Tag : รีวิวคอนโด

264 ผลลัพธ์
Whizdom Avenue Ratchada – Ladprao ชีวิตใหม่..ใจกลางเมือง : รีวิวคอนโด

Whizdom Avenue Ratchada – Ladprao ชีวิตใหม่..ใจกลางเมือง : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาทุกคนขึ้นรถไฟฟ้า MRT ไปลงที่สถานีลาดพร้าว เพื่อชมโครงการ “Whizdom Avenue Ratchada – Ladprao (วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว)” คอนโดมิเนียมที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพจาก บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กันค่ะ ซึ่งโครงการตั้งอยู่ในทำเลที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดของย่านนี้ก็ว่าได้ค่ะ ทั้งยังอยู่ในช่วงต้นๆ ของลาดพร้าวด้วย และที่สำคัญคืออยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น แต่จะมีรายละเอียดอะไรบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ   โครงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพอย่างแท้จริงเลยค่ะ เพราะใกล้ซอยลาดพร้าว 26 และสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าวเลยนะคะ ตัวโครงการจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ติดกับถนนหลักฝั่งขาออกที่มุ่งหน้าไปทางห้าแยกลาดพร้าว และอยู่ติดสถานี MRT ลาดพร้าวทางออกที่ 1 เลยค่ะ ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่าถนนลาดพร้าวเป็นเส้นที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก เพราะถนนทั้งสองฝั่งจะเต็มไปด้วย ร้านค้า, ร้านอาหาร, ร้านขายยา, อาคารพาณิชย์, ธนาคาร, คอนโดมิเนียม ตลอดจนบ้านพักอาศัย เรียกว่าเรื่องอาหารการกินและแหล่งจับจ่ายใช้สอยนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายมากค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ไม่ไกลจากแหล่งช็อปปิ้งเลย สถานที่ใกล้ที่สุดคือ สวนลุมไนท์บาซ่า รัชดาภิเษก และ Gourmet Market ที่เพิ่งมาเปิดในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว หากใครยังช็อปไม่จุใจ ขยับไปอีกนิดก็จะมี Big C Extra + Homepro, Union Mall, CentralPlaza Ladprao หรือแม้แต่เมเจอร์รัชโยธิน, The Street รัชดา ก็สามารถไปถึงอย่างง่ายดาย   ในเรื่องของการเดินทางด้วยรถยนต์ก็ถือว่าสะดวกมากค่ะ เพราะถนนลาดพร้าวสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนใหญ่ได้หลายสาย ทั้งถนนรัชดาภิเษกที่ตัดกับถนนลาดพร้าว ตรงแยกลาดพร้าว-รัชดา สามารถวิ่งไปพระราม 9 ได้ หรือจะกลับรถไปถนนพหลโยธินก็สามารถวิ่งออกไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิต่อไปถึงสยามสแควร์ โดยถนนเส้นรัชดาภิเษกเองก็จะมีซอยลัดเล็กๆ อย่างโชคชัยร่วมมิตรที่สามารถวิ่งไปออกถนนวิภาวดี-รังสิตได้ ซึ่งการจราจรก็จะคล่องตัวกว่าค่ะ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางยกระดับอุตราภิมุข (ทางด่วนโทลล์เวย์) เชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครและศรีรัช ซึ่งสามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก หรือจะใช้ทางลัดไปออกถนนเกษตร-นวมินทร์ (ประเสริฐมนูกิจ) ก็สามารถไปได้ง่ายๆ จากซอยลาดพร้าว 41 และถนนโชคชัย 4 ที่ตัดเข้าถนนลาดพร้าววังหินและถนนนาคนิวาส เชื่อมกับถนนสุคนธสวัสดิ์ก็เป็นเรื่องที่สะดวกรวดเร็วค่ะ   สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะก็สะดวกสบายไม่ต่างจากใช้รถส่วนตัวเลยนะคะ เพราะโครงการอยู่ติดถนนลาดพร้าว ทำให้บริเวณหน้าโครงการมีรถโดยสารอย่าง แท็กซี่ รถเมล์ และวินมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด ในขณะที่รถไฟฟ้า BTS ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเข้าสู่ใจกลางเมืองก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเพียงนั่งรถสาธารณะไปไม่กี่ป้ายก็ถึงสถานีหมอชิตแล้วค่ะ ที่สำคัญจุดเด่นของโครงการคืออยู่ติดรถไฟฟ้า MRT สถานีลาดพร้าว (ทางออกที่ 1) ด้วย ซึ่งสถานีลาดพร้าวในอนาคตจะเป็นสถานี Interchange เชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ช่วงลาดพร้าว-พัฒนาการ) ที่จะไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเทา (ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ) บนเส้นเลียบทางด่วนรามอินทราที่สถานีฉลองรัชอีกที ส่วน MRT พหลโยธิน จะอยู่ห่างจากสถานีลาดพร้าวเพียงหนึ่งสถานี ซึ่งในอนาคตก็จะทำการเชื่อมกับสถานีห้าแยกลาดพร้าว ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงหมอชิต-คูคต) อีกด้วย เรียกได้ว่าถ้าในอนาคตรถไฟฟ้าทุกสายเรียบร้อยเมื่อไหร่ ตัวเลือกในการเดินทางของลูกบ้านของโครงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว ก็ยิ่งสะดวกสบายมากขึ้นเท่านั้นค่ะ   ภาพรวมโครงการ โครงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว เป็นคอนโดมิเนียม High rise ระดับลักชัวรี่ สูง 27 ชั้น จำนวน 1 อาคาร บนเนื้อที่ 3-0-44 ไร่ ค่ะ ตัวอาคารเป็นสีน้ำตาลเข้มตกแต่งตัดกับเส้นตรงสีสว่างที่วิ่งรอบตัวตึกหันหน้าออกถนนลาดพร้าว รอบตัวอาคารโอบล้อมไปด้วยสวนหย่อมและต้นไม้สีเขียวขจีให้ความรู้สึกสวยงามน่าพักผ่อน ทั้งนี้ตัวโครงการถูกออกแบบและก่อสร้างด้วยระบบ BIM ทำให้มีความถูกต้อง มั่นคง และรวดเร็วมากขึ้นตามมาตรฐานของวิสซ์ดอม และการออกแบบแต่ละส่วนของโครงการนั้นได้นำเกณฑ์จากสถาบันอาคารเขียวไทยที่ได้รับความเชื่อถือมาประเมินคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพให้แก่ลูกบ้าน ซึ่งคุณภาพโครงการอยู่ในระดับ Gold ของเกณฑ์การประเมิน นอกจากนี้ทางโครงการยังออกแบบพื้นที่ให้ทุกคนใช้งานได้เท่าเทียมกัน เป็น Universal Design เอื้อต่อการใช้งานด้วยตัวเองในพื้นที่หลัก 3 ส่วน คือ ทางเข้า, ส่วนต้อนรับ และส่วนนันทนาการ โดยออกแบบทางลาด, บันได, พื้นกันลื่น, ปุ่มลิฟท์มีอักษรเบลล์ อีกทั้งยังออกแบบให้แต่ละยูนิตมี Space เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของการอยู่อาศัยที่แท้จริง   พื้นที่ภายในตั้งแต่ชั้น 1-4 จะเป็นที่จอดรถนะคะ ซึ่งสามารถจอดรถทั้งหมด 244 คัน รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 60% โดยแบ่งพื้นที่บริเวณชั้น 1 ให้เป็นโถง Lobby ขนาดใหญ่ รวมถึงที่ทำงานของนิติบุคคล มาพร้อมลิฟท์โดยสาร 4 ตัว และลิฟท์ Service 1 ตัว ในส่วนของห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ไปจนถึงชั้น 25 เลยนะคะ แต่บริเวณชั้น 5 จะมีพื้นที่ส่วนกลางอย่างสวนสวยและห้องสมุดรวมอยู่ด้วย ในส่วนของชั้น 26-27 จะเป็นพื้นที่ของห้อง Penthouse และ Duplex ส่วนดาดฟ้าชั้น 28 นั้นจะเป็น Facilities ส่วนกลางที่ทางโครงการใส่มาเอาใจลูกบ้านอย่างเต็มพิกัด อาทิ Sky Infinity Edged Swimming Pool, Fitness, Sky Lounge และ Sky Garden รอบสระว่ายน้ำ และแน่นอนว่าระบบรักษาความปลอดภัยก็ครบครันไม่แพ้กันค่ะ ซึ่งโครงการจะมีรปภ. คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV และใช้ Key Card ในการเข้าออกค่ะ แปลนของตัวอาคารเป็นรูปตัว L นะคะ สามารถเข้าออกได้ทางเดียวคือจากถนนลาดพร้าว แบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยชั้น Ground Floor จะเป็นส่วนของที่จอดรถ, Grand Lobby, ออฟฟิศนิติบุคคล, ลิฟท์โดยสารและ Mail box นะคะ เมื่อเข้าไปภายในตัวอาคารจะเจอโถง Grand Lobby ก่อนเลยค่ะ โถงต้อนรับถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นที่มีแนวคิดมาจากแสงไฟแห่งมหานคร ในรูปแบบ Vertical Sculpture ที่แทรกด้วยดวงไฟและกระจกเงาที่คอยสะท้อนแสงระยิบระยับอย่างสวยงาม ด้วยขนาดของพื้นที่บริเวณ Grand Lobby มีขนาดกว้างมากพอจะจัดมุมรับแขกได้หลายจุด หากลูกบ้านมีแขกมาเยี่ยมเยียนก็สามารถนั่งรอที่บริเวณล็อบบี้ได้สบาย มาในส่วนของโถงลิฟท์โดยสารกันบ้างค่ะ ซึ่งมีให้บริการลูกบ้านถึง 4 ตัว ทั้งยังดูโดดเด่นไม่เหมือนคอนโดทั่วไปด้วยการฝังเส้นไฟ LED ลงที่พื้นและผนัง ตัดกับผนังสีดำรอบๆ บริเวณโถงลิฟท์จะมีส่วนของ Mail Box ด้วยนะคะ แปลนของพื้นที่ชั้น 5 นะคะ ซึ่งจะเริ่มเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ชั้นนี้เป็นต้นไป แต่ความพิเศษของชั้น 5 นั้นจะมีพื้นที่ส่วนกลางอย่างสวนกลางแจ้ง และห้องสมุดรวมอยู่ด้วย ดูแปลนกันไปแล้ว เราขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 5 กันดีกว่าค่ะ โถงลิฟท์เป็นสีดำเรียบๆ มีประตูกั้นก่อนเข้าไปยังห้องพักอาศัยอีกชั้นหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว บรรยากาศภายในห้องสมุดค่ะ ภายในห้องดูสูงโปร่ง โอบล้อมด้วยกระจกใส บริเวณข้างห้องสมุดเป็นสวนนะคะ ข้อดีของการมีสวนอยู่ใกล้ๆ ทำให้เวลาอ่านหนังสือสามารถพักสายตามองต้นไม้สีเขียวขจีได้ ภายในห้องสมุดจัดที่นั่งไว้สำหรับรองรับลูกบ้านหลายมุมเลยค่ะ พื้นที่สวนหย่อมบริเวณชั้น 5 ซึ่งลูกบ้านสามารถมานั่งเล่นชิลล์ๆ ได้อย่างสบายใจเลยค่ะ แปลนพื้นที่บริเวณ Rooftop ชั้น 28 นะคะ เมื่อเดินออกมาจากลิฟท์จะแบ่งพื้นที่ของเป็นสองฝั่งนะคะ โดยฝั่งซ้ายมือจะเป็นสวนล้อมรอบสระว่ายน้ำ และด้านขวาจะเป็นฟิตเนสพร้อม Sky Lounge มาที่ฝั่งซ้ายมือที่เป็นสระว่ายน้ำกันก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งเป็นพื้นที่ของ Sky Infinity Edged Pool ขนาด 7 x 31 เมตร โดยสระเป็นระบบเกลือนะคะ มีความลึกที่ 1.20 – 1.50 เมตรไล่ระดับลงไป บริเวณข้างสระจะเป็นสระว่ายน้ำสำหรับเด็กค่ะ เวลาลูกบ้านใช้สระว่ายน้ำก็จะได้ชมวิวเมืองจากฝั่งลาดพร้าวแบบนี้เลยนะคะ พื้นที่มีปลายสระจะมี Sky Terrace สร้างสูงขึ้นไปหนึ่งชั้น ลูกบ้านสามารถขึ้นไปนั่งเล่นชมวิวได้อย่างเพลิดเพลิน อีกทั้งพื้นที่ด้านล่างยังเป็น Jacuzzi อีกด้วยค่ะ บริเวณสระจะมี Sculpture ของศาลาที่ทำให้สระนี้มีส่วนที่เป็นทั้ง Indoor & Outdoor นะคะ ซึ่งเวลากลางวันลูกบ้านกลัวแดดร้อนก็สามารถ ก็เลี่ยงหลบแสงแดดได้ บรรยากาศของสะว่ายน้ำยามค่ำคืนค่ะ ซึ่งจะมีไฟล้อมรอบสระเสมือนว่ายน้ำอยู่ใกล้ดวงดาว เดินกลับมาที่ฝั่งด้านขวาจะเป็น Fitness นะคะ ภายในห้องโอบล้อมด้วยกระจกใส ให้ลูกบ้านสามารถออกกำลังกายไปด้วยชมวิวไปด้วยได้อย่างเพลิดเพลิน ภายในห้องฟิตเนสเต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายอย่างครบครันเลยนะคะ Sky Lounge ออกแบบให้ดูสูงโปร่งด้วยเพดานแบบ Double Volume ให้ลูกบ้านได้พักผ่อนอิ่มเอมไปกับบรรยากาศที่เหนือกว่าคอนโดใดๆ ด้วยวิวแบบพาโนรามา ซึ่งผนังโดยรอบเป็นกระจกสูงขึ้นไปเสมอฝ้าเลยค่ะ ภายในจึงสว่างและโปร่งมาก แต่ผนังทึบด้านหลังห้องและเพดานจะเป็นแบบ Fiber Optic ที่เล่นแสงสร้างบรรยากาศในช่วงกลางคืนให้ลูกบ้านรู้สึกเสมือนอยู่ใกล้ดวงดาวนั่นเองค่ะ พื้นที่รอบๆ ห้องจะเป็นสวนไม้ประดับล้อมรอบห้องเลยนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถมองวิวรอบด้านได้ถึง 270 องศา   เปิดแบบห้อง Whizdom Avenue Ratchada – Ladprao สำหรับห้องพักอาศัยของโครงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว มีทั้งหมด 497 ยูนิตนะคะ ซึ่งมีให้เลือกด้วยกันถึง 5 แบบ ตั้งแต่ Studio  ขนาด 27 ตารางเมตร, 1 Bedroom ขนาด 27-37 ตารางเมตร, 2 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 47-56 ตารางเมตร, Duplex ขนาดตั้งแต่ 76-77 ตารางเมตร และ Penthouse ขนาดตั้งแต่ 105-129 ตารางเมตร ซึ่งปัจจุบันตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วนะคะ เริ่มมีลูกบ้านบางส่วนทยอยโอนห้องกันเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังพอมียูนิตเหลืออีกนิดหน่อย ซึ่งเราจะพาไปชมห้องตัวอย่างกันในครั้งนี้ นั่นคือห้อง 1 Bedroom Type B1 ขนาด 30.90 ตารางเมตร และ 2 Bedroom Type C3 ขนาด 55.61 ตารางเมตร ค่ะ   ภายในห้องแต่ละยูนิตมีจุดเด่นคือฟังก์ชั่นที่เป็นสัดส่วน ถูกออกแบบมาเพื่อความโปร่งโล่งสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านอย่างแท้จริงเลยนะคะ โดยโครงการออกแบบระยะต่างๆ เพื่อการใช้งานที่สะดวกและถูกสุขลักษณะ เหมาะสมกับระยะร่างกายของทุกคน เช่น ระยะห่างรอบเตียงนอนอย่างน้อย 0.55 เมตร, ระยะรอบเตียงก้านที่มีตู้เสื้อผ้า หรือโต๊ะทำงานต้องห่างอย่างน้อย 0.70 เมตร ไม่เพียงเท่านี้ยังใส่ใจในการเลือกวัสดุทุกอย่างให้ลูกบ้านปลอดภัยต่อสุขภาพด้วยค่ะ ไม่ว่าเป็นการติดตำแหน่งไฟที่ต้องไม่อยู่ตรงกับเตียงและที่นั่ง เพื่อลดความร้อนที่ส่องศีรษะ ลดการเกิดเงาเวลาอ่านหนังสือ รวมไปจนถึงติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในตำแหน่งลมเย็นเป่าด้านข้างของเตียงนอนเพื่อลดโอกาสเกิดความเจ็บป่วยนั่นเอง แต่ Layout ของแต่ละห้องจะเป็นยังไง มาดูไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom Type B1 ขนาด 30.90 ตารางเมตร เปิดประตู Digital Door lock เข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนเลยนะคะ พื้นที่ถัดเข้าไปด้านในทางซ้ายจะเป็นห้องครัว และทางขวาเป็นห้องนอนค่ะ ซึ่งภายในห้องนี้ทางโครงการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ของ Calvin Klein ไว้เป็นตัวอย่างทั้งหมด พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดกำลังดีเลยนะคะ จากภาพจะเห็นได้ว่าสามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง และยังเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะข้างได้อีกด้วย พื้นที่ตรงข้ามโซฟาจะเป็นคอนโซลทีวีนะคะ ซึ่งมีระยะห่างกันประมาณ 2 เมตรกว่าๆ ทำให้เหลือพื้นที่สามารถวางโต๊ะกลางได้ด้วย ในห้องจะได้แอร์ 2 ตัวนะคะ คือบริเวณห้องนั่งเล่นและห้องนอน ซึ่งตำแหน่งการติดตั้งแอร์ก็ได้คำนึงถึงประสิทธิภาพของลูกบ้านแล้วด้วย โดยตำแหน่งแอร์จะต้องไม่สัมผัสหน้าผู้อยู่อาศัยโดยตรง เพื่อกันปัญหาความเจ็บป่วย มุมมองจากบริเวณโซฟา ติดกับพื้นที่นั่งเล่นจะเป็นครัวนะคะ ถัดจากครัวนั้นเป็นห้องนอนและห้องน้ำค่ะ ส่วนครัวนั้นจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอนนะคะ เพื่อป้องกันกลิ่นรบกวนเวลาประกอบอาหาร การที่กั้นห้องครัวด้วยกระจกก็เพื่อทำให้แสงสว่างสาดส่องเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นด้วย ครัวจะเป็นแบบ One Wall-Kitchen นะคะ โดยโครงการจะเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นมาให้แล้วด้วย ชุดครัวนั้นก็จะได้ตามภาพเลยนะคะ ซึ่งประกอบไปด้วยเคาน์เตอร์พร้อมตู้เก็บของแบบมีหน้าบานเปิด-ปิด และไม่มีหน้าบาน โดยมาพร้อมอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน พื้นที่ด้านในสุดติดกับห้องครัวจะเป็นระเบียงนะคะ ซึ่งข้อดีของระเบียงติดครัวคือช่วยระบายอากาศเวลาประกอบอาหารนั่นเอง ตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัวยังเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ 2 ที่นั่งได้ดั่งในภาพเลยนะคะ ระเบียงปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิกชนิดกันลื่นนะคะ ขนาดของระเบียงก็กว้างกำลังดีเลยนะคะ สามารถวางเครื่องซักผ้าและราวตากผ้าได้สบาย ส่วนราวระเบียงเป็นระแนงเหล็กสีดำดูแข็งแรงทนทาน มุมมองจากระเบียงออกไป จะเป็นวิวเมืองที่ไม่มีอะไรมาบดบังสายตานะคะ คอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ด้านบนนะคะ โดยทางโครงการได้ซ่อนไว้ให้แล้ว อีกทั้งยังกรุไม้ระแนงปิดฝ้าเพดานไว้ให้เรียบร้อย กลับเข้ามาด้านในส่วนของห้องนอนกันบ้างดีกว่าค่ะ ภายในห้องดูโปร่งโล่ง สบาย ชวนพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ห้องนอนจะถูกโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่นะคะ ซึ่งเป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง 2 บานด้านข้าง และที่เหลือเป็นบาน Fix กรอบอลูมิเนียม ติดกระจกเขียวตัดแสงทั้งหมด พื้นที่ข้างเตียงติดกับประตูจะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยนะคะ ภายในมีที่ให้เก็บของได้เยอะทีเดียว ตัวบานพับจะใช้แบบ Soft closed ค่ะ เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่ปลายเตียง ซึ่งสามารถเดินผ่านได้สบายๆ เลยค่ะ หากใครชอบดูทีวีก็สามารถติดตั้งที่ผนังปลายเตียงเพิ่มได้ด้วย ออกมาจากห้องนอน ติดกันนั้นเป็นห้องน้ำนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน พร้อมปูกระเบื้องทั้งพื้นและผนังเป็นสีเทาเข้มและอ่อน จัดวางสุขภัณฑ์จากส่วนแห้งเรียงเข้าไปยังส่วนเปียก โดยใช้สุขภัณฑ์จาก Cotto ทั้งหมด ยกเว้นเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าจะเป็นของ I-SPA ค่ะ บริเวณโซนเปียก ทางโครงการจะติดฉากกั้นอาบน้ำด้วยประตูกระจกนิรภัยมาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ทั้งยังเจาะช่องด้านในไว้ให้ลูกบ้านได้วางของใช้ส่วนตัวด้วย อ่างล้างหน้าบนเคาน์เตอร์จะเป็นแบบฝังนะคะ ซึ่งบริเวณผนังทางโครงการได้ทำปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบกันน้ำมาให้เรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการคือการออกแบบทางเข้าห้องพักให้ลึกเข้าไป เหมือนเป็น Foyer ส่วนตัวของแต่ละห้อง ซึ่งเวลาที่เปิดประตูหรือมีแขกมาเยี่ยมเยียน ลูกบ้านห้องอื่นก็จะมองไม่เห็นนั่นเองค่ะ   ห้องตัวอย่างต่อมาที่เราเก็บภาพมาฝากเพื่อประกอบการพิจารณาเป็นห้อง 2 Bedroom Type C3 ขนาด 55.61 ตร.ม. จะต่างจากห้อง 1 Bedroom แบบแรกทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ใช้สอย และ Layout เลยนะคะ ห้องนี้เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะมีโถงกลางขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่ครัวแบบเปิดที่เชื่อมต่อกับมุมรับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นพร้อมระเบียงด้านในสุดสำหรับซักล้างหรือตากผ้า ส่วนห้องนอนจะถูกแบ่งออกไปทางฝั่งซ้ายและฝั่งขวา โดยห้องนอนเล็กจะใช้ห้องน้ำร่วมกับห้องโถงกลาง ส่วนห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำให้ในตัวค่ะ แปลนห้อง 2 Bedroom Type C3 ขนาด 55.61 ตร.ม. เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วนรับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดริมระเบียงก่อนเลยนะคะ ภายในห้องบริเวณโถงกลางจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมระหว่างครัว พื้นที่รับประทานอาหาร และมุมนั่งเล่นเข้าไว้ด้วยกัน ครัวถูกจัดให้อยู่ชิดริมผนังฝั่งทางเดิน เป็นแบบ One Wall-Kitchen เหมือนดั่งห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ ขนาดของเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของด้านบนจะมีขนาดยาวขึ้นเล็กน้อยตามขนาดของห้อง แต่ตัววัสดุที่ใช้รวมถึงเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นยังคงเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกค่ะ พื้นที่ข้างเคาน์เตอร์ครัวสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้สบายๆ เลยนะคะ พื้นที่ติดกับครัวด้านในจะเป็นห้องน้ำและห้องนอนเล็กค่ะ เรามาดูที่ห้องน้ำกันก่อนเลยค่ะ ภายในห้องแบ่งพื้นที่เปียกและแห้ง พร้อมกั้นประตูกระจกอาบน้ำไว้ให้เหมือนดั่งห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ ออกจากห้องน้ำมาต่อกันที่ห้องนอนเล็กนะคะ ภายในห้องมีขนาดกระทัดรัด เหมาะสำหรับวางเตียงนอนขนาด 3 ฟุตครึ่ง นอกจากโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ บริเวณรอบๆ เตียงยังมีพื้นที่เหลือให้เดินได้ แถมผนังปลายเตียงยังสามารถติดทีวีเพิ่มโดยไม่รู้สึกคับแคบด้วยค่ะ ผนังฝั่งที่ติดกับประตู จะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ เดินกลับมาที่โถงกลาง มุมรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่นเลยนะคะ พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดกว้างกำลังดี ซึ่งลูกบ้านสามารถจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้สบาย พร้อมเหลือพื้นที่ด้านไว้สำหรับวางโต๊ะข้างด้วย หรือหากลูกบ้านอยากวางโซฟาตัวยาว 3 ที่นั่งก็ยังพอไหวค่ะ เพียงแต่จะไม่สามารถวางโต๊ะข้างได้ ซึ่งมุมนั่งเล่นจะอยู่ชิดติดระเบียงนะคะเลยทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นค่ะ ระยะห่างของโซฟากับทีวีของห้องนี้จะห่างเกือบ 2 เมตรนะคะ ซึ่งก็เหมาะสำหรับวางทีวีขนาด 42 นิ้วขึ้นไป ทั้งนี้ประตูด้านขวาข้างคอนโซลทีวีคือห้องนอนใหญ่ค่ะ ระเบียงมีขนาดกว้างสามารถวางราวตากผ้าได้สบายๆ เลยค่ะ ในส่วนของคอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ด้านบนเหมือนห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ โดยทางโครงการได้ซ่อนไว้ให้แล้ว พร้อมยังกรุไม้ระแนงปิดฝ้าเพดานให้เรียบร้อยอีกด้วย ระเบียงอีกฝั่งหนึ่งสามารถวางเครื่องซักผ้าได้นะคะ โดยทางโครงการได้เดินสายไฟพร้อมท่อน้ำไว้ให้เรียบร้อยแล้ว กลับเข้ามาที่ห้องนอนใหญ่กันบ้าง ภายในห้องนอนแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งนะคะ คือโซนพักผ่อน และโซน Walk-in Closet ที่อยู่ติดกับห้องน้ำ ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งลูกบ้านสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้ โดยเหลือพื้นที่เดินโดยรอบด้วยค่ะ พื้นที่ปลายเตียงมีที่เหลือมากพอสำหรับวางตู้หรือติดทีวีที่ผนังได้ด้วยค่ะ ฝั่งตรงข้ามกับเตียงนอน ซ้ายมือจะเป็น Walk-in Closet ที่อยู่ติดห้องน้ำแบบ Sexy bath ค่ะ ตู้เสื้อผ้าจะบิลต์อินเหมือนกับห้องนอนเล็กเลยนะคะ ซึ่งพื้นที่ตรงกลางสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งได้อย่างพอดิบพอดี ประตูห้องน้ำของห้องนอนใหญ่จะเป็นแบบเลื่อนนะคะ ภายในห้องน้ำใช้วัสดุและสุขภัณฑ์เหมือนๆ กับห้องน้ำด้านนอก จะต่างกันแค่ทางเข้าห้องน้ำจะตรงกับอ่างล้างหน้า และแบ่งด้านซ้ายเป็นโซนอาบน้ำ ส่วนด้านขวาจัดวางโถสุขภัณฑ์ พื้นที่อาบน้ำจะเป็นแบบ Sexy Bath ที่กรุผนังด้วยกระจกใส หากลูกบ้านอยากเพิ่มความเป็นส่วนตัวก็สามารถติดม่านมู่ลี่เพิ่มเติมได้เหมือนห้องตัวอย่างเลยค่ะ   ห้องทุกยูนิตของโครง วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว จะเปิดขายแบบ Fully Fitted มาพร้อมเครื่องปรับอากาศ, ตู้เสื้อผ้า, เคาน์เตอร์ครัว และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำนะคะ โดยโครงสร้างอาคาร, ประตู-หน้าต่าง จะมีการรับประกันอยู่ที่ 30 ปี และในทุกๆ ปีก็จะมีหน่วยงาน Premium Care มาคอยตรวจเช็คสุขภาพของห้องให้ด้วยค่ะ   สำหรับคนที่สนใจไม่ว่าจะเป็นการซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือปล่อยเช่า ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากนะคะ เพราะปัจจุบันค่าเช่าคอนโดในย่านนี้ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง แถมโครงการนี้ก็สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วด้วย ไม่ต้องอดทนรออีกนานกว่าจะได้อยู่จริง ใครที่กำลังมองหาคอนโดดีๆ ติดรถไฟฟ้าใต้ดินแบบนี้สักห้อง แนะนำให้แวะเข้าไปเยี่ยมชมที่โครงการดูบรรยากาศจริงกันก่อนเลยค่ะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1265 หรือ https://mqdc.com/whizdom-ratchada-ladprao/
CHATEAU IN TOWN SUKHUMVIT 64/1 ขยายชีวิต…ใกล้อนาคต : รีวิวคอนโด

CHATEAU IN TOWN SUKHUMVIT 64/1 ขยายชีวิต…ใกล้อนาคต : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้ เรานั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีปุณณวิถีกันค่ะ ซึ่งเดินต่อเข้ามาในซอยสุขุมวิท 64/1 อีกหน่อยก็เจอคอนโดอยู่หลายโครงการเหมือนกันนะคะ ทั้งโครงการที่สร้างเสร็จนานแล้วและโครงการใหม่ที่ดูน่าสนใจอย่าง “CHATEAU IN TOWN SUKHUMVIT 64/1 (ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1)” ของ บริษัท พระยาพาณิชย์พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่พลิกโฉมใหม่ ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ออกแบบให้เข้ากับยุค 2017 ในสไตล์โมเดิร์น ภายใต้แนวคิด “ขยายชีวิต ให้ใกล้อนาคต” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยมีจุดเด่นอยู่ใกล้รถไฟฟ้า เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ล่าสุดตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วนะคะ เริ่มมีลูกบ้านบางส่วนทยอยโอนห้องกันเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังพอมียูนิตเหลืออีกนิดหน่อย ซึ่งเราจะพาไปชมห้องตัวอย่างกันในครั้งนี้   ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1 ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพในซอยสุขุมวิท 64/1 ค่ะ ถึงจะเป็นโครงการที่อยู่เข้ามาในซอย แต่ก็เป็นซอยที่เชื่อมต่อกับถนนหลากหลายเส้นทางเลยนะคะ สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวกสบายจริงๆ ค่ะ เพราะนอกจากจะใช้ถนนสุขุมวิทที่เป็นถนนสายหลักในกรุงเทพฯ วิ่งเข้าเมืองไปทางอ่อนนุช เอกมัย ทองหล่อ ได้ง่ายๆ หรือจะใช้ถนนสุขุมวิทขาออกนอกเมืองไปทางสี่แยกบางนาแล้วเลือกไปทางสำโรงหรือจะใช้ถนนบางนา-ตราด ออกไปทางบางพลี ตรงยาวไปถึงพัทยาก็สะดวกเช่นกันค่ะ หากใครเบื่อรถติดก็สามารถไปขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานครได้ที่ซอยสุขุมวิท 62 ที่อยู่ห่างเพียง 2 กิโลเมตรค่ะ หรือขับลึกเข้าไปในซอยซึ่งจะไปรวมกับซอยสุขุมวิท 64 ตัดทางพิเศษเฉลิมมหานครวิ่งเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไปออกถนนทางรถไฟเก่า และถนนสรรพาวุธได้อีกด้วยค่ะ   ในส่วนของการเดินทางด้วยรถสาธารณะก็จัดว่าเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆ ค่ะด้วยทำเลโครงการที่ตั้งอยู่บนจุดเชื่อมต่อใจกลางเมืองสุขุมวิทนอกจากจะใกล้รถไฟฟ้าสถานีปุณณวิถีเพียง 250 เมตร บริเวณหน้าซอยยังมีรถเมล์ รถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซด์ผ่านไปมาอยู่ตลอด นอกจากนี้ยังแวดล้อมไปสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบถ้วนทั้งร้านค้า, ธนาคาร, สถานศึกษา, วัด, สถานพยาบาล ขณะเดียวกันแหล่งช็อปปิ้งก็ไม่ได้อยู่ไกลเกินไปเลยค่ะ เช่น ปิยรมย์ เพลส, เทสโก้ โลตัส อ่อนนุช, บิ๊กซี อ่อนนุช (เอ็กซ์ตร้า), Century the movie plaza เป็นต้น     เจาะลึกโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1 เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร จุดเด่นของโครงการจะเน้นเรื่องโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรง ประกอบกับความเป็นส่วนตัวที่เหมาะกับการพักอาศัยอย่างแท้จริง แม้ทำเลที่ตั้งของโครงการจะอยู่ใกล้รถไฟฟ้าในระยะที่เดินเท้าได้ แต่เมื่อมาถึงที่โครงการแล้วจะสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวที่ไม่วุ่นวาย ในขณะที่จำนวนยูนิตรวมทั้งโครงการก็มีเพียง 222 ยูนิต จำนวนห้องต่อชั้นจึงมีไม่มากลูกบ้านจึงไม่แออัดเหมือนคอนโดทั่วไป ทั้งยังมาพร้อมฟังก์ชั่นที่ออกแบบให้เป็นสัดส่วน มีห้องนอน ห้องนั่งเล่นที่มาพร้อมห้องครัวแบบแยกกันทุกห้อง แถมทำเลนี้ยังได้ที่จอดรถถึง 50% (รวมจอดซ้อนคัน) เลยค่ะ เรียกได้ว่าราคาและความคุ้มค่าระดับนี้นับว่าใช้ได้กับทำเลสุขุมวิทที่ใกล้รถไฟฟ้า ในราคาไม่ถึง 100,000 บาท ต่อ ตร.ม. รูปอาคารจะมีลักษณะตัว C นะคะ โดยพื้นที่ชั้น 1 จะเป็นที่จอดรถและพื้นที่ส่วนกลางอย่างสระว่ายน้ำและห้องซาวน่า สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 4 x 20 เมตร ทางโครงการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่ลูกบ้านเวลาว่ายน้ำ โดยออกแบบกำแพงล้อมรอบสระว่ายน้ำพร้อมปลูกต้นไม้เขียวขจีเพิ่มความเป็นธรรมชาติ ห้องน้ำแยกระหว่างหญิงและชายที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำ ภายในห้องน้ำในสุดจะเป็นส่วนของ Sauna ค่ะ บรรยากาศภายในห้อง Sauna แปลนชั้น 2-8 จะเป็นที่พักอาศัยนะคะ ซึ่งความพิเศษของชั้น 2 จะมีห้องฟิตเนสรองรับลูกบ้านด้วย บรรยากาศภายในห้องฟิตเนสที่ครบครันด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายแบบทันสมัย ผนังฝั่งหนึ่งของห้องฟิตเนสจะล้อมรอบด้วยกระจกใสนะคะ ทำให้เวลาลูกบ้านออกกำลังกายได้ชมวิวไปในตัว   และด้วยความที่ทางโครงการเน้นเรื่องบรรยากาศความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัย Facility จึงถูกแบ่งเป็นสัดส่วน โดยสระว่ายน้ำระบบธาราบำบัดและห้องสตรีมจะอยู่ที่บริเวณชั้น 1 ในขณะที่ห้องฟิตเนสจะอยู่ที่ชั้น 2 ค่ะ ซึ่งถือว่าครบถ้วนมากๆ สำหรับคอนโดมิเนียม Low Rise แบบนี้ แถมข้อดีคือมีคนแบ่งใช้ Facility ส่วนกลางน้อยกว่าคอนโดทั่วไปด้วยค่ะ   เปิดห้องตัวอย่าง มาถึงห้องตัวอย่างกันแล้วค่ะ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1 มียูนิตรวมทั้งหมด 222 ยูนิต แบ่งออกเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 28.02 – 43.01 ตร.ม. และ 2 Bedroom ขนาด 44.86 ตร.ม. ค่ะ ภายในห้องแต่ละยูนิตมีจุดเด่นคือฟังก์ชั่นที่เป็นสัดส่วน ถูกออกแบบมาเพื่อความโล่ง โปร่ง สบาย โดยแยกพื้นที่นั่งเล่น ครัวและห้องนอนออกจากกัน ซึ่งจะต่างจากคอนโด Low Rise ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ เพราะราคาระดับนี้แทบจะไม่มีโครงการไหนทำห้องครัวแบบปิดแยกออกมาเลยค่ะ ส่วนใหญ่ก็มีแค่ Pantry เล็กๆ เท่านั้น นอกจากนี้ห้องทุกยูนิตของโครงการ ยังเปิดขายมาแบบ Fully Furnished ด้วยค่ะ เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องก็ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้สอยของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี และทุกยูนิตจะได้แอร์ 2 ตัว โดยติดตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นและห้องนอนเหมือนกันเลยนะคะ   สำหรับห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราได้ชมก็คือ 1 Bedroom Type A6 ขนาด 29.43 ตร.ม ซึ่งเป็นขนาดที่มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุดค่ะ ฟังก์ชั่นภายในห้องออกแบบมาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว มีการกั้นแบ่งพื้นที่มาให้เรียบร้อย โดยห้องครัวและห้องน้ำจะแยกไปอยู่ทางด้านหนึ่ง เพียงแค่กันประตูกระจกเพิ่มก็จะได้ครัวแบบปิด ป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนได้มากขึ้นเพราะครัวอยู่ติดระเบียง สามารถเปิดประตูระเบียงช่วยระบายกลิ่นได้ดี ในขณะที่ Living Area และห้องนอนก็มีประตูกั้นทึบมาให้ ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหากมีแขกมาที่ห้อง แปลนห้อง 1 Bedroom Type A6 ขนาด 29.43 ตร.ม เปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วน Living Area ก่อนเลยค่ะ ทางโครงการได้จัดวางโซฟาตัวยาวขนาด 2 ที่นั่งไว้เป็นตัวอย่างในส่วน Living Area นะคะ จะเห็นได้ว่าบริเวณตรงกลางมีพื้นที่เหลือมากพอสำหรับวางโต๊ะกลางด้วย พื้นที่ข้างโซฟา ทางโครงการจะบิลต์อินชั้นมาให้เสร็จสรรพเลยนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถใช้เป็นมุมรับประทานอาหาร หรือจะทำเป็นมุมทำงานเหมือนดั่งห้องตัวอย่างก็ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งมุมนี้จะอยู่ติดกับห้องนอนนะคะ โดยทางโครงการออกแบบหน้าต่างบานสไลด์ไว้เพื่อความโปร่งโล่ง พื้นที่ฝั่งตรงข้ามโซฟาจะเป็นคอนโซลทีวีค่ะ ซึ่งลูกบ้านไม่จำเป็นต้องติดแอร์เพิ่มแล้วนะคะ เพราะทางโครงการติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้ว ติดกับคอนโซลทีวีจะเป็นห้องครัวนะคะซึ่งมีประตูบานเลื่อนกั้น ติดกันนั้นเป็นห้องนอนค่ะมีประตูบานทึบกั้นกลาง เข้ามาในส่วนของห้องนอนกันก่อนดีกว่าค่ะ ภายในห้องนอนดูโปร่งโล่งสบาย โอบล้อมด้วยกระจกใส เอื้อต่อการพักผ่อน พื้นที่บริเวณรอบเตียงสามารถเดินได้ด้วยนะคะ ไม่รู้สึกอึดอัดคับแคบแต่อย่างใด ทางโครงการจะบิลต์อินต์โต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้ามาให้ในห้องนอนเรียบร้อยแล้วค่ะ หากใครชอบนอนดูทีวีในห้องนอน ก็สามารถติดได้ที่ผนังด้านปลายเตียงค่ะ ซึ่งทางโครงการจะแถมแอร์มาให้ในห้องนอนเรียบร้อยแล้วค่ะ ออกจากห้องนอนมาจะเป็นพื้นที่ของส่วนครัว เคาน์เตอร์ครัวโครงการจะให้มาแบบนี้เลยนะคะ แต่ผนังเหนือเคาน์เตอร์จะเป็นกระเบื้องโมเสค ทางโครงการจะเว้นช่องสำหรับวางไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า มาให้แล้วค่ะ ซึ่งก็มาพร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันด้วย ติดกับเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นระเบียงนะคะ โดยมีประตูบานเลื่อนกั้นกลาง ข้อดีของระเบียงที่อยู่ติดครัวก็ช่วยระบายอากาศเวลาประกอบอาหารนั่นเองค่ะ พื้นที่ระเบียงกว้างขวางดีทีเดียวค่ะ มาพร้อมก๊อกน้ำ และติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ด้านบน กลับเข้ามาด้านในสุดติดกับครัวจะเป็นห้องน้ำค่ะ ซึ่งสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะได้ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งแยกโซนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน ส่วนเปียกจะมีบานกระจกกั้นพร้อมยกธรณีสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อกันน้ำกระเด็นมาส่วนแห้ง   ห้องตัวอย่างห้องที่สองที่เราเก็บภาพมาฝากเพื่อประกอบการพิจารณาเป็นห้อง 1 Bedroom Type E2 ขนาดห้อง 38.49 ตร.ม. ซึ่งห้องนี้จะต่างจากห้อง 1 Bedroom แบบแรกทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ใช้สอย และ Layout ของห้องค่ะ ห้องนี้เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะมีพื้นที่เหลือสำหรับวางตู้รองเท้าก่อน ในขณะที่พื้นที่โถงกลางกว้างพอสำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารและวางโซฟาตัวยาวในส่วนของ Living Area ที่อยู่ติดกับห้องนอน ติดกันเป็นห้องครัวและห้องน้ำที่แยกออกมาอยู่ในโซนด้านเดียวกันโดยมีประตูบานเลื่อนกั้นกลาง พร้อมระเบียงด้านในสุดสำหรับซักล้างหรือตากผ้า แปลนห้อง 1 Bedroom Type E2 ขนาดห้อง 38.49 ตร.ม. เปิดประตูเข้ามาจะมีพื้นที่แคบลึกเล็กๆ ก่อนต่อเนื่องไปยังโถงกลางนะคะ พื้นที่ข้างประตูสามารถวางตู้รองเท้าเหมือนดั่งห้องตัวอย่างเลยนะคะ ภายในห้องบริเวณโถงกลางจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมระหว่างมุมนั่งเล่นและมุมรับประทานอาหารเข้าไว้ด้วยกัน มุมรับประทานอาหารที่ลูกบ้านสามารถวางตู้หรือชั้นติดผนังได้ พร้อมกับโต๊ะรับประทานอาหารโดยไม่รู้สึกคับแคบเลยนะคะ ทั้งยังดูโปร่งโล่งเพราะอยู่ติดกับหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ มุมมองจากโต๊ะรับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่น ทางโครงการจะติดตั้งแอร์ไว้ให้แล้วนะคะ จากโซฟาและคอนโซลทีวีมีระยะห่างกว้างขวางทีเดียวค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถวางโต๊ะกลางได้สบายๆ บริเวณข้างโซฟาติดกับผนังห้องนอนจะมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางของด้วยค่ะ ซึ่งเอกลักษณ์ของโครงการก็คือมีหน้าต่างบานเลื่อนเล็กๆ เชื่อมกับห้องนอนเพื่อเพิ่มความโปร่งโล่งให้แก่ห้องมากขึ้นค่ะ ภายในห้องนอนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่นะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้เป็นตัวอย่าง แต่ลูกบ้านสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็ยังได้ค่ะ เพราะบริเวณรอบๆ เตียงมีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงด้วย Layout ห้องนอนจะคล้ายๆ กับห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ ซึ่งทางโครงการได้บิลต์อินโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดเพดานมาให้ด้วย พื้นที่ปลายเตียงสามารถวางโต๊ะหรือตู้ได้สบายๆ เลยนะคะ หรือหากใครอยากดูทีวีก็สามารถติดตั้งไว้ที่ผนังได้เช่นกัน ซึ่งลูกกบ้านไม่ต้องซื้อแอรืเพิ่มนะคะ เพราะทุกยูนิตจะแถมแอร์ 2 ตัว (ห้องนั่งเล่นและห้องนอน) ออกมาจากห้องนอนมาต่อที่ห้องครัวกันดีกว่าค่ะ ซึ่งทางโครงการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้ พร้อมชั้นลอยวางของด้านบนตามภาพเลยค่ะ ครัวจะมาพร้อมเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน อ่างล้างจานและเว้นที่สำหรับวางเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ให้แล้วนะคะ แต่ผนังเหนือเคาน์เตอร์นั้นจะได้เป็นผนังฉาบเรียบสีขาวค่ะ ติดกับห้องครัวจะเป็นระเบียงค่ะ ซึ่งก็มีขนาดกว้างขวางสำหรับวางราวตากผ้าได้สบายๆ แถมคอมเพรสเซอร์แอร์จะแขวนอยู่ด้านบน และการที่ระเบียงอยู่เชื่อมต่อกับส่วนครัวก็ช่วยในการระบายกลิ่นเวลาประกอบอาหารได้เป็นอย่างดี กลับเข้ามาด้านใน พื้นที่ในสุดจะเป็นห้องน้ำนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งแยกพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน ส่วนเปียกจะเป็นกระจกกั้นนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ยกธรณีสูงขึ้นประมาณนึงเพื่อกันน้ำเปียกมายังโซนแห้ง ภายในห้องอาบน้ำจะได้อุปกรณ์ตามภาพเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการได้เจาะช่องไว้สำหรับให้ลูกบ้านวางของใช้ส่วนตัวได้ด้วย บริเวณโซนล้างหน้าจะได้กระจกบานใหญ่สูงจรดเพดานแบบในห้องตัวอย่างเลยนะคะ ข้อดีของกระจกก็ช่วยสะท้อนหลอกตาให้ห้องดูกว้างมากขึ้นนั่นเองค่ะ   ห้องทั้งหมดของโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1  ที่เราพาไปชมในครั้งนี้ จะขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์ Built-in ตามที่เห็นในห้องตัวอย่างเลยนะคะ ชั้นวางของ เคาน์เตอร์ครัว เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน เครื่องปรับอากาศได้ครบ เรียกว่าพร้อมให้เข้าอยู่ในราคาเริ่มต้นที่ 2.69 ล้านบาท แถมจองเพียง 10,000 บาท และฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน* ต้องบอกว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียวสำหรับคนที่ต้องการที่อยู่ในย่านปุณณวิถี ใกล้รถไฟฟ้าและสามารถเดินทางเข้านอกออกเมืองได้สะดวก ที่สำคัญตัวโครงการสร้างเสร็จแล้ว พร้อมเข้าอยู่แล้วค่ะ ซึ่งทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า สถานีปุณณวิถี เพียง 250 เมตร นี่ต้องบอกว่าเป็นจุดแข็งที่ดึงดูดในตัดสินใจได้ไม่ยากเลยค่ะ   นอกจากนี้ภายในโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1 เองก็จัดเตรียม Facility ไว้อย่างหรูหราครบครันมากๆ ในขณะที่พื้นที่โดยรอบก็มีความอุดมสมบูรณ์ มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อให้เลือกมากมาย ถ้าใครที่ยังไม่เคยไปชมโครงการหรือกำลังตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดฯ ในแถบนี้อยู่แนะนำให้ไปชมบรรยากาศจริงดูค่ะ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น แต่ต้องขอบอกเลยค่ะไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือลงทุนก็คุ้มค่าแน่นอนค่ะ เพราะในอนาคตการขยายตัวของตัวเมือง ทำให้การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในทำเลนี้มีโอกาสที่จะเติบโตสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ สำหรับคนที่สนใจไม่ควรพลาดคอนโดมิเนียมคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึงแบบนี้เลยนะคะ   สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.chateauintown-sukhumvit.com หรือโทร. 063-903-3718
“A Space Me รัตนาธิเบศร์” บนทำเลสะดวกสบายเชื่อมต่อกลางเมือง ครบครันทุกสิ่งที่ชีวิตต้องการ : รีวิวคอนโด

“A Space Me รัตนาธิเบศร์” บนทำเลสะดวกสบายเชื่อมต่อกลางเมือง ครบครันทุกสิ่งที่ชีวิตต้องการ : รีวิวคอนโด

เติมความสุขอีกขั้นในชีวิตที่มากกว่ากับคอนโดมิเนียมดีๆ จาก Areeya Property ที่มาพร้อม Facility ครบครันทันสมัยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้รอบด้าน แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ตามมาดูพร้อมกันเลยค่ะ   โครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” ปัจจุบันสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้ววันนี้นะคะ สำหรับความน่าสนใจก็คือเรื่องของ “ทำเล” นั่นเองค่ะ เพราะอยู่ติดถนนรัตนาธิเบศร์ ตัวโครงการตั้งอยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาออกตรงข้ามกับเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ แถมยังใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีแยกนนทบุรี 1) เพียง 250 เมตรเท่านั้น ซึ่งสามารถเดินทางสู่ใจกลางเมืองอย่างง่ายดาย เพราะตอนนี้ทาง MRT ได้เชื่อมสถานีเตาปูนกับบางซื่อเข้าไว้ด้วยกันแล้ว บอกเลยว่าสะดวกสบายไม้แพ้คอนโดฯ กลางเมืองเลยค่ะ เซ็นทรัล รัตนาธิบเศร์ ที่อยู่ตรงข้ามจากโครงการ ส่วน MRT สถานีแยกนนทบุรี 1 ก็อยู่ห่างไปเพียงแค่ 250 เมตร สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบายเช่นกันค่ะ แม้ว่าการจราจรบนถนนเส้นนี้จะมีติดขัดอยู่บ้างในชั่วโมงเร่งด่วน แต่ก็ยังมีเส้นทางให้หลีกเลี่ยงอยู่พอสมควรไม่ว่าจะเป็น ทางเลี่ยงเมืองนนทบุรี ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนติวานนท์ ถนนราชพฤกษ์ รวมไปจนถึงทางด่วนงามวงศ์วาน ก็สามารถเลือกใช้เส้นทางเชื่อมต่อใจกลางเมืองได้ตามสะดวก นอกเหนือจากการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวแล้ว การเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆ ก็สะดวกไม่ใช่น้อยเลยค่ะเพราะมีทั้งรถเมล์ รถตู้ประจำทาง รวมถึงรถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ผ่านไปมาอยู่ตลอด   อีกหนึ่งความน่าสนใจคือตัวโครงการอยู่ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์และความบันเทิงมากมาย มีห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่สามารถพึ่งพาอาศัยและอยู่ใกล้ที่สุด ถัดเข้าหาเมืองหน่อยก็จะมี ห้าง Big C (สถานีศรีพรสวรรค์), เอสพลานาด แคราย, Tesco Lotus (สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี), ห้างพันทิพย์ พลาซ่า และห้าง The Mall งามวงศ์วาน รวมไปจนถึงร้านอาหารมากมายที่เรียงรายกันมาตั้งแต่ถนนรัตนาธิเบศร์ถึงถนนงามวงศ์วาน เรียกว่าเพียบพร้อมและอุ่นใจในเรื่องอาหารการกิน รวมถึงสถานที่จับจ่ายซื้อของใช้กันแบบสะดวกสบายสุดๆ   พื้นที่คุณภาพของชีวิตที่แท้จริง ภายในโครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” ทาง Areeya ก็ได้รวบรวม Facility ที่น่าสนใจไว้เพียบพร้อมทีเดียวค่ะ พอผ่านทางเข้าสุดไพรเวทเข้ามา สิ่งแรกที่สะดุดตาและสัมผัสได้ทันทีก็คือ ความเงียบสงบเป็นส่วนตัว แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์จากสีเขียวขจีของพรรณไม้ที่หาได้น้อยมากในคอนโดมิเนียมกลางเมือง ซุ้มทางเข้าโครงการ มาดูที่ตัวโครงการกันบ้างดีกว่า โครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” เป็นคอนโดมิเนียม High Rise อาคารเดี่ยว 22 ชั้น ออกแบบทุกตารางนิ้วให้ตอบฟังก์ชั่นและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในบรรยากาศรีสอร์ท รูปลักษณ์ภายนอกอาคารจึงดูทันสมัย โดยพยายามเพิ่มความรู้สึกเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ตั้งแต่พื้นที่ร้านค้าในโซน Plaza Space เชื่อมต่อกับสวนบริเวณรอบอาคาร และล็อบบี้ขนาดใหญ่ ด้านบนมีสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่บนชั้น 18 และ 19 ที่มาพร้อมวิวแบบพาโนรามา สระว่ายน้ำซีทรูระบบเกลือแบบ Infinite Edge ห้องออกกำลังกาย Relax Lounge ห้องประชุมและห้องสมุด เรียกว่าตอบโจทย์ความต้องการของลูกบ้านได้อย่างแท้จริง บรรยากาศบริเวณ Lobby ที่ชั้น 1 ขึ้นมาที่ชั้น 4 จะเป็นส่วนของ Facility หลักๆ ของโครงการ ขึ้นมาแล้วจะเจอส่วนของห้องฟิตเนสก่อนเลยนะคะ ด้านในก็มีอุปณ์ออกกำลังกายให้ครบครัน ติดกับห้องฟิตเนสจะเป็นห้องนั่งเล่น Relax Lounge ให้ลูกบ้านได้มานั่งพักผ่อน หรือจะมานั่งรอเพื่อน รอแฟน เล่นฟิตเนส ก็ได้จ้าาา ใกล้ๆ กันจะเป็นห้องประชุมวิว Panorama เดินขึ้นบันไดต่อมาที่ชั้น 5 จะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำซีทรูระบบเกลือแบบ Infinite Edge ความยาว 25 เมตร ด้านบนที่ชั้น 18 และ 19 จะมีสวนสีเขียวอยู่ลูกบ้านได้ขึ้นมารับลมชมวิวมุมสูง   นอกจากนี้ทางโครงการยังคำนึงถึงความปลอดภัยโดยเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกบ้านด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกล้องวงจรปิด CCTV รอบโครงการ มีระบบ Key Card Access บัตรผ่านเข้าออกอาคาร และที่สำคัญคือเรื่องลิฟท์โดยสาร ซึ่งมีบริการทั้งหมด 4 ตัว นับตามสัดส่วนของจำนวนยูนิตรวมทั้งหมดแล้ว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สบายๆ ไม่หนาแน่นจนเกินไป ซึ่งทางโครงการมีระบบการจัดการลิฟท์ที่ให้ความรวดเร็วด้วยค่ะ ในส่วนของที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไป มีห้องให้เลือกฝั่งทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกเนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งของตัวอาคาร แต่สำหรับห้องพักในชั้น 18-22 จะมีพื้นที่ทางเดินหน้าห้องแบบ Single Corridor ที่ไม่มีเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามห้องเป็นโซนชั้นที่มีความเป็นส่วนตัวมาก   เปิดห้องตัวอย่าง A Space Me รัตนาธิเบศร์ ในส่วนของพื้นที่พักอาศัยนั้นทางโครงการมียูนิตรวมทั้งหมด 401ยูนิต ไม่รวม Shop 5 ยูนิต ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นอีกหนึ่งข้อของโครงการในย่านนี้เลยค่ะ เพราะยิ่งยูนิตน้อยแน่นอนว่าจำนวนของผู้อาศัยจึงน้อยกว่าและมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ทำให้การใช้พื้นที่ส่วนกลางไม่ต้องต่อคิวเหมือนคอนโดฯ ทั่วไป   โครงการ “A Space Me รัตนาธิเบศร์” มีแบบห้องมาตรฐานคือ 1 Bedroom มีพื้นที่ใช้สอยให้เลือก 2 ขนาดคือ 25 ตร.ม. และ 32.10  ตร.ม. แต่ห้องตัวอย่างที่เราได้ชมกันก็คือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 25 ตร.ม. ซึ่งในห้องตัวอย่างทางโครงการตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้ลูกบ้านได้เห็นไอเดียและฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้ชัดเจนมากขึ้น ลักษณะของห้อง Type นี้จะถูกจัดวางแปลนไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจน มีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่กั้นพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนไว้ด้านในสุดติดระเบียง ทำให้สามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่ โดยพื้นที่ในส่วนของ Living Area ก็ดูกว้างขวางสบาย ในขณะที่พื้นที่ของห้องครัวและห้องน้ำจะถูกจัดวางไว้ในโซนเดียวกัน ต้องบอกเลยว่าทางโครงการจัด Space ภายในห้องไว้ดีมาก แม้จะเป็นห้องขนาด 25 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด เข้ามาในห้องก็จะเจอส่วนครัวและห้องน้ำก่อนเลยค่ะ ซึ่งทางโครงการจะมีเคาน์เตอร์ครัวมาให้แบบนี้เลยนะคะ สำหรับเคาน์เตอร์ครัวทางโครงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Lixil (ลิกซิล) แบรนด์คุณภาพจากญี่ปุ่น ออกแบบให้เป็น One-Wall Kitchen ที่เหมาะแก่การประกอบอาหารมื้อง่ายๆ เบาๆ มีพื้นที่เตรียมอาหาร และซิงค์ล้างจาน ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำ อ่างล้างหน้าจะเป็นเคาน์เตอร์ จึงมีที่วางของรอบๆ เยอะดีค่ะ มาพร้อมกระจกเงาบานสูง โถสุขภัณฑ์วางอยู่ใกล้ๆ กัน โครงการแยกพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้ให้ เพื่อช่วยให้รักษาความสะอาดได้ง่ายกว่า ชุดฝักบัวและเครื่องทำน้ำอุ่น ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นส่วน Living Area ที่ดูกว้างขวาง ระยะห่างระหว่างคอนโซลกับโซฟาถือว่าห่างพอสมควรเลยนะค่ะ ต้องบอกว่าการจัด Space ภายในห้องทำไว้ได้ดีมาก ด้านที่วางโซฟาโครงการจัดพื้นที่ไว้ให้วางโซฟาได้ขนาด 2-3 ที่นั่ง ส่วนด้านชั้นวางทีวีโครงการ Built-in ชั้นวางทีวีเชื่อมต่อกับเคาน์เตอร์ครัวมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ติดกับ Living Area คือส่วนของห้องนอน มีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนกั้น ภายในห้องนอนโครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งเหมาะสมกับขนาดห้องนอนอย่างพอดิบพอดี จะเห็นได้ว่าขนาดข้างเตียงยังมีพื้นที่ว่างพอให้วางโต๊ะข้างเตียงได้อีกนะคะ ปลายเตียงเป็นตู้เสื้อผ้าแบรนด์ Lixil (ลิกซิล) ที่โครงการ Built in มาไว้ให้แล้ว มีขนาดใหญ่พอเก็บเสื้อผ้าได้ 2 คนเลยล่ะ ข้างตู้เสื้อผ้าจะมีประตูเล็กๆ ให้เปิดไปยังพื้นที่ระเบียงได้ พื้นที่ระเบียงที่โครงการได้เตรียมพื้นที่ไว้สำหรับวางคอมเพรสเซอร์ด้านบนไว้ให้เรียบร้อย มุมมองจากเตียงออกไปที่ Living Area จะเห็นว่าพื้นที่ดูกว้างขวางเนื่องจากการจัดแปลนของโครงการ   และเพื่อให้เห็นประโยชน์ใช้สอยของห้องขนาด 25 ตร.ม. ได้ชัดเจนขึ้น เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างอีกห้องหนึ่ง ที่ทางโครงการได้ทำการตกแต่งและบิลต์อินไว้อย่างเต็มพื้นที่ เรียกได้ว่าจัดเต็ม คุ้มค่าทุกตารางเมตรจริงๆ ค่ะ เปิดประตูเข้าไปจะด้านซ้ายจะเป็นห้องน้ำ ขวามือเป็น Pantry เหมือนดั่งห้องแรกเลยนะคะ แต่ในส่วนของคอนโซลทีวีจะบิลต์อินเป็นตู้สูงจรดเพดาน ซึ่งก็เพิ่มพื้นที่เก็บของได้มากขึ้นด้วยค่ะ ส่วนของพื้นที่นั่งเล่น จะเห็นได้ว่าแตกต่างจากห้องตัวอย่างแรกอย่างชัดเจนเลยนะคะ เพราะทางโครงการได้บิลต์อินตู้เก็บของไว้ที่ผนังฝั่งหนึ่งให้มีพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้น และยังเป็นไอเดียให้แก่ลูกบ้านอีกด้วย นอกจากตู้เก็บของยังมีโต๊ะเอนกประสงค์เล็กๆ ที่สามารถใช้รับประทานอาหารและทำงานได้ ซึ่งหากไม่ใช้งานก็สามารถพับลงเก็บได้เช่นกัน ฟังก์ชั่นในห้องนอนก็จะเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ สามารถจัดวางเตียงขนาดคิงไซส์ได้สบายๆ โดยเหลือพื้นที่ให้เดินได้โดยรอบแบบไม่อึดอัดแต่อย่างใด พื้นที่ข้างเตียงที่ทางโครงการบิลต์อินให้เป็นตู้เก็บของไว้เป็นตัวอย่าง ก็ยิ่งเพิ่มฟังก์ชั่นใช้งานได้มากขึ้นนั่นเอง   ในส่วนของห้อง 1 Bedroom ขนาด 32.10  ตร.ม. ทางโครงการยังไม่มีห้องตัวอย่างนะคะ ซึ่ง Type นี้จะมีเพียงชั้นละ 2 ห้องเท่านั้น โดยแปลนห้องมีลักษณะเป็นรูปตัวแอล ฟังก์ชั่นและการใช้งานจะคล้ายกับ Type 25 ตร.ม. วัสดุทุกอย่างที่ใช้ในห้องก็จะเหมือนกัน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องน้ำจะอยู่ด้านข้าง แต่ในส่วนของ Pantry จะต่างกับห้องแรกนะคะ ซึ่งทางโครงการออกแบบให้เชื่อมต่อกับ Living ที่ดูกว้างขวางเหมาะแก่การพักผ่อน โดยครัวจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมระหว่าง Pantry โต๊ะรับประทานอาหาร และส่วนนั่งเล่นไว้ด้วยกัน โดยในส่วนของครัวก็จะมีเตาไฟฟ้าและระบบดูดควันมาให้เสร็จสรรพ ซึ่งก็เหมาะแก่การประกอบอาหารแบบง่ายๆ ในส่วนของห้องนอนก็มีประตูบานเลื่อนกั้น ด้านในก็มีขนาดกว้างขวางทีเดียวค่ะ ซึ่งสามารถจัดวางเตียงขนาดควีนไซส์ได้ และยังเหลือพื้นที่เพียงพอสำหรับวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะข้างเตียงอีกด้วย ทั้งนี้ห้องนอนยังเชื่อมต่อกับระเบียงด้วยค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 32.10 ตร.ม.   อย่างที่บอกไปแล้วว่าแบบห้องของ "A Space Me รัตนาธิเบศร์" มีแบบห้อง 2 แบบ 2 ขนาด ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับการใช้สอยตามความต้องการของลูกค้าสำหรับห้องฝั่งทิศตะวันออกจะได้วิวสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อย่างเต็มสายตาเหมือนพักผ่อนอยู่รีสอร์ทเลยทีเดียวซึ่งห้องทั้งหมดของโครงการนั้นเปิดขายกันแบบมีชุดเคาน์เตอร์ครัว สุขภัณฑ์ ตู้เสื้อผ้า Built-in ในห้องนอน และเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง ที่ได้มาพร้อมห้องนะคะ แต่ปัจจุบันทางโครงการได้จัดโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า โดยให้เฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งห้อง   นับว่าโครงการ A Space Me รัตนาธิเบศร์ ของ Areeya นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจในย่านรัตนาธิเบศร์ทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะใครที่คุ้นเคยทำเลในย่านนี้ ก็น่าแวะไปลองเยี่ยมชมห้องตัวอย่างไว้เพื่อพิจารณากันดูนะคะ ยิ่งในตอนนี้รถไฟฟ้าสายสีม่วงได้เชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินและเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าออกเมืองได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะมองในแง่ของการอยู่อาศัยสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นซื้อหาคอนโดของตัวเอง หรือจะจับจองไว้สำหรับลงทุน โครงการ A Space Me รัตนาธิเบศร์ ก็อยู่ในระดับราคาที่จับต้องได้ เอื้อมถึงได้ไม่ยาก ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคครบครันทุกสิ่งที่ชีวิตต้องการ   สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.areeya.co.th หรือโทร. 1797
Knightsbridge Prime Onnut นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตกลางเมือง : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Prime Onnut นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตกลางเมือง : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปอัพเดทห้องตัวอย่างโครงการ Knightsbridge Prime Onnut คอนโดมิเนียมโปรเจคใหญ่จาก ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ต้องบอกเลยว่าทำเลไม่ธรรมดาจริงๆ ค่ะ เพราะตำแหน่งที่ตั้งเอื้อต่อการเดินทางสะดวกทั้งคนใช้รถสาธารณะและรถส่วนตัว จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่หลากหลายของลูกบ้าน รายล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งของกินมากมาย ทั้งยังเน้นพื้นที่ส่วนกลางเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างแท้จริง   ศักยภาพที่เพียบพร้อม อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าย่าน ‘อ่อนนุช’ เป็นหนึ่งในทำเลศักยภาพที่มีราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังคงได้รับความสนใจในด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย, คอมมูนิตี้มอล, โรงแรม และโรงเรียนนานาชาติ เพราะเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งทางด่วน รถไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่นๆ รวมถึงเป็นจุดขยายตัวของทำเลสุขุมวิทตอนกลาง (Mid-Sukhumvit) ที่ข้ามจากพระโขนงมาทางอ่อนนุช ซึ่งเปรียบเสมือน HUB ย่อยของการเดินทางระหว่าง เอกมัย-ทองหล่อ-พระราม4-บางนา เนื่องจากเป็นโซนที่ชาวต่างชาติและเอเชียนิยมอยู่อาศัย เพราะมีความอุดมสมบูรณ์และศักยภาพที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต จากรายละเอียดข้างต้นเลยทำให้ ออริจิ้น เลือกปักหมุดคอนโดใหม่ Knightsbridge Prime Onnut ไว้ที่ย่านอ่อนนุช โครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ต้นซอยอ่อนนุช หรือซอยสุขุมวิท 77 ซึ่งจุดเด่นของทำเลโครงการนี้คือการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งคนมีรถและไม่มี เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายสีเขียว (สุขุมวิท) สถานีอ่อนนุช ที่อยู่ห่างเพียง 600 เมตร และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่จะมีขึ้นในอนาคต รวมถึง Airport Rail Link ที่อยู่ท้ายซอย ใครที่มีรถส่วนตัวก็สามารถเลือกการเดินทางได้หลายเส้น เพราะมีด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ใกล้ๆ ทำให้การเดินทางไปสนามบิน หรือจะเข้า-ออกเมืองก็สะดวกรวดเร็ว เพราะมีทั้งเส้นทางถนนสุขุมวิท ถนนอ่อนนุช ถนนเพชรบุรี ถนนพัฒนาการ ตัดไปออกรามคำแหง ศรีนครินทร์ บางนา-ตราด ขึ้นบูรพาวิถี ออกมอเตอร์เวย์ก็สะดวกหมดเลยค่ะ ทั้งนี้ตัวโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งแหล่งอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง อย่างแท้จริง เพียงเดินออกมาหน้าโครงการก็เจอ Big C แล้วค่ะ ซึ่งค่อนข้างสะดวกในการซื้อของใช้ของกินเข้าบ้าน แถมบริเวณใกล้เคียงยังมีตลาดสด ตลอดจนร้านรวงต่างๆ ให้เลือกเต็มไปหมด ห่างไปอีกนิดฝั่งตรงข้ามเป็นที่ตั้งของ Habito Mall (T77) ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันบริเวณปากซอยอ่อนนุชก็มี Tesco Lotus ตัวเลือกช้อปปิ้งในย่านนี้ค่ะ ซึ่งที่ดินบริเวณตรงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชก็กำลังก่อสร้างโครงการ Century Movie Plaza อยู่ด้วย ถ้าโครงการเสร็จเมื่อไหร่ก็จะทำให้มีตัวเลือกแหล่งไลฟ์สไตล์มากขึ้น และหากใครจะเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือแหล่งธุรกิจโซนเอกมัย-ทองหล่อ ไปนั่งชิลล์ๆ ตามร้าน Hang Out ชื่อดังมากมาย ก็สามารถไปถึงได้อย่างรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวค่ะ เพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงจุดหมายแล้ว   นอกจากแหล่งไลฟ์สไตล์ก็ยังมีสถานศึกษาในละแวกใกล้เคียงอยู่หลายแห่ง อาทิ โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep และ Saint Andrew ที่อยู่ห่างจากโครงการในระยะ 2-3 กิโลเมตร รวมถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตกล้วยน้ำไท) ที่ห่างเพียง 3 กิโลเมตร ส่วนสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท อยู่ห่างเพียง 2.5 เมตร หรือโรงพยาบาลสุขุมวิท ซึ่งห่างประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งถ้ามองศักยภาพรวมๆ แล้วก็ถือว่าตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนทำงานและนักศึกษาได้เป็นอย่างดี   ตอกย้ำความเป็นคอนโดฯ ที่ดีที่สุดในย่านอ่อนนุช ถ้าใครได้อ่านรีวิวฉบับแรกๆ https://goo.gl/A7QJX5 จะรู้ว่าทาง ออริจิ้น ตั้งใจออกแบบโครงการ Knightsbridge Prime Onnut ให้มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่น โดยชูคอนเซ็ปต์เก๋ๆ ว่า “PRIME OF LIVING ความเป็นที่สุดเท่านั้นที่สำคัญ” ตัวอาคารเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 47 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ดีไซน์สไตล์โมเดิร์นเน้นความหรูหรา รวมจำนวนยูนิตอยู่ที่ 601 ยูนิต มีร้านค้า 1 ยูนิต บนพื้นที่ 2-1-72 ไร่ ซึ่งทางออริจิ้นแอบกระซิบว่าตึกนี้จะเป็นตึกที่สูงและสวยที่สุดสามารถมองทัศนียภาพได้กว้างไกลเนื่องจากไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ บดบังสายตา จนเป็น Landmark บนถนนอ่อนนุชเลยทีเดียวค่ะ ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ ค่ะ เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้นล่างที่ทำเป็น Lobby สุดหรู มาพร้อมบริการ Hotel Service สำหรับลูกบ้านที่ไม่มีเวลาทำความสะอาด มี Business Lounge, Private Meeting Room นอกจากนี้ยังมี Trail running Track, Secret Garden พื้นที่สีเขียวรอบโครงการกว่า 1 ไร่ ในส่วนของชั้น 2-15 จะเป็นพื้นที่จอดรถรองรับปริมาณรถได้มากถึง 65% เป็นแบบ Automatic Parking ซึ่งข้อดีคือสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอด ซึ่งมาพร้อม EV Car Charger Station ด้วยค่ะ บรรยากาศจำลอง GRAND LOBBY บรรยากาศจำลอง GRAND LOBBY   ทั้งนี้บริเวณชั้น 37-38 จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้าทั้งชั้นเลยค่ะ ซึ่งมาในรูปแบบ Full Floor Facility ต่อเนื่องแบบ Double Volume ประกอบด้วยสระว่ายน้ำที่หลากหลายทั้ง Horizon Edge Pool, The Dusk Relax Pool & Pool Spa, The Dawn Pool Bar, Sky Pool Garden ให้ลูกบ้านได้เลือกสรร พร้อมจุดชมวิวที่โดดเด่นด้วยพื้นที่ลอยเหนือสระว่ายน้ำ ซึ่งลูกบ้านจะได้เต็มอิ่มกับวิวสวยๆ ในมุมสูงขณะกำลังพักผ่อนอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง   นอกจากนี้ยังมี Steam Room, Dynamic Fitness ฟิตเนสขนาดใหญ่ที่มาพร้อม Boxing Gym (With boxing Ring) รวมไปจนถึง Sky Co-Working Space, Prime Executive Meeting Room, Sky Irish Social Club, Sky Co-Culinary Space, Bangkok Skyscraper Deck, Skyline Chillax Space, Sky Lounge & Garden รองรับไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าทางโครงการใส่ใจทุกรายละเอียดออกแบบโดยคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก จนไม่แปลกใจเลยค่ะว่า  Knightsbridge Prime Onnut จะเป็นโครงการที่ดีที่สุดในย่านนี้จริงๆ บรรยากาศจำลอง SKY CO-CULINARY SPACE บรรยากาศจำลอง SKY IRISH SOCIAL CLUB 1 บรรยากาศจำลอง SKY IRISH SOCIAL CLUB 2 บรรยากาศจำลอง SKY PANORAMIC CO-WORKING SPACE Skyline Chillax Space สำหรับนั่งชมเส้นขอบฟ้ายามพระอาทิตย์ตกดิน โดยมีโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นฉากหน้า บรรยากาศจำลอง Bangkok Skyscraper Deck มองออกไปเห็นวิวตึกสูงใจกลางกรุงเทพมหานคร และโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา     สัมผัสความ PRIME ในห้องตัวอย่าง สำหรับโครงการ Knightsbridge Prime Onnut มีแบบห้องหลักๆ อยู่ 3 แบบ คือ Studio ขนาด 22 – 26 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาดเริ่ม 31 ตร.ม. และ 2 Bedroom  เริ่ม 55 ตร.ม. ขนาดเริ่มต้นที่มาในรูปแบบ Fully Furnished พร้อมชุดครัว สุขภัณฑ์ต่างๆ เครื่องปรับอากาศ และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ซึ่งถ้าลูกบ้านตัดสินใจซื้อจะขาดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าและพร็อพตกแต่งเท่านั้น แถมทุกยูนิตจะได้ Digital Door Lock ด้วยนะคะ แทบจะพร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยทีเดียว   ห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราได้ชมคือ ห้อง Studio ขนาด 22 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบหน้าแคบลึก พื้นที่ใช้สอยจัดมาได้ลงตัวทีเดียวค่ะ โดยเปิดเข้ามาจะเจอส่วนครัวและห้องน้ำก่อน เพื่อให้พื้นที่ด้านในเป็นส่วนพักผ่อนอย่างเตียงนอนและโซฟานั่งเล่น ภายในห้องดูโปร่งโล่งสบาย เนื่องจากทางโครงการดีไซน์เพดานมาให้สูง 3 เมตร ซึ่งก็แตกต่างจากคอนโดฯ ทั่วไป ซึ่งในห้องตัวอย่างทางโครงการตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้เราได้เห็นฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แต่ห้องที่ขายจริงจะเป็นห้องโล่งๆ ที่ได้เพียงผนังฉาบเรียบสีขาว กับ Fully Furnished ตามมาตรฐานที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้นค่ะ แปลนห้อง Studio ขนาด 22 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบหน้าแคบลึกนะคะ ซึ่งเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในส่วนพักผ่อน เปิดประตูเข้ามาในห้อง ด้านซ้ายมือจะเป็นส่วนครัวนะคะ ส่วนด้านขวาจะเป็นห้องน้ำ ขนาดเคาน์เตอร์ครัวที่มาพร้อมกับห้องจะเป็นแบบ One-Wall kitchen นะคะ ซึ่งทางโครงการจะเว้นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ให้ด้วย สำหรับเคาน์เตอร์ครัวนั้นเหมาะสำหรับประกอบอาหารแบบง่ายๆ มาพร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน ถัดมาที่ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ห้องน้ำ ภายในแบ่งแยกส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน ในส่วนของสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องน้ำจะได้ตามในภาพเลยนะคะ จากรูปจะเห็นได้ว่าทางโครงการเลือกใช้กระจกเงาส่องหน้าขนาดใหญ่เพื่อช่วยสะท้อนให้ห้องดูกว้างมากขึ้น ก่อนเข้าไปสู่พื้นที่พักผ่อนด้านในจะมีประตูบานเลื่อน 3 ตอนกั้นกลางนะคะ พื้นที่ส่วนพักผ่อนด้านในจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan คือหลอมหลวมระหว่างโซนนั่งเล่น และเตียงนอนไว้ด้วยกัน บริเวณโซนนั่งเล่น ทางโครงการจัดวางโซฟาตัวยาวขนาด 2 ที่นั่งไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าบริเวณตรงกลางยังมีพื้นที่เหลือมากพอให้วางโต๊ะกลางได้ด้วย ภายในห้องจะมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินตามภาพเลยนะคะ คือส่วนคอนโซลทีวีและตู้เสื้อผ้าสูงจรดเพดาน บิลต์อินคอนโซลทีวีจะต่อเนื่องไปยังโต๊ะเครื่องแป้งเลยนะคะ นอกจากเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ทางโครงการยังแถมเครื่องปรับอากาศให้อีก 1 ตัวด้วยค่ะ พื้นที่ข้างตู้เสื้อผ้าจะเป็นระเบียงเล็กๆ ให้ลูกบ้านสามารถออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกได้ บริเวณข้างเตียงมีพื้นที่เหลือเพียงพอที่จะวางเฟอรืนิเจอร์ได้ด้วยนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ลองวางโต๊ะเก้าอี้ชุดทำงานไว้เป็นตัวอย่างดังภาพ   ห้องตัวอย่างอีกห้องที่เราได้ชมกันคือ 1 Bedroom Plus ขนาด 31 ตร.ม. ที่มาพร้อมห้องเอนกประสงค์ให้ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจ ลักษณะห้องจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส จัดวาง Layout ไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจน เชื่อมต่อพื้นที่การใช้งานอย่างมุมนั่งเล่น มุมรับประทานอาหารไว้ด้วยกัน ทางโครงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บิลต์อินเพื่อทำให้ผู้อาศัยสามารถจัดวางข้าวของเครื่องใช้ได้อย่างเป็นระเบียบและใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ภายในห้องชุดมี Fully Fitted Package ที่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ชุดครัว Pantry Set เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว ตามมาตรฐานเหมือนกับห้องแรกค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 31 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสนะคะ มาพร้อมห้องเอนกประสงค์ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจ เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนนะคะ ซึ่งทางโครงการได้จัดวางโซฟาตัวยาวพร้อมโต๊ะกลางไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าระยะห่างระหว่างคอนโซลและโซฟาจะกำลังดี สบายๆ ไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด บริเวณข้างโซฟา ทางโครงการจะบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์แบบมิลติฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นโต๊ะรับประทานอาหารหรือพับเก็บเพื่อเป็นตู้เก็บของปกติ ซึ่งก็เว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นให้ข้างๆ ด้วย มุมมองจากบริเวณ Dining Area ที่เชื่อมต่อไปถึง Living Area จะเห็นได้ว่าบรรยากาศดูโล่งโปร่งสบาย เนื่องจากเพดานสูงถึง 3 เมตร ทางโครงการจะบิลต์อินคอนโซลและตู้เก็บของสูงจรดเพดานมาให้แบบในรูปเลยนะคะ ซึ่งข้อดีของเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินจะช่วยประหยัดพื้นที่และมีส่วนเก็บของมากขึ้นด้วยค่ะ ถัดจากโซน Dining Area จะเป็นห้องนอนนะคะ ติดกันก็เป็นห้องเอนกประสงค์ ซึ่งแบ่งกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน ห้องนอนค่อนข้างกว้างเลยนะคะ นอกจากจะบิลต์อินตู้เสื้อผ้า จัดวางเตียงแล้ว บริเวณรอบๆ ยังมีที่เหลือพอให้เดินได้สะดวกสบายอีกด้วย ภายในห้องนอนโอบล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มาพร้อมบานกระทุ้งสามารถเปิดให้อากาศถ่ายเท เมื่อเดินออกมาจากห้องนอน ระหว่างห้องเอนกประสงค์กับห้องน้ำจะมีพื้นที่ครัวเล็กๆ สำหรับประกอบอาหารมื้อเบาๆ ง่ายๆ ซึ่งทางโครงการจะบิลต์อินมาให้เสร็จสรรพเลยนะคะ แม้ครัวจะมีขนาดกะทัดรัด แต่ก็ครบครันทุกฟังก์ชั่นนะคะ เพราะนอกจากเตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน อ่างล้างจานพร้อมที่วางจาน ยังมีตู้ลิ้นชักรวมทั้งหน้าบานแบบเปิดปิดสำหรับเก็บอุปกรณ์ครัวต่างๆ ด้วย ภายในห้องน้ำแบ่งแยกโซนเปียกและแห้งกั้นกระจกไว้เช่นเคย พื้นที่ส่วนแห้งจัดวางโถสุขภัณฑ์และบิลต์อินเคาน์เตอร์ล้างมือไว้ข้างๆ กัน ผนังด้านหลังกรุกระจกเงายาวเท่าพื้นที่ส่วนแห้งเลยค่ะ ตรงข้ามห้องน้ำจะเป้นห้องเอนกประสงค์นะคะ ซึ่งความพิเศษของห้องนี้คือลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนเล็กก็ยังได้ ทางโครงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ทำงานให้เป็นตัวอย่างนะคะ ซึ่งห้องจริงๆ ที่ได้จะมาแบบโล่งๆ ฉาบผนังเรียบสีขาวเอื้อต่อการตกแต่งที่ง่ายขึ้นค่ะ ลึกเข้าไปด้านในของห้องเอนกประสงค์เป็นระเบียงนะคะ ซึ่งกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอนเหมือนดั่งในห้อง พื้นที่ใช้สอยในส่วนของระเบียงก็ค่อนข้างกว้างทีเดียวนะคะ เพราะสามารถวางเครื่องซักผ้า และมีพื้นที่ตากผ้าอีกด้วย   โครงการ Knightsbridge Prime Onnut  นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เหมาะสำหรับคนเมืองอย่างนักศึกษาหรือคนทำงานที่คุ้นชินในย่านนี้อยู่แล้ว หากอยากมีคอนโดดีๆ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ให้ความรู้สึกของความเป็นที่สุดอย่างเต็มอิ่ม ทั้งยังใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายทั้งคนมีรถส่วนตัวและไม่มี แวดล้อมด้วยสาถารณูปโภคครบครัน โดยที่ราคาเอื้อมถึงได้ ไม่ว่าจะจับจองไว้อยู่อาศัยเองหรือเก็บไว้เป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ   สำหรับคนที่สนใจ Origin เตรียมจะเปิดให้จองครั้งแรกอย่างเป็นทางการพร้อมกันในวันที่ 16-17 กันยายน 2560 นี้ ในงาน “The Best 4 Knightsbridge of The Year” โดยจะจัดงานขึ้นที่สยามพารากอน Hall 3 ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูบนทำเลศักยภาพ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://goo.gl/vopbjD   หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 020 300 000 หรือ www.origin.co.th
Living Nest Ladprao 44 – ลีฟวิ่งเนสท์ ลาดพร้าว 44 : รีวิวคอนโด

Living Nest Ladprao 44 – ลีฟวิ่งเนสท์ ลาดพร้าว 44 : รีวิวคอนโด

Living Nest Ladprao 44 (ลีฟวิ่งเนสท์ ลาดพร้าว 44) - คอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น 1 อาคาร ทำเลใกล้ทั้ง BTS สถานีภาวนา และ MRT รัชดา, ลาดพร้าว รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และโรงพยาบาล     รายละเอียดโครงการ   ราคา เริ่มต้น 1,990,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 80,000 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ บริษัท ฮิวแมนเนสท์ จำกัด ลักษณะคอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 0-3-5 ไร่ จำนวนห้อง 77 ยูนิต ที่จอดรถ คิดเป็น 39% หรือ 30 คัน ไม่รวมซ้อนคัน ที่ตั้งโครงการ ซอยลาดพร้าว 44 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ มี.ค. ปี 2562   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ลาดพร้าว ยูเนียนมอลล์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว เซ็นทรัล พระราม 9 ฟอร์จูน เทสโก้ โลตัส ตลาดโชคชัย 4 การบินไทย     ลักษณะห้องและขนาดห้อง   1 Bedroom ขนาด 28.17 - 32.73 ตารางเมตร 1 Bedroom Loft ขนาด 28.17-29.39 ตารางเมตร     สิ่งอำนวยความสะดวก   Tropical Garden Spa Jet Pool Fitness Business Lounge ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 085-002-8888 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://livingnestladprao.com/
Lumpini Park Phahol 32 – ลุมพินี พาร์ค พหล 32 : รีวิวคอนโด

Lumpini Park Phahol 32 – ลุมพินี พาร์ค พหล 32 : รีวิวคอนโด

Lumpini Park Phahol 32 (ลุมพินี พาร์ค พหล 32) - คอนโด High Rise ย่านเกษตร เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีเสนานิคมเพียง 200 เมตร จาก LPN   รายละเอียดโครงการ ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 135,000 บาท / ตรม. เจ้าของโครงการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ ประมาณ 4 ไร่เศษ จำนวนห้อง 546 ยูนิต ที่จอดรถ ประมาณ 204 คัน (ไม่รวมที่จอดรถซ้อนคัน) คิดเป็น 37% ที่ตั้งโครงการ ถนนพหลโยธิน (ซอย 32) แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. คาดว่าจะแล้วเสร็จ กรกฎาคม ปี 2562   สถานที่สำคัญใกล้เคียง ตลาดบางเขน เมเจอร์รัชโยธิน 600 ม. เทสโก้ โลตัส ลาดพร้าว Central ลาดพร้าว Union Mall บอง มาร์เช่ สวนรถไฟ. ตลาดนัดจตุจักร เทสโก้ โลตัส ประชาชื่น ม.เกษตรศาสตร์ ร.ร.หอวัง ม.ราชภัฏจันทรเกษม ม.ศรีปทุม ร.ร.เซนต์จอห์น รพ.เปาโล เกษตร รพ.วิภาวดี รพ.วิภาวดี รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น รพ.เปาโล เมมโมเรียล     ลักษณะห้องและขนาดห้อง แบบ Studio ขนาด 24 – 26 ตร.ม. แบบ 1 Bedroom ขนาด 28 – 32 ตร.ม. แบบ 2 Bedroom ขนาด 36 – 46 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ (Infinity Edge Pool) ห้องเอนกประสงค์ ( Co-Living Zone) ห้องคุณหนู (Kid’s Fun Zone) ห้องสตีมและซาวน่า (Steam and Sauna) ฟิตเนสโซน (Fitness Zone) ห้องเปี่ยมสุข (Happiness Zone) ลานกิจกรรม (Co-Living Zone) ลานพักผ่อน (Co-Living Area) ลานฟิตแอนด์เฟิร์ม (Fit & Firm area) สนามเด็กเล่น (Playground) ห้องเรียนรู้ (Learning zone) ห้องเฮาส์เวิร์ค (Housework Zone)     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-513-8932, 02-513-8933 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.lpn.co.th/
Supalai Premier Charoen Nakhon – ศุภาลัย พรีเมียร์ เจริญนคร – : รีวิวคอนโด

Supalai Premier Charoen Nakhon – ศุภาลัย พรีเมียร์ เจริญนคร – : รีวิวคอนโด

คอนโด ศุภาลัย พรีเมียร์ เจริญนคร (Supalai Premier Charoen Nakhon) - คอนโด High Rise สูง 26 ชั้น วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ติดรถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีคลองสาน ใกล้ถนนสายหลักอย่าง เจริญนคร สาทร กรุงธนบุรี ใกล้ทางด่วน พร้อมจุดเชื่อมต่อการคมนาคมทางเรือ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    3,100,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 26 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ   5-1-0.7 ไร่ จำนวนห้อง     578 ยูนิต ร้านค้า 6 ยูนิต ที่ตั้งโครงการ   ถนนเจริญนคร แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพฯ สถานที่สำคัญใกล้เคียง ICONSIAM The Jam Factory Asiatique The Riverside Plaza เยาวราช พาหุรัด รพ.ตากสิน คลองสาน ลักษณะห้องและขนาดห้อง แบบ 1 Bedroom ขนาด 34.5-331 ตร.ม. แบบ 2 Bedroom ขนาด 34.5-331 ตร.ม. แบบ 3 Bedroom ขนาด 34.5-331 ตร.ม. แบบ Penthouse 4 ห้องนอน ขนาด 34.5-331 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก Infinity – edge Swimming Pool Fitness Sauna Social Club Meeting Room Sky Lounge Play Ground Sky Garden จุดชมวิวเมืองแบบ Exclusive สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1720 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.supalai.com/Home  
คอนโด CELES Asoke – เซอเรส อโศก : รีวิวคอนโด

คอนโด CELES Asoke – เซอเรส อโศก : รีวิวคอนโด

CELES  Asoke (เซอเรส อโศก) - คอนโด High Rise ความสูง 40 ชั้น ย่านอโศก-สุขุมวิท ตั้งอยู่บนที่ดินแปลงสวยที่สุด เป็น Super Prime Location ใกล้สี่แยกอโศก-สุขุมวิท จุดเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก และ MRT สถานีสุขุมวิท รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    7,900,000 บาท (Pre-sales) ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม    255,000 บาท / ตร.ม. เจ้าของโครงการ    บริษัท ลัคกี้ ลิฟวิ่ง พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 40 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ    1 -  1 -  20  ไร่  (Freehold) จำนวนห้อง     217  ยูนิต ที่จอดรถ    82% ที่ตั้งโครงการ    สุขุมวิท 21  ใกล้สี่แยกอโศก –สุขุมวิท กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ    ไตรมาส 1 ปี 2563 สถานที่สำคัญใกล้เคียง Terminal 21 Siam Paragon Central World สวนลุมพินี โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงเรียนสาธิตฯประสานมิตร ม.ศว.ประสานมิตร โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย NIST National School ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 – 3 ห้องนอน ขนาดยูนิตเริ่มต้นที่  34.70 – 138.92 ตร.ม. Crown  Penthouse ขนาดยูนิตเริ่มต้นที่  34.70 – 138.92 ตร.ม. Crown  Duplex ขนาดยูนิตเริ่มต้นที่  34.70 – 138.92 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก Sky Water Club Wet Spa Fitness Club Celes  Residential Club Personalized Service Room The Celestial  Terrace Alfresco Rooftop สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-259-4444 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.celesasoke.com/    
Knightsbridge Kaset Society เพื่อความสุขที่เพียบพร้อม : รีวิวคอนโด

Knightsbridge Kaset Society เพื่อความสุขที่เพียบพร้อม : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างของคอนโดมิเนียม High Rise ใกล้รถไฟฟ้าและมหาวิทยาลัย ที่ถูกจับตามองและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในย่าน “เกษตร” จาก ออริจิ้น พร๊อพเพอร์ตี้ ซึ่งเลือกปักหมุดบนทำเลศักยภาพแวดล้อมด้วยรถไฟฟ้าถึง 4 สาย ภายใต้ชื่อ Knightsbridge Kaset Society ด้วยแนวคิด The Right One ให้ลูกบ้านใช้ชีวิตอย่างที่ใช่บนพื้นที่แห่งความสุขในทุกตารางเมตร   ศักยภาพทำเลดี ติดถนนใหญ่ ต้องบอกเลยว่า Knightsbridge Kaset Society (ไนท์บริดจ์ เกษตร โซไซตี้) ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่พหลโยธินตรงร้านข้าวผัดปูเมืองทอง ฝั่งมุ่งหน้าไปทางห้าแยกลาดพร้าว ระหว่างซอยพหลโยธิน 34/1 และ 34/2 ใกล้ทั้งแยกเกษตรและแยกเสนานิคม อยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีเสนานิคม) ที่กำลังก่อสร้างอยู่เพียงแค่ 40 เมตร สามารถเข้าออกโครงการได้หลากหลายทางทั้งซอยพหลโยธิน 34, ถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตรนวมินทร์), ซอยลาดพร้าววังหิน  และยังเดินทางเข้านอกออกเมืองได้สะดวกรวดเร็วด้วยทางด่วนโทลเวย์ (ด่านบางเขน) ที่อยู่ใกล้โครงการ ซึ่งในอนาคตจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (สถานีแยกเกษตร) มาทำการเชื่อมเข้ากับสายสีเขียวอีกด้วย ทำให้การเดินทางไปเรียน ไปทำงาน หรือเข้านอกออกเมืองเป็นเรื่องที่ง่ายสะดวกมากขึ้นทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า ทั้งนี้ตัวโครงการตั้งอยู่ในย่านแหล่งชุมชนทั้งคนทำงานและนักศึกษาเลยค่ะ บรรยากาศจึงค่อนข้างคึกคัก รวมทั้งมีรถสาธารณะวิ่งผ่านมากมายทั้งรถเมล์ รถตู้ แท็กซี่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง เรียกว่าตอบโจทย์คนไม่มีรถส่วนตัวได้ดี เพราะมีตัวเลือกในการเดินทางมากทีเดียว ในเรื่องของอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้า ด้วยความที่เป็นแหล่งชุมชนจึงมีร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปจนถึงตลาดสดให้เลือกจับจ่ายใช้สอยตลอดเช้ายันค่ำ ขยับไปอีกหน่อยก็มีแหล่งช็อปปิ้ง สถานศึกษา สถานพยาบาลมากมาย อาทิ โรงพยาบาลเมโย (ห่างเพียง 200 เมตร), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ห่างเพียง 400 เมตร), เมเจอร์รัชโยธิน (ห่างเพียง 1.1 กิโลเมตร), เซ็นทรัลลาดพร้าว (ห่างเพียง 2.7 กิโลเมตร) และเดอะแจ๊ส วังหิน (ห่างเพียง 3.5 กิโลเมตร) ซึ่งเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ ตัวโครงการอยู่ติดถนนพหลโยธิน   ภาพรวมโครงการ โครงการ Knightsbridge Kaset Society เป็นคอนโด High Rise 3 อาคาร บนพื้นที่ 2-0-79.6 ไร่ แบ่งออกเป็นที่พักอาศัยสูง 20 ชั้น 2 อาคาร, 16 ชั้น 1 อาคาร ในความเป็นส่วนตัวเพียง 6 ยูนิตต่อชั้น และอาคารจอดรถแบบ Automatic Parking 1 อาคาร สูงไม่เกิน 8 ชั้น สามารถรองรับรถได้ประมาณ 57% (ไม่รวมซ้อนคัน) มาพร้อม EV Charger 2 จุด มียูนิตรวมทั้งหมด 333 ยูนิตค่ะ โดยพื้นที่ชั้นหนึ่งจะมีร้านค้า 1 ยูนิต ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Limitless” Connection : Explode The Passion interludw to Metropolis Being Limitless ให้ลูกบ้านใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบไม่มีขีดจำกัด หากดูจากภาพตัวอย่างแล้ว จะเห็นได้ว่าตัวอาคารทั้ง 3 ตึก เชื่อมเข้าหากันที่บริเวณชั้น 16 มีความพิเศษด้วยส่วนกลางแบบ limitless skyline ของลูกบ้านทั้ง 3 อาคาร ซึ่งทาง ออริจิ้น ตั้งใจจัดไว้ให้เต็มที่ ทั้งสระว่ายน้ำระบบเกลือ (Sky society Swimming Pool), ฟิตเนต (Sky society Fitness) ท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยลอยฟ้า (Sky society Garden) ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี Social Club, Co-Working Space, Co-Kitchen ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านยุคใหม่ ทั้งนี้ภายในอาคารที่พักอาศัยทุกตึกจะมี Lobby Society Limitless ส่วนตัวแยกกันชัดเจน พร้อมลิฟท์ 2 ตัว โดยแต่ละอาคารจะมีลูกบ้านอยู่ประมาณ 100 ยูนิตกว่าๆ ซึ่งก็ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จากแปลนของโครงการจะเห็นว่าแต่ละชั้นจะมีเพียง 6 ยูนิตเท่านั้น ในเรื่องของวิวทิวทัศน์ก็ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เพราะรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ ไม่มีคอนโดสูงตั้งอยู่ ทำให้ทุกอาคารไร้สิ่งกีดขวาง บดบังสายตา ได้วิวเปิดโล่ง โดยภาพมุมสูงที่ถ่ายมาในความสูง 100 เมตร ของโครงการจากทิศเหนือจะมองเห็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดูร่มรื่นสบายตาจากพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย ส่วนทิศตะวันออกจะได้วิวเป็นชุมชนฝั่งลาดพร้าว ถัดมาที่ทิศใต้จะได้วิวเมืองฝั่งรัชโยธินที่มีอาคารสำนักงานมากมาย แต่ก็คงความโปร่ง สบายตาไม่มีสิ่งบดบังเช่นเดิม รวมถึงทิศตะวันตกที่หันไปทางถนนวิภาวดี ก็สามารถมองทัศนียภาพของเมืองได้ระยะไกลเช่นเดียวกับทุกทิศ ซึ่งไม่ว่าลูกบ้านจะเลือกทิศไหนก็เจอ Top View ไร้สิ่งกีดขวางแน่นอนค่ะ     ด้านทิศเหนือจะหันไปทางสี่แยกเกษตร เห็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนด้านทิศใต้จะหันไปทางรัชโยธิน เห็นเมเจอร์ รัชโยธิน อยู่ไม่ไกล ทิศตะวันออกจะได้วิวฝั่งลาดพร้าว ทิศตะวันตกที่หันไปทางถนนวิภาวดี เปิดประตูห้องตัวอย่าง Knightsbridge Kaset Society ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวในการพักผ่อนมากๆ ดังนั้นจึงออกแบบให้มียูนิตเฉลี่ยต่อชั้นเพียง 6 ยูนิตเท่านั้น โดยคำนึงถึงรายละเอียด ฟังก์ชั่นภายในห้องพักอาศัยแบบสูงสุด นอกจากการคัดสรรวัสดุระดับพรีเมี่ยมแล้ว จุดเด่นของทุกยูนิตคือฝ้าเพดานห้องสูง 3 เมตร ทำให้ดูโปร่งโล่งมากกว่าคอนโดฯ ทั่วไป โดยเริ่มต้นที่ห้อง Studio ขนาด 23.3 ตร.ม. (1 Bedroom) ไปจนถึงขนาด 34.3 ตร.ม. (1 Bedroom Plus) ซึ่งทางโครงการจะขายแบบ Fully Fitted มาพร้อม Pantry ครัว, เฟอร์นิเจอร์บิลต์อินตามห้องตัวอย่าง และวัสดุภายในห้องน้ำค่ะ   ในครั้งนี้เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างถึง 3 ห้องด้วยกัน เริ่มกันด้วยห้อง Studio 1 Bedroom ขนาด 23.3 ตร.ม. ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องไม่ได้รู้สึกเล็กอย่างที่คิดเลยค่ะ ด้วยการจัดวาง Layout ให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า ครบทุกฟังก์ชั่น ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่แยกไว้อย่างสัดส่วน ทั้งยังมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นห้องนอนอีกด้วย แปลนห้อง Studio ขนาด 23.3 ตร.ม. (1 Bedroom) เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอส่วนครัวก่อนนะคะ ด้านซ้ายเป็นเคาน์เตอร์ครัว ด้านขวาเป็นห้องน้ำ ก่อนจะมีประตูบานเลื่อนกั้นกลางระหว่างโซนนั่งเล่น เคาน์เตอร์ครัวบิลต์อินมาในขนาดพอเหมาะกับห้อง ซึ่งลูกบ้านจะได้เฟอร์นิเจอร์ตามนี้เลยนะคะ เว้นเพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งทางโครงการจะเว้นตำแหน่งวางตู้เย็นและเครื่องซักผ้าให้ด้วยค่ะ เคาน์เตอร์ครัวไม่ได้ออกแบบเป็นหน้าบานเปิดปิดเพียงอย่างเดียวนะคะ ทางโครงการยังดีไซน์ลิ้นชักไว้สำหรับใส่อุปกรณ์ต่างๆ ให้ด้วย ตรงข้ามครัวจะเป็นห้องน้ำนะคะ ซึ่งภายในห้องแบ่งแยกพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน สำหรับสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ จะได้ครบตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการติดกระจกเงาส่องหน้าขนาดใหญ่ไว้ก็เพื่อช่วยสะท้อนให้ห้องดูกว้างขึ้น ประตูบานเลื่อนระหว่างครัวกับพื้นที่พักผ่อนจะเป็นบานเลื่อนแบบ 3 ตอนนะคะ ข้อดีคือทำให้มีพื้นที่กว้างกว่า พื้นที่พักผ่อนภายในห้องจะเชื่อมต่อกันระหว่างเตียงนอนกับโซนนั่งเล่น ซึ่งก็ดูกว้างขวาง ไม่อึดอัดแต่อย่างใดนะคะ เพราะเพดานสูงถึง 3 เมตร และมีระเบียงเล็กๆ ให้ออกไปสัมผัสอากาศด้านนอกด้วย แม้ตัวห้องจะมีขนาดกะทัดรัดแต่ภายในห้องก็ได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศที่เอื้อเฟื้อต่อการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ในส่วนของบริเวณเตียงนอน ทางโครงการตกแต่งไว้ให้ดูเป็นตัวอย่างโดยกรุหินอ่อนที่ผนังหัวเตียงสื่อให้เห็นถึงความเรียบหรู ซึ่งทางโครงการไม่ได้มีเตียงให้นะคะ ลูกบ้านต้องซื้อเพิ่มเอง ทั้งนี้จะเลือกไซส์ 5 ฟุต หรือ 6 ฟุต ก็แล้วแต่สะดวก เพราะพื้นที่โดยรอบก็เหลือบริเวณให้เดินมากพอ พื้นที่เหลือข้างเตียง ทางโครงการจัดโต๊ะเก้าอี้เป็นมุมทำงานไว้ ซึ่งก็ดูโปร่งโล่งสบายด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ซึ่งทำหน้าที่ช่วยเปิดแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวห้อง ทางโครงการบิลต์อินคอนโซลทีวียาวไปจนถึงโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้าที่ผนังฝั่งหนึ่ง ข้อดีของบิลต์อินคือประหยัดพื้นที่และเพิ่มพื้นที่จัดเก็บมากขึ้นนั่นเองค่ะ ทางโครงการจัดวางโซฟาตัวยาวสำหรับ 2 ที่นั่งเอาไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีก็ถือว่าระยะกำลังดีเลยนะคะ จะเห็นได้ว่าพื้นที่ภายในห้องนอนถูกจัดสรรมาเป็นอย่างดี นอกจากเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินที่ทางโครงการมีให้แล้วนั้น ยังมาพร้อมเครื่องปรับอากาศ 1 ตัวด้วยค่ะ   ห้องตัวอย่างถัดมาที่เราได้ชมคือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 25.8 ตร.ม. ซึ่งเป็นแบบห้องที่มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุดในโครงการ ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่กั้นพื้นที่ห้องนอนไว้ด้านในสุด ซึ่งช่วยเปิดรับแสงสว่างได้เต็มที่ ติดกับห้องนอนเป็นห้องครัวแบบปิด ภายในออกแบบเคาน์เตอร์ไว้ด้านเดียวเพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งอยู่ติดกับระเบียงสามารถเปิดประตูเพื่อช่วยระบายอากาศและกลิ่นอาหารได้ ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นก็ดูกว้างขวาง มีบิลต์อินคอนโซลทีวีพร้อมตู้เก็บของสูงจรดเพดาน ทำให้เหลือพื้นที่วางโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ ได้สบาย ต้องบอกว่าการจัด Space ภายในห้องทำไว้ได้ดีมาก ถึงแม้จะเป็นห้องขนาด 25.8 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยที่ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนดั่งคอนโดบางแห่ง แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 25.8 ตร.ม. แปลนห้องจะเป็นลักษณะแคบลึกนะคะ เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะพบกับส่วนนั่งเล่นก่อนเลย ด้วยขนาดเพดานที่สูงถึง 3 เมตรเลยทำให้ห้องนั่งเล่นดูโปร่งโล่ง น่าพักผ่อนมากขึ้น แม้แปลนห้องจะดูเหมือนหน้าแคบ แต่เมื่อเดินเข้ามาจริงๆ ก็กว้างพอตัวนะคะ เพราะสามารถวางโซฟาตัวยาวได้อย่างสบายๆ ซึ่งทางโครงการจะบิลต์อินคอนโซลทีวีไว้ให้เหมือนห้อง Studio ค่ะ เพียงแต่เพิ่มตู้เก็บของที่สูงจรดเพดานให้ด้วย พื้นที่ข้างโซฟา มีบริเวณเหลือมากพอที่จะจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ ไว้สำหรับ 2 ที่ กั้นความเป็นส่วนตัวระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอนด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน พื้นที่ภายในห้องนอนถูกจัดสรรมาเป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่าบริเวณรอบเตียงมีพื้นที่เดินเข้าออกได้สบายๆ ซึ่งถ้าใครอยากดูทีวีในห้องนอนก็สามารถติดทีวีที่ผนังเพิ่มได้เช่นกันค่ะ ทางโครงการบิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดหน้าบานกระจกเงามาให้ด้วยนะคะ ซึ่งนอกช่วยเพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัวแล้ว กระจกเงายังช่วยสะท้อนสายตาทำให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วย พื้นที่ตรงกลางระหว่างห้องน้ำและห้องครัว ถูกดีไซน์ให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่มีช่องเก็บของมากพอ ซึ่งเป็นมาตรฐานมาพร้อมกับห้องเลยค่ะ ต่อเนื่องไปยังห้องน้ำ เห็นได้ชัดเลยค่ะว่าประตูห้องน้ำมีความสูงมากกว่าคอนโดทั่วไป เพราะเป็นขนาดโอเวอร์ไซส์ ซึ่งภายในดรอปพื้นลงหนึ่งเสต็ปเพื่อกันปัญหาน้ำไหลย้อน ทั้งยังแบ่งแยกโซนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจนด้วยฉากกระจกกั้น ตรงข้ามกับห้องน้ำเป็นพื้นที่ครัว ซึ่งเป็นครัวแบบปิด กั้นด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน จัดวางเคาน์เตอร์แบบ One-Walk Kitchen ทำให้เหลือทางเดินมากขึ้น ด้านในสุดเป็นระเบียงสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ ข้อดีที่ระเบียงอยู่ติดครัวก็ช่วยในเรื่องระบายอากาศ ลดความอับชื้นได้ดีค่ะ ทางโครงการบิลต์อินเคาน์เตอร์มาให้กับห้อง โดยคำนึงถึงสัดส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างลงตัวพอดีเลยนะคะ ซึ่งนอกจากช่องวาง ยังมีตู้ลอย และลิ้นชักให้เก็บของมากขึ้นด้วย   และห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราจะพาไปดู เป็นห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.3 ตร.ม. ที่มาพร้อมกับห้องเอนกประสงค์ ลักษณะเป็นห้องหน้ากว้าง รูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส บรรยากาศโดยรวมในห้องนี้จึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา การจัดแบ่งพื้นที่ไว้ก็เป็นสัดส่วนชัดเจน เปิดห้องเข้ามาเจอส่วนนั่งเล่นเลย ซึ่งมีที่กว้างพอให้วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้สบายๆ แถมยังแอบเหลือพื้นที่สำหรับบิลต์อินโต๊ะกินข้าวและตู้เย็นได้อีกหน่อย ก่อนจะเข้าห้องนอนมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นให้เป็นสัดส่วนสวยงาม ภายในห้องบิลต์อิน ตู้ เตียงไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ   ติดกันกับห้องนอนจะเป็นห้องเอนกประสงค์ซึ่งลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นใช้งานได้ตามใจ ตรงข้ามเป็นห้องน้ำ ซึ่งพื้นที่ตรงกลางระหว่างห้องน้ำกับห้องเอนกประสงค์นั้นถูกบิลต์อินให้เป็นเคาน์เตอร์ครัวเล็กๆ ที่มาพร้อมอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน ซึ่งเหมาะกับนักศึกษาและคนทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาประกอบอาหารเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่ก็ใช้แค่อุ่นอาหารและล้างจานเท่านั้น แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.3 ตร.ม. เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วน Living Area ก่อนเลยค่ะ ซึ่งแปลนห้องจะคล้ายๆ กับห้องขนาด 25.8 ตร.ม. แต่กว้างขวางมากกว่านั่นเองค่ะ การจัดวางแปลนภายในห้อง ที่เชื่อมต่อพื้นที่การใช้งานอย่างมุมนั่งเล่น มุมรับประทานอาหารไว้ด้วยกัน จากโซฟาถึงคอนโซลทีวี มีพื้นที่กว้างขวางมากพอที่จะวางโต๊ะกลางได้อย่างสบายๆ ทางโครงการจะบิลต์อินคอนโซลทีวีพร้อมกับตู้เก็บของจรดเพดานมาให้เหมือนดั่งห้องตัวอย่างเลยนะคะ นอกจากคอนโซลทีวี ยังบิลต์อินชั้นเก็บของและโต๊ะรับประทานอาหารที่สามารถพับขึ้นลงเพิ่มมัลติฟังก์ชั่นใช้งานที่มากขึ้น ทั้งยังเว้นพื้นที่ไว้สำหรับวางตู้เย็นได้อย่างพอดิบพอดี ประตูบานเลื่อน 3 ตอนกั้นกลางระหว่างโซนรับประทานอาหารกับห้องนอนเพื่อความเป็นส่วนตัว ห้องนอนที่มีหน้าต่างบานใหญ่โอบล้อมอาคารช่วยทำให้บรรยากาศโดยรวมของห้องดูปลอดโปร่ง โล่งสบายมากขึ้น ภายในห้องนอนมาพร้อมตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดาน 3 เมตร พื้นที่ตรงกลางระหว่างห้องน้ำและห้องเอนกประสงค์ จะเป็นเคาน์เตอร์ครัวขนาดเล็ก เหมาะแก่การประกอบอาหารแบบง่ายๆ ถึงเคาน์เตอร์ครัวจะมีขนาดเล็ก แต่ก็ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานนะคะ เพราะมีทั้งเตาไฟฟ้าพร้อมที่ดูดควัน อ่างล้างจาน และช่องว่างสำหรับวางไมโครเวฟ ติดกับโซนครัวคือห้องเอนกประสงค์ ที่ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นใช้งานได้ตามใจ ภายในห้องเอนกประสงค์ที่ทางโครงการตกแต่งให้เป็นห้องทำงาน เพื่อเป็นไอเดียให้แก่ลูกบ้าน ซึ่งหากจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนก็สามารถทำได้นะคะ ทั้งนี้ในห้องยังมีประตูบานเลื่อนอีกชั้นให้ออกไปสัมผัสอากาศด้านนอกที่ระเบียงได้ ซึ่งระเบียงก็มีขนาดกว้างพอให้วางเครื่องซักผ้าได้ด้วยค่ะ ห้องน้ำที่อยู่ตรงข้ามกับห้องอเนกประสงค์ ฟังก์ชั่นใช้งานรวมถึงสุขภัณฑ์ด้านในจะเหมือนกับห้องขนาด 23.3 ตร.ม. และ 25.8 ตร.ม. เลยนะคะ จะต่างกันแค่เพียงขนาดที่กว้างขวางกว่าเท่านั้นค่ะ   ห้องทุกยูนิตของโครงการ Knightsbridge Kaset Society ขายแบบ Fully Fitted นะคะ ภายในห้องจะบิลต์อินตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ครัว สุขภัณฑ์ต่างๆ และเครื่องปรับอากาศมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ลูกบ้านแค่ตกแต่งเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มมากนัก และด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ในย่านชุมชน รายล้อมด้วยสาธารณูปโภคอย่างครบครัน ทั้งยังเดินทางสะดวกสบาย เหมาะกับนักศึกษาและคนวัยทำงาน รวมถึงคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า ใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นหลักหรือเดินทางด้วยรถส่วนตัวบ้าง ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือซื้อไว้ลงทุนก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ ด้วยทำเลศักยภาพในราคาจับต้องได้ โดยเริ่มต้นที่ 2.69 ล้าน ไม่ควรมองข้ามเลยจริงๆ ค่ะ   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่างได้ที่ Sale Office โครงการ Knightsbridge ตั้งอยู่บนถนนทองหล่อ ซอย 5 (สุขุมวิท 55) หรือลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท* ได้ที่ http://knightsbridge.origin.co.th/kasetsociety/ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 020 300 000
คอนโด Newera Ekmai-Ramintra – นีเวร่า เอกมัย-รามอินทรา : รีวิวคอนโด

คอนโด Newera Ekmai-Ramintra – นีเวร่า เอกมัย-รามอินทรา : รีวิวคอนโด

Newera Ekmai-Ramintra (นีเวร่า เอกมัย-รามอินทรา) - คอนโด Low Rise 8 ชั้น ตั้งอยู่ในย่านเอกมัย - รามอินทรา สามารถใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน และใกล้ระบบขนส่งในอนาคต (รถไฟฟ้าสายสีชมพู และสีเทา) รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,880,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม    65,000 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ    บริษัท เจ เอ เอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ    1-3-88 ไร่ จำนวนห้อง     178 ยูนิต ที่จอดรถ     74 คัน ไม่รวมซ้อนคัน ที่ตั้งโครงการ    ซอยสุคนธสวัสดิ์ 38 ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร คาดว่าจะแล้วเสร็จ    ปลายปี 2561 สถานที่สำคัญใกล้เคียง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนสตรีวิทยา 2 โรงเรียนเลิศหล้า ถนนเกษตร-นวมินทร์ โรงเรียนอนุบาลโชคชัยลาดพร้าว โรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลเปาโล เทสโก้ โลตัส โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ แฟชั่นไอส์แลนด์ CDC Crystal Park Crystal Park Central East Ville The Walk HomePro ลักษณะห้องและขนาดห้อง แบบ 1 Bedroom ขนาด 29.00-37.00 ตร.ม. แบบ 2 Bedroom ขนาด 40.5-48.5 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก Lobby garden Café library Garden & Playpark Fitness room Swimming pool ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 092-326-8888 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.neweracondo.com/  
คอนโด The Excel Hideaway Sukhumvit 50 – ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 50 : รีวิวคอนโด

คอนโด The Excel Hideaway Sukhumvit 50 – ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 50 : รีวิวคอนโด

The Excel Hideaway Sukhumvit 50 (ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 50) - คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้นบนทำเลศักยภาพ เดินทางสะดวกสบาย ใกล้รถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช และ ทางด่วน 2 สาย รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,390,000 บาท เจ้าของโครงการ     All Inspire Development Public Company Limited ลักษณะคอนโด    คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร พื้นที่โครงการ   7 - 1 - 32 ไร่ จำนวนห้อง     774 ยูนิต ที่ตั้งโครงการ    ถนนสุขุมวิท 50 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ สถานที่สำคัญใกล้เคียง เทสโก้ โลตัส สุขุมวิท 50 BTS อ่อนนุช บิ๊กซี อ่อนนุช Gateway เอกมัย เมเจอร์ เอกมัย W District มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 25 ตารางเมตร จำนวน 196 ยูนิต 1 Bedroom ขนาด 30 ตารางเมตร จำนวน 507 ยูนิต 2 Bedroom ขนาด 48 ตารางเมตร จำนวน 69 ยูนิต สิ่งอำนวยความสะดวก 2 Swimming Pool Active Pool Relax Pool Pool Deck and Underwater Seat Sunken Seat Fitness Relax Area Shuttle Service Boxing Room Jogging Track สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-029-9999 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://allbooking.allinspire.co.th/
คอนโด ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย – Supalai Loft Yaek Fai Chai Station : รีวิวคอนโด

คอนโด ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย – Supalai Loft Yaek Fai Chai Station : รีวิวคอนโด

ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย (Supalai Loft Yaek Fai Chai Station) - คอนโด High Rise สูง 24 ชั้น เดินทางสะดวกบนถนนพระเทพฯ ตัดใหม่ ใกล้แยกไฟฉาย ใต้แนวคิด LIGHT AND SHADOW รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,170,000 บาท เจ้าของโครงการ   บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    Hight Rise สูง 24 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ    ประมาณ 2 ไร่ จำนวนห้อง     ห้องพัก จำนวน 366 ยูนิต / ร้านค้า จำนวน  4 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 57 % (ไม่รวมซ้อนคัน) ที่ตั้งโครงการ   ถนนพระเทพฯ ตัดใหม่ กรุงเทพฯ สถานที่สำคัญใกล้เคียง แมคโคร จรัญ31 เดอะมอลล์ ท่าพระ Foodland เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า พาต้า ปิ่นเกล้า เทสโก้ โลตัส วังหลัง THE SENCE ตลาดปิดเงิน - ปิดทอง  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลธนบุรี โรงพยาบาลเจ้าพระยา โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรีซอยจรัญฯ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน วิทยาลัยพาณิชยการธนบุรี ลักษณะห้องและขนาดห้อง แบบ 1 ห้องนอน  ขนาด 35-77.5 ตร.ม. แบบ 2 ห้องนอน  ขนาด 35-77.5 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำระบบเกลือ + Jacuzzi สระเด็ก ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า สวนสนามเด็กเล่น และเครื่องเล่นสนาม CO-LIVING SPACE CO-WORKING SPACE Roof Garden ศาลานั่งเล่น Meeting Room สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1720 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.supalai.com/
คอนโด ศุภาลัย ปาร์ค สถานีตลาดพลู – Supalai Park Talat Phlu Station : รีวิวคอนโด

คอนโด ศุภาลัย ปาร์ค สถานีตลาดพลู – Supalai Park Talat Phlu Station : รีวิวคอนโด

ศุภาลัย ปาร์ค สถานีตลาดพลู (Supalai Park Talat Phlu Station) - คอนโด High Rise สูง 34 ชั้น ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีตลาดพลู  และเดอะมอลล์ ท่าพระ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,600,000 บาท เจ้าของโครงการ   บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    Hight Rise สูง 34 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่โครงการ    4-1-60.7 ไร่ จำนวนห้อง     ห้องพัก จำนวน 785 ยูนิต / ร้านค้า จำนวน  3 ยูนิต ที่ตั้งโครงการ   เขตธนบุรี สถานที่สำคัญใกล้เคียง The Mall ท่าพระ Big C ดาวคะนอง Riverside Plaza เจริญนคร Asiatique the river front Tree on 3 Homepro พระราม 3 โรงเรียนศึกษานารี โรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนท์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนราชินี มหาวิทยาลัยสยาม มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี โรงพยาบาลพญาไท 3 โรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรี โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลศิริราช ลักษณะห้องและขนาดห้อง แบบ Studio   ขนาด 27.5 – 72.5 ตร.ม. แบบ 1 ห้องนอน  ขนาด 27.5 – 72.5 ตร.ม. แบบ 2 ห้องนอน  ขนาด 27.5 – 72.5 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ Fitness & Suana Roof Garden Meeting Room Sky Terrace ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1720 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.supalai.com/
The Excel HIDEAWAY Sukhumvit 71 – ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71 : รีวิวคอนโด

The Excel HIDEAWAY Sukhumvit 71 – ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71 : รีวิวคอนโด

The Excel HIDEAWAY Sukhumvit 71 (ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71) - คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร บนทำเลศักยภาพ เดินทางสะดวกสบาย ใกล้ BTS อ่อนนุช และ BTS พระโขนง รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,390,000 บาท เจ้าของโครงการ   All Inspire Development Public Company Limited ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 8 ชั้น 3 อาคาร พื้นที่โครงการ    5 - 3 - 15 ไร่ จำนวนห้อง     672 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 39.5% ที่ตั้งโครงการ    ซ.ปรีดีย์พนมยงค์ 14 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เริ่มก่อสร้าง    เดือนกุมภาพันธ์ 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    เดือนมกราคม 2562 ค่าส่วนกลาง    45 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    500 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS สถานีพระโขนง W District BTS อ่อนนุช บิ๊กซี อ่อนนุช เทสโก้ โลตัส สุขุมวิท 50 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท Gateway เอกมัย เมเจอร์ เอกมัย ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 , 30 , 41.50 ตารางเมตร 1 Bedroom Plus ขนาด 34 - 38 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก Swimming pool Co-Working Space Fitness Relax area Shuttle Services to BTS Garden สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-029-9999 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://allbooking.allinspire.co.th/
Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คอนโดแบบญี่ปุ่น : รีวิวคอนโด

Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คอนโดแบบญี่ปุ่น : รีวิวคอนโด

ถ้ายังจำกันได้ เราเคยรีวิวโครงการ “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” ไปก่อนหน้านี้นานแล้ว ตั้งแต่โครงการยังไม่เริ่มสร้าง มาถึงตอนนี้ตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่เรียบร้อยแล้ว เราจึงจะพาไปอัพเดทที่โครงการกันซักหน่อย แวะไปสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นกันครับ อยากสัมผัสคอนโดแต่งครบสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อให้คุณผ่อนคลาย และใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างมีสไตล์ได้ทุกวัน รีบไปลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษกันเลยที่ https://goo.gl/QilXzI  1 ห้องนอน Top Floor 2.29 ล้าน* พร้อมดอกเบี้ย 2.89% นาน 3 ปี*  (ผ่อนเพียงเดือนละ 7,xxx บาท/เดือน) พิเศษ! ลุ้นรับรถยนต์ Honda Civic, Samsung Galaxy S8 และอื่นๆ อีกมากมาย ถึงกันยายน 2560 เท่านั้น!     คอนโด Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ตั้งอยู่ริมถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าวงศ์สว่าง (สายสีม่วง) เพียง 50 เมตรเท่านั้น ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายนี้ก็เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว การเดินทางเข้าเมืองก็จัดว่าสะดวกมากขึ้น ถึงแม้จะต้องต่อรถ Shuttle Bus บ้างก็ตาม แต่ล่าสุดก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าในส่วนที่ขาดหายไป การเดินทางทั้งไปเรียน ไปทำงาน ในทุกๆ วันก็จะเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น หรือถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัว ถนนหนทางก็เลือกใช้ได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนรัชดาภิเษก ถนนวงศ์สว่าง ถนนพระราม 5 ถนนติวานนท์ และถนนประชาราษฎร์สาย 2 ต่างก็เชื่อมโยงกับ “ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี” ทั้งหมด แถมยังมีทางด่วนด่านประชานุกูลอยู่ใกล้ๆ จะเดินทางเข้า-ออกเมืองก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ ถ้าใครได้อ่านรีวิวฉบับแรกๆ (ดูรีวิวAspire รัชดา-วงศ์สว่าง) จะรู้ว่า ทางบริษัท AP ได้ร่วมมือกับ Mitsubishi Estate Group ออกแบบให้โครงการ “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” มีความเป็นญี่ปุ่นผสมผสานอยู่ด้วย ทั้งเรื่องไอเดียการจัดพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง ให้สามารถใช้งานได้จริง รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่ตกแต่งดีไซน์ให้มีกลิ่นอายแบญี่ปุ่นแทรกตัวไปในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสวนหินแบบเซน ฉากตกแต่งบริเวณล็อบบี้ หรือลวดลายบนกระจกและฝ้าเพดานในห้องออกกำลังกายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะญี่ปุ่น ฯลฯ ในส่วนของ Facility ภายในโครงการ ทาง AP ตั้งใจจัดไว้ให้เต็มที่ ทั้งสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาด 9x30 เมตร ที่บริเวณชั้น 5 และห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครันในชั้นเดียวกัน ในขณะที่สวนลอยฟ้าและบริเวณล็อบบี้ก็เพิ่มบรรยากาศแบบญี่ปุ่นด้วย สวนหินแบบเซน รวมไปถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ในสวนหรือเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่ให้ลูกบ้านได้สัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จุดเด่นอันหนึ่งของโครงการที่ได้รับเสียงนิยมจากลูกบ้านแทบทุกคนเลยก็คือ พื้นที่ล็อบบี้ด้านนอกอาคาร ที่ให้บรรยากาศโล่ง โปร่งสบาย จนลูกบ้านหลายๆ คนให้เป็นมุมโปรดสำหรับผ่อนคลายความเหนื่อยล้า เนื่องด้วยพื้นที่บริเวณนี้มีลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน แถมยังมีที่นั่งให้เลือกมากมายหลายมุม ยิ่งถ้าร้านสะดวกซื้อใต้อาคารเปิดให้บริการด้วยแล้ว บริเวณล็อบบี้นี้ก็คงจะกลายเป็นมุมประจำของทุกบ้านอย่างแน่นอน เปิดห้องสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยความที่ปัจจุบันโครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ได้สร้างเสร็จและมีลูกบ้านย้ายเข้าอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงสัมผัสได้ถึงความเป็นอยู่จริงของลูกบ้านในโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่มีความชอบการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ในตำแหน่งที่เดินทางได้สะดวกทั้งทางรถไฟฟ้า และรถส่วนตัว จึงไม่น่าแปลกใจที่เราสัมผัสได้ถึงความสุขของผู้อยู่อาศัยส่วนหนึ่งขณะที่เรากลับไปเยี่ยมโครงการอีกครั้ง ในครั้งนี้เราได้ดูห้องตัวอย่างในบรรยากาศจริงถึง 2 ห้องด้วยกัน เริ่มกันด้วยห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. แว๊บแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องไม่ได้รู้สึกเล็กอย่างที่คิดเลย ด้วยการจัดวาง Layout ห้องให้ทุกพื้นที่ในห้องสามารถใช้สอยได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มีครบทุกฟังก์ชั่น ทั้งห้องนอน และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่แยกไว้อย่างชัดเจน มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นห้องนอนให้เป็นสัดส่วน และที่จะลืมไม่ได้เลยคือ "ห้องน้ำสำเร็จรูปสไตล์ญี่ปุ่น" ซึ่งในส่วนนี้เป็นหนึ่งในไอเดียที่ทาง AP ร่วมมือกันกับ Mitsubishi Estate Group โดยพื้นห้องน้ำจะเป็นโพลีเมอร์หล่อขึ้นรูปมาทั้งชิ้น มีข้อดีคือ การดูแลรักษา หรือซ่อมบำรุงทำได้ง่าย งานระบบต่างๆ จะอยู่ใต้พื้นห้องน้ำ หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ต้องทุบผนังให้วุ่นวาย ไม่ต้องกังวลจะต้องทะเลาะกันเพื่อนข้างห้องด้วยครับ บรรยากาศในห้องน้ำนี่เป็นญี่ปุ่นสุดๆ ใครที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นจะรู้ว่าผมไม่ได้พูดเกินจริงเลย ห้องตัวอย่างอีกห้องที่เราได้ชมกันคือ ห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 45 ตร.ม. ห้องนี้ตกแต่งมาได้คอนเซปต์ญี่ปุ่นมาก ทั้งโซน Living Area ที่จัดให้มีมุมนั่งเล่น และมุมรับประทานอาหารไว้เป็นสัดส่วน มีพื้นที่กว้างขวาง โปร่งสบายด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ทำให้เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ห้องครัวเป็นครัวปิด ในโซนกลางของห้อง ภายในครัวออกแบบเคาน์เตอร์ไว้สองด้านเพื่อสะดวกต่อการใช้งาน ขณะเดียวกันก็อยู่ติดกับระเบียงสามารถเปิดประตูเพื่อช่วยระบายอากาศ และกลิ่นอาหารได้ ห้องนอนทั้ง 2 ห้องอยู่คนละด้านกันโดยมีครัวกั้นกลางนะครับ ห้องนอนเล็กมีพื้นที่ใช้สอยกำลังพอเหมาะ วางเตียงขนาด 5 ฟุต ได้สบายๆ แถมยังเหลือพื้นที่สำหรับการตกแต่งเพิ่มเติมได้อีก ในขณะที่ห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom อยู่ด้านเดียวกับห้องน้ำ มีประตูเข้าห้องน้ำได้จากภายในห้องเลย ดังนั้นพื้นที่ในห้องนอนหน้าห้องน้ำสามารถจัดเป็น Walk-in Closet ได้สบายๆ เนื่องจากพื้นที่ใช้สอยภายในห้องนอนใหญ่กว้างขวางพอสมควรเลยทีเดียว ห้องน้ำในห้องก็เป็นห้องน้ำสำเร็จรูปแบบเดียวกับห้องก่อนหน้านี้เลยนะครับ เหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันก็ตรงที่ห้องนี้จะมีประตูเข้าห้องน้ำได้ 2 ทาง คือจากทางห้องนั่งเล่น และจากด้านในห้องนอนใหญ่นั่นเอง ห้องทุกยูนิตของโครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ขายมาให้แบบ Fully Furnished เลยนะครับ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายในห้องก็สวย เรียบง่าย สไตล์ญี่ปุ่นเลย ดังนั้นห้องที่ได้ก็จะได้บรรยากาศญี่ปุ่นๆ ตามในห้องตัวอย่างเป๊ะเลยทีเดียว รับรองว่าคุ้มค่า คุ้มราคาทั้งซื้อหาไว้อยู่อาศัยเอง หรือซื้อไว้เพื่อการลงทุน แอบกระซิบนิดนึงว่า คนญี่ปุ่นในไทยก็ให้ความสนใจโครงการนี้ไม่น้อยเลยนะครับ มีคนญี่ปุ่นย้ายเข้ามาอยู่กันพอสมควรเลยทีเดียว... ดังนั้นใครที่กำลังอยากได้คอนโดดีๆ ติดรถไฟฟ้า ไม่ควรมองข้าม Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง นะครับ
Maison Garden Chaeng Watthana : เมซอง การ์เด้น แจ้งวัฒนะ : รีวิวคอนโด

Maison Garden Chaeng Watthana : เมซอง การ์เด้น แจ้งวัฒนะ : รีวิวคอนโด

Maison Garden Chaeng Watthana (เมซอง การ์เด้น แจ้งวัฒนะ) - คอนโด Low Rise สูง 5 ชั้น ด้วยการออกแบบห้องพักอาศัยให้เป็นห้องหัวมุมทุกยูนิต เดินทางสะดวกบนถนนแจ้งวัฒนะ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,490,000 บาท เจ้าของโครงการ   Maison Garden ลักษณะโครงการ    คอนโด Low Rise สูง 5 ชั้น จำนวน 4 อาคาร จำนวนห้อง    79 ยูนิต พื้นที่โครงการ    ประมาณ 3 ไร่ ที่จอดรถ    100% กำหนดเอง ที่ตั้งโครงการ   ซอยแจ้งวัฒนะ ซอย 10 แยก 9-1-8 (มีสุข 4/1) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม    ประมาณ 55,185 บาท/ตร.ม. สถานที่สำคัญใกล้เคียง โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ รพ.มงกุฎวัฒนะ สนามบินดอนเมือง BIG C แจ้งวัฒนะ Lotus แจ้งวัฒนะ IT Square Central แจ้งวัฒนะ Impact เมืองทองธานี แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย TYPE A  ขนาด 57.2 ตร.ม. TYPE B  ขนาด 57.2 ตร.ม. TYPE C  ขนาด 51.48 ตร.ม. TYPE D  ขนาด 40.09 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย 24 ชม. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  02-085-8888, 081-362-4444 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  http://www.maisongarden.com/
Sena Eco Town Ramindra-Wongwaen : เสนา อีโคทาวน์ รามอินทรา-วงแหวน : รีวิวคอนโด

Sena Eco Town Ramindra-Wongwaen : เสนา อีโคทาวน์ รามอินทรา-วงแหวน : รีวิวคอนโด

เสนา อีโคทาวน์ รามอินทรา - วงแหวน (Sena Eco Town Ramindra - Wongwaen) - คอนโด Low Rise สูง 5 ชั้น บนถนนรามอินทราใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีรามอินทรา 83 โครงการใหม่ จาก SENA Development รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,590,000 บาท . เจ้าของโครงการ    บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ลักษณะคอนโด    คอนโด Low Rise สูง 5 ชั้น จำนวน 10 อาคาร ที่จอดรถ    100% ที่ตั้งโครงการ   ถ.รามอินทรา - วงแหวน กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ    เดือน ม.ค. ปี 2562 สถานที่สำคัญใกล้เคียง ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ The Promenade รถไฟฟ้ารามอินทรา 83 โรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลนวมินทร์ Central East Ville ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน ขนาดเริ่มต้น 26.00 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก ที่จอดรถ 100 % Solar Cell ส่วนกลาง Digital Community Service Jogging Track Bike Lane 3 กิโลเมตร Pet Garden (พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง) สนามพัตต์กอล์ฟ Garden Pavilion สระว่ายน้ำยาว 25 เมตร fitness ร้านสะดวกซื้อภายในโครงการ สวนสิบไร่ (Sena Park Avenue) Shuttle car รับส่งโครงการ สถานีรถไฟฟ้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1775 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://sena.co.th/th
Metris Ladprao – เมทริส ลาดพร้าว : รีวิวคอนโด

Metris Ladprao – เมทริส ลาดพร้าว : รีวิวคอนโด

Metris Ladprao (เมทริส ลาดพร้าว) - คอนโด High Rise สูง 29 ชั้น เดินทางสะดวก เพียง 250 เมตร จากรถไฟฟ้าใต้ดิน พหลโยธิน รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    3,500,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร    90,000 - 120,000 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ    บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ลักษณะโครงการ    คอนโด High Rise สูง 29 ชั้น จำนวนห้อง    193 ยูนิต พื้นที่โครงการ    1-0-77 ไร่ ที่จอดรถ    Fully Automatic Parking ที่ตั้งโครงการ   ปากซอยลาดพร้าว 8 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สถานที่สำคัญใกล้เคียง Central ลาดพร้าว ยูเนียนมอลล์ เทสโก้ โลตัส รร.หอวัง สวนจตุจักร SCB Park สำนักงานใหญ่ ปตท. แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30 - 31 ตร.ม. 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 44 - 52.50 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 51 - 61 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก Lobby Co-Working Space Private Meeting Room สระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส ซาวน่า พื้นที่นั่งเล่นในสวน ลานบาร์บีคิว Jogging Track บริเวณสำหรับสัตว์เลี้ยง ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  02-116-1111 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  www.mde.co.th
Niche Mono Sukhumvit-Bearing : นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง : รีวิวคอนโด

Niche Mono Sukhumvit-Bearing : นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง : รีวิวคอนโด

Niche Mono Sukhumvit-Bearing (นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง) คอนโดแนวคิดใหม่กับการสร้างที่อยู่อาศัยตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น ที่ร่วมทุนกันระหว่าง "SENA" กับ "Hankyu Realty" ผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันพัฒนาโครงการใหม่ ภายใต้แบรนด์ NICHE MONO พร้อมเปิดตัวคอนเซปต์ "Geo fit+" รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,300,000 บาท เจ้าของโครงการ   บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 34 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง    1,275 ยูนิต พื้นที่โครงการ    4-3-59.8 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ถนนสุขุมวิท 70 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ สถานที่สำคัญใกล้เคียง รถไฟฟ้า BTS แบริ่ง ทางด่วน บางนา - ตราด ทางด่วน บางพลี สุขสวัสดิ์ อิมพีเรียล สำโรง Mega Bangna Central บางนา เทสโก้โลตัส บิ๊กซี โรงพยาบาลสำโรง โรงพยาบาลไทยนครินทร์ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 2 โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 4 โรงพยาบาลบางนา โรงเรียนนานาชาติแอนด์ดรูว์ส โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา โรงเรียนลาซาล พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 28-31 ตารางเมตร 1 Bedroom Plus ขนาด 39 ตารางเมตร 2 Bedroom ขนาด 48 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก Infinity Edge Pool 88 M Jacuzzi Sunken Deck Fitness Room 250 Sq.m. Boxing Room Games Room Yoga Room Steam Room Sky Lounge & Co-Working Space พร้อม Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลาง Sky Relaxing Zone Amphitheatre Sky Meeting Room Double Lobby Jogging Track Tom & Toms Coffee 7-11 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1775 กด 70 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.sena.co.th/th/condominium/niche-mono-sukhumvit-Bearing
แบบไหน…ถึงเรียกว่าห้องสวย??

แบบไหน…ถึงเรียกว่าห้องสวย??

เชื่อว่าแทบจะทุกคนต้องมีคำถามนี้อยู่ในใจแน่ๆ เมื่อคิดจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมซักห้อง ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่เองก็ดี หรือกำลังคิดจะผันตัวเองมาเป็นนักลงทุนอสังหาฯมือใหม่ ก็ต้องเคยวนเวียนอยู่กับการหาคำตอบว่า ห้องแบบไหนถึงจะดี หรือคอนโดไหนที่เรียกว่า “สวย” แน่นอนคำว่า “สวย” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงแค่รูปร่างหน้าตาตึก หรือการตกแต่งที่สวยงามที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าเท่านั้นนะคะ แต่เรากำลังหมายถึง ความสวยที่มาพร้อมกับองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อการอยู่อาศัย ความคุ้มค่าคุ้มราคาที่ต้องจ่าย รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่จะทำให้ทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า “สวย” อย่างเช่นเรื่อง “ทำเลที่ตั้ง” เป็นต้น ยิ่งในภาวะที่ตลาดปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมให้เลือกเป็นจำนวนมาก ชนิดที่ถ้าเอาข้อมูลมาวางเรียง เปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยกันเป็นข้อๆ ก็คงมีคนตาลาย เมาข้อมูลกันไปบ้างไม่มากก็น้อยแหละ หรือถ้าลองไปถามเพื่อนฝูง คนใกล้ชิด หรือแม้แต่ผู้มีประสบการณ์ที่เราไว้วางใจ บางทีก็อาจจะได้คำตอบไม่ตรงกับใจ แย่กว่านั้นคอนโดที่เค้าช่วยเลือกให้อาจจะไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราเลยก็เป็นได้ เจอแบบนี้ก็ยิ่งปวดหัวไปกันใหญ่...จริงมั้ยคะ วันนี้เราจึงอยากจะแชร์ข้อมูลให้ทุกคนได้ลองเก็บไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อเลือกคอนโดมิเนียมให้ตอบโจทย์ตรงใจ แถมยังได้ห้องสวยคุ้มราคาด้วยกันด้วยค่ะ คำถามแรกๆ ที่เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนก็คือ “งบประมาณที่จ่ายไหว” ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะได้ยินตัวเลข “ประมาณ 2 ล้านบาท” ที่เป็นคำตอบในใจหลายคน อาจจะบวกลบได้นิดหน่อย อันนี้ไม่ว่ากันค่ะ อันดับต่อมาคำว่า “คอนโดติดรถไฟฟ้า” ก็จะเป็นคำที่ผุดขึ้นมาในหัวและเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ของทุกคน เพราะใครๆ ก็เชื่อว่า ถ้าได้คอนโดติดรถไฟฟ้า ยังไงซะราคาขายต่อก็ต้องดีมีกำไร ถ้าจะปล่อยเช่าก็คงทำได้ไม่ยาก และอาจจะเรียกราคาค่าเช่าได้มากขึ้นด้วย ถ้าต้องเลือก “คอนโดติดรถไฟฟ้า” ปัจจุบันก็มีทำเลแนวรถไฟฟ้าหลายสายเลยค่ะ ทั้งที่เปิดใช้กันแล้ว หรือสายที่อยู่ในแผนอนาคต ซึ่งถ้าเลือกได้ คนส่วนใหญ่ก็จะขอเลือก “แนวรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว” กันแทบทั้งนั้น โดยเฉพาะแถบเส้นทางสายสุขุมวิทที่ใครๆ ก็รู้ว่าความเจริญขยายไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็กำไรเห็นๆ!!! “ทำเลที่ตั้ง” ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญในอันดับต้นๆ เหมือนกันนะคะ นอกจากจะต้องอยู่ติดรถไฟฟ้าแล้ว ถ้าได้ทำเลในแหล่งชุมชนเก่า ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง ใกล้แหล่งงาน รวมถึงแวดล้อมด้วยสาธารณูปโภคต่างๆ ได้พร้อมมากเท่าไหร่ ก็เชื่อได้ว่าความเป็นอยู่ของเราจะสะดวกสบายมากขึ้นเท่านั้นค่ะ ยิ่งถ้าได้โครงการติดถนนใหญ่ซัก 4 เลน ก็จะยิ่งเป็นข้อได้เปรียบ เพราะโครงการคอนโดติดถนนใหญ่แบบนี้ ก็จะเป็นคอนโด High Rise อย่างแน่นอน โอกาสในการซื้อขายและปล่อยเช่าก็ย่อมดีกว่าโครงการ Low Rise ในซอยชัวร์ๆ ค่ะ และอีกหนึ่งข้อสำคัญที่เราต้องนำมาพิจารณาด้วยก็คือ “ความน่าเชื่อถือของ Developer” ถึงแม้คอนโดมิเนียมจากแบรนด์ดังๆ มักจะมีราคาขายค่อนข้างสูงกว่าแบรนด์ใหม่ๆ แต่บางครั้งเราก็ต้องยอมรับว่า ราคาที่ต้องจ่ายก็แลกมาด้วยความมั่นใจ ทั้งในเรื่องของคุณภาพ การจัดการ รวมถึงเชื่อได้ว่าเจ้าของโครงการจะส่งมอบห้องให้เราได้ตามสัญญา แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้พัฒนาอสังหาฯ รายเล็กจะไม่น่าเชื่อถือนะคะ อันนี้เราแนะนำให้ลองพิจารณาจากโครงการที่ผ่านๆ มาของเค้าก่อนค่ะ บางรายเป็นเจ้าถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่เป็นอย่างดี สามารถทำคอนโดตอบโจทย์กลุ่มคนในย่านนั้นได้อย่างเหมาะสม อันนี้เราก็ควรจะเก็บไว้พิจารณานะคะ บางทีอาจจะเจ๋งกว่าแบรนด์ดังๆ ที่เพิ่งเข้ามาในพื้นที่ก็ได้ค่ะ จากหัวข้อหลักๆ 4 ข้อที่เราแนะนำไปนี้ พอจะมีชื่อคอนโดมิเนียมโครงการไหนอยู่ในใจกันบ้างมั้ยคะ... แต่ถ้ายังนึกไม่ออก วันนี้เรามีคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ได้ครบทั้ง 4 ข้อที่ว่านี้มาแนะนำกันค่ะ “Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์” เป็นหนึ่งในคอนโดมิเนียมที่มีคุณสมบัติตรงใจ และสามารถตอบโจทย์ได้ครบทุกข้อเชียวค่ะ แน่นอนว่าอยู่ใน “งบประมาณที่จ่ายไหว” เพราะ “Kensignton สุขุมวิท-เทพารักษ์” มีห้องในราคาเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาทเท่านั้น!! ในขณะที่ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 30.5-31.5 ตร.ม. ก็ยังอยู่ในงบประมาณ 2 ล้านนิดๆ ค่ะ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ เป็น “คอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า” อย่างแท้จริง เพราะหน้าโครงการอยู่ติดรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีทิพวัล) ชนิดที่เรียกว่าบันไดสถานีจ่ออยู่ปากทางกันไปเลย แถมยังอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีสำโรง) ซึ่งเป็นสายสำคัญที่ตรงเข้าใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วสุดๆ..... [คอนโดติดรถไฟฟ้า 2 สายในราคาเริ่มต้นที่ล้านเศษๆ... บ้าไปแล้ว!!!] ในส่วนของ “ทำเลที่ตั้ง” คอนโด Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ อยู่ติดถนนใหญ่เลยจ้าาาาา แถมเป็นถนนสายหลักขนาด 4 เลน ที่เชื่อมต่อถนนสายสำคัญอย่างถนนสุขุมวิท และถนนศรีนครินทร์ไว้ด้วยกันอีก การเดินทางเลยสะดวกสุดๆ ทำเลที่ตั้งโครงการก็แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งแหล่งช็อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แหล่งงาน สถานศึกษา สถานพยาบาลก็มีพร้อม ตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างครบถ้วนค่ะ เรื่อง “ความน่าเชื่อถือของ Developer” ก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าตลาดที่มีความเชี่ยวชาญในทำเลย่านสุขุมวิท-สมุทรปราการเป็นอย่างดี หลายโครงการของออริจิ้นในย่านนี้ก็ประสบความสำเร็จปิดงานขายได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงโครงการในทำเลอื่นๆ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้กันเลยค่ะ ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ครบถ้วนขนาดนี้ เชื่อว่าหลายคนคงจะเริ่มสนใจโครงการ “Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์” กันแล้วใช่มั้ยคะ ก่อนจะไปดูว่า “ห้องสวย” ของโครงการต้องเลือกกันยังไง เราขอพูดถึง Facility และจุดเด่นอื่นๆ ในโครงการกันซักหน่อยค่ะ เผื่อจะเห็นภาพความน่าอยู่ได้ชัดเจนมากขึ้น ถ้าใครเคยอ่านข้อมูลโครงการมาบ้างแล้ว ต้องยอมรับว่าโครงการ "Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์" ตั้งใจออกแบบส่วนกลางมาให้ลูกบ้านแบบเกินราคามากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Double Volume Lobby Lounge สไตล์ Industrial British Loft, Another Home & Co-Working Space ส่วนกลางพร้อมวิวสวน 180 องศา, สวนสวย 4 แบบ 4 สไตล์, Playground Garden, Backyard Garden, Double Skyline Roof Garden, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่พร้อม Deep Relaxing Pool & Garden, The Gym Club ห้องฟิตเนสขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ครบครัน, สนาม Mini Golf, Sky Deck ลานนั่งเล่นเอกเขนก ฯลฯ แค่ที่ยกตัวอย่างมานี้ก็เยอะจนบรรยายแทบไม่หมดเลยค่ะ (สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่ https://goo.gl/VgW67a) ด้วยความได้เปรียบที่เป็นคอนโด High Rise ภายในโครงการเลยมีพื้นที่สำหรับจัด Facility ส่วนกลางได้อย่างเต็มที่ ยิ่งชั้นสูงๆ ก็จะยิ่งได้เปรียบเรื่องวิวสวย โปร่งโล่งแบบ 360 องศา แถมในทำเลนี้ยังได้เห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยนะคะ ดังนั้นตำแหน่งห้องที่เราควรจะเลือกสำหรับคอนโดตึกสูง ก็ควรจะเป็นห้องที่สามารถเปิดรับวิวได้เต็มที่กันหน่อยค่ะ สำหรับที่โครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ นี้ เราอยากแนะนำห้องที่อยู่ในตำแหน่งประมาณชั้น 18-27 นะคะ เพราะเป็นห้องที่อยู่ในช่วงกลางๆ ของตึก ความสูงระดับนี้เพียงพอสำหรับการเปิดรับวิวรอบๆ ที่เปิดโล่งโดยไม่มีอะไรบดบังสายตา ในขณะที่ราคาห้องในชั้นเหล่านี้ยังอยู่ในงบประมาณ อัตราการผ่อนก็ไม่หนักจนเกินไป ถ้าคิดจะลงทุนไว้ปล่อยเช่า ก็ถือว่าเป็นห้องในตำแหน่งที่ผู้เช่าให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ เช่นกันค่ะ ส่วนเรื่องตำแหน่งทิศของห้องอันนี้ต้องบอกกันก่อนว่า ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวนะคะ ถ้าว่ากันตามหลักการที่ใครๆ ก็ยึดถือกันมา ก็มักจะพยายามเลี่ยงทิศตะวันตก เนื่องจากกลัวว่าแดดจะร้อน และมักจะพยายามเลือกห้องในตำแหน่งทิศใต้ และทิศเหนือก่อน เพราะคาดหวังจะได้รับลมที่เย็นสบายกว่า ในขณะที่ไม่โดนแดดจัดเท่ากับทิศตะวันออกและทิศตะวันตก.... โชคดีค่ะ ที่โครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ ทำการบ้านมาอย่างดี การจัดวางตัวอาคารอยู่ในทิศทางที่ห้องส่วนใหญ่เลี่ยงแดดช่วงบ่ายได้ ไม่ต้องรับแดดตรงๆ ห้องในตำแหน่งที่เปิดรับวิวโค้งแม่น้ำได้ดี จะเป็นห้องทางปีกด้านขวาของแปลนโซน A นะคะ (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) ห้องในโซนนี้ถ้าชั้นสูงๆ หน่อยน่าจะเห็นวิวแม่น้ำได้ชัดขึ้น บวกกับได้วิวเมืองที่สวยไม่แพ้ที่ไหนเลยค่ะ หรือถ้าชอบวิวเห็นสวนสีเขียวของโครงการ ตำแหน่งห้องในโซน A และ B ที่หันเข้าหาส่วนกลาง ก็จะสามารถมองลงมาเห็นสระว่ายน้ำ และพื้นที่สีเขียวที่บริเวณชั้น 6 ได้ค่ะ ในขณะที่ห้องทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของโซน A บนชั้นที่ 37-38 ก็จะเห็นวิว Roof Top Garden เพิ่มด้วย ตำแหน่งห้องในโซน A และ B ที่หันเข้าหาส่วนกลาง พื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้น 6 ของโครงการ ชั้น 37-38 ของโซน A จะมองเห็น Roof Top Garden ของโซน B Roof Top Garden ของทั้ง 2 โซน ตำแหน่งห้องที่ดีที่สุด อาจจะเป็นเรื่องที่ตอบแบบเจาะจงได้ยากซักหน่อยนะคะ เพราะความชอบ ความสนใจวิวที่เห็นในแต่ละทิศมักจะแตกต่างกันออกไป โชคดีที่รอบๆ โครงการ Kensingtion สุขุมวิท-เทพารักษ์ ไม่ได้มีอาคารสูงอื่นๆ มาบังสายตา เลยมีมุมสวยๆ ให้เลือกมากหน่อย ยังไงก็ลองดูภาพถ่ายจากทิศต่างๆ ที่เราเอามาให้ดูเป็นตัวอย่างกันก่อนได้นะคะ แต่เชื่อเถอะว่าของจริงยังไงก็สวยกว่าในภาพแน่ๆ วิวด้านทิศเหนือ วิวด้านทิศตะวันออก วิวด้านทิศตะวันตก วิวด้านทิศใต้ มาถึงในส่วนของแปลนห้องกันบ้างค่ะ ที่โครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ จะมีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบนะคะ ซึ่งห้องแต่ละแบบก็จะตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันออกไปค่ะ โดยส่วนตัวแล้วถ้าหากจะซื้อไว้อยู่อาศัยเอง และมีกำลังมากพอ เราอยากแนะนำห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 30.50-31.50 ตร.ม. ค่ะ เพราะเป็นแบบห้องที่เป็นเอกลักษณ์ของออริจิ้นเลยก็ว่าได้ ด้วยเนื้อที่ใช้สอยที่กว้างขวาง เหมาะกับการอยู่อาศัย ภายในห้องมีพื้นที่ห้องเล็กที่เพิ่มขึ้นมา เป็นเหมือนห้องอเนกประสงค์ ที่เราสามารถตกแต่งให้เป็นห้องทำงาน ห้องเก็บของ ห้องแต่งตัว หรือจะใช้เป็นห้องนอนเล็กก็ยังได้ จึงน่าจะให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านมากขึ้นด้วยค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 30.5-31.5 ตารางเมตร ส่วนห้อง Studio 1 Bedroom ขนาด 21 ตร.ม. น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนที่มองหาคอนโดไว้สำหรับลงทุนปล่อยเช่าหรือขายต่อในอนาคต เพราะต้นทุนในการผ่อนแบงค์ไม่สูงมาก มีโอกาสทำกำไรได้พอสมควร สัดส่วนของห้องเองก็จัดออกมาได้เหมาะสมค่ะ ประตูกระจกบานเลื่อนทำให้ห้องโปร่งไม่อึดอัดถึงแม้จะมีเนื้อที่ไม่มากนัก แต่ก็น่าอยู่ไม่แพ้ห้องอื่นเลยค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 21 ตารางเมตร ก่อนหน้านี้ทาง ออริจิ้น เคยจัดงาน VIP Pre-Sale Day กันไปแล้วเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งโครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีคนให้ความสนใจเข้าคิวจับจองห้องกันอย่างล้นหลาม เกินความคาดหมายกันเลยทีเดียวค่ะ สำหรับใครที่พลาดโอกาสแรกไปก็อย่าเพิ่งเสียใจนะคะ เพราะทางออริจิ้นกำลังเตรียมจัดงาน Grand Opening อีกครั้งในวันที่ 19-20 สิงหาคมที่จะถึงนี้ เพียง 2 วันเท่านั้น ที่สำนักงานขาย กับราคาและโปรโมชั่นพิเศษ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,990 บาท และส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท เตรียมติดตามข่าวกันได้เลยนะคะ.. ส่วนใครที่สนใจหรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ และลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ http://kensington.origin.co.th/thepharak/ หรือโทรสอบถามได้ที่ 02 030 0000 และสามารถอ่านรีวิวโครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ ฉบับเต็มของเราได้ที่ https://goo.gl/VgW67a
คอนโด Jin Wellbeing County – จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ : รีวิวคอนโด

คอนโด Jin Wellbeing County – จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ : รีวิวคอนโด

Jin Wellbeing County - จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ คอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น เพื่อผู้สูงวัยและครอบครัว ในคอนเซ็ปท์ "เมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ" ครบวงจร บนที่ดินรวมกว่า 140 ไร่ ย่านรังสิต รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น     3,600,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร    84,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)/บริษัท พรีเมียร์ โฮม เฮลท์ แคร์ จำกัด ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 7 ชั้น , 13 อาคาร พื้นที่โครงการ     140 ไร่ จำนวนห้อง      1,300 ยูนิต ที่ตั้งโครงการ    ริมถนนพหลโยธิน ย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี   สถานที่สำคัญใกล้เคียง ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต บิ๊กซี รังสิต โลตัส รังสิต ร.ร.ธัญวิทย์ รพ.เปาโล รังสิต ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 43 ตารางเมตร 2 ห้องนอน ขนาด 63 ตารางเมตร 1 ห้องนอน ขนาด 43 ตร.ม. 2 ห้องนอน ขนาด 63 ตร.ม.   สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องเรียนดนตรี ห้องเรียนศิลปะ ห้องเล่นเกมส์ พื้นที่ปลูกผัก สวนสาธารณะสำหรับเลี้ยงสัตว์ ทะเลสาบ สนามเด็กเล่น ลู่วิ่ง เลนจักรยาน ทางสำหรับรถเข็น ลานกิจกรรม ลานหินบำบัด ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 062-802-9999 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.jinwellbeing.com
“Sign Condo Sukhumvit 50” ทำเลดีใกล้ BTS อ่อนนุช : รีวิวคอนโด

“Sign Condo Sukhumvit 50” ทำเลดีใกล้ BTS อ่อนนุช : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้ เรานั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานีอ่อนนุชกันค่ะ เดินต่อเข้ามาในซอยสุขุมวิท 50 อีกนิดหน่อย ก็เจอกับ Sale Office ของโครงการ “Sign Condo Sukhumvit 50” ค่ะ จริงๆ แล้วในซอยนี้มีมีคอนโดอยู่หลายโครงการเหมือนกันนะคะ ทั้งโครงการที่สร้างเสร็จไปนานแล้ว และโครงการใหม่ที่กำลังเตรียมเปิดตัวอย่าง “Sign Condo Sukhumvit 50” ที่เราจะพาไปชมห้องตัวอย่างกันในครั้งนี้ ด้วยความซอยสุขุมวิท 50 เป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมถนนหลัก 3 สายเข้าด้วยกัน นั่นคือ ถนนสุขุมวิท ถนนรางรถไฟเก่า และเป็นซอยที่มีจุดขึ้น-ลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ได้อีก จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมซอยสุขุมวิท 50 นี้เป็นทำเลทำเงินยอดฮิตของหลายๆ โครงการ แถมบริเวณหน้าปากซอยยังมีสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชจ่อบันไดถึงที่ การเดินทางเข้า-ออกเมืองไม่ว่าจะมีรถส่วนตัวหรือไม่ ก็จัดว่าสะดวกทั้งสองทางค่ะ แผนที่ของโครงการ ทำเลในย่านอ่อนนุชเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยที่คึกคักมากเลยทีเดียวค่ะ มีทั้งห้างใหญ่ๆ ตลาดสด ร้านค้า แผงลอย ร้านอาหารเต็มไปหมด บ้านพักอาศัย คอนโด อพาร์ทเม้นท์ก็มีอยู่มาก รวมถึงแหล่งงาน อาคารสำนักงานก็เยอะไม่แพ้กันเลยค่ะ ทำเลในแถบนี้จึงคึกคักไปด้วยผู้คน มีความพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยค่ะ แต่อย่างเพิ่งคิดว่าโครงการที่อยู่ในแหล่งชุมชนแบบนี้จะอึกทึกวุ่นวายนะคะ เพราะพอขยับเข้ามาในซอยสุขุมวิท 50 เล็กน้อย บรรยากาศก็จะเงียบสงบมากขึ้นแล้วค่ะ คอนโด Low Rise ในซอยแสงอุทัย โครงการ “Sign Condo Sukhumvit 50” ตั้งอยู่ในซอยแสงอุทัย ซึ่งเป็นซอยย่อยในซอยสุขุมวิท 50 อีกทีค่ะ โดยรวมๆ แล้วจากหน้าโครงการออกไปถึงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชจะมีระยะทางประมาณ 800 เมตร ด้วยระยะทางขนาดนี้ในสภาพอากาศแบบบ้านเราอาจจะรู้สึกไกลไปซักหน่อย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพราะทางโครงการมี Shuttle Bus ไว้ให้บริการแก่ลูกบ้านด้วย หรือถ้าใครใจร้อนก็มีพี่วินเสื้อส้มเป็นอีกทางเลือกค่ะ จุดเด่นของโครงการ “Sign Condo Sukhumvit 50” จะเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว เหมาะกับการพักอาศัยอย่างแท้จริง ด้วยเป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ในซอยแสงอุทัยซึ่งเป็นซอยตัน และในซอยก็ยังเป็นบ้านพักอาศัยแบบบ้านเดี่ยวเกือบทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่มีรถพลุกพล่านให้มีเสียงรบกวนค่ะ ในขณะที่จำนวนยูนิตรวมทั้งโครงการก็มีเพียง 105 ยูนิต จำนวนห้องต่อชั้นจึงมีไม่มาก ลูกบ้านจึงไม่แออัดแถมมีคนแบ่งใช้ Facility ส่วนกลางน้อยลงด้วย และด้วยความที่ทางโครงการเน้นเรื่องบรรยากาศความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัย Facility หลักๆ จึงถูกยกขึ้นไปไว้ที่ชั้นบนสุด ทั้งสระว่ายน้ำ จากุชชี่ ฟิตเนส และพื้นที่สวนสีเขียวสำหรับการพักผ่อน ขณะเดียวกันที่บริเวณชั้น 2 ของอาคารก็เพิ่มพื้นที่สำหรับ Co-Working Space และห้องสมุดมาเสร็จสรรพ ถือว่าครบถ้วนมากๆ สำหรับคอนโดมิเนียมขนาด 105 ยูนิตแบบนี้ นอกเหนือจาก Facility หลักแล้ว เรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ประตู Digital Door Lock ของ Samsung ที่มีการใช้งานได้ 3 แบบ ทั้ง Key Card, ใส่รหัส และ กุญแจ นอกจากนั้นยังมีการเข้าออกโครงการด้วยระบบ Key Card, มีกล้อง CCTV และรปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง ก็เป็นไปตามมาตรฐานของโครงการเลยค่ะ เปิดห้องตัวอย่าง Sign Condo สุขุมวิท 50 โครงการ “Sign Condo Sukhumvit 50” เตรียมจะเปิด Pre-Sale ในเร็วๆ นี้แล้ว ดังนั้นเราจึงเก็บภาพห้องตัวอย่างมาให้ชมกันก่อน เผื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้นค่ะ ^^ ที่ Sale Office เตรียมห้องตัวอย่างไว้ 2 แบบ นั่นคือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 26.49 ตร.ม. และ ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.95 ตร.ม. ก่อนจะไปดูภายในห้องตัวอย่างแต่ละแบบ เราขอพูดถึงภาพรวมของห้องที่เรารู้สึกประทับใจซักเล็กน้อยก่อนนะคะ เอกลักษณ์เก๋ๆ ของโครงการ “Sign Condo Sukhumvit 50” ที่สะดุดตาเรามากเลยก็คือ Facade ของอาคารที่เป็นแผ่นโลหะฉลุลายสวยงาม ทางโครงการเลือกใช้ตกแต่งบริเวณระเบียงห้องพัก ถ้ามองจากภายนอกอาคารหลังนี้ก็จะสวยเก๋มีลูกเล่นให้สะดุดตาดีทีเดียวค่ะ ซึ่งส่วนนี้ลูกบ้านก็สามารถใช้งานได้จริงด้วยนะคะ โดยแผ่น Facade นี้สามารถเลื่อนพับเข้าออกได้ตามการใช้งาน ส่วนนึงก็ช่วยในการบังสายตา เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น รวมถึงช่วยกรองปริมาณแสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้องให้น้อยลง โดยที่ยังคงมองเห็นวิวภายนอก จึงไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเลยเวลาที่เลื่อนปิด Facade แล้ว นอกจากการเลือกใช้ Facade ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยเก๋แล้ว การตกแต่งภายในรวมถึงการจัดฟังก์ชันห้อง ทางโครงการก็ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และคิดมาให้ครบถ้วนเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการขายห้องมาให้แบบ Fully Furnished ที่คัดให้แบบเกรดคุณภาพ พร้อมดีไซน์ Multi Function สำหรับการใช้ประโยชน์ได้มากกว่าหนึ่งอย่าง รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย ด้วยระบบ Smart Home Function และ Sound System Controller ซึ่งจะมีให้เป็นมาตรฐานทุกห้องเลยค่ะ ทีนี้เราไปดูภายในห้องตัวอย่างแต่ละห้องกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าจะสวยถูกใจมากน้อยแค่ไหน ทางโครงการได้เปิดให้จองในรอบ VVIP ในวันที่ 20-21 พ.ค. ที่ผ่านมาไปแล้ว และกำลังเตรียมจะเปิดให้จองรอบ PRE-SALE ช่วงวันที่ 5-6 ส.ค. 60 นี้ ท่านใดที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชม Sale Office ได้เลยค่ะ ทางโครงการมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้รายละเอียดอย่างครบถ้วนกันไปเลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร .081-553-5555 ซึ่งทางโครงการจะให้ส่วนลดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองผ่านทาง Online ด้วยนะคะ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่ www.signcondo.com
DECO @ Bearing Condominium คอนโดทำเลดี ใกล้ BTS แบริ่ง : รีวิวคอนโด

DECO @ Bearing Condominium คอนโดทำเลดี ใกล้ BTS แบริ่ง : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปดูคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งหลายคนก็มักจะมองหาโครงการที่อยู่ติด หรือใกล้รถไฟฟ้าเป็นอันดับแรกๆ โดยยอมแลกกับราคาห้องที่สูงหน่อยเนื่องจากการเดินทางสะดวก แต่สำหรับโครงการ “Deco Condominium” ที่เราจะพาไปดูในครั้งนี้ เปิดราคาเริ่มต้นมาที่ 1.2 ล้านบาทเท่านั้น แถมยังอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าแบริ่งเพียง 300 เมตรเอง ไปดูกันดีกว่าค่ะว่าโครงการนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง Deco Condominium เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ในซอยสุขุมวิท 70/5 ค่ะ ซึ่งมีทั้งหมดด้วยกัน 4 อาคาร ถึงจะเป็นโครงการที่อยู่เข้ามาในซอย แต่ก็เป็นซอยที่เชื่อมต่อไปออกถนนทางรถไฟสายเก่า และถนนสรรพวุธได้นะคะ จึงไม่แปลกใจเลยที่ถนนในซอยนี้มีรถผ่านเข้าออกเป็นจำนวนมาก ถ้าหากเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก พอลงจากสถานีแบริ่งก็ถึงปากซอยสุขุมวิท 70/5 เลยค่ะ หน้าปากซอยสังเกตุเห็นง่าย เพราะมีปั๊มน้ำมันเอสโซ่ และ 7-11 แถมด้วยวินมอเตอร์ไซค์ ถ้าวันไหนขี้เกียจเดิน ก็เรียกใช้บริการพี่วินต่อเข้าซอยได้ทันที  หรือถ้าจะเดินก็ได้เช่นกันค่ะ เพราะระยะทางแค่ 300 เมตรจัดว่าเดินได้สบายอยู่แล้ว เพียงแต่ถนนในซอยต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินนิดนึงนะคะ พื้นที่ในบริเวณใกล้ๆ โครงการ เป็นแหล่งชุมชน ที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อหาได้ไม่ยากค่ะ ลึกเข้าไปในซอยสุขุมวิท 70/5 ยังมีตลาดชุมชน เป็นแหล่งพึ่งพาได้ดีทีเดียว หรือถ้าข้ามมาฝั่งซอยแบริ่ง (สุขุมวิท 107) ก็จะมีทั้ง Community Mall แผงลอยขายอาหารอีกเพียบเลย สภาพแวดล้อมจัดว่าอุดมสมบูรณ์ เลยขึ้นไปยังมีตลาดสำโรง, ห้าง Big C ในขณะที่ขึ้นไปทางด้านถนนบางนาตราด ก็มีทั้ง Bitec บางนา ที่มี Event แทบทุกวัน รวมถึงห้างใหญ่อย่าง Central บางนา ก็ไม่ได้อยู่ไกลเกินไปค่ะ แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ นอกเหนือจากเรื่องแหล่งช๊อปปิ้ง ที่พึ่งพาเรื่องปากท้องแล้ว รอบๆ โครงการยังมีสาธารณูปโภคต่างๆ แวดล้อมอยู่ครบถ้วนดีทีเดียว ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล แหล่งงาน การค้าธุรกิจ โดยเฉพาะย่านอุตสาหกรรมบนถนนปู่เจ้าสมิงพราย ก็ถือเป็นแหล่งงานที่สำคัญแห่งหนึ่งของย่านนี้เลยค่ะ ดังนั้นคนที่ทำงานในย่านนี้อยู่แล้วจึงให้ความสนใจกับโครงการ Deco Condominium ไม่น้อย หรือในแง่ของการซื้อไว้สำหรับปล่อยเช่า ก็น่าพิจารณาไว้เหมือนกันนะคะ   Deco Condominium   โครงการ Deco Condominium จัดว่าเป็นคอนโดมิเนียมในราคาประหยัด ทุกคนสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้โดยง่ายค่ะ ใครจะเชื่อว่าโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้าขนาดนี้จะเปิดราคามาที่ 1.2 ล้านบาทเท่านั้น แต่หนึ่งเหตุผลที่ทางโครงการทำราคาได้ดึงดูดใจขนาดนี้ก็คือ การจัด Facility ส่วนกลางไว้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนไหนที่ลูกบ้านไม่ค่อยได้ใช้ หรือใช้ได้ไม่คุ้มค่าก็ลดส่วนนี้ลง ค่าส่วนกลางที่ลูกบ้านจะต้องจ่ายก็ถูกลงไปด้วยเช่นกัน โดย Facility หลักๆ ที่ทางโครงการจัดไว้ให้ก็คือ Private Garden Sky และ Fitness ห้องพักอาศัยจะเริ่มต้นที่ชั้น 2 แปลนนี้จะเป็นของชั้น 2-6 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด เฉลี่ย 12 ยูนิตต่อชั้น ชั้น 7 จำนวนยูนิตจะลดลงเหลือ 11 ยูนิต เนื่องจากมีห้อง 2 ห้องนอนเพิ่มขึ้นมา ชั้น 8 จะเป็นชั้นสูงสุดของโครงการ จำนวนยูนิตจะลดลงเหลือเพียง 8 ยูนิต เพราะจะมีสวนลอยฟ้าแทรกอยู่ด้วย สวนลอยฟ้าบนชั้น 8 ของโครงการ   เปิดห้องตัวอย่าง สำหรับห้องพักอาศัยของ Deco Condominium มีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบ นั่นคือ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedroom โดยห้องตัวอย่างที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้เราชมนั้นเป็นห้อง Type ที่มีเยอะที่สุด นั่นคือห้อง 1 Bedroom ขนาด 26.19 ตร.ม. แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 26.19 ตารางเมตร มีแปลนห้องแบบ 3 มิติ ให้ดูด้วยนะคะ เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจมากยิ่งขึ้น ภายในห้องถูกออกแบบมาให้สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ได้สูงสุด เปิดประตูห้องเข้ามาก็จะเจอกับส่วนของพื้นที่นั่งเล่น วางชุดโซฟา และโต๊ะกินข้าวเล็กๆ ได้ค่อนข้างพอดีเลยค่ะ ในขณะที่พื้นที่ห้องนอนก็จัดไว้เป็นสัดส่วน กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเรียบร้อย เข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วน Living Area ก่อนนะคะ โครงการวางโซฟา 2 ที่นั่ง ติดกับโต๊ะทานอาหารมาให้ดูเป็นตัวอย่าง อีกด้านจะเป็นชั้นวางทีวี ตรงนี้โครงการไม่ได้ให้มาด้วยนะคะ ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟา ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นห้องนอน กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ด้านในห้องนอนโครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง วางเตียงลงไปแล้วยังมีพื้นที่ข้างเตียงเหลืออีกนิดหน่อย ให้วางโคมไฟหรือโต๊ะข้างเตียงได้ ด้านปลายเตียงจะเป็นจุดวางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงาน แบบในห้องตัวอย่าง แอร์จะแขวนอยู่ปลายเตียง จากห้องนอนเข้าไปด้านในอีก จะเป็นส่วนของครัวแบบเปิด เคาน์เตอร์ครัวโครงการจะให้มาด้วย แบบนี้เลยนะคะ มีซิ้งค์ล้างจานและพื้นที่เตรียมอาหาร ติดกับส่วนครัวจะเป็นพื้นที่โล่ง ก่อนจะออกไปที่ระเบียง ตรงนี้เหมาะกับการวางโต๊ะทานอาหาร อาจจะย้ายโต๊ะทานอาหารตรง Living Area มาวางไว้ตรงนี้ ก็จะได้พื้นที่วางโซฟาใน Living Area เพิ่มขึ้นอีกนะคะ ระเบียงจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่จะค่อนข้างกว้างเลยนะคะ ห้องน้ำจะอยู่ติดกับครัวอีกด้าน การจัดการ Layout ในห้องน้ำ สุขภัณฑ์จะใช้ของ Cotto นะคะ อย่างอ่างล้างหน้าอันนี้ มาพร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว และชั้นวางของอีกนิดหน่อย โถสุขภัณฑ์จะวางอยู่ติดกัน ด้านในสุดจะเป็น Shower Box โครงการติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้เป็นบานเลื่อน 2 ตอน ห้องที่ทางโครงการขายให้ จะเป็นห้องพร้อมชุดครัวและสุขภัณฑ์เท่านั้นนะคะ แต่ถ้าห้องแบบ 1 Bedroom ยังไม่ถูกใจ ห้องแบบ 2 Bedroom อาจจะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่เพิ่งจะสร้างครอบครัวค่ะ หรือถ้าคิดจะลงทุนไว้สำหรับปล่อยเช่า ห้อง 1 Bedroom หรือ Studio ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ ราคาเปิดตัวมาไม่แรง ตกแต่งห้องให้น่าอยู่ซักหน่อย น่าจะหาผู้เช่าได้ไม่ยากเกินไปนัก เพราะอย่างที่บอกว่า ทำเลของโครงการไม่ได้ไกลจากแหล่งงานอุสาหกรรมเลย โอกาสที่จะมีผู้เช่าอย่างต่อเนื่องจึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว สำหรับใครที่สนใจอยากเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่าง หรือดูโครงการจริง ก็สามารถแวะไปที่ Sale Gallery ในซอยสุขุมวิท 70/5 ได้ หรือจะดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.decocondo.com
Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ คอนโดใหม่สไตล์ “Industrial  British Loft” : รีวิวคอนโด

Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ คอนโดใหม่สไตล์ “Industrial British Loft” : รีวิวคอนโด

ด้วยผังรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่อยู่ในแผนการสร้างในช่วง 3-4 ปีนี้ ทำให้หลายๆ ทำเลกำลังเป็นที่น่าจับตามากขึ้น หนึ่งในทำเลที่น่าสนใจคือ ย่านสุขุมวิท-เทพารักษ์ ซึ่งล่าสุดบริษัท ออริจิ้น มหาชน จำกัด เตรียมเปิดตัวโครงการ “Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์” คอนโด High Rise ใหม่ ที่มาพร้อมรับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว - บางกะปิ - สำโรง) ชนิดที่ว่าอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้ากันเลยทีเดียว ว่ากันด้วยเรื่องทำเลที่ตั้งของโครงการ จากถนนสุขุมวิทเลี้ยวเข้าถนนเทพารักษ์มาเกือบๆ 2 กิโลเมตร  ก็จะเห็นพื้นที่ของโครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ ได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ พื้นที่ในย่านนี้อยู่ในแผนการขยายโครงการรถไฟฟ้า โดยล่าสุดมีข่าวว่ามีการเซ็นสัญญาสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองกันไปแล้ว ตามข่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 63 ค่ะ ทำให้เรามั่นใจได้เลยว่า พอโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ เราก็จะได้ใช้รถไฟฟ้าสายนี้แน่ๆ นอกจากนี้โครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ ยังมีจุดเด่นในด้านทำเลที่แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการ แหล่งงานใหญ่ๆ อย่างนิคมอุตสาหกรรม ปู่เจ้าฯ หรือนิคมอุสาหกรรม บางปู รวมไปถึงสถานศึกษาดังๆ อย่าง เซนโยเซฟ ทิพวัล, อัสสัมชัญ สมุทรปราการ และโรงเรียนนานาชาติ ก็อยู่รอบๆ โครงการในรัศมีการเดินทางได้สะดวกทั้งสิ้น บวกกับความที่หน้าโครงการติดกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีทิพวัล) เลย การเดินทางไปไหนมาไหนก็จะสะดวกมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ ต้องบอกว่ารถไฟฟ้าสายสีเหลืองเป็นอีกหนึ่งสายที่จะช่วยให้การเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของกรุงเทพฯ เป็นเรื่องง่ายมากๆ นะคะ เพราะเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะมีต้นสายอยู่ที่ สำโรง ไปจนสุดที่ลาดพร้าว ซึ่งต้นสายก็จะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ในขณะที่ตลอดระยะทางยังเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสายสีน้ำเงิน ได้อีกด้วย จึงทำให้เรามีทางเลือกในการเดินทางได้มากขึ้น ไม่จำกัดอยู่แค่รถไฟฟ้าสายใดสายหนึ่ง ขณะเดียวกันถนนเทพารักษ์เองก็เป็นถนนใหญ่สายสำคัญที่เชื่อมถนนสุขุมวิท ถนนศรีนครินทร์ ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก) ไปออกถนนบางนา-ตราดได้เลยค่ะ การเดินทางด้วยรถส่วนตัวจัดว่าสะดวกมากๆ ด่านขึ้นลงทางด่วนก็อยู่ไม่ไกล หรือถ้าต้องการข้ามมาทางฝั่งพระราม 3 สะพานภูมิพล ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ ช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองไปได้ไม่น้อยเลย “Industrial British Loft” สถาปัตยกรรม ที่สะท้อนความเป็น Kensington “Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์” เปิดตัวมาด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมตอกย้ำความเป็นตัวตนของแบรนด์ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Industrial British Loft ตัวอาคารเป็นตึกสูง 38 ชั้น ออกแบบมาเรียบหรู โดยไม่ทิ้งกลิ่นอายแบบอังกฤษ ภายในโครงการจัดเต็มด้วย Facility ชนิดที่เราคิดไม่ถึงกันเลยค่ะ ว่าทางโครงการจะจัดเตรียมไว้มากขนาดนี้ ขอยกตัวอย่างกันคร่าวๆ ก่อนนะคะ เริ่มที่บริเวณชั้น 1 งานพื้นที่สีเขียว สวนหย่อม สำหรับพักผ่อนก็จัดเต็มกันไปเลย ทั้ง Playground Garden, Backyard Garden และ Panoramic Greenery ติดกับบริเวณ Lobby และ Another Home & Co-Working Space ดังนั้นลูกบ้านจะสามารถมานั่งเล่น นั่นทำงาน ไปท่ามกลางธรรมชาติ ผ่อนคลายไปกับวิวต้นไม้สวยๆ ส่วนบริเวณชั้น 6 จะเป็นจุดที่รวม Facility หลักๆ ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งสระว่ายน้ำขนาดยาวกว่า 30 เมตร พร้อมศาลานั่งเล่น และสวนพักผ่อนขนาดใหญ่ และพื้นที่ของ The Gym Club ฟิตเนสขนาดใหญ่พร้อมเครื่องออกกำลังกายครบครัน ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้นะคะ เพราะทางโครงการยังจัด Double Skyline Roof Garden พร้อม Mini Golf พื้นที่ฝึกพัทกอล์ฟ ไว้บนชั้นดาดฟ้าของอาคารด้วยค่ะ แค่ได้ฟังถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้ เรายังคิดว่า Kensington จัดเต็มมากสำหรับโครงการที่เปิดตัวในราคาเริ่มต้นเพียง 1.09 ล้านบาทเท่านั้น เปิดห้องตัวอย่าง Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ มีห้องให้เลือกด้วยกัน 3 Type ค่ะ เริ่มต้นกันที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 20.5-21.00 ตร.ม. เห็นตัวเลขขนาดห้องแล้วอย่าเพิ่งตกใจนะคะ เพราะห้องตัวอย่างที่ได้เห็น ถูกจัดวาง Layout ไว้ได้ลงตัวมากๆ สามารถอยู่ได้จริง เหมาะกับกลุ่มคนที่เริ่มทำงาน หรือกลุ่มคนที่ต้องการหาที่อยู่ใกล้ที่ทำงานเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางค่ะ มองในอีกมุมถ้าจะซื้อไว้ลงทุนปล่อยห้องเช่าก็น่าสนใจเหมือนกันนะคะ ห้องแบบที่สองที่เราได้ดูกัน เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 23.5 ตร.ม. ค่ะ ห้อง Type นี้มีความคล้ายกับห้อง Type S1 แต่ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า จึงได้พื้นที่ห้องนอนที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น มีผนังกั้นห้องชัดเจน ไม่ใช่แค่ประตูกระจกบานเลื่อนแล้วค่ะ ส่วนห้องแบบสุดท้าย มีชื่อเรียกว่า 1 Bedroom Plus ขนาด 30.5-31.5 ตร.ม. ซึ่งเป็นแบบห้องที่เป็นเอกลักษณ์ของ Origin ก็ว่าได้ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็น​ 1 Bedroom แต่ก็เหมือนได้ห้อง 2 Bedroom ค่ะ เนื่องจากพื้นที่ห้องเล็กที่เพิ่มขึ้นมา เราสามารถเลือกตกแต่งใช้สอยได้ตามความต้องการ ไม่ว่าใช้เป็นห้องทำงาน ห้องแต่งตัว ห้องเก็บของ หรือจะเป็นห้องนอนเล็กอีกห้องก็ยังได้.. แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 30.5-31.5 ตารางเมตร อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า บริษัท ออริจิ้น มีความเชี่ยวชาญ และคร่ำหวอดทำเลในย่าน ลาซาล แบริ่ง เป็นอย่างดี สังเกตุได้จากโครงการที่ผ่านมาของทางบริษัท ที่ล้วนประสบความสำเร็จปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นโครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สามารถมั่นใจได้ในคุณภาพ แถมที่ตั้งโครงการยังอยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีทิพวัล ชนิดลงบันไดสถานีมาก็ถึงหน้าโครงการเลย และเปิดตัวมาในราคาล้านนิดๆ เป็นใครก็ต้องอยากได้ใช่มั้ยคะ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ จะเปิด ​VIP Pre-Sale  วันที่ 17 มิถุนายนนี้ ผู้ที่สนใจเข้าจองในงาน สามารถลงทะเบียนรับบัตรส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท ได้ที่สำนักงานขาย เพื่อใช้เป็นส่วนลดพิเศษในงาน  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 020-300-000 http://Kensington.origin.co.th/thepharak