Promotion:

ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท #ลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท* Grand Opening 15-16 มิ.ย. 62

ลงทะเบียน

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ Britania Bangna KM.12 (บริทาเนีย บางนา กม.12)

เจ้าของโครงการ บ.ออริจิ้น เฮ้าส์ จำกัด ในเครือบ. ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

ที่ตั้งโครงการ บางนา กม.12 ถ.สุขาภิบาล 6 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

พื้นที่โครงการ 39-2-84.7 ไร่

ลักษณะโครงการ บ้านเดี่ยว

จำนวนหลัง 182 ยูนิต

ขนาดที่ดิน 50-55 ตร.วา

พื้นที่ใช้สอย 130-150 ตร.ม.

แบบบ้าน

    • BROMPTON 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 130 ตร.ม. 
    • REGENT 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 140 ตร.ม.
    • OXFORD 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 150 ตร.ม. 

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Club Britania, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Co-living Space, Kid Room, Co-working Space, Pet ground สวนส่วนกลางขนาดใหญ่, Double Gate, CCTV ทั้งโครงการ, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.

ปีที่สร้างเสร็จ 2020 (ทยอยโอน 2019)

ราคาเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.วา

จุดเด่นโครงการ ดีไซน์สไตล์ British Luxury Comfort  

ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และทางด่วนมากมาย

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ

จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก และบูรพาวิถี

สถานที่ใกล้เคียง BigC บางพลี, โรงพยาบาล บางพลี, ตลาดกุนธร บางพลี, นิคมอุตสากรรมบางปู, ม.หัวเฉียว, Makro บางพลี, Lotus บางพลี, Mega บางนา, Index บางนา, Central บางนา, สนามบินสุวรรณภูมิ  

 

ติดต่อโครงการ

บางนา กม.12 ถ.สุขาภิบาล 6 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ


Britania Bangna KM.12 บ้านสำหรับทุกคนในครอบครัว

Britania Bangna KM.12-บริทาเนีย บางนา กม.12

บ้านเดี่ยว ยังคงเป็นที่ต้องการในชีวิตทุกคนอยู่เสมอ เพราะเป็นที่อยู่อาศัยที่เรียกได้อย่างภาคภูมิใจจริงๆ ว่านี่คือบ้านของเราและครอบครัว แต่ “บ้านที่ดี” สำหรับยุคนี้ ก็คงจะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น ตอบโจทย์ได้ครบทุกไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย อย่างโครงการบริทาเนีย บางนา กม.12 ที่นำนวัตกรรม B Genius Mode ใส่ลงไปในบ้านทุกหลัง เพื่อได้สิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกบ้าน

 

B Genius Mode ประกอบไปด้วย

1.Digital Living Automation สร้างมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงให้กับบ้านของเรามากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย

 

  • Digital Door Lock ระบบล็อคประตูบ้านผ่าน Application ไม่ว่าจะใช้การส่งรหัสผ่านแบบชั่วคราว OTP, Pin Code และแจ้งเตือนเมื่อมีการเปิด-ปิดประตู  

 

  • Door&Window Magnetic Sensor สั่งเปิดระบบ Armed เมื่อไม่มีใครอยู่บ้าน หากมีการบุกรุกจะแจ้งเตือนผ่าน App

 

  • Motion Sensor เซ็นเซอร์ตรวจจับผู้บุกรุก

 

  • IP Camera กล้องวงจรปิดดูผ่าน App ได้

 

  • Smart Tablet Gateway ควบคุมระบบ Smart Home ผ่าน Tablet โดยจะเป็นตัว Master Control ของบ้าน

 

  • Fiber Optic Internet ใช้อินเตอร์เน็ตคุณภาพดีจาก True ทั้งโครงการ

 

  • USB Outlet ช่องเสียบ USB ทุกจุดในห้องหลัก ไม่ต้องง้อปลั๊กอะแดปเตอร์

 

2.Hotel Service On Demand บริการทำความสะอาด ซ่อมแซมดูแลบ้านจากมืออาชีพ เรียกใช้บริการได้ไม่ยุ่งยาก เช่น แม่บ้าน, ช่างเทคนิค ฯลฯ

 

3.Inter-Personal Space Design ออกแบบฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจผู้อยู่อาศัยในทุกมิติ เช่น ครัวไทย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหาร

 

4.Club Britania หนึ่งในหัวใจสำคัญของ  B Genius Mode ที่ถูกออกแบบจาก “ความเข้าใจ” พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนยุค 4.0  ที่รักอิสระและชอบความสะดวกสบาย

 

เพราะ“บ้าน” คือ พื้นที่ส่วนตัว CLUB BRITANIAจึงเป็นสังคมของการSharing จุดนัดพบของคนยุคใหม่ที่รองรับทุกกิจกรรม อาทิ co-working space  สระว่ายน้ำ ฟิตเนส  สนามเด็กเล่น ห้องประชุม ฯลฯ

  

ทำเลอนาคตสดใส

ถ้าหากเอ่ยถึงทำเลที่กำลังจะมี Mega Project สำคัญเกิดขึ้นหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ รถไฟฟ้า ทางด่วนที่เชื่อมต่อไปได้หลายเส้นทาง ที่ตั้งสนามบินหลักของประเทศ รวมถึงยังเป็นแหล่งทำงานขนาดใหญ่ คงจะนึกถึงย่านอื่นไปไม่ได้ นอกจาก “บางนา”

 

ถ.บางนา-ตราด นับจากนี้เป็นอะไรที่น่าจับตามองอย่างมากเลยนะคะ เริ่มกันตั้งแต่ช่วงต้นของถนนบริเวณสี่แยกบางนา กับโครงการที่หลายคนเฝ้าคอยอย่าง Bangkok Mall ซึ่งจะเป็นทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม อาคารที่อยู่อาศัยให้เช่าหรือเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ อาคารสำนักงานให้เช่า บนพื้นที่ 100 ไร่ ที่เริ่มตอกเสาเข็มทำการก่อสร้างกันแล้ว เสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ฝั่งตรงข้ามกันก็เป็นไบเทคบางนา ก็เป็นที่ทราบกันว่ามีงาน Exhibition ดีๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดทั้งปี ถัดมาไม่ไกลกันนักเป็นห้างสรรพสินค้าเมกาบางนา ที่เข้ามาพลิกโฉมย่านนี้ให้คึกคักจนกลายเป็นแม่เหล็กชั้นดีในการดึงคนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยกันครบครันในแห่งเดียว รวมถึงยังมีคอมมูนิตี้อื่นๆ อีกมากมาย

 

ด้านการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวในย่านนี้ถือว่าสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นถ.บางนา-ตราด ซึ่งเป็นถนนขนาดใหญ่ถึง 9-14 เลน มีทางพิเศษบูรพาวิถีตั้งแต่ช่วงต้นถนนยาวไปจนก่อนถึงนิคมอมตะนคร โดยช่วงสี่แยกบางนาจะสามารถไปเชื่อมกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร เข้าสู่ตัวเมือง CBD ได้ง่าย ช่วงกลางเชื่อมต่อกับถ.กาญจนาภิเษก ไปฝั่งบางปะอินหรือพระราม 2 ก็ได้เช่นกัน เดินทางสะดวกขนาดนี้ก็สมแล้วค่ะที่เป็นอีกหนึ่งแหล่งทำงานทั้งออฟฟิศและโรงงานอุสาหกรรม ตั้งแต่ต้นถนนยาวไปจนถึงชลบุรีเลยค่ะ ที่สำคัญในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ ซึ่งเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปัจจุบันไปจนเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ

 

The Esse at Singha Complex

สำหรับโครงการ Britania Bangna KM.12 จะตั้งอยู่ในถ.สุขาภิบาล 6 หรือที่เรียกกันว่าซ.วัดบางพลีใหญ่ใน จุดเด่นอย่างหนึ่งคือสามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทางค่ะ คือจากถนนเทพารักษ์ ถนนกิ่งแก้ว แต่หลักๆ ก็จะแนะนำจากถ.บางนา-ตราด ฝั่งขาเข้า แล้วเลี้ยวซ้ายสู่ถ.สุขาภิบาล 6 (ซ.วัดบางพลีใหญ่ใน) ไปประมาณ 1.7 กิโลเมตร ก็จะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ

 

ภาพรวมโครงการ

Britania Bangna KM.12 โครงการบ้านเดี่ยวสไตล์ British Luxury Comfort แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนไทยจริงๆ มีบ้านให้เลือกถึง 3 แบบ คือ

 

  • BROMPTON 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 130 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1  แพนทรี 1 ครัวไทย 2 ที่จอดรถ
  • REGENT 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 140 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1  แพนทรี 1 ครัวไทย 2 ที่จอดรถ
  • OXFORD 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 150 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 อเนกประสงค์ 1  แพนทรี 1 ครัวไทย 2 ที่จอดรถ

 

ทั้งหมด 182 ยูนิต แยก Clubhouse อยู่ด้านหน้าโครงการ เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน หากต้องมีการรับแขกก็ไม่ต้องเข้าไปที่บ้านก็ได้ ซึ่งใน Clubhouse ก็จะเป็นศูนย์กลาง Facility ของ Britania Bangna KM.12 เพราะจะมีทั้ง สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Co-living Space, Kid Room, Co-working Space, Petground

 

แปลนบ้าน

สำหรับบ้าน Britania เขาจะมี Gimmick อยู่หลายจุดทีเดียวค่ะ แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็จะอยู่ที่ทุก Type บ้าน มีทั้งครัวฝรั่งที่อยู่ในตัวบ้าน และครัวไทยที่ต่อออกไปอยู่นอกบ้าน ถัดจากครัวฝรั่งด้านใน เนื่องจากจากทำอาหารไทยจะมีกลิ่นค่อนข้างแรง ควันเยอะ จึงเหมาะมากค่ะกับการที่แยกไว้นอกบ้านแบบนี้

 

 

 

 

 

เยี่ยมชมโครงการ

ตัวโครงการ Britania Bangna KM.12 หาไม่ยากเลยค่ะ หน้าโครงการอยู่ติดกับ 7-11 ที่เป็น Standalone ซึ่งป้ายชื่อโครงการด้านหน้าจะใช้วัสดุสี copper ตัดกับโทนสีขาวที่ใช้เป็นหลัก ซึ่งถ้าเราผ่าน Main Gate เข้าไปแล้วก็จะพบว่าโครงการนี้เป็น Double Gate เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นค่ะ โดยตัว Clubhouse จะอยู่ทางขวาของ Gate ด้านในก่อนเข้าสู่ภายในโครงการค่ะ

The Esse at Singha Complex

The Esse at Singha Complex

The Esse at Singha Complex

The Esse at Singha Complex

 

 

เปิดบ้านตัวอย่าง

บ้านตัวอย่างจะมีให้ชมครบทั้ง 3 Type เลยค่ะ โดยเราจะมาเริ่มไปชมพร้อมๆ กันตั้งแต่ขนาดเริ่มต้นที่ BROMPTON 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 130 ตร.ม. ประตูทางเข้าหลักของบ้านจะใช้ประตูกระจกเขียวตัดแสง บานสไลด์ขอบอลูมิเนียมสีดำให้ตัวล็อคแบบกุญแจและมีตัว Double Lock เพิ่มความแน่นหนาดีค่ะ โดยทั้งประตู หน้าต่างจะใช้แบรนด์จาก Windsor ทั้งหลังค่ะ ใช้ไฟ Downlight และตามรูปลั๊กไฟในบ้านก็จะเห็นแบบที่เสียบสาย USB ได้เลย ไม่ต้อง้อตัวอะแดปเตอร์แล้วค่ะ 

SC Asset

 

เข้ามาสำรวจภายในบ้านกันบ้างค่ะ ซึ่งบ้านจริงจะเป็นบ้านเปล่านะคะ ยกแว้นแค่ช่วงโปรโมชั่นที่จะมีบางอย่างให้ แต่หลักๆ คือ พื้นชั้นล่างจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบสีขาว และได้เครื่องปรับอากาศ Daikin Inverter ทั้งหลัง ที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงาน เย็นได้เร็วกว่าปกติ ควบคุมอุณภูมิคงที่ได้มากกว่า และทำงานเงียบกว่าด้วยค่ะ โดยส่วนแรกของบ้านจะเป็น Living Room ที่สามารถวางโซฟาได้ถึง 4-5 ที่นั่ง เชื่อมต่อลึกเข้าไปด้านในก็จะเป็นส่วนของพื้นที่สำหรับโต๊ะทานข้าวขนาดประมาณ 4-6 ที่นั่งค่ะ

 

อีกส่วนหนึ่งของชั้นแรกจะเป็นบันได ห้องน้ำ และห้องครัวค่ะ ซึ่งแม้จะเป็นครัวเปิด แต่ก็มีการกั้นผนังแยกโซนเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วน โดยผนังจะมีการเจาะช่องเอาไว้ เพื่อไม่ให้ดูทึบจนเกินไปค่ะ สะดวกเวลาทำครัวพร้อมกับจัดโต๊ะอาหารไปด้วยเลย

 

ห้องน้ำของชั้นแรกจะมีทั้งส่วนเปียกด้านใน และส่วนแห้งค่ะ โดยสุขภัณฑ์ทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard ไม่ว่าจะเป็น อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ฝักบัว ที่วางสบู่ โถสุขภัณฑ์ สายชำระ ราวแขวนผ้า แกนใส่ทิชชู่ พร้อมติดกระจกเงาให้มาครบเลยค่ะ

 

ถัดมาด้านในสุดเป็นห้องครัวค่ะ ซึ่งจะสามารถวางเคาน์เตอร์ครัวแบบผนังด้านเดียวได้ พร้อมพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น มีหน้าต่างบานสไลด์ 2 ตอนเอาไว้ เหมาะสำหรับวางซิงค์ให้ตรงกับหน้าต่างค่ะ เพื่อระบายความชื้นที่จะก่อให้เกิดเชื้อราขึ้นได้ง่าย  และประตูด้านหลังก็จะเปิดไปเชื่อมต่อกับครัวไทยด้านนอกได้เลย ไม่ต้องไปต่อเติมเองทีหลัง ตรงนี้รับรองว่าคนทำครัวจะต้องชอบแน่นอนค่ะ

 

กลับเข้ามาในบ้านเพื่อขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันบ้างค่ะ บันไดเป็นโครงการคอนกรีต Top ไม้สีอ่อน เดินแล้วไม่เกิดเสียงดังค่ะ และยังมีหน้าต่างบานสูงอยู่ระหว่างทางเดินบันได เพื่อเพิ่มแสงสว่างให้จุดที่เสี่ยงจะเกิดอันตรายขึ้นในบ้านได้ง่ายแบบตรงบันไดบ้านนี่แหละค่ะ

 

ขึ้นมาชั้น 2 ก็จะเจอห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำแยกอีก 1 ห้องค่ะ โดยพื้นของชั้นนี้จะปูด้วยลามิเนตค่ะ

 

เริ่มจากห้องแรกทางซ้ายมือของบันไดค่ะ ภายในห้องจะสามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงานได้ มีหน้าต่างบานกระทุ้ง 1 บาน หน้าต่างบานสไลด์ด้านข้างอีก ห้องจึงดูสว่างโล่งดีค่ะ

โคราซอน ประชาชื่น

 

ถัดจากห้องนอนแรกทางซ้ายมือของบันไดก็จะเป็นห้องน้ำแยกค่ะ โดยภายในห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งหมด ส่วนแห้งอยู่ก่อนถึงส่วนเปียกด้านในสุด ที่มีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับเพิ่มแสงสว่าง และระบายอากาศเอาไว้ด้านบน หากเราสังเกตก็จะเห็นว่าในห้องน้ำทุกห้องของบ้านจะมีปลั๊กไฟที่มี USB ให้มาด้วย สะดวกสบายมากๆ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของบ้าน

โคราซอน ประชาชื่น

โคราซอน ประชาชื่น

 

หันกลับมาทางขวาของบันไดกันบ้างค่ะ จะเป็นห้องนอนที่ 2 และห้อง Master Bedroom

 

ห้องนอนที่ 2 จะมีพื้นที่ใหญ่ขึ้นมาจากห้องแรกเล็กน้อยค่ะ โดยจะสามารถวางเตียง 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน มีหน้าต่างบานกระทุ้งตรงหัวนอน และบานใหญ่ด้านข้างมองเห็นทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ

 

Master Bedroom จะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต ไว้กลางห้องได้ค่ะ จะมีส่วนที่เป็น Walk In Closet อยู่หน้าห้องน้ำในตัวด้วยนะ โดยในห้องน้ำจะมีการกั้นฉากอาบน้ำเอาไว้ให้ด้วย สุขภัณฑ์ทั้งหมดก็จะได้มาตามที่เห็นเลยค่ะ ซึ่งจะมีระเบียงส่วนตัวกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ ซึ่งระเบียงจะกั้นด้วยราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค

 

 

บ้านตัวอย่างหลังที่ 2  REGENT 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยรวม 140 ตร.ม. ประตูหลักของบ้านใช้ประตูกระจกเขียวตัดแสง บานสไลด์ 2 ตอน ระบบ Double Lock แน่นหนา มีเฉลียงหน้าบ้านยื่นออกมาเล็กน้อย และที่นั่งสำหรับนั่งใส่รองเท้า 

 

ภายในบ้านเริ่มด้วย Living Room สามารถวางโซฟาขนาด 4-5 ที่นั่งได้ พร้อมกับ Coffee table และเคาน์เตอร์ทีวีได้สบายๆ ค่ะ ถัดจาก Living Room เข้าไปจะมีประตูกระจกบานสไลด์ออกไปข้างบ้านได้ 

 

ด้านในสุดของบ้านจะเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่ง และยังมีส่วนที่เป็นเหมือนห้องอเนกประสงค์ สามารถรองรับได้ทุกไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้หลากหลายเลยค่ะ เช่น เป็นมุมอ่านหนังสือ มุมโต๊ะทำงาน ฯลฯ และยังมีหน้าต่างอยู่รอบด้าน ก็จะยิ่งเพิ่มแสงสว่างให้เข้ามาได้มากขึ้น แม้จะอยู่ด้านในสุดของบ้าน

ananda develpoment

 

อีกฝั่งของบ้านจะเป็นบันได และกั้นส่วนห้องน้ำกับครัวได้อย่างเป็นสัดส่วนมากทีเดียวค่ะ ดีกว่าการที่ปล่อยให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งๆ เพราะถ้ามีแขกมาที่บ้านก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเห็นในครัวเลยค่ะ ตรงนี้ถือว่าออกแบบมาให้ได้ดีมากค่ะ คำนึงถึงการอยู่อาศัยจริง

เดอะเคปเลอร์

 

ห้องครัวหลบเข้ามาด้านในสุดอย่างดูเป็นส่วนตัวมากค่ะ ซึ่งพื้นที่ก็สามารถวางตู้เย็น พร้อมเคาน์เตอร์ครัวแบบผนังด้านเดียวได้ มีประตูบานทึบกั้นส่วนที่เป็นครัวไทยด้านนอก โดยจะมีการปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ทำเคาน์เตอร์ไว้ให้เรียบร้อยเลยค่ะ เวลาใช้งานครัวจริงๆ ก็สะดวกสบายขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

Centric Sea Pattaya

Centric Sea Pattaya

Centric Sea Pattaya

 

บันไดจะอยู่ช่วงกลางบ้าน หลังเคาน์เตอร์ทีวีตรง Living Room ค่ะ ระหว่างทางบันไดก็จะมีหน้าต่างทรงสูงเอาไว้เพื่อเพิ่มแสงสว่าง เรียกได้ว่าไม่ให้มีจุดทึบในบ้านเลยนะคะ

Centric Sea Pattaya

Centric Sea Pattaya

 

ชั้น 2 จะมี 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำแยกค่ะ เริ่มจากห้องนอนแรกทางขวามือของบันไดกันก่อนเลย

Centric Sea Pattaya

 

ห้องนอนแรกจะอยู่ทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะทำงานได้ จะมีหน้าต่างอยู่ตรงหัวนอน และด้านข้างค่ะ

Centric Sea Pattaya

Centric Sea Pattaya

Centric Sea Pattaya

 

ถัดจากห้องนอนแรกเป็นห้องน้ำแยกค่ะ ภายในจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งหมด แยกส่วนเปียกเอาไว้ด้านในสุด มีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับเพิ่มแสงสว่าง และระบายความชื้น สุขภัณฑ์ใช้ American Standard ทั้งหมด

Centric Sea Pattaya

Centric Sea Pattaya

 

หันไปทางด้านซ้ายของบันไดค่ะ จะเจอกับห้องนอนที่ 2 และ Master Bedroom ทางขวามือของภาพ

Centric Sea Pattaya

 

ห้องนอนที่ 2 ห้องนี้อยู่ทางฝั่งหลังบ้านค่ะ มีพื้นที่วางเตียงได้ 3.5 ฟุต และตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะทำงานได้ โดยมีพื้นที่เหลือด้านข้างเตียง

Centric Sea Pattaya

 

สุดท้ายที่ Master Bedroom ค่ะ พื้นที่กลางห้องสามารถวางเตียงได้ขนาด 5-6 ฟุต โดยมีทางเดินเหลือได้รอบเตียงทั้งสองด้าน มีส่วนที่เป็น Walk In Closet อยู่หน้าห้องน้ำในตัว ซึ่งภายในห้องน้ำก็จะได้สุขภัณฑ์ทุกอย่างตามที่เห็นค่ะ ส่วนระเบียงด้านข้างเตียงจะกั้นด้วยประตูกระจกเขียวตัดแสง ขอบอลูมิเนียม ตรงระเบียงจะกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคค่ะ 

 

 

หลังสุดท้ายเป็น Type ใหญ่ที่สุดของโครงการค่ะ OXFORD 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. ความพิเศษของบ้าน Type ใหญ่นี้จะมีตั้งแต่หน้าบ้านกันเลยค่ะ ตรงที่จอดรถจะมีห้องเก็บของเอาไว้ให้ด้วยค่ะ และประตูหน้าบ้านที่เป็นกระจกบานสไลด์ จะเป็นกระจกเข้ามุมทั้งสองฝั่งยื่นออกมา จะช่วยเพิ่มมุมมองจากด้านในให้กว้างขึ้น รับแสงสว่างได้มากขึ้นด้วยค่ะ

 

ด้านในบ้านเริ่มจาก Living Room พื้นที่กว้างขวางมากๆ เลยค่ะ มากพอที่จะจัดปาร์ตี้ในบ้านกันได้เลย โดยสามารถวาง L shape sofa พร้อมกับโต๊ะทานข้าวได้เลยค่ะ โดยจะสังเกตเห็นว่าด้านข้างเคาน์เตอร์ทีวีจะมีตัว Smart Tablet Gateway ควบคุมระบบ Smart Home ติดอยู่ที่ผนัง เพื่อควบคุมระบบไฟฟ้าหลักของบ้าน ซึ่งตัวนี้จะติดตั้งมาให้ทุกหลังเลยค่ะ 

 

สำหรับ Type นี้จะมีห้องนอนอยู่ชั้นล่างนี้ด้วยค่ะ อยู่ทางขวามือของบันได

 

ห้องนอนชั้นล่างแบบนี้ เหมาะสำหรับเป็นห้องของผู้สูงอายุค่ะ เพราะไม่ต้องเดินขึ้น-ลงบันได ให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยภายในห้องก็มีหน้าต่างทั้งตรงหัวนอน และด้านข้างเตียง ไม่ต้องกังวลว่าอยู่ชั้นล่างแล้วจะอับทึบค่ะ

 

ถัดมาเราจะเห็นประตูด้านซ้ายมือใกล้กับห้องน้ำค่ะ เป็นประตูที่สามารถทะลุออกไปตรงที่จอดรถได้ ซึ่งบ้านจริงจะติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ตรงประตูนี้ด้วยนะคะ 

 

ห้องครัวได้พื้นที่ใหญ่ขึ้นมาอีกค่ะ จะได้การวางครัวแบบ Double Wall Kitchen ใช้แยกเป็นส่วนเตรียม ปรุงอาหาร และส่วนเก็บล้างได้อย่างเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ส่วนครัวไทยด้านนอกก็ยังคงมีมาให้เช่นเคยค่ะ โดยครัวไทยด้านนอกจะเปิดโล่ง สามารถเดินทะลุได้ทั้งทางหน้าบ้านและหลังบ้านค่ะ 

 

กลับขึ้นมาที่ชั้น 2 กันค่ะ พื้นที่ตรงกลางจะเป็นห้องอเนกประสงค์ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์แต่ละครอบครัวได้เลย เช่น เป็น Living Room สำหรับเด็กๆ แยกจากแขกของผู้ใหญ่ด้านล่าง หรือจะเป็นมุมโปรดนั่งอ่านนหังสือก็ได้นะคะ

 

มาดูกันทางฝั่งขวามือก่อนค่ะ มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ เริ่มจากห้องน้ำตรงกลางค่ะ สุขภัณฑ์ต่างๆ อุปกรณ์ รวมถึงกระจกเงา จะได้มาตามบ้านตัวอย่างพร้อมใช้งานค่ะ

 

ห้องนอนแรกค่ะ วางเตียงขนาด 3.5 ชิดกำแพงที่มีหน้าต่างเอาไว้ ก็จะได้พื้นที่ทางเดินข้างเตียงเพิ่มมากขึ้น

 

หันกลับไปดูห้องนอนที่ 2 ด้านขวามือของภาพกันต่อค่ะ ซึ่งจะมีขนาดเพิ่มขึ้นมาอีก พอที่จะวางเตียงขนาด 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ

station one

station one

station one

 

สุดท้ายสำหรับ Master Bedroom ค่ะ เป็นห้องที่สามารถวางเตียงได้ถึง 6 ฟุต แล้วยังมีพื้นที่ทางเดินได้รอบเตียง มีพื้นที่ Walk In Closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัว ส่วนระเบียงสำรับบ้าน Type นี้จะแตกต่างตรงที่มีราวกันตกกั้นด้วยกระจกนิรภัยค่ะ 

station one

station one

station one

The Esse at Singha Complex

The Esse at Singha Complex

The Esse at Singha Complex

The Esse at Singha Complex

 

 

Britania Bangna KM.12 เป็นบ้านเดี่ยวที่เชื่อว่าจะเข้าไปอยู่ในใจใครหลายคนค่ะ เพราะนอกจากจะมีการจัด Space ภายในบ้านได้ดี บ้านดูสว่างโปร่ง ไม่มีจุดอับทึบแล้ว ยังมีการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านเข้าไปอย่างเต็มที่ อย่างนวัตกรรม B Genius Mode ที่นำเอาความเป็นจริงของการใช้ชีวิตมาเป็นหลักในการพัฒนาจนกลายเป็นบ้านสไตล์ Britania ที่มีความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร     

 

 

 

 

 

โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ

We Recommend
The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888