Tag : condo

816 ผลลัพธ์
Notting Hill Condominium : รีวิวคอนโด

Notting Hill Condominium : รีวิวคอนโด

โครงการ: Notting Hill Condominium (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 1,720,000 บาท บาท/ตารางเมตร 65,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัม ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จุดเด่น คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ใกล้ BTS แบริ่ง จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ - ที่ตั้ง: Notting Hill Condominium (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด 0-3-83 ไร่ ที่ตั้ง ซอยแบริ่ง 1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พิกัดโครงการ 13.658404,100.606181 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS แบริ่ง สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS แบริ่ง BITEC บางนา เซ็นทรัล บางนา Big C ลักษณะโครงการ: Notting Hill Condominium (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน ขนาดห้องที่มี ขนาด 26.23 – 57.48 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 157 ยูนิต ส่วนกลาง: Notting Hill Condominium (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 30% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 32 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 350 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 5 x 15 ม. ห้องออกกำลังกาย พื้นที่ต้อนรับ ที่นั่งเล่น สวนรอบบนดาดฟ้าพร้อมพื้นที่นั่งเล่น ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ระบบ CCTV / Access Card Shutter Service รับส่งลูกบ้าน   เพิ่มเติม: Notting Hill Condominium (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-744-4270 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://nottinghillcondo.origin.co.th/home/ ข้อมูล ณ วันที่ 17 มกราคม 2557
O2 Condo Ploenchit : รีวิวคอนโด

O2 Condo Ploenchit : รีวิวคอนโด

โครงการ: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น ประมาณ 7,000,000 บาท บาท/ตารางเมตร เริ่มต้นประมาณ 140,000 บาท เจ้าของโครงการ Ocean Property Company Limited จุดเด่น คอนโดหรูใจกลางเมือง ใกล้แหล่งธุรกิจ และรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2555 ที่ตั้ง: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด 0-2-89 ไร่ ที่ตั้ง ซอยนายเลิศ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.745091,100.549402 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS เพลินจิต สถานที่สำคัญใกล้เคียง Central Embassy Central ชิดลม Central World สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ สถานฑูตอังกฤษ สถานฑูตสหรัฐ อเมริกา อาคาร Park Ventures อาคารมหาทุน พลาซ่า โรงแรม Novotel เพลินจิต ลักษณะโครงการ: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedrooms ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom 50 – 60 ตารางเมตร 2 Bedrooms 98 – 100 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 7 ชั้น จำนวนห้อง 48 ยูนิต ส่วนกลาง: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 36 คันในช่องจอด หรือประมาณ 75% ไม่รวมซ้อนคัน ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 55 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) ุ600 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ บนชั้นดาดฟ้า สมาชิก Fitness ของโรงแรม Novotel เพลินจิต ฟรี 2 ปี ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 24 : 1 (รวม Service Lift แล้ว) ที่จอดรถประมาณ 36 คันในช่องจอด ที่จอดรถใต้ดิน 2 ชั้น (ประมาณ 75%) Shuttle Service รับส่ง BTS เพลินจิต ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: O2 Condo Ploenchit (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-655-2511 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.o2condo.com/index.php ข้อมูล ณ วันที่ 22 มกราคม 2557
Smart Condo พระราม 2 : รีวิวคอนโด

Smart Condo พระราม 2 : รีวิวคอนโด

โครงการ: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 999,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 40,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น – จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่ ที่ตั้ง: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด 22 - 0 - 98 ไร่ ที่ตั้ง ซอยรักสินพงษ์ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.658446,100.428186 ระบบขนส่งสาธารณะ - สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัล พระราม 2 บิ๊กซี พระราม 2 เทสโก้ โลตัส ตลาดเอกชัย โรงพยาบาลบางมด ลักษณะโครงการ: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี สตูดิโอ 1 ห้องนอน ขนาดห้องที่มี สตูดิโอ ขนาด 24.30 ตร.ม. 1 ห้องนอน ขนาด 28.5 ตร.ม. จำนวนตึก 8 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 2,062 ยูนิต ส่วนกลาง: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 657 คันคิดเป็น 32.33% รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 37% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 20 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 200 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ 3 สระ ระบบคลอรีน สระเด็กขนาด 3.8 x 8 เมตร ลึก 0.6 เมตร สระผู้ใหญ่ 2 สระขนาด 11 x 18 เมตรลึก 1.2 เมตรและขนาด 8 x 17 เมตรลึก 1.5 เมตร ห้องออกกำลังกาย 1 ห้องขนาดใหญ่ มีเครื่องเล่นประมาณ 10 เครื่องและโต๊ะปิงปอง 2 โต๊ะ สวนหย่อมรอบโครงการและระหว่างอาคาร ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 127 : 1 อัตราส่วนลิฟท์ตึก A, B 112:1 อัตราส่วนลิฟท์ตึก C-G 128:1 อัตราส่วนลิฟท์ตึก H 152:1 Service Lift ไม่มี ที่จอดรถ 657 คัน รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 37% ระบบ CCTV 3 จุดต่อชั้นในอาคารพักอาศัย, Club House และ อาคารจอดรถ Access Card   เพิ่มเติม: Smart Condo พระราม 2 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1753 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.prinsiri.com/th/smart/index.php?sec_id=0 ข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2557
Chambers รามอินทรา : รีวิวคอนโด

Chambers รามอินทรา : รีวิวคอนโด

โครงการ: Chambers รามอินทรา (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 2,290,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 54,000 บาท เจ้าของโครงการ SC Asset Public Company Limited จุดเด่น – จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ - ที่ตั้ง: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 4 ไร่ ที่ตั้ง ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนานาว กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.820474,100.662875 ระบบขนส่งสาธารณะ - สถานที่สำคัญใกล้เคียง เดอะ พรอมานาด ช้อปปิ้งมอลล์ ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ อมอรินี่ ช้อปปิ้งมอลล์ เดอะ คริสตัล พาร์ค CDC เฟสติวัล วอล์ค ร้านอาหารช็อคโกแลตวิลล์ โรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล นวมินทร์ โรงเรียนเลิศหล้า โรงเรียนบดินทรเดชา2 โรงเรียนสาธิตพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ลักษณะโครงการ: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedrooms 3 Bedrooms ขนาดห้องที่มี พื้นที่ใช้สอย ขนาด 45-96 ตารางเมตร จำนวนตึก 3 อาคาร จำนวนชั้น 7 ชั้น จำนวนห้อง 152 ยูนิต ส่วนกลาง: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 152 คัน คิดเป็น 100% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 50 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 550 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำยาว 30 เมตร กว้าง 4 เมตร ระบบเกลือ ที่ตึก B ห้องออกกำลังกาย สวนหย่อมรอบโครงการ ลิฟท์โดยสาร 1 ตัวสำหรับอาคาร A และ C / 2 ตัวสำหรับอาคาร B อัตราส่วน 36:1 และ 40:1 ตามลำดับ ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: Chambers รามอินทรา (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1749 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.scasset.com/House/Chambers-Ramintra ข้อมูล ณ วันที่ 6 มีนาคม 2555
Centric อารีย์ : รีวิวคอนโด

Centric อารีย์ : รีวิวคอนโด

ขึ้นรถไฟฟ้า BTS มาที่สถานีอารีย์ แล้วเข้ามาทางซอยอารีย์ 1 ค่อนไปทางซอยราชครู จะเจอโครงการ Centric คอนโคในเครือ SC Asset บนพื้นที่ทั้งหมดแบ่งเป็น 2 อาคาร ตึกแรกเป็นคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น ส่วนตึก Low Rise อยู่ติดทางด้านฝั่งซอยราชครู สูง 8 ชั้น ทั้งสองอาคารถูกออกแบบให้ล้อมรอบต้นก้ามปูเก่าบนที่ดินไว้ ทำให้ตรงนี้เป็น Landmark สำคัญของโครงการเลยก็ว่าได้ ในเรื่องทำเลที่ตั้งนั้นต้องบอกว่า ในย่านอารีย์นี้เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินในอันดับต้นๆ ของกรุงเทพเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่เช้ายันค่ำรับรองว่าท้องไม่หิวแน่ๆ เริ่มกันตั้งแต่ปากซอยอารีย์ซึ่งมีร้านรวงขายอาหารแทบจะทุกประเภท รวมถึง Community Mall อย่าง La Villa ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอีก ก็มีทั้งร้านอาหารดังและซุปเปอร์มาเก็ต ประกอบกับในย่านนี้พรั่งพร้อมไปด้วยอาคารสำนักงานที่ช่วงกลางวันก็มีพนักงานออฟฟิศพลุกพล่านใช้ได้ จึงรับประกันได้ว่าของกินของใช้พื้นฐานสามารถซื้อหาได้ไม่ยากแน่นอน ในส่วนของการเดินทางมายังโครงการ Centric อารีย์นั้น ที่สะดวกที่สุดก็น่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ซึ่งสามารถเลือกเดินเข้ามาทางซอยราชครู (ซอยพหลโยธิน 5) ด้วยระยะทางเพียง 400 เมตรโดยประมาณ หรือเดินเข้าทางซอยอารีย์ก็มีระยะทางเกือบๆ 600 เมตร อาจจะไกลกว่าหน่อย แต่ถ้าคิดว่าเดินไปแวะซื้อของริมทางไปก็คงจะเพลินเหมือนกัน ถ้าขี้เกียจเดินก็สามารถใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ปากซอยอารีย์ได้ ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ต้องเข้าจากทางซอยอารีย์เท่านั้น เพราะถนนหน้าโครงการซึ่งก็คือถนนในซอยอารีย์ 1 เป็นถนน One Way แคบๆ ข้อนี้เลยกลายเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งสำหรับคนใช้รถส่วนตัว ทำให้มีเส้นทางหลีกเลี่ยงปัญหารถติดน้อยหน่อย ถ้าไม่ออกมาทางถนนพหลโยธิน ในซอยสามารถลัดเลาะไปออกถนนพระราม 6 และขึ้นทางด่วนอนุสาวรีย์ได้เช่นกัน เดินทางมาโดยทางด่วนจากแจ้งวัฒนะ ให้วิ่งไปทาง บางนา ดาวคะนอง ไปทางบางนา ดาวคะนอง ไปทางพหลโยธิน ลงทางด่วนทางพหลโยธิน เลี้ยวไปตามทางออกถนนพหลโยธิน วิ่งไปเรื่อยๆผ่านสถาณีรถไฟฟ้า BTS สนามเป้า ผ่านซอย ราชครู มาถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ ให้ขับเลยไปก่อน เลี้ยวเข้าถนนอารีย์ ให้เลี้ยวเข้าซอยแรก ซอยอารีย์ 1 ขับไปเรื่อยๆจะเจอ Centric อารีย์ อยู่ทางซ้าย สำหรับห้องพักนั้น ราคาเริ่มต้นตอนนี้โดดขึ้นไปอยู่ในระดับ 4 ล้านต้นๆ แล้ว ซึ่งจัดว่าเป็นราคาที่สูงมากสำหรับทำเลในย่านนี้ จากห้องตัวอย่างที่มีให้ชมจะเป็นห้องขนาด33 ตรม. แบบ 1 ห้องนอน ซึ่งมีการจัดวาง Lay out ห้องมาใช้ได้เลยทีเดียว ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นมีการจัดสรรพื้นที่ไว้อย่างเป็นสัดส่วน และยังมีห้องครัวแบบปิดอยู่ด้านในสุด ซึ่งมีพื้นที่กว้างพอที่จะไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเกินไป อีกทั้งยังมีหน้าด้านแบบบ้านกระทุ้งเปิดระบายอากาศได้ เสียแต่ห้องแบบนี้ไม่มีระเบียง ทางโครงการเลยออกแบบให้กำแพงด้านหนึ่งของห้องครัวสามารถเปิดออกไปยังส่วนที่ใช้แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ได้ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้นี่เองที่มีการติดตั้งราวตากผ้าเล็กๆ ไว้สำหรับตากผ้า แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันไม่พอใช้ในชีวิตจริงหรอกครับ ส่วนห้องตัวอย่างอีกห้องเป็นแบบ 2 ห้องนอน ขนาดประมาณ 55 ตรม. โดยจะเป็นห้องในลักษณะหน้ากว้าง เปิดเข้ามาจะเจอพื้นส่วนนั่งเล่นติดกับระเบียงเล็กๆ มีมุมวางโต๊ะกินข้าวเล็กๆ อยู่ตรงประตูทางเข้า ถัดเข้ามาค่อยเป็นห้องครัวมีประตูกระจกบานเลื่อน และมีห้องนอนอีก 2 ห้องอยู่ด้านในสุด โดยที่แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัวเรียบร้อย ห้องแบบนี้เหมาะสำหรับครอบครัวเล็กๆ อยู่กันได้สบายๆ ห้องทุกแบบขายกันมาแบบ Fully Furnished นะครับ ชิ้นไหนที่ไม่ได้รวมอยู่ในรายการก็จะมีแปะป้ายบอกไว้ชัดเจน ส่วนชิ้นที่ให้มาพร้อมห้องก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ Built-in สีขาวซะเป็นส่วนใหญ่ เรื่องสุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็เป็นยี่ห้อมาตรฐานครับ แต่หน้าตาสุขภัณฑ์ที่เลือกมาดูไม่สมราคาห้องเท่าไหร่เลย ห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอนครับ ประตูทางเข้าห้องเป็นคันจับสแตนเลสธรรมดา ไม่ได้ใช้ระบบดิจิตอลล็อค เปิดเข้าห้องมาก็เป็นโซนนั่งเล่นก่อนเลย หลังประตูมีชั้นวางของและชั้นวางทีวี Built in มาพร้อมห้อง ห้องนั่งเล่นตกแต่งเสร็จ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้แถมมากับห้องจะมีป้ายกำกับไว้ พื้นที่ของห้องครัว มีหน้าต่างบานกระทุ้งช่วยระบายอากาศ ห้องครัว Built in มาแล้วทั้งตู้เก็บของด้านบนและด้านล่าง ชุดเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันของ Teka ซิงค์ล้างจานเป็นแบบฝังยี่ห้อ Teka เช่นกัน ปลั๊กไฟสามขายี่ห้อ Siement ห้องครัวเป็นแบบครัวปิด มีประตูบานเลื่อนติดตั้งมาเรียบร้อย ประตูกระจกบานเลื่อน รางและวงกบเป็นอลูมิเนียมสีขาว ห้องนอนขนาดค่อนข้างกระทัดรัด วางเตียง 5 ฟุตก็เกือบเต็มห้องแล้ว หน้าต่างห้องนอนเป็นกระจกสูงเกือบเต็มผนัง พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้ง พื้นที่หัวเตียงกว้างพอจะวางตู้เสื้อผ้าได้ และห้องน้ำก็อยู่ในห้องนอนด้วย เครื่องปรับอากาศยี่ห้อ Daikin ที่แถมมาพร้อมห้อง โซนอาบน้ำให้เป็นตู้กระจกบานเลื่อนเข้ามุม ชุดอ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำเป็นของ cotto โถสุขภัณฑ์พร้อมสายฉีดชำระเรียบร้อย ก๊อกน้ำในห้องอาบน้ำ ชุดฝักบัวอาบน้ำ ธรณีประตูห้องน้ำก่อมาให้สูงพอสมควรเลย เวลาเดินควรระวังจะสะดุด ห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน เปิดเข้าห้องมาจะเห็นบริเวณห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับระเบียง ด้านซ้ายมือวางโต๊ะกินข้าวชุด 4 ที่นั่งได้สบายๆ ชุดโซฟาวางไว้ริมประตูระเบียง เปิดรับวิวเขียวๆ จากนอกห้องได้ดี มองจากระเบียงกลับไปจะเห็นพื้นที่มุมกินข้าวได้ชัดขึ้น ห้องครัวเหมือนกับห้องอื่นๆ ห้องครัวเป็นแบบปิด มีประตูกระจกบานเลื่อนช่วยป้องกันกลิ่น ซิงค์ล้างจานแบบฝังเหมือนห้องแบบอื่นๆ ชุดเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควันตามมาตรฐาน ลางเลื่อนประตูห้องครัวเป็นอลูมิเนียมสีขาว บานประตูด้านในสุดของห้องครัว เปิดไปจะเจอราวตากผ้า ซึ่งทางโครงการจัดพื้นที่มาได้ดี มองจากห้องนอนใหญ่ไปจะเห็นบริเวณทางเดินหน้าห้องแบบนี้ ห้องนอนเล็กขนาดค่อนข้างกระทัดรัด หรือจะปรับเปลี่ยนฟังค์ชั่นห้องไว้ใช้ประโยชน์อื่นๆ ก็ได้ ห้องน้ำแบ่งพื้นที่ห้องอาบน้ำไว้ด้วยประตูบานเลื่อน อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ เหมือนกันทั้ง 2 ห้องเล็ก ห้องใหญ่ ชุดโถสุขภัณฑ์หน้าตาแบบนี้ครับ ธรณีห้องน้ำช่วยกั้นพื้นที่ห้องน้ำและระวังไม่ให้พื้นลามิเนตชื้นและบวม หน้าตาสวิตช์ไฟในห้อง หน้าห้องนอนเล็ก มีพื้นที่สำหรับห้องเก็บของ ซึ่งสามารถวางเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ภายใน ภาพนี้จะช่วยให้เห็นจุดเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น ห้องนอนใหญ่วางเตียง 5 ฟุตแล้วเหลือพื้นที่ไม่มากนัก ในห้อง Built in ตู้เสื้อผ้ามาให้ และกำแพงด้านขวามือเป็นพื้นที่ของห้องน้ำ ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ เรื่องของ Facility ส่วนกลางนั้น ทางโครงการจัดเตรียมไว้ ก็เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนหย่อม ห้องสมุด Key Card รักษาความปลอดภัย และรถ Shutter Bus รับส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้า Facility ทั้งหมดมีรวมอยู่ที่อาคารสูง ซึ่งลูกบ้านของทั้ง 2 อาคารต้องมาใช้รวมกันที่นี่ครับ ส่วนเรื่องที่จอดรถนั้นทั้งโครงการมีที่จอดรถคิดเป็น 45% หรือ 235 คัน โดยยังไม่นับรวมการจอดแบบซ้อนคัน ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงแล้วกับจำนวนห้องทั้งหมด 516 ห้อง นั้นรับรองว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการแน่ๆ เพราะลูกบ้านที่ซื้อคอนโดในราคาระดับนี้ เชื่อว่ามีรถกันเกือบทุกห้องแน่ๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นปัญหาใหญ่อยู่พอสมควรในอนาคต นอกจากนี้ในเรื่องของพื้นที่รอบๆ โครงการนั้นมีคอนโดโครงการอื่นๆ ขึ้นอยู่รายล้อมเกือบรอบด้าน ทำให้บังวิวกันมากพอสมควร จะมีก็แต่ฝั่งทางซอยราชครู และด้านหลังโครงการเท่านั้นที่ยังเป็นบ้านพักอาศัยเดิมจึงไม่ค่อยมีปัญหาตึกบังทิศทางแดดและลม แต่จะได้วิวเป็นรถไฟฟ้าแทน วิวแต่ละห้องต้องเลือกกันดีๆ ยิ่งโครงการยังสร้างไม่เสร็จคงต้องอาศัยการจินตนาการ ลองสังเกตุตึกรอบๆ เยอะๆ จะได้พอนึกภาพออกครับ ด้วยราคาต่อตารางเมตรที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 140,000 บาทแล้วในตอนนี้ ทำให้ราคาห้องของ Centric อารีย์ จับต้องยากซักหน่อยสำหรับคนทำงานออฟฟิศทั่วไป และถ้าลองเทียบกับวัสดุต่างๆ ดูไม่ค่อยจะคุ้มค่าคุ้มราคาเท่าที่ควร หน้าตาสุขภัณฑ์ก็น่าจะเลือกเกรดได้ดีและสวยงามกว่านี้อีก จากที่เห็นเลยกลายเป็นว่าราคาห้องของ Centric ดูจะแซงหน้าโครงการอื่นๆ ในย่านเดียวกันไปซักหน่อย ถึงแม้คอนโดในย่านซอยอารีย์จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้วก็ตาม ถ้าจะหวังว่าราคาจะดีดตัวขึ้นสูงไปอีกในเร็ววันนี้คงจะยากหน่อยครับ
Ideo สาธร – ท่าพระ : รีวิวคอนโด

Ideo สาธร – ท่าพระ : รีวิวคอนโด

หนึ่งในโครงการของอนันดา บนถนนราชพฤกษ์ ซึ่งได้รับความสนใจกันมากก็คือ IDEO สาทร-ท่าพระ เพราะอยู่ห่างจาก BTS สถานีโพธินิมิตร (S9) เพียง 320 เมตร และด้วยความที่มีจุดขายเป็น “ห้องขนาดเล็ก” ทำให้ราคาเริ่มต้นจับต้องได้ง่ายขึ้น ด้วยเงื่อนไขข้างต้น ประกอบกับโครงการตั้งอยู่ในทำเลย่านฝั่งธน ซึ่งการเดินทางเข้าสู่กลางเมืองย่านธุรกิจก็จัดว่าสะดวกใช้ได้ จึงนับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว นอกจากข้อดีของทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้ BTS สถานีโพธิ์นิมิตรแล้ว การเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ก็ไม่ยากเท่าไหร่ แค่ในช่วงเวลาเช้าเย็นรถจะติดมากๆ ในเส้นทางเข้าเมือง และถึงแม้ว่าโครงการจะอยู่ติดถนนราชพฤกษ์แบบไม่ต้องเลี้ยวเข้าซอยให้ยุ่งยากอีก แต่เส้นทางจากสะพานตากสินมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่มา ต้องเกาะเลนซ้ายสุด ติดไฟแดงที่แยกวงเวียนใหญ่แล้ววิ่งทางคู่ขนานไปเรื่อยจนถึงหน้าโครงการระยะทางก็ประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น ถ้ารถไม่ติดก็สบายหน่อยครับ อีกอย่างที่ไม่น่ามองข้ามก็คือ ทางเข้า-ออกโครงการที่ตั้งเลยแนวเกาะกลางมาเล็กน้อย การจะเข้าจะออกโครงการจึงต้องอาศัยเส้นทางคู่ขนานเท่านั้น ครั้นจะลักไก่ขึ้นสะพานข้ามแยกวงเวียนใหญ่ แล้วมาหักคอเข้าโครงการตรงจุดสิ้นสุดแนวเกาะกลางก็ใช่ที่ ตอนออกจากโครงการจะฉีกออกขวาสุดขึ้นสะพานข้ามแยกก็เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุไม่แพ้กัน อันนี้ถือเป็นข้อยุ่งยากนิดหน่อยสำหรับคนใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก รอบๆ โครงการถึงจะมีคอนโดอื่นๆ ขึ้นอยู่ใกล้ๆ กัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีร้านค้า ร้านอาหารเยอะตามไปด้วย ที่ใกล้สุดก็เห็นจะเป็น 7-11 ที่อยู่ในระยะเดินแค่อึดใจ และผับอีก 2 แห่งบริเวณหน้าโครงการพอดี แต่ถ้าโครงการสร้างเสร็จ ใต้อาคารก็จะมีร้านสะดวกซื้ออยู่ข้างล่าง จึงนับเป็นข้อดีที่คนอยู่อาศัยไม่ต้องเสียเวลาเดินออกไปไหนไกล แต่ถ้าจะช็อปปิ้ง หาซื้อข้าวของเป็นเรื่องเป็นราวหน่อย ก็มี The Mall ท่าพระ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะอยู่ห่างออกไปแค่ 700 เมตรเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็ต้องอาศัยนั่ง BTS เข้าเมืองไปตามห้างดังแถวสีลม ราชประสงค์ สยาม นู่นเลยแหละ ดังนั้นรอบๆ โครงการจึงค่อนข้างเงียบสงบอยู่พอสมควร เนื่องจากรอบๆ มีคอนโดและบ้านพักอาศัยเป็นหลัก ทีนี้มาถึงตัวโครงการกันบ้าง Ideo สาทร-ท่าพระ เป็นคอนโด High Rise สูง 31 ชั้น ที่อัดแน่นด้วยจำนวนยูนิตมากถึง 1,339 ห้อง ซึ่งจัดว่าหนาแน่นมากๆ มี Facility ส่วนกลางที่ต้องใช้ร่วมกันอยู่อย่างจำกัดอีก มองเผินๆ ก็ดู Facility ที่มีให้จะครบถ้วนดี ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนและลู่วิ่งบนดาดฟ้า แต่ถ้าลองนึกว่าต้องแบ่งกันใช้กับคนอื่นๆ อีกพันกว่าห้องก็ดูว่าน้อยขึ้นมาทันตา ที่จอดรถทางโครงการเตรียมไว้ประมาณ 450 คัน หรือประมาณ 34% ไม่นับรวมจอดซ้อนคัน ซึ่งนับว่าน้อยมากถ้าเทียบกับจำนวนคนอยู่ แต่ก็คงเป็นเพราะกลุ่มลูกค้าหลักของคอนโดแนวนี้คือ คนที่ต้องอาศัยเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก เรื่องที่จอดรถจึงดูเป็นเรื่องรองลงไป ใครที่มีรถส่วนตัวคงต้องพิจารณาเรื่องนี้เพิ่มขึ้นไปอีก ต้องมองเผื่อปัญหาที่จอดรถไม่พอเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ลิฟท์จำนวน 5 ตัว แบ่งเป็นทางปีกขวา 2 ตัว และปีกซ้าย 3 ตัว คาดว่าจะต้องรอกันนานหน่อยในช่วงโมงเร่งด่วนที่ใครๆ ต้องเข้า-ออกในเวลาไล่ๆ กัน มาพูดถึงห้องของ Ideo สาทร-ท่าพระบ้าง ด้วยจุดขายที่เน้นทำห้องขนาดเล็ก ไซส์เริ่มต้นจึงอยู่ที่ 21 ตร.ม. ซึ่งใช้ Layout เดียวกันกับ Ideo Mobi ซึ่งเคยได้รับรางวัล Interior Design จาก ASIA PACIFIC PROPERTY AWARDS เลยมีป้ายการันตีแปะไว้หน้าห้องตัวอย่าง ซึ่งห้องขนาดนี้ดูจะทำอะไรมากไม่ได้ เพราะเปิดเข้ามาก็เจอห้องนอนเลย จะกั้นจะแบ่งพื้นที่เพิ่มคงทำได้ลำบาก เอาแค่เรื่องหาเฟอร์นิเจอร์มาลงก็ต้องคิดกันเยอะหน่อย ไม่งั้นห้องต้องแน่นและรกมากแน่ๆ ส่วนห้องแบบ 1 ห้องนอน ดูจะลงตัวขึ้นมาหน่อยด้วยขนาด 30 ตร.ม. เพราะมีการแบ่งพื้นที่ห้องนอน ห้องนั่งเล่นชัดเจนมากขึ้น โดยห้องครัวอยู่หลังประตูทางเข้า ถัดไปจึงเป็นบริเวณห้องนั่งเล่นติดกระจกริมระเบียง ซึ่งระเบียงของห้องนี้ก็กว้างพอที่จะวางอะไรได้บ้าง โดยที่ทางโครงการมีการออกแบบพื้นที่แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้เป็นที่เป็นทาง จึงดูเรียบร้อยสบายตาดี ส่วนห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 45 ตร.ม. ราคาก็ขยับห่างขึ้นไปมากอีกหน่อย เพราะแค่ราคาเริ่มต้นก็อยู่ที่ 4 ล้านกว่าแล้ว ส่วน Lay out ห้องก็จัดไว้พอดิบพอดี ห้องนอนเล็กก็กระทัดรัดมาก วางเตียง 3.5 ฟุตพร้อมตู้เสื้อผ้าแล้ว ก็พอจะวางโต๊ะทำงานเล็กๆ ได้อีกซักตัวก็เต็มห้องพอดี แต่ถ้าไม่คิดว่าจะอยู่เป็นครอบครัวและใช้ห้องนี้เป็นห้องนอนเด็ก การปรับเปลี่ยนให้ห้องนอนเล็กกลายเป็นห้องทำงานหรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ สำหรับการอยู่อาศัยแบบ 1-2 คน ก็คงทำให้ห้องแบบนี้มีพื้นที่ไม่จำกัดจำเขี่ยเวลาใช้สอยเท่าไรนัก ห้องทั้งหมดขายมาแบบ Fully Fitted มีเฟอร์นิเจอร์แถมมาให้เป็นบางชิ้น ส่วนที่ให้มาเป็นพื้นฐานอยู่แล้วก็คือ พื้นห้องปูลามิเนตหนา 8 มม. พื้นกระเบื้องในห้องน้ำ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ชุดครัวพร้อมอ่างล้างจานสแตนเลส ซึ่งหน้าตาของวัสดุทั้งหมดนี้ไม่ได้ดูหรูหราอะไร ออกจะธรรมดาเกินไปด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะราคาห้องที่เริ่มต้นในเรทที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว วัสดุต่างๆ จึงลดทอนสเปกลงตามไปด้วย แต่ทั้งแบบและคุณภาพวัสดุดูไม่คุ้มค่ากับราคาห้องเท่าที่ควร ยิ่งตอนนี้ราคาห้องปรับขึ้นจนเกือบสุดเพดานแล้ว การซื้อไว้ขายต่อเก็งกำไรจึงทำได้ค่อนข้างยากหน่อย แต่ถ้าจะซื้อไว้อยู่เองเพราะต้องทำงานในระแวกฝั่งธนนี้ หรือเพราะเดินทางสะดวกใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ก็น่าเก็บไปคิดเหมือนกันนะครับ
Bangkok horizon Lazi สาทร – นราธิวาส : รีวิวคอนโด

Bangkok horizon Lazi สาทร – นราธิวาส : รีวิวคอนโด

Bangkok Horizon Lazi โครงการของ CMC ตั้งอยู่ในซอยนราธิวาสฯ 14 ใกล้ BRT สถานีเทคนิคกรุงเทพประมาณ 350 เมตร ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนที่จะช่วยให้การไปต่อรถไฟฟ้า BTS สถานีช่องนนทรี เป็นเรื่องง่ายรองจากการใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัวนั้นสามารถเข้าออกได้ 2 เส้นทางหลักๆ นั่นคือจากซอยนราธิวาสฯ14 และอีกเส้นทางคือจากซอยจันทน์ 16 ซึ่งเส้นทางนี้สามารถเลี่ยงไปออกถนนนางลิ้นจี่ ถนนสาธุประดิษฐ์ และหนีไปขึ้นทางด่วนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ได้ด้วยเช่นกัน ส่วนเส้นทางลัดเลาะตามซอกซอยสำหรับคนในพื้นที่ก็ไปได้หลายทาง แต่ถนนส่วนใหญ่เป็นถนนเล็กๆ แคบๆ เท่านั้น บริเวณรอบๆ โครงการมีร้านค้าในชุมชนอยู่มาก กลางๆ ซอยจันทน์ 16 มีทั้งตลาดสด ร้านขายอาหาร และ7-11 อยู่หลายสาขา หรือจะทะลุไปออกซอยเซนหลุยส์ 3 ของกินก็มีให้เลือกเยอะเหมือนกัน หรือถ้าออกมาทางถนนนราธิวาสฯ ก็มีทั้ง Macro ที่ตั้งอยู่ในระยะที่ยังพอเดินถึง และถ้าจะเลยไปจับจ่ายที่ Lotus หรือเซนทรัลพระราม 3 ก็ต้องนั่งรถออกไปทางถนนสาธุประดิษฐ์ นอกจากนี้ยังมีร้านนั่ง Hang out บนถนนนราธิวาสฯ อีกหลายร้านให้เลือกแวะมานั่งเล่นได้ในช่วงค่ำๆ ส่วนช่วงเช้า-เย็นการจราจรบนถนนนราธิวาสฯ-สาทรติดเอาเรื่องเหมือนกัน จึงต้องทำใจเผื่อเวลาเดินทางไปทำงานกันให้ดีๆ เพราะอาคารสำนักงานใหญ่ๆ บนถนนสาทรมีมาก แถมในรัศมีรอบๆ บริเวณนี้ยังมีโรงเรียน สถานศึกษารวมกันอยู่อีกหลายแห่ง ต่อให้มีถนนเลี่ยงออกได้หลายเส้นทางแต่ก็หนีไม่พ้นรถติดในชั่วโมงเร่งด่วน อยู่ดี เรื่องนี้จึงนับเป็นจุดด้อยอย่างหนึ่งที่ต้องทำใจยอมรับให้ได้ รวมถึงทางเข้าออกในซอยก็เป็นถนนแคบและมีรถจอดริมทางเยอะ ทำให้การจราจรไม่คล่องตัวเท่าไหร่ ดูพื้นที่รอบๆ ไปแล้ว คราวนี้ก็ต้องมาดูห้องตัวอย่างกันบ้าง ซึ่งทางโครงการออกแบบมาพอใช้ได้ ด้วยจำนวนห้องทั้งหมด 268 ยูนิตในอาคารสูง 24 ชั้น เริ่มจากห้องแบบ 1 ห้องนอน แบบแรก เปิดเข้ามาเจอส่วนห้องนั่งเล่นก่อน โดยที่โซฟาตั้งชิดกำแพงห้องน้ำแล้วยังเหลือพื้นที่ว่างระหว่างดูทีวีไม่มาก เฟอร์นิเจอร์ที่วางมาดูไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ พื้นที่ห้องจึงดูจำกัดจำเขี่ย มีมุมเว้าแปลกๆ เยอะ ให้ความรู้สึกอึดอัดในการใช้งานนิดหน่อย ส่วนห้องอีกแบบที่เป็น 1 ห้องนอนเหมือนกันแต่มีการจัด Lay out ห้องที่ต่างกัน เพิ่มตัวเลือกให้ตอบโจทย์กับ Life Style ที่ต่างกัน ห้องแบบที่ 2 เปิดเข้าห้องมาจะเจอห้องครัวก่อนเป็นอันดับแรก โดยมีมุมหนึ่งถูกจัดเป็นโต๊ะกินข้าวแบบเคาน์เตอร์หันหน้าเข้ากำแพง ผ่านประตูห้องครัวเข้าไปแล้วจะเป็นห้องนั่งเล่น และห้องนอนที่ด้านในสุด ห้องแบบนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนพื้นที่ในห้องนอนกว้างขึ้น เพราะมีห้องน้ำอยู่ในตัว และพื้นที่ด้านหน้าห้องน้ำสามารถวางตู้เสื้อผ้า และใช้เป็นมุมแต่งตัวได้สะดวกกว่าห้องแบบแรก ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทางโครงการมีระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Key Card และลิฟท์แบบล็อคชั้น รวมถึงระบบ Video Door Phone และประตูล็อคดิจิตอลก็มีมาครบเครื่องมากๆ นอกจากนี้ก็ยังมี Facility ขั้นพื้นฐานอย่าง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องสมุด และสวนหย่อมกระจายไปตามชั้นต่างๆ ส่วนที่แถมเพิ่มเติมมากกว่าโครงการอื่นๆ หน่อยก็คือ Game Room และ Golf Simulator ซึ่งก็ต้องรอดูว่าของจริงจะเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนที่เรื่องที่จอดรถนับว่าจัดสรรมาให้มากอยู่เหมือนกัน เพราะมีที่จอดรถคิดเป็น 60% เลยทีเดียว ทำให้คนที่ใช้รถส่วนตัวลดปัญหาเรื่องหาที่จอดรถลงไปได้ ถึงแม้ตัวโครงการจะตั้งอยู่ใกล้ย่านธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพ และมีอาคารสำนักงานใหญ่ๆ ในบริเวณใกล้เคียงอีกมาก แต่ถนนหนทางแถวนี้ก็มีการจราจรที่ติดหนักเอาการ ส่วนเส้นทางเข้าออกโครงการก็เป็นถนนแคบๆ ให้รถวิ่งสวนกันแค่ 2 เลนส์ ในขณะที่มีรถจอดอยู่ริมถนนเต็มเกือบจะตลอดทั้งแนว ทำให้เส้นทางเข้าออกค่อนข้างติดขัด สภาพแวดล้อมรอบๆ เป็นชุมชนที่อยู่กันมานาน ทัศนียภาพอาจไม่สวยงาม ดูไม่น่ามองนัก แต่ถ้าคนที่ทำงานใกล้ๆ แถวนี้ ไม่ติดขัดเรื่องการเดินทางที่ต้องขึ้น BRT ไปต่อรถไฟฟ้า BTS หรือต้องนั่งรถหลายๆ ต่อ Bangkok Horizon Lazi ก็พอจะอยู่ในเกณฑ์ที่เอามาพิจารณาได้เหมือนกัน
B-Loft สุขุมวิท 115 : รีวิวคอนโด

B-Loft สุขุมวิท 115 : รีวิวคอนโด

เลยมาดูคอนโดในแนวรถไฟฟ้าในอนาคตกันบ้างกับ B-Loft สุขุมวิท 115 ในเครือ Origin อีกเช่นเคย ซึ่งตัวโครงการมีความเหมือนกับ B-Loft ในซอยสุขุมวิท 109 อยู่มาก ทั้งเรื่องขนาดห้อง และ Lay out ห้อง และยังใช้สำนักงานขายเดียวกันด้วย ตัวตึกเป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น ดังนั้นภาพในห้องตัวอย่างของ 2 โครงการนี้จึงเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน ขนาดห้องของ B-Loft สุขุมวิท 115 จะเริ่มต้นที่ 25 ตร.ม. ปลายๆ ไปจนถึงขนาด 33 ตร.ม. และมีห้องขนาดพิเศษที่ 44 ตร.ม. ซึ่งมีเพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ในส่วนของห้องพักทั้งหมดขายกันมาแบบห้องเปล่าๆ พร้อมสุขภัณฑ์มาตรฐาน Cotto เรื่อง Facility ส่วนกลางก็มีมาให้ครบทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวน แต่มีขนาดเล็กและมีพื้นที่จำกัดจนดูเหมือนจะไม่สามารถใช้งานได้จริงตามสไตล์ Origin เลย เรื่องสาธารณูปโภคอื่นๆ ตามที่คุยคิดว่าพอโครงการสร้างเสร็จน่าจะมี Shutter Bus ให้บริการรับส่งถึงรถไฟฟ้าด้วย ยังไงก็ต้องรอดูกันอีกที และที่ดูแล้วน่าจะติดขัดอีกเรื่องก็คือเรื่องที่จอดรถ ซึ่งทางโครงการจัดไว้เพียง 35% เท่านั้น จนคิดว่าไม่น่าจะเพียงพอต่อจำนวนลูกบ้านที่จะเข้าอาศัยอยู่ เรื่องขนาดและคุณภาพห้องในระดับราคาเริ่มต้นที่หลักครึ่งแสนต่อตารางเมตรของโครงการ B-Loft ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ครับ แต่สำหรับการมองเผื่อลงทุนคงต้องวิเคราะห์กันเยอะๆ หน่อย เพราะยังไม่แน่ใจว่าพื้นที่ว่างๆ ในซอยจะมีโครงการอื่นขึ้นอีกมั้ย ในเบื้องต้นเรื่องวิวทิวทัศน์รอบๆ โครงการจึงไม่ใช่เรื่องน่าห่วงนัก เรื่องทำเลที่ตั้งถ้าเป็นปัจจุบันอาจจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไม่สะดวกนัก เพราะรถไฟฟ้า BTS หมดระยะที่สถานีแบริ่งเท่านั้น ยังต้องอาศัยการต่อรถมาอีกเกือบ 4 กิโลเมตรกว่าจะถึงปากซอยสุขุมวิท 115 แต่ถ้าในอนาคตที่รถไฟฟ้าเปิดใช้งานถึงสถานีปู่เจ้าแล้ว คนที่ไม่มีรถส่วนตัวคงเดินทางได้สะดวกขึ้นแน่นอน จากปากซอยสุขุมวิท 115 เข้ามาอีก400 เมตรถึงจะถึงตัวโครงการซึ่งตั้งอยู่ในซอยอภิชาติ 3 อีกที ถ้าไม่อยากเดินบริเวณปากซอยมีพี่วินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการอยู่ ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัวนั้น มีทั้งเส้นทางในซอยที่ไปออกถนนเทพารักษ์ได้ ถนนสุขุมวิทเส้นทางสายหลักไปออกบางนา หรือจะอาศัยเส้นทางถนนวงแหวน หรือเลี่ยงมาใช้สะพานภูมิพลเข้าเมืองก็สะดวกใช้ได้ พื้นที่โดยรอบโครงการเงียบมากๆ และยังเป็นซอยตัน ตอนกลางคืนจัดว่าเปลี่ยวเอาเรื่องอยู่ ไม่เหมาะกับการเดินเข้าซอยตัวคนเดียวเลย ในระยะเดินถึงไม่มีร้านค้าร้านอาหารให้พึ่งพาได้เลย ต้องออกไปแถวๆ ตลาดสำโรง หรือ อิมพีเรียล ถึงจะอุดมสมบูรณ์หน่อย แต่ถ้าต้องการเดินห้างช๊อปปิ้งก็ต้องเลยไปถึงเซ็นทรัลบางนา หรือเมกะบางนานู่นแน่ะ เรื่องความเจริญของพื้นที่รอบๆ คงต้องรอดูหลังจากรถไฟฟ้าเปิดใช้บริการถึงสถานีปู่เจ้าแล้ว ถึงจะรู้ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน
Elio Del Ray สุขุมวิท 66/1 : รีวิวคอนโด

Elio Del Ray สุขุมวิท 66/1 : รีวิวคอนโด

ผ่านมาแถวสุขุมวิทมาดูโครงการยักษ์ใหญ่ในเครืออนันดากันบ้าง เข้าไปในซอยสุขุมวิท 66/1 มาประมาณ 600 เมตรจะเจอกับโครงการ Elio Del Ray ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 16 ไร่ กินพื้นที่ไปถึงซอยสุขุมวิท 64 ดังนั้นจึงสามารถเข้าออกได้ 2 ทาง รวมถึงสามารถเลือกลงรถไฟฟ้าได้ 2 สถานีเช่นกัน ทั้งสถานีอุดมสุข (ซอยสุขุมวิท 66/1) และสถานีปุณณวิถี (ซอยสุขุมวิท 64) ซึ่งรถไฟฟ้าอยู่ปากซอยเหมือนกัน ลงมาปุ๊ปก็ต่อวินมอเตอร์ไซค์ได้ปั๊ป แต่ช่วงเช้า-เย็นปากซอยสุขุมวิท 64 อาจจะติดขัดมากกว่าหน่อย เพราะมีโรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงคโปร์ตั้งอยู่ปากซอย และในซอยยังมีโรงเรียนพิพัฒนาอีกแห่ง รับรองว่ารถในซอยติดใช่เล่นแน่ๆ ทางด้านซอยสุขุมวิท 66/1 ถึงแม้ว่าจะไม่มีโรงเรียนในซอย แต่ถนนค่อนข้างแคบหน่อย ดีที่ปากซอยมีโชว์รูมฮอนด้า และปั๊มน้ำมันเชลล์ บริเวณนี้จึงมีร้านค้า แผงลอยมากกว่า ฝั่งตรงข้ามยังเป็นตลาดอุดมสุขอีก อาหารการกินแถวนี้จึงอุดมสมบูรณ์กว่ามาก ถ้าใครอาศัยเดินทางด้วยรถส่วนตัวการเดินทาง เส้นทางในซอยสุขุมวิท 64 ยังสามารถลัดเลาะไปขึ้นทางด่วนที่แยกบางนา และสุขุมวิท 62 ได้ด้วยเหมือนกัน สำหรับใครที่ไม่ใช้รถส่วนตัว ทางโครงการก็มี Shuttle Bus ส่งถึงรถไฟฟ้าอีก จึงนับว่าสะดวกใช้ได้ จากซอยแบริ่งให้ตรงไปทางบางนา ขับไปทางถนนพระโขนง ขับเรื่อยๆไปทางพระโขนง เมื่อเจอสามแยกให้ขับตรงไป จนมาเจอสถาณีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุข ให้ขับต่อไปยังสถาณีรถไฟฟ้า BTS ปุณวิถี จากสถาณีรถไฟฟ้า ปุณวีถี ให้เข้าซอยสุขุมวิท 62 ปากซอยจะมีรถมอเตอร์ไซด์อยู่ทางซ้าย เข้ามาจะเจอคอนโด The Link และคอนโด May Fair ให้ไปทางซ้ายตามถนน จะเจอโครงการ Elio Del Ray อยู่ทางขวา โครงการ Elio Del Ray สามารถเข้าออกได้สองทาง อีกทางคือสุขุมวิท 66/1 ปากซอยสุขุมวิท 66/1 จะมีร้านค้ามากมาย ปากซอยสุขุมวิท 66/1 จะมีสถาณีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุข สำหรับสภาพแวดล้อมรอบโครงการ ยังมีบ้านของชาวบ้านในแนวราบอาศัยอยู่มาก ด้านหลังโครงการติดกับทางด่วน พื้นที่ติดกันด้านหนึ่งเป็นโรงเรียนพูนสิน และเนื่องจากข้อบังคับของกฏหมายการใช้ที่ดิน แถวนี้จึงไม่อาคารสูงขึ้นมาบังแน่นอน บรรยากาศข้างในโครงการจึงเงียบสงบใช้ได้เลยเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยจริง เว้นแต่ตึกด้านในสุดที่ติดกับทางด่วนที่ต้องลุ้นหน่อยว่า เสียงรถวิ่งบนทางด่วนจะรบกวนมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการยังถูกจัดสรรไว้อย่างเต็มที่ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายของโครงการนี้ ด้วยพื้นที่ใช้สอยกว่า 5,000 ตร.ม. แบ่งเป็น สระว่ายน้ำฟรีฟอร์มขนาดใหญ่ 2 สระ ฟิตเนส ลู่วิ่งรอบสระว่ายน้ำ สวน และร้านสะดวกซื้อที่บริเวณตึก A โดยพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วยอาคารอยู่อาศัยทั้งหมด 8 ตึก แต่ละตึกสูง 8 ชั้น แต่มีจำนวนยูนิตไม่เท่ากัน รวมทั้งโครงการแล้วก็มีทั้งหมด 1,630 ยูนิต โดยส่วนของที่อยู่อาศัยเป็นพื้นที่ชั้น 2-8 ส่วนชั้นล่างและพื้นที่ตามแนวกำแพงรอบโครงการจัดสรรเป็นพื้นที่จอดรถคิดเป็น 30% ของพื้นที่ทั้งหมด ที่จอดรถดูแล้วอาจจะน้อยไปหน่อย ไม่รู้ว่าถ้าเข้าอยู่กันครบทุกยูนิตแล้วจะมีปัญหาเรื่องที่จอดรถหรือเปล่า อันนี้ต้องลองคิดเผื่อไว้บ้าง ส่วนห้องพักแบ่งออกเป็น 3 แบบหลักๆ เริ่มจากห้องแบบ Studio ขนาด 24 ตร.ม. ซึ่งกระทัดรัดเหมาะกับการอยู่คนเดียวมากกว่า เพราะพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัด วางโต๊ะ ตู้ เตียง โซฟา ก็เกือบจะเต็มพื้นที่แล้ว ห้องใหญ่ขึ้นมาหน่อยเป็นแบบ 1 ห้องนอน ขนาดเริ่มต้นที่ 26 ตร.ม. ไปจนถึง 34 ตร.ม. จากห้องตัวอย่างที่มีให้ดูห้องแรกเป็นขนาด 26 ตร.ม. เปิดเข้ามาปุ๊ปก็เจอห้องนอนเลย ไม่ได้มีการกั้นพื้นที่ห้องนอนไว้แบบชัดเจนนัก แค่แยกพื้นที่ห้องครัวออกไปไว้ด้านเดียวกับห้องน้ำและระเบียง ต่างจากห้องตัวอย่างขนาด 34 ตร.ม. ที่เปิดเข้าห้องมาจะเจอห้องนั่งเล่นก่อน และห้องนอนจะถูกแยกไว้เป็นสัดส่วนมากกว่า แต่ก็แลกกับพื้นที่ห้องครัวที่ถูกย่อขนาดให้เล็กลง และย้ายไปไว้ตรงประตูทางเข้าแทน อันนี้ก็แล้วแต่ Life style ว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน ห้องตัวอย่างแบบ A1 ขนาดกำลังกระทัดรัด ห้องทุกห้องแต่งมาแบบ Full Furnish แถมอะไรให้บ้างก็ดูตามป้ายในน้องได้เลย ประตูคันโยกแบบสแตนเลสพร้อมตัวล็อกแบบธรรมดา เปิดเข้าห้องมาก็เห็นเตียงนอนเลยทันที ก่อนถึงเตียงนอนยังมีพื้นที่ว่างพอสำหรับจัดเป็นมุมนั่งเล่นดูทีวี เฟอร์นิเจอร์ในห้องตัวอย่าง ชิ้นไหนที่ไม่ได้แถมมากับห้องจะมีป้ายติดกำกับไว้ชัดเจน ชุดโซฟาจัดไว้เข้ามุม ทำให้มีระยะห่างสำหรับดูทีวีพอสมควร เฟอร์นิเจอร์ในห้องเลือกใช้แบบ multi-function ของ SB Furniture ชั้นวางทีวีออกแบบมาเพื่อพื้นที่จำกัดในคอนโด สามารถกางออกเป็นโต๊ะกินข้าวหรือพับเก็บได้ง่ายเมื่อไม่ใช้งาน โต๊ะกลางดีไซน์เรียบๆ ที่สามารถใช้งานได้จริง โต๊ะกลางหน้าชุดโซฟาดีไซน์เก๋ๆ สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ Pantry เล็กๆ หลังประตูทางเข้าห้อง สำหรับเตรียมอาหารเล็กๆ น้อยๆ ถึงพื้นที่จะเล็ก แต่ก็ Built in ชั้นวางของและเว้นที่ไว้วาวตู้เสื้อผ้าให้ด้วย ซิงค์ล้างจานสแตนเลสขนาดพอให้ล้างจานชามได้เล็กๆ น้อยๆ คัตเอาท์ยี่ห้อ Schneider ติดตั้งไว้สูงติดเพดานห้องเลย สวิตช์ไฟดีไซน์เรียบๆ ของ Schneider ในห้องน้ำปูกระเบื้องในโทนสีเทา และ Built-in ช่องวางของมาให้ด้วย ในห้องน้ำถึงจะแยกส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ ไม่ได้มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ Cotto อ่างล้างหน้าของ Prema ที่พื้นที่วางของได้อีกเล็กน้อย พัดลมระบายอากาศภายในห้องน้ำ ประตูระเบียงเป็นกระจกบานเลื่อน ด้านที่แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ติดระแนงไม้บังตาไว้อีกชั้น ไปดูห้องตัวอย่างแบบ B1-M กันบ้าง เฟอร์นิเจอร์ที่แถมมากับห้องมีหน้าตาตามนี้ครับ เปิดประตูเข้าห้องมาจะเห็นห้องนอนก่อน เพราะไม่มีการกั้นห้องไว้ให้ ระหว่างมุมนั่งเล่นกับเตียงนอน มีที่เหลือพอให้ตั้งโต๊ะกินข้าวขนาด 2 ที่ได้อีกชุด มุมนั่งเล่นอยู่ด้านหน้าสุด วางโซฟาชิดประตูทางเข้าห้องเลย ชั้นวางทีวีให้มาพร้อมห้อง วางเข้ามุมไว้หลังประตูทางเข้าเลย ขวามือจากชั้นวางทีวีเป็นทางเข้าห้องครัว และห้องน้ำครับ หน้าประตูห้องครัววางโต๊ะเครื่องแป้ง และตู้เสื้อผ้าไว้ในแนวเดียวกัน เตียงนอนมีลิ้นชักเก็บของด้านล่าง โต๊ะกลางหน้าโซฟา สามารถเปิดขึ้นมาเก็บของด้านในได้ หน้าห้องน้ำเพิ่มพื้นที่เก็บของด้วยตู้สูงเกือบติดเพดาน มองจากด้านในห้องออกมาที่ประตูจะเห็นภาพรวมในห้องชัดขึ้น มองจากมุมนี้จะเห็นพื้นที่เชื่อมต่อส่วนต่างๆ ของห้องชัดเจนขึ้น ห้องครัวติดริมระเบียง เคาน์เตอร์ครัวเว้นที่ไว้วางเครื่องซักผ้า และมีที่วางตู้เย็นไว้ด้านในสุดติดประตูระเบียง เหนือเคาน์เตอร์ครัวมีชั้นวางของและช่องวางไมโครเวฟ ซิงค์ล้างจานสแตนเลส พื้นที่ระเบียงเล็กๆ แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ด้านบน ประตูระเบียงเป็นกระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีเงินธรรมดา ธรณีระเบียงก่อไว้สูงเหมือนกัน เดินเข้าไปดูห้องน้ำกันบ้าง บริเวณอ่างล้างหน้า เจาะช่องไว้วางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ พื้นที่ส่วนอาบน้ำติดรางผ้าม่านป้องกันน้ำกระเด็นเลอะเทอะ พื้นที่ติดตั้งโถสุขภัณฑ์ทำมาเป็นช่องเกือบพอดีตัว เวลาใช้งานอาจจะอึดอัดบ้าง หัวก๊อกที่อ่างล้างหน้า ธรณีห้องน้ำเป็นหินเทียม ก่อมาสูงเหมือนกันเวลาเดินต้องระวังสะดุดหน่อยครับ สวิตช์ไฟมาตรฐานคอนโดทั่วไปของ Schneider ไปดูห้องตัวอย่างแบบ D1 กันบ้าง เปิดประตูเข้าห้องมายืนที่บริเวณครัวจะเห็นโซนนั่งเล่นตามภาพครับ หมุนตัวกลับไปก็จะเห็น Pantry ครัวเล็กๆ ตรงประตูทางเข้าแบบนี้ครับ หลังประตูทางเข้า Built-in ตู้เก็บของไว้ให้ด้วย เข้ามาดูในห้องนอนกันบ้าง นอกจากเตียงขนาด 5 ฟุตแล้ว ริมหน้าต่างยังวาง Day Bed ไว้อีกตัว ใต้เตียงมีลิ้นชัก ทำให้มีพื้นที่เก็บของมากขึ้น อีกฝากห้องวางตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ และมีมุมแต่งตัวเล็กๆ ข้างหัวเตียงอีก พื้นที่ปลายเตียงเหลือไม่มาก จึงต้องแขวนทีวีติดผนัง ฟังค์ชั่นในห้องน้ำเหมือนกันกับห้องอื่นๆ พื้นที่อาบน้ำต้องติดม่านพลาสติกเพิ่มเอง พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ห้องน้ำปูกระเบื้อง และก่อธรณีประตูด้วยหินเทียม สำหรับห้องแบบแบบสุดท้าย ซึ่งไม่มีห้องตัวอย่างโชว์ไว้ก็คือ ห้องใหญ่แบบ 2 ห้องนอน ซึ่งมีพื้นที่ 44 ตร.ม. ดู Lay out จากแบบแปลนแล้วก็ถือว่าจัดได้ลงตัวดีทีเดียว ห้องทุกห้องของโครงการ Elio Del Ray ขายมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบเซ็ทตามแบบห้องตัวอย่างเป๊ะ ซึ่งทางโครงการเลือกใช้ SB Furniture ทั้งหมด และแต่ละชิ้นที่เลือกมาก็มีจุดเด่นของการใช้งานได้แบบ Multi-Function เฟอร์นิเจอร์หนึ่งชิ้นสามารถใช้งานได้หลายประโยชน์เหมาะกับคอนโดที่มีพื้นที่ขนาดจำกัด ส่วนวัสดุสุขภัณฑ์อื่นๆ ก็เลือกใช้ของได้มาตรฐาน ถ้าเทียบราคาต่อตารางเมตรกับโครงการอื่นๆ ก็จัดได้ว่าคุ้มค่าอยู่ไม่น้อย เพราะของที่แถมมาให้นอกจากจะหน้าตาดูดีสวยงามแล้วยังใช้สอยได้จริงด้วย ถ้าพูดกันถึงทำเลในแถบสุขุมวิท โครงการ Elio Del Ray ถือว่ามีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยสำหรับคนที่อยากได้ Facility ส่วนกลางเต็มที่ เพราะเค้าจัดมาเยอะจริง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ โครงการนี้ดูจะเหมาะดีจะได้มีกิจกรรมทำช่วงวันหยุด ส่วนเรื่องทำเลที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในซอยถึง 600-700 เมตร นั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีปุณวิถีต่อรถจากปากซอยสุขุมวิท 64 ก็จะสะดวกหน่อยเพราะระยะทางสั้นกว่า อีกอย่างทางเข้า-ออกโครงการก็อยู่ค่อนไปทางฝั่งซอยสุขุมวิท 64 ด้วย แต่ช่วงเช้า-เย็นในซอยนี้รถน่าจะติดมาก ไหนจะทั้งโรงเรียน และโครงการอื่นๆ ในซอยอีก รับรองว่าการจารจรหนาแน่นมากอย่างเลี่ยงได้ยาก อย่างไรก็ดีในโซนใกล้ๆ นี้ก็ยังมีอีกหลายโครงการ ในหลายระดับราคาให้เปรียบเทียบความคุ้มค่ากันอยู่ แนะนำว่าให้ลองเข้าไปดูด้วยตัวเองน่าจะเห็นบรรยากาศได้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ ส่วนใครที่อยากได้บทสรุปเรื่องการลงทุนเราก็เตรียมไว้ให้แล้วเช่นกัน
B-Republic สุขุมวิท 101/1 : รีวิวคอนโด

B-Republic สุขุมวิท 101/1 : รีวิวคอนโด

B Republic เป็นอีกหนึ่งโครงการในเครือ Origin ซึ่งขยับทำเลเข้ามาใกล้เมืองมากขึ้น และยังคงพยายามเกาะเส้นทางรถไฟฟ้า BTS อยู่ แต่ถ้าให้พูดกันตามจริงแล้วที่ตั้งโครงการก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์คนที่ต้องการคอนโดอาศัยใกล้รถไฟฟ้าเท่าไรนัก ทั้งในเรื่องระยะทางจากปากซอยสุขุมวิท 101/1 ที่ต้องเข้ามาลึกกว่า 1.5 กิโลเมตร และด้วยตำแหน่งของซอยที่ยังตั้งอยู่ระหว่างกลางของสถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถีและอุดมสุข การชูข้อดีของโครงการว่าตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS 2 สถานีจึงฟังดูอิหลักอิเหลื่อยังไงชอบกล ไม่ว่าจะเลือกลงรถไฟฟ้าที่สถานีไหนก็ยังไม่อยู่ในระยะที่เดินถึงแบบสบายๆ เลยซักอันเดียว ยังไงก็ต้องต่อรถมอเตอร์ไซค์ หรือรถกะป๊อเข้าซอยอยู่ดี จริงๆ ทางโครงการก็น่าจะเข้าใจในจุดนี้ดีอยู่แล้ว จึงมีการหาทางออกด้วยการจัด Shutter Bus รับส่งลูกบ้านไว้ด้วย แต่ถ้าพูดถึงการเดินทางด้วยรถส่วนตัว ในซอยนี้สามารถลัดเลาะทะลุได้หลายซอยมากๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนศรีนครินทร์ อ่อนนุช และซอยอุดมสุข จะบอกว่าการเดินทางสะดวกก็ยังก้ำกึ่งอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของอาหารการกินในย่านนี้ รับรองว่าไม่ขาดแคลน ก่อนถึงหน้าโครงการซัก 300 เมตร จะมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายยา แม้แต่หน้าโครงการเองก็มีร้านอาหารให้เลือกฝากท้องแล้ว หรือถ้าอยากจะหาซื้อของสด ขยับมาทางปากซอยอีกหน่อยห่างจากโครงการประมาณ 600 เมตร จะเป็นคลังอาหารของแถบนี้ เพราะมีทั้งตลาดสด ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ห้างทอง ร้านอัดรูป ธนาคาร คลินิค และอีกมากมายเท่าที่ชุมชนใหญ่ๆ ที่มีคนอาศัยอยู่มากๆ จะมีได้ รอบที่ตั้งโครงการเป็นที่พักอาศัยในแนวราบซะส่วนใหญ่ ไม่มีตึกสูงในระดับเดียวกับบังมุมกัน ติดตรงที่ถนนหน้าโครงการหดเหลือแค่ 2 เลน ต่างจากถนนช่วงตั้งแต่ปากซอยเข้ามาที่เป็นถนน 4 เลน และตรงข้ามโครงการมีปั้มน้ำมัน Cosmo ตั้งเผชิญหน้ากันอยู่ ถนนทางเข้าออกตรงนี้น่าจะมีรถมากอยู่เหมือนกัน ทั้งรถที่สัญจรในซอย และรถที่ต้องรอจังหวะเข้า-ออกปั้มอีก และในวันที่มีตลาดนัดข้างๆ โครงการอีก รับรองว่าการจารจรวุ่นวายใช้ได้เลยทีเดียว สำหรับการออกแบบตัวโครงการเองทำออกมาได้กลางๆ ไม่ได้โดดเด่นมาก ส่วนพักอาศัยแบ่งออกเป็น 2 อาคาร และมี Facility ส่วนกลางเป็นสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางระหว่างตึก A และตึก B ส่วนฟิตเนสและห้องอาบน้ำจะอยู่ตึก B บนดาดฟ้าทั้ง 2 ตึกจะแบ่งพื้นที่ทำเป็นสวนลอยฟ้า สำหรับแบบห้องนั้นมีให้เลือกทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน โดยขนาดเล็กสุดอยู่ที่เกือบๆ 24 ตร.ม. และมีขนาดประมาณ 33 ตร.ม. เป็นห้องใหญ่สุดของแบบ 1 ห้องนอน ส่วนแบบ 2 ห้องนอน จะมีขนาด 37.7 – 50.8 ตร.ม. ห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายเตรียมไว้ที่ 28 ตร.ม. โดยประมาณ ถือว่าวาง Lay out ห้องไว้ได้ดีทีเดียว เพราะสัดส่วนการใช้งานดูลงตัว และใช้สอยได้จริง อีกทั้งยังมีพื้นที่กว้างพอที่จะไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเกินไป แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าห้องจริงจะเหมือนตามห้องตัวอย่างแค่ไหน ครัวในห้องเป็นแบบครัวปิด มีประตูกระจกบานเลื่อนเรียบร้อย มีเฟอร์นิเจอร์ Build in ให้มาพร้อมห้องด้วย ทั้งชุดครัว ตู้ เตียง ส่วนวัสดุ สุขภัณฑ์ที่เลือกใช้ก็เป็นตามมาตรฐานไม่ได้ฟู่ฟ่าชวนเตะตามากเท่าไหร่ แต่ก็สามารถใช้งานได้จริง ในขณะที่ห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 50 ตร.ม. มีลักษณะเป็นห้องแบบ Combine ดังนั้น Lay out ห้องจึงเหมือนเอาห้อง 1 ห้องนอนมาต่อกัน จึงได้ห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำไปในตัว โดยรวมแล้วโครงการ B Republic ถือว่าไม่ได้โดดเด่นเท่าไหร่ในทำเลแถบนี้ ถ้าคิดว่าอยากจะได้คอนโดใกล้รถไฟฟ้าจริงๆ โครงการอื่นคงได้เปรียบกว่าเยอะ แต่ถ้าพิจารณาในเรื่องราคาประกอบด้วยแล้ว ก็ต้องถือว่าทำเลนี้อยู่ในระดับกลางๆ ราคาไม่สูงจนเกินเอื้อม ซึ่งต้องแลกกับการเดินทางเข้าซอยที่ลึกพอสมควร นอกจากเหตุผลเรื่องราคาแล้ว เรื่องอื่นๆ ยังมองไม่เห็นจุดเด่นที่จะทำให้โครงการนี้เป็นตัวเลือกในระดับต้นๆ ของแนวสุขุมวิทได้เท่าไหร่ ต้องเข้ามาลองดูตัวโครงการและลองพิจารณกันดูเอาเองครับ
Noble Revolve รัชดา 2 : รีวิวคอนโด

Noble Revolve รัชดา 2 : รีวิวคอนโด

Noble Revolve รัชดา 2 คอนโด High Rise ในซอยรัชดา 6 ติดทางขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีศูนย์วัฒนธรรม แค่บอกทำเลที่ตั้งก็ดึงดูดความสนใจได้ไม่ยาก ซึ่งก็ไม่ได้เกินจริงเลยเพราะขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดินมา เดินเลี้ยวเข้าซอยรัชดา 6 ด้วยระยะทางไม่ถึง 100 เมตรดีก็เข้าตึกแล้ว สำหรับคนที่อาศัยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นหลักจึงจัดว่าสะดวกมากๆ ส่วนระบบขนส่งมวลชนในรูปแบบอื่นๆ ก็มีให้พึ่งพาเยอะ ทั้งรถแท็กซี่ และรถเมล์อีกหลายสาย ซึ่งป้ายรถเมล์ก็อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินนั่นแหละ ทั้งกลางวัน กลางคืนมีรถราวิ่งขวักไขว่เกือบ 24 ชั่วโมง เพราะถัดขึ้นไปอีกซอยเป็นแหล่งรวมสถานบันเทิงยามราตรีที่ขึ้นชื่อ ช่วงกลางวันนอกจากพวกสำนักงานออฟฟิศใหญ่อย่างทรูคอร์ปฯ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และตึก AIA ที่จะเปิดในอนาคตแล้ว บริเวณโดยรอบยังแวดล้อมไปด้วยตึกสำนักงานยิบย่อย รวมถึงห้างสรรพสินค้าอย่าง Central พระราม 9, Big C, Lotus, Home Pro, Fortune Tower และEsplanade ที่อยู่ในระยะเดินถึงทั้งหมด ย่านนี้จึงอุดมสมบูรณ์มากตามแบบฉบับคนเมือง ซึ่งการที่มีคนเยอะ สำนักงานแยะ ก็มาพร้อมกับการจารจรที่ติดขัดขึ้นเหมือนเงา การเดินทางด้วยรถส่วนตัวจากโครงการจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับปัญหารถติดอย่างหนักในช่วงเช้าและเย็น เพราะต้องผ่านแยกพระราม 9 เท่านั้นถึงจะต่อไปยังโซนอื่นๆ ของกรุงเทพได้   ใช้ทางด่วนมุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ สังเกตทางลงถนนรัชดาภิเษก (สี่แยกพระราม 9) ใช้ทางลงถนนรัชดาภิเษก เมื่อลงจากทางด่วน จะบังคับเลี้ยวซ้ายเพื่อไปยังสี่แยกพระราม 9 ตรงไปยังสี่แยกพระราม 9 ตรงผ่านสี่แยกพระราม 9 ไป เมื่อผ่านสี่แยกมาแล้ว จะพบห้างฟอร์จูน ทาวน์อยู่ทางซ้าย และห้าง Central พระราม 9 ทางด้านขวา หากมองตรงไปจะเป็น Lotus พระราม 9 ให้ชิดขวากลับรถ สังเกตจุดกลับรถอยู่ก่อนถึงห้าง Esplanade ตรงไปจะผ่านสถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดา 6 เพื่อเข้าไปยังโครงการ   ถึงตัวอาคารของ Noble Revolve 2 จะตั้งอยู่คู่กับโครงการแรกเลย แต่ทางเข้าออกของโครงการไม่ใช้ร่วมกัน Facility ต่างๆ รวมถึงพื้นที่ของโครงการก็แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง จะคล้ายคลึงกันก็แต่ Lay out การออกแบบห้อง และสถาปัตยกรรมภายนอกของตัวอาคารที่เกือบจะเป็นคู่แฝด แต่คนละฝา ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 22.37 ตร.ม. เป็นห้องเล็กสุดตามราคาเริ่มต้น ซึ่งมีอยู่เพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ส่วนห้องที่มีให้เลือกมากที่สุดคือห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 25 ตร.ม. โดยที่แปลนห้องแต่ละตำแหน่งก็มีพื้นที่บวก-ลบต่างกันนิดหน่อย ขยับไปอีกทีก็เป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน ที่ 38.6 ตร.ม. ไปจนถึงขนาดเกือบ 53 ตร.ม.   ที่สำนักงานขายวันที่เข้าไป ยังเปิดให้ชมได้แค่ห้องแบบ 2 ห้องนอน ส่วนห้องแบบ 1 ห้องนอนกำลังปรับตกแต่งใหม่ จึงมีภาพมาให้ชมแค่ห้องแบบ 2 ห้องนอนเท่านั้น ห้องจริงๆ ที่ทางโครงการขายให้จะเป็นห้องเปล่าๆ มีแค่สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และเคาน์เตอร์ครัวเท่านั้น ที่เหลือในห้องตัวอย่างเป็นการตกแต่งเพื่อล่อตาล่อใจล้วนๆ ทั้งกำแพงกั้นห้องนอนเล็กที่เอาออกเปิดพื้นที่ให้โล่ง และปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่นั่งเล่นแทน ตามด้วยเฟอร์นิเจอร์อะคริลิคใสๆ ที่เลื่อนสลับตำแหน่ง ปรับพื้นที่ห้องได้ ก็เป็นไปเพื่อการขายล้วนๆ ถ้าอยากจะตกแต่งให้เหมือนห้องตัวอย่างคงต้องเตรียมเงินไว้อีกเยอะ การที่ขายมาแบบเป็นห้องเปล่าๆ อาจจะมีข้อดีตรงที่ลูกบ้านไม่ถูกจำกัดไอเดียเรื่องการตกแต่ง ใครที่คิดจะซื้อจึงต้องคิดถึงเรื่องเงินค่าตกแต่งห้องเผื่อไว้ด้วย   ประตูห้องเป็นคันโยก และล็อคธรรมดา ไม่ใช่ระบบดิจิตอลล็อค เปิดเข้าห้องมาขวามือจะเป็น Pantry ครัว และตรงหน้าคือพื้นที่กินข้าวติดระเบียง เคาน์เตอร์ครัว Built มาเรียบร้อย พร้อม top หินแกรนิต ด้านล่างเว้นช่องวางเครื่องซักผ้าไว้ให้ด้วย เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว ยี่ห้อ MEX เครื่องดูดควันเข้าชุดยี่ห้อเดียวกัน ซิงค์ล้างจานเป็นแบบฝัง โต๊ะกินข้าวขนาด 4 ที่นั่งติดระเบียง ประตูกระจกบานเลื่อนที่ระเบียง รางเลื่อนประตูกระจก สามารถเปิดออกไปที่ระเบียงได้ แต่พื้นที่ระเบียงของห้องก็แคบจะใช้ประโยชน์แทบไม่ได้เลย พื้นที่นั่งเล่นมุมนี้ ใช้พื้นที่ของห้องนอนเล็กจัดวางชุดโซฟา จึงทำให้พื้นที่ห้องดูกว้างขึ้น ในห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน มีการเอาผนังห้องนอนเล็กออก ทำให้พื้นที่ห้องดูเชื่อมต่อถึงกันให้ความรู้สึกโปร่งกว่าเดิม ห้องน้ำเล็กใช้กระเบื้องโทนสีเทา โถสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเล็ก ก๊อกอ่างล้างหน้าของ GROHE ห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจกเทมเปอร์ ชุดก๊อกฝักบัว ชุดฝักบัวอาบน้ำ สวิตช์ไฟมาตรฐานยี่ห้อ panasonic โถงทางเดินในห้อง บริเวณห้องนั่งเล่น ซึ่งให้พื้นที่ของห้องนอนเล็กมาจัดแต่งใหม่ พอทุบกำแพงของห้องนอนเล็กออกไป ก็จะทำให้สามารถจัดสรรพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ พอไม่มีกำแพงห้องนอนเล็ก ภายให้ห้องจึงดูโปร่งสบายตามากขึ้น ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ master bedroom ปลายเตียงวางโซฟาแบบ 2 ที่นั่งไว้สำหรับนั่งดูทีวีได้ ผนังห้องนอน bulit ตู้เก็บของ และทำเป็นชั้นวางทีวีด้วย มองไปทางประตูทางเข้าห้องนอนใหญ่จะเห็นมุมแต่งตัวหน้าห้องน้ำ ภาพรวมห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ วัสดุ สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำเป็นไปตามมาตรฐาน ภายในห้องน้ำกั้นพื้นที่ห้องอาบน้ำมาให้แล้ว ชุดก๊อกของฝักบัวในห้องน้ำใหญ่ ชุดฝักบัวพร้อม Rain Shower พื้นห้องอาบน้ำดร๊อปลงไปเล็กน้อย ธรณีห้องน้ำเป็นหินเทียมสีดำ ก่อไว้ไม่สูงนัก จากที่ได้ดูห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอนแล้ว ลองจินตนาการห้องโล่งๆ และมีกำแพงกั้นห้องนอนเล็กเข้าไปอีก ต้องบอกว่า Lay out ห้องไม่ได้ดูกว้างขวางลงตัวเท่าไร ออกจะดูอึดอัดไปเสียด้วยซ้ำ วัสดุที่มากับห้องก็เป็นไปตามมาตรฐานปกติ ในโครงการระดับนี้ถือว่าจัดของแถมมาได้ไม่สมราคานัก เรื่อง Facility ที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้ก็ดูครบครันดี ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวน ห้องซักรีด และร้านค้า แต่เมื่อเทียบกับจำนวน 755 ยูนิตแล้ว เลยกลายเป็นมี Facility ไม่พอต่อจำนวนคนไปเลย และยังเรื่องที่จอดรถที่จอดได้เพียง 305 คัน รวมจอดซ้อนคันแล้วด้วย เรื่องนี้จึงเป็นปัญหาใหญ่แน่ๆ ถ้าลูกบ้านเกินครึ่งโครงการมีรถส่วนตัว อีกประเด็นที่ลืมไม่ได้เลยคือเรื่องตำแหน่งห้อง ซึ่งจะต้องเลือกทิศ เลือกมุมกันดีๆ หน่อย เพราะรอบโครงการมีอาคารใกล้เคียงบังวิวเกือบรอบทุกทิศ ดังนั้นจึงต้องมองทิศกันให้ดีๆ ก่อนตัดสินใจ บางห้องอาจจะอยู่สูงพ้นแนวตึกรอบๆ แต่ก็อาจจะแลกมากับทิศทางของแสงแดดยามบ่ายที่จะทำให้ห้องร้อน หรือบางห้องถูกบังมุม วิวไม่สวย ไม่ค่อยเป็นส่วนตัว แต่ไม่ต้องกลัวแดดร้อน อันนี้ก็แล้วแต่จะเลือกเอาตามสะดวกใจนะครับ สำหรับ Noble Revolve รัชดา 2 อยู่ในทำเลที่ถือว่าเป็นไข่แดงของรัชดา ซึ่งทำเลในแถบนี้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาไปสู่ความเป็นศูนย์กลางธุรกิจใหม่ใจกลางเมือง ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่เปิดอีกหลายตึก ซึ่งกลุ่มคนทำงานจะเยอะขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นในแง่ของศักยภาพด้านการเติบโตของพื้นที่ในแถบนี้จึงมีสูง แต่ก็อย่าลืมพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ประกอบควบคู่กันไปด้วย เพราะ Noble Revolve รัชดา 2 เปิดตัวไว้ในราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ในระแวกใกล้เคียง การจะทำกำไรในระยะสั้นจึงเป็นเรื่องยาก หรือถ้าจะหวังซื้อไว้เก็งกำไรในระยะยาว ก็ยังต้องรอดูกันต่อไปอีกระยะว่าราคาจะขึ้นไปถึงระดับไหน
RHYTHM อโศก : รีวิวคอนโด

RHYTHM อโศก : รีวิวคอนโด

Rhythm อโศก คอนโด High Rise อีกหนึ่งแบรนด์จากค่าย AP ซึ่งเลือกทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจที่ฮ็อตฮิตที่สุดในขณะนี้ อยู่ใกล้แยกพระราม 9 ใกล้แหล่งธุรกิจย่านอโศกและรัชดา อีกทั้งยังห่างจากรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีพระราม 9 ในระยะเดินถึงเพียงแค่ 300 เมตร สำหรับคนที่พึ่งพาระบบขนส่งมวลชนอยู่แล้ว การเดินทางจัดว่าสะดวกมากถึงมากที่สุด เพราะมีทั้งวินมอเตอร์ไซค์สำหรับชั่วโมงเร่งรีบ จะเรียกแท็กซี่โครงการอยู่ติดถนนใหญ่หาเรียกได้ไม่ยาก สะดวกสุดก็รถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งมีปัญหาแค่ในช่วงเวลาเช้าๆ ที่ทุกคนแย่งกันเดินทางไปเข้างาน บางครั้งคนแน่นขบวนจนขึ้นไม่ได้เลยก็มี ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัว สะดวกมากในกรณีขึ้นทางด่วนมาลงที่ทางลงสี่แยกพระราม 9 เลี้ยวมาไม่ถึง 100 เมตรก็เข้าโครงการได้เลย ผิดกับทางจะขึ้นทางด่วนที่ต้องขับวนอ้อมเป็นรอบใหญ่ ยิ่งถ้าเจอช่วงรถติดหนักๆ ในชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้าและเย็นคงหงุดหงิดสติแตกกันไปเลย เพราะยังไงแยกพระราม 9 และเส้นทางถนนโดยรอบก็ขึ้นชื่อเรื่องรถติดอยู่แล้ว เรื่องพื้นที่แวดล้อมโครงการในระยะเดินถึงนั้น จัดว่าครบเครื่องมากๆ ทั้งเซนทรัลพระราม 9, ฟอร์จูน, โลตัส, อาคารสำนักงานใหญ่ๆ, โรงแรม ไปจนถึงสถานบันเทิงสำหรับคุณผู้ชาย ติดอยู่แค่ต้องเดินข้ามสี่แยกใหญ่นี่แหละที่ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยกันให้ดีๆ หรือถ้าเบื่อๆ อยากจะออกไปช็อปในโซนอื่นๆ รถไฟฟ้าใต้ดินก็ช่วยได้เยอะครับ ส่วนของอาคารใกล้เคียงในระยะประชิดมีแต่อาคารพานิชย์ บ้านพักอาศัยเดิม และอพาร์ทเมนท์เท่านั้น ซึ่งในส่วนของที่พักอาศัยของ Rhythm อยู่พ้นแนวตึกบัง จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบเรื่องวิวมุมกว้างซักเท่าไหร่ โครงการ Rhythm อโศก ชูจุดขายที่ห้องพักไซส์เล็ก ซึ่งห้องแบบ Studio ลดขนาดมาอยู่ที่ 21.5 ตร.ม. ห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 31 ตร.ม. และ 2 ห้องนอน อยู่ที่ขนาด 41.5 ตร.ม. มียูนิตรวม 385 ห้อง พร้อม Facility ที่ครบถ้วนอย่างสระว่ายน้ำที่ชั้น 7 ห้องออกกำลังกายที่ชั้น 8 สวนและห้องเอนกประสงค์ที่ชั้น 9 นอกจากนี้ยังมีสวนลอยฟ้าอยู่ที่ชั้น 37 อีกหนึ่งจุด ซึ่งไม่ได้ให้มาเยอะเกินไปเลยสำหรับมาตรฐานโครงการระดับนี้ ถ้าเข้าไปที่สำนักงานขายตอนนี้จะได้ชมห้องตัวอย่าง 2 แบบด้วยกัน เริ่มกันด้วยของแบบ Studio ซึ่งมีขนาดเล็กกระทัดรัดอย่างที่คาดไว้ เพราะแค่เปิดประตูเข้าห้องมา เดินอีกไม่เกิน 5 ก้าวก็ล้มตัวลงบนเตียงนอนได้เลย ตรงประตูทางเข้ายังมีมุมเล็กๆ ไว้สำหรับทำครัว จัดเตรียมอาหารแบบเล็กๆ น้อยๆ พื้นที่ว่างที่พอจะเหลืออยู่ก็ทำให้รู้สึกเหมือนต้องอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ห้ามมีสมบัติบ้าเด็ดขาดไม่อย่างนั้นได้นอนในห้องรกๆ แน่นอน ส่วนห้องแบบ 1 ห้องนอนที่มีพื้นที่เพิ่มมาอีก 10 ตร.ม. โดยประมาณ ค่อยดูเป็นห้องที่สามารถอาศัยอยู่ได้จริงมากกว่าเป็นแค่ที่ซุกหัวนอน ทั้งเรื่องการจัดแบ่งพื้นที่ให้มีห้องนอนเป็นสัดส่วน มีพื้นที่นั่งเล่นสำหรับเปลี่ยนมุม เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง รวมถึงพื้นที่ห้องครัวที่แยกออกไปเป็นครัวปิดแบบเป็นเรื่องเป็นราว มีประตูกระจกบานเลื่อนช่วยป้องกันกลิ่นอาหารมารบกวนส่วนอื่นๆ ของห้อง จากที่เห็นในห้องตัวอย่างที่แต่งมาครบเสร็จสรรพนี้ ของจริงนี่มีให้มีน้อยชิ้นเหลือเกินจนแทบจะเป็นห้องเปล่าอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเทียบด้วยราคาห้องระดับแสนกลางๆ ต่อตารางเมตรในทำเลย่านธุรกิจ ถือว่าราคาสูงมากเลยทีเดียว อีกเรื่องที่เกือบลืมพูดถึงไปเลยก็คือ เรื่องที่จอดรถ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากลำดับต้นๆ เหมือนกัน เพราะด้วยการเดินทางที่ดูแล้วการใช้รถยนต์ส่วนตัวอยู่ในเกณฑ์ที่สะดวก และคาดว่าลูกบ้านส่วนใหญ่ก็น่าจะมีรถส่วนตัวด้วยเช่นกัน ถ้าที่จอดรถของโครงการมีเพียง 46% โดยนับรวมจอดซ้อนคันแล้วด้วย นิติบุคคลได้เจอดราม่าเรื่องยาวแน่ๆ น่าปวดหัวนะครับถ้ากลับเข้าคอนโดมาแล้วไม่มีที่ให้จอดรถ อันนี้ต้องลองคำนวนความจำเป็นให้ดี เว้นแต่ตัดสินใจได้แล้วว่ายังไงก็จะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือวิธีอื่นๆ อันนั้นก็จะกลายเป็นหนังคนละเรื่องกันไปเลยครับ จุดด้อยอีกอย่างของ Rhythm อโศกนี้ก็คือ เรื่องที่ตั้งที่อยู่ใกล้สถานบันเทิงของคุณผู้ชายเอามากๆ ซึ่งลูกบ้านที่ต้องเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินต้องเดินผ่านอย่างเลี่ยงได้ยาก คุณผู้ชายคงไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับสาวๆ ที่ต้องเดินผ่านไปผ่านมาคนเดียว โดยเฉพาะในยามดึกดื่นค่ำคืนคงดูไม่งามนัก นอกเหนือจากจุดด้อยที่ยกมาบอกเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแล้ว ที่เหลือก็คงต้องแล้วแต่ความสะดวกและความจำเป็นของแต่ละคน ว่าอยากได้ที่อยู่อาศัยในลักษณะใดกันแน่ที่ตอบโจทย์ Life Style ของตัวเองได้มากที่สุด สำหรับการซื้อไว้เพื่ออยู่เองถ้าต้องทำงานในระแวกนี้ ก็นับว่าเป็นโครงการที่น่าจะเก็บไว้พิจารณาเป็นตัวเลือกหนึ่งได้ แต่ถ้าในแง่ของการซื้อไว้เพื่อหวังเก็งกำไร หรือปล่อยเช่า คงต้องอาศัยเวลากันมากหน่อยกว่าราคาจะขยับขึ้นอย่างชัดเจน เพราะแค่ราคาเริ่มต้นต่อตารางเมตรตอนนี้ก็แทบจะแตะเพดานสูงสุดของราคาในย่านรัชดา-อโศกแล้ว งานนี้เลยแนะนำให้มองกันยาวๆ หน่อยน่าจะดีกว่า แต่ก็อย่าเพิ่งเชื่อเราทั้งหมดนะครับ ลองเข้าไปดูตัวโครงการด้วยตาตัวเองก่อน เพราะยังไงแล้วสิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็นหรอกครับ
QUINN Condo รัชดา : รีวิวคอนโด

QUINN Condo รัชดา : รีวิวคอนโด

ห่างจากทางออกที่ 4 ของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุทธิสารมาประมาณ 260 เมตร ก็ถึง QUINN Condo โครงการตึกคู่ขนาดใหญ่ริมถนนรัชดาภิเษก ที่ดินของโครงการตั้งอยู่หลังตึกธนชาติ ซึ่งอาศัยทางเข้า-ออกจากฝั่งซอยรัชดา 17 เป็นหลัก แต่ถ้าเดินจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมา สามารถเดินลอดใต้ตึกธนชาติเข้าประตูเล็กด้านข้างโครงการได้ บริเวณรอบๆ QUINN Condo แวดล้อมไปด้วยอาคารสูง สำนักงาน สถานบันเทิง แหล่งช็อปปิ้ง ตามแบบฉบับถนนสายธุรกิจของกรุงเทพ ดังนั้นตั้งแต่เช้ายันค่ำเรื่องอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ไม่แพ้ใคร ข้ามไปฝั่งตรงข้ามก็มีตลาดนัดเมืองไทยภัทร ของกินของใช้มีขายกันทั้งวัน ยาวไปจนถึงสี่แยกสุทธิสารที่เย็นๆ มีแผงลอยขายอาหารเพียบ ยังไม่นับร้านอาหารในตึกเมืองไทยภัทรอีก ในอนาคตอันใกล้จะมีร้าน Au Bon Pain และ Max Value ที่โครงการจะเปิดให้บริการตรงตึกธนชาติเพิ่มด้วย เรื่องปากท้องจึงไม่น่าเป็นห่วง เกาะแนวรถไฟฟ้าไปก็ยังมีห้างอีกหลายแห่งที่เดินทางได้ง่ายแสนง่าย ทั้ง Central พระราม9, Tesco Lotus, Fortune Tower, Esplanade ไปจนถึง Central ลาดพร้าวนู่น การเดินทางด้วยรถส่วนตัวมีเส้นทางลัดเลาะออกได้หลายทาง เพราะซอยรัชดา 17 เชื่อมต่อกับถนนวิภาวดี หรืออินทามระได้ เพื่อเลี่ยงรถติดในช่วงเช้า-เย็น ซึ่งรับรองว่าถนนรัชดารถติดขึ้นชื่ออยู่แล้ว ส่วนการเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ก็ทำได้ง่าย ทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ หรือแม้กระทั่งวินมอเตอร์ไซค์ก็ตั้งอยู่หน้าประตูโครงการเลย สาธารณูปโภคหลายๆ อย่างรอบโครงการครบครันดี ติดอยู่ตรงที่ปากซอยมี Poseidon ตั้งตระหง่าน เคียงข้างด้วย Copa Cabana ทำให้ทำเลแถวนี้สุ่มเสี่ยงสำหรับสาวๆ ที่ต้องเดินคนเดียวในช่วงค่ำๆ ถึงถนนหนทางจะไม่เปลี่ยว แต่บรรยากาศก็ไม่น่าเดินเท่าไหร่ เดินทางโดยใช้ทางด่วนมุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ สังเกตทางลงถนนรัชดาภิเษก (สี่แยกพระราม 9) เบี่ยงซ้ายเพื่อลงทางด่วน ลงทางด่วนแล้วให้ไปตามเส้นทางจะบังคับเลี้ยวซ้ายไปสี่แยกพระราม 9 ตรงไปเพือไปยังสี่แยกพระราม 9 เมื่อถึงสี่แยกพระราม 9 ให้ตรงไป เมื่อผ่านแยกไปแล้ว จะพบห้างฟอร์จูน ทาวน์ ทางซ้าย และห้าง Central พระราม 9 ทางขวา สังเกตตรงหน้าจะเป็น Lotus พระราม 9 ขับตรงไป จุดสังเกตคือ ห้าง Esplanade และ ตึก RS ด้านซ้ายมือ ขับผ่านห้าง Esplande เพื่อตรงไป ตรงไปตามไปป้ายบอกทาง ห้วยขวางและลาดพร้าว ให้ใช้ทางลอดอุโมงค์ ตามป้ายบอกทาง สุทธิสาร ลาดพร้าว ตรงไปจนพบตึก Poseidon ทางด้ายซ้ายมือ และชิดเลนซ้าย เพื่อจะเลี้ยวเข้าซอย รัชดา 17 เลี้ยวซ้ายเข้าซอย รัชดา 17 จุดสังเกตซอยจะอยู่ระหว่าง Poseidon และ อาคารธนชาติ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดา 17 ให้สังเกตด้านขวามือ เลี้ยวขวาเพื่อเข้าโครงการ QUINN Condo มีด้วยกัน 2 ตึก ยูนิตรวม 729 ห้อง มีการออกแบบให้ Facility แยกออกจากกัน เรื่องความสวยงามของตึกนั้นมีลูกเล่นในการออกแบบนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ตึกแข็งเกินไป ตึก A สูง 25 ชั้น ส่วนตึก B สูง 32 ชั้น ส่วนกลางของทั้ง 2 ตึกมีทั้ง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวน เรื่องที่จอดรถก็ให้มาเยอะ นับรวมจอดซ้อนคันแล้วก็จอดได้มากถึง 66% เลยทีเดียว ในเรื่องทิศทางของตึกนั้นคงต้องพิจารณากันให้ดีๆ ในการเลือกห้อง เนื่องจากหลายๆ มุมถูกตึกรอบๆ บดบังวิวไปเยอะ ไหนจะเรื่องตึกของโครงการเองที่บังมุมกันเองอีก จึงต้องคิดคำนวนกันให้ดีๆ ยิ่งมีตึกสูง และอาคารสำนักงานอยู่ขนาบข้างแบบนี้ เรื่อง Privacy ก็แทบจะหมดไป เพราะทางโครงการลืมคิดเผื่อไว้ ดีไม่ดีเปิดหน้าต่างมาอาจจ๊ะเอ๋กับพนักงานที่ทำงานในตึกข้างๆ ก็ได้ อีกอย่างสระว่ายน้ำในแต่ละตึก เปิดโล่งให้มองเห็นได้จากรอบด้าน หนักที่สุดก็คือสระว่ายน้ำที่ตึก B ที่สามารถถูกมองเห็นได้จากคนอาศัยในตึก A ตึก B และจากตึกธนชาติ เลยไม่แน่ใจว่าเอาเข้าจริงตอนกลางวันหรือช่วงเย็นๆ จะมีลูกบ้านกล้าใช้งานแค่ไหน แผนที่โครงการ บริเวณปากซอยรัชดา 17 ที่ตั้งโครงการอยู่ถัดเข้ามาจากปากซอยรัชดา 17 แค่ 50 เมตร ทางเข้าโครงการ สำนักงานขายตั้งอยู่ด้านหลังตึกธนาคารธนชาติครับ โมเดลตึกครับ ตึกทางซ้ายริมถนนรัชดาเป็นตึกของธนาคารธนชาติ ตึกด้านขวาที่เตี้ยกว่าเป็นตึก A นะครับ ส่วนอีกตึกคือตึก B มุมตึกมองจากทางซอยรัชดา 17 Facility ที่ชั้น 5 ของตึก A จัดสรรไว้ตาม Floor Plan เลยครับ ผังห้องแต่ละชั้นของตึก A จะมีหน้าตาคล้ายๆ กันตามนี้เลย Facility ของตึก B ก็อยู่ที่ชั้น 5 เหมือนกัน Floor Plan ของตึก B ครับ ผังห้องแบบขนาด 34 ตร.ม. ห้องขนาด 34 ตร.ม. แบบหน้ากว้าง ผังห้องขนาด 52 ตร.ม. มาถึงการจัด Lay out ห้อง ซึ่งเราได้ชมจากห้องตัวอย่างมา 2 ห้อง เป็นแบบ 1 ห้องนอน ในขนาด 34 ตร.ม. และ 44 ตร.ม. นอกจากห้องแบบ 2 ห้องนอน ไม่ได้มีห้องตัวอย่างไว้ให้ชม เรื่องขนาดพื้นที่ห้องของ QUINN Condo นั่นถือว่าห้องกว้างจริง ตามจุดขายของโครงการ ทุกห้องใช้ห้องครัวแบบเปิด เพราะวาง Lay out ไว้ตำแหน่งตรงประตูทางเข้าห้องเหมือนกันหมด ชุดครัว Build in มาพร้อมสรรพด้วยวัสดุมาตรฐาน ถัดเข้าไปเป็นส่วนของพื้นที่นั่งเล่นติดกับระเบียง ส่วนของห้องนอนจะแยกไว้ชัดเจนซึ่งถูกจัดให้มีห้องน้ำในตัว จะเข้าห้องน้ำต้องเดินผ่านเข้าทางห้องนอนเท่านั้น ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่แถมมากับห้องจะให้เป็นบางชิ้น เรื่องวัสดุที่เลือกใช้ในห้องจัดว่าได้มาตรฐาน หน้าตาดูดีทีเดียว ขัดใจขัดตาก็ตรงพื้นห้องที่เกือบทั้งหมดปูลามิเนต แต่พอมาถึงบริเวณห้องครัวก็ตัดฉับเปลี่ยนเป็นพื้นกระเบื้องมีบัวขอบพื้นห้องตัดกลางห้องมันซะดื้อๆ อย่างนั้น ดูแล้วขาดความประณีตในการออกแบบยังไงชอบกล แถมห้องทุกขนาดก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด จะว่าเป็นความหวังดีของโครงการที่อยากจะให้พื้นบริเวณห้องครัวทำความสะอาดได้ง่าย แต่กลายเป็นลืมคำนึงเรื่องความสวยงามไป ประตูห้องทุกห้องใช้ระบบ Smart Doorlock เปิดเข้าห้องแบบ 34 ตร.ม. มาก็เจอมุมกินข้าวบริเวณห้องครัวเลย หน้าตาชุดครัวที่ให้มาพร้อมห้อง เป็นครัวเปิดอยู่ทางซ้ายของประตูเข้าห้องเลยครับ พื้นที่วางตู้เย็นอยู่ระหว่างครัวกับห้องนั่งเล่นพอดี เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันเป็นยี่ห้อ Teka เตาไฟฟ้า อ่างล้างจานแบบฝั่ง ขนาดพอเหมาะกับการใช้งานในคอนโด ระหว่างชุดครัวและผนัง Build in เหลือพื้นที่วางตู้เย็นไว้ฟิตพอดี พื้นที่ว่างรอบๆ เตาไฟฟ้ายังเหลือพอให้วางของได้บ้าง มองจากห้องนั่งเล่นออกไปทางประตูทางเข้าจะเห็นมุมกินข้าวแบบนี้ครับ ชุดโซฟาเข้ามุมผนังพอดีเป๊ะ บริเวณระเบียงใต้คอมเพรสเซอร์แอร์สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ ชั้นวางทีวี Build in มาให้มีช่องเก็บของเพิ่มขึ้นด้วย พื้นที่ห้องนอนดูกว้างขวางใช้ได้เลย หน้าห้องน้ำวางตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่ง เหมือนได้ walk in closet กลายๆ ตู้เสื้อผ้าวางไว้หน้าห้องน้ำแบบนี้ก็สะดวกดี พื้นที่ส่วนเปียกของห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจกเป็นสัดส่วน อ่างล้างหน้าใหญ่ดี พื้นที่รอบๆ ก็วางของได้เยอะ ก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ของ MOGEN หน้าตาเรียบๆ ที่ใส่ทิชชู่สามารถวางหนังสือได้ด้วย ห้องอาบน้ำมีที่วางของเยอะดี แถมยังก่อปูนทำเป็นที่นั่งให้อีก ชุดก๊อกของฝักบัวเป็นแบบ 2 ทาง ชุดฝักบัว มีเพิ่ม Rain Shower มาให้ด้วยครับ ประตูห้องอาบน้ำเปิดเข้าด้านใน ป้องกันเรื่องน้ำหยดมายังพื้นที่แห้ง รอยต่อระหว่างพื้นห้องครัวที่ปูกระเบื้อง และพื้นห้องนั่งเล่นที่เป็นพื้นลามิเนต สวิทช์ไฟมาตรฐาน Panasonic ครับ ในห้องติดตั้งเครื่องตรวจควันมาเรียบร้อย เปิดประตูห้องขนาด 44 ตร.ม. เข้ามาเห็นพื้นที่ส่วนกลางห้องเต็มๆ จากประตูหันมาทางซ้ายเป็นครัวแบบเปิดขนาดใหญ่เลยทีเดียว มุมนี้จะเห็นพื้นที่บริเวณห้องครัวได้ชัดเจน มองกลับออกไปที่ประตูทางเข้าจะเห็นว่าด้านซ้ายยังมีพื้นที่ว่าง มุมนี้สามารถวางตู้เก็บรองเท้าหรือตู้เก็บของเพิ่มได้ พื้นที่บริเวณห้องนั่งเล่นกว้างขวางใช้ได้เลย และตู้เก็บของก็ Build มาเต็มพื้นที่เหมือนกัน ห้องตัวอย่างแอบวางโต๊ะทำงานเล็กๆ ไว้ที่หลังโซฟา มุมทำงานตรงนี้ดูอึดอัดไปหน่อย ถ้าไม่ชอบก็เอาออกได้ครับ พื้นที่ห้องนั่งเล่นก็จะกว้างขึ้นด้วย ห้องนอนแบบเข้มๆ พื้นที่หัวเตียงมีเหลือพอให้เป็นมุมแต่งตัวเล็กๆ พื้นที่ในห้องนอนค่อนข้างจำกัดนะครับ มุมหน้าห้องน้ำวางตู้เสื้อผ้าไว้เต็มพื้นที่ เหมือนมีห้องแต่งตัวเพิ่มขึ้นมา ห้องน้ำ มุมทำธุระส่วนตัว มีพื้นที่วางของกระจุกกระจิกได้เยอะเลย ห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจก ชุดฝักบัวพร้อม Rain Shower ตู้กระจกเหนืออ่างล้างหน้าช่วยเพิ่มที่เก็บของได้อีกเยอะเลย ก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้าของ MOGEN ตามมาตรฐานครับ อ่างล้างหน้ามีตู้เก็บของด้านล่าง และตู้หลังกระจกด้วย อันนี้ธรณีประตูห้องน้ำครับ เตี้ยไปหน่อย ต้องระวังเรื่องน้ำในห้องน้ำระบายไม่ทันแล้วล้นเข้าห้องนอน ประตูกระจกบานใหญ่ตรงระเบียง เปิดรับแสงและวิวได้เต็มที่ เครื่องซักผ้าวางไว้ที่ระเบียงใต้คอมเพรสเซอร์แอร์ครับ พื้นระเบียงต่ำกว่าพื้นห้องพอสมควรครับ ช่วยลดปัญหาน้ำล้นเข้าห้องได้ ตรงระเบียงมีติดตั้งปลั๊กไฟแบบมีฝาปิดเรียบร้อย แอร์ในห้องนั่งเล่น อันนี้แอร์ในห้องนอน หน้าตาต่างกับแอร์ในห้องนั่งเล่นเลย พื้นที่ห้องนั่งเล่นครับ จะออกไปที่ระเบียงต้องเดินผ่านบริเวณนี้ก่อน เนื่องจากขนาดห้องที่กว้างกว่าคอนโดอื่นๆ ในทำเลเดียวกัน และราคาเริ่มต้นต่อตารางเมตรก็จัดว่าต่ำกว่า QUINN Condo จึงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจมากสำหรับการลงทุนทำกำไรในอนาคต ถึงแม้ว่า Developer จะไม่ใช่รายใหญ่เจ้าตลาด แต่โครงการผ่าน EIA และมีการลงเสาเริ่มก่อสร้างไปแล้ว จึงไม่น่ากังวลเรื่องโครงการล้ม และอีกหนึ่งแรงจูงใจที่สำคัญนอกจากเรื่องราคาแล้ว โปรโมชั่นของแถมยังจัดมาให้ค่อนข้างมากทำให้ไขว้เขวได้ไม่ยาก จะปล่อยเช่า หรือขายต่อในอนาคตคงทำได้ไม่ยาก เพราะทำเลใกล้แหล่งสำนักงาน การเดินทางสะดวก ยิ่งถ้าใครทำงานอยู่ในแถบนี้อยู่แล้ว จะซื้อไว้อยู่เองเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางก็น่าลองพิจารณาโครงการนี้ควบคู่คอนโดอื่นๆ ไปด้วยนะครับ
CASA FRANCE ABAC บางนา : รีวิวคอนโด

CASA FRANCE ABAC บางนา : รีวิวคอนโด

โครงการ: CASA FRANCE ABAC บางนา (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 1,110,000 บาท (ราคา Presale) บาท/ตารางเมตร ประมาณ 50,600 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท ทีแอลพี กรุ๊ป จำกัด จุดเด่น คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร ใกล้ ABAC บางนา จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ กลางปี 2558 ที่ตั้ง: CASA FRANCE ABAC บางนา (PREVIEW) ลักษณะคอนโด Low Rise เนื้อที่ทั้งหมด 2-1-28 ไร่ ที่ตั้ง ซอยนัมเบอร์วัน ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พิกัดโครงการ 13.592417,100.829418 ระบบขนส่งสาธารณะ - สถานที่สำคัญใกล้เคียง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) บางนา Mega Bangna เซ็นทรัล ซิตี้ บางนา ลักษณะโครงการ: CASA FRANCE ABAC บางนา (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedroom ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom ขนาด 20 – 32 ตารางเมตร (ตกแต่งภายในมีให้เลือก 2 แบบเตียงเดี่ยว หรือเตียงคู่) 2 Bedrooms ขนาด 43 – 48 ตารางเมตร (Combine) จำนวนตึก 2 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนห้อง 323 ยูนิต (อยู่อาศัย 321 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต) ส่วนกลาง: CASA FRANCE ABAC บางนา (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 49 คัน รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 30% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 35 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ 1 สระ ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ห้องสมุด 1 ห้อง สวนหย่อมรอบโครงการ ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมเฉลี่ย 80.25 : 1 ตึก A 77 : 1 ตึก B 83.5 : 1 Service Lift ไม่มี ที่จอดรถ 49 คัน รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 30% ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: CASA FRANCE ABAC บางนา (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 081-843-7770 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.casafrance.com/home.html ข้อมูล ณ วันที่ 12 ธันวาคม 2556