Tag : คอนโด

552 ผลลัพธ์
คอนโดมิเนียมสิทธิการเช่าระยะยาว ทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคใจกลางเมือง

คอนโดมิเนียมสิทธิการเช่าระยะยาว ทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคใจกลางเมือง

เน็กซัส เผยผลการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับคอนโดมิเนียมแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold) ปัจจุบันมีจำนวนไม่ถึง 1% ของจำนวนคอนโดมิเนียมที่ในตลาดกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่บริเวณใจกลางเมือง บนทำเลที่มีศักยภาพสูง หรือบริเวณที่ไม่สามารถหาซื้อที่ดินแบบซื้อขาดได้  และที่ดินลักษณะนี้เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่จะเป็นของหน่วยงานรัฐ และสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จะมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เป็นที่ดินของเอกชน โดยทำเลหลักของคอนโดเหล่านี้ คือ ย่านราชดำริ หลังสวน พระราม 4   นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (Mrs.Nalinrat Chareonsuphong, Managing Director of Nexus Property Marketing Company Limited) เผยว่า สำหรับ อุปทานของคอนโดมิเนียมแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาวใจกลางกรุงเทพฯ นั้น มีทั้งสิ้น 4,500 หน่วย จาก 22 โครงการ โดยพบว่ามากกว่า 67% ตั้งอยู่บริเวณหลังสวน และราชดำริ ถ้าจะวิเคราะห์ถึงอุปทานคอนโดมิเนียมใหม่ที่เปิดขายในช่วง 2-3  ปีที่ผ่านมานั้น จะพบว่าเป็นโครงการบนทำเลพิเศษที่มีศักยภาพสูงมาก และมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโครงการในเครือของสินธร เรสซิเดนซ์ โครงการ ไอแอมไชน่าทาวน์ บริเวณเยาวราช หรือแม้แต่ โฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเดนซ์ บริเวณริมแม่น้ำ   ด้านราคาคอนโดมิเนียมแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาวนั้น มีความแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ทำเลที่ตั้ง ปืที่ก่อสร้าง และคุณภาพโครงการ พบว่าหลายโครงการในกลุ่ม ซูเปอร์ ลักชัวรี่ มักใช้เครือโรงแรม 5 ดาวเข้ามาบริหาร หรือมีส่วนควบที่เป็นโรงแรมหรือเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์เกรดเอพ่วงอยู่ด้วย เพื่อเพิ่มมูลค่าและดึงดูดผู้ซื้อชาวต่างชาติให้สนใจเข้ามาซื้อโครงการมากขึ้น  โดยหลักการแล้วคอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว จะมีระยะเวลาการเช่า 30 ปี ราคาซื้อขายสิทธิมือสองอาจจะลดลงเมื่อจำนวนปีที่เหลือถือครองลดลง แต่ในความเป็นจริง มีคอนโดมิเนียมแบบให้สิทธิเช่าระยะยาวในหลายโครงการ ราคาก็ไม่ได้ปรับตัวลดลงตามปีที่เหลืออยู่ แต่กลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากคุณภาพของห้องชุดที่ดี มีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องจากเจ้าของโครงการ ผู้ซื้อยังมีความต้องการคอนโดในทำเล นั้นๆ อยู่ และยิ่งไปกว่านั้น เราพบว่าราคาของคอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว มักจะปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้อายุการเช่าน้อยลง และอาจจะทำราคาได้ดีกว่าคอนโดฟรีโฮลด์ที่ขายอยู่ในตลาดอีกด้วย ซึ่งส่งผลทำให้ผลตอบแทนต่อปีจากการลงทุนในคอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว อยู่ในอัตรา 7-10% ซึ่งมากกว่าคอนโดฟรีโฮลด์ในทำเลเดียวกัน     นางนลินรัตน์ ยังกล่าวต่อว่า ความน่าสนใจของคอนโดมิเนียมแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาวในอนาคตจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินใจกลางเมืองที่มีราคาสูงขึ้นและหายากขึ้น  ทำให้เจ้าของที่ดินเอกชนสนใจที่จะปล่อยที่ดินให้เช่าระยะยาวมากกว่าขายที่ดินทั้งผืน ในขณะที่ภาครัฐเองก็มีที่ดินให้เช่าอย่างต่อเนื่อง ในด้านของราคา พบว่าโดยทั่วไปคอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว จะมีราคาขายถูกกว่าคอนโดขายขาด(Freehold) อย่างน้อย 30-40% ทำให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งของคอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนโดที่อยู่ในระดับ ซูเปอร์ ลักชัวรี่ เป็นทำเลที่มีความพรีเมี่ยมมาก เช่น หลังสวนหรือราชดำริ ยังคงได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากผู้ซื้อ  และเมื่อวิเคราะห์ถึง แพลตฟอร์มการใช้ชีวิต ของคนกรุงเทพยุคมิลเลนเนียม ที่ต้องการความสะดวกสบาย เดินทางสะดวก และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบในอนาคตก็สามารถย้ายที่อยู่ไปอยู่บ้านเดี่ยวได้เมื่ออยู่ในวัยทำงานที่อายุมากขึ้น การซื้อคอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาวจึงเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับคนกลุ่มนี้ และด้วยสภาพสังคมไทยในปัจจุบันที่เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กลุ่มนี้เป็นอีกกลุ่มสำคัญที่จะให้ความสนใจกับที่อยู่อาศัยในแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว เนื่องจากคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ยังทำงาน และมีอำนาจการจับจ่ายสูง เพราะเมื่อพิจารณาองค์ประกอบโดยรวมแล้ว การซื้อคอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาวนั้นคุ้มค่ากว่า เพราะพื้นฐานความต้องการของคนกลุ่มนี้ต้องการความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ต้องการอยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย และความสามารถในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้โดยง่าย โดยเน็กซัสคาดว่าในอนาคต เราอาจจะเห็นคอนโดสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นแบบให้เช่าระยะยาวนี้มากขึ้น   สำหรับในมุมมอง ตลาดลงทุน โดยปกติแล้วคอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว จะมีเงื่อนไขการจ่ายเงินจอง และทำสัญญามากกว่าคอนโดแบบขายขาดโดยอยู่ที่ประมาณ 30% ธนาคารก็จะปล่อยกู้ในวงเงิน 70% ที่เหลือ ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวหากเปรียบเทียบกับนโยบายใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีที่ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 หรือหลังที่ 3  ส่งผลให้คอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว ไม่ได้เสียเปรียบคอนโดฟรีโฮลด์ในแง่เม็ดเงินลงทุนเบื้องต้นอีกต่อไป สำหรับ ผลตอบแทนจากการลงทุน  คอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว โดยทั่วไปจะให้ผลตอบแทนต่อปีสูงกว่า เนื่องจากราคาขายต่ำกว่าและส่วนใหญ่จะอยู่ในทำเลที่มีความต้องการเช่าสูง นอกจากนี้เงินที่ประหยัดได้จากการซื้อคอนโดที่ถูกกว่าสามารถนำไปลงทุนอย่างอื่นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ ขนาดห้องที่เหมาะสม และรูปแบบที่ตอบสนองความต้องการของตลาดในแต่ละทำเล  จะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้คอนโดปล่อยเช่าได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สุดท้าย ตลาดต่างชาติ ก็น่าจะมีอนาคตดีสำหรับคอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว ด้วยปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความคุ้นเคยของต่างชาติ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ของการอยู่คอนโดประเภทนี้ ความง่ายในการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คอนโดแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว รวมถึงเงื่อนไขในการซื้อต่างๆ เช่น ไม่จำเป็นต้องโอนเงินจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสำหรับชาวจีน ที่การโอนเงินออกมาซื้อคอนโดเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก เป็นต้น    
Knightsbridge Tiwanon เพิ่มพื้นที่แห่งความสุข เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่าใคร

Knightsbridge Tiwanon เพิ่มพื้นที่แห่งความสุข เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่าใคร

รีวิวฉบับนี้เราจะพาทุกคนนั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงไปดูห้องตัวอย่างของคอนโดมิเนียมใหม่ ที่อยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้ MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุขเพียง 70 เมตร ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในย่าน “ติวานนท์” จาก ออริจิ้น พร๊อพเพอร์ตี้ ซึ่งเลือกปักหมุดบนทำเลศักยภาพติดแนวรถไฟฟ้า ภายใต้ Top Brand อย่าง Knightsbridge กับโครงการ “Knightsbridge Tiwanon (ไนท์บริดจ์ ติวานนท์)” ด้วยแนวคิดใหม่เพิ่มพื้นที่การอยู่อาศัยให้มากกว่าใคร มาพร้อมห้องเพดานสูงถึง 4.2 เมตร ให้ลูกบ้านสามารถใช้ฟังก์ชั่นอย่างคุ้มค่าในทุกตารางเมตรแห่งความสุขได้ที่นี่..     ศักยภาพทำเลดี ติดถนนใหญ่ สำหรับโครงการ “ไนท์บริดจ์ ติวานนท์” ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจมากเลยนะคะ ตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ (ถนนติวานนท์) ระหว่างซอยติวานนท์ 8 และซอยติวานนท์ 10 ซึ่งอยู่ใกล้กับกระทรวงสาธารณสุข และ MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุขเลยค่ะ การเดินทางของคนมีรถยนต์ก็จัดว่าสะดวกสบายทีเดียว เพราะมีถนนสายสำคัญให้เลือกใช้อยู่หลายสายเหมือนกัน ทั้งถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนงามวงศ์วาน หากใครอยากหนีรถติดบริเวณแยกแครายก็สามารถใช้ทางด่วนศรีรัช ขั้นที่ 2 (ถนนงามวงศ์วาน) โดยวิ่งผ่านเข้าไปในกระทรวงสาธารณสุขได้เลย หรือถ้าใครมีธุระจะเข้าเมืองไปย่านรัชดาก็สามารถใช้ถนนกรุงเทพนนท์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เส้นทางสะพานพระราม 5 วิ่งไปราชพฤกษ์ได้อีกด้วยค่ะ ส่วนใครที่อยากออกนอกเมืองก็สามารถวิ่งไปปทุมธานีโดยใช้ถนนติวานนท์วิ่งผ่านปากเกร็ดก่อน ซึ่งเส้นนี้ก็ไปแจ้งวัฒนะได้ด้วยนะคะ แต่ถ้าจะไปบางใหญ่ หรือบางบัวทองก็ต้องใช้เส้นรัตนาธิเบศร์เป็นหลักค่ะ ทั้งนี้การเดินทางด้วยรถสาธารณะก็เป็นเรื่องที่สะดวกสุดๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ บรรยากาศจึงค่อนข้างคึกคัก มีรถโดยสารวิ่งผ่านไปมาตลอดทั้งรถเมล์ รถตู้ แท็กซี่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง เรียกว่าตอบโจทย์คนไม่มีรถส่วนตัวได้ดี เพราะมีตัวเลือกในการเดินทางมากทีเดียว แถมจุดเด่นของโครงการยังอยู่แนวรถไฟฟ้า ห่างจาก MRT กระทรวงสาธารณสุข เพียง 70 เมตรเท่านั้น เรียกว่าเดินเท้าได้สบายๆ เลยค่ะ ในเรื่องของอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้า ด้วยความที่เป็นแหล่งงานและชุมชนจึงมีร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปจนถึงตลาดสดให้เลือกจับจ่ายใช้สอยมากมายทั้งตลาดกระทรวงสาธารณสุข และตลาดพระราม 5 แถมพิกัดของห้างสรรพสินค้าชั้นนำยังอยู่ไม่ไกล อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด รัตนาธิเบศร์, บิ๊กซี ติวานนท์ และเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่หลากหลายทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ภายในกระทรวงสาธารณสุขยังมีพื้นที่สีเขียว และแหล่งอำนวยความสะดวกของคนย่านติวานนท์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ, สนามกีฬา หรือตลาดนัดขนาดใหญ่ ก็ล้วนแต่เหมาะกับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง 1. เริ่มต้นการเดินทางวันนี้เรานั่งรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง มาลงที่สถานีกระทรวงสาธารณะสุขนะคะ 2. สำหรับทางออกไปโครงการ ไนท์บริดจ์ ติวานนท์ จะอยู่ที่ทางออก 1 นะคะ 3. เมื่อแตะบัตรเดินตามป้ายมา จากบนสถานีก็มองเห็นตัวโครงการแล้วค่ะ ซึ่งอยู่ใกล้มากๆ 4. เมื่อเดินลงมาด้านล่างแล้วจะเจอกับถนนใหญ่นะคะ ซึ่งทางไปโครงการนั้นต้องเลี้ยวไปทางฝั่งขวามือค่ะ 5. ระหว่างทางเดินไปโครงการ ก็จะมีร้านอาหารให้ฝากท้องอยู่หลายร้านเหมือนกันค่ะ 6. บริเวณหน้าโครงการมีป้ายรถเมล์พอดิบพอดี ซึ่งสะดวกมากสำหรับลูกบ้านที่ไม่ใช้รถส่วนตัว 7. นอกจากจะมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าโครงการแล้ว ยังมีจุดกลับรถในระยะใกล้ๆ อีกด้วย 8. บรรยากาศในโครงการค่อนข้างร่มรื่นทีเดียวค่ะ พื้นที่รอบตัวอาคารนั้นถูกออกแบบให้เป็นที่วนรถรอบตึก สามารถจอดรถจะในอาคารได้ตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 6 ถัดเข้ามาด้านในก็จะเป็นส่วนของ Lobby แล้วค่ะ   ภาพรวมโครงการ โครงการ “ไนท์บริดจ์ ติวานนท์” เป็นคอนโด High Rise สูง 25 ชั้น จำนวน  1 อาคาร บนพื้นที่ 1-2-83 ไร่ แบ่งออกเป็นที่พักอาศัย 373 ยูนิต ในความเป็นส่วนตัวเพียง 21 ยูนิตต่อชั้น และรองรับที่จอดรถได้ประมาณ 47% (รวมจอดซ้อนคัน) ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Affordable Premium Condo ชูจุดขายด้วยการขยายความสูงของห้องด้วยเพดานสูง 4.2 เมตร เพื่อให้ลูกบ้านได้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น แถมยังสามารถดีไซน์ได้ในแบบของตัวเอง ซึ่งก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ห้อง Penthouse เลยทีเดียว ในขณะที่ตัวอาคารก็ยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเป็นอย่างดี ทั้งการดีไซน์ที่ทันสมัยด้วยการใช้โทนสี Monochrome ไล่เฉดสีขาว ดำ เทาเป็นหลัก ซึ่งก็ถือว่าสวยงามอย่างมีสไตล์ สะท้อนความเป็น Top Brand ของ ออริจิ้น ที่มักสร้างคอนโดมิเนียมหรู ดีไซน์ล้ำกว่าใคร ในราคาคุ้มค่าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก ในส่วนของ Facility เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ ค่ะ เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้นล่างที่ทำเป็น Lobby สุดหรู ออกแบบให้เป็น Super high ceiling lobby ที่มีเพดานสูงถึง 6 เมตร พื้นที่ชั้น 2-6 จะเป็นที่จอดรถทั้งหมด โดยสามารถจอดรถประมาณ 144 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ส่วนพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 7 เป็นต้นไปจะเริ่มเป็นยูนิตของห้องพักอาศัยค่ะ สำหรับ Facility หลักๆ นั้นจะถูกยกไปไว้ที่ชั้น 25 ทั้งหมด ซึ่งมาพร้อม Sky swimming pool สระว่ายน้ำเทควิวขอบฟ้า ที่เชื่อมต่อพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้าถึง 3 ชั้น บน Roof Top Garden สวนชมวิวบนดาดฟ้าอันแสนร่มรื่นที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของโครงการเลยก็ว่าได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมี Fitness และ Sky lounge มุมพักผ่อนและพบประสังสรรค์ของลูกบ้าน ที่ล้วนแต่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เปิดประตูเข้าด้านในอาคาร จะพบกับบริเวณ Lobby ซึ่งมาในคอนเซ็ปต์ Super High Ceiling Lobby ดูโอ่อ่าและสูงโปร่ง ด้วยขนาดของพื้นที่บริเวณ Lobby มีขนาดกว้างมากพอจะจัดมุมรับแขกได้หลายจุด หากลูกบ้านมีแขกมาเยี่ยมเยียนก็สามารถนั่งรอที่บริเวณล็อบบี้ได้สบายๆ แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 7 นะคะ ซึ่งจะเริ่มเป็นที่พักอาศัยไปจนถึงชั้น 24 แต่จุดเด่นของชั้นนี้จะส่วนของพื้นที่สีเขียวอย่างสวนพักผ่อนรวมอยู่ในชั้นเดียวกันด้วย บรรยากาศของพื้นที่สวนสีเขียวบริเวณชั้น 7 ซึ่งลูกบ้านสามารถมานั่งเล่นชิลล์ๆ ได้อย่างสบายใจเลยค่ะ วิวเมืองบริเวณสวนชั้น 7 ก็จะประมาณนี้ค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถมองวิวรอบด้านได้ถึง 270 องศาเลยล่ะ แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 25 นะคะ ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของตัวอาคาร ประกอบไปด้วยพื้นที่ส่วนกลางหลักๆ อย่าง Sky swimming pool, Fitness, Sky family lounge และ สวนพักผ่อนชมวิว แถมห้อง Fitness จะอยู่สูงถัดขึ้นไปอีกชั้น ทำให้มุมมองจากพื้นที่ในส่วนนี้สามารถมองเห็นวิวของสระว่ายน้ำและวิวมุมสูงบริเวณรอบๆ โครงการได้อย่างจุใจ เดินเข้ามาในส่วนของ Sky family lounge ที่ดูโอ่อ่าและกว้างขวาง แถมยังไร่เรียงพื้นที่แบบ 3 ระดับ โดยมีบันไดต่อเนื่องไปยังส่วนของ Privacy Fitness ภายใน Sky family lounge จัดที่นั่งไว้สำหรับรองรับลูกบ้านหลายมุมเลยค่ะ มุมมองจากโถงกลางเข้าไปจะเห็นว่าพื้นที่ของ Sky family lounge ได้รับการออกแบบให้ดูสูงโปร่งด้วยเพดานแบบ Double Volume เพื่อให้ลูกบ้านได้พักผ่อนอิ่มเอมไปกับบรรยากาศที่เหนือกว่าคอนโดใดๆ ด้วยวิวแบบพาโนรามา ซึ่งผนังโดยรอบเป็นกระจกสูงขึ้นไปเสมอฝ้าเลยค่ะ ภายในจึงสว่างและโปร่ง เหมาะแก่การพักผ่อนมาก พื้นที่บาร์ขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบไว้สำหรับรองรับปาร์ตี้เล็กๆ ของลูกบ้าน เดินไต่บันไดขึ้นมาในส่วนของ Privacy Fitness ภายในห้องโอบล้อมด้วยกระจกใส ให้ลูกบ้านสามารถออกกำลังกายไปด้วยชมวิวไปด้วยได้อย่างเพลิดเพลิน ภายในห้องฟิตเนสเต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายอย่างครบครันเลยนะคะ ออกมาจาก Sky family lounge จะมีประตูกระจกใสกั้น Sky swimming pool ไว้นะคะ ผลักออกไปจะเจอสระว่ายน้ำระบบเกลือ ที่มีความกว้าง 14 x 6 เมตร เวลาลูกบ้านใช้สระว่ายน้ำก็จะได้ชมวิวเมืองแบบนี้เลยนะคะ มุมมองจากนอกอาคารจะเห็นว่าพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ไนท์บริดจ์ ติวานนท์ สามารถมองเห็นวิวเมืองอย่างกว้างไกล และไม่มีอะไรมาบดบังเลยนะคะ   เปิดประตูห้องตัวอย่าง มาดูในส่วนของห้องพักอาศัยกันบ้างดีกว่าค่ะ สำหรับโครงการ “ไนท์บริดจ์ ติวานนท์” อย่างที่บอกไปข้างต้นว่ามียูนิตรวมทั้งหมด 373 ยูนิต แบ่งออกเป็นห้องพักอาศัยแบบธรรมดา Mono Type 1 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 25.9 – 33.9 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาดตั้งแต่ 43.40 ตร.ม., 2 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 51.4 – 58.4 ตร.ม. และห้องพักอาศัยดีไซน์พิเศษด้วยเพดานสูงถึง 4.2 เมตร โดยแบ่งออกเป็น 1 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 25.9 – 33.8 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาดตั้งแต่ 42.8 ตร.ม., 2 Bedroom  ขนาดตั้งแต่ 51.4 – 58.0 ตร.ม. ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของโครงการเลยก็ว่าได้   ภายในห้องแต่ละยูนิตมีจุดเด่นคือฟังก์ชั่นที่เป็นสัดส่วน ถูกออกแบบมาเพื่อความโปร่งโล่ง สบาย โดยแยกพื้นที่นั่งเล่น ครัวและห้องนอนออกจากกัน ซึ่งจะต่างจากคอนโดทั่วไปในย่านนี้อย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ เพราะราคาระดับนี้แทบจะไม่มีโครงการไหนทำห้องครัวแบบปิดแยกออกมาเลยค่ะ ส่วนใหญ่ก็มีแค่ Pantry เล็กๆ เท่านั้น นอกจากนี้ห้องทุกยูนิตของโครงการ ยังเปิดขายมาแบบ Fully Furnished ด้วยค่ะ เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องก็ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้สอยของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี และทุกยูนิตจะได้แอร์ 2 ตัว โดยติดตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นและห้องนอนเหมือนกันเลยนะคะ   สำหรับห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราได้ชมก็คือ 1 Bedroom ขนาด 33.20 ตร.ม ซึ่งเป็นห้องพักอาศัยแบบธรรมดาค่ะ ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องกว้างขวางทีเดียวค่ะ ด้วยการจัดวาง Layout ให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า ครบทุกฟังก์ชั่น ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่แยกไว้อย่างสัดส่วน ห้องครัวจะเป็นแบบปิด ป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนได้มากขึ้นเพราะครัวอยู่ติดระเบียง สามารถเปิดประตูระเบียงช่วยระบายกลิ่นได้ดี แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม เปิดประตู Digital Door lock เข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนเลยนะคะ พื้นที่ถัดเข้าไปด้านในทางขวาจะเป็นห้องครัว และทางซ้ายเป็นห้องนอนค่ะ พื้นที่ด้านข้างโซฟาสามารถจัดเป็นมุมรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งได้สบายๆ เลยนะคะ ซึ่งทางโครงการให้เฟอร์นิเจอร์มาพร้อมแล้วด้วย ลูกบ้านไม่จำเป็นต้องซื้อโต๊ะเพิ่มเลย มาในส่วนของห้องครัวกันบ้าง โดยครัวนั้นมีประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 2 ตอนนะคะ เพื่อป้องกันกลิ่นรบกวนเวลาประกอบอาหาร การที่กั้นห้องครัวด้วยกระจกก็เพื่อทำให้แสงสว่างสาดส่องเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นด้วย ส่วนเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นแบบ One Wall-Kitchen นะคะ โดยโครงการจะเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น, เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟมาให้เรียบร้อยแล้ว ด้านในสุดของครัวจะเป็นระเบียงค่ะ ซึ่งก็มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้น ข้อดีที่ระเบียงอยู่ติดครัวก็สามารถลดกลิ่นและระบายอากาศเวลาประกอบอาหารได้ดีค่ะ ออกจากครัวมายังบริเวณหน้าห้องตรงกันข้ามจะเป็นห้องน้ำนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งแยกพื้นที่เปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน สุขภัณฑ์ที่ลูกบ้านจะได้รับก็ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางโถสุขภัณฑ์ไว้ตรงกลางห้อง บริเวณโซนเปียก ทางโครงการจะติดฉากกั้นอาบน้ำด้วยประตูกระจกมาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ โดยจะเว้นช่องด้านบนสำหรับระบายอากาศ พื้นที่ตรงข้ามระหว่งห้องน้ำกับห้องนอนจะเป็นมุมทำงานนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ยังได้ ทางโครงการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์มาให้แล้วเรียบร้อย กลับเข้ามาในส่วนของห้องนอน ภายในห้องได้รับการออกแบบให้ดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่ปลายเตียง ซึ่งสามารถเดินผ่านได้สบายๆ เลยค่ะ หากใครชอบดูทีวีก็สามารถติดตั้งที่ผนังปลายเตียงเพิ่มได้ด้วย พื้นที่ข้างเตียงติดกับประตูจะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยนะคะ ภายในมีที่ให้เก็บของได้เยอะทีเดียว   ห้องตัวอย่างถัดมาที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 43 ตร.ม. ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน สำหรับห้องนี้เปิดประตูมาจะเจอส่วนรับประทานอาหารก่อน ซึ่งสามารถจัดวางพื้นที่ดินเนอร์สำหรับ 4 คนได้สบายๆ ถัดไปนั้นเป็นมุมนั่งเล่นที่กว้างพอให้วางโซฟาตัวยาวขนาดใหญ่ได้ แถมมีระเบียงด้านข้างให้เปิดออกไปรับลมด้านนอก พื้นที่ลึกเข้าไปด้านในบริเวณตรงกลางจะเป็นครัวแบบปิด ตรงข้ามครัวเป็นห้องน้ำ พื้นที่ติดครัวและห้องน้ำจะเป็นห้องนอน และห้องเอนกประสงค์ที่ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นห้อนนอนเล็กได้นั่นเอง แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 43 ตร.ม. หน้าประตูติดตั้ง Digital Door Lock มาให้แล้วนะคะ เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วนรับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดริมระเบียงก่อนเลยนะคะ ภายในห้องบริเวณโถงกลางจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมระหว่างครัว พื้นที่รับประทานอาหาร และมุมนั่งเล่นเข้าไว้ด้วยกัน พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดกว้างกำลังดี ซึ่งลูกบ้านสามารถจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้สบาย พร้อมเหลือพื้นที่ด้านไว้สำหรับวางโต๊ะข้างด้วย หรือหากลูกบ้านอยากวางโซฟาตัวยาว 3 ที่นั่งก็ยังพอไหวค่ะ เพียงแต่จะไม่สามารถวางโต๊ะข้างได้ ซึ่งมุมนั่งเล่นจะอยู่ชิดติดระเบียงนะคะเลยทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นค่ะ มุมมองจากบริเวณห้องนั่งเล่นไปยังห้องนอนที่ติดกับห้องเอนกประสงค์นะคะ ซึ่งบริเวณตรงกลางจะเป็นพื้นที่ของห้องน้ำและห้องครัวแบบปิด สำหรับเคาน์เตอร์ครัวโครงการจะให้มาแบบนี้เลยนะคะ ผนังเหนือเคาน์เตอร์จะเป็นกระจกเคลือบสีดำ ข้อดีคือสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดง่ายเวลาประกอบอาหาร ขนาดของเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของด้านบนจะมีขนาดยาวขึ้นเล็กน้อยตามขนาดของห้อง แต่ตัววัสดุที่ใช้รวมถึงเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น, ไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้ายังคงเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกค่ะ พื้นที่ตรงข้ามกับห้องครัวจะเป็นส่วนของห้องน้ำนั่นเองค่ะ ภายในห้องแบ่งพื้นที่เปียกและแห้ง พร้อมกั้นประตูกระจกอาบน้ำไว้ให้เหมือนดั่งห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ ออกจากห้องน้ำมายังห้องเอนกประสงค์กันบ้าง ฟังก์ชั่นพิเศษสำหรับห้องนี้คือพื้นที่ให้ลูกบ้านสามารถเลือกฟังก์ชั่นและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนเล็กเหมือนในภาพ หรือใช้เป็นมุมทำงานก็ได้ทั้งนั้นค่ะ ภายในห้องมีขนาดกระทัดรัด เหมาะสำหรับวางเตียงนอนขนาด 3 ฟุตครึ่ง แถมยังเหลือพื้นที่เดินได้โดยรอบ กลับเข้ามาที่ห้องนอนใหญ่กันบ้าง ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยเหลือพื้นที่เดินโดยรอบด้วยค่ะ ผนังฝั่งที่ติดกับประตูจะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ บริเวณหัวเตียงยังสามารถบิลต์อินชั้นวางเพื่อจัดเก็บของได้เหมือนห้องตัวอย่างเลยนะคะ   ห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราเก็บภาพมาฝากเพื่อประกอบการพิจารณาเป็นห้อง Duo Space 1 Bedroom ดีไซน์พิเศษด้วยเพดานสูงถึง 4.2 เมตรขนาดห้อง 28.50 ตร.ม.  ซึ่งห้องนี้จะต่างจากห้องแบบแรกๆ ทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ใช้สอย และ Layout ของห้องค่ะ ห้องนี้เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอส่วนครัว ก่อนจะมีประตูบานเลื่อนต่อเนื่องไปยังโถงกลางที่กว้างพอสำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหาร และวางโซฟาตัวยาวในส่วนของ Living Area ได้สบายๆ อีกทั้งยังสามารถแบ่งพื้นที่สำหรับมุมทำงาน ระเบียง และห้องน้ำได้ด้วย ในขณะที่ห้องนอนจะมีบันไดทำหน้าที่เชื่อมต่อไปถึงด้านบน ซึ่งจัดพื้นที่มาให้แบบกำลังดี สามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ได้ มีพื้นที่ด้านข้างเหลือสบายๆ แถมยังวางโต๊ะข้างและตู้เสื้อผ้าได้อีกด้วยค่ะ แปลนห้อง Duo Space 1 Bedroom ขนาด 28.50 ตร.ม. สำหรับห้องนี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวก่อนเลยค่ะ ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นตัวไอคู่นะคะ ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์จะเป็นที่วางตู้เย็นติดกันนั้นเป็นตู้เก็บของบิลต์อินสูงจรดเพดาน ซึ่งชุดเคาน์เตอร์ครัวลูกบ้านจะได้ทุกอย่างตามนี้เลยนะคะ จะเว้นก็เพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น ทางโครงการบิลต์อินตู้ลอย พร้อมเว้นช่องสำหรับวางไมโครเวฟและเครื่องซักผ้ามาให้แล้วนะคะ ในส่วนของห้องครัวก่อนจะเข้าไปพื้นที่พักผ่อนด้านในจะมีประตูบานเลื่อนกั้นด้วยนะคะ เพื่อป้องกันกลิ่นรบกวนเวลาประกอบอาหาร เปิดประตูด้านในส่วนพักผ่อนเข้ามา จะเป็นโถงนั่งเล่นที่มีขนาดกว้างขว้าง และเป็นแบบ Double Volume ซึ่งจะมีความสูง 4.2 เมตร พื้นที่ติดกับครัวจะเป็นมุมรับประทานอาหารนะคะ พื้นที่ตรงข้ามกับมุมรับประทานอาหารจะเป็นห้องน้ำนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน พื้นที่ส่วนเปียกจะถูกกั้นด้วยธรณีสูงขึ้นมานิดหนึ่ง เพื่อกันไม่ให้น้ำจาก Shower Area ไหลออกไปสู่พื้นที่อื่นๆ นอกจากนี้ลูกบ้านยังจะได้อุปกรณ์ตามภาพเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ติดตั้งกระจกเงายาวไปตามแนวผนังเลยค่ะ ข้อดีคือช่วยสะท้อนหลอกตาให้ห้องดูกว้างขึ้นมาง่ายๆ ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นมีการจัดวางชุดโซฟาตัวยาวขนาด 3 ที่นั่งเอาไว้ แถมระยะห่างระหว่างโซฟากับคอนโซลทีวีมีระยะกำลังดีเลยนะคะ ไม่แคบและไม่กว้างจนเกินไป สามารถวางโต๊ะกลางได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด โดยห้องดูสูงโปร่ง เพราะโอบล้อมด้วยกระจกใสที่สูงจรดเพดานด้านบน ซึ่งมีความสูงถึง 4.2 เมตรเลยนะคะ บริเวณข้างโซฟายังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับจัดให้เป็นมุมทำงานอีกด้วยนะคะ ในส่วนของคอนโซลทีวี ทางโครงการได้บิลต์อินให้อยู่ติดกับบันไดทางขึ้นไปห้องนอนค่ะ บันไดทางขึ้นไปส่วนพักผ่อนจะเป็นโครงเหล็ก ปูลูกนอนด้วยไม้เนื้อแข็งสีอ่อน ราวจับเป็นเหล็กขึ้นโครงทาสีดำนะคะ เดินไต่บันไดขึ้นมาก็จะพบกับส่วนพักผ่อน ที่ทางโครงการทำระเบียงกั้นพื้นที่ปลายเตียงไว้ให้เรียบร้อยแล้ว สำหรับพื้นที่พักผ่อนนั้น ทางโครงการจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตไว้ให้ จะเห็นได้ว่าพื้นที่โดยรอบเตียงนั้นสามารถเดินได้อย่างสบายๆ จะเสียอย่างเดียวก็คือไม่มีผนังสำหรับติดตั้งทีวีเท่านั้นเองค่ะ บริเวณข้างเตียงยังเหลือพื้นที่พอสำหรับวางโต๊ะข้างเหมือนดั่งห้องตัวอย่างเลยนะคะ แถมโครงการยังบิลต์อินตู้เสื้อผ้ามาพร้อมเสร็จสรรพ เมื่อมองกลับลงมาจะเห็นว่าการจัดวาง Layout ของห้องนั้น ค่อนข้างกว้างขวางและลงตัวมากๆ ซึ่งลูกบ้านสามารถใช้งานพื้นที่ทุกส่วนได้อย่างคุ้มค่าทุกตารางเมตรจริงๆ ค่ะ   ใครที่ยังไม่เคยไปชมโครงการหรือกำลังตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดฯ ในแถบนี้อยู่แนะนำให้ไปชมบรรยากาศจริงดูค่ะ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น แต่ต้องขอบอกเลยค่ะไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือลงทุนก็คุ้มค่าแน่นอน ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า MRT กระทรวงสาธารณสุขเพียง 70 เมตร แถมรอบๆ โครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายตั้งแต่ตลาดสดไปจนถึงห้างสรรพสินค้า และพื้นที่สีเขียวกว่า 1,000 ไร่ในกระทรวงสาธารณสุขที่รอให้ทุกคนไปสัมผัสกับธรรมชาติ ต้องบอกว่าเป็นจุดแข็งที่ควรค่าแก่การลงทุนจริงๆ ค่ะ   พิเศษ!!! 15-16 ธ.ค นี้ " Origin แจกหนัก โปรแรงสุดแห่งปี" คอนโดพร้อมอยู่ 70 ม. จาก MRT !!! BIG YEAR BIG BONUS !!! *** แจก Bonus 10 เดือน !!! *** ** ฟรี ค่าส่วนกลาง 10 ปี ** แถมฟรี!! ค่าใช้จ่ายวันโอน *ค่าโอนกรรมสิทธิ์ *กองทุนอาคารชุด *มิเตอร์น้ำ *มิเตอร์ไฟ คอนโดพร้อมอยู่ 25 ชั้น ติดถนนใหญ่ ติวานนท์-แคราย "ไนท์บริดจ์ ติวานนท์ ” ● คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ เพียง 70 ม. จาก MRT สถานี กระทรวงสาธารณะสุข ● ให้ความรูัสึกถึงความเป็นส่วนตัว และเงียบสงบ ด้วยจำนวนยูนิตที่น้อย เพียง 373 ยูนิต กับเพดานสูง 4.2 เมตร ● เชื่อมต่อการคมนาคมที่สะดวกสบาย ด้วยทำเลติดถนนใหญ่ พร้อมเส้นทางไปขึ้นทางด่วนอย่างรวดเร็ว ● ใกล้สถานที่ราชการหลายแห่ง กระทรวงสาธารณะสุข , ศูนย์ราชการนนทบุรี ● ใกล้ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี้ ติวานนท์ ,โลตัส แคราย , เอสพลานาด งามวงศ์วาน ● พิเศษ!!! สุดๆ 1 นอน จาก 2.59 เหลือ 2.29 ลบ.* DUPLEX จาก 3.66 เหลือ 3.39 ลบ. เท่านั้น * ● นัดหมาย สัมผัสห้องจริง สถานที่จริงได้แล้ววันนี้ คลิก https://bit.ly/2QbGz9x สอบถามโทร 061 401 9000          
The selected flagship brand ตัวท็อป ทำเลใจกลางเมือง จาก LPN

The selected flagship brand ตัวท็อป ทำเลใจกลางเมือง จาก LPN

เพราะชีวิตที่สมบูรณ์แบบสร้างขึ้นได้ในทุกๆ วัน โดยมี “ที่อยู่อาศัย” เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มความสุขในชีวิตได้ การซื้อคอนโดมิเนียมก็เปรียบเสมือนการลงทุนและการฝากชีวิตไว้อีกนานหลายปี คงไม่แปลกถ้าการเลือกซื้อคอนโดฯ นั้นจำเป็นต้องใช้ความพิถีพิถันในการเลือกสรรเป็นพิเศษ นอกจากการออกแบบที่ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันแล้ว ทำเลที่ตั้งยังต้องเอื้อต่อการเดินทางได้สะดวกรวดเร็วทั้งคนใช้รถส่วนตัวและรถสาธารณะ โดยปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้น ล้วนแต่มีอยู่ในโครงการใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากในเวลานี้กับ โครงการ “Lumpini Selected Sutthisan -Saphankwai (ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย)” Flagship Top Brand ที่พัฒนาโดย บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN โดยจุดเด่นอยู่ที่การปักหมุดทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าในราคาคุ้มค่าให้ทุกคนสามารถจับจองได้ ซึ่งได้กระแสตอบรับดีมากๆ จากการเปิดตัวโครงการแรกคือ เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา   *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองโครงการ ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย ในมุมมองจากด้านหน้าเข้าไป   สะดวกสบายทุกการเดินทาง สำหรับทำเลที่ตั้งของโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” นั้นตั้งอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัย (ตรงข้ามอินทามระ ซอย 7) ระหว่างแยกสะพานควายและแยกสุทธิสาร ซึ่งย่านสุทธิสารถือว่าเป็นย่านที่มีสีสัน มีชีวิตชีวาตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะเต็มไปด้วยร้านค้า, ร้านอาหาร, แหล่งแฮงค์เอาท์เก๋ๆ, ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงตลาดนัด อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลสวนสาธารณะ และโรงพยาบาล อีกด้วย เรียกได้ว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบครบครัน แถมยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมผ่านถนนหลักสายใหญ่ถึง 4 สาย ตั้งแต่ ถนนพหลโยธิน, ถนนวิภาวดีรังสิต, ถนนรัชดาภิเษก ไปจนถึงถนนลาดพร้าว ซึ่งมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนโทลเวย์อยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้ไม่ว่าจะออกนอกเมืองไปทางสนามบินดอนเมือง หรือเข้าเมืองเชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชก็ใช้เวลาเดินทางไม่นาน หรือจะเลือกเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะห่างออกไปประมาณ 1.1 กิโลเมตร ก็จะถึง BTS สถานีสะพานควาย และห่างจาก BTS สถานีอารีย์ประมาณ 1.6 กิโลเมตร เท่านั้น จึงสามารถเดินทางออกไปทั่วกรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะใช้รถยนต์หรือรถสาธารณะก็เป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากๆ ค่ะ     เพิ่มความอบอุ่นเสมือนอยู่บ้าน เพียบพร้อมไปด้วยพื้นที่พักผ่อนหลากหลาย   โครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” คือคอนโดมิเนียมแบบ High-Rise สูง 28 ชั้น 1 อาคาร บนพื้นที่โครงการขนาด 1-3-55 ไร่ ที่ออกแบบมาให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ แต่ทว่ามีความสงบเพราะมีจำนวนยูนิตที่พักอาศัยทั้งหมดเพียง 389 ยูนิต (ตั้งแต่ชั้น 7-21 และ 23-28) และสามารถจอดรถได้ 157 คัน (ตั้งแต่ชั้น 2-6) ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นอย่างมีเอกลักษณ์ ด้วยการไล่เฉดสีเทาเข้มไปจนถึงสีอ่อน เพื่อเน้นให้กลมกลืนกับแสงและเงา สร้างความรู้สึกอบอุ่น และสบายตาทุกครั้งที่มองมาที่ตัวอาคาร นับว่าเป็นบ้านหลังใหญ่ที่ถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติ เพราะมีสวนสีเขียวขจีอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางหลายชั้น เริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ที่มีสวนรวมใจ (Green Togetherness Area) อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ห้องอเนกประสงค์ (Co-Working Zone), สำนักงานนิติบุคคล, พื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญ, ห้องบริการจัดการพัสดุ, ห้องเฮ้าส์เวิร์ค (Housework Zone), ห้องเครื่อง, ห้องไฟฟ้า, ที่จอดรถจักรยานยนต์, ที่จอดรถยนต์ และที่จอดรถสำหรับผู้พิการ ทั้งหมดนี้จะอยู่ที่บริเวณชั้น 1 ค่ะ *โครงการที่ส่งมอบอาจมีรายละเอียดบางประการที่เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่ง Master Plan โครงการจะเริ่มจากทางเข้าที่อยู่ติดกับถนนสุทธิสารวินิจฉัย เมื่อเข้ามาจะเจอจุด Drop Off ล้อมรอบสวนสีเขียวขจี หรือที่ทางโครงการเรียกว่าสวนรวมใจ ภายในตัวอาคารที่ชั้น 1 เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องอเนกประสงค์ (Co-Working Zone), สำนักงานนิติบุคคล, พื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญ, ห้องบริการจัดการพัสดุ, ห้องเฮ้าส์เวิร์ค (Housework Zone), ห้องเครื่อง, ห้องไฟฟ้า เป็นต้น *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองสวนรวมใจ (Green Togetherness Area) บริเวณหน้าอาคารชั้น 1 *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองห้องอเนกประสงค์ (Co-Working Zone) รองรับการนั่งทำงานสบายๆ ไม่ต้องออกไปข้างนอก   นอกจากมีสวนรวมใจบริเวณชั้น 1 แล้ว พื้นที่ชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้นเริ่มต้นของห้องชุดพักอาศัย ยังมีลานฟิตแอนด์เฟิร์ม (Fit & Firm Area), สวนอินฟินิตี้ (Infinity Garden) อยู่ในชั้นเดียวกันด้วย ซึ่งก็ช่วยให้ลูกบ้านเข้าถึงธรรมชาติได้ง่ายขึ้นท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ที่แทรกตัวอยู่ในทุกที่ เรียกได้ว่าเหมาะกับคนเมืองยุคใหม่ที่สามารถใช้ชีวิตแบบ Smart อย่างเต็มเปี่ยม เพราะมีพื้นที่รองรับความสุขทุกไลฟ์สไตล์อีกมากมาย โดยทางโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” ได้ยก Facility หลักไปไว้ที่ชั้น 22 ซึ่งมาพร้อมกับ สระว่ายน้ำไร้ขอบ (Infinity Edge Pool), ลานกิจกรรม (Co-Living Area), ฟิตเนสโซน (Fitness Zone) และห้องโยคะ (Yoga Zone) ที่พร้อมรองรับวันพักผ่อนสบายๆ ของคุณ ไม่ว่าจะเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรด ก็ล้วนแต่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับชีวิต *โครงการที่ส่งมอบอาจมีรายละเอียดบางประการที่เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่งแปลนของพื้นที่ชั้น 7 จะเริ่มเป็นยูนิตพักอาศัยแล้วนะคะ ซึ่งที่ชั้นนี้จะมีสวนส่วนกลางมาให้ด้วย *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองลานฟิตแอนด์เฟิร์ม (Fit & Firm Area) และสวนอินฟินิตี้ (Infinity Garden) บริเวณชั้น 7 *โครงการที่ส่งมอบอาจมีรายละเอียดบางประการที่เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่งภาพนี้จะเป็นแปลนพื้นที่บริเวณชั้น 22 นะคะ จะเป็น Facility ทั้งหมด *ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยภาพนี้เป็นภาพบรรยากาศจำลองสระว่ายน้ำไร้ขอบ ซึ่งมุมมองเส้นขอบฟ้าตัดเส้นของน้ำให้ความงดงาม และอิ่มเอมกับวิวเมืองแบบเต็มเปี่ยม   คัดสรรเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดมารวมไว้ เพื่อพื้นที่ความสุขสำหรับลูกบ้าน ไม่เพียงแค่การออกแบบที่โดดเด่น สง่างาม และจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางอย่างเต็มพิกัด ซึ่งเน้นให้ลูกบ้านได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ โดยให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่แค่ก้าวขาออกไป ก็จะเจอสวนร่มรื่นหน้าบ้านแล้ว ทางโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” ยังคำนึงถึงการใช้สอยต่างๆ โดยจัดแบ่งพื้นที่ได้อย่างลงตัวและอยู่ได้จริง อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัย มาพร้อมมาตรฐานอันสูงสุด และใส่ใจทุกรายละเอียดจนทำให้ห้องพักอาศัยทุกยูนิตมีความคุ้มค่าทุกตารางเมตร ซึ่งมีห้องพักอาศัยให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ คือ Studio ขนาดเริ่มต้น 25.00 ตารางเมตร, 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 27.00 ตารางเมตร, 1 Bedroom New Design ขนาดเริ่มต้น 31.00 ตารางเมตร โดยโครงการออกแบบห้องให้เป็นยูนิตพิเศษสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ด้วยการทำตู้เสื้อผ้าและตู้รองเท้าขนาดใหญ่แบบ Walk-in Closet เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของผู้หญิง และแบบสุดท้าย 2 Bedrooms ซึ่งมีขนาดเดียวคือ 46.50 ตารางเมตร ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นห้องไซส์เล็กหรือไซส์ใหญ่ก็สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี ซึ่งภายในห้องก็จะได้วัสดุคุณภาพที่ทางโครงการตั้งใจคัดสรรเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดมารวมไว้ เพื่อพื้นที่ความสุขสำหรับลูกบ้าน   นับว่าโครงการ “ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร - สะพานควาย” เป็นอีกหนึ่งโครงการใหม่จาก LPN ที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนมีโอกาสได้อยู่อาศัยท่ามกลางความสมบูรณ์แบบ มีชีวิตชีวา ณ ใจกลางเมือง อย่างแท้จริงเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการก็จัดสรรพื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างลงตัว แถมยังรายล้อมไปด้วยสวนสีเขียวขจีที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติผสมผสานความงดงามและร่มรื่นไว้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ Facility ชั้น 22 ก็สามารถมองเห็นวิวเมืองได้อย่างกว้างไกลหรือถ้าอยากจะแอคทีฟ ก็มีสระว่ายน้ำไร้ขอบ ห้องออกกำลังกาย หรือจะโยคะก็ยังได้ ที่สำคัญยังมั่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งทางโครงการยังมอบความพิเศษให้แก่ลูกบ้านด้วย Fully Furnished ที่พร้อมให้เราเข้าอยู่ได้ทันที ในราคาเริ่มต้น 2.59 ลบ. ฟรี! เฟอร์นิเจอร์*, เครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมระบบ "สมาร์ทรูม" (สตูดิโอ) จัดหนัก จัดเต็มขนาดนี้ “ไม่ควรพลาด” เลยนะคะ   พิเศษ! เฉพาะ วันที่ 28 เม.ย. นี้ เท่านั้น ทุกชั้นราคาเดียว เริ่ม 2.59 ล้าน* ฟรี! เฟอร์* + แอร์ + เครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมระบบสมาร์ทรูม   สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดอื่นๆ โทร 02-689 6888  หรือสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ goo.gl/BLyJ3k 
The Quartier Ratchada 32-เดอะ ควอเทียร์ รัชดา 32 (PREVIEW)

The Quartier Ratchada 32-เดอะ ควอเทียร์ รัชดา 32 (PREVIEW)

The Quartier Ratchada 32 ( เดอะ ควอเทียร์ รัชดา 32 ) -โฮมออฟฟิศไฮเอนท์เพ้นท์เฮ้าส์ 6 ชั้น พร้อมลิฟต์ส่วนตัว เพียง 8 ยูนิตกับนิยาม The Very First Business Penthouse in Town ตอบโจทย์เจ้าของกิจการรุ่นใหม่เน้น ออกแบบ Costomization ใกล้ MRT สถานีลาดพร้าว 1.8 กิโลเมตร     รายละเอียดโครงการ เจ้าของโครงการ บริษัท ทรูลิ้งค์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ลักษณะคอนโด เพ้นท์เฮ้าส์ 6 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 570-1,140 ตร.ม. รองรับพนักงาน 25-50 คน พื้นที่โครงการ 1 ไร่ จำนวนห้อง 8 ยูนิต ที่จอดรถ 6 คัน ที่ตั้งโครงการ ซอยรัชดาภิเษก 32 เขตจตุจักร กทม.   สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัลลาดพร้าว ศาลอาญา Tesco Lotus ม.ราชภัฎจันทรเกษม Big C Extra ลาดพร้าว ตลาดวังหินยิ่งเจริญ วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม) Major Cineplex รัชโยธิน The JAS Green Plaza Plaza Lagoon   ลักษณะห้องและขนาดห้อง ชั้นที่ 1 Reception ชั้นที่ 2 Working Space ชั้นที่ 3 Executives Floor ชั้นที่ 4 Living Area ชั้นที่ 5 Master Bedroom ชั้นที่ 6 Option: Roof-garden and Lap Pool     สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบนิรภัยทั่วอาคาร ระบบ Home Automation ทุกหลัง ไฟหน้าบ้านเป็นแบบเปิดปิดตามเวลา สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 095-032-8888 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://the-quartier.com
Walden Asoke วาลเด้น อโศก (PREVIEW)

Walden Asoke วาลเด้น อโศก (PREVIEW)

Walden Asoke (วาลเด้น อโศก) ลักชัวรี่คอนโดมิเนียม Low Rise 7 ชั้น สะท้อนการใช้ชีวิตทันสมัย อบอวลด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติผ่านวัสดุหิน ไม้ และต้นไม้ให้ความรู้สึกเป็นอิสระจากความวุ่นวายของชีวิตในเมือง บนซอยสุขุมวิท 23 ใกล้จุดร่วมการเดินทางระหว่างสถานีรถไฟฟ้า BTS อโศกและสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สุขุมวิท เพียง 700 เมตร รายละเอียดโครงการ เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ลักษณะคอนโด คอนโดมิเนียมลักชัวรี่จำนวน 7 ชั้น พื้นที่โครงการ 0-2-20 ไร่ จำนวนห้อง 83 ยูนิต 1 อาคาร ที่จอดรถ 40 คัน ที่ตั้งโครงการ ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.   สถานที่สำคัญใกล้เคียง EmQuatier Emporium Terminal 21 Jasmine Tower Exchange Tower GMM Grammy รร.วัฒนาวิทยาลัย โบสถ์วัฒนา โรบินสัน สุขุมวิท มหาวิทยาลัยศรีนครรินทรวิโรฒ   ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom (A1-A6) : 31.10-35.31 ตร.ม. 1 Bedroom Plus (B1-B6) : 37.72-42.58 ตร.ม. 1 Bedroom Simplex (C1-C2) : 31.24-37.11 ตร.ม. 1 Bedroom Plus Garden (G1-G2) : 42.12-46.80 ตร.ม. 1 Bedroom Duplex (D5) : 58.52 ตร.ม. 1 Bedroom Plus Duplex (D1-D4, D6-D7) : 54.14-64.11 ตร.ม. 2 Bedroom Duplex (D8-D9) : 64.61-65.43 ตร.ม.   สิ่งอำนวยความสะดวก Automated Car Parking System Double-Volume Lobby and Reception Feature Library Fitness and Changing Room Swimming Pool with Shallow Water Lounge Area Hot and Cold Spa Vichy Corner Sky Garden Multi-Purposed Area Sunken Party Space   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 083-190-7777 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.habitatgroup.co.th/condo/walden
Life Sukhumvit 62 – ไลฟ์ สุขุมวิท 62 (PREVIEW)

Life Sukhumvit 62 – ไลฟ์ สุขุมวิท 62 (PREVIEW)

Life Sukhumvit 62 (ไลฟ์ สุขุมวิท 62) - คอนโดHigh Rise 24 ชั้น โครงการร่วมทุนกับ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป บนทำเลถนนสุขุมวิท 62 ห่างจาก BTS บางจาก 200 เมตร ครั้งแรกกับการเปิดจองออนไลน์ผ่าน AP i-Booking     รายละเอียดโครงการ ราคา เริ่มต้น 3,000,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. ประมาณ 135,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด คอนโด High Rise สูง 24 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 2-2-67.2 ไร่ จำนวนห้อง 438 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต ที่จอดรถ 176 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน ที่ตั้งโครงการ ถนนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปลายปี 2562   สถานที่สำคัญใกล้เคียง Tesco Lotus อ่อนนุช The Pyll สุขุมวิท Big C อ่อนนุช ตลาดอุดมสุข Bangkok Mall ตลาดบางนา เมเจอร์เอกมัย Big C เอกมัย ไบเทคบางนา Gateway เอกมัย Central Plaza บางนา   ลักษณะห้องและขนาดห้อง สตูดิโอ : 25 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ : 30 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ (แบบพิเศษ) : 38-39 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ : 50-68 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวก โถงต้อนรับ สระว่ายน้ำ ห้องอเนกประสงค์ ห้องซาวน่า ฟิตเนส สวนพักผ่อน ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://ibooking.apthai.com/life-sukhumvit62/
Knightsbridge Space Ratchayothin เปิดมุมมองชีวิตใหม่..ให้เหนือกว่าใครทุกด้าน

Knightsbridge Space Ratchayothin เปิดมุมมองชีวิตใหม่..ให้เหนือกว่าใครทุกด้าน

เมื่ออสังหาริมทรัพย์กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การซื้อคอนโดมีเนียมสักแห่งไว้สำหรับอยู่อาศัยหรือปล่อยเช่าก็ถือว่าเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยต่อยอดให้สมบัติชิ้นนั้นมีมูลค่าสูงมากขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต แต่การซื้อคอนโดฯ ก็มีหลากหลายเรื่องให้ต้องคำนึงนะคะ บางคนอาจชั่งน้ำหนักไม่ถูกว่าระหว่างเรื่องการเดินทางสะดวกสบายใจกลางเมือง หรือดีไซน์สวยงาม ฟังก์ชั่นน่าใช้ พร้อมส่วนกลางแบบครบครัน ควรเลือกแบบไหนดีกว่ากัน แต่น่าจะดีที่สุดถ้าที่พักอาศัยหรือทรัพย์สินของเราจะรวมความต้องการเหล่านี้ไว้ได้ด้วยกันทั้งหมด ซึ่งทาง Origin บริษัทอสังหาริมทรัพย์แนวหน้า ระดับ Top 5 ของประเทศไทย ก็รู้ใจคนเมืองและเข้าใจความสำคัญในเรื่องนี้ดี จึงเดินหน้าพัฒนาโครงการหรูระดับ Flagship อย่าง Knightsbridge ซึ่งเป็น Top Brand ของ Origin จุดเด่นอยู่ที่การปักหมุดทำเลดีใกล้สถานีรถไฟฟ้า สรรสร้างเป็นคอนโดมิเนียมหรูในราคาคุ้มค่าให้ทุกคนสามารถจับจองได้ไม่ยาก แถมยังได้กระแสตอบรับดีมากๆ จากการเปิดตัวในปี 2560 โดย Sold Out หมดทุกโครงการก่อนหน้าภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว     เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงผลสำเร็จและการตอบรับที่ดีของผู้ที่สนใจ ทาง Origin จึงไม่รอช้าพัฒนาโครงการภาคต่อแบรนด์ Knightsbridge ภายใต้ชื่อ “Knightsbridge Space Ratchayothin (ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน)” บนพิกัดใจกลางเมืองย่านรัชโยธิน New CBD ที่กำลังถูกพัฒนาและเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากถูกผลักดันให้เทียบเท่ากรุงเทพชั้นในอย่างสีลม, อโศก, พระราม9 ที่ล้อมรอบด้วยแหล่งงานขนาดใหญ่รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งจุดเด่นของโครงการอยู่ที่การออกแบบโดยฉีกกรอบรูปแบบอยู่อาศัยเดิมๆ ในตลาดอสังหาฯ ด้วยดีไซน์ทันสมัยและลงตัว อาทิ การจัดวาง Layout ใหม่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย, การเพิ่ม Space ที่สูงโปร่งให้ผู้อยู่อาศัยอยู่สบาย และพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านได้มากกว่าเดิม แต่จะมีรายละเอียดอะไรบ้าง ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ     ปักหมุดทำเลศักยภาพเดินทางสะดวกสบาย   หากใครติดตามผลงาน Origin มาตลอด คงทราบดีว่าทางแบรนด์เคยปักหมุดทำเลย่านรัชโยธินกับโครงการ Segment บนอย่าง Knightsbridge Prime Ratchayothin ไปแล้ว แต่เนื่องจากกระแสตอบรับที่ล้นหลามทำให้ทางแบรนด์พัฒนา โครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” เพิ่มขึ้นในพื้นที่ใกล้ๆ กัน โดยตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ข้างซอยพหลโยธิน 27 (ตรงข้ามตึกช้าง) ฝั่งขาออกนอกเมืองบริเวณใกล้กับแยกรัชโยธิน ซึ่งทำเลแห่งนี้เป็นเหมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะรถไฟฟ้าทั้ง BTS สายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต), MRT สายสีน้ำเงิน (สถานีพหลโยธิน) และรถไฟฟ้า Monorail สายสีเหลืองในอนาคต ซึ่งกำลังสร้างส่วนต่อขยายให้สามารถเดินทางเข้าออกนอกเมืองได้อย่างสะดวกสุดๆ โดยโครงการอยู่ติดกับสถานีพหลโยธิน 24 (รถไฟฟ้าสายสีเขียว) ลูกบ้านสามารถนั่งเข้าตัวเมืองไปสยาม, อโศก และทองหล่อได้โดยตรงจากการเชื่อมต่อกับ BTS หมอชิต ในปัจจุบันค่ะ นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารอย่างรถเมล์, รถแท๊กซี่ รวมถึงวินมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านไปมาหน้าโครงการอยู่ตลอด เรียกว่าตัวเลือกในการเดินทางสำหรับคนไม่มีรถนั้นหลากหลายและสะดวกมากทีเดียวค่ะ     หากใครเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลักก็ถือว่าสะดวกสบายไม่แพ้กันนะคะ เพราะถนนพหลโยธินมีซอยลัดเลาะในชั่วโมงเร่งด่วนได้มากมาย อีกทั้งยังสามารถวิ่งตัดกับถนนได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ประเสริฐมนูกิจ, งามวงศ์วาน, รัชดาภิเษก, ลาดพร้าว, วิภาวดีรังสิตที่สามารถเชื่อมต่อกับทางด่วนและโทลเวย์ สู่พื้นที่ธุรกิจทุกส่วนของกรุงเทพฯ ได้อย่างง่ายดาย     นอกจากนี้โครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” ยังเหมาะกับคนเมืองยุคใหม่ที่สามารถใช้ชีวิตแบบ Smart อย่างเต็มที่ เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้กับแยกรัชโยธินที่เปรียบเสมือน Hub ของทำเลนี้ ซึ่งรายล้อมไปด้วยสถานศึกษา แหล่งงาน รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่ครบเครื่องมากๆ ไม่ว่าจะเป็น Major Ratchayothin, Major Avenue Ratchayothin, สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Park Plaza), Café และร้าน Hangout มากมาย หรือขยับไปอีกนิดบริเวณห้าแยกลาดพร้าวก็จะมีสถานศึกษาอย่างโรงเรียนหอวัง ห้างสรรพสินค้าอาทิ Tesco Lotus, Central ลาดพร้าว และ Union Mall โดยมีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีพหลโยธิน รวมอยู่ด้วย หากใครอยากสัมผัสธรรมชาติหรือออกกำลังกายกลางแจ้งก็เพียงมุ่งตรงไปสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลอย่างสวนรถไฟและสวนจตุจักรได้สบายๆ แถมพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการยังมีแผนการพัฒนาอีกมากมาย หลักๆ เลยคือข่าวการร่วมทุนสร้าง Mega Project ระหว่าง​ BTS กับ G Land ที่จะผุดโครงการ Mixed Use ขนาดใหญ่บนที่ดินริมถนนพหลโยธิน (แดนเนรมิตเก่า) แบบครบวงจร เรียกว่าถ้าดำเนินการก่อสร้างเมื่อไหร่ พื้นที่ในย่านนี้ก็จะมีราคาสูงขึ้นและมีศักยภาพในการเติบโตเพิ่มขึ้นแน่นอนค่ะ   โครงการที่ดีที่สุดในย่าน “รัชโยธิน”   สำหรับโครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” ที่กำลังจะสร้างขึ้นนั้น เป็นคอนโดมิเนียมแบบ High Rise สูง 33 ชั้น 1 อาคาร บนเนื้อที่ 2-2-74.1 ไร่ จำนวน 488 ยูนิต มาพร้อมลิฟต์โดยสาร 4 ตัว และลิฟต์บริการอีก 1 ตัว ที่จอดรถแบบ Auto Parking 70% ตัวอาคารถูกออกแบบให้ดูล้ำสมัยด้วยการใช้โทนสี Monochrome ไล่เฉดสีขาว ดำ เทาเป็นหลัก ซึ่งมาในคอนเซ็ปต์ Space in Space สร้างประสบการณ์ในการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ด้วยการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้สามารถใช้งานได้คุ้มค่าทุกตารางเมตร อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมโยงต่อเนื่องกันทุกมิติระหว่างพื้นที่ภายใน และภายนอกอาคารด้วย Space ที่เล่นระดับไม่ซ้ำใครด้วยพื้นที่โถงเพดานสูง มีการออกแบบพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่     ในส่วนของห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 14-32 นะคะ จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบให้ผู้อยู่อาศัย สามารถใช้ชีวิตในพื้นที่ได้มากกว่าทั้งพื้นที่ใช้สอยภายในห้องและ Facility ที่หลากหลาย ที่สำคัญคือจัดวาง Layout ใหม่ “Duo Space” ในรูปแบบสไตล์ Loft ด้วยดีไซน์หรูหราเหนือระดับ เน้นพื้นที่สูงโปร่งสบายกับเพดาน Double Space สูงถึง 4.2 เมตร เพิ่มพื้นที่การอยู่อาศัยอย่างมีสไตล์ ให้ลูกบ้านได้ปลดปล่อยความอิสระอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมเปิดมุมมองเชื่อมต่อกับ Space ด้านนอกให้กว้างไกลและเต็มสายตาด้วยหน้าต่างกระจกสูง ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง และครอบครัวที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางได้เป็นอย่างดี   ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้องพักอาศัย 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. ถูกออกแบบโดยยึดคอนเซ็ปต์ Value Space เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า โดยขนาด 26 ตร.ม. มี 2 แบบหลักให้เลือก แปลนห้องขนาด 26.50 ตร.ม. แปลนห้องขนาด 26.60 ตร.ม. ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้องพักอาศัย 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. Lay Out ใหม่ล่าสุดจากออริจิ้น ถูกออกแบบในสไตล์ Loft ที่ถือว่าเป็น Hi light Product ของแบรนด์ ที่ยังคงคอนเซปถึงการเชื่อมต่อทุกพื้นที่เข้าถึงกัน แต่กลับมีความเป็นส่วนตัวได้ Space มากขึ้น และยังคำนึงถึงการใช้ทุกพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลงตัวในทุก Function เพดานห้องสูงโปร่งดูหรูหรา พร้อมเปิดมุมมองภายในห้องพักให้เชื่อมต่อกับด้านนอกอาคารได้มากขึ้นด้วยหน้าต่างกระจกสูง   แปลนห้องขนาด 35.80 ตร.ม. ภาพ Master Plan ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบไว้รองรับการใช้ชีวิตที่ดีที่สุดของลูกบ้าน เริ่มตั้งแต่ชั้น 1-2 แบ่งออกเป็นส่วนของ Lobby, Co-Working Space, Café24 ที่มีบริการขนมและเครื่องดื่มตลอดเวลา  ในส่วนของชั้น 3-13 นั้นจะเป็นที่จอดรถทั้งหมด และยก Facility หลักๆ ไปไว้ที่ชั้น 33 ซึ่งเป็น Rooftop พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะเติมเต็มความสุขในการพักผ่อนอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งสระว่ายน้ำแบบ Lap Pool ที่ยาวถึง 24 เมตร และมี Space กว้างพอให้ว่ายต่อเนื่องได้ถึง 37 เมตร ด้วย L Shape (ลึก 1.20 เมตร) อีกทั้งยังเพิ่มส่วน Relax ของสระที่ต่อเนื่องกันด้วยฟังก์ชั่น HYDROTHERAPY POOL ที่มี JACUZZI เข้ามาช่วยเสริมบรรยากาศของการผ่อนคลายให้มากยิ่งขึ้น แถมยังมี RELAXING SUNKEN โซนที่นั่งพักผ่อนแบบไม่เปียกแต่ลูกบ้านสามารถสัมผัสถึงความผ่อนคลายของสระว่ายนํ้าโดยรอบได้ด้วยค่ะ   ภาพ Floor Plan ชั้น 2 ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณ Lobby ภาพ Floor Plan ชั้น 14-30 ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ซึ่งจะเริ่มเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ชั้นนี้ค่ะ ภาพ Floor Plan ชั้น 31-32 ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ภาพ Rooftop Plan ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Co-Working Space ถูกออกแบบให้เชื่อมสัมผัสสายตาระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอกอาคารด้วยกระจกใสทรงสูง ซึ่งสามารถมองเห็น LANDSCAPE พื้นที่สีเขียวที่โอบล้อมอาคารด้านนอกได้อย่างสบายตา จากภาพตัวอย่างจะเห็นได้ว่าทางโครงการออกแบบโดยยึดคอนเซ็ปต์ Flow Space โดยเชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกอาคารด้วยการดีไซน์ Space ทีมีการเล่นระดับ ทั้งพื้นที่โถงเพดานสูงโดยออกแบบพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่เพื่อรองรับตวามสุขของลูกบ้าน ภาพบรรยากาศจำลองในส่วนของ Café ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง   ต่อเนื่องมายังส่วนของ Roofttop Garden ที่ทางโครงการคำนึงถึงความ FLOW ของ SPACE เป็นหลัก โดยออกแบบให้ลูกบ้านสามารถเดินชมวิวได้รอบอาคาร และมีจุดนั่งเล่นพักผ่อนที่แทรกไปกับเส้นสายความเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในทุกพื้นที่สีเขียวของโครงการเพื่อให้เป็นไปในเรื่องราวเดียวกัน โดยเพิ่มความพิเศษของ SPACE ในส่วน SUNSET AMPHITHEATRE ให้สามารถนั่งชมพระอาทิตย์ตกบนจุดสูงสุดของโครงการได้ จึงสามารถมองเห็นความงามของพระอาทิตย์ได้อย่างชัดเจน   นอกจากการออกแบบ Layout ใหม่ และจัดเต็ม Facility แบบไม่มีกั๊กแล้ว ทางโครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” ยังคงใส่ใจในเรื่องของ LANDSCAPE โดยออกแบบพื้นที่สีเขียวภายนอกอาคารให้เชื่อมต่อกับทุก Space ในโครงการ เริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการผ่าน Landscape Corridor ที่ทําให้ระหว่างทางที่เดินเกิดความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายด้วยบรรยากาศของธรรมชาติตลอดทั้งวัน นอกจากนี้บริเวณล็อบบี้ยังมี Garden Lobby View ที่มี Water Feature ลักษณะเฉพาะตัวด้วยเส้นสายของความเป็นธรรมชาติที่เชื่อมต่อ SPACE ไปสู่สวนด้านหลังที่มีฟังก์ชั่น COLIVING GARDEN ให้ลูกบ้านสามารถมานั่งพักผ่อนหรือทำงานในสวนท่ามกลางความร่มรื่นตลอดทั้งวัน ซึ่งก็สัมพันธ์กันกับมุมมองและการเชื่อมต่อ CO-WORKING SPACE ภายในอาคารที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอีกด้วย     เมื่อทำเลที่ตั้งเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ การเลือกที่อยู่อาศัยแนวดิ่งอย่างคอนโดฯ ก็ย่อมมีตัวเลือกที่หลากหลายเช่นกัน แต่จะมีสักกี่โครงการที่ออกแบบให้ทุกตารางเมตรสามารถใช้งานได้คุ้มค่าในทุกๆ ยูนิตถูกเติมด้วยรายละเอียดที่นำมาซึ่งมูลค่าเพิ่มและคุณภาพชีวิตอันเหนือกว่าในราคาไม่ไกลเกินเอื้อม อย่างโครงการ “ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน” คอนโดมิเนียมบนทำเลทองที่ดีที่สุดในย่านรัชโยธิน จาก ORIGIN ที่กำลังเตรียมก้าวขึ้นมาเป็น Top 3 ในตลาดอสังหาฯ จากการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้โดดเด่นและคุ้มค่ากว่าใคร โดยรอให้ทุกคนมาสัมผัสกับห้องตัวอย่างโครงการใหม่พร้อมกันเร็วๆ นี้   นอกจากนี้ ทางโครงการ ยังมีระบบ Home Automation รวมถึง ติดตั้งระบบ Digital Door Lock ให้ตอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ให้กับผู้พักอาศัยอีกด้วย     พิเศษสำหรับผู้ที่สนใจทางโครงการกำลังจะเปิดจอง Online Booking ครั้งแรก! 8 มี.ค.นี้  กับ Flagship แบรนด์หรู ไนท์บริดจ์ 3 โครงการ 3 ทำเลที่ดีที่สุด KnightsBridge SPACE พระราม 9 | KnightsBridge SPACE รัชโยธิน | KnightsBridge COLLAGE สุขุมวิท 107 โดยจะเปิดจองชั้น และราคาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เฉพาะออนไลน์เท่านั้น ลงสิทธิ์เพื่อเข้าจองได้ที่ https://goo.gl/jL1Ex1 ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. - 7 มี.ค. 2561 พร้อมรับส่วนลดพิเศษถึง 300,000 บ.* โอกาสพิเศษเช่นนี้..ห้ามพลาด!   ลงทะเบียนรับข่าวสารได้ที่ http://knightsbridge.origin.co.th/knightsbridgespace/ สอบถามเพิ่มเติม โทร 065 520 0080
Craft Ploenchit (PREVIEW)

Craft Ploenchit (PREVIEW)

Craft Ploenchit คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ระดับ Luxury ในซอยนายเลิศ ห่างจาก BTS เพลินจิต เพียง 190 เมตร พร้อมใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน เพียง 250 เมตร โครงการใหม่ล่าสุดจาก ปัญจพล พร็อพเพอร์ตี้     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น 8,100,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท ปัญจพล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ลักษณะคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง 90 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด 387 ตารางวา ที่ตั้งโครงการ ซอยนายเลิศ ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ที่จอดรถ Automatic Parking 90% เริ่มก่อสร้าง 1 พ.ย.2559 คาดว่าจะแล้วเสร็จ 31 ต.ค.3561   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   BTS เพลินจิต อาคารมหาทุน พลาซ่า อาคารปาร์ค เวนเชอร์ โรงแรมดิ โอคุระ เพรสทีส Central Embassy Central ชิดลม ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ สถานฑูตสวิสเซอร์แลนด์ สถานฑูตอังกฤษ สถานฑูตสหรัฐอเมริกา     ลักษณะห้องและขนาดห้อง   1 Bedroom ขนาด 36.5 - 47.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 8.1 ล้านบาท 2 Bedroom ขนาด 57.50 - 74.50 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 11.2 ล้านบาท 3 Bedroom ขนาด 97.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 19.4 ล้านบาท 1 Bed Duplex ขนาด 47 - 63 ตารางเมตร Sold out 2 Bed Duplex ขนาด 68 - 84 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 15.8 ล้านบาท Penthouse ขนาด 134 ตารางเมตร ราคา 29.5 ล้านบาท     สิ่งอำนวยความสะดวก   Lobby สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า ฟิตเนส สวนสีเขียวรอบโครงการ   Lobby เรียบหรู ออกแบบพิเศษให้โปร่งโล่ง ด้วยเพดานสูง ถึง 6 เมตร โอ่อ่าด้วยพื้นที่กว้างถึง 340 ตารางเมตร เชื่อมต่อ Contour Garden ห้อง Fitness ที่มีอุปกรณ์ครบครัน สระว่ายน้ำระบบเกลือบน Roof top   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-631-1155 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.panjapolproperty.com
Kawa Haus Onnut T77 – คาวะ เฮ้าส์ อ่อนนุช T77 (PREVIEW)

Kawa Haus Onnut T77 – คาวะ เฮ้าส์ อ่อนนุช T77 (PREVIEW)

Kawa Haus Onnut T77 (คาวะ เฮ้าส์ อ่อนนุช T77) คอนโดสไตล์รีสอร์ท ในซอยสุขุมวิท 77 หรือซอยอ่อนนุช ใกล้ BTS อ่อนนุช เป็นอีกหนึ่งคอนโดใหม่ในโครงการ T77 Community Hub ของ "แสนสิริ"     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น 3,990,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น 3 อาคาร จำนวนห้อง 546 ยูนิต พื้นที่โครงการ ประมาณ 6 ไร่ ที่ตั้งโครงการ ถนนสุขุมวิท 77 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   Bangkok Prep Habito mall Big C Extra อ่อนนุช W District People Park BTS อ่อนนุช Century The Movie Plaza Tesco Lotus Summer Hill BTS พระโขนง Wells International School Gateway เอกมัย Major เอกมัย โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท โรงพยาบาลสุขุมวิท The Beacon Place Anglo Singapore International School Pickadaily Bangkok     ลักษณะห้องและขนาดห้อง   1 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 29.75 - 43.25 ตารางเมตร 2 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 50.50 - 60 ตารางเมตร 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 59.75 - 78.75 ตารางเมตร     สิ่งอำนวยความสะดวก   Lobby คลับเฮ้าส์ พื้นที่สันทนาการกลางแจ้ง สระว่ายน้ำ จากุซซี่น้ำร้อน, น้ำเย็น สระว่ายน้ำเด็ก ฟิตเนส พร้อมอุปกรณ์ พื้นที่ทำงานส่วนกลาง พื้นที่เตรียมอาหารส่วนกลาง พร้อมเครื่องปลูกผักอัจฉริยะ Internet Wifi พื้นที่ส่วนกลาง สวนพักผ่อน รถบริการรับ-ส่ง EV Charger Access Card Control ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1685 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.sansiri.com/condominium/kawa-haus/th/
oka Haus Sukhumvit 36 – โอกะ เฮ้าส์ สุขุมวิท 36 (PREVIEW)

oka Haus Sukhumvit 36 – โอกะ เฮ้าส์ สุขุมวิท 36 (PREVIEW)

Oka Haus Sukhumvit 36 (โอกะ เฮ้าส์ สุขุมวิท 36) คอนโดสไตล์รีสอร์ทติดถนนพระราม 4 เพียง 5 นาทีจาก BTS ทองหล่อพร้อมส่วนกลางและเทคโนโลยีแนวคิดใหม่ จาก แสนสิริ     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น 3,690,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด High Rise สูง 47 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง 1,178 ยูนิต พื้นที่โครงการ ประมาณ 5 ไร่ ที่ตั้งโครงการ ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   บิ๊กซี พระราม 4 K Village Tesco Lotus พระราม 4 อาคารสิรินรัตน์ กรีนทาวเวอร์ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท BTS ทองหล่อ Gateway เอกมัย โรงพยาบาลสุขุมวิท Major Cineplex เอกมัย   ลักษณะห้องและขนาดห้อง   1 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 26.5 – 34.75 ตารางเมตร 2 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 40.5 – 41.00 ตารางเมตร 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 49.25 – 49.50 ตารางเมตร 3 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 86.25 – 86.5 ตารางเมตร   สิ่งอำนวยความสะดวก   Lobby สวนส่วนกลาง สระว่ายน้ำพร้อมจากุซซี่ พื้นที่สันทนาการสำหรับเด็ก ห้องออกกำลังกาย ห้องอบไอน้ำแยกชาย/หญิง เลาจน์ ลานภาพยนต์กลางแจ้ง Free wi-fi บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง จุดบริการชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด และกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1685 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.sansiri.com/condominium/oka-haus/th/
Arise Ratchada 19 (PREVIEW)

Arise Ratchada 19 (PREVIEW)

Arise Ratchada 19 คอนโด Low Rise ทำเลศักยภาพในซอยรัชดา 19 ใกล้ MRT สถานีรัชดาภิเษก แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โครงการใหม่จาก Fortune Plus Property เตรียมเปิด VIP Day วันที่ 16 ธันวาคมนี้ ที่สำนักงานขาย ซอยวิภาวดี 16/33   รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น 1,890,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท ฟอร์จูน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ลักษณะคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร ที่ตั้งโครงการ ซอยรัชดาภิเษก 19 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   MRT รัชดาภิเษก ตลาดโชคชัย ร่วมมิตร การบินไทย สำนักงานใหญ่ สวนลุมไนท์บาซ่าร์ รัชดา     ลักษณะห้องและขนาดห้อง   1 Bedroom ขนาด 22.70 - 32.60 ตารางเมตร 1 Bedroom Plus ขนาด 36.80 ตารางเมตร 2 Bedroom ขนาด 49.51 ตารางเมตร     สิ่งอำนวยความสะดวก   ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง ระบบรักษษความปลอดภัย และกล้องวงจรปิด ตลอด 24 ชั่วโมง     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 091-417-1919 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.arisecondo.com/
KnightsBridge Collage Ramkhamhaeng – ไนท์บริดจ์ คอลลาจ รามคำแหง (PREVIEW)

KnightsBridge Collage Ramkhamhaeng – ไนท์บริดจ์ คอลลาจ รามคำแหง (PREVIEW)

Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng - ไนท์บริดจ์ คอลลาจ รามคำแหง คอนโดใหม่ สไตล์อังกฤษ ผสมผสาน Classic & Modern ห่างจาก MRT หัวหมาก เพียง 100 เมตร จาก Origin Property     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น 2,050,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด High Rise 25 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 4-0-11.9 ไร่ จำนวนห้อง 682 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต ที่จอดรถ ประมาณ 46% (รวมจอดซ้อนคัน) ที่ตั้งโครงการ ซอยรามคำแหง 42 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เริ่มก่อสร้าง เดือนมีนาคม ปี 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จ เดือนมีนาคม ปี 2563 ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน 500 บาท/ตารางเมตร   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   เดอะมอลล์ บางกะปิ แม็คโคร เทสโก้ โลตัส โรงเรียนเทพลีลา โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ราชมังคลากีฬาสถาน เมเจอร์ ฮอลลีวูด รามคำแหง ออฟฟิศเมท บิ๊กซี หัวหมาก พันธุทิพย์ พลาซ่า บางกะปิ The Nine พระราม 9 โรงเรียนนานาชาติ RAIS ลอนดอน สตรีท พัฒนาการ   ลักษณะห้องและขนาดห้อง   1 Bedroom ขนาด 22.20 - 22.90 ตารางเมตร จำนวน 318 ยูนิต 1 Bedroom Exclusive ขนาด 26.40 ตารางเมตร จำนวน 138 ยูนิต 1 Bedroom Plus ขนาด 31.40 - 32.50 ตารางเมตร จำนวน 180 ยูนิต 2 Bedroom ขนาด 43.20 - 43.30 ตารางเมตร จำนวน 46 ยูนิต   สิ่งอำนวยความสะดวก Lobby Mailbox Co-working space & Library Co-kitchen & Co-pantry space Pool in the park Health Club Sky Jogging Track Access Card Control ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด ตลอด 24 ชั่วโมง     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 020 300 000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://knightsbridge.origin.co.th/ramkhamhaeng/index.php
Le Luk คอนโดมิเนียมตอบโจทย์ความสมบูรณ์แบบแห่งชีวิตที่คุ้มค่า

Le Luk คอนโดมิเนียมตอบโจทย์ความสมบูรณ์แบบแห่งชีวิตที่คุ้มค่า

การใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพแวดล้อมในอุดมคติ บนสุดยอดทำเลที่มีศักยภาพ ถือเป็นความสมบูรณ์แบบแห่งชีวิตที่คุ้มค่าที่สุด และสำหรับผู้ที่กำลังเฟ้นหาการลงทุนที่ใช่สำหรับตัวเองและคนสำคัญของชีวิตอยู่นั้น Le Luk คอนโดมิเนียมริมถนนสุขุมวิทติด BTS ที่ตั้งอยู่ใน W District บนทำเลที่ดีที่สุดของย่านพระโขนง คือการตอบโจทย์ที่ใช่และลงตัวที่สุดสำหรับผู้มองหาการลงทุนเพื่อเติมเต็มชีวิตที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบที่สุด เช่นเดียวกับคู่รักสุดสวีทซึ่งกำลังจะมีทายาทตัวน้อยออกมาเติมเต็มคำว่าครอบครัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อย่าง พีท – พงพี และ ตูน – สุภัชชา ลีนะวงศ์ ที่มีมุมมองในการตัดสินใจเลือกเฟ้นคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุนสำหรับตนเอง และเพื่อการเตรียมการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับสมาชิกตัวน้อยของครอบครัวไว้อย่างน่าสนใจ   โดย พีท – พงพี ลีนะวงศ์ เล่าให้ฟังจากจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ออกแบบห้องของทางโครงการ จนสู่การตัดสินใจเป็นผู้พักอาศัยในโครงการที่ตัวเองออกแบบนี้ว่า “ผมโชคดีที่มีโอกาสได้ทำงานออกแบบห้องที่นี่ ทำให้เห็นรายละเอียดอย่างใกล้ชิดของโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มต้น  จึงค่อนข้างมั่นใจว่า Skywalk Residence ทั้ง 2 โครงการคือ Leluk condominium และ Sky Walk Condominium ตอบโจทย์สิ่งที่ผมต้องการ คือสามารถรองรับไลฟ์สไตล์ได้ทุกรูปแบบมีฟังก์ชั่นที่ครบครัน เพราะสำหรับผมบริเวณพื้นที่กว่า 80 ตารางเมตรห้องนี้ ต้องการให้สามารถเป็นได้ทั้งที่พักอาศัยส่วนตัว และในบางครั้งก็เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ แบบส่วนตัวได้ นอกจากนี้ความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ของดีเวลลอปเปอร์ ความสะดวกสบายในการเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็น อันดับต้นๆ และเหนือสิ่งอื่นใดคือตอนนี้ครอบครัวของเรากำลังเตรียมต้อนรับสมาชิกตัวน้อย การเลือกซื้อคอนโดมิเนียมเปรียนเสมือนการลงทุนสำหรับอนาคตที่มั่นคงของครอบครัว และเป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่พ่อและแม่มอบให้กับลูกของเรา” ด้าน ตูน - สุภัชชา ลีนะวงศ์ ในฐานะคุณแม่ซึ่งย่อมใส่ใจในรายละเอียดและเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวได้เล่าว่า “ตอนนี้ก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เพิ่มบทบาทหน้าที่ของการเป็นคุณแม่อย่างเต็มตัว ตอนนี้ก็พยายามเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด เวลาทำอะไรก็จะใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน  แน่นอนว่าที่พักอาศัยคือพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตตูนถูกใจห้องที่นี่เพราะเน้นการตกแต่งดีไซน์ที่มีความสะดวก สบาย  มีสิ่งอำนวย ความสะดวกพร้อม ตูนจะคลอดน้องในเดือนธันวาคม นึกถึงบรรยากาศเวลาเพื่อนๆ มาเยี่ยม สังสรรค์ทำกับข้าวกินกัน พูดคุยกัน ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นส่วนตัว ระบบรักษาความปลอดภัยมั่นใจได้ ที่สำคัญอีกอย่างคือเรื่องของ ที่จอดรถที่มีเพียงพอสำหรับสมาชิกในครอบครัว และในอนาคตก็ยังสามารถเป็นนำไปลงทุนที่คุ้มค่าได้อีกด้วย เรียกว่าที่นี่คือที่พักอาศัยในอุดมคติจริงๆ ค่ะ” ดีไซน์โดยรวมของห้องให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันอบอุ่น เลือกใช้พื้นไม้สี white oak หรือสีไม้บีช ตัดกับผนังสีขาว และพื้นที่ภายในห้องครัวที่เลือกใช้หินอ่อน White Volakus ซึ่งทำให้ภายในห้องดูกว้างขวาง โปร่งโล่ง สบาย เนื่องจากห้องนี้ไม่ใช่ห้องเพื่อการพักผ่อนและสังสรรค์เท่านั้น แต่ยังคาดการณ์ถึงการลงทุนในอนาคต การออกแบบจึงมีการคำนึงถึงผู้เช่าในอนาคตไว้หากมีกลุ่มเป้าหมายที่สนใจเช่า ก็สามารถย้ายเข้าอยู่ได้เลย อีกทั้งฟังก์ชั่นภายในใช้เฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อินทั้งหมด อาทิ ตู้เก็บของภายในห้องครัว เลือกใช้พื้นผิวเป็นกระจกทำให้พื้นที่ภายในห้องดูกว้างขวางขึ้น หรือชั้นวางของตกแต่งขนาดเล็กด้านหลังโซฟาห้องรับแขก ที่อยู่ติดกับห้องนอนใหญ่ที่เน้นโทนสีไม้บีชสร้างบรรยากาศในการพักผ่อนในห้องนอนดูอบอุ่นมากขึ้น ขณะที่พื้นที่ภายในห้องนอนกว้างขวางเพราะการบิลต์อิน Walk in Closet บริเวณทางเชื่อมระหว่างห้องนอน และห้องน้ำ ทำให้มีพื้นที่พักผ่อนภายในห้องนอนมากยิ่งขึ้น Le Luk เป็นคอนโดมิเนียมที่อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดในย่านพระโขนงใน W District เป็นโครงการ Mix used ประกอบด้วย โรงแรม CO Working Space ,TCDC Common  และ ร้านอาหาร Street Market ริมถนนสุขุมวิทติด BTS และเชื่อมทางด่วนรามอินทรา - อาจณรงค์ พร้อมด้วยทางเข้าออก 5 เส้นทาง บนพื้นที่กว่า 11 ไร่ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่น่าจับจองสำหรับนักลงทุน เนื่องจากแนวโน้มของราคาคอนโดมิเนียมสูง ย่าน ทองหล่อ เอกมัย พระโขนง ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปี 2560 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยราคาที่ดินที่มีสามารถสร้างอาคารสูงได้มีการปรับราคาสูงขึ้น และการหาที่ดินในการสร้างอาคารสูงยากขึ้น ทางด้านตลาดการเช่าด้วยทำเลศักยภาพย่านพระโขนงสามารถจับกลุ่มลูกค้าผู้เช่าชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวเอเซีย ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน และ สิงคโปร์ ซึ่งอัตราการเช่าอยู่ที่ 80%โดย Skywalk Residence มีบริการแบบครบวงจรทั้งการจัดหาผู้เช่า และดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทางผู้เช่าอย่างครบครัน
แสนสิริปลื้มยอดขาย“แสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม 2017” สร้างยอดขายเกินเป้า พุ่งทะลุกว่า 9,000 ล้านบาท มั่นใจปิดยอดขายปลายปีตามเป้าหมาย 40,000 ล้านบาท ทุบสถิติการสร้างยอดขายที่สูงที่สุดของแสนสิริตลอดทุกปีที่ผ่านมา

แสนสิริปลื้มยอดขาย“แสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม 2017” สร้างยอดขายเกินเป้า พุ่งทะลุกว่า 9,000 ล้านบาท มั่นใจปิดยอดขายปลายปีตามเป้าหมาย 40,000 ล้านบาท ทุบสถิติการสร้างยอดขายที่สูงที่สุดของแสนสิริตลอดทุกปีที่ผ่านมา

แสนสิริประกาศความสำเร็จจากการจัดงานใหญ่แห่งปี “Sansiri Life Comes Home 2017” (แสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม 2017) ลูกค้าแห่จอง 2 คอนโดใหม่ “โอกะ เฮาส์ ” สุขุมวิท 36 และ “คาวะ เฮาส์ ” สุขุมวิท 77 และคึกคักสัมผัสประสบการณ์ตรง 6 นวัตกรรมจาก Siri LifeTech สร้างยอดขายรวมในช่วงระหว่างการจัดแคมเปญได้สูงถึง 9,000 ล้านบาท เกินจากเป้ายอดขายแคมเปญที่ตั้งไว้ 8,000 ล้านบาท ส่งผลยอดขายพรีเซลล์รวมปัจจุบันทะลุกว่า 34,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นถึง 85 % จากเป้าหมายยอดขาย 40,000 ล้านบาท เดินหน้าก้าวสู่การทุบสถิติสร้างยอดขายที่สูงที่สุดของแสนสิริในปี 2560 นายเศรษฐา  ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยสรุปภาพรวมการจัดแคมเปญและการจัดงานใหญ่ประจำปี แสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม 2017 (Sansiri Life Comes Home 2017)  ในช่วงระหว่างวันที่ 24 – 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ตลอดการจัดแคมเปญได้ถึง 9,000 ล้านบาท เกินจากเป้าหมายแคมเปญที่ตั้งไว้ 8,000 ล้านบาท โดย 2 โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ คือ โอกะ เฮาส์ และคาวะ เฮาส์ ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากที่สุดยัง นอกจากนี้บริษัทยังสามารถปิดการขายคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่ในโครงการเดอะ ไลน์ สุขุมวิท 71 จากการมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าภายในงานแสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม ได้อีกด้วย ซึ่งเมื่อรวมความสำเร็จจากการที่ลูกค้าให้การตอบรับโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ของกลุ่มบริษัทแสนสิริเป็นอย่างดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตั้งต้นปีที่ผ่านมา อาทิ ผลงานล่าสุดจากการปิดการขายโครงการ เดอะ ไลน์ สาทร จำนวน 327 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นคอนโดมิเนียมโครงการล่าสุดภายใต้ความร่วมมือระหว่างบีทีเอสและแสนสิริลงอย่างรวดเร็ว หลังเปิดขายแบบ Online booking ในวันแรก ในราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาทหรือเฉลี่ย 270,000 บาทต่อตารางเมตร โดยมีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าเป็นคนไทยและต่างชาติ 70 : 30 เปอร์เซ็นต์ สร้างยอดขายในตลาดต่างชาติได้ถึง 1,300 ล้านบาท นับเป็นคอนโดมิเนียมโครงการที่ 12 ภายใต้ความร่วมมือของบีทีเอสและแสนสิริที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถปิดการขายโครงการในตลาดต่างจังหวัด อาทิ โครงการเดอะ วัลลีย์ เขาใหญ่ (The Valley Khaoyai)  มูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท โครงการดีคอนโด นครระยอง คอนโดมิเนียมจำนวน 575 ยูนิต ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าไทยทั้งในด้านการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและลงทุนปล่อยเช่า จากทำเลที่ตั้งโครงการซึ่งใกล้แหล่งนิคมอุตสาหกรรมระยอง จึงสามารถปิดการขายโครงการมูลค่ากว่า 830 ล้านบาทในที่สุด ส่งผลให้ยอดขายรวมของบริษัทในขณะนี้ (1 มกราคม – 27  พฤศจิกายน 2560) คิดเป็นมูลค่ารวมแล้วกว่า 34,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นถึง 85% จากเป้าหมายยอดขาย 40,000 ล้านบาทที่มีการปรับเพิ่มจาก 36,000 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทก้าวเข้าสู่การบันทึกการทุบสถิติ!! การสร้างยอดขายที่สูงที่สุดของแสนสิริในปีนี้   “การจัดงานในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าจำนวนมาก มีกลุ่มลูกค้าสนใจซื้อคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ที่เปิดตัวการขายภายในงาน ได้แก่โครงการ “โอกะ เฮาส์ ” สุขุมวิท 36 และ “คาวะ เฮาส์ ” สุขุมวิท 77 รวมทั้งโครงการในต่างจังหวัดที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก อาทิ บ้านไม้ขาว ภูเก็ต และ เรน ชะอำ หัวหิน เป็นต้น ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลจากการนำเสนอที่อยู่อาศัยโครงการต่าง ๆ ของกลุ่มแสนสิริที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงความร่วมมือจากพันธมิตรธุรกิจที่เข้าร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์และรูปแบบการให้บริการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยใหม่ โดยการมอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษภายในงาน ทำให้มีผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานจำนวนมากและประสบความสำเร็จด้านยอดขายสูงเกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายเศรษฐา กล่าว นอกจากนี้ งานแสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม ในปีนี้ ยังนับเป็นเวทีสำคัญในการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแสนสิริในการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำด้านเทคโนโลยีที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัย จากการที่เรานำ 6 นวัตกรรมภายใต้ Siri LifeTech มาจัดแสดงและเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองใช้งานเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นมุมกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานจำนวนมากที่มาร่วมสัมผัสมิติใหม่ในการเติมเต็มทุกรูปแบบการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ (Complete Your Living Experience) จาก 6 นวัตกรรมของแสนสิริเพื่อการใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยแนวใหม่ ไม่ว่าจะเป็น SAN:DEE Delivery Bot หรือแสนดี หุ่นยนต์ไฮเทคส่งของถึงหน้าห้องพัก Sansiri AI BOX ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะที่ลูกบ้านสามารถสั่งการควบคุมการเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านด้วยเสียงภาษาไทยเป็นครั้งแรก Farmshelf นวัตกรรมฟาร์มแนวตั้งอัจฉริยะที่แสนสิรินำเข้ามาใช้เป็นครั้งแรกของประเทศไทยให้ลูกบ้านปลูกผักเพื่อบริโภคเองในคอนโด Sansiri Home Service Application ซึ่งสามารถควบคุมการเปิดปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ และจองใช้พื้นที่ส่วนกลางผ่านแอพ และฟังก์ชั่นใหม่ Online Shopping by SB Furniture ให้ลูกบ้านเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย ๆ เพียงปลายนิ้ว รวมถึง Smart Move แพลตฟอร์มบริการให้เช่ารถยนต์ในโครงการ และ Samitivej@HOME นวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพในที่พักอาศัยภายใต้ความร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวช “แผนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทแสนสิริในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทยังได้เตรียมเดินหน้าต่อเนื่องตามแผนการลงทุน 80 ล้านดอลล่าร์ หรือ 2,800 ล้านบาท ใน 6 แบรนด์ชั้นนำของโลก สะท้อนวิสัยทัศน์ระดับโลกเพื่อการใช้ชีวิตในอนาคต ซึ่งนับเป็น 6 ธุรกิจด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของโลก นับเป็นการขยายฐานการลงทุนในธุรกิจอื่นครั้งสำคัญเพื่อสร้างพันธมิตรในประเภทธุรกิจอันหลากหลาย โดยทั้ง 6 ธุรกิจล้วนมีอัตราการเติบโตสูงในตลาดโลกซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของแสนสิรินอกประเทศไทย เร่งเดินหน้ากลยุทธ์โมเดลธุรกิจแบบ asset light ในยุคปฏิวัติดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสจากการผนึกกำลังร่วมและโอกาสการเติบโตที่รวดเร็ว โดยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของบริษัททั้งหกจากการเข้าถือหุ้นของแสนสิริจะส่งผลดีต่อธุรกิจหลักของแสนสิริ ทั้งนี้แนวโน้มไตรมาส 4 ของปี 2560 นี้ บริษัทคาดว่าจะมีผลประกอบการที่โดดเด่นและดีที่สุดทั้งในด้านยอดขายพรีเซลล์ รายได้ และกำไร” นายเศรษฐา กล่าว
“แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” ตอกย้ำแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ทุ่มงบจัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขปี’ 61 เพื่อประกาศความเป็นไอโคนิคหนึ่งของราชประสงค์

“แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” ตอกย้ำแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ทุ่มงบจัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขปี’ 61 เพื่อประกาศความเป็นไอโคนิคหนึ่งของราชประสงค์

แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) รุกตลาดมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ตอกย้ำแลนด์มาร์คแห่งใหม่ พร้อมสนองนโยบายรัฐด้านการท่องเที่ยว ทุ่มงบจัดงานสุดยิ่งใหญ่ “Beautiful Bangkok by Magnolias @Ratchaprasong” (บิวตี้ฟูล แบงค็อก บาย แมกโนเลียส์ แอท ราชประสงค์) การแสดง แสง สี 3 มิติ (3D projection mapping) บนตึกสูง 60 ชั้น ครั้งแรกแห่งประเทศไทย มุ่งนำเสนอประสบการณ์ใหม่ทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพื่อเดินหน้ายกระดับกรุงเทพมหานคร สู่ศูนย์กลางเวทีเศรษฐกิจระดับโลก  วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) หนึ่งในผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดปีที่ผ่านมากระแสการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเป็นตลาดที่น่าจับตามอง ทั้งนี้ปัจจัยกำหนดความสำเร็จ ประกอบไปด้วยที่ตั้งของโครงการที่ถือว่าเป็นทำเลทอง ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี สะดวกสบาย (Prime location) ประการที่ 2 คือความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าโครงการมีคุณค่า มีเอกลักษณ์โดดเด่น สะท้อนตัวตนของผู้ซื้อได้ชัดเจนและมีมูลค่าเพิ่มตามกาลเวลา (ICONIC Design) ประการที่ 3 คือคุณภาพและการเลือกใช้วัสดุความพิถีพิถันในทุกๆ ขั้นตอน เช่น การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ หรือแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับระดับโลกในโครงการ (Finest Specification) ประการสุดท้าย คือ การตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย คือโครงการเหล่านั้นมีความเพียบพร้อมมากแค่ไหนในการรองรับไลฟ์สไตล์ผู้อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการมีเชนโรงแรมระดับ 5 ดาว เพื่อเสริมในด้านการบริการระดับเอ็กซ์คูลซีฟ, พื้นที่ศูนย์การค้า หรือศูนย์ธุรกิจ รวมไปถึงเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยขั้นสูงตามมาตรฐานระดับโลก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับผู้พักอาศัย (Sophisticated Lifestyles)   “แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) โครงการมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ภายใต้การดำเนินงาน MQDC ตั้งอยู่บนที่ดินใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งย่านราชประสงค์นับเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจมีการเติบโตของโครงการต่างๆ ทั้งที่เพื่อธุรกิจและที่พักอาศัย เรามีความตั้งใจที่จะพัฒนาโครงการนี้ โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การออกแบบ ผสานการเลือกวัสดุที่มีมาตรฐานระดับสูง ดังที่เห็นได้จากรูปแบบของตัวอาคารที่มีความแตกต่างด้วยรูปทรงโค้งมน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ค่อนข้างยาก แต่เราก็มีความตั้งใจจริงเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา นอกจากห้องพักสุดหรู ยังได้โรงแรมแบรนด์ดังระดับ 5 ดาวอย่าง วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ (Waldorf Astoria Bangkok) ในเครือฮิลตันมาเป็นพันธมิตร นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ เพราะเป็นการมาเปิดครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำคัญ “แมกโนเลียส์  ราชดำริฯ” ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก Thailand Property Awards ประจำปี 2014 ถึง 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศสาขาการออกแบบสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยม - Best Architectural Design, รางวัลชนะเลิศการตกแต่งภายในยอดเยี่ยม - Best Interior Design และรางวัลโครงการคอนโดหรูระดับลักชัวรี่ในกรุงเทพฯ ที่ได้รับการยกย่องสูงสุด - Highly Recommend - Best Luxury Condo Development (Bangkok) จึงเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของโครงการได้เป็นอย่างดี” ด้านความคืบหน้าของโครงการฯ ภีชภัตธา ผกากาญจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายโครงการ เผยว่า “ปัจจุบันโครงการได้สร้างยอดขายไปเกินกว่า 80% แล้วจากจำนวนทั้งหมด 316 ยูนิต ซึ่งส่วนใหญ่จากลูกค้าที่เป็นทั้งชาวไทย 50% และชาวต่างชาติ 50% โดยส่วนใหญ่เป็นชาวฮ่องกง, สิงคโปร์และไต้หวัน ซึ่งปัจจัยที่ช่วยผลักดันยอดขายของเราให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากทำเลที่เป็น Top destination ระดับต้นๆ ของเมืองไทยแล้ว ก็คือความเป็นมิกซ์ยูสที่ทันสมัยสามารถตอบสนองทุกความต้องการของผู้พักอาศัย รวมไปถึงความสมบูรณ์แบบด้านสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้อย่างครบครัน สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้ครอบครอง ซึ่งในส่วนห้องชุดที่ทางโครงการจะทำการขายต่อไปนั้นจะเป็นแบบ 2 ห้องนอน ที่มีขนาดพื้นที่ 72 – 106 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคาเริ่มต้นที่ 280,000 บาท/ตารางเมตร โดยส่วนของห้อง Penthouse ทั้งหมด 8 ยูนิต ทางเราได้ทำการขายไปแล้ว 4 ยูนิต โดยทางโครงการคาดว่าจะสามารถปิดการขายทั้งโครงการได้ที่ Q2 ปี 2018 ซึ่งเราจะเปิดให้ชมห้องตัวอย่างอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 1 ธันวาคม 2017 นี้”   เพื่อแสดงศักยภาพย่านราชประสงค์ให้เป็นที่ยอมรับจากคนทั่วโลก แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ หรือ RSTA โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมวางแผนพัฒนาและอนุรักษ์ พร้อมผลักดันย่านราชประสงค์สู่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ โดย วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีความยินดีมากที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสมาชิกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ย่านธุรกิจที่เป็นดั่งหัวใจสำคัญของเมืองไทยและแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วโลก เราเชื่อมั่นว่าด้วยความพร้อมของ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) และโครงการ “แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” เมื่อได้ร่วมผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกับทางสมาคมฯ เราจะสามารถเข้ามาเติมเต็มทัศนียภาพของ ย่านราชประสงค์-ย่านราชดำริ และทำให้ที่แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ นำไปสู่ก้าวสำคัญของการพัฒนา ย่านราชประสงค์ให้เป็นเมืองแห่งอนาคต ที่รวมความเป็นที่สุดแห่งตลาดรีเทล ตลาดโฮลเซล ตลาดฮอสพิทอลลิตี้ ตลาดลักชัวรี่ เรสซิเดนส์ และตลาดไมซ์ใจกลางกรุงเข้าไว้ เพื่อเสริมให้ย่านราชประสงค์แข็งแกร่งพร้อมเป็นศูนย์กลางเวทีเศรษฐกิจระดับโลก   เพื่อตอกย้ำถึงความตั้งใจ เราพร้อมสร้างสีสันความสมบูรณ์แบบให้ย่านราชประสงค์ โดยจับมือ สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน Beautiful Bangkok by Magnolias @Ratchaprasong (บิวตี้ฟูล แบงค็อก บาย แมกโนเลียส์ แอท ราชประสงค์) การแสดง แสง สี 3 มิติ (3D projection mapping) บนตึกสูง 60 ชั้น ครั้งแรกในเมืองไทย”   “การจัดงานครั้งนี้เพื่อสะท้อนความสวยงามของกรุงเทพฯ ให้ประจักษ์แก่สายตาคนทั่วโลก เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่คนกรุงเทพฯ เพื่อสร้างรอยยิ้ม ความสุขและความภาคภูมิใจ จะสามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงเทศกาลแห่งความสุข การร่วมกับสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ครั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาย่านราชประสงค์ให้เติบโตสู่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจระดับโลก หลังจากการแสดง แสง สี 3 มิติ ครั้งนี้ คาดว่าจะดึงดูดผู้คนมาเดินเที่ยวมาดูไฟเพิ่มขึ้นเป็น 30% จากปัจจุบันในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ที่มีคนมาเดินประมาณ 600,000 คน/วัน เป็น 780,000 คน/วัน” นายวิสิษฐ์ กล่าว งาน Beautiful Bangkok by Magnolias @Ratchaprasong (บิวตี้ฟูล แบงค็อก บาย  แมกโนเลียส์ แอท ราชประสงค์) จะใช้ Façade (ฟาซาด) ที่เป็นจุดเด่นส่วนหนึ่งของโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) มาใช้เป็นพื้นที่ในการฉายไฟเข้าไปที่ตึกด้วยเทคโนโลยีระดับสูงของ 3D Mapping Projection ออกแบบโดยทีมงานฝีมือระดับโลกศิลปินชาวยุโรปที่ขนานนาม “ไลม์ไลต์” (Limelight) ที่เคยสร้างผลงานให้ทั่วโลกได้ตื่นตะลึง อาทิเช่น Skyway International Light Festival - Torun, Poland - 2011, 2012, 2013, 2017 มารังสรรค์ผลงานให้คนไทยได้ชื่นชมภายใต้แนวคิด “Beautiful Bangkok” เพื่อร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561 โดยกำหนดการแสดงจะมีขึ้นในวันที่ 14 - 30 ธันวาคม 2560 วันละ 5 รอบ คือ รอบ 19.00 น. รอบ 19.15 น. รอบ 19.30 น. รอบ 19.45 น. และรอบ 20.00 น. พิเศษในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เพิ่มรอบเวลา 23.55 น.   ภีชภัตธา ผกากาญจน์ เสริมทิ้งท้าย “ ทางเราตั้งใจจัดกิจกรรมนี้ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศและเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ โดยจัดกิจกรรมร่วมสนุกส่งภาพประกวดเพื่อชิงรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท ด้วยการส่งภาพและคำบรรยายมาที่ beautifulbangkokbymagnolias@gmail.com พร้อมชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อ โดยภาพที่ส่งเข้ามาจะทำการคัดเลือกและตัดสินโดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  โดยทุกภาพถ่ายที่โพสใน Facebook และ Instragram สามารถใช้ hashtag  #beautifulbangkok #beautifulratchaprasong #beautifulmagnolias #bangkokiconiclandmark สามารถติดตามรอบแสดงและตารางกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/MagnoliasRatchadamriBoulevard และ www.magnolias-ratchadamri.com” รายละเอียดเพิ่มเติม :  โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) เป็นโครงการแบบมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดผืนสุดท้ายบนถนนราชดำริ ผู้พัฒนาโครงการคือ บริษัท แมกโนเลีย ไฟน์เนสท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)   ตัวโครงการสูง 60 ชั้น บนพื้นที่ 6 ไร่ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ เรสซิเดนท์ จำนวน 316 ยูนิต ตั้งแต่ชั้น 17 – 54 แบ่งเป็นขนาด 1 ห้องนอน (48 - 60 ตารางเมตร) จำนวน 88 ยูนิต, ขนาด 2 ห้องนอน (72 - 106 ตารางเมตร) จำนวน 220 ยูนิต, ดูเพล็กซ์ เพนท์เฮ้าส์ (250- 360 ตารางเมตร) จำนวน 6 ยูนิต และเพนท์เฮ้าส์ (290 - 300 ตารางเมตร) จำนวน 2 ยูนิต ภายนอกโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมการออกแบบชั้นสุดยอด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “กลีบดอกแมกโนเลีย” ที่ดูสวยงาม อ่อนหวาน หากแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง หากมองจากมุมสูงลงมา จะเห็นถึงเส้นสายลายโค้งอันอ่อนช้อย ที่วนล้อมไล่เรียงตั้งแต่ปลายด้านบนจรดถึงฐานด้านล่าง เสมือนดอกไม้ที่กำลังค่อยๆ เบ่งบาน   เพิ่มความยากและมากคุณค่ากับเทคโนโลยีการขั้นสูงสุดในการก่อสร้าง กับรูปทรงโค้งมนของตัวตึก พร้อมตกแต่งส่วนชายคา (Sunshade)  ที่นอกจากจะช่วยป้องกันความร้อน ยังเป็น Façade (ฟาซาด) ประดับตัวอาคาร หากมองไกลๆ จะเหมือนกระจกที่ถูกวางเรียงและจับบิดเป็นเกลียวโอบล้อมตัวตึกอยู่ เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องก็จะเห็นแสงเงาระยิบระยับพาดผ่าน   อีกทั้งยังเป็นอาคารประหยัดพลังงาน โดยนำแนวคิดสถาปัตยกรรมของไทยมาประยุกต์ใช้ ซึ่งเหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อน ด้วยการนำทิศทางของแสงแดดมาคำนวณในการออกแบบส่วนชายคาหรือ Sunshade ของตัวอาคารอย่างแม่นยำ ส่วนภายในได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างพิถีพิถันในแบบโมเดิร์นคลาสสิก เรียบหรู สง่างาม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจการตกแต่งสไตล์  English Town Home เน้นโทนสีเบจและขาวเทา ให้รู้สึกนุ่มเบาและสบายตา ไม่ฉูดฉาด เพิ่มความหรูหราด้วยโคมไฟตั้งพื้นคริสตัล เหมาะกับหญิงสาวที่มีบุคลิกหวานซ่อนเปรี้ยว และมีความเป็นตัวของตัวเอง ในขณะที่สไตล์ Elegance Modern จะเล่นโทนสีอ่อนและเข้มสลับกันไป ให้ความรู้สึก เท่ ทันสมัย และลึกลับ สไตล์ของงานเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่ใช้จะเป็นรูปแบบเรียบๆ แต่มีลูกเล่นดีเทลแฝงอยู่ของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นงานแสตนเลสหรือกระจก   พร้อมติดตั้งชุดครัว Bulthaup แบรนด์ชุดครัวหรูที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากประเทศเยอรมนี รวมถึงอ่างล้างจาน FRANKE และชุดครัวคุณภาพสูงจาก Siemens ส่วนของห้องน้ำเลือกใช้เครื่องสุขภัณฑ์ชั้นนำ อาทิ ก๊อกน้ำจากแบรนด์ Dornbracht ซึ่งเป็นท็อปแบรนด์ซึ่งใช้ในโรงแรมระดับไฮเอนด์ชั้นนำทั่วโลก รวมทั้งสุขภัณฑ์ตัวท็อป HANSGROHE ซึ่งออกแบบพิเศษสำหรับโครงการ เช่น อ่างอาบน้ำ KASCH ฯลฯ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด เลาจน์ คลับ ระดับเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้พักอาศัย (Private Residents Club), จุดรับ-ส่งสำหรับบริการจอดรถ (Valet Parking) ห้องสมุดพร้อมวิวสวนแนวโค้ง, ฟิตเนส, ลู่วิ่งออกกำลังกายริมสวนแนวลาด, สระว่ายน้ำ สระเด็กและส่วนจากุชชี่, ห้องอบไอน้ำและเซาว์น่า พร้อมทั้งระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง   โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ (Waldorf Astoria Bangkok) เป็นแบรนด์ชั้นนำในเครือฮิลตัน ที่มีเอกลักษณ์การบริการแบบ “ทรูวอลดอร์ฟเซอร์วิส” (True Waldorf Service) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านสี่แยกราชประสงค์ บนถนนราชดำริ ด้วยแรงบันดาลใจจากงานศิลปะร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์ของโรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นิวยอร์ค ที่รายล้อมอยู่ท่ามกลางความหรูหราของคนในสังคมชั้นสูงมาหลายสมัย แบรนด์ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย จึงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอการบริการที่ดีที่สุด เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในบรรยากาศที่หรูหราและงดงาม   โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด โรงแรมหรูแห่งใหม่นี้ได้รับการตกแต่งภายในโดย มร. อังเดร ฟู (André Fu) นักออกแบบและตกแต่งภายในที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากฮ่องกง และ อาฟโรโค่ (AvroKO) บริษัทออกแบบชั้นนำจากนิวยอร์ค ด้วยห้องพักและห้องสวีทเพียง 171 ห้อง ทุกห้องถูกออกแบบให้มีพื้นที่โอ่โถงและกว้างขวางด้วยหน้าต่างที่สูงจากพื้นจรดเพดาน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และเตียงนอนที่หรูหราสะดวกสบาย ห้องแต่งตัวและตู้เสื้อผ้าถูกจัดวางอย่างลงตัว พร้อมผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำจากแบรนด์ดัง ซัลวาทอเร่ เฟอร์รากาโม (Salvatore Ferragamo) ที่คัดสรรมาสำหรับแขกที่มาพักแบรนด์วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย เท่านั้น ด้านอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมฯ ภูมิใจนำเสนอ ห้องอาหารบนชั้น 55 บูลแอนด์แบร์ (Bull & Bear) อันเลื่องชื่อมาจากโรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นิวยอร์ค ซึ่งให้บริการสเต็กคุณภาพเยี่ยมจากทั่วโลก หรือจะเติมเต็มด้วยเครื่องดื่มสุดพิเศษโดยบาร์เทนเดอร์มืออาชีพ และเคลิบเคลิ้มไปกับดนตรีทันสมัยจากดีเจที่ เดอะ ลอฟท์ (The Loft) ชั้น 56 และ เดอะ แชมเปญบาร์ (The Champagne Bar) บนชั้น 57 สถานที่ที่คุณจะประทับใจกับทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนอย่างไม่มีวันลืม พีค๊อก อัลลี่ย์ (Peacock Alley) เสิร์ฟอาหารว่างและจิบน้ำชายามบ่ายตามแบบฉบับวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นิวยอร์ค หรือจะเลือกอิ่มเอมกับอาหารนานาชาติที่ให้บริการตั้งแต่มื้อเช้าถึงมื้อเย็นที่ เดอะ บราซเซอร์รี (The Brasserie) ปิดท้ายด้วย ฟร้อนรูม (Front Room) ซึ่งนำเสนออาหารนอร์ดิค-ไทย (new Nordic-Thai) ในรูปแบบใหม่   ด้านการประชุมและจัดเลี้ยง โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ได้เตรียมห้องจัดเลี้ยงหลากหลายขนาดทั้งหมด 10 ห้อง พร้อมรองรับการจัดงานทุกรูปแบบ จุดเด่นคือห้องแมคโนเลียบอลรูม (Magnolia Ballroom) ที่ถูกเนรมิตอย่างสวยงามและมีเอกลักษณ์ เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ทางโรงแรมฯ ยังให้บริการสระว่ายน้ำ สปาและฟิตเนส ที่พร้อมจะมอบความเพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับความเขียวขจีของต้นไม้จากสนามราชกรีฑาสโมสรฯ และสีสันของแยกราชประสงค์ นอกเหนือจากนั้นโรงแรมฯ ยังมีบริการผู้ช่วยพิเศษ (Personal Concierge Service) และบริการรถลีมูซีน  
“Condo U เกษตร-นวมินทร์” เชื่อมต่อชีวิตการทำงานและการพักผ่อนที่ลงตัว

“Condo U เกษตร-นวมินทร์” เชื่อมต่อชีวิตการทำงานและการพักผ่อนที่ลงตัว

โครงการ “Condo U เกษตร - นวมินทร์” เป็นโครงการล่าสุดจาก Grand Unity ที่สร้างเสร็จพร้อมโอน และสามารถย้ายเข้าอยู่ได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้แล้วนะคะ ซึ่ง “Condo U เกษตร - นวมินทร์” ตัวนี้มีการปรับเปลี่ยน Design ใหม่ทั้งหมด โดยเลือกใช้คอนเซปต์ อาคารสีขาวที่ดูสะอาดตา พร้อมเพิ่มการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถตอบโจทย์การใช้สอยพื้นที่ได้อย่างสูงสุด บนทำเลที่เชื่อมไลฟ์สไตล์ทั้งชีวิตการทำงานและการพักผ่อนไว้อย่างลงตัว   ทำเล และการเดินทาง “Condo U เกษตร - นวมินทร์” ตั้งอยู่ริมถนนลาดปลาเค้าค่ะ ปักหมุดทำเลดีที่มีถนนหนทางเชื่อมโยงถึงหลายสาย สามารถเลือกเดินทางได้หลากหลายวิธีเลยทีเดียว เรามาดูถนนหนทางสายหลักๆ ที่เชื่อมกับถนนลาดปลาเค้ากันก่อนนะคะ ซึ่งมีถนน 3 สายด้วยกัน คือ ถนนรามอินทรา, ถนนเกษตร-นวมินทร์ และถนนผลาสินธุ์ การเดินทางด้วยรถส่วนตัวสะดวกมากๆ ค่ะ นอกจากจะสามารถเลือกใช้เส้นทางหลักๆ ที่ว่าแล้ว ถนนหลักทั้ง 3 สายยังเชื่อมต่อไปยังถนนพหลโยธิน, ถนนประดิษฐ์มนูธรรม, ถนนลาดพร้าว, ถนนวิภาวดีรังสิต รวมถึงยังอยู่ไม่ไกลจากด่านทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และ ดอนเมืองโทลเวย์ด้วยนะคะ จะไปยังโซนไหนของกรุงเทพก็เลือกได้ตามสะดวกเลยค่ะ การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนก็มีความสะดวกไม่แพ้กันนะคะ ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้ใช้รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายแน่ๆ แล้ว โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ “สถานีศรีปทุม” จากสถานีนี้สามารถตัดเข้าถนนผลาสินธุ์มาที่ถนนลาดปลาเค้าได้เลยค่ะ หรืออีกทางเลือกคือ “สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ” ความพิเศษคือ สถานีนี้จะ Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีชมพูด้วย ถ้าในอนาคตรถไฟฟ้าสายสีชมพูก่อสร้างเสร็จเราก็สามารถนั่งมาลงที่ “สถานีลาดปลาเค้า” บริเวณปากซอยได้เลยค่ะ เพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าไปอีกขั้น (ตามแผนการสร้าง คาดว่ารถไฟฟ้าจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานทั้ง 2 สายในช่วงปี 2563 ค่ะ) ในช่วงต้นรถไฟฟ้าสายสีเขียวน่าจะเป็นสายหลักที่เราจะได้ใช้กันอย่างจริงจังในเร็วๆ นี้แน่นอน นอกจากรถไฟฟ้าแล้ว ระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ก็มีให้เลือกใช้บริการเยอะทีเดียวค่ะ ทั้งรถเมล์ รถตู้ รถสองแถว แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็มีให้เลือกใช้มากมาย จะเดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวก และง่ายทุกทาง พูดถึงเรื่องการเดินทางกันไปแล้ว ทีนี้มาดูทำเลที่ตั้งกันบ้างค่ะ พื้นที่ในย่านลาดปลาเค้า-รามอินทราจัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ไม่แพ้ที่ไหนเลย ด้วยความเป็นย่านที่อยู่อาศัย ในทำเลที่ค่อนไปทางช่วงต้นๆ ของถนนรามอินทรา บริเวณนี้จึงน่าจับตามากๆ ยิ่งกำลังจะมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านตลอดแนวถนนแบบนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จะทยอยกันวางแผนเปิดตัวในอีกไม่ช้า อย่างในปัจจุบันรอบๆ โครงการก็แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกไม่น้อยนะคะ บริเวณปากซอยลาดปลาเค้าเองก็มี Community Mall อย่าง “The Jas Ramintra” แถมใกล้ๆ โครงการก็มีร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า ร้านอาหารเยอะเลย ในขณะที่บริเวณถนนรามอินทราก็มีทั้ง Central Plaza รามอินทรา, Foodland Supermarket, Big C Extra รามอินทรา, Ease Park, Villa Market หรือถ้าถัดออกไปอีกหน่อยยังมี Navamin City Avenue, The Walk, Crystal Park, Central Festival Eastville, CDC, ตลาดนัดหัวมุม, Major รัชโยธิน, Central ลาดพร้าว และ Union Mall ไม่ใช่มีเยอะแค่แหล่งช็อปปิ้ง สถานที่แฮงค์เอ้าท์เท่านั้นนะคะ สถานศึกษา สถานพยาบาล รวมถึงสถานที่ราชการก็มีไม่น้อยเลยค่ะ ลองไล่เรียงคร่าวๆ ก็มี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยเกริก, มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร, โรงเรียนสารวิทยา, โรงเรียนสาธิตเกษตรศาสตร์, โรงเรียนสตรีวิทยา 2, โรงพยาบาลเปาโล, โรงพยาบาลวิภาวดี, โรงพยาบาลเซนทรัลเยนเนอรัล แล้วยังมีสถานีตำรวจ, ศูนย์กีฬากองทัพบก และอีกมากมายจนบรรยายไม่หมดเลยค่ะ   เยี่ยมชมโครงการ โครงการ “Condo U เกษตร-นวมินทร์” เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น แบ่งเป็นอาคารพักอาศัย 2 โครงการ และ 1 อาคาร Clubhouse ค่ะ อย่างที่บอกไปว่าทางโครงการเลือกใช้คอนเซปต์การออกแบบเน้นอาคารสีขาวสะอาดตาชวนฝัน บรรยากาศจึงดูโล่ง โปร่ง ในขณะที่ยังแฝงด้วยความเรียบแต่เก๋ ยิ่งในโซนของ Clubhouse บริเวณสระว่ายน้ำด้วยแล้ว ใครเห็นเป็นต้องถูกใจอย่างแน่นอนค่ะ ขณะเดียวกันตัวอาคารที่พักอาศัยยังคงเลือกใช้สีขาว ซึ่งไม่เคยเห็นโครงการไหนของ Grand Unity ใช้มาก่อนเลยค่ะ จึงไม่แปลกใจที่ทำไมโครงการนี้จึงโดดเด่นสะดุดตาที่สุดบนถนนลาดปลาเค้าในเวลานี้ เราเริ่มกันที่พื้นที่ของ Clubhouse ที่อยู่ในโซนด้านหน้าของโครงการก่อนนะคะ เน้นให้ความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ มีแนวไม้พุ่มสูงเป็นกำแพงสีเขียวยาวตลอดแนว ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความเป็นส่วนตัวระหว่างที่ใช้งานด้านในแล้ว ยังเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวสบายตาได้อีกด้วย มุมไฮไลท์ของ Clubhouse ต้องยกให้กับบริเวณสระว่ายน้ำค่ะ ซึ่งทางโครงการเลือกเป็นสระระบบน้ำเกลือขนาด 20 x 4.5 x 1.2 เมตร ตกแต่งด้วยหินขาวยาวไปถึงตัวอาคาร Clubhouse กันไปเลย ในขณะที่ภายใน Clubhouse ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ Double Space ใช้กระจกสูงจรดเพดาน เปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ โดยภายใน Clubhouse จะมีทั้ง Fitness ที่ชั้น 2 ที่สามารถมองเห็นวิวทั้งสระว่ายน้ำ และแนวไม้พุ่มสีเขียวระหว่างออกกำลังกายไปด้วย ส่วนพื้นที่ชั้นล่างมีทั้ง Co-Working Space มุมนั่งเล่นหย่อนใจ รวมถึงห้องน้ำแยกชาย-หญิงเรียบร้อย บรรยากาศโดยรวมโอ่อ่า สบายตา และผ่อนคลาย จัดว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริงค่ะ ในส่วนของอาคารพักอาศัยจะมียูนิตรวมทั้งหมด 444 ยูนิตค่ะ โดยแบ่งเป็นอาคารละ 222 ยูนิต ซึ่งผังของอาคาร A และอาคาร B แทบจะไม่ต่างกันเลยค่ะ พื้นที่บริเวณชั้นล่างจะเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมดค่ะ ก็จะมีทั้งที่จอดในร่ม และที่จอดบริเวณหน้าอาคาร รวมซ้อนคันแล้วก็จะสามารถรองรับได้ถึง 217 คันเลยทีเดียว ดังนั้นพื้นที่พักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป แต่ละอาคารมีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว เป็นแบบล็อคชั้นนะคะ เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านค่ะ     เปิดห้องตัวอย่าง โครงการ Condo U เกษตร-นวมินทร์ ก็มีแบบห้องให้เลือกด้วยกัน 3 Type ค่ะ เริ่มต้นที่ขนาด 26 ตร.ม., 30 ตร.ม. และ 38 ตร.ม. ที่ห้องเป็นแบบ Fully Fitted นะคะ ซึ่งห้องตัวอย่างที่เราจะได้ชมกันในครั้งนี้ มีด้วยกัน 2 แบบค่ะ นั่นคือ ห้อง Semi 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. และห้อง 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. ช่วงนี้ทางโครงการกำลังมีโปรโมชั่นพิเศษ “ตัดภาระทางการเงิน” ผ่อนเพียง 899 บาท/เดือน นาน 2 ปี* กับราคาเริ่มต้นเพียง 1.99 ล้านบาท แถมยังได้ห้องแต่งเฟอร์นิเจอร์ครบไปเลยด้วย** หรือถ้าหากไม่อยากได้เฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการจัดไว้ ก็สามารถแลกรับเป็นส่วนลดแทนได้ เพียงแค่ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://goo.gl/jrVA2R อย่างที่แจ้งไปแล้วว่าทางโครงการจะขายห้องมาให้แบบ Fully Fitted เลยนะคะ ดังนั้นในห้องมาตรฐานก็จะมี ตู้วางรองเท้า, ตู้เก็บของพร้อมเคาน์เตอร์ครัว, เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, อ่างล้างจาน, เครื่องปรับอากาศ, ผ้าม่าน และ Digital Door Lock มาเหมือนกันเกือบทุกรายการค่ะ ต่างกันก็แค่จำนวนเครื่องปรับอากาศกับขนาด BTU ในห้องแต่ละ Type เท่านั้น แต่สำหรับโปรโมชั่นพิเศษ จะมีเฟอร์นิเจอร์จาก Chic Republic เพิ่มเติมมาให้อีกหลายรายการเหมือนกันค่ะ เรียกว่าแทบจะหิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้ทันทีเลย ซึ่งในแต่ละห้องจะมีเฟอร์นิเจอร์อะไรเพิ่มเติมบ้าง เดี๋ยวตามไปดูกันทีละห้องเลยดีกว่า สำหรับห้องตัวอย่างแรก คือ “Semi 1 Bedroom” ขนาด 26 ตร.ม. จากผังห้องจะเห็นว่าถูกออกแบบมาให้มีพื้นที่ใช้สอยลงตัวเลยทีเดียว พื้นที่ของห้องนอนจะเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นค่ะ แต่ยังคงมีพื้นที่มากพอสำหรับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ตอบโจทย์การใช้งาน ขณะที่ครัวที่ให้ก็เป็นครัวปิด มีประตูบานเลื่อนติดตั้งมาพร้อมเลยเช่นกัน ทำให้สามารถใช้งานประกอบอาหารได้จริงจังโดยไม่ต้องกลัวเรื่องกลิ่นรบกวน ที่พิเศษก็คือ กระจกในบริเวณห้องนอนทางโครงการเลือกใช้กระจกเข้ามุม ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้น ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ห้องมุม แถมยังทำให้เปิดรับวิวและแสงธรรมชาติได้มากขึ้นด้วยค่ะ ภายในห้องตัวอย่างที่เห็นจะตกแต่งไว้ให้เป็นไอเดียนะคะ ซึ่งจัดไว้ได้สวยและเป็นสัดส่วนมากๆ ใครที่ชอบสไตล์แมนๆ หน่อย อาจจะถูกใจกับการตกแต่งสไตล์นี้ค่ะ เพราะเน้นโทนสีเข้ม แต่ยังคงเน้นความเรียบง่ายไว้เป็นอย่างดี ห้องตัวอย่าง Semi 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. เปิดประตูเข้ามาแล้วจะเจอส่วน Living Area ก่อนเลยนะคะ โครงการวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งมาให้ดูเป็นตัวอย่าง พร้อมโต๊ะกลางสำหรับวางของ ด้านข้างโซฟายังมีพื้นที่เหลือพอให้ตู้เก็บของ หรือจะวางโต๊ะทานอาหารก็ยังได้เลยนะคะ ด้านชั้นวางทีวีเป็นชั้นวางขนาดกระทัดรัด อยู่ติดกับตู้วางรองเท้าที่โครงการ Built-in มาให้ มองย้อนกลับไปที่ Living Area จะเห็นว่าระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟา ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ของห้องนอน ภายในห้องนอนโครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง อยู่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่ ช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่งสบาย ด้านปลายเตียงยังมีพื้นที่เหลือพอให้เลือกว่าตู้เสื้อผ้าและชั้นวางของได้อีกด้วย ข้ามเข้าไปด้านในอีกด้าน จะเป็นพื้นที่ของห้องน้ำและห้องครัว เข้ามาแล้วจะเจอเคาน์เตอร์ครัวที่โครงการจัดมาให้เรียบร้อย เครื่องใช้ไฟฟ้าจะได้เตาไฟฟ้าพร้อมกับฮูดดูดควัน ระเบียงจะอยู่เชื่อมต่อกับส่วนครัวเลยนะคะ เพื่อช่วยให้ระบายกลิ่นอาหารได้อย่างสะดวก พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 1 เมตร สามารถวางเครื่องซักผ้าไว้ที่ระเบียงได้นะคะ เพราะโครงการเตรียมปลั๊กไว้ให้เรียบร้อย ข้ามมาอีกด้านจะเป็นห้องน้ำ สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard Shower Box มีฉากกั้นมาให้เรียบร้อย รูปในส่วนต่อไปนี้จะเป็นห้องมาตรฐานที่จัดโปรโมชั่นมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์จาก Chic Republic ค่ะ ซึ่งจะมีรายละเอียดแจ้งไว้ให้เห็นชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวนะคะ ถ้าไม่ชอบก็สามารถแลกเป็นส่วนลดค่าห้องแทนได้ค่ะ รายละเอียดโปรโมชั่นเฟอร์นิเจอร์จาก Chic Republic ที่โครงการจัดมาให้เลือกนะคะ ซึ่งจะประกอบไปด้วย โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง, ชั้นวางทีวี, โต๊ะข้าง, ตู้ข้างเตียง, ตู้เสื้อผ้า Built-in, โต๊ะทำงาน และเตียงนอนขนาด 5 ฟุต เรามาดูกันค่ะ ว่าเฟอร์นิเจอร์ที่มากับโปรโมชั่น หน้าตาจะเป็นยังไงกันบ้าง เริ่มจากโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ชั้นวางทีวี เตียงนอนขนาด 5 ฟุตและตู้ข้างเตียง ด้านปลายเตียงก็จะมีตู้เสื้อผ้า Built-in และโต๊ะทำงาน วางอยู่ข้างๆ กัน เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า   ห้องตัวอย่างห้องต่อไปเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. ค่ะ พื้นที่ใช้สอยภายในห้องเพิ่มขึ้น การจัดวาง Layout ห้องก็ดูเป็นสัดส่วนชัดเจนขึ้นเช่นกันค่ะ พื้นที่บริเวณห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนสูงจากพื้นจรดฝ้าเลยค่ะ ทำให้ห้องนอนยังคงความรู้สึกโปร่งสบาย ไม่อึดอัด แถมยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหากมีเพื่อนมาเยี่ยมที่ห้อง ก็สามารถเลื่อนปิดประตูห้องนอนได้ พื้นที่ครัวยังคงเป็นครัวปิดเหมือนเดิมนะคะ อยู่ติดกับระเบียงด้วยทำให้การระบายกลิ่นระหว่างทำอาหารเป็นเรื่องง่ายเลยค่ะ สำหรับห้องตัวอย่างของ Type นี้ ตกแต่งไว้อย่างหรูหรา ออกแนวหวานๆ หน่อย จะเห็นได้ว่าพื้นที่บริเวณห้องนั่งเล่นกว้างขวาง สามารถจัดพื้นที่ใช้สอยได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ มีมุมสำหรับงานอดิเรก มุมพักผ่อนดูทีวี เป็นสัดส่วนน่าอยู่ ในขณะที่พื้นที่ในห้องนอนก็กว้างมากพอสำหรับวางเตียง 6 ฟุตได้สบายๆ พร้อมกับกระจกภายในห้องเป็นแบบเข้ามุม เปิดรับวิวและแสงธรรมชาติได้เต็มที่ พื้นที่ห้องครัวเป็นครัวปิด มีประตูกระจกบานเลื่อนติดตั้งมาเรียบร้อย เคาน์เตอร์ครัวก็ขนาดพอเหมาะพร้อมใช้งานได้อย่างจริงจังค่ะ พอหันกลับไปดูพื้นที่ของห้องน้ำ และระเบียง ก็ถือว่ากว้างมากพอสมควรเลยค่ะ สามารถใช้งานได้จริงโดยไม่รู้สึกอึดอัดเลย ห้อง 1 Bedroom ขนาด 30 ตารางเมตร เข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วน Living Area อยู่ด้านหน้าห้องก่อนเหมือนเดิมนะคะ โครงการวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง อยู่ติดกับโต๊ะทานอาหารมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ฝั่งตรงข้ามโครงการวางชั้นวางทีวีลงล็อกพอดี ตู้วางรองเท้า Built-in อยู่ด้านหน้าประตู ติดกับชั้นวางทีวี ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาถือว่าห่างพอสมควรนะคะ ต่อเข้าไปด้านในจะเป็นส่วนของห้องนอน ระหว่างห้องนอนกับ Living Area จะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน พื้นที่ในห้องนอนถือว่ากว้างขวางเลยนะคะ สามารถเลือกวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต ได้สบายๆ ด้านปลายเตียงเป็นจุดวางตู้เสื้อผ้าและชั้นวางทีวีหรือจะเลือกวางเป็นโต๊ะทำงานเล็กๆ ก็ได้นะคะ มุมมองจากห้องนอนย้อนกลับไปที่ Living Area ถัดจากห้องนอนเข้าไปอีกด้านจะเป็นส่วนของห้องครัวและห้องน้ำ เคาน์เตอร์ครัวก็จะคล้ายๆ กับห้อง Type แรกที่เราดูกันมาแล้วนะคะ มาพร้อมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ระเบียงจะอยู่เชื่อมต่อกับส่วนครัวเพื่อช่วยระบายกลิ่นอาหาร กลับมาอีกด้านจะเป็นห้องน้ำนะคะ ซึ่งขนาดจะใหญ่กว่าห้อง Type 26 ตารางเมตรนิดหน่อย สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard Shower Box มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อย ห้องมาตรฐานของ 1 Bedroom 30 ตร.ม. จะมีเฟอร์นิเจอร์ Built in มาตามแบบห้อง Fully Fitted ส่วนหนึ่งแล้ว และเพิ่มโปรโมชั่นเฟอร์นิเจอร์จาก Chic Republic อีกหลายชิ้นตามรายละเอียดที่แจ้งไว้เลยค่ะ ทั้งโต๊ะ ตู้ เตียง โซฟา ฯลฯ ซึ่งน่าจะถูกใจบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ รายละเอียดเฟอร์นิเจอร์ของ Chic Republic ที่มากับโปรโมชั่น จะประกอบไปด้วยชุดโต๊ะทานอาหารและเก้าอี้ 2 ตัว, โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง, ชั้นวางทีวี, โต๊ะทำงาน, ตู้ข้างเตียง และเตียงนอนขนาด 5 ฟุต โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ชั้นวางทีวี เตียงนอนขนาด 5 ฟุต โต๊ะทำงาน เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า โครงการ Condo U เกษตร-นวมินทร์ ถือว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจมากๆ บนทำเลย่านลาดปลาเค้า-รามอินทรา เพราะทาง Grand Unity ตั้งใจออกแบบมาอย่างดี ทั้งในเรื่องของ Design การเลือกใช้สี การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในห้องพัก ตัวอาคาร และพื้นที่ส่วนกลาง Facility หลักๆ ก็ครบถ้วน แถมยังน่าใช้งานมากๆ ยิ่งเมื่อเห็นราคาเริ่มต้นเพียง 1.99 ล้านบาท เทียบกับสิ่งที่ได้แล้ว ต้องบอกว่าคุ้มค่า คุ้มราคา น่าจับจองเป็นเจ้าของมากค่ะ ในส่วนของทำเลที่ตั้ง ก็ถือว่าเดินทางได้ง่ายและสะดวก เลือกได้หลากหลายวิธี และหลายเส้นทาง ยิ่งถ้าหากรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนต่อขยาย) และสายสีชมพูสร้างเสร็จพร้อมใช้งานเมื่อไหร่ การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนก็จะคล่องตัวยิ่งกว่าเดิมอีก ซึ่งการมาของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับโครงการ ทำให้ความเจริญต่างๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ โครงการเพียบพร้อมมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย หรือแม้กระทั่งจะซื้อไว้ลงทุน จะขายต่อหรือปล่อยเช่า ก็เชื่อว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ เพราะพื้นที่บริเวณนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้ค่อนข้างดี มีแหล่งช็อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ สถานที่แฮงค์เอาท์มากมายเลย ใครที่กำลังมองคอนโดดีๆ ในย่านลาดปลาเค้า-รามอินทรา โครงการ Condo U เกษตร-นวมินทร์ น่าจะตอบโจทย์ได้ในหลายๆ ด้านเลยค่ะ ยังไงลองแวะไปชมห้องตัวอย่างและบรรยากาศจริงกันก่อนได้ เพราะปัจจุบันตัวโครงการสร้างเสร็จ เตรียมให้ลูกบ้านโอนกรรมสิทธิ์ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้แล้วค่ะ ดังนั้นเราจะได้เห็นสภาพห้องจริง บรรยากาศจริงแบบไม่ต้องมโน.... หรือจะลงทะเบียนรับโปรโมชั่นพิเศษก็คลิกเลย https://goo.gl/jrVA2R
THE ESSE SUKHUMVIT 36 ที่สุดของคอนโดหรูใจกลางเมือง…เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่า

THE ESSE SUKHUMVIT 36 ที่สุดของคอนโดหรูใจกลางเมือง…เพื่อชีวิตที่เพียบพร้อมกว่า

หากถามคนเมืองทั่วไปว่าอยากใช้ชีวิตอยู่ย่านไหน? เรามั่นใจว่า สุขุมวิท,ทองหล่อ, พร้อมพงษ์ คือตัวเลือกของคำตอบอันดับต้นๆ ของชาวไทยและต่างชาติแน่นอนค่ะ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ‘สุขุมวิท’ เป็นถนนสายเศรษฐกิจรวมถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหลับใหลตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะมีทั้งคาเฟ่, ร้านอาหารเก๋ๆ, คลับบาร์มากมาย นอกจากนี้ยังมีคอนโดมิเนียมระดับ Luxury อยู่เป็นจำนวนมากทั้งโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว และโครงการใหม่ที่น่าจับตาและกำลังเตรียมเปิดตัวอย่าง “THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36)” ของ SINGHA ESTATE โดยจับมือกับ Hongkong Land ผู้นำโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ร่วมกันพัฒนาจนเกิดเป็นคอนโดมิเนียมหรูบนทำเลศักยภาพใจกลางสุขุมวิท อยู่ติดรถไฟฟ้าสถานีทองหล่อเพียง 20 เมตรเท่านั้น ซึ่งเราจะพาทุกคนไปชมห้องตัวอย่างก่อนใครในวันนี้   ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า “THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36)” ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 36 ซึ่งเป็นซอยเลขคู่และเป็นย่านอยู่อาศัยซะส่วนใหญ่เพราะมีทั้งบ้านเรือนรวมถึงคอนโดฯ ทั้ง High Rise และ Low Rise อยู่หลายโครงการ โดยปกติราคาคอนโดฯ ในโซนนี้จะค่อนข้างสูงและมักโฆษณาว่าอยู่ติดรถไฟฟ้า แต่ ดิ เอส สุขุมวิท 36 นับว่าเป็นโครงการเดียวที่อยู่ติด BTS ทองหล่อ มากที่สุดในตอนนี้ค่ะ การเดินทางของคนใช้รถยนต์ก็ถือว่าสะดวกและคล่องตัวอยู่พอตัวเลยนะคะ เพราะอย่างที่บอกไปว่าโครงการตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 36 ซึ่งเป็นซอยที่ใช้วิ่งไปออกถนนพระราม 4 ได้  และภายในซอยเองยังสามารถลัดเลาะไปออกซอยสุขุมวิท 38 และซอยสุขุมวิท 40 ได้อีกด้วยซึ่งก็ช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรในชั่วโมงคับคั่งได้เป็นอย่างดี ส่วนฝั่งตรงข้ามอย่างซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) และซอยเอกมัย (สุขุมวิท 63) นั้นก็สามารถใช้เชื่อมไปออกถนนเพชรบุรีได้ การเดินทางเข้านอกออกเมืองจึงจัดว่าสะดวกสบายเพราะสามารถเลือกใช้เส้นทางได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้ถนนพระราม 4 วิ่งไปออกสีลมและสามย่าน หรือใช้ถนนสุขุมวิทวิ่งไปออกเพลินจิต, ชิดลม, สยาม และใช้ถนนเพชรบุรีวิ่งไปออกทางพญาไทได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีจุดขึ้นลงทางด่วนกระจายอยู่รอบๆ โครงการ ทั้งทางด่วนแถวอโศก, เพลินจิต, พระราม 4 เป็นต้น สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ บอกได้คำเดียวว่าสะดวกที่สุดค่ะ เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ทำให้มีรถเมล์, รถแท็กซี่ รวมถึงวินมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด ที่สำคัญคืออยู่ติด BTS สถานีทองหล่อ (ทางออก 2) เดินประมาณ 20 เมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าอยู่ในระยะที่เดินได้สบายๆ ซึ่งถ้าใครอยากจะเข้าเมืองไปช็อปปิ้งเพลินๆ ก็สามารถใช้ BTS จากสถานีทองหล่อนั่งรถไปสถานีเดียวก็จะถึงสถานีพร้อมพงษ์ซึ่งมีห้าง Emporium, Emquartier และในอนาคตก็จะมี Emsphere อยู่ฝั่งเดียวกับ Emporium ติดกับสวนเบญจสิริอีก หรือถัดจากสถานีพร้อมพงษ์ไปก็จะเป็นสถานีอโศก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ MRT สถานีนี้จะมี Terminal 21 อยู่ด้วย ถัดจากอโศกข้ามมานานา, เพลินจิต ก็จะเข้าสู่ชิดลมและสยามตามลำดับ ซึ่งความสะดวกจะอยู่ตรงที่การเดินทางเข้าเมืองอย่างเพลินจิต-สยาม เพราะสามารถนั่ง BTS ไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีให้เสียเวลาเลยค่ะ ในเรื่องของอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้าการเดินทางเลย ด้วยความที่เป็นย่านที่พักอาศัยจึงค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เพราะในซอยสุขุมวิท 38 จะมีร้านอาหาร Street food รวมไปจนถึงร้านค้าต่างๆ ให้เลือกจับจ่ายใช้สอยตลอดเช้ายันค่ำ หรือขยับข้ามฝั่งไปซอยทองหล่อ, ซอยเอกมัยก็มีแหล่งไลฟ์สไตล์ สถานที่ช็อปปิ้ง ร้านแฮงก์เอ้าท์ รวมไปจนถึงสถานศึกษาและโรงพยาบาลมากมาย ซึ่งเหมาะสำหรับชีวิตคนเมืองที่แท้จริง เริ่มต้นการเดินทางด้วยการนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีทองหล่อค่ะ ซึ่งทางไปคอนโดฯ จะอยู่ที่ทางออก 2 นะคะ เมื่อเดินบันไดลงมาก็หมุนตัวกลับเพื่อเดินย้อนไปปากซอยสุขุมวิท 36 ค่ะ จากภาพจะเห็นได้ว่าข้างทางมีรถประจำทางคอยวิ่งผ่านไปผ่านมาอยู่ตลอดเลยค่ะ ใครใช้รถสาธารณะเป็นหลักก็คงสะดวกมากๆ เดินมาเพียงไม่กี่ก้าวก็เห็นป้ายโครงการแล้วค่ะ มาถึงโครงการแล้วค่ะ จะเห็นได้ว่าด้านหน้าโครงการมีลิฟท์โดยสารเพื่อขึ้นไป BTS ได้เลย แต่ถ้าใครไม่อยากขึ้นลิฟท์ก็สามารถเดินเท้าได้สบายๆ เพียง 20 เมตรเท่านั้น เจาะลึกโครงการ   โครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 เป็นคอนโด High Rise สูง 43 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 338 ยูนิต บนที่ดิน 2-2-0 ไร่ ด้วยขนาดห้องชุดตั้งแต่ 38.5 – 252 ตารางเมตร โดยทาง SINGHA ESTATE ต้องการความเป็น Masterpiece และ Iconic Residential บนถนนสุขุมวิท เหมือนกับ 2 โครงการที่ผ่านมาอย่าง THE ESSE Asoke และ THE ESSE at SINGHA COMPLEX ครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการรวมตัวของเหล่าดีไซเนอร์ทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อความเป็นที่สุดของโครงการระดับ Luxury ซึ่งได้ Tandem บริษัทออกแบบสัญชาติไทยมาทำงานร่วมกับบริษัทสถาปนิกระดับโลกอย่าง “SOM” Skidmore, Owings and Merrill (Thailand) Co. Ltd. เข้ามาเป็นที่ปรึกษาการออกแบบหลัก โดยออกแบบให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะโดดเด่นที่สุดในย่านนี้ ด้วยการหลอมรวมความแตกต่างระหว่างสถาปัตยกรรมแบบภูมิปัญญาไทยกับการออกแบบที่เป็นสากล ไปสู่ความเป็น Iconic ของตัวโครงการ ซึ่งวางคอนโดขนานไปกับซอยสุขุมวิท 36 และดันอาคารร่นเข้าไปด้านในเพื่อหลบหลีกเพื่อนบ้านอย่าง Noble remix ไม่ให้มาบล็อกวิวใดๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าผู้อยู่อาศัยจะได้วิวที่สวยงามและเป็นส่วนตัว ในส่วนงานออกแบบ Landscape ก็ได้บริษัท Shma เข้ามาดูแล ส่วนงาน Interior นั้นทางโครงการให้บริษัท dwp ผู้มีชื่อเสียงด้านการออกแบบและมีประสบการณ์กับโครงการระดับหรูทั้งในประเทศและต่างประเทศมาเป็นผู้ดูแลค่ะ ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางทางโครงการก็จัดเต็มแบบสุดๆ เรียกว่าครบครันมากทีเดียวค่ะ ซึ่งคอนเซ็ปต์ของพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบโดยหลอมรวมความต้องการใช้ชีวิตแบบสังคมเข้ากับความเป็นส่วนตัว สู่รูปแบบของ Facility ที่มีทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานร่วมกัน และแยกเป็นส่วนตัว เริ่มจากชั้น 1 เป็นพื้นที่ของล็อบบี้, ตู้จดหมายและห้องเก็บของ, ซังเคน ลอว์น ที่เปรียบเสมือนสวนหน้าบ้าน และที่จอดรถซึ่งสามารถจอดได้มากถึง 100% (รวมจอดซ้อนคัน) สำหรับ Facility บนอาคารจะเริ่มที่ชั้น 7-8 และ 41-43 และดาดฟ้า ประกอบด้วย วอเตอร์ การ์เด้น, สระว่ายน้ำพร้อมสระเด็ก, ห้องสปา, ฮอริซอน ออนเซ็น, ห้องสำหรับเด็ก, ห้องอบไอน้ำ, ฟิตเนส, เวอร์ชัวร์ ไบค์, กอล์ฟ ซิมูเลเตอร์, สกาย เลาจน์ พื้นที่อเนกประสงค์, เดอะ เรสซิเดนซ์ เลาจน์ พื้นที่สำหรับจัดเลี้ยง, สกาย เทียเตอร์ ห้องชมภาพยนตร์ส่วนตัว, บาร์บีคิว เดค และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ไรซ์ ฟิล์ด การ์เด้น ชั้น 41 และรูฟ ออชาร์ด บริเวณชั้น 43 และชั้นดาดฟ้า ที่ทางโครงการนำความเขียวขจีของธรรมชาติเข้าไปใส่ไว้ ให้ความรู้สึกเหมือนชานบ้านเรือนไทยที่มีทุ่งนา ภูเขา สวนบัว นาขั้นบันได และสวนผักรายล้อมอยู่รอบๆ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และยังมีบริการ Wifi ที่บริเวณพื้นที่ส่วนกลางทุกชั้นอีกด้วย โมเดลจำลองภาพรวมโครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 จากโมเดลจำลองจะเห็นชัดเลยนะคะว่าตัวโครงการอยู่ติดสถานีทองหล่อ ซึ่งห่างเพียง 20 เมตรเท่านั้น แปลนพื้นที่ชั้นล่างสุด แบ่งออกเป็นสวนด้านหน้า, ที่จอดรถ และบริเวณล็อบบี้ ตัวคอนโดขนานไปกับซอยสุขุมวิท 36 และดันอาคารร่นเข้าไปด้านในเพื่อหลบหลีกเพื่อนบ้านข้างๆ อย่าง Noble remix ไม่ให้มาบล็อกวิวลูกบ้าน ด้านข้างมีฟุตบาททางเดินสำหรับเข้า-ออก เพื่อแยกทางเดินของลูกบ้านออกจากทางเข้า-ออกรถให้ชัดเจน ทำให้การเดินเข้าออกโครงการมีความปลอดภัยดี รถยนต์จะผ่านเข้าออกด้วยระบบ Keycard Access เมื่อเข้ามาในโครงการแล้ว รถยนต์จะมีเส้นทางที่ตรงไปด้านในสำหรับเข้าไปจอดรถในอาคาร พื้นที่ด้านหน้าถูกออกแบบให้เป็น ซังเคน ลอว์น ในลักษณะของสวนแบบขั้นบันได ที่นำไปสู่ Hidden Pavilion เป็นพื้นที่สีเขียวที่ถูกลดระดับลงจากพื้นด้านหน้าโครงการ ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวในเวลาที่มาใช้งาน ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Lobby มีรายละเอียดการตกแต่งและการเลือกใช้วัสดุที่หรูหราที่ผสมความเป็นไทยและสากลเข้าไว้ด้วยกัน ภาพจำลองบรรยากาศภายใน LIBRARY มีรายละเอียดการตกแต่งและการเลือกใช้วัสดุคล้ายๆ กับส่วน Lobby ของโครงการ แปลนของพื้นที่ชั้น 7 นะคะ ซึ่งจะชั้นรวม Facilities ส่วนกลางที่จัดไว้ชั้นบนของอาคาร ต่อจากพื้นที่จอดรถชั้น 1-6 สระว่ายน้ำเป็นแบบ Sky Infinity pool อยู่ที่ชั้น 7 ของอาคาร วิวหันไปทางถนนสุขุมวิท โดยไม่มีอะไรบดบังสายตาเลยค่ะ ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง KID'S ROOM รองรับสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวของลูกบ้าน ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง ONSEN ซึ่งแบ่งแยกห้องชายและหญิง ทั้งยังมาพร้อมสระ 2 สระเพื่อเติมเต็มความผ่อนคลายของลูกบ้าน แปลนของพื้นที่ชั้น 8 นะคะ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางต่อเนื่องมาจากชั้น 7 ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้องฟิตเนส ห้อมล้อมด้วยกระจกใสทำให้เห็นวิวเมืองได้รอบอาคารทั้ง 3 ด้าน แปลนของพื้นที่ชั้น 9 นะคะ ซึ่งจะเริ่มเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ชั้นนี้เป็นต้นไป แปลนพื้นที่ส่วนกลางชั้น 41 นะคะ แปลนพื้นที่ส่วนกลางชั้น 42 นะคะ แปลนพื้นที่ส่วนกลางชั้น 43 นะคะ ภาพรวม Facilities ส่วนกลางที่จัดไว้ชั้นบนของอาคาร ชั้น 41-43 ซึ่งนอกจากจะได้ใช้งานพื้นที่ส่วนกลางแล้ว ยังได้รับวิวเมืองโดยรอบในมุมสูงอีกด้วย ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง SKY LOUNGE เป็น Double Space โล่งได้วิวเมืองเต็มสายตา ภาพจำลองบรรยากาศในส่วนของ PRIVATE DINING พื้นที่ส่วนกลางที่ลูกบ้านสามารถขอใช้งานจัดปาร์ตี้เล็กๆ ได้ โดยจะมีไอส์แลนด์ และโต๊ะทานอาหารไว้ให้บริการ ภาพจำลองบรรยากาศในห้อง SKY THEATRE ภาพจำลองมุมสูงบริเวณชั้น 41-43 เป็นลักษณะของ Sky Terrace แบบ Open Air การออกแบบจึงใช้ Slope ไล่ระดับลงไป ซึ่งพื้นที่ทั้ง 3 ชั้นนี้นอกจากจะเป็นพื้นที่ชมวิวของโครงการแล้ว ยังช่วยพื้นที่สีเขียวที่ลดความร้อนให้แก่ชั้นพักอาศัยได้ด้วย เปิดห้องตัวอย่าง   แบบห้องของ THE ESSE SUKHUMVIT 36  ที่เราจะพาไปชมมีด้วยกัน 3 แบบ ทุกยูนิตขายแบบ Fully Fitted มาพร้อมวัสดุและสุขภัณฑ์คุณภาพซึ่งถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นชุดครัวพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ, Walk-in Closet, เฟอร์นิเจอร์ Built-in รวมถึงผ้าม่านและวอลเปเปอร์ที่ออกแบบร่วมกับ Jim Thompson เพื่อลูกบ้านของโครงการโดยเฉพาะ อีกหนึ่งความพิเศษคือผนังบริเวณคอนโซลทีวีในห้องนั่งเล่นทุกยูนิตจะตกแต่งด้วยหินแท้ ซึ่งสีและลวดลายของหินนั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละไทป์ และด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ต้องการให้ลูกบ้านทุกยูนิตได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ ทางโครงการจึงเพิ่ม Application ให้ลูกบ้านทุกยูนิตสามารถควบคุมไฟ เครื่องปรับอากาศ รวมถึงผ้าม่านผ่าน Smart Phone ได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่คุณเลือกและควบคุมได้ ไม่รอช้า..เรามาเปิดประตูห้องตัวอย่างเริ่มต้นกันด้วยห้อง 1 Bedroom ขนาด 38.50 ตร.ม. กันเลยดีกว่าค่ะ ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องจัดวาง Layout ให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า ครบทุกฟังก์ชั่นจริงๆ ค่ะ ทั้งห้องนอน, Walk-in Closet, ห้องน้ำ, ห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน พร้อมแบ่งมุมรับประทานอาหารไว้อีกด้วย แปลนห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom Type 1A-1 ขนาด 38.50 ตารางเมตร หน้าประตูติดตั้ง Digital Door Lock มาให้แล้วนะคะ เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวก่อนเลยค่ะ ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นตัวแอล (L) มาพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจาน 1 หลุม Top Counter วัสดุจะเป็น Composite Quartz ที่เป็นลายต่อเนื่องกันเหมือนในห้องตัวอย่างเลยนะคะ เวลาปรุงอาหารแล้วกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ทางโครงการบิลต์มุมรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่ง ติดกับส่วนเคาน์เตอร์มาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งลูกบ้านไม่จำเป็นต้องซื้อโต๊ะเพิ่มเลย ถัดมาในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นมีการจัดวางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่งเอาไว้ ทางโครงการ Built-in ตู้เก็บเครื่องซักผ้าพร้อมปลั๊กไฟมาให้ติดกับประตูห้องนอนเลยนะคะ หน้าบานเป็นบานกระจกแบบ Coated Glass Panel with Aluminium Edge ทำให้ได้ความเงาของกระจกด้านหน้าที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งของด้านใน ระยะห่างระหว่างโซฟากับคอนโซลทีวีมีระยะกำลังดีเลยนะคะ ไม่แคบและไม่กว้างจนเกินไป สามารถวางโต๊ะกลางได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด มุมนั่งเล่นจะถูกโอบล้อมด้วยประตูกระจกใสนะคะ ซึ่งเป็นประตูบานเลื่อนทั้ง 2 ข้าง สามารถเปิดไปรับลมที่ระเบียงได้ ระเบียงมีขนาดกะทัดรัด แต่สามารถวางราวตากผ้าได้สบายๆ ซึ่งพื้นถูกลดระดับลงไปจากพื้นภายในห้องพักอาศัยเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำจากระเบียงไหลเข้ามาในห้องพักค่ะ นอกจากการออกแบบที่สวยงามแล้ว ทางโครงการยังตกแต่งผนังด้านหลังคอนโซลทีวัด้วยวัสดุหินอ่อนนำเข้าให้ทุกยูนิตด้วยค่ะ ซึ่งพื้นที่ติดกับมุมนั่งเล่นจะเป็นส่วนของห้องนอนและห้องน้ำนะคะ ภายในห้องนอนได้รับการออกแบบให้ดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ผนังด้านหลังเตียงเป็นเพียงการตกแต่งนะคะ ห้องจริงจะได้เป็น Wallpaper เท่านั้น พื้นที่รอบเตียงสามารถเดินได้โดยรอบเลยนะคะ พื้นเป็น Engineering Wood สี Dark Brown ลายก้างปลาให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเรือนไทยสมัยก่อน บริเวณข้างเตียงยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียง และโต๊ะเครื่องแป้งได้สบายๆ เลยนะคะ เครื่องปรับอากาศภายในห้องได้แบบ Concealed Split ซึ่งทำให้ห้องดูเรียบร้อยดี แต่การซ่อมแซมอาจจะทำได้ยากกว่าการติดแอร์แบบแขวนธรรมดา ภายในห้องนอนอีกฝั่งหนึ่งเป็นส่วนของ Walk-in Closet และห้องน้ำค่ะ ส่วนของ Walk-in Closet จะมีประตูบานเลื่อนกั้นกลางระหว่างห้องนอนด้วยนะคะ ต่อเนื่องมายังห้องน้ำ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน ผนังฝั่งหนึ่งใน Shower Area จะถูกตกแต่งให้สวยงามด้วยด้วยหินอ่อนนะคะ พื้นที่ส่วนเปียกจะถูกลดระดับลงมาจากพื้นที่ส่วนแห้งอีกเสต็ปหนึ่ง เพื่อกันไม่ให้น้ำจาก Shower Area ไหลออกไปสู่พื้นที่อื่นๆภายในห้องน้ำ ส่วนแห้งจะจัดวางสุขภัณฑ์ไว้ข้างเคาน์เตอร์ล้างหน้า ก่อนต่อเนื่องไปยังอ่างอาบน้ำ ห้องตัวอย่างถัดมาที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 43.25 ตร.ม. ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน จัดพื้นที่ห้องนอนไว้ด้านในสุด ซึ่งช่วยเปิดรับแสงสว่างได้เต็มที่ ติดกับห้องนอนเป็น Walk-in closet ที่มีประตูบานเลื่อนกั้น พร้อมอยู่ติดห้องน้ำ ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นก็ดูกว้างขวาง มีบิลต์อินคอนโซลทีวีพร้อมตู้เก็บของสูงจรดเพดาน ออกแบบครัวแบบ Open Plan เชื่อมต่อระหว่างมุมรับประทานอาหารและมุมนั่งเล่นไว้ด้วยกัน ต้องบอกว่าการจัด Space ภายในห้องทำไว้ได้ดีมาก ถึงแม้จะเป็นห้องขนาด 43.25 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วนสบายๆ กว้างขวางเหมือนดั่งขนาดห้อง 2 ห้องนอนเลยค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom Type 1A-2 ขนาด 43.25 ตารางเมตร สำหรับไทป์นี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนนะคะ มุมนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโซฟาเดี่ยวได้อีกตัว ซึ่งแน่นอนว่าตรงกลางมีระยะกว้างมากพอที่จะจัดวางโต๊ะกลางได้ด้วยค่ะ ติดกับโซฟาจะเป็นมุมรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งนะคะ การตกแต่งผนังด้านหลังคอนโซลทีวีสำหรับ Type นี้จะเป็นวัสดุหินอ่อนนำเข้าจากต่างประเทศเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ จะต่างกันแค่เพียงสีของหินเท่านั้น พื้นที่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะรับประทานอาหารจะเป็นส่วนครัวนะคะ ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นรูปตัวยู (U) จะได้วัสดุเหมือนในห้องตัวอย่างห้องแรกเลยนะคะ มีแตกต่างนิดหน่อยที่ขนาดและตำแหน่งของเคาน์เตอร์ พื้นที่ต่อเนื่องจากครัวเข้าไปข้างในจะเป็นห้องนอนและห้องน้ำนะคะ ซึ่งภายในห้องโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใส ทำให้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามามากพอ ไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน พื้นที่ห้องนอนมีขนาดกว้างกำลังดีเลยนะคะ สามารถจัดวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบาย โดยเหลือพื้นที่เดินได้โดยรอบด้วยค่ะ แถมผนังปลายเตียงยังสามารถโต๊ะคอนโซลทีวีโดยไม่รู้สึกอึดอัดอีกด้วย เครื่องปรับอากาศภายในห้องเป็นแบบ Concealed Split เหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ ภายในห้องนอนอีกฝั่งหนึ่งเป็นห้องน้ำ และส่วนของ Walk-in Closet ที่มีประตูกระจกใสบานเลื่อนกั้นค่ะ Walk-in Closet ทางโครงการจะบิลต์อินมาให้ตามภาพเลยนะคะ ภายในห้องน้ำจะตกแต่งด้วยหินทั้งหมด โทนสีที่นำมาใช้ดูสะอาดตาและเลือกคู่สีได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ การวางฟังก์ชันโดยรวมใช้งานได้ดีทุกส่วน เคาน์เตอร์ล้างหน้าจะบิลต์อินดั่งภาพเลยนะคะ รอบๆ อ่างกรุด้วยหินอ่อนนำเข้าทำให้ดูหรูหรามากขึ้น ตัว ส่วนกระจกเงาจะได้เต็มบานแบบนี้เลยนะคะ อ่างอาบน้ำจะอยู่ติดกับผนังฝั่งหนึ่งของห้องน้ำนะคะ บริเวณขอบอ่างก็กรุด้วยหินอ่อนสีเข้มนำเข้าเช่นเดียวกับบริเวณล้างหน้า สำหรับห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราจะพาไปดู เป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 73.50 ตร.ม. ลักษณะแปลนด้านหน้าจะเป็นห้องแคบลึก แต่เมื่อเดินเข้าไปจะเป็นพื้นที่กว้างแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส บรรยากาศโดยรวมในห้องนี้จึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา การจัดแบ่งพื้นที่ก็เป็นสัดส่วนชัดเจน เปิดห้องเข้ามาเจอส่วนครัวและมุมรับประทานอาหารเลย ซึ่งสามารถจัดวางพื้นที่ดินเนอร์สำหรับ 4 คนได้สบายๆ ถัดไปนั้นเป็นมุมนั่งเล่นที่กว้างพอให้วางโซฟาตัวยาวขนาดใหญ่ได้เลย แถมยังแอบเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะข้างและโต๊ะกลางได้อีกด้วย พื้นที่อีกโซนหนึ่งลึกเข้าไปจะเป็นห้องน้ำ, ห้องนอนเล็ก ซึ่งภายในห้องจะบิลต์อินตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนห้องนอนใหญ่เปิดประตูเข้าไปจะเจอส่วน Walk-in Closet ก่อนเลยค่ะ ซึ่งก็มีมุมแต่งตัวพร้อมห้องน้ำส่วนตัว ก่อนจะจัดพื้นที่พักผ่อนไว้ด้านในสุด แปลนห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 73.50 ตารางเมตร สำหรับไทป์นี้เปิดประตู Digital Door Lock เข้ามาจะเจอส่วนครัวเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ เพียงแต่มีขนาดที่กว้างและใหญ่กว่า Counter ครัวจะเป็นรูปแบบตัวแอล (L) จะได้วัสดุเหมือนอย่างในห้องตัวอย่างก่อนหน้าเช่นกัน จะมีแตกต่างนิดหน่อยที่ตำแหน่งและขนาดของอ่างล้างจานที่แบ่งเป็น 2 ช่อง ทำให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น รองรับจำนวนสมาชิกในบ้านที่เพิ่มขึ้น ด้วยขนาดห้องที่ใหญ่ขึ้นทำให้ได้ Counter แบบ Island เล็กๆ เพิ่มขึ้นมาด้วย แถมยังสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่งได้สบายๆ ติดกับมุมรับประทานอาหารนั้นจะเป็นโซนนั่งเล่นนะคะ พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนหลักๆ ของห้องที่สมาชิกในบ้านจะมานั่งเล่นดูทีวี ทานข้าว ทำอาหารกันในบริเวณนี้ เวลานั่งทานอาหารก็สามารถมองเห็นและพูดคุยกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่นั่งดูทีวี หรือยืนทำอาหารอยู่ในครัวได้ ส่วนพื้นที่ลึกเข้าไปจะเป็นโซนห้องนอนและห้องน้ำค่ะ ห้องนั่งเล่นจะอยู่ติดกับระเบียงที่โอบล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจกใส ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้มีเพดานสูงโปร่ง สบาย ทำให้น่าใช้งานมากขึ้น ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่น มีระยะห่างประมาณ 2.4 เมตร มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ 50 นิ้ว พื้นที่ทางเดินนี้เมื่อวางโต๊ะกลางแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ให้เดินผ่านเข้าไปยังระเบียงได้ด้วยค่ะ การตกแต่งผนังด้านหลังคอนโซลทีวีสำหรับ Type นี้จะได้เป็นวัสดุหินอ่อนสีน้ำตาลอ่อนที่นำเข้าจากต่างประเทศ จากโถงกลางมองตรงไปจะเป็นส่วนของห้องนอนเล็กนะคะ ฝั่งซ้ายมือจะเป็นห้องนอนใหญ่ และฝั่งขวาจะเป็นห้องน้ำค่ะ มาที่ห้องน้ำกันก่อนดีกว่าค่ะ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนเปียก-แห้งไว้เรียบร้อย วัสดุของประตูจะเหมือนกับห้องน้ำในห้องแบบแรกเลยนะคะ พื้นที่ด้านในมีขนาดพอๆ กัน และมีวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนเหมือนกัน วัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำจะได้อ่างล้างหน้า มาพร้อมกับตู้ลอยติดผนังสำหรับเก็บของ ซึ่งเป็นแบบเปิดได้ฝั่งเดียวนะคะ หน้าบานตู้ได้เป็นกระจกและมีซ่อนไฟไว้ใต้ตู้เรียบร้อย ซึ่งห้องจริงที่ส่งมอบให้ลูกบ้านก็จะได้แบบนี้เลยนะคะ ภายในห้องนอนเล็กจะได้เตียงขนาด 5 ฟุต เหมือนกับห้องตัวอย่างเลยนะคะ ส่วนช่องแสงในห้องจะได้หน้าต่างบานใหญ่รับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในได้อย่างเพียงพอและด้วยขนาดบานที่ใหญ่เกือบถึงพื้นทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้เลย พื้นที่รอบเตียงสามารถเดินได้โดยรอบ แถมผนังปลายเตียงยังมีพื้นที่ให้ติดตั้งทีวีได้อีกด้วย ผนังฝั่งที่ติดกับประตู จะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ ติดกับตู้เสื้อผ้าจะเป็นโต๊ะทำงานเล็กๆ มาดูที่ห้อง Master Bedroom กันต่อ ห้องนี้ได้พื้นที่ใช้สอยที่กว้างมาก ภายในจัดฟังก์ชันมาได้ครบทั้งห้องน้ำในตัว และแบ่งพื้นที่แต่งตัวไว้อย่างเป็นสัดส่วน พื้นที่ในสุดตรงกลางจะเป็นตำแหน่งของโต๊ะเครื่องแป้งที่ทางโครงการ Built-in ไว้ให้เหมือนในห้องตัวอย่างนะคะ พื้นที่ส่วนพักผ่อนจะถูกเว้นให้เป็นทางเดินระหว่างตู้เสื้อผ้าเข้าไปด้านในนะคะ ซึ่งทางโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ต่อไปมาดูส่วนของเตียงนอนบ้าง ห้องจริงที่ได้จะได้เตียงนอนขนาด 6 ฟุตแบบในห้องตัวอย่างเลยนะคะ จากภาพจะเห็นว่าเมื่อวางเตียงแล้วยังเหลือพื้นที่ปลายเตียงให้เดินได้โดยรอบเลยนะคะ พื้นที่ใช้สอยปลายเตียงสามารถวางตู้คอนโซลทีวีพร้อมโคมไฟตั้งพื้นได้สบายๆ ติดกันจะมีหน้าต่างไว้รับแสงธรรมชาติและเปิดระบายอากาศ เป็นแบบเดียวกับห้องนอนเล็กเลย ทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้ อีกฝั่งหนึ่งของห้องเป็นตำแหน่งสำหรับวางตู้เสื้อผ้าโซนแต่งตัว สำหรับห้องน้ำจะอยู่ติดกับโต๊ะเครื่องแป้งนะคะ ต่อไปมาดูห้องน้ำกันค่ะ Mood&Tone ที่ได้จะมาในแนวน้ำตาลดำดูคลาสสิค เรียบหรู ไม่น่าเบื่อง่าย ภายในก็จะให้อุปกรณ์มาครบ เหมือนกับในห้องตัวอย่างเลยค่ะ อ่างล้างหน้าจะเป็นแบบ His & Hers ด้านหลังมีตู้เก็บของที่ได้หน้าบานเป็นบานกระจกค่ะ ตำแหน่งของ Bathtub จะอยู่ติดกับหน้าต่างกระจกใสนะคะ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองของวิวด้านนอก หากต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถติดฟิลม์หรือมูลี่ได้ค่ะ อีกฝั่งจะเป็นพื้นที่อาบน้ำส่วนเปียก ฉากกั้นเป็นกระจก ผนังฝั่งหนึ่งถูกตกแต่งให้สวยงามด้วยด้วยหินอ่อนสีเข้ม   ด้วยทำเล Prime Location ของกรุงเทพฯ ริมถนนสุขุมติด BTS สถานีทองหล่อแบบนี้ THE ESSE SUKHUMVIT 36 จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ถูกจับตามองมากที่สุดโครงการหนึ่ง อย่างที่แจ้งไปแล้วว่าทางโครงการจะขายห้องมาให้แบบ Fully Fitted ดังนั้นในห้องมาตรฐานก็จะมี ตู้เก็บของ, เคาน์เตอร์ครัว, เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, อ่างล้างจาน, สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ, เครื่องปรับอากาศ, ผ้าม่าน, วอลเปเปอร์ และ Digital Door Lock มาเหมือนกันเกือบทุกรายการค่ะ ซึ่งทาง SINGHA ESTATE ประกาศราคาเริ่มต้นมาที่ 12 ล้านบาท ถ้าเทียบกับคอนโดมิเนียม Luxury ในระดับเดียวกันแล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจและคุ้มค่าแก่การลงทุนมากเลยนะคะ เพราะแนวโน้มในการเติบโตของทำเลค่อนข้างดีในอนาคต ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือเก็งกำไรยังไงก็คุ้มแน่นอน..   ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า โครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 เตรียมจะเปิด Pre-Sale วันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2560 นี้แล้วค่ะ สำหรับคนที่สนใจ อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือจะนัดหมายเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่าง ซึ่งจะเปิดให้ชมตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป ก็สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 1221 หรือกดลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและสิทธิพิเศษได้ที่ https://goo.gl/h45QbX   
The Crystal Bliss @ Rattanathibet – เดอะคริสตัลบลิส @ รัตนาธิเบศร์ (PREVIEW)

The Crystal Bliss @ Rattanathibet – เดอะคริสตัลบลิส @ รัตนาธิเบศร์ (PREVIEW)

The Crystal Bliss @ Rattanathibet (เดอะคริสตัลบลิส @ รัตนาธิเบศร์) - คอนโด High Rise 19 ชั้น เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้า เพียง 700 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีแยกนนทบุรี1) ใกล้ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และ สวนสาธารณะ     รายละเอียดโครงการ   ราคา เริ่มต้น 999,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. เริ่มต้น 33,300 บาท/ ตร.ม. เจ้าของโครงการ บริษัท เอ.บี.เดคคอร์เรท จำกัด ลักษณะคอนโด High Rise สูง 19 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 3-1-58 ไร่ จำนวนห้อง ห้องชุดพักอาศัย 539 ยูนิต, ห้องเพื่อการพาณิชย์ 7 ยูนิต ที่จอดรถ 209 คัน ไม่รวมซ้อนคัน ที่ตั้งโครงการ 2044 ตำบลบางซื่อ อำเภอเมืองนนทบุรี (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปลายปี 2562   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ เอสพลานาด เทสโก้ โลตัส กระทรงพาณิชย์ เซ็นทรัล เวสต์เกต รพ.พระนั่งเกล้า     ลักษณะห้องและขนาดห้อง   Bliss 1 Studio ขนาด 30 ตารางเมตร Bliss 1 one bedroom ขนาด 30 ตารางเมตร Bliss 2 one bedroom ขนาด 32 ตารางเมตร Bliss 3 one bedroom ขนาด 34 ตารางเมตร Bliss 4 one bedroom ขนาด 42 ตารางเมตร Bliss 5 three bedroom ขนาด 59 ตารางเมตร   สิ่งอำนวยความสะดวก   โถงต้อนรับ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ สวนพักผ่อน ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-969-1922-3 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://thecrystalcondo.com/คอนโดมิเนียม/เดอะคริสตัลบลิส/#detail
CHATEAU IN TOWN SUKHUMVIT 64/1 ขยายชีวิต…ใกล้อนาคต

CHATEAU IN TOWN SUKHUMVIT 64/1 ขยายชีวิต…ใกล้อนาคต

รีวิวฉบับนี้ เรานั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีปุณณวิถีกันค่ะ ซึ่งเดินต่อเข้ามาในซอยสุขุมวิท 64/1 อีกหน่อยก็เจอคอนโดอยู่หลายโครงการเหมือนกันนะคะ ทั้งโครงการที่สร้างเสร็จนานแล้วและโครงการใหม่ที่ดูน่าสนใจอย่าง “CHATEAU IN TOWN SUKHUMVIT 64/1 (ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1)” ของ บริษัท พระยาพาณิชย์พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่พลิกโฉมใหม่ ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ออกแบบให้เข้ากับยุค 2017 ในสไตล์โมเดิร์น ภายใต้แนวคิด “ขยายชีวิต ให้ใกล้อนาคต” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยมีจุดเด่นอยู่ใกล้รถไฟฟ้า เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ล่าสุดตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วนะคะ เริ่มมีลูกบ้านบางส่วนทยอยโอนห้องกันเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังพอมียูนิตเหลืออีกนิดหน่อย ซึ่งเราจะพาไปชมห้องตัวอย่างกันในครั้งนี้   ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1 ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพในซอยสุขุมวิท 64/1 ค่ะ ถึงจะเป็นโครงการที่อยู่เข้ามาในซอย แต่ก็เป็นซอยที่เชื่อมต่อกับถนนหลากหลายเส้นทางเลยนะคะ สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวกสบายจริงๆ ค่ะ เพราะนอกจากจะใช้ถนนสุขุมวิทที่เป็นถนนสายหลักในกรุงเทพฯ วิ่งเข้าเมืองไปทางอ่อนนุช เอกมัย ทองหล่อ ได้ง่ายๆ หรือจะใช้ถนนสุขุมวิทขาออกนอกเมืองไปทางสี่แยกบางนาแล้วเลือกไปทางสำโรงหรือจะใช้ถนนบางนา-ตราด ออกไปทางบางพลี ตรงยาวไปถึงพัทยาก็สะดวกเช่นกันค่ะ หากใครเบื่อรถติดก็สามารถไปขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานครได้ที่ซอยสุขุมวิท 62 ที่อยู่ห่างเพียง 2 กิโลเมตรค่ะ หรือขับลึกเข้าไปในซอยซึ่งจะไปรวมกับซอยสุขุมวิท 64 ตัดทางพิเศษเฉลิมมหานครวิ่งเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไปออกถนนทางรถไฟเก่า และถนนสรรพาวุธได้อีกด้วยค่ะ   ในส่วนของการเดินทางด้วยรถสาธารณะก็จัดว่าเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆ ค่ะด้วยทำเลโครงการที่ตั้งอยู่บนจุดเชื่อมต่อใจกลางเมืองสุขุมวิทนอกจากจะใกล้รถไฟฟ้าสถานีปุณณวิถีเพียง 250 เมตร บริเวณหน้าซอยยังมีรถเมล์ รถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซด์ผ่านไปมาอยู่ตลอด นอกจากนี้ยังแวดล้อมไปสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบถ้วนทั้งร้านค้า, ธนาคาร, สถานศึกษา, วัด, สถานพยาบาล ขณะเดียวกันแหล่งช็อปปิ้งก็ไม่ได้อยู่ไกลเกินไปเลยค่ะ เช่น ปิยรมย์ เพลส, เทสโก้ โลตัส อ่อนนุช, บิ๊กซี อ่อนนุช (เอ็กซ์ตร้า), Century the movie plaza เป็นต้น     เจาะลึกโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1 เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร จุดเด่นของโครงการจะเน้นเรื่องโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรง ประกอบกับความเป็นส่วนตัวที่เหมาะกับการพักอาศัยอย่างแท้จริง แม้ทำเลที่ตั้งของโครงการจะอยู่ใกล้รถไฟฟ้าในระยะที่เดินเท้าได้ แต่เมื่อมาถึงที่โครงการแล้วจะสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวที่ไม่วุ่นวาย ในขณะที่จำนวนยูนิตรวมทั้งโครงการก็มีเพียง 222 ยูนิต จำนวนห้องต่อชั้นจึงมีไม่มากลูกบ้านจึงไม่แออัดเหมือนคอนโดทั่วไป ทั้งยังมาพร้อมฟังก์ชั่นที่ออกแบบให้เป็นสัดส่วน มีห้องนอน ห้องนั่งเล่นที่มาพร้อมห้องครัวแบบแยกกันทุกห้อง แถมทำเลนี้ยังได้ที่จอดรถถึง 50% (รวมจอดซ้อนคัน) เลยค่ะ เรียกได้ว่าราคาและความคุ้มค่าระดับนี้นับว่าใช้ได้กับทำเลสุขุมวิทที่ใกล้รถไฟฟ้า ในราคาไม่ถึง 100,000 บาท ต่อ ตร.ม. รูปอาคารจะมีลักษณะตัว C นะคะ โดยพื้นที่ชั้น 1 จะเป็นที่จอดรถและพื้นที่ส่วนกลางอย่างสระว่ายน้ำและห้องซาวน่า สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 4 x 20 เมตร ทางโครงการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่ลูกบ้านเวลาว่ายน้ำ โดยออกแบบกำแพงล้อมรอบสระว่ายน้ำพร้อมปลูกต้นไม้เขียวขจีเพิ่มความเป็นธรรมชาติ ห้องน้ำแยกระหว่างหญิงและชายที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำ ภายในห้องน้ำในสุดจะเป็นส่วนของ Sauna ค่ะ บรรยากาศภายในห้อง Sauna แปลนชั้น 2-8 จะเป็นที่พักอาศัยนะคะ ซึ่งความพิเศษของชั้น 2 จะมีห้องฟิตเนสรองรับลูกบ้านด้วย บรรยากาศภายในห้องฟิตเนสที่ครบครันด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายแบบทันสมัย ผนังฝั่งหนึ่งของห้องฟิตเนสจะล้อมรอบด้วยกระจกใสนะคะ ทำให้เวลาลูกบ้านออกกำลังกายได้ชมวิวไปในตัว   และด้วยความที่ทางโครงการเน้นเรื่องบรรยากาศความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัย Facility จึงถูกแบ่งเป็นสัดส่วน โดยสระว่ายน้ำระบบธาราบำบัดและห้องสตรีมจะอยู่ที่บริเวณชั้น 1 ในขณะที่ห้องฟิตเนสจะอยู่ที่ชั้น 2 ค่ะ ซึ่งถือว่าครบถ้วนมากๆ สำหรับคอนโดมิเนียม Low Rise แบบนี้ แถมข้อดีคือมีคนแบ่งใช้ Facility ส่วนกลางน้อยกว่าคอนโดทั่วไปด้วยค่ะ   เปิดห้องตัวอย่าง มาถึงห้องตัวอย่างกันแล้วค่ะ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1 มียูนิตรวมทั้งหมด 222 ยูนิต แบ่งออกเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 28.02 – 43.01 ตร.ม. และ 2 Bedroom ขนาด 44.86 ตร.ม. ค่ะ ภายในห้องแต่ละยูนิตมีจุดเด่นคือฟังก์ชั่นที่เป็นสัดส่วน ถูกออกแบบมาเพื่อความโล่ง โปร่ง สบาย โดยแยกพื้นที่นั่งเล่น ครัวและห้องนอนออกจากกัน ซึ่งจะต่างจากคอนโด Low Rise ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ เพราะราคาระดับนี้แทบจะไม่มีโครงการไหนทำห้องครัวแบบปิดแยกออกมาเลยค่ะ ส่วนใหญ่ก็มีแค่ Pantry เล็กๆ เท่านั้น นอกจากนี้ห้องทุกยูนิตของโครงการ ยังเปิดขายมาแบบ Fully Furnished ด้วยค่ะ เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องก็ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้สอยของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี และทุกยูนิตจะได้แอร์ 2 ตัว โดยติดตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นและห้องนอนเหมือนกันเลยนะคะ   สำหรับห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราได้ชมก็คือ 1 Bedroom Type A6 ขนาด 29.43 ตร.ม ซึ่งเป็นขนาดที่มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุดค่ะ ฟังก์ชั่นภายในห้องออกแบบมาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว มีการกั้นแบ่งพื้นที่มาให้เรียบร้อย โดยห้องครัวและห้องน้ำจะแยกไปอยู่ทางด้านหนึ่ง เพียงแค่กันประตูกระจกเพิ่มก็จะได้ครัวแบบปิด ป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนได้มากขึ้นเพราะครัวอยู่ติดระเบียง สามารถเปิดประตูระเบียงช่วยระบายกลิ่นได้ดี ในขณะที่ Living Area และห้องนอนก็มีประตูกั้นทึบมาให้ ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหากมีแขกมาที่ห้อง แปลนห้อง 1 Bedroom Type A6 ขนาด 29.43 ตร.ม เปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วน Living Area ก่อนเลยค่ะ ทางโครงการได้จัดวางโซฟาตัวยาวขนาด 2 ที่นั่งไว้เป็นตัวอย่างในส่วน Living Area นะคะ จะเห็นได้ว่าบริเวณตรงกลางมีพื้นที่เหลือมากพอสำหรับวางโต๊ะกลางด้วย พื้นที่ข้างโซฟา ทางโครงการจะบิลต์อินชั้นมาให้เสร็จสรรพเลยนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถใช้เป็นมุมรับประทานอาหาร หรือจะทำเป็นมุมทำงานเหมือนดั่งห้องตัวอย่างก็ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งมุมนี้จะอยู่ติดกับห้องนอนนะคะ โดยทางโครงการออกแบบหน้าต่างบานสไลด์ไว้เพื่อความโปร่งโล่ง พื้นที่ฝั่งตรงข้ามโซฟาจะเป็นคอนโซลทีวีค่ะ ซึ่งลูกบ้านไม่จำเป็นต้องติดแอร์เพิ่มแล้วนะคะ เพราะทางโครงการติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้ว ติดกับคอนโซลทีวีจะเป็นห้องครัวนะคะซึ่งมีประตูบานเลื่อนกั้น ติดกันนั้นเป็นห้องนอนค่ะมีประตูบานทึบกั้นกลาง เข้ามาในส่วนของห้องนอนกันก่อนดีกว่าค่ะ ภายในห้องนอนดูโปร่งโล่งสบาย โอบล้อมด้วยกระจกใส เอื้อต่อการพักผ่อน พื้นที่บริเวณรอบเตียงสามารถเดินได้ด้วยนะคะ ไม่รู้สึกอึดอัดคับแคบแต่อย่างใด ทางโครงการจะบิลต์อินต์โต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้ามาให้ในห้องนอนเรียบร้อยแล้วค่ะ หากใครชอบนอนดูทีวีในห้องนอน ก็สามารถติดได้ที่ผนังด้านปลายเตียงค่ะ ซึ่งทางโครงการจะแถมแอร์มาให้ในห้องนอนเรียบร้อยแล้วค่ะ ออกจากห้องนอนมาจะเป็นพื้นที่ของส่วนครัว เคาน์เตอร์ครัวโครงการจะให้มาแบบนี้เลยนะคะ แต่ผนังเหนือเคาน์เตอร์จะเป็นกระเบื้องโมเสค ทางโครงการจะเว้นช่องสำหรับวางไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า มาให้แล้วค่ะ ซึ่งก็มาพร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันด้วย ติดกับเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นระเบียงนะคะ โดยมีประตูบานเลื่อนกั้นกลาง ข้อดีของระเบียงที่อยู่ติดครัวก็ช่วยระบายอากาศเวลาประกอบอาหารนั่นเองค่ะ พื้นที่ระเบียงกว้างขวางดีทีเดียวค่ะ มาพร้อมก๊อกน้ำ และติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ด้านบน กลับเข้ามาด้านในสุดติดกับครัวจะเป็นห้องน้ำค่ะ ซึ่งสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะได้ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งแยกโซนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน ส่วนเปียกจะมีบานกระจกกั้นพร้อมยกธรณีสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อกันน้ำกระเด็นมาส่วนแห้ง   ห้องตัวอย่างห้องที่สองที่เราเก็บภาพมาฝากเพื่อประกอบการพิจารณาเป็นห้อง 1 Bedroom Type E2 ขนาดห้อง 38.49 ตร.ม. ซึ่งห้องนี้จะต่างจากห้อง 1 Bedroom แบบแรกทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ใช้สอย และ Layout ของห้องค่ะ ห้องนี้เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะมีพื้นที่เหลือสำหรับวางตู้รองเท้าก่อน ในขณะที่พื้นที่โถงกลางกว้างพอสำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารและวางโซฟาตัวยาวในส่วนของ Living Area ที่อยู่ติดกับห้องนอน ติดกันเป็นห้องครัวและห้องน้ำที่แยกออกมาอยู่ในโซนด้านเดียวกันโดยมีประตูบานเลื่อนกั้นกลาง พร้อมระเบียงด้านในสุดสำหรับซักล้างหรือตากผ้า แปลนห้อง 1 Bedroom Type E2 ขนาดห้อง 38.49 ตร.ม. เปิดประตูเข้ามาจะมีพื้นที่แคบลึกเล็กๆ ก่อนต่อเนื่องไปยังโถงกลางนะคะ พื้นที่ข้างประตูสามารถวางตู้รองเท้าเหมือนดั่งห้องตัวอย่างเลยนะคะ ภายในห้องบริเวณโถงกลางจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมระหว่างมุมนั่งเล่นและมุมรับประทานอาหารเข้าไว้ด้วยกัน มุมรับประทานอาหารที่ลูกบ้านสามารถวางตู้หรือชั้นติดผนังได้ พร้อมกับโต๊ะรับประทานอาหารโดยไม่รู้สึกคับแคบเลยนะคะ ทั้งยังดูโปร่งโล่งเพราะอยู่ติดกับหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ มุมมองจากโต๊ะรับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่น ทางโครงการจะติดตั้งแอร์ไว้ให้แล้วนะคะ จากโซฟาและคอนโซลทีวีมีระยะห่างกว้างขวางทีเดียวค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถวางโต๊ะกลางได้สบายๆ บริเวณข้างโซฟาติดกับผนังห้องนอนจะมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางของด้วยค่ะ ซึ่งเอกลักษณ์ของโครงการก็คือมีหน้าต่างบานเลื่อนเล็กๆ เชื่อมกับห้องนอนเพื่อเพิ่มความโปร่งโล่งให้แก่ห้องมากขึ้นค่ะ ภายในห้องนอนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่นะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้เป็นตัวอย่าง แต่ลูกบ้านสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็ยังได้ค่ะ เพราะบริเวณรอบๆ เตียงมีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงด้วย Layout ห้องนอนจะคล้ายๆ กับห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ ซึ่งทางโครงการได้บิลต์อินโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดเพดานมาให้ด้วย พื้นที่ปลายเตียงสามารถวางโต๊ะหรือตู้ได้สบายๆ เลยนะคะ หรือหากใครอยากดูทีวีก็สามารถติดตั้งไว้ที่ผนังได้เช่นกัน ซึ่งลูกกบ้านไม่ต้องซื้อแอรืเพิ่มนะคะ เพราะทุกยูนิตจะแถมแอร์ 2 ตัว (ห้องนั่งเล่นและห้องนอน) ออกมาจากห้องนอนมาต่อที่ห้องครัวกันดีกว่าค่ะ ซึ่งทางโครงการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้ พร้อมชั้นลอยวางของด้านบนตามภาพเลยค่ะ ครัวจะมาพร้อมเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน อ่างล้างจานและเว้นที่สำหรับวางเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ให้แล้วนะคะ แต่ผนังเหนือเคาน์เตอร์นั้นจะได้เป็นผนังฉาบเรียบสีขาวค่ะ ติดกับห้องครัวจะเป็นระเบียงค่ะ ซึ่งก็มีขนาดกว้างขวางสำหรับวางราวตากผ้าได้สบายๆ แถมคอมเพรสเซอร์แอร์จะแขวนอยู่ด้านบน และการที่ระเบียงอยู่เชื่อมต่อกับส่วนครัวก็ช่วยในการระบายกลิ่นเวลาประกอบอาหารได้เป็นอย่างดี กลับเข้ามาด้านใน พื้นที่ในสุดจะเป็นห้องน้ำนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งแยกพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน ส่วนเปียกจะเป็นกระจกกั้นนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ยกธรณีสูงขึ้นประมาณนึงเพื่อกันน้ำเปียกมายังโซนแห้ง ภายในห้องอาบน้ำจะได้อุปกรณ์ตามภาพเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการได้เจาะช่องไว้สำหรับให้ลูกบ้านวางของใช้ส่วนตัวได้ด้วย บริเวณโซนล้างหน้าจะได้กระจกบานใหญ่สูงจรดเพดานแบบในห้องตัวอย่างเลยนะคะ ข้อดีของกระจกก็ช่วยสะท้อนหลอกตาให้ห้องดูกว้างมากขึ้นนั่นเองค่ะ   ห้องทั้งหมดของโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1  ที่เราพาไปชมในครั้งนี้ จะขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์ Built-in ตามที่เห็นในห้องตัวอย่างเลยนะคะ ชั้นวางของ เคาน์เตอร์ครัว เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน เครื่องปรับอากาศได้ครบ เรียกว่าพร้อมให้เข้าอยู่ในราคาเริ่มต้นที่ 2.69 ล้านบาท แถมจองเพียง 10,000 บาท และฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน* ต้องบอกว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียวสำหรับคนที่ต้องการที่อยู่ในย่านปุณณวิถี ใกล้รถไฟฟ้าและสามารถเดินทางเข้านอกออกเมืองได้สะดวก ที่สำคัญตัวโครงการสร้างเสร็จแล้ว พร้อมเข้าอยู่แล้วค่ะ ซึ่งทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า สถานีปุณณวิถี เพียง 250 เมตร นี่ต้องบอกว่าเป็นจุดแข็งที่ดึงดูดในตัดสินใจได้ไม่ยากเลยค่ะ   นอกจากนี้ภายในโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1 เองก็จัดเตรียม Facility ไว้อย่างหรูหราครบครันมากๆ ในขณะที่พื้นที่โดยรอบก็มีความอุดมสมบูรณ์ มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อให้เลือกมากมาย ถ้าใครที่ยังไม่เคยไปชมโครงการหรือกำลังตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดฯ ในแถบนี้อยู่แนะนำให้ไปชมบรรยากาศจริงดูค่ะ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น แต่ต้องขอบอกเลยค่ะไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือลงทุนก็คุ้มค่าแน่นอนค่ะ เพราะในอนาคตการขยายตัวของตัวเมือง ทำให้การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในทำเลนี้มีโอกาสที่จะเติบโตสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ สำหรับคนที่สนใจไม่ควรพลาดคอนโดมิเนียมคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึงแบบนี้เลยนะคะ   สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.chateauintown-sukhumvit.com หรือโทร. 063-903-3718
“LIFE อโศก – พระราม 9” คอนโดใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจใหม่ของกรุงเทพฯ (Advertorial)

“LIFE อโศก – พระราม 9” คอนโดใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจใหม่ของกรุงเทพฯ (Advertorial)

“LIFE อโศก – พระราม 9” จากเอพี โดดเด่นกว่าอย่างไร ? LIFE อโศก – พระราม 9 เป็นตัวเลือกอันดับแรกและดีที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมใหม่ ด้วยจุดแข็งที่แตกต่าง ดังนี้   1. Location (ทำเล) นอกจากเป็นศูนย์รวมโครงข่ายคมนาคมเมืองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ยังเป็นศูนย์กลางย่านธุรกิจแห่งใหม่ รายล้อมด้วยบริษัทชั้นนำของไทยและบริษัททุนต่างชาติ เป็นทำเลที่ ถูกจับตามองจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะเอเชีย อาทิ ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน และญี่ปุ่น     2. Facility (สิ่งอำนวยความสะดวก) ครั้งแรกของคอนโดมิเนียมไทยกับการดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางที่ใหญ่ที่สุดกว่า 7.5 ไร่ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ยุคดิจิตอล เป็นความสมบูรณ์พร้อมของการยกระดับคุณภาพการชีวิตอย่างไร้รอยต่อ   3. New Innovative Design (นวัตกรรมดีไซน์พื้นที่) การจัดวางผังยูนิตและสเปซภายในแบบใหม่ “New Interlocked Layout” ที่ลงตัวและคุ้มค่ากว่าเดิม แตกต่างด้วยหน้ากว้างของห้องที่มากถึง 7 เมตร และ 5 เมตร ระหว่างห้องสตูดิโอ ขนาด 27.5 ตารางเมตร ที่เน้นความโปร่งโล่ง กับห้องชุดแบบ One Bed-Plus ขนาด 35 ตารางเมตร ที่เน้นความเป็นสัดส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งาน พื้นที่พิเศษปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์และห้องครัวแบบปิด   4. Price (ราคาเร้าใจ) การเข้าใจความต้องการของลูกค้าในด้านราคาของตัวสินค้า ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยบริหารแพ็คเกจราคาขายเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อทุกกลุ่ม ตอบโจทย์การใช้ชีวิตใจกลางเมืองในราคาที่เอื้อมถึง เริ่มต้นเพียง 2.45 ล้านบาท (หรือที่เริ่มต้น 98,000 บาท ต่อ ตร.ม. เท่านั้น) คุ้มค่าที่สุดสำหรับทั้งการอยู่อาศัย และการลงทุน   โดดเด่นทั้งการดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน   LIFE อโศก - พระราม 9 ผสานความงดงามของการดีไซน์เข้ากับการใช้งานในยุคดิจิตอล ด้วยเสน่ห์ของ การออกแบบคอนเซปต์ดีไซน์ให้โอ่อ่าหรูหรา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ การนำเสน่ห์และคุณสมบัติของ Crystal ที่สะท้อนแสงและมีความมันวาว มาออกแบบตกแต่งพื้นที่ภายในโครงการต่างๆ ดังนี้     1. The Grand Parlour Lobby สะดุดตาเมื่อก้าวเข้ามาภายในโครงการ สะท้อนความหรูหราโอ่อ่าตั้งแต่ก้าวแรก ให้การต้อนรับอย่างหรูหราลงตัวกับบรรยากาศสุดประทับใจในทุกมุมมอง ด้วยการออกแบบโดยใช้ คอนเซปต์ Modern Luminous     2. Sanctuary Pavilion พื้นที่พักผ่อนภายนอกอาคาร ที่เป็นมากกว่าการพักผ่อนท่ามกลางสวนขนาดใหญ่ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มออกซิเจน-พลังงานสะอาดให้กับชีวิต และทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลายท่ามกลางเมืองที่วุ่นวาย ออกแบบให้มี 2 ชั้นเพื่อสามารถเปิดรับวิวได้อย่างรอบด้าน เป็นจุดดึงสายตาได้เสมือนคริสตัลที่สะท้อนแสงอยู่กลางพื้นที่สีเขียว     3. The Third Place พื้นที่ Co-working space 2 ชั้น ดีไซน์ตอบรับพฤติกรรมผู้อยู่อาศัยจริง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานแบบกลุ่มและเดี่ยว ไม่ว่าจะเป็น Community Bench Space หรือ Individual Cocoon ที่รองรับ ไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่ ช่วยเชื่อมต่อทุกมิติของการดำเนินชีวิตในเมืองยุคดิจิตอลอย่างไม่มีสะดุด ทำให้ชีวิตประจำวันกับการทำงานผสานกันได้อย่างลงตัวอย่างแท้จริง     LIFE อโศก - พระราม 9 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว ด้วยความโดดเด่น ดังนี้ 1. 24-HOUR CONNECTED WORLD ผสานเทคโนโลยีในการดีไซน์พื้นที่ส่วนกลาง เพื่อชีวิต Digital Community อย่างเต็มรูปแบบ ด้วย Infrastructure ที่พร้อมรองรับสิ่งอำนวยความสะดวก และสัญญาณ Wi-fi ในพื้นที่ส่วนกลางทุกจุด ทั้งยังจัดสรรพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับ การใช้งานในรูปแบบ Co-working Space ที่จะทำให้การเชื่อมต่อเป็นเรื่องง่าย พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานจริง รองรับวิถีชีวิตการทำงานที่ยืดหยุ่นไม่ยึดติดกับกรอบของเวลาหรือสถานที่ สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา 2. AP COMMUNITY APPLICATION ทุกอย่างควบคุมได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ภายใต้วิสัยทัศน์ AP Digital Community สัมผัสอนาคตแห่งการอยู่อาศัยได้ด้วย AP COMMUNITY APPLICATION อย่างเต็มรูปแบบ ที่จะเข้ามาส่งเสริมให้การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในโครงการเอพีให้สะดวกสบายและปลอดภัยในรูปแบบที่สะดวกกว่าเดิม โดยสามารถสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย ให้ควบคุมทุกอย่างได้แบบ real time รองรับการจองใช้พื้นที่ส่วนกลาง ระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งยังสามารถเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ในโครงการได้สะดวกสบายกว่าที่เคย     รายละเอียดโครงการ   ชื่อโครงการ LIFE อโศก – พระราม 9 ที่ตั้งโครงการ ถนนอโศก-ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร มูลค่าโครงการ 9,000 ล้านบาท จำนวนยูนิตพักอาศัย 2,248 ยูนิต และ 2 ร้านค้า ราคาเริ่มต้น 2.75 ล้านบาท (หรือเริ่มต้น 98,000 บาท ต่อ ตารางเมตร) ข้อมูลเฉพาะ คอนโดมิเนียมร่วมทุนโครงการที่ 11 ระหว่างบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป (Mitsubishi Estate Group หรือ MEC) ทำเล 300 เมตร จาก MRT สถานีพระราม 9 ขนาดพื้นที่โครงการ ประมาณ 8-3-11 ไร่ อาคารชุดพักอาศัยจำนวน 1 อาคาร 2 ทาวเวอร์ (ทาวเวอร์ A สูง 42 ชั้น ทาวเวอร์ B สูง 46 ชั้น) ลักษณะโครงการ อาคารชุดพักอาศัยจำนวน 1 อาคาร สูง 42 ขั้น และ 46 ชั้น ชั้น 1 โถงตอนรับขนาดใหญ่ พื้นที่ส่วนกลางพร้อม Co-Working Space ห้องน้ำส่วนกลาง สวนขนาดใหญ่ (Jogging track และ 2 มุมพักผ่อน) ห้องจดหมาย 1 ร้านค้า ห้อง MBD ห้องพักขยะ และที่จอดรถ ชั้น 2 Extra Co-Working Space ห้องสำนักงานนิติ ห้องประชุม ห้องแม่บ้าน และห้องน้ำส่วนกลาง ชั้น 2-6 ที่จอดรถ ชั้น 7 ชั้นพักอาศัย และสวนเชื่อมลานจอดรถ (Outdoor working space, Jogging route และ Open law court) ชั้น 8-35 ชั้นพักอาศัย (Residential Area) ชั้น 36 ชั้นพักอาศัย + สวนพักผ่อน ชั้น 37-41 ชั้นพักอาศัย (Residential Area) ชั้น 42 Rooftop Facility (Sky Deck, Swimming Pool, Jacuzzi, Social Deck, Amphitheater, Machine Room และห้องน้ำส่วนกลาง) ชั้น 43-44 ชั้นพักอาศัย (Residential Area) ชั้น 45 Rooftop Facility (Sky Lounge, Double space Fitness, Sky Garden, 2 Swimming Pool และ Kid’s pool ชั้น 46 พื้นที่หนีไฟทางอากาศ   ลักษณะห้องชุด   Studio Type ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 25 – 27.5 ตารางเมตร ห้องชุด 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 32 ตารางเมตร ห้องชุด 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 35 - 40 ตารางเมตร ห้องชุด 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 45 - 58 ตารางเมตร จำนวนที่จอดรถ จำนวน 905 คัน   สิ่งอำนวยความสะดวก   พื้นที่ต้อนรับขนาดใหญ่พร้อม Co- working space ที่รองรับการเชื่อมต่อ 24 ชั่วโมง ด้วย Free Wifi ทั่วบริเวณส่วนกลาง สร้างความเป็นส่วนตัวด้วย Cocoon เก้าอี้นวมแบบส่วนตัว สวนขนาดใหญ่พร้อม Jogging track สำหรับผู้รักสุขภาพ และ 2 Pavilion สำหรับพักผ่อนในสวน พร้อมต้นไม้ขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ Garden ชั้น 7 และ 36 (ชั้น 7) สวนพักผ่อนที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 อาคาร โดยในสวนมีซุ้มที่นั่งที่มีระบบรองรับ Electronic Gadget (ชั้น 36) สวนหย่อมชมวิว Super Tower Rooftop ชั้น 42 - 45 Horizon Bay หรือสวนลอยฟ้าบนชั้นดาดฟ้าที่เชื่อมต่อทั้ง 2 ทาวเวอร์เข้าด้วยกัน มีลูกเล่นระดับลดหลั่น 3 ชั้น Elite Fitness แบบ Double Floor (ชั้น 42) Active pool สระว่ายน้ำความยาวถึง 40 เมตรพร้อมผ่อนคลายด้วยส่วน Jacuzzi, Pinnacle Deck จุดชมวิวเมืองบนชั้นบนสุด Social Deck ที่นั่งพักผ่อนแบบ Semi-Outdoor, Amphitheater ขนาดใหญ่ ซึ่งมีชั้นบนเป็น Horizon Garden อีกทั้งยังสามารถเดินเชื่อมไปที่ Elite Fitness ได้ (ชั้น 45) Fitness ฟิตเนสครบวงจรความสูง 2 ชั้น ที่มีมากถึง 5 โซน รองรับทุกความต้องการของทุกเพศทุกวัย พร้อมทั้งเครื่องออกกำลังกายที่หลากหลาย อีกทั้งห้องน้ำในตัวแยกชายและหญิง Sky Lounge ด้วย Exclusive Couch สำหรับรองรับกิจกรรมหลายรูปแบบ สระว่ายน้ำ 2 ชั้น ประกอบด้วย สระ Active Pool ยาว 50 เมตร ส่วนชั้น 2 เป็น Scenic Glass Pool สระว่ายน้ำขอบกระจกใส ลิฟต์โดยสาร 10 ตัว ลิฟต์บริการ 1 ตัว ค่าสาธารณูปโภค 50 บาทต่อตารางเมตร เงินกองทุนส่วนกลาง 500 บาทต่อตารางเมตร (จ่ายครั้งเดียวในวันโอนกรรมสิทธิ์) เริ่มก่อสร้าง เดือนธันวาคม ปี 2560 ก่อสร้างแล้วเสร็จ ประมาณไตรมาส 4 ปี 2563
Life Asoke-Rama 9 “พลาดจองครั้งนี้ อาจไม่มีโอกาสให้แก้ตัว”

Life Asoke-Rama 9 “พลาดจองครั้งนี้ อาจไม่มีโอกาสให้แก้ตัว”

ตั้งแต่ต้นปีมา เราจะเห็นว่า AP เปิดตัวโครงการแบรนด์ “Life” ไปแล้ว 2 โครงการ นั่นคือ “Life Ladprao” และ “Life ๑ Wireless” ซึ่งแต่ละทำเลที่เปิดมาก็สร้างกระแส เรียกเสียงว้าวได้ตลอดๆ เป็นที่จับตามอง และให้การตอบรับชนิดที่ว่าเปิดให้จองแต่ละทีแทบจะต้องกางเสื่อต่อคิวล่วงหน้ากันก่อนวันเปิดจองเลยทีเดียว แม้แต่ต่อที่ Life ๑ Wireless เปิดให้จองออนไลน์ยอดจองก็หมดเกลี้ยงในพริบตาอีก   พูดถึงแบรนด์ “Life” ต้องบอกว่าทาง AP มีการปรับเปลี่ยนลุคของแบรนด์ให้ดูหรูหรา และทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย ทั้งตัวอาคารที่ใส่ใจเรื่องการดีไซน์ให้มีมิติแปลกตา พร้อมกับจัดหนักในส่วนของ Facility ส่วนกลาง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองให้มากขึ้น โดยยังไม่ทิ้งจุดเด่นเรื่องทำเลที่เดินทางสะดวกและใกล้รถไฟฟ้า จากเสียงตอบรับที่ผ่านมาเป็นเครื่องการันตีได้ว่า Life คือแบรนด์หนึ่งของ AP ที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในปีนี้ ดังนั้นเมื่อมาถึง Life ตัวสุดท้ายของปี จึงต้องเปิดให้ดัง ปังให้สุด กับ “Life Asoke-Rama 9”   ปักหมุด New CBD - “อโศก - พระราม 9” ทำเลในฝัน ทำเลในย่าน “อโศก - พระราม 9” ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง และหลายๆ ครั้งก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทำเลในย่านนี้ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด มีทั้งศักยภาพในการลงทุน และความเหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัย รวมถึงแนวโน้มของราคาที่อยู่อาศัยในย่านนี้มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เราคงไม่ต้องเจาะลึกถึงศักยภาพทำเลไปมากกว่านี้ให้เสียเวลา แต่จะพาเข้าประเด็นถึงทำเลที่ตั้งโครงการ Life Asoke-Rama 9 กันเลย Life Asoke-Rama 9 ได้ที่ดินริมถนนอโศก-ดินแดง ห่างจากแยกพระราม 9 นิดเดียวเอง จากตัวโครงการไปยังสถานีรถไฟฟ้า MRT พระราม 9 มีระยะห่างเพียง 300 เมตรเท่านั้น ในรัศมี 2-3 กิโลเมตรรอบ โครงการจัดว่าอุดมสมบูรณ์ และเพียบพร้อมไปด้วยสาธารณูปโภคต่างๆ มากมาย ทั้งห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหาร แหล่ง Hangout สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล อาคารสำนักงานอีกเพียบ ที่ตั้งของโครงการอยู่ติดกับถนนอโศก-ดินแดง ใกล้กับแยกพระราม 9 นิดเดียวเอง การเดินทางมายังโครงการสะดวกมากๆ สามารถเลือกได้หลายเส้นทาง รวมถึงหลายวิธีการเดินทาง เช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน Airport Rail Link เลยขึ้นไปอีกหน่อยก็เป็นสถานี Interchange กับสายสีเขียวด้วย หรือจะเลือกการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ทั้งรถเมล์ แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็มีให้เลือกใช้บริการได้เกือบ 24 ชั่วโมงเลย ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มเพิ่มเติมขึ้นมา เชื่อมต่อกันที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในอนาคตก็จะสะดวกมากขึ้นไปอีกแน่นอน นอกจากนี้การเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็มีความสะดวกไม่แพ้กัน เพราะสามารถเข้า-ออกโครงการได้ 2 ทาง คือ จากทางด้านถนนอโศก-ดินแดง (ซอยไม้ดัด ข้างๆ Rhythm Asoke) และทางด้านถนนจตุรทิศ ถนนเส้นนี้ใช้เป็นทางเลี่ยงรถติดบนถนนอโศก-ดินแดงได้ดี ตรงมาจากพญาไทแป๊บเดียวก็ถึงโครงการแล้ว นอกจากนี้ห่างออกไปไม่ไกลยังมีด่านทางด่วนพระราม 9 การเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของกรุงเทพมหานครจึงเป็นเรื่องที่ง่ายดาย   Life Asoke-Rama 9 Life Asoke-Rama 9 เปิดภาพแรกมาด้วยความหรูหราอลังการของ Facility ที่อัดแน่นอยู่บน Rooftop ซึ่งทำให้เราอยากทำความรู้จักกับโครงการนี้ให้มากขึ้น จะได้ไม่พลาดโอกาสเป็นเจ้าของคอนโด Life เหมือนที่ผ่านมา ไหนๆ ก็เปิดมาด้วยเรื่อง Facility แล้ว เราเลยจะพาไปส่องข้อมูลของโครงการ Life Asoke-Rama 9 ให้ครบทุกซอกมุมกันไปเลย ได้ยินมาว่าแค่พื้นที่ส่วนกลางบน Rooftop ก็มีขนาดรวมกว่า 1.5 ไร่แล้ว บวกรวมกับพื้นที่สวนรอบๆ โครงการ และ Pocket Garden ที่ชั้นต่างๆ อีก รวมๆ แล้วพื้นที่ส่วนกลางของ Life Asoke-Rama 9 ก็มีมากถึง 7.5 ไร่เลยทีเดียว แปลนของ Facility บนชั้น Rooftop ชั้น 44 - 45    Highlight อยู่ที่บริเวณ Rooftop ซึ่งรวบรวม Facility หลักๆ ไว้มากมาย ยกตัวอย่างเช่น สระว่ายน้ำ ที่มีมากถึง 3 สระ อันแรกเป็น Lap Pool ขนาดมาตรฐานโอลิมปิก 50 เมตร ใช้ว่ายออกกำลังกายได้สบายๆ ขณะเดียวกันเหนือขึ้นไปด้านบนสระ เพิ่มสระกระจกลอยฟ้าแบบ Aquarium Sky Pool เปิดรับวิวรอบตัวเหมือนได้แหวกว่ายท่ามกลางหมู่ดาวกันไปเลย ส่วนสระสุดท้ายมีขนาด 45 เมตร ซึ่งมาพร้อมกับ Jacuzzi เพื่อการผ่อนคลายโดยเฉพาะ   พื้นที่บนยอดตึกเปิดรับวิวได้แบบ 360 องศา เปิดมุมมองของ City View ได้สวยเต็มตา ดังนั้น Facility ส่วนใหญ่จึงถูกออกแบบมาให้เปิดรับวิวได้ทุกมุม เช่น Sky Lounge หันไปทางพระราม 9 และ Amplitheater หันไปทางมักกะสัน, Sky Deck ชมวิวตึก Super Tower รวมถึงห้อง Fitness ใหญ่อลังการด้วยพื้นที่มากถึง 2 ชั้น พื้นที่ส่วนกลางบนดาดฟ้ามีการเล่นระดับพื้นที่เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับ Facility ให้มีความสวยงามแปลกตา และเพิ่มมุมพักผ่อนชมวิวให้มากขึ้น ลูกบ้านทุกยูนิตจะได้มีโอกาสใช้ได้อย่างเต็มที่ Sky Deck ชมวิว Super Tower จากบนยอดตึกของโครงการ ภาพจำลองของพื้นที่ Amplitheater ที่หันหน้าไปทางมักกะสัน Sky Lounge เปิดรับ City View ได้สวยงามเต็มตามากๆ Sky Fitness กินพื้นที่มาถึง 2 ชั้นเลยทีเดียว   นอกจาก Facility บนชั้นดาดฟ้าแล้ว ที่บริเวณชั้น 7 และชั้น 36 ยังทำเป็น Pocket Garden เพิ่มพื้นที่พักผ่อนสบายตาให้มากขึ้นไปอีก โดยพื้นที่บริเวณชั้น 7 จัดแบ่งเป็นสวนร่มรื่นขนาดใหญ่ พร้อมมุมนั่งทำงานส่วนตัว (มี wifi บริการทุกจุด)  ในขณะที่อีกด้านเป็นเหมือนลานอเนกประสงค์สำหรับทำกิจกรรม ออกกำลังกายท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวสบายตา แต่ถ้าอยากนั่งเล่นชม Super Tower แบบสงบๆ Pocket Garden ที่บริเวณชั้น 36 น่าจะเหมาะ เพราะถูกออกแบบเป็นระเบียงกว้าง พร้อมด้วยขอบระเบียงกระจกที่เปิดโล่งให้วิวสวยปรากฏชัดสุดสายตา ความอลังการของพื้นที่ส่วนกลางยังไม่ได้หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะที่บริเวณรอบๆ โครงการตั้งแต่บริเวณทางเข้ายังร่วมรื่นไปด้วยสวนขนาดใหญ่ กินพื้นที่บริเวณชั้นล่างมากถึง 3 ไร่ ซึ่งประกอบไปด้วย Pavilion 2 แห่ง พร้อมมุมนั่งเล่นพักผ่อนใต้ร่มไม้ และ Jogging Track รอบสวน Pavillion ในสวน พื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางร่มไม้ใหญ่รอบโครงการ   ด้วยความที่ตัวอาคารถูกออกแบบมาให้เป็น 2 Tower ดังนั้น Lobby ของโครงการจึงแบ่งเป็น 2 แห่ง โดย Lobby ของแต่ละ Tower ก็มีความสวยงามอลังการไม่แพ้กันเลยทีเดียว โดย Lobby ของ Tower A มีฝ้าเพดานสูงถึง 4.4 เมตร ออกแบบมาอย่างหรูหราด้วยลวดลายเส้นสายโลหะที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี เพิ่มเติมด้วยมุมนั่งพัก ผ่อน ที่สามารถใช้เป็นจุดนัดหมาย มุมรับแขก หรือมุมนั่งทำงานก็ได้ เพราะมีบริการ wifi ทั่วพื้นที่ บริเวณด้านหน้าทางเข้าของโครงการ  Life Asoke-Rama 9 จุด Drop Off บริเวณ Tower B หรูหราด้วยการตกแต่งด้วยแสงไฟ และลวดลายจากโลหะสีทอง Lobby A พร้อมพื้นที่ทำงาน มุมอ่านหนังสือ เปิดรับวิวสวนสีเขียวสบายตา พร้อม wifi ทั่วพื้นที่ส่วนกลาง Lobby B ฝ้าเพดานสูงถึง 4.4 เมตร ทำให้บรรยากาศโปร่งสบาย พร้อมมุมนั่งเล่นเป็นส่วนตัว   ขยับมาดูที่ Lobby ของ Tower B กันบ้าง ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้จะมีบริเวณกว้างขวาง โปร่งสบายตามากๆ ด้วยฝ้าเพดานสูงถึง 6 เมตร ทำให้ Lobby นี้ถูกออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากกว่า ทั้งพื้นที่ของ Co-Working Space, บริเวณชั้นลอยมี Private Meeting Room พร้อม Automation Control Panel และสัญญาน wifi เป็นพื้นที่ที่ลูกบ้านสามารถมาใช้เป็นห้องประชุมงานได้ด้วย นอกจากนี้ทาง AP ยังตั้งใจออกแบบให้ Lobby แห่งนี้มีความหรูหราอลังการมากกว่าที่ไหนๆ ด้วยกระจกบานใหญ่จรดฝ้า 6 เมตรที่จะเปิดรับวิวสวนได้อย่างเต็มที่ เชื่อว่า Lobby ของ Life Asoke-Rama 9 น่าจะเป็น Lobby ที่สวยอลังการที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว Lobby ของ Tower B อลังการด้วยฝ้าเพดานสูงถึง 6 เมตร มีมุมทำงานเป็นสัดส่วน แถมยังเพิ่มพื้นที่ชั้นลอยจัดเป็น Co-Working Space และตั้งใจ Design ให้มีมุมอ่านหนังสือแบบ Cocoon เพื่อความเป็นส่วนตัว Co-Working Space และ Meeting Room พร้อมอุปกรณ์ครบครัน สามารถใช้นัดหมายประชุมงานได้สบายๆ   จากพื้นที่ส่วนกลางที่ยกตัวอย่างมา หลายคนอาจจะเริ่มเห็นได้ชัดเจนแล้วว่าทาง AP ตั้งใจจัดมาให้เต็มที่แค่ไหน แต่ก็ต้องออกตัวไว้ก่อนว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เราสามารถเก็บข้อมูลมาฝากกันได้ Facility ของจริงภายในโครงการยังมีรายละเอียดอีกมากจนไม่สามารถบรรยายได้หมดในคราวเดียว ส่วนต่อไปที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ส่วนของที่พักอาศัย เราเชื่อว่าหลายๆ คนอยากจะรู้แล้วว่า โครงการ Life Asoke-Rama 9 มีห้อง Type ไหนให้เลือกบ้าง แจ้งให้ทราบกันก่อนว่าห้องทั้งหมด 2,248 ยูนิตของโครงการขายให้แบบ Fully Fitted และมีการออกแบบใหม่ด้วยคอนเซปต์การจัดวางพื้นที่แบบ Inter Lock ทำให้ห้องมีหน้ากว้างมากขึ้น เพื่อเน้นในการเปิดรับวิวได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจุดเด่นที่เห็นได้ชัดจากการออกแบบด้วยระบบ Inter Lock นี้ จะทำให้ห้อง Studio 27.5 ตร.ม. กับห้อง 1 Bedroom Plus 35.5 ตร.ม. ถูกวางคู่กันเสมอ ดังนั้นห้อง Studio จะได้หน้ากว้างที่มากเกือบ 5 เมตร เลยทีเดียว บรรยากาศภายในห้อง Studio ก็จะโปร่งสบายมากขึ้นกว่าเดิม ขนาดห้องเริ่มต้นที่ Studio 25 - 27.5 ตร.ม., 1 Bedroom ขนาด 32 ตร.ม.,1 Bedroom Plus ขนาด 35 – 40 ตร.ม.  และ 2 Bedroom 45- 58 ตร.ม. ซึ่งภายในห้องก็ออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองได้รอบด้าน สำหรับใครที่สนใจ รีบคลิกลงทะเบียน https://goo.gl/w6m2Gd รับส่วนลดเพิ่ม 300,000 บาท* จะได้ไม่พลาดโอกาสเป็นเจ้าของ Life Asoke-Rama 9 แล้วเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการจอง โดยแบ่งเป็น – รอบ AP iBooking จองผ่านระบบออนไลน์ในวันที่ 8 พ.ย. นี้ และ Pre-Sale ที่สำนักงานขาย ในวันที่ 11-12 พ.ย. นี้  
“A Space Me รัตนาธิเบศร์” บนทำเลสะดวกสบายเชื่อมต่อกลางเมือง ครบครันทุกสิ่งที่ชีวิตต้องการ

“A Space Me รัตนาธิเบศร์” บนทำเลสะดวกสบายเชื่อมต่อกลางเมือง ครบครันทุกสิ่งที่ชีวิตต้องการ

เติมความสุขอีกขั้นในชีวิตที่มากกว่ากับคอนโดมิเนียมดีๆ จาก Areeya Property ที่มาพร้อม Facility ครบครันทันสมัยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้รอบด้าน แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ตามมาดูพร้อมกันเลยค่ะ   โครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” ปัจจุบันสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้ววันนี้นะคะ สำหรับความน่าสนใจก็คือเรื่องของ “ทำเล” นั่นเองค่ะ เพราะอยู่ติดถนนรัตนาธิเบศร์ ตัวโครงการตั้งอยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาออกตรงข้ามกับเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ แถมยังใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีแยกนนทบุรี 1) เพียง 250 เมตรเท่านั้น ซึ่งสามารถเดินทางสู่ใจกลางเมืองอย่างง่ายดาย เพราะตอนนี้ทาง MRT ได้เชื่อมสถานีเตาปูนกับบางซื่อเข้าไว้ด้วยกันแล้ว บอกเลยว่าสะดวกสบายไม้แพ้คอนโดฯ กลางเมืองเลยค่ะ เซ็นทรัล รัตนาธิบเศร์ ที่อยู่ตรงข้ามจากโครงการ ส่วน MRT สถานีแยกนนทบุรี 1 ก็อยู่ห่างไปเพียงแค่ 250 เมตร สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบายเช่นกันค่ะ แม้ว่าการจราจรบนถนนเส้นนี้จะมีติดขัดอยู่บ้างในชั่วโมงเร่งด่วน แต่ก็ยังมีเส้นทางให้หลีกเลี่ยงอยู่พอสมควรไม่ว่าจะเป็น ทางเลี่ยงเมืองนนทบุรี ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนติวานนท์ ถนนราชพฤกษ์ รวมไปจนถึงทางด่วนงามวงศ์วาน ก็สามารถเลือกใช้เส้นทางเชื่อมต่อใจกลางเมืองได้ตามสะดวก นอกเหนือจากการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวแล้ว การเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆ ก็สะดวกไม่ใช่น้อยเลยค่ะเพราะมีทั้งรถเมล์ รถตู้ประจำทาง รวมถึงรถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ผ่านไปมาอยู่ตลอด   อีกหนึ่งความน่าสนใจคือตัวโครงการอยู่ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์และความบันเทิงมากมาย มีห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่สามารถพึ่งพาอาศัยและอยู่ใกล้ที่สุด ถัดเข้าหาเมืองหน่อยก็จะมี ห้าง Big C (สถานีศรีพรสวรรค์), เอสพลานาด แคราย, Tesco Lotus (สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี), ห้างพันทิพย์ พลาซ่า และห้าง The Mall งามวงศ์วาน รวมไปจนถึงร้านอาหารมากมายที่เรียงรายกันมาตั้งแต่ถนนรัตนาธิเบศร์ถึงถนนงามวงศ์วาน เรียกว่าเพียบพร้อมและอุ่นใจในเรื่องอาหารการกิน รวมถึงสถานที่จับจ่ายซื้อของใช้กันแบบสะดวกสบายสุดๆ   พื้นที่คุณภาพของชีวิตที่แท้จริง ภายในโครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” ทาง Areeya ก็ได้รวบรวม Facility ที่น่าสนใจไว้เพียบพร้อมทีเดียวค่ะ พอผ่านทางเข้าสุดไพรเวทเข้ามา สิ่งแรกที่สะดุดตาและสัมผัสได้ทันทีก็คือ ความเงียบสงบเป็นส่วนตัว แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์จากสีเขียวขจีของพรรณไม้ที่หาได้น้อยมากในคอนโดมิเนียมกลางเมือง ซุ้มทางเข้าโครงการ มาดูที่ตัวโครงการกันบ้างดีกว่า โครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” เป็นคอนโดมิเนียม High Rise อาคารเดี่ยว 22 ชั้น ออกแบบทุกตารางนิ้วให้ตอบฟังก์ชั่นและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในบรรยากาศรีสอร์ท รูปลักษณ์ภายนอกอาคารจึงดูทันสมัย โดยพยายามเพิ่มความรู้สึกเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ตั้งแต่พื้นที่ร้านค้าในโซน Plaza Space เชื่อมต่อกับสวนบริเวณรอบอาคาร และล็อบบี้ขนาดใหญ่ ด้านบนมีสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่บนชั้น 18 และ 19 ที่มาพร้อมวิวแบบพาโนรามา สระว่ายน้ำซีทรูระบบเกลือแบบ Infinite Edge ห้องออกกำลังกาย Relax Lounge ห้องประชุมและห้องสมุด เรียกว่าตอบโจทย์ความต้องการของลูกบ้านได้อย่างแท้จริง บรรยากาศบริเวณ Lobby ที่ชั้น 1 ขึ้นมาที่ชั้น 4 จะเป็นส่วนของ Facility หลักๆ ของโครงการ ขึ้นมาแล้วจะเจอส่วนของห้องฟิตเนสก่อนเลยนะคะ ด้านในก็มีอุปณ์ออกกำลังกายให้ครบครัน ติดกับห้องฟิตเนสจะเป็นห้องนั่งเล่น Relax Lounge ให้ลูกบ้านได้มานั่งพักผ่อน หรือจะมานั่งรอเพื่อน รอแฟน เล่นฟิตเนส ก็ได้จ้าาา ใกล้ๆ กันจะเป็นห้องประชุมวิว Panorama เดินขึ้นบันไดต่อมาที่ชั้น 5 จะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำซีทรูระบบเกลือแบบ Infinite Edge ความยาว 25 เมตร ด้านบนที่ชั้น 18 และ 19 จะมีสวนสีเขียวอยู่ลูกบ้านได้ขึ้นมารับลมชมวิวมุมสูง   นอกจากนี้ทางโครงการยังคำนึงถึงความปลอดภัยโดยเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกบ้านด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกล้องวงจรปิด CCTV รอบโครงการ มีระบบ Key Card Access บัตรผ่านเข้าออกอาคาร และที่สำคัญคือเรื่องลิฟท์โดยสาร ซึ่งมีบริการทั้งหมด 4 ตัว นับตามสัดส่วนของจำนวนยูนิตรวมทั้งหมดแล้ว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สบายๆ ไม่หนาแน่นจนเกินไป ซึ่งทางโครงการมีระบบการจัดการลิฟท์ที่ให้ความรวดเร็วด้วยค่ะ ในส่วนของที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไป มีห้องให้เลือกฝั่งทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกเนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งของตัวอาคาร แต่สำหรับห้องพักในชั้น 18-22 จะมีพื้นที่ทางเดินหน้าห้องแบบ Single Corridor ที่ไม่มีเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามห้องเป็นโซนชั้นที่มีความเป็นส่วนตัวมาก   เปิดห้องตัวอย่าง A Space Me รัตนาธิเบศร์ ในส่วนของพื้นที่พักอาศัยนั้นทางโครงการมียูนิตรวมทั้งหมด 401ยูนิต ไม่รวม Shop 5 ยูนิต ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นอีกหนึ่งข้อของโครงการในย่านนี้เลยค่ะ เพราะยิ่งยูนิตน้อยแน่นอนว่าจำนวนของผู้อาศัยจึงน้อยกว่าและมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ทำให้การใช้พื้นที่ส่วนกลางไม่ต้องต่อคิวเหมือนคอนโดฯ ทั่วไป   โครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” มีแบบห้องมาตรฐานคือ 1 Bedroom มีพื้นที่ใช้สอยให้เลือก 2 ขนาดคือ 25 ตร.ม. และ 32.10  ตร.ม. แต่ห้องตัวอย่างที่เราได้ชมกันก็คือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 25 ตร.ม. ซึ่งในห้องตัวอย่างทางโครงการตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้ลูกบ้านได้เห็นไอเดียและฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้ชัดเจนมากขึ้น ลักษณะของห้อง Type นี้จะถูกจัดวางแปลนไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจน มีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่กั้นพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนไว้ด้านในสุดติดระเบียง ทำให้สามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่ โดยพื้นที่ในส่วนของ Living Area ก็ดูกว้างขวางสบาย ในขณะที่พื้นที่ของห้องครัวและห้องน้ำจะถูกจัดวางไว้ในโซนเดียวกัน ต้องบอกเลยว่าทางโครงการจัด Space ภายในห้องไว้ดีมาก แม้จะเป็นห้องขนาด 25 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด เข้ามาในห้องก็จะเจอส่วนครัวและห้องน้ำก่อนเลยค่ะ ซึ่งทางโครงการจะมีเคาน์เตอร์ครัวมาให้แบบนี้เลยนะคะ สำหรับเคาน์เตอร์ครัวทางโครงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Lixil (ลิกซิล) แบรนด์คุณภาพจากญี่ปุ่น ออกแบบให้เป็น One-Wall Kitchen ที่เหมาะแก่การประกอบอาหารมื้อง่ายๆ เบาๆ มีพื้นที่เตรียมอาหาร และซิงค์ล้างจาน ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำ อ่างล้างหน้าจะเป็นเคาน์เตอร์ จึงมีที่วางของรอบๆ เยอะดีค่ะ มาพร้อมกระจกเงาบานสูง โถสุขภัณฑ์วางอยู่ใกล้ๆ กัน โครงการแยกพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้ให้ เพื่อช่วยให้รักษาความสะอาดได้ง่ายกว่า ชุดฝักบัวและเครื่องทำน้ำอุ่น ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นส่วน Living Area ที่ดูกว้างขวาง ระยะห่างระหว่างคอนโซลกับโซฟาถือว่าห่างพอสมควรเลยนะค่ะ ต้องบอกว่าการจัด Space ภายในห้องทำไว้ได้ดีมาก ด้านที่วางโซฟาโครงการจัดพื้นที่ไว้ให้วางโซฟาได้ขนาด 2-3 ที่นั่ง ส่วนด้านชั้นวางทีวีโครงการ Built-in ชั้นวางทีวีเชื่อมต่อกับเคาน์เตอร์ครัวมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ติดกับ Living Area คือส่วนของห้องนอน มีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนกั้น ภายในห้องนอนโครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งเหมาะสมกับขนาดห้องนอนอย่างพอดิบพอดี จะเห็นได้ว่าขนาดข้างเตียงยังมีพื้นที่ว่างพอให้วางโต๊ะข้างเตียงได้อีกนะคะ ปลายเตียงเป็นตู้เสื้อผ้าแบรนด์ Lixil (ลิกซิล) ที่โครงการ Built in มาไว้ให้แล้ว มีขนาดใหญ่พอเก็บเสื้อผ้าได้ 2 คนเลยล่ะ ข้างตู้เสื้อผ้าจะมีประตูเล็กๆ ให้เปิดไปยังพื้นที่ระเบียงได้ พื้นที่ระเบียงที่โครงการได้เตรียมพื้นที่ไว้สำหรับวางคอมเพรสเซอร์ด้านบนไว้ให้เรียบร้อย มุมมองจากเตียงออกไปที่ Living Area จะเห็นว่าพื้นที่ดูกว้างขวางเนื่องจากการจัดแปลนของโครงการ   และเพื่อให้เห็นประโยชน์ใช้สอยของห้องขนาด 25 ตร.ม. ได้ชัดเจนขึ้น เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างอีกห้องหนึ่ง ที่ทางโครงการได้ทำการตกแต่งและบิลต์อินไว้อย่างเต็มพื้นที่ เรียกได้ว่าจัดเต็ม คุ้มค่าทุกตารางเมตรจริงๆ ค่ะ เปิดประตูเข้าไปจะด้านซ้ายจะเป็นห้องน้ำ ขวามือเป็น Pantry เหมือนดั่งห้องแรกเลยนะคะ แต่ในส่วนของคอนโซลทีวีจะบิลต์อินเป็นตู้สูงจรดเพดาน ซึ่งก็เพิ่มพื้นที่เก็บของได้มากขึ้นด้วยค่ะ ส่วนของพื้นที่นั่งเล่น จะเห็นได้ว่าแตกต่างจากห้องตัวอย่างแรกอย่างชัดเจนเลยนะคะ เพราะทางโครงการได้บิลต์อินตู้เก็บของไว้ที่ผนังฝั่งหนึ่งให้มีพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้น และยังเป็นไอเดียให้แก่ลูกบ้านอีกด้วย นอกจากตู้เก็บของยังมีโต๊ะเอนกประสงค์เล็กๆ ที่สามารถใช้รับประทานอาหารและทำงานได้ ซึ่งหากไม่ใช้งานก็สามารถพับลงเก็บได้เช่นกัน ฟังก์ชั่นในห้องนอนก็จะเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ สามารถจัดวางเตียงขนาดคิงไซส์ได้สบายๆ โดยเหลือพื้นที่ให้เดินได้โดยรอบแบบไม่อึดอัดแต่อย่างใด พื้นที่ข้างเตียงที่ทางโครงการบิลต์อินให้เป็นตู้เก็บของไว้เป็นตัวอย่าง ก็ยิ่งเพิ่มฟังก์ชั่นใช้งานได้มากขึ้นนั่นเอง   ในส่วนของห้อง 1 Bedroom ขนาด 32.10  ตร.ม. ทางโครงการยังไม่มีห้องตัวอย่างนะคะ ซึ่ง Type นี้จะมีเพียงชั้นละ 2 ห้องเท่านั้น โดยแปลนห้องมีลักษณะเป็นรูปตัวแอล ฟังก์ชั่นและการใช้งานจะคล้ายกับ Type 25 ตร.ม. วัสดุทุกอย่างที่ใช้ในห้องก็จะเหมือนกัน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องน้ำจะอยู่ด้านข้าง แต่ในส่วนของ Pantry จะต่างกับห้องแรกนะคะ ซึ่งทางโครงการออกแบบให้เชื่อมต่อกับ Living ที่ดูกว้างขวางเหมาะแก่การพักผ่อน โดยครัวจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมระหว่าง Pantry โต๊ะรับประทานอาหาร และส่วนนั่งเล่นไว้ด้วยกัน โดยในส่วนของครัวก็จะมีเตาไฟฟ้าและระบบดูดควันมาให้เสร็จสรรพ ซึ่งก็เหมาะแก่การประกอบอาหารแบบง่ายๆ ในส่วนของห้องนอนก็มีประตูบานเลื่อนกั้น ด้านในก็มีขนาดกว้างขวางทีเดียวค่ะ ซึ่งสามารถจัดวางเตียงขนาดควีนไซส์ได้ และยังเหลือพื้นที่เพียงพอสำหรับวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะข้างเตียงอีกด้วย ทั้งนี้ห้องนอนยังเชื่อมต่อกับระเบียงด้วยค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 32.10 ตร.ม.   อย่างที่บอกไปแล้วว่าแบบห้องของ "A Space Me รัตนาธิเบศร์" มีแบบห้อง 2 แบบ 2 ขนาด ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับการใช้สอยตามความต้องการของลูกค้าสำหรับห้องฝั่งทิศตะวันออกจะได้วิวสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อย่างเต็มสายตาเหมือนพักผ่อนอยู่รีสอร์ทเลยทีเดียวซึ่งห้องทั้งหมดของโครงการนั้นเปิดขายกันแบบมีชุดเคาน์เตอร์ครัว สุขภัณฑ์ ตู้เสื้อผ้า Built-in ในห้องนอน และเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง ที่ได้มาพร้อมห้องนะคะ แต่ปัจจุบันทางโครงการได้จัดโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า โดยให้เฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งห้อง   นับว่าโครงการ A Space Me รัตนาธิเบศร์ ของ Areeya นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจในย่านรัตนาธิเบศร์ทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะใครที่คุ้นเคยทำเลในย่านนี้ ก็น่าแวะไปลองเยี่ยมชมห้องตัวอย่างไว้เพื่อพิจารณากันดูนะคะ ยิ่งในตอนนี้รถไฟฟ้าสายสีม่วงได้เชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินและเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าออกเมืองได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะมองในแง่ของการอยู่อาศัยสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นซื้อหาคอนโดของตัวเอง หรือจะจับจองไว้สำหรับลงทุน โครงการ A Space Me รัตนาธิเบศร์ ก็อยู่ในระดับราคาที่จับต้องได้ เอื้อมถึงได้ไม่ยาก ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคครบครันทุกสิ่งที่ชีวิตต้องการ   สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.areeya.co.th หรือโทร. 1797
JW Station @Ramintra – เจดับบลิว สเตชั่น แอท รามอินทรา (PREVIEW)

JW Station @Ramintra – เจดับบลิว สเตชั่น แอท รามอินทรา (PREVIEW)

JW Station @Ramintra (เจดับบลิว สเตชั่น แอท รามอินทรา) - คอนโด High Rise 20 ชั้น สูงที่สุดในย่านรามอินทรา พร้อมรองรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ เพียง 150 เมตร     รายละเอียดโครงการ   ราคา เริ่มต้น 1,790,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. ประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ บริษัท เจ.ดับบลิว.เรียลเอสเตท จำกัด ในเครือ JW Group ลักษณะคอนโด High Rise สูง 20 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 1 – 3 – 98 ไร่ จำนวนห้อง 275 ยูนิต ที่จอดรถ ประมาณ 108 คัน รวมจอดซ้อนคันประมาณ 130 คัน หรือกว่า 45% ของจำนวนยูนิตโครงการ ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน ชำระล่วงหน้า 2 ปี ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม. ที่ตั้งโครงการ ถนนรามอินทรา เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ มีนาคม ปี 2562   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 โรงพยาบาลเสรีรักษ์ ตลาดน้ำขวัญเรียม ศูนย์การค้าตลาดมีน ตลาดจตุจักรมีนบุรี เทสโก้ โลตัส สาขาสุขาภิบาล 3 เทสโก้ โลตัส สาขามีนบุรี บิ๊กซี สุวินทวงศ์ Makro รามอินทรา Promanade Fashion Island ตลาดปัฐวิกรณ์ Chocolate Ville Crystal Park     ลักษณะห้องและขนาดห้อง   1 Bedroom ขนาด 23.9 – 37.91 ตร.ม. 2 Bedroom ขนาด 40.59 – 57.05 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวก   พื้นที่ลานกิจกรรมบน Activity Arcade On The Roof สระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อมระบบ Jacuzzi Fitness ครบวงจร ระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง พร้อมบริการ Free wifi* ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 091-110-6666 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.jwgroupthailand.com/register/