Promotion:

ลงทะเบียนรับสิทธิ์ส่วนลด 200,000.-*

ลงทะเบียน

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

รายละเอียดโครงการ

ชื่อโครงการ : Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 (ไนท์บริดจ์ คอลลาจ สุขุมวิท 10)
เจ้าของโครงการ : บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

ที่ตั้งโครงการ :  ซอยสุขุมวิท 107 แขวงบางนา เขตบางนา กทม.
พื้นที่โครงการ : 1-1-50.8 ไร่
ลักษณะโครงการ : High Rise
จำนวนอาคาร : 1 อาคาร
จำนวนชั้น : 28 ชั้น
จำนวนยูนิต : 304 ยูนิต

ขนาดห้อง :

– Type B1 Studio 24.40 ตร.ม.

– Type B2  1 Bedroom 1 Bathroom 28.80 ตร.ม.

– Type BP1 1 Bedroom 1 Bathroom 33.30 ตร.ม.

– Type B 1 Bedroom 1 Bathroom 34.80 ตร.ม.

– Type C 2 Bedroom 2 Bathroom 53.60 ตร.ม.

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง :

– Automatic Parking

– Waiting Room

– Library

– สระว่ายน้ำรูปตัว L 

– ฟิตเนส

– Co-Working Space

– Sky Lounge

– กล้อง CCTV

– ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

ราคา : เริ่มต้น 2,290,000 บาท
ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : 95,000บาท/ตร.ม.
จุดเด่นโครงการ : สเปคโดดเด่นกว่าโครงการอื่นรอบๆ เช่น Automatic Parking Digital Door Lock Home Automation 
ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : BTS สถานีแบริ่ง
สถานที่ใกล้เคียง : โรงเรียนนานาชาติ St.Andrew โรงเรียน Bangkok Pattana International school BITEC บางนา โรงพยาบาลศิครินทร์ โรงพยาบาลไทยนครินทร์ เซ็นทรัลบางนา

ติดต่อโครงการ

ซอยสุขุมวิท 107 แขวงบางนา เขตบางนา กทม.


Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 (Advertorial) (14)

Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 (Advertorial)

หากพูดถึง Developer ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือใหญ่แต่ละค่ายจะมีความถนัดในการพัฒนาโครงการหรือทำเลแตกต่างกันออกไป เช่น บางค่ายถนัดพัฒนาโครงการหรูทำเลใจกลางเมือง, บางค่ายถนัดพัฒนาแนวราบ เป็นต้น และเมื่อพูดถึงค่ายที่มีความชำนาญในทำเลกรุงเทพฯ โซนตะวันออกมากที่สุดก็คือ “ออริจิ้น” Developer ชื่อดังมาแรงแซงทุกกระแสในวงการอสังหาริมทรัพย์จนสามารถพุ่งขึ้นติด Top 5 ได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว จนทุกวันนี้ไม่ว่าออริจิ้นจะขยับตัวพัฒนาโครงการไม่ว่าจะรูปแบบไหนทำเลใดก็จะเป็นที่ถูกจับตามองอยู่เสมอ

ทำเลโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ แม้จะดูห่างไกลสำหรับบางคนที่ไม่คุ้นชินย่านนี้ แต่หากลองมองถึงรายละเอียดสักหน่อยก็จะพบว่าทำเลนี้น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งระยะหลังมานี้หลายคนคาดการณ์ถึงความเจริญเติบโตของระแวกนี้ว่าน่าจะไปได้สวยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีสาธารณูปโภคสมบูรณ์ไม่แพ้ใจกลางเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่งในปัจจุบัน เช่น เซ็นทรัลบางนา, เมกะบางนา ฯลฯ รวมถึงโปรเจคยักษ์ใหญ่ในอนาคตอย่าง The Bangkok Mall โครงการมิกซ์ยูสที่จะเป็นทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม สำนักงาน หากเสร็จสมบูรณ์เมื่อไรจะกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงอันทันสมัยขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเอเชียบนพื้นที่ 100 ไร่ ที่ฝั่งตรงข้ามไบเทคบางนา และ Mega City Bangna อีกหนึ่งโปรเจคที่เป็นการขยายต่อจากเมกะบางนาในปัจจุบัน รวมพื้นที่โครงการทั้งหมดถึง 400 ไร่ ไปจนถึงผลพลอยได้จากโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC: Eastern Economic Corridor) เพราะสามารถใช้เส้นทางโซนนี้ในการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ สู่พื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดของโครงการได้สะดวกสบายใช้เวลาเดินทางไม่มาก แถมราคาที่อยู่อาศัยโซนนี้ก็ยังไม่แรงอีกด้วย ทั้งหมดนี้จะเข้ามาพลิกโฉมโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกนี้ให้กลายเป็นเมืองใหม่ได้ไม่ยาก  

 

นอกจากนี้การเลือกคอนโดมิเนียมจะดูแค่ทำเลอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ตัวโครงการเองก็สำคัญ เพราะหากเป็นโครงการที่ออกแบบมาสวย ให้ส่วนกลางมาเพียงพอต่อลูกบ้าน การใช้วัสดุที่มีคุณภาพก็จะยิ่งทำให้ดูมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อราคาค่าเช่าโดยเฉพาะในย่านแบริ่งที่มีอัตรา YIELD สูงถึง 7% และราคาขายต่อไปในอนาคต ทั้งหมดนี้แน่นอนว่าเราจะมาพูดถึงคอนโดมิเนียมตัวใหม่ล่าสุดจากออริจิ้น ในทำเลแห่งอนาคตที่ดีในระยะยาว

สำหรับคอนโดมิเนียม Knightsbridge ระดับเรือธงจากออริจิ้นในแบรนด์ Collage ได้เคยเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้บนทำเลรามคำแหง ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีด้วยทำเลติดรถไฟฟ้าสายสีส้ม และการออกแบบที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร กลายเป็นคอนโดที่สวยที่สุดในย่านนั้นก็ว่าได้ ล่าสุดกลับมาอีกครั้งกับ Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 ที่ก็จะมาครองแชมป์คอนโดมิเนียมที่สวยที่สุดรวมถึงมีเทคโนโลยีที่อยู่อาศัยอันทันสมัยที่สุดในย่านนั้นอีกเช่นกัน  

 

Knightsbridge Collage Sukhumvit 107

คอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น 304 ยูนิต+1 Shop บนพื้นที่ 1-1-50.8 ไร่ Automatic 42% ตัวโครงการห่างจาก BTS สถานีแบริ่ง 300 เมตร เป็น 1 ใน 3 คอนโดมิเนียมที่เผยโฉมออกมาเป็นลำดับแรกตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยวางคอนเซปการดีไซน์ว่า “Purity” เน้ความเรียบง่าย ใช้โทนสีขาวดูสะอาดตา แฝงด้วยเส้นสาย Dynamic Movement เข้ากับธรรมชาติแต่ดูทันสมัยอยู่เสมอ  

สถานที่ตั้งของโครงการอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 107 หรือที่เรียกกันติดปากว่าซอยแบริ่งนั้นห่างจาก BTS สถานีแบริ่ง ประมาณ 300 เมตร ซึ่งจากปากซอยสามารถเดินไปขึ้น BTS สายสีเขียว สถานีแบริ่ง ได้ประมาณ 200 เมตร ระหว่างทางมี Street Food ให้ได้เลือกกันหลากหลาย ซึ่งซอยสุขุมวิท 107 นี้สามารถทะลุไปยังซอยสุขุมวิท 103(ลาซาล) และตรงออกสู่ถนนศรีนครินทร์ได้ เมื่อทะลุไปถึงฝั่งถนนศรีนครินทร์ก็จะอยู่ใกล้กับบิ๊กซี, แม็คโคร, ฟู้ดแลนด์, คอมมูนิตี้มอลล์ Jas Urban รวมถึงโรงพยาบาลศิครินทร์ ในอนาคตถนนศรีนครินทร์ก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ผ่านเกือบตลอดเส้นทาง เรียกได้ว่าซอยแบริ่งจะถูกประกบทั้งสองฝั่งด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสายสีเหลือง 

หากใช้การเดินโดยรถไฟฟ้าก็จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถเข้าสู่ย่าน CBD อย่างอโศก-ทองหล่อได้เลย โดยจากสถานีแบริ่งห่างออกไปเพียงสถานีเดียวที่สถานีสำโรง อนาคตจะกลายเป็น Interchange กับสายสีเหลือง คาดว่าแล้วเสร็จปี 2564 หรือเพียงสถานีเดียวอีกเช่นกันก็จะถึงสถานีบางนาที่สามารถเดินเข้าสู่ไบเทคบางนาได้เลย แล้วในอนาคตจะมี Light Rail รถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิ คาดว่าแล้วเสร็จปี 2566 ส่วนใครที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็สามารถใช้ทางด่วนบูรพาวิถีออกนอกเมืองไปทางบางนา-ชลบุรีตรงถนนบางนาตราด หรือจะเข้าเมืองด้วยทางพิเศษเฉลิมมหานคร และสามารถใช้ถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอก มีจุดขึ้น-ลงที่ใกล้ที่สุดบริเวณช้างสามเศียร ทางด่วนทั้งหมดอยู่ในรัศมีไม่เกินประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น 

Facility ของโครงการนี้เป็นหนึ่งไฮไลท์ที่ให้พื้นที่รวมแล้วกว่า 948 ตร.ม. ซึ่งเน้นพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ หรือมุมพักผ่อนสังสรรค์ภายในโครงการ โดยใช้การออกแบบพื้นที่ทั้งภายในซึ่งเป็นห้องโถ่งขนาดใหญ่ ฝ้าเพดานสูงเล่นระดับ Double Space&Triple Space เชื่อมต่อถึงกันได้กับพื้นที่ธรรมชาติภายนอกที่ถูกออกแบบมาได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะชั้นบนสุดที่ถูกวางตามแบบฉบับ Integrated Space เชื่อมต่อกันถึง 4 ชั้น

เริ่มจากส่วนกลางชั้น Ground มีการจัดพื้นที่สีเชียวตั้งแต่หน้าโครงการก่อนจะเข้ามาถึงตัวอาคารที่มีส่วนล็อบบี้เพดานสูงโปร่ง แยกโซนเป็นสัดส่วนทั้ง Reception, Waiting Room, Library ให้ลูกบ้านได้ใช้พื้นที่ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ ส่วนชั้น 26-28 เป็นส่วนกลางที่อยู่สูงสุดของอาคาร ไล่มาตั้งแต่ชั้น 26 ที่เป็นสระว่ายน้ำรูปตัว L เปิดมุมมองแบบ City View สวยๆ ได้เกือบ 360 องศา ชั้น 27 เป็นห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ที่มีกระจกสูงรอบด้าน และโซน Co-Working Space ชั้น 28 จุดสูงสุดของอาคารมีพื้นที่ Sky Lounge โดยส่วนกลางทุกชั้นจะมีสวนสีเขียวแบบ Outdoor ซึ่งถูกดีไซน์ให้มองแล้วมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมดสะท้อนถึงความเป็น More Space ที่แตกต่าง  

Floor Plan 

โซนห้องพักอาศัยจะอยู่ที่ชั้น 8-25 มีจำนวนยูนิต 15-17 ยูนิต/ชั้น ถือว่าไม่มากเท่าไรนัก วางในลักษณะ Double Corridor มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุดทั้ง 2 ฝั่งของอาคาร ซึ่งห้องทางฝั่งทิศเหนือจะเป็นฝั่งหน้าโครงการได้วิวรถไฟฟ้าที่มุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมือง ส่วนทิศใต้จะได้วิวฝั่งชานเมืองออกไปทางจังหวัดสมุทรปราการ ทิศตะวันออกจะเห็นฝั่งถนนศรีนครินทร์ และทิศตะวันตกประมาณชั้น 10 ขึ้นไปจะได้วิวบางกระเจ้า

 

 

 

Unite Plan

Unite Plan ของโครงการนี้ทางออริจิ้นตั้งใจนำเอาแปลนห้องยอดนิยมมารวมไว้ที่นี่เพื่อตอบสนองความต้องการของ Real Demand ที่มีอยู่ตลอดในย่านนี้ เพราะเป็นทำเลที่มีอัตราการขายสูงกว่า 70% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรมใกล้เคียง เช่น บางนา บางพลี บางปู กลุ่มอาจารย์ บุคลากรในโรงเรียนนานาชาติชื่อดังอย่าง โรงเรียนนานาชาติ st.andrews, โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Patana หรือโรงเรียนไทยซิกข์นานาชาติ เป็นต้น อีกทั้งยังมีกลุ่มคนทำงานออฟฟิศในตัวเมืองที่ต้องการอยู่คอนโดใกล้รถไฟฟ้า แต่เลี่ยงออกมาอยู่รอบนอกไม่ไกลแล้วได้ราคาที่ดีกว่า 

Type B1 24.40 ตร.ม. Studio ที่มีการกั้นห้องครัวกับห้องน้ำแยกออกจากห้องนอนเพื่อป้องกันกลิ่น และยังมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาและมุมโต๊ะทำงานเอาไว้   ข้างเตียงด้วย

Type B2 28.80 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom เป็นครัวปิด และมีการออกแบบพื้นที่มาเพื่อให้เกิดการใช้งานได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทานอาหารข้างโซฟา และโต๊ะทำงานระหว่างห้องครัวกับห้องน้ำ

Type BP1 33.30 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom ห้องนี้เป็นครัวเปิด แต่จะได้ห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้น 1 ห้อง ซึ่งสามารถดัดแปลงเป็นห้องทำงาน ห้องแต่งตัว หรือแม้แต่ห้องนอนเล็กก็ยังได้

Type B3 ขนาด 34.80 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom ได้ครัวปิด และมีการออกแบบพื้นที่มาเพื่อให้เกิดการใช้งานได้อย่างมีประโยชน์สูงสุดเช่นเดียวกันกับห้อง Type B2 แต่จะได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า

Type C ขนาด 53.60 ตร.ม. 2 Bedroom 2 Bathroom ห้องขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการที่จะได้ครัวปิด ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ รวมถึงห้องนอน 2 ห้องที่มีขนาดใกล้เคียงกันอีกด้วย

ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของโครงการนี้คือการใส่เทคโนโลยีเข้าไปในที่อยู่ศัยอย่าง Automatic Parking, Digital Door Lock และ Home Automation  ที่สามารถควบคุมระบบไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดประตูห้อง ผ้าม่าน เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ ผ่านจากสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว ซึ่งโครงการในย่านนี้ยังไม่มีใครให้มากเท่านี้ เพราะส่วนมากแล้วสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเทคโนโลยีที่เทียบเท่ากับโครงการระดับลักชัวรี่ในทำเลใจกลางเมือง แต่สำหรับ Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 ที่ให้มามากกว่ากลับได้ราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาท

24 มี.ค.นี้ พบกับงาน Pre-Sale Knightsbridge Collage สุขุมวิท 107 คอนโด Hi Rise 28 ชั้น เพียง 300 เมตร จาก BTS แบริ่ง หนึ่งเดียวในย่าน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ Home Automation และ Automatic Parking พร้อมส่วนกลาง SPACE ที่เชื่อมต่อกันถึง 4 ชั้น พิเศษ เริ่ม 2.29 ล้าน* @Sales Gallery ลงทะเบียน>>> https://goo.gl/xhdm4T รับสิทธิ์ส่วนลด 200,000.-*

โอกาสสุดท้าย ที่คุณพลาดไม่ได้ โทร 020 300 000 , 091 774 9082

 

 

 

 

 

  

โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ

24 มี.ค.นี้ พบกับงาน Pre-Sale Knightsbridge Collage สุขุมวิท 107 คอนโด Hi Rise 28 ชั้น เพียง 300 เมตร จาก BTS แบริ่ง หนึ่งเดียวในย่าน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ Home Automation และ Automatic Parking พร้อมส่วนกลาง SPACE ที่เชื่อมต่อกันถึง 4 ชั้น พิเศษ เริ่ม 2.29 ล้าน* @Sales Gallery ลงทะเบียน รับสิทธิ์ส่วนลด 200,000.-*

 

 

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/