้เฟอร์นิเจอร์ตามนี้เลยนะคะ เว้นเพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งทางโครงการจะเว้นตำแหน่งวางตู้เย็นและเครื่องซักผ้าให้ด้วยค่ะ เคาน์เตอร์ครัวไม่ได้ออกแบบเป็นหน้าบานเปิดปิดเพียงอย่างเดียวนะคะ ทางโครงการยังดีไซน์ลิ้นชักไว้สำหรับใส่อุปกรณ์ต่างๆ ให้ด้วย ตรงข้ามครัวจะเป็นห้องน้ำนะคะ ซึ่งภายในห้องแบ่งแยกพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน สำหรับสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ จะได้ครบตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการติดกระจกเงาส่องหน้าขนาดใหญ่ไว้ก็เพื่อช่วยสะท้อนให้ห้องดูกว้างขึ้น ประตูบานเลื่อนระหว่างครัวกับพื้นที่พักผ่อนจะเป็นบานเลื่อนแบบ 3 ตอนนะคะ ข้อดีคือทำให้มีพื้นที่กว้างกว่า พื้นที่พักผ่อนภายในห้องจะเชื่อมต่อกันระหว่างเตียงนอนกับโซนนั่งเล่น ซึ่งก็ดูกว้างขวาง ไม่อึดอัดแต่อย่างใดนะคะ เพราะเพดานสูงถึง 3 เมตร และมีระเบียงเล็กๆ ให้ออกไปสัมผัสอากาศด้านนอกด้วย แม้ตัวห้องจะมีขนาดกะทัดรัดแต่ภายในห้องก็ได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศที่เอื้อเฟื้อต่อการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ในส่วนของบริเวณเตียงนอน ทางโครงการตกแต่งไว้ให้ดูเป็นตัวอย่างโดยกรุหินอ่อนที่ผนังหัวเตียงสื่อให้เห็นถึงความเรียบหรู ซึ่งทางโครงการไม่ได้มีเตียงให้นะคะ ลูกบ้านต้องซื้อเพิ่มเอง ทั้งนี้จะเลือกไซส์ 5 ฟุต หรือ 6 ฟุต ก็แล้วแต่สะดวก เพราะพื้นที่โดยรอบก็เหลือบริเวณให้เดินมากพอ พื้นที่เหลือข้างเตียง ทางโครงการจัดโต๊ะเก้าอี้เป็นมุมทำงานไว้ ซึ่งก็ดูโปร่งโล่งสบายด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ซึ่งทำหน้าที่ช่วยเปิดแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวห้อง ทางโครงการบิลต์อินคอนโซลทีวียาวไปจนถึงโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้าที่ผนังฝั่งหนึ่ง ข้อดีของบิลต์อินคือประหยัดพื้นที่และเพิ่มพื้นที่จัดเก็บมากขึ้นนั่นเองค่ะ ทางโครงการจัดวางโซฟาตัวยาวสำหรับ 2 ที่นั่งเอาไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีก็ถือว่าระยะกำลังดีเลยนะคะ จะเห็นได้ว่าพื้นที่ภายในห้องนอนถูกจัดสรรมาเป็นอย่างดี นอกจากเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินที่ทางโครงการมีให้แล้วนั้น ยังมาพร้อมเครื่องปรับอากาศ 1 ตัวด้วยค่ะ   ห้องตัวอย่างถัดมาที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 25.8 ตร.ม. ซึ่งเป็นแบบห้องที่มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุดในโครงการ ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่กั้นพื้นที่ห้องนอนไว้ด้านในสุด ซึ่งช่วยเปิดรับแสงสว่างได้เต็มที่ ติดกับห้องนอนเป็นห้องครัวแบบปิด ภายในออกแบบเคาน์เตอร์ไว้ด้านเดียวเพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งอยู่ติดกับระเบียงสามารถเปิดประตูเพื่อช่วยระบายอากาศและกลิ่นอาหารได้ ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นก็ดูกว้างขวาง มีบิลต์อินคอนโซลทีวีพร้อมตู้เก็บของสูงจรดเพดาน ทำให้เหลือพื้นที่วางโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ ได้สบาย ต้องบอกว่าการจัด Space ภายในห้องทำไว้ได้ดีมาก ถึงแม้จะเป็นห้องขนาด 25.8 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยที่ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนดั่งคอนโดบางแห่ง แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 25.8 ตร.ม. แปลนห้องจะเป็นลักษณะแคบลึกนะคะ เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะพบกับส่วนนั่งเล่นก่อนเลย ด้วยขนาดเพดานที่สูงถึง 3 เมตรเลยทำให้ห้องนั่งเล่นดูโปร่งโล่ง น่าพักผ่อนมากขึ้น แม้แปลนห้องจะดูเหมือนหน้าแคบ แต่เมื่อเดินเข้ามาจริงๆ ก็กว้างพอตัวนะคะ เพราะสามารถวางโซฟาตัวยาวได้อย่างสบายๆ ซึ่งทางโครงการจะบิลต์อินคอนโซลทีวีไว้ให้เหมือนห้อง Studio ค่ะ เพียงแต่เพิ่มตู้เก็บของที่สูงจรดเพดานให้ด้วย พื้นที่ข้างโซฟา มีบริเวณเหลือมากพอที่จะจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ ไว้สำหรับ 2 ที่ กั้นความเป็นส่วนตัวระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอนด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน พื้นที่ภายในห้องนอนถูกจัดสรรมาเป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่าบริเวณรอบเตียงมีพื้นที่เดินเข้าออกได้สบายๆ ซึ่งถ้าใครอยากดูทีวีในห้องนอนก็สามารถติดทีวีที่ผนังเพิ่มได้เช่นกันค่ะ ทางโครงการบิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดหน้าบานกระจกเงามาให้ด้วยนะคะ ซึ่งนอกช่วยเพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัวแล้ว กระจกเงายังช่วยสะท้อนสายตาทำให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วย พื้นที่ตรงกลางระหว่างห้องน้ำและห้องครัว ถูกดีไซน์ให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่มีช่องเก็บของมากพอ ซึ่งเป็นมาตรฐานมาพร้อมกับห้องเลยค่ะ ต่อเนื่องไปยังห้องน้ำ เห็นได้ชัดเลยค่ะว่าประตูห้องน้ำมีความสูงมากกว่าคอนโดทั่วไป เพราะเป็นขนาดโอเวอร์ไซส์ ซึ่งภายในดรอปพื้นลงหนึ่งเสต็ปเพื่อกันปัญหาน้ำไหลย้อน ทั้งยังแบ่งแยกโซนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจนด้วยฉากกระจกกั้น ตรงข้ามกับห้องน้ำเป็นพื้นที่ครัว ซึ่งเป็นครัวแบบปิด กั้นด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน จัดวางเคาน์เตอร์แบบ One-Walk Kitchen ทำให้เหลือทางเดินมากขึ้น ด้านในสุดเป็นระเบียงสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ ข้อดีที่ระเบียงอยู่ติดครัวก็ช่วยในเรื่องระบายอากาศ ลดความอับชื้นได้ดีค่ะ ทางโครงการบิลต์อินเคาน์เตอร์มาให้กับห้อง โดยคำนึงถึงสัดส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างลงตัวพอดีเลยนะคะ ซึ่งนอกจากช่องวาง ยังมีตู้ลอย และลิ้นชักให้เก็บของมากขึ้นด้วย   และห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราจะพาไปดู เป็นห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.3 ตร.ม. ที่มาพร้อมกับห้องเอนกประสงค์ ลักษณะเป็นห้องหน้ากว้าง รูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส บรรยากาศโดยรวมในห้องนี้จึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา การจัดแบ่งพื้นที่ไว้ก็เป็นสัดส่วนชัดเจน เปิดห้องเข้ามาเจอส่วนนั่งเล่นเลย ซึ่งมีที่กว้างพอให้วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้สบายๆ แถมยังแอบเหลือพื้นที่สำหรับบิลต์อินโต๊ะกินข้าวและตู้เย็นได้อีกหน่อย ก่อนจะเข้าห้องนอนมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นให้เป็นสัดส่วนสวยงาม ภายในห้องบิลต์อิน ตู้ เตียงไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ   ติดกันกับห้องนอนจะเป็นห้องเอนกประสงค์ซึ่งลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นใช้งานได้ตามใจ ตรงข้ามเป็นห้องน้ำ ซึ่งพื้นที่ตรงกลางระหว่างห้องน้ำกับห้องเอนกประสงค์นั้นถูกบิลต์อินให้เป็นเคาน์เตอร์ครัวเล็กๆ ที่มาพร้อมอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน ซึ่งเหมาะกับนักศึกษาและคนทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาประกอบอาหารเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่ก็ใช้แค่อุ่นอาหารและล้างจานเท่านั้น แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.3 ตร.ม. เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วน Living Area ก่อนเลยค่ะ ซึ่งแปลนห้องจะคล้ายๆ กับห้องขนาด 25.8 ตร.ม. แต่กว้างขวางมากกว่านั่นเองค่ะ การจัดวางแปลนภายในห้อง ที่เชื่อมต่อพื้นที่การใช้งานอย่างมุมนั่งเล่น มุมรับประทานอาหารไว้ด้วยกัน จากโซฟาถึงคอนโซลทีวี มีพื้นที่กว้างขวางมากพอที่จะวางโต๊ะกลางได้อย่างสบายๆ ทางโครงการจะบิลต์อินคอนโซลทีวีพร้อมกับตู้เก็บของจรดเพดานมาให้เหมือนดั่งห้องตัวอย่างเลยนะคะ นอกจากคอนโซลทีวี ยังบิลต์อินชั้นเก็บของและโต๊ะรับประทานอาหารที่สามารถพับขึ้นลงเพิ่มมัลติฟังก์ชั่นใช้งานที่มากขึ้น ทั้งยังเว้นพื้นที่ไว้สำหรับวางตู้เย็นได้อย่างพอดิบพอดี ประตูบานเลื่อน 3 ตอนกั้นกลางระหว่างโซนรับประทานอาหารกับห้องนอนเพื่อความเป็นส่วนตัว ห้องนอนที่มีหน้าต่างบานใหญ่โอบล้อมอาคารช่วยทำให้บรรยากาศโดยรวมของห้องดูปลอดโปร่ง โล่งสบายมากขึ้น ภายในห้องนอนมาพร้อมตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดาน 3 เมตร พื้นที่ตรงกลางระหว่างห้องน้ำและห้องเอนกประสงค์ จะเป็นเคาน์เตอร์ครัวขนาดเล็ก เหมาะแก่การประกอบอาหารแบบง่ายๆ ถึงเคาน์เตอร์ครัวจะมีขนาดเล็ก แต่ก็ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานนะคะ เพราะมีทั้งเตาไฟฟ้าพร้อมที่ดูดควัน อ่างล้างจาน และช่องว่างสำหรับวางไมโครเวฟ ติดกับโซนครัวคือห้องเอนกประสงค์ ที่ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นใช้งานได้ตามใจ ภายในห้องเอนกประสงค์ที่ทางโครงการตกแต่งให้เป็นห้องทำงาน เพื่อเป็นไอเดียให้แก่ลูกบ้าน ซึ่งหากจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนก็สามารถทำได้นะคะ ทั้งนี้ในห้องยังมีประตูบานเลื่อนอีกชั้นให้ออกไปสัมผัสอากาศด้านนอกที่ระเบียงได้ ซึ่งระเบียงก็มีขนาดกว้างพอให้วางเครื่องซักผ้าได้ด้วยค่ะ ห้องน้ำที่อยู่ตรงข้ามกับห้องอเนกประสงค์ ฟังก์ชั่นใช้งานรวมถึงสุขภัณฑ์ด้านในจะเหมือนกับห้องขนาด 23.3 ตร.ม. และ 25.8 ตร.ม. เลยนะคะ จะต่างกันแค่เพียงขนาดที่กว้างขวางกว่าเท่านั้นค่ะ   ห้องทุกยูนิตของโครงการ Knightsbridge Kaset Society ขายแบบ Fully Fitted นะคะ ภายในห้องจะบิลต์อินตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ครัว สุขภัณฑ์ต่างๆ และเครื่องปรับอากาศมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ลูกบ้านแค่ตกแต่งเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มมากนัก และด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ในย่านชุมชน รายล้อมด้วยสาธารณูปโภคอย่างครบครัน ทั้งยังเดินทางสะดวกสบาย เหมาะกับนักศึกษาและคนวัยทำงาน รวมถึงคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า ใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นหลักหรือเดินทางด้วยรถส่วนตัวบ้าง ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือซื้อไว้ลงทุนก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ ด้วยทำเลศักยภาพในราคาจับต้องได้ โดยเริ่มต้นที่ 2.69 ล้าน ไม่ควรมองข้ามเลยจริงๆ ค่ะ   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่างได้ที่ Sale Office โครงการ Knightsbridge ตั้งอยู่บนถนนทองหล่อ ซอย 5 (สุขุมวิท 55) หรือลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท* ได้ที่ http://knightsbridge.origin.co.th/kasetsociety/ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 020 300 000
Knightsbridge Prime Onnut คอนโดใหม่ย่านอ่อนนุช เพื่อความเป็นที่สุดของชีวิตทุกด้าน : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Prime Onnut คอนโดใหม่ย่านอ่อนนุช เพื่อความเป็นที่สุดของชีวิตทุกด้าน : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้เรามีโครงการใหม่จาก ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มาแนะนำกันค่ะ กับแบรนด์ Knightsbridge Prime Onnut ที่สุดของคอนโดใหม่ในย่านอ่อนนุชที่เป็น Top Brand เนื่องจากยึดตำแหน่งทำเลทอง ใกล้สถานีรถไฟฟ้า และพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมหรูในราคาคุ้มค่าไม่ว่าใครก็เอื้อมถึง แต่จะน่าสนใจขนาดไหนตามไปดูรายละเอียดโครงการพร้อมกันเลยค่ะ   ศักยภาพของทำเลโครงการ สำหรับโครงการ Knightsbridge Prime Onnut ถือว่าตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพจริงๆ ค่ะ ทางออริจิ้นเลือกปักหมุดบนที่ดินติดถนนใหญ่ บริเวณต้นซอยอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชเพียง 600 เมตรเท่านั้น ในย่านนี้มีการเดินทางที่สะดวกและสามารถเลือกได้หลายเส้นทางมาก นอกจากใกล้รถไฟฟ้าแล้ว ยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ใกล้ๆ จะเดินทางไปสนามบิน หรือจะเข้า-ออกเมืองก็สะดวกไปหมด เพราะมีทั้งเส้นทางถนนสุขุมวิท ถนนอ่อนนุช ถนนเพชรบุรี ถนนพัฒนาการ ตัดไปออกรามคำแหง ศรีนครินทร์ บางนา-ตราด ขึ้นบูรพาวิถี ออกมอเตอร์เวย์ก็ได้หมดเลยค่ะ ห่างออกไปไม่ไกลตรงบริเวณท้ายซอยอ่อนนุช ยังมีรถไฟฟ้า Airport Rail Link แถมในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเพิ่มขึ้นมาอีกสาย การเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของกรุงเทพฯ จะเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้นไปอีกแน่นอน โครงการ Knightsbridge Prime Onnut อยู่บนที่ดินแปลงที่อยู่ติดกับห้าง Big C อ่อนนุชเลยค่ะ ดังนั้นเวลาจะต้องช้อปปิ้งซื้อของใช้เข้าบ้านก็สะดวกมากทีเดียว ด้วยระยะห่างเพียง 20 เมตร เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้วค่ะ ไม่ต้องเสียเวลาขับรถวนหาที่จอดรถด้วยค่ะ ถ้าใครที่คุ้นเคยกับทำเลอ่อนนุชอยู่แล้วจะรู้ดีว่า บรรยากาศบริเวณต้นซอยอ่อนนุชคึกคักมาก เพราะเป็นย่านที่อยู่อาศัยเดิม มีตลาดสด ร้านค้าร้านอาหารต่างๆ เต็มไปหมด เรื่องของอาหารการกิน แหล่งช้อปปิ้งจึงสะดวกสบายมากเลยค่ะ เพราะนอกจากอยู่ใกล้ Big C และร้านค้ารายทางแล้ว ห่างไปอีก 300 เมตร ทางฝั่งตรงข้ามยังเป็นที่ตั้งของ Habito Mall (T77) ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่กำลังฮ๊อตฮิตมาก ขณะเดียวกันบริเวณปากซอยอ่อนนุชก็มี Tesco Lotus อีกหนึ่งแหล่งช็อปปิ้งสำคัญในย่านนี้ค่ะ นอกจากนี้ที่ดินบริเวณสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช กำลังก่อสร้างโครงการ Mix Use ยักษ์ใหญ่ในชื่อ Century Movie Plaza ขณะเดียวกันการจะเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือแหล่งธุรกิจก็รวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวเลยค่ะ ไม่กี่สถานีก็ถึง เอกมัย และทองหล่อ แหล่งรวมร้าน Hang Out ชื่อดังมากมาย หรือถ้าอยากเดินช็อปปิ้งสวยๆ Em District ก็อยู่ถัดไปอีกนิดเดียวเอง การจะไปถึง สยาม สีลม และสาทร จึงสะดวกรวดเร็วถึงได้ในพริบตา สิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ โครงการยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้นะคะ เรื่องสถานศึกษา มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ  โรงพยาบาล สถานีตำรวจก็แวดล้อมอยู่ใกล้ๆ แทบทั้งหมดเลยค่ะ ด้วยความเจริญที่ขยายตัวมาอย่างต่อเนื่องแบบนี้  บวกกับแนวโน้มของทำเลที่จะกลายมาเป็นเมืองของ Expat ที่ชาวต่างชาติย้ายมาอยู่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อ่อนนุชจึงเป็นพื้นที่ที่กำลังถูกจับตา และเป็นที่ต้องการมากขึ้นไปอีกค่ะ   ภาพรวมโครงการ โครงการ Knightsbridge Prime Onnut เป็นคอนโดมิเนียม High Rise 47 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ที่มีความต่างจากคอนโดมิเนียมโครงการอื่นๆ ที่ผ่านมาของ ออริจิ้น หลายส่วนเลยทีเดียวค่ะ เริ่มจากศักยภาพที่บอกไปแล้วว่าเป็น Expand CBD โดยชูคอนเซ็ปต์ PRIME OF LIVING การออกแบบตัวอาคารจึงเน้นความหรูหรา มีสไตล์ ซึ่งทางออริจิ้นบอกว่าตึกนี้จะเป็นตึกที่สูงและสวยที่สุด จนเป็น Landmark บนถนนอ่อนนุชเลยทีเดียว พื้นที่ส่วนกลางของโครงการจัดเต็มมาแบบ Full Floor Facility เรียกว่าจัดเต็มพื้นที่รวดเดียว 2 ชั้นต่อเนื่อง โดยมีทั้งสระว่ายน้ำแบบ Skypool พร้อมจุดชมวิวที่โดดเด่นด้วยพื้นที่ลอยเหนือสระว่ายน้ำ ซึ่งลูกบ้านจะได้เต็มอิ่มกับวิวสวยๆ ในมุมสูงขณะที่พักผ่อนอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง นอกจาก Facility ในบริเวณชั้น 37-38 แล้ว บน Roof Top นอกจากนี้ยังทันสมัยด้วย Automatic Parking ที่สามารถรองรับปริมาณรถได้มากถึง 65% พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวรอบโครงการกว่า 1 ไร่ ซึ่งนับว่าเป็นโครงการที่พรีเมี่ยมที่สุดในย่านนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ รายละเอียดโครงการ เจ้าของโครงการ : บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด : คอนโด High Rise 47 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง : 600 ยูนิต และร้านค้า 1 ร้าน ที่จอดรถ : ที่จอดรถอัตโนมัติ คิดเป็น 65% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) พื้นที่โครงการ : 2-1-72 ไร่ ที่ตั้งโครงการ : ถนนสุขุมวิท 77 ตำบลพระโขนงเหนือ อำเภอวัฒนา จังหวัด กรุงเทพ 10260 เริ่มก่อสร้าง : ไตรมาส 1 ปี 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ไตรมาส 4 ปี 2563 ในส่วนของห้องพักทางออริจิ้นก็เพิ่มความสูงของเพดานให้มากถึง 3 เมตร (New High Ceiling) ทำให้บรรยากาศการอยู่อาศัยภายในห้องโปร่ง สบาย โอ่อ่ามากยิ่งขึ้นค่ะ หน้าต่างจัดเต็มสูงทะลุฝ้า พร้อมเฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted กับความเป็นที่สุดของคอนโดใหม่บนทำเลอ่อนนุชที่ไม่มีตึกใดๆ มาบดบัง พูดแค่นี้อาจจะยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนใช่ไหมคะ วันนี้เรามีภาพ Floor Plan และภาพตัวอย่างของห้องทั้ง 3 Typeในโครงการ ซึ่งมีให้เลือกแบบ 1 ห้องนอน ขนาดเริ่ม 22 – 26 ตร.ม. 1 ห้องนอน Plus ขนาดเริ่ม 31 ตร.ม. และ 2 Bed ขนาดเริ่ม 55 ตร.ม. แปลนห้อง Studio ขนาด 22 ตารางเมตร ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Studio 22 ตารางเมตร แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 26 ตารางเมตร ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง 1 Bedroom 26 ตารางเมตร แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 31 ตารางเมตร ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง 1 Bedroom Plus 31 ตร.ม. ที่มาพร้อมห้องเอนกประสงค์   จะว่าไปแล้วพื้นที่ห้องไซส์เริ่มต้นของโครงการ Knightsbridge Prime Onnut ที่เปิดมาขนาดห้อง 22 ตร.ม. แบบนี้ จัดว่าลงตัวทั้ง Efficiency Space และ Lay out อย่างพอดีเลยนะคะ ทางด้านคอนเซ็ปต์ดีไซน์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน แถมยังมี Facility ในโครงการเตรียมไว้อีกเพียบ เชื่อว่าลูกบ้านโครงการนี้น่าจะได้รับความสะดวกสบายครบถ้วนที่สุด ยิ่งตัวโครงการตั้งอยู่กลาง New CBD ขนาดนี้ ใครที่กำลังเล็งห้องในทำเลย่านนี้อยู่ไม่ว่าจะอยู่อาศัยเองหรือเพื่อการลงทุน คงไม่ต้องคิดนาน รีบตัดสินใจเลยค่ะ เพราะราคาแพจเกจสินค้าท็อปแบรนด์ที่ทาง Origin ทำมาครั้งนี้ เรียกได้ว่าเข้าถึงได้คนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.69 ล้าน* สำหรับคนที่สนใจ Origin เตรียมจะเปิดให้จองครั้งแรกอย่างเป็นทางการพร้อมกันในวันที่ 16-17 กันยายน 2560 นี้ ในงาน “The Best 4 Knightsbridge of The Year” โดยจะจัดงานขึ้นที่สยามพารากอน Hall 3 ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูบนทำเลศักยภาพ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://goo.gl/vopbjD หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 020 300 000 หรือ www.origin.co.th
ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ – KnightsBridge Phaholyothin Interchange : รีวิวคอนโด

ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ – KnightsBridge Phaholyothin Interchange : รีวิวคอนโด

ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ - KnightsBridge Phaholyothin Interchange คอนโด High Rise 15 ชั้น ติดถนนพหลโยธิน ห่างสถานีวัดพระศรีมหาธาตุประมาณ 250 ม. จาก Origin Property รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    เริ่มต้น 1,890,ooo บาท ราคาต่อตารางเมตร  96,000 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ  บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด   High Rise 15 ชั้น 1 อาคาร 726 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต พื้นที่โครงการ   5 ไร่ จำนวนห้อง     726 ยูนิต ที่จอดรถ    40% ที่ตั้งโครงการ    ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร สถานที่สำคัญใกล้เคียง Tesco Lotus หลักสี่ Big C สะพานใหม่ IT Square หลักสี่ Central รามอินทรา Central แจ้งวัฒนะ ตลาดยิ่งเจริญ Venice Di Iris The JAS รามอินทรา Ease Park The Avenue Central ลาดพร้าว รร.ไทยนิยมสงเคราะห์ ม.เกริก ม.ราชภัฏพระนคร ม.นอร์ท กรุงเทพ ม.ศรีปทุม รร.ฤทธิยะวรรณาลัย ม.เกษตรศาสตร์ รพ.เซ็นทรัลเยนเนอรัล รพ.ภูมิพล สนามมวยลุมพินีใหม่ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สนามบินดอนเมือง ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 23.3 – 34.2 ตร.ม. 1 Bedroom Plus ขนาด 33.4 – 38.8 ตร.ม. 2 Bedrooms ขนาด 48.9 – 51.2 ตร.ม. ห้อง 2 ชั้น ขนาด 23.3 – 51.2 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก Ground Floor : Business Room Co-working Space Private Lobby ร้านค้า 3 ยูนิต Rolling Hill Garden Pocket Garden Playground 4th Floor : Game Pool Laundry Coin operate vending machine Private nook Sunken lounge Bean bag zone Sun bed สระว่ายน้ำ 1 สระ รูปตัว L ความยาว 35 เมตร Curve Jacuzzi Reflecting pond Multipurpose lawn Secret Garden Semi Outdoor Terrace 5th Floor : Yoga room Fit club 15th Floor : The Excited Sky bridge Sky lounge Sky sunset party Sky rolling Garden Sky BBQ area Sky Social deck สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกหลักๆ ได้แก่ ลิฟท์โดยสาร 6 ตัว/อาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 121 :  1 Service Lift 2 ตัว ที่จอดรถรวมจอดซ้อนคันแล้วประมาณ 53 % ระบบ CCTV / Access Card สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 062-595-1777 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://origin.co.th/knbphaholyothininterchange/
“Notting Hill Skyscraper Central Rattanathibet” ปรากฎการณ์ใหม่ ใจกลางรัตนาธิเบศร์ : รีวิวคอนโด

“Notting Hill Skyscraper Central Rattanathibet” ปรากฎการณ์ใหม่ ใจกลางรัตนาธิเบศร์ : รีวิวคอนโด

ผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่ฮ๊อตที่สุดในตอนนี้ เห็นจะมีชื่อ “ออริจิ้น พร๊อพเพอร์ตี้” อยู่ในอันดับต้นๆ เลยทีเดียวนะคะ ตั้งแต่เปิดตัวพรีเซนเตอร์เป็นซุปตาร์ชื่อดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แล้ว งานเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ก็เรียงคิวแถลงข่าวใกล้ๆ กันเลยค่ะ     และหนึ่งในโครงการล่าสุด ที่กำลังจะเปิด VIP Presale เร็วๆ นี้ก็คือ “Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet” คอนโดมิเนียม High Rise ที่จะมาเป็น Landmark ใหม่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ด้วยอาคารที่พักอาศัย 1 อาคาร สูง 48 ชั้น และรีเทลสูง  2 ชั้นอีก 1 อาคาร ซึ่งทางออริจิ้นตั้งใจชูจุดเด่น เน้นโชว์ศักยภาพของโครงการกันแบบเต็มที่ ตั้งแต่ทำเลโดดเด่นติดถนนใหญ่, ใกล้รถไฟฟ้า MRT (สายสีม่วง) สถานีแยกนนทบุรี เพียง 250 เมตร, ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร, ห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งครบ และ Super Facilities ที่เหนือกว่าใครๆ   แค่เปิดตัวเล่าถึงจุดเด่นของโครงการ เชื่อว่าต้องสะดุดตา สะดุดใจใครหลายคนแน่นอนค่ะ รีวิวฉบับนี้ เราเลยจะพาไปชมห้องตัวอย่าง และรายละเอียดของโครงการ Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet แบบทุกซอกทุกมุม ก่อนที่จะมีงาน VIP Presale วันที่ 17 มิถุนายน 2560 ค่ะ   ศักยภาพทำเลดีติดถนนใหญ่ ตัวโครงการ Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet ตั้งอยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาเข้าเลยนะคะ ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกนนทบุรี เพียง 250 เมตรเท่านั้นเอง จากหน้าโครงการเดินแป๊บเดียวก็ถึงบันไดทางขึ้นสถานีแล้ว ใครที่เคยใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง น่าจะคุ้นชินกับเส้นทางนี้ดีนะคะ ที่สำคัญในอนาคตอันใกล้นี้ การเชื่อมต่อสถานีบางซื่อและสถานีเตาปูนจะแล้วเสร็จ การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ก็จะง่ายและสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องลงมาต่อรถเปลี่ยนสถานีกันให้วุ่นวายแล้วค่ะ เชื่อว่าบรรยากาศโดยรวมของแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเพิ่มความคึกคักมากขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ   บริเวณที่ตั้งโครงการนอกจากจุดเด่นเรื่องการเดินทางที่สะดวกทั้งรถไฟฟ้า และรถส่วนตัวแล้ว สภาพแวดล้อมใกล้ๆ ก็ยังเอื้อต่อการอยู่อาศัยด้วยนะคะ เพราะมีพร้อมทั้งแหล่งงาน แหล่งช็อปปิ้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกเลยทีเดียว ขอยกตัวอย่างกันคร่าวๆ นะคะ 600 เมตร จาก เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ 5 กิโลเมตร จาก บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ 1 กิโลเมตร จาก เอสพลานาด รัตนาธิเบศร์ / เทสโก้ โลตัส 5 กิโลเมตร จาก ด่านทางด่วนศรีรัช 1-3 สถานี จาก กระทรวงพาณิชย์, ศูนย์ราชการนนทบุรี และ กระทรวงสาธารณสุข จากตัวโครงการไป ไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองให้เสียเวลาเลยค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีครบถ้วนแล้ว นอกจากแหล่งช็อปปิ้งที่เรายกตัวอย่างมา ถ้าขยับออกห่างไปอีกหน่อยก็ยังมีห้างดังทั้ง เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และเซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต อีกนะคะ ขณะเดียวกันแหล่งการศึกษาและสถานพยาบาลก็ไม่ได้อยู่ไกลเกินไปเลย อย่างเช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, สถาบันโรคทรวงอก, โรงพยาบาลนนทเวช และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เป็นต้น สังเกตุได้ว่า ทำเลที่ตั้งของโครงการเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยได้จริงๆ ไม่ใช่แค่คนที่ทำงานในย่านนี้เท่านั้นนะคะ ใครที่กำลังมองหาคอนโดเพื่ออยู่อาศัย ใกล้รถไฟฟ้าซักห้อง โครงการ Notting Hill Skyscraper ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดีทีเดียวค่ะ แถมราคาเปิดตัวก็น่าคบหาเช่นกัน เพราะทางโครงการประกาศราคาเริ่มต้นมาที่ 1.5-2.75 ล้านบาท ประกอบกับห้องแบบ Fully Furnished สิ่งอื่นๆ ที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้ ต้องบอกว่าคุ้มค่าน่าสนใจทีเดียวค่ะ   เปิดข้อมูลโครงการ Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet   อย่างที่บอกไปแล้วนะคะ ถ้าโครงการ Notting Hill Skyscraper สร้างเสร็จ โครงการนี้น่าจะเป็น Landmark ใหม่บนถนนรัตนาธิเบศร์ได้เลย เนื่องจากทางออริจิ้นมีความตั้งใจในการสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ในหลายๆ ด้านค่ะ ตั้งแต่รูปแบบตัวอาคารที่มีการร่วมงานกับ บริษัท อะตอม ดีไซน์ ซึ่งมีชื่อเสียงโดดเด่นมากในเวลานี้ ตัวอาคารถูกออกแบบมาเป็นทรง Y-Shape ในโทนสีเบอร์กันดี สวยสะดุดตามากๆ ที่สำคัญสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการก็จัดเต็ม จนให้ชื่อว่าเป็น “Super Facilities” กันเลย ซึ่งในส่วนนี้ทางออริจิ้นตั้งใจให้ Facility ทุกส่วนสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกบ้าน เพื่อมิติใหม่ในการอยู่อาศัย เราไปดูกันค่ะว่ามี Facility ให้ว้าวกันบ้าง Facility ภายในโครงการถูกจัดสรรไว้หลายพื้นที่มาก โดยมีพื้นที่ส่วนกลางถึง 4 ชั้นด้วยกัน เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้น 1 ที่นอกจากจะมีอาคาร Retail 2 ชั้นบริเวณหน้าโครงการแล้ว บริเวณชั้น 1 ของอาคารพักอาศัยยังเป็นที่รวมทั้งร้านค้า, Main Lobby, Co-Working Space ติดสวนเปิดรับวิวสีเขียวสบายตา, ห้องประชุม พร้อมอุปกรณ์สำนักงานครบ และพื้นที่สวนสีเขียวรอบโครงการ Co-Working Space & Study Area พอขึ้นมาที่บริเวณชั้น 8 และ 9 ก็จะเป็นจุดที่รวบรวม Main Facilities เอาไว้ครบถ้วน ตั้งแต่สระว่ายน้ำทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 เมตร ท่ามกลางบรรยากาศสวนที่ถูกออกแบบมาอย่างดี สระว่ายน้ำเป็นระบบน้ำเกลือนะคะ นอกจากมีเพื่อการออกกำลังกายแล้ว ยังเหมาะสำหรับการผ่อนคลายด้วย เพราะมีระบบ Bubble และ Jacuzzi มาให้เสร็จสรรพ ขณะเดียวกันทางโครงการก็เตรียมห้องอาบน้ำแต่งตัว พร้อม Locker Room และห้องซาวน่าแยกชายหญิงไว้ให้อีกเช่นกัน สระว่ายน้ำแนวคิดใหม่ที่ออกแบบเป็นทรงกลม พื้นที่บริเวณชั้น 8 ยังมี Living Area ขนาดใหญ่ที่ลูกบ้านจะได้ใช้ร่วมกัน ร่วมถึงส่วนบริการอื่นๆ ที่เราเชื่อว่าแทบจะไม่มีโครงการไหนในราคานี้จัดไว้ให้เลย เช่น Kids Space พื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ซึ่งจัดเตรียมทั้งอุปกรณ์และเครื่องเล่นไว้ให้แล้ว, Co-Kitchen บริเวณจัดเตรียมอาหารส่วนกลางพร้อมอุปกรณ์เผื่อลูกบ้านจะจัดปาร์ตี้ค่ะ, Laundry Room มีจัดไว้ทั้งเครื่องซักผ้า และเครื่องอบผ้า เพื่อความสะดวกสำหรับลูกบ้านทุกยูนิต และ Entertainment Room สำหรับกิจกรรมสันทนาการ พอขยับขึ้นมาที่ชั้น 9 เราก็จะได้พบกับ Fitness Center เลยก็ว่าได้ เพราะห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน แถมด้วยห้องโยคะ พิลาทิส และ Trainer ประจำห้องออกกำลังกาย จนไม่ต้องง้อ Fitness ชื่อดังที่อื่นอีกเลย ก่อนที่จะขึ้นไปถึงชั้นบนสุด ทางโครงการยังจัดพื้นที่สีเขียว Roof Garden เป็นสวนลอยฟ้าสวยๆ ไว้ที่ชั้น 46 และ เพิ่ม Barbecue Terrace ไว้ที่ชั้น 47 อีกด้วยนะคะ ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนแล้ว ยังสามารถจัดปาร์ตี้สังสรรค์ได้สวยๆ เลยล่ะ เช่นเดียวกับบริเวณดาดฟ้าชั้น 48 นอกจากจะมี Roof Garden แล้ว ทางโครงการยังเพิ่ม Sky Lounge พื้นที่เพื่อการสังสรรค์แบบลอยฟ้า ที่เชื่อได้เลยว่า การจัดปาร์ตี้บนนี้ต้องได้บรรยากาศพิเศษไม่ซ้ำใครแน่นอนค่ะ BBQ Terrace ระเบียงสังสรรค์ลอยฟ้า พร้อมอุปกรณ์บาร์บีคิว Sky Lounge จุดชมวิวบนชั้นสูงสุดของโครงการ พร้อมมุมจัดเตรียมอาหารสำหรับปาร์ตี้ชมวิวสวยๆ ส่องห้องตัวอย่าง Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet มาถึงห้องตัวอย่างกันแล้วค่ะ โครงการ Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet มียูนิตรวมทั้งหมด 1,097 ยูนิต แบ่งออกเป็นห้องแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 24-35 ตร.ม. ค่ะ มีจุดเด่นสำคัญเลยคือ ภายในห้องทุกยูนิตมีฝ้าเพดานที่สูงถึง 3 เมตร ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อความโล่ง โปร่ง สบาย และสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน จัดว่าหาได้ยากมากนะคะในคอนโดมิเนียมราคา 70,000-80,000 บาท/ตร.ม. ราคาระดับนี้แทบจะไม่มีโครงการไหนกล้าทำเพดานสูง 3 เมตรมาก่อนก็ว่าได้ค่ะ นอกจากนี้ห้องทุกยูนิตของโครงการ ยังเปิดขายมาแบบ Fully Furnished ด้วยค่ะ เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องถูกออกแบบมาเฉพาะโดย Interior Designer ชั้นแนวหน้า ซึ่งจะช่วยให้พื้นที่ใช้สอยทุกตารางนิ้วลงตัว และสวยงาม เราไปดูห้องแรกกันค่ะ ห้องตัวอย่างห้องแรกคือ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 25 ตร.ม ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นค่ะ ฟังก์ชั่นภายในห้องออกแบบมาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว ถึงแม้จะมีพื้นที่ใช้สอยเพียง 25 ตร.ม. แต่บรรยากาศภายในห้องยังดูโล่ง สบาย ไม่อึดอัดเลยค่ะ ความสูงของฝ้าเพดานมีส่วนช่วยได้เยอะเลยทีเดียว ประกอบกับการเลือกใช้กระจกบานใสในการกั้นพื้นที่ห้องนอนแทนการใช้กำแพงทึบทั้งหมด ห้อง Type นี้เลยดูน่าอยู่มาก ห้องตัวอย่างห้องต่อไปเรียกว่า 1 Bedroom Plus ค่ะ ขนาดห้อง 31.50 ตร.ม. ห้อง Type นี้ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของออริจิ้นเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะพื้นที่ภายในห้องออกแบบให้มีห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมา ซึ่งพื้นที่ของห้องนี้สามารถเลือกใช้ได้หลายประโยชน์ ทั้งจัดเป็นห้องทำงาน ห้องเก็บของ หรือจะใช้เป็นห้องนอนเล็กก็ยังไหวค่ะ มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายที่ถือเป็นมิติใหม่ของการดีไซน์ เพราะออริจิ้นเป็นรายแรกที่ออกแบบห้องขนาด 34.90 ตร.ม. ให้เป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำได้!!! ขณะเดียวกันพื้นที่ใช้สอยภายในห้องยังครบถ้วนทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน และสามารถอยู่อาศัยได้จริง ซึ่งน่าจะเหมาะกับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างครอบครัว มีลูกเล็กๆ ซักคน ห้อง Type นี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีเลยแหละ ไปดูกันเลยค่ะว่าออริจิ้นทำได้อย่างไร เป็นอย่างไรบ้างคะ ห้องตัวอย่างของโครงการ Notting Hill Skyscraper Central Rattanatibet ที่ออริจิ้นตั้งใจออกแบบมาในครั้งนี้ น่าจะตอบโจทย์ได้หลายรูปแบบการอยู่อาศัยเลยใช่มั้ยคะ ด้วยจุดเด่นและศักยภาพของทำเลริมถนนรัตนาธิเบศร์ เชื่อว่าราคาเริ่มต้นที่ทางออริจิ้นจะเปิด VIP Presale ในราคาเฉลี่ย 80,000 บาท/ตร.ม. หรือเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท เป็นราคาที่คุ้มค่าและหาได้ยากนะคะ ออริจิ้นจัดเต็มทั้งงานดีไซน์ และ Super Facility จริงๆ ค่ะ ตอนนี้ที่พื้นที่โครงการกำลังเริ่มก่อสร้างแล้ว และจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3 ปี 2563 ใครที่สนใจ ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือจะซื้อไว้ลงทุน สามารถไปลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.origin.co.th หรือ พบกันในงาน VIP Pre-Sale วันที่ 17-18 มิถุนายนนี้ พร้อมกันทั้ง 4 โครงการใหม่ใกล้รถไฟฟ้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Tel.02 157 4730
Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ คอนโดใหม่สไตล์ “Industrial  British Loft” : รีวิวคอนโด

Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ คอนโดใหม่สไตล์ “Industrial British Loft” : รีวิวคอนโด

ด้วยผังรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่อยู่ในแผนการสร้างในช่วง 3-4 ปีนี้ ทำให้หลายๆ ทำเลกำลังเป็นที่น่าจับตามากขึ้น หนึ่งในทำเลที่น่าสนใจคือ ย่านสุขุมวิท-เทพารักษ์ ซึ่งล่าสุดบริษัท ออริจิ้น มหาชน จำกัด เตรียมเปิดตัวโครงการ “Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์” คอนโด High Rise ใหม่ ที่มาพร้อมรับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว - บางกะปิ - สำโรง) ชนิดที่ว่าอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้ากันเลยทีเดียว ว่ากันด้วยเรื่องทำเลที่ตั้งของโครงการ จากถนนสุขุมวิทเลี้ยวเข้าถนนเทพารักษ์มาเกือบๆ 2 กิโลเมตร  ก็จะเห็นพื้นที่ของโครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ ได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ พื้นที่ในย่านนี้อยู่ในแผนการขยายโครงการรถไฟฟ้า โดยล่าสุดมีข่าวว่ามีการเซ็นสัญญาสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองกันไปแล้ว ตามข่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 63 ค่ะ ทำให้เรามั่นใจได้เลยว่า พอโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ เราก็จะได้ใช้รถไฟฟ้าสายนี้แน่ๆ นอกจากนี้โครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ ยังมีจุดเด่นในด้านทำเลที่แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการ แหล่งงานใหญ่ๆ อย่างนิคมอุตสาหกรรม ปู่เจ้าฯ หรือนิคมอุสาหกรรม บางปู รวมไปถึงสถานศึกษาดังๆ อย่าง เซนโยเซฟ ทิพวัล, อัสสัมชัญ สมุทรปราการ และโรงเรียนนานาชาติ ก็อยู่รอบๆ โครงการในรัศมีการเดินทางได้สะดวกทั้งสิ้น บวกกับความที่หน้าโครงการติดกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีทิพวัล) เลย การเดินทางไปไหนมาไหนก็จะสะดวกมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ ต้องบอกว่ารถไฟฟ้าสายสีเหลืองเป็นอีกหนึ่งสายที่จะช่วยให้การเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของกรุงเทพฯ เป็นเรื่องง่ายมากๆ นะคะ เพราะเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะมีต้นสายอยู่ที่ สำโรง ไปจนสุดที่ลาดพร้าว ซึ่งต้นสายก็จะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ในขณะที่ตลอดระยะทางยังเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสายสีน้ำเงิน ได้อีกด้วย จึงทำให้เรามีทางเลือกในการเดินทางได้มากขึ้น ไม่จำกัดอยู่แค่รถไฟฟ้าสายใดสายหนึ่ง ขณะเดียวกันถนนเทพารักษ์เองก็เป็นถนนใหญ่สายสำคัญที่เชื่อมถนนสุขุมวิท ถนนศรีนครินทร์ ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก) ไปออกถนนบางนา-ตราดได้เลยค่ะ การเดินทางด้วยรถส่วนตัวจัดว่าสะดวกมากๆ ด่านขึ้นลงทางด่วนก็อยู่ไม่ไกล หรือถ้าต้องการข้ามมาทางฝั่งพระราม 3 สะพานภูมิพล ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ ช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองไปได้ไม่น้อยเลย “Industrial British Loft” สถาปัตยกรรม ที่สะท้อนความเป็น Kensington “Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์” เปิดตัวมาด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมตอกย้ำความเป็นตัวตนของแบรนด์ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Industrial British Loft ตัวอาคารเป็นตึกสูง 38 ชั้น ออกแบบมาเรียบหรู โดยไม่ทิ้งกลิ่นอายแบบอังกฤษ ภายในโครงการจัดเต็มด้วย Facility ชนิดที่เราคิดไม่ถึงกันเลยค่ะ ว่าทางโครงการจะจัดเตรียมไว้มากขนาดนี้ ขอยกตัวอย่างกันคร่าวๆ ก่อนนะคะ เริ่มที่บริเวณชั้น 1 งานพื้นที่สีเขียว สวนหย่อม สำหรับพักผ่อนก็จัดเต็มกันไปเลย ทั้ง Playground Garden, Backyard Garden และ Panoramic Greenery ติดกับบริเวณ Lobby และ Another Home & Co-Working Space ดังนั้นลูกบ้านจะสามารถมานั่งเล่น นั่นทำงาน ไปท่ามกลางธรรมชาติ ผ่อนคลายไปกับวิวต้นไม้สวยๆ ส่วนบริเวณชั้น 6 จะเป็นจุดที่รวม Facility หลักๆ ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งสระว่ายน้ำขนาดยาวกว่า 30 เมตร พร้อมศาลานั่งเล่น และสวนพักผ่อนขนาดใหญ่ และพื้นที่ของ The Gym Club ฟิตเนสขนาดใหญ่พร้อมเครื่องออกกำลังกายครบครัน ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้นะคะ เพราะทางโครงการยังจัด Double Skyline Roof Garden พร้อม Mini Golf พื้นที่ฝึกพัทกอล์ฟ ไว้บนชั้นดาดฟ้าของอาคารด้วยค่ะ แค่ได้ฟังถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้ เรายังคิดว่า Kensington จัดเต็มมากสำหรับโครงการที่เปิดตัวในราคาเริ่มต้นเพียง 1.09 ล้านบาทเท่านั้น เปิดห้องตัวอย่าง Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ มีห้องให้เลือกด้วยกัน 3 Type ค่ะ เริ่มต้นกันที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 20.5-21.00 ตร.ม. เห็นตัวเลขขนาดห้องแล้วอย่าเพิ่งตกใจนะคะ เพราะห้องตัวอย่างที่ได้เห็น ถูกจัดวาง Layout ไว้ได้ลงตัวมากๆ สามารถอยู่ได้จริง เหมาะกับกลุ่มคนที่เริ่มทำงาน หรือกลุ่มคนที่ต้องการหาที่อยู่ใกล้ที่ทำงานเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางค่ะ มองในอีกมุมถ้าจะซื้อไว้ลงทุนปล่อยห้องเช่าก็น่าสนใจเหมือนกันนะคะ ห้องแบบที่สองที่เราได้ดูกัน เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 23.5 ตร.ม. ค่ะ ห้อง Type นี้มีความคล้ายกับห้อง Type S1 แต่ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า จึงได้พื้นที่ห้องนอนที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น มีผนังกั้นห้องชัดเจน ไม่ใช่แค่ประตูกระจกบานเลื่อนแล้วค่ะ ส่วนห้องแบบสุดท้าย มีชื่อเรียกว่า 1 Bedroom Plus ขนาด 30.5-31.5 ตร.ม. ซึ่งเป็นแบบห้องที่เป็นเอกลักษณ์ของ Origin ก็ว่าได้ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็น​ 1 Bedroom แต่ก็เหมือนได้ห้อง 2 Bedroom ค่ะ เนื่องจากพื้นที่ห้องเล็กที่เพิ่มขึ้นมา เราสามารถเลือกตกแต่งใช้สอยได้ตามความต้องการ ไม่ว่าใช้เป็นห้องทำงาน ห้องแต่งตัว ห้องเก็บของ หรือจะเป็นห้องนอนเล็กอีกห้องก็ยังได้.. แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 30.5-31.5 ตารางเมตร อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า บริษัท ออริจิ้น มีความเชี่ยวชาญ และคร่ำหวอดทำเลในย่าน ลาซาล แบริ่ง เป็นอย่างดี สังเกตุได้จากโครงการที่ผ่านมาของทางบริษัท ที่ล้วนประสบความสำเร็จปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นโครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สามารถมั่นใจได้ในคุณภาพ แถมที่ตั้งโครงการยังอยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีทิพวัล ชนิดลงบันไดสถานีมาก็ถึงหน้าโครงการเลย และเปิดตัวมาในราคาล้านนิดๆ เป็นใครก็ต้องอยากได้ใช่มั้ยคะ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ จะเปิด ​VIP Pre-Sale  วันที่ 17 มิถุนายนนี้ ผู้ที่สนใจเข้าจองในงาน สามารถลงทะเบียนรับบัตรส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท ได้ที่สำนักงานขาย เพื่อใช้เป็นส่วนลดพิเศษในงาน  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 020-300-000 http://Kensington.origin.co.th/thepharak
“Notting Hill Sukhumvit 105” คอนโดกลิ่นอาย British Loft ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ 24 ชั่วโมง : รีวิวคอนโด

“Notting Hill Sukhumvit 105” คอนโดกลิ่นอาย British Loft ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ 24 ชั่วโมง : รีวิวคอนโด

วันนี้เราจะพาไปเปิดข้อมูลโครงการ Notting Hill Sukhumvit 105 (ซอยลาซาล) คอนโด Low Rise ล่าสุดจาก “ออริจิ้น พร๊อพเพอร์ตี้” กันครับ ตัวโครงการจัดว่าอยู่ในทำเลที่อุดมสมบูรณ์มากของย่านนี้ และยังอยู่ในช่วงต้นๆ ของซอยลาซาล ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าแบริ่งอีกต่างหาก ซึ่งถือเป็นโซนถนัดของออริจิ้นเค้าเลยแหละ พอมีโครงการใหม่เกิดขึ้น จึงต้องขอไปเยี่ยมชมและเก็บข้อมูลมาฝากกันซักหน่อยครับ โครงการ Notting Hill Sukhumvit 105 อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีแบริ่งเพียง 550 เมตรเท่านั้นนะครับ ดังนั้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจึงสะดวกมากๆ เพราะอย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า รถไฟฟ้าสายสีเขียวถือเป็นสายหลักที่เข้าสู่ใจกลางเมืองได้ดีที่สุดในเวลานี้ และด้วยระยะห่างจากหน้าโครงการถึงตัวสถานีเพียง 550 เมตร ก็ยังถือว่าอยู่ในระยะที่เดินได้สบายๆ ถนนซอยลาซาล หรือซอยสุขุมวิท 105 นี้ เป็นอีกซอยที่เชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ รวมถึงถนนซอยย่อยยังสามารถเชื่อมไปยัง ซอยแบริ่งหรือซอยสุขุมวิท 107 และถนนบางนา-ตราดได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีด่านทางด่วนบางนาอยู่ไม่ไกล คนใช้รถส่วนตัวก็สามารถเลือกเส้นทางได้หลากหลาย รวมถึงระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ อย่างรถเมล์ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถตู้ แท็กซี่ รถสองแถว ก็มีบริการในซอยนี้อยู่แล้ว จึงจัดว่ามีการเดินทางที่สะดวกและหลากหลายมากสำหรับคนที่อาศัยในย่านนี้ สภาพแวดล้อมโดยรวมบริเวณรอบๆ โครงการต้องบอกว่า มีความอุดมสมบูรณ์มากนะครับ เริ่มตั้งแต่บริเวณปากซอยลาซาลก็มีร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ขนาดใหญ่ดักอยู่ก่อนเลย พอเดินเข้ามาถึงหน้าโครงการ มองไปรอบๆ ก็จะเห็นว่ามีร้านสะดวกซื้ออีก ทั้ง 7-11, Family Mart, Lotus Express, CP Fresh Mart ตรงข้ามโครงการก็เป็นตลาดนัด/ตลาดสด ซึ่งรวมร้านค้า ร้านอาหารไว้มากมาย แถมยังเปิดขายกันตั้งแต่เช้า และในซอยก็ยังมีร้านอาหารให้เลือกอีกเพียบ รับรองว่าไม่ต้องกลัวอด หิวตอนไหนก็มีของกินให้เลือกตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว ที่น่าสนใจอีกอย่างของทำเลในย่านนี้คือ อยู่ในแหล่งที่รวบรวมทุกสิ่งไว้พร้อมมากๆ สำหรับการอยู่อาศัย เช่น โรงเรียนชั้นนำอย่าง รร.บางกอกพัฒนา, รร.ลาซาล, รร.เซนต์โยเซฟ บางนา และ รร.เซนต์แอนดรู โรงพยาบาลบางนา, โรงพยาบาลไทยนครินทร์ และโรงพยาบาลศิครินทร์ ยังไม่นับคลินิคต่างๆ ในซอยอีกนะครับ แหล่งช๊อปปิ้งใหญ่ก็มีทั้ง Central บางนา, Mega Bangna, Seacon Square, Paradise Park, Big C บางนา, Tesco Lotus หรือไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งมอลล์อย่าง The Coast Village และ APT แบริ่งมอลล์ ไปจนถึงสถานที่จัดงาน Event ใหญ่ๆ อย่าง Bitec บางนา ก็มีกิจกรรมหมุนเวียนตลอดทั้งปี แค่ที่ยกตัวอย่างมาคร่าวๆ ก็เรียกได้ว่ามีทุกสิ่งทุกอย่างครบถ้วนแล้วนะครับ เปิดโครงการ Notting Hill Sukhumvit 105 พื้นที่ของโครงการ Notting Hill Sukhumvit 105 มีทั้งหมด 8 ไร่ เป็นที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่กลางแหล่งที่พักอาศัยในซอยลาซาลเลยนะครับ ปัจจุบันสำนักงานขายก็ตั้งอยู่ในบริเวณที่ดินของโครงการ​ ซึ่งในอนาคต พื้นที่โซนด้านหน้าโครงการนี้จะถูกพัฒนาให้เป็น “105 Clubhouse” สูง 3 ชั้น ซึ่งน่าจะเป็นส่วนที่รวมเอา Main Facility ของโครงการไว้เกือบทั้งหมด เช่น สระว่ายน้ำขนาด 6x20 เมตร พร้อมระเบียงพักผ่อนรอบสระ, Fitness, Co-Working Space, พื้นที่ Social Club, Bar, Football Table, Pool Table เป็นต้น ถัดเข้าไปในพื้นที่ด้านใน ถูกจัดสรรเป็นอาคารพักอาศัย คอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 6 อาคาร โดยพื้นที่ตรงกลางระหว่างอาคาร ตั้งแต่ด้านหน้ายาวไปถึงด้านในสุด ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สีเขียวส่วนกลางทั้งหมด ซึ่งมาพร้อมกับ Jogging Track ท่ามกลางสวนสวยสไตล์อังกฤษ และยังมีมุมนั่งเล่นพักผ่อนกระจายอยู่รอบๆ อีกหนึ่ง Highlight ของ Facility ส่วนกลางคือ โซนด้านหลังบริเวณอาคาร E และ F พื้นที่สวนจะถูกออกแบบให้เป็น Relax Zone มีทั้งลานหินปุ่ม สำหรับเดินนวดเท้า และสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลืออีกหนึ่งสระ ซึ่งจะช่วยให้ลูกบ้านในโซนด้านใน ไม่ต้องเดินไกลไปถึงด้านหน้า นอกจากพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่บริเวณชั้นล่างระหว่างอาคารแล้ว บนดาดฟ้าของแต่ละอาคารยังมี Roof Top Garden อีกด้วย ซึ่งลูกบ้านของแต่ละอาคารจะสามารถขึ้นไปรับลม ชมวิวบนดาดฟ้าได้เหมือนกันทุกอาคารครับ ในส่วนของที่พักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป ส่วนพื้นที่ชั้น 1 ใต้อาคาร จะเป็นพื้นที่จอดรถเกือบทั้งหมด รวมถึงเป็นทางเดินรถนะครับ ในโครงการจะใช้เส้นทางเดินรถทางเดียว คือวนเข้าจากใต้อาคาร A เข้าไปด้านใน และจะมีจุดกลับรถให้ 2 จุด คือ ด้านหลังอาคาร C-D และด้านในสุด หลังอาคาร E-F ครับ เปิดห้องตัวอย่าง Notting Hill Sukhumvit 105 ทางโครงการจัดห้องตัวอย่างไว้ให้ชมด้วยกัน 3 แบบนะครับ เริ่มจากห้องแรกซึ่งมีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการ นั่นคือ ห้อง 1 Bedroom Type A ขนาด 25.5 ตร.ม. ห้องแบบนี้จะมีลักษณะเป็นห้องแนวลึกนะครับ การจัดแบ่งพื้นที่ไว้ก็เป็นสัดส่วนชัดเจน โดยจะแยกพื้นที่ครัวและห้องน้ำไว้ที่ด้านเดียวกัน แล้วกั้นพื้นที่ด้วยประตูกระจกบานเลื่อน เปิดห้องเข้ามาเจอส่วนนั่งเล่นเลย ซึ่งมีที่กว้างพอให้วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้สบายๆ แถมยังแอบเหลือพื้นที่เล็กๆ สำหรับวางโต๊ะกินข้าวได้อีกหน่อย ก่อนจะเข้าห้องนอนมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นให้เป็นสัดส่วนสวยงาม ภายในห้อง  Built-in ตู้ เตียง ไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ ส่วนอีกโซนของห้อง เป็นห้องน้ำและห้องครัวนะครับ ซึ่งอยู่แยกกันโดยพื้นที่ตรงกลาง Built-in ชั้นเก็บของและเว้นที่ไว้วางตู้เย็นมาให้เรียบร้อย เช่นเดียวกับในห้องครัวที่มาพร้อมกับเคาน์เตอร์ครัว เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันแล้ว ข้อดีของห้องนี้คือ ครัวที่ได้เป็นครัวปิด ติดระเบียง ทำให้ลดปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนระหว่างทำครัวได้ดี ห้องนี้จึงเหมาะมากกับคนที่ชอบลงครัว ทำอาหารกินเองบ่อยๆ นะครับ มาดูห้องตัวอย่างห้องที่ 2 กันบ้างดีกว่า เป็นห้อง 1 Bedroom Type B ห้องนี้มีพื้นที่ห้องเท่ากับห้องก่อนหน้าเลยนะครับคือ 25.50 ตร.ม. แต่เป็นห้องแบบหน้ากว้าง มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส บรรยากาศโดยรวมในห้องนี้จึงให้ความรู้สึกโล่ง โปร่ง สบายตามากกว่า ในขณะที่อาจจะต้องแลกกับ Layout ห้องที่เน้นการใช้งานต่างกันหน่อยนะครับ เปิดห้องมาจะเจอส่วนของครัว ห้องนี้เป็นครัวเปิดซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นเลย ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ไม่เน้นทำครัวซักเท่าไหร่นะครับ แต่ก็แลกมาด้วยพื้นที่นั่งเล่นที่ติดระเบียง ทำให้เปิดรับแสงสว่างได้ดีขึ้น ส่วนห้องนอนก็กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเหมือนกัน แต่สามารถเปิดออกเพื่อเชื่อมพื้นที่ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นให้กว้างถึงกันได้เต็มที่และมีห้องน้ำในตัว Layout ของห้องนี้จะได้เปรียบเรื่องความโล่ง โปร่ง เพราะเป็นห้องหน้ากว้าง ใครที่ได้เห็นห้องนี้ก็แทบจะไม่เชื่อเลยว่ามีพื้นที่ใช้สอย 25.50 ตร.ม. เท่ากับห้อง Type A เป๊ะเลย ห้องตัวอย่างห้องสุดท้ายที่ทางโครงการจัดไว้ เป็นห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 29.50 ตร.ม. ห้อง Type นี้จะได้พื้นที่พิเศษขึ้นมาอีกห้อง จัดเป็นห้องอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถจัดเป็นห้องทำงาน ห้องเก็บของ ห้องแต่งตัว หรือจะใช้เป็นอีกหนึ่งห้องนอนเล็กก็ได้ตามแต่ต้องการเลยครับ ด้วย Layout ของห้อง ที่พยายามจัดสรรการใช้งานในส่วนต่างๆ ให้มีอย่างครบถ้วน ห้องนี้อาจจะเสียเปรียบในเรื่องของพื้นที่ครัวที่เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ถ้าไม่เน้นทำครัวเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ เพราะแลกกับการได้ห้องอเนกประสงค์ที่ดูจะใช้ประโยชน์ได้เยอะกว่า ถ้าตกแต่ง จัดพื้นที่ดีๆ ห้องนี้ก็น่าอยู่ น่าใช้งานมากเลยทีเดียว เพราะทั้งห้องนอนและห้องอเนกประสงค์กั้นด้วยกระจกบานเลื่อนเป็นสัดส่วนเรียบร้อยดีครับ ห้องทุกยูนิตของโครงการ Notting Hill Sukhumvit 105 ขายมาแบบ Fully Fitted นะครับ Bulit-in ตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ครัว สุขภัณฑ์ต่างๆ และเครื่องปรับอากาศมาให้เรียบร้อยแล้ว เราแค่ตกแต่งเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาหาเฟอร์นิเจอร์มากนัก และด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการที่อยู่ในย่านที่อยู่อาศัย มีความพร้อมทั้งสาธารณูปโภคต่างๆ มีการเดินทางที่สะดวก เหมาะกับคนที่คุ้นชินกับย่านนี้ดีอยู่แล้ว รวมถึงคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า ใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นหลักหรือเดินทางด้วยรถส่วนตัวบ้าง ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือซื้อไว้ลงทุนก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะครับ ด้วยทำเลที่มีศักยภาพในราคาที่จับต้องได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว NOTTING HILL SUKHUMVIT 105 คอนโดใหม่...คุ้มที่สุดบนสุขุมวิท เพียง 400ม. จาก BTS แบริ่ง ให้คุณได้ใช้ชีวิต 24 ชั่วโมง พร้อม Clubhouse ส่วนตัว เริ่ม 1.69 ล้าน ผ่อนเริ่ม 2,990 บาท/เดือน Presales 25 Mar @ Bitec Bangna ชั้น2 ห้อง Amber ลงทะเบียนรับส่วนลด 100,000 บาท http://nottinghill.origin.co.th/sukhumvit105/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 061-408-0033  
Notting Hill Jatujak-Interchange : รีวิวคอนโด

Notting Hill Jatujak-Interchange : รีวิวคอนโด

Notting Hill Jatujak-Interchange คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร ในซอยพหลโยธิน 18 ตรงข้ามตลาดนัดสวนจตุจักร ใกล้รถไฟฟ้า BTS และ MRT โครงการใหม่จาก Origin Property รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,700,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร    ประมาณ 110,000 บาท เจ้าของโครงการ   Origin Property Public Company Limited ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง    156 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 50% (รวมจอดซ้อนคัน) พื้นที่โครงการ    1 - 0 - 92.5 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ซอยพหลโยธิน 18 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เริ่มก่อสร้าง    เดือนมีนาคม ปี 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    ไตรมาสที่ 4 ปี 2561 ค่าส่วนกลาง    45 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    500 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง ตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาด อตก. BTS หมอชิต BTS สะพานควาย เซ็นทรัล ลาดพร้าว ยูเนี่ยน มอลล์ บิ๊กซี สะพานควาย โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล สะพานควาย ลักษณะห้องและขนาดห้อง Deluxe (s) 1 Bedroom ขนาด 24.5 - 26 ตารางเมตร Deluxe (M) 1 Bedroom ขนาด 30 - 33 ตารางเมตร Suite 1 Bedroom Plus ขนาด 34 - 34.9 ตารางเมตร Penthouse 2 Bedrooms ขนาด 45.5 - 52.4 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ ขนาด 5 x 12.5 เมตร Fitness สวนลอยฟ้า Lobby Co-Working Space ระบบรักษาความปลอดภัยและ CCTV Access Card สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-030-0000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : nottinghill.origin.co.th/jatujak/
Knightsbridge Sky-River-Ocean : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Sky-River-Ocean : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปดูโครงการ Knightsbridge Sky River Ocean ของ Origin Property ในทำเลสมุทรปราการกันครับ ซึ่งเราจะพามาอัพเดทความคืบหน้าของโครงการก่อนจะเริ่มให้ทยอยโอนห้องกันในเร็วๆ นี้แล้ว ดังนั้นภาพที่เห็นทั้งหมดก็จะเป็นภาพห้องในบรรยากาศจริงทั้งหมดเลยนะครับ   ทำเลและการเดินทาง ตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวในส่วนต่อขยาย โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีสมุทรปราการ ซึ่งห่างออกไปเพียง 200 เมตรเท่านั้น ความโดดเด่นของทำเลนี้คือ สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณปากแม่น้ำ ถัดออกไปก็เป็นทะเลพอดี แถมถ้าวันไหนอากาศดีๆ ก็ยังสามารถมองเห็นวิวไกลไปถึงแนวเขาในชลบุรีเลยทีเดียวนะครับ และด้วยจุดเด่นของวิวสวยๆ นี่เอง จึงทำให้การออกแบบตัวอาคารเน้นให้เปิดรับวิวได้อย่างเต็มที่ ทุกยูนิตสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำได้ทั้งหมด อาจจะต่างกันตามองศาของตำแหน่งห้องบ้าง แต่ก็รับรองได้ว่าเห็นวิวแม่น้ำแน่นอนครับ แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ การเดินทางวันนี้เราเริ่มจากบริเวณ BTS สถานีแบริ่งกันเลยนะครับ เราขับตรงตามถนนสุขุมวิทไปเรื่อยๆ เลยครับ จะเห็นอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง อยู่ฝั่งขวามือ เลยอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง มานิดหน่อย จะเจอ BTS สถานีสำโรง เป็นสถานีแรกของส่วนต่อขยายจากสถานีแบริ่ง เรายังคงขับตรงตามถนนสุขุมวิทไปทางสมุทรปราการไปเรื่อยๆ นะครับ แล้วก็เจออีก 1 สถานีคือสถานีปู่เจ้าสมิงพราย เลยจากสถานีปู่เจ้าสมิงพรายมาสักหน่อย จะเห็นพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ หรือช้างสามเศียร อยู่ทางซ้ายมือ ขยับมาอีกหน่อยก็จะเป็น BTS สถานีพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เราก็ยังตรงต่อไปอีกนะครับ สถานีต่อมาคือสถานีโรงเรียนนายเรือ จะตั้งอยู่หน้าโรงเรียนนายเรือที่อยู่ฝั่งขวามือพอดี เลยจาก BTS สถานีโรงเรียนนายเรือมานิดเดียวก็จะถึงโครงการแล้วครับ ตึกสูงๆ ที่เห็นอยู่ข้างหน้านั่นแหละครับ เลี้ยวซ้ายเข้าไปโลดดด.. นอกจากเรื่องวิวแม่น้ำแล้ว ที่ตั้งของโครงการยังอยู่บนถนนสุขุมวิท ไม่ต้องเข้าซอยอีกให้เสียเวลา สามารถเดินทางมาได้สะดวกทั้งทางรถไฟฟ้า และรถยนต์ส่วนตัว สามารถเข้าออกได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขุมวิท ทางด่วนกาญจนาภิเษก หรือถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ยิ่งถ้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ถนนหนทางก็น่าจะคล่องตัวมากขึ้น ส่วนคนที่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัว การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าก็น่าจะเป็นตัวเลือกหลักที่ดีเลยทีเดียว ในขณะที่รถเมล์ หรือแท็กซี่ก็หาง่ายไม่แพ้กันนะครับ   ภาพรวมโครงการ โครงการ Knightsbridge Sky River Ocean เป็น High Rise สูง 32 ชั้น ซึ่งถือว่าเป็นโครงการ High Rise เดียวที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยามากที่สุดของย่านนี้ ปัจจุบันบริเวณรอบๆ ยังไม่มีอาคารสูงขึ้นมาบดบังสายตาเลยนะครับ วิวทางด้านหน้าโครงการ แน่นอนว่ารับวิวแม่น้ำไปแบบเต็มๆ ตากันเลย ส่วนทางด้านทิศใต้เป็นวิวปากแม่น้ำ สามารถเห็นหอชมเมืองสมุทรปราการได้อย่างชัดเจน ซึ่งทั้ง 2 ทิศนี้เป็นทิศที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอาคารสูงใดๆ ขึ้นมาบังวิวได้อีก เนื่องจากฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นที่ดินติดริมแม่น้ำที่เหลือพื้นที่แคบมากๆ จนไม่สามารถขึ้นอาคารสูงได้อย่างแน่นอน ในขณะที่ทางทิศใต้ในรัศมี 500 เมตรรอบๆ หอชมเมืองสมุทรปราการ ก็ไม่สามารถสร้างอาคารสูงได้อีกเช่นกันครับ หันกลับมาทางทิศเหนือกับทิศตะวันออกบ้าง ก็จะเป็น City View มองเห็นพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ และส่วนมากยังเป็นอาคารเตี้ยๆ รวมถึงที่โล่งว่างของสมุทรปราการนั่นแหละครับ ในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการต้องบอกว่า เค้าจัดมากให้แบบเต็มๆ เลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้น G ที่มีทั้ง Lobby, Meeting Room, สวน และร้านค้าอีก 2 ร้าน บริเวณรอบๆ อาคารสามารถจอดรถได้ด้วยนะครับ แต่หลักๆ แล้วจะมีพื้นที่จอดรถที่ชั้น 2-7 ซึ่งทางโครงการเลือกใช้ระบบจอดรถแบบอัตโนมัติ หรือ Robot Parking เพื่อประหยัดเวลาในการวนหาที่จอดรถนะครับ โดยลูกบ้านเพียงแค่ขับรถเข้ามาจอดในลิฟท์จอดรถ แล้วแตะบัตร ระบบก็จะทำการหาที่จอดรถให้เรียบร้อย ทั้งสะดวกและทันสมัยมากๆ เลยครับ ชั้น G จะที่มีทั้ง Lobby, Meeting Room, สวนสไตล์อังกฤษ และร้านค้าอีก 2 ร้าน ห้องสมุดที่อยู่ในส่วนเดียวกันกับ Lobby ที่ชั้น G ห้อง Mail Box อยู่ที่ชั้น G นะครับ ชั้น 2 ถึงชั้น 6 จะเป็นที่จอดรถระบบอัตโนมัติ ทางเข้า-ออก สำหรับระบบจอดรถอัตโนมัติ หรือ Robot Parking ส่วนพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 8 ขึ้นไปจะเป็นส่วนของที่พักอาศัย โดยแบ่งออกเป็นแบบ 1 Bedroom, 2 Bedroom, Duplex และ Penthouse ในขณะที่ Facility หลักๆ ทั้งหมดจะรวบรวมไว้ที่ชั้น 27 ได้แก่ สระว่ายน้ำ, Jacuzzi, Stream และ Fitness ในขณะที่ห้อง Yoga Room จะขยับไปอยู่ที่ชั้น 28 เหนือ Fitness โดยสามารถเดินขึ้นบันไดจากบริเวณนี้ได้เลย ชั้น 8-26 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมดนะครับ มี 22 ห้องต่อชั้น ชั้น 27 ห้องพักอาศัยจะน้อยลง เพราะพื้นที่ครึ่งหนึ่งจะเป็น Facility หลักๆ ของโครงการ ทั้งสระว่ายน้ำ, Jacuzzi, Stream และฟิตเนส บรรยากาศสระว่ายน้ำบนชั้น 27 อ่าง Jacuzzi ชมวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาและหอชมเมืองสมุทรปราการ บรรยากาศในห้องฟิตเนส เล่นฟิตเนสไปชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไป บรรยากาศดีสุดๆ ห้องโยคะจะอยู่ที่ชั้น 28 เหนือห้องฟิตเนส ชั้น 29-30 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมดอีกครั้ง พอขึ้นไปที่ชั้น 31 บริเวณนี้จะเป็น Sky Garden ขนาดกว้างเกือบเต็มพื้นที่ ซึ่งจะมีมุมนั่งเล่น บาร์ชมวิวกลางแจ้ง รวมถึง Sky Putting Green ที่จัดแยกไว้บนชั้น 32 นะครับ ถ้าใครได้มีโอกาสขึ้นมาชมวิวบนนี้คงจะติดใจอยากนั่งเล่นพักผ่อนนานๆ จนไม่อยากจะลงไปไหนเลยล่ะครับ ชั้น 31 จะมีห้อง Penthouse อยู่ 2 ห้อง ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะเป็น Sky Garden เต็มพื้นที่ บรรยากาศ Sky Garden บนชั้น 31 เป็นพื้นที่เปิดโล่งให้ลูกบ้านได้ขึ้นมาเทควิวสวยๆ ของโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และตัวเมืองสมุทรปราการ ชั้น 32 จะเป็น Sky Putting Green ไว้สำหรับโปรกอล์ฟมาประลองความแม่นกันบนชั้นสูงสุดของโครงการ   พาชมห้องตัวอย่าง ทีนี้มาดูห้องตัวอย่างกันบ้างดีกว่า ตอนนี้ทางโครงการเปิดห้องตัวอย่างตกแต่งใหม่เอี่ยมให้ชมทั้งหมด 3 Type ครับ เริ่มจากห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 25 ตร.ม. ซึ่งเป็นไซส์เริ่มต้นกันก่อน ห้องนี้จัดวาง Layout ไว้อย่างเรียบง่าย แต่ก็ลงตัวนะครับ มีประตูกระจกบานเลื่อนแบ่งพื้นที่ห้องนอนให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ในขณะที่ Living Area ก็ยังมีพื้นที่มากพอให้ใช้สอยประโยชน์ได้อย่างเต็มพื้นที่ ทั้งวางชุดโซฟานั่งเล่น ชมทีวี หรือวางโต๊ะกินข้าวไว้ใกล้ๆ กับ Pantry ครัว ห้อง Type นี้จะเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย 1-2 คน มีข้าวของเครื่องใช้พอจำเป็น ไม่ได้มีพื้นที่เก็บของมากมายเท่าไหร่ ยิ่งเป็นคนโสดอยู่คนเดียวก็คงกำลังพอดีเลย แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 25 ตารางเมตร ที่นี่จะใช้ประตู Digital Door Lock ของ Samsung ทุกยูนิตเลยครับ เค้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วนครัวที่ตั้งอยู่หน้าห้องก่อนเลยนะครับ เคาน์เตอร์ครัวที่โครงการจัดไว้ให้จะได้ประมาณนี้นะครับ สิ่งที่โครงการให้มาด้วยจะสังเกตได้จากสติ๊กเกอร์ที่สีดำๆ ที่แปะไว้นะครับ ท็อปครัวจะเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ซิงค์ล้างจานแบบหลุมของ Teka เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Teka เช่นเดียวกัน ด้านบนจะเป็นฮู้ดดูดควันของ Teka และเป็นตู้ลอยสำหรับเก็บของ ด้านล่างเป็นจุดวางไมโครเวฟ พร้อมลิ้นชักเก็บของ ฝั่งตรงข้ามกับครัวจะเป็นห้องน้ำ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard เป็นหลักนะครับ ทั้งอ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม ไม่มีที่วางของด้านข้างให้ อาจจะต้องติดตั้งเพิ่มเอาหน่อยนะครับ สำหรับสาวๆ ที่ของใช้เยอะๆ โถสุขภัณฑ์ของ American Standard เช่นเดียวกัน Shower Box จะเข้ามุมอยู่ด้านใน มีฉากกั้นให้เรียบร้อย เข้ามาด้านในจะเป็นส่วน Living Area อยู่ต่อจากส่วนครัวเมื่อสักครู่ ด้านซ้ายมือจะเป็นจุดวางโซฟา โครงการวางโซฟา 2 ที่นั่งมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ไม่ได้แถมให้ด้วยนะครับ ขนาดจะพอดีเป๊ะเลย ด้านชั้นวางทีวีโครงการจะ Built-in ชั้นวางทีวีแบบนี้มาให้ด้วยนะครับ ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟา ถือว่าอยู่ในระยะที่พอดีเลย ไม่ใกล้จนเกินไป ถัดจาก Living Area เข้ามาด้านในอีกจะเป็นส่วนของห้องนอน จะมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนกั้นให้ด้วยนะครับ โครงการจะให้เตียงมาด้วยนะครับ แต่ไม่ได้ให้ฟูก เตียงที่โครงการให้มาจะขนาด 5 ฟุต แต่ดูจากพื้นที่แล้ว ใครชอบเตียงใหญ่ๆ ก็สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้เลยนะครับ ข้างเตียงมีพื้นที่เหลือพอโครงการเลยจัดโต๊ะทำงานไว้ริมหน้าต่างให้ดูเป็นไอเดีย ไม่ได้ให้มาด้วยนะครับ มองออกไปเห็นหอชมเมืองสมุทรปราการและโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา ปลายเตียงโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งมาให้เรียบร้อย ติดกับตู้เสื้อผ้าจะเป็นทางออกไปที่ระเบียง พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 1 เมตร สามารถวางเครื่องซักผ้าไว้ที่ระเบียงได้เลย เหนือเครื่องซักผ้าจะเป็นจะแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ หันหน้าเข้าหาระเบียง ห้อง Type ที่ 2 ยังคงเป็นแบบ 1 Bedroom นะครับ แต่ขยับไซส์ขึ้นมาอีกนิดที่ 30 ตร.ม. โดยประมาณ แน่นอนว่าขนาดห้องจะกว้างขึ้นกว่า Type แรก และมีการกั้นพื้นที่ห้องนอนด้วยผนังทึบเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ในขณะที่ห้องครัวก็จะได้เป็นครัวปิดติดระเบียงแทน ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวเล็กๆ มากขึ้นครับ Living Area ก็กว้างพอที่จะมีมุมสำหรับโต๊ะทำงานเพิ่มมาอีกหน่อย หรือจะจัดการตกแต่งเพื่อการใช้งานในด้านอื่นๆ ก็ตามแต่ความต้องการได้อีกเช่นกัน แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 30 ตารางเมตร เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วน Living Area ก่อนเลยนะครับ ห้อง Type นี้ Living Area จะตั้งอยู่หน้าห้องเลย โครงการวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ส่วนชั้นวางทีวีก็ Built-in มาให้เหมือนเดิมครับ ถัดเข้าไปด้านในจะแยกออกเป็น 2 ด้าน ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องครัว ส่วนด้านขวาจะเป็นห้องนอนและห้องน้ำ หน้าห้องครัวโครงการวางโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ท่าน ให้ดูเป็นตัวอย่าง Type นี้จะได้ครัวแบบปิด มีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนกั้น ชุดครัวก็จะคล้ายๆ กัน ขนาดใกล้เคียงกันกับ Type แรกนะครับ แต่ขนาดจะใหญ่ขึ้นมานิดหน่อย ท็อปหินสังเคราะห์สีขาวเหมือนเดิม ซิงค์ล้างจานของ Teka อยู่ติดกับเตาไฟฟ้า 2 หัวของ Teka มาพร้อมกับฮู้ดดูดครวัยี่ห้อเดียวกัน จุดวางไมโครเวฟจะอยู่ด้านบน พร้อมตู้ลอยเก็บของ ด้านล่างเป็นเก็บของพร้อมลิ้นชัก ถัดไปด้านในจะเป็นระเบียง พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 1 เมตร ด้านบนเป็นจุดแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ วิวที่ระเบียงมองออกไปเห็นโค้งแม่น้ำ กลับเข้ามาดูที่ด้านในกันต่อ พื้นที่ว่างตรงกลางระหว่างห้องนอนกับห้องน้ำโครงการ Built-in เป็นโต๊ะทำงานไว้ให้ดูเป็นไอเดีย ชั้นลอยด้านบนโครงการ Built-in มาให้นะครับ แต่โต๊ะทำงานไม่ได้ให้ด้วย ห้องน้ำจะใหญ่กว่าห้อง Type แรกอยู่สักหน่อยนะครับ สุขภัณฑ์ที่ใช้จะเป็นของ American Standard เหมือนเดิม อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม มีที่วางของเป็นแนวยาวให้ด้วย กระจกเงาขนาดพอดีตัว ติดกันจะเป็นโถสุขภัณฑ์ Shower Box จะกั้นด้วยกระจกบานเลื่อน 3 ตอน พื้นที่ใน Shower Box ถือว่ากว้างขวางดีนะครับ ยืนอาบน้ำได้ถนัดหน่อย มาถึงห้องนอน โครงการวางเตียง 5 ฟุตมาให้เหมือนเดิมนะครับ แต่ถ้าใครชอบเตียงใหญ่ King Size ก็มีที่เหลือพอให้วางได้ หน้าต่างที่ข้างเตียงจะเป็นบานกระทุ้ง 2 บานอยู่ด้านข้าง ส่วนตรงกลางและด้านล่างจะเป็นบาน Fix ข้างเตียงอีกด้านโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งมาให้ มาถึงห้องตัวอย่างห้องสุดท้ายซึ่งเป็น Type ใหญ่สุดที่เปิดให้เข้าชม ห้อง 2 Bedroom ขนาดประมาณ 61.50 ตร.ม. ห้อง Type นี้จะอยู่ในตำแหน่งห้องมุมโซนด้านหน้าโครงการ ซึ่งสามารถเปิดรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้แบบเต็มตาทั้ง 2 ห้องนอน เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับ Living Area ก่อน โดยพื้นที่บริเวณนี้จะยาวไปจนติดกับระเบียงขนาดใหญ่กว่าห้องอื่นๆ นะครับ ครัวที่ได้จะเป็นครัวปิด มีประตูกระจกมาให้เรียบร้อย และมีพื้นที่ซักล้างตรงระเบียงห้องครัวมาอีกนิดหน่อย ขยับมาอีกโซนจะเป็นพื้นที่ของห้องนอน ซึ่งแบ่งเป็น Master Bedrroom มีห้องน้ำในตัวพร้อมอ่างอาบน้ำ และห้องนอนเล็กอีกห้องที่เราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานให้เป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ได้อีกเช่นกัน แปลนห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 61.50 ตารางเมตร เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจะเป็นโถงกว้างเลยนะครับ มองตรงไปจะเจอส่วน Dining Area ยาวไปถึงส่วน Living Area ทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำห้องแรก การจัดวาง Layout ในห้องน้ำ สุขภัณฑ์ก็จะใช้ของ American Standard เหมือนกันนะครับ โถสุขภัณฑ์วางอยู่ติดกับอ่างล้างหน้า พื้นที่อาบน้ำค่อยข้างกว้างเลยนะครับ แต่จะไม่ได้ติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้ด้วย กลับมาดูที่ส่วน Dining Area กันต่อ ก่อนจะเข้าไปที่โซน Living Area โครงการจัดวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ท่าน ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ติดกันจะเป็นส่วน Living Area โครงการวางโซฟา 3 ที่นั่ง ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ฝั่งชั้นวางทีวีโครงการ Built-in ชั้นวางทีวีมาให้เรียบร้อย พร้อมชั้นวางของเล็กๆ น้อยๆ ด้านบน ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาอยู่ในระยะที่พอดีเลยนะครับ ไม่ใกล้จนเกินไป ระเบียงจะอยู่ต่อจาก Living Area กว้างประมาณ 1 เมตร มองออกไปเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ฝั่งโรงเรียนนายเรือ กลับเข้ามาในห้องโครงการ Built-in โต๊ะทำงานไว้ให้ตรงมุมห้องโถง โต๊ะทำงานที่โครงการ Built-in มาให้ ครัวของห้อง Type นี้จะเป็นแบบปิดนะครับ มีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนกั้นอยู่ เคาน์เตอร์ครัวที่จะเหมือน Type 30 ตารางเมตร ที่เราดูมาเมื่อกี้เลยนะครับ ด้านบนมีชั้นลอยเก็บของ พร้อมช่องวางไมโครเวฟ ในห้องครัวจะมีระเบียงให้อีกจุดนะครับ เป็นที่วางเครื่องซักผ้าและคอมเพรสเซอร์แอร์ จากห้องครัวมาจะแยกออกเป็นห้องนอนทั้ง 2 ห้อง เรามาดูห้องนอนเล็ก ที่อยู่ทางซ้ายกันก่อนนะครับ ในห้องนอนโครงการวางเตียงขนาดประมาณ 3.5 ฟุตมาให้ ข้างเตียง Built-in ตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งมาให้เรียบร้อย ส่วนในห้องนอนใหญ่โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ มีช่องหน้าต่างอยู่ตรงหัวเตียง บานใหญ่จะเป็นบาน Fix มีบานกระทุ้งเล็กๆ อยู่ทั้ง 2 ด้าน ข้างเตียงมีหน้าต่างให้อีกหนึ่งบาน ข้างเตียงอีกด้าน Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาด 4 บาน พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งมาให้ ปลายเตียงโครงการ Built-in ชั้นวางทีวีมาให้ด้วย ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ก็จะอยู่ทด้านปลายเตียงเหมือนกันครับ การจัดวางสุขภัณฑ์จะต่างกับห้องน้ำจะต่างจาก Type อื่นๆ ที่เราดูมานะครับ ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่จะมีอ่างอาบน้ำให้ด้วย แต่จะไม่ได้แยกกับ Shower Box นะครับ ต้องยืนอาบในอ่างอาบน้ำเลย ห้องทุกห้องของโครงการขายกับมาแบบ Fully Furnished เลยนะครับ มีเฟอร์นิเจอร์ Built in มาให้เรียบร้อย ประตูห้องทุกห้องก็เป็นแบบ Digital Door Lock วัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างก็เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งจัดได้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคากันเลยทีเดียว ตัว Facility เองถึงแม้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอลังการ แต่ก็จัดว่ามีครบครันมากกว่าหลายๆ โครงการที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาเทคโนโลยีการจอดรถอัตโนมัติมาใช้ ก็ถือได้ว่าเป็นคอนโดที่ทันสมัยมากๆ ในย่านนี้ โครงการ Knightsbridge Sky River Ocean นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เหมาะสำหรับคนในย่านสมุทรปราการ หรือคนที่ทำงานหลักในย่านนี้อยู่แล้ว และอยากมีบ้านหรือคอนโดใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย โดยที่ยังอยู่ในราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่ยาก สามารถจับจองไว้อยู่อาศัยเอง และเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อยเลย